The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by hsophorn46, 2022-06-05 08:02:40

งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

Basic Electrical and Electronics

Keywords: Basic Electrical and Electronics

30

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 มัลตมิ เิ ตอร์
4.1.1 ส่วนประกอบของมัลตมิ ิเตอร์
4.1.2 การอ่านคา่ สเกลของมลั ติมเิ ตอร์
4.1.3 การวดั ค่าปรมิ าณตา่ งๆ ทางไฟฟ้าดว้ ยมลั ติมิเตอร์
4.2 เคร่อื งกำเนดิ สัญญาณไฟฟ้า
4.2.1 สว่ นประกอบของเครื่องกำเนิดสญั ญาณไฟฟา้
4.2.2 วธิ กี ารใชง้ านเครื่องกำเนดิ สัญญาณไฟฟา้
4.3 ออสซลิ โลสโคป
4.3.1 ส่วนประกอบของออสซิลโลสโคป
4.3.2 การวดั คา่ ปรมิ าณตา่ งๆ ทางไฟฟ้าดว้ ยออสซิลโลสโคป
4.4 ใหค้ วามรูเ้ รอื่ งหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ในการเลอื กซอ้ื และการใช้งาน

มลั ติมิเตอร์

พอประมาณ มเี หตุผล

1. การเลือกซ้ือมัลติมิเตอร์ 3. วเิ คราะหค์ วามจำเปน็ ในการเลอื ก

2. การบำรงุ รักษาเครอ่ื งมือ ซอ้ื มลั ตมิ ิเตอร์

การเลอื กซ้ือและ 4. ศกึ ษาการใช้งานมลั ติมิเตอร์

การใชง้ าน มภี ูมคิ ุม้ กนั
มลั ติมเิ ตอร์
5. ลดคา่ ใช้จา่ ยในการซ้ือเคร่ืองมือวัด

ความรู้+ทกั ษะ 6. ลดความเสยี หายและยืดอายุการใช้งานของ
เครื่องมอื วัด

- หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง คุณธรรม
- การเลือกซื้อมลั ติมเิ ตอร์

- ใชม้ ลั ติมิเตอร์วดั ขนาดสญั ญาณทางไฟฟา้ - มคี วามตระหนักถงึ ความปลอดภยั การใช้เครื่องมือวัด

- การประหยดั ลดค่าใชจ้ า่ ยในการซ้ือมลั ติมิเตอร์

สังคม เศรษฐกจิ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม

4,6 1,3,5 2

31

5. กิจกรรมการเรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 3-4 ชว่ั โมงท่ี 9 – 16
ทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 3 ( 10 นาที )
5.1 ข้ันนำ ( 5 นาที)
1) แจง้ จดุ ประสงค์และวิธีการเรียนร้ปู ระจำหน่วยท่ี 3 แจกเอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 3
2) นำเขา้ สู่บทเรียนโดยคำถาม

5.2 ข้ันกจิ กรรม ( 425 นาที)
3) ครูสนทนาเกย่ี วกบั มลั ตมิ เิ ตอร์ พร้อมกบั ถามนักเรยี น 4-5 คน
4) ครูอธบิ ายเกี่ยวกบั มัลติมเิ ตอร์ และถามตอบนักเรียนเก่ียวกับมลั ติมเิ ตอร์
5) ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ เกี่ยวกับมลั ติมิเตอร์
6) ครูอธบิ ายเรือ่ งเครอื่ งกำเนิดสัญญาณไฟฟ้า และออสซลิ โลสโคป
7) ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุปเก่ยี วกับ เรอื่ งเคร่ืองกำเนดิ สญั ญาณไฟฟ้า และออสซิลโลสโคป
8) แบ่งนกั เรยี นออกเป็นกลุ่มๆ ละ 5 คน คละกนั ตามความสามารถ ทบทวนเกีย่ วกบั

มัลติมเิ ตอร์ เครอ่ื งกำเนิดสญั ญาณไฟฟ้า และออสซลิ โลสโคป โดยใชใ้ บงานที่ 3.1 ส่วนประกอบของมัลติมเิ ตอร์
เครือ่ งกำเนิดสญั ญาณไฟฟา้ และออสซลิ โลสโคป ครสู ังเกตการทำงานเป็นกลุ่ม และคอยชแ้ี นะวธิ ีการทลี ะกลุ่ม

9) สุม่ มา 3 กลุ่ม โดยใหต้ วั แทนแตล่ ะกลมุ่ มาแสดงวธิ ีทำบนกระดาน โดยให้เพอ่ื นช่วยตรวจสอบ การ
บอกสว่ นประกอบของมลั ตมิ ิเตอร์ เครือ่ งกำเนิดสัญญาณไฟฟา้ และออสซลิ โลสโคป

10) ครู และนักเรยี นรว่ มกันสรปุ การบอกสว่ นประกอบของมัลตมิ เิ ตอร์ เครือ่ งกำเนิด
สัญญาณไฟฟ้า และออสซิลโลสโคป

11) ครอู ธิบายการใชง้ านมัลติมิเตอร์ย่านวัดตา่ งๆ
12) ครูและนกั เรียนร่วมกันสรปุ การใชง้ านมัลติมิเตอร์ย่านวดั ตา่ งๆ
13) นกั เรียนทำใบงานท่ี 3 การทดลองที่ 3.2 การใช้มลั ติมิเตอร์วดั ปรมิ าณตา่ งๆ ทางไฟฟา้
14) สมุ่ ตัวอย่างนักเรียน 2-3 คน อภปิ รายเกย่ี วกับการใชง้ านมัลติมิเตอร์ย่านวัดต่างๆ
5.3 ขัน้ วิเคราะห์ ( 20 นาท)ี
15) สุม่ ตวั อย่าง 3-5 คน สรปุ องค์ความร้ปู ระจำหนว่ ยท่ี 3
16) สงั เกตและบันทึกพฤตกิ รรมการเรยี นรขู้ องผูเ้ รียนรายบคุ คล

32

5.4 ข้ันสรปุ และประเมินผล ( 20 นาที)
17) ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียน ใหน้ ักเรยี นลงมอื ทำ โดยไม่ปรกึ ษากนั ภายในระยะเวลา 10

นาที
18) เก็บแบบทดสอบของนกั เรยี นแต่ละคนคนื และแจกแบบทดสอบสลบั กันตรวจใหค้ ะแนน
19) ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน โดยนักเรียนตรวจใหค้ ะแนนเพ่อื น ด้วย

ความซื่อสตั ย์สุจรติ พร้อมลงช่ือผตู้ รวจ

6. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
6.1 ส่ือส่งิ พมิ พ์ เอกสารประกอบการคน้ ควา้
6.1.1 หนังสือ งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บ้ืองต้น
6.1.2 เอกสารประกอบการสอน หน่วยท่ี 3
6.1.3 แบบฝกึ หดั ที่ 3
6.2 แหล่งการเรยี นรจู้ ากเวบ็ ไซต์
6.2.1 http://en.wikipedia.org/wiki/Sine_wave
6.2.2 http://www.controlelectronics.com.au/used/products.html
6.2.3 http://www.doctronics.co.uk/signals.htm

7. หลักฐานการเรยี นรู้
7.1 หลักฐานความรู้
7.1.1 แบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ 3
7.1.2 แบบทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยที่ 3 จำนวน 10 ข้อ
7.1.3 แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยท่ี 3 จำนวน 10 ข้อ
7.2 หลกั ฐานการปฏบิ ตั งิ าน
7.2.1 แบบหัดฝึกที่ 3

8. การวัดและประเมนิ ผล
8.1 เครื่องมือวดั และประเมินผล
8.1.1 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
8.1.2 แบบทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยที่ 3
8.1.3 แบบฝึกหัดหน่วยที่ 3
8.2 วิธกี ารวัดและประเมินผล
8.2.1 สงั เกตจากแบบประเมินการนำเสนอผลงาน
8.2.2 ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 3

33

8.2.3 ตรวจแบบฝกึ หัดหน่วยที่ 3
8.3 เกณฑ์การประเมนิ

8.3.1 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนไมต่ ่ำกวา่ ร้อยละ 80
8.3.2 แบบทดสอบหลังเรียน ตอ้ งได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมาย
9.1 กิจกรรมเสนอแนะ
คน้ คว้าเพมิ่ เตมิ ทางอินเทอร์เน็ตท่เี วบ็ ไซตต์ า่ งๆ
9.4 งานทม่ี อบหมาย
ทำแบบฝึกหดั ประจำหน่วยที่ 3 ส่งสปั ดาหท์ ่ี 5-6

34

แบบทดสอบก่อนเรยี น
หน่วยที่ 3 เครอ่ื งมือวัดและทดสอบ

คำช้ีแจง 1. จงเขยี นเครื่องหมายกากบาทในขอ้ ทถ่ี ูกต้องที่สดุ ลงในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบมี 10 ข้อ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวมท้ังสน้ิ 10 คะแนน
3. ใช้เวลาทดสอบ 10 นาที

1. ปรับปมุ่ 0 Ω ADJ ของมัลติมิเตอร์ ถูกใชง้ านเม่ือใด

ก. ปรบั แต่งเข็มให้ช้ีตรงเลข 0 ก่อนจะวดั คา่ ความต้านทาน

ข. ปรับแต่งเข็มใหช้ ้ีตรงเลข 0 ก่อนทำการวดั ค่าแรงดันไฟฟ้า

ค. ปรับแตง่ เข็มให้ชี้ตรงเลข 2 k กอ่ นทำการวดั ค่ากระแสไฟฟา้

ง. ปรบั แต่งเข็มให้ช้ีตรงเลข 2 k ก่อนทำการวดั ค่าความต้านทาน

2. ป่มุ Frequency ของเครื่องกำเนิดสญั ญาณ ทำหนา้ ที่อะไร

ก. ใชเ้ ลอื กรปู คล่ืนสญั ญาณไซน์

ข. ใชป้ รับระดบั ความถข่ี องสัญญาณ

ค. ใช้เลือกรปู คล่ืนสญั ญาณสามเหลยี่ ม

ง. ใชป้ รบั ระดับแรงดันของสัญญาณทางขาออก

3. ปมุ่ Time/Div ของออสซลิ โลสโคป ทำหนา้ ที่อะไร

ก. ปรบั เลื่อนรูปสญั ญาณทางแนวตงั้

ข. ใชป้ รบั ระดับการน่ิงของสญั ญาณ

ค. ปรับเลอ่ื นรปู สญั ญาณทางแนวนอน

ง. ขยายชว่ งความกว้างของสัญญาณต่อหนง่ึ ช่อง

4. สมชายต้องการวัดแรงดันไฟฟา้ กระแสสลบั 220 V มขี ั้นตอนการวัดทถ่ี ูกตอ้ งอย่างไร

ก. ต้งั ยา่ นวัด AC.V ที่ 250 ใชส้ ายวดั ทง้ั สองวดั อนกุ รมกับจดุ วัด

ข. ตงั้ ย่านวัด DC.V ที่ 1,000 ใชส้ ายวดั ทั้งสองวดั อนุกรมกบั จดุ วัด

ค. ตั้งย่านวัด AC.V ที่ 250 ใช้สายวัดทั้งสองวัดครอ่ มขนานกบั จดุ วัด

ง. ตง้ั ย่านวดั DC.V ที่ 1,000 ใชส้ ายวดั ท้ังสองวัดครอ่ มขนานกบั จุดวดั

5. เมื่อนำมัลติมิเตอรไ์ ปวดั แรงดันตกคร่อมตวั ตา้ นทานในวงจรทดลอง ตงั้ ยา่ นวัด 2.5 DC.V

เขม็ ชี้ที่เลข 200 อา่ นค่าแรงดนั ไฟฟ้าได้เท่าไร

ก. 0.2 V ข. 2 V

ค. 20 V ง. 200 V

6. เมื่อนำมัลติมิเตอร์ไปวัดกระแสไฟฟา้ ในวงจรทดลอง ตั้งย่านวัด 2.5 DC.mA

เข็มชีท้ เ่ี ลข 200 อา่ นคา่ กระแสไฟฟ้าได้เทา่ ไร

ก. 0.2 mA

35

ข. 1 mA
ค. 2 mA
ง. 20 mA
7. เมื่อนำออสซิลโลสโคปไปวัดแรงดันไฟฟ้าโดยตั้งค่า Volt/Div ไว้ที่ 0.5 จะอ่านค่าแรงดันยอดถึงยอดได้
เทา่ ใด
ก. 1 V
ข. 2 V
ค. 3 V
ง. 4 V
8. จากขอ้ 7 ถ้าต้งั ค่า Time/Div ไวท้ ่ี 1 µS/cm จะอา่ นค่าคาบเวลาได้เทา่ ไร
ก. 16 µS
ข. 8 µS
ค. 4 µS
ง. 2 µS
9. ขอ้ ใดกลา่ วผิด ในการเลือกซ้ือมลั ตมิ ิเตอร์
ก. ตรวจสอบดูสเกลของมลั ตมิ เิ ตอรค์ วรปรบั ใหอ้ ยู่ในตำแหน่งค่าศนู ย์ทางซ้ายมอื สดุ ได้
ข. ตรวจดยู า่ นวดั ความตา้ นทานตอ้ งปรับศนู ย์โอห์มไดท้ ุกตวั คูณ
ค. ในการเลือกซอ้ื มัลตมิ ิเตอรใ์ หม่ควรมใี บรบั ประกนั คุณภาพ
ง. ตรวจดแู ตส่ ภาพภายนอกกพ็ อเพราะคนขายคงไม่โกหก
10. ในกรณเี ลิกใช้งานมัลตมิ ิเตอร์ควรปรับปมุ่ เลือกยา่ นวัดไวท้ ตี่ ำแหน่งใด
ก. OFF
ข. R×100
ค. DC.V 1000
ง. AC.V 1000

36

แบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยท่ี 3 เครือ่ งมือวัดและทดสอบ

คำชี้แจง 1. จงเขียนเคร่อื งหมายกากบาทในขอ้ ท่ีถูกต้องที่สุด ลงในกระดาษคำตอบ
2. ขอ้ สอบมี 10 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน รวมทั้งสิน้ 10 คะแนน
3. ใช้เวลาทดสอบ 10 นาที

1. ข้อใดกล่าวผิด ในการเลอื กซ้อื มัลตมิ เิ ตอร์
ก. ตรวจสอบดูสเกลของมลั ตมิ ิเตอร์ควรปรบั ให้อยใู่ นตำแหนง่ คา่ ศนู ย์ทางซา้ ยมือสดุ ได้
ข. ตรวจดูย่านวดั ความตา้ นทานต้องปรับศูนยโ์ อหม์ ไดท้ ุกตัวคณู
ค. ในการเลือกซอื้ มัลติมเิ ตอรใ์ หม่ควรมีใบรบั ประกันคุณภาพ
ง. ตรวจดแู ต่สภาพภายนอกก็พอเพราะคนขายคงไม่โกหก

2. ในกรณเี ลิกใชง้ านมัลตมิ เิ ตอร์ควรปรับปมุ่ เลือกยา่ นวดั ไวท้ ต่ี ำแหน่งใด
ก. OFF
ข. R×100
ค. DC.V 1000
ง. AC.V 1000

3. ปรบั ปุ่ม 0 Ω ADJ ของมัลติมิเตอร์ ถกู ใช้งานเมื่อใด
ก. ปรับแตง่ เขม็ ใหช้ ต้ี รงเลข 0 กอ่ นจะวดั คา่ ความต้านทาน
ข. ปรับแตง่ เข็มใหช้ ้ีตรงเลข 0 ก่อนทำการวัดคา่ แรงดันไฟฟ้า
ค. ปรับแตง่ เขม็ ให้ชตี้ รงเลข 2 k ก่อนทำการวัดคา่ กระแสไฟฟา้
ง. ปรบั แต่งเข็มให้ชต้ี รงเลข 2 k ก่อนทำการวัดคา่ ความต้านทาน

4. ปุ่ม Frequency ของเครื่องกำเนิดสญั ญาณ ทำหนา้ ท่ีอะไร
ก. ใช้เลือกรปู คลน่ื สัญญาณไซน์
ข. ใช้ปรบั ระดบั ความถขี่ องสัญญาณ
ค. ใชเ้ ลอื กรปู คลนื่ สัญญาณสามเหล่ียม
ง. ใชป้ รบั ระดับแรงดนั ของสัญญาณทางขาออก

5. ป่มุ Time/Div ของออสซลิ โลสโคป ทำหน้าที่อะไร
ก. ปรบั เล่อื นรปู สัญญาณทางแนวตั้ง ข. ใช้ปรับระดบั การน่ิงของสญั ญาณ
ค. ปรบั เล่อื นรูปสัญญาณทางแนวนอน ง. ขยายช่วงความกว้างของสญั ญาณต่อหนึ่งชอ่ ง

6. สมชายตอ้ งการวัดแรงดนั ไฟฟ้ากระแสสลบั 220 V มขี ั้นตอนการวดั ที่ถกู ต้องอยา่ งไร
ก. ตั้งยา่ นวัด AC.V ท่ี 250 ใชส้ ายวดั ทัง้ สองวัดอนุกรมกบั จดุ วัด
ข. ตงั้ ยา่ นวดั DC.V ที่ 1,000 ใช้สายวัดทง้ั สองวดั อนุกรมกับจดุ วัด

37

ค. ตงั้ ย่านวดั AC.V ที่ 250 ใช้สายวัดทั้งสองวดั ครอ่ มขนานกับจุดวดั
ง. ตัง้ ย่านวัด DC.V ท่ี 1,000 ใชส้ ายวดั ท้ังสองวดั ครอ่ มขนานกบั จุดวัด
7. เมื่อนำมัลตมิ เิ ตอรไ์ ปวัดแรงดันตกครอ่ มตัวตา้ นทานในวงจรทดลอง ตัง้ ยา่ นวัด 2.5 DC.V
เข็มชีท้ เ่ี ลข 200 อา่ นคา่ แรงดนั ไฟฟา้ ได้เท่าไร
ก. 0.2 V
ข. 2 V
ค. 20 V
ง. 200 V
8. เม่ือนำมัลติมิเตอร์ไปวดั กระแสไฟฟ้าในวงจรทดลอง ตั้งย่านวดั 2.5 DC.mA
เขม็ ช้ที เ่ี ลข 200 อ่านค่ากระแสไฟฟ้าไดเ้ ท่าไร
ก. 0.2 mA
ข. 1 mA
ค. 2 mA
ง. 20 mA
9. เม่ือนำออสซิลโลสโคปไปวัดแรงดันไฟฟ้าโดยตั้งค่า Volt/Div ไว้ที่ 0.5 จะอ่านค่าแรงดันยอดถึงยอดได้
เท่าใด
ก. 1 V
ข. 2 V
ค. 3 V
ง. 4 V
10. จากขอ้ 9 ถ้าตัง้ คา่ Time/Div ไว้ที่ 1 µS/cm จะอา่ นคา่ คาบเวลาได้เทา่ ไร
ก. 16 µS
ข. 8 µS
ค. 4 µS
ง. 2 µS

38

เฉลยแบบทดสอบ

หนว่ ยที่ 3 เครอื่ งมือวัดและทดสอบ

กอ่ นเรียน หลงั เรยี น
1. ก 1. ง
2. ข 2. ก
3. ง 3. ก
4. ค 4. ข
5. ข 5. ง
6. ค 6. ค
7. ข 7. ข
8. ค 8. ค
9. ง 9. ข
10. ก 10. ค

39

แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
หนว่ ยท…่ี ………………………………………………………
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง/จดุ ประสงค์ที่……………………………………………………………….
กลุ่มท.่ี ..........................ช่อื กลุ่ม............................................................................................................
รายชื่อสมาชกิ
1. ชอื่ .............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
2. ชอ่ื .............................................สกุล..........................................รหัส...............................
3. ชอ่ื .............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
4. ชอ่ื .............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
5. ชอื่ .............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
6. ช่อื .............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
7. ชื่อ.............................................สกุล..........................................รหสั ...............................

ข้อท่ี รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเห็น
123
1 การเตรยี มความพร้อม
2 เนอ้ื หาสาระ
3 รูปแบบการนำเสนอ
4 การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลมุ่
5 การรกั ษาเวลา
6 ความสนใจของผฟู้ งั

รวม

หมายเหตุ คะแนน 3 อยู่ในระดับ ดี
คะแนน 2 อยู่ในระดบั พอใช้
คะแนน 1 อยู่ในระดบั ปรับปรุง

ลงชื่อ ผูป้ ระเมนิ
(นายSophorn Heng)

วันท.ี่ ............เดือน........................พ.ศ. 2565……

40

เกณฑก์ ารประเมินและการใหค้ ะแนน

1. การเตรียมความพรอ้ ม
3 คะแนน คือ มีการจดั เตรยี มสถานที่ สือ่ /อปุ กรณไ์ ว้อย่างพรอ้ มเพรียง
2 คะแนน คือ มีสอ่ื /อุปกรณ์พร้อม ขาดการจดั สถานท่ี
1 คะแนน คือ มีสอ่ื /อุปกรณไ์ มเ่ พียงพอ ขาดการจัดสถานท่ี

2. เน้อื หาสาระการนำเสนอ
3 คะแนน คือ สาระครบถ้วน ตรงตามจดุ ประสงค์
2 คะแนน คือ สาระไม่ครบถว้ น ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน คือ สาระไมค่ รบถ้วน ไมต่ รงตามจุดประสงค์

3. รูปแบบการนำเสนอ
3 คะแนน คือ มรี ปู แบบการนำเสนอท่ีเหมาะสม ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มสี อื่ และเทคโนโลยี
ประกอบการนำเสนอ
2 คะแนน คือ มเี ทคนิคแปลกใหม่ มสี ่ือและเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ
1 คะแนน คือ เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอไมเ่ หมาะสม ไมน่ า่ สนใจ

4. การมสี ่วนร่วมของสมาชิก
3 คะแนน คือ สมาชกิ ทุกคนมบี ทบาท และมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมกล่มุ
2 คะแนน คือ สมาชกิ ส่วนใหญ่มีบทบาท และมีส่วนรว่ มในกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน คือ สมาชกิ ส่วนนอ้ ยมีบทบาท และมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลมุ่

5. การรักษาเวลา
3 คะแนน คือ ดำเนนิ กจิ กรรมไดต้ ามเวลาทก่ี ำหนด
2 คะแนน คือ ดำเนนิ กจิ กรรมได้เร็วกว่าเวลาท่ีกำหนด
1 คะแนน คือ ดำเนนิ กิจกรรมได้ช้าเวลาทีก่ ำหนด

6. ความสนใจของผ้ฟู งั
3 คะแนน คือ ผู้ฟงั มากกว่ารอ้ ยละ 80 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน คือ ผู้ฟังร้อยละ 70-80 สนใจ และให้ความร่วมมอื
1 คะแนน คือ ผฟู้ ังน้อยกว่ารอ้ ยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมอื

41

รายการตรวจสอบและอนุญาตใหใ้ ช้
 ควรอนญุ าตให้ใช้สอนได้
 ควรปรับปรุงเกยี่ วกับ

.......................................................................................................................... .....................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................

ลงช่ือ
(นายชนาธปิ ชุนรัมย)

หัวหนา้ สาขาวชิ าชา่ งอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
............/............................./..................
 เหน็ ควรอนุญาตให้ใช้สอนได้
 ควรปรับปรงุ ดงั เสนอ
 อื่นๆ .......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................

ลงชอื่
(นางสาวจามมจั จลุ ี มีศิลป์)
รองผูอ้ ำนวยการฝ่ายวชิ าการ

............/............................./..................
 อนุญาตให้ใช้สอนได้
 อื่นๆ .......................................................................................................................................................

ลงชื่อ
(นายชาตรี สารีบุตร)

รองผอู้ ำนวยการ รกั ษาการในตำแหนง่
ผูอ้ ำนวยการวิทยาลัยการอาชีพขนุ หาญ
............/............................./..................

42

บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
ข้อสรปุ หลังการจัดการเรียนรู้

.....................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................... .................................................................................................... ......
.............................................................................................................................................................
........................................................................................... ..................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................. ............................
.............................................................................................................................................................

ปัญหาท่ีพบ
.....................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
........................................................................................................................ .....................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................. ............................................................

แนวทางแกป้ ญั หา
.....................................................................................................................................

........................................................................................................... ..................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

43

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 ครงั้ ที่ 5
จำนวน 4 ชวั่ โมง
วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องตน้ 20100-1005
ชือ่ หน่วย ตัวตา้ นทาน

1. สาระสำคญั
ตัวต้านทานเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น ซ่ึงมีหน้าท่ีหรือคุณสมบัติ คือต้านการไหลของ

กระแสไฟฟ้าในวงจร มีอยู่หลายชนิด หลายขนาด ซึ่งแบ่งตามลักษณะของการใช้งาน การอ่านค่าความต้าน
ทานบนตวั ต้านทาน มที ้ังอ่านค่าจากรหัสสี และตัวอักษรท่ีพิมพ์ไว้บนตวั ต้านทาน ส่วนการวัดค่าความตา้ นทาน
นน้ั สามารถวัดไดจ้ ากเคร่อื งมอื วัด คือโอหม์ มิเตอร์ ซ่ึงหนว่ ยของตัวตา้ นทานที่วดั ได้ คือโอหม์ ()

2. สมรรถนะประจำหน่วยการเรียนรู้
แสดงความรู้ อ่าน วัดค่า ตวั ต้านทานในงานอิเลก็ ทรอนกิ ส์ได้ถูกต้อง

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ ัว่ ไป
3.1.1 เพอ่ื ใหม้ ีความร้คู วามเขา้ ใจรายละเอยี ดของตัวต้านทานแบบต่างๆ
3.1.2 เพื่อให้มีทักษะในการอา่ นคา่ รหัสสี และวัดค่าตวั ต้านทาน
3.1.3 เพื่อให้มีความรับผดิ ชอบในการทำงานเป็นกลมุ่
3.1.4 น้อมนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ ในการอา่ น และวดั ค่าตัวต้านทาน
3.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
3.2.1 อธบิ ายรายละเอยี ดของตัวตา้ นทานแบบตา่ งๆ ได้ถูกตอ้ ง
3.2.2 สามารถเขียน และแปลงหนว่ ยของตัวต้านทานได้ถกู ต้อง
3.2.3 อา่ นคา่ รหสั สี ของตวั ตา้ นทานแบบตา่ งๆ ได้ถกู ต้อง
3.2.4 วดั คา่ ตวั ต้านทานด้วยโอหม์ มิเตอร์ได้ถกู ต้อง
3.2.5 ประยกุ ต์หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการอา่ น และวัดคา่ ตวั ตา้ นทาน ได้

ถูกต้อง
4. สาระการเรียนรู้

4.1 ชนดิ ของตวั ต้านทาน
4.1.1 ตวั ต้านทานแบบคา่ คงท่ี
4.1.2 ตวั ตา้ นทานแบบปรบั คา่ ได้

44

4.1.3 ตัวต้านทานแบบเปลี่ยนคา่ ได้

4.1.4 ตวั ตา้ นทานชนิดพิเศษ (เปลยี่ นค่าความต้านทานตามแสง)

4.2 หน่วยของตวั ต้านทาน

4.3 การอ่านค่าตวั ตา้ นทาน

4.3.1 การอา่ นค่าตัวตา้ นทานชนิด 4 แถบสี

4.3.2 การอา่ นคา่ ตวั ตา้ นทานชนดิ 5 แถบสี

4.3.3 การอา่ นค่าตวั ต้านทานชนดิ ทพ่ี ิมพค์ ่า บนตัวต้านทานแบบเซอรร์ ามคิ ไวรว์ าวด์

4.4 การวดั ค่าตวั ตา้ นทาน

4.4.1 การเตรียมโอหม์ มเิ ตอร์

4.4.2 การวัด และอา่ นค่าความต้านทานจากโอหม์ มเิ ตอร์

4.5 ให้ความรเู้ รื่องหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการอ่าน และวัดค่าตัวต้านทาน

พอประมาณ มีเหตผุ ล

1. ศึกษาการใช้งานโอห์มมเิ ตอร์ 3. ทำความเขา้ ใจการอา่ นสเกลโอหม์

2. ศกึ ษาการอ่านคา่ รหสั สตี ัวต้านทาน มิเตอร์

การอา่ นและวดั 4. การท่องจำรหัสประจำสขี องตวั ตา้ นทาน
ค่าตวั ตา้ นทาน 5. เข้าใจคา่ บนสเกมลีภมูโอิคุมห้ ก์มนั มเิ ตอร์

ความรู้+ทกั ษะ 6. เข้าใจการแปลคา่ รหัสสีของตวั ต้านทาน

- หลักปรชั ญาเศรษฐกิจแบบพอเพยี ง คณุ ธรรม
- การอ่านค่าสเกลของโอห์มมิเตอร์

- การอา่ นคา่ รหัสสีและตัวเลขของตัวต้านทาน - มีความไผ่รศู้ ึกษาเรื่องของตัวต้านทาน

- มีความขยนั หมัน่ เพยี รในการทำความเข้าใจ

การอา่ นคา่ สเกลของโอห์มมิเตอร์

สงั คม เศรษฐกิจ วฒั นธรรม สง่ิ แวดล้อม

1,2,5,6

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

สัปดาหท์ ี่ 5 ชั่วโมงท่ี 17 – 20

ทดสอบกอ่ นเรยี นหน่วยที่ 3 ( 15 นาที )

5.1 ขนั้ นำ ( 5 นาที)

1) แจง้ จุดประสงค์และวิธีการเรยี นรูป้ ระจำหนว่ ยที่ 4 แจกเอกสารประกอบการสอนหนว่ ยท่ี 4

2) นำเข้าสู่บทเรียนโดยคำถาม

5.2 ขน้ั กิจกรรม ( 190 นาที)

45

3) ครสู นทนาเก่ียวกบั ชนดิ ของตวั ตา้ นทาน พร้อมกบั ถามนกั เรยี น 4-5 คน
4) ครอู ธบิ ายเกย่ี วกับชนิดของตวั ต้านทาน และถามตอบนักเรียนเกยี่ วกบั ชนิดของ
ตวั ตา้ นทาน
5) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เกยี่ วกับชนดิ ของตวั ต้านทาน
6) ครูอธบิ ายเรือ่ งหน่วยวัดคา่ ความตา้ นทาน การอา่ นค่าตวั ตา้ นทาน และการวัดค่าความ
ต้านทานดว้ ยโอหม์ มเิ ตอร์
7) ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุปเกี่ยวกับ เรื่องหน่วยวัดคา่ ความต้านทาน การอ่านค่าตวั ต้านทาน
และการวดั ค่าความต้านทานด้วยโอหม์ มิเตอร์
8) แบง่ นกั เรียนออกเป็นกล่มุ ๆ ละ 5 คน คละกันตามความสามารถ ทบทวนเก่ียวกับ
หน่วยวัดค่าความตา้ นทาน การอา่ นคา่ ตัวต้านทาน และการวัดค่าความต้านทานดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์ โดยใชใ้ บงานที่ 4
ครสู ังเกตการทำงานเปน็ กลุ่ม และคอยช้ีแนะวธิ กี ารทีละกลุ่ม
9) ส่มุ มา 3 กลุ่ม โดยใหต้ วั แทนแต่ละกลุม่ มาแสดงวิธีการอา่ นคา่ และวดั คา่ ความตา้ นทาน โดยให้
เพือ่ นช่วยตรวจสอบ
10) ครู และนักเรียนร่วมกนั สรปุ วิธีการอ่านค่า และวัดคา่ ความต้านทาน
11) สุ่มตวั อยา่ งนักเรียน 2-3 คน อภิปรายเกีย่ วกับวธิ ีการอ่านค่า และวดั ค่าความต้านทาน

5.3 ขั้นวเิ คราะห์ ( 10 นาท)ี
12) สมุ่ ตวั อยา่ ง 3-5 คน สรปุ องคค์ วามรูป้ ระจำหน่วยท่ี 4
13) สงั เกตและบนั ทึกพฤติกรรมการเรียนรขู้ องผู้เรยี นรายบุคคล

5.4 ขน้ั สรุปและประเมนิ ผล ( 20 นาท)ี
14) ครูแจกแบบทดสอบหลงั เรียน ใหน้ กั เรยี นลงมือทำ โดยไม่ปรกึ ษากนั ภายในระยะเวลา 10

นาที
15) เก็บแบบทดสอบของนกั เรียนแต่ละคนคืน และแจกแบบทดสอบสลับกันตรวจให้คะแนน
16) ครูและนักเรยี นร่วมกันเฉลยแบบทดสอบหลังเรียน โดยนกั เรียนตรวจให้คะแนนเพ่ือน ดว้ ย

ความซอื่ สัตย์สจุ รติ พรอ้ มลงชื่อผู้ตรวจ
6. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้

6.1 สื่อสิง่ พมิ พ์ เอกสารประกอบการค้นคว้า
6.1.1 หนังสอื งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น
6.1.2 เอกสารประกอบการสอน หน่วยท่ี 4
6.1.3 แบบฝกึ หัดท่ี 4

6.2 แหล่งการเรียนรจู้ ากเวบ็ ไซต์
6.2.1 http://www.google.co.th/

46

7. หลักฐานการเรียนรู้
7.1 หลกั ฐานความรู้
7.1.1 แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 4
7.1.2 แบบทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยท่ี 4 จำนวน 10 ขอ้
7.1.3 แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 4 จำนวน 10 ข้อ
7.2 หลกั ฐานการปฏิบัติงาน
7.2.1 แบบหดั ฝึกท่ี 4

8. การวัดและประเมินผล
8.1 เคร่อื งมือวัดและประเมินผล
8.1.1 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
8.1.2 แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 4
8.1.3 แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 4
8.2 วิธกี ารวัดและประเมินผล
8.2.1 สังเกตจากแบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
8.2.2 ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยท่ี 4
8.2.3 ตรวจแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
8.3 เกณฑ์การประเมิน
8.3.1 แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ตอ้ งได้คะแนนไม่ตำ่ กว่ารอ้ ยละ 80
8.3.2 แบบทดสอบหลงั เรยี น ต้องได้คะแนนไม่ตำ่ กว่าร้อยละ 60

9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมาย
9.1 กิจกรรมเสนอแนะ
ค้นคว้าเพมิ่ เติมทางอินเทอร์เนต็ ทเ่ี ว็บไซตต์ ่างๆ
9.5 งานทีม่ อบหมาย
ทำแบบฝึกหัดประจำหนว่ ยท่ี 4 ส่งสปั ดาหท์ ่ี 5

47

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หนว่ ยท่ี 4 ตัวต้านทาน

คำชแี้ จง 1. จงเขยี นเคร่อื งหมายกากบาทในข้อที่ถูกต้องท่ีสดุ ลงในกระดาษคำตอบ
2. ขอ้ สอบมี 10 ข้อ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวมท้ังสน้ิ 10 คะแนน
3. ใช้เวลาทดสอบ 10 นาที

1. ตัวต้านทานชนดิ ค่าคงที่แบบใดมอี ัตราทนกำลงั ไฟสูงสดุ
ก. แบบฟลิ ์มโลหะ
ข. แบบแผ่นฟลิ ์มบาง
ค. แบบฟลิ ม์ คาร์บอน
ง. แบบแผ่นฟลิ ม์ หนา

2. ตวั ต้านทานชนิดคา่ คงที่แบบใดมีค่าความผดิ พลาดนอ้ ยที่สดุ
ก. แบบไววาล์ว
ข. แบบฟิลม์ โลหะ
ค. แบบคารบ์ อนผสม
ง. แบบฟลิ ม์ คารบ์ อน

3. คา่ ความต้านทานในขอ้ ใดมีคา่ มากท่ีสดุ
ก. 0.5 GΩ
ข. 50 mΩ
ค. 50 kΩ
ง. 50 MΩ

4. ข้อใดถกู ต้องทสี่ ุด
ก. คา่ ความต้านทาน 50 k
ข. คา่ ความตา้ นทาน 50 W
ค. คา่ ความต้านทาน 50 A
ง. ค่าความตา้ นทาน 50 kΩ

5. ตัวตา้ นทานรหสั สี นำ้ เงนิ เทา ทอง เงิน มีค่าความต้านทานเทา่ ใด
ก. 6.8 Ω ± 10 %
ข. 6.8 Ω ± 5 %
ค. 68 Ω ± 10 %
ง. 68 Ω ± 5 %

48

6. ตัวตา้ นทานส่ีแถบสีมีคา่ 200 Ω ± 5 % มีรหัสสใี ดบ้าง
ก. แดง ดำ ดำ ทอง
ข. แดง ดำ แดง ทอง
ค. แดง ดำ สม้ ทอง
ง. แดง ดำ น้ำตาล ทอง

7. แถบสีแรกของตัวต้านทานจะไม่ขึ้นตน้ ด้วยสีใด
ก. สีดำ
ข. สสี ม้
ค. สแี ดง
ง. สีนำ้ ตาล

8. สายชลวดั ตวั ต้านทานต้งั ย่านวัด R×10k เข็มมิเตอร์ชท้ี ่เี ลข 2 อา่ นคา่ ความตา้ นทานไดเ้ ทา่ ใด
ก. 0.2 kΩ
ข. 20 Ω
ค. 20 kΩ
ง. 200 kΩ

9. โอห์มวัดตวั ตา้ นทานต้งั ยา่ นวัด R×100 เขม็ มิเตอรช์ ที้ ่เี ลข 10 อ่านค่าความต้านทานไดเ้ ท่าใด
ก. 0.1 kΩ
ข. 1 kΩ
ค. 10 kΩ
ง. 100 kΩ

10. ตวั ต้านทานตวั หนง่ึ พิมพ์ขอ้ ความไว้ 5W 0.1 ΩJ หมายความว่าอย่างไร
ก. ตัวตา้ นทานมอี ัตราทนกำลงั ไฟฟา้ 0.1 W มีค่าความต้านทาน 5 Ω มีความผิดพลาด 5 %
ข. ตวั ต้านทานมีอตั ราทนกำลังไฟฟ้า 0.1 W มีคา่ ความตา้ นทาน 5 Ω มีความผิดพลาด 10%
ค. ตัวตา้ นทานมีอัตราทนกำลังไฟฟา้ 5 W มีคา่ ความต้านทาน 0.1 Ω มีความผิดพลาด 5 %
ง. ตวั ตา้ นทานมีอัตราทนกำลังไฟฟ้า 5 W มีคา่ ความต้านทาน 0.1 Ω มคี วามผดิ พลาด10 %

49

แบบทดสอบหลังเรยี น
หนว่ ยท่ี 4 ตัวตา้ นทาน

คำช้แี จง 1. จงเขียนเครอ่ื งหมายกากบาทในข้อทถี่ ูกตอ้ งท่ีสดุ ลงในกระดาษคำตอบ
2. ขอ้ สอบมี 10 ข้อ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวมทั้งสนิ้ 10 คะแนน
3. ใชเ้ วลาทดสอบ 10 นาที

1. สายชลวัดตัวต้านทานต้ังยา่ นวัด R×10k เขม็ มเิ ตอร์ชี้ทีเ่ ลข 2 อา่ นค่าความต้านทานไดเ้ ทา่ ใด
ก. 0.2 kΩ
ข. 20 Ω
ค. 20 kΩ
ง. 200 kΩ

2. โอหม์ วดั ตวั ตา้ นทานต้งั ยา่ นวัด R×100 เขม็ มเิ ตอรช์ ี้ท่ีเลข 10 อ่านคา่ ความต้านทานไดเ้ ท่าใด
ก. 0.1 kΩ
ข. 1 kΩ
ค. 10 kΩ
ง. 100 kΩ

3. ตวั ตา้ นทานตัวหน่ึงพิมพข์ ้อความไว้ 5W 0.1 ΩJ หมายความว่าอย่างไร
ก. ตวั ต้านทานมีอตั ราทนกำลังไฟฟา้ 0.1 W มีคา่ ความตา้ นทาน 5 Ω มีความผดิ พลาด 5 %
ข. ตัวต้านทานมอี ัตราทนกำลังไฟฟ้า 0.1 W มีค่าความตา้ นทาน 5 Ω มีความผิดพลาด 10%
ค. ตวั ต้านทานมีอตั ราทนกำลงั ไฟฟ้า 5 W มีค่าความตา้ นทาน 0.1 Ω มีความผิดพลาด 5 %
ง. ตัวตา้ นทานมอี ัตราทนกำลงั ไฟฟ้า 5 W มคี ่าความตา้ นทาน 0.1 Ω มีความผดิ พลาด10 %

4. ตวั ต้านทานชนิดค่าคงที่แบบใดมีอัตราทนกำลังไฟสงู สุด
ก. แบบฟลิ ม์ โลหะ
ข. แบบแผ่นฟลิ ม์ บาง
ค. แบบฟลิ ์มคาร์บอน
ง. แบบแผ่นฟิล์มหนา

5. ตวั ตา้ นทานชนดิ คา่ คงท่ีแบบใดมคี ่าความผิดพลาดน้อยทสี่ ดุ
ก. แบบไววาลว์
ข. แบบฟิลม์ โลหะ
ค. แบบคารบ์ อนผสม
ง. แบบฟิลม์ คาร์บอน

50

6. คา่ ความตา้ นทานในข้อใดมีคา่ มากท่ีสุด

ก. 0.5 GΩ

ข. 50 mΩ

ค. 50 kΩ

ง. 50 MΩ
7. ข้อใดถกู ต้องท่ีสุด

ก. ค่าความตา้ นทาน 50 k
ข. ค่าความตา้ นทาน 50 W
ค. คา่ ความตา้ นทาน 50 A

ง. คา่ ความต้านทาน 50 kΩ
8. ตวั ตา้ นทานรหัสสี นำ้ เงิน เทา ทอง เงิน มคี า่ ความต้านทานเท่าใด

ก. 6.8 Ω ± 10 %

ข. 6.8 Ω ± 5 %

ค. 68 Ω ± 10 %

ง. 68 Ω ± 5 %

9. ตวั ตา้ นทานสแ่ี ถบสมี คี ่า 200 Ω ± 5 % มรี หัสสใี ดบา้ ง
ก. แดง ดำ ดำ ทอง
ข. แดง ดำ แดง ทอง
ค. แดง ดำ สม้ ทอง
ง. แดง ดำ น้ำตาล ทอง

10. แถบสแี รกของตวั ตา้ นทานจะไมข่ ึน้ ตน้ ด้วยสีใด
ก. สดี ำ
ข. สสี ้ม
ค. สแี ดง
ง. สนี ำ้ ตาล

51

เฉลยแบบทดสอบ

หน่วยท่ี 4 ตัวตา้ นทาน

กอ่ นเรยี น หลงั เรยี น
1. ง 1. ค
2. ข 2. ข
3. ก 3. ค
4. ง 4. ง
5. ก 5. ข
6. ง 6. ก
7. ก 7. ง
8. ค 8. ก
9. ข 9. ง
10. ค 10. ก

52

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
หน่วยท…่ี ………………………………………………………
ผลการเรียนร้ทู ค่ี าดหวงั /จุดประสงค์ท่ี……………………………………………………………….
กลุ่มท.ี่ ..........................ช่ือกล่มุ ............................................................................................................
รายชอ่ื สมาชกิ
1. ชอ่ื .............................................สกุล..........................................รหสั ...............................
2. ชื่อ.............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
3. ชอ่ื .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
4. ชื่อ.............................................สกุล..........................................รหัส...............................
5. ช่อื .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
6. ช่อื .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
7. ชอ่ื .............................................สกุล..........................................รหัส...............................

ขอ้ ที่ รายการประเมนิ คะแนน ข้อคิดเห็น
123
1 การเตรียมความพร้อม
2 เนอื้ หาสาระ
3 รูปแบบการนำเสนอ
4 การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
5 การรกั ษาเวลา
6 ความสนใจของผ้ฟู งั

รวม

หมายเหตุ คะแนน 3 อยู่ในระดับ ดี
คะแนน 2 อยู่ในระดบั พอใช้
คะแนน 1 อยู่ในระดับ ปรับปรงุ

ลงช่ือ ผ้ปู ระเมิน
(นายSophorn Heng)

วันท่.ี ............เดือน........................พ.ศ. 2565……

53

เกณฑก์ ารประเมนิ และการให้คะแนน

1. การเตรียมความพรอ้ ม
3 คะแนน คือ มีการจดั เตรียมสถานท่ี สอ่ื /อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง
2 คะแนน คือ มสี อื่ /อุปกรณพ์ ร้อม ขาดการจดั สถานท่ี
1 คะแนน คือ มีสือ่ /อุปกรณ์ไมเ่ พยี งพอ ขาดการจัดสถานท่ี

2. เน้อื หาสาระการนำเสนอ
3 คะแนน คือ สาระครบถว้ น ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน คือ สาระไม่ครบถ้วน ตรงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน คือ สาระไมค่ รบถว้ น ไมต่ รงตามจุดประสงค์

3. รูปแบบการนำเสนอ
3 คะแนน คือ มรี ูปแบบการนำเสนอท่ีเหมาะสม ใชเ้ ทคนิคแปลกใหม่ มสี อื่ และเทคโนโลยี
ประกอบการนำเสนอ
2 คะแนน คือ มีเทคนคิ แปลกใหม่ มสี อ่ื และเทคโนโลยปี ระกอบการนำเสนอ
1 คะแนน คือ เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอไมเ่ หมาะสม ไมน่ า่ สนใจ

4. การมสี ่วนร่วมของสมาชิก
3 คะแนน คือ สมาชิกทุกคนมีบทบาท และมีส่วนร่วมในกิจกรรมกล่มุ
2 คะแนน คือ สมาชิกส่วนใหญม่ บี ทบาท และมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมกลุ่ม
1 คะแนน คือ สมาชกิ สว่ นนอ้ ยมีบทบาท และมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลมุ่

5. การรักษาเวลา
3 คะแนน คือ ดำเนนิ กจิ กรรมได้ตามเวลาทกี่ ำหนด
2 คะแนน คือ ดำเนินกิจกรรมได้เร็วกว่าเวลาท่ีกำหนด
1 คะแนน คือ ดำเนินกจิ กรรมได้ช้าเวลาท่ีกำหนด

6. ความสนใจของผฟู้ งั
3 คะแนน คือ ผู้ฟงั มากกว่าร้อยละ 80 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน คือ ผู้ฟงั ร้อยละ 70-80 สนใจ และให้ความรว่ มมือ
1 คะแนน คือ ผฟู้ งั น้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมอื

54

รายการตรวจสอบและอนุญาตใหใ้ ช้
 ควรอนญุ าตให้ใช้สอนได้
 ควรปรับปรุงเก่ยี วกบั

...............................................................................................................................................
..................................................................................................... ........................................................
.............................................................................................................................. ...............................

ลงชอื่
(นายชนาธปิ ชุนรัมย)

หัวหน้าสาขาวชิ าช่างอเิ ล็กทรอนกิ ส์
............/............................./..................
 เหน็ ควรอนญุ าตให้ใช้สอนได้
 ควรปรับปรุงดังเสนอ
 อ่นื ๆ .......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................

ลงช่อื
(นางสาวจามมัจจลุ ี มศี ลิ ป์)
รองผูอ้ ำนวยการฝ่ายวิชาการ

............/............................./..................
 อนุญาตให้ใช้สอนได้
 อน่ื ๆ .......................................................................................................................................................

ลงชอ่ื
(นายชาตรี สารบี ุตร)

รองผอู้ ำนวยการ รักษาการในตำแหน่ง
ผอู้ ำนวยการวิทยาลยั การอาชีพขนุ หาญ
............/............................./..................

55

บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ข้อสรปุ หลงั การจัดการเรยี นรู้

.....................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................ .................................................
.......................................................................................................................................................... ...
.............................................................................................................................................................

ปญั หาที่พบ
............................................................................................................................. ........

.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................... ..............................................
......................................................................................................................................................... ....

แนวทางแก้ปัญหา
.....................................................................................................................................

............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................................ .................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................

56

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5 ครง้ั ท่ี 6-7
จำนวน 8 ช่ัวโมง
วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองต้น 20100-1005
ชือ่ หน่วย วงจรไฟฟา้ เบื้องตน้

1. สาระสำคัญ
วงจรไฟฟ้าคือ การนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสไฟฟ้า หรือวิธีที่ทำให้

กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน อุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ในวงจรได้ ซ่ึงอุปกรณ์ดังกล่าวนิยมเรียกว่า “โหลด”
(Load) หรือ “ภาระ” โดยใช้สวิตซใ์ นการเปิดปิดวงจร ในทางปฏิบัติจะมีฟิวสใ์ นวงจรเพ่ือป้องกันข้อผิดพลาดที่
เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ในวงจร เช่น ภาระเกินหรือไฟฟ้าลัดวงจร วงจรไฟฟ้าเบื้องต้นสามารถแบ่งได้ 3 แบบคือ
วงจรอนุกรม วงจรขนานและวงจรผสม ซึ่งวงจรไฟฟ้าแต่ละแบบมีคุณสมบัติด้านความต้านทาน กระแสไฟฟ้า
และแรงดันไฟฟ้า ในวงจรท่ีแตกต่างกัน ในการเลือกวงจรแต่ละแบบไปประยุกต์ใชง้ าน ขึ้นอยู่กบั ความตอ้ งการ
และความเหมาะสมตามคุณสมบตั ขิ องวงจรไฟฟา้ แบบต่างๆ

2. สมรรถนะประจำหนว่ ยการเรยี นรู้
แสดงความรู้ และตอ่ วงจรไฟฟา้ เบือ้ งตน้ เพ่ือประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ถกู ตอ้ ง

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป
3.1.1 เพ่ือใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกับองค์ประกอบของวงจรไฟฟา้ เบื้องต้น
3.1.2 เพอ่ื ให้มีความรู้เกี่ยวกับคณุ สมบตั ิของวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม ขนานและผสม
3.1.3 เพือ่ ใหม้ ีทักษะในการประกอบวงจร และการวัดคา่ แรงดันไฟฟา้ กระแสไฟฟา้ และ

ความตา้ นทาน ในวงจรไฟฟ้าแบบตา่ งๆ
3.1.4 เพื่อให้มีความรบั ผิดชอบในการทำงานเปน็ กลุ่ม
3.1.5 น้อมนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวัน

3.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
3.2.1 อธบิ ายองคป์ ระกอบของวงจรไฟฟา้ แบบอนุกรม ขนาน และผสมได้ถกู ต้อง
3.2.2 อธิบายคุณสมบัติ ประกอบวงจร และวดั คา่ แรงดนั ไฟฟ้า กระแสไฟฟา้ และค่าความ

ต้านทาน ของวงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รมได้ถูกต้อง
3.2.3 อธบิ ายคุณสมบตั ิ ประกอบวงจร และวดั ค่าแรงดนั ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และค่าความ

ตา้ นทาน ของวงจรไฟฟ้าแบบขนานได้ถูกต้อง

57

3.2.4 อธบิ ายคุณสมบัติ ประกอบวงจร และวดั ค่าแรงดนั ไฟฟ้า กระแสไฟฟา้ และคา่ ความ
ต้านทาน ของวงจรไฟฟ้าแบบผสมไดถ้ ูกตอ้ ง

3.2.5 ประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกตใ์ ช้ วงจรไฟฟ้าในชวี ิตประจำวัน
“วงจรไฟฟา้ แสงสว่าง” ได้ถูกตอ้ ง และปลอดภัย

4. สาระการเรียนรู้
4.1 องค์ประกอบของวงจรไฟฟา้
4.1.1 แหล่งจ่ายไฟฟ้า
4.1.2 ลวดตัวนำ
4.1.3 อุปกรณ์ทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
4.1.4 สวติ ซ์
4.1.5 ฟวิ ส์
4.2 วงจรไฟฟา้ แบบอนุกรม
4.2.1 โครงสรา้ งของวงจรไฟฟา้ แบบอนุกรม
4.2.2 คณุ สมบัตดิ า้ นความต้านทาน กระแสไฟฟ้า แรงดนั ไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม
4.2.3 การวดั ค่าความตา้ นทาน กระแสไฟฟา้ แรงดนั ไฟฟ้า ในวงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รม
4.3 วงจรไฟฟ้าแบบขนาน
4.3.1 โครงสรา้ งของวงจรไฟฟ้าแบบขนาน
4.3.2 คณุ สมบัติด้านความต้านทาน กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟา้ ในวงจรไฟฟา้ แบบขนาน
4.3.3 การวดั คา่ ความตา้ นทาน กระแสไฟฟา้ แรงดนั ไฟฟ้า ในวงจรไฟฟ้าแบบขนาน
4.4 วงจรไฟฟา้ แบบผสม
4.4.1 โครงสร้างของวงจรไฟฟา้ แบบผสม
4.4.2 คณุ สมบัตดิ า้ นความต้านทาน กระแสไฟฟา้ แรงดนั ไฟฟา้ ในวงจรไฟฟา้ แบบผสม
4.4.3 การวดั คา่ ความตา้ นทาน กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า ในวงจรไฟฟา้ แบบผสม
4.5 ให้ความรเู้ รอ่ื งหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในการประยุกต์ใช้ วงจรไฟฟา้ ใน

ชวี ิตประจำวนั “วงจรไฟฟ้าแสงสวา่ ง”

58

พอประมาณ มีเหตผุ ล

1. การเลอื กซอ้ื ชดุ หลอดไฟฟ้าแสงสว่าง 3. วเิ คราะห์วางแผนติดต้งั ไฟฟ้าแสงสวา่ ง
2. เตรียม / ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟา้ ท่ีมีอยู่ 4. ปฏบิ ัตติ ามแผน

การประยกุ ตใ์ ช้

วงจรไฟฟ้าใน มภี ูมิคุม้ กนั

ชีวติ ประจาวนั 5. ประหยดั คา่ ใช้จา่ ย

ความรู้+ทกั ษะ 6. ปฏบิ ัตงิ านโดยคำนงึ ถึงความปลอดภยั

- หลักปรัชญาเศรษฐกจิ แบบพอเพยี ง คณุ ธรรม

- การเลือกชุดหลอดไฟฟ้าแสงสว่าง - มคี วามตระหนักถึงความปลอดภยั ในการใช้

- การประยกุ ต์ใช้วงจรไฟฟ้า ไฟฟ้า

- การประหยดั ลดคา่ ใช้จา่ ย เชน่ การเลือกซ้ือชดุ

หลอดไฟฟา้ แสงสวา่ งทเ่ี หมาะสมกบั พ้นื ที่

สังคม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม ส่งิ แวดลอ้ ม
6 1,3,5 2,6

5. กจิ กรรมการเรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 6-7 ช่ัวโมงที่ 21 – 28
ทดสอบกอ่ นเรยี นหน่วยที่ 5 ( 15 นาที )
5.1 ขัน้ นำ ( 5 นาที)
1) แจง้ จุดประสงค์และวิธกี ารเรียนรปู้ ระจำหน่วยท่ี 5 แจกเอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 5
2) นำเขา้ สู่บทเรียนโดยคำถาม

5.2 ขัน้ กจิ กรรม ( 420 นาท)ี
3) ครูสนทนาเกยี่ วกับองค์ประกอบของวงจรไฟฟ้า พรอ้ มกบั ถามนักเรียน 4-5 คน
4) ครอู ธิบายเกี่ยวกบั องค์ประกอบของวงจรไฟฟา้ และถามตอบนักเรียนเกย่ี วกับองคป์ ระกอบ

ของวงจรไฟฟา้
5) ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปเกยี่ วกับองค์ประกอบของวงจรไฟฟ้า
6) ครอู ธบิ ายเรื่องวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม
7) ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ เกี่ยวกบั เรอื่ งวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม

59

8) แบ่งนกั เรียนออกเป็นกล่มุ ๆ ละ 5 คน คละกนั ตามความสามารถ ทบทวนเก่ียวกบั
วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม โดยใชใ้ บงานท่ี 5.1 วงจรไฟฟา้ แบบอนุกรม ครสู ังเกตการทำงานเปน็ กลมุ่ และคอยช้ีแนะ
วิธีการทีละกล่มุ

9) สมุ่ มา 2 กลมุ่ โดยให้ตัวแทนแต่ละกล่มุ มาแสดงวิธีการวดั ค่าความตา้ นทาน แรงดันไฟฟ้า และ
กระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รม โดยให้เพอ่ื นช่วยตรวจสอบ

10) ครู และนักเรยี นรว่ มกันสรุป วงจรไฟฟ้าแบบอนกุ รม
11) ครูอธบิ ายเรอื่ งวงจรไฟฟ้าแบบขนาน
12) ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ เกี่ยวกับ เร่อื งวงจรไฟฟา้ แบบขนาน
13) แบง่ นักเรยี นออกเป็นกล่มุ ๆ ละ 5 คน คละกนั ตามความสามารถ ทบทวนเก่ียวกบั
วงจรไฟฟ้าแบบขนาน โดยใช้ใบงานท่ี 5.2 วงจรไฟฟ้าแบบขนาน ครสู ังเกตการทำงานเป็นกลุ่ม และคอยชีแ้ นะ
วธิ ีการทีละกลุ่ม
14) สุ่มมา 2 กลุ่ม โดยให้ตวั แทนแต่ละกลมุ่ มาแสดงวธิ ีการวัดคา่ ความตา้ นทาน แรงดนั ไฟฟ้า และ
กระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าแบบขนาน โดยใหเ้ พ่ือนชว่ ยตรวจสอบ
15) ครู และนักเรยี นร่วมกนั สรุป วงจรไฟฟา้ แบบขนาน
16) ครอู ธบิ ายเรื่องวงจรไฟฟ้าแบบผสม
17) ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกบั เรอื่ งวงจรไฟฟ้าแบบผสม
18) แบง่ นักเรียนออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 5 คน คละกันตามความสามารถ ทบทวนเกย่ี วกบั
วงจรไฟฟ้าแบบผสม โดยใชใ้ บงานที่ 5.3 วงจรไฟฟา้ แบบผสม ครสู งั เกตการทำงานเปน็ กล่มุ และคอยชแ้ี นะวธิ ีการที
ละกลมุ่
19) สมุ่ มา 2 กลมุ่ โดยใหต้ วั แทนแตล่ ะกล่มุ มาแสดงวิธีการวัดค่าความตา้ นทาน แรงดนั ไฟฟา้ และ
กระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้าแบบผสม โดยให้เพื่อนช่วยตรวจสอบ
20) ครู และนักเรียนรว่ มกนั สรปุ วงจรไฟฟา้ แบบผสม
5.3 ข้นั วิเคราะห์ ( 20 นาท)ี
21) สุ่มตวั อย่าง 3-5 คน สรปุ องคค์ วามรู้ประจำหน่วยท่ี 5
22) สงั เกตและบนั ทึกพฤติกรรมการเรยี นรู้ของผ้เู รยี นรายบคุ คล
5.4 ขั้นสรปุ และประเมินผล ( 20 นาท)ี
23) ครแู จกแบบทดสอบหลังเรยี น ใหน้ ักเรยี นลงมอื ทำ โดยไม่ปรึกษากนั ภายในระยะเวลา 10
นาที
24) เก็บแบบทดสอบของนักเรียนแตล่ ะคนคนื และแจกแบบทดสอบสลับกนั ตรวจใหค้ ะแนน
25) ครูและนักเรยี นรว่ มกันเฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น โดยนักเรยี นตรวจใหค้ ะแนนเพ่อื น ดว้ ย
ความซื่อสตั ย์สจุ ริต พร้อมลงช่ือผูต้ รวจ

60

6. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
6.1 สื่อส่ิงพิมพ์ เอกสารประกอบการคน้ ควา้
6.1.1 หนงั สอื งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้น
6.1.2 เอกสารประกอบการสอน หน่วยท่ี 5
6.1.3 แบบฝกึ หัดที่ 5
6.2 แหล่งการเรียนรูจ้ ากเวบ็ ไซต์
6.2.1 http://www.engineerthai.com/electrical.htm
6.2.2 http://www.google.co.th

7. หลักฐานการเรียนรู้
7.1 หลกั ฐานความรู้
7.1.1 แบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 5
7.1.2 แบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยที่ 5 จำนวน 10 ข้อ
7.1.3 แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 5 จำนวน 10 ขอ้
7.2 หลักฐานการปฏบิ ัติงาน
7.2.1 แบบหดั ฝกึ ที่ 5

8. การวัดและประเมินผล
8.1 เครอ่ื งมือวดั และประเมินผล
8.1.1 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
8.1.2 แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 5
8.1.3 แบบฝึกหดั หน่วยที่ 5
8.2 วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
8.2.1 สังเกตจากแบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
8.2.2 ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยท่ี 5
8.2.3 ตรวจแบบฝกึ หดั หน่วยที่ 5
8.3 เกณฑก์ ารประเมิน
8.3.1 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ต้องได้คะแนนไมต่ ำ่ กว่ารอ้ ยละ 80
8.3.2 แบบทดสอบหลังเรียน ต้องไดค้ ะแนนไมต่ ำ่ กว่ารอ้ ยละ 60

9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมาย
9.1 กิจกรรมเสนอแนะ
คน้ ควา้ เพิม่ เตมิ ทางอินเทอรเ์ นต็ ทีเ่ วบ็ ไซตต์ ่างๆ
9.6 งานทมี่ อบหมาย
ทำแบบฝึกหัดประจำหน่วยท่ี 5 ส่งสปั ดาห์ท่ี 8-9

61

แบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยท่ี 5 วงจรไฟฟ้าเบ้ืองต้น

คำชแ้ี จง 1. จงเขียนเครอ่ื งหมายกากบาทในขอ้ ท่ถี ูกตอ้ งที่สุด ลงในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบมี 10 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน รวมท้ังสิน้ 10 คะแนน
3. ใช้เวลาทดสอบ 10 นาที

1. องคป์ ระกอบของวงจรไฟฟ้าประกอบด้วยอะไรบ้าง

ก. ขวั้ บวก ขว้ั ลบ โหลด และฟิวส์

ข. แหล่งจา่ ยไฟฟ้า โหลด และฟวิ ส์

ค. แหล่งจา่ ยไฟฟา้ โหลด สวติ ซ์ และฟิวส์

ง. แหลง่ จา่ ยไฟฟา้ ลวดตวั นำ โหลด สวิตซ์ และฟิวส์

2. แหล่งจ่ายไฟฟา้ ทำหนา้ ท่ีอะไรในวงจรไฟฟา้

ก. ทำหนา้ ทค่ี วบคุมปิดหรอื เปิดวงจร

ข. ทำหนา้ ท่ีจา่ ยแรงดันและกระแสไฟฟา้ ให้แกว่ งจร

ค. ทำหน้าทเ่ี ชื่อมต่อโหลดเพื่อให้กระแสไหลถงึ กนั

ง. ทำหนา้ ที่ปอ้ งกนั ไม่ให้โหลดได้รับความเสียหายจากการลัดวงจร

3. แหลง่ จ่ายไฟฟา้ ใดใชเ้ ปน็ แหล่งจา่ ยไฟฟา้ ในรถยนต์

ก. แบตเตอร่ี

ข. ถ่านไฟฉาย

ค. เครือ่ งปั่นไฟ

ง. แหล่งจ่ายแบบอิเล็กทรอนกิ ส์

4. คา่ ความต้านทานรวมในวงจรไฟฟ้าแบบอนกุ รมมลี กั ษณะเป็นอย่างไร

ก. คา่ ความต้านทานเทา่ กบั โหลดตวั สุดทา้ ย

ข. ค่าความต้านทานเทา่ กบั โหลดตวั แรก

ค. ค่าความต้านทานเพ่ิมขน้ึ

ง. ค่าความตา้ นทานลดลง

5. การวดั คา่ กระแสไฟฟา้ ที่ไหลในวงจรอนกุ รมจะตอ้ งต่อแอมป์มิเตอร์ในลักษณะใด

ก. ตอ่ อนกุ รมกับโหลด ข. ตอ่ คร่อมกับโหลด

ค. ต่อในลกั ษณะผสม ง. ต่อขนานกับวงจร

6. การตอ่ วงจรตวั ตา้ นทานท่ที ำใหโ้ หลดมคี า่ ความต้านทานลดลงคือข้อใด
ก. วงจรลดแรงดนั
ข. วงจรลดโหลด

62

ค. วงจรอนกุ รม
ง. วงจรขนาน
7. นำตวั ต้านทานขนาด 3 kΩ จำนวน 3 ตัว มาตอ่ แบบขนาน กับแหล่งจ่าย 12 V อยากทราบว่า แรงดนั ท่ีตก
ครอ่ มตัวตา้ นทานตัวแรกจะมีคา่ เท่าใด
ก. 12 V
ข. 6 V
ค. 4 V
ง. 3 V
8. วงจรไฟฟ้าแบบผสมมีลักษณะดังรูป จงคำนวณหาคา่ ความตา้ นทานรวมในวงจร
ก. 1 kΩ
ข. 1.5 kΩ
ค. 2 Ω
ง. 2 kΩ

9. จากวงจรไฟฟ้าในขอ้ 8 จงหาค่ากระแสไฟฟา้ ท่ไี หลทง้ั หมดในวงจร
ก. 5 A
ข. 5 mA
ค. 6.66 mA
ง. 10 mA

10. ในการทำรางปลั๊กไฟฟ้า ฟวิ สแ์ ละสวติ ซ์ต่อกันอยใู่ นลักษณะใด
ก. ผสมกัน
ข. ขนานกัน
ค. อนกุ รมกนั
ง. ต่อครอ่ มกับปลั๊กตัวเมีย

63

แบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยที่ 5 วงจรไฟฟา้ เบ้ืองต้น

คำชีแ้ จง 1. จงเขยี นเคร่ืองหมายกากบาทในข้อทีถ่ ูกตอ้ งท่ีสดุ ลงในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบมี 10 ข้อ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวมทั้งสน้ิ 10 คะแนน
3. ใชเ้ วลาทดสอบ 10 นาที

1. ค่าความตา้ นทานรวมในวงจรไฟฟา้ แบบอนุกรมมีลักษณะเป็นอย่างไร
ก. ค่าความตา้ นทานเท่ากบั โหลดตวั สุดท้าย
ข. ค่าความต้านทานเท่ากับโหลดตัวแรก
ค. ค่าความต้านทานเพ่มิ ข้ึน
ง. คา่ ความตา้ นทานลดลง

2. การวัดคา่ กระแสไฟฟา้ ที่ไหลในวงจรอนกุ รมจะตอ้ งต่อแอมป์มิเตอร์ในลักษณะใด
ก. ตอ่ อนกุ รมกับโหลด
ข. ต่อคร่อมกบั โหลด
ค. ต่อในลกั ษณะผสม
ง. ตอ่ ขนานกบั วงจร

3. การตอ่ วงจรตัวต้านทานทที่ ำใหโ้ หลดมีคา่ ความต้านทานลดลงคอื ข้อใด
ก. วงจรลดแรงดนั
ข. วงจรลดโหลด
ค. วงจรอนุกรม
ง. วงจรขนาน

4. นำตวั ต้านทานขนาด 3 kΩ จำนวน 3 ตวั มาตอ่ แบบขนาน กบั แหลง่ จา่ ย 12 V อยากทราบวา่ แรงดนั ท่ีตก
คร่อมตัวตา้ นทานตวั แรกจะมีค่าเท่าใด

ก. 12 V
ข. 6 V
ค. 4 V
ง. 3 V

64

5. วงจรไฟฟา้ แบบผสมมลี ักษณะดังรูป จงคำนวณหาคา่ ความตา้ นทานรวมในวงจร
ก. 1 kΩ
ข. 1.5 kΩ
ค. 2 Ω
ง. 2 kΩ

6. จากวงจรไฟฟา้ ในข้อ 5 จงหาค่ากระแสไฟฟ้าท่ไี หลทั้งหมดในวงจร

ก. 5 A

ข. 5 mA

ค. 6.66 mA

ง. 10 mA

7. ในการทำรางปลัก๊ ไฟฟา้ ฟวิ สแ์ ละสวิตซ์ต่อกนั อยูใ่ นลักษณะใด

ก. ผสมกนั

ข. ขนานกนั

ค. อนุกรมกนั

ง. ตอ่ ครอ่ มกบั ปล๊ักตวั เมีย

8. องค์ประกอบของวงจรไฟฟ้าประกอบด้วยอะไรบ้าง

ก. ขว้ั บวก ขั้วลบ โหลด และฟิวส์

ข. แหล่งจา่ ยไฟฟ้า โหลด และฟิวส์

ค. แหล่งจ่ายไฟฟา้ โหลด สวติ ซ์ และฟิวส์

ง. แหล่งจ่ายไฟฟา้ ลวดตวั นำ โหลด สวติ ซ์ และฟวิ ส์

9. แหล่งจ่ายไฟฟา้ ทำหน้าที่อะไรในวงจรไฟฟา้

ก. ทำหนา้ ที่ควบคุมปดิ หรอื เปิดวงจร

ข. ทำหนา้ ท่จี ่ายแรงดนั และกระแสไฟฟ้าให้แกว่ งจร

ค. ทำหนา้ ท่ีเช่อื มต่อโหลดเพื่อให้กระแสไหลถงึ กัน

ง. ทำหน้าท่ปี ้องกันไมใ่ ห้โหลดได้รบั ความเสียหายจากการลัดวงจร

10. แหล่งจา่ ยไฟฟ้าใดใช้เปน็ แหล่งจา่ ยไฟฟ้าในรถยนต์

ก. แบตเตอร่ี ข. ถ่านไฟฉาย

ค. เครอื่ งปั่นไฟ ง. แหลง่ จา่ ยแบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

65

เฉลยแบบทดสอบ

หน่วยท่ี 5 วงจรไฟฟ้าเบ้ืองต้น

กอ่ นเรยี น หลงั เรยี น
1. ง 1. ค
2. ข 2. ก
3. ก 3. ง
4. ค 4. ก
5. ก 5. ง
6. ง 6. ข
7. ก 7. ค
8. ง 8. ง
9. ข 9. ข
10. ค 10. ก

66

แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
หน่วยท…่ี ………………………………………………………
ผลการเรยี นรทู้ ่คี าดหวัง/จดุ ประสงค์ท่ี……………………………………………………………….
กลุ่มท.่ี ..........................ชื่อกลมุ่ ............................................................................................................
รายชอื่ สมาชิก
1. ช่ือ.............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
2. ชือ่ .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
3. ชอื่ .............................................สกุล..........................................รหัส...............................
4. ชอ่ื .............................................สกุล..........................................รหัส...............................
5. ชื่อ.............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
6. ชื่อ.............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
7. ชื่อ.............................................สกุล..........................................รหสั ...............................

ข้อที่ รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คิดเหน็
123
1 การเตรยี มความพร้อม
2 เนอ้ื หาสาระ
3 รปู แบบการนำเสนอ
4 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
5 การรักษาเวลา
6 ความสนใจของผู้ฟัง

รวม

หมายเหตุ คะแนน 3 อยู่ในระดับ ดี
คะแนน 2 อยู่ในระดบั พอใช้
คะแนน 1 อยู่ในระดับ ปรับปรุง

ลงช่อื ผู้ประเมิน
(นายSophorn Heng)

วนั ท่ี.............เดือน........................พ.ศ. 2565……

67

เกณฑ์การประเมนิ และการใหค้ ะแนน

1. การเตรยี มความพร้อม
3 คะแนน คือ มีการจัดเตรยี มสถานที่ สอ่ื /อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง
2 คะแนน คือ มีสื่อ/อุปกรณ์พร้อม ขาดการจัดสถานท่ี
1 คะแนน คือ มีส่อื /อปุ กรณ์ไมเ่ พยี งพอ ขาดการจัดสถานท่ี

2. เน้ือหาสาระการนำเสนอ
3 คะแนน คือ สาระครบถ้วน ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน คือ สาระไมค่ รบถ้วน ตรงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน คือ สาระไม่ครบถ้วน ไม่ตรงตามจุดประสงค์

3. รปู แบบการนำเสนอ
3 คะแนน คือ มีรปู แบบการนำเสนอทเี่ หมาะสม ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มีสือ่ และเทคโนโลยี
ประกอบการนำเสนอ
2 คะแนน คือ มเี ทคนิคแปลกใหม่ มสี ่อื และเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ
1 คะแนน คือ เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอไมเ่ หมาะสม ไมน่ า่ สนใจ

4. การมสี ่วนร่วมของสมาชิก
3 คะแนน คือ สมาชกิ ทุกคนมีบทบาท และมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน คือ สมาชกิ ส่วนใหญ่มีบทบาท และมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมกลมุ่
1 คะแนน คือ สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาท และมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม

5. การรกั ษาเวลา
3 คะแนน คือ ดำเนินกจิ กรรมไดต้ ามเวลาทกี่ ำหนด
2 คะแนน คือ ดำเนนิ กิจกรรมได้เรว็ กว่าเวลาทก่ี ำหนด
1 คะแนน คือ ดำเนนิ กจิ กรรมไดช้ ้าเวลาที่กำหนด

6. ความสนใจของผฟู้ งั
3 คะแนน คือ ผู้ฟงั มากกวา่ ร้อยละ 80 สนใจ และให้ความรว่ มมือ
2 คะแนน คือ ผฟู้ ังร้อยละ 70-80 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน คือ ผูฟ้ งั น้อยกว่ารอ้ ยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมอื

68

รายการตรวจสอบและอนญุ าตให้ใช้
 ควรอนุญาตให้ใช้สอนได้
 ควรปรับปรงุ เกี่ยวกบั

...............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................

ลงชอ่ื
(นายชนาธปิ ชุนรมั ย)

หวั หนา้ สาขาวิชาช่างอเิ ลก็ ทรอนิกส์
............/............................./..................
 เห็นควรอนุญาตให้ใช้สอนได้
 ควรปรับปรุงดงั เสนอ
 อื่นๆ .......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................

ลงชอ่ื
(นางสาวจามมจั จลุ ี มศี ิลป์)
รองผูอ้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ

............/............................./..................
 อนุญาตให้ใช้สอนได้
 อื่นๆ .......................................................................................................................................................

ลงช่อื
(นายชาตรี สารีบตุ ร)

รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหนง่
ผูอ้ ำนวยการวิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ
............/............................./..................

69

บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
ขอ้ สรุปหลงั การจัดการเรียนรู้

.....................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. ............
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................ .................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

ปัญหาที่พบ
............................................................................................................................. ........

.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
...................................................................................................................... .......................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
......................................................................................................................................................... ....

แนวทางแก้ปญั หา
.....................................................................................................................................

............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................................ .................
.................................................................................. ...........................................................................
............................................................................................................................. ................................

70

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 ครงั้ ท่ี 8
จำนวน 4 ชว่ั โมง
วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น 20100-1005
ชอื่ หน่วย ตวั เก็บประจุ

1. สาระสำคัญ
ตัวเก็บประจุเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ท่ีมีหลักการทำงาน คือเก็บประจุหรือรับอิเล็กตรอน

เรียกว่า “ชาร์จ” (charge) และสามารถคายประจุได้ เรียกว่า “ดิสชาร์จ” (discharge) ตัวเก็บประจุแบ่ง
ออกเป็น 3 ชนิด คือแบบค่าคงที่ แบบปรับค่าได้ และแบบเลือกคา่ ได้ และใช้งานแตกต่างกันไปซ่ึงมีท้ังแบบมีข้ัว
และไม่มีข้วั การต่อใช้งานมีอยู่ 3 ลักษณะ คอื ต่อแบบอนุกรม ขนานและผสม เรียกตัวเกบ็ ประจุอีกอย่างหน่ึงว่า
“คอนเดนเซอร์” หรือ “ซี” ตัวเก็บประจุที่มีค่าความจุสูงช่วงเวลาในการเก็บและคายประจุก็ยิ่งนานไปด้วย ค่า
ความจุของตัวเก็บประจุมีหน่วยเป็นฟารัด (Farad) การวัดและตรวจสอบตัวเก็บประจุเบื้องต้น ทำได้โดยใช้
โอห์มมิเตอร์ แต่มีเครื่องมือที่ใช้วัดค่าความจุของตัวเก็บประจุโดยเฉพาะ ซ่ึงสามารถวัดค่าความจุ ความ
ต้านทาน แรงดัน และค่าคงที่ไดอิเล็กตริกได้ด้วยเคร่ืองมือวัดท่ีช่ือว่า “ยูนิเวอร์แซล แอล ซี อาร์” (Universal
LCR meter)

2. สมรรถนะประจำหนว่ ยการเรยี นรู้
แสดงความรู้ อา่ นและวัดค่า ตัวเก็บประจุในงานอเิ ล็กทรอนิกส์ ไดถ้ กู ตอ้ ง

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 จุดประสงคท์ ว่ั ไป
3.1.1 เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ความเข้าใจรายละเอยี ดของตวั เก็บประจุ
3.1.2 เพื่อให้มีทักษะในการวัด และตรวจสอบตวั เก็บประจุ
3.1.3 เพื่อใหม้ ีทกั ษะในการนำตัวเก็บประจุมาตอ่ ใช้งานในวงจรอนกุ รม ขนานและผสม
3.1.4 เพ่อื ให้มีความรับผดิ ชอบในการทำงานเป็นกลุ่ม
3.1.5 นอ้ มนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใชใ้ นการวดั ตรวจสอบตัวเกบ็ ประจุด้วย

โอหม์ มเิ ตอร์
3.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
3.2.1 อธบิ ายหลักการทำงานของตวั เกบ็ ประจุได้ถูกตอ้ ง
3.2.2 บอกชนดิ ของตัวเกบ็ ประจุแบบตา่ งๆ ได้ถูกต้อง
3.2.3 อ่านค่าความจุของตวั เกบ็ ประจแุ บบตา่ งๆ ได้ถูกตอ้ ง

71

3.2.4 วดั และตรวจสอบตวั เก็บประจดุ ว้ ยโอห์มมิเตอร์ได้ถูกตอ้ ง
3.2.5 ประกอบวงจรโดยใช้ตวั เก็บประจุแบบอนกุ รม ขนาน และผสมได้ถกู ต้อง
3.2.6 ประยกุ ต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการวัดตรวจสอบตัวเกบ็ ประจุ ได้ถกู ต้อง

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 หลักการทำงานเบ้ืองต้นของตวั เก็บประจุ
4.1.1 หลักการทำงานเบ้ืองตน้ ของตัวเก็บประจุ
4.1.2 ปจั จยั ทม่ี ีผลต่อการเก็บประจุ
4.2 ชนิดของตัวเกบ็ ประจุ
4.2.1 ตัวเกบ็ ประจแุ บบค่าคงท่ี
4.2.2 ตวั เก็บประจุแบบปรับคา่ ได้
4.2.3 ตวั เกบ็ ประจแุ บบเลือกคา่ ได้
4.3 การอ่านค่าความจขุ องตัวเกบ็ ประจุ
4.3.1 การอา่ นค่าความจุของตัวเกบ็ ประจุ
4.3.2 หนว่ ยของตวั เก็บประจุ
4.4 การวดั และตรวจสอบตัวเกบ็ ประจุด้วยโอห์มมิเตอร์
4.5 การตอ่ วงจรใช้งานตวั เก็บประจุ
4.5.1 การตอ่ ตวั เก็บประจแุ บบวงจรอนกุ รม
4.5.2 การตอ่ ตวั เกบ็ ประจแุ บบวงจรขนาน
4.5.3 การตอ่ ตัวเก็บประจุแบบวงจรผสม
4.6 ให้ความรเู้ รือ่ งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการวัดตรวจสอบตวั เก็บประจดุ ้วยโอห์ม

มเิ ตอร์

พอประมาณ มีเหตผุ ล

1. ศึกษาการใช้โอห์มมิเตอร์ 3. วิเคราะห์ทำความเขา้ ใจการอ่าน

2. ศึกษาการอ่านรหัสสีตัวเกบ็ ประจุ สเกลโอหม์ มเิ ตอร์

4. การทำความเขา้ ใจรหสั สี และตวั เลขของ C

การวดั ตรวจสอบตวั

เก็บประจุดว้ ยโอห์ม มีภมู คิ ุม้ กนั

ความรู้+ทกั ษะ มเิ ตอร์

5. เขา้ ใจคา่ บนสเกลของโอห์มมเิ ตอร์

6. เขา้ ใจการแปลรหัสสแี ละตัวเลขของ C

- หลักปรัชญาเศรษฐกจิ แบบพอเพียง คณุ ธรรม
- การอา่ นค่าสเกลของโอห์มมเิ ตอร์

72

- การอา่ นคา่ รหสั สีและตัวเลขของ C - มีความใฝ่รู้ศึกษาเร่ืองตัวเก็บประจุ
- มีความขยนั หมน่ั เพยี รในการทำความเข้าใจการ

อ่านสเกลโอหม์ มิเตอร์

สงั คม เศรษฐกจิ วัฒนธรรม สิ่งแวดลอ้ ม
1,2,5,6

5. กจิ กรรมการเรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี 8 ช่วั โมงที่ 29 – 32
ทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 6 ( 10 นาที )
5.1 ขนั้ นำ ( 5 นาที)
1) แจง้ จดุ ประสงค์และวิธกี ารเรียนร้ปู ระจำหน่วยท่ี 6 แจกเอกสารประกอบการสอนหนว่ ยท่ี 6
2) นำเขา้ ส่บู ทเรียนโดยคำถาม
5.2 ขน้ั กจิ กรรม ( 195 นาท)ี
3) ครสู นทนาเก่ยี วกับหลักการทำงานเบอ้ื งตน้ ของตัวเกบ็ ประจุ พร้อมกับถามนกั เรยี น 4-5 คน
4) ครูอธิบายเก่ียวกบั หลกั การทำงานเบ้ืองต้นของตัวเก็บประจุ และถามตอบนักเรียนเกยี่ วกับ

หลกั การทำงานเบ้อื งตน้ ของตัวเกบ็ ประจุ
5) ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกับหลกั การทำงานเบือ้ งตน้ ของตวั เก็บประจุ
6) ครูอธิบายเรอื่ งชนดิ ของตวั เกบ็ ประจุ การอ่านค่าความจุของตวั เกบ็ ประจุ การวัด และ

ตรวจสอบตวั เก็บประจุด้วยโอห์มมิเตอร์ และการต่อวงจรใช้งานตวั เก็บประจุ
7) ครูและนกั เรียนร่วมกันสรปุ เกยี่ วกบั เรอ่ื งชนิดของตัวเกบ็ ประจุ การอ่านคา่ ความจขุ องตัว

เกบ็ ประจุ การวดั และตรวจสอบตวั เกบ็ ประจดุ ว้ ยโอหม์ มิเตอร์ และการต่อวงจรใชง้ านตวั เกบ็ ประจุ
8) แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลุ่มๆ ละ 5 คน คละกนั ตามความสามารถ ทบทวนเกยี่ วกบั ชนดิ ของ

ตวั เกบ็ ประจุ การอ่านค่าความจุของตวั เกบ็ ประจุ การวดั และตรวจสอบตัวเกบ็ ประจดุ ว้ ยโอหม์ มเิ ตอร์ และการ
ตอ่ วงจรใช้งานตวั เกบ็ ประจุ โดยใช้ใบงานที่ 6 ครสู งั เกตการทำงานเปน็ กลุ่ม และคอยชแี้ นะวธิ กี ารทลี ะกล่มุ

9) สมุ่ มา 3 กล่มุ โดยให้ตัวแทนแต่ละกลุ่ม มาแสดงวธิ ีการอ่านคา่ และคำนวณคา่ ความจุของตัวเก็บ
ประจุ โดยให้เพื่อนช่วยตรวจสอบ

10) ครู และนกั เรียนรว่ มกันสรุป วิธีการอ่านคา่ และและคำนวณค่าความจุของตัวเก็บประจุ ใน
วงจรแบบตา่ งๆ

11) สุ่มตวั อยา่ งนักเรยี น 2-3 คน อภิปรายเก่ยี วกับวิธีการอา่ นค่า และและคำนวณค่าความจขุ องตวั
เกบ็ ประจุ ในวงจรแบบตา่ งๆ

73

5.3 ขัน้ วเิ คราะห์ ( 10 นาท)ี
12) สุ่มตัวอย่าง 3-5 คน สรปุ องค์ความรปู้ ระจำหน่วยท่ี 6
13) สังเกตและบนั ทึกพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ของผู้เรยี นรายบุคคล

5.4 ขั้นสรปุ และประเมินผล ( 20 นาที)
14) ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียน ให้นกั เรยี นลงมือทำ โดยไม่ปรึกษากัน ภายในระยะเวลา 10

นาที
15) เก็บแบบทดสอบของนักเรยี นแตล่ ะคนคืน และแจกแบบทดสอบสลับกันตรวจใหค้ ะแนน
16) ครูและนกั เรยี นร่วมกันเฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน โดยนกั เรียนตรวจใหค้ ะแนนเพอ่ื น ดว้ ย

ความซื่อสัตย์สุจรติ พร้อมลงชื่อผตู้ รวจ

6. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
6.1 สื่อสง่ิ พมิ พ์ เอกสารประกอบการคน้ ควา้
6.1.1 หนงั สือ งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบื้องต้น
6.1.2 เอกสารประกอบการสอน หนว่ ยท่ี 6
6.1.3 แบบฝึกหัดท่ี 6
6.2 แหล่งการเรยี นรจู้ ากเว็บไซต์
6.2.1 http://www.google.co.th/
6.2.2 http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/book-03.html

7. หลกั ฐานการเรยี นรู้
7.1 หลักฐานความรู้
7.1.1 แบบฝึกหดั หน่วยที่ 6
7.1.2 แบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยที่ 6 จำนวน 10 ข้อ
7.1.3 แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 6 จำนวน 10 ข้อ
7.2 หลกั ฐานการปฏิบตั งิ าน
7.2.1 แบบหดั ฝกึ ที่ 6
7.2.2 ใบงานท่ี 6

8. การวัดและประเมินผล
8.1 เครือ่ งมอื วดั และประเมินผล
8.1.1 แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
8.1.2 แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 6
8.1.3 แบบฝึกหัดหน่วยท่ี 6

74

8.2 วธิ ีการวัดและประเมินผล
8.2.1 สงั เกตจากแบบประเมินการนำเสนอผลงาน
8.2.2 ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี นหน่วยท่ี 6
8.2.3 ตรวจแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 6

8.3 เกณฑ์การประเมนิ
8.3.1 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนไมต่ ่ำกวา่ รอ้ ยละ 80
8.3.2 แบบทดสอบหลงั เรียน ต้องไดค้ ะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมาย
9.1 กจิ กรรมเสนอแนะ
คน้ คว้าเพ่มิ เตมิ ทางอนิ เทอรเ์ น็ตทเ่ี ว็บไซตต์ า่ งๆ
9.7 งานทม่ี อบหมาย
ทำแบบฝกึ หัดประจำหนว่ ยที่ 6 ส่งสปั ดาห์ที่ 9

75

แบบทดสอบก่อนเรยี น
หนว่ ยท่ี 6 ตัวเกบ็ ประจุ

คำชแี้ จง 1. จงเขียนเคร่ืองหมายกากบาทในขอ้ ท่ถี ูกต้องที่สดุ ลงในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบมี 10 ข้อ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวมท้ังสิน้ 10 คะแนน
3. ใชเ้ วลาทดสอบ 10 นาที

1. ไดอิเล็กตริกคืออะไร
ก. นำ้ ยาประสานแผน่ ตัวนำ
ข. ขว้ั ต่อใชง้ านของตัวเก็บประจุ
ค. แผน่ ตวั นำชดุ ที่ 1 ของตัวเก็บประจุ
ง. ฉนวนทใ่ี ช้กนั้ ระหวา่ งแผ่นตวั นำของตวั เก็บประจุ

2. ปจั จยั ท่ีไมม่ ผี ลตอ่ ค่าความจุของตัวเก็บประจุ
ก. ระยะห่างระหว่างแผน่ ตวั นำทงั้ สอง
ข. ความยาวของขาตัวเก็บประจุ
ค. พ้นื ที่หน้าตดั ของแผ่นตวั นำ
ง. คา่ คงท่ีของไดอเิ ลก็ ตรกิ

3. ตวั เก็บประจคุ า่ คงท่ชี นิดใดมีคา่ ความจมุ ากกวา่ 1 µF
ก. ชนิดไมลาร์
ข. ชนดิ เซรามิค
ค. ชนิดโพลีสไตรนี
ง. ชนิดซิลเวอร์ไมก้า

4. ตัวเก็บประจคุ า่ คงทชี่ นิดใดที่ใชง้ านกบั วงจรความถ่ีสูงไดแ้ ละมีเปอรเ์ ซ็นความผิดพลาดนอ้ ย
ก. ชนิดไมลาร์
ข. ชนดิ เซรามิค
ค. ชนิดโพลีสไตรนี
ง. ชนดิ ซลิ เวอรไ์ มก้า

5. ตวั เกบ็ ประจุ 103 k หมายถึงตัวเกบ็ ประจุในข้อใด
ก. 0.01 pF คา่ ผิดพลาด 5%
ข. 0.01 pF ค่าผิดพลาด 10%
ค. 0.01 µF คา่ ผดิ พลาด 5%
ง. 0.01 µF คา่ ผิดพลาด 10%

6. ตวั เก็บประจุประกอบดว้ ยรหสั สี แดง เขียว ส้ม มคี า่ ความจเุ ท่าใด
ก. 25,000 pF

76

ข. 2,500 µF
ค. 25 µF
ง. 25 mF
7. การต้งั ยา่ นวดั โอห์มในการวัดตรวจสอบตัวเกบ็ ประจมุ ีหลกั การอยา่ งไร
ก. ต้งั อะไรกไ็ ด้ขอให้เขม็ มเิ ตอร์เบย่ี งเบน
ข. ถ้าคา่ ความจขุ องตวั เก็บประจตุ ่ำให้ตงั้ ยา่ นวัดของโอห์มมเิ ตอรส์ ูง
ค. ถา้ ค่าความจุของตัวเก็บประจุสงู ให้ต้ังย่านวัดของโอห์มมเิ ตอรส์ ูง
ง. ถา้ คา่ ความจขุ องตวั เกบ็ ประจุตำ่ ให้ต้ังย่านวดั ของโอห์มมิเตอร์ตำ่ ๆ
8. ตวั เกบ็ ประจขุ นาด 40 µF สองตวั ต่ออนุกรมกนั มีค่าความจุรวมเทา่ ใด
ก. 80 µF
ข. 40 µF
ค. 20 µF
ง. 10 µF
9. ตวั เก็บประจขุ นาด 40 µF สองตวั ตอ่ ขนานกัน มคี า่ ความจุรวมเท่าใด
ก. 10 µF
ข. 20 µF
ค. 40 µF
ง. 80 µF
10. เครือ่ งมอื ทีใ่ ชว้ ดั ตรวจสอบคา่ ความจขุ องตวั เกบ็ ประจุท่ีมคี วามเทยี่ งตรงคือข้อใด
ก. ยูนิเวอร์แซล แอล ซี อาร์ มเิ ตอร์
ข. ยูนิเวอร์แซล มลั ติมิเตอร์
ค. อานาลอ๊ กมัลติมิเตอร์
ง. ดิจติ อลมลั ติมิเตอร์

77

แบบทดสอบหลังเรยี น
หนว่ ยท่ี 6 ตัวเกบ็ ประจุ

คำชี้แจง 1. จงเขยี นเครอื่ งหมายกากบาทในข้อทีถ่ ูกต้องท่ีสุด ลงในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบมี 10 ข้อ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวมทั้งส้นิ 10 คะแนน
3. ใชเ้ วลาทดสอบ 10 นาที

1. ตวั เก็บประจคุ า่ คงท่ชี นดิ ใดท่ีใช้งานกับวงจรความถี่สูงได้และมีเปอร์เซน็ ความผิดพลาดนอ้ ย
ก. ชนิดไมลาร์
ข. ชนดิ เซรามคิ
ค. ชนิดโพลีสไตรนี
ง. ชนดิ ซลิ เวอรไ์ มกา้

2. ตัวเก็บประจุ 103 k หมายถึงตวั เก็บประจใุ นขอ้ ใด
ก. 0.01 pF ค่าผดิ พลาด 5%
ข. 0.01 pF คา่ ผิดพลาด 10%
ค. 0.01 µF คา่ ผิดพลาด 5%
ง. 0.01 µF ค่าผดิ พลาด 10%

3. ตวั เกบ็ ประจุประกอบดว้ ยรหัสสี แดง เขยี ว ส้ม มีค่าความจุเท่าใด
ก. 25,000 pF
ข. 2,500 µF
ค. 25 µF
ง. 25 mF

4. การตัง้ ยา่ นวดั โอหม์ ในการวัดตรวจสอบตวั เก็บประจุมหี ลกั การอย่างไร
ก. ตั้งอะไรกไ็ ด้ขอให้เข็มมิเตอร์เบย่ี งเบน
ข. ถา้ ค่าความจขุ องตัวเกบ็ ประจตุ ำ่ ใหต้ งั้ ยา่ นวัดของโอห์มมเิ ตอร์สงู
ค. ถา้ คา่ ความจขุ องตวั เกบ็ ประจสุ ูงให้ตง้ั ย่านวดั ของโอห์มมเิ ตอรส์ ูง
ง. ถา้ คา่ ความจุของตวั เก็บประจุต่ำใหต้ ง้ั ยา่ นวดั ของโอห์มมิเตอร์ต่ำๆ

5. ตวั เกบ็ ประจขุ นาด 40 µF สองตัวตอ่ อนุกรมกนั มคี า่ ความจรุ วมเท่าใด
ก. 80 µF
ข. 40 µF
ค. 20 µF
ง. 10 µF

6. ตวั เก็บประจุขนาด 40 µF สองตัวตอ่ ขนานกัน มคี ่าความจรุ วมเท่าใด

78

ก. 10 µF
ข. 20 µF
ค. 40 µF
ง. 80 µF
7. เครื่องมอื ท่ใี ชว้ ัดตรวจสอบคา่ ความจขุ องตัวเก็บประจทุ ่ีมคี วามเทย่ี งตรงคือข้อใด
ก. ยนู เิ วอรแ์ ซล แอล ซี อาร์ มเิ ตอร์
ข. ยูนเิ วอร์แซล มลั ตมิ ิเตอร์
ค. อานาลอ๊ กมัลติมเิ ตอร์
ง. ดจิ ิตอลมัลตมิ ิเตอร์
8. ไดอเิ ล็กตรกิ คืออะไร
ก. นำ้ ยาประสานแผ่นตวั นำ
ข. ขวั้ ตอ่ ใช้งานของตัวเก็บประจุ
ค. แผน่ ตัวนำชดุ ที่ 1 ของตวั เก็บประจุ
ง. ฉนวนที่ใชก้ ้ันระหวา่ งแผน่ ตวั นำของตัวเก็บประจุ
9. ปัจจยั ที่ไมม่ ีผลต่อคา่ ความจขุ องตัวเก็บประจุ
ก. ระยะห่างระหว่างแผน่ ตวั นำทั้งสอง
ข. ความยาวของขาตัวเกบ็ ประจุ
ค. พ้ืนทห่ี น้าตัดของแผน่ ตวั นำ
ง. คา่ คงท่ขี องไดอเิ ล็กตรกิ
10. ตวั เกบ็ ประจคุ ่าคงทีช่ นดิ ใดมีค่าความจุมากกวา่ 1 µF
ก. ชนิดไมลาร์
ข. ชนิดเซรามคิ
ค. ชนิดโพลสี ไตรนี
ง. ชนดิ ซิลเวอร์ไมกา้

79

เฉลยแบบทดสอบ
หนว่ ยท่ี 6 ตัวเกบ็ ประจุ

กอ่ นเรยี น หลงั เรียน
1. ง 1. ค
2. ข 2. ง
3. ก 3. ก
4. ค 4. ข
5. ง 5. ค
6. ก 6. ง
7. ข 7. ก
8. ค 8. ง
9. ง 9. ข
10. ก 10. ก


Click to View FlipBook Version