การผลิตเอกสาร ก
คานา
เอกสารประกอบการสอน วิชา การผลิตเอกสาร รหัสวิชา 3203 – 2009 เล่มน้ี เรียบเรียงข้ึน
ตรงตามจุดประสงค์รายวิชา และคาอธิบายรายวิชา หลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพช้นั สูง พ.ศ. 2546
(เพ่ิมเติม พ.ศ. 2549) ของสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เนื้อหาวิชา การผลิตเอกสาร รหัสวิชา 3203 – 2009 ประกอบดว้ ย 5 หน่วย ดงั น้ี
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั การผลิตเอกสาร หน่วยที่ 2 เทคโนโลยใี นการผลิตเอกสาร หน่วยท่ี 3
การวางขอ้ ความในเอกสารและการเขา้ เล่ม หน่วยท่ี 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม หน่วยที่ 5 การผลิต
เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม ซ่ึงในแต่ละบทเรียนจะมี บทสรุปท้ายหน่วย คาศพั ท์ทา้ ยหน่วย แบบฝึ กหัด
ประจาหน่วย แบบประเมินผลการทาแบบฝึ กหัดทา้ ยหน่วย ใบงานประจาหน่วย แบบประเมินใบงาน
ประจาหน่วย แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน แบบประเมินก่อนเรียนและหลงั เรียน เพื่อให้
ผเู้ รียนไดท้ ดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน และทบทวนบทเรียนท่ีไดเ้ รียบเรียงไวใ้ นบทเรียนจึงทาให้
สามารถบรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงคข์ องหลกั สูตร
ผูเ้ รียบเรียงหวงั เป็ นอย่างย่ิงว่า เอกสารประกอบการสอนเล่มน้ีจะมีประโยชน์แก่นกั ศึกษา
ครูอาจารย์ และผสู้ นใจทุกท่าน ขอขอบพระคุณอาจารยผ์ จู้ ดั ทาหนังสือตามบรรณานุกรม ที่อา้ งถึง และ
ประสาทวิชาความรู้ที่ใหห้ นงั สือเลม่ น้ีมีเน้ือหาท่ีสมบรู ณ์ยิง่ ข้ึน หากมีขอ้ ผดิ พลาดประการใด ขอนอ้ มรับ
ดว้ ยความขอบพระคณุ ยงิ่ เพ่อื นาไปปรับปรุงแกไ้ ขในโอกาสตอ่ ไป
นพมาตร์ วาดเมือง
ผเู้ รียบเรียง
การผลิตเอกสาร ฌ
รหสั วิชา 3203-2009 โครงการสอนตลอดภาคเรียน
หน่วยกติ (ช่ัวโมง) 3(4) วิชา การผลติ เอกสาร
เวลาเรียนต่อภาคเรียน 72 ช่ัวโมง
สัปดาห์ท่ี หน่วยท่ี ชื่อหน่วย/หวั ข้อเนื้อหา คาบเรียน
จานวน คาบท่ี
1 1 ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั การผลติ เอกสาร ช่ัวโมง
1. ความหมายและความสาคญั ของการผลิต
เอกสาร 4 1-4
2. จุดมุง่ หมายของการผลิตเอกสาร
3. ประเภทของการผลิตเอกสาร
1.1 เอกสารเป็นรูปเลม่
3.1.1 หนงั สือ
3.1.2 นิตยสาร
3.1.3 จุลสาร
3.1.4 วารสาร
3.1.5 โบรชวั ร์
1.2 เอกสารไมเ่ ป็นรูปเล่ม
1.2.1 จดหมาย
1.2.2 บนั ทึก
1.2.3 แบบฟอร์ม
1.2.4 ใบปลิว
1.2.5 แผน่ พบั
3.2.6 โปสเตอร์
4. บทบาทของเอกสาร
โครงการสอน (ต่อ)
การผลิตเอกสาร ฌ
สัปดาห์ท่ี หน่วยที่ ชื่อหน่วย/หัวข้อเนื้อหา คาบเรียน
2-5 จานวน คาบท่ี
ชั่วโมง
2 เทคโนโลยีในการผลติ เอกสาร 16 5-20
1. ความหมายและความสาคญั ของเทคโนโลยี
2. ประโยชนข์ องเทคโนโลยที ี่ใชใ้ นการผลิตเอกสาร
3. กระบวนการผลิตเอกสาร
3.1 รูปแบบการผลิตเอกสาร
3.2 ข้นั ตอนและวธิ ีการผลิตเอกสาร
3.3 ข้นั ตอนการออกแบบสิ่งพมิ พก์ ่อนทาการ
พิมพง์ าน
3.4 การเผื่อพ้นื ที่รอบขอบของงานออกแบบ
ส่ิงพมิ พ์
3.5 ปัญหาเร่ือง Fonts และ Transparency ของ
การออกแบบส่ิงพมิ พ์
3.6 Back Ground สีดาของการออกแบบสิ่งพิมพ์
3.7 ตวั อกั ษรเจาะขาว
3.8 ภาพตอ่ ระหวา่ งหนา้ ของงานออกแบบ
สิ่งพมิ พ์
3.9 สีบนจอกบั สีในงานพมิ พข์ องการออกแบบ
ส่ิงพิมพ์
4. ประเภทของเทคโนโลยที ี่ใชใ้ นการผลิตเอกสาร
4.1 อินเทอร์เน็ต
4.2 คอมพิวเตอร์
4.2.1 ฮาร์ดแวร์
4.2.2 ซอฟตแ์ วร์
4.2.2.1 โปรแกรมสาเร็จรูป
โครงการสอน (ต่อ)
การผลติ เอกสาร ฌ
สัปดาห์ท่ี หน่วยท่ี ชื่อหน่วย/หวั ข้อเนื้อหา คาบเรียน
6-8 จานวน คาบท่ี
ช่ัวโมง
1) โปรแกรมไมโครซอฟต์
เวิร์ด
2) โปรแกรมโฟโตช้ อ้ พ
3) โปรแกรม Illustrator
4) โปรแกรม Page Maker
5) โปรแกรม Microsoft
Publisher
4.3 เครื่องพมิ พ์
4.4 เครื่องถ่ายเอกสาร
4.5 กลอ้ งถา่ ยภาพ
4.6 สแกนเนอร์
3 การวางข้อความในเอกสารและการเข้าเล่ม 12 21-32
1. ส่วนประกอบของรูปเล่มเอกสาร
2. ส่วนประกอบของโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิร์ด
3. รูปแบบการวางขอ้ ความในเอกสาร
4. การออกแบบปกหนา้ และหลงั ปก
5. การเตรียมการและการเขา้ เล่ม
5.1 การเขา้ เล่มแบบเยบ็ อก
5.2 การเขา้ เลม่ แบบเยบ็ ลวดดา้ นขา้ งปก
5.3 การเขา้ เล่มแบบสันห่วง
5.4 การเขา้ เลม่ แบบเยบ็ ก่ีทากาว
5.5 การเขา้ เลม่ แบบไสสันทากาว
5.6 การเยบ็ เลม่ แบบเจาะรูยดึ น๊อต
5.7 การเขา้ เลม่ กาวหวั
โครงการสอน (ต่อ)
การผลิตเอกสาร ฌ
สัปดาห์ที่ หน่วยท่ี ช่ือหน่วย/หัวข้อเนื้อหา คาบเรียน
จานวน คาบที่
9-14 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม ชั่วโมง
1. หนงั สือ
2. นิตยสาร 23 33-55
3. วารสาร
4. จุลสาร 17 56-72
5. โบรชวั ร์
14-18 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1. จดหมาย
2. บนั ทึก
3. แบบฟอร์ม
4. ใบปลิว
5. แผน่ พบั
6. โปสเตอร์
รวม 72
หมายเหตุ การทดสอบประเมินผลความรู้ ดาเนินการสอนในสปั ดาหท์ ี่มีการสอนของแต่ละหน่วย
การเรียน
การผลติ เอกสาร ฉ
จดุ ประสงค์ มาตรฐาน และคาอธิบายรายวชิ า
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพช้ันสูง พทุ ธศักราช 2546
รายวชิ า การผลติ เอกสาร รหสั วิชา 3203 – 2009 (3) รวม 72 ช่ัวโมง
จดุ ประสงค์รายวิชา
1. มีความเขา้ ใจในการผลิตเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ
2. มีทกั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยสี มยั ใหม่
3. มีกิจนิสัยท่ีดีในการปฏิบตั ิงาน
มาตรฐานรายวิชา
1. ปฏิบตั ิงานผลิตเอกสารในรูปแบบตา่ ง ๆ
2. นาเครื่องใชส้ านกั งานสมยั ใหม่มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการผลิตเอกสารชนิดตา่ ง ๆ
คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบตั ิเก่ียวกบั วิธีการผลิตเอกสาร การใชเ้ ทคโนโลยีในการผลิตเอกสารชนิดต่าง ๆ
การทาแผ่นพบั จุลสาร ใบปลิว การวางรูปแบบขอ้ ความในเล่ม การออกแบบหน้าปกและหลงั ปก
วธิ ีการจดั เขา้ เล่มชนิดต่าง ๆ อยา่ งสมบรู ณ์
การผลิตเอกสาร ซ
ตารางวิเคราะห์หลกั สูตร
รายวิชา การผลติ เอกสาร รหสั วิชา 3203 – 2009
จานวนคาบสอน 4 คาบ/สัปดาห์ ทฤษฎี 1 ปฏิบัติ 3 จานวน 3 หน่วยกติ
(คาบสอนท้งั หมด 72 คาบ เนื้อหาตามหลกั สูตรมีจานวน 5 หน่วย)
พทุ ธิพสิ ัย
ชื่อเรื่อง – หน่วยการสอน ความ ู้รความจา
ความเ ้ขาใจ
การนาไปใ ้ช
การ ิวเคราะ ์ห
การ ัสงเคราะ ์ห
การประเมิน ่คา
ิจตพิ ัสย
ัทกษะพิ ัสย
รวม
ัอน ัดบความสา ัคญ
จานวนคาบ
1. ความรู้เบ้ืองตน้ เก่ียวกบั การผลิตเอกสาร 2 2 1 2 1 1 4 6 19 4 4
2. เทคโนโลยใี นการผลิตเอกสาร 2 2 1 2 1.5 1.5 4 6 20 3 16
3. การวางขอ้ ความในเอกสารและการเขา้ เลม่ 2 1 1 1 .5 .5 4 7 17 5 12
4. การผลิตเอกสารเป็นรูปเล่ม 1 1 .5 .5 1 1 4 14 23 1 23
5. การผลิตเอกสารไม่เป็นรูปเล่ม 1 1 .5 .5 1 1 4 12 21 2 17
รวม 8 7 4 6 5 5 20 45 100 72
อนั ดับความสาคัญ 2 31
การผลติ เอกสาร ช
มาตรฐานสาขาวชิ า สาขาเลขานุการ
1. ส่ือสารทางเทคนิคในงานอาชีพ
2. จดั การระบบฐานขอ้ มูลในงานอาชีพ
3. แกป้ ัญหาโดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
4. การจดั ควบคุมและพฒั นาคุณภาพ
5. แสดงบคุ ลิกและลกั ษณะของผปู้ ระกอบอาชีพดา้ นธุรกิจ
6. ปฏิบตั ิงานในหนา้ ที่เลขานุการบริหาร
7. ปฏิบตั ิงานสานกั งานและงานวงจรเอกสาร
8. ปฏิบตั ิงานจดั ประชุมสมั มนา
9. พิมพง์ านข้นั ผลิตและผลิตเอกสารรูปแบบต่าง ๆ
10. ใชเ้ ครื่องใชส้ านกั งานสมยั ใหมใ่ นการปฏิบตั ิงาน
การผลิตเอกสาร ฎ
การวดั ผลประเมนิ ผล
รหสั วชิ า 3203-2009 วชิ า การผลติ เอกสาร
ในการวดั ผลและประเมินผล รายวิชา การผลิตเอกสาร รหัสวิชา 3203 - 2009 มุ่งวดั พฤติกรรม
การเรียน 3 ดา้ น คือ ดา้ นพุทธิพิสัย ทกั ษะพิสัย และจิตพิสัย โดยกาหนดน้าหนกั คะแนน สมรรถนะท่ี
เนน้ อาชีพ ทกั ษะการคดิ คุณธรรมจริยธรรมคา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ ดงั น้ี
พฤติกรรมการเรียนท่วี ดั นา้ หนกั วิธกี ารวดั และประเมินผล
ความรู้ (Knowledge) คะแนน
ทกั ษะ (Skill) ทดสอบ ตรวจประเมินผลงานที่ทา สอบปากเปล่า
35 การรายงาน ตรวจแบบฝึกหดั
จิตพสิ ัย (Attitude) 45 ประเมินจากการปฏิบตั ิงาน บนั ทึกการทากิจกรรม
และประเมินผลงานท่ีทา โดยใช้แบบสังเกต แบบ
รวม 20 ประเมิน
วดั และประเมินโดยใชแ้ บบประเมินพฤติกรรม การ
100 เรียน แบบประเมินพฤติกรรมการทางาน และวดั
เจตคติทางการปฏิบตั ิงานของเลขานุการ
การผลิตเอกสาร ข
คาชี้แจง
เอกสารประกอบการสอน วชิ า การผลิตเอกสาร รหสั วิชา 3203-2009 ฉบบั น้ีจดั ทาเป็น 2 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1
1. มาตรฐานวิชาชีพสาขาวชิ า
2. จุดประสงคร์ ายวชิ า
3. มาตรฐานรายวิชา
4. คาอธิบายรายวชิ า
5. ตารางวิเคราะห์หลกั สูตร
6. กาหนดการสอนตลอดภาคเรียน
7. รายการสอน
8. การวดั ผลประเมินผล
ส่วนท่ี 2
เอกสารประกอบการสอน วิชา การผลิตเอกสาร รหัสวิชา 3203-2009 จัดทาข้ึนตาม
รายละเอียดของการวิเคราะห์หัวขอ้ เน้ือหา กาหนดการสอนและช่วงเวลาสอน รวมท้งั สิ้น 5 หน่วยการสอน
โดยเร่ิมจาก หน่วยท่ี 1 ความรู้เบ้ืองตน้ เก่ียวกับการผลิตเอกสาร หน่วยที่ 2 เทคโนโลยีในการผลิต
เอกสาร หน่วยที่ 3 การวางขอ้ ความในเอกสารและการเขา้ เล่ม หน่วยที่ 4 การผลิตเอกสารเป็นรูปเล่ม
หน่วยที่ 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม รูปแบบและองคป์ ระกอบของเอกสารประกอบสอนเล่มน้ี
ไดจ้ ดั เรียบเรียง ดงั น้ี
1. ผงั มโนทศั น์
2. หวั ขอ้ เร่ือง
3. สาระสาคญั
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
5. กิจกรรมการเรียนการสอน
6. ส่ือการสอน
7. การวดั ผลประเมินผล
8. เน้ือหาสาระ
9. สรุป
10. คาศพั ทท์ า้ ยหน่วย
11. แบบฝึกหดั ประจาหน่วย
การผลิตเอกสาร ข
12. แบบประเมินผลการทาแบบฝึกหดั
13. ใบงาน
14. แบบประเมินใบงาน
15. แบบทดสอบก่อนเรียน
16. แบบประเมินก่อนเรียน
17. แบบทดสอบหลงั การเรียนรู้
18. แบบประเมินหลงั การเรียนรู้
ผูเ้ ขียนหวงั เป็ นอย่างย่ิงว่า เอกสารประกอบการสอนเล่มน้ี จะเกิดประโยชน์ต่อผูเ้ รียน ผูส้ อน
และผสู้ นใจ เพือ่ นาไปใชเ้ ป็นแนวทางในการพฒั นาการสอนตอ่ ไป
นพมาตร์ วาดเมือง
วทิ ยาลยั อาชีวศึกษามหาสารคาม
การผลติ เอกสาร 0
เบื้องต้นเกยี่ วกบั การผลิตเอกสาร
หน่วยที่ 1
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกบั การผลติ เอกสาร
การผลติ เอกสาร 1
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบือ้ งต้นเกีย่ วกับการผลิตเอกสาร
หน่วยท่ี 1
ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั การผลติ เอกสาร
ความรู้เบื้องต้นเกยี่ วกบั การผลติ เอกสาร
ความหมายและความสาคัญ จดุ ม่งุ หมาย ประเภท บทบาทของเอกสาร
ของการผลติ เอกสาร ของการผลติ เอกสาร ของการผลติ เอกสาร
เอกสารเป็ นรูปเล่ม เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
การผลิตเอกสาร 2
หน่วยที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเก่ียวกบั การผลติ เอกสาร
สาระสาคัญ
การดาเนินงานของหน่วยงานราชการ และเอกชน ตอ้ งใช้เอกสารในการติดต่อส่ือสาร และเก็บ
เป็ นหลกั ฐานอา้ งอิง เอกสารที่ผลิตข้ึนมีมากมายหลายชนิด ท้ังเอกสารเป็ นรูปเล่ม เช่น หนังสือ เป็ น
ลกั ษณะสื่อสิ่งพิมพท์ ่ีแสดงเน้ือหาวิชาการในศาสตร์ความรู้ต่าง ๆ เพ่ือส่ือให้ผอู้ ่านเขา้ ใจ ความหมาย ดว้ ย
ความรู้ท่ีเป็ นจริง นิตยสาร วารสาร เป็ นลกั ษณะส่ือที่ผลิตข้ึนโดยนาเสนอบทความ สารคดี ข่าว มุ่งให้
ความบนั เทิงแก่ผูอ้ ่าน รูปแบบการนาเสนอ ท่ีโดดเด่น สะดุดตา จุลสาร เป็ นสื่อส่ิงพิมพท์ ี่ผลิตข้ึนแบบ
ไม่มงุ่ หวงั ผลกาไร เป็นแบบให้เปลา่ โดยใหผ้ อู้ ่านไดศ้ ึกษาหาความรู้ มีกาหนดการออกเผยแพร่เป็นคร้ัง ๆ
หรือลาดบั ต่าง ๆ ในวาระพิเศษ และเอกสารที่ไม่เป็นรูปเล่ม เช่น จดหมาย บนั ทึก เป็นเอกสารท่ีใชต้ ิดต่อ
ระหวา่ งหน่วยงานโดยใช้ถอ้ ยคาท่ีเป็ นทางการ ใบปลิว แผน่ พบั โปสเตอร์ เป็นสิ่งพิมพท์ ่ีมุ่งเนน้ ดา้ นการ
ประชาสัมพนั ธ์ ผลิตภณั ฑก์ ารคา้ เป็นลกั ษณะการแสดงเน้ือหาเป็นขอ้ ความที่ผอู้ า่ น อา่ นแลว้ เขา้ ใจงา่ ย
เนื้อหา/สาระการเรียนรู้
1. ความหมายและความสาคญั ของการผลิตเอกสาร
2. จุดมุง่ หมายของการผลิตเอกสาร
3. ประเภทของการผลิตเอกสาร
3.1 เอกสารเป็นรูปเลม่
3.1.1 หนงั สือ
3.1.2 นิตยสาร
3.1.3 วารสาร
3.1.4 จุลสาร
3.1.5 โบรชวั ร์
3.2 เอกสารไม่เป็นรูปเลม่
3.2.1 จดหมาย
3.2.2 บนั ทึก
3.2.3 แบบฟอร์ม
3.2.4 ใบปลิว
3.2.5 แผน่ พบั
3.2.6 โปสเตอร์
4. บทบาทของเอกสาร
การผลิตเอกสาร 3
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบือ้ งต้นเก่ยี วกับการผลิตเอกสาร
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกและอธิบายความหมาย และความสาคญั การผลิตเอกสารได้
2. บอกจุดม่งุ หมายของการผลิตเอกสารแตล่ ะชนิดได้
3. จาแนกประเภทของเอกสารแต่ละชนิดได้
4. บอกบทบาทของเอกสารชนิดตา่ ง ๆ ได้
การผลิตเอกสาร 4
หน่วยที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเก่ยี วกับการผลิตเอกสาร
1. ความหมายและความสาคญั ของการผลติ เอกสาร
1.1 ความหมายของการผลิตเอกสาร
จิตรภณ ชิรนรวนิชย์ (2553 : 4) กล่าวไวว้ ่า การผลิต หมายถึง การจดั ทาให้มีข้ึนการ
สร้างข้ึน
จิตรภณ ชิรนรวนิชย์ (2553 : 4) กล่าวไวว้ ่า เอกสาร หมายถึง กระดาษที่มีขอ้ ความ
หรือขอ้ มูลปรากฎอยู่ สาหรับใชใ้ นการติดต่อส่ือสารหรือการพจิ ารณาประกอบการตดั สินใจ
มาลยั ม่วงเทศ (2552 : 25) กล่าวไวว้ ่า เอกสาร หมายถึง หนังสือท่ีเป็ นหลกั ฐาน
กระดาษหรือวตั ถุอ่ืนใด ซ่ึงไดท้ าให้ปรากฏความหมายดว้ ยตวั อกั ษร ตวั เลข ผงั หรือแบบแผนอย่างอ่ืน
จะเป็นดว้ ยวธิ ีพมิ พ์ ถา่ ยภาพ หรือวธิ ีอื่นอนั เป็นหลกั ฐานแห่งความหมายน้นั
จากคากลา่ วขา้ งตน้ สรุปไดว้ า่ การผลิตเอกสาร หมายถึง การจดั ทา การสร้างเอกสาร ต่าง ๆ
ข้ึนเพื่อติดต่อส่ือสารกบั หน่วยงานภายนอก หรือภายในหน่วยงาน ท่ีเราพบเห็นอยูท่ ว่ั ไป จะมีรูปแบบท่ี
หลากหลายแตกต่างกันข้ึนอยู่กับวัตถุประสงค์ของการผลิตเอกสารน้ัน ของแต่ละหน่วยงาน
บางหน่วยงานจะเนน้ ท่ีความสวยงามประณีต บางหน่วยงานจะเนน้ ท่ีความเรียบง่าย บางสานกั งานเนน้ ใน
ดา้ นความประหยดั ดงั น้นั การผลิตเอกสารออกมาของแตล่ ะหน่วยงานจะแสดงคุณค่าเอกสารที่ผลิตใน
ตวั เองเพื่อความประทบั ใจแก่ผอู้ า่ น
1.2 ความสาคญั ของการผลิตเอกสาร
เอกสารเป็ นสิ่งสาคัญสาหรับหน่วยงาน ใช้เป็ นส่ือกลางในการติดต่อสื่อสาร เป็ น
สื่อกลางในการประชาสัมพนั ธ์ ช่วยให้เกิดความเขา้ ใจอย่างถูกตอ้ งตรงกนั และสามารถเก็บไวเ้ ป็ น
หลกั ฐานเพ่ือการอ้างอิงหน่วยงานต่าง ๆ จะมีผูร้ ับผิดชอบในการจดั ทาเอกสารข้ึนเป็ นการเฉพาะ
อาศยั ผูท้ ่ีมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน อนั จะทาให้การผลิตเอกสารมีความเหมาะสม
สวยงาม น่าสนใจ เป็นระเบียบเรียบร้อย และสร้างความประทบั ใจแก่ผรู้ ับ ช่วยให้งานของหน่วยงาน
ดาเนินไปอยา่ งมีประสิทธิภาพยง่ิ ข้ึน
2. จดุ มุ่งหมายของการผลติ เอกสาร
จุดมุ่งหมายของการผลิตเอกสาร เพื่อการติดต่อธุรกิจระหว่างกนั และสาหรับใชเ้ ป็นหลกั ฐาน
อา้ งอิงเพอ่ื ใหเ้ กิดความเขา้ ใจอยา่ งถูกตอ้ งตรงกนั และเป็นวธิ ีการท่ีจะส่ือให้ผูอ้ ่ืนไดท้ ราบถึงส่ิงต่าง ๆ ท่ี
ตอ้ งการเผยแพร่ โดยใชเ้ คร่ืองมือและอุปกรณ์ที่ทนั สมยั ตามความกา้ วหนา้ ของเทคโนโลยที ี่ไดพ้ ฒั นาอยเู่ สมอ
ผผู้ ลิตมีเป้าหมายในการผลิตเอกสาร เพือ่
2.1 เพื่อใหเ้ ขา้ ใจขอ้ ความไปแนวเดียวกนั
การผลิตเอกสาร 5
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการผลติ เอกสาร
2.2 เพ่ือประชาสมั พนั ธ์ใหบ้ คุ คลอ่ืนทราบถึงจุดประสงคก์ ารเผยแพร่
2.3 เพอ่ื ใหเ้ กิดความเป็นระเบียบ สวยงาม
2.4 เพอ่ื เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบตั ิงานของพนกั งาน
2.5 เพ่อื ใหเ้ กิดความประทบั ใจแก่ผรู้ ับขอ้ มลู
2.6 เพอ่ื เป็นการกระตนุ้ ใหผ้ รู้ ับเกิดความตดั สินใจ
2.7 เพอื่ เป็นการย้าเตือนความทรงจาของผรู้ ับ
2.8 เพ่ือใหท้ ราบขอ้ เทจ็ จริงจากขอ้ ความหรือขอ้ มูลในเอกสาร
3. ประเภทของการผลติ เอกสาร
การผลิตเอกสาร หรือการสร้างเอกสาร จดั ทาเพ่ือติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานภายนอก หรือ
ภายในหน่วยงาน และที่เราพบเห็นอยู่ท่ัวไปจะมีรูปแบบที่หลากหลายแตกต่างกันไป ข้ึนอยู่กับ
วตั ถุประสงคข์ องการผลิตเอกสาร ของแต่ละหน่วยงาน บางหน่วยงาน จะเนน้ ที่ความสวยงาม ประณีต
บางหน่วยงานจะเน้นที่ความเรียบง่าย บางหน่วยงานเน้นในดา้ นความประหยดั ดังน้ัน เอกสารที่ผลิต
ออกมาของแต่ละหน่วยงานจะแสดงคุณค่าในตวั เองให้แก่ผูอ้ ่าน ซ่ึงเอกสารที่หน่วยงานจดั ทาข้ึนน้นั มี
อยดู่ ว้ ยกนั หลายประเภท ดงั ต่อไปน้ี
3.1 เอกสารเป็นรูปเล่ม
เอกสารเป็ นรูปเล่ม เป็ นเอกสารที่ผลิตข้ึนเพ่ือให้บุคคลภายในหน่วยงาน และภายนอก
หน่วยงานได้เกิดความรู้ และความเข้าใจเก่ียวกับเป็ นวิธีการท่ีจะส่ือให้ผูอ้ ่ืนทราบถึงส่ิงต่าง ๆ ที่
ตอ้ งการเผยแพร่ โดยใชเ้ คร่ืองมือและอุปกรณ์ในการผลิต จนมีคากล่าวกนั วา่ เอกสารเป็นรูปเล่มเป็น
เคร่ืองวดั ความเจริญของสังคมอย่างหน่ึงความสนใจไดแ้ ตกแขนงออกไปอย่างกวา้ งขวางและสนใจใน
รายละเอียด ลึกลงไปในแต่ละแขนง ทาให้เกิดการศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้ และทาให้เกิดเอกสาร
เป็นรูปเล่มประเภทต่าง ๆ มากข้ึน แต่ละประเภทมีกลุ่มบุคคลสนใจแตกต่างกนั ไป ลกั ษณะการใช้งาน
อายุการใช้งาน ก็แตกต่างกนั ไปดว้ ย วิธีการผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่มแต่ละประเภท วสั ดุที่ใช้ผลิต
ก็แตกต่างกนั ออกไป ผูผ้ ลิตจะต้องหาวิธีการผลิตให้เหมาะสมกับเอกสารเป็ นรูปเล่ม การแบ่งประเภท
เอกสารเป็ นรูปเล่ม แบ่งได้หลายวิธี เพื่อให้เห็นลกั ษณะการผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่มเด่นชดั ในบทน้ี
แบง่ ออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ คือ หนงั สือ นิตยสาร วารสาร จุลสาร โบรชวั ร์
3.1.1ssหนังสื อ (Book) หมายถึง การบันทึกความรู้ ความคิด ประสบการณ์ ลงบน
แผ่นกระดาษขนาดเท่า ๆ กนั โดยใชถ้ อ้ ยคา สานวนโวหารในการสื่อสารให้ผอู้ ่านรับรู้ และเขา้ ใจ โดยใช้
การเขียน หรือพมิ พ์ แลว้ นามาเยบ็ รวมเป็นเลม่
การผลติ เอกสาร 6
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบือ้ งต้นเกยี่ วกับการผลติ เอกสาร
3.1.2ssนิตยสาร (Magazine) เป็ นส่ือส่ิงพิมพ์ท่ีจดั ทาข้ึนเป็ นรูปเล่มมีระยะเวลาการวาง
จาหน่ายที่แน่นอน เช่น รายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือน ผลิตข้ึนโดยนาเสนอสาระข่าว ความบันเทิง
มีรูปแบบการนาเสนอที่โดดเด่น สะดุดตา และสร้างความพอใจให้กับผูอ้ ่าน ท้งั น้ีการผลิตน้ัน มีการ
กาหนดระยะเวลาการออกเผยแพร่ท่ีแน่นอน ท้งั ลกั ษณะ นิตยสารรายปักษ์ (15 วนั ) และรายเดือน
3.1.3sวารสารวิชาการ (Journal) เป็ นส่ือส่ิงพิมพ์ประเภทรูปเล่มท่ีมุ่งเสนอความรู้ทาง
วิชาการเฉพาะดา้ นใดดา้ นหน่ึง และหนังสือที่มีกาหนดออกเป็ นประจาต่อเน่ืองกันไป ความหมายทาง
วิชาการท่ีแทจ้ ริง วารสารครอบคลุมสื่อสิ่งพิมพห์ ลายประเภท เช่น นิตยสาร (Magazine) วารสารวิชาการ
(Journal) จดหมายข่าว (Bulletin) วารสารวิจารณ์ (Review) ซ่ึงความหมายที่เข้าใจกัน คือ วารสารเป็ น
ส่ิงพิมพท์ ี่จดั ทาข้ึนโดยมีวตั ถุประสงค์เฉพาะ เช่น เพื่อสร้างภาพลกั ษณ์ขององค์กร ซ่ึงส่วนใหญ่
เป็ นองคก์ รราชการ หรือสมาคม สถาบนั วิชาชีพตา่ ง ๆ หรือเพ่ือใหค้ วามรู้ในเชิงวิชาการของวชิ าชีพดา้ น
ใดดา้ นหน่ึง (สุรสิทธ์ิ วทิ ยารัฐ, 2549 : 49)
3.1.4ssจุลสาร (Pamphlet) เป็ นส่ือส่ิงพิมพ์ประเภทรูปเล่มอีกประเภทหน่ึงที่ผลิตข้ึน
แบบไมม่ ุ่งหวงั ผลกาไร เป็นแบบให้เปล่าโดยใหผ้ อู้ ่านศึกษาหาความรู้ มีกาหนดการออกเผยแพร่ เป็นคร้ัง ๆ
หรือลาดบั ต่าง ๆ ในวาระพิเศษ
3.1.5sโบรชวั ร์ (Brochure) เป็ นสื่อส่ิงพิมพท์ ี่มีลกั ษณะเป็ นสมุดเล็ก ๆ เยบ็ ติดกนั เป็ น
เล่มจานวน 8 หน้า เป็ นอย่างนอ้ ย มีปก มีปกหน้าและปกหลงั ซ่ึงในการแสดงเน้ือหาจะเก่ียวกบั โฆษณา
สินคา้
3.2 เอกสารไม่เป็นรูปเลม่
เป็ นการผลิตเอกสารท่ีหน่วยงานจดั ทาข้ึนเพ่ือประชาสัมพันธ์มีหลายประเภทด้วยกัน
มวลชนให้ความสนใจ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่มมีมากข้ึน ตามความเจริญของสังคม และบา้ นเมือง
จนมีคากล่าวกนั ว่า เอกสารไม่เป็ นรูปเล่มเป็ นเครื่องวดั ความเจริญของสังคมอย่างหน่ึง ความสนใจได้
แตกแขนงออกไปอยา่ งกวา้ งขวาง และสนใจในรายละเอียดลึกลงไปในแต่ละแขนง ทาให้เกิดการศึกษา
คน้ ควา้ หาความรู้ และทาให้เกิดเอกสารไม่เป็ นรูปเล่มประเภทต่าง ๆ ข้ึนมาก แต่ละประเภทมีกลุ่ม
บุคคลสนใจแตกต่างกนั ไป ลกั ษณะการใชง้ าน อายุการใชง้ าน ก็แตกต่างกนั ไปดว้ ย วิธีการผลิตเอกสาร
ไม่เป็ นรูปเล่ม แต่ละประเภท และวสั ดุท่ีใช้ผลิต ก็ตอ้ งแตกต่างกนั ออกไป ผูผ้ ลิตจะตอ้ งหาวิธีการผลิต
ให้เหมาะสมกบั เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม การแบ่งประเภทเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม มีวิธีแบ่งหลายประเภท
แต่เพื่อให้เห็นลกั ษณะ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่มให้เด่นชดั ในหน่วยน้ีขอกล่าวถึงการผลิตเอกสาร ดงั น้ีคือ
จดหมาย บนั ทึก ใบปลิว แผน่ พบั โปสเตอร์
3.2.1 จดหมาย (Letter) เป็นเอกสารท่ีใชต้ ิดต่อระหวา่ งหน่วยงานภายนอกโดยใชภ้ าษา
เป็นทางการ ขอ้ ความที่เขียนข้ึนเพ่ือส่งสารจากบุคคลหน่ึงไปยงั บุคคลหน่ึง อาจมีความหมายรวมไป
การผลติ เอกสาร 7
หน่วยที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเก่ียวกับการผลติ เอกสาร
ถึงกระดาษหรือส่ือที่ใชเ้ ขียนหรือสร้างจดหมายน้นั ในอดีตก่อนคริสตศ์ ตวรรษท่ี 19 จดหมายเป็ นการ
สื่อสารที่เชื่อถือไดเ้ พียงชนิดเดียวระหว่างบุคคลสองคนจากสถานที่ต่างกนั โดยการส่งผ่านทาง
นกพิราบสื่อสารหรือด้วยบริการไปรษณีย์ เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากข้ึน มีการประดิษฐ์โทรเลข
โทรศพั ท์ โทรสาร หรือแม้กระท่ังอินเทอร์เน็ต ซ่ึงสามารถส่งสารได้รวดเร็วกว่าจดหมาย ทาให้
จดหมายลดความสาคญั ลงไป จดหมายอาจมีรูปแบบการเขียนที่ตายตวั สาหรับการใช้งานอยา่ งเป็น
ทางการ เช่น จดหมายราชการ จดหมายเพื่อการติดต่อทางธุรกิจ ส่วนใหญ่จะประกอบดว้ ย ชื่อและท่ีอยู่
ของผูเ้ ขียน วนั ท่ีเขียน ชื่อและท่ีอยูข่ องผูร้ ับ หัวเรื่อง เน้ือความ คาลงทา้ ย และลายเซ็น และอาจมีตรา
ประทบั หรือเคร่ืองหมายอื่น ๆ ตามรูปแบบท่ีกาหนด จดหมายท่ีส่งทางไปรษณีย์ อาจอย่ใู นรูปแบบของ
จดหมายธรรมดาท่ีต้องใส่ในซองจดหมาย หรือรูปแบบไปรษณียบตั ร ไปรษณียบรรณ เป็ นการส่ง
เอกสารแบบกระดาษบาง ๆ แผน่ ใหญ่ซ่ึงสามารถเขียนขอ้ ความภายในและพบั เป็นซองจดหมายจดั ทา
โดยไปรษณียบ์ นกระดาษมีการพิมพภ์ าพ ติดแสตมป์ ทาใหส้ ามารถส่งทางไปรษณียไ์ ดโ้ ดยไม่ตอ้ งติด
แสตมป์ แต่ตอ้ งไม่สอดอะไรอย่างอื่นในซองถือเป็ นเครื่องหมายไปรษณียแ์ บบหน่ึง หากจดหมาย
ไม่ไดต้ ิดแสตมป์ อาจมีการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมปลายทาง และหากท่ีอยู่ปลายทางไม่มีผูร้ ับ จดหมาย
จะถูกตีกลบั ไปยงั ผูส้ ่ง วิธีการผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่มในรูปแบบหนังสือราชการภายนอก จะ
กล่าวถึงในหน่วยที่ 5
3.2.2 บนั ทึก (Register) เป็ นเอกสารที่จดั ข้ึนอย่างไม่เป็ นทางการ เพื่อแจง้ เร่ืองราวต่าง ๆ
ของหน่วยงาน ซ่ึงในการติดต่อส่ือสารทาให้ทราบข้อเท็จจริงของการดาเนินงานหน่วยงานสามารถ
วางแผน การดาเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็ นการติดต่อภายในหน่วยงานเดียวกันหรือระหว่าง
หน่วยงานยอ่ ยที่เป็นสาขาของหน่วยงานใหญ่ การจดขอ้ ความเพ่ือช่วยความทรงจาหรือเพ่ือเป็นหลกั ฐาน
เช่น บนั ทึกรายงานการประชุม บนั ทึกภาพ บนั ทึกเสียง โดยทว่ั ไปแลว้ การบนั ทึกจะเริ่มรู้จกั และมี
บทบาทต้ังแต่เริ่มเรียน ในการบนั ทึกรายละเอียดเน้ือหาต่าง ๆ ของบทเรียนท่ีครูสอนในห้องเรียน
หลงั จากท่ีเรียนจบ และเขา้ ทางานในหน่วยงานหรือองค์การใดก็ตาม การบนั ทึกก็ยงั มีบทบาทต่อการ
ทางานในการจดบนั ทึก เพ่ือรวบรวมขอ้ มูลรายละเอียดของงานหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ เพ่ือเตือนความจา
วิธีการผลิตเอกสารไม่เป็นรูปเลม่ ในรูปแบบหนงั สือราชการภายนอก จะกล่าวถึงในหน่วยที่ 5
3.2.3ssแบบฟอร์ม (Form) เป็ นเอกสารไม่เป็นรูปเล่ม เป็ นเอกสารท่ีพิมพแ์ ละเวน้ ท่ีวา่ งไว้
สาหรับเติมขอ้ ความ เป็ นเอกสารท่ีผลิตข้ึนตามความจาเป็ นในการใช้งานของแต่ละสานักงาน เพ่ือ
อานวยความสะดวก และประหยดั เวลาในการกรอกขอ้ ความประเภทเดียวกนั คร้ังละจานวนมาก เช่น
ใบส่งของ ใบส่ังซ้ือ ใบสมัครงาน ประวตั ิพนักงาน หนังสือสัญญา ตารางการเดินทาง เป็ นต้น
นอกจากน้นั แบบฟอร์มยงั เป็นการกาหนดแนวทางการใหข้ อ้ มูลของผกู้ รอกขอ้ ความดว้ ย
3.2.4ssใบปลิว (Leaflet) เป็ นเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม เป็ นสื่อสิ่งพิมพ์ใบเดียวที่เน้นการ
ประกาศหรือโฆษณา จดั ทาเฉพาะกิจมีเน้ือหาสาระเพียงเรื่องเดียว โดยขอ้ ความเหล่าน้ันมกั เป็ นการให้
การผลิตเอกสาร 8
หน่วยที่ 1 ความรู้เบือ้ งต้นเกย่ี วกับการผลติ เอกสาร
ขอ้ มูล เป็ นแผ่นพิมพ์ขนาดเล็ก จดั ทาเพ่ือแจกจ่ายไปยงั กลุ่มเป้าหมายเฉพาะอาจมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อการ
โฆษณา หรือเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ มกั มีขนาดเท่ากบั กระดาษ A4 เป็นขอ้ ความที่ผอู้ ่านอ่านแลว้
เขา้ ใจง่าย
3.2.5 แผ่นพับ (Brochure) เป็ นเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม มีขนาดรูปร่างไม่แน่นอนตายตัว
ข้นึ อยกู่ บั การออกแบบใชส้ าหรับโฆษณา และประชาสัมพนั ธ์ สื่อส่ิงพิมพท์ ี่ผลิตจะเนน้ การนาเสนอเน้ือหา
ซ่ึงเน้ือหาท่ีนาเสนอน้นั เป็นเน้ือหาท่ีสรุปใจความสาคญั ลกั ษณะมีการพบั เป็นรูปแบบต่าง ๆ
3.2.6 โปสเตอร์ (Poster) เป็นเอกสารไม่เป็นรูปเล่ม มีลกั ษณะเป็นแผน่ พิมพข์ นาดใหญ่
มกั ใชภ้ าพเพ่ือส่ือความหมายบนกระดาษ ออกแบบเพ่ือใชต้ ิดหรือแขวนบนผนงั หรือกาแพง โปสเตอร์
อาจเป็ นภาพพิมพ์ หรือภาพเขียน อาจจะเป็ นอย่างใดอย่างหน่ึงโดยเฉพาะ โปสเตอร์อาจจะใช้สอย
ไดห้ ลายประการ แต่ส่วนใหญ่มกั ใชใ้ นการเผยแพร่เพื่อการประชาสัมพนั ธ์ โดยเฉพาะการโฆษณางาน
แสดงศิลปะ งานดนตรี หรือภาพยนตร์ การโฆษณาชวนเช่ือ หรือในการสื่อสารท่ีตอ้ งการสื่อสารความ
เชื่อถือตอ่ คนกลุม่ ใหญ่
4. บทบาทของเอกสาร
4.1ssบทบาทเอกสารในงานส่ือมวลชน เอกสารต่าง ๆ มีความสาคญั ในดา้ นการนาเสนอ ขอ้ มูล
ข่าวสาร สาระ และความบนั เทิง เพ่ือเผยแพร่ จึงตอ้ งผลิตเอกสาร เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร
เป็ นตน้
4.2ssบทบาทของเอกสารที่ผลิตในสถานศึกษา สื่อสิ่งพิมพถ์ ูกนาไปใช้ในสถานศึกษา
โดยทัว่ ไปซ่ึงทาให้ผูเ้ รียน ผูส้ อนเขา้ ใจในเน้ือหามากข้ึน เช่น หนังสือ ตารา แบบเรียน แบบฝึ กหัด
สามารถพฒั นาเป็นเน้ือหาในระบบเครือข่ายอินเทอร์เนต็ ได้
4.3ssบทบาทของเอกสารที่ผลิตในด้านธุรกิจ เอกสารพิมพ์ท่ีถูกนาไปใช้ในงานธุรกิจ
ประเภทต่าง ๆ เช่น งานโฆษณา ไดแ้ ก่ การผลิต หวั จดหมาย ซองจดหมาย ใบเสร็จ เป็นตน้
4.4ssบทบาทของเอกสารที่ผลิตในงานธนาคาร ซ่ึงรวมถึง งานการเงิน และงานเกี่ยวกับ
หลกั ฐานทางกฎหมาย ไดน้ าส่ือส่ิงพิมพห์ ลาย ๆ ประเภทมาใชใ้ นการดาเนินงาน
4.5ssบทบาทของเอกสารท่ี ผลิตในห้างสรรพสิ นค้า และร้านค้าปลีก เอกสารท่ีทาง
ห้างสรรพสินคา้ หรือร้านคา้ ปลีกใชใ้ นการดาเนินธุรกิจ ไดแ้ ก่ ใบปิ ดโฆษณาต่าง ๆ ใบปลิว แผน่ พบั
จุลสาร
การผลติ เอกสาร 9
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเก่ยี วกับการผลติ เอกสาร
บทสรุปท้ายหน่วย
หน่วยท่ี 1
ความรู้เบื้องต้นเกยี่ วกบั การผลติ เอกสาร
การผลิตเอกสาร หมายถึง การจดั ทาการสร้างเอกสารต่าง ๆ ข้ึนเพื่อติดต่อสื่อสารกบั ภายใน
หน่วยงาน และภายนอกหน่วยงาน มีรูปแบบแตกต่างกนั ข้ึนอยู่กบั หน่วยงานจะออกแบบแตกต่างกนั
ออกไป ซ่ึงมีจุดมุ่งหมายคลา้ ยกนั ทุกหน่วยงาน คือ ตอ้ งการให้เขา้ ใจขอ้ ความ ส่วนมากผลิตเอกสาร
เพี่อประชาสัมพนั ธ์ใหบ้ ุคคลนอกหน่วยงานทราบถึงจุดประสงคก์ ารประชาสัมพนั ธ์ เพ่ือใหเ้ กิดความ
ประทบั ใจต่อผูร้ ับขอ้ มูลข่าวสาร กระตุ้นให้ผูร้ ับข้อมูลเกิดการตดั สินใจ เตือนความทรงจา ทราบ
ขอ้ เท็จจริงของเอกสาร ในการผลิตเอกสารบทน้ีสามารถแยกออกเป็ น 2 ประเภท คือ ผลิตเอกสารเป็ น
รูปเล่ม และผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม เป็ นเอกสารท่ีมุ่งประชาสัมพนั ธ์
ผลิตข้ึนเป็ นรูปเล่มเขา้ ใจง่ายรูปแบบน่าสนใจ แบ่งออกเป็ นประเภทใหญ่ ๆ ดงั น้ี หนังสือ นิตยสาร
วารสาร จุลสาร โบรชวั ร์ และการผลิตเอกสารไมเ่ ป็นรูปเลม่ เป็นการผลิตเอกสารที่มีลกั ษณะแผน่ เดียว
เน้ือหานอ้ ย รูปแบบน่าสนใจ น่าติดตาม เช่น จดหมาย บนั ทึก ใบปลิว แผน่ พบั โปสเตอร์
การผลิตเอกสาร 10
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเกีย่ วกับการผลิตเอกสาร
คาศัพท์ประจาหน่วย
หน่วยท่ี 1
ความรู้เบือ้ งต้นเกย่ี วกบั การผลติ เอกสาร
คาศัพท์ ความหมาย
B หนงั สือ
Book
Brochure แผน่ พบั
Bulletin จดหมายขา่ ว
Form F แบบฟอร์ม
Journal J วารสารวิชาการ
Leaflet L ใบปลิว
Letter จดหมาย
Magazine M นิตยสาร
Pamphlet P จุลสาร
Poster โปสเตอร์
Register R บนั ทึก
Review วารสารวิจารณ์
การผลติ เอกสาร 11
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั การผลติ เอกสาร
แบบฝึ กหดั ประจาหน่วย
หน่วยที่ 1
ความรู้เบือ้ งต้นเกยี่ วกบั การผลติ เอกสาร
คาชี้แจง
1. ใหน้ กั ศึกษาตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ กู ตอ้ งและสมบูรณ์ โดยใหต้ อบแบบพอสังเขป
2. การตอบแบบพอสงั เขปหมายถึง การอธิบายใหไ้ ดใ้ จความ ครบสาระและมีตวั อยา่ ง
ประกอบความยาวไม่ควรเกิน 4 บรรทดั
3. ใหต้ อบคาถามลงในสมุดประจาวชิ า
4. กาหนดใหส้ ่งแบบฝึกหดั ก่อนเขา้ เรียนหน่วยการเรียนตอ่ ไป
คาถาม
1. การผลิตเอกสารหมายถึงอะไร
2. เอกสารท่ีถกู ผลิตมีหลายประเภทไดแ้ ก่เอกสารประเภทใดบา้ ง
3. การผลิตเอกสาร ผผู้ ลิตเอกสารมีจุดมุ่งหมายอยา่ งไรตอบมา 3 ขอ้
4. จงบอกความแตกต่างของเอกสารที่เป็นรูปเลม่ และเอกสารไม่เป็นรูปเลม่
5. แบบฟอร์ม คือ เอกสารที่มีรูปแบบอยา่ งไร
การผลิตเอกสาร 12
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบือ้ งต้นเกยี่ วกับการผลิตเอกสาร
แบบประเมนิ ผลการทาแบบฝึ กหดั ประจาหน่วย
หน่วยท่ี 1
ความรู้เบือ้ งต้นเกยี่ วกบั การผลติ เอกสาร
หน่วยการเรียนท่ี..............................................................เร่ือง...........................................................
ภาคเรียนท่ี............ปี การศึกษา....................ระดบั ช้นั ..........หอ้ ง...............แผนกวิชาการจดั การทว่ั ไป
เลขท่ี ช่ือ-สกลุ ระดับคุณภาพ หมาย
ดี พอใช้ ปรับปรุง เหตุ
เกณฑ์การประเมิน คือ ส่งงานก่อนหรือตรงกาหนดเวลารับผดิ ชอบในงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
ดี คือ ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด แต่ไดม้ ีการติดตอ่ ช้ีแจงอยา่ งมีเหตุผลรับฟังได้
พอใช้ คอื ส่งชา้ กวา่ กาหนดหรือ ไมส่ ่ง
ปรับปรุง
เกณฑ์ผ่าน คือ พอใช้
ลงชื่อ..............................................................
(..............................................................)
ผ้ปู ระเมิน
การผลติ เอกสาร 13
หน่วยที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกบั การผลิตเอกสาร
ใบงานที่ 1.1 ประจาหน่วย
หน่วยที่ 1
ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั การผลติ เอกสาร
เร่ือง ประเภทของเอกสารและบทบาทของเอกสารชนิดต่าง ๆ
วตั ถปุ ระสงค์ จาแนกประเภทเอกสาร และบอกบทบาทของเอกสารชนิดต่าง ๆ ได้
ข้นั ตอนการปฏบิ ัติงาน
1. แบง่ นกั ศึกษาในหอ้ งเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม
2. ให้นกั ศึกษาศึกษาขอ้ มูลประเภทของเอกสารแต่ละชนิดจากเอกสารประกอบการสอน
หน่วยท่ี 1
3. แตล่ ะกลุ่มระดมสมองตามเน้ือหาที่ไดร้ ับมอบหมาย
เคร่ืองมือและอุปกรณ์ท่ีใช้
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใชอ้ ินเทอร์เน็ตได้
2. สื่อที่นกั ศึกษาจดั ทาข้นึ เช่น แผน่ ชาร์ต การนาเสนอโดยใช้ Power Point
รูปแบบการส่งงาน
1. ส่งตวั แทนนาเสนอเน้ือหาหนา้ ช้นั เรียน
2. แต่ละกล่มุ สรุปเน้ือหาโดยการพมิ พส์ ่งครูผสู้ อน
การผลติ เอกสาร 14
หน่วยที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการผลิตเอกสาร
แบบประเมินใบงานท่ี 1.1 ประจาหน่วย
หน่วยที่ 1
ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั การผลติ เอกสาร
เรื่อง ประเภทของเอกสารและบทบาทของเอกสารชนิดต่าง ๆ
คาชี้แจง
1. เกณฑป์ ระเมินใบงาน คะแนนเตม็ 20 คะแนน
2. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
5 = เน้ือหาถกู ตอ้ ง ความพร้อมในการนาเสนอในระดบั มากท่ีสุด
4 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการนาเสนอในระดบั มาก
3 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการนาเสนอในระดบั ปานกลาง
2 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการนาเสนอในระดบั นอ้ ย
1 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการนาเสนอในระดบั นอ้ ยที่สุด
0 = เน้ือหาไมถ่ ูกตอ้ ง ไม่มีความพร้อมในการนาเสนอ
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ คะแนน 0
54321
1 เน้ือหาครบตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2 การใหค้ วามร่วมมือของสมาชิกในกล่มุ
3 ความพร้อมในการนาเสนอเน้ือหาหนา้ ช้นั เรียน
4 อุปกรณ์ในการนาเสนอ
รวมคะแนน
คะแนนเตม็ 20
คะแนนทีไ่ ด้
ลงชื่อ...................................................................ผปู้ ระเมิน
()
.................../................................/..................................
การผลติ เอกสาร 15
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเก่ียวกบั การผลิตเอกสาร
แบบทดสอบก่อนเรียนประจาหน่วย
หน่วยท่ี 1
ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั การผลติ เอกสาร
คาชีแ้ จง
1. แบบทดสอบน้ีเป็นแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ ให้ทาทกุ ขอ้
3. ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว
4. ใหก้ าเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษคาตอบ
1. การจดั ทาขอ้ ความหรือสร้างขอ้ มลู ลงในกระดาษ หมายถึง
ก. การประชาสมั พนั ธ์
ข. การผลิตเอกสาร
ค. การผลิต
ง. การสร้าง
จ. เอกสาร
2. ในการจดั ทาเอกสารหน่วยงานมีจุดมงุ่ หมาย เพอื่ อะไร
ก. เป็นวธิ ีการส่ือใหผ้ อู้ ่ืนทราบถึงสิ่งตา่ ง ๆ ท่ีตอ้ งการเผยแพร่
ข. เป็นส่ือกลางในการติดต่อสื่อสาร
ค. การติดต่อธุรกิจระหวา่ งกนั
ง. เพือ่ เผยแพร่เอกสารเท่าน้นั
จ. เพือ่ ความสะดวกรวดเร็ว
3. ขอ้ ใดหมายถึงความสาคญั ของการผลิตเอกสาร
ก. เป็นการสร้างเอกสารเพอื่ เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสาร
ข. เพ่ือประชาสมั พนั ธเ์ ท่าน้นั
ค. เพ่ือใหเ้ ขา้ ใจตรงกนั
ง. เพอื่ เผยแพร่เอกสาร
จ. เพอ่ื ติดตอ่ สื่อสาร
การผลิตเอกสาร 16
หน่วยที่ 1 ความรู้เบือ้ งต้นเกี่ยวกบั การผลติ เอกสาร
4. เอกสารเป็นรูปเล่มเสนอความรู้ทางวชิ าการ หมายถึงเอกสารประเภทใด
ก. โปสเตอร์
ข. แผน่ พบั
ค. จุลสาร
ง. ใบปลิว
จ. วารสาร
5. เอกสารที่หน่วยงานจดั ทาข้ึนไวส้ าหรับเติมขอ้ มูลใหส้ มบูรณ์ หมายถึงขอ้ ใด
ก. แบบฟอร์ม
ข. แผน่ พบั
ค. นิตยสาร
ง. วารสาร
จ. บนั ทึก
6. ขอ้ ใดหมายถึงความสาคญั ของการผลิตเอกสาร
ก. หน่วยงานปฏิบตั ิงานอยา่ งมีประสิทธิภาพ
ข. เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสาร
ค. เพื่อติดต่อภายในสานกั งาน
ง. เพ่อื ติดตอ่ บคุ คลบางกลุ่ม
จ. ทาใหท้ ราบขอ้ เทจ็ จริง
7. ขอ้ ใดไม่ใช่จุดมงุ่ หมายของการผลิตเอกสาร
ก. เพื่อความสวยงาม
ข. เพื่อประชาสัมพนั ธ์
ค. เพอ่ื ความเป็นระเบียบ
ง. เพ่อื ใหผ้ รู้ ับสารวิจารณ์ขอ้ มลู
จ. เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจขอ้ ความเหมือนกนั
8. ขอ้ ใดหมายถึงเอกสารเป็นรูปเลม่
ก. แบบฟอร์ม
ข. จดหมาย
ค. แผน่ พบั
ง. ใบปลิว
จ. จุลสาร
การผลติ เอกสาร 17
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเกีย่ วกบั การผลิตเอกสาร
9. “มีขนาดเลก็ หยบิ ถือสะดวก สามารถเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลไดม้ าก ตน้ ทนุ การผลิตต่า”
จากขอ้ ความขา้ งตน้ หมายถึงลกั ษณะเด่นของเอกสารที่ผลิตประเภทใด
ก. แบบฟอร์ม
ข. จดหมาย
ค. โปสเตอร์
ง. ใบปลิว
จ. จุลสาร
10. ขอ้ ใดหมายถึงประโยชน์ของบนั ทึกขอ้ ความ
ก. ทราบความถกู ตอ้ ง ขอ้ เทจ็ จริงของการดาเนินงาน
ข. สร้างความประทบั ใจของผรู้ ับที่มีตอ่ หน่วยงาน
ค. ช่วยเพ่ิมคุณค่าใหก้ บั ผลิตภณั ฑข์ องหน่วยงาน
ง. ช่วยส่งเสริมการตลาดใหก้ วา้ งขวางข้ึน
จ. สร้างภาพพจน์ใหห้ น่วยงาน
การผลิตเอกสาร 18
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั การผลิตเอกสาร
แบบประเมินแบบทดสอบก่อนเรียนประจาหน่วย
หน่วยที่ 1
ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั การผลติ เอกสาร
คาชีแ้ จง
1. แบบประเมินผลการเรียนเป็นขอ้ สอบแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ 10 คะแนน
3. ใหน้ กั เรียนเลือกตวั เลือกหนา้ คาตอบท่ีเห็นวา่ ถกู ตอ้ งที่สุดลงในกระดาษคาตอบ
4. คะแนนที่ได.้ ....................คะแนน
5. สรุปผลการประเมินอยใู่ นระดบั ดีมาก ดี พอใช้
ปรับปรุง
6. เกณฑก์ ารประเมิน
ดีมาก (9 – 10 คะแนน)
ดี (7 – 8 คะแนน)
พอใช้ (5 – 6 คะแนน)
ปรับปรุง (ต่ากวา่ 5 คะแนน)
กระดาษคาตอบแบบประเมนิ หลงั เรียน
คาตอบ คะแนน คาตอบ คะแนน
1. 6.
2. 7.
3. 8.
4. 9.
5. 10.
คะแนนรวม...............................................................คะแนน
การผลติ เอกสาร 19
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกับการผลติ เอกสาร
แบบทดสอบหลงั เรียนประจาหน่วย
หน่วยที่ 1
ความรู้เบือ้ งต้นเกย่ี วกบั การผลติ เอกสาร
คาชี้แจง
1. แบบทดสอบน้ีเป็นแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ ให้ทาทุกขอ้
3. ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
4. ใหก้ าเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษคาตอบ
1. การผลิตเอกสาร หมายถึง
ก. การพิมพข์ อ้ ความและใหเ้ กิดความประทบั ใจแก่ผรู้ ับ
ข. การจดั ทาขอ้ ความหรือสร้างขอ้ มูลลงในกระดาษ
ค. ขอ้ ความท่ีใชต้ ิดตอ่ สื่อสารโดยการพมิ พ์
ง. การพมิ พข์ อ้ ความลงในแผน่ กระดาษ
จ. การสร้างขอ้ มลู ลงในกระดาษ
2. ขอ้ ใดหมายถึงความสาคญั ของการผลิตเอกสาร
ก. เป็นส่ือกลางในการประชาสัมพนั ธ์ใหเ้ กิดความเขา้ ใจถกู ตอ้ ง
ข. เพ่ือประชาสมั พนั ธ์เท่าน้นั
ค. เพือ่ ใหเ้ ขา้ ใจตรงกนั
ง. เพื่อเผยแพร่เอกสาร
จ. เพอ่ื ติดต่อสื่อสาร
3. การจดั ทาเอกสารหน่วยงานมีจุดม่งุ หมาย เพ่อื อะไร
ก. เพอ่ื ติดต่อสื่อสาร
ข. เพอ่ื เผยแพร่เอกสารเท่าน้นั
ค. เพือ่ การติดต่อธุรกิจระหวา่ งกนั
ง. เพ่อื ใชเ้ ป็นหลกั ฐานในการอา้ งอิง
จ. เพอื่ เป็นส่ือกลางในการติดตอ่ สื่อสาร
การผลิตเอกสาร 20
หน่วยที่ 1 ความรู้เบือ้ งต้นเกีย่ วกับการผลติ เอกสาร
4. ขอ้ ใดมิใช่เอกสารที่ใชเ้ ผยแพร่
ก. จุลสาร
ข. แผน่ พบั
ค. จดหมาย
ง. ใบปลิว
จ. โปสเตอร์
5. เอกสารที่หน่วยงานจดั ทาข้ึนไวส้ าหรับการบนั ทึกขอ้ มลู ใหเ้ ป็นไปในแนวทางเดียวกนั คือขอ้ ใด
ก. แผน่ พบั
ข. จุลสาร
ค. นิตยสาร
ง. บนั ทึก
จ. วารสาร
6. แผน่ พมิ พข์ นาดเลก็ ขอ้ ความส้นั กะทดั รัดเขา้ ใจงา่ ย ใชแ้ จง้ ขา่ วสารเพ่อื การเผยแพร่
และการประชาสัมพนั ธ์ หมายถึงเอกสารในขอ้ ใด
ก. แผน่ พบั
ข. ใบปลิว
ค. อนุสาร
ง. จุลสาร
จ. โปสเตอร์
7. เอกสารที่ไมเ่ ป็นรูปเล่ม ภายในเสนอความรู้ท่ีเป็นวิชาการประเภทใดประเภทหน่ึง
โดยเฉพาะเรียกวา่
ก. แบบฟอร์ม
ข. จดหมาย
ค. แผน่ พบั
ง. ใบปลิว
จ. บนั ทึก
การผลติ เอกสาร 21
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเก่ยี วกบั การผลติ เอกสาร
8. เอกสารที่ไมเ่ ป็นรูปเล่ม เป็นแผน่ พมิ พข์ นาดใหญ่ ใชภ้ าพเพื่อส่ือความหมาย
หมายถึงเอกสารประเภทใด
ก. แบบฟอร์ม
ข. จดหมาย
ค. โปสเตอร์
ง. แผน่ พบั
จ. ใบปลิว
9. ขอ้ ใดหมายถึงประโยชนข์ องบนั ทึกขอ้ ความ
ก. ทราบความถูกตอ้ ง ขอ้ เทจ็ จริงของการดาเนินงาน
ข. สร้างความประทบั ใจของผรู้ ับที่มีต่อหน่วยงาน
ค. ช่วยเพ่มิ คุณคา่ ใหก้ บั ผลิตภณั ฑข์ องหน่วยงาน
ง. ช่วยส่งเสริมการตลาดใหก้ วา้ งขวางข้ึน
จ. สร้างภาพพจน์ใหห้ น่วยงาน
10. การผลิตหวั จดหมาย ซองจดหมาย ใบเสร็จ หมายถึงบทบาทของการผลิตเอกสารประเภทใด
ก. บทบาทของเอกสารท่ีผลิตในดา้ นธุรกิจ
ข. บทบาทของเอกสารที่ผลิตในสถานศึกษา
ค. บทบาทของเอกสารที่ผลิตในงานธนาคาร
ง. บทบาทของเอกสารท่ีผลิตในงานสื่อมวลชน
จ. บทบาทของเอกสารที่ผลิตในหา้ งสรรพสินคา้
.
การผลติ เอกสาร
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเก่ยี วกับการผลติ เอกสาร 22
แบบประเมนิ แบบทดสอบหลงั เรียนประจาหน่วย
หน่วยที่ 1
ความรู้เบือ้ งต้นเกยี่ วกบั การผลติ เอกสาร
คาชีแ้ จง
1. แบบประเมินผลการเรียนเป็นขอ้ สอบแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ 10 คะแนน
3. ใหน้ กั เรียนเลือกตวั เลือกหนา้ คาตอบท่ีเห็นวา่ ถูกตอ้ งท่ีสุดลงในกระดาษคาตอบ
4. คะแนนที่ได.้ ....................คะแนน
5. สรุปผลการประเมินอยใู่ นระดบั ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
6. เกณฑก์ ารประเมิน
ดีมาก (9 – 10 คะแนน)
ดี (7 – 8 คะแนน)
พอใช้ (5 – 6 คะแนน)
ปรับปรุง (ต่ากวา่ 5 คะแนน)
กระดาษคาตอบแบบประเมินหลงั เรียน
คาตอบ คะแนน คาตอบ คะแนน
1. 6.
2. 7.
3. 8.
4. 9.
5. 10.
คะแนนรวม...............................................................คะแนน
การผลิตเอกสาร
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบือ้ งต้นเก่ียวกบั การผลติ เอกสาร 23
บรรณานุกรม
จิตรภณ ชีรนราวนิชย.์ การผลติ เอกสาร. วงั อกั ษร, 2553.
จนั ทนา ทองประยรู , ผศ. กระบวนการพมิ พ์ส่ิงพมิ พ์ทวั่ ไป. เอกสารการสอนชุดวชิ าความรู้ทวั่ ไป
เกี่ยวกบั การพิมพ.์ นนทบรุ ี : สานกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, 2539.
จินตนา บุญบงการ, ร.ศ. การบริหารงานสานกั งาน. กรุงเทพมหานคร : เรียนแกว้ การพมิ พ,์ 2538.
ชาญวิทย์ หาญรินทร์. การผลติ สื่อสิ่งพมิ พ์. ศูนยส์ ่งเสริมอาชีวะ. พ.ศ. 2547.
เธียรชยั เอี่ยมวราเมธ. พจนานุกรมไทย (ฉบบั อธิบาย 2 ภาษา). กรุงเทพมหานคร : รวมสาส์น, 2537.
บุญสืบ โพธ์ิศรี. เทคโนโลยีสานกั งาน. หนงั สือและการพมิ พ์. ศนู ยส์ ่งเสริมอาชีวะ, 2548.
ผศ. เนตร์พณั ณา ยาวิราช. การจัดการสานกั งาน. โรงพิมพม์ หาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. พ.ศ.
2545.
ฝ่ายวชิ าการ. การผลติ สื่อสิ่งพมิ พ์ด้วยคอมพวิ เตอร์. ศนู ยส์ ่งเสริมอาชีวะ, พ.ศ. 2552.
พพิ ฒั น์ วิเชียรสุวรรณ. ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ. พ.ศ. 2526
(ฉบบั ปรุงใหมล่ า่ สุด) กรุงเทพมหานคร : รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ,์ 2544.
Chorafas N. Dimitris. Office Automation. Prentice – Hill Leonard Krauss. 1980.
Curchack, Norma and Parzych, Patricia A. Secretarial Training for the Changing Office. New
york : Harcourt Brace Javanovich, Inc., 1977.
Quible, Zane K. Introduction to Administrative Office Management. New York : Winthrop
Publisher, Inc., 1977.
หน่วยที่ 2
เทคโนโลยใี นการผลติ เอกสาร
การผลิตเอกสาร 24
หน่วยท่ี 2 เทคโนโลยีในการผลิตเอกสาร
หน่วยที่ 2
เทคโนโลยใี นการผลติ เอกสาร
เทคโนโลยีในการผลติ เอกสาร
ความหมายและความสาคญั ของ
เทคโนโลยใี นการผลติ เอกสาร
ประโยชน์ของเทคโนโลยี
ท่ีใช้ในการผลติ เอกสาร
กระบวนการ
ผลติ เอกสาร
ประเภทของเทคโนโลยที ่ี ใช้
ในการผลิตเอกสาร
การผลติ เอกสาร 25
หน่วยท่ี 2 เทคโนโลยใี นการผลิตเอกสาร
สาระสาคญั
ปัจจุบนั การนาเทคโนโลยีที่ทันสมยั มาผลิตเอกสาร ทาให้เอกสารท่ีผลิตมีความสวยงาม
สะดุดตาแก่ผพู้ บเห็น ความสาคญั ในการนาเอาเทคโนโลยมี าผลิตเอกสารทกุ วนั น้ีสาคญั มาก เพ่อื ทาให้
เอกสารที่ผลิตออกมามีความทนั สมยั สวยงาม น่าติดตาม น่าตดั สินใจซ้ือ หรือเชื่อถือสาหรับผูพ้ บเห็น
เอกสารของหน่วยงานน้ัน ตามขอ้ ความที่บรรจุในเอกสารที่หน่วยงานผลิตข้ึน การผลิตเอกสารเพื่อให้
ทนั สมยั ตอ้ งอาศยั เทคโนโลยีเขา้ มาช่วยผลิตเอกสาร หน่วยการเรียนน้ีหมายถึงการนากระบวนการ
ผลิตเอกสาร รูปแบบการผลิตเอกสาร ข้นั ตอนและวิธีการผลิตเอกสาร และประเภทของเทคโนโลยีท่ี
ใช้ในการผลิตเอกสาร เช่น การนาอินเทอร์เน็ต ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มาผลิตเอกสารในหน่วยการ
เรียนน้ี หมายถึง โปรแกรมสาเร็จรูปต่าง ๆ นามาผลิตเอกสาร การตกแต่งเอกสารให้สวยงาม ผลิตได้
รวดเร็ว ทันสมัย อุปกรณ์ที่นามาผลิตเอกสาร เช่น เครื่องพิมพ์ เคร่ืองถ่ายเอกสาร กล้องดิจิตอล
สแกนเนอร์ สิ่งเหล่าน้ีเป็ นการนาเทคโนโลยีเขา้ มาผลิตเอกสารให้ไดเ้ อกสารท่ีผลิตออกมาสมบูรณ์ และ
มีประสิทธิภาพยงิ่ ข้นึ
เนื้อหา/สาระการเรียนรู้
1. ความหมาย และความสาคญั ของเทคโนโลยใี นการผลิตเอกสาร
2. ประโยชนข์ องเทคโนโลยที ่ีใชใ้ นการผลิตเอกสาร
3. กระบวนการผลิตเอกสาร
3.1 รูปแบบการผลิตเอกสาร
3.2 ข้นั ตอนและวิธีการผลิตเอกสาร
3.3 ข้นั ตอนการออกแบบสิ่งพมิ พก์ ่อนทาการพิมพง์ าน
3.4 การเผือ่ พ้นื ที่รอบขอบของงานออกแบบสิ่งพมิ พ์
3.5 ปัญหาเร่ือง Fonts และ Transparency ของการออกแบบสิ่งพิมพ์
3.6 Back Ground สีดาของการออกแบบส่ิงพิมพ์
3.7 ตวั อกั ษรเจาะขาว
3.8 ภาพต่อระหวา่ งหนา้ ของงานออกแบบสิ่งพมิ พ์
3.9 สีบนจอกบั สีในงานพมิ พข์ องการออกแบบสิ่งพิมพ์
4. ประเภทของเทคโนโลยที ี่ใชใ้ นการผลิตเอกสาร
4.1 อินเทอร์เน็ต
การผลติ เอกสาร 26
หน่วยท่ี 2 เทคโนโลยใี นการผลติ เอกสาร
4.2 คอมพวิ เตอร์
4.2.1 ฮาร์ดแวร์
4.2.2 ซอฟตแ์ วร์
4.2.2.1 โปรแกรมสาเร็จรูป
1) โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ์ด (Microsoft Word)
2) โปรแกรมโฟโตช้ อ้ พ (Adobe Photoshop)
3). โปรแกรม Illustrator
4) โปรแกรม Page Maker
5) โปรแกรม Microsoft Publisher
4.3 เคร่ืองพิมพ์
4.4 เครื่องถา่ ยเอกสาร
4.5 กลอ้ งถ่ายภาพ
4.6 สแกนเนอร์
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกและอธิบายความหมาย ความสาคญั ของเทคโนโลยใี นการผลิตเอกสารได้
2. บอกและอธิบายประโยชนข์ องเทคโนโลยที ี่มีต่อการผลิตเอกสารได้
3. บอกกระบวนการผลิตเอกสารได้
4. เลือกประเภทของเทคโนโลยใี หเ้ หมาะสมกบั เอกสารที่จะผลิตได้
5. เลือกใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปให้เหมาะสมกบั รูปแบบการผลิตเอกสารได้
6. ผลิตเอกสารโดยใชเ้ ทคโนโลยตี ่าง ๆ ได้
การผลติ เอกสาร 27
หน่วยที่ 2 เทคโนโลยีในการผลิตเอกสาร
1. ความหมาย และความสาคัญของเทคโนโลยใี นการผลติ เอกสาร
เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง การใช้ความรู้ เคร่ืองมือ ความคิด หลกั การ เทคนิค ความรู้
ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจนผลงานทางวิทยาศาสตร์ท้งั ส่ิงประดิษฐ์และวิธีการ มาประยุกต์ใช้ใน
ระบบงานเพ่ือช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทางานให้ดีย่ิงข้ึน เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลของงานใหม้ ีมากยง่ิ ข้นึ
อาภา กุลธรรมโยธิน กล่าวไวว้ ่า เทคโนโลยี (Technology) มีความหมายค่อนขา้ งกวา้ ง โดยทว่ั ไป
หมายถึงส่ิงท่ีมนุษยพ์ ฒั นาข้ึน เพ่ือช่วยในการทางานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ เคร่ืองมือ
เคร่ืองจกั ร วสั ดุหรือส่ิงท่ีไม่ไดเ้ ป็นสิ่งของท่ีจบั ตอ้ งได้ เช่น กระบวนการตา่ ง ๆ เป็นตน้
บุญสืบ โพธ์ิศรี กล่าวไวว้ ่า เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง วิธีปฏิบตั ิท่ีมีการจดั ลาดบั
อยา่ งมีรูปแบบและข้นั ตอน เพื่อท่ีจะทาใหเ้ กิดประสิทธิภาพในเรื่องของความเร็ว ความน่าเชื่อถือ
สารานุกรมเอ็นคาร์ทา (Encarta 1999) กล่าวไวว้ ่า เทคโนโลยี (Technology) เป็ นคาที่มาจาก
ภาษากรีก 2 คารวมกนั คอื Tekhne หมายถึง ศิลปะหรืองานช่างฝีมือ (Art of Craft) และ logia หมายถึง
สาขาวิชาของการศึกษา (Art of Study) ดงั น้นั ถา้ จะแปลตามตวั แลว้ เทคโนโลยี จึงหมายถึง การศึกษา
หรื อศาสตร์ของงานช่างฝี มือ
พจนานุกรมเว็บสเทอร์ (Websters 1994) กล่าวไวว้ ่า เทคโนโลยี หมายถึง 1) ก. การใช้ทาง
วิทยาศาสตร์โดยเฉพาะอย่างย่ิงเพื่อวตั ถุประสงค์ทางดา้ นอุตสาหกรรมและพาณิชกรรม ข. องค์รวม
ท้งั หมดของวิธีการและวสั ดุท่ีใช้เพ่ือบรรลุตามวตั ถุประสงค์ท่ีต้งั ไว้ 2) องค์ความรู้ที่มีอยู่ในอารยะ
ธรรมเพ่ือใชใ้ นการเพิ่มพนู ฝึกหดั ดา้ นศิลปะและทกั ษะความชานาญ เพอื่ ใหไ้ ดม้ าซ่ึงวสั ดุ
บราวน์ (Brown) กล่าวไวว้ ่า เทคโนโลยีเป็ นการนาวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้บังเกิด
ผลประโยชน์
เดล (Dale 1969) กล่าวไวว้ ่า เทคโนโลยีประกอบดว้ ยผลรวมของการทดลอง เครื่องมือและ
กระบวนการ ซ่ึงสิ่งท้งั หลายเหล่าน้ีเกิดจากการเรียนรู้ ทดลอง และไดร้ ับการปรับปรุงแกไ้ ขมาแลว้
สิปปนนท์ เกตุทตั (ม.ป.ป. : 81) อธิบายวา่ เทคโนโลยี คือ การนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และ
ศาสตร์อ่ืน ๆ มาผสมผสานประยกุ ต์ เพ่ือสนองเป้าหมายเฉพาะตามความตอ้ งการของมนุษยด์ ว้ ยการนา
ทรัพยากรตา่ ง ๆ มาใชใ้ นการผลิต และจาหน่ายให้ต่อเน่ืองตลอดท้งั กระบวนการเทคโนโลยีจึงมกั จะมี
คุณประโยชน์ และเหมาะสมเฉพาะเวลาและสถานที่ หากเทคโนโลยีน้นั สอดคลอ้ งกับสภาพเศรษฐกิจ
สังคม การเมือง วฒั นธรรม และสภาพแวดลอ้ ม เทคโนโลยีน้ันจะเก้ือกูลเป็ นประโยชน์ท้งั ต่อบุคคล
และส่วนรวม หากไม่สอดคลอ้ งเทคโนโลยนี ้นั ๆ จะก่อใหเ้ กิดปัญหาตามมามหาศาล
การผลิตเอกสาร 28
หน่วยที่ 2 เทคโนโลยใี นการผลิตเอกสาร
จากคากล่าวขา้ งตน้ สรุปไดว้ ่า เทคโนโลยี หมายถึง การนาความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลกั การ
เทคนิค ความรู้ ระเบียบ วิธี กระบวนการตลอดจนผลงานทางวิทยาศาสตร์ท้งั สิ่งประดิษฐ์ และวิธีการ
มาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพ่ือช่วยให้เกิดการเปล่ียนแปลงในการทางานให้ดียิ่งข้ึน เพ่ือเพ่ิม
ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของงานใหด้ ีมากข้ึน
จากคากล่าวขา้ งตน้ สรุปไดว้ า่ การผลิตเอกสาร หมายถึง การจดั ทา การสร้างเอกสารต่าง ๆ ข้ึน
เพื่อติดต่อส่ือสารกบั ภายนอกหน่วยงาน หรือภายในหน่วยงาน ท่ีเราพบเห็นอย่ทู วั่ ไปจะมีรูปแบบท่ี
หลากหลายแตกต่างกันไป ข้ึนอยู่กับวัตถุประสงค์ของการผลิตเอกสารน้ัน ของแต่ละสานักงาน
บางสานกั งานจะเนน้ ท่ีความสวยงามประณีต บางสานกั งานจะเนน้ ที่ความเรียบง่าย บางสานกั งานเนน้ ใน
ดา้ นความประหยดั ดงั น้ันการที่เอกสารที่ผลิตออกมาของแต่ละสานักงานจะแสดงคุณค่าในตวั เองให้แก่
ผอู้ ่าน
จากคากล่าวข้างต้น สรุปได้ว่า เทคโนโลยีในการผลิตเอกสาร หมายถึง การนาความรู้
ความสามารถทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใชใ้ นการผลิตเอกสาร เพื่อสนองความตอ้ งการของมนุษย์
ดว้ ยการนาทรัพยากรต่าง ๆ มาผลิตเอกสาร เพื่อความถกู ตอ้ ง สวยงาม และสามารถผลิตเพอ่ื การจาหน่าย
ให้ต่อเน่ือง เทคโนโลยีจึงมีประโยชน์ เหมาะสมสาหรับการนามาใชผ้ ลิตเอกสาร ซ่ึงในหน่วยการ
เรียนหน่วยน้ีกล่าวถึงเครื่องใช้สานักงานและโปรแกรมต่าง ๆ ที่นามาผลิตเอกสารเพื่อใช้ในการ
ส่ือสาร
ความสาคญั ของเทคโนโลยีในการผลิตเอกสาร ในปัจจุบนั เทคโนโลยีในการผลิตเอกสาร เป็ น
การนาเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการผลิตเอกสาร เพ่ือสนองความตอ้ งการของ
มนุษยด์ ว้ ยการนาเอาทรัพยากรต่าง ๆ มาใชใ้ นการผลิตเอกสาร ใหเ้ ป็นระเบียบเรียบร้อย ลดการทางาน
ซ้าซ้อน ลดตน้ ทุนในการผลิตเอกสาร และน่าเช่ือถือสาหรับหน่วยงานต่าง ๆ ซ่ึงเทคโนโลยีในการผลิต
เอกสารเป็นสิ่งสาคญั ต่อมนุษย์ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. เป็นปัจจยั จาเป็นในการดาเนินชีวิตของมนุษยใ์ นการปฏิบตั ิงาน
2. เป็นปัจจยั หลกั ในการพฒั นางานดา้ นการผลิตเอกสาร
การผลติ เอกสาร 29
หน่วยที่ 2 เทคโนโลยีในการผลิตเอกสาร
2. ประโยชน์ของเทคโนโลยที ีใ่ ช้ในการผลติ เอกสาร
การนาเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตเอกสารทาให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานอย่างมาก สามารถ
สรุปได้ ดงั น้ี
2.1 ช่วยให้เกิดความเป็ นระเบียบเรียบร้อย งานท่ีผลิตได้จะเป็ นระเบียบ อ่านง่าย ชัดเจนมี
ประสิทธิภาพ
2.2 ช่วยลดตน้ ทุน และค่าใชจ้ ่าย งานเอกสารท่ีทาอยา่ งถูกตอ้ ง รวดเร็ว มีประสิทธิภาพจะทา
ใหป้ ระหยดั ค่าใชจ้ ่าย และลดตน้ ทนุ ในการผลิตลง
2.3 ช่วยให้เกิดความสวยงาม งานท่ีผลิตดว้ ยเคร่ืองใชส้ านักงาน ย่อมดูดีกว่างานท่ีผลิตดว้ ยมือ
มีความสม่าเสมอและจดั อยา่ งมีระเบียบ
2.4 ช่วยลดความเบื่อหน่ายและความเม่ือยลา้ งานบางอย่าง ตอ้ งทาซ้าซากจาเจทาให้เกิดการ
เบ่ือหน่าย และความเม่ือยลา้ หากนาเอาเครื่องใชส้ านกั งานมาช่วยแบ่งเบาภาระ จะทาใหล้ ดความเมื่อยลา้ ได้
2.5 ช่วยในการควบคุม และตรวจทาน งานบางอย่างอาจลดการตรวจทานลงไปได้ เช่น การใช้
เครื่องคอมพิวเตอร์ในการคานวณ การพิมพเ์ ชค็ ใหล้ ูกคา้ จะเสียเวลาในการตรวจทานคร้ังแรกเพียงคร้ังเดียว
จากคากล่าวขา้ งตน้ สามารถสรุปประโยชน์ที่ผูผ้ ลิตเอกสารได้รับจากการใช้เทคโนโลยีในการ
ผลิตเอกสาร มีประโยชน์ตอ่ การปฏิบตั ิงานอยา่ งมาก ช่วยให้การปฏิบตั ิงานเป็นระเบียบเรียบร้อย ช่วยลด
ตน้ ทุน ลดค่าใช้จ่าย ช่วยให้เกิดความสวยงาม ช่วยลดความเบื่อหน่ายและความเม่ือยลา้ ช่วยควบคุมและ
ตรวจทาน และสะดวกต่อการสืบคน้ ขอ้ มูล การติดต่อสื่อสารต่าง ๆ จากคากล่าวขา้ งตน้ สามารถแยกได้
ดงั ตอ่ ไปน้ี ดงั ภาพท่ี 2.1
ประโยชน์ของ ช่วยใหเ้ กิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย
เทคโนโลยีท่ีใช้ใน ช่วยลดตน้ ทนุ และคา่ ใชจ้ ่าย
การผลติ เอกสาร
ช่วยใหเ้ กิดความสวยงาม
ช่วยลดความเบ่ือหน่ายและความเมื่อยลา้
ช่วยในการควบคมุ และตรวจทาน
ภาพท่ี 2.1 ประโยชนข์ องเทคโนโลยที ่ีใชใ้ นการผลิตเอกสาร
ที่มา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
การผลติ เอกสาร 30
หน่วยที่ 2 เทคโนโลยใี นการผลิตเอกสาร
3. กระบวนการผลติ เอกสาร
กระบวนการผลิตเอกสารเป็ นการแปรสภาพตน้ ฉบบั งานพิมพใ์ ห้เป็ นรูปแบบของเอกสาร
ตามความตอ้ งการของหน่วยงาน ประกอบดว้ ยงานก่อนพิมพ์ งานพิมพ์ และงานหลงั พิมพ์ ซ่ึงตอ้ งมี
การวางแผนโดยผรู้ ับผดิ ชอบ คือ บรรณาธิการ
ในการจดั พิมพ์เอกสารลงในสิ่งพิมพ์น้ัน งานก่อนพิมพ์นับเป็ นข้นั ตอนแรกของการผลิต
เอกสาร ดว้ ยการตรวจตน้ ฉบบั ให้เกิดความถูกตอ้ งเรียบร้อย สมบูรณ์ ก่อนท่ีจะส่งตน้ ฉบบั ให้เจ้าหน้าที่
จดั พิมพ์
3.1ssรูปแบบการผลิตเอกสาร สาหรับรูปแบบของการผลิตเอกสาร แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ
3.1.1 ระบบการพิมพ์ (Printing System) หมายถึง การใชแ้ ท่นพิมพก์ ระดาษ และหมึกพิมพ์
ในการผลิตส่ือส่ิงพิมพอ์ อกมาเป็นจานวนมากในเวลาอนั ส้ัน มีอยหู่ ลายระบบดว้ ยกนั คือ
3.1.1.1ssการพิมพ์แบบแม่พิมพน์ ูนหรือเลตเทอร์เพรส (Letter Press) มีตน้ แบบมา
จากกุเตนเบิร์ก โดยตวั พิมพจ์ ะนูนโดดข้ึนมาในลกั ษณะเหมือนภาพในกระจกเงา คือ กลบั ซ้าย – ขวา เม่ือ
กลิง้ หมึกผา่ นแลว้ ป้อนกระดาษไปปิ ดทบั ก็จะไดต้ วั หนงั สือเป็นปกติปรากฏอยบู่ นแผน่ กระดาษน้นั การ
พิมพว์ ิธีน้ีทาไดง้ า่ ยและเสียค่าใชจ้ ่ายในการทาคอ่ นขา้ งต่า
3.1.1.2ssการพิมพแ์ บบแม่พิมพแ์ บบร่องลึกหรือโรโทกราวร์ (Rotogravure) คือ
ตวั พมิ พแ์ ทนที่จะนูนข้ึนแบบแท่นพิมพน์ ูนกก็ ลบั ตรงกนั ขา้ มคือเป็นร่องลึกลงไป หมึกจะถูกใส่ลงไปใน
ร่อง และเมื่อกดกระดาษลงไป หมึกในร่องตวั พิมพ์ จะถูกดูดซึมไปปรากฏอยบู่ นกระดาษซ่ึงวิธีการพิมพ์
แบบน้ีทาค่อนขา้ งยาก แต่จะให้ผลงานออกมาในลกั ษณะนุ่มนวล ละเอียดอ่อนและสวยงามกว่าแบบ
แมพ่ มิ พน์ ูนมาก
3.1.1.3 sการพิมพแ์ บบแม่พิมพแ์ บบแบนหรือออฟเซ็ท พริ้นติ้ง (Offset Printing)
การพิมพ์แบบน้ีได้นาการถ่ายภาพเข้ามาประยุกต์ใช้ โดยจะถ่ายภาพท่ีต้องการจะพิมพ์ลงบนแผ่น
อะลูมิเนียม ซ่ึงเรียกวา่ แผ่นพิมพห์ รือเพลท (Plate) จากน้นั กจ็ ะนาไปอาบน้ายาทางเคมี ที่จะบงั คบั ใหส้ ีใด
สามารถติดไดอ้ ยบู่ นบริเวณท่ีตอ้ งการให้ติด (ในกรณีพิมพภ์ าพสีจะทาทีละสี) แลว้ นาแผ่นพิมพม์ าติดกบั
แท่นพิมพ์ กลิ้งสีลงไป สีจะติดเฉพาะบางส่วนของภาพเท่าน้นั แลว้ ก็ให้แผน่ พิมพผ์ า่ นไปใตล้ ูกกลิง้ ลูกที่
1 สีท่ีเคาะบนแผน่ พมิ พจ์ ะหลุดติดลงบนลูกกลิ้งลูกท่ี 1 กบั ลูกที่ 2 ลูกกลิง้ ลกู ท่ี 2 กจ็ ะกดกระดาษให้แนบ
กบั ลกู กลิ้งลกู ที่ 1 ขณะที่กระดาษวิง่ ผา่ นไป ดงั น้นั สีจากลกู กลิ้งลกู ท่ี 1 ก็จะมาติดอยบู่ นกระดาษดว้ ย
3.1.1.4s การพิมพ์แบบแม่พิมพล์ ายฉลุหรือซิลคส์ กรีน (Silk Screen) เป็ นระบบที่
กลิ้งหมึกผ่านไปบนแม่พิมพท์ ี่ไม่ยอมให้สีผ่านไดน้ อกจากบริเวณท่ีฉลุเอาไวเ้ ท่าน้นั หมึกท่ีกลิ้งผ่าน
แม่พิมพช์ นิดน้ี ก็จะผา่ นรอยฉลุลงไปปรากฏอยบู่ นกระดาษหรือวสั ดุตา่ ง ๆ ท่ีตอ้ งการจะพิมพไ์ ด้ วธิ ีน้ี
การผลิตเอกสาร 31
หน่วยที่ 2 เทคโนโลยีในการผลิตเอกสาร
ทาไดง้ ่ายและไม่สิ้นเปลือง แต่เหมาะสาหรับการพิมพ์ไม่มาก หรืองานพิมพ์เล็ก ๆ และอาจนาการ
ถ่ายภาพหรือการใช้แสงอุลตร้าไวโอเลตส่งกระดาษไขใหเ้ ป็ นรูฉลุเขา้ มาประยกุ ตใ์ ช้ไดด้ ว้ ย เช่น การทา
Silk Screen พิมพผ์ า้ หรือการปรุกระดาษไขเพ่ือนาไปโรเนียว เป็นตน้
3.1.2 การพิมพ์แบบถ่ายภาพหรื อโฟโต้กราฟิ ก ปริ้นติ้ง (Photo Graphic Printing)
หมายถึง การใช้เคร่ืองมือบางอย่างถ่ายภาพจากตน้ ฉบบั หรือจากหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ลงบน
กระดาษหรือฟิ ลม์ ซ่ึงวธิ ีที่สะดวกและรวดเร็ว เช่น การถา่ ยเอกสาร และการทาสิ่งพิมพย์ อ่ ส่วน เป็นตน้
3.1.3 การพิมพใ์ นระบบคอมพิวเตอร์ ซ่ึงถือวา่ เป็นเทคโนโลยที ่ีทนั สมยั ที่สุดในปัจจุบนั
มาใชใ้ นการผลิตส่ือสิ่งพิมพป์ ระเภทต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สะดวก รวดเร็วที่สุด ตลอดจน
เปล่ียนแปลงแกไ้ ขในสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายตามความตอ้ งการ และประหยดั ค่าใช้จ่ายอย่างมาก ซ่ึงการ
นาเอาคอมพวิ เตอร์มาใชง้ านในเรื่องของส่ิงพมิ พน์ ้นั
3.2 ข้นั ตอนและวิธีการผลิตเอกสาร
3.2.1ssข้นั ตอนการผลิตเอกสาร
ข้นั ตอนการพิมพ์เป็ นการเปล่ียนตน้ ฉบบั งานพิมพใ์ ห้เป็ นลกั ษณะเอกสารที่มี
ความจาเป็นตอ่ องคก์ ร โดยมีข้นั ตอนการผลิต ดงั น้ี
3.2.1.1ssงานก่อนพิมพ์ เป็ นข้นั ตอนแรกในการทาเอกสาร เร่ิมต้งั แต่การจดั พิมพ์
ตน้ ฉบบั เพอ่ื เป็นแม่แบบในการนาไปจดั ทาแมพ่ ิมพจ์ นสิ้นสุดการทาแม่พิมพ์
3.2.1.2ssงานพิมพ์ คือ การเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับงานพิมพ์ เพื่อยา้ ยลงบน
รูปแบบ จากน้นั นาเขา้ ไปในเครื่องพมิ พ์ เพอื่ ใหป้ รากฏบนอปุ กรณ์ใชพ้ ิมพ์
3.2.1.3ssงานหลงั พิมพ์ เป็ นข้นั ตอนสุดทา้ ยของการพิมพ์ คือ การตรวจสอบความ
เรียบร้อยของเอกสารที่ทาเสร็จแลว้ โดยดูจากการเก็บเล่ม การพบั การเขา้ ปก การตดั
3.2.2sวิธีการผลิตเอกสาร ในการจัดพิมพ์เอกสารสิ่งพิมพ์น้ัน งานก่อนพิมพ์นับเป็ น
ข้ันตอนแรกของการจดั พิมพด์ ว้ ยการตรวจตน้ ฉบบั ให้เกิดความถูกตอ้ งเรียบร้อย สมบูรณ์ ก่อนที่จะส่ง
ตน้ ฉบบั ใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีจดั พิมพ์
3.2.2.1sการวางแผน เป็ นการเตรียมงานโดยระบุลกั ษณะงานเพ่ือให้ผูป้ ฏิบตั ิท่ี
เก่ียวขอ้ งทราบและสามารถปฏิบตั ิไปในแนวทางเดียวกนั เสร็จทนั เวลาที่กาหนดในแต่ละข้นั ตอน ขอ้ มูล
ท่ีใช้ในการวางแผน คือเน้ือที่จะบรรจุเน้ือหาของตน้ ฉบบั จะทาให้กาหนดระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน
ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง รวมไปถึงการคานวณวสั ดุท่ีจะใชแ้ ละค่าใช้จ่ายในการจดั ทาให้สอดคลอ้ งใกลเ้ คียงความ
เป็ นจริ งมากท่ีสุด
3.2.2.2sการจดั หน้า เป็ นศิลปะในการกาหนดรายละเอียดเกี่ยวกับตวั พิมพ์ ภาพ
และเน้ือหาที่จะบรรจุลงบนเอกสารเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็ นไปตามวตั ถุประสงค์ในการ
การผลิตเอกสาร 32
หน่วยท่ี 2 เทคโนโลยใี นการผลิตเอกสาร
จดั ทา อนั จะช่วยส่ือความหมายให้แก่ผูร้ ับไดเ้ ป็ นอย่างดี ผูม้ ีหน้าที่ในการจดั หน้าเอกสารตอ้ งคานึงถึง
ปัจจยั ตา่ ง ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1) ประเภทของเอกสาร
2) วตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั ทา
3) ลกั ษณะเน้ือหาท่ีจะบรรจุในเอกสาร
4) กลุ่มผอู้ า่ นหรือกล่มุ เป้าหมายท่ีจะไดร้ ับเอกสาร
5) งบประมาณในการจดั ทา
6) รูปแบบของเอกสาร
7) วสั ดุที่ใชใ้ นการจดั ทา
3.2.2.3sการตรวจตน้ ฉบบั ซ่ึงอาจจะเป็ นลายมือเขียนหรือเป็ นตวั พิมพ์ดีดเป็ น
หนา้ ท่ีของบรรณาธิการท่ีจะตอ้ งตรวจสอบความถูกตอ้ งของเน้ือหาใหม้ ีความสมบูรณ์ หากพบขอ้ ความที่
ไม่ถูกตอ้ งเหมาะสม ก็สามารถท่ีจะทาการแกไ้ ขก่อนท่ีจะส่งให้จดั พิมพ์ต่อไป สิ่งท่ีควรคานึงในการ
ตรวจตน้ ฉบบั คือ ลกั ษณะงานและวตั ถุประสงคใ์ นจดั ทาเพ่ือใหไ้ ดเ้ อกสารท่ีสามารถตอบสนองต่อความ
ตอ้ งการมากที่สุด รวมท้งั จะตอ้ งพจิ ารณาถึงความเหมาะสมของภาพท่ีใชป้ ระกอบ และการตรวจตน้ ฉบบั
ในดา้ นเน้ือหาเพื่อให้สอดคลอ้ งตรงตามความเป็ นจริง ขอ้ มูลทนั สมยั สมเหตุสมผล และตอ้ งไม่ละเมิด
ลิขสิทธ์ิงานเขียนใด ๆ ท้งั สิ้น การใช้ภาษาเป็ นไปตามภาษาสากลท่ีใชก้ บั กลุ่มเป้าหมาย ท้งั ภาษาที่เป็น
แบบแผน ภาษาก่ึงแบบแผน และภาษาพูด ซึ่งจะตอ้ งสื่อใหก้ ลุ่มเป้าหมายเกิดความเขา้ ใจอยา่ ง
ถูกตอ้ ง การสะกด การันต์ การใช้คาศพั ท์ ชื่อเฉพาะ อกั ษรย่อหรือเครื่องหมายวรรคตอน ส่วนรูปแบบ
และขนาดกส็ ามารถที่จะปรับแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมตามท่ีควรใหเ้ ป็นสากล ดงั ตารางท่ี 2.1
การผลิตเอกสาร 33
หน่วยที่ 2 เทคโนโลยีในการผลิตเอกสาร
ตารางการใช้เครื่องหมายตรวจร่าง
เครอื่ งหมาย ความหมาย ตวั อย่าง คาทแ่ี กไ้ ขแลว้
ตดั ออก โอกาศ ส โอกาส
สงั คมไทย] สงั คมไทย
] ยา้ ยไปทางขวา [ฟตุ บอล ฟตุ บอล
การ พฒั นา การพฒั นา
[ ยา้ ยไปทางซา้ ย ถ่าย ภาพ ภาพ ถ่าย
ตดิ กนั - -
ปัจบุ นั ปัจจบุ นั
สลบั ท่ี 200.- บาท
จ^
¶ ( p ) ยอ่ หนา้ ข้ึนตอนใหม่ -
เติม เพมิ่ แทรก 200^.-บาท#
# เวน้ วรรค -
♂ ยา้ ยขอ้ ความไปตามลกู ศร
ตารางที่ 2.1 การใชเ้ คร่ืองหมายตรวจร่าง
ที่มา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
3.2.2.4sการจดั ทาตน้ ฉบบั พิมพ์ เม่ือตน้ ฉบบั ผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว
การทาตน้ ฉบบั พมิ พล์ งบนเอกสารเท่าขนาดจริง ซ่ึงจะพิจารณาจากองคป์ ระกอบ ดงั น้ี
1)ssใชก้ ระดาษ A4 พิมพต์ น้ ฉบบั โดยเวน้ ระยะใหเ้ หมาะสมเพื่อให้อ่านง่าย
ควรเวน้ พ้ืนที่วา่ งไว้ เมื่อตอ้ งการแกไ้ ขขอ้ ความเพิ่มเติม
2)ssตน้ ฉบบั ท่ีจะทาการพิมพ์ ขอ้ ความตอ้ งมีความชดั เจน
การผลิตเอกสาร 34
หน่วยท่ี 2 เทคโนโลยใี นการผลิตเอกสาร
3)ssทุกหนา้ จะเรียงหมายเลขไวใ้ นระดบั เดียวกนั
3.2.2.5ssการเตรียมภาพประกอบ ในการจดั ทาเอกสารจาเป็ นตอ้ งมีภาพประกอบ
น้นั เราควรคานึงถึง ภาพประกอบน้ันจะเก่ียวพนั กบั ขอ้ ความในเน้ือหามากน้อยเพียงไร ภาพบางภาพอาจ
เป็ นภาพวาด ภาพถ่าย ภาพสไลด์ ภาพพิมพ์ เป็ นต้น ภาพท่ีจะวางลงบนต้นฉบับจะต้องมีขนาดที่
เหมาะสม และภาพตอ้ งคมชดั
3.2.2.6ssการกาหนดรายละเอียดของงาน การจดั ทาเอกสารตอ้ งระบุรายละเอียด
เน้ือหาโดยจดั ทาร่าง เรียกวา่ “ดมั ม่ี” เป็นทิศทางตอ่ พนกั งาน เช่น รูปแบบและขนาดของเอกสารท่ีจดั ทาข้ึน
การเวน้ เน้ือที่วา่ ง และภาพตอ้ งคมชดั
3.3 การออกแบบสิ่งพิมพก์ ่อนทาการพมิ พง์ าน
ความละเอียดของแฟ้มภาพ (File Resolution) ของการออกแบบสิ่งพิมพ์ มีหน่วยวดั เป็ น
Dots Per Inch (DPI) หรื อ Pixels Per Inch (PPI) คือความหนาแน่ นของเม็ดสี ต่อความยาว 1 นิ้ ว
ในแนวต้งั แนวนอน ความหนาแน่น (DPI) ยิง่ มาก ความละเอียดและความคมชดั ของภาพจะยงิ่ สูงข้ึน
ความละเอียดของภาพที่แสดงบนจอ Monitor จะอยู่ท่ี 72 DPI ก็เพียงพอ แต่สาหรับงานพิมพ์ในระบบ
ออฟเซ็ทแลว้ การออกแบบสิ่งพิมพจ์ าเป็นตอ้ งใชค้ วามละเอียดไม่นอ้ ยกวา่ 300 DPI ภาพพิมพท์ ี่ไดจ้ ึงจะ
มีความคมชดั และให้รายละเอียดที่ดี และถา้ สามารถกาหนดให้การออกแบบสิ่งพิมพล์ ะเอียดยง่ิ ข้นึ กจ็ ะ
ทาให้ภาพพิมพอ์ อกมามีคุณภาพดียิง่ ข้ึน หากในช่วงการจดั ทาการออกแบบส่ิงพมิ พ์ แฟ้มภาพ มีการขยาย
จากภาพท่ีมีความละเอียด 300 DPI หรือต่ากว่า ภาพใหม่ท่ีเกิดข้ึนจะมีปัญหาด้านความคมชัดได้ หรือ
หากภาพเดิมมีความละเอียดต่ากว่า 300 DPI แลว้ มาแปลงเป็ น 300 DPI ก็จะเกิดปัญหาด้านคุณภาพ
เช่นกนั
การเลือกใช้ Color Mode ในการออกแบบส่ิงพิมพ์ เนื่องจากระบบสีท่ีใช้ในการพิมพ์ เป็ น
แบบ CMYK ในขณะท่ีระบบที่ใช้บนจอ Monitor เป็ นแบบ RGB ในช่วงการจดั ทาการออกแบบส่ิงพิมพ์
แฟ้มงานเพื่อใชท้ าสิ่งพิมพบ์ นคอมพิวเตอร์น้นั สามารถทางานใน RGB color mode ทุกคร้ังท่ีตอ้ งการ
ตรวจสอบสีที่จะเกิดข้ึนเม่ือนาไปพิมพ์ สามารถทาไดโ้ ดยกด ป่ ุม ‘Ctrl’ กบั ‘Y’ ในโปรแกรม Photoshop
เมื่อจดั ทา File งานจนเป็นท่ีเรียบร้อยพร้อมที่จะส่งมายงั โรงพิมพ์ ก็แปลงภาพท้งั หมดใหอ้ ยใู่ น CMYK
Color Mode แลว้ จึงจดั ส่ง แฟ้มงานให้กบั ทางโรงพิมพ์ ขอ้ ควรระวงั คือ ไม่ควรแปลง แฟ้มภาพกลบั ไป
มา ระหว่าง RGB Mode กับ CMYK Mode เพราะการแปลงแต่ละคร้ัง จะเกิดการเปลี่ยนของสีเล็กน้อย
การแปลงกลบั ไปมาหลาย ๆ คร้ัง ยงิ่ ทาใหค้ วามเปล่ียนของสีมากข้ึน
3.4ssการเผือ่ พ้ืนที่รอบขอบของงานออกแบบสิ่งพมิ พ์
ในการจดั ทาอาร์ตเวิร์คสาหรับงานพิมพ์น้นั จาเป็ นตอ้ งคานึงถึงภาพหรือสีส่วนท่ีปรากฏ
โดยรอบขอบของชิ้นงานพิมพ์ การออกแบบส่ิงพิมพใ์ หภ้ าพ และสีบริเวณน้นั ไปสิ้นสุดที่แนวขนาดของ
การผลติ เอกสาร 35
หน่วยที่ 2 เทคโนโลยีในการผลิตเอกสาร
ชิ้นงานพิมพ์ ชิ้นงานพิมพท์ ี่ออกมาอาจจะปรากฏขอบขาวได้ ท้งั น้ีเกิดจากความคลาดเคลื่อนช่วงตดั เจียน
ขอบชิ้นงานพิมพ์ ซ่ึงเป็ นส่ิงท่ีเกิดข้ึนไดใ้ นขบวนการผลิต การทาอาร์ตเวิร์คจึงตอ้ งเผื่อพ้ืนที่ของภาพ
และสีเกินออกนอกบริเวณขอบที่เป็ นแนวของขนาดชิ้นงานพิมพ์ ดังน้ันจึงมีการกาหนดขอบเขต
โดยรอบชิ้นงาน ดงั น้ี
3.4.1ssขอบนอกสุดของการออกแบบส่ิงพิมพ์ คือแนวสิ้นสุดของภาพ และสีของชิ้นงาน
พิมพน์ ้ัน แนวน้ีจะห่างออกมาจากแนวตดั เจียน (แนวท่ีเป็ นขนาดจริงของชิ้นงาน) อย่างต่า 0.125 นิ้ว
บางคร้ังเราเรียกบริเวณน้ีว่าบริเวณเผื่อตดั ตก ในการจดั ทาอาร์ตเวิร์คถา้ มีภาพ และสีปูถึงบริเวณแนว
ขอบตดั เจียน ใหข้ ยายพ้นื ท่ีภาพและสีเลยออกจากแนวตดั เจียนมาสิ้นสุดท่ีขอบนอกสุด
3.4.2ssขอบตดั เจียน หรือขอบขนาดของชิ้นงานในการออกแบบส่ิงพิมพ์ คือแนวท่ีเป็น
ขนาดจริงของชิ้นงานพิมพ์ หรือขนาดท่ีใชอ้ า้ งอิงในการสั่งซ้ือ
3.4.3ssขอบทางานของการออกแบบส่ิงพิมพ์ คือกรอบของพ้ืนท่ีท่ีปลอดภัยจากความ
คลาดเคล่ือนในการตดั เจียน แนวของขอบทางานจะร่นเขา้ ไปในเน้ืองาน ไม่ต่ากว่า 0.125 นิ้ว จากแนว
ตดั เจียน ดงั น้นั เน้ืองานท่ีสาคญั เช่น ขอ้ ความต่าง ๆ จะไม่ถูกตดั ขาดหายไปถา้ ถูกจดั วางไม่เลยออกนอก
ขอบทางานน้ี สาหรับงานหนังสือ (โดยเฉพาะหนงั สือท่ีเยบ็ มุงหลงั คา) แนวดา้ นขา้ งของขอบทางาน
ตอ้ งห่างจากแนวตัดเจียนมากเป็ นพิเศษ เน่ืองจากมีการซ้อนกันของหน้าหนังสือตามแนวสันทาให้
หนา้ ที่อยใู่ น ๆ แคบกวา่ หนา้ ท่ีอยนู่ อก ๆ
3.5sปัญหาเรื่อง Fonts และ Transparency ของการออกแบบส่ิงพิมพ์ สาหรับ แฟ้มงานที่ทาใน
โปรแกรม InDesign และ Illustrator หรือโปรแกรมที่เป็ น Vector Format ก่อนท่ีจะทาการส่ง แฟ้มงานให้
โรงพิมพ์ ควรใช้คาส่ัง Flatten ส่วนท่ีเป็ น Transparency หรือ ส่วนที่เป็ น Effect ท้ังหลาย อีกท้ังให้ทา
Outline สาหรับ Font ของตวั อกั ษรท้งั หลาย ท้งั น้ีเพ่ือหลีกเลี่ยงการตกหล่นของส่วนที่เป็ น Transparency
หรือความคลาดเคลื่อนของ Font ท่ีอาจเกิดข้ึนได้
3.6sBack Ground สีดาของการออกแบบสิ่งพิมพ์ ในการให้สีพ้ืนหลงั (Back Ground) ที่เป็ นสีดา
(K 100) ใหต้ รวจสอบดูว่าบริเวณดงั กล่าวมีเปอร์เซ็นตข์ องแม่สีอื่น ๆ ติดอยูเ่ ท่าไร หากมีเปอร์เซ็นต์ของ
แม่สีอื่น ๆ อยู่สูง เช่น Y 100 M 100 C 100 จะทาให้การพิมพ์มีปัญหา เวลาพิมพ์งาน ช้ันของหมึก
บริเวณน้นั จะหนามากและจะแห้งชา้ ทาให้สีไปเลอะบนแผ่นพิมพท์ ่ีอยู่ติดกนั และจะทาให้งานเสียหาย
เพือ่ ป้องกนั ไมเ่ กิดอาการน้ี ควรต้งั เปอร์เซ็นตข์ องสีสาหรับพ้ืนท่ีสีดา ดงั น้ี K 100 Y 40 M 50 C 4
3.7sตวั อกั ษรเจาะขาว การออกแบบนิยมทาตวั อกั ษรเจาะขาวบนพ้ืนสีเขม้ เพื่อดูสะดุดตา หาก
ตวั อกั ษรดงั กล่าวมีขนาดเล็กและบางมากจะสร้างปัญหาให้กบั การพิมพ์ ทาให้ตวั อกั ษรขาดหายอ่านไม่
ออก สาเหตุท่ีเป็ นเช่นน้ีเกิดไดจ้ ากการจ่ายหมึกมากเกินไป หรือมีการเหลื่อมกันของสีแต่ละสี จึงทาให้
การผลิตเอกสาร 36
หน่วยท่ี 2 เทคโนโลยใี นการผลติ เอกสาร
พ้ืนที่เจาะขาวมีสีเขา้ ไปทบั เป็นเหตุให้ตวั อกั ษรขาดหายไป ดงั น้นั การทาตวั อกั ษรเจาะขาวไม่ควรใหเ้ ส้น
บางจนเกินไปเพ่ือหลีกเล่ียงปัญหาดงั กลา่ ว
3.8sภาพต่อระหวา่ งหนา้ ของงานออกแบบสิ่งพมิ พ์ การออกแบบหนา้ หนงั สือโดยมีภาพขนาด
ใหญ่ต่อกันระหว่างสองหน้าท่ีอยู่ติดกันไม่ไดเ้ ป็ นขอ้ จากดั ใด ๆ ตรงขา้ ม การพิมพ์และการเขา้ เล่ม
หนงั สือท่ีมีภาพต่อดงั กล่าวเป็นความทา้ ทายสาหรับโรงพิมพ์ การควบคุมการพิมพใ์ ห้สีคลา้ ยกนั ท่ีสุด
(โดยส่วนใหญ่พิมพค์ นละกรอบกนั ) และการเขา้ เล่มให้ภาพต่อกนั ไดส้ นิทจึงตอ้ งอาศยั ประสบการณ์
และการดูแลอย่างใกลช้ ิด ส่ิงที่ควรระวงั เป็นเพียงใหม้ นั่ ใจวา่ ภาพท้งั สองฝั่งมาจาก แฟ้มเดียวกนั ไม่ไดม้ ี
การปรับแต่งฝ่ังใดฝั่งหน่ึง หากมีการตดั ภาพออกจากกนั ใหม้ นั่ ใจวา่ การต่อภาพถูกตอ้ งสมบรู ณ์
3.9sสีบนจอกบั สีในงานพิมพข์ องการออกแบบส่ิงพิมพ์ มกั จะมีคาถามอยูเ่ สมอวา่ เพราะเหตุใด
ภาพบนจอ Monitor จึงดูสดใสกว่างานพิมพท์ ่ีพิมพด์ ว้ ยระบบออฟเซ็ท ที่เป็ นเช่นน้ีเนื่องมาจาก ภาพที่
เห็นบนจอ Monitor เกิดจากจุดกาเนิดแสงสี 3 สี (Red Green Blue) ส่องทะลุผ่านจอเขา้ ตาของเรา ผิดกบั
ภาพที่เห็นบนแผ่นกระดาษพิมพซ์ ่ึงเกิดจาก แสงสีขาวสะทอ้ นผิวขาวของกระดาษผา่ นช้นั หมึกพิมพ์ 4 สี
(Yellow Magenta Cyan Black) แลว้ จึงเขา้ สู่ตาของเรา หาก แฟ้มงานเป็ น RGB File สีบางเฉดสีที่เห็นบน
จอซ่ึงเกิดจากการผสมของแม่สี RGB (สีบางสีมีความสดมาก) ไม่สามารถแปลงค่ามาอยู่ในระบบแม่สี
แบบ CMYK ได้ จึงทาให้สีเพ้ียนไปไม่เหมือนหน้าจอ เพ่ือให้ดูใกลเ้ คียงกบั งานพิมพ์ ให้กด ‘Ctrl’ กับ
‘Y’ เพ่ือทดสอบดูสีในระบบ CMYK และก่อนส่ง แฟ้มงานให้ทางโรงพิมพ์ ให้แปลง แฟ้มงานให้อยู่ใน
Mode CMYK
4. ประเภทของเทคโนโลยีทใ่ี ช้ในการผลติ เอกสาร
สมยั ก่อนเม่ือระบบการพิมพย์ งั ไม่ทนั สมยั อาศยั เคร่ืองพิมพด์ ีดในการจดั ทาตน้ ฉบบั พิมพ์
เมื่อเกิดความผิดพลาดท่ีตอ้ งแกไ้ ข จาเป็ นท่ีจะตอ้ งพิมพต์ น้ ฉบบั น้นั ใหม่ท้งั หมด ทาให้เกิดความล่าชา้
และตอ้ งตรวจทานกนั หลายคร้ังกว่าจะไดต้ น้ ฉบบั ที่ถูกตอ้ ง บางคร้ังตวั พิมพ์ อาจไม่คมชดั เป็ นการ
เสียเวลาอยา่ งมาก
ในปัจจุบนั มีเคร่ืองมือเครื่องใชท้ ี่ทนั สมยั สามารถที่จะบนั ทึกขอ้ ความเก็บไวใ้ นหน่วยความจา
ทาให้การแกไ้ ขขอ้ ผิดพลาดทาไดง้ ่ายและรวดเร็วข้ึน ไม่ตอ้ งตรวจทานกนั หลายคร้ัง ช่วยประหยดั เวลา
และคา่ ใชจ้ ่ายในการจดั ทาตน้ ฉบบั พมิ พ์
การนาเทคโนโลยตี ่าง ๆ เขา้ มาช่วยในการผลิตเอกสาร ทาใหห้ น่วยงานไดเ้ อกสารท่ีสวยงาม มี
ความคมชัด และทาไดร้ วดเร็วย่ิงข้ึนจึงจาเป็ นตอ้ งมี เทคโนโลยี และวสั ดุอุปกรณ์ที่ทันสมยั เพื่อผลิต
เอกสาร ดงั น้ี