The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 3
เรื่อง พันธะเคมี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jenjira.jantonuan, 2022-10-13 08:11:04

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 3

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 3
เรื่อง พันธะเคมี

421

 2) ซ่อื สัตย์ สจุ ริต  6) มุ่งมัน่ ในการทำงาน
 3) มีวินยั  7) รักความเป็นไทย
 4) ใฝ่เรียนรู้  8) มจี ติ สาธารณะ

7. การบรู ณาการตามพระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ
 บูรณาการกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
 หลักความพอประมาณ
 หลักความมีเหตผุ ล
 หลกั การมีภูมคิ ้มุ กนั
 เงื่อนไขความรู้
 เงื่อนไขคุณธรรม
 บรู ณาการกับการจัดการศึกษาเพอ่ื อาชีพ
 บูรณาการกับหลักสตู รตา้ นทุจริตศึกษา
 การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
 ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
 STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ
 พลเมืองกบั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
 บูรณาการขา้ มกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(ระบุ)…………………………………………………………………….......................................................

................................................................................................................................................................
 อ่ืน ๆ
(ระบ)ุ …………………………………………………………………….......................................................

................................................................................................................................................................

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
1.ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูให้นักเรียนพิจารณาตารางสมบัติบางประการของสารประกอบไออนิก

สารโคเวเลนต์ และโลหะ เพ่ือทบทวนความรูเ้ ก่ียวกับชนดิ ของพันธะและสมบัติของสาร ซึ่งควรสรุปได้
ว่า

422

- พันธะไอออนิกเกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างประจุไฟฟ้าของไอออนบวกกับ
ไอออนลบ ซึ่งส่วนใหญ่ไอออนบวกเกิดจากโลหะเสียอิเล็กตรอนและไอออนลบเกิดจากอโลหะรับ
อิเล็กตรอน เกิดเป็นสารประกอบไอออนิกที่ส่วนใหญ่เป็นผลึกของแข็ง เปราะ มีจุดหลอมเหลวและ
จุดเดือดสูง ละลายน้ำได้ ไม่นำไฟฟา้ เม่อื เปน็ ของแข็ง แตน่ ำไฟฟ้าได้เม่อื หลอมเหลวหรอื ละลายในน้ำ

- พันธะโคเวเลนต์เกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมธาตุ 2 อะตอม ซึ่งส่วนใหญ่
เป็นธาตุอโลหะ โดยใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน เกิดเป็นสารโคเวเลนต์ที่ส่วนใหญ่มีจุดหลอมเหลว
และจุดเดือดต่ำ ไม่ละลายน้ำ และไม่นำไฟฟ้า ส่วนสารที่มีพันธะโคเวเลนต์ต่อเนื่องกันไปในสามมิติ
เปน็ สารโคเวเลนต์โครงร่างตาข่ายทีม่ ีจุดหลอมเหลวและจดุ เดอื ดสูง

- พันธะโลหะเกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างโปรตอนในนิวเคลียสกับเวเลนซ์
อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ไปทั่วทั้งชิ้นโลหะ โดยโลหะส่วนใหญ่เป็นของแข็ง มีผิวมันวาว ตีเป็นแผ่นหรือ
ดงึ เปน็ เสน้ ได้ นำความร้อนและนำไฟฟ้าได้ดีมจี ดุ หลอมเหลวและจุดเดอื ดสงู

2. ขั้นสำรวจค้นหา (Exploration)
2.1 ครูให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน
2.2 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก

สารโคเวเลนต์ และโลหะ
2.3 ครใู ห้นกั เรยี นสรปุ ความคิดรวบยอด โดยเขียนแผนภาพเวนนห์ รอื ผงั มโนทศั น์

3. ขั้นอธบิ ายความรู้ (Explanation)
3.1 ครูให้นักเรียนเลือกตัวแทน 3 คน ออกมานำเสนอการสรุปความคิดรวบยอด เรื่อง

พนั ธะเคมี
3.2 ครอู ธิบายเพิม่ เติมเกีย่ วกบั พันธะเคมี เพือ่ แก้ไข ปรับปรงุ ความรู้ให้สมบรู ณ์ยิง่ ขน้ึ

4. ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaboration)
4.1 ครตู ั้งคำถามว่า จากสมบัตทิ ่ตี า่ งกันของแตล่ ะพนั ธะ สง่ ผลต่อการนำไปใช้ประโยชน์

หรือไม่ (แนวตอบ : สารแต่ละชนิดมีสมบัติต่างกัน จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามความ
เหมาะสม)

4.2 ครใู หน้ กั เรยี นทำกิจกรรมสืบค้นข้อมลู เกี่ยวกับประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก
สารโคเวเลนต์ และโลหะ จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นนำเสนอข้อมลู ทไ่ี ด้จากการสืบค้นข้อมลู ในรปู แบบต่าง ๆ

4.3 ครตู ง้ั คำถามเพ่อื ทบทวนความรแู้ ละทดสอบความเข้าใจ ดังน้ี
• เพราะเหตใุ ดจึงสามารถตที องคำแท่งให้เป็นเสน้ ทองคำได้ (แนวตอบ : เนอ่ื งจาก

ทองคำเป็นโลหะ อะตอมของโลหะจัดเรียงตัวเป็นชั้น ๆ อย่างมีระเบียบ การทุบหรือตีแผ่นโลหะ

423

เป็นการผลกั ใหช้ ้ันของอะตอมโลหะเล่ือนไถลออกไปจากตำแหน่งเดิม ทำใหแ้ ผ่นโลหะยาวออกไปหรือ
บางลง แต่อะตอมของโลหะในตำแหน่งใหม่ไม่หลุดออกจากกันเพราะมีกลุ่มเวเลนซ์อิเล็กตรอน
ยดึ อนุภาคเหล่านัน้ ไว้ ดังนนั้ จึงตีทองคำแท่งใหเ้ ป็นเสน้ ทองคำได้)

• สารประกอบไอออนิกและโลหะเมื่อหลอมเหลวสามารถนำไฟฟ้าได้แตกต่างกับ
เมื่อเป็นของแข็งหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : สารประกอบไอออนิกเมื่อเป็นของแข็งจะไม่นำไฟฟ้า
เพราะไอออนบวกและไอออนลบถูกยึดไว้แน่น แต่เมื่อหลอมเหลวไอออนบวกและไอออนลบสามารถ
เคลื่อนที่ได้ จึงนำไฟฟ้าได้ โลหะเมื่อเป็นของแข็งจะนำไฟฟ้าได้ดี เนื่องจากโลหะมีอิเล็กตรอนอิสระท่ี
เคลื่อนที่ได้ทั่วทั้งก้อน เมื่อหลอมเหลวความสามารถในการนำไฟฟ้าจะลดลง เนื่องจากอะตอมของ
โลหะอยู่ห่างกนั และไมเ่ ปน็ ระเบียบ ทำให้อเิ ลก็ ตรอนอสิ ระเคล่ือนท่ไี มส่ ะดวก)

5. ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
5.1 ครปู ระเมนิ การเรยี นรขู้ องนักเรียนจากการตอบคำถาม และการสบื คน้ ของนกั เรียน

9. ส่อื การเรียนรู้และแหลง่ การเรยี นรู้
9.1 สื่อการเรยี นรู้
9.1.1 PowerPoint เรื่อง การใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์

และโลหะ
9.2 แหลง่ การเรยี นรู้
9.2.1 หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเคมี เล่ม 1 สสวท. (ฉบับปรับปรุง

พ.ศ. 2560)

424

10. การวดั และประเมินผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ ีการ เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ เกณฑ์
- คำถาม ได้เกณฑ์ในระดบั
ดา้ นความรู้ (K) - ผลการสบื ค้น
ดีข้ึนไป
1. อธิบายการการใช้ประโยชน์ของ - การตอบคำถาม - คำถาม
- ผลการสบื ค้น ได้เกณฑใ์ นระดับ
สารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ - ตรวจผลการสบื ค้น ดีขน้ึ ไป
- แบบสงั เกต
และโลหะ ได้ พฤติกรรม ได้เกณฑ์ในระดบั
การทำงาน ดขี น้ึ ไป
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)

2. เปรียบเทียบสมบัติบางประการของ - การตอบคำถาม

สารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ - ตรวจผลการสบื คน้
และโลหะได้

3. สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่าง

การใชป้ ระโยชน์ของสารประกอบไอออ

นิก สารโคเวเลนต์ และโลหะได้อย่าง

เหมาะสม

ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)

4. ทำงานร่วมกับผู้อื่นมีสว่ นรว่ มในการ - สงั เกตพฤติกรรมการ

แสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับ ทำงาน

ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และ

รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ที่ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย

425

426

427

428

แบบประเมินผลการทำแบบฝกึ หดั
คำชี้แจง ให้ผูป้ ระเมนิ กรอกคะแนนในชอ่ งรายการทปี่ ระเมนิ โดยพจิ ารณาตามคำอธิบายคุณภาพท่ี
กำหนด โดยใส่ตวั เลข 1-3 ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผู้เรยี นต้องได้คะแนนตั้งแต่ 5 คะแนน จงึ ผา่ นเกณฑ์

รายการประเมิน

เลข ชอื่ -สกุล ความ ูถก ้ตองของเน้ือหา รวม ค่า สรปุ
ท่ี ความคิดส ้รางสรรค์ เฉล่ยี คุณภาพ
ความตรง ่ตอเวลา

(3) (3) (3)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19

ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางสาวเจนจิรา จนั โทนวน)
............./.................../..............

429

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ แบบฝึกหดั

รายการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
1. ความถกู ต้อง
ของเน้ือหา 32 1
2. ความคิด
สรา้ งสรรค์ เนื้อหาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เนอื้ หาสาระของผลงาน

3. ความตรงตอ่ ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องเปน็ บางส่วน
เวลา
ผลงานแสดงออกถึง ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีความน่าสนใจ

ความคดิ สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ แตย่ งั ไม่มคี วามแปลก

แปลกใหมแ่ ละเป็น แปลกใหม่แต่ไมเ่ ปน็ ใหม่

ระบบ ระบบ

ส่งชน้ิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กวา่ เวลาท่ี ส่งชน้ิ งานช้ากว่าเวลาท่ี

กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วันขึน้ ไป

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
0 - 2 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรงุ )
3 - 4 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 2 (ดี)
8 - 9 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)

430

แบบประเมินพฤติกรรมระหวา่ งเรยี นตามคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
คําช้ีแจง ให้ผปู้ ระเมินกรอกคะแนน ในชอ่ งที่ตรงกับความเป็นจรงิ
เกณฑ์การประเมิน ผูเ้ รยี นต้องได้คะแนนต้ังแต่ 5 คะแนน จงึ ผ่านเกณฑ์

รายการประเมิน

เลขที่ ชอื่ -สกุล ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร รวม ค่า สรปุ
มุ่งมั่นในการทำงาน เฉลยี่ คณุ ภาพ
ทำงาน ่รวมกับ ู้ผ ่ือนไ ้ด

(3) (3) (3)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19

ลงชอ่ื ...................................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาวเจนจริ า จนั โทนวน)
............./.................../..............

431

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์

รายการประเมนิ 3 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1
2

1. ใฝ่เรยี นรู้ ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตัง้ ใจเรยี น สนใจเรยี น ตั้งใจเรยี น สนใจเรียน

กลา้ ซกั ถาม ปรากฎ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน

ชดั เจน

2. ม่งุ มนั่ ในการ ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบใน ต้ังใจและรับผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบใน
ทำงาน
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ท่ีได้รับ การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ที ี่ได้รบั การปฏิบตั ิหน้าทที่ ่ีไดร้ บั

มอบหมายใหส้ ำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จ มอบหมายให้สำเร็จลุลว่ ง

ลลุ ่วงทกุ ครงั้ ลุล่วงเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง

3. ทำงานร่วมกบั สามารถปฏบิ ตั หิ น้าที่ท่ี สามารถปฏบิ ัติหนา้ ที่ สามารถปฏบิ ัติหน้าทท่ี ี่
ผ้อู ืน่ ได้ ไดร้ บั มอบหมายร่วมกบั ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ ำเร็จลุล่วง รว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้ไดส้ ำเรจ็ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ ำเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้ัง ลุล่วงเป็นสว่ นใหญ่ เปน็ บางครง้ั

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถงึ 3 (ดเี ยีย่ ม)
8 - 9 คะแนน

432

บรรณานุกรม

พงศธร นันทธเนศ และคณะ. (2561). หนังสือรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี เล่ม 1 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ: อกั ษรเจริญทัศน์.

วัฒน สุทธิศิริมงคล. (2558). Ultra Chemistry สรุปเคมี มัธยมปลาย. กรุงเทพฯ: กรีน ไลฟ์ พริ้นท์
ตง้ิ เฮ้าท์.

ศึกษาธกิ าร, กระทรวง. (2561). คมู่ ือรายวชิ าเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี เล่ม 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้
วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พแ์ หง่ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .

ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2561). หนังสือรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี เล่ม 1 กลุ่มสาระการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่ง
ประเทศไทย จำกัด.

432


Click to View FlipBook Version