The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-05-17 01:32:15

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

Keywords: คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

195

3.8 การตรวจสอบและการรายงานผล
การตรวจสอบและการรายงานผล ประกอบดวยการตรวจสอบวัสดจุ าก Stock Pile และการ

ตรวจสอบวัสดใุ นสนาม ดังรายละเอียดตอ ไปนี้
3.8.1 การตรวจสอบวัสดจุ าก Stock Pile เปน การตรวจสอบทั่วไป เมื่อมีวสั ดุลอ็ ตใหมเ ขา มา

หรอื วัสดุท่ใี ชอ ยูมลี ักษณะเปลีย่ นแปลงไปจากเดมิ แตถ า วสั ดุมีคณุ ภาพดี มคี วามสม่ําเสมออาจลด
ความถ่ีของการตรวจสอบลงได ซึง่ มรี ายการตรวจสอบดงั ตอไปน้ี

- การตรวจสอบขนาดคละและหาคาดรรชนีความแบน ตามตวั อยางแบบฟอรม ท่ี 3–1
- การหาคา Median Size ตามตวั อยางแบบฟอรม ที่ 3 – 2
- การหาคา A.L.D. ตามตวั อยางแบบฟอรม ที่ 3 – 3
- คํานวณ อัตราของหิน และอัตราของยางท่ีใช ตามตวั อยา งแบบฟอรม ที่ 3–1
- การหานา้ํ หนกั หินหลวมและการหาปรมิ าณวสั ดหุ นิ ตามตัวอยา งแบบฟอรมท่ี 3 - 4
3.8.2 การตรวจสอบวัสดุในสนาม เปนการตรวจสอบประจาํ วนั ทมี่ กี ารกอสรา งผิวทาง
ประกอบดว ยการตรวจสอบดงั ตอไปน้ี
- การหานาํ้ หนกั หินหลวมและการหาปรมิ าณวัสดหุ นิ ตามตวั อยางแบบฟอรม ท่ี 3 – 4
- การตรวจสอบอัตราเฉลยี่ ของการใชวัสดลุ าดผวิ ทางแบบ Double Surface Treatment
ตามตัวอยา ง แบบฟอรม ท่ี 3 – 5
- บนั ทึกการใชว สั ดทุ ําผิวทางแบบ Surface Treatment ตามตวั อยางแบบฟอรม
ที่ 3 – 6
- อัตราวสั ดทุ ี่ใชล าดยางผวิ ทางในสนามตามตัวอยาง แบบฟอรม ที่ 3 – 7

196

ตัวอยา งแบบฟอรมท่ี 3 - 1

สาํ นักวเิ คราะหและตรวจสอบ

กรมทางหลวง

อนั ดับการทดลองท่ี…………………………………………………………………….....................

ทาํ ผวิ ทางสาย......................................................................................................................................

แหลงหิน.........................................................................ชนิดของหิน.................................................

วนั ทร่ี ับหนังสือ..........................................................วันที่รบั ตัวอยา ง................................................

วันทท่ี ดลอง...............................................................เจา หนาทีท่ ดลอง...............................................

SIEVE ANALYSIS AND SURFACE TREATMENT DESIGN

Sieve Gradation Passing Sieve Flakiness Index F.I %
Size Wt. retained t. passing % Wt. retained Wt. passing
Sq. opening Slotted Sieve
gm. gm.

1 1/2"
1" 1 1/2"-1"

3/4" 1"-3/4"

1/2" 3/4"-1/2"

3/8" 1/2"-3/8"

No. 4 3/8"-No.4

No. 8 Total

No. 16

Pan.

อตั ราของหินท่ีใช กก./ตร.เมตร

Flakiness Index % = ( 1 – 0.4 V ) HE กก./ตร.เมตร
Median Size M
A.L.D. H mm = ”
Void fraction V
Bulk Sp.Gr. G mm อัตราของยางทีใ่ ช ลิตร/ตร.เมตร
Traffic Factor T
Wasted factor E = 0.4 HTV + S + A x Tp ลติ ร/ตร.เมตร
R ”
=

AC. RC.-3000 RC.800 RC.-250 RC.-5 RC.-4. RC.-3 RC.-2 RS.-2K RS.-3K
(60 – 70)

R 1.00 0.87 0.84 0.79 0.87 0.85 0.82 0.78 0.63 0.69
Tp 1.10 1.08 1.06 1.04 1.08 1.07 1.06 1.04 1.02 1.025

A = Aggregate Absorption = 0 สําหรบั หนิ ท่ใี ชในสนามทั่ว ๆ ไป

197

ตัวอยางแบบฟอรมที่ 3 - 2
สํานักวเิ คราะหและตรวจสอบ

198

ตัวอยา งแบบฟอรม ท่ี 3 - 3

สํานักวิเคราะหและตรวจสอบ

199

ตวั อยางแบบฟอรมที่ 3 - 4

สํานักวเิ คราะหและตรวจสอบ

อันดบั ทดลองที่.......................................................................

ทางสาย................................................................................... ชนดิ ของหนิ ..........................................................

แหลง หนิ ................................................................................ วันทีท่ ดลอง..........................................................

วนั ท่รี ับตัวอยา ง...................................................................... เจา หนา ที่ทดลอง..................................................

การหานํ้าหนักหินหลวมและการหาปริมาณวัสดุหิน

การหานํ้าหนักหินหลวม

Mold No………………………….นน. .....................................กรมั ปริมาตร.............................................ซม.3

นน. หนิ โรยครั้งที่ 1 ...........................................................................กรัม

นน. หนิ โรยคร้งั ท่ี 2 ...........................................................................กรมั

นน. หนิ โรยคร้งั ที่ 3 ...........................................................................กรมั

นน. หินเฉลย่ี ............................................................................กรัม

นน. หินหลวม = นน . หนิ เฉลยี่ =

ปริมาตร

............................................................................กรัม / ซม.3

............................................................................ตัน / ซม3

การหาปริมาณวัสดุหนิ

ถาดขนาด ............................................................................ซม.2

นน. หินโรยครงั้ ท่ี 1 ...........................................................................กรมั

นน. หนิ โรยครัง้ ท่ี 2 ...........................................................................กรัม

นน. หนิ โรยครงั้ ท่ี 3 ...........................................................................กรมั

นน. หินเฉลี่ย ............................................................................กรัม

ปรมิ าณวัสดหุ ิน = นน . หินเฉล่ีย =

พท.ถาด

............................................................................กรัม / ซม.2

............................................................................ตัน / ม2

กาํ หนดอัตราการใชว สั ดุ

วัสดแุ อสฟล ตชนดิ ............................................................................................

อัตราการใชวสั ดุแอสฟล ต. ...............................................................................ลติ ร / ม. 2

อัตราการใชวัสดุหินขนาด................................................................................กก. / ม. 2

อัตราการใช Additive Agent ชนิด...........................................................

ปรมิ าณ..............................................% โดย นน. วสั ดแุ อสฟลต

คา T. ( Traffic Factor) ใช ................................................................

200

ตวั อยา งแบบฟอรมท่ี 3 - 5

สาํ นกั วิเคราะหและตรวจสอบ บนั ทกึ ป.............

กรมทางหลวง

การตรวจสอบอัตราเฉล่ยี ของการใชว สั ดุลาดผิวทางแบบ Double Surface Treatment

การลาดยางช้ันที่..............

โครงการบูรณะและกอสรางทางสาย …………………………………………………………….

ชนดิ ของยางที่ใช. ...................................................ชนิดของหินทีใ่ ช.............................................

หนิ จาก Stock Pile กม....................................................................................................................

การตรวจสอบคุณภาพของหิน อันดบั การทดลองที่........................................... ............................

วนั ท่.ี .........................................................ชางควบคุม....................................................................

รถลาดยางยหี่ อ ............................................ ..................................................................................

อุณหภมู ิขณะท่ีทาํ การลาดยาง............................................................

Pump Shaft Speed……………………………………………รอบ/นาที

Spray Bar Discharge Pressure………………………………..ลติ ร/นาที
Speed ของรถลาดยาง...............................................................เมตร/นาที

หาอตั ราลาดยางเฉล่ีย

………..เต็มถนน ...............คร่ึงดา นซาย ...............คร่งึ ดา นขวา

จาก กม. .....................................ถึง กม. ..................................รวมยาว......................................เมตร

ความกวางของถนนท่ลี าดยาง...............เมตร พ้ืนท่ีของถนนที่ลาดยาง...............................ตร.เมตร

ปริมาณของยางกอ นลาด.......................ลติ ร ปรมิ าณของยางหลงั ลาด....................................ลติ ร

จาํ นวนยางทใี่ ช........................ลิตร

อัตราลาดยางเฉล่ีย = จํานวนยางทีใ่ ช (ลิตร) ลิตร/ตร.เมตร

พื้นทข่ี องถนนท่ีลาดยาง (ตร.เมตร)

=”

หาอัตราลงหินเฉลีย่

จาํ นวนรถบรรทกุ ทั้งหมด......................คัน ปรมิ าตรหนิ ตอคนั ......................................ลบ.เมตร

รวมปรมิ าณหินท่ีใช.........................ลบ.เมตร นํ้าหนักของหินหลวม...........................กก./ลบ.เมตร

รวมนํ้าหนักของหนิ ที่ใช = รวมปริมาตรหินทใี่ ช x น้าํ หนักหนิ หลวม กก.

=”

อัตราลงหินเฉลี่ย = รวมนาํ้ หนักของหินทีใ่ ช (กก.) กก./ลบ.เมตร

พน้ื ท่ีของถนนท่ีลาดยาง (ตร.เมตร) ”
=

อตั ราลาดยางกําหนด...................................................................................ลติ ร/ตร.เมตร

อตั ราลงหินกําหนด..................................................................................... กก./ตร.เมตร

สํานักวิเคราะหแ ละตรวจสอบ
กรมทางหลวง

โครงการสาย.........................................................................................
บนั ทกึ การใชวัสดุทําผวิ ทางแบบ Surface Treatment

ชว งระยะทาง ดาน ขนาด ขนาดของวสั ดุหิน Median FI. ALD. อตั รา อัตรา ชนดิ บนั ทกึ
กม. –กม. วสั ดทุ ่ี ปรมิ าณรอยละท่ีผา นตะแกรงโดยนา้ํ หนัก Size (%) (มม.) หนิ ที่ใช ยางที่ใช ของ ป........
(มม.) กก./ม.๒ ลติ ร/ม.๒ ยางที่ใช
ใชเรยี ก 1” ¾” ½” 3/8” #4 #8 #16 ตัวอยา งแบบฟอรม ท่ี 3 - 6

201

อตั ราวสั ดุท่ใี ชล าดยางผวิ ทางในสนาม 202

โครงการ ฯ ................................................................ ตวั อยา งแบบฟอรม ท่ี 3 - 7

ชว งระยะทาง ช้นั แรก ช้นั ทส่ี อง รวมสองช้ัน ชนิดของ
กม. –กม. ยางทีใ่ ช
หนิ ยาง หนิ ยาง หนิ ยาง วันทาํ งาน หมายเหตุ
กก./ตร.ม. ลติ ร/ตร.ม. กก./ตร.ม. ลิตร/ตร.ม. กก./ตร.ม. ลติ ร/ตร.ม.

203

บทที่ 4
งานแอสฟล ตคอนกรีต (Asphalt Concrete)

หมายถึง การกอสรางช้ันพื้นทาง ปรับระดับ รองผิวทาง ผิวทางหรือไหลทางดวยวัสดุผสม
ที่ไดจากการผสมรอนระหวางมวลรวมกับแอสฟลตซีเมนต โดยการปูหรือเกลี่ยแตงและบดทับบน
ชน้ั ทางใดๆ ท่ไี ดเตรียมไวแ ลว ใหไ ดแนวและรปู รา งตามท่แี สดงไวใ นแบบ

4.1 วสั ดุ
วัสดทุ ีจ่ ะนาํ มาใชทําแอสฟล ตคอนกรีตประกอบดว ย มวลรวม และแอสฟลตซีเมนต
4.1.1 มวลรวม ประกอบดว ยมวลหยาบ (Coarse Aggregate) และมวลละเอียด (Fine

Aggregate) อาจเพ่มิ วัสดผุ สมแทรก (Mineral Filler) ดวยกไ็ ด
ขนาดคละ (Gradation) ของมวลรวมใหเ ปน ไปตามตารางท่ี 4 - 1
ก. มวลหยาบ หมายถงึ สวนท่คี า งตะแกรงขนาด 4.75 มิลลิเมตร (เบอร 4) ตอ งเปน

วสั ดทุ ่ีกรมทางหลวงอนุมตั ใิ หใ ชได มคี วามแขง็ และคงทน (Hard and Durable) สะอาด ปราศจาก
วสั ดไุ มพ ึงประสงคใ ดๆ ที่ทาํ ใหแอสฟล ตค อนกรตี มคี ุณภาพดอ ยลง ในกรณีทไ่ี มไ ดร ะบไุ วเ ปน อยา ง
อ่ืน มวลหยาบตอ งมีคณุ สมบตั ดิ งั ตอ ไปน้ี

- คา ความสกึ หรอ (Los Angeles Abrasion) ตอ งไมเ กนิ รอ ยละ 40
- คา ความคงทน (Soundness) ตอ งไมเกนิ รอยละ 9
- คา Coating and Stripping ตองไมนอยกวา รอ ยละ 95

รปู ที่ 1 มวลรวมขนาดตางๆ

ข. มวลละเอียด หมายถึงสวนที่ผานตะแกรงขนาด 4.75 มิลลิเมตร (เบอร 4) ท่ี
สะอาด ปราศจากสิ่งสกปรกหรือวัสดุอันไมพึงประสงคใดๆ ปะปนอยูซึ่งอาจทําใหแอสฟลต
คอนกรีตมีคุณภาพดอยลง ในกรณีที่ไมไดระบุไวเปนอยางอ่ืน มวลละเอียดตองมีคุณสมบัติ
ดังตอ ไปน้ี

- คา Sand Equivalent ตอ งไมน อ ยกวารอ ยละ 50
- คาความคงทน (Soundness) ตองไมเ กนิ รอยละ 9

204

ค. วสั ดผุ สมแทรก ใชผสมเพิ่มในกรณีเมอ่ื สวนละเอยี ดในมวลรวมมีไมพอ หรอื
ใชปรบั ปรงุ คุณภาพของแอสฟลตค อนกรีต ตอ งเปน วัสดุท่กี รมทางหลวงอนุมตั ิใหใ ชได แหง ไม
จับกนั เปน กอน มขี นาดคละตามตารางท่ี 4 - 2

ตารางที่ 4 - 1 ขนาดคละของมวลรวมและปรมิ าณแอสฟล ตซ เี มนตทีใ่ ช

ขนาดที่ใชเรียก มิลลเิ มตร 9.5 12.5 19.0 25.0
สําหรับชั้นทาง (นิ้ว)
(3/8) (1/2) (3/4) (1)

Wearing Wearing Binder Base

Course Course Course Course

ความหนา มลิ ลิเมตร 25 – 35 40 - 70 40 - 80 70 - 100

ขนาดตะแกรง มิลลเิ มตร (นิ้ว) ปริมาณผานตะแกรง รอยละโดยมวล

37.5 (1 1/2) 100

25.0 (1) 100 90 - 100

19.0 (3/4) 100 90 - 100 -

12.5 (1/2) 100 80 - 100 - 56 - 80

9.5 (3/8) 90 – 100 - 56 - 80 -

4.75 (เบอร 4) 55 – 85 44 - 74 35 - 65 29 - 59

2.36 (เบอร 8) 32 – 67 28 - 58 23 - 49 19 - 45

1.18 (เบอร 16) ----

0.600 (เบอร 30) ----

0.300 (เบอร 50) 7 – 23 5 - 21 5 - 19 5 - 17

0.150 (เบอร 100) ----

0.075 (เบอร 200) 2 – 10 2 - 10 2 - 8 1-7

ปริมาณแอสฟล ต รอ ยละโดยมวลของมวลรวม 4.0 - 8.0 3.0 - 7.0 3.0 - 6.5 3.0 - 6.0

ตารางท่ี 4 - 2 ขนาดคละของวัสดุผสมแทรก

ขนาดตะแกรงมลิ ลเิ มตร ปรมิ าณผา นตะแกรงรอ ยละโดยมวล
0.600 (เบอร 30) 100
0.300 (เบอร 50)
0.075 (เบอร 200) 75- 100
55- 100

205

ในกรณีท่ีกรมทางหลวงเห็นวาวัสดุท่ีมีขนาดคละแตกตางไปจากตารางที่ 2 แตเมื่อนํามาใช
เปนวัสดุผสมแทรกแลว จะทําใหแอสฟลตคอนกรีตที่มีคุณภาพดีขึ้น ก็อาจอนุมัติใหใชวัสดุน้ันเปน
วัสดผุ สมแทรกได

4.1.2 แอสฟลต ในกรณที ่ไี มไ ดระบุชนิดของแอสฟล ตไวเ ปน อยางอน่ื ใหใชแ อสฟล ต
ซเี มนต AC 60 – 70 ตาม มอก. 851/2532

4.2 การใชง าน
แอสฟล ตคอนกรีต ใชในงานกอสรา งและงานบรู ณะกอสรา งทางดังตอ ไปนี้
4.2.1 งานซอ มผิวทาง (Patching) เพอ่ื ซอ มผวิ ถนนทางเดิมกอนการกอ สรางผวิ ทางใหมท ับ
4.2.2 งานปรับระดบั (Leveling) เพอื่ ปรับผวิ ถนนเดมิ ใหไ ดระดับตามทีต่ อ งการ
4.2.3 งานชัน้ พนื้ ทาง (Base Course) โดยปูแอสฟลตคอนกรีตบนชั้นรองพ้ืนทาง (Subbase)

หรอื ช้นั อนื่ ใดท่ีไดเ ตรียมไวเรียบรอยแลว
4.2.4 งานช้ันรองผิวทาง (Binder Course) โดยปูแอสฟลตคอนกรีตบนช้ันพ้ืนทางท่ีได

เตรียมไวเ รยี บรอ ยแลวหรือปูบนผวิ ทางเดิมท่ีจะบูรณะกอ สรางใหม
4.2.5 งานชั้นผิวทาง (Wearing Course) โดยปูแอสฟลตค อนกรตี บนชน้ั รองผิวทาง ชัน้ พ้ืน

ทางหรอื ชั้นอนื่ ใดท่ีไดเ ตรยี มไวเรยี บรอยแลว
4.2.6 งานไหลท าง (Shoulder) ที่มผี ิวไหลทางเปนแอสฟล ตค อนกรตี โดยปแู อสฟล ต

คอนกรตี บนไหลท างหรอื ช้นั อื่นใดทไี่ ดเตรยี มไวเ รยี บรอ ยแลว

4.3 เครอ่ื งจกั รและเครื่องมอื ทีใ่ ชในการกอสราง
เคร่ืองจักรและเครื่องมือทุกชนิดท่ีจะนํามาใชงาน จะตองมีสภาพใชงานไดดี โดยจะตอง

ผานการตรวจสอบและหรือตรวจปรับและนายชางผูควบคุมงานอนุญาตใหใชได ในระหวางการ
กอ สรา งผูรบั จา งจะตองบาํ รุงรักษาเครื่องจกั รและเครอื่ งมือทกุ ชนดิ ใหอ ยใู นสภาพดอี ยเู สมอ

4.3.1 โรงงานผสมแอสฟล ตค อนกรีต ( Asphalt Concrete Mixing Plant ) ผรู บั จางตองมี
โรงงานผสมแอสฟลตคอนกรีตทีม่ รี ายละเอยี ดดงั น้ี

- มกี ําลงั ผลติ (Rated Capacity) ขนาด 60 – 80 ตันตอชว่ั โมง จาํ นวน 1 เคร่อื ง หรือ
ขนาด 40 – 60 ตันตอ ชั่วโมง จํานวน 2 เคร่ือง

- ตั้งอยูในสายทางท่กี อสรา งหากจาํ เปนอาจตงั้ อยนู อกสายทางภายในระยะขนสงเฉลย่ี
80 กโิ ลเมตร หรอื ตามท่กี รมทางหลวงเหน็ ชอบ

- จะเปนแบบชดุ (Batch Type) หรอื แบบผสมตอเนื่อง (Continuous Type) กไ็ ด แต
ตองสามารถผลิตสวนผสมแอสฟล ตคอนกรตี เพอ่ื ปอ นเครอ่ื งปู (Paver)ใหส ามารถปูไดอ ยา งตอ เนื่อง
และเปน สว นผสมที่มีคุณภาพสม่ําเสมอตรงตามสูตรสว นผสมเฉพาะงานโดยมีอณุ หภูมถิ กู ตอ งตาม
ขอ กําหนดดวย

206

รปู ท่ี 2 โรงงานผสมแอสฟล ตคอนกรตี แบบชุดและแบบผสมตอเนื่อง
โรงงานผสมจะตองมีสภาพใชงานไดดีและอยางนอยตองมีเครื่องมืออุปกรณตางๆ
ดังตอไปนี้
ก. อปุ กรณส ําหรบั การเตรยี มแอสฟลตซเี มนต

- มีถังเก็บแอสฟล ต พรอมอปุ กรณใ หความรอ นประเภททไ่ี มมีเปลวไฟสัมผัสกับถัง
โดยตรง

- มรี ะบบทาํ ใหแ อสฟล ตไหลเวียนพรอมกบั อปุ กรณใ หห รอื รกั ษาความรอ น เพื่อ
รักษาอณุ หภูมขิ องแอสฟลตซ เี มนตทีอ่ ยใู นระบบไหลเวยี นใหมีอุณหภมู ติ ามทกี่ าํ หนด

ข. ยงุ หินเย็น (Cold Bin)
- ตอ งมยี ุงหนิ เยน็ ไมน อยกวา 4 ยุง สาํ หรบั แยกใสว สั ดุแตล ะขนาด
- ชอ งเปด ปากยงุ เปนแบบปรบั ได
- มีเคร่ืองปอนหนิ เย็น แบบทเ่ี หมาะสมสามารถปอ นหินเยน็ ไปยังหมอเผา (Dryer) ได

อยางสม่ําเสมอและถูกตอ งตามอตั ราสว นท่ตี อ งการ
- เคร่ืองปอ นหนิ เยน็ สําหรับยงุ มวลละเอยี ดตองเปนแบบสายพานยางตอ เน่อื งหรือ

สายพานอน่ื ใดท่ีใหผลเทยี บเทา
ค. หมอเผา (Dryer)
- มีประสทิ ธภิ าพดี สามารถทาํ ใหม วลรวมแหงและมอี ณุ หภูมิตามท่กี าํ หนด
- มเี ครอ่ื งวัดอณุ หภมู ทิ ่เี หมาะสม เชน ที่อา นอุณหภมู ไิ ดล ะเอยี ดถงึ 2.5 องศาเซลเซียส

ตดิ ตง้ั อยูที่ปากทางท่ีมวลรวมเคลือ่ นตัวออก
- มเี ครือ่ งบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมทว่ี ดั ไดโ ดยอตั โนมตั ิ

รูปท่ี 3 ยุงหนิ เยน็ และเคร่ืองปอนหิน

207

รปู ท่ี 4 หมอเผาและหวั เผา

รปู ที่ 5 ชุดตะแกรงรอ น

ง. ชดุ ตะแกรงรอน (Screening Unit) ประกอบดวย
- ตะแกรงคดั สาํ หรบั คดั มวลรวมกอ นโตเกนิ ขนาดที่กาํ หนด (Oversize) ออกท้งิ
- ชดุ ตะแกรงรอน เพ่ือแยกมวลรวมทผี่ า นมาจากหมอ เผาใหเ ปนขนาดตา งๆ ท่ตี องการ
- ตะแกรงทกุ ขนาดตอ งอยใู นสภาพดีเหลก็ ตะแกรงไมขาดหรือสกึ หรอมากเกนิ ไปอนั

จะทาํ ใหม วลรวมทรี่ อนออกมาผิดขนาดไปจากทต่ี อ งการ
จ. ยงุ หินรอ น (Hot Bin)
- ตอ งมียุง หนิ รอ นไมน อยกวา 4 ยุง โดยไมน ับรวมยงุ วสั ดุผสมแทรก
- ยงุ มีผนังแขง็ แรงไมมีรอยรว่ั และมคี วามสงู พอทจี่ ะไมใ หม วลรวมไหลขา มยุงปนกนั
- มีความจมุ ากพอท่ีจะปอ นมวลรวมรอนใหก บั หอ งผสม (Pug Mill Mixer) ไดอยา ง

สม่าํ เสมอเมอ่ื โรงงานผสมทําการผสมเตม็ กําลังผลิต
- ในแตละยุงตองมที อสาํ หรบั ใหมวลรวมไหลออกไปขา งนอก เพือ่ ปอ งกนั ไมใหไ ป

ผสมกับมวลรวมท่ีอยูในยุงอนื่ ๆ ในกรณีทมี่ ีมวลรวมในยงุ นั้นๆ มากเกนิ ไป
- ในกรณที ่จี าํ เปน ตองใชวัสดผุ สมแทรก ตอ งมยี งุ เกบ็ วัสดผุ สมแทรกตา งหาก พรอม

กบั มีเครื่องชงั่ หรือเครือ่ งปอ นวัสดุผสมแทรกซึง่ สามารถควบคุมปรมิ าณวัสดุเขาสหู อ งผสมอยา ง
ถกู ตองและสามารถสอบเทยี บ (Calibrate) ได

รปู ที่ 6 ยุงหนิ รอ น

208

รูปที่ 7 เครอ่ื งดกั ฝนุ
ฉ. เครอ่ื งดักฝุน (Dust Collector) ประกอบดวย

- เครือ่ งดักฝนุ ชดุ ปฐมภมู ิ (Primary) เปน แบบแหง (Dry Type) ที่มีประสทิ ธิภาพดี
และเหมาะสม สาํ หรบั เกบ็ วสั ดุสว นละเอยี ดหรือฝนุ กลบั ไปใชไดอ ยา งสมาํ่ เสมอหรอื นาํ ไปทง้ิ ได
ท้งั หมดหรือบางสว น

- เครือ่ งดกั ฝุนชดุ ทุติยภูมิ (Secondary) ทีส่ ามารถควบคมุ ไมใ หมฝี นุ เหลอื ออกไปสู
อากาศภายนอกมากจนทําใหเ กิดมลภาวะตอ ส่ิงแวดลอ ม

ช. เคร่อื งวัดอุณหภูมิ (Thermometric Equipment) ประกอบดว ย
- เทอรโ มมเิ ตอรแ บบแทง แกว หุม ดว ยปลอกโลหะหรือแบบอ่นื ๆ ท่วี ัดอุณหภูมิได

ระหวาง 90 – 250 องศาเซลเซียส ติดตงั้ ไวท ท่ี อสง แอสฟล ต ณ ตําแหนง ทเี่ หมาะสมใกลท างออก
ของแอสฟลตท ่ีหอ งผสม

รูปที่ 8 เครอ่ื งวัดอุณหภูมิแบบตางๆ
- เทอรโมมเิ ตอรแบบใชป รอทชนดิ มีหนา ปท ม เครอื่ งวดั อุณหภูมแิ บบแปรความรอ น
เปน คาไฟฟา หรอื แบบอนื่ ๆ ติดตั้งทปี่ ลายทางออกของมวลรวมเพอื่ ใชว ัดอณุ หภมู ขิ องมวลรวม
รอนท่ีออกจากหมอ เผา
- เครือ่ งวัดอุณหภูมิชนดิ ใดๆ ที่ใชตอ งมคี วามสามารถแสดงอุณหภูมไิ ดอยา งถกู ตอ ง
เมือ่ มีอตั ราการเปล่ียนแปลงอณุ หภูมเิ รว็ กวา 5 องศาเซลเซียสตอ นาที
ซ. ชุดอปุ กรณค วบคมุ ปรมิ าณแอสฟล ตซ ีเมนต ตองสามารถควบคุมปริมาณแอสฟลต
ซีเมนตทใ่ี ช ใหอ ยูใ นชวงทก่ี าํ หนดไวใ นสตู รสว นผสมเฉพาะงาน
- กรณีใชว ธิ ีช่ังมวล เคร่ืองชง่ั ทีใ่ ชต อ งมีความละเอยี ดไมน อ ยกวา รอยละ 2 ของมวล
แอสฟล ตซ เี มนตทต่ี องการใชผสม

209

- กรณีท่ใี ชว ิธีวดั ปริมาตร มาตรท่ใี ชวัดอัตราการไหลของแอสฟล ตซเี มนตทป่ี ลอยเขา
สูหองผสมจะตอ งเท่ยี งตรง โดยยอมใหค ลาดเคล่อื นจากปรมิ าณแอสฟลตซ เี มนตท ีต่ อ งการใชเ มื่อ
เทียบเปนมวลไมเ กนิ รอ ยละ 2

ขอ กาํ หนดพิเศษสาํ หรับโรงงานผสมแบบชุด (Batch Type)
(1) ถังชง่ั มวลรวม (Weight Box or Hopper)
- ตองมีอุปกรณส าํ หรบั ชงั่ มวลรวมท่ปี ลอยออกมาแตละยุงไดอ ยา งละเอยี ดถูกตอง
- ตองมขี นาดใหญพ อที่จะบรรจุมวลรวมไดเ ต็มชุด (Batch) โดยมวลรวมไมล น ถงั
- ประตูยุง หินรอ นและถงั ชัง่ มวลรวมตอ งแขง็ แรงและไมร ั่ว
- กรณใี ชเ คร่อื งช่ังแบบ Load Cell ถงั ชงั่ มวลรวมตองติดต้ังประกอบกบั ชดุ เครือ่ ง

ชง่ั ในลกั ษณะสมดุลเพ่ือไมใ หเ กดิ ความคลาดเคลอ่ื นขณะชัง่
- กรณใี ชเ ครื่องชงั่ แบบคาน ถังชัง่ มวลรวมจะตอ งวางบนฟล ครัม (Fulcrum) ซ่ึงวาง

อยบู นขอบใบมีด (Knife Edge) อยางแนน หนาอกี ทหี นึง่ ขณะทาํ งาน ฟล ครมั และขอบใบมดี ตอ งไม
เคลื่อนตวั ออกจากแนวเดมิ

รูปท่ี 9 ถังช่งั มวลรวมและถงั ช่งั แอสฟล ตซ เี มนต
(2) หอ งผสม (Pug Mill Mixer)

- ตองเปน ชนดิ เพลาผสมคู สามารถผลิตแอสฟล ตคอนกรตี ไดส ม่าํ เสมอ
- ประตปู ลอยสวนผสมขณะปด จะตอ งปด สนทิ ไมม วี ัสดรุ ัว่ ไหล
- มเี ครื่องต้งั และควบคุมเวลาการผสมแบบอตั โนมตั ิ ทําหนาท่คี วบคมุ ไมใหประตู
หองผสมเปด จนกวาจะไดเ วลาตามทีก่ ําหนดไว
- ภายในหองผสมประกอบดวยใบพาย (Paddle Tip) ท่ีจัดเรียงอยางเหมาะสมและมี
จํานวนเพียงพอที่จะผสมสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตไดถูกตองและสม่ําเสมอ ระยะหางระหวาง
ปลายใบพายและผนงั หอ งผสมจะตอ งนอยกวาครงึ่ หน่งึ ของขนาดมวลรวมกอนโตสดุ

รูปที่ 10 หอ งผสม

210

(3) เคร่อื งชง่ั (Plant Scale)
- มีความละเอยี ดไมน อยกวา รอยละ 0.5 ของมวลรวมสูงสุดทตี่ องการชง่ั
- หนา ปท มเ ครอื่ งชั่งตอ งอยใู นตําแหนงที่พนักงานควบคมุ เครอ่ื งมองเห็นไดช ัดเจน
- สามารถแสดงมวลของมวลรวมแตล ะยงุ
- มตี มุ น้ําหนักมาตรฐาน หนกั ตมุ ละ 25 กิโลกรมั ไมนอ ยกวา 10 ตุม หรอื มจี ํานวน

เพยี งพอทจ่ี ะใชต รวจสอบความถกู ตองของเคร่อื งช่ัง

รปู ที่ 11 เครือ่ งชง่ั
(4) การควบคมุ ปรมิ าณมวลรวมและแอสฟล ตซ ีเมนตทใ่ี ชผ สมในแตละชดุ จะตอ งเปน
แบบอัตโนมตั ิ
ขอ กําหนดพเิ ศษสาํ หรบั โรงงานผสมแบบตอ เนอื่ ง (Continuous Type)
(1) ชุดอปุ กรณค วบคมุ มวลรวม (Gradation Control Unit)

- มีอุปกรณควบคุมปริมาณมวลรวมที่ไหลออกจากยุงหินรอนแตละยุงไดอยาง
ถูกตอง ประกอบดวยเคร่ืองปอนหิน (Feeder) อยูใตยุงหินรอน สําหรับการปอนวัสดุผสมแทรก
จะตองมีอุปกรณควบคุมปริมาณตางหาก ติดต้ังในตําแหนงที่ทําใหควบคุมการปอนวัสดุผสมแทรก
ลงในหองผสมเพื่อผสมกับมวลรวมในจังหวะของการผสมแหง (Dry Mixing) กอนที่จะผสมกับ
แอสฟลตซเี มนตท่ีจา ยเขา มาภายหลงั ในจังหวะของการผสมเปย ก(Wet Mixing)

(2) อปุ กรณควบคุมการปอนมวลรวมและแอสฟล ตซ ีเมนต
- ตองเปน แบบขบั เคลอ่ื นทีส่ ัมพนั ธก ัน (Synchronization of Aggregate and

Asphalt Cement Feed) เพอื่ ใหป อ นมวลรวมแตล ะขนาดและแอสฟล ตซ เี มนตเ ขาสูหอ งผสมไดอัตรา
สว นผสมท่คี งทีต่ ลอดเวลา

(3) ชุดหองผสม (Pug Mill Mixer Unit)
- ตองเปนแบบทาํ งานตอ เนอื่ ง (Continuous Mixer) ชนดิ เพลาผสมคู สามารถผลิต

แอสฟล ตค อนกรตี ไดสวนผสมท่สี มํ่าเสมอ
- ใบพายจะตอ งเปนชนดิ ปรบั มมุ ใหไปในทางเดียวกันเพอ่ื ใหส ว นผสมเคลื่อนตัว

ไดเ รว็ หรือใหก ลับทางกนั เพอ่ื ถว งเวลาใหส ว นผสมเคลื่อนตวั ชา ลงได
- หองผสมจะตองมีอุปกรณค วบคมุ ระดบั ของสวนผสมดว ย

211

- ระยะหางระหวางปลายใบพายและผนังหองผสมจะตองนอยกวาคร่ึงหน่ึงของ
ขนาดมวลรวมกอ นโตสุด

- ระยะเวลาในการผสมโดยท่ัวไปกําหนดใหใ ชประมาณ 45 – 60 วินาทหี าก
คํานวณแลวไมเปน ไปตามท่ีกําหนด ใหพ จิ ารณาปรบั ระดบั ความสูงของสวนผสมหรอื ปรับมุมของ
ใบพายทห่ี องผสมจะตองมีแผนแสดงปรมิ าตรของหอ งผสมเมอื่ มสี ว นผสมบรรจุในหอ งผสมทค่ี วาม
สงู ตา งๆ ตดิ ต้ังไวอยางถาวร นอกจากนน้ั จะตอ งมีตารางแสดงอัตราการปอนวัสดมุ วลรวมตอ
นาทเี มื่อโรงงานผสมทํางานในอัตราเร็วปกติ เวลาในการผสม ใหนับจากการเร่ิมปอ นมวลรวมเขา
หองผสมและมวลรวมผสมกบั แอสฟล ตซีเมนตเรยี บรอ ยแลว จนถึงสว นผสมถูกปลอ ยออกมาจาก
หอ งผสมซง่ึ สามารถคํานวณโดยใชสตู รดงั น้ี

เวลาในการผสม (วนิ าท)ี = A / B

เม่ือ A = มวลของสวนผสม ณ เวลาท่ผี ลติ (Pug Mill Dead Capacity) มหี นว ยเปน กิโลกรมั
B = มวลของสว นผสมท่ีปลอ ยออกจากหองผสมใน 1 วนิ าที (Pug Mill Output) มหี นว ยเปน

กโิ ลกรัม ตอ วนิ าที
(4) ยุง พักสวนผสม (Discharge Hopper) สําหรบั พักสว นผสมแอสฟลตค อนกรตี ทอ่ี อก

จากหองผสม มีประตเู ปด ทด่ี านลางของยงุ และจะปลอ ยสว นผสมไดเ มื่อสว นผสมเต็มยงุ แลว
(5) อุปกรณสัญญาณแจงปริมาณมวลรวมในยุงหินรอน สําหรับสงสัญญาณแจงให

ทราบวาปริมาณมวลรวมในยุงหินรอนมีปริมาณเพียงพอท่ีจะดําเนินการตอไปไดหรือไม ถาปริมาณ
มวลรวมยุงใดขาดหรือนอยไป สัญญาณดังกลาวจะทําใหผูควบคุมงานทราบทันทีและตองหยุดการ
ผลิตแอสฟลตคอนกรีตเพื่อทําการแกไขจนกวาผูควบคุมงานจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให
ดาํ เนินการตอ ไปได

4.3.2 รถบรรทุก ( Haul Truck ) รถบรรทุกทีน่ ํามาใชจ ะตองเปน ดงั นี้
- มีจํานวนเพยี งพอกับกําลังผลติ ของโรงงานผสมและความสามารถในการปขู อง

เครอื่ งปู เพือ่ ใหการกอสรา งช้นั ทางแอสฟล ตค อนกรีตดาํ เนินไปไดอยา งตอเน่อื งมากทส่ี ุด
- กระบะรถบรรทกุ ตองไมร ั่ว พ้นื กระบะเปนแผนโลหะเรยี บภายในกระบะ

จะตองสะอาดปราศจากวสั ดไุ มพึงประสงคอ ื่นๆ ตกคางอยู
- กอ นใชขนสงสว นผสมแอสฟลตค อนกรีต ตองพน หรอื เคลอื บบางๆ ภายใน

กระบะดวยน้ําสบู นํ้าปนู ขาว หรือสารเคมี ท่ีมนี ้าํ มนั ผสมไมเ กนิ รอยละ 5 โดยไดร ับความเหน็ ชอบ
จากนายชางผคู วบคมุ งาน หา มใชน ํ้ามันเบนซิน นํา้ มนั กา ด นา้ํ มนั ดเี ซล หรอื น้าํ มนั ประเภทเดยี วกนั

- กอ นบรรจสุ วนผสมแอสฟล ตคอนกรีตลงกระบะ ใหย กกระบะเทสารเคลือบ
ที่มากเกนิ ความจําเปนออกใหห มด

212

- ในการขนสงจะตองมีผาใบหรือแผนวัสดุอื่นใด ที่ใชไดอยางเหมาะสมคลุม
สวนผสมแอสฟล ตค อนกรีต เพือ่ รักษาอณุ หภูมแิ ละปอ งกนั น้ําฝนหรอื ส่ิงสกปรกอ่ืนๆ ดว ย

4.3.3 เครื่องปู ( Paver or Finisher ) เครอ่ื งปูสวนผสมแอสฟล ตค อนกรตี จะตอง
- เปน แบบขบั เคลื่อนไดดว ยตัวเองโดยจะเปนชนดิ ลอ เหลก็ ตนี ตะขาบหรือชนดิ ลอ

ยางท่มี คี ณุ ภาพเทยี บเทา
- มีกําลังมากพอและสามารถควบคุมความเร็วในการเคลื่อนท่ีไดอยางสม่ําเสมอ

ท้ังในขณะท่ีเคล่ือนตัวไปพรอมกับรถบรรทุกสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตและในขณะเคลื่อนตัวไป
ตามลาํ พัง

- สามารถปรับความเร็วการปูไดหลายอัตราและปูสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตได
ความลาดผวิ ทางและไดระดับถกู ตอ งตามรูปแบบอยางเรียบรอ ยโดยมีลกั ษณะผวิ เรยี บสมํ่าเสมอ

รปู ท่ี 12 เครอ่ื งปูสว นผสมแอสฟลตค อนกรีต
ก. สวนขับเคลอื่ น (Tractor Unit) ประกอบดวย

- เครอ่ื งยนตต น กาํ ลังมีอปุ กรณค วบคมุ ความเร็วรอบเครอ่ื งยนต (Governor) ใหค งท่ี
ระหวางทาํ งาน

- กระบะบรรจุสว นผสมแอสฟลตคอนกรตี (Hopper) ตองเปนแบบหบุ ขา งกระบะได
- มสี ายพานปอ นสว นผสมแอสฟล ตคอนกรีต (Slat Conveyor)
- มเี กลยี วเกลย่ี จา ยสว นผสมแอสฟล ตคอนกรตี (Auger หรอื Screw Conveyor) 2
ขา ง ซายและขวา สามารถแยกทํางานไดเ ปน อสิ ระ
- สามารถปรับระดบั ความสงู ของประตูควบคุมการไหล (Flow Gate) ของสว นผสม
แอสฟล ตคอนกรตี ได

รปู ท่ี 13 รูปตดั แสดงสวนประกอบของเครอ่ื งปสู วนผสมแอสฟล ตคอนกรีต

213

ข. สวนเตารีด (Automatic Screed Controls) ประกอบดวย
- อปุ กรณค วบคุมความหนา (Thickness Control)
- อปุ กรณค วบคมุ ความลาดเอยี งที่ผวิ (Crown Control)
- อุปกรณใ หค วามรอ นแผน เตารดี (Screed Heater)
- แผน เตารดี (Screed Plate) และอุปกรณประกอบอน่ื ๆ ทจ่ี าํ เปน
- แผน เตารีดตอ งตรงแนวและไดร ะดับ ไมบิดงอหรอื สกึ หรอมากเกินสมควร ไมสึก

เปน หลุม มคี วามยาวไมน อ ยกวา 2.4 เมตร และสามารถขยายไดย าวไมน อ ยกวา 3.5 เมตร
- มรี ะบบการอดั แอสฟล ตค อนกรีตข้นั ตนเปน แบบสัน่ สะเทอื น(Vibratory Screed)

หรือแบบคานกระแทก (Tamper Bar) หรือมที ั้ง 2
- สามารถปรบั ความถขี่ องการส่นั สะเทือนหรอื การกระแทกไดต ามตอ งการ
- สําหรับระบบการอัดแอสฟลตคอนกรีตแบบคานกระแทกจะตองมีระยะหางระหวาง

แผนเตารีดกับคานกระแทก 0.25 – 0.50 มิลลิเมตร ผิวของคานกระแทกดานลางท่ีใชอัดแอสฟลต
คอนกรตี ตอ งอยใู นสภาพดี และไมส กึ หรอมากกวาครงึ่ หน่งึ ของขนาดความหนาของใหม

- ระบบการควบคุมความลาดชัน (Grade Control) และระดับแอสฟลตคอนกรีตควร
เปน แบบอัตโนมัติ โดยอาจเปนแบบ

(1) Erected Grade Line
(2) Mobile String Line
(3) Ski
(4) Floating Beam
(5) Joint – matching Shoe

สําหรบั แบบที่ (2), (3) และ (4) ตอ งมคี วามยาวไมน อ ยกวา 9 เมตร

รปู ท่ี 14 สวนเตารดี

4.3.4 รถเกลยี่ ปรับระดบั ( Motor Grader ) การใชร ถเกลย่ี ปรับระดบั ใหอ ยูในดลุ ยพินจิ ของ
นายชางผูควบคุมงาน โดยตวั รถตอ ง

- เปนชนดิ ขบั เคล่ือนไดด ว ยตัวเอง
- มลี อยางผวิ เรียบ
- มีใบมีดยาวไมนอ ยกวา 3.6 เมตร

214

- มคี วามยาวของชว งเพลา (Wheel Base) ไมน อ ยกวา 4.8 เมตร
4.3.5 เครอ่ื งจกั รบดทับ
เคร่ืองจกั รบดทับทกุ ชนดิ ตอ ง

- เปนแบบขบั เคลอื่ นดว ยตวั เอง
- มนี าํ้ หนกั และคณุ สมบัตอิ นื่ ๆ เปน ไปตามทีร่ ะบไุ วใ นรายละเอียด
- มีนํ้าหนักบดทับท่ีเหมาะสมกับชนิดของสวนผสม ความหนาของชั้นทางท่ีปู
ขั้นตอนการบดทบั และอนื่ ๆ
- มจี ํานวนเพยี งพอที่ทาํ ใหการกอ สรางดําเนินไปไดอยา งตอ เนือ่ งไมติดขัด
- การตรวจสอบนํ้าหนักเคร่ืองจักร น้ําหนักในการบดทับของเคร่ืองจักรแตละคัน
ตลอดจนการเพ่ิมจํานวนเคร่ืองจักรบดทับจากที่กําหนดไว ใหอยูในดุลยพินิจของนายชางผูควบคุม
งาน
เครอ่ื งจักรบดทบั จะตองประกอบดว ยเครอื่ งจักรชนดิ ตา งๆ จํานวนอยา งนอ ยดังตอไปนี้
ก. รถบดลอ เหลก็ สนั่ สะเทือนชนดิ 2 ลอ 1 คัน
ข. รถบดลอ เหลก็ ชนดิ 2 ลอ 1 คนั
ค. รถบดลอ ยาง 3 คัน
รายละเอียดของเครือ่ งจกั รบดทบั ชนดิ ตาง ๆ เปน ดงั น้ี
ก. รถบดลอ เหล็กส่นั สะเทือนชนดิ 2 ลอ (Vibratory Roller)

รูปที่ 15 รถบดลอเหล็กส่ันสะเทือนชนดิ 2 ลอ

- มนี ํ้าหนกั ไมน อยกวา 6 ตันอาจเปนแบบสนั่ สะเทอื นลอเด่ยี วหรือสองลอก็ได
- อยใู นสภาพดี สามารถบดทับโดยการเดนิ หนาและถอยหลงั ได
- ลอทั้ง 2 ลอจะตอ งตรงแนว
- การขับเคล่อื นไปขางหนา การหยดุ และการถอยหลงั ตอ งเรยี บสม่ําเสมอ
- มีระบบการสั่น สะเทอื นทอี่ ยูในสภาพดี ความถีก่ ารสนั่ สะเทือน (Frequency)
ขณะปฏบิ ตั งิ านไมน อยกวา 33 เฮริ ตซ (2,000 รอบตอ นาที)
- มรี ะยะเตน (Amplitude) ระหวาง 0.20 – 0.80 มลิ ลิเมตร
- ทผี่ วิ ลอ เหล็กจะตองเรียบไมเปน รอง (Groove) สกึ เปน หลุมหรือเปนรอยบุม (Pit)

215

- สลักยดึ ลอ (King Pin) และลกู ปน ลอ (Wheel Bearing) ตองไมส ึกหรอมากเกนิ ไป
จนทาํ ใหล อหลวม

- มีถงั นาํ้ มีระบบฉดี น้ํา (Sprinkler System) มอี ปุ กรณค ราดผวิ ลอ เหล็ก (Scraper)
และแผนวสั ดสุ าํ หรบั ซมึ ซับนา้ํ และเกลยี่ กระจายนาํ้ สําหรบั เลยี้ งลอ รถบด

ข. รถบดลอ เหล็ก 2 ลอ (Static Steel – Wheeled Tandem Roller)
- มีขนาดน้ําหนกั ไมน อยกวา 8 ตันและสามารถเพมิ่ น้ําหนกั ไดจ นมนี ํา้ หนกั ไมน อย

กวา 10 ตัน
- มนี าํ้ หนักตอ ความกวา งของลอรถบดไมน อ ยกวา 37.9 กโิ ลกรัมตอเซนติเมตร
- อยูใ นสภาพดี สามารถบดทับโดยการเดินหนา และถอยหลังได
- การขบั เคลื่อนไปขา งหนา การหยดุ และการถอยหลงั ตองเรียบสมา่ํ เสมอ
- ลอทง้ั 2 ลอจะตองตรงแนว
- ที่ผวิ ลอเหลก็ จะตอ งเรยี บไมเ ปน รอ ง สึกเปนหลุม หรือเปน รอยบมุ
- สลักยดึ ลอและลกู ปนลอตอ งไมสึกหรอมากเกินไปจนทําใหล อ หลวม
- ตองมถี งั นา้ํ มรี ะบบฉดี นา้ํ มีอปุ กรณค ราดผิวลอเหล็กและแผน วสั ดสุ าํ หรบั ซึม

ซับนาํ้ และเกลย่ี กระจายนา้ํ สําหรับเลยี้ งลอ รถบด ท่ีใชก ารไดด แี ละถกู ตองตามทต่ี อ งการ เพ่ือ
ปองกนั ไมใหส ว นผสมแอสฟล ตค อนกรตี ติดลอขณะบดทบั

ค. รถบดลอยาง (Pneumatic–Tired Roller)
- มีขนาดนํา้ หนกั ไมนอยกวา 10 ตนั และสามารถเพ่ิมนํา้ หนกั ได
- มีลอ ยางไมนอ ยกวา 7 ลอ
- ลอ ยางของรถบดตอ งเปนชนิดผวิ หนาเรียบ ขนาดเสน ผา นศูนยก ลางขอบลอ

(Rim Diameter) ไมน อยกวา 500 มิลลเิ มตร
- ผวิ หนาลอ ยางกวางไมน อ ยกวา 225 มิลลิเมตร
- มขี นาดและจาํ นวนชน้ั ผาใบเทา กันทกุ ลอ
- สวนลอ และเพลาสามารถเคล่อื นตวั ขึน้ ลงไดอ ยางอิสระ

รูปที่ 16 รถบดลอยาง

216

4.3.6 เครอ่ื งพนแอสฟลต ( Asphalt Distributor )
เครอื่ งพน แอสฟลต ใหเ ปน ไปตาม บทที่ 1 “ งานลาดแอสฟล ต ขอ1.1.2

4.3.7 เคร่ืองจักรและเครือ่ งมือทาํ ความสะอาดพ้นื ทีท่ ี่จะกอ สรา ง
ก. รถบรรทุกน้าํ ( Water Truck )
- อยูในสภาพดี
- มีทอพนน้ําและอปุ กรณฉ ีดน้าํ ที่ใชก ารไดดี
ข. เครอ่ื งกวาดฝนุ ใหเปน ไปตามบทท่ี 1 “ งานลาดแอสฟล ต ขอ 1.1.2 ”
ค. เครื่องเปาลม ใหเ ปนไปตามบทที่ 1 “ งานลาดแอสฟล ต ขอ 1.1.2 ”

4.3.8 เครอื่ งมือประกอบ
ก. เครือ่ งมอื บดทับแบบสนั่ สะเทอื นขนาดเล็ก (Small Vibratory Compactor )
- มีขนาดนํ้าหนักเหมาะสมที่จะใชบดทับแอสฟลตคอนกรีตบริเวณที่รถ

บดไมส ามารถเขา ไปดําเนนิ การได หรือใชในงานซอมขนาดเล็ก
- การใชงานใหอ ยใู นดุลยพินิจของนายชา งผคู วบคุมงาน

ข. เครอ่ื งมอื กระทุง แอสฟล ตค อนกรีต ( Hand Tamper )
- ตองเปนแบบและมีขนาดนํ้าหนักเหมาะสมท่ีจะใชกระทุงอัดแอสฟลต

คอนกรตี บรเิ วณที่เครื่องบดทบั ขนาดเล็กเขา ไปบดทับไมไดห รือใชงานซอ มขนาดยอย
- การใชง านใหอยใู นดุลยพนิ ิจของนายชางผูค วบคุมงาน

ค. เครอ่ื งมอื ตัดรอยตอ
- เปน แบบติดกับรถบดลอเหล็กหรือเปนแบบรถเข็นขนาดเล็กหรือจะมีท้ัง

2 แบบกไ็ ด หรือมีแบบอ่ืนๆ ซ่ึงสามารถตัดแนวรอยตอ ไดเรยี บรอ ย
- การใชงานใหอยูในดลุ ยพินจิ ของนายชางผูควบคุมงาน

ง. เคร่อื งมือเจาะตวั อยา ง
- อาจเปน ชนดิ ใชเคร่ืองยนตห รือใชไฟฟา
- สามารถใชเจาะตัวอยางท่ีมีขนาดเสนผานศูนยกลาง 100 มิลลิเมตร ได

อยางเรยี บรอ ย
จ. ไมบรรทัดวดั ความเรยี บ (Straightedge)
- มีขนาดเหมาะสม และมคี วามยาว 3.00 เมตร

เครื่องจักร เครื่องมือ หรอื อปุ กรณอ ื่นใด นอกเหนือจากท่ีกําหนดไวแลวขางตนการนํามาใช
งานและการใชง านใหอยใู นดลุ ยพินจิ ของนายชางผคู วบคมุ งาน

4.3.9 เครื่องมือทดลองและหองปฏบิ ัตกิ ารทดลอง

217

ก. ผูรับจางตองจัดหาเคร่ืองมือทดลองที่ไดมาตรฐานและมีสภาพดี เพื่อใหผู
ควบคุมงานใชเปนเคร่ืองมือตรวจสอบคุณภาพแอสฟลตคอนกรีตระหวางการกอสราง รายการ
เครื่องมอื ทดลองดใู นภาคผนวก 4 - 1

ข. ผูรับจางตองจัดสรางหองปฏิบัติการทดลอง ใหอยูในบริเวณที่สามารถมองเห็น
การทํางานของโรงงานผสมแอสฟลตคอนกรีตได หองปฏิบัติการทดลองตองมีขนาดพ้ืนท่ีไมนอย
กวา 20 ตารางเมตร หรือตามแบบท่ีกรมทางหลวงกําหนด พรอมทั้งติดตั้งอุปกรณอํานวยความ
สะดวกท่ีจาํ เปน ตามทกี่ ําหนด

4.4 การเตรยี มการกอนการกอสรา ง
4.4.1 การเตรียมสถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุ
- สถานท่ีต้ังโรงงานผสมและกองวัสดุจะตองเหมาะสม โดยมีบริเวณกวางพอที่จะ

ดําเนินการไดโดยสะดวก ตองราบเรียบไดระดับพอควรและมีการระบายน้ําท่ีดี มิใหมีน้ําทวมกอง
วสั ดไุ ด

รูปท่ี 17 สถานทต่ี งั้ โรงงานผสมตอ งเหมาะสม การกองวสั ดุตอ งถกู ตอ ง

- พ้ืนที่สําหรับกองวัสดุที่นํามาใชงานจะตองสะอาดปราศจากวัสดุไมพึงประสงค
รองพ้นื ดวยวสั ดหุ นิ หรอื ปดู ว ยแผน วสั ดุท่เี หมาะสม

- การกองวัสดุแตละขนาด จะตองกองแยกไวอยางชัดเจน โดยการกองแยกใหหาง
กันตามสมควร หรือทํายุงก้ันไวเพ่ือปองกันวัสดุท่ีจะใชแตละชนิด แตละขนาด ไมใหปะปนกัน
หรือปะปนกบั วัสดุไมพ งึ ประสงคอ ่ืนๆ

- การกองวัสดุตองดําเนินการใหถูกตองเพื่อปองกันไมใหวัสดุเกิดการแยกตัวโดย
การกองวัสดุเปนชั้นๆ สูงชั้นละไมเกินความสูงของกองวัสดุกองเดี่ยวๆ เมื่อเทจากรถบรรทุกเททาย
คันหน่ึงๆ ถาจะกองวัสดุชัน้ ตอไปจะตองแตงระดับยอดกองใหเสมอ และไมควรกองวัสดุสูงเปน
รูปกรวย

4.4.2 การตรวจสอบโรงงานผสม
- ตรวจสอบตามแบบฟอรม “การตรวจสอบโรงงานผสมแอสฟลตคอนกรีต

(Plant)” ของสวนออกแบบและตรวจสอบผิวทางแอสฟลต สํานักวิเคราะหและตรวจสอบ ใน
ภาคผนวก 4 - 2

218

4.4.3 การเกบ็ ตัวอยา งเพ่ือออกแบบสวนผสม
- เก็บดว ยวิธกี ารทถี่ ูกตอ งเพือ่ ใหต วั อยา งทเ่ี กบ็ เปนตวั อยา งตัวแทน
- เกบ็ จากโรงงานผสมทผี่ านการตรวจสอบแลว
- ควรดําเนินการกอ นเร่ิมทําการกอสรา งผวิ ทางแอสฟลตค อนกรตี ประมาณ 1-2

เดอื น

รปู ท่ี 18 ตวั อยา ง Hot Bin

4.4.4 การออกแบบสว นผสม
ก. กอนเร่ิมงานไมนอยกวา 30 วัน ผูรับจางตองเสนอเอกสารการออกแบบ

สว นผสมแอสฟลตค อนกรตี แกนายชา งผูค วบคมุ งาน และนายชา งผูค วบคุมงานตองเก็บตัวอยางวัสดุ
พรอมทั้งเอกสารการออกแบบสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตสงกรมทางหลวงเพื่อทําการตรวจสอบ
ผรู ับจา งอาจรอ งขอใหกรมทางหลวงเปน ผูออกแบบสวนผสมแอสฟลตค อนกรตี ใหกไ็ ด

ข. คุณสมบัติท่ัวไปของวัสดุท่ีจะใชทําแอสฟลตคอนกรีต ขนาดคละและปริมาณ
แอสฟลตซ ีเมนตใหเปนไปตามตารางท่ี 1

ค. คุณสมบัตขิ องสวนผสมแอสฟล ตคอนกรีต ใหเปนไปตามตารางที่ 4 - 3
ง. กรมทางหลวงเปนผูต รวจสอบเอกสารการออกแบบหรือทาํ การออกแบบ
สวนผสมแอสฟลตคอนกรีต พรอ มทง้ั พิจารณากาํ หนดสตู รสว นผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula)
ซงึ่ มเี กณฑค วามคลาดเคลือ่ นที่ยอมให (Tolerant Limit) ของวสั ดตุ างๆ เพ่อื ใชควบคมุ งานนน้ั ๆ
จ. การผสมแอสฟลตคอนกรีตในสนาม ถามวลรวมขนาดหน่ึงขนาดใดหรือ
ปริมาณแอสฟลตซีเมนต หรือคุณสมบัติอื่นใดคลาดเคลื่อนเกินกวาขอบเขตที่กําหนดไวในสูตร
สวนผสมเฉพาะงาน ถือวาสวนผสมของแอสฟลตคอนกรีตท่ีผสมไวในครั้งนั้นมีคุณภาพไม
ถกู ตอ งตามที่กาํ หนด และผูรบั จา งตอ งทาํ การปรับปรงุ แกไข
ฉ. ผูรับจางอาจขอเปลี่ยนสูตรสวนผสมเฉพาะงานใหมได ถาวัสดุท่ีใชผสมทํา
แอสฟลตคอนกรีตเกิดการเปลี่ยนแปลงไปดวยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม การเปล่ียนสูตรสวนผสม
เฉพาะงานทุกครั้งตอ งไดร ับความเหน็ ชอบจากกรมทางหลวงกอน
กรมทางหลวงอาจตรวจสอบ แกไข เปล่ียนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรสวนผสม
เฉพาะงานใหมไดต ามความเหมาะสมตลอดเวลาท่ปี ฏบิ ตั ิงาน

219

ช. การทดลองและตรวจสอบการออกแบบสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตทุกครั้ง
หรือทุกสัญญาจาง ผรู บั จา งตองชาํ ระคาธรรมเนยี มตามอตั ราที่กรมทางหลวงกาํ หนด

ตารางที่ 4 - 3 ขอกาํ หนดในการออกแบบแอสฟลตคอนกรีต

ชน้ั ทาง Wearing Wearing Binder Base Shoulder
Course Course Course Course

ขนาดทใ่ี ชเ รียก มิลลเิ มตร 9.5 12.5 19.0 25.0 -

(นว้ิ ) (3/8) (1/2) (3/4) (1) -

ความหนา มลิ ลิเมตร 25 – 35 40 - 70 40 - 80 70 - 100 -

Blows 75 75 75 75 50

Stability N 8006 8006 8006 7117 7117

(1b) (1800) (1800) (1800) (1600) (1600)

Flown 0.25 mm (0.01 in) 8-16 8-16 8-16 8-16 8-16

Percent Air voids 3-5 3-5 3-6 3-6 3-5

Percent Voids in Mineral

Aggregate (VMA)Min 15 14 13 12 14

Stability / Flow Min

N / 0.25 mm 712 712 712 645 645

(Ib / 0.01 in) (160) (160) (160) (160) (145)

Percent Strength Index Min 75 75 75 75 75

4.4.6 การเตรยี มมวลรวมและวสั ดผุ สมแทรก
- มวลรวมทุกชนิดท่ีใชตองมาจากแหลงท่ีเก็บตัวอยางเพ่ือทําการออกแบบ

สวนผสมแอสฟลตคอนกรีต
- กองวัสดุที่ใชทุกชนิด ตองปองกันไมใหวัสดุเปยกน้ําฝน โดยการกองวัสดุในโรง

ที่มีหลังคาคลุม หรือคลุมดวยผาใบหรือแผนวัสดุอ่ืนๆ ที่เหมาะสม หรือโดยวิธีอ่ืนใดที่ไดรับความ
เห็นชอบจากนายชางผคู วบคุมงาน

- วัสดุท่ีใชทุกชนิดเม่ือปอนเขาโรงงานผสมตองไมมีความช้ืนเกินกําหนด ตาม
ขอแนะนําของบรษิ ัทผผู ลติ ทัง้ นเี้ พ่ือใหโรงงานผสมทํางานไดอ ยา งมีประสทิ ธิภาพ

รปู ที่ 19 การเตรยี มมวลรวม

220

- มวลรวมทใ่ี ชแ ตละชนิด กอ นนําไปใชงานตอ งบรรจุในยุงหนิ เยน็ แยกกนั แตละ
ยงุ และการผสมมวลรวมแตล ะชนดิ จะตองดาํ เนนิ การโดยผา นยงุ หนิ เย็นเทา นัน้ หา มนํามาผสม
กันภายนอกยุงหนิ เย็นในทุกกรณี

- วสั ดผุ สมแทรก หากนาํ มาใชจ ะตองแยกใสย ุง วัสดุผสมแทรกโดยเฉพาะ การ
ปอนวัสดุผสมแทรกจะตอ งแยกตา งหากโดยไมปะปนกับวัสดอุ น่ื ๆ และจะตอ งปอนเขา หองผสม
โดยตรง

4.4.7 การเตรียมแอสฟลต
- ใชแอสฟล ตท ่ีมใี บรับรองผลติ ภณั ฑเทา น้นั
- ตรวจสอบวาลวปด เปด หมายเลขซลี หมายเลขรถบรรทุก ทีข่ นสงแอสฟล ต
- แอสฟล ตซีเมนตในถงั เกบ็ แอสฟลตตอ งมีอณุ หภูมิไมส ูงกวา 100 องศาเซลเซยี ส
- กอนผสมกับมวลรวมตอ งใหความรอ นจนไดอ ณุ หภูมิ 159 + 8 องศาเซลเซียส

หรอื มีอุณหภมู ิตรงตามที่ระบุไวในสตู รสว นผสมเฉพาะงาน
- การจายแอสฟล ตซเี มนตไปยงั หองผสม ตอ งเปน ไปโดยตอเน่อื งและสม่าํ เสมอ

โดยมีอณุ หภูมติ รงตามท่กี ําหนดตลอดเวลา

รูปท่ี 20 การเตรยี มแอสฟลต

4.4.8 การเตรียมเคร่อื งจกั ร เครื่องมอื และอุปกรณทีใ่ ชในการกอ สรา ง
เครือ่ งจกั ร เคร่ืองมอื และอปุ กรณทุกชนิดตามที่ระบุไวใน ขอ 3 ที่นํามาใชงานตอง

มีสภาพใชงานไดดี โดยจะตองผานการตรวจสอบและหรือตรวจปรับ ตามรายการและวิธีการท่ีกรม
ทางหลวงกําหนด และนายชางผูค วบคุมงานอนุญาตใหใชไดกอน เคร่ืองจักร เครื่องมือ และอุปกรณ
ทุกชนิดตองมีจํานวนพอเพียงที่จะอํานวยใหการกอสรางช้ันทางแอสฟลตคอนกรีตดําเนินไปโดย
ตอเน่ืองไมติดขัดหรือหยุดชะงัก และในระหวางการกอสรางจะตองบํารุงรักษาใหอยูในสภาพดีอยู
เสมอตลอดระยะเวลาทาํ งาน

4.4.9 การเตรียมพ้นื ทก่ี อสราง
ก. รองพนื้ ทาง พื้นทาง หรอื ไหลทาง กอ นทําช้นั ทางแอสฟลตค อนกรตี ทับ
- ตอ งสะอาดปราศจากฝุน วัสดสุ กปรก หรือวสั ดไุ มพ ึงประสงคอ ืน่ ๆ ปะปน
ข. พ้ืนทางหรอื ไหลท าง ทท่ี ําการ Prime Coat ไวแ ลว

221

- กรณี ท่ี Prime Coat หลุดหรือเสียหาย ตองแกไขใหมใหเรียบรอยกอนทํา
ชั้นทางแอสฟล ตคอนกรตี ทับ

- กรณที ่ี Prime Coat ทิ้งไวน านอาจพจิ ารณาใหท ํา Tack Coat

รปู ที่ 21 การเตรยี มพนื้ ท่ีกอ สรา ง
ค. ผิวทางลาดยางเดิม

- ตองสะอาดปราศจากฝุน วัสดุสกปรก หรอื วสั ดุไมพ ึงประสงคอน่ื ๆ ปะปน
- กรณีผิวหนาไมสมํ่าเสมอหรือเปนคลื่นและไมมีการทําชั้นปรับระดับ ให
ปรบั แตง ใหส มาํ่ เสมอ
- กรณีผิวทางเดิมมีการยุบตัว (Sag and Depression) หรือเปนแองเฉพาะแหง
แตไ มใ ชจ ดุ ออ นตวั (Soft Spot) ใหป รบั ระดับสวนท่ยี บุ ตวั ตามขอ กาํ หนดของ ทล.-ม. 408/2532
- กรณีมีหลุมบอ รอยแตก จุดออนตัว หรือความเสียหายของชั้นทางใดๆ ตอง
ตัดหรอื ขดุ ออก แลวปะซอมหรือขดุ ซอมแลวแตกรณี
- กรณีผิวทางลาดยางเดิมท่ีมีแอสฟลตเย้ิม ใหแกไขโดยการปาดแอสฟลตท่ี
เยิ้มออก
- จะตอ งทํา Tack Coat กอ น กอนทําชั้นทางแอสฟลตคอนกรตี ทับ
ง. การปูชั้นทางแอสฟลตคอนกรีตบนพื้นสะพานคอนกรีตและบริเวณขอบ
โครงสรา งคอนกรีต
- ตองขูดวัสดุยาแนวรอยแตกและรอยตอสวนเกินท่ีติดอยูที่ผิวพ้ืนคอนกรีต
ออกใหหมด ลางทําความสะอาด ทิ้งไวใหแหงแลวใชเครื่องเปาลมเปาฝุนออกใหหมด แลวทํา Tack
Coat
จ. การวางแนว
- กอ นการกอ สรางชัน้ ทางแอสฟล ตค อนกรีตทุกช้ัน จะตองวางแนวขอบชนั้
ทางทจี่ ะปู โดยการใชเชอื กขงึ วางแนวและยึดติดกบั พืน้ ทท่ี ่จี ะปูสว นผสมแอสฟล ตค อนกรีตใหแ นน
หรอื วธิ กี ารกาํ หนดแนวอ่นื ใดทเ่ี หมาะสมและนายชางผคู วบคุมงานเหน็ ชอบ
- การปูช้ันทางแอสฟลตคอนกรีตติดกับ Curb และ Gutter หรือสวนของ
โครงสรางใดๆ ท่มี ีแนวถูกตอ งตามแบบอยแู ลว กใ็ หป ูไปตามแนวน้นั
4.4.10 การทําแปลงทดลองเพื่อกาํ หนดรูปแบบของการบดทับ

222

- กอนเริ่มการกอสรางช้ันทางแอสฟลตคอนกรีต เพื่อใหใชเครื่องจักรบดทับท่ีมีอยู
ไดถ กู ตอ งเหมาะสมตองานและเกิดประโยชนสูงสุด ควรทําแปลงทดลองในสนามยาวประมาณ 100
– 150 เมตร เพื่อกําหนดรูปแบบของการบดทับ (Pattern of Rolling) ท่ีเหมาะสม โดยพิจารณาจาก
ชัน้ ทางแอสฟลตค อนกรีต เมื่อบดทบั เสร็จแลว ตอง มีความเรียบ ความแนน สม่ําเสมอ ไดระดับความ
ลาดตามแบบ และมคี ุณสมบตั อิ ่ืนๆ ถกู ตอ งตามทีก่ ําหนด

- การกําหนดรูปแบบการบดทับที่เหมาะสมสําหรับเคร่ืองจักรบดทับ ใหผูรับจาง
ดําเนินการทดลองบดทบั เพื่อกาํ หนดขนาดพ้ืนที่บดทับ ใหสัมพันธกับกําลังผลิตสวนผสมแอสฟลต
คอนกรีตของโรงงานผสม อัตราการปูสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตและเพื่อทราบจํานวนเท่ียวการ
บดทบั เตม็ ผิวหนา ช้นั ทางแอสฟลตคอนกรีต (Coverage) จํานวนเท่ียวการบดทับซํ้าที่ชองทางบดทับ
แตล ะชอ ง (Pass) ความเรว็ ของรถบดแตล ะชนดิ ในการบดทับและอื่นๆ

- การทําแปลงทดลองบดทับ ใหดําเนินการแกไขปรับการใชงานหรือเพ่ิมจํานวน
เครื่องจักรบดทับ จนกวาจะสามารถบดทับไดถูกตองตามท่ีกําหนดและนายชางผูควบคุมงาน
เห็นชอบแลว จึงนําไปใชเปนบรรทัดฐานในการกอสรางชั้นทางแอสฟลตคอนกรีตในงานนั้นๆ
ตอไป

- ในระหวางการกอสราง หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เก่ียวกับสวนผสมแอสฟลต
คอนกรีตหรือเครื่องจักรบดทับท่ีใชงานและอื่นๆ นายชางผูควบคุมงานอาจพิจารณาใหปรับปรุง
แกไขหรือทําแปลงทดลองในสนาม เพื่อทดลองหาความเหมาะสมใหมก็ได ท้ังน้ีใหอยูในดุลย
พนิ จิ ของนายชา งผูควบคุมงาน

รปู ที่ 22 รปู แบบของการบดทบั

4.5 การกอ สราง
4.5.1 การควบคุมการผลิตสว นผสมแอสฟลตค อนกรตี ท่ีโรงงานผสม
ก. การควบคมุ อณุ หภูมิ
(1) มวลรวม
• กอนการผสมตองใหค วามรอ นจนไดอ ณุ หภมู ิ 163 + 8 องศา

เซลเซียส และมคี วามช้ืนไมเ กินรอยละ 1 โดยมวลของมวลรวม

223

• ขณะผสมกับแอสฟล ตซีเมนตท ่ีโรงงานผสม จะตองมอี ณุ หภมู ิ
ตรงตามที่ระบุไวในสูตรสวนผสมเฉพาะงาน

(2) แอสฟลตซ ีเมนต
• ขณะเก็บในถงั เกบ็ แอสฟล ตต อ งมีอุณหภูมไิ มสงู กวา 100 องศา

เซลเซยี ส
• เมื่อจะผสมกับมวลรวมท่ีโรงงานผสมตองใหความรอนจนได

อุณหภมู ิ 159 + 8 องศาเซลเซียส หรอื มีอณุ หภมู ติ รงตามทีร่ ะบไุ วในสตู รสวนผสมเฉพาะงาน
(3) สวนผสมแอสฟล ตคอนกรตี เม่อื ผสมเสร็จ
• กอนนาํ ออกจากโรงงานผสมจะตอ งมีอุณหภมู ริ ะหวา ง 121 – 168

องศาเซลเซียส หรอื ตามท่ีระบไุ วในสตู รสว นผสมเฉพาะงานถามอี ุณหภมู ิแตกตา งไปกวาที่กาํ หนดน้ี
หามนําไปใชง าน

รปู ท่ี 23 เครอื่ งควบคมุ อุณหภมู ิ

(4) ตองมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผานหมอเผา อุณหภูมิของ
แอสฟลตซ เี มนตข ณะกอ นผสมกบั มวลรวมและอณุ หภูมิของสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตตลอดเวลา
ท่ีปฏิบัติงาน โดยใชเครื่องบันทึกอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พรอมที่จะใหตรวจสอบไดตลอดเวลาและ
ผูรับจางจะตองสงบันทึกรายการอุณหภูมิดังกลาวประจําวัน แกนายชางผูควบคุมงานทุกวันที่
ปฏบิ ัตงิ าน

(5) การวัดอุณหภูมิของสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตท่ีอยูในรถบรรทุก
ตองใชเคร่ืองวัดอุณหภูมิท่ีอานอุณหภูมิไดอยางรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิใหวัดผานรูท่ีเจาะไวขาง
กระบะรถบรรทกุ ทง้ั 2 ดาน ทป่ี ระมาณกงึ่ กลางความยาวของกระบะและสูงจากพ้ืนกระบะประมาณ
150 มิลลเิ มตร การวดั อณุ หภมู ิใหว ัดจากรถบรรทกุ ทุกคนั แลว จดบันทึกอณุ หภูมไิ ว

ข. การควบคมุ เวลาในการผสม
- โรงงานผสมตองมี เครอ่ื งต้งั เวลาและควบคุมเวลาแบบอัตโนมตั ิท่ี

สามารถตงั้ และปรับเวลาในการผสมแหง และผสมเปย กไดต ามตอ งการ
- สําหรับโรงงานผสมแบบชุด ระยะเวลาในการผสมแหงและผสมเปยก

ควรใชประมาณ 15 วินาที และ 30 วินาที ตามลาํ ดบั

224 - สําหรับโรงงานผสมแบบตอเน่ือง ระยะเวลาในการผสมใหคํานวณจาก

สตู รตามขอ 4.3.1

รปู ที่ 24 หองควบคมุ การทาํ งาน

- ตอ งไดส วนผสมแอสฟลตค อนกรตี ทีส่ ม่าํ เสมอ ในกรณที ผ่ี สมกันตาม
เวลาทกี่ ําหนดไวแลว แตสว นผสมแอสฟลตค อนกรตี ยังผสมกนั ไดไมส ม่ําเสมอใหเ พ่ิมเวลาในการ
ผสมขน้ึ อกี ก็ไดแ ตเ วลาท่ใี ชใ นการผสมทงั้ หมดตองไมเกนิ 60 วนิ าที ทงั้ น้ใี หอยูในดุลยพนิ จิ ของ
นายชา งผูควบคุมงาน

- การกาํ หนดเวลาในการผสมของโรงงานผสมใดๆ ใหก าํ หนดโดยการ
ทดลองหาปริมาณท่ีแอสฟลตเคลอื บผิวมวลรวม ตามวธิ ีการทดลอง AASHTO T 195-67
“Determining Degree of Particle Coating of Bituminous - Aggregate Mixtures “ โดยใหถ ือ
หลักเกณฑก ําหนดตามตารางที่ 4 - 5

ตารางท่ี 4 - 5 ปรมิ าณท่ีแอสฟลตเคลือบผิวมวลรวม

ชนั้ ทางแอสฟล ตค อนกรตี ปรมิ าณท่ีแอสฟลตเคลอื บผวิ มวลรวมรอยละโดยพนื้ ที่

พ้ืนทาง ไมน อ ยกวา 90

ผวิ ทาง รองผวิ ทาง ไหลทาง ปรบั ระดับ ไมน อ ยกวา 95

ค. การควบคุมคณุ ภาพสว นผสมแอสฟล ตค อนกรีต
- มวลรวมและแอสฟลตซ ีเมนตตองมีคณุ สมบัติตามขอ 1
- คุณภาพของสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตตองสม่ําเสมอ ตรงตามสูตร

สว นผสมเฉพาะงานท่ีไดก ําหนดขึ้นสําหรับแอสฟล ตคอนกรีตนนั้ ๆ
- สูตรสวนผสมเฉพาะงานอาจเปล่ียนแปลงได ตามเหตุผลในขอ 4.4.5

และขอ 4.4.6

225

รูปที่ 25 การควบคมุ การทาํ งานของโรงงานผสม

4.5.2 การสุมตัวอยางเพื่อตรวจสอบคุณภาพ
ก. เตรยี มกอนตวั อยางแอสฟลตค อนกรตี ในหองทดลองโดย
- เก็บตัวอยางสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตจากรถบรรทุกท่ีโรงงานผสม

กอนขนสงออกไปยงั สถานทกี่ อสรา ง
- สุมตัวอยางประจําวันเปนระยะๆ แลวนําไปดําเนินการในหองทดลอง

โดยใหไดกอ นตัวอยางอยา งนอย 8 กอ น ตวั อยางในแตล ะวันทป่ี ฏบิ ัตงิ าน
- อุณหภูมิของสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตในขณะบดอัดกอนตัวอยางใน

หอ งทดลองจะตอ งตรงตามที่ระบไุ วในสตู รสวนผสมเฉพาะงาน
- ระหวางดําเนินการในหองทดลอง อนุญาตใหนําตัวอยางสวนผสม

แอสฟล ตคอนกรตี เขา อบในเตาอบเพื่อรักษาอณุ หภมู สิ ําหรบั การบดอัดที่กําหนด ไดนานไมเกิน 30
นาที

ข. ทดลองหาความแนนของกอ นตัวอยาง
- ดําเนินการตามวิธีการทดลองที่ ทล.-ท. 604/2517 “วิธีการทดลอง

แอสฟล ตคอนกรตี โดยวธิ ี Marshall “
- นําคาความแนนที่ทดลองไดจากกอนตัวอยางท้ังหมดมาหาคาเฉล่ีย เปน

คาความแนนในหองทดลองประจําวัน สําหรับใชในการคํานวณเปรียบเทียบเปนคาความแนนรอย
ละของตวั อยา งชน้ั ทางแอสฟลตคอนกรีตในสนาม

ค. ทดลองหาปรมิ าณแอสฟล ตแ ละขนาดคละของสว นผสมแอสฟลตค อนกรีต
- เก็บตัวอยางสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตจากรถบรรทุกที่โรงงานผสม

กอ นขนสง ออกไปยงั สถานทกี่ อ สราง
- ทดลองหาปริมาณแอสฟลตและขนาดคละของสวนผสมแอสฟลต

คอนกรตี โดยใชเ ครือ่ ง Centrifuge Extractor
ง. ทดลองหาขนาดคละของวสั ดุ Hot Bin
ในระหวางการผลิตหรือเม่ือกอนเลิกงานแตละวัน ตองทําการเก็บ

ตวั อยาง Hot Bin เพื่อตรวจสอบขนาดคละวายงั คงเปน ไปตามแบบสวนผสมหรอื ไม

226

4.5.3 การขนสงสวนผสมแอสฟล ตค อนกรีต
- ใชรถบรรทกุ ท่ีเตรียมไวแ ลวโดยถกู ตอ งตามขอ 3.2
- ตองมีผาใบหรือแผนวัสดุอื่นใดท่ีใชไดอยางเหมาะสมคลุมสวนผสมแอสฟลต

คอนกรตี เพือ่ รักษาอุณหภูมแิ ละปอ งกันนา้ํ ฝนหรอื สงิ่ สกปรกอื่นๆ

รูปที่ 26 รถขนสง สว นผสมแอสฟลตค อนกรตี

4.5.4 การตรวจสอบความพรอ มในการทาํ งานของเครือ่ งจักร
- ใชเครือ่ งปแู ละเครื่องจักรบดทบั ทถี่ ูกตองตามทีก่ ําหนด
- มีจํานวนเพียงพอเครื่องจักรบดทับท่ีจะอํานวยใหการกอสรางชั้นทางแอสฟลต

คอนกรตี ดาํ เนนิ ไปไดโ ดยไมต ดิ ขดั หรือหยุดชะงกั
4.5.5 การปูและการบดทบั ชน้ั ทางแอสฟล ตค อนกรตี
ดาํ เนนิ การตาม ทล.-ม. 408/2532

4.6 การตรวจสอบช้ันทางแอสฟล ตค อนกรตี ทก่ี อสรางเสรจ็ แลว
หลักเกณฑการตรวจสอบชนั้ ทางแอสฟลตคอนกรีตทกี่ อ สรา งเสร็จเรียบรอ ยแลว มดี งั นี้
4.6.1 ลกั ษณะผวิ ( Surface Texture )
- ตองไดร ะดับและความลาดตามแบบ
- มีลักษณะผิว และลักษณะการบดทับท่ีสมํ่าเสมอ ไมปรากฏความเสียหาย เชน

แอสฟลตคอนกรีตที่ผวิ หนา หลดุ (Pull) รอยฉีก (Tom) ผวิ หนาหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เปน
คล่นื (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ

- หากตรวจสอบพบความเสียหายดังกลาว จะตองดําเนินการแกไขใหถูกตอง
เรยี บรอ ยตามท่นี ายชางผูควบคุมงานเห็นสมควร

4.6.2 ความเรยี บทผ่ี วิ ( Surface Tolerance )
เมื่อใชไมบรรทัดวัดความเรียบตามขอ 3.8.5 วางทาบบนผิวของช้ันทางแอสฟลต

คอนกรีตในแนวตั้งฉากและในแนวขนานกับแนวเสนแบงกึ่งกลางถนน ระดับผิวของช้ันทาง
แอสฟลตคอนกรีตภายใตไมบรรทัดวัดความเรียบ จะแตกตางจากระดับของไมบรรทัดวัดความ
เรยี บไดไมเ กิน 6 มลิ ลเิ มตร และ 3 มิลลิเมตร ตามลําดบั

227

4.6.3 ความแนน ( Density )
ก. เจาะกอนตัวอยางตัวแทนของช้ันทางแอสฟลตคอนกรีตในสนามที่กอสรางเสร็จ

เรยี บรอ ยโดย
- ใชเครอ่ื งเจาะตวั อยางทถ่ี กู ตองตามขอ 3.8.4
- เจาะเก็บกอนตัวอยางจํานวน 1 กอนตัวอยางทุกๆ ระยะทางประมาณ

250 เมตร หรือทุกๆสว นผสมแอสฟลตค อนกรตี ทน่ี ํามาใชงานประมาณ 100 ตัน
ข. ทดลองหาคาความแนนตามวิธีการทดลองท่ี ทล. – ท. 604/2517 “วิธีการทดลอง

แอสฟล ตค อนกรีตโดยวิธี Marshall”
ค. เปรียบเทียบคาความแนนของตัวอยางชั้นทางแอสฟลตคอนกรีต กับคาความ

แนนของตัวอยางท่ีบดอัดในหองทดลอง โดยคํานวณเปนคาความแนนรอยละของคาความแนนของ
ตวั อยา งท่ีบดอดั ในหอ งทดลอง ตามรายละเอยี ดดงั น้ี

- ช้ันผิวทาง ชั้นรองผิวทาง และช้ันปรับระดับแอสฟลตคอนกรีตตองมี
ความแนนไมนอยกวารอยละ 98 ของคาความแนนเฉล่ียของกอนตัวอยางจากหองทดลองที่ใช
เปรยี บเทียบประจาํ วนั

- ชั้นพ้ืนทาง ตองมีความแนนไมนอยกวารอยละ 97 ของคาความแนน
เฉลีย่ ของกอนตัวอยางจากหอ งทดลองที่ใชเ ปรียบเทียบประจาํ วัน

- ช้ันผิวไหลทางตองมีความแนนไมนอยกวารอยละ 96 ของคาความแนน
เฉลย่ี ของกอ นตวั อยา งจากหองทดลองท่ใี ชเปรียบเทียบประจําวัน

4.6.4 ปริมาณแอสฟล ตแ ละขนาดคละของสวนผสมแอสฟลตค อนกรีต
ทดลองหาปรมิ าณแอสฟลตและขนาดคละของสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตของชั้น

ทางแอสฟล ตค อนกรีตในสนามที่กอ สรา งเสร็จเรยี บรอย โดย
- เจาะกอ นตวั อยาง ตาม 4.6.3.2

- ทดลองหาปรมิ าณแอสฟล ตแ ละขนาดคละของสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตโดยใชเครือ่ ง
Centrifuge Extractor

4.7 ขอ แนะนาํ และขอ เสนอแนะ
- สภาพผวิ ชน้ั ทางกอ นการปสู ว นผสมแอสฟล ตค อนกรีตจะตองแหง หามปูสวนผสม

แอสฟล ตค อนกรีตขณะฝนตกหรือเมื่อผิวชนั้ ทางท่ีจะปูเปย กชืน้
- ใชค วามเรว็ ใหเ หมาะสมกบั กาํ ลังผลิตของโรงงานผสม และปจจยั อ่ืนๆ
- สว นผสมแอสฟล ตคอนกรตี ที่มีลกั ษณะจบั ตัวเปน กอ นแข็ง หามนาํ มาใช
- อณุ หภูมิของสว นผสมแอสฟล ตค อนกรีตขณะปู ไมควรคลาดเคลือ่ นไปจากอณุ หภมู ิเมอื่

ออกจากโรงงานผสมเกนิ กวา 14 องศาเซลเซียส และตอ งไมต ํา่ กวา 120 องศาเซลเซยี ส

228

- ตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟลตคอนกรีตท่ีปูแลวบนถนนจะตองดําเนินการเปนระยะๆ
ตลอดเวลาของการปูหากปรากฏวา อณุ หภมู ิของสว นผสมแอสฟลตคอนกรีตไมถูกตอ งตามท่ีกําหนด
ใหตรวจสอบหาสาเหตุและแกไ ขโดยทันที

รปู ที่ 27 การปแู ละตรวจวดั อุณหภูมิ
- การบดทบั เริ่มบดทบั ขณะท่สี ว นผสมแอสฟล ตค อนกรีตมอี ุณหภูมิระหวา ง 120 – 150
องศาเซลเซยี ส
- การบดทับขั้นตน ใหดําเนินการเมื่อสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตมีอุณหภูมิไมต่ํากวา 120
องศาเซลเซียส

รูปที่ 28 การบดทับ
- การบดทับขน้ั กลาง (Intermediate Rolling) ใหใ ชรถบดลอ ยางเริม่ ดาํ เนนิ การบดทบั เมอ่ื ช้ัน
ทางแอสฟล ตคอนกรตี มอี ณุ หภูมิไมต ่ํากวา 95 องศาเซลเซียส
-.การบดทับขน้ั สดุ ทา ย (Finish Rolling) ใหใชร ถบดลอเหลก็ แบบไมส นั่ สะเทอื นหรอื ใชร ถ
บดสั่นสะเทือนแตบ ดทบั โดยไมส ่นั สะเทือนทง้ั นีใ้ หเรม่ิ ดาํ เนนิ การเม่ือชน้ั ทางแอสฟล ตค อนกรตี มี
อุณหภูมิไมต่าํ กวา 66 องศาเซลเซียส
4.8 การรายงานผล
4.8.1 การตรวจสอบคณุ ภาพวสั ดุ Cold Bin

- ทดลองตรวจสอบขนาดคละของวสั ดุ Cold Bin ทุกๆ เดอื น หรอื ทกุ คร้ังเมื่อเหน็
วาวัสดทุ ีข่ นมาใชม กี ารเปลย่ี นแปลง โดยรายงานผลตามตวั อยางแบบฟอรม ท่ี 4 – 2

- ทดลองคา Sand Equivalent ของวัสดุ Cold Bin หินฝนุ ทกุ ๆ เดือน หรือทกุ ครง้ั
เมื่อเห็นวา วสั ดุทีข่ นมาใชม กี ารเปลย่ี นแปลง โดยรายงานผลตามตวั อยางแบบฟอรม ท่ี 4 – 4

229

4.8.2 การตรวจสอบคุณภาพวัสดุ Hot Bin
- ทดลองตรวจสอบขนาดคละของวสั ดุ Hot Bin ทกุ ๆ วนั ทํางาน โดยรายงานผล

ตามตัวอยา งแบบฟอรมที่ 4 – 2
- ทดลองคา Sand Equivalent ของวสั ดุ Hot Bin ทุกๆ วนั ทาํ งาน โดยรายงานผล

ตามตัวอยางแบบฟอรมที่ 4 – 4
4.8.3 การตรวจสอบคุณภาพวสั ดุผสมแอสฟลตค อนกรีต
- ทดลองวสั ดผุ สมแอสฟลตคอนกรตี ตามวธิ มี ารแ ชล โดยรายงานผลตามตวั อยาง

แบบฟอรมที่ 4 – 1
- ทดลองลางยางวัสดุผสมแอสฟลตคอนกรีตเพ่ือหาเปอรเซ็นตแอสฟลตซีเมนต

และขนาดคละของมวลรวม โดยรายงานผลตามตัวอยา งแบบฟอรม ที่ 4 – 3
4.8.4 การตรวจสอบคุณภาพแอสฟล ตคอนกรีตในสนามท่กี อ สรา งเสรจ็ แลว
- เจาะเกบ็ ตวั อยา งจากสนามทกุ ๆ เชา หลังวันกอสรา งผวิ ทางแลว เสรจ็
- ทดลองคา ความแนน ของกอนตัวอยางจากสนามพรอมรายงานเปอรเซ็นตการบด

อดั โดยรายงานผลตามตัวอยา งแบบฟอรม ท่ี 4 – 1
- ทดลองลางยางกอนตัวอยางจากสนามเพ่ือหาเปอรเซ็นตแอสฟลตซีเมนตและ

ขนาดคละของมวลรวม โดยรายงานผลตามตวั อยา งแบบฟอรมที่ 4 – 3

.

230

ตวั อยา งแบบฟอรม ท่ี 4-1

สาํ นักวเิ คราะหแ ละตรวจสอบ กรมทางหลวง
HOT MIX DESIGN DATA BY THE MARSHALL METHOD

TEST NO. PROJECT LAYER
STA
INSPECTER DATE

Mix Proportion Hot Bin 1 : 2 : 3 : 4 = Pen. Grade AC 60 / 70 %
Avg. Sp.Gr. Aggregate and Filler (Gag) = Sp. Gr. AC (Gac) = 1.02
Compaction, number of blows each end = Bitumen Absorption (x) =

LAB FIELD

No. of sample

% AC by Mass of Agg. (a)

% AC by Mass of Mix (b)

% Eff. AC by Mass of Mix (c):b-x (100-b)

100

spec. Hgt. in. (d)

DENSITY
Mass in air gm. (e)
(f)
Mass sat.surface Dry gm.

Mass in water gm. (g)

Bulk Volume ml. (h) : f - g

Bulk Density gm./ml. (i) : e/h

Average Density ( I )

VOIDS ANALYSIS
Volume AC % (j) : c*I/Gac
Volume Agg. % (k) : (100-b)*I/Gag

VMA % (l) : 100-k

Air Voids % (m) : l- j

VFA % (n) : 100*j/l

STABILITY Meas. Lbs
Adjust Lbs

FLOWS Average Stability

Meas. 1/100"
Average Flows

231

ตวั อยางแบบฟอรมที่ 4-2

อนั ดบั การทดลองที่ สํานกั วเิ คราะหแ ละตรวจสอบ กรมทางหลวง
โครงการ ฯ
เจา หนาที่ทดลอง วนั ทีท่ ดลอง

Layer SIEVE ANALYSIS & BIN COMBINATION
Material

BIN 1 % BIN 2 %
Sieve Retained Passing Sieve Retained Passing Passing

Sizes (gm.) (gm.) Passing Sizes (gm.) (gm.) %
Passing
3/8'' 1/2"
#4 3/8" Tolerant
#8 #4 Limit
#16 #8
#30 #16
#50 #30
#100
#200

BIN 3 % BIN 4

Sieve Retained Passing Sieve Retained Passing

Sizes (gm.) (gm.) Passing Sizes (gm.) (gm.)
3/4" 1"
1/2" 3/4"
3/8" 1/2"
#4 3/8"
#8 #4

BIN COMBINATION

Sieve %Passing Bin 4 Combined Desired
Sizes Filler Bin 1 Bin 2 Bin 3
1''
3/4''
1/2''
3/8''
#4
#8
#16
#30
#50
#100
#200

Mix Proportion

232

อันดับการทดลองท่ี ตัวอยา งแบบฟอรมท่ี 4-3
โครงการ ฯ สาํ นักวิเคราะหแ ละตรวจสอบ กรมทางหลวง
เจา หนา ทท่ี ดลอง
วนั ท่ที ดลอง

ASPHALT CONTENT AND AGGREGATE GRADATION OF MIXTURE

Layer Sta

Asphalt Content Lab Field

Mass of Bowl+ Fillter Ring ( gm. )

Mass of Bowl+ Fillter Ring + Sample ( gm. )

Mass of Sample …….…......… …M1 ( gm. )

Mass of Bowl + Fillter Ring + Mass of Extracted Aggregate ( gm. )

Mass of Extracted Aggregate .….M2 ( gm. )
Mass of Ash in Extract ………....M3 ( gm. )

Asphalt Content by Mass of Aggregate M1 - M2 - M3 * 100 (%)

Correction by Centrifuge Extractor M2 + M3 (%)

Asphalt Content by Correction (%)

Sieve Retained Lab Passing Retained Field Passing Tolerant
gm % gm % Limit
Sizes Passing Passing
gm gm
1''
3/4''
1/2''
3/8''
#4
#8
#16
#30
#50
#100
#200

Remark :

233

ตวั อยางแบบฟอรม ที่ 4-4

เจาของตัวอยาง สาํ นักวเิ คราะหและตรวจสอบ กรมทางหลวง
หนงั สือที
วันทรี บั หนงั สอื
ทางสาย วนั ทรี บั ตวั อยาง
เจา หนาทที ดลอง
วนั ทที ดลอง

Sand Equivalent Test

Material
Source

Sample Source Sand Clay S.E = Sand RReeaaddiinnggx 100
No. Reading Reading Clay

REMARKS

234

ภาคผนวกท่ี 4 – 1
เครื่องมอื ทดลองในสนาม สาํ หรบั ควบคุมผวิ ทางแอสฟลตค อนกรตี

235

ภาคผนวกที่ 4 – 1
เครือ่ งมือทดลองในสนาม สาํ หรับควบคุมผิวทางแอสฟลตคอนกรีต

ลําดบั ท่ี รายการเครือ่ งมอื ทดลอง หนวยนบั จาํ นวน
1
1. Sieve Dia 200 มม. (8 น้ิว) ขนาด 38.1 มม. (1 ½ นวิ้ ) อัน 1
1
Sieve Dia 200 มม. (8 นวิ้ ) ขนาด 25.0 มม. (1 นิ้ว) อนั 1
1
Sieve Dia 200 มม. (8 นว้ิ ) ขนาด 19.0 มม. (3/4 นิ้ว) อัน 1
1
Sieve Dia 200 มม. (8 นิว้ ) ขนาด 12.5 มม. (1/2 นวิ้ ) อนั 1
1
Sieve Dia 200 มม. (8 น้วิ ) ขนาด 9.5 มม. (3/8 น้วิ ) อัน 1
1
Sieve Dia 200 มม. (8 นิว้ ) ขนาด 4.75 มม. (เบอร 4) อัน 1
1
Sieve Dia 200 มม. (8 นวิ้ ) ขนาด 2.56 มม. (เบอร 8) อนั 1
1
Sieve Dia 200 มม. (8 นว้ิ ) ขนาด 1.18 มม. (เบอร 16) อนั 1
1
Sieve Dia 200 มม. (8 น้วิ ) ขนาด 0.600 มม. (เบอร 30) อนั 1
2
Sieve Dia 200 มม. (8 น้ิว) ขนาด 0.300 มม. (เบอร 50) อนั 1
1
Sieve Dia 200 มม. (8 น้วิ ) ขนาด 0.150 มม. (เบอร 100) อัน 1
900
Sieve Dia 200 มม. (8 นิว้ ) ขนาด 0.075 มม. (เบอร2 00) อัน 1
1
Pan อนั 1
1
Cover อัน

2. Sieve Shaker เคร่ือง

3. Sample Splitter เคร่อื ง

4. Electric Oven (Temperature Rangs 250˚ C) ตู

5. Standard Water bath ใบ

6. Thermometer แบบแทงแกว (200˚C) อัน

7. Metal Thermometer (250˚C) อนั

8. เครื่องช่งั ขนาด 2,610 gm. อานละเอียด 0.1 gm. เครื่อง

9. เครือ่ งชงั่ ขนาด 20 kg. อานไดละเอยี ด 0.1 gm. เคร่อื ง

10. Hot Plate (200˚C) ตร.ซม.

11. Double Burner เคร่อื ง

12. Bunsen and Tripod ชุด

13. Compaction Pedestal ชดุ

14. Compaction Mold Holder ชุด

236

15. Stability Compaction Mold ชดุ 15

16. Stability Compaction Hammer อัน 1

17. Stability Compression Machine เครือ่ ง 1

18. Proving Ring 10,000 lbs. With dial Indicator 0.0001 in division

with 2 in dia. Penetration Piston. ชดุ 1

19. Asphalt Flow Indicator ชุด 1

20. Sand Equivalent Apparatus ชดุ 1

21. Centrifuge Extractor เครือ่ ง 1

22. Sample Extruder เครอ่ื ง 1

23. ชดุ ทดลอง Specific Gravity of Fine Aggregate and Absorption

ประกอบดว ย

- Sand Absorption Cone and Tamper ชุด 1

- Volumetric Flask 500 ml. ใบ 2

24. Vacuum pump เครอื่ ง 1

25. Filtering Flask มีความมาตรฐาน ASTMD-2041(2000 ml.) ใบ 2

26. Stability Mold อนั 1

27. Core Drilling Machine เครอ่ื ง 1

28. เคร่ืองมือทดลองหา Flakiness Index อัน 1

29. เครอ่ื งมือทดลองหา Elongation Index อัน 1

30. เบด็ เตล็ด เชน Glove , Spatula, Spade } Scoop ตามความ

นาํ้ ยาลา งยาง Trichloroethylene กระดาษกรอง จําเปน

237

ภาคผนวกที่ 4 – 2
การตรวจสอบโรงงานผสมแอสฟลตคอนกรตี

238

ภาคผนวกที่ 4 – 2
การตรวจสอบโรงงานผสมแอสฟลตคอนกรีต

1. การตรวจสอบสภาพรายละเอยี ดทวั่ ไป
ทําการตรวจสอบ ขอมูลตางๆ ของโรงงานผสม เชนบริษัทผูผลิต รุน กําลังผลิต อายุการใช

งานชนิดและสภาพท่ัวไปพรอมรายละเอียดของสวนประกอบตางๆ ของโรงงานผสม โดย
ตรวจสอบตามแบบฟอรม “การตรวจสอบโรงงานผสมแอสฟลตคอนกรีต (Plant)” ซึ่งมีรายละเอียด
ดงั ตอ ไปนี้

1.1 บันทึกรายละเอียดท่วั ไปของงานท่กี อ สรา ง
- ชื่อโครงการฯ
- ผูก อ สราง
- ผคู วบคมุ งาน
- สถานทีต่ ง้ั โรงงานผสม

1.2 บนั ทกึ รายละเอยี ดท่ัวไปของโรงงานผสม
- บริษทั ผูผ ลิต, รนุ
- สภาพทวั่ ไปของโรงงานผสม

1.3 ตรวจสอบระบบจดั เกบ็ และปอ นวัสดุ
ระบบจดั เกบ็ และปอ นวัสดปุ ระกอบดว ย ยงุ หินเยน็ (Cold Bin) และถังบรรจแุ อสฟลต
(Asphalt Tank) ซงึ่ มรี ายละเอียดการตรวจสอบดงั น้ี

1.3.1 ยงุ หนิ เยน็ (Cold Bin)
ก) จํานวนยุง
- มอี ยา งนอย 4 ยุง
- กรณีมีการนําทรายมาใชตองแยกทรายและหินฝุนคนละยุง หามนํามา

ผสมในยงุ เดยี วกันหรือใน Stock Pile
- ใสมวลรวมในแตล ะยุง ใหพ อดี อยา ใหมกี ารลนขามไปยุง อน่ื

239

รปู ที่ 1 ยุงหนิ เยน็ (Cold Bin)
ข) ขนาดของมวลรวมที่บรรจุ

- ใชมวลรวมขนาดใหญอ ยสู ว นทาย เพอ่ื ปลอยลงสูส ายพานลาํ เลียงกอ น
และรองอยูใตม วลรวมละเอยี ดเพื่อปองกนั มวลรวมละเอยี ดตดิ สายพาน

ค) การตดิ ต้ังเคร่ืองสั่นสะเทือน
- ติดตง้ั บริเวณขา งยงุ ดา นนอก
- ตดิ ทย่ี งุ มวลรวมละเอยี ด

รปู ท่ี 2 การติดต้งั เครอื่ งสนั่ สะเทอื นและการปอนวัสดุของยงุ หินเยน็ (Cold Bin)

ง) ลักษณะการปอนหนิ
- ตรวจสอบวามีการปอนวัสดุอยางไร สําหรับกําหนดวิธีการตรวจสอบ

อัตราการไหลของมวลรวมในแตละยุง เพ่ือใหปอนมวลรวมเขาสูโรงงานผสมได
อยา งถูกตอ ง

จ) การตรวจสอบอ่ืนๆ
- กรณีที่มีรายละเอียดมากกวาหัวขอท่ีกําหนดใหบันทึกการตรวจสอบ

พรอ มคาํ แนะนําการแกไ ขดวย
1.3.2 ถงั บรรจแุ อสฟล ต (Asphalt Tank)

ก) จํานวนถงั บรรจุ
- ควรมีถงั บรรจุอยางนอ ย 2 ถัง เพ่อื ความสะดวกในการใหค วามรอ น
- มคี วามจรุ วมไมน อยกวาท่ใี ชผลิตสว นผสมของโรงงานผสมใน 1 วนั
- มีสภาพดีและไมร ว่ั ซมึ

ข) ระบบทอรอนในถังบรรจุ
- กรณีการใหความรอนแกแอสฟลตของโรงงานผสมเปนแบบทางออม

(Indirect Heat) ภายในถังบรรจุ ตองมีทอใหความรอนที่จัดวางไดขนาดความยาว
และตาํ แหนง เหมาะสมกับปริมาณแอสฟลตใ นถัง

240

ค) ระบบการหมนุ เวียนแอสฟล ตในถงั
- หากโรงงานผสมไมมีระบบหมุนเวียนแอสฟลตภายในถังจะใชวิธีดึง

แอสฟลตเขา สรู ะบบทอนาํ สง แลว ปลอ ยยอ นกลบั สถู งั เพือ่ ใหแ อสฟล ตม คี วามรอน
ตามที่ตอ งการไดเ รว็ ขน้ึ

รูปที่ 3 ถงั บรรจแุ อสฟลตแ ละระบบทอหมนุ เวยี น
ง) ฉนวนกันความรอนทอสงแอสฟลต

- ในระบบทอสง แอสฟลตค วรมีฉนวนหุมเพื่อรกั ษาอุณหภูมิของแอสฟลต
ใหค งที่

รูปที่ 4 ระบบใหความรอนและการรักษาความรอ นของระบบทอหมนุ เวียน
จ) เคร่ืองควบคุมอุณหภมู ขิ องแอสฟล ตใ นถงั
- หากไมมีเครื่องควบคุมอุณหภูมิจะตองเพิ่มความระมัดระวังใหมากข้ึน

เพ่ือไมใหอุณหภูมิสูงเกินไปจนทําลายโครงสรางโมเลกุลของแอสฟลตหรือถูก
ปลอยใหอ ณุ หภูมิลดลงจนตํา่ กวา ขอ กาํ หนด

ฉ) ตาํ แหนงปลายทอสง แอสฟล ตไ หลกลับ
ช) อปุ กรณตดั การทํางานเมอื่ แอสฟลตหมดถงั
ซ) อุปกรณใหค วามรอนแอสฟล ต

- ตรวจสอบชนิดและประสิทธภิ าพเพ่ือวางแผนการผลติ ใหเ หมาะสม

241

1.4 การตรวจสอบระบบใหความรอ นมวลรวม
1.4.1 หมอ เผา (Dryer)
ก) รายละเอยี ดผผู ลิต
- บรษิ ัทผูผลิต
- รุน หรือ แบบ (Model)
ข) ขนาด
ค) การตดิ ตั้ง
- ความลาดเอยี งของหมอเผา
ง) สภาพท่ัวไป
- ตองอยใู นสภาพดี ไมรั่ว
- สามารถหมนุ รอบตัวไดตอ เนอ่ื งไมติดขดั
จ) กาํ ลงั ผลิต

รปู ที่ 5 หมอเผาและลกั ษณะการใหความรอ นมวลรวม

ฉ) สภาพหองเผาไหม
- เหล็กรางยาว (Flights) ทีต่ ิดตั้งไวภ ายในหอ งเผาไหม จะตอ งอยใู นสภาพ

ดไี มโ กงงอ หรือชาํ รดุ หากพบวา ผิดปกติ ควรรบี ดาํ เนินการแกไขทนั ที
1.4.2 หวั เผา

ก) รายละเอียดผผู ลติ
- ชือ่ บริษทั ผูผลิต
- รุน

242

รปู ท่ี 6 หวั เผา
ข) ชนิดนาํ้ มนั เช้อื เพลงิ
ค) การอนุ เชอ้ื เพลงิ กอนเผา
ง) การทาํ งานของหัวเผา

- สามารถทําความรอนไดตามตองการ
- เพ่ิมลดเปลวไฟไดโ ดยไฟไมดับ
- มวลรวมเม่อื เผาแลวตอ งสะอาดไมมคี ราบเขมา
- ควันท่อี อกจากปลอ งจะมีลกั ษณะขาวไมด ํา

รูปท่ี 7 เช้อื เพลงิ ท่ีใชในการเผาไหม
1.4.3 เคร่อื งเกบ็ ฝนุ (Dust Collector)

โรงงานผสมจะมีเครื่องเก็บฝุน 2 ชดุ คือ ชุดหลัก (Primary) และชดุ รอง
(Secondary) ซ่งึ มี การตรวจสอบเหมือนกนั คอื
ก) รายละเอยี ดผผู ลติ

- ช่ือบริษทั ผผู ลติ
ข) จาํ นวนเครอื่ งเก็บฝนุ

รูปท่ี 8 ระบบเก็บกกั ฝุน
- จํานวนเคร่อื งเกบ็ ฝนุ
- ระบชุ นิด

243

ค) การควบคมุ การเก็บฝนุ ไปใชงาน
-โรงงานผสมบางรุน จะเก็บฝุน ทถี่ กู ดูดออกทางสวน ทายของหมอ เผา

กลับมาใชท้งั หมด บางรุนสามารถเก็บกลับมาไดบางสวน ตามแตช นดิ และขนาด
ของเครอื่ งเกบ็ ฝุน โดยฝุนละเอยี ดเหลา นจี้ ะถกู สงยอนกลบั มาลงท่ี Hot Bin 1
ดงั น้นั หากระบบการนาํ ฝุนกลับมาใชไ มส มบูรณ จะมผี ลใหข นาดคละของ Hot Bin
1 ไมคงทตี่ ลอดเวลาการผลิต สง ผลใหคณุ ภาพสว นผสมแอสฟล ตค อนกรีตทผี่ ลิตมี
คุณภาพไมค งท่ีดวย

ง) อปุ กรณการเกบ็ ฝนุ คืน

รปู ท่ี 9 อุปกรณเกบ็ ฝุนกลบั คนื
1.4.4 เครือ่ งวดั อณุ หภูมิ ณ.จุดตางๆ

- ณ หมอ เผา (Dryer) บริเวณสวนทายที่มวลรวมไหลออก
- ณ ถงั บรรจแุ อสฟลต (Asphalt Tank)
- ณ ทอสง แอสฟล ตกอ นเขา หมอผสม
- ณ ยุง หินรอน (ตดิ ตั้งในยงุ Hot Bin 1)
การตรวจสอบเครื่องวัดอุณหภูมิในแตล ะจดุ จะมีรายละเอยี ดการตรวจสอบเหมอื นกนั คอื
ก) บริษัทผผู ลติ

รูปที่ 10 เครอื่ งวัดอณุ หภมู ิ

ข) ความรอ นสงู สดุ ท่วี ัดได

244

ค) ความละเอยี ดในการวัด
ง) ประเภทของเครอ่ื งวดั (หลอดแกว , โลหะ)
จ) ตาํ แหนงทีต่ ดิ ตั้ง
1.5 การตรวจสอบระบบการรอ นและจัดเก็บมวลรวม
1.5.1 ตะแกรงรอน (Screen)
ก) จาํ นวนตะแกรง

- เปน กยี่ งุ (Bin) ซ่งึ จาํ นวนยงุ ก็จะเปน ไปตามจํานวนตะแกรง
ข) ขนาดตะแกรง

- ตะแกรงช้ันบนสดุ ใชขนาด 7/8" ถึง 1 1/8"
- ตะแกรงชนั้ บนท่ี 2 ใชข นาด 9/16" ถงึ 5/8"
- ตะแกรงช้ันบนท่ี 3 ใชขนาด 5/16" ถึง 3/8"
- ตะแกรงชัน้ บนท่ี 4 ใชขนาด 5/32" ถงึ 3/16"

รูปที่ 11 ตะแกรงรอ น
ค) พ้นื ทต่ี ะแกรง
ง) สภาพตะแกรง

- ตอ งอยใู นสภาพดี
- ควรมสี าํ รองหากเกดิ การขาดหรือชาํ รดุ
จ) ระบบการสนั่ ของตะแกรง
- ตรวจสอบการทาํ งานของสวนตางๆ ใหทาํ งานไดสมบรู ณ

รปู ท่ี 12 การตรวจสภาพตะแกรงรอน


Click to View FlipBook Version