หลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว
พุทธศกั ราช 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ 2560)
สานักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาเชยี งใหม่เขต ๔
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
ก
คำนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ตามคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการ
ท่ี สพฐ.1239/2560 ลงวนั ท่ี 7 สิงหาคม 2560 และคาส่ังสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานที่
30/2561 ลงวันที่ 5 มกราคม 2561 ให้เปลย่ี นแปลงมาตรฐานและตัวชี้วดั กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) โดยมีคาสั่งให้โรงเรียนดาเนินการใช้หลักสูตรดังกล่าวในระดับชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 1 และระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ในปีการศึกษา 2561 ฉะน้ันเพ่ือให้สอดคล้องกับ
นโยบายและเป้าหมายของกระทรวงศกึ ษาธิการ จึงจาเปน็ อยา่ งยง่ิ ท่ีจะตอ้ งปรับปรงุ หลกั สูตร โรงเรยี นวัดทา่ ต้น
กวาว จึงได้ทาการปรับปรุงหลักสูตรของโรงเรียน ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2564 ข้ึนมา โดยได้คงหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรของโรงเรียน พุทธศักราช 2552 รวมถึง
หลกั สูตรโรงเรยี นท่ปี รับปรุงอย่างต่อเนื่องต้ังแต่ปีการศึกษา 2557 จนถึงปีการศึกษา 2561 ที่เปล่ียนแปลง
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการ
เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ในระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 และระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 และระดับ
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 รวมถึงการยกเลิกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด สาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี
และสาระท่ี 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
คงเหลือสองสาระ คือ สาระที่ 1 การดารงชีวติ และครอบครัว และสาระที่ 4 การอาชีพ และเปล่ียนชื่อสาระที่
4 เป็นสาระท่ี 2 การอาชีพ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 และระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 เปลี่ยนชื่อกลุ่ม
สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ เปน็ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในทุกระดับช้นั
ขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดทาเอกสารหลักสูตรโรงเรียนวัดท่าต้นกวาว ฉบับปรับปรุง
พุทธศักราช 2564 ฉบบั นี้ ใหม้ ีความสมบรู ณเ์ หมาะสมสาหรับเป็นแนวทางของครูในการจัดการศึกษา และ
สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กาหนดในหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560) ตอ่ ไป
นางศรพี รรณ์ เกษรศรี
ข
ประกำศโรงเรยี นวัดทำ่ ตน้ กวำว
เรอ่ื ง ใหใ้ ชห้ ลักสูตรโรงเรยี นวดั ทำ่ ต้นกวำว ฉบบั ปรบั ปรุงพทุ ธศักรำช 2564
ตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พทุ ธศักรำช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 (แก้ไขเพิ่มเติม 2545) มาตรา 27
วรรค 2 ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทาสาระของหลักสูตรตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ข้ัน
พื้นฐาน เพ่ือความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดารงและการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพ่ือ
การศึกษาตอ่
กระทรวงศึกษาธิการได้มีคาสั่งให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2553 ใช้
หลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ความ
ต้องการของท้องถน่ิ และความตอ้ งการของผู้เรียนในสถานศกึ ษาแต่ละแห่ง
โรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 จึงได้ดาเนินการ
จัดทาหลกั สูตรโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว พ.ศ. 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพุทธศักราช
2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) เพอื่ ใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรียนวัดท่า
ตน้ กวาว
ทั้งนี้ หลักสตู รโรงเรยี นได้รบั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้นื ฐาน เมอ่ื วันท่ี 17
เดือน พ.ค. พ.ศ. 2564 จงึ ประกาศให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนตัง้ แต่ปกี ารศกึ ษา 2564 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วนั ท่ี 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
............................................................... .........................................................
(นายศรที น แสงบุญ) ( นางศรีพรรณ์ เกษรศรี )
ประธานกรรมการสถานศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน ผู้อานวยการโรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว
ค หน้ำ
ก
สำรบญั ข
ค
คำนำ
ประกำศโรงเรยี น 1
สำรบัญ 1
หลักสตู รโรงเรียน 2
- ส่วนนำ 2
3
ควำมนำ 3
วสิ ยั ทัศน์โรงเรียน 11
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 11
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 14
สำระและมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ 23
- โครงสรำ้ งหลกั สูตรโรงเรยี น 32
- โครงสรำ้ งเวลำเรยี น 44
- โครงสร้ำงหลกั สูตรชนั้ ปี 58
- รหัสวิชำ 79
- คำอธบิ ำยรำยวิชำภำษำไทย 107
- คำอธบิ ำยรำยวิชำคณติ ศำสตร์ 119
- คำอธบิ ำยรำยวชิ ำวทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี 133
- คำอธิบำยรำยวชิ ำสงั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม 145
- คำอธบิ ำยรำยวชิ ำสุขศึกษำและพละศกึ ษำ
- คำอธบิ ำยรำยวิชำศิลปะ 160
- คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกำรงำนอำชพี 166
- คำอธิบำยรำยวิชำภำษำอังกฤษ 178
คำอธิบำยรำยวชิ ำสำระเพมิ่ เตมิ 184
- คำอธิบำยรำยวชิ ำหนำ้ ทพี่ ลเมอื ง 190
- คำอธบิ ำยรำยวชิ ำภำษำอังกฤษเพิ่มเตมิ
- คำอธบิ ำยรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิม่ เติม
- คำอธิบำยรำยวชิ ำอำเซยี นศกึ ษำ
- คำอธิบำยรำยวชิ ำต้ำนทุจริต
ง หนำ้
197
สารบญั 203
208
-คำอธบิ ำยรำยวชิ ำงำนช่ำงอตุ สำหกรรมเบื้องต้น
- กิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น 214
- เกณฑ์กำรจบกำรศกึ ษำ
ภำคผนวก
คำสง่ั โรงเรยี นวดั ท่ำตน้ กวำว
~1~
1.ส่วนนำ
1.1 ความนา
พระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พุทธศกั รำช 2542 แก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มำตรำ
27 วรรค 2 ไดก้ ำหนดให้สถำนศกึ ษำขัน้ พนื้ ฐำนมหี นำ้ ท่จี ัดทำสำระของหลกั สตู รในสว่ นทเ่ี ก่ยี วกบั สภำพปัญหำ
ในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญำท้องถ่ิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพื่อเป็นสมำชิกท่ีดีของครอบครัว ชุมชน
สังคม และประเทศชำติ กระทรวงศึกษำธิกำรได้มีคำส่ังให้ใช้หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน
พุทธศักรำช 2551 ในโรงเรียนทั่วไป โดยปีกำรศึกษำ 2553 ให้โรงเรียนทั่วไปใช้หลักสูตรแกนกลำง
กำรศึกษำข้นั พ้ืนฐำนพทุ ธศกั รำช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศกั รำช 2560) ในชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี 1 – 6
กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำเชียงใหม่ เขต 4 ได้กำหนด
เปำ้ หมำยและจุดเน้นในกำรพัฒนำผเู้ รยี นโดยม่งุ พฒั นำทกั ษะกำรอ่ำน ใช้ประโยชน์จำกกำรอำ่ นเปน็ เหน็ คุณค่ำ
และรักกำรอ่ำนมุ่งส่งเสริมกำรศึกษำเรียนรู้ตำมแนวปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งส่งเสริมให้เกิดควำม
ตระหนักในจำรีต ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีวัฒนธรรมและชำติพันธ์ุ มุ่งพัฒนำองค์ควำมรู้ ประยุกต์
ภมู ิปัญญำท้องถิ่น สู่งำนศิลปะ อำชพี เชงิ ประยุกต์ มุง่ สง่ เสรมิ กำรใชค้ วำมหลำกหลำย ทำงภำษำและวัฒนธรรม
สร้ำงควำมเข้ำใจอันดีต่อกัน อยู่ร่วมกันอย่ำงเป็นสุข และเพ่ือพัฒนำกำรค้ำ กำรบริกำรกำรท่องเที่ยว มุ่ง
ส่งเสริมสนับสนุนกำรศึกษำ เพ่อื กำรพัฒนำงำนสรำ้ งอำชพี พ้ืนฐำนกำรทำมำหำกนิ ตำมวิถีเชียงใหม่ที่สอดคล้อง
กบั สภำพภูมศิ ำสตรข์ องทอ้ งถิ่นและวิถีชีวิตของเชียงใหม่ มุ่งส่งเสริมกำรสร้ำงสำนึกคุณธรรม มีกิริยำมำรยำท
มีสัมมำคำรวะ รับผิดชอบและรักบำ้ นเกดิ
โรงเรียนวัดท่ำต้นกวำว สำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำเชียงใหม่ เขต 4 ได้ดำเนินกำร
จดั ทำหลักสูตรโรงเรียนวดั ทำ่ ตน้ กวำว พ.ศ.2564 ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำ ข้ันพื้นฐำนพุทธศักรำช
2551(ฉบับปรบั ปรุง พุทธศกั รำช 2560) โดยปรบั วสิ ัยทัศน์ เพ่มิ ชุมนุมพฤกษศำสตร์ และเศรษฐกิจพอเพียง
ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำนพุทธศักรำช 2551 เพ่ือใช้เป็นกรอบและทิศทำงในกำรจัดกำร
เรียนกำรสอนของโรงเรียนวัดท่ำต้นกวำว และเพ่ือให้กระบวนกำรนำหลักสูตรไปสู่กำรปฏิบัติอย่ำงมี
ประสิทธภิ ำพ รวมทงั้ ร่วมกันรับผดิ ชอบและทำงำนรว่ มกนั อยำ่ งเป็นระบบ โดยจดั ทำและพัฒนำหลักสูตรตำม
แนวคิดหลักสูตรอิงมำตรฐำน คือ กำหนดมำตรฐำนกำรเรียนรู้เป็นเป้ำหมำยในกำรพัฒนำผู้เรี ยน เพ่ือให้
ผ้เู รียนมคี ณุ ภำพ ตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน มุ่งพัฒนำผู้เรียนทุก
คนใหม้ ีควำมสมดลุ ทัง้ ด้ำนร่ำงกำย ควำมรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในควำมเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ัน
ในกำรปกครอง ตำมระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข มี ควำมรู้และทักษะ
พ้ืนฐำน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อกำรศึกษำต่อ กำรประกอบอำชีพและกำรศึกษำตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้น
ผ้เู รยี นเป็นสำคญั บนพืน้ ฐำนควำมเชอ่ื ว่ำ ทุกคนสำมำรถเรยี นรูแ้ ละพฒั นำตนเองได้เตม็ ตำมศักยภำพ
หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~2~
1.2 วิสัยทัศน์ของโรงเรียน
มุง่ สู่ชมุ ชนแหง่ กำรเรยี นรู้ ใชเ้ ทคโนโลยอี ย่ำงสรำ้ งสรรค์ มงุ่ มั่นสรำ้ งคุณภำพผเู้ รียน
1.3 สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ในกำรพฒั นำผู้เรยี นตำมหลักสูตรโรงเรียนวดั ท่ำต้นกวำว พุทธศักรำช 2564ตำมหลักสูตรแกนกลำง
กำรศกึ ษำข้นั พ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) มุ่งเน้นพัฒนำผู้เรียนให้มีคุณภำพตำม
มำตรฐำนทกี่ ำหนด ซึ่งจะช่วยให้ผูเ้ รยี นเกดิ สมรรถนะสำคญั และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดังนี้
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
หลักสูตรโรงเรียนวัดท่ำต้นกวำว พุทธศักรำช 2564 ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน
พทุ ธศักรำช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) มุ่งใหผ้ ู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคญั 5 ประกำร ดงั นี้
1. ความสามารถในการส่อื สาร เป็นควำมสำมำรถในกำรรับและส่งสำร มีวัฒนธรรมในกำรใช้ภำษำ
ถ่ำยทอดควำมคิด ควำมรู้ควำมเข้ำใจ ควำมรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปล่ียนข้อมูลข่ำวสำรและ
ประสบกำรณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อกำรพัฒนำตนเองและสังคม รวมทั้งกำรเจรจำต่อรองเพ่ือขจัดและลด
ปัญหำควำมขดั แยง้ ต่ำง ๆ กำรเลือกรบั หรือไมร่ บั ข้อมลู ข่ำวสำรด้วยหลกั เหตผุ ลและควำมถูกต้อง ตลอดจนกำร
เลือกใช้วิธีกำรส่อื สำร ทม่ี ปี ระสทิ ธิภำพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคิด เป็นควำมสำมำรถในกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดสังเครำะห์ กำรคิด อย่ำง
สร้ำงสรรค์ กำรคิดอย่ำงมวี จิ ำรณญำณ และกำรคดิ เป็นระบบ เพ่ือนำไปสู่กำรสร้ำงองค์ควำมรู้หรือสำรสนเทศ
เพอ่ื กำรตัดสนิ ใจเกี่ยวกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เปน็ ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำและอปุ สรรคตำ่ ง ๆ ท่ีเผชิญได้
อยำ่ งถูกตอ้ งเหมำะสมบนพนื้ ฐำนของหลกั เหตุผล คุณธรรมและขอ้ มลู สำรสนเทศ เข้ำใจควำมสมั พันธ์และกำร
เปล่ยี นแปลงของเหตุกำรณ์ต่ำง ๆ ในสงั คม แสวงหำควำมรู้ ประยกุ ต์ควำมร้มู ำใช้ในกำรป้องกนั และแก้ไข
ปัญหำ และมกี ำรตดั สนิ ใจท่ีมีประสทิ ธิภำพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบทีเ่ กดิ ข้นึ ตอ่ ตนเอง สงั คมและส่ิงแวดลอ้ ม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นควำมสำมำรถในกำรนำกระบวนกำรต่ำง ๆ ไปใช้ใน
กำรดำเนินชวี ิตประจำวัน กำรเรียนรู้ด้วยตนเอง กำรเรียนรู้อย่ำงต่อเน่ือง กำรทำงำน และกำรอยู่ร่วมกันใน
สังคมด้วยกำรสร้ำงเสริมควำมสัมพันธ์อันดีระหว่ำงบุคคล กำรจัดกำรปัญหำและควำมขัดแย้งต่ำง ๆ อย่ำง
เหมำะสม กำรปรับตัวให้ทันกับกำรเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภำพแวดล้อม และกำรรู้จักหลีกเลี่ยง
พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อ่นื
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นควำมสำมำรถในกำรเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้ำนต่ำง ๆ และ
มีทักษะกระบวนกำรทำงเทคโนโลยี เพ่ือกำรพัฒนำตนเองและสังคม ในด้ำนกำรเรียนรู้ กำรส่ือสำร
กำรทำงำน กำรแกป้ ัญหำอย่ำงสรำ้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมำะสม และมีคุณธรรม
หลักสูตรโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560
~3~
1.4 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนวัดท่ำต้นกวำว พุทธศักรำช 2564 ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน
พุทธศักรำช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) มุ่งพัฒนำผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้
สำมำรถอยู่ร่วมกับผอู้ ่ืนในสังคมไดอ้ ย่ำงมีควำมสุข ในฐำนะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้
1. รกั ชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์
2. ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต
3. มีวนิ ยั
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยู่อย่ำงพอเพียง
6. มุง่ มัน่ ในกำรทำงำน
7. รักควำมเป็นไทย
8. มีจติ สำธำรณะ
1.5 สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
หลกั สูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพนื้ ฐำนกำหนดมำตรฐำนกำรเรยี นรใู้ น 8 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้
จำนวน 67 มำตรฐำน ดังน้ี
ภาษาไทย
สาระที่ 1 การอา่ น
มำตรฐำน ท 1.1 ใชก้ ระบวนกำรอำ่ นสรำ้ งควำมร้แู ละควำมคดิ เพ่อื นำไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหำ
ในกำรดำเนนิ ชวี ิตและมีนิสัยรักกำรอำ่ น
สาระที่ 2 การเขียน
มำตรฐำน ท 2.1 ใช้กระบวนกำรเขยี น เขียนสื่อสำร เขยี นเรยี งควำม ยอ่ ควำม และเขยี นเรื่องรำว
ในรปู แบบตำ่ งๆ เขียนรำยงำนขอ้ มูลสำรสนเทศและรำยงำนกำรศึกษำค้นคว้ำ
อย่ำงมีประสิทธิภำพ
สาระที่ 3 การฟัง การดู และการพูด
มำตรฐำน ท 3.1 สำมำรถเลือกฟังและดอู ยำ่ งมีวิจำรณญำณ และพูดแสดงควำมรู้ ควำมคิด
ควำมรสู้ กึ ในโอกำสต่ำงๆ อยำ่ งมวี ิจำรณญำณ และสรำ้ งสรรค์
สาระท่ี 4หลกั การใชภ้ าษาไทย
มำตรฐำน ท 4.1 เข้ำใจธรรมชำติของภำษำและหลักภำษำไทย กำรเปลย่ี นแปลงของภำษำและพลัง
ของภำษำ ภูมปิ ัญญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไว้เปน็ สมบัติของชำติ
สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มำตรฐำน ท 5.1 เข้ำใจและแสดงควำมคิดเห็น วจิ ำรณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่ำง
เห็นคณุ ค่ำและนำมำประยุกต์ใช้ในชวี ติ จรงิ
หลักสูตรโรงเรยี นวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~4~
คณติ ศาสตร์
สาระท่ี 1 จานวนและพชี คณิต
มำตรฐำน ค. 1.1 เข้ำใจควำมหลำกหลำยของกำรแสดงจำนวน ระบบจำนวน กำรดำเนินกำรของ
จำนวน ผลทเ่ี กิดข้นึ จำกกำรดำเนนิ กำร สมบตั ิของกำรดำเนนิ กำร และนำไปใช้
มำตรฐำน ค. 1.2 เขำ้ ใจและวเิ ครำะห์แบบรูป ควำมสัมพนั ธ์ ฟงั ก์ชนั ลำดบั และอนกุ รม และนำไปใช้
มำตรฐำน ค. 1.3 ใชน้ ิพจน์ สมกำร และอสมกำร อธิบำยควำมสมั พันธ์หรอื ช่วยแกป้ ัญหำท่ีกำหนดให้
สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณติ
มำตรฐำน ค. 2.1 เข้ำใจพ้ืนฐำนเกี่ยวกับกำรวัด วัดและคำดคะเนขนำดของส่ิงท่ีต้องกำรวัด และ
นำไปใช้
มำตรฐำน ค. 2.2 เขำ้ ใจและวเิ ครำะหร์ ูปเรขำคณิต สมบัติของรูปเรขำคณิต ควำมสัมพันธ์ระหว่ำง รูป
เรขำคณิต และทฤษฎบี ททำงเรขำคณติ และนำไปใช้
สาระท่ี 3 สถิตแิ ละความน่าจะเป็น
มำตรฐำน ค. 3.1 เขำ้ ใจกระบวนกำรทำงสถติ ิ และใชค้ วำมรทู้ ำงสถิตใิ นกำรแก้ปญั หำ
มำตรฐำน ค. 3.2 เข้ำใจหลักกำรนับเบอื้ งต้น ควำมนำ่ จะเปน็ และนำไปใช้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เข้ำใจควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งไม่มีชีวิตกับ
สง่ิ มชี วี ิต และควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งสิ่งมชี ีวิตกับสิง่ มชี ีวติ ตำ่ ง ๆ ในระบบนเิ วศ กำร
ถ่ำยทอดพลังงำน กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ควำมหมำยของ
ปัญหำและผลกระทบท่ีมีต่อทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม แนวทำงในกำร
อนรุ ักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติและกำรแก้ไขปัญหำส่ิงแวดล้อม รวมทั้งนำควำมรู้ไปใช้
ประโยชน์
มาตรฐาน ว 1.2 เข้ำใจสมบตั ขิ องสิ่งมชี ีวติ หน่วยพนื้ ฐำนของส่ิงมีชีวิต กำรลำเลยี งสำรเขำ้ และ
ออกจำกเซลล์ ควำมสมั พันธข์ องโครงสรำ้ งและหน้ำท่ขี องระบบต่ำง ๆ ของสัตว์
และมนุษยท์ ท่ี ำงำนสมั พนั ธก์ ัน ควำมสมั พันธ์ของโครงสร้ำงและหน้ำทีข่ อง
อวยั วะต่ำง ๆ ของพชื ท่ีทำงำนสมั พันธก์ นั รวมทงั้ นำควำมรูไ้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 1.3 เขำ้ ใจกระบวนกำรและควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพนั ธกุ รรมสำร
พนั ธุกรรม กำรเปลยี่ นแปลงทำงพันธุกรรมทม่ี ีผลต่อส่ิงมีชีวิต ควำมหลำกหลำย
ทำงชวี ภำพและววิ ฒั นำกำรของสงิ่ มีชีวติ รวมทง้ั นำควำมร้ไู ปใช้ประโยชน์
หลกั สูตรโรงเรยี นวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~5~
สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เขำ้ ใจสมบตั ขิ องสสำร องคป์ ระกอบของสสำร ควำมสัมพันธ์ระหวำ่ งสมบัตขิ อง
สสำรกับโครงสร้ำงและแรงยึดเหนี่ยวระหว่ำงอนุภำค หลักและธรรมชำติของกำร
เปลย่ี นแปลงสถำนะของสสำร กำรเกดิ สำรละลำย และกำรเกดิ ปฏกิ ริ ยิ ำเคมี
มาตรฐาน ว 2.2 เข้ำใจธรรมชำตขิ องแรงในชีวิตประจำวนั ผลของแรงที่กระทำตอ่ วัตถุ ลกั ษณะ
กำรเคลอื่ นทแี่ บบต่ำง ๆ ของวตั ถุ รวมทั้งนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 2.3 เข้ำใจควำมหมำยของพลงั งำน กำรเปล่ยี นแปลงและกำรถ่ำยโอนพลงั งำน
ปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวำ่ งสสำรและพลงั งำน พลงั งำนในชีวติ ประจำวัน ธรรมชำตขิ อง
คลนื่ ปรำกฏกำรณ์ทเ่ี กีย่ วข้องกับเสียง แสง และคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟำ้ รวมทั้งนำ
ควำมรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เขำ้ ใจองคป์ ระกอบ ลักษณะ กระบวนกำรเกิด และววิ ัฒนำกำรของเอกภพ
กำแล็กซี ดำวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภำยในระบบสุริยะที่ส่งผล
ตอ่ สิง่ มีชีวติ และกำรประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีอวกำศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้ำใจองคป์ ระกอบและควำมสมั พันธ์ของระบบโลก กระบวนกำรเปล่ียนแปลง
ภำยในโลกและบนผวิ โลก ธรณีพิบัตภิ ัย กระบวนกำรเปลยี่ นแปลงลมฟ้ำอำกำศ
และภูมอิ ำกำศโลก รวมทง้ั ผลตอ่ ส่ิงมีชีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เขำ้ ใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยเี พอื่ กำรดำรงชีวิตในสงั คมท่ีมีกำรเปลี่ยนแปลง
อยำ่ งรวดเรว็ ใชค้ วำมรูแ้ ละทกั ษะทำงด้ำนวิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ และศำสตร์
อ่นื ๆ เพอ่ื แกป้ ญั หำหรอื พัฒนำงำนอย่ำงมคี วำมคิดสร้ำงสรรค์ดว้ ยกระบวนกำร
ออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยีอย่ำงเหมำะสมโดยคำนงึ ถึงผลกระทบ
ตอ่ ชีวติ สังคม และสงิ่ แวดล้อม
มาตรฐาน ว 4.2 เขำ้ ใจและใช้แนวคดิ เชิงคำนวณในกำรแก้ปัญหำทพี่ บในชีวติ จริงอยำ่ งเปน็
ข้ันตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรส่ือสำรในกำรเรียนรู้ กำร
ทำงำน และกำรแกป้ ญั หำไดอ้ ย่ำงมปี ระสิทธิภำพ รู้เท่ำทัน และมีจรยิ ธรรม
สังคม ศาสนาและวัฒนธรรม
สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐานส 1.1 ร้แู ละเข้ำใจประวัติ ควำมสำคญั ศำสดำ หลักธรรมของพระพทุ ธศำสนำหรือ
ศำสนำท่ีตนนบั ถือและศำสนำอ่นื มีศรัทธำทถ่ี กู ต้อง ยึดม่นั และปฏิบตั ิตำมหลกั ธรรม
เพอ่ื อยู่ร่วมกนั อยำ่ งสันตสิ ุข
มาตรฐาน ส 1.2 เข้ำใจ ตระหนกั และปฏบิ ตั ติ นเปน็ ศำสนกิ ชนท่ดี ีและธำรงรักษำพระพทุ ธศำสนำ
หรือศำสนำท่ีตนนับถอื
สาระที่ 2หนา้ ท่พี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนนิ ชีวิตในสงั คม
หลักสูตรโรงเรียนวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~6~
มาตรฐาน ส 2.1 เข้ำใจและปฏบิ ตั ิตนตำมหนำ้ ทขี่ องกำรเป็นพลเมอื งดี มคี ำ่ นิยมทีด่ ีงำม และ
ธำรงรกั ษำประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดำรงชวี ิตอยู่ร่วมกันในสงั คมไทย และ
สังคมโลกอย่ำงสนั ติสุข
มาตรฐาน ส 2.2 เข้ำใจระบบกำรเมืองกำรปกครองในสงั คมปัจจบุ นั ยดึ ม่ัน ศรทั ธำ และธำรง
รกั ษำไว้ซง่ึ กำรปกครองระบอบประชำธิปไตยอนั มพี ระมหำกษตั ริย์ทรงเปน็
ประมุข
สาระท่ี 3เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส. 3.1 เขำ้ ใจและสำมำรถบริหำรจดั กำรทรพั ยำกรในกำรผลติ และกำรบรโิ ภคกำรใช้
ทรัพยำกรที่มีอย่จู ำกดั ได้อยำ่ งมีประสทิ ธิภำพและคุม้ ค่ำรวมท้ังเข้ำใจหลักกำรของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง เพอ่ื กำรดำรงชวี ิตอย่ำงมดี ุลยภำพ
มาตรฐาน ส.3.2 เขำ้ ใจระบบ และสถำบันทำงเศรษฐกิจต่ำง ๆ ควำมสัมพันธ์ทำงเศรษฐกิจและควำม
จำเปน็ ของกำรรว่ มมอื กนั ทำงเศรษฐกิจในสังคมโลก
สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์
มาตรฐาน ส 4.1 เข้ำใจควำมหมำย ควำมสำคัญของเวลำและยุคสมยั ทำงประวัตศิ ำสตร์ สำมำรถ
ใชว้ ิธีกำรทำงประวัติศำสตรม์ ำวิเครำะห์เหตกุ ำรณ์ต่ำงๆ อยำ่ งเป็นระบบ
มาตรฐาน ส 4.2 เข้ำใจพัฒนำกำรของมนษุ ยชำตจิ ำกอดีตจนถึงปจั จุบัน ในด้ำนควำมสมั พนั ธ์และ
กำรเปล่ียนแปลงของเหตุกำรณ์อย่ำงต่อเน่ือง ตระหนักถึงควำมสำคัญและ
สำมำรถ วิเครำะห์ผลกระทบทีเ่ กิดขนึ้
มาตรฐาน ส 4.3 เข้ำใจควำมเปน็ มำของชำตไิ ทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญำไทย มคี วำมรัก ควำม
ภมู ิใจและธำรงควำมเป็นไทย
สาระท่ี 5ภมู ิศาสตร์
มาตรฐาน ส 5.1 เขำ้ ใจลักษณะทำงกำยภำพของโลก และควำมสมั พนั ธข์ องสรรพส่ิงซึง่ มีผลตอ่ กนั
ใชแ้ ผนที่และเครอ่ื งมอื ทำงภูมิศำสตร์ในกำรค้นหำวเิ ครำะห์ และสรุปขอ้ มูลตำม
กระบวนกำรทำงภูมศิ ำสตร์ ตลอดจนใชภ้ ูมิสำรสนเทศอย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพ
มาตรฐาน ส 5.2 เข้ำใจปฏสิ มั พนั ธร์ ะหว่ำงมนษุ ยก์ ับสภำพแวดล้อมทำงกำยภำพทีก่ อ่ ให้เกดิ กำร
สรำ้ งสรรค์วิถีกำรดำเนนิ ชวี ิต มีจติ สำนกึ และมสี ว่ นร่วมในกำรจัดกำรทรพั ยำกร และ
ส่ิงแวดล้อมเพ่อื กำรพัฒนำท่ียัง่ ยนื
สุขศึกษาและพลศกึ ษา
สาระท่ี 1 การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
มำตรฐำน พ 1.1 เข้ำใจธรรมชำติของกำรเจริญเติบโตและพฒั นำกำรของมนุษย์
สาระที่ 2 ชวี ิตและครอบครัว
มำตรฐำน พ 2.1 เขำ้ ใจและเหน็ คุณค่ำตนเองครอบครัว เพศศกึ ษำ และมที ักษะในกำรดำเนินชวี ิต
สาระท่ี 3 การเคลอื่ นไหว การออกกาลังกาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มำตรฐำน พ 3.1 เขำ้ ใจ มีทกั ษะในกำรเคลือ่ นไหว กิจกรรมทำงกำย กำรเล่นเกม และกีฬำ
หลักสูตรโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560
~7~
มำตรฐำน พ 3.2 รกั กำรออกกำลงั กำย กำรเล่นเกม และกำรเล่นกีฬำ ปฏิบัตเิ ป็นประจำอยำ่ ง
สม่ำเสมอมีวินยั เคำรพสิทธิ กฎกตกิ ำ มนี ้ำใจ นกั กฬี ำมีจิตวญิ ญำณในกำรแขง่ ขัน
และช่ืนชมในสุนทรยี ภำพของกำรกีฬำ
สาระท่ี 4 การสร้างเสริมสขุ ภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
มำตรฐำน พ 4.1 เหน็ คณุ ค่ำและมีทักษะในกำรสร้ำงเสรมิ สขุ ภำพ กำรดำรงสขุ ภำพ กำรป้องกัน
และกำรสรำ้ งเสริมสมรรถภำพเพือ่ สุขภำพ
สาระท่ี 5 ความปลอดภัยในชีวิต
มำตรฐำน พ 5.1 ปอ้ งกนั และหลีกเลีย่ งปจั จยั เสีย่ ง พฤตกิ รรมเสยี่ งตอ่ สขุ ภำพ อบุ ัติเหตุ กำรใช้ยำ
ศลิ ปะ สำรเสพตดิ และควำมรนุ แรง
สาระท่ี 1 ทศั นศลิ ป์
มำตรฐำน ศ 1.1 สรำ้ งสรรคง์ ำนทัศนศลิ ปต์ ำมจนิ ตนำกำร และควำมคดิ สรำ้ งสรรค์ วเิ ครำะห์
วิพำกษ์ วจิ ำรณ์คุณคำ่ งำนทศั นศลิ ป์ ถำ่ ยทอดควำมรู้สกึ ควำมคดิ ตอ่ งำนศิลปะ
อย่ำงอิสระ ชน่ื ชม และประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั
มำตรฐำน ศ 1.2 เข้ำใจควำมสัมพันธ์ระหว่ำงทัศนศิลป์ ประวตั ิศำสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คณุ คำ่
งำนทศั นศลิ ป์ทีเ่ ปน็ มรดกทำงวัฒนธรรม ภมู ิปญั ญำทอ้ งถิน่ ภูมิปัญญำไทยและ
สำกล
สาระที่ 2ดนตรี
มำตรฐำน ศ 2.1 เขำ้ ใจและแสดงออกทำงดนตรีอยำ่ งสร้ำงสรรค์ วเิ ครำะห์ วิพำกษว์ จิ ำรณค์ ุณค่ำ
ดนตรี ถำ่ ยทอดควำมรู้สึก ควำมคิดต่อดนตรีอย่ำงอสิ ระ ชื่นชม และประยุกต์ ใช้
ในชีวติ ประจำวัน
มำตรฐำน ศ 2.2 เข้ำใจควำมสัมพันธ์ระหว่ำงดนตรี ประวัติศำสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่ำของ
ดนตรีที่เปน็ มรดกทำงวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญำท้องถน่ิ ภมู ิปญั ญำไทยและสำกล
สาระที่ 3 นาฏศลิ ป์
มำตรฐำน ศ 3.1 เขำ้ ใจ และแสดงออกทำงนำฏศิลป์อยำ่ งสรำ้ งสรรค์ วิเครำะห์ วพิ ำกษ์ วิจำรณ์
คุณค่ำนำฏศิลป์ ถ่ำยทอดควำมรู้สึก ควำมคิดอย่ำงอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้
ในชวี ิตประจำวัน
มำตรฐำน ศ 3.2 เขำ้ ใจควำมสมั พันธ์ระหว่ำงนำฏศลิ ป์ ประวตั ศิ ำสตร์และวฒั นธรรม เหน็ คณุ คำ่ ของ
นำฏศลิ ปท์ ี่เปน็ มรดกทำงวัฒนธรรม ภมู ิปญั ญำทอ้ งถน่ิ ภมู ปิ ัญญำไทยและสำกล
การงานอาชีพ
สาระที่1 การดารงชวี ิตและครอบครวั
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทางาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทางาน ทักษะการ
จดั การทักษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทกั ษะการทางานรว่ มกนั และทกั ษะการ
แสวงหาความรู้มคี ุณธรรมและลกั ษณะนิสัยในการทางาน มีจิตสานกึ ในการใช้
พลงั งานทรัพยากรและสิง่ แวดลอ้ มเพอื่ การดารงชวี ติ และครอบครวั
หลกั สตู รโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560
~8~
สาระที่2 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 2.1 เขา้ ใจ มที ักษะท่ีจาเปน็ มปี ระสบการณเ์ หน็ แนวทางในงานอาชพี มีคุณธรรมและ
ภาษาตา่ งประเทศ มีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ อาชีพ
สาระท่ี 1 ภาษาเพอื่ การสือ่ สาร
มำตรฐำน ต 1.1 เขำ้ ใจและตีควำมเร่อื งที่ฟังและอ่ำนจำกสือ่ ประเภทตำ่ งๆ และแสดงควำมคิดเห็นอยำ่ ง
มีเหตุผล
มำตรฐำน ต 1.2 มที ักษะกำรส่ือสำรทำงภำษำในกำรแลกเปลี่ยนข้อมูลข่ำวสำร แสดงควำมรู้สึกและ
ควำมคดิ เห็นอย่ำงมีประสิทธิภำพ
มำตรฐำน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่ำวสำร ควำมคิดรวบยอด และควำมคิดเห็นในเรื่องต่ำงๆ
โดยกำรพูดและกำรเขียน
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มำตรฐำน ต 2.1 เข้ำใจควำมสัมพันธ์ระหว่ำงภำษำกับวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ และนำไปใช้ได้
มำตรฐำน ต 2.2 อย่ำงเหมำะสมกบั กำลเทศะ
เข้ำใจควำมเหมือนและควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งภำษำและวฒั นธรรมของเจ้ำของ
ภำษำกบั ภำษำและวฒั นธรรมไทย และนำมำใช้อยำ่ งถกู ตอ้ งและเหมำะสม
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พันธ์กบั กล่มุ สาระการเรียนรอู้ นื่
มำตรฐำน ต 3.1 ใชภ้ ำษำตำ่ งประเทศในกำรเชอ่ื มโยงควำมรู้กับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อื่น และเป็นพ้ืนฐำน
ในกำรพัฒนำ แสวงหำควำมรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนและโลก
มำตรฐำน ต 4.1 ใช้ภำษำตำ่ งประเทศในสถำนกำรณต์ ำ่ งๆ ทงั้ ในสถำนศึกษำ ชมุ ชน และสังคม
มำตรฐำน ต 4.2 ใช้ภำษำต่ำงประเทศเป็นเคร่ืองมือพ้ืนฐำนในกำรศึกษำต่อ กำรประกอบอำชีพ
และกำรแลกเปล่ียนเรียนรกู้ บั สงั คมโลก
หลกั สูตรโรงเรียนวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~9~
1.6 โครงสรำ้ งหลกั สตู รโรงเรียน
กำรกำหนดโครงสร้ำงเวลำเรียนพื้นฐำนและเพ่ิมเติม หลักสูตรโรงเรียนวัดท่ำต้นกวำว 2564 ตำม
หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ดำเนินกำรปรับเวลำ
เรียนพ้ืนฐำนของแต่ละกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ให้มี ควำมเหมำะสม ท้ังน้ียังมีเวลำเรียนรวมตำมท่ีกำหนดไว้ใน
โครงสร้ำงเวลำเรียนพื้นฐำน และผู้เรียนต้องมี คุณภำพตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีกำหนด โดย
พจิ ำรณำใหส้ อดคลอ้ งกบั ควำมพร้อม จุดเน้นของ โรงเรียนและเกณฑ์กำรจบหลักสูตรระดับประถมศึกษำวิชำ
พ้ืนฐำน จำนวน 840 ช่ัวโมง/ปี ระดับมัธยมศึกษำตอนต้นรำยวิชำพ้ืนฐำน 880 ชั่วโมง/ปี ยังคงตำม
แนวนโยบำยเดมิ ทเ่ี นน้ ใหผ้ ู้เรียนอ่ำนออก เขยี นได้ โดยมีกำรปรับดงั น้ี
1. ปรับรายวชิ าพ้นื ฐาน และรายวชิ าเพิม่ เติม
1.1 กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศรำยวิชำพื้นฐำน ระดับชั้นประถมศึกษำปีท่ี 1-3 จำนวน
120 ชั่วโมง/ปี โรงเรียนได้กำหนดรำยวิชำภำษำอังกฤษเพ่ิมเติม จำนวน 80ชั่วโมง/ปี รวมเป็น 200
ช่ัวโมง/ปี
1.2 จดั กจิ กรรมกำรเรยี นรู้รำยวิชำเพมิ่ เติมวิชำใหม่ ในระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษำตอนตน้ 1-3 คือ รำยวิชำ
งำนช่ำงอุตสำหกรรมเบ้ืองต้น และรำยวิชำต้ำนทุจริตโดย มีเวลำเรียน จำนวน 40 ชั่วโมง/ปี จำนวน 0.5
หน่วยกิจ
1.3 รำยวิชำหน้ำที่พลเมือง ระดับประถมศึกษำปีที่ 1-3 ,ม1-3 ให้มีกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ใน
กลุ่มสำระกำรเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม รวมทั้งบูรณำกำรกับกำรเรียนรู้ในรำยวิชำพ้ืนฐำนอ่ืน
ๆ และบรู ณำกำรกับกำรจัด กิจกรรมพัฒนำผู้เรียนและกิจกรรม/โครงกำรต่ำงๆ และหรือกิจกรรมหน้ำเสำธง
กิจกรรมตำมวิถชี ีวิตประจำวนั ของผเู้ รียน ประเมินผลโดย ผ่ำน/ไม่ผ่ำน ตำมกิจกรรมท่ีกำหนดให้เข้ำร่วมส่วน
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี 4- 6 จดั กำรเรยี นกำรสอนในรำยวชิ ำเพิม่ เติม
1.4 กำหนดรำยวชิ ำวทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยีในระดับมธั ยมศึกษำตอนต้นแยกสำระกำรเรียนท่ี 4
เป็นรำยวชิ ำพนื้ ฐำนที่ 2 คอื ระดับช้ันมัธยมศึกษำปีที่ 1 ภำคเรียนท่ี 1 วิชำวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัส
ว21101 และวิชำกำรออกแบบและเทคโนโลยี รหัส ว21102 ภำคเรียนท่ี 2 วิชำวิทยำศำสตร์และ
เทคโนโลยี รหสั ว21103 และวิชำวิทยำกำรคำนวณ รหัส ว21104 ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 2 ภำคเรียน
ที่1 วิชำวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัส ว22101 และวิชำกำรออกแบบและเทคโนโลยี รหัส ว22102
ภำคเรียนท่ี 2 วิชำวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัส ว22103 และวิชำวิทยำกำรคำนวณ รหัส ว22104
ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 3 ภำคเรียนท่ี 1วิชำวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัส ว23101 และวิชำกำร
ออกแบบและเทคโนโลยี รหสั ว23102ภำคเรยี นที่ 2 วิชำวทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี รหัส ว23103 และ
วชิ ำวทิ ยำกำรคำนวณ รหสั ว23104
1.5 กำหนดรำยวิชำต้ำนทุจริต ระดับประถมศึกษำปีท่ี 1-6 ให้มีกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ในกลุ่ม
สำระกำรเรยี นรูส้ งั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม รวมท้ังบูรณำกำรกับกำรเรียนรู้ใน กิจกรรมพัฒนำผู้เรียน
และกิจกรรม/โครงกำรต่ำงๆ และหรือกิจกรรมหน้ำเสำธง กิจกรรมตำมวิถีชีวิตประจำวัน ของผู้เรียน
ประเมนิ ผลโดย ผ่ำน/ไม่ผำ่ น ตำมกจิ กรรมทีก่ ำหนดใหเ้ ข้ำร่วม
1.6 ปรับปรุงคำอธิบำยรำยวิชำทุกกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้โดยระบสุ ำระกำรเรยี นรทู้ ้องถ่ิน
หลักสูตรโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 10 ~
1.7 กิจกรรมพัฒนำผเู้ รียนท่ีกำหนดไว้ในช้ันประถมศึกษำปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 3 ปีละ 120
ชั่วโมง/ปี เป็นเวลำสำหรับปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมลูกเสือ กิจกรรมชุมนุม และกิจกรรมเพื่อสังคม
และสำธำรณประโยชน์ ระดับประถม รวมทงั้ สิ้น 1,040 ชวั่ โมง/ปี และระดับมธั ยมรวมทงั้ สน้ิ 1,200 ชว่ั โมง/
ปี
1.8 กำรจัดกิจกรรม “ลดเวลำเรียน เพ่ิมเวลำรู้” โดยบูรณำกำรกำรจัดกิจกรรมเน้นกระบวนกำรที่
เป็น Active Learning ในรำยวชิ ำพื้นฐำนท้ัง 8 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้และมีกำรจัดกิจกรรม “ลดเวลำเรียน เพ่ิม
เวลำ รู้”โดยตรง ดังน้ี
ในระดับชั้นประถมศึกษำปีท่ี 1 – ระดับมัธยมศึกษำปีที่3 พัฒนำทักษะพื้นฐำน ในกำรอ่ำนออก
เขียนได้ และทักษะกำรคิดวิเครำะห์ แก้ปัญหำ และเรียนรู้ด้วยตนเอง เพ่ือยกระดับคุณภำพกำรศึกษำ และ
พัฒนำผู้เรียนอย่ำงเป็นรูปธรรม โดยกำรพัฒนำนวัตกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของโรงเรียนให้เข้ำกับ
สภำพปัจจุบนั โรงเรยี นจึงมกี ำรพัฒนำและกำหนดรูปแบบนวตั กรรม “กำรสง่ เสริมควำมรู้คูค่ ุณธรรม ตำมหลัก
ศำสตร์พระรำชำ โดยใช้ ISTTK Model” เพ่ือพัฒนำคุณภำพผู้เรียนอย่ำงต่อเน่ือง และจัดกำรศึกษำอย่ำงมี
ประสิทธิภำพ สู่ควำมเป็นเลิศในศตวรรษที่ 21 และได้จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิตเศษฐกิจพอเพียง ยุว
เกษตรใหน้ กั เรียนไดล้ งมอื ปฏิบตั จิ ริงรวมทงั้ กำรสอดแทรกกำรอนุรกั ษ์โรงเรียนสง่ิ แวดล้อมใหผ้ ู้เรียนในกิจกรรม
ลดเวลำเรียนเพิม่ เวลำรู้
2. โครงสรำ้ งเวลำเรยี น
โครงสรำ้ งเวลำเรยี น เปน็ โครงสรำ้ งท่ีแสดงรำยละเอียดในภำพรวม เวลำเรียนของกล่มุ สำระกำร
เรยี นรู้ 8 กลุ่มสำระท่ีเปน็ เวลำเรยี นพื้นฐำน เวลำเรยี นเพ่มิ เตมิ และเวลำในกำรจดั กิจกรรมพฒั นำผ้เู รียน
จำแนกในแตล่ ะช้นั ปี
3. โครงสรำ้ งหลกั สูตรชั้นปี
โครงสรำ้ งหลกั สูตรชั้นปี เป็นโครงสร้ำงท่ีแสดงรำยละเอยี ดเวลำเรยี นของรำยวิชำพ้นื ฐำน รำยวชิ ำ /
กิจกรรมเพิ่มเติม และกิจกรรมพฒั นำผูเ้ รยี น ในแต่ละชั้นปี ดงั น้ี
หลกั สตู รโรงเรยี นวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 11 ~
โครงสรา้ งหลกั สตู รโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว พ.ศ.2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โครงสรา้ งเวลาเรียนระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 1-3
เวลาเรียน(ชั่วโมง/ป)ี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้/ กจิ กรรม ระดบั ประถมศกึ ษา
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ป. 1 ป. 2 ป. 3
ภำษำไทย
คณติ ศำสตร์ 200 200 200
วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี 200 200 200
สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม 120 120 120
- ประวตั ิศาสตร์
40 40 40
- ภูมศิ าสตร์
- หน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรมและการ 40 40 40
ดาเนนิ ชีวติ ในสังคม
- ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
- การป้องกันการทุจริต
สุขศึกษำและพลศกึ ษำ 40 40 40
ศลิ ปะ 40 40 40
กำรงำนอำชีพ 40 40 40
ภำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำอังกฤษ) 120 120 120
รวมเวลาเรยี น (พ้ืนฐาน) 840 840 840
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ภำษำองั กฤษ 80 80 80
รวมเวลาเรยี น (เพ่ิมเติม) 80 80 80
กจิ กรรม “ลดเวลำเรียน เพมิ่ เวลำรู้” โดยผำ่ นกระบวนกำรเรียนรู้ Professional Learning Community (PLC)
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 120 120 120
กิจกรรมแนะแนว 40 40 40
กิจกรรมนักเรยี น
- กจิ กรรมลกู เสอื /เนตรนำรี 30 30 30
กิจกรรมเพื่อสังคมและสำธำรณประโยชน์ 10 10 10
ชมุ นุม 40 40 40
รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด 1,040
โครงสร้างหลกั สตู รโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว พ.ศ.2564
หลักสูตรโรงเรียนวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 12 ~
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานพุทธศกั ราช2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โครงสรา้ งเวลาเรยี นระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4-6
เวลาเรียน(ชั่วโมง/ปี)
กลมุ่ สาระการเรียนร้/ู กจิ กรรม ระดับประถมศึกษา
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ป. 4 ป. 5 ป.6
ภำษำไทย
คณิตศำสตร์ 160 160 160
วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี 160 160 160
สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม 120 120 120
- ประวัตศิ าสตร์ 80 80 80
40 40 40
- ภูมศิ าสตร์
- ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
- การปอ้ งกันการทุจรติ
สขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ 80 80 80
ศิลปะ 80 80 80
กำรงำนอำชพี 40 40 40
ภำษำต่ำงประเทศ (ภำษำอังกฤษ) 80 80 80
รวมเวลาเรียน (พน้ื ฐาน) 840 840 840
รายวชิ าเพ่มิ เติม
ภำษำอังกฤษ 40 40 40
หนำ้ ทีพ่ ลเมือง 40 40 40
รวมเวลาเรียน (เพมิ่ เติม) 80 80 80
กจิ กรรม “ลดเวลำเรียน เพ่มิ เวลำรู้” โดยผ่ำนกระบวนกำรเรียนรู้ Professional Learning Community (PLC)
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น 120 120 120
กิจกรรมแนะแนว 40 40 40
กจิ กรรมนกั เรียน
- กจิ กรรมลกู เสือ/เนตรนำรี 30 30 30
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสำธำรณประโยชน์ 10 10 10
ชมุ นมุ 40 40 40
รวมเวลาเรียนทัง้ หมด 1,040
หลักสูตรโรงเรียนวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 13 ~
โครงสรา้ งหลักสตู รโรงเรียนวดั ทา่ ต้นกวาว พ.ศ.2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพทุ ธศกั ราช2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
โครงสรา้ งเวลาเรียนระดบั มัธยมศกึ ษา ปที ่1ี -3
กลุ่มสาระการเรียนรู้/ กิจกรรม ม. 1 เวลาเรียน ม.3
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ 120 (3 นก.)
ภำษำไทย 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
คณติ ศำสตร์ ม. 2 120 (3 นก.)
วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี 120 (3 นก.) 40 (1 นก.)
วทิ ยำกำรคำนวณและกำรออกแบบเทคโนโลยี 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม 40 (1 นก.) 120 (3 นก.) 40 (1 นก.)
120 (3 นก.)
-ประวตั ิศำสตร์ 40 (1 นก.)
40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
-ศำสนำ ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
-เศรษฐศำสตร์ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
-ภูมิศำสตร์ 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
-หน้ำทพ่ี ลเมือง 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
สขุ ศึกษำและพลศึกษำ 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
ศิลปะ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
กำรงำนอำชพี 880 (22 นก.) 880 (22 นก.) 880 (22 นก.)
ภำษำตำ่ งประเทศ
รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน)
สาระการเรยี นรเู้ พ่ิมเตมิ
- คณติ ศำสตรเ์ พมิ่ เติม1-6 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
- ภำษำองั กฤษเพ่มิ เติม1-6 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
- งำนชำ่ ง 1-6
40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
- อำเซยี นศกึ ษำ 1 – 6
- กำรปอ้ งกันกำรทุจรติ 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
รวมเวลาเรียนสาระเพม่ิ เตมิ 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
กจิ กรรม “ลดเวลำเรยี น เพ่มิ เวลำรู้” 200 (5 นก.) 200 (5 นก.) 200 (5 นก.)
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
1 กิจกรรมแนะแนว โดยผำ่ นกระบวนกำรเรียนรู้ Professional Learning Community (PLC)
2 กจิ กรรมนักเรยี น
40 40 40
- กิจกรรมลูกเสอื /เนตรนำรี
- กจิ กรรมชมรม 30 30 30
3 กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสำธำรณประโยชน์ 40 40 40
รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน 10 10 10
120 120 120
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด
1,200 1,200 1,200
หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560
~ 14 ~
โครงสรา้ งหลกั สตู รชนั้ ปี เวลาเรียน
(ชม./ปี)
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1 840
200
รายวชิ า/กิจกรรม 200
120
รายวชิ าพนื้ ฐาน
ท11101 ภำษำไทย 40
ค11101 คณติ ศำสตร์ 40
ว11101 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี 40
ส11101 สังคมศึกษำศำสนำ และวฒั นธรรม 40
ส11102 ประวัตศิ ำสตร์ 40
พ11101 สขุ ศึกษำและพลศึกษำ 120
ศ11101 ศลิ ปะ 80
ง11101 กำรงำนอำชพี 80
อ11101 ภำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำอังกฤษ) 120
40
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
อ11201 ภำษำอังกฤษ 30
10
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
กจิ กรรมแนะแนว 40
กจิ กรรมนกั เรียน
1,040
- ลกู เสอื เนตรนำรี
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสำธำรณประโยชน์
กิจกรรมชมุ นมุ
รวมเวลาเรียน
หลกั สูตรโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560
~ 15 ~ เวลาเรียน
(ชม./ปี)
โครงสร้างหลกั สูตรช้ันปี 840
200
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2 200
120
รายวิชา/กิจกรรม
40
รายวชิ าพนื้ ฐาน 40
ท12101 ภำษำไทย 40
ค12101 คณติ ศำสตร์ 40
ว12101 วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี 40
ส12101 สงั คมศึกษำศำสนำ และวัฒนธรรม 120
ส12102 ประวตั ิศำสตร์ 80
พ12101 สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ 80
ศ12101 ศิลปะ 120
ง12101 กำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี 40
อ12101 ภำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำอังกฤษ)
40
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 20
อ12201 ภำษำอังกฤษ
20
กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
กจิ กรรมแนะแนว 1,040
กิจกรรมนกั เรยี น
- ลกู เสอื เนตรนำรี
กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสำธำรณประโยชน์
กิจกรรมชมุ นุม
รวมเวลาเรยี น
หลักสูตรโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 16 ~ เวลาเรยี น
(ชม./ปี)
โครงสร้างหลกั สูตรช้ันปี 840
200
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 3 200
120
รายวิชา/กิจกรรม
40
รายวชิ าพนื้ ฐาน 40
ท13101 ภำษำไทย 40
ค13101 คณติ ศำสตร์ 40
ว13101 วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี 40
ส13101 สงั คมศึกษำศำสนำ และวัฒนธรรม 120
ส13102 ประวตั ิศำสตร์ 80
พ13101 สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ 80
ศ13101 ศิลปะ 120
ง13101 กำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี 40
อ13101 ภำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำอังกฤษ)
40
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 20
อ13201 ภำษำอังกฤษ
20
กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
กจิ กรรมแนะแนว 1,040
กิจกรรมนกั เรยี น
- ลกู เสอื เนตรนำรี
กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสำธำรณประโยชน์
กิจกรรมชมุ นุม
รวมเวลาเรยี น
หลักสูตรโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 17 ~ เวลาเรียน
(ชม./ปี)
โครงสร้างหลกั สตู รชัน้ ปี 840
160
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 160
120
รายวิชา/กิจกรรม
80
รายวิชาพน้ื ฐาน 40
ท14101 ภำษำไทย 80
ค14101 คณติ ศำสตร์ 80
ว14101 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี 40
ส14101 สังคมศึกษำศำสนำ และวัฒนธรรม 80
ส14102 ประวตั ศิ ำสตร์ 80
พ14101 สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ 40
ศ14101 ศิลปะ 40
ง14101 กำรงำนอำชพี 120
อ14101 ภำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำองั กฤษ) 40
รายวิชาเพ่ิมเติม 40
อ14201 ภำษำองั กฤษ 20
ส 14201 หนำ้ ที่พลเมอื ง
20
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
กจิ กรรมแนะแนว 1,040
กิจกรรมนกั เรียน
- ลูกเสือ เนตรนำรี
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสำธำรณประโยชน์
กจิ กรรมชุมนมุ
รวมเวลาเรยี น
หลักสูตรโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 18 ~ เวลาเรียน
(ชม./ปี)
โครงสร้างหลกั สตู รชัน้ ปี 840
160
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 160
120
รายวิชา/กิจกรรม
80
รายวิชาพน้ื ฐาน 40
ท15101 ภำษำไทย 80
ค15101 คณติ ศำสตร์ 80
ว15101 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี 40
ส15101 สังคมศึกษำศำสนำ และวัฒนธรรม 80
ส15102 ประวตั ศิ ำสตร์ 80
พ15101 สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ 40
ศ15101 ศิลปะ 40
ง15101 กำรงำนอำชพี 120
อ15101 ภำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำองั กฤษ) 40
รายวิชาเพ่ิมเติม 40
อ15201 ภำษำองั กฤษ 20
ส 15201 หนำ้ ที่พลเมอื ง
20
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
กจิ กรรมแนะแนว 1,040
กิจกรรมนกั เรียน
- ลูกเสือ เนตรนำรี
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสำธำรณประโยชน์
กจิ กรรมชุมนมุ
รวมเวลาเรยี น
หลักสูตรโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 19 ~
โครงสร้างหลกั สตู รชัน้ ปี
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรียน
(ชม./ปี)
รายวิชาพืน้ ฐาน 840
ท16101 ภำษำไทย 160
ค16101 คณติ ศำสตร์ 160
ว16101 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี 120
ส16101 สังคมศึกษำศำสนำ และวัฒนธรรม
ส16102 ประวตั ศิ ำสตร์ 80
พ16101 สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ 40
ศ16101 ศิลปะ 80
ง16101 กำรงำนอำชพี 80
อ16101 ภำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำองั กฤษ) 40
80
รายวิชาเพ่ิมเติม 80
อ16201 ภำษำองั กฤษ 40
ส 16201 หนำ้ ที่พลเมือง 40
120
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น 40
กจิ กรรมแนะแนว 40
20
กิจกรรมนกั เรียน
- ลูกเสือ เนตรนำรี 20
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสำธำรณประโยชน์ 1,040
กจิ กรรมชุมนมุ
รวมเวลาเรยี น
หลักสูตรโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 20 ~
โครงสรา้ งหลกั สูตรชน้ั ปี
โครงสร้างหลกั สตู ร ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
ภาคเรียนท่ี 1 (หน่วย ภาคเรยี นที่ 2 (หนว่ ย
กติ /ชม.) กติ /ชม.)
รายวิชาพ้ืนฐาน 11.0 รายวชิ าพนื้ ฐาน 11.0
(440) (440)
ท 21101 ภำษำไทย1 1.5 (60) ท 21102 ภำษำไทย2 1.5 (60)
ค 21101 คณิตศำสตร1์ 1.5 (60) ค 21102 คณิตศำสตร์2 1.5 (60)
ว 21101 วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี1 2.0 (80) ว 21103 วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี2 2.0 (80)
ว 21102 กำรออกแบบเทคโนโลยี1 0.5 (20) ว 21104 วิทยำกำรคำนวณ2 0.5 (20)
ส 21101 สังคมศกึ ษำศำสนำและวฒั นธรรม1 1.5 (60) ส 21103 สงั คมศึกษำศำสนำและวัฒนธรรม 1.5 (60)
ส 21102 ประวัตศิ ำสตร์1 0.5 (20) ส 21104 ประวัตศิ ำสตร์2 0.5 (20)
พ 21101 สุขศกึ ษำและพลศึกษำ1 1.0 (40) พ 21102 สุขศึกษำและพลศึกษำ2 1.0 (40)
ศ 21101 ศิลปะ1 1.0 (40) ศ 21102 ศิลปะ2 1.0 (40)
ง 21101 กำรงำนอำชพี 1 0.5 (20) ง 21103 กำรงำนอำชพี 2 0.5 (20)
อ 21101 ภำษำอังกฤษ1 1.5 (60) อ 21102 ภำษำอังกฤษ2 1.5 (60)
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ 2 (100) รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 2 (100)
อ 21201 ภำษำองั กฤษเพมิ่ เติม1 0.5 (20) ท 21202 ภำษำอังกฤษเพิ่มเติม 2 0.5 (20)
ง 21201 เขียนแบบเบื้องตน้ ๑ 0.5 (20) ง 21202 ชำ่ งฝึกฝมี อื (งำนตะไบ)2 0.5 (20)
ค 21201 คณติ ศำสตร์เพ่ิมเตมิ 1 0.5 (20) ค21202 คณิตศำสตร์เพมิ่ เติม2 0.5 (20)
ส 21201 อำเซยี นศกึ ษำ 1 0.5 (20) ส 21202 อำเซียนศกึ ษำ 2 0.5 (20)
ส 21203 กำรปอ้ งกนั กำรทุจริต 1 0.5 (20) ส 21204 กำรปอ้ งกันกำรทุจริต 2 0.5 (20)
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน 60 กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น 60
1. กจิ กรรมแนะแนว 20 1. กจิ กรรมแนะแนว 20
2. กจิ กรรมนกั เรียน 2. กจิ กรรมนกั เรยี น
- ลูกเสอื – เนตรนำรี 15 - ลูกเสือ – เนตรนำรี 15
- ชมรม 20 - ชมรม 20
3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสำธำรณประโยชน์ 5 3. กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสำธำรณประโยชน์ 5
600
รวมเวลาเรยี นทง้ั สนิ้ 600 รวมเวลาเรยี นทง้ั สนิ้
หลักสตู รโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 21 ~
โครงสร้างหลักสตู รช้นั ปี
โครงสรา้ งหลกั สตู ร ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
ภาคเรียนท่ี 1 (หน่วยกิต/ ภาคเรียนที่ 2 (หนว่ ย
ชม.) กิต/ชม.)
รายวชิ าพนื้ ฐาน
11.0 รายวิชาพ้ืนฐาน 11.0
ท 22101 ภำษำไทย3 (440) (440)
ค 22101 คณติ ศำสตร์3
ว 22101 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี3 1.5 (60) ท 22102 ภำษำไทย4 1.5 (60)
ว 22102 กำรออกแบบเทคโนโลยี3
ส 22101 สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม 3 1.5 (60) ค 22102 คณติ ศำสตร์4 1.5 (60)
ส 22102 ประวตั ิศำสตร์3
พ 22101 สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ3 2.0 (80) ว 22103 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี4 2.0 (80)
ศ 22101 ศิลปะ3
ง 22101 กำรงำนอำชพี 3 0.5 (20) ว 22104 วิทยำกำรคำนวณ4 0.5 (20)
อ 22101 ภำษำอังกฤษ3
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 1.5 (60) ส 22103 สงั คมศกึ ษำศำสนำและวฒั นธรรม 1.5 (60)
อ 22201 ภำษำอังกฤษเพิ่มเติม3
ง 22201 ช่ำงเชือ่ มไฟฟำ้ เบื้องตน้ 3 0.5 (20) ส 22104 ประวตั ิศำสตร์4 0.5 (20)
ค 22201 คณิตศำสตรเ์ พิ่มเติม3
ส 22201 อำเซยี นศึกษำ 3 1.0 (40) พ 22102 สขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ4 1.0 (40)
ส 22203 กำรป้องกนั กำรทุจริต 3
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน 1.0 (40) ศ 22102 ศิลปะ4 1.0 (40)
3. กิจกรรมแนะแนว
0.5 (20) ง 22103 กำรงำนอำชีพ 4 0.5 (20)
4. กิจกรรมนกั เรยี น
1.5 (60) อ 22102 ภำษำอังกฤษ4 1.5 (60)
- ลกู เสอื – เนตรนำรี
- ชมรม 2 (100) รายวิชาเพ่มิ เตมิ 2 (100)
3. กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสำธำรณประโยชน์
0.5 (20) ท 22202 ภำษำองั กฤษเพม่ิ เตมิ 4 0.5 (20)
รวมเวลาเรยี นทัง้ สิ้น
0.5 (20) ง22202 ช่ำงกอ่ สร้ำง (งำนปนู ) เบือ้ งตน้ 4 0.5 (20)
0.5 (20) ค 22202 คณติ ศำสตร์เพิ่มเติม4 0.5 (20)
0.5 (20) ส 22202 อำเซยี นศึกษำ 4 0.5 (20)
0.5 (20) ส 22204 กำรป้องกันกำรทุจริต 4 0.5 (20)
60 กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 60
20 1. กิจกรรมแนะแนว 20
20 2. กิจกรรมนกั เรยี น 20
15 - ลกู เสอื – เนตรนำรี 15
- ชมรม
5 5
600 3. กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสำธำรณประโยชน์ 600
รวมเวลาเรยี นท้งั สิ้น
หลักสูตรโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 22 ~
โครงสร้างหลกั สตู รชน้ั ปี
โครงสรา้ งหลกั สตู ร ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
ภาคเรยี นท่ี 1 (หนว่ ยกติ / ภาคเรยี นท่ี 2 (หนว่ ย
ชม.) กติ /ชม.)
รายวิชาพนื้ ฐาน 11.0
(440) รายวิชาพนื้ ฐาน 11.0
ท 23101 ภำษำไทย5 (440)
ค 23101 คณติ ศำสตร์5 1.5 (60)
ว 23101 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี5 1.5 (60) ท 23102 ภำษำไทย6 1.5 (60)
ว 23102 กำรออกแบบเทคโนโลยี5 2.0 (80)
ส 23101 สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม5 0.5 (20) ค 23102 คณติ ศำสตร์6 1.5 (60)
ส 23102 ประวตั ศิ ำสตร์5 1.5 (60)
พ 23101 สุขศึกษำและพลศกึ ษำ5 0.5 (20) ว 23103 วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลย6ี 2.0 (80)
ศ 23101 ศิลปะ5 1.0 (40)
ง 23101 กำรงำนอำชีพ5 1.0 (40) ว 23104 วทิ ยำกำรคำนวณ6 0.5 (20)
อ 23101 ภำษำองั กฤษ5 0.5 (20)
รายวิชาเพม่ิ เติม 1.5 (60) ส 23103 สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม6 1.5 (60)
อ 23201 ภำษำองั กฤษเพิ่มเติม5 2 (100)
ง 23201 ช่ำงเช่ือมไฟฟำ้ ภำยในอำคำร เบื้องตน้ 0.5 (20) ส 23104 ประวัติศำสตร์6 0.5 (20)
ค23201 คณิตศำสตรเ์ พม่ิ เติม5 0.5 (20)
ส 23201 อำเซยี นศึกษำ 5 0.5 (20) พ 23102 สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ6 1.0 (40)
ส 23203 กำรปอ้ งกันกำรทจุ รติ 5 0.5 (20)
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น 0.5 (20) ศ 23102 ศิลปะ6 1.0 (40)
5. กิจกรรมแนะแนว
60 ง 23103 กำรงำนอำชพี 6 0.5 (20)
6. กจิ กรรมนกั เรยี น 20
อ 23102 ภำษำอังกฤษ6 1.5 (60)
- ลกู เสือ – เนตรนำรี 20
- ชมรม 15 รายวิชาเพม่ิ เติม 2 (100)
3. กิจกรรมเพ่อื สังคมและสำธำรณประโยชน์
5 ท 23202 ภำษำอังกฤษเพิม่ เตมิ 6 0.5 (20)
รวมเวลาเรียนทงั้ ส้ิน 600
ง23202 ช่ำงซ่อมจักรยำนยนต์ เบอ้ื งต้น6 0.5 (20)
ค23202 คณิตศำสตรเ์ พม่ิ เตมิ 6 0.5 (20)
ส 23202 อำเซยี นศกึ ษำ 6 0.5 (20)
ส 23204 กำรป้องกนั กำรทุจริต 6 0.5 (20)
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน 60
1. กจิ กรรมแนะแนว 20
2. กจิ กรรมนกั เรียน 20
- ลูกเสือ – เนตรนำรี 15
- ชมรม
5
3. กิจกรรมเพือ่ สังคมและสำธำรณประโยชน์ 600
รวมเวลาเรียนทัง้ สิน้
หลกั สูตรโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560
~ 23 ~
รายวชิ าของโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
ระดับประถมศกึ ษา
รายวชิ าพ้ืนฐาน
ท ๑๑๑๐๑ ภำษำไทย ๑ จำนวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ท ๑๒๑๐๑ ภำษำไทย ๒ จำนวน ๒๐๐ ชัว่ โมง
ท ๑๓๑๐๑ ภำษำไทย ๓ จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ท ๑๔๑๐๑ ภำษำไทย ๔ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท ๑๕๑๐๑ ภำษำไทย ๕ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท ๑๖๑๐๑ ภำษำไทย ๖ จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ระดบั มธั ยมศกึ ษา จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
รายวิชาพนื้ ฐาน จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ท ๒๑๑๐๑ ภำษำไทย ๑
ท ๒๑๑๐๒ ภำษำไทย ๒ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ท ๒๒๑๐๑ ภำษำไทย ๓ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ท ๒๒๑๐๒ ภำษำไทย ๔ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
ท ๒๓๑๐๑ ภำษำไทย ๕
ท ๒๓๑๐๒ ภำษำไทย ๖
****************
หลักสตู รโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 24 ~ จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ระดับประถมศึกษา จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
รายวชิ าพ้ืนฐาน จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๑
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๒ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๓ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๔ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๕ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๖ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ระดบั มัธยมศึกษา
รายวชิ าพ้นื ฐาน จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
ค ๒๑๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ค ๒๑๑๐๒ คณติ ศำสตร์ ๒ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ค ๒๒๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๓ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง
ค ๒๒๑๐๒ คณติ ศำสตร์ ๔ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ค ๒๓๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๕
ค ๒๓๑๐๒ คณิตศำสตร์ ๖
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ค ๒๑๒๐๑ คณิตศำสตร์เพิ่มเติม ๑
ค ๒๑๒๐๒ คณติ ศำสตรเ์ พม่ิ เติม ๒
ค ๒๒๒๐๑ คณิตศำสตร์เพิ่มเตมิ ๓
ค ๒๒๒๐๒ คณติ ศำสตร์เพิ่มเตมิ ๔
ค ๒๓๒๐๑ คณติ ศำสตร์เพิ่มเตมิ ๕
ค ๒๓๒๐๒ คณติ ศำสตร์เพิ่มเตมิ ๖
****************
หลกั สูตรโรงเรียนวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560
~ 25 ~ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
ระดบั ประถมศึกษา จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพื้นฐาน จำนวน ๘๐ ช่วั โมง
จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๑
ว ๑๒๑๐๑ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๒ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ว ๑๓๑๐๑ วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๓ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๔ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๕ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง
ว ๑๖๑๐๑ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๖ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ระดับมัธยมศึกษา จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ว ๒๑๑๐๑ วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๑ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง
ว ๒๑๑๐๒ กำรออกแบบเทคโนโลยี ๑ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
ว ๒๑๑๐๓ วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๒ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ว ๒๑๑๐๔ วทิ ยำกำรคำนวณ ๑ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ว ๒๒๑๐๑ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๓ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง
ว ๒๒๑๐๒ กำรออกแบบเทคโนโลยี ๒
ว ๒๒๑๐๓ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๔
ว ๒๒๑๐๔ วิทยำกำรคำนวณ ๒
ว ๒๓๑๐๑ วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๕
ว ๒๓๑๐๒ กำรออกแบบเทคโนโลยี ๓
ว ๒๓๑๐๓ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๖
ว ๒๓๑๐๔ วทิ ยำกำรคำนวณ ๓
***************
หลักสูตรโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 26 ~ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
กลุม่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ระดบั ประถมศกึ ษา จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ส ๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษำฯ ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษำฯ ๒ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษำฯ ๓ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษำฯ ๔ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษำฯ ๕ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษำฯ ๖ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศำสตร์ ๑
ส ๑๒๑๐๒ ประวัตศิ ำสตร์ ๒ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ส ๑๓๑๐๒ ประวัตศิ ำสตร์ ๓ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศำสตร์ ๔ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ส ๑๕๑๐๒ ประวตั ศิ ำสตร์ ๕ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ิศำสตร์ ๖ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ระดบั มัธยมศกึ ษา จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ส ๒๑๑๐๑ สังคมศกึ ษำฯ ๑ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง
ส ๒๑๑๐๓ สังคมศกึ ษำฯ ๒ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ส ๒๒๑๐๑ สังคมศกึ ษำฯ ๓ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ส ๒๒๑๐๓ สงั คมศึกษำฯ ๔ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
ส ๒๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษำฯ ๕ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
ส ๒๓๑๐๓ สงั คมศกึ ษำฯ ๖
ส ๒๑๑๐๒ ประวตั ศิ ำสตร์ ๑
ส ๒๑๑๐๔ ประวัติศำสตร์ ๒
ส ๒๒๑๐๒ ประวัตศิ ำสตร์ ๓
ส ๒๒๑๐๔ ประวตั ิศำสตร์ ๔
ส ๒๓๑๐๒ ประวตั ศิ ำสตร์ ๕
ส ๒๓๑๐๔ ประวัตศิ ำสตร์ ๖
หลกั สูตรโรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 27 ~
รายวิชาเพิ่มเตมิ ****************
ส ๒๑๒๐๑ อำเซียนศึกษำ ๑ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
ส ๒๑๒๐2 อำเซยี นศกึ ษำ 2 จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ส ๒๒2๐๑ อำเซยี นศึกษำ 3 จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ส ๒2๒๐2 อำเซียนศกึ ษำ 4 จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ส ๒3๒๐๑ อำเซียนศกึ ษำ 5 จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
ส ๒3๒๐2 อำเซียนศึกษำ 6 จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ส ๒๑๒๐3 ตำ้ นทจุ ริต ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
ส ๒๑๒๐4 ตำ้ นทุจริต 2 จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
ส ๒๒2๐3 ตำ้ นทจุ รติ 3 จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ส ๒2๒๐4 ตำ้ นทุจริต 4
ส ๒3๒๐3 ต้ำนทุจรติ 5
ส ๒3๒๐4 ต้ำนทจุ รติ 6
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ระดบั ประถมศึกษา จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
รายวชิ าพนื้ ฐาน จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษำฯ ๑ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษำฯ ๒
พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษำฯ ๓ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
พ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษำฯ ๔ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
พ ๑๕๑๐๑ สขุ ศกึ ษำฯ ๕ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษำฯ ๖ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ระดับมธั ยมศึกษา
รายวชิ าพืน้ ฐาน
พ ๒๑๑๐๑ สุขศกึ ษำฯ ๑
พ ๒๑๑๐๒ สขุ ศึกษำฯ ๒
พ ๒๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษำฯ ๓
พ ๒๒๑๐๒ สขุ ศกึ ษำฯ ๔
พ ๒๓๑๐๑ สขุ ศึกษำฯ ๕
พ ๒๓๑๐๒ สุขศกึ ษำฯ ๖
****************
หลักสตู รโรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 28 ~
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ลิ ปะ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ระดบั ประถมศกึ ษา
จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
รายวิชาพ้นื ฐาน จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕
ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ระดบั มธั ยมศกึ ษา
รายวชิ าพน้ื ฐาน จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ศ ๒๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๒๑๑๐๒ ศิลปะ ๒
ศ ๒๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๓
ศ ๒๒๑๐๒ ศลิ ปะ ๔
ศ ๒๓๑๐๑ ศิลปะ ๕
ศ ๒๓๑๐๒ ศิลปะ ๖
****************
หลักสูตรโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 29 ~ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
รายวิชาพืน้ ฐาน จำนวน 40 ชว่ั โมง
จำนวน 40 ชว่ั โมง
ง ๑๑๑๐๑ กำรงำนอำชพี ๑ จำนวน 40 ช่ัวโมง
ง ๑๒๑๐๑ กำรงำนอำชีพ ๒
ง ๑๓๑๐๑ กำรงำนอำชีพ ๓ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ง ๑๔๑๐๑ กำรงำนอำชพี ๔ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ง ๑๕๑๐๑ กำรงำนอำชพี ๕ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ง ๑๖๑๐๑ กำรงำนอำชพี ๖ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ระดบั มัธยมศกึ ษา จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ง ๒๑๑๐๑ กำรงำนอำชีพ ๑
ง ๒๑๑๐๒ กำรงำนอำชพี ๒ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
ง ๒๒๑๐๑ กำรงำนอำชพี ๓ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ง ๒๒๑๐๒ กำรงำนอำชพี ๔ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ง ๒๓๑๐๑ กำรงำนอำชีพ ๕ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ง ๒๓๑๐๒ กำรงำนอำชพี ๖ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
รำยวิชำเพม่ิ เติม จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง
ง ๒๑๒๐๑ เขยี นแบบเบ้ืองต้น ๑
ง ๒๑๒๐๒ ช่ำงฝึกฝมี ือ (งำนตะไบ)
ง ๒๒๒๐๑ ชำ่ งเช่ือมไฟฟำ้ เบือ้ งต้น
ง ๒๒๒๐๒ ชำ่ งกอ่ สร้ำง (งำนปนู ) เบอื้ งต้น
ง ๒๓๒๐๑ ชำ่ งเชือ่ มไฟฟ้ำภำยในอำคำร เบอ้ื งตน้
ง ๒๓๒๐๒ ชำ่ งซ่อมจักรยำนยนต์ เบือ้ งตน้
****************
หลักสูตรโรงเรยี นวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 30 ~ จำนวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๑๒๐ ชั่วโมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (อังกฤษ) จำนวน ๑๒๐ ชั่วโมง
ระดบั ประถมศึกษา จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๘๐ ช่ัวโมง
อ ๑๑๑๐๑ ภำษำอังกฤษ ๑
อ ๑๒๑๐๑ ภำษำอังกฤษ ๒ จำนวน 80 ชว่ั โมง
อ ๑๓๑๐๑ ภำษำอังกฤษ ๓ จำนวน 80 ชั่วโมง
อ ๑๔๑๐๑ ภำษำองั กฤษ ๔ จำนวน 80 ชั่วโมง
อ ๑๕๑๐๑ ภำษำองั กฤษ ๕ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
อ ๑๖๑๐๑ ภำษำอังกฤษ ๖ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
รายวิชาเพมิ่ เตมิ
อ ๑๑๒๐๑ ภำษำอังกฤษเพิ่มเติม ๑ จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
อ ๑๒๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพม่ิ เติม ๒ จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
อ ๑๓๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพม่ิ เติม ๓ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
อ ๑๔๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพ่ิมเตมิ ๔ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
อ ๑๕๒๐๑ ภำษำอังกฤษเพมิ่ เตมิ ๕ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
อ ๑๖๒๐๑ ภำษำอังกฤษเพม่ิ เตมิ ๖ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ระดับมัธยมศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพืน้ ฐาน จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
อ ๒๑๑๐๑ ภำษำองั กฤษ ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
อ ๒๑๑๐๒ ภำษำองั กฤษ ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
อ ๒๒๑๐๑ ภำษำองั กฤษ ๓ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
อ ๒๒๑๐๒ ภำษำองั กฤษ ๔
อ ๒๓๑๐๑ ภำษำองั กฤษ ๕
อ ๒๓๑๐๒ ภำษำองั กฤษ ๖
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ
อ ๒๑๒๐๑ ภำษำอังกฤษเพม่ิ เตมิ ๑
อ ๒๑๒๐๒ ภำษำองั กฤษเพ่มิ เติม ๒
อ ๒๒๒๐๑ ภำษำอังกฤษเพิ่มเติม ๓
อ ๒๒๒๐๒ ภำษำองั กฤษเพิ่มเตมิ ๔
อ ๒๓๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพม่ิ เตมิ ๕
อ ๒๓๒๐๒ ภำษำอังกฤษเพม่ิ เติม ๖
หลกั สตู รโรงเรียนวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 31 ~
คาอธบิ ายรายวชิ า
หลกั สตู รโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 32 ~
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ระดบั ประถมศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
รหสั ท 11101
รายวชิ าภาษาไทย 1 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1
จานวน 5 ช่วั โมง / สัปดาห์ รวม 200 ช่ัวโมง/ปี
******************************
ศึกษำกำรออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อควำมสั้นๆ ควำมหมำยของคำ เครื่องหมำย
หรือสัญลกั ษณส์ ำคญั ทีพ่ บเห็นในชวี ิตประจำวัน กำรอ่ำน กำรเขียน พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์และเลขไทย
กำรอ่ำน กำรเขียนคำ กำรสะกดคำประโยคงำ่ ยๆ ด้วยตวั บรรจงเตม็ บรรทัด กำรปฏิบัติตำมคำแนะนำ คำสั่ง
ง่ำยๆ กำร แสดงควำมคดิ เห็น กำรคำดคะเนเหตุกำรณ์จำกเรอื่ งที่อ่ำน ฟังและดทู ี่เปน็ ควำมรู้และควำมบันเทิง
กำรพูดสื่อสำรในชีวิตประจำวันตำมวัตถุประสงค์ ข้อคิดจำกกำรอ่ำน หรือกำรฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและ
ร้อยกรองสำหรับเดก็
กำรอ่ำนออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง และข้อควำมส้ันๆ ตอบคำถำมและ นำเสนอเร่อื งทีอ่ ่ำน
ฟังและดู ที่เปน็ ควำมรู้ควำมบนั เทงิ บอกควำมหมำยของคำ เคร่ืองหมำย หรือสญั ลกั ษณส์ ำคัญทีพ่ บเหน็
ในชีวติ ประจำวัน คดั ลำยมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทัด เขยี นสอ่ื สำรคำ ประโยคง่ำยๆ พูดแสดงควำมคิดเห็นและ
พดู ส่ือสำรในชวี ติ ประจำวันได้ตำมวัตถุปะสงค์ เขียน พยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์และเลขไทย กำรอ่ำน
กำรเขยี นคำ กำรสะกดคำ เรียบเรยี งคำเป็นประโยคง่ำยๆ ต่อคำคลอ้ งจองทอ่ งจำบทอำขยำนตำมทีก่ ำหนด
และบทร้อยกรองตำมควำมสนใจ ปริศนาคาทายภาคเหนอื หมวดสัตว์ นิทานพืน้ บา้ นลา้ นนา ตกุ๊ แกกนิ หาง คา
ผี้หลี้
มีมำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรดู และกำรพูด อ่ำนหนังสือตำมควำมสนใจ
ที่เหมำะสมกบั วยั อยำ่ งสม่ำเสมอ
ตวั ช้วี ดั
ท 1.1 ป.1/1 ป.1/2 ป.1/3 ป.1/4 ป.1/5 ป.1/6 ป.1/7 ป.1/8
ท 2.1 ป.1/1 ป.1/2 ป.1/3
ท 3.1 ป.1/1 ป.1/2 ป.1/3 ป.1/4 ป.1/5
ท 4.1 ป.1/1 ป.1/2 ป.1/3 ป.1/4
ท 5.1 ป.1/1 ป.1/2
รวมท้งั หมด 22 ตวั ชวี้ ดั
หลกั สูตรโรงเรียนวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560
~ 33 ~
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ระดับประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
รหัส ท 12101
รายวิชาภาษาไทย 2 ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2
จานวน 5 ชัว่ โมง/สัปดาห์ รวม 200 ชั่วโมง/ปี
******************************
ศึกษำกำรอำ่ น กำรเขยี น คำ คำคล้องจอง ข้อควำม และบทรอ้ ยกรองง่ำยๆได้ถูกต้อง
ควำมหมำยของคำ และขอ้ ควำมทอ่ี ่ำน ขอ้ เขยี นเชงิ อธิบำย คำสง่ั ขอ้ แนะนำ ระบคุ วำมสำคัญและ
รำยละเอยี ด ตงั้ คำถำมและตอบคำถำมจำกเร่อื งทอี่ ำ่ น ฟงั และดู กำรเขยี น พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์
และเลขไทย กำรเขยี นคำ กำรสะกดคำ ควำมหมำยของคำ เปน็ ประโยคง่ำยๆ สำระสำคญั ของเรื่อง
ที่อ่ำน แสดงควำมคิดเห็น คำดคะเนเหตุกำรณ์จำกเร่ืองท่ีฟังและดทู ่เี ปน็ ควำมรู้ควำมบันเทงิ
กำรอ่ำนออกเสียงคำ คำคล้องจอง บทร้อยกรอง และ ข้อควำมสั้นๆ อธิบำย และบอก
ควำมหมำยของคำและข้อควำม กำรนำเสนอเร่ืองที่อ่ำน คัดลำยมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเร่ืองส้ันๆ
เกี่ยวกบั ประสบกำรณ์ และจินตนำกำร ฟังและปฏิบัติตำมคำแนะนำ คำสั่งที่ซับซ้อน พูดแสดงควำมคิดเห็น
และสือ่ สำรไดช้ ัดเจนตำมวตั ถุประสงค์ บอกและ เขยี น พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์และเลขไทย กำรสะกด
คำ ควำมหมำยของคำ เรยี บเรยี งคำเปน็ ประโยคงำ่ ยๆ บอกลักษณะคำคลอ้ งจอง รอ้ งบทร้องเล่นสำหรับเด็ก
ในท้องถ่ิน เพลงร้องเล่น เช่น เพลงสิกก้องกอ ฯลฯ ท่องจำบทอำขยำนตำมที่กำหนดและบทร้อยกรองท่ีมี
คุณค่ำตำมควำมสนใจ เลอื กใชภ้ ำษำไทยมำตรฐำนและภำษำถ่ินได้เหมำะสมกับกำลเทศะ ระบุข้อคิดจำก
กำรอ่ำน กำรฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็กเพ่ือนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ปริศนาคา
ทายภาคเหนอื หมวดพชื นทิ านพื้นบา้ นลา้ นนา ชะตาวอก มะกอกแห้ง สามพน่ี อ้ ง
มมี ำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรดู และกำรพดู อ่ำนหนงั สอื ตำมควำมสนใจ
ท่เี หมำะสมกับวัยอย่ำงสม่ำเสมอ เหน็ คุณค่ำของบทอำขยำนและบทรอ้ ยกรอง
ตัวชวี้ ัด
ท 1.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5 ป.2/6 ป.2/7 ป.2/8
ท 2.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4
ท 3.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5 ป.2/6 ป.2/7
ท 4.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5
ท 5.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3
รวมทงั้ หมด 27 ตัวชีว้ ัด
หลักสูตรโรงเรียนวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 34 ~
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ระดับประถมศึกษา กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
รหสั ท 13101
รายวชิ าภาษาไทย 3 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
จานวน 5 ชัว่ โมง/สัปดาห์ รวม 200 ช่วั โมง/ปี
******************************
ศกึ ษำกำรอ่ำน กำรเขยี น คำ กำรสะกดคำ อธบิ ำยควำมหมำยของคำ และข้อควำมทอี่ ำ่ น
ระบุชนิดและหน้ำทีข่ องคำในประโยค อำ่ นข้อควำม เรื่องส้ัน และบทร้อยกรองง่ำยๆได้ถูกต้องอ่ำนข้อเขียน
เชิงอธิบำยเหตผุ ลและปฏบิ ตั ติ ำมคำส่ัง หรือข้อแนะนำ ลำดบั เหตกุ ำรณ์และคำดคะเนเหตกุ ำรณ์
สรุปควำมรู้และข้อคดิ ควำมหมำยของขอ้ มูลจำกแผนภำพ แผนท่ี และแผนภมู ิ บรรยำยเร่ืองตำมจินตนำกำร
บันทกึ ประจำวนั จดหมำยลำครู แสดงควำมคิดเห็น ข้อคิด และควำมรู้สึก บอกสำระสำคัญ ต้ังคำถำมและ
ตอบคำถำมจำกเรอื่ งทอ่ี ่ำน ฟังและดูทเี่ ป็นควำมรแู้ ละควำมบันเทิง รูจ้ ักเพลงพน้ื บ้ำนและเพลงกลอ่ มเด็ก เพลง
กล่อมเด็ก อ่อื จา จา แสดงขอ้ คิดเหน็ เกย่ี ว วรรณกรรมคดที ่ีอ่ำน
กำรอำ่ นออกเสยี งคำ ขอ้ ควำม เร่ืองสนั้ บทร้อยกรอง ได้ถูกต้องคล่องแคล่ว คัดลำยมือ
ตัวบรรจงเต็มบรรทัด เล่ำรำยละเอียด เก่ียวกบั เรอ่ื งท่ฟี ังและดทู ีเ่ ป็นควำมรู้และควำมบันเทิง พูดแสดงควำม
คิดเหน็ และ นำเสนอเร่ืองทอ่ี ำ่ น ฟงั และดู พูดสื่อสำรได้ชัดเจนตรงตำมวัตถุประสงค์ ใช้พจนำนุกรม
ค้นหำควำมหมำยของคำ แตง่ ประโยค แตง่ คำคลอ้ งจองและคำขวัญ เลอื กใช้ภำษำไทยมำตรฐำนและภำษำ
ถ่ินได้เหมำะสมกับกำลเทศะ นำข้อคิดจำกอ่ำนไปใช้ในชีวิตประจำวัน อำทิ ปริศนาคาทายภาคเหนือ หมวด
สง่ิ ของ หมวดอวัยวะ นิทานหรือเร่ืองในท้องถิ่น ดอยปูคา กองกาน ท่องจำบทอำขยำนท่ีกำหนดและบทร้อย
กรอง
มีมำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรดู และกำรพูด อ่ำนหนังสือตำมควำมสนใจ
อยำ่ งสม่ำเสมอ ปลกู ฝังควำมชื่นชมวัฒนธรรมท้องถิ่นเพลงพ้ืนบ้ำนและเพลงกล่อมเด็ก เห็นคุณค่ำของบท
อำขยำนและบทร้อยกรอง
ตัวช้ีวัด
ท 1.1 ป.3 / 1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4 , ป.3/5 , ป.3/6 , ป.3/7 , ป.3/8 , ป.3/9
ท 2.1 ป.3 / 1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4 , ป.3/5 , ป.3/6
ท 3.1 ป.3 / 1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4 , ป.3/5 , ป.3/6
ท 4.1 ป.3 / 1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4 , ป.3/5 , ป.3/6
ท 5.1 ป.3 / 1, ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4
รวมทง้ั หมด 31 ตวั ชว้ี ดั
หลักสตู รโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 35 ~
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ระดบั ประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
รหสั ท 14101
รายวิชาภาษาไทย 4 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
จานวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวม 160 ช่ัวโมง/ปี
******************************
ศึกษำ ค้นคว้ำและจำแนกควำมหมำยของคำ ประโยค และสำนวนจำกเรื่องท่ีอ่ำน
คำดคะเนเหตุกำรณ์จำกเร่ืองท่ีอ่ำนโดยระบุเหตุผลประกอบ ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจำกเรื่องที่ฟังและดู
ควำมหมำยของคำในบริบทต่ำง ๆ ชนิดและหน้ำท่ีของคำในประโยค ใช้พจนำนุกรมในกำรค้นคว้ำหำ
ควำมหมำยของคำ แต่งประโยคได้ถูกต้องตำมหลักภำษำ แต่งบทร้อยกรองและคำขวัญ ควำมหมำยของ
สำนวน เปรยี บเทยี บภำษำไทยมำตรฐำนกับภำษำถิ่น ข้อคดิ จำกนิทำนพนื้ บ้ำน ขุนหลวงบะลงั ก๊ะ กว่ิ หามเฮอื
หรอื นทิ ำนคตธิ รรม ข้อคดิ จำกกำรอำ่ นเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง ร้องเพลงพื้นบ้ำน จ๊อย : ลานาพ้ืนบ้านล้านนา
ทอ่ งจำบทอำขยำนและบทรอ้ ยกรองที่มีคุณค่ำตำมควำมสนใจ
อ่ำนออกเสียงบทร้อยแก้วและร้อยกรองเป็นทำนองเสนำะได้ถูกต้อง อ่ำนเร่ืองส้ันๆ ตำม
เวลำท่ีกำหนดและตอบคำถำมจำกเรื่องท่ีอ่ำน แยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจำกเรื่องท่ีอ่ำน สรุปควำมรู้
และข้อคดิ จำกเรื่องท่ีอ่ำนเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน อ่ำนหนังสือที่มีคุณค่ำตำมควำมสนใจอย่ำงสม่ำเสมอ
และแสดงควำมคิดเหน็ เกีย่ วกบั เรอ่ื งที่อ่ำน คัดลำยมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทดั และครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสำรโดย
ใชถ้ ้อยคำชัดเจนและเหมำะสม เขียนแผนภำพโครงเรือ่ งและแผนภำพควำมคิดเพื่อพัฒนำงำนเขียน เขียนย่อ
ควำมจำกเร่ืองสั้น ๆ จดหมำยถึงเพ่อื นและบดิ ำมำรดำ เขียนบันทึกและเขียนรำยงำนจำกกำรค้นคว้ำ เขียน
เรื่องตำมจินตนำกำร พูดแสดงควำมคิดเห็นควำมรู้สึกสรุป ตั้งคำถำมตอบคำถำมจำกเรื่องท่ีฟังและดู
รำยงำนประเด็นศกึ ษำ ค้นควำ้ จำกกำรฟัง ดู และสนทนำ สะกดคำ
มีมำรยำทในกำรอ่ำน เห็นคณุ คำ่ ของเพลงพ้ืนบ้ำน บทอำขยำนและบทร้อยกรอง มีมำรยำท
ในกำรเขียน กำรฟัง ดู และสนทนำมีเจตคติที่ดีต่อวิชำภำษำไทย ใฝ่เรียนใฝ่รู้ มีคุณธรรม จริยธรรมและ
คำ่ นิยมท่ีเหมำะสม
ตัวชวี้ ัด
ท 1.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ป.4/6 ป.4/7 ป.4/8
ท 2.2 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ป.4/6 ป.4/7 ป.4/8
ท 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ป.4/6
ท 4.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ป.4/6 ป.4/7
ท 5.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4
รวมท้ังหมด 33 ตวั ช้วี ดั
-
หลกั สตู รโรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 36 ~
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ระดับประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
รหัส ท 15101
รายวิชาภาษาไทย 5 ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5
จานวน 4 ชวั่ โมง/สัปดาห์ รวม 160 ชว่ั โมง/ปี
******************************
ศึกษำ ค้นคว้ำ และอภิปรำยควำมหมำยของคำ ประโยคและข้อควำมท่ีใช้ในกำรบรรยำย
พรรณนำ ควำมหมำยโดยนยั แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น จำกเร่ืองที่อ่ำนอย่ำงหลำกหลำย วิเครำะห์แสดง
ควำมคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องที่อ่ำนเพื่อนำไปใช้ในกำรดำเนินชีวิต วิเครำะห์ควำมน่ำเชื่อถือจำกเรื่องที่ฟัง ดู
อย่ำงมเี หตผุ ล ชนิด หน้ำทขี่ องคำในประโยค ส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภำษำไทยมำตรฐำนกับ
ภำษำถิ่น ใช้คำรำชำศัพท์ คำภำษำต่ำงประเทศในภำษำไทย ควำมรู้ ข้อคิดจำกกำรอ่ำนวรรณคดี
วรรณกรรม ที่สำมำรถนำไปใช้ไดใ้ น ชีวติ จรงิ คุณคำ่ ของวรรณคดี วรรณกรรม
อำ่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ ร้อยกรองไดถ้ กู ต้อง แยกแยะข้อเท็จจริงข้อคิดเห็นจำกเร่ืองที่อ่ำน
อ่ำนงำนเขียนเชิงอธิบำย คำสั่ง ข้อแนะนำ ปฏิบัติตำม อ่ำนหนังสือท่ีมีคุณค่ำ ตำมควำมสนใจอย่ำง
สม่ำเสมอ แสดงควำมคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องที่อ่ำน คัดลำยมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด
เขยี นส่อื สำร โดยใชค้ ำไดถ้ กู ต้อง ชดั เจน เหมำะสม เขียนแผนภำพ โครงเรือ่ งและแผนภำพควำมคิดเพ่ือใช้
พัฒนำงำนเขียน เขียนย่อควำมจำกเร่ืองท่ีอ่ำน จดหมำยถึงผู้ปกครองและญำติ เขียนแสดงควำมคิดเห็น
ควำมรูส้ ึกได้ตรงเจตนำ กรอกแบบรำยกำรตำ่ ง ๆ เขยี นเรอ่ื งตำมจินตนำกำร พูดแสดงควำมรู้ ควำมคิดเห็น
ตั้งคำถำมตอบคำถำมเชิงเหตผุ ล ควำมรู้สึกจำกเรื่องที่ฟัง ดู รำยงำนเร่ืองหรือประเด็นท่ีศึกษำค้นคว้ำจำกกำ
กรฟัง ดู สนทนำ ใช้สำนวน แต่งบทร้อยกรอง สรุปเร่ืองจำกวรรณคดี วรรณกรรม นิทานพ้ืนบ้าน ขุน
หลวงบะลังก๊ะ ก่ิวหามเฮอื หงส์หิน ซอ : วรรณกรรมพื้นบ้านล้านนา ท่องจำบทอำขยำนที่กำหนดและบทร้อย
กรองที่มคี ณุ คำ่ ตำมควำมสนใจ
มีมำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรดู พูด เห็นคุณค่ำวรรณคดี วรรณกรรม
นิทำนพน้ื บ้ำน นำข้อคิดเห็นไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจรงิ มีเจตคติทดี่ ีตอ่ วิชำภำษำไทย ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ มีคุณธรรม
จรยิ ธรรมและค่ำนิยมท่เี หมำะสม
ตวั ช้วี ัด
ท 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ป.5/6 ป.5/7 ป.5/8
ท 2.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ป.5/6 ป.5/7 ป.5/8 ป.5/9
ท 3.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5
ท 4.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ป.5/6 ป.5/7
ท 5.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4
รวมทัง้ หมด 33 ตัวชวี้ ัด
หลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 37 ~
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ระดบั ประถมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
รหัส ท 16101
รายวชิ าภาษาไทย 6 ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6
จานวน 4 ชวั่ โมง/สัปดาห์ รวม 160 ชั่วโมง/ปี
******************************
อ่ำนเร่ืองส้ัน ๆ อย่ำงหลำกหลำย แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น อธิบำยนำควำมรู้และ
ควำมคิดจำกเรื่องที่อ่ำน ไปตัดสินใจ อ่ำนงำนเขียนเชิงอธิบำย คำสั่ง ข้อแนะนำ ปฏิบัติตำมอธิบำย
ควำมหมำย ข้อมูลจำกกำรอ่ำนแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกรำฟ อ่ำนหนังสือตำมควำมสนใจ และ
อธบิ ำยคณุ คำ่ คัดลำยมอื เขยี นส่อื สำรใช้ถ้อยคำถูกต้อง เขียนแผนภำพโครงเร่ือง แผนภำพควำมคิด เขียน
เรียงควำม ย่อควำม จดหมำย กรอกแบบรำยกำรต่ำง ๆ เขียนเร่ืองตำมจินตนำกำรและสร้ำงสรรค์ พูด
แสดงควำมรู้ ควำมเข้ำใจ จุดประสงค์ของเรื่องทฟี่ ังและดู ตั้งคำถำมและตอบคำถำม เชิงเหตุผล วิเครำะห์
ควำมน่ำเชือ่ ถอื จำกกำรฟงั และดูส่ือโฆษณำ พูดรำยงำน เรื่องท่ีศึกษำ ค้นคว้ำ พูดโน้มน้ำวอย่ำงมีเหตุผล
และน่ำเชอื่ ถอื
ค้นคว้ำ วิเครำะห์ชนิดและหน้ำที่ของคำในประโยค ใช้คำได้เหมำะสมกับกำลเทศะและ
บุคคล รวบรวม บอกควำมหมำยของคำภำษำต่ำงประเทศ ระบุลักษณะของประโยค แต่งบทร้อยกรอง
วิเครำะห์และเปรียบเทียบสำนวน ท่ีเป็นคำพังเพยและสุภำษิต แสดงควำมคิดเห็น อธิบำยคุณค่ำ ของ
วรรณคดี หรือวรรณกรรมท่อี ่ำนและนำไปประยกุ ตใ์ ช้ เล่ำนิทำนพ้นื บ้ำนท้องถ่ินตนเอง อำทิ อ้ายร้อยขอด ไอ้
ก้องขี้จุ๊ เจ้าสุวัต นางบัวคา และนิทานพื้นบ้านของท้องถิ่นอื่น วรรณกรรมพื้นบ้านล้านนา ค่าว ท่องจำบท
อำขยำนตำมท่ีกำหนด และบทรอ้ ยกรอง
เหน็ คณุ คำ่ ตำมควำมสนใจ มีมำรยำทใน กำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟงั กำรพดู และกำรดู
ตัวชี้วดั
ท 1.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป.6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8 , ป. 6/9
ท 2.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป.6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8 , ป. 6/9
ท 3.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป.6/5 , ป.6/6
ท 4.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป.6/5 , ป.6/6
ท 5.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4
รวมท้ังหมด 34 ตัวชวี้ ดั
หลกั สูตรโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 38 ~
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
รหัส ท 21101 รายวิชาภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต 3 ชัว่ โมง/สัปดาห์
******************************
ศึกษำและฝึกอ่ำนออกเสียง เขยี น ฟัง พดู และดู จบั ใจควำมสำคัญ สรุปควำมและอธิบำย
รำยละเอียด เขียนผังควำมคิด อธิปรำย แสดงควำมคิดเห็นและข้อโต้แย้ง จำกเรื่องที่อ่ำน คัดลำยมือ
เขียนบรรยำยและพรรณนำ เขียนเรียงควำม เขียนย่อควำม พูดสรุปใจควำมสำคัญของเร่ืองท่ีฟังและดู
วิเครำะหข์ ้อเท็จจรงิ ขอ้ คิดเห็น และควำมนำ่ เชื่อถอื ของข้ำวสำรจำกสื่อต่ำง ๆ วิเครำะห์และวิจำรณ์เร่ือง
ที่ฟังและดู อย่ำงมีเหตุผล เพ่ือนำขอ้ คดิ มำประยุกต์ใช้ในกำรดำเนินชวี ติ
ค้นควำ้ สรำ้ งคำในภำษำไทย วเิ ครำะหโ์ ครงสร้ำงประโยคสำคัญ ประโยครวม และประโยค
ซ้อน ใช้คำรำชำศัพท์ สรุปเน้ือหำ วิเครำะห์และวิจำรณ์ อธิบำยคุณค่ำ วรรณคดี วรรณกรรม และ
วรรณกรรมทอ้ งถน่ิ ท่อี า่ น พร้อมยกเหตผุ ลประกอบ
มีมำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขยี น กำรฟงั กำรดู และกำรพดู
ตัวชี้วัด
ท 1.1 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
ท. 2.1 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
ท. 3.1 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม. 1/3
ท. 4.1 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม. 1/4
ท. 5.1 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม. 1/3
รวมทง้ั หมด 17 ตัวช้วี ดั
หลักสูตรโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 39 ~
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
รหัส ท 21102 รายวชิ าภาษาไทย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
ภาคเรียนที่ 2 จานวน 1.5 หนว่ ยกติ 3 ชว่ั โมง/สัปดาห์
******************************
ศกึ ษำและฝึกอ่ำน เขียน ฟงั พดู และดู จีบใจควำมสำคญั สรปุ ควำมและอธิบำย
รำยละเอยี ด เขียนผังควำมคดิ อภิปรำย แสดงควำมคิดเห็นและข้อโต้แย้ง วเิ ครำะห์ และจำแนกขอ้ เทจ็ จริง
ขอ้ สนับสนุนและขอ้ คดิ เห็นจำกเรือ่ งทีอ่ ำ่ น ระบุข้อสงั เกตกำรชวนเชื่อ กำรโน้มน้ำวหรือควำมสมเหตสุ มผล
ของงำนเขยี น อำ่ นหนังสือ บทควำม หรือคำประพนั ธ์อยำ่ งหลำกหลำย ประเมนิ คณุ คำ่ หรือแนวคิดทไี่ ด้จำก
กำรอ่ำน เพ่อื นำไปใช้แกป้ ัญหำในชีวิต เขียนบรรยำยและพรรณนำ เขียนรำยงำนกำรศึกษำค้นคว้ำ เขยี น
จดหมำยกิจธุระ เขียนวิเครำะห์ วิจำรณ์ และแสดงควำมรคู้ วำมคดิ เหน็ หรอื โต้แย้ง ในเร่อื งท่อี ่ำนอย่ำงมี
เหตุผล พดู ในโอกำสต่ำง ๆ ได้ ตรงตำมวตั ถุประสงค์
ค้นคว้ำ สร้ำงคำในภำษำไทย วิเครำะห์โครงสร้ำง ประโยคสำมัญ ประโยครวม และ
ประโยคซอ้ น แตง่ บทร้อยกรอง ใช้คำรำชำศัพท์ รวบรวมและอธิบำยควำมหมำยของคำ ภำษำต่ำงประเทศ
ท่ีใช้ในประเทศไทย สรุปเนื้อหำ วิเครำะห์ วิจำรณ์ อธิบำยคุณค่ำ จำกวรรณคดี วรรณกรรม และ
วรรณกรรมท้องถ่ิน สรุปควำมรู้และข้อคิดจำกกำรอ่ำนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจำบทอำขยำนตำมที่
กำหนดและบทรอ้ ยกรองทม่ี ีคณุ ค่ำตำมควำมสนใจ
มีมำรยำทในกำรอำ่ น กำรเขียน กำรฟงั กำรดูและกำรพูด
ตวั ช้วี ัด ม. 1/2 , ม. 1/3 , ม. 1/4 , ม. 1/5 , ม. 1/6 , ม. 1/7 , ม. 1/8
ท. 1.1 ม. 1/2 , ม. 1/5 , ม. 1/6 , ม. 1/7 , ม. 1/8
ท. 2.1
ม. 1/4 , ม. 1/5 , ม. 1/6
ท. 3.1 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม. 1/4 , ม. 1/5
ท. 4.1 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม. 1/3 , ม. 1/5
ท. 5.1
รวมทั้งหมด 23 ตวั ชวี้ ดั
หลกั สตู รโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 40 ~
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
รหสั ท 22101 รายวิชาภาษาไทย ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 1.5 หนว่ ยกติ 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์
******************************
ศึกษำและฝึกอ่ำนออกเสียงบทร้อยแก้วร้อยกรอง ระบุควำมแตกต่ำงของคำ ระบุใจควำม
สำคัญรำยละเอียดของข้อมูล เขียนกรอบแนวคิด ผังควำมคิด บันทึก ย่อควำมและรำยงำน วิเครำะห์
วิจำรณ์ ประเมิน โดยวิธีกำรเปรียบเทียบ ประเมินควำมถูกต้องของข้อมูลท่ีใช้สนับสนุนในเรื่องท่ีอ่ำน
คัดลำยมือ เขียนข้อควำมโดยใช้ถ้อยคำตำมระดับภำษำ เขียนชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติ เล่ำเหตุกำรณ์
ข้อคดิ เหน็ และแสดงทัศนคติ เขยี นย่อควำม เขยี นจดหมำยกจิ ธุระ เขียนอธบิ ำย ชแ้ี จง แสดงควำมคิดเห็น
วิเครำะห์ วิจำรณ์ ประเมินเรื่องกำรฟัง และดู เพื่อนำข้อคิดมำประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พูดรำยงำน
จำกกำรศกึ ษำค้นคว้ำ กำรฟัง และดู สนทนำ
ค้นคว้ำ กำรจำแนกและกำรใช้คำภำษำต่ำงประเทศ วิเครำะห์โครงสร้ำงประโยคซับซ้อน
วเิ ครำะห์ระดบั ภำษำ สรุปเน้ือหำ วิเครำะห์วิถีไทยและคุณค่ำ สรุปควำมรู้และข้อคิดจำกกำรอ่ำนวรรณคดี
วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิน่ ในระดับที่ยำกย่งิ ขนึ้
มมี ำรยำทในกำรอำ่ น กำรเขียน กำรดู และกำรพูด
ตัวชีว้ ัด
ท. 1.1 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม. 2/3 ,ม. 2/4 , ม. 2/5 , ม. 2/6
ท. 2.1 ม. 2/1, ม. 2/2 , ม. 2/3 , ม. 2/4 , ม. 2/5 , ม. 2/6
ท. 3.1 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม. 2/3
ท. 4.1 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม. 2/3
ท. 5.1 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม. 2/3
รวมท้งั หมด 21 ตัวชว้ี ัด
หลักสตู รโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 41 ~
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหัส ท 22102 รายวชิ าภาษาไทย ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
ภาคเรียนที่ 2 จานวน 1.5 หน่วยกติ 3 ช่วั โมง/สัปดาห์
******************************
ศึกษำ ระบุควำมแตกต่ำงของคำท่ีมีควำมหมำยโดยตรงและควำมหมำยโดยนัย วิเครำะห์
วจิ ำรณ์ ประเมนิ เรอื่ งท่ีอ่ำนโดยกำรเปรยี บเทียบ ประเมินควำมถูกต้องของข้อมูลท่ีใช้สนับสนุนในเรื่องท่ีอ่ำน
วิจำรณ์ควำมสมเหตุสมผล กำรลำดับควำม และควำมเป็นไปได้ วิเครำะห์เพ่ือแสดงควำมคิดเห็นโต้แย้ง
ตีควำม ประเมินคุณค่ำ แนวคิดที่ได้จำกงำนเขียน คัดลำยมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัด เขียนข้อควำมโดยใช้
ถ้อยคำตำมระดับภำษำ เขียนช้ีแจง แสดงควำมคิดเห็นและโต้แย้งอย่ำงมีเหตุผล เขียนวิเครำะห์ วิจำรณ์
แสดงควำมรู้ ควำมคิดเห็น โต้แย้งในเรื่องต่ำง ๆ กรอกแบบสมัครงำนพร้องเขียนบรรยำยเกี่ยวกับควำมรู้
และทักษะของตนเอง ที่เหมำะสมกับงำน เขียนรำยงำนกำรศึกษำค้นคว้ำ และโครงงำนพูดรำยงำนเร่ืองท่ี
ศึกษำค้นคว้ำ จำกกำรฟัง กำรดู และสนทนำ พูดในโอกำสต่ำง ๆ ได้ตรงตำมวัตถุประสงค์ พูดโน้มน้ำว
นำเสนอหลักฐำน อย่ำงมีเหตุผลนำ่ เชอื่ ถือ
ค้นคว้ำ วิเครำะห์ระดับภำษำ ใช้คำรำชำศัพท์และศัพท์บัญญัติอธิบำยควำมหมำยคำศัพท์
ทำงวชิ ำกำร และวชิ ำชพี แต่งบทร้อยกรอง วิเครำะห์วิถีไทยและคุณค่ำ สรุปควำมรู้และข้อคิด จำกกำรอ่ำน
วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน ทอ่ งจำ บทอำขยำน บทร้อยกรองท่ี มีคุณค่ำตำมควำมสนใจ
และนำไปใชอ้ ำ้ งอิง
มมี ำรยำทในกำรอำ่ น กำรเขยี น กำรฟงั กำรดูและกำรพูด
ตวั ช้ีวดั
ท. 1.1 ม. 2/2 , ม. 2/5 , ม. 2/6 , ม. 2/7 , ม. 2/8 , ม. 2/9 , ม. 2/10
ท. 2.1 ม. 2/1, ม. 2/2 , ม. 2/5 , ม. 2/6 , ม. 2/7 , ม. 2/8 , ม. 2/9 , ม. 2/10
ท. 3.1 ม. 2/3 , ม. 2/4 , ม. 2/5 , ม. 2/6
ท. 4.1 ม. 2/3 , ม. 2/4 , ม. 2/5 , ม. 2/6
ท. 5.1 ม. 2/2 , ม. 2/3 , ม. 2/4
รวมทั้งหมด 26 ตวั ชีว้ ดั
หลกั สตู รโรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 42 ~
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
รหัส ท 23101 รายวชิ าภาษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3
ภาคเรียนที่ 1 จานวน 1.5 หนว่ ยกติ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์
******************************
ศึกษำ ค้นคว้ำ และฝึกอ่ำนออกเสียงบทร้อยแก้วร้อยกรอง ระบุควำมแตกต่ำงของคำ
ระบุใจควำมสำคัญรำยละเอียดของข้อมูล เขียนกรอบแนวคิด ผังควำมคิด บันทึก ย่อควำมและรำยงำน
วเิ ครำะห์ วิจำรณ์ ประเมิน โดยวิธีกำรเปรียบเทียบ ประเมินควำมถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนในเร่ือง
ท่ีอ่ำน คัดลำยมือ เขียนข้อควำมโดยใช้ถ้อยคำตำมระดับภำษำ เขียนชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติ
เล่ำเหตุกำรณ์ ข้อคิดเห็น และแสดงทัศนคติ เขียนย่อควำม เขียนจดหมำยกิจธุระ เขียนอธิบำย ช้ีแจง
แสดงควำมคิดเห็น วิเครำะห์ วิจำรณ์ ประเมินเร่ืองกำรฟัง และดู เพ่ือนำข้อคิดมำประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตประจำวัน พดู รำยงำน จำกกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ กำรฟงั และดู สนทนำ
ค้นคว้ำ กำรจำแนกและกำรใช้คำภำษำต่ำงประเทศ วิเครำะห์โครงสร้ำงประโยคซับซ้อน
วเิ ครำะหร์ ะดบั ภำษำ สรุปเนื้อหำ วิเครำะห์วิถีไทยและคุณค่ำ สรุปควำมรู้และข้อคิดจำกกำรอ่ำนวรรณคดี
วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถน่ิ ในระดับทีย่ ำกยิ่งขึ้น
มมี ำรยำทในกำรอำ่ น กำรเขียน กำรดู และกำรพูด
ตัวชี้วัด
ท. 1.1 ม. 3/1 , ม. 3/2 , ม. 3/3 ,ม. 3/4 , ม. 3/5 , ม. 3/6
ท. 2.1 ม. 3/1, ม. 3/2 , ม. 3/3 , ม. 3/4 , ม. 3/5 , ม. 3/6
ท. 3.1 ม. 3/1 , ม. 3/2 , ม. 3/3
ท. 4.1 ม. 3/1 , ม. 3/2 , ม. 3/3
ท. 5.1 ม. 3/1 , ม. 3/2 , ม. 3/3
รวมท้งั หมด 21 ตัวช้วี ัด
หลักสูตรโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 43 ~
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย
รหัส ท 23102 รายวชิ าภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน 1.5 หน่วยกติ 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์
******************************
ศกึ ษำ คน้ ควำ้ และระบุควำมแตกตำ่ งของคำทีม่ ีควำมหมำยโดยตรงและควำมหมำยโดยนัย
วเิ ครำะห์ วิจำรณ์ ประเมนิ เร่ืองที่อำ่ นโดยกำรเปรียบเทียบ ประเมินควำมถูกต้องของข้อมูลท่ีใช้สนับสนุนใน
เรอ่ื งที่อำ่ น วิจำรณค์ วำมสมเหตสุ มผล กำรลำดบั ควำม และควำมเปน็ ไปได้ วเิ ครำะห์เพ่ือแสดงควำมคิดเห็น
โตแ้ ย้ง ตคี วำม ประเมินคุณค่ำ แนวคิดท่ีได้จำกงำนเขียน คัดลำยมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เขียนข้อควำม
โดยใช้ถ้อยคำตำมระดับภำษำ เขียนชี้แจง แสดงควำมคิดเห็นและโต้แย้งอย่ำงมีเหตุผล เขียนวิเครำะห์
วจิ ำรณ์ แสดงควำมรู้ ควำมคิดเห็น โต้แย้งในเร่ืองต่ำง ๆ กรอกแบบสมัครงำนพร้องเขียนบรรยำยเก่ียวกับ
ควำมรู้ และทักษะของตนเอง ทเ่ี หมำะสมกับงำน เขียนรำยงำนกำรศึกษำค้นคว้ำ และโครงงำนพูดรำยงำน
เร่ืองที่ศึกษำค้นคว้ำ จำกกำรฟัง กำรดู และสนทนำ พูดในโอกำสต่ำง ๆ ได้ตรงตำมวัตถุประสงค์ พูดโน้ม
นำ้ ว นำเสนอหลักฐำน อยำ่ งมีเหตผุ ลน่ำเช่อื ถอื
ค้นคว้ำ วเิ ครำะห์ระดบั ภำษำ ใช้คำรำชำศัพทแ์ ละศัพท์บัญญัติอธิบำยควำมหมำย คำศัพท์
ทำงวิชำกำร และวิชำชีพ แต่งบทรอ้ ยกรอง วิเครำะห์วิถีไทยและคุณค่ำ สรุปควำมรู้และข้อคิด จำกกำรอ่ำน
วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถิน่ ท่องจำ บทอำขยำน บทร้อยกรองที่ มีคุณค่ำตำมควำมสนใจ
และนำไปใชอ้ ำ้ งอิง
มีมำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขยี น กำรฟงั กำรดูและกำรพดู
ตวั ชวี้ ดั
ท. 1.1 ม. 3/2 , ม. 3/5 , ม. 3/6 , ม. 3/7 , ม. 3/8 , ม. 3/9 , ม. 3/10
ท. 2.1 ม. 3/1, ม. 3/2 , ม. 3/5 , ม. 3/6 , ม. 3/7 , ม. 3/8 , ม. 3/9 , ม. 3/10
ท. 3.1 ม. 3/3 , ม. 3/4 , ม. 3/5 , ม. 3/6
ท. 4.1 ม. 3/3 , ม. 3/4 , ม. 3/5 , ม. 3/6
ท. 5.1 ม. 3/2 , ม. 3/3 , ม.3/4
รวมทงั้ หมด 26 ตัวชีว้ ดั
หลักสูตรโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 44 ~
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ระดับประถมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
รหสั ค 11101
รายวิชาคณิตศาสตร์ 1 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1
จานวน 5 ชัว่ โมง/สัปดาห์ รวม 200 ชัว่ โมง/ปี
*****************************
ศกึ ษำกำรอำ่ นและกำรเขียนตวั เลขฮนิ ดูอำรบิก ตวั เลขไทย และตัวหนงั สอื แสดงจำนวนนับ 1
ถึง 100 และ 0 กำรแสดงจำนวนไม่เกิน 20 ในรูปควำมสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อย-ส่วนรวม กำร
บอกอนั ดบั ที่ หลัก ค่ำประจำหลกั และค่ำของเลขโดดในแต่ละหลกั กำรเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจำย
กำรเปรยี บเทียบจำนวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 โดยใช้เครื่องหมำย= ≠ > < กำรเรียงลำดับจำนวนนับ 1 ถึง
100 และ 0 ตัง้ แต่ 3 ถึง 5 จำนวน ควำมหมำยของกำรบวก ควำมหมำยของกำรลบ กำรหำผลบวก กำร
หำผลลบ กำรหำตวั ไม่ทรำบค่ำในประโยคสญั ลกั ษณ์ โจทยป์ ัญหำกำรบวก โจทยป์ ัญหำกำรลบ กำรสร้ำงโจทย์
ปัญหำ รูปเรขำคณิตสองมติ ิ และรปู เรขำคณติ สำมมิติ แบบรูปของจำนวนทเี่ พ่ิมขึ้นหรือลดลงทีละ 1 ทีละ 10
แบบรูปซ้ำของจำนวนรูปเรขำคณิตและรูปอ่ืนๆ กำรวัดควำมยำวโดยใช้หน่วยท่ีไม่ใช่หน่วยมำตรฐำน กำรวัด
และเปรียบเทียบควำมยำวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร โจทย์ปัญหำเกี่ยวกับควำมยำวที่มีหน่วยเป็นเซนติเมตร
เป็นเมตร กำรวัดน้ำหนกั โดยใช้หน่วยทีไ่ ม่ใชห่ นว่ ยมำตรฐำน กำรวดั และเปรียบเทียบน้ำหนักเป็นกิโลกรัม เป็น
ขีด โจทย์ปัญหำเก่ียวกับน้ำหนักท่ีมีหน่วยเป็นกิโลกรัม เป็นขีด กำรอ่ำนแผนภูมิรูปภำพ การนาเสนอข้อมูล
(ตวั อยา่ งข้อมลู ) เชน่ จานวนของประชากรของโรงเรียน ตาบล อาเภอของท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่ , จานวน
แหลง่ ท่องเทย่ี วในทอ้ งถิ่นท่ีตนเองอาศยั อยู่ , จานวนประเภทของวฒั นธรรมจงั หวัดเชยี งใหม่ และ จานวนวัดใน
ชุมชนที่ตนเองอาศยั อยู่
โดยกำรจัดประสบกำรณ์หรือสรำ้ งสถำนกำรณ์ท่ใี กล้ตวั ผเู้ รยี นไดศ้ ึกษำ คน้ ควำ้ ฝึกทักษะ โดย
กำรปฏิบตั ิจริง ทดลองสรปุ รำยงำน เพื่อพัฒนำทักษะและกระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแก้ปัญหำ กำร
ให้เหตุผล กำรสื่อสำร กำรส่ือควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ด้ำนควำมรู้ ควำมคิด ทักษะ
และกระบวนกำรท่ไี ดไ้ ปใชใ้ นกำรเรยี นรสู้ ิง่ ต่ำง ๆ และใชใ้ นชวี ิตประจำวนั อยำ่ งสรำ้ งสรรค์
เพื่อให้เห็นคุณค่ำและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนได้อย่ำงเป็นระบบ มี
ระเบยี บ รอบคอบ มีควำมรับผิดชอบ มวี ิจำรณญำณ มีควำมคิดรเิ ร่มิ สร้ำงสรรค์และมีควำมเชอื่ มั่นในตนเองตวั
ตวั ชีว้ ัด
ค 1.1 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 , ป.1/4 , ป.1/5
ค 1.2 ป.1/1
ค 2.1 ป.1/1 , ป.1/2
ค 2.2 ป.1/1
ค 3.1 ป.1/1
รวมทัง้ หมด 10 ตัวชี้วดั
หลักสูตรโรงเรยี นวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560