The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การขยายผลการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาต้นแบบของจังหวัดสุโขทัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by momo_rk, 2024-04-25 04:50:52

รายงานการวิจัย เรื่อง การขยายผลการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาต้นแบบของจังหวัดสุโขทัย

การขยายผลการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาต้นแบบของจังหวัดสุโขทัย

192 1) กรณีผู้ขอเทียบโอนมีผลการเรียนมาจากหลักสูตรอื่น ให้นำรายวิชาหรือหน่วยกิตที่ มีมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/จุดประสงค์/เนื้อหาที่สอดคล้องกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 มาเทียบโอนผลการเรียนและพิจารณาให้ระดับผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่รับเทียบโอน 2) กรณีการเทียบโอนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ให้พิจารณาจากเอกสาร หลักฐาน โดยให้มีการประเมินด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย และให้ระดับผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตร ที่รับเทียบโอน 3) กรณีการเทียบโอนนักเรียนที่เข้าโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ให้ดำเนินการ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องหลักการและแนวปฏิบัติการเทียบชั้นการศึกษาสำหรับนักเรียนที่เข้าร่วม โครงการแลกเปลี่ยน ประเด็นดังกล่าวจากความเห็นของนักวิชาการของมหาวิทยาลัยและศึกษานิเทศก์ ต้นสังกัดของสถานศึกษาที่ร่วมลงพื้นที่เก็บข้อมูลแมีความเป็นไปได้ในการดำเนินการจากแนวทางปฏิบัติ และจากการทดลองดำเนินการในพื้นที่นำร่องพบว่าสามารถถ่ายโอนหน่วยกิตระหว่างสถานศึกษาตามข้อตกลง ร่วมกันได้ โดยมีการสนับสนุนจากระดับนโยบายในพื้นที่นำร่องที่ผ่านมา แต่ในพื้นที่ขยายผลการวิจัยยังคงต้อง นำเสนอระดับนโยบายของจังหวัด ซึ่งจะสอดคล้องกับการจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตามพระราชบัญญัติ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 เพื่อลดข้อจำกัดของการดำเนินการที่เป็นข้อจำกัด ปัญหา อุปสรรค ที่มีอยู่ของระบบการศึกษา ยิ่งไปกว่านั้น คณะผู้วิจัยได้นำเสนอสรุปข้อมูลผลการขยายผลการวิจัย เพื่อดำเนินการพัฒนาหลักสูตรหรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความเชื่อมโยงกับฐานสมรรถนะด้านอาชีพของทุกช่วง วัยในชุมชนให้กับคณะอนุกรรมการพัฒนาเกี่ยวกับการศึกษาและคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพื่อเสนอ พิจารณาประเมินข้อมูลผลการขยายผลการวิจัย เพื่อดำเนินการพัฒนาหลักสูตรหรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความ เชื่อมโยงกับฐานสมรรถนะด้านอาชีพของทุกช่วงวัยในชุมชนมีความเห็นสอดคล้องกันคือมีความเหมาะสมและ เป็นไปได้ในการพัฒนาหลักสูตรตามนำเสนอข้อมูลผลการวิจัย


193 ภาพกิจกรรมการลงพื้นที่ขยายผลการวิจัย เพื่อดำเนินการพัฒนาหลักสูตรหรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความ เชื่อมโยงกับฐานสมรรถนะด้านอาชีพ


194


195 ภาพกิจกรรมการทดลองหลักสูตรหรือกิจกรรมการเรียนรู้ ที่มีความเชื่อมโยงกับฐานสมรรถนะ


196


197 ภาพกิจกรรมการขยายผลความร่วมมือจัดการศึกษาของสถานศึกษา 4.2 สรุปข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบการขยายผลการวิจัยระบบการเรียนรู้บนฐานชุมชน ต่างบริบทพื้นที่อำเภอ การวิจัยและพัฒนาได้ดำเนินการที่มีความสัมพันธ์ต่อกันในประเด็นของการเป็นพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาและระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาโดยมีกลไกบูรณาการ ทางนโยบาย ซึ่งมีลักษณะการทำงานในลักษณะของเชิงพื้นที่ (Area) และตามภารกิจหน้าที่ (Function) ที่มีเป้าหมายและทิศทางดำเนินการร่วมกันและสนับสนุนการดำเนินการร่วมกันที่ส่งผลต่อการพัฒนาระบบ การศึกษาดังที่กล่าวมา การขยายผลการวิจัยไปยังพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากพื้นที่วิจัยนำร่อง เพื่อศึกษาความแตกต่าง ของบริบทพื้นที่ชุมชน การบริหารการศึกษา และการจัดการศึกษาที่ส่งผลต่อการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ บนฐานชุมชน ที่ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรหรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้เรียน โดยนำทุนทางสังคมและเศรษฐกิจเข้ามากำหนดเป้าหม ายการเรียนรู้และเนื้อหากการเรียนรู้ ซึ่งมีหลักการ ทางวิชาการและมาตรฐานของสถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นเครื่องมือในการรองรับความน่าเชื่อถือ หรือ หลักประกันผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่เป็นกลุ่มทดลอง ซึ่งเป็นเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ในครอบครัวยากจน


198 โดยการคัดเลือกของสถานศึกษา เพื่อนำไปทดลองหลักสูตรที่ออกแบบขึ้นร่วมกับศึกษานิเทศก์ นักวิชาการ จากมหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการหรือปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่ชุมชน ความแตกต่างของบริบทพื้นที่ชุมชน ระบบสังคมในพื้นที่พบว่ามีความแตกต่างกันและมีผล ต่อการจัดการศึกษาหรือพัฒนาการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสภาพปัญหาของพื้นที่ที่ส่งผลต่อความยากจน และความด้อยโอกาส หรือ การให้ความสำคัญและการมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาของสถานศึกษาในพื้นที่ เพื่อสามารถสร้างการพัฒนาการศึกษาหรือลดข้อจำกัดจากการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ซึ่งหากมีลักษณะขาดความสัมพันธ์ต่อกันระหว่างสถานศึกษากับชุมชน จะมีผลทำ ให้การเรียนรู้ของผู้เรียนถูกจำกัดให้อยู่เพียงสถานศึกษาในลักษณะการเรียนรู้จากมาตรฐานทางวิชาการที่ผู้เรียน อาจไม่สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียนได้ ถึงแม้ว่า จะมีนโยบายผลักดันให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาให้เกิดความเท่าเทียมและความเสม ภาคทางการศึกษา แต่หากการเรียนรู้ถูกจำกัดกรอบให้ผู้เรียนใช้ความรู้อยู่เพียงแค่ในสถานศึกษา อาจทำให้นวัตกรรมการศึกษาที่ถูกพัฒนาขึ้น ไม่สามารถนำไปต่อยอดจากหลักวิชาการที่นำไปสู่ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตได้ การวิจัยในครั้งนี้ จึงมุ่งศึกษาประเด็นที่มีความสัมพันธ์ต่อกันระหว่างนวัตกรรมการศึกษา ระบบนิเวศ การเรียนรู้บนฐานชุมชน และกลไกบูรณาการทางนโยบายการศึกษา เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันระหว่างระบบ การศึกษา ระบบสังคมและระบบนโยบายในพื้นที่ เพื่อสร้างการพัฒนาการศึกษาที่ส่งผลต่อการพัฒนากำลังคน และการเตรียมกำลังคนให้มีสมรรถนะและทักษะอาชีพที่สามารถสร้างรายได้และหลุดพ้นจากความยากจนหรือ ด้อยโอกาสทางสังคมได้ การสรุปข้อมูลจากการลงพื้นที่เพื่อพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน เพื่อพัฒนาหลักสูตรฐาน สมรรถนะที่เกิดจากความร่วมมือของสถานศึกษาแต่ละระดับเข้ามาร่วมให้ข้อมูลพบว่ามีข้อมูลที่สอดคล้องและ เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้านการมีส่วนร่วมวิเคราะห์และออกแบบระบบการศึกษาของชุมชน กล่าวคือมีข้อสรุป ที่พบว่าสถานศึกษาต่างออกแบบระบบการจัดการศึกษา โดยขาดการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ชุมชน ตลอดจนการมีส่วนร่วมออกแบบร่วมกันระหว่างสถานศึกษาระบบอื่น จึงมีผลต่อการขาดการเกื้อกูล และสนับสนุนความพร้อมหรือแก้ปัญหาของการจัดการศึกษาให้กับสถานศึกษา ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้ คณะผู้วิจัย จึงได้จัดทำข้อมูลสรุปเปรียบเทียบข้อมูลการขยายผลการวิจัย เพื่อดำเนินการพัฒนาหลักสูตรหรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความเชื่อมโยงกับฐานสมรรถนะด้านอาชีพ ของทุกช่วงวัยในชุมชน ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้


199 อำเภอ ประเด็น ทุนทางสังคม และเศรษฐกิจ ที่นำมาพัฒนา หลักสูตร ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน โครงข่าย คุ้มครองทาง สังคม ด้านการศึกษา การพัฒนา หลักสูตร การทดลอง หลักสูตร การเทียบโอน หน่วยกิต กงไกรลาศ ปลาท้องถิ่น วิเคราะห์ การเชื่อมต่อ เป้าหมายการ เรียนรู้ตามช่วง วัย สามารถ บรรจุใน โครงสร้าง หลักสูตร สถานศึกษาแต่ ละระดับ ทดลอง หลักสูตรร่วมกับ แหล่งเรียนรู้ ชุมชน ประเมิลผล ร่วมกับ ศึกษานิเทศก์และ นักวิชการจาก มหาวิทยาลัย มีข้อตกลง การเทียบโอน หน่วยกิต การศึกษาร่วมกัน ระหว่าง การศึกษาขั้น พื้นฐาน กศน. อาชีวศึกษา และ มหาวิทยาลัย ศ ู น ย์ ประสานงาน อพม.ตำบลร่วม สนับสนุนให้กับ สถานศึกษา คีรีมาศ เครื่องปั้นดิน เผา วิเคราะห์ การเชื่อมต่อ เป้าหมายการ เรียนรู้ตามช่วง วัย สามารถ บรรจุใน โครงสร้าง หลักสูตร สถานศึกษาแต่ ละระดับ ทดลอง หลักสูตรร่วมกับ แหล่งเรียนรู้ ชุมชน ประเมิลผล ร่วมกับ ศึกษานิเทศก์และ นักวิชการจาก มหาวิทยาลัย มีข้อตกลง การเทียบโอน หน่วยกิต การศึกษาร่วมกัน ระหว่าง การศึกษาขั้น พื้นฐาน กศน. อาชีวศึกษา และ มหาวิทยาลัย ไ ม ่ ส า ม า ร ถ สร้างข้อตกลง ได้ ทุ่งเสลี่ยม การท่องเที่ยว เชิงธรรมชาติ และวัฒนธรรม วิเคราะห์ การเชื่อมต่อ เป้าหมายการ เรียนรู้ตามช่วง วัย ทดลอง หลักสูตรร่วมกับ แหล่งเรียนรู้ ชุมชน มีข้อตกลง การเทียบโอน หน่วยกิต การศึกษาร่วมกัน ระหว่าง ไ ม ่ ส า ม า ร ถ สร้างข้อตกลง ได้


200 อำเภอ ประเด็น ทุนทางสังคม และเศรษฐกิจ ที่นำมาพัฒนา หลักสูตร ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน โครงข่าย คุ้มครองทาง สังคม ด้านการศึกษา การพัฒนา หลักสูตร การทดลอง หลักสูตร การเทียบโอน หน่วยกิต สามารถ บรรจุใน โครงสร้าง หลักสูตร สถานศึกษาแต่ ละระดับ ประเมิลผล ร่วมกับ ศึกษานิเทศก์และ นักวิชการจาก มหาวิทยาลัย การศึกษาขั้น พื้นฐาน กับ กศน. อาชีวศึกษา ศรีนคร มะม่วง วิเคราะห์ การเชื่อมต่อ เป้าหมายการ เรียนรู้ตามช่วง วัย สามารถ บรรจุใน โครงสร้าง หลักสูตร สถานศึกษาแต่ ละระดับ ทดลอง หลักสูตรร่วมกับ แหล่งเรียนรู้ ชุมชน ประเมิลผล ร่วมกับ ศึกษานิเทศก์และ นักวิชการจาก มหาวิทยาลัย มีข้อตกลง การเทียบโอน หน่วยกิต การศึกษาร่วมกัน ระหว่าง การศึกษาขั้น พื้นฐาน กับ กศน. ไม่สามารถ สร้างข้อตกลง ได้ บ้านด่าน ลานหอย สินค้าและ บริการการ ท่องเที่ยว ชุมชน วิเคราะห์ การเชื่อมต่อ เป้าหมายการ เรียนรู้ตามช่วง วัย สามารถ บรรจุใน โครงสร้าง หลักสูตร ทดลอง หลักสูตรร่วมกับ แหล่งเรียนรู้ ชุมชน ประเมิลผล ร่วมกับ ศึกษานิเทศก์และ นักวิชการจาก มหาวิทยาลัย มีข้อตกลง การเทียบโอน หน่วยกิต การศึกษาร่วมกัน ระหว่าง การศึกษาขั้น พื้นฐาน กับ กศน. ไม่สามารถ สร้างข้อตกลง ได้


201 อำเภอ ประเด็น ทุนทางสังคม และเศรษฐกิจ ที่นำมาพัฒนา หลักสูตร ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน โครงข่าย คุ้มครองทาง สังคม ด้านการศึกษา การพัฒนา หลักสูตร การทดลอง หลักสูตร การเทียบโอน หน่วยกิต สถานศึกษาแต่ ละระดับ ศรีสัชนาลัย ข้าวเกรียบว่าว วิเคราะห์ การเชื่อมต่อ เป้าหมายการ เรียนรู้ตามช่วง วัย สามารถ บรรจุใน โครงสร้าง หลักสูตร สถานศึกษาแต่ ละระดับ ทดลอง หลักสูตรร่วมกับ แหล่งเรียนรู้ ชุมชน ประเมิลผล ร่วมกับ ศึกษานิเทศก์และ นักวิชการจาก มหาวิทยาลัย มีข้อตกลง การเทียบโอน หน่วยกิต การศึกษาร่วมกัน ระหว่าง การศึกษาขั้น พื้นฐาน กับ กศน. และอาชีวศึกษา ไม่สามารถ สร้างข้อตกลง ได้ ศรีสำโรง การจักสาน วิเคราะห์ การเชื่อมต่อ เป้าหมายการ เรียนรู้ตามช่วง วัย สามารถ บรรจุใน โครงสร้าง หลักสูตร สถานศึกษาแต่ ละระดับ ทดลอง หลักสูตรร่วมกับ แหล่งเรียนรู้ ชุมชน ประเมิลผล ร่วมกับ ศึกษานิเทศก์และ นักวิชการจาก มหาวิทยาลัย มีข้อตกลง การเทียบโอน หน่วยกิต การศึกษาร่วมกัน ระหว่าง การศึกษาขั้น พื้นฐาน กับ กศน. และอาชีวศึกษา ไม่สามารถ สร้างข้อตกลง ได้ สวรรคโลก กล้วย วิเคราะห์ การเชื่อมต่อ เป้าหมายการ ทดลอง หลักสูตรร่วมกับ มีข้อตกลง การเทียบโอน หน่วยกิต ไม่สามารถ สร้างข้อตกลง ได้


202 อำเภอ ประเด็น ทุนทางสังคม และเศรษฐกิจ ที่นำมาพัฒนา หลักสูตร ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน โครงข่าย คุ้มครองทาง สังคม ด้านการศึกษา การพัฒนา หลักสูตร การทดลอง หลักสูตร การเทียบโอน หน่วยกิต เรียนรู้ตามช่วง วัย สามารถ บรรจุใน โครงสร้าง หลักสูตร สถานศึกษาแต่ ละระดับ แหล่งเรียนรู้ ชุมชน ประเมิลผล ร่วมกับ ศึกษานิเทศก์และ นักวิชการจาก มหาวิทยาลัย การศึกษาร่วมกัน ระหว่าง การศึกษาขั้น พื้นฐาน กับ กศน. และอาชีวศึกษา สรุปข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบขยายผลการวิจัย เพื่อดำเนินการพัฒนาหลักสูตรหรือกิจกรรม การเรียนรู้ที่มีความเชื่อมโยงกับฐานสมรรถนะด้านอาชีพของทุกช่วงวัยในชุมชน โดยมีข้อสรุปเปรียบเทียบ การพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนดังต่อไปนี้ 1. การวิเคราะห์ทุนทางสังคมและเศรษฐกิจ เพื่อนำมาสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน สามารถดำเนินการนำเป้าหมายการเรียนรู้ และ เนื้อหาการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ชุมชนได้ทุกแห่ง เนื่องจากมีพื้นทางประวัติศาสตร์ พืชเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของชุมชนทุกแห่งในพื้นที่แต่มีบางพื้น ที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เกิด จากปัจจัยด้าน ทัศนคติ ความเชื่อ วิถีชุมชน อาทิการแต่งงานในกลุ่มเครือญาติที่มีผลต่อการพัฒนาทาง สติปัญญา การอยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม การเคลื่อนย้ายแรงงานไปประกอบอาชีพต่างจังหวัด ซึ่งเป็นปัจจัย ภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาของชุมชน และมีความสอดคล้องกับการสำรวจข้อมูลการพัฒนาคน แบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้สะท้อนสาเหตุของ ปัญหาที่ก่อให้เกิดความยากจนและความด้อยโอกาสอย่างชัดเจน การเก็บข้อมูลภาคสนามจึงทำให้ทราบถึง ความสัมพันธ์ที่มีผลต่อกันระหว่างระบบการศึกษากับปัญหาความยากจนและความด้อยโอกาสในชุมชน ผู้ให้ข้อมูลจึงมีความเห็นสอดคล้องร่วมกันที่จะนำทุนทางสังคมและเศรษฐกิจเข้ามาสร้างหลักสูตรการศึกษา เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและการเข้าถึงการเรียนรู้อย่างหลากหลายของผู้เรียนในชุมชน


203 2. การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนและการทดลองหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชน สามารถดำเนินการนำประเด็นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจมาสร้างหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชน เพื่อเชื่อมต่อการจัดการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชนได้ทุกแหล่ง นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างการประสานอำนวยการเรียนรู้ได้จากครูสถานศึกษา ครูชุมชนและครูผู้ปกครอง ของผู้เรียนที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของกิจกรรมการเรียนรู้จากหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นให้เกิดเป็นสภาพแวดล้อม การเรียนรู้ของผู้เรียนที่สามารถเรียนรู้ได้จากสถานศึกษา แหล่งเรียนรู้ชุมชน ผู้ปกครองในพื้นที่ชุมชนและแหล่ง สืบค้นทางเทคโนโลยีเพื่อนำหลักความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ให้เกิดการพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ โดยมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการตามช่วงวัย โดยจำแนกการเรียนรู้ของสถานศึกษา ตามเป้าหมายการจัดการศึกษาและมาตรฐานการศึกษาได้ดังต่อไปนี้ 2.1 เรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) มีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ ดังต่อไปนี้ 1) ทำความเข้าใจปัญหาของประเด็นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนที่ปรากฏ อยู่ในชุมชนให้ชัดเจน (Clarifying Terms) 2) ระบุปัญหา (Defining the Problem) 3) ระดมสมอง (Brainstorming) 4) วางโครงสร้าง และสมมติฐาน (Structuring and hypothesis) 5) กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objective) 6) สืบค้นข้อมูลภายในชุมชนและข้อมูลจากสื่อเทคโนโลยี(Searching for Information) 7) สังเคราะห์ (Synthesis) 2.2 การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning) มีขั้นตอน การจัดการเรียนรู้ดังต่อไปนี้ 1) ระบุปัญหา (Define) ของประเด็นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจที่ได้รับคัดเลือกจาก ชุมชน 2) วางแผน (Plan) 3) ลงมือปฏิบัติ (Do) 4) ทบทวนความรู้ และตรวจสอบ (Review) 5) นำเสนอโครงการ (Presentation)


204 2.3 เรียนรู้ผ่านกรณีศึกษา (Case – Study Method) มีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ดังต่อไปนี้ 1) ขั้นมอบหมายกรณีศึกษา โดยมอบหมายให้ผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์ในประเด็นการ คัดเลือกจากทุนทางสังคมและเศรษฐกิจของชุมชน เพื่อนำไปดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.1) วางแผน 1.2) นำไปปฏิบัติร่วมกับแหล่งเรียนรู้ชุมชน 1.3) ตรวจสอบ และทบทวนผล 1.4) ดำเนินการปรับปรุง 2) ขั้นประเมินผล 3) ขั้นสะท้อนกลับ 2.4 เรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน (Phenomenon Based Learning) มีขั้นตอน การจัดการเรียนรู้ดังต่อไปนี้ 1. เริ่มด้วยวิเคราะห์ปรากฏการณ์ของชุมชนที่เกี่ยวกับทุนทางสังคมและเศรษฐกิจ 2. สร้างความอยากรู้ อยากเห็น 3. ศึกษาประเด็นปัญหาในท้องถิ่น ชุมชนจากผู้ปกครองหรือปราชญ์ชุมชน 4. นำเสนอจากสถานการณ์ปัจจุบัน 2.5 เรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้มีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ดังต่อไปนี้ 1. กระตุ้นความสนใจในประเด็นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจของชุมชน (Engage) 2. สํารวจชุมชนและสิ่งแวดล้อม (Explore) 3. อธิบาย (Explain) 4. นําความรู้ใช้ร่วมกับแหล่งเรียนรู้ชุมชน ผู้ปกครองและปราชญ์ชาวบ้าน (Extend) 5. ประเมินผล (Evaluate) การนี้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ดังที่กล่าวมา เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้เกิดการมีส่วน ร่วมระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ผู้เรียนกับผู้ปกครอง และผู้เรียนกับแหล่งเรียนรู้ชุมชน จากการมีกิจกรรมที่สร้าง ปฏิสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้จากการปฏิบัติได้หลากหลายรูปแบบที่ส่งผลต่อการวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การระดม สมอง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตามพัฒนาการของแต่ละช่วงวัย ซึ่งจะมีผลทำให้ เกิดการพัฒนาทักษะการ คิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การสื่อสารนำเสนอ และการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่างเหมาะสม บทบาทของผู้เรียนนอกจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนและผู้เรียนกับผู้เรียนด้วยกันด้วย ซึ่งจะเป็นกระบวนการขัดเกลาทางสังคมที่ส่งผล ต่อการอยู่ร่วมกับผู้อื่นและความเสียสละเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ โดยครูมีหน้าที่เป็น ผู้อำนวยการเรียนรู้ กระตุ้นการเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้เบื้องต้นร่วมกันผู้เรียน นอกจากนี้ การวัดและประเมินผลยังได้รับการหนุนเสริมทางวิชาการจากศึกษานิเทศก์ต้นสังกัด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการของแต่ละสถานศึกษา ซึ่งเป็นหลักประกันได้ว่าหลักสูตรที่พัฒนาขึ้น


205 เป็นไปตามหลักวิชาการ โดยมีความเป็นอิสระในการออกแบบของครูผู้สอนเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ หรือผลลัพธ์การเรียนรู้ที่กำหนด ซึ่งจะส่งผลต่อการมีผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcome) ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกจากบุคคลไปสู่สังคมให้มีสมรรถนะจากการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับ ชีวิตประจำวันได้ 3. การเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษา ได้ดำเนินการวิเคราะห์จากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่คาดหวังจากการนำทุนทางสังคมและ เศรษฐกิจมากำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ตามพัฒนาการของแต่ละช่วงวัย ซึ่งสามารถดำเนินการเทียบโอนได้ตาม ข้อตกลงระหว่างสถานศึกษา แต่พบว่าหากผู้ให้ข้อมูลเป็นครูผู้สอนจะไม่สามารถตัดสินใจสร้างข้อตกลงร่วมกัน ได้ โดยเฉพาะในกรณีของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่อยู่ในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมีความจำเป็นต้องนำเสนอให้กับคณะกรรมการระดับนโยบายกำหนดเป็นนโยบายการศึกษาจังหวัด ซึ่งจะ สอดคล้องกับการจัดตั้งเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดสภาพปัญหาและข้อจำกัดของ ระบบการศึกษาที่ยังคงไม่สอดคล้องกับการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้ การดำเนินการในพื้นที่ขยายผลการวิจัยจึงมีความแตกต่างของการเทียบโอน หน่วยกิตการศึกษากับพื้นที่นำร่อง เนื่องจากพื้นที่นำร่องการวิจัยได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารสถานศึกษา เข้าร่วมเป็นผู้ให้ข้อมูลและสนับสนุนนโยบายให้กับครูผู้สอนดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและนำเข้าสู่ระบบโปรแกรม สารสนเทศ การนี้บทบาทของผู้บริหารจึงเป็นปัจจัยความสำเร็จของการเทียบโอนหน่วยกิตที่สำคัญในการพัฒนา ระบบการเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษา ในอีกด้านที่พบว่าแนวปฏิบัติและเงื่อนไขการเทียบโอนหน่วยกิตยังไม่สามารถรองรับผู้เรียนที่มีความ ประสงค์ศึกษาต่อกับอาชีวศึกษา และเมื่อเข้าเรียนแล้วพบว่าต้องการกลับมาเรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสถานศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ที่ตัดสินใจศึกษาต่อกับอาชีวศึกษาจึงต้อง เลือกเส้นทางการศึกษาต่อกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้จบการศึกษาตาม เป้าหมาย นอกจากนี้การดำเนินการเก็บข้อมูลการวิจัยของการจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนเพื่อพัฒนาให้ เกิดระบบการเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษาพบว่าสถานศึกษาของอาชีวศึกษามีความยินดีที่จะเข้าสู่การเทียบ โอนหน่วยกิตร่วมกับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน เหตุเพราะมีนโยบายให้ ดำเนินการและต้องการเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาประกอบกับหลักสูตรการศึกษาที่มุ่งเน้นให้เกิดอาชีพมี ความสอดคล้องกับการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ดำเนินการพัฒนาขึ้น ในอีกด้านของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สามารถเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาของสำนักงาน การศึกษาขั้นพื้นฐานได้ เนื่องจากวิธีการจัดการศึกษาและจุดมุ่งหมายการศึกษารองรับกลุ่มเปราะบางทางสังคม โดยมีโครงสร้างที่กำหนดให้รองรับหน่วยกิตการศึกษาร่วมกันได้


206 สิ่งสำคัญที่เป็นอุปสรรคอีกประการคือความพร้อมของสถานศึกษาที่มีความสอดคล้องกับการเก็บข้อมูล สภาพปัญหาของสถานศึกษาที่ยังขาดอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีเข้ามารองรับการเก็บและบันทึกข้อมูล การเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษา จึงตัดสินใจไม่เข้าร่วมดำเนินการบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น ประกอบกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมจัดทำหลักสูตรเพื่อให้เกิดการเทียบโอนหน่วยกิต มีความจำเป็นต้อง เข้าร่วมจัดการศึกษาให้กับสถานศึกษาที่เข้าร่วมเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษา จึงทำให้เกิดความกังวลต่อการ ตัดสินใจเข้าร่วมถ่ายโอนหน่วยกิตการศึกษาของสถานศึกษา 4. โครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา การดำเนินการเก็บข้อมูลการวิจัยและพัฒนาให้เกิดโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษาพบว่า เครือข่ายชุมชนยินดีให้การสนับสนุนความร่วมมือกับสถานศึกษาเพื่อดูแลผู้เรียน ซึ่งได้ดำเนินการร่วมกันเป็น ประจำตามหน้าที่ของอาสาสมัครของหน่วยงานรัฐ ในแต่ละด้านพร้อมทั้งมีความผูกพันกับการเป็นบุตรหลาน เครือญาติของคนในชุมชน แต่ยังไม่มีการดำเนินการที่เป็นทางการในการประสานและติดต่อการทำงานร่วมกัน การลงพื้นที่เพื่อวิจัยและพัฒนาให้กับพื้นที่ขยายผลการวิจัย ผู้ให้ข้อมูลไม่สามารถสร้างข้อตกลง ร่วมกันได้เนื่องจากต้องมีศูนย์กลางการประสานงานการทำงาน การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ซึ่งต้องสรุปหากพบปัญหาที่มีความหลากหลาย ของเด็กด้อยโอกาสจะต้องมีการประชุมหารือและการประสานข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง แตกต่างกับพื้นที่วิจัยนำร่อง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอให้ใช้สถานที่ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล เป็นศูนย์กลางการบูรณาการและจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถานศึกษาทุกระดับ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายชุมชน จึงมีผลทำให้เกิดการประสานและการบูรณาการการทำงานร่วมกันได้ เป็นอย่างดี กล่าวโดยสรุปได้ว่าการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาได้อย่างสะดวกและคล่องตัวของระบบ นิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนเพื่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ การอำนวยการเรียนรู้ และระบบสนับสนุน ช่วยเหลือผู้เรียน ต้องได้รับการผลักดันจากระดับนโยบายเพื่อสนับสนุนให้เกิดการตัดสินใจในระดับสถานศึกษา ซึ่งต้องมีผู้ประสานการนำเข้าข้อมูลให้กับกลไกบูรณาการทางนโยบายที่มีอำนาจกำหนดนโยบายและตัดสินใจ ทางนโยบายตามกรอบอำนาจรัฐที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติทั้งในด้านของการ พัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา และการมีส่วนร่วมสนับสนุนจากชุมชน


207 4.3 ประเมินข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบการขยายผลการวิจัยระบบการเรียนรู้บนฐานชุมชน ต่าง บริบทพื้นที่อำเภอและการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา การดำเนินการวิจัยและพัฒนาในภาพรวม ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาให้เกิดการบูรณาการ สนับสนุนการศึกษาและการพัฒนาการศึกษาใน 3 ประเด็นประกอบด้วย 1) การพัฒนากลไกบูรณาการ ทางนโยบาย 2) การพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน 3) การพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาให้เกิดการบูรณาการร่วมกันระหว่างระบบนโยบาย ระบบสังคมและระบบการศึกษาให้เกิด การพัฒนาอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง โดยนำผลการวิจัยสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับคณะกรรมการนโยบาย การศึกษาระดับจังหวัดขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของสถานศึกษา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากระบบสังคมในระดับชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาให้กับสถานศึกษา ในชุมชน เพื่อให้ข้อมูลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและยอมรับจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งระดับผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทางนโยบายการศึกษา ที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนนโยบาย การพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาให้เกิดความยั่งยืนในระยะต่อไป คณะผู้วิจัย จึงได้ดำเนินการประเมินข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบการขยายผลการวิจัยระบบการเรียนรู้ บนฐานชุมชน ต่างบริบทพื้นที่อำเภอนำมาสร้างข้อสรุปเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับขับเคลื่อนพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา โดยนำข้อมูลการวิจัยไปพัฒนาขยายผลการดำเนินการในระยะต่อ ซึ่งต้องได้รับฉันทามติ จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับ ส่งผลต่อการเกิดความสัมพันธ์ของการขับเคลื่อนกลไกทุกระดับจากแผนพัฒนาการศึกษาเพื่อกำกับ ทิศทางการบูรณาการบริหารการศึกษาของหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ ประกอบกับในอีกด้านของชุมชน ให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนจากการมีหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนที่เชื่อมต่อกิจกรรมของชุมชน โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดึงเอาทุนทางสังคมและเศรษฐกิจเอามาบรรจุในการศึกษาในระบบ การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชน ที่ส่งผลต่อการเพิ่มผู้อำนวยการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนที่เข้ามา สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ได้จากครูชุมชน และครูผู้ปกครองที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนได้เป็น สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อประโยชน์ต่อการเข้าถึงการเรียนรู้ของผู้เรียน สิ่งสำคัญของการดำเนินการอีกด้านให้กับกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ในสภาพของเด็ก ที่มีครอบครัวฐานะยากจนเข้าร่วมทดลองหลักสูตรจากระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนไปพร้อมกับ การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา ซึ่งส่งผลต่อความด้อยโอกาสที่จะเกิดกับตัวผู้เรียน 2 ด้านคือ 1) ด้านความไม่เท่าเทียมของคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งรองรับจากการพัฒนา นวัตกรรมการศึกษา


208 2) ด้านความไม่เท่าเทียมของโอกาสและการเข้าถึงการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ ถูกจำกัด จากการเป็นผู้มีฐานะยากจน ซึ่งรองรับโอกาสและการเข้าถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้จากระบบนิเวศ การเรียนรู้บนฐานชุมชนให้สามารถสร้างโอกาสและการเรียนรู้ได้จากสิ่งแวดล้อมในชุมชนของผู้เรียน การดำเนินดังที่กล่าวมา เป็นการพัฒนาเชิงระบบที่มีกลไกทางนโยบายและกลไกชุมชนเข้ามาร่วม ขับเคลื่อนและประสานการบูรณาการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ระหว่างระบบการศึกษา ระบบสังคมและ ระบบนโยบายเชิงพื้นที่ สิ่งที่สำคัญของการขับเคลื่อนการประสานสอดคล้องร่วมกันพบว่า สำนักงานศึกษาธิการ จังหวัด ซึ่งสามารถเป็นตัวกลางสำหรับประสานทั้งภาคนโยบาย ภาคประชาสังคม ภาคเศรษฐกิจ และ ภาคการศึกษา เพื่อให้เกิดศูนย์กลางการบริหารจัดการด้านอำนาจรัฐร่วมกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามบริบทของ สังคมชุมชน และเศรษฐกิจ โดยมีนวัตกรรมการศึกษาที่ตอบสนองต่อความต้องการจำเป็นและสภาพปัญหาให้ เกิดการพัฒนาคนเป็นศูนย์กลางไปสู่การยกระดับการเรียนรู้ ทักษะ และขีดความสามารถที่นำไปสู่การแข่งขัน ทางเศรษฐกิจได้หากได้รับการประสานและสนับสนุนจากระบบนโยบายและระบบสังคมอย่างสอดคล้องกับ ความต้องการของสถานศึกษา ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้คณะผู้วิจัย จึงได้นำเสนอข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบจากการขยายผลการวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษาที่เข้าร่วมเป็นพื้นที่นวัตกกรรมการศึกษา โดยการจัดเวทีรับ ฟังความคิดเห็นจากผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ครู และคณะกรรมการสมัชชาการศึกษาจังหวัด เพื่อประเมินข้อมูลข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบจากการขยายผลการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ของสถานศึกษาที่เข้าร่วมเป็นพื้นที่นวัตกกรรมการศึกษา ซึ่งมีผู้เข้ารับฟังความคิดเห็นและให้การประเมินข้อมูล ดังกล่าวจำนวน 200 คน โดยดำเนินการขั้นตอนดังต่อไปนี้ 4.3.1 ประเมินข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบจากการขยายผลการวิจัย คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการนำเสนอข้อมูลให้กับผู้ร่วมรับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมิน ข้อมูลการวิจัยที่ส่งผลต่อการนำเสนอข้อมูลให้กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย และคณะกรรมการ ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอขอให้จังหวัดสุโขทัยจัดตั้งเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อให้เกิดเป้าหมายร่วมระหว่างผู้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติกับผู้กำหนดนโยบายระดับจังหวัดให้เกิด ความสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ รวมถึงการบูรณาการประสานสอดคล้องกับระบบอื่นที่นอกเหนือจากระบบการศึกษา เข้ามา มีส่วนร่วมสนับสนุนเป็นกลไกการบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาจากทุกภาคส่วนเข้ามา ให้การสนับสนุนการศึกษาเชิงพื้นที่ ซึ่งจะสามารถรองรับกลุ่มเปราะบางที่เป็นกลุ่มของเด็กด้อยโอกาส และผู้ยากจน จากการส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนที่ส่งผลต่อการมีสมรรถนะอาชีพ ซึ่งเป็นโจทก์สำคัญหลักของจังหวัดอันมีสาเหตุของความยากจนและส่งต่อความด้อยโอกาสที่เกิดจากการไม่ได้


209 รับการศึกษาที่มีคุณภาพไปพร้อมกับการตกอยู่ในสภาวะแรงงานขั้นต่ำที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสของการพัฒนา คุณภาพีชีวิตไปพร้อมกัน โดยการนำเสนอข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบการขยายผลการวิจัยเพื่อชี้ให้เห็นว่า ระบบการศึกษาต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนเข้ามาสนับสนุน เพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการ เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยมีลักษณะของการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัย ซึ่งได้รับการหนุนเสริมร่วมกัน ระหว่างสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานรัฐที่มีกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่เข้ามาให้การ สนับสนุนการศึกษา จนทำให้เกิดเป้าหมายร่วม กิจกรรมร่วม และอาศัยเกื้อกูลซึ่งกันและกันระหว่างระบบ การศึกษาและระบบสังคมในชุมชนให้เกิดการระดมทรัพยากรการศึกษา และการประสานสอดคล้องกับระบบ นโยบายเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ คณะผู้วิจัย จึงได้นำเสนอผลสรุปข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบการขยายผลการวิจัย กับพื้นที่วิจัยนำร่องให้กับผู้รับฟังความคิดเห็น โดยแจกแบบสอบถามเพื่อประเมินข้อมูลที่ได้นำเสนอผลการสรุป ข้อมูลโดยมีข้อสรุปผลการประเมินข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบการขยายผลการวิจัยดังต่อไปนี้ รายการประเมิน ด้านกลไกการบูรณาการทางนโยบายการศึกษา x̅ SD. 1 การบูรณาการเชิงนโยบายเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาระหว่างคณะกรรมการสมัชชาการศึกษากับ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด 5 0 2 การบูรณาการนโยบายด้านการช่วยเหลือเพื่อสร้างความพร้อมให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน 4.63 0.52 3 การบูรณาการนโยบายด้านการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส และผู้ยากจน 4.75 0.46 4 การบูรณาการระบบสนับสนุนทางสังคมและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนใน ชุมชน 4.63 0.53 5 การดำเนินการตามหลักการของการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for all) ที่ใช้หลักการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน (All for Education) ให้ส่งผลต่อการจัดการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) 5 0 ด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา x̅ SD. 1 การมีส่วนร่วมของหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา และชุมชน เพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษา 5 0 2 การมีส่วนร่วมสนับสนุนจากนักวิชาการ มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการและภาคประชาสังคมในพื้นที่ 4.63 0.53


210 รายการประเมิน 3 การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมออกแบบการศึกษา และจัดการศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรม การศึกษาให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ชุมชน 4.88 0.35 4 การสนับสนุนทรัพยากร งบประมาณ และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการศึกษา จากชุมชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ 5 0 ด้านการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน x̅ SD. 1 การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนเพื่อรองรับการเชื่อมต่อการศึกษา ในระบบ การศึกษานอก ระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยของชุมชนที่ส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึงระบบระบบนิเวศ การเรียนรู้ตลอดชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ 5 0 2 การนำเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ภูมิปัญญา หรือจุดเด่นของพื้นที่มาสร้างหลักสูตรการศึกษา เพื่อใช้ การศึกษามาสร้างการพัฒนาคนไปสู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของชุมชน 4.88 0.35 3 การสร้างระบบถ่ายโอนหน่วยกิต เพื่อรองรับการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือการเข้าเรียน สถานศึกษาอื่นในพื้นที่ชุมชนหรือในพื้นที่จังหวัดที่ส่งผลต่อการลดข้อจำกัดของการเข้าถึงระบบ การศึกษาและการสูญเปล่าทางการศึกษา 4.63 0.46 4 การมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชน ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้านผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ ในพื้นที่ชุมชน เพื่อสร้างการสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนจากความร่วมมือและ ประสานการจัดการศึกษาในลักษณะของ “บ้าน วัด รัฐ โรงเรียน”ในพื้นที่ชุมชน 4.75 0.46 ด้านโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา x̅ SD. 1 การป้องกันและลดผลกระทบภายในชุมชน การประสานความร่วมมือระหว่างเครือข่ายอาสาสมัครชุมชนกับ สถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นในพื้นที่ชุมชน 4.83 0.52 2 การวางแผนป้องกันและลดผลกระทบที่ส่งผลต่อเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นทีชุมชนร่วมกัน ระหว่างเครือข่ายอาสาสมัครชุมชนและสถานศึกษา 4.80 0.52 3 การวิเคราะห์คุณค่าภูมิปัญญา เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ เพื่อนำคุณค่ามาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ ก่อให้เกิดการสร้างสวัสดิการชุมชนและการแก้ปัญหาความยากจนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน 4.75 0.46


211 รายการประเมิน 4 การให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลเป็นศูนย์กลางความร่วมมือชุมชน เพื่อบูรณาการการแก้ปัญหาให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนให้ได้รับโอกาสและการเข้าถึงการ พัฒนาคุณภาพชีวิต 4.63 0.52 5 ด้านการส่งเสริมโอกาสและการเข้าถึงสวัสดิการและบริการของรัฐ ประสานความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนกับ กศน. ตำบล กับเครือข่ายชุมชนและองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและสภาพปัญหาของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ให้เกิด การประสานส่งต่อการขอรับการสนับสนุนและช่วยเหลือสวัสดิการของรัฐ 4.90 0.46 6 การให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลเป็นศูนย์กลางข้อมูลของเด็กด้อย โอกาสและผู้ยากจน เพื่อสร้างระบบฐานข้อมูลของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ชุมชน 4.75 0.46 7 ด้านการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ/อาชีพให้กับชุมชน การมีส่วนร่วมจาก นักวิชาการมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ ปราชญ์ชาวบ้านเข้ามาสนับสนุนการ สร้างอาชีพให้กับผู้ปกครองเด็กด้อยโอกาสให้มีทักษะอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว 4.75 0.46 8 การแก้ปัญหาโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน เพื่อสร้างการมีงาน และรายได้ให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนนำสร้างคุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมทางสังคม 4.63 0.52 9 ด้านการสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในชุมชน การให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล เป็นหลักประกันโอกาสทาง การศึกษา เพื่อให้เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนได้รับการศึกษาจากการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การ จัดการศึกษาต่อเนื่องและการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยตำบล 5.00 0 10 การสร้างความพร้อมให้กับเด็กที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษามีการปรับสภาพโดยนำเข้าศึกษา ต่อในระบบการศึกษาของการให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลจนเกิด ความรับผิดชอบต่อตนเองและมีแรงจูงใจในการศึกษาต่อ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการศึกษาต่อได้ด้วย ตนเอง 5.00 0


212 สรุปผลการประเมินภาพรวมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาผลการประเมินรายด้านมีผลการประเมิน ดังต่อไปนี้ 1.ด้านกลไกการบูรณาการทางนโยบายการศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าการ ดำเนินการตามหลักการของการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for all)ใช้หลักการมีส่วนร่วมของทุกภาค ส่วน (All for Education) ให้ส่งผลต่อการจัดการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education)และ การบูรณาการเชิงนโยบายเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาระหว่างคณะกรรมการสมัชชาการศึกษากับ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด มีค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมา คือการบูรณาการนโยบายด้าน การศึกษาเพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน ซึ่งสะท้อนให้เห็นความ สอดคล้องของข้อมูลจากสถานศึกษาที่ต้องการได้รับการสนับสนุนจากระดับนโยบายที่ตรงกับสภาพปัญหา ข้อจำกัดของสถานศึกษาที่มีอยู่ปัจจุบันเพื่อปรับลดกฎเกณฑ์ หรือ ปัญหาที่มีอยู่ของการบริหารสถานศึกษา โดยมีความสอดคล้องกับต้องการของสถานศึกษานำร่องพื้นที่การวิจัยที่มีความต้องการได้รับการสนับสนุนจาก กลไกบูรณาการนโยบายผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาโดยมีชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหา ให้ระบบการศึกษา 2.ด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าการสนับสนุน ทรัพยากร งบประมาณ และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการศึกษา จากชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา และชุมชน เพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษา มีค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมาคือ การมีส่วนร่วม สนับสนุนจากนักวิชาการ มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการและภาคประชาสังคมในพื้นที่ และการเปิดโอกาสให้ ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมออกแบบการศึกษา และจัดการศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษาให้กับ สถานศึกษาในพื้นที่ชุมชนตามลำดับ สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของสถานศึกษานำร่องที่เข้า ร่วมพัฒนานวัตกรรมการศึกษามีความต้องการได้รับการสนับสนุนทรัพยากรการศึกษาให้เกิดความพร้อมสำหรับ การสร้างนวัตกรรมการศึกษา โดยการสนับสนุนความร่วมมือพัฒนาจากทุกภาคส่วน 3.ด้านการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าการ พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนเพื่อรองรับการเชื่อมต่อการศึกษา ในระบบ การศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัยของชุมชนที่ส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึงระบบระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตของเด็ก และเยาวชนในพื้นที่ค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมาคือ การนำเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ภูมิปัญญา หรือ จุดเด่นของพื้นที่มาสร้างหลักสูตรการศึกษา เพื่อใช้การศึกษามาสร้างการพัฒนาคน ไปสู่การพัฒนาสังคมและ เศรษฐกิจของชุมชนและการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชน ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้านผู้ประกอบการ และ หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ชุมชน เพื่อสร้างการสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนจากความ ร่วมมือและประสานการจัดการศึกษาในลักษณะของ “บ้าน วัด รัฐ โรงเรียน”ในพื้นที่ชุมชน และการสร้างระบบ


213 ถ่ายโอนหน่วยกิต เพื่อรองรับการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือการเข้าเรียนสถานศึกษาอื่นในพื้นที่ชุมชนหรือ ในพื้นที่จังหวัดที่ส่งผลต่อการลดข้อจำกัดของการเข้าถึงระบบการศึกษาและการสูญเปล่า ทางการศึกษา รองลงมาตามลำดับสอดคล้องกับการขยายผลพื้นที่การวิจัยที่สถานศึกษาต้องการสนับสนุนความร่วมมือในการ ร่วมจัดการศึกษาเพื่อสร้างการหนุนเสริมทางวิชาการ งบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกันกับ ระบบการศึกษาอื่นเพื่อสร้างประโยชน์ต่อการเรียนรู้ สภาพแวดล้อมการเรียนและการสนับสนุนการเรียนรู้ ให้กับผู้เรียน 4.ด้านโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าการให้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล เป็นหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนได้รับการศึกษาจากการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการศึกษาต่อเนื่องและการ จัดการศึกษาตามอัธยาศัยของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลและการสร้างความ พร้อมให้กับเด็กที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษามีการปรับสภาพโดยนำเข้าศึกษาต่อในระบบการศึกษาของ การให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลจนเกิดความรับผิดชอบต่อตนเองและมี แรงจูงใจในการศึกษาต่อ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการศึกษาต่อได้ด้วยตนเองมีค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมา คือ ประสานความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนกับ กศน. ตำบล กับเครือข่ายชุมชนและองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและสภาพปัญหาของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ให้ เกิดการประสานส่งต่อการขอรับการสนับสนุนและช่วยเหลือสวัสดิการของรัฐรองลงมาตามลำดับ สอดคล้องกับ การลงพื้นที่ขยายผลการวิจัย ซึ่งสถานศึกษามีความเห็นสอดคล้องกันว่าควรมีศูนย์กลางการบริหารจัดการเพื่อ เชื่อมต่อการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างสถานศึกษาทุกระดับและชุมชนในพื้นที่เพื่อสร้างการรอง วางแผนวิเคราะห์การช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน ตลอดจนวางแผนการจัดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง สถานศึกษากับชุมชน เพื่อรองรับการช่วยเหลือผู้เรียนอย่างรอบด้านและป้องกันผลกระทบจากสังคมและ เศรษฐกิจที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ การสรุปข้อมูลจากการเก็บแบบสอบถามผู้รับฟังความคิดเห็นแล้ว คณะผู้วิจัยได้นำเสนอ ข้อมูลให้กับผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่เพื่อรับฟังข้อมูลและประเมินข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบ จากการขยายผลการวิจัย ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 2 เขต ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยจังหวัด และศึกษาธิการจังหวัด รวม 5 ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูล โดยใช้เทคนิควิธีการเก็บข้อมูลด้วยการ สนทนากลุ่ม เพื่อประเมินข้อมูลและกำหนดแนวทางสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาตามประเด็นดังต่อไปนี้


214 1. ข้อมูลสรุปผลการวิจัยสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน มีความถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ผู้ให้ข้อมูลมีความเห็นสอดคล้องกันว่าข้อมูลมีความถูกต้องและเหมาะสมเพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบาย สำหรับบูรณาการจัดการศึกษาและการสนับสนุนการศึกษาร่วมกันระหว่างหน่วยงานทางการศึกษา และ หน่วยรัฐด้านสวัสดิการสังคมเพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาจากระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่แต่ละแห่ง โดยการสร้างการสนับสนุนที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ ของสถานศึกษาและชุมชนในพื้นที่ดังที่ผู้ให้ข้อมูลได้ให้ข้อมูลไว้ดังต่อไปนี้ ....ตั้งแต่ปี 60 เป็นต้นมา นโยบายหลักของเรา คือ การขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติและอีกสิ่งหนึ่ง ที่พยายามขับเคลื่อนมาตลอดคือพื้นที่นวัตกรรม ศึกษาธิการจังหวัดมีองค์คณะทั้งหมด 10 องค์คณะ มีคณะกรรมการ กศจ. โดยมีท่านผู้ว่าเป็นแกนนำในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ มีอนุอยู่ 3 คณะ แต่อนุกรรมการ อีก 1 คณะในการขับเคลื่อนด้านนโยบาย คือ อนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา เราเริ่มคุยกันมาตลอดทุกครั้งที่เราได้งบประมาณมากับทุกภาคส่วน สำหรับการนำข้อมูลมาทำ การวิจัย เพราะคิดว่าวิจัยจะเป็นคำตอบทางด้านสมมติฐาน ว่าทำอย่างไรเราจะบูรณาการศึกษาของจังหวัดเรา ให้เป็นแนวทางเดียวกัน ทำอย่างไรให้คนที่เข้าร่วมกลุ่มกับเราจะได้รับโอกาสมีประสิทธิภาพกลับมา เหล่านี้เรา ขับเคลื่อนมาตลอดประมาณ 4 ปี จนสุดท้ายจังหวัดสุโขทัยของเรากำลังรอมติ ครม. แล้วรอประกาศ ราชกิจจานุเบกษา เพื่อที่จะมาพื้นที่นวัตกรรมร่วมกันกับ อีก 4 จังหวัด เฟสแรก 4 จังหวัด สุโขทัยเป็นจังหวัด แรกในเฟสที่ 2 ถึงขั้นตอนนี้จากการนำเสนอข้อมูลการวิจัยของคณะผู้วิจัยซึ่งลงพื้นที่เก็บข้อมูลทั้งจังหวัดในพื้นที่ คัดเลือกการวิจัยทุกคนได้เห็นแล้วว่าสุโขทัยประกอบไปด้วย 9 อำเภอ ใน 9 อำเภอเราจะเห็นความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม มีภูมิประเทศหลากหลาย หลาย ๆ บริบท ไม่สามารถไปด้วยกันได้เลย แต่จะทำอย่างไร ผลการวิจัยตรงนี้ให้มีตัวชี้วัดเดียวกัน สุดท้ายสิ่งที่จะเราทำคือในของคุณภาพ นอกจากเราจะเปิดโอกาส ตอนนี้ เราเปิดโอกาสให้เด็กที่ขาดแคลน อยู่ตามชายขอบ สุโขทัยเราอย่างที่บอก 9 อำเภอ มีความหลากหลาย เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าการวิจัยของเราตอนนี้เดินมาถูกทางแล้ว ผลการปฏิบัติเราได้เห็นอยู่ ในแต่ละวิชาจะไม่ เหมือนกัน เพราะบริบทแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเราควรบูรณาการหน้าที่ของการศึกษาร่วมกันมี 2 อย่าง คือ 1.เรื่องโอกาส เราต้องให้โอกาสทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน 2.เรื่องคุณภาพ สิ่งหนึ่งที่ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนมา คือ ตอนนี้เด็กบางคนไปเล่นกีฬา กลับมาชั่วโมงเรียนไม่ครบ ไม่ได้สอบ เรื่องนี้ครูไม่ ผิด เพราะในเมื่อหลักสูตรกำหนดมาแบบนั้น แต่จะทำอย่างไรทำให้เด็กพวกนี้ไม่เสียโอกาส ทำอย่างไรให้เด็กฝึก ทักษะอาชีพแล้วสามารถนำมาใช้ในด้านการเรียนการสอนได้ด้วย ปัญหาเหล่านี้กำลังจะถูกแก้ไขถ้าเรามีพื้นที่ นวัตกรรมและการนำข้อมูลของเราใช้กำหนดทิศทางการบูรณาการร่วมกันจะทำให้เรามีการปรับปรุงหลักสูตร มีการแก้ปัญหาที่เป็นปัญหาของโรงเรียนในพื้นที่เราให้ตรงกับปัญหาและความต้องการของเค้าร่วมกัน ซึ่งทางเราเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อน โดยเอาทุกองค์กรเข้ามาร่วมสนับสนุน ตอนนี้เรามีผู้ทรงคุณวุฒิ


215 ของมหาวิทยาลัยกำแพงเพชร มหาวิทยาลัยนเรศวร มาร่วมรับฟัง ซึ่งบุคคลเหล่านี้มาช่วยกันขับเคลื่อน ตอนนี้ เรามีหลักสูตรที่หลากหลายอยู่ กำลังจะถูกปรับปรุงจากผลการวิจัย ตอนนี้ผมขอนำร่องตรงนี้ก่อน (ผู้บริหารการศึกษา คนที่ 1 ,วันที่ 12 กันยายน 2565) ...ภารกิจเขต 1 ได้มีส่วนร่วมในการสร้างและพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 คือ 3R8C ของศึกษานิเทศก์ คือ การพัฒนาครูผู้สอนให้มีทักษะ โดยเฉพาะการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรม และพัฒนาให้ผู้เรียนได้มีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ อ่าน เขียน คำนวณต้องเป็นหมด แม้กระทั่ง การพัฒนาให้ผู้เรียนได้มีทักษะอาชีพ เป็นงานหลัก ๆ ของ สพป.สุโขทัยเขต 1 ดำเนินการโดย ศน.ทำงานที่ เกี่ยวข้องกับวิจัยและนวัตกรรมก็คือช่วงที่ผ่านมามีช่องว่างในเรื่องของพัฒนาการทางสมองของเด็ก การเรียนออนไลน์เด็กไม่มีความพร้อมในด้านเทคโนโลยี ต้องใช้การระดมทรัพยากรจากผู้มีจิตศรัทธามาให้เด็กก็ ยังไม่พร้อมอยู่ดี เขตก็จะทำการพัฒนาเด็ก ให้ครูคิดนวัตกรรม โรงเรียนคิดนวัตกรรม รูปแบบอะไรก็ได้มา พัฒนาเด็กให้เด็กมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ ได้ทันสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นโครงการจัดประกวดให้ครูหรือ โรงเรียนมาแข่งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ในสถานการณ์ที่เด็กมีความบกพร่อมทางการเรียนรู้ หรือ Learning Loss ได้รับนโยบายมาจาก สพฐ. การนำเสนอข้อมูลการวิจัยต้องยอมรับว่ามีความถูกต้องและเป็นข้อจำกัดของการศึกษาเราหลายอย่าง ซึ่งเราไม่สามารถขาดการสนับสนุนได้จากส่วนอื่นเข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัยใน พื้นที่ ไม่ว่าเราจะทำนวัตกรรมการศึกษาได้ยังไงก็ตามแต่หากขาดระบบนิเวศการเรียนรู้เข้ามาช่วยให้เด็ก สามารถเรียนนอกห้องเรียนได้อย่างหลากหลาย ที่เรายังขาดอยู่ตอนนี้ คือ การพัฒนาผู้สอนให้มีความสามารถ ในการจัดการเรียนการสอนแบบ coding เกิดวิชาใหม่คือวิทยาการคำนวณ กิจกรรมที่ใช้เทคโนโลยี เทคนิค การสอนต่าง ๆ เอามาประยุกต์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาการเรียนรู้ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างครูกับผู้เรียน สามารถที่จะพัฒนาผู้เรียนและครู ถือเป็นวิชาที่จำเป็นที่ต้องพัฒนา ครูในการจัดการศึกษา ตอนนี้มีอุปสรรคพอสมควรในเรื่องครูยังไม่ได้ความแตกฉานในเรื่องการใช้เทคโนโลยี เรา พยายามปรับปรุงในส่วนนี้ ที่ผมกล่าวมานี้เป็นไปตามหัวข้อวันนี้ (ผู้บริหารการศึกษา คนที่ 1 ,วันที่ 12 กันยายน 2565) เขตพื้นที่บริการของเราถ้าในจังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่ค่อนข้างกว้าง มีความแตกต่างมาก เป้าหมายหลัก ของการทำพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา คือ โอกาสและคุณภาพ ซึ่งสำคัญเราต้องดูบริบทของพื้นที่ อย่าง บาง โรงเรียนมีเด็กประมาณ 792 คน เป็นเด็กในพื้นที่ประมาร 100 คน ที่เหลือเดินมามาไกลประมาณ 60-70 กิโล เป็นเด็กชาวเขา นวัตกรรมที่คิดค้น หรือพัฒนาเด็กค่อนข้างจะลำบาก ซึ่งต้องมีระบบนิเวศการเรียนรู้ตามข้อมูล การวิจัยรองรับ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจัดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชนกับสถานศึกษา เพราะไม่จำเป็นต้อง เรียนที่โรงเรียนอย่างเดียว การเรียนรู้ถ้าสามารถเสริมได้จากชุมชนหรือที่บ้านได้ก็ยิ่งดี ให้เด็กได้เรียนรู้จาก สิ่งรอบตัวที่เค้ามี ซึ่งเราก็มีนโยบายส่งเสริมอยู่แล้ว และยินดีร่วมกันทำเพื่อเด็กในพื้นที่เรา (ผู้บริหารการศึกษา คนที่ 2 ,วันที่ 12 กันยายน 2565)


216 งานวิจัยที่ได้ฟัง เห็นด้วยที่มีกลไกในการขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลไป จนถึงระดับมหาวิทยาลัย จะมี Keyword คือการเรียนรู้ตลอดชีวิตบนพื้นฐานระบบนิเวศ ในจังหวัดสุโขทัยจะ เห็นว่าเรามีแหล่งเรียนรู้ที่ได้เปรียบมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ ในเรื่องแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ ศิลปะวัฒนธรรม ตรงนี้สามารถเป็นแหล่งเรียนสำหรับนักเรียนได้ทุกกลุ่ม นอกจากนั้นมีภูมิปัญญาท้องถิ่นเราจะเห็นว่าในเขต ตำบลเมืองเก่าที่เราได้ดำเนินการเป็นตัวอย่างกลุ่มงานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปั้นเครื่องสังคโลก การปั้นเครื่องดินเผา เราสามารถนำไปเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เด็กเรียนรู้ได้ ในเมืองเก่าเองก็มีตลาด โรงเรียนอื่น ๆ ที่มีผลิตภัณฑ์ หรือนวัตกรรมที่ได้จากด้านอาชีพ ก็นำเอาไปขายที่ตลาดเมืองเก่าเป็นการสร้างอาชีพได้ตรงนี้ เป็นการสร้างเครือข่ายทางการศึกษาทำให้เด็กได้เปิดโลกกระทัด เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จากสถานที่จริงสำหรับ การบูรณาการร่วมกันเรายินดีเป็นอย่างยิ่งเพราะการเปลี่ยนแปลงปัจจุบันหากเราไม่ช่วยกันก็จะทำให้เสียโอกาส กับเด็ก สิ่งที่มาเสริมให้กับเราในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อช่วยโรงเรียนในสังกัดเราก็ยินดีสนับสนุนและ สานต่อให้กับครูและนักเรียนในพื้นที่ (ผู้บริหารการศึกษา คนที่ 1,วันที่ 12 กันยายน 2565) งานเราจะเป็นภารกิจช่วยเหลือให้กับผู้ที่พลาดโอกาส หรือขาดโอกาสทางการศึกษาในสังคมทุกกลุ่ม ปัญหาที่เราเจอคือจะมีอยู่กลุ่มนึงที่ไม่เอาโอกาสอะไรเลย เลยเป็นประเด็นที่เราต้องมาร่วมกันจัดการศึกษา ให้เค้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ โดยการทำทุกวิธีทางให้ กศน.จังหวัดร่วมกับ กศน.อำเภอ สิ่งที่เราทราบและทำ มาตลอดคือการเชื่อมโยงเครือข่ายและกลไกทางสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาที่เรียกว่า โครงข่ายคุ้มครอง ทางสังคม เราสร้างให้มีทุกภาคส่วนมาร่วมกันในการจัดการศึกษาให้กับคนในชุมชน มีคุณภาพชีวิตที่ดี ให้โอกาส ได้รับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือช่วยสงเสริมอาชีพให้เค้าสามารถมีอาชีพมีรายได้ อยู่ในสังคมได้อย่างมี ความสุข อันนี้คือภารกิจของทาง กศน.จังหวัด สำหรับการบูรณาการเรายินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะอยากให้เสนอเป็นแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด ให้มีการขับเคลื่อนร่วมกันเลยยิ่งดีเพราะจากข้อมูลการวิจัยก็ทำให้เราได้เห็นปัญหาร่วมกันแล้วว่าความยากจน กับความด้อยโอกาสเป็นของคู่กัน ทั้งในส่วนของปัญหาของระบบการศึกษาที่นำเสนอมาคิดว่าแต่ละระบบ ที่จัดการศึกษาก็มีปัญหาที่เหมือนๆกัน (ผู้บริหารการศึกษา คนที่ 2 ,วันที่ 12 กันยายน 2565) กล่าวโดยสรุปได้ว่า การนำเสนอข้อมูลศึกษาเปรียบเทียบจากการขยายผลการวิจัยไปยังต่างบริบทพื้นที่ ผู้รับฟังความคิดเห็นได้ประเมินข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณมีข้อสรุปสอดคล้องกันว่าข้อมูล มีความถูกต้องและเหมาะสมที่จะนำไปจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนกลไกบูรณาการทางนโยบาย สำหรับพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน เพื่อพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่ต่อไป


217 2.แนวทางการสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษา เพื่อรองรับพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาควรเป็นอย่างไร การประเมินข้อมูลที่ได้รับการยอมรับผลการศึกษาวิจัยสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศ การเรียนรู้บนฐานชุมชนจากการลงพื้นที่ขยายผลการวิจัยดังที่กล่าวมาแล้ว คณะผู้วิจัยได้จัดเก็บและวิเคราะห์ ข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูล ซึ่งเป็นผู้บริหารหน่วยงานทางการศึกษาที่จะต้องร่วมกันขับเคลื่อนการบูรณาการสนับสนุน และพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เพื่อจัดทำข้อสรุปของการบูรณาการร่วมกันระหว่างกลไกบูรณาการ ระบบนิเวศ การเรียนรู้บนฐานชุมชนและการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาตามสรุปผลการวิจัยเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย สำหรับขับเคลื่อนการบูรณาการในระยะต่อไป โดยผู้ให้ข้อมูลได้ให้ความเห็นสำหรับสร้างแนวทางการสนับสนุน และพัฒนาการศึกษาเพื่อรองรับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาดังต่อไปนี้ ...ผมจำคำกล่าวของปราชญ์ชาวบ้านภายใต้ภาวผู้นะ เราต้องสร้างบางสิ่งบางอย่าง ต้องขายฝัน แต่ปัจจุบันฝันเป็นรูปธรรม เพราะโลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เมื่อก่อนโลกเปลี่ยนแปลงทุก ๆ 20 ปี ถ้าเรานึกถึงยุทธศาสตร์ชาติ จะเห็นว่าวางไว้ถึง 20 ปี แต่ถ้าเรามองตอนนี้ยุทธศาสตร์จะล้าสมัยทันที เพราะว่า เมื่อวานกับวันนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง เรากำลังเอาแบบเก่า ๆ มาใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ มาใช้แล้วก็หมดไป แต่ถ้าเรามาเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ การศึกษาตลอดชีวิต ทุกอย่างอาจขายยฝันว่าเราจะมาช่วยกันเติมเต็มว่าทำยังไง คุณภาพกับโอกาสจะเกิดขึ้นพร้อมกัน ถ้าวันนี้เราไม่เริ่มทั้ง ๆ ที่เรามีต้นทุน อย่างสุโขทัยเรามีต้นทุนมา 4 ปีใน การขับเคลื่อน คำว่านวัตกรรมไม่ใช่สิ่งใหม่ นวัตกรรมอาจเป็นของเดิมที่เราพัฒนาต่อยอดเราก็เรียกว่านวัตกรรม แต่สิ่งนึงที่ประกอบกับคำว่านวัตกรรมก็คือในเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ เราพูดถึงเด็กที่ไม่เอาโอกาส เรา มองว่าทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนกันหมด ผมคิดว่าเราจะพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มีวิธีเดียว คือการศึกษา ผมฝากข้อคิดไว้ว่า “ใครเค้าว่าเราปิดทองหลังพระเพราะล้าหลัง ใครไม่ทราบเด่นชัดแต่เราเห็น จะปิดทองหน้า พระหลังพระไม่จำเป็น แต่ที่เห็นเด่นชัดคือศรัทธา” ช่วยกันสร้างศรัทธาวิชาชีพครู ช่วยกันสร้างศรัทธากับ การศึกษาให้มันเกิดขึ้นแล้วขับเคลื่อนสิ่งที่เรามีอยู่ให้เกิดเป็นนวัตกรรม ขับเคลื่อนให้มันเกิดทั้งคุณภาพและ โอกาสในเวลาเดียวกัน คงเป็นความสัมพันธ์ที่จะขาดการสนับสนุนซึ่งกันและกันไม่ได้ ระหว่างกลไกบูรณาการทางนโยบาย ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนและการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เพราะเรารู้กันดีว่าบางอย่างของ การศึกษายังมีข้อจำกัดอยู่ และยังมีเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสังคมและเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ทางเราทำแค่ อย่างใดอย่างหนึ่งไม่มีความสัมพันธ์กันเป็นระบบ ปัญหาที่จะเกิดตามมาคือความยั่งยืนที่จะเกิดกับการศึกษา ของคนในบ้านเรา ผมจึงขอเสนอว่าจากการวิจัยเราควรจะนำไปสร้างเป็นประเด็นการศึกษาของจังหวัดและ นำไปใส่ไว้ในแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัดเรา เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาร่วมกันต่อไป (ผู้บริหารการศึกษา คนที่ 1 ,วันที่ 12 กันยายน 2565)


218 ....การสร้างคิดค้นงานวิจัยนวัตกรรมเป็นนโยบายในส่วนของ สพฐ.ที่ระบุในแผนนโยบาย ซึ่งเขตได้ ดำเนินการโครงการกิจกรรมที่กำหนดให้สถานศึกษาสร้างสรรค์นวัตกรรมขึ้นมา ตอนนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอน การดำเนินการยังไม่มีข้อมูลที่เป็นรูปธรรม เราสามารถนำข้อมูลสถิติมาสร้างสรรค์เป็นสารสนเทศที่เป็นรูปธรรม ที่ชัดเจน เราก็ได้ดำเนินการอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เขตพื้นที่ก็จะเร่งดำเนินการให้เรียบร้อยและหวังว่าผลที่ได้รับ น่าจะเป็นการพัฒนาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการศึกษา จะได้ผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจและเห็นความตั้งใจ ของสุโขทัยที่ได้พัฒนาเป็นพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาจังหวัด โดยเฉพาะ การพัฒนาทรัพยากรคนในจังหวัดซึ่งสถานศึกษาหรือเขตพื้นที่การศึกษาถือเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการ ขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา เห็นด้วยที่จะทำร่วมกันในภาพรวมของจังหวัดให้มีแผนการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันที่มีทั้งระบบ นิเวศการเรียนรู้สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่อยากให้เกิดคือการระดมทรัพยากร การศึกษาและการพัฒนาครูในภาพรวมของจังหวัด เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือกันจะทำให้ช่วยเหลือและ แบ่งปันความรู้ในการพัฒนาร่วมกันได้อย่างดี (ผู้บริหารการศึกษา คนที่ 2 ,วันที่ 12 กันยายน 2565) ...เป้าหมายความสำเร็จในด้านการมีส่วนร่วม ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนคือโรงเรียนคือ ผู้ปกครอง เป็นส่วนสำคัญ ถ้าขยายโตขึ้นก็คือหน่วยงานของเรา บ้านเรามีโอกาส มีวัฒนธรรม มีแหล่งเรียนรู้ที่เป็น ที่สามารถใช้ในการเรียนการสอนที่มากกว่า ถ้าเราวางแผนในการดึงกลุ่มเหล่านี้มาใช้ในการสร้างนวัตกรรม ทางการศึกษาก็จะได้รับความร่วมมือและประสบผลสำเร็จ ด้านที่ 2 บริบบทของพื้นที่ เป็นปัจจัยที่นำเสนอไป ตั้งแต่แรกแล้วว่าสุโขทัยมีพื้นที่ต่างกัน โอกาสก็ต่างกัน ถ้าเราไม่ศึกษาบริบทให้ดีผมว่าก็จะยากที่จะ ไปสู่เป้าหมาย สุดท้ายนโยบายที่ออกมาบางอย่างมันไม่สอดคล้องกับพื้นที่ ถ้าสมมุติว่านโยบายสามารถ ปลดข้อจำกัดได้หรือคิดนอกกรอบได้ ผมว่าตรงนี้จะเป็นเป้าหมายโยงไปสู่นวัตกรรมในพื้นที่ให้สำเร็จได้ (ผู้บริหารการศึกษา คนที่ 3 ,วันที่ 12 กันยายน 2565) ...สิ่งที่เราได้ไปพบพื้นที่จริงตัวอย่างของงานวิจัย เช่น โรงเรียนลิไทตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า เราพบว่า โรงเรียนบริหารจัดการโดยที่ครูในโรงเรียนทำ PlC หาปัญหา รวบรวมปัญหา รวบรวมสิ่งที่ต้องการ หลังจากนั้น ครูก็จะจัดกิจกรรมวัดแววความถนัดหรือความสนใจโดยใช้พหุปัญญา ในส่วนความถนัด ความสนใจ ความ ต้องการของนักเรียนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว บางคนเก่งในด้านวิชาการ บางคนเก่งด้านงานฝีมือ ทางโรงเรียน วิเคราะห์ออกมาแล้วปรากฏว่าเด็กที่โรงเรียนมีความสนใจและความถนัดถึง 18 กิจกรรม โรงเรียนก็สนองความ ต้องการให้ผู้เรียน โดยบางคนจะสงสัยว่าถ้าบางกิจกรรมที่ครูจัดไม่ได้จะทำอย่างไร ครูก็ใช้วิธีเครือข่าย เช่น ปราชญ์ชาวบ้านหรือการเชิญอาจารย์ภายนอกมาก็ดี นอกจากนั้นมีการเรียนรู้และสงเสริมการเรียนรู้ผ่าน


219 credit bank ตรงนี้ได้รับความร่วมมือจากอาชีศึกษาโดยส่งอาจารย์มาสอนในเรื่องของบัญชี เมื่อนักเรียนเรียน จบระดับม.3 อยากไปเรียนต่ออาชีวะ นักเรียนก็เก็บหน่วยกิตตรงนี้ไปเรียนต่อเนื่องในอาชีวะได้ และนอกจากนี้ คุณครูจะมีการเปลี่ยนแปรงตนเองจากเคยเป็นผู้สอน เป็นผู้คอยชี้แนะ “โค้ชชิ่ง” (ผู้บริหารการศึกษา คนที่ 4 ,วันที่ 12 กันยายน 2565) ...เราสร้างโอกาสให้กับผู้ที่พลาดโอกาส ด้อยโอกาสทางสังคมทั้งที่เป็นผู้ในวัยแรงงานหรือนักเรียนที่ หลุดออกมาจากระบบ เราสร้างโอกาสให้เค้าได้ศึกษาต่อจนจบในระดับการศึกษาภาคบังคับ เราสร้างโอกาส ให้กับคนในสังคมที่ไม่มีอาชีพ ให้เค้าได้มีอาชีพ มีรายได้ เราพยายามส่งต่อคนที่จบในการศึกษาภาคพื้นฐาน ให้ไปเรียนในระดับอุดมศึกษา มีผู้ประสบความสบความสำเร็จเยอะ ผู้ที่ประสบความสำเร็จทางอาชีพก็มีเยอะ ผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพแต่ไม่มีวุฒิทางการศึกษา อยากประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา กศน.เปิดโอกาส หลักสูตรเทียบ สามารถเทียบอาชีพที่ประสบความสำเร็จมาเทียบเป็นองค์ความรู้ มาเทียบวุฒิ ทางการศึกษาให้ประสบความสำเร็จในระดับประถมศึกษา ม.ต้น ม.ปลายได้ ถ้าบางคนไม่มีอะไรเลยก็มาเรียน ให้สำเร็จระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย แล้วนำไปประกอบอาชีพ เป็นสิ่งที่เราภูมิใจ ที่เราสามารถสร้างคนได้ เราเลยมองว่าแบบนี้ที่เราเรียกว่าหลักสูตรฐานสมรรถนะที่เราสามารถปรับเปลี่ยนคนได้ ให้เข้าสู่ระบบการศึกษา และประสบความสำเร็จในชีวิตได้ จากข้อมูลการวิจัยการกำหนดนโยบายควรจะนำผลการวิจัยไปใช้เป็นแนวทาง โดยเฉพาะสภาพปัญหาและข้อจำกัดของสถานศึกษาในพื้นที่ และการสร้างการมีส่วนร่วมกันระหว่าง สถานศึกษาในพื้นที่ด้วยกันก็ดี หรือกับชุมชนก็ดี ให้มีสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อกับผู้เรียนทั้งที่โรงเรียน ที่บ้านและที่ชุมชน จะส่งผลดีการมีนวัตกรรมการศึกษาที่เกิดขึ้น (ผู้บริหารการศึกษา คนที่ 5 ,วันที่ 12 กันยายน 2565) ...สิ่งที่ กศน.พูดจบไป คือ นวัตกรรม การขับเคลื่อนทางด้านนวัตกรรมสิ่งที่ทางจังหวัดสุโขทัยเรากำลัง ทำ คือ credit bank ผมเห็นหลาย ๆ ที่ใช้ แต่ผมเสียดายโอกาสอาชีวที่กำลังยกเลิกหลักสูตรทวิศึกษา ภาคีศึกษา ต่าง ๆ เนื่องจากอาชีวะกำลังคิดหลักสูตรใหม่ คือเรียนปวช. ปวส. ใช้เวลา 4 ปี ได้ 2 วุฒิควบกัน ผมว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการเปิดโอกาสให้กับเยาวชน และ credit bank ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ทำอย่างไรให้ขับเคลื่อนไป กับการศึกษาทุกระบบ เรากำลังเดินมาถูกทาง หลังจากที่เรากำลังจะเป็นพื้นที่นวัตกรรม กระบวนการที่จะปลด แอกและวิธีการจะขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการเขตพื้นที่นวัตกรรม ว่าจะทำอย่างไรจังหวัดที่เป็นพื้นที่ นวัตกรรมเราจะจัดการศึกษาได้เป็นแนวเดียวกัน เราจะเทียบโอนให้เป็นแนวเดียวกัน ตรงนี้จังหวัดสุโขทัย จะมีงานวิจัยที่เป็นพื้นฐานและพร้อมที่จะต่อยอด เราจึงกล้าพูดได้ว่านี่คือนวัตกรรม และนวัตกรรม คือ การเปิด โอกาสให้ทุกคนได้มีการศึกษา กระบวนการเหล่านี้จะถูกปรับเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษามากขึ้น (ผู้บริหารการศึกษา คนที่ 6 ,วันที่ 12 กันยายน 2565)


220 กล่าวโดยสรุปคือ ผู้ให้ข้อมูลมีความเห็นสอดคล้องกันสำหรับแนวทางการสนับสนุนและพัฒนา การศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษา เพื่อรองรับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาความจะมีการกำหนดนโยบาย การพัฒนาการศึกษาร่วมกันที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของสถานศึกษาที่เข้าร่วมพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษานำร่อง โดยมีข้อสรุปตามประเด็นดังต่อไปนี้ 1. กำหนดทิศทางการบูรณาการจัดการศึกษา โดยมีระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนและ การพัฒนานวัตกรรมการศึกษาให้เกิดการพัฒนาร่วมกันจากการมีส่วนร่วมระหว่างสถานศึกษา ชุมชน ผู้ปกครอง และนักวิชาการเข้ามาให้การสนับสนุนทางวิชาการเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม การศึกษาร่วมกัน 2. สนับสนุนการระดมทรัพยากรการศึกษา การพัฒนาครูให้มีทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งเน้นการ สนับสนุนสวัสดิการการศึกษาและทุนการศึกษาจากการพัฒนาโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมและกอง ทุนการศึกษา 3. มุ่งเน้นการนำทุนทางสังคมและเศรษฐกิจเข้ามาสร้างหลักสูตรสมรรถนะจากสิ่งแวดล้อมใน ชุมชนและพัฒนาการเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างสถานศึกษาเพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษา 4. พัฒนาครูเพื่อเพิ่มทักษะด้านการออกแบบการเรียนรู้ตามมาตรฐานวิชาการ โดยได้รับการ สนับสนุนจากมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการนิเทศแบบให้คำแนะนำ (Coaching) และระบบพี่ เลี้ยง (Mentoring) ให้กับสถานศึกษา 4.3.2 ประเมินข้อมูลการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษาที่เข้าร่วมเป็นพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา การนำผลการวิจัยไปใช้เพื่อขับเคลื่อนกลไกการบูรณาการทางการศึกษาเพื่อพัฒนานวัตกรรม การศึกษาเป็นอีกด้านที่ส่งผลต่อความสำเร็จที่ทำให้เกิดการยกระดับพื้นที่ให้เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งจากการเก็บข้อมูลการวิจัยภาคสนามพบว่าสถานศึกษาที่เข้าร่วมด้วยความสมัครใจยังคงมีศักยภาพ ในการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากศึกษานิเทศก์ และมหาวิทยาลัย โดยใช้กระบวนการให้คำแนะนำ (Coaching) และระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) จึงทำให้สถานศึกษาได้พัฒนา นวัตกรรมการศึกษาขึ้น คณะผู้วิจัยได้จัดเวทีประเมินการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษาที่เข้าร่วมเป็น พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้กับสถานศึกษาที่เข้าร่วมพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการศึกษาไม่น้อยกว่า 10 ปี จำนวน 5 ท่าน ประเมินผลการพัฒนานวัตกรรม การศึกษาให้กับสถานศึกษา โดยมีสถานศึกษานำเสนอนวัตกรรมการศึกษาดังต่อไปนี้


221 ด้านการบริหารจัดการศึกษา จำนวน 5 นวัตกรรม ได้แก่ 1.“ BTC by 5A สู่ 3Q : Quality ” เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) โดยโรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 2.“FAMILY Model“ โดย นายสำราญ จงอยู่เย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 3.“6 เส้นทางสู่เป้าหมาย สร้างคนดี มีพื้นฐานความพอเพียง และทักษะอาชีพ บนมาตรฐาน การศึกษาขั้นพื้นฐานสู่สากล” โดยนายไพบูลย์ พวงเงิน ผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์ สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย 4. SMART Model โดย นายธนวัฒน์ พุดจาด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลานกระบือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 5. AS on STEPA and DINSO Model โดย โรงเรียนอนุบาลศรีสำโรง สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 ด้านการจัดการเรียนการสอน จำนวน 5 นวัตกรรม ได้แก่ 1. “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่ TPS Model” โดย โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 2. การใช้กิจกรรมส่งเสริมการอ่านหนังสือพระราชนิพนธ์ เพื่อส่งเสริมการอ่านที่ยั่งยืนของ นักเรียน โดย นางสาวจันทร์พิมา นาคปัด โรงเรียนบ้านตะเข้ขานสามัคคีวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 3. “บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ning” โดย นางพิมพ์ผกา คำมาวงศ์ โรงเรียนบ้านลานกระบือ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 4. การจัดกิจกรรมเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) โดย โรงเรียนศรีนคร สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย 5. ระบบวัดผลแบบดิจิทัล โดยโรงเรียนอุดมดรุณี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สุโขทัย ด้านการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล จำนวน 3 คน ได้แก่ 1. กระบวนการนิเทศ ในรูปแบบ PEA2R2L Model โดย โรงเรียนบ้านท่าโพธิ์ สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 2. “Mirror Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ)” โดย นางสาวกุสุมา รอบุญ โรงเรียน บ้านลานกระบือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 3. “SMILE MODEL” โดย โรงเรียนบ้านสันติสุข สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุโขทัย เขต 2


222 โดยมีผู้ผ่านการประเมินด้านความเหมาะสมและเป็นไปของการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาจาก ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน จำนวน 3 นวัตกรรมการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. นวัตกรรมการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการบริหารจัดการศึกษา ชื่อนวัตกรรม “6 เส้นทางสู่เป้าหมายสร้างคนดี มีพื้นฐานความพอเพียง และทักษะอาชีพ บนมาตรฐานการศึกษา ขั้นพื้นฐานสู่สากล” โดยมีกระบวนการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาดังต่อไปนี้ 1) วิเคราะห์สภาพปัญหา การจัดการศึกษาในปัจจุบันนี้ เราจะพบว่ามีนโยบาย และโครงการต่าง ๆ ที่ลงสู่โรงเรียนมีเป็น จำนวนมาก เช่น โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข โรงเรียนสุจริต โรงเรียนแกนนำ STEM โรงเรียนประชารัฐ โรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนศตวรรษที่ 21 โรงเรียนดีประจำตำบล โรงเรียนต้นแบบ เรียนร่วม โรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนปลอดขยะ โรงเรียนคุณภาพ โรงเรียนมาตรฐานสากล ซึ่งแต่ละนโยบาย และโครงการต่างๆ ที่ต้องนำลงสู่การปฏิบัตินั้น มีตัวชี้วัดในเชิงของการติดตามลงสู่การปฏิบัติ ว่าเป็นไปตาม นโยบายหรือโครงการต่างๆ อีก หลายร้อยตัวชี้วัด ทำให้การปฏิบัติงานด้านการศึกษาของโรงเรียนค่อนข้างยาก และเรามักพบว่าเมื่อมีนโยบายและหรือโครงการใหม่ๆ มา โรงเรียนผู้ปฏิบัติก็จะปฏิบัติแบบจริงจัง โดยใช้เวลา ที่มีอยู่เท่าเดิมไปใช้กับการปฏิบัติ 2) ด้านกระบวนการพัฒนารูปแบบ/แนวทางการพัฒนา 2.1) การวิเคราะห์นโยบายเพื่อสร้างเป้าหมายร่วมและแนวปฏิบัติร่วมไปสู่การพัฒนา การศึกษา 2.2) การนำไปสู่การปฏิบัติ นโยบายและโครงการต่าง ๆ ที่ลงสู่โรงเรียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละนโยบายและโครงการ ต่าง ๆ ที่ต้องนำลงสู่การปฏิบัตินั้น มีตัวชี วัดในเชิงของการติดตามลงสู่การปฏิบัติว่าเป็นไปตามนโยบายหรือ โครงการต่าง ๆ หรือไม่อีกหลายร้อยตัวชี้วัดทำให้การปฏิบัติงานด้านการศึกษาของโรงเรียนค่อนข้างยาก บุคลากรในโรงเรียนรวมถึงนักเรียนต้องมีภาระในการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการและ


223 นโยบายต่าง ๆ สถานศึกษาจึงได้พัฒนานวัตกรรมด้านการบริหารจัดการศึกษาชื่อว่า “ 6 เส้นทางสู่เป้าหมาย สร้างคนดีมีพื้นฐานความพอเพียง และทักษะอาชีพบนมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่สากล”เพื่อหาเป้าหมาย ร่วมของทุกนโยบาย โครงการ และวางแนวทางสู่การปฏิบัติร่วมการจัดการบริหารเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิด ดุลยภาพ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดังนี้ 3) ขั้นตอนการออกแบบนวัตกรรมเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติมีรายละเอียดและวิธีการ ดำเนินการในแต่ละเส้นทางดังนี้ 3.1) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้น 3.1.1) ทบทวนและปรับหลักสูตรสถานศึกษาตรวจสอบตัวชี้วัดทุกกลุ่มสาระ 3.1.2) วิเคราะห์ผลการสอบ O-NET และหรือผลการทดสอบกลางภาคปลายภาคปีที่ ผ่านมา/มาตรฐาน/สาระใดต้องพัฒนา 3.1.3) ศึกษาTest-Blueprintปี 2564 3.1.4) วัดและประเมินผลทุกรายวิชาเป็นเชิงคิดวิเคราะห์และเป็นอัตนัยอย่างน้อย 30% การวัดและประเมินผลแนวรูปแบบPISA โดยแบบวัดและประเมินผลแต่ละรายวิชาจะต้องระบุตัวชี้วัด/ผล การเรียนรู้ 3.1.5) ครูผู้สอนทุกรายวิชา MOU กับผู้อำนวยการโรงเรียน 3.1.5.1) จัดการเรียนการสอนตรงตามหลักสูตรสถานศึกษา


224 3.1.5.2) ผลการสอบ O-NET ของนักเรียนในรายวิชาที่รับผิดชอบ ปี 2564 มีสูงกว่า x̅ ของ x̅ ประเทศ 3.1.5.3) ผลการสอบO-NETของนักเรียนในรายวิชาใด โดยสูงหรือเท่ากับ x̅ ประเทศ มอบรางวัลเกียรติบัตรของรางวัล 3.1.6) ครูผู้สอนพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของตน โดยผ่าน E-Training, On the Job Training, Online Learning และ PLC 3.1.7) จัดการเรียนการสอนเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง หรือผ่านการทำงาน/ โครงการ/ โครงงานในรูปแบบบันใด 5 ขั้นหรืออื่นๆ รวมทั้งต้องทำวิจัยในชั้นเรียน 3.1.8) การนิเทศ ติดตามและการประเมิน 3.1.8.1) ตรวจติดตามโครงการสอน/ แผนการสอน/ แบบวัดและประเมินผล (ข้อสอบ)/ ปพ.5 3.1.8.2) เยี่ยมชั้นเรียน ดูกระบวนการจัดการเรียนการสอน (สัปดาห์ 3 ครั้ง) 3.1.8.3) นิเทศการสอน 3.1.8.4) พิจารณาจากผลสอบ สอบO-NET ปี 2564 4) แนวปฏิบัติการพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดีและมีทักษะชีวิตอย่างเป็นระบบ ขั้นตอนปฏิบัติการพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดีอย่างเป็นระบบ (ในรูปแบบบูรณาการความดี) นักเรียนกระทำความดี และบันทึกลงในสมุดความดี ครู ผู้ปกครอง และผู้ที่โรงเรียนกำหนด ลงชื่อรับรองความดี ในสมุดความดีทุกสิ้นเดือนรวมคะแนนความดีในสมุดความดีส่งครูประจำชั้น (ถ้านักเรียนไม่มีการกระทำดีหรือมี น้อยให้ครูแนะนำนักเรียนให้กระทำดีเพิ่มเติม) และครูประจำชั้นรวบรวมคะแนนนักเรียนในชั้นเรียนส่ง ศูนย์ความดี


225 ศูนย์ความดีประกาศผลคะแนนความดีประจำเดือนและคัดเลือกนักเรียนที่มีคะแนนความดี สูงสุดระดับ ม.ต้น 1 คน และ ม.ปลาย 1 คน เพื่อมอบรางวัลพร้อมเกียรติบัตรก่อนสอบปลายภาค 15 วัน นักเรียนรวมคะแนนความดีทั้งภาคเรียนส่งครูประจำชั้นครูประจำชั้นสรุปคะแนน ส่งศูนย์ความดีจากนั้น ศูนย์ความดีส่งคะแนนความดีที่สรุปแล้วไปประเมินผลผู้เรียน ดังนี้ 4.1.ครูประจำวิชานำคะแนนไปประเมินผู้เรียนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และส่งงาน ทะเบียนตามแบบ ปพ.5 4.2.ครูผู้รับผิดชอบการพัฒนาค่านิยม 12 ประการ ประเมินผลส่งผู้บริหาร 4.3.ครูผู้สอนวิชาหน้าที่พลเมือง ประเมินผลผู้เรียนวิชาหน้าที่พลเมือง และส่งผลตามแบบ ปพ.5 ให้งานทะเบียน 4.4.ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ประเมินผลนักเรียน ส่งงาน ทะเบียน 4.5.ศูนย์ความดีประเมินผลความดีตามนโยบายโรงเรียน ส่งผู้บริหาร เกณฑ์การประเมินผล 1. คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และค่านิยม 12 ประการ 50 คะแนนขึ้นไป = ผ่าน,100คะแนนขึ้นไป= ดี 150 คะแนนขึ้นไป = ดีเยี่ยม 2. วิชาหน้าที่พลเมือง 150 คะแนนขึ้นไป = 50 คะแนน จาก 100 คะแนนของวิชา หน้าที่พลเมือง(คะแนนมาจาก 2 ส่วน ส่วนของสมุดความดี 50 คะแนน และส่วนของครูผู้สอนวิชาหน้าที่ พลเมือง 50 คะแนน) 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 10 คะแนนขึ้นไป = 1 ชม.การทำ กิจกรรม (ม.ต้น ต้องมีคะแนนความดี = 75 คะแนน / ม.ปลาย 100 คะแนน ) 4. การความดีตามนโยบายโรงเรียนต้องทำกิจกรรมที่โรงเรียนกำหนด จึงจะผ่าน เกณฑ์การประเมิน 5) แนวปฏิบัติการพัฒนาอาชีพนักเรียน 5.1) จัดทำหลักสูตรเสริม ให้มีรายวิชา และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ส่งเสริมการมีงานทำของ นักเรียนที่หลากหลายเหมาะสม และจัดการศึกษารูปแบบทวิศึกษา 5.2) สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ฯลฯ ในการส่งเสริมการ พัฒนานักเรียนให้มีอาชีพ 5.3) นักเรียน ม.5,ม.6 นความรู้จากการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติไปทดสอบการประกอบอาชีพ จริงสถานที่จริง โดยให้ครูประจำชั้น/ครูประจำวิชา/ครูที่ปรึกษาชมรม ประเมิน นิเทศ ติดตาม และสรุป รายงานผล


226 6 )พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา 6.1) สร้างระบบการบริหารจัดการคนเก่ง คนดี โดยการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (PLC) กำหนดให้ครูและบุคลากรสามารถถ่ายทอดคุณค่าทางความคิด ทัศนคติ และแนวทางการทำงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาและท าให้เกิดการถ่ายทอดวัฒนธรรมและคุณค่าขององค์กรได้อย่างยั่งยืน 6.2) พัฒนาครูและบุคลากรตามแนวทาง ว.21 ว.PA 6.3) กำหนดกิจกรรมสร้างขวัญกำลังใจ 5) ส่งเสริมการใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้และบริหารจัดการ 5.1) กำหนดให้ทุกห้องเรียน ห้องปฏิบัติ ห้องสมุด มีComputer Internetบริการนักเรียน 5.2) ปรับหลักสูตรให้ นักเรียนในระดับ ม.2 และ ม.5 ต้องเรียนรายวิชาเพิ่มเติมIS1,IS2 และกิจกรรม IS3 5.3) ส่งเสริมให้ครูใช้เทคโนโลยี และสารสนเทศในการจัดการเรียนการสอน และหรือ จัดกิจกรรม เช่นการใช้โปรแกรมการเรียนรู้แบบ ONLINE 5.4) ส่งเสริมให้นักเรียนทำโครงงาน 6) ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดการศึกษา 6.1) ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ในการพัฒนาการจัดการศึกษา เช่น ชุมชน / องค์กรเอกชน /องค์กรรัฐบาล/มูลนิธิต่างๆ 6.2) พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือสู่เป้าหมาย 6.3) ติดตาม ประเมินความร่วมมือ ในระดับต่าง ๆ 6.4) รายงานผลการดำเนินงาน 7) การพัฒนาแผนการเรียน


227 8) ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามรูปแบบ/แนวทางการพัฒนาการ 8.1) ผลการเรียนเฉลี่ย 8.2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน


228 9) ผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน องค์ประกอบที่ 1 ด้านความสำคัญของรูปแบบ/แนวทางการพัฒนา ที่ ตัวชี้วัด ระดับคะแนน x̅ S.D 1 ความเป็นมาและสภาพปัญหา 4.80 0.45 2 แนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา 5.00 0.00 3 ประโยชน์/ความสำคัญ 5.00 0.00 รวม 4.93 0.15


229 องค์ประกอบที่ 2 ด้านกระบวนการพัฒนารูปแบบ/แนวทางการพัฒนา จำนวน 6 ตัวชี้วัด (30 คะแนน) ที่ ตัวชี้วัด ระดับคะแนน x̅ S.D 1 วัตถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนา 4.80 0.45 2 หลักการ ทฤษฎี แนวคิดในการพัฒนา 4.80 0.45 3 การออกแบบแนวทางการพัฒนา 4.80 0.45 4 การมีส่วนร่วมในการพัฒนา 5.00 0.00 5 การนำไปใช้ 4.60 0.55 6 การประเมินและการปรับปรุง 5.00 0.00 รวม 4.83 0.32 องค์ประกอบที่ 3 ด้านผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามรูปแบบ/แนวทางการพัฒนาการ จำนวน 11 ตัวชี้วัด (55 คะแนน) ที่ ตัวชี้วัด ระดับคะแนน x̅ S.D 1. ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา 1 ข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา 4.60 0.89 2 การดำเนินงาน/การบริหารจัดการของสถานศึกษา 4.60 0.89 3 การมีส่วนร่วมกับสถานศึกษา 4.80 0.45 2. ผลที่เกิดขึ้นกับครูผู้สอน 1 การออกแบบการจัดการเรียนรู้ 4.60 0.89 2 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4.60 0.89 3 การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ 4.80 0.45 4 การวัดและประเมินผล 4.60 0.89 5 การยอมรับที่มีต่อสถานศึกษา 4.60 0.89 3. ผลที่เกิดกับผู้เรียน 1 ผู้เรียนมีคะแนน ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(ONET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้น 4.80 0.45 รวม 4.16 0.64


230 รวมคะแนน องค์ประกอบที่ 1 ด้านความสำคัญของรูปแบบ/แนวทางการพัฒนา 4.93 0.15 องค์ประกอบที่ 2 ด้านกระบวนการพัฒนารูปแบบ/แนวทางการพัฒนา 4.83 0.32 องค์ประกอบที่ 3 ด้านผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามรูปแบบ/แนวทางการ พัฒนาการ 4.16 0.64 2. นวัตกรรมการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้ “บทเรียนบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ning” 1) วิเคราะห์สภาพปัญหา สภาพปัจจุบันครูยังไม่ได้ใช้การจัดการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย ขาดการพัฒนาการ จัดทำนวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอน ใช้วิธีสอนแบบบรรยายมากกว่าวิธีสอนโดยใช้ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการคิดอย่างสม่ำเสมอ ขาดการแสวงหาความรู้และเทคนิควิธี การสอน ใหม่ ๆ ดังปรากฏในการประเมินคุณภาพ ภายในสถานศึกษาประจำปีการศึกษา 2563 ของโรงเรียนบ้านลาน กระบือ ตามระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาประเมินโดยผู้บริหาร และครูพบว่า มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญระดับการศึกษาปฐมวัยมีข้อเสนอแนะหรือแนวทางการ พัฒนาให้สูงขึ้น คือ ครูผู้สอนควรจัดหาเครื่องมือ การประเมินที่หลายหลายและมีความเหมาะสมกับความ แตกต่างระหว่างบุคคลของเด็กเน้นการจัดประสบการณ์โดยเชื่อมโยงกับกิจวัตรประจำวันของเด็กเน้นการฝึก ทักษะต่างๆ ให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง และมีการทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ติดตามผลเพื่อพัฒนาเด็ก ปฐมวัยให้เต็มศักยภาพมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน มีข้อเสนอแนะหรือแนวทางการพัฒนาให้สูงขึ้น คือ ครูควรได้รับการอบรมและพัฒนาใน เรื่องการทำการวิจัยในชั้นเรียน ส่งเสริมการทำกิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อให้ได้แนวคิดที่ หลากหลายในการแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน นอกจากนี้ผลการประเมินความเสี่ยงของโรงเรียนบ้านลานกระบือ ประจำปี 2563 พบว่า สภาพแวดล้อมการควบคุมเกี่ยวกับกิจกรรมการให้บริการวิชาการ มีความเสี่ยงที่เกิดจากสภาพแวดล้อม ภายในคือ บุคลากรภายในโรงเรียนมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนยังไม่สอดคล้องกับหลักสูตร มีการวัด และประเมินผลยังไม่ตรงกับมาตรฐานการเรียนรู้การปรับปรุงการควบคุมภายในคือ จัดให้มีการนิเทศ ภายในโรงเรียน โดยฝ่ายวิชาการ และจัดอบรมให้ความรู้แก่บุคลากร ให้สามารถทำการสอนได้อย่างมี ประสิทธิผล สอดคล้องกับผลการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสอง (พ.ศ. 2549 - 2553) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552 มีข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาสถานศึกษา คือ


231 1.1) ผู้เรียนระดับการศึกษาปฐมวัยควรได้รับการฝึกประสบการณ์ที่หลากหลาย เพียงพอเละ ต่อเนื่องในการใช้จินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อกล้าแสดงออกในการเล่าเรื่องตามความคิด จินตนาการของตนเอง โดยการจัดกิจกรรมที่หลากหลายและสอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียน ผู้เรียนระดับประถมศึกษาควรได้รับการส่งเสริมให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์โดยครูควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ โครงงาน ฝึกการจัดทำผังความคิดจัดกิจกรรม การเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้เอง คิดริเริ่มสิ่งใหม่ คิดคาดการณ์กำหนดเป้าหมายได้และครูควรจัดกิจกรรมที่ผู้เรียนสามารถคิดนอกกรอบได้ควรได้รับการ ส่งเสริมและพัฒนาให้มีความรู้และทักษะในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และ ภาษาต่างประเทศ โดยการจัดทำโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาทักษะให้กับผู้เรียน เช่น กิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน การแก้ปัญหาโจทย์คณิตศาสตร์การทดลองทางวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้คำศัพท์ต่าง ๆ นอกจากนี้ควรมีการศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล และจัดกิจกรรม การสอนซ่อมเสริมเพื่อพัฒนาผู้เรียนที่มีผลการ ทดสอบต่ำกว่าระดับดี 1.2) ครูระดับการศึกษาปฐมวัยควรนำผลการประเมินมาปรับการจัดประสบการณ์และ พฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ ครูระดับประถมศึกษาควรมีการปรับปรุง และพัฒนาการวัดและประเมินผล โดยให้มีการประเมินผลการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับสภาพการเรียนรู้ ที่จัดให้กับผู้เรียนและอิงพัฒนาการของผู้เรียน น าผลการประเมินมาปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา ผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ สอดคล้องกับผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม(พ.ศ. 2554 - 2558) เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. ที่ยังคงมีข้อแนะนำต่อเนื่องจากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง (พ.ศ. 2549 - 2553) กล่าวคือ โรงเรียนบ้านลานกระบือมีการจัดการเรียนการสอน ระบบการนิเทศภายในและ ระบบประกันคุณภาพยังไม่เป็นระบบเท่าที่ควร นอกจากนี้ผลการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2564 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเฉลี่ยโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศถึงร้อยละ 5.20 จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 โดยทำการวิเคราะห์ผลการทดสอบตามตัวชี้วัด (Test Blueprint) พบว่าในตัวชี้วัดที่มีการพัฒนาได้ช้าที่สุดและมีข้อต้องพัฒนาคือ สาระภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.2 และจากการสัมภาษณ์ตัวอย่างกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่กล่าวถึงปัญหาที่เกิดจากการเรียนวิชา ภาษาอังกฤษ พบว่า นักเรียนได้สะท้อนปัญหา 5 เรื่อง คือ ไม่ชอบบรรยากาศการเรียนที่ตึงเครียด, นักเรียนที่ ขาดเรียนไม่มีสื่อทบทวนบทเรียนย้อนหลัง,ห้องเรียนน่าเบื่อ,ไม่สนุก,ไม่ตื่นเต้น, นักเรียนอยากเล่นเกมแทนการ เรียนแต่เนื้อหาอย่างเดียว


232 2) ด้านกระบวนการพัฒนารูปแบบ/แนวทางการพัฒนา 2.1) ขั้นวางแผน (Plan) 1) ประชุมครูเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2) แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน 3) วิเคราะห์ผลการประเมินระดับชาติ (O-NET) และจัดทำฐานข้อมูล (ป.6 ม.3 ม.6) 4) วิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา ในแต่ละกลุ่มสาระ การเรียนรู้ 5) กำหนดกลยุทธ์และแผนในการยกระดับผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ที่สอดคล้องกับ สาเหตุของสภาพปัญหาและบริบทของโรงเรียน 6) พัฒนาบุคลากรในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนและวัดและประเมินผลในชั้นเรียนที่ สอดรับกับการประเมินระดับชาติ 7) วางระบบสนับสนุน ส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งในการยกระดับผลการทดสอบ ระดับชาติ(O-NET) ศึกษาหลักสูตรและแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.2) ขั้นดำเนินการตามแผน (Do) 1) สร้างเครื่องมือหรือนวัตกรรมที่ออกแบบไว้ 2) ดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาตามเครื่องมือที่สร้าง ดังนี้ 2.2.1) กิจกรรมการเรียนรู้เข้มข้น เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศในเวลาเรียนปกติ แต่จะมีการวิเคราะห์และคัดกรองผู้เรียนเป็นกลุ่มๆ โดยแต่ละกลุ่มจะใช้ เทคนิควิธี สื่อการสอนและแรงจูงใจที่แตกต่างกัน ตลอดจนมีการเพิ่มความเข้มข้นในเนื้อหาวิชาที่เรียนมาก ยิ่งขึ้นและจะมีกระบวนการพัฒนา อย่างเป็นระบบและขั้นตอนจากง่ายไปหายาก ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 2.2.2) ดำเนินการคัดกรองนักเรียน และจัดกลุ่มนักเรียนตามระดับความสามารถ ในการเรียนรู้ 2.2.3) เลือกเทคนิคและวิธีสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตลอดจนสื่อ เครื่องมือวัดและ ประเมินผลให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทและความต้องการของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่าง บุคคลเป็นสำคัญ 2.2.4) จัดทำคู่มือนวัตกรรมสื่อการเรียนสอนบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต English Is Fun By Kru Ning 2.2.5) ดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการพัฒนาหรือแผนการจัดการเรียนรู้ และมีการเสริมแรงโดยการชมเชยผู้ที่เรียนรู้ได้ดีและคอยให้กำลังใจคนที่เรียนรู้ช้ากว่าคนอื่น 2.2.6) กิจกรรมวิชาการเข้มแข็ง โดยดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เสริมให้ นักเรียนทั้งในและนอกเวลา เรียนตามที่โรงเรียนกำหนดเป็นจุดเน้นหรือดำเนินการเป็นปกติอยู่แล้ว เช่น กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน กิจกรรม สอนซ่อมเสริม กิจกรรมสอบกระตุ้น กิจกรรมท่องคำศัพท์


233 2.2.7) กิจกรรมทดสอบ Pre O-NET เพื่อสร้างความคุ้นเคยเกี่ยวกับข้อสอบให้แก่ ผู้เรียนโดยดำเนินการ ทดสอบนักเรียนเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อสอบคู่ขนานกับข้อสอบ O-NET ข้อสอบ Pre O-NET ของ หน่วยงานต่างๆ และข้อสอบ O-NET ของปีการศึกษาที่ผ่านมา เพื่อนำผลที่ได้มา วิเคราะห์หาปัญหาและแนว ทางแก้ไขปรับปรุงให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะดำเนินการซ้ำ ๆ บ่อยๆ เพื่อให้เกิดความชำนาญ 2.3) ขั้นการตรวจสอบ (Check) 1) ผู้บริหารนิเทศ กำกับ ติดตามระยะเวลาที่แผนกำหนดอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 2) ให้ครูชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รายงานผลการดำเนินงานทุกเดือน 3) สำรวจความพึงพอใจของครู ผู้ปกครอง และนักเรียน 2.4) ขั้นการรายงานผลเพื่อปรับปรุงพัฒนา (Action) 1) ครูวิชาการสรุปรายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้ผู้บริหารทราบ 2) นำผลการประเมินมาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อที่จะได้น าไปเป็นข้อมูลในการวางแผน พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป วิธีดำเนินการ 1) ทดสอบวัดความรู้ของนักเรียนก่อนเรียนตามกระบวนการ “บทเรียนบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ning” สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 10 ข้อ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 2) ดำเนินการจัดการเรียนรู้ ดังนี้ 2.1 ศึกษาคำชี้แจงในเว็บเพจ “แนะนำการใช้บทเรียน” ให้เข้าใจโดยที่ใช้ โทรศัพท์มือถือเข้าไปที่ลิ้งค์ เพื่อเข้าใช้งาน https://sites.google.com/view/english-is-fun-by-kruning/home หรือสแกน 2.2 กำหนดให้นักเรียนท าการศึกษา มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด คำอธิบายรายวิชา ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง และโครงสร้างรายวิชา (เมนูแนะนำรายวิชา) 2.3 เข้าสู่บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อ23201 เรื่อง weather and seasons ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


234 2.4. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน แบบปรนัย จำนวน 10 ข้อ แล้วบันทึกคะแนนที่ได้ 2.5 จากนั้นนักเรียนศึกษาตั้งแต่ หน่วยที่ 1 2.6 เมื่อศึกษาเนื้อหาแล้ว แบบฝึกหัด เพื่อนักเรียนต้องทำแบบฝึกหัดส่งครู 2.7 จากนั้นนักเรียนศึกษาหน่วยที่ 2 หน่วยที่ 3 หน่วยที่ 4 และหน่วยที่ 5 ตามลำดับ ซึ่งในการศึกษาในแต่ละบท จะปฏิบัติเหมือนกับหน่วยที่ 1 2.8 เมื่อศึกษาและทำใบงานครบแล้ว ให้ทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียน จำนวน 10 ข้อ แล้วบันทึกคะแนนลงในแบบบันทึกคะแนนส่งครู 2.9 เมื่อใช้งานเสร็จแล้วให้ผู้เรียนประเมินความพึงพอใจ 3) นำผลคะแนนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนและก่อนเรียน ของนักเรียนที่รับการจัดการเรียนรู้ “บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ning” 4) นำผลประเมินความพึงพอใจจากแบบสอบถามความพึงพอใจ ต่อการจัดการ เรียนรู้“บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ning” มาวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติ 3) ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามรูปแบบ/แนวทางการพัฒนาการ เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนจากการเรียนรู้ บทเรียนบน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ningในการวิเคราะห์ผลการทดลองใช้ บทเรียนบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ning มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำ นวน 42 คน ผลปรากฏดังตารางแสดงผลการ เปรียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการ จัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียน บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง Weather and Seasons จากตาราง พบว่า การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง Weather and Seasons มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.30 คะแนน และ 9.45 คะแนน ตามล าดับ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลัง เรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ด้านความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อ บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ning ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ning สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จ านวน 42 คน ผลปรากฏดังตารางแสดงผลประเมิน ความพึงพอใจการใช้งานบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ning


235 จากตาราง แสดงผลประเมินความพึงพอใจการใช้งานบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต Englishis Fun By Kru Ning โดยรวมพบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจบทเรียนบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ning ระดับมากที่สุด 4) ผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน องค์ประกอบที่ 1 ด้านความสำคัญของรูปแบบ/แนวทางการพัฒนา ที่ ตัวชี้วัด ระดับคะแนน x̅ S.D 1 ความเป็นมาและสภาพปัญหา 4.60 0.89 2 แนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา 4.80 0.45 3 ประโยชน์/ความสำคัญ 4.80 0.45 รวม 4.73 0.60 องค์ประกอบที่ 2 ด้านกระบวนการพัฒนารูปแบบ/แนวทางการพัฒนา ที่ ตัวชี้วัด ระดับคะแนน x̅ S.D 1 วัตถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนา 4.80 0.45 2 หลักการ ทฤษฎี แนวคิดในการพัฒนา 4.60 0.89 3 การออกแบบแนวทางการพัฒนา 5.00 0.00 4 การมีส่วนร่วมในการพัฒนา 4.80 0.45 5 การนำไปใช้ 4.60 0.89 6 การประเมินและการปรับปรุง 4.80 0.45 รวม 4.73 0.60


236 องค์ประกอบที่ 3 ด้านผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามรูปแบบ/แนวทางการพัฒนาการ ที่ ตัวชี้วัด ระดับคะแนน x̅ S.D 1. ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา 1 ข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา 4.80 0.45 2 การดำเนินงาน/การบริหารจัดการของสถานศึกษา 5.00 0.00 3 การมีส่วนร่วมกับสถานศึกษา 4.80 0.45 2. ผลที่เกิดขึ้นกับครูผู้สอน 1 การออกแบบการจัดการเรียนรู้ 4.80 0.45 2 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5.00 0.00 3 การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ 4.60 0.55 4 การวัดและประเมินผล 4.60 0.89 5 การยอมรับที่มีต่อสถานศึกษา 5.00 0.00 3. ผลที่เกิดกับผู้เรียน 1 ผู้เรียนมีคะแนน ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(ONET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้น 4.80 0.45 รวม 4.31 0.26 รวมคะแนน องค์ประกอบที่ 1 ด้านความสำคัญของรูปแบบ/แนวทางการพัฒนา 4.73 0.60 องค์ประกอบที่ 2 ด้านกระบวนการพัฒนารูปแบบ/แนวทางการพัฒนา 4.73 0.60 องค์ประกอบที่ 3 ด้านผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามรูปแบบ/แนวทางการ พัฒนาการ 4.31 0.26 3. นวัตกรรมการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการนิเทศการศึกษา ชื่อนวัตกรรม “Mirror Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ)” 1) วิเคราะห์สภาพปัญหา โรงเรียนบ้านลานกระบือเป็นสถานศึกษาขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 มีภารกิจในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในการบริหารจัดการศึกษาโรงเรียนบ้านลานกระบือ ได้กำหนดเป้าหมายจัดการศึกษาของโรงเรียนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการศึกษาของชาติ สภาพปัจจุบันครูยังไม่ได้ใช้การจัดการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย ขาดการพัฒนาการ จัดทำนวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอน ใช้วิธีสอนแบบบรรยายมากกว่าวิธีสอนโดยใช้ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการคิดอย่างสม่ำเสมอ ขาดการแสวงหาความรู้และเทคนิควิธี การสอน


237 ใหม่ ๆ ดังปรากฏในการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาประจำปีการศึกษา 2563 ตามระบบประกัน คุณภาพภายในสถานศึกษาประเมินโดยผู้บริหาร และครูพบว่า มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการ สอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญระดับการศึกษาปฐมวัย มีข้อเสนอแนะหรือแนวทางการพัฒนาให้สูงขึ้น คือ ครูผู้สอนควรจัดหาเครื่องมือ การประเมินที่หลายหลายและมีความเหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคล ของเด็ก เน้นการจัดประสบการณ์โดยเชื่อมโยงกับกิจวัตรประจำวันของเด็ก เน้นการฝึกทักษะต่างๆ ให้เด็กเกิด การเรียนรู้ด้วยตนเอง และมีการทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ติดตามผลเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เต็มศักยภาพ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีข้อเสนอแนะหรือแนวทางการพัฒนาให้สูงขึ้น คือ ครูควรได้รับการอบรมและพัฒนาในเรื่องการทำการวิจัยใน ชั้นเรียน ส่งเสริมการทำกิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อให้ได้แนวคิดที่หลากหลายในการ แก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนผลการ นอกจากนี้ผลการประเมินความเสี่ยงของโรงเรียนบ้านลานกระบือ ประจำปี2563 พบว่า สภาพแวดล้อมการควบคุมเกี่ยวกับกิจกรรมการให้บริการวิชาการ มีความเสี่ยงที่เกิดจากสภาพแวดล้อม ภายในคือ บุคลากรภายในโรงเรียนมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนยังไม่สอดคล้องกับหลักสูตร มีการวัดและ ประเมินผลยังไม่ตรงกับมาตรฐานการเรียนรู้การปรับปรุงการควบคุมภายในคือ จัดให้มีการนิเทศ ภายในโรงเรียน โดยฝ่ายวิชาการ และจัดอบรมให้ความรู้แก่บุคลากร ให้สามารถท าการสอนได้อย่างมี ประสิทธิผล ซึ่งสอดคล้องกับผลการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสอง (พ.ศ. 2549 - 2553) ของโรงเรียน บ้านลานกระบือ จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ได้สรุปผลการประเมินภายนอก รอบสอง (พ.ศ. 2549 - 2553) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552 มีข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาสถานศึกษา คือ 1) ผู้เรียนระดับการศึกษาปฐมวัยควรได้รับการฝึกประสบการณ์ที่หลากหลาย เพียงพอเละ ต่อเนื่องในการใช้จินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อกล้าแสดงออกในการเล่าเรื่องตามความคิด จินตนาการของตนเอง โดยการจัดกิจกรรมที่หลากหลายและสอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียน ผู้เรียน ระดับประถมศึกษาควรได้รับการส่งเสริมให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์โดยครูควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน ฝึกการจัดทำ ผังความคิดจัดกิจกรรม การเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้เอง คิดริเริ่มสิ่งใหม่ คิดคาดการณ์กำหนด เป้าหมายได้และครูควรจัดกิจกรรมที่ผู้เรียนสามารถคิดนอกกรอบได้ควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้มี ความรู้และทักษะในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ โดยการ จัดทำโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาทักษะให้กับผู้เรียน เช่น กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การแก้ปัญหา โจทย์คณิตศาสตร์การทดลองทางวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้คำศัพท์ต่าง ๆ นอกจากนี้ควรมีการศึกษาผู้เรียนเป็น รายบุคคล และจัดกิจกรรมการสอนซ่อมเสริมเพื่อพัฒนาผู้เรียนที่มีผลการทดสอบต่ำกว่าระดับดี


238 2) ครูระดับการศึกษาปฐมวัยควรนำผลการประเมินมาปรับการจัดประสบการณ์ และพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ ครูระดับประถมศึกษาควรมีการปรับปรุง และพัฒนาการวัดและประเมินผล โดยให้มีการประเมินผลการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับสภาพการเรียนรู้ ที่จัดให้กับผู้เรียนและอิงพัฒนาการของผู้เรียน นำผลการประเมินมาปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา ผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ สอดคล้องกับผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (พ.ศ. 2554 -2558) เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. ที่ยังคงมีข้อแนะนำต่อเนื่องจากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง (พ.ศ. 2549 - 2553) กล่าวคือ โรงเรียนบ้านลานกระบือมีการจัดระบบการนิเทศภายในและระบบประกันคุณภาพยังไม่เป็น ระบบเท่าที่ควร จากปัญหาการจัดการเรียนการสอนของครูดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นย่อมแสดงให้เห็นว่า โรงเรียนบ้านลานกระบือมีปัญหาในการนิเทศภายในอยู่มาก 2) ด้านกระบวนการพัฒนารูปแบบ/แนวทางการพัฒนา 2.1) ขั้นตอนการออกแบบนวัตกรรมเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติมีรายละเอียดและวิธีการ ดำเนินการในแต่ละเส้นทางดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 สร้างรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ 1. การสร้างรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 1.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยในเรื่องแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการนิเทศการศึกษา ภายในโรงเรียน 1.2 กำหนดองค์ประกอบหลักของการนิเทศ โดยใช้ข้อมูลจากการสังเคราะห์เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.3 ออกแบบและสร้างรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 โดยใช้ข้อมูลจากการสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่ เกี่ยวข้องมาจัดทำรูปแบบที่มีองค์ประกอบหลักของการนิเทศและองค์ประกอบย่อยของกระบวนการนิเทศ แต่ละขั้นตอน 1.4 ตรวจสอบความสอดคล้องของร่างรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลาน กระบือสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน พิจารณา และให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพของรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 โดยพิจารณาตามเกณฑ์การประเมินโครงการทางการศึกษา (The Joint Committee on Standards for Education Evaluation)


239 2. เครื่องมือที่ใช้ดำเนินการ 2.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.2 สร้างแบบประเมินคุณภาพรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 โดยประยุกต์ใช้เกณฑ์การประเมินโครงการทางการศึกษา (The Joint Committee on Standards for Education Evaluation) ตามเกณฑ์มาตรฐาน 4 ด้าน ดังนี้ 1) มาตรฐานด้านความถูกต้อง (Accuracy Standards) 2) มาตรฐานด้านความเหมาะสม (Propriety Standards) 3) มาตรฐานด้านความเป็นประโยชน์ (Utility Standards) 4) มาตรฐานด้านความเป็นไปได้ (Feasibility Standards) โดยการประเมินภาพรวม มีลักษณะเป็นแบบประเมินแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ดังนี้ 5 หมายถึง มีประโยชน์/เป็นไปได้/เหมาะสม/ถูกต้อง มากที่สุด 4 หมายถึง มีประโยชน์/เป็นไปได้ /เหมาะสม/ถูกต้อง มาก 3 หมายถึง มีประโยชน์/เป็นไปได้/เหมาะสม/ถูกต้อง ปานกลาง 2 หมายถึง มีประโยชน์/เป็นไปได้/เหมาะสม/ถูกต้อง น้อย 1 หมายถึง มีประโยชน์/เป็นไปได้/เหมาะสม/ถูกต้อง น้อยที่สุด 2.3. นำแบบประเมินให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่านประเมินคุณภาพของรูปแบบการ นิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 3.1 ทำหนังสือเรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน พร้อมแนบ เอกสารร่างรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 และแบบประเมินร่างรูปแบบการนิเทศภายใน โรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 3.2 นำผลการประเมินคุณภาพร่างรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 มาวิเคราะห์และปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ 3.3 จัดทำคู่มือการนิเทศภายในสถานศึกษาโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1


240 4. การวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 ข้อมูลความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการตรวจสอบความสอดคล้องของร่าง รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ใช้วิธีการวิเคราะห์การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยพิจารณาจากค่า IOC (Index of Item Objective Congruence) ที่มีค่ามากกว่า 0.60 ขึ้นไป 4.2 ข้อมูลผลการประเมินคุณภาพรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย (Mean: X ) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : S.D.) กำหนดเกณฑ์การแปลความหมายของค่าคะแนนเฉลี่ย ดังนี้ 4.51 - 5.00 มีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นประโยชน์และเป็นไปได้ มากที่สุด 3.51 - 4.50 มีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นประโยชน์และเป็นไปได้มาก 2.51 - 3.50 หมายถึง มีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นประโยชน์และเป็นไปได้ ปานกลาง 1.51 - 2.50 มีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นประโยชน์และเป็นไปได้ น้อย 1.00 - 1.50 มีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นประโยชน์และเป็นไปได้ น้อย ที่สุด ขั้นตอนที่ 2 การประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ 1. การเก็บข้อมูลบริบทการดำเนินงาน มีลำดับขั้นตอนดังนี้ 1.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการร่างแผนการ ประเมินการดำเนินการและการสร้างเครื่องมือแบบสอบถามการประเมิน 1.2 กำหนดขอบข่ายในการประเมินให้ครอบคลุมเนื้อหา 1.3 ดำเนินการสร้างเครื่องมือเป็นแบบสอบถามตามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ตามแนวคิดของลิเคิร์ท (Likert Method) คือ กำหนดคำถามมีความครอบคลุมเนื้อหาและ เที่ยงตรง 2. การเก็บข้อมูล มีลำดับขั้นตอนดังนี้ 2.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการประเมิน การ ดำเนินการและการสร้างเครื่องมือแบบสอบถามการประเมิน 2.2 กำหนดขอบข่ายในการประเมินแต่ละด้าน คือ ด้านการจัดการเรียนการสอนที่ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครูด้านความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนของผู้เรียน ด้านผลสัมฤทธิ์


241 ทางการเรียนของผู้เรียนทุกระดับชั้น ด้านความพึงพอใจการนิเทศภายใน และด้านความยั่งยืนในการจัดการ เรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครู 2.3 ดำเนินการสร้างเครื่องมือเป็นแบบสอบถามตามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ตามแนวคิดของ ลิเคิร์ท (Likert Method) คือ กำหนดคำถามมีความครอบคลุมเนื้อหาและ เที่ยงตรงได้ 3. การหาคุณภาพเครื่องมือในการประเมิน 3.1 นำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบ จำนวน 5 ท่าน พิจารณาแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประเมินผลโครงการ ตรวจสอบความถูกต้องความเหมาะสม ความเที่ยงตรง ครอบคลุมเนื้อหาตลอดจนสำนวนภาษาที่ใช้ของ แต่ละ ข้อความ โดยใช้เกณฑ์พิจารณา ดังนี้ คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าข้อค าถามนั้นสามารถวัดพฤติกรรมนั้น ๆ ได้ คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อค าถามนั้นสามารถวัดพฤติกรรมนั้น ๆ ได้ คะแนน - 1 เมื่อแน่ใจว่าข้อค าถามนั้นไม่สามารถวัดพฤติกรรมนั้น ๆ ได้ 3.2 คัดเลือกคำถามที่มีค่าดัชนีมีความสอดคล้อง 0.5 ขึ้นไป และนำมาปรับปรุงข้อ คำถามที่ ผู้เชี่ยวชาญเสนอแนะ แก้ไขให้เป็นแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ ทำให้ได้ข้อคำถามที่ใช้ได้และมีความ สมบูรณ์จำนวน 116 ข้อ 3.3 นำแบบสอบถามทั้ง 7 ฉบับ ที่แก้ไขแล้วไปทดลองใช้ (Try out ) กับโรงเรียน บ้านห้วยไคร้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ที่มิใช่กลุ่มตัวอย่าง ซึ่งมีบริบท ใกล้เคียงกันกับกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 2 คน ครู จำนวน 12 คน คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 6 คน นักเรียน จำนวน 5 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 5 คน รวมจำนวน 30 คนแล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมสำเร็จรูป พบว่า การหาความเที่ยงตรง แบบสอบถามมีความเหมาะสม เที่ยงตรงรัดกุมเป็นปรนัย เข้าใจตรงกัน ส่วนการหาความเชื่อมั่น โดยใช้วิธีคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach, 1990, pp. 202-204) พิชิต ฤทธิ์จรูญ (2544 : 279) มีค่าความเชื่อมั่นในภาพรวม ทั้งฉบับ เท่ากับ 0.90 3.4 นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปจัดพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์เพื่อนำไปใช้ใน การเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในต่อไป 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียน บ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุโขทัย เขต 1 ผู้วิจัยได้ดำเนินการ ดังนี้ 4.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลการประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียน บ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สำหรับผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา


Click to View FlipBook Version