The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรภาษาไทย ป.3 - 64 (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรภาษาไทย ป.3 - 64 (1)

หลักสูตรภาษาไทย ป.3 - 64 (1)

ดทกั ษะในการจับใจความสาคัญของเร่อื ง ทาให้สามารถสรุปเร่ืองทงั้ หมดได้ และเปน็ การฝึก
าแสดงออกอยา่ งสรา้ งสรรค์ การเรยี นรู้หลักเกณฑ์ทางภาษาเร่ืองการผันตวั อักษรช่วยทาให้
เป็นคนรอบรู้และกว้างไกล เพื่อให้สามารถปฏบิ ัติตนในการมมี ารยาทในการฟัง การดูและ

ทักษะ/กระบวนการ

. ทักษะการสื่อสาร
.ทักษะการอา่ น
.ทักษะกระบวนการกลมุ่

วธิ วี ัด การวัดและประเมินผล

- สงั เกตการฟงั พดู อา่ นเขียน
- แสดงความคิดเห็น
- ตรวจผลงานนกั เรยี น
- ประเมินการทางานระบบกลุม่

เครอ่ื งมอื วัดและประเมินผล

- แบบประเมนิ ผลการอา่ น ฟัง เขียน
- แบบสงั เกตการแสดงความคิดเห็น
- ผลงานนกั เรยี น
- แบบประเมินการทางานระบบกลมุ่

ผังความคดิ หนว่ ยบูรณาการ การเขียน
๑.การคัดลายมอื
การอา่ น ๒.การเขียนแผนภาพ
๑.การอ่านในใจ โครงเร่ือง
๒.การค้นควา้ ความรู้

หลักการใช้ภาษาไทย หน่วยท่ี ๙
๑.การผันอักษร อาหารดีมีคุณภาพ
๒.คาเป็นคาตาย
วรรณ
- บท

มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๑.๑ : ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิด เพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แ
ท๓.๑ : สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ควา
ท๔.๑ : เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภ

การฟัง การดูและการพดู
๑.มารยาทการฟังและการพูด
๒.การตง้ั คาถามตอบคาถาม
การพูดแสดงความคิดเหน็

ณคดีและวรรณกรรม
ทความสัน้ ๆ

แกป้ ัญหาใน การดาเนินชวี ติ และมีนสิ ยั รกั การอ่าน
ามคิด ความรสู้ ึกในโอกาสตา่ งๆอย่างมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษาและรักภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ

ตัวชว้ี ัด
ท๑.๑ ป๓/ ๑ อ่านออกเสียงคา ข้อความ เรื่องส้นั
ท๑.๑ ป๓/ ๙ มนี ิสัยรักการอา่ น
ท๓.๑ ป๓/ ๔ พูดแสดงความคดิ เห็นและความรสู้ ึกจากเร่ืองทีฟ่ ังและดู
ท๓.๑ ป๓/ ๖ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด
ท๔.๑ ป๓/๑ เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา

สาระสาคญั

การฟังและการดู เป็นการสร้างประสบการณ์ทางเนื้อหาช่วยให้เกิด
เปน็ การฝกึ มารยาทในการฟงั การดแู ละการพูดการพูดแสดงความคิดเห็นทาให้เพิ่มทัก
เร่อื งการผนั ตวั อกั ษรช่วยทาใหก้ ารใช้ภาษาในการส่ือสารได้อยา่ งถูกตอ้ งและมีปร

สาระการเรยี นรู้
ความรู้
๑.มารยาทการฟังและการพูด
๒. การอา่ นในใจแล้วตอบคาถาม
๓.การผนั อักษร
๔.การพูดแสดงความคดิ เห็น
๕.คาเป็นคาตาย
๖.การค้นคว้าความรู้

ทกั ษะ / กระบวนการ
๑.ทกั ษะการส่ือสาร
๒. ทักษะการอ่าน
๓ ทักษะกระบวนการกลุ่ม

ดทักษะในการจับใจความสาคัญของเร่ือง ทาให้สามารถสรุปเร่ืองท้ังหมดได้และ
กษะการคดิ และกล้าแสดงออกอย่างสรา้ งสรรค์ การเรียนรูห้ ลักเกณฑ์ทางภาษา
ระสิทธภิ าพการคน้ ควา้ ความรทู้ าใหเ้ ปน็ คนรอบรู้และกว้างไกล

คณุ ลักษณะ
๑. ปฏบิ ตั ติ นในการมีมารยาทในการฟัง ดแู ละพดู
๒. ปฏิบัตติ นในการมีมารยาทในการอ่าน
๓. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

การประเมนิ ผลรวบยอด
ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน

๑. การอา่ น อา่ นออกเสียง มีนสิ ยั รักการอา่ น
๒. การเขียน เขียนคาเปน็ คาตาย
๓. การพูด พูดแสดงความคิดเหน็

การประเมนิ ผล นา้ หนัก ระดบั คณุ ภ
คะแนน
ประเดน็ ดมี าก (๔) ดี (๓) อ่า
การประเมนิ ๓๐ อา่ นและสรุป อ่านและสรุป ใจ
๑๐ ใจความสาคญั จาก ใจความสาคัญจาก ส่ือ
๑.ปรมิ าณขอ้ มลู สอ่ื ต่างๆไดค้ รบ สอื่ ต่างๆได้ครบ

ภาพ

พอใช้ (๒) ปรบั ปรงุ (๑)
านและสรปุ อ่านและสรปุ
จความสาคญั จาก ใจความสาคญั จาก
อตา่ งๆได้ครบ ส่ือต่างๆได้ไมค่ รบ

ตามทกี่ าหนดและ ตามทกี่ าหนดแตไ่ ม่ ตา

ตรงเวลา ตรงเวลาเลก็ น้อย ตร

๒. คุณภาพขอ้ มูล ๑๐ นาเสนอเป็นภาพ นาเสนอเปน็ ภาพ นา

๓.แบบแผน กว้าง เปน็ ระบบกบั กวา้ ง เปน็ ระบบกับ กว
การคิด
ชวี ิตจริง และเปน็ ชีวติ จรงิ และ ชีว

นามธรรม คอ่ นข้างเปน็ นา

นามธรรม

๕ นาเสนอการอ่าน นาเสนอการอา่ น นา

และเขยี นสรปุ และเขียนสรุป แล

ประเด็น นา้ หนกั ระดบั คุณภ
การประเมนิ คะแนน
ดีมาก (๔) ดี (๓)
การเขยี นคาเปน็ คา ๓๐ ใจความสาคญั เปน็ ใจความสาคัญ
ตาย ลาดบั เปน็ เหตเุ ป็น ค่อนข้างเป็นลาดับ
ผล สัมพันธ์กบั เปน็ เหตเุ ป็นผล ใจ
หลักการใช้ สัมพนั ธ์กับหลัก ค่อ
ภาษาไทย การใชภ้ าษาไทย เป
บา
เขียนคาเป็นคาตาย เขียนคาเป็นคาตาย หล
ไดถ้ กู ต้องครบถ้วน ไดถ้ ูกตอ้ งผดิ ๑ ขอ้ ภา
เข
ได

ามท่ีกาหนดและไม่ ตามทีก่ าหนดและไม่
รงเวลามาก ตรงเวลามาก
าเสนอเป็นภาพ นาเสนอเป็นทาง
ว้าง เป็นระบบกับ เดียวไม่เป็นระบบไม่
วติ จริง แตไ่ มเ่ ป็น เปน็ นามธรรม
ามธรรม

าเสนอการอา่ น นาเสนอการอา่ น
ละเขียนสรุป และเขยี นสรปุ

ภาพ

พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
จความสาคญั ใจความสาคัญคอ่ น
อนข้างเป็นลาดับ ไมเ่ ปน็ ลาดับไม่ เป็น
ป็นเหตเุ ป็นผลแต่ เหตเุ ป็นผลไม่พนั ธ์
างคาไมส่ ัมพนั ธ์กับ กับหลักการใช้
ลกั การใช้ ภาษาไทย
าษาไทย
ขียนคาเป็นคาตาย เขียนคาเป็นคาตาย
ดถ้ กู ต้องผดิ ๒ ข้อ ไดถ้ กู ต้องผดิ ๓ขอ้

การพดู แสดงความ พูดได้ตรงประเดน็ พูดไดค้ อ่ นขา้ งตรง พูด
คิดเห็น
แสดงความคิดเหน็ ประเด็น แสดงความ ปร
๔. คุณลักษณะฯ
อยา่ งสรา้ งสรรค์ ใช้ คิดเห็นอยา่ ง คดิ

ภาษาได้ถูกต้อง สร้างสรรค์ ใช้ภาษา สร

ได้ถูกต้อง ภา

๕ มมี ารยาทในการ มมี ารยาทในการ มมี

อ่าน การเขียน อา่ น การเขยี น การ อา่

การฟัง การดู และ พูด แต่บางคร้งั ไมม่ ี บา

การพดู มารยาทในการฟัง ใน

การดู กา

เกณฑ์การประเมิน ผลการประเมนิ ดีมาก
ได้ระดบั คุณภาพ ๔ ผลการประเมนิ ดี
ไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๓ ผลการประเมิน พอใช้
ไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๒ ผลการประเมนิ ปรบั ปรุง
ไดร้ ะดบั คุณภาพ ๑

เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคุณภาพ ๔ ( ผ่าน )
ไดค้ ะแนน ๓๒- ๔๐ ได้ระดบั คณุ ภาพ ๓ ( ผ่าน )
ไดค้ ะแนน ๒๕- ๓๑ ได้ระดบั คุณภาพ ๒ ( ผ่าน )
ได้คะแนน ๒๐ – ๒๔ ได้ระดับคุณภาพ ๑ ( ไม่ผ่าน )
ได้คะแนน ๐ - ๑๙

กิจกรรมการเรยี นรู้
๑.นักเรยี นศกึ ษาใบความรู้ เรอ่ื ง การฟงั และการพูด ใหเ้ ขา้ ใจ ครแู ละนักเรีย

ดไดค้ ่อนข้างตรง พูดไดไ้ ม่ตรงประเด็น

ระเด็น แสดงความ แสดงความคดิ เห็น

ดเหน็ อย่าง ไมส่ รา้ งสรรค์ บาง

ร้างสรรค์ บางคาใช้ คาใช้ภาษายงั ไม่

าษายังไมถ่ กู ต้อง ถกู ต้อง

มารยาทในการ ไม่มีมารยาทในการ

าน การเขียน อา่ น การเขียน

างครง้ั ไม่มีมารยาท การฟงั การดแู ละการ

นการฟงั การดแู ละ พดู

ารพดู

ยนรว่ มสรุปมารยาทการฟงั และการพูด ครคู อยสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น

๒. นักเรยี นและครรู ่วมกันสนทนาเกยี่ วกับช่ือเรอื่ ง “อาหารดีมีคณุ ภาพ”
ดีมีคุณภาพ”แลว้ ตอบคาถาม ครแู ละนกั เรยี นรว่ มสรปุ

๓. นกั เรียนอา่ นออกเสยี งจากแถบประโยค โดยสังเกตคาท่ีขดี เสน้ ใต้

พอ่ ซื้อคปู องอาหารใหป้ อและปอ๋

ผกั สเี ขยี วมีแคลเซยี มสูง ทาให้กระดูกและฟันแข็งแร
ในงานแสดงสินคา้ มีผลิตภัณฑ์ชนั้ ดีจากท่ีตา่ ง ๆ จาหน
รา้ นอาหารน้มี ีเมนูชอื่ แปลก ๆ เช่น มณโฑต้มแซบ ร
การขบั รถถูกกฎจะชว่ ยลดอบุ ัตเิ หตุ
นกั เรยี นหาคาศัพท์ บทที่ ๙“อาหารดีมคี ณุ ภาพ” แต่งประโยค ๑๐
๔. แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุม่ ๓ กลุม่ แลว้ ใหน้ ักเรยี นศึกษาใบความรู้เร
๒ ศกึ ษาการผันเทยี บเสียงอักษรสูง และกลุ่มท่ี ๓ ศึกษาการผนั เทยี บเสียงอกั ษร

๕. นักเรยี นพดู แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับ “เด็กควรดูแลสขุ ภาพอย่างไรไม่ให้เจ็บ
๖. สงั เกตลักษณะคาเปน็ คาตาย จากบัตรคา

คาเปน็ เช่น ช่วยเหลอื เจอื จุน รอ้ งไห้ ไปเที่ยว อาหารการกิน
คาตาย เช่น สขุ ภาพ อาบแดด ธาตุเหลก็ เล็กนดิ ออกกฎ รสแซบ
สรุปเป็นองคค์ วามรคู้ าเปน็ คาตายมีลักษณะอยา่ งไร
๗..การค้นคว้าความรเู้ รือ่ งอาหารเพื่อสขุ ภาพ โดยให้นักเรียนเลือกรายการอาห
ศกึ ษาจากหนังสอื รายการอาหาร หนังสือขวัญเรอื น จากหอ้ งสมดุ หรอื ค้นคว้าเพ่ิมเติมจาก
เนน้ การสง่ เสริมการอา่ น

สื่อและแหลง่ เรยี นรู้
๑. ใบความรูเ้ รือ่ งมารยาทการฟัง การพูด
๒. หนังสอื เรยี น

” ว่ามลี ักษณะอยา่ งไร โดยใช้คาถามนา นักเรยี นอา่ นในใจ บทท่ี ๙“อาหาร

ดงั นี้

รง
นา่ ย
ระกาผัดขิง

ข้อ
รอื่ ง การผนั ตวั อักษร โดยใหก้ ล่มุ ที่ ๑ ศึกษาการผันเทียบเสยี งอกั ษรกลาง กล่มุ ที่
รตา่ แลว้ ทาใบงานกิจกรรมตวั แทนกล่มุ นาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียน

บป่วย ” แลว้ สรปุ เขยี นในใบงานกิจกรรม

หารสาหรบั ๑ วัน เขียนบอกว่ามีคุณค่าทางอาหารอย่างไร พร้อมวาดภาพประกอบ โดย
กอนิ เตอรเ์ นท็

๓. แถบประโยค
๔. บัตรคา
๕. ใบความรเู้ รือ่ งการผันอกั ษร
๖. หนังสอื ห้องสมดุ
๗. อนิ เตอร์เนท็

แบบบันทกึ หน

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๐

รหัส-ช่อื รายวิชา ท ๑๓๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรียน

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นท

โรงเรียนบา้ นใหมห่ นองบัว

***************************************************************************

น่วยการเรยี นรู้
เรอื่ ง นอกเมอื งในกรุง
นรู้ ภาษาไทย
ท่ี๒ เวลา ๑๓ ช่ัวโมง

**

คาอธิบายประจาหนว่ ย
การศึกษาเกี่ยวกับการอ่านออกเสียงบทเรียน จะต้องฝึกทักษะการอ่านคาเป็นค

พ้ืนฐานที่สาคัญในการใช้ภาษาไทยทั้งในการพูดและการเขียน จะทาให้มีความรูค้ วามเข้าใ
ผู้เขียนจะต้องรูจ้ ักลาดบั เหตุการณ์ และรู้จักใชภ้ าษาให้ถูกตอ้ งและเหมาะสม จึงจะทาใหเ้ รื่อ

เพอื่ ให้มีมารยาทการอา่ นและการเขยี น การเรยี นรหู้ ลกั ภาษาทาใหเ้ ข้าใจและเขยี น
ผังความคิดประจาหน่วยการเรียนรู้

สาระการเรยี นรู้ คณุ ลักษณะ ท
๑. อา่ นเขียนคายาก ๑. ปฏิบัติตนในการมีมารยาทในการ
๒. การอ่านออกเสียงและตอบ ฟงั ดูและพดู ๑.
คาถาม ๒. ปฏิบัติตนในการมีมารยาทใน ๒.
๓. การเขียนแผนภาพ การอา่ น ๓.
โครงเรือ่ ง ๓. มุ่งม่ันในการทางาน
๔. ชนดิ ของคา คานาม
๕. เรยี งความ

สือ่ และแหล่งการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี ๑๐
๑. รปู ภาพ
๒. บัตรคา
๓. พจนานุกรม
๔. หนังสือเรียน
๕. ใบงานกิจกรรม
๖. แถบประโยค
๗. ตัวอย่างการเขยี นเรียงความ
๘. อินเตอรเ์ น็ท

คายากโดยต้องอ่านได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การอ่าน การเรียนรู้ช นิดของคา คานามเป็น
ใจหลกั ภาษา การเขียนเรยี งความเปน็ การเขียนเล่าเรอ่ื งเป็นการเขียนสร้างสรรคอ์ ย่างหนึ่ง
องนา่ สนใจ ตอ้ งเรียนรู้รูปแบบและลักษณะการเขยี นท่ีถูกตอ้ ง
นได้ถกู ต้อง การเขยี นเรียงความเป็นการเขียนเรอื่ งสร้างสรรค์

ทกั ษะ/กระบวนการ

. ทกั ษะการสอ่ื สาร
. ทกั ษะการอ่าน
. ทักษะกระบวนการกลุม่

วธิ ีวดั การวดั และประเมินผล

- สังเกตการฟัง พดู อ่านเขียน
- แสดงความคดิ เหน็
- ตรวจผลงานนกั เรยี น
- ประเมนิ การทางานระบบกล่มุ

เครอ่ื งมือวดั และประเมินผล

- แบบประเมินผลการอา่ น ฟัง เขียน
- แบบสงั เกตการแสดงความคิดเหน็
- ผลงานนกั เรยี น
- แบบประเมนิ การทางานระบบกลุ่ม

ผงั ความคิดหนว่ ยบรู ณาการ การเขียน
การอา่ น ๑. การเขียนคายาก
๑. การอา่ นคายาก ๒. การเขียนเรยี งความ
๒. การอา่ นออกเสียง ๓. การเขียนแผนภาพ
๓. อ่านเสรมิ บทเรยี น โครงเรื่อง

หลกั การใชภ้ าษาไทย หน่วยท่ี ๑๐
ชนิดของคา คานาม
วรรณ
- คา

มาตรฐานการเรยี นรู้
ท ๑.๑ : ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคิด เพ่ือนาไปใชต้ ัดสินใจ แ

การฟัง การดแู ละการพดู
๑. การตัง้ คาถามตอบคาถาม

ณคดีและวรรณกรรม
าคล้องจอง
แกป้ ัญหาใน การดาเนินชีวิตและมนี สิ ัยรกั การอา่ น

ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขยี น เขียนสื่อสาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขีย
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

ท ๓.๑ : สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความ
ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภา

ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป๓/๑ อ่านออกเสียงคา ขอ้ ความ เรอ่ื งสั้น
ท ๑.๑ ป๓/๓ ตัง้ คาถาม ตอบคาถามเชิงเหตผุ ลเก่ียวกับเร่ืองที่อา่ น
ท ๒.๑ ป๓/๕ เขียนเรอื่ งตามจินตนาการ
ท ๔.๑ ป๓/๓ ระบุชนิดและหนา้ ท่ขี องคาในประโยค

สาระสาคญั
การอ่านออกเสียงบทเรียน จะตอ้ งฝึกทักษะการอ่านคาเปน็ คายากโดยต้องอา่ นได

ใช้ภาษาไทยท้ังในการพูดและการเขียน จะทาให้มีความรู้ความเข้าใจหลักภาษา การเขีย
ลาดบั เหตุการณ์ และร้จู กั ใช้ภาษาใหถ้ กู ตอ้ งและเหมาะสม จงึ จะทาให้เรอ่ื งนา่ สนใจ ตอ้ งเร

สาระการเรยี นรู้

ความรู้
๑. อา่ นเขียนคายาก
๒. การอ่านออกเสยี งและตอบคาถาม
๓. การเขียนการเขยี นแผนภาพโครงเรอื่ ง
๔. ชนิดของคา คานาม
๕. เรียงความ

ยนเร่ืองราวในรปู แบบต่างๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้
มคิด ความรู้สึกในโอกาสต่างๆอย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
าษาและพลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษาและรักภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ด้ถูกตอ้ งตามหลักเกณฑ์การอา่ น การเรียนรู้ชนิดของคา คานามเป็นพน้ื ฐานทีส่ าคัญในการ
ยนเรียงความเป็นการเขียนเล่าเร่อื งเป็นการเขียนสร้างสรรค์อย่างหน่ึง ผู้เขียนจะตอ้ งรูจ้ กั
รียนรู้รปู แบบและลักษณะการเขยี นท่ถี กู ต้อง

ทักษะ / กระบวนการ
๑. ทกั ษะการส่ือสาร
๒. ทักษะการอา่ น
๓. ทักษะกระบวนการกลุม่

คณุ ลกั ษณะ
๑. ปฏบิ ัตติ นในการมมี ารยาทในการฟัง ดแู ละพูด
๒. ปฏิบัติตนในการมีมารยาทในการอ่าน/การเขยี น
๓. มงุ่ ม่ันในการทางาน

การประเมินผลรวบยอด
ชนิ้ งานหรือภาระงาน

๑. การอา่ น อ่านออกเสียง ต้งั คาถามตอบคาถามสรปุ ข้อคิด
๒. แต่งประโยคจากคานาม
๓. การเขยี นเรยี งความ

การประเมินผล

มิตคิ ณุ ภาพ นา้ หนัก ดีมาก (๔) ระดับคณุ
๑.ปรมิ าณข้อมูล คะแนน อ่านและสรปุ ใจความ
สาคญั จากสอื่ ตา่ งๆได้ ดี (๓)
๔๐ ครบตามทีก่ าหนดและ อา่ นและสรปุ ใจความ
๕ ตรงเวลา สาคัญจากสือ่ ตา่ งๆได้
ครบตามทีก่ าหนดแตไ่ ม่
ตรงเวลาเล็กนอ้ ย

ณภาพ

พอใช้ (๒) ปรับปรงุ (๑)
อ่านและสรุปใจความ อ่านและสรุปใจความ
สาคัญจากส่อื ตา่ งๆได้ สาคัญจากสือ่ ตา่ งๆได้
ครบตามทีก่ าหนดและ ไม่ครบตามทก่ี าหนด
ไม่ตรงเวลามาก และไมต่ รงเวลามาก

๒.คุณภาพ ๕ นาเสนอเป็นภาพกวา้ ง นาเสนอเปน็ ภาพกว้าง
ข้อมูล
เปน็ ระบบกับชวี ิตจรงิ เป็นระบบกับชีวิตจริง
๓แบบแผน
การคดิ และเปน็ นามธรรม และคอ่ นข้างเป็น

นามธรรม

๕ นาเสนอการอ่านและ นาเสนอการอา่ นและ

เขยี นสรุปใจความ เขยี นสรุปใจความ

สาคัญเป็นลาดับ เป็น สาคัญค่อนขา้ งเป็น

เหตุเป็น ลาดับ

มติ ิคุณภาพ นา้ หนกั ระดบั คุณ
คะแนน
๔.การอา่ นออก ดีมาก (๔) ดี (๓)
เสยี ง ๔๐ ผล สมั พันธก์ ับหลกั การ เปน็ เหตเุ ป็นผล สัมพันธ์
ใช้ภาษาไทย กับหลกั
๕ การใชภ้ าษาไทย
อ่านคาถูกต้องตาม อ่านคาถกู ต้องตาม
อักขรวธิ ีอ่านเว้นวรรค อกั ขรวธิ ีอ่านเว้นวรรค
ตอนได้ถกู ตอ้ งใช้ ตอนได้คอ่ นขา้ งถูกตอ้ ง
น้าเสียงได้ถกู ต้องอ่าน ใช้น้าเสียงได้ถกู ต้อง
เสยี งดังเหมาะสม อา่ น อ่านเสยี งดงั
คาไม่ตก

นาเสนอเปน็ ภาพกวา้ ง นาเสนอเปน็ ทางเดยี ว
เป็นระบบกับชีวิตจรงิ ไมเ่ ปน็ ระบบไมเ่ ป็น
แต่ไม่เปน็ นามธรรม นามธรรม

นาเสนอการอ่านและ นาเสนอการอ่านและ
เขยี นสรปุ ใจความ เขียนสรุปใจความ
สาคญั ค่อนข้างเป็น สาคัญคอ่ นไม่เปน็
ลาดับ ลาดับไม่

ณภาพ

พอใช้ (๒) ปรับปรงุ (๑)
เป็นเหตเุ ป็นผลแตบ่ าง เป็นเหตุเป็นผลไมพ่ นั ธ์
คาไมส่ ัมพันธก์ บั กบั หลกั การใช้
หลักการใช้ภาษาไทย ภาษาไทย
อา่ นคาไม่ถูกต้องตาม อ่านคาไม่ถูกตอ้ งตาม
อักขรวิธีบางคาอ่านเว้น อกั ขรวธิ ี เป็นส่วนใหญ่
วรรคตอนได้ค่อนข้าง บางคาอา่ นเว้นวรรค
ถูกตอ้ งใช้น้าเสยี งได้ ตอนได้ไม่ถกู ตอ้ งใช้
ถูกต้องอา่ นเสียงดัง นา้ เสียงไม่ถกู ตอ้ งอ่าน

เหมาะสม แต่อ่านคา

ตกบางคา

๕.การแต่ง ๕ แตง่ ประโยคจากคานาม แต่งประโยคจากคานาม
ประโยคจาก
คานาม ไดถ้ กู ตอ้ ง ไดถ้ กู ตอ้ ง

๖.การเขยี น ๙-๑๐ขอ้ ๗-๘ ขอ้
เรยี งความ
๑๐ เนอ้ื หาของเรอ่ื ง เนือ้ หาของเรอื่ ง

สละสลวย ถกู ตอ้ งตาม น่าสนใจ มีการวางโครง

รูปแบบ และผลงานการ เร่อื ง การลาดบั เร่อื งได้

เขียนด้วยลายมือ ค่อนข้างถูกตอ้ ง ใช้

สวยงาม และสะอาด ภาษาสละสลวย

ถกู ต้องตามรปู แบบ

และลายมือสวยงาม

และสะอาด

มติ คิ ุณภาพ น้าหนกั ดีมาก (๔) ระดบั คุณ
คะแนน มีความรับผิดชอบต่อ
๗.คณุ ลกั ษณะที่ การเรยี นดมี าก ดี (๓)
พงึ ประสงค์ ๔๐ มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่
๕ การเรยี นดี ตระหนกั

เหมาะสม แต่อ่านคา เสยี งเบา และอ่านคา

ตกบางคา ตกเป็นส่วนใหญ่

แตง่ ประโยคจากคานาม แต่งประโยคจาก

ไดถ้ กู ตอ้ ง คานามไดถ้ ูกต้อง

๔-๖ข้อ ๐-๓ ขอ้

เน้ือหาของเรือ่ ง เน้ือหาของเร่อื งไม่

นา่ สนใจ มีการวางโครง น่าสนใจ ไม่มกี ารวาง

เรือ่ ง การลาดบั เร่อื งได้ โครงเรื่อง การลาดับ

คอ่ นข้างถกู ต้อง ใช้ เร่อื งไม่ถกู ตอ้ ง ใช้

ภาษาสละสลวย ภาษาไมส่ ละสลวย ไม่

ถูกต้องตามรปู แบบ ถูกต้องตามรูปแบบ

และผลงานการเขียน

ด้วยลายมอื ไม่สวยงาม

ณภาพ ปรบั ปรงุ (๑)
มคี วามรับผดิ ชอบต่อ
พอใช้ (๒) การเรยี นนอ้ ย
มีความรบั ผดิ ชอบตอ่
การเรยี นพอใช้

ตระหนักเห็นคณุ คา่ เหน็ คุณค่าความสาคัญ
ความสาคญั ของการ ของการอา่ น
อา่ น

เกณฑ์การประเมนิ
ได้ระดับคณุ ภาพ ๔ ผลการประเมนิ ดมี าก
ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๓ ผลการประเมนิ ดี
ไดร้ ะดบั คุณภาพ ๒ ผลการประเมนิ พอใช้
ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๑ ผลการประเมิน ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๔ ( ผา่ น )
ไดค้ ะแนน ๓๒- ๔๐ ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๓ ( ผ่าน )
ไดค้ ะแนน ๒๕- ๓๑ ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๒ ( ผ่าน )
ไดค้ ะแนน ๒๐ – ๒๔ ได้ระดับคณุ ภาพ ๑ ( ไมผ่ า่ น )
ไดค้ ะแนน ๐ - ๑๙

กจิ กรรมการเรยี นรู้
๑. ครนู าภาพบา้ นในชนบทและบา้ นในเมือง ใหน้ กั เรยี นดคู วามแตกต่าง แสดงค
๒. การอ่านเขียนคายาก บทท่ี ๑๐ เร่อื งนอกเมือง...ในกรงุ นกั เรยี นหาคาศัพท

ถกู ตอ้ ง
๓. ฝกึ อ่านและเขยี นคาศพั ทฝ์ ึกอา่ นออกเสยี ง บทที่ ๑๐ เรอ่ื งนอกเมอื ง...ในก

อกี ครง้ั นกั เรียนทาแบบกิจกรรมกรรมตอบคาถามเปน็ ชิ้นงาน ๑๐ ขอ้
๔. นกั เรียนเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง ใคร ทาอะไร ที่ไหน อย่างไร เหตกุ ารณ

ตามความคดิ สร้างสรรค์ก็ได้ แลว้ นาเสนอผลงาน ครูแนะนาเพมิ่ เตมิ
๕. นักเรยี นอา่ นแถบประโยคและสังเกตคา เชน่ ชนดิ ของคา คานามครแู ละนักเ

ตระหนกั เหน็ คุณค่า ตระหนกั เห็นคณุ ค่า
ความสาคัญของการ ความสาคัญของการ
อา่ นนอ้ ย อา่ นน้อย

ความคิดเห็นลกั ษณะบา้ นนอกในเมอื งเปรยี บเทียบกบั บา้ นในเมอื ง
ท์และหาความหมายจากพจนานุกรม เน้นวิธกี ารใช้พจนานุกรม เพ่ือความคลอ่ งแคล่วและ

กรงุ พร้อมกันทงั้ ชั้นเว้นวรรคตอนและอ่านให้ชัดเจน ครูและนกั เรยี นร่วมสรุปใจความสาคัญ

ณ์ ผลของเหตุการณ์เปน็ อยา่ งไรครใู ห้ดแู ผนผงั แผนภาพโครงเรอ่ื ง หรือ นกั เรียนออกแบบ

เรียนชว่ ยกันสรุปเป็นลักษณะของคานาม ดงั นี้

คานาม คือ คาท่ีใช้เรียกชื่อคน สัตว์ พืช และส่ิงของ เช่น คน หญ้า
ค้นคว้าเพ่ิมเติมจากอินเตอร์เน็ท โดยแบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ คน สัตว์ ส
นักเรียนเขียนเร่ืองจากการวเิ คราะห์โครงเร่ือง วิจารณ์เร่ือง ซึ่งจะช่วยให้สามา
เรียงลาดบั เหตกุ ารณ์ เพ่ือใหเ้ ขียนเรือ่ งได้ ไมว่ กวน นักเรยี นดตู ัวอย่างการเขีย

๖. นักเรียนเขียนเรียงความเรื่อง ครอบครัวของฉนั โดยวางรปู แบบโค
ใบงานกิจกรรม

ส่ือและแหล่งเรยี นรู้
๑. รปู ภาพ
๒. บตั รคา
๓. พจนานกุ รม
๔. หนังสอื เรียน
๕. ใบงานกจิ กรรม
๖. แถบประโยค
๗. ตัวอย่างการเขยี นเรยี งความ
๘. อินเตอรเ์ นท็

รหัส-ชอื่ รายวิชา ท ๑๓๑๐๑ แบบบนั ทกึ หน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓ หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๑๑ เ
โรงเรยี นบา้ นใหม่หนองบวั
กลมุ่ สาระการเรียน
ภาคเรยี นท

***************************************

า สุนัขตึก รถ เป็นต้น ให้นักเรียนหาคานามให้ได้มากท่ีสุดจากบทเรียน หรือ
ส่ิงของ ในใบงานกิจกรรม นาเสนอผลงาน ครูและนักเรียนร่วมสรุป๗.ฝึกให้
ารถเขยี นเร่ืองอย่างสร้างสรรค์ได้ เช่นเขียนประวตั ิส่วนตัว ให้วางโครงเรื่องก่อน
ยนประวัติสว่ นตัวของครู
ครงเรือ่ งกอ่ นตาม

น่วยการเรยี นรู้
เรอ่ื ง สง่ ข่าว...เลา่ เร่ือง
นรภู้ าษาไทย
ที่๒ เวลา ๑๓ ชว่ั โมง
****************************************

คาอธบิ ายประจาหนว่ ย
การอา่ นออกเสียงบทเรยี นจะต้องฝกึ ทกั ษะการอ่านคายากโดยตอ้ งอ่านได้ถูกต้องต

จดหมายและคาสรรพนามที่ใช้ในการเขยี นจดหมายท่ถี ูกตอ้ ง การพูดส่อื สารตามวัตถุประสง
เพ่ือใหน้ ักเรียนอา่ นเขียนไดถ้ กู ต้อง เขา้ ใจลักษณะคาสรรพนาม สามารถพูดสอ่ื ส

ผงั ความคดิ ประจาหน่วยการเรียนรู้ คุณลกั ษณะ
๑.ปฏิบัติตนในการมีมารยาทใน
สาระการเรียนรู้ การฟงั ดูและพูด
๑.อ่านเขียนคายาก ๒.ปฏิบัติตนในการมีมารยาทใน
๒.การอา่ นออกเสียงและตอบ การอา่ น
คาถาม ๓. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
๓.การเขยี นการเขยี นแผนภาพ
โครงเรอ่ื ง หน่วยที่ ๑๑
๔.การพูดส่อื สาร ส่งขา่ ว....เลา่ เรื่อง
๕.คาสรรพนาม
๖.หลกั การเขยี นจดหมาย
๗.การเขยี นจดหมายลาครู

สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
๑. รปู ภาพ
๒. บัตรคา
๓. พจนานุกรม
๔. หนงั สือเรียน
๕. ใบงานกจิ กรรม
๖. แถบประโยค
๗. ตัวอย่างจดหมายลาครู

ตามหลกั เกณฑก์ ารอ่าน การเขียนจดหมายลาครตู ามรูปแบบ ตอ้ งเรยี นรู้ส่วนตา่ งๆของ
งคท์ าใหส้ ื่อสารในชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
สารไดแ้ ละเขียนจดหมายลาครไู ดถ้ ูกตอ้ ง

ทกั ษะ/กระบวนการ

๑. ทกั ษะการส่ือสาร
๒. ทกั ษะการอา่ น
๓. ทกั ษะกระบวนการกลุ่ม

วธิ วี ัด การวดั และประเมนิ ผล

- สังเกตการฟงั พูดอ่านเขียน
- แสดงความคดิ เห็น
- ตรวจผลงานนกั เรยี น
- ประเมนิ การทางานระบบกลุ่ม

เคร่อื งมอื วัดและประเมินผล

- แบบประเมนิ ผลการอา่ น ฟัง เขียน
- แบบสงั เกตการแสดงความคดิ เห็น
- ผลงานนกั เรียน
- แบบประเมนิ การทางานระบบกลมุ่

ผังความคดิ หน่วยบูรณาการ การเขยี น
๑. การเขียนคายาก
การอ่าน ๒. การเขียนแผนภาพ
๑. การอ่านคายาก โครงเรื่อง
๒. การอา่ นออกเสียง ๓. การเขียนจดหมายลาครู
๓. อ่านเสรมิ บทเรยี น

หน่วยท่ี ๑๑
สง่ ขา่ ว...เลา่ เรื่อง

หลักการใชภ้ าษาไทย
๑. คาสรรพนาม
๒. หลักการเขยี นจดหมาย

การฟัง การดแู ละการพดู
๑. การตั้งคาถามตอบคาถาม
๒. การพูดสอื่ สาร

วรรณคดีและวรรณกรรม
-

มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๑.๑ : ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคิด เพอื่ นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แก
ท ๒.๑ : ใชก้ ระบวนการเขยี น เขยี นสือ่ สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี

อย่างมปี ระสิทธิภาพ
ท ๓.๑ : สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความ
ท ๔.๑ : เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภา

ตัวชี้วัด

ท๑.๑ ป๓/ ๑ อ่านออกเสียงคา ขอ้ ความ เรอื่ งสั้น
ท๑.๑ ป๓/ ๓ ตั้งคาถาม ตอบคาถามเชงิ เหตุผลเก่ียวกับเร่อื งทอ่ี ่าน
ท๒.๑ ป๓/ ๔ เขียนจดหมายลาครู
ท๓.๑ ป๓/๕ พูดสื่อสารไดช้ ัดเจน
ท๔.๑ ป๓/๒ ระบุชนดิ และหน้าทีข่ องคาในประโยค

ก้ปัญหาใน การดาเนนิ ชวี ติ และมนี ิสยั รกั การอ่าน
ยนเร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้า

มคดิ ความรูส้ กึ ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
าษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษาและรกั ภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ

สาระสาคญั
การอ่านออกเสียงบทเรียนจะต้องฝึกทักษะการอ่านคายากโดยต้องอ่า

เรียนรู้ส่วนต่างๆของจดหมายและคาสรรพนามท่ีใช้ในการเขียนจดหมายที่ถูก
ประสิทธภิ าพ

สาระการเรียนรู้
ความรู้

๑. อ่านเขยี นคายาก
๒. การอ่านออกเสียงและตอบคาถาม
๓. การเขียนการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
๕. การพดู ส่ือสาร
๖. คาสรรพนาม
๗. หลักการเขียนจดหมาย
๘. การเขยี นจดหมายลาครู

ทกั ษะ / กระบวนการ
๑. ทักษะการสือ่ สาร
๒. ทักษะการอ่าน
๓. ทกั ษะกระบวนการกลมุ่

คณุ ลกั ษณะ
๑. ทักษะการสอื่ สาร

านได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การอ่าน การเขียนจดหมายลาครูตามรูปแบบต้อง
กต้องการพูดส่ือสารตามวัตถุประสงค์ทาให้สื่อสารในชีวิตประจาวันได้อย่างมี

๒. ทกั ษะการอา่ น
๓. ทักษะกระบวนการกลุ่ม

การประเมินผลรวบยอด
ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน

๑. การอา่ น อ่านออกเสยี ง ตง้ั คาถามตอบคาถาม สรุปขอ้ คิด
๒. การพดู สื่อสาร
๓. แตง่ ประโยคจากคาสรรพนาม
๔. การเขียน การเขียนแผนภาพโครงเร่ืองเขยี นจดหมาย ลาครู

การประเมนิ ผล

มติ คิ ณุ ภาพ นา้ หนกั ระดบั คุณ
๑.ปรมิ าณข้อมลู คะแนน
ดมี าก (๔) ดี (๓) อ
๒.คุณภาพ ๔๐ อ่าน อธบิ าย อา่ นอธิบายความหมาย แ
ขอ้ มูล ๕ ความหมายและสรปุ และสรุปใจความสาคญั จ
ใจความสาคญั จากส่ือ จากส่อื ต่างๆได้ครบ ต
๕ ตา่ งๆได้ครบตามที่ ตามที่กาหนดแต่ไม่ตรง ต
กาหนดและตรงเวลา เวลาเล็กน้อย
นาเสนอเป็นภาพกว้าง นาเสนอเป็นภาพกว้าง น
เปน็ ระบบกบั ชีวิตจรงิ เป็นระบบกบั ชวี ติ จรงิ เ
และเป็น และ แ

ณภาพ

พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)
อ่านอธบิ ายความหมาย อา่ นอธบิ ายความหมาย
และสรุปใจความสาคัญ และสรปุ ใจความสาคัญ
จากสอ่ื ตา่ งๆได้ครบ จากส่อื ต่างๆได้ไม่ครบ
ตามทีก่ าหนดและไม่ ตามทกี่ าหนดและไม่
ตรงเวลามาก ตรงเวลามาก
นาเสนอเป็นภาพกว้าง นาเสนอเปน็ ทางเดียว
เป็นระบบกับชวี ติ จริง ไมเ่ ป็นระบบไม่เปน็
แต่ไม่เปน็ นามธรรม

มิติคณุ ภาพ น้าหนกั ระดบั คุณ
คะแนน
๓.แบบแผน ดีมาก (๔) ดี (๓)
การคดิ ๔๐ นามธรรม ค่อนขา้ งเป็นนามธรรม น

๔.การอ่านออก นาเสนอการอ่านและ นาเสนอการอ่านและ น
เสียง ๕
เขยี นสรปุ ใจความ เขียนสรุปใจความ เ
๕.การพดู ๕
สอ่ื สาร สาคัญเป็นลาดับ เป็น สาคญั คอ่ นข้างเป็น ส

เหตเุ ป็นผล สัมพนั ธก์ ับ ลาดับ เป็นเหตุเป็นผล ล

หลักการใช้ภาษาไทย สัมพนั ธก์ ับหลกั แ

การใช้ภาษาไทย ห

อา่ นคาถูกตอ้ งตาม อ่านคาถกู ตอ้ งตาม อ

อกั ขรวธิ อี า่ นเว้นวรรค อักขรวธิ อี ่านเว้นวรรค อ

ตอนได้ถูกตอ้ งใช้ ตอนได้คอ่ นขา้ งถกู ตอ้ ง ว

นา้ เสยี งได้ถูกตอ้ งอ่าน ใช้น้าเสยี งไดถ้ ูกตอ้ ง ถ

เสียงดงั เหมาะสม อา่ น อา่ นเสยี งดงั ถ

คาไม่ตก เหมาะสม แตอ่ ่านคา เ

ตกบางคา ต

พูดแนะนาหรือเชิญชวน พูดแนะนาหรอื เชญิ ชวน พ

ให้ผอู้ น่ื ปฏิบตั ติ ามได้ ใหผ้ ู้อน่ื ปฏบิ ัตติ ามได้ ใ

เป็นอย่างดี เป็นสว่ นมาก บ

ณภาพ

พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)
นามธรรม

นาเสนอการอ่านและ นาเสนอการอา่ นและ

เขียนสรุปใจความ เขยี นสรุปใจความ

สาคญั ค่อนขา้ งเป็น สาคัญค่อนไมเ่ ปน็ ลาดบั

ลาดับ เปน็ เหตุเป็นผล ไม่ เปน็ เหตุเป็นผลไม่

แตบ่ างคาไมส่ มั พันธก์ ับ พันธ์กบั หลกั การใช้

หลกั การใช้ภาษาไทย ภาษาไทย

อ่านคาไมถ่ กู ต้องตาม อ่านคาไมถ่ กู ตอ้ งตาม

อกั ขรวธิ บี างคาอ่านเว้น อกั ขรวธิ ี เป็นสว่ นใหญ่

วรรคตอนไดค้ อ่ นข้าง บางคาอา่ นเว้นวรรค

ถกู ต้องใชน้ ้าเสียงได้ ตอนได้ไม่ถูกตอ้ งใช้

ถกู ตอ้ งอา่ นเสยี งดัง น้ำเสยี งไม่ถกู ต้องอ่าน

เหมาะสม แต่อ่านคา เสียงเบา และอา่ นคา

ตกบางคา ตกเป็นสว่ นใหญ่

พูดแนะนาหรือเชิญชวน พดู แนะนาหรอื เชญิ ชวน

ให้ผู้อ่นื ปฏิบัตติ ามได้ ให้ผอู้ ่ืนปฏบิ ัติตามไมไ่ ด้

บ้าง

๖.แต่งประโยค ๕ แตง่ ประโยคจากคา แต่งประโยคจากคา แ
คาสรรพนาม
สรรพนามถกู ต้อง ๙- สรรพนามถกู ต้อง ๗-๘ ส

๑๐ ข้อ ข้อ ข

มติ คิ ุณภาพ น้าหนัก ระดบั คุณ
๗.การเขยี น คะแนน
จดหมาย ดีมาก (๔) ดี (๓)
๔๐
๘.คุณลักษณะท่ี ๕ เขียนถูกต้องตาม เขียนถกู ต้องตาม เ
พงึ ประสงค์
๕ แบบฟอร์มเนื้อหา แบบฟอรม์ เน้อื หา แ

น่าสนใจ ใชภ้ าษาได้ คอ่ นข้างน่าสนใจ ใช้ ค

ถูกตอ้ งสละ ภาษาไดถ้ ูกตอ้ ง ภ

สลวยผลงานมคี วาม สละสลวยผลงานมี ไ

สะอาดจ่าหน้าซองได้ ความสะอาดจ่าหน้า ส

ถูกตอ้ ง ซองได้ถกู ต้อง ส



มีความรับผิดชอบตอ่ มคี วามรับผิดชอบตอ่ ม

การเรยี นดีมาก การเรยี นดี ตระหนกั ก

แตง่ ประโยคจากคา แต่งประโยคจากคา
สรรพนามถูกตอ้ ง ๔-๖ สรรพนามถูกต้อง ๐-๓
ขอ้ ขอ้

ณภาพ

พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)

เขยี นถกู ต้องตาม เขยี นไม่ถูกตอ้ งตาม

แบบฟอร์มเนือ้ หา แบบฟอร์มเน้ือหาไม่

คอ่ นขา้ งนา่ สนใจ ใช้ น่าสนใจ ใช้ภาษาบาง

ภาษาบางคาไม่ถกู ตอ้ ง คาไม่ถูกตอ้ งไม่สละ

ไม่สละ สลวย ผลงานมคี วาม

สลวยผลงานมคี วาม สะอาดแต่จ่าหน้าซอง

สะอาดจ่าหนา้ ซองได้ ไม่ถกู ต้อง

ถูกตอ้ ง

มีความรบั ผดิ ชอบต่อ มีความรบั ผดิ ชอบต่อ

การเรยี นพอใช้ การเรยี นน้อยตระหนัก

ตระหนกั เหน็ คุณคา่ เหน็ คุณค่าความสาคัญ ต
ความสาคัญของการ
อ่าน ของการอ่าน ค



เกณฑก์ ารประเมนิ
ได้ระดบั คณุ ภาพ ๔ ผลการประเมิน ดีมาก
ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๓ ผลการประเมิน ดี
ไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๒ ผลการประเมนิ พอใช้
ได้ระดบั คณุ ภาพ ๑ ผลการประเมนิ ปรับปรุง

เกณฑ์การผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๔ ( ผา่ น )
ไดค้ ะแนน ๓๒- ๔๐
ได้คะแนน ๒๕- ๓๑ ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๓ ( ผา่ น )
ไดค้ ะแนน ๒๐ – ๒๔
ไดค้ ะแนน ๐ - ๑๙ ไดร้ ะดบั คุณภาพ ๒ ( ผ่าน )

ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๑ ( ไมผ่ า่ น)

กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. สนทนาถึงเรื่องการรับประทานอาหารในงานเล้ียง เช่นงานแต่งงาน งานขึ้นบา้

อาหารเป็นอยา่ งไรบ้าง หรอื นาภาพการจดั งานเลย้ี งแบบต่างๆใหน้ กั เรยี นดรู ว่ มอภิปราย

ตระหนักเห็นคุณคา่ เหน็ คุณค่าความสาคญั
ความสาคญั ของการ ของการอา่ นนอ้ ย
อา่ นนอ้ ย

านใหม่ งานวนั ปใี หม่ งานขนั โตก ฯลฯ การจดั โต๊ะอาหาร ชนดิ ของอาหาร การรบั ประทาน

๒. การอ่านเขียนคายาก บทที่ ๑๑ เร่ืองส่งข่าว...เล่าเร่ือง นักเรียนหาคาศัพท์แ
ถกู ตอ้ งฝึกอ่านและเขียนคาศัพท์

๓. ฝึกอ่านออกเสียง บทท่ี ๑๑ เรื่องส่งข่าว....เล่าเร่ือง พร้อมกันทั้งชั้น เว้นวรร
กิจกรรมกรรมตอบคาถามเป็นชน้ิ งาน ๑๐ ข้อ

๔. นักเรียนเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ใคร ทาอะไร ที่ไหน อย่างไร เหตุการณ์ ผล
ความคิดสรา้ งสรรคก์ ็ไดแ้ ลว้ นาเสนอผลงาน ครแู นะนาเพมิ่ เติม

๕. การพูดสื่อสาร แบ่งกลุ่มนักเรียนระดมความความคิดถึงวิธีปฏิบัติตนในการม
ผลงาน โดยพูดแนะนาตนเองตามข้นั ตอนการนาเสนองาน

๖. นกั เรยี นอา่ นแถบประโยคและสงั เกตคา เช่น ชนิดของคา คาสรรพนามโดยอ่าน
ฉนั เลีย้ งสนุ ขั ไวต้ ัวหนง่ึ มนั ฉลาดแสนรู้มาก ชอ่ื ว่าเจ้าด่าง
ผมคดิ ถึงคณุ มาก และคิดถึงตอนทีเ่ รากินขา้ วด้วยกัน
เขานิยมใชโ้ ทรศัพท์มือถอื กนั เดก็ ๆอยา่ งเรายังไม่จาเปน็ ต้องใช้
ถา้ อาหารอร่อยผมจะไปเตมิ ถ้าไมอ่ ร่อยผมก็ไมต่ อ้ งไปยุ่งกบั มันอกี
ครแู ละนักเรียนช่วยกันสรุปเปน็ ลักษณะของคาสรรพนาม นักเรียนทา

๗. สนทนาซักถาม การติดต่อส่ือสารเด๋ียวเพ่ือความสะดวกจะใช้วิธีโทรศัพท์ แ
เขียน นกั เรยี นดูรูปแบบการเขียนจดหมายจากหนงั สือภาษาพาที หนา้ ๑๔๖-๑๔๗
ครใู ห้นักเรยี นดรู ปู แบบจดหมายลาครูจากรุน่ พี่

๘. นกั เรียนเขยี นจดหมายลาครูตามรูปแบบทีก่ าหนดให้ ในใบงานกิจกรรม นาเส
ใสซ่ องติดแสตมป์ส่งทางไปรษณยี ์

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. รูปภาพ
๒. บัตรคา
๓. พจนานกุ รม
๔. หนังสอื เรียน

และหาความหมายจากพจนานุกรม เน้นวิธีการใช้พจนานุกรม เพื่อความคล่องแคล่วและ
รคตอนและอ่านให้ชัดเจน ครูและนักเรียนร่วมสรปุ ใจความสาคัญอีกคร้ัง นักเรียนทาแบบ
ลของเหตุการณ์เป็นอย่างไร ครูให้ดูแผนผังแผนภาพโครงเรื่อง หรือนักเรียนออกแบบตาม
มีมารยาทการรับประทานอาหารร่วมกัน บันทึกในใบงานกิจกรรม ตัวแทนกลุ่มนาเสนอ
นจากแถบประโยค

าใบงานกิจกรรมเร่ืองคาสรรพนาม โดยนาคาสรรพนามแต่งประโยค ๑๐ ข้อ
แต่ความจาเป็นในการเขียนจดหมายยังมีอยู่ นักเรียนต้องฝึกเขี ยนให้เป็นและเข้าใจวิธีการ

สนอผลงานแกไ้ ขส่วนท่ีบกพรอ่ ง เพ่ิมทักษะและความรู้โดยนกั เรยี นเขยี นจดหมายลาครูโดย

๕. ใบงานกิจกรรม
๖. แถบประโยค
๗. ตัวอย่างจดหมายลาครู

แบบบนั ทกึ หน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑๒ เร
รหสั -ช่ือรายวชิ า ท ๑๓๑๐๑
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓
โรงเรยี นบ้านใหม่หนองบัว
***************************************
คาอธิบายประจาหนว่ ย
ศึกษาเกี่ยวกบั การอา่ นออกเสียงบทเรียน จะตอ้ งฝึกทกั ษะการอ่านคายากโดยต
การเขียนภาพโครงเรือ่ ง จะชว่ ยใหส้ ามารถบอกเหตกุ ารณข์ องเรอ่ื งเป็นตอน ๆ การลาดบั เร
การพดู เชิญชวนเก่ยี วกับการปฏิบตั ิตนในด้านต่าง ๆ การพดู แสดงความคิดเหน็ จาดเรื่องทฟ่ี ัง
เพ่ือให้นักเรียนมีทักษะการสื่อสาร อ่านเขียนได้สรุปใจความสาคญั และตอบคา
สร้างสรรค์

ผังความคดิ ประจาหนว่ ยการเรยี นรู้ คุณลักษณะ
๑.ปฏิบัติตนในการมีมารยาทใน
สาระการเรียนรู้ การฟัง ดแู ละพดู
๑.อา่ นเขยี นคายาก ๒.ปฏิบัติตนในการมีมารยาทใน
๒.การอา่ นออกเสียงและตอบ การอ่าน
คาถาม ๓. ม่งุ มั่นในการทางาน
๓.การเขียนแผนภาพ
โครงเร่ือง
๔.การเขยี นคาขวัญ
๕.การพูดเชญิ ชวน
๖.การพูดแสดงความคิดเหน็
๗.คากรยิ า


Click to View FlipBook Version