แผนการจัดการเรียนรู้
รหัสวิชา ว31221 รายวชิ า เคมี 1
ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 เรื่อง พันธะเคมี
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
นางสาวเจนจริ า จนั โทนวน
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพครู
โรงเรียนปทมุ เทพวทิ ยาคาร อำเภอเมอื งหนองคาย จงั หวัดหนองคาย
สำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษาหนองคาย
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร
ก
คำนำ
แผนการจัดการเรียนรู้เล่มน้ี จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเอกสารคู่มือประกอบการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ รหัสวิชา ว31221 รายวิชาเคมี 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3
เรื่องพันธะเคมี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
จำนวน 14 แผน ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด
สาระสำคญั จดุ ประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมการจัดการเรียนรทู้ ่ีหลากหลาย ส่ือและ
แหล่งการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง และบันทึกหลังการจัดการ
เรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนในกลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับวางแผนการจัดการเรียนรู้ การเตรียมการสอน และ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และยังช่วยยกระดับ
มาตรฐานด้านวิชาการให้สูงขึ้นอีกด้วย ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์ตอ่ การเรยี นการสอนอยา่ งแท้จริง
ขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครูกลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร ทุกท่านที่ให้ความสะดวก
สนับสนนุ และใหก้ ำลงั ใจในการจดั ทำแผนการจดั การเรียนรมู้ าโดยตลอด
เจนจริ า จันโทนวน
15 พฤษภาคม 2565
ข
สารบญั
เรอื่ ง หน้า
คำนำ............................................................................................................................................... ก
สารบญั ............................................................................................................................................ ข
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12 เรือ่ ง การเกิดพนั ธะไอออนกิ ................................................................225
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 13 เร่ือง การเขียนสตู รและเรียกชอ่ื สารประกอบไอออนิก........................240
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 14 เรอ่ื ง พลงั งานกบั การเกิดสารประกอบไอออนกิ ……………………………..257
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 15 เรอ่ื ง สมบัติของสารประกอบไอออนิก.................................................271
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 16 เรื่อง สมการไอออกนิกและสมการไอออนิกสทุ ธิ..................................286
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 17 เรื่อง การเกิดพันธะโคเวเลนต์………………………………………………………301
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 18 เรื่อง สตู รโมเลกุลและช่อื ของสารโคเวเลนต์…………………………………..315
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 19 เรื่อง ความยาวพันธะและพลงั งานพันธะของสารโคเวเลนต์................328
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 20 เรอ่ื ง รปู รา่ งโมเลกุลโคเวเลนต์.............................................................347
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 21 เร่ือง สภาพขัว้ ของโมเลกุลโคเวเลนต์...................................................363
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 22 เรือ่ ง แรงยดึ เหนย่ี วระหวา่ งโมเลกุลและสมบัติของสารโคเวเลนต์……..378
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 23 เรื่อง สารโคเวเลนตโ์ ครงผลึกตาข่าย……………………………………………..393
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 24 เรอ่ื ง พันธะโลหะ.................................................................................406
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 25 เรอ่ื ง การใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์
และโลหะ………………………………………………………………………………………………………………………….419
บรรณานกุ รม…………………………………………………………………………………………………………………….432
225
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 12
โดยจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
รหสั วิชา ว31221 รายวิชา เคมี 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เรื่อง พันธะเคมี เวลา 25 ช่ัวโมง
เรอื่ ง การเกิดพนั ธะไอออนิก เวลา 3 ช่วั โมง
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 ผสู้ อน นางสาวเจนจิรา จนั โทนวน
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร
________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชวี้ ดั / ผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพ่มิ เตมิ เคม)ี
ข้อ 1 เข้าใจโตรงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและ
สมบัติของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์
รวมทั้งการนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ช้วี ัด
ม.4/9 อธบิ ายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะไอออนิก โดยใช้แผนภาพหรอื สญั ลักษณ์แบบ
จดุ ของลวิ อิส
ผลการเรยี นรู้
อธิบายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะไอออนิก โดยใช้แผนภาพหรือสัญลักษณ์แบบจุด
ของลวิ อสิ
2. สาระสำคญั
สารเคมีเกิดจากการยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะเคมีซึ่งเก่ียวข้องกับเวเลนซ์อิเล็กตรอนที่แสดงได้
ด้วยสัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิส โดยการเกิดพันธะเคมี ส่วนใหญ่เป็นไปตามกฎออกเตต พันธะไอ
ออนิกเกิดจากการยึดเหน่ียวระหว่างประจุไฟฟ้าของไอออนบวกกับไอออนลบ ส่วนใหญ่ไอออนบวก
เกิดจากโลหะเสียอเิ ลก็ ตรอนและไอออนลบเกิดจากอโลหะรับอิเล็กตรอนสารประกอบทีเ่ กิดจากพันธะ
ไอออนิก เรียกว่าสารประกอบไอออนิก สารประกอบไอออนิกไม่อยู่ในรูปโมเลกุล แต่เป็นโครงผลึกท่ี
ประกอบด้วยไอออนบวกและไอออนลบจดั เรยี งตวั ต่อเนอ่ื งกนั ไปทง้ั สามมติ ิ
226
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะไอออนิก โดยใช้แผนภาพหรือสัญลักษณ์
แบบจุดของลวิ อสิ ได้
3.2 ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
2. ระบปุ ัจจัยที่มผี ลตอ่ โครงสร้างของสารประกอบไอออนิกได้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
3. ทำงานรว่ มกบั ผูอ้ น่ื มสี ่วนร่วมในการแสดงความคิดเหน็ ภายในกลุ่ม ยอมรับฟังความ
คดิ เห็นของผอู้ ืน่ และรับผิดชอบต่อหนา้ ท่ที ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
4. สาระการเรียนรู้
การเกดิ พันธะไอออนิก
เมื่อโลหะตัวรวมกับอโลหะเกิดเป็นสารประกอบไอออนิก โลหะและอโลหะนั้น
จะต้องมีการปรับตัวให้มีความเสถียรที่สุด โดยปรับให้มีจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 8 หรือ
เทา่ กบั เวเลนต์อิเล็กตรอนของแกส๊ เฉ่อื ย
5. สมรรถนะ
5.1 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการสอื่ สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
227
5.2 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนของโรงเรยี นมาตรฐานสากล
1) เปน็ เลิศทางวชิ าการ
2) สื่อสารไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 2 ภาษา
3) ลำ้ หน้าทางความคิด
4) ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์
5) รว่ มกนั รับผดิ ชอบตอ่ สังคมโลก
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 5) อยอู่ ย่างพอเพียง
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) 6) ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 7) รกั ความเป็นไทย
2) ซ่อื สัตย์ สจุ รติ 8) มีจิตสาธารณะ
3) มวี นิ ยั
4) ใฝเ่ รียนรู้
7. การบรู ณาการตามพระราชบัญญัติการศกึ ษาแห่งชาติ
บรู ณาการกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
หลกั ความพอประมาณ
หลกั ความมีเหตผุ ล
หลักการมีภูมคิ ุ้มกนั
เงอ่ื นไขความรู้
เง่ือนไขคณุ ธรรม
บรู ณาการกบั การจดั การศกึ ษาเพอื่ อาชีพ
บูรณาการกบั หลักสตู รตา้ นทุจริตศกึ ษา
การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ
STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจรติ
พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
บรู ณาการขา้ มกลมุ่ สาระการเรียนรู้
(ระบ)ุ …………………………………………………………………….......................................................
................................................................................................................................................................
228
อน่ื ๆ
(ระบุ)…………………………………………………………………….......................................................
................................................................................................................................................................
8. กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
1.ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างสูตรเคมีของสารต่าง ๆ ที่นักเรียนรู้จัก ทั้งนี้สารที่ยกตัวอย่าง
ควรมีทั้งธาตุ สารประกอบ และธาตุหมู่ VIIIA หรือแก๊สมีสกุล เช่น O2 CO2 H2O NaCl He แล้วตั้ง
คำถามว่าสูตรเคมีของสารท่ียกตัวอย่างมาส่วนใหญ่ประกอบด้วยธาตเุ พียง 1 อะตอม หรือมากกว่า 1
อะตอม (แนวคำตอบ : สารส่วนใหญ่ประกอบด้วยธาตุมากกว่า 1 อะตอม) จากนั้นเชื่อมโยงเข้าสู่
ความหมายของพนั ธะเคมวี า่ เป็นการยดึ เหน่ยี วกันของอะตอมหรือไอออนในสาร
1.2 ครูอธิบายว่าสารที่ไม่อยู่ในรูปอะตอมเดี่ยว มีพันธะเคมียึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมหรือ
ไอออนโดยที่อะตอมของธาตุอาจมีการให้อิเล็กตรอน รับอิเล็กตรอน หรือใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน ทำให้
เกดิ พนั ธะเคมี 3 ประเภท ได้แก่ พันธะไอออนกิ พันธะโคเวเลนต์ และพันธะโลหะ
2. ขั้นสำรวจคน้ หา (Exploration)
2.1 ครยู กตัวอย่างสูตรเคมีของสารประกอบไอออนิก เช่น NaCl CaF2 KI แลว้ ตงั้ คำถามว่าสาร
ที่ยกตัวอย่างประกอบด้วยธาตุองค์ประกอบชนิดใด (แนวคำตอบ : ประกอบด้วยธาตุโลหะกับธาตุ
อโลหะ)
2.2 ครอู ธบิ ายวา่ ธาตุโลหะมีพลงั งานไอออไนเซชนั ตำ่ จึงเสียอเิ ล็กตรอนเกิดเป็นไอออนบวกได้
งา่ ย สว่ นธาตุอโลหะมีค่าสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนสูง จงึ รับอเิ ล็กตรอนเกิดเป็นไอออนลบ ไอออนบวก
และไอออนลบมีประจุไฟฟ้าต่างกันจึงยึดเหนี่ยวกันด้วยแรงดึงดูดระหว่างประจุไฟฟ้า เรียกการยึด
เหน่ียวนีว้ ่า พนั ธะไอออนกิ และเรยี กสารที่เกิดจากพันธะไอออนิกว่า สารประกอบไอออนิก
2.3 ครูให้นักเรียนเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอน แบบจำลองอะตอมของโบร์และสัญลักษณ์
แบบจุดของลิวอิสของ Cl และ Cl จากนั้นให้พิจารณาสัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสของ Cl พบว่ามี 7
จุด และเมอื่ รบั อิเล็กตรอน สัญลกั ษณ์แบบจุดของลิวอสิ ของ Cl จะแสดงจุด 8 จดุ เป็นไปตามกฎออก
เตต
2.4 ครูให้นักเรียนแต่ละคนศึกษาและเขียนแสดงการให้และรับอิเล็กตรอนในการเกิด
สารประกอบระหว่างธาตุ โดยใช้สญั ลักษณแ์ บบจดุ ของลิวอิส
3. ข้ันอธิบายความรู้ (Explanation)
229
3.1 ครูสุ่มนักเรียนออกมาเขียนแสดงการให้และรับอิเล็กตรอนในการเกิดสารประกอบ
ระหว่างธาตุ โดยใช้สญั ลกั ษณแ์ บบจุดของลิวอิสหน้าช้ันเรยี น แลว้ ใหเ้ พอ่ื นในช้ันเรียนร่วมกันอภิปราย
3.2 ครแู ละนกั เรียนอภิปรายรว่ มกันเกี่ยวกบั โครงสร้างของสารประกอบไอออนิก โดยให้
นักเรียนพิจารณาจากแบบจำลองหรือภาพโครงผลึกของสาร เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า สารประกอบ
ไอออนกิ ในสถานะของแขง็ อยู่ในรปู ผลกึ ที่มไี อออนบวกและไอออนลบยึดเหนีย่ วกันดว้ ยพนั ธะไอออนิก
อยา่ งต่อเนือ่ งกันไปทง้ั สามมิติเปน็ โครงผลึก และไม่อยู่ในรูปโมเลกุล
3.3 ครูอธิบายเพิม่ เติมเกย่ี วกบั การเกิดพนั ธะไออออนิก และโครงสร้างของสารประกอบ
ไอออนกิ ดงั น้ี
- อะตอมของธาตุโลหะมีขนาดใหญ่ และมีค่าพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 ต่ำ
จงึ มีแนวโนม้ ทจ่ี ะเสียอเิ ลก็ ตรอนไดง้ า่ ย เกิดเปน็ ไอออนบวกที่มปี ระจุเท่ากบั จำนวนอิเล็กตรอนที่เสียไป
สว่ นอะตอมของธาตอุ โลหะมีขนาดเล็ก และมีค่าพลังงานไอออไนเซชันลำดับท่ี 1 สูง จึงมแี นวโนม้ ที่จะ
รับอเิ ล็กตรอนได้ง่าย เกิดเปน็ ไอออนลบทีม่ ีประจุเท่ากับจำนวนอิเลก็ ตรอนท่ีรับมา
- ไอออนบวกและไอออนลบยดึ เหนี่ยวกันด้วยแรงดึงดูดระหว่างประจุไฟฟ้าต่างชนิด
กัน เกิดเป็นพันธะ เรียกว่า พันธะไอออนิก และสารประกอบที่เกิดจากพันธะไอออนิก เรียกว่า
สารประกอบไอออนิก
- สารประกอบไอออนิกที่มีสถานะเป็นของแข็งจะประกอบด้วยไอออนบวกรวมอยู่
กับไอออนลบตอ่ เนือ่ งสลับกันไปท้ังสามมติ ิ และแยกเปน็ โมเลกุลเดย่ี วไม่ได้
- โครงสร้างของสารประกอบไอออนิกแต่ละชนิดจะมีลักษณะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ
สัดสว่ นของจำนวนประจุ ขนาดของไอออน และโครงสร้างผลกึ ของสารนัน้ ๆ
4. ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaboration)
4.1 ครูให้นักเรียนเขียนแสดงการเกิดสารประกอบไอออนิกที่เกิดจากการรวมกันของ
ธาตตุ อ่ ไปน้ี โดยวนขอ้ ที่ไดต้ ามเลขท่ี
• ธาตหุ มู่ 1A กบั ธาตหุ มู่ 5A • ธาตุหมู่ 1A กบั ธาตุหมู่ 6A
• ธาตุหมู่ 2A กับธาตุหมู่ 5A • ธาตหุ มู่ 2A กับธาตุหมู่ 6A
• ธาตุหมู่ 3A กบั ธาตุหมู่ 5A • ธาตุหมู่ 3A กบั ธาตหุ มู่ 6A
• ธาตุหมู่ 3A กับธาตุหมู่ 7A
4.2 ครูถามนักเรยี นดว้ ยชุดคำถาม ดังน้ี
- ในสารประกอบหลายชนิด ธาตุไฮโดรเจนเกิดเป็นไอออน H+ การเกิดไอออนน้ี
ของธาตุไฮโดรเจนสอดคล้องกับการเกดิ ประจขุ องธาตหุ มูใ่ ด (แนวคำตอบ : หมู่ IA)
230
- ในสารประกอบไอออนิกบางชนิด ธาตุไฮโดรเจนอาจเป็นไอออน H- การเกิด
ไอออนน้ีของธาตไุ ฮโดรเจนสอดคล้องกับการเกิดประจขุ องธาตุหมู่ใด (แนวคำตอบ : หมู่ VIIA)
- จากสมบตั ิการเกิดประจุในข้อ 1 และ 2 ควรจัดธาตไุ ฮโดรเจนให้อยใู่ นตำแหน่งใด
ของตารางธาตุ เพราะเหตุใด
4.3 ครูเปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นสอบถามในประเดน็ ท่ียังไม่เข้าใจ แล้วครูอธบิ ายเพม่ิ เติม
5. ขั้นประเมิน (Evaluation)
5.1 ครปู ระเมนิ การเรียนรู้ของนักเรยี นจากการตอบคำถาม การอภิปรายหน้าช้นั เรยี นและ
9. สือ่ การเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้
9.1 สื่อการเรียนรู้
9.1.1 PowerPoint เรอื่ ง สารประกอบไอออนิก
9.2 แหล่งการเรยี นรู้
9.2.1 หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเคมี เล่ม 1 สสวท. (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. 2560)
10. การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการ เครื่องมอื ท่ีใช้ เกณฑ์
ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายการเกิดไอออนและการเกิด - การตอบคำถาม - คำถาม ไดเ้ กณฑ์ในระดบั
ดขี ึ้นไป
พันธะไอออนิก โดยใช้แผนภาพหรือ - ตรวจการเขยี น - สัญลักษณ์แบบ
จุดของลิวอสิ
สญั ลกั ษณ์แบบจุดของลิวอสิ ได้ สญั ลกั ษณแ์ บบจดุ ของ
ลิวอิส
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) - การตอบคำถาม - คำถาม ได้เกณฑใ์ นระดับ
2. ระบปุ ัจจยั ที่มีผลตอ่ โครงสร้างของ ดีขึ้นไป
สารประกอบไอออนกิ ได้
ดา้ นคุณลักษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผูอ้ ื่นมีสว่ นร่วมในการ - สงั เกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกต
แสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับ ทำงาน พฤติกรรม ได้เกณฑ์ในระดบั
ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และ การทำงาน ดขี ้ึนไป
รับผดิ ชอบต่อหน้าที่ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
231
232
233
234
แบบประเมินผลการทำแบบฝกึ หดั
คำชี้แจง ให้ผูป้ ระเมนิ กรอกคะแนนในชอ่ งรายการทปี่ ระเมนิ โดยพจิ ารณาตามคำอธิบายคุณภาพท่ี
กำหนด โดยใส่ตวั เลข 1-3 ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผู้เรยี นต้องได้คะแนนตั้งแต่ 5 คะแนน จงึ ผา่ นเกณฑ์
รายการประเมิน
เลข ชอื่ -สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉล่ยี คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา
(3) (3) (3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางสาวเจนจิรา จนั โทนวน)
............./.................../..............
235
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝึกหดั
รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความถกู ต้อง
ของเน้ือหา 32 1
2. ความคิด
สรา้ งสรรค์ เนื้อหาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน
3. ความตรงตอ่ ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเปน็ บางส่วน
เวลา
ผลงานแสดงออกถึง ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีความน่าสนใจ
ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ งั ไม่มคี วามแปลก
แปลกใหมแ่ ละเป็น แปลกใหม่แต่ไมเ่ ปน็ ใหม่
ระบบ ระบบ
ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชน้ิ งานช้ากว่าเวลาท่ี
กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วันขึน้ ไป
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)
236
แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนตามคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คําช้ีแจง ใหผ้ ู้ประเมนิ กรอกคะแนน ในชอ่ งท่ตี รงกบั ความเป็นจริง
เกณฑ์การประเมนิ ผเู้ รยี นต้องได้คะแนนต้งั แต่ 5 คะแนน จึงผ่านเกณฑ์
รายการประเมนิ
เลขที่ ชอ่ื -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม ค่า สรปุ
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉลยี่ คณุ ภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด
(3) (3) (3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชอ่ื ...................................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาวเจนจริ า จันโทนวน)
............./.................../..............
237
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
รายการประเมนิ 3 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1
2
1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ชดั เจน
2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ต้ังใจและรับผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั
มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง
ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง
3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏบิ ัติหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่
ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง รว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้ไดส้ ำเรจ็ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นสว่ นใหญ่ เปน็ บางครง้ั
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถงึ 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน
238
ใบงาน
เร่อื ง การเกิดและโครงสร้างของสารประกอบไอออนิก
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1. เขียนแสดงการให้และรับอิเล็กตรอนในการเกิดสารประกอบระหว่างธาตุแต่ละคู่ต่อไปนี้ โดยใช้
สญั ลกั ษณแ์ บบจดุ ของลวิ อสิ
1.1 ลเิ ทียมกบั คลอรีน
1.2 ซเี ซยี มกับกำมะถัน
1.3 แบเรยี มกบั ไอโอดนี
1.4 แคลเซยี มกบั ออกซเิ จน
239
ใบงาน
เรื่อง การเกิดและโครงสร้างของสารประกอบไอออนกิ
คำชี้แจง : ใหน้ กั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1. เขียนแสดงการให้และรับอิเล็กตรอนในการเกิดสารประกอบระหว่างธาตุแต่ละคู่ต่อไปนี้ โดยใช้
สัญลักษณ์แบบจดุ ของลวิ อิส
1.1ลิเทียมกบั คลอรนี
1.2 ซีเซียมกับกำมะถนั
1.3 แบเรยี มกับไอโอดนี
1.4 แคลเซยี มกับออกซิเจน
240
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 13
โดยจดั กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสบื เสาะหาความรู้ 5E
รหัสวิชา ว31221 รายวชิ า เคมี 1 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เรื่อง พนั ธะเคมี เวลา 25 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง การเขยี นสตู รและเรียกชอ่ื สารประกอบไอออนกิ เวลา 3 ช่ัวโมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ผ้สู อน นางสาวเจนจริ า จันโทนวน
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร
________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้วี ดั / ผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพิม่ เติมเคมี)
ข้อ 1 เข้าใจโตรงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและ
สมบัติของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์
รวมทง้ั การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวชว้ี ัด
ม.4/10 เขยี นสูตร และเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก
ผลการเรยี นรู้
เขยี นสูตร และเรยี กชอ่ื สารประกอบไอออนิก
2. สาระสำคัญ
สารประกอบไอออนิกเขียนแสดงสูตรเคมีโดยใช้สัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ด้านหน้า
ตามดว้ ยสญั ลกั ษณ์ธาตุทเี่ ปน็ ไอออนลบ และมตี ัวเลขแสดงอตั ราส่วนอย่างตำ่ ของจำนวนไอออน
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายวธิ เี ขยี นสตู รและหลกั การเรยี กชือ่ สารประกอบไอออนกิ ได้
3.2 ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
2. เขยี นสูตรโมเลกุลและเรียกชือ่ สารประกอบไอออนิกได้
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผอู้ นื่ มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟังความ
คิดเห็นของผู้อน่ื และรับผิดชอบต่อหนา้ ท่ที ไ่ี ด้รับมอบหมาย
241
4. สาระการเรยี นรู้
การเขยี นสตู รและชื่อของสารประกอบไอออนิก
การเขียนสตู ร
ให้แสดงประจุบวกของโลหะหรือกลุ่มของประจุบวกที่มีอยู่ในสูตรก่อน จากนั้นตามด้วย
ประจุลบของอโลหะหรือกลุ่มของประจลุ บ เมื่อรวมประจุบวกกับประจุลบเข้ากว้ ยกันต้องมีคา่ เท่ากับ
ศูนย์ และถ้ามีประจุบวกหรือลบมากกว่า 1 กลุ่ม ให้ใส่วงเล็บและระบุจำนวนกลุ่มไว้ทางมุมล่างด้าน
ขวามือ
การอ่านชื่อ
ใหเ้ รยี กไอออนบวกซง่ึ เป็นโลหะก่อนแล้วตามด้วยไอออนลบซึ่งเป็นอโลหะ แล้วเปล่ียนท้าย
เสียงเปน็ “ไอด์ (ide)”
5. สมรรถนะ
5.1 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5.2 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนของโรงเรียนมาตรฐานสากล
1) เปน็ เลิศทางวิชาการ
2) สือ่ สารได้อยา่ งน้อย 2 ภาษา
3) ล้ำหนา้ ทางความคดิ
4) ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์
5) ร่วมกนั รบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมโลก
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 5) อย่อู ย่างพอเพียง
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 6) ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 7) รักความเปน็ ไทย
2) ซือ่ สัตย์ สุจริต
3) มวี นิ ยั
242
4) ใฝ่เรยี นรู้ 8) มจี ติ สาธารณะ
7. การบรู ณาการตามพระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ
บูรณาการกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
หลักความพอประมาณ
หลกั ความมเี หตผุ ล
หลกั การมภี ูมิคมุ้ กัน
เงอ่ื นไขความรู้
เงือ่ นไขคุณธรรม
บรู ณาการกับการจดั การศึกษาเพอ่ื อาชีพ
บรู ณาการกบั หลักสูตรตา้ นทจุ รติ ศึกษา
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทุจริต
พลเมอื งกบั ความรับผดิ ชอบต่อสงั คม
บรู ณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้
(ระบ)ุ …………………………………………………………………….......................................................
................................................................................................................................................................
อ่ืน ๆ
(ระบุ)…………………………………………………………………….......................................................
................................................................................................................................................................
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
1.ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูทบทวนความรู้ในเรื่อง การเกิดพันธะไอออนิกและโครงสร้างไอออนิกที่เกิดจากแรง
ดงึ ดูดระหวา่ งไอออนบวกและไอออนลบ
1.2 ครูถามคำถามกระตุ้นนักเรียนว่า เมื่อทราบประจุของไอออนบวกและไอออนลบแล้ว
ไอออนดงั กลา่ วรวมตัวกันดว้ ยอัตราสว่ นเทา่ ใดในการเกิดเปน็ สารประกอบไอออนิก
243
2. ขนั้ สำรวจคน้ หา (Exploration)
2.1 ครใู หน้ ักเรียนศึกษาเร่ือง การเขยี นสตู รและเรียกชื่อสารประกอบไอออนกิ พิจารณา
การเขยี นสตู ร ของสารประกอบไอออนกิ ดังภาพ
2.2 ครสู รปุ หลักการในการเขยี นสูตรของสารประกอบไอออนกิ ดงั นี้
• เขียนไอออนบวกของโลหะ หรือกลุ่มไอออนบวกไว้ข้างหน้า ตามด้วยไอออนลบของ
อโลหะ หรือกลมุ่ ไอออนลบ
• ไอออนบวกและไอออนลบจะรวมกันในอัตราส่วนที่ทำให้ผลรวมของประจุเป็นศูนย์
ดงั นัน้ จึงต้องหาตัวเลขมาคณู กบั จำนวนประจุบนไอออนบวกและไอออนลบใหม้ จี ำนวนเท่ากัน แล้วใส่
ตัวเลขเหล่านั้นไว้ที่มุมขวาล่างของแต่ละไอออน ซึ่งทำได้โดยใช้จำนวนประจุบนไอออนบวกและ
ไอออนลบคณู ไขว้กัน
• ถ้ากลุ่มไอออนบวกหรือไอออนลบมีมากกว่า 1 กลุ่ม ให้ใส่วงเล็บ ( ) และใส่จำนวน
กลุ่มไวท้ ม่ี มุ ขวาล่าง
2.3 ครูสรุปหลักการในการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก ซึ่งสามารถอ่านได้ 2 กรณี
ดงั น้ี
• สารประกอบธาตุคู่
- ถ้าสารประกอบเกิดจากธาตโุ ลหะที่มีไอออนได้ชนิดเดียวรวมกบั อโลหะ ให้อ่าน
ชื่อโลหะที่เป็นไอออนบวก แล้วตามด้วยชื่อธาตุอโลหะที่เป็นไอออนลบ โดยเปลี่ยนเสียงพยางค์ท้าย
เป็น ไอด์ (-ide) เช่น โซเดยี มคลอไรด์ (NaCl) แคลเซยี มไอโอไดด์ (CaI2) โพแทสเซียมโบรไมด์ (KBr)
- ถ้าสารประกอบที่เกิดจากธาตุโลหะเดียวกันที่มีไอออนได้หลายชนิดรวมตัวกับ
อโลหะ ให้อ่านชื่อโลหะที่เป็นไอออนบวก แล้วตามด้วยค่าประจุของไอออนของโลหะ โดยวงเล็บเป็น
เลขโรมัน แล้วตามด้วยอโลหะที่เป็นไอออนลบ โดยเปลี่ยนเสียงพยางค์ท้ายเป็น ไอด์ (-ide) เช่น ไอร์
ออน (II) คลอไรด์ (FeCl2) คอปเปอร์ (I) ซัลไฟด์ (CuS) ไอรอ์ อน (III) คลอไรด์ (FeCl3)
• สารประกอบธาตุสาม หรือมากกว่า ถ้าสารประกอบเกิดจากไอออนบวกของโลหะ
หรือกลุ่มไอออนบวกรวมตัวกับกลุ่มไอออนลบ ให้อ่านชื่อไอออนบวกของโลหะ หรือชื่อกลุ่มไอออน
244
บวก แล้วตามด้วยกลุ่มไอออนลบ เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) โพแทสเซียมไนเตรต (KNO3)
แบเรียมไฮดรอกไซด์ (Ba(OH)2)
3. ขน้ั อธบิ ายความรู้ (Explanation)
3.1 ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกที่
เกิดจากธาตุหมู่ IA IIA และ IIIA กับธาตุหมู่ VA โดยให้ M แทนธาตุหมู่ IA IIA หรือ IIIA และ X แทน
ธาตหุ มู่ VA ซึง่ นกั เรยี นควรเขียนได้ ดังน้ี M3X M3X2 และ MX
3.2 ครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่อง การเขียนสูตรและเรียกชื่อ
สารประกอบโคเวเลนต์ เช่น
1) จงเขียนสูตรของสารที่เกิดจากการรวมตวั ระหว่างธาตหุ รอื ไอออนคตู่ ่อไปน้ี
ก. โพแทสเซยี มกับไอโอดนี ข. แบเรียมกับกำมะถนั
ค. อะลูมิเนียมกบั ออกซเิ จน ง. โซเดียมกบั ไนเตรตไอออน
จ. แมกนีเซยี มกบั ซลั เฟตไอออน ฉ. ลเิ ทียมกบั ฟอสเฟตไอออน
(แนวตอบ : ก.KI ข. BaS ค. Al2O3 ง. NaNO3 จ. MgSO4 ฉ. Li3PO4)
2) จงเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกต่อไปนี้ Al(OH)3 CuSO4 NH4NO3 CoCl2 Na3O2
และ CaF2
(แนวตอบ : Al(OH)3 = อะลูมเิ นยี มไฮดรอกไซด์
CuSO4 = คอปเปอร์ (II) ซลั เฟต
NH4NO3 = แอมโมเนียมไนเตรต
CoCl2 =โคบอลต์ (II) คลอไรด์
Na3O2 = โซเดียมออกไซด์
CaF2 = แคลเซยี มฟลอู อไรด)์
4. ข้ันขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
4.1 ครูเปิดโอกาสให้นกั เรียนซกั ถามข้อสงสัยในเนือ้ หา เรื่อง การเขียนสูตรและเรียกช่อื
สารประกอบไอออนิก วา่ มีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจ และใหค้ วามรู้เพิ่มเติมในส่วนน้ัน และทำแบบฝึกหัด
เพ่อื ทบทวนความรู้
5. ขน้ั ประเมิน (Evaluation)
5.1 ครูประเมินการเรยี นรขู้ องนกั เรียนจากการตอบคำถาม และการทำแบบฝึกหัด
245
9. ส่ือการเรยี นร้แู ละแหล่งการเรียนรู้
9.1 สอื่ การเรยี นรู้
9.1.1 PowerPoint เร่ือง สารประกอบไอออนกิ
9.2 แหลง่ การเรยี นรู้
9.2.1 หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเคมี เล่ม 1 สสวท. (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. 2560)
10. การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการ เครอ่ื งมือทใี่ ช้ เกณฑ์
ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายวิธีเขียนสูตรและหลักการ - การตอบคำถาม - คำถาม ไดเ้ กณฑ์ในระดบั
- แบบฝกึ หัด ดขี ึน้ ไป
เรียกชอ่ื สารประกอบไอออนิกได้ - ตรวจแบบฝึกหัด
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) - แบบฝึกหัด ไดเ้ กณฑ์ในระดับ
2. เขยี นสตู รโมเลกุลและเรียกชือ่ - ตรวจแบบฝกึ หัด ดีขน้ึ ไป
สารประกอบไอออนิกได้ - แบบสงั เกต
พฤติกรรม ไดเ้ กณฑใ์ นระดบั
ด้านคุณลกั ษณะ (A) การทำงาน ดขี น้ึ ไป
3. ทำงานร่วมกับผูอ้ ื่นมีส่วนรว่ มในการ - สังเกตพฤติกรรมการ
แสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับ ทำงาน
ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และ
รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ที่ท่ไี ด้รบั มอบหมาย
246
247
248
249
แบบประเมินผลการทำแบบฝกึ หดั
คำชี้แจง ให้ผูป้ ระเมนิ กรอกคะแนนในชอ่ งรายการทปี่ ระเมนิ โดยพจิ ารณาตามคำอธิบายคุณภาพท่ี
กำหนด โดยใส่ตวั เลข 1-3 ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผู้เรยี นต้องได้คะแนนตั้งแต่ 5 คะแนน จงึ ผา่ นเกณฑ์
รายการประเมิน
เลข ชอื่ -สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉล่ยี คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา
(3) (3) (3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางสาวเจนจิรา จนั โทนวน)
............./.................../..............
250
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝึกหดั
รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความถกู ต้อง
ของเน้ือหา 32 1
2. ความคิด
สรา้ งสรรค์ เนื้อหาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน
3. ความตรงตอ่ ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเปน็ บางส่วน
เวลา
ผลงานแสดงออกถึง ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีความน่าสนใจ
ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ งั ไม่มคี วามแปลก
แปลกใหมแ่ ละเป็น แปลกใหม่แต่ไมเ่ ปน็ ใหม่
ระบบ ระบบ
ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชน้ิ งานช้ากว่าเวลาท่ี
กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วันขึน้ ไป
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)
251
แบบประเมินพฤติกรรมระหวา่ งเรยี นตามคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
คําช้ีแจง ให้ผปู้ ระเมินกรอกคะแนน ในชอ่ งที่ตรงกับความเป็นจรงิ
เกณฑ์การประเมิน ผูเ้ รยี นต้องได้คะแนนต้ังแต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์
รายการประเมิน
เลขที่ ชอื่ -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม ค่า สรปุ
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉลยี่ คณุ ภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด
(3) (3) (3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
ลงชอ่ื ...................................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาวเจนจริ า จนั โทนวน)
............./.................../..............
252
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
รายการประเมนิ 3 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1
2
1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ชดั เจน
2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ต้ังใจและรับผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั
มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง
ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง
3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏบิ ัติหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่
ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง รว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้ไดส้ ำเรจ็ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นสว่ นใหญ่ เปน็ บางครง้ั
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถงึ 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน
253
ใบงาน
เร่ือง การเขียนสูตรและการเรียกชอ่ื สารประกอบไอออนิก
คำชแี้ จง : ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
1. จงเรยี กชอ่ื สารประกอบไอออนกิ จากสตู รที่กำหนดให้ต่อไปนี้
สูตร ชือ่ สารประกอบไอออนิก
Li2S ………………………………………………………………………………………...
AlP ………………………………………………………………………………………...
CaF2 ………………………………………………………………………………………...
NaCl ………………………………………………………………………………………...
CaBr2 ………………………………………………………………………………………...
AlF3 ………………………………………………………………………………………...
MgCl2 ………………………………………………………………………………………...
Ca3N2 ………………………………………………………………………………………...
Na2O ………………………………………………………………………………………...
CaCl2 ………………………………………………………………………………………...
2. จงระบุอตั ราสว่ นของไอออนและเขยี นสตู รของสารประกอบไอออนิกที่กำหนดใหต้ ่อไปนี้
ไอออนครู่ ว่ มพนั ธะ อตั ราสว่ นไอออน สูตรของสารประกอบไอออนิก
Ca2+ N3-
Al3+ O2- ………………... ………………... ………………......................................
Na+ O2-
Mg2+ O2- ………………... ………………... ………………......................................
Li+ S2-
Al3+ F- ………………... ………………... ………………......................................
Mg2+ Cl-
Na+ Br- ………………... ………………... ………………......................................
Ca2+ Cl-
………………... ………………... ………………......................................
………………... ………………... ………………......................................
………………... ………………... ………………......................................
………………... ………………... ………………......................................
………………... ………………... ………………......................................
254
Mg2+ P3- ………………... ………………... ………………......................................
Na+ Cl- ………………... ………………... ………………......................................
Al3+ S2- ………………... ………………... ………………......................................
Ca2+ P3- ………………... ………………... ………………......................................
255
ใบงาน
เรือ่ ง การเขยี นสูตรและการเรียกช่อื สารประกอบไอออนิก
คำช้แี จง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้
1. จงเรยี กช่อื สารประกอบไอออนกิ จากสตู รที่กำหนดใหต้ ่อไปน้ี
สตู ร ชอ่ื สารประกอบไอออนิก
Li2S ลิเทยี มซัลไฟด์
AlP อะลูมิเนยี มฟอสไฟต์
CaF2 แคลเซยี มฟลูออไรด์
NaCl โซเดยี มคลอไรด์
CaBr2 แคลเซยี มโบรไมด์
AlF3 อะลูมิเนยี มฟลูออไรด์
MgCl2 แมกนีเซียมคลอไรด์
Ca3N2 แคลเซียมไนไตด์
Na2O โซเดียมออกไซด์
CaCl2 แคลเซยี มคลอไรด์
2. จงระบอุ ัตราสว่ นของไอออนและเขียนสูตรของสารประกอบไอออนิกท่ีกำหนดให้ต่อไปนี้
ไอออนครู่ ่วมพันธะ อัตราสว่ นไอออน สูตรของสารประกอบไอออนิก
Ca2+ N3- 32 Ca3N2
Al3+ O2- 23 Al2O3
Na+ O2- 21 Na2O
Mg2+ O2- 22 MgO
Li+ S2- 21 Li2S
Al3+ F- 13 AlF3
Mg2+ Cl- 12 MgCl2
Na+ Br- 11 NaBr
Ca2+ Cl- 12 CaCl2
Mg2+ P3- 3 2 256
Na+ Cl- 1 1
Al3+ S2- 2 3 Mg3P2
Ca2+ P3- 3 2 NaCl
Al2S3
Ca3P2
257
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 14
โดยจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
รหสั วิชา ว31221 รายวิชา เคมี 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เร่อื ง พันธะเคมี เวลา 25 ช่วั โมง
เรือ่ ง พลงั งานกบั การเกิดสารประกอบไอออนิก เวลา 2 ชัว่ โมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ผสู้ อน นางสาวเจนจิรา จันโทนวน
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร
________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้ีวัด / ผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพมิ่ เตมิ เคมี)
ข้อ 1 เข้าใจโตรงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและ
สมบัติของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์
รวมท้ังการนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชี้วดั
ม. 4/11 คำนวณพลังงานที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจักร
บอรน์ -ฮาเบอร์
ผลการเรียนรู้
คำนวณพลงั งานทเ่ี กีย่ วข้องกับปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจกั รบอร์น-ฮา
เบอร์
2. สาระสำคัญ
สมบัติบางประการของธาตแุ ต่ละชนิด ทำใหส้ ามารถนำธาตุไปใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นต่าง ๆ ได้
อยา่ งหลากหลาย ทั้งนี้การนำธาตุไปใช้ตอ้ งตระหนักถึงผลกระทบท่ีมีต่อสง่ิ มชี วี ิตและสง่ิ แวดลอ้ ม
โดยเฉพาะสารกมั มนั ตรงั สีซึง่ ต้องมีการจัดการอยา่ งเหมาะสม
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายเก่ยี วกับการเปลี่ยนแปลงพลงั งานในการเกิดสารประกอบไอออนกิ ได้
3.2 ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
258
2. คำนวณพลังงานของปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจักรบอร์น-ฮา
เบอร์ได้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
3. ทำงานรว่ มกับผอู้ นื่ มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ ภายในกลุ่ม ยอมรับฟังความ
คดิ เห็นของผอู้ นื่ และรบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ทีท่ ่ีได้รับมอบหมาย
4. สาระการเรยี นรู้
พลงั งานกบั การเกดิ สารประกอบไอออนกิ
5. สมรรถนะ
5.1 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1) ความสามารถในการสือ่ สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5.2 สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี นของโรงเรยี นมาตรฐานสากล
1) เป็นเลศิ ทางวิชาการ
2) สื่อสารไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 2 ภาษา
3) ล้ำหน้าทางความคดิ
4) ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์
259
5) รว่ มกันรับผดิ ชอบต่อสังคมโลก
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 5) อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) 6) ม่งุ มั่นในการทำงาน
1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 7) รักความเปน็ ไทย
2) ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 8) มีจติ สาธารณะ
3) มวี ินัย
4) ใฝเ่ รียนรู้
7. การบรู ณาการตามพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ
บูรณาการกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
หลักความพอประมาณ
หลักความมีเหตุผล
หลกั การมีภมู ิคมุ้ กนั
เงื่อนไขความรู้
เงอ่ื นไขคณุ ธรรม
บูรณาการกับการจดั การศึกษาเพ่อื อาชีพ
บรู ณาการกบั หลกั สตู รต้านทจุ ริตศึกษา
การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ ริต
พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม
บูรณาการข้ามกลมุ่ สาระการเรียนรู้
(ระบุ)…………………………………………………………………….......................................................
................................................................................................................................................................
อ่ืน ๆ
(ระบุ)…………………………………………………………………….......................................................
................................................................................................................................................................
260
8. กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
1.ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูให้นักเรียนดูภาพการเกิดสารประกอบโซเดียมคลอไรด์ จากปฏิกิริยาระหว่างโลหะ
โซเดยี มกบั แก๊สคลอรีน
1.2 ครูตั้งคำถามนำว่า การเกิดสารประกอบโซเดียมคลอไรด์ มีการเปลี่ยนแปลงพลังงาน
หรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ: มีการเปลี่ยนแปลงพลังงาน โดยโลหะโซเซียมและแก๊สคลอรีนจะ
เปล่ียนเป็นไอออน แลว้ รวมตัวกันเป็นโซเดยี มคลอไรด์)
1.3 ครูให้นักเรียนดูสมการของปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบโซเดียมคลอไรด์และพลังงาน
ของการเกิดสารประกอบโซเดียมคลอไรด์ จากนั้นให้นักเรียนตอบคำถามว่า พลังงานที่เกิดจากการ
รวมตัวกันของโซเดียมไอออนและคลอไรด์ไอออนมีค่าเหมือนหรือต่างจากค่าพลังงานการเกิด
สารประกอบโซเดียมคลอไรด์ เพราะเหตุใด (แนวตอบ : มคี า่ ต่างกัน เพราะสารตัง้ ตน้ ต่างกนั )
2. ขนั้ สำรวจค้นหา (Exploration)
2.1 ครูให้นักเรียนดูสมการของปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบโซเดียมคลอไรด์และ
พลงั งานการเกิดสารประกอบโซเดยี มคลอไรด์
2.2 ครูสมุ่ ให้นักเรียนทุกคนร่วมกนั อภปิ รายเกีย่ วกับพลังงานในการเกิดโซเดียมคลอไรด์
โดยครคู อยช่วยเสรมิ ความรู้ จนนกั เรียนทุกคนเกิดความเขา้ ใจทีถ่ ูกตอ้ งตรงกนั
3. ข้นั อธบิ ายความรู้ (Explanation)
3.1 ครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่องพลังงานกับการเกิดสารป ระกอบ
ไอออนิก เช่น
1) พลงั งานในการเกิดสารประกอบไอออนกิ มีกี่ข้ันตอน อะไรบ้าง และแต่ละขั้นตอน
เป็นปฏกิ ริ ิยาประเภทใด
(แนวตอบ : 5 ขั้นตอน ดงั นี้
261
- พลงั งานการระเหดิ เปน็ พลังงานที่ตอ้ งใช้ในการเปล่ียนสถานะของสารจากของแข็ง
ใหก้ ลายเปน็ ไอโดยไมต่ อ้ งผ่านสภาวะของเหลว ซึ่งเปน็ ปฏิกริ ยิ าดดู พลงั งาน
- พลังงานการสลายพันธะ เป็นพลังงานที่ทำให้โมเลกลุใหญ่แตกตัวเป็นโมเลกุลเล็ก
ลง หรือเป็นอะตอม ซึ่งเปน็ ปฏิกิรยิ าดูดพลังงาน
- พลังงานไอออไนเซชัน เป็นพลังงานที่ต้องใช้เพื่อดึงอิเล็กตรอนวงนอกสุดออกจาก
อะตอมในสภาวะแกส๊ กลายเป็นไอออนบวกในสภาวะแกส๊ ซึ่งเปน็ ปฏกิ ิรยิ าดูดพลังงาน
- พลังงานสัมพรรคภาพอเล็กตรอน เป็นพลังงานที่ให้ออกม เมื่ออะตอมของธาตุใน
สภาวะแก๊สรับอเิ ล็กตรอน กลายเป็นไอออนลบในภาวะแกส๊ ซ่งึ เปน็ ปฏกิ ริ ิยา คายพลังงาน
- พลังงานโครงผลึก หรอื พลังงานแลตทิซ เป็นพลังงานท่ีให้ออกมา เม่อื ไอออนท่ีเป็น
แก๊สรวมตวั กันกลายเป็นผลกึ ของแข็งไอออนิก ซ่งึ เปน็ ปฏิกริ ิยาคายพลังงาน
2) สารประกอบไอออนกิ ท่ีมีจุดหลอมเหลวสูงจะมีพลงั งานแลตทซิ เป็นอย่างไร
(แนวตอบ : สารประกอบไอออนกิ ท่ีมจี ุดหลอมเหลวสงู จะมีพลังงานแลตทิซสูง)
3.2 ครใู หค้ วามรู้เพิ่มเติมเก่ียวกับพลงั งานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก ซึ่งเม่ือเรียน
จบหวั ข้อนี้แล้วนกั เรียนควรสรุปสาระสำคัญได้ ดังน้ี
- การเกดิ สารประกอบไอออนกิ มีปฏกิ ริ ิยาเกิดขนึ้ หลายข้นั ตอน ในแตล่ ะข้ันตอนจะมี
การเปล่ียนแปลงพลังงาน โดยอาจเปน็ การดดู พลังงานหรอื คายพลังงาน
- ปฏิกิริยาที่มีการดูดพลังงานมากกว่าการคายพลังงาน จัดเป็นปฏิกิริยาแบบ
ดดู พลังงาน ค่า ∆H จะมคี ่าเป็นบวก
- ปฏิกิริยาที่มีการดูดพลังงานน้อยกว่าการคายพลังงาน จัดเป็นปฏิกิริยาแบบ
คายพลงั งาน ค่า ∆H จะมคี า่ เป็นลบ
4. ข้นั ขยายความเข้าใจ (Elaboration)
4.1 ครใู หน้ กั เรียนพจิ ารณาภาพตอ่ ไปน้ี แลว้ สุม่ นกั เรียน 5 คนตอบคำถามเพอ่ื ตรวจสอบ
ความเขา้ ใจ
262
1) พลงั งานพันธะ Cl-Cl (แนวตอบ : ขั้นที่ 3)
2) พลงั งานแลตทซิ ของ NaCl (แนวตอบ : ขน้ั ท่ี 5)
3) พลงั งานการระเหดิ ของโลหะ Na (แนวตอบ : ข้นั ที่ 1)
4) สมั พรรคภาพอเิ ลก็ ตรอนของ Cl (แนวตอบ : ขน้ั ท่ี 4)
5) พลงั งานไอออไนเซชันของ Na (แนวตอบ : ขน้ั ที่ 2)
4.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมโดยชี้ให้นักเรียนสังเกตภาพว่าในแต่ละขั้นตอนจะแสดงสารทั้งท่ี
เกิดการเปลีย่ นแปลงและไมเ่ กดิ การเปลย่ี นแปลง เนื่องจากต้องการแสดงระดับพลงั งานรวมของสารที่
เกย่ี วข้องทุกสาร
4.3 ครูให้นักเรียนเขียนสมการแสดงการคำนวณและคำนวณพลังงานการเกิด
สารประกอบแคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2) จากค่าพลังงานทก่ี ำหนดใหต้ ่อไปนี้
ชนิดของพลังงาน คา่ ของพลังงาน (kj/mol)
พลังงานการระเหิดของ Ca 178
พลงั งานไอออไนเซชนั ลำ ดบั ท่ี 1 ของ Ca 590
พลงั งานไอออไนเซชันลำ ดับท่ี 2 ของ Ca 1145
พลังงานพนั ธะของ Cl2 242
สมั พรรคภาพอเิ ลก็ ตรอนของ Cl 349
พลงั งานแลตทิซของ CaCl2 2258
พลงั งานรวม = พลงั งานการระเหดิ + พลังงานไอออไนเซชัน +
พลงั งานพันธะ + (-สมั พรรคภาพอเิ ลก็ ตรอน)
263
+ (-พลังงานแลตทิซ)
= 178 + (590 + 1145) + 242 + [2 × (-349)] + (-2258)
= -801 kJ
ดังนั้นการเกิดสารประกอบแคลเซยี มคลอไรด์เป็นปฏกิ ิริยาคายพลังงานและมีพลังงานรวมของ
ปฏิกริ ยิ าเทา่ กบั 801 กโิ ลจลู ตอ่ โมล
5. ขั้นประเมิน (Evaluation)
5.1 ครปู ระเมินการเรยี นรู้ของนกั เรียนจากการตอบคำถามในชั้นเรียน
9. สอ่ื การเรยี นรูแ้ ละแหล่งการเรียนรู้
9.1 ส่ือการเรยี นรู้
9.1.1 PowerPoint เร่ือง สารประกอบไอออนกิ
9.2 แหล่งการเรียนรู้
9.2.1 หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเคมี เล่ม 1 สสวท. (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. 2560)
10. การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการ เคร่อื งมอื ท่ใี ช้ เกณฑ์
- คำถาม ได้เกณฑใ์ นระดบั
ด้านความรู้ (K)
- คำถาม ดขี ้ึนไป
1. อธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง - การตอบคำถาม
- แบบสังเกต ไดเ้ กณฑ์ในระดับ
พลังงานในการเกิดสารประกอบไอ พฤติกรรม ดีขน้ึ ไป
การทำงาน
ออนิกได้ ได้เกณฑ์ในระดบั
ดีขน้ึ ไป
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
2. คำนวณพลงั งานของปฏิกริ ิยาการ - การตอบคำถาม
เกดิ สารประกอบไอออนกิ จากวัฏจักร
บอรน์ -ฮาเบอรไ์ ด้
ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่นมสี ่วนร่วมในการ - สังเกตพฤติกรรมการ
แสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับ ทำงาน
ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และ
รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าทที่ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย
264
265
266
267
แบบประเมินผลการทำแบบฝกึ หดั
คำชี้แจง ให้ผูป้ ระเมนิ กรอกคะแนนในชอ่ งรายการทปี่ ระเมนิ โดยพจิ ารณาตามคำอธิบายคุณภาพท่ี
กำหนด โดยใส่ตวั เลข 1-3 ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผู้เรยี นต้องได้คะแนนตั้งแต่ 5 คะแนน จงึ ผา่ นเกณฑ์
รายการประเมิน
เลข ชอื่ -สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉล่ยี คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา
(3) (3) (3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางสาวเจนจิรา จนั โทนวน)
............./.................../..............
268
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝึกหดั
รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความถกู ต้อง
ของเน้ือหา 32 1
2. ความคิด
สรา้ งสรรค์ เนื้อหาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน
3. ความตรงตอ่ ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเปน็ บางส่วน
เวลา
ผลงานแสดงออกถึง ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีความน่าสนใจ
ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ งั ไม่มคี วามแปลก
แปลกใหมแ่ ละเป็น แปลกใหม่แต่ไมเ่ ปน็ ใหม่
ระบบ ระบบ
ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชน้ิ งานช้ากว่าเวลาท่ี
กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วันขึน้ ไป
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)
269
แบบประเมินพฤติกรรมระหวา่ งเรยี นตามคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
คําช้ีแจง ให้ผปู้ ระเมินกรอกคะแนน ในชอ่ งที่ตรงกับความเป็นจรงิ
เกณฑ์การประเมิน ผูเ้ รยี นต้องได้คะแนนต้ังแต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์
รายการประเมิน
เลขที่ ชอื่ -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม ค่า สรปุ
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉลยี่ คณุ ภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด
(3) (3) (3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
ลงชอ่ื ...................................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาวเจนจริ า จนั โทนวน)
............./.................../..............
270
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
รายการประเมนิ 3 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1
2
1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน
กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ชดั เจน
2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ต้ังใจและรับผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั
มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง
ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง
3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏบิ ัติหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่
ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง รว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้ไดส้ ำเรจ็ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นสว่ นใหญ่ เปน็ บางครง้ั
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถงึ 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน