การผลติ เอกสาร 204
หน่วยที่ 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
1) ช่ือผแู้ ต่ง (Author)
2) ชื่อเรื่องหนงั สือ (Title)
3) คร้ังท่ีพมิ พ์ (Edition)
4) สถานที่พิมพ์ (Place of Publisher)
5) สานกั พมิ พ์ (Publisher)
6) ปี ท่ีพิมพ์ (Date of Publication)
1.1.2.5 หนา้ ลิขสิทธ์ิ (Copyright Page)
1.1.2.6 หนา้ คาอุทิศ (Dedication Page)
1.1.2.7 หนา้ คานา (Preface) มี
1.1.2.8 หนา้ บทนา (Introduction)
1.1.2.9 หนา้ สารบญั (Table of Contents)
1.1.2.10 หน้าสารบญั ภาพ แผนท่ี และตาราง (List of Illustrations, Maps And
Tables)
1.1.3 ส่วนเน้ือเร่ือง (Text or Body of The Book)
1.1.3.1 เน้ือหา (Text / Body of The Book
1.1.3.2 การอา้ งอิงระบบนามปี (Parenthetical References)
1.1.3.3 เชิงอรรถ
1) เชิงอรรถอา้ งอิง (Citation Footnote
2) เชิงอรรถเสริมความ (Content Footnote)
3) เชิงอรรถโยง (Cross Reference Footnote)
1.1.4 ส่วนประกอบตอนทา้ ย (Auxiliary Materials)
1.1.4.1 ภาคผนวก (Appendix)
1.1.4.2 อภิธานศพั ท์ (Glossary)
1.1.4.3 บรรณานุกรม (Bibliography)
1.1.4.4 ดรรชนี หรือ บญั ชีคน้ คา (Index)
1.2 นิตยสาร (Magazine)
นิตยสาร เป็นสื่อส่ิงพิมพ์ ที่จุเน้ือหาหลายเร่ืองในเล่มเดียวกนั และมีกาหนดเป็นระยะเวลาท่ี
แน่นอน เช่น รายสัปดาห์ รายปักษ์ (สองสัปดาห์) รายเดือน รายสองเดือน เป็ นตน้ ในปัจจุบนั เมื่อมีการ
ใชอ้ ินเทอร์เน็ต ทาใหม้ ีนิตยสารในอินเทอร์เน็ต ซ่ึงมิใช่สิ่งพิมพ์ แตก่ ็ยงั เรียกกนั วา่ “นิตยสาร”
การผลิตเอกสาร 205
หน่วยที่ 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
นิตยสารแต่ละช่ือ จะมีแนวเน้ือหาเฉพาะของตนเอง เช่น แนวศิลปะ บนั เทิง แฟชน่ั รถยนต์
ท่องเที่ยว เป็ นตน้ การเขียนบทความในนิตยสารมกั จะมีลักษณะผ่อนคลาย เล่าเรื่อง ไม่นิยมเขียนใน
ลกั ษณะตารา เวน้ แต่ละแทรกอย่เู ป็นบางส่วนของเล่ม
คาว่า “นิตยสาร” มาจากรากศพั ท์ คือ นิตย (สม่าเสมอ) และสาร (เน้ือหา) คาว่า “นิตยสาร”
โดยท่วั ไปอาจมีความหมายคาบเก่ียวกับคาว่า วารสาร ซ่ึงออกตามกาหนดเวลาท่ีแน่นอนเช่นกัน แต่
ในทางบรรณารักษศาสตร์ “วารสาร” มีความหมายที่กวา้ งกวา่
เป็ นที่น่าสังเกตว่า นิตยสารบางช่ือ ไม่ได้ใช้คาว่า นิตยสาร แต่ก็น่าจะจดั เป็ นนิตยสารได้
เช่น “อนุสาร อ.ส.ท” ของการท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย ขณะที่สิ่งพิมพ์บางชนิด มีความคล้ายคลึง
ระหว่างหนังสือพิมพร์ ายสัปดาห์ และนิตยสารรายสัปดาห์ เช่น มติชนรายสัปดาห์ สยามรัฐรายสัปดาห์
เนชนั่ รายสัปดาห์ เป็ นตน้ ท้งั น้ีก็เพราะเน้ือหาในเล่ม มีท้งั ข่าว วิเคราะห์ข่าว และบนั เทิง ในสดั ส่วน
ท่ีพอ ๆ กนั นิตยสารทุกเล่ม จะตอ้ งขออนุญาตจดั พิมพจ์ ากทางราชการ และไดร้ ับหมายเลขสากลประจา
นิตยสาร เรียกว่า ISSN (International Standard Serial Number) ซ่ึงนิตยสารจะตีพิมพไ์ วใ้ นส่วนท่ีเห็นชดั
ของเล่ม เช่น ปกหนา้ สารบญั สนั ปก หรือปกหลงั
1.3 วารสาร (Journal)
เป็ นสิ่งพิมพจ์ ดั พิมพอ์ อกเผยแพร่เป็ นคราว ๆ หรือเป็ นวาระ ซ่ึงอาจมีกาหนดเวลาหรือไม่มี
กาหนดเวลาแน่นอนก็ได้ เป็ นสิ่งพิมพป์ ระเภทออกตามรายคาบ หรือออกต่อเนื่องตามลาดบั เน่ืองจาก
ส่ิงพมิ พป์ ระเภทน้ีมีชื่อเรียกหลายชื่อ ท้งั ในภาษาไทยและภาษาองั กฤษ บางคามีความหมายกวา้ ง ๆ ใชแ้ ทน
กนั ได้ แต่บางคามีความหมายแคบ แสดงถึงลกั ษณะเฉพาะบางอย่าง จนไม่อาจใชแ้ ทนคาอ่ืนได้ เพื่อให้
เขา้ ใจตรงกนั ในที่น้ีจึงขอใชค้ าวา่ “วารสาร” เป็นคาเรียก แทนสิ่งพิมพป์ ระเภทน้ีท้งั หมด
1.3.1 ลกั ษณะของวารสาร
จากความหมายดงั กล่าว วารสาร จึงเป็ นสิ่งพิมพ์ที่ออกต่อเน่ืองตามกาหนดหรือ ออก
ตามวาระ สามารถนามาพจิ ารณากาหนดเป็นลกั ษณะของวารสารได้ ดงั น้ี
1.3.1.1 เป็ นสิ่ งพิมพ์ต่อเนื่อง (Periodical or Serial) มีกาหนดเวลาออก แน่นอน
ระยะเวลาที่นิยมกาหนดออก
- รายสัปดาห์ (Weekly) กาหนดออกสัปดาห์ละคร้ัง ปี ละ 52 ฉบบั
- รายปักษ์ (Fortnightly) กาหนดออกทกุ 2 สปั ดาห์ ปี ละ 26 ฉบบั
- รายคร่ึงเดือน (Semimonthly) กาหนดออกเดือนละ 2 คร้ัง ปี ละ 24 ฉบบั
- รายเดือน (monthly) กาหนดออกเดือนละคร้ัง ปี ละ 12 ฉบบั
- รายหกเดือนหรือรายคร่ึงปี (Semiannually) กาหนดออกทุก 6 เดือน
- รายปี (Annually) กาหนดออกปี ละฉบบั
การผลติ เอกสาร 206
หน่วยที่ 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
นอกจากน้ีบางฉบบั อาจมีการกาหนดระยะเวลาออกที่แตกต่างออกไปจากที่กล่าว
มาแลว้ เช่น รายคร่ึงสัปดาห์ (Semiweekly) กาหนดออกสัปดาห์ละ 2 ฉบบั ปี ละ 104 ฉบบั รายทศกาหนด
ออกทุก 10 วนั ปี ละ 36 ฉบบั และรายสะดวกมีกาหนดออกไม่แน่นอน ลกั ษณะความต่อเนื่องของวารสาร
ไมม่ ีกาหนดวา่ จะสิ้นสุดลงในฉบบั ใด
1.3.1.2 มีเลขกากับประจาฉบบั ไดแ้ ก่ เลขปี ที่ (Volume) เลขฉบบั ที่ ( Issue Number)
และวนั เดือน ปี (Date) การนบั ลาดบั ฉบบั ท่ีอาจนบั เป็ นปี เช่น วารสารรายเดือน แต่ละปี จะมีต้งั แต่ฉบบั
ท่ี 1-12 หรืออาจนับต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เช่น วารสารรายเดือน ฉบบั แรกของปี ที่ 2 ก็นับเป็ นฉบับที่ 13
นอกจากเลขปี ท่ี ฉบบั ที่ และวนั เดือนปี ซ่ึงเป็นเลขท่ีตอ้ งตอ่ เน่ืองเป็นลาดบั กนั ไปแลว้ ยงั มีเลขอีกชุดหน่ึง
เป็ นเลขเฉพาะที่แน่นอน ไม่มีการเปล่ียนแปลงถือเป็ นรหัสประจาวารสารแต่ละช่ือ เพ่ือการควบคุมทาง
บรรณานุกรม ในระบบข้อมูลวารสารระหว่างชาติ เรียกว่า เลขสากลประจาวารสาร (International
Standard Serial Number-ISSN) ซ่ึงศูนยข์ อ้ มูลวารสารระหวา่ งชาติระดบั สากล มอบใหศ้ ูนยข์ อ้ มูลวารสาร
ระหวา่ งชาติ ประจาประเทศสมาชิกแต่ละประเทศ เป็ นผูก้ าหนดให้แก่วารสารแต่ละชื่อในประเทศของตน
สาหรับประเทศไทยมีหอสมุดแห่งชาติ เป็ นศูนยข์ อ้ มูลวารสารระหว่างชาติแห่งประเทศไทย เป็ นผู้
กาหนดวารสารแต่ละช่ือให้ได้รับหมายเลขสากลประจาวารสาร และจะตอ้ งพิมพ์ไวท้ ี่หน้าปกหรือ
หนา้ ปกใน หรือสันวารสารใกล้ ๆ กบั ชื่อวารสาร มีอกั ษร ISSN ตามดว้ ยเลข อารบิค 8 ตวั มีเครื่องหมาย
ยติภงั ค์ (-) คน่ั ระหวา่ ง เลข 4 ตวั แรก กบั เลข 4 ตวั หลงั เช่น วารสาร ซีเนแมก็ ISSN 0858-9305
1.3.1.3sรูปเล่ม ส่วนมากทาให้มีบางส่วนมีลกั ษณะเหมือนกันทุกฉบบั เพื่อให้ผูอ้ ่าน
สังเกต และจาไดง้ ่าย เช่น ขนาดความกวา้ ง ยาว รูปแบบและสีของตวั อกั ษร ชื่อวารสารท่ีหน้าปก และ
สัญลกั ษณ์ประจาวารสาร
1.3.1.4 เน้ือหา ประกอบดว้ ยบทความหลายบทความ จากผูเ้ ขียนหลาย ๆ คน ถา้ เป็ น
วารสารมกั จะเป็นวิชาการเฉพาะแขนงวิชา ถา้ เป็นนิตยสารมกั จะมีบทความทว่ั ๆ ไป สารคดี หรือบนั เทิง
เช่น นวนิยาย เรื่องส้ัน ลงติดต่อกนั เป็ นหลาย ๆ ฉบบั มีคอลมั น์บรรณาธิการ คอลมั น์ประจา วารสาร
บางชื่อเน้ือหาอาจเป็ นรูปภาพ เป็ นบทวิจารณ์ สรุปข่าวและวิเคราะห์ เหตุการณ์บ้านเมือง ฯลฯ ท้ังน้ี
เป็นไปตามประเภทและวตั ถปุ ระสงคข์ องวารสารแต่ละฉบบั
1.3.1.5 ผูจ้ ดั พิมพ์ ผูจ้ ดั พิมพ์วารสารอาจเป็ นเอกชน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ
สถาบัน องค์การ สมาคม ชมรม โดยมีวตั ถุประสงค์บางอย่าง เช่น เพ่ือเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ
ประชาสัมพนั ธ์หน่วยงาน ใหค้ วามบนั เทิง ความรู้ทวั่ ไป หรือเพื่อธุรกิจการคา้ เป็นตน้
1.3.1.6 การเผยแพร่ มีท้งั การจาหน่ายและแจกฟรี การจาหน่ายอาจวางจาหน่าย
ตามร้านขายหนังสือ การให้ผอู้ ่านบอกรับเป็ นสมาชิกประจา ชาระค่าวารสารล่วงหน้าแลว้ ผจู้ ดั พิมพ์
เป็นผสู้ ่งวารสารไปใหส้ มาชิก
การผลติ เอกสาร 207
หน่วยท่ี 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
1.3.2 เน้ือหาของวารสาร
วารสารเป็ นสิ่งพิมพ์ที่ลักษณะเน้ือหาแตกต่างจากสิ่งพิมพ์ประเภทอื่น ๆ คือ
มีเน้ือหา หลายลกั ษณะ หลายเรื่องรวมอยูใ่ นฉบบั เดียวกนั การจดั หมวดหมู่ของเน้ือหาในวารสารมีผูศ้ ึกษา
และจดั หมวดหมู่ไวแ้ ตกต่างกนั ดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี
1.3.2.1ssบทความ วารสารบางฉบบั มีบทความเป็นองคป์ ระกอบสาคญั ของเน้ือหา
1.3.2.1ssนวนิยายและเรื่องส้ัน พิมพ์เป็ นตอน ๆ บางฉบับเสนอนวนิยายเป็ น
เน้ือหาหลกั มีสารคดีและบทความเป็ นเน้ือหารอง วารสารที่ทาเป็ นธุรกิจการคา้ ส่วนมากเสนอนวนิยาย
มากกวา่ บทความ สารคดี และข่าวสาร
1.3.2.3 ภาพ ไดแ้ ก่ ภาพถ่าย ภาพเขียน หรือภาพวาด เป็ นองค์ประกอบท่ีสาคญั ของ
วารสารทุกฉบบั และทุกประเภท
1.3.2.4 ขา่ ว มกั ใชเ้ ป็นองคป์ ระกอบของวารสารทุกชนิด
1.3.2.5ssคอลัมน์บรรณาธิการ เป็ นส่วนสาคัญของวารสารประเภทแสดงความ
คดิ เห็นและวารสารของทางบริษทั หา้ งร้าน องคก์ าร ธุรกิจตา่ ง ๆ
1.3.2.6ssคอลมั น์ต่าง ๆ เป็ นส่วนสาคญั ของวารสาร เช่น จดหมายถึงบรรณาธิการ
อาหาร แฟชนั่ สุขภาพ ฯลฯ
1.3.2.7 คาประพันธ์ เช่น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เป็ นส่วนท่ีแสดงออกทาง
ความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ของมนุษยท์ ่ีอยใู่ นวฒั นธรรมเดียวกนั ของทุกชาติทุกภาษา
1.3.2.8 การ์ตูนและขาขนั เป็ นเน้ือหาอย่างหน่ึงของวารสารแทบทุกชนิด ซ่ึงช่วย
ผอ่ นคลายความตึงเครียดของผอู้ ่านไดอ้ ยา่ งดี
1.3.2.9ssเบ็ดเตล็ดและเร่ืองแทรก จะช่วยให้การจดั หน้า เช่น ปริศนา อกั ษรไขว้
เกมต่าง ๆ การทายปัญหา ความรู้รอบตวั เป็นตน้
1.3.3 ข้นั ตอนและวิธีการทาวารสารแต่ละรายชื่อจะมีลกั ษณะรูปเล่มที่แตกต่างกนั ไป
แตโ่ ดยส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบท่ีจะตอ้ งจดั ทาเหมือนกนั โดยมีส่วนประกอบท่ีสาคญั ดงั น้ี
1.3.3.1sหนา้ ปกหรือปกนอก เป็นหนา้ ท่ีดึงดูดความสนใจของผอู้ า่ นเป็นอนั ดบั แรก
ถา้ ผจู้ ดั ทาวารสาร และนกั ศิลปะไดห้ ารือเกี่ยวกบั แบบปกจะทาให้หนา้ ปกสมบูรณ์ และมีความหมาย
ยงิ่ ข้ึน
1.3.3.2 ส่วนหน้าของหนังสื อ (Carly Pages หรื อ Preliminary Page) หมายถึง
ต้งั แตห่ นา้ หน่ึงของวารสาร เป็นตน้ ไป มกั ประกอบดว้ ย
1) คณะผู้จัดทา (Masthead) หมายถึง คณะผู้จัดทา กรรมการฝ่ ายต่าง ๆ
วตั ถุประสงค์ตลอดจนอตั ราการตอบรับเจา้ ของสานกั งาน บางฉบบั อาจจะมีท่ีปรึกษาหรือคณะกรรมการ
อานวยการ
การผลติ เอกสาร 208
หน่วยที่ 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
2) สารบญั (Table of Content) ปกติจะอยหู่ นา้ เดียวกบั คณะผจู้ ดั ทา
3) จดหมายจากผอู้ า่ นบทบรรณาธิการและคอลมั นป์ ระจา
1.3.3.3 เรื่องเด่น (Lead Feature) หมายถึง สารคดีหรือเร่ืองที่เด่นที่สุดในฉบับ
อยตู่ อนตน้ ของเล่ม รองจากส่วนท่ีเรียกวา่ ส่วนหนา้ ของหนงั สือ
1.3.3.4 เรื่องรอง (Second Feature) หมายถึง สารคดีอับดับรอง หรืออาจจะ
หมายถึงบนั เทิงคดีก็ได้
1.3.3.5 หน้ากลาง (Center Spread) เรื่องท่ีอยู่กลางจะมีความสาคญั รองจากเรื่อง
เด่น หน้าน้ีจะมีเน้ือหามากท่ีสุดในเล่ม (ถ้าหนังสือมี 80 หน้า หน้าท่ีเรียกว่าหน้ากลาง คือหน้า 40-41)
การเขียนชื่อเร่ืองหรือหัวเร่ืองและภาพประกอบจะตอ้ งสะดุดตาเป็ นพิเศษเพ่ือเรียกร้องความสนใจจาก
ผอู้ ่าน
1.3.3.6 ส่วนหลงั ของวารสาร (Back of The Periodical) อยูต่ ่อจากหนา้ กลางอาจจะ
บรรจุส่ิงต่อไปน้ี
1) ข่าว บทความเล็ก ๆ น้อย ๆ คอลมั น์ประจา เช่น แนะนาหนังสือ
ขบขนั การประกวด และทายปัญหา
2) ส่วนที่เติมให้เต็มหนา้ กระดาษ (Fillers) ถา้ มีเน้ือที่ว่างมกั จะเป็ นข่าว
ย่อยหรือเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ เช่น การ์ตูน คาประพนั ธ์ ร้อยกรอง คติพจน์ และเรื่องที่ต่อไม่จบในส่วนของ
เร่ืองเด่น เรื่องรองก็ได้
1.3.3.7sปกหลงั (Back Cover) สานักพิมพ์จะจดั ให้สะดุดตาเช่นกัน แต่บาง
ฉบบั อาจจะใชป้ กหลงั ดา้ นนอกและดา้ นในเป็นเน้ือท่ีโฆษณาก็ได้
1.3.3.8s ภาพประกอบ ภาพประกอบมีความสาคญั กบั วารสารหรือนิตยสารมาก
โดยเฉพาะวารสารประเภทท่ีใชภ้ าพเป็นเน้ือหาสาคญั ภาพประกอบทุกชนิด ในวารสารจะช่วย หรือมี
หนา้ ท่ีอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงหรือหลายอยา่ ง คือ (1) ดึงดูดความสนใจ (2) ประกอบเรื่อง (3) อธิบายเรื่อง (4) สื่อ
ความหมาย (5) ช่วยในการจดั หนา้ วารสาร
1.3.3.9 โฆษณา วารสารส่วนใหญ่จะมีโฆษณาของบริษทั หา้ งร้านตา่ ง ๆ แทรก
ไวท้ ้งั ในเล่ม และปกหลงั ดา้ นนอกดา้ นใน เพื่อเป็นการช่วยคา่ ใชจ้ ่ายในการจดั พิมพ์
1.3.3.10 แหล่งอา้ งอิง อาจเป็ นตารา คู่มือ การสัมภาษณ์ วารสาร หรือจาก
แหล่งอื่น ๆ การอา้ งอิงอาจจะอา้ งอิงภายในบทความหรือทา้ ยบทความก็ได้ วารสารบางช่ือก็ไม่ระบุ
แหล่งอา้ งอิง
1.4 จุลสาร (Tabloid) หมายถึง ส่ิงพิมพท์ ่ีจดั ทาข้ึนเป็ นรูปเล่ม มีจานวนหลายหน้า แต่ไม่หนา
มากนัก มีการทาเล่มและหุ้มปก ระยะเวลาในการจดั ทาเพ่ือเผยแพร่ไม่มีกาหนดแน่นอน ประกอบดว้ ย
การผลติ เอกสาร 209
หน่วยท่ี 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
รายละเอียดที่เป็นประโยชน์แก่ผูอ้ ่าน มกั ใชก้ บั สินคา้ ท่ีมีราคาสูงหรือเพื่อเป็นการเผยแพร่การปฏิบตั ิงาน
ของหน่วยงาน เน่ืองจากค่าใชจ้ ่ายสูง
ข้นั ตอนและวิธีการทาจุลสาร
1.4.1 ข้นั ตอนในการจดั ทาจุลสาร แยกเป็น 2 กรณี ดงั น้ี
กรณีที่ 1 ส่งใหโ้ รงพิมพด์ าเนินการจดั พิมพใ์ ห้
1. กาหนดขนาดรูปเล่มของจุลสาร
2. กาหนดจานวนหนา้ ของจุลสาร
3. จดั ทาดมั มี่
4. รวบรวมขอ้ มลู และภาพประกอบ
5. นาตน้ ฉบบั ส่งใหโ้ รงพมิ พพ์ ร้อมท้งั อธิบายให้เขา้ ใจความตอ้ งการ
6. ตรวจทานตน้ ฉบบั ใหถ้ กู ตอ้ งเรียบร้อยเพื่อใช้เป็นตน้ แบบงานพมิ พ์
7. ตรวจปรู๊ฟงานพมิ พก์ ่อนการจดั พมิ พจ์ ริง
กรณีท่ี 2 หน่วยงานดาเนินงานจดั ทาเอง
1. กาหนดขนาดรูปเลม่ ของจุลสาร
2. กาหนดจานวนหนา้ ของจุลสาร
3. จดั ทาดมั มี่
4. รวบรวมขอ้ มูลและภาพประกอบ
5. นาตน้ ฉบบั ส่งเจา้ หนา้ ที่จดั พมิ พ์
6. ตรวจทานตน้ ฉบบั ใหถ้ กู ตอ้ งเรียบร้อยเพ่ือใชเ้ ป็นตน้ แบบงานพิมพ์
7. นาไปถ่ายในเคร่ือง อดั สาเนาดิจิตอล และทาการอดั สาเนา
8. ทาการจดั เรียงหนา้ เกบ็ เล่มใหถ้ กู ตอ้ งเรียบร้อย
9. เยบ็ เล่ม
10. เจียนขอบเลม่ ใหเ้ รียบร้อย
1.4.2 วธิ ีการทาจุลสารมีรายละเอียด ดงั ต่อไปน้ี
1.4.2.1ssปกจุลสาร หมายถึง ส่วนที่บ่งบอกใหท้ ราบว่าเน้ือหาสาระภายในเลม่ เป็น
เรื่องเก่ียวกบั เร่ืองใด ปกจุลสาร ประกอบดว้ ย
1)ssปกหนา้ เป็นตวั บ่งช้ีใหผ้ ูอ้ ่านทราบวา่ เน้ือหาในจุลสารเป็นเร่ืองใด การ
ออกแบบหน้าปกตอ้ งออกแบบให้ดูสะดุดตาดึงดูดความสนใจ การจดั วางรูปประกอบลงบนหนา้ ปก
และตวั อกั ษรตอ้ งมีความสัมพนั ธ์กัน ซ่ึงการออกแบบจดั วางตอ้ งคานึงถึงความเหมาะสมและความ
สวยงาม และมีองคป์ ระกอบ ดงั ตอ่ ไปน้ี
การผลติ เอกสาร 210
หน่วยท่ี 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
1.1) ความมีเอกภาพ (Unity) คือ การนาเอาส่วนประกอบในการ
ออกแบบปก ซ่ึงได้แก่ รูปภาพ ตวั อกั ษร มาจดั บนปกให้มีความเป็ นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั สอดคลอ้ ง
และกลมกลืนกนั
1.2) ความสมดุล (Balance)คือการจดั วางตาแหน่งส่วนประกอบต่าง ๆ ใน
การออกแบบหนา้ ปก โดยใหม้ ีน้าหนกั เทา่ กนั ไมห่ นกั ไปดา้ นหน่ึงดา้ นใด
1.3) ความสนใจ (Interest) คือ จุดสนใจท่ีตอ้ งการให้ผูด้ ูได้รับทราบ
ซ่ึงอาจจะมีท้งั ตวั อกั ษรและภาพหรืออย่างใดอย่างหน่ึงก็ได้
2) ปกหลัง โดยท่ัวไปไม่ได้กาหนดไวว้ ่าต้องมีรายละเอียดอะไรบ้าง
บางคร้ังอาจจะปลอ่ ยวา่ งไว้ หรือมีรูปภาพประกอบหรืออาจจะเป็นการโฆษณากไ็ ด้
3) ปกใน เป็ นกระดาษที่ใช้เป็ นแผ่นรองโดยปกติจะวางถัดจากปก
อาจจะเป็ นรูปภาพหรือขอ้ ความ หรือจะเป็ นกระดาษเปล่า หรือกระดาษที่มีลวดลายก็ได้ ท้งั น้ีข้ึนอยู่กบั
ผอู้ อกแบบ
1.4.2.2 คานา เป็ นขอ้ ความท่ีผูจ้ ดั ทาหนังสือเขียนข้ึนเพื่ออธิบายหรือช้ีแจงให้
ผอู้ ่านทราบก่อนท่ีจะเร่ิมอา่ นหนงั สือ
1.4.2.3 สารบญั เป็ นหน้าซ่ึงแจง้ รายการเรื่องต่าง ๆ หรือหัวขอ้ ต่าง ๆ ในจุล
สาร จุดประสงคเ์ พื่อใหผ้ อู้ า่ นเปิ ดคน้ หาไดโ้ ดยสะดวกวา่ เรื่องใด หวั ขอ้ ใด อยหู่ นา้ ไหน
1.4.2.4 เน้ือเร่ือง เป็ นส่วนท่ีเป็ นเน้ือหาของหนังสือ ผูอ้ ่านจะไดร้ ับประโยชน์จาก
ส่วนน้ีมากท่ีสุด ส่วนมากในเน้ือเร่ืองควรมีภาพประกอบดว้ ยเพื่อสื่อใหเ้ ห็นเน้ือเร่ือง
1.4.2.5 เชิงอรรถ เป็ นส่วนท่ีพิมพอ์ ยรู่ ิมล่างของจุลสารแต่ละหนา้ ถา้ หากผูจ้ ดั ทา
ตอ้ งการบอกที่มาของขอ้ มูลในขอ้ น้นั ๆ
1.4.2.6 บรรณานุกรม คือ รายการที่แสดงรายชื่อหนงั สือหรือเอกสารที่ใชใ้ นการ
คน้ ควา้ หรืออา้ งอิงในการจดั ทาจุลสาร
1.5ssโบรชัวร์ (Brochure) หมายถึง เอกสารเยบ็ เล่มหรือที่เรียกกันท่ัวไปว่า “โบรชวั ร์” น้ันเป็ น
ท่ีมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า "Brochure" โดยใช้เรียกทบั ศพั ท์ของส่ิงพิมพ์ประเภทหน่ึง ในความหมายที่
แทจ้ ริงแลว้ คือโบรชวั ร์หมายความถึงหนงั สือเลม่ เลก็ ซ่ึงก็หมายถึง จะตอ้ งมีการเยบ็ เล่มเขา้ ดว้ ยกนั นน่ั เอง
ลกั ษณะท่ีสาคญั ของโบรชวั ร์ หรือเอกสารเยบ็ เล่ม ก็คือ เป็นส่ิงพิมพเ์ ฉพาะกิจที่มุ่งเสนอ
ข่าวสารเป็นการเฉพาะและตอ้ งการ เน้ือหารายละเอียดที่สามารถบรรจุไดม้ ากกว่าแผ่นพบั ทว่ั ๆ ไป รวมท้งั ใน
การจดั ทาโบรชวั ร์จะมีการเอาใจใส่ในคุณภาพ ทางการพมิ พม์ ากกวา่ งานพิมพป์ ระเภทจุลสาร
ส่วนรูปแบบโบรชัวร์ มกั จะทาเล่มแบบเยบ็ มุงหลงั คา ซ่ึงจะตอ้ งมีปกหน้า-หลงั ดว้ ยน่ันเอง
ปัจจุบนั อาจจะมีหลายขนาดและอาจจะไม่เยบ็ เล่ม แต่เป็นการพบั เก็บเล่มก็ได้ ตวั อย่าง งานพิมพโ์ บรชวั ร์ท่ี
พบเห็นโดยทว่ั ไป เช่น เอกสารโฆษณาสินคา้ เอกสารแนะนาองคก์ ร บริษทั ร้านคา้ เป็นตน้
การผลติ เอกสาร 211
หน่วยท่ี 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
1.5.1 ข้นั ตอนการเตรียมงานพมิ พโ์ บรชวั ร์
1.5.1.1sกาหนดวัตถุประสงค์ ก่อนท่ีจะจัดทาพิมพ์โบรชัวร์ จาเป็ นต้องทราบ
จุดประสงคใ์ นการจดั ทา เช่น ทาข้นึ เพื่อแนะนาสินคา้ หรือบริษทั
1.5.1.2 กาหนดหัวข้อที่จะบรรจุลงในโบรชัวร์ ก่อนท่ีจะจัดพิมพ์โบรชัวร์ตอ้ ง
กาหนดหวั ขอ้ ท่ีจะบรรจุในโบรชวั ร์ เช่น มีหวั ขอ้ ก่ีหวั ขอ้ จะไดจ้ ดั หนา้ ใหถ้ กู ตอ้ ง
1.5.1.3 กาหนดช่องทางการแจกจ่าย ตอ้ งรู้ช่องทางที่จะแจกโบรชัวร์ เช่น แจก
หนา้ ร้าน แจกตามศูนยก์ ารคา้ ต่าง ๆ หรือส่งทางไปรษณียถ์ ึงลูกคา้ โดยตรง
1.5.1.4sกาหนดแผนและช่วงเวลาการแจกจ่าย และต้งั ความคาดหวงั ที่จะไดร้ ับ ความ
คาดหวงั อาจรวมถึง การรับรู้หรือการตอกย้าความนึกคิดในผลิตภณั ฑห์ รือการบริการน้นั ๆ ดว้ ย
1.5.1.5 กาหนดรูปแบบ ขนาด และจานวนพิมพ์ ในการกาหนดรูปแบบอีกอยา่ งหน่ึง
คือดูตวั อย่างโบรชัวร์ที่มีอยู่ในทอ้ งตลาด โบรชวั ร์ตามศูนยก์ ารคา้ หรือโบรชัวร์ที่ไดร้ ับทางไปรษณีย์
เลือกรูปแบบท่ีเหมาะกบั งานที่จะทา สาหรับขนาดให้เลือกดูจาก ขนาดของโบรชวั ร์ ที่ระบุขา้ งล่างได้
เพ่ือความประหยดั ไม่เสียเศษในการพิมพ์ ส่วนจานวนพิมพใ์ ห้ดูจากความตอ้ งการใช้งาน และในข้นั น้ี
ควรจดั ทาแบบร่าง โบรชวั ร์คร่าว ๆ (Layout) เพื่อดูว่าจะดาเนินการอย่างไรตลอดท้งั เลม่ มีหวั เร่ืองและ
ภาพประกอบอยา่ งไร ฯลฯ
1.5.1.6 ออกแบบจดั ทาอาร์ตเวิร์ค ในปัจจุบนั จะใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ในการ
ออกแบบและจดั ทาตน้ ฉบับ ซอฟต์แวร์ท่ีเกี่ยวกับภาพและการตกแต่งภาพ มกั ใช้ Adobe Photoshop
ซอฟต์แวร์ท่ีใช้ในการจัดหน้า มักใช้ Adobe Indesign, Illustrator, Pagemaker ในการจัดทาต้นฉบับ
โบรชวั ร์ ให้คานึงถึงปกท่ีผูร้ ับจะพบเห็น ถือเป็ นส่วนท่ีสาคญั ที่สุด ตอ้ งให้เด่นสะดุดสายตา ปกโบรชวั ร์
บางเล่มมีการทาไดคทั เป็ นรูปให้ดูแปลกตา บางเล่มเคลือบปกดว้ ยพลาสติกดา้ นแลว้ เคลือบสป็อตยวู ีบน
ภาพที่ตอ้ งการเน้น ฯลฯ ขอ้ ความในหน้าแรกตอ้ งกระชบั สื่อถึงส่ิงท่ีตอ้ งการให้รับทราบ และเร้าใจให้
อ่านรายละเอียดในหน้าต่อ ๆ ไป ในหน้าอื่น ๆ ให้ดาเนินเรื่องราวและภาพอย่างต่อเน่ืองจากหนา้ หน่ึง
ไปอีกหน้าหน่ึง การจดั รูปแบบแต่ละหน้าให้มีลกั ษณะที่เขา้ กนั และให้ดูไม่ขดั กนั หรือไม่ต่อเนื่องกนั
(เช่น จดั ระยะขอบเท่ากนั ทุกหน้า ใช้สีโทนเดียวกนั ใช้ฟอนต์เดียวกนั ฯลฯ) หน้าสุดทา้ ยมกั จะเป็ น
สถานท่ีติดต่อหรือจุดที่ใหบ้ ริการ
การพิมพโ์ บรชวั ร์ท่ีดี ส่ิงสาคญั ตอ้ งเริ่มจากตน้ ฉบบั ท่ีดี ภาพท่ีคมชดั ใชซ้ อฟตแ์ วร์ท่ี
ถูกต้อง และท่ีสาคญั ที่สุด การพิมพ์ตอ้ งได้คุณภาพ เมื่อได้โบรชัวร์ท่ีดีย่อมมีส่วนช่วยทาให้ประสบ
ผลสาเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
1.5.2 ขอ้ มูลในการผลิตงานพิมพ์โบรชัวร์ ในการผลิตโบรชวั ร์จะตอ้ งศึกษารายละเอียด
ดงั น้ี คือ
การผลิตเอกสาร 212
หน่วยท่ี 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
1.5.2.1sรูปแบบและรายละเอียดของงานพิมพโ์ บรชวั ร์ งานพิมพโ์ บรชวั ร์โดยทว่ั ไป
มีรูปแบบเหมือนหนงั สือซ่ึงมีความหนาไม่มาก โดยส่วนใหญ่จะพิมพ์ 4 สี ท้งั เล่มเพ่ือดึงดูดความสนใจ
และแสดงสินคา้ การบริการไดส้ มจริง
1.5.2.2 ขนาดของงานพิมพ์โบรชัวร์ ศึกษาขนาดของโบรชัวร์ ซ่ึงมีหลายขนาด
ดงั นี้ขนาด 10.25x15, 7.5x 10.25,5x 7.5, 3.5x5 8.25x11.75 (A4), 5.75x8.25 (A5),
4.125”x5.75 (A6) หรือสาหรับขนาดอ่ืน อาจทาใหม้ ีการเสียเศษแผน่ พมิ พ์
1.5.2.3 ปกพิมพโ์ บรชวั ร์ กระดาษที่ใชท้ าปกงานพิมพโ์ บรชวั ร์ การพิมพง์ าน
โบรชวั ร์ตอ้ งใช้กระดาษปอนด์ 80 แกรมข้ึนไป หรือกระดาษอาร์ตมนั หรือดา้ น 90 แกรมข้ึนไป หรือ
กระดาษอาร์ตการ์ด 190 แกรมข้ึนไป หรือกระดาษแฟนซี (กระดาษที่มีเน้ือและผิวพิเศษ) เพ่ือความ
ประหยดั บางคร้ังใชก้ ระดาษเน้ือเดียวกบั เน้ือในโบรชวั ร์
1.5.2.4 การพิมพแ์ ละตกแต่งผิวปกงานพิมพโ์ บรชวั ร์ มีการพิมพโ์ บรชวั ร์ 1 สี 2 สี 3
สี 4 สี หรือมากกว่า ใช้แม่สี 4 สี หรือสีพิเศษก็ได้ พิมพ์โบรชัวร์หน้าเดียวหรือ สองหน้าแล้วแต่การ
ออกแบบ งานพิมพโ์ บรชวั ร์สามารถเคลือบ UV เคลือบพลาสติกเงา หรือเคลือบพลาสติกดา้ น เคลือบ
Spot UV พอป้ัมนูน (Embossing) ป้ัมทองหรือฟิ ลม์ ฟอยล์สีต่าง ๆ (Hot Stamping) หากตอ้ งมีการเคลือบ
ดงั กล่าวควรใชก้ ระดาษอาร์ตท่ีมีความหนาพอประมาณ (ไม่ต่ากว่า 128 แกรมข้ึนไป) เพื่อใหก้ ระดาษคงรูป
ไมม่ ว้ นตวั
1.5.2.5sเน้ือในของงานพิมพโ์ บรชัวร์ กระดาษที่ใชท้ าเน้ือในงานพิมพ์โบรชวั ร์ ใน
การพิมพโ์ บรชวั ร์ตอ้ งใชก้ ระดาษปอนด์ 80 แกรมข้ึนไป หรือกระดาษอาร์ตมนั หรือดา้ น 90 แกรมข้ึนไป
หรือกระดาษถนอมสายตา
1.5.2.6sการพิมพแ์ ละตกแต่งผิวเน้ือในงานพิมพโ์ บรชวั ร์ มีการพิมพโ์ บรชวั ร์ 1 สี 2
สี 3 สี 4 สี หรือมากกว่า ใช้แม่สี 4 สี หรือสีพิเศษก็ได้ อาจมีการตกแต่งผิวเพ่ิมเติมเช่นเดียวกบั ปกของ
โบรชวั ร์
1.5.2.7sรูปแบบของการเขา้ เล่มงานพิมพ์โบรชัวร์ เยบ็ มุงหลังคา หรือไสสันทากาว
(ความหนาของเลม่ ไมค่ วรต่ากวา่ 2 ม.ม. หากตอ้ งการไสกาว)
1.5.2.8sเพ่ิมเติมงานพิมพโ์ บรชวั ร์ งานพิมพโ์ บรชวั ร์สามารถทาการป้ัมไดคทั (Die -
cut) เป็นรูปตา่ ง ๆ บนปกหรือเน้ือใน ข้นึ อยกู่ บั การออกแบบงานพมิ พโ์ บรชวั ร์
การผลิตเอกสาร 213
หน่วยท่ี 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
บทสรุปท้ายหน่วย
หน่วยที่ 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
ในหน่วยน้ีจะกล่าวถึงการผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม ด้วยการทาหนังสือ จุลสาร วารสาร
นิตยสาร ข้ึนเพื่อเป็ นการจูงใจ หรือโนม้ น้าวให้เกิดความรู้สึกคลอ้ ยตาม จึงมีรายละเอียดต่าง ๆ
จานวนมากให้ทราบ มีการเนน้ ขอ้ ความที่ตอ้ งการให้เด่นชดั และน่าสนใจ
การทาเอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์น้ันสามารถทาได้หลายรูปแบบ หนังสือ จุลสาร
วารสาร นิตยสาร โบวชัวร์ จดั เป็ นเอกสารเผยแพร่ประเภทหน่ึงที่มีตน้ ทุนในการจดั ทาค่อนขา้ งสูง
เป็นการผลิตเอกสารอยา่ งต่อเนื่อง เอกสารเป็นรูปเล่ม เช่น หนงั สือ จุลสาร วารสาร นิตยสาร ที่หน่วยงาน
จดั ทาเพื่อประชาสัมพนั ธ์ และเป็ นส่ือสิ่งพิมพ์ ที่มีเน้ือหาหลายเรื่องในเล่มเดียวกัน มีกาหนดเป็ น
ระยะเวลาที่แน่นอน เช่น รายสัปดาห์ รายปักษ์ (สองสัปดาห์) รายเดือน รายสองเดือน เป็ นตน้ ใน
ปัจจุบนั เอกสารที่ผลิตแต่ละประเภท มีแนวเน้ือหาเฉพาะของตนเอง เช่น แนวศิลปะ บนั เทิง แฟชั่น
รถยนต์ ท่องเท่ียว เป็นตน้ การเขียนบทความในนิตยสาร มีลกั ษณะผ่อนคลาย เล่าเรื่อง และแทรกอยเู่ ป็ น
บางส่วนของเล่มจะส่งให้แก่ผูเ้ ป็ นสมาชิกหรือลูกคา้ ประจาทุกงวดระยะเวลาท่ีจดั ทาเสร็จ ทาให้ผรู้ ับ
ไดท้ ราบข่าวความเคลื่อนไหวอยตู่ ลอดเวลา
การผลิตเอกสาร 214
หน่วยที่ 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
คาศัพท์ท้ายหน่วย
หน่วยท่ี 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
คาศัพท์ ความหมาย
Appendix A ภาคผนวก
Author
Auxiliary Materials ชื่อผู้แต่ง
Bibliography ส่วนประกอบตอนท้าย
Binding บรรณานุกรม
Blinding / Cover B ส่วนปก
Citation Footnote ปก
Copyright Page เชิงอรรถอ้างองิ
Dedication Page C หน้าลขิ สิทธ์ิ
Date Of Publication หน้าคาอุทิศ
End Paper D ปี ท่ีพมิ พ์
Edition ใบติดปก
Frontispiece E คร้ังทพี่ มิ พ์
Fly Leave หน้าภาพนา
Glossary F ใบรองปก
Half title Page G อภธิ านศัพท์
Index H หน้าช่ือเร่ือง
Introduction I ดรรชน/ี บัญชีค้นคา
Lead Feature หน้าบทนา
Preface L เรื่องเด่น
Preliminary Page P หน้าคานา
Place of Publisher ส่วนประกอบตอนต้น
Parenthetical References สถานทพี่ มิ พ์
การอ้างองิ ระบบนามปี
การผลิตเอกสาร 215
หน่วยท่ี 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
คาศัพท์ท้ายหน่วย (ต่อ)
หน่วยท่ี 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
คาศัพท์ ความหมาย
Spine S สันหนังสือ
Text /Body of the book T ส่วนเนื้อเร่ือง
Title Page
Table of Contents หน้าปกใน
หน้าสารบัญ
การผลิตเอกสาร 216
หน่วยท่ี 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
แบบฝึ กหดั ประจาหน่วย
หน่วยท่ี 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
คาชี้แจง
1. ใหน้ กั ศึกษาตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ งและสมบรู ณ์โดยใหต้ อบแบบพอสงั เขป
2. การตอบแบบพอสงั เขปหมายถึง การอธิบายใหไ้ ดใ้ จความ ครบสาระและมีตวั อยา่ ง
ประกอบความยาวไมค่ วรเกิน 4 บรรทดั
3. ใหต้ อบคาถามลงในสมุดประจาวชิ า
4. กาหนดใหส้ ่งก่อนเรียนหน่วยการเรียนต่อไป
คาถาม
1. จงบอกความหมายของ “จุลสาร” มาอยา่ งถูกตอ้ ง
2. จงบอกประโยชน์ของ “จุลสาร” มาพอสงั เขป
3. จงบอกลกั ษณะของหนงั สือมาพอสงั เขป
4. จงบอกวธิ ีผลิตเอกสารจุลสาร
5. จงบอกข้นั ตอนในการจดั ทาจุลสาร
การผลิตเอกสาร 217
หน่วยท่ี 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
แบบประเมนิ ผลการทาแบบฝึ กหัดประจาหน่วย
หน่วยที่ 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
หน่วยการเรียนท่ี..............................................................เรื่อง...........................................................
ภาคเรียนที่............ปี การศึกษา.....................ระดบั ช้นั ..........หอ้ ง...........แผนกวิชาการจดั การทว่ั ไป
เลขท่ี ช่ือ-สกลุ ดี ระดบั คุณภาพ หมาย
พอใช้ ปรับปรุง เหตุ
เกณฑ์การประเมนิ คอื ส่งงานก่อนหรือตรงกาหนดเวลารับผิดชอบในงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
ดี คอื ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด แต่ไดม้ ีการติดตอ่ ช้ีแจงอยา่ งมีเหตผุ ลรับฟังได้
พอใช้ คอื ส่งชา้ กวา่ กาหนดหรือไม่ส่งงาน
ปรับปรุง
เกณฑ์ผ่าน คือ พอใช้
ลงช่ือ..............................................................
(..............................................................)
ผู้ประเมิน
การผลิตเอกสาร 218
หน่วยท่ี 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
ใบงานที่ 4.1 ประจาหน่วย
หน่วยที่ 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
เร่ือง 1. นาเอกสารรูปเล่มชนิดตา่ ง ๆ จากหอ้ งสมุดรวมกนั หลายชนิด
วัตถุประสงค์ 2. ใหน้ กั ศึกษาคดั แยก เอกสารรูปเลม่ ชนิดตา่ ง ๆ เช่น
2.1 ตารา
2.2 จุลสาร
2.3 วารสาร
1. บอกและอธิบายลกั ษณะของเอกสารเป็นรูปเล่มชนิดต่าง ๆ ได้
2. อธิบายและเปรียบเทียบความแตกต่างของเอกสารเป็นรูปเลม่ ชนิดต่าง ๆ ได้
3. เตรียมขอ้ มูล และผลิตเอกสารรูปเล่มชนิดตา่ ง ๆ ได้
ข้นั ตอนการปฏิบัติงาน
1. แบง่ นกั ศึกษาในหอ้ งเรียนออกเป็น 3 กลมุ่
2. ใหน้ กั ศึกษานาเอกสารในรูปเลม่ ตา่ ง ๆ จากหอ้ งสมดุ จานวน 300 เล่ม
3. แตล่ ะกล่มุ คดั แยกเอกสารรูปแบบต่าง ๆ ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
4. นามาพิมพแ์ ยกประเภทเอกสารรูปเล่มต่าง ๆ เป็นหมวดหมู่
5. นาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
เครื่องมือและอปุ กรณ์ทใี่ ช้
1. เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ท่ีสามารถใชอ้ ินเทอร์เน็ตได้
2. เคร่ืองพิมพค์ อมพวิ เตอร์
3. เอกสารรูปเล่มต่าง ๆ
รูปแบบการส่งงาน
1. นาเสนอชนิดของเอกสารรูปเลม่
2. ส่งรูปเล่มเอกสารตามท่ีครูผสู้ อนกาหนดให้
การผลิตเอกสาร 219
หน่วยท่ี 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
แบบประเมนิ ใบงานท่ี 4.1 ประจาหน่วย
หน่วยที่ 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
คาชี้แจง
1. เกณฑป์ ระเมินใบงาน คะแนนเตม็ 20 คะแนน
2. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
5 = เน้ือหาถกู ตอ้ ง ความพร้อมในการส่งงานระดบั มากท่ีสุด
4 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั มาก
3 = เน้ือหาถูกตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั ปานกลาง
2 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั นอ้ ย
1 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั นอ้ ยที่สุด
0 = เน้ือหาไม่ถูกตอ้ ง ไม่มีความพร้อมในการส่งงาน
ลาดับท่ี รายการประเมิน คะแนน
543210
1 แยกเอกสารเป็นรูปเล่มไดถ้ กู ตอ้ ง
2 การใหค้ วามร่วมมือของสมาชิกในกลมุ่ 20
3 นาเสนอชนิดเอกสารรูปเลม่ ชนิดตา่ ง ๆ
4 อุปกรณ์ในการทางาน
รวมคะแนน
คะแนนเตม็
คะแนนท่ีได้
ลงช่ือ...................................................................ผปู้ ระเมิน
()
.................../................................/..................................
การผลิตเอกสาร 220
หน่วยท่ี 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
ใบงานที่ 4.2 ประจาหน่วย
หน่วยที่ 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
เรื่อง 1. ผลิตเอกสารเป็นรูปเลม่ กลุ่มละ 1 เล่ม
วตั ถุประสงค์ 2. กาหนดเน้ือหาโดยนกั ศึกษาแตล่ ะกลุ่ม
2.1 จดั ทาตารา
2.2 จดั ทาจุลสาร
2.3 จดั ทาวารสาร
1. บอกและอธิบายลกั ษณะของเอกสารเป็นรูปเล่มชนิดต่าง ๆ ได้
2. อธิบายและเปรียบเทียบความแตกตา่ งของเอกสารเป็นรูปเลม่ ชนิดตา่ ง ๆ ได้
3. เตรียมขอ้ มลู และผลิตเอกสารรูปเล่มชนิดต่าง ๆ ได้
ข้นั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน
1. แบง่ นกั ศึกษาในหอ้ งเรียนออกเป็น 3 กลมุ่
2. ใหน้ กั ศึกษาเลือกโปรแกรมสาเร็จรูป แต่ละชนิดโดยไม่ซ้ากนั เพ่อื ผลิต
เอกสารในรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ผสู้ อนกาหนดให้
3. แตล่ ะกลมุ่ ระดมสมองศึกษาเน้ือหาในการผลิตเอกสารรูปแบบต่าง ๆ ท่ีไดร้ ับ
มอบหมาย
4. นามาผลิตเอกสารรูปแบบต่าง ๆ
5. ออกแบบปกหนา้ และหลงั ปก
6. เขา้ เลม่ เอกสารรูปแบบตา่ ง ๆ ตามที่ผสู้ อนกาหนด
เครื่องมือและอปุ กรณ์ทีใ่ ช้
1. เคร่ืองคอมพิวเตอร์ที่สามารถใชอ้ ินเทอร์เน็ตได้
2. เคร่ืองพิมพค์ อมพวิ เตอร์
3. สื่อท่ีนกั ศึกษาจดั ทาข้ึนเอกสารเป็นรูปเล่มแบบตา่ ง ๆ
รูปแบบการส่งงาน
1. ส่งรูปเล่มเอกสารตามท่ีครูผสู้ อนกาหนดให้
2. กาหนดระยะเวลาการส่งรูปแบบเอกสารรูปเล่มชนิดต่าง ๆ
การผลิตเอกสาร 221
หน่วยที่ 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
แบบประเมินใบงานท่ี 4.2 ประจาหน่วย
หน่วยท่ี 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
คาชีแ้ จง
1. เกณฑป์ ระเมินใบงาน คะแนนเตม็ 20 คะแนน
2. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
5 = เน้ือหาถกู ตอ้ ง ความพร้อมในการส่งงานระดบั มากท่ีสุด
4 = เน้ือหาถูกตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั มาก
4 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั ปานกลาง
2 = เน้ือหาถูกตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั นอ้ ย
1 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั นอ้ ยท่ีสุด
0 = เน้ือหาไมถ่ ูกตอ้ ง ไม่มีความพร้อมในการส่งงาน
ลาดับที่ รายการประเมิน คะแนน
543210
1 เน้ือหาครบตามที่ไดร้ ับมอบหมาย
2 การใหค้ วามร่วมมือของสมาชิกในกลมุ่ 20
3 ความสมบรู ณ์ของเอกสารเป็นรูปเล่ม
4 อปุ กรณ์ในการทางาน
รวมคะแนน
คะแนนเต็ม
คะแนนท่ไี ด้
ลงช่ือ...................................................................ผปู้ ระเมิน
()
.................../................................/..................................
การผลติ เอกสาร 222
หน่วยท่ี 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
แบบทดสอบก่อนเรียนประจาหน่วย
หน่วยที่ 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
คาชีแ้ จง
1. แบบทดสอบน้ีเป็นแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ ใหท้ าทกุ ขอ้
3. ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
4. ใหก้ าเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษคาตอบ
1. ส่วนประกอบตอนตน้ ของหนงั สือคืออะไร
ก. ปกใน
ข. เน้ือหา
ค. ใบรองปก
ง. หนงั สือเร่ือง
จ. บรรณานุกรม
2. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชนข์ องนิตยสาร
ก. ช้ีแนะและโนม้ นา้ วใจใหผ้ รู้ ับสารคลอ้ ยตาม
ข. ใชป้ ระสานสัมพนั ธ์ข่าวสารขอ้ มลู
ค. ทาใหผ้ รู้ ับเกิดความเขา้ ใจงา่ ยข้ึน
ง. ทาใหส้ ะดวกในการขายสินคา้
จ. สร้างความเขา้ ใจในหน่วยงาน
3. ขอ้ ใดหมายถึงความแตกต่างระหวา่ งวารสารกบั ใบปลิว
ก. การจดั ทาเพื่อเผยแพร่ไม่มีกาหนดแน่นอน
ข. วารสารมีคนนิยมมากกวา่
ค. วารสารจดั ทาเพื่อเผยแพร่
ง. ใบปลิวหนากวา่ วารสาร
จ. จุลสารราคาถกู กวา่ ใบปลิว
การผลิตเอกสาร 223
หน่วยที่ 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
4. ขอ้ ใดหมายถึงความแตกต่างระหวา่ งนิตยสารกบั จุลสาร
ก. การจดั ทาเพื่อเผยแพร่ไม่มีกาหนดแน่นอน
ข. นิตยสารมีคนนิยมมากกวา่ จุลสาร
ค. นิตยสารจดั ทาเพ่อื เผยแพร่
ง. นิตยสารหนากวา่ จุลสาร
จ. จุลสารราคาถกู
5. ขอ้ ไม่ควรคานึงถึงในการจดั ทาจุลสารคือ
ก. ประโยชนข์ องจุลสาร
ข. กล่มุ เป้าหมาย
ค. งบประมาณ
ง. การเผยแพร่
จ. เพ่อื สนองความตอ้ งการผขู้ าย
6. มติชนสุดสัปดาห์/ สยามรัฐ/ สัปดาห์วิจารณ์ เอกสารข่าวรัฐสภา เป็นวารสารประเภทใด
ก. บรรณาธิการ
ข. วารสารข่าว
ค. นวนิยาย
ง. บทความ
จ. ภาพ
7. คาวา่ “นิตยสาร” มาจากรากศพั ทข์ อ้ ใด
ก. นิตะยะสาร
ข. นิตยะสาร
ค. นิตยสาร
ง. นิดสาร
จ. นิตย
8. การเขียนบรรณานุกรมในหนงั สือขอ้ ใดเขยี นถกู
ก. ช่ือผแู้ ตง่ , ชื่อเรื่องหนงั สือ, คร้ังท่ีพมิ พ,์ สถานที่พิมพ,์ สานกั พิมพ,์ ปี ที่พิมพ์
ข. ช่ือผแู้ ตง่ , ช่ือเร่ืองหนงั สือ, คร้ังที่พิมพ,์ สถานท่ีพมิ พ,์ สานกั พมิ พ,์ ปี ที่พมิ พ์
ค. ช่ือเร่ืองหนงั สือ, ช่ือผแู้ ตง่ , คร้ังท่ีพิมพ,์ สถานที่พมิ พ,์ สานกั พมิ พ,์ ปี ท่ีพมิ พ์
ง. ช่ือผแู้ ตง่ , คร้ังท่ีพิมพ,์ ชื่อเร่ืองหนงั สือ, สถานท่ีพมิ พ,์ สานกั พมิ พ,์ ปี ท่ีพมิ พ์
จ. ชื่อผแู้ ต่ง, สานกั พมิ พ,์ ชื่อเร่ืองหนงั สือ, คร้ังท่ีพิมพ,์ สถานท่ีพิมพ,์ ปี ที่พิมพ์
การผลติ เอกสาร 224
หน่วยท่ี 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
9. ตารา แตกต่างจาก นิตยสาร อยา่ งไร
ก. นิตยสารมีกาหนดเป็นระยะเวลาที่แน่นอน
ข. ใชค้ วามหนากระดาษแตกตา่ งกนั
ค. ตาราน่าสนใจมากกวา่ นิตยสาร
ง. ตาราสาคญั มากกวา่ นิตยสาร
จ. ตาราจาเป็นมากกวา่ นิตยสาร
10. การพิมพโ์ บชวั ร์นิยมใชก้ ระดาษขนาดใด
ก. 80 แกรมข้นึ ไป
ข. 70 แกรมข้ึนไป
ค. 60 แกรมข้นึ ไป
ง. 50 แกรมข้ึนไป
จ. 80 แกรมเทา่ น้นั
การผลิตเอกสาร 225
หน่วยท่ี 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
แบบประเมนิ ก่อนเรียนประจาหน่วย
หน่วยท่ี 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
คาชี้แจง
1. แบบประเมินผลการเรียนเป็นขอ้ สอบแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ 10 คะแนน
3. ใหน้ กั เรียนเลือกตวั เลือกหนา้ คาตอบท่ีเห็นวา่ ถกู ตอ้ งท่ีสุดลงในกระดาษคาตอบ
4. คะแนนที่ได.้ ....................คะแนน
5. สรุปผลการประเมินอยใู่ นระดบั ดีมาก ดี พอใช้
ปรับปรุง
6. เกณฑก์ ารประเมิน
ดีมาก (9 – 10 คะแนน)
ดี (7 – 8 คะแนน)
พอใช้ (5 – 6 คะแนน)
ปรับปรุง (ต่ากวา่ 5 คะแนน)
กระดาษคาตอบแบบประเมนิ หลงั เรียน
คาตอบ คะแนน คาตอบ คะแนน
1. 6.
2. 7.
3. 8.
4. 9.
5. 10.
คะแนนรวม...............................................................คะแนน
การผลติ เอกสาร 226
หน่วยที่ 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
แบบทดสอบหลงั เรียนประจาหน่วย
หน่วยที่ 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
คาชี้แจง
1. แบบทดสอบน้ีเป็นแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ ใหท้ าทกุ ขอ้
3. ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
4. ใหก้ าเครื่องหมาย (X) ลงในกระดาษคาตอบ
1. ส่ิงพมิ พร์ ูปเล่มเลก็ บางจดั ทารูปเล่มสมบรู ณ์ หมายถึงเอกสารชนิดใด
ก. นิตยสาร
ข. แผน่ พบั
ค. จุลสาร
ง. ใบปลิว
จ. คูม่ ือ
2. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชน์ของจุลสาร
ก. ช้ีแนะและโนม้ นา้ วใจใหผ้ รู้ ับสารคลอ้ ยตาม
ข. ใชป้ ระสานสมั พนั ธ์ข่าวสารขอ้ มูล
ค. ทาใหผ้ รู้ ับเกิดความเขา้ ใจงา่ ยข้ึน
ง. ทาใหส้ ะดวกในการขายสินคา้
จ. สร้างความเขา้ ใจในหน่วยงาน
3. เป็นส่ิงพมิ พเ์ ฉพาะกิจท่ีมงุ่ เสนอขา่ วสารเป็น การเฉพาะและตอ้ งการ เน้ือหารายละเอียดที่
สามารถบรรจุไดม้ ากกวา่ แผน่ พบั ทวั่ ๆ ไปหมายถึง
ก. นิตยสาร
ข. โบรชวั ร์
ค. จุลสาร
ง. หนงั สือ
จ. วารสาร
การผลิตเอกสาร 227
หน่วยที่ 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
4. ขอ้ ใดหมายถึงความแตกต่างระหวา่ ง จุลสารกบั วารสาร
ก. การจดั ทาเพ่ือเผยแพร่ไม่มีกาหนด แน่นอน
ข. จุลสารมีคนนิยมมากกวา่ วารสาร
ค. จุลสารจดั ทาเพอื่ เผยแพร่
ง. จุลสารหนากวา่ วารสาร
จ. จุลสารราคาถูก
5. ขอ้ ควรคานึงถึงประการแรกในการจดั ทาจุลสารคือ
ก. วตั ถุประสงคใ์ นการจดั ทา
ข. ประโยชนข์ องจุลสาร
ค. งบประมาณ
ง. การเผยแพร่
จ. กลุม่ เป้าหมาย
6. มติชนสุดสัปดาห์ สยามรัฐสัปดาห์ วจิ ารณ์ เอกสารขา่ วรัฐสภา หมายถึง วารสารชนิดใด
ก. บรรณาธิการ
ข. วารสารขา่ ว
ค. บทความ
ง. นวนิยาย
จ. ภาพ
7. ขอ้ ใดไม่ใช่ส่วนประกอบในการจดั พิมพจ์ ุลสาร
ก. ปกจุลสาร
ข. สารบญั
ค. คานิยม
ง. ปกใน
จ. คานา
8. ขอ้ ใดเป็นลาดบั แรกในการจดั พมิ พจ์ ุลสาร
ก. คานา
ข. ปกใน
ค. สารบญั
ง. คานิยม
จ. ปกจุลสาร
การผลติ เอกสาร 228
หน่วยท่ี 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
9. ตารา แตกต่างจาก นิตยสาร อยา่ งไร
ก. นิตยสารมีกาหนดเป็นระยะเวลาท่ีแน่นอน
ข. ใชค้ วามหนากระดาษแตกตา่ งกนั
ค. ตาราน่าสนใจมากกวา่ นิตยสาร
ง. ตาราสาคญั มากกวา่ นิตยสาร
จ. ตาราจาเป็นมากกวา่ นิตยสาร
10. การพิมพเ์ ชิงอรรถควรพิมพส์ ่วนใด
ก. ก่ึงกลางหนา้ กระดาษ
ข. ริมบนของจุลสารบางหนา้
ค. ริมลา่ งของจุลสารบางหนา้
ง. ริมบนของจุลสารแต่ละหนา้
จ. ริมล่างของจุลสารแต่ละหนา้
การผลติ เอกสาร 229
หน่วยท่ี 4 การผลิตเอกสารเป็ นรูปเล่ม
แบบประเมนิ หลงั เรียนประจาหน่วย
หน่วยท่ี 4
การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
คาชีแ้ จง
1. แบบประเมินผลการเรียนเป็นขอ้ สอบแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ 10 คะแนน
3. ใหน้ กั เรียนเลือกตวั เลือกหนา้ คาตอบท่ีเห็นวา่ ถกู ตอ้ งท่ีสุดลงในกระดาษคาตอบ
4. คะแนนท่ีได.้ ....................คะแนน
5. สรุปผลการประเมินอยใู่ นระดบั ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
6. เกณฑก์ ารประเมิน
ดีมาก (9 – 10 คะแนน)
ดี (7 – 8 คะแนน)
พอใช้ (5 – 6 คะแนน)
ปรับปรุง (ต่ากวา่ 5 คะแนน)
กระดาษคาตอบแบบประเมนิ หลงั เรียน
คาตอบ คะแนน คาตอบ คะแนน
1. 6.
2. 7.
3. 8.
4. 9.
5. 10.
คะแนนรวม...............................................................คะแนน
การผลติ เอกสาร 230
หน่วยท่ี 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
บรรณานุกรม
ก.พ., สานกั งาน. เอกสารประกอบการบรรยายการฝึ กอบรมหลกั สูตรการจัดการสานักงานสาหรับ
เลขานุการนกั บริหาร. กรุงเทพ : สถาบนั พฒั นาขา้ ราชการพลเรือน, 2526.
คณะกรรมการกลุ่มผลิตชุดวิชาระบบสานกั งานอตั โนมตั ิ. ระบบสานกั งานอตั โนมัติ. โรงพิมพ์
มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. พ.ศ. 2545.
จิตรภณ ชีรนราวนิชย.์ การผลติ เอกสาร. วงั อกั ษร, 2553.
จนั ทนา ทองประยรู , ผศ. กระบวนการพมิ พ์ส่ิงพมิ พ์ทว่ั ไป. เอกสารการสอนชุดวิชาความรู้ทว่ั ไป
เก่ียวกบั การพมิ พ.์ นนทบรุ ี : สานกั พิมพม์ หาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, 2539.
จนั ทนา ทองประยรู , ผศ. การออกแบบและจัดหน้า. นนทบุรี : สานกั พิมพ์
มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, 2539.
ชาญวิทย์ หาญรินทร์. การผลติ ส่ือส่ิงพมิ พ์. ศูนยส์ ่งเสริมอาชีวะ. พ.ศ. 2547.
เธียรชยั เอี่ยมวราเมธ. พจนานุกรมไทย (ฉบบั อธิบาย 2 ภาษา). กรุงเทพมหานคร : รวมสาส์น, 2537.
บุญสืบ โพธ์ิศรี. เทคโนโลยีสานักงาน. หนงั สือและการพมิ พ์. ศนู ยส์ ่งเสริมอาชีวะ, 2548.
ผศ. เนตร์พณั ณา ยาวิราช. การจัดการสานักงาน. โรงพิมพม์ หาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. พ.ศ.
2545.
มาลยั มว่ งเทศ. เทคนคิ การปฏบิ ตั งิ านสานักงาน. สานกั พิมพว์ งั อกั ษร. พ.ศ. 2548.
วทิ ย์ เท่ียงบูรณธรรม, ดร. พจนานุกรมองั กฤษ – ไทย. กรุงเทพฯ : ซีเอด็ ยเู คชน่ั , 2541.
ศิรินนั ท์ เหลืองอภิรมย.์ การผลติ สื่อส่ิงพมิ พ์ด้วยคอมพวิ เตอร์. ศูนยห์ นงั สือเมืองไทย จากดั , 2552.
อดุ ม ควรผจง. วิวฒั นาการของระบบการพมิ พ์และวสั ดกุ ารพมิ พ์. เอกสารการสอนชุดวิชาความรู้
ทว่ั ไปเกี่ยวกบั การพิมพ.์ กรุงเทพ : โรงพิมพม์ หาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, 2539.
Agner, Peter L. and Meehan, James R. Secretarial Office Practice. Cincinnati : Southern
Publishing Company, 1980.
Publisher, Inc., 1977.
Waatcharm, Maurice. Office Practice. Book One. London : McGraw – Hill Book Company
(UK) Limited, 1979.
http://my.dek-d.com/nong_s_ka/story/viewlongc.php?id=245872&chapter=7 5/3/2554
http://my.dek-d.com/nong_s_ka/story/viewlongc.php?id=245872&chapter=7 7/3/2554
http://my.dek-d.com/nong_s_ka/story/viewlongc.php?id=245872&chapter=7 8/3/2554
http://my.dek-d.com/nong_s_ka/story/viewlongc.php?id=245872&chapter=4 8/3/2554
หน่วยที่ 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
รูปเล่ม
การผลิตเอกสาร 231
หน่วยที่ 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
หน่วยท่ี 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
จดหมาย บนั ทกึ โปสแบเตบอฟร์อร์ม
แผ่นพบั โปสเตอร์
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
ใบปลวิ
การผลิตเอกสาร 232
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
สาระสาคญั
การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม เป็นการผลิตเอกสารที่หน่วยงานจดั ทาข้ึนแจง้ ให้ทราบ
เตือนความทรงจา ติดต่อสื่อสารหน่วยงานต่อหน่วยงาน ประชาสัมพนั ธ์ และอ่ืน ๆ การผลิตเอกสารไมเ่ ป็น
รูปเล่มมีหลายรูปแบบ ซ่ึงเอกสารดงั กลา่ วทาข้ึนเพื่อให้เกิดความเขา้ ใจตรงกนั เอกสารไม่เป็นรูปเล่มมีมาก
ตามความเจริญของสังคม บา้ นเมือง และเทคโนโลยีที่ทนั สมยั ในปัจจุบนั เอกสารไม่เป็ นรูปเล่มเป็ น
เคร่ืองวดั ความเจริญ ความทนั สมยั ของสังคม ของหน่วยงานอย่างหน่ึง ความสนใจ การผลิตเอกสาร
ไม่เป็ นรูปเล่มไดแ้ ตกแขนงออกไปอย่างกวา้ งขวาง และสนใจในรายละเอียดลึกลงไปในแต่ละแขนง
ทาใหเ้ กิดการศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้ และทาใหเ้ กิดเอกสารตา่ ง ๆ ไม่เป็นรูปเล่มมากข้ึนแตล่ ะประเภท
ข้นึ กบั หน่วยงาน กลมุ่ บุคคลว่าจะผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่มเพื่อจุดมุ่งหมายอะไร กลุ่มคนกลุ่มไหน
ความสนใจแตกต่างกนั ลกั ษณะการใชง้ าน อายุการใชง้ านแตกต่างกนั วิธีการผลิตเอกสารไม่เป็น
รูปเล่ม แต่ละประเภท และวสั ดุท่ีใช้ผลิต ก็แตกต่างกนั ผูผ้ ลิตจะตอ้ งหาวิธีการผลิตให้เหมาะสมกบั
ความจาเป็ นในการผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม การแบ่งประเภทเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม มีวิธีแบ่งได้
หลายประเภท แต่เพ่ือให้เห็นลกั ษณะเด่นชดั ในหน่วยน้ีขอกล่าวถึงการผลิตเอกสารดงั น้ี คือ จดหมาย
แบบฟอร์ม บนั ทึก ใบปลิว แผน่ พบั โปสเตอร์
เนื้อหา/สาระการเรียนรู้
1. การผลิตเอกสารไม่เป็นรูปเล่ม
1.1 จดหมาย
1.2 บนั ทึก
1.3 แบบฟอร์ม
1.4 ใบปลิว
1.5 แผน่ พบั
1.6 โปสเตอร์
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกและอธิบายลกั ษณะของเอกสารไมเ่ ป็นรูปเล่มชนิดต่าง ๆ ได้
2. อธิบาย และเปรียบเทียบความแตกตา่ งของเอกสารไม่เป็นรูปเล่มชนิดตา่ ง ๆ ได้
3. เตรียมขอ้ มูล และผลิตเอกสารไม่เป็นรูปเล่มชนิดต่าง ๆ ได้
การผลิตเอกสาร 233
หน่วยที่ 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1. เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
เป็นการผลิตเอกสารท่ีหน่วยงานจดั ทาข้ึนเพ่ือประชาสัมพนั ธ์ มีหลายประเภทดว้ ยกนั ลูกคา้
ให้ความสนใจ เอกสารไม่เป็นรูปเลม่ มีมากข้ึน ตามความเจริญของสงั คม และบา้ นเมือง จนมีคากล่าวกนั
ว่า เอกสารไม่เป็ นรูปเล่มเป็ นเครื่องวดั ความเจริญของสังคมอยา่ งหน่ึง ความสนใจไดแ้ ตกแขนงออกไป
อย่างกวา้ งขวาง และสนใจในรายละเอียดลึกลงไปในแต่ละแขนง ทาให้เกิดการศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้
และทาให้เกิดเอกสารไม่เป็นรูปเล่มประเภทต่าง ๆ ข้ึน แต่ละประเภทมีกลุ่มบุคคลสนใจแตกต่างกนั ไป
ลกั ษณะการใชง้ าน อายุการใชง้ าน กแ็ ตกต่างกนั ไปดว้ ย วิธีการผลิตเอกสารไมเ่ ป็นรูปเล่ม แต่ละประเภท
และวสั ดุที่ใช้ผลิต ก็ตอ้ งแตกต่างกนั ออกไป ผูผ้ ลิตจะตอ้ งหาวิธีการผลิตให้เหมาะสมกบั เอกสารไม่เป็ น
รูปเลม่ การแบง่ ประเภทเอกสารไม่เป็นรูปเล่ม มีวธิ ีแบ่งไดห้ ลายประเภท แต่เพื่อให้เห็นลกั ษณะ เอกสาร
ไม่เป็ นรูปเล่ม ให้เด่นชัดในหน่วยน้ีขอกล่าวถึงการผลิตเอกสารดงั น้ี คือ จดหมาย บนั ทึก แบบฟอร์ม
ใบปลิว แผน่ พบั โปสเตอร์
1.1 จดหมาย (Letter) หมายถึง การเขียนตวั อกั ษร การเขียนสาร การเขียนหนังสือราชการ
การเขียนเอกสาร การเขียนหนังสือ ในหน่วยน้ีจะกล่าวถึง หนังสือราชการ หรือหนังสือภายนอก
มีส่วนประกอบ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1.1.1 หนังสือภายนอก คือ หนังสือติดต่อราชการท่ีเป็ นแบบพิธีการ โดยใช้กระดาษตรา
ครุฑ เป็นหนงั สือติดต่อระหวา่ งราชการหรือส่วนราชการท่ีมีถึงหน่วยงานอ่ืนใด ซ่ึงมิใช่ส่วนราชการ
หรือท่ีมีถึงบคุ คลภายนอก โดยมีวิธีพิมพ์ ดงั น้ี
1.1.1.1 ท่ี ให้ลงรหัสตวั พยญั ชนะ และเลขประจาของเจา้ ของเร่ือง ตามที่กาหนดไว้
ทบั เลขทะเบียนหนังสือส่งสาหรับหนงั สือของคณะกรรมการให้กาหนดรหัสตวั พยญั ชนะเพิ่มข้ึนได้
ตามความจาเป็ น
1.1.1.2 ส่วนราชการเจา้ ของหนังสือ ให้ลงชื่อส่วนราชการสถานที่ราชการหรือ
คณะกรรมการซ่ึงเป็นเจา้ ของหนงั สือน้นั และโดยปกติใหล้ งท่ีต้งั ไวด้ ว้ ย
1.1.1.3 วนั เดือน ปี ให้ลงตวั เลขของวนั ที่ ชื่อเต็มของเดือน และตวั เลขของปี
พุทธศกั ราชท่ีออกหนังสือ
1.1.1.4 เร่ือง ให้ลงเรื่องยอ่ ท่ีเป็ นใจความส้ันท่ีสุดของหนงั สือฉบบั น้ัน ในกรณีท่ี
เป็นหนงั สือตอ่ เน่ืองโดยปกติใหล้ งเร่ืองของหนงั สือฉบบั เดิม
1.1.1.5 คาข้ึนตน้ ให้ใชค้ าข้ึนตน้ ตามฐานะของผูร้ ับหนงั สือตามตารางการใชค้ า
ข้ึนตน้ สรรพนาม และคาลงทา้ ย ที่กาหนดไว้ แลว้ ลงตาแหน่งของผูท้ ่ีหนังสือน้ันมีถึง หรือช่ือบุคคล
ในกรณีท่ีมีถึงตวั บุคคลไม่เกี่ยวกบั ตาแหน่งหน้าที่
การผลิตเอกสาร 234
หน่วยที่ 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1.1.1.6sอา้ งถึง (ถ้ามี) ให้อ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกันเฉพาะหนังสือที่ส่วน
ราชการผรู้ ับหนงั สือไดร้ ับมาก่อนแลว้ จะจากส่วนราชการใดก็ตาม โดยใหล้ งชื่อส่วนราชการเจา้ ของ
หนงั สือและเลขท่ีหนงั สือ วนั ท่ี เดือน ปี พุทธศกั ราช ของหนงั สือน้นั การอา้ งถึง ใหอ้ า้ งถึงหนงั สือฉบบั
สุดทา้ ยท่ีติดต่อกนั เพียงฉบบั เดียว เวน้ แต่มีเรื่องอื่น ที่เป็ นสาระสาคญั ตอ้ งนามาพิจารณา จึงอา้ งถึง
หนงั สือฉบบั อื่น ๆ ท่ีเกี่ยวกบั เรื่องน้นั โดยเฉพาะใหท้ ราบดว้ ย
1.1.1.7 ส่ิงที่ส่งมาด้วย (ถ้ามี) ให้ลงช่ือสิ่งของ เอกสาร หรือบรรณสารท่ีส่งไป
พร้อมกบั หนังสือน้ัน ในกรณีที่ไม่สามารถส่งไปในซองเดียวกันไดใ้ ห้แจง้ ดว้ ยว่าส่งไปโดยทางใด
1.1.1.8 ขอ้ ความ ให้ลงสาระสาคญั ของเร่ืองให้ชดั เจนและเขา้ ใจง่าย หากมีความ
ประสงคห์ ลายประการใหแ้ ยกเป็นขอ้ ๆ
1.1.1.9 คาลงทา้ ย ให้ใช้คาลงทา้ ยตามฐานะของผูร้ ับหนังสือ ตามตารางการใช้คา
ข้นึ ตน้ สรรพนาม และคาลงทา้ ย ที่กาหนดไว้
1.1.1.10 ลงช่ือ ให้ลงลายมือช่ือเจา้ ของหนังสือ และให้พิมพช์ ื่อเต็มของเจา้ ของ
ลายมือชื่อไวใ้ ตล้ ายมือชื่อ ตามรายละเอียดที่กาหนดไว้
1.1.1.11 ตาแหน่ง ใหล้ งตาแหน่งของเจา้ ของหนงั สือ
1.1.1.12sส่วนราชการเจา้ ของเรื่อง ให้ลงช่ือส่วนราชการเจา้ ของเร่ือง หรือหน่วยงาน
ที่ออกหนังสือ ถ้าส่วนราชการท่ีออกหนังสืออยู่ในระดบั กระทรวงหรือทบวง ให้ลงชื่อส่วนราชการ
เจา้ ของเร่ืองท้งั ระดับกรมและกอง ถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับกรมลงมา ให้ลงชื่อส่วน
ราชการเจา้ ของเรื่องเพยี งระดบั กองหรือหน่วยงานท่ีรับผิดชอบ
1.1.1.13sโทร. ให้ลงหมายเลขโทรศพั ทข์ องส่วนราชการเจา้ ของเร่ือง หรือหน่วยงาน
ที่ออกหนงั สือ และหมายเลขภายในตสู้ าขา (ถา้ มี) ไวด้ ว้ ย
1.1.1.14sสาเนาส่ง (ถา้ มี) ในกรณีที่ผสู้ ่งจดั ทาสาเนาส่งไปให้ส่วนราชการ หรือบุคคล
อื่นทราบ และประสงค์จะให้ผูร้ ับทราบว่าไดม้ ีสาเนาส่งไปให้ผูใ้ ดแลว้ ให้พิมพ์ช่ือเต็มหรือช่ือย่อของ
ส่วนราชการหรือช่ือบุคคลท่ีส่งสาเนาไปให้ เพื่อให้เป็ นที่เขา้ ใจระหวา่ งผสู้ ่งและผูร้ ับ ถา้ หากมีรายชื่อที่
ส่งมากใหพ้ ิมพว์ า่ ส่งไปตามรายช่ือที่แนบและแนบรายชื่อไปดว้ ย
1.2 บนั ทึกขอ้ ความ (Memorandum) หมายถึง จดขอ้ ความเพื่อช่วยจา หรือเพ่ือเป็ นหลกั ฐาน
จดหรือถ่ายเพื่อช่วยความจาหรื อเพื่อเป็ นหลักฐาน เช่น บันทึกรายงานการประชุม บันทึกภาพ
บนั ทึกเสียง จดย่อ ๆ ไวเ้ พ่ือให้รู้เร่ืองเดิม ย่นย่อ ทาให้ส้ัน ข้อความที่จดไวเ้ พื่อช่วยความจา เพ่ือเป็ น
หลกั ฐาน ขอ้ ความที่นามาจดย่อ ๆ ไวเ้ พื่อให้รู้เร่ืองเดิม (กฎ) หนังสือที่พนักงานฝ่ ายปกครองหรือ
ตารวจจดไวเ้ ป็นหลกั ฐานในการสอบสวนความผิดอาญา รวมท้งั บนั ทึกคาร้องทุกข์ และคากล่าวโทษ
ดว้ ย ในหน่วยการเรียนน้ีจะกล่าวถึง หนังสือภายใน หรือบนั ทึกขอ้ ความ มีข้นั ตอนและวิธีการพิมพ์
ดงั ตอ่ ไปน้ี
การผลิตเอกสาร 235
หน่วยที่ 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1.2.1 สถานที่ออกบนั ทึก สาหรับบอกสถานท่ีที่จดั ทาบนั ทึก อาจเป็นชื่อหน่วยงานที่ผูท้ า
บนั ทึกสงั กดั อยหู่ รือเป็นสถานที่ก็ได้
1.2.2sวนั เดือนปี ที่จดั ทาบนั ทึก สาหรับบอกวนั เดือนปี ที่จดั ทาบนั ทึก อาจใช้แบบเต็ม
หรือแบบย่อกไ็ ด้
1.2.3 ชื่อเรื่องที่บนั ทึก สาหรับบอกให้ทราบถึงสิ่งที่แจง้ ในบนั ทึกน้ัน ๆ ชื่อเรื่องเป็ นการ
สรุปประเด็นสาคญั ของเน้ือหาในบนั ทึกนน่ั เอง
1.2.4 เลขที่ของบนั ทึก สาหรับบอกลาดบั ที่ของบนั ทึกน้ัน ๆ หน่วยงานบางแห่งอาจ
กาหนดการใชเ้ ลขข้นึ โดยเฉพาะกไ็ ด้
1.2.5 ขอ้ ความที่บนั ทึก เป็ นขอ้ ความท่ีบอกรายละเอียดเก่ียวกบั เรื่องที่จดั ทาข้ึน เพื่อแจง้
หรือบอกกล่าวใหท้ ราบ
1.2.6 ช่ือผูจ้ ดั ทาบนั ทึก สาหรับบอกให้ทราบว่าผูใ้ ดเป็ นผูจ้ ดั ทาบนั ทึกฉบบั น้ัน ๆ เพ่ือ
การติดตามหรือสอบถามรายละเอียดเพ่มิ เติมไดส้ ะดวกข้ึน
1.3 แบบฟอร์ม (Form) เป็ นเอกสารทางธุรกิจท่ีมีขอ้ มูลบางอยา่ งแสดงไวแ้ ลว้ และยงั มีพ้ืนท่ี
วา่ งให้ใส่ขอ้ มูลเพ่ิมเติมลงไปไดอ้ ีก เช่น แบบฟอร์มใบสมคั รงาน แบบฟอร์มใบสั่งซ้ือ แบบฟอร์มใบ
สมคั รงานสมาชิก เพอื่ ใหเ้ ติมขอ้ ความลงในช่องวา่ งใหส้ มบรู ณ์
1.4sใบปลิว หรือแผน่ ปลิว (Leaflet) หมายถึง สิ่งพิมพเ์ ฉพาะกิจที่มีเน้ือหาสาระเรื่องใดเพียงเร่ือง
เดียวไดแ้ ก่ คาแถลง ประกาศ ช้ีแจง แจง้ ความ โดยขอ้ ความเหล่าน้นั มกั จะเป็นการใหข้ อ้ มูล เพ่ือแจกจ่ายไป
ยงั กลมุ่ เป้าหมายเฉพาะ อาจมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อการโฆษณา หรือเพ่ือการเผยแพร่ประชาสมั พนั ธก์ ็ได้
ความหมายของใบปลิวอีกลกั ษณะหน่ึง คือ แผน่ กระดาษขอ้ ความที่แจกจ่ายในลกั ษณะที่
ปกปิ ด ไม่เปิ ดเผยเหมือนใบปลิวโฆษณาสินคา้ และบริการ หรือประกาศเรื่องใดเร่ืองหน่ึง ซ่ึงเป็นการจดั ทา
โดยหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานใด งานพิมพ์ใบปลิวและงานพิมพ์แผ่นพบั ถา้ จะให้งานออกมาดี
และมีคุณภาพมาตรฐานน้ัน จะตอ้ งเก็บรายละเอียดในทุก ๆ จุดและทุกข้นั ตอน ต้ังแต่เริ่มตน้ การ
ออกแบบ การวางรูปแบบ การใชก้ ระดาษ การใชส้ ี และการพิมพ์
ใบปลิวเป็นส่ือโฆษณาชนิดไดเร็คเมล์ (Direct Mail) ท่ีผผู้ ลิตสามารถส่งตรงถึงผบู้ ริโภคทาง
ไปรษณีย์ หรือแจกจ่ายตามสถานท่ีต่าง ๆ ได้ถึงกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ แผ่นกระดาษท่ีใชพ้ ิมพ์ภาพ
ขอ้ ความ และองคป์ ระกอบอื่นเพื่อใชใ้ นการเผยแพร่ขอ้ มูล ข่าวสาร ในการโฆษณา การประชาสัมพนั ธ์
การศึกษา การรณรงค์ และในกิจการเฉพาะกิจอ่ืน ๆ
รูปแบบของใบปลิวนิยมทาเป็ นลักษณะท่ีสามารถใช้กระดาษมาตรฐานในการจัดทา
โดยอาจพมิ พส์ ีเดียวหรือสอดสีก็ได้ แลว้ แต่ความประสงคข์ องเจา้ ของงาน และงบประมาณท่ีมีอยู่
การผลติ เอกสาร 236
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
ลกั ษณะเด่นของใบปลิว คือ มีขนาดเล็ก หยบิ ถือไดส้ ะดวก สามารถเก็บรวบรวมขอ้ มูล
ไดม้ าก ค่าใชจ้ ่ายในการผลิตต่าเมื่อเทียบกบั สิ่งพิมพอ์ ื่น ๆ หากออกแบบให้มีลกั ษณะการพบั ที่น่าสนใจ
จะก่อใหเ้ กิดภาพพจน์ที่ดีตอ่ สินคา้ หรือบริการน้นั ๆ
1.4.1 ข้นั ตอนการเตรียมงานพิมพใ์ บปลิว
1.4.1.1 จดั ทาแผนการตลาด ในองค์กรใหญ่ ๆ การพิมพใ์ บปลิวเพื่อการโฆษณา
เป็ นส่วนหน่ึงของแผนการตลาดท้ังหมด ซ่ึงต้องมีการทาวิจัยตลาดและผลิตภัณฑ์ กาหนด
กลุ่มเป้าหมาย จุดขาย ฯลฯ ซ่ึงหากทาเต็มรูปแบบจะตอ้ งใช้งบประมาณท่ีสูง สาหรับ SME สามารถ
จดั ทาอย่างประหยดั เช่นการวิจัยตลาด ก็ใช้วิธีสอบถามกลุ่มเป้าหมายด้วยตนเอง การหาจุดขาย
ผลิตภณั ฑ์ ก็ใชว้ ิธีเปรียบเทียบสินคา้ คู่แข่งขนั ฯลฯ อยา่ งไรเสีย ควรมีการวางแผนการตลาดบา้ ง เช่น
กลุ่มเป้าหมายคือใคร ในรอบปี จะมีการจดั รายการอะไรบา้ ง มีการใช้สื่อโฆษณาอย่างไร มีงบประมาณ
เท่าไร เป็นตน้
1.4.1.2หกาหนดวตั ถุประสงค์ ก่อนท่ีจะจดั ทาใบปลิว จาเป็ นตอ้ งทราบจุดประสงค์
ในการจดั ทา เช่น ทาข้ึนเพ่ือแนะนาสินคา้ หรือบริษทั หรือส่งเสริมการขาย (ลด แลก แจก แถม) หรือ
ประชาสัมพนั ธ์ส่ิงต่าง ๆ
1.4.1.3 กาหนดหวั ขอ้ ท่ีจะบรรจุลงในใบปลิว หัวขอ้ ท่ีจะนามาบรรจุในใบปลิวตอ้ ง
มีการกาหนดก่อนเพื่อจะไดว้ างแผนผลิตใบปลิว
1.4.1.4 กาหนดช่องทางการแจกจ่าย เช่น แจกหน้าร้าน แจกตามศูนยก์ ารคา้ ต่าง ๆ
หรือส่งทางไปรษณียถ์ ึงลกู คา้ โดยตรง กาหนดแผนและช่วงเวลาการแจกจ่าย
1.4.1.5 กาหนดความคาดหวงั ที่จะไดร้ ับ การผลิตใบปลิวไม่ควรต้งั ความคาดหวงั ไว้
สูงเกินไป เช่น โดยปกติความคาดหวงั จากการตอบรับทางไปรษณียค์ วรอยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 5 % ความ
คาดหวงั อาจรวมถึงการรับรู้หรือการตอกย้าความนึกคดิ ในผลิตภณั ฑห์ รือการบริการน้นั ๆ ดว้ ย
1.4.1.6 กาหนดรูปแบบ ขนาด และจานวนพิมพ์ วิธีหน่ึงในการกาหนดรูปแบบก็
คือดูตวั อย่างใบปลิวที่มีอยู่ในทอ้ งตลาด ใบปลิวตามศูนยก์ ารคา้ ท่ีไดร้ ับทางไปรษณีย์ เลือกรูปแบบที่
เหมาะกบั งานท่ีจะทา สาหรับขนาดให้เลือกดูจาก “ขนาดของใบปลิว” ที่ระบุขา้ งล่างเพื่อความประหยดั
ไม่เสียเศษในการพิมพ์ ส่วนจานวนพิมพ์ให้ดูจากความตอ้ งการใช้งาน ท่านสามารถสอบถามราคา
ประเมินไดจ้ ากโรงพิมพโ์ ดยระบุรูปแบบไดห้ ลายรูปแบบหรือจานวนพมิ พไ์ ดห้ ลายระดบั
1.4.1.7 จดั ทาแบบร่างคร่าว ๆ (Layout) เพ่ือดูว่าจะเดินเร่ืองอย่างไรหน้าแรกมีหัว
เร่ืองและภาพประกอบอยา่ งไร ฯลฯ
1.4.1.8 ออกแบบจดั ทาอาร์ตเวิร์ค ในปัจจุบันจะใช้ซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ในการ
ออกแบบและจัดทาต้นฉบับซอฟแวร์ท่ีเกี่ยวกับภาพและการตกแต่งภาพ มักใช้ Adobe Photoshop
ซอฟแวร์ท่ีใช้ในการจัดหน้า มักใช้ Adobe InDesign, Illustrator, PageMaker ในการจัดทาต้นฉบับ
การผลติ เอกสาร 237
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
ให้คานึงถึงหน้าแรกที่ผูร้ ับจะพบเห็น ถือเป็นส่วนท่ีสาคญั ที่สุด ตอ้ งให้เด่นสะดุดสายตา ใบปลิวบางชิ้น
มีการทาไดคทั เป็นรูปใหด้ ูแปลกตา ขอ้ ความในหนา้ แรกตอ้ งกระชบั สื่อถึงส่ิงที่ตอ้ งการให้รับทราบ และ
เร้าใจใหอ้ ่านรายละเอียดต่อไป ในหนา้ อื่น ๆ ใหผ้ กู เรื่องราวและภาพอย่างต่อเนื่อง หากเป็นแผ่นพบั หลาย
ทบให้ดูภาพหนา้ ที่ติดกนั ก่อนคล่ีและหลงั คล่ีใหด้ าเนินอยา่ งสอดคลอ้ งกนั หนา้ สุดทา้ ยหรือส่วนสุดทา้ ย
มกั จะเป็นสถานท่ีติดต่อหรือจุดที่ให้บริการ อน่ึง งานพิมพใ์ บปลิวที่ดี เริ่มจากตน้ ฉบบั ท่ีดี ภาพที่คมชดั
ใชซ้ อฟแวร์ท่ีถูกตอ้ ง และที่สาคญั ท่ีสุด การพิมพต์ อ้ งได้คณุ ภาพ เม่ือแผน่ พบั หรือใบปลิวท่ีดียอ่ มมีส่วน
ช่วยทาใหป้ ระสบผลสาเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
1.4.2 ขอ้ มูลในการผลิตใบปลิวของโรงพมิ พ์
1.4.2.1ssขนาดของการพิมพ์ใบปลิว ขนาดของงานพิมพ์ใบปลิวมีหลายขนาด
ดั ง เ ช่ น 15x21, 10.25x 15, 7.5x10.25, 5x7.5, 3.5x5 17x 23.5(A2),11.75x
17(A3), 8.25x11.75(A4), 5.75x8.25(A5), 4.125x5.75(A6) สาหรับขนาดอื่นท่ีไม่ไดก้ ล่าว
ไว้ อาจทาใหม้ ีการเสียเศษแผน่ พมิ พ์
1.4.2.2ssกระดาษที่ใชผ้ ลิตงานพิมพใ์ บปลิว ในการพิมพแ์ ผ่นพบั หรือพิมพ์ใบปลิว
จะต้องใช้กระดาษปอนด์ 80 แกรมข้ึนไป กระดาษอาร์ตมัน/ด้าน 90 แกรมข้ึนไป กระดาษแฟนซี
(กระดาษที่มีเน้ือและผวิ พเิ ศษ)
1.4.2.3ssการพิมพ์และตกแต่งผิวบนใบปลิว มีการพิมพใ์ บปลิว1 สี 2 สี 3 สี 4 สี
หรือมากกว่า จะใชแ้ ม่สี 4 สี หรือสีพิเศษก็ได้ พิมพห์ นา้ เดียวหรือ สองหนา้ แลว้ แต่การออกแบบและ
ความต้องการการพิมพ์ใบปลิวสามารถเคลือบ UV เคลือบพลาสติกเงา หรือเคลือบพลาสติกด้าน
เคลือบ Spot UVป้ัมนูน (Embossing) ป้ัมทองหรือฟิ ลม์ หรือฟอยลส์ ีต่าง ๆ (Hot Stamping) หากตอ้ งมี
การเคลือบดังกล่าว ควรใช้กระดาษอาร์ตท่ีมีความหนาพอประมาณ (ไม่ต่ากว่า 128 แกรมข้ึนไป)
เพือ่ ใหก้ ระดาษคงรูป ไม่มว้ นตวั
1.4.2.4ssเพิ่มเติมสาหรับงานพิมพ์ใบปลิว สามารถทาการป้ัมไดคทั (Die-cut) เป็ น
รูปตา่ ง ๆ ข้ึนอยกู่ บั การออกแบบในการพิมพแ์ ผน่ พบั หรือพิมพใ์ บปลิวน้นั ๆ
ในการจดั ทาใบปลิว หน่วยงานอาจจดั ทาใบปลิวข้ึนเองโดยมอบหมายให้พนกั งานผูร้ ับผิดชอบ
ไปดาเนินการ หรืออาจจะมอบหมายให้โรงพิมพช์ ่วยดาเนินการจดั พิมพใ์ ห้ การจดั ทาใบปลิวมีข้นั ตอน
และวธิ ีการ ดงั น้ี
1.4.3 กรณีที่จดั ทาใบปลิวข้ึนใชเ้ อง
1.4.3.1 กาหนดขนาดของใบปลิว
1.4.3.2 จดั หาขอ้ มูลมาจดั พิมพเ์ ป็นตน้ ฉบบั
1.4.3.3 จดั หาภาพ (ถา้ มี)
การผลิตเอกสาร 238
หน่วยที่ 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1.4.3.4 นาขอ้ มูลที่ไดพ้ ิมพล์ งในเคร่ืองคอมพิวเตอร์ พิมพอ์ กั ษรและแทรกรูปภาพให้
เหมาะสม
1.4.3.5 นาใบปลิวที่จดั ทาเสร็จเรียบร้อยแลว้ ไปแจกจ่ายใหแ้ ก่บุคคลทว่ั ไป
1.4.4 ข้นั ตอนการทาใบปลิวดว้ ย โปรแกรมไมโครซอฟท์ พบั บลิชเชอร์ มีวิธีการทา
ดงั ตอ่ ไปน้ี
1.4.4.1 คลิกที่ป่ ุม Start
1.4.4.2 ไปท่ี All Programs > Microsoft > Microsoft Office Publisher 2010
1.4.4.3 ภายใต้ ประเภทส่ิงพิมพ์ ใหค้ ลิกแผน่ พบั
1.4.4.4 เลือกประเภทสิ่งพิมพ์
1.4.4.5 เลือกใบปลิว เลือกรูปแบบ
1.4.4.6 ใส่ขอ้ มลู ท่ีตอ้ งการ ดงั ภาพที่ 5.1- 5.4
1.4.4.2
1.4.4.1
ภาพท่ี 5.1 ข้นั ตอนการเขา้ โปรแกรมสาเร็จรูปทาใบปลิว
ที่มา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
การผลิตเอกสาร 239
หน่วยที่ 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1.4.4.3
ภาพท่ี 5.2 ข้นั ตอนการเลือกประเภทสิ่งพิมพ์ การสร้างใบปลิว
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
1.4.4.4 - 5
ภาพที่ 5.3 ข้นั ตอนการเลือกแม่แบบใบปลิว
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
การผลติ เอกสาร 240
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1.4.4.6
ภาพที่ 5.4 ข้นั ตอนการใส่ขอ้ มูลที่ตอ้ งการ
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
1.4.5 กรณีท่ีใหโ้ รงพิมพด์ าเนินงานจดั พิมพ์
1.4.5.1 กาหนดขนาดของใบปลิว
1.4.5.2 จดั หาขอ้ มูลและภาพ
1.4.5.3 นาข้อมูลและภาพส่งให้โรงพิมพ์พร้อมคาอธิบายความต้องการของ
หน่วยงานที่จะจดั ทาเป็นใบปลิว
1.4.5.4 กาหนดรูปแบบของใบปลิวและจานวนสีที่จะจดั พิมพ์
1.4.5.5 ตรวจทานงานพมิ พก์ ่อนมอบหมายใหจ้ ดั พมิ พจ์ านวนท่ีตอ้ งการ
1.4.5.6 นาใบปลิวท่ีพิมพเ์ สร็จเรียบร้อยแลว้ แจกจ่ายใหป้ ระชาชนทว่ั ไป
1.5 แผ่นพบั (Pamphlet) หมายถึง กระดาษพิมพข์ อ้ มูลลงไป อาจจะพิมพ์ 1 ด้าน หรือ 2 ดา้ น
พิมพ์ 4 สี 2 สี หรือพิมพส์ ีเดียว และมีการพบั เป็นแผ่นพบั ที่นิยมพบั กนั จะเป็ นนาใบปลิว A4 มาพบั เป็ น
แผ่นพบั 2 พบั 3 ตอน หรือ พบั คร่ึง การผลิตแผน่ พบั ย่งิ พิมพจ์ านวนมาก ราคาต่อหน่วยจะยง่ิ ถูกลงเร่ือย ๆ
แผ่นพบั เป็ นเอกสารที่มกั ใช้ในการโฆษณา ประชาสัมพนั ธ์ ส่งขอ้ มูลให้สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็ นการให้
ขอ้ มูลในเชิงความรู้ หรือทางการขายสินคา้ หรือเพ่ือประโยชน์อ่ืน การจดั ทาแผน่ พบั น้นั อาจจะใชว้ ิธีการ
ถ่ายเอกสาร พิมพ์อิงค์เจ็ท พิมพเ์ ลเซอร์ หรือ การพิมพ์ออฟเซท การพิมพอ์ อฟเซท 4 สี ให้คุณภาพสีท่ี
สดสวยและมีตน้ ทุนถูก รวมไปถึงยงั สามารถพิมพ์ลงบนกระดาษอาร์ตมนั ได้ แผ่นพบั ลกั ษณะคลา้ ย
แผ่นปลิว แต่มีขนาดใหญ่กว่า (เมื่อคล่ีออกมา) เนื่องจากถูกออกแบบให้บรรจุรายละเอียดไดม้ ากกว่า
ใบปลิว มีไดต้ ้งั แต่ 2-5 ทบ หรือมากกวา่ น้นั มีลกั ษณะเป็นใบ แลว้ พบั ทบไปมา พบั ไดม้ ากกวา่ หน่ึงคร้ัง
การผลิตเอกสาร 241
หน่วยที่ 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
ข้ึนไป มีข้นั ตอนท่ีซบั ซอ้ นกวา่ ใบปลิว วิธีการพบั มีหลายแบบ เช่น พบั ทบกนั ไปมาเท่ากนั ทุกดา้ น พบั ไม่
เท่ากนั ทุกดา้ น และในปัจจุบนั มีการออกแบบให้มีลูกเล่นมากมายจะเป็ น ไดคัท พ็อคอพั ดึง ฯลฯ ท้งั น้ี
ข้ึนอยู่กบั ผูอ้ อกแบบและเจา้ ของสินคา้ วิธีการจดั แจก เช่นเดียวกับใบปลิว แผ่นพบั บางชิ้นมีการทา
ไดคทั เป็นรูปใหด้ ูแปลกตา ขอ้ ความในหนา้ แรกตอ้ งกระชบั สื่อถึงส่ิงที่ตอ้ งการใหร้ ับทราบ และเร้าใจให้
อ่านรายละเอียดต่อไป ในหน้าอื่น ๆ ให้ผกู เร่ืองราวและภาพอยา่ งต่อเนื่อง หากเป็ นแผ่นพบั หลายทบ
ให้ดูภาพหน้าที่ติดกนั ก่อนคล่ีและหลงั คล่ีให้ดาเนินอย่างสอดคลอ้ งกันหน้าสุดทา้ ยหรือส่วนสุดทา้ ย
มกั จะเป็นสถานที่ติดต่อหรือจุดท่ีให้บริการ ดงั ภาพที่ 5.5 และรูปแบบการพบั แผ่นพบั ดงั ภาพที่ 5.6
ภาพท่ี 5.5 แผน่ พบั
ที่มา : นพมาตร์ วาดเมือง 2558
การผลิตเอกสาร 242
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
พบั แบบซิกแซ็ก
พบั แบบบานประตู
พบั แบบสามพบั ตวั อย่างวธิ กี าร พบั แบบแผนท่ี
พบั แบบมุมขวา พบั แผ่นพบั พบั แบบคู่ขนาน
พบั แบบครึ่งหน้า
จาย
ภาพท่ี 5.6 ตวั อยา่ งรูปแบบการพบั แผน่ พบั
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2558
การผลิตเอกสาร 243
หน่วยท่ี 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
จากรูปภาพท่ี 5.6 ตวั อยา่ งรูปแบบการพบั แผน่ พบั เป็ นวิธีการพบั ที่หลากหลาย เพ่ือให้เกิดความ
น่าสนใจของลกู คา้ และผพู้ บเห็น
การออกแบบแผน่ พบั เป็ นสิ่งที่สาคญั เน่ืองจากแผน่ พบั มีวิธีการพบั หลายแบบและไม่มีเลขหนา้
กากับเหมือนกับหนังสือท่ีจะบังคับให้ผูอ้ ่าน อ่านไปทีละหน้า ดังน้ันผูท้ าแผ่นพับจึงต้องออกแบบ
จดั เรียงลาดับการเสนอขอ้ ความและรูปภาพในการโฆษณาให้เหมาะสมกบั ลักษณะของการพบั น้ัน ๆ
เพราะถา้ ออกแบบไมด่ ีแลว้ จะทาให้ผอู้ า่ นเกิดความสับสนใจการอ่านไดง้ ่าย
1.5.1 ประโยชนข์ องแผน่ พบั
1.5.1.1 เพม่ิ โอกาสใหก้ บั การขาย
1.5.1.2 สร้างความน่าเชื่อถือใหก้ บั องคก์ ร
1.5.1.3 ลดตน้ ทุน ลดเวลา ในการตอบคาถาม
1.5.2 ขนาดแผน่ พบั
ขนาดแผ่นพบั ท่ีเป็นที่นิยมกนั นอกเหนือจาก A4 พบั เป็ น 2 พบั 3 ตอน หรือ เป็ น
แผน่ พบั A4 แลว้ พบั คร่ึงน้นั ก็จะมี อาทิ
1.5.2.1sขน าดกางออกเป็ น A3 (29.7 x 42.0 ซ ม .) พับ คร่ึ งส าเร็ จเป็ น A4
(21.0 x 29.7 ซม.)
1.5.2.2 ขนาดกางออก 21.0 x 20 ซม. (ประมาณ 2 ใน 3 ของ A4) แลว้ พบั คร่ึงเป็ น
(21 x 10 ซม.)
1.5.2.3ssขนาด A4 3 ตอนยาว ( 29.7 x 63.0 ซม.) แล้วพับเหลือเป็ นขนาด A4
(21.0 x 29.7 ซม.)
1.5.2.4 แผน่ พบั ขนาด A4 1 พบั 2 ตอน พิมพ์ 4 สี 2 หนา้
1.5.2.5 ขนาดกางออก A4 (ซม.) 21.0 x 29.7
1.5.2.6 ขนาดสาเร็จ (ซม.) 14.8 x 21.0
1.5.2.7 พิมพอ์ อฟเซท 4 สี
1.5.2.8 จานวนดา้ นการพิมพ์ 2 ดา้ น
1.5.2.9 จานวนหนา้ 4 ดงั ภาพท่ี 5.7
การผลติ เอกสาร 244
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
กำหนดกำรจดั งำนอำชีวะนิทศั น์
ภาพที่ 5.7 เป็นแผ่นพบั A4 แลว้ พบั คร่ึง
ที่มา : นพมาตร์ วาดเมือง 2558
1.5.2.10 แผน่ พบั ขนาด A4 2 พบั 3 ตอน พิมพ์ 4 สี 2 หนา้
1.5.2.11 ขนาดกางออก A4 (ซม.) 21.0x29.7
1.5.2.12 ขนาดสาเร็จ (ซม.) 9.9 x 21.0
1.5.2.13 พมิ พอ์ อฟเซท 4 สี
1.5.2.14 จานวนดา้ นการพิมพ์ 2 ดา้ น
1.5.2.15 จานวนหนา้ 4
1.5.2.16 กระดาษอาร์ตมนั หรือดา้ น 100-160 แกรม (แลว้ แตล่ กู คา้ ) ดงั ภาพที่ 5.8
ภาพที่ 5.8 พบั 3 ตอน พมิ พ์ 4 สี 2 หนา้
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2558
การผลิตเอกสาร 245
หน่วยที่ 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1.5.3 ชนิดกระดาษท่ีใชท้ าแผน่ พบั
1.5.3.1 กระดาษปอนด์ 60 - 100 แกรม ในกรณี เน้นประหยดั กระดาษปอนด์ท่ี
บางท่ีสุด ท่ีพิมพ์ 4 สี 2 ดา้ น ไดโ้ ดยยงั ดูไมท่ ะลุ จะเป็นกระดาษปอนด์ 70 แกรม
1.5.3.2 กระดาษอาร์ตมนั 85 - 160 แกรม เพื่อความดูดี ดูมีราคาของแผน่ พบั ข้ึนมา
อีกโดยกระดาษอาร์ตมนั 85 แกรม ยงั สามารถที่จะทาการพมิ พอ์ อฟเซท 4 สี 2 ดา้ น ได้
1.5.3.3 กระดาษอาร์ตการ์ด 190 แกรมข้ึนไป กระดาษการ์ดจะมีความหนา ทาให้ไม่
สามารถพบั โดยใชเ้ ครื่องพบั ไดเ้ ลยทนั ที จะตอ้ งทาการป๊ัมรอยพบั ก่อน แลว้ จึงจะสามารถพบั ตามรอยพบั ได้
1.5.3.4 กระดาษการ์ดขาว กระดาษปก กระดาษนอก กระดาษแฟนซี กระดาษชนิด
อ่ืน ๆ
1.5.4 เทคนิคการเพิ่มมลู คา่ ใหแ้ ผน่ พบั
1.5.4.1 การเคลือบ ยูวี มัน จะทาให้แผ่นพับดูมันวาวข้ึน นิยมใช้กันในกลุ่มการ
ทอ่ งเที่ยว โดยเฉพาะทางทะเล
1.5.4.2 การเคลือบลามิเนต หรือ PVC ดา้ น จะทาให้แผ่นพบั ดูเรียบ ด้าน หรูข้ึน
และดูมีความเหนียว และความหนาเพ่ิมมากข้ึน จากการมีช้นั พลาสติก มาเคลือบไวอ้ ีกช้นั บนกระดาษ
เป็นลกั ษณะงานท่ีเป็นที่นิยมกนั ในหมู่โรงแรม
1.5.4.3 การปั๊มนูน ป๊ัมทอง เหมาะท่ีจะพิมพ์ สาหรับแผ่นพับที่เน้น หรูหรา เป็ น
ลกั ษณะ อาร์ตการ์ด เน่ืองจากมีราคาตอ่ หน่วยสูง
1.5.4.4 การไดคทั เป็นรูปทรงพเิ ศษ ตามความตอ้ งการของลกู คา้
1.5.4.5 การพิมพ์งานสีพิเศษ สีท่ี 5 สีท่ี6 ใช้พิมพเ์ พิ่มสี ในกรณีท่ีมีสีที่แม่พิมพ์สี
CMYK ไมส่ ามารถพิมพอ์ อกมาได้ เช่น สีทอง สีเงิน
1.5.5 การผลิตเอกสารดว้ ยโปรแกรมสาเร็จรูป
แผ่นพบั (Leaflet) ในปัจจุบนั การทาแผ่นพบั ไดน้ าคอมพิวเตอร์เขา้ มาปฏิบตั ิงาน
เพ่ือความสะดวก สวยงาม รวดเร็ว แม่นยา มีการนาโปรแกรมสาเร็จรูปเขา้ มาทาแผน่ พบั หลายโปรแกรม
ในบทน้ีขอนาโปรแกรมไมโครซอฟท์ พบั บลิชเชอร์ มีวิธีการทา ดงั ต่อไปน้ี
1.5.5.1 คลิกท่ีป่ ุม Start
1.5.5.2 การเขา้ สู่โปรแกรม คลิกที่ Start >Program>>Microsoft Publisher
1.5.5.3 คลิกท่ี สร้างเอกสาร
1.5.5.4 คลิกท่ีแผน่ พบั
1.5.5.5 คลิกเลือกแบบท่ีตอ้ งการ
1.5.5.6 นาขอ้ ความ รูปภาพท่ีจดั ทาไวม้ าวางในฟอร์มที่กาหนด เอกสารมี 2 หนา้
ดงั ภาพที่ 5.9 - 5.14
การผลติ เอกสาร 246
หน่วยที่ 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1.5.5.2
1.5.5.1 1.5.5.4
ภาพที่ 5.9 ข้นั ตอนการเขา้ โปรแกรมสาเร็จรูปทาแผน่ พบั
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
1.5.5.3
ภาพท่ี 5.10 ข้นั ตอนการเขา้ โปรแกรมสาเร็จรูปทาแผน่ พบั
ที่มา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
การผลติ เอกสาร 247
หน่วยท่ี 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1.5.5.5
ภาพที่ 5.11 ข้นั ตอนการเลือกแมแ่ บบของแผน่ พบั
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
1.5.5.6
ภาพท่ี 5.12 ข้นั ตอนการลงเน้ือหาในแมแ่ บบท่ีเลือก
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
การผลติ เอกสาร 248
หน่วยที่ 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
ภาพท่ี 5.13 แผน่ พบั หนา้ แรก
ที่มา : นพมาตร์ วาดเมือง 2558
ภาพท่ี 5.14 แผน่ พบั หนา้ สอง
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2558
แผ่นพบั มีวิธีในการพบั ไดห้ ลายวิธีดว้ ยกนั ซ่ึงผูอ้ อกแบบงานจะใชค้ วามคิดสร้างสรรค์
ของตนในการคน้ หารูปแบบที่จะสร้างความประทับใจแก่ผูท้ ่ีได้รับ รวมท้งั เน้ือหาและขนาดของ
กระดาษท่ีใช้ ท่ีนิยมกนั มากคอื ขนาด A4 นามาพบั 1-2 คร้ังในแนวขนาน ทาใหไ้ ดแ้ ผน่ พบั 4-6 หนา้
การผลิตเอกสาร 249
หน่วยที่ 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
แผ่นพบั ที่ทาการพบั สองคร้ังจะไดแ้ ผ่นพบั สามตอน 6 หน้า วิธีพบั ให้พบั ดา้ นขวาเขา้
ก่อนใหอ้ ยขู่ า้ งในแลว้ พบั ดา้ นซา้ ยใหอ้ ยขู่ า้ งนอก เพ่ือใหเ้ ปิ ดออกอ่านไดง้ ่ายแผ่นพบั ส่วนที่อยดู่ า้ นนอก
ทาหนา้ ท่ีเป็นเสมือนปก ดงั ภาพที่ 5.15
ขอบขวาของแผ่นกระดาษอยู่ข้างใน
เม่ือพบั แลว้
ขอบซ้ายกระดาษอย่ขู า้ งนอก
ภาพที่ 5.15 ข้นั ตอนการพบั แผน่ พบั
ที่มา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
1.5.6 องคป์ ระกอบหลกั ของแผ่นพบั ในการทาแผ่นพบั จะตอ้ งคานึงถึงองคป์ ระกอบ
และปัจจยั แวดลอ้ มต่าง ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1.5.6.1 จุดประสงคห์ รือจุดมงุ่ หมายในการจดั ทาแผน่ พบั
1.5.6.2 จดั ทาเอกสารแผน่ พบั ข้นึ เพื่อเขา้ สู่เป้าหมายใด
1.5.6.3 ใชก้ ระดาษขนาดใด สีอะไร
1.5.6.4 การจดั พมิ พใ์ ชว้ ิธีใด พิมพก์ ี่สี
1.5.6.5 ขอ้ มูลข่าวสารประกอบด้วย เนื้อหาสาระอะไรบา้ ง รูปภาพขนาดใด
จานวนก่ีภาพ
1.5.6.6 การวางรูปแบบแผน่ พบั จะใชล้ กั ษณะใด พบั อยา่ งไร
1.5.6.7 ใครเป็ นผูร้ ับผิดชอบในการออกแบบ การตรวจทาน การติดต่อและการ
ประสานงาน
1.5.6.8 ใชง้ บประมาณเทา่ ไรในการจดั ทา
1.5.6.9 ใชร้ ะยะเวลาในการจดั ทานานขนาดไหน
การผลติ เอกสาร 250
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1.5.7 ข้นั ตอนการทาแผน่ พบั
1.5.7.1 กาหนดชนิดของแผ่นพบั ว่าจะเป็ นแผ่นพบั ชนิดใด เช่น ดา้ นหนา้ ดา้ นหลงั
ดงั ภาพท่ี 5.16
ด้านหน้า ด้านหลงั
1. แผ่นพบั ชนิดพบั 2
ปก
2. แผ่นพบั ชนิดพบั 3
3. แผ่นพบั ชนิดพบั 4 ปก
ปก
ภาพท่ี 5.16 วธิ ีทาแผน่ พบั ตามข้นั ตอน
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
1.5.7.2 กาหนดเน้ือหาที่จะพมิ พล์ งในแผน่ พบั
1.5.7.3 กาหนดรูปภาพประกอบลงบนแผ่นพบั ลกั ษณะการวางรูปลงบนแผ่นพบั
อาจทาไดห้ ลายวธิ ี ไดแ้ ก่
1) วางรูปลงบนก่ึงกลางของกระดาษต่อจากขอ้ ความในแตล่ ะช่อง
2) วางรูปเอียงไปด้านใดด้านหน่ึง ในแต่ละช่วงของแผ่นพับและเน้ือที่
ที่วา่ งอยจู่ ะพิมพข์ อ้ ความ
3) วางรูปคร่อมช่องของแผน่ พบั ดงั ภาพท่ี 5.17
การผลิตเอกสาร 251
หน่วยท่ี 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
ภาพที่ 5.17 วิธีทาแผน่ พบั ตามข้นั ตอน
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
4) การกาหนดหน้าของแผ่นพับ โดยทว่ั ไปแลว้ แผ่นพบั ไม่นิยมพิมพ์เลข
หนา้ แตถ่ า้ ตอ้ งการพมิ พเ์ ลขหนา้ ก็สามารถทาได้ ดงั ภาพที่ 5.18
ด้านหน้า ด้านหลงั
1. แผ่นพบั ชนิดพบั 2
12 3 ปก
2. แผ่นพบั ชนดิ พบั 3
12 3 45 ปก
3. แผ่นพบั ชนดิ พบั 4 5 6 7 ปก
1 234
ภาพที่ 5.18 วิธีทาแผน่ พบั ตามข้นั ตอน
ที่มา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
การผลิตเอกสาร 252
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
5) พิมพข์ อ้ ความลงในกระดาษร่าง โดยกาหนดขอบก้นั หนา้ ก้นั หลงั และ
กาหนดขอบบนและล่างของแผน่ พบั ในแต่ละช่วง และกาหนดจุดที่วางรูปประกอบข้อความที่จะพิมพ์
ลงในแผน่ พบั ตอ้ งพิมพห์ ลงั ตรง ดงั ภาพที่ 5.19
ปก
ภาพที่ 5.19 วิธีทาแผน่ พบั ตามข้นั ตอน
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2555
6) ตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ ความในกระดาษร่าง หน่วย
7) พิมพ์ข้อความลงในกระดาษที่ต้องการเมื่อพิมพ์เสร็จแล้วทพี่บั ต3ามรอยท่ี
กาหนดไว้ ตามภาพท่ี 5.19 จานวน
1.5.8 ข้นั ตอนของงานก่อนเขา้ โรงพิมพ์ 4
1) การเรียงพมิ พ์
การเรียงพิมพใ์ นยุคปัจจุบนั นิยมเรียงพิมพด์ ว้ ยระบบคอมพิวเตอชร่วั์ แโทมนงการนา
ตวั อกั ษร โรเนียวมาเรียงต่อกนั เหมือนสมยั ก่อน ทาให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว ประหยแดั ผเวนลากแรงงาน
และคา่ ใชจ้ ่าย
าร
2) การพสิ ูจนอ์ กั ษร (ตรวจทานความถกู ตอ้ ง)
การพิสูจน์อกั ษรเพ่อื การปรู๊พเพ่ือการตรวจสอบความถกู ตอ้ งขอจงกดั ากรเารียงพิมพ์
เปรียบเทียบกบั ตน้ ฉบบั ท่ีผ่านการพิจารณาของบรรณาธิการ หากพบขอ้ ผิดพลาดก็จะทารเครื่องหมาย
ส่งกลบั ไปแกไ้ ข หากไมพ่ บขอ้ บกพร่องก็จะส่งไปทาอาร์ตเวิร์คต่อไป เรียนรู้
3) การทาภาพประกอบ เพอ่ื
หาภาพประกอบไมไ่ ด้ อาเจปใ็ นหกช้ า่ารงนศาิลภปา์ หพรปือรชะ่ากงออาบรข์ตอเวงริ แ์คผเ่นป็นพผบั ดู้นา้นัเนไินปกถา่ารยวฟาิ ลดม์ใหเพก้ ื่อ็ไทดา้ อพารัฒ์ตเนวิร์ค หาก
า
คณุ ภา
พ
การ
จดั กา
รเรยี น