273
บทที่ 12
จรรยำบรรณนักวิจัย
จุดประสงค์กำรเรียนรู้
เมื่อจบหน่วยนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถ
1. อธิบายความหมายของจรรยาบรรณนักวิจัยได้
2. ยกตัวอย่าง แนวทางปฏิบัติของจรรยาบรรณนักวิจัยได้
เนื้อหำสำระ
ความหมายของนักวิจัย
ความหมายของจรรยาบรรณนักวิจัย
แนวปฏิบัติของจรรยาบรรณนักวิจัย
274
บทที่ 12
จรรยำบรรณนักวิจัย
จรรยาบรรณ (Code of Conduct) หมายถึง ข้อก าหนดในเรื่องเกี่ยวกับข้อปฏิบัติของความเป็นนัก
ื่
วิชาชีพ เพอให้วิชาชีพนั้นมีมาตรฐาน มีศักดิ์ศรี และมีคุณธรรม แต่ละอาชีพต่างก็มีจรรยาบรรณของตนเอง
การมีจรรยาบรรณ คือ การยอมรับวิถีทางปฏิบัติของวิชาชีพนั้น อาชีพนักวิจัยก็ต้องมีจรรยาบรรณด้วยเช่นกัน
และเป็นจรรยาบรรณที่ต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด เนื่องจากการศึกษาของนักวิจัยเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ของบุคคลอื่น ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่เป็นความลับ เป็นเรื่องส่วนตัว หรือเป็นเรื่องที่เมื่อเปิดเผยแล้ว อาจน าความ
เดือดร้อนมาสู่ผู้ให้ข้อมูล เช่น อดมการณ์ทางการเมือง พฤติกรรมเบี่ยงเบน เป็นต้น นักวิจัยจึงต้องใช้ความ
ุ
ระมัดระวังเป็นพิเศษในการศึกษาเรื่องที่มความละเอยดออนเช่นนี้ ในอดีตนักวิจัยมีความกระหายใคร่รู้อย่างมาก
ี
่
ี
และใช้ทุกวิถีทางในการให้ได้ข้อมูลมา โดยไม่ค านึงถึงผลกระทบต่อผู้อื่น ดังนั้น จรรยาบรรณของนักวิจัยจึงเป็น
ประเด็นที่จ าเป็นต้องกล่าวถึงและปลูกฝังในหมู่นักวิจัย
ื่
ิ
"นักวจัย" หมายถึง ผู้ที่ด าเนินการค้นคว้าหาความรู้อย่างเป็นระบบเพอตอบประเด็นที่สงสัยโดยมี
ั
ระเบียบวิธีอนเป็นที่ยอมรับในแต่ละศาสตร์ที่เกี่ยวข้องระเบียบวิธีดังกล่าวจึงครอบคลุมทั้งแนวคิด มโนทัศน์
และวิธีการที่ใช้ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
ั
"จรรยำบรรณ" หมายถึง หลักความประพฤติอนเหมาะสม แสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมในการ
ื่
ประกอบอาชีพ ที่กลุ่มบุคคลแต่ละสาขาวิชาชีพ ประมวลขึ้นไว้เป็นหลักเพอให้สมาชิกในสาขาวิชาชีพนั้นๆ
ยึดถือปฏิบัติ เพื่อรักษาชื่อเสียง และส่งเสริมเกียรติคุณของสาขาวิชาชีพของตน
ิ
ื่
สภาวิจัยแห่งชาติจึงก าหนด "จรรยำบรรณนักวจัย" ไว้เป็นแนวทางส าหรับนักวิจัยยึดถือปฏิบัติ เพอให้
การด าเนินงานวิจัยตั้งอยู่บนพื้นฐาน ของจริยธรรมและหลักวิชาการที่เหมาะสม ตลอดจนประกันมาตรฐานของ
การศึกษาค้นคว้าให้เป็นไปอย่างสมศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของนักวิจัยไว้ 9 ประการดังนี้
1. นักวิจัยต้องซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ
ั
2. นักวิจัยต้องตระหนักถึงพนธกิจที่มีต่อข้อตกลงในการวิจัย ต่อหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัยและต่อ
หน่วยงานที่สังกัด
3. นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาที่ท าวิจัย
4. นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษาวิจัยไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
5. นักวิจัยต้องเคารพศักดิ์ศรี และสิทธิมนุษย์ที่เป็นตัวอย่างในการวิจัย
6. นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิดโดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการท าวิจัย
275
7. นักวิจัยต้องน าผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบ
8. นักวิจัยต้องเคาระความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น
9. นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ
(ที่มา : ส านักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ)
ส านักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (2541) ได้ก าหนดหลักเกณฑ์ ในด้านจรรยาบรรณของนักวิจัย
ดังนี้
ข้อ 1. นักวิจัยต้องซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทำงวิชำกำรและกำรจัดกำร
ื่
นักวิจัยต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองไม่น าผลงานของผู้อนมาเป็นของตน ไม่ลอกเลียนงานของผู้อน
ื่
ต้องให้เกียรติและอางถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่น ามาใช้ในงานวิจัยและมีความเป็นธรรมเกี่ยวกับ
้
ผลประโยชน์ที่ได้จากการวิจัย
แนวทำงปฏิบัติ
1. นักวิจัยต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น
1.1 นักวิจัยต้องมีความซื่อสัตย์ในทุกขั้นตอนของกระบวนการวิจัย ตั้งแต่การเลือกเรื่องที่จะ
ท าวิจัย การเลือกผู้เข้าร่วมท าวิจัย การด าเนินการวิจัย ตลอดจนการน าผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
1.2 นักวิจัยต้องให้เกียรติผู้อน โดยการอางถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลและความ
้
ื่
คิดเห็นที่น ามาใช้ในงานวิจัย
2. นักวิจัยต้องซื่อตรงต่อการแสวงหาทุนวิจัย
2.1 นักวิจัยต้องเสนอข้อมูลและแนวคิดอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาในการเสนอ
โครงการวิจัยเพื่อขอรับทุน
2.2 นักวิจัยต้องเสนอโครงการวิจัยด้วยความซื่อสัตย์โดยไม่ขอทุนซ้ าซ้อน
3. นักวิจัยต้องมีความเป็นธรรมเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ได้จากการวิจัย
3.1 นักวิจัยต้องจัดสรรสัดส่วนของผลงานวิจัยแก่ผู้ร่วมวิจัยอย่างยุติธรรม
3.2 นักวิจัยต้องเสนอผลงานอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่น าผลงานของผู้อื่นมาอางว่าเป็นของตน
้
276
ข้อ 2. นักวิจัยต้องตระหนักถึงพันธกรณีในกำรท ำวิจัย ตำมข้อตกลงที่ท ำไว้กับ
หน่วยงำนที่สนับสนุนกำรวิจัยและต่อหน่วยงำนที่ตนสังกัด
ุ
นักวิจัยต้องปฏิบัติตามพนธกรณีและข้อตกลงการวิจัยที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันอทิศเวลา
ั
ท างานวิจัยให้ได้ผลดีที่สุดและเป็นไปตามก าหนดเวลา มีความรับผิดชอบไม่ละทิ้งงานระหว่างด าเนินการ
แนวทำงปฏิบัติ
1. นักวิจัยต้องตระหนักถึงพันธกรณีในการท าวิจัย
ื่
ี
1.1 นักวิจัยต้องศึกษาเงื่อนไข และกฎเกณฑ์ของเจ้าของทุนอย่างละเอยด รอบคอบ เพอ
ป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง
1.2 นักวิจัยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ระเบียบและกฎเกณฑ์ ตามข้อตกลงอย่างครบถ้วน
2. นักวิจัยต้องอุทิศเวลาท างานวิจัย
ื่
2.1 นักวิจัยต้องทุ่มเทความรู้ ความสามารถและเวลาให้กับการท างานวิจัย เพอให้ได้มาซึ่ง
ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์
3. นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบในการท าวิจัย
3.1 นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ละทิ้งงานโดยไม่มีเหตุผลอนควร และ ส่งงานตาม
ั
ก าหนดเวลา ไม่ท าผิดสัญญาข้อตกลงจนก่อให้เกิดความเสียหาย
ั
3.2 นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบในการจัดท ารายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ เพอให้ผลอน
ื่
เกิดจาการวิจัยได้ถูกน าไปใช้ประโยชน์ต่อไป
ี
ข้อ 3. นักวิจัยต้องมพื้นฐำนควำมรู้ในสำขำวิชำกำรที่ท ำวิจัย
นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ท าวิจัยอย่างเพียงพอและมีความรู้ ความช านาญหรือมี
ประสบการณ์ เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ทาวิจัย เพื่อน าไปสู่งานวิจัยที่มีคุณภาพ และเพอป้องกันปัญหาการวิเคราะห์
ื่
การตีความ หรือการสรุปที่ผิดพลาด อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่องานวิจัย
แนวทำงปฏิบัติ
1. นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ ความช านาญหรือประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่ท าวิจัยอย่าง
เพียงพอเพื่อน าไปสู่งานวิจัยที่มีคุณภาพ
2. นักวิจัยต้องรักษามาตรฐานและคุณภาพของงานวิจัยในสาขาวิชาการนั้น ๆ เพอป้องกันความ
ื่
เสียหายต่อวงการวิชาการ
277
่
ี
ข้อ 4. นักวิจัยต้องมีควำมรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษำวิจัย ไม่ว่ำจะเป็นสิ่งที่มชีวิต หรือไมมีชีวิต
นักวิจัยต้องด าเนินการด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และเที่ยงตรงในการท าวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคน
สัตว์ พืช ศิลปวัฒนธรรม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม มีจิตส านึกและปณิธานที่จะอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรม
ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
แนวทำงปฏิบัติ
1. การใช้คนหรือสัตว์เป็นตัวอย่างทดลอง ต้องท าในกรณีที่ไม่มีทางเลือกอื่นเท่านั้น
2. นักวิจัยต้องด าเนินการวิจัยโดยมีจิตส านึกที่จะไม่ก่อความเสียหายต่อคน สัตว์ พช
ื
ศิลปวัฒนธรรม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม
3. นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อผลที่จะเกิดแก่ตนเอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาและสังคม
ข้อ 5. นักวิจัยต้องเคำรพศักดิ์ศรี และสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่ำงในกำรวิจัย
นักวิจัยต้องไม่ค านึงถึงผลประโยชน์ทางวิชาการจนละเลย และขาดความเคารพในศักดิ์ศรีของเพื่อน
มนุษย์ต้องถือเป็นภาระหน้าที่ที่จะอธิบายจุดมุ่งหมายของการวิจัยแก่บุคคลที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยไม ่
หลอกลวงหรือบีบบังคับ และไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
แนวทำงปฏิบัติ
1. นักวิจัยต้องมีความเคารพในสิทธิของมนุษย์ที่ใช้ในการทดลองโดยต้องได้รับ
ความยินยอมให้ท าการวิจัย
2. นักวิจัยต้องปฏิบัติต่อมนุษย์และสัตว์ที่ใช้ในการทดลองด้วยความเมตตา ไม่ค านึงถึงแต่
ผลประโยชน์ทางวิชาการจนเกิดความเสียหายที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง
3. นักวิจัยต้องดูแลปกป้องสิทธิประโยชน์และรักษาความลับของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง
ข้อ 6. นักวิจัยต้องมีอิสระทำงควำมคิด โดยปรำศจำกอคติในทุกขั้นตอนของกำรท ำวิจัย
นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิดต้องตระหนักว่า อคติส่วนตนหรือความล าเอียงทางวิชาการ อาจส่งผล
ให้มีการบิดเบือนข้อมูลและข้อค้นพบทางวิชาการ อันเป็นเหตุให้เกิดผลเสียหายต่องานวิจัย
แนวทำงปฏิบัติ
1. นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิด ไม่ท างานวิจัยด้วยความเกรงใจ
2. นักวิจัยต้องปฏิบัติงานวิจัยโดยใช้หลักวิชาการเป็นเกณฑ์และไม่มีอคติมาเกี่ยวข้อง
3. นักวิจัยต้องเสนอผลงานวิจัยตามความเป็นจริง ไม่จงใจเบี่ยงเบนผลการวิจัย โดยหวัง
ประโยชน์ส่วนตน หรือต้องการสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น
278
ข้อ 7. นักวิจัยพึงน ำผลงำนวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทำงที่ชอบ
นักวิจัยพึงเผยแพร่ผลงานวิจัยเพื่อประโยชน์ทางวิชาการและสังคมไม่ขยายผลข้อค้นพบจนเกินความ
เป็นจริง และไม่ใช้ผลงานวิจัยไปในทางมิชอบ
แนวทำงปฏิบัติ
1. นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบและรอบคอบในการเผยแพร่ผลงานวิจัย
2. นักวิจัยพงเผยแพร่ผลงานวิจัยโดยค านึงถึงประโยชน์ทางวิชาการ และสังคมไม่ เผยแพร่
ึ
ผลงานวิจัยเกินความเป็นจริงโดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
ึ
3. นักวิจัยพงเสนอผลงานวิจัยตามความเป็นจริง ไม่ขยายผลข้อค้นพบโดยปราศจากการ
ตรวจสอบ ยืนยันในทางวิชาการ
ข้อ 8. นักวิจัยพึงเคำรพควำมคิดเห็นทำงวิชำกำรของผู้อื่น
นักวิจัยพึงมีใจกว้าง พร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลและขั้นตอนการวิจัยยอมรับฟังความคิดเห็นและเหตุผลทาง
วิชาการของผู้อื่น และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยของตนให้ถูกต้อง
แนวทำงปฏิบัติ
1. นักวิจัยพึงมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างความเข้าใจในงานวิจัย
กับเพอนร่วมงานและนักวิชาการอื่น ๆ
ื่
ั
ื่
2. นักวิจัยพึงยอมรับฟง แก้ไขการท าวิจัยและการเสนอผลงานวิจัยตามข้อแนะน าที่ดีเพอสร้าง
ความรู้ที่ถูกต้องและสามารถน าผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้
ข้อ 9. นักวิจัยพึงมีควำมรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ
ุ
นักวิจัยพึงมีจิตส านึกที่จะอทิศก าลังสติปัญญาในการท าวิจัย เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการ เพื่อความ
เจริญและประโยชน์สุขของสังคมและมวลมนุษยชาติ
แนวทำงปฏิบัติ
1. นักวิจัยพึงไตร่ตรองหาหัวข้อการวิจัยด้วยความรอบคอบและท าการวิจัยด้วย
จิตส านึกที่จะอุทิศก าลังปัญญาของตนเพอความก้าวหน้าทางวิชาการ เพื่อความเจริญของสถาบันและประโยชน์
ื่
สุขต่อสังคม
2. นักวิจัยพึงรับผิดชอบในการสร้างสรรค์ผลงานวิชาการเพอความเจริญของสังคม ไม่ท าการ
ื่
วิจัยที่ขัดกับกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
279
3. นักวิจัยพึงพัฒนาบทบาทของตนให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น และอทิศเวลา น้ าใจ กระท าการ
ุ
ส่งเสริมพัฒนาความรู้ จิตใจ พฤติกรรมของนักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีส่วนสร้างสรรค์ความรู้แก่สังคมสืบไป
280
บรรณำนุกรม
คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, ส านักงาน. (2541). จรรยาบรรณนักวิจัย : แนวทางปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: ส านักงาน
คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
จุฑา ธรรมชาติ. (2555). เอกสารประกอบการสอน วิชา 276-402 การวิจัยทางการศึกษา. ปัตตานี:ภาควิชา
ประเมินผลและวิจัยการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ชิดชนก เชิงเชาว์. (2551). ระเบียบวิธีวิจัยทางการศึกษา. ปัตตานี: โครงการสนับสนุนทุนการผลิตต ารา คณะ
ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ซูไฮซัน มาฮะและมัฮดี แวดราแม (2561). “การใช้ Google classroom ในการพัฒนาผบสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนและพฤติกรรมความรับผิดชอบของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเบฐจมราชูทิศ
ปัตตานี” เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ “การเรียนรู้เชิงรุก” ครั้งที่ 6 “Active
learning ตอบโจทย์ Thailand 4.0 อย่างไร” ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคม 2561 ณ มหาวิทยาลัย
วลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช.
ทัพทิวา นามวงษ์และมัฮดี แวดราแม (2561). “การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนศิริธรรมวิทยา โดยใช้โปรแกรมการเรียนรู้ PNK” เอกสาร
ประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ “การเรียนรู้เชิงรุก” ครั้งที่ 6 “Active learning ตอบโจทย์
์
Thailand 4.0 อย่างไร” ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคม 2561 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ จังหวัด
นครศรีธรรมราช.
นิศา ชูโต. (2545). การวิจัยเชิงคุณภาพ. พมพครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: แม็ทส์ปอยท์.
ิ
์
นิตยา หลงโดยและมัฮดี แวดราแม (2561). “การใช้บทเรียนโปรแกรมส าเร็จรูปเรื่อง HTML ในการพัฒนา
ความสนใจในการเรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนรัตภูมิ
วิทยา” เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ “การเรียนรู้เชิงรุก” ครั้งที่ 6 “Active
learning ตอบโจทย์ Thailand 4.0 อย่างไร” ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคม 2561 ณ มหาวิทยาลัย
วลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2543). สถิติชวนใช้. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2555). เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่อง วิธีการที่ถูกต้องและทันสมัยในการก าหนด
ขนาดตัวอย่าง ในโครงการ Research Zone จัดโดย ศูนย์การเรียนรู้ทางการวิจัย ณ อาคารศูนย์การ
เรียนรู้ทางการวิจัย สานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) วันที่ 26 มกราคม 2555 เวลา 9.00-12.00 น.
281
นูรอัยนี่ นิยมเดชาและมัฮดี แวดราแม (2561). “การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับ Kahoot และ
Plickers ในการพัฒนาทักษะการเขียนสะกดค าภาษาไทย และ ความสนใจในการเรียนวิชาภาษาไทย
ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศาสนูถัมภ์ จังหวัดปัตตานี” เอกสารประกอบการประชุม
วิชาการระดับชาติและนานาชาติ National and International Conference on Education
(NICE 2018) “Education Leadership, and Innovation in Learning Societies” ระหว่างวันที่
5-7 กรกฎาคม 2561 ณ โรงแรมภูเก็ตเกรซแลนด์ จังหวัดภูเก็ต.
ั
โนรฮีดาย สะมะแอ และมฮดี แวดราแม (2561). “การสอนโดยใชบทเรียนอิเล็กทรอนิกส(e-Learning)
เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาคอมพิวเตอรของนักเรียนชั้นมัธยมศกษาปที่ 1 โรงเรียน
ึ
สาธิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร” . เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ “นวัตกรรม
วิชาชีพครู” ครั้งที่ 1 วันที่ 21 มกราคม 2561 ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา.
บุญชม ศรีสะอาด. (2535). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาสน์.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2535). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: บีแอนบี พับลิชชิ่ง.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2553). การเขียนรายงานวิจัยและวิทยานิพนธ์. พิมพ์ครั้งที่ 10.กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพ์เรือนแก้ว.
บุญเรียง ขจรศิลป์. (2543). วิธีวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5.กรุงเทพมหานคร: พีเอ็นการพิมพ์.
ั
ปทมา ยีสิดิ และมฮดี แวดราแม (2561). “การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
เรื่ององคประกอบคอมพิวเตอร โดยใช Augmented Reality และ แอปพลิเคชัน Quizizz ส าหรับ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป ที่ 1 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปตตานี” เอกสารประกอบการประชุม
ิ
วิชาการระดับชาติ “นวัตกรรมวิชาชีพครู” ครั้งที่ 1 วันที่ 21 มกราคม 2561 ณ มหาวิทยาลัยทักษณ
จังหวัดสงขลา.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์ และส าลี ทองทิว (บรรณาธิการ). การวิจัยทางการศึกษา : หลักและวิธีการส าหรับนักวิจัย.
พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มัฮดี แวดราแม อาฟีฟี ลาเต๊ะ แวฮาซัน แวหะมะ สุพรรษา สุวรรณชาตรี นูรอาซีกีน ยีสมันและฮามีด๊ะ มูสอ.
(2561). ความต้องการจ าเป็นในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่าน
มุมมองของนักศึกษา ครูพี่เลี้ยง อาจารย์นิเทศและผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปีที่ 29 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2561
282
ยูฮานีส ยีระ และมัฮดี แวดราแม (2561). “การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสนใจในการเรียนวิชา
คณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเมืองปัตตานีโดยใช้เทคนิคการสอนแบบ
open approach และสื่อนาฬิกาหรรษา” เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติและ
นานาชาติ National and International Conference on Education (NICE 2018)
“Education Leadership, and Innovation in Learning Societies” ระหว่างวันที่ 5-7
กรกฎาคม 2561 ณ โรงแรมภูเก็ตเกรซแลนด์ จังหวัดภูเก็ต.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาสน์.
วรรณี แกมเกตุ. (2551). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพแห่ง
์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิรัตน์ ธรรมาภรณ์. (2550). วิธีการทางสถิติส าหรับการวิจัยทางการศึกษา. ปัตตานี: ภาควิชาประเมินผลและ
วิจัยทางการศกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ึ
สมคิด พรมจุ้ย. (2558). โครงการวิจัย เขียนอย่างไรให้มีคุณภาพ. วารสารศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน 2558.
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์. (2551). วิธีวิทยาการประเมิน ศาสตร์แห่งคุณค่า. พิมพ์ครั้งที่ 4 กรุงเทพฯ:ส านักพิมพ ์
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สุกันยา ขวัญอ่อน และมัฮดี แวดราแม (2561). “ปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรมของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้”เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
ระดับชาติและนานาชาติ National and International Conference on Education (NICE
2018) “Education Leadership, and Innovation in Learning Societies” ระหว่างวันที่ 5-7
กรกฎาคม 2561 ณ โรงแรมภูเก็ตเกรซแลนด์ จังหวัดภูเก็ต.
สุชาดา บวรกิติวงศ์. (2548). สถิติประยุกต์ทางพฤติกรรมศาสตร์.พิมพครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพแห่ง
์
์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภางค์ จันทวานิช. (2546). วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่ง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2546). การวิจัยในชั้นเรียน. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพแห่งจุฬาลงกรณ์
์
มหาวิทยาลัย.
ั
ิ
สุวิมล ว่องวาณิช. (2553).เคล็ดลับการท าวิจัยในชั้นเรียน. พมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์อกษรไทย
สุวิมล ว่องวาณิช และนงลักษณ์ วิรัชชัย. (2546). แนวทางการให้ค าปรึกษาวิทยานิพนธ์. พิมพครั้งที่ 1.
์
กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ต าราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
283
ี
อาฟฟี ลาเต๊ะ มัฮดี แวดราแม แวฮาซัน แวหะมะ สุพรรษา สุวรรณชาตรี นูรอาซีกีน ยีสมันและฮามีด๊ะ มูสอ.
(2559). การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูผ่านการพัฒนาครูพ ี่
เลี้ยงด้วยการสร้างระบบการโค้ชในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสารศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปีที่ 28 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2560
อวยพร เรืองตระกูล. (2553). สถิติประยุกต์ทางพฤติกรรมศาสตร์1 .กรุงเทพฯ: ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยา
การศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุทุมพร จามรมาน. (2533). การเขียนโครงการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: ฟันนี่พับลิชชิ่ง.
th
Babbie, E. (2013). The practice of social research. 13 ed. CA: Wadsworth/Thomson Learning.
th
Best, W.John., and Kahn, V. James, (2003). Research in education.5 ed. NJ:Prentice-Hall.
Creswell, J.W. (2008). Educational research: planning, conducting, and evaluating
quantitative and qualitative research. 3rd ed. NJ: Pearson Education.
Creswell, J.W., and Plano Clark, V.L. (2011). Designing and conducting mixed methods
research. 2nd ed. CA: Sage.
Ernic Stinger. (2004). Action research in education. New Jersey: Pearson Education.
Glass, V.Gene, and Hopkins, D.Kenneth. (1996). Statistical methods in education and psychology.
Boston
Hartas, D. (editor). (2010). Educational research and inquiry:qualitative and quantitative approaches.
NY: Continuum.
Kerlinger, F.N.,and Lee H.B. (2000). Foundation of behavioral research. New York: Holt, Rinehart
and Winston, Inc.
Lodico, M.G., Spaulding, D.T.,and Voegtle, K.H. (2010). Methods in educational research: from
theory to practice. 2 ed. CA: John Wiley & sons.
nd
Mertler, C.A. (2014). Action research: improving schools and empowering educators. 4th ed.
California: Sage.
284
ภำคผนวก
285
ภำคผนวก ก แบบฟอร์มกำรเขียนโครงร่ำงวจัย
ิ
286
(ชื่อเรื่อง สั้น กระชับ ได้ใจควำม มีตัวแปรและประชำกร)
ชื่อผู้วิจัย
ิ
งำนวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของรำยวิชำ 276-360 ระเบียบวธีวิจัยทำงกำรศึกษำ
ภำคกำรศึกษำต้น ปีกำรศึกษำ................
สำขำวิชำเทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรประเมินผลกำรศึกษำ
คณะศึกษำศำสตร์ มหำวิทยำลัยสงขลำนครินทร์ ปัตตำนี
287
บทที่ 1
บทน ำ
ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ
(สิ่งที่ควรจะเป็นตามหลักการ/ทฤษฏี)
(สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง)
(บอกสิ่งที่จะศึกษาเพื่อลดช่องว่าง/หาค าตอบของสิ่งที่เราสนใจ)
วัตถุประสงค์กำรวิจัย (ห้ามเขียนประโยชน์ / สิ่งที่คาดหวัง)
สมมติฐำนกำรวิจัย
ี
(อาจจะมี หรือไม่มก็ได้)/
(เกริ่นน า หลักการ ทฤษฎี /งานวิจัยที่เคยท ามาแล้ว)
(สิ่งที่คาดว่าจะได้ /คาดการณ์ คาดคะเนผลวิจัยที่น่าจะเป็น)
ขอบเขตกำรวิจัย
(แสดงรายละเอียดตัวแปรที่สนใจศึกษาว่าคืออะไร มีกี่ด้าน อะไรบ้าง จะเก็บขอมูลกับใคร ที่ไหน ช่วงไหน ปี
้
ไหน)
288
กรอบแนวคิดกำรวิจัย
(กรอบแนวคิดความสัมพันธ์ของตัวแปร มีกี่ด้าน กี่องค์ประกอบ เขียนในรูปแผนภาพความสัมพันธ์)
นิยำมศัพท์เฉพำะ
(นิยามศัพท์ส าคัญในงานวิจัย/ นิยามเชิงปฏิบัติการ มีเครื่องมือ วัดได้)
ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ
(มีใครได้รับประโยชน์/ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยนี้บ้าง อาจแบ่งเป็นกลุ่มผู้ได้ประโยชน์ เขียนบรรยาย ความ
เรียง)
289
บทที่ 2
เอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง
งานวิจัยเรื่อง............................... มีวัตถุประสงค์เพอ.......... ผู้วิจัยได้ท าการศึกษาเอกสารและงานวิจัย
ื่
ที่เกี่ยวข้องเรียงล าดับตามประเด็นหัวข้อต่อไปนี้
1.
1.1
1.2
2.
2.1
2.2
3.
4.
5.
6.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
โดยรายละเอียดในแต่ละหัวข้อมีดังนี้
290
บทที่ 3
วิธีด ำเนินกำรวิจัย
งานวิจัยเรื่อง............................... มีวัตถุประสงค์เพื่อ.....................................
ผู้วิจัยได้ออกแบบวิธีการด าเนินการวิจัยดังนี้
ประชำกรและตัวอย่ำง
ประชากรคือ (ใคร จ านวนเท่าไหร่?)
ตัวอย่างคือ (ใคร จ านวนเท่าไหร่ ได้มาด้วยวิธีการใด)
ตัวแปรที่ใช้ในกำรวิจัย
ตัวแปรที่ผู้วิจัยสนใจศึกษาในครั้งนี้คือ (อะไร มีกี่ด้าน อะไรบ้าง)
กรณีมีตัวแปรต้น ตัวแปรตาม (อาจเขียนในลักษณะ ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม คืออะไร)
เครื่องมือและกำรพัฒนำคุณภำพเครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้คือ................................................................. มีขั้นตอนในการสร้าง
และพัฒนาดังนี้
(บอกขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือ รวมทั้งคุณภาพเครื่องมือ)
291
กำรเก็บรวบรวมข้อมูล
้
(บอกล าดับขั้นตอนของการด าเนินการเก็บรวบรวมขอมูล)
กำรวิเครำะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ข้อมูล
กำรวิเครำะห์ข้อมูลเพื่อตอบวัตถุประสงค์กำรวิจัย
ื่
้
(ระบุวิธีการวิเคราะห์ เพอตอบโจทย์วัตถุประสงค์แต่ละขอ)
สถิติที่ใช้ในกำรวิจัย
(แสดงสูตรต่าง ๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล อาจแบ่งเป็นสูตรในการวิเคราะห์หาคุณภาพเครื่องมือ
และ สูตรในการวิเคราะห์เพื่อตอบวัตถุประสงค์วิจัย ทั้งนี้สูตรที่เป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วโดยทั่วไป เช่น ค่าเฉลี่ย ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน ฯลฯ อาจไม่ต้องใส่ก็ได้)
292
งานวิจัยเรื่อง
ชื่อผู้วิจัย
1.วัตถุประสงค์กำรวิจัย 2.กำรออกแบบกำรวิจัย 3.กำรวิเครำะห์ข้อมูล
1.1 2.1 รูปแบบการวิจัย 3.1
2.2 ประชากร
ตัวอย่าง
1.2 3.2
2.3 ตัวแปร
2.4 เครื่องมือและการวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือ
292
งานวิจัยเรื่อง
ชื่อผู้วิจัย
1.วัตถุประสงค์กำรวิจัย 2.กำรออกแบบกำรวิจัย 3.กำรวิเครำะห์ข้อมูล
1.1 2.1 รูปแบบการวิจัย 3.1
2.2 ประชากร
ตัวอย่าง
1.2 3.2
2.3 ตัวแปร
2.4 เครื่องมือและการวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือ
293
292
ภำคผนวก ข โครงกำรวิจัย : เขียนอย่ำงไรให้มีคุณภำพ
สมคิด พรมจุ้ย
294
295
296
297
298
299
300
301
302
303
304
305
306
307
308
309
310
311
312
313
ภำคผนวก ค กำรก ำหนดขนำดกลุ่มตัวอย่ำงในกำรทดสอบสมมติฐำนวิจัย
นงลักษณ์ วิรัชชัย
314
315
316
317
318
319
320
321