The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การขยายผลการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาต้นแบบของจังหวัดสุโขทัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by momo_rk, 2024-04-25 04:50:52

รายงานการวิจัย เรื่อง การขยายผลการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาต้นแบบของจังหวัดสุโขทัย

การขยายผลการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาต้นแบบของจังหวัดสุโขทัย

42 กระบวนการทางนโยบาย ผลลัพธ์ทางนโยบาย ัด ปราชญ์ชาวบ้าน ภูมิปัญญาในพื้นที่เข้าร่วม สนับสนุนการศึกษา - สนับสนุนเทคโนโลยี และการพัฒนา กำลังคนที่สอดคล้องกับความต้องการของ ผู้ประกอบการ โดยการเข้ามามีส่วนร่วม กำหนดแนวทางการจัดการศึกษาร่วมกับ หน่วยงานทางการศึกษาเพื่อพัฒนาหลักสูตร ฐานสมรรถนะในพื้นที่ ที่เกี่ยวกับนวัตกรรม และ เทคโนโลยีให้กับสถานศึกษา


43 กล่าวโดยสรุปได้ว่ากลไกบูรณาการทางนโยบายเป็นการดำเนินการนำกลุ่มตัวแทนจากมิติ ด้านสังคมและเศรษฐกิจและหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลการพัฒนาเชิงพื้นที่และสวัสดิการรัฐเข้ามามีส่วนร่วม สนับสนุน ซึ่งกลุ่มตัวแทนเหล่านี้มีภาระกิจที่มีความชำนาญเฉพาะด้านเข้ามาร่วมสนับสนุนและบูรณาการการ พัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่ร่วมกัน โดยมีปัจจัยนำเข้าทางนโยบายซึ่งเป็นสภาพผลกระทบทางสังคมและ เศรษฐกิจที่ส่งผลต่อผู้เรียนและเป้าหมายการพัฒนาของแต่ละภาคส่วน จึงทำให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา กำหนดนโยบายครอบคลุมไปถึงกลุ่มเปราะบาง กลุ่มด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ โครงสร้างการบริหารจัดการมีลักษณะของการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก โดยมีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ที่หลากหลายทั้งด้านความต้องการแรงงาน ความต้องการด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ ความต้องการของภาคประชา สังคมที่มีข้อมูลเชิงลึกของพื้นที่ ประกอบกับผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ และนักวิชาการที่มีมาจาก มหาวิทยาลัย เพื่อให้ข้อมูลสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาเป็นไปอย่างครบถ้วนทุกมิติ ซึ่งส่งผลต่อการสนับสนุน และการบูรณาการการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่ การกำหนดเป้าหมายร่วมกันจากข้อมูลจากมิติต่าง ๆ ทางสังคม โดยใช้กลุ่มตัวแทนจาก ทุกภาคส่วนพบว่าความด้อยโอกาสมีความสัมพันธ์กับปัญหาทักษะฝีมือแรงงานของจังหวัดสุโขทัยที่ทำให้เป็น ผู้มีรายได้ต่ำจึงเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงโอกาสของการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เท่าเทียมทางสังคม ซึ่งเป็นวงจร ผลิตซ้ำของความยากจนและส่งผลต่อความด้อยโอกาสของผู้เรียนที่จะได้รับการพัฒนาเท่าเทียมกับผู้อื่น ประกอบกับคุณภาพการศึกษาที่กำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทางวิชาการ แต่มีความแตกต่างของการ บริหารสถานศึกษาที่ยังคงเป็นอุปสรรคและไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพเท่าเทียมกันหลาย ด้าน อาทิ ความเพียงพอของงบประมาณ ความขาดแคลนบุคลากร ขาดการสนับสนุนทางวิชาการอย่าง ต่อเนื่อง และภาระงานนอกเหนือการสอน ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อจำกัดและอุปสรรคต่อการได้รับการศึกษาที่มี คุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกันทางสังคมของกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ในครอบครัวของ ผู้ยากจน เป้าหมายร่วมของการพัฒนาการศึกษา จึงได้ถูกกำหนดเป็นฉันทามติของระดมความคิดเห็น ร่วมกันจากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษา (All for education) เพื่อสร้างระบบนิเวศการ เรียนรู้บนฐานชุมชนสำหรับสร้างสมรรถนะอาชีพโดยนำประเด็นทุนสังคมและเศรษฐกิจของชุมชนเข้าสู่ ระบบการศึกษา ซึ่งนำมาเชื่อมต่อกันทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยการออกแบบระบบการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะร่วมกัน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับช่วงวัย ของผู้เรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษาและมีลักษณะของการสั่งสมประสบการณ์การเรียนรู้ จากสิ่งแวดล้อมชุมชนบนฐานความร่วมมือสนับสนุนร่วมกันระหว่างสถานศึกษา เครือข่ายชุมชน ผู้ปกครอง หน่วยงานรัฐในพื้นที่


44 ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน จึงเป็นระบบการศึกษาตลอดชีวิตที่สร้างโอกาสและ การเข้าถึงการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพได้จากโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน เพื่อลดปัญหาความยากจนที่ ส่งผลต่อความด้อยโอกาสจากการมีรายได้ของทักษะฝีมือแรงงานที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ ร่วมกันของชุมชนที่นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมนำประเด็นการพัฒนาเข้าสู่แผนพัฒนาของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในชุมชนและกำหนด พื้นที่เรียนรู้เพื่อสร้างความสัมพันธ์จากการมีกิจกรรมการพัฒนาอาชีพร่วมกัน ความสัมพันธ์ของการสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาที่เกิดขึ้น จึงเป็นความสัมพันธ์ตั้งแต่ ระบบนโยบายระดับจังหวัด ซึ่งเป็นลักษณะของนโยบายภูมิภาค (Local policy) โดยใช้ระเบียบบริหารราชการ ส่วนภูมิภาคในการบูรณาการให้การสนับสนุน ซึ่งมีแผนการศึกษาเป็นเครื่องมือกำหนดความสัมพันธ์ และทิศทางการดำเนินการของระบบการศึกษาที่ส่งต่อกับผลลัพธ์ของการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยใช้หลักสูตรเป็นการกำหนดการพัฒนาทรัพยากรทางมนุษย์ให้สอดคล้องกับพื้นที่ชุมชน และมีแบบแผน ของความสัมพันธ์ของชุมชนที่ถูกกำหนดโดยแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สอดรับกับปัญหา ด้านการศึกษาและปัญหาของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในชุมชน ผลที่เกิดขึ้นจึงส่งต่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างระบบนโยบาย ระบบสังคมในชุมชนและ ระบบการศึกษา ที่สร้างให้เกิดการระดมทรัพยากรและการมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาที่มีความสอดคล้องกับ สภาพปัญหาและความต้องการของสถานศึกษาและชุมชนในพื้นที่ให้ได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาควิชาการ หน่วยงานรัฐ และภาคประชาสังคมในด้านต่างๆ อาทิ ด้านงบประมาณ ด้านบุคลากรตลอดจนการจัดการศึกษา ร่วมกันระหว่างสถานศึกษาในพื้นที่ ทั้งนี้ การดำเนินการทดลองระบบนิเวศการศึกษาในพื้นที่นำร่องกับกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและ ผู้ยากจนพบว่า ได้จำกัดกลุ่มเป้าหมายและมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเด็กที่อยู่ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัด ของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่อยู่ใน ครอบครัวยากจน เนื่องจากเป็นสภาพปัญหาที่สอดคล้องกับข้อมูลที่พบว่าความยากจนมีผลมาจากเป็นกลุ่มเด็ก ที่อยู่ในครอบครัวของผู้มีรายได้น้อยอันเนื่องมาจากผู้ปกครองมีทักษะฝีมือแรงงานและระดับการศึกษาอยู่ใน ระดับต่ำ จึงส่งผลต่อความด้อยโอกาสและความพร้อมที่จะเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึง การศึกษาที่เท่าเทียมกับผู้อื่น นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มเด็กที่ต้องออกจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามนโยบายรัฐที่กำหนดยังเป็นกลุ่มเด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนที่ได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสมจากครอบครัว หรือสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่เสี่ยงต่อพฤติกรรมเสี่ยงกระทำผิดต่อกฎหมาย ดังที่กล่าวมาการคัดเลือกลุ่ม เด็กด้อยโอกาส คณะผู้วิจัยจึงคัดเลือกจากครอบครัวของเด็กที่มีฐานะยากจน เพื่อเข้าสู่ระบบนิเวศการเรียนรู้บน ฐานชุมชนไปพร้อมกับการสนับสนุนของเครือข่ายชุมชนในการดูแลสวัสดิการของรัฐด้านอื่น ๆ เพื่อส่งเสริม ทักษะอาชีพและการมีงานทำจากการเข้าสู่การเรียนรู้ได้จากระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน


45 อย่างไรก็ตาม ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนและการบูรณาการสนับสนุนดังที่กล่าวมา ให้กับกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน พบว่ายังมีข้อจำกัดอีกหลายด้านที่ไม่ได้เกิดจากความขาดแคลน ทรัพยากร อาทิ ภาระงานนอกเหนือการสอน ความเข้าใจหลักสูตรและการวางแผนการสอน นโยบายการศึกษา ที่มีการปรับเปลี่ยนเป็นประจำ กฎระเบียบที่มีผลต่อการระดมทรัพยากร การโยกย้ายทางราชการเป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบให้เกิดข้อจำกัดของการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาให้เกิดความต่อเนื่อง ข้อจำกัดของระบบการศึกษาดังที่กล่าวมา จึงได้นำเสนอเป็นข้อสรุปผลการวิจัยและนำเสนอ กลไกบูรณาการทางนโยบายสร้างข้อสรุปร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับจังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตามพระราชบัญญัติพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 ซึ่งจะส่งผลต่อการยกเว้นข้อจำกัดทางนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับ การจัดการศึกษาของสถานศึกษาในพื้นที่ให้ดำเนินการไปอย่างสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น ประโยชน์ที่ได้รับร่วมกันจากการกำหนดให้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา ความยากจนและกลุ่มเด็กด้อยโอกาส เพื่อให้มีสมรรถนะด้านอาชีพของชุมชนจากการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ ของหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชน ซึ่งนอกเหนือจากทักษะด้านความรู้ (Hard Skills) ที่กำหนดตามมาตรฐาน และนโยบายการศึกษาให้สามารถอ่านออก เขียนได้คิดเลขเป็น และทักษะทางอารมณ์ (Soft Skills) ที่สามารถ รองรับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบทางสังคมของผู้เรียนให้สอดคล้องกับความทันสมัยที่เกิดขึ้นแล้ว ในอีกด้านยังสามารถพัฒนาชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้จากฐานทุนเดิมที่มีความได้เปรียบทาง เศรษฐกิจและสังคมกว่าพื้นที่อื่น นำเข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อพัฒนาให้เกิดการยกระดับคุณภาพทักษะฝีมือ แรงงานของคนในชุมชนให้สามารถนำคุณค่าของพื้นที่มาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับต นเอง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาความยากจนและความด้อยโอกาสจากรุ่นสู่รุ่น การนี้ ประโยชน์ร่วมกันของทุกภาคส่วน ที่เข้าให้การสนับสนุนและบูรณาการการดำเนินการร่วมกัน จึงตอบสนองต่อนโยบายสาธารณะที่มุ่งเน้น การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชากรที่มุ่งเน้นการพัฒนาจากคนเป็นศูนย์กลางไปสู่การพัฒนาสังคม และเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ข้อสรุปของกลไกบูรณาการทางนโยบายที่ผลักดันให้กลไกความร่วมมือชุมชนสนับสนุน การศึกษาและร่วมพัฒนาการศึกษาให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน โดยใช้การมีส่วนร่วมกำหนด เป้าหมายร่วมพัฒนาการศึกษาจากระดับนโยบาย ซึ่งมีแผนการศึกษาเป็นเครื่องมือในการประสานกิจกรรม และสร้างความสัมพันธ์ของการร่วมกิจกรรมจากการมีศูนย์กลางการบูรณาการเป็นสำนักงานศึกษาธิการ ขับเคลื่อนกลไกรัฐ ภาคประชาสังคม นักวิชาการเข้าร่วมขับเคลื่อนลงไปถึงพื้นที่ชุมชนแล้วนำสภาพปัญหา และความต้องการของพื้นที่เข้าสู่กระบวนการทางนโยบายเพื่อให้เกิดการสนับสนุนที่ตรงตามความต้องการ ของพื้นที่พร้อมทั้งการสรุปข้อมูลเพื่อนำข้อมูลการพัฒนานวัตกรรมการศึกษานำเสนอข้อมูลให้เกิดเป็นพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา เพื่อขยายผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและลดข้อจำกัดของกรอบนโยบายที่ส่งผลกระทบ ต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในพื้นที่


46 การนี้ ข้อสรุปดังที่กล่าวมายังเป็นเพียงข้อสรุปของการดำเนินการในพื้นที่วิจัยนำร่อง ซึ่งหากมีความแตกต่างของบริบทพื้นที่ และสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาในสถานศึกษา ตลอดจน ความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาในพื้นที่ ย่อมมีความแตกต่าง ของการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนและนวัตกรรมการศึกษาจากพื้นที่วิจัยน ำร่อง จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจของการศึกษาข้อมูลความแตกต่างบริบทและนำเข้าสู่กลไกบูรณาการทางนโยบาย ที่อาจจะมีเพิ่มเติมนอกเหนือจากกลไกรัฐดังที่กล่าวมา เพื่อสร้างการสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการที่สอดคล้อง กับการ 1.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลและคัดเลือกพื้นที่ขยายผลการวิจัยของแต่ละอำเภอ โดยให้ผู้นำชุมชน สมัชชาการศึกษาอำเภอ หน่วยงานทางการศึกษาให้ความเห็นประกอบการคัดเลือกพื้นที่ และขยาย ผลการวิจัย การนำเสนอข้อมูลของสถานศึกษานำร่อง จึงทำให้ผู้ให้ข้อมูล ซึ่งมีสถานภาพเป็นผู้นำชุมชน ปราชญ์ ชาวบ้าน สถานศึกษา หน่วยงานทางการศึกษาทุกระดับ ผู้ประกอบการ นักวิชาการ จากมหาวิทยาลัยและ ภาคประชาสังคม ซึ่งหลายท่านมีตำแหน่งเป็นคณะกรรมการของสมัชชาการศึกษาจังหวัด เกิดความเข้าใจ ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อระบบการศึกษาเข้ากับ ระบบสังคมในชุมชน โดยการประสานการบูรณาการสนับสนุนและจัดการศึกษาและช่วยเหลือ เด็กด้อยโอกาส ของชุมชนร่วมกันในพื้นที่ ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้คณะผู้วิจัยจึงได้นำเสนอข้อมูลตำบลที่มีความยากจนมากที่สุดของแต่ละอำเภอ ซึ่งมีแหล่งข้อมูลมาจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) และตำบลที่มีจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาตำบลที่มากสุดของแต่ละอำเภอ จากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ให้กับผู้ให้ข้อมูลร่วมกันพิจารณาคัดเลือก ขยายผลพื้นที่การวิจัย ยิ่งไปกว่านั้น ภาคประชาสังคม ซึ่งมีหลายท่านเป็นอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ระดับอำเภอ (อพม.อำเภอ) มีความคุ้นเคยกับการปฏิบัติงานในพื้นที่และทราบข้อมูลเชิงลึกของพื้นที่ เป็นอย่างดีได้ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ เพื่อตรวจสอบข้อมูล และให้ความเห็นผลการนำเสนอข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดของการเลือกพื้นที่และเป็นไปตามวัตถุประสงค์การวิจัย โดยมีผลการ คัดเลือกพื้นที่การวิจัยและสถานศึกษาดังต่อไปนี้


47 1.อำเภอกงไกรลาศ 1.1 นำเสนอข้อมูลการคัดเลือกพื้นที่จากแหล่งข้อมูลมาจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการ พัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) ให้กับผู้ให้ข้อมูลที่มีคนจน มากที่สุด 3 ลำดับ ดังนี้ 1.1.1 ตำบลกกแรต จำนวนคนจน 330 คน คิดเป็น 9.31 % คนจนในด้านต่าง ๆ สุขภาพ 63 คน ความเป็นอยู่ 63 คน การศึกษา 49 คน รายได้ 235 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 3 คน 1.1.2 ตำบลไกรใน จำนวนคนจน 320 คน คิดเป็น 6.02 % คนจนในด้านต่าง ๆ สุขภาพ 43 คน ความเป็นอยู่ 120 คน การศึกษา 37 คน รายได้ 165 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 1.1.3 ตำบลป่าแฝก จำนวนคนจน 251 คน คิดเป็น 5.94 % คนจนในด้านต่าง ๆ สุขภาพ 71 คน ความเป็นอยู่ 30 คน การศึกษา 44 คน รายได้ 157 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 2 คน


48 1.2 นำเสนอตำบลที่มีจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาตำบลที่มากสุดของแต่ละ อำเภอจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) 1.3 ผลการคัดเลือกพื้นที่วิจัย ผู้ให้ข้อมูลได้คัดเลือกให้ตำบลไกรในเป็นพื้นที่การวิจัยโดยมี สถานศึกษาเข้าร่วมการวิจัยกับชุมชนดังต่อไปนี้ 1) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลไกรใน 2) โรงเรียนบ้านหนองบัว 3) โรงเรียนไกรในวิทยาคมรัชมังคลาภิเษก 4) วิทยาอาชีวศึกษาสุโขทัย 5) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 6) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 7) ศูนย์ กศน.ตำบลไกรใน 2. อำเภอคีรีมาศ 2.1 นำเสนอข้อมูลการคัดเลือกพื้นที่จากแหล่งข้อมูลมาจากระบบบริหารจัดการข้อมูล การพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) ให้กับผู้ให้ข้อมูลที่มีคนจน มากที่สุด 3 ลำดับ ดังนี้ 2.1.1 ตำบลศรีคีรีมาศ จำนวนคนจน 204 คน คิดเป็น 6.05 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 12 คน ความเป็นอยู่ 0 คน การศึกษา 71 คน รายได้ 148 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 0 10 20 30 40 50 เด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษา


49 2.1.2 ตำบลทุ่งยางเมือง จำนวนคนจน 108 คน คิดเป็น 6.58 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 5 คน ความเป็นอยู่ 35 คน การศึกษา 50 คน รายได้ 40 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 2.1.3 ตำบลสามพวง จำนวนคนจน 224 คน คิดเป็น 6.52 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 13 คน ความเป็นอยู่ 54 คน การศึกษา 36 คน รายได้ 143 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 2.2 นำเสนอตำบลที่มีจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาตำบลที่มากสุดของแต่ละ อำเภอจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) 2.3 ผลการคัดเลือกพื้นที่วิจัย ผู้ให้ข้อมูลได้คัดเลือกให้ตำบลศรีคีรีมาศเป็นพื้นที่การวิจัย โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมการวิจัยกับชุมชนดังต่อไปนี้ 1) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดศรีสุวรรณาราม 2) โรงเรียนศรีคีรีมาศวิทยา 3) โรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม 4) วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย 5) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 6) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 7) ศูนย์ กศน.ตำบลศรีคีรีมาศ 0 5 10 15 20 โตนด ทุ่งหลวง บ้านป้อม หนองจิก ทุ่งยางเมือง ศรีคีรีมาศ นาเชิงคีรี หนองกระดิ่ง บ้านน ้าพุ สามพวง เด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษา


50 3. อำเภอทุ่งเสลี่ยม 3.1 นำเสนอข้อมูลการคัดเลือกพื้นที่จากแหล่งข้อมูลมาจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการ พัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) ให้กับผู้ให้ข้อมูลที่มีคนจน มากที่สุด 3 ลำดับ ดังนี้ 3.1.1 ตำบลทุ่งเสลี่ยม จำนวนคนจน 456 คน คิดเป็น 6.37 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 58 คน ความเป็นอยู่ 5 คน การศึกษา 93 คน รายได้ 341 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 3.1.2 ตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์จำนวนคนจน 289 คน คิดเป็น 6.29 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 26 คน ความเป็นอยู่ 49 คน การศึกษา 74 คน รายได้ 209 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 3.1.3 ตำบลกลางดง จำนวนคนจน 347 คน คิดเป็น 5.35 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 9 คน ความเป็นอยู่ 11 คน การศึกษา 34 คน รายได้ 308 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 6 คน


51 3.2 นำเสนอตำบลที่มีจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาตำบลที่มากสุดของแต่ละ อำเภอจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) 3.3 ผลการคัดเลือกพื้นที่วิจัย ผู้ให้ข้อมูลได้คัดเลือกให้ตำบลทุ่งเสลี่ยมเป็นพื้นที่การวิจัย โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมการวิจัยกับชุมชนดังต่อไปนี้ 1) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งเสลี่ยม 2) โรงเรียนอนุบาลทุ่งเสลี่ยม 3) โรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์ 4) วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย 5) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 6) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 7) ศูนย์ กศน.ตำบลทุ่งเสลี่ยม 4. อำเภอศรีนคร 4.1 นำเสนอข้อมูลการคัดเลือกพื้นที่จากแหล่งข้อมูลมาจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการ พัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) ให้กับผู้ให้ข้อมูลที่มีคนจน มากที่สุด 3 ลำดับ ดังนี้ 4.1.1 ตำบลคลองมะพลับ จำนวนคนจน 40 คน คิดเป็น 1.07 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 15 คน ความเป็นอยู่ 4 คน การศึกษา 1 คน รายได้ 25 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 0 20 40 60 80 100 120 ทุ่งเสลี่ยม ไทยชนะศึก เขาแก้วศรีสมบูรณ์ บ้านใหม่ไชยมงคล กลางดง เด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษา


52 4.1.2 ตำบลนครเดิฐ จำนวนคนจน 166 คน คิดเป็น 4.73 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 1 คน ความเป็นอยู่ 13 คน การศึกษา 59 คน รายได้ 108 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 4.1.3 ตำบลหนองบัว จำนวนคนจน 90 คน คิดเป็น 4.35 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 10 คน ความเป็นอยู่ 14 คน การศึกษา 11 คน รายได้ 72 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 6 คน 4.2 นำเสนอตำบลที่มีจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาตำบลที่มากสุดของแต่ละ อำเภอจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 ศรีนคร หนองบัว คลองมะพลับ นครเดิฐ น้้าขุม เด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษา


53 4.3 ผลการคัดเลือกพื้นที่วิจัย ผู้ให้ข้อมูลได้คัดเลือกให้ตำบลคลองมะพลับเป็นพื้นที่การวิจัย โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมการวิจัยกับชุมชนดังต่อไปนี้ 1) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุ่งมหาชัย 2) โรงเรียนศึกษาเกษตรศิลป์ 3) โรงเรียนทุ่งมหาชัย 4) โรงเรียนศรีนคร 5) วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย 6) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 7) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 8) ศูนย์ กศน.ตำบลทุ่งเสลี่ยม 5. อำเภอบ้านด่านลานหอย 5.1 นำเสนอข้อมูลการคัดเลือกพื้นที่จากแหล่งข้อมูลมาจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการ พัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) ให้กับผู้ให้ข้อมูลที่มีคนจน มากที่สุด 3 ลำดับ ดังนี้ 5.1.1 ตำบลตลิ่งชัน จำนวนคนจน 327 คน คิดเป็น 5.77 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 65 คน ความเป็นอยู่ 62 คน การศึกษา 118 คน รายได้ 125 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 5.1.2 ตำบลวังน้ำขาว จำนวนคนจน 394 คน คิดเป็น 7.27 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 82 คน ความเป็นอยู่ 177 คน การศึกษา 86 คน รายได้ 119 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน


54 5.1.3 ตำบลหนองบัว จำนวนคนจน 210 คน คิดเป็น 7.03 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 55 คน ความเป็นอยู่ 19 คน การศึกษา 36 คน รายได้ 129 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 2 คน 5.2 นำเสนอตำบลที่มีจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาตำบลที่มากสุดของแต่ละ อำเภอจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) 5.3 ผลการคัดเลือกพื้นที่วิจัย ผู้ให้ข้อมูลได้คัดเลือกให้ตำบลตลิ่งชันเป็นพื้นที่การวิจัย โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมการวิจัยกับชุมชนดังต่อไปนี้ 1) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตลิ่งชัน 2) โรงเรียนบ้านตลิ่งชัน 3) โรงเรียนตลิ่งชันวิทยานุสรณ์ 4) วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย 5) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 6) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 7) ศูนย์ กศน.ตำบลตลิ่งชัน 0 20 40 60 80 100 เด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษา


55 6. อำเภอศรีสัชนาลัย 6.1 นำเสนอข้อมูลการคัดเลือกพื้นที่จากแหล่งข้อมูลมาจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการ พัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) ให้กับผู้ให้ข้อมูลที่มีคนจน มากที่สุด 3 ลำดับ ดังนี้ 6.1.1 ตำบลดงคู่จำนวนคนจน 147 คน คิดเป็น 4.52 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 19 คน ความเป็นอยู่ 23 คน การศึกษา 13 คน รายได้ 102 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 6.1.2 ตำบลแม่สิน จำนวนคนจน 765 คน คิดเป็น 8.40 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 153 คน ความเป็นอยู่ 394 คน การศึกษา 249 คน รายได้ 198 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 1 คน 6.1.3 ตำบลแม่สำ จำนวนคนจน 221 คน คิดเป็น 5.6 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 59 คน ความเป็นอยู่ 19 คน การศึกษา 122 คน รายได้ 51 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน


56 6.2 นำเสนอตำบลที่มีจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาตำบลที่มากสุดของแต่ละ อำเภอจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) 6.3 ผลการคัดเลือกพื้นที่วิจัย ผู้ให้ข้อมูลได้คัดเลือกให้ตำบลดงคู่เป็นพื้นที่การวิจัย โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมการวิจัยกับชุมชนดังต่อไปนี้ 1) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลดงคู่ 2) โรงเรียนบ้านดงคู่ 3) โรงเรียนเมืองเชลียง 4) วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย 5) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 6) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 7) ศูนย์ กศน.ตำบลดงคู่ 7. อำเภอศรีสำโรง 7.1 นำเสนอข้อมูลการคัดเลือกพื้นที่จากแหล่งข้อมูลมาจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการ พัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) ให้กับผู้ให้ข้อมูลที่มีคนจน มากที่สุด 3 ลำดับ ดังนี้ 7.1.1 ตำบลบ้านซ่าน จำนวนคนจน 298 คน คิดเป็น 10.77 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 184 คน ความเป็นอยู่ 17 คน การศึกษา 38 คน รายได้ 120 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 0 20 40 60 80 100 เด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษา


57 7.1.2 ตำบลแม่สิน จำนวนคนจน 267 คน คิดเป็น 8.12 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 160 คน ความเป็นอยู่ 14 คน การศึกษา 25 คน รายได้ 97 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 7.1.3 ตำบลนาขุนไกร จำนวนคนจน 514 คน คิดเป็น 10.92 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 49 คน ความเป็นอยู่ 262 คน การศึกษา 100 คน รายได้ 207 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 7.2 นำเสนอตำบลที่มีจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาตำบลที่มากสุดของแต่ละ อำเภอจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) 0 5 10 15 20 25 30 35 40 45 เด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษา


58 7.3 ผลการคัดเลือกพื้นที่วิจัย ผู้ให้ข้อมูลได้คัดเลือกให้ตำบลบ้านซ่านเป็นพื้นที่การวิจัย โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมการวิจัยกับชุมชนดังต่อไปนี้ 1) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลบ้านซ่าน 2) โรงเรียนบ้านซ่าน 3) โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม 4) วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย 5) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 6) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 7) ศูนย์ กศน.ตำบลบ้านซ่าน 8. อำเภอสวรรคโลก 8.1 นำเสนอข้อมูลการคัดเลือกพื้นที่จากแหล่งข้อมูลมาจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการ พัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) ให้กับผู้ให้ข้อมูลที่มีคนจน มากที่สุด 3 ลำดับ ดังนี้ 8.1.1 ตำบลหนองกลับ จำนวนคนจน 332 คน คิดเป็น 7.13 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 54 คน ความเป็นอยู่ 32 คน การศึกษา 78 คน รายได้ 194 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 42 คน 8.1.2 ตำบลย่านยาว จำนวนคนจน 334 คน คิดเป็น 6.28 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 156 คน ความเป็นอยู่ 43 คน การศึกษา 35 คน รายได้ 121 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 1 คน


59 8.1.3 ตำบลปากน้ำ จำนวนคนจน 231 คน คิดเป็น 5.66 % คนจนในด้านต่างๆ สุขภาพ 50 คน ความเป็นอยู่ 30 คน การศึกษา 63 คน รายได้ 138 คน การเข้าถึงบริการภาครัฐ 0 คน 8.2 นำเสนอตำบลที่มีจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาตำบลที่มากสุดของแต่ละ อำเภอจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) 8.3 ผลการคัดเลือกพื้นที่วิจัย ผู้ให้ข้อมูลได้คัดเลือกให้ตำบลหนองกลับเป็นพื้นที่การวิจัย โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมการวิจัยกับชุมชนดังต่อไปนี้ 1) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองกลับ 2) โรงเรียนบ้านหนองกลับ 3) โรงเรียนหนองกลับวิทยาคม 4) วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย 5) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 6) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 7) ศูนย์ กศน.ตำบลหนองกลับ จากผลการคัดเลือกพื้นที่วิจัยหลังจากการนำเสนอของสถานศึกษานำร่องได้นำเสนอข้อมูลให้กับผู้ให้ ข้อมูลที่เข้าร่วมจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยมีประเด็นสำคัญของผู้ให้ข้อมูลที่ร่วมกันพิจารณาคัดเลือก พื้นที่ขยายผลการวิจัยโดยสรุปดังต่อไปนี้ 0 10 20 30 40 เด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษา


60 1) ด้านความร่วมมือชุมชน ผู้ให้ข้อมูลที่เป็นผู้นำชุมชน และมีประสบการณ์ร่วมทำงานกับเด็กด้อยโอกาสให้ข้อมูลว่าการ เลือกพื้นที่ชุมชนควรให้ความสำคัญกับความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมติดต่อ ประสานงาน และบูรณาการสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่ชุมชน เนื่องจากบางพื้นที่มีจำนวนผู้ยากจนสูงแต่กลับ พบว่าความแตกแยกของเครือข่ายชุมชน ความละเลยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ ขาดผู้นำที่จะให้การ สนับสนุนช่วยเหลือจะมีผลทำให้การดำเนินการวิจัยและพัฒนาไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งผู้ให้ข้อมูล ในกลุ่มนี้สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเชิงลึกความร่วมมือในพื้นที่และร่วมพิจารณาให้ข้อมูลสนับสนุน การคัดเลือกพื้นที่ชุมชนได้ 2) ด้านการศึกษา ผู้ให้ข้อมูลที่มาหน่วยงานทางการศึกษา อาทิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด คณะกรรมการสมัชชาการศึกษา มีความเห็นสอดคล้อง กันว่าการคัดเลือกสถานศึกษาเข้าร่วม ซึ่งจะต้องดำเนินการออกแบบระบบการศึกษาร่วมกันจนตั้งแต่ระดับ ปฐมวัย จนถึงระดับอุดมศึกษา ตลอดจนสร้างระบบโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษาเพื่อช่วยเหลือ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน ผู้ให้ข้อมูลเสนอข้อมูลให้พิจารณาร่วมกันดังต่อไปนี้ 2.1) ความพร้อมและความสมัครใจผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน ของสถานศึกษา ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมการวิจัยและพัฒนา เนื่องจากประสบปัญหาหลายด้าน อาทิ ภาระงานนอกเหนือ การสอนมีจำนวนมาก สถานการณ์โควิด 19 ขาดประสบการณ์การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ขาดงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา ขาดสื่อการเรียนการสอน เป็นต้น 2.2) การโยกย้ายของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบงานด้านการพัฒนา หลักสูตร ซึ่งหากการวิจัยและพัฒนาดำเนินการไปแล้ว ไม่สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องในระยะต่อไปจะมีผล ต่อการพัฒนาของสถานศึกษา 2.3) นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมพัฒนาหลักสูตรและขับเคลื่อนการวิจัย และพัฒนามีข้อจำกัดด้านเวลาในการลงพื้นที่การวิจัย เนื่องจากมีภาระงานที่ต้องรับผิดชอบงานสอนใน มหาวิทยาลัย 2.4 ) การขยายผลพื้นที่การวิจัย ยังไม่สามารถระบุทุนทางสังคมและเศรษฐกิจของ พื้นที่ชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกจากชุมชนร่วมกับสถานศึกษา ซึ่งมีผลต่อการสนับสนุนการเชื่อมต่อเป้าหมายการ เรียนรู้และร่วมจัดการศึกษาของอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัย เนื่องจากอาชีวศึกษาแต่ละแห่งมีจุดเน้น ด้านการศึกษาต่างกัน เช่น วิทยาลัยเทคนิคจะมุ่งเน้นความถนัดทางช่าง วิทยาลัยอาชีวศึกษาจะมุ่งเน้น การพานิชย์ เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับมหาวิทยาลัยที่ต้องประสานกับคณะหรือสาขาที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุน การจัดการศึกษาในพื้นที่ชุมชน


61 2.5) การจัดตั้งโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษาในพื้นที่นำร่อง พบว่าระดับ พื้นที่สามารถสร้างความร่วมมือช่วยเหลือ สนับสนุนเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนร่วมกันระหว่างเครือข่ายชุมชน สถานศึกษาทุกระดับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งสำคัญคือการสนับสนุน ของการบูรณาการนโยบายระดับจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินการของโครงข่ายคุ้มครอง ทางสังคมด้านการศึกษา ข้อสรุปของผู้ให้ข้อมูล จึงมีสรุปผลการคัดเลือกพื้นที่การวิจัยและสถานศึกษาที่เข้าร่วมขยายผลพื้นที่ การวิจัยจากการมุ่งเน้นข้อมูลเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาเป็นอันดับแรก และพิจารณาด้านมิติความ ยากจนประกอบกับศักยภาพของเครือข่ายพื้นที่ชุมชนเป็นสำคัญ และมีฉันทามติร่วมกันที่จะสนับสนุน การ ดำเนินการวิจัยและพัฒนาในพื้นที่ชุมชนที่ได้รับคัดเลือก ในด้านของอุปสรรคและข้อกังวลที่จะเกิดขึ้นกับงานวิจัยตามที่ผู้ให้ข้อมูลได้ให้ความเห็นให้คณะผู้วิจัย จัดทำสรุปและประเมินข้อมูลการวิจัย เพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ให้กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและจัดทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อให้เกิดแนวทางใน การบูรณาการทางนโยบายร่วมกัน ภาพกิจกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยจากเทคนิควิธีการสทนากลุ่ม (focus group) สมัชชาการศึกษา ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ร่วมกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพื่อศึกษาความพร้อมของพื้นที่สำหรับ ขยายผลการวิจัยในระยะต่อไป


62 ขั้นตอนที่ 2 ผลการประเมินผลข้อมูลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยกลไกการบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็ก ด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย 2.1 ผลการประเมินผลข้อมูลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยกลไก การบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและ ผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ผลจากการสรุปข้อมูลการดำเนินการวิจัยโครงการย่อยที่ 1 ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการทางนโยบายและ การดำเนินการวิจัยโครงการย่อยที่ 2 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาระบบ การเรียนรู้บนฐานชุมชนเพื่อสร้างข้อเสนอ เชิงนโยบายให้เกิดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา คณะผู้วิจัยได้จัดทำสรุปข้อมูลแนวทางการดำเนินการวิจัยและ พัฒนาเพื่อรองรับการสนับสนุนทางนโยบายพัฒนาการศึกษาและขยายผลการวิจัยในระยะต่อไป โดยนำเสนอ ให้กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ประเมินผลข้อมูลการวิจัยและจัดทำ ข้อเสนอเชิงนโยบาย ให้เกิดการบูรณาการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาและเสนอจัดตั้งให้จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาโดยมีที่มาของข้อมูลจากการวิจัยและพัฒนาเพื่อกำหนดนโยบายการบูรณาการพัฒนาการศึกษา ร่วมกันดังนี้ 1) ผลการประเมินข้อมูลการวิจัยและพัฒนา จากการนำเสนอผลสำเร็จของการวิจัยและพัฒนาต้นแบบ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยกลไกการบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐาน ชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยของคณะผู้วิจัย นำเสนอให้กับคณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ซึ่งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยมีความเห็นสอดคล้องกันว่าข้อมูลมี ความถูกต้องและเป็นไปได้ 2) จากการนำเสนอผลการวิจัยที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย มีมติให้กำหนดนโยบาย เพื่อบูรณาการพัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้บนฐานชุมชนในระยะต่อไปดังนี้ 2.1) การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตพื้นที่ ดำเนินการจัดทำการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะตามกรอบนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ 6 ด้าน ประกอบด้วย การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ การคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ การสื่อสารด้วยภาษา การจัดการ และการทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน โดยการขอรับการสนับสนุนทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมสนับสนุนการวิจัย ทั้งนี้หากสถานศึกษา ในยังไม่พร้อมดำเนินการให้ดำเนินการตามกรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ที่มุ่งเน้นสมรรถนะสำคัญประกอบด้วย ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถ ในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2.2) สนับสนุนการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่าง สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาตลอดชีวิต ของคนในชุมชน และทำให้เด็กด้อยโอกาสหรือผู้ยากจนมีโอกาสได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการ ประกอบอาชีพเพื่อสามารถหารายได้ดูแลตนเองและครอบครัว


63 2.3) การดำเนินการโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับ หน่วยงานอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด จึงกำหนดให้คณะผู้วิจัย ดำเนินการขยายผลการวิจัยและสรุปรายงานผลการดำเนินการ เพื่อเสนอกำหนดนโยบายตามระเบียบบริหาร ราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด 2.4) เนื่องจากการดำเนินการมีหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องที่อยู่นอกเหนือพื้นที่จังหวัด หรือเ ป็นภาคเอกชน ภาคประชาสังคมที่มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน จึงขอใหสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยดำเนินการจัดทำพิธีลงนามบันทึก ข้อตกลงและประเมินผลการวิจัยโดยการจัดประชาพิจารณ์ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาร่วมเสนอความเห็น ในการดำเนินการขับเคลื่อนงานวิจัยในระยะต่อไป โดยมีองค์ประกอบของผู้เข้ามามีส่วนร่วมลงนามบันทึก ข้อตกลงดังนี้ 2.4.1) หน่วยงานราชการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุโขทัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 2.4.2) หน่วยงานราชการด้านการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาในพื้นที่ ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย 2.4.3) หน่วยงานราชการด้านการศึกษา ประกอบด้วย สำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดสุโขทัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุโขทัย เขต 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสุโขทัย ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดสุโขทัย 2.4.4) หน่วยงานด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัย ราชภัฏกำแพงเพชรและมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 2.4.5) หน่วยงานเอกชน หอการค้าจังหวัดสุโขทัย บริษัทสุโขทัยพัฒนาเมือง จำกัด นอกจากนี้ ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดประสานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมลง นามบันทึกข้อตกลง และจัดเวทีสานเสวนาโดยให้ผู้แทนจากสมัชชาการศึกษาอำเภอทุกอำเภอเข้ามาร่วมรับฟัง และแสดงความคิดเห็น จำนวน 100 คน การดำเนินการนำเสนอประเมินผลการวิจัยให้กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยในครั้งนี้ นอกจากเป็นการประเมินเพื่อกำหนดนโยบายให้เกิดการลดข้อจำกัดของสถานศึกษาที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อน งานวิจัยในระยะต่อไป ซึ่งสามารถสร้างการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนการศึกษาจากภาคีเครือข่ายที่อยู่ นอกเหนือพื้นที่แล้ว ยังเป็นการสนับสนุนให้เกิดการผลักดันนโยบายของหน่วยงานที่มีเครือข่ายอาสาสมัครใน พื้นที่เข้ามาสนับสนุนการส่งเสริมสวัสดิการรัฐให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่หลายส่วน อาทิ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ผู้นำชุมชน และ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากมีการกำหนดนโยบายและข้อตกลงบูรณาการสนับสนุนการดำเนินการร่วมกันตั้งแต่ ระดับจังหวัด


64 ในอีกด้าน ของการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ที่ต้องจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะที่มี ความเชื่อมต่อกันระหว่าง การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่เกิดจากการ กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับชุมชน โดยนำทุนทางสังคมและเศรษฐกิจมากำหนด เป้าหมายการเรียนรู้แต่ละช่วงวัยและนำไปพัฒนาหลักสูตรของแต่ละสถานศึกษาแล้วนั้น การกำหนดนโยบาย จากการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยเสนอเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายทำให้เกิดการลดข้อจำกัดจากการนำเสนอ ความต้องการจำเป็นที่แท้จริงของระดับพื้นที่ให้กับระดับนโยบาย นอกจากนี้ สภาพปัญหาที่เกิดจากความไม่เท่าเทียมทางสังคมที่ส่งผลให้เกิดความด้อยโอกาสและความ ยากจนจนส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพยังได้ถูกกำหนดเป็นแนวทางการจัดทำบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันระหว่าง หน่วยงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต หน่วยงานด้านการขับเคลื่อน นโยบายเชิงพื้นที่ หน่วยงานด้านเอกชนและภาคประชาสังคม สิ่งที่สำคัญคือการนำผู้แทนด้านการเมืองในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมสร้างข้อตกลง ซึ่งจะทำให้ผลการวิจัยถูกนำเสนอเข้าสู่การผลักดันให้เกิดเป็นกฎหมาย ระดับประเทศซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาของที่สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนกฎหมายด้านการศึกษาของประเทศ ในช่วงระยะเวลาการวิจัย 2.2 ผลการประเมินข้อมูลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยกลไก การบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและ ผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย กับสมัชชาการศึกษาจังหวัด 2.2.1 การประเมินข้อมูลการวิจัย จากการกำหนดนโยบายของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยให้จัดทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ เพื่อสร้างกลไกบูรณาการความร่วมมือที่ส่งผลต่อการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับ เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและรองรับการเตรียมความพร้อมจัดตั้งเป็นพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา ในวันที่ 19 เมษายน 2565 ณ ห้องประชุมโรงแรมสุโขทัยเทรเชอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอเมือง สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยมีผู้แทนจากสมัชชาการศึกษาอำเภอและสมัชชาการศึกษาจังหวัด จำนวน 100 คน พร้อมทั้ง คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นและประเมินประเมินข้อมูลการ วิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยกลไกการบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบ นิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย คณะผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยกลไกการบูรณา การทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านทราบก่อนดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและ สานเสวนาร่วมกันกำหนดแนวทางการบูรณาการพัฒนาการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับจัดตั้งให้จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา


65 โดยมุ่งเน้นข้อมูลให้ทราบถึงสภาพปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลต่อการ เกิดความเหลื่อมล้ำของโอกาสและการเข้าถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่แตกต่างกันระหว่างโอกาสของคน ยากจนกับคนที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมเนื่องจากสภาพความไม่พร้อมในการดำรงชีวิตของ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนหลายๆด้านจนไม่สามารถก้าวผ่านความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจที่ ยังคงเป็น“กับดักความยากจน” ของประเทศ จนส่งผลต่อการผลิตซ้ำความด้อยโอกาสไปพร้อมกับ ความยากจนจากรุ่นสู่รุ่น เหตุเพราะ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนยังคงมีความจำเป็นที่ต้องหารายได้และค่าใช้จ่าย ให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวันประกอบกับสถานการณ์การเกิดโรคระบาดโควิด 19 ยังส่งผลต่อ อาชีพและการมีงานทำของครอบครัว จึงเป็นกลุ่มคนที่ต้องดิ้นรนบนฐานชีวิตที่ขาดหลักประกันโอกาส สำหรับส่งเสริมให้เกิดโอกาสและการเข้าถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียมกับผู้อื่น อาทิ การศึกษา การสาธารณสุข การได้รับสวัสดิการสังคมที่ตรงกับความต้องการของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน ถึงแม้ว่ารัฐ ได้กำหนดนโยบายส่งเสริมสวัสดิการให้ได้รับการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมแต่ในสภาพ ความเป็นที่ต้นทุนของชีวิตมีสภาวะความยากลำบากท่ามกลางระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ที่ต้องหา รายได้เพื่อเลี้ยงดูตัวเองให้เพียงพอในแต่ละวันย่อมต้องเลือกการหาทางออกเพื่อหารายได้ให้กับครอบครัว เป็นอันดับแรก ดังที่กล่าวมา กลไกคความเหลื่อมล้ำที่เกิดกับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนจึงผสมผสาน และประกอบไปด้วย ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจความเหลื่อมล้ำทางการ ศึกษา และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผลที่เกิดขึ้นและส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมกันจึงไม่สามารถ ที่จะมุ่งเน้นเพียงแค่การแก้ไขหรือพัฒนาการศึกษาเพียงด้านเดียว ซึ่งเป็นเหตุผลของการต้องดำเนินการจัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง หน่วยงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต หน่วยงานด้านการขับเคลื่อน นโยบายเชิงพื้นที่ หน่วยงานด้านเอกชนและภาคประชาสังคม และผู้แทนด้านการเมืองในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม สร้างข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้เกิดการบูรณาการและประสานสอดคล้องการทำงานร่วมกันในการสร้างคุณภาพ ชีวิตให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน นอกจากนี้คณะผู้วิจัยจึงได้นำเสนอข้อมูลการวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน เพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาตลอดชีวิตไปพร้อมกับการสร้างสมรรถนะให้สามารถมีอาชีพ และการมีงานทำจากฐานทุนทางสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่ของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนตลอดจนการมี ศูนย์กลางการบูรณาการช่วยเหลือและสนับสนุนเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ชุมชน เพื่อเป็น หลักประกันการเข้าถึงโอกาสของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานจากสวัสดิการสังคมใน พื้นที่ชุมชน พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลการขับเคลื่อนนโยบายให้กับกลไกบูรณาการทางนโยบายให้กับผู้รับฟัง ความคิดเห็น


66 เมื่อผู้วิจัยได้นำเสนอข้อมูลผลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยกลไกการบูร ณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนใน พื้นที่จังหวัดสุโขทัยเรียบร้อยแล้ว จึงได้แจกแบบประเมินให้กับผู้รับฟังความคิดเห็น โดยมีสรุปผลและการวิเคราะห์แบบประเมินพบว่าผู้รับฟังความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 69.5 อายุระหว่าง 40-50 ปีคิดเป็นร้อยละ 34 ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส คิดเป็นร้อยละ 42.5 มีระดับการศึกษาส่วนใหญ่ในระดับสูงว่าปริญญาตรีคิดเป็นร้อยละ 60.8 และส่วนใหญ่ผู้บริหาร สถานศึกษาคิดเป็นร้อยละ 49.3 โดยมีผลการประเมินในแต่ละด้านดังต่อไปนี้ รายการประเมิน ด้านกลไกการบูรณาการทางนโยบายการศึกษา x̅ SD 1 การบูรณาการเชิงนโยบายเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาระหว่างคณะกรรมการสมัชชาการศึกษากับ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด 5.00 0 2 การบูรณาการนโยบายด้านการช่วยเหลือเพื่อสร้างความพร้อมให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน 4.63 0.52 3 การบูรณาการนโยบายด้านการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและ ผู้ยากจน 4.75 0.46 4 การบูรณาการระบบสนับสนุนทางสังคมและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน ในชุมชน 4.63 0.53 5 การดำเนินการตามหลักการของการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for all) ที่ใช้หลักการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน (All for Education) ให้ส่งผลต่อการจัดการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) 5.00 0 ด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา x̅ SD 1 การมีส่วนร่วมของหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา และชุมชน เพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษา 4.5 0.52 2 การมีส่วนร่วมสนับสนุนจากนักวิชาการ มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการและภาคประชาสังคมในพื้นที่ 4.63 0.52 3 การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมออกแบบการศึกษา และจัดการศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรม การศึกษาให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ชุมชน 4.88 0.35 4 การสนับสนุนทรัพยากร งบประมาณ และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการศึกษา จากชุมชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ 4.25 0.89 ด้านการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน x̅ SD 1 การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนเพื่อรองรับการเชื่อมต่อการศึกษา ในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยของชุมชนที่ส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึงระบบระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอด ชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ 4.75 0.52


67 รายการประเมิน 2 การนำเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ภูมิปัญญา หรือจุดเด่นของพื้นที่มาสร้างหลักสูตรการศึกษา เพื่อใช้การศึกษา มาสร้างการพัฒนาคนไปสู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของชุมชน 4.88 0.35 3 การสร้างระบบถ่ายโอนหน่วยกิต เพื่อรองรับการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือการเข้าเรียนสถานศึกษา อื่นในพื้นที่ชุมชนหรือในพื้นที่จังหวัดที่ส่งผลต่อการลดข้อจำกัดของการเข้าถึงระบบการศึกษาและการสูญ เปล่าทางการศึกษา 4.63 0.46 4 การมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชน ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้านผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐใน พื้นที่ชุมชน เพื่อสร้างการสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนจากความร่วมมือและ ประสานการจัดการศึกษาในลักษณะของ “บ้าน วัด รัฐ โรงเรียน”ในพื้นที่ชุมชน 4.75 0.46 ด้านโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา x̅ SD 1 การป้องกันและลดผลกระทบภายในชุมชน การประสานความร่วมมือระหว่างเครือข่ายอาสาสมัครชุมชนกับ สถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นในพื้นที่ชุมชน 4.83 0.52 2 การวางแผนป้องกันและลดผลกระทบที่ส่งผลต่อเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นทีชุมชนร่วมกัน ระหว่างเครือข่ายอาสาสมัครชุมชนและสถานศึกษา 4.80 0.52 3 การวิเคราะห์คุณค่าภูมิปัญญา เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ เพื่อนำคุณค่ามาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิด การสร้างสวัสดิการชุมชนและการแก้ปัญหาความยากจนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน 4.75 0.46 4 การให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลเป็นศูนย์กลางความร่วมมือชุมชน เพื่อ บูรณาการการแก้ปัญหาให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนให้ได้รับโอกาสและการเข้าถึงการพัฒนา คุณภาพชีวิต 4.63 0.52 5 ด้านการส่งเสริมโอกาสและการเข้าถึงสวัสดิการและบริการของรัฐ ประสานความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนกับ กศน. ตำบล กับเครือข่ายชุมชนและองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและสภาพปัญหาของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ให้เกิดการ ประสานส่งต่อการขอรับการสนับสนุนและช่วยเหลือสวัสดิการของรัฐ 4.90 0.46 6 การให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลเป็นศูนย์กลางข้อมูลของเด็กด้อยโอกาส และผู้ยากจน เพื่อสร้างระบบฐานข้อมูลของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ชุมชน 4.75 0.46 7 ด้านการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ/อาชีพให้กับชุมชน การมีส่วนร่วมจาก นักวิชาการมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ ปราชญ์ชาวบ้านเข้ามาสนับสนุนการสร้าง อาชีพให้กับผู้ปกครองเด็กด้อยโอกาสให้มีทักษะอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว 4.75 0.46 8 การแก้ปัญหาโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน เพื่อสร้างการมีงานและ รายได้ให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนนำสร้างคุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมทางสังคม 4.63 0.52


68 รายการประเมิน 9 ด้านการสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในชุมชน การให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล เป็นหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนได้รับการศึกษาจากการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการศึกษา ต่อเนื่องและการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล 5.00 0 10 การสร้างความพร้อมให้กับเด็กที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษามีการปรับสภาพโดยนำเข้าศึกษาต่อใน ระบบการศึกษาของการให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลจนเกิดความ รับผิดชอบต่อตนเองและมีแรงจูงใจในการศึกษาต่อ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการศึกษาต่อได้ด้วยตนเอง 5.00 0 สรุปผลการประเมินภาพรวมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาผลการประเมินรายด้านมีผลการประเมิน ดังต่อไปนี้ 1.ด้านกลไกการบูรณาการทางนโยบายการศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าการบูรณาการ เชิงนโยบายเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาระหว่างคณะกรรมการสมัชชาการศึกษากับคณะกรรมการศึกษาธิการ จังหวัดและการดำเนินการตามหลักการของการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for all) ใช้หลักการมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (All for Education) ให้ส่งผลต่อการจัดการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) มีค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมา คือการบูรณาการนโยบายด้านการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน 2.ด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้า มามีส่วนร่วมออกแบบการศึกษา และจัดการศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษาให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ ชุมชนมีค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมาคือ การมีส่วนร่วมสนับสนุนจากนักวิชาการ มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการและภาคประชาสังคมในพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา และชุมชน เพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษาตามลำดับ 3.ด้านการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าการนำ เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ภูมิปัญญา หรือจุดเด่นของพื้นที่มาสร้างหลักสูตรการศึกษาเพื่อใช้การศึกษามาสร้างการ พัฒนาคนไปสู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของชุมชนมีค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมาคือ การมี ส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชน ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้านผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ชุมชน เพื่อ สร้างการสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนจากความร่วมมือและประสานการจัดการศึกษาใน ลักษณะของ “บ้าน วัด รัฐ โรงเรียน”ในพื้นที่ชุมชนและการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนเพื่อรองรับการ เชื่อมต่อการศึกษา ในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยของชุมชนที่ส่งผลต่อโอกาสและ การเข้าถึงระบบระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ รองลงมาตามลำดับ


69 4.ด้านโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าการให้ศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล เป็นหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนได้รับการศึกษาจากการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการศึกษาต่อเนื่องและ การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลและการสร้าง ความพร้อมให้กับเด็กที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษามีการปรับสภาพโดยนำเข้าศึกษาต่อในระบบการศึกษา ของการให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลจนเกิดความรับผิดชอบต่อตนเองและมี แรงจูงใจในการศึกษาต่อ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการศึกษาต่อได้ด้วยตนเองมีค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมาคือ การประสานความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนกับ กศน. ตำบลกับเครือข่ายชุมชนและองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและสภาพปัญหาของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ให้ เกิดการประสานส่งต่อการขอรับการสนับสนุนและช่วยเหลือสวัสดิการของรัฐ สำหรับข้อเสนอแนะและความต้องการหากได้รับการจัดตั้งให้จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาผู้รับฟังความคิดเห็นได้ให้ข้อเสนอแนะและความต้องการ ซึ่งเป็นแบบคำถามปลายเปิดของแบบ ประเมินเพื่อสรุปข้อมูลได้ตามประเด็นดังต่อไปนี้ 1. ด้านระเบียบ/ข้อกฎหมาย - ควรได้รับการพัฒนา เพื่อปรับปรุงและยกระดับการศึกษาระดับฐานรากให้ดียิ่งขึ้น - จัดให้มีข้อกฎหมายที่มีความยืดหยุ่น และเอื้อต่อทุกบริบทในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีความแตกต่างกัน - ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติตาม พรบ. การศึกษาอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติให้ได้อย่างจริงจังและ รวดเร็ว ให้เกิดผลดังกล่าวการเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนรู้ตามความสนใจ และเกิดผลกับผู้เรียนได้อย่างแท้จริง - มีความเอื้อต่อการระดมทรัพยากรและช่วยเหลือคนมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน - ควรใช้โครงสร้างที่แต่ละหน่วยมีอยู่ร่วมกันเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม - ระเบียบข้อบังคับจัดทำขึ้นเป็นรูปธรรมสามารถเข้าถึงปฏิบัติได้กฎหมายเสมอภาคและเป็นธรรมทั่วถึง เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติงาน 2. ด้านงบประมาณ - สนับสนุนงบประมาณทุกด้านและมีการติดตามการใช้ให้เป้นปัจจุบันโปร่งใส - ถ้าต้องการให้โรงเรียนสร้างนวัตกรรมทางการศึกษามาพัฒนาการศึกษาควรสนับสนุนงบประมาณ ให้บ้าง - สนับสนุนงบประมาณ ครุภัณฑ์ เทคโนโลยี ในการทำงาน - จัดสรรตามความเหมาะสมและจำเป็นให้ทั่วถึงเป็นรูปธรรมจับต้องได้ในช่องทางเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือ และแก้ปัญหาให้ทันเหตุการณ์ - ควรมีงบประมาณสนับสนุนในด้านเด้กด้อยโอกาสและเพิ่มทักษะทางอาชีพ


70 - การจัดทุนการศึกษาให้เท่าเทียมกันโดยรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในด้านค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะทางเพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของบุคคล - ต้องการได้รับการสนับสนุนในด้านงบประมาณ เพื่อสร้างให้เกิดนวัตกรรมทางการศึกษาจัด งบประมาณไปให้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ 3. ด้านวิชาการ - จัดหลักสูตรที่ทันสมัย ต่อวิวัฒนาการของโลกในยุคปัจจุบัน - จัดหลักสูตรที่ส่งเสริมวิถีไทยความเป็นไทย - ควรจัดอบรมครูเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมจากปัญหาที่โรงเรียนมี หรือความต้องการของหน่วยงาน เพื่อพัฒนางานด้านวิชาการ - จัดอบรมมีการดูงาน แลกเปลี่ยนความรู้ ในระดับผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน - อบรมให้ความรู้ส่งเสริมบุคลากรในพื้นที่สร้างขวัญกำลังใจให้กับคนทำงาน - การดำเนินการโรงเรียนที่ได้มาตรฐานเป็นโรงเรียนที่ยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และมีผลการปฏิบัติเชิงประจักษ์จะมีการร่วมมือรวมพลังกันสร้างการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย ให้ไปใน ทิศทางที่ทุกคนมุ่งหวังเพื่อสร้างผลลัพธ์ของการศึกษาให้คนไทยเป็นผู้เรียนรู้ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนแปลงเชิงระบบต่อเนื่องและยั่งยืน - สนับสนุนส่งเสริมในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษารวมทั้งการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพื่อให้ เกิดการเรียนรู้และเกิดนวัตกรรมทางการศึกษาเช่นการพัฒนาหลักสูตร และกิจกรรมต่างๆ ผู้ปกครองมุ่งเน้นให้ สร้างนักเรียนในระดับประถมศึกษามีความเป็นทางวิชาการสูง 4. ด้านบริหารงานบุคคล - พัฒนาครูอย่างเร่งด่วน เพราะครูเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นรูปธรรม - จัดอบรมหรือสัมมนาความรู้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกันพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง - สนับสนุนบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนในการทำงาน - มีการประเมินบุคลากรในการทำงานและมอบหมายในการทำงานอย่างเป็นอิสระและดำเนินการด้าน เอกสารข้อมูลอย่างรวดเร็ว - จัดหาบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะด้าน 5. ข้อเสนอแนะและความต้องการด้านอื่น ๆ - การบูรณาการเริ่มมีมานาน และเป็นไปในทางที่ดี ถ้าร่วมมือกันน่าจะไปได้สวยเริ่มนับก้าวแรกได้แล้ว เพื่ออนาคตการศึกษาของลูกหลานและประเทศ


71 - เกาะติดสถานการณ์กิจกรรมต่างๆ แบบต่อเนื่องจริงจัง และศึกษาแนวทางเพื่อให้เกิดการพัฒนาให้ดี ยิ่งขึ้น อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา อาจศึกษาดูงานจากจังหวัด และประเทศที่ประสบผลสำเร็จ - อยากให้ทำจริงๆ และมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีเกิดขึ้นได้อย่างจริง 2.2.2 การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หลังจากดำเนินการนำเสนอข้อมูลและประเมินผลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา โดยกลไกการบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยแล้ว หน่วยงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต หน่วยงาน ด้านการขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่ หน่วยงานด้านเอกชนและภาคประชาสังคม และผู้แทน ด้านการเมือง ในพื้นที่ได้ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือประกอบด้วยหน่วยงานดังต่อไปนี้ 1) จังหวัดสุโขทัย 2) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุโขทัย 3) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย 4) สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย 5) องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย 6) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 7) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 8) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย 9) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย 10) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 11) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 12) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสุโขทัย 13) ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดสุโขทัย 14) หอการค้าจังหวัดสุโขทัย 15) บริษัทสุโขทัยพัฒนาเมือง จำกัด โดยมีรายละเอียดของการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ บนฐานชุมชนและรองรับการเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ความร่วมมือด้านการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 1.1 หน่วยงานราชการและภาคเอกชนจะส่งเสริมและสนับสนุนการประสานทุนการศึกษา หรือการขอรับสวัสดิการสังคม เพื่อช่วยเหลือให้เด็กด้อยโอกาสหรือผู้ปกครองมีความพร้อมต่อการได้รับ การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกับผู้อื่น


72 1.2 หน่วยงานราชการร่วมกับภาคเอกชนสนับสนุนการบูรณาการร่วมกันในพื้นที่ชุมชน ทุกแห่ง เพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างอาสาสมัครของหน่วยงานราชการในพื้นที่ชุมชนกับ สถานศึกษาให้เกิดการเชื่อมต่อภารกิจการทำงานของหน่วยงานราชการกับระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ สถานศึกษาทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย 1.3 ภาคเอกชนให้การสนับสนุนสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา ตลอดจนความรู้ วิชาการ สำหรับเป็นผู้ประกอบการให้กับผู้เรียนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อสร้างสมรรถนะอาชีพและการมีงาน ทำที่ สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ 1.4 หน่วยงานราชการที่มีภารกิจด้านการกำกับ ควบคุมดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกแห่งในพื้นที่สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำประเด็นด้านการสนับสนุนความจำเป็นพื้นฐาน ให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนได้รับการศึกษาหรือพัฒนาทักษะอาชีพ บรรจุในแผนพัฒนาขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง 1.5 หน่วยงานราชการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด สนับสนุนการศึกษาให้กับสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย 1.6 หน่วยงานราชการสนับสนุนให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล (ศูนย์ กศน ตำบล) จัดตั้งเป็นศูนย์โครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา เพื่อประสานการทำงานร่วมกับ อาสาสมัครชุมชนให้เกิดการบูรณาการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ให้ได้รับสวัสดิการของรัฐ และการพัฒนาทักษะอาชีพที่ก่อให้เกิดรายได้และการมีงานทำ 1.7 หน่วยงานราชการร่วมกับภาคเอกชนให้การสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือด้านการพัฒนา หลักสูตรฐานสมรรถนะ ระบบการถ่ายโอนหน่วยกิตการศึกษา ดังต่อไปนี้ 1.7.1 จัดเจ้าหน้าที่ ผู้ประสานงานความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเป็นคณะทำงาน ความร่วมมือกันพัฒนาหลักสูตร พัฒนาสื่อการเรียนการสอน ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับการ เปลี่ยนแปลงของวิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ ๆ 1.7.2 จัดให้มีการนิเทศการฝึกอาชีพร่วมกับภาคเอกชนอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง และประเมินผลการฝึกอาชีพให้สอดคล้องกับให้สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (National Qualifications Framework : NQF) 1.7.3 ร่วมเสนอแนะแนวทางการดำเนินงาน การวางแผน จัดระบบ ระเบียบ และ จัดกิจกรรมอื่น ๆ ตามที่ตกลงให้ความช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ และให้การดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของข้อตกลงความร่วมมือ


73 1.7.4 หน่วยงานภาคเอกชน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ทักษะอาชีพจากการฝึกประสบการณ์จริงในสถานประกอบการ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนร่วมพัฒนาผู้เรียน ให้มีทักษะความชำนาญด้านการทำงานในสถานประกอบการ 1.7.5 จัดบุคลากรผู้เชี่ยวชาญบรรยายให้ความรู้ ความเข้าใจ และอำนวยความสะดวก ในการเข้าศึกษาดูงานด้านเทคนิควิธีการต่าง ๆ สนับสนุนสถานที่เข้าฝึกอบรมฝึกปฏิบัติงานของครูและนักเรียน นักศึกษาในหน่วยงานสังกัดสถานศึกษา 1.8 หน่วยงานราชการสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลงดำเนินการวิจัย และพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษา หลักสูตรฐานสมรรถนะ ระบบการถ่ายโอนหน่วยกิต ตลอดจนการวิจัย เพื่อพัฒนาให้เกิดการแก้ปัญหาความยากจนหรือปัญหาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ข้อ 2 ความร่วมมือด้านวิชาการในการพัฒนาผู้เรียนในสถานศึกษา 2.1 บุคลากรของหน่วยงานราชการและภาคเอกชน ให้ความร่วมมือในการสนับสนุนข้อมูล ทางวิชาการ และสถิติของผู้เรียน เพื่อการบูรณาการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน ในสถานศึกษาทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยร่วมกัน 2.2 บุคลากรของหน่วยงานราชการและภาคเอกชนให้ความร่วมมือสนับสนุนงบประมาณสื่อ และเทคโนโลยีทางการศึกษา ตลอดจาการวิจัยและพัฒนาให้เกิดเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และบูรณาการ ด้านวิชาการร่วมกัน 2.3 การจัดสานเสวนาหน่วยงานที่เข้าร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อสรุปแนวทางการดำเนินการ บูรณาการความร่วมมือ คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการสนทนากลุ่มของผู้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือหลังจาก ดำเนินการเก็บข้อมูลประเมินผลการวิจัย โดยคัดเลือกจากผู้มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษา การช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ผู้ยากจน ซึ่งมีผู้ให้ข้อมูลดังต่อไปนี้ 1) ศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย 2) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุโขทัย 3) ท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย 4) ประธานกรรมการบริษัทสุโขทัยพัฒนาเมือง 5) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย 6) อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 7) อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 8) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต 1 9) ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสุโขทัย


74 คณะผู้วิจัยได้จัดจัดทำการสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัย ซึ่งเป็นแนวทางการบูรณาการกลไกทาง นโยบายเพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนและรองรับการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาดังต่อไปนี้ 1) ประเด็นกลไกความร่วมมือ เพื่อสร้างความเท่าเทียมของการได้รับโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ด้อยโอกาสและผู้ยากจน ที่มีสภาพปัญหาที่ส่งผลต่อความพร้อมรับการศึกษา อาทิ ปัญหา ความยากจน สุขภาพ การหย่าร้างของครอบครัว จากการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า เนื่องจากสภาพปัญหาของความด้อยโอกาสและความยากจน เป็นสภาพปัญหาที่ผสมผสานไปด้วยปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลและครอบครัวซึ่งมีเหตุหลักมาจาก ความยากจน ขาดการศึกษา ปัญหาสุภาพ ปัญหาครอบครัว เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึงการ พัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างเท่าเทียมกับผู้อื่น นอกจากนี้ กลไกความร่วมมือเพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้ และความสามารถของคนในพื้นที่ยังถูก แบ่งแยกออกเป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างชัดเจนโดยไม่มีศูนย์กลางการ ทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ ซึ่งกรอบข้อกฎหมายของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 หมวด 3 ระบบการศึกษา มาตรา 15 ได้กำหนดสาระสำคัญซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวทางการสร้างระบบนิเวศการเรียนให้กับสถานศึกษาความ ว่า “สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบก็ได้ และให้มีการเทียบโอนผล การเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจาก สถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือจาก ประสบการณ์การทำงาน” เพียงเพราะการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติของสถานศึกษา ซึ่งถูกตีกรอบนโยบายให้มุ่งเน้นการศึกษา ตามนโยบายและยังคงมีข้อจำกัดหลายๆ ด้าน อาทิ การขาดแคลนงบประมาณการขาดแคลนบุคลากร การขาดการสนับสนุนจากชุมชน จึงทำให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานต้องดำเนินการจัดการศึกษาบนฐานความ ขาดแคลนรอบด้าน ผลที่เกิดขึ้นจึงทำให้ผู้เรียนที่ขาดความพร้อมต้องออกจากระบบการศึกษาไม่สามารถ มีทักษะอาชีพที่สอดรับกับการหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวหรือขาดโอกาสที่จะเลือกเส้นทางการศึกษาได้เท่าเทียม กับผู้อื่น ดังที่กล่าวมา จึงทำให้เห็นว่าการจัดการศึกษาไม่สามารถดำเนินการได้เพียงแค่กรอบคิดของการจัด การศึกษาเพียงด้านเดียว แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายให้กับผู้เรียน เพื่อให้เกิดความพร้อมและ ทำให้กลุ่มคนที่เปราะบาทางสังคมได้เข้าได้มีโอกาสได้รับการระบบการศึกษาเท่าเทียมกับผู้อื่น เพราะฉะนั้น การดำเนินการับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ไปพร้อมกับการ จัดเก็บข้อมูลการสนทนากลุ่มของภาคีเครือข่ายที่มีภารกิจร่วมกันจะสร้างแนวทางการบูรณาการให้เกิดการ สนับสนุนของหน่วยงานรัฐที่ดูแลด้านการขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ที่เป็นผู้แทนจาก ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสวัสดิการสังคม หน่วยงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานด้านการศึกษา ผู้แทนทางการเมือง ผู้ประกอบการ ภาคประชาสังคม และที่สำคัญคือผู้แทนเด็กและเยาวชนที่จะสะท้อน ความคิดว่าระบบการศึกษาควรเป็นเช่นไร จึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนงานวิจัยในระยะต่อไป


75 ดังที่ผู้ให้ข้อมูลได้นำเสนอข้อมูลแนวทางการดำเนินการบูรณาการความร่วมมือเพื่อสร้างความเท่าเทียม ของการได้รับโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน ที่มีสภาพปัญหาที่ส่งผลต่อความพร้อมรับ การศึกษา อาทิ ปัญหา ความยากจน สุขภาพการหย่าร้างของครอบครัวไว้ดังต่อไปนี้ ... เป้าหมายของ พม คือ ดูแลคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยทำงาน และผู้สูงอายุ ก็เข้าไปดูแลรวมถึงผู้พิการ ซึ่งมีกรอบภารกิจที่หลากหลาย จึงได้ประสานการบูรณาการการทำงานร่วมกับ ทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัด แต่ยังคงมีข้อจำกัดของการทำงานในพื้นทีชุมชน เนื่องจากกรอบอัตรากำลัง ไม่เพียงพอในการปฏิบัติงานระดับชุมชน การรองรับการเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุม พม. จึงได้สร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกับภาคประชาชน จิตอาสา ให้เกิดอาสาสมัครพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์หรือเรียกกันย่อๆ ว่า อพม. เพื่อเข้าไปดูแลสิทธิ สวัสดิการขั้นพื้นฐานในกับชุมชน ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาเครือข่ายอาสาสมัครชุมชนหรือ อพม.ทำงานได้อย่างมีปัญหาสำคัญของเราที่พบคือ ระบบฐานข้อมูลที่มีความแม่นยำ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำระบบฐานข้อมูลร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอ ภาคทางการศึกษา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบูรณาการการทำงานระดับจังหวัดและระดับพื้นที่และมีความ ยินดีให้ความร่วมมือสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสและผู้ยากจนให้ได้รับการเข้าสู่การศึกษา โดยสนับสนุนให้เครือข่าย อพม. เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของการดูแลเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ชุมชน (พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ผู้ให้สัมภาษณ์, 19 เมษายน 2565) ... ท้องถิ่นจังหวัดมีความใกล้ชิดกับชุมชนเนื่องจากมีกลไกการทำงานร่วมกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการทำงานของรัฐในระดับพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะด้านการศึกษา เราสามารถสนับสนุนได้หลายๆ ด้าน เช่น ทุนการศึกษา อาหารกลางวัน และส่วนเด็กด้อยโอกาสที่มีฐานะ ยากจน ซึ่งจะผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในพื้นที่นำเข้าบรรจุในแผนการพัฒนาขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนให้ได้รับการศึกษาและกลับมาพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง (ท้องถิ่นจังหวัด, ผู้ให้สัมภาษณ์, 19 เมษายน 2565) ... จากการนำเสนอข้อมูลทำให้เห็นว่าจังหวัดสุโขทัยพร้อมที่จะเป็นพื้นที่นวัตกรรมทาง การศึกษา เพื่อเป็นพื้นที่นำร่องให้กับอีกหลายๆจังหวัด ซึ่งข้อมูลจากการสานเสวนาครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลที่นำเข้า ไปผลักดันกฎหมายร่าง พรบ.การศึกษาตลอดชีวิตและร่าง พรบ. การศึกษาในขณะนี้ เพราะร่างกฎหมาย ดังกล่าว มีเป้าหมายการศึกษาสำคัญ คือ 1. การศึกษาตลอดชีวิต 2. การศึกษาเพื่อคุณวุฒิ 3. การศึกษาเพื่อการ มีอาชีพ ซึ่งจะนำข้อมูลการสานเสวนาในครั้งนี้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการออกกฎหมายสนับสนุนให้ เกิดการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน โดยเฉพาะการกำหนดให้ทุกภาคส่วนเข้า มามีส่วนร่วมสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการกระจายอำนาจให้กับภูมิภาคในการจัดการศึกษา ซึ่งสามารถลดความเหลื่อมล้ำจากการจัดสรรทรัพยากรการศึกษาให้กับสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


76 สิ่งสำคัญในวันนี้ อยากให้เกิดการบูรณาการที่มีมาจากการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล โดยจำแนกประเภทของเด็กในสถานศึกษาและการประสานเครือข่ายหน่วยงานภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมดูแล เด็กด้อยโอกาส และเกิดการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ อาทิ พม. กับ อบจ. เข้ามาช่วยดูแลปัญหาทางสังคม ให้กับเด็ก และประสานความร่วมมือกับราชภัฎในพื้นที่ สนับสนุนการจัดการศึกษาให้กับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัด สุโขทัยร่วมกัน ในด้านนวัตกรรมทางการศึกษาอยากให้ใช้ทุนแต่ละภาคส่วน เช่น นโยบายราชภัฏ ซึ่งเป็นมหาลัยเพื่อพัฒนาชุมชน เข้ามาร่วมสร้างการต่อยอดเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีบริษัทสุโขทัย พัฒนาเมือง ซึ่งเป็นภาคเอกชน เข้ามาสนับสนุนหลักวิชาการด้านการสร้างธุรกิจหรือการสร้างผู้ประกอบการ เพื่อนำมาต่อยอดและเชื่อมโยง เป็นกลไกที่สำคัญที่ทำให้พื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาของจังหวัดสุโขทัยไปสู่ ความสำเร็จ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย, ผู้ให้สัมภาษณ์, 19 เมษายน 2565) ...ภารกิจองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและต้องดูแล ทุกพื้นที่ของจังหวัดหวัดสุโขทัย โดยมีการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในจังหวัดของเราเป็นที่ทราบกัน ดีครับว่าปัจจุบันการศึกษาไม่มีขีดจำกัด อายุเท่าไหร่ก็เรียนรู้เกี่ยวกับการศึกษาได้ตลอดชีวิต ซึ่งหากมีเด็กที่ขาด ความเท่าเทียมหรือเสมอภาคในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ยินดีให้ความร่วมมือ เพื่อให้เกิดความ เสมอภาคกับเด็กและเยาวชนของจังหวัดสุโขทัย และเป็นกลไกการทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการเข้ามาร่วม สนับสนุนการพัฒนาการศึกษาให้กับโรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่ (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย, ผู้ให้สัมภาษณ์, 19 เมษายน 2565) กล่าวโดยสรุป ประเด็นกลไกความร่วมมือ เพื่อสร้างความเท่าเทียมของการได้รับโอกาส ทางการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน ที่มีสภาพปัญหาที่ส่งผลต่อความพร้อมรับการศึกษา อาทิ ปัญหา ความยากจน สุขภาพการหย่าร้างของครอบครัว หน่วยงานราชการมีเครือข่ายการทำงาน เชิงพื้นที่ชุมชน และมีการสนับสนุนให้เข้าสู่แผนการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่มีประเด็นที่ น่าสนใจคือระบบข้อมูลที่มีความแม่นยำ และการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานราชการ หรือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาของเด็กด้อยโอกาสที่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและ เศรษฐกิจ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบฐานข้อมูล ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับการวางแผนสวัสดิการสังคมของ หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดสวัสดิการรัฐ อาทิ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น อาจไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของเด็กด้อยโอกาส ซึ่งมีความสอดคล้องกับการ เก็บข้อมูลการวิจัยในโครงการย่อยที่ 1 ซึ่งพบว่าสภาพปัญหาของเด็กด้อยโอกาสมีความซับซ้อนของปัญหา นอกจากปัญหาหลักด้านความยากจนแล้วยังคงมีปัญหาอื่นๆ ที่มีอยู่และส่งผลต่อการเข้าถึงโอกาสของการ พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียมกับผู้อื่น โดยเฉพาะโอกาสที่จะเข้าถึงการศึกษาที่ต้องตกอยู่ในสภาพปัญหา ของความยากลำบากในการดำรงชีวิตย่อมส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กที่ด้อยกว่าเด็กปกติทั่วไป


77 2) กลไกการบูรณาการทำงานที่ประสานสอดคล้องให้เกิดการสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษา ได้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อรองรับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและคุณภาพการศึกษา ที่เท่าเทียมกันควรเป็นอย่างไร จากผลการวิเคราะห์และสรุปข้อมูลการวิจัยด้านกลไกการบูรณาการความร่วมมือเพื่อลดความเหลื่อม ล้ำจากปัญหาด้านสังคมและเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกันซึ่งเป็นประเด็นปัญหาภายนอก ระบบการศึกษา แต่มีผลลัพธ์ต่อการเรียนรู้ที่ไม่เท่าเทียมกันของเด็กและเยาวชน จึงเป็นคำถามสำคัญของ ระบบการศึกษาจะมีการบูรณาการความร่วมมืออย่างไร เพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาได้ตลอดชีวิต ทุกช่วงวัยไปพร้อมกับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาให้เกิดคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ดังที่กล่าวมา จากกรอบนโยบายของรัฐที่กำหนดให้การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นสิทธิที่ประชาชนซึ่งควร จะต้องได้รับโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน แต่ในสภาวะสังคมปัจจุบันได้เกิดการ เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเข้ามามอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ย่อมมีผลต่อการปรับตัวของคนในสังคม ระบบการศึกษาจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องสร้างความรู้ ทักษะ และเจตคติที่มีความสอดคล้อง กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น กลไกการบูรณาการความร่วมมือสนับสนุนและจัดการศึกษา จึงเป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องรองรับการ พัฒนาคนตลอดชีวิตทุกช่วงวัยให้ได้รับการยกระดับความรู้ ทักษะ และขีดความสามารถให้สามารถดำรงชีพและ ดำรงตนในสังคมที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบางที่ตกอยู่ในสภาพของปัญหา รอบด้านให้เกิดความด้อยโอกาสหรือมีโอกาสที่จะเข้าถึงการศึกษาไม่เท่าเทียมกับผู้อื่น ระบบการศึกษา ควรได้รับการหนุนเสริมและมีภาคีเครือข่ายการสนับสนุนร่วมกันให้เกิดความเท่าเทียมทั้งด้านโอกาสและ ด้านคุณภาพการศึกษาและรองรับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ดังที่ผู้ให้ข้อมูลได้ให้ข้อมูลไว้ดังต่อไปนี้ ...การส่งเสริมสนับสนุนและแก้ไขปัญหาของเด็กและเยาวชน จะต้องมีกลไกการร่วมมือ บูรณาการ สร้างโอกาสให้เด็กได้รับโอกาสความเท่าเทียมทางการศึกษาอย่างแท้จริงครับ เพราะว่าการศึกษา เป็นรากฐานพัฒนาชีวิตของคน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเราต้องเริ่มที่การศึกษาที่มีความเท่าเทียมทางการศึกษากัน ก่อนอันดับแรก โดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมและมีเกี่ยวข้องกับการศึกษา เพราะบางทีเด็กอาจมีปัญหา เรื่องการปรึกษาหารือ อยากให้มีใครสักคนที่พร้อมรับฟังปัญหา แล้วไม่กล้าปรึกษาครูต้องมีคนที่คอยรับฟัง ไม่ใช่ดุด่า ในระบบการศึกษา ครูเป็นคนสำคัญที่เด็กต้องไว้ใจเหมือนเป็นคนคอยให้คำแนะนำได้ทุกเรื่อง นอกจากเรื่องเรียนแล้ว อีกส่วนเราควรลดกรอบข้อจำกัดที่มีอยู่หรือทบทวนหรือปรับปรุงบางรายวิชาที่มัน ไม่สามารถเอาไปใช้ได้ในชีวิตจริงได้ เพราะเด็กเข้าไปเรียนแล้วก็ไม่รู้เรียนไปทำไม ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและ ไม่เห็นประโยชน์ของการเข้าเรียน (ประธานสภาเด็ก, ผู้ให้สัมภาษณ์, 19 เมษายน 2565)


78 ...การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุโขทัย ในปัจจุบันมีพื้นที่นำร่อง 8 จังหวัด ซึ่งได้รับการอนุมัติตาม พรบ. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นจังหวัดนำร่อง ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดสุโขทัย เห็นว่าจังหวัดเราควรเสนอขอรับการจัดตั้งให้เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพราะจาก ประสบการณ์อยู่ในแวดวงการศึกษายังมีข้อจำกัดที่ยังไม่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะเป็น หลักสูตรการพัฒนาครูให้มีการจัดการสอนที่รองรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือเทคโนโลยีได้ และในอีก ด้านที่สำคัญยังต่อการพัฒนาการศึกษายังคงมีปัญหาของความขาดแคลนงบประมาณที่จะสนับสนุนการ จัดการศึกษาของสถานศึกษาได้อย่างเท่าเทียม จึงตัดสินใจยื่นข้อเสนอให้จังหวัดสุโขทัยได้รับการสนับสนุนเป็น พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเพื่อปลดล็อกปัญหาการศึกษาด้านต่างๆที่มีอยู่ ซึ่งมีโรงเรียนเข้าร่วมเสนอขอจัดตั้ง จำนวน 2๐ โรงเรียนนำร่อง เพราะว่าเรามีความพร้อมด้านไกกลความร่วมมือมาตลอดจากการ ได้รับทุนจาก กสศ. และ บพท. ที่จัดตั้งสมัชชาการศึกษาและการทำงานร่วมกับทีมวิชาการจากมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณ ที่ทำให้เรามีอิสระในการคิดแก้ปัญหา และพัฒนาการศึกษาให้กับคนบ้านเรา เพราะหากเป็นเงินงบประมาณ ปกติเราจะต้องทำตามนโยบายที่กำหนด บางทีอาจไม่ครอบคลุมปัญหาหรือความเป็นบริบทพื้นที่ของบ้านเรา ซึ่งการตั้งสมัชชาการศึกษาที่เรามีเป็นทางออกให้หลายส่วนเข้ามาร่วมแก้ปัญหาให้กับเด็กบ้านเราที่เกินกรอบ อำนาจหรือความรู้ ความสามารถที่มีของคนการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเด็กยากจน เด็กพิการ เด็กติดยา หรือเด็กที่ ต้องออกกลางคัน ถ้าไม่คิดนอกกรอบเราคงไม่สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบกันได้ สุดท้ายของการได้รับ ความร่วมมือในการเข้ามาบูรณาการช่วยเหลือการศึกษาของจังหวัดเรา จะเป็นการสร้างโอกาสของเด็กบ้านเรา ไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพร้อมและยินดีที่จะเป็นฟันเฟืองในการประสานกลไก บูรณาการความร่วมมือกับทุกฝ่าย (ศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย, ผู้ให้สัมภาษณ์, 19 เมษายน 2565) ...ที่ผ่านมาได้มีโอกาสร่วมมือกับจังหวัดสุโขทัยเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนโดยมีทีมวิจัยของเรา ลงไปพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ของคนในชุมชน และยินดีให้การสนับสนุนทีมวิจัยหรือนักวิชาการจาก มหาลัยราชภัฎพิบูลสงครามเข้ามาร่วมพัฒนาการศึกษาในจังหวัดสุโขทัย ไม่ว่าจะเป็นคณะคุรุศาสตร์ ศูนย์บ่มเพาะอาชีพ หรือ คณะอื่นๆ ตามที่จังหวัดสุโขทัยต้องการเพื่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กและเยาวชนใน พื้นที่ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน อีกด้านเรายังมีทุนการศึกษาปี ให้เข้าเรียนต่อกับมหาวิทยาลัย พิบูลสงคราโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนเรียนจบ 4 ปีโดยมีอัตราให้1 ตำบลต่อ 1 ทุนการศึกษาให้ทุกตำบล ในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดสุโขทัย สำหรับผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาและด้านครอบครัว เพื่อได้รับ การศึกษาต่อ โดยระหว่างที่เรียนอยู่กับเรา จะมีงานให้นักศึกษาทำระหว่างเรียนเพื่อมีรายได้ และอาชีพ ในอนาคต (มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม, ผู้ให้สัมภาษณ์, 19 เมษายน 2565)


79 ...ยินดีที่ได้เข้าร่วมพัฒนาการศึกษาของจังหวัดสุโขทัย ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมทาง การศึกษา และพร้อมจะเป็นกลไกความร่วมมือที่จะบูรณาการกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน เพราะเรา มีเป้าหมายเดียวกันคือ การสร้างโอกาสให้ทุกคนได้รับการศึกษาและมีอนาคตหรืออาชีพที่ดีได้หากจังหวัด สุโขทัยต้องการขอรับการสนับสนุนกับทางมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร เราก็ยินดีสนับสนุนอาจารย์เข้าร่วม ให้การสนับสนุนการบริการทางวิชาการ ที่ผ่านมาทางคณะคุรุศาสตร์ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนา การศึกษาระดับปฐมวัยและร่วมกันลงพื้นที่พัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน หลักสูตรฐานสมรรถนะ ชุมชนและการถ่ายโอนหน่วยกิตการศึกษาร่วมกัน หากทางจังหวัดต้องการรับการสนับสนุนทางวิชาการจากเรา ก็เป็นกลไกความร่วมมือที่ดีทั้งสองฝ่าย (มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร, ผู้ให้สัมภาษณ์, 19 เมษายน 2565) ...ในปัจจุบันบริษัทสุโขทัยพัฒนาเมืองยังขาดคนทำงานแต่ไม่ขาดคนสมัครงาน เพราะอะไร หรอครับ ฟังดูแปลกไหม เพราะคนที่มาสมัครงานส่วนใหญ่มีความรู้และประสบการณ์ไม่ตรงกับที่เราต้องการ ส่วนมากครับ และก็บางคนที่จบมามีความรู้เป็นนักศึกษามีความอดทนในการทำงานน้อยและความใส่ใจในการ เรียนรู้มีไม่มากพอที่จะพัฒนาตนเอง แต่จากเด็กด้อยโอกาสหรือคนที่มาจากครอบครัวยากจนจะมีความอดทน และการเรียนรู้ที่สูงกว่า ทางบริษัทเวลาจะเลือกคนนอกจากความรู้แล้ว สิ่งที่เป็นตัวหลักในการตัดสินใจเลือกคือ ความอดทนและความตั้งใจที่จะเรียนรู้งานครับ หากวันนี้ ทางการศึกษาจะให้เราซึ่งเป็นภาคเอกชนในพื้นที่เข้า มาสนับสนุนอะไรก็ยินดีและพร้อมจะช่วยเหลือทุกอย่างครับ เพราะนอกจากเราได้ร่วมกันพัฒนาคนในจังหวัด เราไปด้วยกันแล้ว ในภาคเอกชนก็ยังได้คนที่ตรงกับความต้องการเอาไปช่วยกันพัฒนาจังหวัดในภาคเอกชนได้ อีกครับ (บริษัทสุโขทัยพัฒนาเมือง, ผู้ให้สัมภาษณ์, 19 เมษายน 2565) กล่าวโดยสรุปประเด็นกลไกการบูรณาการทำงานที่ประสานสอดคล้องให้เกิดการสร้างโอกาส และการเข้าถึงการศึกษาได้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อรองรับการพัฒนานวัตกรรม การศึกษาและคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกัน จากการวิเคราะห์และสรุปข้อมูลจากผู้ให้สัมภาษณ์พบว่า ทุกฝ่ายมีความยินดีที่จะเข้าร่วมสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาให้เกิดประโยชน์เพื่อสร้างโอกาสให้กับ เด็กด้อยโอกาสและเข้าร่วมพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกส่วนที่มีมาจาก หน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับ ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยมีศูนย์กลางการประสานความร่วมมือคือสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย เพื่อประสาน การทำงานทั้งด้านความด้อยโอกาสที่เกิดจากผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ และพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัด จากการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ หน่วยงานด้านวิชาการ หน่วยงานด้านสวัสดิการสังคม หน่วยงานด้านสาธารณสุข ภาคเอกชนและภาคประชา


80 สังคม เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่จังหวัด ตลอดจนนำข้อตกลงความร่วมมือเข้าสู่การกำหนด นโยบายด้านการศึกษาและนโยบายด้านการพัฒนา ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานคณะกรรมการ ด้านต่างๆ เพื่อผลักดันให้เข้าบรรจุในแผนพัฒนาการศึกษา และแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกแห่งให้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่ชุมชน นอกจากนี้พบว่า ปัญหาที่เป็นข้อจำกัดของการพัฒนาของการศึกษา ซึ่งมีความขาดแคลน ด้านงบประมาณ สื่อการเรียนการสอน บุคลากร ฯลฯ ยังมีข้อจำกัดของกรอบนโยบายที่ขาดความสอดคล้องการ จัดการศึกษาในบริบทพื้นที่ ซึ่งการเสนอขอจัดตั้งให้เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจะเป็นแนวทาง ของการลดข้อจำกัดด้านต่างๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาด้านวิชาการที่มีความจำเป็นต้องได้รับ การสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรที่รองรับการเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยี หรือ การพัฒนาครูที่ต้องมีทักษะ ความรู้ทางวิชาการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน รายบุคคลหลายๆ ด้าน เช่น ด้านสภาพจิตใจที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาการปรึกษา จิตวิทยาการแนะแนว เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้เรียน นอกจากนี้ด้านวิทยากรหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง กับอาชีพและการมีงานทำที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ หรือ ความเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เกิดขึ้น ยังคงต้องได้รับความร่วมมือกับผู้ประกอบการ หรือ นักวิชาการ จากมหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษาหรือพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน ข้อสรุปที่กล่าวมา ด้านปัญหาและข้อจำกัดที่มีอยู่จากการสรุปข้อมูลการวิจัยได้นำเสนอเป็นข้อเสนอ เชิงนโยบายเพื่อให้เกิดการกำหนดนโยบายการขับเคลื่อนการบูรณาการความร่วมมือเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาและการได้รับโอกาสทางสังคมที่เท่าเทียมกันจากการมีเป้าหมายเดียวกันเพื่อสร้างโอกาสและ พัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัด ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาของความด้อยโอกาสทางการศึกษาไม่ได้มีมิติที่เพียง แค่มองประเด็นด้านเดียวแค่ด้านการศึกษาเพียงเท่านั้น ยังมีความสัมพันธ์กับมิติสังคม เศรษฐกิจและการเมือง อีกด้วย การบูรณาการและการจัดทำแนวทางการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีศูนย์กลาง การทำงานซึ่งเป็นเสมือนฟันเฟืองที่คอยขับเคลื่อนกลไกด้านต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนและทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการทำงานที่นำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน จากการสร้างการกำหนดนโยบายการบูรณาการ ที่มีมาจากฉันทามติของความร่วมมือควบคู่ไปกับการพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพสามารถสร้างความรู้ ทักษะ อาชีพที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตปัจจุบันนอกจากฐานความรู้ทางวิชาการ เหตุเพราะ กลุ่มเปราะบางที่เป็นเด็กด้อยโอกาสหรือผู้ยากจน หากมุ่งเป้าหมายไปสู่การเข้าศึกษา ตามกระแสหลักที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน อาทิ แพทย์ วิศวกร หรืออาชีพที่มีการแข่งขันสูง อาจจะไปไม่ถึง เป้าหมายที่คาดไว้ของเด็กกลุ่มเหล่านี้ ดังนั้น การมีทักษะชีวิต และสมรรถนะที่ตรงกับการสร้างรายได้ จะเป็นช่องทางที่สามารถรองรับสภาพปัญหาของความด้อยโอกาสที่เกิดจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคมได้


81 สิ่งสำคัญของความร่วมมือกันในพื้นที่จังหวัด หากขาดองค์ประกอบด้านการศึกษา ด้านสวัสดิการสังคม ด้านสาธารณสุข ด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ ด้านเศรษฐกิจและด้านการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมจะทำให้ขาดตัวแทน ซึ่งมีบทบาททางสังคม (Social Role) เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งอาจไม่สามารถสร้างความสำเร็จเป้าหมายของการมี นวัตกรรมการศึกษาที่นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนได้ การนี้ คณะผู้วิจัย จึงได้เชิญผู้ใหข้อมูล ซึ่งเป็นตัวแทนภาคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมให้ข้อมูล เพื่อนำเสนอผลการวิจัยและนำข้อมูลการวิจัยเข้าสู่การกำหนดนโยบายหรือกฎหมายระดับประเทศ และ สิ่งที่สำคัญในขั้นตอนต่อไปคือการสรุปผลการวิจัยเสนอให้กับคณะกรรมการนโยบายเพื่อประเมินผลการวิจัย และอนุมัติให้จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ภาพกิจกรรมการประเมินข้อมูลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยกลไกการบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื นที่จังหวัดสุโขทัย กับสมัชชาการศึกษาจังหวัด


82 3) การประเมินผลข้อมูลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยกลไกการ บูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและ ผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยกับคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา การประชุมคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อเสนอขออนุมัติจัดให้จังหวัดสุโขทัย เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งมีผู้มีส่วนสำคัญของการกำหนดนโยบายการพัฒนาประเทศ อาทิ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นต้น เข้าร่วมรับฟังการ เสนอข้อมูลเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยคณะผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิจัยด้านศักยภาพและความพร้อม ซึ่งประกอบด้วย 3.1) นวัตกรรมเชิงระบบ ซึ่งเกิดจากกลไกบูรณาการทางนโยบายขับเคลื่อนการบูรณาการพัฒนา การศึกษา 3.2) นวัตการเรียนรู้ ซึ่งเกิดจากระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ที่มีองค์ประกอบของหลักสูตรฐาน สมรรถนะชุมชน โครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา ระบบถ่ายโอนหน่วยกิตและความร่วมมือของ สถานศึกษาและเครือข่ายชุมชน 3.3) นวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งมีด้านการบริหารจัดการศึกษา จำนวน 7 นวัตกรรม ด้านการจัดการเรียนการสอน จำนวน 9 นวัตกรรม ด้านการจัดการเรียนการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล จำนวน 3 นวัตกรรม จากการนำเสนอข้อมูลผลการวิจัยให้กับคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีมติเห็นชอบให้จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยให้นำเสนอขออนุมัติเสนอขอความเห็นชอบ จากมติคณะรัฐมนตรีต่อไป


83 ขั้นตอนที่ 3 ดำเนินการนำเสนอข้อมูลผลการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลการวิจัย เพื่อจัดทำแผน บูรณาการจัดการศึกษาและระบบสนับสนุนทางการศึกษา ร่วมกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด จากผลการดำเนินการนำเสนอข้อมูลการวิจัยผ่านการสานเสวนาและเวทีประชาคมเพื่อสร้างข้อเสนอ เชิงนโยบายสำหรับขับเคลื่อนการบูรณาการพัฒนาการศึกษาให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนและ นวัตกรรมการศึกษา พบว่าได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัยในพื้นที่เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือให้การสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา เชิงพื้นที่ของจังหวัดสุโขทัย อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนและการบูรณาการร่วมกันจากทุกภาคส่วนในระดับนโยบายดังที่กล่าวมา จะเกิดความสำเร็จขึ้นได้ ต้องสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการ และแนวทางการพัฒนาของสถานศึกษา ในพื้นที่สำหรับสร้างนวัตกรรมการศึกษาและระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ซึ่งการขับเคลื่อนการวิจัย และ พัฒนาได้แบ่งการดำเนินการเป็นสองส่วน คือระบบนิเวศการเรียนรูบนฐานชุมชนและนวัตกรรมการศึกษาแล้ว นำข้อมูลมานำเสนอให้เกิดความสัมพันธ์และกิจกรรมที่สนับสนุนการพัฒนาการศึกษาในภาพรวม ของจังหวัดที่สอดคล้องกับสภาพจริงในการปฏิบัติงานในพื้นที่ของสถานศึกษา โดยมีแผนพัฒนาการศึกษา เป็นเครื่องมือทางนโยบายที่กำหนดความสัมพันธ์ของกิจกรรม/แผนงานโครงการที่ส่งผลการพัฒนาการศึกษา การนี้ คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ร่วมกับสถานศึกษานำร่องที่เข้าร่วมยื่นข้อเสนอขอเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการ จากมหาวิทยาลัย เพื่อเก็บข้อมูลสภาพปัญหา ความต้องการ และแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา นำมา วิเคราะห์และสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่ โดยสถานศึกษาที่เข้า ร่วมเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษามีจำนวนรวมทั้งสิ้น 20 สถานศึกษา ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยผู้บริหาร สถานศึกษา ครูผู้สอนที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาหลักสูตร ศึกษานิเทศก์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ นักวิชการจากมหาวิทยาลัย ด้วยแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 9 คน ตามบริบทพื้นที่และเลือกกลุ่มตัวแทนผู้ให้ ข้อมูลแบบหลากหลายใช้เทคนิคการเก็บข้อมูลแบบสนทนากลุ่ม (Focus group discussion) โดยมี ผู้ดำเนินการสนทนาประจำกลุ่มได้จัดทำสรุปข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลร่วมกันกับผู้ให้ข้อมูลตามประเด็น ดังต่อไปนี้


84 3.1 สภาพปัญหาการศึกษาและความต้องการ กลุ่มที่ 1 ประเด็น ปัญหาที่มีอยู่ การดำเนินการปัจจุบัน ความต้องการ บุคลากร - การสอนไม่ตรงตามวิชาเอก - ครูไม่ครบชั้น - ครูขาดเทคนิคการสอนใหม่ ๆ - การจัดสรรอัตรากำลังที่ไม่ตรงกับ ความต้องการ - ความมั่นคงในอาชีพ (ครูอัตรา จ้าง) - จ้างบุคลากรเพิ่มขึ้น - สอนตามความถนัด - ใช้ DLTV เข้ามาช่วย - เข้ารับการอบรมเพิ่มเติม ในวิชาที่ตนเองไม่ถนัด - ให้โรงเรียนมีสิทธิ์มีอำนาจใน การเสนอตามความต้องการ ของโรงเรียน - การคืนครูเกษียณให้รวดเร็ว - แก้ระเบียบการจัดสรรอัตรา คืนหลังเกษียณ (ถ้านักเรียน น้อยกว่า 120 คน จะไม่ได้ อัตราเกษียณคืน) งบประมาณ - งบประมาณไม่เพียงพอ - การจัดสรรงบประมาณล่าช้า - เพิ่มภาระงานในการดูแลเงิน อาหารกลางวัน - ระดมทุนการศึกษา/ ผ้าป่าเพื่อการศึกษา - ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น - แก้ระเบียบการเก็บรักษาเงิน ที่ได้รับจัดสรรจากท้องถิ่น (อาหารกลางวัน) - จัดสรรเงินให้สอดคล้องกับ ปัจจุบัน (งบอาหารกลางวัน 21 บาทต่อคนไม่เพียงพอต่อ ค่าครองชีพปัจจุบัน) วัสดุอุปกรณ์ - วัสดุอุปกรณ์ไม่เพียงพอต่อ นักเรียน - วัสดุอุปกรณ์ไม่ทันสมัย ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง - วัสดุชำรุดใช้งานไม่ได้ - ขาดแคลน/ขาดการบำรุงรักษา - ครูซื้อเอง (ทุนส่วนตัว) - ใช้อินเตอร์เน็ต WiFi ส่วนตัว - ขอบริจาค/ยืม ในชุมชน - ได้รับการสนับสนุนพร้อม อบรมในการใช้งาน (ทุกกลุ่ม สาระ) - การจัดสรรสื่อให้รวดเร็วตาม ความต้องการ การบริหาร - มีการเปลี่ยนนโยบายบ่อย - การตัดสินใจไม่เป็นอิสระอย่าง แท้จริง โดยผู้บริหารถูกควบคุมจาก เบื้องบน - งานนโยบายมากเกินไป - ไม่ค่อยกระจายงาน โดยมอบให้ ครูคนใดคนนึงเยอะเกิน - ปฏิบัติแต่ไม่ได้เต็ม ศักยภาพ - ทำงานมากขึ้น - ให้โรงเรียนมีโอกาสคิด แนวทางตามบริบทพื้นที่ของ โรงเรียน - มีงบสนับสนุนทุกโรงเรียน


85 ประเด็น ปัญหาที่มีอยู่ การดำเนินการปัจจุบัน ความต้องการ การจัดการศึกษา - มีความหลายหลายของหลักสูตร เปลี่ยนหลักสูตรบ่อย - ครูมีความเข้าใจในหลักสูตรไม่ เพียงพอ - ครูไม่ได้สอนตามตัวชี้วัด - การวัดผลที่ใช้เกณฑ์เดียวกันทั้ง ประเทศ - ปรับหลักสูตร สถานศึกษาและช่วยเหลือ กันเอง - สอนแต่ละครั้งต้องเปิดดู ตัวชี้วัดเสมอ - มีการบูรณาการข้ามกลุ่ม สาระ - พัฒนาครูเข้าใจในหลักสูตร อย่างต่อเนื่อง - ลดตัวชี้วัด(ของเดิม ครอบจักรวาล) - ลดกลุ่มสาระการเรียนรู้ - ปรับเปลี่ยนรูปแบบการ ประเมินให้เหมาะสมกับ รูปแบบการเรียนการสอนใน ปัจจุบัน - วัดผลตามขนาดของ โรงเรียน โดยผู้ให้ข้อมูลได้ดำเนินการนำเสนอข้อมูลร่วมกันพบว่าการบริหารสถานศึกษาในลักษณะขององค์การ ยังมีความขาดแคลนอยู่หลายด้าน ซึ่งมีบริบทพื้นที่ของสถานศึกษาที่อยู่ห่างไกลตัวเมือง โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียน ประถมศึกษาอยู่ในพื้นที่สูงของจังหวัดและพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมือง จึงมีปัญหาด้านการโยกย้ายของครูและ ผู้บริหารตลอดจนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เข้ามาสนับสนุนการศึกษา ดังที่ผู้ให้ข้อมูลได้ให้ข้อมูลไว้ ดังต่อไปนี้ ... ปัญหาปัจจุบันในโรงเรียนมีหลายด้าน โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนที่ห่างไกลตัวเมือง ข้อจำกัด ด้านงบประมาณก็มีปัญหากับโรงเรียนมาตลอด แต่ที่สำคัญคือขาดคน ต้องทำให้เราวนกันสอนจนเกิดการสอน ไม่ตรงกับเอกที่จบ ปัญหาก็จะไปตกกับเด็กเรื่องคุณภาพการศึกษาที่ได้รับอีก ที่พูดไปนี่ยังไม่ได้รวมถึงเทคนิค การสอนใหม่ๆ ที่ต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนะ เราก็แก้ปัญหากันด้วยการระดมเงินจากศิษย์เก่าบ้าง ผู้ปกครองบ้างมาจ้างครูให้โรงเรียน ก็ได้เด็กจบใหม่มา แต่ก็อยู่ไม่นานเพราะจ้างได้ไม่เท่ากับเงินเดือนที่เด็กควร จะได้ ก็เป็นปัญหาที่วนๆ ซ้ำๆ ไปทุกปี จากการขาดคนสอนตามกรอบอัตรากำลังที่ควรจะมีให้โรงเรียน การสอนไม่ตรงตามวิชาเอกครูไม่ครบชั้น ครูขาดเทคนิคการสอนใหม่ ๆ การจัดสรรอัตรากำลังความมั่นคงใน อาชีพหรือครูอัตราจ้าง (ครูคนที่ 1, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ... สำหรับโรงเรียนเราใช้การแก้ปัญหาเรื่องงานบุคคลที่มีอยู่ คือระดมเงินช่วยเหลือจากชุมชน ด้วยการจัดตั้งผ้าป่าการศึกษาเอามาจ้างครูหรือสื่อการสอนทุกปี แต่ที่ได้มาก็ยังไม่พอและไม่แน่นอนทำให้การ แก้ปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้อย่างต่อเนื่อง เราก็พยายามลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปให้ได้มากที่สุด บางอย่าง ก็ต้องจัดซื้อ จัดหากันเองเพื่อเอามาสอนเด็กการทำงานก็เลยทำได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควรจะเป็น (ผู้บริหารสถานศึกษา คนที่ 1, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565)


86 ...ความขาดแคลนหลายอย่างทำให้การสอนของเราทำได้ไม่เต็มที่ แล้วยังต้องเจอกับการ เปลี่ยนนโยบายบ่อยๆ หลักสูตรมีตัวชี้วัดอะไรหลายอย่าง ผู้บริหารดีๆ พอมาทำไม่นานก็ย้ายอีก บางโรงเรียนที่ นั่งกันอยู่นี่ยังไม่มี ผอ.เลย ต้องมีการจ้างครูอัตราจ้างเพิ่มขึ้น จัดให้ครูสอนตามความถนัดใช้ DLTV มาช่วยใน การจัดการเรียนการสอน และให้ครูเข้ารับการอบรมเพิ่มเติมในวิชาที่ตนเองไม่ถนัด (ครูคนที่ 5, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ...ปัญหาที่สำคัญคือเราขาดการพัฒนาตามความต้องการของเราอย่างต่อเนื่องเรื่องการจัดการ สอนหรือวางแผนการสอนให้กับนักเรียน แล้วยังไปเจอตัวชี้วัดที่มีมากมาย ควรมีการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง และอีกอย่างควรให้เรามีอิสระในการพัฒนาการศึกษาตามบริบทของโรงเรียน ให้โรงเรียนมีสิทธิมีอำนาจในการ เสนอความต้องการของโรงเรียนว่าโรงเรียนนี้ต้องการอะไรเช่นต้องการครูภาษาไทย แต่กลับได้ครูวิชาเอกที่มี เยอะมาอยู่แล้ว การครูคืนครูอัตราเกษียณที่รวดเร็ว อยากให้มีการจัดสรรให้รวดเร็วอยากให้แก้ระเบียบการ จัดสรรการคืนอัตราเกษียณอย่างเช่น โรงเรียนนี้มีนักเรียน 120 คนถ้าเด็กนักเรียนน้อยกว่า 120 คนโรงเรียนจะ ไม่ได้อัตราเกษียณคืนมา (ครูคนที่ 3, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ...อยากแก้ระเบียบการจัดสรรเงินที่ได้รับจากท้องถิ่น เช่นเงินอาหารกลางวัน อยากให้จัดสรร เงินให้สอดคล้องกับอาหารกลางวันอย่างเช่น เงินเด็กได้ 21 บาทต่อคน แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แก๊สค่าข้าวค่า ของทุกอย่างเพิ่มหมดเลย ปัญหาการจัดสรรงบประมาณมีทั้งไม่เพียงพอในการจัดการเรียนการสอน การจัดสรร เงินงบประมาณที่ล่าช้า เพิ่มภาระงานในการดูแลเงินอาหารกลางวัน (ผู้บริหารสถานศึกษา คนที่ 2, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ...วัสดุอุปกรณ์ไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนภายในหนึ่งห้องเรียน บางห้องเรียนอุปกรณ์มี แต่ไม่พร้อมใช้งาน อุปกรณ์ชำรุดใช้งานไม่ได้ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์และขาดการบำรุงวัสดุอุปกรณ์ เมื่อเสียหาย ไม่มีเงินในการซ่อมบำรุง เราต้องใช้ทุนส่วนตัวของครูในการซ่อมแซมและซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการจัดการเรียนการ สอนและมีการขอการบริจาคภายในชุมชน อยากให้สนับสนับตามนี้คือ 1.ได้รับการสนับสนุนการอบรมการใช้ งานของวัสดุและอุปกรณ์ 2.อยากให้มีการจัดสรรวัสดุอุปกรณ์รวดเร็วตามความต้องการของโรงเรียน 3.อยากให้ มีการจัดอบรมการพัฒนาสื่อวัสดุและอุปกรณ์ (ครูคนที่ 4, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565)


87 ... ปัญหาด้านการบริหารสถานศึกษาคือ 1.มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายบ่อย 2.การตัดสินใจ ไม่เป็นอิสระ ผู้บริหารมีการตัดสินใจตามข้างบนอีกทีหนึ่ง 3.นโยบายมากเกินไป 4.ไม่ค่อยมีการกระจายงาน คือ จะผู้บริหารจะมอบงานให้ครูคนใดคนหนึ่งไม่มีการกระจายงาน เมื่อได้รับนโยบายมาแล้วการปฏิบัติก็คือไม่เต็ม ศักยภาพหรืออาจจะเต็มแล้วแต่ประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร ครูมีการทำงานมากขึ้น อยากให้โรงเรียนมีโอกาส คิดแนวทางตามบริบทในพื้นที่ของชุมชน และมีงบสนับสนุนโรงเรียน (ผู้บริหารสถานศึกษา คนที่ 3, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ...สำหรับการสอนมีปัญหาที่มีอยู่คือ 1.มีความหลากหลายของหลักสูตรก็คือมีการปรับเปลี่ยน หลักสูตรบ่อยนั่นเองอันเดิมยังไม่เข้าใจแล้วก็มีการเปลี่ยนอีกแล้วครู2.มีความเข้าใจหลักสูตรไม่เพียงพอ 3.ครูไม่ได้สอนตามตัวชี้วัดส่วนใหญ่จะสอนตามหนังสือแล้วครูก็สอนตามหนังสือโดยไม่ได้ดูตัวชี้วัดว่าที่ต้องเรียน ในรายวิชานี้คืออะไร 4.การวัดผลที่ใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งประเทศเช่นโรงเรียนเล็กต้องวัดผลตามโรงเรียนใหญ่ คุณภาพโรงเรียนเล็กก็จะได้น้อยกว่าคุณภาพโรงเรียนใหญ่ ควรสนับสนุนให้ครูได้รับการพัฒนาครูให้เข้าใจใน หลักสูตรอย่างต่อเนื่องทำให้ชัดเจนว่าไปเรียนมาแล้วครูก็ไปพัฒนาว่าเป็นอย่างไร และลดตัวชี้วัดโดยที่ของเดิม ครอบจักรวาลไม่รู้ว่าจะเน้นตรงไหนเพราะว่าเยอะมาก ๆ ต่อมาลดกลุ่มสาระการเรียนรู้ และปรับเปลี่ยน รูปแบบการประเมินให้เหมาะสมกับรูปแบบการเรียนการสอนในปัจจุบันและสุดท้ายวัดผลตามขนาดของ โรงเรียน เช่น โรงเรียนใหญ่วัดแบบนี้ โรงเรียนกลางวัดแบบนี้ และโรงเรียนเล็กวัดแบบนี้เป็นต้นขอบคุณค่ะ (ผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่ 7, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) กล่าวโดยสรุป ข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลของกลุ่มที่ 1 ซึ่งมีพื้นที่อยู่ในตอนเหนือของจังหวัดสุโขทัยเป็น โรงเรียนระดับประถมศึกษาส่วนมาก โดยผู้ให้ข้อมูลเป็นโรงเรียนที่นำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษามีข้อสรุปของ สถานศึกษาดังต่อไปนี้ สภาพปัญหา 1.ด้านการบริหารงานบุคคล ยังขาดแคลนบุคลากรที่เพียงพอเนื่องจากการกำหนดนโยบายคืออัตรา เกษียณให้กับโรงเรียนที่มีครูเกษียณอายุราชการ ได้ถูกกำหนดหลักเกณฑ์ที่สัมพันธ์กับจำนวนนักเรียน จำนวน 120 คน พร้อมทั้งการจัดสรรไม่สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษาที่เสนอขอรับการสนับสนุน ครูให้กับสถานศึกษา 2.ด้านงบประมาณ ได้รับการจัดสรรไม่เพียงพอต่อการพัฒนาการศึกษา พร้อมทั้งการจัดสรรเงิน ค่าอาหารกลางวันที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในการ ดำเนินการจัดทำอาหารกลางวันในปัจจุบัน 3.การบริหารสถานศึกษา ประสบปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายผู้บริหารและครูเป็นประจำ ขาดอิสระจากการตัดสินใจให้พัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาจากการกำกับติดตามนโยบายประกอบกับ นโยบายการศึกษาที่มีมากเกินทำให้การบริหารสถานศึกษายังคงมีปัญหาอยู่ในปัจจุบัน


88 4. วัสดุ อุปกรณ์ ยังคงขาดแคลนไม่เพียงพอต่อการจัดการสอนให้กับนักเรียน พร้อมทั้งขาดวัสดุ อุปกรณ์ที่ทันสมัยหรือมีสภาพชำรุดเนื่องจากการขาดการบำรุงรักษา การแก้ปัญหาของครูจึงดำเนินการใช้เงิน ส่วนตัวมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อวัสดุ อุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยี เพื่อใช้ในการทำงานและประกอบการสอน 5. การจัดการศึกษา ยังคงมีสภาพปัญหาที่นอกจากความขาดแคลนคือด้านการพัฒนาครูให้มีความ เข้าใจหลักสูตรและจัดสอนได้ตามตัวชี้วัด ซึ่งดำเนินการพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตรโดยใช้การช่วยเหลือกันเอง ภายในสถานศึกษา และมีความกังวลต่อการสอนให้เป็นไปตามตัวชี้วัดที่ถูกกำหนด ความต้องการ 1. การบริหารงานบุคคล มีความต้องการให้สถานศึกษามีอิสระด้านการจัดสรรบุคลากรตาม ความต้องการและยกเลิกระเบียบการจัดสรรอัตราเกษียณคือ หากมีนักเรียนน้อยกว่า 12๐ คน 2. การบริหารงบประมาณ มีความต้องการให้ปรับปรุงระเบียบการเก็บรักษาเงินที่ได้รับจัดสรรจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนค่าอาหารกลางวันให้กับผู้เรียน พร้อมทั้งกำหนดอัตราการจัดสรรให้ สอดคล้องกับความเพียงพอต่อการจัดทำอาหารกลางวันให้กับผู้เรียน 3. การบริหารสถานศึกษา มีความต้องการให้สถานศึกษาสามารถพัฒนาการศึกษาได้ตามอิสระ ของสถานศึกษาและบริบทพื้นที่ โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษา 4. วัสดุ อุปกรณ์ มีความต้องการรับการจัดสรรสื่อการเรียนการสอน และสื่อด้านเทคโนโลยีที่สอดคล้อง กับความต้องของครูเพื่อจัดการเรียนการสอนและการทำงาน พร้อมทั้งมีการอบรมการใช้สื่อที่ได้รับอย่างถูกต้อง 5. การจัดการศึกษา มีความต้องการเข้ารับการพัฒนาครูเพื่อให้เกิดความเข้าใจหลักสูตรและการวาง แผนการสอน โดยลดตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ที่เกินความจำเป็นและปรับเปลี่ยนการประเมินระดับ สถานศึกษาให้มีความเหมาะสมกับการเรียนการสอนในปัจจุบันและศักยภาพของสถานศึกษา กลุ่มที่ 2 การเก็บข้อมูลของสถานศึกษาที่เข้าร่วมพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อศึกษาสภาพปัญหา และความต้องการของจัดทำข้อสรุปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ของกลุ่มที่ 2 โดยคณะวิจัยได้ร่วมกับผู้ให้ข้อมูลซึ่งเป็นครู และผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาที่เข้าร่วมเป็นสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อร่วมกันสรุปข้อมูลและตรวจสอบ ข้อมูลตามประเด็นการบริหารสถานศึกษาและการจัดการศึกษาดังต่อไปนี้ ประเด็น ปัญหาที่มีอยู่ การดำเนินการปัจจุบัน ความต้องการ บุคลากร - ขาดแคลนบุคลากร - ภาระงานอื่น ๆ มากเกินไป - ขาดความกระตือรือร้นใน การจัดการเรียนการสอน - ขาดเทคนิคการสอนที่ หลากหลาย - จ้างบุคลากรทดแทน - พยายามดำเนินงาน - นิเทศ ติดตาม การจัดการ เรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอ - อัตราส่วนครูต่อนักเรียน (ขาดแคลนครู) -จัดหาเจ้าหน้าที่สนับสนุน ด้านอื่น ๆ


89 ประเด็น ปัญหาที่มีอยู่ การดำเนินการปัจจุบัน ความต้องการ - อบรมพัฒนาบุคลากร เรื่อง การจัดการเรียนการสอนแบบ active learning งบประมาณ - กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ยุ่งยาก (เช่น คอมพิวเตอร์) - งบประมาณไม่เพียงพอ เนื่องจาก แบ่งห้องเรียนงบ บริหารจำกัด เพราะเสีย ค่าจ้างครู - งบประมาณไม่ทั่วถึง - ใช้เงินตามแผนปฏิบัติการ ที่ตั้งไว้ - ระดมทรัพยากรจาก หน่วยงานภายนอก - ระเบียบในการจัดซื้อจัด จ้าง - เพิ่มเงินรายหัวนักเรียน วัสดุอุปกรณ์ - ขาดแคลนอุปกรณ์ทางด้าน เทคโนโลยีที่ทันสมัย - ซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทางด้าน เทคโนโลยีที่มีอยู่ - จัดสรรงบประมาณ นอกเหนือจากรายหัว ในส่วนของเทคโนโลยี เพื่อให้สอดคล้องไทย แลนด์ 4.0 การบริหาร - นโยบายในการปฏิบัติมาก เกินไป - เลือกนโยบายที่เหมาะสมกับ โรงเรียน - ให้สิทธิ์โรงเรียนในการ เลือกปฏิบัติตามนโยบาย การจัดการศึกษา -หลักสูตร -ครู -การจัดการเรียน การสอน -นักเรียน -สื่อการสอน -การวัดและ ประเมินผล - มีความหลากหลายของ หลักสูตร(เปลี่ยนหลักสูตร บ่อย) - ตัวชี้วัดมากเกินไป - หลักสูตรล้าสมัย - กระบวนการจัดการเรียน การสอนไม่ active learning - learning loss - การเทียบโอนหน่วยกิตข้าม สายยังไม่มีความชัดเจน โรงเรียนมัธยมที่ไปเรียนแล้ว ไม่ไหวจะกลับมาโรงเรียนเล็ก อย่างไร - ปรับปรุงและจัดทำหลักสูตร ตามบริบทของโรงเรียน - ปรับปรุงหลักสูตร แกนกลาง


90 โดยผู้ให้ข้อมูลได้ดำเนินการนำเสนอข้อมูลร่วมกันพบว่ามีสภาพปัญหาของการบริหารสถานศึกษา ที่สอดคล้องกับสถานศึกษาที่อยู่ต่างบริบทพื้นที่ ทั้งในด้านของการบริหารงานบุคคล ด้านงบประมาณ ด้านการ พัฒนาบุคลากร ตลอดจนวัสดุ อุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนที่ส่งผลต่อการจัดการศึกษา ดังที่ผู้ให้ข้อมูลได้ ให้ข้อมูลไว้ดังต่อไปนี้ ... ปัญหาของโรงเรียนที่ร่วมกันวิเคราะห์ในกลุ่มนะคะ ในด้านของบุคลากรขออนุญาตเรียน ก่อนนะคะ ในส่วนของกลุ่มเราจะมีโรงเรียนขนาดเล็กขนาดใหญ่แล้วก็มีความหลากหลายจึงมีปัญหา ค่อนข้างมาก อันดับแรกนะคะบุคลากรกรมีภาระงานมาก ครูขาดความกระตือรือร้น ครูขาดเทคนิคการสอน ใหม่ ๆ โรงเรียนที่ขาดบุคลากรก็มีการจ้างบุคลากรมาเสริม ส่วนภาระงานที่ได้รับมอบหมายในกลุ่ม ก็คุยกันว่าก็ค่อย ๆ ทำ แต่การดำเนินงานเหมือนเลือกทำงานที่ต้องส่งก่อนให้เสร็จก่อนแล้วก็งานไหนสำคัญ ก็เลือกทำก่อน มีการเรียงลำดับความสำคัญของงาน มีการใช้กระบวนการนิเทศติดตามในการจัดการเรียนการ สอนของคุณครู ช่วงนี้เราจะเน้น active learning เป็นอย่างมากนะคะ อย่างเมื่อเช้าท่านผอ.สาธิต บอกไปแล้ว ว่ากระบวนการนิเทศก็คือให้อยู่ห้องเรียนแล้วให้เราไปเดินดูห้องเรียนทุกวันนี้ตัวข้าพเจ้าเองก็จะค่อย ๆ เดินไปดู ตามห้องเรียนไม่ใช่เป็นการนิเทศเป็นการนิเทศเยี่ยมชมเฉยเฉยแต่มาติดตามกระบวนการว่าใช้ได้ผลจริงไหม อัตราส่วนของคุณครูอันนี้เป็นปัญหาก็คือโรงเรียนขยายโอกาสเป็นโรงเรียนมัธยม ประถมจะ มีอัตราส่วนการบรรจุครูลงตัวอยู่แล้วแต่ของโรงเรียนมัธยมจากตอนแรกหนึ่งห้องเรียนมีคุณครูที่ปรึกษา สองท่านแต่ตอนนี้ปรับมาเป็นอัตราส่วน 35 ต่อหนึ่ง ใช้เกณฑ์นักเรียนในการบรรจุแต่งตั้งทำให้ข้าราชการครู ของมัธยมลดลง โรงเรียนขยายโอกาสก็จะมีปัญหาเรื่องการขาดคุณครูนะคะ และอยากให้มีการจัดสรรเจ้าหน้าที่ สาย ส เช่น เจ้าหน้าที่พัสดุ เจ้าหน้าที่การเงิน เพื่อลดภาระงานในด้านนี้ของคุณครู (ผู้บริหารสถานศึกษาคนที่ 4, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ... สำหรับปัญหาด้านงบประมาณของโรงเรียน เรามีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างค่อนข้างยุ่งยาก อันนี้ได้รับมาการสะท้อนจากมัธยม คือ การซื้อคอมพิวเตอร์ต้องไปขออนุญาต 1234 กว่าจะได้มาค่อนข้าง ยุ่งยาก และงบประมาณไม่ทั่วถึง ไม่เพียงพอก็คืออันนี้ของโรงเรียนบ้านลานกระบือนะคะ ที่บริหารไม่ได้ เนื่องจากจำนวนครูต่อห้องเรียนไม่เพียงพอจะต้องมีการจ้างครูไปสอนก็จะมีการจัดสรรงบประมาณในส่วนอื่นไป จ้างครูมาช่วยสอน ก็จะเสียงบประมาณในส่วนนี้ไป ทุกโรงเรียนคิดว่าเหมือนกันก็จะมีการระดมทุนจากข้างนอก เช่น ผ้าป่าการศึกษา อยากให้ปรับปรุงระเบียบในการจัดซื้อจัดจ้างแล้วก็มีการปรับเงินรายหัวนักเรียนได้ก็ดีจาก 1,700 บาท 1,900 บาท 3,500 บาท ถ้าปรับได้ก็จะดีค่ะ (ผู้บริหารสถานศึกษาคนที่ 2, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565)


91 ...ในด้านวัสดุ อุปกรณ์ ส่วนใหญ่ก็เหมือนกันก็คือจะขาดแคลนอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์เนื่องจากค่อนข้างมีราคาสูง ในช่วงนี้ผ่านมาอย่างที่โรงเรียนเจอปัญหาตอนที่โรงงานพลาสติก ระเบิดเครื่องปริ้นราคาแพงมากเนื่องจากพลาสติกไม่มีในการประกอบขึ้นรูปเครื่องปริ้นจึงทำให้มีปัญหาอุปกรณ์ ไอทีค่อนข้างราคาสูง ที่มีอยู่ก็พยายามซ่อมแซมกันเองหรือออกเงินส่วนตัวให้ช่างมาช่วยซ่อมแซมวัสดุอุปกรณ์ ถ้าเป็นไปได้อย่างแรกได้เงินรายหัวมาในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เช่น ทางด้านต่าง ๆ แต่มันยังไม่เพียงพอ อยากให้เพิ่มในเรื่องของอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัย เนื่องจากเราเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 จะเกิดผลได้อย่างไรถ้า ความพร้อมของเทคโนโลยีเรายังไม่มีนะคะ ( ครูคนที่ 2, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ... ปัญหาที่มีอยู่ด้านการบริหารของโรงเรียน ส่วนใหญ่ก็จะเหมือนกลุ่มที่หนึ่งนะคะนโยบาย ค่อนข้างมากอย่างล่าสุดก็มี 10 นโยบายใช่ไหมคะซึ่งมันค่อนข้างมาก โรงเรียนก็ต้องเลือกนโยบายที่เหมาะสม กับโรงเรียนเค้าส่งมาเท่าไหร่เราก็ทำเท่านั้น หลายโรงเรียนที่ฟังมา ก็คือปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็ก เนื่องจากขาดแคลนบุคลากรที่สนับสนุนนโยบายในทุกด้านเสนอมาว่าอยากให้โรงเรียนมีสิทธิ์ในการเลือก นโยบาย เช่น โรงเรียนเล็กทำนโยบายนี้ โรงเรียนใหญ่ทำนโยบายใหญ่ เช่น โรงเรียนเล็กทำ 6 โรงเรียนกลางทำ 8 โรงเรียนใหญ่ทำ 10 เลยแต่ส่วนใหญ่แล้วมันก็เป็นไปไม่ได้นะคะแต่เป็นแค่การเสนอมาค่ะ (ผู้บริหารสถานศึกษาคนที่ 3, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) … ในเรื่องหลักสูตรมีการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดที่มากเกินไปแล้วก็หลักสูตรล้าสมัยกระบวนการ จัดการเรียนการสอนของครูไม่แอคทีฟและปัจจุบันที่เจอก็คือ learning loss ที่ต้องรีบดำเนินการแก้ไข และการ เทียบโอนหน่วยกิตเป็นของโรงเรียนมัธยมที่จะไปเรียนในสายอาชีพสมมุติเค้าไปเรียนสายอาชีพแล้วเค้าไปแล้ว ไม่รอดเค้าจะกลับมาเรียนสายสามัญเค้าจะมีการเทียบโอนที่ไม่ชัดเจน จึงคงอยากให้มีความชัดเจนในการเทียบ โอนหน่วยกิต ที่แก้ปัญหากันอยู่ทุกวันนี้ ก็ช่วยกันปรับปรุงหลักสูตรของโรงเรียนตลอด ใจจริงอยากให้ปรับปรุง หลักสูตรแกนกลางค่ะ (ครูคนที่ 5, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) กล่าวโดยสรุป สถานศึกษาที่มีความแตกต่างกันด้านขนาดของสถานศึกษาด้านระดับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่ามีสภาพปัญหาด้านการบริหารสถานศึกษาและการจัดการศึกษาที่สอดคล้อง กันเนื่องจากการกำหนดนโยบายการบริหารและนโยบายการศึกษาเป็นแนวทางเดียวกัน ทำให้มีผลต่อการจัด การศึกษาที่มีคุณภาพ ถึงแม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด แต่ในทางปฏิบัติยังไม่เพียงพอ ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของสถานศึกษาได้อย่างที่คาดหวัง โดยได้จำแนก ข้อสรุปปัญหาที่มีอยู่ดังต่อไปนี้


Click to View FlipBook Version