The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-05-17 01:32:15

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

Keywords: คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

คมู ือการควบคุมงานกอ สรา งทางหลวง

กนั ยายน
2550



คาํ นาํ

กรมทางหลวง เปนหนวยงานท่ีรับผิดชอบการวางแผน กอสราง บํารุงรักษา รวมไปถึงการบริหาร
จัดการโครงขายทางหลวงสายหลักของประเทศ โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือสนับสนุนการเจริญเติบโตทางดาน
เศรษฐกิจ สังคม และความม่ันคง ในการท่ีจะไดมาซึ่งโครงสรางถนนท่ีมีคุณภาพน้ัน องคความรูดานงาน
กอสรางทางหลวงซ่ึงรวมท้ังการกอสรางถนนและสะพาน จึงเปนองคความรูท่ีสําคัญดานหน่ึงขององคกรที่
บุคลากรจะตองไดร บั การถายทอด และเรียนรู ผานกระบวนการจัดการความรทู ด่ี ีและมปี ระสทิ ธภิ าพ

ชุดเอกสาร “คูมือการควบคุมงานกอสรางทางหลวง” เปนผลงานสวนหน่ึงในข้ันตอนการจัดการ
ความรูดานงานกอสรางของกรมทางหลวง มุงหวังใหทําหนาที่เปนส่ือกลางในการรวบรวมความรู
ความเชย่ี วชาญเฉพาะดานท่มี ีอยใู นองคกร ถา ยทอดสูบ คุ ลากรทเ่ี ก่ยี วของ เพ่อื รกั ษาและยกระดับมาตรฐาน
การทํางานอยางตอเนื่อง โดยชุดเอกสารจะแบงเนื้อหาออกเปน 4 เลม ประกอบดวย การบริหารโครงการ
การควบคุมงานกอสรางทาง การควบคุมงานกอสรางสะพานและอาคารระบายนํ้า และการควบคุม
คุณภาพวัสดุ

กรมทางหลวงหวังเปนอยางย่ิงวา ชุดเอกสาร “คูมือการควบคุมงานกอสรางทางหลวง” น้ี จะเปน
ส่ือกลางในการถายทอดความรูดานงานกอสรางทางหลวงอยางตอเนื่องสูบุคลากรของกรมทางหลวงและผูที่
สนใจ เกดิ ประโยชนอ ยา งสูงสุดตอ องคก รและประเทศชาตสิ บื ตอ ไป

(นายทรงศักด์ิ แพเจรญิ )
อธบิ ดกี รมทางหลวง



สารบญั หนา

คํานาํ 1
สารบญั 4
สวนที่ 1 งานตรวจสอบและแนะนาํ วสั ดสุ รางทาง 19
29
บทท่ี 1 - การปฏิบัตงิ านของหนว ยตรวจสอบและแนะนําประจาํ โครงการฯ 42
บทที่ 2 - การควบคุมคณุ ภาพวสั ดสุ รา งทาง 48
บทท่ี 3 - รายละเอียดขอกาํ หนดคณุ สมบตั ิวสั ดสุ รา งทาง 58
บทท่ี 4 - การควบคุมการเปด บอ วสั ดุสรา งทาง 61
บทท่ี 5 - วิธีการควบคมุ งานกอสรา งดา นวสั ดุ 65
บทท่ี 6 - การเกบ็ ตัวอยา งวสั ดุ 74
บทที่ 7 - การออกแบบสว นผสมดนิ ซีเมนตเพือ่ ใชเ ปน วสั ดชุ ้ันพน้ื ทาง 83
บทที่ 8 - การบดอดั วสั ดุ 94
บทที่ 9 - การกอ สรางและควบคมุ คุณภาพงาน Pavement Recycling 101
บทที่ 10 - การควบคมุ งานกอ สรา งผิวทางคอนกรตี 109
บทที่ 11 - การควบคุมคุณภาพคอนกรีต
บทท่ี 12 - การออกแบบสว นผสมคอนกรตี
บทที่ 13 - การจัดทาํ รายงานการควบคุมคุณภาพวสั ดุสรา งทาง
ภาคผนวก กฎระเบียบ และคําสง่ั ทีเ่ กีย่ วของ

สวนท่ี 2 งานตรวจสอบผวิ ทางแอสฟล ต 151
บทที่ 1 - งานลาดยางแอสฟล ต 183
บทท่ี 2 - งานผวิ ทางแบบเพเนเตรช่นั แมคคาดัม ( Penetration Macadam) 187
บทที่ 3 - งานผิวทางแบบเซอรเฟสทรีตเมนต ( Surface Tretment ) 203
บทที่ 4 - งานแอสฟล ตคอนกรตี ( Asphalt Concrete) 261
บทที่ 5 - งานขอบผิวทางแอสฟลตค อนกรตี ( Asphalt Concrete Sureface Edge) 262
บทท่ี 6 - วสั ดุมวลรวมผสมเย็นดว ยแอสฟลตอ ิมลั ชนั ( Cold Mixed Asphalt) 270
บทที่ 7 - งานฉาบผิวทางแบบสเลอรีซลี ( Slurry Seal) 283
บทท่ี 8 - งานฉาบผิวทางแบบพาราสเลอรีซลี ( Para Slurry Seal ) 291
บทท่ี 9 - ผวิ ทางแบบเคพซลี ( Cape Seal ) 297
บทที่ 10 -Asphalt Hot – Mix Recycling

คําสัง่ แตง ตงั้ คณะทาํ งานจัดทําคมู อื ควบคมุ งานกอ สรางทางหลวง 309



1

บทที่ 1
การปฎบิ ตั ิงานของหนวยตรวจสอบและแนะนําประจําโครงการฯ

1.เมอื่ ไดรบั คาํ สั่งใหอ อกงานสนาม เจาหนา ที่จะถอื หนงั สอื รายงานตัว (จ.-06) ไปรายงานตวั ตอ
นายชา งโครงการฯ พรอมทง้ั ขอทราบและปรึกษาหารอื ถึงแผนการปฎิบตั ิงานในโครงการฯ รวมถึงแนวคิด
ในการปฎบิ ตั ิงานรว มกนั ระหวางการควบคมุ การกอ สรา งกบั การควบคมุ ตรวจสอบคุณภาพงาน เพ่ือใหมี
ความสอดคลอ งกันอยา งเหมาะสม โดยมเี หตผุ ลและเสรมิ สรางความเขาใจและสมั พนั ธภาพทด่ี ีตอกนั ทกุ
ฝาย คือฝา ยผูร บั เหมา ฝายควบคุมการกอสรา ง และฝายควบคมุ ตรวจสอบคณุ ภาพ

2.ศึกษาและตรวจสอบรายละเอยี ดตางๆ เชน สัญญา รูปแบบ มาตรฐานและขอ กําหนด
ทั้งในลักษณะทวั่ ไป และลักษณะพิเศษเฉพาะแตละโครงการฯ ในงานดา นตรวจสอบงานทุกอยา งถองแท
กอนเริม่ ปฎิบตั งิ าน โดยทาํ การศึกษาดว ยตนเองหรืออาจหารอื กบั ผูเ ชย่ี วชาญเฉพาะดา นดว ย เพ่อื ใหเ กดิ ความ
ชดั เจนในการปฎบิ ัติงาน

3.วางแผนการปฎิบัตงิ านการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพ โดยตดิ ตอ ประสานงานกบั นายชาง
โครงการฯ ชางผคู วบคมุ งาน ผรู บั เหมา และหนวยงานทเี่ ก่ยี วของ โดยวางงานใหม ีการปฎิบตั ิการในเชิงรกุ
เชนขอทราบแผนของโครงการฯ วาจะเร่ิมงานจดุ ใดกอนจะใชว ัสดจุ ากแหลงไหน บางจดุ งานดินถมสูงมาก
จะตอ งทํากี่ชนั้ เปนตน เพ่ือจะไดจัดงานดานควบคมุ ตรวจสอบคุณภาพไดอยา งเหมาะสม รวมการถึงให
ขอ แนะนําตางๆกบั ฝายกอ สราง โดยใหบ งั เกิดประสิทธภิ าพในการทํางานมากที่สดุ ไมใ หเ กิดความลาชา ใน
การรอคอยผลการตรวจสอบโดยปราศจากเหตุผลทดี่ แี ละเหมาะสม

4.ตรวจสอบความพรอมของหองปฎบิ ตั กิ ารทดลองในสนาม โดยคาํ นึงถึงสถานที่ พืน้ ท่ีทํางาน
ชนดิ และจํานวนของเคร่ืองมอื และอปุ กรณการทดลอง อีกท้งั กําลงั คนเพอื่ ใหมคี วามสามารถสูงสุดรองรับ
กับแผนงานโครงการฯได

5.วางระเบยี บ กฎเกณฑใ นการทดลองและตรวจสอบใหบ งั เกดิ ผลงานในการควบคมุ คณุ ภาพได
อยางสะดวก รวดเรว็ ถูกตอ งและแมน ยํา ซง่ึ พอสรปุ ไดด ังน้ี

5.1 จดั ตั้งเครอื่ งมอื และอุปกรณท ดสอบและวาง Data ใหเ ปนระเบยี บเรยี บรอ ย
5.2 ตรวจสอบและสอบเทยี บเครอื่ งมอื ทดลองทุกชนิ้ กอนเริ่มงาน ใหส อบเทยี บเคร่อื งมือ

ทดลองโดยเปน ไปตามระยะเวลาและปรมิ าณการใชงานของเครือ่ งมือแตล ะชนิด
5.3 รักษาหองปฎบิ ตั กิ ารและเครอื่ งมือทดลองใหส ะอาดถกู ตองและพรอมที่จะดาํ เนินการ

ทดลองได
5.4 จดั ทําสมดุ บนั ทึกผลการทดลอง General Test และ Control Test และบนั ทกึ ในชอ ง

หมายเหตุดว ยวาผลทดลองใชไ ดหรือไม แกไขอยางไร
5.5 จดั ทาํ สมุดบนั ทกึ การเกบ็ ตวั อยา ง ใหมรี ายละเอียดเทา ทจ่ี าํ เปน เชน

2

- ลกั ษณะตัวอยา ง สขี องตัวอยาง
- ความตองการใชงาน เชน จะใชง าน Subgrade หรือ Subbase
- แผนท่ีแสดงแหลงวัสดุ
- วนั เดอื น ป ทีเ่ ก็บตวั อยา งวสั ดุ
- ผูเกบ็ ตัวอยา ง ลกั ษณะการเกบ็ ตัวอยาง
- Sketch Log Boring ของ Test Hole ฯลฯ
5.6 จดั ทาํ Chart แสดงผลการปฎบิ ัตงิ านดานควบคมุ คุณภาพ ติดไวใหเหน็ ไดงายในหอง
ทาํ งาน ทาํ เคร่ืองหมายแสดงผลงานกาวหนาใหทนั สมยั อยูเสมอ Chart นี้จะบอกให
ทราบถึง
- จาํ นวนช้นั ทางทต่ี อ งตรวจสอบ ใหเ ตรียมที่และทําเครอ่ื งหมายไวเ พอื่ กนั ลืม
- การเกบ็ ตวั อยาง Control Test เกบ็ แลว หรือยัง อันดบั ทดลองทเี่ ทาไร เปน

ตัวแทนในวัสดชุ ้ันอะไร จาก กม.ไหน ถึง กม.ไหน จากแหลงไหนตรงกบั
Genaral Test อนั ดบั ทดลองท่ีเทาไร
- ผานการทดสอบ Filed Density เรียบรอ ยแลว หรอื ยัง ควรมีเครอื่ งหมายแสดง
วาชองไหน ไดผา นการตรวจสอบหรอื ยงั และผลการตรวจสอบใชไ ดห รือไม
เปน ตน
5.7 จัดทาํ แผน ภาพแสดงรูปตดั โครงสรา งชนั้ ทางพรอ มรายละเอยี ดขอกาํ หนดตา งๆ และ
แผนทแี่ หลง วสั ดพุ รอ มรายละเอียดของวัสดุจากแหลงนนั้ ๆตดิ ไวใ หเ หน็ ชดั เจนในหอ ง
ทาํ งาน
5.8 จัดใหม กี ารสบั เปล่ียนเจา หนา ทีอ่ อกเก็บตวั อยา งในหอ งทดลองและทดสอบในสนาม
อยตู ลอดเวลาเพ่ือเจา หนาทที่ กุ คนทาํ งานไดท กุ อยา ง รูความเคลอ่ื นไหวของงานตา งๆ
ในโครงการฯ และพรอมท่จี ะทํางานแทนกนั ได
5.9 การเก็บตวั อยาง Control Test แตล ะคร้ังใหค รอบคลมุ ชว งการผสมแตล ะครง้ั เพอ่ื ให
ตัวอยางทน่ี ําไปทดสอบเปนตัวแทนทีถ่ กู ตอ งและมคี ณุ ภาพเหมือนกนั กบั วสั ดบุ นถนน
ในชวงน้ันๆ
5.10 จด Data ทดลองขณะทที่ าํ การทดลองดว ยปากกา หา มจดลงในเศษกระดาษหรอื
สมุดอื่น แลวมาลอกท่ีหลัง เพราะมโี อกาสผดิ พลาดไดง า ยและเสยี เวลาโดยไมจ าํ เปน
5.11 ขอ มูลผลการทดลอง สมุดบันทกึ ผลท้งั General Test และ Control Test จะตอง
เกบ็ ไวในลกั ษณะท่เี จา หนา ทท่ี กุ คนของหนว ยสามารถตดิ ตามผลการทดลองและ
ดาํ เนนิ การตอ ไป
5.12 ปฎบิ ตั ิการทดลองใหเ ปน ไปตามมาตรฐานการทดลองของกรมทางหลวงหรือที่ระบุ
ไวใ นแบบหรอื สัญญาโดยเครง ครัด

3

5.13 เมื่อเสร็จงานโครงการฯ ใหท าํ ความสะอาดเครอื่ งมือ และบรรจหุ บี หอ ไวเ ปน อยา งดี
เพื่อใหก ารขนยา ย และเก็บรกั ษาทาํ ไดสะดวก และไมเกดิ ผลเสียหายตอ เครื่องมือ

6. การสาํ รวจแหลงวัสดุ ทง้ั จากแหลง ท่ีอยู และแหลง ท่ผี ลิต เพอื่ ใหก ารแนะนําการนาํ วัสดุมา
ใชง านไดอยางมปี ระสทิ ธิภาพทงั้ ดานคณุ ภาพ และการลงทุน

7. การปรับปรงุ คณุ ภาพหรอื การออกแบบสูตรสว นผสมของวสั ดกุ อสรา งทางตางๆ เชน งาน
Soil Cement งานคอนกรีต เปน ตน

8. การควบคมุ ตรวจสอบคณุ ภาพงานใหเ ปนไปตามมาตรฐานและขอกาํ หนดของงานแตล ะ
ชนิดตามท่รี ะบไุ วในรูปแบบและรายละเอียดการกอ สรา ง ยกเวน งานผิวทางแอสฟล ตโดยงานทดสอบแบง
งานทดสอบได 2 ลักษณะคอื

8.1 งานทดสอบในหองปฎิบัตกิ าร ไดแ ก General Test คือ ทดสอบตวั อยางวสั ดุทเี่ กบ็
จากแหลง และ Control Test คอื ทดสอบตัวอยา งที่เกบ็ บนถนน

8.2 งานทดสอบในที่ ( In–Situ ) ไดแ กงาน Field Density
9. การรวบรวมผลการทดลอง คาํ นวณและประมวลผล พรอมทงั้ วเิ คราะหผ ล แลว รายงาน
ผลพรอ มทัง้ ชี้แจงปญหาอุปสรรรคตา งๆ ของงานตรวจสอบคณุ ภาพ รวมถึงขอ เสนอแนะแนวทางแกไ ขให
ทางนายชางโครงการฯ ทราบและพจิ ารณาดาํ เนินการตอ ไป เปนประจาํ ทุกวนั
10. จดั ทาํ รายงานการปฎบิ ัติงานประเดือนของงานดานตรวจสอบคณุ ภาพเพ่อื ใหผูอํานวยการ
สาํ นกั วิเคราะหแ ละตรวจสอบเพือ่ ทราบ พรอมทงั้ สําเนาใหคณะกรรมการตรวจรบั งานทุกทานเพอ่ื ทราบดว ย
11. การปฎบิ ัติงานตามทน่ี ายชา งโครงการฯ มอบหมายให

4

บทที่ 2
การควบคมุ คุณภาพวัสดสุ รา งทาง (Materials Control)

การควบคมุ คณุ ภาพวสั ดปุ ระกอบดว ย การตรวจตรา การเก็บตวั อยา ง การทดสอบ การวดั ปรมิ าณ
การควบคมุ การทาํ งาน การวิเคราะหผ ล การรายงาน และการติดตามการปฏบิ ตั ิงานตาง ๆ ทจี่ ําเปน เชน วสั ดุ
ทีต่ รวจสอบแลวคณุ ภาพไมไ ดต ามขอ กําหนดการกอสรา งตองขนยายออกไปหรอื ทาํ การปรับปรงุ แกไ ขอยางไร
ซ่ึงถาปราศจากขั้นตอนเหลา นแ้ี ลว จะขาดความเช่ือถือในการควบคมุ คุณภาพวัสดุ

1. วัตถุประสงคของการควบคุมคุณภาพวสั ดุ
1.1 เพ่ือใหค ณุ ภาพวัสดแุ ละผลงานเปน ไปตามแบบและขอ กําหนดการกอสราง การควบคมุ

คุณภาพวสั ดุทม่ี ีประสิทธภิ าพเพียงพอในโครงการกอ สรา งจะเปนสงิ่ รบั ประกนั วัสดทุ ใ่ี ชในการกอ สรา งจนแลว
เสร็จโดยผรู บั จา งใหเปน ไปตามแบบและขอกําหนดของงานน้นั ๆ

1.2 เพื่อใหก ารควบคมุ งานและการประสานงานกบั ผรู ับจา งเปน มาตรฐานเดียวกัน วิศวกรและ
ผตู รวจตราจะตอ งปฏิบัติตอผูร ับจางและผขู นสง วสั ดจุ ากโครงการฯอยา งยตุ ธิ รรมโดยใชข อกําหนดและแบบ
กอ สรางโครงการฯน้ันเปน คมู อื ในการควบคมุ งาน

1.3 เปน เอกสารหลกั ฐานเพื่อจา ยเงินใหก บั ผรู บั จา ง ผทู ม่ี ีหนา ทีจ่ า ยเงินใหแ กผรู ับจางจะตอ ง
ใชขอ มูลของการทดสอบ บนั ทกึ การควบคุมงานและการวัดปริมาณงานเปนเอกสารหลกั ฐานในการจา ยเงินใหแ ก
ผรู ับจาง

2. การควบคมุ คุณภาพวัสดุ ประกอบดว ยหลกั การทสี่ ําคญั ดังนี้
2.1 ขอกาํ หนดตา ง ๆ และการนาํ ไปใชง าน (Specifications and Application) ในงาน

กอสรา งทางนนั้ ขอกําหนดตา งๆ จะถกู จดั เตรียมไวเ พือ่ ใชในการควบคมุ การกอสรา งและการควบคมุ คุณภาพวสั ดุ
เชน รปู แบบการกอสรา ง มาตรฐานงานทาง มาตรฐานการทดลอง และมาตรฐานขอ กําหนดเปน ตน วัสดุท่ี
จะนํามาใชก อสรางตอ งไดร ับการตรวจสอบและมคี ณุ ภาพตามรปู แบบและมาตรฐานตามขอ กําหนดจึงสามารถ
นํามาใชในงานกอ สรา งได

การเก็บตวั อยาง การตรวจสอบ การวดั ปริมาณ ตอ งปฏิบัตอิ ยางถูกตองและเครงคดั ตาม
มาตรฐานกาํ หนด การไมป ฏบิ ัติขบวนการตาง ๆ ตามขอกาํ หนดจะทาํ ใหเ กดิ ผลขัดแยงท่รี ุนแรงได

5

2.2 การตรวจตรา (Inspection) ในการตรวจตราวสั ดุทจ่ี ะใชในการกอสรางน้นั ผตู รวจตรา
ประจําโครงการฯและผูต รวจตราท่โี รงงานมีหนาทแ่ี ละความรบั ผิดชอบทสี่ าํ คัญคอื ตอ งตรวจตราการนําวสั ดุทกุ
ชนดิ มาใชก อ สรา งในโครงการฯ วสั ดทุ ใ่ี ชในโครงการฯตองไดร ับการตรวจสอบคณุ ภาพและอนมุ ัติใหใชไ ดก อ น
จึงจะขนมาใชง านได ยกเวน วสั ดบุ างชนดิ ซึง่ ผลิตโดยโรงงานใหญไดม าตรฐาน มกี ารใชงานอยางแพรห ลาย มี
บนั ทึกการใชง านทด่ี แี ละมใี บรบั รองจากหนว ยงานของรฐั ทน่ี า เช่อื ถือ โดยอาํ นาจของวิศวกรโครงการฯ หรอื
วิศวกรควบคมุ วัสดุ จะถอื วา ไดมรี ะบบรบั รองคณุ ภาพที่เปน สากลแลว อาจท่ีจะสงั่ ใหนํามาใชไ ดเ ลย

ดงั นัน้ ผตู รวจตราตอ งมีความรแู ละเขา ใจถงึ ความเหมาะสมวาวัสดชุ นดิ ใดควรเก็บตวั อยา งและ
ควรเก็บเมือ่ ใดบริเวณใด ปรมิ าณตวั อยางทตี่ อ งเก็บ วธิ ีการเกบ็ ท่ีเหมาะสม และวธิ ีการตรวจสอบในสนาม การ
ตรวจตราประกอบดว ยขบวนการตาง ๆ ดงั น้ี

2.2.1 การตรวจตราแหลง วสั ดุ (Source Inspection) วสั ดจุ ากแหลงเปน กรวด หนิ ดิน และ
ทรายตองทาํ การตรวจสอบโดยผูตรวจตรากอนทีจ่ ะสงไปยงั โครงการกอ สราง วัดสุบางอยางอาจตอ งนําตัวอยา ง
สงทดลองที่หองปฏบิ ตั กิ ารกลางเพ่อื ทดลองเพมิ่ เติมบางอยางตามท่รี ะบุ วัสดุทต่ี รวจสอบวา ใชไดแลวเมือ่ สงไป
ยงั โครงการฯจะตอ งระบใุ หต รงกบั แหลงทตี่ รวจสอบแลว และผตู รวจตราตอ งรายงานผลการตรวจตราและผล
การตรวจสอบใหว ิศวกรโครงการ ฯ ทราบ

วสั ดบุ างอยางซง่ึ ไดใบรับรองจากหนว ยงานของรัฐทีน่ า เชอ่ื ถือและผลิตโดยโรงงานใหญ ได
มาตรฐานและมีการใชอยางแพรหลาย มบี นั ทึกการใชงานท่ดี ี เชน ปนู ซีเมนต วิศวกรโครงการ ฯ หรือ วิศวกร
ควบคุมวสั ดุอาจสง่ั ใหนาํ มาใชงานไดเ ลยโดยไมตอ งตรวจสอบคุณภาพท่ีแหลง ในกรณสี งสยั ในคณุ ภาพสามารถ
สุมเกบ็ ตัวอยา งทดสอบได วัสดบุ างอยา งทมี่ รี ะบบการผลติ และควบคุมคณุ ภาพทดี่ ีมกี ารทดลองท่ีไดม าตรฐาน
ซ่งึ สะดวกทจ่ี ะทําการตรวจสอบทีโ่ รงงาน เชน ยางมะตอย อาจทาํ การตรวจสอบที่โรงงานโดยผตู รวจตรา ซึ่ง
ไดร บั อํานาจจากวิศวกรโครงการฯหรอื วิศวกรควบคุมวสั ดุใหเปน ผกู าํ กบั การเก็บตวั อยา งและการทดสอบแลว จงึ
รายงานผลการทดสอบใหว ศิ วกรโครงการฯทราบ และตองมกี ารสมุ เก็บตวั อยางสง ทดลองทหี่ องปฏิบตั กิ ารกลาง
ของรฐั เพอื่ ตรวจสอบคณุ ภาพ

2.2.2 การตรวจตราท่ีโครงการกอ สราง (Project inspection) ผตู รวจตราตองตรวจสอบและ
ระบวุ า วัสดทุ น่ี าํ มาใชใ นโครงการฯ มาจากแหลง ทีไ่ ดร บั การตรวจสอบคุณภาพวาใชไ ดแ ลว และจะตอ งตรวจสอบ
คุณภาพตามขอ กําหนด กอนจะดําเนนิ ขบวนการกอสรา งตอไป

วสั ดทุ ่ไี ดรบั การตรวจสอบคณุ ภาพจากแหลง แลว เมอื่ ขนสงเขา มายงั โครงการฯ จะตองทาํ การ
ตรวจสอบคณุ ภาพอีกครงั้ (Control Test) เพือ่ ตรวจสอบความชํารุดเสียหายและความบกพรอ งตา ง ๆ ท่อี าจ

6

ตรวจสอบไมพ บจากการตรวจสอบคุณภาพจากแหลงครง้ั แรก ความบกพรองเสยี หายทเ่ี กดิ ขนึ้ สามารถทจ่ี ะ
ปฏเิ สธ (Reject) ในการรบั วสั ดุได ยกเวน มกี ารแกไ ขปรบั ปรงุ คณุ ภาพวสั ดใุ หเ ปน ไปตามขอ กําหนด

ในกรณีที่มีการนําวัสดทุ ย่ี ังไมไดท าํ การตรวจสอบและรบั รองคุณภาพจากแหลง วสั ดกุ อนมาใช
ในโครงการฯ ผตู รวจตราประจาํ โครงการฯตอ งดาํ เนนิ เก็บตวั อยา งและทดสอบคณุ ภาพ การทดลองบางอยางท่ี
ไมส ามารถตรวจสอบในสนามไดใหส งตวั อยา งทดลองที่หอ งปฏิบัตกิ ารกลาง วิศวกรโครงการฯเปนผูมีอาํ นาจที่
จะสงั่ ใหใ ชหรอื ปฏเิ สธการรับวัสดุนนั้ และตอ งแจงใหผูรับจา งทราบทนั ที

วสั ดทุ ี่ทาํ การผลติ ท่บี รเิ วณโครงการฯ หรอื ใกลเคยี งโครงการฯ เชน หนิ คลกุ จะตองมกี ารตรวจ
ตราและทดสอบคณุ ภาพ สําหรับการทดลองบางอยา งท่ีไมส ามารถตรวจสอบในสนามไดใ หส ง ตวั อยา งทดลองท่ี
หอ งปฏบิ ัติการกลางเชน เดยี วกนั

ระหวา งการตรวจตราและตรวจสอบคุณภาพวัสดุทกุ ชนดิ ทเ่ี ขาสโู ครงการฯ ผตู รวจตราจะตอง
ตรวจสอบการปฏบิ ตั ิงานของผูรับจา งอยางตอเนอ่ื งในการขนวัสดุเขาสูโครงการฯ ขบวนการใดๆทีท่ ําใหเกิด
ความเสียหายหรอื เปล่ยี นแปลงคณุ ภาพวสั ดจุ นไมไดต ามขอ กาํ หนดจะตองส่ังระงบั ทันทีและวัสดสุ วนนน้ั จะถูก
ปฏิเสธในการรับ

ความขยันเอาใจใสในการตรวจตราตดิ ตามความกาวหนาการปฏิบัติงานอยา งตอ เน่ืองจนงานนัน้
สาํ เรจ็ อยา งสมบรู ณมีความสาํ คัญ จะเปน สิ่งรบั ประกันและเปนทยี่ อมรบั ผลงานอยา งแทจ รงิ จาํ นวนตวั อยางท่ี
เกบ็ และการทดสอบเปนสงิ่ จําเปน สาํ หรับการบนั ทึกรายงานและใชใ นการตัดสนิ ซ่ึงจะชว ยประกนั คุณภาพได
ระดับหน่งึ แตถ าละเลยการตรวจตราโดยปฏบิ ัติเพียงเพอื่ ใหเ ปนไปตามระเบยี บขอ บงั คบั นนั้ จะทาํ ใหค ณุ ภาพงาน
ท่คี วรจะไดจากการตรวจตราออกมาไมด ีเทาทค่ี วร

2.2.3 การตรวจตราการผสมท่โี รงผสมและขบวนการกอสรางวัสดตุ า ง ๆ (Inspection of
Mixtures at Plant and Processed Materials) เมื่อวสั ดุถกู ผสมเขาดว ยกันภายในโรงงานหรือขบวนการกอสรา ง
วัสดตุ า งๆที่บรเิ วณโครงการฯ หรือใกลเ คียง เชน คอนกรตี แอสฟล ต พ้นื ทาง เปนตน การตรวจตรา
ขบวนการผสมตองเปนไปตามมาตรฐานการกอ สรางนัน้ ๆ วัสดุที่จะนํามาใชผสมและสว นผสมท่ไี ดตอ งมกี าร
ตรวจสอบคณุ ภาพตามขอ กาํ หนด ในบางกรณีท่ไี มสามารถทดลองในสนามได ใหส ง ทดลองหอ งปฏบิ ตั กิ าร
กลาง

2.2.4 การยอมรับวสั ดทุ ่ีมใี บรบั รอง (Acceptance of Materials on Certification)
วสั ดุบางประเภทท่ีไดใ บรับรองคุณภาพการผลิตจากองคกรของรฐั ที่เชือ่ ถือได มีระบบการผลิตและการควบคมุ
คณุ ภาพทดี่ ี มีการใชก นั อยา งแพรห ลายและมีบันทึกการใชงานที่ดี เชน ปนู ซเี มนต สามารถใชใ บรบั รองใน
การยอมรบั คณุ ภาพวสั ดุได โดยตอ งมีการสมุ เก็บตัวอยา งมาตรวจสอบตามความเหมาะสม

7

2.2.5 การจดั การวสั ดทุ ไี่ มไดคณุ ภาพตามขอกาํ หนด (Disposition of failing Material) ใน
กรณีผลทดลองตวั อยา งไมเ ปน ไปตามขอกาํ หนด วสั ดนุ ้นั อาจจะถูกปฏเิ สธใชในการกอสรา งหรอื สง่ั ใหแ กไ ข
ปรบั ปรุงคณุ ภาพจนเปน ทย่ี อมรับหรืออาจตอ งขนไปยงั บริเวณทจ่ี ัดไวต ามขอ กาํ หนดการกอ สราง วสั ดุทถี่ ูก
ปฏเิ สธอาจขนไปยงั บรเิ วณทก่ี าํ หนดและทาํ การแกไ ขปรบั ปรงุ คณุ ภาพจนเปน ทย่ี อมรบั สามารถนํากลบั มาใชได

กรณีงานกอ สรางแลว เสรจ็ พบวา วัสดทุ ใ่ี ชไมเปนตามขอ กําหนดและในขอ กาํ หนดรายละเอยี ด
การกอ สราง ใหเ ปนอาํ นาจวิศวกรโครงการฯในการพิจารณางานท่ไี ดแ ลว เสรจ็ นนั้ โดยปรบั ปรงุ ราคาให
เหมาะสมกบั ราคาในสัญญา หรืออาจสั่งใหแกไ ขจนไดค ณุ ภาพตามขอ กาํ หนด หรอื ในกรณที คี่ ุณภาพบกพรอ ง
มากอาจตองขนทิ้งแลว ลงวสั ดุทใ่ี ชไดแ ทน ซงึ่ ขบวนการตางๆเหลานี้ตอ งมีการบันทกึ เอกสารรายงานเกยี่ วกบั
ตัวอยา ง ผลการทดลอง การวัดปรมิ าณ การแกไ ข และขอ ตกลงตาง ๆ ในการปรับราคาโดยถือหลกั ความ
ยุตธิ รรมในการดาํ เนนิ การ

2.2.6 การบนั ทึก(Records) ผูตรวจตราจะตองบนั ทึกและจดั ทําเอกสารรายงานซงึ่ ประกอบดว ย
การทดสอบทงั้ หมด การวัดปรมิ าณ การตรวจตราทงั้ ในโครงการฯและที่แหลง วัสดุ การทดสอบที่หอ งปฏิบตั ิการ
กลาง รวบรวมสง ใหวิศวกรโครงการฯเพอื่ จดั เตรยี มเปน เอกสารหลกั ฐานอยา งพอเพยี งเพือ่ สนับสนุนการจา ยเงิน
ใหผูรบั จา งสําหรบั วัสดุทเี่ ตรยี มแลวเสร็จและงานทีเ่ สรจ็ สมบรู ณ

รายงานทงั้ หมดน้ีถอื เปนบนั ทึกของโครงการฯและสาํ เนาจะตองสง ไปยงั สํานักงานใหญเพ่อื ใช
พจิ ารณาและประเมนิ อยา งตอเนือ่ งในการออกใบรบั รองคร้งั สุดทาย นอกจากนผี้ ูตรวจตราควรจะมกี ารบันทกึ
ใบรายงานการตรวจตราประจาํ ตวั หรือบนั ทกึ ลงในรายงานประจาํ วนั ของโครงการฯในการพิจารณาสังเกตการใช
วสั ดแุ ละการปฏบิ ัติงานของผรู ับจา ง เพือ่ เปน ขอมูลพิเศษไวใชอ างอิงตอ ไป

2.3 การเก็บตัวอยาง (Sampling) การเกบ็ ตวั อยา งประกอบดวยขบวนการทส่ี าํ คัญดังนี้
2.3.1 ตัวอยางตวั แทน (Representative Samples) การเกบ็ ตวั อยางตวั แทนเปนข้นั ตอนการ

ปฏิบัติงานท่ีสาํ คัญมากสําหรบั ผตู รวจตราโดยตวั อยางตวั แทนทดี่ ีตองเปน ตวั แทนทีแ่ ทจริงของวัสดสุ ว นน้ัน
หรือ เปนตวั แทนของปรมิ าณวัสดุทเ่ี ราตอ งการตรวจสอบ เชน การเกบ็ ตวั อยา งวสั ดุมวลรวม เปน เร่อื งยงุ ยาก
ท่จี ะไดต ัวอยา งตวั แทนที่ดีเนอ่ื งจากวสั ดุประกอบดว ยขนาดเม็ดวสั ดุหลายขนาดทาํ ใหเกิดการแยกตวั โดยเมอื่ นาํ
วัสดุมวลรวมมากอง (Stock pile)เม็ดวสั ดทุ ่ีมีขนาดใหญจะกล้งิ มาอยดู านนอกและลงมาสะสมท่ีดา นลา งของกอง
ดังนัน้ จึงเปน การยากที่จะเกบ็ ตวั อยางเพยี งตวั อยางเดยี วเพอื่ เปนตัวแทนของทั้งกองได

ในกรณเี ดยี วกนั วสั ดุของเหลว เชน ยางแอสฟล ตใ นถงั บรรจขุ นาดใหญอ าจมีการแบงเปนชั้น
เปนผลใหว สั ดทุ ่รี ะดบั ความลกึ ตา งกันของถังมคี ุณภาพตา งกัน ดงั นัน้ การเก็บตัวอยางทีร่ ะดับใดๆ เพยี งหนง่ึ
ตัวอยา งจึงไมใชต ัวแทนของวสั ดุทั้งหมดในถังได

8

ดังนน้ั ในการเกบ็ ตวั อยางวัสดุ ผตู รวจตราจะตอ งเตรยี มพรอมและระมดั ระวงั ในความผนั แปร
ของวัสดแุ ตละประเภท และตอ งมน่ั ใจวา ตวั อยางทีเ่ กบ็ มาไดส ามารถเปน ตวั แทนของวสั ดุสวนนั้นได

2.3.2 จาํ นวนตัวอยา ง (Number of Samples) เมอื่ วัสดมุ ปี รมิ าณมากหรอื ครอบคลุมพ้นื ท่ี
ขนาดใหญจ ะตองมกี ารแบง วัสดเุ ปน กองหรือเปน สว น ๆ โดยเกบ็ ตวั อยา งตวั แทนแตละกองหรอื สว นนั้น ผล
ทดลองทีไ่ ดจะทําใหท ราบวา วัสดุแตล ะกองหรือแตละสว นนนั้ มคี ุณภาพตามขอกําหนดหรอื ไม และยงั ทาํ ให
ทราบถึงความสมาํ่ เสมอและความผันแปรของวสั ดแุ ตล ะกองหรือแตล ะสวนของพน้ื ที่หรอื ความผันแปรของวัสดุ
เมือ่ ขนสง มาในเวลาทแ่ี ตกตา งกนั

จาํ นวนตวั อยา งท่ีเก็บขน้ึ กบั ธรรมชาติของวสั ดวุ ามีความสมํา่ เสมอหรือความผนั แปรมากนอย
เพยี งใดและขน้ึ กับความสาํ คัญของงานทจี่ ะนําวสั ดไุ ปใชกอ สราง เชน ลูกรงั ที่ใชในงานแกไ ขบรเิ วณดนิ เดิม
ออ นตวั หรือดนิ เดมิ มคี ุณภาพไมเหมาะสม ยอ มมคี วามสาํ คญั นอยกวา ลกู รงั ทีใ่ ชก อ สรา งชนั้ รองพ้นื ทาง ดังนนั้
ความถใี่ นการเกบ็ ตวั อยางและทดสอบเพ่อื ควบคมุ คณุ ภาพลูกรงั งานรองพ้นื ทางจึงตองมคี วามถี่มากกวา

นอกจากน้เี ม่ือผลการทดสอบวัสดกุ ระทําอยางตอ เนื่องหลายตัวอยางและผลทดลองทไี่ ดมีความ
สมํ่าเสมอและมคี ณุ ภาพดตี ามขอ กําหนดแลว จาํ นวนตวั อยางและการทดสอบจะมจี ํานวนนอยกวาวัสดทุ ีม่ ีความ
ผนั แปรและมคี ณุ ภาพต่าํ

อัตราการเกบ็ ตวั อยางตอ งเปน ไปตามมาตรฐานการกอสรา งน้ันๆและตอ งเปนสัดสวนทีม่ คี วาม
เหมาะสมกบั ความสาํ คัญของแตละงาน โดยท่วั ไปมี 3 วธิ ที ี่ใชในการควบคมุ อัตราการเก็บตวั อยา ง

(1) เก็บตัวอยา งเปน ประจําตามชว งเวลา ระยะทางและปรมิ าณท่กี าํ หนดไวก อ นในแผนงานการ
ควบคุมคุณภาพ เชน เกบ็ ทกุ ๆวัน เกบ็ ทกุ ๆ 1 กม. หรอื เกบ็ ทุก ๆ 500 ลกู บาศกเมตร ในกรณีทวี่ ัสดหุ รอื
การปฏิบตั งิ านไมส ม่ําเสมอและมีคุณภาพไมดีเทา ทค่ี วร อาจตองเพ่มิ ความถขี่ นึ้ จนกวา การปฏิบตั งิ านจะมีคณุ ภาพ
ดขี น้ึ หรือมีความสม่ําเสมอนนั้

(2) เลอื กเก็บตวั อยา งเฉพาะจดุ หรอื เฉพาะงานท่คี ุณภาพบกพรอ งหรือกรณีสงสัยวา จะบกพรอง
อยา งชัดเจน วิธกี ารน้ตี อ งใชประสบการณและการตัดสินใจจากการตรวจตราดว ยสายตาและการเฝาสังเกตกุ าร
ปฏบิ ตั งิ านของผูรับจาง ตองใชก ารตรวจตราทส่ี ขุ มุ รอบคอบเพือ่ เลือกจุดทจี่ ะเกบ็ ตวั อยางและทดสอบเพอ่ื คนหา
วัสดุทค่ี ณุ ภาพต่าํ กวา มาตรฐานซงึ่ ผลการทดสอบจะเปน พื้นฐานในการปรับปรุงขบวนการตางๆเพอื่ การปองกัน
ไมใ หเ กิดความบกพรองขนึ้ มาอีกและใหพ ึงระลกึ อยเู สมอวาจะตอ งไมเลอื กปฏบิ ตั เิ พราะผลประโยชนหรอื ความ
อคติสว นตวั

(3) ใชวิธกี ารสมุ เกบ็ ตวั อยา งตามเวลาหรอื สมุ เกบ็ ตามสว นตา งๆของวัสดุ โดยวธิ ีการน้ีทกุ ๆ
สวนของวัสดแุ ตล ะชุดหรอื แตล ะหนวยมโี อกาสท่ีจะถูกเลือกเก็บตวั อยางเพอื่ ทดสอบเทา ๆกนั เม่ือคุณภาพของ
งานและวสั ดคุ อ นขา งดีและสมํา่ เสมอ การสุมเก็บตวั อยา งอาจไมตอ งมาก แตเ มอื่ คณุ ภาพของงานและวสั ดุ

9

คอนขา งตํา่ และไมส ม่าํ เสมอซึ่งอาจทําใหผ ลงานที่ออกมาเสยี หายผูต รวจตราจะตองเพมิ่ ความขยนั ในการตรวจ
ตราการปฏิบตั งิ านของผูรบั จางและเลอื กเกบ็ ตวั อยา งทดสอบงานและวสั ดุที่มปี ญ หาอยา งเดน ชดั โดยเปน การ
ปฏบิ ตั ิงานเสริมเพ่ิมเตมิ จากการสมุ เก็บตัวอยา งตามรายการปกติ

จากทกี่ ลา วมาท้ัง 3 วธิ ีไมม ีวิธกี ารใดทด่ี ที ีส่ ุดหรอื เหมาะสมที่สุดในการเลือกใชอ ตั ราการเกบ็
ตวั อยางโดยทวั่ ไปอาจใชร วมกนั ทกุ วิธี หรือ 2 วิธเี ปน อยา งนอย ขนึ้ กบั คุณภาพการปฏิบตั ิงานและวสั ดุ

2.3.3 วิธีการเกบ็ ตวั อยา ง (Procedures for Sampling) วธิ ีการเกบ็ ตัวอยางตองปฏบิ ัตติ าม
มาตรฐานงานกอ สรา งที่กาํ หนด เพอื่ ไมใหเกดิ ปญ หาในกรณีผลทดลองใชไมไ ดแ ละปฏเิ สธท่จี ะรบั วสั ดุ ผรู ับ
จางอาจไมยอมรบั ผลทดลองโดยอา งขนั้ ตอนการเก็บตวั อยา งไมถกู ตอ ง

มาตรฐานวธิ ีการเก็บตัวอยางที่ใชอยางแพรห ลายคือของ AASHTO และ ASTM หรืออาจ
เลือกใชม าตรฐานการเกบ็ ตวั อยา งทกี่ าํ หนดโดยสถาบนั ที่นา เชื่อถอื โดยทางราชการยอมรับกไ็ ด โดยตองระบใุ ห
ผูรับจางและผสู ง วสั ดทุ ราบวา ใชว ิธใี ดเพื่อความเขา ใจตรงกนั

ในการเกบ็ ตวั อยา งวัสดจุ ําพวก Aggregates เชน หิน และ ทราย กอ นดําเนนิ การเก็บตวั อยา ง
ตอ งมีการบันทึกสภาพการแยกตวั ของวัสดุ เพราะจะมผี ลตอ ขนาดคละของวสั ดุและตองใชความระมดั ระวงั อยา ง
สงู ในการเกบ็ ตัวอยางประเภทนี้

เมอ่ื มีการควบคุมวสั ดทุ ่มี ปี รมิ าณมาก เชน Stock pile การเกบ็ ตัวอยา งตอ งเกบ็ ตัวอยางแตล ะ
บริเวณทแ่ี ตกตางกันเพ่ือตรวจสอบความไมสมา่ํ เสมอ การยอมรบั ในคณุ ภาพวสั ดุทงั้ หมดอาจใชคา เฉลย่ี ของ
ผลทดสอบตวั อยางหรอื อาจรับแยกเปน สว นตามผลทดลองตัวอยา งทีเ่ กบ็ จากสว นนน้ั

ในกรณีทีด่ าํ เนนิ การเกบ็ ตวั อยางวัสดไุ มเ ปน ไปตามมาตรฐานที่กําหนดในงานกอสรา ง ผูตรวจ
ตราไมสามารถปฏิเสธการรับวัสดนุ ้นั ได หรอื ถา ดาํ เนนิ การลดั ข้นั ตอนในการเกบ็ ตวั อยางวสั ดุเพ่ือเรงรดั การ
ปฏิบตั งิ านและผลทดสอบออกมาวัสดุนนั้ ใชไมได จะตองดําเนนิ การเกบ็ ตวั อยางตามมาตรฐานขอ กาํ หนดและ
ทดสอบอีกครั้งเพอ่ื ตรวจสอบผลทดสอบกอ นท่ีจะมกี ารปฏเิ สธการรบั วสั ดนุ ้นั

2.3.4 ขนาดของตัวอยา ง (Size of Samples) โดยทวั่ ไปขนาดของตัวอยา งท่ีจะใชใ นการ
ทดลองแตล ะประเภทจะถูกกาํ หนดอยใู นมาตรฐานการทดลอง ในกรณขี อง Aggregate ขนาดของตวั อยา งท่ี
เก็บขึ้นอยกู บั ขนาดใหญของเมด็ วัสดแุ ละขนาดเมด็ ทม่ี ีมากท่ีสุดในวสั ดุนัน้ ถาขนาดของเม็ดวสั ดใุ หญ ขนาดของ
ตัวอยางก็ตอ งมากตามซ่ึง AASHTO ไดแนะนําไวใ นวธิ กี ารเกบ็ ตวั อยา งและการทดลอง

ถาตัวอยา งวัสดุมีจาํ นวนมากและตอ งการแบง ตัวอยา งใหม ีปรมิ าณนอ ยลงเพอื่ ใหมีขนาด
พอเหมาะกบั การทดลอง ตองใชว ิธีการแบง สี่หรอื ใชเ ครอ่ื งแบง ตัวอยา งเพอ่ื ใหไ ดปริมาณตามตองการ

10

2.4 วธิ กี ารทดสอบ (Testing Procedures) อาจใชม าตรฐานการทดสอบซึ่งถูกพฒั นาโดย AASHTO
และ ASTM หรอื อาจเลือกใชมาตรฐานการทดลองซึ่งพฒั นาขึน้ ใชเองก็ได โดยการดําเนนิ การทดสอบคณุ ภาพ
ตอ งปฏบิ ตั ิตามวธิ กี ารทดลองทกี่ ําหนดอยางเครง คัด ในบางกรณกี ารทดลองบางอยา งอาจกําหนดหรือตอ งการ
ใหส งทดลองที่หอ งปฏิบตั กิ ารกลาง โดยไมอ นญุ าตใหท ดลองในสนาม

การทดสอบในสนามบางประเภทมกี ารปรบั ปรงุ มาจากมาตรฐานการทดลอง ในบางกรณีอาจ
กาํ หนดใหใ ชผ ลทดสอบในสนามเพียงอยา งเดียวปฏิเสธการรบั วสั ดไุ ด หรอื ถา วิธกี ารทดลองในสนามและใน
หอ งปฏบิ ตั ิการมคี วามเกย่ี วเนอ่ื งกบั ในมาตรฐานกําหนด อาจใชผ ลทดสอบท้ังสองน้ใี นการตดั สนิ คณุ ภาพวสั ดุ
เพอ่ื ไมใ หเ กดิ การโตแ ยง ในกรณปี ฏิเสธการรับวสั ดุ

2.5 จาํ นวนตัวอยา งที่ตอ งทดสอบ (Required Samples and Tests) ความถใ่ี นการเก็บตวั อยาง
ทดสอบ อาจใชตามมาตรฐานทีแ่ นะนําโดย AASHTO Guide Specifications for Highway Construction และ
Standard Specifications for Transportation Materials and Method of Sampling and Testing หรืออาจใชตาม
มาตรฐานท่หี นวยงานพัฒนาขึ้นใชเอง

กรณีท่ีคณุ ภาพของงานและวสั ดุมคี ุณภาพดแี ละมีความสมํา่ เสมอ อาจใชอ ตั ราการเก็บตัวอยา ง
ต่าํ สดุ ตามมาตรฐาน ถาคุณภาพของงานและวสั ดุผดิ ปกตแิ ละไมสมํา่ เสมอ จะตองมกี ารเพ่ิมอัตราการเก็บตวั อยาง
ทดสอบจนไดร ะดับคณุ ภาพท่นี าพอใจตามขอกาํ หนด

2.6 การเกบ็ ตวั อยางและทดสอบโดยอิสระ (Independent Sampling and Testing) จุดมุงหมาย
ของขนั้ ตอนนกี้ เ็ พอื่ พิสูจนความถูกตอ งและเท่ียงตรงของขบวนการควบคมุ คุณภาพและผลทดสอบคุณภาพวัสดุ
ซ่งึ กระทําโดยเจาหนาที่โครงการฯและชว ยสนบั สนนุ ในการยอมรับผลทดสอบทไี่ ดจากการปฏบิ ัติงานตามปกติ
การดําเนนิ การเก็บตวั อยาง การทดสอบ และการสงั เกตการปฏบิ ัตงิ านอยางอิสระตามแผนทว่ี างไว

บคุ ลากรทจี่ ะปฏิบตั งิ านเก็บตัวอยางทดสอบและสงั เกตการปฏิบตั งิ านจะตองไดรบั การคดั เลือก
และไดรับการฝกฝนเปน อยา งดี อีกท้ังจะตอ งมกี ารประเมินผลอยูต ลอดเวลา โดยจะเปนตวั แทนของสํานกั งาน
ใหญหรอื หองปฏิบตั ิการซึ่งตองไมมคี วามเกยี่ วขอ งโดยตรงกบั การควบคมุ และจดั การท่ีโครงการฯ นั้น

สว นสําคญั ของขบวนการนก้ี ค็ ือ จะตอ งระมัดระวงั เอกสารทีใ่ ชป ระกอบการปฏบิ ตั งิ านท้ังหมด
ความพรอ มในการหาคาผลทดสอบและเปรยี บเทยี บกบั ผลทดสอบท่ีมีอยู ทําการวิเคราะหผ ลและตอ งมีเอกสารมา
ประกอบคําอธิบายถงึ ความบกพรอ งและความผิดปกตแิ ละการแกไ ขการปฏบิ ตั ใิ หถ กู ตอ ง

หมายเหตุ การเก็บตวั อยาง จํานวนตวั อยางและวธิ กี ารทดลองท่ตี องการ ใหดขู อ แนะนําตามตารางในหนาถดั ไป

Soil - Aggregate 11

1. ดินเดมิ

ชนิดของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ

1.1 ชวงกอสรา งที่เปนงานดนิ ถม

ทดลอง : Sieve Analysis 1) สาํ รวจวา ดินเดิมเปนดินอะไรมคี ณุ ภาพ เพ่อื จะไดท ราบคุณสมบตั ทิ ว่ั ไปของ

: Atterberg Limits สมํา่ เสมอหรอื ไม ดนิ เดมิ ซึ่งจะรองรับตวั คนั ทางและ

: Compaction 2) เก็บตวั อยางตัวแทนมาทดลองอยางนอ ย อาจนํามาใชในงานกอ สรา งทางได

: CBR. 1 ตวั อยาง ตอระยะทาง 1 กม.

: Swelling 3) ถา ดินเดิมมีคณุ ภาพไมสมํ่าเสมอใหเก็บ

ตัวอยางเพิม่ เพื่อใหไดตัวอยา งของดินทุกชนิดและ

ใหร ะบจุ ุดทีด่ ินเดิมเปลี่ยนคณุ สมบตั ิ

1.2 ชวงกอสรางที่เปนงานดินตดั 1) สาํ รวจดินเดมิ วาเปน ดนิ อะไรมคี ุณภาพ เพอ่ื ทราบคุณสมบัตทิ ่วั ไปของดินตัด

ทดลอง : Sieve Analysis สมํ่าเสมอหรอื ไม ท่เี ปน Back Slope และอาจนํามาใช

: Atterberg Limits 2) เก็บตัวอยา งตวั แทนทดลองอยา งนอ ย 2 เปน Subgrade ได

: Compaction ตวั อยางตอ 1 กม.

: CBR. 3) พยายามเกบ็ ตวั อยา งในระดับทจ่ี ะเปน เพอ่ื จะไดท ราบคุณภาพของดิน

: Swelling Finished Subgrade อยา งนอ ย 2 ตัวอยา งตอ ลว งหนา อาจตองเตรียมการแกไข

: ระดบั นา้ํ ใตดนิ 1 กม. ถา คุณภาพตํา่ กวากาํ หนดถา ระดับ

4) ขดุ หลุมและคอยสังเกตระดบั นํา้ ถา ระดบั นํา้ ใตดินสูงจะไดเ ตรียมออกแบบ

นา้ํ ในหลุมต่ํากวา ระดับ Finished Subgrade แกไข

ไมถ ึง 1 เมตร ใหรายงานสํานกั ฯโดยดวน

1.3 ชว งกอ สรา งทีร่ ะดับดิน 1) สาํ รวจดนิ เดิมและภมู ปิ ระเทศตามแนวทาง เพอื่ ทราบคณุ ภาพของดนิ ซึง่ อาจตอง

คนั ทางใกลเคียงกับระดบั บริเวณใกลเคียงอยา งละเอียด เตรียมการแกไขถาคณุ ภาพต่ํากวา

ดนิ เดิม 2) เกบ็ ตวั อยา งตัวแทนทดลอง 2 ตวั อยา งตอ กําหนด

ทดลอง : Sieve Analysis ระยะทาง 1 กม.

: Atterberg Limits 3) ถา คุณสมบตั ขิ องดนิ เปล่ยี นแปลงมากให

: Compaction เกบ็ ตวั อยา งทดลองเพิม่ เพอื่ ใหไ ดตัวอยา งของดนิ

: CBR. ทกุ ชนดิ และระบจุ ดุ ที่ดนิ เดิมเปล่ยี นคณุ สมบัติ

: Swelling 4) ขุดหลมุ และคอยสังเกตระดับนา้ํ ถาระดับ ถา ระดับนํา้ ใตด ินสงู จะไดเตรยี มการ

: ระดบั น้าํ ใตดิน นา้ํ ในหลุมต่าํ กวา ระดบั Finished Subgrade ออกแบบแกไข การสํารวจระดับน้าํ ใต

ไมถ ึง 1 เมตร ใหร ายงานกองฯดว น ดินน้ี ถาสังเกตภมู ปิ ระเทศ ตนไม

และหญา ในบริเวณใกลเ คยี งจะชว ย

ไดม าก

12

2. ดินถมและดินเลีอกสรร

ชนิดของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ
2.1 ดินจากแหลง
ทดลอง : Compaction 1) สาํ รวจ Profile ของดนิ ท่ีจะนาํ มาใชว า มี การทดลองนีถ้ อื เปน General Test

: CBR. ลกั ษณะ Uniform หรือมลี กั ษณะเปน ช้นั ๆ ลึก เพราะเปน การทดลองตรวจสอบ
: Swelling
: Sieve Analysis เทาใด คุณภาพของดินวาจะใชไ ดหรอื ไม
: Atterberg Limits
2.2 ดินบนถนน 2) เก็บตวั อยางตัวแทน (Representative ถงึ แมการทดลองจะใชไดห รือไมได
ทดลอง : Compaction
: CBR. Sample) มาทดลองอยา งนอ ย 1 ตวั อยา ง ตอ ดิน กต็ าม ใหลงอันดับการทดลองและ
: Swelling
: Sieve Analysis 500 ม.3 รายงานเสนอผลการปฏิบตั ิงานดว ย
: Atterberg Limits
เก็บตวั อยา งดินทผ่ี สมตแี ผบนถนนแลว และ การทดลองน้ถี อื เปน Control Test
2.3 ดินหลังบดทบั
ทดลอง : Field Density กาํ ลังเตรยี มบดทับ โดยเกบ็ ตัวอยางดิน 1 เพ่อื เปน การตรวจสอบคุณภาพของ

Moisture Content ตวั อยา งตอระยะทาง 500 เมตร นําไปทดลอง ดินซง่ึ จะอยบู นถนนตอ ไปจรงิ ๆ การ

ถางานกอสรา งทาํ เร็วมากหนว ยวิเคราะห รายงานใหแจงหมายเลขทดลอง

และตรวจสอบมเี จา หนาทแ่ี ละเคร่อื งมือจํากัด ไม General Test ดว ย

สามารถทดลอง CBR.ไดต ามกําหนด ใหท ดลอง ทําการทดลองคันทางทีบ่ ดทับทกุ ๆ

Compaction, Sieve Analysis, Atterberg Limits ชัน้ ซ่ึงชัน้ หนึง่ ๆ กําหนดไวไ มเ กนิ

ถา ผลทดลองออกมาใกลเ คยี งกนั ก็อาจรวม 20 ซม.

หลาย ๆ ตวั อยางทํา CBR. ครง้ั เดยี ว

1) ทดลองทกุ ๆ ช้นั ของการบดทับ หลมุ ทดลอง Field Density ตอ งมี

2) ทุกระยะ 50 ม. ตอ 1 หลุม สลับซา ย - ขวา ความลึกไมน อยกวา 10 ซม. หรอื

รวมทั้งชว งทเี่ ปนงานตดั ดว ย มากกวา น้นั สุดแลว แตปรมิ าณของ

3) ถา คนั ทางกวางมาก ทดลองทุกระยะ 50 ทรายในขวดทดลองจะอํานวย กอ น

เมตรตอ 1 หลุม ตอความกวางประมาณ 15 เมตร ทดลองตรวจสอบดูใหมีทรายเต็มขวด

4) ถาปรากฏวาดนิ ถมช้นั หน่งึ ชั้นใดหนามาก ทดลองหา Percent Compaction

ใหปาดสวนบนออกและทดลองในชัน้ ความหนา ใหใชค า Maximum Dry Density จาก

20 ซม. จากดานลาง General Test หรือ Control Test

สุดแลว แตอ ยางไหนจะมากกวากัน

ทรายที่ใชใ หใชทรายสะอาดและแหง

ทรายท่ีใชแ ลว สกปรกมีความช้นื หาม

ใชซ า้ํ ใหเ อาไปลางอบใหแหง รอ น

ผา นตะแกรง เบอร 20 และคา ง

เบอร 40 เสยี กอ นจงึ นาํ กลบั มาใช

ใหมไ ด Calibrate Density ทราย

อยางนอ ยเดือนละครั้งปฏบิ ตั ิตาม

การทดลองที่ ทล.-ท. 603/2517

13

3. วสั ดุรองพ้ืนทาง

ชนดิ ของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ
3.1 วสั ดจุ ากแหลง
ทดลอง : Sieve Analysis 1) ทํา Boring เพือ่ การทดลองช้นั น้เี ปน การทดลองขัน้

: Atterberg Limits - หาความหนาของ Top Soil และชัน้ ของวสั ดุ Investigation เพื่อจะตรวจสอบวา
: Compaction
: CBR. - หาบรเิ วณและปรมิ าณของวัสดุ วสั ดุมคี ณุ สมบตั ิเหมาะสมกับความ
: Swelling
: Abrasion - คัดเลอื ก Area สาํ หรบั ดันเปน Stock Pile ตองการหรอื ไม กอนทีจ่ ะเปดหนาดนิ

3.2 วสั ดุจาก Stock Pile 2) ทดลอง Sieve Analysis และ Atterberg ดนั วัสดเุ ปน Stock Pile
ทดลอง : Sieve Analysis
Limits ของวัสดุแตล ะหลุมท่ขี ุด Boring มา ในบางกรณอี าจจะจัด Area ให
: Atterberg Limits
: Compaction 3) พิจารณา Gradation และ Atterberg เหมาะสมเพ่ือทําใหเกดิ การ
: CBR.
: Swelling Limits ทม่ี คี ณุ สมบัตเิ หมาะสมเพือ่ Locate Area Blending ขึ้นขณะดนั วสั ดดุ งั กลา ว
: Abrasion
สําหรับดนั เปน Stock Pile เปน Stock Pile ผลการทดลองที่ได
3.3 วสั ดุบนถนน
ทดลอง : Sieve Analysis 4) นําวสั ดุจากหลมุ ตา ง ๆ ในบรเิ วณ Located ในตอนน้ถี อื วาเปนแนวทางเทานน้ั

: Atterberg Limits Area จากขอ 3 มารวมกนั แลวทาํ การทดลองหา เพราะตัวอยา งทใี่ ชท ดลองในขณะน้ี

คุณภาพทุกชนดิ เปน ตวั อยา งทเ่ี ลอื กมารวมกัน สว นตัว

5) เมอื่ ทดลองตามขอ 4 แลว ปรากฏวาใชได อยา งจริง ๆ อาจจะไมเ หมือนกัน

หรือโครงการฯจะนาํ วัสดแุ หลง นีไ้ ปใชงาน เกบ็ เนอ่ื งจากการเปด Top Soil และ

ตัวอยา งตวั แทนสงทดลอง Abrasion Area ของบริเวณทีด่ นั อาจจะ

แตกตา งกนั ไป

1) เกบ็ ตวั อยาง Reprentative Sample จาก Stock Pile ท่เี กบ็ ตวั อยา งทดลอง

จดุ ตา ง ๆ ของ Stock Pile 1 ตวั อยา งตอวัสดุ ครง้ั น้ี จะตองทําการผสมกนั หลงั

500 ม.3 จากการดันเปนกองในครั้งแรกมิ

2) ทดลอง Sieve Analysis และ Atterberg เชน นน้ั วสั ดใุ น Stock Pile จะแยก

limits ทกุ ๆ ตัวอยางเพือ่ เปรียบเทยี บดู เปน ชัน้ ๆ กนั ตามลักษณะของช้นั

Uniformity ของวสั ดุ วสั ดุในดิน ทาํ ใหเกิดปญหาโตแยง

3) ถา ผลการทดลองจากขอ 2 ใกลเ คียงกัน วาวัสดทุ ่เี กบ็ มาจาก Stock Pile

ใหร วมตัวอยา งแลวทดลอง Compaction, CBR. เดยี วกันแตม ีคาทดลองไมเ หมอื นกนั

& Swelling การทดลองในคร้งั น้ถี ือวา เปน การ

4) ถา ผลการทดลองจากขอ 2 แตกตา งกัน ทดลองแบบ General Test เพอ่ื

มาก จะตองพจิ ารณาผสม Stock Pile ใหม ตรวจสอบคณุ ภาพกอ นนาํ ไปใช

5) สงตวั อยา งทดลอง Abrasion 1 ตวั อยา ง

ตอวัสดุ 5,000 ม.3และเม่ือวสั ดุเปลี่ยนไปจากเดิม

1) เกบ็ ตัวอยา งวัสดทุ ผี่ สมตแี ผบ นถนนแลว การทดลองนถ้ี ือเปน Control Test

และกําลงั เตรยี มบดทบั ทุกระยะทาง 500 เมตร เพื่อเปนการตรวจสอบคุณภาพของ

มาทําการทดลอง Sieve Analysis และ Atterberg วัสดุซึ่งจะอยบู นถนนตอ ไป การ

14 การทดลอง หมายเหตุ

ชนดิ ของการทดลอง limits 2 ตัวอยาง ทดลอง CBR. และ Swelling รายงานใหอา งหมายเลขทดลอง
: Compaction
: CBR. 1 ตวั อยาง General Test และผลทดลองดวย
: Swelling
: Abrasion 2) ในกรณีทว่ี สั ดถุ ูกนาํ มาจากแหลง โดยตรง เปรยี บเทียบผล General Test และ

3.4 วัสดุหลงั บดทับ ซึง่ ไมไดมีการทํา Stock Pile ไว ใหเ ก็บตวั อยาง Control Test เพื่อตรวจสอบการ
ทดลอง : Field Density
วัสดทุ ผี่ สมตีแผบ นถนนแลว และกาํ ลงั เตรยี มบด ทดลองและการทํางาน ถาผล Test
: Moisture Content
ทับทุกระยะทาง 200 เมตรมาทําการทดลอง ทง้ั สองไมต รงกนั ใหหาวิธแี กไข ถา
3.5 Bulk Specific Gravity (G)
ก. Sieve Analysis และ Atterberg Limits ยังแกไขไมไ ดต องปรกึ ษาสํานกั

2 ตวั อยาง วเิ คราะหและตรวจสอบโดยดวน

ข. ทดลอง CBR. และ Swelling 1 ตวั อยา ง ถาทางกวา งมาก หรือกอสรางดา นซา ย

ค. สงทดลอง Abrasion 1 ตัวอยา งตอ วสั ดุ และขวาไมพ รอมกัน ปรับปรงุ การ

5,000 ม.3 เกบ็ และจาํ นวนตวั อยางใหเหมาะสม

ถา งานกอ สรางทาํ เร็วมาก หนวยตรวจสอบและ

แนะนํามีเจาหนา ท่ี ,เครอื่ งมอื จาํ กัดไมส ามารถ

ทดลอง CBR. ไดต ามทกี่ าํ หนด ใหทาํ การทดลอง

CBR. และ Swelling 1 ตวั อยางตอระยะทางท่ี

กอสรา ง 500 เมตร

1) ทดลองทุก ๆ ช้นั ของการบดทับ หลมุ ทดลอง Field Density ตองมี

2) ทดลองทุกระยะ 50 ม. ตอหลมุ โดยสลบั ความลกึ อยา งนอ ย 10 ซม.หรอื

ซา ย - ขวา มากกวานน้ั สดุ แลวแตป รมิ าณของ

3) หลงั จากตักทรายทีใ่ ชท ดลองเก็บแลว ให ทรายในขวดทดลองจะอํานวยกอน

ขดุ ตอ ไปจนทะลชุ ้นั วสั ดุ วัดความหนาของวสั ดุ ทดลองตรวจสอบดใู หทรายมอี ยู

แลว บนั ทกึ ไวเปน หลกั ฐาน พรอมกบั รายงานใน เตม็ ขวด

ว.6 - 07 ถาทาํ หลาย Layer ใหว ดั ความหนารวม การทดลองหา Percent Compaction

4) ถา ช้นั รองพน้ื ทางกวางมากทดลองทุกระยะ ใหใชค า Maximum Dry Density จาก

50 เมตรตอ 1 หลุมตอความกวางประมาณ General Test หรอื Control Test

15 เมตร สุดแลว แตอ ยางไหนจะมากกวากนั

วัสดทุ ่คี างตะแกรงเบอร 19 มม. ถามีมากกวา ถา มวี สั ดุหนิ คา งตะแกรงเบอร1 9 มม.

10 % ใหนาํ วัสดุดงั กลาวมาทดลองหา Bulk มากกวา 10% การใสห ินกลบั ลงไป

Specific Gravity (Saturated Surface Dry) ตาม ในหลุมเพอื่ ทดลองหา Density ทําให

การทดลองท่ี ทล.-ท. 207/17 ทง้ั น้เี พ่ือทดลองหา เกิด Error ในการทดลองมาก

Volume ของสว นที่คางตะแกรงเบอร 19 มม. ใน ใหแ ก Error นโ้ี ดยการคํานวณหา

การทดลอง Field Density ปรมิ าตรจากนาํ้ หนักของหินดังกลาว

ตามการทดลองที่ ทล.-ท.603/2517

15

ชนิดของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ

3.6 ปรบั ปรุงคณุ ภาพวัสดุโดยการ 1) ออกแบบสว นผสม (Mixed Design) การออกแบบสว นผสมควรใชอ ัตรา

ผสม 2) ใหทดลองผสมจริงตามท่อี อกแบบไว โดย สว นที่ใหคุณภาพดี มสี ว นเผอ่ื คลาด

ทดลอง : Sieve Analysis ใชความชน้ื เทา กับผสมในสนาม แลวนําตัวอยา ง เคลอื่ นในการทดลอง โดยคาํ นึงถงึ

: Atterberg Limits นั้นมาทดลอง เพ่อื เปนการตรวจสอบ ความแขง็ แรงประหยัด และ การใช

: Compaction วัสดุใหเปนประโยชนม ากท่สี ดุ

: CBR.

: Swelling

16

4. วสั ดุพ้นื ทาง

ชนิดของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ

4.1 วสั ดจุ ากแหลง 1) แหลงเปดใหมใ หสํารวจดลู กั ษณะของ ดินท่ีอยูบนหนาผา หรอื อยตู ามซอก

ทดลอง : Abrasion Test หนา ผา ดิน Top Soil และดินขางลาง ตลอดจน หินทาํ ใหเกดิ ปญหาขึ้นภายหลงั

รอยรา วในหนาผาวา มีช้นั ดนิ เหนยี วปนหรอื ไม เพราะในการโมหินถา ไมสามารถ

2) เกบ็ หินตัวอยางท่สี กดั มาใหม ๆ มาทดลอง กําจัดดินทต่ี ิดหินออกไปไดจ ะทําให

Abrasion ระวังอยาเก็บหนิ ทผ่ี ุมา PI. ของหนิ ยอยสูง ปญ หาเหลา นจ้ี ะ

3) พิจารณาดวู า มีชัน้ หนิ ผปุ กคลมุ อยูหนา ตองคาดการณไ วลวงหนา กอนเสมอ

เทาไร ทตี่ อ งเอาออกไปกอ น นอกจากนี้หนิ เปลอื กนอกอาจจะเปน

หินผุ ถา มคี วามหนามากทาํ ให

คุณภาพของหินทรี่ ะเบิดออกมายอย

ครง้ั แรกมคี ุณภาพไมดี

4.2 วัสดุจากปากโม หรอื จาก 1) ในกรณที ตี่ ง้ั ปากโมใหมใหเ กบ็ ตัวอยางจาก ขนาดของหินและอตั ราการปอ นหนิ

Stock Pile ปากโมเพ่อื ตรวจสอบการต้งั ปากโมแ ละทาํ บอ ย ๆ เขา ปากโม ถาแตกตา งกันมากจะทํา

ทดลอง : Sieve Analysis ใหคณุ ภาพของหนิ ที่ผลิตออกมา

: Atterberg Limits 2) หลังจากกองเปน Stock Pile แลว เก็บ แตกตางกันไป

: Compaction ตัวอยาง Representative Sample จากจุดตาง ๆ การกองหินเปน Stock Pile สงู ๆ จะ

: CBR. ของ Stock pile คดิ เฉลยี่ 500 ม.3 ตอ 1 ตัวอยา ง ทําใหห ินรอบ ๆ กองเกิดการแยกตัว

: Swelling 3) ทดลอง Sieve analysis และ Atterberg ซงึ่ เห็นไดช ัด การเกบ็ ตัวอยางจาก

: Abrasion limits ทกุ ๆ ตวั อยา งเพอ่ื เปรียบเทียบดู Uniformity กองจะไมไ ด Representative

: หาปริมาณรอ ยละที่แตก ของ Gradation ของวัสดุ Sample ท่ีแทจ ริง

ของกรวดโม ในระยะแรกตองทดลอง Sieve Analysis, ควรกองหินไวห ลาย ๆ Stock Pile

: Soundness Atterberg Limits, Compaction และ CBR. ถาตรวจสอบกองไหนใชไ ดก ็สามารถ

ทกุ ๆ ตวั อยาง อยา งนอ ย 3 ตัวอยางหรือจนกวา นาํ ไปใชกอ น สวนกองท่ตี รวจสอบไม

จะแนใจวา คา CBR. และอน่ื ๆ ถูกตอ งตาม ได อาจจะทาํ การตรวจสอบอกี ครง้ั

Spec. จงึ ปฏบิ ัตติ ามขอ 4 ตอไป หรือทาํ การแกไขอยา งอ่นื เพอื่ ใหไ ด

4) ถา ผลการทดลองจากขอ 3 มคี า ใกลเ คยี ง คุณภาพท่ถี ูกตอ งเสยี กอนจึงนําไปใช

กนั ใหร วมตัวอยา งแลว ทดลอง Compaction. ตอไปการทดลองครัง้ นถ้ี อื เปน

CBR. และ Swelling General Test ใหล งอนั ดับทดลอง

5) ถาผลการทดลองในขอ 3 มผี ลแตกตา งกัน ดวยทุกคร้งั

มาก แสดงวาวัสดุมีความเปลยี่ นแปลงตลอด

เวลา ใหทาํ การผสมวัสดหุ ินท่ี Stock Pile ใหม

แลว ดําเนินการทดลองตามขอ 3

6) สง ทดลอง Abrasion , Sonndness 5,000 ม.3

17

ชนิดของการทดลอง การทดลอง หมายเหตุ
ตอ 1 ตัวอยา ง และเมอ่ื สงสยั วาวัสดุมีคณุ ภาพ
เปลีย่ นไปจากเดมิ

7) ถา เปน กรวดโม ทดลองหาปริมาณรอ ยละ
ที่แตกของกรวดโม 500 ม.3ตอ 1 ตวั อยาง ตาม

การทดลองที่ ทล.-ท.212/2521

4.3 วัสดุบนถนน 1) เก็บตัวอยางวสั ดุบนถนนท่ีผสมและตีแผ การทดลองน้ถี อื เปน การ Control

ทดลอง : Gradation บนถนนแลวและกําลงั เตรยี มการบดทับทกุ ระยะ Test ที่สาํ คัญที่สดุ เพราะคุณภาพ

: Atterberg Limits ทาง 500 เมตร มาทําการทดลอง Sieve ของวัสดขุ ณะนี้คือวสั ดุทจ่ี ะอยบู น

: Compaction Analysis และ Atterberg Limits 2 ตัวอยา ง ถนนตอ ไปในอนาคตจริง ๆ

: CBR. Compaction, CBR. และ Swelling 1 ตัวอยาง ถา ทางกวางมากหรอื กอสรางดาน

: Swelling 2) ในกรณีท่วี สั ดุถูกนาํ มาจากโรงโมท ี่อยหู าง ซายและขวาทางไมพ รอมกนั ปรับปรงุ

: หาปริมาณรอ ยละทแ่ี ตก ไกลหนว ยวิเคราะหและตรวจสอบโครงการฯไม การเกบ็ ตัวอยางและจํานวนตัวอยา ง

ของกรวดโม สามารถไปเก็บตัวอยา งวัสดุจากโรงโมม า ใหเ หมาะสม

ตรวจสอบเปน การทดลองแบบ General Test

ได และผูรับจา งเหมากไ็ มท ํา Stock Pile ไวใกล

บรเิ วณทก่ี อสรา งในการน้ใี หเกบ็ ตวั อยา งวัสดุที่

ผสมตแี ผบ นถนนและกําลงั เตรยี มบดทับทกุ ระยะ

ทาง 200 เมตร มากระทาํ การทดลอง

ก. Sieve Analysis และ Atterberg Limits 2

ตวั อยาง

ข. ทดลอง CBR. และ Swelling 1 ตัวอยา ง

ค. สงทดลอง Abrasion , Soundness 5,000 ม.3 การทดลอง Abrasion , Soundness และ

ตอ 1 ตัวอยาง และเมอ่ื สงสยั วาวัสดุมคี ุณภาพ ปรมิ าณรอ ยละทแี่ ตกของกรวดโมไ ม

เปล่ียนไปจากเดิม ตอ งทดลองอีก ถา ทดลองจาก Stock

ง. ถา เปน กรวดโมทดลองหาปริมาณรอยละที่ Pile หรอื จากปากโมแลว ตามขอ4.2

แตกของกรวดโม 500 ม.3ตอ 1 ตัวอยา ง ตาม

การทดลองท่ี ทล.-ท.212/2521

ถา งานกอสรางทําเรว็ มากหนวยตรวจสอบ

และแนะนํามเี จาหนา ทแ่ี ละเครอื่ งมอื จํากดั ไม

สามารถทดลอง CBR. ไดตามที่กําหนด ใหท าํ

การทดลอง CBR. และ Swelling 1 ตวั อยาง

ตอ ระยะทางที่กอ สราง 500 เมตร

18 การทดลอง หมายเหตุ

ชนดิ ของการทดลอง 1) ทดลองทกุ ๆ ช้นั ของการบดทบั (ถามี) ชน้ั หลุมทดลอง Field Density ตองมี
4.4 วสั ดุหลงั บดทบั
ทดลอง : Field Density หนง่ึ ๆ ไมเ กนิ 15 ซม. ความลกึ อยา งนอย 10 ซม.หรอื

: Moisture Content 2) ทดลองทุกระยะ 50 เมตรตอหลุมโดยสลับ มากกวา นั้น สดุ แลวแตป รมิ าณของ

4.5 Bulk Specific Gravity (G) ซาย - ขวา ทรายในขวดทดลองจะอํานวยกอน

3) หลงั จากตกั ทรายทีใ่ ชทดลองเก็บแลว ให ทดลองตรวจสอบดวู า มที รายอยเู ต็ม

ขุดตอ ไปจนทะลชุ ั้นวสั ดุ วัดความหนาของช้นั วสั ดุขวดหรือไม

แลว บนั ทึกไวเ ปน หลกั ฐาน พรอ มกบั รายงานมา ทรายที่ใชจะตอ งใชทรายแหงสะอาด

ใน ว.6-07 ถาทาํ หลาย Layer ใหว ดั ความหนา ตลอดเวลา หา มใชทรายที่ชื้น สกปรก

รวม ตรวจสอบดใู หทรายแหงสะอาด

4) ถา ช้นั พน้ื ทางกวางมาก ทดลองทุกระยะ ตลอดเวลา ถา มคี วามจําเปนตอง

50 เมตรตอ 1 หลุม ตอ ความกวางประมาณ เพ่ิมทรายใหม ตอ ง Calibrate หา

7 เมตร Density ของทรายใหม การCalibrate

หา Density ของทรายใหท ําอยา งนอ ย

เดือนละคร้งั

การทดลองหา Percent

Compactionใหใชค า Maximum Dry

Density จาก General Test หรอื

Control Test สุดแลว แตอ ยา งไหนจะ

มากกวากัน

วสั ดทุ ี่คางตะแกรงเบอร 19 มม. ใหนาํ มาทดลอง ถามีหินคาตะแกรงเบอร 19 มม.

หา Bulk Specific Gravity (Saturated Surface มากกวา 10 % การใสหินกลับลงไป

Dry) ตามการทดลองท่ี ทล.-ท.207/17 ท้งั น้เี พื่อ ในหลมุ เพื่อทดลองหา Density ทําให

ทดลองหา Volume ของสวนท่คี างตะแกรงเบอร เกิด Error มาก เน่ืองจากทรายไม

19 มม. ในการทดลอง Field Density สามารถลงถงึ กน หลุม

ใหแ ก Error นีโ้ ดยการคาํ นวณหา

ปรมิ าตรจากนาํ้ หนักของหนิ ดังกลาว

ตามการทดลองท่ี ทล.-ท.603/2517

19

บทท่ี 3
รายละเอียดขอ กาํ หนดคณุ สมบัตขิ องวัสดกุ อสรา งทาง

1. งานตดั คนั ทาง (Roadway Excavation)

- งานตัดดนิ (Earth Excavation)

- งานตดั หินผุ (Soft Rock Excavation)

- งานตดั หินแข็ง (Hard Rock Excavation)

- งานขดุ วสั ดไุ มเหมาะสม (Unsuitable Material Excavation)

- งานขุดบรเิ วณดนิ ออน (Soft Material Excavation)

2. งานถมคนั ทาง (Embankment) แบง เปน
งานดินถมคนั ทาง (Earth Embankment) หมายถึง การกอสรางถมคันทาง การทาํ
Benching โดยวัสดุทใ่ี ชจ ะเปน ดิน หรอื วสั ดอุ ืน่ ใดท่ีปราศจากหนาดนิ และวชั พชื สว นท่ี
จบั เปนกอนตอ งมขี นาดไมใ หญกวา 50 มลิ ลิเมตร (2”) และตอ งผา นคุณสมบัตดิ ังตอ ไปนี้

- มคี า CBR เมอ่ื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมน อยกวาท่กี าํ หนดไวใ น
แบบท่คี วามแนน แหงของการบดอัด รอยละ 95 ของความแนน แหง สูงสดุ ทไ่ี ดจ ากการ
ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบมาตรฐาน”

- มีคา การขยายตัว (Swell) เมือ่ ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา CBR” ไมเกนิ รอ ยละ 4
ที่ความแนน แหงของการบดอัด รอยละ 95 ของความแนน แหงสูงสดุ ทไ่ี ดจากการทดลอง
ตาม “วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบมาตรฐาน”

- หลังจากทาํ การ Clearing ดนิ เดิมแลว ตอ งทาํ การบดทับชั้น 150 มิลลเิ มตรสดุ ทายวดั จาก
ดนิ เดมิ ลงไปใหไดความแนน แหงของการบดทบั ไมนอ ยกวารอยละ 95 ของความแนน
แหงสูงสุดท่ีไดจากการทดลองตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบมาตรฐาน”

- ใหทําการบดทบั เปนชัน้ ๆ โดยความหนาหลังการบดทบั ตอ งไมเ กนิ ชนั้ ละ 150 มิลลิเมตร
และตอ งรกั ษาใหปรมิ าณนาํ้ ระหวางการทาํ งานใหมปี รมิ าณนา้ํ ที่ Optimum Moisture
Content +3.0%

- งานดนิ ถมคนั ทางจะตองทําการบดทับใหไ ดค วามแนน แหง สมํา่ เสมอตลอด ไมนอ ยกวา
1.44 กรมั ตอมลิ ลลิ ิตร และไมต ่ํากวารอยละ 95 ของความแนน แหง สูงสดุ ทไ่ี ดจ ากการ
ทดลองตัวอยา งดนิ ทเ่ี ก็บจากหนางานในสนามหลงั จากการคลกุ เคลา และปูลงบนถนน
แลวตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบมาตรฐาน”

- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด ําเนนิ การตาม “วิธีการทดลองหาคาความแนน
ของวัสดุในสนามโดยทราย” ทุกระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชองจราจร หรอื

20

ประมาณพนื้ ที่ 700 ตารางเมตร ตอ 1 หลุมตัวอยางและใหไ ดค า ความแนน แหงไมต ํา่ กวา
รอยละ 95 ของความแนน แหงสงู สดุ ตาม “วิธีการทดลอง Compaction Test แบบ
มาตรฐาน”
งานทรายถมคนั ทาง (Sand Embankment) หมายถึง การกอ สรา งถมคนั ทาง การทํา
Benching โดยวสั ดทุ ใ่ี ชจะเปน ทราย หรอื วสั ดุอน่ื ใด ทมี่ ีคณุ ภาพถูกตองตามขอ กําหนด
และตอ งเปนวสั ดทุ ปี่ ราศจากกอ นดินเหนยี ว (Clay Lump) หนาดนิ (Top Soil) และ
วัชพืชและตองผา นคุณสมบัติดังตอ ไปนี้
- ตองเปน ทรายหรอื วัสดุ Non-Plastic อนื่ ใด ทีม่ ีขนาดเมด็ โตสุดไมเกนิ 9.5 มลิ ลิเมตร
หรอื 3/8”
- เมอื่ ทดลองตาม “วธิ ีการทดลองหาขนาดเมด็ ของวสั ดโุ ดยผา นตะแกรงแบบลาง” มีสว น
ทผี่ านตะแกรงขนาด 0.075 มลิ ลเิ มตร (Sieve No.200) ไมเ กินรอ ยละ 25
- มีคา CBR เมอ่ื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมนอยกวารอ ยละ 10 ท่คี วาม
แนนแหงของการบดอดั รอ ยละ 95 ของความแนน แหง สูงสุดทไ่ี ดจากการทดลองตาม
วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบสงู กวามาตรฐาน”
- หากมีการถมทรายไลเ ลนใหท ําการทดสอบความแนน ของการบดทับชัน้ ถมทรายไลเ ลนนี้
ต้ังแตชน้ั ท่อี ยูเหนอื ระดับนาํ้ 200 มิลลเิ มตรเปนตน ไป
- ใหทําการบดทบั เปน ชนั้ ๆ โดยความหนาหลังการบดทบั ตองไมเ กินชนั้ ละ 200 มลิ ลเิ มตร
และตอ งรักษาใหปรมิ าณนา้ํ ระหวางการทาํ งานใหม ปี รมิ าณนา้ํ ท่ี Optimum Moisture
Content + 3.0%
- งานทรายถมคันทางจะตองทาํ การบดทบั ใหไ ดความแนนแหง สม่าํ เสมอตลอด ไมต ํ่ากวา
รอยละ 95 ของความแนน แหงสงู สดุ ทไ่ี ดจากการทดลองตัวอยางทรายเก็บจากหนา งาน
ในสนามตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบสงู กวามาตรฐาน”
- การทดสอบความแนน ของการบดทับใหด ําเนนิ การตาม “วธิ กี ารทดลองหาคาความแนน
ของวสั ดใุ นสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชองจราจร หรอื
ประมาณพนื้ ที่ 700 ตารางเมตร ตอ 1 หลมุ ตัวอยางและใหไดค า ความแนนแหง ไมต าํ่
กวารอ ยละ 95 ของความแนนแหงสงู สดุ ตาม“วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสูง
กวา มาตรฐาน”
งานวสั ดุคัดเลอื ก ข. (Selected Material B) หมายถงึ การกอ สรา งชน้ั วสั ดคุ ัดเลอื ก ข.
ลงบนชัน้ ดนิ ถมคนั ทาง หรอื ชนั้ อื่นใดทไ่ี ดเ ตรยี มไวแลว ดว ยวัสดทุ ี่มคี ุณภาพถูกตอ งตาม
ขอกําหนด โดยวสั ดุที่ใชเ ปน วสั ดมุ วลรวม (Soil Aggregate) หรอื ทราย ท่ีมคี วามคงทน
ปราศจากกอ นดนิ เหนยี วและวัชพืช สวนที่จบั เปน กอนตองมขี นาดไมใ หญก วา 50
มิลลเิ มตร (2”) และตองผานคุณสมบัตดิ ังตอ ไปนี้

21

- เมือ่ ทดลองโดย “วธิ ีการหาขนาดเมด็ ของวัสดุโดยผานตะแกรงแบบลาง” มีขนาดโตสดุ
ไมเกนิ 50 มลิ ลิเมตร และสว นทผ่ี านตะแกรงขนาด 0.075 มิลเิ มตร (Sieve No.200)
ไมเกนิ รอยละ 35

- มีคา CBR เมอื่ ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมนอ ยกวา รอ ยละ 6 ที่ความ
แนน แหงของการบดอัดรอยละ 95 ของความแนน แหงสูงสุดทไี่ ดจากการทดลองตาม
“วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสงู กวามาตรฐาน”

- มีคา การขยายตัว (Swell) เมื่อทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมเ กินรอยละ 3
ท่คี วามแนน แหง ของการบดอดั รอยละ 95 ของความแนน แหง สงู สดุ ทไี่ ดจ ากการทดลอง
ตาม “วิธีการทดลอง Compaction Test แบบสูงกวามาตรฐาน”

- ใหท าํ การบดทบั เปน ชั้น ๆ โดยความหนาหลังการบดทบั ตอ งไมเกินชนั้ ละ 150 มลิ ลเิ มตร
และตองรกั ษาใหป รมิ าณนํา้ ระหวางการทาํ งานใหมีปรมิ าณนาํ้ ท่ี Optimum Moisture
Content + 3.0%

- งานช้ันวัสดุคดั เลอื ก ข.จะตอ งทาํ การบดทบั ใหไดค วามแนน แหงสมํา่ เสมอตลอด ไมต ่าํ
กวารอยละ 95 ของความแนนแหงสงู สดุ ที่ไดจากการทดลองตวั อยา งทรายเกบ็ จากหนา
งานในสนามตาม “วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสงู กวามาตรฐาน”

- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด าํ เนนิ การตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา ความแนน
ของวสั ดใุ นสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชอ งจราจร หรอื ประมาณ
พนื้ ที่ 500 ตารางเมตรตอ 1 หลุมตวั อยา งและใหไดคา ความแนน แหงไมต ํ่ากวารอ ยละ 95
ของความแนน แหงสูงสดุ ตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบสงู กวา มาตรฐาน”
งานวัสดคุ ัดเลอื ก ก. (Selected Material A) หมายถึง การกอสรางชน้ั วัสดคุ ดั เลอื ก ก.
ลงบนชัน้ วสั ดคุ ดั เลือก ข. หรือชัน้ อน่ื ใดที่เตรียมไวแลว ดว ยวัสดทุ มี่ คี ณุ ภาพถกู ตอ งตาม
ขอกําหนด โดยวสั ดทุ ใ่ี ชเ ปนวัสดุมวลรวมทีม่ ีความคงทน มีสวนหยาบผสมกบั สว น
ละเอยี ดทม่ี คี ณุ ภาพ เปน วสั ดุเชอ้ื ประสานทด่ี ี ปราศจากกอนดนิ เหนยี วและวัชพืช สวนท่ี
จับเปนกอ นตอ งมขี นาดไมใหญก วา 50 มิลลิเมตร (2”) และตอ งผานคุณสมบัติดังตอ ไปนี้

- เมอื่ ทดลองโดย “วิธีการหาขนาดเม็ดของวสั ดุโดยผานตะแกรงแบบลาง” มีขนาดโตสุดไม
เกิน 50 มลิ ลเิ มตร และสวนทผี่ า นตะแกรงขนาด 0.075 มลิ เิ มตร ไมเกนิ รอ ยละ 30

- หามใชทรายทม่ี คี ณุ สมบตั ิท่ีมสี ว นผา นตะแกรงขนาด 0.425 มลิ ลเิ มตร (Sieve No.40) เกนิ
กวารอ ยละ 80 เมอื่ ทาํ การทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาขนาดเมด็ ของวสั ดโุ ดยผาน
ตะแกรงแบบลาง”

- หา มใชท รายทมี่ ีคุณสมบตั ิทม่ี สี ว นผา นตะแกรงขนาด 0.075 มิลลิเมตร (Sieve No.200)
นอ ยกวา รอยละ 8 หรือเกินกวา รอ ยละ 30 เม่ือทาํ การทดลองตาม “วิธีการทดลองหาขนาด
เมด็ ของวัสดุโดยผา นตะแกรงแบบลาง”

22

- มีคา Liquid Limit เมอื่ ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดนิ ”
ไมเกนิ รอยละ 40

- มีคา Plasticity Index เมื่อทดลองตาม “วธิ ีการทดลองหาคา Plastic Limit และ
Plasticity Index” ไมเ กนิ รอยละ 20

- มีคา CBR เมอ่ื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมนอยกวา รอ ยละ 10 ที่ความ
แนนแหง ของการบดอัด รอ ยละ 95 ของความแนน แหง สงู สุดทไ่ี ดจากการทดลองตาม
“วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบสงู กวา มาตรฐาน”

- มคี า การขยายตวั (Swell) เมื่อทดลองตาม “วิธีการทดลองหาคา CBR” ไมเ กนิ รอ ยละ 3
ทีค่ วามแนน แหงของการบดอดั รอยละ 95 ของความแนน แหงสูงสดุ ทไ่ี ดจากการทดลอง
ตาม “วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”

- กรณีใชว สั ดจุ าํ พวก Shale ตองมคี าเฉล่ีย Durability Index ของวสั ดทุ ง้ั ชนิดเม็ดละเอยี ด
และเม็ดหยาบ เมือ่ ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Durability Index ของวสั ด”ุ ไม
นอ ยกวา รอ ยละ 30

- กรณีใชว ัสดจุ าํ พวก Non Plastic เมอ่ื ทดลองโดย “วิธกี ารหาขนาดเม็ดของวสั ดุโดยผาน
ตะแกรงแบบลา ง” มสี ว นผานตะแกรงขนาด 2.00 มลิ ลิเมตร (Sieve No.10) เกินกวา
รอยละ 90 และไดคุณภาพตามทก่ี ลา วมาขางตน ทง้ั หมด หากนํามาใชทาํ วสั ดุคดั เลอื ก ก.
จะตอ งทาํ การบดทบั ใหไ ดความแนน แหงสมํา่ เสมอตลอดไมต าํ่ กวารอ ยละ100 ของความ
แนนแหงสงู สดุ ท่ไี ดจ ากการทดลองตวั อยางทรายเกบ็ จากหนา งานในสนามตาม “วธิ ีการ
ทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”

- งานช้นั วสั ดุคดั เลอื ก ก. จะตองทาํ การบดทบั ใหไดความแนนแหงสมาํ่ เสมอตลอด ไมต า่ํ
กวา รอ ยละ 95 ของความแนน แหงสูงสดุ ทีไ่ ดจากการทดลองตัวอยางทรายเกบ็ จากหนา
งานในสนามตาม “วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”

- ใหท าํ การบดทบั เปน ช้นั ๆ โดยความหนาหลงั การบดทบั ตองไมเ กินชน้ั ละ 150 มลิ ลิเมตร
และตองรักษาใหปรมิ าณนา้ํ ระหวางการทาํ งานใหมปี รมิ าณน้ําท่ี Optimum Moisture
Content + 3.0%

- งานวัสดคุ ดั เลือก ก. จะตองทําการบดทับใหไดค วามแนน แหงสมาํ่ เสมอตลอดไมตา่ํ กวา
รอ ยละ 95 สําหรบั วสั ดุมวลรวม และไมตํ่ากวา รอ ยละ 100 สาํ หรับ Non Plastic โดย
การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด าํ เนนิ การตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา ความแนน
ของวัสดใุ นสนามโดยทราย” ทุกระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชอ งจราจร หรือ
ประมาณพน้ื ท่ี 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลมุ ตัวอยา งและใหไ ดคาความแนน แหง ไมตํ่า
กวารอยละ 95 ของความแนน แหง สูงสุดตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบสูง
กวา มาตรฐาน”

23

3. งานรองพื้นทาง (Subbase) แบงเปน
งานรองพนื้ ทางวสั ดมุ วลรวม (Soil Aggregate Subbase) หมายถงึ การกอ สรา งชั้น
รองพื้นทางบนชน้ั วัสดุคดั เลือก หรือชน้ั อนื่ ใด ทีไ่ ดเ ตรียมไวแ ลว ดว ยวัสดมุ วลรวมท่มี ี
คุณภาพตามขอ กาํ หนด เปนวัสดุมวลรวมเมด็ แข็ง ทนทาน มสี ว นหยาบผสมกบั สวน
ละเอียดทีม่ ีคณุ สมบตั เิ ปน เช้ือประสานทดี่ ี ปราศจากกอ นดนิ เหนยี วและวชั พชื สวนที่จบั
เปนกอนตองมขี นาดไมใ หญก วา 50 มลิ ลิเมตร (2”) และตองผา นคณุ สมบัตดิ ังตอไปน้ี

- มีคา ความสึกหรอเมอ่ื ใชการทดลองโดย “วธิ ีการทดลองหาคาความสกึ หรอของ Coarse
Aggregate โดยใชเคร่อื ง Los Angeles Abrasion” ไมเ กนิ รอยละ 60

- มขี นาดคละทด่ี ี เมื่อทดลองดวย “วิธกี ารทดลองหาขนาดเมด็ วัสดโุ ดยผา นตะแกรงแบบ
ลาง” และตอ งมขี นาดใดขนาดหนง่ึ ตาม Grade ท่ีกําหนด (Grade A,B,C,D,E)

- มีคา Liquid Limit เมือ่ ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดนิ ”
ไมเ กนิ รอยละ 35

- มคี า Plasticity Index เมื่อทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา Plastic Limit และ
Plasticity Index” ไมเกินรอยละ 11

- มคี า CBR เมอื่ ทดลองตาม “วธิ ีการทดลองหาคา CBR” ไมนอ ยกวารอยละ 25 ท่ีความ
แนน แหง ของการบดอดั รอ ยละ 95 ของความแนน แหงสูงสดุ ทไ่ี ดจ ากการทดลองตาม
“วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”

- กรณีทใี่ ชว สั ดมุ ากกวา 1 ชนิดผสมกันเพอ่ื ใหไดค ณุ ภาพถกู ตอง วัสดแุ ตล ะชนิดจะตองมี
ขนาดคละสมํา่ เสมอและเม่ือผสมกันแลว จะตองมลี ักษณะสม่ําเสมอและใหค ณุ ภาพตาม
ขอ กาํ หนดดว ย

- กรณใี ชว ัสดจุ ําพวก Shale ตองมีคา เฉลีย่ Durability Index ของวสั ดทุ ้งั ชนิดเมด็ ละเอียด
และเมด็ หยาบ เมือ่ ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Durability Index ของวสั ด”ุ ไม
นอยกวารอ ยละ 35

- ใหท ําการบดทบั เปน ช้ัน ๆ โดยความหนาหลงั การบดทบั ตอ งไมเกินชน้ั ละ 150 มลิ ลิเมตร
และตอ งรกั ษาใหป รมิ าณนา้ํ ระหวางการทาํ งานใหม ปี ริมาณน้ําท่ี Optimum Moisture
Content + 3.0%

- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด าํ เนินการตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา ความแนน
ของวสั ดใุ นสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชอ งจราจร หรอื
ประมาณพน้ื ที่ 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลุมตัวอยา งและใหไ ดค าความแนนแหงไมต่ํา
กวารอ ยละ 95 ของความแนนแหง สงู สดุ ตาม“วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบสูง
กวา มาตรฐาน”

24

งานรองพนื้ ทางดนิ ซเี มนต (Soil Cement Subbase) หมายถึง การกอสรา งชัน้ รองพน้ื
ทางบนชนั้ วัสดคุ ดั เลือก หรอื ช้นั อนื่ ใดทไี่ ดเตรยี มไวแ ลว ดวยดินผสมปูนซีเมนต และน้ํา
ท่มี ีคณุ ภาพตามขอ กาํ หนด ดินทีใ่ ชผสมปนู ซเี มนตต อ งเปน วสั ดุทปี่ ราศจากหนาดนิ
วัชพชื หรอื อนิ ทรียว ัตถแุ ละตอ งไมมีสารท่เี ปนอันตรายตอดินซเี มนตเจอื ปนอยู และตอ ง
ผา นคุณสมบัตดิ ังตอไปนี้
- เมือ่ ทดลองโดย “วธิ ีการหาขนาดเม็ดของวสั ดโุ ดยผา นตะแกรงแบบลา ง” มขี นาดโตสุด
ไมเกิน 50 มิลลเิ มตร และสว นทผ่ี านตะแกรงขนาด 0.075 มิลลิเมตร (Sieve No.200)
ไมเกินรอยละ 40
- มีคา Liquid Limit เม่อื ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดนิ ”
ไมเกินรอ ยละ 20
- มคี า Plasticity Index เม่ือทดลองตาม “วิธีการทดลองหาคา Plastic Limit และ
Plasticity Index” ไมเ กินรอยละ 20
- ปนู ซเี มนตท ี่ใชตอ งเปน ไปตาม มอก. 15
- นาํ้ ท่ีใชในการผสมจะตองสะอาดปราศจากสารตาง ๆ เชน กรด เกลอื ดาง ฯลฯ
- ตองทํา Trial Mixed กอ นทาํ การกอสรา งจริงและทําการตรวจสอบดว ยการกดแทง
ตัวอยางท่ที าํ การบม ไวท ่ีอายุ 7 วนั ดว ย “วิธี Unconfined Compressive Strength ของ
ดนิ ”
- ใหท ําการบดทบั เปนชัน้ ๆ โดยความหนาหลังการบดทบั ตองไมเกนิ ชนั้ ละ 150 มลิ ลเิ มตร
และตอ งรักษาใหปริมาณนํา้ ระหวางการทาํ งานใหม ปี ริมาณนํา้ ท่ี Optimum Moisture
Content + 2.0%
- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด ําเนนิ การตาม “วิธีการทดลองหาคาความแนน
ของวสั ดุในสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชอ งจราจร หรอื
ประมาณพนื้ ที่ 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลุมตวั อยา งและใหไ ดคา ความแนนแหง ไมต าํ่
กวา รอ ยละ 95 ของความแนนแหง สงู สุด
4. งานพน้ื ทาง (Base) แบงเปน
งานพ้นื ทางหนิ คลกุ (Crushed Rock Soil Aggregate Type Base) หมายถงึ การ
กอ สรา งชัน้ พ้ืนทางบนชั้นรองพื้นทาง หรอื ชั้นอ่นื ใดทไี่ ดเตรยี มไวแ ลวดว ยวสั ดหุ ินคลกุ
ทม่ี ีคณุ ภาพตามขอ กาํ หนด โดยวัสดหุ ินคลุกตองเปน หนิ โมมวลรวม (Crushed Rock Soil
Aggregate Type) ที่มเี นือ้ แข็ง เหนยี ว สะอาด ไมผ ุ ปราศจากวัสดอุ น่ื เจือปนและตอง
ผา นคณุ สมบตั ิดงั ตอ ไปน้ี
- มีคา ความสกึ หรอเม่ือทดลองโดย “วธิ กี ารทดลองหาคา ความสกึ หรอของ Coarse
Aggregate โดยใชเ ครือ่ ง Los Angeles Abrasion” ไมเกนิ รอ ยละ 40

25

- มีคา ของสว นที่ไมคงทน(Loss) เมื่อทําตาม “วธิ ีการทดลองหาคาความคงทน (Soundness)
ของมวลรวม” โดยใชโ ซเดยี มซลั เฟตจํานวน 5 รอบแลวไมเกนิ รอ ยละ 9

- มสี ว นละเอยี ด(Fine Aggregate) เปนวัสดแุ ละคุณสมบตั เิ ดยี วกันกบั สว นหยาบ (Coarse
Aggregate)

- มีขนาดคละทด่ี ี เมอ่ื ทดลองดว ย “วิธีการทดลองหาขนาดเม็ดวสั ดุโดยผานตะแกรงแบบ
ลาง” และตองมขี นาดใดขนาดหนง่ึ ตาม Grade ที่กําหนด (Grade A,B)

- สวนละเอยี ดทผี่ า นตะแกรงขนาดเบอร 200 (0.075 มลิ ลเิ มตร) ตอ งไมม ากกวาสองในสาม
(2/3) ของสวนละเอียดทผ่ี านตะแกรงขนาดเบอร 40 (0.425 มิลลิเมตร)

- มคี า Liquid Limit เมือ่ ทดลองตาม “วิธีการทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดนิ ” ไม
เกนิ รอ ยละ 25

- มีคา Plasticity Index เมอ่ื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา Plastic Limit และ
Plasticity Index” ไมเ กินรอ ยละ 6

- มีคา CBR เมอ่ื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมน อยกวารอยละ 80 ที่ความ
แนน แหง ของการบดอัด รอ ยละ 95 ของความแนน แหงสูงสุดที่ไดจ ากการทดลองตาม
“วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”

- ใหท ําการบดทบั เปนชนั้ ๆ โดยความหนาหลงั การบดทบั ตอ งไมเ กนิ ชน้ั ละ 150 มิลลิเมตร
และตอ งรักษาใหป รมิ าณน้ําระหวางการทาํ งานใหมปี ริมาณนา้ํ ที่ Optimum Moisture
Content + 2.0%

- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด ําเนินการตาม “วิธีการทดลองหาคาความแนน
ของวสั ดใุ นสนามโดยทราย” ทุกระยะประมาณ 100 เมตรตอ 1 ชอ งจราจร หรอื ประมาณ
พ้นื ที 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลุมตวั อยา งและใหไ ดคา ความแนน แหงไมต ํ่ากวารอ ยละ 95
ของความแนน แหง สูงสุดทไ่ี ดจากการทดลองตาม “วิธกี ารทดลอง Compaction Test แบบ
สูงกวา มาตรฐาน”
งานพ้ืนทางกรวดโม (Crushed Gravel Soil Aggregate Type Base) หมายถงึ การ
กอ สรา งชัน้ พน้ื ทางบนชั้นรองพืน้ ทาง หรอื ชนั้ อนื่ ใดทไ่ี ดเ ตรียมไวแ ลวดว ยวัสดกุ รวดโม
มวลรวมทม่ี ีคณุ ภาพตามขอ กําหนด โดยวัสดกุ รวดโมม วลรวมตอ งเปนกรวดโมม วลรวม
(Crushed Gravel Soil Aggregate Type Base) ที่มีเนอื้ แข็ง เหนยี ว สะอาด ไมผุ
ปราศจากวัสดอุ ื่นเจอื ปน โดยกอนนาํ มาโมตอ งมีสว นท่คี า งตะแกรงขนาด 25.0
มลิ ลเิ มตรไมน อ ยกวารอยละ 50โดยมวลและตอ งไมใชว สั ดุประเภท Shale และตองผาน
คณุ สมบตั ดิ ังตอ ไปนี้

- มีคา ความสึกหรอเมือ่ ทดลองโดยการใช “วธิ ีการทดลองหาคา ความสกึ หรอของ Coarse
Aggregate โดยใชเ ครื่อง Los Angeles Abrasion” ไมเ กนิ รอยละ 40

26

- ตองเปน วัสดทุ ผ่ี า นการโมใหแ ตก สวนทคี่ า งตะแกรงขนาด 4.75 มลิ ลิเมตร เม่อื นาํ มา
ทดลอง “วิธีการทดลองหาปริมาณรอยละทีแ่ ตกของกรวดโม” ตองมีหนาแตกจากการโม
เปนจาํ นวนไมน อยกวา รอ ยละ 75 โดยมวล

- มสี ว นละเอยี ด (Fine Aggregate) เปนวัสดแุ ละคณุ สมบตั เิ ดียวกันกบั สว นหยาบ (Coarse
Aggregate)

- มีขนาดคละทดี่ ี เมอ่ื ทดลองดวย “วิธกี ารทดลองหาขนาดเม็ดวัสดุโดยผา นตะแกรงแบบ
ลาง” และตอ งมีขนาดใดขนาดหน่งึ ตาม Grade ท่กี าํ หนด (Grade A,B,C)

- สว นละเอยี ดทผี่ า นตะแกรงขนาดเบอร 200 (0.075 มิลลเิ มตร) ตอ งไมม ากกวาสองใน
สาม (2/3) ของสวนละเอยี ดทผ่ี านตะแกรงขนาดเบอร 40 (0.425 มิลลเิ มตร)

- มคี า Liquid Limit เม่ือทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดนิ ”
ไมเ กินรอยละ 25

- มคี า Plasticity Index เมอื่ ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Plastic Limit และ
Plasticity Index” ไมเกินรอยละ 6

- มีคา CBR เมอื่ ทดลองตาม “วิธีการทดลองหาคา CBR” ไมนอ ยกวา รอยละ 80 ท่ีความ
แนนแหงของการบดอัดรอ ยละ 95 ของความแนน แหงสงู สดุ ท่ีไดจากการทดลองตาม
“วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบสงู กวา มาตรฐาน”

- ใหทาํ การบดทบั เปน ช้นั ๆ โดยความหนาหลังการบดทบั ตอ งไมเกินชน้ั ละ 150 มิลลิเมตร
และตอ งรักษาใหปรมิ าณนํา้ ระหวางการทาํ งานใหม ีปรมิ าณนา้ํ ท่ี Optimum Moisture
Content +2.0%

- การทดสอบความแนน ของการบดทับใหด ําเนินการตาม “วิธีการทดลองหาคาความแนน
ของวสั ดใุ นสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชอ งจราจร หรอื
ประมาณพนื้ ที่ 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลมุ ตวั อยา งและใหไ ดค า ความแนนแหงไมต ่ํา
กวา รอ ยละ 95 ของความแนน แหง สงู สดุ ทไ่ี ดจ ากการทดลองตาม “วิธกี ารทดลอง
Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”
งานพื้นทางหนิ คลกุ ผสมซเี มนต (Cement Modified Crushed Rock Base) หมายถึง
การกอ สรางช้ันพื้นทางบนชนั้ รองพืน้ ทาง หรือชน้ั อืน่ ใด ทีไ่ ดเตรยี มไวแลว ดว ยวัสดหุ นิ
คลกุ ผสมซเี มนตที่มีคณุ ภาพตามขอกาํ หนด โดยวสั ดุหนิ คลกุ ตอ งเปนหินโมมวลรวม
(Crushed Rock Soil Aggregate Type) ทม่ี ีเนอื้ แข็ง เหนยี ว สะอาด ไมผ ุ ปราศจากวสั ดอุ ่นื
เจือปน และตอ งไมใ ชว สั ดปุ ระเภท Shale และตอ งผา นคุณสมบัติดังตอ ไปน้ี

- มคี าความสึกหรอเมือ่ ทดลองโดยการใช “วธิ ีการทดลองหาคาความสกึ หรอของ Coarse
Aggregate โดยใชเ ครอ่ื ง Los Angeles Abrasion” ไมเ กนิ รอยละ 40

27

- มีคา ของสวนที่ไมค งทน(Loss) เม่อื ทําตาม “วิธกี ารทดลองหาคาความคงทน (Soundness)
ของมวลรวม” โดยใชโซเดยี มซัลเฟตจาํ นวน 5 รอบแลวไมเกนิ รอยละ 9

- มีสว นละเอยี ด (Fine Aggregate) เปน วสั ดแุ ละคณุ สมบตั ิเดียวกนั กับสว นหยาบ (Coarse
Aggregate)

- มีขนาดคละทดี่ ี เมื่อทดลองดวย “วธิ กี ารทดลองหาขนาดเมด็ วสั ดุโดยผานตะแกรงแบบ
ลา ง” และตองมีขนาดใดขนาดหนึ่งตาม Grade ที่กาํ หนด (Grade B,C,D)

- สว นละเอยี ดทผ่ี านตะแกรงขนาดเบอร 200 (0.075 มิลลเิ มตร) ตอ งไมม ากกวาสองในสาม
(2/3) ของสวนละเอยี ดท่ผี านตะแกรงขนาดเบอร 40 (0.425 มิลลเิ มตร)

- มคี า Liquid Limit เมือ่ ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดิน” ไม
เกนิ รอ ยละ 25

- มคี า Plasticity Index เมือ่ ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Plastic Limit และ Plasticity
Index” ไมเ กนิ รอยละ 6

- มีคา CBR เม่อื ทดลองตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา CBR” ไมนอยกวา รอ ยละ 80 ท่ีความ
แนนแหง ของการบดอัด รอ ยละ 95 ของความแนน แหง สูงสุดทไี่ ดจ ากการทดลองตาม
“วธิ ีการทดลอง Compaction Test แบบสูงกวา มาตรฐาน”

- ปนู ซเี มนตท ่ใี ชต องเปน ไปตาม มอก. 15
- น้ําที่ใชใ นการผสมจะตอ งสะอาดปราศจากสารตาง ๆ เชน กรด เกลือ ดาง ฯลฯ
- ตอ งทํา Trial Mixed กอ นทําการกอ สรางจรงิ และทาํ การตรวจสอบดว ยการกดแทง ตวั อยา ง

ทท่ี ําการบม ไวท ีอ่ ายุ 7 วันดวย “วธิ ี Unconfined Compressive Strength ของดิน”
- ใหท าํ การบดทบั เปน ช้ัน ๆ โดยความหนาหลงั การบดทบั ตอ งไมเ กนิ ชนั้ ละ 150 มลิ ลเิ มตร

และตองรักษาใหปรมิ าณนาํ้ ระหวางการทาํ งานใหม ปี รมิ าณน้าํ ที่ Optimum Moisture
Content + 2.0%
- การทดสอบความแนน ของการบดทับใหด ําเนินการตาม “วธิ กี ารทดลองหาคา ความแนน
ของวัสดุในสนามโดยทราย” ทุกระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชองจราจรหรอื ประมาณ
พ้นื ที่ 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลุมตวั อยางและใหไดค า ความแนน แหง ไมต า่ํ กวา รอยละ 95
ของความแนน แหง สูงสดุ ทไี่ ดจากการทดลองตาม “วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบ
สงู กวา มาตรฐาน”
งานพื้นทางดนิ ซีเมนต (Soil Cement Base) หมายถงึ การกอสรา งช้นั พ้นื ทางบนชน้ั รอง
พ้นื ทาง หรือช้นั อ่นื ใด ทไี่ ดเตรยี มไวแ ลวดว ยวัสดดุ นิ ผสมปูนซเี มนต และนํา้ ทมี่ คี ุณภาพ
ตามขอ กาํ หนด โดยวัสดุดนิ ผสมปนู ซีเมนตตองเปน วสั ดทุ ี่ปราศจากหนาดนิ วัชพชื หรือ
อนิ ทรยี ส ารอืน่ ๆ และไมม สี ารอนื่ ท่ีอาจเปนอันตรายตอ คณุ ภาพของดินซเี มนตทีเ่ จอื ปนอยู
และตอ งไมใ ชว ัสดุประเภท Shale และตองผานคุณสมบตั ิดงั ตอไปน้ี

28

- มคี า ความสึกหรอเม่ือทดลองโดยการใช “วิธกี ารทดลองหาคาความสกึ หรอของ Coarse
Aggregate โดยใชเ คร่อื ง Los Angeles Abrasion” ไมเกนิ รอ ยละ 60

- เมอ่ื ทดลองโดย “วิธกี ารหาขนาดเม็ดของวสั ดุโดยผา นตะแกรงแบบลาง” มขี นาดโตสดุ ไม
เกนิ 50 มิลลเิ มตรและสวนทผี่ า นตะแกรงขนาด 2.00 มลิ ลเิ มตร (Sieve No.10)ไมเกนิ รอ ย
ละ 70 และสวนท่ผี า นตะแกรงขนาด 0.075มลิ ลิเมตร (Sieve No.200) ไมเ กนิ รอยละ 25

- มคี า Liquid Limit เมือ่ ทดลองตาม “วธิ ีการทดลองหาคา Liquid Limit (L.L) ของดิน” ไม
เกินรอ ยละ 40

- มคี า Plasticity Index เม่อื ทดลองตาม “วิธกี ารทดลองหาคา Plastic Limit และ Plasticity
Index” ไมเ กนิ รอยละ 15

- ปูนซีเมนตท่ีใชตอ งเปนไปตาม มอก. 15
- น้าํ ทีใ่ ชใ นการผสมจะตอ งสะอาดปราศจากสารตา ง ๆ เชน กรด เกลอื ดาง ฯลฯ
- ตอ งทํา Trial Mixed กอนทําการกอ สรา งจรงิ และทําการตรวจสอบดวยการกดแทง ตัวอยาง

ทีท่ ําการบมไวท ีอ่ ายุ 7 วนั ดวย “วธิ ี Unconfined Compressive Strength ของดิน”
- ใหทาํ การบดทบั เปน ชน้ั ๆ โดยความหนาหลงั การบดทบั ตองไมเกินชน้ั ละ 150 มลิ ลิเมตร

และตองรักษาใหปรมิ าณนํ้าระหวา งการทาํ งานใหมีปรมิ าณน้าํ ท่ี Optimum Moisture
Content + 2.0%
- การทดสอบความแนน ของการบดทบั ใหด ําเนินการตาม “วิธีการทดลองหาคา ความแนน
ของวัสดใุ นสนามโดยทราย” ทกุ ระยะประมาณ 100 เมตร ตอ 1 ชองจราจร หรอื ประมาณ
พ้นื ท่ี 500 ตารางเมตร ตอ 1 หลมุ ตวั อยางและใหไดคา ความแนน แหงไมต ่ํากวา รอยละ 95
ของความแนน แหงสงู สดุ ทไี่ ดจากการทดลองตาม “วธิ กี ารทดลอง Compaction Test แบบ
สูงกวา มาตรฐาน”

29

บทที่ 4
การควบคุมการเปดบอวสั ดุสรา งทาง (Soil – Aggregate)

1. จดุ ประสงค
จดุ ประสงคของการเขยี นในเรือ่ งนี้ เพื่อใหเ จาหนาทส่ี าํ นักวเิ คราะหแ ละตรวจสอบทอี่ อกไปควบคุมการ
กอ สรา งทางดา นวสั ดุ ไดเ ขา ใจถึงวิธกี ารเปด บอวสั ดุ เพือ่ ควบคมุ ใหว สั ดมุ ีคณุ ภาพ Uniform กนั ทว่ั
Stock Pile

2. การสํารวจบอวัสดุขนั้ ละเอยี ด
2.1 เนอ่ื งจากคณุ ภาพและปริมาณท่ีแสดงไวใ นแบบสําหรบั ใหบรษิ ทั ประเมนิ ราคาประมลู นั้น ไดจาก

การสํารวจขัน้ Preliminary เทาน้ัน ซงึ่ ผลการทดลองทไี่ ดจะมาเปนมาตรการควบคมุ การกอสรางเลยทเี ดียว
ไมได จะตองทําการทดลองวัสดุใหมเ พ่อื ตรวจสอบคุณภาพที่แทจรงิ โดยละเอียด

2.2 ใหท าํ การ boring โดยใชคนงานขดุ ใหลึกตลอดความหนาของวสั ดุ โดยการวางแนวหลุมเจาะเปนตา
หมากรุกดังแสดงในรปู ที่ 1 และทําแผนทแ่ี สดงตําแหนง หลุม ความหนาของ Top soil และของวสั ดุ และ log
boring ดงั แสดงในรูป 2

2.3 หาแนวของวสั ดโุ ดยประมาณจากแผนที่ซงึ่ ทาํ ตาม ขอ 2.2 แลว ขดี เสน ลอมรอบไวก ะแนวเปดปาซงึ่
แนวนี้จะตองอยนู อกแนววสั ดุ ระยะระหวางแนววัสดุ และแนวเปด ปา คือระยะที่จะเก็บไวทงิ้ หนา ดนิ ซึ่งจะ
กองในรปู ของ Stock pile การที่ทาํ เชนนี้กเ็ พือ่ จะใหเครือ่ งจักรทํางานใหน อ ยท่ีสุด มเิ ชนนั้นแลว อาจจะเปด ปา
และเปดหนาดนิ ไมเ ปน ระเบยี บ เปน การเปลืองแรงงานโดยเปลาประโยชน

2.4 เม่ือทําการ boring จนตลอดบอวัสดตุ ามขอ 2.2 แลว ใหท าํ การเก็บตัวอยางจากหลมุ boring เพอื่ จะมา
ทดลองคุณภาพตอไป การเก็บตัวอยางนจี้ ะตอ งพจิ ารณาถงึ วิธีการท่จี ะขดุ ตวั อยา งไปใชดวย สมมตุ ิวา วสั ดุ
หนาพอสมควรที่จะใชรถแทรกเตอรด ันออกมาใหเ ปน กองครง้ั เดียวตลอดความหนาก็ใหทาํ การเก็บตวั อยาง
ทเี ดียวตลอดความหนาของวสั ดุ โดยการใชผ า ปูรองรบั ที่กนหลมุ แลว ใชจ อบถากวสั ดตุ งั้ แตช นั้ บนเร่อื ยลงมา
จนถึงขา งลา ง รวมกนั บนผา ท่ปี ูไวเกบ็ ตวั อยา งทั้งหมดมาทดลองตอไป

2.5 ถา หากวาวสั ดุนนั้ หนามาก ไมสามารถจะเปด เปน กองไดในครั้งเดียว จําตองเปด ออกเปนชน้ั ๆ การ
เกบ็ ตวั อยางกจ็ ะตองเกบ็ เปน ชั้นๆ ตามทคี่ าดคะเนวา จะเปดเอาไปใชท้ังน้ีเพือ่ ใหต ัวอยางที่เกบ็ เอามาจะได
คลายคลงึ กบั ตัวอยางท่จี ะนําไปใช การคาดคะเนน้ีจะทําไดดีเพยี งใด ขนึ้ กบั ประสบการณแ ละการควบคมุ อีก
ทอดหนึง่

30

100 80 80 แนวขอบเขตวสั ดุ
00 0

A5 10 A6 20 A7 30 A8 20 A9 60

80 90 100 100 10

B5 80 B6 30 B7 10 B8 15 B9 60

10 90 110 100 30

C5 30 C6 30 C7 0 C8 10 C9 50

50 90 100 110 20

D5 50 D6 20 D7 10 D8 10 D9 30

10 70 90 100 10

E5 60 E6 10 E7 20 E8 10 E9 40

10 70 80 90 20

กองหนาดนิ F6 80 F7 100 F8 80 F9 80

20 0 10 0

แนวเปดปา G7

ทดสอบทกุ ระยะ 50 เมตร

รปู ท่ี 1

Test hole A5 0.10 Top Soil – Clayey Sand

Test hole C7 0.80 Soil Aggregate
Test hole E8 Clay

Top Soil – Clayey Sand
1.00 Soil Aggregate

Clay

0.10 Top Soil – Clayey Sand

0.90 Soil Aggregate
Clay

รูปท่ี 2

31

3. การทดลองวัสดทุ เี่ กบ็ มาจาก Test Hole (จาก Boring)
3.1 ตัวอยา งทเี่ ก็บมาจากหลมุ Test hole แตล ะหลุม จะตอ งแบง ออกโดยใช Sample splitter หรือ วิธี

quartering ใหไ ดต วั อยางพอทีจ่ ะทดลองทํา Sieve และ Atterberg (หา มตกั เอาตัวอยางมาโดยไมใ ชว ิธี
quartering หรอื ใช Sample splitter ) และใหท ดลอง Sieve และ Atterberg limit ของแตละตวั อยา ง

3.2 หลงั จากทราบผลการทดลองจากขอ 3.1 แลว ใหนาํ ผลการทดลองท่ไี ดม า Plot graph ในแบบ SM
18 ดังแสดงในรปู 3 ทั้งน้ีเพอ่ื จะดคู วามแตกตางของ “Gradation” ของวัสดุทม่ี าจากตอนตา งๆ ทัง้ ๆทีอ่ ยใู น
แหลง เดยี วกนั และเปนการพจิ ารณาไดด ว ยวา “Gradation” หนง่ึ ๆ จะอยูในชน้ั “Well Grade” , “Poor Grade”
หรือ “Gap Grade” โดยดจู าก graph ท่ี plot นน้ั ๆ ทง้ั นบ้ี างคร้งั “Grade” เหลานอ้ี าจจะยงั คงอยู range ของ
specs.

3.3 นอกจาก Plot gradation ลงใน SM 18 ตามขอ 3.2 แลว ใหเ ขียน L.L และ P.I. กาํ กบั ลงไปดวย ทง้ั นี้
เพ่ือเปนการพจิ ารณา AREA ท่จี ะดนั วัสดุเปน Stock Pile โดยการแบง AREA ตามคณุ ภาพของวัสดทุ ี่ศึกษา
จาก graph ท่ี plot ตามขอ 3.2

3.4 AREA ท่จี ะแบง ออกเพอื่ ดันเปน Stock Pile น้ีจะพจิ ารณาดคู วามเรง ดว นของงานเปน สาํ คัญ ถาหาก
จาํ เปนจะตองใชว ัสดโุ ดยเรง ดว น ใหแ บง AREA ท่คี ุณภาพของวสั ดทุ าง P.I. และ Gradation ถูกตอ ง

บอวัสดุบางแหง อาจจะมีพวกวัสดทุ ี่มคี ณุ ภาพถูกตอ ง และมีคุณภาพไมถ กู ตอง บางครั้งอาจจะเอาวสั ดทุ ัง้
สองชนิดนผี้ สมกันในบอ หรอื Blending กนั ในบอ ก็จะไดว สั ดทุ ี่มคี ณุ ภาพดีขึ้น และเปนการเปลืองแรงงาน
นอยกวา ท่จี ะใชว ัสดุอยา งอ่ืน เชน ทราย เอามาผสมกนั ภายหลัง

3.5 เมอื่ ไดแ บง AREA ของบอ วสั ดแุ ลว ใหเ อาตวั อยางท่เี กบ็ มาจาก Test hole ของแตละ AREA มาผสม
กนั ท้งั หมดเพอ่ื ทาํ compaction และหาคา C.B.R. คา C.B.R. ที่ไดน จี้ ะเปน คาโดยประมาณ แตใกลเ คียงความ
เปนจริงของวสั ดุ เหตทุ ค่ี า C.B.R. ที่ไดน ีไ้ มถกู ตองนกั เปนเพราะอตั ราสวนผสมของวสั ดุที่เกบ็ มาจาก Test
hole จะแตกตา งกับอัตราสวนจรงิ ๆ ในสนาม คา C.B.R. ที่ถกู ตอ งจริง ๆ จะตองมาจากวัสดุทเ่ี กบ็ มาจาก
Stock Pile ท่ใี หคลุกผสมกันเปนอยางดแี ลว กอ นทจ่ี ะนําไปลงบนถนน

32

รปู ท่ี 3

33

4. หลักการแบง AREA เพอื่ ความเหมาะสม
4.1.ถา การแบง AREA ตามขอ 3 และทราบผลการทดลอง C.B.R. แลว และคา C.B.R. ระหวา ง AREA

หนึง่ ๆ แตกตา งกันมาก กอ็ าจจะแบง AREA ใหม โดยใชคา C.B.R. เปน หลกั พจิ ารณา (การแบง AREA ตาม
ขอ 3 ใชคา Atterberg limit และ Sieve เปนหลกั พจิ ารณา)

4.2 สมมุตวิ า ไดคา C.B.R. ของ AREA ตาง ๆ ดงั น้ี (ดรู ูป 3 A)
AREA 1 คา C.B.R.=10%
AREA 2 คา C.B.R.=80%
AREA 3 คา C.B.R.=30%

ถา พิจารณาแตค า C.B.R. แตเพียงอยางเดยี ว จะเหน็ วา AREA 1 มคี า ตาํ่ ไปสวน AREA 2 มคี า สูง และ
อาจจะสงู เกนิ ความตอ งการ สาํ หรบั การออกแบบทาํ เปน Subbase ถาหากวา ใชว สั ดุจาก AREA 1 และ AREA
2 ผสมกัน อาจจะทาํ ใหคา C.B.R. เมือ่ ผสมแลว สูงข้ึน ซ่ึงมีคุณภาพเหมาะสมท้ังหมด ดูการแบง AREA ใหม
ทีแ่ สดงในรปู 4

4.3 นอกจากการแบง AREA เพื่อปรบั ปรุงคณุ ภาพทาง C.B.R. ดังกลาวมาแลว ขางตนยงั สามารถใช
หลักการเดยี วกันน้ี

4.3.1 ใชว สั ดุจาก AREA ทีม่ ี P.I. มาก ผสมกับวสั ดจุ าก AREA ท่มี ี P.I. นอย เพ่ือเปน การปรับปรงุ
P.I. ใหม คี ณุ ภาพทั่วๆไปดีขน้ึ

4.3.2 ใชวสั ดุจาก AREA ที่มี fine portion มาก ผสมกับวสั ดุจาก AREA ทม่ี ี fine portion นอย เพอ่ื
ปรับปรุงคณุ ภาพดาน fine portion ของวัสดุ

โอกาสท่ีจะกระทําแบบนี้ จะตอ งใชเครอ่ื งจกั รพวกรถแทรกเตอร และทาํ ในบรเิ วณบอ วัสดขุ ณะกําลัง
เปด บอ เทาน้ัน จึงจะกระทําไดผ ลเตม็ ที่

34

การแบงพ้นื ท่ีของแหลงลกู รัง

Area 1
Area 2
Area 3

รปู ท่ี 3a

การแบงพืน้ ท่ขี องแหลงลกู รัง

Area 1 Area2

Area 3

รปู ท่ี 4

35

5. การดนั วสั ดุเปน รูป Stock Pile
5.1 กอ นที่จะทาํ การดนั วสั ดุขึน้ มาเปน Stock Pile นัน้ จะตอ งทาํ การเปดหนา ดินใหห มดกอ น เพราะหนา

ดินจะทาํ ให P.I. และ fine portion ของวัสดุเปลี่ยนแปลงไปและจะเปลยี่ นแปลงไปอยางไรน้นั กส็ ดุ แทแ ต
ชนิดของหนาดิน ถา หนา ดนิ เปนพวก Clay จะทําให P.I. และ fine ของวสั ดุมากยง่ิ ข้ึน ถาเปน พวก Sand ก็
อาจจะลด P.I. ฯลฯ การเปดหนา ดินน้ี โดยปกตินสิ ัยของพนักงานขับเครื่องจักร ชอบไถหนาดินออกเรียบเปน
หนากระดาน ซงึ่ บางแหง หนา ดินจะไมเรยี บ อาจจะมอี ยเู ปนสูงๆ ต่าํ ๆ การไถหนา ดินเรยี บเปน หนา กระดาน
อาจจะไถวสั ดอุ อกทง้ิ มากเกนิ สมควร ควรจะไถหนาดนิ ออกตามความหนาของหนา ดินท่แี ทจ ริง คอื ถา ดนิ
ตรงไหนลึกกข็ ดุ ไถออกเปนบรเิ วณพเิ ศษ ตรงไหนไถหนาดนิ ออกจนถงึ วสั ดุจริงๆแลวกค็ วรจะหยดุ

5.2 เม่อื เปดหนาดินหมดแลว เริม่ ดนั วสั ดตุ ามแนวสนามท่ีไดก ําหนดเอาไวจ ากทิศตา งๆ เพ่ือใหว สั ดมุ า
รวมกันอยา งหยาบๆ Stock Pile ควรจะเปน รปู ยาวๆ ความยาวประมาณ 30 – 40 เมตร และความสงู ประมาณ
3 – 5 เมตร การดนั วสั ดุในระยะท่ีจวนจะหมดวสั ดุ และถงึ พ้ืนดินชนั้ ลา งจะเปนระยะทส่ี าํ คญั ท่ีสดุ จะตอง
ไดรับการควบคุมดแู ลทีใ่ กลช ิดพอควร เพราะถาดันเอาดินชั้นลางปนมาดวย กจ็ ะทําใหคุณสมบตั ขิ องวสั ดุ
เปลี่ยนแปลงไปดงั กลา วในขอ 5.1

5.3 หลังจากดนั ผสมอยางหยาบๆ ในรปู Stock Pile ดงั กลาวแลว จะสงั เกตเหน็ ไดว า วัสดจุ ะไมเ หมอื น
ท่วั กันหมดทัง้ กอง และเพอ่ื ที่จะใหว ัสดไุ ดมีคณุ ภาพเหมอื นกนั ทวั่ กองจะตอ งทําการผสมกันอีกครั้งหน่งึ โดย
วธิ กี ารดนั ยา ยกอง ดังแสดงในรปู 5 วธิ กี ารทําอยา งนีก้ ค็ อื การคลุกผสมกันน่ันเองและการคลกุ ผสมกนั จะเขา
กนั ดีเพยี งไร ขน้ึ อยกู ับทิศทางของวสั ดทุ ีด่ นั มาผสมกนั สงั เกตดูทศิ ทางลกู ศรท่ีแสดงแนะไวใ นรูป 5

6. การเก็บตัวอยางจาก Stock Pile เพื่อทดลอง
6.1 เมื่อทาํ การ blend แลว จะตองทาํ การเก็บตัวอยา งมาทดลองอกี ครง้ั หนงึ่ เพื่อตรวจสอบคุณภาพ การ

ทดลองครงั้ นถ้ี อื เปน general Test การเกบ็ ตวั อยางจะตอ งเกบ็ จากแนวตา งๆ ใหไดต วั อยางครบตามที่แนะไว
ใน “หลกั ควบคุมวัสดสุ รา งทาง” ดกู ารเกบ็ ตวั อยางดงั แสดงในรูป 6

6.2 ทําการทดลองหา Gradation และ Atterberg limit แลว plot ผลการทดลองนใ้ี น SM18 เพอื่ จะ
พิจารณาดวู า Gradation ของวัสดุ Uniform หรือไม ในรูป 7 แสดง Gradation , P.I. และ L.L. ของวัสดทุ ี่เก็บ
มาจาก Stock Pile แนวตาง ๆ มคี ุณภาพไม Uniform

6.3 เม่อื ทดลองคณุ ภาพตาม ขอ 6.2 แลว ใหเ อาตวั อยา งทงั้ หมดรวมกนั เพื่อทาํ Compaction และ C.B.R.
ตอไป

36

AREA ท่มี ีคา C.B.R. ตาํ่

AREA ทม่ี ีคา C.B.R. สงู
ข้ันท่ี 1 ดนั วสั ดมุ าจากทิศตา งๆกัน เพอ่ื ผสมกันอยา งหยาบๆ และเปน รูป Stock pile ยาวประมาณ 30 –

40 เมตร สงู ประมาณ 3 – 5 เมตร

40 – 50 เมตร

ขัน้ ท่ี 2 เม่ือดันผสมกันอยา งหยาบๆ ครัง้ แรกแลว ทําการผสมข้ันตอ ไปโดยการยายกอง Stock Pile โดย
วิธดี ันจากจดุ ตา งๆ ของ Stock Pile เดมิ มารวมกันเปน Stock Pile ใหม ระยะระหวาง Stock Pile
เดมิ และ Stock Pileใหม หา งกันประมาณ 30 – 40 เมตร ท้ังนี้เพือ่ ใหว ัสดผุ สมกบั หนา ใบมดี
ระหวางการดนั
รปู ท่ี 5

37

1 23 4

6 ( แสดงแนวเกบ็ )
5

Plan ของ Stock Pile

1 64

Profile ของ Stock Pile

รปู ท่ี 6

แสดงการเกบ็ ตัวอยา งจาก Stock Pile ที่ Blend แลวจากแนวตา งๆ ภาพน้ีแสดงการเก็บทงั้ หมด
6 แนว

ใน Profile แสดงจดุ ทเ่ี ก็บสําหรบั แนวหนึ่งๆ จะตองเกบ็ ทงั้ หมด 3 จุด คือ จุดลา ง จดุ กลาง จดุ
บน ของ Stock Pile แลวนาํ มารวมกันเปน หน่ึงตวั อยาง

38

P.I. L.L.
แนวท่ี 1 10 30

แนวที่ 2 15 40

แนวที่ 3 3 20

แนวที่ 4 0 0

แนวที่ 5 6 22

แนวที่ 6 8 35

แสดงคณุ ภาพของ Gradation ,
P.I. , และ L.L. ของวัสดุทเ่ี กบ็
มาจาก Stock Pile ซง่ึ มคี ณุ ภาพ
ไม Uniform

รปู ที่ 7

39

7. การขนวัสดจุ าก Stock Pile
7.1 การขนวสั ดุจาก Stock Pile ไปลงบนถนน ถาวางระบบการขนใหด ีแลว จะเกิดการผสมวัสดุบนถนน

อีกคร้งั หนึ่งซงึ่ จะทาํ ใหว สั ดมุ คี ุณภาพ Uniform มากข้ึนและการทาํ แบบนจ้ี ะไมสน้ิ เปลืองคา ใชจ า ยเพ่มิ ขนึ้ เลย
7.2 ถา ไดว าง Stock Pile เปน รูปยาวๆ แลว การขนวัสดรุ ถคันแรกใหต ักจากหวั กอง พอรถคันตอ ไปให

เลื่อนจดุ ตักออกไปอกี และทําอยา งนี้ไปเรอื่ ยๆ จนกวา จะถึงหางกอง ดังแสดงไวในรูปที8่ ซงึ่ จะตักถงึ 10คนั
รถ จึงจะทว่ั กอง โดยทวั่ ไปแลว ระยะระหวา งรถคนั หน่งึ ๆทจ่ี ะลงบนถนนมักจะประมาณ 3 เมตร ถามี10 คนั
รถ ระยะระหวา งรถคันท่ีหนึ่งและคันท1่ี 0 จะหา งกนั 27 เมตร ซงึ่ เมื่อรถเกรดลมวัสดแุ ลว วสั ดจุ ากคนั ทห่ี นงึ่
มโี อกาสจะไปผสมถึงคันที่10 หรือกลา วอยางงา ยๆวา วสั ดุทงั้ 10 คนั รถน้ี จะผสมกนั อีกครัง้ หนงึ่ เนื่องจาก
การทํางานโดยปกตขิ องรถเกรดเทา กับวาเอาวสั ดุทั้ง Stock Pile มาผสมกนั อกี ครัง้ หน่ึงนน่ั เอง

7.3 ใหเ กบ็ วัสดบุ นถนนหลังจากรถเกรดผสมแลว ไปทดลองหา Gradation และ Atterberg limit แลว plot
ลงใน graph เพ่ือเปรยี บดู Uniformity ของวสั ดทุ เ่ี กบ็ มาจากถนน และทเี่ ก็บมาจาก Stock Pile จะเหน็ ไดว า
วัสดุท่เี ก็บมาจากถนนโดยวธิ กี ารทาํ ดงั กลา วมาแลว จะมคี ณุ ภาพ Uniform มาก ซง่ึ การ Uniform ของคุณภาพ
ของวสั ดุจะเปน ความสําเรจ็ สูงสดุ ของการควบคมุ คณุ ภาพของวัสดสุ รา งทาง

8. การศกึ ษา Gradation ของวสั ดุโดยการ Plot graph
เน่ืองจากในปจ จบุ นั นี้ การพิจารณา gradation ของวัสดุ ใชก ารดแู ตต ัวเลขเทา นนั้ ซ่งึ การพจิ ารณาดูแต

ตัวเลขอาจจะได gradation ทีไ่ มเหมาะสม ทงั้ ๆท่ี gradation น้นั ๆกย็ งั คงถกู ตอ งตามขอ กาํ หนด ดังแสดง
gradation 3 ตัวอยา งไวใ นรปู ท9ี่ พรอมกบั range ของ specs.

“Gap grade” Gradation อนั นี้ถงึ แมจ ะถกู ตองตาม specs. ก็ตาม แตถ า พจิ ารณาวสั ดชุ วงจากตะแกรงเบอร
10 ถงึ ตะแกรงเบอร1 00 จะเห็นวา ชว งนไี้ มคอยจะมวี สั ดุขนาดน้ีอยูถอื ไดวามี “Gap” อยู จึงเรยี กวา Gap grade

“Poor Grade” Gradation อันนี้กย็ ังคงอยูใน range ของ Specs. แตท วา มองดูจาก Curve แลว เสน Curve
จะหกั ไปหักมาไม smooth เทาท่คี วรแสดงวา เมลด็ กอนของวสั ดไุ มเ รียบจากใหญไ ปหาเล็กเทา ทคี่ วรจะเปน
จงึ เรียกวา Poor grade

“Well Grade” Gradation อนั นด้ี ูจาก Curve แลว จะเหน็ วา smooth ดีและแทบจะขนานกับ range ของ
specs. ซึง่ แสดงวา gradation อนั น้ี มพี วกเมล็ดกอนเรียงตัวจากใหญไปหาเล็ก ทาํ ใหเกดิ เปน Dense grade
และเมื่อบดอดั ทบั ใหแนนดแี ลว จะเพ่มิ Strength ของวสั ดขุ ้ึนสงู ได

40

Plan ของ Stockpile

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
รปู ที่ 8

แสดงการตกั วสั ดุจาก Stock Pile หมายเลขท่แี สดงไวค ือตาํ แหนง ทต่ี กั วัสดใุ สร ถ ตําแหนง ที่ตกั
วสั ดนุ ้ีจะไมอ ยูคงที่ แตจ ะยา ยไปเรื่อยๆ กลา วคอื เมอ่ื ตักวสั ดจุ ุดท1ี่ แลวยายไปเรือ่ ยๆ จนถงึ จดุ ท1่ี 0 เม่อื หมด
จดุ ท1ี่ 0 แลว กก็ ลับมาเริ่มจดุ ท่ี1 ตอไปใหม จุดหนงึ่ ๆ หมายถึงวสั ดทุ ี่บรรทุกรถคนั หนงึ่ ๆ

การทท่ี าํ เชนนคี้ อื การตักวสั ดุจากทว่ั กองไปลงบนถนน ซงึ่ จะเปนการผสมกนั ไปในตวั เมื่อรถ
เกรดเกลยี่ วสั ดลุ งบนพนื้ ถนน

จึงขอกลาวยํ้าอกี วา การทดี่ แู ตตวั เลขของ Gradation อยางเดยี วจะไมท ราบเลยวาวสั ดนุ น้ั ๆมี Grade ดี
หรอื ไม ถึงแมจะถูกตองตาม specs. ก็ตาม ควรทจี่ ะเขยี นกราฟและพจิ ารณาดูความ smooth ของเสนเพอ่ื
ตัดสนิ วา จะไดว สั ดุ Grade ดีหรอื ไม
9. สรุป

การควบคุมอยา งน้ีจะไดคณุ ภาพของวัสดทุ ีค่ อ นขาง Uniform มาก ถึงแมจ ะตองมกี ารแกไ ขประการใด
เพอ่ื ปรบั ปรงุ คณุ ภาพของวัสดุ เชน การผสมทรายกจ็ ะทาํ ไดสะดวกเพราะมกี ารแกไ ขทเ่ี หมอื นๆ กนั ตลอด
ชว งทใ่ี ชว ัสดุจากกองเดยี วกนั

การ Control ในสนามจะไมม ปี ญหาอะไรอกี เพราะทกุ อยา งกไ็ ดท าํ การควบคุมจากบอ วัสดุแลว และ
คุณภาพกร็ เู ปน ทแี่ นนอน การควบคมุ ขั้นสุดทา ยกใ็ หบดทบั ใหไดต ามที่ตอ งการเทา น้นั

Well grade แสดง Gradation ของวัสดุ 3 Grade
Spec grade C ซ่งึ ตางกอ็ ยูใน Spect ของ Grade C
แตความแตกตา งมีดังนี้
Poor grade
Gap grade Well Grade
Gap Grade
Poor Grade

รปู ที่ 9 41

42

บทท่ี 5
วธิ คี วบคมุ การกอสรา งดานวัสดุ

1. งานกอ สรา ง
1.1 งานวางทอ
ก) การเตรียมพน้ื ฐานรองรบั ทอ (Bedding) จะใชแ บบ Concrete Cradle หรอื Ordinary

Bedding แลว แตล กั ษณะของดนิ เดิม ถาดนิ เดิมเปนดินแขง็ ควรใช Ordinary Bedding โดยการใชว สั ดุที่
เหมาะสม เชน ทราย หรอื Soil Aggregate ที่มีคณุ ภาพตามท่ีระบใุ นแบบ(ถามี) ปรบั ระดับหนาประมาณ 20
ซม. บดทับใหไ ดความแนน ที9่ 5% ของการทดลองท่ี ทล. – ท. 107/2517 ถา หากดนิ เดิมเปน ดินออ นควรใช
Concrete Cradle Bedding

ข) เมอื่ ไดแตงพ้ืนฐานและวางทอ ลงไปตามที่กําหนดในแบบแลว ใหถ มดนิ เปนช้นั ๆ ชนั้ หน่งึ
ไมเ กิน 20 ซม. แตล ะชนั้ ใหบ ดทบั ดว ย Mechanical Tampers หรอื Vibratory Compactors จนไดค วามแนน
ตามท่ีระบไุ วใ นแบบและรายละเอียดควบคมุ การกอ สราง

การบดทบั ดนิ หลงั ทอ จะตอ งเขม งวดกวดขันมากที่สุด และถา เปนไปไดควรวางทอกอนข้ึนงาน
ดนิ เพราะหลงั จากบดทบั บรเิ วณทอ ตามทก่ี ลา วขางตน แลว ขณะทีเ่ ครือ่ งจกั รว่งิ ทาํ งานผา นกจ็ ะชว ยเพิม่ การ
บดทบั มากขึน้ แตถ า ทาํ งานดนิ จนเสรจ็ หรอื ลงวสั ดชุ ้นั อนื่ ๆไปแลว และมาขดุ วางทอ ภายหลงั การทาํ งานแบบ
นี้ มกั จะเปน การทํางานที่เรง รบี การบดทบั ทําไดไ มดีเทางานดนิ ถมใกลเคยี ง เนื่องจากเครอื่ งจกั รบดทับมี
ขนาดเล็กและชองวา งสาํ หรบั บดทับไมเ พยี งพอ การทํางานไมส ะดวกยง่ิ ทาํ Surface ปด เร็วจะทาํ ใหก ารทรดุ
ตวั ของดินหลังทอ เห็นไดช ัดเจนย่งิ ขนึ้ ดังทีจ่ ะสังเกตไดจ ากการทรดุ ตวั ของหลงั ทอ ท่วั ๆ ไปในขณะน้ี ซ่ึง
มักจะตอ งแกไ ขโดยการใช Pre – Mix ปรับระดับ ยกเวน งานกอ สรางทผ่ี านดนิ ออ น และชวงทมี่ ดี นิ ถมสงู
มากๆ ซ่ึงผอู อกแบบจะกาํ หนดวิธีวางทอ ไวเปน พิเศษ

1.2 งาน Subgrade
งานดินที่ทําถงึ ช้นั Finished Subgrade แลวและยังไมไดก อสรางชนั้ อ่นื ตอไป ซึ่งตองทิ้งไวผา น
หนา ฝนท่ีมยี วดยานวงิ่ ผา น ควรใชวัสดุ Soil Aggregate ทม่ี คี ุณสมบตั ิเหมาะสมทีจ่ ะใชใ นชน้ั ตอ ไปปดทับ
หนา ไวเพือ่ ปองกนั Subgrade เสียหาย เพราะถา ไมลง Soil Aggregate ปอ งกันไวและดนิ Subgrade ถูกทําลาย
เปน รอ งลอ และบวม เมอ่ื เรมิ่ งานกอ สรางใหมจะตองScarify แลว บดทบั และควรตรวจสอบความแนนใหมอ ีก
1.3 Transition Zones
จุดที่ Cut และ Fill ตดั กัน การกอสรา งบริเวณนจ้ี ะตองไดรับการกระทาํ เปนพิเศษ โดยการ Cut
บริเวณ Transition Zones ประมาณความลึก 30 ซม. และยาวประมาณ 10 ม.
ถาพนื้ ถนนชว ง Cut และดนิ เดิมมี Density ตํา่ กวาท่รี ะบไุ วจะตอ งทําการ Recompaction ใหม
หรือรือ้ ของเกาออก แลว เอาของที่ดีกวามาใสถ า ขณะจะบดทบั Natural Moisture Content ของดนิ สูงเกินไป

43

การทาํ งานของเครอื่ งจักรขนาดหนกั อาจจะทําใหเ กดิ รอ งลอ ซ่งึ เปนการทาํ ลาย Strength ของดนิ ดังนน้ั เพอื่
การบดทบั ใหไ ดผล จะตองตากดนิ ใหมีความชื้นพอดี เพ่อื ความสะดวกในการบดทบั

ในกรณที รี่ ะเบดิ หินตรงระดบั Finished Subgrade ระดบั อาจจะไมเ รียบ ควรแตงระดบั ดวย Soil
Aggregate ที่คุณภาพใชไ ดกอ นแลวจึงกอ สรา งตอไป

กรณีที่ตดั ถนนเลยี บไหลเขาท่พี ื้นถนนมที งั้ Half - Cut และ Half - Fill จะตองจดั การTransition
ดว ย โดยการทาํ Benching เพ่ือปองกันไมใหจ ดุ Cut และ Fill ตดั กนั เปนจุดทีอ่ อนแอทส่ี ดุ ของพ้ืนถนน

1.4 งานกอสรางอนื่ ๆ
ใหใ ชห ลกั การเดยี วกบั งานบรู ณะลาดยาง

2. งานบรู ณะลาดยาง
2.1 ขยายคนั ทางหรอื ไหลท าง
ในกรณีที่ตอ งขยายคันทาง หรอื ไหลทางออกไปดว ยการเสรมิ วสั ดใุ หม เพื่อปองกันการแตก

ของคันทางหรือพ้นื ทางตามแนวความยาวของถนน เนอื่ งจากการไถล (Slip) ออกของวสั ดุใหม
ถา ความแนนของการบดทบั ระหวา งวสั ดเุ กา และวสั ดเุ สริมใหมต างกนั มาก การทรดุ ตวั ของดนิ

คันทางภายหลงั ระหวา งวัสดทุ ั้งสองไมเทา กนั (Differential Settlement) ทําใหเ กดิ รอยแตกตามยาวขึน้ ไดต าม
แนวรว มระหวา งวสั ดุท้ังสอง การปองกันสาเหตุนที้ าํ ไดโ ดยการบดทบั วัสดเุ สรมิ ใหมใ หแ นนมากทสี่ ดุ เทา ท่ี
จะทาํ ไดแ ละการเสริมวัสดุเหนอื ขึ้นไป (เชนSelected Materials หรอื Subbase) ใหห นายิ่งขึ้นก็จะชว ยปอ งกนั
ไดบ า ง

2.2 การเสรมิ ความหนาของวัสดุ
ในกรณีทต่ี อ งเสรมิ ความหนาของชน้ั วัสดขุ ้ึน และความหนาท่ีจะเสรมิ ใหมน้ี นอยกวา 10 ซม.
จะตอ ง Scarify วสั ดุเกาข้ึนมาแลวใสว สั ดใุ หมล งไป ทาํ การผสมใหเขา กนั แลว บดทบั ความหนาหลงั การบด
ทบั จะตอ งไมต าํ่ กวา 10 ซม. และคณุ ภาพของวสั ดทุ ผ่ี สมกันใหมจ ะตองมคี ุณภาพถกู ตอ งตามที่ออกแบบไว
ในกรณีทคี่ วามหนาของวัสดุท่เี สริมใหมเ กิน 10 ซม. ใหล งเพิ่มโดยไมต อ ง Scarify ของเกา
2.3 Finished Subgrade
งานบรู ณะลาดยางทเี่ ปล่ียนระดบั Subgrade ใหม ถายกระดบั สงู ขน้ึ (fill) การควบคมุ คณุ ภาพ
ของดนิ Subgrade ใชค า ท่ีทดลองไดจ ากหอ งทดลอง โดยการควบคมุ Percent Compaction ใหไ ดตามท่ี
ออกแบบไว แตถ า ระดบั Subgrade ใหมจ ะตอ งตดั ลงไป (Cut) Subgrade เดมิ จะตองตรวจสอบดังนี้
ก. เก็บดนิ Subgrade เดมิ มาตรวจสอบคณุ ภาพ CBR. วาใชไ ดหรือไม
ข. ทดลอง Field Density ของดิน Subgrade เดิม
ค. ถา Subgrade เดมิ มคี า CBR. และ Field Density ถกู ตอ งตามท่อี อกแบบไว ใหด าํ เนินการ
กอ สรางช้ันตอ ไป

44

ง. ถา Subgrade เดิมมคี า Field Density หรือ CBR. ไมถ ูกตอ งตามที่ออกแบบไว จะตอ งทําการ
แกไ ขใหม โดยการเพมิ่ ความแนน หรือเปลย่ี นวัสดใุ หมแ ลวแตก รณี

การตรวจสอบควรทํากอ นทจี่ ะเรม่ิ งาน โดยศกึ ษาจากแบบวาตองตรวจสอบที่ใดบาง
2.4 Existing Materials
ถา จะใชว สั ดทุ ม่ี อี ยูเดิม (Existing Materials) เปนชนั้ Selected Materials หรอื ชั้น Subbase ก็ตาม
ใหทดสอบ
ก. ความหนาของชนั้ วสั ดุ
ข. คณุ ภาพของวสั ดุถูกตอ งตามแบบท่อี อกไวห รือไม
พิจารณาผลการทดลองจากขอ ก และ ข จัดการแกไขวสั ดใุ หม คี ุณภาพถูกตองและกอสรา งให
ถกู วธิ ตี อ ไป
2.5 คณุ ภาพของวสั ดุ Soil Aggregate
วัสดุ Soil Aggregate ทกุ ชนดิ จะตอ งผา นการตรวจสอบคุณภาพใหถ ูกตองกอนนาํ มาใชและ
จะตองมลี กั ษณะ Uniform สาํ หรับวัสดุกองหรือ Stock Pile หนึง่ ๆ
ถา หากจะมกี ารปรับปรงุ แกไ ขคณุ ภาพของวสั ดุ ตอ งจดั การปรับปรงุ แกไขกอนนาํ มาใช หรอื หา
วิธแี กไ ขไวก อ นนาํ วสั ดุมากองบนถนน มฉิ ะน้ันจะเปน เหตใุ หเ กดิ ขดั แยง ขึน้ ภายหลงั
2.6 การควบคุมการบดทบั
กอนทีจ่ ะลงวสั ดชุ ้นั ใดๆตอ ไป วสั ดุทล่ี งไวช้นั แรกจะตอ งผานการตรวจสอบความหนาแนน
ของการบดทบั กอ น และผลการทดลองตองถูกตองตามท่กี าํ หนดไว หลังการทดสอบแลวใหกลบหลมุ และ
บดทบั ใหไ ดความหนาแนน เหมอื นเดิม
ถา ผลการทดลอง Field Density บางจุดใชไ ด แตบางจดุ ใชไมไดห รือผลการทดลองแตกตางกนั
มาก ท้ังท่ีเปน ชว งทีก่ อ สรางแปลงเดียวกนั และใชว ัสดแุ หลง เดยี วกนั ใหห าสาเหตวุ า ทาํ ไมเปน เชน นนั้ เพราะ
ถา ออกผลทดลองให Recompaction เพยี งชว งที่ผลทดลองใชไมได เปนการตดั สินใจทไี่ มถกู ตอง
การกอ สรา งทถ่ี ูกตอ ง และมปี ระสิทธิภาพผลทดลอง Field Density ควรออกมามคี าใกลเคียงกนั
ทง้ั แปลงทท่ี าํ งานครง้ั หนึ่งๆ คือถา ใชไดกค็ วรจะไดท ั้งแปลง ตกก็ควรตกท้งั แปลง การท่ผี ลทดลอง Field
Density ในแปลงหน่งึ ๆ บางจุดตก บางจดุ ได อาจเกิดจากสาเหตตุ างๆ เชน
ก. การทดลองคลาดเคล่ือน เพือ่ ใหแ นใจควรทดลอง Field Density ซ้ําอีกใกลๆ บรเิ วณเดมิ และ
เกบ็ ตัวอยางมาทดลอง เพือ่ เปรยี บเทยี บกับผลทดลองที่ใชควบคุมอยู
ข. การผสมระหวา งวสั ดกุ ับนาํ้ ไมด พี อ ความชืน้ ไมส มํา่ เสมอ อาจดไู ดจ ากผลทดลอง Moisture
Content
ค. วัสดมุ คี ณุ ภาพเปล่ยี นไป เชน เกดิ Segregation ควบคุมการผลติ การดัน การขนวสั ดุ Stock
piling ฯลฯ ไมดีพอหรอื ไมถกู ตอง


Click to View FlipBook Version