หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๙๗ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 6) Uploads กรณีต้องการใช้รูปของตัวเอง สามารถอัพโหลดภาพเข้าสู่เว็บไซต์ ก็สามารถนำภาพ ของตัวเองมาใช้งานคู่กับเครื่องมืออื่นๆ ของ Canva ได้ 7) เมนูในการจัดการไฟล์เป็นเมนูที่แสดงอยู่ช้ายมือด้านบนของหน้าต่างงานมีเมนูต่าง ๆ
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๙๘ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 7.1) เมนูด้านซ้ายบน Home เมนูกลับไปยังหน้าเริ่มต้นเพื่อเลือก Template Design เมนูในการสร้างงานใหม่ (Create new design), บันทึก (Save) และทำสำเนา (Make acopy) Edit เมนูปรับแก้ View การแสดงขอบกระดาษ การซูมเข้าออก Resize เครื่องมือปรับขนาด Undo ย้อนกลับการทำงานไปทีละขั้นตอน ใช้สำหรับย้อนกลับงานที่ทำ ผิดพลาด Redo ใช้สำหรับทำซ้ำงานที่เราย้อนกลับมา (Undo) Copy ทำสำเนา Paste วางสำเนาที่ได้ copy เลือก Select
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๙๙ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 7.2) เมนูด้านขวาบน Collaborate เชิญคนให้ทำงานร่วมกันหรือแชร์เพื่อติชมงานออกแบบ ของเรา โดยเชิญผ่าน e-mail หรือส่งเป็น link ไปให้ Download ใช้ในการดาวน์โหลดไฟล์ซึ่งสามารถเลือกดาวน์โหลดเป็น ไฟล์รูปภาพหรือไฟล์ PDF Make public การแผยแพร่งานของเราในโซเชียลมีเดีย, Facebook, Twister ซึ่งผู้ใช้ Canva อื่นจะสามารถเห็นผลงานของเราได้ 3.6 การปรับแต่ง Template การแก้ไขปรับแต่งส่วนต่างๆ เราสามารถแก้ไขสิ่งที่อยู่ใน Template ได้ดังนี้ เปลี่ยนภาพ อัปโหลดภาพของเราเองหรือเลือกจากคลังสต็อกของเราที่มีภาพถ่าย กราฟิก และภาพวาดกว่า 1 ล้านภาพ - เปลี่ยนฟอนต์ เลือกฟอนต์ใหม่ๆ ที่มีมากกว่า 130 แบบ - เปลี่ยนพื้นหลังเลือกพื้นหลังจากคลังของเราหรือใช้ภาพของเราเอง เปลี่ยนสีเปลี่ยนสีกล่องข้อความหรือข้อความเพื่อเพิ่มลูกเล่นพิเศษ การแก้ไขตกแต่ง Template ที่เราเลือก โดยคลิกที่ Object ที่ต้องการแก้ไข ซึ่งในภาพ ที่นำมาแสดง ด้านล่างจะคลิกที่ ข้อความ WHY YOU SHOULD VOLUNTEER ซึ่งเครื่องมือ บริเวณ ด้านบนจะเปลี่ยน ตาม Object ที่เลือกโดยสังเกตว่า ด้านบนจะมี Font, ขนาด และ สี ให้เลือก เนื่องจากเรากำลังแก้ไขข้อมูล ที่เป็นข้อความนั่นเอง
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๐๐ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย มีข้อจำกัดอยู่บ้าง ในเรื่องของ Font ซึ่งในระบบมีให้เลือกเฉพาะ Font ภาษาอังกฤษ ซึ่งหากต้องการใช้ Fontภาษาไทย สามารถ Upload ขึ้นไปเองได้ แต่ฟีเจอร์นี้ ต้องเป็น Account แบบเสียเงิน เท่านั้น ส่วน Graphic ประกอบต่างๆ ที่เสียเงิน จะขึ้นลายน้ำบนภาพ ซึ่งในจุดนี้ ก็ไม่มี ปัญหาอะไร เพราะสามารถ Upload ภาพอื่น เข้าไปเองได้ 3.7 บันทึกไฟล์งานและแชร์ สำหรับไฟล์งาน สามารถ Save ลงมา เป็นฟล์ JPG, PNG และ PDF ช่วยให้นำไปใช้ งาน ได้อย่างหลากหลายแต่หากต้องการแชร์อินโฟกราฟิกกับเพื่อนและเพื่อนร่วมงาน ให้คลิกปุม "แชร์" ทางด้านบนขวาของเครื่องมือตัดต่อ ก็สามารถแชร์งานออกแบบใน Facebook, Linked in, ทวิตเตอร์ และอีกหลายๆ ที่ได้และยังแชร์งานออกแบบได้ในโซเซียลสตรีมของ Canva ด้วย เป็นชุมชน ที่ผู้ใช้สามารถโพสต์งานออกแบบสู่สาธารณะ ติดตามเพื่อน และติดต่อกันได้
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๐๑ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย วิชา การสื่อสารในยุคดิจิทัล โดย นายเดชรัตน์ ไตรภาค ตำแหน่ง นักวิชาการอิสระ วันศุกร์ทึ่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕66 เวลา ๑6.00 – 19.00น. 1. หน่วยวัดความจุบนคอมพิวเตอร์ 1 KB (Kilo Byte) = 1,024 Byte (ไบท์) ตัวอักษร 1 MB (Mega Byte) = 1,000,000 Byte (1 ล้านตัวอักษร) 1 GB (Giga Byte) = 1,000,000,000 Byte (1 พันล้านตัวอักษร) 1 TB (Tera Byte) = 1,000,000,000,000 Byte (1 ล้าน ล้าน ตัวอักษร) 1 PB (Petra Byte) = 1,000,000,000,000,000 Byte (1 พัน ล้าน ล้าน ตัว) หน่วยวัดความจุบนคอมพิวเตอร์ 1 ตัวอักษรของมนุษย์ คือ 1 byte 1 GB (Giga Byte) = 1,000,000,000 Byte (1 พันล้านตัวอักษร) 2. การพิมพ์หนังสือราชการให้ตรงตามแบบของสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวอักษร (Font) ต้องใช้ตัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาด 16 3. นามสกุล ของ เว็บไซต์ต่างๆ .go.th = เป็นเว็บไซต์ หน่วยงาน ราชการ (Government) .co.th = เป็นเว็บไซต์ บริษัท จำกัด .com = เอกชน จดทะเบียน หรือ บุคคลธรรมดา .com เริ่มเต็มแล้ว เขาก็เลย มีอีก นามสกุล .net .ac.th = เป็นเว็บไซต์ การศึกษา มาจากคำเต็มว่า Academic .org = มูลนิธิ , สมาคม , องค์กร ไม่หวังผลกำไร มาจากคำเต็มว่า Organization 4. ระบบปฏิบัติการบนมือถือ ระบบปฏิบัติการบนมือถือ OS หมายถึง Operating System โดย OS บนมือถือ (Smart Phoen) มีอยู่ 2 ระบบ ดังนี้ 1) iOS โดย บริษัท Apple เป็นผู้ผลิตทั้งเครื่อง และระบบปฏิบัติการ 2) Android (แอนดรอย์) บริษัท Google เป็นผู้ผลิต
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๐๒ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 5. ระบบการสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ หลังเครือข่าย จะมีคำว่า 4G = G ในที่นี้ คือ Generation เรากำลังใช้มือถือ ยุคที่ 4 กำลังจะเข้าสู่ยุค 5G 1G คือ Analog มือถือ อันใหญ่ ๆ มีคลื่น 800 MHz , 900 MHz ใช้แค่ โทรออก กับ รับสาย ส่ง SMS ไม่ได้เลย เลยต้องมี Pager (1144) 2G คือ Digital ใช้ โทร.ออก รับสาย ก็ได้ แล้วก็ส่ง SMS (Short Message Service) ได้ ไม่ เกิน 160 ตัวอักษร (รุ่นที่ดังที่สุดคือ Nokia 3310) 3G คือ Digital เพิ่ม การถ่ายรูป เปลี่ยนจากการกดปุ่ม เป็นแตะหน้าจอ ซึ่ง บริษัท ที่เริ่มทำก่อนคือ บริษัท Apple ผู้ผลิต iPhone , อีกบริษัทคือ ซัมซุง
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๐๓ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 4G คือ Digital เพิ่ม ความเร็วในการส่ง เช่น คลิปวีดีโอ , Live สด ปี 2563 จะมี 5G เพิ่ม ความเร็วในการส่ง หนังเป็นเรื่อง ๆ หนัง 1 เรื่อง ความจุ 4 GB ส่งได้ภายใน 15 วินาที ถ้ามี 5G เข้า มาใช้เต็มรูปแบบ มือถือของท่าน ต้องเปลี่ยนใหม่ 5G คือ Generation 5 หรือรุ่นที่ 5 ของการสื่อสารที่อนาคตมันจะไม่ใช่แค่มือถือแล้วแต่ เป็นอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ (Internet of Things หรือ IoT) ว่ากันว่าถ้าเรามี 5G เรา จะดาวน์โหลดวีดีโอ หนังหรือแอปฯ ได้เร็วถึง 10,000 Mbps ถ้าใช้ 4G ดูวิดีโอออนไลน์ (ขนาด 8K) หรือดาวน์โหลดหนังต้องรอ 6 นาที แต่ถ้ามี 5G ใช้เวลาแค่ 6 วินาที โดย 5G เหนือกว่า 4G ดังนี้ 1. ตอบสนองไวกว่า ถ้าเราใช้ 4G สั่งงานควบคุมสิ่งต่างๆ ได้เร็วที่ 20 - 30 ms (Mili - sccond คือ 1 : 1,000 วินาที) แต่ถ้าใช้ 5G จะเร็วขึ้น 10 เท่า จะสั่งงาน IT หรือสมาร์ทดีไวซ์ได้เร็ว จริงถึง 3 - 4 ms. 2. รับส่งข้อมูลได้มากกว่า 4G ถ้า 4G รับส่งข้อมูลต่อเดือนได้แค่ 7.2 Exabytes 5G จะทำให้ เรารับส่งข้อมูลได้เพิ่มขึ้น 7 เท่า คือ 50 Exabytes ต่อเดือน 3. มีความถี่สำหรับใช้งานมากกว่า ตอนใช้ 4G มีให้ใช้ถึงแค่ 3GHz แต่ถ้าเป็น 5G เราใช้งาน คลื่นความถี่ได้ถึง 30GHz 4. รับรองการใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้มากกว่า ถ้า 4G รับคนได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร. กม. 5G จะรับได้ 10 เท่าคือรับได้ 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. 5. ถ่ายโอนข้อมูลต่อวินาทีได้เยอะกว่า ถ้า 4G โอนข้อมูลเข้าเครื่องได้แค่ 1 GB ต่อวินาที 5G จะทำได้ถึง 20 GB ต่อวินาที่หรือ 20 เท่าของ 4G
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๐๔ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 6. วิธีการตรวจสอบพื้นที่หน่วยความจำบนโทรศัพท์มือถือ iPhone กด การตั้งค่าทั่วไป เกี่ยวกับลงมาจด เนื้อที่ทั้งหมด กับเนื้อที่เหลือ Android กด การตั้งค่าเหมือนกัน แต่ตัวย่อย ไม่เหมือนกัน RAM และ พื้นที่สำหรับเก็บข้อมูล พื้นที่จัดเก็บ เนื้อที่จัดเก็บ การตั้งค่าเพิ่มเติม การจัดการอุปกรณ์เพิ่มเติม การบำรุงรักษาอุปกรณ์ หรือ การดูแลอุปกรณ์ (ซัมซุง) การจัดการทั่วไป ที่เก็บข้อมูล (Huawei , Oppo)
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๐๕ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย วิชา การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในยุค Thailand 4.0 โดย นายเดชรัตน์ ไตรภาค ตำแหน่ง นักวิชาการอิสระ วันศุกร์ ทึ่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕66 เวลา ๑๓.00 – 1๖.00น. เนื้อหาและสาระสำคัญ เราจะทำการ ตรวจสอบ App LINE ว่าเป็น Version ใหม่หรือยัง iPhone ให้ กด App Store Android ให้ กด Play Store จากนั้นในช่องค้นหา พิมพ์คำว่า Line กดปุ่ม ค้นหา
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๐๖ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย จะเจอ App LINE ใหดูด้านขวาถ้าขึ้นคำว่า Update ให้ทำการ Update ได้เลยครับ ถ้าขึ้นคำ ว่าเปิด หรือ ติดตั้งแล้ว แสดงว่า เป็นเวอร์ชั่นใหม่สุดแล้วถ้าขึ้นคำว่ารับ หรือ ติดตั้งแสดงว่า App LINE ยังไม่มีให้ทำการติดตั้งลงมา เทคนิคการใช้ App LINE ถ้าต้องการให้ไลน์กลุ่มไหน อยู่ข้างบนสุด ให้ เลือก “ปักหมุด”
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๐๗ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย เวลาเราอยู่ในไลน์กลุ่ม แล้วเจอลิงค์ (Link เว็บไซด์) หรือ เอกสารไฟล์ PDF , Word , Excel , Power Point สำคัญ หรือ ไฟล์ .ZIP ที่ไม่ใหญ่มากนักแล้วเราอยากจะ Save ไว้ดู หรือ ใช้งาน ภายหลัง ให้ ทำการ Keep (ให้แตะเอกสารนั้นค้างไว้, เลือกคำว่า Keep) ไม่เปลืองเนื้อที่ในมือถือ App LINE ให้เนื้อที่ของ Keep ฟรี ที่ ความจุ 1 GB เวลาดู Keep → ด้านล่างกดปุ่ม “หน้า หลัก” →บนสุดที่ชื่อไลน์เรา ขวามือ กด Keep
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๐๘ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ถ้าต้องการนำข้อมูลที่ Keep ไว้ มาลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้ทำการต่อ LINE บนเครื่อง คอมพิวเตอร์ จากนั้นแถบด้านข้างจะมีปุ่ม Keep เมื่อคลิ๊กแล้วจะมีหน้าต่างแสดงข้อมูลที่เรา Keep ไว้ ให้ทำการคลิ๊กขวา → เลือก “ดาวน์โหลด” ก็จะทำการดาวน์โหลดข้อมูลนั้นลงมายังเครื่อง คอมพิวเตอร์ของเรานำไปใช้งานได้เลย เทคนิคการใช้ Line เก็บภาพในอัลบั้มไม่มีวันหมดอายุ เก็บได้ 1,000 รูป โดยที่ไม่เปลืองความ จุในไลน์กลุ่ม สามารถสร้างได้ 100 อัลบั้ม ใน 1 ไลน์ โดยไม่เปลืองเนื้อที่ในมือถือ ส่วนคลิปวีดีโอถ้าจะใส่ในไลน์กลุ่มให้ไปเก็บเป็นโน้ตใน 1 โน้ตเก็บ คลิปวีดีโอได้ 20 คลิป สร้าง ได้ 100 โน้ตจะเก็บ คลิป 2,000 คลิป ข้อดีของการสร้างโน้ตไม่เปลืองเนื้อที่ในมือถือและคนอื่นใน กลุ่มจะลบโน้ตเราไม่ได้ (คลิปวีดีโอ มีความยาวได้ไม่เกิน 5 นาที การสร้างไลน์กลุ่มเพื่อเก็บรูป หรือวีดีโอ บนมือถือ ก่อนสร้างไลน์กลุ่มของเราขึ้นมาเองไว้เก็บรูป หรือวีดีโอ บนมือถือ เราจะต้องตั้งความละเอียด รูป ในการเก็บ ถ้าเราอยากได้ความละเอียดสูงสุด ก่อน วิธีตั้งค่าความละเอียด เข้า App Line กด รูป ที่ 1 (หน้าหลัก) ด้านบน รูป เฟือง “ตั้งค่า” →รูปภาพ & วีดีโอ →ความละเอียด เลือก ความละเอียดสูงต่อไป ให้สร้างไลน์กลุ่มขึ้นมาใหม่ วิธีสร้าง เข้าที่ “หน้าหลัก” →บนขวากด เพิ่มเพื่อน →เลือก“สร้างกลุ่มใหม่” →เครื่องถามว่าต้องการ เชิญเพื่อนในไลน์หรือไม่ให้กด “ต่อไป” * เพราะเราจะไม่เชิญใครเลย แตะดาว เพื่อให้เป็นรายการโปรด ตรงนี้เราก็จะได้ไลน์กลุ่ม ขึ้นมาใหม่โดยไม่ต้องเชิญใครเลย เราก็จะมีที่เก็บรูป ได้ถึง 100 อัลบั้ม ๆ ละ 1,000 รูป รวม 100,000 รูป คลิป วีดีโอให้สร้างเป็น โน้ตได้ 100 โน้ต ๆ ละ 20 คลิป วีดีโอเท่ากบั เราจะมีที่เก็บได้ถึง 2,000 คลิป วีดีโอ
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๐๙ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย วิธีนำรูปจากมือถือเราไปเก็บในห้องเก็บรูปบน LINE กลุ่ม ที่เราสร้าง ด้านล่างกดอัลบั้ม →บวก →เลือกรูป (สามารถเลือกพร้อมกันได ้สูงสุด 300รูป) ต่อการ Upload ขึ้น 1 ครั้งจนครบ 1,000 รูป (ตรงนี้เราควรจะต่อ Internet บ้าน จะได้ไม่เปลืองการใช้เน็ต บนมือถือเรา) ตั้งชื่ออัลบั้ม ด้านบนกด สร้างอัลบั้มถ้าต้องการจะเพิ่มรูปต่อในอัลบั้มแรก ให้กดที่รูปในอัลบั้ม แรกก่อน →ด้านล่างกด บวก→เลือกรูป →เพิ่ม ต้องการนำคลิปวีดีโอจากมือถือขึ้นไปเก็บ ที่เก็บรูปเรา เข้าที่เก็บรูปเรา →ด้านล่างกด คำว่า “โน้ต” →กดปุ่ม บวก →“โพสต์” เลือกคลิปวีดีโอ ได้สูงสุด 20 คลิป เลือกเสร็จ ด้านบน กด “โพสต์” การถอดเอกสารโดยใช้ App LINE เราสามารถ ให้ App LINE ถอด เอกสารที่เป็นตัวพิมพ์ดีด ออกมาเป็นตัวพิมพ์เลย เราจะได้ ไม่ ต้องพิมพ์งานเอง ขั้นตอน ให้เรา เข้าไปที่ ไลน์กลุ่มที่เราสร้างขึ้นมาก่อน จากนั้น เข้าไปที่ คำว่า "แชท" เพื่อเข้า ห้องแชทในไลน์กลุ่มของเรา ด้านล่าง กดรูป "กล้อง" * เทคนิค ควรจะถ่ายแนวตั้ง ตรง ๆ เท่านั้น (อย่าถ่ายเอียง) จากนั้น แตะที่รูป 1 ครั้ง --> ด้านบน กด รูป ตัว A (ถ้ามีคำถาม กด อนุญาต) รอสักครู่ ได้ตัวพิมพ์แล้ว ด้านล่าง กด คำว่า "แชร์" กดปุ่ม ส่ง --> ดูทั้งหมด ** ตรงนี้ แปลเป็น ภาษาอังกฤษ ด้านล่าง ลูกโลก "แปล..." ถ้าต้องการ นำ ตัวพิมพ์ที่ถอดได้ มาใส่ในคอมพิวเตอร์ บนโปรแกรม Word เราก็ต้องต่อ โปรแกรม LINE บน คอมพิวเตอร์ก่อน เชื่อม กับ ID Line ของมือถือ จากนั้น ก็หาห้องที่เก็บรูปเรา ทำ การคัดลอกมาใส่ใน Word การใช้ App Google App ที่ชื่อว่า Google จะเป็น App ที่ช่วยในการค้นหาเว็ปไซด์ หรือข้อมูลต่าง ๆ บนโลก Internet ด้วยการ ค้นหาด้วยเสียง ลองโหลด App ลงมือถือ ชื่อว่า Google
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๑๐ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย iPhone เข้าที่ App Store Android เข้าที่ Play Store ช่องค้นหา ด้านบน พิมพ์คำว่า Google โหลดเสร็จ ให้ทำการ หา App Google ที่มือถือเราว่า อยู่ตรงไหน จากนั้น แตะค้างไว้ลากมาอยู่ ที่หน้าจอ หลัก เพราะ เราจะใช้ App ตัวนี้ แทนการ พิมพ์ ชื่อเว็ปไซด์แล้ว บนมือถือ ให้แตะ เข้า App Google - ตั้งค่าเสียงก่อน รับเสียงภาษาไทยของเรา ด้านล่างขวา กด จุด 3 จุด (เพิ่มเติม) - การตั้งค่า – เสียง หาประเทศไทย กับ English เมื่อกลับมาหน้าจอแรกแล้ว ให้เพิ่มเสียงของมือถือ ที่หน้าจอแตะรูป ไมโครโฟน สามารถพูดสั่งการ ด้วยเสียง หรือสามารถใช้ Google Assistant เพื่อพูดคุยได้ วิธีการใช้งาน App TikTok เรามาสามารถใช้ App TikTok ในการสร้างคลิปวีดีโอ ง่ายๆ เพื่อประโยชน์สำหรับการ นำเสนอผลงาน ให้มีความน่าสนใจ ลิ้งค์ดูคลิปนี้ https://www.youtube.com/watch?v=NQjT54Wl1j0
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๑๑ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย วิชา กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองความรับผิดทางละเมิด และข้อมูลข่าวสารทางราชการ โดย นางจอมขวัญ ศรีศิลป์ ตำแหน่ง นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เวลา 09.๐๐ – ๑2.๐๐ น. ๑. หลักการและเหตุผลของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ในระบอบประชาธิปไตย การให้ประชาชนโอกาสกว้างขวางในการได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การดำเนินการต่าง ๆ ของรัฐบาล เพื่อที่ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิทางการเมือง ได้โดยถูกต้องกับความเป็นจริง อันเป็นการส่งเสริมให้มีความเป็นรัฐบาลโดยประชาชนมากขึ้น 2. บุคคลและชุมชน ย่อมมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 41 (1) ได้รับทราบข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ ในครอบครองของรัฐตามที่ กฎหมายบัญญัติ (2) เสนอเรื่องร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐและได้รับแจ้งผลการพิจารณาโดยรวดเร็ว (3) ฟ้องหน่วยงานของรัฐให้รับผิดเนื่องจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ 3. เจตนารมณ์แห่ง พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 1) กำหนดสิทธิได้รู้ของประชาชนให้แจ้งชัด 2) ระบบราชการโปรงใส ตรวจสอบได้ 3) ป้องกันทุจริต 4) ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง สามารถคุ้มครองตนเอง และสิทธิทางการเมืองได้ถูกต้อง 4. หลักของกฎหมาย การเปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิรับรู้ ไม่ต้องมีส่วนได้ ส่วนเสีย 5. บทบัญญัติของกฎหมาย พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 10 กันยายน 2540 มีผลใช้บังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ วันที่ 9 กันยายน 2540 บทบัญญัติแบ่งเป็น 7 หมวด และบทเฉพาะกาล รวม 43 มาตรา หมวดที่ 1 ข้อมูลข่าวสารทั่วไป & การเปิดเผย หมวดที่ 2 ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย หมวดที่ 3 ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๑๒ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หมวดที่ 4 เอกสารประวัตศาสตร์ หมวดที่ 5 คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ หมวดที่ 6 คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร หมวดที่ 7 บทกำหนดโทษ บทเฉพาะกาล 6. หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ และสิทธิของประชาชน 7. ประเภทและความหมายของข้อมูลข่าวสารราชการ ประเภทที่ 1 ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผยเป็นการทั่วไป เช่น ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ให้ ประชาชนยื่นคำขอ ประเภทที่ 2 ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทที่ 3 ข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่เปิดเผยเป็นการเฉพาะ คือ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่ง เฉพาะตัวของบุคคล เช่น การศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติการทำงาน บรรดาที่มีชื่อของผู้นั้น หรือมีเลขหมายรหัส หรือสิ่งบอกลักษณะอื่นที่ทำให้รู้ตัวผู้นั้นได้ เช่น ลายมือพิมพ์นิ้ว มือ แผ่นบันทึกลักษณะเสียงของคน หรือรูปถ่าย และให้ความหมายรวมถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัว ของผู้ถึงแก่กรรมแล้วด้วย ความหมายของ “ข้อมูลข่าวสาร” ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่ถือหรือยอมรับว่าเป็น ข้อเท็จจริง ข่าวสาร คือ ข้อความที่ส่งมา เพื่อให้การสื่อสารรู้เรื่องกัน นิยาม“ข้อมูลข่าวสาร” ตามกฎหมาย สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราว ข้อเท็จจริง ข้อมูลหรือสิ่งใด ๆ การสื่อความหมายทำได้ โดยสภาพของสิ่งนั้นเอง จัดทำไว้ในรูปแบบของรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาดภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง การบันทึก โดยคอมพิวเตอร์หรือวิธีทำให้สิ่งที่บันทึก ไว้ปรากฏ หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ 1) ส่งข้อมูลลงพิมพ์ในราชกิจจา นุเบกษา 2) จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู 3) จัดหาให้ระชาชนเป็นการเฉพาะราย 4) แนะนําแหล่งที่เก็บข้อมูล 5) อาจมีคําสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูล สิทธิของประชาชน 1) ขอคําปรึกษา 2) ตรวจข้อมูล 3) ขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดของ ราชการ 4) ได้รู้ถึงข้อมูลข่าวสารส่วน บุคคล 5) ดําเนินการแทนผู้เยาว์ 6) ร้องเรียน 7) อุธรณ์
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๑๓ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ข้อมูลข่าวสารของราชการ คือ ข้อมูลข่าวสารหรืออยู่ในความครอบครอง ควบคุมดูแลของ หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐหรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเอกชน หน่วยงานของรัฐ ราชการส่วนกลางราชการส่วนภูมิภาคราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ส่วน ราชการสังกัดรัฐสภาศาล เฉพาะ ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษา คดีองค์กร ควบคุมการ ประกอบวิชาชีพ หน่วยงานอิสระของรัฐและ หน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เจ้าหน้าที่ ผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานของรัฐ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร การลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ต้องรู้) การจัดไว้ให้ประชาชนได้ตรวจดู (ควรรู้) การจัดหาให้ตามคำขอเฉพาะราย (อยากรู้) การเปิดเผยตามกฎหมายกำหนดไว้เฉพาะ (ม.10) 8. ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย o ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ (มาตรา 14) o ข้อมูลที่ต้องใช้ดุลพินิจเปิดปิด 1)การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศและความมั่นคงในทางเศรษฐกิจหรือ การคลังของประเทศ 2) การเปิดเผยจะทำให้การบังดับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือ ไม่อาจสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ได้ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการฟ้องคดี การป้องกันการปราบปรามการทดสอบ การ ตรวจสอบ หรือการรู้แหล่งที่มา ของข้อมูลข่าวสารหรือไม่ก็ตาม 3) ความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงานของรัฐในการดำเนินการเรื่องหนึ่งเรื่อง ใจ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการทำ ความเห็นหรือคำแนะนำภายในดังกล่าว 4)การเปิดเผยจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัย ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด 5) รายงานการแพทย์หรือข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำ สิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร 6) ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผยหรือข้อมูลข่าวสารที่มี ผู้ให้มาโดยไม่ประสงค์ให้ทางราชการนำไปเปิดเผยต่อผู้อื่น 7) กรณีอื่นตามที่กำหนดให้พระราชกฤษฎีกา คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของ ราชการจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดก็ได้ แต่ต้องระบุไว้ด้วยว่าที่เปิดเผยไม่ได้เพราะเป็นขังมูลข่าวสาร ประเภทใดและเพราะเหตุใด และให้ถือว่าการมีคำสั่งเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นดุลพินิจ โดยเฉพาะของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามลำดับสายการบังกับบัญชา แต่ผู้ขออาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ วินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารได้ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ o ข้อมูลของหน่วยงานอื่น ที่มีชั้นความลับ ให้ส่งคำขอนั้นให้หน่วยงานผู้จัดทำข้อมูล o ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๑๔ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย มาตรา 24 หน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่ในความ ควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นหรือผู้อื่นโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของ เจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้นมิได้ เว้นแต่เป็นการเปิดเผย บทกำหนดโทษ o มาตรา 40 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการที่สั่งตามมาตรา 32 ระหว่างโทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ o มาตรา 41 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดหรือเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกำหนดตาม o มาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้ง ปรับ การใช้ดุลยพินิจก่อนมีคำสั่งไม่เปิดเผย ต้องคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้ ประกอบกัน 1) การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ 2) ประโยชน์สาธารณะ 3) ประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนการใช้ดุลพินิจ 1) พิจารณาถึงผลดี ผลเสีย ผลกระทบ 2) ชั่งน้ำหนักผลดีกับผลเสีย ผลกระทบ 3) ตัดสินใจเปิดเผยหรือไม่เปิดเผย 9. ข้อมูลไม่อยู่ในความครอบครอง ข้อมูลข่าวสารไม่อยู่ในครอบครองของหน่วยงานและเห็นว่าเป็นของหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นให้แนะนำ ไปยื่นคำขอที่หน่วยงานของรัฐที่ครอบครองข้อมูลนั้น ๆ (มาตรา 12) 10.ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ความหมาย"ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล" (ม. 4 วรรคที่ห้า) ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ สิ่งเฉพาะตัว ของบุคคล เข่นการศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติ การทำงาน บรรดาที่มีชื่อของผู้นั้น หรือมีเลขหมาย รหัส หรือสิ่งบอกลักษณะอื่น ที่ทำให้รู้ตัวผู้นั้นได้ เช่น ลาย พิมพ์นิ้วมือ แผ่นบันทึกลักษณะเสียงของคน หรือรูปถ่าย และให้หมายความรวมถึงข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของผู้ถึงแก่กรรมแล้วด้วย 11. เอกสารประวัติศาสตร์ เอกสารที่ต้องส่งให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ 1) หน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะเก็บรักษา 2) มีอายุครบกำหนด ปกปิดตาม ม. 14 ได้ 75 ปี ปกปิดตาม ม. 15 ได้ 20 ปี 3) กรณีขอขยายเวลา - หน่วยงานขอเก็บรักษาไว้เองเพื่อใช้สอย ต้องจัดให้ประชาชนศึกษาได้ - ยังไม่ควรเปิด ต้องขอขยายเวลาเก็บได้คราวละ ไม่เกิน 5 ปี
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๑๕ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 12. ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อผู้อื่น หากเปิดเผยข้อมูลที่อาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใดให้แจ้งผู้นั้นคัดค้านการเปิดเผย ภายในกำหนดการไม่รับฟังคำคัดค้าน ทำให้มีสิทธิอุทธรณ์ได้ (มาตรา 17) ๑๑. สิทธิร้องเรียนเจ้าหน้าที่/ หน่วยงานของรัฐ การไม่ปฏิบัติ/ ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร การปฏิบัติล่าช้าไม่ได้รับความสะดวก โดยไม่มีเหตุอันสมควร การใช้สิทธิอุทธรณ์ อุทธรณ์ได้ 3 กรณี 1) ยื่นคำขอแล้วหน่วยงานไม่เปิดเผย (ม. 18) 2) เจ้าหน้าที่ไม่รับฟังคำคัดค้านนี้ (ม. 17 วรรคสาม, ม.18) 3) หน่วยงานรัฐไม่แก้ไขตามคำขอ (ม 25 วรรคสี่) ขั้นตอนการอุทธรณ์ ๑. พิจารณาว่าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่ง ดังนี้ หรือไม่ - มีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลตามที่ขอ - มีคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้าน - มีคำสั่งไม่แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ขอ 2. ยื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อ สขร. 3. รอหนังสือแจ้งผลการพิจารณา/ คำวินิจฉัยภายใน 60 วัน ความรับผิดของเจ้าหน้าที่ มาตรา 20 การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารใดแม้จะเข้าข่ายต้องมีความรับผิดตามกฎหมายใดให้ ถือว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ต้องรับผิดหากเป็นการกระทำโดยสุจริตในกรณี ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 15 ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ดำเนินการโดยถูกต้องตาม ระเบียบตามมาตรา 16 ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 15 ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐในระดับตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มี คำสั่งให้เปิดเผยเป็นการทั่วไปหรือเฉพาะแก่บุคคลใดเพื่อประโยชน์อันสำคัญยิ่งกว่าที่เกี่ยวกับ ประโยชน์สาธารณะ ชีวิต ร่างกาย สุขภาพ หรือประโยชน์อื่นของบุคคล และสั่งนั้นได้กระทำโดย สมควรแก่เหตุ ในการนี้จะมีการกำหนดขีดจำกัดหรือเงื่อนไขในการใช้ข้อมูลข่าวสารนั้นตามความ เหมาะสมก็ได้ ๑๒. ความรับผิดของเจ้าหน้าที่ ความรับผิดทางกฎหมาย 1. ความรับผิดทางวินัย 2. ความรับผิดทางอาญา 3. ความรับผิดทางแพ่ง
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๑๖ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ข้อยกเว้นความรับผิด (มาตรา20) 1. เจ้าหน้าที่ทำโดยสุจริต และ 2. ปฏิบัติตามระเบียบที่หน่วยงานกำหนดและตามระเบียบการรักษาความลับของราชการ 3. เปิดเผยในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กฎกระทรวงให้อำนาจ 13. หลักการปฏิบัติเกี่ยวกับกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง องค์ประกอบของ "คำสั่งทางปกครอง" 1. กระทำโดยเจ้าหน้าที่ 2. ใช้อำนาจทางปกครอง 3. ก่อตั้งนิติสัมพันธ์ 4. มีผลภายนอกฝ่ายปกครอง 5. มีผลเฉพาะกรณี “ความรับผิดทางละเมิด ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ .ศ .2539” พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ .2539 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ .2539 ๑๔. การกระทำที่เป็นละเมิด ป.พ.พ. มาตรา 420 บัญญัติไว้ว่า "ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิด กฎหมาย ให้เขาเสียหายจนถึงแก่ชีวิตก็ดีแก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิ อย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น" ประเภทความรับผิดของรัฐ 1. ความรับผิดตามสัญญา 2. ความรับผิดทางละเมิด 3. ความรับผิดอย่างอื่น องค์ประกอบของการกระทำละเมิด 1. มีความเสียหายเกิดขึ้น และกระทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย 2. เป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ 3. การกระทำของเจ้าหน้าที่จะต้องอยู่ในขณะปฏิบัติหน้าที่ 4. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องรับผิด กรณีจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงความรับผิด ทางละเมิด ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลภายนอก ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ต่อหน่วยงานของรัฐ การกระทำโดยประมาทเลินเล่อ การกระทำโดยไม่จงใจ แต่ผู้กระทำ ได้กระทำโดยขาดความระมัดระวัง ตามสมควร
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๑๗ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ๑๘. ประมาท ตาม ป.อาญา ม.59 วรรค 4 กระทำโดยประมาทกระทำความผิดมิใช่เจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่ง บุคคลในภาวะเช่นนั้น จักต้อง มีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่า นั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ ๑๙. ประมาทเลินเล่อทางแพ่ง การกระทำที่ขาดความระมัดระวังตามสมควรสมควรกระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่า นั้น แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ ๒๐. พฤติการณ์ ข้อเท็จจริงที่ประกอบการกระทำของผู้กระทำให้เกิดความเสียหาย นอกจากคำนึงถึงบุคคล ในภาวะที่เกิดขึ้นและวิสัยของผู้นั้นแล้ว จะต้องดูพฤติการณ์ภายนอกประกอบด้วยเช่น การขับรถ - ถนนเรียบ ขับได้ตรง ปกติ นิ่ง - ถนนมีหลุม พยายามหลบหลีก หากหลบไม่ได้ก็โยกคลอน - ถนนลูกรัง มีฝุ่นฟุ้ง ก้อนหินดีดกระเด็นที่สว่าง มองเห็นได้ชัด ที่มืด มองอะไรไม่เห็น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 คำว่า "เหตุสุดวิสัย" หมายความว่า เหตุใดๆ อันอาจจะ เกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี ไม่มีใครจะอาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบ เหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควร อันพึงคาดหมายได้จากบุคคลนั้นในฐานะเช่นนั้น ๒๑. รายงานตามลำดับชั้นถึงผู้บริหารท้องถิ่น 1. กรณีที่เกิดความเสียหายแก่ อปท. และผู้บริหารมีเหตุอันควรเชื่อว่าเกิดจากการกระทำ ของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้น 2. ผู้บริหารแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดขึ้นคณะหนึ่งโดยไม่ ชักช้า เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับผู้ต้องรับผิดและจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่ผู้นั้นต้องชดใช้ 3. รายงานให้จังหวัดและกระทรวงมหาดไทยทราบทันที การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด - ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับรายงานผู้บริหาร อปท. แต่งตั้งความเสียหาย คณะกรรมการเจ้าหน้าที่ อปท. หรือหน่วยงานอื่น4. ผลการพิจารณาของคณะกรรมการ 1. สาเหตุที่เกิดความเสียหาย 2. จำนวนหรือมูลค่าของความเสียหาย 3. ผู้ที่ต้องรับผิดในความเสียหาย 4. ความรับผิดที่ผู้ต้องรับผิดแต่ละคนต้องชดใช้ 5. สรุปความเห็นของคณะกรรมการ ข้อ 13 มติที่ประชุมของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจะต้องมีกรรมการมา ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๑๘ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย หมวด 2 กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก ข้อ 30 "หน่วยงานของรัฐ"หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการ ที่เรียกชื่อ อย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรมและราชการส่วนภูมิภาค แต่ไม่รวมถึงราชการส่วนท้องถิ่นรัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานอื่นของรัฐ ข้อ 31 ในกรณีที่เจ้าหน้าทีทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นเห็น ว่าความเสียหายเกิดขึ้นเนื่องในการที่ตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นแจ้งต่อ ผู้บังคับบัญชาโดยไม่ชักช้าและ ให้มีการรายงานตามลำดับชั้นถึงหัวหน้าหน่วยงานของรัฐแห่งนั้น ข้อ 32 ผู้เสียหายมีสิทธิยื่นคำขอให้หน่วยงานของรัฐชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และหน่วยงานของ รัฐต้องรับคำขอนั้น และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโดยไม่ชักช้า ซึ่ง เมื่อแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดแล้วก็จะต้องนำข้อ 8 ถึงข้อ 20 มาใช้ โดยอนุโลม ข้อ 33 เมื่อได้รับคำขอตามข้อ 32 และหน่วยงานของรัฐที่ได้รับคำขอไว้ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ เกี่ยวกับตนให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการต่อไปโดยไม่ชักช้าข้อ 34 การชดใช้ค่าสินไหม ทดแทน ให้แก่ผู้เสียหายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามลักเกณฑ์ที่ กระทรวงมหาดไทยกำหนด ให้คิดดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยผิดนัดนับแต่วันกระทำละเมิดในจำนวน เงินที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ยื่นคำขอจนถึงวันชำระค่าสินไหมทดแทน ข้อ 35 กรณีผู้เสียหายฟ้องคดีต่อศาลอปท.จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความ รับผิดทางละเมิดแล้วรายงาน มท.และปฏิบัติตามที่ได้รับคำแนะนำจาก มท. ข้อ 38 การใช้สิทธิไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิด เมื่อตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ความรับผิดทางละเมิดและวินิจฉัยสั่งการแล้ว จะต้องส่งสำนวนการสอบสวนให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบ และให้นำ ข้อ 22 ถึงข้อ 29 มาใช้บังคับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่หน่วยงานของรัฐได้ใช้ให้แก่ ผู้เสียหายโดยอนุโลม การฟ้องคดีละเมิด ฟ้องศาลยุติธรรมและใช้หลักเกณฑ์ในประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ผู้ฟ้องต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ใน พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของ จนท.ปัจจุบัน พ.ศ. 2539 และอาจฟ้องที่ศาลปกครองหรือศาลยุติธรรมแล้วแต่กรณีเดิม
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๑๙ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย วิชา การบริหารงานบุคคลและความก้าวหน้าสิทธิประโยชน์ของข้าราชการ อปท. โดย นายสถาพร เสนาวงศ์ ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕66 เวลา 13.00 – 16.00 น. 1. การบริหารงานบุคคลท้องถิ่น บุคคล เป็นทุนมนุษย์และเป็นทรัพยากรในการบริหารที่มีค่าที่สุด ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพ และความสำเร็จขององค์กร การบริหารทุนมนุษย์ (Human Capital Management) ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ 1) การสรรหา 2) การพัฒนา 3) การรักษาไว้ 4) การใช้ประโยชน์ 2. กระบวนการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๒๐ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 3. ระบบการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น 4. ระบบคุณธรรม (Martin System) ในการบริหารงานบุคคล ประกอบด้วย 4 ส่วน 1) ความเสมอภาค คือ การเปิดโอกาสให้แก่ผู้มีสิทธิอย่างเท่าเทียม 2) ความสามารถ คือ การประเมินผลพิจารณาความดีความชอบ หรือเพื่อแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งที่สูงขึ้นจะต้องยึดถือหลัก 3) ความมั่นคง คือ หลักประกันแก่ผู้ปฏิบัติงานจะไม่ถูกกลั่นแกล้งให้ออกจากงานโดยไม่มีเหตุผล 4) ความเป็นกลางทางการเมือง คือ ระบบราชการนั้นกำหนดอย่างชัดเจนว่าข้าราชการ จะต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง 5. คุณสมบัติทั่วไปและลักษณะต้องห้าม 5.1 คุณสมบัติด้วยทั่วไป เช่น มีสัญชาติไทย มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และเป็นผู้เลื่อมใสในการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความสมัครใจ 5.2 โรคที่เป็นลักษณะต้องห้ามเบื้องต้น ได้แก่ วัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ โรคเท้าช้างใน ระยะ ที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคติดยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง 6. แผนอัตรากำลัง 3 ปี พิจารณาจาก 1) โครงสร้างการบริหารงานที่เหมาะสมไม่ซ้ำซ้อน 2) กำหนดตำแหน่งและจัดอัตรากำลังให้เหมาะสม 3) ควบคุมภาระค่าใช้จ่ายด้าน HR ไม่ให้เกิน 40% 4) สามารถกำหนดแนวทางการพัฒนา อปท.
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๒๑ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการจัดทำแผนอัตรากำลัง 3 ปีประกอบด้วย 1) นายก อปท. ประธาน 2) ปลัด อปท. กรรมการ 3) หัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนราชการ กรรมการ 4) หัวหน้าส่วนราชการที่รับผิดชอบการบริหารงานบุคคล กรรมการและเลขานุการ 5) ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับมอบหมาย 2 คน ผู้ช่วยเลขาฯ การจัดทำแผนอัตรากาลัง 3 ปี ประกอบด้วย 1) หลักการและเหตุผล/วัตถุประสงค์ 2) กรอบแนวคิด 3) สภาพปัญหาและความต้องการชองประชาชน 4) ภารกิจและอำนาจหน้าที่ 5) ภารกิจหลัก/ภารกิจรอง 6) สรุปปัญหาและแนวทางกำหนดโครงสร้างส่วนราชการและอัตรากำลัง 7) โครงสร้างส่วนราชการ (ปัจจุบัน/ใหม่) 8) การวิเคราะห์การกำหนดตำแหน่ง 9) ภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น 10) แผนภูมิโครงสร้างฯ 11) บัญชีจัดคนสู่ตำแหน่ง/เลขตำแหน่ง 12) แนวทางพัฒนาบุคคลากร 13) ประกาศคุณธรรม จริยธรรมฯ การจัดทำแผนอัตรากำลัง 3 ปี
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๒๒ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 6.3 การกำหนดตำแหน่งข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ตำแหน่งข้าราชการและ พนักงานส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย บริหารท้องถิ่น ตำแหน่ง ปลัด อปท. และ รองปลัด อปท.หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่าง อื่น ตามที่ ก.กลาง อำนวยการท้องถิ่น ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานระดับฝ่าย ระดับส่วน ระดับกอง ระดับ สำนัก หรือตำแหน่งระดับที่เรียกชื่ออย่างอื่น ตามที่ ก.กลาง กำหนด วิชาการ ตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญา ตามมาตรฐานทั่วไป ที่ ก.กลาง กำหนด ทั่วไป ตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งประเภทบริหารท้องถิ่น อานวยการท้องถิ่น และวิชาการ ตามมาตรฐานทั่วไปที่ ก.กลาง กำหนด แผนผังการกำหนดสายงานของข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น 7. โครงสร้างส่วนราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๒๓ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 7.1) โครงสร้างส่วนราชการ อบจ. 7.2) โครงสร้างส่วนราชการเทศบาล 7.3) โครงสร้างส่วนราชการ อบต.
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๒๔ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 8. การสรรหาบุคลากรท้องถิ่น การสรรหาบุคลากรท้องถิ่น แบ่งออกเป็น 1) การสอบแข่งขัน 2) การคัดเลือก 3) การสอบคัดเลือก 4) การคัดเลือก กรณีมีเหตุพิเศษ 5) การคัดเลือกเพื่อรับโอน 1. การสอบแข่งขัน (หลักสูตร) 2. การคัดเลือก
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๒๕ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 3. การสอบคัดเลือก 4. การคัดเลือก กรณีมีเหตุพิเศษ • ผู้ที่ได้รับทุนเล่าเรียนหลวง • ผู้สำเร็จการศึกษาในวุฒิ ที่ ก.กลางกำหนด • ผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ระดับประเทศ ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครู อปท • ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่ ก.กลาง กำหนด • คนพิการเข้ารับราชการ • กรณีอื่นๆตามที่ ก.กลาง กำหนด • ผู้สอบแข่งขันได้อยู่ในระหว่างการรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร • ผู้สอบแข่งขันได้ซึ่งถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ • บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ารับราชการในฐานะผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ชำนาญการพิเศษ 5. การโอนและการรับโอนข้าราชการประเภทอื่น • การให้โอนพนักงานเทศบาลไปเป็นข้าราชการประเภทอื่นโดยความสมัครใจของผู้โอนเมื่อ เทศบาลได้รับหนังสือแจ้งความประสงค์รับโอนพนักงานเทศบาลจากส่วนราชการอื่นให้ เทศบาลหรือส่วนราชการอื่นประสานกันกำหนดวันให้โอนรับโอนเป็นวันเดียวกันเสนอ ก.ท.จ. ให้ความเห็นชอบให้นายกฯออกคำสั่งให้โอนและแจ้งคำสั่งให้โอนให้ส่วนราชการอื่นเพื่อออก คำสั่งรับโอนโดยให้มีผลเป็นวันเดียวกัน
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๒๖ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย • การรับโอนข้าราชการประเภทอื่น - ตำแหน่งว่างและมีเงิน - มีคุณสมบัติ - ถ้าไม่เคยบรรจุวุฒิปริญญาตรี ต้องเป็นผู้สอบแข่งขันได้ - รับโอนในตำแหน่งที่ต้องคัดเลือกหรือต้องประเมินบุคคลต้องผ่านการคัดเลือกหรือผ่านการ ประเมินบุคคลก่อน - รับโอนต้องไม่มีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งสายงานนั้นรอการบรรจุอยู่หรือไม่มีผู้สอบ คัดเลือกได้รอการแต่งตั้ง 9. การโอนและการรับโอน การโอนและรับโอนผู้สอบแข่งขันได้ ผู้สอบคัดเลือกได้ หรือผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น แบ่งออกเป็น 1) การโอนและรับโอนผู้สอบแข่งขันได้ ผู้สอบคัดเลือกได้ หรือผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น 2) การโอนและรับโอนในตำแหน่งประเภท สายงาน ระดับ และตำแหน่งเดียวกันใน ตำแหน่งที่ว่าง 3) การโอนและรับโอนสับเปลี่ยนกันในตำแหน่งประเภท สายงาน ระดับและตำแหน่งเดิม ระหว่าง อปท. 4) การโอนและรับโอนตำแหน่งประเภทสายงาน และระดับเดิม โดยตำแหน่งต่ำกว่าเดิม หรือ ประเภท สายงานเดิม โดยระดับต่ำกว่าเดิม (สมัครใจ) 5) การโอนและรับโอนผู้ที่ดำรงตำแหน่งต่ำกว่าเดิม ตามข้อ 4 แล้วประสงค์ขอโอนหรือขอ ย้ายไปแต่งตั้งในตำแหน่งเดิม
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๒๗ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 10. การโอนข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น กรณีที่มีเหตุผลความจำเป็น หลักการคือ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งและแก้ไขการบริหารงานของ อปท.ให้มีประสิทธิภาพ มีขั้นตอนดำเนินการ ดังนี้ 1) ผู้มีสิทธิยื่นคำขอหรือแจ้งให้มีการพิจารณาโอนข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นกรณี ที่มีเหตุผลความจำเป็นต่อ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. หรือคณะอนุกรรมการ 2) ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน ในกรณีจำเป็นขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน แล้วรายงานผลการดำเนินการให้ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. 3) ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. มีมติเป็นประกำรใดให้นำยก อปท. ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมติ ภายใน 15 วันนับแต่วันรับแจ้งมติหลักการ 11. สิทธิและสวัสดิการข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น 11.1 สิทธิและสวัสดิการ ประกอบด้วย เงินเดือน,เงินตอนแทน การรักษาพยาบาล การลา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ บำเหน็จ บำนาญ การเดินทางไปราชการ การศึกษาบุตร เงินรางวัล ค่าเช่าบ้าน เงินสวัสดิการ 3 จ.ภาคใต้ เงินสวัสดิการ พื้นที่พิเศษ เงินทำขวัญ 11.2 สิทธิการลา
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๒๘ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 11.3 การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ต้องมีระยะเวลารับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 55 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วัน เริ่มเข้ารับราชการจนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อย กว่า 60 วัน (บรรจุก่อน 29 พ.ค. ของทุกปี) 12.อัตราเงินเดือนและค่าตอบแทน 12.1 อัตราเงินเดือน 12.2 อัตราเงินประจำตำแหน่งในระบบแท่งประเภท วิชาการ
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๒๙ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 13. การเลื่อนและแต่งตั้งในระดับที่สูงขึ้นตำแหน่งประเภททั่วไป 13.1 การเลื่อนระดับที่สูงขึ้นตำแหน่งประเภททั่วไป 13.2 การเลื่อนระดับที่สูงขึ้นตำแหน่งประเภทวิชาการ 14. การประเมินผลงานเพื่อในระดับที่สูงขึ้น 14.1 ผลงาน จำนวน 2 ผลงาน ย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี เป็นผลงานจากการปฏิบัติงานใน ตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง เป็นผลงานที่แสดงถึงความรู้และทักษะในระดับที่จะแต่งตั้ง (มาตรฐานตำแหน่ง) เกิดประโยชน์ต่อราชการ/ประชาชน/การพัฒนาการปฏิบัติงาน 14.2 ผลงานที่เป็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ประกอบด้วย ระยะเวลาดำเนินการ ความรู้ ทางวิชาการหรือแนวความคิดที่ใช้ในการดำเนินการ สรุปสาระสำคัญ และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และ Flow Chart แสดงขั้นตอนการปฏิบัติงาน ผลสำเร็จของงาน (เชิงปริมาณ/ คุณภาพ) การนำไปใช้ประโยชน์ ความยุ่งยากในการดำเนินการ/ปัญหา/อุปสรรค วิธีการดำเนินการ แก้ไขปัญหา/อุปสรรคจนเกิดผลสำเร็จ ข้อเสนอแนะ ผู้ร่วมดำเนินการ (ถ้ามี)
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๓๐ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 14.3 คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติและประเมินผลงาน 15. สายงานที่เกื้อกูลกันประเภททั่วไป และวิชาการ 15.1 การกำหนดกลุ่มงานที่เกื้อกูลกัน 1) กำหนดตำแหน่งที่มีลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องกันตามมาตรฐาน ตำแหน่ง (อย่างน้อย 1 ปี) 2) การเลื่อน ชก. สามารถนำระยะเวลา ประเภททั่วไป ชง. มาเกื้อกูลได้ ปฏิบัติ หน้าที่ ปก. ไม่น้อยกว่า 1 ปี และระยะเวลานับไม่ก่อนมีคุณวุฒิปริญญา ไม่เกินครึ่งหนึ่ง 3) ตามบัญชีกลุ่มประเภทตำแหน่งที่มีลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องเกื้อกูลกัน ของตำแหน่งประเภทเดียวกันและงานที่เกี่ยวข้องเกื้อกูลของตำแหน่งประเภททั่วไปกับตำแหน่งวิชาการ 15.2 แนวทางการโอนและการย้ายตำแหน่งข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๓๑ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 16. ความก้าวหน้าในอาชีพ การสอบคัดเลือกเปลี่ยนตำแหน่ง
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๓๒ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย วิชา การป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดย นายกังวาน ถิรธำรง ตำแหน่ง นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดปทุมธานี วันจันทร์ ที่ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐- ๑๒.๐๐ น. การบริหารจัดการด้านปศุสัตว์การป้องกันและแก้ไขโรคพิษสุนัขบ้า การจัดสวัสดิภาพสัตว์ การบริหารจัดการด้านปศุสัตว์ ภารกิจและแนวทาง ขับเคลื่อนการทำงานเชิงรุกด้านการสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า แผน ยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการ สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พ.ศ 2560 – 2563 ยุทธศาสตร์ 1 การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ยุทธศาสตร์ 2 การจัดการระบบศูนย์พักพิงสัตว์ ยุทธศาสตร์ 3 การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมและดูแลรักษาโรคพิษสุนัขบ้าในคน ยุทธศาสตร์ 4 การขับเคลื่อนการดำเนินงานโรคพิษสุนัขบ้า ยุทธศาสตร์ 5 การประชาสัมพันธ์ ยุทธศาสตร์ 6 การบูรณาการและบริหารจัดการ ยุทธศาสตร์ 7 การติดตามและประเมินผล ยุทธศาสตร์ 8 การพัฒนา นวัตกรรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี Vision : กำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทย ภายในปี พ.ศ. 2568 Goalss : ไม่มีคนและสัตว์เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า การขับเคลื่อนงานด้านการประชาสัมพันธ์โรคพิษสุนัขบ้า 3 + 1 (ปศุสัตว์ + ท้องถิ่น +สาธารณสุข + ประชาสัมพันธ์)
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๓๓ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย มาตรการเร่งรัดกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า 1. เพิ่มศักยภาพในการสร้างภูมิคุ้มกัน 1.1 ร่วมกับท้องถิ่น สาธารณสุข รณรงค์ฉีดวัคซีน พร้อมกันทั้งประเทศ 4 เดือน มีนาคม ถึงมิถุนายน เป้าหมายอย่างน้อย 80% 1.2 ร่วมมือกับท้องถิ่น สาธารณสุข ฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพด้านความรู้และทักษะที่ ถูกต้อง ให้กับอาสาสมัครผู้ฉีดวัคซีน 2. เพิ่มศักยภาพในการควบคุมโรค 2.1 จะทำประชาคมชาวบ้านและผู้มีส่วนได้เสีย 2.2 เร่งรัดฉีดวัคซีน สุนัข แมวรอบจุดเกิดโรค 100% 2.3 เอกซเรย์พื้นที่เฝ้าระวังเชิงรุกพื้นที่จุดเกิดโรคอย่างน้อย 6 เดือน 3. เพิ่มศักยภาพในการควบคุมประชากรสัตว์พาหะนำโรค เร่งรัดทำหมัน ควบคุมประชากรสำนักแนว ที่ไม่มีเจ้าของด้อยโอกาสหยุดเพิ่มจำนวน หยุดเพิ่มความเสี่ยง 4. เพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวังโรคพบสัตว์สงสัยป่วยตายส่งตรวจทุกตัวทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง 5. เพิ่มศักยภาพในการประชาสัมพันธ์ เร่งรัดประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนัก ขจัดความไม่รู้ความ เข้าใจผิดของประชาชน ปลูกจิตสำนึก “เลี้ยงต้องรับผิดชอบ” 6 การสร้างความมั่นคงด้านวัคซีน การป้องกันและแก้ไขโรคพิษสุนัขบ้า รายงานโรคพิษสุนัขบ้าปี 2561-2565 1.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบการระบาดมากที่สุด 2.สัตว์ที่มีอัตราการเกิดโรคมากที่สุด คือ สุนัข โค แมว 3.สาเหตุของการระบาดคือ สัตว์ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และไม่ทราบประวัติเลย 4.การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงภายในบริเวณบ้านพบการระบาดน้อยสุด 5.อาการที่พบมากที่สุดในสุนัขบ้าคือ ดุร้าย และซึม 6.โรคพิษสุนัขบ้าจะทราบก็ต่อเมื่อ เจ้าของส่งตรวจหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๓๔ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย แนวทางการควบคุมประชากรสุนัขจรจัด กรณีทำหมัน กรณีจับได้ => กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์ / คลินิก / โรงพยาบาลสัตว์ กรณีจับไม่ได้ => สำนักงานปศุสัตว์ออกหน่วยบริการ วิธีสังเกตุอาการของสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าพบทั้งแบบดุร้ายและแบบซึม โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ - ระยะเริ่มแรก มีอาการประมาณ 2-3 วัน โดยสุนัขจะมีอารมณ์และอุปนิสัยเปลี่ยนไป จากเดิม เช่น สุนัขที่ชอบคลุกคลีกับเจ้าของจะแยกตัวออกไปหลบซุกตัวเงียบๆมีอารมณ์หงุดหงิด หรือ ตัวที่เคยขลาดกลัวคนจะกลับมาคลอเคลีย เริ่มมีไข้เล็กน้อยม่านตาขยายกว้างกว่าปกติการตอบสนอง ต่อแสงของตาลดลง กินข้าวกินน้ำน้อยลง - ระยะตื่นเต้น คือ เริ่มมีอาการทางประสาท สุนัขจะกระวนกระวายตื่นเต้นไม่อยู่นิ่งกัดแทะสิ่งของ สิ่งแปลกปลอม กัดทุกสิ่งไม่เลือกหน้า ถ้ากักขัง หรือล่ามไว้จะกัดกรงหรือโซ่จนเลือดกบปาก โดยไม่แสดงอาการเจ็บปวด เสียงเห่าหอนจะเปลี่ยนไป ตัวแข็งบางตัวล้มลงชักกระตุก - ระยะอัมพาต สุนัขจะมีคางห้อยตก ลิ้นมีสีแดงคล้ำห้อยออกนอกปากน้ำลายไหล และไม่สามารถใช้ ลิ้นได้เลย สุนัขอาจแสดงอาการขยอก หรือขย้อนคล้ายมีอะไรอยู่ในลำคอ ขาอ่อนเปลี้ย ทรงตัวไม่ได้ล้ม ลงแล้วลุกไม่ได้ อาการอัมพาตจะเริ่มจากขาหลังแล้วแผ่ไปทั่วตัวอย่างรวดเร็ว และตายในที่สุด (ภายใน 10 วัน หลังแสดงอาการ) มาตรการกรมปศุสัตว์กรณีตรวจพบโรคพิษสุนัขบ้า
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๓๕ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย การดำเนินการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยง ๑. ควรเริ่มฉีดวัคซีนเมื่อสัตว์อายุได้ 3 เดือน ถ้าฉีดก่อนอายุ 3 เดือน ควรฉีดซ้ำ เมื่ออายุ 3 เดือน จากนั้นฉีดเมื่ออายุ 1 ปี และฉีดซ้ำ ทุกปี ๒. ในกรณีที่สัตว์ถูกสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด ถ้าสัตว์เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้วควรฉีด วัคซีนกระตุ้นซ้ำทันที แล้วสังเกตุอาการอีก 6 เดือน แต่ถ้าสัตว์ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมา ก่อนจะแนะนำให้ทำลายทิ้ง ในกรณีไม่ทำลายสัตว์ ควรฉีดวัคซีนให้สัตว์นั้นทันที และฉีดต่อกัน 4 เข็ม ห่างกันครั้ง ละ 3 - 4 วัน 3. ถ้าเป็นโค กระบือ สุกร ม้า ขนาดของวัคซีนใช้เป็น 2 เท่าของ สัตว์เล็ก 4. ควรฉีดวัคซีนให้สัตว์ขณะที่สัตว์มีสุขภาพดี 5. สัตว์ที่เคยได้รับการฉีดวัคซีน ควรกักสัตว์ไว้ดูอาการก่อน วิธีการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขและแมว อุปกรณ์ที่ใช้ กระบอกฉีดยา 3 ซีซี เข็มพลาสติกเบอร์ 21 หรือ 22 ยาว 1 นิ้ว สำลี แอลกอฮอล์ 1. ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง บริเวณที่แนะนาคือ หลังขาหน้า และ หน้าขาหลัง ไม่ควรฉีดที่คอเพราะ อาจโดนกัด ได้ง่าย วิธีการฉีดเริ่มโดยใช้สาลีชุบแอลกอฮอล์ เช็ดบริเวณที่จะฉีด แล้วใช้มือซ้ายหยิบหนัง ยกขึ้น แทงเข็มฉีดยา ให้ขนานกับตัวสัตว์ไปใต้ผิวหนังให้สุดเข็ม ระวังอย่าให้แทงเข้ากล้ามเนื้อลึกลง ไป จากนั้นเดินยาให้หมด
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๓๖ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 2. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ บริเวณที่แนะนาคือกล้ามเนื้อ ขาหลัง วิธีการฉีดเริ่มโดยใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ด บริเวณที่จะฉีด แล้วใช้มือซ้ายจับตรึงบริเวณที่จะฉีด แทงเข็มฉีดยาให้ตั้ง ฉากกับกล้ามเนื้อ สัตว์ ทะลุ ผิวหนัง ลงไปถึงกล้ามเนื้อ ให้เกือบสุดเข็ม (ประมาณ 2ใน3 ของความยาวเข็ม) จากนั้นใช้มือซ้ายตรึง หัวเข็มให้แน่นจึงเดินยาให้หมด การจัดสวัสดิภาพสัตว์ พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๓ “สัตว์” หมายความว่า สัตว์ที่โดยปกติเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสัตว์บ้าน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ งาน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นพาหนะ สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นเพื่อน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร สัตว์เลี้ยง เพื่อใช้ในการแสดงหรือสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการอื่นใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีเจ้าของหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด “การทารุณกรรม” หมายความว่า การกระทำหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ที่ทำให้สัตว์ได้รับ ความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ ได้รับความเจ็บปวด ความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจ มีผลทำให้สัตว์นั้นตาย และให้หมายความรวมถึงการใช้สัตว์พิการ สัตว์เจ็บป่วย สัตว์ชราหรือสัตว์ที่ กำลังตั้งท้องเพื่อแสวงหาประโยชน์ใช้สัตว์ประกอบกามกิจ ใช้สัตว์ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ ทำงานอันไม่สมควรเพราะเหตุที่สัตว์นั้นเจ็บป่วย ชราหรืออ่อนอายุ มาตรา ๒๑ การกระทำดังต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ตามมาตรา ๒๐ (๑) การฆ่าสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร ทั้งนี้ เฉพาะสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร (๒) การฆ่าสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์และจําหน่ายเนื้อสัตว์ (๓) การฆ่าสัตว์เพื่อควบคุมโรคระบาดตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ (๔) การฆ่าสัตว์ในกรณีที่สัตวแพทย์เห็นว่าสัตว์ป่วย พิการ หรือบาดเจ็บและไม่สามารถ เยียวยาหรือรักษาให้มีชีวิตอยู่รอดได้โดยปราศจากความทุกข์ทรมาน (๕) การฆ่าสัตว์ตามพิธีกรรมหรือความเชื่อทางศาสนา (๖) การฆ่าสัตว์ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายของมนุษย์ หรือสัตว์อื่น หรือป้องกันความเสียหายที่จะเกิดแก่ทรัพย์สิน
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๓๗ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย (๗) การกระทำใด ๆ ต่อร่างกายสัตว์ซึ่งเข้าลักษณะของการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ โดยผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์หรือผู้ซึ่งได้รับยกเว้นให้กระทำได้โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับ ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์จากสัตวแพทยสภาตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการ สัตวแพทย์ (๘) การตัด หู หาง ขน เขา หรืองาโดยมีเหตุอันสมควรและไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์หรือการ ดํารงชีวิตของสัตว์ (๙) การจัดให้มีการต่อสู้ของสัตว์ตามประเพณีท้องถิ่น (๑๐) การกระทำอื่นใดที่มีกฎหมายกำหนดให้สามารถกระทำได้เป็นการเฉพาะ (๑๑) การกระทำอื่นใดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การจัดสวัสดิภาพสัตว์ (มาตรา 22- 24) 1. ให้เจ้าของสัตว์ต้องดำเนินการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้แก่สัตว์ของตนให้เหมาะสม ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยการออกประกาศต้องคำนึงถึงประเภท ชนิด ลักษณะ และอายุของสัตว์ 2. ห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใด ๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดย ไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองให้แก่ผู้ซึ่งจะ นำสัตว์ไปดูแลแทน 3. กำหนดเกี่ยวกับการขนส่งสัตว์ หรือการนำสัตว์ไปใช้งานหรือใช้ในการแสดง เจ้าของสัตว์ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสม ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรี ประกาศ กำหนด โดยการออกประกาศต้องค้านึงถึงประเภท ชนิด ลักษณะ และอายุของสัตว์ หากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท เจ้าของสัตว์ คือ เจ้าของกรรมสิทธิ์และหมายความรวมถึงผู้ครอบครองสัตว์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ ดูแลสัตว์ มาตรา ๒๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๕ ให้เจ้าของสัตว์หรือผู้ ซึ่งเกี่ยวข้องอํานวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร มาตรา ๓๔ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๓๘ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย วิชา การฝึกปฏิบัติการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและฟื้นคืนชีพ (CPR) โดย นายพิษณุ เกษมาลา ตำแหน่ง ครูสอนการปฐมพยาบาลฉุกเฉินและการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน และคณะวิทยากรสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ วันจันทร์ ที่ 10 กรกฏาคม พ.ศ. 2566 เวลา 13.00 – 19.00 น. เนื้อหาและสาระสำคัญ การปฐมพยาบาล (First aid) คือ การให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ หรือผู้ป่วย โดยกะทันหัน โดยใช้อุปกรณ์เท่าที่หาได้ในขณะนั้นก่อนนำผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วย จะได้รับการดูแลรักษาหรือส่งต่อไป ยังโรงพยาบาล วัตถุประสงค์ของการปฐมพยาบาล 1. ช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ โดยใช้วัสดุเท่าที่จัดหาได้ในบริเวณที่เกิดเหตุมาใช้ให้เป็นประโยชน์ 2. ป้องกันสภาพผู้บาดเจ็บ มิให้เลวลง 3. ส่งเสริม หรือช่วยให้ผู้บาดเจ็บคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว เป้าหมายของการปฐมพยาบาล 1. เพื่อป้องกันหรือช่วยไม่ให้ผู้ป่วยเจ็บเสียชีวิต 2. เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเจ็บได้รับอันตรายเพิ่มขึ้น 3. เพื่อลดความเจ็บปวดของผู้ป่วยเจ็บ 4. เพื่อให้ผู้ป่วยเจ็บกลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว หลักทั่วไปในการปฐมพยาบาล 1. ถ้าผู้บาดเจ็บมีเลือดออก ควรทำการห้ามเลือดเป็นอันดับแรก 2. ถ้าผู้ป่วยไม่มีเลือดออกให้ตรวจดูว่าร่างกายอบอุ่นหรือไม่ ถ้าร่างกายเย็นขึ้นแสดงว่าผู้ป่วย มีอาการช็อค ควรห่มผ้าให้อบอุ่น ให้นอนศีรษะต่ำกว่าลำตัวเล็กน้อย 3. ควรตรวจดูยุลูกผู้ป่วยว่ามีสิ่งอาเจียน หรือสิ่งอื่นใดอุดตันหรือไม่ ถ้ามีให้รีบล้วงออกเสีย เพื่อมิให้อุดตันทางเดินหายใจหรือมิให้สำลักเข้าปอด 4. ตรวจดูให้แน่ว่าผู้ป่วยหายใจขัดหรือหยุดหายใจหรือไม่ ถ้าหยุดหายให้รีบทำการผายปอด 5. ตรวจสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ถ้าพบสิ่งผิดปกติ ให้ปฏิบัติการปฐมพยาบาลแล้วแต่กรณี เช่น ปิดบาดแผล เข้าเฝือกชั่วคราว เป็นต้น 6. ไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น 7. คลายเสื้อผ้าที่รัดร่างกายออก และอย่าให้คนมามุงดู 8. พยายามปลอบใจผู้ป่วยอย่าให้ตื่นเต้นตกใจ 9. ตามแพทย์มาสถานที่เกิดเหตุ หรือนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๓๙ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย การปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ป่วยเป็นลม คนเป็นลมหน้ามืด เป็นผลเนื่องมาจากเลือดไปสู่สมองน้อยไปชั่วคราว สาเหตุอาจเนื่องมาจาก ร่างกายอ่อนเพลียอยู่ในที่แออัดอากาศถ่ายเทไม่สะดวก การออกแรงหรือกำลังมากเกินไป อากาศร้อน อบอ้าว ตื่นเต้น ตกใจ เสียใจมากเกินไป ลักษณะของผู้ป่วยเป็นลม ลมแดด กระวนกระวาย กระสับกระส่าย ปวดหัว วิงเวียน ผิวหนังแดงร้อนจัด ไม่มีเหงื่อ หมดความรู้สึก ชั่ววูบ ลมธรรมดา อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ หน้าซีด ตัวเย็น ชีพจรเบา การปฐมพยาบาลผู้ป่วยเป็นลม 1. ขยายเสื้อผ้าให้หลวม และห้ามคนมุงดูรอบๆ 2. เมื่อหมดสติ ให้ผู้ป่วยนอนลง ให้ศีรษะต่ำกว่าตัวเล็กน้อยหรือนอนราบก็ได้ 3. ให้ดมแอมโมเนีย 4. เช็ดเหงื่อตามฝ่ามือ ฝ่าเท้าและหน้าผาก พัดให้คนเป็นลม 5. ถ้ายังไม่รู้สึกตัว ควรให้ความอบอุ่น ทำการผายปอด และรีบส่งโรงพยาบาล ติดต่อไปยัง เบอร์ 1669 การปฐมพยาบาลผู้ป่วยลมชัก 1. ประคองผู้ป่วยให้นอนหรือนั่งลง สอดหมอนหรือวัสดุอ่อนนุ่มไว้ใต้ศีรษะ 2. ตะแคงศีรษะให้น้ำลายไหลออกทางมุมปาก 3. อย่าใส่สิ่งของเข้าไปในปากผู้ป่วย 4. กวาดโต๊ะเก้าอี้ตู้ที่อยู่รอบๆ ออกเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยกระแทก 5. ส่วนใหญ่อาการชักมักจะไม่เกิน 5 นาทีแต่ถ้านานกว่านั้น ให้พาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด การปฐมพยาบาลที่มีอาการชัก 1. ห้ามนำสิ่งของใดๆ ก็ตามยัดปากผู้ป่วย 2. พยายามจับผู้ป่วยนอนตะแคง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำลายอุดกั้นทางเดินหายใจ 3. พยายามหาหมอนหรือสิ่งของนุ่มๆ วางรองศีรษะผู้ป่วย เพื่อป้องกันศีรษะกระแทกการแตก 4. จับเวลา ถ้าชักนานเกิน ๓ นาที ผู้ป่วยจะมีภาวะเสี่ยงต่อการชักต่อเนื่อง ควรรีบเรียกรถพยาบาล โดยเร่งด่วน 5. ถ้าผู้ป่วยใส่เสื้อผ้ารัด หรือสวมเน็คไทด์ ควรปลดให้หลวมเพื่อให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวก 6. ถ้าขณะชักผู้ป่วยใส่แว่นควรถอดออก เพื่อป้องกันแตก ข้อควรระวัง ห้ามทำสิ่งต่อไปนี้ในผู้ป่วยชัก 1. ห้ามผูกตรึง (Restrain) ผู้ป่วย 2. ห้ามนำวัตถุใดๆ รวมถึงนิ้วมือของผู้ช่วยเหลือใส่ในปากของผู้ป่วยระหว่างฟันบนและล่าง เพราะสามารถเกิดอันตรายจากวัตถุที่ทำให้เกิดแผลในปากผู้ป่วย และนิ้วของผู้ช่วยเหลือขาดได้ 3. อย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขณะกำลังชักเกร็ง ยกเว้นกรณีชักอยู่ในบริเวณที่ไม่ปลอดภัย 4. ไม่ต้องพยายามทำให้ผู้ป่วยหยุดชัก เนื่องจากผู้ป่วยไม่รู้ตัวและห้ามตัวเองไม่ได้
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๔๐ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย 5. อย่าให้ผู้ป่วยรับประทานอะไรทางปากจนกว่าผู้ป่วยจะหยุดชักและตื่นดีแล้ว (อย่าให้กิน อะไรจะดีกว่าเนื่องจากเสี่ยงต่อการชักซ้ำ และเกิดการสำลักอาหารหรือน้ำลงปอดได้) การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแผลไหม้ น้ำร้อนลวก เมื่อโดนไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ควรปฏิบัติดังนี้ 1. ล้างด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิปกติ จะมีผลช่วยลดการหลั่งสารที่ทำให้เกิดอาการปวด บริเวณบาดแผลได้ 2. หลังจากนั้นชับด้วยผ้าแห้งสะอาด แล้วสังเกตว่าถ้าผิวหนังมีรอยถลอก มีตุ่มพองใส หรือมีสีของผิวหนังเปลี่ยนไปควรรีบไปพบแพทย์ 3. แต่ถ้าไฟไหม้ น้ำร้อนลวกบริเวณใบหน้า จะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะบริเวณใบหน้ามักจะเกิดอาการระคายเคืองจากยาที่ใช้ ห้ามใส่ยาใดๆ ก่อนถึงมือแพทย์ เพราะ ผู้ป่วยแต่ละคนมีอาการตอบสนองต่อตัวยาไม่เหมือนกัน จะต้องขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ ข้อห้ามเมื่อโดนไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ไม่ควรใส่ตัวยา/สารใด ๆ ทาลงบนบาดแผล ถ้าไม่แน่ใจในสรรพคุณที่ถูกต้องของยาชนิดนั้น โดยเฉพาะ "ยาสีฟัน" "น้ำปลา" เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อบาดแผล เพิ่มโอกาส การเกิดบาดแผลติดเชื้อ และทำให้รักษาได้ยากขึ้น
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๔๑ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย การปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้น 1. ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง ป้องกันการติดเชื้อ หากต้องไปสัมผัสบาดแผลและเลือด ของผู้ป่วยโดยตรง ควรสวมถุงมีอยางหรือหาวัสดุใกล้ตัว เช่น ถุงพลาสติก 2. ใช้ผ้าสะอาดพับหนาๆ กดลงบนบาดแผล แต่ถ้าไม่มีจริงๆ ใช้ฝ่ามือกดลงไปตรงๆ ได้เลยนาน ประมาณ 10 นาที ถ้าเลือดยังไม่หยุดให้เติมผ้าชิ้นใหม่ลงบนชิ้นเดิมที่ปิดอยู่บนบาดแผล 3. ใช้ผ้ายืดพันทับบนผ้าที่ปิดกดบาดแผลไว้ 4. ถ้าเลือดออกมาก ใช้มีอกดบนบาดแผล พร้อมทั้งยกส่วนนั้นให้สูงขึ้น เหนือระดับหัวใจ ในกรณี ที่ไม่มีกระดูกบริเวณนั้นหักร่วมด้วย 5. ถ้าเลือดยังไม่หยุด ให้กดตรงจุดเส้นเลือดแดงที่อยู่เหนือบาดแผลโดยการกดติดกับกระดูก ซึ่งจะ ช่วยทำให้การไหลของเลือดช้าลงชั่วคราว 6. เฝ้าระวังอาการช็อกเนื่องจากการเสียเลือดจะมีอาการดังนี้ หน้ามีดเวียนศีรษะ หน้าซีดตัวเย็น เหงื่อออก ชีพจรเบา เร็ว 7. หากเลือดไม่หยุด ให้รีบนำส่งโรงพยาบาล
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๔๒ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย การปฐมพยาบาลและช่วยเหลือคนจมน้ำ จมน้ำ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและมีความรุนแรง มักจะทำให้ตายในเวลาพียงไม่กี่นาที มักเกิดกับเด็กเล็ก และคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น อาจเกิดจากอุบัติเหตุ (เช่น ตกน้ำ เรือคว่ำ เรือชน) เมาเหล้า โรคลมชัก โรคหัวใจวาย หรืออื่น ๆ คนที่จมน้ำมักจะตายเนื่องจากขาดอากาศหายใจ เพราะสำลักน้ำ บางคนอาจตายเนื่องจากภาวะเกร็งของกล่องเสียง (laryngospasm) ทำให้หายใจไม่ได้ สาเหตุเหล่านี้ มักจะทำให้คนที่จมน้ำตายภายใน ๕ – 10 นาที คนที่จมน้ำถึงแม้จะรอดมาได้ในระยะแรก แต่ก็อาจจะตายเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนในภายหลังได้เช่น ปอดอักเสบ การเปลี่ยนแปลงของระดับ เกลือแร่ในร่างกายมาก ภาวะเลือดเป็นกรด ภาวะปอดบวมน้ำ (pulmonary edema) ภาวะปอด ไม่ทำงาน (ปอดล้ม ปอดวาย) เป็นต้น ภาวะเหล่านี้มักเกิดขึ้นไม่ต่างกันมากนัก ทั้งในพวกที่จมน้ำจืด (แม่น้ำ ลำคลอง บ่อ สระน้ำ) และพวกที่จมน้ำทะเล รวมทั้งอาการแสดงและการรักษาก็ไม่ต่างกัน การช่วยเหลือคนจมน้ำเบื้องต้น (ตะโกน โยน ยื่น) 1. โยนอุปกรณ์ที่ไม่มีเชือกผูก เช่น ขวดน้ำพลาสติก ถังแกลลอน ควรโยนครั้งละหลายๆ ใบ ไม่ให้ลงตรงหน้าผู้ประสบภัย 2. โยนอุปกรณ์ที่มีเชือกผูก เช่น ถังแกลลอนผูกเชือก ควรใช้เชือกที่ไม่บิดเป็นเกลียว โยนให้ ข้ามศีรษะ เพื่อให้เชือกกระทบถึงตัวผู้ประสบภัย 3. ยื่นอุปกรณ์ เช่น ไม้ หรือท่อ PVC ควรยื่นไปด้านข้าง แล้วกวาดเข้าไปหาผู้ประสบภัย การปฐมพยาบาลเบื้องต้น 1. ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้ทำการเป่าปาก ช่วยหายใจทันที 2. ถ้าคลำชีพจรไม่ได้ หรือหัวใจหยุดเต้น ให้ทำการนวดหัวใจทันที (CPR) 3. ถ้าผู้ป่วยยังหายใจได้เอง หรือช่วยเหลือจนหายใจได้แล้ว ควรจับผู้ป่วยนอนตะแคงข้าง และศีรษะ หงายไปข้างหลัง เพื่อให้น้ำไหลออกทางปาก ใช้ผ้าห่มคลุมผู้ป่วยเพื่อให้เกิดความอบอุ่น อย่าให้ผู้ป่วยกินอาหาร และดื่มน้ำทางปาก 4. ควรส่งผู้ป่วยที่จมน้ำไม่ว่าจะมีอาการหนักเบาเพียงใด ไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลทุกราย *** ในรายที่หมดสติและหยุดหายใจ ควรผายปอดด้วยวิธีเป๋าปากไปตลอดทาง วิธีเอาตัวรอดจากการจมน้ำ 1. ฝึกวิธีลอยตัวในน้ำ 2. ตะโกนให้คนที่ว่ายน้ำคล่องเข้าช่วยเหลือ 3. ยืนอุปกรณ์ที่จับง่าย อาทิ กิ่งไม้ เชือก ให้คนจมน้ำจับ เพื่อให้ผู้ช่วยเหลือลากเข้าฝั่งได้ง่าย
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๔๓ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย การปฐมพยาบาลผู้ป่วยสำลัก อาการผู้ป่วยสำลักในขณะรับประทานอาหาร กุมฝ่ามือไว้ที่ลำคอ พูดไม่มีเสียง กระสับกระส่าย หายใจไม่เข้า ริมฝีปากเขียวคล้ำ ภาวะนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินเนื่องจากผู้ป่วยอาจ เสียชีวิตได้ภายในไม่กี่นาที แนะนำให้ใช้วิธีของ Heimlich ช่วยเหลือผู้ป่วยโดยในผู้ใหญ่หรือเด็กโต ให้ทำในท่านั่งหรือยืนโน้มตัว ไปทางด้านหน้าเล็กน้อย ผู้ช่วยเหลือเข้าทางด้านหลัง ใช้แขนสอดสองข้าง โอบผู้ป่วยไว้ มือซ้ายประคองมือขวาที่กำมีอวางไว้ที่ใต้ลิ้นปี่ ดันกำมือขวาเช้งใต้ลิ้นอย่างรวดเร็วเพื่อให้ เกิดแรงดันในช่องท้อง ดันเข้าใต้กระบังลมผ่านไปยังช่องทรวงอก เพื่อดันให้สิ่งแปลกปลอมหลุด ออกจากกล่องเสียง การปฐมพยาบาลผู้ป่วยเด็กสำลัก ในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปี อาจใช้วิธีตบหลังหรือใช้ฝ่ามือวางลงบนทรวง อก แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดลงบริเวณใต้ลิ้นปี ข้อพึงระวังอ ดังนี้ 1. ไม่แนะนำให้ใช้นิ้วมือกวาดไปในลำคอ 2. วิธีของ Heimlich ดังกล่าวควรใช้ในกรณีฉุกเฉินที่ผู้ป่วยมีการอุดกั้น ของทางเดินหายใจ อย่างสมบูรณ์เท่านั้นและผู้ช่วยเหลือควร มีความชำนาญพอสมควร 3. สิ่งแปลกปลอมขนาดเล็ก อาจมีอาการไม่ขัดเจนและเกิดผลแทรกชอน เช่น ปอดอักเสบ หอบหืด หลังการสำลักนานเป็นวันถึงสัปดาห์ได้
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๔๔ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย การปฐมพยาบาล สัตว์มีพิษชนิดต่างๆ แมลงหลายชนิดมีเหล็กใน เมื่อต่อยแล้วมักจะทิ้งเหล็กในไว้ ภายใน เหล็กในจะมีพิษของแมลง พวกนี้ มักมีฤทธิ์ที่เป็นกรด บริเวณที่ถูกต่อย จะบวมแดง คันและปวด อาการปวดจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต่อยและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล วิธีการปฐมพยาบาล ๑.พยายามเอาเหล็กในออกให้หมด โดยใช้วัตถุที่มีรู เช่น ลูกกุญแจ กดลงไปตรงรอยที่ถูกต่อย เหล็กในจะโผล่ขึ้นมาให้คืบออกได้ ๒.ใช้ผ้าชุบน้ำยาที่ฤทธิ์ด่างอ่อน เช่น น้ำแอมโมเนีย น้ำโซดาไบคาบอร์เนต น้ำปูนใส ทาบริเวณ แผลให้ทั่วเพื่อฆ่าฤทธิ์กรด ๓.ใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่ถูกต่อยถ้าแผลบวมมาก ๔. ถ้ามีอาการปวดให้รับประทานยาแก้ปวด ถ้าคันหรือผิวหนังมีผื่นขึ้นให้ รับประทานยาแก้แพ้ ๕.ถ้าอาการไม่ทุเลาลง ควรไปพบแพทย์ สัตว์มีพิษชนิดต่าง ๆ แมงป่องหรือตะขาบ : ใช้ยาทาแผลสด ทาบริเวณเหนือ บาดแผล เพื่อป้องกันไม่ให้พิษแพร่ กระจาย ออกไป และอย่าถูหรือเกา เพราะจะเป็นการแพร่กระจายพิษ แมงกะพรุน : ห้ามใช้ผ้าเช็ดตัวหรือทรายขัดถูบริเวณที่ถูกพิษ แมงกะพรุน หรือใช้ผักบุ้งทะเล ซึ่งหาง่ายและมี อยู่บริเวณ ชายทะเล ตำละเอียด มาพอกบริเวณแผลไว้ หรือ ใช้น้ำทะเล ห้ามใช้น้ำจืดโดยเด็ดขาด การปฐมพยาบาล โดนงูกัด สิ่งที่ไม่ควรทำในการช่วยเหลือผู้ที่ถูกงูพิษกัด คือ 1. ห้ามใช้เหล้า ยาสีฟัน หรือสิ่งอื่น ๆ ทา/พอก แผล อาจทำให้แผลติดเชื้อ 2. ไม่ควรกรีดแผล เนื่องจากจะทำให้พิษงูกระจายเข้าสู่ร่างกายเร็วขึ้น 3. ไม่ควรใช้ปากดูดเลือดจากแผลงูกัด เพราะอาจเกิดอันตรายร้ายแรง ต่อผู้ดูด 4. ห้ามให้ผู้ถูกงูกัดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มผสมคาเฟอีน 5. ห้ามขันชะเนาะเพราะอาจทำให้เนื้อตายได้
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๔๕ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ความแตกต่างระหว่างงูพิษกับงูไม่มีพิษ งูพิษ มีเขี้ยว 1 คู่ อยู่ตรงขากรรไกรบน เขี้ยวมีลักษณะเป็นรูกลวง คล้ายเข็มฉีดยา มีท่อติดต่อ กับต่อมน้ำพิษ เมื่องูพิษกัดคนหรือสัตว์ ต่อมน้ำพิษจะปล่อยพิษไหลมาตามท่อ และออกทางปลายเขี้ยว คนที่ถูกงูพิษกัด จะพบรอยเขี้ยวเป็นจุด 2 จุด ตรงบริเวณที่ถูกกัด งูไม่มีพิษ จะไม่มีเขี้ยว มีแต่ฟัน เมื่อกัดคน จะเป็นแต่รอยถลอก หรือรอยถากเท่านั้น จะไม่พบ รอยเขี้ยว งูไม่มีพิษ เช่น งูกันขบ งูแสงอาทิตย์ งูปีแก้ว งูเขียวปากจิ้งจก งูลายสาบ งูลายสอ งูงอด งู เหลือม และงูหลาม บาดแผลมี 2 ชนิด บาดแผลปิด หมายถึง บาดแผลที่มีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อภายใต้ผิวหนัง เช่น แผลฟกช้ำ ห้อเลือด ข้อเท้าพลิก ข้อแพลง การดูแล ใน 24 ชั่วโมงแรก ใช้น้ำแข็ง หรือถุงน้ำเย็นประคบเพื่อไม่ให้ เลือดออก และช่วยระงับอาการปวดหลัง 24 ชั่วโมง ควรประคบด้วยน้ำอุ่น เพื่อช่วยละลายลิ่มเลือด บาดแผลเปิด หมายถึง บาดแผลที่มีการฉีกขาด และมีเลือดไหลออกมานอกผิวหนัง เช่น แผล ถลอก แผลตัด แผลฉีกขาดกระรุ่งกระริ่ง แผลถูกยิง แผลถูกแทง การดูแลบาดแผล 1. ชะล้างแผลและทำความสะอาดรอบ ๆ แผล ถ้าแผลสกปรกมาก ควรล้างด้วยน้ำสะอาด และสบู่ 2. ใช้ผ้าสะอาด หรือผ้ากอซสะอาด ซับบริเวณแผลให้แห้ง 3. ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน (Betadine) ไม่จำเป็นต้องปิดแผล ถ้าเป็นแผลถลอก หากมีเลือดซึม ควร ใช้ผ้าก๊อสสะอาดปิดแผลไว้ 4. ถ้าบาดแผลมีขนาดใหญ่ กว้าง และลึก มีเลือดออกมากให้ห้ามเลือดและรีบนำส่งโรงพยาบาล การปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟ้าช๊อต 1. ตั้งสติ หากพบผู้ป่วยฉุกเฉินโทรสายด่วน 1669 2. ห้ามสัมผัสผู้ถูกไฟช้อตด้วยมือเปล่าเด็ดขาด ควรใช้วัสดุที่ไม่เป็น ตัวนำไฟฟ้าป้องกันตัวก่อน เช่น ถุงมือยาง ผ้าแห้ง พลาสติกแห้ง 3. ตัดกระแสไฟในที่เกิดเหตุทันที ยกเว้น สายไฟแรงสูง ควรแจ้ง เจ้าหน้าที่ 4. พิจารณาว่าผู้ป่วยมีภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจหรือไม่ หากหยุดหายใจจะต้องรีบทำการ ช่วยเหลือ (CPR) ทันที
หลกั สูตร นักวชิาการสาธารณสุข รุน่ที ่๑๐ /๑๔๖ สถาบนัพฒันาบุคลากรทอ้งถิน่กรมสง่เสรมิการปกครองทอ้งถิน่กระทรวงมหาดไทย ข้อห้ามที่สำคัญที่ไม่ควรทำเมื่อถูกไฟฟ้าช็อต 1. ห้ามเข้าไปช่วยผู้ถูกไฟฟ้าช็อต จนกว่าจะแน่ใจได้ว่าผู้บาดเจ็บมิได้สัมผัสกับสายไฟฟ้า หรือตัวนำไฟฟ้าใดๆ จากนั้นจึงตัดวงจรไฟฟ้าที่ลัดวงจรก่อนเข้าไปช่วยเหลือ 2. ห้ามเข้าไปช่วยผู้ถูกไฟฟ้าช็อต ถ้าผิวหนังผู้ที่จะช่วยนั้นเปียกชื้น เพราะอาจเป็นตัวนำ กระแสไฟฟ้า และถูกไฟฟ้าดูดได้ 3. ถ้าไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยหรือไม่ในการเข้าไปช่วยเหลือเนื่องจากไม่มีความรู้ในการตัด กระแสวงจรไฟฟ้าหรือวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง ให้รีบตามคนมาช่วย ควรพยายามตั้งสติ และปฏิบัติ ตามคำแนะนำข้างต้น การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้าย ผู้ป่วย ที่ได้รับบาดเจ็บ ข้อเคลื่อน (Dislocation) คือ การหลุดของข้อออกจากตำแหน่งปกติ ทำให้เยื่อหุ้มข้อนั้น มีการฉีกขาด หรือมีการยึดของกล้ามเนื้อ การที่ข้อ เคลื่อนอาจมีอันตรายต่อเส้นประสาท และหลอดเลือดใกล้เคียง กระดูกหัก (Fracture) คือ ภาวะที่มีการแตกหรือหักของกระดูก บริเวณที่หักอาจจะแตก เป็นรอย จะเคลื่อนออกจากกันหรือไม่ก็ได้ บางครั้งแตกเป็นหลายชิ้น ขึ้นอยู่กับลักษณะการบาดเจ็บ และความรุนแรงของอุบัติเหตุกระดูกหักอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความพิการ หรือในบางราย อาจทำให้เสียชีวิตได้ อาการกระดูกหักและข้อเคลื่อน - มีความเจ็บปวด บวม บริเวณที่มีกระดูกหัก หรือข้อเคลื่อน - สีของผิวหนัง รูปร่างของอวัยวะนั้นๆ เปลี่ยนแปลงไปจากรูปร่างปกติ ไม่สามารถ เคลื่อนไหวบริเวณนั้นได้ หรือเคลื่อนไหวแล้วจะเจ็บปวดมาก - มีการหดสั้นของอวัยวะ เช่น แขน - อาจคลำพบปลายหรือหัวกระดูกที่เคลื่อนหรือหักออกมา