100
8. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
8.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
8.2 ความสามารถในการคดิ
8.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
8.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
8.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
9. คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์
9.1 มวี นิ ยั
9.2 ใฝ่เรยี นรู้
9.3 มุ่งมนั่ ในการทางาน
9.4 อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
9.5 รกั ความเป็นไทย
10. หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
10.1 ความพอประมาณ คดิ พดู ทา อย่างประมาณบนพน้ื ฐานความเป็นจรงิ ใหเ้ กดิ ความ
พอดี พอเหมาะ พอควร โดยไมส่ รา้ งความเดอื นรอ้ นใหก้ บั ตนเองและผอู้ ่นื
10.2 ความมีเหตุผล การตดั สนิ ใจอย่างมเี หตุผล ถูกตอ้ งตามหลกั ความจรงิ
10.3 การมีค้มุ กนั ท่ีดี ไม่ประมาท ไมเ่ สย่ี ง มคี วามรอบคอบเตรยี มตวั ใหพ้ รอ้ มรบั ผลกระทบท่ี
คาดวา่ จะเกดิ ขน้ึ จากการเปลย่ี นแปลง
10.4 เงื่อนไขความรู้ มคี วามรอบรใู้ นวชิ าการตา่ งๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งอยา่ งรอบดา้ น ใชค้ วาม
รอบคอบทจ่ี ะนาความรมู้ าพจิ ารณาเชอ่ื มโยงเพอ่ื ประกอบการวางแผนและมคี วามระมดั ระวงั ในขนั้
ปฏบิ ตั ทิ กุ ขนั้ ตอน
10.5 เงื่อนไขคณุ ธรรม ตระหนกั ในคณุ ธรรม ละลายในการทาความชวั่ การตงั้ มนั่ ในความดี
มคี วามซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ความอดทน ความเพยี ร ใชส้ ตปิ ัญญาในการดาเนนิ ชวี ติ
11. การบูรณาการ
ภาษาไทย การตอบคาถาม การนาเสนอผลงาน การทารายงาน
ภาษาต่างประเทศ คาศพั ทแ์ ละบทสนทนาเกย่ี วกบั กระบวนการทางาน
วทิ ยาศาสตร์ สารเคมี
ศลิ ปะ หนงั สอื ป๊ อบอพั การวาดภาพ แผนผงั มโนทศั น์(ความคดิ )
101
12. กิจกรรมการเรยี นร้(ู 5Es)
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น
ขนั้ ท่ี 1 (กระบวนการปฏิบตั ิ)
1. นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre-test) หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 จานวน 10 ขอ้ เวลา 10
นาที
2. ครทู บทวนความรจู้ ากชวั่ โมงทผ่ี ่านมาทเ่ี กย่ี วกบั อุปกรณ์อานวยความสะดวกในการทางานบา้ น
3. ครูตงั้ คาถามกระตุ้นความสนใจของนักเรยี น “นักเรยี นมหี ลกั การในการดูแลรกั ษาความสะอาด
บา้ นอย่างไร” นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความเหน็ ไดอ้ ย่างอสิ ระ
4. ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ “หลกั ในการดูแลรกั ษาทาความสะอาดบา้ นใหเ้ รียบรอ้ ยและน่าอย่นู ัน้ ควรมี
การวางแผนการทางานก่อน จากนนั้ จงึ เตรยี มวสั ดุอุปกรณ์ท่ีจะใช้ในการทาความสะอาดรวมทงั้ สารเคมี
ตา่ ง ๆ และในขณะทาความสะอาดดว้ ยสารเคมี จะตอ้ งระมดั ระวงั เร่อื งความปลอดภยั เป็นพเิ ศษ เม่อื ทา
เสรจ็ ควรมกี ารตรวจสอบความเรยี บรอ้ ย หากพบขอ้ บกพรอ่ งใหร้ บี ปรบั ปรุงแกโ้ ดยทนั ที
ขนั้ สอน
ขนั้ ท่ี 2 สงั เกตรบั รู้
1. นกั เรยี นดภู าพบา้ นทด่ี แู ลรกั ษาทาความสะอาดและการจดั วางสงิ่ ของอยา่ งเป็นระเบยี บ
เรยี บรอ้ ยกบั บา้ นทไ่ี ม่ไดด้ แู ลทาความสะอาดและสงิ่ ของวางไม่เป็นระเบยี บ จากนนั้ ครถู ามเพอ่ื กระตุน้
ความสนใจ
• นกั เรยี นคดิ วา่ บา้ นใดน่าอยู่มากกวา่ กนั
• หากตอ้ งการใหบ้ า้ นของนกั เรยี นน่าอย่อู าศยั จะตอ้ งทาอย่างไร
102
2. สมุ่ อาสาสมคั รนกั เรยี น 3-4 คน ออกมาเล่าประสบการณ์ของตนเองเกย่ี วกบั การทาความสะอาด
บา้ น “นกั เรยี นมขี นั้ ตอนหรอื วธิ กี ารทาความสะอาดอย่างไร”
3. นักเรียนศึกษาจากหนังสือเรียน PowerPoint หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 แล้วตัง้ คาถามเพ่ือให้
นกั เรยี นแสดงความคดิ ร่วมกนั
• บ้านหน่ึงหลังประกอบไปด้วยห้องต่าง ๆ มีห้องอะไรบ้าง ( ห้องนอน ห้องน้ า
หอ้ งนงั่ เล่น )
• แต่ละหอ้ งมสี ว่ นประกอบใดบา้ ง ( เพดาน ฝาผนงั ประตู หน้าตา่ ง พน้ื หอ้ ง)
• ในขณะทาความสะอาดมฝี ่นุ ละอองมากนกั เรยี นจะทาอย่างไรใหต้ นเองปลอดภยั จากฝ่นุ
ละออง ซง่ึ ฝ่นุ ละอองถา้ สดู ดมมากจะทาเกดิ ภมู แิ พฝ้ ่นุ
4. ใหน้ กั เรยี นสงั เกตพน้ื หอ้ งเรยี นกบั พน้ื บา้ นของนกั เรยี นเหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไร
5. นกั เรยี นศกึ ษาคน้ ควา้ เก่ยี วกบั การดแู ลรกั ษาหอ้ งต่าง ๆจากแหล่งเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลาย เช่น
อนิ เทอรเ์ น็ต หอ้ งสมดุ สมั ภาษณ์จากสมาชกิ ในครอบครวั โดยมหี วั ขอ้ ดงั น้ี
• หอ้ งนอน
• หอ้ งรบั แขก
• หอ้ งครวั
• หอ้ งน้า
6. จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นเลอื กหวั ขอ้ แลว้ นาขอ้ มลู ทาลงในกระดาษรอ้ ยปอนด์ A4 พรอ้ มวาดและระบาย
สหี อ้ งใหส้ วยงามตามหอ้ งทต่ี นเลอื กไว้
การดแู ลรักษาห้องครัว
.......................................................................
.......................................................................
.......................................................................
.......................................................................
.......................................................................
.....
7. สุ่มนักเรยี น 4 คน มานาเสนอผลงาน(ไม่ซ้าหวั ขอ้ ) ครูอธบิ ายเพมิ่ เติม “บา้ นประกอบดว้ ยห้อง
ต่าง ๆ แต่บา้ งบา้ นอาจจะมเี น้ือทไ่ี ม่เพยี งพอจะจะจดั แบ่งเป็นหอ้ ง ๆไดบ้ างบา้ นจงึ ใชว้ ธิ แี บ่งสดั สว่ นจาก
เน้อื บา้ นออกเป็นสว่ นๆ แทนการแบง่ เป็นหอ้ ง แตล่ กั ษณะการทาความสะอาดนนั้ กจ็ ะเหมอื นกนั ”
ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ
8. ครเู ตรยี มอุปกรณ์การทาความสะอาดบา้ นตามหอ้ งต่างๆ เชน่ ไมก้ วาดดอกหญา้ ไมก้ วาดขนไก่
ไมถ้ พู น้ื ฟองน้า แปรงขดั พน้ื เพอ่ื สาธติ ใหน้ กั เรยี นดู
103
9. สุ่มนักเรยี นแต่ละกลุ่มออกมาสาธติ การใช้งานให้เพ่อื นในชนั้ เรยี นดู ครูแนะนาเพมิ่ เตมิ การใช้
งานอปุ กรณ์อานวยความสะดวกในการทาความสะอาดทถ่ี ูกตอ้ ง
ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไมม่ ีแบบ
10. ครตู งั้ คาถามกระตนุ้ ความสนใจของนกั เรยี น
• จากการท่นี ักเรยี นไดท้ าความสะอาดห้องต่างๆ นักเรยี นคดิ ว่านอกจากการดแู ลรกั ษา
ความสะอาดบา้ นแลว้ ยงั มสี ง่ิ ใดอกี ทต่ี อ้ งดแู ลทาความสะอาดอกี บา้ ง
11. นักเรยี นร่วมกนั บอกประเภทของเคร่อื งเรอื นในบ้านมปี ระเภทใดบ้างและแต่ประเภทมกี ารทา
ความสะอาดอย่างไร เพ่อื ป้องกนั ไม่ใหเ้ กดิ การชารุดเสยี หายและชว่ ยยดื ระยะเวลาการใชง้ านใหย้ าวนาน
ขน้ึ
12. นักเรียนศึกษาค้นคว้าเร่อื ง การดูแลรกั ษาเคร่อื งเรือน จากหนังสอื เรยี นหน่วยท่ี 2 และหา
เพม่ิ เตมิ จากอนิ เทอรเ์ นต
13. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม(กลุ่มเดิม) จากนัน้ ครูนาเคร่อื งเรอื นประเภทต่าง ๆ และอุปกรณ์ทาความ
สะอาดเคร่อื งเรอื นทเ่ี ตรยี มไวแ้ จกใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่ม เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นทาความสะอาดเคร่อื งเรอื นเอง
14. ครูแนะนาเพม่ิ เตมิ เก่ยี วกบั ความปลอดภยั ในการทางานบ้าน “ในการทางานบ้านควรคานึงถึง
ความปลอดภยั จากการทางานหรอื อุปกรณ์ในการใช้งาน รวมถึงการใช้สารเคมใี นการทาความสะอาด
ดว้ ย”
ขนั้ ท่ี 4 ฝึ กให้ชานาญ
15. ครูมอบหมายงานให้นักเรยี นฝึกปฏิบตั ิการดูแลรกั ษาความสะอาดบ้านตนเองจนเกิดความ
ชานาญ จากนัน้ ให้นักเรยี นทาใบงาน 2.4 การทาน้ายาล้างจานสมุนไพร เพ่ือนากลบั ไปใช้ทาความ
สะอาดทบ่ี า้ น
ขนั้ สรปุ
1. นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรเู้ กย่ี วกบั การดแู ลรกั ษาบา้ นและความปลอดภยั ในการทางาน
บา้ น “การดูแลรกั ษาความสะอาดบา้ นเป็นหน้าทข่ี องสมาชกิ ทุกคนในครอบครวั ซง่ึ การทาความสะอาด
บา้ นนนั้ ขนั้ แรกควรศกึ ษาวธิ กี ารใชอ้ ปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชแ้ ละสารทาความสะอาดต่าง ๆ ก่อนการ
ทาความสะอาด ควรเลอื กใชอ้ ปุ กรณ์และสารทาความสะอาดใหเ้ หมาะสมกบั พน้ื ผวิ และเคร่อื งเรอื นทม่ี อี ยู่
ในบ้าน ในขณะปฏิบัติงานต้องระมดั ระวงั เร่อื งความปลอดภัยจากการทาความสะอาดบ้านในทุกๆ
ขนั้ ตอน
2. ครูช้ีแจงในชวั่ โมงต่อไป โยให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม(กลุ่มเดิม) ออกแบบห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน
ไดแ้ ก่ หอ้ งน้า หอ้ งนอน หอ้ งครวั และหอ้ งรบั แขก เพอ่ื ประดษิ ฐโ์ มเดลบา้ นจากกระดาษ โดยใหน้ ักเรยี น
เตรยี มอุปกรณ์ เครอ่ื งมอื กระดาษกล่องลงั กระดาษโปสเตอรแ์ ขง็
13. ส่ือประกอบการเรียนร้/ู แหล่งเรียนรู้
1. สอ่ื สง่ิ พมิ พ์ เร่อื ง การดแู ลรกั ษาบา้ น
2. ใบงานท่ี 2.4 เรอ่ื ง การทาน้ายาลา้ งจานสมุนไพร
104
3. สถานท่ี เชน่ หอ้ งสมดุ หอ้ งทางาน
4. บุคคล เชน่ ผปู้ กครอง ครู บคุ คลทป่ี ระกอบอาชพี ต่าง ๆ
5. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน การงานอาชพี และเทคโนโลยี ม. 1
6. สอ่ื อ่นื ๆ เช่น คอมพวิ เตอร์ สมารท์ โฟน
14. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
14.1 วธิ กี ารวดั ผล ทดสอบ ใบงาน
14.2 เคร่อื งมอื วดั แบบทดสอบ ใบตรวจใบงาน
14.3 เกณฑก์ ารวดั ผลและประเมนิ ผล
ด้านความรู้ (K) ด้านทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(เกณฑก์ ารประเมนิ ผา่ น 60 %) (P) (A)
1. แบบทดสอบหลงั เรยี น 1. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 1. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ
(Post-test) 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ 2. มวี นิ ยั
3. ทกั ษะการแกป้ ัญหา 3. ใฝ่เรยี นรู้
4. ทกั ษะประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ 4. อย่อู ย่างพอเพยี ง
5. ทกั ษะกระบวนการกลุ่ม 5. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
6. รกั ความเป็นไทย
7. มจี ติ สาธารณะ
105
15. บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้
หน่วยท่ี 2 เรอื่ ง การดแู ลรกั ษาบ้าน
แผนท่ี 7 เรอ่ื ง การดแู ลรกั ษาบ้านและความปลอดภยั ในการใช้สารเคมีทาความสะอาดบ้าน
1. จานวนนกั เรยี นทส่ี อน ...............คน
2. จานวนนกั เรยี นทม่ี าเรยี น
หอ้ ง จานวนนกั เรยี น หอ้ ง จานวนนกั เรยี น
(คน) (คน)
รวมจานวนนกั เรยี น
3. การทดสอบก่อนเรยี นแบง่ กลมุ่ ไดด้ งั น้ี
ระดบั คุณภาพ จานวนนกั เรยี น(คน)
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ
4. ดาเนินการเรยี นการสอนเพ่อื สง่ เสรมิ และปรบั ปรุงอย่างไร
106
5. คณุ ภาพผเู้ รยี น แบ่งกลุ่มไดด้ งั น้ี จานวนนกั เรยี น(คน)
สาเหตุทไ่ี ดร้ บั ปรุง
ระดบั คณุ ภาพ
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง
ช่อื -นามสกุล
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
6. แนวทางปรบั ปรงุ /แกไ้ ขปัญหา
107
7. ผลการปรบั ปรุง
8. นกั เรยี นกลุ่มพอใช้ ดี และดมี าก สง่ เสรมิ อย่างไร
ลงช่อื .................................................ครผู สู้ อน
(นางอารยี ์ เกษชม)
ความเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
ลงช่อื ...................................................................
(นายพรชยั หนั จนั ทร)์
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
108
ความเหน็ ของรองผอู้ านวยการโรงเรยี นฝ่ายวชิ าการ
ลงชอ่ื .................................................................
(นายชวนะชยั เพชรพริ ณุ )
รองผอู้ านวยการโรงเรยี นสระแกว้
ความเหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรยี น
ลงชอ่ื .................................................................
(นางจุฑามาส เทพหสั ดนิ ณ อยุธยา)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นสระแกว้
109
แบบทดสอบ เร่ือง การดแู ลรกั ษาบา้ นและความปลอดภยั ในการใช้สารเคมีในการทาความ
สะอาดบ้าน
กลุ่มสาระการงานอาชีพ วิชา การอาชีพ 1(พ้ืนฐาน)
ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 จานวน 10 ข้อ
โรงเรยี นสระแก้ว อาเภอเมืองสระแก้ว จงั หวดั สระแก้ว
คาชี้แจง แบบทดสอบมที งั้ หมด 10 ขอ้ ใชเ้ วลา 10 นาที
ตวั ชี้วดั
1. อธบิ ายการดแู ลรกั ษาบา้ นและทาความสะอาดเคร่อื งเรอื นต่าง ๆ ไดอ้ ย่างถกู วธิ ี (K)
2. เลอื กใชส้ ารเคมใี นการทาความสะอาดบา้ นและเคร่อื งเรอื นต่าง ๆ ไดอ้ ย่างปลอดภยั (P)
3. เหน็ ความสาคญั ของการดแู ลรกั ษาบา้ นและความปลอดภยั ในการใชส้ ารเคมี (A)
1. งานบา้ นประเภทใดตอ้ งทาทุกวนั
1) ซกั ผา้ เชด็ ตวั และเสอ้ื ผา้
2) เชด็ เตาแก๊สและทง้ิ ขยะ
3) ทาความสะอาดชดุ รบั แขกและกวาดหยากไย่
4) ลา้ งมงุ้ ลวดและเชด็ กระจกหน้าต่าง
2. งานบา้ นประเภทใด ไม่สามารถกาหนดเวลาทแ่ี น่นอนได้
1) การลา้ งทอ่ ระบายน้า
2) การกาจดั ขยะมลู ฝอย
3) การเปลย่ี นหลอดไฟฟ้า
4) การทาความสะอาดหอ้ งน้า
3. เกา้ อบ้ี ุหนงั ควรทาความสะอาดอยา่ งไร
1) ใชผ้ า้ สะอาดชบุ น้าหมาดๆเชด็ ถูใหท้ วั่
2) ใชไ้ มก้ วาดดอกหญา้ ปัดฝ่นุ แลว้ เชด็ ถูดว้ ยผา้ ชุบน้าหมาดๆ
3) ใชผ้ า้ แหง้ ปัดฝ่นุ ออกกอ่ น และใชผ้ า้ ชบุ น้ายาขดั หนังขดั เบาๆใหท้ วั่
4) ใชไ้ มก้ วาดขนไก่ปัดฝ่นุ แลว้ เชด็ ใหท้ วั่ ดว้ ยผา้ สะอาดชุบน้ายาขดั หนงั
4. ไมก้ วาดทางมะพรา้ วใชท้ าความสะอาดพน้ื ลกั ษณะใด
1) พน้ื แขง็ และเรยี บ
2) พน้ื หนิ ออ่ น
3) พน้ื ดนิ พน้ื ขรขุ ระ
4) พน้ื ไมป้ าเก้
5. วสั ดุในขอ้ ใดเหมาะสาหรบั ทาความสะอาดพน้ื หอ้ งครวั ทส่ี กปรกมาก
1) น้ายาฆา่ เชอ้ื
2) น้าผสมสบู่ออ่ นๆ
3) น้ายาขดั หอ้ งน้า
4) น้าผสมผงซกั ฟอก
110
6. น้ามะขามเปียกหรอื น้ามะนาวใชท้ าความสะอาดเครอ่ื งเรอื นประเภทใด
1) เครอ่ื งเรอื นประเภททท่ี าดว้ ยเหลก็
2) เครอ่ื งเรอื นประเภททท่ี าดว้ ยสแตนเลส
3) เคร่อื งเรอื นประเภททท่ี าดว้ ยทองเหลอื ง
4) เคร่อื งเรอื นประเภททท่ี าดว้ ยอลูมเิ นยี ม
7. นุชเดนิ ทางไปพกั ผ่อนบา้ นพกั ตา่ งจงั หวดั ซง่ึ ไม่ไดไ้ ปนาน เมอ่ื ไปถงึ พบว่ามฝี ่นุ ละอองเตม็ ไป
หมด” จากขอ้ ความน้ี นุชทาความสะอาดสงิ่ ใดก่อนเป็นอนั ดบั แรก
1) พน้ื บา้ น
2) เพดานบา้ น
3) ฝาผนงั บา้ น
4) ประตูและหน้าต่างของหอ้ ง
8. ขอ้ ใดเรยี งลาดบั การทาความสะอาดพน้ื บา้ นไดถ้ กู ตอ้ งทส่ี ุด
1.กวาดพน้ื ดว้ ยไมก้ วาดดอกหญา้
2.ซกั ผา้ ถูพน้ื ใหส้ ะอาด นาไปผง่ึ แดดใหแ้ หง้
3.ผสมน้ายาถูพน้ื นาไมถ้ พู น้ื ชุบน้าบดิ หมาดๆ ถซู ้าอกี ครงั้
4.นาไมถ้ ูพน้ื ชุบน้าบดิ หมาดๆถูพน้ื ไปในทศิ ทางเดยี วกนั
1) 4,3,2,1 2) 1,4,3,2
3) 3,1,2,4 4) 1,3,2,4
9. ขอ้ ใดเป็นการดแู ลรกั ษาหอ้ งตา่ งๆภายในบา้ นไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
1) ซกั เคร่อื งนอนเดอื นละ 1 ครงั้
2) ปัดฝ่นุ ภาพตดิ ฝาผนงั ดว้ ยไมก้ วาดเสย้ี นตาล
3) ขดั พน้ื หอ้ งน้าดว้ ยผงซกั ฟอกสปั ดาหล์ ะ 1 ครงั้
4) เปิดหน้าต่างหอ้ งครวั ทุกวนั เพอ่ื ใหแ้ สงแดดสอ่ งถงึ
10. พน้ื หอ้ งใดทต่ี อ้ งการทาความสะอาดเป็นพเิ ศษ
1) หอ้ งนอน
2) หอ้ งครวั
3) หอ้ งทางาน
4) หอ้ งนงั่ เล่น
เฉลย
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
2343432242
111
2 ใบงานที่ 2.4
เรือ่ ง น้ำยาล้างจานสมนุ ไพร
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 4-5 คน ปฏิบตั ิการทำน้ำยาลา้ งจานสมนุ ไพร สามารถปรบั เปล่ยี น
พัฒนาสูตรการทำนำ้ ยาลา้ งจานสมนุ ไพรได้
วัสดุอุปกรณ์
1. หวั เชอ้ื นำ้ ยา (N 70) 1 กโิ ลกรมั
2. สมุนไพรรสเปรยี้ ว 3 กโิ ลกรมั (สับปะรด มะกรดู มะนาว ฯ)
3. เกลือ / ผงข้น 1 กโิ ลกรัม
4. นำ้ สะอาด 10 กิโลกรัม
5. ภาชนะทใี่ ช้กวนน้ำยา
6. ไมพ้ าย
ขนั้ ตอน / วธิ ที ำ
1. ล้างมะนาว มะกรูด และสับปะรดให้สะอาด หน่ั เปน็ ชน้ิ ๆ แลว้ ต้ม กรองเอาแตน่ ้ำ 3 กโิ ลกรมั
ผสมน้ำสะอาด 10 กิโลกรัม จะได้น้ำสมุนไพร 13 กโิ ลกรัม (หากอยากใหม้ สี ีเหลืองใส่ขมนิ้ ในนำ้ ต้มสมุนไพรไป
ดว้ ย 1 ขดี )
2. นำ N 70 จำนวน 1 กิโลกรมั ใส่ถงั กน้ เรียบ ค่อยๆ รินนำ้ สมุนไพรใส่ถัง ใชพ้ ายไมก้ วนนำ้ สมุนไพร
ให้ผสมเข้ากนั กับ N 70 โดยกวนไปทางเดียวกนั ตลอดในทิศทางใดทิศทางหน่ึงเพ่ือป้องกันไมใ่ หเ้ กดิ ฟองมากโดย
กวนประมาณ 15 นาที จนมเี นอื้ เปน็ สีขาวครมี
3. จากนน้ั คอ่ ยๆ เทนำ้ สมนุ ไพรลงไปในถังในระหว่างท่กี วน โดยโรยเกลอื ป่นลงไปด้วยเปน็ ระยะ
พรอ้ มๆ กนั จำนวน 1 กิโลกรัม คนใหเ้ ข้ากันจนเป็นสขี าวนวล
4. ตง้ั ทิ้งไว้ 6 ช่วั โมง ก่อนนำไปใช้งาน (หรือทิ้งไว้ 1 คืน)
5. กรอกใสข่ วดเพือ่ สะดวกในการนำไปใช้
หมายเหตุ หวั เชื้อหาซื้อไดจ้ ากร้าน ธกส. ทกุ สาขา
112
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 8
ช่ือเร่ือง การจดั และตกแต่งห้อง หน่วยท่ี 2 เรื่อง การดแู ลรกั ษา
บา้ น
รหสั วิชา ง 21101 รายวิชา การงานอาชีพ1 เวลา 4 ชวั่ โมง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศกึ ษา 2564 กลุ่มสาระการงานอาชีพ
1. สาระท่ี 1 การดารงชีวิตและครอบครวั
2. มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทางาน มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทางาน ทกั ษะ
การจดั การ ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทกั ษะการทางานรว่ มกนั และทกั ษะ การแสวงหาความรู้ มี
คณุ ธรรมและลกั ษณะนสิ ยั ในการทางาน มจี ติ สานึกในการใช้ พลงั งาน ทรพั ยากรและสงิ่ แวดลอ้ ม เพอ่ื
การดารงชวี ติ และครอบครวั
3. ตวั ชี้วดั วเิ คราะหข์ นั้ ตอนการทางานตามกระบวนการทางาน
ง 1.1 ม. 1/1 ใชก้ ระบวนการทางานกลุ่มในการทางานดว้ ยความเสยี สละ
ง 1.1 ม. 1/2 ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาการทางานอย่างมเี หตผุ ล
ง 1.1 ม. 1/3
4. สาระการเรียนร้/ู เนื้อหา
▪ การจดั และตกแตง่ หอ้ ง
▪ องคป์ ระกอบในการจดั และตกแตง่ หอ้ ง
▪ ขอ้ ควรคานงึ ในการจดั และตกแตง่ หอ้ ง
▪ การจดั และตกแต่งหอ้ งในบา้ น
5. สาระสาคญั
การจดั ตกแต่งบา้ น เป็นการจดั วางเคร่ืองเรอื นและสงิ่ ของเครื่องใชใ้ นบ้านเพ่ือความเป็นระเบยี บ
เรียบร้อย สวยงามและสะดวกตอ่ การใชง้ านน่าอย่อู าศยั ประหยัดค่าใช้จา่ ย ประหยดั พลงั งานเปน็ ที่พึงพอใจ
ของผู้อย่อู าศัย ผมู้ าเยยี่ มเยือนในการจดั และตกแต่งบา้ นต้องอาศยั หลกั การ ประโยชน์ในการใช้สอย ความ
ประหยดั ความปลอดภยั ความสวยงาม
บา้ น ท่มี ีความสวยงาม สะอาด และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เปน็ สงิ่ ทสี่ มาชิกในบา้ นทกุ คนพึง
ปรารถนา ชว่ ยสง่ เสรมิ การทำกิจกรรมตา่ ง ๆ รว่ มกนั ในครอบครวั สง่ ผลให้เปน็ บ้านทม่ี ีความอบอ่นุ
6. จุดประสงค์การเรียนรู้
6.1 อธบิ ายการจดั และตกแต่งหอ้ งต่าง ๆ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (K)
6.2 ประดษิ ฐโ์ มเดลบา้ นและจดั ตกแห่งหอ้ งต่าง ๆ ตามขนั้ ตอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (P)
6.3 เหน็ ประโยชน์ของการจดั และตกแตง่ หอ้ งต่าง ๆ (A)
113
7. จดุ เน้นการพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียน
7.1 ดา้ นความสามารถและทกั ษะ ทกั ษะการคดิ ขนั้ สงู ทกั ษะชวี ติ การแกป้ ัญหา การใช้
เทคโนโลยี รกั การเรยี นรู้ แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง การสอ่ื สารอย่างสรา้ งสรรค์
7.2 ดา้ นคุณลกั ษณะเฉพาะชว่ งวยั อย่อู ย่างพอเพยี ง
8. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
8.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
8.2 ความสามารถในการคดิ
8.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
8.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
8.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
9. คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์
9.1 มวี นิ ยั
9.2 ใฝ่เรยี นรู้
9.3 มงุ่ มนั่ ในการทางาน
9.4 อยอู่ ย่างพอเพยี ง
9.5 รกั ความเป็นไทย
10. หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
10.1 ความพอประมาณ คดิ พดู ทา อยา่ งประมาณบนพน้ื ฐานความเป็นจรงิ ใหเ้ กดิ ความ
พอดี พอเหมาะ พอควร โดยไมส่ รา้ งความเดอื นรอ้ นใหก้ บั ตนเองและผอู้ ่นื
10.2 ความมเี หตุผล การตดั สนิ ใจอย่างมเี หตผุ ล ถูกตอ้ งตามหลกั ความจรงิ
10.3 การมคี ้มุ กนั ที่ดี ไมป่ ระมาท ไมเ่ สย่ี ง มคี วามรอบคอบเตรยี มตวั ใหพ้ รอ้ มรบั ผลกระทบท่ี
คาดว่าจะเกดิ ขน้ึ จากการเปลย่ี นแปลง
10.4 เงอื่ นไขความรู้ มคี วามรอบรใู้ นวชิ าการตา่ งๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งอย่างรอบดา้ น ใชค้ วาม
รอบคอบทจ่ี ะนาความรมู้ าพจิ ารณาเชอ่ื มโยงเพอ่ื ประกอบการวางแผนและมคี วามระมดั ระวงั ในขนั้
ปฏบิ ตั ทิ ุกขนั้ ตอน
10.5 เงือ่ นไขคณุ ธรรม ตระหนกั ในคุณธรรม ละลายในการทาความชวั่ การตงั้ มนั่ ในความดี
มคี วามซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ความอดทน ความเพยี ร ใชส้ ตปิ ัญญาในการดาเนินชวี ติ
11. การบูรณาการ
ภาษาไทย การตอบคาถาม การนาเสนอผลงาน การทารายงาน
ภาษาต่างประเทศ คาศพั ทแ์ ละบทสนทนาเกย่ี วกบั กระบวนการทางาน
ศลิ ปะ โมเดลหอ้ งตา่ ง ๆ การวาดภาพ
114
12. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น(กระบวนการกลุ่ม)
1. นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre-test) จานวน 10 ขอ้ เวลา 10 นาที
2. ครูตงั้ คาถามกระตุ้นความสนใจของนักเรยี น “มนี ักเรยี นกลุ่มใดไดไ้ ปศกึ ษาการประดษิ ฐ์โมเดล
บา้ นมาแลว้ ” นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็
3. ครเู ปิดวดี ที ศั น์เกย่ี วกบั ขนั้ ตอนการประดษิ ฐโ์ มเดลบา้ นใหน้ กั เรยี นดู
4. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาแบบโมเดลบ้านทส่ี มาชกิ ภายในกลุ่มร่วมกนั ออกแบบมานาเสนอหน้าชนั้
เรยี น
ขนั้ สอน
1. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติมเก่ียวกบั การจดั และตกแต่งหอ้ งต่าง ๆ เพ่อื เป็นความรใู้ นการประดิษฐ์โมเดล
บ้านใหน้ ักเรยี นฟัง “โมเดลบ้านท่ีกาลงั จะประดษิ ฐ์นัน้ นักเรยี นจะต้องทราบถงึ หลกั การจดั และตกแต่ง
หอ้ งต่าง ๆ ในบ้านก่อน เพราะจะช่วยให้สามารถประดษิ ฐ์โมเดลบา้ นได้อย่างถูกต้องตามหลกั การจดั
และตกแตง่ หอ้ ง”
2. นกั เรยี นศกึ ษาคน้ ควา้ เก่ยี วกบั การจดั และตกแต่ง จากหนงั สือเรยี น หน่วยท่ี 2 และศกึ ษาเพม่ิ เตมิ
จากอนิ เทอรเ์ น็ต เพอ่ื ประกอบการประดษิ ฐโ์ มเดลบา้ น
3. นักเรยี นนาวสั ดุเหลือใช้ อุปกรณ์ เคร่อื งมอื เคร่อื งใช้ ในการประดิษฐ์โมเดลบ้าน จากการท่ี
ออกแบบทน่ี กั เรยี นไดร้ ่วมกนั คดิ มาแลว้
4. ครูอธิบายเพิ่มเติม เก่ียวกับการจดั และตกแต่งห้องต่าง ๆ “การจดั และตกแต่งห้องนัน้ จะ
แตกต่างกนั ออกไป” เช่น
1) หอ้ งนอน ควรจดั ห่างจากฝาผนัง มหี น้าต่างเพอ่ื ใหอ้ ากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก มแี สงสว่าง
พอเพยี ง เคร่อื งเรอื นมขี นาดเหมาะสมกบั พน้ื ทภ่ี ายในหอ้ ง การทาสหี อ้ งควรเป็นโทนสอี ่อน เพ่อื ให้เกดิ
ความผอ่ นคลาย
2) ห้องครวั ควรจดั วางเคร่อื งปรุงต่างๆให้เป็นระเบียบ สะดวกต่อการหยบิ ใช้งาน วาง
อุปกรณ์ประกอบอาหารใหส้ ะดวกต่อการหยบิ ใช้ มชี ่องระบายอากาศหรอื หน้าต่าง เพอ่ื ใหอ้ ากาศถ่ายเท
ไดส้ ะดวก มแี สงสว่างพอเพยี ง และเพอ่ื ความปลอดภยั ในการประกอบอาหาร
3) ห้องรบั ประทานอาหาร ควรมแี สงสว่างเพยี งพออากาศถ่ายเทได้สะดวก จดั วางโต๊ะ
เกา้ อ้ี ใหเ้ พยี งพอสาหรบั สมาชกิ ในบา้ นและเผ่อื ผมู้ าเย่ยี มเยอื น
4) หอ้ งรบั แขก ควรมโี ต๊ะ เกา้ อ้ี ใหเ้ พยี งพอต่อการรบั แขก มตี ู้หรอื ชนั้ หรอื ชนั้ วาง เพอ่ื จดั
วางสง่ิ ของใหเ้ ป็นระเบยี บ ตกแต่งหอ้ งใหส้ วยงาม สขี องหอ้ งควรมสี สี ดใส หรอื เลอื กใชส้ โี ทนอบอุ่น อาจ
มภี าพแขวนตามฝาผนงั เพอ่ื ความสวยงาม
5) หอ้ งน้า ควรมชี ่องระบายอากาศ เพอ่ื ใหอ้ ากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก เครอ่ื งใชใ้ นหอ้ งน้าควร
จดั วางใหเ้ ป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยเพอ่ื สะดวกต่อการหยบิ ใชง้ าน
5. ครคู อยช่วยเหลอื พรอ้ มทงั้ ใหค้ าแนะนาและแกป้ ัญหาต่าง ๆในการประดษิ ฐโ์ มเดลบา้ นใหน้ กั เรยี น
แตล่ ะกลุ่ม
115
6. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานประดษิ ฐโ์ มเดลบา้ น และเมอื ทกุ กลุ่มนาเสนอผลงานเสรจ็
เรยี บรอ้ ยแลว้ ใหน้ าโมเดลบา้ นมาจดั แสดงภายในชนั้ เรยี น
ขนั้ สรปุ
นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรู้เก่ยี วกบั การจดั และตกแต่งหอ้ ง “การจดั และตกแต่งหอ้ งต่างๆ
นนั้ มปี ระโยชน์หลายประการ คอื ช่วยให้บา้ นมคี วามสุขลกั ษณะท่ดี ี น่าอยู่อาศยั มคี วามสะอาด มคี วาม
สะดวกสบาย มคี วามเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย มคี วามปลอดภยั ในการอย่อู าศยั และยงั สามารถสรา้ งความ
ประทบั ใจใหก้ บั ผมู้ าเยย่ี มเยอื นไดอ้ กี ดว้ ย”
ขนั้ ประเมิน
1. ครตู รวจสอบความถูกตอ้ งของชน้ิ งานการประดษิ ฐโ์ มเดลบา้ นของนกั เรยี นแต่ละกลุ่ม
2. ครูตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรยี น เร่อื ง การจดั และตกแต่งห้อง จากการตอบ
คาถาม การอภปิ รายกลุ่ม การทางานกลุ่มและแบบทดสอบหลงั เรยี น
13. ส่ือประกอบการเรยี นร้/ู แหลง่ เรยี นรู้
1. สอ่ื สง่ิ พมิ พ์ เร่อื ง การจดั ตกแต่งหอ้ ง การทาโมเดลบา้ น
2. ใบงานท่ี 2.4 เร่อื ง โมเดลบา้ น การจดั ตกแต่งบา้ น
3. สถานท่ี เชน่ หอ้ งสมดุ หอ้ งทางาน
4. บคุ คล เชน่ ผปู้ กครอง ครู บุคคลทป่ี ระกอบอาชพี ต่าง ๆ
5. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน การงานอาชพี และเทคโนโลยี ม. 1
6. สอ่ื อน่ื ๆ เชน่ คอมพวิ เตอร์ สมารท์ โฟน
14. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
14.1 วธิ กี ารวดั ผล ทดสอบ ใบงาน
14.2 เคร่อื งมอื วดั แบบทดสอบ ใบตรวจใบงาน
14.3 เกณฑก์ ารวดั ผลและประเมนิ ผล
ด้านความรู้ (K) ด้านทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(เกณฑก์ ารประเมนิ ผ่าน 60 %) (P) (A)
1. แบบทดสอบหลงั เรยี น 1. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 1. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ
(Post-test) 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ 2. มวี นิ ยั
3. ทกั ษะการแกป้ ัญหา 3. ใฝ่เรยี นรู้
4. ทกั ษะประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ 4. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
5. ทกั ษะกระบวนการกลมุ่ 5. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
6. รกั ความเป็นไทย
7. มจี ติ สาธารณะ
116
15. บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้
หน่วยท่ี 2 เรอื่ ง การดแู ลรกั ษาบา้ น
แผนที่ 8 เรอ่ื ง การจดั และตกแต่งบ้าน
1. จานวนนกั เรยี นทส่ี อน ...............คน
2. จานวนนกั เรยี นทม่ี าเรยี น
หอ้ ง จานวนนกั เรยี น หอ้ ง จานวนนกั เรยี น
(คน) (คน)
รวมจานวนนกั เรยี น จานวนนกั เรยี น(คน)
3. การทดสอบก่อนเรยี นแบ่งกล่มุ ไดด้ งั น้ี
ระดบั คณุ ภาพ
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ
4. ดาเนินการเรยี นการสอนเพอ่ื สง่ เสรมิ และปรบั ปรงุ อย่างไร
117
5. คณุ ภาพผเู้ รยี น แบง่ กลุ่มไดด้ งั น้ี จานวนนกั เรยี น(คน)
สาเหตุทไ่ี ดร้ บั ปรงุ
ระดบั คณุ ภาพ
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ
ช่อื -นามสกลุ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
6. แนวทางปรบั ปรงุ /แกไ้ ขปัญหา
118
7. ผลการปรบั ปรุง
8. นกั เรยี นกลุ่มพอใช้ ดี และดมี าก สง่ เสรมิ อย่างไร
ลงช่อื .................................................ครผู สู้ อน
(นางอารยี ์ เกษชม)
ความเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
ลงช่อื ...................................................................
(นายพรชยั หนั จนั ทร)์
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
119
ความเหน็ ของรองผอู้ านวยการโรงเรยี นฝ่ายวชิ าการ
ลงช่อื .................................................................
(นายชวนะชยั เพชรพริ ณุ )
รองผอู้ านวยการโรงเรยี นสระแกว้
ความเหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรยี น
ลงช่อื .................................................................
(นางจุฑามาส เทพหสั ดนิ ณ อยธุ ยา)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นสระแกว้
120
แบบทดสอบ เรื่อง การจดั และตกแต่งบ้าน
กลุ่มสาระการงานอาชีพ วิชา การอาชีพ 1(พื้นฐาน)
ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 1 จานวน 10 ขอ้
โรงเรียนสระแก้ว อาเภอเมืองสระแก้ว จงั หวดั สระแก้ว
คาชี้แจง แบบทดสอบมที งั้ หมด 10 ขอ้ ใชเ้ วลา 10 นาที
ตวั ชี้วดั
1. อธบิ ายการจดั และตกแต่งหอ้ งต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง (K)
2. ประดษิ ฐโ์ มเดลบา้ นและจดั ตกแหง่ หอ้ งตา่ ง ๆ ตามขนั้ ตอนไดอ้ ย่างเหมาะสม (P)
3. เหน็ ประโยชน์ของการจดั และตกแต่งหอ้ งต่าง ๆ (A)
1. เหตใุ ดจงึ ควรจดั หอ้ งนอนไวท้ างทศิ ตะวนั ออกของตวั บา้ น
1) เพอ่ื ใหอ้ ากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก
2) เพอ่ื ปลอดภยั จากฝ่นุ ละออง
3) เพอ่ื ใหแ้ สงแดดสอ่ งเขา้ ในตอนเชา้
4) เพอ่ื ใหห้ า่ งไกลจากเสยี งรบกวนภายนอก
2. การจดั ตกแต่งหอ้ งในขอ้ ใด ควรคานึงถงึ ความสวยงามมากทส่ี ดุ
1) หอ้ งน้า
2) หอ้ งครวั
3) หอ้ งนอน
4) หอ้ งรบั แขก
3. ขอ้ ใด กลา่ วผดิ เกย่ี วกบั การจดั หอ้ งครวั
1) จดั ไวส้ ว่ นหน้าบา้ น
2) จดั ใหม้ แี สงสว่างเพยี งพอ
3) จดั ใหม้ ที างระบายน้าจากหอ้ ง
4) จดั วางภาชนะเคร่อื งใชใ้ หเ้ ป็นระเบยี บ
4. เพราะเหตุใดจงึ ควรจดั หอ้ งน้าและหอ้ งสว้ มใหอ้ ยใู่ นทศิ ทางทแ่ี สงแดดสอ่ งถงึ
1) เพอ่ื ประหยดั ไฟฟ้า
2) เพอ่ื ป้องกนั สตั วต์ ่าง ๆ
3) เพอ่ื ทาใหพ้ น้ื หอ้ งแหง้
4) เพอ่ื ความเป็นสว่ นตวั
5. ใครใชป้ ระโยชน์ในหอ้ งนงั่ เลน่ (อเนกประสงค)์ ไม่เหมาะสม
1) เอมเปลย่ี นเสอ้ื ผา้
2) เก่งรบั ประทานอาหาร
3) จ๊บุ แจงอา่ นหนงั สอื ใหป้ ่ฟู ัง
4) เปรยี วเลน่ เกมคอมพวิ เตอร์
121
6. การจดั ตกแต่งหอ้ งต่าง ๆ ภายในบา้ นก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์ขอ้ ใดมากทส่ี ุด
1) ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์
2) ทาใหบ้ า้ นมรี ะเบยี บและสวยงาม
3) ฝึกลกั ษณะนสิ ยั การเป็นเจา้ ของบา้ น
4) ทาใหส้ ว่ นประกอบของบา้ นมคี วามหมาย
7. “หน่อยวาดภาพสนี ้าแลว้ นามาตกแต่งภายในหอ้ งรบั แขก” หน่อยคานึงถงึ หลกั การตกแตง่ ขอ้
มากทส่ี ุด
1) ความสวยงาม
2) ความประหยดั
3) ความเหมาะสม
4) ความสะดวกสบาย
8. ถว้ ยเบญจรงค์ ควรจดั วางทใ่ี ดในบา้ นจงึ เหมาะสมทส่ี ดุ
1) ตภู้ าชนะหอ้ งครวั
2) ตโู้ ชวใ์ นหอ้ งรบั แขก
3) โตะ๊ เคร่อื งแป้งในหอ้ งนอน
4) ชนั้ วางของในหอ้ งนงั่ เล่น
9. “ออ้ มจดั ตกแตง่ หอ้ งพบวา่ การวางไมป้ ระดบั ไมเ่ หมาะสมจงึ เปลย่ี นใหม่” ออ้ มปฏบิ ตั ติ าม
กระบวนการทางานขนั้ ตอนใด
1) การวเิ คราะหง์ าน
2) การวางแผนการทางาน
3) การประเมนิ ผลการทางาน
4) การปฏบิ ตั ติ ามลาดบั ขนั้ ตอน
10. ถา้ หอ้ งรบั แขกมพี น้ื ทก่ี วา้ งคควรจดั วางชุดรบั แขกแบบใด
1) แบบตวั ยู
2) แบบวงกลม
3) แบบเสน้ ตรง
4) แบบเขา้ มุมหอ้ ง
เฉลย
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
3 4 1 3 1 2 1 2 2 10
122
2 ใบงานท่ี 2.5
เร่อื ง โมเดลบา้ น
คำชี้แจง ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 4-5 คน รว่ มกนั ออกแบบห้องตา่ ง ๆ 1 หอ้ ง แล้วลงมือปฏบิ ตั ิการทำ
โมเดลบา้ นตามที่ออกแบบไว้(ศกึ ษาวธิ กี ารทำโมเดลบา้ นจากหนังสอื อินเทอรเ์ น็ต) โดยใช้กระบวนการทำงาน
และกระบวนการกลุ่ม
ตัวอย่าง
การนำเสนอผลงาน
หลกั ในการจดั ห้องนงั่ เล่น
123
ใบความรู้
เร่ือง การจัดและตกแตง่ หอ้ งตา่ งๆ ภายในบ้าน
---------------------------------------------------------------
หลักการจดั และตกแต่งบ้าน
การตกแตง่ บ้าน ใหน้ า่ อยู่ มปี จั จัยหลายๆ อยา่ งประกอบกนั โดยแบ่งหลักการสำคญั ๆ ดังต่อไปนี้
1. ความปลอดภยั ในการจดั ตกแตง่ บ้านควรคำนึงถงึ ความปลอดภยั ของสมาชิกในบ้าน โดยการเลอื ก
เคร่อื งตกแตง่ บ้านท่ีไม่มี มมุ แหลม ไมแ่ ตกหักงา่ ย ไมเ่ กะกะทางเดิน และควรปอ้ งกนั อันตรายท่ีเกดิ จาก
ความอยากรอู้ ยากเหน็ เชน่ จัดวางตู้ยาไว้ในท่สี งู และจดั เก็บสารเคมี ยาฆ่าแมลงในบ้านใหพ้ น้ มอื เด็ก รวมทง้ั
ไมจ่ ดั ของขวางทางเดิน ไม่ขัดพ้นื จนเปน็ เงามัน เพราะวา่ จะลน่ื หกล้มหรือตกบนั ไดได้ นอกจากน้ี การติดต้งั
อุปกรณ์ไฟฟ้าตลอดการเดินสายไฟฟ้า จะต้องอยใู่ นสภาพท่ีปลอดภัย
2. ถูกสขุ ลักษณะและสะอาด ในการจดั บา้ นจะต้องจัดให้อากาศถ่ายเทสะดวกไมค่ วรจักวา่ งส่งิ ของ
ปิดบงั ทศิ ทางลม และจดั ใหม้ ีแสงสว่างเพยี งพอ ไม่มดื ทึบ รวมรวมท้ังควรทำความสะอาดเครอื่ งตกแตง่ บ้านให้
สะอาดอยู่เสมอ เพื่อสุขอนามัยของคนในบ้าน
3. สะดวกในการใช้สอย ในการจัดตกแต่งบ้านควรคำนึงถงึ ความสะดวกในการทำกจิ กรรมต่างๆ โดย
การจดั ทางเดนิ ตา่ งๆ ของบ้านให้สัมพันธ์กันสามารถเดินไปมาไดส้ ะดวกจัดหาเคร่ืองที่มขี นาดและจำนวน
เหมาะสมสมกบั เนื้อท่ี เลอื กเครอ่ื งเรือนที่สะดวกในการใช้สอยและทำความสะอาดไดง้ า่ ย เช่น เครอื่ งเรอื นท่มี ี
ลอ้ สามารถเคล่ือนย้ายไดั และจดั อุปกรณ์ เครื่องมือเครอ่ื งใช้ให้สะดวกต่อการหยิบใช้ เช่น ไมว่ างเครื่องมือ
เครื่อง ใชท้ ี่ใชบ้ อ่ ยๆ ในท่สี งู เกินมือเออื้ มถงึ และจดั อุปกรณใ์ ห้เป็นหมวดหมู่ เปน็ ตน้
4. ความสบาย การจดั ตกแตง่ บ้านใหใ้ หม้ เี ครื่องช่วยป้องกันความจา้ ของแสงแดด เช่น มา่ น มู่ลี่ มีชอ่ ง
ระบายความร้อน และให้อากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก สามารถมองเหน็ ทิวทัศน์ในบ้านหรือนอกบา้ นที่ทำใหเ้ กิด
ความเพลนิ ได้ เปน็ ต้น
5. ความมรี ะเบียบและความสวยงาม ในการจัดตกแตง่ เครอื่ งเรอื นควรมีความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย
สิง่ ของทจี่ ดั ว่างมากเกนิ ไป และสิ่งของท่จี ัดวา่ งไมเ่ ปน็ ระเบียบจะทำให้ความสวยงามลดลงนอกจากน้นี อกจาก
การตกแตง่ บ้าน ควรนำเรื่องการใชส้ ีซง่ึ เปน็ หลกั การศิลปะมาใชจ้ ะทำใหบ้ า้ นสวยงามน่าอยู่ย่งิ ข้นึ ควรนำไม้
ดอกไม้ประดับมาใชต้ กแต่งบ้าน เพอื่ เพมิ่ ความสวยงาม เช่น ใส่แจกันดอกไม้สด ไมป้ ระดับแบบแชวน เป็น
ตน้
6.ความประหยัด การจัดตกแต่งบ้านควรคำนงึ ถึงความประหยดั ทง้ั เวลา แรงงานและเงนิ โดยพจิ ารณา
เรื่องดแู ลรักษา ทำความสะอาด ราคาสิง่ ของท่นี ำมาตกแตง่ บา้ น การใช้เครื่องทนุ่ แรงจะทำให้ช่วย
ประหยดั เวลาและแรง แตก่ ่อนการซอื้ ควรพิจารณาราคากับความคุ้มค่าของการใช้สอย นอกจากส่งิ นน้ั สิ่งของ
เคร่อื งใช้บ้างอยา่ ง ทีใ่ ชใ้ นการตกแตง่ บา้ น หากเราสามารถประดิษฐเ์ องได้ กจ็ ะช่วยประหยัดคา่ ใช้จ่ายใน
ครอบครวั ลง
124
กระบวนการจดั และตกแตง่ ห้องตา่ งๆภายในบ้าน
1. การวิเคราะห์งาน
- จดั ตกแต่งห้องอะไร
- ห้องนใ้ี ชท้ ำกิจกรรมอะไร
- มีขนาดห้องเทา่ ไร
- ทศิ ทางลมและแสงเปน็ อยา่ งไร
- มีสง่ิ ใดบ้างในห้อง
2. วางแผนการทำงาน
- รปู แบบห้องและจดั ตกแต่งห้องอย่างไร
- งานทท่ี ำคนเดียวหรือหลายคน
- มีขนั้ ตอนการทำงานอย่างไร
- แต่ละข้นั ตอนจะใช้วสั ดุ อุปกรณอ์ ะไรบา้ ง
- ใครเป็นผ้ทู ำแตล่ ะข้ันตอนใช้เวลานานเท่าใด
- มคี า่ ใช้จา่ ยอะไรบา้ ง
3. การปฏิบัติตามลำดับขัน้ ตอน
- เปน็ การลงมือตามแผนท่วี างไว้ พร้อมบนั ทึกผลการทำงาน
ปัญหาอปุ สรรค
4. ประเมนิ ผลการทำงาน
- ประเมนิ ผลการวางแผน
- รอบคอบรัดกุมหรือไม่
- นำไปปฏิบัติไดจ้ รงิ หรือไม่
- ประเมินผลขณะทำงานหรือปฏิบัตงิ าน
- วิธีการทำงานเปน็ อย่างไร
- การทำงานมีข้อบกพร่องที่จะตอ้ งปรับปรงุ แกไ้ ขอยา่ งไร
- ประเมนิ ผลการทำงาน/ผลงาน
- เปน็ ไปตามจดุ มงุ่ หมายหรือไม่
- งานทท่ี ำมีขอ้ ดขี ้อเสยี อยา่ งไร
125
การจัดและตกแตง่ ห้องนอน
หอ้ งนอนใชส้ ำหรับนอนหลับพกั ผ่อน การจัดตกแตง่ ห้องนอน ตอ้ งคำนึงถึงความสะดวกสบาย ถกู
สุขลกั ษณะ และปลอดภยั
ก. การจดั วางเครื่องเรอื นในหอ้ งนอน
เครอ่ื งเรือน วธิ ีการจดั วาง
เตียงนอน - เลอื กขนาดของเตยี งให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ใชแ้ ละขนาดของ
หอ้ ง
- วางหวั เตยี งใหช้ ดิ ผนงั ดา้ นใดด้านหน่ึงและให้ข้างเตียงหา่ งผนงั
ห้อง 1-2 ฟตุ เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด
- ไมว่ างเตียงกดี ขวางทางเดิน
ทน่ี อน หมอน - ท่นี อนวางไวบ้ นเตียง
ผา้ ห่ม - ผา้ ห่มและหมอนวางบนท่ีนอน
โตะ๊ เคร่อื งแป้ง - วางชิดผนงั ตรงกนั ข้ามกบั แสงสว่าง เพราะแสงสวา่ งจะส่องเขา้
ดา้ นหลัง โดยไมต่ ้องเปิดไปในเวลากลางวนั
โตะ๊ หวั เตยี ง - ควรเปน็ โตะ๊ เตย้ี วางชดิ หวั เตียงด้านซา้ ย-ขวา
- ส่ิงทวี่ างบนโต๊ะควรคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้สอย เช่น
โคมไฟตั้งโต๊ะ นาฬิกา โทรศัพท์
โคมไฟ - ควรเลือกใช้ไฟสนี วล ขนาดพอเหมาะ
- วางบนโตะ๊ หัวเตียง
ข. สีของผนังห้องนอนและวัสดทุ ่ีใชใ้ นการจดั ตกแต่งควรใช้สีเย็นเพื่อใหร้ สู้ ึกเยน็ สบาย เช่นครีม ฟา้
ออ่ น เขียวออ่ น ถ้าหอ้ งแคบใหใ้ ชส้ เี หลือง สีส้มอ่อน สีครีมหรอื ฟ้าอ่อน ไม่ควรใช้สีฉดู ฉาด
ค. วสั ดอุ ุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดตกแต่งหอ้ ง ควรใหค้ วามร้สู กึ โปร่งสบาย ไมร่ กรงุ รัง เชน่ หมอนอิง
โคมไฟ พรมปูพ้นื ภาพวาดภาพถ่ายสวยงามมองสบายตาแขวนตดิ ไว้ผนงั ห้อง
126
การจัดและตกแต่งหอ้ งรับแขก
หอ้ งรับแขกเป็นหอ้ งที่ใช้ตอ้ นรบั ผู้มาเยี่ยมเยียน ซ่ึงอยู่ส่วนหน้าของบา้ น การจัดและตกแตง่ ควรจัดให้
สวยงามและดูสะดวกสบาย
1. การจัดวางเครื่องเรอื นในหอ้ งรับแขก ควรเนน้ ประโยชน์ใช้สอย และความสวยงาม
เป็นสำคญั ดงั น้ี
เครอื่ งเรือน วธิ ีการจดั วาง
โตะ๊ เก้าอี้หรือชุด • ควรเลือกขนาดและจำนวนให้เหมาะกับขนาดของหอ้ ง
รบั แขก • จดั วางเปน็ กล่มุ เพ่ือใหส้ นทนาได้สะดวกโดยสามารถจดั วางได้
หลายรปู แบบ ดงั นี้
ตวู้ างของหรือตู้โชว์ จดั วางแบบตัวแอล(L) จดั วางแบบตัวยู(U) จดั แบบวงกลม
โคมไฟ
• ตวู้ างของแสดงสง่ิ ของสวยงามให้ผูม้ าเยอื นไดเ้ หน็ เชน่ โลร่ างวัล
เกียรติบตั ร รูปถ่ายหรือของที่ระลึก ควรวางชิดผนงั
• ไมค่ วรวางตู้บงั แสงสวา่ งและทิศทางลม
• โคมไฟทมี่ ีรปู แบบสวยงามนยิ มนำมาใชป้ ระดบั ในห้องรบั แขกควร
วางไวม้ ุมใดมมุ หน่ึงของห้อง
2. สีของผนังหอ้ งรับแขกและวสั ดุอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการจดั ตกแต่ง ควรใช้สีที่สดใสและอบอ่นุ
เช่น สีชมพอู อ่ น สสี ม้ อ่อน สีฟ้าอ่อน สคี รีม
127
3. วสั ดุอปุ กรณท์ ี่ใช้จัดและตกแต่งห้องรบั แขก ใชข้ องประดษิ ฐ์จากวัสดธุ รรมชาติ เชน่ ตกุ๊ ตา
ดินเผา หมอนอิงผา้ ไทย กระดาษสา ภาพวาด ภาพถา่ ยใส่กรอบตดิ บริเวณผนังห้อง หรือนำ
กระถางตน้ ไมท้ ่ปี ลกู ในร่ม เช่น พลู ดา่ ง ว่าน บอน แจกันดอกไม้สด สวนถาด ดอกไมป้ ระดิษฐ์ มา
วางมุมหอ้ ง บนโต๊ะหรอื ช้นั วางได้ หรือตดิ ผ้าม่านสีกลมกลืนับสีหอ้ งรับแขก โดยเลอื กชนดิ ถอดซัก
ไดแ้ ละสิ่งท่สี ำคัญทค่ี วรคำน่งึ ถงึ คือ ไมใ่ ชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ตกแตง่ ห้องมากเกินไปเพราะจะดรู กและ
เกะกะทางเดนิ
ตวั อย่างการจดั และตกแต่งห้องรบั แขก
128
การจัดและตกแตง่ ห้องนำ้
หอ้ งนำ้ เปน็ ห้องชำระลา้ งสิ่งสกปรกจากร่างกายของเรา จึงควรดแู ลรักษาให้ถูกสุขลักษณะ
สะอาด ปราศจากกลน่ิ และจดั ตกแตง่ ใหน้ า่ ใช้
การจดั และตกแต่งห้องน้ำ
1. การจดั วางเคร่ืองเรอื นในห้องน้ำ
เครื่องเรือน วิธีการจดั วาง
เครือ่ งสุขภัณฑ์ • ควรจดั วางใหเ้ ปน็ สดั สว่ น โดยแยกสว่ นขับถา่ ยและอาบน้ำห่างกัน
• วางหัวเตียงใหช้ ิดผนังดา้ นใดด้านหนง่ึ
อ่างล้างมือ • ควรจดั ทำแบบโตะ๊ เพ่ือจะได้วางของใช้ เชน่ แปรงสีฟัน ยาสฟี ัน แก้วน้ำ
ราวพาดผ้า • ควรตดิ ไว้ข้างผนงั ใหห้ ่างจากฝักบวั เพ่ือไม่ใหผ้ า้ เปยี ก
2. สีของผนงั ห้องน้ำและวสั ดุอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการจดั และตกแต่ง ควรเลอื กใชส้ ที ใ่ี ห้
ความรสู้ ึกสบาย เช่น สฟี า้ อ่อน สเี หลอื งออ่ น สีเขยี วอ่อน หรือชมพูอ่อน ขาว
3. วสั ดุ อุปกรณท์ ใ่ี ช้ในการตกแต่งหอ้ งน้ำ ควรมีส่ิงตกแตง่ เช่น ท่ีใส่กระดาษชำระหรือท่ี
แขวนส่งิ ของเคร่ืองใช้ทม่ี ลี วดลายสวยงาม นอกจากนี้บนหลังโถส้วม หรอื บนโต๊ะอ่างลา้ งมอื อาจวาง
กระถางต้นไม้เล็กๆเพื่อเพิ่มความ สดชน่ื
129
การจัดและตกแต่งหอ้ งครัว
ห้องครวั ควรอยูส่ ว่ นของหลงั บา้ นเพราะเป็นห้องท่ีใช้ประกอบอาหารจึงอาจจะมีกล่ินและ
ควันรบบกวน ผู้อยู่อาศยั และบางบ้านอาจใชห้ ้องครัวเป็นห้องรับประทานอาหารด้วย
1. การจัดวางเครื่องเรอื นในห้องครวั ควรยดึ หลกั ความสะดวก ปลอดภยั ถูกสุขลักษณะ
และ ทำความสะอาดง่าย ดังนี้
เครือ่ งเรือน วธิ กี ารจดั วาง
เตาหงุ ตม้ • ควรจัดวางไวท้ โี่ ปรง่ ไม่ไกลจากทเี่ ตรียมอาหาร
โต๊ะเตรียมอาหาร • ควรจดั ทำแบบให้ติดกบั โต๊ะวางภาชนะหุงตม้ และมี
อ่างล้างจาน ระดบั ความสงู จากพนื้ ใกลเ้ คียงกัน
ตตู้ ดิ ฝาผนังสำหรับเกบ็ จาน • ควรต่อจากโต๊ะเตรียมอาหาร
ชาม • ควรจัดวางให้ไกลจากอ่างล้างจาน
ชั้นหรอื ทีส่ ำหรับคว่ำจาน
ชาม แก้วนำ้ • ควรติดผนงั เหนืออา่ งลา้ งจากหรอื วางไว้ขา้ งๆ อ่างล้าง
ตู้เย็น จาน
• ควรตั้งในท่ีมีอากาศถ่ายเทสะดวกและหา่ งจากผนังไม่
น้อยกว่า 15 เซนตเิ มตร
2. สขี องผนงั ห้องครัวและวสั ดุอุปกรณท์ ีใ่ ช้ในการจัดและตกแต่ง ควรเลือกใช้สที ่สี ดใส
สวา่ งและเย็น เชน่ สีขาว สคี รมี สีเขียวอ่อน เปน็ ต้น
3. วสั ดุ อปุ กรณ์ท่ีใชใ้ นการตกแต่งห้องครวั ควรตกแตง่ ภาพตดิ ผนังท่ีเกี่ยวกับอาหารหรือ
ตะกร้าผลไมห้ ลากสี
130
ตวั ยา่ งรปู แบบการจัดและตกแตง่ ห้องครัว
การจดั แบบชิดผนังด้านเดียวหรือแบบเสน้ ตรง การจดั ชดิ ผนงั สามด้านหรือแบบตวั ยู[U]
นิยมใชก้ บั บ้านท่พี น้ื ทจี่ ำกัด เหมาะสำหรับห้องสี่เหล่ยี มด้านเท่า
การจัดแบบเส้นขนาน การจดั ชดิ ผนังสองด้านหรอื ตัวแอล[L]
131
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 9
ชื่อเร่ือง การจดั สวนในภาชนะ หน่วยท่ี 2 เร่ือง การดแู ลรกั ษาบ้าน
รหสั วิชา ง 21101 รายวิชา การงานอาชีพ1 เวลา 4 ชวั่ โมง ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
ภาคเรยี นท่ี 1 ปี การศกึ ษา 2564 กลุ่มสาระการงานอาชีพ
1. สาระท่ี 1 การดารงชีวิตและครอบครวั
2. มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทางาน มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทางาน ทกั ษะ
การจดั การ ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทกั ษะการทางานรว่ มกนั และทกั ษะ การแสวงหา
ความรู้ มคี ุณธรรมและลกั ษณะนสิ ยั ในการทางาน มจี ติ สานกึ ในการใช้ พลงั งาน ทรพั ยากร
และสงิ่ แวดลอ้ ม เพอ่ื การดารงชวี ติ และครอบครวั
3. ตวั ชี้วดั วเิ คราะหข์ นั้ ตอนการทางานตามกระบวนการทางาน
ง 1.1 ม. 1/1 ใชก้ ระบวนการทางานกลุ่มในการทางานดว้ ยความเสยี สละ
ง 1.1 ม. 1/2 ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาการทางานอย่างมเี หตุผล
ง 1.1 ม. 1/3
4. สาระการเรยี นร/ู้ เนื้อหา
▪ การจดั สวนในภาชนะ เพอ่ื ตกแตง่ หอ้ งต่าง ๆในบา้ น
▪ ความสาคญั ของการจดั สวนในภาชนะ
▪ ประเภทของการจดั สวนในภชนะ
▪ องคป์ ระกอบของการจดั สวนในภาชนะ
5. สาระสาคญั
การตกแต่งบ้าน จะช่วยใหบ้ า้ นมีความสวยงามและนา่ อยู่อาศยั ซึ่งนอกจากตกแตง่ ดว้ ยการจดั วาง
เครอ่ื งเรือนตา่ ง ๆ ให้เหมาะสมแล้ว การจัดสวนในภาชนะยงั มีสว่ นช่วยให้บา้ นมคี วามสวยงามมากย่ิงข้นึ อกี
ทัง้ ยงั สร้างความประทบั ใจให้แก่ผู้ที่มาเยยี่ มเยอื นอีกดว้ ย
6. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
6.1 อธบิ ายหลกั การจดั สวนถาดหรอื สวนแกว้ เพ่อื นาไปตกแต่งหอ้ งต่าง ๆภายในบา้ นไดอ้ ย่างเหมาะสม
(K)
6.2 จดั สวนถาดหรอื สวนแกว้ ตามขนั้ ตอนกระบวนการทางาน (P)
6.3 เหน็ ความสาคญั ของการจดั สวนในภาชนะเพอ่ื ตกแต่งหอ้ งตา่ ง ๆ ภายในบา้ น (A)
7. จดุ เน้นการพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียน
7.1 ดา้ นความสามารถและทกั ษะ ทกั ษะการคดิ ขนั้ สงู ทกั ษะชวี ติ การแกป้ ัญหา การใช้
เทคโนโลยี รกั การเรยี นรู้ แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง การสอ่ื สารอย่างสรา้ งสรรค์
7.2 ดา้ นคณุ ลกั ษณะเฉพาะชว่ งวยั อยอู่ ย่างพอเพยี ง
132
8. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
8.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
8.2 ความสามารถในการคดิ
8.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
8.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
8.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
9. คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
9.1 มวี นิ ัย
9.2 ใฝ่เรยี นรู้
9.3 มงุ่ มนั่ ในการทางาน
9.4 อยอู่ ย่างพอเพยี ง
9.5 รกั ความเป็นไทย
10. หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
10.1 ความพอประมาณ คดิ พดู ทา อยา่ งประมาณบนพน้ื ฐานความเป็นจรงิ ใหเ้ กดิ ความ
พอดี พอเหมาะ พอควร โดยไมส่ รา้ งความเดอื นรอ้ นใหก้ บั ตนเองและผอู้ น่ื
10.2 ความมีเหตุผล การตดั สนิ ใจอยา่ งมเี หตุผล ถกู ตอ้ งตามหลกั ความจรงิ
10.3 การมคี ้มุ กนั ที่ดี ไมป่ ระมาท ไม่เสย่ี ง มคี วามรอบคอบเตรยี มตวั ให้พรอ้ มรบั ผลกระทบท่ี
คาดวา่ จะเกดิ ขน้ึ จากการเปลย่ี นแปลง
10.4 เงอื่ นไขความรู้ มคี วามรอบรใู้ นวชิ าการต่างๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งอยา่ งรอบดา้ น ใชค้ วาม
รอบคอบทจ่ี ะนาความรมู้ าพจิ ารณาเชอ่ื มโยงเพอ่ื ประกอบการวางแผนและมคี วามระมดั ระวงั ในขนั้
ปฏบิ ตั ทิ ุกขนั้ ตอน
10.5 เงื่อนไขคณุ ธรรม ตระหนกั ในคุณธรรม ละลายในการทาความชวั่ การตงั้ มนั่ ในความดี
มคี วามซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ความอดทน ความเพยี ร ใชส้ ตปิ ัญญาในการดาเนนิ ชวี ติ
11. การบูรณาการ
ภาษาไทย การตอบคาถาม การนาเสนอผลงาน การทารายงาน
ภาษาต่างประเทศ คาศพั ทแ์ ละบทสนทนาเกย่ี วกบั กระบวนการทางาน
ศลิ ปะ หลกั ทศั นศลิ ป์
การงานอาชพี ชนดิ และความตอ้ งการสารอาหาร แสงแดด ของตน้ ไม้
12. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน(กระบวนการกลุ่ม)
1. นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre-test) จานวน 10 ขอ้ เวลา 10 นาที
133
2. ครูตงั้ คาถามกระตุ้นความสนใจของนักเรยี น “มนี ักเรยี นคนใดรุ้จกั หรอื เคยเห็นสวนถาด หรอื
สวนแกว้ และถา้ รจู้ กั เคยทาสวนถาด หรอื สวนแกว้ ดว้ ยตนเองหรอื ไม่”
ขนั้ สอน
1. นกั เรยี นแบ่งกลุ่มๆละ 4-5 คน ศกึ ษา คน้ ควา้ เกย่ี วกบั การจดั สวนในภาชนะเพอ่ื นามาจดั และ
ตกแต่งหอ้ งตา่ ง ๆ ภายในบา้ น แลว้ นาขอ้ มลู สรุปเป็นแผนผงั ความคดิ ลงในกระดาษรอ้ ยปอนด์ A4 ใน
หวั ขอ้ ดงั น้ี
1) ความสาคญั การจดั สวนในภาชนะ
2) ประเภทของภาชนะ
3) ความรพู้ น้ื ฐานทางดา้ นทศั นศลิ ป์ ในการจดั สวนในภาชนะ
4) พรรณไมท้ น่ี ิยมนามาจดั สวนในภาชนะประเภทสวนชน้ื สวนแหง้
5) สง่ิ ทค่ี วรคานงึ ถงึ ในการเลอื กภาชนะ
6) วสั ดทุ ใ่ี ชใ้ นการจดั สวนในภาชนะ
2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนนาเสนอผลงาน
3. ครชู แ้ี จงในชวั่ โมงหน้าใหน้ กั เรยี นออกแบบการจดั สวนในภาชนะแบบสวนชน้ื หรอื สวนแหง้
และนาวสั ดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใช้ พรรณไมส้ าหรบั จดั สวนชน้ื สวนแหง้ มาในชวั่ โมงหน้า จากนนั้
ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นซกั ถาม
4. ครทู บทวนความรจู้ ากชวั่ โมงทแ่ี ลว้ จากนนั้ เช่อื มโยงเขา้ สกู่ จิ กรรมการสอน “ก่อนทจ่ี ะทาการ
จดั สวนในภาชนะนนั้ นกั เรยี นควรออกแบบ หรอื เขยี นแบบสวนทต่ี อ้ งการก่อน จากนนั้ เตรยี มวสั ดุ
อุปกรณ์ เคร่อื งมอื เคร่อื งใช้ และควรทาความสะอาดภาชนะใหเ้ รยี บรอ้ ย เรมิ่ ทาการจดั สวนในภาชนะ
โดยเรยี งลาดบั จากดา้ นบนไปดา้ นลา่ ง จดั วางให้สวยงามตามหลกั องคป์ ระกอบศลิ ป์ ”
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั จดั สวนในภาชนะทต่ี นเองออกแบบไว้
6. นกั เรยี นนาเสนอผลงานพรอ้ มประเมนิ ผลการทางานและผลงานเป็นไปตามจุดประสงค์
หรอื ไม่
7. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั การดแู ลรกั ษาสวนในภาชนะ “เม่อื นกั เรยี นจดั สวนเสรจ็ แลว้ ไปจดั
และตกแต่งหอ้ งต่าง ๆ ภายในบา้ น แตส่ ง่ิ ทส่ี าคญั ทต่ี อ้ งคานงึ คอื ตอ้ งหมนั่ ดแู ลรกั ษา เพอ่ื ไมใ่ หต้ น้ ไม้
เหยย่ี วเฉา ดงั นนั้ ควรรดน้าตน้ ไมแ้ ละใหแ้ สงแดดตามความเหมาะสมของชนดิ พชื ”
ขนั้ สรปุ
นักเรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรู้เก่ยี วกบั การจดั สวนในภาชนะ เพ่อื นามาใชใ้ นการจดั ตกแต่ง
หอ้ ง ต่าง ๆ ภายในบา้ น “การจดั สวนในภาชนะไม่ว่าจะเป็นการจดั ในถาด แกว้ ตู้หรอื ภาชนะทไ่ี ม่ไดใ้ ช้
งาน เป็นการจดั จาลองทวิ ทศั น์ทางธรรมชาตใิ หม้ ขี นาดเลก็ ลง ซ่งึ ขอ้ ดี คอื สามารถเคล่อื นย้ายไดอ้ ย่าง
สะดวก และมคี วามสวยงาม ใหค้ วามรสู้ กึ ผอ่ นคลาย นอกจากน้ีการจดั สวนในภาชนะยงั ชว่ ยใหเ้ กดิ สมาธิ
ในการทางาน มคี วามอดทนเกดิ ความเพลิดเพลนิ สามารถทาเป็นงานอดเิ รกหรอื สร้างเป็นรายได้ เม่อื
นาไปจดั ตกแตง่ หอ้ งตา่ ง ๆ ภายในบา้ นจะทาใหบ้ า้ นสวยงามและน่าอย่อู าศยั มากขน้ึ ”
134
ขนั้ ประเมิน
1. ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งของผลงาน
2. ครตู รวจสอบความรู้ ความเขา้ ใจของนกั เรยี น เร่อื ง การจดั สวนในภาชนะ เพอ่ื นาไปจดั ตกแต่ง
หอ้ งตา่ ง ๆ ภายในบา้ น และทาแบบทดสอบหลงั เรยี น
13. ส่ือประกอบการเรียนร้/ู แหล่งเรียนรู้
1. สอ่ื สง่ิ พมิ พ์ เรอ่ื ง การจดั สวนในภาชนะ
2. ใบงานท่ี 2.5 เรอ่ื ง การจดั สวนในภาชนะ เพอ่ื ตกแตง่ หอ้ งตา่ ง ๆ ภายในบา้ น
3. สถานท่ี เชน่ หอ้ งสมุด หอ้ งทางาน
4. บุคคล เชน่ ผปู้ กครอง ครู บุคคลทป่ี ระกอบอาชพี ต่าง ๆ
5. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน การงานอาชพี และเทคโนโลยี ม. 1
6. สอ่ื อน่ื ๆ เชน่ คอมพวิ เตอร์ สมารท์ โฟน
14. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
14.1 วธิ กี ารวดั ผล ทดสอบ ใบงาน
14.2 เครอ่ื งมอื วดั แบบทดสอบ ใบตรวจใบงาน
14.3 เกณฑก์ ารวดั ผลและประเมนิ ผล
ด้านความรู้ (K) ด้านทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
(เกณฑก์ ารประเมนิ ผา่ น 60 %) (P) (A)
1. แบบทดสอบหลงั เรยี น 1. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 1. ซ่อื สตั ย์ สุจรติ
(Post-test) 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ 2. มวี นิ ยั
3. ทกั ษะการแกป้ ัญหา 3. ใฝ่เรยี นรู้
4. ทกั ษะประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ 4. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
5. ทกั ษะกระบวนการกล่มุ 5. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. รกั ความเป็นไทย
7. มจี ติ สาธารณะ
135
15. บนั ทึกหลงั การจดั การเรียนรู้
หน่วยท่ี 2 เรอ่ื ง การดแู ลรกั ษาบ้าน
แผนท่ี 9 เรื่อง การจดั สวนในภาชนะ
1. จานวนนกั เรยี นทส่ี อน ...............คน
2. จานวนนกั เรยี นทม่ี าเรยี น
หอ้ ง จานวนนกั เรยี น หอ้ ง จานวนนกั เรยี น
(คน) (คน)
รวมจานวนนกั เรยี น จานวนนกั เรยี น(คน)
3. การทดสอบก่อนเรยี นแบง่ กลมุ่ ไดด้ งั น้ี
ระดบั คุณภาพ
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง
4. ดาเนินการเรยี นการสอนเพ่อื สง่ เสรมิ และปรบั ปรงุ อย่างไร
136
5. คณุ ภาพผเู้ รยี น แบง่ กลุ่มไดด้ งั น้ี จานวนนกั เรยี น(คน)
สาเหตุทไ่ี ดร้ บั ปรงุ
ระดบั คุณภาพ
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ
ช่อื -นามสกุล
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
6. แนวทางปรบั ปรุง/แกไ้ ขปัญหา
137
7. ผลการปรบั ปรุง
8. นกั เรยี นกลุ่มพอใช้ ดี และดมี าก สง่ เสรมิ อย่างไร
ลงช่อื .................................................ครผู สู้ อน
(นางอารยี ์ เกษชม)
ความเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
ลงช่อื ...................................................................
(นายพรชยั หนั จนั ทร)์
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
138
ความเหน็ ของรองผอู้ านวยการโรงเรยี นฝ่ายวชิ าการ
ลงช่อื .................................................................
(นายชวนะชยั เพชรพริ ณุ )
รองผอู้ านวยการโรงเรยี นสระแกว้
ความเหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรยี น
ลงช่อื .................................................................
(นางจฑุ ามาส เทพหสั ดนิ ณ อยธุ ยา)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นสระแกว้
139
แบบทดสอบ เร่ือง การจดั สวนในภาชนะ
กลุม่ สาระการงานอาชีพ วิชา การอาชีพ 1(พ้ืนฐาน)
ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 จานวน 10 ขอ้
โรงเรียนสระแก้ว อาเภอเมอื งสระแก้ว จงั หวดั สระแก้ว
คาชี้แจง แบบทดสอบมที งั้ หมด 10 ขอ้ ใชเ้ วลา 10 นาที
ตวั ชี้วดั
1. อธบิ ายหลกั ในการจดั สวนในภาชนะ เพ่อื นาไปตกแตง่ หอ้ งต่าง ๆ ภายในบา้ นไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (K)
2.จดั สวนในภาชนะไดส้ วยงามตามขนั้ ตอนกระบวนการทางาน (P)
3.เหน็ ความสาคญั ของการจดั สวนในภาชนะ เพอ่ื จดั ตกแต่งหอ้ งต่าง ๆ ภายในบา้ นได้ (A)
1. ขอ้ ใดคือความสำคัญของการจัดสวนในภาชนะ
1. ชว่ ยผ่อนคลายอารมณ์
2. ช่วยฝกึ ความอดทนและความละเอยี ดรอบคอบ
3. ชว่ ยสรา้ งเสรมิ บรรยากาศทด่ี ีภายในบ้าน
4. ถูกทุกข้อ
2. ต้นไม้ในข้อใดเหมาะในการจัดสวนแห้ง
1. ตน้ ออมเงินออมทอง
2. กระบองเพชร
3. เล็บครฑุ ดา่ ง
4. เฟิรน์ ข้าหลวง
3. หากตอ้ งการจัดสวนใหเ้ ห็นทิวทัศน์ทางธรรมชาติในมุมกวา้ งและสามารถใชพ้ รรณไม้จัดและตกแตง่ ได้
หลายชนิด ควรเลือกจัดสวนประเภทใด
1. สวนในตู้
2. สวนในถาด
3. สวนในแก้ว
4. สวนขวดโหล
4. หากตอ้ งการจดั สวนในถาด เพอื่ นำไปวางระเบียงบา้ นที่มีแสงแดดจัด ควรเลอื กพรรณไม้ชนิดใด
เพราะเหตุใด
1. เฟริ ์น ชอบน้ำมาก ต้องการแสงแดด 40-50 เปอรเ์ ซ็นต์
2. กระบองเพชร แคคตสั ชอบน้ำน้อย ต้องการแสงแดด 6-8 ชว่ั โมงช่วงเช้า
3. แพงพวย ทนความร้อน ดนิ ระบายน้ำดี ปลูกกลางแสงแดดได้ทั้งวนั
4. เอื้องนา ชอบน้ำมาก ดนิ ระบายนำ้ ดี ต้องการแสงแดดร่ำไร
140
5. ข้อใดคอื ขัน้ ตอนแรกของการจัดสวนในภาชนะ
1. จดั ซื้อวสั ดุ-อุปกรณ์
2. วเิ คราะหอ์ อกแบบสวนตามที่ตอ้ งการ
3. ประดบั ตกแตง่ สวนให้สวยงาม
4. เตรยี มภาชนะ พรรณไม้ วสั ดุปลกู และวสั ดตุ กแต่ง
6. พรรณไมใ้ นข้อใดเหมาะสมสำหรบั นำมาใช้ในการจัดสวนในภาชนะ
1. ไม้ยนื ตน้ ไมผ้ ล
2. ไม้ยืนตน้ ไม้เลอ้ื ย
3. ไม้อวบน้ำ ไมจ้ ำพวกกระบองเพชร
4. ไม้ดอกประดบั แคคตัส
7. ข้อใด ไมจ่ ัด เป็นประเภทพรรณไม้อวบนำ้
1. หยดนำ้
2. กระบองเพชร
3. กุหลาบหิน อชิ ิเวเรยี
4. เล็บครฑุ
8. การจัดวางองคป์ ระกอบในการจดั สวนถาดใหเ้ กิดลกั ษณะท่ีถว่ งซงึ่ กันและกันท้ัง 2 ดา้ น เรยี กว่า
1. ความสมดุล
2. สัดสว่ น
3. เอกภาพ
4. จุดเด่น
9. พันธ์ุไม้ทน่ี ยิ มใช้ในการจดั สวนถาดแหง้ คือข้อใด
1. มะสัง
2. แคคตสั
3. ข้าวตอกพระร่วง
4. ไผ่ฟลิ ิปปินส์
10. การเลอื กต้นไม้ เพ่ือนำมาจัดสวนถาด ควรเลือกลักษณะอยา่ งไร
1. ตดั รากออกก่อน
2. แกะดินลา้ งน้ำใหส้ ะอาด
3. สมบูรณ์ทัง้ ตน้ และราก
4. ตดั แตง่ ใบออกใหเ้ หลือนอ้ ยที่สดุ
เฉลย
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1223234123
141
2 ใบงานท่ี 2.5
เรอื่ ง การจดั สวนในภาชนะ
คำช้แี จง
1. ให้นกั เรียนแบง่ กลมุ่ กลุม่ ละ 4-5 คน
2. การปฏิบตั ิงานน้ีเปน็ การฝึกให้นักเรยี นทำงานกลุ่ม ฝกึ การทำงานเปน็ ระบบร่วมกันและฝึกการ
แก้ปญั หา
3. ปฏบิ ัตกิ ารจัดสวนในภาชนะ โดยปฏิบัตติ ามขัน้ ตอนที่กำหนดไว้ ดงั นี้
ขน้ั ที่ 1 การสงั เกต เพื่อรวบรวมขอ้ มลู ว่าจะจัดสวนในภาชนะอย่างไร
ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะห์เกี่ยวกบั รูปแบบการจดั ภาชนะ เครอ่ื งมือและวสั ดปุ ลกู พรรณไม้ทนี่ ิยมมาจัดสวนใน
ภาชนะ
ขน้ั ท่ี 3 การสรา้ งทางเลือกถึง รูปแบบ วสั ดุ อุปกรณ์ พรรณไม้
ขนั้ ที่ 4 ประเมินทางเลือกถึง รูปแบบ วสั ดุ อปุ กรณ์ พรรณไม้และคา่ ใชจ้ า่ ย
ขน้ั ที่ 5 วางแผนเพื่อการทำงาน โดยเขยี นปฏิทนิ การปฏิบตั ิงานและกำหนดชว่ งเวลาในการปฏิบตั งิ าน
ข้ันที่ 6 ลงมือปฏบิ ตั งิ าน ออกแบบ เขยี นแบบและลงมือปฏิบตั ิการจัดสวนในภาชนะ
ข้นั ท่ี 7 ประเมินผลการปฏบิ ัติงานว่าบรรลุตามวัตถปุ ระสงค์ตามท่กี ำหนดไว้หรอื ไม่
4. นำผลงานทจ่ี ัดเสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ ไปจัดตกแต่งหอ้ งตา่ ง ๆ ในโรงเรยี นหรอื บา้ น
ตัวอย่าง
142
หน่วยที่ 3
เรอ่ื ง อาหารกบั การดำรงชีวติ
เวลา 14 ช่ัวโมง
ผังมโนทัศน์เปา้ หมายการเรียนรู้และขอบขา่ ยภาระงาน
ความรู้ ทกั ษะ/กระบวนการ
• อาหารและโภชนาการท่มี ตี ่อสขุ ภาพ • ทักษะการคดิ วิเคราะห์
• การเลือกซอื้ อาหาร • ทกั ษะกระบวนการทำงาน
• อปุ กรณเ์ ครอ่ื งมือในการประกอบ • ทกั ษะกระบวนการคิดและตัดสนิ ใจ
อาหาร • ทกั ษะการทำงานกล่มุ
• การเตรยี มวัตถุดิบและการประกอบ • กระบวนการแก้ปญั หา
อาหาร • ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้
• การจดั ตกแต่งและบริการอาหาร
• การแปรรูปผลผลติ ทางการเกษตร
อาหารกบั การ
ดารงชีวติ
ภาระงาน/ชน้ิ งาน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
• ใบงาน • ซื่อสัตย์ สุจรติ
• แบบทดสอบ • มวี ินัย
• ปฏบิ ัติการประกอบอาหาร • ใฝ่เรยี นรู้
• ปฏบิ ตั กิ ารจัดตกแต่งจานอาหารและการ • อยู่อยา่ งพอเพยี ง
บรกิ าร • มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
• ปฏบิ ัติการแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตร • รกั ความเป็นไทย
• มจี ติ สาธารณะ
143
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 10
ช่อื เรอ่ื ง อาหารและโภชนาการที่มีต่อสุขภาพ หน่วยท่ี 3 เร่ือง อาหารกับการดำรงชวี ติ
รหสั วชิ า ง 20110 รายวิชา การงานอาชีพ1(งานบ้าน) เวลา 2 ชัว่ โมง ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 กลมุ่ สาระการงานอาชีพ
1. สาระที่ 1 การดำรงชวี ติ และครอบครัว
2. มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทำงาน มคี วามคิดสร้างสรรค์ มที ักษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะ
การจดั การ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานรว่ มกนั และทักษะ การแสวงหาความรู้ มี
คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทำงาน มจี ิตสำนึกในการใช้ พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม เพื่อการ
ดำรงชวี ิตและครอบครวั
3. ตวั ชี้วัด
ง 1.1 ม. 1/1 วเิ คราะห์ข้ันตอนการทำงานตามกระบวนการทำงาน
ง 1.1 ม. 1/2 ใช้กระบวนการทำงานกลมุ่ ในการทำงานดว้ ยความเสยี สละ
ง 1.1 ม. 1/3 ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาการทำงานอย่างมเี หตผุ ล
4. สาระการเรียนร/ู้ เน้ือหา
อาหารและโภชนาการทีม่ ีต่อสุขภาพ
- ความสำคัญของอาหารท่ีมตี ่อร่างกาย
- หลกั การเลือกบรโิ ภคอาหาร
5. สาระสำคัญ
โดยปกติแล้ว ร่างกายของคนเราได้รบั สารอาหารท่ีเป็นประโยชน์ เพื่อใหร้ ่างกายทำกจิ กรรมต่างๆ ได้
อย่างเต็มประสทิ ธิภาพ เนื่องจากการรบั ประทานอาหารท่ีมปี ระโยชน์จะทำให้รา่ งกายแข็งแรง ป้องกันการ
เจบ็ ป่วยไดง้ ่าย
หากต้องการใหร้ ่างกายมีความสมบูรณ์แข็งแรงและไม่เจบ็ ป่วยง่าย ควรใสใ่ จรับประทานอาหารให้
ครบ 5 หมู่เปน็ ประจำทกุ วัน
6. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
6.1 อธบิ ายความหมายและประโยชนข์ องอาหารทม่ี ีต่อร่างกายได้อยา่ งถูกต้อง[K]
6.2 อธบิ ายหลกั การเลือกบริโภคอาหารไดอ้ ย่างถูกต้อง [K]
6.3 เขียนจำแนกอาหารตามหลกั โภชนาการอาหาร 5หมู่ได้อย่างถกู ต้อง[P]
6.4 เห็นความสำคัญของการบรโิ ภคอาหารตามหลกั โภชนาการ[A]
7. จุดเน้นการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น
7.1 ดา้ นความสามารถและทักษะ ทกั ษะการคดิ ขั้นสงู ทกั ษะชวี ิต การแก้ปัญหา การใช้
เทคโนโลยี รักการเรยี นรู้ แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง การสือ่ สารอย่างสรา้ งสรรค์
7.2 ด้านคณุ ลักษณะเฉพาะชว่ งวัย อยอู่ ย่างพอเพียง
144
8. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
8.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
8.2 ความสามารถในการคิด
8.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
8.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
8.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
9. คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์
9.1ซ่ือสัตย์ สจุ ริต
9.2 มวี ินัย
9.3 ใฝ่เรียนรู้
9.4 มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
9.4 อย่อู ย่างพอเพียง
9.6 รักความเป็นไทย
10. หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
10.1 ความพอประมาณ คดิ พูด ทำ อย่างประมาณบนพ้ืนฐานความเป็นจริง ใหเ้ กิดความพอดี
พอเหมาะ พอควร โดยไมส่ ร้างความเดือนรอ้ นให้กับตนเองและผอู้ ืน่
10.2 ความมเี หตุผล การตัดสนิ ใจอย่างมีเหตผุ ล ถูกต้องตามหลกั ความจรงิ
10.3 การมีคุ้มกนั ท่ีดี ไมป่ ระมาท ไม่เส่ียง มคี วามรอบคอบเตรยี มตัวใหพ้ ร้อมรบั ผลกระทบทค่ี าดว่า
จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง
10.4 เง่ือนไขความรู้ มีความรอบรูใ้ นวิชาการต่างๆ ทเ่ี กย่ี วข้องอย่างรอบด้าน ใชค้ วามรอบคอบทจ่ี ะ
นำความรมู้ าพิจารณาเช่ือมโยงเพื่อประกอบการวางแผนและมคี วามระมัดระวังในขัน้ ปฏบิ ตั ิทุกขนั้ ตอน
10.5 เง่ือนไขคณุ ธรรม ตระหนกั ในคณุ ธรรม ละลายในการทำความชวั่ การตงั้ มั่นในความดี มคี วาม
ซอ่ื สตั ย์สจุ ริต ความอดทน ความเพยี ร ใชส้ ติปัญญาในการดำเนนิ ชวี ติ
11. การบรู ณาการ
ภาษาไทย การตอบคำถาม การนำเสนอผลงาน การทำรายงาน
สขุ ศกึ ษาฯ อาหารหลัก 5 หมู่
ภาษาต่างประเทศ คำศัพทแ์ ละบทสนทนาเกยี่ วกบั อาหาร สารอาหาร
วิทยาศาสตร์ พลงั งานจากอาหาร
145
12. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำ (กระบวนการสร้างความตระหนกั )
1. นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น (Pre-test) หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 จำนวน 10 ข้อ เวลา 10 นาที
2. ครตู ั้งคำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียน
1) เพราะเหตุใดเราจึงต้องรบั ประทานอาหาร
2) ถ้าต้องการประกอบอาหารเพ่ือให้ได้ครบถ้วนใน 1 จาน นักเรียนจะเลือกประกอบอาหาร
เมนใู ด เพราะเหตุใด
ข้นั สอน
ข้นั ท่ี 1 สังเกต
1. นักเรียนดวู ิดีโอผ้ทู ข่ี าดสารอาหาร( สัญญาณเตือน ภาวะขาดสารอาหาร
https://youtu.be/iXltbyRZC5Q ) และนักเรียนจดบันทึกสาระสำคัญท่ีได้จากการดูวดี ีโอ จากน้ันครูต้งั
คำถามกระตุน้ ความสนใจของนกั เรยี น
- นกั เรียนคดิ เห็นอยา่ งไรตอ่ ผู้ขาดสารอาหาร
2. นกั เรยี นและครรู ่วมกันแสดงความคิดเหน็ จากการตง้ั คำถามทวี่ า่
- การเลอื กบริโภคอาหาร มีหลักในการเลอื กอยา่ งไร
ข้นั ท่ี 2 วิจารณ์
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4-5 คน ร่วมกันศึกษา เรื่อง อาหารหลัก 5 หมู่ จากหนังสือเรียนแล้วแต่ละคน
ทำใบงานที่ 3.1 เรอื่ ง อาหารและโภชนาการท่มี ตี ่อสุขภาพ
ข้นั สรปุ
ขน้ั ที่ 3 สรปุ
นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้หลักการเลือกบริโภคอาหารและอาหารหลัก 5 หมู่ โดยครูช่วยแนะนำ
เพม่ิ เติม
ขน้ั ประเมิน
1. ครูตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียน เร่ือง อาหารและโภชนาการท่ีมีต่อสุขภาพจากการตอบ
คำถามและการแสดงความคดิ เห็น
2. ครูตรวจใบงานที่ 3.1 เร่อื งอาหารและโภชนาการทมี่ ตี อ่ สุขภาพ
9. นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปหลักการรับประทานอาหารตามแนวทางธงโภชนาการ
13. ส่อื ประกอบการเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
13.1 ส่อื ส่งิ พิมพ์ เชน่ วารสาร/หนงั สอื เกี่ยวกบั อาหารและสขุ ภาพ
13.2 ภาพอาหารตา่ งๆ ธงโภชนาการ
13.3 สถานที่ เชน่ หอ้ งสมดุ หอ้ งทำงาน
13.4 หนังสือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน การงานอาชพี และเทคโนโลยี ม. 1
13.5 ส่อื อน่ื ๆ เชน่ คอมพิวเตอร์ สมารท์ โฟน
146
14. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
14.1 วิธกี ารวดั ผล ทดสอบ ใบงาน
14.2 เคร่ืองมอื วดั แบบทดสอบ ใบตรวจใบงาน
14.3 เกณฑก์ ารวดั ผลและประเมินผล
ด้านความรู้ (K) ด้านทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(เกณฑก์ ารประเมนิ ผ่าน 60 %) (P) (A)
1. แบบทดสอบหลงั เรยี น 1. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 1. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ
(Post-test) 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ 2. มวี นิ ยั
3. ทกั ษะการแกป้ ัญหา 3. ใฝ่เรยี นรู้
4. ทกั ษะประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ 4. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
5. ทกั ษะกระบวนการกลมุ่ 5. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
6. รกั ความเป็นไทย
7. มจี ติ สาธารณะ
16. บนั ทึกหลังการสอน
หนว่ ยท่ี 3 แผนที่ 10
1. จำนวนนกั เรยี นทสี่ อน ...............คน
2. จำนวนนักเรยี นท่มี าเรยี น
ห้อง จำนวนนักเรียน(คน) หอ้ ง จำนวนนักเรยี น(คน)
รวมจำนวนนักเรยี น จำนวนนักเรียน(คน)
3. การทดสอบก่อนเรียนแบง่ กลมุ่ ได้ดังน้ี
ระดับคุณภาพ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง
147
4. ดำเนนิ การเรยี นการสอนเพ่ือส่งเสรมิ และปรบั ปรุงอย่างไร
5. คณุ ภาพผ้เู รยี น แบ่งกลุ่มได้ดังนี้ จำนวนนกั เรยี น(คน)
สาเหตทุ ไ่ี ดร้ ับปรุง
ระดับคุณภาพ
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง
ช่ือ-นามสกุล
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
148
6. แนวทางปรับปรุง/แกไ้ ขปญั หา
7. ผลการปรับปรุง
8. นักเรียนกลมุ่ พอใช้ ดี และดีมาก ส่งเสรมิ อยา่ งไร
ลงชื่อ.................................................ครูผสู้ อน
(นางอารยี ์ เกษชม)
149
ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
ลงชอ่ื ...................................................................
(นายพรชัย หันจันทร)์
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการโรงเรียนฝ่ายวชิ าการ
ลงชอ่ื ...................................................................
(นายชวนะชยั เพชรพิรณุ )
รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนสระแก้ว
ความเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียน
ลงชอ่ื ....................................................................
(นางจุฑามาส เทพหัสดนิ ณ อยธุ ยา)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสระแกว้