92 1. ด้านบริหารงานบุคคล ปัญหาที่พบคือขาดบุคลากรสายสนับสนุน จึงทำให้มีภาระงานนอกเหนือการ สอนมากขึ้น และการกำหนดอัตราส่วนโดยใช้ปริมาณนักเรียนทำให้เกิดปัญหาการลดลงของบุคลากรและไม่ สามารถเสนอขอรับการทดแทนได้ ซึ่งส่งผลต่อขวัญและกำลังใจและการกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเอง จึงทำ ให้ขาดเทคนิคใหม่ๆที่เข้ามาพัฒนาการเรียนการสอนของครู 2. ด้านงบประมาณ ปัญหาที่พบคือการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอุปสรรคของการดำเนินการตามขั้นตอนที่ ยุ่งยาก เป็นผลมาจากการขาดแคลนบุคลากรที่เพียงพอและขาดแคลนบุคลากรสายการสนับสนุน ประกอบกับ การจัดสรรงบประมาณไม่เพียงต่อการความต้องการของโรงเรียนเนื่องจากมีความสัมพันธ์กับจำนวนนักเรียนที่ ต้องจัดสรรให้ตามจำนวนผู้เรียน 3. ด้านวัสดุ อุปกรณ์ ประสบปัญหาความขาดแคลนอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยี หรือมีอยู่แต่ต้องซ่อม บำรุงเป็นประจำ โดยใช้เงินส่วนตัวในการซ่อมแซม เพื่อนำมาใช้ในการทำงานและจัดทำสื่อการเรียน การสอน ให้กับผู้เรียน ซึ่งไม่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาตามนโยบายการพัฒนาการศึกษาใ ห้รองรับการ เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี 4. ด้านการบริหาร พบว่า สถานศึกษาได้รับนโยบายเป็นจำนวนมาก และเป็นนโยบายที่ไม่ได้คำนึงถึง ความแตกต่างของขนาดและศักยภาพของสถานศึกษา จึงทำให้เป็นภาระงานนอกเหนือการสอนที่เพิ่มขึ้น 5. ด้านการจัดการศึกษา พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดบ่อยประกอบกับหลักยังไม่สอดคล้องกับ ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เนื่องจากปัจจุบันพบปัญหาสำคัญที่มีผลกระทบกับผู้เรียนคือสถานการณ์การเกิด โรคระบาดโควิด 19 ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ถดถอย (learning loss) และระเบียบด้านการเทียบโอนหน่วย กิตการศึกษาไม่สามารถเทียบโอนผู้เรียนที่เข้ารับการศึกษาต่อกับอาชีวศึกษาแล้วกลับมาเรียนสายสามัญได้ ซึ่งต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์การเทียบโอนให้ชัดเจนต่อไป ความต้องการ 1. ด้านบริหารงานบุคคล มีความต้องการได้รับการจัดสรรอัตราครูให้เพียงพอต่อการพัฒนาการศึกษา และการจัดการศึกษาของสถานศึกษา รวมทั้งการจัดสรรอัตราของข้าราชการสายสนับสนุนให้กับสถานศึกษา เพื่อลดภาระงานนอกเหนือการสอน 2. ด้านงบประมาณ มีความต้องการได้รับการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอต่อการบริหารสถานศึกษา และการจัดการศึกษาตลอดจนการยกเว้นข้อระเบียบด้านการจัดซื้อ จัดหา สื่อและเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย หรือเพิ่มเงินจัดสรรตามจำนวนผู้เรียนให้เพิ่มขึ้น 3. ด้านวัสดุ อุปกรณ์ มีความต้องการได้รับการสนับสนุนสื่อและเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย เพื่อใช้ประกอบการเรียน การสอนของสถานศึกษาให้กับผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะ ความรู้ที่สามารถรองรับ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
93 4. ด้านการบริหารสถานศึกษา มีความต้องการได้รับอิสระในการปฏิบัติตามนโยบายที่สอดคล้องกับ ศักยภาพและบริบทของสถานศึกษา 5 ด้านการจัดการศึกษา มีความต้องการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียน ของสถานศึกษา หรือ ลดตัวชี้วัดที่มีมากเกินความจำเป็นลง กลุ่มที่ 3 การเก็บข้อมูลของคณะผู้วิจัยในกลุ่มที่ 3 เป็นโรงเรียนขยายโอกาส ซึ่งมีพื้นที่ตั้งของสถานศึกษา อยู่ชายขอบของพื้นที่อำเภอ เพื่อรองรับโอกาสในการเข้าเรียนต่อและลดค่าใช้จ่ายให้กับนักเรียนที่อยู่ห่างไกลตัว เมืองให้ได้รับโอกาสในการศึกษาจนจบการศึกษาภาคบังคับ โดยผู้ให้ข้อมูลเป็นครู และ ผู้บริหารสถานศึกษา ของโรงเรียนได้ร่วมกันสรุปข้อมูล ตามประเด็นดังต่อไปนี้ ประเด็น ปัญหาที่มีอยู่ การดำเนินการปัจจุบัน ความต้องการ บุคลากร - บุคลากรครูหนึ่งคน รับภาระงานมากเกินไป จึง ทำให้งานไม่ได้คุณภาพ - บุคลากรขาดการพัฒนา ความรู้ด้านงานต่าง ๆ และ การจัดการเรียนการสอน - สอนไม่ตรงเอก - วางแผนและแบ่งงานให้ ชัดเจนตามความสามารถ - ครูสอนสลับวิชาเอก ตามความถนัด - ให้ครูได้รับการพัฒนาใน รูปแบบต่างๆ -ลดนโยบายคืนครูสู่ห้องเรียน - ปรับให้ครูสอนตรงเอกมากที่สุด - ส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนา ให้มากขึ้น งบประมาณ - งบไม่เพียงพอ - ใช้เงินให้ตรงตามแผน - อยากให้ระดมทุนมา ช่วยเหลือ วัสดุอุปกรณ์ - ขาดแคลนสื่อ/วัสดุ สำนักงาน/วัสดุในการ จัดการเรียนการสอน - สื่อที่ได้รับจัดสรรไม่ตรง ตามความต้องการ - ปรับใช้สื่อตามที่โรงเรียนมี - ปรับใช้สื่อที่ได้รับตามความ เหมาะสม - ขอสนับสนุนสื่อจาก หน่วยงานภายในและ ภายนอก - สอบถามความต้องการของ โรงเรียนก่อนจัดซื้อ - จัดอบรมการพัฒนา ศักยภาพการใช้สื่อเทคโนโลยี การบริหาร - ไม่มีการกระจายภาระงาน - วางแผนงานและมอบหมาย งานให้ถนัดและตรงความ เหมาะสมของแต่ละบุคคล - สร้างแรงบันดาลใจแรงจูงใจ ให้บุคลากรในการทำงานสร้าง ความตระหนักในการทำงาน การจัดการศึกษา -หลักสูตร - หลักสูตรยังไม่ตรงตาม ผลลัพธ์ที่จะให้เกิดกับ - ปรับหลักสูตรให้สอดคล้อง กับผู้เรียน - ปรับโครงสร้างหลักสูตร
94 ประเด็น ปัญหาที่มีอยู่ การดำเนินการปัจจุบัน ความต้องการ -ครู -การจัดการเรียน การสอน -นักเรียน -สื่อการสอน -การวัดและ ประเมินผล นักเรียนและไม่ตรงตาม มาตรฐานสากล - ครูมีภาระงานอื่นๆมากทำ ให้การจัดการเรียนการสอน ยังไม่เป็นแบบ active learning ยังยึดตนเองเป็น ศูนย์กลางของการจัดการ เรียนรู้ - นักเรียนคิดวิเคราะห์ยัง ไม่ได้ - สื่อไม่หลากหลาย/น่าสนใจ - วัดผลไม่ตรงตามตัวชี้วัดไม่ หลากหลาย - ครูจัดการเรียนการสอนไม่ เต็มที่/หาเวลาสอนซ่อมสอน เสริม - สอนเสริม/ส่งเสริมที่ฝึก นักเรียนให้คิดวิเคราะห์มาก ขึ้นเช่น IS - ปรับใช้สื่อให้เหมาะสมและ หลากหลาย - มีการวัดผลตามตัวชี้วัดที่ ต้องรู้ (ลดกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องต่อ นักเรียน) - ลดภาระงานที่ไม่จำเป็นคืน ครูสู่ห้องเรียนจัดสรรบุคลากร ในการทำงานสำนักงาน - ปรับวิธีการเรียนการสอน จัดทำนวัตกรรมที่ส่งเสริมการ คิดวิเคราะห์ - ปรับรูปแบบการวัดและ ประเมินผลให้เหมาะสมตาม บริบทของโรงเรียน - พัฒนาครูเข้าใจในหลักสูตร อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ให้ข้อมูลได้ดำเนินการนำเสนอข้อมูลร่วมกันพบว่ามีสภาพปัญหาของการบริหารสถานศึกษา ที่สอดคล้องกับสถานศึกษาที่อยู่ต่างบริบทพื้นที่และเงื่อนไขของขนาดสถานศึกษา ดังที่ผู้ให้ข้อมูลได้ให้ข้อมูลไว้ ดังต่อไปนี้ ... ปัญหาคล้าย ๆ กับหลายๆที่ ปัญหาแรกเรื่องบุคลากรของเราเป็นโรงเรียนขยายโอกาส ขนาดเล็ก ครูหนึ่งคนมีภาระงานมากกว่ากำลังของตนเองที่ได้รับมอบหมาย ครูสอนไม่ตรงเอกคือครูสอนวิทย์ อาจจะได้ไปสอนภาษาอังกฤษบางทีก็จะไม่ถนัด บุคลากรขาดการพัฒนาความรู้ทางด้านต่างๆ เอกอังกฤษไม่มี ความรู้ทางด้านพัสดุ ครูได้สอนไม่เต็มที่เวลามีงานด่วนเข้ามา ปัจจุบันในการดำเนินงานมีการดำเนินการตามแผนงานไปเป็นไปตามความสามารถของบุคคล ให้ครูสอนสลับวิชากันให้ครูสอนตามวิชาที่ตนถนัดจัดให้ครูมีการอบรมเพื่อพัฒนาตนเองเช่นไม่ถนัดงานพัสดุ ก็ให้ไปพัฒนาตนเองทั้งด้านพัสดุ อยากให้คืนครูสู่ห้องเรียน ไม่อยากให้มีนโยบายมาก เนื่องจากนโยบายเยอะเกินไป อยากให้ ครูสอนตรงตามเอกมากที่สุดแต่ก็เข้าใจครูแต่ละคนมีความถนัดไม่เท่ากันอย่างเช่นจบวิทย์ไปสอนสังคม ก็ไม่สามารถสอนได้เต็มที่เวลาเด็กถามก็สามารถตอบได้ไม่ตรงคำถาม ( ครูคนที่ 2, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565)
95 .... งบประมาณไม่เพียงพอ เช่นขนาดใหญ่ก็จะมีค่าใช้จ่ายมากตาม บริหารไม่เพียงพอถึงแม้เรา จะหาเงินมาได้มาเท่าไหร่แต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการ เราก็พยายามใช้เงินตามแผนที่กำหนดไว้แล้ว ก็ พยายามระดมทุนจากหน่วยงานอื่น ๆ ในการช่วยเหลือ เช่น หาเงินมาจ้างครู จ้างภารโรง จ้างครูธุรการ เป็นต้น สมมุติว่าธุรการที่เคยมีลาออกก็จะไม่ได้จัดสรรมาใหม่ก็เลยต้องจัดหางบมาจ้าง ( ผู้บริหารสถานศึกษาคนที่ 2, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ... ขาดแคลนสื่อขาดอุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ แล้วก็สื่อที่ได้รับมาไม่ตรงความต้องการทำให้ไม่ สามารถใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้เต็มที่ไม่เต็มที่ เราก็พยายามใช้สื่อการสอนที่ได้มาให้คุ้มค่ามากที่สุด อยากได้งบประมาณสนับสนุนทั้งภายในและภายนอกเพราะทุกวันนี้ครูบางคนก็พกอุปกรณ์หรือสื่อการสอน จากบ้านตนเองมา ( ครูคนที่ 6, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ... การกระจายงาน อย่างสมมติมีครู 18 คนจะมีครูที่สามารถทำงานได้ตรงตามเป้าหมาย 8 คน ซึ่ง 8 คนนี้ก็จะโดนทำงานอยู่อย่างนั้น มันไม่มีการกระจายงานก็อยากให้แบบว่ามีการกระจายงาน ให้เท่า ๆ กันพยายามถามหาความถนัดของครูแต่ละคนเพื่อที่จะได้กระจายงานในด้านที่ครูแต่ละคนถนัดใน ด้านนั้นๆ ควรจะสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรอย่างเช่น ครูท่านนี้ทำงานได้ดีก็อาจจะมีการชื่นชมให้กำลังใจ ส่วนครูที่ยังทำงานได้ไม่ดีก็พยายามให้ให้กำลังจัยเขาเช่นทำงานได้ดีแล้วนะพยามอีกนิดนึงนะเป็นต้นค่ะ ( ครูคนที่ 4, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ... หลักสูตรเท่าที่สำรวจมานะคะยังไม่ตรงตามความต้องการเช่นหลักสูตรของโรงเรียน จะมีกิจกรรมนักเรียนมากเกินไป โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมลูกเสือ มันมากเกินไป ครูมีภาระ งานมากเกินไป นักเรียนไม่สามารถวิเคราะห์ได้ เนื่องจากครูไม่ได้อยู่ในห้องเรียนนักเรียนก็เลยไม่สามารถ วิเคราะห์ได้ สื่อการสอนยังไม่หลากหลายซึ่งไม่สามารถดึงความสนใจให้กับผู้เรียนได้ การวัดผมก็วัดผลแบบเดิม ไม่มีความหลากหลาย ก็มีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับผู้เรียนครู มีการจัดการเรียนการสอนที่ไม่เต็มที่ ให้สถานศึกษาให้ส่งเสริมพยายามให้เด็กมีส่วนร่วมมากที่สุดไม่เอาครูเป็นศูนย์กลาง ปรับการใช้สื่อให้เหมาะสม อย่างสื่อมัธยมก็จะมีการความตื่นเต้น ประถมก็เป็นใช้สื่อเกมเป็นต้น มีการวัดตามตัวชี้วัดที่ต้องการ ถ้าเป็นไปได้โครงสร้างหลักสูตรลดกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องต่อนักเรียน ครูลดภาระงานที่ไม่จำเป็น คืนครูสู่ห้องเรียน ต่อมาปรับวิธีการเรียนการสอนในการพัฒนานวัตกรรมและสุดท้ายปรับวิธีการวัดและ ประเมินผลให้เหมาะสมตามบริบทของโรงเรียนไม่เอาแบบเดิมอยากให้มีแบบใหม่เกิดขึ้นขอบคุณค่ะ ( ครูคนที่ 5, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565)
96 กล่าวโดยสรุป ข้อมูลการสรุปตามประเด็นการบริหารสถานศึกษาและการจัดการศึกษาพบว่ามีสภาพ ปัญหาสอดคล้องกับสถานศึกษาอื่น ซึ่งมีความแตกต่างด้านขนาดและบริบทพื้นที่ โดยได้สรุปการวิเคราะห์ ตามประเด็นดังต่อไปนี้ 1. ด้านบริหารงานบุคคล ปัญหาที่พบคือบุคลากรหนึ่งคนมีภาระการสอน และภาระงานนอกเหนือ การสอนมากเกินไป จึงทำให้คุณภาพงานขาดคุณภาพเท่าที่ควร ตลอดจนการสอนไม่ตรงสาขาที่จบ และขาดการพัฒนาความรู้ด้านงานต่างๆ และการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ 2. ด้านงบประมาณ พบว่าได้รับการจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอต่อการบริหารสถานศึกษา และการจัดการศึกษา ซึ่งสถานศึกษาต้องระดมทรัพยากรจากชุมชนเข้ามาเป็นค่าจ้างให้กับบุคลากรที่เข้ามา สนับสนุนการศึกษาของสถานศึกษา เช่น จ้างครู จ้างภารโรง จ้างครูธุระการ เป็นต้น 3. ด้านวัสดุ อุปกรณ์ พบว่าสถานศึกษาขาดแคลนสื่อการเรียนการสอนและวัสดุสำนักงานที่เพียงพอ ประกอบกับการจัดสรรสื่อและเทคโนโลยีไม่ตรงกับความต้องการของสถานศึกษาสำหรับจัดการเรียนการสอน ให้กับผู้เรียน 4. ด้านการบริหาร พบว่าเนื่องจากขาดแคลนบุคลากรทำให้การมอบหมายงานขาดการกระจายงาน ทำให้ผู้รับผิดชอบได้รับมอบหมายงานที่มากเกินไป 5. ด้านการจัดการศึกษา พบว่าครูมีภาระงานนอกเหนือการสอนมาก ทำให้ขาดการพัฒนาทักษะและ ความเข้าใจหลักสูตร จึงทำให้การจัดการศึกษายังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งเกิดจากการจัดการเรียน การสอนที่ยึดครูเป็นศูนย์กลางและไม่ได้จัดการเรียนการสอนแบบ active learning จนทำให้นักเรียน ไม่สามารถคิดวิเคราะห์และมีสมรรถนะตามต้องการ ความต้องการ 1. ด้านบริหารงานบุคคล พบว่า ต้องการให้ปรับลดนโยบายนอกเหนือการสอนเพื่อให้ครูได้จัดการเรียน การสอนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และจัดการเรียนการสอนให้ตรงกับสาขาที่จบการศึกษาของครู โดยการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องตามความต้องการจำเป็นของครู 2. ด้านงบประมาณ พบว่าต้องการสนับสนุนทรัพยากรให้กับสถานศึกษาเพื่อใช้ในการบริหาร สถานศึกษาและการจัดการศึกษา 3. ด้านวัสดุ อุปกรณ์ อยากให้สนับสนุนสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนและการทำงานที่ สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษา ทั้งที่มาจากการระดมทรัพยากรและการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐ ในพื้นที่ โดยมีการจัดอบรมพัฒนาศักยภาพครู เพื่อใช้สื่อเทคโนโลยีการศึกษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 4. ด้านการบริหารจัดการ พบว่า ควรส่งเสริมการสร้างแรงบันดาลใจและตระหนักในหน้าที่การสอน ให้กับครูผู้สอน เนื่องจากประสบปัญหากับปริมาณงานที่มีมากจนขาดขวัญและกำลังใจ 5. ด้านการจัดการศึกษา พบว่า ต้องการปรับโครงสร้างหลักสูตรและลดกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับการ พัฒนาผู้เรียนลง และให้อิสระกับสถานศึกษาสามารถปรับวิธีการเรียนการสอนเพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษา และส่งเสริมผู้เรียนให้สามารถคิดวิเคราะห์ได้ พร้อมทั้งปรับการวัดและประเมินผลการศึกษาที่สอดคล้องกับ บริบทของสถานศึกษา
97 กลุ่มที่ 4 การจัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลสถานศึกษานำร่องที่เข้าร่วมพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยผู้ให้ข้อมูลส่วนมากเป็นครูและผู้บริหารสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาประจำอำเภอ และมัธยมศึกษา ประจำตำบล จึงได้ดำเนินการร่วมกันจัดเก็บข้อมูลและสรุปข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการสำหรับพัฒนา นวัตกรรมการศึกษาร่วมกัน ซึ่งมีข้อสรุปข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการดังนี้ ประเด็น ปัญหาที่มีอยู่ การดำเนินการปัจจุบัน ความต้องการ บุคลากร - จำนวนครูไม่เพียงพอในบาง กลุ่มสาระ - จ้างครูอัตราจ้าง - ครูกลุ่มสาระอื่นไปช่วย สอน(สอนไม่ตรงเอก) -ปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ในเรื่อง การจัดสรรอัตรากำลัง งบประมาณ - ไม่เพียงพอในการจ้าง บุคลากร - ระดมทรัพย์ - เพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว นักเรียน วัสดุอุปกรณ์ - สื่อเทคโนโลยีไม่ครบ (TV/Internet) - ครูใช้อุปกรณ์ไม่เป็น - ให้นักเรียนเดินเรียนมา ห้องประจำวิชา - จัดสรรวัสดุอุปกรณ์ให้ เพียงพอต่อความต้องการ ของโรงเรียน การบริหาร - การนิเทศ ติดตาม ครูผู้สอน ไม่สามารถดำเนินการได้อย่าง ต่อเนื่อง - ปัจจุบันมีผู้อำนวยการ สถานศึกษา นิเทศ ติดตาม เพียงคนเดียวเมื่อติดภารกิจ จึงไม่สามารถนิเทศ ติดตาม ตามกำหนดการได้ - แต่งตั้งคณะกรรมการ เพิ่มเติม เพื่อให้การนิเทศ ติดตาม สามารถดำเนินการ ได้อย่างต่อเนื่อง การจัดการศึกษา -หลักสูตร -ครู -การจัดการเรียน การสอน -นักเรียน -สื่อการสอน -การวัดและ ประเมินผล - หลักสูตรเน้นเนื้อหาวิชาการ มากเกินไป - นักเรียนไม่เห็นความสำคัญ ของการศึกษา - ครูจำเป็นต้องสอนตาม สาระวิชาและตัวชี้วัด - ให้สถานศึกษาสามารถ กำหนดเนื้อหาสาระวิชา - ลดปริมาณวิชา วิชาเรียน เพิ่มวิชาภาคปฏิบัติ
98 โดยครู ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยได้ร่วมกันนำเสนอข้อมูล เพื่อประกอบการวิเคราะห์และสรุปข้อมูลร่วมกันพบว่าสภาพปัญหาและความต้องการมีความสอดคล้องกับ สถานศึกษาที่ต่างบริบทพื้นที่และระดับการศึกษา ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดข้อจำกัดและอุปสรรคหลายๆ ด้านที่ส่งต่อ การพัฒนานวัตกรรมการศึกษา จึงต้องได้รับการสนับสนุนการพัฒนาจากหน่วยงานระดับนโยบายของพื้นที่เข้า มาให้การสนับสนุนที่ตรงต่อความต้องการของสถานศึกษาดังที่ผู้ให้ข้อมูลได้นำเสนอการสรุปข้อมูลดังต่อไปนี้ … สำหรับประเด็นปัญหาปัญหาจะคล้าย ๆ กันไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเล็กโรงเรียนใหญ่ โรงเรียน กระผมขอสรุปบางข้อแล้วกันนะครับ เหมือนคนอื่นคล้ายเคียงกันอยู่แล้วอย่างเป็นเรื่องของงบประมาณจริง ๆ แล้วเราทำได้ตามสมควร อุปกรณ์ของผมไม่ค่อยมีปัญหาไม่เพียงพอ ปัญหาคือเพียงพอแต่ใช้งานไม่เป็นครูบาง คน เวลาใช้เสียงไม่ออก ภาพไม่ขึ้น เช่นการใช้จอสามมิติครูบางคนก็เอาปากกาไว้บอร์ดมาเขียน เป็นงานต้อง มาตามแก้ ต่อไปปัญหาที่โรงเรียนเจอ คือ การนิเทศติดตามของผู้บริหารบางทีการนิเทศไม่สามารถนิเทศตาม กำหนดการที่ให้ไว้ได้ อย่างเช่น ผู้อำนวยการติดภารกิจอย่างเช่นไปเขต ติดภารกิจนู้นนี่นั่น ก็ไม่สามารถ ดำเนินการตามแผนได้อยากให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศท่านอื่น ๆ ขึ้นมาจะได้นิเทศตามแผนที่กำหนด ไว้ขอบคุณครับ ( ผู้บริหารสถานศึกษาคนที่ 1, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) สิ่งสำคัญที่ผู้ให้ข้อมูลให้ความสำคัญที่แตกต่างจากการเก็บข้อมูลจากกลุ่มอื่น คือการนิเทศของผู้บริหาร สถานศึกษาหรือศึกษานิเทศก์ขาดความต่อเนื่อง ทำให้การพัฒนาการจัดการศึกษาและการพัฒนานวัตกรรม การศึกษาไม่เกิดผลดีเท่าที่ควร เหตุเพราะภารกิจด้านนโยบายที่กำหนดให้ต้องดำเนินการประสานนโยบาย เป็นประจำหรือมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการศึกษาอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้บริหารตลอดจนศึกษานิเทศก์ ไม่สามารถดำเนินการนิเทศ ติดตามประเมินผล และให้คำแนะนำกับครูผู้สอนได้อย่างต่อเนื่อง จึงมีความ ต้องการให้มีคณะกรรมการด้านการนิเทศที่เป็นอิสระจากการประสานนโยบายร่วมถึงการสนับสนุนจาก มหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้กับสถานศึกษา สภาพปัญหาและความต้องการจากการสรุปข้อมูลรายกลุ่ม ซึ่งมีความแตกต่างของสถานศึกษา ที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในด้านของบริบทพื้นที่ ช่วงชั้นปีการศึกษา พบว่ามีความสอดคล้องกันของสภาพ ปัญหาและความต้องการ ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนการศึกษาหรือจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ในการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษาได้ คณะผู้วิจัยจึงได้จัดทำสรุป เปรียบเทียบข้อมูล เพื่อนำเสนอผู้ให้ข้อมูลยืนยันตรวจสอบข้อมูลการสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันดังต่อไปนี้
99 1.สภาพปัญหา 1.1 ด้านการบริหารงานบุคคล 1.1.1 ขาดแคลนบุคลากรด้านการสอนและบุคลากรสายสนับสนุนที่เพียงพอ เนื่องจากหลักเกณฑ์การปฏิบัติด้านการจัดสรรอัตรากำลังทดแทนการเกษียณอายุราชการกำหนดอัตรา จากนักเรียนที่มีอยู่ หากสถานศึกษาที่มีจำนวนนักเรียนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดจะไม่ได้รับจัดสรรอัตรากำลัง 1.1.2 ปัญหาภาระงานนอกเหนือการสอนที่มีจำนวนมากท่ามกลางความขาดแคลน บุคลากรที่เพียงพอทำให้ขาดขวัญและกำลังใจและกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของงาน ด้านการศึกษาที่ยังไม่ได้คุณภาพตามที่กำหนด 1.2 ด้านงบประมาณ 1.2.1 การจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ ต่อการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา พร้อมทั้งการจัดสรรเงินค่าอาหารกลางวันให้กับผู้เรียนไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน 1.2.2 การจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและได้รับการ จัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ ตลอดจนขาดความรู้ ความชำนาญด้านการจัดซื้อ จัดหาวัสดุตามระเบียบ ราชการ จึงทำให้สถานศึกษาต้องระดมทรัพยากรจากชุมชนหรือหน่วยงานอื่น เพื่อจัดจ้างบุคลากรเพิ่มเติม หรือนำมาจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ทางเทคโนโลยี 1.3 ด้านบริหารสถานศึกษา 1.3.1 นโยบายการศึกษามีจำนวนมากและปรับเปลี่ยนอยู่เป็นประจำ โดยไม่คำนึงถึง ความแตกต่างของศักยภาพความแตกต่างด้านบริบทสถานศึกษาซึ่งส่งผลต่อภาระงานนอกเหนือการสอนของครู 1.3.2 ประสบปัญหาจากการโยกย้ายของครูและผู้บริหารเป็นประจำรวมถึงขาดอิสระ ในการพัฒนาการศึกษาเนื่องจากถูกกำกับติดตามนโยบายและติดตามข้อมูลเป็นประจำ 1.3.3 ขาดการกระจายการมอบหมายงานนอกเหนือหน้าที่การสอนทำให้ผู้ที่มี ความสามารถถูกมอบหมายงานเป็นประจำ ซึ่งส่งผลต่อภาระงานที่นอกเหนือการสอนมากเกินไป 1.4 วัสดุ อุปกรณ์ 1.4.1 วัสดุ อุปกรณ์ไม่เพียงพอสำหรับการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียนใน สถานศึกษา หรือมีแต่อยู่ในสภาพที่ต้องซ่อมบำรุงเป็นประจำ ซึ่งครูผู้สอนได้แก้ปัญหาโดยการนำเงินส่วนตัวมา เป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุ อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีหรือ ซ่อมบำรุงรักษา เพื่อใช้ในการสอนให้กับผู้เรียน 1.4.2 ขาดอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี เพื่อจัดทำสื่อการเรียนรู้ หรือ กิจกรรมการเรียนรู้ ให้กับผู้เรียน จึงไม่สามารถรองรับนโยบายการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน 1.4.3 การจัดสรรสื่อการเรียนรู้ ไม่สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษา
100 1.5 ด้านการจัดการศึกษา 1.5.1 ครูขาดความเข้าหลักสูตรและการจัดทำการสอนตามตัวชี้วัด และการสนับสนุน การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 1.5.2 ผลกระทบจากการเกิดโรคระบาดทำให้เกิดสภาวะการเรียนรู้ถดถอย (learning loss) ทำให้ครูผู้สอนต้องดำเนินการสอนเสริมให้กับผู้เรียนเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดที่ กำหนด 1.5.3 ระเบียบหลักเกณฑ์ด้านการเทียบโอนหน่วยกิต ยังขาดความชัดเจนระหว่างขั้น พื้นฐานกับอาชีวศึกษา ทำให้ผู้เรียนที่ตัดสินใจเข้ารับการศึกษาต่อกับอาชีวศึกษาแล้วมีความจำเป็นที่จะต้อง กลับเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่สามารถเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษาได้ 1.5.4 ครูขาดการพัฒนาทักษะและความเข้าใจหลักสูตร จึงมีผลทำให้การจัด การศึกษาไม่เป็นไปตามาตรฐานที่กำหนด โดยยังคงยึดครูเป็นศูนย์กลางและไม่ได้จัดการเรียนรู้ เชิงรุก (Active Learning) จนทำให้ผู้เรียนไม่สามารถคิดวิเคราะห์และมีสมรรถนะตามต้องการ 1.5.5 การนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากการ ประสานงานด้านนโยบายร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดและภาระงานที่มีนอกเหนือการสอนทำให้ขาดความ ต่อเนื่องในการนิเทศการศึกษาของผู้บริหารและศึกษานิเทศก์ ผู้ให้ข้อมูลทั้ง 4 กลุ่มได้ตรวจสอบผลการสรุปข้อมูลและยืนยันความถูกต้องของการสรุปข้อมูลสภาพ ปัญหาด้านการศึกษาตามที่คณะวิจัยนำเสนอข้อมูลและร่วมกันตรวจสอบข้อมูล คณะผู้วิจัยจึงได้จัดทำสรุป ความต้องการของสถานศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยมีข้อสรุปด้านความต้องการ ของสถานศึกษาดังต่อไปนี้ 1. ด้านบริหารงานบุคคล 1.1. มีความต้องการให้สถานศึกษามีอิสระต่อการจัดสรรบุคลากรให้เป็นไปตามความ ต้องการและความขาดแคลนบุคลากรของสถานศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษาให้เป็นไปกรอบนโยบายรวมทั้งการ สรรหาบุคลากรสายสนับสนุนเพื่อลดภาระงานนอกเหนือการสอนของครู 1.2. ต้องการปรับลดนโยบายที่สร้างภาระงานนอกเหนือการสอนของ สถานศึกษา และการจัดหาบุคลากรให้มีภาระงานสอนที่ตรงกับสาขาที่จบการศึกษา 2. ด้านงบประมาณ 2.1 ต้องการให้ปรับปรุงระเบียบการเก็บรักษาเงินที่ได้รับจัดสรรจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนค่าอาหารกลางวันให้กับผู้เรียน รวมทั้งอัตราการจัดสรรที่เพียงพอต่อการจัดทำอาหาร กลางวันให้กับผู้เรียน
101 2.2 ต้องการได้รับการจัดสรรงบประมาณ การระดมทรัพยากรที่สอดคล้องกับความ ต้องการจำเป็น เพื่อจัดการศึกษาให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ 2.3 ยกเว้นระเบียบ วิธีการทางงบประมาณที่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากในการจัดซื้อจัดหาสื่อ การเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีการสอนให้กับผู้เรียน 3. ด้านการบริหารสถานศึกษา 3.1 ต้องการมีความอิสระด้านการพัฒนาการศึกษาตามบริบทพื้นที่ของสถานศึกษา รวมถึงการพัฒนาตามศักยภาพของสถานศึกษาในการปฏิบัติตามนโยบายของส่วนกลาง 3.2 ต้องการให้ส่งเสริมการสร้างแรงบันดาลใจให้กับครูและผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อ สร้างขวัญและกำลังใจรวมถึงตระหนักในหน้าที่การสอน 4. ด้านวัสดุ อุปกรณ์ 4.1 ต้องการได้รับการจัดสรรสื่อการเรียนการสอน และสื่อด้านเทคโนโลยีที่สอดคล้อง กับ ความต้องการของสถานศึกษาและครูผู้สอน เพื่อการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ 4.2 ต้องการให้มีการอบรมและพัฒนาการใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการสอนให้กับ ครูผู้สอนเพื่อให้การใช้งานสื่อดังกล่าวเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตลอดทั้งการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งาน 4.3 ต้องการพัฒนาทักษะ ความรู้ด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยี เพื่อให้ผู้เรียนสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีตามนโยบายที่กำหนด 5. ด้านการจัดการศึกษา 5.1 มีความต้องการเข้ารับการพัฒนาทักษะและความรู้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ หลักสูตรและการวางแผนการสอนให้สอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชี้วัดตามนโยบายการศึกษา 5.2 มีความต้องการปรับลดตัวชี้วัดที่เกินกว่าความจำเป็นในการจัดการศึกษารวมถึง การวัดและประเมินผล เพื่อให้มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาโดยมุ่งเน้น การพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาของสถานศึกษา จากการสรุปข้อมูลสภาพปัญหาของสถานศึกษาที่เข้าร่วมเป็นสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยแบ่งกลุ่มผู้ให้ข้อมูลเป็น 4 กลุ่มตามบริบทพื้นที่และขนาดสถานศึกษาและเลือกกลุ่มตัวแทนผู้ให้ข้อมูลแบบ หลากหลายใช้เทคนิคการเก็บข้อมูลแบบสนทนากลุ่ม (Focus group discussion) โดยมีผู้ดำเนินการสนทนา ประจำกลุ่มได้จัดทำสรุปข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลร่วมกันกับผู้ให้ข้อมูลในลักษณะของการจัดทำตารางสรุป ข้อมูลและการนำเสนอข้อมูลสนับสนุนการให้ความเห็นประกอบการวิเคราะห์และจัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบ ข้อมูลร่วมกันในการกำหนดนโยบายการพัฒนาและสนับสนุนการศึกษา โดยมีผลการสรุปข้อมูลดังต่อไปนี้
102 กลุ่มที่ 1 : แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ประเด็น แนวทางการพัฒนา เกิดผลกับใครอย่างไร การสนับสนุน การจัดการศึกษา - พัฒนาสื่อการเรียนการสอนเพื่อ แก้ปัญหาด้านการอ่านและเขียน - วิเคราะห์หลักสูตรรายวิชา เพื่อ พัฒนานวัตกรรม - การทำวิจัยชั้นเรียน - ส่งเสริมและพัฒนาครูให้มี ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ - ยกระดับผลสัมฤทธิ์โดยใช้โครงงาน เป็นฐาน - พัฒนาเทคนิคกระบวนการจัดการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 - นักเรียน มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนที่สูงขึ้นมี ความสุขในการเรียน - ครู มีการพัฒนาตนเอง อย่างสม่ำเสมอ - โรงเรียน ได้รับความ น่าเชื่อถือและความ ไว้วางใจจากผู้ปกครอง และชุมชน - หน่วยงานต้นสังกัด - ผู้ปกครอง - ภาคีเครือข่าย - ชุมชน - หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การบริหาร การศึกษา - มีแผนพัฒนาและแผนกลยุทธ์ - มีโมเดลในการพัฒนา - มีแผนการปฏิบัติการ - มีเครือข่าย/สร้างเครือข่ายในการ บริหาร - มีทรัพยากรเพียงพอในการบริหาร (4M) - ครู - นักเรียน - ชุมชน - โรงเรียน - ผู้อำนวยการโรงเรียน - ชุมชน - หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งใน โรงเรียนและนอก โรงเรียน - หน่วยงานต้นสังกัด การนิเทศ ติดตามผล ประเมินผล - มีแผนการนิเทศ - มีการประชุมสร้างความเข้าใจ - กำหนดปฏิทินการนิเทศ - แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศที่ได้รับ การยอมรับ - เชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วมใน การนิเทศ - การนิเทศเพื่อแนะนำไม่ใช่การจับผิด (แบบกัลยาณมิตร) ในเวลาที่เหมาะสม - ใช้คำว่า"เยี่ยมชมชั้นเรียน" แทนคำว่า นิเทศ - ครู - นักเรียน - ชุมชน - โรงเรียน - ผู้อำนวยการโรงเรียน - ชุมชน - หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งใน โรงเรียนและนอก โรงเรียน - หน่วยงานต้นสังกัด
103 แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของผู้ให้ข้อมูลในกลุ่มที่ 1 ได้วิเคราะห์การสนับสนุน การพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยมีความสัมพันธ์ต่อการบริหารการศึกษา และการนิเทศติดตามประเมินผล การศึกษา ซึ่งผู้ให้ข้อมูลได้ให้ความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษา โดยมีแผนการพัฒนาและ การมีส่วนร่วมสนับสนุนความร่วมมือจากต้นสังกัดและชุมชนทั้งด้านทรัพยากรการศึกษาและด้านวิชาการให้กับ สถานศึกษา ดังที่ผู้ให้ข้อมูลได้ร่วมกันนำเสนอข้อมูลดังต่อไปนี้ ...แนวทางในการพัฒนาพัฒนาสื่อการเรียนการสอน เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการอ่าน การเขียน วิเคราะห์หลักสูตรรายวิชาเพื่อพัฒนานวัตกรรมอันนี้สำคัญต้องมีการวิเคราะห์ตัวหลักสูตรตัวชี้วัดที่สำคัญต้องมี การวิเคราะห์ การทำวิจัยชั้นเรียนให้เด็กมีปัญหาก็ต้องทำวิจัย เพื่อส่งเสริมและพัฒนาครูให้มีความก้าวหน้าทาง วิชาชีพส่งเสริมทางด้านการอบรมต่าง ๆ เพิ่มเติมยกระดับผลสัมฤทธิ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานก็คือ ให้เด็กทำ โครงงาน เพื่อให้เด็กได้คิด เด็กได้ทำ เด็กได้สรุป จากสิ่งที่เด็กคิดเด็กทำแล้วก็นำเสนอแล้วก็อีกหนึ่งอย่างคือ พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สิ่งที่เกิดผลกับนักเรียนก็จะมีผลการเรียนที่ดีขึ้น ครูก็ได้เรียนรู้วิธีการทำวิจัยวิธีการต่าง ๆ มากมาย ส่งผลให้นักเรียนมีผลการเรียนรู้ที่สูงขึ้น มีความสุขในการเรียน มีการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ ของครูและโรงเรียนได้รับความน่าเชื่อถือจากชุมชนไว้วางใจเชื่อมั่นในโรงเรียนการสนับสนุนหน่วยงานต้นสังกัด โรงเรียนโรงเรียนมีส่วนสำคัญมาก ชุมชน แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญก็คือเครือข่ายนะครับ ( ครูคนที่ 3, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ...แนวทางในการพัฒนาเราต้องมีการบริหารก็ต้องมีแผนโรงเรียน แผนกลยุทธ์ เพื่อเป็น เป้าหมายในการพัฒนา มีโมเดลในการพัฒนา เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเพื่อให้โรงเรียนประสบความสำเร็จ มีแผนปฏิบัติการที่ต้องที่ต้องทำเพื่อพัฒนาไปสู่เด็ก มีเครือข่ายสร้างเครือข่ายในการบริหารมีทรัพยากรเพียงพอ ในการบริหาร 4M นะครับที่เราได้นำเสนอไปส่วนที่หนึ่งแล้ว หากดำเนินการผลที่จะเกิดขึ้นเกิดกับบุคลากร ในโรงเรียน ครู นักเรียน ชุมชน และโรงเรียน หากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด ผอ.โรงเรียน ชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกพื้นที่ หน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่รอบรอบโรงเรียน อบต. หรือหน่วยงาน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น รพสต. อสม.เป็นต้นแล้วก็เครือข่ายเป็นกลุ่มโรงเรียน ( ผู้บริหารสถานศึกษาคนที่ 4, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ...ควรมีแผนการนิเทศมีการประชุมสร้างความเข้าใจว่าการนิเทศทำไปทำไมไปแนะนำไม่ได้ไป จับผิด กำหนดปฏิทินการนิเทศให้ชัดเจน ว่าจะนิเทศเรื่องอะไร มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการนิเทศที่ได้รับการ ยอมรับ ถ้าเป็นโรงเรียนอาจจะเป็นผอ. ถ้าเป็นโรงเรียนใหญ่ก็อาจจะมอบให้รองหรือหัวหน้ากลุ่มสาระ ปฏิบัติแทน มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วมในการนิเทศ และมีการนิเทศเพื่อแนะนำไม่ใช่เป็นการจับผิด อยากเปลี่ยนจากคำว่านิเทศที่ดูมันน่ากลัวให้เป็นคำว่า “เยี่ยมชมชั้นเรียน” แทนการคำว่านิเทศ ซึ่งควรได้รับ การสนับสนุนหน่วยงานต้นสังกัดนะครับ สำนักงานเขตพื้นที่ ผู้อำนวยโรงเรียน ชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและนอกพื้นที่แล้วก็เครือข่าย ( ครูคนที่ 5, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565)
104 กล่าวโดยสรุป ผู้ให้ข้อมูลในกลุ่มที่ 1 ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ชนบทและเป็นสถานศึกษา ขนาดเล็กมีนักเรียนต่ำกว่า 120 คนในระดับประถมศึกษา ตามเกณฑ์การกำหนดขนาดสถานศึกษา ได้ให้ความเห็นสำหรับการสนับสนุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมการศึกษาดังต่อไปนี้ 1. ด้านการจัดการศึกษา มุ่งเน้นการสนับสนุนให้มีสมรรถนะพื้นฐานตามกรอบคิด 3R 8C ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะด้าน การอ่านออกเขียนได้และคิดเลขเป็นในเบื้องต้น ตลอดจนการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาจากการส่งเสริมให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติในลักษณะของโครงงาน ซึ่งครูควรได้รับการสนับสนุนการพัฒนาทางวิชาการ อาทิ การวิเคราะห์หลักสูตรและตัวชี้วัด การวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาของผู้เรียน ตลอดจน ความก้าวหน้าทางวิชาชีพส่งเสริมทางด้านการอบรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 2. ด้านบริหารการศึกษา มุ่งเน้นการจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการให้มีเป้าหมายร่วมและขับเคลื่อนการพัฒนา ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาผู้เรียนโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชน หน่วยงานใน พื้นที่ให้การสนับสนุนการระดมทรัพยากรการศึกษา เพื่อให้มีทรัพยากรการบริหาร อย่างเพียงพอต่อการพัฒนา การศึกษาของสถานศึกษา 3. ด้านการนิเทศ ติดตามและประเมินผล ควรมีแผนการนิเทศ และการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้าใจเป้าหมายของการ นิเทศติดตามประเมินผล โดยมีคณะกรรมการที่ได้รับการยอมรับและมีความน่าเชื่อถือทางวิชาการ ซึ่งระดับ สถานศึกษาควรมอบหมายให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือหัวหน้ากลุ่มสาระเข้า มามีส่วนร่วมในการนิเทศติดตามประเมินผล พร้อมทั้งการนำผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการเข้ามามีส่วนร่วมให้ คำแนะนำ โดยมีการนิเทศแบบกัลยาณมิตรเพื่อสร้างบรรยายการการเรียนรู้ให้กับครู กลุ่มที่ 2 : แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ประเด็น แนวทางการพัฒนา เกิดผลกับใครอย่างไร การสนับสนุน การจัดการศึกษา - พัฒนาหลักสูตรนิเทศการ จัดการเรียนการสอนตาม บริบทของสถานศึกษา (CBE Thailand) -การจัดการเรียนการสอนที่ เน้นผู้เรียนมีสมรรถนะหลัก - ผู้เรียนมีสมรรถนะหลักความรู้ ทักษะ เจตคติ เพื่อการเป็นผู้ เรียนรู้ผู้ร่วมสร้างสรรค์ นวัตกรรม และเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง - ผู้อำนวยการโรงเรียน - ผู้ปกครอง - ภาคีเครือข่าย - ครู การบริหาร การศึกษา - จัดโครงสร้างให้เป็นระบบ - จัดคนให้เหมาะสมกับงาน - จัดงานให้เหมาะสมกับคน - นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น - ครูมีเวลาเตรียมการสอนและอยู่ กับนักเรียนมากขึ้น - ผู้อำนวยการโรงเรียน - ครู - ศึกษานิเทศ
105 - คืนครูสู่ห้องเรียน - ผู้อำนวยการสถานศึกษาสร้าง เครือข่ายและวางแผนพัฒนาให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น การนิเทศ ติดตาม ผลประเมินผล 1. วิเคราะห์สภาพปัญหา ปัจจุบันที่เกิดขึ้น 2. ศึกษาเอกสารและ งานวิจัย 3. พัฒนารูปแบบการนิเทศ ภายใน 4. ตรวจสอบรูปแบบที่ พัฒนาขึ้น 5. ทดลองใช้ 6. ประเมินผล 7. ปรับปรุงแก้ไขพัฒนา - ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่าน และการเขียนที่สูงขึ้น - ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ตามหลักสูตร - ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทุกกลุ่มสาระสูงขึ้น - การเข้าถึงเอกสาร งานวิจัย การสรุปข้อมูลจากกลุ่มที่ 2 ซึ่งผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ในระดับประถมศึกษาและ มัธยมศึกษาที่เข้าร่วมเป็นสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อสรุปข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลการ พัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยมีการสรุปข้อมูลร่วมกันดังที่ผู้ให้ข้อมูลได้ให้ข้อมูลดังต่อไปนี้ ...ได้ข้อสรุปตกลงกันมาแล้ว เรามองเห็นในเรื่องของหลักสูตร เพราะว่าหลักสูตรของ ประเทศไทยถือว่าใช้มานานมากแล้วนะครับ แต่ว่ากำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีการ เปลี่ยนแปลงในเรื่องของหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งหลักสูตรฐานสมรรถนะตรงนี้จะพัฒนาและแก้ปัญหา ในเรื่องของการท่องจำการเรียนเนื้อหาในตัวชี้วัดประเด็นในการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดทักษะ และเชื่อว่าทักษะเป็น สิ่งที่สำคัญที่ตอบสนองความต้องการของประเทศ เราจึงเน้นหลักสูตรสถานศึกษาการจัดการเรียนการสอน ให้ผู้เรียนมีสมรรถนะหลักสามารถค้นเพิ่มเติมได้ที่ CBE Thailand ผลที่เกิดจะเกิดกับผู้เรียนจะมีสมรรถนะหลัก มีความรู้ ทักษะ เจตคติ เพื่อเน้นผู้เรียนเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นพลเมืองที่เข้มแข็งนะครับ ควรให้การ สนับสนุนทั้งผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง แล้วก็เครือข่ายที่เราจะเอามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพราะว่า หลักสูตร คือ หัวใจสำคัญที่เน้นผู้เรียน เป็นหลัก ( ครูคนที่ 2, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565)
106 ...เราได้แก้ไขปัญหาเรื่องการกระจุกแต่ไม่กระจายต้องเน้นไปที่ตัวของผู้บริหารจัดโครงสร้างให้ เป็นระบบผู้บริหารต้องเป็นผู้นำต้องรู้จักการวางตัวให้เหมาะสมกับงาน และมีการคืนครูสู่ห้องเรียนเพราะ นักเรียนมาโรงเรียนต้องการที่จะเรียนกับครูผลที่จะเกิดกับนักเรียนจะทำให้นักเรียนก็จะมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น ครูมีเวลาในการเตรียมการสอนมากขึ้น ทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ ผู้อำนวยการก็ต้องมีการสร้าง เครือข่ายแล้วก็วางแผนการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้อำนวยการ ครู ศึกษานิเทศก์ที่จะพัฒนาในการเรียนการสอน ( ผู้บริหารสถานศึกษาคนที่ 4, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ...เรามีรูปแบบ 1.วิเคราะห์สภาพปัญหาปัจจุบันที่เกิดขึ้น 2. ศึกษาเอกสารและงานวิจัย ที่เกี่ยวขึ้น 3.พัฒนารูปแบบของการนิเทศภายใน 4.ตรวจสอบรูปแบบที่พัฒนาขึ้น 5.ทดลองใช้ 6.ประเมินผล 7.ปรับปรุงแก้ไขพัฒนา เพราะเชื่อว่าการนิเทศมีหลากหลายรูปแบบและแต่ละโรงเรียนควรเลือกตามบริบทของ โรงเรียน ซึ่งผลจะเกิดขึ้นกับผู้เรียน เพราะว่าเด็กกระบวนการนิเทศแล้วประสิทธิภาพการเรียนก็จะมากขึ้น นักเรียนก็จะมีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้น ทั้งด้านการอ่านและการเขียนที่สูงขึ้น มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ประสงค์ ตามหลักสูตร ครูผู้สอนมีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และผู้บริหารก็มีรูปแบบการ นิเทศภายในที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนเรามีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายสามารถศึกษา จากงานวิจัยหากเราสามารถเข้าถึงข้อมูลการนิเทศตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะสามารถ เข้าถึงงานวิจัยได้ยากขึ้นอยากให้เข้าถึงได้ง่ายเพื่อจะได้มีการพัฒนาที่ง่ายขึ้น ( ครูคนที่ 4, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) กล่าวโดยสรุป ผู้ให้ข้อมูลในกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ชนบทและเป็นสถานศึกษา ที่มีนักเรียนเกินกว่า 120 คนแต่ไม่ถึง 500 คนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ตามเกณฑ์การกำหนด ขนาดสถานศึกษาได้ให้ความเห็นสำหรับการสนับสนุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยมีการสรุปข้อมูล ร่วมกันในประเด็นดังต่อไปนี้ 1.ด้านการจัดการศึกษา ให้ความสำคัญกับการจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะตามแนวทางการ ปรับเปลี่ยนและพัฒนาหลักสูตรที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อสร้างทักษะให้กับผู้เรียน เป็นหลัก 2. ด้านบริหารการศึกษา ให้ความสำคัญกับการจัดโครงสร้างองค์การ ระบบงาน และ การกำหนดหน้าที่การสอนให้ตรงกับสาขาวิชาของผู้สอน พร้อมทั้งการลดภาระงานนอกเหนือการสอนเพื่อให้ ผู้สอนได้มีเวลาในการสอนอย่างเต็มที่ 3. การนิเทศ ติดตามผล ประเมินผล ให้ความสำคัญกับการนิเทศโดยกระบวนการวิจัย (Research Base Supervision) โดยมีขั้นตอนประกอบด้วย 1.วิเคราะห์สภาพปัญหาปัจจุบันที่เกิดขึ้น 2. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวขึ้น 3.พัฒนารูปแบบของการนิเทศภายใน 4.ตรวจสอบรูปแบบที่พัฒนาขึ้น 5.ทดลองใช้6.ประเมินผล 7.ปรับปรุงแก้ไขพัฒนา ซึ่งควรจะมีกำหนดรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา ที่มีความหลากหลายตามบริบทของสถานศึกษาและได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากมหาวิทยาลัย
107 กลุ่มที่ 3 : แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ประเด็น แนวทางการพัฒนา เกิดผลกับใครอย่างไร การสนับสนุน การจัดการศึกษา - จัดการศึกษาตาม ความต้องการของผู้เรียน - ผู้เรียนมีเป้าหมายชัดเจน - โรงเรียนพัฒนา หลักสูตรสนองความ ต้องการ ของผู้เรียน การบริหาร การศึกษา ให้อิสระกับสถานศึกษาในการ บริหารจัดการอย่างเต็มที่ ครู นักเรียน ชุมชน -เขตพื้นที่การศึกษา - ชุมชน การนิเทศ ติดตาม ผลประเมินผล - พัฒนาระบบการวัดผลแบบ ดิจิทัล ออนไลน์ - ครู ประหยัดเวลา - นักเรียน จะได้รับการ พัฒนาทักษะการทำข้อสอบ ออนไลน์ - โรงเรียน ประหยัด งบประมาณในการทำ เอกสาร - งบประมาณ - ระยะเวลาในการ เผยแพร่ในองค์กร การเก็บข้อมูลของคณะผู้วิจัยในกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสมีพื้นที่ตั้งของสถานศึกษา อยู่ชายขอบของพื้นที่อำเภอ เพื่อรองรับโอกาสในการเข้าเรียนต่อและลดค่าใช้จ่ายให้กับนักเรียนที่อยู่ห่างไกลตัว เมืองให้ได้รับโอกาสในการศึกษาจนจบการศึกษาภาคบังคับ โดยผู้ให้ข้อมูลเป็นครู และ ผู้บริหารสถานศึกษา ของโรงเรียนได้ร่วมกันสรุปข้อมูล ตามประเด็นดังต่อไปนี้ ...การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา เราต้องจัดการศึกษาตรงความต้องการของผู้เรียน ดูตามสถานศึกษาให้นักเรียนได้เลือกว่าต้องการเรียนเรื่องอะไร สายภาษา สายวิทย์ อย่างเช่น โรงเรียนระดับ มัธยมศึกษาก็น่าจะมีการแบ่งที่ชัดเจนมากขึ้น อยากม.ปลายก็จะมีสายวิทย์ สายศิลป์ ให้ดูว่าเค้าต้องไปประกอบ อาชีพไหนหรือสาขาไหน เพื่อให้ตรงตามความต้องการตัวเองมากที่สุด เช่นสายสาธารณสุข สายวิศวะ เป็นต้น เกิดผลกับใครก็เกิดผลกับผู้เรียนเองเค้าได้เห็นแนวทางในการพัฒนาตนเองแล้วก็เป้าหมายที่ชัดเจน ของตนเองการสนับสนุนอยากให้โรงเรียนสนับสนุนในการพัฒนาหลักสูตรได้ตอบสนองความต้องการ ของผู้เรียน ( ครูคนที่ 4, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ....ด้านการนิเทศและติดตามประเมินผล สิ่งที่เราอยากพัฒนาต่อเราอยากพัฒนาการวัดผล แบบ digital ออนไลน์ก็คือการทำเว็บไซต์สำหรับการวัดและประเมินผลสิ่งที่จะเกิดกับครู ครูไม่ต้องเสียเวลามา นั่งเย็บข้อสอบไม่ต้องมานั่งตรวจข้อสอบ แล้วก็นักเรียน นักเรียนก็จะมองเห็นชัดเจนว่าในการสอบเข้าระดับ มหาวิทยาลัยในปีถัด ๆ ไปจะมีการสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์นักเรียนก็จะได้รับการพัฒนาทักษะในการเข้า
108 สอบแบบออนไลน์ซึ่งในการทำข้อสอบการเข้ามหาวิทยาลัยซึ่งหนึ่งคะแนนก็จะมีผลต่อการได้เข้าเรียนต่อถ้าเรา พัฒนาเค้าก็จะมีทักษะ โรงเรียนสิ่งที่ได้จากนวัตกรรมนี้ก็คือจะประหยัดงบประมาณในการทำข้อสอบ ดูได้จากเวลาสอบในการทำข้อสอบจะต้องใช้งบประมานมากและใช้กระดาษเยอะมาก ถ้าเราใช้การวัดผลแบบ ออนไลน์จะสามารถประหยัดงบประมาณได้เป็นจำนวนมากแล้วก็รักษาสิ่งแวดล้อมได้ด้วย สิ่งที่อยากจะได้การ สนับสนุนก็เป็นเรื่องของงบประมาณในการเช่าพื้นที่ในการทำระบบถ้าได้รับการสนับสนุนให้กับโรงเรียนก็จะ เป็นประโยชน์ในการพัฒนานักเรียนต่อไปขอบคุณครับ ( ครูคนที่ 6, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) กล่าวโดยสรุป ผู้ให้ข้อมูลในกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาแบบขยายโอกาส โดยดำเนินการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้ให้ความเห็นสำหรับ แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยมีการสรุปข้อมูลร่วมกันในประเด็นดังต่อไปนี้ 1. ด้านการจัดการศึกษา ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาที่สอดคล้องกับ ความต้องการของผู้เรียน และมีการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่เส้นทางอาชีพ ตามความถนัดและสนใจของ ตนเอง โดยสถานศึกษาให้การสนับสนุนการรู้จักตนเอง รู้จักอาชีพ และวางแผนอาชีพด้วยระบบแนะแนว และการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความแน่ใจในการรู้จักความถนัดของตนเอง 2. ด้านบริหารการศึกษา ได้สรุปร่วมกันว่ามีความเห็นคือควรมีแนวทางให้การบริหาร สถานศึกษามีอิสระต่อการพัฒนาการศึกษาตามบริบทพื้นที่ 3. การนิเทศ ติดตามผล ประเมินผล ควรมีระบบการวัดและประเมินผลออนไลน์เพื่อให้เกิด ความสะดวกต่อการวัดและประเมินผลพร้อมทั้งการนิเทศติดตามประเมินผลให้เกิดเป็นนวัตกรรมการศึกษา ในพื้นที่ กลุ่มที่ 4 : แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ประเด็น แนวทางการพัฒนา เกิดผลกับใครอย่างไร การสนับสนุน การจัดการศึกษา พัฒนานักเรียน 3 ด้าน - ด้านวิชาการ - ด้านพัฒนาการ - ด้านอารมณ์สังคม - 5 step 1.ประเมินสภาพแวดล้อมทั้งระบบ 2.การวางแผนของโรงเรียนทั้งระบบ 3.การสนับสนุนพัฒนาวิชาชีพ 4.การช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล 5.การติดตามปรับปรุงและผลสะท้อนกลับ - ผู้เรียน - หน่วยงานต้น สังกัด - ผู้ปกครอง - ภาคีเครือข่าย - ชุมชน การบริหาร การศึกษา "ครูดี นักเรียนดี ผู้ปกครองดี " - แก้ปัญหา 3 มิติ 1. ด้านวิชาการ 2. ด้านพัฒนาการ 3. ด้านอารมณ์/สังคม - นักเรียน อ่านออก เขียนได้ คิดวิเคราะห์ มีความรู้สมวัย - งบประมาณใน การซื้ออุปกรณ์
109 "3D" คัดกรองนักเรียน 3 กลุ่ม - แก้ไข (แดง) - อ่อน (เหลือง ) - ดี (เขียว) - ครู มีนวัตกรรมในการ จัดการเรียนที่พัฒนา นักเรียน - โรงเรียน มีภาคีเครือข่าย ผู้ปกครองที่เข้มแข็ง การนิเทศ ติดตาม ผล ประเมินผล - กระบวนการนิเทศ 1. ศึกษาสภาพปัจจุบันของปัญหา 2. วางแผนการนิเทศ 3. สร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ 4. ปฏิบัติการนิเทศ 5. สรุปและรายงานผล - นักเรียน - ครู - โรงเรียน - ผู้อำนวยการโรงเรียน - จัดสรร งบประมาณจาก หน่วยงานต้น สังกัด การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลของกลุ่มที่ 4 ซึ่งผู้ให้ข้อมูลส่วนมากเป็นครูและผู้บริหารสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษาประจำอำเภอ และมัธยมศึกษาประจำตำบล ได้ให้ข้อมูลสรุปแนวทางการพัฒนานวัตกรรม การศึกษาร่วมกัน โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดขั้นตอนและแนวทางที่มีความสัมพันธ์กันดังต่อไปนี้ ...กลุ่มของเราจะนำเสนอในเรื่องของนวัตกรรมแนวทางในการสร้างนวัตกรรมเราคิดมาในส่วน ของด้านการจัดการศึกษาเราจะมีการพัฒนา 3 ด้านด้วยกัน 1.ด้านวิชาการ 2.ด้านพัฒนาการ 3.ด้านอารมณ์ และสังคมนะคะ ซึ่งจะมี 5 ขั้นตอนในการพัฒนาสื่อและนวัตกรรม step 1 ประเมินสภาพแวดล้อมทั้งระบบว่ามีสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไรบ้าง ที่ต้องพัฒนา step 2 การวางแผนของโรงเรียนทั้งระบบอาจใช้กระบวนการ PLC มาช่วยหา แนวทางหรือวางแผนร่วมกันในการพัฒนาจากจัดการศึกษา Step 3 สนับสนุนพัฒนาวิชาชีพกับครูและบุคลากร เพื่อให้โรงเรียนของเรามีแนวทาง ในการจัดการศึกษาที่เป็นไปในทิศทางที่เราต้องการ Step 4 ช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล นี้จะเป็นการคัดกรองนักเรียนแต่ละคนว่า อยู่ในกลุ่มไหน Step 5 จะเป็นการติดตามปรับปรุงและผลสะท้อนกลับซึ่งผลทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะเกิด กับนักเรียนการ
110 การสนับสนุนก็จะสนับสนุนจากต้นสังกัดเช่นเขตพื้นที่สิ่งที่สำคัญผู้ปกครองภาคีเครือข่าย ชุมชนซึ่งโรงเรียนเราเป็นโรงเรียนเด็กเล็กเราจะต้องสอนเด็กเล็ก ๆ เราจะต้องมีการติดต่อประสานงานกับ ผู้ปกครองเช่นเด็กเล็กก็ต้องประสานงานในเรื่องของการบ้านแล้วก็พัฒนาการต่าง ๆ ( ครูคนที่ 2, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ...การพัฒนานวัตกรรมการศึกษา “ครูดีนโยบายดีผู้ปกครองดี” แก้ปัญหา 3 มิติ ด้านพัฒนาการ ด้านวิชาการ ด้านอารมณ์และสังคม เด็กกลุ่มการแก้ไขจะให้เป็นสีแดง กลุ่มอ่อนจะให้เป็น สีเหลือง ให้เป็นสีเขียวเป็นกลุ่มดี ซึ่งแต่ละกลุ่มพอคัดกรองออกมาแล้ว สีแดงอาจจะมีการซ่อมเสริม อาจจะทำ ช่วงหลังเลิกเรียน อาจจะเป็นการสอนเพิ่มเติม กลุ่มอ่อนให้การบ้านเพิ่มเติม อาจมีการประสานงานร่วมกับ ผู้ปกครอง ส่วนกลุ่มดีเราถือว่าเค้าดีแล้วเราสามารถส่งเสริม กีฬา ศิลปะ ตามความสนใจของผู้เรียน สิ่งที่ได้ เกิดผลกับนักเรียน นักเรียนที่มีปัญหาจะได้รับการแก้ปัญหา ส่วนครูก็จะได้นวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นในการ จัดการเรียนการสอน ซึ่งเป็นการพัฒนาตัวผู้สอนเองด้วย โรงเรียนก็จะได้ภาคีเครือข่ายผู้ปกครองที่เข้มแข็งขึ้น ( ผู้บริหารสถานศึกษาคนที่ 4, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) ...การนิเทศยังคงเป็นกระบวนการนิเทศทั่วไป แต่จากคำพูดของโรงเรียนส่วนใหญ่พอจะ เดินคุยกับครูไปดูสภาพจริงว่าเป็นอย่างไรหรือครูไม่อยู่ขอไปสอนเอง ล่าสุดได้ไปสอน ป.1 จากครูมัธยมไปสอน ครูเด็ก ๆ ก็ค่อนข้างจะยากพอควร แล้วเด็กก็ค่อนข้างกลัว สิ่งที่เจอคือภาวะถดถอย เด็กเขียนชื่อไม่ได้ ตอนนี้ไม่ ขออะไรขอแค่ให้เด็กเขียนก-ฮ ได้เขียนชื่อตนเองได้ หลังจากนี้เริ่มอ่านแล้วค่อย ๆ เพิ่มความยาก ซึ่งเชื่อว่า ทั้งหมดนี้เป็นภาวะถดถอยซึ่งจะทำให้ไปสู่นวัตกรรมในการแก้ไขและพัฒนาต่อไป ( ผู้บริหารสถานศึกษาคนที่ 4, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 พฤษภาคม 2565) กล่าวโดยสรุป แนวทางการพัฒนาการศึกษาของกลุ่มที่ 4 มีขั้นตอน กระบวนการ ที่เชื่อมต่อ กับการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล และระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อออกแบบแผนการสอน ให้เกิดการเชื่อมต่อกัน 3 ด้านคือ 1.ด้านวิชาการ 2.ด้านพัฒนาการ 3.ด้านอารมณ์และสังคมของผู้เรียน โดยจำแนกการพัฒนานวัตกรรมศึกษา 1.ด้านการจัดการศึกษา ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาที่สอดคล้องกับการพัฒนาที่เชื่อมต่อ กันทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านพัฒนาการศึกษา และด้านอารมณ์สังคมของผู้เรียน โดยมีขั้นตอนตั้งแต่การ ประเมินสภาพแวดล้อม และใช้กระบวนการ PLC กำหนดแนวทางการพัฒนาและวางแผนการพัฒนานวัตกรรม ที่เชื่อมต่อกับระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล และติดตาม ปรับปรุงผลที่เกิดกับ ผู้เรียน โดยต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในพื้นที่
111 2. ด้านบริหารการศึกษา มุ่งเน้นนวัตกรรมการศึกษา จากการผลักดันให้เกิด “ครูดี นโยบายดี ผู้ปกครองดี” ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ต่อกันระหว่างสถานศึกษาและผู้ปกครองที่ได้รับการสนับสนุนจากระบบนโยบาย โดยการ วิเคราะห์ผู้เรียนและแบ่งกลุ่มผู้เรียนตามพื้นฐานความพร้อม ความถนัดและความสนใจของผู้เรียน 3. การนิเทศ ติดตามผล ประเมินผล มุ่งเน้นการพัฒนาระบบนิเทศให้เกิดการประเมินผลกับผู้เรียนให้มีสมรรถนะพื้นฐาน ด้านการอ่านออกเขียนได้ เพราะประสบปัญหาการเรียนรู้ถดถอย จึงทำให้ผู้เรียนขาดช่วงของการเข้ารับการ พัฒนาจากระบบการศึกษา ซึ่งหากผู้เรียนไม่ได้รับพื้นฐานด้านการอ่านออกเขียนได้และการติดตามประเมินผล ผู้เรียนเพื่อนำมาพัฒนาการจัดการเรียนการสอน จะทำให้การพัฒนานวัตกรรมการศึกษาไม่เกิดผลดีเท่าที่ควร จากการดำเนินการนำเสนอสรุปข้อมูลรายกลุ่มของผู้ให้ข้อมูล คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์และ เปรียบเทียบข้อมูลรายกลุ่ม เพื่อสร้างข้อสรุปของแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เพื่อให้ผู้ให้ข้อมูล ร่วมกันตรวจสอบข้อสรุปข้อมูล ซึ่งมีข้อสรุปข้อมูลแนวทางพัฒนานวัตกรรมการศึกษาดังต่อไปนี้ 1.ด้านการจัดการศึกษา 1.1 มุ่งเน้นการมีสมรรถนะพื้นฐานตามกรอบ 3 R 8 C เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการอ่าน เขียน คิดเลขเป็น ซึ่งจะทำให้สามารถดำรงอยู่ได้ในชีวิตประจำวันและพัฒนาตนเองให้เกิดการเรียนรู้เพื่อมี ทักษะด้านอื่น 1.2 การพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยมีหลักสูตรฐานสมรรถนะที่เกิดจากการ วิเคราะห์หลักสูตรและตัวชี้วัด โดยมีกิจกรรมการเรียนการสอนจากการกำหนดให้ผู้เรียนนำความรู้ไปสู่การ ปฏิบัติในลักษณะโครงงาน เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับการสร้างสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนเป็นหลัก 1.3 การพัฒนานวัตกรรมการศึกษาควรมีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน เพื่อสร้างทักษะอาชีพและการเตรียมความพร้อมด้านอาชีพที่สอดคล้องกับระบบแนะแนวการศึกษา ของสถานศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนมีเป้าหมายและความชัดเจนต่อการวางแผนอาชีพ 1.4 การพัฒนานวัตกรรมการศึกษาที่มีความการพัฒนาการศึกษาที่สอดคล้องกับหลัก วิชาการและการพัฒนาด้านอารมณ์สังคมของผู้เรียน โดยเริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของสถานศึกษา และชุมชน แล้วนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยกระบวนการ PLC (Professional Learning Community) เพื่อให้ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาในสถานศึกษาร่วมกัน ให้เกิดการเชื่อมต่อกับ ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งจะเริ่มจากการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล และประเมินเพื่อออกแบบระบบ ดูแลช่วยเหลือให้กับผู้เรียน
112 2. ด้านบริหารการศึกษา 2.1 มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยมีการจัดทำแผนกลยุทธ์และ แผนปฏิบัติการให้เกิดเป้าหมายร่วมของการพัฒนาการศึกษาที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนการมีส่วนร่วม ของเครือข่ายชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาตลอดจน การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาในพื้นที่ให้กับสถานศึกษา 2.2 มุ่งเน้นการจัดบริหารองค์การและระบบงานที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา นวัตกรรมการศึกษา โดยการกำหนดหน้าที่ให้ผู้สอนได้จัดทำการสอนตรงกับสาขาที่จบการศึกษาหรือมีความ ชำนาญเป็นหลัก พร้อมทั้งลดภาระงานนอกเหนือการสอน 2.3 มุ่งเน้นให้เกิดอิสระในการบริหารสถานศึกษา โดยมีการประสานความร่วมมือ สนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับครูผู้สอน เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่มีความเชื่อมต่อ กันระหว่างสถานศึกษากับครอบครัวของผู้เรียนให้เกิดเป็นระบบนิเวศการเรียนรู้ โดยมีผู้ปกครองเป็นครูที่ให้การ สนับสนุนการเรียนรู้นอกสถานศึกษาให้รู้เรียนได้เรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจ 3. การนิเทศ ติดตามผล ประเมินผล 3.1 การมุ่งพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมการศึกษา ควรมีแผนการนิเทศแบบกัลยาณมิตร และการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมีคณะกรรมการที่ได้รับการยอมรับทางวิชาการและการสนับสนุน จากมหาวิทยาลัยในพื้นที่เข้ามาร่วมสนับสนุนทางวิชาการและเป็นพี่เลี้ยงให้กับครูผู้สอน 3.2 การนิเทศ ติดตามประเมินผลการศึกษา ควรใช้กระบวนการวิจัยมาสร้างขั้นตอน การนิเทศติดตามประเมินผล เพื่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพปัญหา และ พัฒนารูปแบบนิเทศการศึกษา ตลอดจนการทดลองและปรับปรุงรูปแบบการนิเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนา นวัตกรรมการศึกษาตามบริบทของสถานศึกษา 3.3 รูปแบบนิเทศการศึกษาควรประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศเข้ามาเป็นส่วนสำคัญใน การประเมินผลการศึกษาของผู้เรียนแบบออนไลน์ และคำนึงถึงสภาวะการเรียนรู้ที่ถดถอยของผู้เรียน ซึ่งมีผลต่อสมรรถนะพื้นฐานด้านการอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็นและเป็นผลทำให้การเรียนรู้หรือพัฒนาทักษะ ด้านอื่นไม่สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ การพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ซึ่งเป็นข้อมูลการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาจากผู้ปฏิบัติงานร่วมกัน ระหว่างครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย จึงเป็นข้อมูลที่เป็นมิติ ของความสัมพันธ์ที่สนับสนุนและเอื้อให้เกิดนวัตกรรมการศึกษาทั้งระดับปฏิบัติการ และระดับบริหารในพื้นที่ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญต่อการวางแผนพัฒนาการศึกษา ซึ่งจะสามารถกำหนดทิศทางการสนับสนุนให้ เกิดนวัตกรรมการศึกษาในพื้นที่ โดยมีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาและแนวทางการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่คือระดับสถานศึกษามากที่สุด
113 ภาพกิจกรรมการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัย เพื่อจัดทำแผนบูรณาการจัดการศึกษาและระบบ สนับสนุนทางการศึกษา ร่วมกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
114 3.2 แผนบูรณาการจัดการศึกษาและระบบสนับสนุนทางการศึกษาในระดับจังหวัด อำเภอ และชุมชน การนี้ คณะผู้วิจัยจึงได้นำเสนอข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ให้กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและสมัชชาการศึกษาเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยมีแผนการศึกษาเป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางและให้สถานศึกษาได้นำแนวทางไปพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ในสถานศึกษา ผู้วิจัยได้นำข้อมูลสภาพปัญหาของสถานศึกษานำมาวิเคราะห์ตามหลักการ SWOT analysis ร่วมกับ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและสมัชชาการศึกษาจังหวัด เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนานวัตกรรม การศึกษาของจังหวัดสุโขทัยดังรายละเอียดต่อไปนี้ จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) จุดแข็ง มุมอง 2S 4M Structure - มีโครงสร้างการทำงานชัดเจน - มีระเบียบข้อกฎหมายและนโยบายภาครัฐให้การ สนับสนุน - มีการประสานสอดคล้องในการดำเนินนโยบาย ระหว่างหน่วยงานทางการศึกษา ภาคประชาสังคม และนักวิชาการผ่านกลไกสมัชชาการศึกษาจังหวัด Service / Products - สภาพแวดล้อมของสถานศึกษาเอื้ออำนวยต่อการ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้และนวัตกรรมการศึกษา - มีการบริการการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และการจัด กิจกรรมร่วมกับชุมชน - มีระบบประกันคุณภาพการศึกษาและมาตรฐาน การศึกษา Man - บุคลากรมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ เหมาะสมกับการปฏิบัติงานตามหน้าที่ ซึ่งผ่านเกณฑ์ การสอบคัดเลือกตามสาขาวิชาชีพ - บุคลากรมีโอกาสได้รับการพัฒนาตนเอง โดยมี งบประมาณสนับสนุนการพัฒนาจากหน่วยงานรัฐ Money จุดอ่อนมุ มอง 2S 4M Structure - ขาดแคลนของอัตรากำลังครูมีมาก ทำให้โครงสร้างการ บริหารงานไม่สามารถกระจายงานได้ - อยู่ระหว่างปรับเปลี่ยนกฎหมายการศึกษา ทำให้ โครงสร้างการบริหารการศึกษาในระดับภูมิภาคยังไม่ชัดเจน Service / Products -มีความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการศึกษา ที่ส่งผลต่อ ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียน -ผู้เรียนยังคงมีปัญหาสมรรถนะพื้นฐานด้านการอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็นและสภาวะการเรียนรู้ถดถอย -การบริการทางการศึกษายังไม่ครอบคลุมการบริการให้เด็ก กลุ่มเปราะบาง กลุ่มยากจน Man -ภาระงานนอกเหนือการสอนที่มีจำนวนมากท่ามกลางความ ขาดแคลนบุคลากรที่เพียงพอทำให้ขาดขวัญและกำลังใจ และกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพ ของงาน ด้านการศึกษาที่ยังไม่ได้คุณภาพ ตามที่กำหนด -ขาดแคลนบุคลากรด้านการสอนและบุคลากรสาย สนับสนุนที่เพียงพอ เนื่องจากหลักเกณฑ์การปฏิบัติด้านการ จัดสรรอัตรากำลังทดแทนการเกษียณอายุราชการกำหนด
115 จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) - มีความต่อเนื่องของการจัดสรรงบประมาณเป็น ประจำทุกปี - มีแผนงบประมาณและแผนปฏิบัติการของ หน่วยงานในการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ Materials - อาคารสถานที่เพียงพอเหมาะสมกับจำนวน เจ้าหน้าที่ และการเรียนการสอน - อาคารสถานที่มีความพร้อมในการให้บริการแก่การ ขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา Management - มีการนิเทศติดตามการผลการจัดการศึกษาร่วมกัน ระหว่างครูผู้บริหารและสำนักงานเขตพื้นที่เป็น ประจำ - มีการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ของ สำนักงานเขต พื้นที่และโรงเรียนต่อชุมชน - มีการวางแผนการบริหารงานชัดเจน และ ดำเนินงานตามแผน -บุคลากรให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานตาม นโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่ อัตราจากนักเรียนที่มีอยู่ หากสถานศึกษาที่มีจำนวน นักเรียนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดจะไม่ได้รับจัดสรรอัตรากำลัง -ขาดการสร้างแรงจูงใจและการพัฒนาทักษะการสอนให้ตรง กับมาตรฐานและตัวชี้วัด Money - การจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ ต่อการพัฒนา การศึกษาของสถานศึกษาพร้อมทั้งการจัดสรรเงินค่าอาหาร กลางวันให้กับผู้เรียนไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายและสภาพ เศรษฐกิจในปัจจุบัน - การจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีมีขั้นตอนที่ ยุ่งยากและได้รับการจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ ตลอดจนขาดความรู้ ความชำนาญด้านการจัดซื้อ จัดหา วัสดุตามระเบียบราชการ จึงทำให้สถานศึกษาต้องระดม ทรัพยากรจากชุมชนหรือหน่วยงานอื่น เพื่อจัดจ้างบุคลากร เพิ่มเติมหรือนำมาจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ทางเทคโนโลยี Materials - วัสดุ อุปกรณ์ไม่เพียงพอสำหรับการจัดการเรียน การสอน ให้กับผู้เรียนในสถานศึกษา หรือมีแต่อยู่ในสภาพที่ต้องซ่อม บำรุงเป็นประจำ ซึ่งครูผู้สอนได้แก้ปัญหาโดยการนำเงิน ส่วนตัวมาเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุ อุปกรณ์ด้าน เทคโนโลยี หรือ ซ่อมบำรุงรักษา เพื่อใช้ในการสอนให้กับ ผู้เรียน - ขาดอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี เพื่อจัดทำสื่อการเรียนรู้ หรือ กิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน จึงไม่สามารถรองรับ นโยบายการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ ที่สอดคล้อง กับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน - การจัดสรรสื่อการเรียนรู้ ไม่สอดคล้องกับความต้องการ ของสถานศึกษา Management -นโยบายการศึกษามีจำนวนมากและปรับเปลี่ยนอยู่เป็น ประจำ โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของศักยภาพและ
116 จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) ความแตกต่างด้านบริบทสถานศึกษา ซึ่งส่งผลต่อภาระงาน นอกเหนือการสอนของครู -ประสบปัญหาจากการโยกย้ายของครูและผู้บริหารเป็น ประจำรวมถึงขาดอิสระในการพัฒนาการศึกษาเนื่องจากถูก กำกับติดตามนโยบายและติดตามข้อมูลเป็นประจำ -ขาดการกระจายการมอบหมายงานนอกเหนือหน้าที่ การสอนทำให้ผู้ที่มีความสามารถถูกมอบหมายงานเป็น ประจำ ซึ่งส่งผลต่อภาระงานที่นอกเหนือการสอนมาก เกินไป - ครูขาดความเข้าหลักสูตรและการจัดทำการสอนตาม ตัวชี้วัด และการสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง -ผลกระทบจากการเกิดโรคระบาดทำให้เกิดสภาวะการ เรียนรู้ถดถอย (learning loss) ทำให้ครูผู้สอนต้อง ดำเนินการสอนเสริมให้กับผู้เรียนเพื่อให้เป็นไปตาม มาตรฐานและตัวชี้วัดที่กำหนด -ระเบียบหลักเกณฑ์ด้านการเทียบโอนหน่วยกิต ยังขาด ความชัดเจนระหว่างขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษา ทำให้ผู้เรียน ที่ตัดสินใจเข้ารับการศึกษาต่อกับอาชีวศึกษาแล้วมีความ จำเป็นที่จะต้องกลับเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่สามารถ เทียบโอนหน่วยกิตการศึกษาได้ -ครูขาดการพัฒนาทักษะและความเข้าใจหลักสูตร จึงมีผล ทำให้การจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามาตรฐานที่กำหนด โดย ยังคงยึดครูเป็นศูนย์กลางและไม่ได้จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จนทำให้ผู้เรียนไม่สามารถคิดวิเคราะห์ และมีสมรรถนะตามต้องการ -การนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากการประสานงาน ด้านนโยบายร่วมกับหน่วยงาน ต้นสังกัดและภาระงานที่มีนอกเหนือการสอนทำให้ขาด ความต่อเนื่องในการนิเทศการศึกษาของผู้บริหารและ ศึกษานิเทศก์
117 โอกาส (Opportunity) อุปสรรค (Threat) โอกาส มุมมอง STEP S สังคม - วัฒนธรรม โรงเรียนได้รับการยอมรับจากชุมชน โดยการมีส่วน ร่วมสนับสนุนในลักษณะของคณะกรรมการ สถานศึกษาและคณะกรรมการภาคีสี่ฝ่าย ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการศึกษาและการส่ง บุตรเข้าเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ เครือข่ายชุมชนให้ความร่วมมือและสนับสนุน การศึกษาของชุมชน หน่วยงานนโยบายระดับจังหวัดให้ความสนใจและ ส่งเสริมในด้านการปฏิรูปการศึกษา มีกลไกสมัชชาการศึกษาจังหวัด อำเภอ และพื้นที่ ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษา Technological factors มีแหล่งสืบค้นข้อมูล แหล่งเรียนรู้นวัตกรรมและ เทคโนโลยีหลากหลายทั้งสถาบันการศึกษา และ องค์กรเอกชนที่อยู่ใกล้โรงเรียน นักเรียนสามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ใน กระบวนการเรียนรู้ได้ มีแหล่งบริการออนไลน์และแหล่งเร ียนรู้ เพื่อการสืบค้นข้อมูลให้แก่ครู และนักเรียน Economic factors ทุนเศรษฐกิจในชุมชนที่สถานศึกษาตั้งอยู่เอื้อต่อการ พัฒนานวัตกรรมการศึกษาและระบบนิเวศการ เรียนรู้บนฐานชุมชน ชุมชนมีการรวมกลุ่มวิสาหกิจและได้รับการส่งเสริม จากหน่วยงานรัฐ Political and legal factors พระราชบัญญัติการศึกษาเอื้อต่อการเรียนการสอน นโยบายให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนตามความ ต้องการของท้องถิ่น อุปสรรค มุมมอง STEP S สังคม - วัฒนธรรม สถานภาพของครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ที่เกิดจากหย่า ร้างของผู้ปกครอง หรือบางครอบครัวพ่อแม่ต้องไป ทำงานในสถานที่ต่างจังหวัด ทำให้ปู่ย่าตายายต้อง รับเลี้ยงดูบุตรหลาน เหตุเพราะผู้ปกครองมีฐานะ ยากจนหรือมีรายได้น้อย บางชุมชนมีสภาพแวดล้อมของการกระทำผิด กฎหมายทำให้ผู้เรียนเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่ เหมาะสมจากการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารทาง เทคโนโลยี จนทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมการ เลียนแบบจากสื่อที่เป็นพฤติกรรมทางลบ Technological factors นักเรียนบางส่วนขาดทักษะทางดิจิตอลทำให้เกิด การรับข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้พฤติกรรมเชิง ลบ นักเรียนกลุ่มเปราะบาง และมีฐานะยากจนไม่ สามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้จากสื่อและเทคโนโลยี เท่าเทียมกับผู้อื่น Economic factors สภาพเศรษฐกิจส่งผลกระทบ ต่อทุนการศึกษาต่อ ของนักเรียน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเปราะบางและ กลุ่มเด็กยากจน ค่าครองชีพที่สูงขึ้นมีผลต่อการศึกษาต่อของผู้เรียน ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้ผู้ปกครองจำนวนหนึ่ง ไม่สามารถสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียนได้ Political and legal factors - นโยบายการเมืองมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ ซึ่งมี ผลต่อการปรับเปลี่ยนนโยบายการศึกษา นโยบายรัฐพยายามมุ่งเน้นการกระจายอำนาจ การศึกษาแต่ยังอยู่ในช่วงระหว่างดำเนินการ
118 โอกาส (Opportunity) อุปสรรค (Threat) นโยบายรัฐเรื่องการศึกษาภาคบังคับ พระราชบัญญัติการศึกษาให้ทุกคนมีโอกาสศึกษา ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล พรรคการเมืองมีส่วนสนับสนุนในด้านการศึกษา มีแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติที่สอดคล้องกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลโดยนำหลักการวิเคราะห์ SWOT analysis เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนา พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยนำสรุปข้อมูลการวิจัยนำเสนอความเห็นร่วมกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และสมัชชาการศึกษาจังหวัดพบว่า การวิเคราะห์โดยการสำรวจจากสภาพการณ์2ด้าน คือสภาพการณ์ภายใน และสภาพการณ์ภายนอกเพื่อให้รู้จักตนเองและรู้จักสภาพแวดล้อมในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติของ สถานศึกษาในพื้นที่ มีลักษณะของการดำเนินการที่ได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยภายนอก แต่ยังมีความอ่อนแอ ของโครงสร้างภายใน จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ Swot matrix มากำหนดการให้คะแนนและน้ำหนักของ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและสมัชชาการศึกษาจังหวัดร่วมกัน ปรากฏดังแผนภาพต่อไปนี้
119 การนี้ การวิเคราะห์สถานการณ์ที่จากสถานภาพของสถานศึกษาในพื้นที่ พบว่า มีโอกาส เป็นข้อได้เปรียบด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาอยู่หลายประการ แต่ติดขัดอยู่ตรงที่มีปัญหาอุปสรรค ที่เป็นจุดอ่อนภายในของสถานศึกษา ซึ่งต้องกำหนดทิศทางการสนับสนุนจากปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก เข้า มาสร้างการสนับสนุนการศึกษา ให้เกิดการแก้ปัญหาจุดอ่อน และอุปสรรคที่เป็นอยู่เพื่อสนับสนุน การพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้ หากพิจารณาเพียงสาเหตุของปัญหาการศึกษาด้านเดียว โดยขาดการสนับสนุน ของระบบนโยบายกับระบบสังคมเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาและแก้ปัญหาให้กับสถานศึกษาตามสภาพปัญหาและ ความต้องการจะทำให้การดำเนินการไม่สามารถดำเนินการพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง หรือ ไม่สามารถสร้างการ แก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ คณะผู้วิจัยจึงได้นำข้อมูลการสรุปการวิเคราะห์สถานภาพของสถานศึกษาโดยใช้หลักการวิเคราะห์ SWOT analysis ร่วมกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และคณะกรรมการสมัชชาการศึกษาจังหวัด เพื่อกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรม โดยใช้หลักการของ TOWS Matrix นำเสนอข้อมูลให้กับ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยและคณะกรรมการสมัชชาการศึกษาจังหวัด เพื่อกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรม Weakness = W - ขาดแคลนของอัตรากำลังครูมี มาก ทำให้โครงสร้างการ บริหารงานไม่สามารถกระจาย งานได้ W1 - อยู่ระหว่างปรับเปลี่ยนกฎหมาย การศึกษา ทำให้โครงสร้างการ บริหารการศึกษาในระดับภูมิภาค ยังไม่ชัดเจน W2 -มีความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพ การศึกษา ที่ส่งผลต่อ ประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ให้กับผู้เรียน W3 -ผู้เรียนยังคงมีปัญหาสมรรถนะ พื้นฐานด้านการอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็นและสภาวะการเรียนรู้ ถดถอย W4 Strengths = S - มีโครงสร้างการทำงานชัดเจน S1 - มีระเบียบข้อกฎหมายและ นโยบายภาครัฐให้การสนับสนุน S2 - มีการประสานสอดคล้องในการ ดำเนินนโยบาย ระหว่างหน่วยงาน ทางการศึกษา ภาคประชาสังคม และนักวิชาการผ่านกลไกสมัชชา การศึกษาจังหวัด S3 - สภาพแวดล้อมของสถานศึกษา เอื้ออำนวยต่อการสร้างระบบ นิเวศการเรียนรู้และนวัตกรรม การศึกษา S4 - มีการบริการการเข้าถึงแหล่ง เรียนรู้และการจัดกิจกรรมร่วมกับ ชุมชน S5 ปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายใน
120 -การบริการทางการศึกษายังไม่ ครอบคลุมการบริการให้เด็กกลุ่ม เปราะบาง กลุ่มยากจน W5 -ภาระงานนอกเหนือการสอนที่มี จำนวนมากท่ามกลางความขาด แคลนบุคลากรที่เพียงพอทำให้ ขาดขวัญและกำลังใจและ กระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของงาน ด้าน การศึกษาที่ยังไม่ได้คุณภาพตามที่ กำหนด W6 -ขาดแคลนบุคลากรด้านการสอน และบุคลากรสายสนับสนุนที่ เพียงพอ เนื่องจากหลักเกณฑ์การ ปฏิบัติด้านการจัดสรรอัตรากำลัง ทดแทนการเกษียณอายุราชการ กำหนดอัตราจากนักเรียนที่มีอยู่ หากสถานศึกษาที่มีจำนวน นักเรียนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดจะ ไม่ได้รับจัดสรรอัตรากำลัง W7 - การจัดสรรงบประมาณไม่ เพียงพอ ต่อการพัฒนาการศึกษา ของสถานศึกษาพร้อมทั้งการ จัดสรรเงินค่าอาหารกลางวัน ให้กับผู้เรียนไม่สอดคล้องกับ ค่าใช้จ่ายและสภาพเศรษฐกิจใน ปัจจุบัน W8 - การจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ อุปกรณ์ ด้านเทคโนโลยีมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไม่เพียงพอ ตลอดจนขาดความรู้ ความชำนาญด้านการจัดซื้อ จัดหาวัสดุตามระเบียบราชการ - มีระบบประกันคุณภาพการศึกษา และมาตรฐานการศึกษา S6 - บุคลากรมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์เหมาะสมกับการ ปฏิบัติงานตามหน้าที่ ซึ่งผ่านเกณฑ์ การสอบคัดเลือกตามสาขาวิชาชีพ S7 - บุคลากรมีโอกาสได้รับการพัฒนา ตนเอง โดยมีงบประมาณสนับสนุน การพัฒนาจากหน่วยงานรัฐ S8 - มีความต่อเนื่องของการจัดสรร งบประมาณเป็นประจำทุกปี S9 - มีแผนงบประมาณและแผนปฏิบัติ การของหน่วยงานในการใช้ งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ S10 - อาคารสถานที่เพียงพอเหมาะสม กับจำนวนเจ้าหน้าที่ และการเรียน การสอน S11 - อาคารสถานที่มีความพร้อมในการ ให้บริการแก่การขับเคลื่อนนโยบาย การศึกษา S12 - มีการนิเทศติดตามการผลการจัด การศึกษาร่วมกันระหว่างครู ผู้บริหารและสำนักงานเขตพื้นที่เป็น ประจำ S13 - มีการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ของ หน่วยงานทางการศึกษาและ โรงเรียนต่อชุมชน - มีการวางแผนการบริหารงาน ชัดเจน และ ดำเนินงานตามแผน S14
121 จึงทำให้สถานศึกษาต้องระดม ทรัพยากรจากชุมชนหรือ หน่วยงานอื่น เพื่อจัดจ้างบุคลากร เพิ่มเติมหรือนำมาจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ทางเทคโนโลยี W9 - วัสดุ อุปกรณ์ไม่เพียงพอสำหรับ การจัดการเรียน การสอนให้กับ ผู้เรียนในสถานศึกษา หรือมีแต่อยู่ ในสภาพที่ต้องซ่อมบำรุงเป็น ประจำ ซึ่งครูผู้สอนได้แก้ปัญหา โดยการนำเงินส่วนตัวมาเป็น ค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุ อุปกรณ์ ด้านเทคโนโลยี หรือ ซ่อม บำรุงรักษา เพื่อใช้ในการสอน ให้กับผู้เรียน W10 - ขาดอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี เพื่อจัดทำสื่อการเรียนรู้ หรือ กิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน จึงไม่สามารถรองรับนโยบายการ พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน W11 - การจัดสรรสื่อการเรียนรู้ ไม่ สอดคล้องกับความต้องการของ สถานศึกษา W12 -นโยบายการศึกษามีจำนวนมาก และปรับเปลี่ยนอยู่เป็นประจำ โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของ ศักยภาพและความแตกต่างด้าน บริบทสถานศึกษา ซึ่งส่งผลต่อ ภาระงานนอกเหนือการสอน ของครูW13 -บุคลากรให้ความร่วมมือในการ ปฏิบัติงานตามนโยบายของ หน่วยงานทางการศึกษา S15
122 -ประสบปัญหาจากการโยกย้าย ของครูและผู้บริหารเป็นประจำ รวมถึงขาดอิสระในการพัฒนา การศึกษาเนื่องจากถูกกำกับ ติดตามนโยบายและติดตามข้อมูล เป็นประจำ W14 -ขาดการกระจายการมอบหมาย งานนอกเหนือหน้าที่การสอนทำ ให้ผู้ที่มีความสามารถถูก มอบหมายงานเป็นประจำ ซึ่ง ส่งผลต่อภาระงานที่นอกเหนือ การสอนมากเกินไป W15 - ครูขาดความเข้าหลักสูตรและ การจัดทำการสอนตามตัวชี้วัด และการสนับสนุนการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง W16 -ผลกระทบจากการเกิดโรค ระบาดทำให้เกิดสภาวะการเรียนรู้ ถดถอย (learning loss) ทำให้ ครูผู้สอนต้องดำเนินการสอนเสริม ให้กับผู้เรียนเพื่อให้เป็นไปตาม มาตรฐานและตัวชี้วัดที่กำหนด W17 -ระเบียบหลักเกณฑ์ด้านการเทียบ โอนหน่วยกิต ยังขาดความชัดเจน ระหว่างขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษา ทำให้ผู้เรียนที่ตัดสินใจเข้ารับ การศึกษาต่อกับอาชีวศึกษาแล้วมี ความจำเป็นที่จะต้องกลับเข้ารับ การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่สามารถ เทียบโอนหน่วยกิตการศึกษาได้ W18
123 -ครูขาดการพัฒนาทักษะและ ความเข้าใจหลักสูตร จึงมีผลทำให้ การจัดการศึกษาไม่เป็นไปตา มาตรฐานที่กำหนด โดยยังคงยึด ครูเป็นศูนย์กลางและไม่ได้จัดการ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จนทำให้ผู้เรียนไม่สามารถคิด วิเคราะห์และมีสมรรถนะตาม ต้องการ W20 -การนิเทศ ติดตามการจัด การศึกษาขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากการประสานงาน ด้าน นโยบายร่วมกับหน่วยงานต้น สังกัดและภาระงานที่มีนอกเหนือ การสอนทำให้ขาดความต่อเนื่อง ในการนิเทศการศึกษาของ ผู้บริหารและศึกษานิเทศก์ W21 Opportunity = O - โรงเรียนได้รับการยอมรับจาก ชุมชน โดยการมีส่วนร่วม สนับสนุนในลักษณะของ คณะกรรมการสถานศึกษาและ คณะกรรมการภาคีสี่ฝ่าย O1 - ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับ การศึกษาและการส่งบุตรเข้าเรียน จนจบการศึกษาภาคบังคับ O2 - เครือข่ายชุมชนให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการศึกษาของ ชุมชน O3 - หน่วยงานนโยบายระดับจังหวัด ให้ความสนใจและส่งเสริมในด้าน การปฏิรูปการศึกษา O4 SO strategies -กำหนดนโยบายการจัดสรร อัตรากำลัง และการบริหาร องค์การของสถานศึกษานำร่อง พื้นที่นวัตกรรมให้มีสายสนับสนุน และลดภาระงานนอกเหนือการ สอนของครู พร้อมทั้งการสอนให้ ตรงกับสาขาวิชาที่จบการศึกษา S1 S2 O2 S15 O10 - กำหนดนโยบายให้สถานศึกษา กำหนดแผนกลยุทธ์และ แผนปฏิบัติการพัฒนานวัตกรรม การศึกษา โดยการมีส่วนร่วม สนับสนุนจากชุมชน นักวิชาการ สถานศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท และผู้ประกอบการในพื้นที่เข้า WO strategies -สนับสนุนพัฒนาการวางแผนระดม ทรัพยากรเพื่อการศึกษา ประกอบด้วย การบริหารจัดการ ทรัพยากร การจัดหารายได้ การ สนับสนุนสวัสดิการด้านการศึกษา และกองทุนการศึกษา O1 O2 O3 O4 O5 W1 W3 W4 W7 - พัฒนาครูด้านการจัดการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม การศึกษา และหลักสูตรฐาน สมรรถนะโดยได้รับการสนับสนุน ทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยใน พื้นที่เข้ามาให้การสนับสนุนความ เข้าใจหลักสูตรและมาตรฐาน
124 - มีกลไกสมัชชาการศึกษาจังหวัด อำเภอ และพื้นที่ชุมชนเข้ามามี ส่วนร่วมสนับสนุนการจัด การศึกษา O5 - มีแหล่งสืบค้นข้อมูล แหล่ง เรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยี หลากหลายทั้งสถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชนที่อยู่ใกล้ โรงเรียน O6 - นักเรียนสามารถนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้ใน กระบวนการเรียนรู้ได้O7 - มีแหล่งบริการออนไลน์และ แหล่งเรียนรู้เพื่อการสืบค้นข้อมูล ให้แก่ครู และนักเรียน O8 - ทุนเศรษฐกิจในชุมชนที่ สถานศึกษาตั้งอยู่เอื้อต่อการ พัฒนานวัตกรรมการศึกษาและ ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐาน ชุมชน O9 - ชุมชนมีการรวมกลุ่มวิสาหกิจ และได้รับการส่งเสริมจาก หน่วยงานรัฐ O10 -พระราชบัญญัติการศึกษาเอื้อต่อ การเรียนการสอน O11 -นโยบายให้โรงเรียนจัดการเรียน การสอนตามความต้องการของ ท้องถิ่น O12 -นโยบายรัฐเรื่องการศึกษาภาค บังคับ -พระราชบัญญัติการศึกษาให้ทุก คนมีโอกาสศึกษาตามศักยภาพ ของแต่ละบุคคล O13 ร่วมบูรณาการพัฒนานวัตกรรม การศึกษา S3 S6 S7 S14 O2 O3 O4 - กำหนดเป้าหมายร่วมของ สมรรถนะผู้เรียนระดับจังหวัด ระดับพื้นที่สถานศึกษา โดยมี แผนพัฒนาการศึกษาเป็น เครื่องมือกำกับทิศทางการพัฒนา การศึกษาให้เกิดการระบบ การศึกษาตลอดชีวิตและระบบ นิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน โดยความร่วมมือของครู ผู้ปกครอง และชุมชนให้การ สนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน S2 S5 S10 S14 O2 O3 O7 O8 O10 O13 -กำหนดนโยบายมุ่งเน้นให้เกิด อิสระในการบริหารสถานศึกษา โดยมีการประสานความร่วมมือ สนับสนุนการพัฒนาผู้เรียน ร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับ ครูผู้สอน เพื่อสร้างพื้นที่การ เรียนรู้ที่มีความเชื่อมต่อกัน ระหว่างสถานศึกษากับครอบครัว ของผู้เรียนให้เกิดเป็นระบบนิเวศ การเรียนรู้ โดยมีผู้ปกครองเป็นครู ที่ให้การสนับสนุนการเรียนรู้นอก สถานศึกษาให้รู้เรียนได้เรียนรู้ตาม ความถนัดและความสนใจ S2 S5 S10 S14 O2 O3 O7 O8 O10 O13 การศึกษา O4 O5 O6 O8 O13 W3 W4 W10 W15 - พัฒนาระบบฐานข้อมูล เพื่อใช้ใน การสนับสนุนการตัดสินใจกำหนด นโยบายสนับสนุนการศึกษาให้ สอดคล้องกับความต้องการของครู และผู้เรียน O3 O4 O5 O15 W1 W4 W6 W7 - ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน เครือข่ายชุมชน เพื่อสร้าง เครือข่ายการ ระดมทรัพยากร สนับสนุนการศึกษา ให้เกิดการบูร ณาการร่วมกันในด้านการสนับสนุน ด้านต่างๆ เช่น การสนับสนุน วิชาการ การสนับสนุนงบประมาณ การจัดจ้างบุคลากรสายสนับสนุน เข้ามาส่งสนับสนุนสถานศึกษา และ สื่อ เทคโนโลยีการศึกษา เป็นต้น O4 O5 O6 O8 O13 W3 W4 W10 W15 -ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนการศึกษา และโครงข่ายคุ้มครองทางสังคม ระดับชุมชน เพื่อให้เกิดกลไกความ ร่วมมือสนับสนุนให้เกิดความ ปลอดภัยในสถานศึกษาและ สวัสดิการการศึกษาของชุมชนให้กับ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มเด็กยากจน และกลุ่มเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับ บริการทางการศึกษาและโอกาส ทางการศึกษาที่เท่าเทียมทางสังคม O1 O2 O3 O4 O5 - ขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายเข้า สู่กลไกทางนโยบาย อาทิ สมัชชา
125 -พรรคการเมืองมีส่วนสนับสนุนใน ด้านการศึกษา O14 -มีแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติที่ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี O15 การศึกษาจังหวัด คณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัด คณะกรรมการ ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา เพื่อให้สถานเป็นอิสระใน การบริหารจัดการตลอดจนยกเลิก ระเบียบ/ข้อกฎหมายที่เป็นปัญหาอุ สรรคต่อการจัดการเรียนการสอน และลดความขาดแคลนด้านต่างๆ ให้กับสถานศึกษา O1 O2 O3 O4 O5 W3 W4 W7 W8 W10 -สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระบบ นิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน พื้นที่ เรียนรู้ พื้นที่ปลอดภัยของชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้จาก แหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยมีครู ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน เป็น ผู้อำนวยการเรียนรู้และจัดการ เรียนรู้ให้กับผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะ พื้นฐานด้านการอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็นและสภาวะการเรียนรู้ ถดถอย (learning loss) พร้อมทั้ง สร้างสมรรถนะด้านอาชีพที่สามารถ สร้างการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้กับ ผู้เรียน O1 O2 O3 O4 O5 W3 W4 W7 W8 W10 -พัฒนาการนิเทศติดตามการจัด การศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้น กี่ใช้กระบวนการวิจัย และการนิเทศ แบบกัลยาณมิตรเข้ามานิเทศ การศึกษา พร้อมทั้งใช้สื่อเทคโนโลยี สารสนเทศเข้ามาเป็นส่วนสนับสนุน เพื่อให้เกิดความสะดวกและ คล่องตัวเพิ่มยิ่งขึ้น O1 O2 O3 O4
126 O5 O12 O13 O14 O15 W3 W4 W7 W8 W10 W13 W14 W15 W17 W18 W20 Threats = T -สถานภาพของครอบครัวที่ไม่ สมบูรณ์ที่เกิดจากหย่าร้างของ ผู้ปกครอง หรือบางครอบครัวพ่อ แม่ต้องไปทำงานในสถานที่ ต่างจังหวัด ทำให้ปู่ย่าตายายต้อง รับเลี้ยงดูบุตรหลาน เหตุเพราะ ผู้ปกครองมีฐานะยากจนหรือมี รายได้น้อย T1 - บางชุมชนมีสภาพแวดล้อมของ การกระทำผิดกฎหมายทำให้ ผู้เรียนเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่ เหมาะสมจากการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารทางเทคโนโลยี จนทำให้ เด็กเกิดพฤติกรรมการเลียนแบบ จากสื่อที่เป็นพฤติกรรมทางลบ T2 Technological factors - นักเรียนบางส่วนขาดทักษะทาง ดิจิตอลทำให้เกิดการรับข้อมูล ข่าวสารและการเรียนรู้พฤติกรรม เชิงลบ T3 -นักเรียนกลุ่มเปราะบาง และมี ฐานะยากจนไม่สามารถเข้าถึงและ เรียนรู้ได้จากสื่อและเทคโนโลยี เท่าเทียมกับผู้อื่น T4 - สภาพเศรษฐกิจส่งผลกระทบ ต่อทุนการศึกษาต่อของนักเรียน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเปราะบางและ กลุ่มเด็กยากจน T5 WT strategies -สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อให้เกิดการประสานการ ทำงานร่วมกันระหว่างระบบการ ดูแลช่วยเหลือนักเรียนและ อาสาสมัครชุมชนให้เกิดการบูร ณาการการทำงานสนับสนุนให้ เกิดระบบการป้องกันกลุ่ม เปราะบางโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน W1 W4 W5 T1 T2 T3 T4 T5 -สนับสนุนการพัฒนาให้เกิดการ ยกระดับแหล่งเรียนรู้ในชุมชนใน การสร้างอาชีพ โดยใช้การจัด การศึกษาตามอัธยาศัยของศูนย์ การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยตำบล (กศน.ตำบล) ร่วมกับอาชีวศึกษา และหน่วยพัฒนาอาชีพ สร้าง อาชีพให้ครอบครัวเด็กและ เยาวชนกลุ่มเปราะบางไปพร้อม กับการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติตาม หลักสูตรสถานศึกษาให้เกิด สมรรถนะพื้นฐานการอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็นที่สามารถ สร้างรายได้ และประสบการณ์ ด้านอาชีพ พร้อมทั้งการสนับสนุน ทรัพยากรทางการศึกษาให้กับ สถานศึกษา W4 W5 W11 T4 T5 T6 T7 ST strategies -สนับสนุนการระดมทรัพยากรทาง การศึกษา และการมีส่วนร่วม สนับสนุนการจัดการศึกษา โดยมี การสร้างนวัตกรรมการศึกษาที่ เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ การบัญชี และเศรษฐศาสตร์ตามช่วงวัย เพื่อ สร้างพฤติกรรมการบริหารทาง การเงินให้กับผู้เรียน S1 S2 S3 S4 S5 S8 S9 S14 T1 T4 T5 T6 -สนับสนุนให้เกิดศูนย์การเรียนรู้ ชุมชน โดยมีเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านการ ปฏิบัติของผู้เรียน เพื่อสร้างโอกาส และการเข้าถึงการเรียนรู้ให้กับเด็ก ยากจนและกลุ่มเปราะบางได้เข้าถึง การเรียนรู้ได้อย่างเสมอภาค S1 S2 S3 S4 S5 T1 T4 T5 T6 T7 -จัดทำบันทึกความร่วมมือระหว่าง สถานศึกษา เครือข่ายชุมชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อสร้างความ ร่วมมือสนับสนุนทรัพยากรทาง การศึกษาและสร้างให้เกิดความ ร่วมมือพัฒนาการศึกษาระหว่างครู ผู้ปกครอง ครูโรงเรียนและครูชุมชน S1 S2 S3 S4 S5 S6 S7 S13 S15 T1 T4 T5 T6 T7
127 -ค่าครองชีพที่สูงขึ้นมีผลต่อ การศึกษาต่อของผู้เรียน T6 -ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้ ผู้ปกครองจำนวนหนึ่งไม่สามารถ สนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียนได้ T7 - นโยบายการเมืองมีการ ปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ ซึ่งมีผลต่อ การปรับเปลี่ยนนโยบายการศึกษา T8 -นโยบายรัฐพยายามมุ่งเน้นการ กระจายอำนาจการศึกษาแต่ยังอยู่ ในช่วงระหว่างดำเนินการ T9 จากการวิเคราะห์ข้อมูลตามหลักการวางแผนกลยุทธ์ร่วมกับ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และ คณะกรรมการสมัชชาการศึกษาจังหวัด จึงได้นำเสนอข้อสรุปการกำหนดนโยบายการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดที่สามารถรองรับการเป็นพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาดังต่อไปนี้ 1.กลยุทธ์เชิงรุก (SO) 1.1 กำหนดนโยบายการจัดสรรอัตรากำลัง และการบริหารองค์การของสถานศึกษานำร่อง พื้นที่นวัตกรรมให้มีสายสนับสนุนและลดภาระงานนอกเหนือการสอนของครู พร้อมทั้งการสอนให้ตรงกับ สาขาวิชาที่จบการศึกษา (S1,S2, O2, S15, O 10) 1.2 กำหนดนโยบายให้สถานศึกษากำหนดแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการพัฒนานวัตกรรม การศึกษา โดยการมีส่วนร่วมสนับสนุนจากชุมชน นักวิชาการ สถานศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท และ ผู้ประกอบการในพื้นที่เข้าร่วมบูรณาการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา (S3 S6 S7 S14 O2 O3 O4) 1.3 กำหนดเป้าหมายร่วมของสมรรถนะผู้เรียนระดับจังหวัด ระดับพื้นที่สถานศึกษา โดยมีแผนพัฒนาการศึกษาเป็นเครื่องมือกำกับทิศทางการพัฒนาการศึกษาให้เกิดการระบบการศึกษาตลอดชีวิต และระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน โดยความร่วมมือของครู ผู้ปกครอง และชุมชนให้การสนับสนุน การเรียนรู้ของผู้เรียน (S2 S5 S10 S14 O2 O3 O7 O8 O 10 O 13)
128 1.4 กำหนดนโยบายมุ่งเน้นให้เกิดอิสระในการบริหารสถานศึกษา โดยมีการประสานความ ร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับครูผู้สอน เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่มีความ เชื่อมต่อกันระหว่างสถานศึกษากับครอบครัวของผู้เรียนให้เกิดเป็นระบบนิเวศการเรียนรู้ โดยมีผู้ปกครอง เป็นครูที่ให้การสนับสนุนการเรียนรู้นอกสถานศึกษาให้รู้เรียนได้เรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจ (S2 S5 S10 S14 O2 O3 O7 O8 O 10 O 13) 2. กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO) 2.1 สนับสนุนพัฒนาการวางแผนระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา ประกอบด้วย การบริหาร จัดการทรัพยากร การจัดหารายได้ การสนับสนุนสวัสดิการด้านการศึกษา และกองทุนการศึกษา (O1 O2 O3 O4 O5 W1 W3 W4 W7) 2.1 พัฒนาครูด้านการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมการศึกษา และหลักสูตรฐาน สมรรถนะโดยได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่เข้ามาให้การสนับสนุนความเข้าใจ หลักสูตรและมาตรฐานการศึกษา (O4 O5 O6 O8 O13 W3 W4 W10 W15) 2.2 พัฒนาระบบฐานข้อมูล เพื่อใช้ในการสนับสนุนการตัดสินใจกำหนดนโยบายสนับสนุน การศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของครู และผู้เรียน (O3 O4 O5 O 15 W1 W4 W6 W7) 2.3 ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน เครือข่ายชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายการระดม ทรัพยากรสนับสนุนการศึกษา ให้เกิดการบูรณาการร่วมกันในด้านการสนับสนุนด้านต่างๆ เช่น การสนับสนุน วิชาการ การสนับสนุนงบประมาณ การจัดจ้างบุคลากรสายสนับสนุนเข้ามาส่งสนับสนุนสถานศึกษา และ สื่อ เทคโนโลยีการศึกษา เป็นต้น (O4 O5 O6 O8 O 13 W3 W4 W10 W15) 2.4 ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนการศึกษาและโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมระดับชุมชน เพื่อให้เกิดกลไกความร่วมมือสนับสนุนให้เกิดความปลอดภัยในสถานศึกษาและสวัสดิการการศึกษาของชุมชน ให้กับกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเด็กยากจน และกลุ่มเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับบริการทางการศึกษาและโอกาสทางการ ศึกษาที่เท่าเทียมทางสังคม (O1 O2 O3 O4 O5 W1 W4 W6 W7) 2.5 ขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายเข้าสู่กลไกทางนโยบาย อาทิ สมัชชาการศึกษาจังหวัด คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อให้สถานเป็นอิสระ ในการบริหารจัดการตลอดจนยกเลิกระเบียบ/ข้อกฎหมายที่เป็นปัญหาอุสรรคต่อการจัดการเรียนการสอนและ ลดความขาดแคลนด้านต่างๆ ให้กับสถานศึกษา (O1 O2 O3 O4 O5 W3 W4 W7 W8 W10) 2.6 สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน พื้นที่เรียนรู้ พื้นที่ ปลอดภัย ของชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยมีครู ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะพื้นฐานด้านการอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็นและสภาวะการเรียนรู้ถดถอย (learning loss) พร้อมทั้งสร้างสมรรถนะด้านอาชีพที่สามารถ สร้างการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้กับผู้เรียน (O1 O2 O3 O4 O5 W3 W4 W7 W8 W10)
129 2.7 พัฒนาการนิเทศติดตามการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกี่ใช้กระบวนการวิจัย และการนิเทศแบบกัลยาณมิตรเข้ามานิเทศการศึกษา พร้อมทั้งใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นส่วน สนับสนุนเพื่อให้เกิดความสะดวกและคล่องตัวเพิ่มยิ่งขึ้น (O1 O2 O3 O4 O5 O 12 O 13 O 14 O 15 W3 W4 W7 W8 W10 W13 W14 W15 W17 W18 W20) 3. กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST) 3.1 สนับสนุนการระดมทรัพยากรทางการศึกษา และการมีส่วนร่วมสนับสนุนการ จัดการศึกษา โดยมีการสร้างนวัตกรรมการศึกษาที่เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ การบัญชีและเศรษฐศาสตร์ตาม ช่วงวัย เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริหารทางการเงินให้กับผู้เรียน (S1 S2 S3 S4 S5 S8 S9 S14 T1 T4 T5 T6) 3.2 สนับสนุนให้เกิดศูนย์การเรียนรู้ชุมชน โดยมีเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสนับสนุนการ เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติของผู้เรียน เพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการเรียนรู้ให้กับเด็กยากจนและกลุ่มเปราะบาง ได้เข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเสมอภาค (S1 S2 S3 S4 S5 T1 T4 T5 T6 T7) 3.3 จัดทำบันทึกความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา เครือข่ายชุมชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อสร้างความร่วมมือสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษาและสร้างให้ เกิดความร่วมมือพัฒนาการศึกษาระหว่างครูผู้ปกครอง ครูโรงเรียนและครูชุมชน (S1 S2 S3 S4 S5 S6 S7 S13 S15 T1 T4 T5 T6 T7) 4. กลยุทธ์เชิงรับ (WT) 4.1 สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อให้เกิดการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างระบบการ ดูแลช่วยเหลือนักเรียนและอาสาสมัครชุมชนให้เกิดการบูรณาการการทำงานสนับสนุนให้เกิดระบบการป้องกัน กลุ่มเปราะบางโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (W1 W4 W5 T1 T2 T3 T4 T5) 4.2 สนับสนุนการพัฒนาให้เกิดการยกระดับแหล่งเรียนรู้ในชุมชนในการสร้างอาชีพ โดยใช้ การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล (กศน.ตำบล) ร่วมกับอาชีวศึกษาและหน่วยพัฒนาอาชีพ สร้างอาชีพให้ครอบครัวเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางไปพร้อมกับ การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติตามหลักสูตรสถานศึกษาให้เกิดสมรรถนะพื้นฐานการอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็นที่ สามารถสร้างรายได้ และประสบการณ์ด้านอาชีพ พร้อมทั้งการสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษาให้กับ สถานศึกษา (W4 W5 W11 T4 T5 T6 T7) จากการสรุปข้อมูลของคณะผู้วิจัยได้เสนอให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และคณะกรรมการ สมัชชาการศึกษาจังหวัดให้การยืนยันความถูกต้องของข้อมูลการกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา ซึ่งจะได้นำสรุปข้อมูลให้กับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือการกำกับทิศทางการพัฒนา โดยมีแผนการศึกษาเป็นเครื่องมือกำหนดทิศทาง
130 การดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลดังที่กล่าวมา จึงทำให้พบว่าการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา มีความจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยด้านความพร้อมสนับสนุนของการบริหารสถานศึกษาและการสนับสนุน การศึกษาอย่างรอบด้าน โดยมีระบบนโยบายและระบบสังคมในพื้นที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนการ พัฒนานวัตกรรมการศึกษา มิใช่พิจารณาเพียงด้านการศึกษาด้านเดียว ซึ่งอาจจะทำให้การพัฒนา ขาดความยั่งยืนและดำเนินการอย่างยากลำบาก หรืออาจจะพัฒนาได้เพียงระยะเวลาที่ดำเนินการหรือได้รับ การสนับสนุน แต่หากเกิดการโยกย้าย สับเปลี่ยนตามระบบราชการอาจจะทำให้การดำเนินการขาดหายไป สิ่งสำคัญคือการดำเนินการร่วมกันระหว่าง การบูรณาการจัดการศึกษาและระบบสนับสนุนทางสังคม ของชุมชนที่จะสร้างกิจกรรมและความสัมพันธ์ต่อกัน โดยมีกลไกนโยบายที่มีองค์ประกอบของรัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัยและภาคประชาสังคม ดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกันในเชิงพื้นที่ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ และพื้นที่ชุมชน ซึ่งมีเป้าหมายการดำเนินการร่วมกัน และแบ่งการทำงานสนับสนุนที่ชัดเจนจากแผน การดำเนินการตั้งแต่แผนกลยุทธ์ไปจนถึงแผนปฏิบัติการระดับชุมชนและสถานศึกษา การนี้ คณะผู้วิจัยจึงได้นำเสนอข้อมูลให้กับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่ประสานการทำงาน ด้านการศึกษาระดับจังหวัด และนโยบายการพัฒนากับหน่วยงานหลายๆด้าน อาทิ ด้านสังคม ด้านสาธารณสุข และด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยใช้ผลการวิจัยเป็นข้อมูลการเชื่อมประสานกลไกสำคัญด้านต่างๆ ให้เกิด เป้าหมายร่วมระดับจังหวัด และนำไปสู่การจัดทำแผนการศึกษาตลอดจนข้อเสนอเชิงนโยบายในการขับเคลื่อน ให้เกิดนวัตกรรมการศึกษาและระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ที่ส่งผลต่อการขยายผลไปสู่การกำหนด เป็นนโยบายระดับจังหวัด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างการสนับสนุนให้กับระบบการศึกษาเป็นไป ในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะสามารถประสานการบูรณาการในลักษณะของเชิงพื้นที่และเชิงหน้าที่ของแต่ละ หน่วยงานได้ นอกจากนี้ การนำเสนอข้อมูลการวิจัยส่งผลต่อการลงพื้นที่ขยายผลการวิจัย ซึ่งจะดำเนินการขยาย ผลการวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน และการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษา นำร่องที่เข้าร่วมเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยคณะผู้วิจัยได้ประสานกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ดำเนินการประสานกับสถานศึกษาดังที่กล่าวมาให้การสนับสนุนการเข้าร่วมให้ข้อมูลและดำเนินการวิจัยและ พัฒนาในระยะต่อไป ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลไกทางนโยบายที่มีการประสานการทำงานร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและคณะกรรมการสมัชชาการศึกษาจังหวัด อำเภอและชุมชน ในการ ดำเนินการวิจัยและพัฒนาในระยะต่อไป
131 ขั้นตอนที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลขยายผลการวิจัย เพื่อดำเนินการพัฒนาหลักสูตรหรือกิจกรรม การเรียนรู้ที่มีความเชื่อมโยงกับฐานสมรรถนะด้านอาชีพของทุกช่วงวัยในชุมชน โดยมีวิธีการเก็บข้อมูล การวิจัยดังต่อไปนี้ การดำเนินการของการวิจัยและพัฒนาในโครงการย่อยที่ 2 คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการพัฒนาระบบนิเวศ การเรียนรู้บนฐานชุมชนในพื้นที่วิจัยนำร่องของตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย ซึ่งจากการถอดบทเรียน พบว่าการกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ของผู้เรียนตามช่วงวัย ที่เกิดจากการกำหนดประเด็นทุนทางสังคม และเศรษฐกิจนำมาออกแบบหลักสูตร/กิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความเชื่อมต่อกันของเป้าหมายการเรียนรู้ ตามช่วงวัยและนำหลักสูตรบรรจุในสถานศึกษาทุกระดับของชุมชน ดำเนินการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักเรียนยากจนให้ได้รับการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานตั้งแต่ ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัย เพื่อให้ได้รับการจัดประสบการณ์ จากหลักสูตรที่มีความสัมพันธ์กับจุดแข็งของชุมชน ประกอบกับในอีกด้านของผู้ปกครองนักเรียนที่มีฐานะ ยากจนได้รับการรองรับจากหลักสูตรของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล (กศน. ตำบล) จึงส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึงการเรียนรู้ของกลุ่มเด็กยากจน ซึ่งมีโอกาสและความเท่าเทียมทางสังคม น้อยกว่าบุคคลที่มีฐานะและรายได้ดีกว่า เพื่อให้ได้เข้าสู่ระบบการศึกษาที่สามารถสร้างรายได้ หรือการมีประสบการณ์การเรียนรู้จากการทดลองลงมือปฏิบัติได้จากการกำหนดสภาพแวดล้อมที่สามารถ เข้าถึงการเรียนรู้บนฐานชุมชนและวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ได้จากครูของชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านตลอดจน ผู้ปกครองที่เข้ามาร่วมเรียนรู้กับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งส่งผลดีต่อการกำหนด วิธีการจัดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสถานศึกษา ซึ่งจะนำไปสู่การบูรณาการสนับสนุนทรัพยากรด้านต่างๆ ของสถานศึกษาในลำดับต่อมาอีกหลายประการ อาทิ การสนับสนุนบุคลากร การสนับสนุนทางวิชาการ การสนับสนุนงบประมาณ เป็นต้น สิ่งสำคัญของความร่วมมือที่เกิดจากการพัฒนาหลักสูตรของแต่ละสถานศึกษาให้เป็นหลักสูตรฐาน สมรรถนะของชุมชน คือการเชื่อมต่อการทำงานร่วมกันระหว่างครูต่างสถานศึกษา ผู้ปกครอง เครือข่ายชุมชน นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายการเรียนรู้ของผู้เรียน ร่วมกัน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีฐานะยากจนให้มีสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ เพื่อยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจ และสังคมจากต้นทุนและความได้เปรียบทางเศรษฐกิจของชุมชน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการผลิตซ้ำ ให้เกิดขีดความสามารถของคนในชุมชนที่นำไปสู่การพัฒนาเชิงพื้นที่ให้เกิดการยกระดับระบบเศรษฐกิจ ของชุมชนได้ ซึ่งมีผลต่อการแก้ปัญหาแรงงานนอกระบบ แรงงานไร้ฝีมือ และกับดักความยากจน ซึ่งเป็นปัญหา หลักของความยากจนในพื้นที่
132 การขับเคลื่อนความสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับชุมชนเกิดจากหลักสูตรสถานศึกษา ของแต่ละระดับที่มีกิจกรรมร่วมกับพื้นที่การเรียนรู้ของชุมชนและการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกัน ระหว่างสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษาของชุมชนกับ เครือข่ายชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดเป็นโครงข่ายคุ้มครองทางสังคม ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนการ จัดการศึกษาทางเลือกโดยมีครูจาก กศน. ให้การสนับสนุนการจัดการศึกษานอกสถานศึกษา โดยใช้พื้นที่ การเรียนรู้ของชุมชนเพื่อให้เกิดรายได้ของผู้ปกครองและนักเรียน ตลอดจนดูแลการประสานงานร่วมกับ อาสาสมัครของหน่วยงานรัฐด้านการจัดสวัสดิการสังคมและสาธารณสุข ผลทำให้นอกจากผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานศึกษาแล้วยัง สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ตามอัธยาศัยได้อีกช่องทางนึง ประกอบกับศูนย์ กศน.ตำบลทุกแห่งได้รับนโยบายให้พัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ ดิจิตอลชุมชน จึงทำให้ผู้เรียนที่ประสบสภาวะขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถเข้าถึงสื่อและเทคโนโลยี เพื่อใช้เป็น ช่องทางการสืบค้นข้อมูลได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การสานความสัมพันธ์โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่บรรจุใน หลักสูตรการศึกษาของการศึกษาในระบบ นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่ชุมชนร่วมกันออกแบบ ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันและมีความรู้สึกว่าระบบการศึกษาเป็นของชุมชน ทำให้ชุมชนหันกลับมาให้ ความสำคัญและมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาโดยชุมชนเองมากกว่าที่จะรู้สึกว่าการศึกษาเป็นหน้าที่ของรัฐที่ ต้องรับผิดชอบด้านการจัดการศึกษาฝ่ายเดียวจนสามารถนำเสนอให้เข้าสู่แผนพัฒนาขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ซึ่งเกิดจากการมีเป้าหมายร่วมและกิจกรรมร่วมกันของชุมชนจนส่งผลต่อการระดม ทรัพยากรจากภายนอกสนับสนุนให้กับสถานศึกษาเพื่อการศึกษาของชุมชน การกำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการของโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษาดังที่กล่าวมา ข้างต้น ได้ถูกกำหนดโดยการประชุมหารือและมีฉันทามติร่วมกัน โดยชุมชนมีข้อตกลงให้ศูนย์ กศน. ตำบล ซึ่งมีอาคารสถานที่และสามารถให้บริการทางการศึกษากับประชากรทุกช่วงวัยในชุมชนเป็นศูนย์กลาง การบริหารจัดการโดยการประสานเครือข่ายชุมชนและหน่วยงานรัฐให้ดูแลสวัสดิการสังคมร่วมกับชุมชน ในอีก ด้านของการจัดการศึกษาได้บูรณาการจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อาทิ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา ตลอดจน มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำและนำเงินรายได้จัดเก็บรักษา และใช้ด้านการดูแลสวัสดิการชุมชน ทุนการศึกษาและการสนับสนุนด้านต่างๆให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ การขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษากับเครือข่ายชุมชนในพื้นที่นำร่องการวิจัยและพัฒนา จึงมีผลต่อการสนับสนุนให้เกิดการลดข้อจำกัดของสถานศึกษาที่เข้าร่วมพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งมีประโยชน์ร่วมกันที่ยึดผู้เรียนเป็นหลักให้ได้รับโอกาสและการเข้าถึงการเรียนรู้ที่นอกจากจะมีหลักการทาง วิชาการยังสามารถนำความรู้จากสถานศึกษานำไปสู่การลงมือปฏิบัติและสร้างความรู้ใหม่ให้เกิดประสบการณ์ ได้ด้วยตนเองจากการเรียนรู้ในพื้นที่เรียนรู้ชุมชน พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากครูในสถานศึกษา ผู้ปกครอง
133 และปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนที่สามารถเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ให้เกิดทักษะอาชีพและนำไปสู่การสร้างรายได้ ของตนเองและชุมชน การนี้ กิจกรรมและความสัมพันธ์ดังที่กล่าวมีประโยชน์อย่างยิ่งกับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส และผู้ยากจนที่มีความเปราะบางทางสังคมและถูกกดทับด้วยความยากจนที่ก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมในการ เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนสำคัญของการเชื่อมต่อระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนกับระบบสังคมที่คอย ช่วยเหลือเกื้อกูลสถานศึกษาในการดูแลผู้เรียนนอกสถานศึกษาไปตลอดจนการระดมทรัพยากรทางการศึกษา ให้กับสถานศึกษาที่ยังคงมีความขาดแคลนไปพร้อมกับการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมการศึกษา ของสถานศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีกลไกบูรณาการทางนโยบายให้การสนับสนุนที่เกิดจากแผนพัฒนา การศึกษาระดับนโยบายของจังหวัด 4.1 การขยายผลการวิจัย เพื่อดำเนินการพัฒนาหลักสูตรหรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความเชื่อมโยง กับฐานสมรรถนะด้านอาชีพของทุกช่วงวัยในชุมชน ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้ การดำเนินการได้ดำเนินการในพื้นที่นำร่องการวิจัย ซึ่งมีความแตกต่างกับบริบท พื้นที่อื่นหลายด้าน อาทิ ด้านการจัดการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ทุนทางสังคมและเศรษฐกิจ เครือข่ายความร่วมมือของหน่วยงานรัฐในพื้นที่ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจศึกษาว่าการดำเนินการในรูปแบบเดียวกัน สามารถนำไปปรับใช้กับต่างบริบทพื้นที่ได้หรือไม่ การนี้ คณะผู้วิจัย จึงได้ดำเนินการประสานกับสถานศึกษากลุ่มเป้าหมายและเครือข่ายชุมชน เพื่อเข้าเก็บข้อมูลการวิจัยและพัฒนาในพื้นที่ตำบลที่ได้รับการคัดเลือกพื้นที่และสถานศึกษาร่วมกันระหว่าง สำนักงานเขตพื้นที่ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอและประธานเครือข่าย อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ผู้ประกอบการในพื้นที่และหน่วยงานพัฒนาทักษะอาชีพ ซึ่งยึดหลักพื้นที่ที่ความยากจนและจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษามากที่สุดของอำเภอ เพื่อดำเนินการลงพื้นที่เก็บข้อมูลการวิจัยและพัฒนาร่วมกับกลุ่มผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน สถานศึกษา ทุกระดับ ผู้ประกอบการ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย และภาคประชาสังคม โดยมีสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล รายอำเภอดังต่อไปนี้ 1.อำเภอกงไกรลาศ 1.1 ลักษณะภูมิศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลสภาพพื้นที่อำเภอกงไกรลาศพบว่าตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของจังหวัดสุโขทัย อยู่ในเขตพื้นที่ราบลุ่มน้ำยมตอนล่าง ไม่มีภูเขา มีแม่น้ำยมไหลผ่านเป็นสายหลักของ อำเภอ ลักษณะของลำยมที่ไหลผ่านบริเวณอำเภอกงไกรลาศมีความคดเคี้ยว จึงทำให้บริเวณนี้เกิด น้ำท่วมซ้ำซากบ่อยครั้ง บริเวณตอนใต้ของอำเภอ คือ ตำบลหนองตูม มีป่าสงวนแห่งชาติอยู่ 1 แห่ง คือ ป่าสงวนแห่งชาติหนองตูม โดยมีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้
134 ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอพรหมพิราม (จังหวัดพิษณุโลก) ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอพรหมพิรามและอำเภอบางระกำ (จังหวัดพิษณุโลก) ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอบางระกำ (จังหวัดพิษณุโลก) ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอคีรีมาศและอำเภอเมืองสุโขทัย ลักษณะของที่ตั้งพื้นที่อำเภอทำให้ประชากรในพื้นที่มีความผูกพันกับสายน้ำ โดยเป็นแม่น้ำหลัก ของจังหวัดที่ไหลผ่านไปยังอำเภอบางระกำ จึงทำให้อำเภอกงไกรลาศประสบอุทกภัยน้ำ ท่วมขังเป็นประจำทุกปีในฤดูน้ำหลาก แต่การคัดเลือกพื้นที่การวิจัยคือตำบลไกรใน พบว่าเป็นพื้นที่สูงของ อำเภอกงไกรลาศและมีคลองสาขาของลำน้ำยมไหลผ่าน ซึ่งไม่มีผลกับการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ แต่มีเด็กด้อย โอกาสนอกระบบการศึกษาอายุ 2-21 ปีมากที่สุด จึงได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่การวิจัยของอำเภอกงไกรลาศ เพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน 1.2 ผลการศึกษาข้อมูลคุณค่าภูมิปัญญาทุนทางสังคม และทุนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ชุมชน คณะผู้วิจัยจึงได้ ได้จัดเก็บข้อมูลการวิจัยกับผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย กลุ่มผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน สถานศึกษาทุกระดับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย หน่วยงานทางการศึกษาจากการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลคุณค่าภูมิปัญญาทุนทางสังคม และทุนทาง เศรษฐกิจในพื้นที่ตำบลไกรร่วมกัน โดยมีผลสรุปการวิเคราะห์ข้อมูลดังตารางต่อไปนี้ ทุนทางสังคม และเศรษฐกิจ คุณค่า มีประโยชน์อะไรบ้าง อะไรคือสิ่งสำคัญที่จะนำเอา มาไว้ในระบบการศึกษา ด้านสังคม -ความเอื้ออาทร และรักสามัคคี -การช่วยเหลือกันในชุมชน - ด้านเศรษฐกิจ -เกษตร -เลี้ยงสัตว์ -ปลาร้า -น้ำปลา -ปลาแดดเดียว -ผ้าทอ -งานบริการ (โต๊ะจีน) -อัตลักษณ์ -เศรษฐกิจชุมชน -รู้จักปลา ประเภทของปลา -การผลิต 4P ด้านวัฒนธรรม -เทศกาลกินปลา -สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของชุมชน -การสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมใน ชุมชน -แหล่งเรียนรู้ในชุมชน -
135 ข้อมูลการวิเคราะห์คุณค่าในพื้นที่ชุมชนพบว่าชุมชนมีความผูกพันกับสายน้ำในพื้นที่ และมีความอุดมสมบูรณ์ของปลาหลากหลายสายพันธ์ จนเป็นที่ยอมรับและขึ้นชื่อในจังหวัดว่าในเขตพื้นที่ ตำบลไกรใน มีความอุดมสมบูรณ์ของปลาธรรมชาติ ส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชนให้มีการแปรรูปต่างๆ โดย ใช้วัตถุดิบ จากปลา ซึ่งเป็นความได้เปรียบของชุมชนในพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้นตำบลไกรในยังได้จัดเทศกาลกินปลา ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีการจัดประเพณีนี้แห่งเดียวในจังหวัดสุโขทัย เพื่อสร้างการอนุรักษ์และเผยแพร่ ความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของชุมชน อย่างไรก็ตาม ผู้ให้ข้อมูลมีความเห็นสอดคล้องกันว่าปัจจุบันความได้เปรียบของทุน ทางสังคมและเศรษฐกิจจากการเป็นพื้นที่ที่มีปลาชุกชุมและหลากหลายสายพันธ์ พร้อมทั้งการมีผลิตภัณฑ์จาก ปลาในชุมชนที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนมากกว่าพื้นที่อื่นของจังหวัด ไม่ได้รับการสืบทอดต่อของคนรุ่น หลังและหลงลืมความได้เปรียบทางพื้นที่ เหตุเพราะเมื่อจบการศึกษาภาคบังคับ จึงมั่นไปประกอบอาชีพ ต่างจังหวัดหรือเป็นแรงงานในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นแรงงานที่มีระดับฝีมือแรงงานต่ำ ส่งผลต่อการรายได้ ระดับต่ำไม่พอต่อการดำรงชีพประกอบกับปัจจุบันเกิดสถานการณ์การเกิดโรคระบาด จึงทำให้ต้องกลับ ภูมิลำเนาของตนเอง ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนแรงงานนอกระบบและแรงงานไร้ฝีมือ เป็นที่น่าเสียดายว่า ความได้เปรียบของพื้นที่ซึ่งมีคุณค่าและผูกพันกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน กลับไม่สามารถนำมาสร้างมูลค่า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้ ผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ จึงส่งผลต่อมิติของความยากจนที่ประสบปัญหา ด้านต่างๆ ตามฐานข้อมูลของระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) อาทิ ด้านสุขภาพ จำนวน 43 คน ด้านความเป็นอยู่ 120 คน ด้านการศึกษา 37 คน ด้านรายได้ 165 คน และนอกจากนี้ยังมีจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาจำนวนสูงที่สุด ของอำเภอกงไกรลาศ สะท้อนข้อมูลให้เห็นปัญหาของวงจนการผลิตซ้ำความยากจน หากยังไม่สามารถใช้ การศึกษาเพื่อสร้างทักษะชีวิตและทักษะอาชีพให้กับกับชุมชน เพื่อหลุดพ้นวงจรและกับดักความยากจน ตามข้อมูลที่ปรากฏขึ้น ผลสรุปของผู้ให้ข้อมูล จึงมีข้อสรุปให้นำทุนทางเศรษฐกิจในประเด็นปลาพื้นถิ่นมา สร้างระบบนิเวศ การเรียนรู้บนฐานชุมชน โดยมีความต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องปลาทั้งจากสถานศึกษาใน ระบบแหล่งเรียนรู้ชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทางการศึกษาและหน่วยงานด้านการ พัฒนาอาชีพ เพื่อยกระดับการผลิตสินค้าและบริการจากปลาให้เป็นสินค้าที่นำมาสร้างทักษะอาชีพให้กับผู้เรียน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา ซึ่งจะส่งผลให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่มีขีดความสามารถด้านการ สร้างรายได้จากปลาได้ดีกว่าพื้นที่อื่นในจังหวัด
136 ความต้องการให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน จากการนำประเด็น เรื่องปลา ซึ่งเป็นทุนทางเศรษฐกิจของพื้นที่ นำมาพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาบรรจุอยู่ในการศึกษาใน ระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยของชุมชน เพื่อให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่มีขีดความสามารถทาง เศรษฐกิจ ซึ่งสามารถสร้างรายได้จากการผลิต นำเสนอสินค้าและบริการ โดยการบูรณาการและสนับสนุน ร่วมกันระหว่างสถานศึกษา ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงาน ราชการในพื้นที่ร่วมกันพัฒนาทักษะและความรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่มีอยู่ของคนในชุมชน ซึ่งเป็นข้อสรุป ความต้องการของชุมชน 1.3 การสร้างหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชน บรรจุอยู่ในหลักสูตรการศึกษาในระบบ การศึกษา การศึกษานอกระบบการศึกษา และการศึกษาตามอัธยาศัย และการถ่ายโอนหน่วยกิต ข้ามระบบ การศึกษา คณะผู้วิจัย จึงได้ร่วมกับผู้ให้ข้อมูลซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน สถานศึกษาทุก ระดับ ผู้ประกอบการ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย และภาคประชาสังคม เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทุนทางสังคมและ เศรษฐกิจของพื้นที่ชุมชน นำมาสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน โดยนำประเด็นทุนสังคมและเศรษฐกิจ ในประเด็นเรื่องปลามาสร้างระบบการศึกษาของชุมชน โดยการมีหลักสูตรการศึกษาในระบบ การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อสร้างการเรียนรู้รอบตัวผู้เรียน พร้อมทั้งมีผู้อำนวยการเรียนรู้ ที่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้ทั้ง ครู ผู้ปกครอง ปราชญ์ชุมชน ซึ่งมีพื้นที่เรียนรู้ได้ทั้งจากสถานศึกษาและพื้นที่ การเรียนรู้ชุมชน ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชนในการประกอบอาชีพด้านปลาที่พร้อมให้ความรู้กับผู้เรียน พร้อมทั้งมีกลไกนโยบายการศึกษาทุกระดับให้การสนับสนุนจากแผนพัฒนาการศึกษา ซึ่งเป็นการกำหนด ทิศทางการบูรณาการความร่วมมือสนับสนุนการศึกษา การนี้ คณะผู้วิจัย จึงได้สรุปข้อมูลตามประเด็นการวิเคราะห์ข้อมูลเป้าหมาย การเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละช่วงวัยเกี่ยวกับการจัดมวลประสบการณ์เรื่องปลา ซึ่งมีองค์ประกอบของความรู้ ทักษะ และทัศนคติของผู้เรียน เพื่อสร้างการเชื่อมต่อประสบการณ์และสมรรถนะตามช่วงวัย ร่วมกับ สถานศึกษาเพื่อนำไปบรรจุในโครงสร้างหลักสูตรของสถานศึกษาดังต่อไปนี้ ช่วงวัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรม ที่สามารถนำไปสร้างหลักสูตร จะ เอาไปใส่ตรงไหนของหลักสูตร กิจกรรมจำนวนชั่วโมง เป้าหมายการเรียนรู้ เรียนแล้วได้อะไร ความรู้ ทักษะ ทัศนคติ ปฐมวัย -หน่วยการเรียนรู้เรื่องปลาบ้านกง -รู้จักชื่อปลาในปลา ท้องถิ่น -ประโยชน์ของปลา -ที่อยู่ของปลา -ทักษะการสนทนาโต้ตอบ -การกล้าแสดงออก -การทำงานร่วมกับผู้อื่น -รักและภูมิใจใน ท้องถิ่น ประถมศึกษา -กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -มีความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับปลา บ้านกง -สามารถประกอบอาหาร เกี่ยวกับปลา -เห็นคุณค่า ทรัพยากรท้องถิ่น
137 ช่วงวัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรม ที่สามารถนำไปสร้างหลักสูตร จะ เอาไปใส่ตรงไหนของหลักสูตร กิจกรรมจำนวนชั่วโมง เป้าหมายการเรียนรู้ เรียนแล้วได้อะไร ความรู้ ทักษะ ทัศนคติ -มีขั้นตอนการเลี้ยง ปลาบ้านกง -ความสามารถในการ สื่อสารและการใช้ เทคโนโลยี -การทำงานเป็นทีม -หวงแหนพันธุ์ปลา ท้องถิ่น -อนุรักษ์พันธุ์ปลา ท้องถิ่น มัธยมศึกษา ตอนต้น การงานอาชีพ รายวิชาการงาน อาชีพ 1 หน่วยกิต 40 ชั่วโมง -รู้จักสายพันธุ์ปลา ในท้องถิ่น -รู้ประวัติของปลา แต่ละชนิด -รู้วิธีการถนอม อาหารปลาใน ท้องถิ่น -มีความรู้เกี่ยวกับ เพลงปลาในท้องถิ่น -สามารถวาดรูปภาพปลา -ร้องเพลงปลา -สร้างโมเดลปลา -ถนอมอาหารจากปลา -ความคิดสร้างสรรค์ -ทักษะชีวิต -เห็นคุณค่า ทรัพยากรท้องถิ่น -หวงแหนพันธุ์ปลา ท้องถิ่น -อนุรักษ์พันธุ์ปลา ท้องถิ่น มัธยมศึกษาตอน ปลาย การงานอาชีพ รายวิชาการงาน อาชีพ 1 หน่วยกิต 40 ชั่วโมง -ชนิดของปลา -วิเคราะห์แยกแยะ ลักษณะและ ธรรมชาติของปลา -ความรู้เกี่ยวกับสาร นุกรมปลา -การถนอมอาหาร แปรรูปอาหารจาก ปลา -รู้จักการตลาด ออกแบบบรรจุ ภัณฑ์ -สามารถใช้เครื่องแปรรูป -ขายสินค้าออนไลน์ เลือก ช่องทางการจำหน่าย -ออกแบบผลิดและบรรจุ ภัณฑ์ -ออกแบบนวัตกรรมจาก ปลาได้ -เห็นคุณค่า ทรัพยากรท้องถิ่น -หวงแหนพันธุ์ปลา ท้องถิ่น -อนุรักษ์พันธุ์ปลา ท้องถิ่น ปวช. รายวิชาธุรกิจและการเป็น ผู้ประกอบการ 2 หน่วยกิต 54 ชั่วโมง -มีความรู้ด้าน ผลิตภัณฑ์ -ทักษะการขาย -ทักษะการสื่อสาร -การดูแลผลิตภัณฑ์ให้มี คุณภาพ -มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ ดีกับผู้ค้าและลูกค้า ปวส. รายวิชาการเป็นผู้ประกอบการ 3 หน่วยกิต 54 ชั่วโมง -จัดจำหน่ายสินค้า ผ่านช่องทางต่าง ๆ -ปฏิบัติงานการขายขยาย การตลาดได้ -วางแผนเสนอขายสินค้า -มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ ดีกับผู้ค้าและลูกค้า
138 ช่วงวัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรม ที่สามารถนำไปสร้างหลักสูตร จะ เอาไปใส่ตรงไหนของหลักสูตร กิจกรรมจำนวนชั่วโมง เป้าหมายการเรียนรู้ เรียนแล้วได้อะไร ความรู้ ทักษะ ทัศนคติ -สร้างแบรนด์ โฆษณาส่งเสริมการ ขาย -สามารถเป็น ผู้ประกอบการอยู่ เหนือคู่แข่ง -มีจรรยายบรรณ ในการขาย อุดมศึกษา -ออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ -การถนอมอาหาร -ตลาดออนไลน์ -การบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย -การถนอมอาหาร -การขายออนไลน์ -เห็นคุณค่าของ ผลิตภัณฑ์ในชุมชน -เห็นคุณค่า ทรัพยากรใน ท้องถิ่นบูรณาการสู่ ตลาดออนไลน์ กศน. ปลาย -ความรู้เรื่องการ ทำอาหาร -การนำเสนอสินค้า และบริการ -การพัฒนา ผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่ม มูลค่า -ทักษะการพูด การ นำเสนอ -ทักษะการปฏิบัติ -ทักษะการแก้ปัญหา -ทักษะความคิดสร้างสรรค์ -สำนึกรักบ้านเกิด -การอนุรักษ์ภูมิ ปัญญา และอาหาร พื้นถิ่น -เห็นคุณค่าใน ตัวเอง ผู้ยากจน -กระบวนการผลิต และการแปรรูป -การเลี้ยงปลา -การประกอบอาชีพ -การวางแผนการตลาด -พยากรณ์การตลาด -ช่องทางเทคโนโลยีในการ ขาย -ภาคภูมิใจในการ ประกอบอาชีพ โดยการดำเนินการดังที่กล่าวมาข้างต้น ได้รับการสนับสนุนให้การตรวจคุณภาพ ความถูกต้องและความเป็นไปได้จากนักวิชาการของมหาวิทยาลัย ศึกษานิเทศก์ของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาและผู้ประกอบการในพื้นที่ชุมชนร่วมให้ความเห็นและตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปบรรจุใน โครงสร้างหลักสูตรของสถานศึกษาแต่ละระดับ แต่ละประเภทของชุมชน ซึ่งมีผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไป บรรจุในโครงสร้างหลักสูตรของสถานศึกษาในลำดับต่อไปมาดังนี้
139 ระดับ เป้าหมาย เรียนแล้วได้อะไร กิจกรรมการเรียนรู้ จะเรียนรู้อย่างไร การวัดและ ประเมินผล ปฐมวัย -ได้รู้จักชื่อปลาในท้องถิ่น -รู้แหล่งที่อยู่อาศัยของปลา -ลักษณะของปลา -กล้าแสดงออก -ประโยชน์ของปลา -สามารถทำศิลปะเกี่ยวกับปลาได้ -เคลื่อนไหวและจังหวะ -กิจกรรมเสริมประสบการณ์ -กิจกรรมสร้างสรรค์ -กิจกรรมเสรี -กิจกรรมกลางแจ้ง -เกมส์การศึกษา -สังเกต -สนทนากับเด็ก ประถมศึกษา -เห็นความสำคัญและคุณค่าประโยชน์ ของปลา -ทักษะขั้นตอนการเลี้ยงปลา -ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปลา บ้านกง -สามารถประกอบอาหารเกี่ยวกับปลา -นำไปบรรจุในกลุ่มวิชาการงาน -กิจกรรมกลุ่ม -การใช้เทคโนโลยีเบื้องต้น -ใช้การสังเกต -โครงงาน มัธยมศึกษา ตอน กศน. ภาคบังคับ -ชนิดของพันธุ์ปลา -การเพาะเลี้ยง -เพลงพื้นบ้าน -การแปรรูป -ศิลปะ -การแปรรูปและยกระดับการแปรรูป -บรรจุภัณฑ์ -การขายออนไลน์ -การตลาด -ทำโครงงานแปรรูปปลา -เชิญประธานชุมชนผู้ประกอบการชุมชน -รู้จักอุปกรณ์หาปลา และแปรรูป -บรรจุภัณฑ์ -ยกระดับการแปรรูป -การขาย -ชิ้นงาน -ใบงาน -นำเสนอการ ดำเนินงาน -ผลการขาย -ประเมินความพึง พอใจของลูกค้า ขั้นพื้นฐาน กศน. -ชนิดของพันธุ์ปลา -การเพาะเลี้ยง -เพลงพื้นบ้าน -การแปรรูปและยกระดับการแปรรูป -บรรจุภัณฑ์ -การขายออนไลน์ -การตลาด -ทำโครงงานแปรรูปปลา -เชิญประธานชุมชนผู้ประกอบการชุมชน -รู้จักอุปกรณ์หาปลา และแปรรูป -บรรจุภัณฑ์ -ยกระดับการแปรรูป -การขาย -ชิ้นงาน -ใบงาน -นำเสนอการ ดำเนินงาน -ผลการขาย -ประเมินความพึง พอใจของลูกค้า ปวช. -ออกแบบโลโก้ได้ -ขายเป็น -บัญชีกำไร-ขาดทุน -ฝึกปฎิบัติบรรยายให้ความรู้เบื้องต้น -ออกไปดูงาน -ชิ้นงาน -โครงงาน -เล่มโครงการ ปวส -ผู้ประกอบการได้ SME -วางแผนการตลาดได้ -บรรยายให้ความรู้เบื้องต้น -ฝึกปฎิบัติจริงกับผู้ประกอบการ -จัดทำธุรกิจจำลอง -ผลงาน -เล่มรายงาน -ผลประกอบการ จากธุรกิจ
140 อุดมศึกษา -ออกแบบบรรจุภัณฑ์ -การถนอมอาหาร -การตลาดออนไลน์ -บรรยายและฝึกปฎิบัติ -วัดจากผลิตภัณฑ์ -สมรรถนะการขาย ออนไลน์ ประชาชนและ ผู้ยากจน -ออกแบบบรรจุภัณฑ์ -การตลาด การผลิต -ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ -บรรยายและฝึกปฎิบัติ -การนำไปใช้ได้จริง -สามารถสร้าง รายได้ -ลดรายจ่าย ทั้งนี้ได้นำเสนอการตรวจสอบความเป็นไปได้ของการออกแบบหลักสูตรฐาน สมรรถนะชุมชนร่วมกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ศึกษานิเทศก์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จากการ วิเคราะห์กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่จะส่งผลต่อการสร้างสมรรถนะของผู้เรียนทุกช่วงวัยและนำไปสู่และ การถ่ายโอนหน่วยกิตการศึกษาร่วมกันในลำดับต่อไปได้ นอกจากนี้ การดำเนินการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา ซึ่งมีความเชื่อมต่อ ประสบการณ์จากเป้าหมายการเรียนรู้ วิธีการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล โดยมีการวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมผู้เรียนที่นำไปสู่การออกแบบระบบการศึกษาเ พื่อรองรับกลุ่มเด็กด้อยโอกาสที่ อยู่ในระบบการศึกษาและอยู่นอกระบบการศึกษาให้มีโอกาสและการเข้าถึงการเรียนรู้ โดยมีครูของสถานศึกษา ครูชุมชน และครูผู้ปกครองสามารถเข้ามาร่วมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้ของ ผู้เรียนและเรียนรู้ได้อย่างรอบตัวจากพื้นที่การเรียนรู้ของชุมชน พบว่าการเชื่อมต่อดังกล่าวสามารถสร้าง แนวทางการสะสมหน่วยกิตและการจัดทำระบบถ่ายโอนหน่วยกิตได้สอดคล้องกับการศึกษาวิจัยในพื้นที่นำร่อง การวิจัย คณะผู้วิจัย จึงได้จัดทำการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับผู้ให้ข้อมูล สำหรับการสะสม หน่วยกิตและนำมาตรฐานทางวิชาการที่มีอยู่เดิมของแต่ละสถานศึกษา นำมาเป็นข้อกำหนดเพื่อประกัน คุณภาพการศึกษาของผู้เรียนให้มีความรู้ตามหลักวิชาการและมีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพบนฐานของความเป็น มาตรฐานทางวิชาการ โดยมีข้อสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังต่อไปนี้ ระดับ หลักสูตร กิจกรรม หน่วยรับเทียบ โอน หน่วยกิตที่เทียบ โอน การวัดและ ประเมินผล หน่วยรับผิดชอบ ปฐมวัย -หน่วยการเรียนรู้ -กิจจกรรมหลัก - - -แบบสังเกต -ศพด.วัดเกาะ โสภาราม ประถมศึกษา -กิจกรรมพัฒนา ผู้เรียน - - -การสังเกต -โครงงาน -โรงเรียนหนองบัว มัธยมศึกษา ตอนต้น -บูรณาการ -เพิ่มเติม -สังคม ม.1 -การงานอาชีพ - 1 หน่วยกิต (สาระการ ประกอบอาชีพ 2 หน่วยกิต) -ผลิตภัณฑ์ -การวัดแบบทดสอบ การวัดความรู้ -โครงงาน -โรงเรียนไกรใน -กศน.
141 ระดับ หลักสูตร กิจกรรม หน่วยรับเทียบ โอน หน่วยกิตที่เทียบ โอน การวัดและ ประเมินผล หน่วยรับผิดชอบ มัธยมปลาย -บูรณาการ -เพิ่มเติม -ชีว -หลักสูตรปลา ท้องถิ่น -1 หน่วย อาชีวศึกษา ปวส. -1 หน่วยกิต กศน. -สัมฤทธิ์บัตร มหาวิทยาลัย -ผลิตภัณฑ์ -การวัดแบบทดสอบ การวัดความรู้ -โครงงาน -โรงเรียนไกรใน -กศน. -อาชีวศึกษา -มรภ. กำแพงเพชร ปวส -การตลาด -การขาย เบื้องต้น -รับเทียบโอน 2 หน่วยกิต (อย่างน้อย) 3 หน่วยกิต (มาสอนเอง) -คุณธรรมจริยธรรม 20% -เนื้อหารายวิชา 50% -รายงานชิ้นงาน 40% -อาชีวศึกษา -มรภ. กำแพงเพชร ผู้ยากจนหรือ ประชาชน ทั่วไป -รับเทียบแต่ขอ มาสอนเองของ มหาวิทยาลัย มรภ.กำแพงเพชร -3 หน่วนกิต -มรภ. กำแพงเพชร ทั้งนี้ พบว่าการถ่ายโอนหน่วยกิตการศึกษา ระหว่างสถานศึกษาในสังกัดของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สามารถถ่ายโอนหน่วยกิตการศึกษาร่วมกันได้ เนื่องจากโครงสร้างหลักสูตรของ กศน. สามารถยืดหยุ่นและ ปรับเพิ่มวิชาเลือกเสรีได้ซึ่งมีจำนวน 1 หน่วยกิต 40 ชั่วโมง หากมีชั่วโมงกิจกรรมการเรียนรู้ไม่สอดคล้องกัน กศน. สามารถจัดการศึกษาแบบพบกลุ่ม หรือจัดการศึกษาทางไกล เพิ่มเติมให้ได้นอกจากการจัดการศึกษา แบบชั้นเรียน นอกจากนี้ การเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษาระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐานกับ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมีข้อเสนอให้เป็นการร่วมจัดการศึกษาโดยให้มหาวิทยาลัยส่งนักวิชาการ คณาจารย์ เข้าร่วมจัดการศึกษาให้กับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากมีความกังวลในด้านมาตรฐานวิชาการที่ถูกกำหนด คณะผู้วิจัย จึงให้สถานศึกษาที่เข้าร่วมออกแบบระบบการศึกษาดำเนินการยกร่าง และพัฒนาหลักสูตร โดยมีการทดลองหลักสูตรร่วมกับศึกษานิเทศก์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยและ ผู้ประกอบการร่วมประเมินหลักสูตรและปรับปรุงหลักสูตร โดยได้นัดหมายลงพื้นที่ทดลองหลักสูตร ซึ่งคัดเลือก กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กและเยาวชนที่มีฐานะยากจนเข้ารับการพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อให้ระบบการศึกษาที่ถูก ออกแบบสามารถสร้างสมรรถนะอาชีพให้กับชุมชนตามเป้าหมายการเรียนรู้ที่กำหนดไว้