~ 195 ~
คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
รหัส ส 23204 รายวชิ าตา้ นทุจรติ 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 0.5 หนว่ ยกิจ 1 ชวั่ โมง/สัปดาห์
ศึกษำเกี่ยวกับกำรแยกแยะระหว่ำงผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์สว่ นรวม ควำมละอำย
และควำมไม่ทนตอ่ กำรทุจรติ STRONG : จติ พอเพียงตอ่ ต้ำนกำรทจุ รติ ร้หู นำ้ ท่ีของพลเมอื งและรับผดิ ชอบ
ตอ่ สงั คม ในกำรต่อต้ำนกำรทุจรติ โดยใชก้ ระบวนกำรคิด วเิ ครำะห์ จำแนก แยกแยะ กำรฝกึ ปฏบิ ัติจรงิ
กำรทำโครงงำนกระบวนกำรเรยี นรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) กำรอภปิ รำย กำรสบื สอบ กำรแกป้ ญั หำ ทกั ษะ
กำรอ่ำนและกำรเขยี นเพ่อื ใหม้ ีควำมตระหนกั และเห็นควำมสำคญั ของกำรต่อตำ้ นและกำรปอ้ งกันกำรทุจรติ
ผลการเรียนรู
1. มีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจเกี่ยวกบั กำรแยกแยะระหวำ่ งผลประโยชน์ส่วนตนกบั ผลประโยชน์สว่ นรวม
2. มคี วำมรู้ ควำมเข้ำใจเก่ยี วกับควำมละอำยและควำมไมท่ นตอ่ กำรทจุ รติ
3. มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจเกย่ี วกบั STRONG : จิตพอเพยี งต่อต้ำนกำรทจุ รติ
4. มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมคี วำมรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
5. สำมำรถคดิ แยกแยะระหว่ำงผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
6. ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้ละอำยและไม่ทนตอ่ กำรทจุ รติ ทกุ รูปแบบ
7. ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้ท่ี STRONG : จติ พอเพียงต่อตำ้ นกำรทุจรติ
8. ปฏบิ ัตติ นตำมหนำ้ ท่ีพลเมืองและมีควำมรับผิดชอบต่อสงั คม
9. ตระหนกั และเห็นควำมสำคัญของกำรตอ่ ตำ้ นและป้องกนั กำรทุจรติ
รวมท้ังหมด 9 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรยี นวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 196 ~
คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
รหัส ส 23204 รายวิชาตา้ นทจุ ริต2 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรยี นที่ 2 จานวน 0.5 หน่วยกจิ 1 ชวั่ โมง/สัปดาห์
ศึกษำเกย่ี วกับกำรแยกแยะระหว่ำงผลประโยชน์ส่วนตน กบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม ควำมละอำย
และควำมไมท่ นต่อกำรทุจรติ STRONG : จติ พอเพยี งต่อตำ้ นกำรทจุ ริต รู้หนำ้ ที่ของพลเมอื งและรับผดิ ชอบ
ตอ่ สงั คม ในกำรตอ่ ต้ำนกำรทจุ รติ โดยใชก้ ระบวนกำรคดิ วเิ ครำะห์ จำแนก แยกแยะ กำรฝกึ ปฏิบัติจรงิ
กำรทำโครงงำนกระบวนกำรเรยี นรู้ 5 ข้นั ตอน (5 STEPs) กำรอภิปรำย กำรสืบสอบ กำรแกป้ ญั หำ ทักษะ
กำรอ่ำนและกำรเขยี นเพ่อื ใหม้ ีควำมตระหนกั และเหน็ ควำมสำคญั ของกำรต่อต้ำนและกำรปอ้ งกันกำรทุจรติ
ผลการเรียนรู
1. มีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจเกี่ยวกับกำรแยกแยะระหว่ำงผลประโยชน์ส่วนตนกบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
2. มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจเกีย่ วกับควำมละอำยและควำมไมท่ นตอ่ กำรทจุ ริต
3. มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจเกย่ี วกบั STRONG : จติ พอเพียงตอ่ ต้ำนกำรทจุ ริต
4. มคี วำมรู้ ควำมเขำ้ ใจเกีย่ วกับพลเมอื งและมคี วำมรับผดิ ชอบต่อสังคม
5. สำมำรถคดิ แยกแยะระหว่ำงผลประโยชนส์ ่วนตนกบั ผลประโยชน์สว่ นรวมได้
6. ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้ละอำยและไม่ทนตอ่ กำรทุจริตทกุ รูปแบบ
7. ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG : จิตพอเพียงต่อตำ้ นกำรทจุ ริต
8. ปฏบิ ัตติ นตำมหนำ้ ท่ีพลเมอื งและมคี วำมรบั ผิดชอบต่อสังคม
9. ตระหนกั และเหน็ ควำมสำคัญของกำรต่อต้ำนและปอ้ งกนั กำรทจุ ริต
รวมท้ังหมด 9 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 197 ~
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาตอนต้น กล่มุ สาระการเรียนรูการงานอาชีพ
รหสั ง 21201 รายวชิ างานช่างอุตสาหกรรมเขยี นแบบเบื้องต้น ๑ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 0.5 หน่วยกิจ 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ศึกษำกำรใชและกำรบำรงุ รกั ษำเครอ่ื งมือเขยี นแบบ หลกั กำรใชเสน หลักกำรจัดหนำกระดำษ กำร
เขียนขนำดและมำตรำสว่ นสัญลักษณ์ในกำรเขียนแบบ ลกั ษณะภำพPerspective ภำพ Isometric และ
ภำพ Oblique ภำพฉำยและภำพตัดปฏบิ ัติงำนฝกทักษะกำรใชเครือ่ งมอื เขยี นรำยละเอียดประกอบแบบ
เขียนสญั ลกั ษณ์เขียนภำพ Perspective ภำพ Isometric และ Oblique ภำพฉำยและภำพตดั
เพือ่ ให้ นกั เรยี นมคี วำมรบั ผิดชอบ ซื่อสตั ย์สุจรติ มุง่ ม่ันในกำรทำงำน ยึดหลกั ปรัชญำเศรษฐกิจ
พอเพยี ง ใช้ทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มในกำรทำงำนอย่ำงคุ้มค่ำ ถูกวิธแี ละตดั สินใจเลือกอำชีพท่ี
หลำกหลำย
ผลการเรียนรู
๑. มคี วำมรูควำมเขำใจเกี่ยวกับกำรใชและกำรบำรงุ รกั ษำเคร่ืองมือเขียนแบบ
๒. มีควำมร้หู ลักกำรใชเส้นหลกั กำรจดั หนำกระดำษ กำรเขียนขนำดและมำตรำสวน สัญลกั ษณ์
ในกำรเขียนแบบ
๓. สำมำรถเขยี นภำพPerspective ภำพ Isometric และภำพ Oblique ภำพฉำยและภำพตดั ได้
๔. สำมำรถใชเ้ ครือ่ งมอื เขยี นแบบ เขำใจลักษณะรปู ทรงเรขำคณิต อำนแบบเขียนแบบภำพของ
จรงิ กำรเขียนภำพฉำยและภำพตัด
๔. สำมำรถบำรงุ รักษำเครือ่ งมอื เขยี นแบบและนำไปใชศกึ ษำตอ ชั้นสูง และนำไปใชและแกปญหำ
ในชวี ิตประจำำวันได้
รวมท้งั หมด ๕ ผลการเรียนรู้
หลักสตู รโรงเรียนวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 198 ~
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น กลมุ่ สาระการเรยี นรูการงานอาชีพ
รหัส ง 21202 รายวิชางานช่างอตุ สาหกรรมช่างฝกึ ฝีมอื (งานตะไบ) ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 0.5 หน่วยกิจ 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์
ศึกษำควำมหมำย ควำมสำคญั ของพืน้ ฐำนงำนช่ำงเบ้ืองต้น เครื่องมือและอุปกรณ์งำนช่ำงพ้ืนฐำน
ระบบกำรวัด เครื่องมือวัดพ้ืนฐำน กำรวัด กำรตัด กำรเจำะ กำรเลื่อย กำรตะไบ ปฏิบัติงำนฝึกทักษะ
เก่ยี วกับกำรใชเ้ คร่ืองมอื พืน้ ฐำนกำรวดั กำรตดั กำรเจำะ กำรเลือ่ ย กำรตะไบ
เพ่ือให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจในกำรใช้เคร่ืองมือพ้ืนฐำน กำรวัดขนำด กำรตัด กำรเจำะ กำรเล่ือย
และกำรตะไบช้ินงำน สำมำรถผลิตช้ินงำนจำกกำรใชข้ ้ันตอนในกำรฝกึ ทกั ษะงำนช่ำงได้ด้วยควำมรบั ผิดชอบ
ขยัน อดทน และซ่ือสัตยส์ ุจรติ และตดั สนิ ใจเลอื กอำชีพท่หี ลำกหลำย
ผลการเรยี นรู
๑. มีควำมรูควำมเขำใจเกย่ี วกบั กำรใชเ้ คร่ืองมอื และเคร่ืองกลเบอ้ื งต้น
๒. สำมำรถปฏิบตั ิงำนด้วยควำมปลอดภัย ผลงำนประณตี เรยี บรอ้ ย รจู้ กั แกป้ ญั หำและนำ
ประยกุ ต์ใชก้ ับงำนอนื่ ได้
๓. สำมำรถวดั และร่ำงแบบชนิ้ งำนโลหะได้
๔. สำมำรถแปรรปู โลหะเปน็ ชิ้นงำนจรงิ ดว้ ยเครอ่ื งมือทัว่ ไป
๕. สำมำรถบำรุงรกั ษำเคร่อื งมอื เคร่อื งมอื และเครอื่ งกลเบ้อื งตน้ และนำไปใชและแกปญหำในชีวิต
ประจำำวนั ได้
รวมท้งั หมด ๕ ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 199 ~
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรียนรูการงานอาชีพ
รหสั ง 22201 รายวิชางานช่างอตุ สาหกรรมชา่ งเชื่อมไฟฟ้า เบอื้ งตน้ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2
ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 0.5 หน่วยกจิ 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์
ศกึ ษำข้อมลู เกีย่ วกับกำรเชื่อมไฟฟำ้ เบ้อื งต้น ควำมปลอดภยั วธิ ีกำรบำรุงรกั ษำเครอื่ งมือกำรใช้
เครือ่ งมอื ในกำรปฏิบตั งิ ำน กำรประกอบติดตง้ั เครอื่ งเชือ่ มฟำ้ กำรเลือกใชก้ ระแสไฟฟำ้ ได้เหมำะสมกับชนดิ
ขนำดของงำน กฎระเบียบตำ่ งๆขณะปฏบิ ตั ิงำน ตลอดจนวธิ ีกำรเชอื่ มแบบต่ำงๆ
มีทกั ษะในกำรปฏบิ ัตงิ ำนเช่อื มในตำแหนง่ ทำ่ ต่ำงๆ พร้อมทั้งสำมำรถประกอบตดิ ต้ังกำรทำงำน
ของเครื่องเชือ่ มไฟฟ้ำได้ ใชแ้ ละบำรุงรักษำเครือ่ งมอื เลอื กใชก้ ระแสไฟฟำ้ ได้ถูกต้องเหมำะสมกับงำนและ
ปฏิบตั ิงำนเชอ่ื มโลหะด้วยไฟฟำ้ ได้
เพอ่ื ให้ นักเรียนมคี วำมรบั ผิดชอบ ซอ่ื สัตย์สุจริต ม่งุ มัน่ ในกำรทำงำน ยึดหลักปรชั ญำเศรษฐกจิ
พอเพยี ง ใช้ทรพั ยำกรธรรมชำติและสง่ิ แวดลอ้ มในกำรทำงำนอยำ่ งคมุ้ ค่ำ ถกู วธิ แี ละตดั สินใจเลอื กอำชีพท่ี
หลำกหลำย
ผลการเรียนรู
๑. บอกควำมร้เู กี่ยวกับงำนเชื่อมไฟฟ้ำเบื้องต้น
๒. นกั เรียนสำมำรถบอกชอื่ เคร่ืองมอื วัสดุ-อุปกรณท์ ี่ใชใ้ นกำรเช่อื มได้
๓. สำมำรถบอกกฎแหง่ ควำมปลอดภยั ในกำรปฏิบัตงิ ำน
๔. สำมำรถประกอบติดตั้งกำรทำงำนของเคร่อื งเช่ือมไฟฟ้ำ
๕. สำมำรถเลอื กใชก้ ระแสได้ถูกต้องกบั งำน
๖. สำมำรถปฏบิ ตั งิ ำนเชือ่ มไฟฟำ้ แบบต่ำงๆได้
๗. สำมำรถบำรงุ รักษำเครอ่ื งมอื เคร่อื งมืองำนเช่อื มไฟฟ้ำและนำไปใชแกปญหำในชีวิตประจำวนั
ได้
รวมทงั้ หมด ๗ ผลการเรียนรู้
หลักสตู รโรงเรยี นวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 200 ~
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรยี นรูการงานอาชีพ
รหัส ง 22202 รายวิชางานช่างอตุ สาหกรรมชา่ งก่อสรา้ ง (งานปูน) เบอ้ื งต้นชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
ภาคเรยี นที่ 2 จานวน 0.5 หนว่ ยกจิ 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์
ศกึ ษำเก่ียวกับชนิด คุณสมบัติของปูนซีเมนต์ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ในงำนช่ำงปูน กำรเตรียม
วสั ดุและพ้นื ท่ี กำรหำระดับ ส่วนผสมของปูนชนิดต่ำงๆและคอนกรีต กำรเตรียมวัสดุกำรเตรียมพ้ืนท่ี กำร
หำระดับในงำนปูน กำรก่ออิฐแบบต่ำงๆ วิธีกำรตกแต่งผิวปูนและคอนกรีตแบบต่ำงๆ กำรสำรวจแหล่ง
บริกำรและกำรกำหนดรำคำคำ่ บริกำรตำ่ งๆเกี่ยวกบั งำนปูน
ปฏิบัติกำรเตรียมวัสดุและพื้นที่ หำระดับ ผสมปูนก่อ ปูนฉำบและคอนกรีต ก่ออิฐตกแต่งผิว สำรวจแหล่ง
วสั ดุและแหล่งบรกิ ำรในทอ้ งถิ่น คิดคำนวณรำคำคำ่ ใช้จ่ำยและกำหนดรำคำค่ำบริกำรได้ปฏิบัติงำนเกี่ยวกับ
กำรเตรียมวัสดุและพ้ืนที่ กำรหำระดับ ปฏิบัติกำรเตรียมวัสดุและพื้นที่ หำระดับ ผสมปูนก่อ ปูนฉำบและ
คอนกรีต ก่ออิฐตกแต่งผิว สำรวจแหล่งวัสดุและแหล่งบริกำรในท้องถ่ิน คิดคำนวณรำคำค่ำใช้จ่ำยและ
กำหนดรำคำค่ำบริกำรได้
เพ่ือให้มีควำมเสียสละในกำรทำงำน มีควำมรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งม่ันในกำรทำงำน
ตำมหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมในกำรทำงำนอย่ำงประหยัด
คมุ้ ค่ำ ถกู วธิ ี และมเี จตคตทิ ี่ดตี อ่ กำรประกอบอำชพี สจุ ริตหลำกหลำย
ผลการเรียนรู
๑. สำมำรถบอกชนดิ ของปูนซีเมนตแ์ ละคณุ สมบัตขิ องปนู ซีเมนต์ได้
๒. สำมำรถบอกชื่อเคร่ืองมอื วสั ดอุ ุปกรณ์ในกำรทำงำนปูนได้
๓. สำมำรถบอกส่วนผสมของปูนชนดิ ต่ำงๆและคอนกรีตได้
๔. สำมำรถเตรยี มวัสดุ เตรยี มพ้ืนที่และหำระดบั ได้
๕. สำมำรถก่ออิฐแบบต่ำงๆได้
๖. สำมำรถตกแตง่ ผวิ ปูนและคอนกรีตได้
๗. สำมำรถบำรงุ รกั ษำเครอ่ื งมอื กอ่ สรำ้ งเบ้อื งตน้ และนำไปใชและแกปญหำในชีวติ ประจำวันได้
รวมท้ังหมด ๗ ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนวัดทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 201 ~
คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กลมุ่ สาระการเรยี นรูการงานอาชพี
รหสั ง 23202 รายวชิ างานช่างอตุ สาหกรรมช่างเชื่อมไฟฟ้าภายในอาคาร เบื้องตน้
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 0.5 หนว่ ยกจิ 1 ชวั่ โมง/สัปดาห์
ศึกษำเกีย่ วกับควำมปลอดภยั เก่ียวกับไฟฟำ้ และกำรปฐมพยำบำล ควำมรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับไฟฟ้ำ
เคร่ืองมือวัดทำงไฟฟ้ำ วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือในกำรเดินสำยไฟฟ้ำ กำรเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ให้
เหมำะสมกับงำน กฎระเบียบข้อบังคับในกำรเดินสำยไฟฟ้ำในอำคำร กำรเดินสำยวิธีกำรต่ำงๆ กำรติดตั้ง
อุปกรณ์ไฟฟ้ำ กำรแก้ไขข้อขัดข้องทำงไฟฟ้ำ กำรสำรวจแหล่งบริกำรในท้องถิ่นและกำรกำหนดรำคำ
ค่ำบริกำรในกำรทำงำน
สำมำรถบอกแหล่งกำเนิดไฟฟ้ำและชนิดของไฟฟ้ำ ปฏิบัติฝึกทักษะเกี่ยวกับกำรเดินสำยไฟฟ้ำ
แบบต่ำง เดนิ สำยไฟฟ้ำด้วยเข็มขัดรัดสำยและอุปกรณ์กำรเดินสำยไฟแบบต่ำงๆ ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้ำแบบ
ต่ำงๆ ปฏิบัติงำนตำมแบบท่ีกำหนด เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ได้ถูกต้อง แก้ไขข้อขัดข้องและซ่อมแซม ทำงำน
ดว้ ยควำมปลอดภยั สำรวจแหลง่ บริกำรในทอ้ งถิ่นและสำมำรถกำหนดรำคำค่ำบรกิ ำรได้
เพื่อให้นักเรียนมีควำมรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในกำรทำงำน ยึดหลักปรัชญำเศรษฐกิจ
พอเพยี ง ใชท้ รัพยำกรธรรมชำติและส่ิงแวดล้อมในกำรทำงำนอย่ำงคุ้มค่ำ ถูกวิธแี ละตัดสนิ ใจเลือกอำชีพท่ี
หลำกหลำย
ผลการเรียนรู
๑. นกั เรยี นสำมำรถบอกกฎเกี่ยวกบั ควำมปลอดภัยและกำรปฐมพยำบำล
๒. อธบิ ำยควำมรู้เบ้ืองตน้ เกีย่ วกบั ไฟฟำ้
๓. บอกวธิ กี ำรใช้และบำรงุ รกั ษำเครื่องมือที่ใชใ้ นกำรเดินสำยไฟฟำ้
๔. มีควำมรูค้ วำมเข้ำใจและสำมำรถเลอื กใชว้ สั ดุอปุ กรณใ์ นกำรเดนิ สำยไฟฟำ้ ในอำคำรได้
๕. สำมำรถปฏิบัติกำรเดินสำยไฟฟำ้ ได้ถกู ต้องตำมระเบยี บกำรไฟฟ้ำ
๖. บอกข้อขัดขอ้ งและซ่อมแซมข้อขัดข้องได้
๗. สำมำรถบำรุงรักษำเครือ่ งมอื เครื่องมอื ชำ่ งฟำ้ และนำไปใชและแกปญหำในชวี ิตประจำวนั ได้
รวมทัง้ หมด ๗ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 202 ~
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน้ กลุ่มสาระการเรียนรูการงานอาชีพ
รหสั ง 23202 รายวิชางานชา่ งอตุ สาหกรรมชา่ งซอ่ มจกั รยานยนต์ เบ้อื งต้น ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 0.5 หนว่ ยกจิ 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์
ศึกษำกำรทำงำนของเครื่องยนต์แกส๊ โซลีน ๔ จงั หวะและ ๒ จังหวะ ส่วนประกอบและกำรทำงำน
ของอปุ กรณ์ต่ำงๆของรถจกั รยำนยนต์ เครื่องมือและกำรเลือกใช้เคร่ืองมือในกำรทำงำน กำรถอดประกอบ
ชิ้นส่วนเคร่อื งยนต์ กำรทำควำมสะอำดทอ่ ไอเสีย กำรปรับโซ่ กำรตั้งซ่ีล้อ ปะยำง กำรซ่อมเครื่องยนต์ กำร
ให้บรกิ ำรเก่ยี วกับเครื่องยนต์และกำรคดิ รำคำคำ่ บรกิ ำร
อธิบำยหลักกำรทำงำนของเคร่ืองยนต์แก๊สโซลีน ๔จังหวะและ ๒ จังหวะ บอส่วนประกอบและกำร
ทำงำนของอุปกรณต์ ำ่ ง ๆ มีทกั ษะเก่ยี วกบั กำรใช้เครื่องมือในกำรทำงำนอย่ำงถูกต้องปลอดภัย ปฏิบัติงำน
ทำควำมสะอำดท่อไอเสีย กำรปรับตั้งโซ่ กำรขันซ่ีล้อดึงสมดุล กำรปะยำง กำรเติมลมยำง ระบบห้ำมล้อ
แบตเตอร่ี ระบบไฟฟ้ำและสัญญำณ ระบบจุดระเบิดและน้ำมันเช้ือเพลิง ปฏิบัติกำรซ่อมบำรุงรักษำ
รถจกั รยำนยนต์ คิดคำนวณรำคำคำ่ ใช้
เพ่ือให้นักเรยี นมีควำมรับผดิ ชอบ ซอื่ สตั ย์สุจริต มุ่งมั่นในกำรทำงำน ยึดหลักปรัชญำเศรษฐกิจ
พอเพียง ใช้ทรพั ยำกรธรรมชำติและส่ิงแวดลอ้ มในกำรทำงำนอยำ่ งคมุ้ ค่ำ ถูกวธิ ีและตัดสินใจเลือกอำชีพท่ี
หลำกหลำย
ผลการเรียนรู
๑. บอกหลักกำรทำงำนของเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลนี ๒ จังหวะ และ ๔ จังหวะ
๒. บอกชอ่ื หน้ำท่ีและส่วนประกอบของเคร่อื งยนตท์ ่ใี ช้กบั รถจกั รยำนยนตไ์ ด้
๓. บอกชื่อเครอ่ื งมอื กำรใชง้ ำนและสำมำรถใช้ได้อย่ำงถกู ต้องปลอดภยั
๔. สำมำรถปฏิบตั ิงำนเก่ียวกบั กำรถอดประกอบช้ินสว่ นของเครอื่ งยนต์ได้
๕. สำมำรถปฏิบตั ิงำนกำรทำควำมสะอำดทอ่ ไอเสีย กำรปรบั โซ่ กำรตงั้ ซี่ล้อ ปะยำงได้
๖. ปฏบิ ัติงำนซ่อมเคร่ืองยนตท์ ี่ชำรุดบกพรอ่ งได้
๗. สำมำรถบำรงุ รักษำเคร่ืองมอื เครื่องมือช่ำงฟำ้ และนำไปใชและแกปญหำในชวี ิตประจำวันได้
รวมทัง้ หมด ๗ ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รโรงเรียนวดั ทา่ ต้นกวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 203 ~
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
กิจกรรมพัฒนำผ้เู รียน ระดบั ประถมศกึ ษำ จัดให้ผ้เู รยี นปีละ 120 ชัว่ โมง กิจกรรมพัฒนำ
ผู้เรียนแบง่ เปน็ 3ลักษณะ ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน(ลูกเสือ เนตรนำรี) และกิจกรรมเพ่ือ
สังคมและสำธำรณประโยชน์ ซึ่งกิจกรรมเพ่ือสังคมฯ เป็นกิจกรรมตำมควำมสนใจของผู้เรียนท่ีจะทำเพ่ือ
บุคคลอ่ืน สังคม ชุมชน เพ่ือพัฒนำจิตสำธำรณ ระดับประถมศึกษำ รวม6 ปี ให้ได้จำนวน 60 ชั่วโมง
จำนวนชัว่ โมงของกิจกรรมเพื่อพัฒนำสังคมฯ ที่กำหนดในหลักสูตรแกนกลำงฯ สถำนศึกษำอำจจะจัดเป็น
กิจกรรมสอดแทรกในรำยวิชำต่ำง ๆ(วิชำพ้ืนฐำน และวิชำเพ่ิมเติม) หรือในกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน หรือจัด
นอกเวลำก็ไดโ้ ดยตอ้ งมหี ลกั ฐำนกำรปฏิบัตกิ ิจกรรมเพือ่ สงั คมของผู้เรียน ครบจำนวนช่ัวโมงตำมท่ีหลักสูตร
แกนกลำงฯ กำหนด ซง่ึ สถำนศึกษำจะจดั ให้มีทกุ ปี หรือทุกภำคเรยี น หรือเป็นบำงปี บำงภำคเรียน ก็ได้ แต่
ตอ้ งมจี ำนวนชว่ั โมงครบตำมทหี่ ลักสูตรแกนกลำงฯ กำหนด
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน
กจิ กรรมพฒั นำผู้เรียน เป็นกิจกรรมท่มี งุ่ ให้ผู้เรยี นพัฒนำตนเองตำมศกั ยภำพ พัฒนำอย่ำง
รอบด้ำนเพ่ือควำมเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ท้ังร่ำงกำย สติปัญญำ อำรมณ์ และสังคม เสริมสร้ำงให้เป็นผู้มี
ศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้ำงจิตสำนึกของกำรทำประโยชน์เพื่อสังคม สำมำรถ
จัดกำรตนเอง ได้ และอย่รู ว่ มกับผู้อน่ื อย่ำงมคี วำมสขุ
โรงเรียนไดจ้ ัดกจิ กรรมพัฒนำผู้เรียน โดยแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ดงั นี้
1. กจิ กรรมแนะแนว เปน็ กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนำผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม
สำมำรถคดิ ตัดสินใจ คิดแกป้ ญั หำ กำหนดเป้ำหมำย วำงแผนชีวิตท้ังด้ำนกำรเรียน และอำชีพสำมำรถปรับ
ตนได้อย่ำงเหมำะสม นอกจำกนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้ำใจผู้เรียน ท้ังยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้
คำปรกึ ษำแก่ผูป้ กครองในกำรมีส่วนร่วมพัฒนำผเู้ รียน
นักเรยี นทุกคนตอ้ งเข้ำร่วมกจิ กรรมแนะแนว 40 ชว่ั โมงตอ่ ปกี ำรศึกษำ (ระดับประถมศึกษำ)
แนวการจัดกจิ กรรมแนะแนว
1. สำรวจสภำพปัญหำ ควำมต้องกำร ควำมสนใจและธรรมชำติของผ้เู รียน
2. ศึกษำวิสยั ทัศน์ของสถำนศกึ ษำและวิเครำะห์ขอ้ มูลของผูเ้ รียนทไี่ ด้จำกกำรสำรวจ
3. กำหนดสดั สว่ นสำระของกจิ กรรมในแตล่ ะด้ำน
4. กำหนดแผนกำรปฏิบัตกิ ิจกรรมแนะแนว.
5. กำรจัดทำรำยละเอยี ดของแตล่ ะกิจกรรมปฏิบัติตำมแผน
6. วัดและประเมนิ ผล และสรุปรำยงำน
2. กจิ กรรมนักเรียน เป็นกจิ กรรมทีส่ ่งเสรมิ ให้ผู้เรียนได้เข้ำรว่ มกิจกรรมตำมควำมถนดั และควำม
สนใจโดยเนน้ เร่ืองคุณธรรมจริยธรรม ไม่เห็นแกต่ วั มรี ะเบยี บวินัย มคี วำมเปน็ ผู้นำ ผู้ตำมทด่ี ี มีควำม
รับผิดชอบ กำรทำงำนรว่ มกนั รจู้ กั กำรแก้ปัญหำ กำรตัดสินใจ ควำมมีเหตุผล กำรช่วยเหลือแบ่งปัน เอือ้
อำทรและสมำนฉนั ท์
หลักสูตรโรงเรียนวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560
~ 204 ~
2.1 กจิ กรรมลูกเสอื /เนตรนารี กิจกรรมลกู เสอื เนตรนำรี เปน็ กิจกรรมท่มี งุ่ ปลูกฝังระเบยี บวินยั
และกฎเกณฑเ์ พือ่ กำรอยู่รว่ มกันให้รู้จักกำรเสยี สละและบำเพ็ญประโยชนแ์ กส่ ังคมและวิถชี วี ิตในระบอบ
ประชำธปิ ไตย ซึง่ กำรจัดกจิ กรรมลกุ เสอื เนตรนำรี ให้เปน็ ไปตำมข้อบงั คบั ของสำนักงำนลกู เสอื แหง่ ชำติ
รวมท้งั ให้สอดคล้องกบั หลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศกั รำช 2551 ดังน้ี
1. ลกู เสอื สำรอง ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 1-3
2. ลูกเสือสำมัญ ชั้นประถมศึกษำปที ่ี 4-6
3. ลูกเสอื สำมัญร่นุ ใหญ่ ช้นั มัธยมศกึ ษำปที ี่ 1-3
นักเรียนทกุ คนตอ้ งเข้ำรว่ มกจิ กรรมลกู เสอื /เนตรนำร/ี ยุวกำชำด 40 ชั่วโมงต่อปกี ำรศึกษำ
(ระดับประถมศกึ ษำ / ระดับมธั ยมศึกษำตอนต้น)
แนวการจดั กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี
1. คาปฏิญาณและกฎ ถือเป็นหลกั เกณฑ์ท่ีลกู เสือทกุ คนให้คำมน่ั สญั ญำว่ำจะปฏบิ ัติตำมกฎ ของ
ลูกเสอื กฎของลูกเสือมไี วใ้ ห้ลูกเสอื เป็นหลกั ในกำรปฏิบัติ ไมไ่ ด้ “หา้ ม” ทำ หรือ “บงั คบั ให้” ทำ แต่ถำ้
“ทา” ก็จะทำให้เกิดผลดีแกต่ วั เอง เป็นคนดี ไดร้ บั กำรยกยอ่ งวำ่ เป็นผู้มีเกยี รตเิ ช่ือถอื ได้
2. เรียนร้จู ากการกระทา เป็นกำรพฒั นำสว่ นบุคคล ควำมสำเรจ็ หรอื ไม่สำเรจ็ ของผลงำนอยู่ทก่ี ำร
กระทำของตนเอง ทำใหม้ ีควำมรทู้ ชี่ ัดเจน และสำมำรถแกป้ ัญหำตำ่ งๆดว้ ยตนเองได้ และทำ้ ทำย
ควำมสำมำรถของตนเอง
3. ระบบหมู่ เปน็ รำกฐำนอันแทจ้ ริงของกำรลกู เสอื เปน็ พื้นฐำนในกำรอยรู่ ว่ มกัน กำรยอมรับซ่งึ
กันและกัน กำรแบ่งหน้ำทค่ี วำมรับผิดชอบ กำรชว่ ยเหลือซ่งึ กนั และกันซึง่ เปน็ กำรเรยี นรู้ กำรใช้
ประชำธปิ ไตยเบ้ืองต้น
4. การใช้สัญลักษณร์ ่วมกนั ฝกึ ควำมเป็นหนึ่งเดยี วในกำรเป็นสมำชิกลูกเสอื เนตรนำรี ด้วยกำร
ใช้สญั ลกั ษณ์ร่วมกัน ไดแ้ ก่ เครื่องแบบ เคร่ืองหมำย กำรทำควำมเคำรพ รหสั คำปฏิญำณ กฎ คติพจน์ คำ
ขวญั ธง เป็นต้น วธิ ีกำรนี้จะช่วยให้ผู้เรยี นตระหนกั และภำคภูมิใจในกำรเปน็ สมำชิกขององคก์ ำรลูกเสอื แห่ง
โลก ซ่ึงมีสมำชิกอยูท่ ว่ั โลกและเป็นองคก์ รที่มจี ำนวนสมำชกิ มำกทสี่ ุด
5. การศกึ ษาธรรมชาติ คอื ส่งิ สำคัญอันดับหนง่ึ ในกจิ กรรมลูกเสอื ธรรมชำตอิ ันโปรง่ ใสตำมชนบท
ป่ำเขำ ปำ่ ละเมำะ และพมุ่ ไม้ เปน็ ทีป่ รำรถนำอย่ำงยิง่ ในกำรทำกิจกรรมกับธรรมชำติ กำรปนี เขำ ตง้ั ค่ำยพัก
แรมในสดุ สัปดำห์ หรอื ตำมวำระของกำรอยูค่ ำ่ ยพักแรมตำมกฎระเบียบ เปน็ ท่เี สน่หำแก่เดก็ ทุกคน ถำ้ ขำด
สง่ิ นแี้ ลว้ ก็ไมเ่ รียกว่ำใชช้ ีวิตแบบลูกเสอื
6. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมตำ่ งๆที่จัดให้เดก็ ทำ ต้องใหม้ คี วำมกำ้ วหนำ้ และ
ดงึ ดดู ใจ สร้ำงให้เกิดควำมกระตือรือรน้ อยำกที่จะทำและวัตถปุ ระสงค์ในกำรจดั แต่ละอยำ่ งใหส้ ัมพันธก์ ับ
ควำมหลำกหลำยในกำรพฒั นำตนเอง เกมกำรเล่นทส่ี นุกสนำน กำรแขง่ ขนั กันก็เป็นส่งิ ดึงดดู ใจและเป็นกำร
จงู ใจท่ดี ี
7. การสนบั สนุนโดยผู้ใหญ่ ผใู้ หญช่ ้ีแนะหนทำงทถ่ี ูกตอ้ งให้แกเ่ ดก็ เพื่อให้เขำเกิดควำมม่ันใจใน
กำรท่ีจะตดั สนิ ใจกระทำสิง่ ใดลงไปท้ังค่มู คี วำมตอ้ งกำรซ่งึ กนั และกันเดก็ ต้องกำรใหผ้ ูใ้ หญช่ ว่ ยช้นี ำ ผูใ้ หญ่เอง
กต็ ้องกำรนำพำให้ไปสู่หนทำงทีด่ ี ใหไ้ ดร้ ับกำรพัฒนำอย่ำงถูกตอ้ งและดที ส่ี ดุ จึงเปน็ กำรรว่ มมือกันท้ังสอง
ฝำ่ ย
หลกั สตู รโรงเรียนวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 205 ~
3 . กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้
เปน็ ประโยชน์ตอ่ ครอบครัว ชมุ ชน สังคม และประเทศชำติในลักษณะอำสำสมัครเพื่อช่วย ขัดเกลำจิตใจ
ของผเู้ รียนให้มีควำมเมตตำกรุณำ มคี วำมเสยี สละ และมจี ิตสำธำรณะเพ่ือช่วยสร้ำงสรรค์สังคมให้อยู่ร่วมกัน
อย่ำงมีควำมสุขนักเรียนทุกคนต้องเข้ำร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสำธำรณประโยชน์ 10ช่ัวโมงต่อปี
กำรศึกษำ (ระดับประถมศกึ ษำ)
แนวการจัดกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์
1. จดั กิจกรรมในลักษณะบรู ณำกำรใน 8กล่มุ สำระ
2. จดั กิจกรรมลักษณะโครงกำร โครงงำน หรอื กิจกรรม
3. จดั กิจกรรมรว่ มกบั องค์กรอ่ืน
การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นมี 2 แนวทาง คือ
1. กำรประเมินกิจกรรมพฒั นำผ้เู รียนรำยกจิ กรรม มีแนวปฏิบัตดิ งั นี้
1.1 ตรวจสอบเวลำเขำ้ รว่ มกจิ กรรมของผูเ้ รียนให้เป็นไปตำมเกณฑ์ทีส่ ถำนศึกษำกำหนด
1.2 ประเมินกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนจำกกำรปฏิบัติกิจกรรมและผลงำน/ชิ้นงำน/
คุณลักษณะของผู้เรียนตำมเกณฑ์ที่สถำนศึกษำกำหนดด้วยวิธีกำรที่หลำกหลำย เน้นกำรมีส่วนร่วมในกำร
ปฏบิ ตั ิกิจกรรม
1.3 ผู้เรียนที่มีเวลำกำรเข้ำร่วมกิจกรรม มีกำรปฏิบัติกิจกรรมและผลงำน/ช้ินงำน/
คณุ ลกั ษณะตำมเกณฑท์ ีส่ ถำนศึกษำกำหนดเป็นผูผ้ ่ำนกำรประเมินกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนรำยกิจกรรม และ
นำผลกำรประเมิน ไปบันทกึ ในระเบียนแสดงผลกำรเรียน
1.4 ผู้เรียนท่ีมีผลกำรประเมินไม่ผ่ำนในเกณฑ์เวลำกำรเข้ำร่วมกิจกรรม กำรปฏิบัติ
กิจกรรมและผลงำน/ชิ้นงำน/คุณลักษณะตำมที่สถำนศึกษำกำหนดกำรประเมินผลกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน
ครู หรือผู้รับผิดชอบต้องดำเนินกำรซ่อมเสริมและประเมินจนผ่ำน ท้ังนี้ควรดำเนินกำรให้เสร็จส้ินใ นปี
กำรศกึ ษำน้นั ๆ ยกเว้นมเี หตสุ ุดวสิ ัยใหอ้ ยใู่ นดลุ พินิจของสถำนศกึ ษำ
2. กำรประเมนิ กิจกรรมพัฒนำผ้เู รยี นเพ่ือกำรตัดสนิ
กำรประเมินกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนเพ่ือตัดสินเล่ือนช้ันและจบกำรศึกษำเป็นกำรประเมินกำร
ผำ่ นกจิ กรรมพัฒนำผเู้ รยี นเปน็ รำยป/ี รำยภำค เพอื่ สรุปผลกำรผ่ำนในแตล่ ะกจิ กรรม สรปุ ผลรวมเพื่อสรุปผล
กำรผ่ำนในแตล่ ะกจิ กรรม สรปุ ผลรวมเพื่อเล่ือนชั้นและประมวลผลรวมในปีสุดท้ำยเพื่อกำรจบแต่ละระดับ
กำรศึกษำ โดยกำรดำเนนิ กำรดังกลำ่ วมแี นวทำงปฏบิ ัติ ดงั นี้
2.1 กำหนดให้มีผ้รู บั ผิดชอบในกำรรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกบั กำรร่วมกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนของ
ผูเ้ รียนทกุ คนตลอดระดบั กำรศึกษำ
2.2 ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินผลกำรร่วมกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรำยบุคคล
ตำมเกณฑ์ทสี่ ถำนศึกษำกำหนด เกณฑ์กำรจบแต่ละระดับกำรศึกษำท่ีสถำนศึกษำกำหนด ผู้เรียนต้องผ่ำน
กิจกรรม 3 กิจกรรมสำคญั ดงั นี้
2.1.1 กจิ กรรมแนะแนว
2.2.2กิจกรรมนักเรียน ได้แก่ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนำรี ยุวกำชำด ผู้บำเพ็ญประโยชน์
และนักศึกษำวิชำกำรทหำร และกิจกรรมชมุ นมุ ชมรม
หลักสตู รโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560
~ 206 ~
2.2.3กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสำธำรณประโยชน์
2.3 ผรู้ ับผิดชอบเสนอผลกำรประเมนิ ตอ่ คณะอนกุ รรมกำรกลมุ่ สำระกำรเรียนรู้และกิจกรรม
พฒั นำผเู้ รียนเพ่ือให้ควำมเหน็ ชอบ
2.4 ผู้รบั ผิดชอบเสนอผู้บรหิ ำรสถำนศกึ ษำพจิ ำรณำเพือ่ อนุมตั ิผลกำรประเมินกิจกรรมพฒั นำ
ผูเ้ รยี นผำ่ นเกณฑก์ ำรจบแต่ละระดับกำรศึกษำ
เกณฑก์ ารตัดสิน
1. กำหนดเกณฑ์กำรประเมินตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำนกำหนดไว้ 2 ระดับ
คอื ผำ่ น และ ไมผ่ ำ่ น
2. เกณฑก์ ำรตดั สนิ ผลกำรประเมินรำยกิจกรรม
ผำ่ น หมำยถึง ผู้เรยี นมเี วลำเข้ำร่วมกจิ กรรมครบตำมเกณฑ์ ปฏิบตั กิ ิจกรรม และมีผลงำน/
ชน้ิ งำน/คุณลักษณะตำมเกณฑ์ทส่ี ถำนศึกษำกำหนด
ไมผ่ ่ำน หมำยถงึ ผู้เรียนมเี วลำเข้ำร่วมกจิ กรรมไมค่ รบตำมเกณฑ์ ไมผ่ ่ำนกำรปฏิบัตกิ ิจกรรม
หรือมีผลงำน/ชน้ิ งำน/คุณลกั ษณะไมเ่ ปน็ ไปตำมเกณฑท์ ีส่ ถำนศึกษำกำหนด
3. เกณฑ์กำรตดั สินผลกำรประเมนิ กิจกรรมพัฒนำผ้เู รียนรำยปี/รำยภำค
ผำ่ น หมำยถึง ผู้เรยี นมีผลกำรประเมินระดบั “ผำ่ น” ในกิจกรรมสำคญั ท้งั 3 กิจกรรม คือ
กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน และกิจกรรมเพือ่ สังคมและ
สำธำรณประโยชน์
ไมผ่ ่ำน หมำยถึง ผู้เรยี นมผี ลกำรประเมินระดบั “ไม่ผ่ำน” ในกิจกรรมสำคญั ใดกจิ กรรมหนงึ่
ใน 3กิจกรรม คือ กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรยี น และกจิ กรรมเพ่อื
สงั คมและสำธำรณประโยชน์
4. เกณฑ์กำรตัดสินผลกำรประเมินกจิ กรรมพัฒนำผเู้ รยี นเพื่อจบระดับกำรศึกษำ
ผ่ำน หมำยถึง ผู้เรยี นมผี ลกำรประเมนิ ระดับ “ผ่ำน” ทุกชัน้ ปีในระดับกำรศึกษำ น้ัน
ไม่ผ่ำน หมำยถงึ ผู้เรยี นมีผลกำรประเมนิ ระดบั “ไม่ผ่ำน” บำงช้ันปีในระดับกำรศึกษำน้ัน
( หมำยเหตุ กำรประเมินผลอำจเขียนแยกกำรประเมนิ ผลแตล่ ะกจิ กรรม หรอื เขยี นรวมในภำพรวมของ
กจิ กรรมพัฒนำผ้เู รียนกไ็ ด้ )
4. กิจกรรมลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารู้
เปน็ กจิ กรรมที่ลดเวลำเรียนภำควิชำกำรและกำรลดของกำรลดเวลำเรียนของกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่
ผู้เรยี นเป็นผ้รู บั รู้ เชน่ กำรบรรยำย กำรสำธิต กำรศึกษำใบควำมรู้ให้น้อยลง และเพ่ิมเวลำเรียน โอกำสให้
ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง มีประสบกำรณ์ตรง คิดวิเครำะห์ ทำงำนเป็นทีม และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่ำงมี
ควำมสุขจำกกจิ กรรมสรำ้ งสรรค์ท่ีหลำกหลำยมำกขึ้น
หลกั สูตรโรงเรยี นวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 207 ~
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนตามหลักสตู รการศึกษาข้นั พื้นฐานพุทธศกั ราช 2551
กำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้ของผู้เรียนอยู่บนหลักกำรพ้ืนฐำนสองประกำรคือ กำรประเมิน
เพ่ือพัฒนำผู้เรียนและเพ่ือตัดสินผลกำรเรียน ในกำรพัฒนำคุณภำพกำรเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบ
ผลสำเร็จนัน้ ผเู้ รยี นจะตอ้ งได้รับกำรพฒั นำและประเมินตำมตัวชี้วัดเพ่ือให้บรรลุตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้
สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซ่ึงเป็นเป้ำหมำยหลักในกำรวัดและ
ประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ กำรวดั และประเมินผลกำรเรียนรู้ เป็นกระบวน กำรพัฒนำคุณภำพผู้เรียนโดยใช้ผล
กำรประเมนิ เป็นขอ้ มลู และสำรสนเทศทแ่ี สดงพฒั นำกำร ควำมก้ำวหน้ำ และควำมสำเร็จทำงกำรเรียนของ
ผเู้ รยี น ตลอดจนขอ้ มูลท่ีเปน็ ประโยชน์ตอ่ กำรส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิด กำรพัฒนำและเรียนรู้อย่ำงเต็มตำม
ศกั ยภำพ
กำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถำนศึกษำ
ดงั นี้
1. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นกำรวัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้
ผู้สอนดำเนินกำรเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ใช้เทคนิคกำรประเมินอย่ำง
หลำกหลำย เช่น กำรซักถำม กำรสังเกต กำรตรวจกำรบ้ำน กำรประเมินโครงงำน กำรประเมินช้ินงำน/
ภำระงำน แฟ้มสะสมงำน กำรใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกำส ให้
ผเู้ รียนประเมนิ ตนเอง เพ่ือนประเมินเพ่ือน ผู้ปกครองรว่ มประเมิน ในกรณีทีไ่ มผ่ ำ่ นตวั ช้ีวัดให้มี กำรสอน
ซอ่ มเสรมิ
กำรประเมินระดับช้ันเรียนเป็นกำรตรวจสอบว่ำ ผู้เรียนมีพัฒนำกำรควำมก้ำวหน้ำใน
กำรเรียนรู้ อนั เปน็ ผลมำจำกกำรจดั กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนหรือไม่ และมำกน้อยเพียงใด มีส่ิงท่ีจะต้อง
ได้รับกำรพัฒนำปรับปรุงและส่งเสริมในด้ำนใด นอกจำกน้ียังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงกำรเรียนกำร
สอนของตนด้วย ทงั้ นี้โดยสอดคลอ้ งกบั มำตรฐำนกำรเรยี นรูแ้ ละตวั ชีว้ ดั
2. การประเมินระดบั สถานศึกษา ประกอบด้วย
-กำรประเมนิ ทส่ี ถำนศึกษำดำเนินกำรเพอื่ ตดั สินผล กำรเรยี นของผูเ้ รียนเปน็ รำยป/ี รำยภำค -กำร
ประเมินกำรอ่ำน คดิ วิเครำะหแ์ ละเขียน
-กำรประเมนิ คุณลกั ษณะ อันพึงประสงค์
-กำรประเมิน กจิ กรรมพฒั นำผู้เรียน
ข้อมลู กำรประเมินในระดับต่ำง ๆ ข้ำงต้น เป็นประโยชน์ต่อสถำนศึกษำในกำรตรวจสอบทบทวน
พัฒนำคุณภำพผู้เรียน ถือเป็นภำระควำมรับผิดชอบของสถำนศึกษำท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ
ปรบั ปรงุ แกไ้ ข ส่งเสริมสนับสนุนเพอ่ื ให้ผู้เรียนได้พัฒนำเต็มตำมศักยภำพบนพ้ืนฐำน ควำม
แตกตำ่ งระหว่ำงบคุ คลที่จำแนกตำมสภำพปัญหำและควำมต้องกำร ไดแ้ ก่ กลุ่มผู้เรียนท่ัวไป กลุ่มผู้เรียนที่มี
ควำมสำมำรถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนท่ีมีผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนต่ำ กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหำด้ำนวินัยและ
พฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหำทำงเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิกำรทำง
ร่ำงกำยและสติปัญญำ เป็นต้น ข้อมูลจำกกำรประเมินจึงเป็นหัวใจของสถำนศึกษำในกำรดำเนินกำร
ชว่ ยเหลอื ผ้เู รียนไดท้ นั ท่วงที เปิดโอกำสให้ผ้เู รียนได้รบั กำรพัฒนำและประสบควำมสำเร็จในกำรเรยี น
หลักสูตรโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560
~ 208 ~
เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
1. การตดั สิน การให้ระดบั และการรายงานผลการเรยี น
1.1 การตดั สินผลการเรยี น
ในกำรตัดสินผลกำรเรียนของกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขียน
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนน้ัน ทำงสถำนศึกษำได้คำนึงถึงกำรพัฒนำผู้เรียนแต่
ละคนเป็นหลัก และเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้ำนอย่ำงสม่ำเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภำคเรียน รวมทั้งสอน
ซอ่ มเสรมิ ผ้เู รียนให้พฒั นำจนเต็มตำมศกั ยภำพ
ระดับประถมศึกษา/มัธยมศึกษาตอนตน้
(1) ผูเ้ รียนต้องมเี วลำเรียนไมน่ ้อยกวำ่ รอ้ ยละ 80 ของเวลำเรยี นท้งั หมด
(2) ผูเ้ รยี นต้องได้รบั กำรประเมนิ ทุกตัวชว้ี ัด และผำ่ นตำมเกณฑ์ท่ีสถำนศกึ ษำกำหนด
(3) ผู้เรียนต้องไดร้ ับกำรตัดสนิ ผลกำรเรียนทุกรำยวิชำ
(4) ผู้เรยี นตอ้ งได้รบั กำรประเมนิ และมผี ลกำรประเมินผ่ำนตำมเกณฑ์ท่ี
สถำนศึกษำกำหนด ในกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนำ
ผ้เู รยี น
1.2 การให้ระดบั ผลการเรยี น
ระดบั ประถมศึกษา/มัธยมศึกษาตอนต้น
ในกำรตัดสินเพ่อื ให้ระดับผลกำรเรียนรำยวชิ ำ สถำนศึกษำได้กำหนดให้ระดับผลกำรเรียนหรือ
ระดบั คุณภำพกำรปฏิบตั ขิ องผูเ้ รียน เป็นระบบตัวเลข
กำรประเมินกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผล
กำรประเมินเป็นดีเยยี่ ม ดี และผ่ำน
กำรประเมินกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน จะต้องพิจำรณำทั้งเวลำกำรเข้ำร่วมกิจกรรม กำรปฏิบัติ
กิจกรรมและผลงำนของผู้เรียน ตำมเกณฑ์ท่ีสถำนศึกษำกำหนด และให้ผลกำรเข้ำร่วมกิจกรรมเป็นผ่ำน
และไมผ่ ำ่ น
1.3 การรายงานผลการเรียน กำรรำยงำนผลกำรเรียนเป็นกำรส่ือสำรให้ผู้ปกครองและผู้เรียน
ทรำบควำมก้ำวหน้ำ ในกำรเรียนรู้ของผู้เรียน ซ่ึงสถำนศึกษำต้องสรุปผลกำรประเมินและจัดทำ
เอกสำรรำยงำนใหผ้ ูป้ กครองทรำบภำคเรยี นละ 1 ครัง้
เกณฑก์ ารจบระดบั ช้ันตามขอ้ กาหนดของหลักสตู ร
1. ผู้เรยี นจะตอ้ งเรยี นร้ตู ำมกล่มุ สำระกำรเรยี นรทู้ ้งั 9 กลุ่ม และไดร้ ับกำรตัดสิน
ผลกำรเรยี นให้ไดต้ ำมเกณฑ์ทส่ี ถำนศึกษำกำหนด
2. ผเู้ รียนต้องผำ่ นเกณฑ์กำรประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคต์ ำมท่ี สถำนศึกษำกำหนด
3. ผ้เู รียนต้องผ่ำนเกณฑ์กำรประเมินกำรอ่ำน คิด วิเครำะห์ และเขียน ให้ได้ตำมเกณฑ์ท่ีสถำนศึกษำ
กำหนด
4. ผเู้ รยี นต้องเขำ้ รว่ มกิจกรรมพัฒนำผูเ้ รียนและผ่ำนกำรประเมนิ ตำมเกณฑ์ทีส่ ถำนศึกษำกำหนด
หลักสตู รโรงเรียนวัดท่าต้นกวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560
~ 209 ~
แนวปฏบิ ัตใิ นการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
กำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักกำรพื้นฐำนสองประกำรคือ
กำรประเมนิ เพื่อพัฒนำผูเ้ รยี นและเพื่อตัดสินผลกำรเรียน ในกำรพัฒนำคุณภำพกำรเรียนรู้ของผู้เรียน ให้
ประสบผลสำเร็จนั้น นักเรียนจะต้องได้รับกำรพัฒนำและประเมินตำมตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตำมมำตรฐำน
กำรเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนซ่ึงเป็นเป้ำหมำยหลักใน
กำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้ในระดับชั้นเรียน ระดับสถำนศึกษำ กำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้
เปน็ กระบวนกำรพฒั นำคณุ ภำพนกั เรยี นโดยใช้ผลกำรประเมินเป็นข้อมูลและสำรสนเทศที่แสดงพัฒนำกำร
ควำมกำ้ วหนำ้ และควำมสำเรจ็ ทำงกำรเรียนของนักเรียน ตลอดจนขอ้ มูลท่เี ป็นประโยชนต์ ่อกำรส่งเสริมให้
นกั เรียนเกดิ กำรพัฒนำและเรยี นรูอ้ ย่ำงเตม็ ตำมศักยภำพ
กำรวัดและประเมินผลกำรเรยี นรู้ แบง่ ออกเป็น 2 ระดบั ไดแ้ ก่ ระดับช้นั เรยี น ระดับสถำนศึกษำ มี
รำยละเอยี ด ดังนี้
1. การประเมินระดบั ช้นั เรียน เป็นกำรวัดและประเมินผลทอ่ี ย่ใู นกระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ ครู
ผู้สอนดำเนินกำรเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ใช้เทคนิคกำรประเมินอย่ำง
หลำกหลำย เช่น กำรซักถำม กำรสังเกต กำรตรวจกำรบ้ำน กำรประเมินโครงงำน กำรประเมินช้ินงำน/
ภำระงำน แฟ้มสะสมงำน กำรใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยครู ผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกำสให้
นกั เรียนประเมินตนเอง เพอื่ นประเมนิ เพ่ือน ผปู้ กครองรว่ มประเมิน ในกรณีที่ไม่ผ่ำนตัวชี้วัดให้มี กำรสอน
ซอ่ มเสริม
กำรประเมินระดับชั้นเรียนเป็นกำรตรวจสอบว่ำ นักเรียนมีพัฒนำกำรควำมก้ำวหน้ำใน
กำรเรียนรู้ อนั เปน็ ผลมำจำกกำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอนหรือไม่ และมำกน้อยเพียงใด มีสิ่งท่ีจะต้อง
ได้รับกำรพัฒนำปรับปรุงและส่งเสริมในด้ำนใด นอกจำกน้ียังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงกำรเรียนกำร
สอนของตนด้วย ทั้งน้ีโดยสอดคล้องกับมำตรฐำนกำรเรยี นรู้และตัวชี้วัด
2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นกำรประเมินที่สถำนศึกษำดำเนินกำรเพ่ือตัดสินผล
กำรเรียนของผู้เรียนเป็นรำยปี/รำยภำค ผลกำรประเมินกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขียน คุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน นอกจำกนี้เพ่ือให้ได้ข้อมูลเก่ียวกับกำรจัดกำรศึกษำ ของ
สถำนศึกษำ ว่ำส่งผลต่อกำรเรียนรู้ของผู้เรียนตำมเป้ำหมำยหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนำในด้ำนใด รวมทั้ง
สำมำรถนำผลกำรเรียนของผู้เรียนในสถำนศึกษำเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชำติ ผลกำรประเมินระดับ
สถำนศกึ ษำจะเปน็ ข้อมูลและสำรสนเทศเพื่อกำรปรับปรุงนโยบำย หลักสูตร โครงกำร หรือวิธีกำรจัดกำร
เรียนกำรสอน ตลอดจนเพื่อกำรจัดทำแผนพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำของสถำนศึกษำตำมแนวทำงกำร
ประกันคณุ ภำพกำรศกึ ษำและกำรรำยงำนผลกำรจัดกำรศึกษำต่อคณะกรรมกำรสถำนศกึ ษำ สำนักงำนเขต
พื้นท่กี ำรศกึ ษำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพืน้ ฐำน ผปู้ กครองและชมุ ชน
ข้อมลู กำรประเมินในระดับต่ำง ๆ ข้ำงต้น เป็นประโยชน์ในกำรตรวจสอบทบทวนพัฒนำคุณภำพ
นักเรียน ท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้นักเรียนได้พัฒนำเต็ม
ตำมศักยภำพบนพนื้ ฐำน ควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งบุคคลทีจ่ ำแนกตำมสภำพปัญหำและควำมต้องกำร ได้แก่
กลมุ่ นักเรยี นทว่ั ไป กลุ่มนักเรยี นทมี่ คี วำมสำมำรถพเิ ศษ กลมุ่ นักเรียนทมี่ ผี ลสมั ฤทธ์ิทำงกำรเรียนต่ำ กลุ่ม
ผู้เรียนท่ีมีปัญหำด้ำนวินัยและพฤติกรรม กลุ่มนักเรียนท่ีปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มนักเรียนท่ีมีปัญหำทำง
เศรษฐกิจและสงั คม กลมุ่ พิกำรทำงรำ่ งกำยและสตปิ ัญญำ เป็นต้น ข้อมูลจำกกำรประเมินจึงเป็นหัวใจของ
หลกั สูตรโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 210 ~
สถำนศกึ ษำในกำรดำเนนิ กำรช่วยเหลือผ้เู รยี นไดท้ นั ทว่ งที ปิดโอกำสให้ผู้เรียนได้รับกำรพัฒนำและประสบ
ควำมสำเร็จในกำรเรียน
สถำนศกึ ษำในฐำนะผูร้ ับผิดชอบจดั กำรศกึ ษำ จะต้องจัดทำระเบียบว่ำด้วยกำรวัดและประเมินผล
กำรเรียนของสถำนศึกษำให้สอดคล้องและเป็นไปตำมหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ ที่เป็นข้อกำหนดของ
หลกั สูตรสถำนศึกษำ เพอ่ื ใหบ้ คุ ลำกรทีเ่ กี่ยวข้องทกุ ฝำ่ ยถอื ปฏบิ ตั ริ ่วมกัน
เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผลการเรยี น
1. การตัดสิน กำรให้ระดับและกำรรำยงำนผลกำรเรยี น
1.1 การตดั สินผลการเรียน
ในกำรตัดสินผลกำรเรียนของกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขียน
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคำนึงถึงกำรพัฒนำนักเรียนแต่ละคน
เปน็ หลัก และต้องเก็บข้อมูลของนักเรียนทุกด้ำนอย่ำงสม่ำเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภำคเรียน รวมทั้งสอน
ซอ่ มเสริมผ้เู รยี นให้พฒั นำจนเตม็ ตำมศกั ยภำพ
ระดบั ประถมศึกษา/มัธยมศกึ ษาตอนต้น
(1) ผูเ้ รียนตอ้ งมีเวลำเรียนไม่น้อยกวำ่ รอ้ ยละ 80 ของเวลำเรยี นทัง้ หมด
(2) ผู้เรียนต้องได้รับกำรประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่ำนเกณฑ์ไม่น้อยกว่ำร้อยละ 80
ของจำนวนตัวชีว้ ดั
(3) ผ้เู รยี นตอ้ งได้รับกำรตดั สินผลกำรเรียนทุกรำยวชิ ำ ไม่น้อยกวำ่ ระดับ
“ 1 ” จึงจะถือวำ่ ผำ่ นเกณฑต์ ำมที่สถำนศึกษำกำหนด
(4)นักเรียนต้องไดร้ ับกำรประเมนิ และมผี ลกำรประเมนิ กำรอำ่ น
คิดวิเครำะหแ์ ละเขยี น ในระดบั “ ผ่ำน ” ขน้ึ ไป มผี ลกำรประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ในระดับ“
ผ่ำน ” ขน้ึ ไป และมผี ลกำรประเมนิ กิจกรรมพฒั นำนกั เรยี น ในระดับ “ ผำ่ น ”
1.2 การใหร้ ะดับผลการเรยี น
ระดบั ประถมศึกษาในกำรตัดสนิ เพอื่ ใหร้ ะดับผลกำรเรียนรำยวิชำ ให้ระดับผลกำรเรียนหรือระดับคุณภำพ
กำรปฏิบตั ิของนักเรียน เป็นระบบตวั เลขแสดงระดบั ผลกำรเรยี นเป็น 8 ระดับดงั น้ี
ระดับผลกำรเรยี น ควำมหมำย ชว่ งคะแนนร้อยละ
4 ผลกำรเรยี นดเี ยยี่ ม 80 - 100
3.5 ผลกำรเรียนดมี ำก 75 - 79
3 ผลกำรเรียนดี 70 - 74
2.5 ผลกำรเรียนค่อนขำ้ งดี 65 - 69
2 ผลกำรเรียนน่ำพอใจ 60 - 64
1.5 ผลกำรเรยี นพอใช้ 55 - 59
1 ผลกำรเรยี นผำ่ นเกณฑ์ขั้นตำ่ 50 - 54
0 ผลกำรเรยี นต่ำกว่ำเกณฑ์ 0 - 49
หลกั สูตรโรงเรยี นวดั ทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560
~ 211 ~
กำรประเมินกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผล
กำรประเมนิ เป็นดีเยีย่ ม ดี ผำ่ นและไม่ผำ่ น
กำรประเมินกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน จะต้องพิจำรณำทั้งเวลำกำรเข้ำร่วมกิจกรรม กำรปฏิบัติ
กิจกรรมและผลงำนของผู้เรียน ตำมเกณฑ์ท่ีสถำนศึกษำกำหนด และให้ผลกำรเข้ำร่วมกิจกรรมเป็นผ่ำน
และไม่ผ่ำน
1.3 การรายงานผลการเรยี น
กำรรำยงำนผลกำรเรียนเป็นกำรส่ือสำรให้ผู้ปกครองและนักเรียนทรำบควำมก้ำวหน้ำ
ในกำรเรียนรู้ของนกั เรียน ต้องสรปุ ผลกำรประเมินและจัดทำเอกสำรรำยงำนใหผ้ ู้ปกครองทรำบเปน็ ระยะ ๆ
หรอื อย่ำงน้อยภำคเรียนละ 1 คร้งั
กำรรำยงำนผลกำรเรียนสำมำรถรำยงำนเป็นระดับคุณภำพกำรปฏิบัติของนักเรียนท่ีสะท้อน
มำตรฐำนกำรเรียนรูก้ ลมุ่ สำระกำรเรียนรู้
2. เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสูตรสถำนศึกษำ กำหนดเกณฑ์กลำงสำหรับกำรจบกำรศึกษำเป็น 2 ระดับ คือ ระดับ
ประถมศกึ ษำ และระดบั มธั ยมศึกษำตอนตน้
2.1 เกณฑ์กำรจบระดบั ประถมศึกษำ
(1) นักเรียนเรยี นรำยวิชำพ้ืนฐำน และรำยวชิ ำ/กจิ กรรมเพ่ิมเติมตำมโครงสร้ำงเวลำเรียน
ทก่ี ำหนด
(2) นกั เรียนตอ้ งมีผลกำรประเมนิ รำยวิชำพนื้ ฐำน ผ่ำนเกณฑ์กำรประเมินตำมทีก่ ำหนด
(3) นักเรียนมีผลกำรประเมินกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์ และเขียนในระดับผ่ำนเกณฑ์
กำรประเมินตำมท่กี ำหนด
(4) นักเรียนมีผลกำรประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน
ตำมท่กี ำหนด
(5) นักเรียนเข้ำร่วมกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนและมีผลกำรประเมินผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน
ตำมทกี่ ำหนด
2.2 เกณฑ์กำรจบระดับมัธยมศกึ ษำตอนต้น
(1) นักเรียนเรียนรำยวิชำพ้ืนฐำนและเพ่ิมเติมไม่เกิน 81 หน่วยกิต โดยเป็นรำยวิชำ
พ้ืนฐำน 66หน่วยกิต และรำยวชิ ำเพ่มิ เติมตำมท่ีกำหนด
(2) นกั เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่ำ 77 หน่วยกิต โดยเป็นรำยวิชำ
พ้ืนฐำน 66 หนว่ ยกติ และรำยวิชำเพิม่ เติมไมน่ อ้ ยกวำ่ 11 หน่วยกติ
(3) นักเรียนมีผลกำรประเมิน กำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขียน ในระดับผ่ำน เกณฑ์
กำรประเมนิ ตำมท่กี ำหนด
(4) นกั เรยี นมีผลกำรประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน
ตำมทก่ี ำหนด
(5) นักเรียนเข้ำร่วมกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนและมีผลกำรประเมินผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน
ตำมท่ีกำหนด
หลกั สูตรโรงเรยี นวัดทา่ ตน้ กวาว 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560
~ 212 ~
สำหรับกำรจบกำรศึกษำสำหรบั กลุม่ เปำ้ หมำยเฉพำะ เช่น กำรศึกษำเฉพำะทำง กำรศึกษำสำหรับ
ผู้มีควำมสำมำรถพิเศษ กำรศึกษำทำงเลือก กำรศึกษำสำหรับผู้ด้อยโอกำส กำรศึกษำตำมอัธยำศัย ให้
คณะกรรมกำรของสถำนศกึ ษำ ดำเนินกำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้ตำมหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติกำร
วดั และประเมินผลกำรเรียนรู้ของหลักสูตรสถำนศึกษำสำหรับกลุ่มเป้ำหมำยเฉพำะ
เอกสารหลักฐานการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสำรสำคัญที่บันทึกผลกำรเรียน ข้อมูลและสำรสนเทศ
ทเ่ี ก่ยี วข้องกบั พัฒนำกำรของผ้เู รยี นในด้ำนต่ำง ๆ แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ดงั นี้
1. เอกสำรหลกั ฐำนกำรศกึ ษำทกี่ ระทรวงศึกษำธกิ ำรกำหนด
1.1 ระเบียนแสดงผลกำรเรียน เป็นเอกสำรแสดงผลกำรเรียนและรับรองผลกำรเรียนของ
ผู้เรียนตำมรำยวิชำ ผลกำรประเมินกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขียน ผลกำรประเมินคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของสถำนศึกษำ และผลกำรประเมินกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน สถำนศึกษำจะต้องบันทึกข้อมูลและ
ออกเอกสำรน้ใี ห้ผเู้ รียนเป็นรำยบคุ คล เมือ่ ผู้เรียนจบกำรศกึ ษำระดับประถมศึกษำ (ช้ันประถมศึกษำปีท่ี 6)
จบกำรศึกษำภำคบังคับ(ช้ันมัธยมศึกษำปีที่ 3) จบกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน(ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6) หรือเม่ือ
ลำออกจำกสถำนศึกษำในทุกกรณี
1.2 ประกำศนียบัตร เป็นเอกสำรแสดงวุฒิกำรศึกษำเพ่ือรับรองศักด์ิและสิทธ์ิของผู้จบ
กำรศึกษำ ที่สถำนศึกษำให้ไว้แก่ผู้จบกำรศึกษำภำคบังคับ และผู้จบกำรศึกษำข้ันพื้นฐำนตำมหลักสูตร
แกนกลำงกำรศกึ ษำขน้ั พ้นื ฐำน
1.3 แบบรำยงำนผสู้ ำเร็จกำรศึกษำ เปน็ เอกสำรอนุมัตกิ ำรจบหลักสตู รโดยบนั ทึกรำยช่ือและ
ข้อมูลของผู้จบกำรศึกษำระดับประถมศึกษำ (ชั้นประถมศึกษำปีท่ี 6) ผู้จบกำรศึกษำภำคบังคับ (ช้ัน
มัธยมศกึ ษำปีท่ี 3)
2. เอกสำรหลกั ฐำนกำรศึกษำที่สถำนศกึ ษำกำหนด
เป็นเอกสำรที่สถำนศึกษำจัดทำข้ึนเพื่อบันทึกพัฒนำกำร ผลกำรเรียนรู้ และข้อมูลสำคัญ
เกี่ยวกับนักเรียน เช่น แบบรำยงำนประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลกำรเรียนประจำรำยวิชำ ระเบียน
สะสม ใบรับรองผลกำรเรยี น และ เอกสำรอ่นื ๆ ตำมวัตถปุ ระสงค์ของกำรนำเอกสำรไปใช้
การเทียบโอนผลการเรยี น
สถำนศึกษำสำมำรถเทียบโอนผลกำรเรียนของนักเรียนในกรณีต่ำงๆได้แก่ กำรย้ำยสถำนศึกษำ
กำรเปลีย่ นรูปแบบกำรศกึ ษำ กำรย้ำยหลกั สูตร กำรออกกลำงคนั และขอกลบั เขำ้ รบั กำรศกึ ษำต่อ กำรศึกษำ
จำกต่ำงประเทศและขอเข้ำศึกษำต่อในประเทศ นอกจำกนี้ ยังสำมำรถเทียบโอนควำมรู้ ทักษะ
ประสบกำรณจ์ ำกแหลง่ กำรเรยี นรู้อ่นื ๆ เช่น สถำนประกอบกำร สถำบันศำสนำ สถำบันกำรฝึกอบรมอำชีพ
กำรจัดกำรศึกษำโดยครอบครัว
กำรเทียบโอนผลกำรเรียนควรดำเนินกำรในช่วงก่อนเปิดภำคเรียนแรก หรือต้นภำคเรียนแรกที่
สถำนศึกษำรบั ผู้ขอเทยี บโอนเปน็ ผเู้ รียน ทัง้ นี้ นกั เรียนที่ได้รับกำรเทียบโอนผลกำรเรียนต้องศึกษำต่อเน่ือง
ในสถำนศึกษำที่รั บเทียบโอน อย่ำงน้อย 1 ภำคเรียน โดยสถำน ศึก ษำท่ีรับนัก เรี ยน จำก
กำรเทียบโอนควรกำหนดรำยวชิ ำ/จำนวนหน่วยกิตท่จี ะรบั เทียบโอนตำมควำมเหมำะสม
หลกั สูตรโรงเรียนวัดท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560
~ 213 ~
กำรพจิ ำรณำกำรเทียบโอน สำมำรถดำเนนิ กำรได้ ดงั นี้
1. พิจำรณำจำกหลักฐำนกำรศกึ ษำ และเอกสำรอื่น ๆ ท่ีให้ข้อมูลแสดงควำมรู้ ควำมสำมำรถของ
ผู้เรยี น
2. พจิ ำรณำจำกควำมรู้ ควำมสำมำรถของผู้เรียนโดยกำรทดสอบด้วยวิธีกำรต่ำง ๆ ทั้ภำคควำมรู้
และภำคปฏบิ ตั ิ
3. พจิ ำรณำจำกควำมสำมำรถและกำรปฏิบตั ใิ นสภำพจรงิ
กำรเทยี บโอนผลกำรเรยี นให้เป็นไปตำม ประกำศ หรอื แนวปฏิบัติ ของกระทรวงศกึ ษำธกิ ำร
หลกั สูตรโรงเรยี นวดั ท่าตน้ กวาว 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560
คำสั่งโรงเรยี นวัดทำ่ ตน้ กวำว
ท่ี พ/ 2564
เร่ือง แตง่ ตั้งคณะกรรมกำรจดั ทำหลกั สูตรโรงเรียนวดั ท่ำต้นกวำว พทุ ธศกั รำช 2564 ตำมหลักสูตร
แกนกลำงกำรศกึ ษำขั้นพ้นื ฐำน พุทธศักรำช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560)
---------------------------
ตามท่ีกระทรวงศึกษาธิการได้ออกคาส่ังที่ สพฐ.1239/2560 เรื่องการใช้มาตรฐานการเรียนรู้ และ
ตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2561 ลงวันที 7 สิงหาคม พ.ศ.2560 เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับการเปล่ียนแปลง ทาง
เศรษฐกิจ สังคม วฒั นธรรม สภาพแวดล้อมและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นการเสริมสร้าง
ศกั ยภาพคนของชาติ ยกระดับคุณภาพการศกึ ษาในระดบั สากล สอดคลอ้ งกับประเทศไทย 4.0 โลกในศตวรรษที่
21 และทัดเทียมกับนานาชาติ ผ้เู รยี นมีศักยภาพในการแขง่ ขันและดารงชีวิตอยา่ งสร้างสรรค์ในประชาคมโลก ใน
ปีการศกึ ษา 2561 และใหค้ รบทุกระดับช้ันในปีการศึกษา 2563 น้ัน เพื่อให้โรงเรียนวัดท่าต้นกวาว สามารถใช้
หลกั สูตรสถานศึกษา ทส่ี อดคลอ้ งกบั หลักสูตรแกนกลางดงั กล่าว จึงแตง่ ตั้งคณะกรรมการจัดทาหลักสูตรโรงเรียน
วัดท่าต้นกวาว พุทธศักราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ของโรงเรียนวดั ท่าต้นกวาว ดังตอ่ ไปน้ี
คณะกรรมกำรอำนวยกำร
1. นางศรีพรรณ์ เกษรศรี ผอู้ านวยการโรงเรียน ประธาน
2. นายเสกสรร นาวิศิษฎ์ ครชู านาญการพิเศษ กรรมการ
3. นางธนพร แสงมณี ครชู านาญการพิเศษ กรรมการ
4. นางสาวคณติ ตา บุญแน่น ครชู านาญการ กรรมการ
5. นางวไิ ลรตั น์ มาลีพัตร ครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการและเลขานกุ าร
มหี น้าที่ อานวยการ ให้การดาเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบรอ้ ย และให้ทนั ต่อการนามาใช้เปน็ หลักสตู ร
สถานศึกษา ปกี ารศกึ ษา 2564 ต้ังแต่ วันที่ 16 พฤษภาคม 2564 เปน็ ตน้ ไป
คณะกรรมการดาเนินงาน
1. นางวไิ ลรตั น์ มาลีพัตร หวั หน้ากลุ่มงานบริหารวชิ าการ ประธาน
กรรมการ
2. นายเสกสรรค์ นาวศิ ษิ ฎ์ ครูกลุ่มสาระฯ สุขศึกษาและพลศึกษา
กรรมการ
3. นางสาวกมลลกั ษณ์ อกิ าเนดิ ครูกลมุ่ สาระฯ ภาษาไทย กรรมการ
กรรมการ
4. นางสาวณฐั ทิวาพร กนกธาดาสกุล ครูกลมุ่ สาระฯ ภาษาไทย
กรรมการ
5. นางสาวรตั ตยิ ากร ปิงมา ครกู ลุ่มสาระฯ ศลิ ปะ
6. นายอนพุ งษ์ ยาวุฑฒิ ครูกลุ่มสาระฯการงานอาชพี
7. นางธนพร แสงมณี ครูกลุ่มสาระฯ สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม กรรมการ
8. นางสาวสทุ ธดิ า อินเขียวสาย ครูกลุ่มสาระฯ ภาษาอังกฤษ กรรมการ
9. นางสาวทพิ ยร์ ัตน์ รนิ คา ครกู ล่มุ สาระฯ ภาษาองั กฤษ กรรมการ
10.นางสาววงคเ์ ดือน จันทา ครกู ลมุ่ สาระฯ คณิตศาสตร์ กรรมการ
11.นางสาวคณิตตา บญุ แนน่ ครูกลุ่มสาระฯ คณติ ศาสตร์ กรรมการ
12.นางวิไลรัตน์ มาลพี ัตร ครูกลุ่มสาระฯ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กรรมการ
13.นางสาวแสงจันทร์ ใจแกว้ ครกู ลมุ่ สาระฯ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กรรมการ
14.นางสาวพณชั ญา อาจศรี ครกู ลุ่มสาระฯ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการ
15.นายอนุพงษ์ ยาวฑุ ฒิ ครกู ลมุ่ สาระฯ การงานอาชีพ กรรมการ
มีหน้าท่ี วางแผน จัดทา ปรับปรุง รายงาน หลักสูตรสถานศึกษา 2564 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ของโรงเรียนวัดท่าต้นกวาว โดย
ปรบั ปรุงหลกั สูตรด้านโครงสรา้ ง ตวั ชี้วัด การวัดประเมินผล ใหส้ อดคล้องกับมาตรฐานและกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ออกคาส่ัง ท่ี สพฐ.1239/2560 เร่ืองการใช้มาตรฐานการเรียนรู้
และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ให้ถูกต้องครบถ้วน จัดทารูปเล่มเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ
สถานศกึ ษาพิจารณาเหน็ ชอบ และนาไปใช้เปน็ หลกั สตู รสถานศกึ ษาของโรงเรยี นวัดท่าต้นกวาวต่อไป
ใหผ้ ูท้ ี่ได้รบั การแต่งตั้งจงปฏบิ ัติหนา้ ท่อี ย่างเต็มความสามารถเพ่อื ให้เกิดผลดตี ่อทางราชการสืบไป
ทั้งน้ี นับตงั้ แต่วนั ที่ 16 เมษายน 2564 เปน็ ตน้ ไป
ส่ัง ณ วนั ท่ี 16 เมษายน 2564
(นางศรีพรรณ์ เกษรศรี)
ผ้อู านวยการโรงเรียนวดั ทา่ ต้นกวาว