242 ขั้นพื้นฐาน และครูเก็บข้อมูล วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นวันประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ครั้งที่ 3/2565 ได้รับคืน 36 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100 4.2 การเก็บข้อมูลการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ จากผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และครูเก็บข้อมูลทันทีเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงาน ระหว่างวันที่ 25-29 มีนาคม 2564 ได้รับคืน 36 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100 4.3 การเก็บข้อมูลความพึงพอใจการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 จากผู้ปกครอง และนักเรียน ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นวันประชุมผู้ปกครองนักเรียน ครั้งที่ 3/2565 ได้รับคืน 172 ฉบับ คิดเป็นร้อย ละ 100 4.4 การเก็บข้อมูลความยั่งยืนในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของ ครูเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และครูเก็บข้อมูลหลังการ ดำเนิน กิจกรรมตามโครงการเมื่อผ่านระยะเวลาไปได้ 2 เดือน ระหว่าง วันที่ 6-10 มิถุนายน 2565 ได้รับคืน 36 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100 5. การวิเคราะห์ข้อมูล ในการประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model(ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ครั้งนี้ นำแบบสอบถามที่ได้รับกลับคืนมาดำเนินการ ดังนี้ 1. นำแบบสอบถามมาตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถามแต่ละฉบับ 2. นำแบบสอบถามออกเป็นกลุ่ม ๆ ตามข้อมูลสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ใน ตอนที่ 1 และนำมาหาค่าความถี่และร้อยละ 3. นำแบบสอบถามทั้งหมดที่ได้รับคืนมามาตรวจสอบความสมบูรณ์ของ แบบสอบถามแล้วให้คะแนนตามน้ำหนักที่กำหนดไว้ดังนี้ ระดับ 5 หมายถึงมีความเหมาะสม หรือสอดคล้องอยู่ในระดับมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึงมีความเหมาะสมหรือสอดคล้องอยู่ในระดับมาก ระดับ 3 หมายถึงมีความเหมาะสม หรือสอดคล้องอยู่ในระดับปานกลาง ระดับ 2 หมายถึงมีความเหมาะสม หรือสอดคล้องอยู่ในระดับน้อย ระดับ 1 หมายถึงมีความเหมาะสม หรือสอดคล้องอยู่ในระดับน้อยที่สุด 4. วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย เป็นรายข้อและรายด้าน แล้วแปลความหมาย ของค่าเฉลี่ย ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 มีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 มีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 มีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 มีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 มีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับน้อยที่สุด
243 3) ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามรูปแบบ/แนวทางการพัฒนาการ ตอนที่ 1 ผลการสร้างรูปแบบนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ 1. รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model(ภาพสะท้อนสู่ ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ภาพ รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือMIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) M = Main problem to be solved :การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการ I = Information organize and planning : การจัดระบบข้อมูลและวางแผนการนิเทศภายใน R = Recognition : การสร้างความเข้าใจและเตรียมการนิเทศ R = Reinforcing : การสร้างขวัญและกำลังใจครูผู้สอน O = Operation the supervising : การปฏิบัติการนิเทศ R = Reflection : การประเมินและรายงานผล
244 รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อน สู่ความสำเร็จ)สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 มีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้ ขั้นที่ 1 Main problem to be solved : การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหาและความ ต้องการ หมายถึง กระบวนการในการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างสภาพปัจจุบันและสภาพ อันพึงประสงค์คาดหวังให้เกิดขึ้น ระบุสิ่งที่ต้องการให้เกิดว่ามีลักษณะเช่นใด และประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นจริงว่ามี ลักษณะเช่นใด โดยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร และคณะครู ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid Dynamic) โดยประเมินข้อมูลจากศูนย์บริหาร สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ทุกระดับ ข้อมูลจากโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพประจำตำบลและข้อมูลจากชุมชนบ้านลานกระบือ กำหนดทิศทางการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน จัดวางตัวบุคลากร และคณะกรรมการรับผิดชอบ จัดทำแผนการนิเทศภายใน จัดการงบประมาณและ วัสดุอุปกรณ์สำหรับการนิเทศ ขั้นที่2 Information organize and planning : การจัดระบบข้อมูลและวางแผนการ นิเทศภายใน หมายถึง การนำเสนอข้อมูลผลการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา สาเหตุของปัญหาและ ความต้องการมากำหนดเป็นกิจกรรมและแนวทางการนิเทศ โดยกำหนดรายละเอียดของกิจกรรม ลำดับขั้นตอน การปฏิบัติแผนการดำเนินการกิจกรรมสำคัญ ปฏิทินปฏิบัติงาน ทำให้ผู้รับการนิเทศหรือบุคลากรฝ่ายต่าง ๆ ทราบบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง รวมถึงเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะนำไปใช้ในการปรับปรุง พัฒนาการเรียนการสอน โดยใช้เทคโนโลยีในการจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศ ทั้งเอกสารไฟล์ประมวลผล (excel หรือ Google sheet) รูปภาพ คลิปวีดีโอ ไฟล์นำเสนอ ในระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ โรงเรียน (School Master) เชื่อมโยงกับสื่อสังคมออนไลน์เช่น Facebook หรือ LINE Group เพื่อเป็น ฐานข้อมูลสำหรับวางแผนการนิเทศภายใน และเพื่อเป็นฐานข้อมูลของโรงเรียน (School profile) ดังนี้ 1) ครูผู้สอนวางแผนการจัดการเรียนรู้โดยกำหนดการจัดการจัดการเรียนการสอนตามความ เหมาะสมของผู้เรียน สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2) ครูผู้สอนจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยค านึงถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และ สมรรถนะที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน ภายใต้ความเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน และสอดคล้องกับการเรียนในชีวิต วิถีใหม่ (LEARNING IN THE NEW NORMAL) 3) ครูผู้สอนนำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้กับทีมนิเทศ โดยใช้การนำเสนอผ่านระบบ สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการโรงเรียน (School Master) 4) ทีมนิเทศร่วมเสนอแนะและบันทึกผลการนิเทศในระบบ School Master 5) ครูผู้สอนนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดการเรียนรู้ก่อนนำมาจัดการเรียน การสอน
245 ขั้นที่3 Recognition : การสร้างความเข้าใจและเตรียมการนิเทศ หมายถึง การให้ความรู้ ความเข้าใจถึงสิ่งที่จะด าเนินการนิเทศภายในว่าจะต้องอาศัยความรู้ ความสามารถอย่างไรบ้าง จะมีขั้นตอนในการดำเนินงานอย่างไร และจะทำอย่างไรจึงจะทำให้การนิเทศภายใน ได้ผลงานออกมาอย่างมีคุณภาพ โดยการให้ความรู้หรือแสวงหาความรู้จากการประชุมครู และการอบรมครู ทำ ให้เข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการสอนและความรู้เกี่ยวกับวิธีการสอนและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยครูผู้สอนจะจัดการเรียนการสอนใน 5 รูปแบบ ตามความเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน ดังนี้ 1) การเรียนแบบ On - Site คือ การเดินทางมาเรียนที่โรงเรียนซึ่งจัดพื้นที่แบบเว้น ระยะห่างและเข้มงวดการสวมหน้ากากอนามัยตามมาตรการด้านสาธารณสุข 2) การเรียนแบบ On - Line ครูผู้สอนทำการสอนผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ 3) การเรียนแบบ On - Demand ผ่านระบบแอปพลิเคชัน โดยใช้ช่องทาง Group Line หรือ กลุ่มบนเฟซบุ๊ก (Facebook) ของแต่ละห้องเรียนเป็นช่องทางติดต่อสื่อสารระหว่างครูประจำชั้นกับ ผู้ปกครองและนักเรียน รวมถึงใช้เป็นช่องทางการมอบหมายงาน หรือส่งการบ้าน 4) การเรียนแบบ On - Air การเรียนรู้ผ่านระบบมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่าน ดาวเทียม DLTV 5) การเรียนแบบ On - Hand ครูผู้สอนจัดส่งหนังสือ แบบเรียน แบบฝึกหัด หรือใบ งานที่โรงเรียนจัดทำขึ้นไปยังนักเรียนผ่านผู้ปกครอง ขั้นที่4 Reinforcing : การสร้างขวัญและกำลังใจครูผู้สอน หมายถึง กิจกรรมที่ผู้บริหารหรือผู้นิเทศเสริมแรงจูงใจให้กับผู้รับการนิเทศในขณะที่ผู้รับการ นิเทศกำลังปฏิบัติงานหรือปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้ว โดยใช้หลักมนุษย์สัมพันธ์สร้างความคุ้นเคยเป็นกันเองและ วางตัวอยู่ในฐานะผู้ร่วมงานไม่ใช่ฐานะผู้บังคับบัญชา ทำให้ผู้รับการนิเทศมีความมั่นใจและบังเกิดความพึงพอใจ ในการฏิบัติงาน ขั้นที่5 Operation the supervising : การปฏิบัติการนิเทศ หมายถึง การที่ผู้นิเทศกระตุ้นให้เกิดการนิเทศภายในโดยการให้ค าปรึกษาช่วยเหลือการสอน ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างเป็นระบบและยึดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหา ทำให้การนิเทศ ภายในเป็นไปตามความต้องการหรือเป้าหมายที่วางไว้โดยมีการนิเทศติดตามใน 5 รูปแบบ คือ 1) การเรียนแบบ On – Site มีขั้นตอนการนิเทศ ดังนี้ 1.1) ทีมนิเทศร่วมสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนและการ เรียนรู้ของผู้เรียนในชั้นเรียน โดยใช้ฐานข้อมูลในระบบ (School Master) 1.2) ทีมนิเทศร่วมสะท้อนการเรียนรู้ (Reflection) รายบุคคลและบันทึกผล การนิเทศในระบบ (School Master) 2) การเรียนแบบ On - Line มีขั้นตอนการนิเทศ ดังนี้ 2.1) ทีมนิเทศร่วมสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนและการ เรียนรู้ของผู้เรียนผ่านช่องทางออนไลน์
246 2.2) ทีมนิเทศร่วมสะท้อนการเรียนรู้ (Reflection) รายบุคคลและบันทึกผล การนิเทศในระบบ (School Master) 3) การเรียนแบบ On - Demand มีขั้นตอนการนิเทศ ดังนี้ 3.1) ทีมนิเทศร่วมสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนและการ เรียนรู้ของผู้เรียนที่บันทึกไว้ในกลุ่มบนเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือ กลุ่มไลน์ (LINE Group) 3.2) ทีมนิเทศร่วมสะท้อนการเรียนรู้ (Reflection) รายบุคคลและบันทึกผล การนิเทศในระบบ (School Master) 4.) การเรียนแบบ On – Air, On – Hand มีขั้นตอนการนิเทศ ดังนี้ 4.1) ทีมนิเทศร่วมติดตามการเข้ารับการจัดประสบการณ์และการจัดการ เรียนรู้จากผู้ปกครองโดยการสอบถามข้อมูลทางโทรศัพท์และการเยี่ยมบ้านนักเรียน 4.2) ทีมนิเทศร่วมสะท้อนการเรียนรู้ (Reflection) รายบุคคลและบันทึกผล การนิเทศในระบบ (School Master) ขั้นที่6 Reflection : การประเมินและรายงานผล หมายถึง การตรวจสอบความสำเร็จของการนิเทศภายในกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ กำหนดไว้โดยผู้นิเทศ และผู้รับการนิเทศ ร่วมกันสะท้อนผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม การเรียนการสอนในชั่วโมงนั้น ๆ ด้วยกระบวนการ AAR หรือ After Action Review ทบทวนวิธีการทำงาน ทั้งด้านความสำเร็จและปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลจากหลาย ฝ่ายทั้งจากผู้บริหาร ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ จัดให้มีการสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการนิเทศกำหนด วิธีการและเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับจุดประสงค์ของการนิเทศ ติดตามความก้าวหน้าในการ สอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญภายหลังได้รับการนิเทศแล้ว ผลที่ได้จากการประเมินทำให้ทราบถึงผู้รับการนิเทศได้ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเป็นถาวรหรือสามารถช่วยตนเองได้มีผลต่อการเรียนของนักเรียนที่ดีขึ้น และนำมาเป็น พื้นฐานสำหรับการตัดสินใจในการปฏิบัติงานนิเทศต่อไป ผลการประเมินรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพ สะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 รูปแบบการนิเทศ ภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 มีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นประโยชน์และเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด ทุกด้าน
247 ตาราง แสดงผลการประเมินความเหมาะสมขององค์ประกอบและตัวชี้วัดการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน โรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1
248
249 จากตาราง 7 พบว่า ผลการประเมินความเหมาะสมขององค์ประกอบและตัวชี้วัดการพัฒนา รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 มีความเหมาะสมของขั้นตอนการดำเนินงาน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.71, S.D. = 0.48) เมื่อพิจารณารายขั้นตอน พบว่า ขั้นตอนที่มี ค่าเฉลี่ยความเหมาะสมสูงสุดจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ขั้นที่ 1 Main problem to be solved : การ วิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการ ( X = 4.79, S.D. = 0.59) รองลงมา คือ ขั้นที่ 2 Information organize and planning : การจัดระบบข้อมูลและวางแผนการนิเทศภายใน ( X = 4.77, S.D. = 0.56) ขั้นที่ 3 Recognition : การสร้างความเข้าใจและเตรียมการนิเทศ ( X = 4.76, S.D. = 0.55) ขั้นที่ 5 Operation the supervising : การปฏิบัติการนิเทศ ( X = 4.72, S.D. = 0.53) ขั้นที่ 6 Reflection : การประเมินและรายงานผล ( X = 4.62, S.D. = 0.56) และขั้นที่ 4 Reinforcing : การสร้างขวัญและ กำลังใจครูผู้สอน ( X = 4.52, S.D. = 0.56)
250 ตาราง แสดงผลการประเมินการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครู
251 จากตาราง พบว่า ผลการประเมินการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครู มีความสอดคล้องกับการดำเนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 โดยรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด ( X = 4.57, S.D. = 0.59) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ครูเอาใจใส่ผู้เรียนเป็นรายบุคคลและแสดงความเมตตาต่อผู้เรียนอย่างทั่วถึง ( X = 4.86, S.D. = 0.49) รองลงมา ได้แก่ ผู้เรียนฝึกคิดอย่างหลากหลายและสร้างสรรค์จินตนาการ ตลอดจนได้ แสดงออกอย่างชัดเจนและมีเหตุผล ( X = 4.72, S.D. = 0.70) และครูใช้สื่อการสอนเพื่อฝึกการคิด การ แก้ปัญหา และการค้นพบความรู้ ( X = 4.69, S.D. = 0.71) ตาราง แสดงผลการประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนของผู้เรียน
252 จากตาราง พบว่า การดำเนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ส่งผล ต่อความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนของผู้เรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก (X = 4.50, S.D. = 0.53) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ผู้เรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1–3 สามารถสรุปคุณค่า แนวคิด แง่คิดที่ได้จากการอ่าน ( X = 4.63, S.D. = 0.76) ผู้เรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 สามารถจับประเด็นสำคัญและประเด็นสนับสนุน โต้แย้ง ( X = 4.63, S.D. = 0.76) ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 สามารถอ่านจับประเด็นสำคัญ ข้อเท็จจริง ความคิดเห็นเรื่องที่อ่าน สามารถอ่านจับประเด็นสำคัญ ข้อเท็จจริง ความคิดเห็นเรื่องที่อ่าน ( X = 4.63, S.D. = 0.68) รองลงมา ได้แก่ ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 สามารถคัดสรรสื่อที่ต้องการอ่านเพื่อหาข้อมูลสารสนเทศได้ตาม วัตถุประสงค์ สามารถสร้างความเข้าใจและประยุกต์ใช้ความรู้จากการอ่าน ( X = 4.58, S.D. = 0.77) ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 สามารถเปรียบเทียบแง่มุมต่างๆ เช่น ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ โทษ ความ เหมาะสม ไม่เหมาะสม ( X = 4.53, S.D. = 0.77) ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 สามารถถ่ายทอดความ เข้าใจความคิดเห็น คุณค่าจากเรื่องที่อ่านโดยการเขียน ( X = 4.53, S.D. = 0.77) และผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1-3 สามารถถ่ายทอดความคิดเห็นความรู้สึกจากเรื่องที่อ่านโดยการเขียน (X = 4.53, S.D. = 0.70)
253 ตาราง แสดงผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนทุกระดับชั้น จากตาราง พบว่า การดำเนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนทุกระดับชั้น โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.43, S.D. = 0.57) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ การดำเนินงานตาม รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ ส่งผลให้นักเรียนมีผลการเรียนเฉลี่ยรวมรายวิชาสุขศึกษา และพลศึกษา ไม่น้อยกว่า 2.00 ( X = 4.68, S.D. = 0.75) รองลงมา ได้แก่ การดำเนินงานตามรูปแบบการ นิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ ส่งผลให้นักเรียนมีผลการเรียนเฉลี่ยรวมรายวิชาศิลปะ ไม่น้อยกว่า 2.00 ( X = 4.58, S.D. = 0.84) และการดำเนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ ส่งผลให้นักเรียนมีผลการเรียนเฉลี่ยรวมรายวิชาภาษาไทย ไม่น้อยกว่า 2.00 ( X = 4.53, S.D. = 0.77)
254 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับโรงเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกระดับชั้น โดยภาพรวมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปีการศึกษา 2564 มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า ปีการศึกษา 2563 ร้อยละ 5.17 จากแผนภูมิพบว่า การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีผลการเรียนเฉลี่ยตามหลักสูตรไม่น้อยกว่า 2.00 ร้อยละ 87.82 จากแผนภูมิพบว่า การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีผลการเรียนเฉลี่ยตามหลักสูตรไม่น้อยกว่า 2.00 ร้อยละ 82.65
255 ตาราง แสดงผลการประเมินความพึงพอใจการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ของผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และครู จากตาราง พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจการด าเนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายใน โรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุโขทัยเขต 1 โดยรวมพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.55, S.D. = 0.52) เมื่อพิจารณา รายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ผู้รับผิดชอบโครงการนิเทศ ภายในโรงเรียน ( X = 4.92, S.D. = 0.37) รองลงมาได้แก่ นโยบายการนิเทศภายในโรงเรียน ( X = 4.75, S.D. = 0.44) และโครงการนิเทศภายในโรงเรียน (X = 4.67, S.D. = 0.48)
256 ตาราง แสดงผลการประเมินความพึงพอใจการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ของผู้ปกครองโรงเรียนบ้านลานกระบือ จากตาราง พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองโรงเรียนบ้านลานกระบือต่อการ ดำเนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัยเขต 1 โดยรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก ที่สุด ( X = 4.63, S.D. = 0.54) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ โรงเรียนเปิดโอกาสให้ท่านมีส่วนร่วมพัฒนาการสอน ( X = 4.86, S.D. = 0.35) รองลงมา ได้แก่ มีการจัดแหล่งเรียนรู้ภายในบริเวณอย่างเพียงพอ ( X = 4.75, S.D. = 0.44) และครูมีความตั้งใจที่จะ ช่วยเหลือนักเรียนเมื่อมีปัญหา ( X = 4.78, S.D. = 0.56)
257 ตาราง แสดงผลการประเมินความพึงพอใจการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ของนักเรียนโรงเรียนบ้านลานกระบือ จากตาราง พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนบ้านลานกระบือต่อการ ดำเนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านลานกระบือ MIRROR Model (ภาพสะท้อนสู่ ความสำเร็จ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัยเขต 1 โดยรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก ที่สุด ( X = 4.68, S.D. = 0.52) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ เนื้อหาในการเรียนไม่มากหรือน้อยเกินไป (X = 4.88, S.D. = 0.32) รองลงมาได้แก่ ครูเปิดโอกาสให้ฉันถามและแสดงความคิดเห็น ( X = 4.87, S.D. = 0.34) และครูใช้สื่อและเทคโนโลยีการ สอนได้น่าสนใจ ( X = 4.81, S.D. = 0.54)
258 4) ผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน องค์ประกอบที่ 1 ด้านความสำคัญของรูปแบบ/แนวทางการพัฒนา ที่ ตัวชี้วัด ระดับคะแนน x̅ S.D 1 ความเป็นมาและสภาพปัญหา 4.80 0.45 2 แนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา 4.80 0.45 3 ประโยชน์/ความสำคัญ 4.40 0.89 รวม 4.67 0.60 องค์ประกอบที่ 2 ด้านกระบวนการพัฒนารูปแบบ/แนวทางการพัฒนา ที่ ตัวชี้วัด ระดับคะแนน x̅ S.D 1 วัตถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนา 4.60 0.55 2 หลักการ ทฤษฎี แนวคิดในการพัฒนา 4.80 0.45 3 การออกแบบแนวทางการพัฒนา 4.60 0.89 4 การมีส่วนร่วมในการพัฒนา 4.60 0.55 5 การนำไปใช้ 5.00 0.00 6 การประเมินและการปรับปรุง 4.40 0.55 รวม 4.67 0.50 องค์ประกอบที่ 3 ด้านผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามรูปแบบ/แนวทางการพัฒนาการ ที่ ตัวชี้วัด ระดับคะแนน x̅ S.D 1. ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา 1 ข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา 4.60 0.89 2 การดำเนินงาน/การบริหารจัดการของสถานศึกษา 4.60 0.55 3 การมีส่วนร่วมกับสถานศึกษา 4.80 0.45 2. ผลที่เกิดขึ้นกับครูผู้สอน 1 การออกแบบการจัดการเรียนรู้ 4.40 0.89 2 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4.40 0.89 3 การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ 4.80 0.45 4 การวัดและประเมินผล 4.40 0.89 5 การยอมรับที่มีต่อสถานศึกษา 4.80 0.45
259 3. ผลที่เกิดกับผู้เรียน 1 ผู้เรียนมีคะแนน ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(ONET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้น 4.80 0.45 รวม 4.13 0.56 รวมคะแนน องค์ประกอบที่ 1 ด้านความสำคัญของรูปแบบ/แนวทางการพัฒนา 4.67 0.60 องค์ประกอบที่ 2 ด้านกระบวนการพัฒนารูปแบบ/แนวทางการพัฒนา 4.67 0.50 องค์ประกอบที่ 3 ด้านผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามรูปแบบ/แนวทางการ พัฒนาการ 4.13 0.56
260 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย 1. ผลการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลการถอดบทเรียนด้วยเทคนิควิธีการสทนากลุ่ม (focus group) สมัชชา การศึกษาระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ร่วมกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเพื่อขยายผลการวิจัย ในระยะต่อไป 1.1 การดำเนินการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนไปใช้ของสถานศึกษาของพื้นที่วิจัยนำร่อง ซึ่งชุมชนได้วิเคราะห์ทุนทางสังคมและเศรษฐกิจของพื้นที่ให้การท่องเที่ยวและการตลาดเป็นสมรรถนะ ของคนในชุมชนทุกช่วงวัย โดยได้นำผลการคัดเลือกประเด็นสมรรถนะตามความต้องการของคนในชุมชน มาสร้างระบบการศึกษาโดยความร่วมมือของสถานศึกษาทุกระดับในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมออกแบบการศึกษา ร่วมกันระหว่างการศึกษากับคนในพื้นที่ชุมชน การศึกษาข้อมูลจากการดำเนินการในพื้นที่นำร่องการวิจัยของสถานศึกษา ซึ่งได้จัดทำหลักสูตร ของแต่ละระดับการศึกษาให้มีความเชื่อมต่อกันในแต่ละช่วงวัย โดยมุ่งเน้นประเด็นเรื่องของเป้าหมาย การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวและการตลาดตามพัฒนาการแต่ละช่วงวัยและระดับการศึกษาของคนในชุมชน ซึ่งสถานศึกษาที่เข้าร่วมการวิจัยในพื้นที่นำร่องได้นำเสนอข้อมูลผลการดำเนินการพัฒนาหลักสูตร ของสถานศึกษา 1.2 บทเรียน ปัญหา อุปสรรคและความต้องการระบบนิเวศการเรียนรู้ของการดำเนินการวิจัยใน พื้นที่นำร่อง การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยจากการดำเนินการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐาน ชุมชนที่ผ่าน เพื่อสรุปประเด็นบทเรียน ปัญหา อุปสรรคและความต้องการของสถานศึกษา ผู้นำชุมชน และ หน่วยงานทางการศึกษาที่เข้าร่วมในพื้นที่วิจัยนำร่องมีสรุปผลข้อมูลดังนี้ 1) บทเรียน การดำเนินการจัดทำระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน พบว่าการสร้างเครือข่ายความ ร่วมมือระดับพื้นที่ชุมชนเป็นสิ่งสำคัญที่เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการสร้างโอกาสทางการศึกษาเหตุเพราะ ความด้อยโอกาสและความยากจน มีผลต่อโอกาสที่จะเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน หากผู้เรียน กลุ่มเปราะบางเหล่านี้ไม่ได้รับโอกาสหรือสิทธิขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกับผู้อื่น จะมีผลต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ ที่เท่าเทียมกับผู้อื่น บทเรียนสำคัญที่เกิดขึ้นของชุมชนจากการเข้าร่วมงานวิจัยนำร่อง คือ การบูรณาการร่วมกัน ในพื้นที่ชุมชนระหว่างชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา ซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมออกแบบ การศึกษาและสร้างการบูรณาการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในชุมชน ตลอดจนการผลักดันให้เกิด การกำหนดนโยบายระดับพื้นที่ โดยการสนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบรรจุเข้าสู่แผนพัฒนาของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการประสานการทำงานร่วมกันทั้งด้านสังคมกับการศึกษาในชุมชน
261 นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับนำทุนสังคมในพื้นที่ชุมชนที่มีอยู่ มาสร้างการพัฒนาโดยใช้ การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนไปสู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจชองชุมชนที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อ การสร้างความเข้มแข็งของรากฐานชุมชนที่เกิดจากการยกระดับคุณภาพของคนให้มีขีดความสามารถรองรับ การเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันทางเศรษฐกิจตามเป้าหมายการพัฒนาของประเทศได้ 2) ปัญหา อุปสรรคและความต้องการ ข้อสรุปการดำเนินการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ยังมีข้อจำกัดอยู่ หลาย ประการ อาทิ สถานการณ์การเกิดโรคระบาดโควิด 19 สื่อการเรียนการสอนทางเทคโนโลยี ความชัดเจนของ การกำหนดหลักสูตรฐานสมรรถนะของภาครัฐในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศักยภาพของครูผู้สอน งบประมาณ การดำเนินการอย่างต่อเนื่อง การย้ายของครูผู้สอนและผู้บริหาร เป็นต้น ข้อสรุปดังที่กล่าวมา จึงส่งผลต่อสภาพปัญหา อุปสรรคของการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ บนฐานชุมชนและเป็นความต้องการได้รับการสนับสนุนให้กับสถานศึกษาและชุมชน ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ดำเนินการ จัดทำข้อสรุปผลการวิจัยเสนอต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเพื่อกำหนดนโยบาย การสนับสนุนและการ จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อจัดตั้งให้จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อลดข้อจำกัด ปัญหา อุปสรรค และจัดการศึกษาได้ตามความต้องการของสถานศึกษาและบริบทพื้นที่ นอกจากนี้ การวิเคราะห์และสรุปข้อมูลการวิจัยจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้จัดทำเป็นข้อสรุปแนว ทางการขยายผลการวิจัยไปยังพื้นที่อำเภออื่นๆ ที่มีบริบทสังคม ชุมชน วัฒนธรรม และศักยภาพ ของสถานศึกษาที่ต่างกันในระยะต่อไป ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการศึกษาวิจัยที่มีผลทำให้การจัดทำข้อเสนอ เชิงนโยบายให้กับกลไกบูรณาการทางนโยบายทั้งที่มีหน้าที่รับผิดชอบในภารกิจของหน่วยงานรัฐ ภาคประชา สังคม การศึกษา หรือ นักวิชาการที่เข้ามามีส่วนร่วมการขับเคลื่อนงานวิจัยสามารถดำเนินการได้สอดคล้องกับ สภาพปัญหา และความต้องการตามบริบทพื้นที่ชุมชนได้ 3) บทสรุปของการเชื่อมต่อการดำเนินการวิจัยจากโครงการย่อยที่ 1 และ โครงย่อยที่ 2 ระบบนโยบาย ได้สร้างการมีส่วนร่วมสนับสนุนจากด้านอื่นที่ทำงานประสานกันระหว่างหน่วยงานรัฐด้านการ พัฒนา หน่วยงานการศึกษา ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่ มีผลทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงการสนับสนุนดังต่อไปนี้ 1. ใช้ข้อมูลปัญหารอบด้านนอกจากด้านการศึกษา ซึ่งได้นำข้อมูลจากด้านอื่น เช่น สังคมและ เศรษฐกิจมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลด้านการศึกษาจากผู้มีประสบการณ์ที่มีความหลากหลายจากสาขาวิชาการ ด้านต่าง ๆ เข้ามาร่วมวิเคราะห์ปัญหา และกำหนดเป้าหมายร่วมของการพัฒนาการศึกษา 2. การนำเสนอข้อมูลเป็นการสะท้อนปัญหาจากพื้นที่ร่วมกับการกำหนดนโยบายระดับจังหวัด จากนำภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมให้ความเห็นและกลั่นกรองข้อมูล จึงทำให้การนำเสนอปัญหาและ ความต้องการมีความสอดคล้องกับปฏิบัติงานในพื้นที่และมีหลักการทางวิชาการสนับสนุนจากการให้ความเห็น ร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่
262 3. การกำหนดเป้าหมายร่วมและการสนับสนุนความร่วมมือในการบูรณาการมีลักษณะของ การสนับสนุนการดำเนินการครอบคลุมมากกว่ามิติด้านการศึกษาเพียงด้านเดียว ซึ่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึง การศึกษาได้อย่างเท่าเทียมของกลุ่มเปราะบางและกลุ่มด้อยโอกาสทางสังคม 4. การพัฒนาการศึกษาได้ถูกหลอมรวมและกำหนดเป้าหมายร่วมจากการแลกเปลี่ยนข้อมูล กันผ่านการประชุมหารือกำหนดแนวทางการพัฒนาและสนับสนุนร่วมกันระหว่างหน่วยงานการศึกษาและ ส่งผลต่อการบูรณาการร่วมกันจัดการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและระบบนิเวศการ เรียนรู้บนฐานชุมชน ระบบสังคมและระบบการศึกษา กล่าวโดยสรุปได้ว่า การดำเนินการวิจัยและพัฒนาที่เชื่อมต่อกันระหว่างกลไกการบูรณาการ ทางนโยบายกับระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ซึ่งมีองค์ประกอบของกลไกบูรณาการทางนโยบายทำงาน สอดประสานกันระหว่างคณะกรรมการสมัชชาการศึกษาจังหวัดกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด โดยขับเคลื่อนลงไปสู่พื้นที่ผ่านคณะกรรมการสมัชชการศึกษาอำเภอและคณะกรรมสมัชชาการศึกษาตำบล เพื่อสนับสนุนด้านสังคม เศรษฐกิจและการมีส่วนร่วมสนับสนุนให้กับสถานศึกษา ทั้งนี้ ในอีกด้านของการศึกษาได้นำเป้าหมายร่วมไปกำหนดแนวทางดำเนินการทางนโยบาย การศึกษาผ่านคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และส่งต่อการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้กับหน่วยงานทาง การศึกษาในพื้นที่ อาทิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สถานศึกษาอาชีวศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และมหาวิทยาลัยใน พื้นที่ร่วมกันออกแบบระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษาแต่ละแห่งของชุมชน ดังที่กล่าวมา กลไกการทำงานที่มาหนุนเสริมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด จึงเป็นการ ดึงภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมสนับสนุนการศึกษาผ่านสมัชชาการศึกษาให้มีการขับเคลื่อนการ ทำงานเชิงพื้นที่จนเกิดการมีส่วนร่วมและสนับสนุนการศึกษาลงไปสู่ระดับสถานศึกษา โดยมีสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดเป็นศูนย์กลางการประสานการบูรณาการทำงานร่วมกัน ในอีกด้านของการนำเสนอข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการ สถานศึกษาสามารถนำเสนอ ผ่านโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษาหรือสมัชชาการศึกษาตำบลเป็นข้อมูลผ่านทางสมัชชาการศึกษา อำเภอเข้าสู่การกำหนดนโยบายการศึกษา หรือในอีกด้านสามารถประสานการบูรณาการร่วมกับสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดหรือหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อส่งต่อข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการที่นำไปสู่การกำหนด นโยบายการศึกษาของจังหวัด ทั้งสองด้านของการประสานการบูรณาการดังที่กล่าวมา จึงเป็นการขับเคลื่อนกลไกบูรณาทาง นโยบายให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน เพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษา ให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเด็กด้อยโอกาสหรือผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัด สุโขทัย พร้อมทั้งการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายให้จังหวัดสามารถยกระดับเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตามกรอบนโยบายของรัฐได้อย่างสะดวกและคล่องตัว
263 ปัจจัยนำเข้าทางนโยบาย ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายร่วมของจังหวัดในการดำเนินการพัฒนา ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนและพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ผ่านกระบวนการทางนโยบายจาก คณะกรรมการทั้งสองคณะกรรมการดังที่กล่าวมา จึงมีมิติความสัมพันธ์ของระบบสังคม ระบบการศึกษาและ นโยบายของรัฐให้เกิดการมีส่วนร่วมพร้อมทั้งการแปรนโยบายไปสู่การปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งขับเคลื่อนผ่านเครื่องมือ ทางนโยบายที่สำคัญคือแผนพัฒนาการศึกษาที่ส่งผลไปถึงหลักสูตรสถานศึกษา การบริหารสถานศึกษาและ การจัดการศึกษา โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนให้บรรลุผลตามเป้าหมายร่วมทางนโยบายที่กำหนด ซึ่งเป็น นวัตกรรมเชิงระบบที่ขับเคลื่อนลงไปสู่การปฏิบัติจากการบูรณาการะบบนโยบาย ระบบสังคมและระบบ การศึกษาในพื้นที่ร่วมกัน ผลที่เกิดขึ้น จึงทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนกระบวนการทำงานบูรณาการร่วมกัน ที่นอกเหนือจากกรอบคิดด้านการศึกษาเพียงด้านเดียว ยังได้รับการสนับสนุนจากด้านอื่นๆ อาทิ ด้านการ พัฒนานโยบายเชิงพื้นที่จากฝ่ายปกครอง ด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัย ด้านสวัสดิการสังคม จากพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ด้านสาธารณสุขจากสาธารณสุขจังหวัดเป็นต้น การสนับสนุนที่เกิดขึ้นมีผลและความ จำเป็นต่อการพัฒนาระบบการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เหตุเพราะการกำหนดนโยบายการศึกษาให้มีหลักเกณฑ์และ มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ แต่การดำเนินการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติมีความแตกต่างของบริบทพื้นที่ บริบทสถานศึกษา และผลกระทบจากสังคมและเศรษฐกิจ โดยคณะผู้วิจัยได้จำแนกองค์ประกอบกระบวนการ สนับสนุนและหนุนเสริมการทำงานการบูรณาการทำงานเชิงพื้นที่ระหว่างสมัชชชาการศึกษาจังหวัดและ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด กลไกบูรณาการทางนโยบายเป็นการดำเนินการนำกลุ่มตัวแทนจากมิติ ด้านสังคมและ เศรษฐกิจและหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลการพัฒนาเชิงพื้นที่และสวัสดิการรัฐเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน ซึ่งกลุ่ม ตัวแทนเหล่านี้มีภาระกิจที่มีความชำนาญเฉพาะด้านเข้ามาร่วมสนับสนุนและบูรณาการการพัฒนาการศึกษาเชิง พื้นที่ร่วมกัน โดยมีปัจจัยนำเข้าทางนโยบายซึ่งเป็นสภาพผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อผู้เรียน และเป้าหมายการพัฒนาของแต่ละภาคส่วน จึงทำให้ข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายครอบคลุมไป ถึงกลุ่มเปราะบาง กลุ่มด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ โครงสร้างการบริหารจัดการมีลักษณะของการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก โดยมีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ที่หลากหลายทั้งด้านความต้องการแรงงาน ความต้องการด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ ความต้องการของภาคประชา สังคมที่มีข้อมูลเชิงลึกของพื้นที่ ประกอบกับผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ และนักวิชาการที่มีมาจาก มหาวิทยาลัย เพื่อให้ข้อมูลสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาเป็นไปอย่างครบถ้วนทุกมิติ ซึ่งส่งผลต่อการสนับสนุน และการบูรณาการการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่ การกำหนดเป้าหมายร่วมกันจากข้อมูลจากมิติต่าง ๆ ทางสังคม โดยใช้กลุ่มตัวแทนจาก ทุกภาคส่วนพบว่าความด้อยโอกาสมีความสัมพันธ์กับปัญหาทักษะฝีมือแรงงานของจังหวัดสุโขทัยที่ทำให้เป็น ผู้มีรายได้ต่ำจึงเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงโอกาสของการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เท่าเทียมทางสังคม ซึ่งเป็นวงจร ผลิตซ้ำของความยากจนและส่งผลต่อความด้อยโอกาสของผู้เรียนที่จะได้รับการพัฒนาเท่าเทียมกับผู้อื่น
264 ประกอบกับคุณภาพการศึกษาที่กำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทางวิชาการ แต่มีความแตกต่างของการ บริหารสถานศึกษาที่ยังคงเป็นอุปสรรคและไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพเท่าเทียมกันหลาย ด้าน อาทิ ความเพียงพอของงบประมาณ ความขาดแคลนบุคลากร ขาดการสนับสนุนทางวิชาการอย่าง ต่อเนื่อง และภาระงานนอกเหนือการสอน ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อจำกัดและอุปสรรคต่อการได้รับการศึกษาที่มี คุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกันทางสังคมของกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ในครอบครัวของ ผู้ยากจน เป้าหมายร่วมของการพัฒนาการศึกษา จึงได้ถูกกำหนดเป็นฉันทามติของระดมความคิดเห็น ร่วมกันจากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษา (All for education) เพื่อสร้างระบบนิเวศการ เรียนรู้บนฐานชุมชนสำหรับสร้างสมรรถนะอาชีพโดยนำประเด็นทุนสังคมและเศรษฐกิจของชุมชนเข้าสู่ ระบบการศึกษา ซึ่งนำมาเชื่อมต่อกันทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยการออกแบบระบบการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะร่วมกัน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับช่วงวัย ของผู้เรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษาและมีลักษณะของการสั่งสมประสบการณ์การเรียนรู้ จากสิ่งแวดล้อมชุมชนบนฐานความร่วมมือสนับสนุนร่วมกันระหว่างสถานศึกษา เครือข่ายชุมชน ผู้ปกครอง หน่วยงานรัฐในพื้นที่ ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน จึงเป็นระบบการศึกษาตลอดชีวิตที่สร้างโอกาสและ การเข้าถึงการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพได้จากโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน เพื่อลดปัญหาความยากจนที่ ส่งผลต่อความด้อยโอกาสจากการมีรายได้ของทักษะฝีมือแรงงานที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ ร่วมกันของชุมชนที่นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมนำประเด็นการพัฒนาเข้าสู่แผนพัฒนาของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในชุมชนและกำหนด พื้นที่เรียนรู้เพื่อสร้างความสัมพันธ์จากการมีกิจกรรมการพัฒนาอาชีพร่วมกัน ความสัมพันธ์ของการสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาที่เกิดขึ้น จึงเป็นความสัมพันธ์ตั้งแต่ ระบบนโยบายระดับจังหวัด ซึ่งเป็นลักษณะของนโยบายภูมิภาค (Local policy) โดยใช้ระเบียบบริหารราชการ ส่วนภูมิภาคในการบูรณาการให้การสนับสนุน ซึ่งมีแผนการศึกษาเป็นเครื่องมือกำหนดความสัมพันธ์ และทิศทางการดำเนินการของระบบการศึกษาที่ส่งต่อกับผลลัพธ์ของการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยใช้หลักสูตรเป็นการกำหนดการพัฒนาทรัพยากรทางมนุษย์ให้สอดคล้องกับพื้นที่ชุมชน และมีแบบแผน ของความสัมพันธ์ของชุมชนที่ถูกกำหนดโดยแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สอดรับกับปัญหา ด้านการศึกษาและปัญหาของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในชุมชน ผลที่เกิดขึ้นจึงส่งต่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างระบบนโยบาย ระบบสังคมในชุมชนและ ระบบการศึกษา ที่สร้างให้เกิดการระดมทรัพยากรและการมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาที่มีความสอดคล้องกับ สภาพปัญหาและความต้องการของสถานศึกษาและชุมชนในพื้นที่ให้ได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาควิชาการ หน่วยงานรัฐ และภาคประชาสังคมในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านงบประมาณ ด้านบุคลากรตลอดจนการจัดการศึกษา ร่วมกันระหว่างสถานศึกษาในพื้นที่
265 ทั้งนี้ การดำเนินการทดลองระบบนิเวศการศึกษาในพื้นที่นำร่องกับกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและ ผู้ยากจนพบว่า ได้จำกัดกลุ่มเป้าหมายและมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเด็กที่อยู่ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัด ของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่อยู่ใน ครอบครัวยากจน เนื่องจากเป็นสภาพปัญหาที่สอดคล้องกับข้อมูลที่พบว่าความยากจนมีผลมาจากเป็นกลุ่มเด็ก ที่อยู่ในครอบครัวของผู้มีรายได้น้อยอันเนื่องมาจากผู้ปกครองมีทักษะฝีมือแรงงานและระดับการศึกษาอยู่ใน ระดับต่ำ จึงส่งผลต่อความด้อยโอกาสและความพร้อมที่จะเรียนรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึง การศึกษาที่เท่าเทียมกับผู้อื่น นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มเด็กที่ต้องออกจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามนโยบายรัฐที่กำหนดยังเป็นกลุ่มเด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนที่ได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสมจากครอบครัว หรือสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่เสี่ยงต่อพฤติกรรมเสี่ยงกระทำผิดต่อกฎหมาย ดังที่กล่าวมาการคัดเลือกลุ่ม เด็กด้อยโอกาส คณะผู้วิจัยจึงคัดเลือกจากครอบครัวของเด็กที่มีฐานะยากจน เพื่อเข้าสู่ระบบนิเวศการเรียนรู้บน ฐานชุมชนไปพร้อมกับการสนับสนุนของเครือข่ายชุมชนในการดูแลสวัสดิการของรัฐด้านอื่น ๆ เพื่อส่งเสริม ทักษะอาชีพและการมีงานทำจากการเข้าสู่การเรียนรู้ได้จากระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน อย่างไรก็ตาม ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนและการบูรณาการสนับสนุนดังที่กล่าวมา ให้กับกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน พบว่ายังมีข้อจำกัดอีกหลายด้านที่ไม่ได้เกิดจากความขาดแคลน ทรัพยากร อาทิ ภาระงานนอกเหนือการสอน ความเข้าใจหลักสูตรและการวางแผนการสอน นโยบายการศึกษา ที่มีการปรับเปลี่ยนเป็นประจำ กฎระเบียบที่มีผลต่อการระดมทรัพยากร การโยกย้ายทางราชการเป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบให้เกิดข้อจำกัดของการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาให้เกิดความต่อเนื่อง ข้อจำกัดของระบบการศึกษาดังที่กล่าวมา จึงได้นำเสนอเป็นข้อสรุปผลการวิจัยและนำเสนอ กลไกบูรณาการทางนโยบายสร้างข้อสรุปร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับจังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตามพระราชบัญญัติพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 ซึ่งจะส่งผลต่อการยกเว้นข้อจำกัดทางนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับ การจัดการศึกษาของสถานศึกษาในพื้นที่ให้ดำเนินการไปอย่างสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น ประโยชน์ที่ได้รับร่วมกันจากการกำหนดให้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา ความยากจนและกลุ่มเด็กด้อยโอกาส เพื่อให้มีสมรรถนะด้านอาชีพของชุมชนจากการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ ของหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชน ซึ่งนอกเหนือจากทักษะด้านความรู้ (Hard Skills) ที่กำหนดตามมาตรฐาน และนโยบายการศึกษาให้สามารถอ่านออก เขียนได้คิดเลขเป็น และทักษะทางอารมณ์ (Soft Skills) ที่สามารถ รองรับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบทางสังคมของผู้เรียนให้สอดคล้องกับความทันสมัยที่เกิดขึ้นแล้ว ในอีกด้านยังสามารถพัฒนาชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้จากฐานทุนเดิมที่มีความได้เปรียบทาง เศรษฐกิจและสังคมกว่าพื้นที่อื่น นำเข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อพัฒนาให้เกิดการยกระดับคุณภาพทักษะฝีมือ แรงงานของคนในชุมชนให้สามารถนำคุณค่าของพื้นที่มาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับตนเอง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาความยากจนและความด้อยโอกาสจากรุ่นสู่รุ่น การนี้ ประโยชน์ร่วมกันของทุกภาคส่วน ที่เข้าให้การสนับสนุนและบูรณาการการดำเนินการร่วมกัน จึงตอบสนองต่อนโยบายสาธารณะที่มุ่งเน้น
266 การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชากรที่มุ่งเน้นการพัฒนาจากคนเป็นศูนย์กลางไปสู่การพัฒนาสังคม และเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ข้อสรุปของกลไกบูรณาการทางนโยบายที่ผลักดันให้กลไกความร่วมมือชุมชนสนับสนุน การศึกษาและร่วมพัฒนาการศึกษาให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน โดยใช้การมีส่วนร่วมกำหนด เป้าหมายร่วมพัฒนาการศึกษาจากระดับนโยบาย ซึ่งมีแผนการศึกษาเป็นเครื่องมือในการประสานกิจกรรม และสร้างความสัมพันธ์ของการร่วมกิจกรรมจากการมีศูนย์กลางการบูรณาการเป็นสำนักงานศึกษาธิการ ขับเคลื่อนกลไกรัฐ ภาคประชาสังคม นักวิชาการเข้าร่วมขับเคลื่อนลงไปถึงพื้นที่ชุมชนแล้วนำสภาพปัญหา และความต้องการของพื้นที่เข้าสู่กระบวนการทางนโยบายเพื่อให้เกิดการสนับสนุนที่ตรงตามความต้องการ ของพื้นที่พร้อมทั้งการสรุปข้อมูลเพื่อนำข้อมูลการพัฒนานวัตกรรมการศึกษานำเสนอข้อมูลให้เกิดเป็นพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา เพื่อขยายผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและลดข้อจำกัดของกรอบนโยบายที่ส่งผลกระทบ ต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในพื้นที่ ข้อสรุปดังที่กล่าวมายังเป็นเพียงข้อสรุปของการดำเนินการในพื้นที่วิจัยนำร่อง ซึ่งหากมีความแตกต่างของบริบทพื้นที่ และสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาในสถานศึกษา ตลอดจน ความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาในพื้นที่ ย่อมมีความแตกต่าง ของการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนและนวัตกรรมการศึกษาจากพื้นที่วิจัยนำร่อง จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจของการศึกษาข้อมูลความแตกต่างบริบทและนำเข้าสู่กลไกบูรณาการทางน โยบาย ที่อาจจะมีเพิ่มเติมนอกเหนือจากกลไกรัฐดังที่กล่าวมา เพื่อสร้างการสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการที่สอดคล้อง กับการ 1.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลและคัดเลือกพื้นที่ขยายผลการวิจัยของแต่ละอำเภอ โดยให้ผู้นำชุมชน สมัชชาการศึกษาอำเภอ หน่วยงานทางการศึกษาให้ความเห็นประกอบการคัดเลือกพื้นที่ และขยาย ผลการวิจัย การนำเสนอข้อมูลของสถานศึกษานำร่อง จึงทำให้ผู้ให้ข้อมูล ซึ่งมีสถานภาพเป็นผู้นำชุมชน ปราชญ์ ชาวบ้าน สถานศึกษา หน่วยงานทางการศึกษาทุกระดับ ผู้ประกอบการ นักวิชาการ จากมหาวิทยาลัยและ ภาคประชาสังคม ซึ่งหลายท่านมีตำแหน่งเป็นคณะกรรมการของสมัชชาการศึกษาจังหวัด เกิดความเข้าใจ ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อระบบการศึกษาเข้ากับ ระบบสังคมในชุมชน โดยการประสานการบูรณาการสนับสนุนและจัดการศึกษาและช่วยเหลือ เด็กด้อยโอกาส ของชุมชนร่วมกันในพื้นที่ ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้คณะผู้วิจัยจึงได้นำเสนอข้อมูลตำบลที่มีความยากจนมากที่สุดของแต่ละอำเภอ ซึ่งมีแหล่งข้อมูลมาจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) และตำบลที่มีจำนวนเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาตำบลที่มากสุดของแต่ละอำเภอ จากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ให้กับผู้ให้ข้อมูลร่วมกันพิจารณาคัดเลือก ขยายผลพื้นที่การวิจัย
267 ยิ่งไปกว่านั้น ภาคประชาสังคม ซึ่งมีหลายท่านเป็นอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ระดับอำเภอ (อพม.อำเภอ) มีความคุ้นเคยกับการปฏิบัติงานในพื้นที่และทราบข้อมูลเชิงลึกของพื้นที่ เป็นอย่างดีได้ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ เพื่อตรวจสอบข้อมูล และให้ความเห็นผลการนำเสนอข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform :TPMAP) เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดของการเลือกพื้นที่และเป็นไปตามวัตถุประสงค์การวิจัย จากผลการคัดเลือกพื้นที่วิจัยหลังจากการนำเสนอของสถานศึกษานำร่องได้นำเสนอข้อมูลให้กับผู้ให้ ข้อมูลที่เข้าร่วมจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยมีประเด็นสำคัญของผู้ให้ข้อมูลที่ร่วมกันพิจารณาคัดเลือก พื้นที่ขยายผลการวิจัยโดยสรุปดังต่อไปนี้ 1) ด้านความร่วมมือชุมชน ผู้ให้ข้อมูลที่เป็นผู้นำชุมชน และมีประสบการณ์ร่วมทำงานกับเด็กด้อยโอกาสให้ข้อมูลว่าการ เลือกพื้นที่ชุมชนควรให้ความสำคัญกับความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมติดต่อ ประสานงาน และบูรณาการสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่ชุมชน เนื่องจากบางพื้นที่มีจำนวนผู้ยากจนสูงแต่กลับ พบว่าความแตกแยกของเครือข่ายชุมชน ความละเลยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ ขาดผู้นำที่จะให้การ สนับสนุนช่วยเหลือจะมีผลทำให้การดำเนินการวิจัยและพัฒนาไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งผู้ให้ข้อมูล ในกลุ่มนี้สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเชิงลึกความร่วมมือในพื้นที่และร่วมพิจารณาให้ข้อมูลสนับสนุน การคัดเลือกพื้นที่ชุมชนได้ 2) ด้านการศึกษา ผู้ให้ข้อมูลที่มาหน่วยงานทางการศึกษา อาทิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด คณะกรรมการสมัชชาการศึกษา มีความเห็นสอดคล้อง กันว่าการคัดเลือกสถานศึกษาเข้าร่วม ซึ่งจะต้องดำเนินการออกแบบระบบการศึกษาร่วมกันจนตั้งแต่ระดับ ปฐมวัย จนถึงระดับอุดมศึกษา ตลอดจนสร้างระบบโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษาเพื่อช่วยเหลือ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน ดังต่อไปนี้ 2.1) ความพร้อมและความสมัครใจผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน ของสถานศึกษา ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมการวิจัยและพัฒนา เนื่องจากประสบปัญหาหลายด้าน อาทิ ภาระงานนอกเหนือ การสอนมีจำนวนมาก สถานการณ์โควิด 19 ขาดประสบการณ์การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถน ะ ขาดงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา ขาดสื่อการเรียนการสอน เป็นต้น 2.2) การโยกย้ายของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบงานด้านการพัฒนา หลักสูตร ซึ่งหากการวิจัยและพัฒนาดำเนินการไปแล้ว ไม่สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องในระยะต่อไปจะมีผล ต่อการพัฒนาของสถานศึกษา 2.3) นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมพัฒนาหลักสูตรและขับเคลื่อนการวิจัย และพัฒนามีข้อจำกัดด้านเวลาในการลงพื้นที่การวิจัย เนื่องจากมีภาระงานที่ต้องรับผิดชอบงานสอนใน มหาวิทยาลัย
268 2.4 ) การขยายผลพื้นที่การวิจัย ยังไม่สามารถระบุทุนทางสังคมและเศรษฐกิจของ พื้นที่ชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกจากชุมชนร่วมกับสถานศึกษา ซึ่งมีผลต่อการสนับสนุนการเชื่อมต่อเป้าหมายการ เรียนรู้และร่วมจัดการศึกษาของอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัย เนื่องจากอาชีวศึกษาแต่ละแห่ง มีจุดเน้น ด้านการศึกษาต่างกัน เช่น วิทยาลัยเทคนิคจะมุ่งเน้นความถนัดทางช่าง วิทยาลัยอาชีวศึกษาจะมุ่งเน้น การพานิชย์ เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับมหาวิทยาลัยที่ต้องประสานกับคณะหรือสาขาที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุน การจัดการศึกษาในพื้นที่ชุมชน 2.5) การจัดตั้งโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษาในพื้นที่นำร่อง พบว่าระดับ พื้นที่สามารถสร้างความร่วมมือช่วยเหลือ สนับสนุนเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนร่วมกันระหว่างเครือข่ายชุมชน สถานศึกษาทุกระดับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งสำคัญคือการสนับสนุน ของการบูรณาการนโยบายระดับจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินการของโครงข่ายคุ้มครอง ทางสังคมด้านการศึกษา ข้อสรุปของผู้ให้ข้อมูล จึงมีสรุปผลการคัดเลือกพื้นที่การวิจัยและสถานศึกษาที่เข้าร่วมขยายผลพื้นที่ การวิจัยจากการมุ่งเน้นข้อมูลเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาเป็นอันดับแรก และพิจารณาด้านมิติความ ยากจนประกอบกับศักยภาพของเครือข่ายพื้นที่ชุมชนเป็นสำคัญ และมีฉันทามติร่วมกันที่จะสนับสนุน การ ดำเนินการวิจัยและพัฒนาในพื้นที่ชุมชนที่ได้รับคัดเลือก ในด้านของอุปสรรคและข้อกังวลที่จะเกิดขึ้นกับงานวิจัยตามที่ผู้ให้ข้อมูลได้ให้ความเห็นให้คณะผู้วิจัย จัดทำสรุปและประเมินข้อมูลการวิจัย เพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ให้กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและจัดทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อให้เกิดแนวทางใน การบูรณาการทางนโยบายร่วมกัน 2. ผลการประเมินผลข้อมูลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยกลไกการบูรณา การทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนใน พื้นที่จังหวัดสุโขทัยกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ผลจากการสรุปข้อมูลการดำเนินการวิจัยโครงการย่อยที่ 1 ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการทางนโยบายและ การดำเนินการวิจัยโครงการย่อยที่ 2 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการเรียนรู้บนฐานชุมชนเพื่อสร้างข้อเสนอ เชิงนโยบายให้เกิดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา คณะผู้วิจัยได้จัดทำสรุปข้อมูลแนวทางการดำเนินการวิจัยและ พัฒนาเพื่อรองรับการสนับสนุนทางนโยบายพัฒนาการศึกษาและขยายผลการวิจัยในระยะต่อไป โดยนำเสนอ ให้กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ประเมินผลข้อมูลการวิจัยและจัดทำ ข้อเสนอเชิงนโยบาย ให้เกิดการบูรณาการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาและเสนอจัดตั้งให้จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาโดยมีที่มาของข้อมูลจากการวิจัยและพัฒนาเพื่อกำหนดนโยบายการบูรณาการพัฒนาการศึกษา ร่วมกันดังนี้ 1) ผลการประเมินข้อมูลการวิจัยและพัฒนา จากการนำเสนอผลสำเร็จของการวิจัยและพัฒนาต้นแบบ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยกลไกการบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐาน ชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยของคณะผู้วิจัย นำเสนอให้กับคณะกรรมการ
269 ศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ซึ่งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยมีความเห็นสอดคล้องกันว่าข้อมูลมี ความถูกต้องและเป็นไปได้ 2) จากการนำเสนอผลการวิจัยที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย มีมติให้กำหนดนโยบาย เพื่อบูรณาการพัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้บนฐานชุมชนในระยะต่อไปดังนี้ 2.1) การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตพื้นที่ ดำเนินการจัดทำการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะตามกรอบนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ 6 ด้าน ประกอบด้วย การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ การคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ การสื่อสารด้วยภาษา การจัดการ และการทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน โดยการขอรับการสนับสนุนทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมสนับสนุนการวิจัย ทั้งนี้หากสถานศึกษา ในยังไม่พร้อมดำเนินการให้ดำเนินการตามกรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ที่มุ่งเน้นสมรรถนะสำคัญประกอบด้วย ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถ ในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2.2) สนับสนุนการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่าง สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาตลอดชีวิต ของคนในชุมชน และทำให้เด็กด้อยโอกาสหรือผู้ยากจนมีโอกาสได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการ ประกอบอาชีพเพื่อสามารถหารายได้ดูแลตนเองและครอบครัว 2.3) การดำเนินการโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับ หน่วยงานอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด จึงกำหนดให้คณะผู้วิจัย ดำเนินการขยายผลการวิจัยและสรุปรายงานผลการดำเนินการ เพื่อเสนอกำหนดนโยบายตามระเบียบบริหาร ราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด 2.4) เนื่องจากการดำเนินการมีหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องที่อยู่นอกเหนือพื้นที่จังหวัด หรือเ ป็นภาคเอกชน ภาคประชาสังคมที่มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน จึงขอใหสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยดำเนินการจัดทำพิธีลงนามบันทึก ข้อตกลงและประเมินผลการวิจัยโดยการจัดประชาพิจารณ์ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาร่วมเสนอความเห็น ในการดำเนินการขับเคลื่อนงานวิจัยในระยะต่อไป โดยมีองค์ประกอบของผู้เข้ามามีส่วนร่วมลงนามบันทึก ข้อตกลงดังนี้ 2.4.1) หน่วยงานราชการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุโขทัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 2.4.2) หน่วยงานราชการด้านการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาในพื้นที่ ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย 2.4.3) หน่วยงานราชการด้านการศึกษา ประกอบด้วย สำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดสุโขทัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
270 สุโขทัย เขต 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสุโขทัย ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดสุโขทัย 2.4.4) หน่วยงานด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัย ราชภัฏกำแพงเพชรและมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 2.4.5) หน่วยงานเอกชน หอการค้าจังหวัดสุโขทัย บริษัทสุโขทัยพัฒนาเมือง จำกัด นอกจากนี้ ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดประสานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมลง นามบันทึกข้อตกลง และจัดเวทีสานเสวนาโดยให้ผู้แทนจากสมัชชาการศึกษาอำเภอทุกอำเภอเข้ามาร่วมรับฟัง และแสดงความคิดเห็น จำนวน 100 คน การดำเนินการนำเสนอประเมินผลการวิจัยให้กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยในครั้งนี้ นอกจากเป็นการประเมินเพื่อกำหนดนโยบายให้เกิดการลดข้อจำกัดของสถานศึกษาที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อน งานวิจัยในระยะต่อไป ซึ่งสามารถสร้างการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนการศึกษาจากภาคีเครือข่ายที่อยู่ นอกเหนือพื้นที่แล้ว ยังเป็นการสนับสนุนให้เกิดการผลักดันนโยบายของหน่วยงานที่มีเครือข่ายอาสาสมัครใน พื้นที่เข้ามาสนับสนุนการส่งเสริมสวัสดิการรัฐให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่หลายส่วน อาทิ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ผู้นำชุมชน และ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากมีการกำหนดนโยบายและข้อตกลงบูรณาการสนับสนุนการดำเนินการร่วมกันตั้งแต่ ระดับจังหวัด ในอีกด้าน ของการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ที่ต้องจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะที่มี ความเชื่อมต่อกันระหว่าง การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่เกิดจากการ กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับชุมชน โดยนำทุนทางสังคมและเศรษฐกิจมากำหนด เป้าหมายการเรียนรู้แต่ละช่วงวัยและนำไปพัฒนาหลักสูตรของแต่ละสถานศึกษาแล้วนั้น การกำหนดนโยบาย จากการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยเสนอเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายทำให้เกิดการลดข้อจำกัดจากการนำเสนอ ความต้องการจำเป็นที่แท้จริงของระดับพื้นที่ให้กับระดับนโยบาย นอกจากนี้ สภาพปัญหาที่เกิดจากความไม่เท่าเทียมทางสังคมที่ส่งผลให้เกิดความด้อยโอกาสและความ ยากจนจนส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพยังได้ถูกกำหนดเป็นแนวทางการจัดทำบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันระหว่าง หน่วยงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต หน่วยงานด้านการขับเคลื่อน นโยบายเชิงพื้นที่ หน่วยงานด้านเอกชนและภาคประชาสังคม สิ่งที่สำคัญคือการนำผู้แทนด้านการเมืองในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมสร้างข้อตกลง ซึ่งจะทำให้ผลการวิจัยถูกนำเสนอเข้าสู่การผลักดันให้เกิดเป็นกฎหมาย ระดับประเทศซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาของที่สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนกฎหมายด้านการศึกษาของประเทศ ในช่วงระยะเวลาการวิจัย
271 3. ผลการประเมินข้อมูลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยกลไกการบูรณาการ ทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย กับสมัชชาการศึกษาจังหวัด การประเมินข้อมูลการวิจัย จากการกำหนดนโยบายของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยให้จัดทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ เพื่อสร้างกลไกบูรณาการความร่วมมือที่ส่งผลต่อการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กด้อย โอกาสทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและรองรับการเตรียมความพร้อมจัดตั้งเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ในวันที่ 19 เมษายน 2565 ณ ห้องประชุมโรงแรมสุโขทัยเทรเชอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยมีผู้แทนจากสมัชชาการศึกษาอำเภอและสมัชชาการศึกษาจังหวัด จำนวน 100 คน พร้อมทั้ง คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัยเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นและประเมินประเมินข้อมูลการวิจัยและ พัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยกลไกการบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการ เรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย คณะผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยกลไกการบูรณา การทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านทราบก่อนดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและ สานเสวนาร่วมกันกำหนดแนวทางการบูรณาการพัฒนาการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับจัดตั้งให้จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยมุ่งเน้นข้อมูลให้ทราบถึงสภาพปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลต่อการ เกิดความเหลื่อมล้ำของโอกาสและการเข้าถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่แตกต่างกันระหว่างโอกาสของคน ยากจนกับคนที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมเนื่องจากสภาพความไม่พร้อมในการดำรงชีวิตของ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนหลายๆด้านจนไม่สามารถก้าวผ่านความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจที่ ยังคงเป็น“กับดักความยากจน” ของประเทศ จนส่งผลต่อการผลิตซ้ำความด้อยโอกาสไปพร้อมกับความ ยากจนจากรุ่นสู่รุ่น เหตุเพราะ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนยังคงมีความจำเป็นที่ต้องหารายได้และค่าใช้จ่าย ให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวันประกอบกับสถานการณ์การเกิดโรคระบาดโควิด 19 ยังส่งผลต่อ อาชีพและการมีงานทำของครอบครัว จึงเป็นกลุ่มคนที่ต้องดิ้นรนบนฐานชีวิตที่ขาดหลักประกันโอกาส สำหรับส่งเสริมให้เกิดโอกาสและการเข้าถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียมกับผู้อื่น อาทิ การศึกษา การสาธารณสุข การได้รับสวัสดิการสังคมที่ตรงกับความต้องการของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน ถึงแม้ว่ารัฐ ได้กำหนดนโยบายส่งเสริมสวัสดิการให้ได้รับการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมแต่ในสภาพ ความเป็นที่ต้นทุนของชีวิตมีสภาวะความยากลำบากท่ามกลางระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ที่ต้องหา รายได้เพื่อเลี้ยงดูตัวเองให้เพียงพอในแต่ละวันย่อมต้องเลือกการหาทางออกเพื่อหารายได้ให้กับครอบครัว เป็นอันดับแรก ดังที่กล่าวมา กลไกคความเหลื่อมล้ำที่เกิดกับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนจึงผสมผสาน
272 และประกอบไปด้วย ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจความเหลื่อมล้ำทางการ ศึกษา และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผลที่เกิดขึ้นและส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมกันจึงไม่สามารถ ที่จะมุ่งเน้นเพียงแค่การแก้ไขหรือพัฒนาการศึกษาเพียงด้านเดียว ซึ่งเป็นเหตุผลของการต้องดำเนินการจัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง หน่วยงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต หน่วยงานด้านการขับเคลื่อน นโยบายเชิงพื้นที่ หน่วยงานด้านเอกชนและภาคประชาสังคม และผู้แทนด้านการเมืองในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม สร้างข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้เกิดการบูรณาการและประสานสอดคล้องการทำงานร่วมกันในการสร้างคุณภาพ ชีวิตให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน นอกจากนี้คณะผู้วิจัยจึงได้นำเสนอข้อมูลการวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน เพื่อ สร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาตลอดชีวิตไปพร้อมกับการสร้างสมรรถนะให้สามารถมีอาชีพ และการมีงานทำจากฐานทุนทางสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่ของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนตลอดจนการมี ศูนย์กลางการบูรณาการช่วยเหลือและสนับสนุนเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ชุมชน เพื่อเป็น หลักประกันการเข้าถึงโอกาสของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานจากสวัสดิการสังคมใน พื้นที่ชุมชน พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลการขับเคลื่อนนโยบายให้กับกลไกบูรณาการทางนโยบายให้กับผู้รับฟัง ความคิดเห็น เมื่อผู้วิจัยได้นำเสนอข้อมูลผลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยกลไกการบูร ณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนใน พื้นที่จังหวัดสุโขทัยเรียบร้อยแล้ว จึงได้แจกแบบประเมินให้กับผู้รับฟังความคิดเห็น โดยมีสรุปผลและการวิเคราะห์แบบประเมินพบว่าผู้รับฟังความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 69.5 อายุระหว่าง 40-50 ปีคิดเป็นร้อยละ 34 ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส คิดเป็นร้อยละ 42.5 มีระดับการศึกษาส่วนใหญ่ในระดับสูงว่าปริญญาตรีคิดเป็นร้อยละ 60.8 และส่วนใหญ่ผู้บริหาร สถานศึกษาคิดเป็นร้อยละ 49.3 สรุปผลการประเมินภาพรวมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาผลการประเมิน รายด้านมีผลการประเมินดังต่อไปนี้ 1.ด้านกลไกการบูรณาการทางนโยบายการศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าการบูรณา การเชิงนโยบายเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาระหว่างคณะกรรมการสมัชชาการศึกษากับคณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัดและการดำเนินการตามหลักการของการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for all) ใช้ หลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (All for Education) ให้ส่งผลต่อการจัดการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) มีค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมา คือการบูรณาการนโยบายด้านการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจน 2.ด้านการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การเปิดโอกาสให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมออกแบบการศึกษา และจัดการศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษาให้กับสถานศึกษา ในพื้นที่ชุมชนมีค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมาคือ การมีส่วนร่วมสนับสนุนจากนักวิชาการ
273 มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการและภาคประชาสังคมในพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษาและชุมชน เพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษาตามลำดับ 3.ด้านการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าการนำ เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ภูมิปัญญา หรือจุดเด่นของพื้นที่มาสร้างหลักสูตรการศึกษาเพื่อใช้การศึกษามาสร้างการ พัฒนาคนไปสู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของชุมชนมีค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมาคือ การมี ส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชน ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้านผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ชุมชน เพื่อ สร้างการสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนจากความร่วมมือและประสานการจัดการศึกษาใน ลักษณะของ “บ้าน วัด รัฐ โรงเรียน”ในพื้นที่ชุมชนและการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชนเพื่อรองรับการ เชื่อมต่อการศึกษา ในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยของชุมชนที่ส่งผลต่อโอกาสและ การเข้าถึงระบบระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ รองลงมาตามลำดับ 4.ด้านโครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าการให้ศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล เป็นหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนได้รับการศึกษาจากการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการศึกษาต่อเนื่องและ การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลและการสร้าง ความพร้อมให้กับเด็กที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษามีการปรับสภาพโดยนำเข้าศึกษาต่อในระบบการศึกษา ของการให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลจนเกิดความรับผิดชอบต่อตนเองและมี แรงจูงใจในการศึกษาต่อ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการศึกษาต่อได้ด้วยตนเองมีค่าเฉลี่ยผลการประเมินมากที่สุด รองลงมาคือ การประสานความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนกับ กศน. ตำบลกับเครือข่ายชุมชนและองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและสภาพปัญหาของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่ให้ เกิดการประสานส่งต่อการขอรับการสนับสนุนและช่วยเหลือสวัสดิการของรัฐ สำหรับข้อเสนอแนะและความต้องการหากได้รับการจัดตั้งให้จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาผู้รับฟังความคิดเห็นได้ให้ข้อเสนอแนะและความต้องการ ซึ่งเป็นแบบคำถามปลายเปิดของแบบ ประเมินเพื่อสรุปข้อมูลได้ตามประเด็นดังต่อไปนี้ 1. ด้านระเบียบ/ข้อกฎหมาย - ควรได้รับการพัฒนา เพื่อปรับปรุงและยกระดับการศึกษาระดับฐานรากให้ดียิ่งขึ้น - จัดให้มีข้อกฎหมายที่มีความยืดหยุ่น เอื้อต่อทุกบริบทในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีความแตกต่างกัน - ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติตาม พรบ. การศึกษาอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติให้ได้อย่างจริงจัง และรวดเร็ว ให้เกิดผลดังกล่าวการเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนรู้ตามความสนใจ และเกิดผลกับผู้เรียนได้อย่างแท้จริง - มีความเอื้อต่อการระดมทรัพยากรและช่วยเหลือคนมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน - ควรใช้โครงสร้างที่แต่ละหน่วยมีอยู่ร่วมกันเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม - ระเบียบข้อบังคับจัดทำขึ้นเป็นรูปธรรมสามารถเข้าถึงปฏิบัติได้กฎหมายเสมอภาคและเป็น ธรรมทั่วถึง เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติงาน
274 2. ด้านงบประมาณ - สนับสนุนงบประมาณทุกด้านและมีการติดตามการใช้ให้เป้นปัจจุบันโปร่งใส - ถ้าต้องการให้โรงเรียนสร้างนวัตกรรมทางการศึกษามาพัฒนาการศึกษาควรสนับสนุน งบประมาณให้บ้าง - สนับสนุนงบประมาณ ครุภัณฑ์ เทคโนโลยี ในการทำงาน - จัดสรรตามความเหมาะสมและจำเป็นให้ทั่วถึงเป็นรูปธรรมจับต้องได้ในช่องทางเร่งด่วนเพื่อ ช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้ทันเหตุการณ์ - ควรมีงบประมาณสนับสนุนในด้านเด้กด้อยโอกาสและเพิ่มทักษะทางอาชีพ - การจัดทุนการศึกษาให้เท่าเทียมกันโดยรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในด้านค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียน ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางเพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของบุคคล - ต้องการได้รับการสนับสนุนในด้านงบประมาณ เพื่อสร้างให้เกิดนวัตกรรมทางการศึกษาจัด งบประมาณไปให้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ 3. ด้านวิชาการ - จัดหลักสูตรที่ทันสมัย ต่อวิวัฒนาการของโลกในยุคปัจจุบัน - จัดหลักสูตรที่ส่งเสริมวิถีไทยความเป็นไทย - ควรจัดอบรมครูเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมจากปัญหาที่โรงเรียนมี หรือความต้องการของ หน่วยงานเพื่อพัฒนางานด้านวิชาการ - จัดอบรมมีการดูงาน แลกเปลี่ยนความรู้ ในระดับผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน - อบรมให้ความรู้ส่งเสริมบุคลากรในพื้นที่สร้างขวัญกำลังใจให้กับคนทำงาน - การดำเนินการโรงเรียนที่ได้มาตรฐานเป็นโรงเรียนที่ยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่าง ต่อเนื่องและมีผลการปฏิบัติเชิงประจักษ์จะมีการร่วมมือรวมพลังกันสร้างการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย ให้ไปในทิศทางที่ทุกคนมุ่งหวังเพื่อสร้างผลลัพธ์ของการศึกษาให้คนไทยเป็นผู้เรียนรู้ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนแปลงเชิงระบบต่อเนื่องและยั่งยืน - สนับสนุนส่งเสริมในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษารวมทั้งการพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และเกิดนวัตกรรมทางการศึกษาเช่นการพัฒนาหลักสูตร และกิจกรรมต่างๆ ผู้ปกครองมุ่งเน้นให้สร้างนักเรียนในระดับประถมศึกษามีความเป็นทางวิชาการสูง 4. ด้านบริหารงานบุคคล - พัฒนาครูอย่างเร่งด่วน เพราะครูเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นรูปธรรม - จัดอบรมหรือสัมมนาความรู้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกันพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานอย่าง สม่ำเสมอและต่อเนื่อง - สนับสนุนบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนในการทำงาน
275 - มีการประเมินบุคลากรในการทำงานและมอบหมายในการทำงานอย่างเป็นอิสระและ ดำเนินการด้านเอกสารข้อมูลอย่างรวดเร็ว - จัดหาบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะด้าน 5. ข้อเสนอแนะและความต้องการด้านอื่น ๆ - การบูรณาการเริ่มมีมานาน และเป็นไปในทางที่ดี ถ้าร่วมมือกันน่าจะไปได้สวยเริ่มนับก้าว แรกได้แล้ว เพื่ออนาคตการศึกษาของลูกหลานและประเทศ - เกาะติดสถานการณ์กิจกรรมต่างๆ แบบต่อเนื่องจริงจัง และศึกษาแนวทางเพื่อให้เกิดการ พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา อาจศึกษาดูงานจากจังหวัด และประเทศที่ประสบผลสำเร็จ - อยากให้ทำจริงๆ และมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีเกิดขึ้นได้อย่างจริง การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หลังจากดำเนินการนำเสนอข้อมูลและประเมินผลการวิจัยและพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา โดยกลไกการบูรณาการทางนโยบาย เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยแล้ว หน่วยงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต หน่วยงาน ด้านการขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่ หน่วยงานด้านเอกชนและภาคประชาสังคม และผู้แทน ด้านการเมือง ในพื้นที่ได้ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 4. การจัดสานเสวนาหน่วยงานที่เข้าร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อสรุปแนวทางการดำเนินการบูรณาการ ความร่วมมือ คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการสนทนากลุ่มของผู้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือหลังจาก ดำเนินการเก็บข้อมูลประเมินผลการวิจัย โดยคัดเลือกจากผู้มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษา การช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ผู้ยากจน คณะผู้วิจัยได้จัดจัดทำการสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัย ซึ่งเป็นแนวทางการบูรณาการกลไกทาง นโยบายเพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนและรองรับการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาดังต่อไปนี้ 1) ประเด็นกลไกความร่วมมือ เพื่อสร้างความเท่าเทียมของการได้รับโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ด้อยโอกาสและผู้ยากจน ที่มีสภาพปัญหาที่ส่งผลต่อความพร้อมรับการศึกษา อาทิ ปัญหา ความยากจน สุขภาพ การหย่าร้างของครอบครัว จากการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า เนื่องจากสภาพปัญหาของความด้อยโอกาสและความยากจน เป็นสภาพปัญหาที่ผสมผสานไปด้วยปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลและครอบครัวซึ่งมีเหตุหลักมาจาก ความยากจน ขาดการศึกษา ปัญหาสุภาพ ปัญหาครอบครัว เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อโอกาสและการเข้าถึงการ พัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างเท่าเทียมกับผู้อื่น
276 นอกจากนี้ กลไกความร่วมมือเพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้ และความสามารถของคนในพื้นที่ยังถูก แบ่งแยกออกเป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างชัดเจนโดยไม่มีศูนย์กลางการ ทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ ซึ่งกรอบข้อกฎหมายของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 หมวด 3 ระบบการศึกษา มาตรา 15 ได้กำหนดสาระสำคัญซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวทางการสร้างระบบนิเวศการเรียนให้กับสถานศึกษาความ ว่า “สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบก็ได้ และให้มีการเทียบโอนผล การเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจาก สถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือจาก ประสบการณ์การทำงาน” เพียงเพราะการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติของสถานศึกษา ซึ่งถูกตีกรอบนโยบายให้มุ่งเน้นการศึกษา ตามนโยบายและยังคงมีข้อจำกัดหลายๆ ด้าน อาทิ การขาดแคลนงบประมาณการขาดแคลนบุคลากร การขาดการสนับสนุนจากชุมชน จึงทำให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานต้องดำเนินการจัดการศึกษาบนฐานความ ขาดแคลนรอบด้าน ผลที่เกิดขึ้นจึงทำให้ผู้เรียนที่ขาดความพร้อมต้องออกจากระบบการศึกษาไม่สามารถ มีทักษะอาชีพที่สอดรับกับการหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวหรือขาดโอกาสที่จะเลือกเส้นทางการศึกษาได้เท่าเทียม กับผู้อื่น ดังที่กล่าวมา จึงทำให้เห็นว่าการจัดการศึกษาไม่สามารถดำเนินการได้เพียงแค่กรอบคิดของการจัด การศึกษาเพียงด้านเดียว แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายให้กับผู้เรียน เพื่อให้เกิดความพร้อมและ ทำให้กลุ่มคนที่เปราะบาทางสังคมได้เข้าได้มีโอกาสได้รับการระบบการศึกษาเท่าเทียมกับผู้อื่น เพราะฉะนั้น การดำเนินการับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ไปพร้อมกับการ จัดเก็บข้อมูลการสนทนากลุ่มของภาคีเครือข่ายที่มีภารกิจร่วมกันจะสร้างแนวทางการบูรณาการให้เกิดการ สนับสนุนของหน่วยงานรัฐที่ดูแลด้านการขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ที่เป็นผู้แทนจาก ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสวัสดิการสังคม หน่วยงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานด้านการศึกษา ผู้แทนทางการเมือง ผู้ประกอบการ ภาคประชาสังคม และที่สำคัญคือผู้แทนเด็กและเยาวชนที่จะสะท้อน ความคิดว่าระบบการศึกษาควรเป็นเช่นไร จึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนงานวิจัยในระยะต่อไป กล่าวโดยสรุปประเด็นกลไกการบูรณาการทำงานที่ประสานสอดคล้องให้เกิดการสร้างโอกาส และการเข้าถึงการศึกษาได้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อรองรับการพัฒนานวัตกรรม การศึกษาและคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกัน จากการวิเคราะห์และสรุปข้อมูลจากผู้ให้สัมภาษณ์พบว่า ทุกฝ่ายมีความยินดีที่จะเข้าร่วมสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาให้เกิดประโยชน์เพื่อสร้างโอกาสให้กับ เด็กด้อยโอกาสและเข้าร่วมพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกส่วนที่มีมาจาก หน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับ ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
277 โดยมีศูนย์กลางการประสานความร่วมมือคือสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย เพื่อประสาน การทำงานทั้งด้านความด้อยโอกาสที่เกิดจากผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ และพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัด จากการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ หน่วยงานด้านวิชาการ หน่วยงานด้านสวัสดิการสังคม หน่วยงานด้านสาธารณสุข ภาคเอกชนและภาคประชา สังคม เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่จังหวัด ตลอดจนนำข้อตกลงความร่วมมือเข้าสู่การกำหนด นโยบายด้านการศึกษาและนโยบายด้านการพัฒนา ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานคณะกรรมการ ด้านต่างๆ เพื่อผลักดันให้เข้าบรรจุในแผนพัฒนาการศึกษา และแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกแห่งให้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่ชุมชน นอกจากนี้พบว่า ปัญหาที่เป็นข้อจำกัดของการพัฒนาของการศึกษา ซึ่งมีความขาดแคลน ด้านงบประมาณ สื่อการเรียนการสอน บุคลากร ฯลฯ ยังมีข้อจำกัดของกรอบนโยบายที่ขาดความสอดคล้องการ จัดการศึกษาในบริบทพื้นที่ ซึ่งการเสนอขอจัดตั้งให้เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจะเป็นแนวทาง ของการลดข้อจำกัดด้านต่างๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาด้านวิชาการที่มีความจำเป็นต้องได้รับ การสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรที่รองรับการเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยี หรือ การพัฒนาครูที่ต้องมีทักษะ ความรู้ทางวิชาการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน รายบุคคลหลายๆ ด้าน เช่น ด้านสภาพจิตใจที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาการปรึกษา จิตวิทยาการแนะแนว เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้เรียน นอกจากนี้ด้านวิทยากรหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง กับอาชีพและการมีงานทำที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ หรือ ความเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เกิดขึ้น ยังคงต้องได้รับความร่วมมือกับผู้ประกอบการ หรือ นักวิชาการ จากมหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษาหรือพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน ข้อสรุปที่กล่าวมา ด้านปัญหาและข้อจำกัดที่มีอยู่จากการสรุปข้อมูลการวิจัยได้นำเสนอเป็นข้อเสนอ เชิงนโยบายเพื่อให้เกิดการกำหนดนโยบายการขับเคลื่อนการบูรณาการความร่วมมือเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาและการได้รับโอกาสทางสังคมที่เท่าเทียมกันจากการมีเป้าหมายเดียวกันเพื่อสร้างโอกาสและ พัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัด ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาของความด้อยโอกาสทางการศึกษาไม่ได้มีมิติที่เพียง แค่มองประเด็นด้านเดียวแค่ด้านการศึกษาเพียงเท่านั้น ยังมีความสัมพันธ์กับมิติสังคม เศรษฐกิจและการเมือง อีกด้วย การบูรณาการและการจัดทำแนวทางการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีศูนย์กลาง การทำงานซึ่งเป็นเสมือนฟันเฟืองที่คอยขับเคลื่อนกลไกด้านต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนและทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการทำงานที่นำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน จากการสร้างการกำหนดนโยบายการบูรณาการ ที่มีมาจากฉันทามติของความร่วมมือควบคู่ไปกับการพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพสามารถสร้างความรู้ ทักษะ อาชีพที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตปัจจุบันนอกจากฐานความรู้ทางวิชาการ
278 เหตุเพราะ กลุ่มเปราะบางที่เป็นเด็กด้อยโอกาสหรือผู้ยากจน หากมุ่งเป้าหมายไปสู่การเข้าศึกษา ตามกระแสหลักที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน อาทิ แพทย์ วิศวกร หรืออาชีพที่มีการแข่งขันสูง อาจจะไปไม่ถึง เป้าหมายที่คาดไว้ของเด็กกลุ่มเหล่านี้ ดังนั้น การมีทักษะชีวิต และสมรรถนะที่ตรงกับการสร้างรายได้ จะเป็นช่องทางที่สามารถรองรับสภาพปัญหาของความด้อยโอกาสที่เกิดจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคมได้ สิ่งสำคัญของความร่วมมือกันในพื้นที่จังหวัด หากขาดองค์ประกอบด้านการศึกษา ด้านสวัสดิการสังคม ด้านสาธารณสุข ด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ ด้านเศรษฐกิจและด้านการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมจะทำให้ขาดตัวแทน ซึ่งมีบทบาททางสังคม (Social Role) เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งอาจไม่สามารถสร้างความสำเร็จเป้าหมายของการมี นวัตกรรมการศึกษาที่นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนได้
279 บรรณานุกรม/เอกสารอ้างอิง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (2562). ข้อมูลด้านการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา. สืบค้น 8 สิงหาคม 2564, จาก https://www.eef.or.th/. จันทร์เพ็ญ รัชตาธิวัฒน์. (2564). การขับเคลื่อนระบบนิเวศทางการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพด้วยมาตรการทาง กฎหมายของประเทศไทย. สืบค้น 25 ธันวาคม 2564, จาก https://www.krisdika.go.th /data/activity/act13467.pdf. วิทยากร เชียงกูล. (2552). สภาวะการศึกษาไทย ปี 2550 / 2551 ปัญหาความเสมอภาคและคุณภาพของ การศึกษาไทย. กรุงเทพฯ : กลุ่มพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศ สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). ดัชนีความก้าวหน้าของคน ประจำปี 2561. กรุงเทพฯ : สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย. (2564). ประชากรในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย. สืบค้น 30 มิถุนายน 2564, จาก http://sukhothai.nso.go.th/ 2564. สํานักงานสถิติแห่งชาติ. (2563). การสํารวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ : สํานักงานสถิติ แห่งชาติ. สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ. (2556). ยุทธศาสตร์ส่งเสริม การพัฒนาศักยภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้ด้อยโอกาส. กรุงเทพฯ : กระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). รายงานการวิจัยความทั่วถึงและเท่าเทียมของการจัดการศึกษา ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. นนทบุรี: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). สภาวะการศึกษาไทย 2561/2562 การปฏิรูปการศึกษาใน ยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ : บริษัท ภาพพิมพ์ จำกัด. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2563). รายงานเศรษฐกิจการเงินการคลังภาครัฐระดับมหภาค. กรุงเทพมหานคร : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). สถิติทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักนโยบายและ แผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. องคการยูนิเซฟ ประเทศไทย. (2562). เด็กเป็นเรื่องของทุกคน : คู่มือฉบับ 2.1. กรุงเทพฯ : องคการยูนิเซฟ ประเทศไทย. โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดสุโขทัย. (2563). ข้อมูลเด็กด้อยโอกาส นอกระบบการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย. สุโขทัย : ศูนย์ประสานงานโครงการ กสศ.สุโขทัย. Neittaanmaki, P., Galeieva, E., & Ogbechie, A. (2016). The Components of a Digital Age Learning Ecosystem. In P. Neittaanmaki (Ed.), Learning Platforms. Jyvaskyla.
280 ภาคผนวก การวิเคราะห์การทำงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในรอบ.....18......เดือน โครงการการพัฒนาต้นแบบพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยการสร้างกลไกการบูรณาทางนโยบายการศึกษา เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชนให้กับเด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย 1. การดำเนินการขั้นต้น ขั้นตอน ผลการดำเนินงาน/ ความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น / ผลผลิตที่ได้ คำอธิบาย 1) กระบวนการในการ ตั้งโจทย์การทำงาน ในพื้นที่ 1.เกิดกลไกการทำงานแบบ Area Base โดยมี ความเคลื่อนไหวทางสังคมเชิงบวกที่นำไปสู่ เป้าหมายร่วมของการพัฒนาเชิงพื้นที่ระหว่าง รัฐกับภาคประชาสังคม และผู้ประกอบการ 2.เกิดกลไกการขับเคลื่อนการจัดการศึกษา และระบบสนับสนุนทางสังคมให้กับ ผู้ด้อยโอกาสหรือ ผู้ยากจนจากทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วม สนับสนุนการจัดการศึกษา 3.นโยบายที่เกิดจากภาคประชาสังคมเข้ามามี ส่วนร่วมกำหนดคุณภาพการจัดการศึกษา ตามความต้องการจำเป็นของบริบทพื้นที่ โดย มีกลไกรัฐให้การสนับสนุนการดำเนินการจัด การศึกษา 4.มีทิศทางการจัดการศึกษาสำหรับ ผู้ด้อยโอกาสและผู้ยากจน โดยการบูรณาการ จากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศการ เรียนรู้บนฐานชุมชนสำหรับการเพิ่มโอกาส และการเข้าถึงการศึกษาตลอดชีวิตในชุมชน 5.มีข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการบูร ณาการสนับสนุนทางสังคมและการจัด การศึกษาตามบริบทพื้นที่และความต้องการ จำเป็นของชุมชน 1. คณผู้วิจัยใช้วิธีการลงพื้นที่วิเคราะห์ บริบทเพื่อหา Pain point ของพื้นที่ โดยการสนทนากลุ่ม (focus group) สมัชชาการศึกษาระดับจังหวัด ระดับ อำเภอ ร่วมกับคณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัด เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหา ความต้องการจำเป็นและถอด บทเรียนการจัดการศึกษาพร้อมทั้ง กำหนดพื้นที่ต้นแบบการวิจัย 2.คณผู้วิจัยใช้วิธีการลงพื้นที่วิเคราะห์ ข้อมูลชุมชนที่ได้รับคัดเลือกเป็นต้นแบบ การวิจัยเพื่อดำเนินการจัดเก็บการ วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการ สำหรับสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ใน ชุมชน ร่วมกับ ผู้นำชุมชน ปราชญ์ ชาวบ้าน สถานศึกษาทุกระดับ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย และภาค ประชาสังคม เพื่อนำข้อมูลมาตีความ สรุปและกำหนดรูปแบบการสร้างระบบ นิเวศการเรียนรู้ในชุมชน โดยอาศัย สมมุติฐานชั่วคราว (Working hypothesis) ของชุมชน เพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับ คณะกรรมการสมัชชาการศึกษาจังหวัด และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
281 ขั้นตอน ผลการดำเนินงาน/ ความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น / ผลผลิตที่ได้ คำอธิบาย 3. คณผู้วิจัยใช้วิธีการลงพื้นที่สนทนา กลุ่ม (focus group) สมัชชาการศึกษา ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ จัดทำแผน บูรณาการจัดการศึกษาในระดับจังหวัด อำเภอ และชุมชนที่ได้รับคัดเลือก ร่วมกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด 4. พัฒนาระบบสนับสนุนทางการศึกษา ผ่านกลไกสมัชชาการศึกษาระดับอำเภอ และคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับอำเภอ (พชอ.) เพื่อสร้างความ พร้อมให้กับเด็กด้อยโอกาสและสร้างการ มีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่ อำเภอ 2) การทำความเข้าใจ กับเป้าหมายและ แนวทางการทำงาน ร่วมกัน 1.เกิดฉันทามติที่นำไปสู่เป้าหมายร่วมใน การขับเคลื่อนการบูรณาการจากการ ประสานสอดคล้องร่วมกันระหว่าง รัฐ สถานศึกษา ภาคประชาสังคม และภาคี เครือข่ายด้านวิชาการในพื้นที่ 2.เกิดการรับรู้ และเข้ามามีส่วนร่วมในการ กำหนดคุณภาพการจัดการศึกษาจากการ รับรู้ถึงความจำเป็นของการจัดการศึกษา เพื่อการมีงานทำที่นำไปสู่การสร้างรายได้ให้ หลุดพ้นจากสภาพความด้อยโอกาสหรือ ยากจนของประชาชนในพื้นที่ 3.ได้รับบทเรียนและองค์ความรู้ในการ ขับเคลื่อนนโยบายการบูรณาการระหว่างรัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม 4.เกิดการตื่นตัวของภาคประชาสังคมที่เข้า มามีส่วนร่วมและให้ความสำคัญกับ การศึกษาเพื่อการพัฒนาทุนมนุษย์ไปสู่การ พัฒนาสังคมและเศรษฐกิจร่วมกัน คณผู้วิจัยจัดการสานเสวนาและเวที ประชาคมสร้างการรับรู้เพื่อกระตุ้น บทบาทการเข้ามามีส่วนร่วมในการ กำหนดคุณภาพการจัดการศึกษาจาก การรับรู้ถึงความจำเป็นของการจัด การศึกษาเพื่อการมีงานทำที่นำไปสู่ การสร้างรายได้ให้หลุดพ้นจากสภาพ ความด้อยโอกาสหรือยากจนของ ประชาชนในพื้นที่ ประสานสอดคล้อง ร่วมกันระหว่าง รัฐ สถานศึกษา ภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่าย ด้านวิชาการในพื้นที่สมัชชาการศึกษา ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ
282 ขั้นตอน ผลการดำเนินงาน/ ความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น / ผลผลิตที่ได้ คำอธิบาย 5.ได้องค์ความรู้ในการขับเคลื่อนการบูรณา การจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และผู้ประกอบการร่วมกัน 3) การพัฒนานวัตกรรม การเรียนรู้ 1.นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ 1) “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่ TPS Model” 2) การใช้กิจกรรมส่งเสริมการอ่านหนังสือ พระราชนิพนธ์ เพื่อส่งเสริมการอ่านที่ยั่งยืน ของนักเรียน 3) “บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต English is Fun By Kru Ning” 4) การจัดกิจกรรมเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) 5) ระบบวัดผลแบบดิจิทัล 2.นวัตกรรมการนิเทศติดตามและ ประเมินผล 1) กระบวนการนิเทศ ในรูปแบบ PEA2R2L Model 2) “Mirror Model (ภาพสะท้อนสู่ ความสำเร็จ)” 3) “SMILE MODEL” 3.นวัตกรรมการบริหารการศึกษา 1)“ BTC by 5A สู่ 3Q : Quality ” เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) 2) “FAMILY Model” 3) “6 เส้นทางสู่เป้าหมาย สร้างคนดี มีพื้นฐานความพอเพียง และทักษะอาชีพ บนมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่สากล” 4) SMART Model 5) AS on STEPA and DINSO Model 1) การนำผลการวิจัยไปใช้เพื่อขับเคลื่อน กลไกการบูรณาการทางการศึกษาเพื่อ พัฒนานวัตกรรมการศึกษาเป็นอีกด้านที่ ส่งผลต่อความสำเร็จที่ทำให้เกิดการ ยกระดับพื้นที่ให้เป็นพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา ซึ่งจากการเก็บข้อมูลการวิจัย ภาคสนามพบว่าสถานศึกษาที่เข้าร่วม ด้วยความสมัครใจยังคงมีศักยภาพ ในการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจาก ศึกษานิเทศก์ และมหาวิทยาลัย โดยใช้กระบวนการให้คำแนะนำ (Coaching) และระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) จึงทำให้สถานศึกษาได้ พัฒนานวัตกรรมการศึกษาขึ้น 2) คณะผู้วิจัยได้จัดเวทีประเมินการ พัฒนานวัตกรรมการศึกษาของ สถานศึกษาที่เข้าร่วมเป็นพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาให้กับสถานศึกษาที่เข้าร่วม พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยเชิญ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ ด้านการศึกษาไม่น้อยกว่า 10 ปี จำนวน 5 ท่าน ประเมินผลการพัฒนานวัตกรรม การศึกษาให้กับสถานศึกษา
283 ขั้นตอน ผลการดำเนินงาน/ ความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น / ผลผลิตที่ได้ คำอธิบาย 4) การพัฒนานวัตกรรม เชิงระบบ ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน 1) โครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้านการศึกษา 2) หลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชน 3) ระบบการถ่ายโอนหน่วยกิตการศึกษา 4) กลไกการสนับสนุนความร่วมมือ 1) โครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้าน การศึกษา โดยเครือข่ายชุมชนร่วมกับ สถานศึกษา ผู้นำชุมชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ดำเนินการประชุมหารือ ร่วมกัน โดยนำปัญหาของผู้เรียนและ ปัญหาของสถานศึกษามากำหนดการ สนับสนุนและการช่วยเหลือ เพื่อให้เกิด ระบบการช่วยเหลือกันเองโดยชุมชน และนำเข้าสู่แผนพัฒนาขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งทำให้การ สนับสนุนสอดคล้องกับความต้องการ จำเป็นของสถานศึกษาและผู้เรียน โดย ได้พัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อให้เกิดพื้นที่ การเรียนรู้ของชุมชน ในการพัฒนาและ ยกระดับทักษะอาชีพของคนในชุมชน ตลอดชีวิตทุกช่วงวัย ซึ่งเป็นระบบสังคม ระดับชุมชนที่เข้ามาสนับสนุนการศึกษา ในชุมชน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับ ทักษะฝีมือแรงงาน (Upskill Reskill) ให้กับคนในชุมชน จึงเป็นส่วนสำคัญของ การแก้ปัญหาความยากจนให้กับ ผู้ปกครองกลุ่มเด็กด้อยโอกาสได้ ตลอดจนการมีพื้นที่เรียนรู้ชุมชนที่คอย หนุนเสริมการศึกษาในสถานศึกษา 2) หลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชน สถานศึกษาได้รับการสนับสนุนจาก นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนทางวิชาการในการ วิเคราะห์และจัดทำหลักสูตรสมรรถนะ ซึ่งประกอบด้วย
284 ขั้นตอน ผลการดำเนินงาน/ ความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น / ผลผลิตที่ได้ คำอธิบาย 1. การจัดการตนเอง 2. การคิดขั้นสูง 3. การสื่อสาร 4. การรวมพลังทำงานเป็นทีม 5. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 6. การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและ วิทยาการอย่างยั่งยืน ตามกรอบร่างหลักสูตรสมรรถนะที่อยู่ ระหว่างดำเนินการพัฒนา และมีความ เชื่อมต่อสมรรถนะที่สอดคล้องตามช่วง วัย โดยนำทุนทางสังคมในพื้นที่เข้ามา กำหนดเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียน แต่ละดับ และประเภทการศึกษาทำให้มี พื้นที่การเรียนรู้ในชุมชน กิจกรรม ให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับ สิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ ซึ่งครอบคลุม ทั้งพื้นที่ของสถานศึกษาและนอกพื้นที่ สถานศึกษา จึงเป็นนิเวศการเรียนรู้ของ ผู้เรียนในชุมชนให้มีโอกาสและการ เข้าถึงการศึกษาทั้งในระบบการศึกษา นอกระบบการศึกษาในพื้นที่ชุมชน 3) รูปแบบการเทียบโอนหน่วยกิต การมีส่วนร่วมของทุกสถานศึกษาใน พื้นที่ที่มาจากสถานศึกษาแต่ละระดับ และแต่ละประเภทตั้งแต่ศูนย์พัฒนา เด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กศน. อาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยในพื้นที่ โดยมีการกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้แต่ ละช่วงวัยและนำไปสู่หลักสูตรการศึกษา จึงทำให้มีข้อตกลงในการพัฒนา
285 ขั้นตอน ผลการดำเนินงาน/ ความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น / ผลผลิตที่ได้ คำอธิบาย การศึกษาเชิงพื้นที่ร่วมกันทั้งการกำหนด เป้าหมายการเรียนรู้ ผลลัพธ์การเรียน กิจกรรมการเรียนรู้ และการวัดและ ประเมินผล ซึ่งทำให้สามารถสร้าง ข้อตกลงเพื่อเทียบโอนหน่วยกิต การศึกษา เนื่องจากเป็นรูปแบบการจัด การศึกษา โดยนำประเด็นทุนทางสังคม และเศรษฐกิจในพื้นที่มากำหนด เป้าหมายการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกัน ตั้งแต่เนื้อหาการเรียนรู้ระหว่าง สถานศึกษาและระบบการศึกษา ส่งผลดี ต่อผู้เรียนที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางหรือ กลุ่มด้อยโอกาสที่อาจมีบางส่วนต้องออก จากระบบการศึกษาทำให้สามารถกลับ เข้าสู่ระบบการศึกษา 4) แนวทางการสนับสนุนความร่วมมือ สถานศึกษาได้รับการสนับสนุนความ ร่วมมือเพิ่มขึ้นจากสถานศึกษาอื่นใน พื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนการจัดการ เรียนรู้ พื้นที่การเรียนรู้ ตลอดจน สนับสนุนบุคลากรเข้าร่วมจัดการศึกษา ร่วมกัน อาทิ การสนับสนุนพื้นที่การ เรียนรู้ จากศูนย์ กศน. ตำบล การสนับสนุนบุคลากรจากอาชีวศึกษา เข้าสนับสนุนการสอนและวางแผนการ สอนร่วมกับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนการสนับสนุนบุคลากร จากมหาวิทยาลัยเข้ามาสนับสนุนการ สอนให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ อีกทั้งการ สนับสนุนจากเครือข่ายชุมชนสนับสนุน ศูนย์การเรียนรู้ให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้
286 ขั้นตอน ผลการดำเนินงาน/ ความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น / ผลผลิตที่ได้ คำอธิบาย ของชุมชน ตลอดจนการประสานกับ เครือข่ายอาสาสมัครชุมชน เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนสวัสดิการ สังคมให้กับกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเด็กด้อย โอกาส ในพื้นที่ให้ได้รับการช่วยเหลือ จากรัฐและนำเข้าสู่แผนการพัฒนาของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2. การดำเนินการขั้นกลาง ขั้นตอน ผลการดำเนินงาน/ ความ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น / ผลผลิตที่ ได้ คำอธิบาย 1. การขับเคลื่อนการใช้นวัตกรรม การเรียนรู้ 2. การขับเคลื่อนนวัตกรรม เชิงระบบ 3. การพัฒนาระบบสารสนเทศ/ ระบบเทียบโนหน่วยกิต /ศูนย์ให้ คำปรึกษา / อื่นๆ การขับเคลื่อนการนำนวัตกรรมการ เรียนรู้และนวัตกรรมเชิงระบบ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลไก บูรณาการทางนโยบายขับเคลื่อน ผ่านคณะกรรมการสมัชชา การศึกษาจังหวัด และ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด จึงทำให้การขับเคลื่อนการนำ นวัตกรรมการเรียนรู้และนวัตกรรม เชิงระบบไปใช้ได้รับการสนับสนุนที่ เกิดจากหน่วยงานรัฐ หน่วยงาน การศึกษา ภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการและนักวิชาการจาก มหาวิทยาลัย ซึ่งสอดคล้องกับ หลักการเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน การศึกษา (Education for all) ที่ส่งผลต่อการผลักดันให้เกิดระบบ การศึกษาที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน (All for education) ทำให้การ วิจัยและพัฒนาสามารถสร้างระบบ 1. นำสรุปผลข้อมูลการวิจัยเสนอให้กับ กลไกบูรณาการทางนโยบายเพื่อ ประเมินผลข้อมูลการวิจัยซึ่งมีอยู่หลายองค์ คณะ เช่น สมัชชาการศึกษา อนุกรรมการ เกี่ยวกับพัฒนาการศึกษา คณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัด คณะกรรมการนโยบาย พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อพัฒนา ขับเคลื่อนให้จังหวัดสุโขทัยเป็นพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา หรือ นำข้อค้นพบจาก งานวิจัยซึ่งเป็นปัญหา หรือ อุปสรรคของ การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติของ สถานศึกษานำมากำหนดแนวทางให้เป็น ฉันทามติและข้อกำหนดนโยบายร่วมกัน สำหรับการแก้ปัญหา และอุปสรรคที่ เกิดขึ้นตามบริบทของพื้นที่ โดยมุ่งเน้นให้ เกิดการรองรับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน 2. พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชน และระบบการถ่ายโอนหน่วยกิตการศึกษา ซึ่งนำทุนทางสังคมที่ถูกคัดเลือกตามความ
287 ขั้นตอน ผลการดำเนินงาน/ ความ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น / ผลผลิตที่ ได้ คำอธิบาย นิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน เพื่อ โอกาสและการเข้าถึงการเรียนรู้ได้ อย่างเท่าเทียมกัน โดยนำทุนทาง สังคมและเศรษฐกิจเข้ามาสร้าง หลักสูตรการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยให้เกิดสมรรถนะและ ขีดความสามารถที่สามารถสร้าง รายได้จากความได้เปรียบของพื้นที่ เพื่อก้าวพ้นกับดักความยากจนและ ความด้อยโอกาสทางสังคมที่ส่งผล ต่อโอกาสและทางเลือกของการเข้า สู่ระบบการศึกษาหรือสามารถ สนับสนุนการศึกษาให้กับตนเอง และครอบครัวได้อย่างเท่าเทียมกับ ผู้อื่น นอกจากนี้ ยังมีส่วนสำคัญที่ เกิดจากการมีศูนย์กลางการบูรณา การระหว่างระบบนโยบาย ระบบ การศึกษาและระบบสังคมในระดับ ชุมชน ซึ่งเกิดจากสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดเป็นศูนย์กลาง การประสานงานและบูรณาการกับ หน่วยงานการพัฒนาเชิงพื้นที่ หน่วยงานด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการ และหน่วยงานทางการศึกษา เพื่อ สร้างการกำหนดเป้าหมายร่วมของ จังหวัดสำหรับยกระดับคุณภาพ ชีวิตโดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือที่ มีแผนพัฒนาการศึกษาเป็น ต้องการของชุมชนร่วมกับสถานศึกษานำมา สร้างหลักสูตรสมรรถนะให้กับผู้เรียนทุก ช่วงวัย เพื่อสั่งสมประสบการณ์ ด้านทักษะ อาชีพที่มีความสอดคล้องกับพัฒนาการของ ช่วงวัยของผู้เรียนแต่ละระดับ และเป็น หลักประกันของการเชื่อมต่อการศึกษาใน ระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษา ตามอัธยาศัยให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้ รอบตัวผู้เรียน 3. นำหลักการของโครงข่ายคุ้มครองทาง สังคม มาใช้เป็นแนวทางดำเนินการให้เกิด ศูนย์กลางการประสานงานเครือข่ายชุมชน สำหรับส่งเสริมให้เด็กด้อยโอกาสนอกระบบ การศึกษาและเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ในระบบ การศึกษาได้รับสวัสดิการสังคมจาก หน่วยงานรัฐ เพื่อให้เกิดหลักประกัน คุณภาพชีวิตและมีความพร้อมต่อการเรียน รู้เท่าเทียมกับผู้อื่น
288 ขั้นตอน ผลการดำเนินงาน/ ความ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น / ผลผลิตที่ ได้ คำอธิบาย เครื่องมือกำกับทิศทางการพัฒนาที่ ส่งต่อผลลัพธ์ ผลผลิต และ ผลกระทบของตัวบุคคลร่วมกัน เป็นผลทำให้เกิดการขับเคลื่อน นโยบายร่วมกับสถานศึกษาพัฒนา นวัตกรรมการศึกษาและจัดทำ ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสร้างเป็น พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อลด ข้อจำกัดและขับเคลื่อนการพัฒนา นวัตกรรมการศึกษาให้เกิดคุณภาพ ทางการศึกษาที่เท่าเทียมกัน การ ประสานสอดคล้องที่เกิดขึ้น จึงเป็น การพัฒนาทั้งระดับนโยบายเชิง พื้นที่ที่ส่งผลต่อการพัฒนา การศึกษาและการพัฒนาสังคมและ เศรษฐกิจโดยมีการศึกษาเป็น เครื่องมือยกระดับคุณภาพชีวิตที่มี แผนพัฒนาการศึกษาเป็นทิศทาง การบูรณาการร่วมกัน 3. การดำเนินการขั้นปลาย ผลผลิต นิยาม จำนวน หน่วย คำอธิบาย/รายละเอียด ฐานข้อมูล เครือข่าย หรือกลไกความร่วมมือ ที่เกิดขึ้นระดับพื้นที่ / จังหวัด ในการพัฒนา การศึกษาของจังหวัด/ ประเทศ กลไกการบูรณาการ เชิงนโยบายที่ใช้แผน บูรณาการพัฒนา การศึกษาเป็น เครื่องมือในการ สร้างความพร้อม ให้กับเด็กด้อยโอกาส ที่อยู่นอกระบบ การศึกษาหรืออยู่ใน 1 กลไก กลไกในการขับเคลื่อนการช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมของการ เข้าถึงโอกาสทางสังคม และนำเข้าสู่ ระบบนิเวศการเรียนรู้ที่มีความ เชื่อมโยงกับหลักสูตรฐานสมรรถนะ ของสถานศึกษาในพื้นที่อย่างครบวงจร จะเป็นหนทางของการพัฒนาที่ส่งผล กระทบต่อการพัฒนาสังคมและ เศรษฐกิจของชุมชน จากการ
289 ผลผลิต นิยาม จำนวน หน่วย คำอธิบาย/รายละเอียด ระบบการศึกษาจาก กลไกสนับสนุนทาง สังคมที่มีมาจาก โครงข่ายความ คุ้มครองทางสังคม (Social Safety net) พัฒนาการจัดการศึกษาที่ได้รับการ สนับสนุนทางนโยบายจากกลไกการบูร ณาการเชิงนโยบายที่เกิดจากการบูร ณาการความร่วมมือระหว่างสมัชชา การศึกษาจังหวัดและคณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัดเพื่อนำไปสู่การบูร ณาการเชิงนโยบายสนับสนุน สถานศึกษาต้นแบบ ให้เกิดการสร้าง ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน ให้กับเด็กด้อยโอกาส และผู้ยากจนใน พื้นที่ จังหวัดสุโขทัย โดยใช้แผน บูรณาการการพัฒนาการศึกษาเป็น เครื่องมือ ที่ส่งต่อกลไกบูรณาการ สนับสนุนการจัดการศึกษา ตั้งแต่ระดับ จังหวัด อำเภอ พื้นที่ชุมชนให้เกิดพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา จากการสร้าง นวัตกรรมการเรียนรู้หรือนวัตกรรม การบริหารจัดการศึกษาที่มีความ สอดคล้องกับบริบทสังคมและการ เรียนรู้ตามความต้องการของผู้เรียน เป็นรายบุคคล เข้ามาสนับสนุนการ สร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษา พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับ เด็กด้อยโอกาสและผู้ยากจนหลุดพ้น จากสภาพความยากลำบากจากการมี รายได้ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย นวัตกรรมเชิงระบบ ระบบที่ช่วยสร้าง โอกาสการเข้าถึง การศึกษาพร้อมทั้ง ยกระดับคุณภาพ ชีวิตให้กับเด็กด้อย โอกาสและผู้ยากจน 1 ระบบ ระบบนิเวศการเรียนรู้บนฐานชุมชน โดยมีองค์ประกอบที่สร้างความสัมพันธ์ ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ประกอบด้วย 1) หลักสูตรฐานสมรรถนะชุมชน ซึ่งนำสถานศึกษาทุกระดับตามช่วงวัย
290 ผลผลิต นิยาม จำนวน หน่วย คำอธิบาย/รายละเอียด ในพื้นที่ชุมชนเข้ามาร่วมจัดทำ หลักสูตรการศึกษา เพื่อสร้าง สมรรถนะด้านอาชีพให้กับเด็ก กลุ่มเป้าหมายซึ่งอยู่ในระบบการศึกษา มีฐานะยากจนให้เกิดรายได้จากทุนทาง เศรษฐกิจและสังคมของชุมชน ที่ส่งผล ต่อการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ และการอำนวยการจัดการเรียนรู้ ร่วมกันระหว่าง ครู ผู้ปกครองและ ชุมชน 2) โครงข่ายคุ้มครองทางสังคมด้าน การศึกษา ซึ่งเป็นกระบวนการสร้าง ความสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างระบบ การศึกษากับระบบสังคมในชุมชน เพื่อ หนุนเสริมและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ให้ เกิดระบบการป้องกันกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเด็กด้อยโอกาสให้เข้าถึงสิทธิและ สวัสดิการของรัฐ เพื่อสร้างความพร้อม ที่มีผลต่อการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกับผู้อื่น โดยมีพื้นที่เรียนรู้ และพื้นที่ปลอดภัย ของชุมชนเป็นพื้นที่สำหรับรองรับ โอกาสและการเข้าถึงการยกระดับ ทักษะและคุณภาพชีวิตของชุมชน ซึ่ง ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นำประเด็นปัญหา บรรจุเข้าสู่แผนพัฒนาขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุน ทั้งระบบการบริหารจัดการด้านสังคม และระบบการศึกษาในชุมชน 3) ระบบถ่ายโอนหน่วยกิตการศึกษา ซึ่งเป็นระบบป้องกันความสูญเปล่าทาง การศึกษาของผู้เรียนตลอดจนเป็น
291 ผลผลิต นิยาม จำนวน หน่วย คำอธิบาย/รายละเอียด ระบบที่สร้างโอกาสให้ผู้เรียนสามารถ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ ถึงแม้ต้อง มีความจำเป็นที่ต้องออกจากระบบ การศึกษาไม่ว่าเพราะเหตุใดก็ตาม โดย ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาแล้วพบว่า สามารถดำเนินการสร้างข้อตกลง ร่วมกันได้สำหรับถ่ายโอนหน่วยกิต การศึกษา แต่เนื่องจากสภาพความ ขาดแคลนของสถานศึกษา จึงต้องใช้ ข้อเสนอการลดข้อจำกัดที่มีอยู่เดิมให้ สถานศึกษามีสภาพการบริหารจัดการ ที่สะดวกและคล่องตัวตลอดจนการ กำหนดนโยบายระดับจังหวัดร่วมกัน 2. นวัตกรรมการศึกษา โดยมี องค์ประกอบของนวัตกรรมการศึกษา ทีมีความสัมพันธ์ต่อการพัฒนาระบบ การศึกษาร่วมกันดังต่อไปนี้ 1) นวัตกรรมการศึกษาด้านการบริหาร จัดการศึกษา 2) นวัตกรรมการศึกษาด้านการจัดการ เรียนรู้ 3) นวัตกรรมการศึกษาด้านการนิเทศ การศึกษา นวัตกรรมการเรียนรู้ นวัดกรรมการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้ 13 ต้นแบบ การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน เพื่อสร้างให้เกิดวัตกรรม การปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้าน การบริหารจัดการศึกษาด้านการ จัดการเรียนรู้ และด้านการนิเทศ การศึกษาระดับจังหวัด ผ่านโครงการ