4. ข้ันสรุป (30 นาที และทดสอบ 10 นาท)ี แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาสรุปเพ่ือนฟังหน้าช้ัน
และผสู้ อนสรุปแตล่ ะเร่ืองใหผ้ ู้เรียนฟงั จนเข้าใจ เรยี น
มอบหมายให้ผูเ้ รียนกลบั ไปศึกษาเน้ือหาเร่ืองการ
ประยกุ ต์ใช้ระบบโลจิสตกิ ส์และซัพพลายเชนในการ
ปฏบิ ัติงาน
สอ่ื สารเรียนรแู้ ละแหลง่ การเรียนรู้
ส่ือสิง่ พิมพ์
1. ใบเนื้อหา
2. แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน
3. ใบมอบหมายงาน
สือ่ โสตทศั น์ (ถา้ ม)ี
1. ใช้ส่อื Power point
การวดั และประเมินผล
การประเมนิ ผล
กอ่ นเรียน
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน
ขณะเรยี น
1. แบบประเมนิ พฤติกรรมรายกลมุ่
2. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
3. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
หลงั เรียน
1. แบบทดสอบหลังเรยี น
แหล่งเรียนร้เู พิม่ เติม
1. แหล่งขอ้ มลู จากระบบสารสนเทศ Internet
2. เว็บไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=OkxfwoW109A
เกณฑใ์ นการวดั และประเมินผล การประเมนิ ผล (นำผลเทยี บกบั เกณฑ์และแปล
การวดั (ใชเ้ ครอื่ งมือ) ความหมาย)
1. แบบทดสอบก่อนเรียน (ไวเ้ ปรียบเทียบกบั คะแนนสอบหลังเรยี น)
2. แบบสงั เกตการทำงานกลุ่มและการ เกณฑผ์ า่ น 60 %
นำเสนอผลงานกลุม่
3. แบบฝกึ หัดในหน่วย เกณฑ์ผา่ น 50 %
4. แบบทดสอบหลังเรยี น เกณฑผ์ ่าน 50 %
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม เกณฑ์ผา่ น 60 %
ตามสภาพจริง
บันทึกหลังสอน
1. ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนร้ขู องนักเรียน นกั ศกึ ษา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรู้
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ใบทดสอบกอ่ นเรยี น แผ่นที่....1..
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวิชาชีพชั้นสงู พุทธศกั ราช 2563 ประเภทวชิ า บริหารธุรกิจ
รหสั วชิ า 30214-2001 รายวิชา โลจิสติกส์และซัพพลายเชน
หนว่ ยท่ี 8 ชื่อหนว่ ย ระบบสารสนเทศเพ่ือการจัดการโลจิสตกิ ส์และซัพพลายเชน
จำนวน.....6....ชัว่ โมง
ช่ือผ้เู รียน................................ระดับช้ัน................................
เรอื่ ง....ระบบสารสนเทศเพือ่ การจัดการโลจิสติกส์และซพั พลายเชน................เวลา.............10.................นาที
คำสั่ง จงทำเคร่อื งหมายกากบาท (x) ลงหนา้ ข้อที่ถูกต้อง
1. บทบาทระบบโซ่อปุ ทานที่สำคญั ในการแข่งขนั ในปัจจบุ ัน คอื ขอ้ ใด
ก. การพฒั นารปู แบบผลติ ภัณฑ์ ข. การกำหนดกลยุทธ์ทางการค้า
ค. การลดตน้ ทุนและค่าใชจ้ ่าย ง. การจัดการหว่ งโซอ่ ุปทาน
2. องคก์ รแบบใดที่สรา้ งกำไรสูงสดุ โดยเนน้ การทำงานของแต่ละฝ่ายเปน็ อสิ ระไมเ่ กยี่ วขอ้ งกนั
ก. รวมการดำเนินงานภายนอกธรุ กจิ ไว้ดว้ ยกนั
ข. รวมหน้าที่ทางธรุ กจิ เขา้ ดว้ ยกนั
ค. รวมการดำเนินงานภายในธรุ กิจไว้ดว้ ยกนั
ง. แบบพ้นื ฐาน
3. ขอ้ ใดเปน็ การค้าแบบ E-Commerce
ก. การโฆษณาในแผน่ พบั ข. การขายโดยพนักงานขาย
ค. การขายโดยผา่ นทีวี ง. การสาธติ สินคา้
4. ขอ้ ใดเป็น C to C
ก. การขายของมอื สอง ข. การขายหนงั สอื การ์ตูน
ค. การขายกระเป๋า ง. ถกู ทกุ ขอ้
ใบทดสอบกอ่ นเรยี น แผ่นท่ี....2..
หลักสูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563 ประเภทวชิ า บริหารธุรกจิ
รหัสวชิ า 30214-2001 รายวชิ า โลจิสติกส์และซพั พลายเชน
หนว่ ยที่ 8 ชื่อหนว่ ย ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการโลจสิ ตกิ ส์และซัพพลายเชน
จำนวน.....6....ช่ัวโมง
ช่อื ผเู้ รียน................................ระดบั ชั้น................................
เรอื่ ง....ระบบสารสนเทศเพอ่ื การจัดการโลจิสตกิ ส์และซัพพลายเชน................เวลา.............10.................นาที
5. รูปแบบของธรุ กิจพาณิชย์อิเลก็ ทรอนกิ สข์ ้อใดไม่ได้มงุ่ การคา้
ก. B to B ข. B to C
ค. B to G ง. G to C
6. ข้อใดเป็นระบบการควบคุมสินค้าคงคลงั
ก. ระบบดงึ ข. ระบบผลกั
ค. ระบบจดั จ่าย ง. ข้อ ก. และ ข้อ ข. ถกู
7. เลขหมายทตี่ ง้ั สากลของประเทศไทยขึ้นตน้ ด้วยเลขใด
ก. 999 ข. 885
ค. 888 ง. 880
8. ขอ้ ใดหมายถึงตวั เลขมาตรฐานสากลท่มี ี 13 หลัก
ก. GLN ข. EDI
ค. RFID ง. RSS
ใบทดสอบกอ่ นเรยี น แผ่นที่....3..
หลกั สูตร ประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้นั สูง พุทธศกั ราช 2563 ประเภทวชิ า บรหิ ารธรุ กิจ
รหสั วชิ า 30214-2001 รายวชิ า โลจิสติกสแ์ ละซพั พลายเชน
หนว่ ยท่ี 8 ช่ือหนว่ ย ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการโลจสิ ติกสแ์ ละซัพพลายเชน
จำนวน.....6....ชวั่ โมง
ชอ่ื ผเู้ รียน................................ระดบั ชั้น................................
เร่อื ง....ระบบสารสนเทศเพอื่ การจัดการโลจสิ ติกส์และซพั พลายเชน................เวลา.............10.................นาที
9. ขอ้ ใดเปน็ ทางบารข์ นาดกะทดั รดั มีเลขหมาย GTIN 14 หลักซึง่ เช่อื มโยงกบั รหัส 2 มิตไิ ด้
ก. RSS-14 Stacked ข. RSS – 14
ค. RSS-14 Limited ง.RSS Expanded
10. ข้อใดเปน็ เทคโนโลยีที่ระบุสถานะของวตั ถุโดยใชค้ ลนื่ วิทยุ
ก. GLN ข. EDI
ค. RFID ง. RSS
เฉลย
1. ง 2.ง 3.ค 4. ก 5. ง 6. ง 7. ข 8. ก 9. ข 10. ค
ใบเนื้อหา/ใบความรู้
หนว่ ยที่...8..เรอื่ ง ระบบสารสนเทศเพ่อื การจดั การโลจิสติกสแ์ ละซัพพลายเชน
การจัดการซพั พลายเชน เป็นกระบวนการที่มผี ลตอ่ การสรา้ งความพอใจให้กับลกู ค้า ตง้ั แตก่ ระบวนการจัดซ้ือ
(Procurement) การผลิต (Manufacturing) การจัดเก็บ (Storage) เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information
Technology) การจัดจำหน่าย (Distribution) และการขนส่ง (Transportation) ซ่ึงจะจัดระบบให้
ประสานกันอย่างคล่องตัว และจะสร้างความสัมพันธ์เชื่อมต่อกับองค์กรอ่ืนๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ผู้
จัดหาวัตถุดิบ/สินค้า (Suppliers) บริษัทผู้ผลิต (Manufactures) บริษัทผู้จำหน่าย (Distribution) รวมถึง
ลูกค้าของลกู ค้าของบรษิ ัท จึงเปน็ การเช่อื มโยงกระบวนการดำเนินธุรกิจทุกขัน้ ตอนทเ่ี ก่ียวข้องดว้ ยกันเปน็ หว่ ง
โซ่หรือเครือข่ายให้เกิดการประสานงานอย่างต่อเน่ือง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า/บริการ และ
สรา้ งความพึงพอใจแกล่ ูกคา้
ในซัพพลายเชนน้นั ขอ้ มลู ตา่ งๆ จะมกี ารแจง้ และแบง่ สรรใหท้ กุ แผนก/ทกุ หน่วยงานในระบบรับทราบ
และใช้งาน ทำให้แต่ละหน่วยงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าองค์กรมีระบบการจัดการโซ่
อุปทานท่ีดี ทุกแผนกมีการแลกเปล่ยี นข้อมูลซึ่งกันและกันอยา่ งเป็นระบบ โดยการแลกเปลย่ี นข้อมูลจะทำให้
การสง่ั ซ้ือวัตถุดิบเป็นไปด้วยความถูกตอ้ งและมีระบบ ถา้ การสั่งซื้อวัตถุดิบมากเกินไป จะทำให้ต้นทุนในการ
จัดเก็บสูง แหล่งข้อมูลท่ีมีความสำคัญต่อระบบการผลิตมาก คือ ข้อมูลจากผู้บริโภคโดยตรง เน่ืองจากฝ่าย
การตลาด สามารถรับรู้พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคว่าต้องการสินค้าประเภทใดจะได้นำข้อมูล
ดังกล่าวไปให้ฝ่ายจัดหาสินค้า เม่ือร้จู ำนวนสินค้าท่ีต้องผลิตแล้วผู้จัดหาจะส่ังซื้อสินค้าน้ีเข้ามาตามจำนวนที่
ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องส่ังสินค้ามาเก็บไว้ ท่ีคลังสินค้าเป็นเวลานาน และผู้ท่ีจะขายสิ นค้าให้กับผู้จัด
จำหน่ายก็สามารถใหล้ ูกค้าจ่ายเงินซอื้ ได้ เช่นกัน ดงั นัน้ การจัดการระบบโซ่อปุ ทานจงึ เป็นการคาดการณ์ความ
ต้องการของตลาด การหาแหล่งวัตถุดิบและการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารคลังสินค้า การจัดการระบบโลจิ
สติกส์หรอื การสง่ กำลังบำรุงในการกระจายสินคา้ และการปฏิบตั ิอ่ืนๆ ได้ หากองคก์ รใดสามารถจัดการระบบ
โซ่อุปทานได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
ระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information Systems: MIS) หมายถึง ระบบที่
รวบรวมและจดั เก็บข้อมูลจากแหล่งขอ้ มูลตา่ งๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์การอยา่ งมหี ลักเกณฑ์ เพอื่ นำมา
ประกอบผลและจัดรปู แบบให้ได้สารสนเทศที่ชว่ ยสนับสนุนการทำงาน และการตัดสนิ ใจในด้านต่างๆ เพ่ือให้
การดำเนินงานเป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
โครงสาร้างของระบบสารสนเทศเพ่อื การจดั การ
1. เครอื่ งมอื ในการสร้างระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ หมายถงึ โครงสร้างพื้นฐานที่รวมกันเข้าเป็น
ระบบสารสนเทศเพอื่ การจัดการ และชว่ ยให้ระบบสารสนเทศ ดำเนินงานอยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งเปน็ 2
สว่ นดงั น้ี
1.1 ฐานข้อมูล (Database) คือ ส่วนที่สำคัญที่สุดของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
เนื่องจากสารสนเทศทีมีคุณภาพมาจากข้อมูลท่ีดี เชื่อถือได้ และจัดเก็บเป็นระบบ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้
งานไดส้ ะดวกและรวดเรว็
1.2 เคร่ืองมอื (Tools) เครือ่ งมือทใี่ ช้จัดเก็บและประมวลผลขอ้ มูล ปกติระบบสารสนเทศจะ
ใช้ เครอ่ื งคอมพิวเตอรเ์ ปน็ อปุ กรณห์ ลักในการจดั การข้อมูล ซงึ่ ประกอบดว้ ย
- อุปกรณ์ (Hardware) คือ ตัวเคร่ืองส่วนประกอบของเคร่ืองคอมพิวเตอร์รวมท้ังอุปกรณ์
ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ท่ชี ่วยใหก้ ารประมวลผลและการจัดการข้อมูลมีความรวดเรว็ และถูกต้อง
- ชุดคำส่ัง (Software) คือ ชุดคำส่ังที่ทำหน้าที่รวบรวมและจัดการเก็บข้อมูลเพ่ือใช้ในการ
ตดั สนิ ใจ
2. วธิ กี ารหรือขัน้ ตอนการประมวลข้อมลู ปัจจุบันธรุ กิจตอ้ งสามารถสงั เคราะห์สารสนเทศทเ่ี หมาะสม
กับการใชง้ าน โดยจดั ลำดับและวธิ ีการของการประมวลผลข้อมูลเพอื่ ใหไ้ ด้สารสนเทศ ที่ต้องการ
3. การแสดงผลลัพธ์ ท่ีได้จากการประมวลผลของระบบสารสนเทศอยู่ในรูปของรายงานต่างๆ ท่ี
สามารถเรียกมาแสดงไดอ้ ย่างรวดเร็วและชัดเจน
องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
1. สารสนเทศภายใน ได้แก่
1.1 สารสนเทศไหลเข้า เช่น Demand Forecasting, การออกแบบและการผลิต ระดับสินค้าคง
คลงั ข้อมูลสาเหตกุ ารเกิดของเสยี และปรมิ าณงานทถี่ ูกนำกลับมาแกไ้ ขใหม่
1.2 สารสนเทศไหลออก เชน่ สภาวะธรุ กิจและตลาด ราคาและคณุ ภาพวัสดุ สารสนเทศสำหรับฝ่าย
ผลติ สารสนเทศเกี่ยวกบั งบประมาณวัสดุ และกระแสเงินสด
2. สารสนเทศภายนอก ไดแ้ ก่
2.1 สารสนเทศไหลเขา้ เป็นสารสนเทศเก่ยี วกบั ลกู ค้าและสภาวะการตลาด
2.2 สารสนเทศไหลออก เป็นความต้องการในการจดั ซ้อื ขององค์กรกับผู้ท่เี กี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน
(Supply Chain)
การพาณชิ ย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce: E-Commerce)
การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce: E-Commerce) หมายถึงกิจกรรมเก่ียวกับ
ธรุ กิจการค้าทุกชนิดที่กระทำผ่านสื่ออิเล็กทรอนิสท์ ุกประเภท เช่น การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การเสนอขาย
การซ้ือ-ขาย การชำระเงินการบริการทางการเงิน การบริการส่งสินค้า การส่งเสริมการขาย การค้าขายโดย
ผา่ นเครอื่ งแฟกซ์
การคา้ ผ่านทางระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ จะเรม่ิ ตั้งแตโ่ ทรศัพท์ โทรสาร โทรทศั น์ ไปจนถึงเทคโนโลยที ีม่ ี
ความซับซ้อนมากข้ึน ในปัจจุบันส่ือที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์เพ่ือทำการค้ากันมากได้แก่ อินเทอร์เน็ต E-
Business, E-Procurement, E-Readiness, E-Government ที่มีความสัมพันธ์กันในการนำเอาเทคโนโลยี
ด้านอินเทอรเ์ นต็ มาประยุกต์ใชง้ าน
รูปแบบของธรุ กิจพาณิชย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์
1. Business to Business (B to B or B2B) เป็นการคา้ ระหวา่ งธรุ กิจกับธุรกิจ
2. Business to Consumer (B to C or B2C) เปน็ การคา้ ระหวา่ งธุรกิจกบั ผู้บริโภค
3. Consumer to Consumer (C to C or C2C) เป็นการค้าระหวา่ งผ้บู รโิ ภคกับผู้บรโิ ภค
4. Business to Government (B to G or B2G) เป็นการประกอบธุรกิจระหว่างภาคเอกชนกับ
ภาครัฐ
5. Government to Consumer (G to C or G2C) วัตถุประสงค์ในการติดต่อไม่ได้มุ่งด้านการค้า
แตเ่ ป็นการให้บรกิ ารของภาครัฐผ่านสื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์
ระบบดงึ และระบบผลกั
ระบบดึงและระบบผลักจะถูกนำมาใช้ในการควบคุมสินค้าคงคลัง เพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพในการ
เบิกจ่าย ระบบควบคุมสินค้าคงคลัง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ระบบดึง และระบบผลักซ่ึงมี 2 ระดับโดยท่ี
ระดับบนจะเปน็ คลังสินค้ากลางที่รวบรวมสินค้าจากผูผ้ ลิตหลายๆ ราย เพือ่ สง่ มอบให้คลังสินค้าระดับลา่ ง คือ
ศูนย์กระจายสนิ คา้ ทท่ี ำหนา้ ทจี่ ดั เตรยี มสินคา้ และนำสินค้าไปส่งยังผคู้ า้ รายย่อยต่อไปน้ี
ระบบดึง มีระบบการทำงานเร่มิ จากผูผ้ ลิต ผู้จดั หา หรือผ้จู ัดสง่ จะดำเนินการเมือ่ ผู้ใช้ในลำดับถดั ไป
ในกระบวนการจัดจ่ายส่งสัญญาณแสดงความต้องการใช้ ระบบนี้จะให้สินค้าแก่ผู้ใช้สินค้าเท่าท่ีต้องการ แต่
อาจจะไมม่ ีความสม่ำเสมอในคลงั สินค้าระดับลา่ ง ซึง่ ทำให้คลังสินคา้ ระดับบนจะต้องมสี ินค้าคงคลังมาก เพื่อ
จะตอบสนองความตอ้ งการในระดับลา่ งไดพ้ อ
ระบบผลัก การทำงานจะเร่ิมจากผู้จ่ายดำเนินการ เช่น ผลิต จัดหา จัดส่ง ตามที่ กำหนดการไว้
ล่วงหน้า โดยท่ีผู้จ่ายระดับบนของกระบวนการจะเป็นผกู้ ำหนดจากขอ้ มูลความต้องการและระดบั คงคลังของ
ระดับลา่ ง เมื่อผู้จ่ายระดับบนดำเนนิ การเสร็จจะพยายามผลกั สินค้าออกออกมาตามแผนท่ีได้ประสานกับการ
ผลิตหรือการจัดหาที่เหมาะสม จะทำให้ผู้จ่ายระดับบนไม่ต้องเก็บสินค้าคงคลังมาก เนื่องจากมีข้อมูลการ
พยากรณ์ความต้องการของลูกค้าเพ่ือประมาณข้อมูลคงคลังระดับล่างและกำหนดแผนดำเนินการล่วงหน้า
ดงั น้ันการพยากรณจ์ ึงตอ้ งแม่นยำ
แบบฝึกหัดบทที่ 8 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจดั การโลจสิ ติกส์
และซัพพลายเชน
ตอนที่ 1 อธิบาย (หมายถึง การให้รายละเอียดเพิ่มเติม ขยายความ ถ้ามีตัวอย่างให้
ยกตวั อยา่ งประกอบ) ตอบแบบสนั้
1. อธิบายความหมายระบบสารสนเทศ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
2. ระบบสารสนเทศเพือ่ การจัดการจำแนกอย่างกว้าง ๆ ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. ระบบสารสนเทศเพือ่ การจดั การมีประโยชน์อะไรบ้าง
ตอบ 1. เพ่ือสนบั สนุนการดำเนินงาน การจัดการ การวางแผนและตัดสินใจในองค์กร
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. องคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศได้แกอ่ ะไรบา้ ง
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
5. การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในองค์กรประกอบด้วยอะไรบ้าง
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
6. ใหย้ กตัวอย่างการนำเสนอระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชเ้ พ่อื การจัดการโลจิสตกิ ส์และโซอ่ ุปทาน
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
7. ระบบสารสนเทศภายในองคก์ ารมปี ัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะอะไรบา้ ง
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
เฉลยแบบฝึกหดั บทท่ี 8 ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจดั การโลจิสตกิ ส์
และซพั พลายเชน
ตอนท่ี 1 อธิบาย (หมายถึง การให้รายละเอียดเพ่ิมเติม ขยายความ ถ้ามีตัวอย่างให้
ยกตัวอย่างประกอบ) ตอบแบบส้นั
1. อธิบายความหมายระบบสารสนเทศ
ตอบ การประมวลผลข้อมูลจากแหลง่ ต่าง ๆ ท้ังภายในและภายนอกองคก์ ร เพ่ือใหไ้ ด้ผลการวิเคราะห์หรือ
รายงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของผู้บริหาร เป็นการใช้เทคโนโลยีเก่ียวกับคอมพิวเตอร์และ
เครือข่ายการส่ือสารเพื่อช่วยการส่ือสาร และช่วยในการผลิตสารสนเทศจากข้อมลู ที่ผ่านการจัดเก็บและการ
ประมวลผลอยา่ งเป็นระบบ
2. ระบบสารสนเทศเพอื่ การจดั การจำแนกอย่างกว้าง ๆ ได้แก่อะไรบา้ ง
ตอบ 1. Transaction Processing System (TPS) เป็นระบบสารสนเทศสำหรับการประมวลผลรายการ
โดยระบบจะบนั ทึกข้อมูลขณะปฏิบัตกิ ารภายใต้กฎเกณฑ์ทก่ี ำหนดไว้
2. Management Information System (MIS) เป็นระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารใช้เพ่ือการ
วเิ คราะห์และวางแผน
3. Decision Support System (DSS) เป็นระบบสารสนเทศที่ช่วยสนับสนุนการ ตัดสินใจของ
ผ้บู รหิ าร
4. Executive Support System (ESS) เป็นระบบสำหรับผู้บรหิ ารระดับสูงใช้เพอ่ื พิจารณาวางแผน
กลยทุ ธ์กำหนดนโยบายและสรุปทิศทางขององคก์ รในระยะยาว
5. Office Automation System (OAS) เป็นระบบท่ีแต่เดิมไม่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลด้าน
สารสนเทศโดยตรง แตม่ ีส่วนช่วยให้การติดต่อส่ือสารและการจดั การดา้ นเอกสารขององค์กรเป็นไปด้วยความ
สะดวกรวดเรว็
3. ระบบสารสนเทศเพอื่ การจดั การมปี ระโยชน์อะไรบา้ ง
ตอบ 1. เพื่อสนบั สนุนการดำเนินงาน การจัดการ การวางแผนและตดั สนิ ใจในองค์กร
2. ประโยชนป์ ระการสำคัญของระบบ TPS คอื ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการปฏิบัติ และควบคุม
งานให้เป็นไปอยา่ งสะดวก ถกู ต้อง และรวดเร็ว
3. การประมวลผลเพ่อื ทำสรปุ รายงานธุรกรรมต่าง ๆ ทไี่ ด้ทำลงไป ซงึ่ ฐานข้อมูลของระบบ TPS อาจ
ถกู สง่ ตอ่ ไปยงั ระบบอื่นทีม่ กี ารประมวลแยกตา่ งหากออกไป
4. องค์ประกอบของระบบสารสนเทศได้แกอ่ ะไรบ้าง
ตอบ องค์ประกอบของระบบสารสนเทศโดยทั่วไป มี 5 ส่วน คือ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ฐาน ข้อมูล
มาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน และบคุ ลากรผูป้ ฏบิ ตั ิงาน
5. การพฒั นาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในองคก์ รประกอบด้วยอะไรบ้าง
ตอบ ประกอบดว้ ยกจิ กรรม 6 ขนั้ ตอน คือ
การสำรวจเบื้องตน้
การกำหนดความตอ้ งการของระบบ
การออกแบบระบบ
การพัฒนาซอฟตแ์ วร์
การทดสอบระบบ
การนำระบบไปปฏบิ ัติและการประเมนิ ผล
6. ใหย้ กตวั อยา่ งการนำเสนอระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชเ้ พือ่ การจัดการโลจิสติกสแ์ ละโซ่อุปทาน
ตอบ 1. การแลกเปลี่ยนข้อมูลท่ีมีรูปแบบมาตรฐานผ่านทางคอมพิวเตอร์ระหว่างองค์กร (Electronic
Data Interchange : EDI)
2. การวางแผนการใช้วตั ถดุ ิบตามต้องการ (Material Requirements Planning : MRP)
3. การใช้คอมพวิ เตอร์ช่วยในการออกแบบ (Computer Aided Design : CAD)
4. ระบบคอมพิวเตอร์ทช่ี ่วยในการผลิต (Computer Aided Manufacturing : CAM)
5. การใชค้ อมพวิ เตอรช์ ว่ ยในการผลติ ท้งั หมด (Computer Integrated Manufacturing : CIM)
7. ระบบสารสนเทศภายในองคก์ ารมีปญั หา อปุ สรรค และขอ้ เสนอแนะอะไรบา้ ง
ตอบ 1. ผู้บริหารและผู้ใช้งานท่ีควรทำงานให้คุ้นเคยต่อการปรับตัวกับสิ่งใหม่ ๆ มีความเช่ือถือในระบบ
สารสนเทศทอ่ี งค์กรนนั้ ใช้งานอยู่
2. ผู้บริหารตัดสินใจโดยใช้เหตุผลและ สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเอง ให้การลงทุนเพื่อการ
พฒั นาระบบสารสนเทศเกิดประโยชนต์ อ่ องค์กรในระยะยาว
3. การพัฒนาระบบสารสนเทศท่ีดีควรดำเนินไปพร้อมกับการประสานงานที่เหมาะสมระหว่าง
ผู้บริหารกบั ผปู้ ฏบิ ัตงิ าน เพอื่ ใหไ้ ดร้ ับข้อมูลทถ่ี กู ตอ้ งตามความตอ้ งการของผู้บรหิ าร
4. ระบบควรมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถปรับเปล่ียน องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องต่อ
ภาวะธรุ กิจ และความตอ้ งการของผ้บู รหิ ารได้อย่างรวดเรว็
5. การนำระบบสารสนเทศมาใช้ ในทางปฏิบัติในองค์กรจึงควรมีการชี้แจงและให้ผู้บริหารทำความ
เขา้ ใจถงึ ประโยชนข์ องระบบสารสนเทศ รวมทง้ั สรา้ งความค้นุ เคยใหก้ ับผูบ้ รหิ าร ตลอดจนพนักงานผู้เก่ยี วข้อง
6. การปรับปรุงการสื่อสารระหวา่ งผบู้ รหิ ารกบั ผ้ปู ฏิบัติงานเพอื่ ให้ได้ขอ้ มลู และสารสนเทศท่ีถูกต้อง
ใบมอบหมายงานที่ 8
ช่อื วชิ า โลจิสิติกส์และซัพพลายเชน
หนว่ ยท่ี 8 ช่ือหนว่ ย ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการโลจสิ ตกิ ส์และซพั พลายเชน เวลา 3 ชวั่ โมง
ชื่อเรอ่ื ง ระบบสารสนเทศเพอื่ การจดั การโลจิสตกิ สแ์ ละซัพพลายเชน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกบทบาทของการแข่งขันในระบบซัพพลายเชนได้
2. อธิบายระบบสารสนเทศได้
3. บอกการพาณิชยอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ได้
4. บอกระบบดงึ และระบบผลักได้
5. อธิบายการใชเ้ ทคโนโลยเี พื่อเพ่มิ ประสิทธภิ าพในระบบโซ่อปุ ทานได้
6. บอกความรเู้ กี่ยวกับการแลกเปลีย่ นขอ้ มลู ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
แนวทางการปฏบิ ตั งิ าน
1. แบง่ นกั ศกึ ษาออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน ตามความสมัครใจ
2 มอบหมายงานตามลำดับกลุ่มใหส้ อดคลอ้ งจุดประสงค์การเรียนรู้
3. ใหน้ ักศกึ ษาแต่ละกลุ่มไปศกึ ษา ค้นควา้ หาข้อมลู และรว่ มกันจัดทำเป็นบอร์ดวิชาการเผยแพร่
ความรู้และนำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น
4. ครู นกั ศึกษาเยย่ี มชมบอร์ดวชิ าการ
5. ครูเสนอแนะเพม่ิ เติมและบรรยายสรปุ
กำหนดระยะเวลาที่สง่ งาน ภายหลังการนำเสนอ
การประเมินผล
1. พฤติกรรมการทำงานกล่มุ
2. การนำเสนอ
3. ชนิ้ งาน
4. การตอบขอ้ ซกั ถาม
5. การตรงตอ่ เวลา
แหลง่ ค้นคว้าเพิ่มเตมิ
1. ก่อเกยี รติ วิรยิ ะกจิ พัฒนา โลจสิ ติกส์และซัพพลายเชน. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัท วงั อักษร จำกัด, 2563
2. ทวศี กั ดิ์ เทพพทิ กั ษ.์ การจัดการโลจิสติกส์และซพั พลายเชน. กรุงเทพฯ : บรษิ ัท เอก็ ซเปอร์เน็ท
จำกดั , 2554
ใบทดสอบหลังเรยี น แผ่นที่....1..
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวิชาชีพช้ันสงู พุทธศักราช 2563 ประเภทวชิ า บริหารธุรกิจ
รหสั วชิ า 30214-2001 รายวชิ า โลจิสติกส์และซัพพลายเชน
หนว่ ยที่ 8 ชื่อหนว่ ย ระบบสารสนเทศเพือ่ การจัดการโลจิสตกิ ส์และซัพพลายเชน
จำนวน.....6....ชัว่ โมง
ช่ือผ้เู รียน................................ระดับช้ัน................................
เรอื่ ง....ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การโลจิสติกส์และซพั พลายเชน................เวลา.............10.................นาที
คำสั่ง จงทำเคร่อื งหมายกากบาท (x) ลงหนา้ ขอ้ ทีถ่ กู ตอ้ ง
1. บทบาทระบบโซอ่ ปุ ทานที่สำคญั ในการแข่งขันในปจั จุบนั คือขอ้ ใด
ก. การพฒั นารปู แบบผลติ ภัณฑ์ ข. การกำหนดกลยุทธ์ทางการคา้
ค. การลดตน้ ทุนและค่าใชจ้ ่าย ง. การจัดการหว่ งโซ่อุปทาน
2. องคก์ รแบบใดที่สรา้ งกำไรสงู สุด โดยเนน้ การทำงานของแต่ละฝ่ายเป็นอิสระไม่เกยี่ วขอ้ งกัน
ก. รวมการดำเนนิ งานภายนอกธรุ กจิ ไว้ดว้ ยกนั
ข. รวมหนา้ ทที่ างธรุ กจิ เขา้ ดว้ ยกนั
ค. รวมการดำเนินงานภายในธรุ กิจไว้ดว้ ยกนั
ง. แบบพ้นื ฐาน
3. ขอ้ ใดเปน็ การค้าแบบ E-Commerce
ก. การโฆษณาในแผน่ พับ ข. การขายโดยพนักงานขาย
ค. การขายโดยผา่ นทวี ี ง. การสาธิตสนิ ค้า
4. ขอ้ ใดเป็น C to C
ก. การขายของมอื สอง ข. การขายหนงั สอื การต์ นู
ค. การขายกระเป๋า ง. ถกู ทกุ ขอ้
ใบทดสอบหลังเรยี น แผน่ ท่ี....2..
หลักสูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563 ประเภทวชิ า บริหารธรุ กจิ
รหัสวชิ า 30214-2001 รายวชิ า โลจิสติกส์และซพั พลายเชน
หน่วยที่ 8 ชื่อหนว่ ย ระบบสารสนเทศเพอื่ การจัดการโลจสิ ตกิ ส์และซัพพลายเชน
จำนวน.....6....ชวั่ โมง
ช่อื ผเู้ รียน................................ระดบั ชั้น................................
เรอื่ ง....ระบบสารสนเทศเพอ่ื การจัดการโลจิสตกิ ส์และซัพพลายเชน................เวลา.............10.................นาที
5. รูปแบบของธรุ กิจพาณิชย์อิเลก็ ทรอนิกส์ขอ้ ใดไม่ได้มุ่งการค้า
ก. B to B ข. B to C
ค. B to G ง. G to C
6. ข้อใดเป็นระบบการควบคุมสินค้าคงคลัง
ก. ระบบดงึ ข. ระบบผลกั
ค. ระบบจดั จ่าย ง. ขอ้ ก. และ ขอ้ ข. ถกู
7. เลขหมายทตี่ ง้ั สากลของประเทศไทยข้ึนตน้ ดว้ ยเลขใด
ก. 999 ข. 885
ค. 888 ง. 880
8. ขอ้ ใดหมายถึงตวั เลขมาตรฐานสากลทม่ี ี 13 หลัก
ก. GLN ข. EDI
ค. RFID ง. RSS
ใบทดสอบหลังเรียน แผ่นท่ี....3.
หลักสูตร ประกาศนียบตั รวิชาชพี ช้นั สูง พุทธศักราช 2563 ประเภทวิชา บริหารธุรกจิ
รหสั วิชา 30214-2001 รายวชิ า โลจิสติกส์และซัพพลายเชน
หนว่ ยท่ี 8 ชื่อหน่วย ระบบสารสนเทศเพ่ือการจัดการโลจิสตกิ ส์และซพั พลายเชน
จำนวน.....6....ช่วั โมง
ชอื่ ผ้เู รยี น................................ระดับช้นั ................................
เร่ือง....ระบบสารสนเทศเพ่อื การจัดการโลจิสติกส์และซพั พลายเชน................เวลา.............10.................นาที
9. ข้อใดเปน็ ทางบารข์ นาดกะทัดรดั มีเลขหมาย GTIN 14 หลกั ซง่ึ เชื่อมโยงกับรหัส 2 มิตไิ ด้
ก. RSS-14 Stacked ข. RSS – 14
ค. RSS-14 Limited ง.RSS Expanded
10. ขอ้ ใดเป็นเทคโนโลยีที่ระบุสถานะของวัตถุโดยใชค้ ลื่นวทิ ยุ
ก. GLN ข. EDI
ค. RFID ง. RSS
เฉลย
1. ง 2.ง 3.ค 4. ก 5. ง 6. ง 7. ข 8. ก 9. ข 10. ค
แบบประเมนิ ผลพฤตกิ รรมรายบคุ คล
ใบงานท่ี 8 เรือ่ ง สารสนเทศในระบบโซ่อปุ ทาน
กลมุ่ ที่ ...................
ท่ี คะแนน การรับฟงั การเสนอ การยอมรับ การสร้าง รวม ระดบั การ
ความคดิ ความคดิ คนอืน่ บรรยากาศ คะแนน มี
ชอ่ื สกุล
1 เหน็ เหน็ ในกลุ่ม 20 สว่ นรวม
2
3 5 55 5
4
5
6
7
8
9
10
ระดบั ของคะแนน
5 = มากที่สุด 4 = ค่อนขา้ งมาก
3 = ปานกลาง 2 = ค่อนขา้ งออ่ น
1 = น้อยที่สุด
เกณฑก์ ารประเมิน 15-20 = มาก
8-14 = ปานกลาง
1-7 = น้อย
ลงช่ือ...........................................ผูป้ ระเมนิ
สารสนเทศในระบบโซอ่ ปุ ทาน
คะแนน การนำเสนอผลงาน การบันทึกผลงาน รวม
ขน้ั นำ ขัน้ สอน ขั้นสรุป ถูกต้อง เรยี บรอ้ ย คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
กลมุ่ ท่ี 10 10 10 50 ของผลงาน
10 10
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ระดับของคะแนน 8 - 10 = ดมี าก 7 - 8 = ดี
5 – 6 = พอใช้ 0 – 4 = ควรปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารประเมิน 35 - 50 = ดี
17 - 34 = ปานกลาง
1 - 16 = ควรปรับปรุง
ลงชอ่ื ...........................................ผปู้ ระเมนิ
แบบประเมนิ พฤติกรรมทางดา้ นคุณธรรม จริยธรรม
วันท่.ี .....เดือน....................พ.ศ. ....................
ชือ่ ...............................................นามสกุล.......................................ระดับชั้น.................เลขที่........
แผนก..................................................................คณะ......................................................................
ลำดบั พฤติกรรมที่ประเมิน ระดบั คะแนน หมายเหตุ
1 ความรับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทแี่ ละงานท่ไี ดร้ ับ 3 2 1 ความหมายของระดับคะแนน
มอบหมาย 3= ปฏิบตั อิ ย่างสม่ำเสมอโดยไม่
ตอ้ งมีการช้ีนำหรอื ตักเตือน
2 กลา้ คิด กล้าทำ และกลา้ ตัดสินใจดว้ ยเหตุผล 2= ปฏิบตั บิ ้างในบางครงั้
3 มมี นุษยสัมพันธ์ท่ีดตี อ่ เพือ่ นๆ จากการเชญิ ชวนหรอื ชี้นำ
4 เอ้อื เฟอื้ เผื่อแผ่เสียสละเพื่อส่วนรวม 1= ต้องส่ังบงั คับวา่ กล่าวหรอื
5 มวี นิ ยั ซอื่ สตั ยแ์ ละประหยดั ตกั เตือนจึงจะปฏิบตั ิ หรือมักจะ
6 รู้จกั การใหโ้ อกาส ใหอ้ ภัย ปฏบิ ตั ิในทางที่ผิดเสมอ
7 การยอมรับการปฏิบตั ติ ่อมติของกลุม่
8 ไม่เอาเปรียบเพอื่ นผ้เู รยี นด้วยกนั เกณฑ์การประเมนิ
9 แสดงกิรยิ าวาจาสุภาพต่อทุกคน 26-30 คะแนน= ดมี าก
10 แสดงความมนี ำ้ ใจตอ่ ครู/อาจารย์ 21-25 คะแนน= ดี
16-20 คะแนน= พอใช้
รวม (คะแนนเตม็ 30 คะแนน) 0-15 คะแนน= ควรปรับปรงุ
บันทกึ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
........................
ลงชอ่ื ...........................................ผปู้ ระเมิน
การวเิ คราะห์หัวข้อ
หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชน้ั สูง พทุ ธศักราช 2563 ปร
รหัสวชิ า 30214-2001 รายวชิ า โลจิสตกิ ส์และซพั พลา
ทฤษฎี.....3.......ชั่วโมง/สปั ดาห์ ปฏิบตั ิ............-.....ชว่ั โมง/สปั ด
หนว่ ยท/ี่ ชอ่ื หน่วย รายการความรู้
9. การประยกุ ตใ์ ชร้ ะบบโล 1. การนำระบบโลจิสตกิ ส์ไปใชใ้ นดา้ นคลังสนิ ค้า 1. บอกกา
จสิ ติกส์และซัพพลายเชน 2. บอกกา
ในการปฏบิ ตั งิ าน
2. การนำระบบโลจิสติกส์ไปใช้ในด้านการขนสง่
3. การนำระบบโลจิสติกส์ไปใชใ้ นด้านข้อมลู 3. บอกกา
ข่าวสาร
4. การตัดสินใจดา้ นต่างๆ ในระบบโลจิสติกสข์ อง 4. อธิบาย
ซพั พลายเชน พลายเชน
หมายเหตุ ISL= ระดับความร้คู วามสามารถทางสตปิ ญั ญา (Intellectual skill Level) PSL=
R:การฟ้ืนความรู้ (Recalled Knowledge) I
A:การประยกุ ต์ความรู้ (Applied Knowledge) C
T:การส่งถา่ ยความรู้ (Transferred Knowledge) A
อการสอนและจดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
ระเภทวชิ า บริหารธุรกจิ
ายเชน
ดาห์ จำนวน.3.หน่วยกติ
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ISL PSL
RATI CA
ารนำระบบโลจิสตกิ ส์ไปใช้ในดา้ นคลังสนิ ค้าได้
/
ารนำระบบโลจิสติกสไ์ ปใชใ้ นดา้ นการขนสง่ ได้ /
ารนำระบบโลจสิ ตกิ สไ์ ปใช้ในด้านการขนสง่ ได้ /
ยการตัดสินใจด้านต่างๆ ในระบบโลจสิ ตกิ ส์ของซัพ /
นได้
=ระดบั ความสามารถในการใช้กลา้ มเนื้อทำงาน(Physical skill Level)
: ทำไดต้ ามแบบ (Imitation is needed)
C : ทำไดด้ ว้ ยความถูกตอ้ ง (Control is needed)
A : ทำด้วยความชำนาญ (Automation is needed)
กรอบการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการ
หน่วยท่ี 9 การประยุกตใ์ ชร้ ะบบโลจิสตกิ สแ์ ละซัพพลายเชนในการปฏิบตั งิ าน
พอประมาณ
1. ผเู้ รียนจัดสรรเวลาในการฝึกปฏิบตั ิตาม
ใบงานไดอ้ ย่างเหมาะสม
2. ผู้เรียนร้จู ักใช้และจดั การวสั ดุอปุ กรณ์
ตา่ ง ๆ อย่างประหยดั และค้มุ ค่า
3. ผู้เรยี นปฏบิ ัตติ นเป็นผูน้ ำและผตู้ ามท่ีดี
4. ผู้เรียนเปน็ สมาชกิ ทด่ี ีของกล่มุ เพ่ือน
มีภูมคิ ุ้มกันที่ดี
ความมีเหตุผล 1. มกี ารเตรียมความพรอ้ มในการเรยี นและการ
ปฏบิ ัติงาน
1. กลา้ แสดงความคดิ อยา่ งมเี หตุผล
2. กล้าทกั ท้วงในสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างถูกกาลเทศะ 2. กลา้ ซักถามปญั หาหรือข้อสงสยั ตา่ ง ๆ อยา่ งถูก
3. กลา้ ยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน กาลเทศะ
4. ไมม่ เี รื่องทะเลาะวิวาทกบั ผอู้ ื่น
3. แกป้ ัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วยตนเองอย่างเปน็
เหตุเปน็ ผล
4. ควบคมุ อารมณข์ องตนเองได้
ความรู้ + ทกั ษะ 5.ควบคุมคกิรณุ ิยธารอรามการในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้
1. ใช้วัสดุอยา่ งประหยัดและคุ้มคา่ 1. ปฏบิ ัตงิ านทเ่ีไปดน็ ร้ อบั ยม่าองบดหี มายเสร็จตามกำหนด
2. ปฏบิ ตั งิ านด้วยความละเอยี ดรอบคอบ 2. ใชว้ สั ดอุ ุปกรณอ์ ย่างค้มุ คา่ ประหยดั
3. มีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ 3. มีความเพียรพยายามและกระตอื รอื ร้นในการเรยี นและ
พอเพียง การปฏิบัตงิ าน
4. ใหค้ วามรว่ มมอื กับการทำกจิ กรรมของส่วนรวม อาสา
ชว่ ยเหลอื งานครแู ละผู้อ่ืน
สังคม นำไปสู่ วฒั นธรรม สิง่ แวดลอ้ ม
สงั คม ชมุ ชนมคี ุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ ใช้ส่งิ ของอย่างรู้คุณคา่
ท่ดี ีขึน้ ใช้วัสดธุ รรมชาติ ไม่ทำลาย
สภาพเศรษฐกจิ มีความ มีการปลูกฝงั กจิ นสิ ยั การ ส่ิงแวดล้อม
คล่องตัว มีรายไดแ้ ละมี ประหยัด อดออม
การใช้จา่ ยในระบบเศรษฐกจิ
แผนการจัดการเรียนรู้รายหนว่ ย
หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพชัน้ สูง พุทธศักราช 2557 ประเภทวิชา บริหารธุรกิจ
รหัสวิชา 3214-2001 รายวิชา โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
หน่วยท่ี 9 ชอ่ื หน่วย การประยุกตใ์ ชร้ ะบบโลจสิ ติกส์และซพั พลายเชนในการปฏบิ ัตงิ าน
จำนวน.....6....ชั่วโมง
หวั ข้อเร่อื ง
1. การนำระบบโลจสิ ติกสไ์ ปใช้ในดา้ นคลงั สนิ ค้า
2. การนำระบบโลจสิ ตกิ ส์ไปใช้ในดา้ นการขนสง่
3. การนำระบบโลจสิ ตกิ ส์ไปใช้ในด้านข้อมลู ข่าวสาร
4. การตดั สนิ ใจดา้ นตา่ งๆ ในระบบโลจิสตกิ ส์ของซัพพลายเชน
สาระสำคัญ
ระบบธุรกิจ เป็นระบบที่พบเห็นกันอยู่ในชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก มีความสัมพันธ์กันในหลายๆ
หน้าที่การงานอย่างเด่นชัด แม้จะแบ่งแยกหน้าทีก่ ันอย่างชัดเจน และมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไป แต่กลับ
ต้องอาศยั ข้อมลู ต่างๆ เพือ่ ทำงานร่วมกันอยา่ งเปน็ ระเบยี บ เพ่ือใหบ้ รรลวุ ัตถุประสงคร์ ่วมกนั อยา่ งไรกต็ ามเพ่ือให้
เกดิ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนนิ งาน ได้มีการนำระบบโลจสิ ติกส์และซัพพลายเชนมาประยุกต์ใช้ใน
การปฏิบัติงานมากขึ้นในด้านการคลงั สินค้า ด้านการขนส่ง ด้านข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นการตัดสินใจในด้านต่างๆ
ในระบบโลจสิ ติกสท์ ี่อยภู่ ายในองคก์ รและนอกองคก์ รเพอื่ เช่อื มโยงกบั ธรุ กจิ อ่ืนตอ่ ไป
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงค์ทัว่ ไป
1. เพือ่ ให้มคี วามรูแ้ ละความเขา้ ใจแสดงความร้เู กี่ยวกับหลักการและกระบวนการโลจสิ ติกส์และซพั
พลายเชน
2. เพอ่ื ใหม้ ีกจิ นิสยั ในการทางานที่ดี ปฏิบัตงิ านดว้ ยความละเอยี ดรอบคอบ รบั ผิดชอบ มวี นิ ยั
ตรงตามเวลา และตระหนกั ถึงความปลอดภยั ในการทำงาน
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. บอกการนำระบบโลจสิ ติกสไ์ ปใช้ในด้านคลงั สนิ คา้ ได้
2. บอกการนำระบบโลจิสตกิ ส์ไปใช้ในดา้ นการขนส่งได้
3. บอกการนำระบบโลจสิ ตกิ สไ์ ปใช้ในด้านข้อมลู ข่าวสารได้
4. อธบิ ายการตดั สินใจดา้ นตา่ งๆ ในระบบโลจิสติกส์ของซพั พลายเชนได้
กิจกรรมการการจัดการเรยี นรู้
เวลา (X นาที) 60 120 180
1,2,3,4,5 หลงั เรียน
หมายเลขวตั ถปุ ระสงค์
ก่อนเรียน
ขั้นสนใจปัญหา(.10 นาที)
ขนั้ ให้ข้อมลู บรรยาย
(..120 นาที) ถามตอบ
สาธติ
ขัน้ พยายาม (........30....นาที)
ขนั้ สำเร็จผล (.........20...นาที)
กระดานดำ
Power point
แผน่ ใส
ของจริง
อุปกรณช์ ่วยสอน ใบเนอ้ื หา
ใบงาน
เฉลยใบงาน
ใบสั่งงาน
ใบประเมนิ ผล
Pre test (10 นาที)
Post test (10นาที)
ใบทดสอบ
ใบเน้ือหาท่ี 9 สอื่ Power point ชดุ ท่ี 9 ใบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรยี น หนว่ ยท่ี 9
กิจกรรมการเรียนการสอน
ขัน้ ตอนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ของครู กจิ กรรมการเรียนรู้ของนักเรียน
1. ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน ขนั้ สนใจปัญหา (10 นาที
และทดสอบ 10 นาที) ผู้เรียนรว่ มคิดและตอบคำถามและทำแบบทดสอบ
ครูผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียน กล่าวถึงข้อมูล ก่อนเรียน
ข่าวสารในปัจจุบันซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่บุคคลต่างๆ ให้
ความสนใจติดตาม และต้องการรับรู้ให้ทันต่ อ
เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ ที่มกี ารเปลยี่ นแปลงตลอดเวลา
2. ขนั้ สอน (120 นาท)ี
สอนโดยการบรรยาย เกี่ยวกับการนำระบบโลจิ ผู้เรียนฟังการบรรยาย และศึกษาเอกสารประกอบ
สติกส์ไปใช้ในด้านคลังสินค้า การนำระบบโลจิสติกส์ การเรียนตาม และรว่ มตอบคำถามถึง การนำระบบโล
ไปใช้ในด้านการขนส่ง การนำระบบโลจสิ ติกสไ์ ปใช้ใน จิสตกิ ส์ไปใชใ้ นด้านคลังสินค้า การนำระบบโลจสิ ติกส์
ด้านข้อมูลข่าวสาร การตัดสินใจด้านต่างๆ ใน ไปใช้ในดา้ นการขนส่ง การนำระบบโลจิสติกส์ไปใช้ใน
ระบบโลจิสตกิ ส์ของซัพพลายเชน
ด้านข้อมูลข่าวสาร การตัดสินใจด้านต่างๆ ใน
ระบบโลจิสติกสข์ องโซ่อุปทาน
3. ขั้นพยายาม (60 นาที) แบง่ กลุม่ ผู้เรยี นเปน็ กลุม่ ให้แตล่ ะกลุ่มสรุปสาระสำคญั
ครูผู้สอนผู้เรียนมีส่วนร่วม (แต่ละกลุ่มส่งตัวแทน ของแตเ่ รอื่ งตามจดุ ประสงค์ ผูเ้ รยี น ศกึ ษาแลว้ แบ่ง
กลุ่ม) วิเคราะห์เก่ียวกับการนำระบบโลจิสติกส์ไปใช้ หนา้ ท่รี ับผดิ ชอบในการร่วมปฏบิ ัติกิจกรรมร่วมกัน
งานในด้านต่างๆ และมอบหมายให้ผู้เรียนน ำ
กรณศี ึกษามานำเสนอในชัน้ เรยี น
4. ขน้ั สรุป (30 นาที และทดสอบ 10 นาท)ี
และผ้สู อนสรปุ แต่ละเร่ืองให้ผู้เรียนฟงั จนเขา้ ใจ แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาสรุปเพ่ือนฟังหน้าชั้น
มอบหมายให้ผูเ้ รยี นกลบั ไปศึกษาเน้ือหาเรือ่ งการ เรียน
ประยกุ ตใ์ ช้งานระบบโลจิสติกส์และซพั พลายเชน
สอื่ สารเรียนรู้และแหลง่ การเรยี นรู้
สอ่ื ส่ิงพิมพ์
1. ใบเนือ้ หา
2. แบบทดสอบก่อนเรยี น – หลงั เรียน
3. ใบมอบหมายงาน
ส่อื โสตทศั น์ (ถ้าม)ี
1. ใช้ส่ือ Power point
การวัดและประเมนิ ผล
การประเมนิ ผล
ก่อนเรียน
1. แบบทดสอบก่อนเรียน
ขณะเรยี น
1. แบบประเมินพฤติกรรมรายกลมุ่
2. แบบสังเกตพฤตกิ รรม
3. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคณุ ลักษณะพึงประสงค์
หลงั เรียน
1. แบบทดสอบหลังเรียน
แหล่งเรยี นรู้เพ่ิมเตมิ
1. แหลง่ ขอ้ มูลจากระบบสารสนเทศ Internet
2. เวบ็ ไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=OkxfwoW109A
เกณฑ์ในการวดั และประเมินผล การประเมนิ ผล (นำผลเทยี บกบั เกณฑ์และแปลความหมาย)
การวดั (ใชเ้ คร่ืองมือ) (ไว้เปรียบเทยี บกับคะแนนสอบหลังเรยี น)
เกณฑ์ผา่ น 60 %
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
2. แบบสังเกตการทำงานกลมุ่ และการนำเสนอ เกณฑ์ผา่ น 50 %
ผลงานกลมุ่ เกณฑ์ผา่ น 50 %
3. แบบฝึกหัดในหนว่ ย เกณฑผ์ ่าน 60 %
4. แบบทดสอบหลงั เรียน
5. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม
ตามสภาพจริง
บันทกึ หลังสอน
1. ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนรขู้ องนักเรียน นักศึกษา
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
3. แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
ใบทดสอบกอ่ นเรียน แผ่นท่ี....1..
หลักสตู ร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง พุทธศักราช 2563 ประเภทวิชา บริหารธุรกจิ
รหสั วิชา 30214-2001 รายวชิ า โลจิสตกิ ส์และซพั พลายเชน
หนว่ ยท่ี 9 ช่อื การประยกุ ต์ใชร้ ะบบโลจิสติกส์และซพั พลายเชนในการปฏิบัตงิ าน
จำนวน.....6....ช่วั โมง
ช่อื ผู้เรยี น................................ระดับช้ัน................................
เรอ่ื ง....การประยุกต์ใชร้ ะบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในการปฏบิ ัติงาน...............เวลา.............10.................นาที
คำส่งั จงทำเคร่อื งหมายกากบาท (x) ลงหน้าข้อที่ถูกตอ้ ง
1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่เป็นองคป์ ระกอบของงานคลงั สนิ คา้
ก. Warehouse ข. Storage Location
ค. Storage Type ง. Holding Warehouse
2. ขอ้ ใดไม่ใช่ความสำคัญของคลงั สนิ ค้าในระบบโลจสิ ตกิ ส์
ก. สนับสนนุ การปฏิบัติงานระหวา่ งหน่วยงานตา่ งๆ
ข. ลดตน้ ทุนการผลิต
ค. สนบั สนุนการจดั การด้านการตลาด
ง. ประหยดั การขนสง่
3. ขอ้ ใดเป็นกจิ กรรมหลกั ของคลังสนิ คา้
ก. การสงั่ ซื้อ ข. การขนส่ง
ค. การตรวจนับสินคา้ ง. การเกบ็ รกั ษา
4. ลกั ษณะพ้นื ทขี่ องคลังสินค้าทีม่ คี วามถี่ในการขนยา้ ยไม่มากนกั คือขอ้ ใด
ก. Holding Warehouse ข. Distribution Warehouse
ค. Storage Location ค. Storage Type
ใบทดสอบกอ่ นเรียน แผ่นท่ี....2..
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพชน้ั สูง พทุ ธศักราช 2563 ประเภทวชิ า บริหารธุรกิจ
รหสั วิชา 30214-2001 รายวชิ า โลจิสติกสแ์ ละซัพพลายเชน
หน่วยที่ 9 ชือ่ การประยกุ ตใ์ ชร้ ะบบโลจิสติกสแ์ ละซัพพลายเชนในการปฏิบัติงาน
จำนวน.....6....ชั่วโมง
ชือ่ ผเู้ รียน................................ระดบั ชั้น................................
เรือ่ ง....การประยุกตใ์ ชร้ ะบบโลจสิ ตกิ ส์และซพั พลายเชนในการปฏบิ ตั ิงาน...............เวลา.............10.................นาที
5. ข้อมลู ท่ีสำคัญในการจัดการคลงั สนิ ค้าไดแ้ ก่ข้อใด
ก. จำนวนรายการสินคา้ ทีเ่ กบ็ รักษา ข. มลู ค่าสนิ ค้าคงคลงั
ค. จำนวนบคุ ลากร ง. ถกู ทุกข้อ
6. ผู้ที่ทำหน้าทรี่ วบรวมสินค้าเพื่อสง่ มอบให้ผู้ประกอบการขนสง่ สาธารณะ คอื ขอ้ ใด
ก. Public or Common Carriers ข. Contract Carrier
ข. Private Transport Operator ง. Freight Forwarder
7. ขอ้ ใดเป็นปญั หาสำคญั ของผูป้ ระกอบการสนิ ค้าท่ัวไป
ก. ปญั หาบุคลากร ข. ปัญหาเทคโนโลยี
ค. ปญั หาเงนิ ทุน ง. ถกู ทกุ ขอ้
8. ขอ้ ใดเปน็ ปญั หาและอุปสรรคของการจัดการโซ่อปุ ทานของกิจการ
ก. ปัญหาบุคลากร ข. ปญั หาเทคโนโลยี
ค. ปัญหาเงนิ ทุน ง. ปญั หาการประสานงานไมด่ ี
9. ข้อใดคือการวิเคราะห์เพื่อเพิม่ ประสิทธิภาพและศักยภาพในการแขง่ ขนั ของธุรกิจ
ก. Value Chain Analysis ข. Logistic Analysis
ค. Transportation Analysis ง. Stock Analysis
ใบทดสอบกอ่ นเรยี น แผน่ ที่....3..
หลักสตู ร ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สูง พทุ ธศกั ราช 2563 ประเภทวชิ า บรหิ ารธรุ กิจ
รหสั วิชา 30214-2001 รายวชิ า โลจิสตกิ ส์และซัพพลายเชน
หน่วยที่ 9 ชื่อ การประยุกตใ์ ช้ระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในการปฏิบตั ิงาน
จำนวน.....6....ช่ัวโมง
ชอื่ ผู้เรยี น................................ระดับช้ัน................................
เร่ือง....การประยุกต์ใช้ระบบโลจสิ ติกส์และซพั พลายเชนในการปฏิบัติงาน...............เวลา.............10.................นาที
10. ขอ้ ใดเปน็ องค์ประกอบแรกของโครงสร้างของสายโซ่แหง่ คุณคา่
ก. วัตถดุ บิ ข. ทรพั ยากรมนษุ ย์
ค. เทคโนโลยี ง. การจัดหา
เฉลย
1. ง 2.ง 3.ค 4. ก 5. ง 6. ง 7. ง 8. ง 9. ก 10. ก
ใบเน้ือหา/ใบความรู้
หนว่ ยท่ี...9..เรอ่ื ง การประยกุ ตใ์ ช้ระบบโลจิสติกส์และซพั พลายเชนในการปฏิบัติงาน
การนำระบบโลจสิ ติกส์ไปใช้ในด้านคลงั สนิ ค้า
กิจกรรมหลักของคลังสนิ คา้ ไดแ้ ก่
1.1 กระบวนการรับสนิ ค้า (Receiving)
การรับสินค้าเป็นกระบวนการเร่ิมต้นของกิจกรรมในคลังสินค้า ภายหลังจากท่ีกิจการได้มีการ
ส่ังซื้อสินค้าจาก Suppliers ก็จะมีกำหนดเวลาในการจัดส่งท่ีเหมาะสม ในเวลาและสถานท่ีอย่างถูกต้อง
กระบวนการรับสินค้า เป็นการนำสินค้าเข้าเพ่ือจดั เก็บตามกระบวนการ การรับสินค้าจะเรม่ิ ต้นจากเม่ือรถขนส่ง
สินค้ามาถึงคลังสินคา้ แผนกรับสินคา้ จะส่ังให้มีการขนสินค้าลงจากรถ และมีระบบในการรับและตรวจสอบสินค้า
อย่างละเอียด ตามคำส่ังซ้ือ และใบกำกับสินค้า หรือใบส่งของ ที่ติดมากับรถ ไม่ว่าจะเป็น จำนวน ขนาด
น้ำหนัก ราคา สินค้าจะถูกขนลงมากองอยู่ในบริเวณที่กำหนด มีการให้รหัสสินค้า ติดบาร์โค้ด พร้อมกำหนด
ตำแหนง่ ท่ีเกบ็ สินค้า หรอื location หลงั จากนั้นกจ็ ะทำการเคลื่อนยา้ ยเข้าสรู่ ะบบของการจดั เกบ็
1.2 ระบบการเกบ็ สินคา้ เขา้ ชนั้ วาง หรือการเคล่ือนยา้ ยสนิ ค้า (Put-away or Transfer/Bulk
Storage) หลงั จากสน้ิ สุดของกระบวนการรบั สินค้าแลว้ กิจกรรมขัน้ ตอ่ ไปที่จะดำเนินการ คือ การจัดเกบ็ สินค้า
ซึ่งจะต้องมกี ารระบุตำแหนง่ ของการจดั เก็บไว้เป็นการล่วงหน้า ปัจจุบันมกี ารออกแบบชดุ ซอฟตแ์ วร์ (Software)
ที่นำมาใชใ้ นการวางแผนการจดั เก็บโดยระบุตำแหน่งอยา่ งชัดเจน หลังจากนี้จะใช้อปุ กรณ์รถยกประเภทต่าง ๆ ใน
การขนย้าย เพื่อนำเขา้ ไปจัดเก็บตามชั้นวางที่กำหนด ให้ถูกต้องตาม location หรือสถานท่ีท่ีสว่ นงานการรับ
สินค้าเขา้ กำหนดไว้ในขั้นตอนนี้จะตอ้ งอาศัยการวางแผนการจดั เก็บที่ดี โดยตอ้ งคำนึงถึงขั้นตอนของการเบกิ จา่ ย
สินค้าออกไปส่ง หรือจำหน่ายในภายหลังว่าสินค้าใดจะมีการเข้าออกบ่อยต้องหาง่าย รวดเร็ว เลือกหยิบได้
แม่นยำ โดยมีระบบการเก็บสินค้าเข้าช้ันวางท่ีได้รับความนิยม 2 ระบบ คือระบบแบบเข้าก่อนออกก่อน (First-
in-First-out : FIFO) และระบบแบบเข้าหลังออกก่อน (Last-in-First-out : LIFO) ในระบบของการเก็บ
สินค้าเข้าช้ันวางได้มีการจดั แบ่งรปู แบบในการจัดเกบ็ สนิ คา้
1.3 กระบวนการในการคดั แยกหรือแปลงหนว่ ย (Selection or Let down)
ข้ันตอนน้ีจะเป็นช่วงที่ใช้เวลามากที่สุดของกระบวนการทำงานในคลังสินค้า ท้ังน้ีขึ้นอยู่กับ
ปริมาณของการเบิกจ่ายสินคา้ ออกว่ามีจำนวนมากนอ้ ยอยา่ งไร การจดั เก็บต้องมีประสิทธิภาพ ตำแหน่งท่ีอยู่ของ
สินค้าต้องแม่นยำ บริเวณที่ใชใ้ นการคัดแยกหรอื แปลงเป็นหน่วยย่อยต้องเหมาะสม มีความพร้อมด้วยเทคโนโลยี
อุปกรณ์ รวมท้ังประสิทธิภาพของคนที่ทำการคัดแยก ซ่ึงจะเป็นตัวกำหนดถึงผลิตภาพโดยรวม (Productivity)
ของคลังสินค้าแต่ละแห่งว่ามีความรวดเร็วและแม่นยำในการเบิกจ่ายแค่ไหน ยิ่งเป็นคลังสินค้าในศูนย์กระจาย
สนิ ค้าจะมีกิจกรรมเพ่ิมขึน้ อีกมากมายทั้งน้ีเน่ืองจากจะตอ้ งมีการคัดแยกสินค้าเพ่ือมารวมกล่องใหม่ตามใบส่ังของ
ลูกคา้ หรอื สาขาของบรษิ ทั
1.4 การจ่ายสินคา้ หรือการหยบิ สนิ คา้ (Picking or Order Picking)
เปน็ ขนั้ ตอนของการนำสินค้าจากทจี่ ัดเกบ็ มาทำการจ่ายตามการส่ังสินคา้ หรอื Order โดยจะมีการนำ
ระบบการจัดการในการบริหารคลังสินค้า (Warehouse Management System : WMS) มาใช้ในการตดั สตอ็ ก
สินคา้ ควบคู่กบั ระบบบาร์โคด้ วา่ สินคา้ รายการใดทถี่ กู จา่ ยออก และจำนวนเท่าใด จัดสง่ สนิ คา้ ข้ึนรถบรรทกุ ที่ถูก
กำหนดให้มารอรบั สินค้าตามกำหนด ในข้ันตอนนจ้ี ะมีการใช้แรงงานคนมากทีส่ ดุ ท้งั น้ีเนอ่ื งจากปริมาณสินค้าท่ี
ผ่านคลงั หรอื ศูนยก์ ระจายสนิ ค้าแต่ละแหง่ มมี ากรายการ การหยบิ สนิ ค้าจะตอ้ งหยิบตามคำส่ังซ้ือ หรอื ตาม
จำนวนท่ีต้องการ และมีการเคลอื่ นยา้ ยไปยังสถานทบ่ี รรจหุ บี หอ่ หรอื Loading area จัดทำเอกสารกำกบั เพอื่ ส่ง
มอบใหล้ กู คา้ ต่อไป รูปแบบการหยบิ สินคา้ แบง่ ได้ตามขนาดในการหยบิ ของสนิ ค้า
1.5 การตรวจนบั สนิ ค้า (Counting)
การตรวจนับสินค้า จะเป็นการตรวจสอบจำนวนสินค้าที่คงเหลืออยู่ในคลังสินค้าจริง สามารถ
ตรวจสอบได้ทุกเวลาที่ต้องการทราบข้อมูล ซ่ึงเรยี กว่าระบบ Realtime เป็นระบบโปรแกรมการจัดการบริหาร
คลังสินค้า (Warehouse Management System:WMS) ควบคู่ไปกับการจัดสต็อกด้วยบาร์โค้ด และ RFID เพื่อ
จะได้ทราบสภาพการณ์ท่ีแท้จริงของปริมาณสินค้าในคลังให้สอดคล้องกับความต้องการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน
อนาคต และวางแผนในการจัดหาสินค้าเข้ามาเติมให้เต็มในระบบเพ่ือสนองตอบต่อความต้องการอย่างต่อเน่ือง
ตอ่ ไป
2. กจิ กรรมที่เกีย่ วกับการเกบ็ รักษา (Storage Activities)
2.1 การเกบ็ รักษาสนิ ค้าชั่วคราว
ในการเก็บรักษาสินค้าในคลังสินค้า ไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจนว่าสินค้าประเภทใดควรมี
ระยะเวลาในการจัดเก็บนานเท่าใด ในปัจจุบันแนวคิดในการนำเก็บสินค้าชั่วคราว หรือในระยะเวลาสัน้ ๆ เป็น
แนวคิดที่นิยมใช้มาก โดยเฉพาะคลังสินค้าในศูนย์กระจายสินค้า แบบ DC ที่สินค้าจะเข้ามาพักเพียงช่ัวคราว รอ
การคัดแยกซ่ึงอาจเข้าเช้า ออกบ่าย ไม่ต้องนำเก็บ หรืออาจจะเก็บเพียงช่วงส้ัน 1-2 วัน ถือว่าเป็นการเก็บรักษา
สนิ ค้าชว่ั คราวชว่ ยลดตน้ ทุนด้านการจัดการคลังสินคา้ ได้อยา่ งมาก
2.2 การเก็บรักษาสนิ ค้าถาวร
การเก็บรักษาสินค้าถาวรอาจเป็นความจำเป็นของสินค้าหรือวัตถุดิบบางประเภทท่ีมีปริมาณ
สนิ คา้ มากกว่าความต้องการ หรืออาจจะเป็นสนิ ค้าหรือวัตถุดบิ ที่มเี ฉพาะฤดูกาลจึงเป็นความจำเป็นตอ้ งมีการเก็บ
รกั ษาไวอ้ ยา่ งถาวรบางกรณกี ิจการอาจได้รับส่วนลดการค้าเปน็ พิเศษในกรณีทมี่ กี ารส่ังซ้ือในปริมาณมาก
การพจิ ารณาพ้ืนทใ่ี ชง้ านในคลังสนิ คา้ (Space Saving)
แน วคิดในการสร้างคลังสิน ค้าปัจจุบันให้ความสำคัญ กับการใช้พื้นที่ ในแนวตั้งมากข้ึนเน่ืองจาก
ต้นทุนที่ดินมรี าคาสูง การใช้พืน้ ที่อย่างเหมาะสมไม่เกิดความสญู เปล่าหรือใชป้ ระโยชน์ไม่คมุ้ ค่ากลายเป็นต้นทุนใน
การประกอบธุรกิจ อีกท้ังยังไม่สามารถนำพ้นื ท่ีมาหารายได้ และกำไรให้เพ่ิมขึ้นได้ ในคลังสนิ ค้าการใช้พ้ืนทอี่ ย่าง
ประหยัดมคี วามสำคัญอย่างยิ่ง การใช้พื้นท่ีเก็บอย่างอสิ ระ (Free Location) คือทางเลือกท่ีกจิ การคลังสินค้าต้อง
ถือเป็นข้อปฏบิ ัติประการแรกส่วนการกำหนดพ้ืนท่ีเก็บแบบกำหนดตายตัว (Fixed Location) ควรมีให้น้อยที่สุด
การใช้พื้นที่ในการจัดวางจะต้องเน้นด้านแนวตัง้ หรือความสูง และความแน่นมากท่ีสุด โดยมีการออกแบบชั้นวาง
สนิ ค้า (Rack) ให้เหมาะสมกับพ้ืนที่ หีบห่อที่ไดม้ าตรฐาน มีการจัดหา และใช้เครื่องมืออุปกรณ์ ท่ีตรงกับความ
ต้องการในการใชง้ าน อีกท้ังยังต้องมีการฝึกฝนพนกั งานให้มีความรู้ ความเข้าใจ ความชำนาญในการปฏบิ ัตงิ านใช้
เครื่องมอื อุปกรณ์ได้ตรงตามวัตถปุ ระสงค์ ดูแลรกั ษาเครือ่ งมือและอปุ กรณ์อย่างต่อเนอื่ ง ตามระบบงานมาตรฐานที่
ได้มีการกำหนดไวอ้ ย่างชัดเจน การจะใชพ้ ื้นท่ใี นคลังสนิ คา้ ไดเ้ ต็มศักยภาพนน้ั มีข้อควรพิจารณา ดงั นี้
1.1 โครงสร้างของอาคารและพื้นที่ในคลังสินค้า การออกแบบโครงสร้างของอาคารตาม
มาตรฐานการก่อสร้างที่กำหนด การเว้นระยะห่างระหว่างชั้นวางสินค้า กับตัวอาคาร ฝ้า เพดาน ต้อง
เหมาะสมมีช่องว่างระหว่างช้ันวาง และสินค้าตามมาตรฐาน เช่น ถ้าสินค้าไวไฟ ต้องเว้นช่องว่างระหว่าง
สินค้าตั้งแต่ 90 ซ.ม ขึ้นไป แต่โดยมาตรฐานสินค้าทั่วไป จะมีช่องว่างระหว่างสินค้า 45 ซ.ม. ในส่วน
ความสามารถในการรับน้ำหนักของพื้นที่คลังสินค้าต้องพิจารณาประเภทของสินค้าที่จะนำมาใช้ในการ
จัดเก็บ สินค้าที่มีน้ำหนักมากจะต้องมีการกำหนดพื้นที่เฉพาะที่ใช้ในการจัดเก็บ สินค้าที่มีน้ำหนักเบา
สามารถใช้พ้ืนที่ความสูงได้มาก
1.2 เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ติดตั้งบนอาคาร อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่มี
ความจำเป็นแก่การดำเนินงาน ต้องจัดเตรียมให้พร้อม โดยเรียงลำดับความสำคัญของเครื่องมือและ
อุปกรณ์ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เช่น ระบบฉีดน้ำอัตโนมัติ อุปกรณ์ไฟฟ้า น้ำประปา ระบบระบาย
อากาศ
1.3 เคร่ืองมือและอุปกรณ์ในการยกขนสินค้าคลังสินค้าอาจประกอบด้วยคลังสินค้าแบบด้ังเดิม
หรือ Manual ใช้แรงงานคนแทบท้ังหมด หรือแบบกึ่งอัตโนมัติท่ีมีการประยุกต์เคร่ืองมืออุปกรณ์ยกขน
และคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการจัดการ หรือเป็นคลังสินค้าแบบอัตโนมัติ ท่ีใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามา
ควบคุมการทำงานท้ังระบบ โดยใช้คนน้อยท่ีสุด การจัดการในคลังสินค้าจะเป็นระบบใดก็ตามเครื่องมือ
ยกขนสินค้าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้งานสามารถดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งมีเครื่องมือและ
อุปกรณ์ในการยกขนที่มีประสิทธิภาพมากเท่าใดลักษณะการไหลของงานจะรวดเร็วยิ่งข้ึน ตัวอย่าง
เคร่ืองมือและอุปกรณ์ยกขนที่เป็นท่ีนิยมใช้ คือ รถ Fork lift truck ซ่ึงอาจแบ่งเป็นแบบ Walkie การใช้
คล้าย ๆ คนลากรถ แต่และยืนขับมักเรียกเป็นทางการว่า Hand Truck หรือ Hand Lift และแบบ
เป็นรถขับ มักเรียกว่า Stacker โดยมีพนักงานขับรถยกสินค้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหน่ึงนอกจากนี้ยังมี
อุปกรณ์ในการยกขนอีกประเภทหน่ึงคือ ใช้รางเลื่อน หรือสายพานลำเลียง (conveyor) รูปแบบต่าง ๆ
เป็นอุปกรณ์หลักในคลังสินค้า
2. ความรวดเร็วในการขนถ่ายสินค้า หลักการสำคัญของคลังสินค้าอย่างหนึ่งหากมีการนำ
สินค้าออกสถานท่ีในการจัดเก็บได้รวดเร็ว ก็สามารถนำสินค้าใหม่เข้ามาเก็บทดแทน เป็นการใช้พื้นท่ีให้เกิด
ประโยชนอ์ ย่างสูงสุดอันส่งผลต่อกำไรของกิจการ ข้อควรพิจารณาที่จะทำให้เกิดความรวดเรว็ ในการขนถ่ายสินค้า
คือต้องวางแผนกำหนดการใช้พนื้ ทแี่ ละการไหลของสินค้าอยา่ งมรี ะบบ ดงั นี้
2.1 การจัดทางเดิน ต้องไม่แออัด มีทางเดินมากพอ มีความกว้างท่ีเหมาะสม ไม่เกิดปัญหา
คอขวด หรือทางตันภายในอาคาร และต้องเป็นเส้นทางตรงเท่านนั้
2.2 การจัดตำแหน่งวางสินค้า ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าเป็นหลัก สินค้าท่ีมีการ
หมุนเวียนสูง เข้าออกบ่อย ต้องจัดวางอยู่ในตำแหน่งท่ีเข้าออกได้สะดวก ใช้ระยะทางจากสถานท่ีรับไปยังสถานท่ี
จดั เก็บ และจากสถานทีจ่ ดั เก็บไปยังบรเิ วณจดั ส่งสนิ ค้า ต้องสนั้ ท่ีสุด
3. ความม่ันคงแข็งแรงในการเก็บรักษาสินค้า คลังสินค้าต้องอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งาน มี
ความแข็งแรง เคร่ืองมือและอุปกรณ์การยกขนส่ิงอำนวยความสะดวก ช้ันวางสินค้าต้องมีการบำรุงรักษา
ตรวจสอบสภาพโดยมีการกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบสภาพของปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวกำหนดไว้อย่าง
ชัดเจนเปน็ มาตรฐานของการปฏบิ ัติงาน
4. ระเบยี บในการจดั เกบ็ สินค้า
4.1 การกำหนดแถวกองสินคา้ แนวคิดการจัดแถวกองสนิ ค้าทสี่ ำคญั คือ การกองสนิ ค้าเป็น
แถวสั้น ๆ หลาย ๆ แถว แยกเป็นหมวดหมเู่ ฉพาะ ซงึ่ จะทำให้การนำจ่ายออกหรอื จดั สง่ เป็นไปอย่างรวดเรว็ ลด
การผดิ พลาด
4.2 การวางซอ้ นสินคา้ ควรมกี ารกำหนดมาตรฐานความสูงการวางซอ้ นสินค้า โดยใหม้ ีความสูง
มากที่สดุ จนถงึ จุดสงู สุด จึงคอ่ ยจัดวางสนิ คา้ กองใหม่ตอ่ ไป
เทคโนโลยใี นคลงั สินคา้
1 ฮาร์ดแวร์สำหรับการจัดการคลังสินค้า ฮาร์ดแวร์ทำหน้าที่เชื่อมต่อเพื่อสื่อสารในระบบ
ท้ังกระบวนการ ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยี Barcode, RFID การทำงานของระบบฮาร์ดแวร์ จะต้องเชื่อมต่อกับ
ซอฟต์แวร์ ของแต่ละคลังสินค้าท่ีออกแบบมาอย่างสอดคล้องกับการจัดการคลังสินค้าแต่ละประเภท ไม่ว่าจะ
เป็นการทำรายการ (Transactions) การรับสินค้า (Receiving) การจัดเก็บ (Storage) การขนย้าย
สินค้าออก (Put Away) รวมท้ังการหยิบสินค้าตามคำสั่ง (Picking Order) และการจัดส่ง (Shipping)
2. ซอฟต์แวร์สำหรับการจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System: WMS) มี
การนำจัดการคลงั สนิ คา้ พัฒนาเชือ่ มตอ่ กับระบบการผลิตและการจัดการกระจายสินคา้ ไปยังลูกค้าโดยพัฒนาเป็น
ซอฟต์แวร์เฉพาะของแต่ละองค์การตามความเหมาะสม ระบบซอฟต์แวร์มักจะเช่ือมต่อตั้งแต่การจัดซ้ือ จัดหา
การผลิต การจัดส่ง การคืนสินค้า ซอฟต์แวร์ปฏิบัติการท่ีเป็นโซลูช่ันในระบบการจัดการคลังสินค้ามีให้เลือกใช้
มากมาย ธุรกิจท่ีเป็น Logistics Outsourcing Service หรือผู้ให้บริการการสนับสนุนแก่ธุรกิจการผลิต และ
กระจายสินค้า มีการเขียนโปรแกรมสำเร็จที่เป็นซอฟแวร์เฉพาะจำหน่ายใหก้ ับธรุ กิจคลงั สินค้าประเภทต่าง ๆ ตาม
ความเหมาะสม แบบของโปรแกรมจะสอดคล้องกับการทำงาน และกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีเกิดขน้ึ ในคลังสินค้าไม่ว่าจะ
ซับซ้อนแค่ไหน ระบบของซอฟแวร์ท่ีดีจะต้องสามารถเชื่อมต่อ และรองรบั ธรุ กรรมอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เพ่ิมขีด
ความสามารถในการจัดการสินค้าคงคลัง และการกระจายสินค้า ให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน ซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้น
จะต้องเปน็ ระบบที่ผใู้ ช้งานหรือผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้งานได้งา่ ย
ระบบท่ีใช้ในการขนส่ง
TMS คือ ระบบบรหิ ารการจัดส่งอตั โนมตั ิ Transport Management Solution หรือเรียกสนั้ ๆ ว่า
ระบบ TMS คอื ระบบที่ใช้ในการบรหิ ารจัดการระบบขนสง่ ของธุรกจิ ตามหลกั ของการบริหารธุรกิจ TMS เปน็ กล
ยทุ ธห์ นึง่ ที่ถูกนำมาใช้ในการลดต้นทุนการขนส่งและการจัดการด้านโลจิสตกิ ส์ และเราสามารถเรียกระบบนี้
ว่า Fleet Management (ฟลที แมเนจเมนท์) หรือ “ระบบการจดั การยานพาหนะ”
การพัฒนาระบบเพื่อช่วยบริหารจัดการต้นทุน ปัจจุบันการขนสง่ มีความสำคัญต่อธุรกิจเกือบทุกประเภท
ทั้งในส่วนการจัดหาวตั ถุดิบ การผลติ การขาย และการจัดจำหน่าย ในหลายๆ ธรุ กิจ ต้นทุนการขนสง่ นบั เป็นตน้ ทุน
ท่ีสำคัญ และกระทบต่อต้นทุนรวมของผลิตภัณฑ์และบริการ ซ่ึงโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการขนส่ง
ประกอบด้วยต้นทุนดังตอ่ ไปนี้
ต้นทุนคงที่ (Fixed cost) – เป็นต้นทุนหรอื ค่าใช้จา่ ยท่ีไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามปริมาณการขนสง่ เช่น
ค่าเชา่ สถานทีจ่ อดรถ เงนิ เดือนพนกั งานขบั รถ เปน็ ตน้
ต้นทุนผันแปร (Variable cost) – เป็นต้นทุนหรือ ค่าใช้จ่ายท่ีมีการเปล่ียนแปลง ตามปริมาณการ
ให้บรกิ ารการขนส่ง เชน่ ค่านำ้ มนั เช้ือเพลิง คา่ ซ่อมแซม คา่ น้ำมันหล่อล่ืน เป็นต้น
ต้นทุนรวม (Total cost) – เป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่รวมเอาต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปรเข้าไว้
ดว้ ยกัน ถือเป็นต้นทุนการบริการขนสง่ ท้ังหมด ทั้งนร้ี วมถึงต้นทนุ เท่ียวกลับ (Backhauling cost) ด้วยต้นทุนของ
ผู้ประกอบการขนสง่ จะมากหรอื นอ้ ยเพยี งใดขึ้นอยกู่ ับปัจจัยท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั การกำหนดราคาคา่ ขนส่ง ไดแ้ ก่
- ค่าใช้จ่ายที่เกย่ี วกบั การขนส่งเทยี่ วเปล่า
- ปริมาณหรือนำ้ หนกั ของสนิ ค้า ท่บี รรทกุ
- ระยะเวลาทใี่ ชใ้ นการขนถ่ายขึน้ และลงรวมถงึ คา่ ใชจ้ ่ายในส่วนท่ีเก่ยี วกบั ระยะเวลาในการรอ
- คา่ ใช้จา่ ยทเี่ กยี่ วข้องกับระยะทางในการขนสง่
- คา่ ใชจ้ า่ ยท่ีเกีย่ วกับความรบั ผดิ ชอบตอ่ ความเสียหายจึงจำเปน็ ตอ้ งมีการบวกค่าใชจ้ ่าย
TMS ช่วยเพมิ่ ประสิทธภิ าพการขนส่ง
ในส่วนที่เป็นเร่ืองของการประกันภัยจากภาวะเศรษฐกิจโลกท่ีผันผวนส่งผลให้เกิดการปรับตัวของราคา
น้ำมันท่ีเพิ่มสูงข้ึนอย่างต่อเน่ือง ซึ่งต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงมีสัดส่วนมากของต้นทุนการขนส่งทั้งหมดเมื่อราคา
น้ำมันเพ่ิมสูงข้ึนทำให้ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ต้องแบกรับภาระด้านต้นทุน ในด้านการขนส่งสินค้าท่ีสูงขึ้น
ดงั นั้นผู้ประกอบการด้านโลจิสตกิ ส์จะต้องมีการวางแผนกำหนดกลยทุ ธ์ต่าง ๆ เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการขนส่ง
และลดต้นทนุ ในการขนส่ง อาทเิ ช่น
กลยุทธ์การใช้พลังงานทางเลือก – โดยปรบั เปล่ียนพลังงานที่ใช้ในการขนส่งจากนำ้ มันดีเซลหรอื เบนซิน
เปน็ ไบโอดเี ซลหรือก๊าซ CNG ซ่งึ การใชก้ า๊ ซ CNG จะประหยัดกว่าการใชน้ ้ำมนั ประมาณ 60-70
กลยุทธ์การปรับเปล่ียนรูปแบบการขนส่งแบบใหม่ – หรือการใช้วิธีการขนส่งต่อเน่ืองหลายรูปแบบ
(Multimodal transportation) ซ่ึงเป็นวิธีการขนส่งที่ผสมผสานระหว่างการขนส่งตั้งแต่ 2 รูปแบบข้ึนไป ภายใต้
สญั ญาหรือผู้รับผดิ ชอบการขนส่งรายเดียว ซง่ึ โครงสร้างของระบบขนสง่ สามารถแบ่งตามลักษณะทางกายภาพได้
5 แบบ คือ
- การขนส่งทางถนน เป็นรปู แบบการขนส่งทน่ี ิยมใช้มากทสี่ ุด สำหรบั การขนส่งภายในประเทศ
- การขนส่งทางราง มีข้อจำกัดในด้านสถานท่ีต้ัง และสถานีบรกิ าร ต้นทุนการขนส่งต่ำ และสามารถบรรทุก
สินค้า ไดค้ รั้งละมากๆ
- การขนส่งทางน้ำ สามารถขนส่งได้คร้ังละมากๆ มีต้นทุนในการขนส่งต่ำท่ีสุด และเป็นการขนส่งหลักของ
การขนส่งระหว่างประเทศ
- การขนส่งทางอากาศ ใช้สำหรับการขนส่งระยะทางไกลๆ และต้องการความเร็วสูง มีต้นทุนการขนส่งสูง
ท่สี ุด และใช้กบั สนิ คา้ ที่มรี าคาแพง มนี ำ้ หนกั และปรมิ าตรน้อย
- การขนส่งทางทอ่ ตอ้ งมีการกำหนดตำแหน่งท่ตี ง้ั สถานทร่ี ับและส่งสนิ คา้ ท่แี น่นอน
แบบฝกึ หดั บทที่ 9 การประยุกตใ์ ชร้ ะบบโลจิสตกิ สแ์ ละซพั พลายเชนในการปฏบิ ตั งิ าน
ตอนที่ 1 อธิบาย (หมายถึง การให้รายละเอียดเพิ่มเติม ขยายความ ถ้ามีตัวอย่างให้ยกตัวอย่าง
ประกอบ) ตอบแบบสัน้
1. สรุปความเป็นมาการนำโลจิสตกิ ส์สู่การปฏิบตั ิ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
2. อธบิ ายการแบง่ ขัน้ ตอนกระบวนการผลติ โลจิสติกส์
ตอบ 1. โลจสิ ติกสต์ ้นน้ำ (Up – Stream) หมายถึง การนำเทคโนโลยีโลจสิ ติกสม์ าใชใ้ นการบรหิ ารกระบวนการ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
3. หวั ใจของโลจิสตกิ ส์ 10 ประการได้แกอ่ ะไรบ้าง
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
4. ยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ไทยสกู่ ารแขง่ ขนั ระดับโลกประกอบด้วยอะไรบ้าง
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
5. สาเหตุอะไรบา้ งท่ีตอ้ งพัฒนาโลจิสตกิ ส์
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
6. แนวโน้มอะไรบา้ งที่ทำให้โลจสิ ติกสม์ บี ทบาทสำคญั
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
เฉลยแบบฝกึ หดั บทที่ 9 การประยกุ ตใ์ ช้ระบบโลจสิ ติกสแ์ ละซพั พลายเชน
ในการปฏบิ ัตงิ าน
ตอนที่ 1 อธิบาย (หมายถึง การให้รายละเอียดเพ่ิมเติม ขยายความ ถ้ามีตัวอย่างให้ยกตัวอย่าง
ประกอบ) ตอบแบบสน้ั
1. สรุปความเป็นมาการนำโลจิสตกิ ส์สกู่ ารปฏบิ ัติ
ตอบ กระบวนการสร้างความพงึ พอใจให้แกล่ กู ค้าหรือผ้บู ริโภค เริ่มตัง้ แต่การพฒั นาสินค้าผา่ นระบบการผลิตไป
จนถึงการจัดสง่ สินค้าไปยังลูกค้าหรือผู้บรโิ ภคอย่างรวดเร็ว อาศัยช่องทางในการจดั จำหน่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
ท้ังน้ีกลยุทธ์ที่รองรับกระบวนการดังกล่าวคือ โลจิสติกส์ (Logistics) ท่ีเชื่อกันว่าสามารถประสานรวม
(Integration) กิจกรรมต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตตั้งแต่ขั้นตอนทเ่ี ปน็ วตั ถุดบิ การผลิตในโรงงาน จนกระท่ังจัดส่ง
ถงึ ผู้บรโิ ภค รวมไปถึงการจดั เกบ็ และบริหารสนิ คา้ คงคลังด้วยวิธกี ารประหยัด ต้นทุนคา่ ใช้จ่ายและใช้เวลานอ้ ยทสี่ ดุ
โลจิสติกสน์ ับเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกจิ ประการหน่ึงที่กำลังมีบทบาทเพิ่มมากข้นึ ในปัจจุบัน ถือ
เปน็ กิจกรรมเสริมหรือสนับสนนุ กระบวนการผลิตหลักใหส้ ามารถดำเนินงานตอ่ ไป
โลจิสติกส์ (Logistics) เรม่ิ ใช้เป็นทางการครง้ั แรกในวงการทหาร หมายถึง กิจกรรมการส่งกำลัง
บำรุงการทางทหาร เพ่ือบริหารการส่งกำลังบำรุง เช่น อาหาร น้ำมัน กำลังสนับสนุน รวมทั้งอาวุธให้ถูกต้อง
ตามเวลาและสถานท่ีทร่ี ะบุ ระบบโลจสิ ติกส์ทางการทหารทีใ่ หญท่ ีส่ ุดในโลกเกิดขึ้นในปฏิบัติการพายทุ ะเลทราย
โลจิสติกส์ได้ขยายสู่ธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งหมายถึง กระบวนการบริหาร การเคลื่อนยา้ ย การจดั เก็บ
สนิ ค้าและวัตถุดิบ การกระจายสนิ ค้าอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในทุกข้ันตอน โดยสร้างความพึงพอใจ
สูงสุดให้แก่ลูกค้า/ผู้บริโภค โลจิสติกส์ครอบคลุมตง้ั แต่การนำวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานเพ่ือทำการผลิตสินค้าจนถึงการ
กระจายสินค้าสู่ลูกค้า/ผู้บริโภค โลจิสติกส์จึงเป็นการรวมเอากิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับการจัดหา การขนส่งหรือ
เคลื่อนย้าย การจัดเก็บและจัดส่งท้ังวัตถุดบิ และสินค้าทุกขั้นตอนก่อนถึงมือผู้บรโิ ภค รวมทั้งการบริหาร และการ
บรหิ ารขอ้ มลู เขา้ ดว้ ยกนั
2. อธบิ ายการแบ่งข้นั ตอนกระบวนการผลิตโลจิสติกส์
ตอบ 1. โลจิสตกิ สต์ ้นน้ำ (Up – Stream) หมายถึง การนำเทคโนโลยโี ลจิสติกส์มาใช้ในการบริหารกระบวนการ
จัดเก็บและเคลื่อนย้ายวัตถุดิบจากแหล่งผลิตเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตในโรงงาน ข้ันตอนนี้เป็นขั้นตอนการจัดหา
วัตถุดบิ ซึ่งส่วนใหญเ่ ปน็ กิจกรรมของฝ่ายจัดซ้ือ
2. โลจิสติกส์ปลายน้ำ (Down – Stream) หมายถึง การนำเทคโนโลยีโลจิสติกส์มาใช้ในการบริหารการ
จัดเกบ็ และเคลือ่ นยา้ ยสนิ ค้าสำเร็จรปู ออกจากโรงงานท่ผี ่านข้นั ตอนการผลติ แลว้ ส่งถงึ มือผู้บรโิ ภค
3. โลจิสติกส์โรงงาน หมายถึง การนำเทคโนโลยีโลจิสติกส์มาใช้ในการบริหารการผลิต เร่ิมตั้งแต่การนำ
วตั ถดุ ิบเข้าสู่กระบวนการผลิต จนกระทัง่ ออกมาเป็นสินคา้ สำเร็จรปู
แตถ่ ้าแบง่ ตามลักษณะการใชง้ าน สามารถแบง่ โลจิสติกสไ์ ดด้ งั นี้
- โลจิสตกิ สด์ ้านการทหาร
- โลจิสตกิ สด์ ้านวศิ วกรรม
- โลจสิ ตกิ ส์ดา้ นธรุ กจิ
3. หวั ใจของโลจิสตกิ ส์ 10 ประการไดแ้ ก่อะไรบ้าง
ตอบ 1. การควบคมุ ต้นทนุ (Cost Control)
2. เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)
3. การบรหิ ารสินคา้ คงคลัง (Inventory Management)
4. การบรกิ ารลูกคา้ (Customer Service)
5. ต้นทนุ ด้านการขนสง่ (Transportation Cost)
6. เวลาของวฏั จักรทั้งกระบวนการ (Cycle Time)
7. การบรหิ ารการขนส่ง (Freight Management)
8. การบรหิ ารฟลีทและคนขับ (Fleet and Driver Management)
9. คุณภาพ (Quality) เป็นสิ่งทตี่ ้องอยู่ในจิตสำนึกของพนักงานทุกคนในองคก์ ร
10. ระยะเวลาในการส่งมอบ (Delivery Time)
4. ยทุ ธศาสตร์โลจิสติกส์ไทยสู่การแขง่ ขนั ระดับโลกประกอบดว้ ยอะไรบ้าง
ตอบ ยทุ ธศาสตรโ์ ลจิสติกส์เพ่ือการพฒั นาขดี ความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม
แตล่ ะสาขา ตอ้ งเรมิ่ จากการสรา้ งพนั ธมิตรทางธรุ กิจท่ีใกล้เคียงกัน เช่ือมโยงผู้เก่ียวข้องทุกหน่วยงานเป็นเครอื ข่าย
ลูกโซ่อุปทาน โดยกำหนดเป้าหมายเฉพาะกิจท่ีชัดเจน วัตถุประสงค์เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการระบบโลจิ
สติกส์ เส้นทางลำเลียงเคล่ือนตัวของสินค้าหรือบริการตลอดสายงานจากต้นน้ำแหล่งวัตถุดิบ เข้าแปรรูปใน
กระบวนการผลิตเป็นสินค้าสำเรจ็ รูปใหม้ ีการจัดเก็บสต๊อกสินคา้ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและเคลื่อนไหวย้ายออก ส่ง
มอบสินค้าให้ถึงมือลกู ค้าปลายทางโดยรวดเร็ว และประมวลข้อมูลทางการคา้ ตลอดเส้นทางโลจิสติกส์ให้สามารถ
ตรวจสอบย้อนกลับไปปรับปรุงแผนการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในรอบต่อไปได้ทันที ดังน้ัน
พอ่ ค้าต้องเพ่ิมความถี่ในการสง่ มอบสินค้าในปริมาณท่ีน้อยลง ส่งผลให้อัตราค่าขนส่งสินค้าและระยะเวลาส่งมอบ
สินค้าเปลี่ยนแปลงไป บริษัทท่ีสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ย่อมชนะใจลูกค้า แต่ต้องรับสภาพ
ต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นและกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาว ดังนั้น การสร้างเครือข่ายธุรกิจร่วมกันเพื่อ
บริหารงาน โลจิสติกส์จึงเป็นวิธีการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังคง
รักษาและพัฒนาขดี ความสามารถการแข่งขนั ในธรุ กจิ หลักของตนเองได้
5. สาเหตุอะไรบา้ งท่ตี ้องพัฒนาโลจิสตกิ ส์
ตอบ 1. กลไกทางการคา้ โลกได้มีการเปลี่ยนแปลง
2. การแขง่ ขนั มคี วามเขม้ ขน้ และเป็นการแข่งขันในระดบั โลก
3. ความกา้ วหน้าของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
6. แนวโน้มอะไรบ้างที่ทำให้โลจิสติกส์มีบทบาทสำคญั
ตอบ 1. ตน้ ทนุ ดา้ นขนส่งเพิ่มขึน้ อย่างรวดเรว็
2. ประสทิ ธิภาพด้านการผลิตพัฒนาจนถงึ ขีดสดุ แล้ว
3. มีการเปลี่ยนแปลงข้ันพ้นื ฐานในปรัชญาสนิ ค้าคงคลัง
4. มีจำนวนรายการสนิ ค้าท่เี รียกว่า Stock – Keeping Units (SKUs)
5. การปฏวิ ัตดิ ้านเทคโนโลยคี อมพวิ เตอรแ์ ละการส่ือสาร
6. การเพม่ิ ข้ึนของการใช้งานคอมพิวเตอรใ์ นทางธุรกิจ
7. ความเป็นห่วงของสว่ นรวมในเรือ่ งการนำผลติ ภัณฑ์มาใช้ใหม่ (Product Recycle)
8. การเติบโตของผู้ค้าปลีกรายใหญ่หลาย ๆ รายหรือผู้ขายรายใหญ่ท่ีมีความต้องการสินค้าปริมาณมาก
และมรี ะบบโลจิสตกิ สท์ ี่ทันสมัย
ใบมอบหมายงานท่ี 9
ชือ่ วชิ า โลจิสิตกิ สแ์ ละซพั พลายเชน
หน่วยที่ 9 ชอ่ื หน่วย การประยุกตใ์ ช้ระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในการปฏบิ ัติงาน เวลา 3 ช่ัวโมง
ชอื่ เรอื่ ง การประยกุ ต์ใชร้ ะบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในการปฏบิ ัติงาน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกการนำระบบโลจสิ ติกสไ์ ปใช้ในคลงั สนิ คา้ ได้
2. บอกการนำระบบโลจิสตกิ สไ์ ปใช้ในการขนสง่ ได้
3. บอกการนำระบบโลจสิ ตกิ ส์ไปใช้ในดา้ นขอ้ มูลข่าวสารได้
4. อธบิ ายการตัดสนิ ใจดา้ นตา่ งๆ ในระบบโลจสิ ติกสข์ องโซ่อุปทานได้
5. อธบิ ายการพัฒนาความสามารถในการแข่งขนั ของไทยได้
แนวทางการปฏิบัติงาน
1. แบง่ นักศึกษาออกเปน็ กลมุ่ กล่มุ ละเท่าๆ กนั ตามความสมคั รใจ
2 มอบหมายงานตามลำดับกลุ่มใหส้ อดคลอ้ งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3. ใหน้ ักศกึ ษาแต่ละกลุ่มไปศึกษา ค้นคว้าหาขอ้ มูล และรว่ มกนั จัดทำเป็นบอรด์ วชิ าการเผยแพรค่ วามรู้
และนำเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น
4. ครู นกั ศกึ ษาเย่ยี มชมบอรด์ วิชาการ
5. ครูเสนอแนะเพ่ิมเตมิ และบรรยายสรุป
กำหนดระยะเวลาท่สี ง่ งาน ภายหลังการนำเสนอ
การประเมินผล
1. พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
2. การนำเสนอ
3. ช้ินงาน
4. การตอบขอ้ ซกั ถาม
5. การตรงต่อเวลา
แหล่งค้นคว้าเพม่ิ เตมิ
1. ทวีศกั ด์ิ เทพพทิ กั ษ.์ การจัดการโลจิสติกส์และซพั พลายเชน. กรุงเทพฯ : บรษิ ัท เอก็ ซเปอร์เน็ท จำกดั ,
2554
2. วิเชียร วงศว์ าณิชชากุล และคณะ. หลักการตลาด. กรงุ เทพฯ : สำนกั พมิ พ์มหาวทิ ยาลัยกรุงเทพ, 2554
ใบทดสอบหลังเรียน แผ่นท่ี....1..
หลักสตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ช้ันสงู พุทธศักราช 2563 ประเภทวิชา บริหารธุรกจิ
รหสั วิชา 30214-2001 รายวิชา โลจิสตกิ ส์และซพั พลายเชน
หนว่ ยท่ี 9 ช่อื การประยุกตใ์ ชร้ ะบบโลจิสตกิ ส์และซพั พลายเชนในการปฏิบัติงาน
จำนวน.....6....ชั่วโมง
ช่อื ผู้เรยี น................................ระดับชน้ั ................................
เรอ่ื ง....การประยกุ ตใ์ ชร้ ะบบโลจิสติกส์และซพั พลายเชนในการปฏิบัติงาน...............เวลา.............10.................นาที
คำส่งั จงทำเคร่ืองหมายกากบาท (x) ลงหน้าข้อทีถ่ ูกตอ้ ง
1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่เปน็ องคป์ ระกอบของงานคลังสนิ ค้า
ก. Warehouse ข. Storage Location
ค. Storage Type ง. Holding Warehouse
2. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความสำคัญของคลงั สนิ ค้าในระบบโลจสิ ตกิ ส์
ก. สนับสนุนการปฏิบัติงานระหวา่ งหน่วยงานตา่ งๆ
ข. ลดตน้ ทนุ การผลิต
ค. สนบั สนนุ การจดั การด้านการตลาด
ง. ประหยดั การขนส่ง
3. ขอ้ ใดเป็นกจิ กรรมหลกั ของคลังสนิ คา้
ก. การสงั่ ซือ้ ข. การขนส่ง
ค. การตรวจนับสินคา้ ง. การเกบ็ รกั ษา
4. ลกั ษณะพ้นื ท่ขี องคลังสินค้าท่ีมคี วามถี่ในการขนย้ายไม่มากนกั คือขอ้ ใด
ก. Holding Warehouse ข. Distribution Warehouse
ค. Storage Location ค. Storage Type
ใบทดสอบหลงั เรยี น แผ่นท่ี....2..
หลักสตู ร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพชน้ั สูง พทุ ธศกั ราช 2563 ประเภทวชิ า บริหารธุรกิจ
รหสั วิชา 30214-2001 รายวิชา โลจิสติกส์และซัพพลายเชน
หนว่ ยที่ 9 ชือ่ การประยกุ ตใ์ ช้ระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในการปฏบิ ตั ิงาน
จำนวน.....6....ชั่วโมง
ชือ่ ผเู้ รียน................................ระดบั ชนั้ ................................
เรือ่ ง....การประยุกตใ์ ชร้ ะบบโลจสิ ติกส์และซัพพลายเชนในการปฏิบตั งิ าน...............เวลา.............10.................นาที
5. ข้อมลู ท่ีสำคัญในการจัดการคลงั สินค้าไดแ้ กข่ อ้ ใด
ก. จำนวนรายการสินคา้ ทีเ่ ก็บรักษา ข. มูลค่าสนิ ค้าคงคลงั
ค. จำนวนบคุ ลากร ง. ถูกทุกขอ้
6. ผู้ที่ทำหนา้ ทรี่ วบรวมสินค้าเพื่อสง่ มอบให้ผู้ประกอบการขนสง่ สาธารณะ คอื ขอ้ ใด
ก. Public or Common Carriers ข. Contract Carrier
ข. Private Transport Operator ง. Freight Forwarder
7. ขอ้ ใดเป็นปัญหาสำคญั ของผูป้ ระกอบการสินค้าท่ัวไป
ก. ปัญหาบุคลากร ข. ปัญหาเทคโนโลยี
ค. ปัญหาเงินทนุ ง. ถกู ทุกขอ้
8. ขอ้ ใดเปน็ ปญั หาและอุปสรรคของการจัดการโซ่อุปทานของกจิ การ
ก. ปัญหาบุคลากร ข. ปัญหาเทคโนโลยี
ค. ปญั หาเงนิ ทนุ ง. ปัญหาการประสานงานไม่ดี
9. ข้อใดคือการวิเคราะห์เพอื่ เพิม่ ประสิทธิภาพและศักยภาพในการแข่งขนั ของธุรกิจ
ก. Value Chain Analysis ข. Logistic Analysis
ค. Transportation Analysis ง. Stock Analysis
ใบทดสอบหลงั เรียน แผน่ ที่....3..
หลักสตู ร ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชนั้ สูง พทุ ธศักราช 2563 ประเภทวชิ า บรหิ ารธรุ กิจ
รหสั วิชา 30214-2001 รายวชิ า โลจิสตกิ ส์และซัพพลายเชน
หน่วยที่ 9 ชื่อ การประยกุ ตใ์ ช้ระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในการปฏิบตั ิงาน
จำนวน.....6....ชวั่ โมง
ชอื่ ผู้เรยี น................................ระดับช้ัน................................
เร่ือง....การประยกุ ต์ใช้ระบบโลจสิ ติกส์และซพั พลายเชนในการปฏิบัตงิ าน...............เวลา.............10.................นาที
10. ขอ้ ใดเปน็ องคป์ ระกอบแรกของโครงสร้างของสายโซ่แห่งคุณคา่
ก. วัตถดุ บิ ข. ทรพั ยากรมนษุ ย์
ค. เทคโนโลยี ง. การจดั หา
เฉลย
1. ง 2.ง 3.ค 4. ก 5. ง 6. ง 7. ง 8. ง 9. ก 10. ก
แบบประเมนิ ผลพฤตกิ รรมรายบุคคล
ใบงานท่ี 9 เรื่อง การประยกุ ตใ์ ชร้ ะบบโลจิสติกส์และซพั พลายเชนในการปฏบิ ตั ิงาน
กลุม่ ที่ ...................
ท่ี คะแนน การรบั ฟัง การเสนอ การยอมรบั การสรา้ ง รวม ระดบั การ
ความคดิ ความคดิ คนอ่นื บรรยากาศ คะแนน มี
ชือ่ สกุล
1 เห็น เห็น ในกลุ่ม 20 ส่วนรวม
2
3 5 55 5
4
5
6
7
8
9
10
ระดบั ของคะแนน
5 = มากทสี่ ุด 4 = คอ่ นขา้ งมาก
3 = ปานกลาง 2 = คอ่ นขา้ งออ่ น
1 = นอ้ ยทส่ี ดุ
เกณฑก์ ารประเมิน 15-20 = มาก
8-14 = ปานกลาง
1-7 = นอ้ ย
ลงชอ่ื ...........................................ผ้ปู ระเมนิ
การประยกุ ตใ์ ชร้ ะบบโลจิสตกิ ส์และซพั พลายเชนในการปฏบิ ตั งิ าน
คะแนน การนำเสนอผลงาน การบันทึกผลงาน รวม
คะแนน ระดบั คุณภาพ
กลุ่มที่ ขัน้ นำ ขน้ั สอน ขั้นสรปุ ถกู ต้อง เรยี บร้อย 50 ของผลงาน
10 10 10 10 10
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ระดับของคะแนน 8 - 10 = ดมี าก 7 - 8 = ดี
5 – 6 = พอใช้ 0 – 4 = ควรปรับปรุง
เกณฑก์ ารประเมิน 35 - 50 = ดี
17 - 34 = ปานกลาง
1 - 16 = ควรปรบั ปรงุ
ลงชือ่ ...........................................ผปู้ ระเมนิ
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมทางดา้ นคุณธรรม จริยธรรม
วันท่ี......เดอื น....................พ.ศ. ....................
ช่ือ...............................................นามสกลุ .......................................ระดบั ช้นั .................เลขท.ี่ .......
แผนก..................................................................คณะ......................................................................
ลำดบั พฤตกิ รรมท่ปี ระเมิน ระดับคะแนน หมายเหตุ
1 ความรบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่แี ละงานท่ีได้รับ 3 2 1 ความหมายของระดับคะแนน
มอบหมาย 3= ปฏิบัติอย่างสมำ่ เสมอโดยไม่
ตอ้ งมกี ารช้นี ำหรอื ตักเตือน
2 กล้าคิด กลา้ ทำ และกล้าตัดสนิ ใจดว้ ยเหตุผล 2= ปฏบิ ตั ิบา้ งในบางคร้ัง
3 มีมนษุ ยสมั พนั ธ์ที่ดีต่อเพอ่ื นๆ จากการเชญิ ชวนหรือช้ีนำ
4 เอือ้ เฟอื้ เผ่อื แผ่เสยี สละเพ่อื สว่ นรวม 1= ตอ้ งสั่งบงั คบั ว่ากล่าวหรอื
5 มวี นิ ยั ซือ่ สัตย์และประหยัด ตักเตอื นจงึ จะปฏบิ ัติ หรือมักจะ
6 รูจ้ ักการให้โอกาส ใหอ้ ภยั ปฏบิ ตั ิในทางที่ผดิ เสมอ
7 การยอมรบั การปฏิบตั ิตอ่ มตขิ องกลุม่
8 ไมเ่ อาเปรียบเพ่ือนผ้เู รยี นด้วยกัน เกณฑก์ ารประเมิน
9 แสดงกิรยิ าวาจาสภุ าพตอ่ ทกุ คน 26-30 คะแนน= ดมี าก
10 แสดงความมนี ำ้ ใจต่อคร/ู อาจารย์ 21-25 คะแนน= ดี
16-20 คะแนน= พอใช้
รวม (คะแนนเต็ม 30 คะแนน) 0-15 คะแนน= ควรปรบั ปรุง
บันทึก
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...........................................ผปู้ ระเมนิ