The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม หลักสูตร นักวิชาการสาธารณสุข รุ่นที่ 10

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เสกสรร ผ่องแผ้ว, 2023-07-21 21:23:17

เล่ม หลักสูตร นักวิชาการสาธารณสุข รุ่นที่ 10

เล่ม หลักสูตร นักวิชาการสาธารณสุข รุ่นที่ 10

ผู้อำผู้ อำนวยการโครงการ รายงานผล การฝึกอบรม หลักสูต สู ร นักวิชวิาการสาธารณสุข สุ รุ่น รุ่ ที่ ๑๐ ระหว่า ว่ งวันวัที่ ๓-๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ กรมส่งส่เสริมริการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ณ สถาบันบัพัฒพันาบุคลากรท้องถิ่น อาจารย์ทัย์ ทัศนาภรณ์ ลัทธศักดิ์ศิดิ์ ศิริ


คำนำ รายงานนี้เป็นเอกสารทางวิชาการจัดทำขึ้น โดยนักศึกษาหลักสูตรนักวิชาการสาธารณสุข รุ่นที่ 10 ระหว่างวันที่ 3 กรกฎาคม - 23 กรกฎาคม 2566 ณ สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โดยคณะผู้จัดทำได้จัดทำสรุปเนื้อหาทางวิชาการ จากการบรรยายโดยวิทยากร และการศึกษาดูงานนอกสถานที่ จำนวน 2 วัน ซึ่งศึกษาเอกสารวิชาการ ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรม ผลจากการฝึกอบรม หลักสูตรนักวิชาการสาธารณสุข รุ่นที่ 10 ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความสามารถ ทักษะ วิสัยทัศน์และทัศนคติที่ถูกต้องและเหมาะสม ในด้านวิชาการและการปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงาน เอกสารทางวิชาการฉบับนี้จักเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้ารับการศึกษาอบรม หรือผู้ที่สนใจสามารถนำไปใช้ เป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการ ต่อยอดองค์ความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ คณะผู้จัดทำ ขอขอบคุณผู้อำนวยการโครงการฯ วิทยากรทุกท่าน เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการ นักศึกษา และเพื่อนนักศึกษา หลักสูตรนักวิชาการสาธารณสุข รุ่นที่ 10 ทุกท่าน ที่มีส่วนร่วม ในการอำนวยความสะดวก การจัดทำสรุปรายงานผล การให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะ ทำให้การฝึกอบรมหลักสูตรนักวิชาการสาธารณสุข รุ่นที่ 10 บรรลุเป็นไปตามวัตถุประสงค์ นักวิชาการสาธารณสุข รุ่นที่ 10 23 กรกฎาคม 2566


สารบัญ หน้า คำนำ สารบัญ ๑. สรุปสาระสำคัญด้านวิชาการ ๑ ๑.๑ วิชา ความรู้ว่าด้วยกฎหมายสาธารณสุข ๑ ๑.๒ วิชา มาตรการส่งเสริมและป้องกันคุณภาพชีวิตประชากรในพื้นที่ (มาตรการจัดการ โควิด-19) เน้นระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System) 30 ๑.๓ วิชา ระเบียบการเบิกจ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุข 43 ๑.๔ วิชา ภารกิจด้านสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 50 ๑.๕ วิชา การวางแผนครอบครัว ๕6 ๑.๖ วิชา แนวทางการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ ๕9 เรียบร้อยของบ้านเมือง ๑.๗ วิชา การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขและอนามัยสิ่งแวดล้อม 64 ๑.๘ วิชา การจัดทำภาพหรือกราฟิกส์เพื่อการสื่อสาร (Infographics) เบื้องต้น 90 ๑.9 วิชา การสื่อสารในยุคดิจิทัล ๑๐๑ ๑.๑0 วิชา การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในยุค Thailand 4.0 ๑๐5 ๑.๑1 วิชา กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองความรับผิดทางละเมิด และข้อมูลข่าวสารทางราชการ ๑๑1 ๑.๑2 วิชา การบริหารงานบุคคลและความก้าวหน้าสิทธิประโยชน์ของข้าราชการ อปท. ๑๑9 ๑.๑3 วิชา การป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ๑32 ๑.๑4 วิชา การฝึกปฏิบัติการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและฟื้นคืนชีพ (CPR) ๑38 ๑.๑5 วิชา การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นและการประสานงานแผนพัฒนาท้องถิ่น ๑๔9 ๑.๑6 วิชา การส่งเสริมภาวะโภชนาการ ๑61 ๑.๑7 วิชา วิเคราะห์ปัญหาการปฏิบัติงานในหน้าที่ ๑67 ๑.๑8 วิชา สิทธิประโยชน์และการคุ้มครองประชาชนตามหลักประกันสุขภาพ ๑78 ๑.19 วิชา การบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในท้องที่หรือพื้นที่ ๑82 ๑.๒0 วิชา การเสริมสร้างแรงจูงใจและทัศนคติที่ดีในการปฏิบัติงาน ๑98 ๑.๒1 วิชา ศิลปะการพูดในที่ชุมชน 203 ๑.๒2 วิชา การพัฒนาบุคลิกภาพและการสมาคม 208 ๑.๒3 วิชา ระบาดวิทยา การควบคุมและส่งเสริมการป้องกันโรค 2๑๔


สารบัญ (ต่อ) หน้า ๑.๒4 วิชา การบริการอนามัยแม่และเด็ก 231 ๑.๒5 วิชา การจัดทำแผน/โครงการ และการบริหารโครงการ ๒35 ๑.๒6 วิชา การวางแผน ติดตาม และนิเทศงานสาธารณสุข ๒45 ๑.๒7 วิชา สถิติการวิจัยและประชากรศาสตร์เบื้องต้น เพื่อส่งเสริมการสาธารณสุขชุมชน ๒48 ๑.28 วิชา การขับเคลื่อนภารกิจถ่ายโอน “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)” ๒53 ๑.29 วิชา แนวทางการขับเคลื่อนอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ๒55 ๑.๓0 วิชา การส่งเสริมภาวะโภชนาการ ๒๔๓ ๑.๓1 วิชา การป้องกันและควบคุมโรคอุบัติใหม่หรือโรคติดต่อ ๒57 ๑.๓2 วิชา แนวทางในการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ ๒61 ๑.๓3 วิชา การส่งเสริมสุขภาพชุมชนและการมีส่วนร่วม ๒71 ๑.๓4 วิชา การส่งเสริมและแก้ปัญหาสุขอนามัยตามกลุ่มวัย ๒77 ๑.๓5 วิชา บทบาท อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามกฎหมายกระจายอำนาจทางราชการ ๒86 ๒. ศึกษาดูงานนอกสถานที่ ๒90 ๒.๑ การแปรรูปผลผลิตการเกษตรและสมุนไพรที่มีคุณภาพ และได้รับเลขที่จดแจ้งจาก กระทรวงสาธารณสุข โดยดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ โครงการ ศูนย์บริการวิชาการเกษตรของมูลนิธิชัยพัฒนา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 290 2.2 งานบริการของศูนย์การแพทย์ การฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ณ ศูนย์การแพทย์ ๒95 และฟื้นฟูบึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ๒.3 โครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี 298 ๒.๔ ขบวนการมีด ผลิตอย่างไร ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ณ วิสาหกิจชุมชนมีดอรัญญิก ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา 302 ภาคผนวก 306


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ๑. สรุปสาระสำคัญด้านวิชาการ วิชา ความรู้ว่าด้วยกฎหมายสาธารณสุข โดย นายวิเชษฐ จินานุรักษ์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลเชียงรากน้อย วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจตนารมณ์แห่งกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิและสุขภาพของประชาชน โดยมีแนวคิดการจัดการ เพื่อสุขภาพที่อาศัยสมดุลของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างพอเหมาะ พอเพียงและยั่งยืน ลักษณะของกฎหมายเบื้องต้น 1. กฎหมายตามเนื้อความ หมายถึง กฎหมายซึ่งบทบัญญัติมีลักษณะเป็นกฎหมายแท้เป็น ข้อบังคับของรัฐ ซึ่งกำหนดความประพฤติของมนุษย์ ถ้าฝ่าฝืนจะถูกลงโทษ เช่น ประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายอาญ 2. กฎหมายตามแบบพิธี หมายถึง กฎหมายที่ออกมาโดยวิธีบัญญัติกฎหมาย มี 5 ประเภท ได้แก่ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง/ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติ ท้องถิ่น (ซึ่งประกอบไปด้วยเทศบัญญัติ ข้อบัญญัติอบจ. ข้อบัญญัติอบต. ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และข้อบัญญัติเมืองพัทยา) ความสัมพันธ์ระหว่าง พ.ร.บ.สธ. กับกฎหมายอื่น


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๒ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หลักการยกร่างข้อกำหนดท้องถิ่น 1. ต้องมีกฎหมายแม่บทให้อำนาจ โดยอาศัยอำนาจแห่ง กฎหมายที่มีลำดับชั้นสูงกว่า 2. อ้างอิงกฎหมายจัดตั้งก่อน ตามด้วยกฎหมายสาธารณสุข และ รธน. อ้างเอาเฉพาะที่ให้ อำนาจ และที่เกี่ยวข้อง 3. ออกข้อกำหนดท้องถิ่นต้องไม่เกินกว่าอำนาจที่กฎหมายแม่บทให้ไว้ เช่น กำหนดอัตรา ค่าธรรมเนียม 4. ต้องออกตามขั้นตอนทกฎหมายกำหนด (ดู SOP) 5. ใช้หลัก “ ไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด” หมวด 1 บททั่วไป มาตรา 6 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ให้รัฐมนตรีโดย คำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวงดังต่อไปนี้ (1) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรการในการควบคุมหรือกำกับดูแลสำหรับกิจการ หรือการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ (2)กำหนดมาตรฐานสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนและ วิธีดำเนินการเพื่อตรวจสอบควบคุมหรือกำกับดูแล หรือแก้ไขสิ่งที่จะมีผลกระทบต่อสภาวะความ เป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกำหนดให้ใช้บังคับเป็นการทั่วไปทุกท้องถิ่นหรือให้ใช้บังคับ เฉพาะท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งก็ได้ มาตรา 7 เมื่อมีกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 6 ใช้บังคับในท้องถิ่นใดให้ราชการส่วน ท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งมีกิจการหรือการดำเนินการตามกฎกระทรวงดังกล่าว ในเขตอำนาจ ของท้องถิ่นนั้นดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง ในการนี้ หากมีกรณีจำเป็นให้


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๓ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ราชการส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือแก้ไขปรับปรุงข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ใช้บังคับอยู่ก่อนมี กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 6 เพื่อกำหนดรายละเอียดการดำเนินการในเขตท้องถิ่นนั้นให้เป็นไป ตามกฎกระทรวงดังกล่าวได้ มาตรา 8 ในกรณีที่เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อ สภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนซึ่งจำเป็นต้องมีการแก้ไขโดยเร่งด่วน ให้ อธิบดีกรมอนามัยใช้อำนาจออกคำสั่งให้เจ้าของวัตถุหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อให้เกิดหรืออาจ เกิดความเสียหายดังกล่าวระงับการกระทำหรือให้กระทำการใดๆ เพื่อแก้ไขหรือป้องกันความเสียหาย เช่นว่านั้นได้ตามที่เห็นสมควร ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้อธิบดีกรมอนามัยแจ้งแก่ผู้ว่า ราชการจังหวัดเพื่อสั่งให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปฏิบัติการตามความในวรรคสองสำหรับในเขต ท้องที่จังหวัดนั้น หมวด 2 คณะกรรมการสาธารณสุข มาตรา 9 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการสาธารณสุข" ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงาน เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกรุงเทพมหานคร นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่ง ประเทศไทย นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายกสมาคมองค์กรบริหาร ส่วนตำบลแห่งประเทศไทยและผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสี่คน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถหรือประสบการณ์ในด้านกฎหมายการสาธารณสุข การอนามัยสิ่งแวดล้อม และการ คุ้มครองผู้บริโภค เป็นกรรมการให้อธิบดีกรมอนามัยเป็นกรรมการและเลขานุการ มาตรา 10 ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1)เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการกำหนดนโยบายแผนงานและมาตรการเกี่ยวกับการ สาธารณสุข และพิจารณาให้ความเห็นในเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับการสาธารณสุขตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย (2) ศึกษา วิคราะห์และให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีในการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งเกี่ยวกับการสาธารณสุข (3) ให้คำแนะนำต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง และต่อราชการส่วนท้องถิ่นในการ ออกข้อบัญญัติท้องถิ่น (4) ให้คำปรึกษาแนะนำแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (5) กำหนดโครงการและประสานงานระหว่างส่วนราชการและราชการส่วนท้องถิ่นที่ เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ (6) ควบคุม สอดส่องการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการ ตามกฎหมายเกี่ยวกับการสาธารณสุขเพื่อรายงานต่อรัฐมนตรี


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๔ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย (6/1)ติดตามและประเมินผลการดำเนินการของคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและ คณะกรรมการ สาธารณสุขกรุงเทพมหานครในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ และตามที่กฎหมาย กำหนดไว้ (7) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ มาตรา 11 ในกรณีที่ปรากฎแก่คณะกรรมการ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหวัด หรือ คณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร ว่าราชการส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งมีเขต อำนาจในท้องถิ่นใดไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่มีเหตุผลอัน สมควร คณะกรรมการ คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด หรือคณะกรรมการสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร แจ้งต่อผู้มีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติราชการของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเจ้า พนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น เพื่อสั่งให้ราชการส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หรือแก้ไขการดำเนินการให้เป็นไปโดยถูกต้องภายในระยะเวลาที่ เห็นสมควร มาตรา 12 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการซึ่งพ้นจาก ตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ มาตรา 13 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 12 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) รัฐมนตรีให้ออก (4) เป็นบุคคลล้มละลาย (5) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (6) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้ กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ มาตรา 14 ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งซ่อม ให้ผู้ได้รับ แต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วนั้นหรือของ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตน แทน แล้วแต่กรณี มาตรา 15 การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มา ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม มาตรา 16 ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และให้นำมาตรา 15 มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม มาตรา 17 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจออกคำสั่ง เป็นหนังสือเรียกให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือ


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๕ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย วัตถุใดๆ มาเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาได้ ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการอาจมอบหมายให้ คณะอนุกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา 16 คณะหนึ่งคณะใด เป็นผู้มีอำนาจออกคำสั่ง ดังกล่าวแทนคณะกรรมการเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ คณะอนุกรรมการนั้นได้ หมวด 3 การจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย มาตรา 18 การเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยในเขตราชการส่วนท้องถิ่นใดให้เป็น อำนาจของราชการส่วนท้องถิ่นนั้น และเงื่อนไขในการดำเนินการร่วมกันได้ ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ราชการส่วนท้องถิ่นอาจมอบให้บุคคลใดดำเนินการตามวรรคหนึ่งแทน ภายใต้การควบคุมดูแลของ ราชการส่วนท้องถิ่น หรืออาจอนุญาตให้บุคคลใดเป็นผู้ดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขนหรือกำจัดสิ่ง ปฏิกูลหรือมูลฝอยตามมาตรา 19 ก็ได้ มาตรา 19 ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจาก เจ้าพนักงานท้องถิ่น มาตรา 20 เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสะอาดและการจัดระเบียบในการเก็บ ขน และ กำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นดังต่อไปนี้ (1) ห้ามการถ่าย เท ทิ้ง หรือทำให้มีขึ้นในที่หรือทางสาธารณะซึ่งสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอย นอกจากในที่ที่ราชการส่วนท้องถิ่นจัดไว้ให้ (2) กำหนดให้มีที่รองรับสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามที่หรือทางสาธารณะและสถานที่เอกชน (3) กำหนดวิธีการเก็บ ขน และกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยหรือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง อาคารหรือสถานที่ใดๆ ปฏิบัติให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะตามสภาพหรือลักษณะการใช้อาคารหรือ สถานที่นั้น ๆ (4) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่น หรือบุคคลอื่นที่ ราชการส่วนท้องถิ่นมอบให้ดำเนินการแทน ในการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย ไม่เกิน อัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง (5) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บ ขน และกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 19 ปฏิบัติ ตลอดจนกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงตามลักษณะการ ให้บริการที่ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 19 จะพึงเรียกเก็บได้ (6) กำหนดการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะ


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๖ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หมวด 4 สุขลักษณะของอาคาร มาตรา 21 เมื่อปรากฎแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าอาคารหรือส่วนของอาคารใดหรือสิ่งหนึ่ง สิ่งใดซึ่งต่อเนื่องกับอาคาร มีสภาพชำรุดทรุดโทรม หรือปล่อยให้มีสภาพรกรุงรังจนอาจเป็นอันตราย ต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยหรือมีลักษณะไม่ถูกต้องด้วยสุขลักษณะของการใช้เป็นที่อยู่อาศัย ให้เจ้า พนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารนั้นจัดการแก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอนอาคาร หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งต่อเนื่องกับอาคารทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือจัดการ อย่างอื่นตามความจำเป็นเพื่อมิให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะภายในเวลา ซึ่งกำหนดให้ตามสมควร มาตรา 22 เมื่อปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าอาคารใดมีสินค้า เครื่องเรือนหรือสัมภาระ สะสมไว้มากเกินสมควร หรือจัดสิ่งของเหล่านั้นชับซ้อนกันเกินไป จนอาจเป็นเหตุให้เป็นที่อยู่อาศัย ของสัตว์ให้โทษใด ๆ หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยหรือไม่ถูกต้องด้วยสุขลักษณะของ การใช้เป็นที่อยู่อาศัย ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ ครอบครองอาคารย้ายสินค้า เครื่องเรือนหรือสัมภาระออกจากอาคารนั้น หรือให้จัดสิ่งของเหล่านั้น เสียใหม่ เพื่อมิให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะหรือให้กำจัดสัตว์ซึ่งเป็นพาหะ ของโรคภายในเวลาที่กำหนดให้ตามสมควร มาตรา 23 ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ออกคำสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ใดดำเนินการตามมาตรา 21 หรือมาตรา 22 และผู้นั้นละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งภายในเวลาที่ กำหนด เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการแทนได้ โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองดังกล่าวต้องเป็น ผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการนั้น


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๗ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย มาตรา 24 เพื่อประโยชน์ในการควบคุมมิให้อาคารใดมีคนอยู่มากเกินไปจนอาจเป็น อันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่ในอาคารนั้น ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจ ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดจำนวนคนต่อจำนวนพื้นที่ของอาคารที่ถือว่ามีคนอยู่มากเกินไป ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสภาพความเจริญ จำนวนประชากร และย่านชุมชนของแต่ละท้องถิ่น เมื่อมีประกาศ ของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งแล้ว ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารตามประกาศนั้นยอมหรือจัด ให้อาคารของตนมีคนอยู่เกินจำนวนที่รัฐมนตรีกำหนด


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๘ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หมวด 5 เหตุรำคาญ มาตรา 25 ในกรณีที่มีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง หรือผู้ที่ต้องประสบกับเหตุนั้นดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นเหตุรำคาญ (1) แหล่งน้ำ ทางระบายน้ำ ที่อาบน้ำ ส้วม หรือที่ใส่มูลหรือเถ้า หรือสถานที่อื่นใดซึ่งอยู่ใน ทำเลไม่เหมาะสม สกปรก มีการสะสมหรือหมักหมมสิ่งของมีการเททิ้งสิ่งใดเป็นเหตุให้มีกลิ่นเหม็นหรือ ละอองสารเป็นพิษ หรือเป็น หรือน่าจะเป็นที่เพาะพันธุ์พาหะนำโรค หรือก่อให้เกิดความเสื่อมหรืออาจ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (2) การเลี้ยงสัตว์ในที่หรือโดยวิธีใด หรือมีจำนวนเกินสมควรจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (3) อาคารอันเป็นที่อยู่ของคนหรือสัตว์ โรงงานหรือสถานที่ประกอบการใดไม่มีการระบาย อากาศ การระบายน้ำ การกำจัดสิ่งปฏิกูล หรือการควบคุมสารเป็นพิษหรือมีแต่ไม่มีการควบคุมให้ ปราศจากกลิ่นเหม็นหรือละอองสารเป็นพิษอย่างพอเพียงจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อ สุขภาพ (4) การกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความ สั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ (5) เหตุอื่นใดที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 26 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจห้ามผู้หนึ่งผู้ใดมิให้ก่อเหตุรำคาญในที่หรือทาง สาธารณะหรือสถานที่เอกชนรวมทั้งการระงับเหตุรำคาญด้วย ตลอดทั้งการดูแล ปรับปรุง บำรุงรักษา บรรดาถนน ทางบก ทางน้ำ รางระบายน้ำ คู คลอง และสถานที่ต่าง ๆ ในเขตของตนให้ปราศจากเหตุ


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๙ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย รำคาญ ในการนี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเพื่อระงับ กำจัด และควบคุม เหตุรำคาญต่าง ๆ ได้ มาตรา 27 ในกรณีที่มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นในที่หรือทางสาธารณะ ให้เจ้า พนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลซึ่งเป็นต้นเหตุหรือเกี่ยวข้องกับการก่อหรืออาจ ก่อให้เกิดเหตุรำคาญนั้น ระงับหรือป้องกันเหตุรำคาญภายในเวลาอันสมควรตามที่ระบุไว้ในคำสั่ง และ ถ้าเห็นสมควรจะให้กระทำโดยวิธีใดเพื่อระงับหรือป้องกันเหตุรำคาญนั้น หรือสมควรกำหนดวิธีการ เพื่อป้องกันมิให้มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นอีกในอนาคต ให้ระบุไว้ในคำสั่งได้ ในกรณีที่ปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามวรรคหนึ่ง และเหตุรำคาญที่เกิดขึ้นอาจเกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ ให้เจ้าพนักงาน ท้องถิ่นระงับเหตุรำคาญนั้น และอาจจัดการตามความจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุรำคาญนั้นขึ้นอีก โดยบุคคลซึ่งเป็นต้นเหตุหรือเกี่ยวข้องกับการก่อหรืออาจก่อให้เกิดเหตุรำคาญต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย สำหรับการจัดการนั้น มาตรา 28 ในกรณีที่มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในสถานที่เอกชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจ ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้นระงับเหตุรำคาญภายในเวลาอันสมควร ตามที่ระบุไว้ในคำสั่ง และถ้าเห็นว่าสมควรจะให้กระทำโดยวิธีใดเพื่อระงับเหตุรำคาญนั้น หรือสมควร กำหนดวิธีการเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในอนาคต ให้ระบุไว้ในคำสั่งได้ ในกรณีที่ไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงาน ท้องถิ่นมีอำนาจระงับเหตุรำคาญนั้นและอาจจัดการตามความจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุรำคาญ เกิดขึ้นอีก และถ้าเหตุรำคาญเกิดขึ้นจากการกระทำ การละเลย หรือการยินยอมของเจ้าของหรือผู้ ครอบครองสถานที่นั้น เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ดังกล่าวต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการนั้น ในกรณีที่ปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าเหตุรำคาญที่เกิดขึ้นในสถานที่เอกชนอาจเกิด อันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ หรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพ ของประชาชน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะออกคำสั่งเป็นหนังสือห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองใช้หรือ ยินยอมให้บุคคลใดใช้สถานที่นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน จนกว่าจะเป็นที่พอใจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่า ได้มีการระงับเหตุรำคาญนั้นแล้วก็ได้ มาตรา 28/1 เมื่อปรากฎว่ามีเหตุรำคาญเกิดขึ้นตามมาตรา 27 หรือมาตรา 28 เป็น บริเวณกว้างจนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจประกาศ กำหนดให้บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา การระงับเหตุรำคาญตามวรรคหนึ่ง และการจัดการตามความจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุ รำคาญนั้นเกิดขึ้นอีกในอนาคต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงาน กฤษฎีกาท้องถิ่นประกาศกำหนดในกรณีที่เหตุรำคาญตามวรรคหนึ่งได้ระงับจนไม่ก่อให้เกิดอันตราย ต่อสุขภาพของสาธารณชนแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศยกเลิกพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญนั้นโดย ไม่ชักช้า


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๐ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๑ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๒ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หมวด 6 การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ มาตรา 29 เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของ ประชาชนในท้องถิ่นหรือเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์ ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมี อำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของพื้นที่ในเขตอำนาจของ ราชการส่วนท้องถิ่นนั้น เป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ได้การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามวรรค


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๓ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หนึ่ง ราชการส่วนท้องถิ่นอาจกำหนดให้เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์บางชนิดหรือบางประเภทโดย เด็ดขาด หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนด หรือเป็นเขตที่การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์บางชนิดหรือบางประเภท ต้องอยู่ในภายใต้มาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ มาตรา 30 ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นพบสัตว์ในที่หรือทางสาธารณะอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 29 โดยไม่ปรากฎเจ้าของ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกักสัตว์ดังกล่าวไว้เป็นเวลาอย่าง น้อยสามสิบวัน เมื่อพ้นกำหนดแล้วยังไม่มีผู้ใดมาแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของเพื่อรับสัตว์คืนให้สัตว์ นั้นตกเป็นของราชการส่วนท้องถิ่น แต่ถ้าการกักสัตว์ไว้อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สัตว์นั้นหรือสัตว์อื่น หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินสมควร เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะจัดการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์นั้นตาม ควรแก่กรณีก่อนถึงกำหนดเวลาดังกล่าวก็ได้ เงินที่ได้จากการขายหรือขายทอดตลาดเมื่อได้หัก ค่าใช้จ่ายในการขายหรือขายทอดตลาดและค่าเลี้ยงดูสัตว์แล้ว ให้เก็บรักษาไว้แทนสัตว์ ในกรณีที่มิได้มีการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์ตามวรรคหนึ่ง และเจ้าของสัตว์มาขอรับสัตว์ คืนภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง เจ้าของสัตว์ต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงดูสัตว์ให้แก่ ราชการส่วนท้องถิ่นตามจำนวนที่ได้จ่ายจริงด้วย ในกรณีที่ปรากฎว่าสัตว์ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นพบนั้นเป็นโรคติดต่ออันอาจเป็นอันตรายต่อ ประชาชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควรได้


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๔ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๕ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หมวด 7 กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มาตรา 31 ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจา นุเบกษา กำหนดให้กิจการใดเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มาตรา 32 เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการที่ประกาศตามมาตรา 31 ให้ ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นดังต่อไปนี้ (1) กำหนดประเภทของกิจการตามมาตรา 31 บางกิจการหรือทุกกิจการให้เป็นกิจการที่ ต้องมีการ ควบคุมภายในท้องถิ่นนั้น (2) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทั่วไปสำหรับให้ผู้ดำเนินกิจการตาม (1) ปฏิบัติเกี่ยวกับ การดูแล สภาพหรือสุขลักษณะของสถานที่ที่ใช้ดำเนินกิจการและมาตรการป้องกันอันตรายต่อสุขภาพ [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับ ที่ 3) พ.ศ. 2560] มาตรา 33 เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรา 32 (1) ใช้ บังคับ ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการตามประเภทที่มีข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดให้เป็นกิจการที่ต้องมีการ ควบคุมตามมาตรา 32 (1) ในลักษณะที่เป็นการค้า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 56 ในการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจกำหนดเงื่อนไขโดยเฉพาะให้ ผู้รับ ใบอนุญาตปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชนเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ โดยทั่วไปในข้อบัญญัติ ท้องถิ่นตามมาตรา 32 (2) ก็ได้ ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับกิจการประเภทเดียวและสำหรับสถานที่แห่งเดียว [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560]


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๖ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย สรุป ตามประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ สาธารณสุข แบ่งได้เป็น 13 กลุ่มประเภท 142 กิจการ ให้ท้องถิ่นออกเทศบัญญัติเพื่อควบคุมกำกับ ดูแลกิจการภายในท้องถิ่นของตนและในการพิจารณาการออกใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพควรจะต้องศึกษาร่วมกับข้อกฎหมาย/ข้อระเบียบเพิ่มเติมดังนี้ 1. พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 2. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 3. พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 4. พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2562 โทษ การประกอบกิจการ โดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ หมวด 8 ตลาด สถานที่จำหน่าย/สะสมอาหาร มาตรา 34 ห้ามมิให้ผู้ใดจัดตั้งตลาด เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม มาตรา 56 การเปลี่ยนแปลง ขยายหรือลดสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เป็นตลาดภายหลังจากที่เจ้า พนักงานท้องถิ่น ได้ออกใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดตามวรรคหนึ่งแล้ว จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาต เป็นหนังสือจากเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นตามมาตรา 56 ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่นหรือองค์การของรัฐที่ได้ จัดตั้งตลาดขึ้นตามอำนาจหน้าที่ แต่ในการดำเนิน กิจการตลาดจะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้รับใบอนุญาตตาม บทบัญญัติอื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้ด้วย


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๗ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเป็นหนังสือให้ผู้จัดตั้ง ตลาดตามวรรคนี้ปฏิบัติเป็น การเฉพาะรายก็ได้ มาตรา 35 เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลตลาด ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออก ข้อบัญญัติ ท้องถิ่นดังต่อไปนี้ (1) กำหนดที่ตั้ง เนื้อที่ แผนผังและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างและ สุขลักษณะ (2) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดสถานที่ การวางสิ่งของและการอื่นที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนิน กิจการตลาด (3) กำหนดเวลาเปิดและปิดตลาด (4) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้ ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลรักษา ความสะอาดเรียบร้อยภายในตลาดให้ ถูกต้องตามสุขลักษณะและอนามัย การจัดให้มีที่รวบรวมหรือกำจัดสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอย การระบาย น้ำทิ้ง การระบายอากาศ การจัดให้มีการป้องกันมิให้เกิดเหตุรำคาญและการป้องกันการ ระบาดของ โรคติดต่อ [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับ ที่ 3) พ.ศ. 2560] มาตรา 36 ผู้ใดขายของหรือช่วยขายของในตลาด ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ กำหนดไว้ ในข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรา 37 [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับ ที่ 3) พ.ศ. 2560] มาตรา 37 เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการขายของในตลาด ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมี อำนาจ ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้ผู้ขายของ และผู้ช่วยขายของใน ตลาดปฏิบัติให้ถูกต้อง เกี่ยวกับการรักษาความสะอาดบริเวณที่ขายของ สุขลักษณะส่วนบุคคล และ สุขลักษณะในการใช้กรรมวิธีการ จำหน่ายทำประกอบ ปรุง เก็บหรือสะสมอาหารหรือสินค้าอื่น รวมทั้งการรักษาความสะอาดของภาชนะ น้ำใช้และ ของใช้ต่าง ๆ [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไข เพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับ ที่ 3) พ.ศ. 2560] มาตรา 38 ผู้ใดจะจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารในอาคารหรือพื้นที่ ใดซึ่ง มีพื้นที่เกินสองร้อยตารางเมตรและมิใช่เป็นการขายของในตลาด ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้า พนักงานท้องถิ่นตาม มาตรา 56 ถ้าสถานที่ดังกล่าวมีพื้นที่ไม่เกินสองร้อยตารางเมตร ต้องแจ้งต่อเจ้า พนักงานท้องถิ่น เพื่อขอรับหนังสือ รับรองการแจ้งตามมาตรา 47 ก่อนการจัดตั้ง มาตรา 39 ผู้จัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร ซึ่งได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 56 หรือหนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 48 และผู้จำหน่าย ทำ ประกอบ ปรุง เก็บหรือ สะสมอาหารในสถานที่ จำหน่ายอาหาร หรือสถานที่สะสมอาหารตามมาตรา 38 ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน ข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรา 40 หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองการแจ้ง [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับ ที่ 3) พ.ศ. 2560] มาตรา 40 เพื่อประโยชน์ในการควบคุมหรือกำกับดูแลสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่ สะสม อาหารที่ได้รับใบอนุญาต หรือได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออก ข้อบัญญัติท้องถิ่น ดังต่อไปนี้ (1) กำหนดประเภทของสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารตามประเภทของ อาหาร หรือตามลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการหรือตามวิธีการจำหน่าย


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๘ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย (2) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดตั้ง ใช้ และดูแลรักษาสถานที่และสุขลักษณะของ บริเวณที่ใช้ จำหน่ายอาหาร ที่จัดไว้สำหรับบริโภคอาหาร ที่ใช้ทำ ประกอบ หรือปรุงอาหาร หรือที่ใช้ สะสมอาหาร (3) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการป้องกันมิให้เกิดเหตุรำคาญและการป้องกันโรคติดต่อ (4) กำหนดเวลาจำหน่ายอาหาร (5) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้จำหน่ายอาหาร ผู้ปรุงอาหาร และผู้ ให้บริการ (6) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะของอาหาร กรรมวิธีการจำหน่าย ทำ ประกอบ ปรุง เก็บ รักษาหรือสะสมอาหาร (7) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะของภาชนะ อุปกรณ์ น้ำใช้ และของใช้อื่น ๆ [คำ ว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 สรุป ตลาด กฎกระทรวง ว่าด้วยสุขลักษณะของตลาด พ.ศ. 2551 ตลาดมี 2 ประเภท 1. ประเภทที่ 1 ตลาดที่มีโครงสร้างอาคาร และมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง 2. ประเภทที่ 2 ตลาดที่ไม่มีโครงสร้างอาคาร และมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ตลาดประเภทที่ 2 - มีสถานที่สำหรับขายของ ห้องส้วม / ที่ปัสสาวะ อ่างล้างมือ และ ที่รองรับมูลฝอย - ที่สำหรับผู้ขายของ มีทางเดิน ภายในตลาด กว้าง 2 เมตร - พื้น คอนกรีต หรือลาดยางแอสฟัลติก - แผงจำหน่ายอาหาร สูง 60 เซ็น ทำด้วยวัสดุแข็งแรง ผิว เรียบ ทำความสะอาดง่าย - มีน้ำประปาหรือน้ำสะอาดใช้เพียงพอ มีที่ ล้างทำความสะอาดอาหาร และภาชนะ ฯลฯ ซึ่งที่ตั้งของตลาดทั้ง 2 ประเภท ต้องอยู่ห่างไม่น้อยกว่า 100 เมตรจากแหล่งที่ก่อให้เกิด มลพิษ ของเสีย ที่กำจัดสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอย โรงเลี้ยงสัตว์ แหล่งโสโครก อันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อนามัย เดิมกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2542)ตลาด มี 3 ประเภท 1. ตลาดที่มีโครงสร้างอาคาร ดำเนินกิจการเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 2. ตลาดที่ไม่มีโครงสร้างอาคาร ดำเนินกิจการเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 3. ตลาดที่ไม่มีโครงสร้างอาคาร ดำเนินกิจการชั่วคราว หรือตามวันที่กำหนดเป็นครั้งคราว


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๙ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๒๐ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หมวด 9 การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ มาตรา 41 เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหน้าที่ควบคุม ดูแลที่หรือทางสาธารณะเพื่อประโยชน์ใช้ สอยของประชาชนทั่วไป ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายโดยลักษณะ วิธีการจัดวางสินค้าในที่หนึ่งที่ใดเป็นปกติหรือเร่ขาย เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ท้องถิ่น ในการออกใบอนุญาตให้เจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่น ระบุ ชนิดหรือประเภท ลักษณะวิธีการ จำหน่าย สถานที่ที่จะจัดวางสินค้า เพื่อจำหน่ายในกรณีที่จะมีการจัดวางสินค้าในที่หนึ่งที่ใดเป็นปกติ การเปลี่ยนแปลงชนิดหรือประเภท ลักษณะวิธีการจำหน่าย สถานที่ที่จะจัดวางสินค้าให้ แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น และจดแจ้งการเปลี่ยนแปลงในใบอนุญาตแล้ว มาตรา 42 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออก ประกาศ ดังต่อไปนี้ 1. กำหนดบริเวณที่หรือทางสาธารณะหรือส่วนหนึ่งส่วนใดเป็นเขตห้ามจำหน่ายหรือสินค้า โดยเด็ดขาด 2. กำหนดบริเวณที่หรือทางสาธารณะหรือส่วนหนึ่งส่วนใด - เขตห้ามจำหน่ายสินค้าบางชนิดหรือบางประเภท - เขตห้ามจำหน่ายสินค้าตามกำหนดเวลา - เขตห้ามจำหน่ายสินค้าโดยวิธีการจำหน่ายในลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือกำหนด วิธีการและเงื่อนไขในการจำหน่ายสินค้าในบริเวณนั้น มาตรา 43 เพื่อประโยชน์ของประชาชนและการควบคุมการจำหน่ายสินค้าในที่หรือทาง สาธารณะให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อกำหนดของท้องถิ่น ดังต่อไปนี้ 1. สุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้จำหน่ายอาหารหรือผู้ช่วยจำหน่ายสินค้า 2. สุขลักษณะในการใช้กรรมวิธีการจำหน่าย ทำ ประกอบ ปรุง เก็บสะสมอาหารหรือสินค้า อื่น รวมทั้งการรักษาความสะอาดของภาชนะ น้ำใช้ และสิ่งของต่างๆ 3. การจัดวางสินค้าและการเร่ขายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ 4. กำหนดเวลาจำหน่ายสินค้า 5. รักษาความสะอาด และป้องกันอันตรายต่อสุขภาพ รวมทั้งการป้องกันเหตุรำคาญและ การป้องกันโรคติดต่อ หมวด 10 อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุข มาตรา 44 เจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1. เรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริง ทำคำชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานเพื่อ ตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๒๑ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 2. เข้าไปในอาคารหรือสถานที่ใดๆในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลา ทำการเพื่อตรวจสอบ ควบคุม หรือดูหลักฐาน 3. แนะนำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขหรือข้อกำหนดของท้องถิ่น 4. ยึดหรืออายัด สิ่งของใดๆที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน เพื่อ ดำเนินคดีหรือทำลายในกรณีที่จำเป็น 5. เก็บหรือนำสินค้าหรือสิ่งของใดๆที่สงสัยว่าจะไม่ถูกสุขลักษณะหรืออาจก่อเหตุรำคาญ จากอาคารหรือสถานที่ใดๆเป็นปริมาณตามสมควรเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจสอบตามความจำเป็น โดยไม่ต้องใช้ราคา ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการ หรือ พนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อปฏิบัติ หน้าที่ในเขตอำนาจของราชการส่วนท้องถิ่นนั้นในเรื่องใดหรือทุกเรื่องก็ได้ และในการปฏิบัติหน้าที่ บุคคลดังกล่าวจะต้องแสดงบัตรประจำตัวเสมอ มาตรา 45 ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ดำเนินกิจการใดๆปฏิบัติไม่ถูกต้องให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมี อำนาจสั่งให้ผู้ดำเนินการกิจการนั้น แก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูกต้อง และถ้าผู้ดำเนินการกิจการไม่แก้ไข ก่อให้เกิดอันตราย เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินกิจการนั้นไว้ได้ทันทีเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะพอใจแก่ เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าปราศจากอันตรายแล้วก็ได้ โดยกำหนดระยะเวลาที่จะต้องปฏิบัติตาม คำสั่งตามสมควรแต่ต้องไม่น้อยกว่า 7 วัน เว้นแต่เป็นกรณีที่มีคำสั่งให้หยุดดำเนินกิจการทันที และ ต้องทำเป็นหนังสือแจ้งให้ ผู้ดำเนินกิจการซึ่งจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งทราบ ในกรณีที่ไม่พบผู้ดำเนินกิจการหรือผู้ดำเนิน กิจการไม่ยอมรับคำสั่ง ให้คำสั่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือปิดคำสั่งนั้นไว้ในที่เปิดเผย เห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการของผู้ดำเนินกิจการ และให้ถือว่าผู้นั้นได้ทราบคำสั่งแล้ว ตั้งแต่เวลาที่คำสั่งไปถึงหรือวันปิดคำสั่ง มาตรา 46 กรณีที่เจ้าพนักงานสาธารณสุขตรวจพบว่ามีการปฏิบัติไม่ถูกต้อง ให้เจ้า พนักงานสาธารณสุขแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หรือกรณีที่เจ้าพนักงาน สาธารณสุขเห็นว่าจะมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของประชาชน หรือจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจออกคำสั่ง ให้ผู้กระทำการไม่ถูกต้องหรือฝ่าฝืนแก้ไขหรือระงับเหตุนั้น แล้วให้แจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ มาตรา 47 ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานสาธารณสุข และผู้ซึ่ง ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และเพื่อ ประโยชน์ในการจับกุมหรือปราบปรามผู้กระทำผิดให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก เจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๒๒ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หมวด 11 หนังสือรับรองการแจ้ง มาตรา 48 – มาตรา 53 สถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร พื้นที่ไม่เกิน 200 ตรม. ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่แจ้งก็สามารถดำเนินกิจการได้เลยตาม นโยบายให้โอกาสประกอบกิจการโดยสุจริตได้อิสระมากขึ้น ผู้ประกอบการ แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น ทราบ - ออกใบรับแจ้งเป็นหลักฐานในการประกอบกิจการในระหว่างที่รอหนังสือรับรองการ แจ้ง เจ้าพนักงานตรวจความถูกต้องของการแจ้ง - แจ้งถูกต้อง ต้องออกหนังสือรับรองการแจ้งภายใน 7 วัน - แจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ เจ้าพนักงานต้องแจ้งให้ผู้แจ้งทราบภายใน 7 วันทำการ ให้แก้ไขให้ถูกต้องภายใน 7 วัน ถ้าไม่แก้ไขภายในเวลา จพถ. สั่งให้การแจ้งเป็นอันสิ้นสุด กรณีที่ผู้ ดำเนินกิจการมิได้แจ้งต่อ จพถ. และเคยได้รับโทษที่ฝ่าฝืนมิได้แจ้งมาแล้วครั้งหนึ่ง และยังฝาฝืนเช่นนั้น อีก ให้ จพถ.สั่งให้ผู้นั้นหยุดกิจการ จนกว่าจะดำเนินการแจ้ง ถ้ายังฝ่าฝืนอีกมีอำนาจสั่งห้ามดำเนิน กิจการนั้นไว้ตามเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่เกิน 2 ปี (มาตรา ร2) - ห้ามขาย 2 ปี - ปรับไม่เกิน 50,000 บาท/จำคุก 6 เดือน - ปรับเพิ่ม วันที่ยังฝ่าฝืน 25,000 บาท/วัน หมวด 12 ใบอนุญาต มาตรา 54 - มาตรา 62 พระราชบัญญัตินี้บัญญัติให้การประกอบกิจการใด ต้องได้รับ ใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อกำหนดของท้องถิ่นกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในเขตอำนาจของราชการส่วนท้องถิ่น บรรดาใบอนุญาตที่ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ให้ใช้ได้ เพียงในเขตอำนาจของราชการ ส่วนท้องถิ่นที่เป็นผู้ออก การขอต่อใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อน ใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมกับเสียค่าธรรมเนียม ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต ต้อง หยุดประกอบกิจการ มาตรา 54 - มาตรา 62 พระราชบัญญัตินี้บัญญัติให้การประกอบกิจการใด ต้องได้รับ ใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อกำหนดของท้องถิ่นกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข การขอและการออกใบอนุญาตในเขตอำนาจของราชการส่วนท้องถิ่น บรรดาใบอนุญาตที่ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ให้ใช้ได้ เพียงในเขตอำนาจของราชการ ส่วนท้องถิ่นที่เป็นผู้ออก การขอต่อใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อน ใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมกับเสียค่าธรรมเนียม ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต ต้อง หยุดประกอบกิจการ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตหรือ คำขอต่ออายุใบอนุญาต ถ้าคำร้องดังกล่าวไม่ ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ตามหลักเกณณ์ ให้แจ้งให้ผู้ขอทราบภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับคำขอต้อง ออกใบอนุญาต ภายใน 30 วัน หรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผล มีเหตุจำเป็นที่ไม่


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๒๓ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย อาจออกใบอนุญาตหรือมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายใน 30 วัน ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 วัน ผู้รับใบอนุญาต ต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผย ตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเเทน ภายใน 15 วัน ไม่ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเกี่ยวกับการประกอบกิจการ เจ้าพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจสั่ง พักใช้ใบอนุญาตได้ภายในเวลาที่ เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 15 วัน การควบคุมกิจการที่ต้องขอใบอนุญาต (1) ต้องขอใบอนุญาต - ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น (2) ต้องขอต่ออายุใบอนุญาต (ม.45) สั่งให้แก้ไขปรับปรุงได้ (ม.59) ถ้าไม่แก้ไข สั่งพักใช้ใบอนุญาต ได้ภายในเวลาที่เห็นสมควรแต่ต้องไม่เกิน 15 วัน (ม.60) สั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ ผู้ถูกเพิกถอนห้ามทำกิจการนั้นจนกว่าจะพ้น 1 ปี สั่งให้หยุดดำเนินกิจการชั่วคราวได้ (ม.48) ในกรณี - ถูกพักใช้แล้ว 2 ครั้งและถูกพักใช้อีก - ต้องคำพิพากษาว่าผิด - เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพผู้ประกอบการ (3) ผู้ประกอบกิจการต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติกฎกระทรวงข้อบัญญัติท้องถิ่น เงื่อนไขในใบอนุญาต -ถ้าไม่ปฏิบัติ จพง.ท้องถิ่น มีอำนาจ ขั้นตอนการขอใบอนุญาต 1. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานตามที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น 2. จพง.ท้องถิ่นพิจารณาคำขอถูกต้องครบถ้วน กรณีไม่ถูกต้อง (แจ้งผู้ประกอบการภายใน 15 วัน เพื่อทราบและแก้ไข เมื่อแก้ไขถูกต้อง หากกรณีไม่แก้ไขให้ถูกต้อง ถือเป็นการสละสิทธิ์การยื่นคำขอ 3. จพง.ท้องถิ่น มอบให้จพง.สาธารณสุข ตรวจสถานที่ด้านสุขลักษณะ กรณีผ่านเกณฑ์ - จพง.ท้องถิ่นออกใบอนุญาต กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ - จพง. ท้องถิ่นมีคำสั่งไม่อนุญาต (ภายใน 30 วัน ขยายเวลาได้ 2 ครั้งๆ ละ ไม่เกิน 15 วัน) การควบคุมกิจการที่ไม่ต้องขออนุญาตหรือต้องแจ้ง ผู้ประกอบกิจการ ต้องปฏิบัติตาม ถ้าไม่ปฏิบัติตามเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามพรบ./ กฎกระทรวง/ประกาศกระทรวง/ข้อบัญญัติท้องถิ่นและคำสั่งของ จพถ.มีอำนาจ - กรณีปกติ สั่งให้แก้ไข/ปรับปรุงภายในกำหนดเวลาแต่ต้องไม่น้อยกว่า 7 วัน - กรณีที่เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน และถ้า ผู้ประกอบการไม่แก้ไขสั่งให้หยุดกิจการทันทีเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะปราศจากอันตรายนั้น


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๒๔ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หมวด 13 ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ มาตรา 63 ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดอัตรา ค่าธรรมเนียมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 64 บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นรายได้ของราชการ ส่วนท้องถิ่น มาตรา 65 ผู้แจ้งหรือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราและตาม ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นตลอดเวลาที่ดำเนินกิจการ หากไม่ได้ชำระตามระยะเวลาที่ กำหนดให้เสียค่าปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ของจำนวนที่ค้างชำระ กรณีที่ผู้แจ้งค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจ สั่งให้หยุดกิจการไว้จนกว่าจะเสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบตามจำนวน ข้อสังเกต - ค่าธรรมเนียม จะได้รับจากผู้ขอใบอนุญาตต่างๆตามที่ท้องถิ่นกำหนดในข้อบัญญัติ - ค่าปรับ จะได้รับจาก 2 กรณี ดังนี้ 1) จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่ค้างชำระ ร้อยละ 20 (ยกเว้นผู้แจ้งได้มีการขอผ่อนผันการ ชำระเงิน โดยมีการขอชำระเงินบางส่วนก่อนได้ โดยที่ไม่ต้องเสียค่าปรับร้อยละ 20 ข้างต้น) 2) จากการกระทำความผิดตามพรบ. ข้อกำหนดท้องถิ่นฝ่าฝืนคำสั่ง ข้อกำหนดอื่นๆของเจ้า พนักงานท้องถิ่น การเปรียบเทียบคดี สามารถดำเนินการ ดังนี้ 1. คณะกรรรมการเปรียบเทียบ กรณีความผิดที่เห็นว่าไม่ควรรับโทษถึงจำคุก หรือไม่ควรถูก ฟ้องร้อง ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบ - เขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้แทนกทม. ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งข้าราชการในสังกัด เป็นผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกิน 2 คน - เขตจังหวัดอื่น ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด และผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัด เป็นกรรมการ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดเป็น ผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกิน 2 คน 2. เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมาย กรณีความผิดที่มีโทษ ได้แก่ โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ การเปรียบเทียบปรับ มีเงื่อนไขดังนี้ 1) พบผู้กระทำความผิด 2) ผู้กระทำความผิดยอมรับผิด 3)ผู้กระทำความผิดยินดีเสียค่าปรับ


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๒๕ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ขั้นตอนการเปรียบเทียบปรับและการดำเนินคดี เมื่อพบการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินคดี โดยการรวบรวมหลักฐาน 4 ประการ ได้แก่ 1) รายงานการตรวจของเจ้าหน้าที่ 2) คำสั่งทางปกครองของเจ้าพนักงานท้องถิ่น 3) พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) 4) ตรวจสอบตัวผู้กระทำความผิด แล้วเรียกตัวผู้กระทำความผิดมาพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา แต่หากไม่มาพบให้เจ้าหน้าที่ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เมื่อผู้กระทำความผิดยินยอมรับผิดตามข้อกล่าวหา ให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อกล่าวหา สอบปากคำหรือสรุปสำนวน เสนอต่อเจ้าหนักงานท้องถิ่น หรือ คณะกรรมการเปรียบเทียบ ชำระ ค่าปรับ หากไม่ยินยอมให้ปรับให้ดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ถ้าชำระค่าปรับตามจำนวน ที่เปรียบเทียบแล้วภายใน 30 วันถือว่าคดีสิ้นสุด การดำเนินคดีทางศาล เมื่อมีการฝ่าฝืนหรือกระทำความผิด ผู้เสียหายฟ้องเอง หรือร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงาน สอบสวน โดยมีเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้รับมอบหมายให้ข้อมูลและเป็นพยาน หรือเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นหรือผู้รับมอบหมายร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานสอบสวน ดำเนินการสืบสวนสอบสวน เจ้าพนักงาน อัยการ สั่งฟ้องต่อศาล และศาลไต่สวนมูลฟ้อง มีการสืบพยานและพิพากษา หรือยกฟ้องแล้วแต่กรณี หมวด 14 การอุทธรณ์ มาตรา 66 ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งเรื่องการไม่ออกใบอนุญาต หรือไม่อนุญาต ให้ต่ออายุใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือกรณีเจ้าพนักงานสาธารณสุขออกคำสั่ง ซึ่งผู้รับ คำสั่งไม่พอใจในคำสั่งนั้น มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง มาตรา 66/1 ให้มีคณะกรรมการอุทธรณ์ ประกอบด้วย (1) อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานกรรมการ (2) ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทน กรม โรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้แทนสำนักงานอัยการ สูงสุด เป็นกรรมการ รวม 6 คน (3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รัฐมนตรีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณะกรรมการจากผู้มีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ในด้านการสาธารณสุขและการอนามัยสิ่งแวดล้อมอีกไม่ เกิน 3 คน เป็นกรรมการ (4) ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนอย่างน้อย 1 คน


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๒๖ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย (5) รองอธิบดีกรมอนามัยซึ่งอธิบดีกรมอนามัยมอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการ (6) อธิบดีกรมอนามัยแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดกรมอนามัยจำนวน 2 คน เป็น ผู้ช่วยเลขานุการ มาตรา 66/2 ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งตามมาตรา 66 (2) มีหนังสือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือสั่งให้บุคคลดังกล่าวส่งเอกสารหรือ หลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ (3) สอบถามข้อเท็จจริงหรือกระทำการใด ๆ เท่าที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัย อุทธรณ์ มาตรา 67 ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้น ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับ รับอุทธรณ์ โดยให้ถือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้เป็นที่สิ้นสุด หมวด 15 บทกำหนดโทษ มาตรา 68[28] ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตร 6 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่น มาตรา 68/1[29] ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา 6 ในกรณีที่เกี่ยวกับมูลฝอย ติดเชื้อ หรือมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่ เกินห้าหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 69[30] ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีกรมอนามัยตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง โดย ไม่มีเหตุ หรือข้อแก้ตัวอันสมควร หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานสาธารณสุขตาม มาตรา 8 วรรคสอง หรือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตามมาตรา 8 วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่น บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 70[31] ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตาม มาตรา 17 คณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดหรือคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครตาม มาตรา 17/3 (8) หรือ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา 66/2 (2) โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 71[32] ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 34 ต้องระวาง โทษจำคุก ไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 72[33] ผู้ใดจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารตามมาตรา 38 ซึ่งมีพื้นที่ เกินสองร้อยตารางเมตรโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ผู้ใดจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารตามวรรคหนึ่ง ซึ่งมีพื้นที่ไม่เกิน สองร้อย ตารางเมตร โดยไม่มีหนังสือรับรองการแจ้ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับ ไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๒๗ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย มาตรา 73[34] ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นซึ่งออกตามความในมาตรา 20 (5) มาตรา 32 (2) มาตรา 35 (1) หรือ (4) หรือ มาตรา 40 (2) หรือ (3) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นซึ่งออกตามความในมาตรา 29 มาตรา 35 (2) หรือ (3) หรือ มาตรา 40 (1) (4) (5) (6) หรือ (7) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท มาตรา73/1[35] ผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นซึ่งออกตามความในมาตรา20(1)(2)(3)หรือ (6) ในกรณีที่เกี่ยวกับมูลฝอยติดเชื้อหรือมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 73/2[36] ผู้รับอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่นซึ่งออกตามความในมาตรา 20 (5) ใน กรณีเกี่ยวกับมูลฝอยติดเชื้อ หรือมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชนต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับ ไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560] มาตรา74[37] ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา21 มาตรา22 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 28 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ ที่ออกตามมาตรา 28/ 1 วรรคสอง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร หรือขัดขวางการปฏิบัติ หน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 23 มาตรา 27 วรรคสอง หรือมาตรา 28 วรรคสอง ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพัน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 75[38] เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 24 วรรคสอง ต้องระวาง โทษ ปรับไม่เกินห้าพันบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสองพันห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน มาตรา 76[39] ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ใน ใบอนุญาตตามมาตรา 33 วรรคสอง หรือมาตรา 41 วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่น บาท มาตรา 77[40] ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 41 วรรคสอง หรือฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นตาม มาตรา 42 (1) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา 78[41] ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 36 หรือฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตาม มาตรา 42 (2) หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา 43 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพัน บาท มาตรา 79[42] ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียก หรือไม่ยอมแจ้งข้อเท็จจริงหรือไม่ส่งเอกสาร หรือ หลักฐาน หรือขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือเจ้าพนักงาน สาธารณสุข หรือผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 44 ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 80[43] ผู้ดำเนินกิจการผู้ใดดำเนินกิจการในระหว่างที่มีคำสั่งของเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นให้ หยุดดำเนินกิจการ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 45 มาตรา 52 หรือมาตรา 65 วรรค สอง โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหก


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๒๘ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย เดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสองหมื่นห้าพันบาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง มาตรา81[44] ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานสาธารณสุขตามมาตรา46วรรคสอง โดย ไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานสาธารณสุข ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่ เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา82[45] ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา49หรือมาตรา50ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสอง พัน ห้าร้อยบาท มาตรา 83[46] ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 57 หรือมาตรา 58 ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสอง พันห้าร้อยบาท มาตรา 84[47] ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดดำเนินกิจการในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ต้อง ระวางโทษ จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวัน ละสองหมื่นห้าพันบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน มาตรา 84/1[48] ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติ บุคคล นั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบใน การดำเนินงานของ นิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการ และ ละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการ จนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่ บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย มาตรา85[49] ให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบ (1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ และให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง ข้าราชการในสังกัด กรุงเทพมหานครเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน (2) ในเขตจังหวัดอื่น ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด และผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัด เป็นกรรมการ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นเลขานุการ และให้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด แต่งตั้งข้าราชการในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็น ผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษถึงจำคุก หรือไม่ ควรถูก ฟ้องร้อง ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบมีอำนาจเปรียบเทียบ สำหรับความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว หรือเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คณะกรรมการเปรียบเทียบอาจมอบหมายให้ เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบได้ด้วย การเปรียบเทียบของคณะกรรมการเปรียบเทียบและเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือผู้ซึ่งเจ้า พนักงาน ท้องถิ่นมอบหมาย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยคำแนะนำของ คณะกรรมการ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการ เปรียบเทียบแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๒๙ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หมวด 16 บทเฉพาะกาล มาตรา 86 ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการใดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขซึ่งถูก ยกเลิกโดย พระราชบัญญัตินี้อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและกิจการนั้นมีลักษณะ เช่นเดียวกับกิจการที่จะต้องได้รับ ใบอนุญาตหรือต้องแจ้งและได้รับหนังสือรับรองการแจ้งตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้นั้นประกอบกิจการนั้นต่อไปได้ เสมือนเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตหรือเป็นผู้ที่ได้ แจ้งและได้รับหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว แต่เมื่อ ใบอนุญาตดังกล่าวสิ้นอายุและ ผู้นั้นยังคงประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไป ผู้นั้นจะต้องมาดำเนินการขอรับใบอนุญาต หรือแจ้งตาม พระราชบัญญัตินี้ก่อนการดำเนินการ มาตรา 87 ผู้ซึ่งประกอบกิจการใดที่ไม่ต้องแจ้งและได้รับหนังสือรับรองการแจ้งตาม กฎหมายว่า ด้วยการสาธารณสุขซึ่งถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้ แต่เป็นกิจการที่จะต้องแจ้งและ ได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง ตามพระราชบัญญัตินี้ และมิใช่เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตอยู่แล้วตามมาตรา 86 ให้ยังคงประกอบกิจการได้ต่อไป แต่ จะต้องมาดำเนินการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายใน กำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา 88 ผู้ซึ่งประกอบกิจการใดที่มิได้เป็นกิจการที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่า ด้วยการ สาธารณสุขซึ่งถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้ แต่เป็นกิจการที่จะต้องได้รับใบอนุญาตตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคง ประกอบกิจการได้ต่อไป แต่จะต้องมายื่นคำขอรับใบอนุญาตตาม พระราชบัญญัตินี้ภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวันนับ แต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อได้ยื่นคำขอ แล้วให้ยังคงประกอบกิจการได้ต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งไม่ออก ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการตาม พระราชบัญญัตินี้ มาตรา 89 บรรดากิจการต่าง ๆ ที่กำหนดให้เป็นกิจการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็น อันตราย แก่สุขภาพตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสาธารณสุข พุทธศักราช 2484 และการ แต่งตั้งตามมาตรา 31 แห่ง พระราชบัญญัติสาธารณสุข พุทธศักราช 2484 ให้ถือว่าเป็นกิจการที่เป็น อันตรายต่อสุขภาพ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับ มาตรา 31 หรือมาตรา 32 มาตรา 90 บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของ เจ้า พนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุขซึ่งได้ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการ สาธารณสุขซึ่งถูก ยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่ง พระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะได้มี กฎกระทรวง ประกาศ ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือคำสั่งของเจ้า พนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุขที่ออกตาม พระราชบัญญัตินี้ [คำว่า “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับ ที่ 3) พ.ศ. 2560]


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๓๐ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย วิชา มาตรการส่งเสริมและป้องกันคุณภาพชีวิตประชากรในพื้นที่ (มาตรการจัดการ โควิด-19) เน้นระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System) โดย นายประกาศ เปล่งพานิชย์ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เวลา 16.00 – 19.00 น. Public Health Emergency Response ยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข การจัดการภาวะฉุกเฉินในประเทศไทย “สาธารณภัย” หมายความว่า อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์ โรค ระบาดสัตว์ โรคระบาดสัตว์น้ำ การระบาดของศัตรูพืช ตลอดจนภัยอื่น ๆ อันมีผลกระทบต่อ สาธารณชน ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ มีผู้ท้าให้เกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ ชีวิต ร่างกายของประชาชน หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของ ประชาชน หรือของรัฐ และให้ หมายความรวมถึงภัยทางอากาศ และการก่อวินาศกรรมด้วย ขอบเขตสาธารณภัยตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ในแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2553-2557 ได้กำหนด ขอบเขตของสาธารณภัยไว้ 2 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านสาธารณภัย ประกอบด้วย ภัย 14 ประเภท คือ 1.1) อุทกภัยและดินโคลนถล่ม 1.2) ภัยจากพายุหมุนเขตร้อน 1.3) ภัยจากอัคคีภัย 1.4) ภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย 1.5) ภัยจากการคมนาคมและการขนส่ง 1.6) ภัยแล้ง 1.7) ภัยจากอากาศหนาว


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๓๑ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 1.8) ภัยจากไฟป่าและหมอกควัน 1.9) ภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่ม 1.10) ภัยจากคลื่นสึนามิ 1.11) ภัยจากโรคระบาดในมนุษย์ 1.12) ภัยจากโรคแมลง สัตว์ ศัตรูพืชระบาด 1.13) ภัยจากโรคระบาดสัตว์และสัตว์น้ำ 1.14) ภัยจากเทคโนโลยีสารสนเทศ 2) ด้านความมั่นคง ประกอบด้วย 4 ประเภท คือ 2.1) ภัยจากการก่อวินาศกรรม 2.2) ภัยจากทุ่นระเบิดกับระเบิด 2.3) ภัยทางอากาศ 2.4) ภัยจากการชุมนุมประท้วงและก่อการจลาจล ปฏิทินสาธารณภัยของประทศไทย


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๓๒ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเกิดภัยพิบัติ ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (Public Health Emergency) ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ถือเป็น “สาธารณภัย” ที่ก่อให้เกิดอันตราย ต่อชีวิต สร้าง ความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน และเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งมีลักษณะเข้าได้กับ เกณฑ์อย่างน้อย 2 ใน 4 ประการ ดังนี้ ● ทำให้เกิดผลกระทบทางสุขภาพที่มีความรุนแรง (seriousness of the public health impact) ได้แก่ โรคหรือภัย ที่ท้าให้เกิดการป่วยและการตายจำนวนมาก หรือมีอัตราป่วยตายสูง ● เป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติหรือคาดไม่ถึงมาก่อน (unusual or unexpected nature of the event) ● มีโอกาสที่จะแพร่ไปได้สู่พื้นที่อื่น (potential for the event to spread) หมายถึง โรคมีศักยภาพ หรือแนวโน้มที่จะแพร่ไปสู่อำเภออื่น จังหวัดอื่น หรือระบาดข้ามประเทศ ● อาจต้องมีการจ้ากัดการเคลื่อนที่ของผู้คนหรือสินค้า (the risk that restrictions to travel or trade)


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๓๓ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ลักษณะโดยทั่วไปของภาวะฉุกเฉิน มักเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ต้องมีการตอบสนองโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นอาจก่อให้เกิดผลเสีย ร้ายแรงทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานระดับปกติมักจะไม่เพียงพอ ที่จะรับมือ มักเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด อาจมีบุคลากรหรือทรัพยากรที่หลากหลายเข้ามาเกี่ยวข้อง มีความเข้าใจในสถานการณ์ ทักษะและ ความรู้แตกต่างกัน เป็นภาวะที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยอันตรายกับผู้ปฏิบัติงาน สูงกว่าการทำงานใน ภาวะปกติ แผนการเตรียมความพร้อมระดับชาติ แผนระดับชาติไม่ได้เตรียมไว้รองรับเหตุการณ์รุนแรงขนาดใหญ่มากๆ เมื่อมีสถานการณ์ ไม่ สามารถติดต่อประสานงานหน่วยงานในการช่วยเหลือได้ระบบการสั่งการณ์ระดับชาติ ไม่มี ประสิทธิภาพ ไม่สามารถติดต่อประสานงานหน่วยงานในการช่วยเหลือได้ หน่วยงานในระดับต่างๆ มี ความสับสนและซ้ำซ้อน ในเรื่องของหน้าที่และความรับผิดชอบ งานเอกสารและแบบฟอร์มต่างๆ ขวางกั้นงานปฏิบัติงานแบบฉับพลันทันทีและ เจ้าหน้าที่ไม่คุ้นเคยกับแผนมาก่อน สภาพปัญหาของการทำงานภายใต้ภาวะฉุกเฉิน 1. หน่วยงานขาดการเตรียมความพร้อม ไม่มีผู้รับผิดชอบงานภาวะฉุกเฉินในภาพรวม 2. หากไม่มีการเตรียมระบบที่ดีไว้รองรับ หน่วยงานมักตอบโต้ภาวะฉุกเฉินใน 2 รูปแบบคือ 1) ใช้บุคลากรหรือทรัพยากรในระดับปกติต่อการรับมือกับภาวะฉุกเฉิน (ไม่เพียงพอ) 2) มีการระดมทรัพยากรเข้ามาช่วย แต่ขาดการจัดการที่ดี ชัดเจน เป็นระบบ และอาจไม่ได้ คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๓๔ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย การจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System) คือ ระบบการบริหารจัดการที่ใช้เพื่อการบังคับบัญชา สั่งการ ควบคุม และประสานความ ร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสถานการณ์เฉพาะช่วยในการบูรณาการระหว่างหน่วยระบบดังกล่าวเป็น ระบบปฏิบัติการเพื่อการระดมทรัพยากรไปยังที่เกิดเหตุเพื่อบริหาร จัดการเหตุฉุกเฉิน ให้สามารถ ปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมได้อย่างบรรลุเป้าหมายและมีประสิทธิภาพช่วยในการบูรณา การระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความสำคัญเนื่องจาก 1. แผนระดับชาติไม่ได้เตรียมไว้รองรับเหตุการณ์รุนแรงขนาดใหญ่มากๆ 2. เมื่อมีสถานการณ์ ไม่สามารถติดต่อประสานงานหน่วยงานในการช่วยเหลือได้ ระบบการ สั่งการณ์ระดับชาติ ไม่มีประสิทธิภาพ 3. หน่วยงานในระดับต่างๆ มีความสับสน และซ้ำซ้อน ในเรื่องของหน้าที่และความ รับผิดชอบ งานเอกสารและแบบฟอร์มต่างๆ ขวางกั้นการปฏิบัติงานแบบฉับพลันทันที และเจ้าหน้าที่ ไม่คุ้นเคยกับแผนมาก่อน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ให้มีความปลอดภัยทั้งผู้ปฏิบัติงานและผู้เสี่ยงต่อภัย 2) เพื่อหยุดยั้งและ/หรือลดผลกระทบจากภาวะฉุกเฉินหรือสถานการณ์รุนแรงจากโรค และภัยสุขภาพ และเพื่อให้เหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติในระยะเวลาที่สั้นที่สุด 3) เพื่อระดมทรัพยากร และบริหารจัดการอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๓๕ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ระดับภาวะฉุกเฉิน คุณลักษณะที่สำคัญของระบบบัญชาการเหตุกาณ์ 1. การกำหนดมาตรฐาน - การใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย 2. การบัญชาการ - การแต่งตังและถ่ายทอดอ้านาจการบัญชาการ - สายการบังคับบัญชาและเอกภาพของการบัญชาการ - การบัญชาการร่วม 3. การวางแผนโครงสร้างการจัดองค์กร - การบริหารโดยยึดวัตถุประสงค์ - การจัดท้าแผนเผชิญเหตุ - โครงสร้างองค์กรแบบโมดูลา (Modula) - ช่วงการควบคุมที่เหมาะสม 4. พื้นที่ปฏิบัติการและทรัพยากร - การจัดพื้นที่ปฏิบัติการ - การจัดการทรัพยากรครบวงจร 5. การสื่อสารและการจัดการข่าวสาร - การบูรณาการด้านการสื่อสาร - การจัดการข่าวสารและข่าวกรอง 6. ความเป็นมืออาชีพ - ความรับผิดชอบ - การส่งบุคลากรและอุปกรณ์ลงพื้นที่


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๓๖ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย การกำหนดมาตรฐานการใช้ภาษา • ใช้ภาษาทั่วไปที่เข้าใจง่าย • ไม่ใช้ภาษาที่รู้เฉพาะวงการ/อาชีพ/หน่วยงาน • หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาวิทยุ คำย่อ ศัพท์เทคนิค • จัดทำการเรียกชื่อตามมาตรฐานที่ชัดเจน การบัญชาการ บัญชาการ คือ การอำนวยการ สั่งการ หรือ ควบคุม ตามหลักกฎหมาย ระเบียบหรืออ้านาจ หน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ผู้บัญชาการ (Incident Commander : IC) มีอำนาจหน้าที่ในการ บัญชาการเหตุการณ์ ตัวอย่างศูนย์บัญชาการเหตุการณ์


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๓๗ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย โครงสร้างหลักของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ รหัสสีสากลของแต่ละฝ่ายงาน เอกภาพในการบังคับบัญชา (Unity of Command) เพื่อความเป็นเอกภาพในการบังคับบัญชา • ผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนจะมีหัวหน้าเพียงคนเดียว • ปฏิบัติตามข้อสั่งการจากหัวหน้าเพียงคนเดียวเท่านั้น


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๓๘ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) หมายถึง เส้นทางการส่งต่อข้อสั่งการหรือการบัญชาการ ไปตามลำดับชั้นที่ลดหลั่นกันลงไป จากผู้บัญชาการเหตุการณ์จนถึงตัวผู้ปฏิบัติงาน การบัญชาการร่วม (Unified Command) ❖ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถท้างานในที่เกิดเหตุร่วมกันได้ ภายใต้วัตถุประสงค์และ กลยุทธ์การท้างานเดียวกัน ❖ เพื่อให้สามารถตัดสินใจร่วมกันภายใต้โครงสร้างการสั่งการร่วมกัน ❖ รักษาเอกภาพการบังคับบัญชาโดยมีหัวหน้าคนเดียว ตัวอย่างการบัญชาการร่วม


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๓๙ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย การบริหารโดยยึดวัตถุประสงค์ โดยทั่วไปการกำหนดวัตถุประสงค์ของการจัดการ ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขควรคำนึงถึง ตามลำดับ ดังนี้ 1. ความปลอดภัยของชีวิต (Life Safety) 2. การควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลาม/ขยายตัว (Incident Stabilization) 3. การรักษาทรัพย์สินหรือสภาพแวดล้อม (Property/Environmental Preservation) การวางแผน/ โครงสร้างการจัดองค์กร การจัดทำแผนเผชิญเหตุทุกเหตุการณ์ต้องมีการจัดทำแผนเผชิญเหตุ ระบุวัตถุประสงค์การดำเนินงานที่ชัดเจน ระบุกิจกรรมที่จะต้องปฏิบัติ มีกรอบเวลาในการปฏิบัติงาน (operational period) ควรจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร โครงสร้างองค์กรแบบโมดุลลา (Modular) ขยายตัวแบบล่างขึ้นบน (Bottom UP) ปรับเปลี่ยนขยายหรือลดขนาดตามความเหมาะสมและความซับซ้อนของสถานการณ์ มีความยืดหยุ่นและคล่องตัว ต้องมีช่วงการควบคุมที่เหมาะสม ช่วงการควบคุม (Span of Control) ช่วงการควบคุมที่เหมาะสมของหัวหน้า 1 คน คือ การมีผู้ใต้บังคับบัญชา 3 - 7 คน เพื่อให้ ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๔๐ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย พื้นที่ปฏิบัติการและทรัพยากร การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างครบวงจร องค์ประกอบสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างครบวงจร • การจัดแบ่งประเภท/ชนิดของทรัพยากร (Categorizing Resources) • การจัดหา/สั่งซื้อทรัพยากร (Ordering Resources) • การจัดส่งทรัพยากร (Dispatching Resources) • การติดตามการใช้ทรัพยากร (Tracking Resources) • การนำทรัพยากรกลับมาใช้ และการบำรุงรักษา (Recovering Resources) • การชดเชยทรัพยากรให้กับหน่วยงานอื่น (Reimbursing other organizations) การสื่อสารและการจัดการข่าวสาร การบูรณาการด้านการสื่อสาร มีการกำหนดและใช้แผนการสื่อสารเดียวกัน กำหนดผู้ท้าหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ เกิดขึ้น อุปกรณ์ ขั้นตอน และระบบการสื่อสาร จะต้องมีการบูรณาการด้านการสื่อสารโดยสามารถ เชื่อมต่อและใช้ ร่วมกันได้ ต้องมีช่องทางสำรองในการสื่อสารเตรียมไว้เสมอ การจัดการข้อมูลและข่าวสาร เพื่อให้การจัดการภาวะฉุกเฉินมีประสิทธิภาพ จะต้องมีการ จัดการข้อมูลและข่าวสารดังนี้ • รวบรวมข้อมูล • การแลกเปลี่ยนข้อมูล การจัดการข้อมูลที่รวดเร็ว ถูกต้องและน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่สำคัญแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ • ข้อมูลด้านสถานการณ์: รวบรวมโดย Situation Awareness Team (SAT) • ข้อมูลด้านการปฏิบัติการตอบโต้: รวบรวมโดย Planning Team


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๔๑ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ความเป็นมืออาชีพ ความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงานประกอบด้วย • การรายงานตัวเมื่อเข้ามาปฏิบัติงานในระบบ • การปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการตอบโต้เหตุการณ์ • การรับฟังค้ำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเพียงคนเดียว • ขอบเขตของการบังคับบัญชา (Span of control) • การติดตามการใช้ทรัพยากร การส่งบุคลากรและอุปกรณ์ลงพื้นที่ ในทุกเหตุการณ์: • ต้องมีการประเมินสถานการณ์และปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ • ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นหลัก • การส่งคนลงพื้นที่ต้องเป็นคำสั่งจากผู้บัญชาการเหตุการณ์หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจเท่านั้น ตัวอย่างระบบบัญชาการกรมควบคุมโรค


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๔๒ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย Emergency Operations Center (EOC) ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน Emergency Operations Center (EOC) เป็นหัวใจของการ ทำงานตอบโต้ภาวะฉุกเฉินภายใต้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (ICS) เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของผู้ บัญชาการเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากแต่ละกลุ่มภารกิจมีศูนย์กลางและจุดประสานงาน ระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกเพื่อสนับสนุนการทำงานของทีมปฏิบัติการต่างๆ ภายใต้ โครงสร้าง ICS 1. การพัฒนาระบบ (System) EOC - วางเป้าหมายและทิศทางการทำงาน PHER ขององค์กรที่ชัดเจน - กำหนดผู้รับผิดชอบงาน Public Health Emergency Management ในหน่วยงาน - การแบ่งหน้าที่ภายในหน่วยงานและจัดทำแผนประเภทต่างๆที่เกี่ยวข้อง 2. สถานที่ & อุปกรณ์ (Stuff) - สถานที่ EOC Main room จุคนประมาณ 20-30 คน IC Meeting room SAT room - อ ุ ป ก ร ณ ์ ต ่ า ง ๆ ส ำ ห ร ั บ EOC Audio-Visual equipment (โ ส ต ท ั ศ น ู ป ก ร ณ์ ) Telecommunciations, telephone, computer, internet Software - อุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติงานในภาคสนาม ชุดอุปกรณ์สอบสวนควบคุมโรค 3. กำลังพล (Staff) การจัดระบบกำลังพลสำรอง (Surge capacity) หลักสูตรฝึกอบรม 3 ระดับ - พื้นฐาน : ทุกคนในองค์กร - ทีมปฏิบัติการ : ภาคสนาม + ในห้อง EOC - ทีมตระหนักรู้สถานการณ์ (Situation AwarenessTeam: SAT) ทีมสอบสวนโรค (Joint Investigation Team: JIT) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานใน EOC ตามโครงสร้าง ICS Incident Commander


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๔๓ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย วิชา ระเบียบการเบิกจ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุข โดย นายจรัส ตั้งวงศ์ชูเกตุตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันพุธที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เวลา 09.๐๐ – 12.๐๐ น. การเงินการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การบริหารงานคลังของหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นการพิจารณาถึง การจัดหารายได้ การกำหนดรายจ่าย การจัดทำงบประมาณ การจัดซื้อ การจัดจ้าง การบัญชี การตรวจสอบบัญชี ของ หน่วยงานการปกครองท้องถิ่น งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายถึง แผนงานสำหรับประมาณการด้าน รายรับและรายจ่ายแสดงในรูปตัวเลขจำนวนเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกำหนด ระยะเวลาเป็น ปีงบประมาณ คือ ระยะเวลาตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม ของปีหนึ่ง ถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีถัดไปและให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณ นั้น การจัดทำงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายบริหารต้องนำเสนอขอความเห็นชอบจาก ฝ่ายสภาท้องถิ่น ตามหลักรัฐศาสตร์และการบริหารราชการแผ่นดินว่าด้วยการคานอำนาจ นอกจากนี้ ต้องมีการติดตามประเมินผลเพราะถือว่าเป็น “เงินสาธารณะ” (Public Money) ป้องกันการรั่วไหล ให้การใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายรายสาขา หรือรายกลุ่มคน เช่น จัดสรรงบช่วยเหลือ คนยากจน เป็นต้น 1. การวางแผนเพื่อจะช่วยให้การทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถชำระหนี้ได้ และทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่ารายจ่ายอยู่ภายใต้กรอบของเงินสำรองที่มีอยู่ อันประกอบด้วยรายได้ที่ คาดว่าจะได้รับ และเงินกู้ที่คาดว่าจะได้ 2. งบประมาณสร้างลำดับความสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ 3. งบประมาณช่วยจัดสรรและกระจายทรัพยากรระหว่างกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และกำหนดระดับและทิศทางของการทำงานในปีงบประมาณนั้น 4. สามารถกำหนดระดับของภาษีและค่าธรรมเนียมที่จะถูกจัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นในปีงบประมาณต่อไป กระบวนการงบประมาณ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1) การจัดเตรียมงบประมาณ (Budget preparation) เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำ โดยเจ้าหน้าที่งบประมาณ ซึ่งได้แก่ ปลัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรืออาจจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับงบประมาณ เช่น ผู้อำนวยการกองแผนและงบประมาณ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ฯ เป็นผู้รับผิดชอบในการ จัดเตรียมงบประมาณโดยเริ่มจาก (1) การศึกษาปฏิทินงบประมาณที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนดเพื่อแจ้งให้ทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้องทราบว่ากระบวนการในแต่ละขั้นตอนควรจะดำเนินการเมื่อใดแล้วเสร็จเมื่อใด


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๔๔ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย (2) ทบทวนแผน และกำหนดนโยบายการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (3) จัดเตรียมข้อมูลประมาณการรายรับ (4) จัดระดมความคิดเห็น เกี่ยวกับประเด็นปัญหาและความต้องการในท้องถิ่น จากทุกส่วนที่ เกี่ยวข้อง (5) ตรวจสอบภาระผูกพันที่องค์กรปกครองท้องถิ่นมีอยู่ เช่น เงินกู้ เงินทุนการศึกษา ภาระ ผูกพันตามกฎหมาย (6) เสนอโครงร่างเบื้องต้น เจ้าหน้าที่งบประมาณ ทำการพิจารณาตรวจสอบ วิเคราะห์และ แก้ไขงบประมาณ ในขั้นต้น แล้วเสนอต่อคณะผู้บริหาร (7) เสนอร่างข้อบัญญัติงบประมาณ คณะผู้บริหารจะพิจารณาให้ตั้งเงินงบประมาณยอดใดเป็น งบประมาณประจำปีแล้ว ให้เจ้าหน้าที่งบประมาณรวบรวม และจัดทำเป็นร่างงบประมาณรายจ่าย เสนอต่อคณะผู้บริหารท้องถิ่นอีกครั้งหนึ่ง หากผู้บริหารเห็นชอบจะนำร่างเสนอต่อที่ประชุมสภา ท้องถิ่น ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2) การอนุมัติงบประมาณ (Budget adoption) ผู้บริหารท้องถิ่นนำเสนอร่างข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีเสนอต่อสภาท้องถิ่นภายในวันที่ 15 สิงหาคม จากนั้นสภาท้องถิ่นจะ พิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ โดยการพิจารณาจะพิจารณา 3 วาระ คือรับหลักการ แปรญัตติ เห็นชอบ และเมื่อสภาท้องถิ่นพิจารณาเห็นชอบร่างข้อบัญญัติแล้ว ให้ประธานสภาท้องถิ่นนำเสนอร่างที่ผ่าน ความเห็นชอบให้ผู้มีอำนาจในการอนุมัติ อนุมัติร่างงบประมาณรายจ่ายและประกาศเป็นข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี มีผลใช้บังคับต่อไปภายใน 15 วัน หลังประกาศโดยเปิดเผย 3) การบริหารงบประมาณ (Budget execution) จะทำให้ทราบว่างบประมาณที่อนุมัติไปแล้ว ถูก นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาประชาชนได้หรือไม่ รวมทั้งมีการติดตามดูแลการใช้ จ่ายงบประมาณว่ามีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด เป็นไปตามแผนการปฏิบัติงานหรือไม่ สามารถ ดำเนินการได้หลายวิธี เช่น ผู้บริหารท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่งบประมาณรับผิดชอบร่วมกันในการ ควบคุมงบประมาณรายจ่าย โดยใช้การรายงาน หรือการควบคุมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไป ตาม กฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับต่างๆ การควบคุมโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยตรวจสอบ ภายใน สำนักงานตรวจการเงินแผ่นดิน การควบคุมผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือประชาคม หรือการประเมินผลความคุ้มค่าและความสอดคล้องของงบประมาณกับความต้องการของประชาชน ผ่านวิธีการวิจัยประเมินผล การประมาณการรายรับรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 โดยมีการประมาณการรายรับและรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจำแนกเป็น (1) หมวดภาษีอากร (2) หมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับและใบอนุญาต (3) หมวดรายได้จากทรัพย์สิน (4) หมวดรายได้จากสาธารณูปโภค และกิจการพาณิชย์


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๔๕ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย (5) หมวดเงินอุดหนุน (6) หมวดรายได้เบ็ดเตล็ด งบประมาณรายจ่ายทั่วไปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วยรายจ่ายงบกลาง และรายจ่ายตามแผนงาน โดยรายจ่ายตามแผนงาน จำแนกเป็นสอง ลักษณะ คือ (6.1) รายจ่ายประจำ ประกอบด้วย (ก) หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ (ข) หมวดค่าจ้างชั่วคราว (ค) หมวดค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ (ง) หมวดค่าสาธารณูปโภค (จ) หมวดเงินอุดหนุน (ฉ) หมวดรายจ่ายอื่น (6.2) รายจ่ายเพื่อการลงทุน ประกอบด้วย หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ทั้งนี้รายละเอียดประเภทรายจ่ายงบกลาง หมวดรายจ่ายต่าง ๆ และเงินนอกงบประมาณให้เป็นไป ตามที่กรมการปกครองกำหนด


หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๔๖ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย เงินงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เงินงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมี ๒ ส่วนดังนี้ ๑. เงินงบประมาณ ๒. เงินนอกงบประมาณ 1. เงินงบประมาณของอปท.ต้องจัดทำข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ดังนี้ 1.1 ประมาณการรายรับ ได้แก่ รายได้ที่จัดเก็บเอง รายได้ภาษีจัดสรร เงินรายได้อื่น และเงิน อุดหนุนทั่วไป 1.2 งบประมาณรายจ่าย โดยการนำข้อมูลประมาณการรายรับล่วงหน้ามา ประมาณการ รายจ่ายจ่ายล่วงหน้า และหากในระหว่างปีเงินรับจริงเกินประมาณการรายรับทั้งฉบับก็สามารถนำ ส่วนที่เกินมาตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมได้ 2. เงินนอกงบประมาณ ไม่ต้องตราข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เช่น เงิน สะสม เงินทุนสำรองเงินสะสม เงินกู้ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนทั่วไปแบบระบุวัตถุประสงค์ที่ กฎหมายบัญญัติให้ไม่ต้องตราเทศบัญญัติ/ข้อบัญญัติ ตัวอย่างแนวทางการตั้งงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ (เงินอุดหนุนทั่วไปด้านสาธารณสุข) ตามหนังสือหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท ๐๘๑๐.๕/ว ๒๐๗๒ ลงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาแล้ว เพื่อให้การจัดทำงบประมาณ รายจ่ายประจำปี พ.ศ.๒๕๖๒ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เงินอุดหนุนทั่วไปด้านสาธารณสุข มี ความชัดเจนและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงขอให้จังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการดังนี้ 1. ด้านรายรับ ให้ตั้งงบประมาณไว้ในหมวดเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป สำหรับ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และภารกิจถ่ายโอน


Click to View FlipBook Version