น่วยการเรยี นรู้
รอื่ ง ประชาธิปไตยใบเล็ก
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ภาคเรยี นที่๒ เวลา ๑๓ ชว่ั โมง
****************************************
ตอ้ งอา่ นได้ถกู ต้องตามหลักเกณฑก์ ารอา่ น สรุปใจความสาคัญและตอบคาถามจากเรื่องได้
รอื่ งไดอ้ ย่างต่อเน่ือง ทาใหส้ ามารถสรปุ เร่ืองท้งั หมดได้ คากริยา จะบอกลักษณะการกระทา
งและดู
าถามเร่ืองทอี่ ่านได้ การเขียนคาขวัญและพูดเชิญชวนทาให้กลา้ แสดงออกและมีความคิด
ทกั ษะ/กระบวนการ
๑. ทักษะการส่อื สาร
๒. ทักษะการอา่ น
๓. ทักษะกระบวนการกลมุ่
หน่วยที่ ๑๒
ประชาธปิ ไตยใบเลก็
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
๑. รปู ภาพ
๒. อนิ เตอรเ์ น็ท
๓. พจนานุกรม
๔. บตั รคา
๕. หนงั สือเรยี น
๖. ใบงานกจิ กรรม
๗. หนังสอื พิมพ์
ผงั ความคิดหนว่ ยบรู ณาการ การเขียน
๑.การเขยี นคายาก
การอา่ น ๒.การเขียนแผนภาพ
๑.การอ่านคายาก โครงเรอ่ื ง
๒.การอ่านออกเสยี ง
วธิ วี ดั การวัดและประเมินผล
- สงั เกตการฟงั พดู อา่ นเขียน
- แสดงความคดิ เหน็
- ตรวจผลงานนักเรียน
- ประเมนิ การทางานระบบกลมุ่
เครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผล
- แบบประเมินผลการอ่าน ฟัง เขียน
- แบบสงั เกตการแสดงความคิดเหน็
- ผลงานนักเรียน
- แบบประเมนิ การทางานระบบกลุ่ม
การฟัง การดแู ละการพูด
๑.การตง้ั คาถามตอบคาถาม
๒.การพดู เชญิ ชวน
๓.การพูดแสดงความคดิ เหน็
หนว่ ยท่ี ๑๒
ประชาธิปไตยใบเล็ก
หลกั การใช้ภาษาไทย
๑.การเขียนคาขวัญ
๒.คากรยิ า
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท ๑.๑ : ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก
ท ๓.๑ : สามารถเลอื กฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความ
ท๔.๑ : เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษา
ตัวชี้วัด
ท๑.๑ ป๓/ ๑ อ่านออกเสียงคา ขอ้ ความ เรื่องสั้น
ท๑.๑ ป๓/ ๓ ตั้งคาถาม ตอบคาถามเชงิ เหตุผลเกี่ยวกับเร่ืองทีอ่ ่าน
ท๑.๑ ป๓/ ๗ อ่านข้อความเชงิ อธิบาย และปฏิบตั ิตามคาส่ังหรอื ข้อเสนอแนะ
ท๓.๑ ป๓/ ๔ พูดแสดงความคิดเห็นและความรสู้ กึ จากเรื่องท่ีฟงั และดู
ท๓.๑ ป๓/๕ พูดส่ือสารไดช้ ัดเจนตรงตามวัตถปุ ระสงค์
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
-
ก้ปญั หาใน การดาเนินชวี ิตและมนี ิสยั รกั การอ่าน
มคดิ ความรู้สกึ ในโอกาสตา่ งๆ อย่างมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
าและพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษาและรกั ภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
ท๔.๑ ป๓/๒ ระบุชนดิ และหน้าที่ของคาในประโยค
ท๔.๑ ป๓/๕ แต่งคาขวัญ
สาระสาคัญ
การอา่ นออกเสยี งบทเรียน จะตอ้ งฝึกทักษะการอ่านคายากโดยต้องอ่า
เร่ืองได้ การเขียนภาพโครงเร่ือง จะช่วยให้สามารถบอกเหตุการณ์ของเร่ืองเป
คากริยา จะบอกลกั ษณะการกระทา การพดู เชิญชวนเกย่ี วกับการปฏิบัติตนใน
สาระการเรียนรู้
ความรู้
๑. อ่านเขียนคายาก
๒. การอา่ นออกเสียงและตอบคาถาม
๓. การเขยี นการเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง
๔. การเขยี นคาขวัญ
๕. การพดู เชิญชวน
๖. การพดู แสดงความคิดเหน็
๗. คากริยา
ทกั ษะ / กระบวนการ
- ทักษะการสื่อสาร
- ทกั ษะการอ่าน
- ทกั ษะกระบวนการกล่มุ
คณุ ลกั ษณะ
านได้ถกู ต้องตามหลักเกณฑก์ ารอ่าน สรปุ ใจความสาคัญและตอบคาถามจาก
ป็นตอนๆ การลาดับเรื่องได้อย่างต่อเนื่อง ทาให้สามารถสรุปเรื่องทั้งหมด ได้
นดา้ นตา่ งๆ การพูดแสดงความคดิ เห็นจากเรื่องท่ฟี งั และดู
๑. ปฏบิ ตั ิตนในการมมี ารยาทในการอ่าน
๒. ม่งุ มั่นในการทางาน
การประเมนิ ผลรวบยอด
ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
๑. การอ่าน อ่านออกเสยี ง ตง้ั คาถามตอบคาถาม สรุปขอ้ คิด
๒ .การพดู พดู แสดงความคดิ เหน็ พูดสือ่ สาร
๓. การแต่งประโยคจากคากริยา
การประเมนิ ผล
มติ คิ ุณภาพ น้าหนกั ระดับคณุ
๑.ปรมิ าณขอ้ มลู คะแนน
ดีมาก (๔) ดี (๓) อ
๒.คณุ ภาพ ๔๐ อ่าน อธิบาย อา่ นอธิบายความหมาย แ
ข้อมูล ๕ ความหมายและสรุป และสรปุ ใจความสาคญั จ
ใจความสาคญั จากสื่อ จากสอื่ ตา่ งๆไดค้ รบ ต
๕ ต่างๆไดค้ รบตามที่ ตามที่กาหนดแต่ไม่ตรง ต
กาหนดและตรงเวลา เวลาเล็กนอ้ ย น
นาเสนอเปน็ ภาพกวา้ ง นาเสนอเป็นภาพกวา้ ง เ
เปน็ ระบบกบั ชีวิตจรงิ เปน็ ระบบกบั ชวี ิตจรงิ แ
และเปน็ นามธรรม และค่อนข้างเปน็
นามธรรม
ณภาพ
พอใช้ (๒) ปรบั ปรงุ (๑)
อา่ นอธบิ ายความหมาย อา่ นอธบิ ายความหมาย
และสรุปใจความสาคัญ และสรปุ ใจความสาคญั
จากส่ือตา่ งๆไดค้ รบ จากสอื่ ตา่ งๆได้ไมค่ รบ
ตามท่กี าหนดและไม่ ตามท่กี าหนดและไม่
ตรงเวลามาก ตรงเวลามาก
นาเสนอเป็นภาพกวา้ ง นาเสนอเป็นทางเดียว
เปน็ ระบบกับชีวติ จริง ไม่เป็นระบบไม่เปน็
แต่ไม่เป็นนามธรรม นามธรรม
มติ ิคณุ ภาพ นา้ หนกั ระดบั คณุ
๓.แบบแผน คะแนน
ดมี าก (๔) ดี (๓) น
การคิด ๔๐ นาเสนอการอ่านและ นาเสนอการอา่ นและ เ
๕ เขยี นสรุปใจความ เขยี นสรุปใจความ ส
๔.การอ่านออก สาคญั เปน็ ลาดับ เปน็ สาคัญคอ่ นข้างเป็น ล
เสียง ๕ เหตุเปน็ ผล สมั พนั ธ์กับ ลาดับ เป็นเหตุเป็นผล แ
หลักการใช้ภาษาไทย สัมพันธก์ ับหลัก ห
๕.การพูดแสดง ๑๐ การใชภ้ าษาไทย อ
ความคิดเหน็ อ่านคาถูกตอ้ งตาม อ่านคาถูกตอ้ งตาม อ
๕ อกั ขรวิธอี า่ นเว้นวรรค อกั ขรวธิ ีอา่ นเว้นวรรค ว
๖.แตง่ ประโยค ตอนได้ถกู ตอ้ งใช้ ตอนได้ค่อนข้างถูกตอ้ ง ถ
จากคากริยา นา้ เสียงไดถ้ กู ต้องอ่าน ใช้นา้ เสยี งได้ถูกต้อง ถ
เสียงดงั เหมาะสม อา่ น อา่ นเสียงดัง เ
คาไม่ตก เหมาะสม แตอ่ า่ นคา ต
ตกบางคา เ
เล่ารายละเอียด ตง้ั เลา่ รายละเอยี ด ต้ัง ค
คาถามตอบคาถามพดู คาถามตอบคาถามพดู แ
แสดงความคิดเห็นได้ แสดงความคิดเห็นได้ บ
ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถกู ตอ้ งแตไ่ ม่ครบถ้วน แ
แต่งประโยคจาก แต่งประโยคจาก ค
คากริยาถกู ตอ้ ง คากริยาถกู ต้อง
ณภาพ
พอใช้ (๒) ปรับปรงุ (๑)
นาเสนอการอ่านและ นาเสนอการอ่านและ
เขยี นสรุปใจความ เขยี นสรปุ ใจความ
สาคัญคอ่ นข้างเปน็ สาคัญค่อนไมเ่ ปน็ ลาดบั
ลาดับ เป็นเหตเุ ป็นผล ไม่ เป็นเหตุเป็นผลไม่
แต่บางคาไม่สมั พนั ธก์ บั พนั ธก์ ับหลกั การใช้
หลักการใช้ภาษาไทย ภาษาไทย
อา่ นคาไม่ถูกต้องตาม อา่ นคาไมถ่ ูกตอ้ งตาม
อกั ขรวธิ บี างคาอา่ นเวน้ อักขรวธิ ี เป็นสว่ นใหญ่
วรรคตอนได้ค่อนขา้ ง บางคาอ่านเวน้ วรรค
ถูกตอ้ งใช้นา้ เสยี งได้ ตอนได้ไม่ถกู ต้องใช้
ถกู ตอ้ งอา่ นเสยี งดัง นา้ เสียงไมถ่ กู ตอ้ งอ่าน
เหมาะสม แต่อ่านคา เสยี งเบา และอ่านคา
ตกบางคา ตกเป็นสว่ นใหญ่
เลา่ รายละเอยี ด ตงั้ เลา่ รายละเอยี ด ต้ัง
คาถามตอบคาถามพดู คาถามตอบคาถามพูด
แสดงความคิดเห็นได้ แสดงความคิดเหน็ ไมไ่ ด้
บา้ ง
แตง่ ประโยคจาก แตง่ ประโยคจาก
คากริยาถกู ตอ้ ง คากริยาถกู ตอ้ ง
๙-๑๐ ขอ้ ๗-๘ ข้อ ๔
มิตคิ ณุ ภาพ นา้ หนกั ระดับคณุ
คะแนน
๗.คุณลักษณะที่ ดมี าก (๔) ดี (๓) ม
พงึ ประสงค์ ๔๐ มีความรับผดิ ชอบตอ่ มีความรบั ผดิ ชอบต่อ ก
๕ การเรยี นดมี าก การเรยี นดี ตระหนกั ต
ตระหนักเหน็ คณุ ค่า เห็นคุณค่าความสาคญั ค
ความสาคัญของการ ของการอ่าน อ
อ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ
ไดร้ ะดับคุณภาพ ๔ ผลการประเมิน ดีมาก
ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๓ ผลการประเมิน ดี
ไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๒ ผลการประเมนิ พอใช้
ได้ระดับคุณภาพ ๑ ผลการประเมิน ปรับปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ได้ระดบั คณุ ภาพ ๔ ( ผา่ น )
ไดค้ ะแนน ๓๒- ๔๐ ได้ระดบั คุณภาพ ๓ ( ผ่าน )
ไดค้ ะแนน ๒๕- ๓๑ ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๒ ( ผ่าน )
ไดค้ ะแนน ๒๐ – ๒๔ ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๑ ( ไมผ่ ่าน )
ไดค้ ะแนน ๐ - ๑๙
กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. สนทนาซักถามเรื่องการดูข่าวในโทรทัศน์ ข่าวการเมือง และนักเรียนเคยสัง
เขา้ ใจ
๔-๖ ข้อ ๐-๓ ข้อ
ณภาพ ปรบั ปรุง (๑)
มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่
พอใช้ (๒) การเรยี นนอ้ ยตระหนัก
มคี วามรับผิดชอบตอ่ เหน็ คณุ ค่าความสาคญั
การเรียนพอใช้ ของการอา่ นน้อย
ตระหนกั เห็นคุณคา่
ความสาคญั ของการ
อ่านนอ้ ย
งเกตรูปอนุสาวรยี ์ประชาธิปไตยนักเรยี นอาจดูจากรปู ภาพหรือเปดิ อินเตอรเ์ น็ท อธิบายพอ
๒. การอ่านเขยี นคายาก บทท่ี๑๒ เร่อื งประชาธปิ ไตยใบเลก็ นักเรยี นหาคาศพั ท
ถูกต้อง
ฝกึ อา่ นและเขียนคาศัพท์
๓. ฝึกอ่านออกเสยี ง บทที่ ๑๒ เรื่องประชาธิปไตยใบเล็กพรอ้ มกันทั้งชัน้ เว้นวร
กจิ กรรมกรรมตอบคาถามเปน็ ชนิ้ งาน ๑๐ ข้อ
๔.นกั เรยี นเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง ใคร ทาอะไร ทีไ่ หน อย่างไร เหตุการณ์ ผล
ความคิดสรา้ งสรรค์กไ็ ดแ้ ลว้ นาเสนอผลงาน ครแู นะนาเพ่มิ เติม
๕. รว่ มกนั คิดและเขยี นคาขวัญเชิญชวนไปใช้สทิ ธิ์เลอื กต้ัง ออกแบบการเขียนตาม
๖. ร่วมกนั คิดและออกแบบในการพูดเชิญชวนใหเ้ พอ่ื นในชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓
นาเสนอผลงาน ร่วมอภปิ ราย
๗. นักเรยี นฝกึ พูดการพดู แสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับสภาพแวดลอ้ มในโรงเรียนแล
๘. คากริยาคือคาท่ีบอกการกระทาของคน สตั ว์ สิ่งของนกั เรียนยกตวั อ
แสดงอาการคากรยิ า เชน่ กนิ ย้มิ หัวเราะ เพ่อื นๆ ทายว่าเปน็ คากริยาอะไร แบ
มาตดิ ท่กี ระดาษใบงานกจิ กรรมคากริยา ตกแต่งใหส้ วยงาม ตัวแทนกลุ่มนาเสนอ
ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
๑. รปู ภาพ
๒. อนิ เตอร์เน็ท
๓. พจนานกุ รม
๔. บตั รคา
๕. หนังสือเรยี น
๖. ใบงานกจิ กรรม
๗. หนังสือพิมพ์
ทแ์ ละหาความหมายจากพจนานกุ รม เน้นวธิ กี ารใชพ้ จนานุกรม เพอื่ ความคลอ่ งแคล่วและ
รรคตอนและอา่ นให้ชดั เจน ครูและนักเรยี นร่วมสรปุ ใจความสาคัญอีกคร้งั นักเรยี นทาแบบ
ลของเหตุการณ์เป็นอยา่ งไร ครใู หด้ แู ผนผังแผนภาพโครงเรื่อง หรือ นักเรียนออกแบบตาม
มความคิดสรา้ งสรรคใ์ นใบงานกจิ กรรม ครูนาตัวอยา่ งใหน้ ักเรยี นดู
รักษาความสะอาดในห้องเรียนและบริเวณโรงเรยี นเขยี นในใบงานกิจกรรมการพดู เชญิ ชวน
ละรอบโรงเรียนใหม้ เี หตผุ ลประกอบทาในงานกิจกรรมนาเสนอผลงาน
อย่างคากรยิ า เชน่ นงั่ เดนิ วงิ่ นอน กระโดด ฯลฯ นกั เรยี นแสดงบทบาทสมมตุ ิ
บง่ กลมุ่ นักเรียนหาคากรยิ าเพิม่ เติมในหนังสอื เรียน หรือหนงั สอื พิมพ์ ตดั คากรยิ า
อผลงาน
แบบบันทกึ หน
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑๓
รหัส-ช่อื รายวิชา ท ๑๓๑๐๑ กลุม่ สาระการเรียน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ ภาคเรียนท
โรงเรียนบา้ นใหมห่ นองบัว
***************************************
คาอธบิ ายประจาหน่วย
ศึกษาเกย่ี วกบั การฝึกอา่ นคาต่างๆ ในภาษาไทยจะช่วยใหม้ ีทกั ษะพื้นฐานด้านกา
อา่ นใหถ้ กู ต้องการเขียนแผนภาพโครงเร่ืองจะเปน็ การเรียงลาดบั เหตุการณ์ การเขยี นป้ายโ
สาคญั ในการใชภ้ าษาไทยทง้ั ในการพูดและการเขียน การทอ่ งจาบทร้อยกรองท่ีมคี ณุ ค่า
คตทิ ่ดี ี มมี ารยาทในการฟัง ดู พูด อา่ น เขียน
เพือ่ ใหม้ ีทกั ษะการอา่ นการเขียน มคี วามรเู้ ร่อื งคาวิเศษณ์ การอ่านบทรอ้ ยกรอง
ผงั ความคิดประจาหน่วยการเรียนรู้ คุณลักษณะ ท
๑.ปฏิบัติตนในการมีมารยาทใน
สาระการเรยี นรู้ การฟงั ดแู ละพูด ๑.
๑.อ่านเขียนคายาก ๒.ปฏิบัติตนในการมีมารยาทใน ๒.
๒.การอา่ นออกเสยี งและตอบ การอ่าน ๓.
คาถาม ๓. มุง่ มนั่ ในการทางาน
๓.การเขยี นแผนภาพ
โครงเรือ่ ง
๔.การเขียนปา้ ยโฆษณา
๕.คาวเิ ศษณ์
๖.บทรอ้ ยกรอง
๗.ภาษาไทยและภาษาถิ่น
นว่ ยการเรียนรู้
เรอื่ ง ของดใี นตาบล
นรู้ ภาษาไทย
ที่๒ เวลา ๑๒ ชัว่ โมง
****************************************
ารสะกดคา เหล่านน้ั ได้ถูกต้อง การอา่ นออกเสียงควรอ่านใหช้ ัดเจนและแบ่งวรรคตอนการ
โฆษณาและอธบิ ายความหมายข้อมูลได้ การเรียนรูล้ ักษณะของคาวิเศษณ์ เปน็ พน้ื ฐานที่
าตามความสนใจ ภาษาไทยและภาษาถ่ิน สามารถนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวัน มเี จต
งทาใหส้ ร้างนสิ ัยรักการอา่ น
ทักษะ/กระบวนการ
. ทกั ษะการสือ่ สาร
.ทักษะการอ่าน
.ทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
วธิ ีวดั การวดั และประเมินผล
- สังเกตการฟงั พูดอ่านเขียน
- แสดงความคิดเห็น
- ตรวจผลงานนักเรยี น
สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี ๑๓
๑. บตั รคา ของดีในตาบล
๒. พจนานกุ รม
๓. หนงั สอื เรียน การเขยี น
๔. แถบประโยค ๑.การเขยี นคายาก
๕. ตัวอย่างป้ายโฆษณา ๒.การเขียนแผนภาพ
๖. ใบงานกิจกรรม โครงเร่อื ง
ผงั ค๗ว.อานิมเคตดิ อหรนเ์ น่ว็ทยบรู ณาการ ๓.การเขยี นป้ายโฆษณา
๘.บทร้อยกรอง
การอ่าน
๑. การคายาก
๒. การอ่านออกเสียง
๒. การหาความหมายคาศัพท์
๓. อา่ นเสริมบทเรียน
หน่วยที่ ๑๓
ของดใี นตาบล
การฟัง การดูและการพดู
๑.การตง้ั คาถามตอบคาถาม
หลกั การใชภ้ าษาไทย
- คาวิเศษณ์
- ภาษาไทยและภาษาถนิ่
มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๑.๑ : ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ
ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภา
ท.๕.๑ : เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่
ตัวชี้วัด
ท๑.๑ ป๓/๑ อ่านออกเสียงคา ข้อความ เร่ืองสั้น
ท๑.๑ ป๓/๓ ตั้งคาถาม ตอบคาถามเชงิ เหตุผลเก่ียวกบั เร่อื งทอี่ ่าน
ท๑.๑ ป๓/๘ อธบิ ายความหมายขอ้ มลู จากแผนภาพ แผนท่ีและแผนภมู ิ
ท๔.๑ ป๓/๒ ระบุชนดิ และหน้าที่ของคาในประโยค
ท.๔.๑ ป๓/๖ เลอื กใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินเหมาะกับกาลเทศะ
ท๕.๑ ป๓/๔ ทอ่ งจาบทรอ้ ยกรองทมี่ คี ณุ คา่ ตามความสนใจ
สาระสาคญั
การฝึกอ่านคาต่าง ๆ ในภาษาไทยจะช่วยให้มีทักษะพ้ืนฐานด้านการส
วรรคตอนการอ่านให้ถูกต้อง การเขียนแผนภาพโครงเร่อื งจะเป็นการเรยี งลาด
ลักษณะของคาวิเศษณ์ เป็นพ้ืนฐานทส่ี าคัญในการใช้ภาษาไทยท้ังในการพูดแ
ภาษาถน่ิ สามารถนามาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน มีเจตคติท่ีดี มมี ารยาทในก
สาระการเรียนรู้
วรรณคดีและวรรณกรรม
- ทอ่ งจาบทร้อยกรอง
แก้ปัญหาใน การดาเนนิ ชีวติ และมีนสิ ัยรักการอ่าน
าษาและพลังของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษาและรกั ภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
างเห็นคุณค่าและนามาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจริง
สะกดคา เหล่าน้ันได้ถูกต้อง การอ่านออกเสียงควรอ่านให้ชัดเจนและแบ่ง
ดับเหตุการณ์ การเขียนป้ายโฆษณาและอธิบายความหมายข้อมูลได้ การเรียนรู้
และการเขียน การท่องจาบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ ภาษาไทยและ
การฟงั ดู พูด อ่าน เขียน
ความรู้
๑. อ่านเขยี นคายาก
๒. การอา่ นออกเสียงและตอบคาถาม
๓. การเขยี นการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
๔. การเขียนปา้ ยโฆษณา
๕. คาวิเศษณ์
๖. ท่องจาบทร้อยกรอง
๗. ภาษาไทยและภาษาถิ่น
ทกั ษะ / กระบวนการ
๑. ทกั ษะการสอ่ื สาร
๒. ทกั ษะการอา่ น/การเขียน
๓. ทักษะกระบวนการกล่มุ
คุณลกั ษณะ
๑. ปฏิบตั ติ นในการมีมารยาทในการฟงั ดแู ละพูด
๒. ปฏิบัตติ นในการมีมารยาทในการอา่ น
๓. มุง่ มั่นในการทางาน
การประเมนิ ผลรวบยอด
ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน
๑. การอา่ น อ่านออกเสยี ง ตัง้ คาถามตอบคาถาม สรปุ ข้อคิด
๒. การอ่านบทรอ้ ยกรอง
๓. การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง การเขียนป้ายโฆษณา การแตง่ ประโยค
๔. เปรียบเทยี บภาษาไทยและภาษาถ่ิน
การประเมนิ ผล
มิตคิ ณุ ภาพ นา้ หนกั ระดับคุณ
๑.ปรมิ าณขอ้ มลู คะแนน
ดีมาก (๔) ดี (๓) อ
๒.คุณภาพ ๔๐ อา่ น อธบิ าย อา่ นอธบิ ายความหมาย แ
ขอ้ มูล ๕ ความหมายและสรปุ และสรปุ ใจความสาคญั จ
ใจความสาคัญจากส่ือ จากสือ่ ตา่ งๆไดค้ รบ ต
๕ ตา่ งๆได้ครบตามท่ี ตามทกี่ าหนดแต่ไม่ตรง ต
กาหนดและตรงเวลา เวลาเลก็ น้อย น
นาเสนอเปน็ ภาพกว้าง นาเสนอเป็นภาพกว้าง เ
เป็นระบบกบั ชวี ิตจรงิ เปน็ ระบบกับชวี ิตจรงิ แ
และเป็นนามธรรม และคอ่ นขา้ งเป็น
นามธรรม
มิตคิ ุณภาพ น้าหนัก ระดับคุณ
คะแนน
๓.แบบแผน ดีมาก (๔) ดี (๓) น
การคิด ๔๐ นาเสนอการอา่ นและ นาเสนอการอา่ นและ เ
๕ เขียนสรปุ ใจความ เขียนสรุปใจความ ส
สาคัญเป็นลาดบั เป็น สาคัญคอ่ นขา้ งเป็น ล
เหตุเป็นผล สัมพันธก์ ับ ลาดบั เปน็ เหตเุ ป็นผล
หลกั การใช้ภาษาไทย สัมพันธ์กบั หลัก
ณภาพ
พอใช้ (๒) ปรับปรงุ (๑)
อ่านอธิบายความหมาย อา่ นอธบิ ายความหมาย
และสรุปใจความสาคญั และสรปุ ใจความสาคัญ
จากสื่อต่างๆไดค้ รบ จากสอื่ ตา่ งๆไดไ้ ม่ครบ
ตามที่กาหนดและไม่ ตามท่กี าหนดและไม่
ตรงเวลามาก ตรงเวลามาก
นาเสนอเป็นภาพกว้าง นาเสนอเปน็ ทางเดยี ว
เป็นระบบกบั ชวี ติ จริง ไม่เปน็ ระบบไม่เป็น
แต่ไม่เป็นนามธรรม นามธรรม
ณภาพ
พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)
นาเสนอการอา่ นและ นาเสนอการอา่ นและ
เขียนสรปุ ใจความ เขยี นสรุปใจความ
สาคัญคอ่ นขา้ งเป็น สาคญั ค่อนไมเ่ ป็นลาดบั
ลาดบั เปน็ เหตุเป็นผล ไม่ เป็นเหตเุ ป็นผลไม่
การใชภ้ าษาไทย แ
ห
๔.อา่ นบทรอ้ ย ๕ ออกเสยี งถูกต้องตาม ออกเสียงถกู ตอ้ งตาม อ
กรอง อกั ขรวธิ มี ี ความ อกั ขรวิธเี ป็นสว่ นใหญ่ มี อ
คลอ่ งแคล่ว และความ ความคล่องแคลว่ และ ค
แมน่ ยา ไม่ตะกุกตะกัก ความแมน่ ยาไม่ ค
ไม่อ่านขา้ ม ไมต่ ก ไม่ ตะกุกตะกกั ไมอ่ า่ นขา้ ม ต
อ่านเกนิ ทานองถูกตอ้ ง ไม่ตก ทานองถูกตอ้ ง ไ
ท
๕.การแต่ง ๕ การแต่งประโยคคา การแตง่ ประโยคคา ก
ประโยคคา วิเศษณ์ ถูกต้อง วิเศษณ์ ถกู ต้อง ว
วิเศษณ์ ๙-๑๐ ขอ้ ๗-๘ ข้อ
๖เปรยี บเทยี บ ๑๐ เปรยี บเทยี บภาษาไทย เปรยี บเทยี บภาษาไทย เ
ภาษาไทยภาษา ภาษาถนิ่ ถูกตอ้ ง ๙-๑๐ ภาษาถ่ินถูกตอ้ ง ๗-๘ ภ
ถนิ่ ข้อ ขอ้ ถ
๗.คุณลักษณะท่ี ๕ มีความรบั ผิดชอบต่อ มีความรบั ผิดชอบต่อ ม
พึงประสงค์ การเรียนดมี าก การเรยี นดี ตระหนกั ก
ตระหนักเห็นคณุ ค่า เห็นคุณค่าความสาคัญ ต
ความสาคัญของการ ของการอ่าน ค
อา่ น อ
เกณฑก์ ารประเมิน
ได้ระดบั คณุ ภาพ ๔ ผลการประเมิน ดมี าก
ได้ระดับคุณภาพ ๓ ผลการประเมนิ ดี
แต่บางคาไมส่ ัมพนั ธ์กับ พนั ธ์กับหลกั การใช้
หลักการใชภ้ าษาไทย ภาษาไทย
ออกเสยี งถูกต้องตาม ออกเสียงไม่ถูกตอ้ งตาม
อักขรวธิ เี ป็นสว่ นใหญ่มี อักขรวธิ ีไม่มีความ
ความคลอ่ งแคล่วและ คลอ่ งแคล่วไมค่ วาม
ความแม่นยาไม่ แม่นยาตะกุกตะกกั
ตะกุกตะกักไมอ่ า่ นขา้ ม อา่ นขา้ ม ทานองผิด
ไมต่ ก ไมอ่ า่ นเกิน
ทานองผิด
การแต่งประโยคคา การแตง่ ประโยคคา
วิเศษณ์ ถูกตอ้ ง วิเศษณ์ ถูกต้อง
๔-๖ ขอ้ ๐-๓ ข้อ
เปรียบเทียบภาษาไทย เปรียบเทียบภาษาไทย
ภาษาถน่ิ ภาษาถ่ินถกู ตอ้ ง ๐-๓
ถกู ตอ้ ง๔-๖ ข้อ ข้อ
มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ มีความรับผิดชอบต่อ
การเรยี นพอใช้ การเรยี นน้อยตระหนัก
ตระหนกั เห็นคุณคา่ เหน็ คุณคา่ ความสาคญั
ความสาคญั ของการ ของการอา่ นนอ้ ย
อา่ นนอ้ ย
ได้ระดับคุณภาพ ๒ ผลการประเมิน พอใช้
ไดร้ ะดบั คุณภาพ ๑ ผลการประเมนิ ปรบั ปรุง
เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๔ ( ผา่ น )
ไดค้ ะแนน ๓๒- ๔๐ ไดร้ ะดบั คุณภาพ ๓ ( ผ่าน )
ได้คะแนน ๒๕- ๓๑ ไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ( ผา่ น )
ได้คะแนน ๒๐ – ๒๔ ได้ระดบั คุณภาพ ๑ ( ไม่ผา่ น )
ไดค้ ะแนน ๐ - ๑๙
กจิ กรรมการเรียนรู้\
๑. นักเรยี นและครูรว่ มกนั สนทนาเก่ยี วกับชอ่ื เรือ่ ง “ของดีในตาบล” วา่
๒. การอ่านเขียนคายาก บทท่ี ๑๓ เรื่องของดีในตาบล นักเรียนหาคาศัพท์แล
ถูกต้อง
ฝึกอ่านและเขียนคาศพั ท์ ตวั อย่าง เช่น
กลุ่มแมบ่ า้ นชว่ ยกนั โฆษณาสินค้าในร้าน
ลูกคา้ ที่ซอื้ ของกันอยา่ งชลุ มนุ
หมเู่ กาะสมิ ลิ นั มีแนวปะการังใต้นา้ ท่ีสวยงามอยา่ งน่ามหัศจ
ดอกไม้ประดิษฐเ์ ป็นงานหตั ถกรรมพืน้ บา้ น
การไหว้เป็นเอกลกั ษณ์ของวฒั นธรรมไทย
๓. ฝึกอ่านออกเสียง บทท่ี ๑๓ เรื่องของดีในตาบล พร้อมกันท้ังชั้น เว้นวรรค
กจิ กรรมกรรมตอบคาถามเป็นชนิ้ งาน ๑๐ ขอ้
๔. นกั เรียนเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง ใคร ทาอะไร ที่ไหน อย่างไร เหตุการณ์ ผ
ความคิดสรา้ งสรรคก์ ็ได้แลว้ นาเสนอผลงาน ครูแนะนาเพิ่มเตมิ
ามลี กั ษณะอยา่ งไร ตาบลของเรามีสินค้าอะไรดีและเดน่ บา้ ง
ละหาความหมายจากพจนานุกรม เน้นวิธีการใช้พจนานุกรม เพ่ือความคล่องแคล่วและ
จรรย์
คตอนและอ่านให้ชัดเจน ครูและนักเรียนร่วมสรุปใจความสาคัญอีกครง้ั นักเรียนทาแบบ
ผลของเหตกุ ารณ์เปน็ อย่างไร ครใู ห้ดูแผนผงั แผนภาพโครงเรอื่ ง หรือ นกั เรยี นออกแบบตาม
๕. รว่ มกนั คดิ และรวบรวมรายการผลิตภัณฑ์เด่นๆในชุมชน มอี ะไรบ้างการเขียนป
งานกจิ กรรม ครนู าปา้ ยโฆษณาตวั อยา่ งใหน้ กั เรยี นดู
๖. อ่านแถบประโยค คาวิเศษณซ์ งึ่ จะวางอยหู่ ลังคาทีข่ ยาย ชว่ ยให้ประโยคมีควา
หมาดาวง่ิ เร็ว
ผึ้งนอ้ ยบินสูง
งเู หลอื มตวั ใหญ่ยาวเลื้อยช้า
ผงึ้ น้อยบินกลบั รงั
ผ้ึงนอ้ ยบนิ ไปไกล
ครูและนกั เรยี นช่วยกนั สรปุ เปน็ หลักการของคาวเิ ศษณ์ ดงั นี้ คาวิเศษณ์ คือ คาขย
๗. นักเรยี นแขง่ ขันกนั เขยี น คาวเิ ศษณ์ บนกระดานดา กลุ่มใดเขยี นได้มาท่ีสุดและ
ตา่ กวา่ ๘ บรรทัด พร้อมตงั้ ช่อื เรอื่ งตามใบงานกิจกรรม
๘. ท่องจาบทร้อยกรอง เมอื งไทยใหญอ่ ุดมสรปุ สาระสาคญั และขอ้ คิดทไ่ี ดต้ าม ใบ
๙. เปรยี บเทยี บคาภาษาไทยและภาษาถิ่น ทาในใบงานกจิ กรรม
สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้
๑. บตั รคา
๒. พจนานุกรม
๓. หนังสือเรยี น
๔. แถบประโยค
๕. ตัวอยา่ งปา้ ยโฆษณา
๖. ใบงานกจิ กรรม
๗. อนิ เตอรเ์ น็ท
๘. ใบงานกิจกรรม
ป้ายโฆษณาเชญิ ชวนให้มาซื้อผลติ ภณั ฑ์ในชมุ ชน คนละ ๑ ชนิดออกแบบป้ายโฆษณาในใบ
ามหมายชัดเจนขึน้ นกั เรยี นสงั เกตคาวเิ ศษณ์ เชน่
ยายท่ีบอกลกั ษณะของคานามและคากรยิ าให้ชดั เจนข้ึน
ะถกู ที่สุด เป็นฝา่ ยชนะ นักเรียนเลอื กคาวิเศษณ์ ๑๐ คามาแตง่ เปน็ เรอื่ งใหม่ ความยาวไม่
บงานกิจกรรม
แบบบนั ทึกหน
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๑๔ เ
รหัส-ช่ือรายวิชา ท ๑๓๑๐๑ กลุ่มสาระการเรียน
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓
โรงเรียนบา้ นใหมห่ นองบัว
***************************************
คาอธิบายประจาหนว่ ย
การอ่านออกเสียงคา ข้อความ เรือ่ งสั้น สารคดี เหมาะสมกับวัย จับใจความสาคัญ
ชนดิ ต่าง ๆ จะ พัฒนาการทักษะการอ่านการเขียน อ่านหนงั สือตามความสนใจ อยา่ งสมา่ เส
เขยี น คน้ คว้าความรู้เพม่ิ เตมิ เพอ่ื นามาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน
ผงั ความคิดประจาหน่วยการเรียนรู้ คุณลักษณะ ท
๑.ปฏิบัติตนในการมีมารยาทใน
สาระการเรียนรู้ การอา่ น ๑.
๑. การเขยี นคายาก ๒.ปฏิบัติตนในการมีมารยาทใน ๒.
๒.การอา่ นออกเสียง การเขยี น ๓.
๓.ประโยคชนิดต่างๆ ๓. มุ่งมนั่ ในการทางาน
๔.กลุ่มคา วลี
๕.การสร้างนสิ ยั รกั การอา่ น
หนว่ ยที่ ๑๔ วิธ
ธรรมชาติเจ้าเอย
นว่ ยการเรียนรู้
เรอื่ ง ธรรมชาตเิ จ้าเอย
นรู้ ภาษาไทย
ภาคเรยี นที่๒ เวลา ๑๒ ช่ัวโมง
****************************************
ญ จากเรื่องที่อา่ นได้ดู ฟงั อ่าน หาความหมายของคาและข้อความท่ีอ่าน และการแตง่ ประโยค
สมอและนาเสนอเรื่องทีอ่ ่าน เปน็ การสรา้ งนิสยั รักการอ่านเพ่ือใหม้ ีมารยาทในการอ่าน การ
ทักษะ/กระบวนการ
. ทกั ษะการส่ือสาร
.ทกั ษะการอา่ น
.ทักษะกระบวนการกลุ่ม
การวดั ผล / ประเมนิ ผล
ธีวัด
- สงั เกตการฟงั พูดอา่ นเขียน
- แสดงความคิดเหน็
- ตรวจผลงานนกั เรียน
สื่อและแหล่งการเรยี นรู้ การเขียน
๑. รปู ภาพ - การเขียนคายาก
๒.บตั รคา
๓. พจนานกุ รม
๔.หนงั สอื ห้องสมุด
๕. แถบประโยคชนิดต่างๆ
๖. ใบงานกจิ กรรม
๗. อินเตอร์เน็ท
ผังความคดิ หน่วยบรู ณาการ
การอ่าน
๑. การอา่ นคายาก
๒. การอา่ นออกเสยี ง
๓. มารยาทในการอ่าน
หนว่ ยท่ี ๑๔
ธรรมชาตเิ จ้าเอย
หลักการใช้ภาษาไทย
๑ ประโยคชนดิ ตา่ งๆ
-ประโยคบอกเล่า
-ประโยคปฏเิ สธ
การฟัง การดแู ละการพดู
- การต้ังคาถามตอบคาถาม
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
-
มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๑.๑ : ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ัดสินใจ แ
ท๔.๑ : เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภา
ตัวชี้วัด
ท๑.๑ ป๓/ ๑ อา่ นออกเสียงคา ข้อความ เร่ืองสั้น
ท๑.๑ ป๓/ ๒ อธิบายความหมายของคาและข้อความทอ่ี ่าน
ท๑.๑ ป๓/๖ อา่ นหนังสอื ตามความสนใจ อย่างสมา่ เสมอและนาเสนอเรอ่ื งที่อา่ น
ท๑.๑ ป๓/๙ มีมารยาทในการอา่ น
ท๔.๑ ป๓/๔ แต่งประโยคชนดิ ต่างๆ
แก้ปัญหาใน การดาเนินชวี ิตและมีนสิ ัยรักการอา่ น
าษาและพลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษาและรักภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
าน
สาระสาคญั
การอา่ นออกเสียงคา ข้อความ เรือ่ งสัน้ สารคดี เหมาะสมกบั วัย จับใจคว
และการแต่งประโยคชนิดต่างๆจะ พัฒนาการทักษะการอ่านการเขียน อ่านหนังส
การอ่าน
สาระการเรยี นรู้
ความรู้
๑. การเขียนคายาก
๒.การอา่ นออกเสียง
๓.ประโยคชนดิ ต่างๆ
๔.กลมุ่ คา วลี
๕.การสร้างนิสยั รักการอา่ น
ทกั ษะ / กระบวนการ
- ทักษะการสือ่ สาร
- ทกั ษะการอา่ น
- ทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
คุณลักษณะ
๑. ปฏิบตั ิตนในการมีมารยาทในการอา่ น
๒. ปฏิบตั ติ นในการมมี ารยาทในการเขยี น
๓. มุ่งมน่ั ในการทางาน
การประเมินผลรวบยอด
วามสาคญั จากเรอื่ งท่อี ่านไดด้ ู ฟัง อ่าน หาความหมายของคาและขอ้ ความที่อ่าน
สือตามความสนใจ อย่างสม่าเสมอและนาเสนอเร่ืองท่ีอ่าน เปน็ การสรา้ งนสิ ยั รกั
ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน มารยาทในการอ่า
๑. การอ่าน อ่านออกเสียง อธบิ ายความหมายคา
ความสนใจ มีนิสยั รักการอา่ น
๒. การเขยี นประโยคชนดิ ตา่ งๆ
การประเมนิ ผล นา้ หนัก ระดับคณุ
มติ คิ ณุ ภาพ คะแนน
ดีมาก (๔) ดี (๓) อ
๑.ปริมาณข้อมูล ๔๐ อา่ น อธิบาย อ่านอธบิ ายความหมาย แ
๕ ความหมายและสรุป และสรปุ ใจความสาคัญ จ
๒.คณุ ภาพ ใจความสาคัญจากส่ือ จากสอื่ ตา่ งๆไดค้ รบ ต
ข้อมลู ๕ ตา่ งๆไดค้ รบตามที่ ตามท่ีกาหนดแตไ่ ม่ตรง ต
กาหนดและตรงเวลา เวลาเลก็ น้อย น
๓.แบบแผน ๕ นาเสนอเป็นภาพกว้าง นาเสนอเปน็ ภาพกว้าง เ
การคิด เป็นระบบกับชวี ิตจริง เป็นระบบกบั ชวี ิตจรงิ แ
และเปน็ นามธรรม และค่อนขา้ งเป็น
นามธรรม น
นาเสนอการอ่านและ นาเสนอการอ่านและ เ
เขียนสรปุ ใจความ เขยี นสรุปใจความ ส
สาคญั เปน็ ลาดบั เปน็ สาคัญคอ่ นข้างเปน็ ล
เหตุเปน็ ผล สมั พนั ธก์ ับ ลาดับ เป็นเหตเุ ป็นผล แ
หลกั การใช้ภาษาไทย สัมพนั ธ์กับหลกั ห
การใช้ภาษาไทย
าน อ่านหนังสอื ตาม
ณภาพ
พอใช้ (๒) ปรับปรงุ (๑)
อ่านอธิบายความหมาย อา่ นอธิบายความหมาย
และสรุปใจความสาคัญ และสรุปใจความสาคญั
จากสื่อตา่ งๆได้ครบ จากสื่อตา่ งๆไดไ้ ม่ครบ
ตามที่กาหนดและไม่ ตามที่กาหนดและไม่
ตรงเวลามาก ตรงเวลามาก
นาเสนอเปน็ ภาพกว้าง นาเสนอเปน็ ทางเดยี ว
เป็นระบบกับชีวิตจริง ไม่เป็นระบบไมเ่ ป็น
แต่ไมเ่ ปน็ นามธรรม นามธรรม
นาเสนอการอ่านและ นาเสนอการอา่ นและ
เขยี นสรปุ ใจความ เขยี นสรุปใจความ
สาคัญคอ่ นขา้ งเปน็ สาคัญค่อนไมเ่ ป็นลาดบั
ลาดับ เปน็ เหตุเป็นผล ไม่ เป็นเหตุเป็นผลไม่
แต่บางคาไม่สมั พันธก์ บั พนั ธก์ ับหลักการใช้
หลักการใช้ภาษาไทย ภาษาไทย
มติ ิคุณภาพ น้าหนกั ระดบั คณุ
คะแนน
๔.การอ่านออก ดมี าก (๔) ดี (๓) อ
เสียง ๔๐ อา่ นคาถกู ตอ้ งตาม อ่านคาถกู ต้องตาม อ
๕ อกั ขรวิธอี า่ นเว้นวรรค อักขรวธิ อี า่ นเว้นวรรค ว
๕.การเขยี น ตอนได้ถูกตอ้ งใช้ ตอนไดค้ อ่ นขา้ งถกู ตอ้ ง ถ
ประโยคชนดิ ๑๐ นา้ เสยี งไดถ้ ูกตอ้ งอ่าน ใช้น้าเสียงได้ถกู ต้อง ถ
๕ เสยี งดังเหมาะสม อา่ น อ่านเสยี งดัง เ
ตา่ งๆ ๕ คาไม่ตก เหมาะสม แตอ่ า่ นคา ต
๖.มารยาทใน ตกบางคา ก
การเขยี นประโยคชนดิ การเขียนประโยคชนดิ ต
การอา่ น ต่างๆ ถกู ตอ้ ง๙-๑๐ ข้อ ตา่ งๆ ถูกต้อง๗-๘ ข้อ
๗.คณุ ลักษณะท่ี ปฏบิ ตั ติ นในการมี ปฏิบัตติ นในการมี ป
พงึ ประสงค์ มารยาทในการอา่ น มารยาทในการอ่าน ม
ถกู ต้อง ถกู ต้องเปน็ สว่ นมาก บ
มีความรับผดิ ชอบต่อ
มคี วามรบั ผิดชอบต่อ การเรยี นดี ตระหนกั ม
การเรียนดมี าก เห็นคุณค่าความสาคญั ก
ตระหนกั เหน็ คณุ ค่า ของการอ่าน ต
ความสาคญั ของการ ค
อา่ น อ
ณภาพ
พอใช้ (๒) ปรับปรงุ (๑)
อา่ นคาไม่ถูกต้องตาม อ่านคาไม่ถูกต้องตาม
อกั ขรวิธีบางคาอ่านเว้น อักขรวธิ ี เป็นสว่ นใหญ่
วรรคตอนได้ค่อนขา้ ง บางคาอา่ นเว้นวรรค
ถูกตอ้ งใช้น้าเสยี งได้ ตอนได้ไม่ถกู ตอ้ งใช้
ถูกตอ้ งอา่ นเสยี งดัง นา้ เสียงไมถ่ กู ตอ้ ง
เหมาะสม แตอ่ า่ นคา
ตกบางคา การเขยี นประโยคชนดิ
การเขียนประโยคชนดิ ตา่ งๆ ถกู ต้อง๐-๓ ข้อ
ต่างๆ ถกู ต้อง๔-๖ ขอ้
ปฏิบตั ติ นในการมี ไม่ปฏบิ ตั ิตนในการมี
มารยาทในการอา่ นเป็น มารยาทในการอา่ น
บางครง้ั
มคี วามรับผดิ ชอบต่อ
มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ การเรยี นนอ้ ยตระหนัก
การเรียนพอใช้ เหน็ คุณคา่ ความสาคญั
ตระหนักเห็นคณุ คา่ ของการอา่ นน้อย
ความสาคญั ของการ
อ่านนอ้ ย
เกณฑ์การประเมนิ
ได้ระดบั คณุ ภาพ ๔ ผลการประเมิน ดีมาก
ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๓ ผลการประเมนิ ดี
ได้ระดบั คุณภาพ ๒ ผลการประเมิน พอใช้
ไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๑ ผลการประเมนิ ปรบั ปรุง
เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดับคุณภาพ ๔ ( ผา่ น )
ไดค้ ะแนน ๓๒- ๔๐ ได้ระดับคุณภาพ ๓ ( ผา่ น )
ได้คะแนน ๒๕- ๓๑ ไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ( ผา่ น )
ไดค้ ะแนน ๒๐ – ๒๔ ไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๑ ( ไม่ผ่าน )
ได้คะแนน ๐ - ๑๙
กจิ กรรมการเรยี นรู้
๑. การอ่านเขยี นคายาก ดรู ปู ภาพเร่ืองธรรมชาติเจา้ เอยสนทนาซกั ถามเก่ยี วกับอะ
เชน่ ตะขบ หมายถงึ ต้นไมม้ หี นาม ผลกลม เมือ่ สกุ มสี ีแดงมว่ งหรอื แดงเขม้ รส
๒. ครูและนกั เรยี นรว่ มอภปิ รายขอ้ ควรปฏบิ ตั หิ รือหลักเกณฑก์ ารอ่านออกเสยี งท่ถี
และตอบคาถามจากใบงานกิจกรรม ๑๐ ขอ้
๓. สนทนาซักถามเก่ยี วกับธรรมชาติของนกเงือกจากทนี่ ักเรียนเคยเห็นจากโทรท
หนงั ใต้คอ รังของนกเงือกจะเปน็ โพรงไม้ ปัจจุบันเปน็ สัตว์ปา่ สงวน คน้ คว้าข้อมูลเพิ่มเตมิ จา
๔. นักเรยี นอ่านขอ้ ความตามแบบบันทกึ ข้อความ
เป็นสัตวอ์ ยู่ตามพื้นดนิ ในเขตปา่ ดิบช้นื นกเลก็ ๆกลุม่ หนึ่ง
เราไม่ทราบวา่ เป็นสตั ว์ชนิดใด เราไมท่ ราบว่านกทาอะไร
ทาก เป็นสตั วอ์ ย่ตู ามพืน้ ดินในเขตปา่ ดบิ ชื้น นกเลก็ ๆกลมุ่ หนึ่ง
ะไรร่วมกนั หา คายาก ฝกึ อ่านและหาความหมายจากพจนานุกรม
สหวาน รากใช้ทายาไดต้ ะขบฝรง่ั ไม่มีหนาม ผลเล็กกวา่ ตะขบไทย ฯลฯ
ถูกตอ้ ง นักเรยี นอ่านออกเสียงบทที่ ๑๔ เรอื่ งธรรมชาติเจ้าเอย ร่วมสรปุ ใจความสาคญั
ทัศน์หรอื หนังสือ นกเงือกเป็นนกลาตัวสีดาหางสขี าวดา หัวสีเหลืองจงอยปากใหญ่ มีถุง
ากอนิ เตอรเ์ น็ท
งบินพรูออกมา
เพม่ิ คานาม เพิม่ กริยาและคาขยาย
สรุปเปน็ องคค์ วามรูใ้ หน้ ักเรียนเห็นความแตกต่างระหวา่ งวลกี บั ประโยค
๕. เรยี นรู้เกีย่ วกับประโยคชนดิ ต่างๆจากแถบบนั ทกึ ขอ้ ความ
เดก็ ๆหยบิ กลอ้ งสอ่ งนก ( ประโยคบอกเลา่ )
เขาไมใ่ ช่นกั ท่องเทย่ี ว ( ประโยคปฏเิ สธ )
ทาไมเด็กๆตอ้ งใชผ้ ้าพันแผลให้แน่น ( ประโยคคาถาม )
ฉนั ต้องการใหเ้ ธอไปทศั นศกึ ษากับเรา ( ประโยคแสดงความตอ้ งก
อย่าส่งเสียงดงั (ประโยคคาสั่ง)
กรณุ าเดินเบาๆ (ประโยคขอร้อง)
สรปุ ลักษณะและขอ้ ควรสงั เกตประโยคชนิดตา่ งๆศกึ ษาเพมิ่ เตมิ จากใบควา
๖. อา่ นเสรมิ บทเรียน เรือ่ ง โลกแสนสวย ชีวติ แสนสุข สรุปใจความสาคญั แล
ถกู ตอ้ ง
สื่อและแหลง่ เรียนรู้
๑. รูปภาพ
๒.บตั รคา
๓. พจนานุกรม
๔.หนังสือหอ้ งสมดุ
๕. แถบประโยคชนิดต่างๆ
๖. ใบงานกจิ กรรม
๗. อินเตอร์เน็ท
การ)
ามรู้
ละข้อคดิ ที่ได้ เพื่อเป็นการสรา้ งนิสยั รักการอ่าน สงั เกตการปฏบิ ตั ิตนในการอ่านท่ี
แบบบนั ทกึ หน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑๕
รหสั -ช่ือรายวิชา ท ๑๓๑๐๑ กลุ่มสาระการเรียน
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี๒
เวลา ๑๒ ชวั่ โมง โรงเรยี นบา้ นใหม่หน
******************************************************************************
คาอธิบายประจาหนว่ ย
การอา่ นออกเสียงคา ข้อความ เร่อื งส้นั การจับใจความสาคัญจากเร่ืองท
เรือ่ งตามจินตนาการ การใช้เครื่องตา่ งๆ ความรูท้ าง หลกั ภาษา จะทาใหเ้ ข้าใจม
การทางาน เพ่อื ให้มที ักษะและมารยาทในการอ่าน ฟัง ดู พูดและเขียน มีนสิ ยั
ผังความคิดประจาหน่วยการเรียนรู้ คณุ ลักษณะ ท
๑.ปฏิบัติตนในการมีมารยาทใน
สาระการเรยี นรู้ การฟัง ดูและพูด ๑.
๑.การอา่ นออกเสียง ๒.ปฏิบัติตนในการมีมารยาทใน ๒.
๒.การต้ังคาถามตอบคาถาม การอา่ น ๓.
๓.การใชเ้ ครอ่ื งหมายต่างๆ ๓. ม่งุ มัน่ ในการทางาน
๔.การเขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ
๕.การเขยี นบนั ทึกประจาวนั
นว่ ยการเรยี นรู้
เรอ่ื ง บันทกึ ความหลัง
นรู้ ภาษาไทย
นองบัว
ทไ่ี ดด้ ู ฟัง อา่ น การตง้ั คาถามตอบคาถาม การเขยี นบันทกึ ประจาวัน การเขียน
มากขึ้น การใช้ทักษะทางภาษาและเทคโนโลยีการสื่อสารพฒั นาการเรียนรู้และ
ยรักการอ่านและเขยี น
ทักษะ/กระบวนการ
. ทักษะการสือ่ สาร
.ทักษะการอ่าน
.ทักษะกระบวนการกลุ่ม
หนว่ ยที่ ๑๕
บนั ทกึ ความหลัง
ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้ เ
๑. บตั รคา
๒.ตวั อย่างแบบบันทึก การเขยี น
๑.การเขยี นเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ
ประจาวัน ๒.การเขียนบนั ทึกประจาวัน
๓.หนังสือพมิ พ์
๔.ใบความรู้
๕.ใบงานกิจกรรม
๖.ห้องสมุด
๗. อินเตอร์เนท็
ผงั ความคิดหนว่ ยบูรณาการ
การอา่ น
๑.การอ่านออกเสียง
๒.การหาความหมายคาศัพท์
๓.อา่ นเสรมิ บทเรยี น
หนว่ ยที่ ๑๕
บันทกึ ความหลัง