150
ใบความรู้
เร่ือง อาหารและโภชนาการท่มี ตี ่อสุขภาพ
---------------------------------------------------------------------
นยิ ามและความหมาย
อาหาร หมายความวา่ ของกินหรือเครอ่ื งคำ้ จนุ ชีวติ ไดแ้ ก่
1. วตั ถทุ ุกชนิดที่คน กนิ ดืม่ อม หรือนำเขา้ สู่รา่ งกายไมว่ ่าดว้ ยวิธใี ดๆ ในรปู ลกั ษณะใดๆ แต่ไม่
รวมถงึ ยา สารเสพตดิ ใหโ้ ทษ ตามกฎหมายวา่ ด้วยการนนั้ แล้วแตก่ รณี
2. วตั ถทุ มี่ ุ่งหมายสำหรบั ใช้หรือใชเ้ ป็นสว่ นผสมในการผลิตอาหารรวมถงึ วตั ถุเจือปนอาหาร สี และ
เครอื่ งปรุงแต่งสี กลิ่น รส
ทีม่ า : พระราชบญั ญัติอาหาร พ.ศ.2522
โภชนาการ
โภชนาการ ( nutrition ) หมายถึงอาหาร (food) ท่ีเข้าสูร่ ่างกายคนแล้วร่างกายสามารถนำไปใชเ้ ปน็
ประโยชน์ในด้านการเจริญเติบโตการค้ำจนุ และการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโภชนาการมคี วามหมาย
กวา้ งกวา่ และต่างจากคำวา่ อาหารเพราะอาหารที่กนิ กนั อยู่ทุกวันน้ีมดี ีเลวตา่ งกนั อาหารหลายชนดิ ทก่ี ินแลว้
รสู้ กึ อ่มิ แตไ่ ม่มปี ระโยชนห์ รือกอ่ โทษต่อรา่ งกายได้
ถา้ นำเอาอาหารต่าง ๆ มาวิเคราะห์จะพบว่ามสี ารประกอบอยู่มากมายหลายชนิดโดยอาศยั หลกั
คุณคา่ ทางโภชนาการทำให้มีการจัดสารประกอบต่าง ๆ ในอาหารออกเป็น ๖ ประเภท คือ โปรตีน (protein)
คารโ์ บไฮเดรต (carbohydrate) ไขมัน (fat) วิตามนิ (vitamin) เกลือแร่ (mineral) และนำ้ สารประกอบทั้ง ๖
กลมุ่ น่ีเองทเี่ รียกว่า "สารอาหาร"(nutrient) ร่างกายประกอบด้วยสารอาหารเหลา่ นี้ และการทำงานของ
ร่างกายจะเปน็ ปกติอยูไ่ ด้ก็ต่อเมื่อได้สารอาหารทง้ั ๖ ประเภทครบถ้วน
แหล่งข้อมูล
ขอ้ มลู จากหนังสอื สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 9 เร่ืองที่ 12 ลิขสิทธิเ์ ป็นของพระบาทสมเดจ็ พระ
เจ้าอยู่หัว
151
อาหารหลัก 5 หมู่
อาหารหมู่ที่ 1 โปรตีน
อาหารหมู่ท่ี 1 นั้นประกอบไปดว้ ยอาหารประเภทเน้ือสตั ว์ นม ไข่ และถว่ั ต่างๆ ซึ่งอาหารประเภทน้จี ะให้
สารอาหารประเภทโปรตีนแก่ร่างกาย เพ่ือใหร้ า่ งกายมีความเจรญิ เติบโต อกี ท้ังยงั ทำใหร้ ่างกายมีความแขง็ แรง
ขนึ้ อีกด้วย ไมเ่ พียงเทา่ นั้น ยังทำหนา้ ท่ีช่วยเสริมภมู ติ ้านทานเพื่อป้องกนั โรคให้แกร่ า่ งกายไดเ้ ป็นอย่างดี
สำหรบั ร่างกายท่ีได้รับบาดเจ็บจากการเกดิ อุบัตเิ หตุจนทำใหร้ ่างกายเกดิ การสกึ หรอ สารอาหาร
เหลา่ นี้ก็ช่วยซ่อมแซมในสว่ นนั้นไดด้ ีทีเดียว ในสว่ นของอาหารประเภทน้ยี ังถูกนำไปสร้างกระดูก
เลือด กลา้ มเนื้อ ผิวหนงั นำ้ ย่อย เม็ดเลอื ด และฮอร์โมน รวมท้ังภมู ติ ้านทานเชื้อโรคต่างๆ ดังน้ัน จึงถือว่า
อาหารท่ีอยู่ในหมู่ท่ี 1 น้ี จัดเปน็ อาหารหลักท่ีมีความสำคัญในการสรา้ งโครงสร้างของร่างกายในการ
เจรญิ เตบิ โต และชว่ ยทำใหอ้ วัยวะตา่ งๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้เป็นปกติย่ิงข้ึน
ประเภทของสารอาหารหมู่ท่ี 1 จะให้สารอาหาร โปรตีน ซ่ึงโปรตีนจะประกอบไปด้วยสารเคมี 2
ชนิดด้วยกนั คอื
1. กรดอะมิโนจำเปน็ คือ กรดอะมโิ นทร่ี ่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ดังน้ัน รา่ งกายจึงตอ้ งไดร้ ับ
กรดอะมิโนประเภทนจี้ ากการรบั ประทานเข้าไป
2. กรดอะมิโนที่ไม่จำเป็น คือ กรดอะมโิ นทรี่ า่ งกายได้รบั จากการรับประทานอาหาร และยังได้รับจาก
การสรา้ งข้ึนมาเองของรา่ งกายอกี ด้วย
ประโยชนข์ องสารอาหารหมู่ท่ี 1
1. โปรตีนเป็นสารอาหารทม่ี ีความจำเป็นต่อการเจริญเตบิ โตของร่างกาย
2. ร่างกายมีความต้องการโปรตีนอยูเ่ สมอเพ่ือนำโปรตนี ไปซ่อมแซมเน้ือเยือ่ ในส่วนท่สี ึกหรออยู่ทกุ วัน
3. โปรตนี มีส่วนชว่ ยรักษาดุลน้ำ เพราะโปรตนี ท่ีมีอยู่ในเซลล์และหลอดเลอื ดจะช่วยรักษาปริมาณน้ำใน
เซลลแ์ ละหลอดเลือดใหอ้ ยู่ในเกณฑ์ที่มีความเหมาะสม
152
4. ชว่ ยรักษาดลุ กรด – ดา่ งของร่างกาย เนอ่ื งจากกรดอะมโิ นน้ันจะมีหน่วยคาร์บอกซลี ท่ีมีฤทธิเ์ ปน็ กรด
และเป็นดา่ ง ดังน้นั โปรตีนจึงมีคุณสมบัตชิ ่วยรักษาดลุ กรด – ดา่ งนั่นเอง และนน่ั ก็ถอื เป็นสง่ิ สำคญั ตอ่ การ
เกิดปฏิกริ ยิ าตา่ งๆ ภายในร่างกาย
รา่ งกายขาดโปรตนี จะมผี ลอยา่ งไร
โปรตนี เป็นสารอาหารทม่ี ีความสำคัญต่อรา่ งกายเป็นอยา่ งมาก โดยเฉพาะการช่วยเสรมิ สร้างการ
เจริญเตบิ โตของร่างกายและซ่อมแซมสว่ นทีส่ กึ หรอ ดังนัน้ เม่ือขาดโปรตนี หรือไดร้ บั โปรตนี จากอาหารน้อย
เกนิ ไป กจ็ ะมผี ลต่อร่างกายดงั ตอ่ ไปนี้
• กล้ามเนือ้ อ่อนแรง มีอาการเหน็บชา และเปน็ ตะคริวบอ่ ยครั้ง
• รู้สึกอ่อนเพลยี เจ็บปว่ ยง่าย ในผูห้ ญงิ อาจพบปัญหาประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
• ผิวแหง้ ผมเสียขาดความเงางาม เลบ็ เปราะบาง แตกหักได้งา่ ย
• มีอาการทางระบบประสาท ความจำไม่ดี จดจำอะไรไมไ่ ด้ คิดอะไรไมอ่ อก รว่ มกบั มคี วามรูส้ กึ
หดหู่ กงั วลใจ
• หาดขาดโปรตนี ในวยั เด็ก จะสง่ ผลให้เด็กมรี า่ งกายแคระแกร็น ไมส่ ามารถเจริญเตบิ โตได้เต็มท่ี
เหมอื นกับเด็กในวัยเดียวกัน
อาหารหมู่ท่ี 2 คาร์โบไฮเดรต
อาหารหมทู่ ่ี 2 ประกอบไปด้วยขา้ ว น้ำตาล แป้ง มนั และเผอื ก เปน็ ต้น ซึ่งอาหารประเภทนีจ้ ะให้
สารอาหารประเภทคารโ์ บไฮเดรตแก่ร่างกาย และนั่นกค็ ือการใหพ้ ลงั งานแกร่ า่ งกายนัน่ เอง จงึ ทำใหร้ า่ งกาย
ของคนเราสามารถทำงานได้อยา่ งเต็มท่ี อกี ท้ังยงั ใหค้ วามอบอ่นุ แกร่ า่ งกายอีกด้วย ในสว่ นของพลงั งานท่ีไดร้ บั
จากการทานอาหารประเภทน้ีโดยส่วนใหญจ่ ะหมดไปเปน็ วันต่อวนั จากการทำกจิ กรรมต่างๆ เช่น
ทำงาน ออกกำลังกาย และเดิน เปน็ ตน้ แตห่ ากคุณรับประทานอาหารประเภทนี้มากเกินความตอ้ งการของ
รา่ งกายกจ็ ะทำใหพ้ ลงั งานถูกเปลย่ี นไปเปน็ ไขมัน จนทำให้เกิดโรคอ้วนตามมา
153
ประเภทของสารอาหารหมู่ที่ 2
คาร์โบไฮเดรตทีร่ า่ งกายไดร้ บั จากการรับประทานอาหารประเภทนี้สามารถแบง่ ออกเป็น 3 ประเภท
ด้วยกนั คอื
1. โมโนแซก็ คาไรด์ คอื คาร์โบไฮเดรตที่มีขนาดของโมเลกุลเล็กทีส่ ดุ จะดดู ซึมจากลำไส้ได้เลยเม่ือ
เขา้ ส่รู ่างกาย โดยท่ีไม่ต้องผ่านการย่อยแตอ่ ย่างใด
2. ไดแซก็ คาไรด์ คือ คาร์โบไฮเดรตที่มสี ่วนประกอบของโมโนแซ็กคาไรด์จำนวน 2 ตวั มารวมกนั
เมอ่ื ร่างกายไดร้ ับสารไดแซก็ คาไรด์ จะทำใหน้ ้ำย่อยที่อยู่ในลำไส้เล็กย่อยออกมาเป็นโมโนแซ็กคาไรด์กอ่ น
ร่างกายจงึ นำไปใช้ประโยชน์ได้
3. พอลีแซ็กคาไรด์ คือ คาร์โบไฮเดรตท่มี ีขนาดโมเลกุลใหญ่ทสี่ ดุ อกี ทง้ั ยงั มสี ูตรโครงสร้างทีซ่ ับซ้อน
และประกอบไปดว้ ยโมโนแซก็ คาไรดจ์ ำนวนมากมารวมกนั
ประโยชนข์ องสารอาหารหมู่ท่ี 2
1. มคี วามจำเป็นต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้เปน็ ไปตามปกติ
2. มคี วามสำคัญต่อการทำงานของสมอง
3. สงวนคุณค่าของโปรตนี ไมใ่ หเ้ กิดการเผาผลาญเป็นพลังงาน หากรา่ งกายไดร้ ับพลงั งานจาก
คาร์โบไฮเดรตทเ่ี พียงพอ
4. คารโ์ บไฮเดรตเปน็ สารอาหารที่ใหพ้ ลังงานไม่ต่ำกวา่ ร้อยละ 50 ของแคลอรีท้ังหมดท่รี ่างกายได้รบั
แตล่ ะวัน
5. กรดกลคู โู รนกิ ซ่ึงเปน็ สารอนุพนั ธ์ุของกลโู คสนนั้ จะคอยทำหนา้ ท่ีในการเปล่ยี นสารพิษทีเ่ ขา้ สู่
รา่ งกายเม่ือสารพิษเหล่านน้ั ผ่านไปท่ตี บั ให้มีพิษลดลง อีกท้ังยังทำใหส้ ารพษิ อยูใ่ นสภาพที่ขบั ถา่ ยออกมาได้
ร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรตจะเปน็ อยา่ งไร
คารโ์ บไฮเดรตเป็นสารอาหารใหพ้ ลงั งานท่สี ำคัญกับรา่ งกายของเรา ให้ความอบอ่นุ และชว่ ยทำให้
ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวเพื่อทำงานหรือประกอบกิจกรรมตา่ ง ๆ ได้ ซงึ่ ถ้าหากรา่ งกายขาดสารอาหาร
ประเภทนี้
- รา่ งกายกจ็ ะเหนือ่ ยล้า อ่อนเพลีย เพราะสมองและกล้ามเนื้อตอ้ งการกลูโคสจากคาร์โบไฮเดรตมา
ช่วยในการทำงาน
- ขาดพลงั งานในการกจิ กรรม
- รู้สกึ หงุดหงิด สมองไม่สดใสเพราะขาดกลโู คสมากระตนุ้ การทำงาน ทำให้อารมณ์แปรปรวนงา่ ย
เพราะสารเคมใี นร่างกายขาดความสมดุล
154
อาหารหมู่ที่ 3 วติ ามนิ พืชผัก
อาหารหมทู่ ี่ 3 ประกอบไปดว้ ยผักต่างๆ ไมว่ ่าจะเป็นตำลึง ผกั กาด ผกั บุ้ง ผักใบเขียวตา่ งๆ และผกั
ชนดิ อน่ื ๆ ที่สามารถนำมารบั ประทานไดโ้ ดยไม่กอ่ ให้เกดิ อันตราย ซงึ่ อาหารประเภทนี้จะมีสว่ นในการให้
วติ ามนิ และเกลือแร่แก่ร่างกาย อกี ทงั้ ยังช่วยเสริมสร้างเพอ่ื ใหร้ ่างกายมีความแข็งแรงมากยง่ิ ข้ึน ใหร้ า่ งกายได้มี
แรงต้านทานต่อเชื้อโรคชนิดต่างๆ แถมยังทำให้อวัยวะตา่ งๆ ในรา่ งกายสามารถทำงานไดเ้ ปน็ ปกติอีกด้วย
ประเภทของสารอาหารหมู่ท่ี 3
ประเภทของสารอาหารท่ีรา่ งกายจะได้รบั จากการทานอาหารในหม่ทู ่ี 3 นีก้ ็คอื วติ ามิน ซ่ึงเป็นวิตามิน
ในกลมุ่ ของสารอินทรีย์ และยังเปน็ สารอาหารทรี่ ่างกายต้องการจำนวนน้อย เพ่ือทำใหเ้ กิดปฏิกริ ยิ าตา่ งๆ ใน
ร่างกายได้อยา่ งปกติ เนื่องจากร่างกายไมส่ ามารถสร้างวติ ามินเองได้ ดงั นน้ั จึงเกิดอาการอาศัยสมบตั ิของการ
ละลายตวั ของวติ ามิน และทำให้เกดิ การแบง่ วิตามินออกเป็น 2 จำพวกคือ วติ ามนิ ทล่ี ะลายตวั ในไขมัน และ
วติ ามนิ ทล่ี ะลายในน้ำ
1. วิตามินที่ละลายตัวในไขมนั คือ วติ ามนิ เอ วติ ามนิ ดี วิตามินอี และวติ ามินเค ซ่ึงเป็นวิตามินท่ีมีการ
ดดู ซมึ โดยการต้องอาศัยไขมันในอาหาร มีหนา้ ทที่ างชีวเคมีท่เี กี่ยวข้องกับการสังเคราะหโ์ ปรตีนบางชนิดใน
ร่างกาย
2. วติ ามนิ ที่ละลายในน้ำ คือ วิตามินทงั้ 9 ตวั ได้แก่ วติ ามินซี วติ ามินบี1 วติ ามินบี2 วติ ามิน
บี3 วติ ามินบี12 ไนอาซิน กรดแพนโทนิก ไบโอติน และโฟลาซนิ เปน็ วติ ามนิ ท่ีมีหน้าที่ทางชวี เคมคี อื เป็น
ตัวเรง่ ปฏิกริ ยิ าหรอื ทำใหป้ ฏกิ ิริยาของร่างกายดำเนนิ ไปได้
ประโยชน์ของสารอาหารหมู่ที่ 3
1. ชว่ ยในการมองเหน็ ของดวงตา โดยเฉพาะในสถานทีท่ ี่มีแสงสว่างน้อย
2. ช่วยเผาผลาญโปรตนี ที่อย่ใู นรา่ งกาย เพื่อใหเ้ กิดพลังงาน
3. มสี ่วนสำคัญตอ่ การทำงานของเซลล์ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบประสาท ไขกระดูกหรอื
ทางเดินอาหาร
155
รา่ งกายขาดวติ ามนิ จะมีผลอยา่ งไร
หากร่างกายไม่ค่อยได้กนิ ผัก ไมไ่ ดร้ บั สารอาหารประเภทเกลอื แร่อยา่ งเหมาะสมตามปริมาณที่
รา่ งกายต้องการ อาจสง่ ผลกระทบใหเ้ กิดอาการท้องผูก ป่วยง่าย ร่างกายออ่ นเพลียเนอ่ื งจากภูมคิ ุม้ กนั อ่อนแอ
อาหารหมู่ท่ี 4 วติ ามนิ ผลไม้
อาหารประเภทน้ีประกอบไปดว้ ยผลไมช้ นิดต่างๆ ไม่ว่าจะเปน็ กล้วย สม้ มะละกอ แอปเปิล ลำไย
มงั คุด และอน่ื ๆ ซง่ึ ผลไม้เหล่านจี้ ะให้สารอาหารประเภทวิตามนิ และเกลือแร่ ซงึ่ เปน็ สารที่จะช่วยทำให้
รา่ งกายของคนเรามคี วามแขง็ แรงพร้อมท้ังมแี รงในการตา้ นทานโรค แถมยงั มีกากใยอาหารที่ช่วยทำให้การ
ขบั ถ่ายของลำไส้เป็นไปตามปกติอีกดว้ ย
ประเภทของสารอาหารหม่ทู ี่ 4
ประเภทของสารอาหารทจ่ี ะไดร้ ับจากอาหารหมนู่ ้ีนัน่ ก็คอื เกลอื แร่ ซง่ึ เปน็ เกลอื แรท่ ี่จัดอยู่ในกลุ่มของ
สารอนินทรีย์ทีร่ ่างกายขาดไม่ได้เลย ทั้งน้ีมีการแบง่ เกลือแร่ชนิดนอ้ี อกเปน็ 2 ประเภทดังน้ี
1. เกลือแร่ที่มนุษยต์ ้องการในปริมาณทีม่ ากกวา่ วันละ 100 มลิ ลิกรัม นัน่ ก็
คือ แมกนเี ซียม โซเดียม กำมะถัน ฟอสฟอรัสโพแทสเซียม คลอรีน และแคลเซียม
2. เกลือแรท่ ่ีมนุษย์ต้องการในปรมิ าณวนั ละ 2-3 มลิ ลกิ รัม นน่ั ก็คือ เหล็ก โครเมียม
ไอโอดีน ทองแดง โคบอลต์ สงั กะสี แมงกานสี ซีลเี นยี ม ฟลูออรีนและโมลิบดีนัม
ประโยชนข์ องสารอาหารหมู่ท่ี 4
1. ชว่ ยควบคมุ ความเป็นกรด – ดา่ งในร่างกาย เพราะ โพแทสเซียม คลอรีน ฟอสฟอรสั และโซเดียม มี
หนา้ ทีส่ ำคญั ในการชว่ ยควบคุมความเป็นกรด – ดา่ งในร่างกาย
2. ชว่ ยควบคุมสมดุลนำ้ เนอื่ งจากโพแทสเซียมและโซเดียมมีส่วนช่วยในการควบคุมความสมดลุ ของน้ำ
ท้ังทีอ่ ย่ภู ายในและภายนอกเซลล์
3. มสี ่วนชว่ ยในการเร่งปฏิกริ ิยา เนอ่ื งจากปฏิกิรยิ าหลายชนิดทอี่ ยู่ในร่างกายจะดำเนนิ ไปได้น้ัน ต้องมี
156
เกลอื แร่เป็นตัวเรง่ เช่น แมกนีเซียม ถอื เป็นตัวเร่งปฏกิ ิรยิ าที่มคี วามเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญกลูโคสให้เกิด
พลงั งาน
ร่างกายขาดวิตามนิ จากผลไม้จะมีผลอย่างไร
มีประโยชน์เช่นเดยี วกับวิตามินในพืชผกั และมีความจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมากเชน่ กัน ซึง่ พบวา่
หากขาดวติ ามินเหล่านไี้ ปก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ ดังน้ี
• ทำใหร้ ะบบภมู ิต้านทานต่ำลง และเกดิ การเจ็บปว่ ยได้งา่ ยหรือมีสุขภาพทอี่ ่อนแอลงอย่างเห็นไดช้ ัด
• มักจะมีอาการท้องผกู บ่อยๆ รวมถึงทำให้ระบบการขับถ่ายแปรปรวนได้ เพราะไดร้ ับใยอาหารท่มี ีใน
ผลไม้นอ้ ยเกนิ ไป
• เสยี่ งตอ่ การเป็นโรคกระดูกอ่อนหรอื กระดูกพรุน เนื่องจากขาดวิตามนิ และแร่ธาตสุ ำคัญท่ีจะชว่ ย
เสริมสรา้ งความแข็งแรงให้กับกระดูกน่นั เอง
• อาจมปี ญั หาตาฝา้ ฟางและระบบประสาทผิดปกติ
• เพราะหากรา่ งกายขาดวติ ามินชนิดใดชนดิ หนงึ่ โดยเฉพาะวิตามินซี และวติ ามนิ บี อาจก่อให้เกดิ
อาการเหนบ็ ชา โรคปากนกกระจอก และทำใหป้ ่วยไดง้ ่าย นอกจากนี้การขาดวติ ามนิ ซียังเปน็ สาเหตุของโรค
ลกั ปิดลักเปดิ หรือโรคเลือดออกตามไรฟัน
อาหารหมู่ที่ 5 ไขมัน
สำหรบั อาหารในหมู่นปี้ ระกอบไปดว้ ยกะทิมะพร้าว น้ำมันรำ นำ้ นมถ่วั เหลือง และน้ำมัน
ปาลม์ เป็นต้น ซึง่ อาหารประเภทน้จี ะมสี ว่ นในการให้สารอาหารประเภทไขมันแกร่ ่างกาย จงึ ทำใหร้ ่างกายมี
การเจรญิ เตบิ โต อีกทัง้ ร่างกายจะเกดิ การสะสมพลังงานทีไ่ ดจ้ ากอาหารประเภทนี้ไว้ใต้ผิวหนงั ตามส่วนต่างๆ
ของร่างกาย เชน่ บรเิ วณสะโพก และบรเิ วณต้นขา เป็นต้น และไขมันทส่ี ะสมไวน้ ีจ้ ะให้ความอบอนุ่ แก่รา่ งกาย
ท้ังยังเปน็ พลงั งานท่ีสะสมไว้ใชใ้ นเวลาที่จำเปน็ ระยะยาวอกี ดว้ ย
ประเภทของสารอาหารหมทู่ ี่ 5
สำหรบั ประเภทของสารอาหารในอาหารหม่นู ี้ก็คือ ไขมนั ซ่ึงเปน็ สารอนิ ทรยี ์กลุ่มหน่ึงที่ไมส่ ามารถ
ละลายไดใ้ นน้ำ แตจ่ ะสามารถละลายได้ดีในน้ำมันและไขมนั ด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ไขมันท่ีมีความเกย่ี วข้องกบั
157
สขุ ภาพของคน คือ ไตรกลเี ซอไรดแ์ ละคอเสเตอรอล โดยสว่ นใหญ่ไขมันท้งั สองชนดิ นจ้ี ะอย่ใู นอาหาร และใน
ส่วนของประเภทกรดไขมันจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังน้ี
1. กรดไขมนั ไมจ่ ำเปน็ คอื กรดไขมนั ทนี่ อกจากร่างกายจะไดร้ ับจากการรับประทานอาหารแล้ว
รา่ งกายยงั สามารถสังเคราะห์กรดไชมันชนดิ นีไ้ ด้อีกด้วย น่ันก็คือ กรดสเตียรกิ และกรดโอเลอิก
2. กรดไขมันจำเปน็ คือ กรดไขมนั ท่ีรา่ งกายไมส่ ามารถสงั เคราะห์เองได้ ร่างกายจะได้รบั จากการ
รับประทานอาหารเข้าไป โดยกรดไขมันชนดิ นจี้ ะมีอยู่ดว้ ยกัน 3 ตวั คอื กรดไลโนเลอิก กรดไลโนเลนกิ และ
กรดอะแรคิโดนิก
ประโยชนข์ องสารอาหารหมู่ที่ 5
1. ไขมันในปริมาณ 1 กรัม จะให้พลงั งานมากถึง 9 กิโลแคลอรี ใหก้ รดไขมันที่จะเปน็ ต่อการช่วยในการ
ดดู ซมึ ของวติ ามินเอ วติ ามินดี วติ ามินอี และวติ ามนิ เค
2. ไขมันจะทำให้รสชาตขิ องอาหารถูกปาก แต่ท้ังน้ีก็ต้องมีไขมนั ในปรมิ าณที่พอเหมาะ
3. มีสว่ นชว่ ยทำใหอ้ ่มิ ท้องได้นาน ไมท่ ำใหร้ ู้สึกหวิ บ่อยๆ
ร่างกายขาดวิตามินจากผลไม้จะมผี ลอยา่ งไร
รา่ งกายได้รับไขมนั ไม่เพียงพอ อาจสง่ ผลกระทบให้มีอาการผดิ ปกติ เชน่ หนาวงา่ ย ผวิ พรรณแห้ง
กรา้ น อ่อนเพลีย และรูส้ ึกหิวบอ่ ยเนื่องจากไขมันกเ็ ป็นแหล่งพลังงานท่ีดี ชว่ ยให้ร่างกายมีแรงในการทำ
กจิ กรรมต่อเนื่องยาว ๆ ได้
ทราบถึงเนื้อหาตา่ งๆ ท่เี กยี่ วกับอาหาร 5 หมู่ ประเภทของสารอาหาร และหนา้ ที่ของสารอาหารท่ีมี
ประโยชนต์ อ่ รา่ งกายไปแล้ว จะเหน็ ได้วา่ การรับประทานอาหารใหค้ รบ 5 หมนู่ ้ันมีความสำคญั อยา่ งมาก
เพราะร่างกายไมส่ ามารถรบั สารอาหารประเภทใดประเภทหนึง่ แตเ่ พียงเท่านน้ั อีกท้ังหากเรารบั ประทาน
อาหารไม่ครบถว้ นทั้ง 5 หมู่ เพยี งพอหรอื หากขาดสารอาหารชนิดใดชนดิ หนึง่ ก็ย่อมสง่ ผลกระทบต่อรา่ งกาย
ได้เช่นเดยี วกนั โดยจะก่อให้เกิดปญั หาสขุ ภาพในด้านอื่นๆ ตามมา
ท่ีมา : https://www.honestdocs.co/5-food-group-and-its-benefit
ท่ีมา : https://health.kapook.com/view2924.html
158
ธงโภชนาการ
ธงโภชนาการ คอื แนวทางการรบั ประทานอาหารทีใ่ ห้คณุ คา่ ทางอาหารครบถ้วนกับความตอ้ งการของร่างกาย
โดยการนำอาหารหลัก 5 หมู่ มาจดั แบง่ ออกเปน็ ชั้นๆ ตามสดั ส่วน ปรมิ าณ และความหลากหลาย ทีค่ วร
รับประทานใน 1 วัน เพื่อชว่ ยให้ผ้บู ริโภคเลือกรับประทานหลกั ทงั้ 5 หมู่ ไดเ้ หมาะสมกบั อายุ เพศ ขนาด
รูปร่าง และระดับการใชแ้ รงงาน ซ่งึ จัดทำข้นึ โดยกองโภชนาการกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ แหง่
ประเทศไทย
159
โดยธงโภชนาการจะบอกชนิด และปรมิ าณของอาหารทีค่ นไทยควรรับปะทานใน 1 วัน ได้แก่
• เด็กอายุ 6 - 13 ปี หญงิ วัยทำงานอายุ 25 - 60 ปี สงู อายุ 60 ปขี ้นึ ไป ควรไดร้ บั พลังงาน 1,600 กิโลแคลอรี
• วัยรนุ่ หญงิ -ชายอายุ 14 - 25 ปี ชายวัยทำงานอายุ 25 - 60 ปี ควรไดร้ ับพลงั งาน 2,000 กิโลแคลอรี
• เกษตรกร นกั กฬี า ผใู้ ชแ้ รงงาน ควรไดร้ ับพลงั งาน 2,400 กโิ ลแคลอรี
อาหารแตล่ ะหมวดในธงโภชนาการ
หมวดขา้ ว - แปง้
“แหล่งคารโ์ บไฮเดรตทีส่ ำคญั ทสี่ ดุ ให้พลังงานหลักแก่ร่างกาย”
แหล่งทีพ่ บ ไดแ้ ก่ ข้าว ขนมปัง เสน้ กว๋ ยเต๋ียว และเมลด็ ธญั พชื เป็นต้น
• ควรเลือกรับประทานในปรมิ าณทีพ่ อเหมาะ และไม่ควรรบั ประทานมากเกินไป
• ขา้ ว และผลิตภัณฑ์จากแป้ง ควรเลือกท่ผี า่ นการขดั สนี ้อย หรือไมผ่ ่านการขัดสี เชน่ ข้าวกลอ้ ง ข้าวโอต๊
ข้าวซ้อมมือ ข้าวโพดและขนมปังโฮลวีต เปน็ ตน้
หมวดผกั
“แหลง่ วิตามิน และเกลือแรต่ ่างๆ เชน่ วติ ามินเอ บี2 บ6ี ซี และอี กรดโฟลคิ แมกนเี ซียม ธาตเุ หล็ก เป็นต้น
ช่วยเพม่ิ ภมู ติ า้ นทาน ป้องกันโรคหัวใจ ความดนั โลหติ สงู โลหติ จาง และมเี สน้ ใยอาหาร ช่วยป้องกนั อาการท้องผูก
และโรคมะเร็ง”
แหล่งทพี่ บ ไดแ้ ก่ แครอท มะเขือเทศ ขา้ วโพด และผกั ใบเขียวตา่ งๆ เช่น คะน้า ผกั กาดหอม และผักบุ้ง
เป็นต้น
หมวดผลไม้
“แหลง่ ของเบตาแคโรทนี วติ ามินเอ บี6 และซี กรดโฟลิค โพแทสเซียม และเส้นใยอาหาร”
แหล่งทีพ่ บ ได้แก่ สม้ แอปเป้ิล พรุน สับปะรด ฝรง่ั แตงโม และมะละกอ เปน็ ตน้
หมวดเน้ือสตั ว์
“แหลง่ ของโปรตีน ช่วยสร้าง ซ่อมแซมอวยั วะ และกลา้ มเนื้อสว่ นตา่ งๆ ในรา่ งกาย”
แหล่งทีพ่ บ ได้แก่ เนื้อหมู เน้ือไก่ เน้อื ปลา เน้ือวัว เครอ่ื งในสัตว์ ไข่ไก่ ถั่วเมลด็ แหง้ และผลิตภณั ฑ์จากถ่ัว
เปน็ ตน้
• เนอ้ื สัตว์ควรเลอื กเนื้อสตั วไ์ ขมนั ตำ่ เชน่ เนือ้ ปลา เน้ือหมูสันใน และเนอื้ อกไก่ เปน็ ต้น
• ไข่ไก่ หรอื ไข่เป็ด ควรรับประทานสัปดาหล์ ะ 4 - 5 ฟอง หรอื เลอื กรบั ประทานแตไ่ ขข่ าวเปน็ ประจำ
หมวดนม และผลติ ภณั ฑ์นม
“แหลง่ ของแคลเซยี มท่ีจำเป็นต่อกระดูก และฟนั ”
แหลง่ ท่ีพบ ได้แก่ นมสด โยเกริ ต์ เนย และชีส เปน็ ตน้
• เมื่ออายสุ ูงข้ึน ควรดืม่ นมหรือรับประทานโยเกิรต์ พรอ่ งมันเนย หรือขาดมันเนยแทน
160
หมวดไขมนั น้ำตาล และเกลือ
- ไขมัน
“ เปน็ พลังงานสำรองในร่างกาย ใหค้ วามอบอนุ่ รกั ษาอุณหภมู ิ และช่วยปกป้องอวยั วะภายในร่างกาย”
แหลง่ ที่พบ ไดแ้ ก่ นำ้ มนั ต่างๆ กะทิ และไขมันจากสัตว์ เปน็ ตน้
• นำ้ มนั ไม่ควรรบั ประทานเกินวนั ละ 6 ชอ้ นชา
• ควรเลอื กใช้นำ้ มันพชื ปรงุ อาหาร เช่น นำ้ มันถัว่ เหลอื ง และน้ำมนั รำข้าว เปน็ ตน้
• หลกี เล่ียงการใชน้ ำ้ มันจากสัตว์ และน้ำมันพืชบางชนิด เช่น น้ำมันหมู น้ำมนั ปาล์ม และน้ำมนั มะพร้าว
เป็นต้น
• หลกี เลย่ี งอาหารที่มีไขมนั และโคเลสเตอรอลสงู เชน่ อาหารทอด อาหารท่ใี ส่กะทิ และเบเกอร่ี เปน็ ตน้
- นำ้ ตาล
• น้ำตาลไมค่ วรรบั ประทานเกินวนั ละ 6 ช้อนชา
• หลกี เล่ยี งน้ำหวาน น้ำอดั ลม ชา กาแฟ และแอลกอฮอล์
- เกลอื
• เกลือไม่ควรรบั ประทานเกินวันละ 1 ชอ้ นชา
• ซอสปรงุ รส ซอี ๊วิ น้ำปลา หรือน้ำมนั หอยไม่ควรรับประทานเกนิ วันละ 4 ชอ้ นชา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
• ดร.ชนดิ า ปโชติการ, อ.ศัลยา คงสมบรู ณเ์ วช และดร.อภสิ ทิ ธิ์ ฉัตรทนานนท์ หนงั สอื อาหารและสุขภาพ
• สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ
161
ใบงานท่ี 3.1
อาหารและโภชนาการที่มีต่อสขุ ภาพ
ตอนที่ 1
คำส่ัง ให้นกั เรยี นศึกษาใบความรู้ จากหนังสอื ใบความร้ตู ่าง ๆ เร่อื ง อาหารหลกั 5 หมู่
ตอบคำถาม
1. อาหารหมายถึง....................................................................................................................................
2. โภชนาการ หมายถึง............................................................................................................................
3. ธงโภชนาการมปี ระโยชนอ์ ย่างไร.........................................................................................................
ภาระงาน ทำสมุดปอ๊ บอัพ กล่อง หรอื ออกแบบอิสระ เรอื่ ง อาหารและโภชนาการท่ีมตี ่อสขุ ภาพ
162
ตวั อยา่ งชน้ิ งาน
163
แบบทดสอบวัดความรู้ เรื่อง อาหารและโภชนาการที่มตี ่อสุขภาพ
กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี วิชางานบา้ น
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 จำนวน 10 ขอ้
โรงเรยี นสระแก้ว อำเภอเมอื ง จงั หวัดสระแก้ว
คำช้แี จง ให้นกั เรยี นเลอื กคำตอบที่ถกู ต้องท่ีสุดเพยี งคำตอบเดียว
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายและประโยชน์ของอาหารท่มี ตี อ่ ร่างกายไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง[K]
2. อธิบายหลักการเลือกบรโิ ภคอาหารได้อย่างถูกตอ้ ง [K]
3. เหน็ ความสำคัญของการบริโภคอาหารตามหลกั โภชนาการ[A]
1. อาหารหมายถงึ ข้อใด
1. สง่ิ ที่บรโิ ภคเข้าส่รู ่างกาย
2. สง่ิ ที่บรโิ ภคแล้วรู้สึกอม่ิ
3. สิ่งที่บริโภคเข้าไปแล้วไมข่ ัดขวางการทำงานในระบบย่อย
4. ส่งิ ทีบ่ รโิ ภคเข้าเข้าไปแลว้ ไม่มิพษิ แต่มปี ระโยชนต์ อ่ ร่างกายช่วยซ่อมแซมส่วนที่สกึ หรอ
2. โภชนาการ หมายถึงขอ้ ใด
1. การเลอื กบริโภคอาหารที่มปี ระโยชน์
2. การเปลีย่ นแปลงของอาหารในขณะหุงตม้
3. การเปลีย่ นแปลงของอาหารภายหลงั การบริโภค
4. การประกอบ การปรงุ และการทำอาหารให้สกุ
3. ควรเลือกกนิ อาหารชนิดใดมากทีส่ ุด เพ่ือชว่ ยให้เลบ็ กระดูกและฟันเจรญิ เตบิ โตเตม็ ท่ีตามวยั อนั สมควร
1. อาหารหมทู่ ี่ 1
2. อาหารหมู่ที่ 2
3. อาหารหมู่ท่ี 3,4
4. อาหารหมู่ท่ี 5
4. ข้อใดเป็นปัจจยั ทสี่ ำคัญทีส่ ุดที่ซอ่ มแซมอวัยวะต่างๆของมนุษย์ขณะสึกหรอใหเ้ ป็นปกตสิ ขุ
1. อากาศทบ่ี ริสุทธิ์
2. การออกกำลังกาย
3. พลงั งานจากอาหาร
4. การพักผ่อนท่ีเพยี งพอ
5. นักเรียนควรรบั ประทานอาหารชนิดใดมากที่สดุ จึงจะได้โปรตนี ครบถ้วนและสูงสุดตามหลักโภชนาการ
1. น้ำเตา้ หู้
2. น้ำนม
3. เนอ้ื สตั ว์
4. ไข่
164
6. ความร้เู ก่ียวกบั โภชนาการอาหารหลกั 5 หม่มู คี วามสำคญั ต่อนกั เรยี นอยา่ งไร
1. สามารถเลอื กอาหารได้ตามรสนยิ ม
2. สามารถเลอื กอาหารได้ถกู ใจ
3. สามารถเลือกซื้ออาหารไดร้ าคาถกู
4. จัดรายการอาหารได้เหมาะสมกบั สมาชิกในครอบครัวแต่ละวยั
7. ข้อใดเป็นสาเหตุท่ีสำคัญที่สดุ ทีท่ ำใหเ้ ด็กในวัยเรยี นรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่
1. รับประทานอาหารนอกบา้ น
2. รับประทานอาหารไมเ่ ป็นเวลา
3. รบั ประทานอาหารไม่อ่ิมเพราะรบี
4. รบั ประทานอาหารเฉพาะที่ชอบ
8. ขอ้ ใดเป็นอาหารใชท้ ดแทนโปรตีนจากเนอ้ื สัตว์
1. ถั่ว เมลด็ ธัญพืช
2. ข้าวเหนียว
3. ผกั บุ้ง
4. ผลไม้ท่มี รี สเปรี้ยว
9. การถือศีลกนิ เจควรรับประทานอาหารในข้อใดเพ่ือทดแทนโปตนี จากเน้อื สัตว์
1. นำ้ เตา้ หู้
2. นมสดรสจืด
3. ขนมปังโฮลวีต
4. มนั ฝร่ังอบ
10. ข้อใดเปน็ อาการของคนขาดสารอาหาร
1. อว้ นทว้ ม
2. ตัวซดี เวยี นศรษี ะ ไม่มสี มาธิ
3. ผม เล็บยาวเร็วผิดปกต
4. สายตาส่ัน
เฉลย
ขอ้ ที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
4333344112
165
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 11
ชอื่ เรื่อง การเลอื กซ้ืออาหาร หน่วยท่ี 3 เรื่อง อาหารกับการดำรงชวี ิต
รหัสวชิ า ง 20110 รายวิชา การงานอาชพี 1(งานบา้ น) เวลา 2 ชว่ั โมง ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 กลมุ่ สาระการงานอาชีพ
1. สาระท่ี 1 การดำรงชีวติ และครอบครัว
2. มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ มที ักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ
การจดั การ ทักษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทักษะการทำงานร่วมกนั และทักษะ การแสวงหาความรู้ มคี ณุ ธรรม
และลกั ษณะนิสัยในการทำงาน มีจติ สำนกึ ในการใช้ พลงั งาน ทรพั ยากรและสงิ่ แวดล้อม เพอ่ื การ
ดำรงชวี ิตและครอบครัว
3. ตัวช้วี ดั
ง 1.1 ม. 1/1 วิเคราะหข์ ั้นตอนการทำงานตามกระบวนการทำงาน
ง 1.1 ม. 1/2 ใชก้ ระบวนการทำงานกลมุ่ ในการทำงานดว้ ยความเสียสละ
ง 1.1 ม. 1/3 ตดั สินใจแก้ปัญหาการทำงานอยา่ งมเี หตุผล
4. สาระการเรียนร้/ู เนื้อหา
การเลือกซื้ออาหาร
- หลักในการเลอื กซอ้ื อาหาร
- การเลือกซ้ืออาหารสด
- การเลือกซ้ืออาหารแหง้ และอาหารกระป๋อง
5. สาระสำคัญ
การประกอบอาหารแตล่ ะชนิดจะต้องมีการเตรยี มวตั ถุดบิ ที่จะนำมาประกอบอาหารนนั้ จะตอ้ งถกู
หลกั อนามยั สด สะอาด และมีคุณค่าทางโภชนาการ ดงั นนั้ การมีความรู้ ความเขา้ ใจในการเลือกวัตถุดิบที่
นำมาประกอบอาหาร จึงเป็นส่ิงสำคญั ท่ีทุกคนควรรู้ เพ่ือจะไดเ้ ลือกไดอ้ ย่างถูกต้องตามหลักการเลือกซอ้ื
อาหาร
6. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายหลกั การเลือกซื้ออาหารได้อยา่ งถูกตอ้ ง[K]
2. สืบคน้ ข้อมูลการเลือกซื้ออาหารไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง[P]
3. เห็นประโยชน์ของการเลือกซื้ออาหารได้อย่างถูกต้อง[A]
7. จุดเนน้ การพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น
7.1 ดา้ นความสามารถและทักษะ ทกั ษะการคิดขั้นสงู ทกั ษะชวี ติ การแก้ปัญหา การใช้
เทคโนโลยี รักการเรยี นรู้ แสวงหาความร้ดู ้วยตนเอง การส่ือสารอย่างสร้างสรรค์
7.2 ดา้ นคณุ ลักษณะเฉพาะช่วงวยั อยอู่ ย่างพอเพยี ง
166
8. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
8.1 ความสามารถในการส่ือสาร
8.2 ความสามารถในการคิด
8.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา
8.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
8.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
9. คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
9.1ซ่อื สตั ย์ สุจรติ
9.2 มีวินัย
9.3 ใฝ่เรยี นรู้
9.4 มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
9.5 อยูอ่ ย่างพอเพียง
9.6 รักความเป็นไทย
10. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
10.1 ความพอประมาณ คิด พูด ทำ อย่างประมาณบนพ้นื ฐานความเป็นจริง ใหเ้ กดิ ความพอดี
พอเหมาะ พอควร โดยไมส่ ร้างความเดือนร้อนให้กับตนเองและผู้อ่ืน
10.2 ความมีเหตผุ ล การตดั สนิ ใจอย่างมเี หตผุ ล ถกู ต้องตามหลกั ความจรงิ
10.3 การมีคุ้มกันท่ีดี ไม่ประมาท ไม่เสย่ี ง มคี วามรอบคอบเตรียมตัวให้พร้อมรบั ผลกระทบท่ีคาดว่า
จะเกิดขึ้นจากการเปล่ียนแปลง
10.4 เง่ือนไขความรู้ มีความรอบรู้ในวชิ าการต่างๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ งอยา่ งรอบดา้ น ใชค้ วามรอบคอบที่จะ
นำความรมู้ าพิจารณาเชื่อมโยงเพ่ือประกอบการวางแผนและมีความระมัดระวังในข้นั ปฏบิ ตั ทิ ุกข้ันตอน
10.5 เง่ือนไขคณุ ธรรม ตระหนกั ในคุณธรรม ละลายในการทำความชั่ว การตั้งม่ันในความดี มีความ
ซ่อื สตั ย์สุจริต ความอดทน ความเพียร ใช้สตปิ ญั ญาในการดำเนนิ ชีวิต
13. การบูรณาการ
ภาษาไทย การตอบคำถาม การนำเสนอผลงาน การทำรายงาน
ภาษาตา่ งประเทศ คำศัพทแ์ ละบทสนทนาเกยี่ วกบั ชอ่ื ผักและผลไม้ เนอื้ สัตว์ และอาหารกระปอ๋ ง
สขุ ศึกษา สุขภาพและโภชนาการ
14. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
ข้ันที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1. นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน (Pre-test) หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 จำนวน 10 ข้อ เวลา 10 นาที
2. ครตู ้งั คำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรยี น
167
1) นักเรยี นคดิ วา่ การรับประทานอาหารท่ไี ม่มีคุณภาพเกดิ ผลเสียอยา่ งไรต่อรา่ งกาย
2) ครูอธิบายเพิ่มเติม “ วัตถุดิบแต่ละชนิดมีคุณค่าทางโภชนาการท่ีแตกต่างกัน บางชนิดมี
คุณค่าทางโภชนาการต่ำแต่มีราคาแพง เช่น กุ้ง ปลาอินทรีย์ แต่บางชนิดมีคุณค่าทางโภชนาการสูงแต่มีราคา
ถูก ดังน้ัน จึงต้องรู้จักเลือก รู้จักสังเกต เพ่ือให้ได้วัตถุดิบท่ีมีราคาถูกและมีคุณค่าทางโภชนาการมาประกอบ
อาหาร อีกทงั้ ยังชว่ ยในการประหยัดคา่ ใช้จ่ายของครอบครัวได้เปน็ อยา่ งดี”
ขนั้ สอน
ขัน้ ท่ี 2 สำรวจและค้นหา
1. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม 4-5 คน จากนั้นร่วมกันศกึ ษา คน้ ควา้ ในหัวขอ้ ต่อไปน้ี
1) หลกั ในการเลอื กซ้อื อาหาร
2) การเลอื กซ้ืออาหารสด
3) การเลือกซ้อื อาหารแห้งและอาหารกระปอ๋ ง
2. ครูตัง้ คำถาม “นักเรียนคิดว่าการเลอื กซ้ืออาหารตามหลักในการเลือกซ้ือมปี ระโยชน์อย่างไร”
3. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ เก่ยี วกับหลักในการเลือกซือ้ อาหาร “ส่ิงท่ีควรคำนึงในการเลอื กซอ้ื อาหาร นอกจาก
ความสด ใหม่และราคาถูก ควรคำนึงถึงความปลอดภัย โดยเลือกซื้ออาหารท่ีได้มาตรฐาน ผลิตจากแหล่ง
เชื่อถือได้ในกรณีอาหารท่ีมีการควบคุมตามกฎหมายจะต้องมีเคร่ืองหมาย อย. ดูวันเดือนปีที่ผลิต และวัน
หมดอายุบรรจุภัณฑ์ เพือ่ ความปลอดภยั ในการรับประทานอาหาร
168
4. สมาชิกในกลุ่มแลกเปล่ียนเรียนรู้ในเรื่องท่ีได้รับมอบหมายให้ค้นคว้า จากนั้นให้ส่งตัวแทนนำเสนอ
ข้อมูลหน้าชั้นเรียน ครูแนะนำเพิ่มเติม จากน้ันตั้งคำถามนักเรียน “การเลือกซื้อผักและผลไม้ควรเลือกซ้ือ
อยา่ งไร”
ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้
1. นกั เรียนอธบิ ายในหวั ขอ้ ทค่ี รูตั้งคำถาม
1) หากจะเลือกซือ้ เน้ือหมู ควรเลอื กซ้ืออยา่ งไร
2) เน้ือหมูท่ีมสี ีแดงสดควรเลือกซ้ือหรือไมเ่ พราะเหตุใด
3) การเลอื กซอ้ื ขา้ วสารทีด่ มี ารบั ประทาน มหี ลกั ในการเลอื กซอื้ อย่างไร
4) อาหารกระปอ๋ งท่ดี ีจะต้องมลี ักษณะอย่างไร
ขน้ั สรุป
ขัน้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ
1. นักเรียนร่วมกันสรุปทำใบงานท่ี 3.2 เร่ืองการเลือกซ้ืออาหาร โดยนักเรียนร่วมกันอภิปราย ระดม
ความคิด และนำเสนอแนวทางในการเลือกซ้ือวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารจากสถานการณ์ท่ีกำหนด
และใหบ้ นั ทึกคำตอบ
2. นกั เรียนและครูรว่ มกันสรุปเก่ยี วกบั หลักท่ัวไปในการเลอื กอาหารมารับประทานในครอบครัว “ การ
บริโภคอาหารที่ดี ย่อมส่งผลให้สุขภาพดีตามไปด้วย ดังนั้น จึงควรบริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ เลือก
ซอื้ วัตถดุ บิ ที่สด สะอาด เพอ่ื นำมาประกอบอาหารภายในครัวเรือน”
ขน้ั ประเมิน
ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล
1. ตรวจใบงานที่ 3.2 เรอ่ื งการเลือกซ้อื อาหาร
2. ตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียน เรื่องการเลือกซื้ออาหารและการตอบคำถาม การแสดง
ความคดิ เหน็ ร่วมกันในชัน้ เรยี น
13. สอ่ื ประกอบการเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
13.1 สอ่ื ส่ิงพมิ พ์ เช่น วารสาร/หนงั สอื เกี่ยวกับ การเลือกซื้ออาหารสดและอาหารกระปอ๋ ง
13.2 ภาพอาหารต่างๆ
13.3 สถานที่ เช่น หอ้ งสมดุ ห้องทำงาน
13.4 หนังสือเรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 1 ใบความรู้
13.5 ส่ืออ่ืนๆ เช่น คอมพิวเตอร์ สมารท์ โฟน
14. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
14.1 วธิ กี ารวัดผล ทดสอบ ใบงาน
14.2 เคร่อื งมอื วัด แบบทดสอบ ใบตรวจใบงาน
14.3 เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล
169
ด้านความรู้ (K) ด้านทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(เกณฑก์ ารประเมนิ ผา่ น 60 %) (P) (A)
1. แบบทดสอบหลงั เรยี น 1. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 1. ซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ
(Post-test) 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ 2. มวี นิ ยั
3. ทกั ษะการแกป้ ัญหา 3. ใฝ่เรยี นรู้
4. ทกั ษะประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ 4. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
5. ทกั ษะกระบวนการกล่มุ 5. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
6. รกั ความเป็นไทย
7. มจี ติ สาธารณะ
15. บนั ทึกหลังการสอน
หนว่ ยท่ี 3 แผนท่ี 11
1. จำนวนนกั เรยี นทสี่ อน ...............คน
2. จำนวนนักเรียนทม่ี าเรียน
หอ้ ง จำนวนนกั เรียน(คน) หอ้ ง จำนวนนักเรยี น(คน)
รวมจำนวนนักเรยี น
3. การทดสอบก่อนเรยี นแบ่งกลุ่มได้ดังนี้
ระดบั คุณภาพ จำนวนนักเรียน(คน)
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ
170
4. ดำเนนิ การเรียนการสอนเพ่อื สง่ เสริมและปรับปรุงอย่างไร
5. คุณภาพผู้เรยี น แบ่งกลุ่มไดด้ ังนี้ จำนวนนักเรยี น(คน)
สาเหตทุ ไ่ี ดร้ ับปรุง
ระดบั คุณภาพ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ
ชอ่ื -นามสกุล
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
171
6. แนวทางปรับปรุง/แกไ้ ขปญั หา
7. ผลการปรับปรุง
8. นักเรยี นกลมุ่ พอใช้ ดี และดีมาก ส่งเสรมิ อยา่ งไร
ลงชื่อ.................................................ครผู ้สู อน
(นางอารยี ์ เกษชม)
172
ความเห็นของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ลงชือ่ ...................................................................
(นายพรชัย หนั จนั ทร)์
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการโรงเรยี นฝา่ ยวิชาการ
ลงชือ่ ...................................................................
(นายชวนะชยั เพชรพิรณุ )
รองผู้อำนวยการโรงเรียนสระแก้ว
ความเห็นของผอู้ ำนวยการโรงเรียน
ลงช่อื ....................................................................
(นางจฑุ ามาส เทพหัสดนิ ณ อยธุ ยา)
ผู้อำนวยการโรงเรียนสระแกว้
173
แบบทดสอบวัดความรู้ เรอ่ื ง การเลือกซอื้ อาหาร
กลมุ่ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี วชิ างานบ้าน
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 จำนวน 10 ข้อ
โรงเรยี นสระแกว้ อำเภอเมือง จงั หวัดสระแกว้
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเลือกคำตอบท่ีถูกต้องทสี่ ุดเพียงคำตอบเดยี ว
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายหลกั การเลือกซ้ืออาหารไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง[K]
2. สืบคน้ ขอ้ มลู การเลือกซ้ืออาหารไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง[P]
3. เห็นประโยชน์ของการเลอื กซือ้ อาหารไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง[A]
1. สิ่งทคี่ วรคำนึงมากท่สี ดุ ในการเลือกซื้ออาหาร คอื ขอ้ ใด
1. รสชาตคิ วามอรอ่ ย
2. เป็นของต่างประเทศ
3. ชว่ ยประหยัดคา่ ใชจ้ า่ ย
4. ให้คณุ ค่าทางโภชนาการ
2. การเลือกซอื้ อาหารสดข้อใด ไม่ ถกู ต้อง
1. ซือ้ อาหารตามขอ้ จำกัดในวงเงินทีก่ ำหนด
2. เลือกซื้ออาหารที่มีคณุ ค่าทางโภชนาการ
3. เลอื กซื้อผักและผลไมต้ ามฤดูกาลจะมรี าคาถูก สด ใหม่
4. สำรวจราคาจากร้านค้าพอสมควร
3. แมใ่ หพ้ ิมไปซื้อหมูที่ตลาด พิมจะเลือกซื้อเนื้อหมูในข้อใด
1. เนื้อสีแดงสด มันสเี หลือง
2. เนอ้ื สชี มพู มนั สีเหลอื ง
3. เนอ้ื สชี มพู มันสขี าว
4. เนื้อสแี ดงเข้ม มันสีขาว
4. ขอ้ ใด ไม่ใช่ เหตุผลของการเลือกซ้ืออาหารตามฤดกู าล
1. ประหยัดเงิน
2. อาหารสะอาด รสชาติอร่อย
3. ได้อาหารสด ใหม่ ราคาถกู
4. เลือกซื้อได้ตามใจชอบ
5. อาหารในข้อใดทีม่ ีตามฤดูกาล
1. นำ้ นมวัว
2. เนื้อหมู เน้ือวัว
3. ผักและผลไม้
4. ไขไ่ ก่ ไข่เป็ด
174
6. ถา้ ตอ้ งการทำสเต๊กหมู ควรเลือกซื้อส่วนใดจงึ จะเหมาะ
1. สนั คอหมู
2. เนอ้ื สนั ใน
3. เนื้อส่วนสะโพก
4. เนอ้ื สันนอก
7. ขอ้ ใด ไม่ใช่ วิธีการเลือกซือ้ ไก่สด
1. เนือ้ แน่น ตนี นมุ่ เดือยส้ัน
2. เน้อื แนน่ ไมม่ กี ลิน่ เหม็น
3. นิ้วกดไมม่ รี อยบุ๋ม
4. หนงั หนาสคี ล้ำนดิ หน่อย
8. ข้อใดกลา่ วผดิ เกย่ี วกับการเลือกซ้ืออาหารสด
1. ปลาต้องมเี หงือกสแี ดงสด ท้องไม่แตก เกล็ดแน่นไม่หลุด
2. หอยฝาปิดสนทิ ไมม่ กี ลนิ่ เหม็น แกะเปลือกออกจะมีสแี ดง
3. เนื้อวัวมสี ชี มพูใส มนั สขี าว เม่ือใชน้ ิ้วกดไมม่ ีรอยบุ๋ม
4. กุ้งหัวติดกบั ตัวแน่น เปลือกใส ตวั แขง็ ไม่น่ิม
9. ถ้าตอ้ งการเลือกซ้ือปตู ัวเมียมีข้อสงั เกตได้อยา่ งไร
1. ฝาเปิดหน้าอกใหญ่
2. สีเขียวเข้ม มีนำ้ หนัก
3. ก้ามใหญ่
4. ฝาปิดหน้าอกเรยี วเล็ก
10. ขอ้ ใด ไม่ใช่ วิธีเลือกอาหารกระปอ๋ ง
1. ตวั กระป๋องไมบ่ ุบ บวม
2. มีเครอ่ื งหมาย มอก. กำหนดไว้ดา้ นขา้ งสินค้า
3. ดู วนั เดอื น ปหี มดอายุ
4. มขี อ้ มลู โภชนาการชัดเจน
เฉลย
ขอ้ ท่ี 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
4432344312
175
ใบงานท่ี 3.2
เรือ่ ง การเลอื กซอ้ื อาหาร
คำชี้แจง
1. ปฏบิ ัตงิ านกลุ่ม
2. เลอื กหัวหน้ากลุ่มและแบ่งหน้าทร่ี ับผดิ ชอบร่วมกัน
3. ระดมสมอง อธบิ ายวิธีการเลือกซื้ออาหาร หรือวัตถุดบิ สำหรับการประกอบอาหารตามทก่ี ำหนดลง
ในแบบรายงาน
• ไข่เจยี วหมสู ับ
• สลดั ผกั ผลไม้อกไก่ทอด
• ปลาทอด
• ส้มตำ ไกย่ า่ ง
• แหนมเนือง
• สลัดโรล
• เมย่ี งสดเวียดนาม
• กิมจิ
176
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 12
ช่อื เรอื่ ง อปุ กรณ์ เครอื่ งมือ เคร่อื งใชใ้ นการประกอบอาหาร หน่วยที่ 3 เรื่อง อาหารกับการดำรงชีวิต
รหัสวชิ า ง 20110 รายวิชา การงานอาชพี 1 เวลา 2 ชัว่ โมง ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 กลุ่มสาระการงานอาชีพ
1. สาระท่ี 1 การดำรงชวี ิตและครอบครวั
2. มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทำงาน มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ
การจัดการ ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทำงานร่วมกนั และทักษะ การแสวงหาความรู้ มี
คณุ ธรรมและลักษณะนิสยั ในการทำงาน มจี ติ สำนึกในการใช้ พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดลอ้ ม
เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครวั
3. ตวั ชว้ี ดั
ง 1.1 ม. 1/1 วเิ คราะห์ขั้นตอนการทำงานตามกระบวนการทำงาน
ง 1.1 ม. 1/2 ใช้กระบวนการทำงานกลุ่มในการทำงานด้วยความเสยี สละ
ง 1.1 ม. 1/3 ตดั สินใจแก้ปัญหาการทำงานอยา่ งมเี หตุผล
4. สาระการเรียนร/ู้ เน้ือหา
อปุ กรณ์ เครื่องมอื เครื่องใช้ในการประกอบอาหาร
- หลกั การเลือกอปุ กรณ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ในการประกอบอาหาร
- ความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใชใ้ นการประกอบอาหาร
- การดแู ลรักษาอุปกรณ์ เคร่ืองมือ เครื่องใช้ในการประกอบอาหาร
- การใช้และการเก็บรักษาอปุ กรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการประกอบอาหาร
5. สาระสำคัญ
ในการประกอบอาหารต้องมีอุปกรณ์ เครื่องมือ เคร่ืองใช้สำหรับประกอบอาหาร ซ่งึ ปจั จุบันมี
หลากหลายรูปแบบและมีความทนั สมัยมากขึ้น เพื่อให้ทำอาหารไดง้ า่ ยขน้ึ สะดวก รวดเร็ว และได้ปริมาณ
ตามที่ต้องการ ดังนน้ั จึงควรศึกษาวิธกี ารใชง้ าน ตลอดจนการเก็บรักษาให้ถูกต้อง เพื่อใหอ้ ปุ กรณ์ เครื่องมือ
เครื่องใชม้ ีประสิทธภิ าพและมีอายกุ ารใชง้ านได้ยาวนาน
6. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายหลกั การเลือกเครือ่ งมือ เครอ่ื งใช้และความปลอดภัยในการประกอบอาหารได้อย่าง
ถกู ต้อง[K]
2. อธิบายหลักความปลอดภยั ในการประกอบอาหารไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง [K]
3. สบื คน้ ข้อมลู เก่ยี วกับหลกั การดูแลรกั ษาเครือ่ งมอื เคร่อื งใช้ในการประกอบอาหารได[้ P]
4. เห็นประโยชน์และเขยี นวิธีการใช้ และการเก็บรักษาเครอื่ งมือ เคร่ืองใชใ้ นการประกอบ
อาหารได้อยา่ งถูกต้อง[A]
177
7. จุดเน้นการพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รยี น
7.1 ดา้ นความสามารถและทักษะ ทกั ษะการคดิ ข้ันสงู ทกั ษะชวี ิต การแก้ปัญหา การใช้
เทคโนโลยี รกั การเรยี นรู้ แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง การสื่อสารอยา่ งสรา้ งสรรค์
7.2 ดา้ นคณุ ลักษณะเฉพาะช่วงวยั อยู่อย่างพอเพยี ง
8. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
8.1 ความสามารถในการส่อื สาร
8.2 ความสามารถในการคิด
8.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
8.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
8.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
9. คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์
9.1ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต
9.2 มีวนิ ัย
9.3 ใฝเ่ รียนรู้
9.4 มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
9.6 อยู่อยา่ งพอเพยี ง
9.6 รักความเป็นไทย
10. หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
10.1 ความพอประมาณ คิด พูด ทำ อย่างประมาณบนพืน้ ฐานความเป็นจริง ให้เกดิ ความพอดี
พอเหมาะ พอควร โดยไม่สร้างความเดือนรอ้ นให้กับตนเองและผูอ้ ืน่
10.2 ความมเี หตผุ ล การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ถกู ต้องตามหลักความจริง
10.3 การมคี ุ้มกนั ท่ีดี ไม่ประมาท ไม่เส่ียง มคี วามรอบคอบเตรยี มตัวใหพ้ ร้อมรับผลกระทบทีค่ าดว่า
จะเกิดขึน้ จากการเปล่ียนแปลง
10.4 เง่อื นไขความรู้ มีความรอบรู้ในวชิ าการตา่ งๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ งอยา่ งรอบด้าน ใช้ความรอบคอบที่จะ
นำความรู้มาพจิ ารณาเชื่อมโยงเพ่ือประกอบการวางแผนและมคี วามระมดั ระวังในขั้นปฏบิ ัตทิ กุ ขั้นตอน
10.5 เงอ่ื นไขคณุ ธรรม ตระหนักในคุณธรรม ละลายในการทำความชว่ั การตั้งมัน่ ในความดี มีความ
ซ่อื สัตย์สุจริต ความอดทน ความเพียร ใชส้ ตปิ ญั ญาในการดำเนนิ ชีวติ
11. การบูรณาการ
ภาษาไทย การตอบคำถาม การนำเสนอผลงาน การทำรายงาน
ภาษาตา่ งประเทศ คำศัพทแ์ ละบทสนทนาเก่ียวกับช่ืออุปกรณ์ เครื่องมอื เครือ่ งใชใ้ นการประกอบอาหาร
178
12. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
ข้ันท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1. นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 จำนวน 10 ข้อ เวลา 10 นาที
2. นักเรียนร่วมกนั เลน่ เกม โดยมกี ิตกาในการเล่น ดงั น้ี
1. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 10-12 คน ยืนเขา้ แถวตอนลึก
2. ครูแสดงสัญญาณเริ่มต้นให้คนแรกวิ่งไปเขียนช่ืออุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการ
ประกอบอาหารบนกระดาษที่ครูเตรียมให้ เมื่อเขียนเสร็จให้ส่วนต่อไปยังคนเล่นคนถัดไปตามลำดับ โดย
กำหนดวา่ แตล่ ะคนห้ามเขียนซำ้ กันภายในกลุ่ม โดยครูมอบหมายเวลาในการทำกิจกรรมตามความเหมาะสม
3. นักเรียนร่วมกันแยกประเภทของอุปกรณ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ในการประกอบอาหารในกระดาษท่ี
ครูแจกให้
• ภาชนะสำหรับหงุ ต้ม
• ภาชนะสำหรบั ใสอ่ าหาร ตกั อาหาร
• เครอ่ื งมือในการหั่น สบั บด
• อุปกรณ์ใหค้ วามร้อน
4. ครูถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียน “ในการเลือกซื้ออุปกรณ์ เคร่ืองมือ เครื่องใช้ในการ
ประกอบอาหารควรพิจารณาถึงสิ่งใดบ้าง”
5. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการเลือกอุปกรณ์ เครื่องมือ เคร่ืองใช้ “การประกอบอาหารแต่ละ
ประเภท ควรมีการเลือกใช้ใหเ้ หมาะสมและสิ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุด คือ ความปลอดภัยทง้ั ของตนเองและผอู้ ื่น
เช่น การเลือกใช้ของมีคมแต่ละชนิดจะต้องระมัดระวังและเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
ควรศึกษาวธิ กี ารใช้งานใหเ้ ข้าใจกอ่ นนำมาใช้และปฏิบัติตามคำแนะนำอยา่ งเคร่งครดั การเกบ็ อุปกรณ์ เครื่องมือ
เครอื่ งใชท้ ม่ี ีนำ้ หนกั มาก ควรเกบ็ ไว้ดา้ นลา่ งของชัน้ วางเพ่ือความปลอดภยั ในการใชง้ าน”
ข้ันสอน
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน พร้อมตั้งช่ือกลุ่มของตนเอง เลือกหัวหน้ากลุ่ม และเลขานุการ
เพื่อจดบันทึกข้อมูล โดยเรียกกลุ่มน้ีว่า “กลุ่มบ้าน” และให้สมาชิกแต่ละคนเลือกหมายเลขประจำตัวเอง
ได้แกห่ มายเลข 1 หมายเลข2 หมายเลข3 และหมายเลข4
2. นักเรียนท่ีมีหมายเลขเดียวกันของกลุ่มบ้านมารวมตัวกันเพื่อจัดต้ังเป็นกลุ่มใหม่ โดยเรียกกลุ่มนี้
เรยี กว่า “กลมุ่ เชี่ยวชาญ”
3. ครูมอบหมายให้กลุ่มผู้เช่ียวชาญแต่ละกลุ่มดำเนินการศึกษาเน้ือหาที่ได้รับมอบหมายจากหนังสือ
เรียน หนว่ ยที่ 3 หรือค้นควา้ เพ่มิ เติมจากอนิ เทอรเ์ นต โดยมหี ัวขอ้ ดงั น้ี
หมายเลข 1 ศึกษาเรอ่ื งหลกั การเลอื ก อุปกรณ์ เคร่ืองมอื เครือ่ งใช้ในการประกอบอาหาร
หมายเลข 2 ศึกษาความปลอดภยั ในการใชอ้ ปุ กรณ์ เครื่องมอื เคร่อื งใชใ้ นการประกอบอาหาร
หมายเลข 3 ศึกษาเรอ่ื งการดแู ลรกั ษาอปุ กรณ์ เครือ่ งมือ เครือ่ งใช้ในการประกอบอาหาร
179
หมายเลข 4 ศกึ ษาเร่อื งการใช้และการเก็บรักษาอปุ กรณ์ เครื่องมอื เครื่องใชใ้ นการประกอบอาหาร
4. ครูสังเกตพฤติกรรมการทำงานของนักเรียนแต่ละกลุ่ม พร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติม ตามหัวข้อท่ี
นกั เรียนไดร้ บั มอบหมาย
5. นกั เรียนกลุ่มเชย่ี วชาญ อภิปรายข้อมูลรว่ มกันและตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา พร้อมทั้งจด
บนั ทึกสาระสำคญั ตามหัวขอ้ ที่ไดส้ บื ค้น และศกึ ษาเรียนรู้ลงในสมดุ ตนเอง
6. นักเรียนกลุ่มเชี่ยวชาญกลับเข้ากลุ่มบ้านแล้วให้แต่ละคนได้แลกเปล่ียนเรียนรู้ตามหัวข้อที่ได้รับ
มาแลว้ สรปุ เป็นองคค์ วามรูใ้ นรปู แบบแผนผงั ความคิด(Mind mapping)
7. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรุป โดยตัง้ คำถาม ดงั น้ี
• การเลือกซื้ออุปกรณ์ เคร่ืองมือ เครื่องใช้ในการประกอบอาหารมีหลักในการเลือกซื้อ
อยา่ งไร
• การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการประกอบอาหารประเภทต่าง ๆ ควรคำนึงถึง
ความปลอดภัยในเร่ืองใดนักเรยี นมีวธิ กี ารใช้มีดอย่างไรใหป้ ลอดภยั
• เพราะเหตใุ ดอปุ กรณ์ เครื่องมอื เคร่ืองใช้จึงมีวิธกี ารดแู ลรกั ษาท่ีแตกต่างกนั
8. นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างอุปกรณ์เคร่ืองมือ เครื่องใช้ในการประกอบอาหารท่ีให้ความร้อน เช่น
เตาแก๊ส เตาอบ เตาอบไมโครเวฟ พร้อมทั้งบอกวิธีการเลือกใช้ วิธีการใช้งาน ข้อควรระวังในการใช้งาน การ
ดูแลรักษาความสะอาด จากนน้ั ครตู ั้งคำถาม
• หากต้องการตดิ ตัง้ เตาแก๊ส ควรติดตงั้ ไว้ในบรเิ วณใด
• หากเตาแกส๊ มีคราบน้ำมันเกาะติดจนเหนยี วนักเรยี นจะมีวธิ ีการทำความสะอาดอยา่ งไร
9. ครูให้นักเรยี นดอู ุปกรณ์เครือ่ งมอื เคร่อื งใช้ สำหรบั ใสแ่ ละตกั อาหาร จากนน้ั ครตู ้ังคำถาม
• หลักในการเลือกซื้ออุปกรณ์สำหรับใส่อาหาร จำพวกจาน ชาม ถ้วย มีหลักในการเลือก
ซอ้ื อยา่ งไร
• การดูแลรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ สำหรับใส่และตักอาหาร มีวิธีการดูแลรักษา
อย่างไร
• เพราะเหตุใดหลังจากการใช้งานเคร่ืองครัวจึงต้องทำความสะอาดทันที และมีวิธีการ
เลือก ใช้ อุปกรณ์ เครื่องมือ เคร่ืองใช้สำหรับการทำความสะอาดและข้อควรระวัง
อยา่ งไร
10. นกั เรยี นทำใบงานที่ 3.3 เรื่อง การเลือก อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ในการประกอบอาหาร
ข้นั สรปุ
นักเรียนและครู ร่วมกันสรุปเกี่ยวกับอุปกรณ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ในการประกอบอาหาร “ปัจจุบันมี
อุปกรณ์ เครื่องมือ เคร่ืองใช้ในการประกอบอาหารหลายรูปแบบ ดังนั้น จึงควรศึกษาวิธีการใช้งาน ตลอดจน
การเกบ็ รกั ษาทถ่ี กู ตอ้ ง เพอื่ ให้อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื เคร่ืองใช้มปี ระสิทธภิ าพและมีอายกุ ารใชง้ านท่ยี าวนานขนึ้ ”
180
ขนั้ ประเมนิ
1. ตรวจใบงานที่ 3.3 เร่อื ง การเลือกอปุ กรณ์ เคร่ืองมือ เครือ่ งใช้ในการประกอบอาหาร
2. ตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียน เร่ืองการเลือกอุปกรณ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ในการ
ประกอบอาหาร จากการตอบคำถาม การแสดงความคิดเหน็ ร่วมกันในช้ันเรยี นและการทำกิจกรรมในช้นั เรยี น
13. ส่อื ประกอบการเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
13.1 ส่ือส่ิงพิมพ์ เช่น วารสาร/หนังสือเก่ียวกับ การเลือกอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการประกอบ
อาหาร
13.2 ภาพอปุ กรณ์ เครื่องมือ เคร่ืองใช้ต่างๆ
13.3 สถานท่ี เชน่ หอ้ งสมดุ ห้องทำงาน
13.4 หนังสือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 1 ใบความรู้
13.5 สอ่ื อื่นๆ เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน
14. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
14.1 วิธีการวัดผล ทดสอบ ใบงาน
14.2 เคร่อื งมือวดั แบบทดสอบ ใบตรวจใบงาน
14.3 เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล
ด้านความรู้ (K) ด้านทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(เกณฑก์ ารประเมนิ ผ่าน 60 %) (P) (A)
1. แบบทดสอบหลงั เรยี น 1. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 1. ซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ
(Post-test) 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ 2. มวี นิ ยั
3. ทกั ษะการแกป้ ัญหา 3. ใฝ่เรยี นรู้
4. ทกั ษะประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ 4. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
5. ทกั ษะกระบวนการกลุ่ม 5. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
6. รกั ความเป็นไทย
7. มจี ติ สาธารณะ
181
15. บันทกึ หลังการสอน
หน่วยที่ 3 แผนที่ 12
1. จำนวนนักเรยี นทสี่ อน ...............คน
2. จำนวนนกั เรียนที่มาเรียน
ห้อง จำนวนนกั เรียน(คน) ห้อง จำนวนนกั เรยี น(คน)
รวมจำนวนนักเรียน จำนวนนักเรยี น(คน)
3. การทดสอบก่อนเรียนแบ่งกลมุ่ ไดด้ ังน้ี
ระดบั คุณภาพ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง
4. ดำเนนิ การเรยี นการสอนเพื่อส่งเสรมิ และปรบั ปรงุ อย่างไร
5. คณุ ภาพผ้เู รยี น แบ่งกลุ่มได้ดังน้ี จำนวนนกั เรียน(คน)
ระดับคุณภาพ
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ
182
ช่อื -นามสกลุ สาเหตุทไี่ ดร้ บั ปรงุ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
6. แนวทางปรบั ปรุง/แกไ้ ขปัญหา
7. ผลการปรับปรุง
183
8. นักเรยี นกลุ่มพอใช้ ดี และดมี าก ส่งเสริมอยา่ งไร
ลงช่ือ.................................................ครผู ู้สอน
(นางอารีย์ เกษชม)
ความเหน็ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้
ลงช่อื ...................................................................
(นายพรชัย หันจันทร์)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
ความเห็นของรองผู้อำนวยการโรงเรยี นฝา่ ยวชิ าการ
ลงชื่อ...................................................................
(นายชวนะชยั เพชรพิรณุ )
รองผู้อำนวยการโรงเรียนสระแก้ว
184
ความเห็นของผอู้ ำนวยการโรงเรียน
ลงชอื่ ....................................................................
(นางจุฑามาส เทพหสั ดนิ ณ อยธุ ยา)
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนสระแกว้
185
แบบทดสอบวดั ความรู้ เรอื่ ง อปุ กรณ์ เคร่อื งมือ เครอ่ื งใชป้ ระกอบอาหาร
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชางานบา้ น
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 จำนวน 10 ข้อ
โรงเรียนสระแก้ว อำเภอเมอื ง จังหวัดสระแกว้
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบท่ีถกู ต้องท่สี ุดเพียงคำตอบเดยี ว
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายหลักการเลือกเครอื่ งมือ เครื่องใช้และความปลอดภัยในการประกอบอาหารไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง[K]
2. อธิบายหลกั ความปลอดภยั ในการประกอบอาหารไดอ้ ย่างถกู ต้อง [K]
3. เห็นประโยชน์และเขียนวธิ กี ารใช้ และการเกบ็ รกั ษาเครอื่ งมือ เครอ่ื งใชใ้ นการประกอบอาหารได้อยา่ งถูกต้อง[A]
1. บคุ คลในข้อใดเลือกใช้อุปกรณ์ เครอ่ื งมือ เคร่ืองใชใ้ นการประกอบอาหาร
1) โมกใชจ้ านสังกะสีเคลือบอนุ่ อาหารในไมโครเวฟ
2) มิ้นทำแกงเขียวหวานดว้ ยหม้อด้ามยาว
3) แมนอุ่นไก่ทอดด้วยหม้อหงุ ข้าวไฟฟ้า
4) เมย์ใชร้ ังถึงน่ึงขนมตาล
2. การเลือกอปุ กรณ์ เคร่ืองมือ เคร่อื งใช้ในการประกอบอาหารควรคำนงึ ถึงสิ่งใดมากท่ีสุด
1) ประเทศที่ผลิต
2) ราคาและวนั เดือนปีทผี่ ลิต
3) วสั ดุทเ่ี ป็นส่วนประกอบหลัก
4) รปู ทรงของอุปกรณ์ เคร่ืองมอื เคร่อื งใช้
3. ข้อใด ไมใ่ ช่ หลักในการเลอื กซ้ือเตาอบไมโครเวฟ
1) ขนาดเหมาะกับงาน
2) ระบบการทำงานไมซ่ บั ซ้อน มีระบบความปลอดภยั
3) โครงสรา้ งบางเบา ตกแตง่ สวยงาม
4) ฉลากไฟ เบอร์ 5
4. ภาชนะในขอ้ ใดเหมาะสำหรบั การทอดปลา
1) หมอ้ หุงข้าวไฟฟา้
2) กระทะ
3) หมอ้ มดี ้าม
4) เตาอบไมโครเวฟ
5. อุปกรณ์ในครวั เรือนในข้อใด ไม่ จดั อยู่ในประเภทอุปกรณ์สำหรับใส่และตักอาหาร
1) จานก้นลกึ
2) ถ้วยแก้ว
3) มดี สับ
4) ทัพพี กระบวย
186
6. นดิ หน่อยทำแกงเขียงหวานหมูเสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ ภาชนะท่ีนิดหนอ่ ยควรเลือกใส่อาหารเพื่อตักเสิรฟ์ คือ
ขอ้ ใด
1) ชามอา่ งแก้ว
2) หมอ้ อุน่ อาหารไฟฟา้
3) ชามขนาด 6 น้วิ มจี านรอง
4) ถ้วยขนาด 3 น้วิ
7. ข้อใดปฏบิ ตั ิถูกต้องในการใช้อุปกรณป์ ระกอบอาหาร
1) เม่ือข้าวสกุ ใหถ้ อดปล๊ักตักข้าวออกทันทีแล้วนำหม้อชน้ั ในแชน่ ำ้
2) เก็บมดี ปอกผลไม้ไว้หลงั ต้เู กบ็ ของ
3) ปิดเตาแกส๊ ไม่ต้องปิดตวั ถังเอสะดวกในการใช้งาน
4) ใช้จานเซรามิกใส่อาหารแล้วอุ่นด้วยเตาไมโครเวฟ
8. ภาชนะในครวั ขอ้ ใดไม่มีปฏิกิรยิ ากบั อาหารทเี่ ป็นกรด
1) ภาชนะเคร่ืองเงนิ
2) ภาชนะพลาสตกิ
3) ภาชนะอลูมเิ นยี ม สเตนเลส
4) ภาชนะเซรามกิ
9. หากอุปกรณ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ในการประกอบอาหารม้ีหนักมาก เช่น ครกหนิ เขยี งไม้ ควรเกบ็ รักษา
อยา่ งไรจึงจะเหมาะสมทส่ี ุด
1) วางไว้ช้ันล่างสุดของตเู้ ก็บของ
2) วางไว้ด้านบนของตูเ้ ก็บของ
3) วางไวด้ า้ นนอกของตู้เก็บของ
4) วางไวด้ ้านขา้ งของต้เู กบ็ ของทั้งสองข้าง
10. กล่องพลาสติกใส่อาหารมีกลนิ่ มีวธิ กี ารกำจดั กล่ินโดยวธิ ใี ด
1) ใช้น้ำยาทำความสะอาดขัดด้วยเหล็กขดั
2) ลา้ งด้วยน้ำมะนาวหรือนำส้มสายชู
3) นำไปต้มในน้ำเกลือ แลว้ ลา้ งดว้ ยน้ำสะอาด
4) ล้างด้วยนำ้ สบ่อู อ่ นๆ
เฉลย
ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
4332334312
187
ใบงานท่ี 3.3
เรอื่ ง อปุ กรณ์ เครอื่ งมือ เคร่ืองใช้ในการประกอบอาหาร
คำชี้แจง
1. ปฏบิ ตั ิงานเป็นกลมุ่
2. เลือกหวั หน้ากลุ่มและแบ่งหน้าทคี่ วามรบั ผดิ ชอบรว่ มกัน
3. วิเคราะห์อปุ กรณ์ เครอื่ งมอื เครื่องใช้ พร้อมอธบิ ายวิธกี ารใช้ในการประกอบอาหารท่ีกำหนดให้
ดงั น้ี
• แกงส้ม ไข่ตุ๋น
• แกงจืดเตา้ หู้ ผัดผัก
• ไก่อบ หมูตนุ๋
• ปลาทนู ่ึง กลว้ ยบวชชี
ตัวอย่าง
หม้ออลมู เิ นียม
สำหรบั ต้มไข่
เคร่อื งปน่ั น้ำสลัด มดี ห่นั ผกั
จานแบนสำหรบั เขยี งไม้สำหรับ
ใสอ่ าหาร ห่ันเนอ้ื /ผัก
ชอ้ น สอ้ ม ชามอ่างสำหรับ
ล้างผกั /ไข่
ตะกรา้ โปร่งสำหรับ
ใสผ่ กั ทล่ี า้ งแลว้
188
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 13
ชื่อเร่ือง การเตรยี มวตั ถุดิบและการประกอบอาหาร หน่วยที่ 3 เร่ือง อาหารกบั การดำรงชวี ิต
รหสั วิชา ง 20110 รายวิชา การงานอาชพี 1 เวลา 4 ช่ัวโมง ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 กลุม่ สาระการงานอาชีพ
1. สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
2. มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคิดสรา้ งสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั และทักษะ การแสวงหาความรู้ มคี ณุ ธรรม
และลกั ษณะนิสยั ในการทำงาน มจี ติ สำนึกในการใช้ พลงั งาน ทรพั ยากรและสิง่ แวดล้อม เพอื่ การ
ดำรงชีวติ และครอบครวั
3. ตวั ช้วี ดั
ง 1.1 ม. 1/1 วเิ คราะหข์ ั้นตอนการทำงานตามกระบวนการทำงาน
ง 1.1 ม. 1/2 ใชก้ ระบวนการทำงานกลมุ่ ในการทำงานด้วยความเสยี สละ
ง 1.1 ม. 1/3 ตดั สินใจแก้ปัญหาการทำงานอย่างมเี หตผุ ล
4. สาระการเรียนรู/้ เนื้อหา
- การเตรียมวัตถุดบิ
- การประกอบอาหาร
o หลกั ทว่ั ไปในการประกอบอาหาร
o วิธีการประกอบอาหาร
o การสงวนคุณค่าของอาหาร
5. สาระสำคญั
การเตรยี มวตั ถดุ ิบกอ่ นประกอบอาหาร จะต้องมีการเตรียมวตั ถดุ ิบ โดยจะต้องจัดเตรยี มให้
เหมาะสมกับชนิดและลักษณะของอาหาร ซงึ่ ควรเตรยี มวตั ถุดบิ ให้เหมาะสมกบั ชนิดและลักษณะของอาหาร
ซ่ึงควรเตรยี มไว้ให้พรอ้ ม เชน่ เนอ้ื สัตว์ ผกั และผลไม้ต่าง ๆใหล้ า้ งเตรียมหน่ั แยกไว้ เครือ่ งปรงุ ทจี่ ะต้องใช้ให้
นำมาเรยี งใกลต้ วั เพอ่ื สะดวกตอ่ การประกอบอาหาร
การประกอบอาหาร เป็นการทำอาหารดบิ ใหส้ กุ ดว้ ยวิธตี ่าง ๆ เช่น ต้ม น่งึ ผดั ทอด อบ ตนุ๋ ฯลฯ
รวมถึงการปรงุ อาหารให้มรี สชาติต่าง ๆ เชน่ เปย้ี ว หวาน เค็ม เผด็ ตามความนยิ มของครอบครวั และท้องถ่ิน
6. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายหลกั การเตรียมวัตถุดิบกอ่ นประกอบอาหารได้อย่างถูกตอ้ ง [K]
2. ประกอบอาหารตามกระบวนการที่ได้วางแผน[P]
3. มคี วามรับผิดชอบในการเตรยี มวตั ถดุ ิบก่อนประกอบอาหารได้[A]
189
7. จดุ เนน้ การพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียน
7.1 ด้านความสามารถและทักษะ ทักษะการคิดข้ันสูง ทกั ษะชวี ิต การแก้ปัญหา การใช
เทคโนโลยี รักการเรยี นรู้ แสวงหาความร้ดู ้วยตนเอง การส่อื สารอย่างสรา้ งสรรค์
7.2 ดา้ นคุณลักษณะเฉพาะช่วงวยั อยอู่ ยา่ งพอเพียง
8. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
8.1 ความสามารถในการส่ือสาร
8.2 ความสามารถในการคิด
8.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา
8.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
8.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
9. คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
9.1ซือ่ สัตย์ สจุ รติ
9.2 มวี นิ ัย
9.3 ใฝ่เรียนรู้
9.4 มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
9.7 อยู่อยา่ งพอเพียง
9.6 รกั ความเป็นไทย
10. หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
10.1 ความพอประมาณ คิด พดู ทำ อย่างประมาณบนพ้นื ฐานความเป็นจริง ให้เกดิ ความพอดี
พอเหมาะ พอควร โดยไมส่ ร้างความเดือนร้อนให้กับตนเองและผู้อ่นื
10.2 ความมีเหตผุ ล การตดั สนิ ใจอยา่ งมเี หตผุ ล ถูกต้องตามหลักความจรงิ
10.3 การมคี ุ้มกนั ที่ดี ไม่ประมาท ไม่เสี่ยง มคี วามรอบคอบเตรียมตัวใหพ้ ร้อมรบั ผลกระทบท่คี าดว่า
จะเกิดขึ้นจากการเปล่ยี นแปลง
10.4 เง่ือนไขความรู้ มีความรอบรใู้ นวชิ าการต่างๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งอยา่ งรอบดา้ น ใช้ความรอบคอบทจ่ี ะ
นำความรมู้ าพจิ ารณาเชื่อมโยงเพือ่ ประกอบการวางแผนและมคี วามระมดั ระวังในขน้ั ปฏิบตั ิทกุ ขน้ั ตอน
10.5 เงอ่ื นไขคุณธรรม ตระหนกั ในคุณธรรม ละลายในการทำความชัว่ การตั้งมน่ั ในความดี มคี วาม
ซ่อื สตั ย์สจุ ริต ความอดทน ความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชวี ิต
11. การบรู ณาการ
ภาษาไทย การตอบคำถาม การนำเสนอผลงาน การทำรายงาน
ภาษาต่างประเทศ คำศัพท์และบทสนทนาเกีย่ วกับช่ือการเตรยี มวัตถุดิบและการประกอบอาหาร
สงั คม อาหารประจำชาติอาเซยี น
190
12. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
ขนั้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ
- นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 จำนวน 10 ขอ้ เวลา 10 นาที
- ให้นักเรียนดูบัตรภาพ โดยมีคำถาม ดังน้ี “ในการประกอบอาหารดังกล่าวควรใช้วัตถุดิบใดบ้าง”
ครบู ันทกึ คำตอบของนักเรยี นบนกระดาน
- นักเรยี นและครูร่วมกันแบ่งกลุ่มวตั ถุดิบต่าง ๆ ตามประเภทบนกระดาน โดยแบ่งออกเป็น 3
ประเภท ดงั น้ี
1. วัตถดุ ิบประเภทผัก
2. วัตถดุ ิบประเภทเนอื้ สัตว์
3. วตั ถุดิบประเภทเครื่องปรงุ
- ครูสรปุ คำตอบการแบ่งวัตถดุ บิ บนกระดานและเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรยี น
ขนั้ สอน
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจและค้นหา
1. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นแต่ละกลุ่มร่วมกนั ศึกษาความร้จู ากหนังสือเรยี น หน่วย
ที่ 3 หรอื ใบความรู้ Power Point ข้อมลู แหล่งอนื่ ๆ โดยมหี วั ข้อ ดังนี้
1. การเตรียมประเภทผัก
• วัตถดุ บิ ประเภทผัก
•วัตถุดบิ ประเภทเน้อื
•วตั ถดุ ิบประเภทเคร่ืองปรุง
2. หลกั ทั่วไปในการประกอบอาหาร
3. การกำหนดรายการอาหาร สำหรบั สมาชิกในครอบครัว 1 สปั ดาห์
4. วิธีการประกอบอาหาร
5. การสงวนคุณค่าอาหาร
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกข้อมูลท่ีได้ศึกษาลงกระดาษร้อยปอนด์ A4 ในรูปแบบ mind mapping
(ผงั ความคิด)
ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้
3. ครูอธิบายเพิ่มเตมิ “การประกอบอาหารที่ต้องมีการเตรียมวัตถุดิบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกบั ชนดิ และ
ลักษณะของอาหาร เพื่อความสะดวกต่อการประกอบอาหาร โดนวัตถุดิบแต่ละประเภทมีลักษณะการ
จัดเตรยี มทีไ่ ม่เหมอื นกัน” จากนน้ั ครตู งั้ คำถาม
- นักเรยี นคิดว่าสง่ิ สำคัญในการเตรยี มวตั ถุดิบคือสิง่ ใด
- หลักการท่ัวไปในการประกอบอาหารประกอบไปด้วยสง่ิ ใด
191
4. นักเรียนดูตัวอย่างการกำหนดรายการอาหารสำหรับ 1 สัปดาห์ จากหนังสือเรียน หน่วยที่ 3 ท่ี
กำหนดรายการอาหารในแตล่ ะม้อื ครูแนะนำเพ่มิ เติม
5. นักเรียนแต่ละคนจัดทำรายการอาหารสำหรับสมาชิกในครอบครัวของตนเอง 1 สัปดาห์ โดย
วเิ คราะหต์ ามหลกั การทวั่ ไปในการประกอบอาหาร
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกรายการอาหารที่น่าสนใจ วางแผนประกอบอาหารและจัดเตรียมวัตถุดิบ
ในการประกอบอาหารในชวั่ โมงหนา้
7. ครูอธิบายเพ่ิมเติม “การประกอบอาหารมีวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งแต่ละวิธีเป็นการปรุงอาหารให้
สกุ พรอ้ มรับประทาน โดยวิธีการต่าง ๆ ทำให้รสชาติ หรอื ลกั ษณะของวัตถุดบิ มีความแตกต่างกันออกไป ไม่ว่า
จะเป็นการต้ม ลวก การเค่ียว การทอด การตุ๋น การผัด การย่าง ฯลฯ ซึ่งแต่ละวิธมี ีขั้นตอนในการทำแตกต่าง
กันออกไป หากไม่รู้วิธีการที่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดอันตรายขณะประกอบอาหารได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย
นกั เรียนจะต้องศึกษาวธิ กี ารทำมาโดยละเอยี ดกอ่ นลงมือประกอบอาหาร”
8. ครูต้ังคำถาม
• การประกอบอาหารวิธีใดที่จะได้รับวิตามินและเกลือแร่จากอาหารมากท่ีสุด
เพราะเหตุใด
• การสงวนคณุ คา่ อาหารมีความจำเปน็ อยา่ งไร
ขนั้ สรปุ
ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ
1. นักเรียนตรวจความพร้อมของอุปกรณ์ เครือ่ งมือ เครื่องใช้ ในการประกอบอาหาร และวัตถุดบิ ท่ี
วางแผนและเตรยี มมา
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติการประกอบอาหารตามที่วางแผนไว้ ครูคอยแนะนำเพิ่มเติม
อยา่ งใกล้ชดิ
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตรวจสอบผลลัพธ์ท่ีได้จากการประกอบอาหารและสรุปผลการ
ปฏบิ ตั งิ านในใบงานที่ 3.4 เรือ่ งการประกอบอาหาร
ขนั้ ประเมนิ
1. ตรวจใบงานที่ 3.4 เร่อื ง การประกอบอาหาร
2. ตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียน เร่ืองการประกอบอาหาร จากการตอบคำถาม การ
แสดงความคดิ เห็นรว่ มกันในช้นั เรียนและการทำกิจกรรมในชั้นเรียน
13. สอื่ ประกอบการเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
13.1 สื่อส่งิ พมิ พ์ เชน่ วารสาร/หนังสือเกยี่ วกบั การการเตรยี ม การประกอบอาหาร
13.2 บัตรภาพอาหาร
13.3 สถานที่ เช่น ห้องสมดุ หอ้ งทำงาน
13.4 หนงั สือเรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 1 ใบความรู้ PowerPoint
13.5 สื่ออนื่ ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ สมารท์ โฟน
192
14. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
14.1 วธิ ีการวัดผล ทดสอบ ใบงาน
14.2 เคร่ืองมือวัด แบบทดสอบ ใบตรวจใบงาน
14.3 เกณฑ์การวัดผลและประเมนิ ผล
ด้านความรู้ (K) ด้านทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(เกณฑก์ ารประเมนิ ผ่าน 60 %) (P) (A)
1. แบบทดสอบหลงั เรยี น 1. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 1. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ
(Post-test) 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ 2. มวี นิ ยั
3. ทกั ษะการแกป้ ัญหา 3. ใฝ่เรยี นรู้
4. ทกั ษะประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ 4. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
5. ทกั ษะกระบวนการกลมุ่ 5. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
6. รกั ความเป็นไทย
7. มจี ติ สาธารณะ
15. บันทึกหลังการสอน
หน่วยที่ 3 แผนที่ 13
1. จำนวนนักเรียนทีส่ อน ...............คน
2. จำนวนนักเรยี นท่มี าเรยี น
ห้อง จำนวนนักเรยี น(คน) หอ้ ง จำนวนนักเรยี น(คน)
รวมจำนวนนักเรียน จำนวนนักเรียน(คน)
3. การทดสอบก่อนเรยี นแบ่งกล่มุ ได้ดังนี้
ระดับคุณภาพ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง
193
4. ดำเนินการเรียนการสอนเพือ่ ส่งเสริมและปรับปรงุ อยา่ งไร
5. คุณภาพผูเ้ รียน แบ่งกลมุ่ ไดด้ งั นี้ จำนวนนกั เรยี น(คน)
สาเหตุทไี่ ดร้ บั ปรุง
ระดับคุณภาพ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง
ชือ่ -นามสกุล
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
6. แนวทางปรบั ปรงุ /แก้ไขปญั หา
194
7. ผลการปรับปรุง
8. นักเรยี นกล่มุ พอใช้ ดี และดีมาก สง่ เสริมอยา่ งไร
ลงช่ือ.................................................ครผู ู้สอน
(นางอารีย์ เกษชม)
ความเห็นของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
ลงชื่อ...................................................................
(นายพรชัย หนั จนั ทร)์
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
195
ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการโรงเรยี นฝา่ ยวิชาการ
ลงชอื่ ...................................................................
(นายชวนะชัย เพชรพิรณุ )
รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นสระแก้ว
ความเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียน
ลงชอ่ื ....................................................................
(นางจุฑามาส เทพหสั ดิน ณ อยธุ ยา)
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสระแก้ว
196
แบบทดสอบวดั ความรู้ เรือ่ ง การเตรยี ม การประกอบอาหาร
กล่มุ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี วชิ างานบ้าน
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 จำนวน 10 ข้อ
โรงเรยี นสระแก้ว อำเภอเมอื ง จังหวดั สระแกว้
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเลือกคำตอบท่ีถกู ต้องทีส่ ุดเพยี งคำตอบเดียว
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายหลักการเตรียมวตั ถดุ ิบกอ่ นประกอบอาหารไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง [K]
2. ประกอบอาหารตามกระบวนการท่ีไดว้ างแผน[P]
3. มคี วามรบั ผิดชอบในการเตรียมวตั ถุดิบกอ่ นประกอบอาหารได้[A]
1. ข้อใดเป็นขนั้ ตอนการเตรียมวัตถดุ ิบในการประกอบอาหาร
1. เลอื กปลาทบั ทมิ ทสี่ ดและสะอาด
2. จัดแตงกวาบนจานอาหาร
3. ลอกผวิ ปลาหมึกล้างหัน่ เปน็ ช้ิน
4. นำเนอ้ื หมูใส่ผัดบนกระทะ
2. ข้อใดเปน็ การประกอบอาหารโดยวธิ ีสงวนคณุ คา่ ทางอาหาร
1. ห่ันหมชู ิน้ บางๆ แล้วลา้ งนำ้ ให้สะอาดแลว้ นำมาผดั จนเน้อื หมนู ุ่ม
2. ตม้ ผัก ใส่น้ำน้อย ไฟแรง ปิดฝา เวลาส้ัน
3. ทอดไก่ชนิ้ เลก็ ๆ ในน้ำมนั เดือด
4. ใชน้ ำ้ ปรมิ าณมากๆเม่อื ลวกผัก
3. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ การเตรียมวัตถดุ ิบประเภทผักท่ีถกู ต้อง
1. ผกั ท่ีเป็นกอ ก้านใบ ปลิดออกทีละกาบ แลว้ ล้างให้สะอาด
2. ห่ันผักแลว้ นำไปแชน่ ้ำเกลือ 15 นาที
3. ล้างผกั สดท่ีรับประทานสด แชใ่ นน้ำผสมนำ้ ส้มสายชู 10 นาที
4. ล้างผกั สดโดยการแชผ่ ักสดในน้ำเกลอื 10-15 นาที
4. ขอ้ ใดเปน็ การการประกอบอาหารโดยวิธี “การยา่ ง”
1. การทำให้อาหารสกุ โดยใชไ้ ฟอ่อนๆเวลาส้นั ๆ
2. การทำให้อาหารสุกโดยใชไ้ ฟแรงๆจนสกุ เกรยี ม
3. การทำอาหารสุกโดยใชไ้ ฟกลาง ใชเ้ วลานานจนอาหารสุก
4. การทำให้อาหารสุกโดยใชไ้ ฟออ่ นๆ เวลานาน ถ้าตอ้ งการมีกลิ่นหอมเติมกาบมะพรา้ วลงในเตา
5. “การสบั ไกเ่ พ่ีอเตรียมผดั กะเพรา” ตรงกับขัน้ ตอนใดของกระบวนการทำงาน
1. การวิเคราะหง์ าน
2. การวางแผนในการทำงาน
3. การปฏบิ ตั งิ านตามขน้ั ตอน
4. การประเมนิ ผลการทำงาน
197
6. ขอ้ ใดเปน็ การกำหนดรายการอาหารสำหรบั ผู้สงู อายุไดเ้ หมาะสมกบั วัย
1. ข้าวต้มปลา กลว้ ยน้ำวา้ สกุ นมอุ่นๆ
2. สุกท้ี ะเล กาแฟร้อน
3. สปาเกต็ ต้ีขีเ้ มา นมรสหวาน
4. ผดั เผ็ดปลาดกุ ปลาเกา๋ ราดพรกิ นำ้ ส้มคนั้
7. วธิ ี ตม้ ลวก เคยี่ ว แตกต่างกันในเรอ่ื งใด
1. สารอาหาร
2. เครอื่ งครวั
3. ระยะเวลา
4. วัตถดุ บิ
8. ถา้ ตอ้ งการตม้ ไข่ให้ไขแ่ ดงสกุ พอดี จะใชเ้ วลาในการต้มในข้อใด
1. ใช้เวลาในการตม้ 4 นาที
2. ใช้เวลาในการต้ม 6 นาที
3. ใชเ้ วลาในการต้ม 8 นาที
4. ใช้เวลาในการตม้ 15 นาท
9. ถ้านักเรียนชิมต้มยำกุง้ ทป่ี รงุ แล้วพบว่ารสชาติจืดและไม่เผ็ดนกั เรียนจะมีวีแกไ้ ขอยา่ งไร
1. เติมนำ้ ปลา นำ้ ตาลทราย
2. เตมิ น้ำปลา นำ้ มะนาวและนำ้ พรกิ เผา
3. เตมิ นำ้ ปลา นำ้ มะนาว
4. เตมิ น้ำปลา น้ำส้มสายชู และพรกิ ข้ีหนู
10. ถ้าตอ้ งการต้มผักให้มีสีสนั สดใส กรอบนา่ รับประทาน มวี ธิ ีการอยา่ งไร
1. ใช้ปริมาณน้ำน้อย ไฟแรง เตมิ เกลือเล็กน้อย เม่ือผกั สุกตักออกแชน่ ้ำเยน็ จดั
2. ใช้ปริมาณนำ้ มากๆ ไฟแรง ต้มนานๆ
3. ใช้ปริมาณน้ำน้อย ไฟอ่อน เติมนำ้ มันพชื นดิ หน่อย
4. ใชป้ รมิ าณน้ำมาก ปดิ ฝา ผกั สุกตักออกแช่น้ำเย็น
เฉลย
ขอ้ ท่ี 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
3224313421
198
ใบงานที่ 3.4
เร่ือง การเตรยี ม การประกอบอาหาร
คำชี้แจง 1. นักเรยี นปฏบิ ัตงิ านกลุ่ม
2. ฝึกปฏบิ ตั กิ ารประกอบอาหาร โดยอาหารที่เลอื กจะต้องมีคุณค่าทางโภชนาการ และวางแผนการ
ทำงานลว่ งหนา้ ดังนี้
• เลอื กหวั หนา้ กลุ่ม
• กำหนดเป้าหมายว่าจะประกอบอาหารชนดิ ใด ปริมาณเท่าใด
• แบ่งงานใหส้ มาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมอย่างท่วั ถึง
• วางแผนการทำงาน ดังน้ี
1) หาสูตรอาหารจานเดยี ว ขนมหวาน และวิธกี ารทำอาหาร
2) วางแผนการใช้อุปกรณ์ เคร่ืองมอื เครื่องใชใ้ นการทำงาน
3) วางแผนการจัดเตรยี มเลือกซ้ืออาหาร หรือวตั ถุดิบในการประกอบอาหาร
3. ประกอบอาหารจานเดียว และขนมหวาน
4. ประเมนิ ผลงานและนำเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น
199
แบบรายงานการประกอบอาหาร
สมาชกิ กลุ่ม
1...............................................................................2............................................................................
3...............................................................................4............. ...............................................................
5...............................................................................
ชอ่ื อาหารจานเดยี ว/ขนมหวาน................................
ส่วนผสม อปุ กรณ์ เครือ่ งมือ เครื่องใช้
ขัน้ ตอนในการทำ
ประเมินผลการทำงาน/ผลงาน