The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่ม วารสารสุขภาพภาคประชาชนภาคกลาง ปีที่ 32 ฉบับที่ 1-4

สถาบันพัฒนานวัตกรรมด้านระบบบริการสุขภาพภาคกลาง จังหวัดชลบุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รวมเล่ม วารสารสุขภาพภาคประชาชนภาคกลาง ปีที่ 32 ฉบับที่ 1-4

รวมเล่ม วารสารสุขภาพภาคประชาชนภาคกลาง ปีที่ 32 ฉบับที่ 1-4

สถาบันพัฒนานวัตกรรมด้านระบบบริการสุขภาพภาคกลาง จังหวัดชลบุรี

Keywords: วารสารสุขภาพภาคประชาชนภาคกลาง,วารสาร,สุขภาพภาคประชาชนภาคกลาง

79 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4 เดือนกรกฎาคม - กันยายน 2561 การขับเคลื่อนงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย : กรณีศึกษาพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบการดำาเนินงานส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ปฐมวัย ในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน เพื่อรวบรวมปญหาอุปสรรคในการดำาเนินงาน ใช้เป็น แนวทางในการพัฒนาระบบการดำาเนินงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลา พระราชทาน โดยศึกษาจากเอกสาร แนวคิด รายงาน สรุปผลการดำาเนินงาน ของกรมสุขภาพจิต ระหว่าง ตุลาคม 2560 - มิถุนายน 2561 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาตามข้อเท็จจริงที่ได้รับ ผลการศึกษาพบว่า ระบบการขับเคลื่อนการดำาเนินงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ในพื้นที่ สุขศาลาพระราชทานพบว่า ด้านปจจัยนำาเข้า ผู้บริหารระดับสูงของกรมสุขภาพ จิต เป็นปจจัยแห่งความสำาเร็จที่สำาคัญ การมีนโยบายที่ชัดเจน การนำานโยบายสู่การปฏิบัติ การสนับสนุนในการดำาเนินงาน ด้านกระบวนการ การพัฒนาศักยภาพทีมงาน การกำาหนด บทภารกิจของหน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่ชัดเจน การดำาเนินการแบบ บูรณาการ การติดตามให้ขวัญกำาลังใจในการดำาเนินงานของผู้บริหารระดับสูง และการสร้าง เปาหมายร่วมกันในการทำางานของผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับ และการประเมินผลการดำาเนิน งาน ด้านผลผลิต เด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลาพระราชทานจำานวน 1,245 ได้รับการประเมิน พัฒนาการ 856 คน (ร้อยละ68.71) มีพัฒนาการสมวัย 416 คน (ร้อยละ 48.59) และพบ ว่า พัฒนาการสงสัยล่าช้าด้านใดด้านหนึ่ง 440 คน (ร้อยละ51.40) ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการ 260 คน (59.10) กลับมามีพัฒนาการดีขึ้น 176 คน (ร้อยละ67.69) เจ้าหน้าที่ได้รับการเสริม พลัง 225 คน ผู้ปกครองของเด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาให้มีความรู้และทักษะเรื่องการส่งเสริม พัฒนาการ ปญหาอุปสรรคในการดำาเนินงาน ความยากลำาบากในการเดินทางในการไปปฏิบัติ งานในพื้นที่ การติดต่อสื่อสารกับพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน ความรู้ ความเข้าใจของเจ้าหน้า ที่ผู้ปฎิบัติ ผู้ปกครองในเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย และมีความแตกต่างของภาษา วัฒนธรรม ข้อเสนอแนะ ด้านระบบบริการควรมีการพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับบริบทและวัฒนธรรม ของพื้นที่ ด้านกำาลังคน การพัฒนาศักยภาพของพี่เลี้ยงเด็กในศูนย์เด็กเล็ก ผู้ปกครอง และ เครือข่ายในพื้นที่ ควรให้มีค่าตอบแทนในการติดตามและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย มีการ คืนข้อมูลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองและชุมชน เพื่อกระตุ้นและ โน้มน้าวให้เกิดความเป็นเจ้าของ และมีสวนร่วมในการแก้ไขปญหาและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน นำาโครงการดังกล่าวเข้าสู่แผนปฏิบัติการประจำาปของกรมสุขภาพจิต สุทธนิจ หุณฑสาร* คำาสำาคัญ : พัฒนาการเด็กปฐมวัย, สุขศาลาพระราชทาน *นักวิชาการสาธารณสุขชำานาญการ สำานักระบาดวิทยาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต


80 วารสารสุขภาพภาคประชาชนภาคกลาง บทนำา สุขศาลาพระราชทาน” เป็นสถานพยาบาล ที่จัดตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำาริของสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะพัฒนาหน่วยพยาบาลในโรงเรียนตำารวจ ตระเวนชายแดนที่ห่างไกล ยากต่อการเข้าถึง บริการสาธารณสุข ให้เป็นสุขศาลาพระราชทาน ด้วยพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งหวังให้พสกนิกร ผู้ยากไร้ในพื้นที่ทุรกันดาร หรือพื้นที่เสี่ยงภัยได้รับ การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมดำาเนินงานกับกองบัญชาการตำารวจตระเวน ชายแดน และสำานักงานโครงการสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กรมพลังงาน ทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งบริษัททีโอที จำากัดมหาชน ได้น้อมนำาพระราชดำาริและพระราช ปณิธานมาเป็นแนวทางการดำาเนินงานพัฒนา สุขศาลาพระราชทานโรงเรียนตำารวจตระเวน ชายแดน1 เพื่อให้เป็นแหล่งบริการด้านสุขภาพ และการสาธารณสุขที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และดำาเนินงานในรูป คณะกรรมการอำานวยการโครงการสุขศาลา พระราชทานโรงเรียนตำารวจตระเวนชายแดน เพื่อการดำาเนินงานแบบบูรณาการหน่วยงาน ทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาให้ เป็นรูปธรรมและต่อเนื่องเป็นระบบอย่างยั่งยืน สภาพปญหาความห่างไกล ปญหาการติดต่อสื่อสาร ปญหาความยากลำาบากในการเข้าถึงบริการ ในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน การให้บริการ ส่วนใหญ่เป็นการให้บริการด้านการรักษาพยาบาล เบื้องต้นทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉิน สำาหรับ เรื่องการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยยังมีไม่มากนัก เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติและผู้ปกครองยังขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว กรมสุขภาพจิตจึงได้ มีนโยบายให้มีการดำาเนินการส่งเสริมพัฒนาการ เด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน วัตถุประสงค์การศึกษา เพื่อศึกษาระบบการดำาเนินงานการส่งเสริม พัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน วิธีการศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี งานวิจัย และเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบเอกสารและสื่ออิเล็กทรอนิคส์ซึ่งเป็น ข้อมูลเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ตามข้อเท็จจริงที่ได้รับ ผลการศึกษา 1. ผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย ในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน 20 แห่ง มีเด็ก ปฐมวัย 1,245 คน ได้ดำาเนินการทั้งสิ้น 856 คน (ร้อยละ 68.71) พบว่า มีพัฒนาการสมวัย 416 คน (ร้อยละ 48.59) และพบว่า พัฒนาการสงสัยล่าช้า ด้านใดด้านหนึ่ง 440 คน (ร้อยละ51.40) ได้รับ การกระตุ้นพัฒนาการ 260 คน (59.10) กลับมา มีพัฒนาการดีขึ้น 176 คน (ร้อยละ67.69) เจ้าหน้าที่ ได้รับการเสริมพลัง จำานวน 225 คน และพ่อแม่


81 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4 เดือนกรกฎาคม - กันยายน 2561 ของเด็กปฐมวัยได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาการ ด้วยทุกคนเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์โดยรวม ของประเทศ ข้อมูล ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2561 พบว่า เด็กปฐมวัย 1,772,995 คน ได้รับการ คัดกรองพัฒนาการ พบว่า พัฒนาการสงสัยล่าช้า 195,961 คน (ร้อยละ51.40) ได้รับการกระตุ้น 163,355 คน (ร้อยละ 83.36) และกลับมามี พัฒนาการสมวัย 160,868 คน (ร้อยละ98.48) เด็กปฐมวัยในสุขศาลายังคงมีพัฒนาการล่าช้า ใกล้เคียงกัน แต่การได้รับการกระตุ้น และการ กลับมามีพัฒนาการที่สมวัยนั้นน้อยกว่าข้อมูล ในภาพรวมอาจด้วยเหตุผลของการมีอุปสรรค ในการเดินทาง ความเข้าใจของผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ ในเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการเด็กยังไม่ดีเท่า ที่ควร 2. รูปแบบการขับเคลื่อนงานส่งเสริม พัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลา พระราชทาน ผู้บริหารระดับสูง : มีนโยบายที่ชัดเจน ให้ ความสำาคัญอย่างสูง และให้การสนับสนุนในการ ดำาเนินงาน ติดตามการดำาเนินงานด้วยตนเอง อย่างสม่ ำาเสมอ หน่วยงานส่วนกลาง : โดยกองบริหาร ระบบบริการสุขภาพ 1) มีบทบาทในการพัฒนาศักยภาพผู้ ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ 2) มีส่วนร่วมการถ่ายทอดนโยบายการ ดำาเนินงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่ สุขศาลาพระราชทาน 3) ร่วมติดตามผลการดำาเนินงานในพื้นที่ ร่วมกับผู้บริหารระดับสูง กองยุทธศาสตร์และแผนงาน มีบทบาท ในการถ่ายทอดนโยบายสู่การปฏิบัติและประสาน นโยบายในการดำาเนินงาน กำากับ ติดตามและ ประเมินผลการปฏิบัติงานตามนยาย จัดสรรงบ ประมาณในการดำาเนินงานตามโครงการ หน่วยงานส่วนภูมิภาค ศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 เชียงใหม่ ศูนย์สุขภาพ จิตที่ 2 พิษณุโลก ศูนย์สุขภาพจิตที่ 5 ราชบุรี ศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 ปตตานี สถาบันพัฒนาการ เด็กราชนครินทร์ โรงพยาบาลจิตเวชในพื้นที่ที่มี สุขศาลาพระราชทาน ได้ทำางานแบบบูรณาการ ร่วมกัน โดยทำางานร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข ในพื้นที่และโรงเรียนตำารวจตระเวณชายแดน ที่สุขศาลาพระราชทานตั้งอยู่ โดยรูปแบบการ ดำาเนินงานนั้นแต่ละแห่งจะปรับให้เข้ากับบริบท ของพื้นที่ 3. กระบวนการดำาเนินงานส่งเสริมพัฒนา การเด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน มีความแตกต่างจากพื้นที่ปกติอย่างมาก ในเรื่อง ความยากลำาบากในการเดินทาง เส้นทาง การเดินเป็นภูเขา พื้นที่สูงเป็นส่วนใหญ่ พื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่ชายขอบ และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล้วนมีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยในการ เดินทาง ระยะเวลาที่สามารถเข้าไปดำาเนินการใน พื้นที่ได้เพียงฤดูร้อน และฤดูหนาว เท่านั้น ฤดูฝน ไม่สามารถเข้าไปทำางานได้ เนื่องจากสภาพการ


82 วารสารสุขภาพภาคประชาชนภาคกลาง เดินทางลำาบาก มีน้ำาปาไหลหลาก ถนนเป็นดิน โคลน และมีอันตราย เวลาที่ใช้ในการเดินทางก็ ค่อนข้างมากกว่าปกติ รถยนต์ธรรมดาไม่สามารถ เข้าถึงได้ ในบางพื้นที่ต้องใช้รถยนต์ที่มีสมรรถนะ สูง ขับเคลื่อนสี่ล้อ ภาษาและวัฒนธรรม ก็มีความต่างจาก พื้นที่ปกติ ด้วยส่วนใหญ่เป็นชนเผ่า มีภาษาและ วัฒนธรรมเฉพาะ การสื่อสารเป็นไปด้วยความ ลำาบากและต้องระมัดระวังในทางปฏิบัติ การติดต่อสื่อสาร กับพื้นที่ สำาหรับพื้นที่ สุขศาลาพระราชทานไม่สามารถติดต่อสื่อสาร ได้สะดวกเนื่องจากเป็นพื้นที่สูง หุบเขา คลื่น โทรศัพท์ไม่มี ต้องใช้ระบบ Telemedicineซึ่งต่ างจากพื้นที่ปกติที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ตลอดเ วลายกเว้นสุขศาลาในพื้นที่จังหวัดยะลาและนรา ธิวาสที่ยังคงใช้การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ได้ ทรัพยากรที่ใช้ ในพื้นที่ปกติสามารถเข้าถึง พื้นที่ได้โดยสะดวกด้วยยานพาหนะปกติ สำาหรับ พื้นที่สุขศาลาพระราชทานต้องใช้ยานพาหนะขับ เคลื่อนสี่ล้อในการดำาเนินงานและเครื่องมือใน การประเมินพัฒนาการยังมีเคยมี จึงต้องมีการ สนับสนุนเครื่องมือโดยกรมสุขภาพจิต 4. ความถี่ในการดำาเนินงานในพื้นที่ สำาหรับความถี่หรือจำานวนครั้งในการไปส่งเสริม พัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน มีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการวางแผนการ ดำาเนินงานของหน่วยงาน สภาพอากาศ สภาพเส้นทาง การเดินทาง ความพร้อมของพื้นที่ จะพบว่าใน ส่วนของพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 1 มีสุขศาลา ในพื้นที่ จำานวน 8 แห่ง3 ได้ดำาเนินการส่งเสริม พัฒนาการเด็กปฐมวัยมีจำานวนครั้งมากที่สุด ไม่น้อยกว่า 4 ครั้งในแต่ละพื้นที่ ยกเว้นสุขศาลา พระราชทานโรงเรียนตำารวจตระเวณชายแดน บ้านปอหมื้อ อำาเภอ แม่เสรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีความยากลำาบากในการเดินทางมากที่สุด ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการเดินทาง หากเดินทาง ด้วยทางบกและทางเรือ ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง มึความเสี่ยงสูงในการเดินทางอีกทั้งเป็น พื้นที่ติดชายแดน สำาหรับในพื้นที่เขต 2, 5, 12 มีการลงไปดำาเนินงานประมาณ 1 - 2 ครั้ง ในแต่ละ สุขศาลา4,5,6 5. ด้านงบประมาณในการดำาเนินงาน กรมสุขภาพจิตได้มีการสนับสนุนงบประมาณ ตามโครงการที่หน่วยงานส่วนกลางและศูนย์ สุขภาพจิตขอรับการสนับสนุน และสถาบัน พัฒนาการเด็กราชนครินทร์ได้รับการสนับสนุน งบประมาณจากสำานักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ ด้วยอีกแหล่งหนึ่ง 6. แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ที่สำาคัญที่สุด ในการปฏิบัติงาน คือการที่เจ้าหน้าที่ได้มีโอกาส เข้าเฝารับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จเยี่ยมสุขศาลา พระราชทานในพื้นที่ และมีความภาคภูมิใจที่ได้ เป็นส่วนหนึ่งที่ได้น้อมนำาพระราชดำาริมาดำาเนินงาน สิ่งสำาคัญอีกประการหนึ่งที่ทำาให้การดำาเนิน งานส่งเสริมพัฒนาการเด็กในพื้นที่สุขศาลา พระราชทานสามารถดำาเนินการได้อย่างดี คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจ เสียสละของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ


83 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4 เดือนกรกฎาคม - กันยายน 2561 ทุกท่านในระดับพื้นที่ เพื่อให้เด็กปฐมวัยซึ่งจะเติบใหญ่ เป็นอนาคตของชาติไทยที่มีคุณภาพต่อไป 7. การวิเคราะห์ระบบการขับเคลื่อน การดำาเนินงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กในพื้นที่ สุขศาลาพระราชทาน จุดแข็ง (Strength) 1. โครงการสุขศาลาพระราชทานฯ เป็นโครงการตามพระราชดำาริของสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2. เป็นโครงการที่ผู้บริหารระดับสูงของ กรมสุขภาพจิตให้การสนับสนุน และกำาหนดเปาหมาย ในการทำางานอย่างชัดเจน 3. ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคมีความเข้มแข็ง มุ่งมั่น เสียสละ ในการทำางานอย่างสูง 4. มีเครือข่ายในการปฏิบัติงาน ได้รับความ ร่วมมือจากหน่วยงาน 5. มีการทำางานเป็นทีมในทุกพื้นที่ จุดอ่อน (Weakness) 1. หน่วยงานในกรมสุขภาพจิตที่รับผิด ชอบโดยตรงในเรื่องดังกล่าวไม่มี 2. บุคลากรในการดำาเนินงานในพื้นที่ไม่ เพียงพอ 3. มีโอกาสได้เรียนรู้งานก่อนปฏิบัติ จริงน้อย อุปสรรค (Threats) 1. พื้นที่สุขศาลาตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร และเสี่ยงภัย 2. สภาพอากาศ/ การเดินทางยากลำาบาก สภาพแวดล้อมในพื้นที่ไม่เอื้อต่อการทำางาน 3. พาหนะในการเดินทางไม่มีความพร้อม และเพียงพอ 4. ความเข้าใจของผู้ปกครองในเรื่องการ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยังมีน้อย 5. ภาษา วัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละ ท้องถิ่น 6. เครื่องมือและวิธีการ อาจไม่เหมาะสม กับท้องถิ่น 7. ปญหาความยากลำาบากเกี่ยวกับการ ติดต่อสื่อสารกับพื้นที่ 8. กิจกรรมที่ใช้การส่งเสริมพัฒนาการ มีเนื้อหา ทั้ง DSPM/Triple P/กิน กอด เล่น เล่าอาจมีปญหาในเรื่องการบริหารเวลาในการ ดำาเนินกิจกรรม โอกาส (Opportunities) 1. ผู้บริหารระดับสูงของกรมสุขภาพจิต มีนโยบายชัดเจนและให้การสนับสนุน 2. ผู้บริหารได้ลงดำาเนินงานร่วมกับ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ 3. นโยบายของรัฐบาลและกระทรวง สาธารณสุขที่สนับสนุนให้มีการดำาเนินงานตาม โครงการพระราชทานฯ 4. หน่วยงาน ภาคี เครือข่ายในพื้นที่ เชื่อมั่นในศักยภาพของหน่วยงานกรมสุขภาพจิต ในพื้นที่ 8. ระบบการดำาเนินงานส่งเสริม พัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลา พระราชทาน มีดังนี้


84 วารสารสุขภาพภาคประชาชนภาคกลาง 1) นโยบายของผู้บริหารที่ชัดเจนสอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปที่น้อมนำาหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นปรัชญาในการนำาทาง ในการพัฒนาประเทศ และสอดคล้องกับแผน พัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตาม พระราชดำาริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยาม บรมราชกุมารีฉบับที่ 5 พ.ศ. 2560 - 2569 ใน เปาหมายหลักที่ 1 เสริมสร้างสุขภาพเด็กตั้งแต่ใน ครรภ์มารดา มุ่งเน้นพัฒนาปรับปรุงการบริการ อนามัยแม่และเด็กในพื้นที่เฉพาะที่ยังมีอัตราการ ตายทารกและทารกแรกเกิดมีน้ำาหนักน้อยกว่า 2,500 กรัมสูงอยู่ ให้มีการดูแลเด็กปฐมวัยทุก ช่วงอายุครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้เด็กปฐมวัย มีการเจริญเติบโตและมีการเจริญเติบโตและมี พัฒนาการที่สมวัย7 2) การสนับสนุนทรัพยากร งบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ 3) การกำาหนดบทบาทของหน่วยงาน หน่วยงานส่วนกลางให้มีบทบาทในด้าน - สนับสนุนงบประมาณ - ถ่ายทอดนโยบายสู่การปฏิบัติ - พัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้รับผิดชอบ - ติดตามผลการดำาเนินงาน - กำาหนดรูปแบบการรายงานผลการ ดำาเนินงาน หน่วยงานส่วนภูมิภาคให้มีบทบาทในด้าน - จัดทำาแผนงานโครงการและดำาเนิน งานตามแผน - พัฒนาศักยภาพและเตรียมความ พร้อมทีมงานในการดำาเนินงานใน เรื่องการประเมินพัฒนาการเด็ก ปฐมวัย/การใช้แบบคัดกรอง/การ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย - ประสานพื้นที่และเครือข่ายที่ เกี่ยวข้อง ชี้แจงเปาหมายในการ ดำาเนินงานร่วมกัน - เตรียมอุปกรณ์/พาหนะ/เครื่องมือ - สรุปรายงานผลการดำาเนินงาน - คืนข้อมูลแก่ชุมชน/พื้นที่ - ติดตามพัฒนาการเด็กและประเมิน ทักษะของผู้ปกครองในการส่งเสริม พัฒนาการเด็กปฐมวัย ร่วมกับหน่วย งานในพื้นที่ 4) การประเมินผลการดำาเนินงานร่วม กันหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและพื้นที่ ถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อนำาไป สู่การปรับปรุงและพัฒนาระบบงานต่อไป อภิปรายผล 1. ผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย ในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน พบว่ามีพัฒนาการ ล่าช้าใกล้เคียงกับเด็กปฐมวัยในพื้นที่ปกติใน ภาพรวมของประเทศ สำาหรับร้อยละของการ ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการและการกลับมามี พัฒนาการสมวัยนั้นยังน้อยกว่าข้อมูลภาพรวม ของประเทศ อาจด้วยเหตุผลของการมีอุปสรรค ในการเดินทาง ความเข้าใจของผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ ในเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการเด็กยังไม่ดีเท่าที่ควร


85 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4 เดือนกรกฎาคม - กันยายน 2561 2. รูปแบบของการขับเคลื่อนงานส่งเสริม พัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน เป็นการดำาเนินงานที่ยังไม่เคยมีการศึกษา จึงเป็น รูปแบบที่จะนำาไปสู่การพัฒนางานส่งเสริมพัฒนาการ เด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลาพระราชทานต่อไป และสามารถนำาไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ห่างไกล และทุรกันดารอื่นต่อไป 3. กระบวนการดำาเนินงานงานส่งเสริม พัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน มีความแตกต่างกับพื้นที่ปกติอย่างมาก ทั้งในเรื่อง ความยากลำาบากการเดินทาง การติดต่อสื่อสาร ภาษา วัฒนธรรม ทรัพยากรที่ใช้ในการดำาเนินงาน ช่วงเวลาที่สามารถเข้าไปดำาเนินงานในพื้นที่และ ความถี่ของการดำาเนินงานในพื้นที่ จึงต้องมีการ ปรับกระบวนการดำาเนินงานให้สอดคล้องกับ บริบทของพื้นที่ ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1. ด้านระบบบริการการส่งเสริมพัฒนาการ เด็กปฐมวัย เป็นปจจัยพื้นฐานที่จะนำาไปสู่สุขภาวะ ที่ดีในอนาคต ระบบการให้บริการควรสอดคล้อง กับบริบท และวัฒนธรรมของพื้นที่ มีเครือข่ายใน การดำาเนินงานอาจอยู่ในรูปของหน่วยเคลื่อนที่ ด้านการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 2. ด้านกำาลังคน บุคลากรที่ปฏิบัติงานใน สุขศาลาพระราชทานฯ พี่เลี้ยงเด็กในศูนย์เด็กเล็ก ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย และเครือข่ายบริการสาธารณสุข ในพื้นที่ ควรได้รับการพัฒนาศักยภาพ ทั้งความรู้ ทักษะ แรงจูงใจ ในการดำาเนินงานส่งเสริมพัฒนาการ เด็กปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง 3. ด้านค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ควรให้มีค่า ตอบแทนในการติดตามและส่งเสริมพัฒนาการ เด็กปฐมวัย เพื่อให้เกิดการประเมินพัฒนาการ อย่างต่อเนื่อง 4. สื่อองค์ความรู้/เทคโนโลยี ควรมีการ พัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์ในการส่งเสริม พัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยอิงกับภาษาและวัฒนธรรม ของท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย 5. ระบบข้อมูลสารสนเทศ ควรมีการคืน ข้อมูลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองและชุมชน เพื่อกระตุ้นและโน้มน้าวให้ เกิดความเป็นเจ้าของ และมีสวนร่วมในการแก้ไข ปญหาและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน 6. ภาวะผู้นำาและธรรมาภิบาล นโยบาย และการนำาของผู้บริหารระดับสูง และของผู้บริหาร ทุกระดับเป็นเรื่องสำาคัญที่สุดในการขับเคลื่อน งานส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในพื้นที่สุข ศาลาพระราชทาน ที่จะให้ผู้ปฏิบัติได้รับความ ชัดเจนในการปฏิบัติ และเกิดการบูรณาการงาน ในทุกระดับ หากในอนาคตกรมสุขภาพจิตได้มี นโยบายที่ชัดเจนดังที่ปรากฏ และสามารถนำาเรื่อง ดำาเนินงานการส่งเสริมพัฒนาการเด็กในพื้นที่ สุขศาลาพระราชทาน เข้าสู่แผนปฏิบัติการประจำาปี ของกรมสุขภาพจิต สามารถของบประมาณตาม แผนได้ และมอบหมายให้มีหน่วยงานและผู้ที่ รับผิดชอบที่ชัดเจน ก็จะทำาให้การดำาเนินงานใน เรื่องดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง


ข้อเสนอแนะสำาหรับการดำาเนินงาน 1. การวางแผนการดำาเนินงานในการ ลงพื้นที่ต้องมีการศึกษาสภาพปญหา บริบทของ พื้นที่ สภาพการเส้นทางเดินทาง ฤดูกาล เพื่อ ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และเพื่อความ ปลอดภัยในการเดินทางของผู้ปฏิบัติงาน 2. การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการ ดำาเนินงานด้านส่งเสริมพัฒนาการเด็กมีความ จำาเป็นและสำาคัญอย่างยิ่งควรมีการวางแผนการ ดำาเนินงานอย่างต่อเนื่อง 3. ในด้านเครื่องมือและคู่มือในการ ดำาเนินการควรปรับให้เหมาะสมกับท้องถิ่น 4. ปญหาอุปสรรคด้านการภาษา การสื่อสาร กับพื้นที่ ในอนาคตในการปฏิบัติงานอาจจำาเป็น ต้องมีล่ามที่สามารถสื่อสารให้มีความเข้าใจอย่าง ถูกต้อง จะช่วยให้การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เอกสารอ้างอิง 1. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, กองสุขศึกษา. สรุปผลการดำาเนินงานสุขศาลา พระราชทาน โรงเรียนตำารวจตระเวณ ชายแดน ปีงบประมาณ 2549 - 2550. กรุงเทพฯ : เรดิเอชั่น จำากัด, 2551. 2. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. “รายงาน การประชุมกรมสุขภาพจิต ครั้งที่ 2/2560”. รายงานการประชุม. 21 มิถุนายน 2560. 3. พัฒนาการเด็กราชนครินทร์, สถาบันและ สุขภาพจิตที่ 1, ศูนย์. สรุปผลการดำาเนินงาน สุขศาลาพระราชทานในพื้นที่จังหวัดน่าน ครั้งที่ 1. 20-22 ธันวาคม 2560. 4. ศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 กรมสุขภาพจิต. “สรุปผล การดำาเนินงานส่งเสริมพัฒนาการ เด็กปฐมวัยในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน”. รายงานผลการดำาเนินงาน. 2560. 5. สุขภาพจิตที่ 5, ศูนย์. สรุปผลการดำาเนินงาน กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการและสุขภาพจิต เด็กในพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน โรงเรียน ตำารวจตระเวนชายแดนเขตสุขภาพที่ 5. 8 มิถุนายน 2561. 6. สุขภาพจิตที่ 12, ศูนย์. รายงานการคัดกรอง พัฒนาการเด็ก เขตพื้นที่สุขศาลาพระราชทาน เขต 12. ตุลาคม- พฤษภาคม 2561. 7. สำานักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาสยามบรมราชกุมารี. แผนพัฒนา เด็กและเยาวชนในถินทุรกันดาร ตาม พระราชดำาริสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาสยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2560-2569. กรุงเทพ : แอคทีฟ ฟริ้นท์ จำากัด,2560. 86 วารสารสุขภาพภาคประชาชนภาคกลาง


Click to View FlipBook Version