คมู ือการควบคุมงานกอ สรา งทางหลวง
กนั ยายน
2550
คาํ นาํ
กรมทางหลวง เปนหนวยงานท่ีรับผิดชอบการวางแผน กอสราง บํารุงรักษา รวมไปถึงการบริหาร
จัดการโครงขายทางหลวงสายหลักของประเทศ โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือสนับสนุนการเจริญเติบโตทางดาน
เศรษฐกิจ สังคม และความม่ันคง ในการท่ีจะไดมาซึ่งโครงสรางถนนท่ีมีคุณภาพน้ัน องคความรูดานงาน
กอสรางทางหลวงซ่ึงรวมท้ังการกอสรางถนนและสะพาน จึงเปนองคความรูท่ีสําคัญดานหน่ึงขององคกรที่
บุคลากรจะตองไดร บั การถายทอด และเรียนรู ผานกระบวนการจัดการความรทู ด่ี ีและมปี ระสทิ ธภิ าพ
ชุดเอกสาร “คูมือการควบคุมงานกอสรางทางหลวง” เปนผลงานสวนหน่ึงในข้ันตอนการจัดการ
ความรูดานงานกอสรางของกรมทางหลวง มุงหวังใหทําหนาที่เปนส่ือกลางในการรวบรวมความรู
ความเชย่ี วชาญเฉพาะดานท่มี ีอยใู นองคกร ถา ยทอดสูบ คุ ลากรทเ่ี ก่ยี วของ เพ่อื รกั ษาและยกระดับมาตรฐาน
การทํางานอยางตอเนื่อง โดยชุดเอกสารจะแบงเนื้อหาออกเปน 4 เลม ประกอบดวย การบริหารโครงการ
การควบคุมงานกอสรางทาง การควบคุมงานกอสรางสะพานและอาคารระบายนํ้า และการควบคุม
คุณภาพวัสดุ
กรมทางหลวงหวังเปนอยางย่ิงวา ชุดเอกสาร “คูมือการควบคุมงานกอสรางทางหลวง” น้ี จะเปน
ส่ือกลางในการถายทอดความรูดานงานกอสรางทางหลวงอยางตอเนื่องสูบุคลากรของกรมทางหลวงและผูที่
สนใจ เกดิ ประโยชนอ ยา งสูงสุดตอ องคก รและประเทศชาตสิ บื ตอ ไป
(นายทรงศักด์ิ แพเจรญิ )
อธบิ ดกี รมทางหลวง
สารบญั หนา
คํานาํ 1
สารบญั 4
สวนที่ 1 งานตรวจสอบและแนะนาํ วสั ดสุ รางทาง 19
29
บทท่ี 1 - การปฏิบัตงิ านของหนว ยตรวจสอบและแนะนําประจาํ โครงการฯ 42
บทที่ 2 - การควบคุมคณุ ภาพวสั ดสุ รา งทาง 48
บทท่ี 3 - รายละเอียดขอกาํ หนดคณุ สมบตั ิวสั ดสุ รา งทาง 58
บทท่ี 4 - การควบคุมการเปด บอ วสั ดุสรา งทาง 61
บทท่ี 5 - วิธีการควบคมุ งานกอสรา งดา นวสั ดุ 65
บทท่ี 6 - การเกบ็ ตัวอยา งวสั ดุ 74
บทที่ 7 - การออกแบบสว นผสมดนิ ซีเมนตเพือ่ ใชเ ปน วสั ดชุ ้ันพน้ื ทาง 83
บทที่ 8 - การบดอดั วสั ดุ 94
บทที่ 9 - การกอ สรางและควบคมุ คุณภาพงาน Pavement Recycling 101
บทที่ 10 - การควบคมุ งานกอ สรา งผิวทางคอนกรตี 109
บทที่ 11 - การควบคุมคุณภาพคอนกรีต
บทท่ี 12 - การออกแบบสว นผสมคอนกรตี
บทที่ 13 - การจัดทาํ รายงานการควบคุมคุณภาพวสั ดุสรา งทาง
ภาคผนวก กฎระเบียบ และคําสง่ั ทีเ่ กีย่ วของ
สวนท่ี 2 งานตรวจสอบผวิ ทางแอสฟล ต 151
บทที่ 1 - งานลาดยางแอสฟล ต 183
บทท่ี 2 - งานผวิ ทางแบบเพเนเตรช่นั แมคคาดัม ( Penetration Macadam) 187
บทที่ 3 - งานผิวทางแบบเซอรเฟสทรีตเมนต ( Surface Tretment ) 203
บทที่ 4 - งานแอสฟล ตคอนกรตี ( Asphalt Concrete) 261
บทที่ 5 - งานขอบผิวทางแอสฟลตค อนกรตี ( Asphalt Concrete Sureface Edge) 262
บทท่ี 6 - วสั ดุมวลรวมผสมเย็นดว ยแอสฟลตอ ิมลั ชนั ( Cold Mixed Asphalt) 270
บทที่ 7 - งานฉาบผิวทางแบบสเลอรีซลี ( Slurry Seal) 283
บทท่ี 8 - งานฉาบผิวทางแบบพาราสเลอรีซลี ( Para Slurry Seal ) 291
บทท่ี 9 - ผวิ ทางแบบเคพซลี ( Cape Seal ) 297
บทที่ 10 -Asphalt Hot – Mix Recycling
คําสัง่ แตง ตงั้ คณะทาํ งานจัดทําคมู อื ควบคมุ งานกอ สรางทางหลวง 309
1
บทที่ 1
การปฎบิ ตั ิงานของหนวยตรวจสอบและแนะนําประจําโครงการฯ
1.เมอื่ ไดรบั คาํ สั่งใหอ อกงานสนาม เจาหนา ที่จะถอื หนงั สอื รายงานตัว (จ.-06) ไปรายงานตวั ตอ
นายชา งโครงการฯ พรอมทง้ั ขอทราบและปรึกษาหารอื ถึงแผนการปฎิบตั ิงานในโครงการฯ รวมถึงแนวคิด
ในการปฎบิ ตั ิงานรว มกนั ระหวางการควบคมุ การกอ สรา งกบั การควบคมุ ตรวจสอบคุณภาพงาน เพ่ือใหมี
ความสอดคลอ งกันอยา งเหมาะสม โดยมเี หตผุ ลและเสรมิ สรางความเขาใจและสมั พนั ธภาพทด่ี ีตอกนั ทกุ
ฝาย คือฝา ยผูร บั เหมา ฝายควบคุมการกอสรา ง และฝายควบคมุ ตรวจสอบคณุ ภาพ
2.ศึกษาและตรวจสอบรายละเอยี ดตางๆ เชน สัญญา รูปแบบ มาตรฐานและขอ กําหนด
ทั้งในลักษณะทวั่ ไป และลักษณะพิเศษเฉพาะแตละโครงการฯ ในงานดา นตรวจสอบงานทุกอยา งถองแท
กอนเริม่ ปฎิบตั งิ าน โดยทาํ การศึกษาดว ยตนเองหรืออาจหารอื กบั ผูเ ชย่ี วชาญเฉพาะดา นดว ย เพ่อื ใหเ กดิ ความ
ชดั เจนในการปฎบิ ัติงาน
3.วางแผนการปฎิบัตงิ านการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพ โดยตดิ ตอ ประสานงานกบั นายชาง
โครงการฯ ชางผคู วบคมุ งาน ผรู บั เหมา และหนวยงานทเี่ ก่ยี วของ โดยวางงานใหม ีการปฎิบตั ิการในเชิงรกุ
เชนขอทราบแผนของโครงการฯ วาจะเร่ิมงานจดุ ใดกอนจะใชว ัสดจุ ากแหลงไหน บางจดุ งานดินถมสูงมาก
จะตอ งทํากี่ชนั้ เปนตน เพ่ือจะไดจัดงานดานควบคมุ ตรวจสอบคุณภาพไดอยา งเหมาะสม รวมการถึงให
ขอ แนะนําตางๆกบั ฝายกอ สราง โดยใหบ งั เกิดประสิทธภิ าพในการทํางานมากที่สดุ ไมใ หเ กิดความลาชา ใน
การรอคอยผลการตรวจสอบโดยปราศจากเหตุผลทดี่ แี ละเหมาะสม
4.ตรวจสอบความพรอมของหองปฎบิ ตั กิ ารทดลองในสนาม โดยคาํ นึงถึงสถานที่ พืน้ ท่ีทํางาน
ชนดิ และจํานวนของเคร่ืองมอื และอปุ กรณการทดลอง อีกท้งั กําลงั คนเพอื่ ใหมคี วามสามารถสูงสุดรองรับ
กับแผนงานโครงการฯได
5.วางระเบยี บ กฎเกณฑใ นการทดลองและตรวจสอบใหบ งั เกดิ ผลงานในการควบคมุ คณุ ภาพได
อยางสะดวก รวดเรว็ ถูกตอ งและแมน ยํา ซง่ึ พอสรปุ ไดด ังน้ี
5.1 จดั ตั้งเครอื่ งมอื และอุปกรณท ดสอบและวาง Data ใหเ ปนระเบยี บเรยี บรอ ย
5.2 ตรวจสอบและสอบเทยี บเครอื่ งมอื ทดลองทุกชนิ้ กอนเริ่มงาน ใหส อบเทยี บเคร่อื งมือ
ทดลองโดยเปน ไปตามระยะเวลาและปรมิ าณการใชงานของเครือ่ งมือแตล ะชนิด
5.3 รักษาหองปฎบิ ตั กิ ารและเครอื่ งมือทดลองใหส ะอาดถกู ตองและพรอมที่จะดาํ เนินการ
ทดลองได
5.4 จดั ทําสมดุ บนั ทึกผลการทดลอง General Test และ Control Test และบนั ทกึ ในชอ ง
หมายเหตุดว ยวาผลทดลองใชไ ดหรือไม แกไขอยางไร
5.5 จดั ทาํ สมุดบนั ทกึ การเกบ็ ตวั อยา ง ใหมรี ายละเอียดเทา ทจ่ี าํ เปน เชน
2
- ลกั ษณะตัวอยา ง สขี องตัวอยาง
- ความตองการใชงาน เชน จะใชง าน Subgrade หรือ Subbase
- แผนท่ีแสดงแหลงวัสดุ
- วนั เดอื น ป ทีเ่ ก็บตวั อยา งวสั ดุ
- ผูเกบ็ ตัวอยา ง ลกั ษณะการเกบ็ ตัวอยาง
- Sketch Log Boring ของ Test Hole ฯลฯ
5.6 จดั ทาํ Chart แสดงผลการปฎบิ ัตงิ านดานควบคมุ คุณภาพ ติดไวใหเหน็ ไดงายในหอง
ทาํ งาน ทาํ เคร่ืองหมายแสดงผลงานกาวหนาใหทนั สมยั อยูเสมอ Chart นี้จะบอกให
ทราบถึง
- จาํ นวนช้นั ทางทต่ี อ งตรวจสอบ ใหเ ตรียมที่และทําเครอ่ื งหมายไวเ พอื่ กนั ลืม
- การเกบ็ ตวั อยาง Control Test เกบ็ แลว หรือยัง อันดบั ทดลองทเี่ ทาไร เปน
ตัวแทนในวัสดชุ ้ันอะไร จาก กม.ไหน ถึง กม.ไหน จากแหลงไหนตรงกบั
Genaral Test อนั ดบั ทดลองท่ีเทาไร
- ผานการทดสอบ Filed Density เรียบรอ ยแลว หรอื ยัง ควรมีเครอื่ งหมายแสดง
วาชองไหน ไดผา นการตรวจสอบหรอื ยงั และผลการตรวจสอบใชไ ดห รือไม
เปน ตน
5.7 จัดทาํ แผน ภาพแสดงรูปตดั โครงสรา งชนั้ ทางพรอ มรายละเอยี ดขอกาํ หนดตา งๆ และ
แผนทแี่ หลง วสั ดพุ รอ มรายละเอียดของวัสดุจากแหลงนนั้ ๆตดิ ไวใ หเ หน็ ชดั เจนในหอ ง
ทาํ งาน
5.8 จัดใหม กี ารสบั เปล่ียนเจา หนา ทีอ่ อกเก็บตวั อยา งในหอ งทดลองและทดสอบในสนาม
อยตู ลอดเวลาเพ่ือเจา หนาทที่ กุ คนทาํ งานไดท กุ อยา ง รูความเคลอ่ื นไหวของงานตา งๆ
ในโครงการฯ และพรอมท่จี ะทํางานแทนกนั ได
5.9 การเก็บตวั อยาง Control Test แตล ะคร้ังใหค รอบคลมุ ชว งการผสมแตล ะครง้ั เพอ่ื ให
ตัวอยางทน่ี ําไปทดสอบเปนตัวแทนทีถ่ กู ตอ งและมคี ณุ ภาพเหมือนกนั กบั วสั ดบุ นถนน
ในชวงน้ันๆ
5.10 จด Data ทดลองขณะทที่ าํ การทดลองดว ยปากกา หา มจดลงในเศษกระดาษหรอื
สมุดอื่น แลวมาลอกท่ีหลัง เพราะมโี อกาสผดิ พลาดไดง า ยและเสยี เวลาโดยไมจ าํ เปน
5.11 ขอ มูลผลการทดลอง สมุดบันทกึ ผลท้งั General Test และ Control Test จะตอง
เกบ็ ไวในลกั ษณะท่เี จา หนา ทท่ี กุ คนของหนว ยสามารถตดิ ตามผลการทดลองและ
ดาํ เนนิ การตอ ไป
5.12 ปฎบิ ตั ิการทดลองใหเ ปน ไปตามมาตรฐานการทดลองของกรมทางหลวงหรือที่ระบุ
ไวใ นแบบหรอื สัญญาโดยเครง ครัด
3
5.13 เมื่อเสร็จงานโครงการฯ ใหท าํ ความสะอาดเครอื่ งมือ และบรรจหุ บี หอ ไวเ ปน อยา งดี
เพื่อใหก ารขนยา ย และเก็บรกั ษาทาํ ไดสะดวก และไมเกดิ ผลเสียหายตอ เครื่องมือ
6. การสาํ รวจแหลงวัสดุ ทง้ั จากแหลง ท่ีอยู และแหลง ท่ผี ลิต เพอื่ ใหก ารแนะนําการนาํ วัสดุมา
ใชง านไดอยางมปี ระสทิ ธิภาพทงั้ ดานคณุ ภาพ และการลงทุน
7. การปรับปรงุ คณุ ภาพหรอื การออกแบบสูตรสว นผสมของวสั ดกุ อสรา งทางตางๆ เชน งาน
Soil Cement งานคอนกรีต เปน ตน
8. การควบคมุ ตรวจสอบคณุ ภาพงานใหเ ปนไปตามมาตรฐานและขอกาํ หนดของงานแตล ะ
ชนิดตามท่รี ะบไุ วในรูปแบบและรายละเอียดการกอ สรา ง ยกเวน งานผิวทางแอสฟล ตโดยงานทดสอบแบง
งานทดสอบได 2 ลักษณะคอื
8.1 งานทดสอบในหองปฎิบัตกิ าร ไดแ ก General Test คือ ทดสอบตวั อยางวสั ดุทเี่ กบ็
จากแหลง และ Control Test คอื ทดสอบตัวอยา งที่เกบ็ บนถนน
8.2 งานทดสอบในที่ ( In–Situ ) ไดแ กงาน Field Density
9. การรวบรวมผลการทดลอง คาํ นวณและประมวลผล พรอมทงั้ วเิ คราะหผ ล แลว รายงาน
ผลพรอ มทัง้ ชี้แจงปญหาอุปสรรรคตา งๆ ของงานตรวจสอบคณุ ภาพ รวมถึงขอ เสนอแนะแนวทางแกไ ขให
ทางนายชางโครงการฯ ทราบและพจิ ารณาดาํ เนินการตอ ไป เปนประจาํ ทุกวนั
10. จดั ทาํ รายงานการปฎบิ ัติงานประเดือนของงานดานตรวจสอบคณุ ภาพเพ่อื ใหผูอํานวยการ
สาํ นกั วิเคราะหแ ละตรวจสอบเพือ่ ทราบ พรอมทงั้ สําเนาใหคณะกรรมการตรวจรบั งานทุกทานเพอ่ื ทราบดว ย
11. การปฎบิ ัติงานตามทน่ี ายชา งโครงการฯ มอบหมายให
4
บทที่ 2
การควบคมุ คุณภาพวัสดสุ รา งทาง (Materials Control)
การควบคมุ คณุ ภาพวสั ดปุ ระกอบดว ย การตรวจตรา การเก็บตวั อยา ง การทดสอบ การวดั ปรมิ าณ
การควบคมุ การทาํ งาน การวิเคราะหผ ล การรายงาน และการติดตามการปฏบิ ตั ิงานตาง ๆ ทจี่ ําเปน เชน วสั ดุ
ทีต่ รวจสอบแลวคณุ ภาพไมไ ดต ามขอ กําหนดการกอสรา งตองขนยายออกไปหรอื ทาํ การปรับปรงุ แกไ ขอยางไร
ซ่ึงถาปราศจากขั้นตอนเหลา นแ้ี ลว จะขาดความเช่ือถือในการควบคมุ คุณภาพวัสดุ
1. วัตถุประสงคของการควบคุมคุณภาพวสั ดุ
1.1 เพ่ือใหค ณุ ภาพวัสดแุ ละผลงานเปน ไปตามแบบและขอ กําหนดการกอสราง การควบคมุ
คุณภาพวสั ดุทม่ี ีประสิทธภิ าพเพียงพอในโครงการกอ สรา งจะเปนสงิ่ รบั ประกนั วัสดทุ ใ่ี ชในการกอ สรา งจนแลว
เสร็จโดยผรู บั จา งใหเปน ไปตามแบบและขอกําหนดของงานน้นั ๆ
1.2 เพื่อใหก ารควบคมุ งานและการประสานงานกบั ผรู ับจา งเปน มาตรฐานเดียวกัน วิศวกรและ
ผตู รวจตราจะตอ งปฏิบัติตอผูร ับจางและผขู นสง วสั ดจุ ากโครงการฯอยา งยตุ ธิ รรมโดยใชข อกําหนดและแบบ
กอ สรางโครงการฯน้ันเปน คมู อื ในการควบคมุ งาน
1.3 เปน เอกสารหลกั ฐานเพื่อจา ยเงินใหก บั ผรู บั จา ง ผทู ม่ี ีหนา ทีจ่ า ยเงินใหแ กผรู ับจางจะตอ ง
ใชขอ มูลของการทดสอบ บนั ทกึ การควบคุมงานและการวัดปริมาณงานเปนเอกสารหลกั ฐานในการจา ยเงินใหแ ก
ผรู ับจาง
2. การควบคมุ คุณภาพวัสดุ ประกอบดว ยหลกั การทสี่ ําคญั ดังนี้
2.1 ขอกาํ หนดตา ง ๆ และการนาํ ไปใชง าน (Specifications and Application) ในงาน
กอสรา งทางนนั้ ขอกําหนดตา งๆ จะถกู จดั เตรียมไวเ พือ่ ใชในการควบคมุ การกอสรา งและการควบคมุ คุณภาพวสั ดุ
เชน รปู แบบการกอสรา ง มาตรฐานงานทาง มาตรฐานการทดลอง และมาตรฐานขอ กําหนดเปน ตน วัสดุท่ี
จะนํามาใชก อสรางตอ งไดร ับการตรวจสอบและมคี ณุ ภาพตามรปู แบบและมาตรฐานตามขอ กําหนดจึงสามารถ
นํามาใชในงานกอ สรา งได
การเก็บตวั อยาง การตรวจสอบ การวดั ปริมาณ ตอ งปฏิบัตอิ ยางถูกตองและเครงคดั ตาม
มาตรฐานกาํ หนด การไมป ฏบิ ัติขบวนการตาง ๆ ตามขอกาํ หนดจะทาํ ใหเ กดิ ผลขัดแยงท่รี ุนแรงได
5
2.2 การตรวจตรา (Inspection) ในการตรวจตราวสั ดุทจ่ี ะใชในการกอสรางน้นั ผตู รวจตรา
ประจําโครงการฯและผูต รวจตราท่โี รงงานมีหนาทแ่ี ละความรบั ผิดชอบทสี่ าํ คัญคอื ตอ งตรวจตราการนําวสั ดุทกุ
ชนดิ มาใชก อ สรา งในโครงการฯ วสั ดทุ ใ่ี ชในโครงการฯตองไดร ับการตรวจสอบคณุ ภาพและอนมุ ัติใหใชไ ดก อ น
จึงจะขนมาใชง านได ยกเวน วสั ดบุ างชนดิ ซึง่ ผลิตโดยโรงงานใหญไดม าตรฐาน มกี ารใชงานอยางแพรห ลาย มี
บนั ทึกการใชง านทด่ี แี ละมใี บรบั รองจากหนว ยงานของรฐั ทน่ี า เช่อื ถือ โดยอาํ นาจของวิศวกรโครงการฯ หรอื
วิศวกรควบคมุ วัสดุ จะถอื วา ไดมรี ะบบรบั รองคณุ ภาพที่เปน สากลแลว อาจท่ีจะสงั่ ใหนํามาใชไ ดเ ลย
ดงั นัน้ ผตู รวจตราตอ งมีความรแู ละเขา ใจถงึ ความเหมาะสมวาวัสดชุ นดิ ใดควรเก็บตวั อยา งและ
ควรเก็บเมือ่ ใดบริเวณใด ปรมิ าณตวั อยางทตี่ อ งเก็บ วธิ ีการเกบ็ ท่ีเหมาะสม และวธิ ีการตรวจสอบในสนาม การ
ตรวจตราประกอบดว ยขบวนการตาง ๆ ดงั น้ี
2.2.1 การตรวจตราแหลง วสั ดุ (Source Inspection) วสั ดจุ ากแหลงเปน กรวด หนิ ดิน และ
ทรายตองทาํ การตรวจสอบโดยผูตรวจตรากอนทีจ่ ะสงไปยงั โครงการกอ สราง วัดสุบางอยางอาจตอ งนําตัวอยา ง
สงทดลองที่หองปฏบิ ตั กิ ารกลางเพ่อื ทดลองเพมิ่ เติมบางอยางตามท่รี ะบุ วัสดุทต่ี รวจสอบวา ใชไดแลวเมือ่ สงไป
ยงั โครงการฯจะตอ งระบใุ หต รงกบั แหลงทตี่ รวจสอบแลว และผตู รวจตราตอ งรายงานผลการตรวจตราและผล
การตรวจสอบใหว ิศวกรโครงการ ฯ ทราบ
วสั ดบุ างอยางซง่ึ ไดใบรับรองจากหนว ยงานของรัฐทีน่ า เชอ่ื ถือและผลิตโดยโรงงานใหญ ได
มาตรฐานและมีการใชอยางแพรหลาย มบี นั ทึกการใชงานท่ดี ี เชน ปนู ซีเมนต วิศวกรโครงการ ฯ หรือ วิศวกร
ควบคุมวสั ดุอาจสง่ั ใหนาํ มาใชงานไดเ ลยโดยไมตอ งตรวจสอบคุณภาพท่ีแหลง ในกรณสี งสยั ในคณุ ภาพสามารถ
สุมเกบ็ ตัวอยา งทดสอบได วัสดบุ างอยา งทมี่ รี ะบบการผลติ และควบคุมคณุ ภาพทดี่ ีมกี ารทดลองท่ีไดม าตรฐาน
ซ่งึ สะดวกทจ่ี ะทําการตรวจสอบทีโ่ รงงาน เชน ยางมะตอย อาจทาํ การตรวจสอบที่โรงงานโดยผตู รวจตรา ซึ่ง
ไดร บั อํานาจจากวิศวกรโครงการฯหรอื วิศวกรควบคุมวสั ดุใหเปน ผกู าํ กบั การเก็บตวั อยา งและการทดสอบแลว จงึ
รายงานผลการทดสอบใหว ศิ วกรโครงการฯทราบ และตองมกี ารสมุ เก็บตวั อยางสง ทดลองทหี่ องปฏิบตั กิ ารกลาง
ของรฐั เพอื่ ตรวจสอบคณุ ภาพ
2.2.2 การตรวจตราท่ีโครงการกอ สราง (Project inspection) ผตู รวจตราตองตรวจสอบและ
ระบวุ า วัสดทุ น่ี าํ มาใชใ นโครงการฯ มาจากแหลง ทีไ่ ดร บั การตรวจสอบคุณภาพวาใชไ ดแ ลว และจะตอ งตรวจสอบ
คุณภาพตามขอ กําหนด กอนจะดําเนนิ ขบวนการกอสรา งตอไป
วสั ดทุ ่ไี ดรบั การตรวจสอบคณุ ภาพจากแหลง แลว เมอื่ ขนสงเขา มายงั โครงการฯ จะตองทาํ การ
ตรวจสอบคณุ ภาพอีกครงั้ (Control Test) เพือ่ ตรวจสอบความชํารุดเสียหายและความบกพรอ งตา ง ๆ ท่อี าจ
6
ตรวจสอบไมพ บจากการตรวจสอบคุณภาพจากแหลงครง้ั แรก ความบกพรองเสยี หายทเ่ี กดิ ขนึ้ สามารถทจ่ี ะ
ปฏเิ สธ (Reject) ในการรบั วสั ดุได ยกเวน มกี ารแกไ ขปรบั ปรงุ คณุ ภาพวสั ดใุ หเ ปน ไปตามขอ กําหนด
ในกรณีที่มีการนําวัสดทุ ย่ี ังไมไดท าํ การตรวจสอบและรบั รองคุณภาพจากแหลง วสั ดกุ อนมาใช
ในโครงการฯ ผตู รวจตราประจาํ โครงการฯตอ งดาํ เนนิ เก็บตวั อยา งและทดสอบคณุ ภาพ การทดลองบางอยางท่ี
ไมส ามารถตรวจสอบในสนามไดใหส งตวั อยา งทดลองที่หอ งปฏิบัตกิ ารกลาง วิศวกรโครงการฯเปนผูมีอาํ นาจที่
จะสงั่ ใหใ ชหรอื ปฏเิ สธการรับวัสดุนนั้ และตอ งแจงใหผูรับจา งทราบทนั ที
วสั ดทุ ี่ทาํ การผลติ ท่บี รเิ วณโครงการฯ หรอื ใกลเคยี งโครงการฯ เชน หนิ คลกุ จะตองมกี ารตรวจ
ตราและทดสอบคณุ ภาพ สําหรับการทดลองบางอยา งท่ีไมส ามารถตรวจสอบในสนามไดใ หส ง ตวั อยา งทดลองท่ี
หอ งปฏบิ ัติการกลางเชน เดยี วกนั
ระหวา งการตรวจตราและตรวจสอบคุณภาพวัสดุทกุ ชนดิ ทเ่ี ขาสโู ครงการฯ ผตู รวจตราจะตอง
ตรวจสอบการปฏบิ ตั ิงานของผูรับจา งอยางตอเนอ่ื งในการขนวัสดุเขาสูโครงการฯ ขบวนการใดๆทีท่ ําใหเกิด
ความเสียหายหรอื เปล่ยี นแปลงคณุ ภาพวสั ดจุ นไมไดต ามขอ กาํ หนดจะตองส่ังระงบั ทันทีและวัสดสุ วนนน้ั จะถูก
ปฏิเสธในการรับ
ความขยันเอาใจใสในการตรวจตราตดิ ตามความกาวหนาการปฏิบัติงานอยา งตอ เน่ืองจนงานนัน้
สาํ เรจ็ อยา งสมบรู ณมีความสาํ คัญ จะเปน สิ่งรบั ประกันและเปนทยี่ อมรบั ผลงานอยา งแทจ รงิ จาํ นวนตวั อยางท่ี
เกบ็ และการทดสอบเปนสงิ่ จําเปน สาํ หรับการบนั ทึกรายงานและใชใ นการตัดสนิ ซ่ึงจะชว ยประกนั คุณภาพได
ระดับหน่งึ แตถ าละเลยการตรวจตราโดยปฏบิ ัติเพียงเพอื่ ใหเ ปนไปตามระเบยี บขอ บงั คบั นนั้ จะทาํ ใหค ณุ ภาพงาน
ท่คี วรจะไดจากการตรวจตราออกมาไมด ีเทาทค่ี วร
2.2.3 การตรวจตราการผสมท่โี รงผสมและขบวนการกอสรางวัสดตุ า ง ๆ (Inspection of
Mixtures at Plant and Processed Materials) เมื่อวสั ดุถกู ผสมเขาดว ยกันภายในโรงงานหรือขบวนการกอสรา ง
วัสดตุ า งๆที่บรเิ วณโครงการฯ หรือใกลเ คียง เชน คอนกรตี แอสฟล ต พ้นื ทาง เปนตน การตรวจตรา
ขบวนการผสมตองเปนไปตามมาตรฐานการกอ สรางนัน้ ๆ วัสดุที่จะนํามาใชผสมและสว นผสมท่ไี ดตอ งมกี าร
ตรวจสอบคณุ ภาพตามขอ กาํ หนด ในบางกรณีท่ไี มสามารถทดลองในสนามได ใหส ง ทดลองหอ งปฏบิ ตั กิ าร
กลาง
2.2.4 การยอมรับวสั ดทุ ่ีมใี บรบั รอง (Acceptance of Materials on Certification)
วสั ดุบางประเภทท่ีไดใ บรับรองคุณภาพการผลิตจากองคกรของรฐั ที่เชือ่ ถือได มีระบบการผลิตและการควบคมุ
คณุ ภาพทดี่ ี มีการใชก นั อยา งแพรห ลายและมีบันทึกการใชงานที่ดี เชน ปนู ซเี มนต สามารถใชใ บรบั รองใน
การยอมรบั คณุ ภาพวสั ดุได โดยตอ งมีการสมุ เก็บตัวอยา งมาตรวจสอบตามความเหมาะสม
7
2.2.5 การจดั การวสั ดทุ ไี่ มไดคณุ ภาพตามขอกาํ หนด (Disposition of failing Material) ใน
กรณีผลทดลองตวั อยา งไมเ ปน ไปตามขอกาํ หนด วสั ดนุ ้นั อาจจะถูกปฏเิ สธใชในการกอสรา งหรอื สง่ั ใหแ กไ ข
ปรบั ปรุงคณุ ภาพจนเปน ทย่ี อมรับหรืออาจตอ งขนไปยงั บริเวณทจ่ี ัดไวต ามขอ กาํ หนดการกอ สราง วสั ดุทถี่ ูก
ปฏเิ สธอาจขนไปยงั บรเิ วณทก่ี าํ หนดและทาํ การแกไ ขปรบั ปรงุ คณุ ภาพจนเปน ทย่ี อมรบั สามารถนํากลบั มาใชได
กรณีงานกอ สรางแลว เสรจ็ พบวา วัสดทุ ใ่ี ชไมเปนตามขอ กําหนดและในขอ กาํ หนดรายละเอยี ด
การกอ สราง ใหเ ปนอาํ นาจวิศวกรโครงการฯในการพิจารณางานท่ไี ดแ ลว เสรจ็ นนั้ โดยปรบั ปรงุ ราคาให
เหมาะสมกบั ราคาในสัญญา หรืออาจสั่งใหแกไ ขจนไดค ณุ ภาพตามขอ กาํ หนด หรอื ในกรณที คี่ ุณภาพบกพรอ ง
มากอาจตองขนทิ้งแลว ลงวสั ดุทใ่ี ชไดแ ทน ซงึ่ ขบวนการตางๆเหลานี้ตอ งมีการบันทกึ เอกสารรายงานเกยี่ วกบั
ตัวอยา ง ผลการทดลอง การวัดปรมิ าณ การแกไ ข และขอ ตกลงตาง ๆ ในการปรับราคาโดยถือหลกั ความ
ยุตธิ รรมในการดาํ เนนิ การ
2.2.6 การบนั ทึก(Records) ผูตรวจตราจะตองบนั ทึกและจดั ทําเอกสารรายงานซงึ่ ประกอบดว ย
การทดสอบทงั้ หมด การวัดปรมิ าณ การตรวจตราทงั้ ในโครงการฯและที่แหลง วัสดุ การทดสอบที่หอ งปฏิบตั ิการ
กลาง รวบรวมสง ใหวิศวกรโครงการฯเพอื่ จดั เตรยี มเปน เอกสารหลกั ฐานอยา งพอเพยี งเพือ่ สนับสนุนการจา ยเงิน
ใหผูรบั จา งสําหรบั วัสดุทเี่ ตรยี มแลวเสร็จและงานทีเ่ สรจ็ สมบรู ณ
รายงานทงั้ หมดน้ีถอื เปนบนั ทึกของโครงการฯและสาํ เนาจะตองสง ไปยงั สํานักงานใหญเพ่อื ใช
พจิ ารณาและประเมนิ อยา งตอเนือ่ งในการออกใบรบั รองคร้งั สุดทาย นอกจากนผี้ ูตรวจตราควรจะมกี ารบันทกึ
ใบรายงานการตรวจตราประจาํ ตวั หรือบนั ทกึ ลงในรายงานประจาํ วนั ของโครงการฯในการพิจารณาสังเกตการใช
วสั ดแุ ละการปฏบิ ัติงานของผรู ับจา ง เพือ่ เปน ขอมูลพิเศษไวใชอ างอิงตอ ไป
2.3 การเก็บตัวอยาง (Sampling) การเกบ็ ตวั อยา งประกอบดวยขบวนการทส่ี าํ คัญดังนี้
2.3.1 ตัวอยางตวั แทน (Representative Samples) การเกบ็ ตวั อยางตวั แทนเปนข้นั ตอนการ
ปฏิบัติงานท่ีสาํ คัญมากสําหรบั ผตู รวจตราโดยตวั อยางตวั แทนทดี่ ีตองเปน ตวั แทนทีแ่ ทจริงของวัสดสุ ว นน้ัน
หรือ เปนตวั แทนของปรมิ าณวัสดุทเ่ี ราตอ งการตรวจสอบ เชน การเกบ็ ตวั อยา งวสั ดุมวลรวม เปน เร่อื งยงุ ยาก
ท่จี ะไดต ัวอยา งตวั แทนที่ดีเนอ่ื งจากวสั ดุประกอบดว ยขนาดเม็ดวสั ดุหลายขนาดทาํ ใหเกิดการแยกตวั โดยเมอื่ นาํ
วัสดุมวลรวมมากอง (Stock pile)เม็ดวสั ดทุ ่ีมีขนาดใหญจะกล้งิ มาอยดู านนอกและลงมาสะสมท่ีดา นลา งของกอง
ดังนัน้ จึงเปน การยากที่จะเกบ็ ตวั อยางเพยี งตวั อยางเดยี วเพอื่ เปนตัวแทนของทั้งกองได
ในกรณเี ดยี วกนั วสั ดุของเหลว เชน ยางแอสฟล ตใ นถงั บรรจขุ นาดใหญอ าจมีการแบงเปนชั้น
เปนผลใหว สั ดทุ ่รี ะดบั ความลกึ ตา งกันของถังมคี ุณภาพตา งกัน ดงั นัน้ การเก็บตัวอยางทีร่ ะดับใดๆ เพยี งหนง่ึ
ตัวอยา งจึงไมใชต ัวแทนของวสั ดุทั้งหมดในถังได
8
ดังนน้ั ในการเกบ็ ตวั อยางวัสดุ ผตู รวจตราจะตอ งเตรยี มพรอมและระมดั ระวงั ในความผนั แปร
ของวัสดแุ ตละประเภท และตอ งมน่ั ใจวา ตวั อยางทีเ่ กบ็ มาไดส ามารถเปน ตวั แทนของวสั ดุสวนนั้นได
2.3.2 จาํ นวนตัวอยา ง (Number of Samples) เมอื่ วัสดมุ ปี รมิ าณมากหรอื ครอบคลุมพ้นื ท่ี
ขนาดใหญจ ะตองมกี ารแบง วัสดเุ ปน กองหรือเปน สว น ๆ โดยเกบ็ ตวั อยา งตวั แทนแตละกองหรอื สว นนั้น ผล
ทดลองทีไ่ ดจะทําใหท ราบวา วัสดุแตล ะกองหรือแตละสว นนนั้ มคี ุณภาพตามขอกําหนดหรอื ไม และยงั ทาํ ให
ทราบถึงความสมาํ่ เสมอและความผันแปรของวสั ดแุ ตล ะกองหรือแตล ะสวนของพน้ื ที่หรอื ความผันแปรของวัสดุ
เมือ่ ขนสง มาในเวลาทแ่ี ตกตา งกนั
จาํ นวนตวั อยา งท่ีเก็บขน้ึ กบั ธรรมชาติของวสั ดวุ ามีความสมํา่ เสมอหรือความผนั แปรมากนอย
เพยี งใดและขน้ึ กับความสาํ คัญของงานทจี่ ะนําวสั ดไุ ปใชกอ สราง เชน ลูกรงั ที่ใชในงานแกไ ขบรเิ วณดนิ เดิม
ออ นตวั หรือดนิ เดมิ มคี ุณภาพไมเหมาะสม ยอ มมคี วามสาํ คญั นอยกวา ลกู รงั ทีใ่ ชก อ สรา งชนั้ รองพ้นื ทาง ดังนนั้
ความถใี่ นการเกบ็ ตวั อยางและทดสอบเพ่อื ควบคมุ คณุ ภาพลูกรงั งานรองพ้นื ทางจึงตองมคี วามถี่มากกวา
นอกจากน้เี ม่ือผลการทดสอบวัสดกุ ระทําอยางตอ เนื่องหลายตัวอยางและผลทดลองทไี่ ดมีความ
สมํ่าเสมอและมคี ณุ ภาพดตี ามขอ กําหนดแลว จาํ นวนตวั อยางและการทดสอบจะมจี ํานวนนอยกวาวัสดทุ ีม่ ีความ
ผนั แปรและมคี ณุ ภาพต่าํ
อัตราการเกบ็ ตวั อยางตอ งเปน ไปตามมาตรฐานการกอสรา งน้ันๆและตอ งเปนสัดสวนทีม่ คี วาม
เหมาะสมกบั ความสาํ คัญของแตละงาน โดยท่วั ไปมี 3 วธิ ที ี่ใชในการควบคมุ อัตราการเก็บตวั อยา ง
(1) เก็บตัวอยา งเปน ประจําตามชว งเวลา ระยะทางและปรมิ าณท่กี าํ หนดไวก อ นในแผนงานการ
ควบคุมคุณภาพ เชน เกบ็ ทกุ ๆวัน เกบ็ ทกุ ๆ 1 กม. หรอื เกบ็ ทุก ๆ 500 ลกู บาศกเมตร ในกรณีทวี่ ัสดหุ รอื
การปฏิบตั งิ านไมส ม่ําเสมอและมีคุณภาพไมดีเทา ทค่ี วร อาจตองเพ่มิ ความถขี่ นึ้ จนกวา การปฏิบตั งิ านจะมีคณุ ภาพ
ดขี น้ึ หรือมีความสม่ําเสมอนนั้
(2) เลอื กเก็บตวั อยา งเฉพาะจดุ หรอื เฉพาะงานท่คี ุณภาพบกพรอ งหรือกรณีสงสัยวา จะบกพรอง
อยา งชัดเจน วิธกี ารน้ตี อ งใชประสบการณและการตัดสินใจจากการตรวจตราดว ยสายตาและการเฝาสังเกตกุ าร
ปฏบิ ตั งิ านของผูรับจาง ตองใชก ารตรวจตราทส่ี ขุ มุ รอบคอบเพือ่ เลือกจุดทจี่ ะเกบ็ ตวั อยางและทดสอบเพอ่ื คนหา
วัสดุทค่ี ณุ ภาพต่าํ กวา มาตรฐานซงึ่ ผลการทดสอบจะเปน พื้นฐานในการปรับปรุงขบวนการตางๆเพอื่ การปองกัน
ไมใ หเ กิดความบกพรองขนึ้ มาอีกและใหพ ึงระลกึ อยเู สมอวาจะตอ งไมเลอื กปฏบิ ตั เิ พราะผลประโยชนหรอื ความ
อคติสว นตวั
(3) ใชวิธกี ารสมุ เกบ็ ตวั อยา งตามเวลาหรอื สมุ เกบ็ ตามสว นตา งๆของวัสดุ โดยวธิ ีการน้ีทกุ ๆ
สวนของวัสดแุ ตล ะชุดหรอื แตล ะหนวยมโี อกาสท่ีจะถูกเลือกเก็บตวั อยางเพอื่ ทดสอบเทา ๆกนั เม่ือคุณภาพของ
งานและวสั ดคุ อ นขา งดีและสมํา่ เสมอ การสุมเก็บตวั อยา งอาจไมตอ งมาก แตเ มอื่ คณุ ภาพของงานและวสั ดุ
9
คอนขา งตํา่ และไมส ม่าํ เสมอซึ่งอาจทําใหผ ลงานที่ออกมาเสยี หายผูต รวจตราจะตองเพมิ่ ความขยนั ในการตรวจ
ตราการปฏิบตั งิ านของผูรบั จางและเลอื กเกบ็ ตวั อยา งทดสอบงานและวสั ดุที่มปี ญ หาอยา งเดน ชดั โดยเปน การ
ปฏบิ ตั ิงานเสริมเพ่ิมเตมิ จากการสมุ เก็บตัวอยา งตามรายการปกติ
จากทกี่ ลา วมาท้ัง 3 วธิ ีไมม ีวิธกี ารใดทด่ี ที ีส่ ุดหรอื เหมาะสมที่สุดในการเลือกใชอ ตั ราการเกบ็
ตวั อยางโดยทวั่ ไปอาจใชร วมกนั ทกุ วิธี หรือ 2 วิธเี ปน อยา งนอย ขนึ้ กบั คุณภาพการปฏิบตั ิงานและวสั ดุ
2.3.3 วิธีการเกบ็ ตวั อยา ง (Procedures for Sampling) วธิ ีการเกบ็ ตัวอยางตองปฏบิ ัตติ าม
มาตรฐานงานกอ สรา งที่กาํ หนด เพอื่ ไมใหเกดิ ปญ หาในกรณีผลทดลองใชไมไ ดแ ละปฏเิ สธท่จี ะรบั วสั ดุ ผรู ับ
จางอาจไมยอมรบั ผลทดลองโดยอา งขนั้ ตอนการเก็บตวั อยา งไมถกู ตอ ง
มาตรฐานวธิ ีการเก็บตัวอยางที่ใชอยางแพรห ลายคือของ AASHTO และ ASTM หรืออาจ
เลือกใชม าตรฐานการเกบ็ ตวั อยา งทกี่ าํ หนดโดยสถาบนั ที่นา เชื่อถอื โดยทางราชการยอมรับกไ็ ด โดยตองระบใุ ห
ผูรับจางและผสู ง วสั ดทุ ราบวา ใชว ิธใี ดเพื่อความเขา ใจตรงกนั
ในการเกบ็ ตวั อยา งวัสดจุ ําพวก Aggregates เชน หิน และ ทราย กอ นดําเนนิ การเก็บตวั อยา ง
ตอ งมีการบันทึกสภาพการแยกตวั ของวัสดุ เพราะจะมผี ลตอ ขนาดคละของวสั ดุและตองใชความระมดั ระวงั อยา ง
สงู ในการเกบ็ ตัวอยางประเภทนี้
เมอ่ื มีการควบคุมวสั ดทุ ่มี ปี รมิ าณมาก เชน Stock pile การเกบ็ ตัวอยา งตอ งเกบ็ ตัวอยางแตล ะ
บริเวณทแ่ี ตกตางกันเพ่ือตรวจสอบความไมสมา่ํ เสมอ การยอมรบั ในคณุ ภาพวสั ดุทงั้ หมดอาจใชคา เฉลย่ี ของ
ผลทดสอบตวั อยางหรอื อาจรับแยกเปน สว นตามผลทดลองตัวอยา งทีเ่ กบ็ จากสว นนน้ั
ในกรณีทีด่ าํ เนนิ การเกบ็ ตวั อยางวัสดไุ มเ ปน ไปตามมาตรฐานที่กําหนดในงานกอสรา ง ผูตรวจ
ตราไมสามารถปฏิเสธการรับวัสดนุ ้นั ได หรอื ถา ดาํ เนนิ การลดั ข้นั ตอนในการเกบ็ ตวั อยางวสั ดุเพ่ือเรงรดั การ
ปฏิบตั งิ านและผลทดสอบออกมาวัสดุนนั้ ใชไมได จะตองดําเนนิ การเกบ็ ตวั อยางตามมาตรฐานขอ กาํ หนดและ
ทดสอบอีกครั้งเพอ่ื ตรวจสอบผลทดสอบกอ นท่ีจะมกี ารปฏเิ สธการรบั วสั ดนุ ้นั
2.3.4 ขนาดของตัวอยา ง (Size of Samples) โดยทวั่ ไปขนาดของตัวอยา งท่ีจะใชใ นการ
ทดลองแตล ะประเภทจะถูกกาํ หนดอยใู นมาตรฐานการทดลอง ในกรณขี อง Aggregate ขนาดของตวั อยา งท่ี
เก็บขึ้นอยกู บั ขนาดใหญของเมด็ วัสดแุ ละขนาดเมด็ ทม่ี ีมากท่ีสุดในวสั ดุนัน้ ถาขนาดของเม็ดวสั ดใุ หญ ขนาดของ
ตัวอยางก็ตอ งมากตามซ่ึง AASHTO ไดแนะนําไวใ นวธิ กี ารเกบ็ ตวั อยา งและการทดลอง
ถาตัวอยา งวัสดุมีจาํ นวนมากและตอ งการแบง ตัวอยา งใหม ีปรมิ าณนอ ยลงเพอื่ ใหมีขนาด
พอเหมาะกบั การทดลอง ตองใชว ิธีการแบง สี่หรอื ใชเ ครอ่ื งแบง ตัวอยา งเพอ่ื ใหไ ดปริมาณตามตองการ
10
2.4 วธิ กี ารทดสอบ (Testing Procedures) อาจใชม าตรฐานการทดสอบซึ่งถูกพฒั นาโดย AASHTO
และ ASTM หรอื อาจเลือกใชมาตรฐานการทดลองซึ่งพฒั นาขึน้ ใชเองก็ได โดยการดําเนนิ การทดสอบคณุ ภาพ
ตอ งปฏบิ ตั ิตามวธิ กี ารทดลองทกี่ ําหนดอยางเครง คัด ในบางกรณกี ารทดลองบางอยา งอาจกําหนดหรือตอ งการ
ใหส งทดลองที่หอ งปฏิบตั กิ ารกลาง โดยไมอ นญุ าตใหท ดลองในสนาม
การทดสอบในสนามบางประเภทมกี ารปรบั ปรงุ มาจากมาตรฐานการทดลอง ในบางกรณีอาจ
กาํ หนดใหใ ชผ ลทดสอบในสนามเพียงอยา งเดียวปฏิเสธการรบั วสั ดไุ ด หรอื ถา วิธกี ารทดลองในสนามและใน
หอ งปฏบิ ตั ิการมคี วามเกย่ี วเนอ่ื งกบั ในมาตรฐานกําหนด อาจใชผ ลทดสอบท้ังสองน้ใี นการตดั สนิ คณุ ภาพวสั ดุ
เพอ่ื ไมใ หเ กดิ การโตแ ยง ในกรณปี ฏิเสธการรับวสั ดุ
2.5 จาํ นวนตัวอยา งที่ตอ งทดสอบ (Required Samples and Tests) ความถใ่ี นการเก็บตวั อยาง
ทดสอบ อาจใชตามมาตรฐานทีแ่ นะนําโดย AASHTO Guide Specifications for Highway Construction และ
Standard Specifications for Transportation Materials and Method of Sampling and Testing หรืออาจใชตาม
มาตรฐานท่หี นวยงานพัฒนาขึ้นใชเอง
กรณีท่ีคณุ ภาพของงานและวสั ดุมคี ุณภาพดแี ละมีความสมํา่ เสมอ อาจใชอ ตั ราการเก็บตัวอยา ง
ต่าํ สดุ ตามมาตรฐาน ถาคุณภาพของงานและวสั ดุผดิ ปกตแิ ละไมสมํา่ เสมอ จะตองมกี ารเพ่ิมอัตราการเก็บตวั อยาง
ทดสอบจนไดร ะดับคณุ ภาพท่นี าพอใจตามขอกาํ หนด
2.6 การเกบ็ ตวั อยางและทดสอบโดยอิสระ (Independent Sampling and Testing) จุดมุงหมาย
ของขนั้ ตอนนกี้ เ็ พอื่ พิสูจนความถูกตอ งและเท่ียงตรงของขบวนการควบคมุ คุณภาพและผลทดสอบคุณภาพวัสดุ
ซ่งึ กระทําโดยเจาหนาที่โครงการฯและชว ยสนบั สนนุ ในการยอมรับผลทดสอบทไี่ ดจากการปฏบิ ัติงานตามปกติ
การดําเนนิ การเก็บตวั อยาง การทดสอบ และการสงั เกตการปฏบิ ัตงิ านอยางอิสระตามแผนทว่ี างไว
บคุ ลากรทจี่ ะปฏิบตั งิ านเก็บตัวอยางทดสอบและสงั เกตการปฏิบตั งิ านจะตองไดรบั การคดั เลือก
และไดรับการฝกฝนเปน อยา งดี อีกท้ังจะตอ งมกี ารประเมินผลอยูต ลอดเวลา โดยจะเปนตวั แทนของสํานกั งาน
ใหญหรอื หองปฏิบตั ิการซึ่งตองไมมคี วามเกยี่ วขอ งโดยตรงกบั การควบคมุ และจดั การท่ีโครงการฯ นั้น
สว นสําคญั ของขบวนการนก้ี ค็ ือ จะตอ งระมัดระวงั เอกสารทีใ่ ชป ระกอบการปฏบิ ตั งิ านท้ังหมด
ความพรอ มในการหาคาผลทดสอบและเปรยี บเทยี บกบั ผลทดสอบท่ีมีอยู ทําการวิเคราะหผ ลและตอ งมีเอกสารมา
ประกอบคําอธิบายถงึ ความบกพรอ งและความผิดปกตแิ ละการแกไ ขการปฏบิ ตั ใิ หถ กู ตอ ง
หมายเหตุ การเก็บตวั อยาง จํานวนตวั อยางและวธิ กี ารทดลองท่ตี องการ ใหดขู อ แนะนําตามตารางในหนาถดั ไป
Soil - Aggregate 11
1. ดินเดมิ
ชนิดของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ
1.1 ชวงกอสรา งที่เปนงานดนิ ถม
ทดลอง : Sieve Analysis 1) สาํ รวจวา ดินเดิมเปนดินอะไรมคี ณุ ภาพ เพ่อื จะไดท ราบคุณสมบตั ทิ ว่ั ไปของ
: Atterberg Limits สมํา่ เสมอหรอื ไม ดนิ เดมิ ซึ่งจะรองรับตวั คนั ทางและ
: Compaction 2) เก็บตวั อยางตัวแทนมาทดลองอยางนอ ย อาจนํามาใชในงานกอ สรา งทางได
: CBR. 1 ตวั อยาง ตอระยะทาง 1 กม.
: Swelling 3) ถา ดินเดิมมีคณุ ภาพไมสมํ่าเสมอใหเก็บ
ตัวอยางเพิม่ เพื่อใหไดตัวอยา งของดินทุกชนิดและ
ใหร ะบจุ ุดทีด่ ินเดิมเปลี่ยนคณุ สมบตั ิ
1.2 ชวงกอสรางที่เปนงานดินตดั 1) สาํ รวจดินเดมิ วาเปน ดนิ อะไรมคี ุณภาพ เพอ่ื ทราบคุณสมบัตทิ ่วั ไปของดินตัด
ทดลอง : Sieve Analysis สมํ่าเสมอหรอื ไม ท่เี ปน Back Slope และอาจนํามาใช
: Atterberg Limits 2) เก็บตัวอยา งตวั แทนทดลองอยา งนอ ย 2 เปน Subgrade ได
: Compaction ตวั อยางตอ 1 กม.
: CBR. 3) พยายามเกบ็ ตวั อยา งในระดับทจ่ี ะเปน เพอ่ื จะไดท ราบคุณภาพของดิน
: Swelling Finished Subgrade อยา งนอ ย 2 ตัวอยา งตอ ลว งหนา อาจตองเตรียมการแกไข
: ระดบั นา้ํ ใตดนิ 1 กม. ถา คุณภาพตํา่ กวากาํ หนดถา ระดับ
4) ขดุ หลุมและคอยสังเกตระดบั นํา้ ถา ระดบั นํา้ ใตดินสูงจะไดเ ตรียมออกแบบ
นา้ํ ในหลุมต่ํากวา ระดับ Finished Subgrade แกไข
ไมถ ึง 1 เมตร ใหรายงานสํานกั ฯโดยดวน
1.3 ชว งกอ สรา งทีร่ ะดับดิน 1) สาํ รวจดนิ เดิมและภมู ปิ ระเทศตามแนวทาง เพอื่ ทราบคณุ ภาพของดนิ ซึง่ อาจตอง
คนั ทางใกลเคียงกับระดบั บริเวณใกลเคียงอยา งละเอียด เตรียมการแกไขถาคณุ ภาพต่ํากวา
ดนิ เดิม 2) เกบ็ ตวั อยา งตัวแทนทดลอง 2 ตวั อยา งตอ กําหนด
ทดลอง : Sieve Analysis ระยะทาง 1 กม.
: Atterberg Limits 3) ถา คุณสมบตั ขิ องดนิ เปล่ยี นแปลงมากให
: Compaction เกบ็ ตวั อยา งทดลองเพิม่ เพอื่ ใหไ ดตัวอยา งของดนิ
: CBR. ทกุ ชนดิ และระบจุ ดุ ที่ดนิ เดิมเปล่ยี นคณุ สมบัติ
: Swelling 4) ขุดหลมุ และคอยสังเกตระดับนา้ํ ถาระดับ ถา ระดับนํา้ ใตด ินสงู จะไดเตรยี มการ
: ระดบั น้าํ ใตดิน นา้ํ ในหลุมต่าํ กวา ระดบั Finished Subgrade ออกแบบแกไข การสํารวจระดับน้าํ ใต
ไมถ ึง 1 เมตร ใหร ายงานกองฯดว น ดินน้ี ถาสังเกตภมู ปิ ระเทศ ตนไม
และหญา ในบริเวณใกลเ คยี งจะชว ย
ไดม าก
12
2. ดินถมและดินเลีอกสรร
ชนิดของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ
2.1 ดินจากแหลง
ทดลอง : Compaction 1) สาํ รวจ Profile ของดนิ ท่ีจะนาํ มาใชว า มี การทดลองนีถ้ อื เปน General Test
: CBR. ลกั ษณะ Uniform หรือมลี กั ษณะเปน ช้นั ๆ ลึก เพราะเปน การทดลองตรวจสอบ
: Swelling
: Sieve Analysis เทาใด คุณภาพของดินวาจะใชไ ดหรอื ไม
: Atterberg Limits
2.2 ดินบนถนน 2) เก็บตวั อยางตัวแทน (Representative ถงึ แมการทดลองจะใชไดห รือไมได
ทดลอง : Compaction
: CBR. Sample) มาทดลองอยา งนอ ย 1 ตวั อยา ง ตอ ดิน กต็ าม ใหลงอันดับการทดลองและ
: Swelling
: Sieve Analysis 500 ม.3 รายงานเสนอผลการปฏิบตั ิงานดว ย
: Atterberg Limits
เก็บตวั อยา งดินทผ่ี สมตแี ผบนถนนแลว และ การทดลองน้ถี อื เปน Control Test
2.3 ดินหลังบดทบั
ทดลอง : Field Density กาํ ลังเตรยี มบดทับ โดยเกบ็ ตัวอยางดิน 1 เพ่อื เปน การตรวจสอบคุณภาพของ
Moisture Content ตวั อยา งตอระยะทาง 500 เมตร นําไปทดลอง ดินซง่ึ จะอยบู นถนนตอ ไปจรงิ ๆ การ
ถางานกอสรา งทาํ เร็วมากหนว ยวิเคราะห รายงานใหแจงหมายเลขทดลอง
และตรวจสอบมเี จา หนาทแ่ี ละเคร่อื งมือจํากัด ไม General Test ดว ย
สามารถทดลอง CBR.ไดต ามกําหนด ใหท ดลอง ทําการทดลองคันทางทีบ่ ดทับทกุ ๆ
Compaction, Sieve Analysis, Atterberg Limits ชัน้ ซ่ึงชัน้ หนึง่ ๆ กําหนดไวไ มเ กนิ
ถา ผลทดลองออกมาใกลเ คยี งกนั ก็อาจรวม 20 ซม.
หลาย ๆ ตวั อยางทํา CBR. ครง้ั เดยี ว
1) ทดลองทกุ ๆ ช้นั ของการบดทับ หลมุ ทดลอง Field Density ตอ งมี
2) ทุกระยะ 50 ม. ตอ 1 หลุม สลับซา ย - ขวา ความลึกไมน อยกวา 10 ซม. หรอื
รวมทั้งชว งทเี่ ปนงานตดั ดว ย มากกวา น้นั สุดแลว แตปรมิ าณของ
3) ถา คนั ทางกวางมาก ทดลองทุกระยะ 50 ทรายในขวดทดลองจะอํานวย กอ น
เมตรตอ 1 หลุม ตอความกวางประมาณ 15 เมตร ทดลองตรวจสอบดูใหมีทรายเต็มขวด
4) ถาปรากฏวาดนิ ถมช้นั หน่งึ ชั้นใดหนามาก ทดลองหา Percent Compaction
ใหปาดสวนบนออกและทดลองในชัน้ ความหนา ใหใชค า Maximum Dry Density จาก
20 ซม. จากดานลาง General Test หรือ Control Test
สุดแลว แตอ ยางไหนจะมากกวากัน
ทรายที่ใชใ หใชทรายสะอาดและแหง
ทรายท่ีใชแ ลว สกปรกมีความช้นื หาม
ใชซ า้ํ ใหเ อาไปลางอบใหแหง รอ น
ผา นตะแกรง เบอร 20 และคา ง
เบอร 40 เสยี กอ นจงึ นาํ กลบั มาใช
ใหมไ ด Calibrate Density ทราย
อยางนอ ยเดือนละครั้งปฏบิ ตั ิตาม
การทดลองที่ ทล.-ท. 603/2517
13
3. วสั ดุรองพ้ืนทาง
ชนดิ ของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ
3.1 วสั ดจุ ากแหลง
ทดลอง : Sieve Analysis 1) ทํา Boring เพือ่ การทดลองช้นั น้เี ปน การทดลองขัน้
: Atterberg Limits - หาความหนาของ Top Soil และชัน้ ของวสั ดุ Investigation เพื่อจะตรวจสอบวา
: Compaction
: CBR. - หาบรเิ วณและปรมิ าณของวัสดุ วสั ดุมคี ณุ สมบตั ิเหมาะสมกับความ
: Swelling
: Abrasion - คัดเลอื ก Area สาํ หรบั ดันเปน Stock Pile ตองการหรอื ไม กอนทีจ่ ะเปดหนาดนิ
3.2 วสั ดุจาก Stock Pile 2) ทดลอง Sieve Analysis และ Atterberg ดนั วัสดเุ ปน Stock Pile
ทดลอง : Sieve Analysis
Limits ของวัสดุแตล ะหลุมท่ขี ุด Boring มา ในบางกรณอี าจจะจัด Area ให
: Atterberg Limits
: Compaction 3) พิจารณา Gradation และ Atterberg เหมาะสมเพ่ือทําใหเกดิ การ
: CBR.
: Swelling Limits ทม่ี คี ณุ สมบัตเิ หมาะสมเพือ่ Locate Area Blending ขึ้นขณะดนั วสั ดดุ งั กลา ว
: Abrasion
สําหรับดนั เปน Stock Pile เปน Stock Pile ผลการทดลองที่ได
3.3 วสั ดุบนถนน
ทดลอง : Sieve Analysis 4) นําวสั ดุจากหลมุ ตา ง ๆ ในบรเิ วณ Located ในตอนน้ถี อื วาเปนแนวทางเทานน้ั
: Atterberg Limits Area จากขอ 3 มารวมกนั แลวทาํ การทดลองหา เพราะตัวอยา งทใี่ ชท ดลองในขณะน้ี
คุณภาพทุกชนดิ เปน ตวั อยา งทเ่ี ลอื กมารวมกัน สว นตัว
5) เมอื่ ทดลองตามขอ 4 แลว ปรากฏวาใชได อยา งจริง ๆ อาจจะไมเ หมือนกัน
หรือโครงการฯจะนาํ วัสดแุ หลง นีไ้ ปใชงาน เกบ็ เนอ่ื งจากการเปด Top Soil และ
ตัวอยา งตวั แทนสงทดลอง Abrasion Area ของบริเวณทีด่ นั อาจจะ
แตกตา งกนั ไป
1) เกบ็ ตวั อยาง Reprentative Sample จาก Stock Pile ท่เี กบ็ ตวั อยา งทดลอง
จดุ ตา ง ๆ ของ Stock Pile 1 ตวั อยา งตอวัสดุ ครง้ั น้ี จะตองทําการผสมกนั หลงั
500 ม.3 จากการดันเปนกองในครั้งแรกมิ
2) ทดลอง Sieve Analysis และ Atterberg เชน นน้ั วสั ดใุ น Stock Pile จะแยก
limits ทกุ ๆ ตัวอยางเพือ่ เปรียบเทยี บดู เปน ชัน้ ๆ กนั ตามลักษณะของช้นั
Uniformity ของวสั ดุ วสั ดุในดิน ทาํ ใหเกิดปญหาโตแยง
3) ถา ผลการทดลองจากขอ 2 ใกลเ คียงกัน วาวัสดทุ ่เี กบ็ มาจาก Stock Pile
ใหร วมตัวอยา งแลวทดลอง Compaction, CBR. เดยี วกันแตม ีคาทดลองไมเ หมอื นกนั
& Swelling การทดลองในคร้งั น้ถี ือวา เปน การ
4) ถา ผลการทดลองจากขอ 2 แตกตา งกัน ทดลองแบบ General Test เพอ่ื
มาก จะตองพจิ ารณาผสม Stock Pile ใหม ตรวจสอบคณุ ภาพกอ นนาํ ไปใช
5) สงตวั อยา งทดลอง Abrasion 1 ตวั อยา ง
ตอวัสดุ 5,000 ม.3และเม่ือวสั ดุเปลี่ยนไปจากเดิม
1) เกบ็ ตัวอยา งวัสดทุ ผี่ สมตแี ผบ นถนนแลว การทดลองนถ้ี ือเปน Control Test
และกําลงั เตรยี มบดทบั ทุกระยะทาง 500 เมตร เพื่อเปนการตรวจสอบคุณภาพของ
มาทําการทดลอง Sieve Analysis และ Atterberg วัสดุซึ่งจะอยบู นถนนตอ ไป การ
14 การทดลอง หมายเหตุ
ชนดิ ของการทดลอง limits 2 ตัวอยาง ทดลอง CBR. และ Swelling รายงานใหอา งหมายเลขทดลอง
: Compaction
: CBR. 1 ตวั อยาง General Test และผลทดลองดวย
: Swelling
: Abrasion 2) ในกรณีทว่ี สั ดถุ ูกนาํ มาจากแหลง โดยตรง เปรยี บเทียบผล General Test และ
3.4 วัสดุหลงั บดทับ ซึง่ ไมไดมีการทํา Stock Pile ไว ใหเ ก็บตวั อยาง Control Test เพื่อตรวจสอบการ
ทดลอง : Field Density
วัสดทุ ผี่ สมตีแผบ นถนนแลว และกาํ ลงั เตรยี มบด ทดลองและการทํางาน ถาผล Test
: Moisture Content
ทับทุกระยะทาง 200 เมตรมาทําการทดลอง ทง้ั สองไมต รงกนั ใหหาวิธแี กไข ถา
3.5 Bulk Specific Gravity (G)
ก. Sieve Analysis และ Atterberg Limits ยังแกไขไมไ ดต องปรกึ ษาสํานกั
2 ตวั อยาง วเิ คราะหและตรวจสอบโดยดวน
ข. ทดลอง CBR. และ Swelling 1 ตวั อยา ง ถาทางกวา งมาก หรือกอสรางดา นซา ย
ค. สงทดลอง Abrasion 1 ตัวอยา งตอ วสั ดุ และขวาไมพ รอมกัน ปรับปรงุ การ
5,000 ม.3 เกบ็ และจาํ นวนตวั อยางใหเหมาะสม
ถา งานกอ สรางทาํ เร็วมาก หนวยตรวจสอบและ
แนะนํามีเจาหนา ท่ี ,เครอื่ งมอื จาํ กัดไมส ามารถ
ทดลอง CBR. ไดต ามทกี่ าํ หนด ใหทาํ การทดลอง
CBR. และ Swelling 1 ตวั อยางตอระยะทางท่ี
กอสรา ง 500 เมตร
1) ทดลองทุก ๆ ช้นั ของการบดทับ หลมุ ทดลอง Field Density ตองมี
2) ทดลองทุกระยะ 50 ม. ตอหลมุ โดยสลบั ความลกึ อยา งนอ ย 10 ซม.หรอื
ซา ย - ขวา มากกวานน้ั สดุ แลวแตป รมิ าณของ
3) หลงั จากตักทรายทีใ่ ชท ดลองเก็บแลว ให ทรายในขวดทดลองจะอํานวยกอน
ขดุ ตอ ไปจนทะลชุ ้นั วสั ดุ วัดความหนาของวสั ดุ ทดลองตรวจสอบดใู หทรายมอี ยู
แลว บนั ทกึ ไวเปน หลกั ฐาน พรอมกบั รายงานใน เตม็ ขวด
ว.6 - 07 ถาทาํ หลาย Layer ใหว ดั ความหนารวม การทดลองหา Percent Compaction
4) ถา ช้นั รองพน้ื ทางกวางมากทดลองทุกระยะ ใหใชค า Maximum Dry Density จาก
50 เมตรตอ 1 หลุมตอความกวางประมาณ General Test หรอื Control Test
15 เมตร สุดแลว แตอ ยางไหนจะมากกวากนั
วัสดทุ ่คี างตะแกรงเบอร 19 มม. ถามีมากกวา ถา มวี สั ดุหนิ คา งตะแกรงเบอร1 9 มม.
10 % ใหนาํ วัสดุดงั กลาวมาทดลองหา Bulk มากกวา 10% การใสห ินกลบั ลงไป
Specific Gravity (Saturated Surface Dry) ตาม ในหลุมเพอื่ ทดลองหา Density ทําให
การทดลองท่ี ทล.-ท. 207/17 ทง้ั น้เี พ่ือทดลองหา เกิด Error ในการทดลองมาก
Volume ของสว นที่คางตะแกรงเบอร 19 มม. ใน ใหแ ก Error นโ้ี ดยการคํานวณหา
การทดลอง Field Density ปรมิ าตรจากนาํ้ หนักของหินดังกลาว
ตามการทดลองที่ ทล.-ท.603/2517
15
ชนิดของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ
3.6 ปรบั ปรุงคณุ ภาพวัสดุโดยการ 1) ออกแบบสว นผสม (Mixed Design) การออกแบบสว นผสมควรใชอ ัตรา
ผสม 2) ใหทดลองผสมจริงตามท่อี อกแบบไว โดย สว นที่ใหคุณภาพดี มสี ว นเผอ่ื คลาด
ทดลอง : Sieve Analysis ใชความชน้ื เทา กับผสมในสนาม แลวนําตัวอยา ง เคลอื่ นในการทดลอง โดยคาํ นึงถงึ
: Atterberg Limits นั้นมาทดลอง เพ่อื เปนการตรวจสอบ ความแขง็ แรงประหยัด และ การใช
: Compaction วัสดุใหเปนประโยชนม ากท่สี ดุ
: CBR.
: Swelling
16
4. วสั ดุพ้นื ทาง
ชนิดของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ
4.1 วสั ดจุ ากแหลง 1) แหลงเปดใหมใ หสํารวจดลู กั ษณะของ ดินท่ีอยูบนหนาผา หรอื อยตู ามซอก
ทดลอง : Abrasion Test หนา ผา ดิน Top Soil และดินขางลาง ตลอดจน หินทาํ ใหเกดิ ปญหาขึ้นภายหลงั
รอยรา วในหนาผาวา มีช้นั ดนิ เหนยี วปนหรอื ไม เพราะในการโมหินถา ไมสามารถ
2) เกบ็ หินตัวอยางท่สี กดั มาใหม ๆ มาทดลอง กําจัดดินทต่ี ิดหินออกไปไดจ ะทําให
Abrasion ระวังอยาเก็บหนิ ทผ่ี ุมา PI. ของหนิ ยอยสูง ปญ หาเหลา นจ้ี ะ
3) พิจารณาดวู า มีชัน้ หนิ ผปุ กคลมุ อยูหนา ตองคาดการณไ วลวงหนา กอนเสมอ
เทาไร ทตี่ อ งเอาออกไปกอ น นอกจากนี้หนิ เปลอื กนอกอาจจะเปน
หินผุ ถา มคี วามหนามากทาํ ให
คุณภาพของหินทรี่ ะเบิดออกมายอย
ครง้ั แรกมคี ุณภาพไมดี
4.2 วัสดุจากปากโม หรอื จาก 1) ในกรณที ตี่ ง้ั ปากโมใหมใหเ กบ็ ตัวอยางจาก ขนาดของหินและอตั ราการปอ นหนิ
Stock Pile ปากโมเพ่อื ตรวจสอบการต้งั ปากโมแ ละทาํ บอ ย ๆ เขา ปากโม ถาแตกตา งกันมากจะทํา
ทดลอง : Sieve Analysis ใหคณุ ภาพของหนิ ที่ผลิตออกมา
: Atterberg Limits 2) หลังจากกองเปน Stock Pile แลว เก็บ แตกตางกันไป
: Compaction ตัวอยาง Representative Sample จากจุดตาง ๆ การกองหินเปน Stock Pile สงู ๆ จะ
: CBR. ของ Stock pile คดิ เฉลยี่ 500 ม.3 ตอ 1 ตัวอยา ง ทําใหห ินรอบ ๆ กองเกิดการแยกตัว
: Swelling 3) ทดลอง Sieve analysis และ Atterberg ซงึ่ เห็นไดช ัด การเกบ็ ตัวอยางจาก
: Abrasion limits ทกุ ๆ ตวั อยา งเพอ่ื เปรียบเทียบดู Uniformity กองจะไมไ ด Representative
: หาปริมาณรอ ยละที่แตก ของ Gradation ของวัสดุ Sample ท่ีแทจ ริง
ของกรวดโม ในระยะแรกตองทดลอง Sieve Analysis, ควรกองหินไวห ลาย ๆ Stock Pile
: Soundness Atterberg Limits, Compaction และ CBR. ถาตรวจสอบกองไหนใชไ ดก ็สามารถ
ทกุ ๆ ตวั อยาง อยา งนอ ย 3 ตัวอยางหรือจนกวา นาํ ไปใชกอ น สวนกองท่ตี รวจสอบไม
จะแนใจวา คา CBR. และอน่ื ๆ ถูกตอ งตาม ได อาจจะทาํ การตรวจสอบอกี ครง้ั
Spec. จงึ ปฏบิ ัตติ ามขอ 4 ตอไป หรือทาํ การแกไขอยา งอ่นื เพอื่ ใหไ ด
4) ถา ผลการทดลองจากขอ 3 มคี า ใกลเ คยี ง คุณภาพท่ถี ูกตอ งเสยี กอนจึงนําไปใช
กนั ใหร วมตัวอยา งแลว ทดลอง Compaction. ตอไปการทดลองครัง้ นถ้ี อื เปน
CBR. และ Swelling General Test ใหล งอนั ดับทดลอง
5) ถาผลการทดลองในขอ 3 มผี ลแตกตา งกัน ดวยทุกคร้งั
มาก แสดงวาวัสดุมีความเปลยี่ นแปลงตลอด
เวลา ใหทาํ การผสมวัสดหุ ินท่ี Stock Pile ใหม
แลว ดําเนินการทดลองตามขอ 3
6) สง ทดลอง Abrasion , Sonndness 5,000 ม.3
17
ชนิดของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ
ตอ 1 ตัวอยา ง และเมอ่ื สงสยั วาวัสดุมีคณุ ภาพ
เปลีย่ นไปจากเดมิ
7) ถา เปน กรวดโม ทดลองหาปริมาณรอ ยละ
ที่แตกของกรวดโม 500 ม.3ตอ 1 ตวั อยาง ตาม
การทดลองที่ ทล.-ท.212/2521
4.3 วัสดุบนถนน 1) เก็บตัวอยางวสั ดุบนถนนท่ีผสมและตีแผ การทดลองน้ถี อื เปน การ Control
ทดลอง : Gradation บนถนนแลวและกําลงั เตรยี มการบดทับทกุ ระยะ Test ที่สาํ คัญที่สดุ เพราะคุณภาพ
: Atterberg Limits ทาง 500 เมตร มาทําการทดลอง Sieve ของวัสดขุ ณะนี้คือวสั ดุทจ่ี ะอยบู น
: Compaction Analysis และ Atterberg Limits 2 ตัวอยา ง ถนนตอ ไปในอนาคตจริง ๆ
: CBR. Compaction, CBR. และ Swelling 1 ตัวอยาง ถา ทางกวางมากหรอื กอสรางดาน
: Swelling 2) ในกรณีท่วี สั ดุถูกนาํ มาจากโรงโมท ี่อยหู าง ซายและขวาทางไมพ รอมกนั ปรับปรงุ
: หาปริมาณรอ ยละทแ่ี ตก ไกลหนว ยวิเคราะหและตรวจสอบโครงการฯไม การเกบ็ ตัวอยางและจํานวนตัวอยา ง
ของกรวดโม สามารถไปเก็บตัวอยา งวัสดุจากโรงโมม า ใหเ หมาะสม
ตรวจสอบเปน การทดลองแบบ General Test
ได และผูรับจา งเหมากไ็ มท ํา Stock Pile ไวใกล
บรเิ วณทก่ี อสรา งในการน้ใี หเกบ็ ตวั อยา งวัสดุที่
ผสมตแี ผบ นถนนและกําลงั เตรยี มบดทับทกุ ระยะ
ทาง 200 เมตร มากระทาํ การทดลอง
ก. Sieve Analysis และ Atterberg Limits 2
ตวั อยาง
ข. ทดลอง CBR. และ Swelling 1 ตัวอยา ง
ค. สงทดลอง Abrasion , Soundness 5,000 ม.3 การทดลอง Abrasion , Soundness และ
ตอ 1 ตัวอยาง และเมอ่ื สงสยั วาวัสดุมคี ุณภาพ ปรมิ าณรอ ยละทแี่ ตกของกรวดโมไ ม
เปล่ียนไปจากเดิม ตอ งทดลองอีก ถา ทดลองจาก Stock
ง. ถา เปน กรวดโมทดลองหาปริมาณรอยละที่ Pile หรอื จากปากโมแลว ตามขอ4.2
แตกของกรวดโม 500 ม.3ตอ 1 ตัวอยา ง ตาม
การทดลองท่ี ทล.-ท.212/2521
ถา งานกอสรางทําเรว็ มากหนวยตรวจสอบ
และแนะนํามเี จาหนา ทแ่ี ละเครอื่ งมอื จํากดั ไม
สามารถทดลอง CBR. ไดตามที่กําหนด ใหท าํ
การทดลอง CBR. และ Swelling 1 ตวั อยาง
ตอ ระยะทางที่กอ สราง 500 เมตร
18 การทดลอง หมายเหตุ
ชนดิ ของการทดลอง 1) ทดลองทกุ ๆ ช้นั ของการบดทบั (ถามี) ชน้ั หลุมทดลอง Field Density ตองมี
4.4 วสั ดุหลงั บดทบั
ทดลอง : Field Density หนง่ึ ๆ ไมเ กนิ 15 ซม. ความลกึ อยา งนอย 10 ซม.หรอื
: Moisture Content 2) ทดลองทุกระยะ 50 เมตรตอหลุมโดยสลับ มากกวา นั้น สดุ แลวแตป รมิ าณของ
4.5 Bulk Specific Gravity (G) ซาย - ขวา ทรายในขวดทดลองจะอํานวยกอน
3) หลงั จากตกั ทรายทีใ่ ชทดลองเก็บแลว ให ทดลองตรวจสอบดวู า มที รายอยเู ต็ม
ขุดตอ ไปจนทะลชุ ั้นวสั ดุ วัดความหนาของช้นั วสั ดุขวดหรือไม
แลว บนั ทึกไวเ ปน หลกั ฐาน พรอ มกบั รายงานมา ทรายที่ใชจะตอ งใชทรายแหงสะอาด
ใน ว.6-07 ถาทาํ หลาย Layer ใหว ดั ความหนา ตลอดเวลา หา มใชทรายที่ชื้น สกปรก
รวม ตรวจสอบดใู หทรายแหงสะอาด
4) ถา ช้นั พน้ื ทางกวางมาก ทดลองทุกระยะ ตลอดเวลา ถา มคี วามจําเปนตอง
50 เมตรตอ 1 หลุม ตอ ความกวางประมาณ เพ่ิมทรายใหม ตอ ง Calibrate หา
7 เมตร Density ของทรายใหม การCalibrate
หา Density ของทรายใหท ําอยา งนอ ย
เดือนละคร้งั
การทดลองหา Percent
Compactionใหใชค า Maximum Dry
Density จาก General Test หรอื
Control Test สุดแลว แตอ ยา งไหนจะ
มากกวากัน
วสั ดทุ ี่คางตะแกรงเบอร 19 มม. ใหนาํ มาทดลอง ถามีหินคาตะแกรงเบอร 19 มม.
หา Bulk Specific Gravity (Saturated Surface มากกวา 10 % การใสหินกลับลงไป
Dry) ตามการทดลองท่ี ทล.-ท.207/17 ท้งั น้เี พื่อ ในหลมุ เพื่อทดลองหา Density ทําให
ทดลองหา Volume ของสวนท่คี างตะแกรงเบอร เกิด Error มาก เน่ืองจากทรายไม
19 มม. ในการทดลอง Field Density สามารถลงถงึ กน หลุม
ใหแ ก Error นีโ้ ดยการคาํ นวณหา
ปรมิ าตรจากนาํ้ หนักของหนิ ดังกลาว
ตามการทดลองท่ี ทล.-ท.603/2517
19
บทท่ี 3
รายละเอียดขอ กาํ หนดคณุ สมบัตขิ องวัสดกุ อสรา งทาง
1. งานตดั คนั ทาง (Roadway Excavation)
- งานตัดดนิ (Earth Excavation)
- งานตดั หินผุ (Soft Rock Excavation)
- งานตดั หินแข็ง (Hard Rock Excavation)
- งานขดุ วสั ดไุ มเหมาะสม (Unsuitable Material Excavation)
- งานขุดบรเิ วณดนิ ออน (Soft Material Excavation)
2. งานถมคนั ทาง (Embankment) แบง เปน
งานดินถมคนั ทาง (Earth Embankment) หมายถึง การกอสรางถมคันทาง การทาํ
Benching โดยวัสดุทใ่ี ชจ ะเปน ดิน หรอื วสั ดอุ ืน่ ใดท่ีปราศจากหนาดนิ และวชั พชื สว นท่ี
จบั เปนกอนตอ งมขี นาดไมใ หญกวา 50 มลิ ลิเมตร (2”) และตอ งผา นคุณสมบัตดิ ังตอ ไปนี้
- มคี า CBR เมอ่ื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมน อยกวาท่กี าํ หนดไวใ น
แบบท่คี วามแนน แหงของการบดอัด รอยละ 95 ของความแนน แหง สูงสดุ ทไ่ี ดจ ากการ
ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบมาตรฐาน”
- มีคา การขยายตัว (Swell) เมือ่ ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา CBR” ไมเกนิ รอ ยละ 4
ที่ความแนน แหงของการบดอัด รอยละ 95 ของความแนน แหงสูงสดุ ทไ่ี ดจากการทดลอง
ตาม “วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบมาตรฐาน”
- หลังจากทาํ การ Clearing ดนิ เดิมแลว ตอ งทาํ การบดทับชั้น 150 มิลลเิ มตรสดุ ทายวดั จาก
ดนิ เดมิ ลงไปใหไดความแนน แหงของการบดทบั ไมนอ ยกวารอยละ 95 ของความแนน
แหงสูงสุดท่ีไดจากการทดลองตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบมาตรฐาน”
- ใหทําการบดทบั เปนชัน้ ๆ โดยความหนาหลังการบดทบั ตอ งไมเ กนิ ชนั้ ละ 150 มิลลิเมตร
และตอ งรกั ษาใหปรมิ าณนาํ้ ระหวางการทาํ งานใหมปี รมิ าณนา้ํ ที่ Optimum Moisture
Content +3.0%
- งานดนิ ถมคนั ทางจะตองทําการบดทับใหไ ดค วามแนน แหง สมํา่ เสมอตลอด ไมนอ ยกวา
1.44 กรมั ตอมลิ ลลิ ิตร และไมต ่ํากวารอยละ 95 ของความแนน แหง สูงสดุ ทไ่ี ดจ ากการ
ทดลองตัวอยา งดนิ ทเ่ี ก็บจากหนางานในสนามหลงั จากการคลกุ เคลา และปูลงบนถนน
แลวตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบมาตรฐาน”
- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด ําเนนิ การตาม “วิธีการทดลองหาคาความแนน
ของวัสดุในสนามโดยทราย” ทุกระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชองจราจร หรอื
20
ประมาณพนื้ ที่ 700 ตารางเมตร ตอ 1 หลุมตัวอยางและใหไ ดค า ความแนน แหงไมต ํา่ กวา
รอยละ 95 ของความแนน แหงสงู สดุ ตาม “วิธีการทดลอง Compaction Test แบบ
มาตรฐาน”
งานทรายถมคนั ทาง (Sand Embankment) หมายถึง การกอ สรา งถมคนั ทาง การทํา
Benching โดยวสั ดทุ ใ่ี ชจะเปน ทราย หรอื วสั ดุอน่ื ใด ทมี่ ีคณุ ภาพถูกตองตามขอ กําหนด
และตอ งเปนวสั ดทุ ปี่ ราศจากกอ นดินเหนยี ว (Clay Lump) หนาดนิ (Top Soil) และ
วัชพืชและตองผา นคุณสมบัติดังตอ ไปนี้
- ตองเปน ทรายหรอื วัสดุ Non-Plastic อนื่ ใด ทีม่ ีขนาดเมด็ โตสุดไมเกนิ 9.5 มลิ ลิเมตร
หรอื 3/8”
- เมอื่ ทดลองตาม “วธิ ีการทดลองหาขนาดเมด็ ของวสั ดโุ ดยผา นตะแกรงแบบลาง” มีสว น
ทผี่ านตะแกรงขนาด 0.075 มลิ ลเิ มตร (Sieve No.200) ไมเ กินรอ ยละ 25
- มีคา CBR เมอ่ื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมนอยกวารอ ยละ 10 ท่คี วาม
แนนแหงของการบดอดั รอ ยละ 95 ของความแนน แหง สูงสุดทไ่ี ดจากการทดลองตาม
วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบสงู กวามาตรฐาน”
- หากมีการถมทรายไลเ ลนใหท ําการทดสอบความแนน ของการบดทับชัน้ ถมทรายไลเ ลนนี้
ต้ังแตชน้ั ท่อี ยูเหนอื ระดับนาํ้ 200 มิลลเิ มตรเปนตน ไป
- ใหทําการบดทบั เปน ชนั้ ๆ โดยความหนาหลังการบดทบั ตองไมเ กินชนั้ ละ 200 มลิ ลเิ มตร
และตอ งรักษาใหปรมิ าณนา้ํ ระหวางการทาํ งานใหม ปี รมิ าณนา้ํ ท่ี Optimum Moisture
Content + 3.0%
- งานทรายถมคันทางจะตองทาํ การบดทบั ใหไ ดความแนนแหง สม่าํ เสมอตลอด ไมต ํ่ากวา
รอยละ 95 ของความแนน แหงสงู สดุ ทไ่ี ดจากการทดลองตัวอยางทรายเก็บจากหนา งาน
ในสนามตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบสงู กวามาตรฐาน”
- การทดสอบความแนน ของการบดทับใหด ําเนนิ การตาม “วธิ กี ารทดลองหาคาความแนน
ของวสั ดใุ นสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชองจราจร หรอื
ประมาณพนื้ ที่ 700 ตารางเมตร ตอ 1 หลมุ ตัวอยางและใหไดค า ความแนนแหง ไมต าํ่
กวารอ ยละ 95 ของความแนนแหงสงู สดุ ตาม“วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสูง
กวา มาตรฐาน”
งานวสั ดุคัดเลอื ก ข. (Selected Material B) หมายถงึ การกอ สรา งชน้ั วสั ดคุ ัดเลอื ก ข.
ลงบนชัน้ ดนิ ถมคนั ทาง หรอื ชนั้ อื่นใดทไ่ี ดเ ตรยี มไวแลว ดว ยวัสดทุ ี่มคี ุณภาพถูกตอ งตาม
ขอกําหนด โดยวสั ดุที่ใชเ ปน วสั ดมุ วลรวม (Soil Aggregate) หรอื ทราย ท่ีมคี วามคงทน
ปราศจากกอ นดนิ เหนยี วและวัชพืช สวนที่จบั เปน กอนตองมขี นาดไมใ หญก วา 50
มิลลเิ มตร (2”) และตองผานคุณสมบัตดิ ังตอ ไปนี้
21
- เมือ่ ทดลองโดย “วธิ ีการหาขนาดเมด็ ของวัสดุโดยผานตะแกรงแบบลาง” มีขนาดโตสดุ
ไมเกนิ 50 มลิ ลิเมตร และสว นทผ่ี านตะแกรงขนาด 0.075 มิลเิ มตร (Sieve No.200)
ไมเกนิ รอยละ 35
- มีคา CBR เมอื่ ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมนอ ยกวา รอ ยละ 6 ที่ความ
แนน แหงของการบดอัดรอยละ 95 ของความแนน แหงสูงสุดทไี่ ดจากการทดลองตาม
“วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสงู กวามาตรฐาน”
- มีคา การขยายตัว (Swell) เมื่อทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมเ กินรอยละ 3
ท่คี วามแนน แหง ของการบดอดั รอยละ 95 ของความแนน แหง สงู สดุ ทไี่ ดจ ากการทดลอง
ตาม “วิธีการทดลอง Compaction Test แบบสูงกวามาตรฐาน”
- ใหท าํ การบดทบั เปน ชั้น ๆ โดยความหนาหลังการบดทบั ตอ งไมเกินชนั้ ละ 150 มลิ ลเิ มตร
และตองรกั ษาใหป รมิ าณนํา้ ระหวางการทาํ งานใหมีปรมิ าณนาํ้ ท่ี Optimum Moisture
Content + 3.0%
- งานช้ันวัสดุคดั เลอื ก ข.จะตอ งทาํ การบดทบั ใหไดค วามแนน แหงสมํา่ เสมอตลอด ไมต ่าํ
กวารอยละ 95 ของความแนนแหงสงู สดุ ที่ไดจากการทดลองตวั อยา งทรายเกบ็ จากหนา
งานในสนามตาม “วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสงู กวามาตรฐาน”
- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด าํ เนนิ การตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา ความแนน
ของวสั ดใุ นสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชอ งจราจร หรอื ประมาณ
พนื้ ที่ 500 ตารางเมตรตอ 1 หลุมตวั อยา งและใหไดคา ความแนน แหงไมต ํ่ากวารอ ยละ 95
ของความแนน แหงสูงสดุ ตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบสงู กวา มาตรฐาน”
งานวัสดคุ ัดเลอื ก ก. (Selected Material A) หมายถึง การกอสรางชน้ั วัสดคุ ดั เลอื ก ก.
ลงบนชัน้ วสั ดคุ ดั เลือก ข. หรือชัน้ อน่ื ใดที่เตรียมไวแลว ดว ยวัสดทุ มี่ คี ณุ ภาพถกู ตอ งตาม
ขอกําหนด โดยวสั ดทุ ใ่ี ชเ ปนวัสดุมวลรวมทีม่ ีความคงทน มีสวนหยาบผสมกบั สว น
ละเอยี ดทม่ี คี ณุ ภาพ เปน วสั ดุเชอ้ื ประสานทด่ี ี ปราศจากกอนดนิ เหนยี วและวัชพืช สวนท่ี
จับเปนกอ นตอ งมขี นาดไมใหญก วา 50 มิลลิเมตร (2”) และตอ งผานคุณสมบัติดังตอ ไปนี้
- เมอื่ ทดลองโดย “วิธีการหาขนาดเม็ดของวสั ดุโดยผานตะแกรงแบบลาง” มีขนาดโตสุดไม
เกิน 50 มลิ ลเิ มตร และสวนทผี่ า นตะแกรงขนาด 0.075 มลิ เิ มตร ไมเกนิ รอ ยละ 30
- หามใชทรายทม่ี คี ณุ สมบตั ิท่ีมสี ว นผา นตะแกรงขนาด 0.425 มลิ ลเิ มตร (Sieve No.40) เกนิ
กวารอ ยละ 80 เมอื่ ทาํ การทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาขนาดเมด็ ของวสั ดโุ ดยผาน
ตะแกรงแบบลาง”
- หา มใชท รายทมี่ ีคุณสมบตั ิทม่ี สี ว นผา นตะแกรงขนาด 0.075 มิลลิเมตร (Sieve No.200)
นอ ยกวา รอยละ 8 หรือเกินกวา รอ ยละ 30 เม่ือทาํ การทดลองตาม “วิธีการทดลองหาขนาด
เมด็ ของวัสดุโดยผา นตะแกรงแบบลาง”
22
- มีคา Liquid Limit เมอื่ ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดนิ ”
ไมเกนิ รอยละ 40
- มีคา Plasticity Index เมื่อทดลองตาม “วธิ ีการทดลองหาคา Plastic Limit และ
Plasticity Index” ไมเ กนิ รอยละ 20
- มีคา CBR เมอ่ื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมนอยกวา รอ ยละ 10 ที่ความ
แนนแหง ของการบดอัด รอ ยละ 95 ของความแนน แหง สงู สุดทไ่ี ดจากการทดลองตาม
“วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบสงู กวา มาตรฐาน”
- มคี า การขยายตวั (Swell) เมื่อทดลองตาม “วิธีการทดลองหาคา CBR” ไมเ กนิ รอ ยละ 3
ทีค่ วามแนน แหงของการบดอดั รอยละ 95 ของความแนน แหงสูงสดุ ทไ่ี ดจากการทดลอง
ตาม “วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”
- กรณีใชว สั ดจุ าํ พวก Shale ตองมคี าเฉล่ีย Durability Index ของวสั ดทุ ง้ั ชนิดเม็ดละเอยี ด
และเม็ดหยาบ เมือ่ ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Durability Index ของวสั ด”ุ ไม
นอ ยกวา รอ ยละ 30
- กรณีใชว ัสดจุ าํ พวก Non Plastic เมอ่ื ทดลองโดย “วิธกี ารหาขนาดเม็ดของวสั ดุโดยผาน
ตะแกรงแบบลา ง” มสี ว นผานตะแกรงขนาด 2.00 มลิ ลิเมตร (Sieve No.10) เกินกวา
รอยละ 90 และไดคุณภาพตามทก่ี ลา วมาขางตน ทง้ั หมด หากนํามาใชทาํ วสั ดุคดั เลอื ก ก.
จะตอ งทาํ การบดทบั ใหไ ดความแนน แหงสมํา่ เสมอตลอดไมต าํ่ กวารอ ยละ100 ของความ
แนนแหงสงู สดุ ท่ไี ดจ ากการทดลองตวั อยางทรายเกบ็ จากหนา งานในสนามตาม “วธิ ีการ
ทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”
- งานช้นั วสั ดุคดั เลอื ก ก. จะตองทาํ การบดทบั ใหไดความแนนแหงสมาํ่ เสมอตลอด ไมต า่ํ
กวา รอ ยละ 95 ของความแนน แหงสูงสดุ ทีไ่ ดจากการทดลองตัวอยางทรายเกบ็ จากหนา
งานในสนามตาม “วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”
- ใหท าํ การบดทบั เปน ช้นั ๆ โดยความหนาหลงั การบดทบั ตองไมเ กินชน้ั ละ 150 มลิ ลิเมตร
และตองรักษาใหปรมิ าณนา้ํ ระหวางการทาํ งานใหมปี รมิ าณน้ําท่ี Optimum Moisture
Content + 3.0%
- งานวัสดคุ ดั เลือก ก. จะตองทําการบดทับใหไดค วามแนน แหงสมาํ่ เสมอตลอดไมตา่ํ กวา
รอ ยละ 95 สําหรบั วสั ดุมวลรวม และไมตํ่ากวา รอ ยละ 100 สาํ หรับ Non Plastic โดย
การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด าํ เนนิ การตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา ความแนน
ของวัสดใุ นสนามโดยทราย” ทุกระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชอ งจราจร หรือ
ประมาณพน้ื ท่ี 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลมุ ตัวอยา งและใหไ ดคาความแนน แหง ไมตํ่า
กวารอยละ 95 ของความแนน แหง สูงสุดตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบสูง
กวา มาตรฐาน”
23
3. งานรองพื้นทาง (Subbase) แบงเปน
งานรองพนื้ ทางวสั ดมุ วลรวม (Soil Aggregate Subbase) หมายถงึ การกอ สรา งชั้น
รองพื้นทางบนชน้ั วัสดุคดั เลือก หรือชน้ั อนื่ ใด ทีไ่ ดเ ตรียมไวแ ลว ดว ยวัสดมุ วลรวมท่มี ี
คุณภาพตามขอ กาํ หนด เปนวัสดุมวลรวมเมด็ แข็ง ทนทาน มสี ว นหยาบผสมกบั สวน
ละเอียดทีม่ ีคณุ สมบตั เิ ปน เช้ือประสานทดี่ ี ปราศจากกอ นดนิ เหนยี วและวชั พชื สวนที่จบั
เปนกอนตองมขี นาดไมใ หญก วา 50 มลิ ลิเมตร (2”) และตองผา นคณุ สมบัตดิ ังตอไปน้ี
- มีคา ความสึกหรอเมอ่ื ใชการทดลองโดย “วธิ ีการทดลองหาคาความสกึ หรอของ Coarse
Aggregate โดยใชเคร่อื ง Los Angeles Abrasion” ไมเ กนิ รอยละ 60
- มขี นาดคละทด่ี ี เมื่อทดลองดวย “วิธกี ารทดลองหาขนาดเมด็ วัสดโุ ดยผา นตะแกรงแบบ
ลาง” และตอ งมขี นาดใดขนาดหนง่ึ ตาม Grade ท่ีกําหนด (Grade A,B,C,D,E)
- มีคา Liquid Limit เมือ่ ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดนิ ”
ไมเ กนิ รอยละ 35
- มคี า Plasticity Index เมื่อทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา Plastic Limit และ
Plasticity Index” ไมเกินรอยละ 11
- มคี า CBR เมอื่ ทดลองตาม “วธิ ีการทดลองหาคา CBR” ไมนอ ยกวารอยละ 25 ท่ีความ
แนน แหง ของการบดอดั รอ ยละ 95 ของความแนน แหงสูงสดุ ทไ่ี ดจ ากการทดลองตาม
“วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”
- กรณีทใี่ ชว สั ดมุ ากกวา 1 ชนิดผสมกันเพอ่ื ใหไดค ณุ ภาพถกู ตอง วัสดแุ ตล ะชนิดจะตองมี
ขนาดคละสมํา่ เสมอและเม่ือผสมกันแลว จะตองมลี ักษณะสม่ําเสมอและใหค ณุ ภาพตาม
ขอ กาํ หนดดว ย
- กรณใี ชว ัสดจุ ําพวก Shale ตองมีคา เฉลีย่ Durability Index ของวสั ดทุ ้งั ชนิดเมด็ ละเอียด
และเมด็ หยาบ เมือ่ ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Durability Index ของวสั ด”ุ ไม
นอยกวารอ ยละ 35
- ใหท ําการบดทบั เปน ช้ัน ๆ โดยความหนาหลงั การบดทบั ตอ งไมเกินชน้ั ละ 150 มลิ ลิเมตร
และตอ งรกั ษาใหป รมิ าณนา้ํ ระหวางการทาํ งานใหม ปี ริมาณน้ําท่ี Optimum Moisture
Content + 3.0%
- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด าํ เนินการตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา ความแนน
ของวสั ดใุ นสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชอ งจราจร หรอื
ประมาณพน้ื ที่ 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลุมตัวอยา งและใหไ ดค าความแนนแหงไมต่ํา
กวารอ ยละ 95 ของความแนนแหง สงู สดุ ตาม“วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบสูง
กวา มาตรฐาน”
24
งานรองพนื้ ทางดนิ ซเี มนต (Soil Cement Subbase) หมายถึง การกอสรา งชัน้ รองพน้ื
ทางบนชนั้ วัสดคุ ดั เลือก หรอื ช้นั อนื่ ใดทไี่ ดเตรยี มไวแ ลว ดวยดินผสมปูนซีเมนต และน้ํา
ท่มี ีคณุ ภาพตามขอ กาํ หนด ดินทีใ่ ชผสมปนู ซเี มนตต อ งเปน วสั ดุทปี่ ราศจากหนาดนิ
วัชพชื หรอื อนิ ทรียว ัตถแุ ละตอ งไมมีสารท่เี ปนอันตรายตอดินซเี มนตเจอื ปนอยู และตอ ง
ผา นคุณสมบัตดิ ังตอไปนี้
- เมือ่ ทดลองโดย “วธิ ีการหาขนาดเม็ดของวสั ดโุ ดยผา นตะแกรงแบบลา ง” มขี นาดโตสุด
ไมเกิน 50 มิลลเิ มตร และสว นทผ่ี านตะแกรงขนาด 0.075 มิลลิเมตร (Sieve No.200)
ไมเกินรอยละ 40
- มีคา Liquid Limit เม่อื ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดนิ ”
ไมเกินรอ ยละ 20
- มคี า Plasticity Index เม่ือทดลองตาม “วิธีการทดลองหาคา Plastic Limit และ
Plasticity Index” ไมเ กินรอยละ 20
- ปนู ซเี มนตท ี่ใชตอ งเปน ไปตาม มอก. 15
- นาํ้ ท่ีใชในการผสมจะตองสะอาดปราศจากสารตาง ๆ เชน กรด เกลอื ดาง ฯลฯ
- ตองทํา Trial Mixed กอ นทาํ การกอสรา งจริงและทําการตรวจสอบดว ยการกดแทง
ตัวอยางท่ที าํ การบม ไวท ่ีอายุ 7 วนั ดว ย “วิธี Unconfined Compressive Strength ของ
ดนิ ”
- ใหท ําการบดทบั เปนชัน้ ๆ โดยความหนาหลังการบดทบั ตองไมเกนิ ชนั้ ละ 150 มลิ ลเิ มตร
และตอ งรักษาใหปริมาณนํา้ ระหวางการทาํ งานใหม ปี ริมาณนํา้ ท่ี Optimum Moisture
Content + 2.0%
- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด ําเนนิ การตาม “วิธีการทดลองหาคาความแนน
ของวสั ดุในสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชอ งจราจร หรอื
ประมาณพนื้ ที่ 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลุมตวั อยา งและใหไ ดคา ความแนนแหง ไมต าํ่
กวา รอ ยละ 95 ของความแนนแหง สงู สุด
4. งานพน้ื ทาง (Base) แบงเปน
งานพ้นื ทางหนิ คลกุ (Crushed Rock Soil Aggregate Type Base) หมายถงึ การ
กอ สรา งชัน้ พ้ืนทางบนชั้นรองพื้นทาง หรอื ชั้นอ่นื ใดทไี่ ดเตรยี มไวแ ลวดว ยวสั ดหุ ินคลกุ
ทม่ี ีคณุ ภาพตามขอ กาํ หนด โดยวัสดหุ ินคลุกตองเปน หนิ โมมวลรวม (Crushed Rock Soil
Aggregate Type) ที่มเี นือ้ แข็ง เหนยี ว สะอาด ไมผ ุ ปราศจากวัสดอุ น่ื เจือปนและตอง
ผา นคณุ สมบตั ิดงั ตอ ไปน้ี
- มีคา ความสกึ หรอเม่ือทดลองโดย “วธิ กี ารทดลองหาคา ความสกึ หรอของ Coarse
Aggregate โดยใชเ ครือ่ ง Los Angeles Abrasion” ไมเกนิ รอ ยละ 40
25
- มีคา ของสว นที่ไมคงทน(Loss) เมื่อทําตาม “วธิ ีการทดลองหาคาความคงทน (Soundness)
ของมวลรวม” โดยใชโ ซเดยี มซลั เฟตจํานวน 5 รอบแลวไมเกนิ รอ ยละ 9
- มสี ว นละเอยี ด(Fine Aggregate) เปนวัสดแุ ละคุณสมบตั เิ ดยี วกันกบั สว นหยาบ (Coarse
Aggregate)
- มีขนาดคละทด่ี ี เมอ่ื ทดลองดว ย “วิธีการทดลองหาขนาดเม็ดวสั ดุโดยผานตะแกรงแบบ
ลาง” และตองมขี นาดใดขนาดหนง่ึ ตาม Grade ที่กําหนด (Grade A,B)
- สวนละเอยี ดทผี่ า นตะแกรงขนาดเบอร 200 (0.075 มลิ ลเิ มตร) ตอ งไมม ากกวาสองในสาม
(2/3) ของสวนละเอียดทผ่ี านตะแกรงขนาดเบอร 40 (0.425 มิลลิเมตร)
- มคี า Liquid Limit เมือ่ ทดลองตาม “วิธีการทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดนิ ” ไม
เกนิ รอ ยละ 25
- มีคา Plasticity Index เมอ่ื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา Plastic Limit และ
Plasticity Index” ไมเ กินรอ ยละ 6
- มีคา CBR เมอ่ื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมน อยกวารอยละ 80 ที่ความ
แนน แหง ของการบดอัด รอ ยละ 95 ของความแนน แหงสูงสุดที่ไดจ ากการทดลองตาม
“วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”
- ใหท ําการบดทบั เปนชนั้ ๆ โดยความหนาหลงั การบดทบั ตอ งไมเ กนิ ชน้ั ละ 150 มิลลิเมตร
และตอ งรักษาใหป รมิ าณน้ําระหวางการทาํ งานใหมปี ริมาณนา้ํ ที่ Optimum Moisture
Content + 2.0%
- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด ําเนินการตาม “วิธีการทดลองหาคาความแนน
ของวสั ดใุ นสนามโดยทราย” ทุกระยะประมาณ 100 เมตรตอ 1 ชอ งจราจร หรอื ประมาณ
พ้นื ที 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลุมตวั อยา งและใหไ ดคา ความแนน แหงไมต ํ่ากวารอ ยละ 95
ของความแนน แหง สูงสุดทไ่ี ดจากการทดลองตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบ
สูงกวา มาตรฐาน”
งานพ้ืนทางกรวดโม (Crushed Gravel Soil Aggregate Type Base) หมายถงึ การ
กอ สรา งชัน้ พน้ื ทางบนชั้นรองพืน้ ทาง หรอื ชนั้ อนื่ ใดทไ่ี ดเ ตรียมไวแ ลวดว ยวัสดกุ รวดโม
มวลรวมทม่ี ีคณุ ภาพตามขอ กําหนด โดยวัสดกุ รวดโมม วลรวมตอ งเปนกรวดโมม วลรวม
(Crushed Gravel Soil Aggregate Type Base) ที่มีเนอื้ แข็ง เหนยี ว สะอาด ไมผุ
ปราศจากวัสดอุ ื่นเจอื ปน โดยกอนนาํ มาโมตอ งมีสว นท่คี า งตะแกรงขนาด 25.0
มลิ ลเิ มตรไมน อ ยกวารอยละ 50โดยมวลและตอ งไมใชว สั ดุประเภท Shale และตองผาน
คณุ สมบตั ดิ ังตอ ไปนี้
- มีคา ความสึกหรอเมือ่ ทดลองโดยการใช “วธิ ีการทดลองหาคา ความสกึ หรอของ Coarse
Aggregate โดยใชเ ครื่อง Los Angeles Abrasion” ไมเ กนิ รอยละ 40
26
- ตองเปน วัสดทุ ผ่ี า นการโมใหแ ตก สวนทคี่ า งตะแกรงขนาด 4.75 มลิ ลิเมตร เม่อื นาํ มา
ทดลอง “วิธีการทดลองหาปริมาณรอยละทีแ่ ตกของกรวดโม” ตองมีหนาแตกจากการโม
เปนจาํ นวนไมน อยกวา รอ ยละ 75 โดยมวล
- มสี ว นละเอยี ด (Fine Aggregate) เปนวัสดแุ ละคณุ สมบตั เิ ดียวกันกบั สว นหยาบ (Coarse
Aggregate)
- มีขนาดคละทดี่ ี เมอ่ื ทดลองดวย “วิธกี ารทดลองหาขนาดเม็ดวัสดุโดยผา นตะแกรงแบบ
ลาง” และตอ งมีขนาดใดขนาดหน่งึ ตาม Grade ท่กี าํ หนด (Grade A,B,C)
- สว นละเอยี ดทผี่ า นตะแกรงขนาดเบอร 200 (0.075 มิลลเิ มตร) ตอ งไมม ากกวาสองใน
สาม (2/3) ของสวนละเอยี ดทผ่ี านตะแกรงขนาดเบอร 40 (0.425 มิลลเิ มตร)
- มคี า Liquid Limit เม่ือทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดนิ ”
ไมเ กินรอยละ 25
- มคี า Plasticity Index เมอื่ ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Plastic Limit และ
Plasticity Index” ไมเกินรอยละ 6
- มีคา CBR เมอื่ ทดลองตาม “วิธีการทดลองหาคา CBR” ไมนอ ยกวา รอยละ 80 ท่ีความ
แนนแหงของการบดอัดรอ ยละ 95 ของความแนน แหงสงู สดุ ท่ีไดจากการทดลองตาม
“วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบสงู กวา มาตรฐาน”
- ใหทาํ การบดทบั เปน ช้นั ๆ โดยความหนาหลังการบดทบั ตอ งไมเกินชน้ั ละ 150 มิลลิเมตร
และตอ งรักษาใหปรมิ าณนํา้ ระหวางการทาํ งานใหม ีปรมิ าณนา้ํ ท่ี Optimum Moisture
Content +2.0%
- การทดสอบความแนน ของการบดทับใหด ําเนินการตาม “วิธีการทดลองหาคาความแนน
ของวสั ดใุ นสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชอ งจราจร หรอื
ประมาณพนื้ ที่ 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลมุ ตวั อยา งและใหไ ดค า ความแนนแหงไมต ่ํา
กวา รอ ยละ 95 ของความแนน แหง สงู สดุ ทไ่ี ดจ ากการทดลองตาม “วิธกี ารทดลอง
Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”
งานพื้นทางหนิ คลกุ ผสมซเี มนต (Cement Modified Crushed Rock Base) หมายถึง
การกอ สรางช้ันพื้นทางบนชนั้ รองพืน้ ทาง หรือชน้ั อืน่ ใด ทีไ่ ดเตรยี มไวแลว ดว ยวัสดหุ นิ
คลกุ ผสมซเี มนตที่มีคณุ ภาพตามขอกาํ หนด โดยวสั ดุหนิ คลกุ ตอ งเปนหินโมมวลรวม
(Crushed Rock Soil Aggregate Type) ทม่ี ีเนอื้ แข็ง เหนยี ว สะอาด ไมผ ุ ปราศจากวสั ดอุ ่นื
เจือปน และตอ งไมใ ชว สั ดปุ ระเภท Shale และตอ งผา นคุณสมบัติดังตอ ไปน้ี
- มคี าความสึกหรอเมือ่ ทดลองโดยการใช “วธิ ีการทดลองหาคาความสกึ หรอของ Coarse
Aggregate โดยใชเ ครอ่ื ง Los Angeles Abrasion” ไมเ กนิ รอยละ 40
27
- มีคา ของสวนที่ไมค งทน(Loss) เม่อื ทําตาม “วิธกี ารทดลองหาคาความคงทน (Soundness)
ของมวลรวม” โดยใชโซเดยี มซัลเฟตจาํ นวน 5 รอบแลวไมเกนิ รอยละ 9
- มีสว นละเอยี ด (Fine Aggregate) เปน วสั ดแุ ละคณุ สมบตั ิเดียวกนั กับสว นหยาบ (Coarse
Aggregate)
- มีขนาดคละทดี่ ี เมื่อทดลองดวย “วธิ กี ารทดลองหาขนาดเมด็ วสั ดุโดยผานตะแกรงแบบ
ลา ง” และตองมีขนาดใดขนาดหนึ่งตาม Grade ที่กาํ หนด (Grade B,C,D)
- สว นละเอยี ดทผ่ี านตะแกรงขนาดเบอร 200 (0.075 มิลลเิ มตร) ตอ งไมม ากกวาสองในสาม
(2/3) ของสวนละเอยี ดท่ผี านตะแกรงขนาดเบอร 40 (0.425 มิลลเิ มตร)
- มคี า Liquid Limit เมือ่ ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดิน” ไม
เกนิ รอ ยละ 25
- มคี า Plasticity Index เมือ่ ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Plastic Limit และ Plasticity
Index” ไมเ กนิ รอยละ 6
- มีคา CBR เม่อื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมนอยกวา รอ ยละ 80 ท่ีความ
แนนแหง ของการบดอัด รอ ยละ 95 ของความแนน แหง สูงสุดทไี่ ดจ ากการทดลองตาม
“วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”
- ปนู ซเี มนตท ่ใี ชต องเปน ไปตาม มอก. 15
- น้ําที่ใชใ นการผสมจะตอ งสะอาดปราศจากสารตาง ๆ เชน กรด เกลือ ดาง ฯลฯ
- ตอ งทํา Trial Mixed กอ นทําการกอ สรางจรงิ และทาํ การตรวจสอบดว ยการกดแทง ตวั อยา ง
ทท่ี ําการบม ไวท ีอ่ ายุ 7 วันดวย “วธิ ี Unconfined Compressive Strength ของดิน”
- ใหท าํ การบดทบั เปน ช้ัน ๆ โดยความหนาหลงั การบดทบั ตอ งไมเ กนิ ชนั้ ละ 150 มลิ ลเิ มตร
และตองรักษาใหปรมิ าณนาํ้ ระหวางการทาํ งานใหม ปี รมิ าณน้าํ ที่ Optimum Moisture
Content + 2.0%
- การทดสอบความแนน ของการบดทับใหด ําเนินการตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา ความแนน
ของวัสดุในสนามโดยทราย” ทุกระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชองจราจรหรอื ประมาณ
พ้นื ที่ 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลุมตวั อยางและใหไดค า ความแนน แหง ไมต า่ํ กวา รอยละ 95
ของความแนน แหง สูงสดุ ทไี่ ดจากการทดลองตาม “วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบ
สงู กวา มาตรฐาน”
งานพื้นทางดนิ ซีเมนต (Soil Cement Base) หมายถงึ การกอสรา งช้นั พ้นื ทางบนชน้ั รอง
พ้นื ทาง หรือช้นั อ่นื ใด ทไี่ ดเตรยี มไวแ ลวดว ยวัสดดุ นิ ผสมปูนซเี มนต และนํา้ ทมี่ คี ุณภาพ
ตามขอ กาํ หนด โดยวัสดุดนิ ผสมปนู ซีเมนตตองเปน วสั ดทุ ี่ปราศจากหนาดนิ วัชพชื หรือ
อนิ ทรยี ส ารอืน่ ๆ และไมม สี ารอนื่ ท่ีอาจเปนอันตรายตอ คณุ ภาพของดินซเี มนตทีเ่ จอื ปนอยู
และตอ งไมใ ชว ัสดุประเภท Shale และตองผานคุณสมบตั ิดงั ตอไปน้ี
28
- มคี า ความสึกหรอเม่ือทดลองโดยการใช “วิธกี ารทดลองหาคาความสกึ หรอของ Coarse
Aggregate โดยใชเ คร่อื ง Los Angeles Abrasion” ไมเกนิ รอ ยละ 60
- เมอ่ื ทดลองโดย “วิธกี ารหาขนาดเม็ดของวสั ดุโดยผา นตะแกรงแบบลาง” มขี นาดโตสดุ ไม
เกนิ 50 มิลลเิ มตรและสวนทผี่ า นตะแกรงขนาด 2.00 มลิ ลเิ มตร (Sieve No.10)ไมเกนิ รอ ย
ละ 70 และสวนท่ผี า นตะแกรงขนาด 0.075มลิ ลิเมตร (Sieve No.200) ไมเ กนิ รอยละ 25
- มคี า Liquid Limit เมือ่ ทดลองตาม “วธิ ีการทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดิน” ไม
เกินรอ ยละ 40
- มคี า Plasticity Index เม่อื ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Plastic Limit และ Plasticity
Index” ไมเ กนิ รอยละ 15
- ปูนซีเมนตท่ีใชตอ งเปนไปตาม มอก. 15
- น้าํ ทีใ่ ชใ นการผสมจะตอ งสะอาดปราศจากสารตา ง ๆ เชน กรด เกลอื ดาง ฯลฯ
- ตอ งทํา Trial Mixed กอนทําการกอ สรา งจรงิ และทําการตรวจสอบดวยการกดแทง ตัวอยาง
ทีท่ ําการบมไวท ีอ่ ายุ 7 วนั ดวย “วธิ ี Unconfined Compressive Strength ของดิน”
- ใหทาํ การบดทบั เปน ชน้ั ๆ โดยความหนาหลงั การบดทบั ตองไมเกินชน้ั ละ 150 มลิ ลิเมตร
และตองรักษาใหปรมิ าณนํ้าระหวา งการทาํ งานใหมีปรมิ าณน้าํ ท่ี Optimum Moisture
Content + 2.0%
- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด ําเนินการตาม “วิธีการทดลองหาคา ความแนน
ของวัสดใุ นสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชองจราจร หรอื ประมาณ
พ้นื ท่ี 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลมุ ตวั อยางและใหไดคา ความแนน แหงไมต ่ํากวา รอยละ 95
ของความแนน แหงสงู สดุ ทไี่ ดจากการทดลองตาม “วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบ
สูงกวา มาตรฐาน”
29
บทที่ 4
การควบคุมการเปดบอวสั ดุสรา งทาง (Soil – Aggregate)
1. จดุ ประสงค
จดุ ประสงคของการเขยี นในเรือ่ งนี้ เพื่อใหเ จาหนาทส่ี าํ นักวเิ คราะหแ ละตรวจสอบทอี่ อกไปควบคุมการ
กอ สรา งทางดา นวสั ดุ ไดเ ขา ใจถึงวิธกี ารเปด บอวสั ดุ เพือ่ ควบคมุ ใหว สั ดมุ ีคณุ ภาพ Uniform กนั ทว่ั
Stock Pile
2. การสํารวจบอวัสดุขนั้ ละเอยี ด
2.1 เนอ่ื งจากคณุ ภาพและปริมาณท่ีแสดงไวใ นแบบสําหรบั ใหบรษิ ทั ประเมนิ ราคาประมลู นั้น ไดจาก
การสํารวจขัน้ Preliminary เทาน้ัน ซงึ่ ผลการทดลองทไี่ ดจะมาเปนมาตรการควบคมุ การกอสรางเลยทเี ดียว
ไมได จะตองทําการทดลองวัสดุใหมเ พ่อื ตรวจสอบคุณภาพที่แทจรงิ โดยละเอียด
2.2 ใหท าํ การ boring โดยใชคนงานขดุ ใหลึกตลอดความหนาของวสั ดุ โดยการวางแนวหลุมเจาะเปนตา
หมากรุกดังแสดงในรปู ที่ 1 และทําแผนทแ่ี สดงตําแหนง หลุม ความหนาของ Top soil และของวสั ดุ และ log
boring ดงั แสดงในรูป 2
2.3 หาแนวของวสั ดโุ ดยประมาณจากแผนที่ซงึ่ ทาํ ตาม ขอ 2.2 แลว ขดี เสน ลอมรอบไวก ะแนวเปดปาซงึ่
แนวนี้จะตองอยนู อกแนววสั ดุ ระยะระหวางแนววัสดุ และแนวเปด ปา คือระยะที่จะเก็บไวทงิ้ หนา ดนิ ซึ่งจะ
กองในรปู ของ Stock pile การที่ทาํ เชนนี้กเ็ พือ่ จะใหเครือ่ งจักรทํางานใหน อ ยท่ีสุด มเิ ชนนั้นแลว อาจจะเปด ปา
และเปดหนาดนิ ไมเ ปน ระเบยี บ เปน การเปลืองแรงงานโดยเปลาประโยชน
2.4 เม่ือทําการ boring จนตลอดบอวัสดตุ ามขอ 2.2 แลว ใหท าํ การเก็บตัวอยางจากหลมุ boring เพอื่ จะมา
ทดลองคุณภาพตอไป การเก็บตัวอยางนจี้ ะตอ งพจิ ารณาถงึ วิธีการท่จี ะขดุ ตวั อยา งไปใชดวย สมมตุ ิวา วสั ดุ
หนาพอสมควรที่จะใชรถแทรกเตอรด ันออกมาใหเ ปน กองครง้ั เดียวตลอดความหนาก็ใหทาํ การเก็บตวั อยาง
ทเี ดียวตลอดความหนาของวสั ดุ โดยการใชผ า ปูรองรบั ที่กนหลมุ แลว ใชจ อบถากวสั ดตุ งั้ แตช นั้ บนเร่อื ยลงมา
จนถึงขา งลา ง รวมกนั บนผา ท่ปี ูไวเกบ็ ตวั อยา งทั้งหมดมาทดลองตอไป
2.5 ถา หากวาวสั ดุนนั้ หนามาก ไมสามารถจะเปด เปน กองไดในครั้งเดียว จําตองเปด ออกเปนชน้ั ๆ การ
เกบ็ ตวั อยางกจ็ ะตองเกบ็ เปน ชั้นๆ ตามทคี่ าดคะเนวา จะเปดเอาไปใชท้ังน้ีเพือ่ ใหต ัวอยางที่เกบ็ เอามาจะได
คลายคลงึ กบั ตัวอยางท่จี ะนําไปใช การคาดคะเนน้ีจะทําไดดีเพยี งใด ขนึ้ กบั ประสบการณแ ละการควบคมุ อีก
ทอดหนึง่
30
100 80 80 แนวขอบเขตวสั ดุ
00 0
A5 10 A6 20 A7 30 A8 20 A9 60
80 90 100 100 10
B5 80 B6 30 B7 10 B8 15 B9 60
10 90 110 100 30
C5 30 C6 30 C7 0 C8 10 C9 50
50 90 100 110 20
D5 50 D6 20 D7 10 D8 10 D9 30
10 70 90 100 10
E5 60 E6 10 E7 20 E8 10 E9 40
10 70 80 90 20
กองหนาดนิ F6 80 F7 100 F8 80 F9 80
20 0 10 0
แนวเปดปา G7
ทดสอบทกุ ระยะ 50 เมตร
รปู ท่ี 1
Test hole A5 0.10 Top Soil – Clayey Sand
Test hole C7 0.80 Soil Aggregate
Test hole E8 Clay
Top Soil – Clayey Sand
1.00 Soil Aggregate
Clay
0.10 Top Soil – Clayey Sand
0.90 Soil Aggregate
Clay
รูปท่ี 2
31
3. การทดลองวัสดทุ เี่ กบ็ มาจาก Test Hole (จาก Boring)
3.1 ตัวอยา งทเี่ ก็บมาจากหลมุ Test hole แตล ะหลุม จะตอ งแบง ออกโดยใช Sample splitter หรือ วิธี
quartering ใหไ ดต วั อยางพอทีจ่ ะทดลองทํา Sieve และ Atterberg (หา มตกั เอาตัวอยางมาโดยไมใ ชว ิธี
quartering หรอื ใช Sample splitter ) และใหท ดลอง Sieve และ Atterberg limit ของแตละตวั อยา ง
3.2 หลงั จากทราบผลการทดลองจากขอ 3.1 แลว ใหนาํ ผลการทดลองท่ไี ดม า Plot graph ในแบบ SM
18 ดังแสดงในรปู 3 ทั้งน้ีเพอ่ื จะดคู วามแตกตางของ “Gradation” ของวัสดุทม่ี าจากตอนตา งๆ ทัง้ ๆทีอ่ ยใู น
แหลง เดยี วกนั และเปนการพจิ ารณาไดด ว ยวา “Gradation” หนง่ึ ๆ จะอยูในชน้ั “Well Grade” , “Poor Grade”
หรือ “Gap Grade” โดยดจู าก graph ท่ี plot นน้ั ๆ ทง้ั นบ้ี างคร้งั “Grade” เหลานอ้ี าจจะยงั คงอยู range ของ
specs.
3.3 นอกจาก Plot gradation ลงใน SM 18 ตามขอ 3.2 แลว ใหเ ขียน L.L และ P.I. กาํ กบั ลงไปดวย ทง้ั นี้
เพ่ือเปนการพจิ ารณา AREA ท่จี ะดนั วัสดุเปน Stock Pile โดยการแบง AREA ตามคณุ ภาพของวัสดทุ ี่ศึกษา
จาก graph ท่ี plot ตามขอ 3.2
3.4 AREA ท่จี ะแบง ออกเพอื่ ดันเปน Stock Pile น้ีจะพจิ ารณาดคู วามเรง ดว นของงานเปน สาํ คัญ ถาหาก
จาํ เปนจะตองใชว ัสดโุ ดยเรง ดว น ใหแ บง AREA ท่คี ุณภาพของวสั ดทุ าง P.I. และ Gradation ถูกตอ ง
บอวัสดุบางแหง อาจจะมีพวกวัสดทุ ี่มคี ณุ ภาพถูกตอ ง และมีคุณภาพไมถ กู ตอง บางครั้งอาจจะเอาวสั ดทุ ัง้
สองชนิดนผี้ สมกันในบอ หรอื Blending กนั ในบอ ก็จะไดว สั ดทุ ี่มคี ณุ ภาพดีขึ้น และเปนการเปลืองแรงงาน
นอยกวา ท่จี ะใชว ัสดุอยา งอ่ืน เชน ทราย เอามาผสมกนั ภายหลัง
3.5 เมอื่ ไดแ บง AREA ของบอ วสั ดแุ ลว ใหเ อาตวั อยางท่เี กบ็ มาจาก Test hole ของแตละ AREA มาผสม
กนั ท้งั หมดเพอ่ื ทาํ compaction และหาคา C.B.R. คา C.B.R. ที่ไดน จี้ ะเปน คาโดยประมาณ แตใกลเ คียงความ
เปนจริงของวสั ดุ เหตทุ ค่ี า C.B.R. ที่ไดน ีไ้ มถกู ตองนกั เปนเพราะอตั ราสวนผสมของวสั ดุที่เกบ็ มาจาก Test
hole จะแตกตา งกับอัตราสวนจรงิ ๆ ในสนาม คา C.B.R. ที่ถกู ตอ งจริง ๆ จะตองมาจากวัสดุทเ่ี กบ็ มาจาก
Stock Pile ท่ใี หคลุกผสมกันเปนอยางดแี ลว กอ นทจ่ี ะนําไปลงบนถนน
32
รปู ท่ี 3
33
4. หลักการแบง AREA เพอื่ ความเหมาะสม
4.1.ถา การแบง AREA ตามขอ 3 และทราบผลการทดลอง C.B.R. แลว และคา C.B.R. ระหวา ง AREA
หนึง่ ๆ แตกตา งกันมาก กอ็ าจจะแบง AREA ใหม โดยใชคา C.B.R. เปน หลกั พจิ ารณา (การแบง AREA ตาม
ขอ 3 ใชคา Atterberg limit และ Sieve เปนหลกั พจิ ารณา)
4.2 สมมุตวิ า ไดคา C.B.R. ของ AREA ตาง ๆ ดงั น้ี (ดรู ูป 3 A)
AREA 1 คา C.B.R.=10%
AREA 2 คา C.B.R.=80%
AREA 3 คา C.B.R.=30%
ถา พิจารณาแตค า C.B.R. แตเพียงอยางเดยี ว จะเหน็ วา AREA 1 มคี า ตาํ่ ไปสวน AREA 2 มคี า สูง และ
อาจจะสงู เกนิ ความตอ งการ สาํ หรบั การออกแบบทาํ เปน Subbase ถาหากวา ใชว สั ดุจาก AREA 1 และ AREA
2 ผสมกัน อาจจะทาํ ใหคา C.B.R. เมือ่ ผสมแลว สูงข้ึน ซ่ึงมีคุณภาพเหมาะสมท้ังหมด ดูการแบง AREA ใหม
ทีแ่ สดงในรปู 4
4.3 นอกจากการแบง AREA เพื่อปรบั ปรุงคณุ ภาพทาง C.B.R. ดังกลาวมาแลว ขางตนยงั สามารถใช
หลักการเดยี วกันน้ี
4.3.1 ใชว สั ดุจาก AREA ทีม่ ี P.I. มาก ผสมกับวสั ดจุ าก AREA ท่มี ี P.I. นอย เพ่ือเปน การปรับปรงุ
P.I. ใหม คี ณุ ภาพทั่วๆไปดีขน้ึ
4.3.2 ใชวสั ดุจาก AREA ที่มี fine portion มาก ผสมกับวสั ดุจาก AREA ทม่ี ี fine portion นอย เพอ่ื
ปรับปรุงคณุ ภาพดาน fine portion ของวัสดุ
โอกาสท่ีจะกระทําแบบนี้ จะตอ งใชเครอ่ื งจกั รพวกรถแทรกเตอร และทาํ ในบรเิ วณบอ วัสดขุ ณะกําลัง
เปด บอ เทาน้ัน จึงจะกระทําไดผ ลเตม็ ที่
34
การแบงพ้นื ท่ีของแหลงลกู รัง
Area 1
Area 2
Area 3
รปู ท่ี 3a
การแบงพืน้ ท่ขี องแหลงลกู รัง
Area 1 Area2
Area 3
รปู ท่ี 4
35
5. การดนั วสั ดุเปน รูป Stock Pile
5.1 กอ นที่จะทาํ การดนั วสั ดุขึน้ มาเปน Stock Pile นัน้ จะตอ งทาํ การเปดหนา ดินใหห มดกอ น เพราะหนา
ดินจะทาํ ให P.I. และ fine portion ของวัสดุเปลี่ยนแปลงไปและจะเปลยี่ นแปลงไปอยางไรน้นั กส็ ดุ แทแ ต
ชนิดของหนาดิน ถา หนา ดนิ เปนพวก Clay จะทําให P.I. และ fine ของวสั ดุมากยง่ิ ข้ึน ถาเปน พวก Sand ก็
อาจจะลด P.I. ฯลฯ การเปดหนา ดินน้ี โดยปกตินสิ ัยของพนักงานขับเครื่องจักร ชอบไถหนาดินออกเรียบเปน
หนากระดาน ซงึ่ บางแหง หนา ดินจะไมเรยี บ อาจจะมอี ยเู ปนสูงๆ ต่าํ ๆ การไถหนา ดินเรยี บเปน หนา กระดาน
อาจจะไถวสั ดอุ อกทง้ิ มากเกนิ สมควร ควรจะไถหนาดนิ ออกตามความหนาของหนา ดินท่แี ทจ ริง คอื ถา ดนิ
ตรงไหนลึกกข็ ดุ ไถออกเปนบรเิ วณพเิ ศษ ตรงไหนไถหนาดนิ ออกจนถงึ วสั ดุจริงๆแลวกค็ วรจะหยดุ
5.2 เม่อื เปดหนาดินหมดแลว เริม่ ดนั วสั ดตุ ามแนวสนามท่ีไดก ําหนดเอาไวจ ากทิศตา งๆ เพ่ือใหว สั ดมุ า
รวมกันอยา งหยาบๆ Stock Pile ควรจะเปน รปู ยาวๆ ความยาวประมาณ 30 – 40 เมตร และความสงู ประมาณ
3 – 5 เมตร การดนั วสั ดุในระยะท่ีจวนจะหมดวสั ดุ และถงึ พ้ืนดินชนั้ ลา งจะเปนระยะทส่ี าํ คญั ท่ีสดุ จะตอง
ไดรับการควบคุมดแู ลทีใ่ กลช ิดพอควร เพราะถาดันเอาดินชั้นลางปนมาดวย กจ็ ะทําใหคุณสมบตั ขิ องวสั ดุ
เปลี่ยนแปลงไปดงั กลา วในขอ 5.1
5.3 หลังจากดนั ผสมอยางหยาบๆ ในรปู Stock Pile ดงั กลาวแลว จะสงั เกตเหน็ ไดว า วัสดจุ ะไมเ หมอื น
ท่วั กันหมดทัง้ กอง และเพอ่ื ที่จะใหว ัสดไุ ดมีคณุ ภาพเหมอื นกนั ทวั่ กองจะตอ งทําการผสมกันอีกครั้งหน่งึ โดย
วธิ กี ารดนั ยา ยกอง ดังแสดงในรปู 5 วธิ กี ารทําอยา งนีก้ ค็ อื การคลุกผสมกันน่ันเองและการคลกุ ผสมกนั จะเขา
กนั ดีเพยี งไร ขน้ึ อยกู ับทิศทางของวสั ดทุ ีด่ นั มาผสมกนั สงั เกตดูทศิ ทางลกู ศรท่ีแสดงแนะไวใ นรูป 5
6. การเก็บตัวอยางจาก Stock Pile เพื่อทดลอง
6.1 เมื่อทาํ การ blend แลว จะตองทาํ การเก็บตัวอยา งมาทดลองอกี ครง้ั หนงึ่ เพื่อตรวจสอบคุณภาพ การ
ทดลองครงั้ นถ้ี อื เปน general Test การเกบ็ ตวั อยางจะตอ งเกบ็ จากแนวตา งๆ ใหไดต วั อยางครบตามที่แนะไว
ใน “หลกั ควบคุมวัสดสุ รา งทาง” ดกู ารเกบ็ ตวั อยางดงั แสดงในรูป 6
6.2 ทําการทดลองหา Gradation และ Atterberg limit แลว plot ผลการทดลองนใ้ี น SM18 เพอื่ จะ
พิจารณาดวู า Gradation ของวัสดุ Uniform หรือไม ในรูป 7 แสดง Gradation , P.I. และ L.L. ของวัสดทุ ี่เก็บ
มาจาก Stock Pile แนวตาง ๆ มคี ุณภาพไม Uniform
6.3 เม่อื ทดลองคณุ ภาพตาม ขอ 6.2 แลว ใหเ อาตวั อยา งทงั้ หมดรวมกนั เพื่อทาํ Compaction และ C.B.R.
ตอไป
36
AREA ท่มี ีคา C.B.R. ตาํ่
AREA ทม่ี ีคา C.B.R. สงู
ข้ันท่ี 1 ดนั วสั ดมุ าจากทิศตา งๆกัน เพอ่ื ผสมกันอยา งหยาบๆ และเปน รูป Stock pile ยาวประมาณ 30 –
40 เมตร สงู ประมาณ 3 – 5 เมตร
40 – 50 เมตร
ขัน้ ท่ี 2 เม่ือดันผสมกันอยา งหยาบๆ ครัง้ แรกแลว ทําการผสมข้ันตอ ไปโดยการยายกอง Stock Pile โดย
วิธดี ันจากจดุ ตา งๆ ของ Stock Pile เดมิ มารวมกันเปน Stock Pile ใหม ระยะระหวาง Stock Pile
เดมิ และ Stock Pileใหม หา งกันประมาณ 30 – 40 เมตร ท้ังนี้เพือ่ ใหว ัสดผุ สมกบั หนา ใบมดี
ระหวางการดนั
รปู ท่ี 5
37
1 23 4
6 ( แสดงแนวเกบ็ )
5
Plan ของ Stock Pile
1 64
Profile ของ Stock Pile
รปู ท่ี 6
แสดงการเกบ็ ตัวอยา งจาก Stock Pile ที่ Blend แลวจากแนวตา งๆ ภาพน้ีแสดงการเก็บทงั้ หมด
6 แนว
ใน Profile แสดงจดุ ทเ่ี ก็บสําหรบั แนวหนึ่งๆ จะตองเกบ็ ทงั้ หมด 3 จุด คือ จุดลา ง จดุ กลาง จดุ
บน ของ Stock Pile แลวนาํ มารวมกันเปน หน่ึงตวั อยาง
38
P.I. L.L.
แนวท่ี 1 10 30
แนวที่ 2 15 40
แนวที่ 3 3 20
แนวที่ 4 0 0
แนวที่ 5 6 22
แนวที่ 6 8 35
แสดงคณุ ภาพของ Gradation ,
P.I. , และ L.L. ของวัสดุทเ่ี กบ็
มาจาก Stock Pile ซง่ึ มคี ณุ ภาพ
ไม Uniform
รปู ที่ 7
39
7. การขนวัสดจุ าก Stock Pile
7.1 การขนวสั ดุจาก Stock Pile ไปลงบนถนน ถาวางระบบการขนใหด ีแลว จะเกิดการผสมวัสดุบนถนน
อีกคร้งั หนึ่งซงึ่ จะทาํ ใหว สั ดมุ คี ุณภาพ Uniform มากข้ึนและการทาํ แบบนจ้ี ะไมสน้ิ เปลืองคา ใชจ า ยเพ่มิ ขนึ้ เลย
7.2 ถา ไดว าง Stock Pile เปน รูปยาวๆ แลว การขนวัสดรุ ถคันแรกใหต ักจากหวั กอง พอรถคันตอ ไปให
เลื่อนจดุ ตักออกไปอกี และทําอยา งนี้ไปเรอื่ ยๆ จนกวา จะถึงหางกอง ดังแสดงไวในรูปที8่ ซงึ่ จะตักถงึ 10คนั
รถ จึงจะทว่ั กอง โดยทวั่ ไปแลว ระยะระหวา งรถคนั หน่งึ ๆทจ่ี ะลงบนถนนมักจะประมาณ 3 เมตร ถามี10 คนั
รถ ระยะระหวา งรถคันท่ีหนึ่งและคันท1่ี 0 จะหา งกนั 27 เมตร ซงึ่ เมื่อรถเกรดลมวัสดแุ ลว วสั ดจุ ากคนั ทห่ี นงึ่
มโี อกาสจะไปผสมถึงคันที่10 หรือกลา วอยางงา ยๆวา วสั ดุทงั้ 10 คนั รถน้ี จะผสมกนั อีกครัง้ หนงึ่ เนื่องจาก
การทํางานโดยปกตขิ องรถเกรดเทา กับวาเอาวสั ดุทั้ง Stock Pile มาผสมกนั อกี ครัง้ หน่ึงนน่ั เอง
7.3 ใหเ กบ็ วัสดบุ นถนนหลังจากรถเกรดผสมแลว ไปทดลองหา Gradation และ Atterberg limit แลว plot
ลงใน graph เพ่ือเปรยี บดู Uniformity ของวสั ดทุ เ่ี กบ็ มาจากถนน และทเี่ ก็บมาจาก Stock Pile จะเหน็ ไดว า
วัสดุท่เี ก็บมาจากถนนโดยวธิ กี ารทาํ ดงั กลา วมาแลว จะมคี ณุ ภาพ Uniform มาก ซง่ึ การ Uniform ของคุณภาพ
ของวสั ดุจะเปน ความสําเรจ็ สูงสดุ ของการควบคมุ คณุ ภาพของวัสดสุ รา งทาง
8. การศกึ ษา Gradation ของวสั ดุโดยการ Plot graph
เน่ืองจากในปจ จบุ นั นี้ การพิจารณา gradation ของวัสดุ ใชก ารดแู ตต ัวเลขเทา นนั้ ซ่งึ การพจิ ารณาดูแต
ตัวเลขอาจจะได gradation ทีไ่ มเหมาะสม ทงั้ ๆท่ี gradation น้นั ๆกย็ งั คงถกู ตอ งตามขอ กาํ หนด ดังแสดง
gradation 3 ตัวอยา งไวใ นรปู ท9ี่ พรอมกบั range ของ specs.
“Gap grade” Gradation อนั นี้ถงึ แมจ ะถกู ตองตาม specs. ก็ตาม แตถ า พจิ ารณาวสั ดชุ วงจากตะแกรงเบอร
10 ถงึ ตะแกรงเบอร1 00 จะเห็นวา ชว งนไี้ มคอยจะมวี สั ดุขนาดน้ีอยูถอื ไดวามี “Gap” อยู จึงเรยี กวา Gap grade
“Poor Grade” Gradation อันนี้กย็ ังคงอยูใน range ของ Specs. แตท วา มองดูจาก Curve แลว เสน Curve
จะหกั ไปหักมาไม smooth เทาท่คี วรแสดงวา เมลด็ กอนของวสั ดไุ มเ รียบจากใหญไ ปหาเล็กเทา ทคี่ วรจะเปน
จงึ เรียกวา Poor grade
“Well Grade” Gradation อนั นด้ี ูจาก Curve แลว จะเหน็ วา smooth ดีและแทบจะขนานกับ range ของ
specs. ซึง่ แสดงวา gradation อนั น้ี มพี วกเมล็ดกอนเรียงตัวจากใหญไปหาเล็ก ทาํ ใหเกดิ เปน Dense grade
และเมื่อบดอดั ทบั ใหแนนดแี ลว จะเพ่มิ Strength ของวสั ดขุ ้ึนสงู ได
40
Plan ของ Stockpile
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
รปู ที่ 8
แสดงการตกั วสั ดุจาก Stock Pile หมายเลขท่แี สดงไวค ือตาํ แหนง ทต่ี กั วัสดใุ สร ถ ตําแหนง ที่ตกั
วสั ดนุ ้ีจะไมอ ยูคงที่ แตจ ะยา ยไปเรื่อยๆ กลา วคอื เมอ่ื ตักวสั ดจุ ุดท1ี่ แลวยายไปเรือ่ ยๆ จนถงึ จดุ ท1่ี 0 เม่อื หมด
จดุ ท1ี่ 0 แลว กก็ ลับมาเริ่มจดุ ท่ี1 ตอไปใหม จุดหนงึ่ ๆ หมายถึงวสั ดทุ ี่บรรทุกรถคนั หนงึ่ ๆ
การทท่ี าํ เชนนคี้ อื การตักวสั ดุจากทว่ั กองไปลงบนถนน ซงึ่ จะเปนการผสมกนั ไปในตวั เมื่อรถ
เกรดเกลยี่ วสั ดลุ งบนพนื้ ถนน
จึงขอกลาวยํ้าอกี วา การทดี่ แู ตตวั เลขของ Gradation อยางเดยี วจะไมท ราบเลยวาวสั ดนุ น้ั ๆมี Grade ดี
หรอื ไม ถึงแมจะถูกตองตาม specs. ก็ตาม ควรทจี่ ะเขยี นกราฟและพจิ ารณาดูความ smooth ของเสนเพอ่ื
ตัดสนิ วา จะไดว สั ดุ Grade ดีหรอื ไม
9. สรุป
การควบคุมอยา งน้ีจะไดคณุ ภาพของวัสดทุ ีค่ อ นขาง Uniform มาก ถึงแมจ ะตองมกี ารแกไ ขประการใด
เพอ่ื ปรบั ปรงุ คณุ ภาพของวัสดุ เชน การผสมทรายกจ็ ะทาํ ไดสะดวกเพราะมกี ารแกไ ขทเ่ี หมอื นๆ กนั ตลอด
ชว งทใ่ี ชว ัสดุจากกองเดยี วกนั
การ Control ในสนามจะไมม ปี ญหาอะไรอกี เพราะทกุ อยา งกไ็ ดท าํ การควบคุมจากบอ วัสดุแลว และ
คุณภาพกร็ เู ปน ทแี่ นนอน การควบคมุ ขั้นสุดทา ยกใ็ หบดทบั ใหไดต ามที่ตอ งการเทา น้นั
Well grade แสดง Gradation ของวัสดุ 3 Grade
Spec grade C ซ่งึ ตางกอ็ ยูใน Spect ของ Grade C
แตความแตกตา งมีดังนี้
Poor grade
Gap grade Well Grade
Gap Grade
Poor Grade
รปู ที่ 9 41
42
บทท่ี 5
วธิ คี วบคมุ การกอสรา งดานวัสดุ
1. งานกอ สรา ง
1.1 งานวางทอ
ก) การเตรียมพน้ื ฐานรองรบั ทอ (Bedding) จะใชแ บบ Concrete Cradle หรอื Ordinary
Bedding แลว แตล กั ษณะของดนิ เดิม ถาดนิ เดิมเปนดินแขง็ ควรใช Ordinary Bedding โดยการใชว สั ดุที่
เหมาะสม เชน ทราย หรอื Soil Aggregate ที่มีคณุ ภาพตามท่ีระบใุ นแบบ(ถามี) ปรบั ระดับหนาประมาณ 20
ซม. บดทับใหไ ดความแนน ที9่ 5% ของการทดลองท่ี ทล. – ท. 107/2517 ถา หากดนิ เดิมเปน ดินออ นควรใช
Concrete Cradle Bedding
ข) เมอื่ ไดแตงพ้ืนฐานและวางทอ ลงไปตามที่กําหนดในแบบแลว ใหถ มดนิ เปนช้นั ๆ ชนั้ หน่งึ
ไมเ กิน 20 ซม. แตล ะชนั้ ใหบ ดทบั ดว ย Mechanical Tampers หรอื Vibratory Compactors จนไดค วามแนน
ตามท่ีระบไุ วใ นแบบและรายละเอียดควบคมุ การกอ สราง
การบดทบั ดนิ หลงั ทอ จะตอ งเขม งวดกวดขันมากที่สุด และถา เปนไปไดควรวางทอกอนข้ึนงาน
ดนิ เพราะหลงั จากบดทบั บรเิ วณทอ ตามทก่ี ลา วขางตน แลว ขณะทีเ่ ครือ่ งจกั รว่งิ ทาํ งานผา นกจ็ ะชว ยเพิม่ การ
บดทบั มากขึน้ แตถ า ทาํ งานดนิ จนเสรจ็ หรอื ลงวสั ดชุ ้นั อนื่ ๆไปแลว และมาขดุ วางทอ ภายหลงั การทาํ งานแบบ
นี้ มกั จะเปน การทํางานที่เรง รบี การบดทบั ทําไดไ มดีเทางานดนิ ถมใกลเคยี ง เนื่องจากเครอื่ งจกั รบดทับมี
ขนาดเล็กและชองวา งสาํ หรบั บดทับไมเ พยี งพอ การทํางานไมส ะดวกยง่ิ ทาํ Surface ปด เร็วจะทาํ ใหก ารทรดุ
ตวั ของดินหลังทอ เห็นไดช ัดเจนย่งิ ขนึ้ ดังทีจ่ ะสังเกตไดจ ากการทรดุ ตวั ของหลงั ทอ ท่วั ๆ ไปในขณะน้ี ซ่ึง
มักจะตอ งแกไ ขโดยการใช Pre – Mix ปรับระดับ ยกเวน งานกอ สรางทผ่ี านดนิ ออ น และชวงทมี่ ดี นิ ถมสงู
มากๆ ซ่ึงผอู อกแบบจะกาํ หนดวิธีวางทอ ไวเปน พิเศษ
1.2 งาน Subgrade
งานดินที่ทําถงึ ช้นั Finished Subgrade แลวและยังไมไดก อสรางชนั้ อ่นื ตอไป ซึ่งตองทิ้งไวผา น
หนา ฝนท่ีมยี วดยานวงิ่ ผา น ควรใชวัสดุ Soil Aggregate ทม่ี คี ุณสมบตั ิเหมาะสมทีจ่ ะใชใ นชน้ั ตอ ไปปดทับ
หนา ไวเพือ่ ปองกนั Subgrade เสียหาย เพราะถา ไมลง Soil Aggregate ปอ งกันไวและดนิ Subgrade ถูกทําลาย
เปน รอ งลอ และบวม เมอ่ื เรมิ่ งานกอ สรางใหมจะตองScarify แลว บดทบั และควรตรวจสอบความแนนใหมอ ีก
1.3 Transition Zones
จุดที่ Cut และ Fill ตดั กัน การกอสรา งบริเวณนจ้ี ะตองไดรับการกระทาํ เปนพิเศษ โดยการ Cut
บริเวณ Transition Zones ประมาณความลึก 30 ซม. และยาวประมาณ 10 ม.
ถาพนื้ ถนนชว ง Cut และดนิ เดิมมี Density ตํา่ กวาท่รี ะบไุ วจะตอ งทําการ Recompaction ใหม
หรือรือ้ ของเกาออก แลว เอาของที่ดีกวามาใสถ า ขณะจะบดทบั Natural Moisture Content ของดนิ สูงเกินไป
43
การทาํ งานของเครอื่ งจักรขนาดหนกั อาจจะทําใหเ กดิ รอ งลอ ซ่งึ เปนการทาํ ลาย Strength ของดนิ ดังนน้ั เพอื่
การบดทบั ใหไ ดผล จะตองตากดนิ ใหมีความชื้นพอดี เพ่อื ความสะดวกในการบดทบั
ในกรณที รี่ ะเบดิ หินตรงระดบั Finished Subgrade ระดบั อาจจะไมเ รียบ ควรแตงระดบั ดวย Soil
Aggregate ที่คุณภาพใชไ ดกอ นแลวจึงกอ สรา งตอไป
กรณีที่ตดั ถนนเลยี บไหลเขาท่พี ื้นถนนมที งั้ Half - Cut และ Half - Fill จะตองจดั การTransition
ดว ย โดยการทาํ Benching เพ่ือปองกันไมใหจ ดุ Cut และ Fill ตดั กนั เปนจุดทีอ่ อนแอทส่ี ดุ ของพ้ืนถนน
1.4 งานกอสรางอนื่ ๆ
ใหใ ชห ลกั การเดยี วกบั งานบรู ณะลาดยาง
2. งานบรู ณะลาดยาง
2.1 ขยายคนั ทางหรอื ไหลท าง
ในกรณีที่ตอ งขยายคันทาง หรอื ไหลทางออกไปดว ยการเสรมิ วสั ดใุ หม เพื่อปองกันการแตก
ของคันทางหรือพ้นื ทางตามแนวความยาวของถนน เนอื่ งจากการไถล (Slip) ออกของวสั ดุใหม
ถา ความแนนของการบดทบั ระหวา งวสั ดเุ กา และวสั ดเุ สริมใหมต างกนั มาก การทรดุ ตวั ของดนิ
คันทางภายหลงั ระหวา งวัสดทุ ั้งสองไมเทา กนั (Differential Settlement) ทําใหเ กดิ รอยแตกตามยาวขึน้ ไดต าม
แนวรว มระหวา งวสั ดุท้ังสอง การปองกันสาเหตุนที้ าํ ไดโ ดยการบดทบั วัสดเุ สรมิ ใหมใ หแ นนมากทสี่ ดุ เทา ท่ี
จะทาํ ไดแ ละการเสริมวัสดุเหนอื ขึ้นไป (เชนSelected Materials หรอื Subbase) ใหห นายิ่งขึ้นก็จะชว ยปอ งกนั
ไดบ า ง
2.2 การเสรมิ ความหนาของวัสดุ
ในกรณีทต่ี อ งเสรมิ ความหนาของชน้ั วัสดขุ ้ึน และความหนาท่ีจะเสรมิ ใหมน้ี นอยกวา 10 ซม.
จะตอ ง Scarify วสั ดุเกาข้ึนมาแลวใสว สั ดใุ หมล งไป ทาํ การผสมใหเขา กนั แลว บดทบั ความหนาหลงั การบด
ทบั จะตอ งไมต าํ่ กวา 10 ซม. และคณุ ภาพของวสั ดทุ ผ่ี สมกันใหมจ ะตองมคี ุณภาพถกู ตอ งตามที่ออกแบบไว
ในกรณีทคี่ วามหนาของวัสดุท่เี สริมใหมเ กิน 10 ซม. ใหล งเพิ่มโดยไมต อ ง Scarify ของเกา
2.3 Finished Subgrade
งานบรู ณะลาดยางทเี่ ปล่ียนระดบั Subgrade ใหม ถายกระดบั สงู ขน้ึ (fill) การควบคมุ คณุ ภาพ
ของดนิ Subgrade ใชค า ท่ีทดลองไดจ ากหอ งทดลอง โดยการควบคมุ Percent Compaction ใหไ ดตามท่ี
ออกแบบไว แตถ า ระดบั Subgrade ใหมจ ะตอ งตดั ลงไป (Cut) Subgrade เดมิ จะตองตรวจสอบดังนี้
ก. เก็บดนิ Subgrade เดมิ มาตรวจสอบคณุ ภาพ CBR. วาใชไ ดหรือไม
ข. ทดลอง Field Density ของดิน Subgrade เดิม
ค. ถา Subgrade เดมิ มคี า CBR. และ Field Density ถกู ตอ งตามท่อี อกแบบไว ใหด าํ เนินการ
กอ สรางช้ันตอ ไป
44
ง. ถา Subgrade เดิมมคี า Field Density หรือ CBR. ไมถ ูกตอ งตามที่ออกแบบไว จะตอ งทําการ
แกไ ขใหม โดยการเพมิ่ ความแนน หรือเปลย่ี นวัสดใุ หมแ ลวแตก รณี
การตรวจสอบควรทํากอ นทจี่ ะเรม่ิ งาน โดยศกึ ษาจากแบบวาตองตรวจสอบที่ใดบาง
2.4 Existing Materials
ถา จะใชว สั ดทุ ม่ี อี ยูเดิม (Existing Materials) เปนชนั้ Selected Materials หรอื ชั้น Subbase ก็ตาม
ใหทดสอบ
ก. ความหนาของชนั้ วสั ดุ
ข. คณุ ภาพของวสั ดุถูกตอ งตามแบบท่อี อกไวห รือไม
พิจารณาผลการทดลองจากขอ ก และ ข จัดการแกไขวสั ดใุ หม คี ุณภาพถูกตองและกอสรา งให
ถกู วธิ ตี อ ไป
2.5 คณุ ภาพของวสั ดุ Soil Aggregate
วัสดุ Soil Aggregate ทกุ ชนดิ จะตอ งผา นการตรวจสอบคุณภาพใหถ ูกตองกอนนาํ มาใชและ
จะตองมลี กั ษณะ Uniform สาํ หรับวัสดุกองหรือ Stock Pile หนึง่ ๆ
ถา หากจะมกี ารปรับปรงุ แกไ ขคณุ ภาพของวสั ดุ ตอ งจดั การปรับปรงุ แกไขกอนนาํ มาใช หรอื หา
วิธแี กไ ขไวก อ นนาํ วสั ดุมากองบนถนน มฉิ ะน้ันจะเปน เหตใุ หเ กดิ ขดั แยง ขึน้ ภายหลงั
2.6 การควบคุมการบดทบั
กอนทีจ่ ะลงวสั ดชุ ้นั ใดๆตอ ไป วสั ดุทล่ี งไวช้นั แรกจะตอ งผานการตรวจสอบความหนาแนน
ของการบดทบั กอ น และผลการทดลองตองถูกตองตามท่กี าํ หนดไว หลังการทดสอบแลวใหกลบหลมุ และ
บดทบั ใหไ ดความหนาแนน เหมอื นเดิม
ถา ผลการทดลอง Field Density บางจุดใชไ ด แตบางจดุ ใชไมไดห รือผลการทดลองแตกตางกนั
มาก ท้ังท่ีเปน ชว งทีก่ อ สรางแปลงเดียวกนั และใชว ัสดแุ หลง เดยี วกนั ใหห าสาเหตวุ า ทาํ ไมเปน เชน นนั้ เพราะ
ถา ออกผลทดลองให Recompaction เพยี งชว งที่ผลทดลองใชไมได เปนการตดั สินใจทไี่ มถกู ตอง
การกอ สรา งทถ่ี ูกตอ ง และมปี ระสิทธิภาพผลทดลอง Field Density ควรออกมามคี าใกลเคียงกนั
ทง้ั แปลงทท่ี าํ งานครง้ั หนึ่งๆ คือถา ใชไดกค็ วรจะไดท ั้งแปลง ตกก็ควรตกท้งั แปลง การท่ผี ลทดลอง Field
Density ในแปลงหน่งึ ๆ บางจุดตก บางจดุ ได อาจเกิดจากสาเหตตุ างๆ เชน
ก. การทดลองคลาดเคล่ือน เพือ่ ใหแ นใจควรทดลอง Field Density ซ้ําอีกใกลๆ บรเิ วณเดมิ และ
เกบ็ ตัวอยางมาทดลอง เพือ่ เปรยี บเทยี บกับผลทดลองที่ใชควบคุมอยู
ข. การผสมระหวา งวสั ดกุ ับนาํ้ ไมด พี อ ความชืน้ ไมส มํา่ เสมอ อาจดไู ดจ ากผลทดลอง Moisture
Content
ค. วัสดมุ คี ณุ ภาพเปล่ยี นไป เชน เกดิ Segregation ควบคุมการผลติ การดัน การขนวสั ดุ Stock
piling ฯลฯ ไมดีพอหรอื ไมถกู ตอง