Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 1
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 2ก
คานา
เขตสุขภาพที่ 10 ด๎วยจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อานาจเจริญ และมุกดาหารได๎จัด
ให๎มีการประชุมวิชาการเขตมาอยํางตํอเนื่อง สานักงานสาธารณสุขจังหวัดอานาจเจริญ รํวมกับ
โรงพยาบาลอานาจเจริญ เป็นเจ๎าภาพในการจัดประชุมวิชาการเขตสุขภาพท่ี 10 ประจาปี 2565 ระหวําง
วันที่ 11 - 12 กรกฎาคม 2565 เพื่อให๎บุคลากรทางการแพทย๑และสาธารณสุขระดับเขต ได๎พัฒนา
ความรู๎แลกเปลี่ยนความคิดเห็นประสบการณ๑ทางวิชาการ และมีโอกาสเผยแพรํผลงานทางวิชาการสํู
สาธารณะ
ผลงานผํานการคัดเลือกนาเสนอรวมทั้งสิ้น รวม 167 ผลงาน จาแนกเป็นการนาเสนอ ประเภท
วาจา โปสเตอร๑ และนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ๑ ประเภทละ 3 สาขา ได๎แกํ สาขาคลินิกรักษา สาขาสํงเสริม
สุขภาพ ปูองกัน ควบคุมโรค และสาขา R2R รวมทั้งบูธนิทรรศการ Best Practice ของศูนย๑วิชาการและ
จังหวัด รวม 11 บูธ
วิทยากรวิพากษ๑ผลงานได๎รับเกียรติจากอาจารย๑มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยมหิดล
วิทยาเขตอานาจเจริญ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สานักงานควบคุมโรคที่ 10 วิทยาลัยพยาบาล
บรมราชชนนีสรรพสิทธิประสงค๑ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี โรงพยาบาลสรรพ
สิทธิประสงค๑ และ โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี
โดยเนื้อหาบทคัดยํออาจมีรูปแบบที่แตกตํางกันตามประเภทของผลงาน คณะผู๎จัดทา หวังเป็น
อยํางยิ่งวํา เอกสารเลํมนี้จะอานวยความสะดวกแกํผู๎เข๎ารํวมประชุม คณะกรรมการผู๎วิพากษ๑ผลงาน
รวมทั้งผ๎ูสนใจในการนาผลงานวิชาการสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 10 เพ่ือพัฒนาและตํอยอดผลงานในการ
พัฒนางานสาธารณสุขให๎ก๎าวหน๎ายิ่งข้ึนไป
คณะผ๎ูจดั ทา
11-12 กรกฎาคม 2565
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 3ข
รายช่อื ผลงานท่ีไดร้ บั คดั เลือกให้นาเสนอ
การประชุมวชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 ประจาปี 2565
วนั ท่ี 11 - 12 กรกฎาคม 2565 ณ อาคารผ๎ปู วุ ยนอก 5 ช้นั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ จงั หวดั อานาจเจรญิ
ผลงานวชิ าการประเภท Oral Presentation
สาขา คลนิ ิก : ห้องประชุมมิ่งขวัญ ชั้น 5
รหัส ชอ่ื ผลงาน ช่ือผวู้ จิ ัย หน้า
22
OC01U การพฒั นารูปแบบการดแู ลผู๎ปวุ ยวกิ ฤตอายรุ กรรมในหอผ๎ูปุวยหนกั วัชรพนั ธ๑ วงศค๑ าพนั ธ๑ และคณะ 23
24
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม รพร.เดชอุดม 25
26
OC02U ผลของการเตรียมยาฟาร๑วิพิราเวยี รแ๑ บบน้าเชอ่ื มในผ๎ปู ุวยเด็กติดเชอ้ื โควิด-19 ธนฎั ชา สองเมือง และอนญั ญา 27
28
สองเมอื ง รพ.วารินชาราบ 29
30
OC03U การพฒั นาแนวทางการดูแลและการพยาบาลผมู๎ ารบั บรกิ ารคลอด วราภรณ๑ สมดี รพร.เดชอุดม 31
ที่มีการติดเชอ้ื COVID-19 โรงพยาบาลสมเด็จพระยพุ ราชเดชอุดม 32
OC04U ผลของการสอนโดยใชร๎ ปู แบบวัฎจักรการเรยี นร๎ู 5 ขั้นตอนตํอการดแู ลตนเอง เบญจมาภรณ๑ วงศ๑ประเสริฐ และ 33
34
ของกลํุมผ๎ปู ุวยเบาหวานชนิดที่ 2 คณะ รพ.สรรพสทิ ธิประสงค๑
35
OC05U การพัฒนาแนวปฏิบตั ิการพยาบาลสตรตี ้ังครรภ๑ทมี่ ีภาวะครรภ๑เป็นพษิ จกั รพงศ๑ ปติ ิโชคโภคนิ ท๑ และคณะ
ชนิดรุนแรง รพ.นาตาล
OC06S ผลของการทากลมุํ จิตบาบัดประคับประคองตํอความรูส๎ กึ เปน็ ภาระ ศวิ าภรณ๑ นามพรหม
และตราบาปของญาตผิ ู๎ดูแลผ๎ูตดิ สารแอมเฟตามีน รพ.ศรสี ะเกษ
OC07S การพัฒนาระบบการฟ้นื ฟแู ละสํงตํอผ๎ปู ุวยระยะกลาง Intermediate Care เดือนฉาย โพธ์ิงาม และคณะ
เครือขํายจังหวดั ศรีสะเกษ รพ.ศรสี ะเกษ
OC08S ปญั หาสขุ ภาพจิตของบคุ ลากรทางการแพทยใ๑ นยคุ การระบาด ฐชิ ารัศม๑ ชัยบรรจงวฒั น๑
ของโรคติดเช้ือ covid-19 รพ.พยุห๑
OC09S การลดความแออัด ณ แผนกอุบัติเหตแุ ละฉุกเฉินในโรงพยาบาลชมุ ชนแหํงหนึ่ง อนุศร การเกษ รพ.ราษีไศล
จังหวัดศรสี ะเกษ
OC10A การศกึ ษาขอ๎ มูลเชอ้ื ดื้อยาในโรงพยาบาลลืออานาจจากการพัฒนา Program ชนดิ าสวี ะกูลและสมุ าลี ตะนุมาตร
รายงานผลเพาะเชือ้ ในระบบ HosXP เพ่ือวางแผนลดจานวนเช้อื ดื้อยาใน รพ.ลืออานาจ
โรงพยาบาล (Phase II)
OC11A ผลของโปรแกรมประยุกต๑หลักการยศาสตรต๑ อํ ระดับความเสี่ยงและความเจ็บปวด รจุ ริ า มณีศรีสวสั ดิ์ รพ.พนา
ของอาการผิดปกติทางระบบกระดูกและกลา๎ มเนอื้ จากการทางานของบุคลากร
สาธารณสุข โรงพยาบาลพนา 2564
OC12A การใช๎ Six-sigma ในการควบคุมคุณภาพการตรวจวเิ คราะห๑ทางโลหิตวิทยาใน ตติยา พรหมบุตร และศาศวัต
หอ๎ งปฏบิ ัตกิ ารโรงพยาบาลหัวตะพาน จงั หวัดอานาจเจรญิ โสภิพนั ธ๑ รพ.หัวตะพาน
OC13Y ผลการศกึ ษาทางคลนิ กิ ของผู๎ปุวยวณั โรคกระดูกสันหลงั ที่ได๎รับการผาํ ตดั สวุ ฒั น๑ รสจันทร๑ รพ.ยโสธร
เอาชนิ้ เนอื้ จากกระดูกสันหลังสงํ ตรวจทางพยาธิวิทยาด๎วยเครอ่ื งมือผําตดั
ที่ออกแบบใหมํในโรงพยาบาลยโสธร
OC14Y ผลของโปรแกรมเสรมิ แรงจูงใจให๎ความรเู๎ บาหวานประสานการมสี ํวนรํวม สุมาลี คมขา รพ.คอ๎ วัง
อาเภอค๎อวงั
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 4ค
รหัส ช่ือผลงาน ชือ่ ผ้วู จิ ยั หน้า
OC15Y การพฒั นาระบบการปูองกนั การเกดิ ความเสี่ยงระดบั E ขนึ้ ไปในผู๎ปวุ ยนอก อัจฉรา ศรที องคา รพ.ยโสธร 36
37
ที่ไดร๎ ับการฉีดยา ดรณุ ี รชั อินทร๑, กอบกาญจน๑
OC16M การพฒั นาระบบการดูแล ผป๎ู ุวยSepsis โรงพยาบาลคาชะอี จงั หวัดมกุ ดาหาร กลุ สจุ ริต และเกตมณี แสนจันทะ 38
รพ.คาชะอี 39
OC17M รูปแบบการบาบัดฟืน้ ฟผู ูใ๎ ช๎ยาเสพตดิ โดยชมุ ชนเปน็ ศนู ย๑กลาง กรณีศกึ ษา วสันต๑ วงคศ๑ รีทา และ โกศล
ชุมชนบ๎านนาทาม–นาสมบูรณ๑ ตาบลปุาไรํ อาเภอดอนตาล จังหวดั มุกดาหาร เจริญศรี รพ.สต.บา๎ นนาทาม
อัฐพร กจิ นิธิวรวรศิ
OC18M ประสิทธผิ ลความปลอดภัยของฟูาทลายโจรแคปซูลในการรํวมรักษาผป๎ู วุ ยโควดิ รพ.นคิ มคาสร๎อย
19 ทีอ่ าการไมํรนุ แรง โรงพยาบาลนคิ มคาสร๎อย
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 5ง
รายชื่อผลงานท่ีไดร้ ับคัดเลอื กให้นาเสนอ
การประชมุ วิชาการเขตสุขภาพท่ี 10 ประจาปี 2565
วันท่ี 11 - 12 กรกฎาคม 2565 ณ อาคารผ๎ูปวุ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ จงั หวัดอานาจเจริญ
ผลงานวิชาการประเภท Oral Presentation
สาขา สง่ เสริมสุขภาพ ปูองกัน ควบคุมโรค : ห้องประชุมมิง่ ฟาู ชนั้ 5
รหัส ช่ือผลงาน ชื่อผู้วจิ ยั หนา้
OP01U การพฒั นาระบบเครือขํายเพ่ือเพ่ิมการเขา๎ ถงึ บริการของผปู๎ วุ ยโรคสมาธิส้ัน นันธิยา จีระทรพั ย๑ และคณะ 41
รพ.พระศรีมหาโพธ์ิ 42
เขตสขุ ภาพท่ี 10 อุไรวรรณ ฐิตวิ ัฒนากลุ 43
OP02U ทุนชีวิตในการปูองกนั การต้งั ครรภใ๑ นวัยรํนุ อาเภอนาจะหลวย รพ.สต.โคกเทียม 44
ธราธิบดี ทบั ทอง และคณะ
จังหวัดอบุ ลราชธานี รพ.นาตาล 45
OP03U รปู แบบการจัดการระบบสขุ าภิบาลอาหารในการปอู งกันการระบาดของ สายร๎งุ ประกอบจิตร, ชลิยา
วามะลุน และโสภิต ทับทิมหิน 46
โรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 ตาบลนาตาล อาเภอนาตาล จังหวัดอบุ ลราชธานี รพ.มะเร็งอุบลราชธานี 47
OP04U ผลการใช๎นวตั กรรมสื่อเพลงปอู งกนั มะเร็งเต๎านมในบคุ ลากรสตรี โรงพยาบาล นนั ท๑นภัส ปิตโิ ชคโภคินทร๑
และคณะ รพ.นาตาล 48
มะเร็งอบุ ลราชธานี 49
ชวดล ชวํ งสกลุ รพ.ศรีสะเกษ
OP05U ผลของโปรแกรมสงํ เสรมิ สขุ ภาพ “เมนบู า๎ นเฮากินข๎าวเลาํ เรือ่ งหวาน” 50
ตอํ พฤติกรรมการควบคมุ ระดับน้าตาลในเลือดของผป๎ู ุวยโรคเบาหวาน กวศิ รา สอนพูด และกฤษดา
อาเภอนาตาล จงั หวัดอบุ ลราชธานี สอนพดู 51
รพ.สต.บ๎านตะเคยี นบงั อีง
OP06S มาตรฐานการผลติ นา้ ดม่ื ในภาชนะบรรจปุ ดิ สนิทของสถานประกอบการพืน้ ท่ี พลวัฒน๑ รัตนะวัน รพ.ราษไี ศล 52
อาเภอเมืองศรสี ะเกษ
พศิ มัย ศรรี ิรมย๑ รพ.สต.หว๎ ยฆอ๎ ง
OP07S การพัฒนาแนวทางการปรับเปลย่ี นพฤติกรรมสุขภาพโดยการสํงเสริมความรอบรู๎
ดา๎ นสขุ ภาพของกลุํมเส่ียงโรคความดนั โลหิตสูง ตาบลศรีสะอาด อาเภอขขุ ันธ๑ อรุณนยี ๑ ข๎อจกั ร๑ และจีลาวัลย๑
จงั หวัดศรสี ะเกษ ลอื ชา รพ.เสนางคนคิ ม
OP08S ลักษณะเสี่ยงตํออาการกาเรบิ เฉียบพลนั ในผ๎ูปุวยโรคหืดเด็ก โรงพยาบาลราษีไศล กงิ่ กมล พุทธบุญ รพ.เสนางคนคิ ม
จังหวัดศรสี ะเกษ
ทนงศักด์ิ เจริญพันธ๑
OP09A ผลของโปรแกรมสํงเสรมิ ความรอบรส๎ู ขุ ภาพด๎านวัคซนี รํวมกับ อสม.หมอวคั ซนี รพ.สต.บ๎านอ๎อมแกว๎
ตํอการเข๎ารบั วคั ซนี ปอู งกนั โรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 เข็มทส่ี าม
ของประชาชนในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลสงํ เสริมสุขภาพตาบลหว๎ ยฆ๎อง
อาเภอชานมุ าน จังหวดั อานาจเจริญ
OP10A ผลของการฝกึ ลงน้าหนักบนขาขา๎ งอํอนแรงตอํ ความสามารถในการเคลอ่ื นไหว
ของผปู๎ ุวยโรคหลอดเลือดสมองท่ีเดินได๎ โรงพยาบาลเสนางคนิคม
จังหวัดอานาจเจรญิ
OP11A การประยกุ ต๑ใชส๎ ุนทรยี สาธกในการดแู ลผปู๎ ุวยโรคเบาหวานที่ไมสํ ามารถควบคมุ
ระดับนา้ ตาลในเลอื ดได๎โดยการมสี วํ นรํวมของชุมชนภายใต๎ New Normal
บรกิ ารดแู ลผู๎ปุวยเบาหวานวถิ ีใหมํ
OP12S การพฒั นารูปแบบการดแู ลผ๎ูสูงอายุ Long term care ทีม่ ีภาวะพ่งึ พิง
โรงพยาบาลสํงเสรมิ สขุ ภาพตาบลบา๎ นออ๎ มแกว๎
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 6จ
รหสั ชื่อผลงาน ชอ่ื ผวู้ ิจัย หน้า
วรรณพร ภูมิภาค รพ.ค๎อวงั 54
OP13Y ผลการพัฒนาความร๎แู บบเสรมิ แรงจงู ใจเพิม่ คาํ ไตใช๎เคร่อื งวดั ความเค็มท่บี า๎ น 55
ผป๎ู วุ ยโรคไตเรื้อรงั ระยะ 3-4 ธนาวุฒิ ขอสขุ รพ.สต.แคนน๎อย 56
OP14Y การพัฒนารูปแบบการดแู ลผู๎ปุวยโควดิ แบบรักษาตัวท่ีบ๎านโดยการมีสวํ นรวํ ม มนชยา ทองดี และคณะ 57
ของภาคเี ครือขําย รพ.สต.ดํูทงํุ
59
OP15Y การพัฒนารปู แบบการเขา๎ ถึงการฉีดวคั ซนี ปูองกันโควดิ -19 ด๎วยกระบวนการ กันตฐ๑ าวนิต ศุภญจั อนนั ต๑ 60
เสริมแรงจงู ใจและการมีสํวนรวํ ม กรณีศึกษาพืน้ ที่โรงพยาบาลสํงเสริมสขุ ภาพ และคณะ รพ.สต.บา๎ นโนนตูม
ตาบลดํูทํุง
กานติมา พลหาญ รพ.หนองสูง
OP16M การศึกษาและพฒั นาการประยุกต๑ใชร๎ ปู แบบการมีสวํ นรวํ มของชุมชนและ
ทีมสขุ ภาพ (3 C Model) ในการดูแลสขุ ภาพผป๎ู วุ ยโควิด-19 ในตาบลผงึ่ แดด พันธ๑วริ า วงศ๑วริ ฬุ หรักษ๑
อาเภอเมืองมุกดาหาร จงั หวดั มกุ ดาหาร ปี 2565 รพ.สต.คาปุาหลาย
OP17M การพัฒนารูปแบบการดแู ลฟ้ืนฟสู ภาพผปู๎ ุวยระยะกลาง (Intermediate care:
IMC) เครือขําย คบ.สอ.หนองสูง ภายใต๎สถานการณโ๑ ควิด 19
OP18M ปัจจัยท่ีสงํ ผลตอํ พฤตกิ รรมการปอู งกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของพนักงาน
ในโรงงานเอ็นเท็ค โพลเิ มอร๑ จากัด ตาบลคาปาุ หลาย อาเภอเมือง จงั หวัด
มุกดาหาร
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 7ฉ
รายชอื่ ผลงานทไ่ี ด้รับคดั เลอื กให้นาเสนอ
การประชมุ วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 ประจาปี 2565
วันท่ี 11 - 12 กรกฎาคม 2565 ณ อาคารผป๎ู วุ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ จังหวัดอานาจเจรญิ
ผลงานวิชาการประเภท Oral Presentation
สาขา R2R : หอ้ งประชุมหมายเลข 3
รหัส ช่อื ผลงาน ชอ่ื ผู้วิจัย หน้า
62
OR01U แนวทางการดูแลรักษาและติดตามผู๎ปุวยโควิด-19ท่ีบ๎านทางระบบออนไลน๑ พันธติ รา สิถิละวรรณ และณัฐพล 63
64
บริบทอาเภอตระการพืชผล ปัญญา รพ.ตระการพืชผล
65
OR02U การพฒั นารูปแบบการเฝูาระวงั และลดความเส่ียงตํอการเกิดโรคหลอดเลอื ดสมองใน พชั นี ทักทาย และคณะ 66
67
ผ๎ปู วุ ยโรคเรือ้ รังศนู ยส๑ ุขภาพชมุ ชนโรงพยาบาลตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี รพ.ตระการพืชผล 68
OR03U แนวทางการพัฒนาคลนิ กิ ไข๎หวัดหรอื คลนิ ิกโรคระบบทางเดินหายใจในถานการณ๑ เกรยี งศกั ดิ์ กิจเพิม่ เกยี รติ 69
70
การระบาดโรคโควิด-19 บรบิ ทโรงพยาบาลชุมชน :โรงพยาบาลนาตาล และคณะ รพ.นาตาล 71
72
จงั หวัดอุบลราชธานี 73
74
OR04U การพฒั นาระบบการดแู ลผู๎ติดเช้อื เอชไอวีและผู๎ปุวยเอดส๑ โรงพยาบาลน้ายนื นิตยา สามลิ า รพ.นา้ ยืน 75
76
OR05U การพัฒนาแนวทางการดแู ลรักษาและการปอู งกนั การติดเช้อื โรคโควิด-19 ดารงเดช ส้นิ ภัย และคณะ 77
บรบิ ทโรงพยาบาลชุมชน : โรงพยาบาลนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี รพ.นาตาล
OR06S การพัฒนาเพอ่ื การบรหิ ารงานคลงั เวชภัณฑ๑ท่มี ิใชํยา (ABC-FSN Analysis) กฤษฎา บูราณ รพ.ศรสี ะเกษ
OR07S ผลของการใชแ๎ อปพลิเคชันในการสงํ เครอื่ งมือแพทย๑ปราศจากเช้ือหนวํ ยจํายกลาง จนั ทร๑เพญ็ ศิรมิ านพ, กนกพร
โรงพยาบาลศรีสะเกษ จตพุ รรัตนะพนั ธ๑ และดวงอนชุ า
บุตรชาติ รพ.ศรสี ะเกษ
OR08S ศึกษาพฒั นาระบบบรหิ ารยาโรคเร้ือรงั ในสถานการณ๑ Covid-19 วชั รินทร๑ แทํงทอง รพ.ยางชมุ น๎อย
โดยสหสาขาวิชาชพี เครือขาํ ยบรกิ ารสุขภาพ อาเภอยางชุมน๎อย
OR09S พัฒนารปู แบบการบริหารจัดการดูแลผ๎ูปุวย COVID-19 พศิ มยั ประสมศรี รพ.ราษีไศล
บริบทโรงพยาบาลชุมชนแหงํ หน่ึงในจังหวัดศรีสะเกษ
OR10A การพฒั นาระบบสารสนเทศเพอื่ สนับสนุนการเรยี กเกบ็ คําบรกิ ารทางการแพทย๑ สุชาติ ตน๎ เชื้อ, ทนงศกั ด์ิ พึง่ โพธิ์
โรงพยาบาลพนา จงั หวดั อานาจเจริญ และมชั ฌมิ า อินลี รพ.พนา
OR11A กระบวนการเฝาู ระวงั ความปลอดภยั จากการใช๎ยาในวัด อาเภอปทมุ ราชวงศา จนั ทร๑จรีย๑ ดอกบวั และกมลชนก
จงั หวัดอานาจเจริญ ขนั ทะ รพ.ปทมุ ราชวงศา
OR12A การพฒั นารปู แบบ pre-counselling ในการให๎บรบิ าลทางเภสชั กรรมในผป๎ู ุวย พนชั ญาโฉมอุปฮาด รพ.ลืออานาจ
ท่ีใช๎ยาวาร๑ฟารนิ
OR13Y การพฒั นารปู แบบการมอบหมายงานตามแนวคิดลีนตอํ การเขา๎ ถึงกจิ กรรม สภุ ารัตน๑ บุญสาร รพ.ยโสธร
การพยาบาลในหอผู๎ปุวยอายุรกรรมหญิง โรงพยาบาลยโสธร
OR14Y การพัฒนาระบบการพยาบาลดแู ลผ๎ปู วุ ยวณั โรคดื้อยาหลายขนาน จฬุ าภรณ๑ เพม่ิ พูน รพ.ยโสธร
OR15Y การพฒั นาแนวทางการพยาบาลผ๎ูปุวยผําตัด Local Anesthesia มนุ ีพร ทนทาน รพ.ยโสธร
ในกลมํุ ผูป๎ ุวยจักษุในชํวงสถานการณโ๑ ควิดระบาด
OR16M การประยุกต๑ใช๎รปู แบบการปูองกันภาวะตกเลือดหลงั คลอดโรงพยาบาลหนองสงู ยุวากร กลางประพนั ธ๑ รพ.หนองสงู
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 8ช
รหสั ช่ือผลงาน ชื่อผวู้ จิ ัย หนา้
OR17M การพยากรณป๑ ริมาณการจดั ซ้ือจัดหายา รตั พล สวัสดิ์วงศ๑ไชย รพ.หนองสูง 78
OR18M การประเมนิ แผนการดาเนินงานปูองกนั และควบคุมโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 หฤทยั งามแสง และประยุทธ 79
ศรีสาราญ รพ.สต.ชะโนด
ตาบลชะโนด อาเภอหวา๎ นใหญํ จงั หวัดมุกดาหาร
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 9ซ
รายชือ่ ผลงานทีไ่ ดร้ บั คัดเลือกใหน้ าเสนอ
การประชุมวชิ าการเขตสุขภาพที่ 10 ประจาปี 2565
วันท่ี 11 - 12 กรกฎาคม 2565 ณ อาคารผ๎ูปวุ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจริญ จงั หวัดอานาจเจรญิ
ผลงานวิชาการประเภท Poster Presentation
สาขา คลนิ กิ : ห้องประชมุ ชั้น 4
รหัส ชอ่ื ผลงาน ชือ่ ผูว้ จิ ยั หนา้
PC01U การพฒั นาระบบการดแู ลผู๎ปวุ ยโควิดแผนกผ๎ปู ุวยใน Cohort ward 1 สบี ังอร เหมือนแก๎ว และอาภาพร 81
ประสพสุขเกษม รพ.น้ายืน 82
โรงพยาบาลนา้ ยืน สปุ ราณี เมืองโคตร, สาราญ พูลทอง 83
PC02U ผลของโปรแกรมการสํงเสริมพฤติกรรมการจัดการตนเองเพ่อื ชะลอไตเส่อื มและ และวิลาวัลย๑ หลกั เขต รพ.สต.ปทุม
สราวฒุ ิ โสภาณะโสม,พักตร๑พิมล 84
ผลลพั ธ๑ทางคลินกิ ในผ๎ูปวุ ยโรคไตเรอื้ รังระยะท่ี 3 พศิ ชาติ และกนกพร ชานาญเวช 85
PC03U การศึกษาอาการผิดปกตหิ รอื ภาวะแทรกซ๎อนภายหลงั การปุวยเปน็ โควดิ -19 ของ รพร.เดชอุดม 86
พิมพร ถาวร รพ.นา้ ยนื 87
กลมุํ ผูป๎ วุ ยที่เขา๎ ระบบการรกั ษาในชมุ ชน อาเภอเดชอุดม จงั หวัดอบุ ลราชธานี 88
กัปปิยะ ปาณิวรรณ รพ.นา้ ยืน 89
PC04U การพฒั นารปู แบบการจัดการรายกรณโี ดยยึดครอบครัวเปน็ ศูนย๑กลาง
ในสตรีต้งั ครรภท๑ ีม่ ีภาวะปญั ญาอํอน เขตอาเภอน้ายืน ปิยะนุช เภาแก๎ว และรชั นี 90
มคั สมาน รพ.ศรสี ะเกษ 91
PC05U การพัฒนารปู แบบการให๎บริการคลนิ กิ กญั ชาทางการแพทย๑ โรงพยาบาลนา้ ยืน คณุ ัญญา ทองเบ๎า และกิตติยา
จงั หวัดอุบลราชธานี สวนเพชร รพ.ศรีสะเกษ 92
สหรฐั บุญศกั ด์ิ และตรลี ดา คมใส 93
PC06S การเปรยี บเทียบความรก๎ู ํอนและหลงั ให๎สขุ ศกึ ษาในมารดาของทารกคลอด รพ.กนั ทรลกั ษ๑ 94
กอํ นกาหนดโรงพยาบาลศรสี ะเกษ คเชนทร๑ ชนะชัย รพ.บึงบูรพ๑
PC07S การเปรียบเทียบความปวดขณะทาหตั ถการระหวํางการใช๎จกุ นมปลอม อภวิ ฒั น๑ สถี าการ
และไมใํ ช๎จกุ นมปลอมในผู๎ปุวยทารกแรกเกิดวิกฤต รพ.ปทมุ ราชวงศา
จริ ิณี วงศ๑ละคร และวราภรณ๑
PC08S ผลการทบทวนการใช๎ยาความเส่ียงสูงรปู แบบยาฉดี ตึกผปู๎ ุวยใน สุวรรณกูฏ รพ.อานาจเจรญิ
โรงพยาบาลกันทรลกั ษ๑
เมธา โพธารนิ ทร๑ รพ.อานาจเจรญิ
PC09S ระบบบริการรับยาลดความแออัดรปู แบบการจาํ ยยาแนวใหมํทบี่ ๎านผู๎ปวุ ย
โรคเร้อื รังในเขตเทศบาลตาบลบึงบูรพ๑ อาเภอบึงบูรพ๑ จังหวัดศรีสะเกษ ชุลพี ร ทองบอํ รพ.ยโสธร
ชวํ งการระบาดโรคติดเช้อื COVID-19
มณฑาทิพย๑ ยังมี และคณะ
PC10A การเปรียบเทียบผลของการเดนิ six minute walk test ในกลุมํ คนไขท๎ ไ่ี ด๎ และ รพ.ยโสธร
ไมไํ ดค๎ ํมู ือบรหิ ารปอดใน คนไข๎ COPD และ Asthma โรงพยาบาลปทมุ ราชวงศา
PC11A การพฒั นาแนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกในการลดภาวะหนาวส่ันในหญิง
ทมี่ ารับบริการผาํ ตัดคลอดบุตรทางหนา๎ ท๎องที่ได๎รบั การระงับความรูส๎ ึกดว๎ ยวิธี
ฉีดยาชาเข๎าชอํ งนา้ ไขสันหลัง โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
PC12A ประสิทธิภาพการปฏบิ ัติงานของพยาบาลในระบบปฏบิ ตั ิงานแบบไมํใช๎ Kardex
โดยยึดกระบวนการพยาบาล
PC13Y ผลของการพฒั นารปู แบบการพยาบาลผู๎ปุวยมะเรง็ ลาไสท๎ ่ีไดร๎ บั ยาเคมบี าบัด
สูตร Folfox4 ในหอผู๎ปุวยเคมีบาบดั โรงพยาบาลยโสธร
PC14Y การพัฒนาแนวปฏิบัติการประเมินภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด
โรงพยาบาลยโสธร
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 10ฌ
รหัส ชื่อผลงาน ชื่อผวู้ จิ ยั หน้า
ธันยาภัทร๑ ทองมูล รพ.ค๎อวัง 95
PC15Y การพฒั นารูปแบบการดแู ลรกั ษาผ๎ูปวุ ยโรคจิตทมี่ คี วามเส่ียงสูงตอํ
การกํอความรนุ แรง อาเภอคอ๎ วงั จงั หวัดยโสธร ธดิ ารตั น๑ จนั ทรพ๑ พิ ัฒน๑ 96
รพ.สต.บา๎ นโนนสังขศ๑ รี
PC16M การพัฒนาระบบบริการในโรงพยาบาลสํงเสริมสขุ ภาพตาบลบ๎านโนนสงั ข๑ศรี ไพบลู ย๑ อาจวิชยั รพ.ดงหลวง 98
ในสถานการณก๑ ารระบาดของโควิด–19 ปี 2565 เศรษฐลัทธ๑ เย็นวิจิตโสภา 100
รพ.ดงหลวง
PC17M ผลการใช๎โปรแกรมสติบาบัดตํอการหยุดเสพของผ๎ูเสพผู๎ติดสารเสพติด
PC18M การพฒั นาแนวทางวนิ ิจฉัยแพย๎ าในโรงพยาบาลสํงเสริมสขุ ภาพตาบล
และการปอู งกันแพ๎ยาซา้ ในโรงพยาบาล อาเภอดงหลวง จงั หวัดมุกดาหาร
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 11ญ
รายชอื่ ผลงานทไี่ ดร้ บั คดั เลอื กใหน้ าเสนอ
การประชมุ วิชาการเขตสขุ ภาพที่ 10 ประจาปี 2565
วันท่ี 11 - 12 กรกฎาคม 2565 ณ อาคารผ๎ปู ุวยนอก 5 ช้ัน โรงพยาบาลอานาจเจริญ จังหวัดอานาจเจรญิ
ผลงานวิชาการประเภท Poster Presentation
สาขา สง่ เสริมสุขภาพ ปูองกัน ควบคุมโรค : ห้องประชุม ช้นั 4
รหัส ชอ่ื ผลงาน ชือ่ ผ้วู จิ ัย หนา้
102
PP01U การพัฒนารูปแบบ “ปทุมโมเดล” ในการสงํ เสรมิ สุขภาพเด็ก 0-5 ปี วลิ าวลั ย๑ หลกั เขต, สาราญ ทองพูล 103
104
และวชั รี อามะเหียะ รพ.สต.ปทุม
105
PP02U พัฒนารปู แบบการได๎รับวคั ซีนปูองกันโควดิ 19 กลมํุ หญิงตัง้ ครรภ๑ พัชราภรณ๑ โตสงค๑ ศนู ย๑อนามัยที่
106
ในเขตสขุ ภาพท่ี 10 10 อบุ ลราชธานี 107
108
PP03U ผลของกิจกรรมการสงํ เสรมิ การดูแลจติ ใจในภาวะโควิด19 ในการลดพฤตกิ รรม วรรณพร ดวงศิลป์ สสอ.เข่ืองใน 109
การสบู บหุ ร่ีผพู๎ ักสังเกตอาการโควิด 19 ศูนย๑พักสังเกตอาการโควดิ 19 110
112
อาเภอเข่อื งใน จังหวัดอบุ ลราชธานี
113
PP04U ผลของการพฒั นาแบบติดตามอาการหลงเหลือในผู๎ปวุ ย covid-19 ณฐั พล ปญั ญา รพ.ตระการพืชผล 114
หลังการรกั ษาหายออนไลนบ๑ นมอื ถอื ด๎วย Sites.google platform อยํางงาํ ย 115
โรงพยาบาลตระการพืชผล อาเภอตระการพืชผล จงั หวัดอุบลราชธานี
PP05U การพยากรณจ๑ านวนผปู๎ ุวย Covid-19 ด๎วย Moving Average และ Fibonacci ชนะชัย ญาวงศ๑ รพ.สต.วงั อาํ ง
PP06S การพัฒนาระบบบริการดแู ลรักษาผ๎ูปุวยเดก็ โรคหืด (asthma) โดยการมสี ํวนรวํ ม จันทรเ๑ พ็ญ รตั นสีหภูมิ
เครือขาํ ยสุขภาพและผู๎ดูแลแบบบูรณาการ โรงพยาบาลศรสี ะเกษ จังหวัดศรสี ะเกษ รพ.ศรีสะเกษ
PP07S ผลของโปรแกรมกิจกรรมบาบัดในผ๎ูสูงอายุทมี่ กี ารรู๎คดิ บกพรํอง สพุ ันธนิดา สขุ ทวีดารงค๑
รพ.ขุนหาญ
PP08S ประสิทธิภาพผลขอโปรแกรมปรบั เปล่ียนความรแู๎ ละความเชือ่ ดา๎ นรแู๎ ละความเช่อื บรรพรต จิตโชติ รพ.สต.ทุงํ ไชย
ด๎านสุขภาพในกลํมุ ผูม๎ ีความเส่ียงตํอการปวุ ยด๎วยโรคมะเร็งทํอนา้ ดีและมะเร็งตับใน
เขตโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลทํุงไชยอาเภออทุ มุ พรพิสัยจังหวัดศรีสะเกษ
PP09S วนั ทาความสะอาดใหญวํ ถิ คี นตาบลโพนขํา อามรรตั น๑ ศรบี ญุ เรือง
รพ.สต.บา๎ นกุดโงง๎
PP10A ความร๎ู ความตระหนกั และพฤตกิ รรมการปูองกันโรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 กาญจนา อยูํเยน็
ของอาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาหมบํู า๎ นเขตโรงพยาบาลสงํ เสริมสุขภาพตาบล รพ.สต.บา๎ นหนองไฮนอ๎ ย
บ๎านหนองไฮนอ๎ ย
PP11A การพฒั นารปู แบบการดูแลผ๎ูปวุ ยกลุมํ พึง่ พิงโดยภาคเี ครอื ขาํ ยมสี ํวนรวํ ม จุฬาลักษณ๑ พลชนะ
เขตตาบลอานาจ อาเภอลอื อานาจ จงั หวัดอานาจเจริญ รพ.ลืออานาจ
PP12A การพฒั นารูปแบบคูบํ ัดด้ใี สํใจสุขภาพชํองปากของผ๎ูสูงอายุ 60 -74 ปี ทม่ี ี ฟนั แท๎ สภุ าวดี พินโพธ์ิวงษ๑
ใชง๎ านน๎อยกวาํ 20 ซี่และมคี ูํสบฟันหลังไมํนอ๎ ยกวํา 4 คํสู บ ตาบลเสนางคนคิ ม รพ.เสนางคนคิ ม
อาเภอเสนางคนคิ ม จงั หวัดอานาจเจริญ
PP13Y การพฒั นาระบบบริการทางการพยาบาลเพอ่ื ปอู งกันความเสี่ยงทค่ี ลินิก อทุ ัยวรรณ รัศมีทอง รพ.ยโสธร
โรคตดิ เชอื้ ระบบทางเดนิ หายใจ (ARI)
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 12ฎ
รหสั ชื่อผลงาน ช่ือผู้วจิ ยั หนา้
116
PP14Y การพัฒนารูปแบบบริการสุขภาพในการดูแลผ๎สู ูงอายุทีม่ ภี าวะพ่ึงพงิ ดวงใจ ปวงสขุ รพ.สต.ขมุ เงนิ
117
ดว๎ ยศาสตรแ๑ พทยแ๑ ผนไทยโดยกระบวนการมสี ํวนรวํ มของชุมชนตาบลขุมเงนิ
118
อาเภอเมืองยโสธร 119
120
PP15Y รปู แบบการเขา๎ ถึงวคั ซีนโควิด19 เขม็ กระต๎ุน 3 ในกลุํม 608 โดยกระบวนการ สจุ ติ ตรา ศลิ าชัย และคณะ 121
122
PAR โรงพยาบาลสํงเสรมิ สขุ ภาพตาบลบา๎ นสาโรง ตาบลคเู มือง อาเภอมหาชนะชยั รพ.สต.บ๎านสาโรง
จังหวัดยโสธร
PP16M รูปแบบการดาเนินงานควบคมุ และปอู งกันโรคพยาธิใบไม๎ตับตาบลโพธไิ์ ทร เทอด สอนสขุ และธิดารตั น๑
อาเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร คนยนื รพ.สต.บ๎านหนองหลมํ
PP17M พฒั นารูปแบบการดแู ลผูป๎ วุ ยจิตเภทโดยชมุ ชนมีสํวนรวํ มเครอื ขาํ ยบริการสขุ ภาพ พงษพ๑ รรณี ก๎อนดว๎ ง และคณะ
อาเภอหนองสงู รพ.หนองสงู
PP18M รูปแบบในการลดการสบู บุหรีข่ องนกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษา ตาบลนาโสก กชกร ศรแี รง สอน.บ๎านนาโสก
อาเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร
PP19M คนนิคมคาสร๎อย ปลอดมะเร็งทํอน้าดี วถิ ีนิคมมัน่ ยืน อานนท๑ พลแสน
สสอ.นคิ มคาสรอ๎ ย
PP20A ปัจจัยท่มี ีผลตํอการดาเนินงานค๎มุ ครองผบู๎ ริโภคด๎านสขุ ภาพของอาสาสมคั ร เอกฤทธ์ิ ชวํ งโชติ และคณะ
สาธารณสุขประจาหมบํู ๎าน จังหวัดอานาจเจริญ สสจ.อานาจเจริญ
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 13ฏ
รายชือ่ ผลงานทไ่ี ด้รบั คดั เลือกให้นาเสนอ
การประชุมวิชาการเขตสุขภาพที่ 10 ประจาปี 2565
วันที่ 11 - 12 กรกฎาคม 2565 ณ อาคารผ๎ูปุวยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจริญ จังหวัดอานาจเจรญิ
ผลงานวิชาการประเภท Poster Presentation
สาขา R2R : ห้องประชุม ช้นั 4
รหัส ช่อื ผลงาน ช่อื ผวู้ จิ ยั หน้า
124
PR01U รูปแบบการให๎บรกิ ารการสํงเสรมิ ภมู ิคมุ๎ กนั โรคโควดิ -19 เชิงรุกตามบริบทชุมชน สุนนั ทา คาดี และคณะ 125
126
สาหรบั ผสู๎ งู อายตุ าบลเปาู อาเภอตระการพชื ผล จังหวัดอุบลราชธานี รพ.สต.เปาู 127
PR02U แนวทางการดแู ลสตรีตงั้ ครรภ๑ที่ติดเชือ้ ไวรัสโควิด-19 ในชุมชน อาเภอนาตาล จักรพงศ๑ ปิตโิ ชคโภคนิ ทแ๑ ละคณะ 128
129
จงั หวัดอุบลราชธานี รพ.นาตาล 130
131
PR03U การพฒั นารปู แบบบริการการทาคลอดมารดาที่ตดิ เชื้อ Covid-19 เพ่ือปูองกัน จิรัชยา ลาภมูล, สาวิตรี โสภากลุ ศิริ 132
การแพรํกระจายเชอื้ รํวมกับรพ.สต.ภาคีเครือขาํ ยอาเภอนา้ ยืนจังหวัดอบุ ลราชธานี และวิภาพร ระทะมาตร๑ รพ.นา้ ยืน 133
134
PR04U การดูแลผปู๎ วุ ยโรคโควดิ -19 แบบเถียงนาโมเดลตามบริบทชมุ ชนตาบลเปูา กัลยา ไชยสัตย,๑ ชาญชัย เหลาสาร 135
136
โดยอาศัยการมีสวํ นรํวมของภาคเี ครอื ขาํ ยสขุ ภาพชุมชนตาบลเปูา และปยิ ธดิ า ภารพัฒน๑ รพ.สต.เปูา 137
139
อาเภอตระการพืชผล จงั หวัดอุบลราชธานี
PR05U การพัฒนาระบบการดูแลเพือ่ ปูองกันภาวะตกเลือดหลงั คลอด 2 ชม. แรก ศิรวิ ิมล พรมเกษ และคณะ
ในหอ๎ งคลอดโรงพยาบาลเครือขาํ ยอุบลราชธานี โซน 4 รพร.เดชอุดม
PR06U การพยาบาลผู๎ปุวยโรคปอดอกั เสบรวํ มกบั โรคไตวายเรอ้ื รงั และมีภาวะ กัญญาภัค บุญคณุ
ดมื่ สุราเร้ือรงั : กรณศี ึกษา รพ.วารนิ ชาราบ
PR07S ผลของการฟ้นื ฟูสมรรถภาพของผู๎ดูแลท่ีมตี ํอภาวะแทรกซอ๎ นทางข๎อไหลํ กนิษฐา เสนาะเสียง รพ.ศรสี ะเกษ
ในผ๎ูปุวยโรคหลอดเลอื ดสมองกลมํุ ติดเตียง
PR08S การปรบั ลดคลังและลดข้นั ตอนบริหารคลงั เวชภัณฑ๑ยา งานบริการจาํ ยยาผู๎ปวุ ยนอก อรัญญา โกมลวัฒน๑ รพ.ศรสี ะเกษ
PR09S ผลของการนวดไทยแบบราชสานักรวํ มกบั ทําบรหิ ารฤาษดี ัดตนตอํ การยืดหยํุน สมศักดิ์ สุนันท๑
ของข๎อไหลแํ ละความสามารถของแขนผ๎ปู วุ ยไหลํติดระยะแรกท่มี ารับบริการ รพ.สต.บา๎ นกันตรวจ
ในคลินกิ แพทย๑แผนไทย โรงพยาบาลสงํ เสริมสุขภาพตาบลบ๎านกันตรวจ
ตาบลโนนปูน อาเภอไพรบึง จังหวัดศรสี ะเกษ
PR10S ศกึ ษาประสิทธิผลการลดบหุ รใี่ นคลนิ ิกบาบัดบหุ ร่ดี ๎วยศาสตร๑การแพทย๑แผนไทย สมใจ โคศรีสทุ ธ์ิ รพ.ยางชุมน๎อย
โรงพยาบาลยางชุมนอ๎ ย
PR11A ระบบการจัดการด๎านยาในผป๎ู ุวยโรคโควดิ -19 ทร่ี บั การรักษาแบบ Home พิไลพรรณ จันทประสาร และคณะ
Isolation โรงพยาบาลลอื อานาจ รพ.ลืออานาจ
PR12A การพัฒนากระบวนการนาสํงยาและเวชภัณฑ๑ที่มิใชํยาใหแ๎ กโํ รงพยาบาล วลัยพร แปลงมาลย๑
สํงเสริมสขุ ภาพตาบล ในเขตอาเภอเมอื งอานาจเจรญิ รพ.อานาจเจริญ
PR13A การพฒั นาการดาเนินงานในคลินิกเดก็ ดี โรงพยาบาลลอื อานาจ อรพรรณ แก๎วแสน รพ.ลอื อานาจ
PR14A การพัฒนาระบบนาสงํ ยาผ๎ูปุวยโรคหืดและปอดอุดกั้นเรอ้ื รังในสถานการณ๑ จิราวรรณ ชาภกั ดี และคณะ
โรคระบาดโควดิ อาเภอปทมุ ราชวงศา จงั หวัดอานาจเจรญิ รพ.ปทุมราชวงศา
PR15Y รปู แบบการปูองกัน ควบคมุ โรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 ตาบลบงึ แก วีระสิทธิ์ อุราเลศิ และรัศมี
อาเภอมหาชนะชยั จงั หวดั ยโสธร (VICTORY MODEL) ชอบศิลป์ รพ.สต.ชัยชนะ
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 14ฐ
รหสั ช่ือผลงาน ชือ่ ผู้วจิ ัย หน้า
PR16Y การพัฒนาแนวทางการดแู ลผป๎ู ุวยผําตัดตอํ การปอู งกันการแพรํระบาด ผการัตน๑ กายชาติ รพ.ยโสธร 140
ของการตดิ เช้ือโควิด-19 พิสมัย หวงั ผล รพ.ทรายมูล 141
PR17Y 3 ช.ชัด ๆ ขจัด Uterine Atony มารดาหลงั คลอด โรงพยาบาลทรายมลู
ธวัชชัย สีโชติ รพ.สต.ดงเย็น 142
จงั หวัดยโสธร
PR18M ความสมั พันธ๑ดา๎ นการปอู งกนั ตนเองจากการติดเชื้อโควิด-19 ตามวิถี ปุลวัชร อาจโยธา สอน.บา๎ นนาโสก 143
NEW NORMALของอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมบูํ ๎าน ตาบลดงเย็น
อาเภอเมืองมกุ ดาหาร
PR19M รปู แบบการสรา๎ งความรู๎ด๎านสขุ ภาพเพ่ือชะลอไตเสื่อมในผู๎ปวุ ยโรคเรอื้ รงั
สถานอี นามัยเฉลิมพระเกียรติฯ บ๎านนาโสก อาเภอเมอื งมกุ ดาหาร
จังหวัดมุกดาหาร
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 15ฑ
รายชื่อผลงานทไี่ ดร้ บั คัดเลือกใหน้ าเสนอ
การประชมุ วิชาการเขตสขุ ภาพที่ 10 ประจาปี 2565
วนั ที่ 11 - 12 กรกฎาคม 2565 ณ อาคารผป๎ู ุวยนอก 5 ชัน้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ จังหวัดอานาจเจริญ
ผลงานวิชาการประเภท Innovation Presentation
สาขา คลนิ กิ : หอ้ งประชมุ ชัน้ 4
รหัส ชื่อผลงาน ชอื่ ผวู้ จิ ัย หนา้
IC01U SNAP a ray ประยกุ ต๑สาหรับเอกซเรยฟ๑ นั แบบดิจิทัล ลัดเกลา๎ สอดศรี รพ.วารนิ ชาราบ 145
IC02U การพัฒนารูปแบบการประเมนิ พฤตกิ รรม SNAP –IP (short form) ภาษาอีสาน ธัญพร เรอื งธรรม รพ.น้ายืน 146
สาหรับผ๎ูปกครอง อาเภอน้ายนื จังหวัดอุบลราชธานี จักรพงศ๑ ปติ ิโชคโภคนิ ท๑ และคณะ 147
IC03U Mobile Lab Like รถเจาะเลือดทใี่ ชํเลย รพ.นาตาล
สายฝนดเี มืองปัก,อรฤทัยต๏ะเฟย 148
IC04U ICD Roller ปลอดภยั ใสใํ จผ๎ปู ุวย และพิมชญา ธรรมศรี
รพ.สรรพสิทธปิ ระสงค๑ 149
IC05S ทําสวย X-ray สมฤดี สมนกึ รพ.ศรสี ะเกษ 150
IC06S ใบตองน้ามันมะกอกทางเลอื กใหมํ ใสํใจแผลติดผ๎าก๏อซ ไพฑูรย๑ เพชรแก๎ว รพ.สต.หัวช๎าง 151
IC07S CAPD Kangaroo Belly Bag Exit Site Care จรสั โฉม ประสาร รพ.ราษีไศล 152
IC08S หมอนรองฟนั ทันใจ....สบายปาก ขนษิ ฐา คาวนั และสุปราณี
ลาละคร รพ.สต.ยางเออื ด 153
IC09A Natural Skin Gel เจลสมนุ ไพรลดฝาู พไิ ลพรรณ จนั ทประสาร
รพ.ลืออานาจ 154
IC10A หวั จี้หา๎ มเลอื ดอัจฉรยิ ะ พัชรภี รณ๑ พงศ๑วศนิ รพ.อานาจเจรญิ 155
IC11A วุ๎นสมนุ ไพรอารมณด๑ ี ฐิตมิ า แรกเรยี ง, วิลาวัลย๑ มหาไชย
และพไิ ลพรรณ จันทประสาร 156
IC12Y รถดดู เสมหะโควิด พชิ ติ Pneumonia รพ.ลอื อานาจ
เปีย่ มจติ ปทมุ วัน, ชลภสั สรณ๑ 157
IC13Y รวมมติ ร พิชิต Admin Error ววิ รรณพงษ๑ และทองศรี ก่าแก๎ว
รพ.ยโสธร 158
IC14Y ถุงหรรษา พาชีวมี สี ุข อไุ รวรรณ รากวง และคณะ 159
IC15M นวัตกรรม “ Give and take” เสริมพลังอานาจผู๎ปุวยเรอื้ รังและผ๎ูดแู ล รพ.มหาชนะชัย
ชลภัสสรณ๑ ววิ รรณพงษ๑ รพ.ยโสธร 161
ในรพ.สต.บ๎านทําไค๎ - นาแล ตาบลนาสีนวน อาเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร วิวัตร เหลาํ น๎อย
IC16M นวตั กรรม ส่ือการสอน Suction โดยใชห๎ ํนุ โมเดลจาลองแกผํ ูด๎ แู ลผู๎ปุวย รพ.สต.บ๎านทําไค๎-นาแล
กรณุ า พศั ระ รพ.มุกดาหาร
(ตก๏ุ ตานาํ รกั ชวํ ย Suction ใหป๎ ลอดภยั )
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 16
รหสั ช่อื ผลงาน ช่อื ผู้วจิ ยั หนา้
163
IC17M การประยุกต๑ใช๎ 4 สรา๎ ง 2 ใช๎ วัคซีนใจในชุมชนในสถานการณร๑ ะบาดของโรคตดิ จนั จิรา สพุ ร รพ.สต.บ๎านหนองไผํ
164
เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โรงพยาบาลสํงเสริมสขุ ภาพตาบล 165
บ๎านหนองไผํ ตาบลผงึ่ แดด อาเภอเมือง จงั หวัดมุกดาหาร
IC18U ปกแผนํ ใส Reuse ทาฉากก้ันอํางบว๎ นปาก Dental Unit อบุ ลวรรณ งอกศรี รพ.วารนิ ชาราบ
IC19S นวัตกรรมอุปกรณก๑ ารปูองกนั อนั ตรายจากรงั สีจากวัสดเุ หลือใช๎ เพญ็ ศลิ า สภุ าพ รพ.กนั ทรลักษ๑
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 17ฒ
รายช่อื ผลงานท่ไี ดร้ บั คดั เลอื กให้นาเสนอ
การประชุมวิชาการเขตสขุ ภาพท่ี 10 ประจาปี 2565
วนั ท่ี 11 - 12 กรกฎาคม 2565 ณ อาคารผู๎ปวุ ยนอก 5 ชั้น โรงพยาบาลอานาจเจริญ จังหวัดอานาจเจรญิ
ผลงานวิชาการประเภท Innovation Presentation
สาขา ส่งเสริมสุขภาพ ปูองกัน ควบคมุ โรค : ห้องประชุม ชน้ั 4
รหัส ชื่อผลงาน ช่ือผวู้ จิ ัย หน้า
167
IP01U สเปรย๑สาบแรง๎ สาบกาบรรเทาปวดกล๎ามเน้อื สุดารัตน๑ สรรพวุธ รพ.สต.โนนนอ๎ ย 168
169
IP02U ทอํ บีบคลาย มอื เคลือ่ นไหว ฟนื้ กายใจผป๎ู ุวย Stroke ณัฐหทัย สิงหค๑ ง รพ.สต.วงั กางฮุง
170
IP03U ผลการใช๎ "ลกู แก๎วมหัศจรรย๑ นวดกดจุดขอ๎ เขําเสื่อม บรรเทาอาการปวดข๎อเขาํ " ลดาวัลย๑ ฮาบสมพันธ๑
171
รพ.สต.ห๎วยขะยงุ
172
IP04U ทางเดินฟ้นื ฟูจิตภาวะชมุ ชน เกียรตศิ ักดิ์ วจิ กั ษณกุล, อไุ ร 173
175
บลิ ทะศรี และณฐพล
177
มานะสถิตพงศ๑ รพ.สต.เพียเภา๎ 178
IP05U การศึกษาประสทิ ธิผลของแชมพสู มนุ ไพรทองพันช่ังตํอการแพแ๎ ชมพูชนดิ รังแค ผกาวรรณ กองพร 179
โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลหนองแก ตาบลแจระแม อาเภอเมือง สสจ.อุบลราชธานี 180
จังหวัดอบุ ลราชธานี 181
182
IP06S Himpro online รวดเร็ว ฉบั ไว ได๎คณุ ภาพ ทันสถานการณ๑โควดิ -19 ประยูร หาญเสมอ รพ.ศรีสะเกษ
183
IP07S แผนํ เจลสมุนไพรลดปวดเขํา ขนิษฐา บานชื่น รพ.สต.คอนกาม
184
IP08S ฟันสวยยิ้มใสด๎วยนวัตกรรมไลน๑ Line Official Account กมลวรรณ สาแดง
185
รพ.สต.บา๎ นตาโมกข๑
IP09S กราฟจราจรสดใสหํวงใยลูกรัก Graph of traffic for your lover child สมบูรณ๑ แนวมน่ั รพ.สต.โคกหลําม
IP10A Lumpy skin healing herbs Gel เจลสมนุ ไพรรักษาลมั ปสี กินในโค ปณิดา อุปสขุ และพิไลพรรณ
จนั ทประสาร รพ.ลอื อานาจ
IP11A การศึกษานวัตกรรมเครือ่ งชอ็ ตลกู น้ายุงลายกระแสไฟฟาู แรงโวลต๑ขนาดตา่ วราวฒุ ิ บุษผาวงค๑ รพ.สต.ไกคํ า
ขนาด 36 โวลต๑ เขตพื้นท่ีโรงพยาบาลสงํ เสรมิ สุขภาพตาบลไกคํ า
อาเภอเมืองอานาจเจริญ จงั หวัดอานาจเจรญิ
IP12A ผลของฉลากยารูปภาพตํอผปู๎ ุวยที่รับประทานยาวารฟ๑ ารนิ สายสุนี ผดุงไสย๑ รพ.เสนางคนิคม
ในโรงพยาบาลเสนางคนิคม
IP13A ถุงสํงยาสือ่ ใจ จากหมออนามยั สูกํ ารดูแลคนไขโ๎ รคเรอ้ื รัง ในสถานการณ๑โควดิ -19 กุลธิดา กลุ เสรี รพ.สต.บ๎านโปงุ หิน
IP14Y ประสทิ ธผิ ลการนวดประคบเตา๎ นมตนเองด๎วยถุงมือประคบสมุนไพร เบญจพร กองมา และนรศิ รา
ตํอการลดอาการปวดในมารดาหลังคลอด พรมบตุ ร รพ.สต.บา๎ นชัยชนะ
IP15Y สามพนี่ ๎องปอู งกันโรคไข๎เลือดออก กรณศี ึกษา ตาบลหนองหมี อาเภอกุดชมุ จริ าวรรณ สุวรรณศรี และคณะ
จังหวัดยโสธร รพ.สต.บา๎ นหนองหมี
IP16Y การพัฒนารูปแบบการดูแลผู๎ปวุ ยโรคไตเรื้อรังระยะสุดทา๎ ยท่รี ักษาด๎วยวิธีการ พันทวิ า เวชกามา รพ.ยโสธร
ลา๎ งไตทางชํองท๎อง โรงพยาบาลยโสธร
IP17M การพัฒนารปู แบบการบันทึกอุณหภมู ติ ูเ๎ ย็นเกบ็ วคั ซนี ในเครอื ขําย จีรศกั ด์ิ หว๎ ยทราย รพ.ดงหลวง
หนวํ ยบริการปฐมภมู ิ อาเภอดงหลวง จังหวดั มุกดาหาร ปี 2564
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 18ณ
รหสั ชื่อผลงาน ช่ือผ้วู จิ ยั หน้า
186
IP18M รถเก็บตัวอยํางชีวนิรภัย (PCR) และวิเคราะห๑ผลดํวน (ATK) เชงิ รุกในชุมชน ธีระศกั ด์ิ เพริศแกว๎ รพ.ดอนตาล 187
IP19M การอยูํไฟชุดตารับหลวงแบบใหมสํ าหรับประยุกต๑ใช๎ทางศาสตรก๑ ารแพทย๑แผนไทย พไิ ลพร เบญ็ มาตย๑ สอน.นาโสก
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 19ด
รายช่อื ผลงานทีไ่ ดร้ ับคัดเลือกใหน้ าเสนอ
การประชมุ วชิ าการเขตสุขภาพท่ี 10 ประจาปี 2565
วันที่ 11 - 12 กรกฎาคม 2565 ณ อาคารผ๎ปู วุ ยนอก 5 ชัน้ โรงพยาบาลอานาจเจริญ จังหวัดอานาจเจริญ
ผลงานวชิ าการประเภท Innovation Presentation
สาขา R2R : ห้องประชุม ชนั้ 4
รหสั ชื่อผลงาน ชื่อผ้วู จิ ัย หน้า
189
IR01U การปรบั ปรงุ ระบบส่ังจาํ ยยารํวมกับการประยุกต๑ใชเ๎ วบ็ แอพพลเิ คช่นั และเครอ่ื ง ธนฎั ชา สองเมือง และคณะ
190
บดขนาดเลก็ ในการผลิตยาสาหรบั ผู๎ปุวยเดก็ ติดเชอื้ โควิด โรงพยาบาลวารนิ ชาราบ รพ.วารนิ ชาราบ
191
IR02U นวตั กรรม Scan-Click-Alert ยุทธพล ปูองศรี, วัชรพนั ธ๑ 192
วงศ๑คาพนั ธ๑ และจนั ทร๑ทพิ ย๑ 193
194
บวั วฒั น๑ รพร.เดชอุดม
195
IR03U จดั การศพอยํางปลอดภัย ใสํใจทุกชวี ิต พสิ มัยชไู ทยรพ.สรรพสิทธิประสงค๑
196
IR04U เสยี งหวั ใจใกล๎เวลา Plus นิภาพร ภาเคน และคณะ 197
รพ.เขมราฐ 198
199
IR05U ฉากก้นั ตรวจฟนั เคล่อื นท่ี (Mobile Dental Screening) วนั ทนี บ๎งุ ทอง รพ.เขมราฐ 200
IR06S การประดิษฐ๑ Anesthetic catheter connector หรอื “หนอนนอ๎ ยวสิ ญั ญี” กิตติยา บวั หอม และจริ าพร 201
202
จากวัสดเุ หลือใช๎ โสดาโคตร รพ.ศรีสะเกษ 203
IR07S แปูนรกั พกั วางทํอ เกศรา ศรปญั ญา และอัจฉรา 204
205
ครอบเพช็ ร รพ.ศรีสะเกษ 206
IR08S นวตั กรรม เคล่ือนย๎าย ปลอดภัย สายไมหํ ลุด อสิ รา โมคศริ ิ รพ.ศรีสะเกษ
IR09S รูปแบบการดแู ลผ๎ปู ุวยติดเชือ้ ไวรสั โคโรนาํ 2019 ในโรงพยาบาลสนาม ศุภนิตย๑ ปิ่นคา
ด๎วยระบบแจ๎งเตือนอัตโนมัติทางไลน๑ อาเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ รพ.สต.ทับทมิ สยาม07
IR10A การพัฒนางานบริการยานพาหนะผาํ นระบบออนไลน๑ สชุ าติ ตน๎ เช้ือ รพ.พนา
IR11A มาตรวดั ภาวะโภชนาการเด็กไทย 0 – 2 ปี อรทัยบัวคา และคณะ รพ.ชานุมาน
IR12A พดั ลมดูดไอโลหะจากการบัดกรีอปุ กรณ๑อเิ ล็กทรอนกิ ส๑ ทนงศักด์ิ พง่ึ โพธิ์ และนิวตั น๑
ทองอบุ ล รพ.พนา
IR13Y แผลฝีหนองไมตํ อ๎ งผาํ รักษาด๎วยน้ามันมะพรา๎ วสกดั เยน็ รวํ มกบั นา้ ยํานางสกัด กญั ญารัตน๑ เพชรรัตน๑ รพ.สต.นาแก
IR14Y รถเข็นมอเตอร๑ไฟฟาู ชํวยผอํ นแรง จันทร๑ ประจวบสขุ รพ.คอ๎ วัง
IR15Y เก๎าอี้ Rebuild หํางไกลโควิด ศุภสทิ ธิ์ ต้ังจิต และคณะ
รพ.มหาชนะชัย
IR16M กระปอ๋ งมหศั จรรย๑ ปลดคม ปลอดภัย หํางไกลเขม็ ทม่ิ ตา นารรี ตั น๑ สุพร รพ.สต.บา๎ นเหลาํ
IR17M อุทัยทพิ ย๑พิชิตคราบฟัน ดวงหทัย พจนา รพ.สต.ดงมอน
IR18M การพฒั นาใหบ๎ ริการฟอกเลอื ดในผป๎ู ุวยไตวายระยะสุดทา๎ ยท่ีติดเชอื้ โควดิ 19 วรัชญา แสนโสม และคณะ
รพ.คาชะอี
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 20ต
ผลงานวชิ าการประเภท Best Practice
การประชุมวิชาการเขตสุขภาพที่ 10 ประจาปี 2565
วนั ท่ี 11 - 12 กรกฎาคม 2565 ณ อาคารผปู๎ ุวยนอก 5 ชัน้ โรงพยาบาลอานาจเจริญ จงั หวดั อานาจเจริญ
ลานชน้ั 5 อาคารผปู้ ุวยนอก 5 ช้ัน โรงพยาบาลอานาจเจริญ เจ้าของผลงาน หน้า
รหัส ช่ือผลงาน ก่ิงกมล พุทธบุญ และคณะ 208
Best01 การประยุกต๑ใช๎การแพทยพ๑ ื้นบ๎านในการดูแลผสู๎ งู อายุที่มีภาวะพ่ึงพงิ รพ.เสนางคนคิ ม จ.อานาจเจริญ
210
โดยการมีสวํ นรวํ มของครอบครัวและชมุ ชน อาเภอเสนางคนิคม วรรน๑นา พิมานแพง และคณะ 212
จังหวดั อานาจเจริญ รพ.ศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ
Best02 ผาํ ตดั หวั ใจสัญจร : มอบดวงใจจากดวงใจ (โรงพยาบาล 2 คูหํ ู) เกรียงศักดิ์ กิจเพิม่ เกียรติ และคณะ 214
รพ.นาตาล จ.อุบลราชธานี 216
Best03 การพฒั นาแนวทางการดแู ลและการรกั ษาผูป๎ วุ ยกลํุมโรคกล๎ามเนอื้ หัวใจ 218
ขาดเลอื ดเฉียบพลันบรบิ ทโรงพยาบาลชมุ ชน : โรงพยาบาลนาตาล สสจ.ยโสธร 220
จังหวัดอุบลราชธานี
ธัญพิชชญา พมิ พ๑ดี 222
Best04 การพฒั นาระบบสขุ ภาพชุมชนสํรู ะบบบริการสุขภาพอยาํ งไรร๎ อยตํอ สสจ.มกุ ดาหาร
สาหรบั ผ๎ูสูงอายุ จงั หวัดยโสธร สคร 10 อบุ ลราชธานี 223
Best05 รปู แบบการเสริมสรา๎ งพัฒนาการและระดับสตปิ ัญญา (IQ) ในเด็ก วราภรณ๑ นนทวี และอญั ชลี 224
จงั หวัดมุกดาหาร ปลาทอง ศนู ยอ๑ นามัยท่ี 10 226
อบุ ลราชธานี
Best06 การคดั กรองกลํมุ เส่ียงติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (โควิด -19) เชิงรุก โดยรถเก็บ พชั รินทร๑ วรรณุรักษ๑, กฤษณ๑
ตวั อยํางชีวนิรภัยพระราชทาน ในเขตพืน้ ที่สุขภาพ ที่ 10 ลาพทุ ธา และกฤติกา สภุ รัมย๑
ศนู ยส๑ ขุ ภาพจิตที่ 10 อุบลราชธานี
Best07 การขบั เคล่อื นโรงเรียนรอบร๎สู ขุ ภาพ HLS ดว๎ ย“ชุดนวัตกรรมสรา๎ งเด็กวยั เรียน โชติกา องอาจณรงค๑, ประคอง
เตบิ โตสมวัย” นลิ วิเชียร และอติชาต สลี วานชิ
ศูนย๑วิทยาศาสตร๑การแพทย๑ท่ี 10
Best08 การพัฒนาระบบการเฝาู ระวังและปอู งกนั ปญั หาการฆําตวั ตาย เขตสุขภาพท่ี 10 อุบลราชธานี
ศนู ย๑สนับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพที่ 10
Best09 การพฒั นาวธิ ตี รวจวเิ คราะหป๑ ริมาณสาร THC,11-OH-THC และ CBD กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ
ในพลาสมา พงศธร ศุภอรรถกร และคณะ
รพ.มะเรง็ อุบลราชธานี
Best10 การพฒั นางานค๎ุมครองผบู๎ รโิ ภคด๎านระบบบริการสุขภาพ
ดว๎ ยเทคโนโลยีสารสนเทศ
Best11 คลินิกให๎คาปรึกษาพันธุกรรมโรคมะเร็ง โรงพยาบาลมะเรง็ อบุ ลราชธานี
ภาคผนวก 229
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 21
การประชุมวชิ าการเขตสุขภาพท่ี 10 ประจาปี 2565
วนั ท่ี 11 - 12 กรกฎาคม 2565
ณ อาคารผปู้ ุวยนอก 5 ชัน้ โรงพยาบาลอานาจเจริญ จังหวดั อานาจเจรญิ
ผลงานวชิ าการประเภท Oral Presentation
สาขา คลินกิ : ห้องประชมุ ม่งิ ขวญั ชั้น 5
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 22
การพัฒนารูปแบบการดแู ลผู้ปวุ ยวิกฤตอายรุ กรรม ในหอผูป้ ุวยหนกั
โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยุพราชเดชอุดม
วชั รพนั ธ์ วงศ์คาพันธ์ และคณะ : 0943727855
โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยุพราชเดชอุดม
ผ๎ูปุวยวิกฤตท่ีเข๎ารับการรักษาในหอผ๎ูปุวยหนักร๎อยละ 80 เป็นผู๎ท่ีมีภาวะความเจ็บปุวยที่รุนแรง
คุกคามชีวิต เกิดภาวะแทรกซ๎อนรุนแรงได๎ในทุกระบบของรํางกาย จากการทบทวนเวชระเบียน ปี พ.ศ.2564
พบวําร๎อยละ 50 ของผู๎ปุวยท้ังหมดจาเป็นต๎องเข๎ารับการรักษาในหอผู๎ปุวยหนัก และมีอัตราการเสียชีวิต
คํอนข๎างสูงถึงร๎อยละ 16.23 รวมท้ังเกิดภาวะแทรกซ๎อนไมํพึงประสงค๑ท่ีสาคัญ จากทบทวนผลการปฏิบัติงาน
และวิเคราะห๑ถึงสาเหตุของปัญหา พบวํา การปฏิบัติในหอผู๎ปุวยหนักอายุรกรรมไมํเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ยงั ไมํมรี ูปแบบ แนวทางปฏบิ ัติทเ่ี ป็นมาตรฐานกลางในการดแู ลผ๎ูปวุ ย
การวิจัยน้ีเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีสํวนรํวม(PAR) มี 2 วงรอบ ใช๎แนวคิด FASTHUG
(Vincent, 2005) รํวมกับ แนวคิดการใช๎หลักฐานเชิงประจักษ๑ มีวัตถุประสงค๑ เพื่อพัฒนารูปแบบและศึกษา
ผลลัพธ๑ของการพัฒนารูปแบบฯ ระหวําง เดือน ต.ค. 64 ถึง มี.ค. 65 กลํุมตัวอยําง ทีมพัฒนารูปแบบ
ประกอบด๎วย แพทย๑ 3 คน หัวหน๎าหอผ๎ูปุวย 1 คน พยาบาลวิชาชีพ 26 คน ผ๎ูปุวย 180 ราย เคร่ืองมือการ
วจิ ัยประกอบด๎วย 1) รูปแบบการดูแลผ๎ูปุวยวิกฤต, 2) แบบสอบถามข๎อมูลสํวนบุคคล, 3) แบบประเมินความรู๎
และสมรรถนะของพยาบาล 4) แบบประเมินความพึงพอใจ ได๎ผํานการหาความเช่ือมั่นและหาความเที่ยงตรง
แล๎ว วิเคราะห๑ข๎อมูลเชิงคุณภาพ ด๎วยการวิเคราะห๑เนื้อหา และวิเคราะห๑เปรียบเทียบผลลัพธ๑ของรูปแบบการ
ดูแลผปู๎ ุวยวกิ ฤต โดยใชส๎ ถติ ิพรรณนา ไดแ๎ กํ paired t-test, Independent t-test, exact probability test
ผลการศึกษาพบวํา 1.รูปแบบมีองค๑ประกอบด๎วย 7 ด๎าน ได๎แกํ 1) F: Fluid & Feed 2) G: Glucose
3) S: sedation 4) A: Analgesic 5) H: Head of bed 6) T: Thromboembolic และ 7) S: Stress ulcer
prophylaxis 2. ผลลัพธ๑จากการใช๎รูปแบบการดูแลพบวํา พยาบาลวิชาชีพมีความรู๎ในการดูแลผู๎ปุวยหนัก
เพ่ิมข้ึนอยํางมีนัยสาคัญ ทางสถิติ p<0.001 มีความพึงพอใจตํอการใช๎รูปแบบในระดับดีมากร๎อยละ 98.02
3. ผลลัพธ๑ทเ่ี กิดข้ึนกบั ผูป๎ ุวย พบวํา อตั ราการเสียชีวิตลดลงจาก ร๎อยละ 16.23 เหลือร๎อยละ 10.04 อัตราการ
เกิดปอดอักเสบจากการใช๎เครื่องชํวยหายใจ ลดลงจาก ร๎อยละ 6.77 เหลือร๎อยละ 1.02 การหยําเคร่ืองชํวย
หายใจไมํสาเร็จ ลดลงจากร๎อยละ 16.5 เหลือร๎อยละ 4.28 ระยะเวลาในการนอนในหอผ๎ูปุวยหนักลดจาก
10.73 วัน เหลอื 5.02 วัน คําใชจ๎ ํายในหอผป๎ู วุ ยหนักเฉลีย่ ลดลงจาก 143,075 บาทเหลือ 62,109 บาท
รูปแบบการดูแลท่ีพัฒนาข้ึนมีความเหมาะสมกับการดูแลผ๎ูปุวยวิกฤต สามารถเพ่ิมคุณภาพการ
พยาบาลได๎อยํางมีประสิทธิภาพ เพื่อให๎ทีมการดูแลมีกรอบแนวคิดเดียวกันในดูแลผ๎ูปุวยและเป็นไปในทิศทาง
เดยี วกัน ทาใหไ๎ ด๎แนวทางปฏบิ ัตทิ ี่ครอบคลุมและเป็นทย่ี อมรบั ของสหสาขาวิชาชีพ ซ่ึงจะสํงผลลัพธ๑ท่ีดีท้ังด๎าน
ผ๎ูปุวย ญาติ ทมี การดูแลผ๎ปู ุวยและองค๑กรตํอไป
คาสาคญั : การพฒั นา, รปู แบบ, การดแู ล, ผูป๎ วุ ยวิกฤต
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 23
ผลของการเตรียมยาฟาร์วพิ ิราเวยี ร์แบบน้าเชื่อม ในผูป้ ุวยเด็กติดเช้อื โควดิ -19
ธนัฎชา สองเมือง และ อนัญญา สองเมือง :081-7257871
โรงพยาบาลวารนิ ชาราบ
การขาดข๎อมลู ความคงตัวของยาฟาร๑วิพริ าเวียร๑ในนา้ เชือ่ ม กลํุมงานเภสัชกรรมต๎องจํายยารูปแบบเม็ด
ให๎ผ๎ูปุวยบดยากินเอง นามาสูํรายงานการใช๎ยาไมํถูกต๎อง หลังจากมีสูตรกระสายยาน้าเชื่อมมาตรฐาน หนํวย
ผลิตยากลํุมงานเภสัชกรรม จึงผลิตยาน้าเช่ือมพร๎อมใช๎ให๎ผ๎ูปุวย การศึกษาน้ีศึกษาปัญหาจากการใช๎ยา
ระยะเวลาการกลับมารับการรักษาซ้าโดยเข๎านอนโรงพยาบาล อาการไมํพึงประสงค๑จากยา และปัจจัยท่ีมี
ความสัมพันธ๑กับผู๎ปุวยในกลํุมที่ได๎รับยาฟาร๑วิพิราเวียร๑แบบน้าเชื่อมพร๎ อมใช๎เทียบกับการให๎ผ๎ูปุวยบดยาเอง
การศึกษารูปแบบ Retrospective Cohort Study จากฐานข๎อมูลเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส๑โรงพยาบาล ใน
ผู๎ปุวยเด็กติดเชื้อโควิด-19 อายุน๎อยกวํา 15 ปี ท่ีเข๎ารับการรักษาและมีข๎อมูลบันทึกจากหนํวยผลิตยา
โรงพยาบาลวารินชาราบ แบํงเปน็ 2 กลมํุ ไดแ๎ กํ กลํมุ ที่ได๎รับยาฟาร๑วิพิราเวียร๑บดเองท่ีบ๎าน 573 ราย ระหวําง
1 เมษายน 2564 ถึง 31 มนี าคม 2565 (กลมํุ ควบคุม) และกลุํมท่ีได๎รับยาฟาร๑วิพิราเวียร๑แบบน้าเชื่อมพร๎อมใช๎
1,006 ราย ระหวําง 1 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2565 (กลุํมทดลอง) วิเคราะห๑ปัจจัยที่มีความสัมพันธ๑กับ
ผู๎ปุวยกลํุมทดลองเทียบกับกลุํมควบคุมด๎วย multiple logistic regression ผลการศึกษา พบปัญหาจากการ
ใช๎ยาในกลํุมทดลองน๎อยกวํากลุํมควบคุม (115 และ 231 เหตุการณ๑ ตามลาดับ) โดยกลุํมทดลองพบปัญหา
ผ๎ูปุวยได๎รับขนาดยาต่ากวําขนาดการรักษามาตรฐานน๎อยกวํากลุํมควบคุมร๎อยละ 69 (Adjusted OR=0.31,
95%CI 0.17–0.57, p<0.001) ระยะเวลาการกลับมารับการรักษาซ้ากลุํมทดลองยาวกวํากลํุมควบคุม
(4.93±4.25 และ 3.18±2.29 วัน ตามลาดับ) อาการไมํพึงประสงค๑จากการใช๎ยาทั้ง 2 กลํุมไมํตํางกัน โดยพบ
อาการ ผื่นลมพษิ มากทีส่ ดุ ทั้ง 2 กลํมุ การเตรียมยาฟาร๑วิพิราเวียร๑แบบน้าเชื่อมพร๎อมใช๎ให๎ผู๎ปุวยลดการรักษา
แบบผู๎ปุวยใน ร๎อยละ 93 (Adjusted OR=0.07, 95%CI 0.05–0.11, p<0.001) สรุปได๎วํา ผลของการเตรียม
ยาฟาร๑วิพิราเวียร๑แบบน้าเชื่อมพร๎อมใช๎ ในผู๎ปุวยเด็กติดเชื้อโควิด-19 ชํวยลดปัญหาจากการใช๎ยา และลดการ
รกั ษาแบบผ๎ูปุวยใน จงึ ลดความแออดั ของผปู๎ ุวยเดก็ โควิดนอนโรงพยาบาล ผู๎ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานที่
ปุวยโควิดท่ีบ๎านได๎โดยไมํต๎องนอนโรงพยาบาล สามารถประยุกต๑ใช๎แนวคิดในการผลิตยาน้ีไปสํูกลํุมโรคอื่นๆ
สาหรับเด็กได๎ อยํางไรก็ตาม ควรมีการศึกษาเพ่ิมเติมในชํวงหลังจากท่ีโควิด-19 เป็นโรคประจาถ่ินแล๎ว และ
อาจขยายผลสูกํ ารศึกษาจากหลายศูนยร๑ ํวมกัน
คาสาคญั : เตรียมยา, ฟารว๑ ิพิราเวียร๑, โควิด-19
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 24
การพฒั นาแนวทางการดแู ลและการพยาบาลผู้มารับบริการคลอดทีม่ ีการติดเชื้อ Covid-19
โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยุพราชเดชอดุ ม
วราภรณ์ สมดี : 0909652049
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม
องค๑การอนามัยโรคได๎ประกาศวําการระบาดของโรคโควิด-19(COVID-19)เป็นภาวะฉุกเฉินด๎าน
สาธารณสุขซ่ึงจะเห็นได๎วําการติดเชื้อโรคโควิด-19 ได๎ขยายวงกว๎างและพบการติดเช้ือในกลุํมผ๎ูมารับบริการ
ตํางๆ รวมทงั้ ในกลุมํ ผ๎ูมารับบรกิ ารคลอด ซ่ึงในการให๎การดูแลและการพยาบาลผ๎ูมาคลอดที่เป็นกลํุมผ๎ูปุวยเข๎า
ขําย ผู๎ปุวยยืนยันและผ๎ูติดเช้ือไมํมีอาการจะต๎องมีกระบวนการตั้งแตํ การเฝูาระวัง ซักประวัติคัดกรอง ตรวจ
รํางกาย การวินิจฉัยการติดเชื้อดังนั้นผ๎ูศึกษาจึงมีวัตถุประสงค๑เพื่อศึกษาพัฒนาแนวทางการดูแลและการ
พยาบาลผู๎มารับบริการคลอดท่ีมีการติดเชื้อโรค COVID-19และแนวทางการดูแลและการพยาบาลทารกแรก
เกดิ ทเี่ กิดจากมารดาท่ีมีการติดเชอ้ื โรค COVID-19
วิธีการศึกษา:รูปแบบการศึกษาเป็นการวิจัยปฏิบัติการ(action research) มีการนาทฤษฎีระบบมา
เป็นกรอบแนวคดิ ในการพฒั นา โดยปัจจยั นาเข๎าได๎แกํ ทรัพยากรการบรหิ ารจดั การ ดา๎ นกระบวนการได๎แกํการ
ซักประวัติคัดกรอง สอบสวนโรคการวินิจฉัยการประสานงานและการดูแลรักษาพยาบาลตามมาตรฐานกลุํม
ตัวอยํางคือผู๎มารับบริการคลอดที่เป็นกลุํมผ๎ูปุวยเข๎าขําย ผู๎ปุวยยืนยันและผ๎ูติดเช้ือไมํมีอาการที่เข๎ารับบริการ
คลอดในเดือน ตุลาคม 2564-พฤษภาคม 2565 เคร่ืองมือที่ใช๎คือแนวทางการดูแลผู๎คลอดที่มีการติดเชื้อ
COVID-19 และแบบประเมินการปฏบิ ตั ิตามแนวทางทก่ี าหนด
ผลการศกึ ษา:ด๎านการรกั ษาพยาบาลไดแ๎ นวทางการดูแลรักษาและปอู งกนั การตดิ เช้อื ในโรงพยาบาล
ทั้งในผ๎ูมาคลอดและทารกแรกเกิด ต้ังแตํระบบการคัดกรอง การประสานงาน การรายงานระบาดวิทยาเพื่อ
สอบสวนโรค การสํงตอํ ผ๎ปู ุวยไปจุดบริการตํางๆ พบวําจานวนผ๎ูมาคลอดท่ีเป็นกลํุมผ๎ูปุวยเข๎าขําย ผู๎ปุวยยืนยัน
และผต๎ู ดิ เชอ้ื ไมํมอี าการที่มีผลตรวจยืนยนั COVID-19 รายใหมํจานวน 15 ราย เป็นการคลอด C/S 10 รายคิด
เป็นร๎อยละ 66.6, ND 5 รายคิดเป็นร๎อยละ 33.3 จานวนทารกแรกเกิดที่เกิดจากมารดาที่มีการติดเช้ือ
COVID-19ไมํพบการติดเช้ือจานวน 15 ราย คิดเป็นร๎อยละ 100 และไมํพบการติดเช้ือจากการปฏิบัติงานใน
บุคลากรห๎องคลอด การประเมินการปฏิบตั ติ ามแนวทางท่กี าหนดพบวาํ ปฏบิ ัตติ ามแนวทางร๎อยละ 100
สรปุ และขอ้ เสนอแนะ:การจัดทาแนวทางตํางๆทั้งด๎านการดูแลรักษาพยาบาลและการปูองกันการติด
เชื้อโดยการศึกษาจากมาตรฐานท่ีกรมควบคุมโรค กรมการแพทย๑กาหนด นามาประชุมวางแผนการดูแลใน
ภาพรวมขององค๑กรโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ และส่ือสารสูํผ๎ูปฏิบัติอยํางท่ัวถึง รวมทั้งการสอนสาธิตให๎มีโค๎ชใน
ระดบั หนํวยงานจะทาให๎บุคลากรมีความร๎ูความเข๎าใจและม่ันใจในการปฏิบัติงานข๎อเสนอแนะควรมีการศึกษา
วําถ๎ามารดาหลังคลอดท่ีตรวจพบการติดเชื้อตั้งแตํ 5 วันขึ้นไปถ๎าตรวจ ATK day 6 พบวําลบ ภายหลังคลอด
ใหท๎ ารกอยูกํ ับมารดาเน๎นการ DMHTT จะพบการติดเชอ้ื ในทารกหรอื ไมํ
คาสาคัญ : COVID-19, กลไกการแพรํกระจายเชอื้
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 25
ผลของการสอนโดยใชร้ ปู แบบวฎั จกั รการเรยี นรู้ 5 ขั้นตอนตอ่ การดแู ลตนเอง
ของกลุ่มผู้ปุวยเบาหวานชนิดท่ี 2
เบญจมาภรณ์ วงศป์ ระเสริฐ, จณิ ณะพชิ ญ์ เก่งพิชญะพงศ์ , นพิ าภัทร์ สนิ ทรัพย์,
สุจติ รา เขตคา, อุบล พลเทพ และนิภาพร ดวงธนู : 089-0692121
โรงพยาบาลสรรพสทิ ธิประสงค์
การวจิ ัยครั้งน้เี ปน็ การวิจัยกึง่ ทดลองแบบกลุํมเดียววัดซ้า (One group, pre and post-test design)
เพื่อศึกษาผลของการสอนโดยใช๎รูปแบบวัฏจักรการเรียนรู๎ 5 ขั้นตอน (5E) ตํอความรู๎ในการดูแลตนเองและ
ระดับคําน้าตาลสะสมในเลือดของผู๎ปุวยเบาหวานชนิดที่2 กลุํมตัวอยํางท่ีใช๎ในการศึกษาคือ กลํุมผ๎ูปุวย
เบาหวานชนิดท่ี2ที่มีระดับคําน้าตาลสะสมมากกวํา7 ในคลินิกเบาหวานโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค๑
ระหวํางเดอื นกรกฎาคม 2563 ถงึ กรกฎาคม 2564 เลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ๑คัดเข๎า จานวน 52 คน ใช๎การ
สอนตามรปู แบบวัฏจักรการเรียนรู๎5E ประกอบดว๎ ย การให๎ความรู๎เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติการดูแลตนเองตาม
ปฏทิ นิ เปาู หมายในด๎านตาํ งๆ เชนํ ดา๎ นการออกกาลงั กาย การรบั ประทานยา ฉีดยา รับประทานอาหารสุขภาพ
การตรวจเท๎า การตรวจน้าตาลในเลือด และการจัดการความเครียด เคร่ืองมือท่ีใช๎ในการเก็บรวบรวมข๎อมูล
ประกอบด๎วยแบบบันทึกข๎อมูลสํวนบุคคล แบบบันทึกการรายงานการดูแลตนเอง (ปฏิทินเปูาหมาย) คํา
น้าตาลสะสม และแบบทดสอบความร๎ู วิเคราะห๑ข๎อมูลโดยใช๎สถิติพรรณนา และสถิติทีคูํ เปรียบเทียบคํา
คะแนนความรู๎กํอนและหลังสอน ผลการวิจัยพบวํา จากการบันทึกพฤติกรรมการดูแลตนเองด๎วยปฏิทิน
เปูาหมายทาให๎เกิดการเปล่ียนแปลง ด๎านอาหาร การออกกาลังกาย ร๎อยละ 80.77 และร๎อยละ 57.69
ตามลาดับ เม่ือเปรียบเทียบความร๎ูในการดูแลตนเองกํอนและหลังสอน พบวํามีความแตกตํางกันอยํางมี
นัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 และระดับคําน้าตาลสะสมในเลือดหลังสอนลดลงกวํากํอนสอนถึงร๎อยละ
73.08 สรุปผลการศกึ ษาพบวาํ การสอนโดยใช๎รูปแบบวัฏจักรการเรียนรู๎ 5E สามารถนาไปประยุกต๑ใช๎เป็นแนว
ทางการปฏิบัติของพยาบาลในการควบคุมและลดระดับน้าตาลสะสมที่สงู ในผป๎ู วุ ยเบาหวานชนิดท่ี 2
คาสาคญั : รปู แบบวัฏจักรการเรยี นร๎ู 5E ผู๎ปวุ ยเบาหวาน นา้ ตาลสะสม
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 26
การพฒั นาแนวปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลสตรีต้งั ครรภ์ทม่ี ภี าวะครรภ์เปน็ พิษชนิดรุนแรงในหอ้ งคลอด
โรงพยาบาลนาตาล จังหวดั อุบลราชธานี
จกั รพงศ์ ปิติโชคโภคนิ ท,์ พัชรี อมรสิน,
นิภาพรรณ วงษก์ ลาง และสุจติ รา ปิติโชคโภคินท์ : 0894252749
โรงพยาบาลนาตาล
ภาวะครรภ๑เป็นพิษคือภาวะที่มีความดันโลหิตสูงรํวมกับมีโปรตีนในปัสสาวะพบในสตรีตั้งครรภ๑หลัง
อายุครรภ๑ 20 สัปดาห๑ ครรภ๑เป็นพิษชนิดรุนแรงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสามอันดับแรกของมารดาทั่วโลก
สาเหตุอันดับสองของภาวะตายคลอด สถิติโรงพยาบาลนาตาล ปี 2561-2562 พบภาวะครรภ๑เป็นพิษชนิด
รุนแรง 10 และ 16 ราย จากการทบทวนพบวําใช๎แนวทางการดูแลและการรักษาของเขตสุขภาพที่ 10 ซ่ึง
พบวําแนวทางยังไมํคลอบคลุมในด๎านการประเมินแรกรับและยังไมํชัดเจน ไมํทันสมัยเป็นปัจจุบันในด๎านการ
พยาบาลขณะการให๎ยากนั ชัก/ยาลดความดัน สํงผลตํอคุณภาพการพยาบาลครอบคลุมเพียงร๎อยละ 88.5 จาก
เปูาหมาย>ร๎อยละ 95 ทีมจึงพัฒนาแนวปฏิบัตินี้ข้ึนมีวัตถุประสงค๑เพ่ือศึกษาและพัฒนาแนวปฏิบัติการ
พยาบาลสตรตี ้งั ครรภ๑ที่มีภาวะครรภ๑เป็นพิษชนิดรุนแรงในห๎องคลอด โรงพยาบาลนาตาล การศึกษานี้เป็นการ
วจิ ยั และพฒั นา(R&D)ประยุกตใ๑ ช๎หลักฐานเชิงประจักษ๑ของ Soukup โดย 1)ค๎นหาวิเคราะห๑ปัญหาสถานการณ๑
2)สืบค๎นหลักฐานเชงิ ประจักษ๑ 3)พัฒนารํางแนวปฏบิ ตั แิ ล๎วนาไปทดลองใช๎ 4)ใช๎แนวปฏิบัติจริงและประเมินผล
ลัพธ๑ กลุํมตัวอยํางคือพยาบาลวิชาชีพ 20 คน และสตรีตั้งครรภ๑ที่มีภาวะครรภ๑เป็นพิษชนิดรุนแรง เลือกกลุํม
ตัวอยํางแบบเจาะจง มีการพัฒนาระหวํางเดือนตุลาคม 2562 ถึง เดือนธันวาคม 2564 โดยใช๎เครื่องมือ
ประเมินคุณภาพของแนวปฏิบัติเพื่อการวิจัยและการประเมินผล (AGREE II) ,สัมภาษณ๑เชิงลึก ,แบบสอบถาม
ความพึงพอใจ วิเคราะหข๑ ๎อมูลโดยใชส๎ ถิติเชิงพรรณนา สํวนขอ๎ มลู เชิงคณุ ภาพใชก๎ ารวเิ คราะห๑เนือ้ หา
ผลการศึกษา พบวํา มีการพัฒนาผํานกระบวนการ R&D 3 วงรอบ ได๎แนวปฏิบัติการพยาบาลสตรี
ตั้งครรภ๑ท่ีมีภาวะครรภ๑เป็นพิษชนิดรุนแรงในห๎องคลอดจากหลักฐานเชิงประจักษ๑ทาให๎ได๎แนวทางท่ีชัดเจน
ทันสมยั ไดแ๎ กแํ นวทางการประเมิน การดูแล การปรับวิธีการให๎ยากันชัก/ยาลดความดันผํานเคร่ืองหยดสารน้า
แล๎วนาไปใชจ๎ รงิ กับสตรีท่มี ภี าวะครรภเ๑ ป็นพิษรุนแรงท้งั หมด 32 ราย พบวํามีให๎การพยาบาลได๎ครอบคลุมมาก
ข้ึนโดยมีอัตราการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติร๎อยละ 99.25 ให๎การดูแลเหมาะสมตามคุณภาพเพ่ิมขึ้นจากร๎อยละ
88.5 เป็นร๎อยละ 95 สามารถให๎ยากันชัก/ลดความดันได๎ภายในเวลา 15 นาที(กํอนการพัฒนาใช๎เวลา 35
นาท)ี ไมํพบอบุ ตั ิการณก๑ ารชกั ในสตรีตัง้ ครรภท๑ ี่มภี าวะครรภเ๑ ปน็ พิษ กลมํุ ตวั อยาํ งมคี วามพึงพอใจในระดับมาก
ทุกคนและเหน็ วําแนวทางมีความเป็นไปได๎ในการปฏิบัติในระดับมาก ผู๎รับบริการมีความพึงพอใจในระดับมาก
รอ๎ ยละ 96.5 มีการนาไปใชจ๎ รงิ และขยายไปโรงพยาบาลชุมชนอนื่ อกี 10 แหํง และเผยแพรํผลงานในระดับชาติ
ในเวทีวิชาการของกองการพยาบาลจนนาสูํการขยายผลไปยังโรงพยาบาลชุมชนอ่ืนๆ ในระดับชาติรํวมด๎วย
ข๎อเสนอแนะควรศกึ ษาแนวทางการคดั กรองและการค๎นหาสตรตี ้ังครรภท๑ ่มี ภี าวะครรภ๑เป็นพิษในชุมชน รวมท้ัง
การศกึ ษาเรอ่ื งการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของสตรตี ง้ั ครรภท๑ ี่เสียงตํอภาวะครรภเ๑ ปน็ พิษรวํ มด๎วย
คาสาคัญ : แนวปฏบิ ัตกิ ารพยาบาล , สตรตี งั้ ครรภ๑ , ครรภเ๑ ป็นพษิ ชนิดรุนแรง
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 27
ผลของการทากลุ่มจิตบาบดั ประคับประคองต่อความรสู้ ึกเป็นภาระและตราบาป
ของญาติผ้ดู แู ลผตู้ ดิ สารแอมเฟตามีน
ศวิ าภรณ์ นามพรหม : 0874437019
โรงพยาบาลศรสี ะเกษ
การวิจัยกึง่ ทดลองคร้ังน้ี เป็นการศึกษาเปรียบเทียบความร๎ูสึกเป็นภาระและตราบาปของญาติผ๎ูดูแลผู๎ติด
สารแอมเฟตามีนกอํ นและหลังการเข๎ารํวมกลํุมจิตบาบัดประคับประคองและเปรียบเทียบความร๎ูสึกเป็นภาระและ
ตราบาปของญาติผ๎ูดูแลผ๎ูติดสารแอมเฟตามีน ระหวํางกลุํมที่ได๎รับการเข๎ารํวมกลํุมจิตบาบัดแบบประคับประคอง
กับกลุํมท่ีได๎รับการพยาบาลตามปกติ กลํุมตัวอยํางเป็นญาติผ๎ูดูแลผู๎มาบาบัดสารเสพติดท่ีภาวะติดสารแอมเฟตา
มนี ระหวาํ งเดือนเมษายน-สิงหาคม พ.ศ.2563 จานวน 18 คน แบํงเป็น 2 กลุํม กลุํมทดลอง 9 คน เครื่องมือที่ใช๎
ในการเกบ็ รวบรวมขอ๎ มูลเป็นแบบสอบถาม มี 3 สํวน คือแบบบันทึกข๎อมูลทั่วไปแบบประเมินความร๎ูสึกเป็นภาระ
ของผ๎ูดูแล แบบประเมินความร๎ูสึกเป็นตราบาปในญาติผู๎ดูแล วิเคราะห๑ข๎อมูลด๎วย สถิติเชิงพรรณนา และสถิติ
อนุมาน ได๎แกํ Paired t-test และ Independent t-test ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียตํอความร๎ูสึกเป็น
ภาระและตราบาปของญาติผู๎ดูแลผ๎ูติดสารแอมเฟตามีนระหวํางกลํุมทดลองและกลํุมควบคุมกํอนและหลังเข๎ารํวม
กลุํมจิตบาบัดประคับประคองพบวําคําคะแนนเฉลี่ยตํอความรู๎สึกเป็นภาระเชิงอัตวิสัยและความร๎ูสึกเป็นตราบาป
มีความแตกตํางกันทางสถิติ สํวนความรู๎สึกเป็นภาระเชิงปรนัยไมํมีความแตกตํางกันทางสถิติ ผลการเปรียบเทียบ
คะแนนเฉลี่ยตํอความรู๎สึกเป็นภาระและตราบาปในกลํุมทดลองกํอนและหลังการเข๎ารํวมกลุํมจิตบาบัด
ประคบั ประคอง การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยตํอความรู๎สึกเป็นภาระและตราบาปของญาติผู๎ดูแลผู๎ติดสารแอมเฟ
ตามีน จาแนกรายด๎านของกลํุมทดลอง กํอนและหลังการเข๎ารํวมในกลุํมจิตบาบัดประคับประคอง ผลการศึกษา
พบวํา ความร๎ูสึกเปน็ ภาระ ทงั้ 2 ด๎าน คือ 1)ด๎านภาระเชิงปรนัย เทํากับ 34.22 และ 26.89 ตามลาดับ ไมํมีความ
แตกตํางกนั ทางสถิติ 2)เชิงอตั วสิ ัย เทํากับ 38.22 และ 28.44 ลดลงอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ และความรู๎สึกเป็น
ตราบาป องค๑ประกอบทั้ง 3 ด๎าน คือองค๑ประกอบด๎านอารมณ๑ ความรู๎สึก องค๑ประกอบด๎านความคิด และ
องค๑ประกอบด๎านพฤติกรรมการแสดงออก ลดลงอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ ข๎อเสนอแนะ 1)โปรแกรมกลํุมจิต
บาบดั ประคับประคองเปน็ โปรแกรมทีใ่ ชก๎ ระบวนการกลํุมเพื่อการบาบัดและได๎มีการแลกเปล่ียนความคิดเห็น การ
ให๎ขอ๎ มูลซง่ึ กันและกัน ซงึ่ สามารถลดความเครียด ความวิตกกังวล ชํวยประคับประคองด๎านจิตใจให๎เกิดกาลังใจใน
การเผชิญปัญหา สํงผลให๎เกิดการเปลี่ยนแปลงความคิด พฤติกรรม ความรู๎สึกที่เหมาะสม สํงผลใ ห๎เกิด
ประสิทธิภาพในการบาบัดรักษาฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู๎ติดสารแอมเฟตามีนเพ่ิมขึ้น ผ๎ูบาบัดผ๎ูมีปัญหาสารเสพติด
สามารถประยุกต๑ใช๎รูปแบบการทากลุํมจิตบาบัดประคับประคองน้ีในกลุํมญาติผู๎ดูแลหรือผ๎ูมีปัญหารสารเสพติด
อื่นตอํ ไป 2)จากการศึกษานพี้ บวําผลตํอความร๎ูสึกเป็นภาระเชิงปรนัยในญาติผู๎ดูแลผู๎ติดสารแอมเฟตามีนกํอนและ
หลังการเข๎ารํวมกลุํมจิตบาบัดประคับประคองไมํมีความแตกตํางกันทางสถิติ ซึ่งภาวะติดสารแอมเฟตามีนมีความ
ซับซ๎อนสํงผลตํอกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ สํงผลกระทบตํอสุขภาพ ผู๎ปุวยและครอบครัว สังคม ดังน้ัน
การดูแลผ๎ูติดสารแอมเฟตามีนจึงจาเป็นต๎องมีโปรแกรมหลากหลาย และเหมาะสมตามบริบทของแตํละราย และ
สํงเสริมให๎เกิดการดูแลด๎านสังคม(Social Care) ควรมีการการทางานแบบบูรณาการกับเครือขํายทางสังคม
(Social Network) ประกอบด๎วย ครอบครัว ชุมชน หนํวยงานภาคีเครือขํายท่ีเกี่ยวข๎องในการดูแลผู๎มีปัญหาสาร
เสพติด เพื่อให๎เกิดการดูแลตํอเนื่องในชุมชน ครอบครัวชุมชนเกิดการยอมรับ ลดการตีตราในสังคมทาให๎ผู๎ปุวย
สามรถเลิกเสพสารเสพติดได๎อยาํ งถาวร
คาสาคัญ : จติ บาบดั สารแอมเฟตตามนี
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 28
การพัฒนาระบบการฟ้ืนฟูและส่งตอ่ ผู้ปุวยระยะกลาง Intermediate Care เครอื ข่ายจงั หวดั ศรสี ะเกษ
เดือนฉาย โพธ์งิ าม, ชาลสิ า นันทสันติ, กนิษฐา เสนาะเสียง
และรสสุคนธ์ สามแสน : 0818791885
โรงพยาบาลศรีสะเกษ
บทนาและวัตถปุ ระสงค๑ การฟนื้ ฟูสมรรถภาพผ๎ปู ุวยระยะกลาง หรือ Intermediate care คือการดูแล
ผู๎ปุวยอยํางตํอเน่ืองในผู๎ปุวยโรคหลอดเลือดสมอง,บาดเจ็บที่ศรีษะและสมอง และบาดเจ็บไขสันหลัง เพื่อลด
ภาวะแทรกซ๎อนที่จะนาไปสํูความพิการและพัฒนาความสามารถในการทากิจวัตรประจาวันของผู๎ปุวยให๎ดีขึ้น
อีกทั้งยังชํวยลดความแออัดของผ๎ูปุวยใน 3 กลุํมโรคในโรงพยาบาลศูนย๑และโรงพยาบาลทั่วไป เพิ่มอัตราการ
ครองเตียงในโรงพยาบาลชุมชน เกิดเครือขํายบริการที่ไร๎รอยตํอมีการพัฒนาระบบบริการที่เช่ือมโยงต้ังแตํ
ระบบการบรกิ ารระดับปฐมภูมิ ทตุ ิยภมู ิ ตติยภมู จิ นถึงศูนยเ๑ ช่ยี วชาญระดบั สูง การศึกษาคร้ังนี้จึงมีวัตถุประสงค๑
เพ่ือพัฒนาระบบการฟื้นฟูและสํงตํอฯ เพ่ือให๎ผ๎ูปุวยเข๎าถึงและเข๎ารับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพมากขึ้น อีกทั้ง
เพื่อใหเ๎ กิดการเช่อื มโยงข๎อมลู ภายในเครอื ขํายอยํางย่งั ยืน
วิธีการศึกษา การวิจัยครั้งน้ีเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and development) กลํุมตัวอยําง
ได๎แกํ ทีมแพทย๑เวชศาสตร๑ฟื้นฟูและนักกายภาพบาบัดจานวน 54 คน ผู๎ปุวยในกลํุมโรคหลอดเลือดสมอง,
บาดเจ็บที่ศรีษะและสมอง และบาดเจ็บไขสันหลัง ที่มีคะแนนประเมิน Barthel Index เม่ือคร้ังแรกรับน๎อย
กวํา 75 คะแนน จานวน 154 ราย และผ๎ูดูแลผ๎ูปุวยกลุํมดังกลําว จานวน 70 ราย เคร่ืองมือท่ีใช๎ในการวิจัย
สาหรับผ๎ูปุวย คือ แบบประเมิน Barthel Index Score (BI) สาหรับผ๎ูดูแลผู๎ปุวย คือ ประเมินทักษะการฟ้ืนฟู
สมรรถภาพของผด๎ู ูแลผ๎ูปุวย สาหรับเครือขํายนักกายภาพบาบัด ใช๎แบบประเมินความพึงพอใจตํอรูปแบบการ
ฟ้ืนฟูและสํงตํอฯ วิเคราะห๑ข๎อมูลโดยเปรียบเทียบกํอนหลังเข๎าฟ้ืนฟูฯ โดยใช๎ pair t-test และเปรียบเทียบ
คะแนน BI และคะแนนทักษะของผู๎ดูแลฯระหวํางกลํุมผ๎ูปุวยท่ีเข๎าและไมํเข๎าระบบฟื้นฟูฯโดยใช๎
independent t-test และความพงึ พอใจของทมี โดยใชค๎ วามถรี่ อ๎ ยละ
ผลการศกึ ษา มีผปู๎ ุวยทีเ่ ข๎าระบบการสํงตํอฟื้นฟูฯ ร๎อยละ 51.9 เม่ือสิ้นสุดการพื้นฟู พบวํา ในผู๎ปุวยที่
เข๎าระบบการสํงตํอฟ้ืนฟูฯ บรรลุเปูาหมายการฟื้นฟู ร๎อยละ 43.8 กลํุมผู๎ปุวยที่ไมํเข๎าระบบการสํงตํอฟ้ืนฟูฯ
บรรลุเปูาหมายฯ ร๎อยละ 18.9 คะแนน BI กํอนและหลังของผ๎ูปุวย ทั้งกลํุมผ๎ูปุวยที่เข๎าและไมํเข๎าระบบฟื้นฟูฯ มี
คําเฉลี่ยคะแนนรวม BI เพิ่มข้ึนมากกวํากํอนเข๎าฟ้ืนฟูอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ P-value < 0.001 โดยในกลํุม
ผู๎ปุวยที่เข๎าระบบฟื้นฟูฯ มีคะแนนเพิ่มขึ้นมากกวํากลุํมที่ไมํเข๎าระบบฟ้ืนฟูฯ อยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ P-value
=0.001คะแนนทักษะการฟืน้ ฟสู มรรถภาพของผ๎ูดูแลผู๎ปุวยของกลุํมท่ีเข๎าระบบฟ้ืนฟูฯ มากกวํากลุํมผ๎ูดูแลผู๎ปุวยท่ี
ไมํเข๎าระบบฟื้นฟูฯ อยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ P-value < 0.001คะแนนความพึงพอใจของทีมตํอระบบฯ อยํูใน
ระดับดีมาก รอ๎ ยละ 83.04 และได๎รบั การจาํ ยตามบริการ IMC ONTOP เปน็ อันดับ1 ของเขตสุขภาพที่ 10
สรปุ และขอ๎ เสนอแนะ หลังจากการพัฒนาระบบสามารถลดการเกิดภาวะพึ่งพิงของผ๎ูปุวย ลดการเกิด
ภาวะแทรกซ๎อนตํางๆ ได๎ และชํวยเพ่ิมทักษะผ๎ูดูแลผ๎ูปุวยในการดูแลตํอที่บ๎าน และควรมีการพัฒนาระบบ
สารสนเทศให๎สามารถเช่อื มโยงขอ๎ มูลบางสํวนกับโปรแกรมเดมิ ท่มี ีอยเํู พือ่ ให๎เกิดการทางานที่ไมํซ้าซ๎อนและเพิ่ม
ภาระในการใชง๎ านระบบข๎อมูลของทมี มากจนเกินไป
คาสาคญั : การพฒั นาระบบงานและฟน้ื ฟู, ผป๎ู ุวยระยะกลาง, Intermediate Care, Sisaket
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 29
ปัญหาสุขภาพจติ ของบคุ ลากรทางการแพทย์ในยุคการระบาดของโรคติดเชอื้ covid-19
ฐิชารศั ม์ ชยั บรรจงวฒั น์ : 0874462454
โรงพยาบาลพยหุ ์
สถานการณ๑การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 มีการแพรํกระจายอยํางรวดเร็ว หนํวยงาน
สาธารณสุขจึงมีภาระงานท่ีเพ่ิมขึ้นกะทันหันเพ่ือตอบโต๎ตํอสถานการณ๑ และความตื่นตระหนกของประชาชน
ท่ัวไป สํงผลตํอสภาพจิตใจของบุคลากรทางการแพทย๑ซ่ึงเป็นผ๎ูทาหน๎าท่ีหลักในการดูแลรักษาและมีโอกาส
สัมผัสเช้ือโรคจากผ๎ูปุวย การทางานในภาวะปัจจุบันสํงผลให๎เกิดความเครียด อํอนเพลียทั้งทางรํางกาย จิตใจ
ของบุคลากรทางการแพทย๑ องค๑การอนามัยโลก WHO ได๎ระบุวําภาวะหมดไฟในการทางาน (burnout
syndrome) เปน็ เรื่องสาคญั จดั เป็นกลุํมอาการท่มี ีความอํอนล๎าทาง อารมณ๑ การลดความเป็นบุคคล และการ
ลดความสาเร็จสํวนบุคคล นาไปสํูภาวะซึมเศร๎าและโรคซึมเศร๎าได๎ ซ่ึงสํงผลตํอประสิทธิภาพการทางาน และ
ผลกระทบตํอองค๑กรได๎ ประเทศไทยมีการสารวจสุขภาพจิตในชํวง ภาวะวิกฤตโควิด-19 (rapid survey) ของ
กรมสขุ ภาพจติ สาหรับบุคลากรทัว่ ประเทศโดยสารวจ 4 เร่ือง คือ ความเครียด ภาวะหมดไฟ ซึมเศร๎า และทา
รา๎ ยตัวเอง ในชํวงปลาย พ.ค. 2563 พบวํา ท้ังประชาชนและบุคลากรทางการแพทย๑และสาธารณสุข มีภาวะ
เครียด หมดไฟ ซึมเศร๎า และทารายตัวเองเพิ่มมากขึ้น บุคลากรทางการแพทย๑มีความเครียดระดับมากจาก
4.8% เป็น 7.9 % บุคลากรทางการแพทย๑มีภาวะหมดไฟจาก 5% เป็น 6.5% และ บุคลากรทางการแพทย๑มี
ภาวะซมึ เศรา๎ เพมิ่ จาก 1.4% เป็น 3 %
ผศ๎ู ึกษาจึงสนใจศกึ ษาประเมนิ ขนาดของปัญหา เพอื่ วางแผนดูแลรักษา และเฝาู ระวังภาวะทางจิตใจใน
บุคลากรโรงพยาบาลพยุห๑ วิธีการศึกษาเป็นการศึกษาเชิงพรรณนาโดยเก็บข๎อมูลโดยใช๎แบบสอบถามข๎อมูล
ทั่วไป พลังสุขภาพจิต(RQ) แบบประเมิน ความเครียด (ST-5) แบบประเมินภาวะหมดไฟในการทางาน
(Burnout)และระดับความพึงพอใจในการทางาน โดยผ๎ูเข๎ารํวมเป็นผู๎ตอบแบบสอบถามเอง เก็บข๎อมูลในชํวง
มกราคม 2564 ถึง กุมภาพันธ๑ 2564
สรุปผลการศกึ ษาจากการศกึ ษาน้ี เกบ็ ขอ๎ มูล ในชวํ ง มกราคม 2564 ถึง กุมภาพันธ๑ 2564 พบวําบุคลากร
ทางการแพทย๑ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 157 คนผิดปกติ 24 คน คิดเป็น 15.3% แบํงเป็น หญิง 17 คน ชาย 7
คนปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตของโรงพยาบาลพยุห๑เพิ่มขึ้นจากปี2563 12%เป็น15% บุคลากรมีพลังสุขภาพจิต
ระดับต่าเพิ่มขึ้นจาก 11 คน คิดเป็น 7.7% เป็น 22 คน คิดเป็น 14% บุคลากรมีระดับความเครียดมากถึงมาก
ท่ีสุดเพ่ิมข้ึนจาก 8 คน คิดเป็น 5.6 เป็น 20 คน คิดเป็น 12.7% และมีภาวะหมดไฟในการทางานจากเดิมไมํพบ
ปัจจุบันมจี านวน16คนคิดเป็น 10.2% สํงผลใหอ๎ ตั ราความพึงพอใจในการทางานของบุคลากรลดลง
การวางแผนดูแลและเฝูาระวังภาวะทางจิตใจในบุคลากร โครงการสร๎างสุขในหนํวยงาน 1. ทีมนักจิต
พูดคุยกับผ๎ูที่มีความผิดปกติเป็นรายคน ถึงเหตุการณ๑ปัญหาที่สํงผลกับความเครียดกระทบจิตใจ 2. วาง
แผนการพัฒนาระยะส้นั รํวมกัน 3. ติดตามประเมนิ สุขภาพจิตเป็นระยะ 4. มเี พือ่ นในที่ทางานเพื่อชํวยเหลือกัน
ให๎คาปรึกษาแนะนา
คาสาคัญ : สุขภาพจติ ความเครียด ภาวะหมดไฟ
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 30
การลดความแออัด ณ แผนกอบุ ัตเิ หตุและฉุกเฉนิ ในโรงพยาบาลชุมชนแห่งหน่งึ จังหวัดศรีสะเกษ
อนศุ ร การะเกษ : 086-8759915
โรงพยาบาลราษีไศล
การวจิ ยั เชงิ ปฏบิ ัตกิ ารนีเ้ พือ่ พัฒนาและประเมินผลแนวทางการลดความแออัด ณ แผนกอุบัติเหตุและ
ฉุกเฉินในโรงพยาบาลชุมชน โดยใช๎แนวคิดกระบวนการและการไหลออกของผ๎ูปุวยในแผนกอุบัติเหตุและ
ฉุกเฉนิ ของ Asplin et. al (2013) พฒั นาแนวทางการลดความแออัดจากการสืบค๎นหลักฐานเชิงประจักษ๑และ
งานวิจัยท่ีเก่ียวข๎องจานวน 10 เร่ือง ประเมินผลด๎านคุณคําและความเป็นไปได๎ของแนวทางโดยใช๎เคร่ืองมือ
AGREE II และตรวจสอบความถูกต๎องของภาษา การส่ือความหมายและความตรงตามเนื้อหาโดยผ๎ูทรงคุณวุฒิ
จานวน 5 คน มีคาํ ดัชนีความตรงตามเน้ือหาเทาํ กบั 0.86 คัดเลอื กกลมุํ ตวั อยํางแบบเจาะจงเป็นผ๎ูปฏิบัติงานใน
แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน จานวน 25 คน และผ๎ูใช๎บริการจานวน 5,909 คน แบํงเป็นกลุํมท่ีใช๎แนวทางการ
ดูแลแบบปกติ จานวน 3,111คน และกลุมํ ที่ใช๎แนวทางท่ีพฒั นาข้นึ จานวน 2,798 คน ดาเนินการวิจัยในระยะ
ทดลอง ระหวํางเดอื น เมษายน - กนั ยายน 2561 ชํวงเวลา 16.00-24.00 น. ในโรงพยาบาลชุมชนแหํงหน่งึ
ผลการวิจัย พบวาํ 1. แนวทางการลดความแออดั ณ แผนกอบุ ัติเหตุและฉุกเฉิน ประกอบด๎วย 1) การ
จัดต้ังคณะกรรมการพัฒนาแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินคุณภาพ 2) การคัดกรองผู๎ปุวย 3) มีมาตรการกาหนด
ระยะเวลาผู๎เจ็บปุวยวิกฤตฉุกเฉินในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินไมํเกิน 4 ช่ัวโมง 4) มีระบบการเงินและการ
ชาระคําใช๎จํายในการรักษา 5) การให๎ข๎อมูลความรู๎ในการดูแลตนเองหลังการจาหนําย 6) มีการสํงตํอด๎วย
ระบบ Fast track 7) ใช๎ระบบการตรวจวิเคราะห๑ทางห๎องปฏิบัติการ ณ จุดดูแลผู๎ปุวย 8) มีการประยุกต๑ใช๎
รูปแบบจอห๑นน่ี โมเดล 2. ระยะเวลาการรอคอยหลังใช๎แนวทางท่ีพัฒนาขึ้นตลอดกระบวนการดูแลในแผนก
อุบัติเหตุและฉุกเฉิน พบวํามีระยะเวลาเฉล่ีย 46.70 นาที (SD = 31.95 นาที Min = 15 นาที Max = 180
นาที 95 % CI=65.01-66.74 ) ลดลงอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ (p<0.05) คําคะแนน NEDOCS Score ลดลง
เทํากับ 101-140 คะแนน การปฏิเสธการรักษาโดยไมํรอตรวจ ลดลงอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ (p<0.05) จาก
3.05% เหลือ 0.89% จากการวิจัยพบวําแนวทางการลดความแออัด ณ แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ใน
โรงพยาบาลชมุ ชนสามารถจัดการลดความแออัดได๎ โดยลดระยะเวลารอคอยนอ๎ ยกวาํ 4 ชว่ั โมง
คาสาคัญ : การลดความแออัด ,ระยะเวลารอคอย, แผนกอุบัติเหตแุ ละฉุกเฉิน
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 31
การศึกษาขอ้ มูลเชอ้ื ด้ือยาในโรงพยาบาลลืออานาจจากการพัฒนา Program รายงานผลเพาะเชอ้ื
ในระบบ HosXP เพอ่ื วางแผนลดจานวนเชอ้ื ด้อื ยาในโรงพยาบาล (Phase II)
ชนดิ า สวี ะกลู และสมุ าลี ตะนุมาตร : 0906133797
โรงพยาบาลลอื อานาจ
เชื้อด้ือยาจะเกิดข้ึนรวดเร็วมากหากใช๎ยาเกินความจาเป็น การประมวลผลข๎อมูลเชื้อด้ือยามีความ
จาเป็นในการวางแผนการรักษา แตํยังมีข๎อจากัดของรูปแบบรายงานผลในระบบHosXP ดังนั้นวัตถุประสงค๑
การวิจัยคือ ศึกษาเชื้อด้ือยาโดยการพัฒนาProgramรายงานผลเพาะเช้ือในระบบ HosXP เพื่อสามารถ
ประมวลผลเชื้อด้ือยาในผ๎ูปุวยท่ีโรงพยาบาลลืออานาจและนาไปใช๎ประโยชน๑กับคนไข๎ได๎ วิธีดาเนินการวิจัย
เป็นการวิจัยก่ึงทดลองโดยพัฒนาโปรแกรมรายงานผลเพาะเช้ือใช๎ชื่อ Biogram Program โดยจะเพิ่มชํอง
รายงานผลเชื้อและเพิ่มชํองการรายงานผล sensitivity ของยาในระบบรายงานผลในระบบ HosXP เพื่อที่จะ
ได๎ลงผลแยกลงในแตํละชํองรายงานผล และทาการประมวลผลข๎อมูลผลการเพาะเช้ือจากคนไข๎ที่โรงพยาบาล
ลืออานาจระหวํางวันท่ี 1 มกราคม 2564 – 31 ธันวาคม 2564 จานวน 1,412 คน วิเคราะห๑ข๎อมูลด๎วยสถิติ
เชงิ พรรณนาด๎วยคาํ รอ๎ ยละ ผลการศกึ ษาพบวาํ
Biogram Program สามารถใหข๎ ๎อมูลสาคัญ 2 สํวนคือ เช้ือดื้อยา และเช้ือกํอโรคปี 2564 โดยเชื้อดื้อ
ยาท่ีสาคัญ ประกอบด๎วย ประกอบด๎วย 1) E.Coli (ESBL+) 15 Isolated 2) E.coli (MDR) 6 Isolated 3)
Klebsiella pneumonia .(ESBL+) 2 Isolated 4) Acinetobacter baumannii (MDR) 6 Isolated และ
เช้ือกํอโรคที่สาคัญ ได๎แกํ 1) E.coli พบจานวน 52 Isolated 2) Klebsiella Pneumoniae พบจานวน 28
Isolated 3) Staphylococcus aureus พบจานวน 35 Isolated 4) Coagnegative staphylococci พบ
จานวน 38 Isolated 5) Enterobacter spp. พบจานวน 24 Isolated 6) Pseudomonase aeruginosa
พบจานวน 17 Isolated 7) Acinetobacter baumannii พบจานวน 12 Isolated สรุปการพัฒนา Biogram
Program ทาให๎ได๎ข๎อมูลท่ีสาคัญเพื่อจัดทาแนวทางปฏิบัติในการจัดการคนไข๎ท่ีโรงพยาบาลพบวําจานวน
เชือ้ ดื้อยาลดลง
คาสาคัญ : เชอ้ื ดื้อยา, เพาะเชอื้ ,sensitivity
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 32
ผลของโปรแกรมประยกุ ต์หลักการยศาสตรต์ ่อระดบั ความเส่ียงและความเจบ็ ปวด
ของอาการผดิ ปกติทางระบบกระดูกและกล้ามเนือ้
จากการทางานของบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลพนา 2564
รุจริ า มณศี รสี วสั ด์ิ : 0902477781
โรงพยาบาลพนา
การวิจัยก่ึงทดลองคร้ังน้ี มีวัตถุประสงค๑เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมประยุกต๑หลักการยศาสตร๑ ตํอ
ระดับความเส่ียงของทําทางการทางานและคําเฉล่ียคะแนนความเจ็บปวดของอาการผิดปกติทางระบบกระดูก
และกลา๎ มเน้อื ท่เี กดิ จากการทางานของบุคลากรสาธารณสขุ โรงพยาบาลพนา กํอนและหลังการทดลอง สุํมตาม
ชํวงเวลา ระหวํางวันที่ 1 – 30 เมษายน 2564 โดยคัดผู๎เข๎ารํวมการวิจัยจากแบบสอบถามอาการทางระบบ
กระดูกและกล๎ามเน้ือที่เกิดจากการทางาน ซึ่งผู๎ศึกษาปรับแตํง จากแบบสอบถามอาการทางระบบกระดูกและ
กล๎ามเน้ือที่เกิดจากการทางาน (Standard Nordic Questionnaires) ได๎คําเฉลี่ยของดัชนีความสอดคล๎องกับ
วัตถุประสงค๑เทํากับ 0.98 วิเคราะห๑ข๎อมูลจากแบบสอบถามโดยใช๎สถิติเชิงพรรณนา จากนั้นนาข๎อมูลของ
ผ๎ูเข๎ารํวมท่ีตอบแบบสอบถามมาผํานเกณฑ๑การคัดเลือกเข๎า-ออก และนาผู๎ที่ผํานเกณฑ๑มาประเมินความเสี่ยง
จากการทางานในกํอนและหลงั ได๎รับโปรแกรม โดยทาการบันทึกภาพนงิ่ และVDO ในขณะทางานในแตํละงาน
ท่ีทา นาข๎อมูลที่ได๎มาประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากการทางานโดยใช๎แบบประเมิน REBA และ RULA
เปรียบเทียบความแตกตํางของระดับความเสี่ยงจากทําทางและคําเฉล่ียคะแนนความเจ็บปวดของอาการ
ผิดปกติทางระบบกระดูกและกล๎ามเนื้อที่เกิดจากการทางานในกํอนและหลังได๎รับโปรแกรมสาเร็จรูป โดยใช๎
สถิติเชิงอุปมา Dependent sample T –Test และคําเฉลี่ยคะแนนความเจ็บปวดของอาการผิดปกติทาง
ระบบกระดูกและกล๎ามเนื้อท่ีเกิดจากการทางานในกลํุมทดลองและกลํุมเปรียบเทียบ โดยใช๎สถิติ
Independent sample T –Test ระดบั นัยสาคัญทางสถิตทิ ่ี 0.05
ผลการศึกษา พบวํา ผ๎ูเข๎ารํวมงานวิจัยจานวน 23 คน มีอาการทางระบบกระดูกและกล๎ามเนื้อจาก
การทางานในชํวง 12 เดือน ที่ผํานมาจนถึงปัจจุบันบริเวณไหลํมากที่สุดคิดเป็น 65.2 % รองลงมาคืออาการ
ปวดคอ คิดเป็น 52.2 % และอาการปวดหลังสํวนลําง คิดเป็น 34.8 % ตามลาดับ จากการเปรียบเทียบ
คําเฉลี่ยคะแนนอาการปวดกํอนและหลังการได๎รับโปรแกรม พบวํา แตกตํางกันอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ ท่ี
ระดับ 0.05 โดยกํอนทดลองมี คําเฉล่ียคะแนนอาการปวดเทํากับ 5.65 (S.D. = 1.112) และหลังทดลอง
คําเฉลี่ยคะแนนอาการปวดเทํากับ 3.04 (S.D. = 1.107) เม่ือเปรียบเทียบคําเฉลี่ยคะแนนอาการปวดกลํุม
ทดลองและกลุํมเปรียบเทียบพบวํา หลังได๎รับโปรแกรมแตกตํางอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 โดย
คําเฉลี่ยคะแนนอาการปวดของกลํุมทดลองมีคําลดลง แตํ กลํุมเปรียบเทียบมีคําเฉลี่ยคะแนนอาการปวดท่ี
เพิ่มข้ึน เมือเปรียบเทียบคําเฉล่ียคะแนนความเส่ียงท่ีจะเกิดอาการจากการทางานกํอนและหลังการได๎รับ
โปรแกรม พบวาํ คําเฉลย่ี คะแนนความเส่ียงที่จะเกิดอาการจากการทางาน ตํางกันอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ ที่
ระดบั 0.05 เมอื่ แยกทําทางการทางานพบวํา ท้ังในทํานั่งและทํายืน คะแนนและระดับความเสี่ยงตํางกันอยําง
มนี ยั สาคญั ทางสถิติ ทั้งนี้ควรพัฒนาโปรแกรมในการลดระดบั ความเสี่ยงท่จี ะเกดิ อาการจากการทางานตํอไป
คาสาคัญ : หลกั การยศาสตร๑ ,ระบบกระดกู และกลา๎ มเน้ือ,โรคจากการทางาน
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 33
การใช้ Six-sigma ในการควบคุมคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ทางโลหิตวทิ ยา
ในห้องปฏบิ ตั กิ าร โรงพยาบาลหวั ตะพาน จังหวัดอานาจเจริญ
ตตยิ า พรหมบตุ ร และศาศวตั โสภิพนั ธ์ : 0857691321
โรงพยาบาลหวั ตะพาน
การประเมนิ ประสทิ ธิภาพการตรวจวเิ คราะห๑ ตลอดจนการควบคมุ คณุ ภาพภายในห๎องปฏิบัติการ เป็น
ส่ิงสาคัญที่จะทาให๎ผลการตรวจวิเคราะห๑มีความนําเชื่อถือ การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค๑เพ่ือนาเอาแนวคิด
six sigma มาใช๎ในกระบวนการการควบคุมภายในของการตรวจวิเคราะห๑ CBC ให๎มีประสิทธ์ิภาพ ถูกต๎อง
รวดเร็ว โดยการหาคํา sigma metric, lab mean, lab SD และ Westgard sigma rules ที่ใช๎ควบคุม
คุณภาพแตํละพารามิเตอร๑ข้ึนมาใช๎เองภายในห๎องปฏิบัติการ ซึ่ง Six sigma น้ันเป็นวิธีที่ได๎รับการยอมรับจาก
ท่วั โลกวาํ เหมาะสมทจ่ี ะนามาใช๎ประเมินประสิทธภิ าพของแตํละรายการทดสอบทางโลหิตวิทยาและนามาใช๎ใน
การวางแผนเพื่อเลือกกฎที่ใช๎สาหรับการควบคุมคุณภาพของแตํละรายการทดสอบ โดยเร่ิมเก็บข๎อมูล
เคร่ืองตรวจวิเคราะห๑นับเม็ดเลือดอัตโนมัติ Sysmex รํุน XS1000i ตั้งแตํ เดือนมกราคม ถึง เดือนธันวาคม
พ.ศ. 2563 ทาการตรวจวัดทั้งหมด 8 พารามิเตอร๑ คือ white blood cell (WBC), red blood cell (RBC),
hemoglobin (HGB), Hematocrit (Hct), platelet (PLT), mean corpuscular volume (MCV), Mean
corpuscular hemoglobin (MCH) และ Mean Corpuscular Hemoglobin Concentration (MCHC) ผล
การศึกษาพบวําทั้ง 8 พารามิเตอร๑ มีคําเฉลี่ยของ Sigma มากกวํา 4 แสดงให๎เห็นวําเครื่องตรวจวิเคราะห๑นับ
เม็ดเลือดอัตโนมัติ Sysmex รุํน XS1000i ณ ห๎องปฏิบัติการโรงพยาบาลหัวตะพาน จังหวัดอานาจเจริญ มี
Performance ทีด่ เี ยยี่ ม สามารถเลือกใชก๎ ฎ single rule 13s/2of32s/R4s N=3 (Pfr=0.01) สามารถเลือกใช๎กฎ
ใดกฎหนงึ่ ทาวันละ 1 รอบ ในท่ีน้ีทางห๎องปฏิบัติการโรงพยาบาลหัวตะพานเลือกใช๎กฎ single rule 13s N=3
(Pfr=0.01) ทาวันละ 1 รอบ ซึ่งเป็นกฎที่มีสมบัติตาม quality specification ท่ีกาหนด คือสามารถตรวจจับ
ความผิดพลาด (error detection) มากกวําหรือเทํากับ 90 % และตรวจจับความผิดพลาดที่เป็นผลบวกลวง
(false rejection) น๎อยกวาํ หรือเทํากบั 5 % ในการควบคุมคุณภาพของแตํละรายการทดสอบในแตํละเดือนได๎
ทาให๎ลดภาระงานและคําใชจ๎ าํ ยในการทดสอบสอบสารควบคุมคุณภาพ สํงผลให๎ห๎องปฏิบัติการจัดอยูํในระดับ
Excellent performance
คาสาคญั : การควบคุมคณุ ภาพ, Six sigma, โลหิตวิทยา
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 34
ผลการศึกษาทางคลินกิ ของผปู้ วุ ยวณั โรคกระดกู สนั หลังท่ีไดร้ ับการผา่ ตัดเอาช้ินเนื้อจากกระดูกสนั หลัง
ส่งตรวจทางพยาธวิ ิทยาด้วยเคร่อื งมอื ผา่ ตัดที่ออกแบบใหม่ ในโรงพยาบาลยโสธร
สุวัฒน์ รสจนั ทร์ : 0816600466
โรงพยาบาลยโสธร
บทนา การพัฒนาเครื่องมือท่ีออกแบบใหมํในการผําตัดตรวจชิ้นเนื้อจากกระดูกสัน ผํานทางเพดิเคิล ด๎วย
วิธีการเจาะผํานผิวหนัง รํวมกับบริษัทผลิตเครื่องมือทางการแพทย๑ และขอรับรองมาตรฐานการใช๎เคร่ืองมือ
ผําตัดในมนุษย๑จากองค๑การอาหารและยาประเทศไทย เพื่อนาเคร่ืองมือดังกลําวไปใช๎ในผู๎ปุวยท่ีได๎รับการ
วินจิ ฉัยวาํ เปน็ วณั โรคกระดูกสันหลังระดบั เอว จากการสํงตรวจเอก็ ซ๑เรย๑คอมพิวเตอรใ๑ นโรงพยาบาลยโสธร เพื่อ
ทดแทนเคร่ืองมือจากบริษัทเคร่ืองมือแพทย๑ที่มีราคาแพง และใช๎เป็นเคร่ืองมือในการผําตัดเผื่อเอาช้ินเนื้ อสํง
ตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อให๎การวินิจฉัยโรคท่ีเกิดความผิดปรกติของกระดูกสันหลังจากการติดเช้ือ วัณโรค
ถูกต๎องมากย่ิงขึ้น วัตถุประสงค๑ : เพื่อประเมินประสิทธิผลของเครื่องมือท่ีออกแบบใหมํในการผําตัดตรวจชิ้น
เนอ้ื จากกระดูกสันหลังผํานทางเพดิเคลิ ของผ๎ปู วุ ยวัณโรคกระดกู สนั หลงั ทไี่ ด๎รับการผําตัดเอาชิ้นเน้ือจากกระดูก
สันหลังในโรงพยาบาลยโสธร การวจิ ัยในครั้งนี้ใช๎เป็นการวิจัยทางคลินิก (Clinical study) และใช๎ระเบียบวิจัย
เชิงพรรณนา (Descriptive Research) ในการรายงานผลการวิจัย โดยอาศัยข๎อมูลในเวชระเบียนของผ๎ูปุวย
ทกุ รายท่ีเขา๎ รํวมการศึกษา กลุมํ ประชากรในการศกึ ษาคือผ๎ูปุวยทกุ รายทไ่ี ด๎รับการวินิจฉัยวําเป็นวัณโรคกระดูก
สันหลังระดบั เอว จากการสํงตรวจเอก็ ซ๑เรยค๑ อมพิวเตอรใ๑ นโรงพยาบาลยโสธร ที่มีอายุต้ังแตํ 20 ปีข้ึนไป ที่ไมํมี
ข๎อห๎ามในการผําตัดและยินยอมรับการผําตัดด๎วยเคร่ืองมือผําตัดท่ีออกแบบใหมํรํวมกับการฉีดยาชาเฉพาะท่ี
แทนการดมยาสลบวิธีดาเนินการ: ผ๎ูปุวยที่ได๎รับการวินิจฉัยวําเป็นวัณโรคกระดูกสันหลังระดับเอว จากการสํง
ตรวจเอก็ ซเ๑ รย๑คอมพวิ เตอรใ๑ นโรงพยาบาลยโสธรจะถูกสงํ เขา๎ รับคาชแ้ี จงเกี่ยวการวิจัย เมื่อผํานความยินยอมจะ
ถูกสํงเข๎าระบบนัดผําตัดผู๎ปุวยแบบวันเดียวกลับ (One day Surgery) ในวันผําตัด ผู๎ปุวยจะได๎รับการผําตัด
ตรวจ ชิ้นเน้อื จากกระดูกสนั หลังระดบั เอว ผาํ นทางเพดเิ คลิ ดว๎ ยวิธีการเจาะผํานผิวหนัง โดยใช๎เคร่ืองมือผําตัด
ท่ีออกแบบใหมํ รํวมกับใช๎การฉีดยาชาเฉพาะท่ีเพื่อระงับอาการของผ๎ูปุวยขณะทาการผําตัด โดยอาศัยเครื่อง
เอ็กซเรยฟ๑ ลูออโรสโคบ เปน็ ตวั นาทางในการสอดเครอื่ งมือผําตัดที่ออกแบบใหมผํ ํานเพดิเคิลของกระดูกสันหลัง
ช้ินกระดูกที่ได๎จากการผําตัดจะถูกสํงตรวจทางพยาธิวิทยา หลังการผําตัดผู๎ปุวยสามารถ กลับบ๎านได๎โดยไมํ
ต๎องนอนพักในโรงพยาบาล หากไมํมีภาวะแทรกซ๎อนหลังการผําตัด และนัดติดตามอาการหลังการผําตัด 1
สัปดาห๑ ผลการศกึ ษา: มผี เ๎ู ขา๎ รวํ มการศึกษาท้ังส้ิน 56 คน เป็นผ๎ูชาย 36 คน และเป็นผ๎ูหญิง 20 คน อายุโดย
เฉล่ียของผู๎เข๎ารํวมการศึกษาคือ 47.6 ปี( ชํวงอายุ 22-80 ปี) ได๎ทาการผําตัดตรวจช้ินเนื้อจากกระดูกสันหลัง
ระดับเอว ท้ังสิ้น 56 ชิ้นเนื้อ ตรวจพบวําเป็นวัณโรคกระดูก 54 ช้ินเน้ือ, เป็นมะเร็งกระดูก (กระจายมาจากที่
อื่น) 1 ช้ินเน้ือ, เป็นกระดูกพรุนรํวมกับมีการอักเสบเร้ือรังที่ไมํเฉพาะเจาะจงตํอโรค 1 ช้ินเน้ือ ระยะเวลาใน
การผําตัดโดยเฉลี่ย 15.6 นาทีตํอราย (ชํวงเวลา 13-18 นาที) พบวํา มีผ๎ูเข๎ารํวมการศึกษาเกิดรอยจ้าเลือดที่
แผลผําตัด 2 ราย ผ๎ูปุวยทุกรายสามารถกลับบ๎านได๎โดยไมํต๎องนอนพักในโรงพยาบาล ร๎อยละของความพึง
พอใจของผู๎ปุวยโดยเฉลย่ี อยูํที่รอ๎ ยละ 97.4 (รอ๎ ยละ 91.7-100)
คาสาคัญ : วัณโรคกระดกู สนั หลงั , เครอ่ื งมอื ผาํ ตัดทอ่ี อกแบบใหมํในตรวจชน้ิ เนอ้ื จากกระดกู สนั หลัง
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 35
ผลของโปรแกรมเสรมิ แรงจูงใจให้ความรเู้ บาหวานประสานการมีสว่ นร่วม อาเภอค้อวัง
สมุ าลี คมขา : 0879610085
โรงพยาบาลคอ้ วงั
บทนา สถานการณ๑โรคเบาหวานอาเภอค๎อวังเพ่ิมข้ึนทุกปี พ.ศ.2562-2564 ร๎อยละ3.88,9.11,9.61
ตามลาดับ ควบคุมน้าตาลสะสมได๎ต่ากวําร๎อยละ 40 เกิดภาวะแทรกซ๎อนทางไตร๎อยละ 16.56,23.44,24.32
ตามลาดับ ทางตา ร๎อยละ 2.17,3.24,2.56 ตามลาดับ ทางเท๎า ร๎อยละ 0.09,0.18,0.09 ตามลาดับ พบปัญหา
ขาดแรงจูงใจในการควบคุมโรค การเย่ียมบ๎านไมํตํอเนื่อง พ.ศ.2564 ร๎อยละ 55.34 จึงนาโปรแกรมมาให๎
ความร๎สู ูํการปฏบิ ตั ิ สรา๎ งแรงจงู ใจในการดแู ลตนเองใหค๎ วบคมุ น้าตาลสะสมได๎ดีขึน้
วัตถุประสงค์ ศึกษาผลของโปรแกรมเสริมแรงจูงใจให๎ความรู๎เบาหวานประสานการมีสํวนรํวม
เปรยี บเทยี บคาํ เฉลย่ี คะแนนความร๎ู คะแนนพฤติกรรม ระดบั น้าตาลสะสม การเกิดภาวะแทรกซ๎อนทางตา ไต
เท๎า กลุมํ ทดลองและกลุมํ ควบคุมหลังใชโ๎ ปรแกรม
วิธีการศึกษา วิจัยกึ่งทดลอง2กลุํม ดาเนินการ ต้ังแตํเดือนตุลาคม 2564 - เดือนมิถุนายน 2565
คัดเลอื กกลํมุ ตัวอยํางใช๎สตู รคานวณกรณีทราบประชากร นามาสมุํ อยาํ งงาํ ยกลํมุ ละ48คน เคร่ืองมือที่ใช๎ทดลอง
คือ โปรแกรมให๎ความรู๎ เครื่องมือที่ใช๎เก็บข๎อมูล คือ แบบบันทึกสํวนบุคคล แบบสอบถามความรู๎และ
พฤติกรรม แบบบันทึกน้าตาลสะสมและภาวะแทรกซ๎อนทางตาไตเท๎า ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดย
ผ๎ูทรงคุณวุฒิ 3 ทําน คําความตรงเชิงเน้ือหา(IOC)แตํละข๎ออยูํระหวําง 0.5-1.00 คําความเที่ยง (KR-20) 0.8
วิเคราะห๑ข๎อมูลใช๎สถิติเชิงพรรณนา ร๎อยละ คําเฉล่ีย สํวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมาน Pair sample
t-test, Independent t-test กาหนดระดับนยั สาคญั ท่ี 0.05
ผลการศึกษา หลังใช๎โปรแกรมกลํุมทดลองมีคําเฉล่ียคะแนนความร๎ู (Mean diff 4.90) คําเฉล่ีย
คะแนนพฤติกรรม (Mean diff 15.50) สูงกวํากลุํมควบคุมอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ (P<0.001) ระดับน้าตาล
สะสมในกลุํมทดลองลดลงนอ๎ ยกวําเจ็ดมากกวํากลุํมควบคุม (Mean diff 0.30, P<0.001) เกิดภาวะแทรกซ๎อน
ทางตา (Mean diff 0.10) ทางไต (Mean diff 0.18) ทางเท๎า (Mean diff 0.40) ซึ่งน๎อยกวํากลํุมควบคุมอยําง
มนี ัยสาคญั ทางสถิติ (P<0.05)
สรุปผลการศึกษา : โปรแกรมเสริมแรงจูงใจให๎ความร๎ูเบาหวานประสานการมีสํวนรํวมสํงผลให๎กลุํม
ทดลองมีคําเฉล่ียคะแนนความรู๎และคําเฉล่ียคะแนนพฤติกรรม และน้าตาลสะสมน๎อยกวําเจ็ดเพิ่มข้ึน เกิด
ภาวะแทรกซอ๎ นทางตา ทางไต และทางเทา๎ ลดลง
ข้อเสนอแนะ : ควรใช๎โปรแกรมในผู๎ปุวยเบาหวานตอํ เนื่อง ตดิ ตามผลในระยะยาว
คาสาคญั : โปรแกรมเสรมิ แรงจูงใจใหค๎ วามรู๎, นา้ ตาลสะสม, ภาวะแทรกซ๎อนทางตา ไต เทา๎
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 36
การพัฒนาระบบการปูองกนั การเกดิ ความเสี่ยงระดับ E ข้นึ ไปในผปู้ วุ ยนอกทไี่ ดร้ ับการฉีดยา
อจั ฉรา ศรีทองคา : 0807289454
โรงพยาบาลยโสธร
บทนา ความปลอดภัยของผู๎ปุวยในโรงพยาบาล เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาสาหรับผู๎ปุวย ญาติ และ
บุคลากรทางการแพทย๑ทุกฝุาย และเป็นสิ่งที่สาคัญท่ีแสดงให๎เห็นถึงการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลที่ได๎
มาตรฐานและมีการพัฒนาอยํางตํอเนื่อง การดูแลผ๎ูปุวยท่ีมารับการรักษาและได๎รับฉีดยาที่แผนกผ๎ูปุวยนอก มี
โอกาสทจี่ ะเกิดความเสยี่ งเกดิ ข้ึนหลายอยําง อาทิเชํน การฉีดยาผิด การแพ๎ยา การเกิดภาวะแทรกซ๎อนในขณะ
ฉีดและหลังฉีดยา ดังน้ันความปลอดภัยของผ๎ูปุวยจึงเป็นสิ่งที่พยาบาลต๎องตระหนักและให๎ความสาคัญตลอด
ระยะเวลาท่ีรับผู๎ปุวยไว๎ในความดูแล วัตถุประสงค์ เพ่ือพัฒนาและศึกษาผลพัฒนาระบบการปูองกันการเกิด
ความเสี่ยงระดับ E ข้ึนไปในผู๎ปุวย นอกที่ได๎รับการฉีดยา วิธีศึกษา: รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลุํม
ตัวอยํางคัดเลือกตามเกณฑ๑คัดเข๎า การวิจัยแบํงเป็น 3 ระยะ คือ ระยะท่ี 1 ศึกษาสถานการณ๑ ระยะท่ี 2
พฒั นาพฒั นาระบบการปูองกันการเกิดความเส่ียงระดับ E ขึ้นไปในผ๎ูปุวยนอกที่ได๎รับการฉีดยา และระยะท่ี 3
การประเมนิ ผล วธิ กี ารวิเคราะห๑ขอ๎ มูลโดยใช๎สถติ ิเชิงพรรณนา
ผลการศึกษา 1) การศกึ ษาสถานการณ๑ 1.1) ด๎านโครงสรา๎ งระบบการปูองกนั การเกดิ ความเส่ียงระดับ
E ขึ้นไปในผ๎ปู วุ ยนอกทีไ่ ด๎รบั การฉีดยายังไมํเป็นระบบชดั เจน 1.2 ด๎านกระบวนการ การดแู ลผ๎ปู ุวยยังขาดความ
ตํอเนื่องไมํครบตามกระบวนการพยาบาล 1.3 ด๎านผลลัพธ๑ การเฝูาระวังความเส่ียงระดับ E มีโอกาสเกิด
อุบตั ิการณ๑สงู 2) ระบบการปอู งกนั การเกิดความเสีย่ งระดบั E ขึน้ ไปในผ๎ูปุวยนอก ท่ีไดร๎ ับการฉีดยาท่ีพัฒนาข้ึน
ได๎บูรณาการ 2 แนวคิดคือ การเน๎นการดูแลผู๎ปุวยอยํางตํอเนื่องแบบองค๑รวมต้ังแตํแรกรับจนกระท่ังจาหนําย
และแนวคิดการบริหารความเส่ียง ผลของระบบการปูองกันการเกิดความเส่ียงระดับ E ขึ้นไปในผ๎ูปุวยนอกท่ี
ได๎รับการฉีดยา ท่ีพัฒนาขึ้น (2.1) จานวนผู๎ปุวยที่มารับการฉีดยาที่ห๎องฉีดยา 700(N) ราย กลุํมเฝูาระวังเส่ียง
สูงที่ต๎องสังเกตอาการ ร๎อยละ 7(N=49) กลํุมเสี่ยงปานกลาง ร๎อยละ 23(N=161) และกลุํมเสี่ยงต่า ร๎อยละ
70(N=490) (2.2) ผู๎ปุวยที่มารับบริการมีความพึงพอใจร๎อยละ 91 ตํอระบบการปูองกันการเกิดความเส่ียง
ระดับ E ข้ึนไปในผู๎ปุวยนอกท่ีได๎รับการฉีดยา (2.3) ความเสี่ยงระดับ E เทํากับ 0 และอัตราการเกิด
ภาวะแทรกซ๎อนระหวํางฉีดยาและหลังฉดี ยา เทาํ กับ 0
สรุป การพฒั นาระบบการปูองกันการเกดิ ความเสีย่ งระดบั E ขนึ้ ไปในผ๎ปู วุ ยนอกท่ีได๎รับการฉดี ยา
สามารถปอู งกันการเกิดความรุนแรงทจ่ี ะเกิดขน้ึ ในผป๎ู ุวยได๎
คาสาคัญ : การพัฒนาระบบการปูองกันการเกดิ ความเส่ียง, ความเสย่ี งระดบั E, หอ๎ งฉีดยาแผนกผู๎ปุวยนอก
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 37
การพฒั นาระบบการดแู ล ผู้ปวุ ยSepsis โรงพยาบาลคาชะอี จังหวดั มุกดาหาร
ดรุณี รัชอินทร์ กอบกาญจน์ กุลสุจริต
และเกตมณี แสนจนั ทะ : 0986671819
โรงพยาบาลคาชะอี
การติดเชื้อในกระแสโลหิตจัดเป็นภาวะวิกฤตและฉุกเฉินที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู๎ปุวยในการให๎การ
รักษาพยาบาล หากไมํทันทํวงทีจะมีอัตราการตายที่สูง โดยเฉพาะในกลํุมผ๎ูปุวย ที่มีภาวะติดเช้ือในกระแสโลหิต
อยํางรุนแรง severe sepsis และ septic shock โรงพยาบาลคาชะอีเป็นโรงพยาบาลชุมชน ขนาด 30 เตียง ไมํมี
อายุรแพทย๑ มีแพทย๑เวชศาสตร๑ฉุกเฉิน 1 คน จากสถิติปี2562ปุวยSepsis 62ราย Septic shock36 ราย Refer12
ราย เสียชีวิต 1รายปี 2563 มี ผู๎ปุวยSepsis 116 ราย Septic shock 19 ราย Refer 23 ราย เสียชีวิต1ราย ปี2564
ผู๎ปุวยSepsis 139 ราย Septic shock 6 ราย Refer 23 ราย เสียชีวิต1ราย ซ่ึงมีแนวโน๎มเพิ่มข้ึน จากการทบทวน
เวชระเบียนผู๎ปุวยท่ี ได๎รับการวินิจฉัย sepsis ในโรงพยาบาลคาชะอี ปัจจัยสาคัญท่ีกํอให๎ เกิดอาการทรุดลงคือการ
คัดกรองผู๎ปุวย การการวินิจฉัยลําช๎า สํงผลให๎การเร่ิมให๎ยาปฏิชีวนะลําช๎า ได๎รับfluid resuscitate ใน 1ช่ัวโมงแรก
ไมเํ พียงพอ ผป๎ู ุวยมารักษาเม่ือมีอาการรุนแรง มีอวัยวะล๎มเหลว การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค๑เพ่ือพัฒนาระบบการดูแล
ผู๎ปุวยSepsis โรงพยาบาลคาชะอี จังหวัดมุกดาหาร และประเมินผลระบบการดูแลผ๎ูปุวยติดเช้ือในกระแสเลือด
โรงพยาบาลคาชะอี จังหวัดมุกดาหาร เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา(Action Research ) ข้ันตอนการศึกษา 3 ระยะใช๎
วงจร PDSA ระยะ1.วิเคราะห๑สถานการณ๑ โดยการทบทวนเวชระเบียนผู๎ปุวยSepsis การประชุมกลํุมและ
สังเกตการณ๑ พบวําการใช๎แนวทางการดูแลผ๎ูปุวยSepsis, Severe Sepsis ท่ีมีอยํูเดิมยังไมํ สามารถดักจับ Early
detection มีdelay detection, delay diagnosis, delay inappropriate using of antibioticsและdelay shock-
resuscitation. ระยะ2.พัฒนาระบบการดูแลผ๎ูปุวย Sepsis ใช๎เทคนิคการระดมความคิดเห็นแบบกระบวนการกลุํม
(Focus group) สร๎างการมีสํวนรํวม นาข๎อมูลทีได๎รับจากการใช๎เทคนิคกระบวนการกลุํมมาจัดระเบียบ เป็น
หมวดหมูํ นามาจัดทาข๎อสรุประบบการดูแลผ๎ูปุวยSepsis โรงพยาบาลคาชะอี ระยะท่ี3. ประเมินผลระบบการดูแล
ผ๎ูปุวย Sepsis โรงพยาบาลคาชะอี โดยใช๎แบบสอบถามความพึงพอใจตํอการระบบการดูแลผู๎ปุวยSepsis ประชากร
และกลุํมตัวอยํางแบํงเป็น 2 กลํุม 1.การพัฒนาระบบ ประชากรและกลํุมตัวอยําง คือ พยาบาลวิชาชีพแผนกผ๎ูปุวย
ใน แผนกหอ๎ งอบุ ตั เิ หตุ-ฉกุ เฉนิ แผนกผ๎ูปุวยนอก จานวน25 คน แพทย๑ 5 คน 2.การประเมินผลระบบการดูแลผ๎ูปุวย
ประชากรและกลํุมตัวอยํางคือผ๎ูปุวยที่ได๎รับการวินิจฉัย Sepsisและ Septic shock ระหวําง เดือนตุลาคม 2564 ถึง
เดือนมีนาคม 2565จานวน 65 ราย เครื่องมือวิจัยประกอบด๎วย แบบสอบถามความพึงพอใจตํอการใช๎แนวทางการ
ปฏิบัติ แบบบันทึกการดูแลและสํงตํอผ๎ูปุวย Sepsis/ Septic shock โรงพยาบาลคาชะอีและ แบบประเมินการใช๎
แนวทางการดูแลผู๎ปุวยSepsis วิเคราะห๑ข๎อมูลโดย ใช๎สถิติเชิงพรรณนา คําเฉลี่ย, ร๎อยละ ผลการวิจัย ระบบการ
ดูแลผู๎ปุวยที่มีภาวะติดเชื้อในกระแส โลหิต(sepsis) โรงพยาบาลคาชะอี ประกอบด๎วย 1.แนวทางการคัดกรอง การ
วินิจฉัย qSOFA,SIRS Criteria 2.แนวทางการดูแล Kumcha-I CPG Sepsis 3. SOS score โรงพยาบาลคาชะอีที่
พัฒนาข้ึน 4.นวัตกรรมสต๊ิกเกอร๑สีติดชาร๑ท, 5.ระบบพยาบาล Total Care 6.ระบบ Consult อายุรแพทย๑ และ
เกณฑ๑สํงตํอผู๎ปวุ ย Sepsis คะแนนเฉล่ียของความพึง พอใจโดยรวมตํอระบบการดูแลผู๎ปุวยติดเชื้อในกระแสร๑โลหิต
อยูํในระดับสูง ผลการใช๎ระบบการดูแลผ๎ูปุวย Sepsisโรงพยาบาล พบวํา การได๎รับยาปฏิชีวนะภายใน1ชม.หลัง
ได๎รับการวินิจฉัยสูงข้ึน ร๎อยละ 98.46,อัตรา การสํงตรวจ H/C กํอนได๎รับยา Antibiotic ร๎อยละ96.92, อัตราการ
ได๎รับ fluid resuscitate ภายใน 6 ช่ัวโมงแรกร๎อยละ 8769 Time to Antibiotic 36 นาที ไมํมีผ๎ูปุวยเสียชีวิต
ข๎อเสนอแนะ ควรใช๎ระยะดาเนินการเก็บข๎อมูลเพิ่มเพื่อให๎เหน็ ผลการปฏิบตั ิทีช่ ัดเจน
คาสาคญั : ตดิ เช้ือในกระแสโลหิต(Sepsis)
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 38
รูปแบบการบาบดั ฟื้นฟูผ้ใู ชย้ าเสพติดโดยชมุ ชนเป็นศูนยก์ ลาง
กรณีศกึ ษาชุมชนบา้ นนาทาม–นาสมบูรณ์ ตาบลปุาไร่ อาเภอดอนตาล จงั หวัดมุกดาหาร
วสันต์ วงค์ศรีทา : 0885721764
โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตาบลบ้านนาทาม
ชุมชนบา๎ นนาทาม–นาสมบูรณ๑ ตาบลปุาไรํ เป็นอีกพื้นท่ี ที่มีการระบาดของยาเสพติดท่ีรุนแรง โดย
ในปี พ.ศ.2562–2564 มีผ๎ูเสพติดเมทแอมเฟตามีนจากหมูํบ๎านน้ี เข๎าสํูระบบบาบัดในโรงพยาบาล ท้ังหมด 8,
10 และ 12 คนตามลาดับและเกนิ ครึง่ เข๎ารบั การบาบัดไมํครบตามโปรแกรมเน่ืองจากมีข๎อจากัดเรื่องระยะทาง
ในการเดินทางมาที่โรงพยาบาลและมีอัตราการกลับไปเสพซ้าที่สูงมาก อีกทั้งมีจานวนผู๎ที่มีอาการทางจิตจาก
การใช๎ยาเสพติดถึง 5 คน นอกจากนี้ในปี 2563 พบคดีการทาร๎ายบุคคลในครอบครัวและครอบครัวใกล๎เคียง
ถึง 3 คดี วัตถุประสงคเ๑ พอื่ ศึกษาสถานการณ๑ปญั หายาเสพตดิ พัฒนารปู แบบการบาบัดฟ้ืนฟูยาเสพติดในชุมชน
และศกึ ษาประสทิ ธิผลของรูปแบบการบาบัดฟน้ื ฟูยาเสพตดิ ในพื้นท่ีบ๎านนาทาม–นาสมบูรณ๑ กลํุมตัวอยํางเลือก
แบบเฉพาะเจาะจงคือกลํุมผู๎ใช๎ ผู๎เสพจากการคัดกรองโดยแบบกระทรวงสาธารณสุข บคก.สธ (V2) ในพื้นที่
บา๎ นนาทาม–นาสมบูรณ๑ ตาบลปาุ ไรํ แบงํ ข้ันตอนการวจิ ัยออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันและ
ปัญหาเก่ียวกับการแพรํระบาดของยาเสพติด ระยะที่ 2 สร๎างรูปแบบการบาบัดฟื้นฟูผู๎ใช๎ยาเสพติดโดยชุมชน
เป็นศูนย๑กลาง ระยะท่ี 3 ทดลองใช๎และประเมินผลรูปแบบการบาบัดฟ้ืนฟูผู๎ใช๎ ผ๎ูเสพยาเสพติดโดยชุมชนเป็น
ศูนย๑กลางในพื้นที่บ๎านนาทาม-บ๎านนาสมบูรณ๑ โดยมีระยะเวลาของการวิจัยใช๎เวลา 1 ปี (โดยผู๎วิจัยจะ
ดาเนินการ ๒ วงรอบ ดังน้ีวงรอบท่ี 1 จะดาเนินการในชํวงเดือนเมษายน–กันยายน 2564 และวงรอบท่ี 2 จะ
ดาเนินการในชํวงเดือนตุลาคม–มีนาคม 2565 )และติดตามประเมินผลหลังส้ินสุดการบาบัดฟื้นฟู 5 ครั้ง ใน
ระยะ 2 สัปดาห๑ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือนและ 1 ปี สรุปผลการดาเนินงาน พบวํา 1) สถานการณ๑การระบาด
ยาเสพติดในพ้ืนที่บ๎านนาทาม–นาสมบูรณ๑ สามารถจาแนกตามเกณฑ๑ ผ๎ูใช๎ ผ๎ูเสพและผู๎ติดยาเสพติด จากการ
คดั กรองโดยแบบ V2 ร๎อยละ 4.09 รอ๎ ยละ 2.45 รอ๎ ยละ 1.63 ตามลาดับ 2) มรี ปู แบบในการดาเนินงานบาบัด
ฟืน้ ฟูยาเสพติดในชุมชนโดยใช๎ชมุ ชนเปน็ ศูนย๑กลาง(CBTx) การดาเนินงานมภี าคเี ครอื ขํายรํวมทุกขั้นตอน ได๎แกํ
ผู๎ปกครองหรอื ผู๎ดูแล กานัน ผู๎ใหญํบ๎าน โรงเรียน โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบล โรงพยาบาลดอนตาล 3)
กลุมํ เสยี่ งเข๎ารวํ มบาบัดฟ้ืนฟูยาเสพตดิ ในชมุ ชน จานวน 12 ราย คิดเป็นร๎อยละ 9.83 ไมํพบการกลับมาเสพซ้า
ใน 2 สัปดาห๑ และ 1 เดือนแรกภายหลังจาหนํายออกจากการบาบัดและพบวํามีการกลับมาเสพซ้าหลัง
จาหนํายครบ 3 เดอื น รอ๎ ยละ 16.66
คาสาคัญ : การเลกิ ยาเสพติดต๎องเข๎าใจใสใํ จและให๎โอกาส
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 39
ประสทิ ธผิ ลและความปลอดภัยของฟูาทะลายโจรแคปซูลในการร่วมรกั ษาผู้ปุวยโควิด-19
ทีอ่ าการไมร่ ุนแรง โรงพยาบาลนิคมคาสรอ้ ย
อฐั พร กจิ นิธวิ รวรศิ : 0615942879
โรงพยาบาลนิคมคาสร้อย
วัตถุประสงค์ : ศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของฟูาทะลายโจรแคปซูล (ไพรวนารี) ในขนาด
การรักษาตามมาตรฐานและขนาดที่ลดลงคร่ึงหนึ่งของขนาดมาตรฐาน เทียบกับกลุํมควบคุมตํอการรํวมรักษา
ผปู๎ วุ ยโควิด-19 ท่อี าการไมรํ นุ แรง
วิธีการศึกษา : เป็นการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิก เพ่ือเปรียบเทียบประสิทธิผลและความปลอดภัย
ของยาฟาู ทะลายโจรแคปซูล 2 ขนาด ในการใช๎เปน็ ยารํวมในการรักษาผ๎ปู วุ ยโควิด-19 ที่มีอาการไมํรุนแรงและ
ไมํได๎รับยาต๎านไวรัสเทียบกับกลํุมควบคุมที่ไมํได๎รับยาฟูาทะลายโจรแคปซูล ณ โรงพยาบาลนิคมคาสร๎อย
ระหวําง เดือนมีนาคม 2565 ถึงเดือนเมษายน 2565 สุํมกลํุมตัวอยํางออกเป็น 3 กลุํม โดยวิธี Random
sampling กลุมํ ควบคมุ ได๎รับการรักษาตามมาตรฐานโดยไมไํ ด๎รับยาฟูาทะลายโจร กลุํมศึกษาอีก 2 กลุํม ได๎รับ
การรักษาตามมาตรฐานรํวมกับฟูาทะลายโจรแคปซูลขนาดตํางๆ ดังน้ี ฟูาทะลายโจรแคปซูล 90 และ 180
มลิ ลิกรัมตอํ วนั นานตดิ ตํอกนั 5 วัน สถิตทิ ีใ่ ช๎ในการวิเคราะหข๑ ๎อมลู ประกอบด๎วย ความถ่ี ร๎อยละ คําเฉลี่ย และ
สํวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อแสดงลักษณะของประชากรตัวอยําง ชนิดของอาการไมํพึงประสงค๑ chi-square
testใช๎เพื่อเปรียบเทียบความแตกตํางระหวํางกลุํมของอาสาสมัคร ระยะเวลาการหายของโรคโควิด-19 และ
ระยะเวลาการหายของแตลํ ะอาการ กาหนดให๎คํา p-value < .05 ถอื วํามีนัยสาคญั ทางสถติ ิ
ผลการศึกษา : มอี าสาสมคั รเขา๎ รํวมการศึกษา 122 ราย อายุเฉล่ียของแตํละกลุํมคือ 37.15–41.83 ปี
ประกอบด๎วย กลํุมท่ี 1 กลํุมควบคุม จานวน 22 ราย กลํุมที่ 2 และ 3 ได๎รับยาฟูาทะลายโจรแคปซูล 90 และ
180 มิลลิกรัมตํอวัน จานวน 50 และ 47 ราย ตามลาดับ ผลการศึกษาด๎านประสิทธิผล พบวํา อาสาสมัครที่
ได๎รบั ฟาู ทะลายโจรทุกรายเร่มิ มอี าการดีขึ้นตงั้ แตํวนั แรกของการใช๎ยา และไมํพบอาการแสดงใดๆ ต้ังแตํวันท่ี 7
ของการเขา๎ รวํ มในการศกึ ษา ในขณะทกี่ ลํุมควบคุมไมํพบอาการแสดงในวันท่ี 7 เพียงร๎อยละ 68.2 ผลตํางของ
คําเฉล่ีย VAS แตํละอาการ เมื่อเวลากํอนและหลังได๎รับยาฟูาทะลายโจร 5 วัน พบวํา กลํุมท่ีได๎รับฟูาทะลาย
โจรมรี ะยะเวลาของอาการโควิด-19 สั้นกวํา และมีประสิทธิผลในการลดน้ามูก ความรุนแรงในการไอ ความถ่ีใน
การไอ ลดปัญหาการรับกลิ่นได๎ดีกวํากลํุมควบคุม เม่ือเปรียบเทียบประสิทธิผลของฟูาทะลายโจรทั้ง 2 ขนาด
พบวํา ฟูาทะลายโจร ท้ัง 2 ขนาด 90 และ 180 มิลลิกรัมตํอวัน ให๎ผลในการลดอาการโควิด-19 ไมํแตกตํางกัน
ยกเว๎นอาการปวดศีรษะท่ีพบวํากลุํมท่ีได๎รับฟูาทะลายโจร ขนาด 90 มิลลิกรัมตํอวัน ให๎ผลตํางคําเฉลี่ย VAS
มากกวํากลํุมท่ีได๎ฟูาทะลายโจรขนาด 180 มิลลิกรัมตํอวัน ผลการศึกษาด๎านความปลอดภัย พบรายงานอาการ
ไมํพึงประสงค๑ ได๎แกํ อาการท๎องเสีย ปวดแสบกระเพาะอาหาร และคล่ืนไส๎อาเจียนจากการใช๎ฟูาทะลายโจร
แคปซลู 180 มลิ ลิกรัมตอํ วัน และอาการผนื่ คนั ตามผิวหนงั จนเป็นสาเหตุให๎ออกจากการศกึ ษา 1 ราย
สรุป : ฟูาทะลายโจรแคปซูลชํวยลดระยะเวลาของอาการโควิด-19 มีประสิทธิผลในการลดน้ามูก ความ
รุนแรงในการไอ ความถี่ในการไอ และลดปัญหาการรับกล่ินได๎ดีกวํากลํุมควบคุม และฟูาทะลายโจรแคปซูลขนาด
90 มิลลกิ รัมตอํ วนั ให๎ผลอาการโควดิ -19 ไมแํ ตกตํางกันกับฟาู ทะลายโจรแคปซูลขนาด 180 มลิ ลกิ รมั ตอํ วนั
คาสาคัญ : ฟูาทะลายโจร สารแอนโดรกราโฟไลด๑ โควดิ -19 ท่มี อี าการไมํรุนแรง
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 40
การประชมุ วิชาการเขตสขุ ภาพท่ี 10 ประจาปี 2565
วนั ที่ 11 - 12 กรกฎาคม 2565
ณ อาคารผ้ปู วุ ยนอก 5 ช้นั โรงพยาบาลอานาจเจริญ จงั หวดั อานาจเจรญิ
ผลงานวิชาการประเภท Oral Presentation
สาขา สง่ เสรมิ สขุ ภาพ ปูองกัน ควบคมุ โรค : ห้องประชมุ มิง่ ฟาู ชนั้ 5
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 41
การพัฒนาระบบเครอื ขา่ ยเพ่ือเพิม่ การเขา้ ถึงบริการของผู้ปุวยโรคสมาธสิ น้ั เขตสุขภาพที่ 10
นันทิยา จีระทรัพย์, ธีราภา ธานี,
ลัดดาวัณย์ คุณวฒุ ิ และวีนัสรนิ ก้อนศิลา : 0864071679
โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์
โรคสมาธสิ ัน้ เป็นโรคที่ทาให๎เกิดปัญหาพฤติกรรมและการเรียนท่ีพบบํอยท่ีสุดในเด็กและสํงผลกระทบ
หลายดา๎ นตํอเดก็ และครอบครัวหากไมํไดร๎ บั การรักษา พบวําในปีงบประมาณ 2559, 2560,2561 เขตสุขภาพที่10
ยังพบมีปัญหาการขาดการให๎บริการคลินิกจิตเวชเด็กและวัยรํุนในโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชนอยําง
มากมอี ัตราการเข๎าถงึ บรกิ ารของโรคสมาธสิ ้ัน รอ๎ ยละ9.09,7.27และ7.15 ตามลาดับ ซึ่งต่าและมีแนวโน๎มลดลง
วตั ถุประสงค์การพัฒนา เพ่ือพัฒนาระบบเครือขํายให๎บริการของผป๎ู วุ ยโรคสมาธสิ ้ันในเขตสุขภาพท่ี 10
วธิ กี ารพัฒนาประยุกต๑จากกระบวนการวจิ ัยและพฒั นาเทคโนโลยีสุขภาพจิต7ขั้นตอน1)การวิเคราะห๑
สถานการณ๑ 2) การพัฒนาต๎นแบบระบบการเข๎าถึงบริการ 3) การดาเนินการทดลองตามระบบในพ้ืนท่ีนารํอง
เบื้องต๎นจ.ยโสธร 4) การประเมินผลระบบเบื้องต๎น 5) การนาไปใช๎ขยายผลในพื้นที่เขตสุขภาพที่10 อีก4
จังหวดั 6)การประเมินผลและพัฒนาข้ันสุดท๎าย และ7) การสรุปประเมินผลและการพัฒนาตํอเนื่องระยะเวลา
ดาเนินการต้ังแตํเดือนตุลาคม 2561 ถึง เดือนกันยายน 2564 ในโรงพยาบาล 71 แหํง ครอบคลุมพื้นท่ีทุก
จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 10กลุ่มตัวอย่างที่อยํูในกระบวนการพัฒนาประกอบด๎วย แพทย๑ พยาบาล และ
บุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในคลินิกจิตเวชเด็กของโรงพยาบาลท่ัวไป โรงพยาบาลชุมชน รพ.สต. อสม.
รวม115 คนในเขตสขุ ภาพท่ี10วิเคราะหข๑ อ๎ มูลโดยใช๎สถติ ิเชิงพรรณนา ความถ่แี ละร๎อยละ
การพฒั นาจากขนั้ ตอนท1ี่ -4พบวาํ ในพนื้ ทีน่ ารํอง จ.ยโสธร มีเครือขํายให๎บริการตรวจรักษาผ๎ูปุวยโรค
สมาธสิ ั้นในระดับโรงพยาบาลทว่ั ไป โรงพยาบาลชุมชนไดผ๎ ลลัพธ๑อัตราการเข๎าถึงบริการของผู๎ปุวยโรคสมาธิสั้น
เพิ่มข้ึนจากปี 2561 ร๎อยละ 7.89 ปี 2562 ร๎อยละ 20.79 ในปีงบประมาณ 2563และ2564 การดาเนินการ
ขั้นตอนที่5-7 พบวําเกิดเครือขํายให๎บริการตรวจรักษาผ๎ูปุวยโรคสมาธิส้ันในระดับโรงพยาบาลทั่วไป
โรงพยาบาลชมุ ชนได๎โดยร๎อยละของโรงพยาบาลที่สามารถเปิดคลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุํน เพ่ิมขึ้นจากปี 2561
ร๎อยละ 8.45 ปี 2564 ร๎อยละ 100ร๎อยละของโรงพยาบาลที่มียารักษาโรคสมาธิส้ัน (Methylphenidate)
เพิ่มขน้ึ จากปี 2561 รอ๎ ยละ 15.49 ปี 2564 ร๎อยละ 100 อตั ราการเขา๎ ถงึ บรกิ ารของผู๎ปุวยโรคสมาธิส้ันในเขต
สุขภาพจิตที่ 10 เพิ่มข้ึนโดยในปี 2563 ร๎อยละ 29.09 และปี 2564 ร๎อยละ 39.77และมีการให๎บริการและ
พัฒนางานในเครือขํายตํอเน่อื ง
สรปุ และขอ้ เสนอแนะ:การพัฒนาระบบการเข๎าถึงบริการโดยให๎เครือขํายมีสํวนรํวมในการวางแผนและ
พัฒนางาน ทาให๎ระบบเกิดความตํอเนื่องและยั่งยืน และควรมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรท่ีเก่ียวข๎องกับการ
ดาเนนิ งานดูแลผ๎ูปวุ ยกลํุมนี้อยํางตํอเน่อื ง สม่าเสมอทกุ ปี
คาสาคญั : การพัฒนาระบบ เครือขาํ ย ผูป๎ ุวยโรคสมาธิส้ัน
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 42
ผลของโปรแกรมพัฒนาทนุ ชีวิตในการปูองกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
อาเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี
อุไรวรรณ ฐิติวัฒนากูล : 0917300030
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลโคกเทยี ม
สถานการณ๑การตั้งครรภ๑ในวัยรํุนเป็นปัญหาที่ท่ัวโลกตื่นตัวและให๎ความสาคัญ ซ่ึงในหลายประเทศยัง
เป็นเร่ืองยงุํ ยากในทางปฏบิ ตั ิในการแกไ๎ ขปญั หาน้ี จากข๎อมูลขององคก๑ ารสหประชาชาติระบุวํา ระหวํางปี พ.ศ.
2555-2559 ประเทศไทยมอี ตั ราคลอดเฉล่ยี ในวัยรํุน 15-19 ปี โดยอยํูท่ี 51.0 คนตํอพันประชากรหญิง 15-19
ปี ซ่ึงเม่ือเปรียบเทียบในภูมิภาคเดียวกันและในยุโรปนับวําเป็นข๎อมูลท่ีสูงและนําหํวง โดยเฉพาะอาเภอนาจะ
หลวย พบอตั ราการคลอดในวยั รุํนสูงเป็นอันดับหน่งึ ของจงั หวดั อุบลราชธานี ตัง้ แตปํ ี พ.ศ. 2559-2562 มีอัตรา
การคลอดเทํากับ 31.71, 34.63, 24.91 และ 29.36 ตํอพันประชากรอายุหญิง15-19 ปี ในขณะท่ีเปูาหมาย
ของยทุ ธศาสตร๑การปูองกันและแก๎ไขปัญหาการต้ังครรภ๑ในวัยรํุนระดับชาติ พ.ศ.2560-2569 กาหนดไว๎ไมํเกิน
25 ตํอพันประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี ในปี 2569 โดยสาเหตุและปัจจัยที่สัมพันธ๑กับการต้ังครรภ๑ในวัยรุํน
พบวํา เกิดจากปัจจัยท้ังด๎านตัววัยรุํนเอง ด๎านครอบครัว ด๎านเพื่อน ด๎านการศึกษา และด๎านสังคมวัฒนธรรม
ซ่ึงเป็นสิ่งที่แสดงถึงการมีต๎นทุนพื้นฐานหรือทุนชีวิตที่ยังไมํเข๎มแข็งพอท่ีจะทาให๎วัยรํุนสามารถเผชิญ
สถานการณ๑เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศที่อาจนาไปสํูการตั้งครรภ๑ได๎ อีกทั้งการต้ังครรภ๑ในวัยรํุนยังสํงผล
กระทบท้ังด๎านรํางกายและจิตใจของวัยรํุน ปัญหาการทาแท๎ง การไมํได๎ต๎องการมีบุตร ปัญหาครอบครัว
เศรษฐกิจ และสงั คมอกี ด๎วย
การวิจยั ก่งึ ทดลองนี้ มีวัตถปุ ระสงค๑เพ่ือเปรียบเทียบทุนชีวิตและพฤติกรรมการปูองกันการต้ังครรภ๑ใน
วัยรํุน ภายในกลํุมและระหวํางกลุํมทดลองและกลํุมเปรียบเทียบกํอนและหลังการทดลอง กลํุมตัวอยําง เป็น
นักเรียนหญิงช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนในพ้ืนที่ตาบลโนนสมบูรณ๑ อาเภอนาจะหลวย
จังหวัดอุบลราชธานี จากการสุํมตัวอยํางอยํางงําย คานวณขนาดกลํุมตัวอยํางโดยใช๎โปรแกรมสาเร็จรูป
G*Power ได๎ 31 คน เข๎ากลํุมทดลอง 16 คน และกลุํมเปรียบเทียบ 15 คน เครื่องมือการวิจัย ได๎แกํ 1)
โปรแกรมการพัฒนาทุนชีวิตโดยใช๎การเรียนรู๎แบบมีสํวนรํวมในการปูองกันการตั้งครรภ๑ในวัยรํุน โดยใช๎แนวคิดทุน
ชีวิต ของ สุริยเดว ทรีปาตี (2552) ซ่ึงประกอบด๎วยพลัง 5 ด๎าน ได๎แกํ พลังตัวตน พลังครอบครัว พลังสร๎าง
ปัญญา พลังเพื่อนและกิจกรรม และพลังชุมชน รํวมกับการเรียนรู๎แบบมีสํวนรํวมของกรมสุขภาพจิต โดย
ดาเนนิ การ 6 สัปดาห๑ และ 2) แบบสอบถาม ประกอบด๎วย 3 สํวน ได๎แกํ ข๎อมูลท่ัวไป ทุนชีวิต และพฤติกรรม
ปูองกนั การตั้งครรภ๑ในวัยรุํน โดยสวํ นที่ 2 และ 3 มคี าํ ความตรงเชิงเนื้อหา เทํากับ 1 และคําความเที่ยงเทํากับ
.820 และ .822 ตามลาดบั วเิ คราะหข๑ ๎อมลู โดยใช๎สถติ พิ รรณนา สถิติทดสอบวิลคอ็ กซนั และสถติ แิ มนวทิ เนย๑
ผลการศึกษา พบวํา ภายหลังเข๎ารํวมโปรแกรมพัฒนาทุนชีวิตกลุํมทดลองมีคะแนนเฉล่ียทุนชีวิตและ
พฤติกรรมปูองกันการตั้งครรภ๑ในวัยรุํน (M=126.50, SD=6.47, M=57.31, SD=3.61 ตามลาดับ) สูงกวํากํอน
ทดลอง(M=75.93, SD=22.65, M=46.43, SD=9.44 ตามลาดับ) และสูงกวํากลุํมเปรียบเทียบ(M=83.53,
SD=24.17, M=48.73, SD=6.20 ตามลาดับ) อยํางมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .001 ควรนาโปรแกรมพัฒนา
ทุนชีวิตในการปูองกันการตั้งครรภ๑ในวัยรุํนถํายทอดให๎ครูเพื่อจัดการเรียนการสอนเพศศึกษาให๎กับนักเรียน
ตํอไป
คาสาคญั : ทนุ ชีวติ โปรแกรมพัฒนาทนุ ชีวิต การเรียนแบบมสี วํ นรํวม พฤตกิ รรมปูองกันการตัง้ ครรภ๑ในวยั รํุน
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 43
รูปแบบการจดั การระบบสุขาภบิ าลอาหารในปอู งกนั การระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
อาเภอนาตาล จงั หวดั อบุ ลราชธานี
ธราธิบดี ทับทอง, นลนิ ี พวงยอด,รินทร์ดารตั น์ สมมีชยั
และจกั รพงศ์ ปติ ิโชคโภคินท์ : 0925823002
โรงพยาบาลนาตาล
สถานการณ๑ผู๎ปุวยติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลกและไทย รัฐและประชาชน
จาเป็นตอ๎ งใหค๎ วามสาคญั และเพมิ่ ความเข๎มข๎นในการดาเนินมาตรการปูองกันการแพรํระบาด บริโภคอาหารที่
สะอาดและปลอดภัยจึงต๎องมีการควบคุมดูแลสถานท่ีปรุงประกอบและจาหนํายอาหาร และบริหารจัดการให๎
เป็นไปตามเกณฑ๑มาตรฐานด๎านสุขาภิบาลอาหารและข๎อกาหนด ออกตามความในมาตรา 9 แหํงพระราช
กาหนดการบริหารราชการในสถานการณ๑ฉุกเฉินและสถานการณ๑การแพรํระบาดของโรคโควิด-19 ผ๎ูวิจัยจึง
สนใจศึกษารูปแบบการจัดการระบบสุขาภิบาลอาหารในปูองกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
เพ่ือศึกษารูปแบบการจัดการระบบสุขาภิบาลอาหารในปูองกันการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
อาเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี การวิจัยน้ีเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลํุมตัวอยํางคือ สาธารณสุขอาเภอ,
หัวหน๎ากลํุมงานเภสัชกรรม, ผู๎รับผิดชอบงานสุขาภิบาลอาหาร , ผู๎รับผิดชอบงานสุขาภิบาลอาหาร สสอ.,
ผ๎ูรับผิดชอบงานสาธารณสุขของเทศบาล อบต, ประธาน อสม. และตัวแทนผู๎ประกอบการค๎าอาหารประเภท
ตลาดนัด ร๎านอาหาร จานวน 20 คน ผป๎ู ระกอบการค๎าอาหารประเภทตลาดนัด ร๎านอาหาร แผงลอย จานวน
30 คน เลือกกลํุมตัวอยํางแบบเจาะจงตามเกณฑ๑ ใช๎เครื่องมือคือแบบสนทนากลุํม แบบสอบถามความรู๎เร่ือง
สุขาภิบาลอาหาร แบบสอบถามพฤติกรรมด๎านสุขาภิบาลอาหาร ชุดทดสอบแบคท่ีเรีย SI-2 วิเคราะห๑ข๎อมูล
ดว๎ ยสถติ เิ ชิงพรรณนาและและการวเิ คราะห๑เชิงเนือ้ หา ศึกษาเดอื นมกราคม - ธนั วาคม 2564
ผลการศกึ ษา พบวํา รปู แบบการจดั การระบบสุขาภิบาลอาหาร มี 4 กิจกรรม คือ 1)กิจกรรมทาความ
สะอาดตลาด ร๎านอาหารและแผง 2)กิจกรรมเฝูาระวังตรวจสารปนเป้ือนในอาหาร 3)กิจกรรมอบรมให๎ความร๎ู
เรื่องการ 4)การกาหนดมาตรการความปลอดภัยองค๑การและชุมชน ผลการศึกษาพบวําความร๎ูเรื่องสุขาภิบาล
อาหารกํอนและหลังการดาเนินงานมีความรู๎ระดับสูงเทํากับร๎อยละ 17.5 และ 85 ตามลาดับ พฤติกรรมด๎าน
สขุ าภบิ าลอาหาร กํอนการดาเนินงานอยํูในระดับปานกลาง ร๎อยละ 85 หลังการดาเนินงานอยํูในระดับดี ร๎อย
ละ 87.5 การตรวจประเมนิ ตามเกณฑม๑ าตรฐานดา๎ นกายภาพ กอํ นและหลังผาํ นเกณฑ๑ ร๎อยละ 46.15 และร๎อย
ละ 100 ตามลาดับ ด๎านชีวภาพ กํอนและหลังผํานเกณฑ๑ร๎อยละ 90 และร๎อยละ 100 ตามลาดับ และผลการ
ตรวจสารปนเปื้อนในอาหารหลังพัฒนาผํานร๎อยละ 100 กลํุมตัวอยํางพึงพอใจตํอรูปแบบในระดับมากร๎อยละ
96 ปัจจัยแหํงความสาเร็จอาศัยความรํวมมือจากทุกภาคสํวนในการดาเนินงานในการจัดทาแบบมีสํวนรํวม
อยํางตํอเนื่อง ข๎อเสนอแนะคือควรใช๎กลไกการขับเคลื่อน "คณะกรรมการควบคุมโรคระดับอาเภอ" ในการ
จดั การเชงิ ระบบรวํ มกับการขบั เคล่อื นการจัดการระบบสขุ าภบิ าลอาหารในชุมชนตํอไป
คาสาคญั : รปู แบบ, การจัดการ, ระบบสุขาภบิ าลอาหาร, โรคติดเชือ้ , ไวรสั โคโรนา 2019
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 44
ผลของการใชน้ วัตกรรมสือ่ เพลงปูองกนั มะเร็งเต้านม ในบุคลากรสตรีโรงพยาบาลมะเรง็ อุบลราชธานี
สายรุง้ ประกอบจิตร, ชลิยา วามะลุน
และโสภิต ทับทิมหิน : 0833726181
โรงพยาบาลมะเร็งอบุ ลราชธานี
โรคมะเร็งเต๎านมสามารถปูองกันหรือลดปัจจัยเสี่ยงตํอการเป็นมะเร็งเต๎านมได๎ โดยการปรับเปลี่ยน
พฤตกิ รรมหรือวถิ ชี วี ิตท่เี หมาะสมสาหรบั แนวคิดการพฒั นาความรอบร๎ูด๎านสุขภาพของบุคคลจะเกิดข้ึนได๎น้ันมี
ปัจจัยหลายอยําง ซึ่งปัจจัยด๎านสื่อมีความสาคัญอยํางย่ิงตํอการพัฒนาความรอบรู๎สุขภาพของบุคคลเพลงซ่ึง
จดั เปน็ วรรณกรรมประเภทหนง่ึ ที่เข๎าถงึ ไดง๎ าํ ย เพราะมีขนาดส้ันและมที านองเฉพาะทาให๎จดจาได๎งําย ผู๎วิจัยจึง
สนใจท่ีจะนาเพลงมาเป็นสื่อในการนาประเด็นการสื่อสารหลักที่สาคัญ(Key Massage)ให๎ครอบคลุมประเด็น
เกย่ี วกับความรอบร๎ูสุขภาพ (Health literacy) ด๎านการปูองกันมะเร็งเต๎านม แล๎วนามาขับร๎องรํวมกับดนตรีที่
ทันสมัยและเข๎ากับบริบทของท๎องถิ่นเพ่ือให๎ผู๎รับฟังเข๎าใจได๎งํายและติดหู จนเกิดการจดจาและนาไปปฏิบัติได๎
การศึกษาน้ีมีวัตถุประสงค๑เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการปูองกันมะเร็งเต๎านมของบุคลากรสตรีโร งพยาบาล
มะเรง็ อบุ ลราชธานกี ํอนและหลงั ได๎รบั นวัตกรรมส่อื เพลงปูองกันมะเรง็ เตา๎ นม
วิธีการศึกษา : เป็นการวิจัยกึ่งทดลองศึกษากลุํมเดียววัดผลกํอนและหลังการทดลองประชากรเป็น
บุคลากรสตรีท่ีปฏบิ ตั ิงานในโรงพยาบาลมะเร็งอบุ ลราชธานี331 คนคานวณขนาดกลุํมตัวอยํางโดยใช๎โปรแกรม
สาเร็จรูป G-Power ได๎ขนาดกลุํมตัวอยําง 30 คน และทาการสุํมอยํางงํายโดยใช๎โปรแกรมคอมพิวเตอร๑
สาเร็จรูปเพื่อคัดเลือกเข๎าเป็นกลํุมทดลองเก็บรวบรวมข๎อมูลกํอนดาเนินการวิจัย โดยเผยแพรํส่ือนวัตกรรม
เพลงปูองกันมะเร็งเต๎านมผํานเสียงตามสายของหนํวยงาน เปิดเพลงวันละ 3 คร้ังตํอวันตามชํวงเวลาการ
ประชาสัมพันธ๑ตามปกติของหนํวยงาน หลังจากน้ันเก็บรวบรวมข๎อมูลหลังการทดลองในชํวงระยะเวลา 1
เดือน เคร่ืองมือที่ใช๎ในการเก็บรวบรวมข๎อมูล ได๎แกํ1) แบบสัมภาษณ๑เก่ียวกับข๎อมูลสํวนบุคคล 2) ความร๎ู
เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต๎านม3) ทัศนคติเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต๎านม 4) พฤติกรรมเก่ียวกับการปูองกันโรคมะเร็งเต๎า
นม 5)แบบประเมินความพงึ พอใจสอ่ื นวตั กรรม เครื่องมือท่ีใช๎ในการทดลองคือนวัตกรรมสื่อเพลงปูองกันมะเร็ง
เต๎านมโดยประยุกต๑ใช๎แนวคิดการพัฒนาความรอบร๎ูสุขภาพโดยเครื่องมือได๎ผํานการประเมินคุณภาพของ
เคร่ืองมือ (IOC) จากผู๎ทรงคุณวุฒิ 3 ทํานวิเคราะห๑ข๎อมูลด๎วยการแจกแจงความถ่ี ร๎อยละ คําเฉลี่ย สํวน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน และสถิตทิ ดสอบที (Paired Sample t-test) กาหนดนยั สาคญั ทร่ี ะดบั 0.05
ผลการศกึ ษา : พบวาํ กลํุมทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความร๎ูเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต๎านมเพ่ิมข้ึนโดยไมํมีความ
แตกตํางกันทางสถิติ พบวําคะแนนเฉลี่ยทัศนคติเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต๎านมและพฤติกรรมเกี่ยวกับการปูองกัน
โรคมะเร็งเต๎านมเพ่ิมขึ้นอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05รวมทั้งมีความพึงพอใจสื่อนวัตกรรมเพลง
ปูองกันมะเร็งเต๎านมอยํูในเกณฑ๑ดีมาก คิดเป็นร๎อยละ98จากผลการวิจัยได๎มีการนาสื่อเพลงมาใช๎จริงในงาน
ประชาสัมพันธ๑เสียงตามสายของโรงพยาบาลและอยํูในระหวํางการจัดทาวิดีทัศน๑เพื่อเผยแพรํสูํหนํวยงาน
ภายนอกและบุคคลภายนอกตํอไป
คาสาคญั : มะเรง็ เตา๎ นม พฤติกรรมการปูองกันมะเร็งเต๎านม ส่ือเพลง ความรอบรส๎ู ขุ ภาพ
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 45
ผลของโปรแกรมส่งเสริมสขุ ภาพ“เมนูบา้ นเฮากินข้าวเลา่ เรอื่ งหวาน”ตอ่ พฤตกิ รรมการควบคุม
ระดับนา้ ตาลในเลือดของผปู้ ุวยโรคเบาหวาน อาเภอนาตาล จังหวดั อุบลราชธานี
นันท์นภัส ปติ โิ ชคโภคนิ ท,์ นลนิ ี พวงยอด, กาญจนา วลิ ามาศ
และจักรพงศ์ ปติ ิโชคโภคินท์ : 0814277459
โรงพยาบาลนาตาล
โรคเบาหวานมีแนวโน๎มเพิ่มข้ึนทั้งประเทศไทยและท่ัวโลก องค๑การอนามัยโลกแนะนาให๎ควบคุม
อาหาร ออกกาลังกายและใช๎ยารักษาเพ่ือปูองกันภาวะแทรกซ๎อนและลดความรุนแรงของโรค ในปี 2563
อาเภอนาตาล ประชากร 37,705 คน พบผู๎ปุวยโรคเบาหวาน 1,792 คน ผู๎ปุวยเบาหวานควบคุมน้าตาลใน
เลือดได๎ 533 คน(ร๎อยละ 29.74) จึงศึกษานารํองในผ๎ูปุวยท่ีมีระดับน้าตาลสูง(HbA1C>7%)พบวํามีผู๎ปุวย
เบาหวาน 355 คน มีพฤตกิ รรมการรับประทานอาหารเกินปริมาณ ชอบทานหวานและดื่มเคร่ืองดื่มที่มีน้าตาล
สํงผลทาให๎น้าตาลในเลือดสูงขึ้น ผู๎วิจัยจึงได๎จัดทาโปรแกรมการสํงเสริมสุขภาพข้ึนเพ่ือศึกษาผลของโปรแกรม
สํงเสริมสุขภาพ“เมนูบ๎านเฮากินข๎าวเลําเรื่องหวาน”ตํอพฤติกรรมการควบคุมระดับน้าตาลในเลือดของผ๎ูปุวย
โรคเบาหวาน อาเภอนาตาล เป็นการวิจัยกึง่ ทดลองแบบสองกลํุม วัดผลกํอนและหลังการทดลอง กลุํมตัวอยําง
ได๎จากการสุํมแบบแบํงช้ันได๎แกํผู๎ปุวยโรคเบาหวาน 60 คน แบํงกลุํมทดลองและกลํุมควบคุม กลุํมละ 30 คน
เครื่องมือคือโปรแกรมสํงเสริมสุขภาพ“เมนูบ๎านเฮากินข๎าวเลําเร่ืองหวาน”และแบบสอบถามพฤติกรรมการ
ควบคุมระดับน้าตาลในเลือด วิเคราะห๑ข๎อมูลด๎วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมานได๎แกํ Paired t-test
และ Independent t-test ศึกษาเดือนตุลาคม 2563-กันยายน 2564 โปรแกรมประกอบด๎วย 1.สร๎างกลุํม
สมั พันธ๑ 2.การรับรกู๎ ารดูแลตนเองและความร๎ูโรคเบาหวาน 3.อาหารกับปริมาณน้าตาล 4.อาหารเบาหวานกับ
การเลือกทานเมนูอาหารบ๎านเฮากินอยํางไรน้าตาลดี 5.สาธิตและปรับเปล่ียนพฤติกรรมการทาน 6.ติดตาม
เย่ียมบ๎านเสริมพลงั 7.เวทีแลกเปลย่ี นประสบการณเ๑ ลาํ เรอื่ งหวาน 8.สรุปและรํวมจัดทาเลํมเมนอู าหารบา๎ นเฮา
ผลการศึกษาหลังนาโปรแกรมมาใช๎พบวําโปรแกรมสํงเสริมสุขภาพ“เมนูบ๎านเฮากินข๎าวเลําเรื่อง
หวาน”สามารถปรับเปล่ียนพฤติกรรมผ๎ูปุวยเบาหวานสํงผลตํอการควบคุมระดับน้าตาลในเลือดของผ๎ูปุวย
เบาหวานให๎ดีขึ้น เปรียบเทียบระหวํางกลุํมทดลองกับกลํุมควบคุมหลังการได๎รับโปรแกรมสํงเสริมสุขภาพ
แตกตํางกนั อยํางมนี ยั สาคัญทางสถติ ิท่ี p-value <.001 โดยพบวําคําเฉล่ียคะแนนพฤติกรรมการควบคุมระดับ
น้าตาลในเลือดของกลุมํ ทดลอง กอํ นการทดลองมีคําเฉล่ีย 47.53 คะแนน สํวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 4.439 เมื่อ
ไดร๎ บั โปรแกรมสํงเสริมสุขภาพหลังการทดลองมีคําเฉล่ีย 51.17 คะแนน สํวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน 4.646 กลุํม
ทดลองมีระดับน้าตาลเฉลี่ยสะสม(HbA1C)อยํูในเกณฑ๑น๎อยกวํา 7 จานวน 28 คน (ร๎อยละ 93.33) มีการ
นาไปใชแ๎ ละขยายผลไปใช๎ในคลินิกเบาหวานโรงพยาบาลชุมชนอื่นและในชุมชน 10 แหํง ข๎อเสนอแนะคือควร
ศกึ ษาประสทิ ธผิ ลของโปรแกรมโดยมีการวัดซ้าเพ่ือดูการคงอยูํของพฤติกรรมควบคุมระดับน้าตาล รวมทั้งควร
มีการพัฒนาโมเดลอาหารอีสานใหเ๎ ป็นโมเดลสาเร็จรปู เพอ่ื ใช๎เปน็ สื่อการสอนในชมุ ชนตอํ ไปด๎วย
คาสาคญั : โปรแกรมสงํ เสรมิ สุขภาพ, โรคเบาหวาน, พฤติกรรม, ระดบั นา้ ตาลในเลือด
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 46
มาตรฐานการผลิตน้าดืม่ ในภาชนะบรรจปุ ดิ สนิทของสถานประกอบการพนื้ ทอี่ าเภอเมืองศรีสะเกษ
ชวดล ชว่ งสกลุ : 0644195492
โรงพยาบาลศรสี ะเกษ
บทนาและวัตถุประสงค๑ น้าดื่มในภาชนะบรรจุปิดสนิท จัดเป็นผลิตภัณฑ๑อาหารประเภทควบคุม
เฉพาะ มกี ฎหมายควบคมุ จากข๎อมูลกรมวิทยาศาสตร๑การแพทย๑ พ.ศ.2558 พบวําน้าดื่มมีคุณภาพได๎มาตรฐาน
ร๎อยละ 56.6 โดยสาเหตุหลักท่ีทาให๎ไมํได๎คุณภาพตามมาตรฐาน คือ ปัญหาด๎านกายภาพและจุลินทรีย๑
ปจั จุบันความตอ๎ งการบริโภคน้าด่ืมในภาชนะบรรจุมีแนวโน๎มเพิ่มสูงข้ึน สํงผลให๎มีผ๎ูประกอบการรายใหมํ และ
มีการผลิตน้าดม่ื เพ่ิมมากข้ึน มีโอกาสปนเป้ือนจุลินทรีย๑ และสารเคมีอันตรายได๎ งานวิจัยนี้จึงเป็นการรวบรวม
ข๎อมูลผลการประเมินมาตรฐานการผลิตและคุณภาพน้าดื่ม เพื่อเป็นข๎อเสนอแนะให๎ผู๎ประกอบการนาไป
ปรับปรงุ มาตรฐานการผลติ น้าดื่มใหม๎ คี วามปลอดภยั ตอํ ผู๎บริโภค
วิธีการศึกษา การศึกษาแบบ Cross-sectional study กลุํมตัวอยํางได๎แกํ สถานประกอบการผลิตน้าด่ืม
บรโิ ภคในเขตอาเภอเมืองศรีสะเกษ จานวน 28 แหํง เคร่ืองมือที่ใช๎ในงานวิจัย ได๎แกํ แบบตรวจประเมินมาตรฐาน
การผลติ น้าดืม่ ตามหลักเกณฑจ๑ ีเอ็มพี ชดุ ทดสอบคณุ ภาพนา้ ดม่ื ภาคสนาม ได๎แกํ การปนเปอนโคลิฟอรมแบคทีเรีย
ในน้า ความเป็นกรด-ดําง ความกระด๎าง และปริมาณคลอรีนอิสระในน้า ใช๎สถิติเชิงพรรณนา ได๎แกํ ความถี่ ร๎อย
ละ คํามัธยฐานไควสแควร๑ (Fisher’s exact test), Odd ratio โดยยอมรับนัยสาคัญที่ p-value น๎อยกวํา0.05
หรือ 95%CI สาหรบั สถติ ิเชงิ อนมุ าน
ผลการศกึ ษา กลุํมตวั อยํางท่ศี ึกษา จานวน 28 แหํง เปน็ สถานประกอบการไมํเข๎าขํายโรงงาน 14 แหํง
(รอ๎ ยละ 50) มีคาํ มัธยฐานของกาลังแรงม๎า 7.8 แรงม๎า ระยะเวลาเปิดดาเนินการ 5 ปี และจานวนพนักงาน 3
คน ใช๎น้าบาดาลเป็นแหลํงผลิต 21 แหํง (ร๎อยละ 75) มีสถานประกอบการผํานมาตรฐานจีเอ็มพีในภาพรวม
ทั้งหมด 23 แหํง (ร๎อยละ 82.1) โดยมาตรฐานหมวด4 และหมวด8 ผํานมากที่สุดคือ 27 แหํง (ร๎อยละ 96.4)
รองลงมาได๎แกํ หมวด1 และหมวด6 จานวน 25 แหํง (ร๎อยละ 89.3) สาหรับมาตรฐานจีเอ็มพีท่ีผํานน๎อยท่ีสุด
คือหมวด3 จานวน 15 แหํง (ร๎อยละ53.6) ผลการศึกษาคุณภาพของน้าด่ืมพบการปนเปื้อนโคลิฟอร๑ม
แบคทเี รยี จานวน 14 แหํง (ร๎อยละ 50) สํวนคุณภาพด๎านความกระด๎าง ปริมาณคลอรีนอิสระ และความเป็น
กรด-ดํางของน้า ผํานมาตรฐานท้ังหมด การศึกษาน้ีพบวํามาตรฐานการผลิตจีเอ็มพีหมวด7 มีความสัมพันธ๑กับ
การปนเปื้อนโคลิฟอร๑มแบคทเี รียในนา้ ดื่มอยํางมนี ัยสาคญั ทางสถติ ิ
(X2= 3.89, p-value=0.046)โดยสถานประกอบการทไ่ี มผํ าํ นจีเอม็ พหี มวด7 ตรวจพบการปนเป้ือนโค
ลิฟอร๑มแบคทีเรียในน้าภาชนะบรรจุปิดสนิท ในสัดสํวนที่มากกวําสถานที่ผลิตท่ีผํานจีเอ็มพีหมวด7 8 เทํา
(OR=8.00, 95%CI =1.28-50.04)
สรุปและข๎อเสนอแนะ สถานประกอบการผลิตน้าดื่มสํวนมากผํานมาตรฐานจีเอ็มพีในภาพรวม แตํใน
หมวด3 ผํานมาตรฐานน๎อยที่สุด และพบการปนเป้ือนโคลิฟอร๑มแบคทีเรียในน้าดื่มภาชนะบรรจุปิดสนิทโดยมี
ความสมั พนั ธ๑กับมาตรฐานจีเอ็มพีหมวด 7 ดงั น้นั ควรเน๎นย้าใหผ๎ ูผ๎ ลติ นา้ ดม่ื มีความเข๎มงวดในการรักษาการผลิต
ตามมาตรฐานจีเอ็มพีดงั กลาํ ว เพ่อื ความปลอดภยั ของผ๎ูบริโภค
คาสาคัญ : สถานประกอบการผลิตนา้ ดื่มบริโภคในภาชนะปดิ สนิท มาตรฐานการผลิตจเี อ็มพี,
คุณภาพนา้ ด่ืมบรโิ ภค
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 47
การพัฒนาแนวทางการปรบั เปลี่ยนพฤตกิ รรมสุขภาพโดยการส่งเสริมความรอบรดู้ ้านสขุ ภาพของกลุ่มเสยี่ ง
โรคความดันโลหิตสูง ตาบลศรสี ะอาด อาเภอขุขนั ธ์ จังหวดั ศรีสะเกษ
กวศิ รา สอนพดู และกฤษดา สอนพดู : 089-5804888
โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตาบลบ้านตะเคียนบังอีง
การวิจัยเชิงปฏิบตั กิ ารน้ีมีวัตถุประสงค๑ เพ่ือพัฒนาแนวทางการปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพท่ีเหมาะสม
กับบริบทของชุมชน ผู๎ให๎ข๎อมูล ได๎แกํ กลํุมเส่ียงสูงโรคความดันโลหิตสูง 31 คน ผ๎ูดูแลในครอบครัว 7 คน
ผู๎ใหญํบ๎าน 1 คน อาสาสมคั รสาธารณสขุ 8 คน และ เจ๎าหน๎าท่ี รพ.สต. จานวน 1 คน วิเคราะห๑ข๎อมูลเชิงคุณภาพ
โดยใช๎การวิเคราะห๑เชิงเนื้อหา และวิเคราะห๑ข๎อมูลเชิงปริมาณโดยใช๎ จานวน ร๎อยละ คําเฉล่ีย และสํวนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน
ผลการวิจัย พบวํา กลํุมเส่ียงสูงโรคความดันโลหิตสูง มีพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมอยูํในระดับปาน
กลาง (M=2.97) และมีความรอบร๎ูด๎านสุขภาพโดยรวมอยูํในระดับปานกลาง (ร๎อยละ 60) ปัจจัยท่ีสํงผล
กระทบตํอพฤติกรรมสุขภาพ ได๎แกํ 1) ปัจจัยสํวนบุคคล พบวํา ร๎อยละ 90.32 ยังไมํสามารถปฏิบัติการออก
กาลังกายที่ตํอเน่ืองและถูกต๎อง 2) ปัจจัยด๎านสิ่งแวดล๎อม พบวํา ร๎อยละ 100 ไมํมีการสนับสนุนกลุํมเสี่ยงโรค
ความดันโลหิตสูง 3) ปัจจัยด๎านผู๎ดูแลในครอบครัว พบวํา ร๎อยละ 100 ไมํมีการสนับสนุนกลํุมเสี่ยงโรคความ
ดันโลหิตสูง 4) ปัจจัยด๎านการมีสํวนรํวมของชุมชน พบวํา ร๎อยละ 100 ไมํมีการสนับสนุนกลุํมเสี่ยงโรคความดัน
โลหิตสูง และ 5) ปัจจัยด๎านระบบบริการ พบวํา มี อสม.เพียง ร๎อยละ 25 ที่มีการติดตามกลํุมเส่ียง และร๎อยละ
75 ไมํกล๎าให๎คาแนะนา โดยมีแนวทางสํงเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ดังนี้ 1) การจัดกิจกรรม
แลกเปล่ียนเรียนรู๎วางแผนแนวทางการปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพ 2) การอบรมเชิงปฏิบัติการ 3) การจัด
กิจกรรมแลกเปล่ียนเรียนร๎ูกับบุคคลต๎นแบบ 4) การฝึกหัดและพัฒนาทักษะความสามารถการปรับเปล่ียน
พฤติกรรมสุขภาพอยํางตํอเน่ือง โดยมีการสนับสนุนจากผ๎ูดูแลในครอบครัว 5) การติดตามเยี่ยมบ๎านโดย
เจ๎าหน๎าที่สาธารณสุข และ อสม. 6) ผู๎นาชุมชนประชาสัมพันธ๑ รํวมจัดส่ิงแวดล๎อมในชุมชนเพ่ือลดปัจจัยเสี่ยง
7) เจ๎าหน๎าที่สาธารณสุขจัดทาแนวปฏิบัติสาหรับดูแลกลํุมเสี่ยงสูงโรคความดันโลหิตสูง และการประเมินผล
ลพั ธ๑ พบวาํ กลมํุ เส่ยี งสงู โรคความดันโลหิตสูงมีคําเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมสุขภาพ และความรอบรู๎ด๎านสุขภาพ
เพิ่มขึ้น (M =3.37) และ (ร๎อยละ 80.49) ตามลาดบั สํงผลให๎สามารถควบคมุ ระดับความดนั โลหิตไดด๎ ีข้ึน
คาสาคญั : ความรอบร๎ูด๎านสุขภาพ; กลุํมเส่ยี งโรคความดนั โลหติ สงู ; โรคความดนั โลหติ สงู
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชน้ั โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 48
ลกั ษณะเสย่ี งตอ่ อาการกาเรบิ เฉยี บพลันในผูป้ ุวยโรคหืดเด็ก โรงพยาบาลราษีไศล จงั หวัดศรสี ะเกษ
พลวัฒน์ รัตนะวัน : 085-6323509
โรงพยาบาลราษีไศล
อาการกาเริบแบบเฉียบพลันในเด็กโรคหืด (acute asthmatic attack) มีหลายสาเหตุ การทราบ
ปัจจยั เสย่ี งสามารถนามาเปน็ แนวทางในการปูองกันปัจจัยท่ีสํงผลตํอการกาเริบของโรค ซ่ึงคาดวําจะทาให๎การ
กาเริบของโรคหืดในเด็กลดลงและสร๎างคุณภาพชีวิตที่ดีได๎ วัตถุประสงค๑วิจัยเพื่อศึกษาปัจจัยเส่ียงที่ทาให๎เกิด
การกาเริบเฉียบพลันในผ๎ูปุวยโรคหืดเด็ก โรงพยาบาลราษีไศล รูปแบบการวิจัยเป็นศึกษาเชิงสมมุติฐานแบบ
Case control study ในผปู๎ ุวยโรคโรคหืดเดก็ ปี พ.ศ. 2562-2563 เคร่อื งมือท่ใี ชใ๎ นการวิจัย ใช๎แบบสัมภาษณ๑
(Structure interview) ประกอบดว๎ ยข๎อมูลทั่วไป ประวัติการเจ็บปุวยและการรักษา กลุํมตัวอยํางจาแนกเป็น
2 กลํุมคือ กลุํมที่มีการกาเริบของโรคและไมํมีการกาเริบของโรค จานวนทั้งหมด 75 ราย วิเคราะห๑ข๎อมูล
เปรียบเทียบสัดสํวนด๎วย Chi square & Exact test เปรียบเทียบคําเฉล่ียด๎วย t-test & Mann– Whitney
U test ,วเิ คราะห๑ตัวแปรเชิงเดียว (Univariate analysis) ศึกษาหาปัจจัยเสี่ยงด๎วย Crude Odds Ratio และ
95% confidence interval ของ Crude Odds Ratio ,วิเคราะห๑ตัวแปรเชิงซ๎อน (Multivariate analysis)
โดยใช๎ multiple logistic regression analysis ผลการวิจัย พบวําลักษณะทั่วไปผู๎ปุวยท้ังหมด มีกลํุมที่เกิด
acute asthmatic attack ท้ังหมด 15 คน กลุํมที่ไมํเกิด acute asthmatic attack ท้ังหมด 75 คน โดย
พบวํา ลักษณะท่ัวไปของท้ังสองกลุํมไมํแตกตํางกัน ปัจจัยสํงเสริมให๎เกิดการกาเริบของโรคหืดในเด็ก ได๎แกํ
การได๎รับนมแมหํ ลังคลอด ≥ 6 เดือน (ORadj=0.01, 95%CI = 0.04-0.28) , ประวัติโรคหอบหืดหรือภูมิแพ๎ ใน
ครอบครัวสายตรง (ORadj=11.32, 95% CI=1.39-14.72) ,การไมํมาพบแพทย๑ตามนัด (ORadj = 37.86,
95%CI= 2.46-27.62) การสูบบุหรี่ของคนในบ๎าน (ORadj = 0.75,95%CI = 0.06-9.00) และการติดเชื้อใน
ทางเดินหายใจในชํวงเวลา 1 สัปดาห๑ (ORadj =25.29, 95%CI = 4.33-70.12) เป็นปัจจัยกระต๎ุนให๎เกิดการ
กาเริบของโรคหืดอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติ สํวนการออกกาลังกาย เป็นปัจจัยกระต๎ุนให๎เกิดอาการกาเริบ
เฉียบพลันของผู๎ปุวยหืดเด็ก อยํางไมํมีนัยสาคัญทางสถิต การวิจัยแสดงให๎เห็นวําปัจจัยท่ีสํงผลตํอการกาเริบ
ของโรคหืดในเด็กสํวนใหญํมีสาเหตุจาก สาเหตุภายในตัวเด็กและสิ่งแวดล๎อมโดยเฉพาะส่ิงแวดล๎อมครอบครัว
หรือผูด๎ แู ล ดงั นนั้ การจัดการสงิ่ แวดลอ๎ ม เชํน การเลยี่ งสบู บุหรี่ของบุคคลในบา๎ น การให๎เด็กได๎รับการตรวจตาม
นดั และสงํ เสริมการออกกาลังกาย จะสามารถปูองกันการกาเริบของโรคได๎
คาสาคัญ : asthma , acute asthmatic attack , child , risk Factor
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพที่ 10 หน. า้ : 49
ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพด้านวคั ซีนร่วมกับ อสม.หมอวัคซีนต่อการเข้ารบั วัคซีนปูองกัน
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 เขม็ ทีส่ าม ของประชาชนในเขตรบั ผิดชอบ โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพ
ตาบลหว้ ยฆ้อง อาเภอชานมุ าน จงั หวัดอานาจเจริญ
พศิ มยั ศรรี ิรมย์ : 0611189043
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลหว้ ยฆอ้ ง
การวิจัยเชิงก่ึงทดลองชนิดกลุํมเดียววัดกํอนหลัง มีวัตถุประสงค๑เพื่อเปรียบเทียบความรอบร๎ูด๎าน
สขุ ภาพ ทศั นคติ และอตั ราการรับวัคซนี เข็มท่สี าม กํอนและหลงั ได๎รบั โปรแกรมสงํ เสริมความรอบร๎ูสุขภาพด๎าน
วัคซีนรํวมกับ อสม.หมอวัคซีน กลํุมตัวอยํางที่ศึกษาเป็นประชาชนที่มีประวัติได๎รับวัคซีนครบสองเข็มเกินสาม
เดือน เขตโรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพตาบลห๎วยฆ๎อง อาเภอชานุมาน จังหวัดอานาจเจริญ จานวน 50 คน
ได๎รับโปรแกรมสํงเสริมความรอบร๎ูสุขภาพด๎านวัคซีนรํวมกับ อสม.หมอวัคซีน ระยะเวลาในการศึกษา เดือน
ธนั วาคม พ.ศ.2564 – พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เก็บรวบรวมข๎อมูลโดยใช๎แบบสอบถามประกอบด๎วย 4 สํวน คือ
ข๎อมูลสํวนบุคคล, ความร๎ูความเข๎าใจวัคซีนปูองกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ความรอบรู๎ด๎านสุขภาพ
เก่ียวกับวัคซีนปูองกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และทัศนคติตํอเข๎ารับวัคซีนปูองกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 วิเคราะห๑ข๎อมูลโดยหาคําความถี่ ร๎อยละ คําเฉล่ีย สํวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และPaired t- test
ผลการวจิ ัยพบวาํ
1. คะแนนเฉล่ียความรอบรู๎ด๎านสุขภาพ ของกลํุมตัวอยํางหลังได๎รับโปรแกรมสํงเสริมความรอบรู๎
สุขภาพด๎านวัคซีนรํวมกับ อสม.หมอวัคซีน ( ̅=94.22, SD=10.47) สูงกวํากํอนได๎รับโปรแกรม ( ̅=88.78,
SD=14.96) อยาํ งมีนัยสาคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ 0.001
2. คะแนนทัศนคติเฉลี่ย ของกลุํมตัวอยํางหลังได๎รับโปรแกรมสํงเสริมความรอบรู๎สุขภาพด๎านวัคซีน
รํวมกับ อสม.หมอวัคซีน ( ̅=26.50, SD=1.99) สูงกวํากํอนได๎รับโปรแกรม ( ̅=20.60, SD=2.64) อยํางมี
นยั สาคญั ทางสถติ ิที่ระดับ 0.001
3. ผลการเข๎ารับวัคซีนเข็มสาม ของกลุํมตัวอยํางหลังได๎รับโปรแกรมสํงเสริมความรอบร๎ูสุขภาพด๎าน
วคั ซีนรวํ มกับ อสม.หมอวัคซีน (ร๎อยละ 56.00) สูงกวํากํอนได๎รับโปรแกรม (รอ๎ ยละ 0.00)
ดังน้ัน ทีมสุขภาพควรมีการนาเอาโปรแกรมสํงเสริมความรอบรู๎สุขภาพด๎านวัคซีนรํวมกับ อสม.หมอ
วัคซีน ให๎แกํประชาชนทุกพื้นที่ และขยายผลในประชากรกลํุมอื่นโดยประยุกต๑ใช๎โปรแกรมให๎สอดคล๎องกับ
ความต๎องการในบริบทดา๎ นสขุ ภาพของกลมํุ เปูาหมาย จนนาไปสผํู ลลพั ธ๑ทางสุขภาพที่ดี
คาสาคัญ : โปรแกรมสํงเสริมความรอบรูส๎ ขุ ภาพ, อสม.หมอวคั ซีน,
วคั ซนี ปอู งกันโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 เข็มท่สี าม
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ
Challenges in the new normal : วชิ าการเขตสขุ ภาพท่ี 10 หน. า้ : 50
ผลของการฝึกลงน้าหนกั บนขาข้างอ่อนแรงต่อความสามารถในการเคลือ่ นไหวของผู้ปวุ ย
โรคหลอดเลอื ดสมองทเี่ ดินได้ โรงพยาบาลเสนางคนคิ ม จังหวัดอานาจเจริญ
อรุณนยี ์ ข้อจกั ร และจีลาวลั ย์ ลือชา : 0910171218
โรงพยาบาลเสนางคนิคม
บทนาและวัตถุประสงค์ : การฟ้ืนฟูสภาพผู๎ปุวยโรคหลอดเลือดสมองให๎กลับมาเดินได๎ เป็นเปูาหมาย
สาคญั ในการฟนื้ ฟคู วามสามารถในการทากจิ วัตรประจาวนั ผู๎ปุวยโรคหลอดเลือดสมองมักมีความบกพรํองแบบ
ครง่ึ ซกี นามาซง่ึ ปญั หาการทรงตวั การถํายโอนน้าหนักและการรับน้าหนักของขาข๎างอํอนแรง สํงผลตํอรูปแบบ
การเดินที่ผิดปกติในระยะยาว ดังน้ัน การศึกษาในครั้งนี้ จึงต๎องการศึกษาผลของการฝึกลงน้าหนักบนขาข๎าง
อํอนแรงตํอความสามารถในการเดินของผู๎ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะก่ึงเฉียบพลันท่ีเดินได๎ เป็นระยะเวลา
4 สปั ดาห๑
วิธีการศึกษา : การศึกษากึ่งทดลองในคร้ังน้ี ศึกษาในผู๎ปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะกึ่งเฉียบพลัน
จานวน 12 คน ได๎รับการสอบถามข๎อมูลสุขภาพท่ัวไป การฝึกออกกาลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล๎ามเนื้อ
30 นาที ฝึกถาํ ยโอนน้าหนกั ลงบนขาข๎างออํ นแรงขณะก๎าวขาขา๎ งปกติ 10 นาที ฝกึ เดนิ บนพ้ืนราบ 5 นาที และ
ฝึกเดินข๎ามส่ิงกีดขวาง 5 นาที สัปดาห๑ละ 1 คร้ัง ตํอเน่ือง 4 สัปดาห๑ ประเมินความสามารถด๎านการ
เคล่ือนไหวกํอนและหลังการฝึกด๎วย 10-meter walk test และ timed up and go test ใช๎สถิติ Wilcoxon
signed rank test เพ่อื เปรียบเทียบผลการศกึ ษา โดยกาหนดระดับนัยสาคญั ทางสถติ ิท่ี p<0.05
ผลการศกึ ษา : อาสาสมคั รเปน็ เพศชายและเพศหญิงเทํากัน อายุเฉลี่ย 62.83±12.74 ปี มีระยะเวลา
หลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองเฉลี่ยประมาณ 2 เดือน ผลการศึกษาพบวําอาสาสมัครพัฒนาความเร็วในการ
เดินที่ทดสอบด๎วย 10-meter walk test และความสามารถด๎านการทรงตัวด๎วย timed up and go test
ภายหลังการฝกึ อยาํ งมนี ัยสาคัญทางสถิติ (p<0.05)
สรุปและข้อเสนอแนะ : การฝึกลงน้าหนักบนขาข๎างอํอนแรงขณะก๎าวขา ชํวยสํงเสริมความสามารถ
ในการเดินและการเคลื่อนไหวของผ๎ูปุวยโรคหลอดเลือดสมองระยะก่ึงเฉียบพลัน แตํยังไมํเพียงพอตํอการ
กลับไปใช๎ชวี ติ ในชุมชนตามปกติ
คาสาคญั : โรคหลอดเลอื ดสมอง การฝกึ ลงน้าหนักบนขาข๎างอํอนแรง การเดนิ
ความสามารถในการเคลอ่ื นไหว
11-12 กรกฎาคม 2565 : ณ อาคารผปู้ ว่ ยนอก 5 ชนั้ โรงพยาบาลอานาจเจรญิ