The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมไฟล์หลักสูตรสถานศึกษา-และท้องถิ่น2564โรงเรียนวัดท่าต้นกวาว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanak2560, 2021-07-22 02:11:10

รวมไฟล์หลักสูตรสถานศึกษา-และท้องถิ่น2564โรงเรียนวัดท่าต้นกวาว

รวมไฟล์หลักสูตรสถานศึกษา-และท้องถิ่น2564โรงเรียนวัดท่าต้นกวาว

~ 95 ~

ตวั ช้ีวดั ,
ส 1.1 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม. 1/3 , ม. 1/4 , ม. 1/5 , ม. 1/6 , ม. 1/7 , ม. 1/8

ม. 1/9 , ม. 1/10 , ม. 1/11
ส 1.2 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม. 1/3 , ม. 1/4 , ม. 1/5
ส 2.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
ส 2.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3
ส 5.1 ม. 1/1 ,ม. 1/2 ,ม. 1/3

รวม 26 ตัวชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 96 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รหสั ส 21103
รายวชิ าสังคมศกึ ษา ฯ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1

ภาคเรยี นที่ 2 จานวน 1.5 หน่วยกิต 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ ควำมหมำยและควำมสำคัญของเศรษฐศำสตร์ ค่ำนิยมและพฤติกรรมกำร
บริโภคของคนในสังคมซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ ควำมเป็นมำ หลักกำรและควำมสำคัญ

ของปรชั ญำเศรษฐกจิ พอเพียงต่อสงั คมไทย บทบำทหน้ำท่แี ละควำมแตกต่ำงของสถำบันกำรเงินแต่ละประเภท
และธนำคำรกลำง กำรพึ่งพำอำศัยกัน และกำรแข่งขันกันทำงเศรษฐกิจในประเทศ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกำร
กำหนดอปุ สงค์และอปุ ทำน และกฎหมำยเก่ยี วกบั ทรพั ยส์ ินทำงปญั ญำ

ศึกษำ วิเครำะห์ เครื่องมือทำงภูมิศำสตร์ทีแ่ สดงลักษณะทำงกำยภำพ และสังคมของประเทศ
ไทย ทวีปเอเชยี ออสเตรเลยี และโอเชยี เนีย เสน้ แบง่ เวลำของประเทศไทยกับทวีปต่ำงๆ ภัยธรรมชำติและกำร

ระวงั ภัยทเ่ี กิดข้ึนในประเทศไทย ทวปี เอเชีย ออสเตรเลียและโอเชยี เนีย ทำเลที่ต้ัง กิจกรรมทางเศรษฐกิจและ
สงั คมในชมุ ชนของตน ปจั จยั ทำงกำยภำพและสังคมท่ีมีต่อกำรเล่ือนไหลของควำมคิด เทคโนโลยี สินค้ำและ
ประชำกร กำรเปล่ยี นแปลงทำงธรรมชำติ และควำมรว่ มมือของประเทศตำ่ งๆ ที่มีผลต่อส่ิงแวดล้อมทำง

ธรรมชำติของทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ปัจจัยทำงกำยภำพและปัจจัยทำงสังคมท่ีมีผลต่อทำเล
ท่ีต้ังของกิจกรรมทำงเศรษฐกิจและสังคมในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนียประเด็นปัญหำจำก

ปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหว่ำงสภำพแวดล้อมทำงกำยภำพกับมนุษย์ที่เกิดข้ึนในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชีย
เนีย แนวทำงกำรจัดกำรภยั พบิ ตั ิ และกำรจัดกำรทรัพยำกรและส่งิ แวดล้อมในทวีปเอเชยี

โดยใชก้ ระบวนกำรคดิ กระบวนกำรสบื ค้นข้อมลู กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรทำงสังคม

กระบวนกำรเผชญิ สถำนกำรณ์และแกป้ ญั หำ กระบวนกำรกลุม่
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ปฏิสัมพันธ์ระหว่ำงมนุษย์กับสภำพแวดล้อมทำงกำยภำพที่

ก่อให้เกิดกำรสร้ำงสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสำนึก และมีส่วนร่วมในกำรอนุรักษ์ ทรัพยำกรและส่ิงแวดล้อม
เพื่อกำรพัฒนำท่ยี งั่ ยืนและสถำบันทำงเศรษฐกิจต่ำงๆ ควำมสมั พนั ธ์เศรษฐกิจ ควำมจำเป็นของกำรร่วมมือกัน
ทำงเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก สำมำรถบริหำรจดั กำรทรัพยำกรในกำรผลิตและกำรบริโภค กำรใช้ทรัพยำกรที่มีอยู่

จำกดั ได้อยำ่ งมีประสทิ ธิภำพและคุม้ ค่ำ รวมทง้ั เข้ำใจหลักกำรของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อกำรดำรงชีวิตอย่ำง
มีดุลยภำพ

ตวั ชีว้ ดั
ส 3.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
ส 3.2 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3 ม. 1/4
ส 5.2 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3 ม. 1/4
รวม 11 ตัวชว้ี ัด

หลักสูตรโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 97 ~

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รหสั ส 21102
รายวิชาประวัติศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1

ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 0.5 หน่วยกติ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์ ควำมสำคัญของเวลำในกำรศึกษำประวัติศำสตร์ ควำมสัมพันธ์และ
ควำมสำคญั ของอดีตที่มีต่อปัจจุบันและอนำคต ที่มำและตัวอย่ำงกำรใช้ศักรำชในเอกสำรประวัติศำสตร์ไทย

วิธีกำรเทียบศักรำชตำมแบบต่ำงๆ กำรนำวิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ 5 ขั้นตอนไปใช้ศึกษำเรื่องรำวของ
ประวัติศำสตร์ไทยที่มีอยู่ในท้องถ่ินและเหตุกำรณ์สำคัญสมัยสุโขทัย ประวัติศำสตร์ไทยสมัยก่อนสุโขทัยใน
ดินแดนไทยโดยสงั เขป รัฐโบรำณและรัฐไทยในดินแดนไทย

โดยใช้กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบัติ
กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเรยี นรแู้ บบบรู ณำกำร กระบวนกำรแกป้ ัญหำ และวธิ กี ำรทำงประวัตศิ ำสตร์

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจถึงควำมสำคัญของเวลำและยุคสมัยทำงประวัติศำสตร์
สำมำรถใชว้ ิธกี ำรทำงประวตั ศิ ำสตร์มำวิเครำะห์เหตุกำรณ์ต่ำงๆ อย่ำงเป็นระบบ เข้าใจความเป็นมาของชาติ
ไทย พัฒนาการด้านต่างๆ วัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาไทยในชุมชน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้ำนรักชำติ

ศำสน์ กษตั ริย์ ซือ่ สัตยส์ จุ ริต มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ ม่นั ในกำรทำงำน รักควำมเปน็ ไทย และมีจติ สำธำรณะ

ตวั ชว้ี ดั
ส 4.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
ส 4.3 ม. 1/1

รวม 4 ตัวช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรยี นวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 98 ~

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น กลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รหสั ส 21104
รายวิชาประวัติศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1

ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน 0.5 หนว่ ยกิต 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำ วิเครำะห์พัฒนำกำรของอำณำจักรสุโขทัยในด้ำนกำรเมืองกำรปกครอง เศรษฐกิจ
สังคม และควำมสมั พนั ธ์ระหว่ำงประเทศ วัฒนธรรม ภูมิปัญญำไทยสมัยสุโขทัย ควำมเส่ือมของอำณำจักร

สโุ ขทัย ทต่ี ัง้ และสภำพภมู ศิ ำสตรท์ ีม่ ีผลต่อพฒั นำกำรทำงประวัติศำสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และกำรเมืองของ
ประเทศต่ำงๆ ในภูมิภำคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำรนำวิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ 5 ข้ันตอน ควำม
ร่วมมือผ่ำนกำรรวมกลมุ่ เป็นอำเซยี นท่ีถือว่ำเป็นพัฒนำกำรของภูมิภำค ท่ีตั้งและควำมสำคัญของแหล่งอำรย

ธรรมในภูมิภำคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อิทธิพลของอำรย-ธรรมโบรำณในดินแดนไทยท่ีมีพัฒนำกำรของ
สงั คมไทยสมยั ปจั จุบนั

โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติในชุมชน
กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเรยี นรู้แบบบรู ณำกำร กระบวนกำรแกป้ ญั หำ และวธิ กี ำรทำงประวัติศำสตร์

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจถึงควำมสำคัญของเหตุกำรณ์ทำงประวัติศำสตร์ สำมำรถใช้

วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์มำวิเครำะห์เหตุกำรณ์ต่ำงๆ อย่ำงเป็นระบบ เข้ำใจควำมเป็นมำของชำติไทย
พัฒนำกำรดำ้ นตำ่ งๆ วฒั นธรรมไทย ภูมิปัญญำไทย มีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ด้ำนรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์

ซอ่ื สัตย์สุจริต มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ มน่ั ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย และมีจติ สำธำรณะ

ตวั ชว้ี ดั
ส 4.2 ม. 1/1 ม. 1/2
ส 4.3 ม.1/2 ม.1/3

รวม 4 ตวั ช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 99 ~

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รหัส ส 22101
รายวชิ าสังคมศกึ ษา ฯ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2

ภาคเรยี นท่ี 1 จานวน 1.5 หน่วยกติ 3 ช่วั โมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำ วเิ ครำะห์และอภปิ รำย เครื่องมอื ทำงภูมิศำสตร์ ควำมสัมพันธร์ ะหว่ำง ลกั ษณะทำง
กำยภำพ และสังคมของทวีปยโุ รปและแอฟริกำ กำรเปลี่ยนแปลงทำงธรรมชำตแิ ละสงั คมของยุโรปและ
แอฟริกำ พร้อมทัง้ แนวทำงกำรอนรุ กั ษท์ รพั ยำกรธรรมชำติ สงิ่ แวดล้อม และปญั หำเหตแุ ละผลกระทบท่ี

ประเทศไทยได้รับในสภำวะกำรปจั จุบนั กำรลงทุน กำรออม กำรผลติ สนิ ค้ำ บริกำร กำรคมุ้ ครองสทิ ธขิ ้ัน
พืน้ ฐำน ผูบ้ รโิ ภค ระบบเศรษฐกิจ ควำมสัมพันธ์ทำงเศรษฐกจิ ระหว่ำงประเทศ กำรแข่งขันทำงกำรคำ้ ใน

ประเทศและตำ่ งประเทศ กำรแขง่ ขันทำงเศรษฐกจิ ในภมู ิภำคเอเชีย กำรเผยแผ่ทำงพระพุทธศำสนำไปสู่
ประเทศเพอื่ นบำ้ น และพุทธชำดกควำมสำคญั ของพระพทุ ธศำสนำในฐำนะท่เี ป็นรำกฐำนของวัฒนธรรม
เอกลักษณ์ของชำตแิ ละมรดกของชำติ กำรพฒั นำชมุ ชน กำรจัดระเบียบสังคม พุทธประวัติ ประวัติสำวก

ชำดก ศำสนิกชน โครงสร้ำงพระไตรปฎิ กคัมภรี ์ของศำสนำ ธรรมคุณ หลักธรรมที่พฒั นำแก้ปญั หำของ
ชมุ ชนและสังคม กำรพัฒนำจิต กำรสวดมนต์ แผ่เมตตำ กำรบริหำรจติ กำรปฏิบัติตน มำรยำทของศำสนิก

ชนทด่ี ี ศำสนพิธี พิธีกรรมและวันสำคญั ทำงศำสนำ ลกั ษณะทำงกำยภำพของทวปี ยุโรปและทวปี แอฟริกำ โดย
ใช้เครื่องมอื ทำงภมู ิศำสตร์สืบค้นขอ้ มูล มำตรำส่วน ทิศ และสญั ลักษณ์ สำเหตุกำรเกิดภัยพิบัติ และผลกระทบ
ในทวปี ยุโรป และทวีปแอฟรกิ ำ

โดยใช้กระบวนกำรคิด วิเครำะห์ กระบวนกลุ่ม กระบวนสืบค้น กระบวนกำรทำง
ประวัติศำสตร์ กระบวนกำรทำงภูมศิ ำสตร์ กระบวนกำรทำงจริยธรรม กระบวนกำรประชำธิปไตยเพ่ือให้เกิด

ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
เหน็ คณุ ค่ำของกำรอนุรกั ษท์ รพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมกิจกรรมการอนุรักษ์

ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมทท่ี างโรงเรียนหรือชมุ ชนจัดขนึ้ เหน็ คุณคำ่ ถงึ กำรนำหลักธรรมไปใช้ในกำรดำเนินอยู่

อย่ำงสงบสุข มีเจตคติท่ีดีต่อวิชำสังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ มีคุณธรรม จริยธรรม
และค่ำนิยมท่ีเหมำะสม

ตัวชว้ี ัด
ส 1.1 ม.2/1 , ม.2/2 , 2/3 , ม.2/4 , ม.2/5 , ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8 , ม.2/9 , ม.2/10, ม.2/11

ส 1.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5
ส 3.1 ม.2/1 , ม.2/2 , 2/3 , ม.2/4

ส 3.2 ม.2/1 , ม.2/2 , 2/3 , ม.2/4
ส 5.1 ม.2/1, ม.2/2 ,ม.2/3
รวมท้ังหมด 27 ตวั ช้วี ดั

หลักสูตรโรงเรยี นวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 100 ~

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รหสั ส 22103
รายวชิ าสังคมศกึ ษา ฯ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 2

ภาคเรียนที่ 2 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต 3 ชัว่ โมง/สปั ดาห์

******************************
ศึกษำ วิเครำะห์และอภิปรำย กฎหมำยที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชนและ

ประเทศ สถำนภำพ บทบำท สิทธิ เสรีภำพ หนำ้ ท่ีในฐำนะพลเมืองดีตำมวิถีประชำธิปไตย บทบำทสำคัญ
ควำมสมั พันธข์ องสถำบันทำงสังคม ควำมคลำ้ ยคลึงและควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมของ
ประเทศในภูมิภำคเอเชีย กระบวนกำรตรำกฎหมำย ข้อมูล ข่ำวสำรทำงกำรเมืองกำรปกครองที่มีผลต่อ

สังคมไทย หลักฐำนทำงประวตั ศิ ำสตร์ เหตุกำรณ์ทำงประวัติศำสตร์ กำรตีควำมหลักฐำนทำงประวัติศำสตร์
ท่ีน่ำเช่ือถือ พัฒนำกำรทำงสังคม เศรษฐกิจ กำรเมืองและแหล่งอำรยธรรมโบรำณในภูมิภำคเอเชีย

พัฒนำกำรของอำณำจักรอยุธยำและธนบุรี ปัจจัยท่ีส่งผลต่อควำมม่ันคง ควำมเจริญรุ่งเรืองของอำณำจักร
สุโขทยั ภูมิปญั ญำและวัฒนธรรมไทยสมยั อยุธยำและธนบรุ ี กำรเผยแผ่ทำงพระพุทธศำสนำไปสู่ประเทศ
เพื่อนบ้ำน ควำมสำคัญของพระพุทธศำสนำในฐำนะที่เป็นรำกฐำนของวัฒนธรรม เอกลักษณ์ของชำติและ

มรดกของชำติ กำรพัฒนำชุมชน กำรจัดระเบียบสังคม พุทธประวัติ ประวัติสำวก ชำดก ศำสนิกชน
โครงสรำ้ งพระไตรปิฎกคัมภรี ข์ องศำสนำ ธรรมคุณ หลักธรรมที่พัฒนำแก้ปัญหำของชุมชนและสังคม กำร

พัฒนำจิต กำรสวดมนต์ แผ่เมตตำ กำรบริหำรจิต กำรปฏิบัติตน มำรยำทของศำสนิกชนท่ีดี ศำสนพิธี
พิธีกรรม และวันสำคัญทำงศำสนำ ลักษณะทำงกำยภำพของทวีปยุโรปและทวีปแอฟริกำ โดยใช้เครื่องมือ
ทำงภูมิศำสตร์สืบค้นข้อมูล มำตรำส่วน ทิศ และสัญลักษณ์ สำเหตุกำรเกิดภัยพิบัติ และผลกระทบในทวีป

ยโุ รป และทวปี แอฟรกิ ำ
โดยใช้กระบวนกำรคิด วิเคราะห์ กระบวนกลุ่ม กระบวนสืบค้น กระบวนการทาง

ประวัติศาสตร์ กระบวนการทางภูมิศาสตร์ กระบวนการทางจริยธรรมในชุมชน กระบวนกำรประชำธิปไตย
เพอื่ ใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร

เพื่อให้เห็นคุณค่ำถึงกำรปฏิบัติตนในฐำนะที่เป็นพลเมืองดีตำมวิถีประชำธิปไตยเห็นคุณค่ำ

ควำมสำคัญของภูมิปัญญำท้องถ่ิน ภูมิปัญญำไทยท่ีมีกำรต่อกำรพัฒนำ ท้องถิ่น และชำติไทย กำรนำ
หลักธรรมไปใช้ในกำรดำเนินอยู่อย่ำงสงบสุข มีเจตคติท่ีดีต่อวิชำสังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม

ใฝ่เรยี น ใฝร่ ู้ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคำ่ นิยมทเี่ หมำะสม

ตวั ชว้ี ัด
ส 2.1 ม.2/1 , ม.2/2 , 2/3 , ม.2/4

ส 2.2 ม.2/1, ม.2/1
ส 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ส 4.2 ม.2/1, ม.2/2

ส 4.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ส 5.2 ม.2/1, ม.2/2 ,ม.2/3

รวมท้งั หมด 17 ตวั ชว้ี ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 101 ~

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รหสั ส 22102
รายวชิ าประวัติศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2

ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 0.5 หนว่ ยกติ 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์

******************************

ศกึ ษำวธิ ีกำรประเมินควำมน่ำเช่ือถือของหลักฐำนทำงประวัติศำสตร์ในลักษณะต่ำงๆ อย่ำง

ง่ำย ๆ เช่น กำรศึกษำ ภูมิหลังของผู้ทำ หรือผู้เกี่ยวข้อง สำเหตุกำรจัดทำ ช่วงระยะเวลำกำรจัดทำหรือ
จัดสรำ้ งหลักฐำน รูปลักษณ์ของหลกั ฐำนทำงประวตั ศิ ำสตร์ว่ำเป็นหลักฐำนชนั้ ต้น หรอื หลักฐำนชั้นรอง (ใคร

สร้ำง สร้ำงข้ึนเม่ือไหร่ สร้ำงข้ึนทำไม เช่ือถือได้หรือไม่) ศึกษำวิเครำะห์สำรสนเทศที่อยู่ในหลักฐำนทำง
ประวัติศำสตร์ รวมถึงหลักฐำนของบุคคลสำคัญในประวัติศำสตร์ของชุมชนเพื่อนำไปวิเครำะห์ข้อมูลโดย
สำมำรถแยกแยะข้อจรงิ กบั ข้อเท็จจรงิ ท่ปี รำกฏในหลักฐำน รวมทั้งแยกแยะข้อคิดเหน็ กบั ข้อเทจ็ จริงจำกข้อมูล

ตัวอย่ำงกำรประเมินควำมน่ำเชื่อถือของหลักฐำน ทำงประวัติศำสตร์ไทยท่ีอยู่ในท้องถ่ินของตนเอง หรือ
หลักฐำนสมยั อยุธยำ ตวั อย่ำงกำรตคี วำมขอ้ มลู จำกหลกั ฐำนทำงประวัติศำสตร์ไทยโดยใช้ ทักษะกำรรวบรวม

ขอ้ มูล กำรวเิ ครำะห์ กำรเปรียบเทียบ
เพ่ือให้ตระหนัก เห็นคุณค่ำ และ ควำมสำคัญของประวัติศำสตร์ และวิธีกำรทำง

ประวัติศำสตร์ ในกำรวิเครำะห์ ตรวจสอบ ประเมินคุณค่ำของข้อมูลท่ีมีอยู่อย่ำงหลำกหลำยในโลกยุค

โลกำภวิ ตั น์
ศึกษำวิเครำะห์พัฒนำกำรของอำณำจักรอยุธยำและธนบุรี ในเร่ืองเก่ียวกับ กำรสถำปนำ

อำณำจกั ร ปัจจัยทสี่ ง่ ผลตอ่ ควำมเจริญรุ่งเรืองและควำมม่ันคง พัฒนำกำรด้ำนกำรเมืองกำรปกครอง สังคม
เศรษฐกิจและควำมสัมพันธ์ระหว่ำงประเทศ เหตุกำรณ์สำคัญในสมัยอยุธยำ และธนบุรี เช่น กำรเสียกรุงศรี
อยุธยำคร้งั ท่ี 1 และกำรก้เู อกรำช

โดยใช้ทักษะกำรรวบรวม การวิเคราะห์ การอ้างอิง การสังเคราะห์ การสรุป การตีความ
เพ่ือเข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาไทย เห็นควำมพยำยำมของบรรพบุรุษที่

ปกป้องชำตแิ ละสรำ้ งสรรค์ควำมเจรญิ สบื ต่อมำถึงปจั จบุ นั

ตัวช้วี ัด
ส 4.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3
ส 4.2 ม.2/1, ม.2/2
ส 4.3 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3
รวมทง้ั หมด 8 ตัวชี้วดั

หลักสูตรโรงเรยี นวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 102 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รหสั ส 22104
รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2

ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 0.5 หนว่ ยกิต 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์

******************************

ศึกษำวเิ ครำะห์พัฒนำกำรของอำณำจักรอยุธยำและธนบุรี ในเรื่องเกี่ยวกับ กำรเสียกรุงศรี

อยธุ ยำครั้งที่ 2 และกำรกเู้ อกรำช หลักฐำนของบุคคลสำคัญในประวัติศำสตร์ของชุมชนเพ่ือนำไปวิเครำะห์
ภูมปิ ญั ญำไทยและวฒั นธรรมไทยสมัยอยุธยำ และธนบรุ ี เช่น กำรควบคมุ กำลังคน ศิลปกรรมไทย วีรกรรม

ของบรรพบรุ ษุ ไทยสมยั อยุธยำ และธนบุรี เช่น สมเด็จพระรำมำธิบดีท่ี 2 สมเด็จพระสุริโยทัย สมเด็จพระ
นเรศวรมหำรำช สมเด็จพระนำรำยณ์มหำรำช สมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำช ปัจจัยทำงภูมิศำสตร์ท่ี
สง่ ผลตอ่ พฒั นำกำรของภูมภิ ำคต่ำง ๆ ในทวีปเอเชีย (ยกเว้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ศึกษำพัฒนำกำรทำง

สงั คม เศรษฐกิจ และกำรเมืองของภูมิภำคเอเชีย ควำมสำคัญของแหล่งอำรยธรรมโบรำณ และแหล่งมรดก
โลกในภูมภิ ำคเอเชยี และอิทธพิ ลของอำรยธรรมโบรำณที่มตี อ่ ภมู ภิ ำคเอเชยี ในปจั จุบัน

โดยใช้ทักษะกำรรวบรวม กำรวิเครำะห์ กำรอ้ำงอิง กำรสังเครำะห์ กำรสรุป กำรตีควำม
ทักษะกำรสืบค้น กำรรวบรวมข้อมูล กำรสรุป กำรวิเครำะห์ เพื่อเข้ำใจควำมเป็นมำของชำติไทย
วัฒนธรรมไทยและภูมปิ ัญญำไทย เห็นควำมพยำยำมของบรรพบุรุษที่ปกป้องชำติและสร้ำงสรรค์ควำมเจริญ

สบื ต่อมำถงึ ปจั จุบนั
เพ่ือให้เข้ำใจพัฒนาการของมนุษยชาติที่มีความเปล่ียนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบันและ

ผลกระทบทมี่ ีต่อสังคมไทย เข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกันในสังคมชุมชนและ
โลกไดอ้ ย่ำงมีประสทิ ธิภำพ

ตัวช้วี ัด
ส 4.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3

ส 4.2 ม.2/1, ม.2/2
ส 4.3 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3
รวมทัง้ หมด 8 ตัวชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 103 ~

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รหสั ส 23101
รายวชิ าสังคมศึกษา ฯ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต 3 ช่วั โมง/สัปดาห์

******************************

ศึกษำ สำรวจ วิเครำะห์ อภปิ รำย และนำเสนอ เครอื่ งมอื ทำงภมู ิศำสตร์ ควำมสัมพนั ธ์
ระหวำ่ งลักษณะทำงกำยภำพ และสังคมของทวีปอเมรกิ ำเหนอื และอเมริกำใต้ ทรพั ยำกรธรรมชำติ

สงิ่ แวดล้อม ปัญหำ และกำรอนรุ ักษ์ ผลกระทบจำกกำรเปลีย่ นแปลงต่อประเทศไทย กลไกรำคำในระบบ
เศรษฐกิจ กำรแกป้ ญั หำและพฒั นำท้องถิน่ ตำมปรัชญำเศรษฐกจิ พอเพยี งกับระบบสหกรณ์ บทบำทหน้ำที่
ของรฐั บำลในระบบเศรษฐกจิ นโยบำยและกิจกรรมทำงเศรษฐกิจของรฐั บทบำทควำมสำคัญของกำร

รวมกล่มุ ทำงเศรษฐกจิ ระหวำ่ งประเทศ เงนิ เฟ้อ เงินฝดื กำรวำ่ งงำน กำรคำ้ ระหวำ่ งประเทศ เพื่อให้ได้
แก้ปญั หำ มสี ว่ นรวม กำรเผยแผพ่ ระพุทธศำสนำ สปู่ ระเทศต่ำงๆทว่ั โลก ควำมสำคัญของ

พระพุทธศำสนำ พุทธชำดก และพทุ ธประวัติ หรือประวตั ศิ ำสดำ ประวตั สิ ำวก ชำดก เรือ่ งเลำ่ ศำสนิกชน
สงั ฆคณุ และหลักธรรมสำคญั กำรพัฒนำจิต กำรสวดมนต์ กำรแผเ่ มตตำ กำรบรหิ ำรจิต หน้ำที่และบทบำท
ของสำวก หนำ้ ท่ีศำสนกิ ชนท่ีดี กำรปฏบิ ัติตนในศำสนพิธี พิธกี รรม ในวันสำคัญพระศำสนำ กำรแสดงตน

เปน็ พทุ ธมำมกะและกำรธำรงรักษำศำสนำ ลักษณะทำงกำยภำพของทวปี อเมริกำเหนอื และทวปี อเมริกำใต้
โดยเลอื กใชแ้ ผนท่เี ฉพำะเรอ่ื งและเครื่องมอื ทำงภูมิศำสตร์สืบคน้ ข้อมูล สำเหตุกำรเกิดภยั พิบัตแิ ละผลกระทบ

ในทวีปอเมรกิ ำเหนอื และทวีปอเมรกิ ำใต้ ระบทุ ำเลท่ตี งั้ ของกจิ กรรมทำงเศรษฐกจิ และสงั คมในทวีปอเมริกำ
เหนือ และทวีปอเมริกำใต้ ปัจจยั ทำงกำยภำพและปัจจัยทำงสังคมท่มี ผี ลต่อทำเลทต่ี ั้งของกจิ กรรมทำง
เศรษฐกจิ และสงั คมในทวปี อเมรกิ ำเหนอื และทวปี อเมริกำใต้

โดยใช้กระบวนกำรคิด วิเครำะห์ กระบวนกลุ่ม กระบวนสืบค้น กระบวนกำรทำง
ประวตั ิศำสตร์ กระบวนกำรทำงภูมิศำสตร์ กระบวนกำรทำงจริยธรรม กระบวนกำรประชำธิปไตยเพื่อให้เกิด

ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
เพื่อใหเ้ กิดการเรียนรู้และเหน็ คุณค่าของการปฏบิ ัติตามหลักธรรมและการบริหารจิตใช้พัฒนา

ตนเองและครอบครัว ชุมชน มีแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่นของชุมชนและชาติไทย

แสดงควำมคิดเหน็ ตอ่ ระบบเศรษฐกิจของไทย นำเอำหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงมำประยุกต์ใช้ มีเจตคติที่
ดตี อ่ วชิ ำสงั คมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่ำนยิ มท่ีเหมำะสม

ตวั ช้วี ดั
ส 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9 ม.3/10
ส 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7

ส 3.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3
ส 3.2 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ม.3/5 , ม.3/6

ส 5.1 ม.3/1, ม.3/2
ส 5.2 ม.3/1 , ม.3/2
รวมท้งั หมด 28 ตัวชวี้ ัด

หลักสตู รโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 104 ~

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รหสั ส 23103
รายวิชาสังคมศึกษา ฯ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3

ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 1.5 หนว่ ยกิต 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์

******************************

ศึกษำ อภิปรำย วิเครำะห์ และอภิปรำย ควำมแตกต่ำง ควำมรับผิดคดีอำญำ,คดีแพ่ง
กำรปกป้องคุ้มครองตำมหลักสิทธิมนุษยชน และสิทธิเด็กรวมถึงกำรอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและเลือกรับ

วัฒนธรรมสำกล ปัญหำควำมขัดแย้ง ลดกำรขัดแย้ง ระบอบกำรปกครอง ประเทศที่มีกำรปกครองระบอบ
ประชำธิปไตย รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ปัญหำอุปสรรคต่อกำรพัฒนำประชำธิปไตยของไทยพร้อมแนว

ทำงแก้ไข เรื่องรำว เหตุกำรณ์สำคัญ กำรพัฒนำวิธีกำรทำงประวัติศำสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ พัฒนำกำร
ทำงสังคม เศรษฐกิจ และกำรเมืองของภูมิภำคต่ำงๆในโลก พัฒนำกำรของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ปัจจัยท่ี
ส่งผลต่อควำมมั่นคงและควำมเจริญรุ่งเรือง ภูมิปัญญำและวัฒนธรรมไทยที่มีอิทธิพลต่อกำรพัฒนำชำติไทย

บทบำทของไทยในสมยั ประชำธปิ ไตย โดยใช้เหตุกำรณ์ที่ผ่ำนมำช่วยแก้ปัญหำ ประเด็นปัญหำจำกปฏิสัมพันธ์
ระหว่ำงสภำพแวดลอ้ มทำงกำยภำพกบั มนษุ ย์ท่เี กดิ ข้ึนในทวปี อเมริกำเหนอื และทวปี อเมริกำใต้ แนวทำงกำร

จดั กำรภัยพิบตั แิ ละกำรจดั กำรทรพั ยำกรและสง่ิ แวดล้อมในทวปี อเมรกิ ำเหนือ และทวีปอเมริกำใต้ อย่ำงย่ังยืน
ระบุควำมร่วมมือระหว่ำงประเทศทมี่ ีผลต่อกำรจดั กำรทรัพยำกรและสิ่งแวดลอ้ ม

โดยใช้กระบวนกำรคิด วิเครำะห์ กระบวนกลุ่ม กระบวนสืบค้น กระบวนกำรทำง

ประวัตศิ ำสตร์ กระบวนกำรทำงภูมศิ ำสตร์ กระบวนกำรทำงจริยธรรม กระบวนกำรประชำธิปไตยเพ่ือให้เกิด
ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร

เพื่อให้สามารถใชช้ วี ิตอย่างมีความสุขอยู่ในสังคมโลกได้ มีส่วนร่วมในการรับความคุ้มครอง
ความหลกั สทิ ธมิ นษุ ยชนในชุมชนของตน และเสนอแนวทำงกำรพฒั นำประชำธิปไตยตอ่ ไป มเี จตคติท่ีดีต่อวิชำ
สงั คมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ใฝเ่ รยี น ใฝ่รู้ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคำ่ นยิ มท่เี หมำะสม

ตวั ชี้วัด

ส 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/4, ม.3/5
ส 2.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ส 4.1 ม.3/1, ม.3/2

ส 4.2 ม.3/1 ,ม.3/2
ส 4.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/4

ส 5.1 ม.3/1 ,ม.3/2
ส 5.2 ม.3/3 ,ม.3/4 ม 3/3

รวมท้ังหมด 20 ตัวชวี้ ัด

หลักสูตรโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 105 ~

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รหสั ส 23102
รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

ภาคเรียนที่ 1 จานวน 0.5 หน่วยกิต 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำและใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ในกำรศึกษำวิเครำะห์เหตุกำรณ์สำคัญทำง
ประวัตศิ ำสตร์ไทยและศึกษำเร่ืองรำวท่เี กย่ี วขอ้ งกบั ตนเอง ครอบครัว และท้องถ่ินของตนตำมควำมสนใจ โดย

จัดทำโครงงำนทำงประวตั ศิ ำสตร์
โดยใช้ทักษะกำรสังเกต กำรสืบค้น กำรสำรวจ กำรวิพำกษ์ข้อมูล กำรวิเครำะห์ กำร

สงั เครำะห์ กำรสรำ้ งควำมร้ใู หม่ กำรใหเ้ หตผุ ล

เพื่อฝึกฝนทักษะกำรใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ 5 ข้ันตอนในกำรสืบค้นเร่ืองรำวต่ำง ๆ
อย่ำงเป็นระบบศกึ ษำวเิ ครำะห์พัฒนำกำรทำงประวตั ิศำสตร์ของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ในเรื่องเก่ียวกับกำร

สถำปนำกรุงเทพมหำนครเปน็ รำชธำนีไทย ปัจจัยท่ีส่งผลต่อควำมม่ันคงและควำมเจริญรุ่งเรือง บทบำทของ
พระมหำกษัตรยิ ไ์ ทยในรำชวงศจ์ ักรีในกำรสร้ำงสรรค์ควำมเจริญและควำมม่ันคงของชำติ พัฒนาการทางด้าน
การเมือง การปกครอง สังคมเศรษฐกิจในชุมชนของตน และควำมสัมพันธ์ระหว่ำงประเทศ ศึกษำวิเครำะห์

สำเหตปุ จั จยั และผลของเหตุกำรณส์ ำคญั ท่ีมีต่อกำรพัฒนำชำติไทย เช่น กำรทำสนธิสัญญำเบำว์ริงในรัชกำลที่
4 กำรปฏริ ูปประเทศในสมยั รชั กำลที่ 5 กำรเขำ้ รว่ มสงครำมโลกครงั้ ที่ 1 และคร้งั ที่ 2

ตัวชีว้ ัด
ส 4.1 ม.3/1 , ม.3/2

ส 4.2 ม.3/1 , ม.3/2
ส 4.3 ม.3/2 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4

รวมท้งั หมด 8 ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 106 ~

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รหัส ส 23104
รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน 0.5 หน่วยกิต 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำวิเครำะห์บทบำทของไทยในสังคมโลกต้ังแต่เปล่ียนแปลงกำรปกครองจนถึงปัจจุบัน

รวมท้งั วิเครำะห์ภมู ปิ ัญญำและวฒั นธรรมไทยในสมยั รตั นโกสินทร์ และวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่มีอิทธิพล
ตอ่ กำรพฒั นำและสรำ้ งสรรคช์ ำติไทย เพื่อใหเ้ ขำ้ ใจควำมเป็นมำของชำติไทย เกิดควำมรักและควำมภำคภูมิใจ

ในวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญำไทย ตระหนักและเห็นควำมสำคัญในบรรพบุรุษไทยท่ีได้ปกป้องและสร้ำงสรรค์
ควำมเจริญให้กับประเทศชำติจนถึงทุกวันน้ี ปัจจัยทำงภูมิศำสตร์ท่ีมีผลต่อพัฒนำกำรของภูมิภำคต่ำงๆของ
โลก และพัฒนำกำรทำงสังคม เศรษฐกิจ และกำรเมืองของภูมิภำคต่ำง ๆ โดยสังเขป (ยกเว้นเอเชีย) อิทธิพล

ของอำรยธรรมตะวนั ตกท่มี ตี อ่ พฒั นำกำรและกำรเปล่ยี นแปลงของสังคมโลกโดยสงั เขป วิเครำะห์ควำมร่วมมือ
และควำมขัดแยง้ ในคริสตศ์ ตวรรษที่ 20 เช่น สงครำมโลกครัง้ ที่ 1 คร้ังที่ 2 สงครำมเย็น องคก์ ำรควำมร่วมมือ

ระหวำ่ งประเทศ ตลอดจนควำมพยำยำมในกำรขจัดปญั หำควำมขดั แย้ง
โดยใช้ทักษะกำรรวบรวมข้อมูลใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ 5 ขั้นตอนใน กำรสืบค้น กำร

วเิ ครำะห์ กำรสังเครำะห์ กำรให้เหตผุ ลโดยใชท้ กั ษะกำรรวบรวมขอ้ มูล กำรสืบค้น กำรเชื่อมโยง กำรวิเครำะห์

กำรสังเครำะห์ กำรอธิบำย กำรสรุปควำม
เพื่อใหเ้ ขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถงึ ปัจจบุ ันทั้งด้านความสมั พนั ธช์ มุ ชนและ

การเปล่ียนแปลงอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ตระหนกั และเหน็ ควำมสำคญั ที่จะอย่รู ว่ มกนั อยำ่ งสงบสุข

ตวั ชว้ี ัด
ส 4.1 ม.3/1 , ม.3/2
ส 4.2 ม.3/1 , ม.3/2

ส 4.3 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4
รวมทงั้ หมด 8 ตัวช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 107 ~

ระดับประถมศกึ ษา คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหัส พ 11101 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา

รายวชิ าสขุ ศึกษาและพลศึกษา 1 ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1
จานวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวม 40 ชวั่ โมง/ปี

******************************

อธิบำย บอกเล่ำ ศึกษำวิเครำะห์ เปรียบเทียบ สรุป และบทบำทสมมุติ สำธิต เก่ียวกับ
ลักษณะหนำ้ ท่ี และกำรดแู ลรกั ษำภำยนอกทมี กี ำรเจรญิ เตบิ โต และพัฒนำกำรไปตำมวัย สมำชิกในครอบครัว

ควำมรักควำมผูกพันของสมำชิกในครอบครัว สิ่งท่ีชื่นชอบและควำมภำคภูมิใจในตนเอง ลักษณะควำม
แตกตำ่ งของเพศชำยและเพศหญงิ กำรปฏิบัตติ นตำมหลกั สขุ บัญญตั แิ ห่งชำติ ลักษณะอำกำรเจ็บป่วยท่ีเกิดข้ึน

กนั ตนเอง สิ่งท่ีทำใหเ้ กดิ อนั ตรำยภำยในบ้ำนและโรงเรียน อันตรำยที่เกิดจำกกำรเล่น กำรขอควำมช่วยเหลือ
เม่อื เกดิ เหตุร้ำยที่บ้ำนและโรงเรยี น

อธิบำย สำธิต ฝึกปฏิบัติ เล่นเกม กำรแก้ไขปัญหำ กำรตัดสินใจ กระบวนกำรกลุ่ม

เปรยี บเทียบ ศกึ ษำวิเครำะห์เกยี่ วกบั ธรรมชำติ กำรเคลอ่ื นไหวรำ่ ยกำรในชวี ติ ประจำวนั กจิ กรรมร่ำงกำยท่ีใช้
ในกำรเคลอ่ื นไหวตำมธรรมชำติ กำรออกกำลังกำยและกำรเล่นเกมเบ็ดเตล็ด การเล่มเกมพ้ืนบ้าน กฎ กติกำ

ขอ้ ตกลงในกำรเลน่ เกม เบ็ดเตล็ดโดยใช้กระบวนกำรฝึกปฏิบัติ กระบวนกำรและคิดวิเครำะห์ กระบวนกำร
แกป้ ัญหำ กระบวนกำรกลุ่ม

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทักษะในกำรเสริมสร้ำงสุขภำพเห็นคุณค่ำของตนเอง

ครอบครัว และเพ่อื น มีทักษะในกำรดำเนนิ ชวี ิต มวี นิ ัย เคำรพกฎกติกำ และมีน้ำใจนกั กฬี ำ

ตัวช้ีวดั
พ.1.1 ป. 1/1 , ป.1/ 2
พ.2.1 ป.1/1, ป.1/ 2 , ป.1/ 3

พ.3.1 ป.1/1 , ป.1/ 2
พ.3.2 ป.1/1 , ป.1/ 2

พ.4.1 ป.1/1, ป.1/ 2 , ป.1/ 3
พ.5.1 ป.1/1, ป.1/ 2 , ป.1/ 3
รวมทงั้ หมด 15 ตวั ชวี้ ดั

หลักสูตรโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 108 ~

ระดับประถมศึกษา คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหสั พ 12101 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา

รายวิชาสุขศึกษาและพลศกึ ษา 2 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2
จานวน 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์ รวม 40 ชว่ั โมง/ปี

******************************

สังเกต ศึกษำ อภิปรำยถึงควำมหมำย ควำมสำคัญของธรรมชำติ กำรเจริญเติบโต

พัฒนำกำรหนำ้ ทข่ี องอวัยวะต่ำง ๆ ลักษณะควำมแตกต่ำงระหว่ำงเพศชำยหญิง พฤติกรรมที่เหมำะสมกับ
เพศของตน ครอบครัว และหน้ำที่ของสมำชิกในครอบครัว พฤติกรรมทำงวัฒนธรรมไทย พฤติกรรมทำง
สุขภำพมีสุขนิสัยท่ีดี ในกำรรับประทำนอำหำร สุขนิสัยในกำรขับถ่ำย กำรบริโภคอำหำรท่ีมีประโยชน์

อำรมณ์ และกำรดูแลสุขภำพ กำรเกดิ อบุ ัติเหตุ กำรดูแลสุขภำพของตนเอง สำมำรถหลีกเลี่ยงและอุบัติเหตุ
สำมำรถอธิบำย และบอกผลของกำรรบั ประทำนอำหำร กำรขับถ่ำยกำรพักผ่อน ส่ิงแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อ

สุขภำพ โรคติดตอ่ และกำรปอ้ งกนั มีทกั ษะในกำรดูแลสุขภำพ รับประทำนอำหำรท่ีมีประโยชน์ รู้จักและ
เลือกอำหำรที่มปี ระโยชน์ หลีกเลยี่ งผลติ ภัณฑ์ที่เส่ียงต่อสุขภำพ กำรเกิดอุบัติเหตุ และกำรป้องกันอุบัติเหตุ
สำมำรถอธบิ ำยควำมหมำยควำมสำคัญต่อกำรปฐมพยำบำลเบ้ืองต้น กำรใช้ยำ ปฏิบัติช่วยเหลือดูแลตนเอง

จำกอบุ ตั เิ หตไุ ด้อย่ำงถกู ตอ้ ง
ศึกษำ อภิปรำย ควำมหมำยควำมสำคัญในกำรออกกำลังกำย กำรเคลื่อนไหวร่ำงกำย

การเล่นเกมพื้นบ้าน กจิ กรรมทำงกำย ฝกึ ปฏิบัติตำมระเบียบ กฎ กติกำ ในกำรเล่นเป็นกลุ่ม ฝึกปฏิบัติใน
กำรออกกำลังกำย กำรเคลื่อนไหว กำรเล่นเกม

เพ่ือให้ผู้เรียนรักกำรเรียนรู้ในวิชำสุขศึกษำและพลศึกษำ ให้มีสุขภำพดี ดูแลเอำใจใส่

สุขภำพตนเอง รักครอบครัว รักกำรออกกำลังกำย มีระเบียบวินัย เคำรพสิทธิผู้อื่น มีน้ำใจเป็นนักกีฬำ
รู้จกั เสียสละ สำมำรถอยูร่ ว่ มกบั ผอู้ ืน่ ในสงั คมไดอ้ ย่ำงมคี วำมสุข แนะนำควำมรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่ำง

เหมำะสม ใชว้ ชิ ำสขุ ศึกษำและพลศกึ ษำเปน็ พ้นื ฐำนในกำรเรียนรูว้ ิชำอื่น ๆ

ตัวชวี้ ัด

พ 1.1 ป.2/1 ป.2/2
พ 2.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4
พ 3.1 ป.2/1 ป.2/2
พ 3.2 ป.2/1 ป.2/2
พ 4.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5
พ 5.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5

รวมทั้งหมด 20 ตวั ชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 109 ~

ระดับประถมศกึ ษา คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหัส พ 13101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา

รายวชิ าสุขศกึ ษาและพลศึกษา 3 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
จานวน 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ รวม 40 ชวั่ โมง/ปี

******************************

จำแนก เลอื ก ระบุ เปรยี บเทยี บ อธิบำย ลักษณะกำรเจริญเติบโตร่ำงกำยของตนเองกับ
เกณฑ์มำตรฐำน และปัจจัยท่ีมีผลต่อกำรเจริญเติบโต สร้ำงสัมพันธภำพในครอบครัวและกลุ่มเพ่ือน

หลีกเลยี่ งพฤตกิ รรมท่ีนำไปสู่กำรถูกล่วงละเมิดทำงเพศ เคลื่อนไหวร่ำงกำยแบบบังคับทิศทำงในกำรเล่นเกม
เบ็ดเตล็ด เลือกออกกำลังกำย การละเล่นพ้ืนเมืองโดยปฏิบัติตำมกฎกติกำ และข้อตกลงได้ด้วยตนเอง
กินอำหำรที่หลำกหลำยครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนท่ีเหมำะสม แปรงฟันให้สะอำดอย่ำงถูกวิธี เสริมสร้ำง

สมรรถภำพทำงกำยได้ตำมคำแนะนำ ปฏิบัติตนเพื่อควำมปลอดภัยจำกอุบัติเหตุในบ้ำน โรงเรียนและ
กำรเดนิ ทำง ปฐมพยำบำลเมื่อบำดเจ็บจำกกำรเลน่

โดยใชก้ ระบวนกำรฝึกทักษะ ปฏิบัติตนเพื่อให้เกิดองค์ควำมรู้ควำมเข้ำใจท่ีถูกต้อง ในกำร
ดำเนินชีวิตประจำวนั

เห็นคุณค่ำของตนเอง มชี วี ิตอยู่ร่วมกับผ้อู น่ื ในสงั คมไดอ้ ย่ำงปกตสิ ขุ มีประสิทธภิ ำพ คุณธรรม

จริยธรรม และค่ำนยิ มทเ่ี หมำะสม

ตวั ชวี้ ดั
พ.1.1 ป 3/1 , ป 3/2 , ป 3/3
พ.2.1 ป 3/1 ,ป 3/2 , ป 3/3

พ.3.1 ป 3/1 ,ป 3/2
พ.3.2 ป 3/1 ,ป 3/2

พ.4.1 ป 3/1 ,ป 3/2 , ป 3/3, ป 3/4 ,ป 3/5
พ.5.1 ป 3/1 ,ป 3/2 , ป 3/3

รวมท้งั หมด 18 ตัวชีว้ ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 110 ~

ระดับประถมศกึ ษา คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
รหัส พ 14101 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

รายวิชาสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 4 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
จานวน 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ รวม 80 ช่ัวโมง/ปี

******************************

ศกึ ษำ สังเกต เปรียบเทียบ เกยี่ วกบั กำรเจริญเติบโตและพัฒนำกำรของมนุษย์ทั้งทำงด้ำน
ร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์ สังคม จิตวิญญำณ สำมำรถดำเนินชีวิตอยู่ในครอบครัว สังคมอย่ำงมีควำมสุข

เห็นคณุ ค่ำของชีวิต รู้จักป้องกันและหลีกเล่ียงโรค สำรเสพติด มีหลักในกำรเสริมสร้ำงสุขภำพ มีคุณธรรม
จริยธรรม และคำ่ ธรรมเนียมเกย่ี วกบั สขุ ภำพและควำมปลอดภยั ในชวี ติ

ฝึกปฏิบัติ กำรเคลื่อนไหว กำรออกกำลังกำย ประเภทของกิจกรรมพลศึกษำ เกม
การละเล่นพื้นบ้าน และชนดิ ของกีฬำ ท้ังกีฬำไทยและกีฬำสำกล มีน้ำใจเป็นนักกีฬำ มีวินัย เคำรพในสิทธิ
และกตกิ ำโดยใช้ทักษะกำรรวบรวมข้อมูล ทักษะทำงสุขภำพ ทักษะทำงปฏิเสธ กระบวนกำรคิด วิเครำะห์
กระบวนกำรฝกึ ปฏิบัตทิ ำงพลศึกษำ

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทักษะในกำรเสริมสร้ำงสุขภำพ เห็นคุณค่ำของตนเอง

ครอบครวั และเพอ่ื น มที ักษะในกำรดำเนินชีวิต มวี นิ ัย เคำรพกฎ กติกำ และมีน้ำใจเปน็ นกั กีฬำ

ตัวชีว้ ดั

พ 1.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3
พ.2.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3
พ.3.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3 , ป.4/4
พ.3.2 ป.4/1 , ป.4/2
พ.4.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3 , ป.4/4
พ.5.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3

รวมทงั้ หมด 19 ตัวชีว้ ัด

หลักสตู รโรงเรยี นวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 111 ~

ระดบั ประถมศกึ ษา คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหัส พ 15101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา

รายวิชาสขุ ศึกษาและพลศึกษา 5 ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
จานวน 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ รวม 80 ชั่วโมง/ปี

******************************

แสดงพฤตกิ รรม จัดรูปแบบ ปฏบิ ัติ วิเครำะห์ อธบิ ำย ควำมสำคัญของระบบยอ่ ยอำหำร
และระบบขับถ่ำยทีม่ ีผลตอ่ สขุ ภำพ กำรเจรญิ เติบโตและพฒั นำกำร กำรเปลี่ยนแปลงทำงเพศกำรวำงตวั

ทเ่ี หมำะสมกับเพศตำมวฒั นธรรมไทย ควำมสำคัญของกำรมีครอบครวั ทอ่ี บอุน่ พฤตกิ รรมทพ่ี ึงประสงค์และ
ไมพ่ ึงประสงคใ์ นกำรแก้งไขปญั หำควำมขดั แย้งครอบครวั และกลุ่มเพ่ือน เคลอื่ นไหวแบบผสมผสำนและ

ควบคมุ ตนเอง กำรเคล่อื นไหวในเรอ่ื งกำรรับแรงกำรใชแ้ รง และควำมสมดลุ กลไกในกำรปฏิบตั ิกิจกรรมทำง
กำย เกมการละเลน่ พื้นบา้ นและเล่นกีฬาไทย กฬี ำสำกล ประเภทบุคคลและประเภททีม ออกกำลังกำยอย่ำง
มรี ปู แบบ เล่นเกมใช้ทักษะกำรคดิ และตัดสนิ ใจ สรำ้ งทำงเลือกในวธิ ีปฏบิ ัตขิ องตนเองอย่ำงหลำกหลำย มี

น้ำใจนกั กีฬำ ไม่ละเมดิ สิทธผิ ้อู ่นื และยอมรับในควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งบคุ คล ในกำรเล่นเกมและกฬี ำ เห็น
ควำมสำคัญของกำรปฏบิ ตั ติ นตำมสขุ บัญญตั แิ หง่ ชำติ ตัดสนิ ใจเลือกซือ้ อำหำรและผลิตภณั ฑอ์ ยำ่ งมเี หตุผล

ป้องกันโรคทพี่ บบอ่ ยในชีวิตประจำวนั ปรบั ปรงุ สมรรถภำพทำงกำยตำมแบบทดสอบสมรรถภำพทำงกำย
กำรใชย้ ำและสำรเสพติดทีม่ ีผลตอ่ รำ่ งกำยจิตใจ อำรมณส์ งั คมและสติปัญญำ

โดยใช้กระบวนกำรทักษะปฏิบัติกำรคิดวิเครำะห์ ตัดสินใจและกำรแก้ปัญหำ กำรสำรวจ

สอบและกำรอภปิ รำยเพ่อื ให้เกิดควำมร้คู วำมเขำ้ ใจ มีควำมสำมรถในกำรคดิ วิเครำะห์
เห็นคุณคำ่ และนำควำมรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม ค่ำนิยมทีเ่ หมำะสมและ

ถูกตอ้ ง

ตัวชว้ี ดั ป 5/2
พ.1.1 ป 5/1 , ป 5/2 , ป 5/3
พ.2.1 ป 5/1 ,
พ.3.1 ป 5/1 , ป 5/2 , ป 5/3 , ป 5/4 , ป 5/5
พ.3.2 ป 5/1 , ป 5/2 , ป 5/3 , ป 5/4
พ.4.1 ป 5/1 , ป 5/2 , ป 5/3 , ป 5/4
พ.5.1 ป 5/1 ,
ป 5/2 , ป 5/3 , ป 5/4 , ป 5/5

รวมทั้งหมด 23 ตัวช้ีวัด

หลักสตู รโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 112 ~

ระดบั ประถมศกึ ษา คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัส พ 16101 กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

รายวชิ าสขุ ศึกษาและพลศึกษา 6 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
จานวน 2 ชัว่ โมง/สัปดาห์ รวม 80 ชั่วโมง/ปี

******************************

จำแนก ระบุ วเิ ครำะห์ อธบิ ำยควำมสำคัญวธิ ีกำรดูแลรักษำระบบสบื พนั ธ์ุ ระบบไหวเวียน
โลหติ และระบบหำยใจใหท้ ำงำนตำมปกตสิ ร้ำงและรกั ษำสัมพันธภำพกบั ผอู้ ่นื พฤติกรรมเส่ียงที่นำไปสู่กำรมี

เพศสมั พันธก์ ำรตดิ เชื้อและกำรตง้ั ครรภ์ก่อนวัยอันควร หลักกำรเคล่อื นไหวในเร่ืองกำรรับแรงกำรใช้แรง และ
ควำมสมดุลในกำรเคล่ือนไหวร่ำงกำยเล่นเกม การละเล่นพ้ืนบ้าน กีฬำไทย กีฬำสำกล ใช้ทักษะกลไก
ปรับปรุงเพ่ิมพูนควำมสำมำรถของตนเองและผู้อื่นในกำรเล่นกีฬำ หลักกำรออกกำลังกำยเพื่อสุขภำพ

สมรรถภำพทำงกำยและกำรสร้ำงเสรมิ บุคลิกภำพ เลน่ เกมท่ีใช้ทักษะกำรวำงแผน เพ่ิมพูนทกั ษะกำรออกกำลัง
กำยและเคล่อื นไหวอย่ำงเปน็ ระบบ เลน่ กฬี ำทชี่ ืน่ ชอบและประเมนิ ทักษะกำรเล่นของตนเปน็ ปกติ ปฏิบัติตำม

กฎกติกำ โดยคำนงึ ถึงควำมปลอดภยั ของตนและผู้อืน่ เล่นเกมและกีฬำดว้ ยควำมสำมัคคีมีน้ำใจนักกีฬำแก้ไข
ปัญหำส่ิงแวดล้อมท่ีมีผลต่อสุขภำพผลกระทบท่ีเกิดจำกกำรระบำดของโรค และเสนอแนวทำงกำรป้องกัน
โรคตดิ ต่อทสี่ ำคญั ท่พี บในประเทศไทย สร้ำงเสริมและปรบั ปรุงสมรรถภำพทำงกำยเพ่ือสุขภำพอย่ำงต่อเน่ือง

ผลกระทบจำกควำมรนุ แรงของภัยธรรมชำติท่ีมตี ่อรำ่ งกำยจติ ใจ และสงั คม ปฏบิ ตั ติ นเพ่ือควำมปลอดภัยจำก
ธรรมชำติ สำเหตขุ องกำรติดสำรเสพตดิ และชกั ชวนผอู้ น่ื หลีกเล่ียงสำรเสพติด

โดยใช้กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ มีเหตุผล กำรปฏิบัติตน และอภิปรำยเพื่อให้เกิดควำมรู้
ควำมเขำ้ ใจ มคี วำมสำมำรถในกำรตัดสนิ ใจ ท่ีจะนำควำมรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั

เห็นคุณค่ำของตนเอง ดำเนินชีวิตอยู่ร่วมในสังคมอย่ำงปกติสุขมีประสิทธิภำพ คุณธรรม

จริยธรรม และคำ่ นิยมท่เี หมำะสม

ตวั ชีว้ ดั
พ.1.1 ป 6/1 ,ป 6/2
พ.2.1 ป 6/1 ,ป 6/2

พ.3.1 ป 6/1 ,ป 6/2 , ป 6/3 , ป 6/4 , ป 6/5
พ.3.2 ป 6/1 ,ป 6/2 , ป 6/3 , ป 6/4 , ป 6/5 , ป 6/6

พ.4.1 ป 6/1 ,ป 6/2 , ป 6/3 , ป 6/4
พ.5.1 ป 6/1 ,ป 6/2 , ป 6/3

รวมท้ังหมด 22 ตัวช้วี ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 113 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กลุม่ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
รหสั พ 21101
รายวชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1

ภาคเรียนที่ 1 จานวน 1 หน่วยกติ 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์

******************************
สุขศึกษา

ศึกษำควำมสำคัญของระบบประสำท และระบบต่อมไร้ท่อท่ีมีผลต่อสขุ ภำพ กำรเจริญเติบโต

และพัฒนำกำรของวัยรุ่น ดูแลรักษำระบบประสำท และระบบต่อมไร้ท่อให้ทำงำนตำมปกติ ภำวะกำร

เจริญเตบิ โตทำงร่ำงกำยของตนเองกับเกณฑม์ ำตรฐำน กำรพัฒนำตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย วิธีกำรปรับตัว

ตอ่ กำรเปลีย่ นแปลงทำงร่ำงกำยจิตใจ อำรมณ์ และพฒั นำกำรทำงเพศอยำ่ งเหมำะสม กำรป้องกันตนเองจำก

กำรถกู ล่วงละเมิดทำงเพศ
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ พัฒนำกำรของมนุษย์ กำรปรับตัวกำรเปลี่ยนแปลงร่ำงกำย

อำรมณ์ และพฒั นำกำรทำงเพศ สำมำรถปฏิบตั ิตนใหป้ ลอดภยั จำกโรคต่ำงๆใหก้ ับตนเอง ครอบครวั
พลศกึ ษา

ศึกษำเพ่ิมพูนควำมสำมำรถของตนตำมหลักกำรเคลื่อนไหวท่ีใช้ทักษะกลไก และทักษะ
พ้ืนฐำนท่ีนำไปสู่กำรพัฒนำทักษะในการเล่นเกมการละเล่นพื้นบ้าน กีฬำ กีฬำไทย กีฬำสำกล กิจกรรม
นันทนำกำร กิจกรรมสมรรถภำพ

โดยปฏิบัติกำรเพ่ิมพุนควำมสำมำรถของตนตำมหลักกำรเคลื่อนไหว ที่ใช้ทักษะกลไกลและ
ทกั ษะพ้ืนฐำน เพือ่ พัฒนำทกั ษะในการเล่นเกมการละเล่นพ้นื บา้ น กฬี ำไทย กฬี ำสำกล โดยมีรูปแบบวิธีกำร
รุกและป้องกนั ในกำรเล่นกีฬำ กิจกรรมนนั ทนำกำร กิจกรรมสมรรุภำพ นำควำมรแู้ ละหลกั กำรที่ได้รับไปใช้
ในชีวิตประจำวนั เนน้ กระบวนกำรทำงพลศึกษำ 5 ขัน้ ตอน

ปฏิบัติตำมกฎ กติกำ ในกำรเล่นเกมกำรละเล่นพื้นบ้ำนและกำรแข่งขันกีฬำ กำรทำงำน
เป็นทีม กำรยอมรับควำมสำมำรถและควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล เห็นควำมสำคัญของกำรออกกำลังกำย
และกำรเล่นกฬี ำ มรี ะเบยี บวนิ ยั มีน้ำใจนักกีฬำ

ตวั ชีว้ ัด

พ 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
พ 2.1 ม.1/1, ม.1/2
พ 3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
พ 3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6

รวมทั้งหมด 15 ตวั ช้วี ดั

หลักสูตรโรงเรยี นวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 114 ~

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
รหัส พ 21102
รายวชิ าสขุ ศึกษาและพลศึกษา ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1

ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 1 หนว่ ยกิต 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์

******************************
สขุ ศึกษา

ศึกษำอำหำรท่ีเหมำะสมกับวัย โภชนำกำรที่มีผลกระทบต่อสุขภำพ น้ำหนักเกณฑ์
มำตรฐำนสมรรถภำพทำงกำย ปฐมพยำบำลและเคลื่อนย้ำยผู้ป่วยอย่ำงปลอดภัย อำกำรของผู้ติดสำรเสพ
ติดและกำรป้องกันกำรติดสำรเสพตดิ กำรใช้สำรเสพติดกับกำรเกิดโรคและอุบัติเหตุ กำรลด ละ เลิก สำร

เสพตดิ โดยใชท้ กั ษะตำ่ ง ๆ
โดยใช้กระบวนกำรวิเครำะห์ อภิปรำย อธิบำย กำรศึกษำคน้ คว้ำ กำรทดสอบ

กำรปรับตวั กำรตัดสนิ ใจ
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ พัฒนำกำรของมนุษย์ กำรปรับตัวกำรเปล่ียนแปลงร่ำงกำย

อำรมณ์ และพัฒนำกำรทำงเพศ สำมำรถปฏบิ ตั ติ นให้ปลอดภัยจำกโรคตำ่ งๆใหก้ บั ตนเอง ครอบครวั

พลศึกษา
ศึกษำเพิ่มพูนควำมสำมำรถของตนตำมหลักกำรเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไก และทักษะ

พ้ืนฐำนท่ีนำไปสู่กำรพัฒนำทักษะกำรเล่นกีฬำ กีฬำไทย กีฬำสำกล กิจกรรมนันทนำกำร กิจกรรม
สมรรถภำพ

โดยปฏิบัติกำรเพิ่มพุนควำมสำมำรถของตนตำมหลักกำรเคล่ือนไหว ท่ีใช้ทักษะกลไกลและ

ทักษะพน้ื ฐำน เพ่ือพฒั นำทกั ษะกำรเล่นกีฬำไทย กีฬำสำกล โดยมีรูปแบบวิธีกำรรุกและป้องกันในกำรเล่น
กีฬำ กจิ กรรมนันทนำกำร กจิ กรรมสมรรถภำพ นำควำมรู้และหลักกำรท่ีได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวัน เน้น

กระบวนกำรทำงพลศกึ ษำ 5 ขน้ั ตอน
ปฏิบัติตำมกฎ กติกำ กำรเล่นเกม การละเล่นพ้ืนบ้าน และกำรแข่งขันกีฬำ กำรทำงำน

เป็นทมี กำรยอมรับควำมสำมำรถและควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล เห็นควำมสำคัญของกำรออกกำลังกำย

และกำรเล่นกีฬำ มรี ะเบียบวินยั มีน้ำใจนักกฬี ำ

ตวั ช้วี ัด
พ 3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
พ 3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6

พ 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 , ม.1/4
พ 5.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 , ม.1/4

รวมทั้งหมด 17 ตัวชี้วดั

หลักสูตรโรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 115 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
รหสั พ 22101
รายวิชาสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2

ภาคเรียนที่ 1 จานวน 1 หน่วยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

******************************

สขุ ศกึ ษา

ศึกษำกำรเปลี่ยนแปลงด้ำนร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์ สังคม และ สติปัญญำในวัยรุ่น
ผลกระทบต่อกำรเจริญเติบโต และพัฒนำกำรด้ำนร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์ สังคม และสติปัญญำ ในวัยรุ่น

ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อ เจตคติในเร่ืองเพศปัญหำและผลกระทบที่เกิดจำกกำรมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน กำร
ป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงจำกโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ เอดส์ และกำรตั้งครรภ์โดยไม่พึงประส งค์
ควำมสำคญั ของควำมเสมอภำคทำงเพศ และวำงตวั ไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม

โดยใช้กระบวนกำรวิเครำะห์ อภิปรำย อธิบำย กำรศึกษำค้นคว้ำ กำรทดสอบ กำร
ปรับตัวกำรตดั สินใจ

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ พัฒนำกำรของมนุษย์ กำรปรับตัวกำรเปล่ียนแปลงร่ำงกำย
อำรมณ์ และพัฒนำกำรทำงเพศ สำมำรถปฏบิ ตั ิตนให้ปลอดภัยจำกโรคต่ำงๆให้กบั ตนเอง ครอบครวั
พลศึกษา

ศกึ ษำนำผลกำรปฏิบตั ิตนเกี่ยวกับทักษะกลไก มำสรุปเป็นวิธีทเ่ี หมำะสมในบริบทของตนเอง
กำรเล่นกีฬำไทย กีฬำสำกล โดยมีรูปแบบ วิธีกำรรุกและกำรป้องกันในกำรเล่นกีฬำ เปรียบเทียบ

ประสิทธิภำพของกำรเคล่ือนไหว ที่ส่งผลต่อกำรเล่นกีฬำและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ร่วมกิจกรรม
นนั ทนำกำร กจิ กรรมสมรรถภำพ นำควำมรู้และหลักกำรที่ไดร้ บั ไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน

โดยปฏิบัติทักษะกลไกที่เหมำะสมในบริบทของตนเอง ในการเล่นเกมการละเล่นพื้นบ้าน

เลน่ กฬี ำไทย กีฬำสำกล โดยมีรูปแบบวธิ ีกำรรกุ กำรปอ้ งกัน กำรเคลอื่ นไหวมผี ลต่อกำรเล่นกีฬำและกิจกรรม
ในชวี ิตประจำวัน กจิ กรรมนนั ทนำกำร กิจกรรมสมรรถภำพ เนน้ กระบวนกำรของพลศกึ ษำ 5 ขั้นตอน

ปฏิบัติตำมกฎ กติกำ ในกำรเล่นเกมกำรละเล่นพ้ืนบ้ำน เกมและกำรแข่งขันกีฬำ
กำรทำงำนเปน็ ทมี กำรยอมรบั ควำมสำมำรถ และควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลเห็นควำมสำคัญของกำรออก
กำลังกำยและกำรเล่นกีฬำ มีระเบียบวินัย มนี ำ้ ใจนกั กีฬำ

ตัวชี้วัด

พ 1.1 ม.1/1, ม.1/1
พ 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
พ 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4

พ. 3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
รวมทั้งหมด 15 ตวั ช้ีวัด

หลักสตู รโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 116 ~

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ กลุม่ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
รหัส พ 22102
รายวชิ าสุขศึกษาและพลศกึ ษา ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2

ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 1 หน่วยกติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์

******************************
สขุ ศกึ ษา

ศึกษำบริกำรทำงสุขภำพ กำรใชเ้ ทคโนโลยีท่ีมตี ่อสขุ ภำพ ควำมเจริญก้ำวหน้ำทำงกำรแพทย์
ควำมสมั พันธข์ องภำวะสมดุลระหว่ำงสุขภำพกำยและสุขภำพจิต อำกำรเบื้องต้นของผู้มีปัญหำสุขภำพจิต วิธี
ปฏิบัตติ นเพือ่ จดั กำรกับอำรมณ์และควำมเครียด สมรรถภำพทำงกำย แหล่งที่ช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ติดสำรเสพ

ติด พฤติกรรมเสีย่ งและสถำนกำรณ์เสยี่ ง กำรป้องกนั ตนเองและหลกี เล่ียงสถำนกำรณค์ บั ขนั
โดยใช้กระบวนกำรวิเครำะห์ อภิปรำย อธิบำย กำรศึกษำค้นคว้ำ กำรทดสอบ กำรปรับตัว

กำรตดั สนิ ใจ
เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ พัฒนำกำรของมนุษย์ กำรปรับตัวกำรเปลี่ยนแปลงร่ำงกำย

อำรมณ์ และพัฒนำกำรทำงเพศ สำมำรถปฏิบตั ติ นให้ปลอดภัยจำกโรคต่ำงๆให้กบั ตนเอง ครอบครัว

พลศกึ ษา
ศกึ ษำนำผลกำรปฏบิ ตั ิตนเกยี่ วกับทกั ษะกลไก มำสรปุ เป็นวธิ ีที่เหมำะสมในบริบทของตนเอง

กำรเล่นกีฬำไทย กีฬำสำกล โดยมีรูปแบบ วิธีกำรรุกและกำรป้องกันในกำรเล่นกีฬำ เปรียบเทียบ
ประสิทธิภำพของกำรเคลื่อนไหว ท่ีส่งผลต่อกำรเล่นกีฬำและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ร่วมกิจกรรม
นนั ทนำกำร กิจกรรมสมรรถภำพ นำควำมรูแ้ ละหลกั กำรทไี่ ดร้ บั ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั

โดยปฏิบัติทักษะกลไกท่ีเหมำะสมในบริบทของตนเอง ในการเล่นเกมการละเล่นพื้นบ้าน
เล่นกีฬำไทย กีฬำสำกล โดยมีรูปแบบวิธีกำรรุก กำรป้องกัน กำรเคลื่อนไหวมีผลต่อกำรเล่นกีฬำและ

กิจกรรมในชีวิตประจำวัน กิจกรรมนันทนำกำร กิจกรรมสมรรถภำพ เน้นกระบวนกำรของพลศึกษำ 5
ขั้นตอน

ปฏิบัติตำมกฎ กติกำ การเล่นเกมการละเล่นพื้นบ้าน กำรเล่นเกมและกำรแข่งขันกีฬำ

กำรทำงำนเปน็ ทีม กำรยอมรับควำมสำมำรถ และควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลเห็นควำมสำคัญของกำรออก
กำลงั กำยและกำรเล่นกีฬำ มรี ะเบียบวินยั มนี ้ำใจนักกีฬำ

ตัวชีว้ ัด
พ 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
พ 3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
พ 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6 ,ม.2/7
พ 5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3

รวมท้งั หมด 19 ตวั ชีว้ ดั

หลักสูตรโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 117 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
รหัส พ 23101
รายวิชาสขุ ศึกษาและพลศึกษา ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3

ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 1 หน่วยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์

******************************

สุขศึกษา
ศึกษำกำรเปลย่ี นแปลงทำงด้ำนร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์ สังคม และสติปัญญำ แต่ละช่วงของ

ชีวิต อิทธิพลและควำมคำดหวังของสังคมต่อกำรเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น ส่ือโฆษณำ ที่มีอิทธิพลต่อกำร

เจริญเติบโตและพัฒนำกำรของวัยรุ่น อนำมัยแม่และเด็ก กำรวำงแผนครอบครัว และกำรปฏิบัติตนที่
เหมำะสม ผลกระทบตอ่ กำรต้ังครรภ์ แนวทำงป้องกัน แก้ไขควำมขัดแย้งในครอบครัว

โดยใช้กระบวนกำรวิเครำะห์ อภิปรำย อธิบำย กำรศึกษำค้นคว้ำ กำรทดสอบ กำรปรับตัว
กำรตัดสินใจ

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ พัฒนำกำรของมนุษย์ กำรปรับตัวกำรเปลี่ยนแปลงร่ำงกำย

อำรมณ์ และพัฒนำกำรทำงเพศ สำมำรถปฏบิ ตั ติ นให้ปลอดภยั จำกโรคตำ่ งๆให้กับตนเอง ครอบครัว
พลศึกษา

ศึกษาการเลน่ เกมการละเล่นพ้ืนบ้าน กีฬำไทย กีฬำสำกล อย่ำงละ 1 ชนิด โดยให้เทคนิค
ที่เหมำะสมกับตนเอง นำหลักกำรควำมรู้ ทักษะกำรเคลื่อนไหว กิจกรรมทำงกำย ไปใช้สร้ำงเสริมสุขภำพ
อยำ่ งต่อเนอื่ ง นำควำมรดู้ ำ้ นนนั ทนำกำรไปขยำยผลกบั ผ้อู ่ืน

โดยปฏิบัติทักษะกำรเล่นกีฬำไทย กีฬำสำกล นำทักษะกำรเคล่ือนไหว กิจกรรมทำงกำย
กำรเล่นกีฬำไปใช้สร้ำงเสริมสุขภำพตนเอง ปฏิบัติกำรร่วมกิจกรรมนันทนำกำร เน้นกระบวนกำรทำงพล

ศึกษำ 5 ขั้นตอน
ปฏิบัติตำมกฎ กติกำ และข้อตกลง มีมำรยำทในกำรเล่นและดูกีฬำ ปฏิบัติกลวิธีกำรรุก

กำรป้องกนั ในกำรเลน่ กฬี ำ มีระเบียบวนิ ยั มีน้ำใจนกั กฬี ำ

ตัวช้วี ัด

พ 1.1 ม.1/1, ม.3/2, ม.3/3
พ 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
พ 3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3

พ 3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
รวมทงั้ หมด 14 ตวั ช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 118 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรียนร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา
รหัส พ 23102
รายวิชาสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3

ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 1 หน่วยกิต 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์

******************************

สุขศกึ ษา
ศกึ ษำอำหำรที่เหมำะสมกับวัยต่ำง ๆ โดยคำนึงถึงควำมประหยัดและคุณค่ำทำงโภชนำกำร

แนวทำงปอ้ งกนั โรคที่เป็นสำเหตุสำคญั ของกำรเจบ็ ป่วยและกำรตำยของคนไทย แนวทำง แก้ไขปัญหำสุขภำพ

ในชมุ ชน กำรออกกำลังกำย กำรพักผ่อนและกำรสรำ้ งเสริมสมรรถภำพทำงกำย สมรรถภำพทำงกำย และ
พฒั นำไดต้ ำมควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล ปัจจัยเส่ียง และพฤติกรรมเสี่ยงท่ีมีผลต่อสุขภำพและแนวทำงป้องกัน

กำรหลีกเลี่ยงกำรใช้ควำมรุนแรงในกำรแก้ปัญหำ อิทธิพลของส่ือต่อพฤติกรรมสุขภำพและควำมรุนแรง
ควำมสัมพันธ์ของกำรด่มื เคร่ืองดื่มท่ีมีแอลกอฮอล์ต่อสุขภำพและกำรเกิดอุบัติเหตุ กำรช่วยฟ้ืนคืนชีพอย่ำงถูก
วิธี

โดยใช้กระบวนกำรวิเครำะห์ อภิปรำย อธิบำย กำรศึกษำค้นคว้ำ กำรทดสอบ กำรปรับตัว
กำรตัดสนิ ใจ

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ พัฒนำกำรของมนุษย์ กำรปรับตัวกำรเปล่ียนแปลงร่ำงกำย
อำรมณ์ และพัฒนำกำรทำงเพศ สำมำรถปฏิบตั ติ นใหป้ ลอดภยั จำกโรคต่ำงๆให้กับตนเอง ครอบครัว
พลศกึ ษา

ศึกษำกำรเลน่ กีฬำไทย กฬี ำสำกล อย่ำงละ 1 ชนิด โดยให้เทคนิคที่เหมำะสมกับตนเอง
นำหลักกำร ควำมรู้ ทกั ษะกำรเคลื่อนไหว กจิ กรรมทำงกำย ไปใช้สร้ำงเสริมสุขภำพอย่ำงต่อเน่ือง นำควำมรู้

ด้ำนนนั ทนำกำรไปขยำยผลกับผูอ้ ่นื
โดยปฏิบัติทักษะการเล่นเกมการละเล่นพ้ืนบ้าน กีฬำไทย กีฬำสำกล นำทักษะกำร

เคล่อื นไหว กิจกรรมทำงกำย กำรเลน่ กฬี ำไปใช้สรำ้ งเสรมิ สุขภำพตนเอง ปฏิบัติกำรร่วมกิจกรรมนันทนำกำร

เนน้ กระบวนกำรทำงพลศึกษำ 5 ขนั้ ตอน
ปฏิบัติตำมกฎ กติกำ และข้อตกลง มีมำรยำทในกำรเล่นและดูกีฬำ ปฏิบัติกลวิธีกำรรุก

กำรปอ้ งกันในกำรเล่นกีฬำ มรี ะเบยี บวินัย มีน้ำใจนกั กฬี ำ

ตวั ช้วี ัด
พ 3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3

พ 3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
พ 4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

พ 5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
รวมท้ังหมด 18 ตัวชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 119 ~

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดับประถมศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
รหัส ศ 11101
รายวชิ าศิลปะ 1 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1

จานวน 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ รวม 80 ช่ัวโมง/ปี

******************************

ศึกษำเก่ียวกับรูปร่ำงลักษณะและขนำดของส่ิงต่ำงๆ รอบตัวในธรรมชำติและสิ่งท่ีมนุษย์
สร้ำงขึ้น ระบำยสีภำพธรรมชำติ พื้นฐำนในกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ สร้ำงงำนทัศนศิลป์โดยกำรทดลองสีด้วย

เทคนิคง่ำย ๆ ภำพธรรมชำติในชีวิตประจำวัน ส่ิงต่ำงๆ สำมำรถก่อกำเนิดเสียงที่แตกต่ำงกัน ลักษณะของ
เสียง ดัง – เบำ และควำมช้ำ เร็ว ของจังหวะ คำ บทกลอน ร้องเพลง แบบใช้คำง่ำย ๆ ท่ีใช้ในชีวิตใน
ชีวิตประจำวัน เพลงในท้องถิ่นและส่ิงที่ช่ืนชอบในดนตรีท้องถิ่น กำรเคล่ือนไหวท่ำทำงง่ำย ๆ เพ่ือส่ือ

ควำมหมำยแทนคำพดู ร่วมแสดงกำรละเลน่ ของเด็กและนำฏศลิ ป์ไทย
อภิปรำยเกี่ยวกับรปู ร่ำงลกั ษณะและขนำดของส่ิงต่ำงๆ รอบตัวในธรรมชำติและส่ิงท่ีมนุษย์

สรำ้ งขนึ้ ระบำยสีภำพธรรมชำติ มีทกั ษะพ้ืนฐำนในกำรใช้วัสดุ อปุ กรณ์ สรำ้ งงำนทัศนศิลป์โดยกำรทดลองสี
ด้วยเทคนิคง่ำย ๆ ระบุงำนทัศนศิลป์ในชีวิตประจำวัน เช่น การวาดภาพฝาผนังวัดในชุมชน รู้ส่ิงต่ำงๆ
สำมำรถกอ่ กำเนิดเสียงที่แตกต่ำงกัน บอกลักษณะของเสียง ดัง – เบำ และควำมช้ำ เร็ว ของจังหวะ ควำม

เกี่ยวข้องของเพลงท่ีใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ระบุส่ิงที่ชื่นชอบในดนตรที อ้ งถิ่น เพลงในท้องถิ่น เพลงพ้ืนเมือง ท่อง
บทกลอน ร้องเพลง เล่ำเพลงในท้องถ่ินโดยใช้คำง่ำย ๆ ของตนเอง เลียนแบบกำรเคล่ือนไหว แสดง

ทำ่ ทำงง่ำย ๆ เพ่อื ส่ือควำมหมำยแทนคำพูด ระบแุ ละเลน่ กำรละเล่นของเด็กและนำฏศิลปไ์ ทย
แสดงควำมรู้สึกที่มีต่อธรรมชำติ และส่ิงแวดล้อมรอบตัว กำรมีส่วนร่วมในกิจกรรมดนตรี

อย่ำงสนกุ สนำน และส่ิงทีต่ นเองชอบจำกกำรดหู รอื รว่ มแสดงนำฏศลิ ป์ไทย

ตัวชวี้ ดั

ศ 1.1 ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,
ศ 1.2 ป.1/1,
ศ 2.1 ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,

ศ 2.2 ป.1/1,ป.1/2,
ศ 3.1 ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,

ศ 3.2 ป.1/1,ป.1/2
รวมท้งั หมด 18 ตัวชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 120 ~

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดับประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ
รหสั ศ 12101
รายวิชาศลิ ปะ 2 ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2

จานวน 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ รวม 80 ชั่วโมง/ปี

******************************

ศึกษำค้นคว้ำเก่ียวกับทัศนธำตุ รูปร่ำง รูปทรง เส้น สี ที่อยู่ในธรรมชำติ และสิ่งแวดล้อม
ทักษะพ้นื ฐำนในกำรใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ สรำ้ งงำน 3 มิติ วธิ ีกำรสร้ำงงำนท่ีเน้น เส้น รูปร่ำง ภำพปะติดโดยกำร

ตัดหรอื ฉีกกระดำษ ถ่ำยทอดเร่อื งรำวเกีย่ วกับครอบครัวของตนเอง และเพื่อนบ้ำน รวมถึงงำนทัศฯศิลป์ใน
ชีวิตประจำวัน สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์เป็นรูปแบบงำนโครงสร้ำงและกำรเคล่ือนไหว ควำมหมำย และ

ควำมสำคญั ของเพลงทไ่ี ดย้ นิ แหล่งกำเนิดเสยี งท่ีได้ยนิ คุณลักษณะของเสียง สูง- ต่ำ , ดัง - เบำ, ยำว - สั้น
ของดนตรี เคลื่อนไหวร่ำงกำยที่สะท้อนอำรมณ์อย่ำงอิสระเพื่อ สื่อควำมหมำยท่ำทำงแทนคะพูดอย่ำง
สรำ้ งสรรค์ กำรละเลน่ พนื้ บ้ำนท่พี บในกำรดำรงชวี ิตของคนไทย

ระบุและบรรยำยถึงทัศนธำตุท่ีอยู่ในธรรมชำติ และส่ิงแวดล้อม เนื้อหำเร่ืองรำวทัศนศิลป์
โดยเน้นเร่ืองเส้น สี รูปร่ำง และรูปทรง บอกควำมสำคัญของงำนทัศนศิลป์ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน

ความเป็นมาของศิลปะแบบ ล้านนาในท้องถิ่น ความสาคัญ วิธีการสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ในงานทัศนศิลป์ท่ี
พบในบา้ น ในหมูบ่ า้ น เช่น การวาดภาพฝาผนังวดั ในชุมชน งำนทศั นศลิ ป์ต่ำง ๆ ในท้องถนิ่ เลือกวิธีกำรสร้ำง
งำนที่เน้น เส้น รูปร่ำง ภำพปะติดโดยกำรตัดหรือฉีกกระดำษ วำดภำพเพื่อถ่ำยทอดเร่ืองรำวเกี่ยวกับ

ครอบครัวของตนเอง และเพอ่ื นบ้ำน สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์เป็นรูปแบบงำนโครงสร้ำงและกำรเคล่ือนไหว
มีทักษะพ้นื ฐำนในกำรใช้วัสดุอุปกรณ์ และสร้ำงงำน 3 มิติ บอกควำมหมำย และควำมสำคัญของเพลงท่ีได้

ยิน ควำมสัมพันธ์ของเสียงร้อง เคร่ืองดนตรีในท้องถิ่น เพลงในท้องถิ่น เพลงพื้นเมือง จำแนกแหล่งกำเนิด
เสียงท่ีได้ยิน คุณลักษณะของเสียง สูง- ต่ำ , ดัง - เบำ, ยำว - ส้ัน ของดนตรี เคำะจังหวะและเคล่ือนไหว
ร่ำงกำยให้สอดคล้องกับเน้ือหำของเพลง ร้องเพลงง่ำย ๆท่ีเหมำะสมกับวัย แสดงและเข้ำร่วมกิจกรรมทำง

ดนตรีในทอ้ งถ่ิน ระบุและเลน่ กำรละเลน่ พ้นื บำ้ น เชอ่ื มโยงสง่ิ ทีพ่ บเห็นในกำรละเล่นพื้นบ้ำนในกำรดำรงชีวิต
ของคนไทย เคล่ือนไหวขณะอยู่กับท่ี และเคลื่อนที่ ท่ีสะท้อนอำรมณ์ของตนเองอย่ำงอิสระ เพื่อส่ือ

ควำมหมำยแทนคำพูดท่สี ร้ำงสรรค์
ช่นื ชอบ และภำคภูมิใจในกำรละเลน่ พื้นบำ้ น มำรยำทในกำรชมกำรแสดง

ตัวชี้วัด
ศ 1.1 ป.2/1,ป.2/2,ป.2/3,ป.2/4,ป.2/5,ป.2/6,ป.2/7,ป.2/8,

ศ 1.2 ป.2/1,ป.2/2 ,
ศ 2.1 ป.2/1,ป.2/2,ป.2/3,ป.2/4,ป.2/5,
ศ 2.2 ป.2/1,ป.2/2,

ศ 3.1 ป.2/1,ป.2/2,ป.2/3,ป.2/4,ป.2/5,
ศ 3.2 ป.2/1,ป.2/2,ป.2/3

รวมทัง้ หมด 25 ตัวช้วี ดั

หลกั สตู รโรงเรียนวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 121 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดบั ประถมศึกษา กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
รหัส ศ 13101
รายวิชาศิลปะ 3 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3

จานวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวม 80 ชั่วโมง/ปี

******************************

ศึกษำค้นคว้ำเก่ียวกับทักษะพื้นฐำนในกำรใช้วัสดุอุปกรณ์ในกำรสร้ำงผลงำนทัศนศิลป์ใน

ธรรมชำติ และสิ่งแวดล้อม โดนเน้นเทคนคิ เสน้ สี รปู รำ่ ง รูปทรง และพ้ืนผวิ ระบำยสีและปั้นส่ิงที่อยู่รอบตัว

กำรถ่ำยทอดควำมคิด ควำมรู้สึกจำกชีวิตจริง วำดภำพ และกำรออกแบบส่ิงต่ำงๆ ที่มีในบ้ำนและโรงเรียน

ที่มำและวิธกี ำรสร้ำงงำนทศั นศิลป์ในทอ้ งถ่นิ รูปร่ำง ลกั ษณะของเครอื่ งดนตรี รูปภำพ สัญลักษณ์แทนเสียงท่ี

ไดย้ ิน กำรเคำะจังหวะ บทบำทหน้ำที่ท่ำทำงที่สอดคล้องกับเพลงที่ฟัง ลักษณะเด่น เอกลักษณ์ ควำมสำคัญ

และประโยชน์ของดนตรีต่อกำรดำรงชีวติ ในทอ้ งถิ่น นำดนตรีไปใช้ในชวี ติ ประจำวันหรอื โอกำสต่ำง ๆ ได้อย่ำง

เหมำะสม กำรเคลื่อนไหวท่ำทำงประกอบเพลงในสถำนกำรณ์ส้ัน ๆ ในแบบต่ำง ๆ บทบำทหน้ำท่ีของผู้

แสดงและผชู้ ม ประโยชน์ ควำมสำคญั และเอกลกั ษณข์ องกำรแสดงนำฏศลิ ป์ มีส่วนร่วมกิจกรรมกำรแสดงที่

เหมำะสมกบั วยั

บรรยำยงำนทัศนศิลป์ รูปร่ำง รูปทรง ในธรรมชำติ เหตุผลและวิธีกำรในกำรสร้ำงงำนโดนเน้น

เทคนิควัสดุอุปกรณ์ ลักษณะรูปร่ำง รูปทรง และกำรออกแบบสิ่งต่ำงๆ ที่มีในบ้ำนและโรงเรียน

จดั กลุ่มของภำพตำมทศั นธำตุ จำแนกสง่ิ ตำ่ ง ๆ ในธรรมชำติ สิ่งแวดล้อม โดยเน้นเรื่อง เส้น สี รูปร่ำง รูปทรง

และพื้นผิว อธิบำยเกียวกกับวัสดุอุปกรณ์ ที่มำ และวิธีกำรสร้ำงงำนทัศนศิลป์ในท้องถิ่น ความเป็นมาของ

ศิลปะแบบ ล้านนาในท้องถิ่น ความสาคัญ วิธีการสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ในงานทัศนศิลป์ที่พบในบ้าน ใน

หมูบ่ ้าน เชน่ การป้ันดินน้ามันสถานที่ท่องเท่ียว และวิถีชีวิตของคนในท้องถ่ิน มีทักษะพื้นฐำนในกำรใช้วัสดุ

อุปกรณ์ วำดภำพระบำยสี ถำ่ ยทอดควำมคิดควำมรู้สึกจำกเหตุกำรณ์ชีวิตจริงและส่ิงรอบตัวอย่ำงสร้ำงสรรค์

ระบุรูปร่ำงลักษณะ บทบำทหน้ำที่ ควำมสำคัญ ประโยชน์ของเพลงและเครื่องดนตรีในท้องถ่ินที่ได้ยิน

เอกลกั ษณข์ องเสียงร้อง ภาษา เนอ้ื ร้อง และเคร่อื งดนตรี วงดนตรใี นท้องถนิ่ การแสดงดนตรีท้องถิ่นใน โอกาส

ต่าง ๆ เช่น งานทาบุญ งานปอยในชุมชน ใช้รูปภำพหรือสัญลักษณ์แทนเสียง จังหวะเคำะ ขับร้องและ

บรรเลงดนตรีงำ่ ย ๆ นำดนตรไี ปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือโอกำสต่ำง ๆ ได้อย่ำงเหมำะสม เคลื่อนไหวท่ำทำง

สอดคล้องกับอำรมณ์ของเพลงที่ฟัง อธิบำยและบอกควำมสำคัญ ประโยชน์ของกำรแสดงฯฏศิลป์ ใน

ชีวิตประจำวัน เล่ำและระบุลักษณะเด่นและเอกลักษณ์ของกำรแสดงนำฏศิลป์ สร้ำงสรรค์กำรเคลื่อนไหว

ทำ่ ทำงประกอบในรูปแบบตำ่ ง ๆ ในสถำนกำรณส์ ัน้ ๆ เปรียบเทียบบทบำทหน้ำท่ีของผู้แสดงและผู้ชม มี

ส่วนร่วมกิจกรรมกำรแสดงทเ่ี หมำะสมกับวยั

ชื่นชมและปรับปรุงงำนทัศนศิลป์ของตนเอง แสดงควำมคิดเห็นเก่ียวกับเสียงดนตรี

เสยี งขับรอ้ งของตนเอง และผ้อู ่นื

ตัวช้วี ดั

ศ 1.1 ป.3/1,ป.3/2,ป.3/3,ป.3/4,ป.3/5,ป.3/6,ป.3/7,ป.3/8,ป.3/9,ป.3/10,

ศ 1.2 ป.3/1, ป.3/2 ,

ศ 2.1 ป.3/1,ป.3/2,ป.3/3,ป.3/4,ป.3/5, ป.3/6,ป.3/7,

ศ 2.2 ป.3/1,ป.3/2,

ศ 3.1 ป.3/1,ป.3/2,ป.3/3,ป.3/4,ป.3/5,

ศ 3.2 ป.3/1,ป.3/2,ป.3/3 รวมทั้งหมด 29 ตัวชีว้ ัด

หลักสูตรโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 122 ~

อธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดับประถมศึกษา กลุม่ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ
รหสั ศ 14101
รายวชิ าศิลปะ 4 ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4

จานวน 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ รวม 80 ชั่วโมง/ปี

******************************

ศึกษำค้นคว้ำเกี่ยวกับทัศนธำตุโดยใช้ เส้น สี รูปร่ำง รูปทรง พ้ืนผิว และท่ีว่ำง รูปร่ำง

รูปทรงในธรรมชำติ และสงิ่ แวดลอ้ มผ่ำนงำนทัศนศิลป์โดยเน้นเร่ืองกำรจัดระยะ ควำมลึก น้ำหนัก และแสง
เงำในภำพ อทิ ธพิ ลของสวี รรณะอุ่น วรรณะเย็น งำนทศั นศิลป์ทม่ี ำจำกวฒั นธรรมต่ำง ๆ เหตกุ ำรณ์ งำนเฉลิม

ฉลองในท้องถ่ิน ทักษะพื้นฐำนในกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ สร้ำงสรรค์งำนวำดภำพ ระบำยสีและพิมพ์ภำพ
ประโยคเพลง แหล่งท่ีมำควำมสัมพนั ธ์ของวิถชี วี ิตไทยและเพลงทอ้ งถ่นิ ประเภทของเครือ่ งดนตรี ทิศทำงกำร
เคล่อื นท่ี ขน้ึ ลง ง่ำย ๆ ของทำนอง รูปแบบของจังหวะ ควำมเร็ว และเรื่องรำวของเพลงที่ฟัง ควำมสำคัญ

ของกำรอนุรักษ์ส่งเสริมวัฒนธรรมของดนตรี อ่ำน เขียน โน้ตดนตรีไทย และโน้ตสำกล ร้องเพล งโดยใช้
ช่วงเสยี งที่เหมำะกับตนเอง ใชแ้ ละเก็บเคร่ืองดนตรอี ย่ำงถูกต้องและปลอดภัย ทักษะพ้ืนฐำนทำงนำฏศิลป์

และกำรละครที่ใชส้ อ่ื ควำมหมำย อำรมณ์ เหตุผลท่ีควรรักษำและกำรสืบทอดกำรแสดงนำฏศิลป์ประวัติควำม
เปน็ มำ ควำมสำคัญของชุดกำรแสดง ภำษำท่ำ และนำฏยศัพท์ หรือศัพท์ทำงละครในกำรถ่ำยทอดเรื่องรำว
กำรเคลื่อนไหวในจังหวะต่ำง ๆ เป็นคู่และหมู่ โดยเน้นจุดสำคัญของเรื่องและลักษณะเด่นของตัวละคร

เปรยี บเทยี บกำรแสดงนำฏศิลป์กบั กำรแสดงทม่ี ำจำกวฒั นธรรมอื่น
เปรยี บเทียบลักษณะของรปู ร่ำง รปู ทรงในธรรมชำติ และสงิ่ แวดล้อมผำ่ นงำนทศั นศลิ ป์ บรรยำยและ

อธิปรำยลักษณะของภำพโดยเน้นเรื่องกำรจัดระยะ ควำมลึก น้ำหนัก และแสงเงำในภำพ อิทธิพลของสี
วรรณะอนุ่ วรรณะเย็นทีถ่ ่ำยทอดควำมรู้สึก จินตนำกำร อำรมณ์ของมนุษย์ งำนทัศนศิลป์ที่มำจำกวัฒนธรรม
ตำ่ ง ๆ เหตกุ ำรณ์ งำนเฉลิมฉลองในท้องถ่ิน ลักษณะรูปแบบของศิลปะท่ีใช้ ประดับตกแต่งในงานเฉลิม ฉลอง

ในทอ้ งถิ่น เช่น การทาตุงประดับงานปอยหลวง จำแนกทัศนธำตุโดยใช้ เส้น สี รูปร่ำง รูปทรง พ้ืนผิว และ
ที่ว่ำง มีทักษะพ้ืนฐำนในกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ สร้ำงสรรค์งำนวำดภำพ ระบำยสีและพิมพ์ภำพ บอก

ประโยคเพลง แหล่งทีม่ ำควำมสัมพันธ์ของวิถีชีวิตไทย และเพลงท้องถิ่น เน้ือหาเรื่องราวในบทเพลง กับ วิถี
ชีวิต การแสดงดนตรีท้องถิ่นใน โอกาส ต่าง ๆ เช่น งานทาบุญ งานปอย งานมุฑิตาจิตงานศพ ฯลฯ การ
อนรุ ักษ์ ส่งเสรมิ ดนตรพี ืน้ เมือง จำแนกประเภทของเคร่ืองดนตรี ระบุทศิ ทำงกำรเคล่ือนที่ ข้ึนลง ง่ำย ๆ ของ

ทำนอง รูปแบบของจังหวะ ควำมเร็ว และส่ือเร่ืองรำวของเพลงที่ฟัง ควำมสำคัญของกำรอนุรักษ์ส่งเสริม
วฒั นธรรมของดนตรี อ่ำน เขยี น โน้ตดนตรีไทย และโน้ตสำกล ร้องเพลงโดยใช้ช่วงเสียงท่ีเหมำะกับตนเอง

ใชแ้ ละเก็บเคร่ืองดนตรีอย่ำงถูกต้องและปลอดภัย ระบุทักษะพ้ืนฐำนทำงนำฏศิลป์ และกำรละครที่ใช้ส่ือ
ควำมหมำย อำรมณ์ เหตุผลท่ีควรรักษำและกำรสืบทอดกำรแสดงนำฏศิลป์ อธิปรำยประวัติควำมเป็นมำ
ควำมสำคัญของชุดกำรแสดงอย่ำงง่ำย ๆ ใช้ภำษำท่ำ และนำฏยศัพท์ หรือศัพท์ทำงละครในกำรถ่ำยทอด

เร่อื งรำว แสดงกำรเคลอื่ นไหวในจังหวะต่ำง ๆ เปน็ คู่และหมู่ โดยเน้นจุดสำคัญของเรื่องและลักษณะเด่นของ
ตวั ละคร เปรียบเทียบกำรแสดงนำฏศลิ ปก์ ับกำรแสดงท่ีมำจำกวัฒนธรรมอื่น

แสดงควำมคิด ควำมรู้สึกท่ีถ่ำยทอดผ่ำนงำนทัศนศิลป์ของตนเองและบุคคลอื่น สิ่งท่ีชื่น
ชอบในกำรแสดง ทำควำมเคำรพในกำรเรียนและกำรแสดงนำฏศิลป์ ใชเ้ คร่อื งดนตรีถกู ต้องและปลอดภัย

หลักสตู รโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 123 ~

ตวั ช้ีวัด
ศ 1.1 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3,ป.4/4,ป.4/5,ป.4/6,ป.4/7,ป.4/8,ป.4/9,
ศ 1.2 ป.4/1, ป.4/2 ,
ศ 2.1 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3,ป.4/4,ป.4/5,ป.4/6,ป.4/7,
ศ 2.2 ป.4/1,ป.4/2,
ศ 3.1 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3,ป.4/4,ป.4/5,
ศ 3.2 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3,ป.4/4
รวมทั้งหมด 29 ตวั ช้วี ดั

หลักสตู รโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 124 ~

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดับประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ
รหสั ศ 15101
รายวชิ าศลิ ปะ 5 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5

จานวน 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ รวม 80 ชั่วโมง/ปี

******************************

ศึกษำค้นคว้ำเก่ียวกับจังหวะ ตำแหน่งของสิ่งต่ำงๆ ท่ีปรำกฏในส่ิงแวดล้อม และงำน

ทัศนศิลป์ ประโยชน์และคุณค่ำของงำนทัศนศิลป์ท่ีมีผลต่อชีวิตของคนในสังคม ลักษณะรูปแบบแหล่งเรียนรู้
หรือนิทรรศกำรศิลปะท่ีสะท้อนวัฒนธรรมและภูมิปัญญำท้องถิ่น ควำมแตกต่ำงระหว่ำงทัศนศิลป์

ที่สร้ำงสรรค์ดว้ ยวัสดอุ ปุ กรณ์ และวธิ กี ำรท่ีตำ่ งกนั ปัญหำในกำรจดั องค์ประกอบศลิ ป์ และวิธกี ำรปรับปรุงงำน
ทัศนศิลป์ของตนเองให้ดีขึ้น วำดภำพโดยใช้เทคนิคของแสงเงำ น้ำหนัก และวรรณะสี กำรจัดวำงตำแหน่ง
ของสีตำ่ งๆ ของภำพงำนพมิ พ์ สร้ำงสรรคง์ ำนป้นั จำกดนิ นำ้ มัน หรอื ดนิ เหนียว องค์ประกอบของดนตรีท่ีใช้ใน

กำรส่ืออำรมณ์ ลักษณะของเสียงขบั ร้องและเคร่อื งดนตรีทอ่ี ยใู่ นวงดนตรีประเภทตำ่ งๆ อำ่ น เขียน โน้ตดนตรี
ไทย และสำกล 5 ระดับเสียง บรรเลงจังหวะและทำนองดนตรีร่วมกิจกรรมในกำรแสดงออกตำมจินตนำกำร

ร้องเพลงไทย เพลงไทยสำกล และเพลงสำกลท่ีเหมำะสมกับวัย ด้นสดงำ่ ยๆ โดยใชป้ ระโยคเพลงแบบถำม-ตอบ
ควำมสมั พันธแ์ ละคณุ คำ่ ระหว่ำงดนตรีกับประเพณีในวัฒนธรรมต่ำงๆ องค์ประกอบนำฏศิลป์ ประโยชน์กำร
ชมกำรแสดงนำฏศิลป์ชุดต่ำงๆของไทยในแต่ละท้องถ่ิน สื่อควำมหมำย และเรื่องรำวโดยเน้นภำษำท่ำ และ

นำฏยศพั ท์
บรรยำยเกีย่ วกบั จงั หวะ ตำแหน่งของส่ิงต่ำงๆ ท่ีปรำกฏในส่ิงแวดล้อม และงำนทัศนศิลป์ ประโยชน์

และคณุ คำ่ ของงำนทัศนศิลปท์ ี่มผี ลต่อชีวิตของคนในสังคม ระบุและบรรยำยลักษณะรูปแบบแหล่งเรียนรู้หรือ
นิทรรศกำรศิลปะที่สะท้อนวัฒนธรรมและภูมิปัญญำท้องถิ่น ความเป็นมา ลักษณะรูปแบบ ประโยชน์ของ
ศิลปะท่มี ีในวัดในชมุ ชน เปรียบเทียบควำมแตกตำ่ งระหว่ำงทัศนศิลป์ท่สี ร้ำงสรรค์ด้วยวัสดุอุปกรณ์ และวิธีกำร

ทต่ี ำ่ งกัน ปัญหำในกำรจัดองค์ประกอบศิลป์ สื่อควำมหมำยและบอกวิธีกำรปรับปรุงงำนทัศนศิลป์ของตนเอง
ใหด้ ขี ึน้ วำดภำพโดยใช้เทคนิคของแสงเงำ น้ำหนัก และวรรณะสี กำรจัดวำงตำแหน่งของสีต่ำงๆ ของภำพ

งำนพมิ พ์ สร้ำงสรรค์งำนป้ันจำกดินนำ้ มนั หรอื ดนิ เหนียว ระบุองค์ประกอบของดนตรีที่ใช้ในกำรส่ืออำรมณ์
ดนตรีพื้นเมืองท่ี สัมพันธ์กับ ประเพณีในท้องถ่ิน ความเป็นมาและความสาคัญ ของดนตรีพื้นเมืองต่อคนใน
สงั คม จำแนกลักษณะของเสียงขับร้องและเคร่ืองดนตรีท่ีอยู่ในวงดนตรีประเภทต่ำงๆ อ่ำน เขียน โน้ตดนตรี

ไทย และสำกล 5 ระดับเสียง ใช้เคร่ืองดนตรีบรรเลงจังหวะและทำนองดนตรีร่วมกิจกรรมในกำรแสดงออก
ตำมจนิ ตนำกำร ร้องเพลงไทย เพลงไทยสำกล และเพลงสำกลท่ีเหมำะสมกับวัย ด้นสดง่ำยๆ โดยใช้ประโยค

เพลงแบบถำม-ตอบ อธิบำยควำมสัมพันธ์และคุณค่ำระหว่ำงดนตรีกับประเพณีในวัฒนธรรมต่ำงๆ บรรยำย
องคป์ ระกอบนำฏศลิ ป์ บอกประโยชน์และเปรียบเทียบกำรชมกำรแสดงนำฏศิลป์ชุดต่ำงๆ ของไทยในแต่ละ
ท้องถ่ินท่สี ะท้อนถึงวฒั นธรรมประเพณี แสดงทำ่ ทำงประกอบเรอ่ื งรำว สอ่ื ควำมหมำยและแสดงออกโดยเน้น

ภำษำทำ่ และนำฏยศัพท์ รว่ มกิจกรรมในกำรแสดงออกตำมจนิ ตนำกำร มสี ่วนรว่ มในกลุม่
แสดงออกถึงควำมรู้สึกที่มีต่อดนตรี นำฏศิลป์และกำรละครอย่ำงสร้ำงสรรค์ แสดงควำม

คดิ เห็นในกำรชมกำรแสดง

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 125 ~

ตัวชวี้ ัด
ศ 1.1 ป.5/1,ป.5/2,ป.5/3,ป.5/4,ป.5/5,ป.5/6,ป.5/7,
ศ 1.2 ป.5/1, ป.5/2 ,
ศ 2.1 ป.5/1,ป.5/2,ป.5/3,ป.5/4,ป.5/5,ป.5/6,ป.5/7,
ศ 2.2 ป.5/1,ป.5/2,
ศ 3.1 ป.5/1,ป.5/2,ป.5/3,ป.5/4,ป.5/5,ป.5/6,
ศ 3.2 ป.5/1,ป.5/2
รวมท้งั หมด 26 ตัวชวี้ ดั

หลกั สูตรโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 126 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดับประถมศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ
รหัส ศ 16101
รายวิชาศิลปะ 6 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

จานวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวม 80 ช่ัวโมง/ปี

*****************************
ศึกษำค้นคว้ำเก่ียวกับสีคู่ตรงข้ำมในกำรใช้ถ่ำยทอดควำมคิดและอำรมณ์ หลักกำรจัดขนำด

สัดสว่ นควำมสมดุลในกำรสร้ำงงำนทศั นศลิ ป์ บทบำททสี่ ะทอ้ นชีวติ และสงั คม อิทธิพล ควำมเช่ือ ควำมศรัทธำ
ในศำสนำที่มีผลต่องำนทัศนศิลป์ในท้องถิ่น สร้ำงงำนจำกรูปแบบ 2 มิติ เป็น 3 มิติ โดยใช้หลักกำรแสงเงำ
และน้ำหนัก เป็นแผนภำพ แผนผังและภำพประกอบ เพ่ือถ่ำยทอดควำมคิดหรือเร่ืองรำวเกี่ยวกับเหตุกำรณ์

ต่ำงๆ งำนปน้ั โดยใช้หลักกำรเพ่มิ และลด อำศยั องค์ประกอบดนตรี และศพั ทส์ ังคีตในกำรฟงั เพลง เรื่องรำว
ของดนตรีไทยในประวัติศำสตร์ วัฒนธรรมในท้องถิ่น บทบำทหน้ำท่ี ของเครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรี

ท่มี ำจำกวัฒนธรรมต่ำงๆ ตำมยุคสมัยที่ต่ำงกัน บรรเลงประกอบกำรร้อง ด้นสด จังหวะทำนองง่ำยๆ อ่ำน
เขียนโน้ตไทยและสำกล ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงนำฏศิลป์และกำรละครที่ประสบในชีวิ ตประจำวัน ส่ิงที่มี
ควำมสำคัญ และประโยชน์ ที่ได้รับจำกกำรแสดงนำฏศิลป์และกำรละคร กำรเคล่ือนไหว ท่ำทำง ลีลำ และ

อำรมณ์ ออกแบบเคร่ืองแต่งกำยหรืออุปกรณป์ ระกอบกำรแสดง
ระบุสีคู่ตรงข้ำมในกำรใช้ถ่ำยทอดควำมคิดและอำรมณ์ อธิบำยหลักกำรจัดขนำดสัดส่วน

ควำมสมดุลในกำรสร้ำงงำนทัศนศิลป์ บทบำทที่สะท้อนชีวิตและสังคม อิทธิพล ควำมเช่ือ ควำมศรัทธำใน
ศำสนำท่ีมีผลต่องำนทัศนศิลป์ในท้องถ่ิน บทบาทอิทธิพลของความเชื่อที่ มีผลต่อการสร้างงานทัศนศิลป์ ใน
ทอ้ งถิน่ เชน่ การทาตงุ ประดับงานปอยหลวง สร้ำงงำนจำกรูปแบบ 2 มิติ เป็น 3 มิติ โดยใช้หลักกำรแสงเงำ

และน้ำหนัก เป็นแผนภำพ แผนผังและภำพประกอบ เพื่อถ่ำยทอดควำมคิดหรือเรื่องรำวเกี่ยวกับเหตุกำรณ์
ต่ำงๆ สร้ำงสรรค์งำนป้ันโดยใช้หลักกำรเพิ่มและลด บรรยำยเพลงที่ฟังโดยอำศัยองค์ประกอบดนตรี และ

ศพั ทส์ งั คตี อภิบำยเรอ่ื งรำวของดนตรไี ทยในประวัติศำสตร์ อทิ ธิพลของวัฒนธรรมต่อดนตรีในท้องถ่ิน การใช้
ดนตรีพื้นเมือง ใน เหตุการณ์สาคัญทาง ประวัติศาสตร์ เช่น การฉลอง การบรรเลงในงานต่าง ๆ จำแนก
บทบำทหน้ำที่ ของเครอื่ งดนตรีไทยและเครอื่ งดนตรีที่มำจำกวัฒนธรรมต่ำงๆ ตำมยุคสมัยที่ต่ำงกัน ใช้เครื่อง

ดนตรีบรรเลงประกอบกำรร้อง ด้นสด จังหวะทำนองง่ำยๆ อ่ำน เขียนโน้ตไทยและสำกล อภิบำย
ควำมสัมพันธ์ระหวำ่ งนำฏศิลปแ์ ละกำรละครที่ประสบในชีวิตประจำวัน สิ่งที่มีควำมสำคัญ และประโยชน์ ท่ี

ได้รับจำกกำรแสดงนำฏศิลป์และกำรละคร สร้ำงสรรค์กำรเคล่ือนไหว ลีลำ ท่ำทำง และอำรมณ์ ออกแบบ
เครือ่ งแตง่ กำยหรอื อุปกรณ์ประกอบกำรแสดง

แสดงออกถึงควำมรู้สึกที่มีต่อดนตรี นำฏศิลป์และกำรละครอย่ำงสร้ำงสรรค์ แสดงควำม

คิดเหน็ ในกำรชมกำรแสดง

ตวั ชว้ี ัด
ศ 1.1 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3,ป.6/4,ป.6/5,ป.6/6,ป.6/7,
ศ 1.2 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3,
ศ 2.1 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3,ป.6/4,ป.6/5,ป.6/6,
ศ 2.2 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3,
ศ 3.1 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3,ป.6/4,ป.6/5,ป.6/6,
ศ 3.2 ป.6/1,ป.6/2

หลักสูตรโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 127 ~

รวมทง้ั หมด 27 ตัวชว้ี ดั

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กลุม่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

รหสั ศ 21101 รายวชิ าศิลปะ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1

ภาคเรยี นท่ี 1 จานวน 1 หนว่ ยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำ ค้นคว้ำควำมแตกต่ำงและควำมคล้ำยคลึงกันของงำนทัศนศิลป์ และส่ิงแวดล้อม

โดยใช้ควำมรูเ้ รื่องทัศนธำตุ หลกั กำรออกแบบงำนทศั นศลิ ป์ งำนปนั้ หรือส่ือผสม มำสร้ำงเป็นเร่ืองรำว โดย
เน้นกำรเป็นเอกภำพ ควำมกลมกลืน ควำมสมดุล ภำพทัศนียภำพแสดงให้เห็นระยะใกล้ไกล เป็น 3 มิติ
ศึกษำและค้นควำ้ เกย่ี วกับโน้ตไทยและโน้ตสำกล เสียงร้องและเสียงเคร่ืองดนตรีที่มำจำกวัฒนธรรมที่ต่ำงกัน

เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบกำรร้องเพลงด้วยบทเพลงทีห่ ลำกหลำยรปู แบบ ควำมเร็ว จังหวะ ควำมดัง –เบำ
ประเภทของวงดนตรีไทย และจำกวฒั นธรรมตำ่ ง ๆ กัน ศึกษำเก่ียวกับอิทธิพลของนักแสดงช่ือดังท่ีมีผลต่อ

กำรโน้มน้ำวอำรมณ์ หรือควำมคิดของผู้ชม อิทธิพลของดนตรีพื้นเมืองต่อ สังคมในชุมชน นำฏยศัพท์ หรือ
ศพั ท์ทำงกำรละคร กำรแสดงในรูปแบบง่ำย ๆ ท่ีกำหนดใหใ้ นกำรพิจำรณำคุณภำพกำรแสดงที่ชม โดยเน้น
เสยี ง ทำ่ ทำง และกำรเคลอื่ นไหว

บรรยำยควำมแตกต่ำงและควำมคล้ำยคลึงกันของงำนทัศนศิลป์ และส่ิงแวดล้อมโดยใช้
ควำมรูเ้ รอ่ื งทัศนธำตุ ระบแุ ละบรรยำยหลักกำรออกแบบงำนทัศนศิลป์ วำดภำพทัศนียภำพ รวบรวมงำนป้ัน

หรอื สื่อผสม เปรยี บเทียบ ลักษณะ รูปแบบ จุดประสงค์ในการสร้างงาน ทัศนศิลป์ของล้านนาหรือ ภาคเหนือ
กบั ภาคต่าง ๆ จาก อตดี ถึงปัจจุบัน เช่น การแกะสลัก แสดงให้เห็นระยะไกลใกล้เป็น 3 มิติ โดยเน้นกำรเป็น
เอกภำพ ควำมกลมกลืน และควำมสมดุล อำ่ น เขยี น รอ้ ง โนต้ ไทยและโน้ตสำกล ร้องเพลง และใช้เครื่อง

ดนตรบี รรเลงประกอบกำรร้องด้วยบทเพลงหลำกหลำยรูปแบบ เปรียบเทียบเสียงร้อง และเสียงเครื่องดนตรี
ท่มี ำจำกวฒั นธรรมต่ำง ๆ แสดงควำมคิดเหน็ ทม่ี ตี ่ออำรมณ์ของบทเพลง ควำมเรว็ ของจงั หวะ ควำมดัง –เบำ

ที่แตกต่ำงกัน อธิบำยอิทธิพลของนักแสดงชื่อดังท่ีมีผลต่อกำรโน้มน้ำวอำรมณ์ หรือควำมคิดของผู้ชม ใช้
นำฏยศัพท์ หรอื ศัพท์ทำงกำรละคร และใช้เกณฑ์ง่ำย ๆ ที่กำหนดให้ในกำรพิจำรณำคุณภำพกำรแสดงท่ีชม
โดยเน้นเร่อื งกำรใช้ เสยี ง ท่ำทำง และกำรเคลอื่ นไหวในรูปแบบงำ่ ยๆ

ช่นื ชมผลงำนทศั นศลิ ป์ เปรยี บเทียบอำรมณค์ วำมร้สู ึกในกำรฟงั ดนตรแี ตล่ ะประเภท

ตวั ชวี้ ัด
ศ 1.1 ม.1/1,ม.1/2,ม.1/3,ม.1/4,
ศ 2.1 ม.1/1,ม.1/2,ม.1/3ม.1/4,ม.1/5,ม.1/6

ศ 3.1 ม.1/1,ม.1/2,ม.1/3,ม.1/4,ม.1/5,

รวมท้งั หมด 15 ตวั ชว้ี ดั

หลักสูตรโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 128 ~

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
รหสั ศ 21102
รายวิชาศิลปะ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1

ภาคเรียนที่ 2 จานวน 1 หนว่ ยกติ 2 ชัว่ โมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำ และค้นคว้ำเก่ียวกับกำรออกแบบรูปภำพสัญลักษณ์หรือกรำฟฟิกอ่ืนๆ ในกำร
นำเสนอควำมคิดและข้อมูล วิธีกำรปรับปรุงงำนทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่น โดยใช้เกณฑ์ท่ีกำหนดให้

ลักษณะรูปแบบงำนทัศนศลิ ป์ของชำติ และของท้องถิ่นตนเองจำกอดีต จนถงึ ปัจจบุ นั และควำมแตกต่ำงของ
งำนทัศนศิลป์ของวัฒนธรรมไทยและสำกล ศึกษำตัวอย่ำงเพลง และลักษณะเด่นท่ีทำให้น่ำชื่นชอบ

เกณฑส์ ำหรับประเมินคุณภำพของดนตรีหรือเพลงท่ีฟัง บทบำทควำมสัมพันธ์ และอิทธิพลที่มีต่อสังคมไทย
ควำมหลำกหลำยขององค์ประกอบดนตรีในวัฒนธรรมต่ำง ๆ กัน ศึกษำเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อกำร
เปล่ยี นแปลงของนำฏศิลป์ นำฏศลิ ป์พน้ื บำ้ น ละครไทย ละครพ้ืนบ้ำน และประเภทของละครไทยในแต่ละ

ยุคสมยั
ระบุและบรรยำยวิธีกำรปรังปรุงงำนของตนเองและผู้อื่น โดยใช้เกณฑ์ที่กำหนดให้

ออกแบบรูปภำพ สัญลักษณ์ หรือกรำฟฟิกอ่ืน ๆ นำเสนอควำมคิด และข้อมูลประเมินผลงำนทัศนศิลป์
บรรยำยเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบงำนทัศนศิลป์ของชำติ และของท้องถ่ินตนเองจำกอดีตจนถึงปัจจุบัน และ
ควำมแตกต่ำงของจุดประสงค์ในกำรสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ของวัฒนธรรมไทย และสำกล ที่มีวัฒนธรรม

ต่ำงกนั นำเสนอตวั อย่ำงเพลงท่ีตนเองช่ืนชอบ ใช้เกณฑ์สำหรับประเมินคุณภำพของดนตรี หรือเพลงที่ฟัง
ใช้เคร่ืองดนตรีและบำรุงรักษำอย่ำงระมัดระวัง อธิบำยและระบุบทบำทควำมสัมพันธ์ ควำมหลำกหลำย

อทิ ธิพลและองค์ประกอบดนตรีทมี่ ตี ่อสงั คมไทย และวฒั นธรรมทตี่ ำ่ งกัน ระบุปัจจัยท่ีมีผลต่อกำรเปล่ียนแปลง
ของนำฏศิลป์ นำฏศิลป์พื้นบ้ำน ละครไทย และละครพื้นบ้ำน บรรยำยประเภทของละครไทยในแต่ละยุค
สมัย

แสดงควำมคิดเห็นในงำนทัศนศิลป์ บอกอำรมณ์ควำมรู้สึกในกำรฟังดนตรีแต่ละประเภท
กำรใช้และรกั ษำเครอื่ งดนตรีอยำ่ งระมัดระวัง มีทักษะกำรทำงำนกลุ่มในกระบวนกำรผลิตกำรแสดง

ตัวช้วี ัด
ศ 1.1 ม.1/5,ม.1/6,

ศ 1.2 ม.1/1,ม.1/2,ม.1/3,
ศ 2.1 ม.1/7,ม.1/8,ม.1/9,

ศ 2.2 ม.1/1,ม.1/2,
ศ 3.2 ม.1/1,ม.1/2
รวมทงั้ หมด 12 ตวั ชว้ี ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 129 ~

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
รหสั ศ 22101
รายวชิ าศิลปะ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2

ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 1 หน่วยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

******************************

ศกึ ษำคน้ คว้ำเกี่ยวกับทัศนธำตุ แนวคิดของงำนทัศนศิลป์ ควำมเหมือน ควำมแตกต่ำงของ

รูปแบบของงำนทัศนศิลป์ที่เลือกมำ กำรใช้วัสดุอุปกรณ์ในงำนทัศนศิลป์ของศิลปิน งำนทัศนศิลป์ในกำร
โฆษณำเพื่อโนม้ นำ้ วใจ เทคนคิ ทหี่ ลำกหลำยในกำรสื่อควำมหมำยและเรื่องรำวต่ำงๆ กำรแสดงบุคลิกลักษณะ
ของตัวละคร เกณฑใ์ นกำรประเมินวจิ ำรณง์ ำนศลิ ป์ และนำผลไปปรบั ปรงุ แก้ไขและพฒั นำ ศึกษำถึงปัจจัย

ที่มีอิทธิพลต่อกำรสร้ำงสรรค์งำนดนตรี กำรองค์ประกอบดนตรีที่มำจำกวัฒนธรรมต่ำงกัน โน้ตไทย และ
สำกล อิทธิพลของวัฒนธรรมประเทศต่ำงๆ และเหตุกำรณ์ในประวัติศำสตร์ท่ีมีต่อรูปแบบของดนตรีใน

ประเทศไทย ศึกษำถึงบูรณำกำรของศิลปะแขนงอื่น กับกำรแสดง โดยใช้องค์ประกอบทำงนำฏศิลป์และ
กำรละคร

อธิปรำย และบรรยำย เก่ียวกับทัศนธำตุ แนวคิดของงำนทัศนศิลป์ ควำมเหมือน

ควำมแตกต่ำงของรูปแบบของงำนทัศนศิลป์ท่ีเลือกมำ กำรใช้วัสดุอุปกรณ์ในงำนทัศนศิลป์ของศิลปิน
และวิธีกำรใชง้ ำนทัศนศิลปใ์ นกำรโฆษณำเพื่อโนม้ นำ้ วใจ และนำเสนอตวั อยำ่ งประกอบ วำดภำพด้วยเทคนิคที่

หลำกหลำยในกำรส่ือควำมหมำย และเร่ืองรำวต่ำง ๆ กำรแสดงบุคลิกลักษณะของตัวละคร
สรำ้ งเกณฑใ์ นกำรประเมินและวจิ ำรณ์งำนศลิ ป์ และนำผลไปปรับปรุงแกไ้ ขและพัฒนำ อ่ำน เขียน ร้อง โน้ต
ไทย และสำกล ท่มี ีเครอื่ งหมำยแปลงเสยี ง ระบุปัจจยั สำคัญท่มี ีอทิ ธิพลต่อกำรสร้ำงสรรค์งำนดนตรี อิทธิพล

ของดนตรีพ้ืนเมืองต่อ สังคมในชุมชน เปรียบเทียบกำรใช้องค์ประกอบดนตรีที่มำจำกวัฒนธรรมต่ำงกัน
บรรยำยถงึ บทบำท และอิทธพิ ลของดนตรีในวฒั นธรรมของประเทศต่ำงๆ และเหตุกำรณ์ในประวัติศำสตร์ท่ีมี

ตอ่ รปู แบบของดนตรีในประเทศไทย นำผลงำนไปปรับปรุงแก้ไข และพฒั นำ

ตัวช้ีวัด

ศ 1.1 ม.2/1,ม.2/2,ม.2/3,ม.2/4,ม.2/5,ม.2/6,ม.2/7
ศ 2.1 ม.2/1,ม.2/2,ม.2/3,

ศ 2.2 ม.2/1,ม.2/2,
ศ 3.1 ม.2/1,ม.2/2
รวมท้งั หมด 14 ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 130 ~

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น กลุม่ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ
รหสั ศ 22102
รายวชิ าศิลปะ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2

ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน 1 หนว่ ยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

******************************

ศึกษำค้นคว้ำเก่ียวกับวัฒนธรรมต่ำง ๆ ที่สะท้อนถึงงำนทัศนศิลป์ในปัจจุบัน และกำร

เปลี่ยนแปลงของงำนทศั นศลิ ป์ของไทยแต่ละยุคสมัย อิทธิพลภายนอกต่อการ เปล่ียนแปลงของงานทัศนศิลป์
ในท้องถ่ินแต่ละยุคสมัย ในด้าน แนวคิด เนื้องาน ของ การแกะสลัก โดยเน้นถึงแนวคิดและเน้ือหำของงำน

กำรออกแบบงำนทศั นศลิ ป์ทม่ี ำจำกวฒั นธรรมไทยและสำกล ศึกษำถึงอำรมณ์เพลง งำนอำชีพต่ำง ๆ ที่
เกี่ยวกบั ดนตรี และบทบำทของดนตรใี นธรุ กิจบันเทิง และพฒั นำกำรทำงทกั ษะทำงดนตรีของตนเองหลังกำร
ฝกึ ปฏิบัติ ศึกษำค้นคว้ำเกีย่ วกับอิทธิพลของวัฒนธรรมที่ทีผลต่อเนื้อหำของละคร ลักษณะเฉพำะของกำร

แสดงนำฏศิลปจ์ ำกวัฒนธรรมต่ำง ๆ นำฏศิลป์ นำฏศลิ ปพ์ ืน้ บ้ำน ละครไทย ละครพื้นบ้ำน หรือมหรสพที่เคย
นิยมในอดีต กำรแสดงของตนเองและผู้อ่ืน โดยใช้นำฏยศัพท์ หรือศัพท์ทำงกำรละครท่ีเหมำะสม กำร

เรียนรรู้ ะหวำ่ งนำศลิ ป์ และกำรละครกับสำระกำรเรียนร้อู ื่น
ระบแุ ละบรรยำยเก่ียวกับวฒั นธรรมตำ่ ง ๆ ท่สี ะท้อนถึงงำนทศั นศลิ ป์ในปัจจุบนั และกำร

เปล่ียนแปลงของงำนทัศนศิลปข์ องไทยแตล่ ะยุคสมยั โดยเน้นถึงแนวคดิ และเน้อื หำของงำนเปรยี บเทยี บ

แนวคดิ ในกำรออกแบบงำนทัศนศลิ ป์ที่มำจำกวฒั นธรรมไทยและสำกล รอ้ งเพลง เล่นดนตรีเดย่ี วและรวมวง
บรรยำยอำรมณข์ องเพลง ระบุงำนอำชีพต่ำง ๆ ท่เี กี่ยวกบั ดนตรี และบทบำทของดนตรใี นธุรกิจบนั เทิง

ประเมินพัฒนำกำรทำงทักษะทำงดนตรขี องตนเองหลังกำรฝึกปฏิบัติ วเิ ครำะห์กำรแสดงของตนเองและผ้อู ่ืน
โดยใชน้ ำฏยศพั ท์ หรอื ศพั ท์ทำงกำรละครทเ่ี หมำะสม กำรเรียนรูร้ ะหว่ำงนำศิลป์ และกำรละครกบั สำระกำร
เรยี นรอู้ ่ืน อธิบำยถงึ อทิ ธิพลของวฒั นธรรมทที่ ผี ลตอ่ เนือ้ หำของละคร เปรยี บเทยี บลักษณะเฉพำะของกำร

แสดงนำฏศลิ ป์จำกวฒั นธรรมต่ำง ๆ ระบแุ ละแสดงนำฏศิลป์ นำฏศลิ ปพ์ นื้ บำ้ น ละครไทย ละครพ้ืนบ้ำน หรือ
มหรสพที่เคยนิยมในอดีต

เสนอข้อคิดเห็นในกำรปรับปรุงกำรแสดง ควำมรู้สึกท่ีดีต่อบทเพลงท่ีฟัง ประเมิน
พัฒนำกำรทำงดนตรี และปรับปรงุ กำรแสดง

ตวั ชีว้ ัด
ศ 1.2 ม.2/1,ม.2/2,ม.2/3,

ศ 2.1 ม.2/4,ม.2/5,ม.2/6,ม.2/7
ศ 3.1 ม.2/3,ม.2/4,ม.2/5,
ศ 3.2 ม.2/1,ม.2/2,ม.2/3

รวมท้งั หมด 13 ตวั ชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 131 ~

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ
รหสั ศ 23101
รายวชิ าศิลปะ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 1 หนว่ ยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์

******************************

ศกึ ษำคน้ ควำ้ เกีย่ วกับสง่ิ แวดลอ้ ม และงำนทศั นศิลป์ที่เลือกมำโดยใช้ควำมรเู้ ร่ืองรู้เร่ืองทศั น

ธำตุ และหลกั กำรออกแบบงำนของตนเองให้มคี ุณภำพและสื่อควำมหมำยเป็นเรือ่ งรำว เทคนคิ วิธกี ำรของ
ศิลปนิ ในกำรสรำ้ งสรรค์งำน สร้ำงงำนอยำ่ งนอ้ ย 3 ประเภท โดยกำรผสมผสำนวัสดุตำ่ งๆ 2 มติ ิ และ

3 มิติ เพอื่ ถ่ำยทอดประสบกำรณแ์ ละจินตนำกำร ศกึ ษำถึงองค์ประกอบดนตรีและงำนศิลปะอน่ื เทคนิค
กำรรอ้ ง กำรเล่น กำรแสดงออก และคุณภำพเสยี ง แตง่ เพลงส้นั ๆ ง่ำยๆ และเหตผุ ลในกำรเลอื กใช้
องคป์ ระกอบดนตรใี นกำรสรำ้ งสรรคง์ ำนดนตรีของตนเอง ศกึ ษำถงึ โครงสรำ้ งของบทละครโดยใช้ศัพท์ทำงกำร

ละคร หรอื นำฏยศิลป์ทีเ่ หมำะสม ในกำรแสดงอำกัปกิรยิ ำของผู้คนในชีวิตประจำวนั และในกำรแสดง กำรใช้
ควำมคิดในกำรพฒั นำรูปแบบ แปลควำมหมำยและส่ือสำรผำ่ นกำรแสดง งำนนำฏศิลป์ที่มคี วำมแตกตำ่ งกัน

ระบุและบรรยำยถึงส่ิงแวดล้อม และงำนทัศนศิลป์ที่เลือกมำโดยใช้ควำมรู้เรื่องรู้เร่ือง
ทัศนธาตุ คุณค่าของวัฒนธรรมและความ แตกต่างของ งานทัศนศิลป์ ล้านนากับสากล เช่น รูปทรง โบสถ์
วิหาร และหลักกำรออกแบบ เทคนิค วิธีกำรในกำรสร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ของตนเองให้มีคุณภำพ

มีทักษะในกำรสร้ำงงำนโดยใช้กำรผสมผสำนวัสดุต่ำง ๆ อย่ำงน้อย 3 ประเภท สร้ำงงำนทั้ง 2 มิติ และ
3 มิติ เพื่อถ่ำยทอดประสบกำรณ์และจินตนำกำร ส่ือควำมหมำยและเร่ืองรำว อธิบำยเหตุผลในกำร

เลือกใช้องค์ประกอบดนตรีในกำรสร้ำงสรรค์งำนดนตรีของตนเอง และเปรียบเทียบกับงำนศิลปะอ่ืน
แตง่ เพลงสนั้ ๆ งำ่ ยๆ ร้องเพลง เลน่ ดนตรเี ด่ยี ว และรวมวง โดยเนน้ เทคนิคกำรร้อง กำรเล่น กำรแสดงออก
และคณุ ภำพเสียง ระบโุ ครงสร้ำงของบทละครโดยใช้ศัพท์ทำงกำรละคร บรรยำยเปรียบเทียบ วิจำรณ์กำร

แสดงอำกัปกิริยำของผู้คนในชีวิตประจำวันและในกำรแสดง ท่ีควำมแตกต่ำงกัน โดยใช้ควำมรู้เรื่อง
องค์ประกอบนำฏศิลป์ ใช้นำฏยศัพท์หรือศัพท์ทำงกำรละครที่เหมำะสม มีทักษะในกำรใช้ควำมคิดใน

กำรพัฒนำรูปแบบกำรแปลควำมหมำย และกำรส่อื สำรผำ่ นกำรแสดง
กลำ้ แสดงออก มีควำมคดิ ในกำรพัฒนำรูปแบบกำรแสดง

ตวั ช้วี ดั
ศ 1.1 ม.3/1,ม.3/2,ม.3/3,ม.3/4,ม.3/5,ม.3/6,ม.3/7,

ศ 2.1 ม.3/1,ม.3/2,ม.3/3,ม.3/4,
ศ 3.1 ม.3/1,ม.3/2,ม.3/3,ม.3/4,ม.3/5
รวมท้ังหมด 16 ตวั ช้ีวดั

หลักสตู รโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 132 ~

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น กล่มุ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ
รหัส ศ 23102
รายวิชาศิลปะ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3

ภาคเรยี นที่ 2 จานวน 1 หน่วยกติ 2 ช่วั โมง/สปั ดาห์

******************************
ศึกษำรูปแบบ เน้ือหำ และคุณค่ำในงำนทัศนศิลป์ของตนเอ ง ผู้อ่ืน และศิลปิน

งำนทัศนศิลป์เพ่ือบรรยำยเหตุกำรณ์ต่ำง ๆ โดยใช้เทคนิคท่ีหลำกหลำยที่สะท้อนคุณค่ำของวัฒนธรรมควำม
แตกต่ำงในแต่ละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสำกล โดยใช้เกณฑ์ท่ีกำหนดข้ึนอย่ำงเหมำะสม อำชีพที่
เก่ียวกับงำนทัศนศิลป์ และทักษะที่จำเป็นในกำรประกอบอำชีพน้ัน ๆ ศึกษำถึงควำมแตกต่ำงระหว่ำงงำน

ดนตรีของตนเองและผู้อ่ืน อิทธิพลของดนตรีที่มีต่อบุคคลและสังคม อิทธิพลของดนตรีพ้ืนเมืองต่อ สังคมใน
ชุมชน ววิ ัฒนำกำรของดนตรีแต่ละยุคสมัย ลักษณะเด่นท่ีได้รับกำรยอมรับ กำรแสดงดนตรีให้เหมำะสมกับ

กำรบรู ณำกำรสำระอนื่ ศึกษำแนวคิดจำกเนื้อเร่ืองควำมสำคัญ และบทบำทหน้ำที่ต่ำง ๆ ของนำฏศิลป์และ
กำรละครท่ีสำมำรถนำมำปรบั ใช้ในชีวิตประจำวัน ออกแบบและสร้ำงสรรค์ อุปกรณ์และเคร่ืองแต่งกำร เพ่ือ
แสดงนำฏศิลป์และละครทมี่ ำจำกวัฒนธรรมต่ำง ๆ

ระบุอำชีพที่เกี่ยวข้องกับงำนทัศนศิลป์ และทักษะท่ีจำเป็นในกำรประกอบอำชีพน้ัน ๆ
วิเครำะหแ์ ละอภิปรำยรูปแบบ เน้ือหำ และคณุ คำ่ ในงำนทัศนศิลปข์ องตนเอง ผูอ้ ื่น และศิลปิน สร้ำงสรรค์งำน

ทศั นศลิ ป์เพ่อื บรรยำยเหตกุ ำรณต์ ำ่ ง ๆ โดยใชเ้ ทคนิคท่ีหลำกหลำย เลือกงำนทัศนศิลป์ในกำรจัดนิทรรศกำร
ได้อย่ำงเหมำะสม อธิปรำยและเปรียบเทียบท่ีสะท้อนคุณค่ำของวัฒนธรรมควำมแตกต่ำงในแต่ละยุคสมัย
ของวัฒนธรรมไทยและสำกล อธิปรำยเกี่ยวกบั อทิ ธพิ ลของดนตรที ีม่ ตี ่อบุคคลและสังคม เปรียบเทียบควำม

แตกตำ่ งระหวำ่ งงำนดนตรขี องตนเอง และผอู้ น่ื นำเสนอและจัดกำรแสดงดนตรีที่เหมำะสมโดยกำรบูรณำกำร
กับสำระกำรเรียนรอู้ ืน่ ในกลมุ่ ศลิ ปะ บรรยำยถึงวิวัฒนำกำรของดนตรีแต่ละยุคสมัย อภิปรำยลักษณะเด่นที่

ทำให้งำนดนตรีน้ันได้รับกำรยอมรับ อธิบำยควำมสำคัญ และบทบำทหน้ำท่ีต่ำง ๆ ของนำฏศิลป์และกำร
ละครท่ีสำมำรถนำมำปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ร่วมจัดงำนกำรแสดงในบทบำทหน้ำท่ีต่ำง ๆ ออกแบบและ
สร้ำงสรรค์ อุปกรณ์และเคร่ืองแต่งกำร เพื่อแสดงนำฏศิลป์และละครที่มำจำกวัฒนธรรมต่ำง ๆ กล้ำ

แสดงออก และแสดงควำมคิดเห็นในกำรอนรุ กั ษ์นำฏศลิ ป์

ตวั ช้ีวดั
ศ 1.1 ม.3/8,ม.3/9,ม.3/10,ม.3/11,
ศ 1.2 ม.3/1,ม.3/2,

ศ 2.1 ม.3/5,ม.3/6,ม.3/7,
ศ 2.2 ม.3/1,ม.3/2,

ศ 3.1 ม.3/6,ม.3/7,
ศ 3.2 ม.3/1,ม.3/2,ม.3/3
รวมทงั้ หมด 16 ตัวชีว้ ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 133 ~
คำอธบิ ำยรำยวิชำ

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กล่มุ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

รหสั ง ๑๑๑๐๑ รายวชิ าการงานอาชีพ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑

เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง จานวน ๑ หน่วยกติ (๑ ชัว่ โมง/สัปดาห์)

ศกึ ษำ วเิ ครำะห์วธิ ีกำรทำงำนเพ่ือช่วยเหลือตนเอง สังเกตกำรใช้เคร่ืองมือเครื่องใช้ และวิธีทำงำนจำก
กำรสำธิต ทดลอง ปฏิบัติ และนำผลมำอภิปรำย กำหนดเป็นแนวทำงในกำรทำงำน ฝึกกำรทำงำนโดยเน้น

ข้ันตอนกระบวนกำรและนสิ ยั กำรทำงำน สงั เกตกำรปฏิบัติงำนและผลงำน แล้วนำมำอภิปรำยหำข้อบกพร่อง
และวิธแี กไ้ ข เพอื่ ให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทกั ษะเบื้องต้น และทำงำนรว่ มกับสมำชิกในครอบครัวได้ ปรับปรุง

งำนอยูเ่ สมอ เหน็ คณุ ค่ำของกำรทำงำน และมีนสิ ยั รักกำรทำงำน
โดยใช้กระบวนกำรทำงำน กระบวนกำรปฏิบตั ิ กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ และกระบวนกำรทำงำนกลุ่ม

มีการเรียนรูแ้ ละอนุรกั ษภ์ มู ปิ ญั ญาการทางานของท้องถ่ินเช่นการแปรรูปอาหารจากพืช สัตวที่มีอยูในทองถิ่น

เชนการทาไขเ่ ค็มสมุนไพร การประดิษฐ์ของเลน่ พื้นบ้าน เชน่ การทาวา่ วกระดาษ
เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเข้ำใจ สำมำรถสื่อสำรสิ่งท่ีเรียนรู้และเห็นคุณค่ำของกำรทำงำน นำ

ควำมรูท้ เ่ี รยี นไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั มคี วำมสำมำรถในกำรตัดสนิ ใจ มีจริยธรรม คุณธรรมและค่ำนิยม
ที่เหมำะสม และมจี ติ สำนกึ ในกำรอนุรกั ษส์ ิ่งแวดลอ้ ม

ตวั ช้วี ัด
ง ๑.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓

รวม ๓ ตวั ชีว้ ัด

หลักสตู รโรงเรียนวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 134 ~
คำอธิบำยรำยวิชำ

ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพ

รหัสง ๑2๑๐๑ รายวชิ าการงานอาชพี ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 2

เวลาเรียน ๒๐ ชวั่ โมง จานวน ๑ หน่วยกติ (๑ ชว่ั โมง/สัปดาห)์

ศกึ ษำ วิเครำะหว์ ิธีกำรทำงำนเพ่ือชว่ ยเหลือตนเอง ครอบครัว และส่วนรวม เลอื กใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์
เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชใ้ นกำรทำงำนไดอ้ ย่ำงเหมำะสมกบั งำน โดยกำรสำธิต ทดลองปฏบิ ัติและนำผลมำอภปิ รำย
กำหนดแนวทำงในกำรทำงำน ฝกึ กำรทำงำน โดยเน้นขัน้ ตอนกระบวนกำรและนสิ ยั กำรทำงำน สังเกตกำรณ์
ปฏบิ ัติงำนและผลงำน แลว้ นำมำอภิปรำยหำข้อบกพรอ่ งและวิธีแกไ้ ข เพ่ือให้มคี วำมร้คู วำมเข้ำใจ ทักษะ
เบื้องตน้ และทำงำนรว่ มกบั สมำชกิ ในครอบครวั ได้ ปรบั ปรงุ งำนอยู่เสมอ เห็นคุณค่ำของกำรทำงำนและมีนสิ ยั
รกั กำรทำงำน

โดยใช้กระบวนกำรทำงำน กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรคดิ วเิ ครำะห์ และกระบวนกำรทำงำน

กลุ่ม มกี ารเรียนร้แู ละอนรุ กั ษภ์ มู ิปัญญาการทางานของท้องถ่ินแชน่ การแปรรปู อาหารจากพืช สตั วทมี่ อี ยูใน

ทองถ่นิ เชนการทาลาไยอบแห้ง การประดิษฐข์ องใช้พ้ืนบา้ น เชน่ ไมก้ วาดทางมะพรา้ ว

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถส่ือสำรสิ่งท่เี รียนรู้และเหน็ คณุ คำ่ ของกำรทำงำนและ
นำควำมรทู้ ่ีเรียนไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวัน มีควำมสำมำรถในกำรตดั สินใจ มีจริยธรรม คุณธรรม ค่ำนยิ ม
ท่ีเหมำะสม และมจี ิตสำนึกในกำรอนรุ ักษ์สง่ิ แวดล้อม

ตัวชี้วัด บอกวธิ กี ำรและประโยชนก์ ำรทำงำนเพื่อช่วยเหลือตนเองและครอบครัว
ง ๑.๑ ป.๒/๑ ใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมอื ในกำรทำงำนอยำ่ งเหมำะสมกับงำนและประหยดั
ง ๑.๑ ป.๒/๒
ทำงำนเพื่อช่วยเหลอื ตนเองและครอบครวั อย่ำงปลอดภัย
ง ๑.๑ ป.๒/๓

รวม ๓ ตวั ช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 135 ~
คำอธิบำยรำยวิชำ

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น กลมุ่ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชีพ

รหัสง ๑3๑๐๑ รายวิชาการงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

เวลาเรียน ๒๐ ชว่ั โมง จานวน ๑ หนว่ ยกิต(๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห)์

ศกึ ษำ อธิบำยวธิ ีกำรและประโยชน์กำรทำงำน เพ่ือช่วยเหลือตนเอง ครอบครวั และสว่ นรวม เลือกใช้
วสั ดุ อปุ กรณ์ และเคร่อื งมือในกำรทำงำนไดอ้ ยำ่ งถกู ตอ้ ง เหมำะสมตรงกบั ลกั ษณะงำน โดยกำรสำธิต ทดลอง

ปฏิบัตแิ ละนำผลมำอภปิ รำย กำหนดเปน็ แนวทำงในกำรทำงำนอย่ำงเปน็ ขั้นตอนตำมกระบวนกำรทำงำนดว้ ย
ควำมสะอำด รอบคอบ และอนรุ ักษส์ ิ่งแวดล้อม

สรำ้ งชิน้ งำนของเลน่ ของใช้อย่ำงเปน็ ขนั้ ตอน โดยกำหนดปัญหำหรือควำมต้องกำร แล้วรวบรวม
ขอ้ มูล เพ่ือออกแบบ โดยถ่ำยทอดควำมคิดเปน็ ภำพร่ำง ๒ มติ ิ ลงมือสรำ้ งและประเมินผลอย่ำงเปน็
กระบวนกำร โดยใชก้ ระบวนกำรทำงำน กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรคดิ วิเครำะห์ และกระบวนกำร

ทำงำนกลุ่ม การเรียนรแู้ ละอนรุ กั ษภ์ มู ปิ ัญญาการทางานของทอ้ งถิ่น แช่นการแปรรปู อาหารจากพชื สัตว เชน่
การทาเนือ้ หมูแดดเดียว การทาจ้นิ ส้มหมู การประดษิ ฐ์ของใช้พ้นื บา้ น เชน่ งานสานตะกร้าไม้ไผ่

เพอื่ ใหเ้ กดิ ควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถส่ือสำรส่ิงทเ่ี รียนร้แู ละเห็นคณุ คำ่ ของกำรทำงำน และ
นำควำมรู้ที่เรยี นไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั มีควำมสำมำรถในกำรตัดสนิ ใจ มจี ริยธรรม คุณธรรม และ
คำ่ นิยมท่เี หมำะสม และมีจิตสำนึกในกำรอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดล้อม

ตัวช้ีวัด
ง ๑.๑ ป.๓/๑ป.๓/๒ ป.๓/๓

รวม ๓ ตวั ชีว้ ดั

หลักสูตรโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 136 ~

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ

รหสั ง ๑4๑๐๑ รายวิชาการงานอาชพี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4

เวลาเรียน ๒๐ ช่วั โมง จานวน ๑ หนว่ ยกติ (๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห)์

ศึกษำ วิเครำะห์ เหตุผลในกำรทำงำนให้บรรลุเป้ำหมำย โดยทำงำนตำมเป้ำหมำยที่วำงไว้ อย่ำงเป็น
ข้ันตอน กระบวนกำรทำงำน ด้วยควำมขยัน อดทน รับผิดชอบ และซ่ือสัตย์ เข้ำใจและปฏิบัติงำนโดยใช้
พลังงำน ทรัพยำกรอย่ำงประหยัดและคุ้มค่ำ ปฏิบัติตนอย่ำงมีมำรยำทในกำรทำงำน บอกควำมหมำยและ
ควำมสำคัญของอำชพี

โดยใช้กระบวนการทางาน กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการคิดวเิ คราะห์ และกระบวนการทางาน
กลมุ่ มกี ารเรยี นรู้และอนุรักษ์ภมู ิปญั ญาการทางานของท้องถนิ่ อาชพี การเกษตร เชน การปลกู ลาไย การทา
นาขาว การประดิษฐ์ใบตอง เช่นกระทงหอ่ หมก กระทงลอย

เพ่อื ให้เกดิ ควำมรู้ ควำมคดิ ควำมเข้ำใจ สำมำรถสื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้และเห็นคุณค่ำของกำรทำงำน และ
นำควำมรู้ ท่ีเรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีควำมสำมำรถในกำรตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรม และ
คำ่ นิยมที่เหมำะสม และมจี ติ สำนกึ ในกำรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ตวั ชว้ี ัด
ง ๑.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔
ง ๒.๑ ป.๔/๑

รวม ๔ ตวั ชี้วัด

หลักสูตรโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 137 ~
คำอธิบำยรำยวชิ ำ

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ

รหสั ง ๑5๑๐๑ รายวชิ าการงานอาชพี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

ภาคเรยี นท่ี 1 จานวน ๑ หน่วยกิต(๑ ชั่วโมง/สัปดาห์)

ศึกษำ วเิ ครำะห์ อธบิ ำยเหตุผลในกำรทำงำนแต่ละขั้นตอนถูกต้องตำมกระบวนกำรทำงำน ใช้ทักษะ
กำรจัดกำรในกำรทำงำนอย่ำงเป็นระบบ ประณีต และมีควำมคิดสร้ำงสรรค์ ปฏิบัติตนอย่ำงมีมำรยำทในกำร
ทำงำนกับสมำชิกในครอบครัว มีจิตสำนึกในกำรใช้พลังงำนและทรัพยำกรอย่ำงประหยัดและคุ้มค่ำ สำรวจ
ค้นหำ รอบรวมข้อมูลท่เี กย่ี วกบั อำชีพตำ่ ง ๆ ในชุมชน ระบคุ วำมแตกต่ำงของอำชีพ

โดยใชก้ ระบวนกำรทำงำน กระบวนกำรปฏิบตั ิ กระบวนกำรคดิ วิเครำะห์ และกระบวนกำรทำงำน

กลมุ่ การเรยี นรแู้ ละอนุรักษภ์ ูมปิ ัญญาการทางานของท้องถิ่นอาชพี ในชุมชนท่อี าศยั อยู เชน อาชพี ทานา ทา

สวน อาชพี รบั จาง การประดษิ ฐใ์ บตอง เชน่ กรวยดอกไมถ้ าดใบตอง

เพอื่ ใหเ้ กดิ ควำมรคู้ วำมเข้ำใจ สำมำรถสอื่ สำรสิง่ ทเ่ี รยี นรแู้ ละเหน็ คุณค่ำของกำรทำงำน และนำควำมรู้
ที่เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีควำมสำมำรถในกำรตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรมและค่ำนิยมที่
เหมำะสม และมีจติ สำนึกในกำรอนุรักษ์ส่ิงแวดลอ้ ม

ตวั ชีว้ ัด อธิบำยเหตุผลในกำรทำงำนแต่ละขั้นตอนถกู ตอ้ งตำมกระบวนกำรทำงำน
ง ๑.๑ ป.๕/๑ ใช้ทกั ษะกำรจดั กำรในกำรทำงำนอย่ำงเป็นระบบ ประณตี และมีควำมคิดสรำ้ งสรรค์
ง ๑.๑ ป.๕/๒ ปฏบิ ตั ติ นอย่ำงมมี ำรยำทในกำรทำงำนกับสมำชกิ ในครอบครัว
ง ๑.๑ ป.๕/๓
ง ๑.๑ ป.๕/๔ มจี ิตสำนึกในกำรใช้พลงั งำนและทรพั ยำกรอย่ำงประหยัดและคมุ้ ค่ำ
ง ๒.๑ ป.๕/๑ สำรวจขอ้ มูลทีเ่ กี่ยวกับอำชพี ต่ำง ๆ ในชุมชน
ง ๒.๑ ป.๕/๒
ระบุควำมแตกต่ำงของอำชีพ

รวม ๖ ตวั ช้วี ัด

หลักสูตรโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 138 ~
คำอธิบำยรำยวชิ ำ

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี

รหัสง ๑6๑๐๑ รายวชิ าการงานอาชพี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

ภาคเรียนท่ี 1 จานวน ๑ หน่วยกิต(๑ ชว่ั โมง/สัปดาห)์

ศึกษำแนวทำงในกำรทำงำนและปรับปรุงกำรทำงำนแต่ละข้ันตอน กำรจัดกำรในกำรทำงำนและกำร
ทำงำนร่วมกับครอบครัวและผู้อื่นอย่ำงมีมำรยำท สำรวจตนเองเพื่อวำงแผนในกำรเลือกอำชีพ ควำมรู้

ควำมสำมำรถและคุณธรรมท่สี ัมพนั ธ์กับอำชพี ท่ีสนใจ
อธิบำย อภปิ รำย ปฏบิ ัติ สรำ้ ง รวบรวม เลอื ก ใช้ เกบ็ รกั ษำ นำเสนอ สำรวจ ระบุ โดยใช้

ทกั ษะกระบวนกำรทำงำน ทกั ษะกำรจัดกำร ทกั ษะกระบวนกำรแกป้ ัญหำ ทกั ษะกำรทำงำนรว่ มกัน ทกั ษะกำร
แสวงหำควำมรู้ มีคุณธรรมและลกั ษณะนสิ ยั ในกำรทำงำน มจี ติ สำนกึ ในกำรใช้พลงั งำน ทรพั ยำกรอยำ่ ง
ประหยัดและคมุ้ ค่ำ ในกำรดำรงชีวิต ใช้ทักษะทจี่ ำเป็น ใช้ประสบกำรณ์ เหน็ แนวทำงในอำชีพ การเรียนร้แู ละ

อนรุ กั ษภ์ มู ิปัญญาการทางานของทอ้ งถนิ่ อาชพี ในชุมชนท่ีอาศัยอยู่ อาชีพทเี่ หมาะกบั ตัวเองเชน่ การทาอาหาร
การปลูกผัก อาชีพบรกิ าร อาชพี ชา่ งตา่ งๆ

เพ่อื ใหม้ คี ุณธรรม และมีลักษณะนิสัยในกำรทำงำน มีควำมคิดสร้ำงสรรค์ มีจิตสำนึกควำมรับผิดชอบ
ประหยดั ในกำรใช้พลังงำน ทรัพยำกรและส่งิ แวดล้อม เพอ่ื กำรดำรงชีวิตและครอบครัว

ตัวชว้ี ัด
ง ๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓
ง ๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒

รวม ๕ ตวั ชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรยี นวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

~ 139 ~

คาอธิบายรายวิชา

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลมุ่ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชพี

รหสั ง 21๑๐๑ รายวิชาการงานอาชพี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1

ภาคเรียนที่ 1 จานวน ๑ หนว่ ยกติ (๑ ชัว่ โมง/สปั ดาห์)

ศึกษำและวเิ ครำะห์ข้ันตอนกำรทำงำนตำมกระบวนกำรทำงำน โดยทำตำมลำดับขั้นตอนทีว่ ำงแผนไว้
ในกำรใช้อุปกรณอ์ ำนวยควำมสะดวกในกำรทำงำนบำ้ น กำรจัดและตกแตง่ ห้อง รู้จกั วำงแผนกำรทำงำนเป็น
กลุม่ โดยใชก้ ระบวนกำรกลมุ่ ในกำรทำงำนด้วยควำมเสียสละ ในกำรเตรียม ประกอบ จดั ตกแตง่ และบริกำร
อำหำร กำรแปรรูปผลผลติ ทำงกำรเกษตร กำรประดิษฐ์ของใช้ ของตกแตง่ จำกวัสดุในทอ้ งถน่ิ สำมำรถตัดสินใจ
แกป้ ญั หำกำรทำงำนอยำ่ งมีเหตผุ ลในกำรจดั สวนในภำชนะ กำรซ่อมแซมอปุ กรณ์ เคร่อื งมือ เครือ่ งใช้ พรอ้ มท้งั
แสวงหำควำมรู้ เพือ่ นำมำประเมินผล ปรบั ปรงุ งำน นำมำเปน็ แนวทำงในกำรเลอื กอำชพี กำรมีเจตคติท่ดี ตี ่อ
กำรประกอบอำชีพ และเห็นควำมสำคัญของกำรสรำ้ งอำชพี

เพอื่ ใหเ้ กดิ ควำมตระหนักและเห็นคุณคำ่ ของกำรทำงำน มีทักษะกระบวนกำรทำงำน ทกั ษะกำร
จัดกำร ทักษะกระบวนกำรแก้ปัญหำ ทักษะกำรทำงำนร่วมกนั และทกั ษะกำรแสวงหำควำมรู้ สำมำรถนำ
ควำมรมู้ ำประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้ การเรยี นรแู้ ละอนรุ ักษ์ภูมปิ ญั ญาการทางานของทอ้ งถนิ่ อาชพี ใน
ชมุ ชนที่อาศยั อยู่ เช่นการทาน้าผลไม้ในทอ้ งถนิ่ การประกอบอาหารคาวหวานในท้องถิ่น/ อาหารพื้นบ้าน การ
ถนอมอาหาร และผลไมใ้ นท้องถนิ่ ตาม ฤดูกาล การประดิษฐเ์ ฟอรน์ เิ จอรด์ ้วยวสั ดลุ ังไม้ งานโลหะ

มีควำมสำมำรถในกำรตัดสนิ ใจ มคี ุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมท่เี หมำะสม รวมถงึ มจี ิตสำนึกในกำร
ใช้พลงั งำน ทรพั ยำกร และสิ่งแวดล้อมอย่ำงประหยดั และคุ้มค่ำ

ตวั ชวี้ ัด
ง ๑.๑ ม.๑/๑
ง ๑.๑ ม.๑/๒
ง ๑.๑ ม.๑/๓
ง ๒.๑ ม.๑/๑
ง.๒.๑ ม.๑/๒
ง.๒.๑ ม.๑/๓

รวม ๖ ตวั ชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560

~ 140 ~

คาอธิบายรายวิชา

ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

รหัสง 21๑๐2 รายวิชาการงานอาชพี ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1

ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน ๑ หน่วยกิต(๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์)

ศกึ ษำและวเิ ครำะหข์ น้ั ตอนกำรทำงำนตำมกระบวนกำรทำงำน โดยทำตำมลำดับขั้นตอนท่ีวำงแผนไว้
ในกำรใช้อปุ กรณ์อำนวยควำมสะดวกในกำรทำงำนบ้ำน กำรจัดและตกแต่งห้อง รู้จักวำงแผนกำรทำงำนเป็น
กลุ่ม โดยใช้กระบวนกำรกลมุ่ ในกำรทำงำนดว้ ยควำมเสยี สละ ในกำรเตรียม ประกอบ จัด ตกแต่ง และบริกำร
อำหำร กำรแปรรปู ผลผลติ ทำงกำรเกษตร กำรประดิษฐข์ องใช้ ของตกแตง่ จำกวสั ดใุ นท้องถ่นิ สำมำรถตัดสินใจ
แก้ปญั หำกำรทำงำนอย่ำงมเี หตผุ ลในกำรจดั สวนในภำชนะ กำรซอ่ มแซมอปุ กรณ์ เครอ่ื งมือ เครื่องใช้ พร้อมท้ัง
แสวงหำควำมรู้ เพ่ือนำมำประเมินผล ปรับปรุงงำน นำมำเป็นแนวทำงในกำรเลือกอำชีพ กำรมีเจตคติท่ีดีต่อ
กำรประกอบอำชพี และเห็นควำมสำคญั ของกำรสร้ำงอำชพี

เพอื่ ให้เกดิ ควำมตระหนักและเหน็ คุณคำ่ ของกำรทำงำน มีทกั ษะกระบวนกำรทำงำน ทกั ษะกำร
จดั กำร ทกั ษะกระบวนกำรแก้ปญั หำ ทักษะกำรทำงำนร่วมกนั และทักษะกำรแสวงหำควำมรู้ สำมำรถนำ
ควำมรูม้ ำประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวันได้ การเรยี นรแู้ ละอนุรกั ษภ์ ูมิปัญญาการทางานของท้องถิน่ อาชพี ใน
ชมุ ชนทีอ่ าศัยอยู่ เชน่ การทาน้าผลไมใ้ นท้องถิน่ การประกอบอาหารคาวหวานในทอ้ งถ่ิน/ อาหารพืน้ บา้ น การ
ถนอมอาหาร และผลไม้ในทอ้ งถิ่นตาม ฤดกู าล การประดษิ ฐเ์ ฟอรน์ เิ จอรด์ ้วยวัสดลุ ังไม้ งานโลหะ

มีควำมสำมำรถในกำรตัดสนิ ใจ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมท่ีเหมำะสม รวมถึงมีจิตสำนึกในกำร
ใชพ้ ลงั งำน ทรัพยำกร และส่งิ แวดลอ้ มอย่ำงประหยัดและคุ้มคำ่

ตวั ชวี้ ัด
ง ๑.๑ ม.๑/๑
ง ๑.๑ ม.๑/๒
ง ๑.๑ ม.๑/๓
ง ๒.๑ ม.๑/๑
ง.๒.๑ ม.๑/๒
ง.๒.๑ ม.๑/๓

รวม ๖ ตัวชี้วัด

หลักสตู รโรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560

~ 141 ~

คาอธิบายรายวิชา

ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพ

รหสั ง 22๑๐๑ รายวิชาการงานอาชีพ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2

ภาคเรยี นท่ี 1 จานวน ๑ หนว่ ยกิต(๑ ชวั่ โมง/สัปดาห)์

ศกึ ษำ ค้นควำ้ รวบรวม สังเกต สำรวจ บันทึก และแสวงหำควำมรู้ เพ่ือใช้ในกำรพัฒนำกำรทำงำน
กำรจัดและตกแต่งบำ้ น กำรดูแลรักษำและตกแต่งสวน กำรจัดกำรผลผลติ ใชท้ ักษะกระบวนกำรแก้ปัญหำใน
กำรทำงำน กำรเตรียม ประกอบ จดั ตกแต่ง และบรกิ ำรเคร่ืองด่ืม กำรเล้ยี งสตั ว์ กำรประดษิ ฐ์ของใช้ ของ
ตกแต่งจำกวัสดุในโรงเรียน หรือท้องถ่ิน กำรติดตอ่ สอ่ื สำร และใช้บริกำรกับหนว่ ยงำนต่ำง ๆ มจี ิตสำนกึ ในกำร
ทำงำนและใช้ทรพั ยำกรในกำรปฏิบัตงิ ำนอย่ำงประหยัดและคมุ้ ค่ำ มกี ำรเสรมิ สรำ้ งประสบกำรณ์อำชีพ กำร
เตรยี มตัวเข้ำสู่อำชพี และมที กั ษะพ้นื ฐำนทจ่ี ำเปน็ สำหรบั กำรประกอบอำชพี ท่ีสนใจ

เพอ่ื ใหเ้ กดิ ควำมตระหนักและเหน็ คณุ คำ่ ของกำรทำงำน มที กั ษะกระบวนกำรทำงำน ทกั ษะกำร
จัดกำร ทักษะกระบวนกำรแกป้ ญั หำ ทักษะกำรทำงำนรว่ มกนั และทกั ษะกำรแสวงหำควำมรู้ สำมำรถนำ
ควำมร้มู ำประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ การเรียนรแู้ ละอนุรักษ์ภูมปิ ญั ญาการทางานของทอ้ งถ่นิ อาชพี ใน
ชุมชนท่อี าศยั อยู่ ขนมไทยท้องถิน่ การแปรรูปผลไม้ในท้องถ่นิ การปลกู ผลติ ผลทางการเกษตรตามแนวเกษตร
ทฤษฎีใหม่ งานซ่อมเครื่องยนต์ จกั รยานยนต์

มีควำมสำมำรถในกำรตดั สินใจ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมทเี่ หมำะสม รวมถงึ มจี ติ สำนกึ ในกำร
ใช้พลังงำน ทรัพยำกร และสิ่งแวดลอ้ มอยำ่ งประหยดั และคุ้มค่ำ

ตวั ชี้วัด
ง ๑.๑ ม.๒/๑
ง ๑.๑ ม.๒/๒
ง ๑.๑ ม.๒/๓
ง ๒.๑ ม.๒/๑
ง ๒.๑ ม.๒/๒
ง ๒.๑ ม.๒/๓

รวม ๖ ตวั ช้ีวดั

หลักสูตรโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 142 ~

คาอธบิ ายรายวิชา

ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ

รหัสง 22๑๐2 รายวชิ าการงานอาชพี ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2

ภาคเรยี นท่ี 2 จานวน ๑ หน่วยกิต(๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์)

ศึกษำ ค้นคว้ำ รวบรวม สังเกต สำรวจ บันทึก และแสวงหำควำมรู้ เพื่อใช้ในกำรพัฒนำกำรทำงำน
กำรจัดและตกแตง่ บำ้ น กำรดแู ลรักษำและตกแต่งสวน กำรจัดกำรผลผลิต ใช้ทักษะกระบวนกำรแก้ปัญหำใน
กำรทำงำน กำรเตรียม ประกอบ จัด ตกแต่ง และบริกำรเครื่องดื่ม กำรเลี้ยงสัตว์ กำรประดิษฐ์ของใช้ ของ

ตกแต่งจำกวสั ดุในโรงเรยี น หรือท้องถิน่ กำรตดิ ต่อสอ่ื สำร และใช้บรกิ ำรกับหนว่ ยงำนต่ำง ๆ มีจิตสำนึกในกำร
ทำงำนและใช้ทรัพยำกรในกำรปฏิบัติงำนอย่ำงประหยัดและคุ้มค่ำ มีกำรเสริมสร้ำงประสบกำรณ์อำชีพ กำร

เตรยี มตัวเข้ำสูอ่ ำชีพ และมีทักษะพน้ื ฐำนทจ่ี ำเปน็ สำหรับกำรประกอบอำชพี ทีส่ นใจ
เพ่ือให้เกิดควำมตระหนักและเห็นคุณค่ำของกำรทำงำน มีทักษะกระบวนกำรทำงำน ทักษะกำร

จัดกำร ทักษะกระบวนกำรแก้ปัญหำ ทักษะกำรทำงำนร่วมกัน และทักษะกำรแสวงหำควำมรู้ สำมำรถนำ

ควำมรู้มำประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ การเรียนรู้และอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทางานของท้องถิ่นอาชีพใน
ชุมชนท่ีอาศยั อยู่ ขนมไทยทอ้ งถน่ิ การแปรรูปผลไม้ในท้องถิ่น การปลูกผลิตผลทางการเกษตรตามแนวเกษตร

ทฤษฎใี หม่ งานซอ่ มเครือ่ งยนต์ จกั รยานยนต์
มคี วำมสำมำรถในกำรตดั สนิ ใจ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมทเ่ี หมำะสม รวมถึงมีจิตสำนึกในกำร

ใช้พลังงำน ทรพั ยำกร และสงิ่ แวดล้อมอย่ำงประหยดั และคุ้มคำ่

ตัวชว้ี ดั
ง ๑.๑ ม.๒/๑
ง ๑.๑ ม.๒/๒
ง ๑.๑ ม.๒/๓

ง ๒.๑ ม.๒/๑
ง ๒.๑ ม.๒/๒
ง ๒.๑ ม.๒/๓

รวม ๖ ตวั ชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 143 ~

คาอธิบายรายวชิ า

ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ

รหัสง 23๑๐๑ รายวชิ าการงานอาชพี ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

ภาคเรยี นที่ 1 จานวน ๑ หนว่ ยกติ (๑ ชัว่ โมง/สปั ดาห)์

ศึกษำและเรยี นรู้เกี่ยวกับขั้นตอนกำรทำงำนตำมกระบวนกำรทำงำนในกำรซัก ตำก พับ เก็บเสื้อผ้ำท่ี

ต้องดูแลอย่ำงประณตี กำรสร้ำงชนิ้ งำน หรือผลงำน ใชท้ ักษะกำรทำงำนรว่ มกันในกำรเตรียม ประกอบอำหำร
ประเภทสำรับและกำรประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จำกวัสดุธรรมชำติ ใช้ทักษะกำรจัดกำรในกำรประกอบธุรกิจ

ประเภทตำ่ ง ๆ กำรขยำยพันธ์ุพืช กำรติดตง้ั และประกอบผลติ ภณั ฑ์ มีจิตสำนึกในกำรทำงำนและใช้ทรัพยำกร
ในกำรปฏิบัติงำน อย่ำงประหยัดและคุ้มค่ำ อภิปรำยกำรหำงำนด้วยวิธีท่ีหลำกหลำย วิเครำะห์แนวทำงเข้ำสู่
อำชพี และสำมำรถประเมินทำงเลือกในกำรประกอบอำชีพที่สอดคล้องกับควำมรู้ ควำมถนัด และควำมสนใจ

ของตนเอง เพอื่ กำรเสรมิ สรำ้ งประสบกำรณอ์ ำชพี
เพื่อให้เกิดควำมตระหนักและเห็นคุณค่ำของกำรทำงำน มีทักษะกำรทำงำนร่วมกันและทักษะกำร

จัดกำรในกำรปฏิบัติงำนตำมข้ันตอนกำรทำงำนอย่ำงมีประสิทธิภำพ สำมำรถนำควำมรู้ไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจาวนั การเรยี นรู้และอนุรกั ษภ์ ูมิปัญญาการทางานของท้องถ่ินอาชีพในชุมชนท่ีอาศัยอยู่ การประกอบ
อาหารและเครอ่ื งดืม่ สมนุ ไพร การแปรรปู ผลไม้ในทอ้ งถิน่ งาน ปนู ป้นั งานซ่อมเครอื่ งยนต์ จกั รยานยนต์

งานช่างอน่ื ๆ ในทอ้ งถ่ิน
มคี ุณธรรมในกำรทำงำน และมีจติ สำนกึ ในกำรใชพ้ ลงั งำน ทรพั ยำกร และสงิ่ แวดลอ้ ม

ตัวช้วี ัด
ง ๑.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓
ง ๒.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓

รวม ๖ ตวั ช้วี ัด

หลกั สูตรโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560

~ 144 ~

คาอธบิ ายรายวชิ า

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลมุ่ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชีพ

รหสั ง 23๑๐2 รายวิชาการงานอาชพี ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3

ภาคเรียนที่ 2 จานวน ๑ หน่วยกติ (๑ ช่วั โมง/สัปดาห)์

******************************

ศึกษำและเรยี นร้เู กี่ยวกับขนั้ ตอนกำรทำงำนตำมกระบวนกำรทำงำนในกำรซัก ตำก พับ เก็บ

เส้ือผ้ำท่ีต้องดูแลอย่ำงประณีต กำรสร้ำงชิ้นงำน หรือผลงำน ใช้ทักษะกำรทำงำนร่วมกันในกำรเตรียม
ประกอบอำหำรประเภทสำรับและกำรประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จำกวัสดุธรรมชำติ ใช้ทักษะกำรจัดกำรในกำร
ประกอบธุรกิจประเภทต่ำง ๆ กำรขยำยพันธ์ุพืช กำรติดต้ังและประกอบผลิตภัณฑ์ มีจิตสำนึกในกำรทำงำน

และใช้ทรัพยำกรในกำรปฏิบัติงำน อย่ำงประหยัดและคุ้มค่ำ อภิปรำยกำรหำงำนด้วยวิธีที่หลำกหลำย
วิเครำะหแ์ นวทำงเขำ้ ส่อู ำชพี และสำมำรถประเมนิ ทำงเลือกในกำรประกอบอำชีพท่สี อดคลอ้ งกับควำมรู้ ควำม

ถนัด และควำมสนใจของตนเอง เพือ่ กำรเสรมิ สร้ำงประสบกำรณ์อำชีพ
เพ่ือให้เกิดควำมตระหนักและเห็นคุณค่ำของกำรทำงำน มีทักษะกำรทำงำนร่วมกันและทักษะกำร

จัดกำรในกำรปฏิบัติงำนตำมขั้นตอนกำรทำงำนอย่ำงมีประสิทธิภำพ สำมำรถนำควำมรู้ไป ประยุกต์ใช้ใน

ชวี ติ ประจาวัน การเรียนร้แู ละอนุรกั ษ์ภมู ปิ ัญญาการทางานของทอ้ งถิน่ อาชีพในชุมชนท่ีอาศัยอยู่ การประกอบ
อาหารและเคร่ืองดืม่ สมนุ ไพร การแปรรูปผลไมใ้ นท้องถนิ่ งาน ปูนป้นั งานซ่อมเครอื่ งยนต์ จักรยานยนต์

งานชา่ งอน่ื ๆ ในทอ้ งถนิ่
มคี ุณธรรมในกำรทำงำน และมจี ติ สำนึกในกำรใชพ้ ลงั งำน ทรพั ยำกร และส่ิงแวดลอ้ ม

ตัวช้วี ัด
ง ๑.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓
ง ๒.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓

รวม ๖ ตัวชว้ี ัด

หลักสตู รโรงเรยี นวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560


Click to View FlipBook Version