The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by hsophorn46, 2022-06-05 08:02:40

งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

Basic Electrical and Electronics

Keywords: Basic Electrical and Electronics

130

แบบทดสอบก่อนเรยี น
หน่วยท่ี 10 รเี ลย์

คำช้ีแจง 1. จงเขยี นเครอื่ งหมายกากบาทในขอ้ ทถ่ี ูกต้องท่ีสุด ลงในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบมี 10 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน รวมท้ังสิ้น 10 คะแนน
3. ใชเ้ วลาทดสอบ 10 นาที

1. โครงสรา้ งของรีเลย์ประกอบด้วยส่งิ ใด
ก. ขดลวด และหน้าสมั ผัสแบบ NC
ข. ขดลวด และหน้าสมั ผัสแบบ NO
ค. ขดลวด 1 ชุด และหน้าสมั ผสั
ง. หน้าสมั ผัส NC NO และ C

2. ขอ้ ใดกลา่ วถึงการทำงานของรเี ลยผ์ ดิ
ก. รีเลยเ์ ป็นอุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ ชงิ กลทำหนา้ ที่เป็นสวติ ซ์ลำดับที่สอง
ข. รีเลยท์ ำหน้าทตี่ ดั ต่อวงจรโดยอาศยั หนา้ สัมผัส
ค. รีเลย์ถูกควบคมุ ด้วยไฟฟ้าแรงดันตำ่ 3-24 V
ง. รีเลย์ทำงานโดยไม่อาศยั อารเ์ มเจอร์

3. หนา้ สัมผสั รเี ลย์แบบ SPDT มีความหมายว่าอย่างไร
ก. มีการโยกหนา้ สมั ผัสเคลอ่ื นท่ไี ด้ไปสัมผัสกบั หน้าสมั ผสั อยกู่ ับทไี่ ด้ 2 ครั้ง
ข. มีการโยกหน้าสัมผัสเคลอ่ื นที่ไดไ้ ปสัมผัสกับหนา้ สมั ผัสอยูก่ ับทไ่ี ด้ 1 ครงั้
ค. รีเลยม์ หี น้าสัมผสั เคลื่อนทไี่ ด้จำนวน 2 ชดุ ทำงานพรอ้ มกัน
ง. รเี ลยม์ ีหน้าสัมผสั เคลอ่ื นท่ีไดจ้ ำนวน 2 ชดุ

4. อาเมเจอร์รีเลย์ เรยี กอีกชอื่ หนง่ึ วา่ อยา่ งไร
ก. รดี รเี ลย์
ข. รดี สวิตซ์
ค. แคลปเปอร์รีเลย์
ง. โซลิดสเตตรีเลย์

5. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกตอ้ งเก่ียวกบั รดี รีเลย์
ก. รีดรเี ลยม์ ลี กั ษณะเป็นแคปซูลขนาดเลก็
ข. รีดรเี ลย์ทำงานโดยอาศยั ขดลวดเหนี่ยวนำ
ค. แคปซลู รเี ลย์เป็นหลอดแกว้ ภายในบรรจกุ า๊ ซเฉ่อื ย
ง. รีดรีเลยท์ ำงานโดยอาศัยสนามแมเ่ หล็กภายนอกมาควบคุมหน้าสมั ผัส

6. รเี ลย์ในขอ้ ใดที่ไม่มโี ครงสรา้ งทางกลภายใน
ก. โซลิดสเตตรีเลย์

131

ข. อาร์เมเจอร์รีเลย์
ค. รีดสวติ ซ์
ง. รีดรเี ลย์
7. ในการใชง้ านรีเลย์แบบใดตอ้ งใช้ตวั ระบายความร้อนช่วยในการทำงาน
ก. รดี รเี ลย์
ข. รีดสวิตซ์
ค. อารเ์ มเจอรร์ ีเลย์
ง. โซลดิ สเตตรเี ลย์
8. ในการใช้โอห์มมเิ ตอรว์ ัดตรวจสอบรเี ลย์ท่ีขั้ว NC และ C ผลการวดั จะเปน็ อยา่ งไร
ก. เขม็ ชี้อ่านค่าความต้านทานได้แสดงวา่ ใชง้ านไมไ่ ด้
ข. เขม็ ช้ีอา่ นค่าความต้านทานได้แสดงว่าใช้งานได้
ค. เขม็ ไมข่ นึ้ แสดงว่าใชง้ านได้
ง. เขม็ ตกี ลบั เพราะวัดผดิ ข้วั
9. ขอ้ ใดกล่าวถึงการวดั ตรวจสอบรีเลยช์ นดิ อาร์เมเจอร์ไม่ถกู ต้อง
ก. วัดตรวจสอบขดลวดด้านเอาต์พุตตามตำแหน่งสัญลกั ษณ์บนตัวรเี ลย์
ข. วดั ตรวจสอบขดลวดด้านอนิ พตุ ตามตำแหน่งสญั ลักษณ์บนตวั รเี ลย์
ค. วัดทขี่ ดลวดด้านอนิ พุตและเอาต์พุตถ้าเขม็ ขนึ้ แสดงวา่ ดใี ช้งานได้
ง. ต้ังย่านวัด R×1 วดั ตามหลกั การวดั ตวั ต้านทาน
10. ในการนำรีเลย์มาประยุกต์ใช้งานในวงจรกันขโมยมีวิธีการเลอื กใช้รเี ลย์แบบใด
ก. อาร์เมเจอร์รเี ลย์ แบบ SPDT
ข. อาร์เมเจอรร์ ีเลย์ แบบ DPDT
ค. อาร์เมเจอร์รีเลย์ แบบ DPST
ง. รดี รเี ลย์ แบบ SPDP

132

แบบทดสอบหลังเรยี น
หนว่ ยท่ี 10 รเี ลย์

คำช้ีแจง 1. จงเขยี นเครือ่ งหมายกากบาทในข้อท่ถี ูกตอ้ งที่สดุ ลงในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบมี 10 ข้อ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวมท้ังสิ้น 10 คะแนน
3. ใช้เวลาทดสอบ 10 นาที

1. อาเมเจอรร์ เี ลย์ เรยี กอกี ช่อื หนง่ึ วา่ อย่างไร
ก. รีดรีเลย์
ข. รดี สวติ ซ์
ค. แคลปเปอรร์ ีเลย์
ง. โซลดิ สเตตรีเลย์

2. ข้อใดกล่าวไมถ่ กู ต้องเกยี่ วกบั รีดรเี ลย์
ก. รีดรเี ลยม์ ีลักษณะเป็นแคปซูลขนาดเลก็
ข. รดี รีเลย์ทำงานโดยอาศยั ขดลวดเหนีย่ วนำ
ค. แคปซูลรเี ลย์เป็นหลอดแกว้ ภายในบรรจกุ า๊ ซเฉือ่ ย
ง. รดี รีเลย์ทำงานโดยอาศยั สนามแมเ่ หล็กภายนอกมาควบคมุ หน้าสัมผสั

3. รีเลย์ในข้อใดทีไ่ มม่ โี ครงสรา้ งทางกลภายใน
ก. โซลดิ สเตตรเี ลย์
ข. อารเ์ มเจอร์รีเลย์
ค. รดี สวติ ซ์
ง. รดี รเี ลย์

4. ในการใช้งานรีเลยแ์ บบใดตอ้ งใชต้ วั ระบายความรอ้ นชว่ ยในการทำงาน
ก. รีดรีเลย์
ข. รดี สวติ ซ์
ค. อารเ์ มเจอรร์ เี ลย์
ง. โซลดิ สเตตรเี ลย์

5. ในการใช้โอห์มมิเตอรว์ ัดตรวจสอบรีเลย์ทข่ี ้วั NC และ C ผลการวดั จะเป็นอย่างไร
ก. เขม็ ชี้อ่านค่าความตา้ นทานไดแ้ สดงว่าใชง้ านไมไ่ ด้
ข. เข็มชี้อ่านค่าความตา้ นทานไดแ้ สดงวา่ ใชง้ านได้
ค. เขม็ ไมข่ นึ้ แสดงวา่ ใชง้ านได้
ง. เข็มตีกลับเพราะวัดผิดขัว้

6. ข้อใดกล่าวถงึ การวัดตรวจสอบรเี ลยช์ นดิ อาร์เมเจอร์ไมถ่ กู ต้อง

133

ก. วดั ตรวจสอบขดลวดดา้ นเอาตพ์ ตุ ตามตำแหนง่ สัญลกั ษณบ์ นตัวรเี ลย์
ข. วดั ตรวจสอบขดลวดด้านอินพตุ ตามตำแหนง่ สัญลักษณบ์ นตวั รเี ลย์
ค. วดั ทข่ี ดลวดด้านอินพุตและเอาต์พตุ ถ้าเขม็ ข้ึนแสดงวา่ ดใี ช้งานได้
ง. ตัง้ ยา่ นวดั R×1 วัดตามหลกั การวัดตวั ต้านทาน
7. ในการนำรีเลยม์ าประยกุ ตใ์ ช้งานในวงจรกันขโมยมวี ิธกี ารเลือกใชร้ เี ลยแ์ บบใด
ก. อาร์เมเจอร์รเี ลย์ แบบ SPDT
ข. อารเ์ มเจอร์รีเลย์ แบบ DPDT
ค. อารเ์ มเจอร์รีเลย์ แบบ DPST
ง. รดี รเี ลย์ แบบ SPDP
8. โครงสรา้ งของรเี ลย์ประกอบดว้ ยสง่ิ ใด
ก. ขดลวด และหน้าสัมผสั แบบ NC
ข. ขดลวด และหนา้ สัมผสั แบบ NO
ค. ขดลวด 1 ชดุ และหน้าสัมผัส
ง. หนา้ สัมผสั NC NO และ C
9. ข้อใดกล่าวถึงการทำงานของรีเลยผ์ ดิ
ก. รเี ลย์เปน็ อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกสเ์ ชงิ กลทำหนา้ ทีเ่ ปน็ สวติ ซล์ ำดบั ท่สี อง
ข. รีเลย์ทำหน้าทตี่ ดั ต่อวงจรโดยอาศัยหนา้ สัมผสั
ค. รเี ลยถ์ ูกควบคุมดว้ ยไฟฟา้ แรงดันต่ำ 3-24 V
ง. รเี ลยท์ ำงานโดยไมอ่ าศัยอารเ์ มเจอร์
10. หน้าสมั ผสั รเี ลยแ์ บบ SPDT มีความหมายว่าอยา่ งไร
ก. มกี ารโยกหนา้ สัมผัสเคล่ือนที่ไดไ้ ปสัมผสั กบั หน้าสมั ผสั อยู่กบั ท่ีได้ 2 ครั้ง
ข. มกี ารโยกหนา้ สมั ผัสเคลอื่ นที่ได้ไปสมั ผสั กับหนา้ สมั ผสั อยู่กบั ท่ไี ด้ 1 ครงั้
ค. รเี ลย์มีหนา้ สัมผัสเคล่ือนท่ไี ดจ้ ำนวน 2 ชุด ทำงานพรอ้ มกัน
ง. รีเลยม์ ีหน้าสมั ผสั เคลือ่ นท่ีได้จำนวน 2 ชดุ

134

เฉลยแบบทดสอบ

หน่วยที่ 10 รเี ลย์

กอ่ นเรียน หลังเรยี น
1. ค 1. ค
2. ง 2. ง
3. ก 3. ก
4. ค 4. ง
5. ง 5. ข
6. ก 6. ค
7. ง 7. ข
8. ข 8. ค
9. ค 9. ง
10. ข 10. ก

135

แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
หน่วยท…ี่ ………………………………………………………
ผลการเรยี นรูท้ ค่ี าดหวัง/จดุ ประสงค์ที่……………………………………………………………….
กลมุ่ ท.่ี ..........................ช่ือกล่มุ ............................................................................................................
รายชอ่ื สมาชิก
1. ชอ่ื .............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
2. ชอ่ื .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
3. ชื่อ.............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
4. ชื่อ.............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
5. ชอ่ื .............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
6. ชือ่ .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
7. ชือ่ .............................................สกุล..........................................รหัส...............................

ขอ้ ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
123
1 การเตรียมความพร้อม
2 เน้อื หาสาระ
3 รูปแบบการนำเสนอ
4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกลุม่
5 การรักษาเวลา
6 ความสนใจของผูฟ้ ัง

รวม

หมายเหตุ คะแนน 3 อยู่ในระดับ ดี
คะแนน 2 อยู่ในระดบั พอใช้
คะแนน 1 อยู่ในระดบั ปรับปรุง

ลงช่อื ผู้ประเมนิ
(นายSophorn Heng)

วนั ที.่ ............เดือน........................พ.ศ. 2565……

136

เกณฑก์ ารประเมินและการใหค้ ะแนน

1. การเตรยี มความพรอ้ ม
3 คะแนน คือ มีการจัดเตรยี มสถานท่ี สื่อ/อุปกรณไ์ ว้อย่างพรอ้ มเพรียง
2 คะแนน คือ มสี ื่อ/อปุ กรณพ์ ร้อม ขาดการจัดสถานที่
1 คะแนน คือ มีสือ่ /อุปกรณ์ไมเ่ พยี งพอ ขาดการจดั สถานที่

2. เนอ้ื หาสาระการนำเสนอ
3 คะแนน คือ สาระครบถ้วน ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน คือ สาระไม่ครบถ้วน ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน คือ สาระไมค่ รบถว้ น ไม่ตรงตามจดุ ประสงค์

3. รูปแบบการนำเสนอ
3 คะแนน คือ มรี ูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม ใชเ้ ทคนิคแปลกใหม่ มีสือ่ และเทคโนโลยี
ประกอบการนำเสนอ
2 คะแนน คือ มีเทคนิคแปลกใหม่ มีส่อื และเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ
1 คะแนน คือ เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอไมเ่ หมาะสม ไม่นา่ สนใจ

4. การมีส่วนร่วมของสมาชิก
3 คะแนน คือ สมาชกิ ทุกคนมบี ทบาท และมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมกลมุ่
2 คะแนน คือ สมาชกิ ส่วนใหญม่ บี ทบาท และมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลมุ่
1 คะแนน คือ สมาชกิ สว่ นนอ้ ยมีบทบาท และมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม

5. การรกั ษาเวลา
3 คะแนน คือ ดำเนนิ กจิ กรรมได้ตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน คือ ดำเนินกจิ กรรมไดเ้ รว็ กว่าเวลาท่ีกำหนด
1 คะแนน คือ ดำเนนิ กิจกรรมไดช้ า้ เวลาทก่ี ำหนด

6. ความสนใจของผฟู้ งั
3 คะแนน คือ ผู้ฟังมากกว่าร้อยละ 80 สนใจ และให้ความร่วมมอื
2 คะแนน คือ ผู้ฟังร้อยละ 70-80 สนใจ และให้ความร่วมมอื
1 คะแนน คือ ผูฟ้ งั น้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความรว่ มมือ

137

รายการตรวจสอบและอนุญาตใหใ้ ช้
 ควรอนญุ าตให้ใชส้ อนได้
 ควรปรบั ปรุงเกย่ี วกบั

...............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................

ลงชื่อ
(นายชนาธปิ ชนุ รัมย)

หวั หน้าสาขาวชิ าชา่ งอเิ ล็กทรอนกิ ส์
............/............................./..................
 เหน็ ควรอนุญาตให้ใช้สอนได้
 ควรปรับปรงุ ดงั เสนอ
 อ่ืนๆ ....................................................................................................................... ................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

ลงช่อื
(นางสาวจามมัจจุลี มีศิลป์)
รองผ้อู ำนวยการฝา่ ยวิชาการ

............/............................./..................
 อนญุ าตให้ใชส้ อนได้
 อื่นๆ .......................................................................................................................................................

ลงช่ือ
(นายชาตรี สารบี ตุ ร)

รองผ้อู ำนวยการ รกั ษาการในตำแหน่ง
ผู้อำนวยการวทิ ยาลยั การอาชีพขุนหาญ
............/............................./..................

138

บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
ขอ้ สรปุ หลงั การจัดการเรียนรู้

....................................................................................... ..............................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
......................................................................................... ....................................................................
......................................................................................................................................... ....................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................

ปัญหาท่ีพบ
.....................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................ .............................
.............................................................................................................................................................
...................................................................................................................... .......................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................

แนวทางแก้ปัญหา
.....................................................................................................................................

........................................................................................................................................................ .....
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
.................................................................................. ...........................................................................

.................................................................................................................................. ...........................

139

ฟ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 11 คร้งั ท่ี 13
จำนวน 4 ชวั่ โมง
วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้ 20100-1005
ชือ่ หน่วย หม้อแปลงไฟฟา้

1. สาระสำคัญ
หม้อแปลงไฟฟ้า คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ ให้มีขนาดแรงดันตามที่

ต้องการ มีทั้งชนิดแปลงแรงดันข้ึนและชนิดแปลงแรงดันลง เราสามารถเลือกใช้หม้อแปลงให้เหมาะสมกับ
งาน และตรงกับความต้องการของวงจร เช่น หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแกนเหล็กเหมาะสำหรับงานส่ง
กำลังไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแกนเฟอร์ไรท์เหมาะสำหรับงานท่ีมีความถี่สูงในวงจรสวิตซ์ชิ่ง หม้อแปลง
ไฟฟา้ ชนดิ แกนอากาศเหมาะสำหรับงานความถ่สี งู มากๆ ในเคร่อื งสง่ เครื่องรับวิทยุ เป็นต้น นับว่าหม้อแปลง
ไฟฟา้ มคี วามสำคญั กับงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสอ์ ยา่ งมาก

2. สมรรถนะประจำหน่วยการเรยี นรู้
แสดงความรู้ วัดและตรวจสอบ หมอ้ แปลงไฟฟ้า ในงานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์ได้ถูกต้อง

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ ่วั ไป
3.1.1 เพ่ือใหม้ ีความร้คู วามเข้าใจในรายละเอยี ดของ และหลักการทำงานของหม้อแปลงไฟฟา้
3.1.2 เพอื่ ใหม้ ีทักษะในการวดั และตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟา้
3.1.3 เพ่อื ให้มีความรบั ผดิ ชอบในการทำงานเป็นกลมุ่
3.1.4 นอ้ มนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มาใชใ้ นการวดั และตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟา้
3.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
3.2.1 อธบิ ายหลกั การทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้าได้ถูกต้อง
3.2.2 บอกชนิดของหมอ้ แปลงไฟฟา้ แบบต่างๆได้ถูกต้อง
3.2.3 สามารถวัด และตรวจสอบหมอ้ แปลงไฟฟ้าได้ถกู ต้อง
3.2.4 ประยกุ ต์หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ ในการวัด และตรวจสอบหม้อแปลง

ไฟฟา้ ได้ถูกต้อง
4. สาระการเรียนรู้

4.1 หลกั การทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้า
4.1.1 โครงสรา้ งของหม้อแปลงไฟฟ้า

140

4.1.2 สัญลกั ษณ์ของหม้อแปลงไฟฟา้
4.1.3 หลกั การทำงานของหม้อแปลงไฟฟา้
4.1.4 การคำนวณคา่ ในหม้อแปลงไฟฟ้า
4.2 ชนิดของหมอ้ แปลงไฟฟา้
4.2.1 หมอ้ แปลงไฟฟา้ ชนิดแกนเหลก็
4.2.2 หมอ้ แปลงไฟฟา้ ชนิดแกนเฟอรไ์ รท์
4.2.3 หม้อแปลงไฟฟา้ ชนิดแกนอากาศ
4.3 การวดั และตรวจสอบหมอ้ แปลงไฟฟา้
4.3.1 การตรวจสอบลักษณะการเสยี ของหม้อแปลงไฟฟ้า
4.3.2 การตรวจสอบข้วั หม้อแปลงไฟฟา้
4.4 ให้ความรเู้ รอ่ื งหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในการวดั ตรวจสอบหมอ้ แปลงไฟฟ้าในการ
ตรวจซอ่ มเคร่ืองใช้ไฟฟ้า

พอประมาณ มีเหตุผล

1. ศกึ ษาการใช้งานมลั ติมเิ ตอร์ 3. ทำความเขา้ ใจยา่ นวัด DC.V และAC.V

2. ศกึ ษาการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้า 4. ปฏิบัติตามหลกั การของการใช้มัลติมเิ ตอร์

การวดั และตรวจสอบ

หมอ้ แปลงไฟฟ้าใน มีภมู ิคุม้ กนั

ความรู้+ทกั ษะ การตรวจซ่อม 5. เข้าใจการใชง้ านมัลตมิ ิเตอร์
เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า 6. เขา้ ใจการทำงานของหม้อแปลง

- หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพยี ง คณุ ธรรม
- การใชง้ านมัลตมิ ิเตอร์

- เขา้ ใจการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้า - มีความรบั ผิดชอบ เช่น ส่งงานตาม

กำหนดเวลา

- ขยนั ซือ่ สตั ย์ มีวินยั เชน่ ทำงานดว้ ยตวั เอง

สังคม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม สง่ิ แวดลอ้ ม

1,2,5,6

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

สัปดาห์ท่ี 13 ชัว่ โมงท่ี 49 – 52

ทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยท่ี 11 ( 10 นาที )

5.1 ขัน้ นำ ( 5 นาที)

1) แจ้งจดุ ประสงค์และวิธีการเรยี นรู้ประจำหนว่ ยที่ 11 แจกเอกสารประกอบการสอนหนว่ ยท่ี 11

2) นำเขา้ สู่บทเรียนโดยคำถาม

141

5.2 ขนั้ กิจกรรม ( 195 นาที)
3) ครสู นทนาเกยี่ วกบั หลักการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้า พร้อมถามนักเรียน 4-5 คน
4) ครูอธิบายเกย่ี วกับหลักการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้าและถามตอบนกั เรียนเกี่ยวกบั

หลักการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้า
5) ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับหลกั การทำงานของหม้อแปลงไฟฟา้
6) ครอู ธบิ ายเร่อื งชนิดของหม้อแปลงไฟฟ้า และการวัด และตรวจสอบหมอ้ แปลงไฟฟา้
7) ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปเกีย่ วกับ เรือ่ งชนิดของหม้อแปลงไฟฟ้า และการวัด และ

ตรวจสอบหมอ้ แปลงไฟฟ้า
8) แบง่ นักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 5 คน คละกนั ตามความสามารถ ทบทวนเก่ยี วกับชนิดของหม้อ

แปลงไฟฟ้า และการวดั และตรวจสอบหมอ้ แปลงไฟฟ้า โดยใชใ้ บงานที่ 11 ครสู ังเกตการทำงานเป็นกลุ่ม และคอย
ชแ้ี นะวธิ กี ารทลี ะกลุ่ม

9) สุ่มมา 3 กลุ่ม โดยใหต้ วั แทนแต่ละกลุ่ม มาแสดงวิธีการวดั และตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟา้ โดยให้
เพ่อื นชว่ ยตรวจสอบ

10) ครู และนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ วิธีการวดั และตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟ้า
11) ส่มุ ตวั อย่างนกั เรยี น 2-3 คน อภปิ รายเกี่ยวกับวิธีการวดั และตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟ้า
5.3 ขนั้ วเิ คราะห์ ( 10 นาที)
12) สุ่มตัวอย่าง 3-5 คน สรุปองค์ความรู้ประจำหน่วยท่ี 11
13) สงั เกตและบันทึกพฤติกรรมการเรยี นรขู้ องผู้เรียนรายบุคคล
5.4 ข้ันสรปุ และประเมนิ ผล ( 20 นาท)ี
14) ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียน ให้นกั เรยี นลงมือทำ โดยไม่ปรึกษากัน ภายในระยะเวลา 10
นาที
15) เกบ็ แบบทดสอบของนักเรียนแตล่ ะคนคืน และแจกแบบทดสอบสลบั กันตรวจให้คะแนน
16) ครูและนักเรยี นรว่ มกันเฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน โดยนักเรียนตรวจให้คะแนนเพื่อน ด้วย
ความซ่อื สัตย์สุจริต พร้อมลงช่ือผูต้ รวจ
6. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
6.1 ส่ือส่ิงพิมพ์ เอกสารประกอบการค้นคว้า
6.1.1 หนงั สอื งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องต้น
6.1.2 เอกสารประกอบการสอน หนว่ ยท่ี 11
6.1.3 แบบฝกึ หัดที่ 11
6.2 แหล่งการเรยี นรู้จากเวบ็ ไซต์
6.2.1 http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/book-08.html
7. หลักฐานการเรยี นรู้
7.1 หลักฐานความรู้

142

7.1.1 แบบฝึกหดั หนว่ ยที่ 11
7.1.2 แบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยที่ 11 จำนวน 10 ข้อ
7.1.3 แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยที่ 11 จำนวน 10 ขอ้
7.2 หลกั ฐานการปฏิบตั งิ าน
7.2.1 แบบหดั ฝกึ ท่ี 11
7.2.2 ใบงานท่ี 11
8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 เครื่องมอื วดั และประเมินผล
8.1.1 แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
8.1.2 แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยท่ี 11
8.1.3 แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 11
8.2 วิธกี ารวัดและประเมินผล
8.2.1 สังเกตจากแบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
8.2.2 ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 11
8.2.3 ตรวจแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 11
8.3 เกณฑก์ ารประเมนิ
8.3.1 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ต้องได้คะแนนไม่ตำ่ กวา่ รอ้ ยละ 80
8.3.2 แบบทดสอบหลังเรียน ตอ้ งได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมาย
9.1 กิจกรรมเสนอแนะ
ค้นควา้ เพม่ิ เติมทางอินเทอร์เนต็ ทีเ่ วบ็ ไซต์ต่างๆ
9.12 งานทีม่ อบหมาย
ทำแบบฝึกหัดประจำหนว่ ยที่ 11 สง่ สัปดาห์ที่ 14

143

แบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยท่ี 11 หมอ้ แปลงไฟฟ้า

คำช้ีแจง 1. จงเขียนเคร่อื งหมายกากบาทในขอ้ ที่ถูกตอ้ งที่สุด ลงในกระดาษคำตอบ
2. ขอ้ สอบมี 10 ข้อ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวมท้ังส้นิ 10 คะแนน
3. ใช้เวลาทดสอบ 10 นาที

1. ขอ้ ใดคือหน้าที่ของหมอ้ แปลงไฟฟ้า
ก. อุปกรณ์สำหรบั แปลงความถีไ่ ฟฟา้ กระแสตรง
ข. อปุ กรณ์สำหรบั แปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรง
ค. อุปกรณส์ ำหรบั แปลงพลังงานไฟฟา้ กระแสตรง
ง. อปุ กรณ์สำหรบั แปลงพลังงานไฟฟา้ กระแสสลับ

2. โครงสรา้ งของหม้อแปลงไฟฟา้ ประกอบด้วยอะไรบา้ ง
ก. ขดลวดหนง่ึ ขด
ข. ขดลวด และแกน
ค. แกนอากาศ และแกนเหลก็
ง. แกนเหลก็ แบบคอร์ และแบบเชลล์

3. จากรูปเป็นสัญลักษณห์ มอ้ แปลงไฟฟ้าแบบใด

ก. แบบแกนเฟอร์ไรท์
ข. แบบแกนทอรอยด์
ค. แบบแกนอากาศ
ง. แบบแกนเหล็ก
4. หม้อแปลงไฟฟา้ ชนิดใดทใ่ี ช้กบั งานความถ่ีสงู มากๆ
ก. แบบแกนเฟอรไ์ รท์
ข. แบบแกนทอรอยด์
ค. แบบแกนอากาศ
ง. แบบแกนเหลก็
5. หม้อแปลงไฟฟา้ แกนเหลก็ แบบใดที่มีลักษณะแกนเปน็ รูปตัว E I
ก. แกนเหล็กแบบเชลล์
ข. แกนเหล็กแบบคอร์
ค. แกนเหลก็ แบบแกน

144

ง. แกนเหล็กแบบทอรอยด์
6. หม้อแปลงไฟฟา้ แบ่งตามแกนท่ีใชไ้ ด้กชี่ นดิ อะไรบ้าง

ก. 2 ชนิด คือStep-up และ Step-down
ข. 3 ชนดิ คอื แกนเหล็ก แกนเฟอร์ไรท์ และแกนอากาศ
ค. 4 ชนิด คือแกนแบบคอร์ แกนแบบเชลล์ และแกนแบบตวั เอช
ง. 5 ชนดิ คือแบบคอร์ แบบเชลล์ แกนเฟอร์ไรท์ แบบทอรอยดแ์ ละแบบตัวเอช
7. ใช้โอห์มมเิ ตอร์ย่านวดั R×1 วัดขดลวดปฐมภูมิของหม้อแปลงไฟฟา้
ผลการวัดเขม็ มเิ ตอร์ไมข่ นึ้ แสดงว่าขดลวดชุดนเี้ ปน็ อย่างไร
ก. เสยี แบบลัดวงจรข้ามชดุ ของขดลวด
ข. เสียแบบลดั วงจรทแี่ กนของขดลวด
ค. เสียแบบขดลวดขาด
ง. ใช้งานได้ดี
8. ใช้โอหม์ มิเตอรย์ ่านวดั R×10k วดั ที่ปลายขดลวดปฐมภูมิ และปลายขดลวดทุตยิ ภมู ิของหม้อแปลงไฟฟ้า ผล
การวดั เขม็ มิเตอร์ขึน้ แสดงวา่ ขดลวดชดุ นเี้ ปน็ อยา่ งไร
ก. เสยี แบบลัดวงจรขา้ มชุดของขดลวด
ข. เสยี แบบลดั วงจรท่ีแกนของขดลวด
ค. เสียแบบขดลวดขาด
ง. ใชง้ านได้ดี
9. จากรปู ขอ้ ใดถูกต้อง

ก. ถ้าเข็มมเิ ตอรข์ ึน้ เบนไปทางขวามือแสดงว่าเปน็ ข้วั แบบผลบวก(ขั้วตรงกันขา้ ม)
ข. ถา้ เขม็ มเิ ตอรข์ นึ้ เบนไปทางขวามอื แสดงวา่ เปน็ ข้วั แบบผลต่าง(ขว้ั ตรงกัน)
ค. ถา้ เขม็ มิเตอร์ขึน้ เบนไปทางซา้ ยมือแสดงวา่ เป็นขว้ั แบบผลตา่ ง(ข้วั ตรงกัน)
ง. ถ้าเข็มมเิ ตอร์ขนึ้ เบนไปทางซ้ายมือแสดงว่าต่อผดิ ข้ัว

145

10. ใชโ้ อหม์ มเิ ตอร์ยา่ นวดั R×10k วดั ระหวา่ งขดลวดกบั กล่องหมอ้ แปลงไฟฟ้า
ผลการวัดอ่านค่าความต้านทานไดศ้ นู ย์โอหม์ แสดงว่าหมอ้ แปลงไฟฟ้าตัวนี้เป็นอยา่ งไร

ก. ใช้งานไดด้ ี
ข. เสียแบบลัดวงจรท่แี กนของขดลวด
ค. เสยี แบบลดั วงจรข้ามชดุ ของขดลวด
ง. ขดลวดของหม้อแปลงไฟฟ้าลดั วงจรกับแทน่ กราวด์

146

แบบทดสอบหลังเรียน
หนว่ ยท่ี 11 หม้อแปลงไฟฟ้า

คำช้แี จง 1. จงเขียนเคร่อื งหมายกากบาทในข้อท่ีถูกตอ้ งท่ีสุด ลงในกระดาษคำตอบ
2. ขอ้ สอบมี 10 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน รวมท้ังส้ิน 10 คะแนน
3. ใชเ้ วลาทดสอบ 10 นาที

1. หม้อแปลงไฟฟ้าชนดิ ใดที่ใช้กับงานความถีส่ ูงมากๆ
ก. แบบแกนเฟอร์ไรท์
ข. แบบแกนทอรอยด์
ค. แบบแกนอากาศ
ง. แบบแกนเหล็ก

2. หม้อแปลงไฟฟา้ แกนเหล็กแบบใดทม่ี ลี กั ษณะแกนเป็นรปู ตัว E I
ก. แกนเหลก็ แบบเชลล์
ข. แกนเหลก็ แบบคอร์
ค. แกนเหล็กแบบแกน
ง. แกนเหล็กแบบทอรอยด์

3. หม้อแปลงไฟฟ้าแบง่ ตามแกนท่ีใชไ้ ด้กี่ชนิดอะไรบ้าง
ก. 2 ชนิด คือStep-up และ Step-down
ข. 3 ชนดิ คอื แกนเหล็ก แกนเฟอรไ์ รท์ และแกนอากาศ
ค. 4 ชนิด คอื แกนแบบคอร์ แกนแบบเชลล์ และแกนแบบตวั เอช
ง. 5 ชนดิ คอื แบบคอร์ แบบเชลล์ แกนเฟอร์ไรท์ แบบทอรอยดแ์ ละแบบตัวเอช

4. ใช้โอห์มมิเตอร์ย่านวดั R×1 วดั ขดลวดปฐมภูมิของหมอ้ แปลงไฟฟ้า
ผลการวดั เขม็ มิเตอรไ์ มข่ ึน้ แสดงวา่ ขดลวดชุดนี้เป็นอยา่ งไร

ก. เสยี แบบลัดวงจรข้ามชดุ ของขดลวด
ข. เสียแบบลดั วงจรทีแ่ กนของขดลวด
ค. เสียแบบขดลวดขาด
ง. ใช้งานได้ดี
5. ใชโ้ อหม์ มิเตอรย์ ่านวดั R×10k วดั ท่ีปลายขดลวดปฐมภูมิ และปลายขดลวดทุตยิ ภูมิของหม้อแปลงไฟฟ้า ผล
การวดั เขม็ มิเตอรข์ ้ึนแสดงว่าขดลวดชุดนเ้ี ปน็ อย่างไร
ก. เสยี แบบลัดวงจรข้ามชดุ ของขดลวด
ข. เสียแบบลัดวงจรท่แี กนของขดลวด
ค. เสียแบบขดลวดขาด

147

ง. ใช้งานได้ดี
6. จากรูปข้อใดถกู ต้อง

ก. ถ้าเข็มมเิ ตอร์ขนึ้ เบนไปทางขวามือแสดงวา่ เปน็ ขั้วแบบผลบวก(ขั้วตรงกนั ขา้ ม)
ข. ถ้าเข็มมเิ ตอร์ขึ้นเบนไปทางขวามอื แสดงวา่ เป็นขวั้ แบบผลตา่ ง(ข้ัวตรงกนั )
ค. ถา้ เขม็ มิเตอรข์ น้ึ เบนไปทางซา้ ยมือแสดงวา่ เป็นขัว้ แบบผลต่าง(ขัว้ ตรงกนั )
ง. ถ้าเข็มมิเตอรข์ นึ้ เบนไปทางซา้ ยมอื แสดงวา่ ต่อผิดข้วั
7. ใชโ้ อห์มมิเตอร์ย่านวดั R×10k วดั ระหวา่ งขดลวดกบั กลอ่ งหม้อแปลงไฟฟ้า
ผลการวดั อา่ นคา่ ความตา้ นทานได้ศูนย์โอหม์ แสดงวา่ หม้อแปลงไฟฟา้ ตัวนเ้ี ปน็ อยา่ งไร
ก. ใชง้ านไดด้ ี
ข. เสยี แบบลัดวงจรท่ีแกนของขดลวด
ค. เสียแบบลดั วงจรขา้ มชุดของขดลวด
ง. ขดลวดของหมอ้ แปลงไฟฟ้าลัดวงจรกบั แทน่ กราวด์
8. ขอ้ ใดคือหน้าท่ขี องหมอ้ แปลงไฟฟ้า
ก. อปุ กรณ์สำหรับแปลงความถ่ไี ฟฟ้ากระแสตรง
ข. อุปกรณ์สำหรบั แปลงกระแสไฟฟา้ กระแสตรง
ค. อุปกรณส์ ำหรบั แปลงพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง
ง. อปุ กรณส์ ำหรับแปลงพลังงานไฟฟ้ากระแสสลบั
9. โครงสรา้ งของหม้อแปลงไฟฟา้ ประกอบดว้ ยอะไรบ้าง
ก. ขดลวดหนึ่งขด
ข. ขดลวด และแกน
ค. แกนอากาศ และแกนเหลก็
ง. แกนเหล็กแบบคอร์ และแบบเชลล์

148

10. จากรปู เปน็ สญั ลักษณ์หมอ้ แปลงไฟฟา้ แบบใด

ก. แบบแกนเฟอรไ์ รท์
ข. แบบแกนทอรอยด์
ค. แบบแกนอากาศ
ง. แบบแกนเหล็ก

149

เฉลยแบบทดสอบ

หนว่ ยท่ี 11 หม้อแปลงไฟฟ้า

กอ่ นเรยี น หลังเรยี น
1. ง 1. ค
2. ข 2. ก
3. ค 3. ข
4. ค 4. ค
5. ก 5. ก
6. ข 6. ข
7. ค 7. ง
8. ก 8. ง
9. ข 9. ข
10. ง 10. ค

150

แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
หน่วยท…ี่ ………………………………………………………
ผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวงั /จดุ ประสงคท์ ี่……………………………………………………………….
กลุ่มท.่ี ..........................ช่อื กลมุ่ ............................................................................................................
รายช่ือสมาชกิ
1. ชอ่ื .............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
2. ชือ่ .............................................สกุล..........................................รหัส...............................
3. ชอื่ .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
4. ชอ่ื .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
5. ชอื่ .............................................สกุล..........................................รหสั ...............................
6. ชอื่ .............................................สกุล..........................................รหัส...............................
7. ชอื่ .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................

ข้อที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
123
1 การเตรยี มความพร้อม
2 เนือ้ หาสาระ
3 รปู แบบการนำเสนอ
4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชิกในกล่มุ
5 การรกั ษาเวลา
6 ความสนใจของผู้ฟงั

รวม

หมายเหตุ คะแนน 3 อยู่ในระดบั ดี
คะแนน 2 อยู่ในระดบั พอใช้
คะแนน 1 อยู่ในระดับ ปรับปรงุ

ลงชอื่ ผู้ประเมนิ
(นายSophorn Heng)

วันท่.ี ............เดือน........................พ.ศ. 2565……

151

เกณฑก์ ารประเมินและการใหค้ ะแนน

1. การเตรยี มความพรอ้ ม
3 คะแนน คือ มีการจัดเตรียมสถานที่ สื่อ/อุปกรณไ์ ว้อย่างพรอ้ มเพรียง
2 คะแนน คือ มสี ื่อ/อุปกรณพ์ ร้อม ขาดการจัดสถานที่
1 คะแนน คือ มีสื่อ/อุปกรณ์ไมเ่ พยี งพอ ขาดการจดั สถานที่

2. เนอ้ื หาสาระการนำเสนอ
3 คะแนน คือ สาระครบถ้วน ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน คือ สาระไม่ครบถว้ น ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน คือ สาระไมค่ รบถว้ น ไม่ตรงตามจดุ ประสงค์

3. รูปแบบการนำเสนอ
3 คะแนน คือ มรี ูปแบบการนำเสนอทเี่ หมาะสม ใชเ้ ทคนิคแปลกใหม่ มีสือ่ และเทคโนโลยี
ประกอบการนำเสนอ
2 คะแนน คือ มีเทคนิคแปลกใหม่ มีส่อื และเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ
1 คะแนน คือ เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอไมเ่ หมาะสม ไม่นา่ สนใจ

4. การมีส่วนรว่ มของสมาชิก
3 คะแนน คือ สมาชิกทุกคนมบี ทบาท และมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมกลมุ่
2 คะแนน คือ สมาชกิ ส่วนใหญม่ บี ทบาท และมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมกลมุ่
1 คะแนน คือ สมาชกิ สว่ นนอ้ ยมีบทบาท และมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม

5. การรกั ษาเวลา
3 คะแนน คือ ดำเนนิ กจิ กรรมได้ตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน คือ ดำเนินกจิ กรรมไดเ้ รว็ กว่าเวลาท่ีกำหนด
1 คะแนน คือ ดำเนนิ กิจกรรมไดช้ า้ เวลาทก่ี ำหนด

6. ความสนใจของผฟู้ งั
3 คะแนน คือ ผู้ฟงั มากกว่าร้อยละ 80 สนใจ และให้ความร่วมมอื
2 คะแนน คือ ผู้ฟงั ร้อยละ 70-80 สนใจ และให้ความร่วมมอื
1 คะแนน คือ ผูฟ้ งั น้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความรว่ มมือ

152

รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้
 ควรอนญุ าตให้ใชส้ อนได้
 ควรปรบั ปรุงเกย่ี วกบั

...............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................

ลงชื่อ
(นายชนาธปิ ชุนรัมย)

หวั หน้าสาขาวชิ าชา่ งอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
............/............................./..................
 เหน็ ควรอนุญาตให้ใชส้ อนได้
 ควรปรับปรุงดงั เสนอ
 อ่ืนๆ ....................................................................................................................... ................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

ลงช่อื
(นางสาวจามมัจจุลี มศี ลิ ป์)
รองผูอ้ ำนวยการฝ่ายวชิ าการ

............/............................./..................
 อนญุ าตให้ใช้สอนได้
 อื่นๆ .......................................................................................................................................................

ลงช่ือ
(นายชาตรี สารบี ุตร)

รองผ้อู ำนวยการ รกั ษาการในตำแหนง่
ผู้อำนวยการวทิ ยาลัยการอาชีพขนุ หาญ
............/............................./..................

153

บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
ข้อสรปุ หลังการจดั การเรยี นรู้

....................................................................................... ..............................................
........................................................................................................................................................ .....
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
......................................................................................... ....................................................................
.................................................................................................................................. ...........................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................

ปัญหาที่พบ
.....................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
...................................................................................................................... .......................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................

แนวทางแก้ปญั หา
.....................................................................................................................................

................................................................................................................................................. ............
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
.................................................................................. .......................................................................... .

............................................................................................................................. ................................

154

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 12 ครัง้ ท่ี 14

วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ 20100-1005 จำนวน 4 ชวั่ โมง
ช่อื หน่วย วงจรไฟฟ้าแสงสวา่ ง อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า และการต่อสายดนิ

1. สาระสำคัญ
วงจรไฟฟ้าแสงสว่าง เป็นส่ิงที่ได้จากการสร้างข้ึนโดยมนุษย์ แสงเป็นพลังงานรูปหนึ่งท่ีรับร้ดู ้วยตา

แสงช่วยให้มองเห็นส่ิงต่างๆ ได้ แหล่งกำเนิดแสงสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทคือ แสงท่ีเกิดข้ึนเองจากธรรมชาติ
และแสงท่เี กดิ ขึน้ โดยทีม่ นุษยส์ ร้างขน้ึ

ในวงจรไฟฟ้าท่ีใช้งานตามบา้ นเรือน เพ่ือความปลอดภยั ในการใช้งานจำเป็นต้องมกี ารติดตงั้ อุปกรณ์
ป้องกันไฟฟ้า ซึ่งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า คืออุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันอันตรายท่ีเกิดจากไฟฟ้า ในกรณีท่ีเกิดไฟฟ้า
ช็อต ไฟฟ้าดูด หรือการลัดวงจร อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าท่ีจำเป็นต้องติดต้ังได้แก่ ฟิวส์ เซอร์กิตเบรกเกอร์ และ
การตอ่ สายดนิ (ลงดนิ ) เป็นต้น

2. สมรรถนะประจำหน่วยการเรียนรู้
แสดงความร้แู ละต่อวงจรไฟฟ้าแสงสว่างได้ถูกต้อง และแสดงความรเู้ กยี่ วกบั อุปกรณ์ป้องกันไฟฟา้

และการต่อสายดนิ ได้ตามหลักความปลอดภยั ทางไฟฟ้า

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 จดุ ประสงคท์ ว่ั ไป
3.1.1 เพอ่ื ให้มีความร้หู ลักการออกแบบวงจรไฟฟา้ แสงสว่าง และคุณสมบตั ขิ องหลอดไฟฟ้า
3.1.2 เพอ่ื ให้มีทกั ษะในการตอ่ ใช้งานไฟฟ้าแสงสวา่ งเบื้องต้น
3.1.3 เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั ความปลอดภยั ทางไฟฟ้า และเลือกใช้อุปกรณ์

ป้องกันไฟฟา้ และการต่อสายดนิ
3.1.4 เพือ่ ใหม้ ีความรับผิดชอบในการทำงานเป็นกลมุ่
3.1.5 นอ้ มนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มาใช้ในการตดิ ตัง้ ต่อสายดนิ ให้กับเครื่องทำ

น้ำอุ่นหรือเคร่ืองซักผ้า ตามหลักวิธกี าร
3.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
3.2.1 อธิบายหลักการการกำเนดิ แสงสวา่ งได้ถูกต้อง
3.2.2 ตอ่ วงจรไฟฟ้าแสงสว่างได้ตามใบงานไดถ้ ูกต้อง
3.2.3 อธิบายรายละเอียดของความปลอดภัยทางไฟฟ้าได้ถกู ต้อง

155

3.2.4 อธบิ ายรายละเอยี ดของอปุ กรณป์ ้องกนั ไฟฟ้าแบบต่างๆ ได้ถูกต้อง
3.2.5 ประยกุ ต์หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ ในการตดิ ต้งั ต่อสายดินให้กับเครือ่ งทำ
น้ำอุ่นหรอื เคร่อื งซกั ผ้า ได้ถูกต้อง
4. สาระการเรียนรู้
4.1 นิยาม และศัพทเ์ กยี่ วกับแสง
4.1.1 นยิ าม และศพั ทเ์ ก่ียวกบั แสง
4.1.2 แหลง่ กำเนิดแสง
4.2 วงจรไฟฟ้าแสงสว่าง
4.2.1 หลกั การออกแบบวงจรไฟฟ้าแสงสวา่ ง
4.2.2 ส่วนประกอบในวงจรไฟฟ้าแสงสว่าง
4.2.3 การต่อวงจรไฟฟา้ แสงสว่างแบบต่างๆ
4.3 กฎของความปลอดภยั ทางไฟฟา้
4.4 อปุ กรณป์ ้องกันไฟฟ้า
4.4.1 ฟวิ ส์
4.4.2 เซอร์กติ เบรกเกอร์
4.4.3 การต่อสายดนิ
4.5 ให้ความรเู้ รือ่ งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการติดต้ังต่อสายดินให้กับเคร่ืองทำน้ำอุ่น
หรือเครอ่ื งซกั ผา้

พอประมาณ มีเหตุผล

1. เลือกอปุ กรณป์ ้องกันไฟฟ้าการต่อสายดนิ 3. วิเคราะห์วางแผนการติดตง้ั สายดิน
2. เตรียม / เลอื กอปุ กรณ์สายดิน 4. ปฏบิ ัติตามแผน

ใหค้ วามรู้การต่อสาย

ดินใหก้ บั มภี มู ิคุม้ กนั

เครื่องใชไ้ ฟฟ้า 5. ลดความเสยี หายของเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าและเกิด

ความรู้+ทกั ษะ ความปลอดภยั ต่อผู้ใชง้ าน

6. ปฏบิ ตั งิ านโดยคำนงึ ถึงความ

คณุ ธรรม ปลอดภัย

- หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง

- การเลอื กอุปกรณป์ ้องกันไฟฟ้าสายดนิ - ขยนั ซอ่ื สตั ย์ มวี นิ ัย เช่น ทำงานด้วย

ความต้ังใจนำหลักวิชาการมาใชง้ าน

- ปฏิบัตงิ านด้วยความรอบคอบ

156

สงั คม เศรษฐกจิ วัฒนธรรม สิ่งแวดลอ้ ม

5,6 1,2 5,6

5. กจิ กรรมการเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 14 ชว่ั โมงที่ 53 – 56
ทดสอบกอ่ นเรียนหน่วยที่ 12 ( 10 นาที )
5.1 ข้นั นำ ( 5 นาที)
1) แจง้ จดุ ประสงคแ์ ละวธิ ีการเรียนรู้ประจำหนว่ ยท่ี 12 แจกเอกสารประกอบการสอนหนว่ ยที่ 12
2) นำเขา้ สบู่ ทเรียนโดยคำถาม
5.2 ขั้นกจิ กรรม ( 195 นาท)ี
3) ครูสนทนาเกยี่ วกับหลกั การทำงานของแหลง่ กำเนดิ แสง พร้อมถามนกั เรยี น 4-5 คน
4) ครูอธิบายเกย่ี วกบั แหล่งกำเนดิ แสง และถามตอบนักเรยี นเกย่ี วกบั แหลง่ กำเนิดแสง
5) ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ เกีย่ วกบั แหลง่ กำเนดิ แสง
6) ครอู ธบิ ายเรอ่ื งวงจรไฟฟา้ แสงสวา่ ง และอปุ กรณป์ ้องกนั ไฟฟา้ และการต่อสายดิน
7) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปเกย่ี วกับ เรอ่ื งวงจรไฟฟา้ แสงสว่าง และอปุ กรณป์ ้องกนั ไฟฟา้

และการต่อสายดิน
8) แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลุม่ ๆ ละ 5 คน คละกันตามความสามารถ ทบทวนเก่ยี วกบั วงจรไฟฟ้าแสง

สวา่ ง และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟา้ และการต่อสายดนิ โดยใชใ้ บงานท่ี 12 ครสู ังเกตการทำงานเป็นกลมุ่ และคอยชี้แนะ
วิธกี ารทีละกลุ่ม

9) สุ่มมา 3 กลุ่ม โดยใหต้ วั แทนแต่ละกล่มุ มาแสดงวธิ ีการตอ่ วงจรไฟฟา้ แสงสวา่ ง โดยใหเ้ พอ่ื นชว่ ย
ตรวจสอบ

10) ครู และนักเรียนร่วมกนั สรุป วธิ ีการต่อวงจรไฟฟ้าแสงสว่าง และหนา้ ท่ีของอุปกรณป์ อ้ งกนั
ไฟฟา้

11) สุม่ ตัวอยา่ งนักเรยี น 2-3 คน อภิปรายเกยี่ วกับวธิ ีการตอ่ วงจรไฟฟ้าแสงสวา่ ง และหนา้ ท่ขี อง
อุปกรณ์ป้องกนั ไฟฟ้า

5.3 ขน้ั วเิ คราะห์ ( 10 นาที)
12) สุ่มตัวอยา่ ง 3-5 คน สรุปองค์ความรปู้ ระจำหน่วยท่ี 12
13) สังเกตและบันทึกพฤติกรรมการเรียนรขู้ องผูเ้ รยี นรายบุคคล

5.4 ข้ันสรุปและประเมนิ ผล ( 20 นาที)
14) ครูแจกแบบทดสอบหลงั เรยี น ใหน้ กั เรียนลงมือทำ โดยไม่ปรกึ ษากนั ภายในระยะเวลา 10

นาที

157

15) เกบ็ แบบทดสอบของนกั เรยี นแตล่ ะคนคืน และแจกแบบทดสอบสลบั กนั ตรวจให้คะแนน
16) ครูและนักเรยี นรว่ มกันเฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน โดยนักเรียนตรวจให้คะแนนเพือ่ น ดว้ ย
ความซอ่ื สัตย์สจุ ริต พร้อมลงชื่อผู้ตรวจ

6. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
6.1 ส่ือสิง่ พิมพ์ เอกสารประกอบการค้นควา้
6.1.1 หนงั สือ งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น
6.1.2 เอกสารประกอบการสอน หนว่ ยท่ี 12
6.1.3 แบบฝกึ หัดท่ี 12
6.2 แหล่งการเรยี นรู้จากเวบ็ ไซต์
6.2.1 http://en.wikipedia.org/wiki/Ground_(electricity)
6.2.2 http://joomlaleo.blogspot.com/2010/10/switch.html
6.2.3 http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/book-16.html
6.2.4 http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet7/elec2.htm
6.2.5 http://www.engineerthai.com/electrical.htm

7. หลกั ฐานการเรียนรู้
7.1 หลักฐานความรู้
7.1.1 แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 12
7.1.2 แบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยท่ี 12 จำนวน 10 ขอ้
7.1.3 แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยที่ 12 จำนวน 10 ขอ้
7.2 หลกั ฐานการปฏบิ ตั งิ าน
7.2.1 แบบหัดฝกึ ที่ 12
7.2.2 ใบงานท่ี 12

8. การวัดและประเมนิ ผล
8.1 เคร่อื งมือวดั และประเมินผล
8.1.1 แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
8.1.2 แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 12
8.1.3 แบบฝกึ หดั หน่วยที่ 12
8.2 วธิ กี ารวดั และประเมินผล
8.2.1 สงั เกตจากแบบประเมินการนำเสนอผลงาน
8.2.2 ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยที่ 12

158

8.2.3 ตรวจแบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 12
8.3 เกณฑ์การประเมิน

8.3.1 แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ต้องได้คะแนนไมต่ ่ำกวา่ รอ้ ยละ 80
8.3.2 แบบทดสอบหลังเรยี น ตอ้ งไดค้ ะแนนไม่ตำ่ กว่าร้อยละ 60

9. กจิ กรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมาย
9.1 กจิ กรรมเสนอแนะ
ค้นควา้ เพิม่ เติมทางอินเทอรเ์ นต็ ทเี่ วบ็ ไซตต์ า่ งๆ
9.13 งานทมี่ อบหมาย
ทำแบบฝกึ หดั ประจำหน่วยที่ 12 สง่ สปั ดาหท์ ี่ 15

159

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หน่วยที่ 12 วงจรไฟฟ้าแสงสว่าง อปุ กรณป์ ้องกนั ไฟฟา้ และการตอ่ สายดิน

คำชี้แจง 1. จงเขียนเครอื่ งหมายกากบาทในขอ้ ที่ถูกต้องที่สดุ ลงในกระดาษคำตอบ
2. ขอ้ สอบมี 10 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน รวมทั้งสนิ้ 10 คะแนน
3. ใช้เวลาทดสอบ 10 นาที

1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่แหลง่ กำเนิดแสงทีเ่ กดิ จากการเผาไหม้
ก. แสงจากหลอดไส้
ข. แสงจากการเผาไมแ้ หง้
ค. แสงจากการเช่อื มโลหะ
ง. แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์

2. ในวงจรไฟฟา้ แสงสว่างมสี ่วนประกอบอะไรบา้ ง
ก. หลอดนอี อน หลอดแสงจนั ทร์ หลอดไส้ และหลอดประหยัดไฟ
ข. แหลง่ จ่ายไฟฟ้า สายไฟฟ้า สวติ ซ์ หลอดไฟฟา้
ค. บัลลาสต์ สตารท์ เตอร์ หลอดไฟฟ้า ขาหลอด
ง. แบตเตอรี่ หลอดแสงจนั ทร์

3. การต่อวงจรไฟฟา้ แบบใดทต่ี อ้ งใช้บัลลาสต์ และสตาร์ทเตอร์
ก. หลอดนอี อน
ข. หลอดแสงจันทร์
ค. หลอดฟลูออเรสเซนต์
ง. หลอดอินแคนเดสเซนต์

4. การตอ่ หลอดไฟฟ้าแสงสวา่ งแบบใดท่ีทำเปน็ ตัวหนังสอื หรือป้ายโฆษณา
ก. หลอดนีออน
ข. หลอดแสงจันทร์
ค. หลอดฟลูออเรสเซนต์
ง. หลอดอนิ แคนเดสเซนต์

5. เซอร์กติ เบรกเกอร์ทำงานตา่ งจากฟิวส์อย่างไร
ก. เซอรก์ ิตเบรกเกอรจ์ ำกัดกระแสทไี่ หลในวงจร ป้องกันกระแสเกิน
ข. ฟวิ ส์เปิดวงจรในขณะท่ีมีความผิดปกติเกิดขึ้น โดยท่ีไมท่ ำใหต้ ัวเองขาด
ค. เซอร์กติ เบรกเกอร์ปิดวงจรในขณะทม่ี คี วามผดิ ปกติเกิดขึ้น โดยทไ่ี ม่ทำใหต้ ัวเองขาด
ง. เซอร์กติ เบรกเกอร์เปดิ วงจรในขณะท่ีมคี วามผดิ ปกติเกดิ ขนึ้ โดยท่ีไม่ทำให้ตัวเองขาด

6. ขนาดของสายเมนทองแดง 35 sq.mm ควรใชส้ ายดินทองแดงขนาดเท่าไร
ก. ไมน่ อ้ ยกวา่ 10 sq.mm

160

ข. นอ้ ยกวา่ 10 sq.mm ก็ได้
ค. เหล็กอาบทองแดงยาว 1.40 เมตร เสน้ ผ่านศนู ย์กลางน้อยกว่า 16 มลิ ลเิ มตร
ง. เหล็กอาบทองแดงยาว 2.40 เมตร เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางไม่นอ้ ยกว่า 16 มิลลิเมตร
7. ฟวิ ส์แบบใดทีม่ อี ตั ราทนกระแสไฟฟ้าไดม้ ากทีส่ ดุ
ก. คารท์ ริดจฟ์ ิวส์
ข. ปลั๊กฟวิ ส์
ค. เบรดฟิวส์
ง. สกรูฟวิ ส์
8. ข้อใดกลา่ วผิด
ก. เซอร์กิตเบรกเกอร์คืออุปกรณ์ป้องกันไฟฟา้ ทีไ่ มท่ ำให้ตัวเองชำรุดเหมือนฟิวส์
ข. เซอรก์ ิตเบรกเกอรแ์ บบโมลเคสทำงานโดยเก็บพลงั งานไวใ้ นรปู ของแรงสปรงิ
ค. เซอร์กติ เบรกเกอรช์ นดิ อากาศสามารถถอดเปลีย่ นได้เรียกวา่ ดรอเอาต์
ง. เซอรก์ ติ เบรกเกอรช์ นิดอากาศนยิ มนำมาใช้กบั ที่อยู่อาศัย
9. ขอ้ ใดกล่าวผิด
ก. อุปกรณ์ในการต่อสายดินคือหลกั ดินและสายดนิ
ข. การตอ่ ลงดนิ ของเมนสวิตซ์ตอ้ งทำด้านไฟเข้าเสมอ
ค. สขี องสายไฟฟ้าท่ีแสดงว่าเปน็ สายดินคือสีแดงสลบั ดำ
ง. การต่อสายดินควรต่อให้กบั ระบบเมนสวติ ซ์ และเคร่อื งใช้ไฟฟ้าประเภทท่ีหนงึ่
10. ในการตอ่ สายดนิ ใหก้ ับเครื่องซักผา้ มีวธิ ีปฏบิ ัตอิ ย่างไร
ก. ไมจ่ ำเป็นต้องตอ่ กับเมนสวิตซต์ อ่ เข้ากับโครงหลงั คาก็ได้
ข. ตอ่ สายดินทีจ่ ดุ เมนสวิตซ์กบั โครงของเครือ่ งซกั ผา้
ค. ต่อสาย N กบั โครงของเครื่องซกั ผ้า
ง. ตอ่ สาย L กับโครงของเคร่ืองซักผา้

161

แบบทดสอบหลังเรยี น
หน่วยที่ 12 วงจรไฟฟา้ แสงสว่าง อุปกรณป์ ้องกนั ไฟฟ้า และการต่อสายดิน

คำช้ีแจง 1. จงเขยี นเครอื่ งหมายกากบาทในข้อที่ถูกต้องที่สดุ ลงในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบมี 10 ข้อ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวมทั้งส้ิน 10 คะแนน
3. ใชเ้ วลาทดสอบ 10 นาที

1. การต่อหลอดไฟฟ้าแสงสวา่ งแบบใดทท่ี ำเป็นตวั หนังสอื หรือปา้ ยโฆษณา
ก. หลอดนีออน
ข. หลอดแสงจนั ทร์
ค. หลอดฟลอู อเรสเซนต์
ง. หลอดอนิ แคนเดสเซนต์

2. เซอร์กิตเบรกเกอร์ทำงานตา่ งจากฟิวส์อย่างไร
ก. เซอรก์ ิตเบรกเกอรจ์ ำกดั กระแสที่ไหลในวงจร ปอ้ งกันกระแสเกนิ
ข. ฟิวส์เปิดวงจรในขณะทม่ี ีความผดิ ปกติเกิดขน้ึ โดยทไี่ มท่ ำให้ตัวเองขาด
ค. เซอรก์ ิตเบรกเกอรป์ ิดวงจรในขณะทมี่ ีความผดิ ปกติเกดิ ขนึ้ โดยทไ่ี มท่ ำใหต้ วั เองขาด
ง. เซอร์กิตเบรกเกอรเ์ ปดิ วงจรในขณะทีม่ คี วามผิดปกตเิ กดิ ข้นึ โดยท่ีไม่ทำใหต้ ัวเองขาด

3. ขนาดของสายเมนทองแดง 35 sq.mm ควรใช้สายดนิ ทองแดงขนาดเทา่ ไร
ก. ไม่นอ้ ยกวา่ 10 sq.mm
ข. น้อยกว่า 10 sq.mm ก็ได้
ค. เหลก็ อาบทองแดงยาว 1.40 เมตร เส้นผา่ นศนู ยก์ ลางน้อยกว่า 16 มลิ ลิเมตร
ง. เหล็กอาบทองแดงยาว 2.40 เมตร เส้นผา่ นศูนยก์ ลางไมน่ อ้ ยกว่า 16 มิลลเิ มตร

4. ฟวิ ส์แบบใดท่ีมีอัตราทนกระแสไฟฟ้าได้มากท่ีสุด
ก. คาร์ทริดจ์ฟวิ ส์
ข. ปลั๊กฟิวส์
ค. เบรดฟิวส์
ง. สกรูฟวิ ส์

5. ข้อใดกลา่ วผดิ
ก. เซอรก์ ิตเบรกเกอรค์ ืออปุ กรณ์ป้องกันไฟฟา้ ที่ไม่ทำใหต้ ัวเองชำรดุ เหมือนฟวิ ส์
ข. เซอร์กิตเบรกเกอร์แบบโมลเคสทำงานโดยเกบ็ พลังงานไวใ้ นรปู ของแรงสปรงิ
ค. เซอรก์ ติ เบรกเกอร์ชนิดอากาศสามารถถอดเปลย่ี นได้เรยี กว่าดรอเอาต์
ง. เซอร์กิตเบรกเกอร์ชนดิ อากาศนิยมนำมาใช้กบั ท่อี ยู่อาศัย

162

6. ขอ้ ใดกลา่ วผดิ
ก. อุปกรณใ์ นการต่อสายดินคอื หลกั ดนิ และสายดิน
ข. การต่อลงดินของเมนสวติ ซต์ ้องทำด้านไฟเข้าเสมอ
ค. สขี องสายไฟฟ้าทแ่ี สดงว่าเป็นสายดนิ คือสแี ดงสลับดำ
ง. การตอ่ สายดินควรตอ่ ให้กบั ระบบเมนสวิตซ์ และเคร่อื งใช้ไฟฟา้ ประเภทที่หน่งึ

7. ในการต่อสายดนิ ใหก้ บั เครอ่ื งซักผา้ มวี ธิ ปี ฏิบตั ิอย่างไร
ก. ไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งตอ่ กับเมนสวิตซต์ ่อเข้ากบั โครงหลงั คาก็ได้
ข. ต่อสายดนิ ที่จดุ เมนสวิตซ์กับโครงของเครอ่ื งซักผ้า
ค. ตอ่ สาย N กับโครงของเครื่องซกั ผา้
ง. ต่อสาย L กับโครงของเคร่อื งซักผ้า

8. ขอ้ ใดไมใ่ ชแ่ หล่งกำเนดิ แสงทีเ่ กดิ จากการเผาไหม้
ก. แสงจากหลอดไส้
ข. แสงจากการเผาไมแ้ หง้
ค. แสงจากการเชื่อมโลหะ
ง. แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์

9. ในวงจรไฟฟ้าแสงสว่างมสี ่วนประกอบอะไรบ้าง
ก. หลอดนีออน หลอดแสงจันทร์ หลอดไส้ และหลอดประหยัดไฟ
ข. แหล่งจา่ ยไฟฟ้า สายไฟฟ้า สวิตซ์ หลอดไฟฟ้า
ค. บัลลาสต์ สตารท์ เตอร์ หลอดไฟฟ้า ขาหลอด
ง. แบตเตอรี่ หลอดแสงจนั ทร์

10. การต่อวงจรไฟฟา้ แบบใดทีต่ ้องใชบ้ ัลลาสต์ และสตารท์ เตอร์
ก. หลอดนีออน
ข. หลอดแสงจนั ทร์
ค. หลอดฟลูออเรสเซนต์
ง. หลอดอนิ แคนเดสเซนต์

163

เฉลยแบบทดสอบ

หนว่ ยท่ี 12 วงจรไฟฟ้าแสงสวา่ ง อุปกรณป์ ้องกนั ไฟฟา้ และการตอ่ สายดิน

กอ่ นเรียน หลงั เรยี น
1. ง 1. ก
2. ข 2. ง
3. ค 3. ก
4. ก 4. ค
5. ง 5. ข
6. ก 6. ค
7. ค 7. ข
8. ข 8. ง
9. ค 9. ข
10. ข 10. ค

164

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
หน่วยท…ี่ ………………………………………………………
ผลการเรยี นรูท้ คี่ าดหวงั /จดุ ประสงคท์ ี่……………………………………………………………….
กล่มุ ท.่ี ..........................ชอ่ื กลุ่ม............................................................................................................
รายชอื่ สมาชกิ
1. ชื่อ.............................................สกุล..........................................รหัส...............................
2. ชอื่ .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
3. ชื่อ.............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
4. ชือ่ .............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
5. ชอ่ื .............................................สกลุ ..........................................รหสั ...............................
6. ชื่อ.............................................สกุล..........................................รหสั ...............................
7. ชือ่ .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................

ขอ้ ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คิดเห็น
123
1 การเตรยี มความพร้อม
2 เนื้อหาสาระ
3 รูปแบบการนำเสนอ
4 การมีสว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลมุ่
5 การรักษาเวลา
6 ความสนใจของผู้ฟัง

รวม

หมายเหตุ คะแนน 3 อยู่ในระดับ ดี
คะแนน 2 อยู่ในระดบั พอใช้
คะแนน 1 อยู่ในระดับ ปรับปรุง

ลงชื่อ ผู้ประเมิน
(นายSophorn Heng)

วนั ที่.............เดอื น........................พ.ศ. 2565……

165

เกณฑก์ ารประเมินและการใหค้ ะแนน

1. การเตรยี มความพรอ้ ม
3 คะแนน คือ มีการจัดเตรยี มสถานที่ สื่อ/อุปกรณไ์ ว้อย่างพรอ้ มเพรียง
2 คะแนน คือ มสี ื่อ/อปุ กรณพ์ ร้อม ขาดการจัดสถานที่
1 คะแนน คือ มีสือ่ /อุปกรณไ์ มเ่ พยี งพอ ขาดการจดั สถานที่

2. เนอ้ื หาสาระการนำเสนอ
3 คะแนน คือ สาระครบถ้วน ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน คือ สาระไม่ครบถว้ น ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน คือ สาระไมค่ รบถ้วน ไม่ตรงตามจดุ ประสงค์

3. รูปแบบการนำเสนอ
3 คะแนน คือ มรี ูปแบบการนำเสนอทเี่ หมาะสม ใชเ้ ทคนิคแปลกใหม่ มสี ือ่ และเทคโนโลยี
ประกอบการนำเสนอ
2 คะแนน คือ มีเทคนิคแปลกใหม่ มีส่อื และเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ
1 คะแนน คือ เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอไมเ่ หมาะสม ไม่นา่ สนใจ

4. การมีส่วนรว่ มของสมาชิก
3 คะแนน คือ สมาชกิ ทุกคนมบี ทบาท และมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมกล่มุ
2 คะแนน คือ สมาชกิ ส่วนใหญม่ บี ทบาท และมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม
1 คะแนน คือ สมาชกิ สว่ นนอ้ ยมีบทบาท และมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม

5. การรกั ษาเวลา
3 คะแนน คือ ดำเนนิ กจิ กรรมได้ตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน คือ ดำเนินกจิ กรรมไดเ้ รว็ กว่าเวลาท่ีกำหนด
1 คะแนน คือ ดำเนนิ กิจกรรมไดช้ า้ เวลาทก่ี ำหนด

6. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน คือ ผู้ฟังมากกวา่ รอ้ ยละ 80 สนใจ และให้ความร่วมมอื
2 คะแนน คือ ผู้ฟังร้อยละ 70-80 สนใจ และให้ความร่วมมอื
1 คะแนน คือ ผูฟ้ งั น้อยกว่ารอ้ ยละ 70 สนใจ และให้ความรว่ มมือ

166

รายการตรวจสอบและอนญุ าตใหใ้ ช้
 ควรอนุญาตให้ใช้สอนได้
 ควรปรับปรุงเก่ียวกับ

...............................................................................................................................................
......................................................................................................... ....................................................
.............................................................................................................................................. ...............

ลงช่อื
(นายชนาธปิ ชนุ รมั ย)

หัวหน้าสาขาวชิ าช่างอเิ ลก็ ทรอนิกส์
............/............................./..................
 เห็นควรอนญุ าตให้ใช้สอนได้
 ควรปรบั ปรงุ ดังเสนอ
 อื่นๆ .......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................

ลงช่ือ
(นางสาวจามมัจจลุ ี มศี ิลป์)
รองผ้อู ำนวยการฝ่ายวิชาการ

............/............................./..................
 อนญุ าตให้ใชส้ อนได้
 อ่ืนๆ .......................................................................................................................................................

ลงชอ่ื
(นายชาตรี สารีบุตร)

รองผู้อำนวยการ รกั ษาการในตำแหน่ง
ผู้อำนวยการวทิ ยาลยั การอาชีพขุนหาญ
............/............................./..................

167

บันทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
ข้อสรปุ หลงั การจดั การเรียนรู้

.....................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................ .................................................
................................................................................................................................................. ............
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
...................................................................................... .......................................................................

ปญั หาที่พบ
............................................................................................................................. ........

.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................... ..........................................
....................................................................................................................................................... ......

แนวทางแกป้ ัญหา
.....................................................................................................................................

............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
..................................................................................................... ........................................................
.......................................................................................................................................... ...................
.............................................................................................................................................................

............................................................................................................................. ................................

168

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 13 คร้ังท่ี 15
จำนวน 4 ชว่ั โมง
วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บื้องตน้ 20100-1005
ชื่อหน่วย การควบคุมมอเตอรเ์ บื้องต้น

1. สาระสำคัญ
มอเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีใช้งานอย่างแพร่หลาย การทำงานของมอเตอร์อาศัยแรงผลัก

ที่เกิดจากสนามแม่เหล็ก มีส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน คือส่วนท่ีอยู่กับท่ีเรียกว่า “สเตเตอร์” (Stator)
และส่วนที่เคล่ือนที่เรียกว่า “โรเตอร์” (Rotor) แบ่งมอเตอร์ตามระบบไฟฟ้าที่ใช้ได้ 2 ประเภท คือมอเตอร์
ไฟ ฟ้ าก ร ะ แ ส ต ร งแ ล ะ ม อ เต อ ร์ไฟ ฟ้ า ก ระ แ ส ส ลั บ เร าส าม าร ถ น ำ ม อ เต อ ร์ ไฟ ฟ้ า ม า ใช้ งา น
ตามความต้องการและคุณสมบัติของมอเตอร์ไฟฟ้าแต่ละประเภท โดยวิธีการควบคุมมอเตอร์มีองค์ประกอบ 3
ประการ คือควบคมุ ความเรว็ แรงบดิ และทศิ ทางของมอเตอร์

2. สมรรถนะประจำหนว่ ยการเรยี นรู้
แสดงความร้เู กย่ี วกบั มอเตอร์ และการควบคมุ เบื้องตน้ ในงานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสไ์ ด้ถูกต้อง

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ ั่วไป
3.1.1 เพ่ือใหม้ ีความรู้ความเข้าใจในหลักการทำงานของมอเตอร์
3.1.2 เพอ่ื ใหม้ ีทกั ษะในการควบคุมมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรง ชนดิ แมเ่ หลก็ ถาวร
3.1.3 เพอ่ื ให้มีความรบั ผดิ ชอบในการทำงานเปน็ กลมุ่
3.1.4 น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มาใช้ในการทำสว่านเจาะปร๊ินท์
3.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
3.2.1 อธิบายหลกั การทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าไดถ้ ูกตอ้ ง
3.2.2 บอกสว่ นประกอบของมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรง ชนดิ แม่เหล็กถาวรได้ถูกต้อง
3.2.3 บอกวิธีการควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ชนดิ แม่เหล็กถาวรได้ถูกตอ้ ง
3.2.4 ประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในการนำมอเตอร์ดีซีมาทำสว่าน

เจาะปรน๊ิ ท์ ไดถ้ กู ต้อง
4. สาระการเรยี นรู้

4.1 หลกั การทำงานของมอเตอรไ์ ฟฟ้า
4.1.1 หลักการทำงานของมอเตอร์ไฟฟา้

169

4.1.2 โครงสร้างและสัญลกั ษณ์ของมอเตอรไ์ ฟฟ้า
4.1.3 สว่ นประกอบของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง
4.2 ชนิดของมอเตอร์
4.2.1 มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรง
4.2.2 มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั
4.3 การควบคุมมอเตอร์
4.3.1 ควบคมุ ความเรว็ ของมอเตอร์
4.3.2 ควบคุมแรงบิดของมอเตอร์
4.3.3 ควบคมุ ทิศทางการหมุนของมอเตอร์
4.4 ให้ความรเู้ รือ่ งหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในการนำมอเตอรด์ ีซีมาทำสว่านเจาะปร๊ินท์

พอประมาณ มเี หตุผล

1. การเลือกซื้อสว่านเจาะปรนิ ซ์ 3. วเิ คราะหว์ างแผนเลือกสวา่ นเจาะ

2. เตรียม / ตรวจสอบอปุ กรณ์ปรนิ ซ์ 4. ปฏิบัตติ ามแผน

การนามอเตอร์ไฟฟ้า

กระแสตรงมาทา มภี มู ิคุม้ กนั
สว่านเจาะปรินซ์
5. ลดความเสยี หายของอุปกรณ์

ความรู้+ทกั ษะ 6. ปฏบิ ัติงานโดยคำนงึ ถงึ ความปลอดภัย

- หลักปรชั ญาเศรษฐกิจแบบพอเพยี ง คณุ ธรรม
- การเลือกซื้อสว่านเจาะปรินซ์

- การเลอื กใชเ้ คร่ืองมือท่ีเหมาะสม - มคี วามรบั ผดิ ชอบในการทำงาน เช่น สง่ งาน

ตามกำหนดเวลา

- ขยนั ซ่ือสตั ย์ มีวนิ ยั เชน่ ทำงานดว้ ยตัวเอง

สังคม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม สง่ิ แวดล้อม

5,6 1,2 5,6

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

สปั ดาห์ที่ 15 ช่ัวโมงท่ี 57 – 60

ทดสอบก่อนเรยี นหน่วยที่ 13 ( 10 นาที )

5.1 ขัน้ นำ ( 5 นาที)

1) แจง้ จดุ ประสงค์และวิธีการเรียนรปู้ ระจำหน่วยที่ 13 แจกเอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 13

2) นำเขา้ สบู่ ทเรยี นโดยคำถาม

5.2 ขน้ั กจิ กรรม ( 195 นาที)

3) ครูสนทนาเกย่ี วกับหลักการทำงานของมอเตอรไ์ ฟฟา้ พร้อมถามนักเรยี น 4-5 คน

170

4) ครอู ธิบายเก่ียวกับหลกั การทำงานของมอเตอรไ์ ฟฟา้ และถามตอบนกั เรียนเกีย่ วกับหลกั การ
ทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า

5) ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ เกี่ยวกบั หลักการทำงานของมอเตอรไ์ ฟฟา้
6) ครอู ธิบายเร่ืองชนิดของมอเตอร์ และการควบคุมมอเตอร์
7) ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ เกี่ยวกับ เรือ่ งชนดิ ของมอเตอร์ และการควบคุมมอเตอร์
8) แบ่งนักเรยี นออกเป็นกลุ่มๆ ละ 5 คน คละกันตามความสามารถ ทบทวนเกี่ยวกับชนิดของมอเตอร์
และการควบคมุ มอเตอร์ โดยใช้ใบงานที่ 13 ครสู ังเกตการทำงานเป็นกลมุ่ และคอยชีแ้ นะวิธีการทลี ะกลุ่ม
9) สมุ่ มา 3 กลุ่ม โดยใหต้ ัวแทนแตล่ ะกลุ่ม มาแสดงวธิ ีการควบคมุ มอเตอร์ โดยใหเ้ พ่อื นชว่ ยตรวจสอบ
10) ครู และนกั เรียนรว่ มกันสรุป วิธีการควบคุมมอเตอร์
11) สุ่มตัวอย่างนกั เรยี น 2-3 คน อภปิ รายเกี่ยวกับวธิ ีการควบคุมมอเตอร์

5.3 ข้ันวิเคราะห์ ( 10 นาที)
12) สมุ่ ตัวอย่าง 3-5 คน สรปุ องคค์ วามรู้ประจำหนว่ ยท่ี 13
13) สังเกตและบันทึกพฤติกรรมการเรียนรขู้ องผู้เรียนรายบุคคล

5.4 ขัน้ สรุปและประเมินผล ( 20 นาท)ี
14) ครแู จกแบบทดสอบหลังเรียน ใหน้ กั เรยี นลงมือทำ โดยไมป่ รึกษากัน ภายในระยะเวลา 10

นาที
15) เกบ็ แบบทดสอบของนกั เรียนแตล่ ะคนคนื และแจกแบบทดสอบสลับกนั ตรวจใหค้ ะแนน
16) ครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น โดยนกั เรยี นตรวจใหค้ ะแนนเพ่ือน ดว้ ย

ความซื่อสัตยส์ ุจริต พรอ้ มลงช่ือผ้ตู รวจ

6. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
6.1 สื่อส่งิ พมิ พ์ เอกสารประกอบการค้นคว้า
6.1.1 หนงั สือ งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น
6.1.2 เอกสารประกอบการสอน หนว่ ยท่ี 13
6.1.3 แบบฝกึ หัดท่ี 13
6.2 แหล่งการเรียนรูจ้ ากเวบ็ ไซต์
6.2.1 http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/book-11.html

7. หลกั ฐานการเรียนรู้
7.1 หลักฐานความรู้
7.1.1 แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 13

171

7.1.2 แบบทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยท่ี 13 จำนวน 10 ขอ้
7.1.3 แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 13 จำนวน 10 ข้อ
7.2 หลักฐานการปฏิบัตงิ าน
7.2.1 แบบหดั ฝกึ ท่ี 13
7.2.2 ใบงานท่ี 13

8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 เครื่องมือวดั และประเมินผล
8.1.1 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
8.1.2 แบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยที่ 13
8.1.3 แบบฝกึ หัดหน่วยที่ 13
8.2 วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล
8.2.1 สงั เกตจากแบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
8.2.2 ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยที่ 13
8.2.3 ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 13
8.3 เกณฑก์ ารประเมิน
8.3.1 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ต้องไดค้ ะแนนไมต่ ำ่ กวา่ รอ้ ยละ 80
8.3.2 แบบทดสอบหลังเรียน ตอ้ งได้คะแนนไม่ตำ่ กวา่ รอ้ ยละ 60

9. กจิ กรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมาย
9.1 กิจกรรมเสนอแนะ
คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ ทางอนิ เทอร์เน็ตท่ีเวบ็ ไซต์ตา่ งๆ
9.14 งานทมี่ อบหมาย
ทำแบบฝกึ หัดประจำหนว่ ยที่ 13 สง่ สัปดาห์ท่ี 16

172

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หนว่ ยที่ 13 การควบคุมมอเตอร์เบ้อื งต้น

คำช้ีแจง 1. จงเขยี นเครอ่ื งหมายกากบาทในข้อท่ถี ูกตอ้ งท่ีสดุ ลงในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบมี 10 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน รวมทั้งส้ิน 10 คะแนน
3. ใช้เวลาทดสอบ 10 นาที

1. มอเตอร์ไฟฟา้ หมุนได้อย่างไร
ก. เกิดการดดู กันระหว่างลวดตวั นำและแม่เหล็กถาวร
ข. เกดิ แรงผลกั ของสนามแม่เหลก็ ผลกั ขดลวดตัวนำ
ค. สนามแม่เหล็กเคล่ือนท่ีตัดลวดตัวนำ
ง. ตวั นำเคล่ือนทต่ี ัดสนามแมเ่ หลก็

2. ปัจจัยใดที่ไม่เกีย่ วข้องกบั ความเรว็ การหมนุ ของมอเตอร์
ก. กระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับขดลวด
ข. ความเข้มของสนามแม่เหล็ก
ค. ความยาวของลวดตวั นำ
ง. แปรงถ่าน

3. ข้อใดกล่าวไม่ถูกตอ้ ง
ก. แปรงถ่านถกู ต่อระหว่างขัว้ ต่อแหล่งจ่ายไฟฟา้ กบั วงแหวนคอมมวิ เตเตอร์
ข. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับทำงานได้โดยอาศยั หลักการของแปรงถ่าน
ค. แปรงถา่ นทำจากสารผสมระหวา่ งทองแดงกบั กราไฟต์
ง. ในการทำงานของมอเตอรส์ ว่ นท่อี ยู่กับท่ีคือสเตเตอร์

4. ในการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าส่วนท่ีเคล่ือนท่เี รียกว่าอะไร
ก. โรเตอร์
ข. สเตเตอร์
ค. แมเ่ หล็กถาวร
ง. คอมมิวเตเตอร์

5. ข้อใดไม่ใช่สว่ นประกอบของมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง
ก. ขว้ั แมเ่ หลก็ และขดลวดสนาม
ข. คอมมิวเตเตอร์
ค. สวติ ซ์ป่มุ กด
ง. อารเ์ มเจอร์

173

6. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขนาดเล็กแบบท่ีใช้แม่เหล็กถาวรเป็นตัวสร้างสนามแม่เหล็กไม่จำเป็นต้องมี

สว่ นประกอบใด

ก. แมเ่ หลก็ ถาวร ข. แปรงถา่ น

ค. อารเ์ มเจอร์ ง. สเตเตอร์

7. การตอ่ ขดลวดสนามแมเ่ หล็กในมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบใดท่ีมคี ณุ ลักษณะใหแ้ รงบดิ สูง

ก. มอเตอรแ์ บบผสม

ข. มอเตอรแ์ บบขนาน

ค. มอเตอรแ์ บบอนุกรม

ง. มอเตอรแ์ บบชันทฟ์ ิลด์

8. ในการควบคมุ มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรงเบื้องต้นเป็นการควบคุมการทำงานในลกั ษณะใด

ก. ควบคมุ ความเร็วของมอเตอร์

ข. ควบคมุ ทศิ ทางการหมนุ ของมอเตอร์

ค. ควบคมุ ด้วยวิธกี ารเบรกแบบไดนามิค

ง. ควบคมุ การปดิ -เปดิ วงจรและการ Start-Stop

9. มีวธิ ีการควบคมุ ความเรว็ มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรงอยา่ งไร

ก. การควบคมุ แรงดันทข่ี ้ัวอารเ์ มเจอรแ์ ละควบคมุ กระแสขดลวดสนามแมเ่ หล็ก

ข. ควบคมุ แรงเคลอื่ นไฟฟ้าเหน่ยี วนำในตัวมอเตอร์

ค. การจ่ายแรงดนั ใหก้ บั อารเ์ มเจอร์กลบั ข้วั

ง. ควบคมุ ดว้ ยวธิ ีการเบรกแบบไดนามิค

10. มอเตอร์ชนิดใดทน่ี ำมาประยุกตใ์ ช้งานในการทำสว่านเจาะปร้ินท์

ก. มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรงชนิดมอเตอร์แบบขนาน

ข. มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรงชนิดมอเตอร์แบบอนุกรม

ค. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรงชนิดขดลวดสร้างสนามแม่เหล็ก

ง. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงชนิดแมเ่ หลก็ ถาวรสรา้ งสนามแมเ่ หล็ก

174

แบบทดสอบหลังเรยี น
หน่วยท่ี 13 การควบคุมมอเตอร์เบอื้ งต้น

คำชี้แจง 1. จงเขยี นเครอ่ื งหมายกากบาทในข้อท่ถี ูกต้องท่ีสุด ลงในกระดาษคำตอบ
2. ขอ้ สอบมี 10 ข้อ ขอ้ ละ 1 คะแนน รวมท้ังส้นิ 10 คะแนน
3. ใช้เวลาทดสอบ 10 นาที

1. ในการควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงเบื้องต้นเปน็ การควบคุมการทำงานในลกั ษณะใด
ก. ควบคุมความเร็วของมอเตอร์
ข. ควบคมุ ทิศทางการหมุนของมอเตอร์
ค. ควบคมุ ด้วยวธิ ีการเบรกแบบไดนามิค
ง. ควบคมุ การปดิ -เปิดวงจรและการ Start-Stop

2. มีวธิ ีการควบคมุ ความเรว็ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงอย่างไร
ก. การควบคมุ แรงดนั ทข่ี ้ัวอาร์เมเจอร์และควบคมุ กระแสขดลวดสนามแมเ่ หล็ก
ข. ควบคมุ แรงเคลอื่ นไฟฟา้ เหนย่ี วนำในตัวมอเตอร์
ค. การจา่ ยแรงดนั ให้กับอาร์เมเจอรก์ ลับขวั้
ง. ควบคมุ ดว้ ยวธิ กี ารเบรกแบบไดนามิค

3. มอเตอร์ชนิดใดท่ีนำมาประยุกตใ์ ชง้ านในการทำสวา่ นเจาะปร้นิ ท์
ก. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรงชนดิ มอเตอร์แบบขนาน
ข. มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรงชนิดมอเตอรแ์ บบอนุกรม
ค. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรงชนดิ ขดลวดสร้างสนามแม่เหล็ก
ง. มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรงชนดิ แม่เหล็กถาวรสร้างสนามแม่เหลก็

4. มอเตอรไ์ ฟฟ้าหมนุ ไดอ้ ย่างไร
ก. เกิดการดูดกนั ระหว่างลวดตวั นำและแม่เหล็กถาวร
ข. เกดิ แรงผลักของสนามแมเ่ หลก็ ผลกั ขดลวดตัวนำ
ค. สนามแมเ่ หลก็ เคล่ือนท่ตี ัดลวดตัวนำ
ง. ตวั นำเคล่ือนท่ตี ดั สนามแม่เหลก็

5. ปจั จัยใดที่ไม่เกี่ยวข้องกบั ความเรว็ การหมนุ ของมอเตอร์
ก. กระแสไฟฟา้ ที่จ่ายใหก้ บั ขดลวด
ข. ความเขม้ ของสนามแมเ่ หล็ก
ค. ความยาวของลวดตัวนำ
ง. แปรงถ่าน

175

6. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถกู ต้อง

ก. แปรงถา่ นถูกตอ่ ระหว่างขวั้ ตอ่ แหล่งจ่ายไฟฟ้ากับวงแหวนคอมมิวเตเตอร์

ข. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับทำงานไดโ้ ดยอาศัยหลักการของแปรงถ่าน

ค. แปรงถา่ นทำจากสารผสมระหว่างทองแดงกับกราไฟต์

ง. ในการทำงานของมอเตอร์สว่ นท่ีอยู่กับที่คอื สเตเตอร์

7. ในการทำงานของมอเตอร์ไฟฟา้ สว่ นท่ีเคล่ือนทเ่ี รยี กว่าอะไร

ก. โรเตอร์

ข. สเตเตอร์

ค. แม่เหลก็ ถาวร

ง. คอมมิวเตเตอร์

ค. ขอ้ ใดไมใ่ ชส่ ่วนประกอบของมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรง

ก. ขัว้ แม่เหล็กและขดลวดสนาม

ข. คอมมิวเตเตอร์

ค. สวติ ซป์ ุ่มกด

ง. อารเ์ มเจอร์

9. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขนาดเล็กแบบที่ใช้แม่เหล็กถาวรเป็นตัวสร้างสนามแม่เหล็กไม่จำเป็นต้องมี

ส่วนประกอบใด

ก. แมเ่ หลก็ ถาวร

ข. แปรงถ่าน

ค. อารเ์ มเจอร์

ง. สเตเตอร์

10. การต่อขดลวดสนามแม่เหล็กในมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบใดที่มคี ุณลกั ษณะให้แรงบิดสูง

ก. มอเตอรแ์ บบผสม ข. มอเตอร์แบบขนาน

ค. มอเตอร์แบบอนกุ รม ง. มอเตอร์แบบชันท์ฟิลด์

176

เฉลยแบบทดสอบ

หนว่ ยท่ี 13 การควบคมุ มอเตอร์เบ้อื งต้น

ก่อนเรยี น หลังเรียน
1. ข 1. ง
2. ง 2. ก
3. ข 3. ง
4. ก 4. ข
5. ค 5. ง
6. ข 6. ข
7. ค 7. ก
8. ง 8. ค
9. ก 9. ข
10. ง 10. ค

177

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
หน่วยท…ี่ ………………………………………………………
ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง/จุดประสงคท์ ี่……………………………………………………………….
กลุ่มท.ี่ ..........................ชื่อกล่มุ ............................................................................................................
รายช่อื สมาชกิ
1. ชอ่ื .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
2. ชอ่ื .............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
3. ชื่อ.............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
4. ชื่อ.............................................สกลุ ..........................................รหัส...............................
5. ชอ่ื .............................................สกุล..........................................รหัส...............................
6. ช่อื .............................................สกุล..........................................รหสั ...............................
7. ชือ่ .............................................สกุล..........................................รหัส...............................

ข้อที่ รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คิดเห็น
123
1 การเตรียมความพร้อม
2 เน้อื หาสาระ
3 รปู แบบการนำเสนอ
4 การมีส่วนร่วมของสมาชกิ ในกลุ่ม
5 การรกั ษาเวลา
6 ความสนใจของผฟู้ งั

รวม

หมายเหตุ คะแนน 3 อยู่ในระดบั ดี
คะแนน 2 อยู่ในระดับ พอใช้
คะแนน 1 อยู่ในระดบั ปรับปรงุ

ลงช่อื ผ้ปู ระเมนิ
(นายSophorn Heng)

วันท.่ี ............เดือน........................พ.ศ. 2565……

178

เกณฑก์ ารประเมินและการใหค้ ะแนน

1. การเตรยี มความพร้อม
3 คะแนน คือ มกี ารจดั เตรียมสถานที่ สอ่ื /อุปกรณไ์ ว้อย่างพรอ้ มเพรียง
2 คะแนน คือ มสี อ่ื /อปุ กรณพ์ ร้อม ขาดการจัดสถานที่
1 คะแนน คือ มีสอื่ /อปุ กรณไ์ มเ่ พยี งพอ ขาดการจดั สถานที่

2. เนอ้ื หาสาระการนำเสนอ
3 คะแนน คือ สาระครบถ้วน ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน คือ สาระไม่ครบถ้วน ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน คือ สาระไม่ครบถ้วน ไมต่ รงตามจดุ ประสงค์

3. รูปแบบการนำเสนอ
3 คะแนน คือ มีรูปแบบการนำเสนอทเี่ หมาะสม ใชเ้ ทคนิคแปลกใหม่ มีสือ่ และเทคโนโลยี
ประกอบการนำเสนอ
2 คะแนน คือ มเี ทคนิคแปลกใหม่ มีส่อื และเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอ
1 คะแนน คือ เทคโนโลยีประกอบการนำเสนอไมเ่ หมาะสม ไม่นา่ สนใจ

4. การมีส่วนรว่ มของสมาชิก
3 คะแนน คือ สมาชิกทุกคนมบี ทบาท และมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมกลมุ่
2 คะแนน คือ สมาชกิ สว่ นใหญม่ บี ทบาท และมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลมุ่
1 คะแนน คือ สมาชกิ สว่ นนอ้ ยมีบทบาท และมีส่วนร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม

5. การรกั ษาเวลา
3 คะแนน คือ ดำเนนิ กจิ กรรมได้ตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน คือ ดำเนินกิจกรรมได้เรว็ กวา่ เวลาทกี่ ำหนด
1 คะแนน คือ ดำเนนิ กจิ กรรมไดช้ า้ เวลาทก่ี ำหนด

6. ความสนใจของผู้ฟงั
3 คะแนน คือ ผู้ฟงั มากกวา่ ร้อยละ 80 สนใจ และให้ความร่วมมอื
2 คะแนน คือ ผู้ฟังร้อยละ 70-80 สนใจ และให้ความร่วมมอื
1 คะแนน คือ ผฟู้ ังน้อยกว่ารอ้ ยละ 70 สนใจ และให้ความรว่ มมือ

179

รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้
 ควรอนญุ าตให้ใช้สอนได้
 ควรปรบั ปรุงเกย่ี วกับ

...............................................................................................................................................
.............................................................................................................................. ...............................
.............................................................................................................................................................

ลงชอ่ื
(นายชนาธปิ ชนุ รัมย)

หวั หนา้ สาขาวิชาชา่ งอเิ ลก็ ทรอนิกส์
............/............................./..................
 เหน็ ควรอนญุ าตให้ใชส้ อนได้
 ควรปรบั ปรุงดงั เสนอ
 อน่ื ๆ ....................................................................................................................... ................................
.................................................................................... .........................................................................
.............................................................................................................................................................

ลงชื่อ
(นางสาวจามมจั จุลี มศี ลิ ป์)
รองผู้อำนวยการฝา่ ยวชิ าการ

............/............................./..................
 อนุญาตให้ใชส้ อนได้
 อื่นๆ .......................................................................................................................................................

ลงชื่อ
(นายชาตรี สารบี ุตร)

รองผ้อู ำนวยการ รกั ษาการในตำแหนง่
ผอู้ ำนวยการวิทยาลัยการอาชีพขนุ หาญ
............/............................./..................


Click to View FlipBook Version