The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมไฟล์หลักสูตรสถานศึกษา-และท้องถิ่น2564โรงเรียนวัดท่าต้นกวาว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanak2560, 2021-07-22 02:11:10

รวมไฟล์หลักสูตรสถานศึกษา-และท้องถิ่น2564โรงเรียนวัดท่าต้นกวาว

รวมไฟล์หลักสูตรสถานศึกษา-และท้องถิ่น2564โรงเรียนวัดท่าต้นกวาว

~ 45 ~

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดบั ประถมศกึ ษา กลุม่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์
รหสั ค 12101
รายวิชาคณติ ศาสตร์ 2 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2

จานวน 5 ช่ัวโมง/สัปดาห์ รวม 200 ช่ัวโมง/ปี

******************************

ศึกษำ ฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณและฝึกแก้ปญั หำ จำนวนนบั 1 ถึง 1,000 และ 0 บอกและ

แสดงจำนวนส่ิงต่ำง ๆ ตำมจำนวนทกี่ ำหนด อำ่ นและเขยี นตวั เลขฮนิ ดอู ำรบิก ตัวเลขไทย กำรบอกอันดับที่หลัก
ค่ำของเลขโดดในแตล่ ะหลกั และเขยี นแสดงจำนวนในรูปกระจำย เปรยี บเทียบจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ

0 โดยใช้เครอ่ื งหมำย = ≠ > < เรียงลำดบั จำนวนนับไม่เกนิ 1,000 และ 0 ตง้ั แต่ 3 ถึง 5 จำนวน และ
หำค่ำของตวั ไมท่ รำบค่ำในประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงกำรบวก กำรลบ กำรแก้โจทย์ปัญหำกำรบวก กำรลบของ
จำนวนนับไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 หำค่ำของตัวไม่ทรำบค่ำในประโยคสัญลักษณ์แสดงกำรคูณของจำนวน 1

หลกั กับจำนวนไม่เกนิ 2 หลกั และประโยคสัญลกั ษณ์แสดงกำรหำรทีต่ ัวตั้งไมเ่ กนิ 2 หลัก ตัวหำร 1 หลัก โดย
ทผ่ี ลหำรมี 1 หลัก ทงั้ หำรลงตัวและหำรไม่ลงตัว หำผลลัพธ์กำรบวก ลบ คูณ หำรระคนของจำนวนนับไม่เกิน

1,000 และ 0 แสดงวธิ ีหำคำตอบของโจทย์ปญั หำ 2 ขน้ั ตอนของจำนวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 แสดงวิธี
หำคำตอบของโจทยป์ ัญหำเก่ียวกบั เวลำที่มีหน่วยเด่ียวและเป็นหน่วยเดียว ปฏิทินแบบล้านนา การนับปีแบบ
ล้านนาและการนับเดือนแบบล้านนา วัดและเปรียบเทียบควำมยำวเป็นเมตรและเซนติเมตร พร้อมทั้งแสดง

วิธีกำรหำคำตอบของโจทย์ปัญหำกำรบวก กำรลบควำมยำวท่ีมีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร วัดและ
เปรียบเทียบน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด พร้อมท้ังแสดงวิธีกำรหำคำตอบของโจทย์ปัญหำ

กำรบวกกำรลบเกย่ี วกับน้ำหนักที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด วัดและเปรียบเทียบปริมำตร
และควำมจุเป็นลติ ร การใช้มาตราช่ัง ตวง วัด แบบด้ังเดิมล้านนา เช่น การตวง ได้แก่ ลิตร ถัง จำแนกและ
บอกลักษณะของรูปหลำยเหล่ียมและวงกลม ใช้ข้อมูลจำกแผนภูมิรูปภำพในกำรหำคำตอบของโจทย์ปัญหำ

เมอ่ื กำหนดรปู 1 รูปแทน 2 หน่วย 5 หนว่ ยหรือ 10 หน่วย การนาเสนอข้อมูล(ตัวอย่างข้อมูล) เช่น จานวน
ของประชากรของโรงเรียน ตาบล อาเภอของท้องถ่ินท่ีตนเองอาศัยอยู่ , จานวนแหล่งท่องเท่ียวในท้องถ่ินที่

ตนเองอาศัยอยู่ , จานวนประเภทของวฒั นธรรมจงั หวัดเชียงใหม่ และ จานวนวัดในชมุ ชนทีต่ นเองอาศยั อยู่
โดยกำรจัดประสบกำรณ์หรอื สรำ้ งสถำนกำรณ์ทใี่ กล้ตวั ผู้เรยี นได้ศกึ ษำ ค้นควำ้ ฝกึ ทักษะ โดย

กำรปฏิบตั จิ รงิ ทดลอง สรปุ รำยงำน เพือ่ พฒั นำทักษะและกระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแกป้ ัญหำ กำร

ใหเ้ หตุผล กำรเช่ือมโยง กำรส่อื ควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ด้ำนควำมรู้ ควำมคดิ ทกั ษะ
และกระบวนกำรที่ได้ไปใชใ้ นกำรเรยี นรูส้ ิ่งต่ำง ๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั อยำ่ งสร้ำงสรรค์

เพ่อื ใหเ้ ห็นคุณค่ำและมเี จตคติท่ีดีตอ่ คณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนได้อย่ำงเปน็ ระบบ มี
ระเบียบ รอบคอบ มีควำมรบั ผดิ ชอบ มวี จิ ำรณญำณมีควำมคิดริเรม่ิ สรำ้ งสรรค์และมคี วำมเชอ่ื ม่ันในตนเอง

ตวั ชี้วัด

ค 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ค 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6

ค 2.2 ป.2/1
ค 3.1 ป.2/1

รวม 16 ตวั ชี้วัด

หลักสตู รโรงเรยี นวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 46 ~

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดับประถมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
รหสั ค 13101
รายวชิ าคณิตศาสตร์ 3 ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3

จานวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวม 200 ช่ัวโมง/ปี

******************************

อำ่ นและเขยี น ตัวเลขฮินดอู ำรบกิ ตวั เลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐

และ ๐ เปรยี บเทยี่ บและเรยี งลำดับจำนวนนบั ไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ จำกสถำนกำรณต์ ่ำง ๆ บอก
อำ่ นและเขยี นเศษส่วนทแี่ สดงปริมำณสิ่งต่ำง ๆ และแสดงส่งิ ตำ่ ง ๆ ตำมเศษส่วนทก่ี ำหนด เปรยี บเที่ยบ

เศษส่วนทีต่ วั เศษเท่ำกนั โดยทตี่ ัวเศษนอ้ ยกว่ำหรอื เทำ่ กบั ตวั สว่ น หำค่ำของตัวไม่ทรำบค่ำในประโยค
สัญลักษณแ์ สดงกำรบวกและกำรลบของจำนวนนับไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หำค่ำของตัวไม่ทรำบค่ำใน
ประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงกำรคูณของจำนวน ๑ หลักกบั จำนวนไมเ่ กิน ๔ หลักและจำนวน ๒ หลักกับ

จำนวน ๒ หลัก หำค่ำของตวั ไมท่ รำบค่ำในประโยคสญั ลกั ษณแ์ สดงกำรหำรทต่ี วั ต้ังไมเ่ กนิ ๔ หลัก
ตวั หำร ๑ หลกั และหำผลลพั ธ์กำรบวก ลบ คณู หำรระคนและแสดงวิธีกำรหำคำตอบของโจทย์ปัญหำ

๒ ขนั้ ตอนของจำนวนนับไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หำผลบวกและแสดงวิธีหำคำตอบของโจทย์ปญั หำ
กำรบวกของเศษสว่ นท่ีมตี วั ส่วนเท่ำกนั และผลบวกไมเ่ กิน ๑ และหำผลลบพรอ้ มทั้งแสดงวธิ ีหำคำตอบ
ของโจทยป์ ัญหำกำรลบของเศษส่วนท่มี ีตัวสว่ นเท่ำกนั ระบจุ ำนวนท่ีหำยไปในแบบรปู ของจำนวนที่

เพมิ่ ขนึ้ หรือลดลงทลี่ ะเท่ำ ๆ กนั แสดงวิธีหำคำตอบของโจทย์ปัญหำเก่ียวกับเงิน เวลำและระยะเวลา
ปฏิทินแบบล้านนา การนบั ปีแบบล้านนาและการนับเดือนแบบล้านนา

เลือกใช้เคร่ืองมือควำมยำวท่ีเหมำะสม วัดและบอกควำมยำวของสิ่งต่ำง ๆ เป็นเซนตเิ มตรและ
มลิ ลเิ มตร เมตรและเซนติเมตร คำดคะเนควำมยำวเปน็ เมตรและเป็นเซนติเมตร เปรียบเทีย่ บควำมยำว
และแสดงวธิ หี ำคำตอบของโจทย์ปัญหำเกย่ี วกับระหวำ่ งเซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกบั เซนตเิ มตร

กิโลเมตรกบั เมตร จำกสถำนกำรณ์ตำ่ ง ๆ เลอื กใช้เครอื่ งชงั่ ท่ีเหมำะสม วัดและบอกน้ำหนกั เปน็ กโิ ลกรัม
และขดี กโิ ลกรมั และกรมั คำดคะเนนำ้ หนักเปน็ กิโลกรัมและเป็นขีด เปรียบเทย่ี บนำ้ หนกั และแสดงวธิ ีหำ

คำตอบของโจทย์ปญั หำเก่ยี วกบั นำ้ หนกั ที่มหี นว่ ยเปน็ กโิ ลกรมั กบั กรัม เมตริกตันกบั กโิ ลกรมั จำก
สถำนกำรณ์ต่ำง ๆ เลอื กใช้เครื่องตวงทีเ่ หมำะสม วดั และเปรียบเท่ยี บปรมิ ำตร ควำมจุเป็นลิตรและ
มลิ ลลิ ิตร คำดคะเนและแสดงวธิ ีหำคำตอบของโจทย์ปัญหำเกี่ยวกบั ปรมิ ำตรและควำมจเุ ป็นลิตรและ

มิลลเิ มตร การใชม้ าตราชั่ง ตวง วัด แบบดง้ั เดิมล้านนา เช่น การตวง ได้แก่ ลติ ร ถงั ระบรุ ปู เรขำคณิต
สองมิติทีม่ แี กนสมมำตรและจำนวนแกนสมมำตร เขียนแผนภูมริ ปู ภำพและใช้ขอ้ มลู จำกแผนภมู ิรปู ภำพ

ในกำรหำคำตอบของโจทย์ปญั หำ เขยี นตำรำงทำงเดียวจำกขอ้ มูลทีเ่ ปน็ จำนวนนับและใช้ข้อมูลจำก
ตำรำงทำงเดียวในกำรหำคำตอบของโจทยป์ ัญหำ การนาเสนอและใช้ข้อมูล(ตวั อย่างขอ้ มูล) เช่น จานวน
สัตว์เลีย้ งในทอ้ งถ่ินท่ีตนเองอาศยั อยู่ เชน่ สุกร ปลา ไก่ เป็นต้น จานวนอาชีพในท้องถ่ินหรือชุมชนที่

ตนเองอาศยั อยู่ และ จานวนประเภทของโรงงานในท้องถิ่นท่ีตนเองอาศยั อยู่ หรือในจังหวดั เชียงใหม่

หลกั สูตรโรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 47 ~

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐
ป. ๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐, ป.๓/
๑๑,ป.๓/๑๒, ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๘ ตัวชี้วัด

หลักสูตรโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 48 ~

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดับประถมศึกษา กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
รหสั ค 14101
รายวิชาคณติ ศาสตร์ 4 ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4

จานวน 4 ช่วั โมง/สปั ดาห์ รวม 160 ชว่ั โมง/ปี

******************************
ศึกษำกำรอ่ำน กำรเขียนตัวเลขฮนิ ดอู ำรบิก ตวั เลขไทยและตัวหนงั สือแสดงจำนวนทมี ำกกวำ่
100,000 หลกั คำ่ ประจำหลักและคำ่ ของเลขโดดในแต่ละหลัก และกำรเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรปู
กระจำย กำรเปรียบเทยี บและ เรียงลำดับจำนวน คำ่ ประมำณของจำนวนนับและกำรใชเ้ ครื่องหมำย ≈ กำร
บวกและกำรลบจำนวนท่มี ำกกว่ำ 100,000 กำรคณู และกำรหำร กำรบวก ลบ คูณ หำรระคน กำรประมำณ
ผลลพั ธ์ของกำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำร กำรแก้โจทยป์ ญั หำและกำรสร้ำงโจทย์ปัญหำพรอ้ มท้ังหำ
คำตอบ แบบรูปของจำนวนทเี่ กดิ จำกกำรคณู กำรหำร ดว้ ยจำนวนเดยี วกัน เศษส่วนแท้ เศษเกนิ จำนวนคละ
ควำมสัมพันธร์ ะหวำ่ งจำนวนคละและเศษเกิน เศษสว่ นทีเ่ ทำ่ กนั เศษสว่ นอย่ำงต่ำและเศษสว่ นท่ีเท่ำกับจำนวน
นบั กำรเปรยี บเทยี บ เรียงลำดบั เศษสว่ นและจำนวนคละ กำรบวก กำรลบ เศษสว่ นและจำนวนคละ กำรแก้
โจทยป์ ัญหำกำรบวกและโจทยป์ ัญหำกำรลบเศษส่วนและจำนวนคละ กำรอ่ำนและ กำรเขียนทศนิยมไม่เกิน 3
ตำแหน่งตำมปริมำณทกี่ ำหนด หลกั คำ่ ประจำหลัก คำ่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลกั ของทศนยิ มและกำรเขยี น
ตัวเลขแสดงทศนยิ มในรูปกระจำย ทศนิยมทเ่ี ท่ำกนั กำรเปรียบเทียบและเรียงลำดับทศนยิ ม กำรบวก กำรลบ
ทศนยิ ม กำรแกโ้ จทย์ปญั หำกำรบวก กำรลบทศนยิ มไม่เกิน 2 ขั้นตอน กำรบอกระยะเวลำ เป็นวินำที นำที
ช่วั โมง วนั สัปดำห์ เดอื น ปี กำรเปรียบเทยี บระยะเวลำโดยใชค้ วำมสมั พนั ธ์ระหว่ำงหนว่ ยเวลำ กำรอำ่ น
ตำรำงเวลำ กำรแกโ้ จทย์ปญั หำเกย่ี วกบั เวลำ ปฏทิ ินแบบลา้ นนา การนบั ปีแบบลา้ นนาและการนับเดอื นแบบ
ลา้ นนา ระนำบ จดุ เส้นตรง รงั สี สว่ นของเสน้ ตรง และสัญลักษณ์ แสดงเส้นตรง รงั สี สว่ นของเส้นตรง มุม
สว่ นประกอบของมุม กำรเรยี กชอ่ื มุม สญั ลกั ษณแ์ สดงมุม ชนดิ ของมุม กำรวัดขนำดของมุมโดยใชโ้ พร
แทรกเตอร์ กำรสร้ำงมุมเม่อื กำหนดขนำดของมมุ ชนดิ และสมบัติของรปู สเี่ หล่ียมมมุ ฉำก กำรสรำ้ งรูปสี่เหลีย่ ม
มุมฉำก ควำมยำวรอบรปู ของรูปส่ีเหล่ียมมมุ ฉำก พนื้ ท่ีของรปู สีเ่ หล่ยี มมุมฉำก กำรแก้โจทยป์ ัญหำ เก่ยี วกับ
ควำมยำวรอบรปู และพ้นื ทีข่ องรปู ส่เี หลย่ี มมุมฉำก กำรอ่ำนและกำรเขียนแผนภูมิแทง่ (ไมร่ วมกำรยน่ ระยะ)
กำรอำ่ นตำรำงสองทำง (Two-Way Table) การนาเสนอและใชข้ ้อมูล(ตวั อยา่ งขอ้ มูล) เชน่ จานวนสตั วเ์ ลี้ยง
ในทอ้ งถิ่นทตี่ นเองอาศยั อยู่ เชน่ สกุ ร ปลา ไก่ เปน็ ต้น จานวนอาชีพในท้องถ่นิ หรอื ชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่
และ จานวนประเภทของโรงงานในท้องถนิ่ ทตี่ นเองอาศัยอยู่ หรือในจงั หวดั เชียงใหม่

กำรจดั ประสบกำรณห์ รอื สรำ้ งสถำนกำรณ์ที่ใกลต้ ัวใหน้ กั เรียนได้ศกึ ษำค้นคว้ำโดยปฏิบัติจรงิ
ทดลอง สรปุ รำยงำน เพือ่ พฒั นำทักษะกำรคดิ คำนวณ ทกั ษะและกระบวนกำรในกำรแก้ปญั หำ กำรใหเ้ หตุผล
กำรส่ือสำรและกำรสื่อ ควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ด้ำนควำมรู้ ควำมคิด ทักษะ
กระบวนกำรที่ไดไ้ ปใช้ในกำรเรยี นรู้สง่ิ ตำ่ งๆ และใช้ในชวี ิตประจำวันอย่ำงสรำ้ งสรรค์ รวมทัง้ เหน็ คุณค่ำและมี
เจตคตทิ ่ีดีต่อคณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอย่ำงเป็นระบบ ระเบยี บ รอบคอบ มคี วำมรับผิดชอบ มวี จิ ำรณญำณ
และเช่ือมน่ั ในตนเอง

กำรวดั ผลและประเมินผล ใช้วิธีกำรหลำกหลำยตำมสภำพควำมเป็นจริงของเนื้อหำ และ
ทกั ษะทต่ี ้องกำรวดั

หลกั สูตรโรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 49 ~

ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9 ,ป.4/10, ป.4/11

ป.4/12, ป.4/13, ป.4/14, ป.4/15, ป4/16
ค 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3,
ค 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ค 3.1 ป.4/1

รวมทงั้ หมด 22 ตัวช้ีวดั

หลักสตู รโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 50 ~

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดบั ประถมศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์
รหสั ค 15101
รายวิชาคณติ ศาสตร์ 5 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5

จานวน 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ รวม 160 ชั่วโมง/ปี

******************************
ศึกษำเศษสว่ นท่ีมตี ัวสว่ นเป็นตวั ประกอบของ 10 หรอื 100 หรอื 1,000 ในรปู ทศนิยม แสดงวิธีหำ

คำตอบของโจทยป์ ัญหำโดยใช้บญั ญตั ิไตรยำงศ์ หำผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหำรของเศษส่วนและจำนวนคละ
แสดงวิธีหำคำตอบของโจทย์ปัญหำกำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำรเศษส่วน 2 ข้ันตอน หำผลคูณของ
ทศนิยม ท่ีผลคูณเป็นทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่ง หำผลหำรที่ตัวต้ังเป็นจำนวนนับหรือทศนิยมไม่เกิน 3

ตำแหนง่ และตวั หำรเป็นจำนวนนับ ผลหำรเปน็ ทศนิยมไมเ่ กิน 3 ตำแหน่ง แสดงวิธีหำคำตอบของโจทย์ปัญหำ
กำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำรทศนิยม 2 ขน้ั ตอน และแสดงวธิ หี ำคำตอบของโจทย์ปัญหำร้อยละไม่เกิน 2

ข้ันตอนแสดงวิธีหำคำตอบของโจทย์ปัญหำเก่ียวกับควำมยำว น้ำหนัก ท่ีมีกำรเปลี่ยนหน่วยและเขียนในรูป
ทศนิยม แสดงวธิ ีหำคำตอบของโจทย์ปัญหำเก่ียวกับปริมำตรของทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉำกและควำมจุของภำชนะ
ทรงสเี่ หล่ยี มมมุ ฉำก ควำมยำวรอบรปู ของรปู สีเ่ หลีย่ มและพ้นื ทข่ี องรูปส่ีเหล่ียมด้ำนขนำนและรูปสี่เหลี่ยมขนม

เปยี กปนู สร้ำงเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงให้ขนำนกับเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงท่ีกำหนดให้ จำแนกรูป
สเ่ี หลยี่ มโดยพจิ ำรณำจำกสมบัตขิ องรูป สร้ำงรูปส่ีเหล่ียมชนิดต่ำง ๆ เมื่อกำหนดควำมยำวของด้ำนและขนำด

ของมมุ หรือเมอ่ื กำหนดควำมยำวของเสน้ ทแยงมุม และบอกลักษณะของปริซึม ใช้ข้อมูลจำกกรำฟเส้นในกำร
หำคำตอบของโจทย์ปัญหำ และเขยี นแผนภูมิแทง่ จำกข้อมลู ที่เป็นจำนวนนับ การนาเสนอและใชข้ อ้ มู (ตัวอย่าง
ข้อมูล) เช่น จานวนสัตว์เลี้ยงในท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่ เช่น สุกร ปลา ไก่ เป็นต้น จานวนอาชีพในท้องถิ่น

หรือชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่ และ จานวนประเภทของโรงงานในท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่ หรือในจังหวัด
เชยี งใหม่

โดยกำรจัดประสบกำรณห์ รือสรำ้ งสถำนกำรณท์ ี่ใกลต้ ัวผ้เู รยี นไดศ้ กึ ษำ คน้ ควำ้ ฝึกทักษะ โดย
กำรปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพือ่ พฒั นำทักษะและกระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแก้ปัญหำ กำร
ใหเ้ หตผุ ล กำรเชือ่ มโยง กำรสื่อควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ด้ำนควำมรู้ ควำมคิด ทักษะ

และกระบวนกำรท่ไี ดไ้ ปใชใ้ นกำรเรียนรู้สง่ิ ตำ่ ง ๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวันอย่ำงสร้ำงสรรค์
เพ่ือให้เห็นคุณค่ำและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนได้อย่ำงเป็นระบบ มี

ระเบียบ รอบคอบ มคี วำมรับผิดชอบ มีวิจำรณญำณมีควำมคิดริเร่มิ สรำ้ งสรรค์และมคี วำมเชื่อมั่นในตนเอง

ตวั ช้วี ดั

ค 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4 , ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8, ป.5/9
ค 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ค 2.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ค 3.1 ป.5/1, ป.5/2

รวม 19 ตวั ชี้วัด

หลักสูตรโรงเรยี นวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 51 ~

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดับประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์
รหัส ค 16101
รายวิชาคณิตศาสตร์ 6 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6

จานวน 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ รวม 160 ชวั่ โมง/ปี

******************************

ศึกษำกำรเปรียบเทียบ เรียงลำดับ เศษส่วนและจำนวนคละจำกสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ เขียน

อัตรำส่วนแสดงกำรเปรียบเทยี บปริมำณ 2 ปริมำณจำกข้อควำมหรือสถำนกำรณ์ โดยท่ีปริมำณแต่ละปริมำณ
เป็นจำนวนนับ หำอัตรำส่วนท่ีเท่ำกับอัตรำส่วนท่ีกำหนดให้ หำ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจำนวนนับไม่เกิน 3

จำนวน แสดงวธิ ีหำคำตอบของโจทยป์ ัญหำโดยใช้ควำมรู้เกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. หำผลลัพธ์ของกำรบวก
ลบ คูณ หำรระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ แสดงวธิ หี ำคำตอบของโจทยป์ ัญหำเศษส่วนและจำนวนคละ 2
– 3 ขน้ั ตอน หำผลหำรของทศนิยมที่ตวั หำรและผลหำรเปน็ ทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแหน่ง แสดงวิธีหำคำตอบของ

โจทย์ปัญหำกำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำรทศนิยม 3 ขั้นตอน แสดงวิธีหำคำตอบของโจทย์ ปัญหำ
อัตรำส่วน ปัญหำร้อยละ 2 – 3 ข้ันตอน แสดงวิธีคิดและหำคำตอบของปัญหำเก่ียวกับแบบรูป แสดงวิธีหำ

คำตอบของโจทย์ปัญหำเก่ียวกับปริมำตรของรูปเรขำคณิตสำมมิติท่ีประกอบด้วยทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉำก และ
แสดงวธิ ีหำคำตอบของโจทย์ปัญหำเก่ียวกับควำมยำวรอบรูปและพ้ืนที่ของรูปหลำยเหลี่ยม ควำมยำวรอบรูป
และพื้นท่ีของวงกลม จำแนกรูปสำมเหล่ียมโดยพิจำรณำจำกสมบัติของรูป สร้ำงรูปสำมเหลี่ยมเมื่อกำหนด

ควำมยำวของด้ำนและขนำดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขำคณิตสำมมิติชนิดต่ำงๆ ระบุรูปเรขำคณิตสำม
มิติที่ประกอบจำกรูปคล่ีและระบุรูปคลี่ของรูปเรขำคณิตสำมมิติ ใช้ข้อมูลจำกแผนภูมิรูปวงกลมในกำรหำ

คำตอบของโจทย์ปัญหำ การนาเสนอและใช้ข้อมู (ตัวอย่างข้อมูล) เช่น จานวนสัตว์เลี้ยงในท้องถ่ินที่ตนเอง
อาศัยอยู่ เช่น สุกร ปลา ไก่ เป็นต้น จานวนอาชีพในทอ้ งถิ่นหรือชุมชนท่ีตนเองอาศัยอยู่ และ จานวนประเภท
ของโรงงานในท้องถนิ่ ทีต่ นเองอาศัยอยู่ หรือในจังหวัดเชียงใหม่

โดยกำรจัดประสบกำรณ์หรือสรำ้ งสถำนกำรณ์ท่ีใกลต้ ัวผเู้ รียนได้ศึกษำ ค้นควำ้ ฝกึ ทกั ษะ โดย
กำรปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพ่อื พฒั นำทกั ษะและกระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแก้ปญั หำ กำร

ใหเ้ หตุผล กำรเชอ่ื มโยง กำรส่ือควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณด์ ้ำนควำมรู้ ควำมคิด ทกั ษะ
และกระบวนกำรทไ่ี ด้ไปใชใ้ นกำรเรียนรูส้ ิ่งตำ่ ง ๆ และใช้ในชีวติ ประจำวนั อยำ่ งสรำ้ งสรรค์

เพ่อื ใหเ้ ห็นคุณค่ำและมเี จตคติท่ีดตี ่อคณติ ศำสตร์ สำมำรถทำงำนไดอ้ ย่ำงเปน็ ระบบ มี

ระเบียบ รอบคอบ มีควำมรบั ผิดชอบ มวี ิจำรณญำณมีควำมคิดรเิ ร่ิมสร้ำงสรรค์และมคี วำมเช่ือม่นั ในตนเอง

ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9, ป.6/10, ป.6/11

ค 1.2 ป.6/1
ค 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3

ค 2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
ค 3.1 ป.6/1

รวม 20 ตวั ชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 52 ~

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์

รหัส ค 21101 รายวิชาคณิตศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1

ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 1.5 หน่วยกติ 3 ชว่ั โมง/สัปดาห์

******************************

ศึกษำกำรเปรียบเทียบจำนวนเตม็ กำรหำผลบวก ผลลบ ผลคูณ และผลหำรของจำนวนเต็ม กำรนำ
ควำมรเู้ ร่อื งจำนวนเตม็ ไปใช้ในกำรแก้ปัญหำคณิตศำสตร์ จำนวนตรรกยะและควำมสัมพันธ์ของจำนวนตรรก
ยะ กำรใช้สมบัติของจำนวนตรรกยะในกำรแก้ปัญหำคณิตศำสตร์ โจทย์ปัญหาเก่ียวกับข้อมูลสภาพทาง

เศรษฐกิจ และปัญหาในชีวิตจริง ในเขตชุมชนหมู่บ้านท่าต้นกวาว กำรใช้วงเวียนและสันตรง หรือซอฟต์แวร์
เรขำคณิตพลวตั ในกำรสร้ำงพ้นื ฐำนและสร้ำงรูปทำงเรขำคณติ และนำไปใชแ้ ก้ปญั หำในชวี ิตจริง กำรเขียนเลข

ยกกำลังท่มี เี ลขชกี้ ำลังเปน็ จำนวนเตม็ บวก กำรคณู และกำรหำรเลขยกกำลงั เมอ่ื เลขชก้ี ำลงั เป็นจำนวนเต็มบวก
กำรเขียนจำนวนในรูปสัญกรณว์ ิทยำศำสตร์ และกำรนำควำมรู้เก่ียวกับเลขยกกำลังไปใช้ในชีวิตจริง ทศนิยม
คำ่ ประจำหลกั ทศนิยม กำรเปรียบเทียบทศนิยม กำรบวก กำรลบ กำรคณู และกำรหำรทศนิยม ควำมสัมพันธ์

ของเศษส่วนกบั ทศนยิ ม กำรนำควำมรเู้ กีย่ วกบั ทศนิยมไปใช้ในชีวิตจริง หน้ำตัดของรูปเรขำคณิตสำมมิติ กำร
อธิบำยภำพสองมติ ทิ ไ่ี ด้จำกกำรมองด้ำนหนำ้ ด้ำนขำ้ ง และดำ้ นบนของรูปเรขำคณิตสำมมิติ และรูปเรขำคณิต

สำมมิตทิ ีป่ ระกอบขนึ้ จำกลูกบำศก์
โดยจัดประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ให้ผู้เรียนได้ศึกษำคน้ ควำ้ โดยกำรปฏบิ ัติจรงิ ทดลอง สรุป

รำยงำน เพือ่ พฒั นำทกั ษะ/กระบวนกำรในกำรคดิ คำนวณ แก้ปญั หำ กำรให้เหตุผล และนำควำมรู้ ควำมคิด

ทักษะกระบวนกำรท่ไี ดไ้ ปใช้ในชีวิตประจำวันอย่ำงสร้ำงสรรค์
เพอื่ ใหเ้ หน็ คุณค่ำและมเี จตนคตทิ ่ีดีต่อคณติ ศำสตร์ สำมำรถทำงำนได้อย่ำงเปน็ ระบบ มรี ะเบียบ มี

ควำมรบั ผดิ ชอบ มวี ิจำรณญำณ มีควำมคิดรเิ ริ่มสรำ้ งสรรคแ์ ละมีควำมเชอ่ื ม่ันในตนเอง

ตวั ช้วี ัด
ค. 1.1 ม.1/1 ม.1/2
ค. 2.2 ม.1/1 ม.1/2

รวม 4 ตวั ช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 53 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์

รหสั ค 21102 รายวิชาคณิตศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1

ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน 1.5 หนว่ ยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำแบบรปู และควำมสมั พนั ธ์คำตอบของสมกำรเชงิ เส้นตัวแปรเดียว กำรแก้สมกำรเชิงเส้นตัวแปร
เดียว และกำรนำควำมรู้เก่ียวกับสมกำรเชิงเส้นตัวแปรเดียวไปใช้ในชีวิตจริง อัตรำส่วนของจำนวนหลำย ๆ
จำนวน สดั สว่ น กำรนำควำมรูเ้ กย่ี วกบั อัตรำสว่ น สดั สว่ นและร้อยละไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ กรำฟของควำมสัมพันธ์
เชงิ เส้น สมกำรเชิงเส้นสองตวั แปร กำรนำควำมรู้เกยี่ วกบั กรำฟของควำมสมั พนั ธ์เชงิ เส้นไปใชใ้ นชีวิตจริง การ
ตงั้ คาถามทางสถติ ิ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู การนาเสนอและการแปลความหมายข้อมูล การนาความรู้เก่ียวกับ
สถติ ไิ ปใช้ในชวี ติ จรงิ โดยใชเ้ ทคโนโลยีท่ีเหมาะสม โดยใช้ข้อมลู เก่ยี วกบั สภาพภมู ปิ ระเทศ เขตชุมชนหมู่บ้านท่า
ต้นกวาว

โดยจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ให้ผู้เรียนได้ศึกษำค้นคว้ำโดยกำรปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป
รำยงำน เพ่ือพัฒนำทักษะ/กระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ แก้ปัญหำ กำรให้เหตุผล และนำควำมรู้ ควำมคิด
ทักษะกระบวนกำรท่ไี ด้ไปใช้ในชวี ิตประจำวันอย่ำงสรำ้ งสรรค์

เพื่อให้เห็นคุณค่ำและมีเจตนคติท่ีดีต่อคณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนได้อย่ำงเป็นระบบ มีระเบียบ มี
ควำมรบั ผิดชอบ มีวจิ ำรณญำณ มคี วำมคดิ ริเรม่ิ สรำ้ งสรรคแ์ ละมคี วำมเชื่อม่ันในตนเอง

ตวั ช้วี ัด
ค 1.1 ม. 1/3
ค 1.3 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
ค 3.1 ม. 1/1

รวม 5 ตวั ช้วี ดั

หลกั สตู รโรงเรียนวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 54 ~

คาอธบิ ายรายวชิ า

ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

รหสั ค๒๒๑๐๑ รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒

ภาคเรียนที่ ๑ จานวน ๑.๕ หน่วยกติ ๓ ชั่วโมง/สปั ดาห์

********************************************************************

ศกึ ษำทฤษฎบี ทพีทำโกรัสและบทกลับ กำรนำควำมรู้เก่ียวกับทฤษฎีบทพีทำโกรัสและ บทกลับไปใช้

ในชีวิตจริง เรียนรู้เกี่ยวกับจำนวนตรรกยะ จำนวนจริง รำกที่สองและรำกที่สำมของจำนวนตรรกยะ นำ
ควำมรู้เก่ียวกบั จำนวนจรงิ ไปใช้ กำรหำปริมำตรของปริซึมและทรงกระบอก กำรนำควำมรู้เก่ียวกับปริมำตร
ของปริซึมและทรงกระบอกไปใช้ในกำรแก้ปญั หำ กำรเลื่อนขนำน กำรสะท้อน กำรหมุน การความรู้เก่ียวกับ

การแปลงทางเรขาคณติ ในการแก้ปัญหาคณติ ศาสตรแ์ ละปญั หาในชวี ิตจรงิ เกยี่ วขอ้ งการกบั ออกแบบ จักรสาน
หรือลวดลายศิลป์ เรียนรู้เกี่ยวกับเลขยกกำลังท่ีมีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็ม กำรนำควำมรู้เกี่ยวกับเลขยก

กำลังไปใช้ในกำรแก้ปัญหำพหุนำม กำรบวก กำรลบ และกำรคูณของพหุนำม กำรหำรพหุนำมด้วยเอก
นำมทมี่ ผี ลหำรเป็นพหนุ ำม

โดยนำควำมรู้ ทักษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ที่หลำกหลำยมำใช้ในกำรแก้ปัญหำในสถำนกำรณ์

ต่ำงๆได้อย่ำงเหมำะสม มีเหตุผลประกอบในกำรตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่ำงเหมำะสม ใช้ภำษำและ
สัญลกั ษณท์ ำงคณิตศำสตร์ในกำรส่ือสำร ส่ือควำมหมำย และนำเสนอได้อย่ำงถูกต้องชัดเจน เชื่อมโยงควำมรู้

ต่ำง ๆในคณิตศำสตร์ และ นำคว ำมรู้ ทัก ษะ กระ บว นก ำรทำง คณิ ตศำสตร์ไ ปเชื่ อม โย งกับศำสตร์อื่น ๆและ มี
ควำมคิดรเิ ริม่ สร้ำงสรรค์

เพื่อให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สำมำรถทำงำนอย่ำงมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบมี

วิจำรณญำณ มีควำมเชื่อม่นั ในตนเอง มีควำมซื่อสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในกำรทำงำน รักควำมเป็น
ไทย มจี ิตสำธำรณะ พรอ้ มท้งั ตระหนักในคณุ คำ่ และมีเจตคตทิ ีด่ ตี อ่ คณติ ศำสตร์

ตัวช้ีวัด
ค ๑.๑ ม.๒/๒, ม.๒/๒
ค ๑.๒ ม.๒/๑
ค ๒.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ , ม.๒/๓
ค ๒.๒ ม.๒/๕

รวม ๗ ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 55 ~

คาอธบิ ายรายวชิ า

ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

รหัส ค ๒๒๑๐๒ รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒

ภาคเรียนท่ี ๒ จานวน ๑.๕ หน่วยกิต ๓ ช่วั โมง/สปั ดาห์

********************************************************************

ศึกษำกำรนำเสนอและวิเครำะห์ข้อมูล แผนภำพจุด แผนภำพต้น-ใบ ฮิสโทแกรม ค่ำกลำงของข้อมูล

กำรแปลควำมหมำยผลลพั ธ์ กำรนำสถิตไิ ปใช้ในชวี ติ จริง ควำมเท่ำกนั ทุกประกำรของรูปสำมเหล่ียม กำรนำ

ควำมร้เู ก่ยี วกบั ควำมเทำ่ กนั ทกุ ประกำรไปใช้ในกำรแก้ปัญหำ นาความรู้เกี่ยวกับสมบัติของเส้นขนานและรูป

สามเหล่ยี มไปใชใ้ นการแก้ปญั หาคณติ ศาสตร์ โดยเกี่ยวข้องกับการปลูกข้าวในชุมชนหมู่บ้านท่าต้นกวาว กำร

ใหเ้ หตผุ ลเก่ียวกับกำรสร้ำงทำงเรขำคณติ กำรนำควำมรู้เกยี่ วกบั กำรสร้ำงทำงเรขำคณิตและกำรให้เหตุผลไปใช้

ในชีวิตจริง กำรแยกตัวประกอบของพหุนำมดีกรีสองโดยใช้ สมบัติกำรแจกแจง กำลังสองสมบูรณ์ ผลต่ำง

กำลงั สอง

โดยจัดประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษำค้นคว้ำโดยกำร
ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพื่อพัฒนำทักษะ / กระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแก้ปัญหำ กำรให้
เหตุผล กำรส่ือสำรและกำรสื่อควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ กำรเชื่อมโยงและนำประสบกำรณ์ด้ำนควำมรู้
ควำมคิด ทักษะกระบวนกำรที่ได้ไปใช้ในกำรเรียนรู้ส่ิงต่ำง ๆ กำรให้เหตุผลและใช้ในชีวิตประจำวันอย่ำง
สร้ำงสรรค์

เพื่อให้ผู้เรียนเป็นผู้มีควำมซ่ือสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมีควำมมุ่งม่ันในกำรทำงำน รวมท้ังเห็นคุณค่ำ
และมีเจตคติทีด่ ตี อ่ คณิตศำสตร์

ตวั ชีว้ ัด

ค ๑.๒ ม.๒/๒
ค ๒.๒ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ ,ม.๒/๔
ค ๓.๑ ม.๒/๑

รวม ๕ ตวั ช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 56 ~

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ค ๒๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต

******************************

ศึกษำเกยี่ วกับพ้ืนท่ีผิวและปริมำตร กำรหำพื้นที่ผิวของพีระมิด กรวย และทรงกลม กำรหำปริมำตร
ของพีระมดิ กรวย และทรงกลม กำรนำควำมรู้เกี่ยวกับพนื้ ทผ่ี ิวและปริมำตรของพรี ะมิด กรวย และทรงกลมไป

ใช้ในกำรแก้ปัญหำ กำรแยกตัวประกอบของพหุนำม ดีกรีสูงกว่ำสอง สมกำรกำลังสองตัวแปรเดียว กำรแก้
สมกำรกำลังสองตัวแปรเดียว กำรนำควำมรู้เก่ียวกับสมกำรกำลังสองตัวแปรเดียวไปใช้ในกำรแก้ปัญหำ

ระบบสมกำร กำรแก้ระบบสมกำรเชิงเส้นสองตวั แปร การนาความรู้เก่ียวกับระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร
ไปใช้ในการแก้โจทย์ปัญหาการประยุกต์เก่ียวกับการประกอบอาชีพในเขตชุมชนหมู่บ้านท่าต้นกวาว ควำม
คล้ำย รูปสำมเหลี่ยมท่ีคล้ำยกัน กำรนำควำมรู้เกี่ยวกับควำมคล้ำยไปใช้ในกำรแก้ปัญหำ โดยกำรจัด

ประสบกำรณ์หรือสร้ำง สถำนกำรณท์ ี่ใกลต้ วั ใหผ้ ู้เรียนได้ศกึ ษำคน้ คว้ำปฏิบัตจิ ริงทดลองสรุปรำยงำน
เพ่ือพัฒนำทักษะ/กระบวนกำรในกำรคิดคำนวณกำรแก้ปัญหำกำรให้เหตุผลกำรส่ือควำมหมำยทำง

คณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ด้ำนควำมรู้ควำมคิดทักษะกระบวนกำรท่ีได้ ไปใช้ในกำรเรียนรู้สิ่งต่ำง ๆ
และใช้ในชีวิตประจำวันอย่ำงสร้ำงสรรค์เห็นคุณค่ำและเจตคติท่ีดีต่อคณิตศำสตร์สำมำรถทำงำนอย่ำงเป็น
ระบบระเบยี บรอบคอบมีควำมรับผิดชอบมีวิจำรณญำณและเช่ือมั่นในตนเอง ใฝ่เรียนรู้ มีวินัยในตนเอง มีจิต

สำธำรณะ อนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม ใช้ทรัพยำกรธรรมชำติอย่ำงประหยัดและคุ้มค่ำ ดำรงชีวิตตำมหลักของ
เศรษฐกจิ พอเพียงและพัฒนำศักยภำพของผูเ้ รยี นในกำรเปดิ ประตสู อู่ ำเซยี น

รหสั ตวั ชี้วัด
ค ๑.๒ ม.๓/๑

ค ๑.๓ ม.๓/๒, ม.๓/๓
ค ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒

ค ๒.๒ ม.๓/๑
รวม ๔ มาตรฐาน ๖ ตัวชี้วัด

หลักสตู รโรงเรยี นวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 57 ~

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ค ๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๖ กลุม่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จานวน ๑.๕ หน่วยกติ

******************************

ศึกษำเกี่ยวกับ อสมกำร คำตอบและกรำฟแสดงคำตอบของอสมกำรเชิงเส้นตัวแปรเดียว กำรแก้

อสมกำรเชิงเส้นตัวแปรเดียว กำรนำควำมรู้เกี่ยวกับกำรแก้อสมกำรเชิงเส้นตัวแปรเดียวไปใช้ใน กำร

แก้ปัญหำ ควำมน่ำจะเป็น เหตุกำรณ์กำรจำกกำรทดลองสุ่ม ควำมน่ำจะเป็นของเหตุกำรณ์ กำรนำควำมรู้

เกี่ยวกับควำมน่ำจะเป็นไปใช้ในชีวิตจริง สถิติ ข้อมูลและกำรวิเครำะห์ข้อมูล แผนภูมิต้นไม้ กำรแปร

ควำมหมำยผลลัพธ์ กำรนำสถิติไปใช้ในชีวิตจริง การนาเสนอและวิเคราะห์ข้อมูล สภาพเศรษฐกิจของชุมชน

หรือ ท้องถ่ิน นาเสนอด้วยแผนภาพกล่อง และแปลความหมาย รวมท้ังกำรใช้เทคโนโลยีได้อย่ำง เหมำะสม

อตั รำส่วนตรีโกณมติ เิ กี่ยวกบั กำรนำค่ำอัตรำสว่ นตรีโกณมติ ขิ องมุม ๓๐ องศำ ๔๕ องศำ และ ๖๐ องศำ ไปใช้

ในกำรแก้ปญั หำ วงกลม คอรด์ เส้นผ่ำนศนู ย์ทฤษฎีบทเกยี่ วกับวงกลม และฟงั กช์ ันกำลงั สอง กรำฟของฟงั ก์ชัน

กำลงั สอง กำรแก้โจทย์ปัญหำเกีย่ วกับฟังกช์ นั กำลังสอง

ฝกึ ทกั ษะกำรคดิ คำนวณกำรแก้โจทยป์ ญั หำ โดยกำรจดั ประสบกำรณ์หรือสรำ้ งสถำนกำรณ์ท่ีใกล้ตัวให้

ผเู้ รยี นไดศ้ กึ ษำคน้ คว้ำปฏิบตั จิ รงิ ทดลองสรุปรำยงำน

เพอ่ื พฒั นำทกั ษะ/กระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแก้ปัญหำกำรให้เหตุผลกำรสื่อควำมหมำยทำง

คณิตศำสตรแ์ ละนำประสบกำรณ์ด้ำนควำมรคู้ วำมคิดทกั ษะกระบวนกำรท่ีไดไ้ ปใช้ในกำรเรียนรู้ส่ิงต่ำงๆและใช้

ในชีวิตประจำวันอย่ำงสร้ำงสรรค์เห็นคุณค่ำและเจตคติที่ดีต่อคณิตศำสตร์สำมำรถทำงำนอย่ำงเป็นระบบ

ระเบียบรอบคอบมีควำมรับผิดชอบมีวิจำรณญำณและเชื่อม่ันในตนเองใฝ่เรียนรู้ มีวินัยในตนเอง มีจิต

สำธำรณะ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยำกรธรรมชำติอย่ำงประหยัดและคุ้มค่ำ ดำรงชีวิตตำมหลักของ

เศรษฐกจิ พอเพียงและพฒั นำศักยภำพของผ้เู รียนในกำรเปิดประตูสู่อำเซยี น

รหสั ตวั ช้ีวัด
ค ๑.๒ ม.๓/๒

ค ๑.๓ ม.๓/๑
ค ๒.๒ ม.๓/๒, ม.๓/๓
ค ๓.๑ ม.๓/๑

ค ๓.๒ ม.๓/๑
จานวน ๕ มาตรฐาน ๕ ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 58 ~

ระดบั ประถมศกึ ษา คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหสั วชิ า ว11101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1
จานวน 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ รวมเวลา 120 ชว่ั โมง/ปี

******************************

ศกึ ษำ และเรยี นรเู้ ก่ยี วกับลักษณะหน้ำที่ของส่วนต่ำงๆ ของร่ำงกำยมนุษย์ สัตว์ พืช รวมทั้ง

กำรทำหน้ำทรี่ ่วมกันของสว่ นต่ำงๆของรำ่ งกำยมนษุ ย์ ควำมสำคัญของส่วนต่ำงๆของร่ำงกำยตน และกำรดูแล

ส่วนต่ำงๆอย่ำงถูกต้อง ปลอดภัย และรักษำควำมสะอำดอยู่เสมอ ชื่อพืชและสัตว์ท่ีอำศัยอยู่บริเวณต่ำงๆ

สภำพแวดล้อมที่เหมำะสมในบรเิ วณที่พืชและสัตวอ์ ำศยั อยู่ สมบตั ิทีส่ ังเกตได้ของวัสดทุ ใ่ี ช้ทำวัตถุซึ่งทำจำกวัสดุ

ชนิดเดียวกันหรือหลำยชนิดประกอบกัน ชนิดของวัสดุและกำรจัดกลุ่มวัสดุตำมสมบัติที่สังเกต กำรเกิดเสียง

และทิศทำงกำรเคล่ือนท่ีของเสียง ลักษณะภำยนอกของหินจำกลักษณะเฉพำะท่ีสังเกตได้ ดำวที่ปรำกฏบน

ท้องฟ้ำในเวลำกลำงวันและกลำงคืน และสำเหตทุ ม่ี องไม่เห็นดำวส่วนใหญ่ในกลำงวัน สำมำรถแก้ปัญหำอย่ำง

งำ่ ยโดยใช้กำรลองผดิ ลองถูก กำรเปรยี บเทยี บ แสดงลำดบั ขัน้ ตอนกำรทำงำนหรือกำรแก้ปัญหำอย่ำงง่ำยโดย

ใช้ภำพ สัญลักษณ์ หรือข้อควำม ใช้เทคโนโลยีในกำรสร้ำง จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตำมวัตถุประสงค์ ใช้

เทคโนโลยีสำรสนเทศอย่ำงปลอดภัย ปฏิบัติตำมข้อตกลงในกำรใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกัน ดูแลรักษำอุปกรณ์

เบอ้ื งตน้ ใชง้ ำนอยำ่ งเหมำะสม

โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยำศำสตร์ท่ีสำมำรถนำไปใช้อธิบำย แก้ไขปัญหำ หรือ
สรำ้ งสรรค์พัฒนำงำนในชีวติ จริงได้ ซ่ึงเน้นกำรเชื่อมโยงควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ และเทคโนโลยี
กบั กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตรแ์ ละใหม้ ที กั ษะสำคัญในกำรค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้ โดยใช้กระบวนกำร
สืบเสำะหำควำมร้แู ละกำรแก้ปญั หำทีห่ ลำกหลำย ประโยชนข์ องอปุ กรณ์เทคโนโลยีสำรสนเทศ

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทักษะกำรคิด และมีส่วนร่วมในกำรเรียนรู้ทุกข้ันตอน รวมท้ัง
ส่งเสรมิ ให้ผูเ้ รยี นเกิดจติ วิทยำศำสตร์และเจตคตทิ ่ดี ีต่อกำรเรยี นวิทยำศำสตร์

ตวั ช้วี ัด
ว 1.1 ป.1/1, ป.1/2

ว 1.2 ป.1/1, ป.1/2
ว 2.1 ป.1/1, ป.1/2
ว 2.3 ป.1/1

ว 3.1 ป.1/1, ป.1/2
ว 3.1 ป.1/1

ว 4.2 ป.1/1

รวมทงั้ หมด 15 ตวั ช้ีวัด

หลักสตู รโรงเรียนวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 59 ~

ระดบั ประถมศกึ ษา คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหสั วิชา ว 121101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2

จานวน 3 ชัว่ โมง/สัปดาห์ รวมเวลา 120 ช่วั โมง/ปี
******************************

ศึกษำ ระบุว่ำพืชตอ้ งกำรแสงและนำ้ เพ่ือกำรเจริญเตบิ โต ตระหนกั ถงึ ควำมจำเป็นที่พืชต้องได้รับ

น้ำและแสงเพื่อ กำรเจริญเติบโต โดยดูแลพืชให้ได้รับส่ิงดังกล่ำวอย่ำงเหมำะสม สร้ำงแบบจำลองท่ีบรรยำย
วัฏจักรชีวติ ของพชื ดอก เปรยี บเทยี บ ลักษณะของสิ่งมชี วี ติ และสง่ิ ไม่มีชีวิต ระบุและเปรียบเทียบสมบัติกำรดูด

ซับน้ำของวสั ดแุ ละประยุกตใ์ ชใ้ นกำรทeำวตั ถใุ นชีวิตประจำวนั อธบิ ำย เปรยี บเทียบสมบตั ิท่ีสังเกตได้ของวัสดุ
ทเี่ กดิ จำกกำรนำวัสดุมำผสมกัน ในกำรใช้งำนตำมวัตถุประสงค์ อธิบำยกำรและตระหนักถึงประโยชน์กำรนำ
วัสดุท่ีใช้แล้วกลับมำใช้ใหม่ บรรยำยแนวกำรเคล่ือนท่ีของแสงจำกแหล่งกำเนิดแสง อธิบำยกำรมองเห็นวัตถุ

และแนวทำงกำรป้องกันอันตรำย ตระหนักในคุณค่ำของควำมรู้ของกำรมองเห็น ระบุส่วนประกอบของดิน
และจำแนกชนิดของดินโดยใชล้ กั ษณะเนือ้ ดนิ และกำรจับตัวเป็นเกณฑ์ สารวจและศึกษาดินในท้องถิ่นแล้วจัด

จาแนกชนิดของดิน อธบิ ำยกำรใช้ประโยชนจ์ ำกดนิ แสดงลำดับขน้ั ตอนกำรทำงำนหรือกำรแกป้ ัญหำอย่ำงง่ำย
โดยใช้ภำพ สัญลักษณ์ หรือข้อควำม เขียนโปรแกรมอย่ำงง่ำย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหำ
ข้อผิดพลำดของโปรแกรม ใช้เทคโนโลยีในกำรสร้ำง จัดหมวดหมู่ ค้นหำ จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตำ ม

วัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยี สำรสนเทศอย่ำง ปลอดภัย ปฏิบัติ ตำมข้อตกลงใน กำรใช้คอมพิวเตอร์ ร่วมกัน
ดแู ลรักษำ อุปกรณ์เบอ้ื งตน้

ใช้งำนอย่ำงเหมำะสม
โดยมุ่งหวงั ให้ผู้เรียนไดเ้ รยี นรวู้ ทิ ยำศำสตรท์ ่สี ำมำรถนำไปใชอ้ ธบิ ำย แก้ไขปัญหำ หรือสร้ำงสรรค์

พัฒนำงำนในชีวิตจริงได้ ซ่ึงเน้นกำรเชื่อมโยงควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ และเทคโนโลยี กับ

กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และใหม้ ีทักษะสำคัญในกำรค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้ โดยใช้กระบวนกำรสืบ
เสำะหำควำมรแู้ ละกำรแก้ปัญหำท่ีหลำกหลำย ประโยชน์ของอุปกรณเ์ ทคโนโลยสี ำรสนเทศ

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทักษะกำรคิด และมีส่วนร่วมในกำรเรียนรู้ทุกข้ันตอน รวมท้ัง
สง่ เสริมให้ผเู้ รียนเกิดจติ วิทยำศำสตรแ์ ละเจตคติท่ดี ีตอ่ กำรเรยี นวิทยำศำสตร์

ตวั ช้วี ัด
ว 1.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3

ว 1.3 ป.2/1
ว 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
ว 2.3 ป.2/1, ป.2/2

ว 3.2 ป.2/1, ป.2/2
ว 4.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4

รวมท้งั หมด 17 ตัวชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 60 ~

ระดับประถมศกึ ษา คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหัสวิชา ว13101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3

จานวน 3 ชัว่ โมง/สัปดาห์ รวมเวลา 120 ชัว่ โมง/ปี
******************************

ศกึ ษำ บรรยำยส่ิงทจ่ี ำเปน็ ตอ่ กำรดำรงชีวติ และกำรเจรญิ เตบิ โตของมนุษย์และสัตว์ ตระหนัก

ถึง ประโยชน์ของ อำหำร น้ำ และ อำกำศ โดยกำร ดูแลตนเองและ สัตว์ให้ได้รับส่ิงเหล่ำน้ีอย่ำง เหมำะสม

สร้ำงแบบจำลองทบ่ี รรยำยวัฏจกั ร ชวี ติ ของสตั ว์และ เปรียบเทยี บ วัฏจกั รชีวิตของ สัตวบ์ ำงชนิด และตระหนัก

ถึงคุณค่ำของชีวิตสัตว์ โดยไม่ทำให้วัฏจักรชีวิตของสัตว์เปลี่ยนแปลง อธิบำยว่ำวัตถุประกอบข้ึนจำกชิ้นส่วน

ย่อย ๆ ซง่ึ สำมำรถแยกออกจำกกนั ไดแ้ ละประกอบกนั เปน็ วตั ถชุ ิน้ ใหม่ได้ อธิบำยกำรเปลี่ยนแปลงของวัสดุเม่ือ

ทำให้รอ้ นขน้ึ หรือทำให้เย็นลง ระบุผลของแรงท่ีมีต่อกำรเปลยี่ นแปลง กำรเคล่ือนทีข่ องวัตถุ เปรียบเทียบและ

ยกตวั อย่ำงแรงสมั ผสั และแรงไม่สมั ผสั ท่ีมีผลต่อกำรเคล่ือนท่ีของวัตถุ จำแนกวัตถุโดยใช้กำรดึงดูดกับแม่เหล็ก

เป็นเกณฑ์ ระบุขั้วแม่เหล็กและพยำกรณ์ผลที่เกิดข้ึนระหว่ำงขั้วแม่เหล็กเม่ือนำมำเข้ำใกล้กัน กำรเปล่ียน

พลังงำนหนงึ่ ไปเป็นอกี พลงั งำนหน่ึง กำรทำงำนของเครอ่ื งกำเนิดไฟฟ้ำและระบแุ หล่งพลังงำนในกำรผลิตไฟฟ้ำ

ตระหนกั ในประโยชน์และโทษของไฟฟำ้ โดยนำเสนอวิธกี ำรใช้ไฟฟ้ำอย่ำงประหยัดและปลอดภัย อธิบำยแบบ

รูป เส้นทำงกำรขึ้น และตกของ ดวงอำทิตย์ อธิบำยสำเหตุกำรเกิดปรำกฏกำรณ์ กำรข้ึนและตกของดวง

อำทิตย์ กำรเกิดกลำงวัน กลำงคืน และกำร กำหนดทิศ โดยใช้ แบบจำลอง ควำมสำคัญและประโยชน์ของ

ดวงอำทิตย์ต่อสิ่งมีชีวิต ระบุส่วนประกอบของอำกำศ บรรยำยควำมสำคัญของอำกำศ และผลกระทบของ

มลพิษทำงอำกำศ ต่อสิ่งมีชีวิต ตระหนักถึงควำมสำคัญของอำกำศ โดยนำเสนอแนวทำงกำรปฏิบัติตนในกำร

ลดกำรเกดิ มลพษิ ทำงอำกำศ สารวจและศกึ ษามลพิษทางอากาศในท้องถิ่น (PM2.5) และนาเสนอแนวทางใน

การลดมลพษิ และแนวทางปอ้ งกนั ตนเองจากมลพษิ กำรเกดิ ลม ประโยชน์และโทษของลม แสดงอัลกอริทึมใน

กำรทำงำนหรือกำรแก้ปัญหำอย่ำงง่ำยโดยใช้ภำพ สัญลักษณ์ หรือข้อควำม เขียนโปรแกรมอย่ำงง่ำย โดยใช้

ซอฟตแ์ วรห์ รอื สอ่ื และตรวจหำข้อผดิ พลำดของโปรแกรม ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหำควำมรู้ รวบรวม ประมวลผล

และ นำเสนอข้อมูล โดยใช้ซอฟต์แวร์ตำมวัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศอย่ำงปลอดภัย ปฏิบัติตำม

ขอ้ ตกลง มคี ุณธรรม จริยธรรมและค่ำนิยมท่ีเหมำะสม

โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยำศำสตร์ที่สำมำรถนำไปใช้อธิบำย แก้ไขปัญหำ หรือ

สรำ้ งสรรค์พัฒนำงำนในชีวติ จริงได้ ซึ่งเน้นกำรเชื่อมโยงควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ และเทคโนโลยี

กับกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตรแ์ ละให้มีทักษะสำคัญในกำรค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้ โดยใช้กระบวนกำร

สืบเสำะหำควำมร้แู ละกำรแกป้ ญั หำท่หี ลำกหลำย ประโยชน์ของอปุ กรณ์เทคโนโลยีสำรสนเทศ

เพือ่ ใหเ้ กดิ ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ มีทักษะกำรคิด และมสี ว่ นรว่ มในกำรเรียนรทู้ กุ ข้นั ตอน รวมทั้ง

ส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นเกิดจติ วทิ ยำศำสตร์และเจตคตทิ ีด่ ีตอ่ กำรเรียนวิทยำศำสตร์

ตวั ช้ีวัด

ว 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 ว 1.2 ป.3/1, ป.3/2

ว 2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 ว 2.3 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3

ว 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ว 3.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4

ว 4.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5

รวมทง้ั หมด 25 ตวั ชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 61 ~

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดบั ประถมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

รหสั วิชา ว14101 ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4

จานวน 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ รวมเวลา 120 ชวั่ โมง/ปี

******************************

ศึกษำและเรียนรู้เกี่ยวกับกำรจัดกลุ่มชีวิต กำรจำแนกพืชเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก

กำรจำแนกสตั ว์มกี ระดกู สันหลังและสตั ว์ไมม่ ีกระดกู สนั หลงั ลกั ษณะเฉพำะทส่ี ังเกตได้ของสัตวม์ ีกระดูกสนั หลัง

หน้ำท่ีส่วนต่ำงๆของพชื ผลของแรงโนม้ ถว่ งของโลก กำรใช้เครื่องช่ังสปริงวัดน้ำหนักของวัตถุ มวลของวัตถุท่ีมี

ผลต่อกำรเปลี่ยนแปลงกำรเคล่ือนท่ีของวัตถุ กำรจำแนกวัตถุเป็นตัวกลำงโปร่งใส ตั วกลำงโปร่งแสง และ

ตัวกลำงทึบแสง สมบตั ทิ ำงกำยภำพด้ำนควำมแขง็ สภำพยืดหยุ่น กำรนำควำมร้อน และกำรนำไฟฟ้ำของวัสดุ

กำรนำสมบัตทิ ำงกำยภำพของวสั ดไุ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน ศึกษาเครื่องมือ เครื่องใช้ ที่ใช้ในการประกอบอาชีพ

หรอื ในชวี ติ ประจาวนั ที่พบได้ในท้องถิ่น แลว้ นามาจาแนกสมบัตทิ างกายภาพของเครื่องมือ เครื่องใช้ในท้องถ่ิน

น้ัน ๆ สมบัติของสสำรท้ัง 3 สถำนะ จำกข้อมูลท่ีได้จำกกกำรสังเกต มวล ต้องกำรที่อยู่ รูปร่ำงและปริมำตร

ของสำร รวมทั้งกำรใช้เคร่ืองมือเพื่อวัดมวลและปริมำตรของสสำรทั้ง 3 สถำนะ สร้ำงแบบจำลองของ

องคป์ ระกอบของระบบสุริยะ และคำบกำรโคจรของดำวเครำะหต์ ำ่ งๆ จำกแบบจำลอง แบบรูปเส้นทำงกำรขึ้น

และตกของดวงจันทร์ สร้ำงแบบจำลองที่อธิบำยแบบรูปกำรเปล่ียนแปลงรูปร่ำงปรำกฏของดวงจันทร์และ

พยำกรณ์รูปร่ำงปรำกฏของดวงจันทร์ ชื่อและหน้ำที่ของอุปกรณ์เทคโนโลยีสำรสนเทศ หลักกำรทำงำน

เบ้ืองต้นของคอมพิวเตอร์ ประโยชนแ์ ละโทษจำกกำรใช้งำนคอมพวิ เตอร์ ระบบปฏบิ ัติกำรคอมพวิ เตอร์เพอื่ กำร

ทำงำน กำรสรำ้ งภำพหรอื ชิน้ งำนจำกจินตนำกำรโดยใชโ้ ปรแกรมกรำฟกิ ใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในกำรแก้ปัญหำ

กำรอธบิ ำยกำรทำงำน กำรคำดกำรณ์ผลลัพธ์ จำกปญั หำอย่ำงงำ่ ย ออกแบบ และเขยี นโปรแกรมอย่ำงง่ำย โดย

ใช้ซอฟต์แวร์หรือส่ือ และตรวจหำข้อผิดพลำดและแก้ไข ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหำควำมรู้ และประเมินควำม

น่ำเช่ือถือของข้อมูลรวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสำรสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ท่ีหลำกหลำย เพื่อ

แก้ปญั หำในชีวิตประจำวนั ใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศอยำ่ งปลอดภยั เขำ้ ใจสิทธิและหน้ำท่ีของตน เคำรพในสิทธิ

ของผูอ้ ื่น แจง้ ผู้เกีย่ วข้องเม่ือพบขอ้ มลู หรอื บุคคลทีไ่ ม่เหมำะสม

โดยมุง่ หวังให้ผเู้ รยี นได้เรยี นรูว้ ิทยำศำสตรส์ ำมำรถนำไปอธิบำย แก้ไขปัญหำ หรือสร้ำงสรรค์

พัฒนำงำนในชีวิตจริงได้ ซ่ึงเน้นกำรเชื่อมโยงควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์และเทคโนโลยี กับทักษะ

กระบวนกำรทำงวศิ วกรรมศำสตร์ และใหม้ ีทกั ษะสำคญั ในกำรคน้ คว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้โดยใช้กระบวนกำร

สบื เสำะหำควำมรแู้ ละแก้ปัญหำที่หลำกหลำย

เพ่ือใหผ้ ้เู รยี นเกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทักษะกำรคิด และมีส่วนร่วมในกำรเรียนรู้ทุกข้ันตอน

รวมทั้งสง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นเกดิ จิตวทิ ยำศำสตร์และมเี จตคติท่ีดตี ่อกำรเรียนวทิ ยำศำสตร์

ตัวช้ีวัด ว 1.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
ว 2.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ว 1.2 ป.4/1 ว 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ว 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3,ป.4/4

ว 2.3 ป.4/1
ว 4.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5
รวมท้งั หมด 21 ตัวช้ีวดั

หลักสตู รโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 62 ~

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดับประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

รหสั วิชา ว15101 ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5

จานวน 3 ชัว่ โมง/สัปดาห์ รวมเวลา 120 ชวั่ โมง/ปี

******************************

บรรยำยโครงสร้ำง และลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมำะสมกับกำรดำรงชีวิตซึ่ง เป็นผลมำจำก

กำรปรับตัวของส่ิงมีชีวิตใน แต่ละแหล่งที่อยู่ อธิบำย ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต และ

ควำมสัมพันธ์ ระหวำ่ งสงิ่ มีชีวติ กบั ส่งิ ไมม่ ชี ีวิต เพ่ือประโยชน์ต่อกำรดำรงชีวิต เขียนโซ่อำหำรและระบุบทบำท

หน้ำท่ีของสิ่งมีชีวิตที่เป็น ผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อำหำร ตระหนักในคุณค่ำของส่ิงแวดล้อมท่ีมี ต่อกำร

ดำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิตโดยมีส่วนร่วมในกำรดูแลรักษำสิ่งแวดล้อม อธิบำยลักษณะทำงพันธุกรรมที่มีกำร

ถ่ำยทอดจำกพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ แสดงควำมอยำกรู้อยำกเห็นโดยกำรถำมคำถำมเก่ียวกับ

ลักษณะท่ีคล้ำยคลึงกันของตนเองกับพ่อแม่ อธิบำยกำรเปล่ียนสถำนะ ของสสำรเม่ือทำให้สสำรร้อนขึ้นหรือ

เย็นลง อธบิ ำยกำรละลำยของสำรในน้ำ วิเครำะห์กำรเปล่ียนแปลงของสำรเมื่อเกิดกำรเปลี่ยนแปลงทำงเคมี

วิเครำะห์และระบุกำรเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับได้และกำรเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับไม่ได้ และเขียนภำพอธิบำ ย

วิธีกำรหำแรงลัพธ์ของแรงหลำยแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุในกรณีที่วัตถุอยู่น่ิง ใช้เคร่ืองช่ังสปริงใน

กำรวัดแรงทก่ี ระทำตอ่ วัตถุ ระบุผลและเขียนแผนภำพของแรงเสียดทำนท่ีมีต่อกำรเปลี่ยนแปลงกำรเคลื่อนที่

ของวัตถุ อธิบำยกำรได้ยินเสียงผ่ำนตัวกลำง ระบุตัวแปร ทดลองและอธิบำยลักษณะและกำรเกิด เสียงสูง

เสยี งต่ำ ออกแบบกำรทดลองและอธิบำยลักษณะและกำรเกิด เสยี งดงั เสียงค่อย วัดระดบั เสียงโดยใช้เคร่ืองมือ

วัดระดับเสียง ตระหนักในคุณค่ำของควำมรู้เรื่องระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทำงในกำรหลีกเล่ียงและลด

มลพิษทำงเสียง เปรียบเทียบควำมแตกต่ำงของดำวเครำะห์และดำวฤกษ์จำกแบบจำลอง ใช้แผนที่ดำวระบุ

ตำแหน่งและเส้นทำง กำรขึ้นและตกของกลุ่มดำวฤกษ์บนท้องฟ้ำ และอธิบำย แบบรูปเส้นทำงกำรข้ึนและตก

ของกลุ่มดำวฤกษ์บนท้องฟ้ำในรอบปี เปรียบเทียบปริมำณน้ำในแต่ละแหล่งและระบุปริมำณน้ำท่ีมนุษย์

สำมำรถนำมำใชป้ ระโยชนไ์ ด้ ตระหนกั ถึงคณุ ค่ำของนำ้ โดยนำเสนอแนวทำง กำรใช้น้ำอย่ำงประหยัดและกำร

อนุรักษ์น้ำ สร้ำงแบบจำลองท่ีอธิบำยกำรหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ เปรียบเทียบกระบวนกำรเกิดเมฆ

หมอก น้ำค้ำง และน้ำค้ำงแข็ง ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในกำรแก้ปัญหำ กำรอธิบำย กำรงำน กำรคำดกำรณ์

ผลลพั ธ์จำกปญั หำอย่ำงง่ำย ออกแบบและเขียน โปรแกรมทมี่ กี ำรใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะอยำ่ งงำ่ ย ใช้อินเทอร์เน็ต

ค้นหำขอ้ มูล ติดตอ่ สอ่ื สำร และทำงำนรว่ มกนั ประเมนิ ควำมน่ำเชื่อถือของข้อมูล รวบรวม ประเมิน นำเสนอ

ข้อมูลและสำรสนเทศ ตำมวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริกำรบนอินเทอร์เน็ตที่ หลำกหลำย เพ่ือ

แก้ปัญหำใน ชีวิตประจำวนั ใช้เทคโนโลยี สำรสนเทศอย่ำง ปลอดภัย มีมำรยำท เข้ำใจสิทธิและหน้ำท่ีของตน

เคำรพในสิทธิ ของผู้อ่ืน แจ้งผู้เก่ียวข้อง เม่ือพบข้อมูลหรือบุคคล ท่ีไม่เหมำะสม มีคุณธรรมและค่ำนิยมท่ี

เหมำะสม

โดยมุ่งหวงั ให้ผูเ้ รียนได้เรียนรวู้ ิทยำศำสตรส์ ำมำรถนำไปอธิบำย แก้ไขปัญหำ หรือสร้ำงสรรค์

พัฒนำงำนในชีวิตจริงได้ ซึ่งเน้นกำรเชื่อมโยงควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์และเทคโนโลยี กับทักษะ

กระบวนกำรทำงวศิ วกรรมศำสตร์ และให้มีทกั ษะสำคญั ในกำรคน้ คว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้โดยใช้กระบวนกำร

สบื เสำะหำควำมร้แู ละแก้ปญั หำท่ีหลำกหลำย

เพือ่ ให้ผู้เรียนเกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มที กั ษะกำรคิด และมีส่วนร่วมในกำรเรียนรู้ทุกขั้นตอน

รวมทง้ั สง่ เสริมให้ผู้เรียนเกิดจติ วทิ ยำศำสตรแ์ ละมีเจตคติที่ดีต่อกำรเรยี นวทิ ยำศำสตร์

หลกั สตู รโรงเรียนวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 63 ~

ตวั ชวี้ ัด ว 1.3 ป.5/1, ป.5/2
ว 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 ว 2.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
ว 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ว 2.3 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 ว 3.1 ป.5/1, ป.5/2
ว 3.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5 ว 4.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5

รวมทงั้ หมด 33 ตวั ชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 64 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดบั ประถมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

รหัสวิชา ว16101 ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6

จานวน 3 ช่วั โมง/สัปดาห์ รวมเวลา 120 ช่วั โมง/ปี

******************************

ศึกษำและระบุสำรอำหำรและบอกประโยชน์ของ สำรอำหำรแต่ละ ประเภทจำกอำหำร

ท่ตี นเองรบั ประทำน สำรวจอำหำรของคนในทอ้ งถน่ิ แลว้ นำมำจำแนกสำรอำหำร ในสัดส่วนที่เหมำะสมกับเพศ

และวยั รวมทัง้ ควำมปลอดภัยต่อสขุ ภำพ สร้ำงแบบจำลอง ระบบย่อยอำหำร และบรรยำยหน้ำท่ีของอวัยวะใน

ระบบย่อยอำหำร รวมท้งั อธบิ ำยกำรยอ่ ย อำหำรและกำร ดดู ซมึ สำรอำหำร ตระหนักถึงควำมสำคญั ของระบบ

ยอ่ ยอำหำร โดยกำรบอก แนวทำง ในกำรดูแลรักษำอวัยวะในระบบย่อยอำหำรให้ทำงำนเป็นปกติ อธิบำย

และเปรยี บเทียบกำรแยกสำรผสมโดยกำรหยิบออก กำรร่อน กำรใช้แม่เหล็กดึงดูด กำรรินออก กำรกรอง

และกำรตกตะกอน ระบุวิธีแกป้ ญั หำในชวี ิตประจำวนั เกย่ี วกับกำรแยกสำร กำรเกิดและผลของแรงไฟฟ้ำซ่งึ เกิด

จำกวัตถุที่ผ่ำนกำรขัดถู ส่วนประกอบและหน้ำท่ีของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้ำอย่ำงง่ำย ออกแบบ

แผนภำพและตอ่ วงจรไฟฟำ้ อย่ำงง่ำย อธิบำยวธิ กี ำรและผลของกำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำแบบอนุกรมและแบบขนำน

กำรต่อหลอดไฟฟ้ำแบบอนกุ รมและแบบขนำดประโยชน์และข้อจำกัดรวมทั้งกำรประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

กำรเกิด เงำมืดเงำมัวจำกหลักฐำนเชิงประจักษ์ รังสีของแสงแสดงกำรเกิด เงำมืดเงำมัว กำรเกิดและ

เปรียบเทียบ ปรำกฏกำรณ์ สุริยุปรำคำและ จันทรุปรำคำ พัฒนำกำร ของเทคโนโลยี อวกำศ และ กำรใช้

ประโยชนใ์ น ชีวิตประจำวัน เปรียบเทียบกระบวนกำรเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบำย วัฏ

จักรหินจำกแบบจำลอง กำรใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิต สร้ำงแบบจำลองที่อธิบำยกำรเกิดซำกดึกดำ

บรรพ์และคำดคะเนสภำพแวดล้อมในอดีตของซำกดึก ดำบรรพ์ เปรียบเทียบกำรเกิดลมบก ลมทะเล และ

มรสมุ ผลทม่ี ตี ่อสง่ิ มีชีวิตและส่ิงแวดล้อม ผลของมรสุมต่อกำรเกิดฤดูของประเทศไทย ผลกระทบของน้ำท่วม

กำรกัดเซำะชำยฝงั่ ดินถลม่ แผ่นดินไหว สึนำมิ ผลกระทบและกำรเฝ้ำระวังของภัยธรรมชำติและธรณีพิบัติภัย

กำรปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจำกภัยธรรมชำติและธรณีพิบัติภัยท่ีอำจเกิดในท้องถ่ิน กำรเกิดปรำกฏกำรณ์เรือน

กระจกและผลของปรำกฏกำรณ์เรือนกระจกต่อส่ิงมีชีวิต กิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือน ออกแบบและเขียน

โปรแกรมอย่ำงง่ำยเพ่ือแก้ปัญหำในชีวิต ประจำวัน ตรวจหำข้อผิดพลำดของ โปรแกรมและแก้ไข ใช้

อนิ เทอร์เน็ตในกำรค้นหำข้อมูลอย่ำงมีประสิทธิภำพ ใช้เทคโนโลยี สำรสนเทศ ทำงำนร่วมกันอย่ำงปลอดภัย

เข้ำใจสทิ ธแิ ละหนำ้ ท่ขี องตน เคำรพในสทิ ธิของผู้อืน่ แจ้งผูเ้ กีย่ วข้องเมอื่ พบขอ้ มลู หรือ บุคคลทไ่ี มเ่ หมำะสม

โดยมุ่งหวงั ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนรู้วทิ ยำศำสตรส์ ำมำรถนำไปอธิบำย แก้ไขปัญหำ หรือสร้ำงสรรค์

พัฒนำงำนในชีวิตจริงได้ ซึ่งเน้นกำรเช่ือมโยงควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์และเทคโนโลยี กับทักษะ

กระบวนกำรทำงวิศวกรรมศำสตร์ และให้มีทักษะสำคัญในกำรคน้ คว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้โดยใช้กระบวนกำร

สบื เสำะหำควำมรู้และแก้ปัญหำท่ีหลำกหลำย

เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนเกดิ ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ มีทกั ษะกำรคิด และมีส่วนร่วมในกำรเรียนรู้ทุกข้ันตอน

รวมทั้งส่งเสริมใหผ้ ู้เรยี นเกิดจติ วทิ ยำศำสตรแ์ ละมีเจตคติที่ดตี อ่ กำรเรียนวิทยำศำสตร์

หลักสตู รโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 65 ~

ตวั ชีว้ ัด
ว 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
ว 2.1 ป.6/1
ว 2.2 ป.6/1
ว 2.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8
ว 3.1 ป.6/1, ป.6/2 ว 3.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ว 4.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
รวมท้ังหมด 30 ตวั ช้ีวดั

หลักสตู รโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 66 ~

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดบั ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

รหสั ว 21101 รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1

ภาคเรยี นท่ี 1 จานวน 2.0 หนว่ ยกิต 4 ชั่วโมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ สำรวจ สังเกตและเปรียบเทียบ รูปร่ำง ลักษณะ และโครงสร้ำงของเซลล์
พืชและเซลล์สัตว์ รวมทั้งบรรยำยหน้ำท่ีของผนังเซลล์ เย่ือหุ้มเซลล์ ไซโทพลำซึม นิวเคลียส แวคิวโอล ไมโท

คอนเดรียและคลอโรพลำสต์ ใช้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงศึกษำเซลล์และโครงสร้ำงต่ำงๆภำยในเซลล์ อธิบำย
ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงรูปร่ำงกับกำรทำหน้ำที่ของเซลล์ กำรจัดระบบของส่ิงมีชีวิตโดยเริ่มจำกเซลล์ เน้ือเยื่อ
อวัยวะ ระบบอวยั วะ จนเป็นสิ่งมชี วี ิตกระบวนกำรแพร่และออสโมซสิ จำกหลกั ฐำนเชงิ ประจกั ษแ์ ละยกตัวอย่ำง

กำรแพร่และออสโมซิสในชีวิตประจำวนั ระบปุ ัจจยั ที่จำเปน็ ในกำรสังเครำะห์ด้วยแสง อธิบำยควำมสำคัญของ
กำรสังเครำะห์ด้วยแสงของพืชต่อส่ิงมีชีวิตและส่ิงแวดล้อม สำมำรถบรรยำยลักษณะและหน้ำที่ของไซเล็ม

และโฟลเอม็ และเขยี นแผนภำพทบ่ี รรยำยทศิ ทำงกำรลำเลยี งสำรในไซเล็มและโฟลเอม็ ของพชื สามารถอธิบาย
การสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศ และไม่อาศยั เพศของพืชดอก ลักษณะโครงสร้างของดอกท่ีมีส่วนทาให้เกิดการถ่าย
เรณู ของพืชในชุมชนและท้องถิ่นตาบลชมภู ควำมสำคัญของธำตุอำหำรบำงชนิดท่ีมีผลต่อกำรเจริญเติบโต

และกำรดำรงชีวิตของพืช รวมท้ังบรรยำย กำรปฏิสนธิของพืชดอก กำรเกิดผลและเมล็ด กำรกระจำยเมล็ด
และกำรงอกของเมลด็ ตระหนักถึงควำมสำคัญของสัตวท์ ีช่ ว่ ยในกำรถ่ำยเรณูของพืชดอก วิธีกำรขยำยพันธุ์พืช

ใหเ้ หมำะสมกับควำมต้องกำรของมนษุ ย์โดยใช้ควำมรู้เก่ียวกับกำรสืบพันธุ์ของพืช ควำมสำคัญของเทคโนโลยี
กำรเพำะเล้ียงเน้ือเย่ือพืชในกำรใช้ประโยชน์ด้ำนต่ำง ๆตระหนักในคุณค่ำของพืชที่มีต่อส่ิงมีชีวิตและ
สงิ่ แวดล้อม โดยกำรร่วมกันปลูกและดูแลรักษำต้นไม้ในโรงเรียนและชุมชน ประโยชน์ของกำรขยำยพันธุ์พืช

โดยกำรนำควำมรู้ไปใช้ในชวี ิตประจำวัน
โดย มุ่ง หวั ง ให้ ผู้เ รีย นไ ด้เรี ยน รู้วิ ทย ำศำ สต ร์ที่ สำม ำร ถน ำไ ปใช้ อธิ บำ ยแ ก้ไข ปัญ หำ หรื อ

สรำ้ งสรรค์พัฒนำงำนในชวี ิตจริงได้ ซึ่งเน้นกำรเชื่อมโยงควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ และเทคโนโลยี
กับกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์และให้มีทักษะสำคัญในกำรค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้โดยใช้กระบวนกำร
สบื เสำะหำควำมร้แู ละกำรแกป้ ัญหำที่หลำกหลำย ประโยชน์ของอปุ กรณเ์ ทคโนโลยีสำรสนเทศ

เพอื่ ให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทักษะกำรคดิ และมีสว่ นร่วมในกำรเรียนรทู้ ุกขั้นตอน รวมทงั้
ส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนเกิดจิตวิทยำศำสตรแ์ ละเจตคตทิ ่ีดตี ่อกำรเรียนวิทยำศำสตร์

ตวั ช้วี ัด
ว 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/2 ม.1/10

ม.1/11ม.1/12ม.1/13ม.1/14ม. 1/15 ม.1/16 ม.1/17 ม.1/18
ว 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8

รวมทง้ั หมด 26 ตัวชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 67 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
รหัส ว 21103
รายวิชาวิทยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1

ภาคเรียนที่ 2 จานวน 2.0 หนว่ ยกิต 4 ชัว่ โมง/สปั ดาห์

******************************
ศึกษำ วิเครำะห์ อธิบำยและเปรียบเทียบกำรจัดเรียงอนุภำค แรงยึดเหนี่ยวระหว่ำงอนุภำค

และกำรเคล่ือนที่ของอนุภำคของสสำรชนิดเดียวกันในสถำนะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้แบบจำลอง
อธบิ ำยควำมสมั พนั ธ์ระหว่ำงพลังงำนควำมรอ้ นกับกำรเปลี่ยนสถำนะของสสำรโดยใชห้ ลักฐำนเชิงประจกั ษ์และ
แบบจำลอง สร้างแบบจาลองที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความดันอากาศกับความสูงจากพ้ืนโลก สามารถ

เปรยี บเทียบของชมุ ชนทอ้ งถิ่นของตัวเอง วเิ ครำะห์ แปลควำมหมำยข้อมูล และคำนวณปริมำณควำมร้อนท่ีทำ
ให้สสำรเปลี่ยนอุณหภมู แิ ละเปลีย่ นสถำนะ โดยใช้สมกำร ใชเ้ ทอรม์ อมิเตอรใ์ นกำรวดั อุณหภูมิของสสำรสร้ำง

แบบจำลองที่อธิบำยกำรขยำยตัวหรือหดตัวของสสำรเน่ืองจำกได้รับหรือสูญเสียควำมร้อน ตระหนักถึง
ประโยชน์ของควำมรู้ของกำรหดและขยำยตัวของสสำรเน่ืองจำกควำมร้อน โดยวิเครำะห์สถำนกำรณ์ปัญหำ
และเสนอแนะวธิ ีกำรนำควำมรมู้ ำแก้ปัญหำในชีวิตประจำวัน วิเครำะห์สถำนกำรณ์กำรถ่ำยโอนควำมร้อนและ

คำนวณปรมิ ำณควำมรอ้ นที่ถ่ำยโอนระหวำ่ งสสำรจนเกิดสมดุลควำมร้อนสร้ำงแบบจำลองท่อี ธบิ ำยกำรถ่ำยโอน
ควำมร้อนโดยกำรนำควำมร้อน กำรพำควำมร้อน กำรแผ่รังสีควำมร้อนออกแบบ เลือกใช้ และสร้ำงอุปกรณ์

เพื่อแกป้ ัญหำในชีวติ ประจำวนั โดยใชค้ วำมรู้เก่ียวกบั กำรถ่ำยโอนควำมรอ้ น .สร้ำงแบบจำลองท่ีอธิบำยกำรแบ่ง
ช้ันบรรยำกำศ และเปรียบเทียบประโยชน์ของบรรยำกำศแต่ละชั้นอธิบำยปัจจัยที่มีผลต่อกำรเปลี่ยนแปล ง
องคป์ ระกอบของลมฟ้ำอำกำศ จำกข้อมูล ที่รวบรวมได้เปรียบเทียบกระบวนกำรเกิดพำยุ ฝนฟ้ำคะนองและ

พำยุหมุนเขตร้อน และผลท่ีมีต่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดล้อมรวมทั้งนำเสนอแนวทำงกำรปฏิบัติตนให้เหมำะสม
และปลอดภัยอธิบำยกำรพยำกรณ์อำกำศ และพยำกรณอ์ ำกำศอย่ำงงำ่ ยจำกขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้

ตระหนักถึงคุณค่ำของกำรพยำกรณ์ อำกำศ โดยนำเสนอแนวทำงกำรปฏิบัติตนและกำรใช้
ประโยชนจ์ ำกคำพยำกรณอ์ ำกำศอธบิ ำยสถำนกำรณแ์ ละผลกระทบกำรเปลย่ี นแปลงภมู ิอำกำศโลกจำกข้อมูลท่ี
รวบรวมได้ตระหนักถึงผลกระทบของกำรเปล่ียนแปลงภูมิอำกำศโลก โดยนำเสนอแนวทำงกำรปฏิบัติตน

ภำยใตก้ ำรเปลยี่ นแปลงภูมอิ ำกำศโลก
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทักษะกำรคิด และมีส่วนร่วมในกำรเรียนรู้ทุกข้ันตอน

รวมทง้ั สง่ เสริมให้ผเู้ รียนเกิดจติ วทิ ยำศำสตร์และเจตคตทิ ่ีดตี ่อกำรเรียนวิทยำศำสตร์

ตวั ชีว้ ัด

ว 2.1 ม. 1/9 ม.1/10
ว 2.2 ม.1/1
ว 2.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7

ว 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7
รวมท้งั หมด 21 ตวั ชี้วัด

หลักสูตรโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 68 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
รหสั ว 22101
รายวิชาวิทยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2

ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 2 หนว่ ยกติ 4 ช่วั โมง/สัปดาห์

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ อวัยวะและหน้ำที่ของอวัยวะที่เกี่ยวข้องในระบบหำยใจ กลไกกำรหำยใจเข้ำและ
ออก โดยใช้แบบจำลอง กระบวนกำรแลกเปล่ียนแก๊ส ควำมสำคัญของระบบหำยใจเข้ำใจสำเหตุของกำรติด

เชื้อไวรัสโควิด 19 หน้ำที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ำยในกำรกำจัดของเสียทำงไต ควำมสำคัญของระบบ
ขับถำ่ ยในกำรกำจัดของเสียทำงไต บรรยำยโครงสร้ำงและหน้ำที่ของหัวใจ หลอดเลือด และเลือด กำรทำงำน
ของระบบหมนุ เวียนเลอื ดโดยใช้แบบจำลอง ออกแบบกำรทดลองและทดลองในกำรเปรียบเทียบอัตรำกำรเต้น

ของหัวใจ ขณะปกติและหลังทำกิจกรรม ควำมสำคัญของระบบหมุนเวียนเลือด อวัยวะและหน้ำที่ของอวัยวะ
ในระบบประสำทส่วนกลำงในกำรควบคุมกำรทำงำนต่ำงๆ ของร่ำงกำย ควำมสำคัญของระบบประสำท

หน้ำท่ีของอวัยวะในระบบสืบพันธ์ุของเพศชำยและหญิง ผลของฮอร์โมนเพศชำยและเพศหญิง กำร
เปลี่ยนแปลงของร่ำงกำยเม่ือเข้ำสู่วยั หนุ่มสำว กำรตกไข่ กำรมปี ระจำเดือน กำรปฏสิ นธิ และกำรพัฒนำของไซ
โกต วิธีกำรคุมกำเนิด ออกแบบกำรทดลองและทดลองในกำรอธิบำยผลของชนิดตัวละลำย ชนิดของตัวทำ

ละลำย อุณหภมู ิทม่ี ีตอ่ สภำพละลำยไดข้ องสำร ผลของควำมดันท่มี ีตอ่ สภำพละลำยได้ของสำร ระบุปริมำณตัว
ละลำยในสำรละลำย ในหน่วยควำมเข้มข้นเปน็ รอ้ ยละ ปริมำตรต่อปริมำตร มวลต่อมวล และมวลต่อปริมำตร

กำรนำควำมรเู้ รอ่ื งควำมเข้มข้นของสำรไปใช้ อธบิ ำยกำรแยกสำรผสมโดยกำรระเหยแหง้ กำรตกผลึก กำรกลั่น
อย่ำงงำ่ ย โครมำโทกรำฟีแบบกระดำษ กำรสกัดด้วยตวั ทำละลำย แยกสำรโดยกำรระเหยแห้ง กำรตกผลึก กำร
กลั่นอย่ำงง่ำย โครมำโทกรำฟีแบบกระดำษ กำรสกัดด้วยตัวทำละลำย นำวิธีกำรแยกสำรไปใช้แก้ปัญหำใน

ชวี ติ ประจำวันโดยบรู ณำกำรวิทยำศำสตร์ คณติ ศำสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศำสตร์ แนวโน้มเทคโนลีท่ีจะ
เกิดขน้ึ ออกแบบวธิ ีกำรแกป้ ญั หำภำยใต้ทรพั ยำกรทม่ี อี ยู่ ใชค้ วำมรู้ และทกั ษะเก่ยี วกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ

กลไก ไฟฟ้ำ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์
โดยใชก้ ำรสบื เสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตรแ์ ละทักษะกำร

เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กำรสืบค้นข้อมูลและกำรอภิปรำย เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเข้ำใจ สำมำรถ

สอ่ื สำรส่งิ ทีเ่ รยี นรู้ มคี วำมสำมำรถในกำรตัดสนิ ใจ กำรแก้ปัญหำ การนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวันเร่ืองการ
ป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 ให้กับคนในครอบครัวและชุมชน มีจิตวิทยำศำสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ

คำ่ นิยมที่เหมำะสม
เพอ่ื ใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทักษะกำรคิด และมสี ่วนรว่ มในกำรเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมท้ังส่งเสริม

ใหผ้ ู้เรียนเกดิ จติ วทิ ยำศำสตรแ์ ละเจตคติทีด่ ตี อ่ กำรเรยี นวทิ ยำศำสตร์

ตัวชว้ี ัด
ว 1.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม.2/11

ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 ม.2/16 ม.2/17
ว 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6

รวมท้งั หมด 23 ตวั ชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรียนวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 69 ~

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
รหสั ว 22103
รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2

ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน 2 หน่วยกิต 4 ชวั่ โมง/สปั ดาห์

******************************

พยำกรณ์กำรเคลื่อนท่ีของวัตถุที่เป็นผลของแรงลัพธ์ท่ีเกิดจำกแรงหลำยแรงท่ีกระทำต่อวัตถุใน
แนวเดยี วกัน เขยี นแผนภำพแสดงแรงและแรงลพั ธ์ทเ่ี กดิ จำกแรงหลำยแรงทก่ี ระทำตอ่ วตั ถใุ นแนวเดียวกัน แรง

ที่กระทำตอ่ วตั ถใุ นของเหลว แรงเสยี ดทำนและแรงอ่นื ๆ ทีก่ ระทำตอ่ วตั ถุ แรงเสียดทำนและแรงอ่ืนๆ ท่ีกระทำ
ตอ่ วตั ถุ ออกแบบกำรทดลองและทดลองปจั จยั ท่มี ีผลต่อควำมดันของของเหลว ปัจจัยท่ีมีผลต่อขนำดของแรง

เสียดทำน โมเมนต์ของแรง เมื่อวัตถุอยู่ในสภำพสมดุลต่อกำรหมุน และคำนวณโดยใช้สมกำร วิเครำะห์แรง
พยุงและกำรจม กำรลอยของวัตถุในของเหลว อธิบำยแรงเสียดทำนสถิตและแรงเสียดทำนจลน์ ประโยชน์
ของควำมรู้เรอ่ื งแรงเสียดทำนโดยวเิ ครำะห์สถำนกำรณ์ปัญหำและเสนอแนะวิธีกำรลดหรือเพ่ิมแรงเสียดทำนท่ี

เป็นประโยชน์ต่อกำรทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เปรียบเทียบแหล่งของสนำมแม่เหล็ก สนำมไฟฟ้ำ และ
สนำมโน้มถว่ ง และทศิ ทำงของแรงท่กี ระทำตอ่ วัตถทุ ่ีอยใู่ นแต่ละสนำมจำกข้อมูลท่ีรวบรวมได้ เขียนแผนภำพ

แสดงแรงแม่เหล็ก แรงไฟฟำ้ และแรงโน้มถ่วงท่ีกระทำต่อวัตถุ วิเครำะห์ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงขนำดของแรง
แม่เหล็ก แรงไฟฟ้ำ และแรงโน้มถ่วงท่ีกระทำต่อวัตถุที่อยู่ในสนำมน้ันๆ กับระยะห่ำงจำกแหล่งของสนำมถึง
วัตถุจำกข้อมูลที่รวบรวมได้ อธิบำยและคำนวณอัตรำเร็วและควำมเร็วของกำรเคลื่อนท่ีของวัตถุ เขียน

แผนภำพแสดงกำรกระจัดและควำมเรว็ วเิ ครำะห์สถำนกำรณ์และคำนวณเก่ยี วกบั งำนและกำลงั ทีเ่ กิดจำกแรง
ที่กระทำต่อวตั ถุจำกข้อมูลทีร่ วบรวมได้ หลกั กำรทำงำนของเครื่องกลอย่ำงง่ำยจำกขอ้ มลู ท่ีรวบรวมได้ ควำมรู้

ของเครื่องกลอย่ำงง่ำย ออกแบบและทดลองปัจจัยท่ีมีผลต่อพลังงำนจลน์ และพลังงำนศักย์โน้มถ่วง แปล
ควำมหมำยขอ้ มลู และอธบิ ำยกำรเปลี่ยนพลังงำนระหว่ำงพลังงำนศักย์โน้มถ่วงและพลังงำนจลน์ของวัตถุโดย
พลงั งำนกลของวัตถมุ ีคำ่ คงตัว วิเครำะห์สถำนกำรณ์และอธิบำยกำรเปล่ียนและกำรถ่ำยโอนพลังงำนโดยใช้กฎ

กำรอนรุ ักษพ์ ลงั งำน เปรียบเทยี บกระบวนกำรเกิด สมบัติ และกำรใชป้ ระโยชน์ รวมท้ังอธิบำยผลกระทบจำก
กำรใชเ้ ชื้อเพลิงซำกดกึ ดำบรรพ์ ผลจำกกำรใช้เชื้อเพลิงซำกดึกดำบรรพ์ โดยนำเสนอแนวทำงกำรใช้เชื้อเพลิง

ซำกดึกดำบรรพ์ เปรยี บเทียบขอ้ ดีและข้อจากัดของพลังงานทดแทนแต่ละประเภทจากการรวบรวมข้อมูลและ
นาเสนอแนวทางการใชพ้ ลังงานทดแทนที่เหมาะสมในทอ้ งถิน่ สร้ำงแบบจำลองที่อธิบำยโครงสร้ำงภำยในโลก
ตำมองค์ประกอบทำงเคมี อธิบำยกระบวนกำรผุพังอยู่กับท่ี กำรกร่อน และกำรสะสมตัวของตะกอนจำก

แบบจำลองรวมทง้ั ยกตัวอยำ่ งผลของกระบวนกำรดงั กล่ำวทีท่ ำใหผ้ วิ โลกเกดิ กำรเปลย่ี นแปลง ลักษณะของชั้น
หน้ำตัดดนิ และกระบวนกำรเกดิ ดนิ จำกแบบจำลอง รวมทัง้ ระบุปัจจัยท่ีทำให้ดินมีลักษณะและสมบัติแตกต่ำง

กัน ตรวจวัดสมบตั บิ ำงประกำรของดิน โดยใช้เครื่องมือที่เหมำะสมและนำเสนอแนวทำงกำรใช้ประโยชน์ดิน
จำกข้อมลู สมบัติของดนิ อธิบำยปจั จยั และกระบวนกำรเกดิ แหลง่ นำ้ ผวิ ดนิ และแหล่งน้ำใต้ดิน จำกแบบจำลอง
สร้ำงแบบจำลองที่อธิบำยกำรใช้น้ำ และนำเสนอแนวทำงกำรใช้อย่ำงยั่งยืนในท้องถิ่นของตนเอง สร้ำง

แบบจำลองท่อี ธบิ ำยกระบวนกำรเกิดและผลกระทบของน้ำท่วม กำรกดั เซำะชำยฝั่ง ดินถล่ม หลุมยุบ แผ่นดิน
ทรุด

โดยใช้กำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และทักษะกำร
เรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21 กำรสืบค้นข้อมูลและกำรอภิปรำย เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเข้ำใจ สำมำรถ

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 70 ~

สื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำรตัดสินใจ กำรแก้ปัญหำ กำรนำควำมรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วทิ ยำศำสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคำ่ นยิ มทีเ่ หมำะสม

เพ่อื ให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทกั ษะกำรคดิ และมีส่วนรว่ มในกำรเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมท้ังส่งเสริม
ให้ผเู้ รยี นเกดิ จติ วิทยำศำสตรแ์ ละเจตคติทด่ี ตี อ่ กำรเรียนวทิ ยำศำสตร์
ตัวชี้วัด
ว 2.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม.2/11

ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15
ว 2.3 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6
ว 3.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10
รวมทงั้ หมด 31 ตัวชว้ี ดั

หลักสตู รโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 71 ~

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์
รหสั ว 23101
รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3

ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 1.5 หนว่ ยกติ 3 ชัว่ โมง/สัปดาห์

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ ระบุ อธิบำย ระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบนิเวศ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงส่ิงมีชีวิตกับ

ส่ิงมีชีวิตรูปแบบต่ำง ๆ กำรถ่ำยทอดพลังงำนในระบบนิเวศ ควำมสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
สมดุลของระบบนิเวศ กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงยีน ดีเอ็นเอและโครโมโซม
กำรเกดิ จีโนไทปแ์ ละฟีโนไทป์ กำรแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ และไมโอซิส กำรเปล่ียนแปลงลักษณะทำงพันธุกรรม

โรคทำงพันธุกรรมและประโยชน์ของควำมรู้เรื่องโรคทำงพันธุกรรม ประโยชน์ ผลกระทบต่อมนุษย์และ
สิ่งแวดล้อมของสิง่ มชี ีวิตดดั แปรพันธกุ รรม ควำมสำคญั กำรดูแลรกั ษำควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ สมบัติทำง

กำยภำพ แนวทำงกำรใช้ พอลเิ มอร์ เซรำมิกส์ และวัสดผุ สม กำรเกดิ ปฏิกิริยำเคมีและสมกำรข้อควำม กฎทรง
มวล ปฏิกิริยำดูดและคำยควำมร้อน กำรเกิดสนิมเหล็ก ปฏิกิริยำของกรดกับโลหะ กรดกับเบส เบสกับโลหะ
กำรเผำไหม้ กำรเกิดฝนกรด กำรสังเครำะห์ด้วยแสง วิธีแก้ปัญหำ ประโยชน์และโทษของปฏิกิริยาเคมีต่อ

สงิ่ มชี ีวิตและส่งิ แวดลอ้ มในทอ้ งถน่ิ
โดยใช้กำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และทักษะ

กำรเรยี นรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ กำรสืบคน้ ขอ้ มูล กำรออกแบบ กำรเปรยี บเท่ียบ สร้ำงแบบจำลอง โดยบูรณำกำร
วทิ ยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ เทคโนโลยแี ละวิศวกรรมศำสตร์

เพ่ือใหเ้ กดิ ควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ ควำมตระหนัก สำมำรถสอื่ สำรสิง่ ทเี่ รียนรู้ มีควำมสำมำรถใน

กำรตดั สินใจ กำรแก้ปัญหำ กำรนำควำมรูไ้ ปใช้ในชวี ติ ประจำวันควำมเข้ำใจ มีทักษะกำรคิด และมีส่วนร่วมใน
กำรเรียนรู้ทุกข้ันตอน รวมท้ังส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยำศำสตร์และเจตคติท่ีดีต่อกำรเรียนวิทยำศำสตร์

จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคำ่ นิยมทเี่ หมำะสม

ตัวชี้วัด
ว ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖
ว ๑.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖,ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐, ม.๓/๑๑
ว ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖,ม.๓/๗, ม.๓/๘,

รวม ๓ มำตรฐำน ๒๕ ตัวชว้ี ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 72 ~

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
รหัส ว 23103
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3

ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 1.5 หน่วยกติ 3 ชัว่ โมง/สัปดาห์

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ บรรยำย เขียนแผนภำพ ควำมสัมพนั ธ์ระหวำ่ งควำมต่ำงศกั ย์ กระแสไฟฟ้ำและควำม
ต้ำนทำน วงจรไฟฟ้ำ กำรต่อวงจรไฟฟ้ำแบบอนุกรมและแบบขนำน กำรทำงำน กำรต่อและช้ินส่วน
อิเล็กทรอนิกส์ พลังงำนไฟฟ้ำ วงจรไฟฟ้ำ เคร่ืองใช้ไฟฟ้ำกำรใช้อย่ำงประหยัดและปลอดภัย ค่ำไฟฟ้ำ

ธรรมชำติและส่วนประกอบของคล่ืน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำ เลเซอร์ ประโยชน์ กำรใช้ อันตรำยของคลื่น
แมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ สเปกตรัม กฎกำรสะท้อน กำรเคลื่อนที่ กำรหักเห ของแสง กำรเกิดภำพจำกกระจกเงำ กำร

กระจำยของแสงสขี ำวผำ่ นปรซิ มึ กำรเกดิ ภำพจำกเลนส์บำง กำรเกิดภำพของทศั นอุปกรณ์และเลนส์ตำ ควำม
สว่ำงของแสงท่ีมีตอ่ ดวงตำ กำรนำไปใช้ประโยชน์ องค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนกำรเกิด และวิวัฒนำกำร
ของเอกภพ กำแล็กซี ดำวฤกษ์ และระบบสุริยะ กำรโคจรของดำวเครำะห์รอบดวงอำทิตย์ กำรเกิดฤดูกำลกำร

เคลือ่ นท่ีปรำกฏของดวงอำทิตย์ ดวงจันทร์ กำรเกิดข้ำงขึ้นข้ำงแรม กำรขึ้นและตกของดวงจันทร์ กำรเกิดน้ำ
ขึ้นน้ำลงประโยชน์และควำมก้ำวหน้ำของเทคโนโลยีอวกำศ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภำยในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อ

ส่งิ มชี วี ติ และกำรประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยอี วกำศ
โดยใช้กำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรรวบรวมข้อมูล ทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และทักษะ

กำรเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑ กำรคำนวณ กำรสรำ้ งแบบจำลอง กำรออกแบบและกำรทดลอง กำรนำเสนอ

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเข้ำใจ ควำมตระหนัก สำมำรถสื่อสำรส่ิงที่เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำร
ตัดสนิ ใจ กำรแก้ปญั หำ

กำรนำควำมรไู้ ปใช้ในชวี ติ ประจำวนั มีจิตวิทยำศำสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่ำนยิ มทเ่ี หมำะสม

ตัวชวี้ ัด
ว ๒.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖,ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐, ม.๓/๑๑

ม.๓/๑๒, ม.๓/๑๓, ม.๓/๑๔, ม.๓/๑๕, ม.๓/๑๖,ม.๓/๑๗, ม.๓/๑๘, ม.๓/๑๙, ม.๓/๒๐,

ม.๓/๒๑
ว ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔

รวม ๒ มำตรฐำน ๒๕ ตวั ชว้ี ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 73 ~

คาอธบิ ายรายวชิ า

ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
รหสั ว ๒๑๑๐๒
รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1

ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 0.5 หน่วยกติ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำ อธิบำย วิเครำะห์ แนวคิดหลักของเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน สำเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อ

กำรเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี ปัญหำหรือควำมต้องกำรในชีวิตประจำวันข้อมูลและ แนวคิดท่ีเก่ียวข้องกับ

ปัญหำ วิธีกำรแก้ปัญหำ ตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจำเป็น นำเสนอแนวทำงแก้ปัญหำให้ผู้อื่นเข้ำใจ ดำเนินกำร

แก้ปัญหำ กำรทดสอบ ประเมินผล ระบุข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้น พร้อมทั้งหำแนวทำงกำรปรับปรุง

แกไ้ ข และนำเสนอผล กำรแก้ปัญหำเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ เคร่ืองมือกลไก ไฟฟ้ำ หรืออิเล็กทรอนิกส์

เพือ่ แก้ปญั หำได้อยำ่ งถูกต้อง เหมำะสมปลอดภัย

โดยใชก้ ระบวนกำรออกแบบเชิงวศิ วกรรม รวมทัง้ กำรเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือในกำรแก้ปัญหำ

ไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง เหมำะสมและปลอดภยั

เพ่ือพัฒนำกระบวนกำรคิดและจินตนำกำร ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำกำรจัดกำรทักษะในกำร

สื่อสำร เป็นผู้มีจิตวิทยำศำสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรมและค่ำนิยมในกำรใช้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีอย่ำง

สรำ้ งสรรค์

ตวั ชีว้ ัด
ว ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕

รวม ๑ มาตรฐาน ๕ ตวั ชวี้ ดั

หลกั สูตรโรงเรียนวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 74 ~

คาอธิบายรายวชิ า

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
รหสั ว ๒๑๑๐4
รายวชิ าการออกแบบและเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1

ภาคเรียนที่ 2 จานวน 0.5 หน่วยกติ 1 ช่วั โมง/สัปดาห์

******************************

ศึกษำแนวคิดเชิงนำมธรรมในกำรแกปญหำโดยใชข้ันตอนกำรแกปญหำอยำงงำย กำรแสดงขั้นตอน
กำรแกปญั หำ กำรเขยี นโปรแกรมอยำงงำยเพอ่ื แก้ปญั หำทำงคณติ ศำสตร์ หรอื วทิ ยำศำสตร์ กำรรวบรวมข้อมูล
ปฐมภูมิ กำรประมวลผล ประเมนิ ผล กำรนำเสนอขอ้ มูลสำรสนเทศ โดยใชซอฟตแวรหรือบริกำรอินเทอร์เน็ต
กำรใชเทคโนโลยีสำรสนเทศอยำงปลอดภัย กำรจัดกำรอัตลักษณ์ กำรใช้ส่ือและแหล่งข้อมูลตำมข้อกำหนด
และขอ้ ตกลง

โดยได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะกำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรวำงแผนกำรเรียนรู้ ตรวจสอบกำรเรียนรู้
กำรนำเสนอ นำแนวคดิ เชงิ คำนวณมำใชใ้ นกำรแก้ปญั หำอยำ่ งเป็นระบบ

เพอ่ื ให้นำแนวคิดเชงิ นำมธรรมและข้ันตอนกำรแกป้ ญั หำไปประยกุ ต์ใช้ รวบรวมและสร้ำงทำงเลือกใน
กำรตัดสินใจได้อย่ำงมีประสิทธิภำพใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศได้อย่ำงรู้เท่ำทันรับผิดชอบต่อสังคม เป็นผู้มี
จติ วิทยำศำสตร์ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคำ่ นยิ มในกำรใชว้ ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยอี ยำ่ งสร้ำงสรรค์

ตวั ช้วี ัด
ว ๔.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔

รวม ๑ มาตรฐาน ๔ ตัวช้วี ัด

หลักสูตรโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 75 ~

คาอธบิ ายรายวชิ า

ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
รหสั ว ๒2๑๐๒
รายวชิ าการออกแบบและเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2

ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 0.5 หนว่ ยกติ 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์

******************************

คาอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษำ วิเครำะห์ เปรียบเท่ยี บสำเหตุหรอื ปัจจัยท่ีส่งผลต่อกำรเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยีและตัดสินใจ

เลือกใช้เทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบท่ีเกิดขึ้นต่อชีวิตสังคมและสิ่งแวดล้อม ปัญหำหรือควำมต้องกำรใน
ชุมชนหรือท้องถิ่น กรอบของปัญหำ ข้อมูลและแนวคิดท่ีเก่ียวข้องกับปัญหำ วิธีกำรแก้ปัญหำโดยภำยใต้
เงือ่ นไขและทรพั ยำกรทม่ี อี ยู่ กำรออกแบบแนวทำงกำรแกป้ ญั หำ ข้นั ตอนกำรทำงำนและดำเนินกำรแก้ปัญหำ
อย่ำงเป็นข้ันตอน กำรทดสอบช้ินงำนหรือวิธีกำรแก้ปัญหำเพ่ือหำข้อบกพร่องที่เกิดข้ึนภำยใต้กรอบเง่ือนไข
พร้อมทั้งหำแนวทำงกำรปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผลกำรแก้ปัญหำ กำรถ่ำยทอดแนวคิดเกี่ยวกับ
กระบวนกำรทำงำนและชิ้นงำน กำรใช้ควำมรู้และทักษะเก่ียวกับวัสดุอุปกรณ์เคร่ืองมือกลไกไฟฟ้ำและ
อิเล็กทรอนิกส์เพื่อแก้ปัญหำหรือพัฒนำงำนได้อย่ำงถูกต้องเหมำะสมและปลอดภัย โดยกำรเปรียบเที่ยบ
คำดกำรณ์ กำรระบุปัญหำ กำรออกแบบ กำรนำเสนอข้อมูล เพ่ือพัฒนำกระบวนกำรคิดและจินตนำกำร
ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำกำรจัดกำรทักษะในกำรส่ือสำร เป็นผู้มีจิตวิทยำศำสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม
และคำ่ นยิ มในกำรใช้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยอี ย่ำงสรำ้ งสรรค์

ตัวชว้ี ัด
ว ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕

รวม ๑ มาตรฐาน ๕ ตวั ชี้วัด

หลักสตู รโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 76 ~

คาอธิบายรายวิชา

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
รหสั ว ๒2๑๐4
รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2

ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน 0.5 หน่วยกติ 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำ อภปิ รำย อธิบำย แนวคคิ เชงิ คำนวณ กำรแกป้ ัญหำโดยใชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณ เขียนโปรแกรมที่
ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในกำรแก้ปัญหำ องคป์ ระกอบและหลักกำรทำงำนของระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
เทคโนโลยีกำรสื่อสำร กำรประยุกต์ใช้งำนและกำรแก้ปัญหำเบ้ืองต้น กำรใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศอย่ำง
ปลอดภัย มคี วำมรบั ผดิ ชอบ กำรสรำ้ งและแสดงสทิ ธใิ นกำรเผยแพร่ผลงำน กำรกำหนดสิทธิก์ ำรใช้ข้อมลู

โดยกำรออกแบบ ในกำรตัดสินใจไดอยำงมีประสิทธิภำพและตระหนักถึงกำรใชงำนเทคโนโลยี
สำรสนเทศอยำงปลอดภัย เกดิ ประโยชนตอกำรเรียนรู และไมสรำงควำมเสยี หำยใหแ้ ก่ผู้อ่ืน

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีกำร พัฒนำกระบวนกำรคิดและจินตนำกำร ควำมสำมำรถใน
กำรแก้ปญั หำกำรจดั กำรทกั ษะในกำรสอ่ื สำร เป็นผู้มีจิตวิทยำศำสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรมและค่ำนิยมในกำร
ใชว้ ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยอี ย่ำงสรำ้ งสรรค์

ตัวชีว้ ัด
ว ๔.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔

รวม ๑ มาตรฐาน ๔ ตัวช้วี ัด

หลักสูตรโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 77 ~

คาอธบิ ายรายวิชา

ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
รหสั ว ๒3๑๐2
รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3

ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 0.5 หนว่ ยกติ 1 ช่วั โมง/สัปดาห์

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ ทดสอบ ประเมินผล สำเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อกำรเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

ควำมสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับศำสตร์อื่น ระบุปัญหำหรือควำมต้องกำรของชุมชนหรือท้องถิ่นเพ่ือพัฒนำ
อำชพี กรอบของปญั หำแนวคิดทเ่ี กย่ี วข้อง ควำมถูกต้องดำ้ นทรพั ยส์ ินทำงปญั ญำ กำรแกป้ ัญหำโดยเลือกข้อมูล
ทจ่ี ำเปน็ ภำยใต้เง่ือนไขและทรัพยำกรที่มีอยู่ วิธีกำรแก้ปัญหำในชีวิตประจำวันอย่ำงเป็นข้ันตอน ด้วยเทคนิค

วิธีกำรท่ีหลำกหลำย และสร้ำงช้ินงำนหรือพัฒนำวิธีกำรโดยใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้ำและ
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ถกู ตอ้ งปลอดภัย กระบวนกำรออกแบบเชิงวิศวกรรม กำรหำข้อบกพรอง ปรับปรุงแก้ไข และ
นำเสนอผลงำน

โดยใช้กำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรออกแบบเชิงวิศวกรรม กำรเปรยี บเทย่ี บ กำรวำงแผน กำรแก้ปัญหำ
กำรนำเสนอ

เพ่ือใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ควำมคิดสร้ำงสรรค์ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และค่ำนยิ มที่เหมำะสม

ตัวชี้วัด
ว ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕

รวม ๑ มาตรฐาน ๕ ตวั ชี้วัด

หลักสตู รโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 78 ~

คาอธบิ ายรายวชิ า

ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์
รหสั ว ๒3๑๐4
รายวชิ าการออกแบบและเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3

ภาคเรยี นที่ 2 จานวน 0.5 หน่วยกติ 1 ช่วั โมง/สัปดาห์

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ กำรพัฒนำแอพพลิเคชันที่มีกำรบูรณำกำรกับวิชำอ่ืนอย่ำงสร้ำงสรรค์ กำรรวบรวม

ข้อมูลจำกแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ ประมวลผล สร้ำงทำงเลือก ประเมินผล นำเสนอข้อมูล และ
สำรสนเทศ ตำมวัตถปุ ระสงค์ โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือบริกำรบนอินเทอร์เน็ตที่หลำกหลำย ควำมน่ำเชื่อถือของ
ข้อมูล ส่ือและผลกระทบจำกกำรให้ข่ำวสำรที่ผิด กำรใช้สื่ออย่ำงรู้เท่ำทัน ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศอย่ำง

ปลอดภัยและมีควำมรับผิดชอบต่อสังคม กฎหมำยเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ กำรใช้ลิขสิทธิ์ของผู้อื่น โดยชอบ
ธรรม

โดยใช้กำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรรวบรวมข้อมูล กำรแก้ปัญหำ กำรจำแนก กำรแก้ปัญหำ .ใน
ชีวิตประจำวัน

เพอ่ื ให้เกิดควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่ำนิยมท่เี หมำะสม

ตวั ชี้วัด

ว ๔.๒ ๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔
รวม ๑ มาตรฐาน ๔ ตัวชว้ี ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 79 ~

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดบั ประถมศึกษา กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รหัส ส 11101
รายวชิ าสงั คมศึกษา ฯ 1 ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 1

จานวน 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ รวม 80 ช่ัวโมง/ปี

******************************
ศึกษำ วเิ ครำะห์ พทุ ธประวตั ิ หรอื ประวัตขิ องศำสดำทีต่ นนับถือ แบบอย่ำงกำรดำเนินชีวิต
และข้อคิดจำกประวัติสำวก ชำดก/เร่ืองเล่ำและศำสนิกชนตัวอย่ำงตำมท่ีกำหนด ควำมหมำย ควำมสำคัญ
และเคำรพพระรตั นตรัย ปฏบิ ตั ิตำมหลักธรรม โอวำท 3 ในพระพุทธศำสนำหรือศำสนำที่ตนนับถือ สวดมนต์
แผ่เมตตำ มีสติ บำเพ็ญประโยชน์ต่อวัด แสดงตนเป็นพุทธมำมกะหรือศำสนิกชนของศำสนำท่ีตนนับถือ
ปฏบิ ัตใิ นศำสนพธิ ี พธิ กี รรมและวนั สำคญั ทำงศำสนำตำมท่ีกำหนดได้ถูกต้อง โดยจัดกิจกรรม ออมบุญ หนุน
นาทาดีเพ่อื ประโยชน์และปฏบิ ัติตนเป็นสมำชกิ ทีด่ ขี องครอบครัวและโรงเรียน ศึกษำ วิเครำะห์ ควำมสำมำรถ
และควำมดีและผลจำกกำรกระทำของตนเอง ผู้อื่น โครงสร้ำง บทบำท หน้ำท่ีของสมำชิกในครอบครัว
โรงเรียน บทบำท สทิ ธิ หน้ำทขี่ องตนเองในครอบครัวและโรงเรียน มีส่วนร่วมในกำรตัดสินใจ และทำกิจกรรม
ในครอบครัวและโรงเรียนตำมกระบวนกำรประชำธิปไตย สินค้ำและบริกำรที่ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
กำรใช้จ่ำยเงนิ ในชีวติ ประจำวนั ไม่เกินตัวและประโยชน์ของกำรออม กำรใช้ทรัพยำกรในชีวิตประจำวันอย่ำง
ประหยัด ควำมจำเป็นของกำรทำงำนที่สุจริต จำแนกสิ่งต่ำง ๆ รอบตัวท่ีเกิดขึ้นเองตำมธรรมชำติ และท่ี
มนษุ ย์สรำ้ งขึน้ ควำมสัมพนั ธ์ของตำแหนง่ ระยะ ทิศของสิ่งต่ำง ๆ รอบตัว ทิศหลักใช้แผนผังง่ำย ๆในกำร
แสดงตำแหน่งของสิ่งต่ำงๆในห้องเรียน กำรเปลี่ยนแปลงของอำกำศในรอบวัน สิ่งต่ำงๆ ท่ีเกิดข้ึนตำม
ธรรมชำติท่ีส่งผลต่อควำมเป็นอยู่ของมนุษย์ สังเกตกำรเปลี่ยนแปลงของสภำพแวดล้อมที่อยู่รอบตัว จำแนก
ส่ิงแวดลอ้ มรอบตัวทเี่ กดิ ขึ้นเองตำมธรรมชำติและท่มี นุษย์สร้ำงขนึ้
กำรจัดระเบียบส่ิงแวดล้อมที่บ้ำนและช้ันเรียนโดยใช้กระบวนกำรคิด กระบวนกำรสืบค้น
ขอ้ มลู กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และ
แก้ปญั หำ
เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถนำไปปฏิบัติในกำรดำเนิ นชีวิต มีคุณธรรม
จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้ำนรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มี
ควำมรับผิดชอบ รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ สำมำรถดำเนินชีวิตอย่ำงสันติสุขในสังคมไทยและสังคม
โลก

ตวั ชวี้ ดั
ส 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4
ส 1.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ส 2.1 ป.1/1, ป.1/2
ส 2.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ส 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ส 3.2 ป.1/1
ส 5.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ส 5.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
รวม 24 ตวั ชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 80 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดบั ประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รหัส ส 11102
รายวิชาประวัติศาสตร์ 1 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1

จานวน 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์ รวม 40 ชั่วโมง/ปี

******************************

ศึกษำ ช่ือวัน เดอื น ปี และกำรนับช่วงเวลำตำมปฏิทินท่ีใช้ในชีวิตประจำวัน เรียงลำดับ
เหตุกำรณใ์ นชีวิตประจำวนั ตำมวนั เวลำทเ่ี กิดข้ึน ประวัตคิ วำมเปน็ มำของตนเองและครอบครัวในชุมชนของตน
โดยสอบถำมผเู้ กี่ยวข้อง ควำมเปล่ียนแปลงของสภำพแวดล้อม ส่ิงของ เคร่ืองใช้ หรือกำรดำเนินชีวิตของ

ตนเองกับสมัยของพ่อแม่ ปู่ย่ำ ตำยำย เหตุกำรณ์ที่เกิดข้ึนในอดีตท่ีมีผลกระทบต่อตนเองในปัจจุบัน
ควำมหมำยและควำมสำคัญของสัญลักษณ์สำคัญของชำติไทย สถานที่สาคัญซ่ึงเป็นแหล่งวัฒนธรรมในชุมชน

ส่งิ ทต่ี นรกั และภำคภมู ใิ จในทอ้ งถนิ่
โดยใช้กระบวนกำรคิด กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรทำง

สังคม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณแ์ ละแกป้ ญั หำ

เพอ่ื ให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถนำไปปฏบิ ัตใิ นกำรดำเนินชีวติ มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม มคี ุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคใ์ นดำ้ นรักชำติ ศำสน์ กษตั ริย์ ซ่อื สตั ย์สุจริต มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ รกั

ควำมเปน็ ไทย มีจิตสำธำรณะ สำมำรถดำเนนิ ชวี ิตอยำ่ งสนั ติสุขในสงั คมไทยและสังคมโลก

ตวั ช้วี ัด
ส 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ส 4.2 ป.1/1, ป.1/2
ส 4.3 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3

รวม 8 ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรยี นวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 81 ~

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดับประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รหัส ส 12101
รายวชิ าสังคมศึกษา ฯ 2 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2

จานวน 2 ช่วั โมง/สปั ดาห์ รวม 80 ชั่วโมง/ปี

******************************

ศกึ ษำ อธบิ ำย ระบุ วเิ ครำะหเ์ ก่ยี วกบั ควำมสำคญั ของพระพทุ ธศำสนำหรือศำสนำที่ตนนับถือ

พุทธประวตั ิตง้ั แตป่ ระสตู จิ นถงึ กำรออกผนวช ประวัตศิ ำสดำท่ีตนนบั ถือ กำรดำเนินชีวิตและข้อคิดจำกประวัติ

สำวก ชำดก/เรือ่ งเล่ำ และศำสนกิ ชนตวั อยำ่ ง ควำมสำคัญและกำรเคำรพพระรัตนตรัย ปฏิบัติตำมหลักธรรม

โอวำท 3 ในพระพุทธศำสนำ และหลักธรรมของศำสนำท่ีตนนับถือ ช่ืนชมกำรทำควำมดีของตนเอง บุคคลใน

ครอบครัวและในโรงเรยี น ตำมหลักศำสนำเห็นคุณค่ำของกำรสวดมนต์แผ่เมตตำ มีสติที่เป็นพ้ืนฐำนของสมำธิ

ในพระพุทธศำสนำ พัฒนำจิตตำมแนวทำงของศำสนำท่ีตนนับถือ ช่ือศำสนำ ศำสดำ และควำมสำคัญของ

คัมภีรข์ องศำสนำทีต่ นนบั ถอื และศำสนำอืน่ ๆกำรปฏิบตั ิตนอยำ่ งเหมำะสมตอ่ สำวกของศำสนำท่ีตนนับถือ และ

ศำสนพิธี พิธีกรรม และวันสำคัญทำงศำสนำปฏิบัติตนตำมข้อตกลง กติกำ กฎ ระเบียบและหน้าที่ที่ต้อง

ปฏิบัติในชีวิตประจาวัน มารยาทไทยโดยจัดกิจกรรม ออมบุญ หนุนนาทาดีเพื่อ กำรแสดงพฤติกรรมในกำร

ยอมรับควำมคิด ควำมเชื่อและกำรปฏิบัติของบุคคลอ่ืนที่แตกต่ำงกันโดยปรำศจำกอคติ กำรเคำรพในสิทธิ

เสรีภำพของผู้อ่ืน ควำมสัมพันธ์ของตนเอง และสมำชิกในครอบครัวในฐำนะเป็นส่วนหน่ึงของชุมชน ผู้มี

บทบำทในกำรตัดสินใจในโรงเรียน และชุมชนทรัพยำกรที่นำมำผลิตสินค้ำและบริกำรท่ีใช้ในชีวิตประจำวัน

ท่มี ำของรำยได้และรำยจ่ำยของตนเองและครอบครัว บันทึกรำยรับรำยจ่ำยของตนเอง ผลดีของกำรใช้จ่ำยที่

เหมำะสมกับรำยได้และกำรออม กำรแลกเปล่ียนสินค้ำและบริกำรโดยวิธีต่ำง ๆ บอกควำมสัมพันธ์ระหว่ำงผู้

ซ้ือและผ้ขู ำยและสำมำรถแยกแยะส่ิงต่ำง ๆ ท่ีเป็นธรรมชำติกับที่มนุษย์สร้ำงขึ้น ซ่ึงปรำกฏระหว่ำงโรงเรียน

กับบำ้ นระบุตำแหน่งอย่ำงงำ่ ยและลักษณะทำงกำยภำพของสิ่งต่ำง ๆ ที่ปรำกฏในลูกโลก แผนที่ แผนผัง และ

ภำพถ่ำย ควำมสัมพันธ์ของปรำกฏกำรณ์ระหว่ำงโลก ดวงอำทิตย์และดวงจันทร์ ควำมสำคัญและคุณค่ำของ

สง่ิ แวดล้อมทำงธรรมชำติและทำงสังคม และใช้ทรัพยำกรธรรมชำติที่ใช้แล้วไม่หมดไปและท่ีใช้แล้วหมดไปได้

อยำ่ งคมุ้ ค่ำ ควำมสัมพนั ธ์ของฤดกู ำลกับกำรดำเนินชีวิตของมนุษย์ มีส่วนร่วมในกำรฟื้นฟูปรับปรุงส่ิงแวดล้อม

ในโรงเรียนและชุมชน

โดยใช้กระบวนกำรคิด วิเครำะห์ กระบวนกลุ่ม กระบวนสืบค้น กระบวนกำรทำง

ประวตั ิศำสตร์ กระบวนกำรทำงภมู ศิ ำสตร์ กระบวนกำรทำงจรยิ ธรรม กระบวนกำรประชำธปิ ไตย

เพือ่ ให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร และเห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้

ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ในกำรดำเนนิ ชวี ิตประจำวนั มคี วำมซ่อื สตั ยส์ ุจริตรกั ควำมเป็นไทยและมจี ิตสำธำรณะ

ตวั ชวี้ ัด

ส 1.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5 ป.2/6 ป.2/7 ส 1.2 ป.2/1 ป.2/2

ส 2.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ส 2.2 ป.2/1 ป.2/2

ส 3.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ส 3.2 ป.2/1 ป.2/2

ส 5.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3

ส 5.2 ป.2/1

รวม 25 ตัวช้ีวัด

หลักสตู รโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 82 ~

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดบั ประถมศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รหสั ส 12102
รายวิชาประวตั ิศาสตร์ 2 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2

จานวน 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ รวม 40 ช่ัวโมง/ปี

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ อธิบำย กำรใช้คำระบุเวลำท่ีแสดงเหตุกำรณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนำคต
กำรลำดับเหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือในช่วงชีวิตของตนเอง โดยใช้หลักฐำนท่ีเก่ียวข้อง กำร
เปล่ียนแปลงวิถชี ีวติ ประจำวนั ของคนในชุมชนของตนจำกอดีตถึงปัจจุบัน และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อวิถีชีวิต
ของคนในชมุ ชน บุคคลที่ทำประโยชน์ต่อท้องถิ่นหรือประเทศชำติ วัฒนธรรมประเพณี และภูมิปัญญาไทยท่ี
ภาคภูมิใจ และควรอนรุ ักษ์ไว้

โดยใชก้ ระบวนกำรสบื ค้นขอ้ มูล วธิ ีกำรทำงประวัติศำสตร์ กระบวนกำรคิด กระบวนกำรกลุ่ม
กระบวนกำรทำงสังคม

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์มำวิเครำะห์เหตุกำรณ์
ตำ่ งๆ อย่ำงเป็นระบบ ตระหนักถึงควำมสำคญั ของเหตกุ ำรณ์ต่ำงๆ มคี วำมรกั ควำมภมู ิใจ และธำรงควำมเป็น
ไทย สำมำรถดำเนินชวี ิตอยำ่ งสันติสุขในสังคมไทยและสงั คมโลก

ตวั ชวี้ ัด
ส 4.1 ป.2/1, ป.2/2

ส 4.2 ป.2/1, ป.2/2
ส 4.3 ป.2/1, ป.2/2

รวม 6 ตัวช้ีวัด

หลักสตู รโรงเรยี นวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 83 ~

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดับประถมศกึ ษา กลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รหัส ส 13101
รายวิชาสงั คมศึกษา ฯ 3 ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3

จานวน 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์ รวม 80 ชั่วโมง/ปี

******************************

ศกึ ษำ วิเครำะห์ อธบิ ำย สำรวจ เปรยี บเทยี บ ควำมสำคญั ของพระพทุ ธศำสนำหรอื ศำสนำท่ี
ตนนบั ถอื ในฐำนะที่เป็นรำกฐำนสำคัญของวฒั นธรรมไทย ประวัติศำสดำของศำสนำ หลักธรรมของศำสนำ
ศำสนวัตถุ ศำสนสถำน ศำสนบคุ คลและกำรปฏบิ ัตติ นท่ีเหมำะสม ประเพณวี ัฒนธรรม พฤติกรรมในกำรดำเนนิ
ชวี ติ ของตนเองและผอู้ ืน่ วนั หยุดรำชกำร บคุ คลสำคัญในท้องถ่ิน บทบำทหน้ำทข่ี องสมำชกิ ของชุมชนในกำรมี
ส่วนร่วมในกจิ กรรมตำ่ งๆ ตำมกระบวนกำรประชำธิปไตย ควำมแตกต่ำงของกระบวนกำรตดั สินใจ กำร
เปล่ียนแปลงในชนั้ เรยี น โรงเรียนและชุมชน กำรผลิตและกำรบรโิ ภค สนิ ค้ำและบรกิ ำรท่รี ัฐจัดหำให้ ภำษี
ทตี่ ้ังและลักษณะทำงกำยภำพ สำรวจข้อมูลทำงภูมิศำสตร์ในโรงเรยี นและชุมชนโดยใช้แผนผงั แผนที่ และรปู
ถ่ำยเพอื่ แสดงควำมสมั พนั ธข์ องตำแหน่ง ระยะทศิ ทำง วำดแผนผังเพอ่ื แสดงตำแหน่งทีต่ ั้งของสถำนทส่ี ำคัญใน
บริเวณโรงเรียนและชมุ ชน ควำมสัมพันธ์ระหวำ่ งลกั ษณะทำงกำยภำพและวัฒนธรรมชมุ ชน แผนผัง แผนท่ี
และภำพถ่ำย สภำพแวดลอ้ มของชุมชนในอดตี และปัจจบุ นั สภำพแวดล้อมทีม่ ีผลตอ่ กำรดำเนินชีวติ ลกั ษณะ
ของเมอื งและชนบท มลพษิ ที่เกิดจำกมนุษย์ และผลกระทบของสง่ิ แวดล้อมทีม่ ตี อ่ มนุษย์ เปรียบเทียบกำร
เปล่ียนแปลงสิ่งแวดล้อมของชมุ ชนในอดตี กับปจั จุบนั

โดยใช้กระบวนกำรคดิ กระบวนกำรสบื คน้ ข้อมลู กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม

กระบวนการกลุม่ กระบวนการแกป้ ัญหาโดยจัดกจิ กรรม ออมบญุ หนนุ นาทาดี

เพ่อื ให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถนำไปปฏบิ ัตใิ นกำรดำเนนิ ชวี ติ มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม

มีคุณลักษณะอันพงึ ประสงคใ์ นด้ำนรักชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั รยิ ์ มหี ลักธรรมในกำรดำเนินชวี ติ รักควำม

เปน็ ไทย มีจติ สำธำรณะและสำมำรถดำเนินชวี ิตในสงั คมได้อย่ำงสนั ติสขุ

ตวั ชี้วดั
ส 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7

ส 1.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
ส 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4
ส 2.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3

ส 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
ส 3.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3

ส 5.1 ป.3/1, ป.3/2
ส 5.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5

รวม 30 ตัวชีว้ ัด

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 84 ~

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดับประถมศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รหสั ส 13102
รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ 3 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3

จานวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวม 40 ช่ัวโมง/ปี

******************************

ศึกษำ วเิ ครำะห์ อธิบำย ลำดับเหตุกำรณ์สำคัญของโรงเรียนและชุมชน โดยระบุหลักฐำนและ
แหล่งขอ้ มูลทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง กำรเทยี บศักรำชที่สำคัญตำมปฏิทนิ ทใ่ี ช้ในชวี ติ ประจำวัน ปจั จัยทีม่ อี ทิ ธพิ ลต่อกำรต้ังถ่ิน
ฐำนและพัฒนำกำรของชุมชน ลักษณะท่ีสำคัญของขนบธรรมเนียม ประเพณี จำกอดีตจนถึงปัจจุบันร่วมถึง
วัฒนธรรมของชมุ ชนตนเอง ควำมเหมือนและควำมต่ำงทำงวัฒนธรรมของชมุ ชนตนเองกบั ชมุ ชนอ่ืนๆ พระนำม
และพระรำชกรณียกิจโดยสังเขปของพระมหำกษัตริย์ไทยท่ีเป็นผู้สถำปนำอำณำจักรไทย พระมหำกษัตริย์ใน
รชั กำลปจั จบุ ัน และวรี กรรมของบรรพบรุ ุษไทยทมี่ สี ว่ นปกปอ้ งประเทศชำติ

โดยใช้กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ กระบวนกำรคิด กระบวนการกลุ่ม

กระบวนการทางสังคม กระบวนการแก้ปัญหาโดยจัดกิจกรรม ออมบุญ หนุนนาทาดี

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์มำวิเครำะห์เหตุกำรณ์ต่ำงๆ

อย่ำงเป็นระบบ ตระหนักถึงควำมสำคัญของเหตุกำรณ์ต่ำงๆ มีควำมรัก ควำมภูมิใจ และธำรงควำมเป็นไทย

สำมำรถดำเนนิ ชีวติ อย่ำงสันตสิ ขุ ในสังคมไทยและสังคมโลก

ตวั ช้วี ดั
ส 4.1 ป.3/1, ป.3/2
ส 4.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
ส 4.3 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3

รวม 8 ตัวชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 85 ~

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดบั ประถมศกึ ษา กลุม่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รหัส ส 14101 รายวิชาสังคมศกึ ษา ฯ 4 ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4

จานวน 2 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ รวม 80 ช่ัวโมง/ปี

*****************************

ศึกษำ ควำมสำคัญของพระพุทธศำสนำหรือศำสนำท่ีตนนับถือ สรุปพุทธประวัติ ต้ังแต่

บรรลุธรรมจนถึงประกำศธรรม หรือประวัติศำสดำท่ีตนนับถือหรือปฏิบัติตนตำมแบบอย่ำงกำรดำเนินชีวิต

และข้อคดิ จำกประวตั ิสำวก ชำดก เร่ืองเลำ่ และศำสนิกชนตัวอย่ำง แสดงควำมเคำรพพระรัตนตรัย ปฏิบัติ

ตำมไตรสกิ ขำและหลกั ธรรมโอวำท 3 ในพระพทุ ธศำสนำ หรอื หลักธรรมของศำสนำที่ตนนับถือ ช่ืนชมกำร

ทำควำมดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ตำมหลักศำสนำ พร้อมทั้งบอกแนวปฏิบัติใน

การดาเนินชีวิต สวดมนต์ แผ่เมตตา มีสติ มีสมาธิโดยได้จัดกิจกรรม 16 ท่าเสน่าห์ทองกวาวเพื่อเสริมสมาธิ

หรือกำรพัฒนำจิตตำมแนวทำงของศำสนำที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตำมหลักธรรมของศำสนำท่ีตนนับถือหรือ

ปฏิบัตติ นเปน็ พลเมอื งดีตำมวถิ ปี ระชำธิปไตย เป็นผู้นำ ผู้ตำมที่ดี วิเครำะห์สิทธิพ้ืนฐำนที่เด็กทุกคนพึงได้รับ

ตำมกฎหมำย ควำมแตกต่ำงทำงวัฒนธรรมของกลุ่มคนในท้องถิ่น เสนอวิธีกำรท่ีจะอยู่ร่วมกันอย่ำงสันติสุข

อำนำจอธิปไตย ควำมสำคัญของระบอบประชำธิปไตย บทบำทหน้ำท่ีของพลเมืองในกระบวนกำรเลือกตั้ง

ควำมสำคญั ของสถำบันพระมหำกษัตริยต์ ำมระบอบประชำธิปไตยอันมพี ระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ปัจจัย

ท่ีมีผลต่อกำรเลือกซ้ือสินค้ำและบริกำร สิทธิพื้นฐำนและรักษำผลประโยชน์ในฐำนะผู้บริโภค หลักกำรของ

เศรษฐกจิ พอเพยี งและนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน ควำมสัมพันธ์ทำงเศรษฐกิจของคนในชุมชน หน้ำท่ีเบ้ืองต้น

ของเงิน ใช้แผนทแ่ี ละภำพถ่ำยระบุลักษณะสำคัญทำงกำยภำพ แหล่งทรัพยำกรและสิ่งต่ำงๆ ในจังหวัดของ

ตนเอง ควำมสัมพนั ธ์ของส่ิงต่ำงๆ ท่ีอยู่ในจังหวัด สภำพแวดล้อมทำงกำยภำพที่ส่งผลต่อกำรดำเนินชีวิต กำร

เปล่ียนแปลงสภำพแวดลอ้ มและผลทเ่ี กิดจำกกำรเปลย่ี นแปลงนั้น และมีส่วนร่วมในกำรอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมใน

จงั หวดั

โดยใช้กระบวนกำรคิด กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรทำง

สงั คม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเผชญิ สถำนกำรณ์และแกป้ ัญหำ

เพอ่ื ใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถนำไปปฏบิ ตั ิในกำรดำเนนิ ชีวิต มีคุณธรรม

จริยธรรม มีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคใ์ นด้ำนรกั ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสัตย์สุจริต มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ รัก

ควำมเปน็ ไทย มีจิตสำธำรณะ สำมำรถดำเนินชวี ติ อย่ำงสันตสิ ขุ ในสงั คมไทยและสงั คมโลก

ตัวช้วี ัด

ส 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4 ,ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8

ส 1.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

ส 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5

ส 2.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

ส 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

ส 3.2 ป.4/1, ป.4/2

ส 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

ส 5.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

รวม 30 ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 86 ~

ระดบั ประถมศกึ ษา คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหัส ส 14102 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

รายวชิ าประวัติศาสตร์ 4 ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4
จานวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวม 40 ช่ัวโมง/ปี

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ กำรนับช่วงเวลำเป็นทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ ยุคสมัยใน
กำรศึกษำประวตั ขิ องมนษุ ยชำตโิ ดยสงั เขปโดยศึกษำขนบทำเนียมประเพณแี ละวัฒนธรรมของชมุ ชนตนเองโดย

แยก ประเภทหลกั ฐำนท่ใี ช้ในกำรศึกษำควำมเป็นมำของท้องถ่ิน กำรต้ังหลักแหล่งและพัฒนำกำรของมนุษย์
ยคุ ก่อนประวัติศำสตร์และยุคประวัติศำสตร์โดยสังเขป ยกตัวอย่ำงหลักฐำนท่ีพบในท้องถิ่นท่ีแสดงพัฒนำกำร

ของมนุษยชำติในดินแดนไทย พัฒนำกำรของอำณำจักรสุโขทัย ด้ำนกำรเมืองกำรปกครอง และเศรษฐกิจ
โดยสงั เขป ประวตั ิและผลงำนของบุคคลสำคัญสมัยสุโขทัย ภูมิปัญญาไทยที่สาคัญสมัยสุโขทัยท่ีน่าภาคภูมิใจ
และควรคา่ แก่การอนรุ กั ษ์

โดยใช้กระบวนกำรคิด กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรทำง
สงั คม กระบวนกำรกลมุ่ กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และแกป้ ัญหำ

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถนำไปปฏบิ ัตใิ นกำรดำเนินชีวิต มีคุณธรรม
จริยธรรม มีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นดำ้ นรกั ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สตั ย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รกั
ควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ

ตวั ชี้วัด

ส 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ส 4.2 ป.4/1, ป.4/2
ส 4.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

รวม 8 ตัวชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 87 ~

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดบั ประถมศึกษา กล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รหสั ส 15101
รายวชิ าสังคมศกึ ษา ฯ 5 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5

จานวน 2 ช่วั โมง/สัปดาห์ รวม 80 ชั่วโมง/ปี

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ สืบค้นและอธิบำย นำเสนอ เร่ืองควำมสำคัญของศำสนำท่ีตนนับถือใน
ฐำนะเป็นมรดกทำงวัฒนธรรม และเป็นหลักในกำรพัฒนำชำติไทย ประวัติศำสนำและศำสดำของศำสนำ

ตำ่ งๆ หลักธรรมและพิธีกรรมของศำสนำต่ำงๆ สถำนภำพของบุคคลในสังคม กำรปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี
ตำมวิถีประชำธิปไตย คุณลักษณะของพลเมืองดี สิทธิเด็ก วัฒนธรรมไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่น การ
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ปจั จัยกำรผลิต เทคโนโลยใี นกำรผลิตสินค้ำและบริกำร พฤติกรรมของผู้บริโภค สินค้ำ

และบริกำรในชุมชน เศรษฐกิจพอเพียง สหกรณ์ ธนำคำรและบทบำทหน้ำท่ีของนักเรียนโดยสอดแทรก
เศรษฐกิจพอเพียงให้รู้จักกำรออม ดอกเบี้ย กำรฝำกเงิน และกำรถอนเงิน กำรกู้ยืมเงิน ตำแหน่ง ระยะ

ทศิ ทำงของภูมภิ ำคของตน ลักษณะภูมิลักษณ์ที่สำคัญของภำคต่ำงๆ ควำมสัมพันธ์ของลักษณะทำงกำยภำพ
และลักษณะสังคมในภูมิภำค สภำพแวดล้อมทำงกำยภำพที่มีอิทธิพลต่อกำรตั้งถิ่นฐำน และกำรย้ำยถ่ินฐำน
ของประชำกร อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมทำงธรรมชำติ ผลที่เกิดจำกกำรทำลำยสภำพแวดล้อม แนวทำง

อนุรักษ์ และรักษำสภำพแวดล้อมในภูมิภำค ข้อมูลลักษณะทำงกำยภำพในภูมิภำคของตนด้วยแผนที่และรูป
ถำ่ ยอธิบำยลกั ษณะทำงกำยภำพท่ีส่งผลต่อแหล่งทรัพยำกรและสถำนที่สำคัญในภูมิภำคของตน สิ่งแวดล้อม

ทำงกำยภำพทีม่ ีอิทธิพลตอ่ ลักษณะกำรตัง้ ถิ่นฐำนและกำรย้ำยถนิ่ ของประชำกรในภมู ภิ ำคของตน อิทธิพลของ
สงิ่ แวดล้อมทำงธรรมชำตทิ ก่ี ่อใหเ้ กดิ วิถีกำรดำเนินชวี ิตในภูมิภำคของตน ตัวอย่ำงที่สะท้อนให้เห็นผลจำกกำร
รกั ษำและทำลำยสงิ่ แวดลอ้ ม และเสนอแนวทำงในกำรจดั กำรส่ิงแวดลอ้ มในภูมภิ ำคของตน

โดยใช้กระบวนกำรคิด กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรทำง
สังคม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรแก้ปัญหำ

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถนำไปปฏิบัติในกำรดำเนินชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม
มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้ำนรักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ มีหลักธรรมในกำรดำเนินชีวิต
รักควำมเปน็ ไทย มีจิตสำธำรณะ และสำมำรถดำเนินชวี ิตในสังคมได้อย่ำงสันติสุข

ตวั ชีว้ ดั
ส 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7

ส 1.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
ส 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ส 2.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3

ส 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
ส 3.2 ป.5/1, ป.5/2

ส 5.1 ป.5/1,
ส 5.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
รวม 26 ตัวชี้วัด

หลักสตู รโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 88 ~

ระดบั ประถมศกึ ษา คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหสั ส 15102 กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวิชาประวัตศิ าสตร์ 5 ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
จานวน 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ รวม 40 ช่ัวโมง/ปี

******************************

ศึกษำ วเิ ครำะห์ อธิบำย ควำมเปน็ มำของท้องถิน่ โดยใชห้ ลักฐำนที่หลำกหลำย ข้อมูลจำกแหล่ง
ต่ำงๆ เพ่ือใช้ตอบคำถำมทำงประวตั ิศำสตร์ ควำมแตกต่ำงระหว่ำงควำมจริงกับข้อเทจ็ จรงิ เก่ียวกบั เรอื่ งรำวใน
ท้องถิน่ อิทธพิ ลของอำรยธรรมอนิ เดยี และจีนทมี่ ีตอ่ ไทย และเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ อิทธิพลของวฒั นธรรม
ต่ำงชำติและขนมทำเนยี มประเพณที ีม่ ตี ่อสังคมไทยปัจจบุ ันในชุมชนของตนเอง พัฒนำกำรของอำณำจกั ร
อยธุ ยำ และธนบุรี ปัจจัยที่สง่ เสริมควำมเจริญร่งุ เรอื งทำงเศรษฐกิจและกำรปกครองของอำณำจักรอยุธยำ
ประวตั ิและผลงำนของบุคคลสำคัญสมัยอยธุ ยำและธนบรุ ที ี่น่ำภำคภูมิใจ ภูมปิ ญั ญาไทยที่สาคัญในสมัยอยธุ ยา
และธนบุรที ี่น่าภาคภมู ิใจ และควรค่าแกก่ ารอนรุ ักษ์ โดยใช้กระบวนกำรสืบคน้ ข้อมลู วธิ ีกำรทำงประวัติศำสตร์
กระบวนกำรคิด กระบวนกำรกลมุ่ กระบวนกำรทำงสังคม

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถใช้วธิ ีกำรทำงประวัตศิ ำสตร์มำวิเครำะหเ์ หตุกำรณต์ ่ำงๆ

อย่ำงเป็นระบบ ตระหนกั ถงึ ควำมสำคัญของเหตุกำรณต์ ่ำงๆ มีควำมรกั ควำมภำคภูมิใจ และธำรงควำมเป็น

ไทย สำมำรถดำเนนิ ชีวติ อยำ่ งสนั ติสุขในสงั คมไทยและสงั คมโลก

ตวั ช้วี ัด
ส 4.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3

ส 4.2 ป.5/1, ป.5/2
ส 4.3 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
รวม 9 ตวั ช้วี ัด

หลักสตู รโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 89 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดับประถมศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รหสั ส 16101
รายวิชาสังคมศึกษา ฯ 6 ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6

จานวน 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์ รวม 80 ชั่วโมง/ปี

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ สบื คน้ และอธิบำยข้อมูล เรื่องควำมสำคญั ของพระพุทธศำสนำในฐำนะเป็น
ศำสนำประจำชำติ และควำมสำคัญของศำสนำท่ีตนนับถอื ประวตั ศิ ำสดำ หลกั ธรรมสำคญั ของศำสนำตำ่ งๆ

พธิ ีกรรมทำงศำสนำ กฎหมำยทีเ่ ก่ยี วกบั ชวี ิตประจำวัน ประโยชน์ของกำรปฏบิ ตั ิตำมกฎหมำย ควำมหมำย
ประเภท กำรเปลีย่ นแปลง ควำมแตกต่ำง กำรอนรุ ักษ์วัฒนธรรม ข่ำวและเหตุกำรณ์ การปกครองส่วนทอ้ งถิน่

กิจกรรมประชาธปิ ไตย การเลอื กตง้ั บทบาทของผ้ผู ลิตและผบู้ รโิ ภค การใชท้ รพั ยากรอยา่ งยั่งยืน ระบบ
เศรษฐกิจ หน่วยเศรษฐกิจ ควำมสัมพันธ์ทำงเศรษฐกิจ ภำษี สิทธิผบู้ ริโภคและผู้ใช้แรงงำน กำรรวมกลุ่มเชงิ
เศรษฐกิจโดยสอดแทรกเศรษฐกจิ พอเพยี งในเรอื่ งสหกรณ์ในโรงเรยี นและ ลักษณะทำงกำยภำพของประเทศ

ไทย ควำมสัมพันธร์ ะหวำ่ งลกั ษณะทำงกำยภำพกบั ภัยธรรมชำติ ภูมิลักษณท์ ีม่ ีต่อภมู ิสงั คมของไทย สง่ิ แวดลอ้ ม
ควำมสมั พนั ธ์ระหว่ำงมนุษย์กบั สิ่งแวดลอ้ ม ควำมเส่อื มโทรมของทรัพยำกรและส่ิงแวดล้อมและผลกระทบที่

เกดิ ขน้ึ แนวกำรใช้และกำรอนุรกั ษ์ทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละส่งิ แวดล้อม ลักษณะทำงกำยภำพของประเทศ
ไทย ดว้ ยแผนท่ีรปู ถ่ำยทำงอำกำศ และภำพจำกดำวเทียม ควำมสัมพนั ธ์ระหวำ่ งลกั ษณะทำงกำยภำพกบั ภยั
พบิ ัติในประเทศไทยเพอ่ื เตรียมพร้อมรับมือภยั พิบัติ ปฏสิ ัมพันธ์ระหวำ่ งส่ิงแวดลอ้ มทำงกำยภำพกับลักษณะ

กิจกรรมทำงเศรษฐกจิ และสงั คมในประเทศไทย กำรเปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพของประเทศไทยในอดีตกับ
ปัจจบุ นั และผลที่เกิดข้นึ จำกกำรเปลยี่ นแปลงนัน้ นำเสนอตัวอย่ำงท่ีสะทอ้ นให้เห็นผลจำกกำรรักษำและ

ทำลำยทรัพยำกรและส่งิ แวดลอ้ ม และเสนอแนวทำงกำรจดั กำรอย่ำงย่ังยนื ในประเทศไทย
โดยใชก้ ระบวนกำรคดิ กระบวนกำรสบื ค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรทำงสังคม

กระบวนกำรกลมุ่ กระบวนกำรแก้ปัญหำ

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถนำไปปฏิบตั ใิ นกำรดำเนนิ ชวี ติ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม
มคี ุณลักษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นดำ้ นรักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตรยิ ์ มีหลักธรรมในกำรดำเนินชวี ิต รักควำมเปน็

ไทย มีจติ สำธำรณะ และสำมำรถดำเนินชวี ติ ในสังคมได้อย่ำงสนั ติสุข

ตัวชวี้ ดั
ส 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9

ส 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
ส 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5

ส 2.2 ป.6/1, ป.6/2 , ป.6/3
ส 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ส 3.2 ป.6/1, ป.6/2

ส 5.1 ป.6/1, ป.6/2
ส 5.2 ป.6/1, ป.6/2 , ป.6/3

รวม 31 ตัวชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 90 ~

ระดับประถมศึกษา คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัส ส 16102 กลุม่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ 6 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6
จานวน 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ รวม 40 ชั่วโมง/ปี

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ อธิบำย นำเสนอ ควำมสำคัญของวิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ในกำรศึ กษำ
เร่ืองรำวทำงประวัติศำสตร์อย่ำงง่ำยๆ ข้อมูลจำกหลักฐำนท่ีหลำกหลำยในกำรทำควำมเข้ำใจเร่ืองรำว
ควำมสำคัญในอดีต สภำพสังคม เศรษฐกิจ และกำรเมือง กำรปกครองของประเทศเพื่อนบ้ำนในปัจจุบัน
ควำมสัมพันธ์ของกลุ่มอำเซียน พัฒนำกำรของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ปัจจัยท่ีส่งเสริมควำมเจริญรุ่งเรืองทำง
เศรษฐกจิ และกำรปกครองไทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์ ผลงำนของบุคคลสำคัญด้ำนต่ำงๆ สมัยรัตนโกสินทร์ ภูมิ
ปญั ญำไทยทีส่ ำคญั สมยั รตั นโกสินทรท์ น่ี ่ำภำคภมู ิใจและควรคำ่ แกก่ ำรอนุรกั ษ์

โดยใชก้ ระบวนกำรสืบค้นข้อมูล วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ กระบวนกำรคิด กระบวนกำรกลุ่ม
กระบวนกำรทำงสังคม

เพอื่ ใหเ้ กดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถใช้วธิ กี ำรทำงประวตั ิศำสตร์มำวเิ ครำะห์เหตกุ ำรณต์ ่ำงๆ
อย่ำงเปน็ ระบบ ตระหนักถึงควำมสำคญั ของเหตุกำรณต์ ำ่ งๆ มคี วำมรกั ควำมภูมิใจ และธำรงควำมเป็นไทย
สำมำรถดำเนนิ ชวี ิตอย่ำงสันตสิ ขุ ในสงั คมไทยและสังคมโลก

ตัวช้วี ดั
ส 4.1 ป.6/1, ป.6/2

ส 4.2 ป.6/1, ป.6/2
ส 4.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4

รวม 8 ตัวช้วี ัด

หลักสตู รโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 91 ~

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

รหสั ว21101 รายวิชาสงั คมศึกษา ฯ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1

ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 1.5 หน่วยกติ 3 ชวั่ โมง/สัปดาห์

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ สำรวจและระบุ สืบค้น อภิปรำยกำรสังคำยนำ กำรเผยแผ่
พระพุทธศำสนำเข้ำสปู่ ระเทศไทย ควำมสำคญั ของพระพุทธศำสนำที่มตี ่อสภำพแวดลอ้ มในสังคมไทย รวมท้ัง
กำรพัฒนำตนและครอบครัว ประพฤติตนตำมแบบอย่ำงกำรดำเนินชีวิตและข้อคิดจำกประวัติสำวก ชำดก

เร่ืองเล่ำและศำสนิกชนตัวอย่ำง พระพุทธชำดก ควำมสำคัญของพระพุทธศำสนำที่มีต่อสภำพแวดล้อมใน
สงั คมไทย รวมท้งั กำรพฒั นำตนและครอบครวั ควำมจำเป็นท่ีทุกคนต้องเรียนรู้ศำสนำอื่นๆ ปฏิบัติตนต่อศำ

สนิกชนอืน่ ในสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ได้อย่ำงเหมำะสม ปฏิบัติตนตำมหลักพุทธคุณ 9 อริยสัจ 4 ทุกข์ (ธรรมที่
ควรร)ู้ ในเรือ่ ง ขนั ธ์ 5 (ธำต4ุ ) สมุทัย (ธรรมทคี่ วรละ) ในเร่ืองหลักกรรม อบำยมุข 6 นิโรธ (ธรรมที่
ควรบรรล)ุ ในเรอื่ ง สุข 2 (กำยิก- เจตสิก) คิหิสุข มรรค (ธรรมท่ีควรเจริญ) ในเรื่องไตรสิกขำ กรรมฐำน

2 ปธำน 4 โกศล 3 มงคล 38 (ไม่คบ คนพำล คบบัณฑิต บูชำผู้ควรบูชำ) พุทธศำสนสุภำษิต ปฏิบัติตน
ตำมหลกั ธรรมและนำไปพัฒนำ แก้ปัญหำของตนและครอบครัว กำรพัฒนำจิตเพ่ือกำรเรียนรู้และและกำร

ดำเนินชีวิตด้วย วิธีคิดแบบโยนิโส-มนสิกำร (วิธีคิดแบบคุณค่ำแท้ คุณค่ำเทียม วิธีคิดแบบคุณ-โทษและ
ทำงออก) สวดมนตแ์ ผ่เมตตำ บรหิ ำรจิต และเจริญปัญญำด้วยอำนำปำนสติ กำรบำเพ็ญประโยชน์ต่อศำสน
สถำน วิถชี วี ิตของพระภิกษุ บทบำทของพระภิกษุในกำรเผยแผ่พระพุทธศำสนำ ปฏิบัติตนอย่ำงเหมำะสม

ตอ่ บคุ คลตำ่ งๆ กำรจดั โตะ๊ หมู่บชู ำ กำรจุดธูปเทียน กำรจัดเคร่ืองประกอบโต๊ะหมู่บูชำ ปฏิบัติตนในศำสน
พิธีและพิธีกรรมในเรื่องคำอำรำธนำต่ำงๆ ประวัติ ควำมสำคัญ และกำรปฏิบัติตนในวันสำคัญทำง

พระพุทธศำสนำ บทบำทหน้ำท่ีของเยำวชนท่มี ตี อ่ สังคมและประเทศชำติ เคำรพสิทธิ เสรีภำพของตนเองและ
ผู้อื่น หลักกำร เจตนำรมณ์โครงสร้ำงและสำระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทยฉบับปัจจุบัน
โดยสังเขป บทบำทกำรถ่วงดุลของอำนำจอธิปไตยจำกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ควำมคล้ำยคลึงและควำม

แตกต่ำงระหว่ำงวฒั นธรรมไทยกบั วัฒนธรรมของประเทศในภูมิภำคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ และวัฒนธรรมท่ี
เป็นปัจจัยในกำรสร้ำงควำมสัมพันธ์ที่ดี หรืออำจนำไปสู่ควำมเข้ำใจผิดต่อกัน ปฏิบัติตนเป็นประโยชน์ต่อ

สังคมและประเทศชำติ ปฏิบัติตำมกฎหมำยคุ้มครองเด็ก กฎหมำยกำรศึกษำ กฎหมำยคุ้มครองผู้บริโภค
กฎหมำยลิขสิทธ์ิ กฎหมำยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่เก่ียวข้องกับตนเอง ทำเลที่ต้ังของกิจกรรมทำง
เศรษฐกิจและสงั คมในทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลยี และโอเชยี เนยี

โดยใช้กระบวนกำรคิด วิเครำะห์ กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบัติ
กระบวนกำรทำงสงั คม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และแกป้ ัญหำ

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ควำมเข้ำใจ สามารถนาไปปฏิบัติในการดาเนินชีวิต นาไปพัฒนา
แก้ปญั หาของตนเองและครอบครวั ชุมชนและท้องถ่นิ รกั ษำสิ่งแวดล้อม มีคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ในด้ำน
รักชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ ซ่อื สตั ย์ สุจรติ มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่ำงพอเพียง มุ่งม่ันในกำรทำงำน รักควำม

เปน็ ไทย มีจิตสำธำรณะ สำมำรถอยรู่ ่วมกนั ได้อยำ่ งสนั ตสิ ขุ

ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 92 ~

ส 1.1 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม. 1/3 , ม. 1/4 , ม. 1/5 , ม. 1/6 , ม. 1/7 , ม. 1/8 ,
ม. 1/9 , ม. 1/10 , ม. 1/11

ส 1.2 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม. 1/3 , ม. 1/4 , ม. 1/5
ส 2.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4

ส 2.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3
ส 5.1 ม. 1/1 ,ม. 1/2 ,ม. 1/3

รวม 26 ตวั ชว้ี ัด

หลักสูตรโรงเรียนวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 93 ~

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดบั ประถมศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รหัส ส 16102
รายวิชาประวัตศิ าสตร์ 6 ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6

จานวน 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ รวม 40 ชั่วโมง/ปี

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ อธิบำย นำเสนอ ควำมสำคัญของวิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ในกำรศึกษำ
เร่ืองรำวทำงประวัติศำสตร์อย่ำงง่ำยๆ ข้อมูลจำกหลักฐำนที่หลำกหลำยในกำรทำควำมเข้ำใจเรื่องรำว
ควำมสำคัญในอดีต สภำพสังคม เศรษฐกิจ และกำรเมือง กำรปกครองของประเทศเพื่อนบ้ำนในปัจจุบัน
ควำมสัมพันธ์ของกลุ่มอำเซียน พัฒนำกำรของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ปัจจัยท่ีส่งเสริมควำมเจริญรุ่งเรืองทำง
เศรษฐกิจและกำรปกครองไทยสมัยรตั นโกสนิ ทร์ ผลงำนของบุคคลสำคัญด้ำนต่ำงๆ สมัยรัตนโกสินทร์ ภูมิ
ปญั ญาไทยท่สี าคญั สมัยรตั นโกสินทรท์ ีน่ า่ ภาคภูมใิ จและควรค่าแกก่ ารอนรุ กั ษ์

โดยใชก้ ระบวนกำรสืบค้นข้อมูล วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ กระบวนกำรคิด กระบวนกำรกลุ่ม
กระบวนกำรทำงสงั คม

เพ่อื ให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถใช้วธิ กี ำรทำงประวัตศิ ำสตรม์ ำวิเครำะห์เหตกุ ำรณ์ต่ำงๆ
อยำ่ งเปน็ ระบบ ตระหนักถึงควำมสำคญั ของเหตุกำรณต์ ่ำงๆ มคี วำมรัก ควำมภมู ิใจ และธำรงควำมเป็นไทย
สำมำรถดำเนนิ ชีวติ อยำ่ งสันตสิ ขุ ในสงั คมไทยและสังคมโลก

ตวั ชีว้ ัด
ส 4.1 ป.6/1, ป.6/2

ส 4.2 ป.6/1, ป.6/2
ส 4.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4

รวม 8 ตัวชีว้ ัด

หลักสตู รโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 94 ~

อธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น กลุม่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รหสั ส 21101 รายวชิ าสังคมศึกษา ฯ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1

ภาคเรยี นท่ี 1 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต 3 ช่วั โมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ สำรวจและระบุ สืบค้น อภิปรำยกำรสังคำยนำ กำรเผยแผ่
พระพุทธศำสนำเขำ้ สู่ประเทศไทย ควำมสำคญั ของพระพทุ ธศำสนำทีม่ ตี ่อสภำพแวดล้อมในสังคมไทย รวมท้ัง
กำรพัฒนำตนและครอบครัว ประพฤติตนตำมแบบอย่ำงกำรดำเนินชีวิตและข้อคิดจำกประวัติสำวก ชำดก

เรอื่ งเลำ่ และศำสนกิ ชนตวั อย่ำง ควำมสำคัญของพระพุทธศำสนำท่ีมีต่อสภำพแวดล้อมในสังคมไทย รวมทั้ง
กำรพัฒนำตนและครอบครัว ควำมจำเป็นที่ทุกคนต้องเรียนรู้ศำสนำอ่ืนๆ ปฏิบัติตนต่อศำสนิกชนอ่ืนใน

สถำนกำรณ์ตำ่ งๆ ได้อย่ำงเหมำะสม ปฏิบัติตนตำมหลักพุทธคุณ 9 อริยสัจ 4 ทุกข์ (ธรรมที่ควรรู้) ในเร่ือง
ขันธ์ 5 (ธำตุ4) สมทุ ัย (ธรรมทีค่ วรละ) ในเร่ืองหลักกรรม อบำยมุข 6 นิโรธ (ธรรมท่ีควรบรรลุ) ใน
เรื่อง สุข 2 (กำยิก- เจตสิก) คิหิสุข มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ) ในเร่ืองไตรสิกขำ กรรมฐำน 2 ปธำน 4

โกศล 3 มงคล 38 (ไม่คบ คนพำล คบบัณฑิต บูชำผู้ควรบูชำ) พุทธศำสนสุภำษิต ปฏิบัติตนตำม
หลักธรรมและนำไปพัฒนำ แก้ปัญหำของตนและครอบครัว กำรพัฒนำจิตเพื่อกำรเรียนรู้และและกำร

ดำเนินชีวิตด้วย วิธีคิดแบบโยนิโส-มนสิกำร (วิธีคิดแบบคุณค่ำแท้ คุณค่ำเทียม วิธีคิดแบบคุณ-โทษและ
ทำงออก) สวดมนต์แผเ่ มตตำ บริหำรจิต และเจริญปัญญำด้วยอำนำปำนสติ กำรบำเพ็ญประโยชน์ต่อศำสน
สถำน วิถีชีวติ ของพระภิกษุ บทบาทของพระภิกษุในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม

ต่อบุคคลต่างๆ การจัดโต๊ะหมู่บูชา การจุดธูปเทียนตามพิธีกรรมของศาสนาพุทธในชุมชน กำรจัดเคร่ือง
ประกอบโต๊ะหมู่บูชำ ปฏิบัติตนในศำสนพิธีและพิธีกรรมในเรื่องคำอำรำธนำต่ำงๆ ประวัติ ควำมสำคัญ

และกำรปฏิบัติตนในวันสำคัญทำงพระพุทธศำสนำ บทบำทหน้ำท่ีของเยำวชนท่ีมีต่อสังคมและประเทศชำติ
เคำรพสทิ ธิ เสรีภำพของตนเองและผู้อ่ืน หลักกำร เจตนำรมณ์โครงสร้ำงและสำระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่ง
รำชอำณำจักรไทยฉบับปัจจุบันโดยสังเขป บทบำทกำรถ่วงดุลของอำนำจอธิปไตยจำกรัฐธรรมนูญฉบับ

ปัจจุบัน ควำมคล้ำยคลึงและควำมแตกตำ่ งระหว่ำงวัฒนธรรมไทยกบั วฒั นธรรมของประเทศในภูมิภำคเอเชีย
ตะวนั ออกเฉยี งใต้ และวฒั นธรรมทเี่ ปน็ ปจั จัยในกำรสร้ำงควำมสัมพันธ์ท่ีดี หรืออำจนำไปสู่ควำมเข้ำใจผิดต่อ

กัน ปฏิบัตติ นเปน็ ประโยชน์ตอ่ สงั คมและประเทศชำติ ปฏิบตั ติ ำมกฎหมำยคมุ้ ครองเด็ก กฎหมำยกำรศึกษำ
กฎหมำยคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค กฎหมำยลิขสิทธิ์ กฎหมำยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่เก่ียวข้องกับตนเอง ทำเล
ทตี่ ั้งของกิจกรรมทำงเศรษฐกจิ และสงั คมในทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลยี และโอเชยี เนีย

โดยใช้กระบวนกำรคิด วิเครำะห์ กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรทำงสังคม

กระบวนกำรกลมุ่ กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และแกป้ ัญหำ
เพื่อให้เกิดควำมรู้ควำมเข้ำใจ สำมำรถนำไปปฏิบัติในกำรดำเนินชีวิต นำไปพัฒนำ

แก้ปัญหำของตนเองและครอบครัว รักษำส่ิงแวดล้อม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้ำนรักชำติ ศำสน์

กษัตริย์ ซอ่ื สัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งม่ันในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิต
สำธำรณะ สำมำรถอยู่รว่ มกนั ได้อย่ำงสันติสุข

หลักสูตรโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560


Click to View FlipBook Version