การผลติ เอกสาร 253
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
4) การทาอาร์ตเวริ ์ค
เป็นการนาขอ้ ความท่ีผา่ นการเรียงพิมพแ์ ละตรวจทานความถูกตอ้ งแลว้ มาตดั
ปะลงบนกระดาษอาร์ตซ่ึงเป็นกระดาษเคลือบผวิ สีขาวเส้นสีฟ้า ช่วยในการวางแนวให้ตรงแลว้ นาไปถา่ ย
ฟิ ลม์
5) การถ่ายฟิ ลม์
การถ่ายฟิ ลม์ ภาพและขอ้ ความท่ีจะบรรจุลงบนแผน่ พบั จะไดฟ้ ิ ลม์ ออกมาเป็นสี
ดา ตวั อกั ษรและภาพสีขาว
6) การแยกสี
เป็นกระบวนการสาหรับการพิมพแ์ ผ่นพบั สอดสีเพ่ือให้ไดผ้ ลงานใกลเ้ คียงกบั
ความเป็ นจริงมากท่ีสุด การแยกสีทาไดด้ ว้ ยการถ่ายฟิ ลม์ ผา่ นฟิ ลเตอร์สีจะไดฟ้ ิ ล์ม 4 แผน่ สาหรับการ
พิมพส์ ่ีสี ฟิ ลม์ แต่ละสีจะนาไปทาแม่พิมพแ์ ต่ละแผน่ เมื่อนาแม่พิมพท์ ้งั หมดมาพิมพซ์ อ้ นในตาแหน่ง
เดียวกนั จะไดภ้ าพส่ีสี ดงั น้นั ตน้ แบบภาพจะตอ้ งเป็นภาพสี
7) การประกอบฟิ ลม์
เป็ นการนาฟิ ลม์ หลาย ๆ แผน่ มาประกอบรวมอยู่ในฟิ ลม์ แผ่นเดียวกนั ส่วนที่
ไม่ตอ้ งการจะใช้แผ่นบังหรือใช้น้ายาลบส่วนที่ไม่ต้องการ ถา้ เป็ นการพิมพ์ภาพที่ไม่ซับซ้อนก็ไม่
จาเป็นตอ้ งประกอบฟิ ลม์ เขา้ ดว้ ยกนั
8) การวางรูปแบบฟิ ลม์
การวางรูปแบบฟิ ล์มจะแตกต่างกนั ไปตามรูปแบบของแผ่นพบั ซ่ึงมีหลาย
แบบดว้ ยกนั ผูจ้ ดั วางฟิ ลม์ จะตอ้ งมีความเขา้ ใจและสามารถวางฟิ ลม์ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
9) การทาแมพ่ ิมพ์
เม่ือจดั วางฟิ ล์มและตรวจสอบความถูกต้องในการจดั วางเรียบร้อยแล้ว ก็
นาไปฉายแสงลงบนแม่พิมพ์ ทาการลา้ งเพ่ือสร้างภาพแมพ่ มิ พ์
เม่ือเสร็จสิ้นการทาแม่พิมพแ์ ลว้ นาแม่พิมพไ์ ปติดบนแท่นพิมพเ์ พื่อทาการพิมพ์
และหลงั จากการพิมพแ์ ลว้ ตอ้ งถอดแม่พิมพเ์ ก็บรักษาใหอ้ ยใู่ นสภาพที่สามารถนามาใชก้ ารไดอ้ ีก ดงั ภาพที่
5.20
การผลติ เอกสาร 254
หน่วยที่ 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
ภาพที่ 5.20 แผน่ พบั
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2558
1.6 โปสเตอร์ (Poster) คือ ภาพขนาดใหญ่พิมพบ์ นกระดาษ ออกแบบเพื่อใชต้ ิดหรือ
แขวนบนผนงั หรือกาแพง โปสเตอร์อาจจะเป็นภาพพิมพแ์ ละ/หรือภาพเขียน หรืออาจจะเป็ นอย่างใด
อยา่ งหน่ึงโดยเฉพาะ จุดประสงคก์ ็เพื่อทาให้สะดุดตาผดู้ ูและส่ือสารขอ้ มูล โปสเตอร์อาจจะใชส้ อยได้
หลายประการ แต่ส่วนใหญ่มกั จะใช้ในการเผยแพร่เพื่อการประชาสัมพนั ธ์ โดยเฉพาะการโฆษณางาน
แสดงศิลปะ งานดนตรี หรือภาพยนตร์ การโฆษณาชวนเชื่อ หรือในการสื่อสารที่ตอ้ งการสื่อสารความ
เชื่อต่อคนกลุ่มใหญ่ ประโยชน์ของโปสเตอร์อาจมีหลายจุดประสงค์ โดยส่วนมากจะเป็ นเคร่ืองมือใน
การโฆษณา ประชาสัมพนั ธ์ ไม่วา่ จะเป็นงานต่าง ๆ งานดนตรี ภาพยนตร์ และในบางคร้ังก็ผลิตมาเพื่อใช้
ในการศึกษา หรือเป็นสื่อการสอนนอกจากน้นั โปสเตอร์ก็ยงั ใช้ในการพิมพภ์ าพจิตรกรรมของศิลปิ น
คนสาคัญ ๆ หรือภาพถ่าย เพื่อใช้ในการตกแต่ง ซ่ึงกลายมาเป็ นศิลปะการค้าท่ี ทารายได้ดีให้ท้ัง
พิพิธภณั ฑแ์ ละบริษทั การคา้ หรือร้านทางอินเทอร์เน็ต เช่น ภาพเขียนของ โคลด โมเนทห์ รือ เลโอนาร์โด
ดา วินชีหรืองานของช่างภาพอเมริกนั โรเบิร์ต เมเปิ ลธอร์พ (Robert Mapplethorpe) งานศิลปะการสร้าง
โปสเตอร์เริ่มเมื่อราวคริสต์ศตวรรษ 1890 โดยจิตรกรชาวฝรั่งเศสและเผยแพร่ไปทัว่ ยุโรป ศิลปิ นคน
สาคญั ท่ีสุดที่ริเร่ิมความนิยมในการสร้างโปสเตอร์ก็คือ อองรี เดอ ทูลูส-โลเทรค และจูลส์ เชเรท์ (Jules
Chéret) เชเรทถ์ ือกนั ว่าเป็นบิดาแห่งการโฆษณาดว้ ยป้าย คนส่วนใหญ่ที่สะสมโปสเตอร์ และโปสเตอร์ท่ี
มีช่ือเสียง นักสะสมโปสเตอร์จะเก็บโปสเตอร์เก่าโดยมกั จะใส่กรอบรูปและมีแผ่นรองหลงั ดว้ ย ขนาด
การผลิตเอกสาร 255
หน่วยที่ 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
โปสเตอร์ท่ีนิยมกนั โดยทว่ั ไปอยู่ท่ี 24x35 นิ้ว แต่โปสเตอร์ก็มีหลายขนาดหลากหลาย และโปสเตอร์
ขนาดเลก็ ท่ีมีไวโ้ ฆษณาจะเรียกวา่ แฮนดบ์ ิลล์ หรือ “ใบปลิว” (Flyer)
1.6.1 ขอ้ มลู ในการผลิตงานพิมพโ์ ปสเตอร์
1.6.1.1 รูปแบบและรายละเอียดของงานพิมพโ์ ปสเตอร์ งานพิมพโ์ ปสเตอร์จะมี
รูปร่างเป็นกระดาษแผน่ เดียว กระดาษที่ใชไ้ มห่ นามาก การพมิ พบ์ นโปสเตอร์จะมีท่ีพมิ พเ์ พยี งดา้ นเดียว
1.6.1.2 ขนาดของงานพิมพโ์ ปสเตอร์ การผลิตโปสเตอร์มีหลายขนาด ดงั ต่อไปน้ี
ขนาด 15x 21,10.25x 15 17x 23.5 (A2), 11.75x 17 (A3), 8.25x 11.75 (A4) สาหรับ
ขนาดอื่นท่ีไม่ไดก้ ล่าวไว้ อาจทาใหม้ ีการเสียเศษแผน่ พิมพ์
1.6.1.3 กระดาษที่ใชส้ าหรับงานพมิ พโ์ ปสเตอร์ คอื กระดาษปอนด์ 100 แกรมข้ึนไป
กระดาษอาร์ตมนั หรือดา้ น 120 แกรมข้นึ ไป
1.6.1.4 การพิมพ์และตกแต่งผิวบนของงานพิมพ์โปสเตอร์ มีการพิมพ์โปสเตอร์
แบบ 1 สี 2 สี 3 สี 4 สี หรือมากกว่า จะใช้แม่สี 4 สี (CMYK) หรือสีพิเศษก็ได้ มกั พิมพด์ ้วยระบบออฟ
เซ็ท ระบบอิ้งคเ์ จ็ทหรือระบบดิจิตอลพิมพห์ น้าเดียว สามารถพิมพโ์ ปสเตอร์เคลือบ UV เคลือบพลาสติก
เงา หรือเคลือบพลาสติกดา้ น เคลือบ Spot UV ป๊ัมนูน (Embossing) ป๊ัมทองหรือฟิ ลม์ หรือฟอยลส์ ีต่าง ๆ
(Hot Stamping)
1.6.2 การแบง่ ประเภทของโปสเตอร์ โปสเตอร์สามารถแบง่ เป็นประเภทได้ ดงั น้ี
1.6.2.1ssโปสเตอร์นอกสถานท่ี ได้แก่ โปสเตอร์ขนาดใหญ่เรียกว่าบิลบอร์ด
(Billboard)
1.6.2.2 โปสเตอร์ประเภทเคล่ือนท่ี ไดแ้ ก่โปสเตอร์ติดตามขา้ งรถเมล์ (bus-side)
ทา้ ยรถเมล์ (Bus-back) โปสเตอร์ติดบริเวณที่สาธารณะทวั่ ไป
1.6.2.3 โปสเตอร์ติดภายในไดแ้ ก่ โปสเตอร์ติดตามสานกั งานหรือหา้ งสรรพสินคา้
1.62.4 โปสเตอร์ประเภท 3 มิติ เป็นลกั ษณะส่ือผสม อาจนาคนเขา้ มาผสม เนน้ ส่ือ
เพ่อื สาธารณะโดยตรง หรือบิลบอร์ดท่ีมีส่วนยน่ื ออกมา
1.6.3 การทาหลายวิธีดว้ ยกนั และปัจจุบนั น้ีนาเอาเทคโนโลยีเขา้ มาผลิตโปสเตอร์จานวน
มาก ในบทน้ีขอนาการผลิตโปสเตอร์โดยมีข้นั ตอน และวิธีการทาโปสเตอร์ มีองคป์ ระกอบ ดงั ต่อไปน้ี
1.6.3.1 รูปภาพ (Picture)
1.6.3.2 พาดหวั (Headline)
1.6.3.3 พาดหวั รอง (Sub Headline)
1.6.3.4 ประโยชนห์ รือรายละเอียด (Body Text)
1.6.3.5 ขอ้ ความพิสูจนก์ ล่าวอา้ ง (Proof)
การผลิตเอกสาร 256
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1.6.3.6 ขอ้ ความปิ ดทา้ ย (Closing)
1.6.3.7 ผรู้ ับผดิ ชอบ หรือ เจา้ ของโปสเตอร์
1.6.3.1 รูปภาพ (Picture) รูปภาพมีบทบาทและความสาคญั ของการส่ือความหมาย
ดว้ ยภาพมาก ซ่ึงสามารถจาแนกขอ้ เด่น ดงั น้ี
1) สะดุดตา
2) น่าสนใจ
3) ส่ือความหมาย
4) ประทบั ใจ
1.6.3.2 พาดหัว (Headline) ในการเขียนขอ้ ความโฆษณา จาเป็นจะตอ้ งมีพาดหวั
เสมอเพราะพาดหัวเป็ นส่วนที่เด่นท่ีสุดในประเภทของขอ้ ความโฆษณา มีไวเ้ พื่อให้สะดุดตาสะดุด
ใจชวนให้ติดตามอ่านเรื่องราวต่อไป ลักษณะของพาดหัวท่ีดี ควรจะมีขนาดตัวอักษรโตหรือเด่น
เป็นขอ้ ความที่ส้นั กะทดั รัด ชวนใหน้ ่าคิดหรือน่าติดตามอ่านต่อไป
1.6.3.3 พาดหัวรอง (Sub Headline) คือ ขอ้ ความที่มีขนาดและความสาคญั รองลงมา
จากพาดหัว หรือในกรณีท่ีพาดหัวเป็ นประโยคยาว ๆ ทาให้ไม่เด่นไม่สะดุดตา อาจจะตดั ทอนตอนใด
ตอนหน่ึงลงมาใหเ้ ป็นพาดหวั รองก็ได้ โดยลดให้ตวั อกั ษรมีขนาดรองลงมาจากพาดหวั ถา้ เป็นพาดหวั
ประเภทอยากรู้อยากเห็นหรือแบบฉงน ซ่ึงมีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้ผูอ้ ่านสนเท่ห์หรือประหลาดใจ อาจจะ
ตอ้ งใชพ้ าดหวั รองทาหนา้ ท่ีขยายความจากพาดหวั ใหเ้ ขา้ ใจเพ่มิ ข้ึน
1.6.3.4 ประโยชน์หรือรายละเอียด (Body Text) สาหรับสินคา้ ใหม่ท่ีประชาชน
ยงั ไม่รู้ยงั ไม่เขา้ ใจประโยชน์ว่าใช้ทาอะไร ใช้อย่างไร หรือรู้จกั แลว้ แต่การโฆษณาตอ้ งการเน้นให้ถึง
ประโยชน์เพื่อการจูงใจซ้ือ จึงควรช้ีให้เห็นว่าสินคา้ น้ีให้ประโยชน์คุม้ ค่าอย่างไร แต่ถา้ เป็ นสินคา้ ที่
รู้จกั กนั ดีโดยทวั่ ไป อาจจะไม่จาเป็นตอ้ งเนน้ ประโยชน์ก็ได้ เพ่ือให้พ้ืนท่ีโฆษณาดูโปร่งตา ไม่รกไปดว้ ย
ข้อความ ซ่ึงจะดูดีกว่าโฆษณาที่แน่นไปท้ังภาพด้วยเรื่องราวต่าง ๆ เต็มพ้ืนที่ ประโยชน์อ่ืน ๆ หรือ
รายละเอียดเกี่ยวกบั สินคา้ ถา้ สินคา้ มีคุณสมบตั ิพิเศษ หรือมีประโยชน์เหนือกวา่ สินคา้ ธรรมดาโดยทวั่ ไป
การเขียนขอ้ ความโฆษณาจึงควรมีรายละเอียดส่วนน้ีไวด้ ว้ ย เพ่ือช่วยสร้างความสนใจเป็นพิเศษแก่ผูอ้ ่าน
เช่น เครื่องดูดฝ่นุ นอกจากใชด้ ูดฝ่นุ แลว้ ยงั สามารถใชเ้ ป่ าลมไดอ้ ีกดว้ ย
1.6.3.5 ข้อความพิสูจน์กล่าวอ้าง (Proof) ข้อความส่วนน้ีมีไวเ้ พ่ือสร้างความ
เชื่อถือหรือช่วยให้เกิดความม่ันใจในสินคา้ โดยมกั จะอา้ งอิงบุคคลท่ีสามารถอา้ งอิงได้ต้ังแต่บุคคล
ธรรมดาทวั่ ๆ ไปที่ใชส้ ินคา้ หรือบริการ แต่ถา้ เป็นดาราหรือบคุ คลที่มีช่ือเสียงเป็นที่ยอมรับและรู้จกั กนั
ดีในสังคม ก็จะไดร้ ับความสนใจและไดร้ ับความเชื่อถือเป็ นพิเศษโดยเฉพาะคนเด่นคนดงั ใน สาขา
อาชีพน้นั ๆ เช่น นักกีฬาที่มีช่ือเสียงระดบั ชาติ หรือระดบั โลก โฆษณาสินคา้ ที่เกี่ยวกบั กีฬาประเภท
น้นั ๆ ผมู้ ีชื่อเสียงเก่ียวกบั อาหารการกิน แนะนาเร่ืองอาหารหรือเก่ียวกบั อาหาร
การผลติ เอกสาร 257
หน่วยที่ 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
1.6.3.6 ขอ้ ความปิ ดทา้ ย (Closing) เป็ นขอ้ ความปิ ดเพื่อเป็ นการจบโฆษณา โดยสรุป
ใหท้ ราบว่าผอู้ ่านควรจะทาอยา่ งไร เช่น ใหต้ ดั สินใจซ้ือ ซ้ือไดท้ ี่ไหน ซ้ือโดยวิธีใด ใครเป็นผผู้ ลิตหรือ
ตวั แทนจาหน่าย และคาขวญั ก็เป็นท่ีนิยมในส่วนขอ้ ความปิ ดทา้ ย เป็นตน้
1.6.3.7 ผรู้ ับผดิ ชอบหรือเจา้ ของโปสเตอร์ ดงั ภาพท่ี 5.21
พาดหวั
ข้อความพสิ ูจน์กล่าวอ้าง
ผ้พู มิ พ์และโฆษณา
ข้อความบอกรายละเอยี ด
ข้อความปิ ดท้าย
รูปภาพ Picture
ภาพท่ี 5.21 ส่วนประกอบของโปสเตอร์
ท่ีมา : นพมาตร์ วาดเมือง 2558
การผลิตเอกสาร 258
หน่วยท่ี 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
บทสรุปท้ายหน่วย
หน่วยที่ 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
การดาเนินงานของหน่วยงานธุรกิจยอ่ มตอ้ งการท่ีจะเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ให้บุคคลทว่ั ไป
ให้ทราบถึงผลิตภณั ฑ์ ท่ีหน่วยงานมีไวจ้ าหน่ายหรือบริการ โดยช้ีแจงรายละเอียดต่าง ๆ ของผลิตภณั ฑ์
รวมท้งั ขอ้ มูลของหน่วยงาน วิธีที่จะทาให้ทราบถึงขอ้ มลู เหล่าน้นั ก็ คือการจดั ทาเอกสารเผยแพร่ เอกสารท่ี
จะจดั ทาข้ึนมีอยมู่ ากมายหลายชนิด เอกสารไม่เป็นรูปเล่มเป็นเอกสารเผยแพร่ชนิดหน่ึงท่ีนิยมใชก้ นั มาก
เพราะเสียคา่ ใชจ้ ่ายไม่มากนกั และจดั ทาไดไ้ ม่ยาก
ในปัจจุบนั หน่วยงานต่าง ๆ พยายามใช้เอกสารไม่เป็นรูปเล่มในการส่ือสารขอ้ มูลให้บุคคลที่
เกี่ยวขอ้ งเขา้ ใจตรงกนั รายละเอียดในการผลิตเอกสารข้ึนกบั ชนิดของเอกสารท่ีผลิต อยา่ งเช่น เอกสาร
ที่ผลิตเก่ียวกบั ผลิตภณั ฑ์ขายสินคา้ ตอ้ งมีความสวยงาม สะดุดตา น่าเช่ือถือเพื่อการตดั สินใจเลือกซ้ือ
หรือใชบ้ ริการน้นั โดยอาศยั รายละเอียดที่ไดจ้ ากเอกสารที่ผลิตข้นึ และสอบถามเพิ่มเติมจากหน่วยงาน
ที่เป็นเจา้ ของผลิตภณั ฑ์ตามท่ีแจง้ ไว้ ช่วยให้การดาเนินธุรกิจของหน่วยงานสามารถดาเนินการไปได้ ซ่ึง
ในยุคปัจจุบนั น้ีการดาเนินงานของหน่วยงานย่อมตอ้ งการเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ใหบ้ ุคคลทวั่ ไปทราบถึง
ผลิตภณั ฑ์ท่ีหน่วยงานมีไวจ้ าหน่าย และใหบ้ ริการดา้ นใด หรือเพ่ือประชาสัมพนั ธ์หน่วยงาน ขอ้ มูลของ
หน่วยงาน บริษทั ห้างร้าน ติดต่อสื่อสารกบั หน่วยงานอ่ืน ซ่ึงวิธีที่จะทาให้ทราบถึงขอ้ มูลเหล่าน้นั ก็คือ
ผลิตเอกสารเผยแพร่ และเอกสารเผยแพร่มีมากมายหลายชนิด และเอกสารไม่เป็ นรูปเล่มในหน่วยน้ีเป็ น
เอกสารที่เสียคา่ ใชจ้ ่ายไม่มาก และจดั ทาไมย่ าก
เรามกั จะเห็นเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม หน่วยงานธุรกิจมากกว่าหน่วยงานราชการ ท้งั น้ีเนื่องจาก
หน่วยงานราชการมีงบประมาณน้อยและไม่มีความจาเป็ นท่ีจะตอ้ งจดั ทาข้ึน ส่วนใหญ่จะจดั ทาข้ึนเอง
มากกวา่ และเป็นเพียงเอกสารแบบธรรมดา ที่ไมม่ ีสีสันเหมือนกบั เอกสารหน่วยธุรกิจ
การผลติ เอกสาร 259
หน่วยที่ 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
คาศัพท์ท้ายหน่วย
หน่วยที่ 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
คาศัพท์ ความหมาย
Billboard B โปสเตอร์ขนาดใหญ่
Body Text ประโยชน์หรือรายละเอียด
Closing
Headline C ข้อความปิ ดท้าย
Leaflet H พาดหัว
Letter L ใบปลวิ
Layout
Memorandum จดหมาย
Pamphlet จดั ทาแบบร่างคร่าว ๆ
Picture M บนั ทกึ ข้อความ
Poster แผ่นพบั
Proof P รูปภาพ
Sub Headline โปสเตอร์
ข้อความพสิ ูจน์กล่าวอ้าง
S พาดหัวรอง
การผลิตเอกสาร 260
หน่วยท่ี 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
แบบฝึ กหดั ประจาหน่วย
หน่วยท่ี 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
คาชี้แจง
1. ใหน้ กั ศึกษาตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ กู ตอ้ งและสมบูรณ์โดยใหต้ อบแบบพอสงั เขป
2. การตอบแบบพอสงั เขปหมายถึง การอธิบายใหไ้ ดใ้ จความ ครบสาระและมีตวั อยา่ ง
ประกอบความยาวไม่ควรเกิน 4 บรรทดั
3. ใหต้ อบคาถามลงในสมดุ ประจาวชิ า
4. กาหนดใหส้ ่งก่อนเรียนหน่วยการเรียนต่อไป
คาถาม
1. ใบปลิว หมายถึงอะไร
2. จุดมุ่งหมายในการจดั ทาใบปลิวเพอื่ อะไร
3. ใบปลิวมีลกั ษณะอยา่ งไร
4. ขนาดของใบปลิวท่ีพบเห็นกนั ทวั่ ไป มีขนาดใด
5. การจดั ทาใบปลิวมีข้นั ตอนและวิธีการอยา่ งไร
6. แผน่ พบั หมายถึงอะไร
7. แผน่ พบั ใหป้ ระโยชนอ์ ะไรบา้ ง
8. จงบอกลกั ษณะของการทาแผน่ พบั มาพอสงั เขป
9. จงอธิบายลกั ษณะของแผน่ พบั มาพอสังเขป
10. จงบอกถึงข้นั ตอนการทาแผน่ พบั
การผลติ เอกสาร 261
หน่วยที่ 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
แบบประเมินผลการทาแบบฝึ กหดั ประจาหน่วย
หน่วยที่ 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
หน่วยการเรียนที่..............................................................เรื่อง...........................................................
ภาคเรียนที่............ปี การศึกษา............ระดบั ช้นั ..........ห้อง...............แผนกวชิ าการจดั การทวั่ ไป
เลขที่ ชื่อ-สกลุ ดี ระดับคณุ ภาพ หมาย
พอใช้ ปรับปรุง เหตุ
เกณฑ์การประเมนิ คอื ส่งงานก่อนหรือตรงกาหนดเวลารับผิดชอบในงานที่ไดร้ ับมอบหมาย
ดี คอื ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด แต่ไดม้ ีการติดต่อช้ีแจงอยา่ งมีเหตุผลรับฟังได้
พอใช้ คือ ส่งชา้ กวา่ กาหนดหรือไม่ส่ง
ปรับปรุง
เกณฑ์ผ่าน คือ พอใช้
ลงช่ือ..............................................................
(..............................................................)
ผ้ปู ระเมิน
การผลติ เอกสาร 262
หน่วยที่ 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
ใบงานที่ 5.1 ประจาหน่วย
หน่วยที่ 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
เรื่อง 1. นาเอกสารไม่เป็นรูปเล่มชนิดตา่ ง ๆ จากหอ้ งสมุดรวมกนั หลายชนิด
วัตถปุ ระสงค์ 2. ใหน้ กั ศึกษาคดั แยก เอกสารไมเ่ ป็นรูปเล่มชนิดตา่ ง ๆ เช่น
2.1 จดหมาย
2.2 บนั ทึก
2.3 แบบฟอร์ม
2.4 ใบปลิว
2.5 แผน่ พบั
2.6 โปสเตอร์
1. บอกและอธิบายลกั ษณะของเอกสารไม่เป็นรูปเล่มชนิดตา่ ง ๆ ได้
2. อธิบายและเปรียบเทียบความแตกต่างของเอกสารไม่เป็นรูปเลม่ ชนิดตา่ ง ๆ ได้
3. เตรียมขอ้ มูล และผลิตเอกสารไม่เป็นรูปเลม่ ชนิดต่าง ๆ ได้
ข้นั ตอนการปฏิบตั งิ าน
1. แบง่ นกั ศึกษาในหอ้ งเรียนออกเป็น 3 กลุม่
2. ใหน้ กั ศึกษานาเอกสารไม่เป็นรูปเลม่ ชนิดต่าง ๆ จากหอ้ งสมุดจานวน 300 แบบ
3. แตล่ ะกลุ่มคดั แยกเอกสารไม่เป็นรูปเลม่ ตา่ ง ๆ ที่ไดร้ ับมอบหมาย
4. นามาพิมพแ์ ยกประเภทเอกสารไม่เป็นรูปเลม่ ตา่ ง ๆ เป็นหมวดหมู่
5. นาเสนอลกั ษณะเอกสารไม่เป็นรูปเลม่ ชนิดต่าง ๆ หนา้ ช้นั เรียน
เคร่ืองมือและอุปกรณ์ที่ใช้
1. เคร่ืองคอมพิวเตอร์ที่สามารถใชอ้ ินเทอร์เน็ตได้
2. เคร่ืองพมิ พค์ อมพวิ เตอร์
3. เอกสารไมเ่ ป็นรูปเล่มต่าง ๆ
รูปแบบการส่งงาน
1. นาเสนอชนิด ความแตกตา่ งของเอกสารไมเ่ ป็นรูปเล่มชนิดตา่ ง ๆ
2. ส่งรูปเลม่ เอกสารท่ีจดั พิมพ์ ตามท่ีครูผสู้ อนกาหนดให้
การผลิตเอกสาร 263
หน่วยที่ 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
แบบประเมนิ ใบงานท่ี 5.1 ประจาหน่วย
หน่วยท่ี 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
คาชีแ้ จง
1. เกณฑป์ ระเมินใบงาน คะแนนเตม็ 20 คะแนน
2. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
5 = เน้ือหาถูกตอ้ ง ความพร้อมในการส่งงานระดบั มากที่สุด
4 = เน้ือหาถูกตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั มาก
3 = เน้ือหาถูกตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั ปานกลาง
2 = เน้ือหาถูกตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั นอ้ ย
1 = เน้ือหาถูกตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั นอ้ ยที่สุด
0 = เน้ือหาไมถ่ ูกตอ้ ง ไม่มีความพร้อมในการส่งงาน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ คะแนน
543210
1 แยกเอกสารไม่เป็นรูปเล่มชนิดต่าง ๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง
2 การใหค้ วามร่วมมือของสมาชิกในกลุม่ 20
3 นาเสนอชนิดเอกสารไมเ่ ป็นรูปเลม่ ชนิดต่าง ๆ
4 อุปกรณ์ในการทางาน
รวมคะแนน
คะแนนเตม็
คะแนนทไี่ ด้
ลงช่ือ...................................................................ผปู้ ระเมิน
()
.................../................................/..................................
การผลิตเอกสาร 264
หน่วยที่ 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
ใบงานที่ 5.2 ประจาหน่วย
หน่วยที่ 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
เรื่อง 1. ใหอ้ อกแบบแผน่ พบั ขนาด A4 , 4 สี, 2 พบั 3 ตอน
วตั ถุประสงค์ 2. เน้ือหา : “ ผลไม-้ ยาจากธรรมชาติ”
3. เจา้ ของแผน่ พบั : บริษทั ผลิตภณั ฑอ์ าหารจากพืช จากดั
160/45 หมู่ 8 ถนนพหลโยธิน ซอย 55 แขวงคลองถนนคนเดิน เขตสายไหมใหม่
กรุงเทพมหานคร 10220 โทรศพั ท:์ 02-3456789 มือถือ : 08-62260083
4. Logo ...ใหก้ าหนดเอง
1. บอกและอธิบายลกั ษณะของเอกสารไม่เป็นรูปเลม่ ชนิดตา่ ง ๆ ได้
2. อธิบายและเปรียบเทียบความแตกตา่ งของเอกสารไม่เป็นรูปเลม่ ชนิดตา่ ง ๆ ได้
3. เตรียมขอ้ มลู และผลิตเอกสารไมเ่ ป็นรูปเลม่ ชนิดตา่ ง ๆ ได้
ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
1. ออกแบบแผน่ พบั ขนาด A4 , 4 สี, 2 พบั 3 ตอน
2. พมิ พบ์ นกระดาษ A4, 4สี, 2 พบั 3 ตอน 1 ชิ้น
3. CD : มีไฟล์ ตน้ ฉบบั , PDF (ใส่รวมไวใ้ นโฟลเดอร์ช่ือ “แผน่ พบั ”)
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ท่ีสามารถใชอ้ ินเทอร์เน็ตได้
2. เคร่ืองพมิ พค์ อมพวิ เตอร์
3. สื่อท่ีนกั ศึกษาจะนามาจดั ทาเอกสารไม่เป็นรูปเลม่ แบบต่าง ๆ
รูปแบบการส่งงาน
1. ส่งแผน่ พบั ตามท่ีครูผสู้ อนกาหนดให้
2. กาหนดระยะเวลาการส่งแผน่ พบั
การผลติ เอกสาร 265
หน่วยท่ี 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
แบบประเมินใบงานท่ี 5.2 ประจาหน่วย
หน่วยที่ 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
คาชีแ้ จง
1. เกณฑป์ ระเมินใบงาน คะแนนเตม็ 20 คะแนน
2. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
5 = เน้ือหาถูกตอ้ ง ความพร้อมในการส่งงานระดบั มากท่ีสุด
4 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั มาก
4 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั ปานกลาง
2 = เน้ือหาถูกตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั นอ้ ย
1 = เน้ือหาถกู ตอ้ งความพร้อมในการส่งงานในระดบั นอ้ ยท่ีสุด
0 = เน้ือหาไม่ถูกตอ้ ง ไมม่ ีความพร้อมในการส่งงาน
ลาดับที่ รายการประเมิน คะแนน
543210
1 เน้ือหาครบตามที่ไดร้ ับมอบหมาย
2 ภาพที่ออกแบบในแผน่ พบั 20
3 ความสมบรู ณ์ของแผน่ พบั
4 ส่งงานตามกาหนดเวลาท่ีครูผสู้ อนกาหนด
รวมคะแนน
คะแนนเต็ม
คะแนนท่ไี ด้
ลงช่ือ...................................................................ผปู้ ระเมิน
()
.................../................................/..................................
การผลติ เอกสาร 266
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
แบบทดสอบก่อนเรียนประจาหน่วย
หน่วยท่ี 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
คาชี้แจง
1. แบบทดสอบน้ีเป็นแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ ใหท้ าทกุ ขอ้
3. ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งที่สุดเพียงคาตอบเดียว
4. ใหก้ าเคร่ืองหมาย (X) ลงในกระดาษคาตอบ
1. เอกสารไม่เป็นรูปเลม่ หมายถึงขอ้ ใด
ก. ใบปลิว แผน่ พบั แบบฟอร์ม
ข. นิตยสาร แบบฟอร์ม บนั ทึก
ค. จุลสาร ใบปลิว แผน่ พบั
ง. คู่มือ บนั ทึก แบบฟอร์ม
จ. วารสาร จุลสาร ใบปลิว
2. ขอ้ ใดคอื ความหมายของใบปลิว
ก. เอกสารทางธุรกิจท่ีมีขอ้ มูลบางอยา่ งแสดงไวแ้ ลว้
ข. ส่ิงพมิ พท์ ี่มีเน้ือหาหลายเร่ืองในแผน่ เดียว
ค. เอกสารท่ีมีพ้ืนท่ีวางใหเ้ ติมขอ้ ความ
ง. ส่ิงพิมพท์ ี่มีเน้ือหาเร่ืองเดียว
จ. เอกสารที่เป็นทางการ
3. หนงั สือราชการ หมายถึง เอกสารไม่เป็นรูปเลม่ ประเภทใด
ก. บนั ทึก
ข. ใบปลิว
ค. จดหมาย
ง. โปสเตอร์
จ. แบบฟอร์ม
การผลติ เอกสาร 267
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
4. หนงั สือภายใน หมายถึง เอกสารไม่เป็นรูปเล่มประเภทใด
ก. แบบฟอร์ม
ข. โปสเตอร์
ค. จดหมาย
ง. ใบปลิว
จ. บนั ทึก
5. งานศิลปะการสร้างโปสเตอร์เร่ิมเมื่อราวคริสตศ์ ตวรรษท่ีเท่าไร
ก. 1888
ข. 1890
ค. 1790
ง. 1891
จ. 1892
6. ขนาดของโปสเตอร์ที่นิยมกนั โดยทว่ั ไปก่ีนิ้ว
ก. 24 X 35 นิ้ว
ข. 24 X 15 นิ้ว
ค. 24 X 25 นิ้ว
ง. 24 X 45 นิ้ว
จ. 24 X 55 นิ้ว
7. ขอ้ ใดเป็นข้นั ตอนท่ี 3 ก่อนงานเขา้ โรงพมิ พ์
ก. การทาภาพประกอบ
ข. การทาอาร์ตเวริ ์ค
ค. การพิสูจนอ์ กั ษร
ง. การเรียงพมิ พ์
จ. การถา่ ยฟิ ลม์
8. เอกสารไมเ่ ป็นรูปเลม่ ประเภทใดใชก้ ระดาษตราครุฑ
ก. บนั ทึก
ข. ใบปลิว
ค. แผน่ พบั
ง. จดหมาย
จ. แบบฟอร์ม
การผลติ เอกสาร 268
หน่วยท่ี 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
9. เอกสารไมเ่ ป็นรูปเล่มประเภทใดใชก้ ระดาษบนั ทึกขอ้ ความ
ก. บนั ทึก
ข. ใบปลิว
ค. แผน่ พบั
ง. จดหมาย
จ. แบบฟอร์ม
10. Sub Headline หมายถึง
ก. ขอ้ ความปิ ดทา้ ย
ข. รายละเอียด
ค. พาดหวั รอง
ง. พาดหวั
จ. เน้ือหา
การผลติ เอกสาร 269
หน่วยที่ 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
แบบประเมินก่อนเรียนประจาหน่วย
หน่วยท่ี 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
คาชีแ้ จง
1. แบบประเมินผลการเรียนเป็นขอ้ สอบแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ 10 คะแนน
3. ใหน้ กั เรียนเลือกตวั เลือกหนา้ คาตอบท่ีเห็นวา่ ถูกตอ้ งท่ีสุดลงในกระดาษคาตอบ
4. คะแนนที่ได.้ ....................คะแนน
5. สรุปผลการประเมินอยใู่ นระดบั ดีมาก ดี พอใช้
ปรับปรุง
6. เกณฑก์ ารประเมิน
ดีมาก (9 – 10 คะแนน)
ดี (7 – 8 คะแนน)
พอใช้ (5 – 6 คะแนน)
ปรับปรุง (ต่ากวา่ 5 คะแนน)
กระดาษคาตอบแบบประเมนิ หลงั เรียน
คาตอบ คะแนน คาตอบ คะแนน
1. 6.
2. 7.
3. 8.
4. 9.
5. 10.
คะแนนรวม...............................................................คะแนน
การผลิตเอกสาร 270
หน่วยท่ี 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
แบบทดสอบหลงั เรียนประจาหน่วย
หน่วยท่ี 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
คาชี้แจง
1. แบบทดสอบน้ีเป็นแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ ใหท้ าทกุ ขอ้
3. ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว
4. ใหก้ าเคร่ืองหมาย (X) ลงในกระดาษคาตอบ
1. ขอ้ ใดเป็นการจดั ทาเอกสารอยา่ งงา่ ย ๆ เพ่ือใชใ้ นการประชาสัมพนั ธ์
ก. นิตยสาร
ข. วารสาร
ค. จุลสาร
ง. ใบปลิว
จ. คู่มือ
2. ขอ้ ใดหมายถึงขอ้ เสียของใบปลิว
ก. ไม่น่าสนใจในการเก็บรักษา
ข. ผรู้ ับไม่ใหค้ วามมน่ั ใจ
ค. งา่ ยตอ่ การผลิต
ง. ผลิตรวดเร็ว
จ. ลงทุนต่า
3. โบรชวั ร์ หมายถึง เอกสารไม่เป็นรูปเล่มชนิดใด
ก. บนั ทึก
ข. ใบปลิว
ค. จดหมาย
ง. โปสเตอร์
จ. แบบฟอร์ม
การผลิตเอกสาร 271
หน่วยท่ี 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
4. ขอ้ ใดไม่ใช่ข้นั ตอนการผลิตใบปลิว
ก. งบประมาณ
ข. จุดมุ่งหมาย
ค. จุดประสงค์
ง. ลงเลขหนา้
จ. เป้าหมาย
5. การทาแผน่ พบั มีกี่ข้นั ตอน
ก. 9 ข้นั ตอน
ข. 8 ข้นั ตอน
ค. 7 ข้นั ตอน
ง. 6 ข้นั ตอน
จ. 5 ข้นั ตอน
6. ข้นั ตอนแรกในการทาแผ่นพบั คอื
ก. พมิ พข์ อ้ ความลงในกระดาษร่าง
ข. กาหนดชนิดของแผน่ พบั
ค. กาหนดรูปภาพประกอบ
ง. กาหนดหนา้ แผน่ พบั
จ. กาหนดปัญหา
7. ขอ้ ใดเป็นข้นั ตอนที่ 2 ก่อนงานเขา้ โรงพมิ พ์
ก. การทาภาพประกอบ
ข. การทาอาร์ตเวริ ์ค
ค. การพิสูจนอ์ กั ษร
ง. การเรียงพิมพ์
จ. การถา่ ยฟิ ลม์
8. ขอ้ ใดเป็นขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งจดหมายกบั ใบปลิว
ก. พิมพด์ า้ นเดียวหรือสองดา้ น
ข. พมิ พด์ ว้ ยกระดาษ A4
ค. พมิ พด์ ว้ ยสีสันสดใส
ง. พิมพด์ า้ นเดียว
จ. ใชท้ างติดต่อราชการ
การผลติ เอกสาร 272
หน่วยที่ 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
9. ขอ้ ใดเป็นขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งจดหมายกบั บนั ทึก
ก. พิมพด์ า้ นเดียวหรือสองดา้ น
ข. บนั ทึกใชก้ ระดาษบนั ทึกขอ้ ความ
ค. พิมพด์ ว้ ยกระดาษ A4
ง. พิมพด์ ว้ ยสีสนั สดใส
จ. ติดตอ่ ราชการ
10 ขอ้ ใดเป็นขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งโปสเตอร์กบั ใบปลิว
ก. พิมพด์ า้ นเดียวหรือสองดา้ น
ข. ใชก้ ระดาษบนั ทึกขอ้ ความ
ค. ติดต่อหน่วยงานราชการ
ง. โปสเตอร์เป็นส่ิงพิมพเ์ ฉพาะกิจ
จ. พมิ พด์ ว้ ยสีสันสดใส
การผลิตเอกสาร 273
หน่วยท่ี 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
แบบประเมินหลงั เรียนประจาหน่วย
หน่วยที่ 5
การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
คาชีแ้ จง
1. แบบประเมินผลการเรียนเป็นขอ้ สอบแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 5 ตวั เลือก
2. มีขอ้ สอบท้งั หมด 10 ขอ้ 10 คะแนน
3. ใหน้ กั เรียนเลือกตวั เลือกหนา้ คาตอบท่ีเห็นวา่ ถกู ตอ้ งท่ีสุดลงในกระดาษคาตอบ
4. คะแนนท่ีได.้ ....................คะแนน
5. สรุปผลการประเมินอยใู่ นระดบั ดีมาก ดี พอใช้
ปรับปรุง
6. เกณฑก์ ารประเมิน
ดีมาก (9 – 10 คะแนน)
ดี (7 – 8 คะแนน)
พอใช้ (5 – 6 คะแนน)
ปรับปรุง (ต่ากวา่ 5 คะแนน)
กระดาษคาตอบแบบประเมนิ หลงั เรียน
คาตอบ คะแนน คาตอบ คะแนน
1. 6.
2. 7.
3. 8.
4. 9.
5. 10.
คะแนนรวม...............................................................คะแนน
การผลิตเอกสาร 274
หน่วยท่ี 5 การผลิตเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
บรรณานุกรม
คณะกรรมการกลุ่มผลิตชุดวิชาระบบสานกั งานอตั โนมตั ิ. ระบบสานักงานอตั โนมัต.ิ โรงพิมพ์
มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. พ.ศ. 2545.
จิตรภณ ชีรนราวนิชย.์ การผลติ เอกสาร. วงั อกั ษร, 2553.
จนั ทนา ทองประยรู , ผศ. กระบวนการพมิ พ์สิ่งพมิ พ์ท่วั ไป. เอกสารการสอนชุดวชิ าความรู้ทว่ั ไป
เกี่ยวกบั การพมิ พ.์ นนทบุรี : สานกั พิมพม์ หาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, 2539.
จนั ทนา ทองประยรู , ผศ. การออกแบบและจัดหน้า. นนทบุรี : สานกั พมิ พ์
มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, 2539.
ดร.ทนงศกั ด์ิ โสวจสั สตากลุ . เทคโนโลยสี ารสนเทศ. สานกั พิมพว์ งั อกั ษร. พ.ศ. 2554.
วโิ รจน์ ถนอมอารีย.์ คู่มือหลกั การใช้คอมพวิ เตอร์สาหรับนักเรียนนกั ศึกษา. หจก. ซี แอนด์ เอน็ .
พ.ศ. 2554.
ดร.เศรษฐชยั ชยั สนิทผศ. ดร.รัชฎาวรรณ น่ิมนวล. การใช้โปรแกรมกราฟฟิ กส์. สานกั พิมพว์ งั อกั ษร.
พ.ศ. 2552.
เธียรชยั เอี่ยมวราเมธ. พจนานุกรมไทย (ฉบบั อธิบาย 2 ภาษา). กรุงเทพมหานคร : รวมสาส์น, 2537.
นพมาตร์ วาดเมือง. พมิ พ์ดดี ไทย 1-2 มหาสารคาม : แมค็ , 2551.
นพมาตร์ วาดเมือง. พมิ พ์ดดี องั กฤษ 1-2 มหาสารคาม : แมค็ , 2551.
บญุ สืบ โพธ์ิศรี. เทคโนโลยีสานักงาน. หนังสือและการพมิ พ์. ศนู ยส์ ่งเสริมอาชีวะ, 2548.
พิพฒั น์ วเิ ชียรสุวรรณ. ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ. พ.ศ. 2526
(ฉบบั ปรุงใหมล่ า่ สุด) กรุงเทพมหานคร : รุ่งเรืองสาส์นการพมิ พ,์ 2544.
มาลยั มว่ งเทศ. เทคนคิ การปฏิบตั ิงานสานักงาน. สานกั พมิ พว์ งั อกั ษร. พ.ศ. 2548.
วทิ ย์ เท่ียงบูรณธรรม, ดร. พจนานุกรมองั กฤษ – ไทย. กรุงเทพฯ : ซีเอด็ ยเู คชนั่ , 2541.
Dew, Gladys C. Office Machinery and Equipment. London : MeGraw – Hill Book Company
(UK) Ltd., 1982.
http://my.dek-d.com/nong_s_ka/story/viewlongc.php?id=245872&chapter=7 5/3/2554
http://my.dek-d.com/nong_s_ka/story/viewlongc.php?id=245872&chapter=7 7/3/2554
http://my.dek-d.com/nong_s_ka/story/viewlongc.php?id=245872&chapter=7 8/3/2554
http://my.dek-d.com/nong_s_ka/story/viewlongc.php?id=245872&chapter=4 8/3/2554
ภาคผนวก
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรียน วชิ าการผลติ เอกสาร รหัสวชิ า 3203-2009
ภาคผนวก
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรียน วชิ าการผลติ เอกสาร รหัสวชิ า 3203-2009
ภาคผนวก
เฉลยแบบฝึ กหัด วชิ าการผลติ เอกสาร รหสั วชิ า 3203-2009
บรรณานุกรม
เฉลยแบบฝึ กหัด
หน่วยท่ี 1
ข้อ 1.
การผลิตเอกสาร หมายถึง การจัดทา การสร้างเอกสารต่าง ๆ ข้ึนเพื่อติดต่อสื่อสารกับ
หน่วยงานภายนอกหน่วยงาน หรือภายในหน่วยงาน และที่เราพบเห็นอยทู่ ว่ั ไปจะมีรูปแบบท่ีหลากหลาย
แตกต่างกนั ไปข้ึนอยกู่ บั วตั ถุประสงคข์ องการผลิตเอกสารน้นั
ข้อ 2.
เอกสารที่ถกู ผลิตมี 2 ประเภท ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. เอกสารเป็นรูปเลม่
1. หนงั สือ
2 นิตยสาร
3 จุลสาร
4 วารสาร
5 โบรชวั ร์
2. เอกสารที่ไม่เป็นรูปเล่ม
1. จดหมาย
2. บนั ทึก
3. แบบฟอร์ม
4. ใบปลิว
5. แผน่ พบั
6. โปสเตอร์
ข้อ 3.
จุดม่งุ หมายในการผลิตเอกสาร มีดงั ต่อไปน้ี
1. เพือ่ ใหเ้ ขา้ ใจขอ้ ความไปแนวเดียวกนั
2. เพอ่ื ประชาสมั พนั ธ์ใหบ้ คุ คลอ่ืนทราบถึงจุดประสงคก์ ารเผยแพร่
3. เพ่ือใหเ้ กิดความเป็นระเบียบ สวยงาม
ข้อ 4.
เอกสารเป็ นรูปเล่มแตกต่างจากเอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม คือ เอกสารเป็ นรูปเล่มเป็ นเอกสารที่ผลิต
ข้ึนเป็ นเล่มเขา้ ใจง่ายรูปแบบน่าสนใจ เอกสารไม่เป็นรูปเล่ม เป็ นการผลิตเอกสารที่ลกั ษณะแผน่ เดียว
เน้ือหานอ้ ยน่าสนใจ น่าติดตาม
ข้อ 5.
แบบฟอร์ม คือ
เอกสารท่ีหน่วยงานจดั ทาข้ึนไวส้ าหรับการบนั ทึกขอ้ มูลให้เป็นไปในแนวเดียวกนั ทาให้การ
รวบรวมขอ้ มูลสะดวกรวดเร็ว สามารถนาไปใชใ้ นการจดั ทาสถิติต่าง ๆ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี หน่วยงานมกั
จดั ทาแบบฟอร์มข้ึนใชเ้ ป็นการเฉพาะและพฒั นาใหเ้ หมาะสมแก่การใชง้ านใหเ้ กิดประโยชน์มากท่ีสุด
เฉลยแบบฝึ กหัด
หน่วยท่ี 2
ข้อ 1.
เทคโนโลยี หมายถึง การนาความรู้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ เพื่อสนองความ
ตอ้ งการของมนุษยด์ ว้ ยการนาทรัพย์กรต่าง ๆ มาใชใ้ นการผลิต เพ่ือความถูกตอ้ ง สวยงาม และสามารถ
ผลิตเพอ่ื การจาหน่ายใหต้ ่อเนื่อง เทคโนโลยจี ึงมีท้งั ประโยชน์ เหมาะสมเฉพาะเวลาสถานที่
ข้อ 2.
เทคโนโลยีในการนามาผลิตเอกสาร คือ สมยั ก่อนเมื่อระบบการพิมพ์ยงั ไม่ทนั สมยั อาศยั
เคร่ืองพิมพ์ดีดในการจดั ทาตน้ ฉบบั พิมพ์ เม่ือเกิดความผิดพลาดท่ีตอ้ งแกไ้ ข จาเป็ นท่ีจะต้องพิมพ์
ตน้ ฉบบั น้ันใหม่ท้งั หมด ทาให้เกิดความล่าช้าและตอ้ งตรวจทานกนั หลายคร้ังกว่าจะได้ตน้ ฉบบั ท่ี
ถกู ตอ้ ง บางคร้ังตวั พิมพอ์ าจไมค่ มชดั เป็นการเสียเวลาอยา่ งมาก
ในปัจจุบนั มีเครื่องมือเคร่ืองใชท้ ี่ทนั สมยั สามารถท่ีจะบนั ทึกขอ้ ความเกบ็ ไวใ้ นหน่วยความจา
ทาใหก้ ารแกไ้ ขขอ้ ผิดพลาดทาไดง้ ่ายและรวดเร็วข้ึน ไม่ตอ้ งตรวจทานกนั หลายคร้ัง ช่วยประหยดั เวลา
และคา่ ใชจ้ ่ายในการจดั ทาตน้ ฉบบั พมิ พ์
การนาเทคโนโลยตี ่าง ๆ เขา้ มาช่วยในการผลิตเอกสาร ทาใหห้ น่วยงานไดเ้ อกสารท่ีสวยงาม มี
ความคมชดั และทาไดร้ วดเร็วยง่ิ ข้นึ
ข้อ 3.
กระบวนการผลิตเอกสาร มีดงั ต่อไปน้ี
กระบวนการพิมพ์เป็ นการแปรสภาพต้นฉบบั งานพิมพใ์ ห้เป็ นรูปแบบของเอกสารตามความ
ตอ้ งการของหน่วยงาน ประกอบดว้ ยงานก่อนพิมพ์ งานพิมพ์ และงานหลงั พิมพ์ซ่ึงตอ้ งมีการวางแผน
โดยผรู้ ับผิดชอบ คอื บรรณาธิการ
งานก่อนพิมพเ์ ป็นกระบวนการเริ่มแรกของการจดั ทาเอกสาร เร่ิมต้งั แตก่ ารจดั พมิ พต์ น้ ฉบบั เพ่ือ
เป็นตน้ แบบในการนาไปจดั ทาแม่พิมพจ์ นสิ้นสุดการทาแมพ่ มิ พ์
งานพิมพ์ คือ การจดั เตรียมความพร้อมของงานพิมพ์เพ่ือถ่ายโอนลงบนแบบแลว้ นาไปเข้า
เครื่องพิมพ์ให้ปรากฏบนวสั ดุใช้พิมพ์ งานพิมพแ์ ต่ละระบบมีความแตกต่างกนั ไปตามระบบและขีด
ความสามารถของเคร่ืองพิมพ์
งานหลงั พิมพ์ซ่ึงเป็ นข้นั ตอนสุดทา้ ยของกระบวนการพิมพ์ คือ การตรวจทานความเรียบร้อย
ของเอกสารท่ีจดั ทาเสร็จเรียบร้อยแลว้ โดยตรวจดูการพบั การเก็บเล่ม การทาเล่ม การเขา้ ปก การเจียน
การตดั เป็นตน้
ข้อ 4.
คอมพวิ เตอร์ (Computer) หมายถึง
อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์อยา่ งหน่ึงท่ีสามารถรับขอ้ มูล และคาส่ังต่าง ๆ แลว้ ทาการประมวลผล
เพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ตามท่ีตอ้ งการ
ข้อ 5.
อินเทอร์เน็ต (Internet) คือ
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เช่ือมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทว่ั โลกเขา้ ด้วยกนั
โดยมีมาตรฐานการรับส่งขอ้ มูลระหวา่ งกนั เป็นหน่ึงเดียว โดยคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถรับส่ง
ขอ้ มูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตวั อกั ษร ภาพ และเสียงได้ รวมท้งั สามารถท่ีจะทาการคน้ หาขอ้ มูลจากท่ี
ต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
ข้อ 6.
เคร่ืองถ่ายเอกสาร (Copying Machine) หมายถึง เครื่องใช้สานักงานท่ีช่วยในการผลิต
เอกสารไดอ้ ยา่ งสะดวกรวดเร็วประหยดั เวลา แรงงาน และคา่ ใชจ้ ่ายในสมยั ก่อนที่โลกยงั ไม่เจริญ การ
ผลิตเอกสารตอ้ งจดั ทาข้ึนทีละแผน่ อาศยั การเขียนดว้ ยมือบนกระดาษ ทาใหไ้ ม่ไดร้ ับความสะดวกและ
เกิดความล่าชา้ เอกสารแต่ละแผน่ ท่ีมีขอ้ ความอย่างเดียวกนั อาจมีความผิดพลาดเกิดข้ึนไดแ้ ละอาจไม่
เหมือนกนั
เฉลยแบบฝึ กหัด
หน่วยที่ 3
ข้อ 1.
วิธีการเขา้ เล่มแบบเยบ็ ลวดมงุ หลงั คา หรือเยบ็ อก คือ
การเขา้ เล่มแบบงา่ ย นิยมใชเ้ ยบ็ สมุดของนกั เรียนนกั ศึกษา หรือหนงั สือที่มีจานวนหนา้ นอ้ ย ๆ
ไม่เกิน 60 หน้า หรืออย่างมากก็ 80 หน้า วิธีการก็คือ เอากระดาษท้งั เล่มมาเรียงกันแลว้ พบั คร่ึงตาม
แนวต้งั จากน้นั ใชล้ วดเยบ็ กระดาษเยบ็
ข้อ 2.
การเขา้ เลม่ แบบสันห่วง หมายถึง
การเขา้ เลม่ แบบเยบ็ ลวดดา้ นขา้ งปก เป็นการจดั ทาสิ่งพมิ พโ์ ดยการเจาะรูดา้ นขา้ งของกระดาษ
ใชล้ วดร้อยรูกระดาษเพ่ือยดึ กระดาษให้อยรู่ วมกนั เป็นเล่ม ไม่กระจดั กระจาย รูปแบบเล่มท่ีเขา้ เหมาะ
สาหรับงานท่ีไม่ตอ้ งการความละเอียดมากมายนกั ขอ้ เสียของการเขา้ เล่มแบบน้ีคือแผ่นงานอาจจะหลุด
ออกจากสันไดง้ ่าย ๆ เวลาใชง้ าน หรือแผ่นกระดาษเกิดการฉีกขาดได้ ตวั ขดสันมีการแตกกรอบ เพราะ
เป็ นพลาสติกบาง
ข้อ 3.
การออกแบบ (Design) หมายถึง
การสร้างสรรคส์ ่ิงใหม่ และการปรับปรุงเปล่ียนแปลงของเดิมให้ดียง่ิ ข้ึน ดว้ ยการใชว้ สั ดุและ
วิธีการท่ีเหมาะสม ตามแบบแผนและจุดมุ่งหมายท่ีตอ้ งการ การนาความคิดของแต่ละคนแลว้ นามา
ออกแบบให้เกิดจินตนาการในการวางแผน เพ่ือท่ีจะไดล้ งมือกระทาตามท่ีตอ้ งการและการรู้จกั เลือก
วสั ดุ วิธีการเพ่ือทาตามที่ตอ้ งการน้นั และความเหมาะสมในการออกแบบส่ิงท่ีตอ้ งการออกแบบ และ
โปรแกรมสาเร็จรูปท่ีนามาออกแบบมีหลายโปรแกรม เช่น โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด โปรแกรม
โฟโทชอ็ ป โปรแกรม Adobe Illustrator โปรแกรม Page Maker โปรแกรม ไมโครซอฟต์ Publisher
ข้อ 4.
การออกแบบหนา้ ปก และหลงั ปก มีความสาคญั ดงั น้ี
การผลิตหนังสือออกมาหน่ึงเล่มน้ันแน่นอนที่สุดว่าสิ่งสาคัญคือ เน้ือหา แต่เน้ือหาของ
หนงั สือเล่มหน่ึง ๆ อาจจะมีจานวนสิบหนา้ หา้ สิบหนา้ หรืออาจจะหลายร้อยหนา้ ผอู้ ่านไม่มีทางท่ีจะ
รู้เน้ือหาเหล่าน้นั ไดว้ ่าน่าสนใจเพียงไร จากการเดินผา่ นช้นั วางหนงั สือในร้านปกติระดบั ความสูงของ
หนงั สือบนช้นั ท่ีจะถูกมองเห็นก่อน คือระดบั สายตา และต่าลงมาในมุมประมาณไม่เกินสามสิบองศา
(ประยกุ ตจ์ ากการวิจยั เก่ียวกบั บรรจุภณั ฑ์ขณะวางอยู่ในช้นั วางของซุเปอร์มาร์เก็ต) ผูอ้ ่านส่วนมากใช้
เวลาไม่มากนกั ในการหยดุ สายตาท่ีหนงั สือแต่ละเล่ม การมองหนา้ ปกส่วนใหญ่ มกั เป็นการมองแบบ
กวาดสายตา เพอ่ื รูปภาพหนา้ ปกท่ีตนเองสนใจ
ข้อ 5.
ข้นั ตอนการเตรียมการเขา้ เลม่ มีดงั ต่อไปน้ี
1. การเตรียมส่วนเลม่ หนงั สือ
1.1 ส่วนเล่มหนงั สือ แกะกระดาษและผา้ ขาวบางท่ีปิ ดสันออก ขดู แต่งใหเ้ รียบร้อย
1.2 นาหนา้ หนงั สือท่ีหลดุ ออกสอดเขา้ ที่ใหเ้ รียบร้อย กระแทกสันใหเ้ รียบ
1.3 ตดั ใบรองปก ใบรองปกมีลกั ษณะเป็นคู่ จานวน 2 คู่ โดยวดั ขนาดกวา้ ง ยาว เม่ือพบั
คร่ึงใหเ้ ทา่ กบั ตวั หนงั สือ
1.4 ติดใบรองปกโดยทากาวที่สันหนังสือแล้วนาใบรองปกปิ ดทับท้ังด้านหน้า และ
ดา้ นหลงั
1.5 หนีบหนังสือให้แน่น แลว้ เจาะสันหนังสือให้ได้ 3 รู การเจาะรูให้ห่างจากสัน
ประมาณ 0.5 ซม.
1.6 ตดั ผา้ ขาวบางใหก้ วา้ งกวา่ สันขา้ งละ 1 นิ้ว ความยาวใหห้ ่างจากขอบหนงั สือดา้ นบน
และล่าง ประมาณ 0.5 นิ้ว
1.7 เยบ็ สนั หนงั สือพร้อมกบั ผา้ ขาวบางท่ีตดั เตรียมไวแ้ ลว้ โดยสอดเขม็ จากรูกลาง เหลือ
ดา้ ยไวป้ ระมาณ 1 นิ้วคร่ึง แลว้ สอดลงในรูบนยอ้ นมารูกลาง สอดลงในรูล่าง แลว้ นามาผูกใหแ้ น่นกบั
ดา้ ยส่วนที่เหลือท่ีรูกลาง 2-3 รอบ ตดั ดา้ ยท่ีผกู แลว้ ใหเ้ หลือชายดา้ ยประมาณ 1 ซม.
2. การเตรียมส่วนปกหนงั สือ
2.1 ตดั กระดาษแข็งทาปกหน้าและปกหลงั ให้กวา้ งเท่ากบั ความกวา้ งของหนังสือ โดย
วดั จากรูท่ีเจาะและใหย้ าวกวา่ ตวั หนงั สือ ดา้ นละประมาณ 1/8 นิ้ว
2.2 ตดั กระดาษแลคซีนสาหรับหุ้มกระดาษปกหนงั สือให้ดา้ นบน ล่าง และขา้ งยาวกว่า
ปกดา้ นละ 2 เซนติเมตร ทากาวที่ปกแขง็ ท้งั สองปกให้ทวั่ ติดกระดาษแลคซีน แลว้ ตดั มุม 4 มุม เพื่อพบั
เขา้ ดา้ นใน (ถา้ ปกเดิมยงั มีสภาพสวยงามก็ใชต้ ิดแทนกระดาษแลคซีนได)้
2.3 ตดั สันหนังสือ ใช้กระดาษแข็งพอประมาณให้กวา้ งเท่ากับสันหนังสือและให้ยาว
เท่ากบั กระดาษแขง็ ทาปก
2.4 ตัดผา้ แลคซีนสาหรับหุ้มสันหนังสือให้กวา้ งและยาวกว่าสันหนังสือด้านละ 1 นิ้ว
ทากาวใหท้ ว่ั แลว้ ติดกระดาษสนั หนงั สือ ใหอ้ ยรู่ ะหวา่ งกลางของผา้ แลคซีน
2.5 นาปกหนงั สือมาติดลงบนผา้ แลคซีนท้งั 2 ดา้ น ให้สันห่างจากปกประมาณ 0.5 ซม.
ใชล้ ูกกลิ้งหรือผา้ ไล่ฟองอากาศออกใหผ้ า้ เรียบติดกระดาษ
3.ssอปุ กรณ์การเขา้ เล่ม อุปกรณ์การเขา้ เล่มหนงั สือเป็นส่ิงจาเป็นในการเขา้ เล่ม หนงั สือแตล่ ะเล่ม
มีความหนาแตกต่างกัน จาเป็ นต้องอาศัยอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการเข้าเล่ม อุปกรณ์ท่ีจาเป็ นต้องใช้ มี
ดงั ต่อไปน้ี
3.1 แผน่ รองตดั กระดาษ
3.2 คตั เตอร์
3.3 ไมบ้ รรทดั เหลก็
3.4 สวา่ นไฟฟ้า พร้อมดอกสวา่ นขนาด 3 มม.
3.5 เชือกวา่ ว
3.6 กาวน้า
3.7 กระดาษทาปก
3.8 พลาสติกใสสาหรับห่อปก
3.9 ท่ีหนีบ 2 ตวั สาหรับหนีบหนงั สือเพอ่ื เจาะรู และเขา้ ปก
3.10sแผน่ ไม้ 2 แผน่ ความยาวประมาณหนงั สือที่ตอ้ งการเขา้ เลม่ สาหรับรองเวลาใช้
C แคลมบีบกระดาษ
3.11sริบบิน้ สาหรับทาที่คน่ั หนา้
เฉลยแบบฝึ กหดั
หน่วยที่ 4
ข้อ 1.
จุลสาร หมายถึง หนงั สือท่ีมีขนาดเลก็ มีจานวนหนา้ ไม่เกิน 80 หนา้ นิยมใชเ้ ป็นเอกสารเพ่อื
ประชาสัมพนั ธ์ มกั จะมีเรื่องราวท่ีจบสมบรู ณ์ในเล่มเดียว มีสีสนั ที่น่าสนใจ ขนาดของจุลสารเลือกได้
ตามความพอใจของผอู้ อกแบบ
ข้อ 2.
ประโยชนข์ องจุลสาร มีดงั ต่อไปน้ี
จุลสารจะมีวตั ถุประสงค์เช่นเดียวกบั ส่ิงพิมพอ์ ่ืนคือ ใชส้ าหรับการเผยแพร่และประชาสัมพนั ธ์
ขอ้ มูลข่าวสารเพ่ือเป็นการช้ีแนะ ชกั ชวน โนม้ นา้ วใจให้ผอู้ ่านเกิดความรู้สึกคลอ้ ยตาม เน้ือหาท่ีนามา
ลงในจุลสารจะมากกวา่ ส่ิงพิมพจ์ าพวกแผ่นพบั หรือใบปลิว ช่วยใหผ้ อู้ ่านเกิดความเขา้ ใจมากยง่ิ ข้ึนจุลสาร
จึงก่อใหเ้ กิดประโยชนแ์ ก่หน่วยงานที่จดั ทาข้นึ เผยแพร่ ดงั น้ี
1. เป็นการเผยแพร่และประชาสมั พนั ธข์ า่ วสารขอ้ มลู
2. ทาใหผ้ อู้ า่ นไดร้ ู้และเกิดความเขา้ ใจมากยง่ิ ข้นึ
ข้อ 3.
ลกั ษณะหนงั สือ มีดงั ต่อไปน้ี
เป็ นการบนั ทึกความรู้ ความคิด ประสบการณ์ ลงบนแผ่นกระดาษขนาดเท่า ๆ กนั โดยใช้ถอ้ ยคา
สานวนโวหารในการส่ือสารให้ผูอ้ ่านไดร้ ับรู้ และเขา้ ใจ ซ่ึงใช้การเขียน หรือพิมพ์ แลว้ นามาเยบ็ รวม
เป็ นเล่ม
ข้อ 4.
วิธีผลิตเอกสารจุลสาร มีดงั ต่อไปน้ี
1. ปกจุลสาร หมายถึง ส่วนที่บ่งบอกให้ทราบว่าเน้ือหาสาระภายในเล่มเป็นเรื่องเก่ียวกบั เร่ืองใด
ปกจุลสาร ประกอบดว้ ย
1) ปกหน้า เป็ นตวั บ่งช้ีให้ผูอ้ ่านทราบว่าเน้ือหาในจุลสารเป็ นเร่ืองใด การออกแบบ
หน้าปกตอ้ งออกแบบให้ดูสะดุดตาดึงดูดความสนใจ การจัดวางรูปประกอบลงบนหน้าปกและ
ตวั อกั ษรตอ้ งมีความสัมพนั ธ์กนั ซ่ึงการออกแบบจดั วางตอ้ งคานึงถึงความเหมาะสมและความสวยงาม
2) ปกหลงั โดยทวั่ ไปไม่ได้กาหนดไวว้ ่าตอ้ งมีรายละเอียดอะไรบา้ ง บางคร้ังอาจจะ
ปลอ่ ยวา่ งไว้ หรือมีรูปภาพประกอบหรืออาจจะเป็นการโฆษณากไ็ ด้
องคป์ ระกอบในการออกแบบหนา้ ปก ไดแ้ ก่
1. ความมีเอกภาพ (Unity) คือ การนาเอาส่วนประกอบในการออกแบบปก ซ่ึงไดแ้ ก่
รูปภาพ ตวั อกั ษร มาจดั บนปกใหม้ ีความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั สอดคลอ้ งและกลมกลืนกนั
2. ความสมดุล (Balance) คือ การจดั วางตาแหน่งสวนประกอบต่าง ๆ ในการออกแบบ
หนา้ ปก โดยใหม้ ีน้าหนกั เทา่ กนั ไมห่ นกั ไปดา้ นหน่ึงดา้ นใด
3. ความสนใจ (Interest) คือ จุดสนใจท่ีตอ้ งการให้ผูด้ ูไดร้ ับทราบ ซ่ึงอาจจะมีท้งั
ตวั อกั ษรและภาพหรืออยา่ งใดอยา่ งหน่ึงกไ็ ด้
2. ปกใน เป็นกระดาษท่ีใชเ้ ป็นแผน่ รองโดยปกติจะวางถดั จากปก อาจจะเป็นรูปภาพหรือขอ้ ความ
หรือจะเป็นกระดาษเปลา่ หรือกระดาษท่ีมีลวดลายกไ็ ด้ ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั ผอู้ อกแบบ
3. คานา เป็ นขอ้ ความท่ีผจู้ ดั ทาหนังสือเขียนข้ึนเพื่ออธิบายหรือช้ีแจงให้ผูอ้ ่านทราบก่อนที่จะ
เริ่มอา่ นหนงั สือ
4. สารบญั เป็ นหน้าซ่ึงแจง้ รายการเร่ืองต่าง ๆ หรือหัวขอ้ ต่าง ๆ ในจุลสาร จุดประสงค์เพ่ือให้
ผอู้ า่ นเปิ ดคน้ หาไดโ้ ดยสะดวกกวา่ เร่ืองใด หวั ขอ้ ใด อยหู่ นา้ ไหน
5. เน้ือเรื่อง เป็ นส่วนที่เป็ นเน้ือหาของหนังสือ ผูอ้ ่านจะไดร้ ับประโยชน์จากส่วนน้ีมากท่ีสุด
ส่วนมากในเน้ือเรื่องควรมีภาพประกอบดว้ ย
6. เชิงอรรถ เป็นส่วนท่ีพิมพอ์ ยู่ริมล่างของจุลสารแต่ละหนา้ ถา้ หากผจู้ ดั ทาตอ้ งการบอกที่มา
ของขอ้ มูลในขอ้ น้นั ๆ
7. บรรณานุกรม คอื รายการท่ีแสดงรายชื่อหนงั สือหรือเอกสารที่ใชใ้ นการคน้ ควา้ หรืออา้ งอิง
ในการจดั ทาจุลสาร
ข้อ 5.
ข้นั ตอนในการจดั ทาจุลสาร มีดงั ต่อไปน้ี
ข้นั ตอนในการจดั ทาจุลสาร แยกเป็น 2 กรณี ดงั น้ี
กรณีท่ี 1 ส่งใหโ้ รงพมิ พด์ าเนินการจดั พิมพใ์ ห้
1) กาหนดขนาดรูปเลม่ ของจุลสาร
2) กาหนดจานวนหนา้ ของจุลสาร
3) จดั ทาดมั มี่
4) รวบรวมขอ้ มูลและภาพประกอบ
5) นาตน้ ฉบบั ส่งใหโ้ รงพมิ พพ์ ร้อมท้งั อธิบายใหเ้ ขา้ ใจความตอ้ งการ
6) ตรวจทานตน้ ฉบบั ใหถ้ กู ตอ้ งเรียบร้อยเพ่อื ใชเ้ ป็นตน้ แบบงานพมิ พ์
7) ตรวจปรู๊ฟงานพมิ พก์ ่อนการจดั พมิ พจ์ ริง
กรณีที่ 2 หน่วยงานดาเนินงานจดั ทาเอง
1) กาหนดขนาดรูปเลม่ ของจุลสาร
2) กาหนดจานวนหนา้ ของจุลสาร
3) จดั ทาดมั ม่ี
4) รวบรวมขอ้ มูลและภาพประกอบ
5) นาตน้ ฉบบั ส่งเจา้ หนา้ ที่จดั พิมพ์
6) ตรวจทานตน้ ฉบบั ใหถ้ กู ตอ้ งเรียบร้อยเพ่อื ใชเ้ ป็นตน้ แบบงานพมิ พ์
7) นาไปถ่ายในเครื่อง อดั สาเนาดิจิตอล และทาการก๊อปป้ี ปริ้นต์
8) ทาการจดั เรียงหนา้ เกบ็ เล่มใหถ้ ูกตอ้ งเรียบร้อย
9) เยบ็ เลม่
10) เจียนขอบเลม่ ใหเ้ รียบร้อย
เฉลยแบบฝึ กหดั
หน่วยที่ 5
ข้อ 1.
ใบปลิว หมายถึง
เอกสารท่ีมีลกั ษณะที่เป็นเอกสารแผน่ เดียว พิมพด์ า้ นเดียวหรือสองดา้ นจดั ทาง่ายในกระดาษ
A4 อาจเป็นขอ้ ความท่ีเปิ ดเผย และปกปิ ด
ข้อ 2.
ในการทาใบปลิวมีจุดมุง่ หมาย ดงั น้ี
ใบปลิวเป็ นเอกสารแผ่นเดียวท่ีจัดทาแบบง่าย ๆ โดยการจัดพิมพ์ข้อความซ่ึงอาจมี
ภาพประกอบ ด้วยการออกแบบอย่างเรียบ ๆ การจัดทามุ่งที่จะแจกจ่ายเพ่ือการประชาสัมพันธ์
หน่วยงานใหบ้ ุคคลภายนอกไดท้ ราบ
ข้อ 3.
ลกั ษณะใบปลิวมี มีดงั น้ี
ใบปลิวออกแบบเพื่อใชง้ านโฆษณาเปรียบเสมือนขอ้ มูลแบบคร่าว ๆ ของบริษทั หา้ งร้าน
โรงแรม สปา ซ่ึง มีความแตกต่างตรงท่ีขอ้ มูลและลกั ษณะ ใบปลิวส่วนใหญถ่ ูกออกแบบขนาด A4
หรือ A5 หนา้ หลงั โดยไมพ่ บั
1. ใบปลิวใชใ้ นงานอะไรบา้ ง
1.1 โฆษณาสินคา้ ตา่ ง ๆ
1.2 รายละเอียดเกี่ยวกบั การขายบา้ น
1.3 การแสดงงานต่าง ๆ
1.4 ใชเ้ ป็นเคร่ืองในการขาย เช่น ขอ้ มูลอยา่ งยอ่ ของโรงแรม
1.5 แสดงราคาสินคา้
1.6 และอื่น ๆ อีกมากมาย
ข้อ 4.
กระดาษที่ใชใ้ นการผลิตใบปลิวที่พบเห็นกนั ทวั่ ไป คือ
กระดาษ A4
ข้อ 5.
ใบปลิวมีข้นั ตอนและวธิ ีการ ดงั ตอ่ ไปน้ี
ในการจดั ทาใบปลิว หน่วยงานอาจจดั ทาใบปลิวข้ึนเองโดยมอบหมายใหพ้ นกั งาน
ผรู้ ับผิดชอบไปดาเนินการ หรืออาจจะมอบหมายใหโ้ รงพิมพช์ ่วยดาเนินการจดั พิมพใ์ ห้ การจดั ทา
ใบปลิวมีข้นั ตอนและวธิ ีการ ดงั น้ี
1. กรณีที่จดั ทาใบปลิวข้นึ ใชเ้ อง
1.1 กาหนดขนาดของใบปลิว
1.2 จดั หาขอ้ มูลมาจดั พิมพเ์ ป็นตน้ ฉบบั
1.3 จดั หาภาพ (ถา้ มี)
1.4 นาขอ้ มลู ท่ีไดพ้ ิมพล์ งในเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ พมิ พอ์ กั ษรและแทรกรูปภาพให้
เหมาะสม
1.6 นาใบปลิวที่จดั ทาเสร็จเรียบร้อยแลว้ ไปแจกจ่ายใหแ้ ก่บคุ คลทวั่ ไป
2 กรณีท่ีใหโ้ รงพิมพด์ าเนินงานจดั พิมพ์
2.1 กาหนดขนาดของใบปลิว
2.2 จดั หาขอ้ มูลและภาพ
2.3 นาขอ้ มลู และภาพส่งใหโ้ รงพมิ พพ์ ร้อมคาอธิบายความตอ้ งการของหน่วยงานท่ี
จะจดั ทาเป็นใบปลิว
2.4 กาหนดรูปแบบของใบปลิวและจานวนสีที่จะจดั พิมพ์
2.5 ตรวจทานงานพมิ พก์ ่อนมอบหมายใหจ้ ดั พมิ พจ์ านวนที่ตอ้ งการ
2.6 นาใบปลิวที่พมิ พเ์ สร็จเรียบร้อยแลว้ แจกจ่ายใหป้ ระชาชนทว่ั ไป
ข้อ 6.
แผน่ พบั หมายถึง
กระดาษพิมพข์ อ้ มูลลงไป อาจจะพิมพ์ 1 ดา้ น หรือ 2 ดา้ น พิมพ์ 4 สี 2 สี หรือพมิ พส์ ีเดียว และมี
การพบั เป็ นแผ่นพบั ที่นิยมพบั กนั จะเป็ นนาใบปลิว A4 มาพบั เป็ น แผ่นพบั 2 พบั 3 ตอน หรือ พบั คร่ึง
การผลิตแผ่นพบั ยง่ิ พิมพจ์ านวนมาก ราคาต่อหน่วยจะยง่ิ ถูกลงเร่ือย ๆ แผ่นพบั เป็นเอกสารท่ีมกั ใชใ้ นการ
โฆษณา ประชาสัมพนั ธ์ ส่งขอ้ มูลให้สาธารณะ ไม่วา่ จะเป็ นการให้ขอ้ มูลในเชิงความรู้ หรือทางการขาย
สินคา้
ข้อ 7
ประโยชน์แผ่นพบั คือ
1. เพ่ิมโอกาสใหก้ บั การขาย
2. สร้างความน่าเช่ือถือใหก้ บั องคก์ ร
3. ลดตน้ ทุน ลดเวลา ในการตอบคาถาม
ข้อ 8.
ลกั ษณะของการทาแผน่ พบั มีดงั ต่อไปน้ี
แผน่ พบั มีวธิ ีในการพบั ไดห้ ลายวิธีดว้ ยกนั ซ่ึงผอู้ อกแบบงานจะใชค้ วามคดิ สร้างสรรคข์ องตน
ในการคน้ หารูปแบบท่ีจะสร้างความประทบั ใจแก่ผทู้ ี่ไดร้ ับ รวมท้งั เน้ือหาและขนาดของกระดาษท่ีใช้
ที่นิยมกนั มากคอื ขนาด A4 นามาพบั 1-2 คร้ังในแนวขนาน ทาใหไ้ ดแ้ ผ่นพบั 4-6 หนา้
แผน่ พบั ที่ทาการพบั สองคร้ังจะไดแ้ ผน่ พบั สามตอน 6 หนา้ วธิ ีพบั ใหพ้ บั ดา้ นขวาเขา้ ก่อนให้
อยู่ขา้ งในแลว้ พบั ดา้ นซ้ายให้อยู่ขา้ งนอก เพ่ือให้เปิ ดออกอ่านได้ง่ายแผ่นพบั ส่วนที่อยู่ด้านนอกทา
หนา้ ท่ีเป็นเสมือนปก
ข้อ 9.
ลกั ษณะของแผน่ พบั มีดงั ตอ่ ไปน้ี
เป็นเอกสารสาคญั เน่ืองจากแผ่นพบั เป็นเอกสาร มีวิธีการพบั หลายแบบและไม่มีเลขหนา้ กากบั
เหมือนกับหนังสือท่ีจะบังคับให้ผูอ้ ่าน อ่านไปทีละหน้า ดังน้ันผูท้ าแผ่นพบั จึงตอ้ งออกแบบจัดเรียง
ลาดบั การเสนอขอ้ ความและรูปภาพในการโฆษณาให้เหมาะสมกบั ลกั ษณะของการพบั น้ัน ๆ เพราะถา้
ออกแบบไมด่ ีแลว้ จะทาใหผ้ อู้ า่ นเกิดความสับสนใจการอ่านไดง้ ่าย
ข้อ 10.
ข้นั ตอนการทาแผน่ พบั ดงั ต่อไปน้ี
1. กาหนดชนิดของแผน่ พบั วา่ จะเป็นแผ่นพบั ชนิดใด เช่น ดา้ นหนา้ ดา้ นหลงั
2. กาหนดเน้ือหาท่ีจะพิมพล์ งในแผน่ พบั
3. กาหนดรูปภาพประกอบลงบนแผ่นพบั ลกั ษณะการวางรูปลงบนแผ่นพบั อาจทาไดห้ ลายวิธี
ไดแ้ ก่
3.1 วางรูปลงบนก่ึงกลางของกระดาษต่อจากขอ้ ความในแตล่ ะช่อง
3.2 วางรูปเอียงไปดา้ นใดดา้ นหน่ึงในแตล่ ะช่วงของแผน่ พบั และเน้ือที่ท่ีวา่ งอยู่จะพิมพข์ อ้ ความ
3.3 วางรูปคร่อมช่องของแผน่ พบั
3.4 การกาหนดหน้าของแผ่นพับ โดยท่ัวไปแลว้ แผ่นพบั ไม่นิยมพิมพ์เลขหน้า แต่ถ้า
ตอ้ งการพิมพเ์ ลขหนา้ ก็สามารถทาได้
3.5 พิมพข์ อ้ ความลงในกระดาษร่าง โดยกาหนดขอบก้นั หนา้ ก้นั หลงั และกาหนดขอบ
บนและล่างของแผน่ พบั ในแต่ละช่วง และกาหนดจุดที่วางรูปประกอบขอ้ ความท่ีจะพิมพล์ งในแผน่ พบั
ตอ้ งพิมพห์ ลงั ตรง
3.6 ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ ความในกระดาษร่าง
3.7 พมิ พข์ อ้ ความลงในกระดาษที่ตอ้ งการเมื่อพิมพเ์ สร็จแลว้ พบั ตามรอยท่ีกาหนดไว้
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหลงั เรียน
หน่วยที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั การผลติ เอกสาร
แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลงั เรียน
ข้อ 1 ข ข้อ 1 ข
ข้อ 2 ข ข้อ 1 ก
ข้อ 3 ก ข้อ 3 จ
ข้อ 4 จ ข้อ 4 ค
ข้อ 5 ก ข้อ 5 ง
ข้อ 6 ข ข้อ 6 ข
ข้อ 7 ง ข้อ 7 ข
ข้อ 8 จ ข้อ 8 ค
ข้อ 9 ง ข้อ 9 ก
ข้อ 10 ก ข้อ 10 ก
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเกยี่ วกบั การผลติ เอกสาร
ข้อ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1. บอกและอธิบายความหมาย และความสาคญั การ
ผลิตเอกสาร
2. บอกจุดม่งุ หมายของการผลิตเอกสารแต่ละชนิดได้
3. จาแนกประเภทของเอกสารแตล่ ะชนิดได้
4. บอกบทบาทของเอกสารชนิดต่าง ๆ ได้
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบื้องต้นเกยี่ วกบั การผลติ เอกสาร
ข้อ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบหลงั เรียน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1. บอกและอธิบายความหมาย และความสาคญั การ
ผลิตเอกสาร
2. บอกจุดมงุ่ หมายของการผลิตเอกสารแตล่ ะชนิดได้
3. จาแนกประเภทของเอกสารแต่ละชนิดได้
4. บอกบทบาทของเอกสารชนิดต่าง ๆ ได้
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหลงั เรียน
หน่วยท่ี 2 เทคโนโลยีในการผลติ เอกสาร
แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน
ข้อ 1 ค ข้อ 1 จ
ข้อ 2 ก ข้อ 1 ข
ข้อ 3 จ ข้อ 3 ข
ข้อ 4 ก ข้อ 4 ข
ข้อ 5 ง ข้อ 5 ก
ข้อ 6 ค ข้อ 6 ก
ข้อ 7 ข ข้อ 7 ข
ข้อ 8 ข ข้อ 8 ง
ข้อ 9 ข ข้อ 9 จ
ข้อ 10 ง ข้อ 10 ข
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยท่ี 2 เทคโนโลยใี นการผลติ เอกสาร
ขอ้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1. บอกและอธิบายความหมาย ความสาคญั
ของเทคโนโลยใี นการผลิตเอกสารได้
2. บอกและอธิบายประโยชนข์ องเทคโนโลยที ี่
มีต่อการมาผลิตเอกสารได้
3. บอกกระบวนการผลิตเอกสารได้
4. เลือกประเภทของเทคโนโลยไี ดเ้ หมาะสม
กบั เอกสารท่ีจะผลิตได้
5. เลือกใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปไดเ้ หมาะกบั
รูปแบบการผลิตเอกสารได้
6. ผลิตเอกสารโดยใชเ้ ทคโนโลยตี ่าง ๆ ได้
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยที่ 2 เทคโนโลยใี นการผลติ เอกสาร
ขอ้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบทดสอบหลงั เรียน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1. บอกและอธิบายความหมาย ความสาคญั
ของเทคโนโลยใี นการผลิตเอกสารได้
2. บอกและอธิบายประโยชนข์ องเทคโนโลยที ่ี
มีต่อการมาผลิตเอกสารได้
3. บอกกระบวนการผลิตเอกสารได้
4. เลือกประเภทของเทคโนโลยไี ดเ้ หมาะสม
กบั เอกสารท่ีจะผลิตได้
5. เลือกใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปไดเ้ หมาะกบั
รูปแบบการผลิตเอกสารได้
6. ผลิตเอกสารโดยใชเ้ ทคโนโลยตี า่ ง ๆ ได้
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหลงั เรียน
หน่วยที่ 3 การวางข้อความในเอกสารและการเข้าเล่ม
แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลงั เรียน
ข้อ 1 ง ข้อ 1 ง
ข้อ 2 จ ข้อ 1 ข
ข้อ 3 ง ข้อ 3 ค
ข้อ 4 ก ข้อ 4 ก
ข้อ 5 ง ข้อ 5 ข
ข้อ 6 จ ข้อ 6 ง
ข้อ 7 ง ข้อ 7 ง
ข้อ 8 ก ข้อ 8 จ
ข้อ 9 ข ข้อ 9 ข
ข้อ 10 ก ข้อ 10 ค
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยที่ 3 การวางข้อความในเอกสารและการเข้าเล่ม
ขอ้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1. บอกและอธิบายส่วนประกอบของรูปเล่ม
เอกสารประเภทตา่ ง ๆ ได้
2. ใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิร์ดได้
3. วางขอ้ ความในเอกสารรูปแบบตา่ ง ๆ ได้
ถกู ตอ้ ง
4. ออกแบบปกหนา้ และหลงั ปกได้
5. จดั ทารูปเลม่ และเขา้ เล่มเอกสารประเภท
ตา่ ง ๆ ได้
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยท่ี 3 การวางข้อความในเอกสารและการเข้าเล่ม
ขอ้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบทดสอบหลงั เรียน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1. บอกและอธิบายส่วนประกอบของรูปเล่ม
เอกสารประเภทต่าง ๆ ได้
2. ใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ์ดได้
3. วางขอ้ ความในเอกสารรูปแบบตา่ ง ๆ ได้
ถูกตอ้ ง
4. ออกแบบปกหนา้ และหลงั ปกได้
5. จดั ทารูปเล่ม และเขา้ เล่มเอกสารประเภท
ต่าง ๆ ได้
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหลงั เรียน
หน่วยท่ี 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลงั เรียน
ข้อ 1 ค ข้อ 1 จ
ข้อ 2 ง ข้อ 1 ก
ข้อ 3 จ ข้อ 3 ข
ข้อ 4 ก ข้อ 4 ก
ข้อ 5 ข ข้อ 5 จ
ข้อ 6 ข ข้อ 6 ข
ข้อ 7 จ ข้อ 7 ค
ข้อ 8 ก ข้อ 8 จ
ข้อ 9 ก ข้อ 9 ก
ข้อ 10 ก ข้อ 10 ง
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยที่ 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
ขอ้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1. บอกและอธิบายลกั ษณะของเอกสารเป็น
รูปเล่มชนิดตา่ ง ๆ ได้
2. อธิบาย และเปรียบเทียบความแตกตา่ งของ
เอกสารเป็นรูปเล่มชนิดตา่ ง ๆ ได้
3. เตรียมขอ้ มลู และผลิตเอกสารรูปเลม่ ชนิด
ต่าง ๆ ได้
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยท่ี 4 การผลติ เอกสารเป็ นรูปเล่ม
ขอ้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบทดสอบหลงั เรียน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
1. บอกและอธิบายลกั ษณะของเอกสารเป็น
รูปเล่มชนิดต่าง ๆ ได้
2. อธิบาย และเปรียบเทียบความแตกต่างของ
เอกสารเป็นรูปเลม่ ชนิดตา่ ง ๆ ได้
3. เตรียมขอ้ มลู และผลิตเอกสารรูปเล่มชนิด
ตา่ ง ๆ ได้
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหลงั เรียน
หน่วยท่ี 5 การผลติ เอกสารไม่เป็ นรูปเล่ม
แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน
ข้อ 1 ก ข้อ 1 ง
ข้อ 2 ง ข้อ 2 ค
ข้อ 3 ค ข้อ 3 ข
ข้อ 4 จ ข้อ 4 ข
ข้อ 5 ข ข้อ 5 ก
ข้อ 6 ก ข้อ 6 ง
ข้อ 7 ก ข้อ 7 ข
ข้อ 8 ง ข้อ 8 ง
ข้อ 9 ก ข้อ 9 ง
ข้อ 10 ค ข้อ 10 ง