The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-05-17 01:32:15

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

Keywords: คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

245

ฉ) ปริมาณการผานเลยไป Bin อ่นื
1.5.2 ยุง หนิ รอ น( Hot Bin)

ก) ทอ ระบายหินลนยุง
- ทอระบายหนิ ลนยุงเปด ตลอดเวลา ไมมหี นิ อดุ ตนั

รปู ท่ี 13 ทอ ระบายหนิ ลนยุง
ข) สภาพยุง

- สภาพยุง Hot Bin ตองดี สามารถแยกหนิ Hot Bin แตละ Bin ออกจากกนั
ไดเด็ดขาดไมไ หลลงมาปะปนกนั

ค) ทอเกบ็ ตัวอยา ง
ง) การเปด ปดปากยงุ

- บนั ทกึ ลกั ษณะการบังคับเปด-ปด ปากยงุ

รูปท่ี 14 การบงั คบั เปด-ปดปากยงุ Hot Bin
1.5.3 ยุงวสั ดุผสมแทรก

ก) สภาพยุง
- ตอ งปด สนิทไมม รี อยร่วั

ข) ลกั ษณะการทาํ งาน
- การปอนสวนละเอียดเขา สกู ารผสมทําไดหลายวธิ ี เชน การช่ังนํา้ หนกั

การใชเ กลียวดงึ ฯลฯ จึงตองตรวจสอบเพอื่ กําหนดวธิ แี ละปริมาณที่จะใชขณะผสม
ค) สภาพท่ีชาํ รุดและการแกไข

246

- บนั ทึกลกั ษณะการชาํ รดุ และแนวทางแกไ ข

1.6 การตรวจสอบระบบการวดั ปรมิ าณและการผสม
1.6.1 เคร่ืองช่งั แบง ออกเปน เครอ่ื งช่งั มวลรวม เครอ่ื งชั่งแอสฟล ตและเครอ่ื งชง่ั

วัสดผุ สมแทรก ซง่ึ มรี ายการตรวจสอบเหมอื นกนั คือ

รปู ท่ี 15 เคร่อื งชง่ั
ก) รายละเอยี ดผผู ลติ

- บนั ทกึ ช่อื บรษิ ัทผูผ ลติ
- ชนดิ ของเครอื่ งชัง่
ข) น้าํ หนกั สงู สุดในการชงั่
ค) ความละเอียด
ง) การบนั ทึกนํา้ หนกั
1.6.2 ชุดวัดปริมาตรแอสฟลต ในโรงงานผสมแบบตอ เนือ่ ง การปลอ ยแอสฟล ตเขา
สูหองผสมจะทําแบบตอเนื่อง ในสวนของการตรวจสอบสภาพและรายละเอยี ดทัว่ ไปนี้ จะทําการ
ตรวจสอบ
ก) รายละเอียดผูผ ลติ
- บนั ทึกชอื่ บรษิ ทั ผูผ ลติ
ข) ขนาดของ Pressure
1.6.3 หมอผสม (Pugmill Mixer)
ก) รายละเอียดผผู ลติ
- บนั ทึกช่ือบรษิ ัทผูผลติ
ข) กําลงั ผสมตอครงั้
ค) รอบของเครือ่ งผสม
ง) จํานวนใบพายผสม
จ) สภาพใบพาย

247

ฉ) ชอ งวา งระหวา งใบพายและหมอ ผสม
- ตอ งตั้งใหม ีระยะหา งไมม ากกวาครง่ึ หนึ่งของขนาดมวลรวมกอนโตสดุ

ช) การปด ของหมอ ผสม
- ตองปด สนทิ เพ่อื มิใหม วลรวมละเอยี ดหรอื แอสฟล ตไหลออกจากหมอ

ผสม

รูปท่ี 16 หมอผสม
2. การสอบเทียบสําหรบั การใชงาน

2.1 การสอบเทียบระบบการปอ นหนิ เย็น (Calibration of Cold Bin)
2.1.1 วธิ ีใชภาชนะรองรบั วสั ดุจากปากยุง
2.1.1.1 หลักการ
เปดเครื่องปอนวัสดุที่ปากยุงหินเย็น (Cold Bin) แลวใชถาด

รองรับวัสดุที่ไหลออกมา พรอมกับจับเวลา บันทึกนํ้าหนักวัสดุท่ีรองรับได และชวงเวลาท่ีรองรับ
ไดขณะเปดเคร่ืองปอนวัสดุ เพื่อนําไปคํานวณหาอัตราการไหลของวัสดุโดยใชหนวยเปน ตัน/
ช่ัวโมง แลวสรางกราฟความสัมพันธระหวางความสูงชองเปดปากยุงหรือความเร็วรอบมอเตอรกับ
อตั ราการไหลของวัสดุ

2.1.1.2 อุปกรณท ่ีใชใ นการสอบเทยี บ
ก) ภาชนะสําหรบั รองรบั วสั ดุ โดยใชภ าชนะทม่ี ขี นาดเหมาะสม
ข) เครื่องชงั่ ขนาดนาํ้ หนกั สงู สุด ประมาณ 100 กโิ ลกรัม
ค) นาฬกิ าจับเวลา
ง) ตารางบนั ทกึ ขอ มูล

รปู ที่ 17 การเตรียมอปุ กรณส าํ หรบั ใชสอบเทียบเครอ่ื งชง่ั มวลรวม

248

2.1.1.3 ขนั้ ตอนการสอบเทียบ
ก) กาํ หนดความสูงของชองเปดปากยุง หรอื ความเร็วรอบมอเตอร

ของเครื่องปอนวัสดุ หรือท้งั 2 อยาง
ข) เดนิ เครื่องปอนวสั ดุใหวสั ดุไหลออกมาจากปากยุง จนมอี ตั รา

คงที่ แลว จงึ ใชภ าชนะรองรับวสั ดทุ ีไ่ หลออกมาพรอ มจบั เวลา เมอื่ ไดป รมิ าณวสั ดุ พอสมควร กห็ ยดุ
เคร่อื งพรอ มหยุดเวลา

รปู ท่ี 18 ข้ันตอนการสอบเทียบเครอื่ งชง่ั มวลรวม

ค) ชัง่ หาน้าํ หนกั วสั ดุทไี่ หลออกมาแลวจดบนั ทึกพรอมกบั เวลาท่ี
ใชเดินเคร่อื งปอ น

ง) ทําซํ้าตามขอ ข) และ ค) อีกอยางนอย 3 คร้ัง เพื่อหาคาเฉลี่ย
ของน้ําหนักวัสดุไหลออก และเวลาที่ใช แลวคํานวณหาอัตราการไหลของวัสดุ ท่ีความสูงชองเปด
หรอื ท่ีความเรว็ รวมมอเตอรเครอื่ งปอ นวสั ดนุ ้นั ๆ

จ) เปลี่ยนความสูงของชองเปดหรือความเร็วรอบมอเตอรของ
เครอ่ื งปอ นวสั ดุ

ฉ) ทาํ ซ้าํ ขอ ข) ถงึ ง)
ช) สรางกราฟความสมั พนั ธระหวางความสูงชอ งเปด ปากยุงหรือ
ความเร็วรอบมอเตอรของเครื่องปอ นวสั ดกุ ับอตั ราการไหลของวัสดุ
2.1.1.4 ขอ แนะนํา
ก) ปริมาณวัสดทุ ร่ี องรับจากปากยุงซ่ึงช่ังเปนกิโลกรัม และเวลาท่ี
ใชซ่ึงมีหนวยเปนวินาที ตองมากพอท่ีจะไมทําใหการคํานวณแปลงหนวยเปน ตัน/ช่ัวโมง มี
ความคลาดเคล่อื นสงู
ข) น้ําหนักวัสดุท่ีช่ังไดในแตละความสูงของชองเปดปากยุงหรือ
ท่ีความเร็วรอบมอเตอรของเครื่องปอนวัสดุน้ัน ๆ ควรใหมีคาเบี่ยงเบนนอยที่สุด คาใดที่น้ําหนัก
แตกตางไปมากๆ ควรตัดท้ิงเพราะจะทําใหคาอัตราการไหลท่ีคํานวณไดผิดพลาดไปจากความจริง
มาก

249

ค) สาํ หรบั โรงงานผสมทสี่ ามารถปรับไดทั้งความสูงชองเปด ปาก
ยงุ และความเรว็ รอบมอเตอรเคร่อื งปอนวัสดุ การสรา งกราฟความสัมพนั ธ ควรจะแปรเปลยี่ นทีละ
คา ไมค วร แปรเปล่ยี นคา ทง้ั 2 พรอ มกนั

ง) การตรวจสอบตองทําทลี ะยงุ และทาํ ใหค รบทุกยงุ โดยใชวสั ดุ
ขนาดท่ีจะใชง านจรงิ มาบรรจุในยงุ

2.1.2 วธิ ีชั่งนาํ้ หนักวสั ดบุ นสายพานลาํ เลยี ง
2.1.2.1 หลักการ
ปลอยใหมวลรวมไหลตกจากปากยุงลงบนสายพานท่ีลําเลียงวัสดุ เขาสู

หมอเผา แลวหยุดการทํางานของเครื่องปอนวัสดุ และสายพานลําเลียงใหวัสดุคางอยูบนสายพาน
ลาํ เลยี ง จากนน้ั นาํ วสั ดทุ ี่คางอยูบ นสายพานลําเลียงมาชงั่ หานาํ้ หนัก เพ่ือนําไป คํานวณหาอัตราการ
ไหลของวัสดุ และสรางกราฟความสัมพันธระหวางชองเปดปากยุงหรือความเร็วรอบมอเตอรกับ
อตั ราการไหลของวัสดุ

2.1.2.2 อปุ กรณท ่ีใชใ นการตรวจสอบ
ก) เทปวดั ระยะ
ข) นาฬกิ าจบั เวลา
ค) เครอ่ื งชัง่ ขนาดนํ้าหนกั สงู สดุ ประมาณ 60-100 กโิ ลกรัม
ง) ภาชนะใสว สั ดุ
จ) ตารางบนั ทกึ ขอมลู

รูปท่ี 19 การเตรยี มอปุ กรณสาํ หรับใชส อบเทียบเครือ่ งชงั่ มวลรวม

2.1.2.3 ข้ันตอนการตรวจสอบ
ก) วดั ความยาวของสายพานลาํ เลยี ง
ข) จับเวลาเพอื่ หาเวลาที่สายพานลาํ เลียงหมนุ ครบ 1 รอบ
ค) กําหนดความสงู ของชองเปด ปากยุง หรอื ความเร็วรอบมอเตอรข อง

เคร่อื งปอนวสั ดุ หรือท้งั 2 อยาง

250

รูปท่ี 20 การกาํ หนดจุดบนสายพานและการกําหนดความสงู ปากยุง Cold Bin
ง) เดินเครอ่ื งปอนวัสดุพรอมกับเดินมอเตอรหมุนสายพานลําเลียงใหวัสดุ

ไหลออกมาจากปากยงุ และตกลงบนสายพานลําเลียง รอจนวัสดุท่ีตกอยูบนสายพานลําเลียง มีความ
สมา่ํ เสมอ ใหหยดุ การปอ นวสั ดุลงบนสายพานลําเลยี งและหยุดหมนุ สายพานลําเลยี งพรอมๆ กัน

รปู ท่ี 21 เปดวสั ดุจากยุง ลงสสู ายพาน
จ) เม่อื สายพานหยดุ นิง่ แลว ใหเลอื กวัสดทุ คี่ างอยูบนสายพานท่มี คี วาม
สม่ําเสมอท่สี ุดในระยะความยาว 1 เมตร มาชั่งหาน้ําหนักแลวจดบนั ทึกไว

รูปท่ี 22 วดั ระยะแลวชัง่ นํา้ หนกั มวลรวม
ฉ) ทําซํ้าตามขอ ง) และ จ) อีกอยางนอย 3 คร้ัง เพ่ือหาคํานวณหาคาเฉลี่ย
ของน้ําหนักวัสดุที่อยูบนสายพาน แลวคํานวณหาอัตราการไหลของวัสดุท่ีความสูงชองเปดหรือท่ี
ความเรว็ รอบมอเตอรเ คร่ืองปอ นวสั ดุน้นั
ช) เปลีย่ นความสงู ของชองเปด หรือความเร็วรอบมอเตอรของเครอื่ งปอน
วัสดุ
ซ) ทําซํ้าขอ ง) ถึง ฉ)

251

ฌ) สรา งกราฟความสัมพนั ธร ะหวางความสงู ชองเปด ปากยุงหรอื ความเรว็
รอบมอเตอรของเครอ่ื งปอนวสั ดุ กับอตั ราการไหลของวสั ดุ

2.1.2.4 ขอ แนะนํา
ก) น้ําหนกั วัสดบุ นสายพานชว งความยาว 1 เมตร ทนี่ ํามาชง่ั ในแตล ะความ

สูงของชองเปดปากยุงหรือท่ีความเร็วรอบมอเตอรของเครื่องปอนวัสดุน้ัน ๆ ควรใหมีคาเบี่ยงเบน
นอยที่สุด คาใดท่ีแตกตางออกไปมาก ๆ ควรตัดท้ิง เพราะจะทําใหคาอัตราการไหลท่ีคํานวณได
ผดิ พลาดไปจากความจรงิ มาก

รปู ที่ 23 ลกั ษณะสายพานและการกําหนดจุดท่จี ะตกั หินมาชง่ั
ข) กรณสี ายพานลาํ เลยี งมคี วามยาวมากจนสามารถเลือกจุดที่กําหนดความ

ยาว 1 เมตร เพื่อตักวัสดุมาชั่ง เกิน 1 ชุดได สามารถใชจุดที่เพ่ิมขึ้นนี้ แทนจํานวนครั้งท่ีทําในขอ
2.1.2.3 ฉ) ได

2.2 การสอบเทียบเคร่อื งชงั่ ( Calibration of Balance)
2.2.1 หลกั การ
ใชตุมน้ําหนักมาตรฐาน วางลงบนเครื่องชั่งและอานคานํ้าหนัก จาก

หนาปทม นํ้าหนักท่ีวางจะเร่ิมจากนอยไปหามากโดยมีอัตราเพ่ิมท่ีเทากัน และนํ้าหนักสูงสุดที่ใช
ทดสอบ ควรจะมากกวาน้ําหนักท่ีจะใชชั่งวัสดุ จริงเม่ือทําการผสม ในการวางตุมนํ้าหนักแตละครั้ง
จะบันทึกคา นํ้าหนักท่ีวาง และน้ําหนักท่ีอานไดจากหนาปทมในหองควบคุม (Control Room) ของ
โรงงานผสม จากน้ันจะนํามาสรางกราฟความสัมพันธระหวาง นํ้าหนักที่แทจริง กับน้ําหนักที่อาน
ไดจ ากหนาปทม

2.2.2 อปุ กรณท ีใ่ ชใ นการตรวจสอบ
2.2.2.1 ตุมนา้ํ หนกั มาตรฐาน

รูปท่ี 24 ตมุ น้าํ หนักมาตรฐาน

252

2.2.2.2 ตารางบันทึกคา
2.2.3 วิธีการ

ก) ตรวจสอบภายในเคร่ืองชั่งไมใหมีวัสดุคางอยู และทําการปรับแตงให
น้าํ หนกั ทอ่ี า นใหอยทู ่ี ศูนย (Zero Set)

ข) เริ่มวางตุมน้ําหนักทีละ 1 ตุม แตละครั้งท่ีวางตองรอใหหนาปทมหยุด
นงิ่ และบันทกึ คานํา้ หนักทอี่ า นไดจากหนาปท ม แลวจงึ ดําเนนิ การตอจนครบนํา้ หนักทีต่ อ งการ

รูปท่ี 25 การวางตุมน้าํ หนกั มาตรฐานและการอา นคา

ค) ทาํ ตาม ข) อยา งนอ ย 3 คร้งั เพอ่ื หาคาเฉลยี่
ง) สรา งกราฟความสัมพนั ธระหวางนาํ้ หนักจริงกบั นา้ํ หนกั ท่อี า นได
2.2.4 ขอแนะนาํ
ก) สําหรบั เครื่องชัง่ แอสฟลตแ ละวสั ดผุ สมแทรก นํ้าหนักท่ีวางเพ่ืออานคา
แตละคร้ังไมควรเกิน 5 กิโลกรัม และสําหรับเคร่ืองชั่งมวลรวมนํ้าหนักที่วางแตละคร้ังไมควรเกิน
100 กโิ ลกรมั ทัง้ นี้เพ่อื ใหกราฟความสมั พนั ธทจ่ี ะสรางขึน้ มีความละเอียดเพยี งพอสาํ หรบั การใชงาน
ข) กอนเร่ิมวางตุมนํ้าหนักหนาปทมของเครื่องช่ังตองอยูท่ีตําแหนงศูนย
(Zero Set) และเมอื่ วางนํา้ หนกั จนครบตามตองการแลวถอนน้ําหนกั ออก หนาปทม จะตองกลับมาที่
ศูนย ทกุ คร้งั
ค) ขณะทําการตรวจสอบเครื่องช่ัง ควรใหสวนประกอบอ่ืน ๆ ของ
โรงงานผสมทาํ งานลกั ษณะคลา ยกบั กาํ ลงั ผลิตจรงิ เชน เปด สน่ั ตะแกรง หมนุ ใบพายในหมอผสม
ง) กราฟความสัมพนั ธท่ีไดควรจะเปน กราฟเสน ตรงหากมกี ารผดิ เพยี้ นไป
มากควรจะทําการตรวจสอบหรือแกไ ข เครอ่ื งชง่ั เสยี กอน
จ) เครือ่ งชั่งแบบใช Load Cell จะตอ งวางนา้ํ หนกั ท้ังหมดลงในเครือ่ งชงั่
เพื่อต้งั คา กระแสไฟฟา กอ น แลวจงึ ทดลองวางตมุ นํ้าหนกั ตามขอ ข)

3. การรายงานผล ตามตารางแนบทายภาคผนวก

253

สาํ นกั วิเคราะหแ ละตรวจสอบ
รายการตรวจสอบโรงงานผสมแอสฟลตคอนกรตี (Plant)

อนั ดบั การตรวจสอบท่ี
ตรวจสอบวันที่

รายการตรวจสอบ

1. รายละเอยี ดทวั่ ไปของโครงการฯ

โครงการฯ

อยใู นพนื้ ทแ่ี ขวงการทาง สาํ นกั ทางหลวงที่

บรษิ ทั ผรู บั จา ง สัญญาที่

PLANT ตง้ั อยู

หางจดุ เรม่ิ ตน โครงการฯ กม.

หา งจดุ ส้ินสุดโครงการฯ กม.

นายชา งโครงการฯ

เจา หนาที่หนวยผวิ ทาง 1.

2.

3.

2. รายละเอียดทวั่ ไปของโรงงานผสม

2.1 บรษิ ทั ผูผลติ

Model and Serial No.

Capacity ของ Plant Ton/hr.

Efficiency ของ Capacity ขณะตรวจสอบประมาณ %

อายุของ Plant ป

2.2 ชนิดของ Plant เปน แบบ

( เปน Batch type หรอื Continuous type หรอื แบบอน่ื ๆ )

2.3 ลักษณะการตดิ ตั้ง

( เปน แบบตดิ ตง้ั อยกู ับท่ี Permanent หรอื แบบเคลือ่ นท่ไี ดง าย Portable )

2.4 สภาพทวั่ ไปของ Plant ( บรรยายวา ดมี าก ดี พอใช หรอื ไมด ี ตอ งทาํ การแกไข

254
อะไรบา ง เปน Plant ใหม หรือซื้อ Plant ท่ีใชม าแลว )

3. ระบบจัดเก็บและปอนวัสดุ Bins
3.1 การตรวจสอบยุงหนิ ดิบ ( Cold Bin ) 12 3 45

ยุงหนิ เย็น มจี าํ นวน
3.1.1 Bin ท่ี
3.1.2 ขนาดหินที่บรรจุ
3.1.3 ปาก Bin เปน แบบ

มีเครือ่ งส่นั สะเทอื น
ไมม ีเครื่องสั่นสะเทือน
3.1.4 ชนดิ ของสายพานสงหนิ ประเภทสายพานลําเลียง
เปนสายพานยางแบบตอ เนอื่ ง
( Continuous Belt Feeder )
เปน สายพานเหลก็ แบบตอ เนอื่ ง
( Apron Feeder )
เปน แบบแผนชัก
( Reciprocating Plate Feeder )
เปน แบบสัน่ สะเทอื น
( Vibratory Feeder )
ความถีข่ องการสัน่ สะเทอื น(rpm.)
3.1.5 การตรวจสอบอนื่ ๆและการแกไ ข

หมายเหตุ (สาํ คัญ)

ขอ แนะนํา
( 1 ) การใสว สั ดใุ น Cold Bin จะตอ งไมใ สวสั ดจุ นลนยุงมาปะปนกนั (สําคญั )

255

( 2 ) การผสมทราย ตองผสมกนั ตามอตั ราสวนของ Job Mix ใน Cold Bin
เทา น้นั หามผสมทรายกับหินฝุนใน Stock Pile

( 3 ) ในฤดูฝนควรมหี ลงั คาคลมุ ปอ งกันหินฝนุ และทราย ไมใ หเปยกช้ืน
( 4 ) ในชอง ใหเ ติมขอ ความ หรือ กรณีใหเลือก

3.2 ถงั บรรจุแอสฟล ต ( Asphalt tank )

3.2.1 จาํ นวนความจตุ อ ถงั ลติ ร มจี าํ นวน ถัง รวม ลิตร
ลติ ร
3.2.2 Steam or Coil ในถังบรรจุ ( มี หรอื ไมม ี )

3.2.3 Circulating System ในถงั บรรจุ ( มี หรอื ไมมี )

3.2.4 ฉนวนกันความรอนทอสงแอสฟลต ( มี หรือ ไมมี )

3.2.5 เครอื่ งควบคมุ อณุ หภมู ิของแอสฟลตใ นถัง ( มี หรือ ไมม ี )

3.2.6 ตาํ แหนงปลายทอสง แอสฟลตไหลกลบั (อยู เหนือ-ใตระดบั แอสฟลต )

3.2.7 อปุ กรณตดั การทํางานของ Plant เมอ่ื แอสฟลตห มดถงั (มี หรือ ไมมี)

3.28 อุปกรณใหความรอนแอสฟลต

ใชร ะบบ Hot Oil Heater ทใี่ หความรอนทางออ ม ความจุ ลติ ร

ใชร ะบบใหค วามรอ นดวยไฟฟา

ใชร ะบบใหความรอ นแกแ อสฟลตโดยตรงโดยใชไฟเผา ณ. ถงั บรรจุ

ใชระบบใหค วามรอ นแบบอื่นๆ ( อธบิ าย )

4. ระบบใหความรอนมวลรวม

4.1 การตรวจสอบหมอเผา ( Dryer ) และหัวเผา ( Burner )

4.1.1 หมอ เผา ( Dryer )

- บรษิ ทั ผผู ลติ

- แบบ ( Model )

- ขนาด เสนผา ศูนยก ลาง ซม. ยาว ซม.

- ตดิ ต้ังทํามุม องศากับพน้ื ราบ

- สภาพ ( บอกวา ดี พอใช หรอื ไมด ี แลวอธบิ ายสภาพ )

256 Ton / hr

- กําลงั ผลิตทร่ี ะบุ ( Rate Capacity )
- สภาพหอ งเผาไหม ( Combustion Chamber )

4.1.2 หัวเผา ( Burner )
- ชนดิ ของหัวเผา
- ใชเช้ือเพลงิ ชนิด
- การอุนเชอ้ื เพลิงกอนเผา ( Pre heat ) ท่อี ุณหภมู ิ
- การทํางานของหัวเผา ( ระบวุ า ดี พอใช หรอื ไมดี อธิบาย )

4.1.3 เครอ่ื งเก็บฝนุ ( Dust Collectors )
- บรษิ ัทผูผลติ
- จาํ นวนเครอ่ื งเกบ็ ฝุน
ชดุ หลกั ( Primary )
ชุดเสรมิ ( Secondary )
( เชน Dry type , Wet type , Wet Collector , Cyclone )
- การควบคมุ การเกบ็ ฝนุ ไปใชงาน
( ระบุวาเก็บฝุนคนื ไดท ง้ั หมด หรอื บางสวน )
- อปุ กรณก ารเก็บฝนุ คนื เปน แบบ
( เชน แผนกระดก , ประตหู มุน , รงั ผง้ึ หรอื อ่นื ๆ )

4.1.4 เครอื่ งวัดอุณหภมู ิ ณ. จดุ ตา งๆ
ก) เครอ่ื งวัดอุณหภมู ิ ณ. Dryer ( หมอเผา ) ( มี หรอื ไมม ี )
- บรษิ ทั ผูผลิต
- ความรอ นสูงสุดท่วี ัดได ํ C ํ F
- ความละเอยี ดในการวัด ํ C ํ F
- ชนดิ ( ธรรมดา , อัตโนมตั บิ ันทกึ อุณหภูมิได )

257

- การปรบั เวลาในการวดั ( ปรบั ได , ปรบั ไมได )

- ตาํ แหนงท่ีตดิ ตัง้

ข) เครอ่ื งวัดอณุ หภมู ยิ าง AC.ณ.Storage tank ( มี หรือ ไมม ี )

- บริษัทผผู ลิต

- ความรอนสงู สุดที่วดั ได ํ C ํ F
- ความละเอยี ดในการวัด ํ C ํ F

- ชนดิ ( ธรรมดา , อัตโนมัติบันทกึ อณุ หภูมไิ ด )

- ตําแหนงที่ติดตัง้

ค) เคร่ืองวัดอุณหภูมิ AC.ในทอ สงกอ นสง เขา หมอ ผสม(มี,ไมม ี)

- บรษิ ัทผผู ลติ

- ความรอนสงู สุดท่ีวดั ได ํ C ํ F

- ความละเอียดในการวดั ํ C ํ F

- ชนิด ( ธรรมดา , อตั โนมัตบิ นั ทกึ อุณหภมู ไิ ด )

- การปรับเวลาในการวัด ( ปรบั ได , ปรับไมไ ด )

- ตําแหนง ทต่ี ดิ ตั้ง

ง) เคร่ืองวดั อุณหภมู ขิ องหินใน Hot Bin ( มี หรอื ไมม ี )

- บริษทั ผผู ลิต

- ความรอนสูงสุดท่วี ัดได ํ C ํ F

- ความละเอียดในการวดั ํ C ํ F

- ชนดิ ( ธรรมดา , อตั โนมัติบนั ทกึ อณุ หภมู ไิ ด )

- การปรบั เวลาในการวัด ( ปรับได , ปรับไมได )

- ตําแหนง ที่ตดิ ตั้ง

จ) เครอื่ งวดั อณุ หภูมแิ บบกานโลหะ ใชวัด Asphalt Concrete

- มจี าํ นวน อนั

- บริษัทผูผ ลิต

- ความรอ นสูงสุดทวี่ ัดได ํ C ํ F

ฉ) อนื่ ๆ

258

5. ระบบการรอ นและจดั เกบ็ มวลรวม

5.1 ตะแกรงรอ น มีจาํ นวน Bins
23 4
5.1.1 Bin ที่ 1 5
5.1.2 ขนาดตะแกรง % ( >10 % )
%
5.1.3 พ้ืนที่ตะแกรง( ม. 2 ) %

5.1.4 สภาพตะแกรง - อยูในสภาพดี

- สภาพชาํ รดุ (ขาด,สึกมาก)

5.1.5 ชนิดตะแกรง สั่นสะเทือน

- ไมส่ันสะเทอื น

5.1.6 ปรมิ าณการผานเลยไปอยอู กี Bin หนึ่ง ( Carry over ) ของหิน # 8

Bin 2 ผา นเลย

Bin 3 ผา นเลย

Bin 4 ผานเลย

หมายเหตุ
1. ตอ งตรวจตะแกรงกอนเรมิ่ งานทกุ ๆ วัน เพื่อดวู า มีตะแกรงชํารดุ หรอื ไม
2. ตรวจดวู า หินเกดิ การ Over Flow หรอื ไม และ หาวธิ แี กไข

5.2 ยงุ หนิ รอ น
5.2.1 สภาพทอ ระบายหนิ ลนยุง ( เปด หรอื ปด )
5.2.2 สภาพยุง ( Bin ) (สภาพดี สภาพชาํ รดุ )
5.2.3 ทอสาํ หรบั เก็บตวั อยาง ( มี หรอื ไมมี )
5.3.4 การปดเปดปากยุง (ใชคนบังคบั , เปด - ปด โดยอตั โนมตั )ิ
5.3 ยงุ วัสดุผสมแทรก
5.3.1 ยุงวสั ดผุ สมแทรก ( มี หรอื ไมมี )
5.3.2 สภาพ ( ดี , ชาํ รดุ )
5.3.3 ลักษณะการทํางาน ( การปอ นวสั ดุ )
5.3.4 ถา ชํารดุ เปนอยา งไรและแกไ ขอยา งไร

259

6. ระบบจัดปริมาณและผสม

6.1 เคร่ืองช่ังสาํ หรับโรงงานผสม แบบ Batch type

6.1.1 เครอื่ งช่ังแอสฟล ต

- บรษิ ัทผผู ลติ ชนิด

- นาํ้ หนกั สูงสุดท่ีชงั่ ได กก.

- ความละเอียด กก.

- การบนั ทกึ น้ําหนกั อัตโนมัติ ( Automatic printer system )

ไมมี มเี ปน แบบ

6.1.2 เครอื่ งชั่งหนิ

- บรษิ ัทผูผลติ ชนดิ

- นา้ํ หนกั สูงสุดทีช่ ่ังได กก.

- ความละเอยี ด กก.

- การบันทกึ นาํ้ หนักอัตโนมตั ิ ( Automatic printer system )

ไมม ี มเี ปน แบบ

6.1.3 เครอ่ื งชง่ั วัสดผุ สมแทรก

- บรษิ ัทผูผลติ ชนิด

- นํ้าหนกั สูงสุดทีช่ ั่งได กก.

- ความละเอียด กก.

- การบนั ทกึ นาํ้ หนักอัตโนมัติ ( Automatic printer system )

ไมม ี มีเปน แบบ

6.1.4 ตมุ นํา้ หนกั มาตรฐานสําหรบั ตรวจสอบเครอื่ งชั่งตมุ ละ กก.
ตมุ
จาํ นวน

6.2 ชุดวัดปรมิ าตรแอสฟล ตส าํ หรบั Plant แบบ Continuous Type

- บรษิ ัทผูผ ลิต

- ขนาดของ Pressure

260

6.3 หมอ ผสม ( Pugmill Mixer )

- บริษทั ผูผ ลิต

- กาํ ลงั ผสมตอครง้ั กก.
RPM.
- รอบของเครื่องผสม ใบ

- จาํ นวนใบพายผสม ซม.
- สภาพของใบพาย ( ดี , ไมด ี ) ซม.

- ชองวางปลายใบพาย ( Paddle Tips ) กบั ผนงั หมอหา งกัน วินาที
- ใบพายสกึ ไปประมาณ วินาที
วินาที
- การปด สนิทของหมอ ( ปด สนิทวัสดุไมร่วั หรอื รั่ว ) วินาที
วนิ าที
- การควบคุมการเปดปด ของหองผสมแบบอัตโนมัติ ( มี , ไมม ี )

- อุปกรณควบคมุ เวลาการผสม ( Pugmill Timing Devices )

ไมมี มี เปน แบบ

- ความละเอียดของเวลาในการควบคุมตรวจสอบ

- การตั้งเวลาในการผสมตอ Batch DRY MIX

WET MIX

รวมทั้งหมด

- เวลาในการผสมของ Continuous mixer

- เร่อื งท่ัวไปเกีย่ วกบั หอ งผสม

หมายเหตุ

161

บทที่ 5
งานขอบผิวทางแอสฟลตค อนกรีต ( Asphalt Concrete Surface Edge )

งานขอบผวิ ทางแอสฟล ตค อนกรตี หมายถึง การกอ สรา งขอบผิวทางดว ยวสั ดทุ ไ่ี ดจ ากการ
ผสมรอน ระหวางมวลรวมกบั แอสฟลตซีเมนต โดยการปูหรือเกลยี่ แตง และบดทบั บนชนั้ ทางใดๆ ท่ี
ไดเตรยี มไวแ ลว ไปพรอมกบั ชน้ั ผิวทางแอสฟล ตคอนกรตี ใหไ ดแ นว และรูปรา ง ตามทแ่ี สดงไวใ น
แบบ

5.1 วัสดุ
หากไมไ ดกาํ หนดไวเปน อยางอนื่ ใหใ ชสว นผสมของมวลรวม และแอสฟล ตซเี มนตท ีเ่ ปน

สว นผสมเดียวกันกับสว นผสมแอสฟล ตค อนกรีตของผวิ ทางในชว งนั้น ๆ ดูตาม บทท่ี 4 “งาน
แอสฟล ตค อนกรีต ”

5.2 เคร่อื งจักรและเคร่อื งมอื ที่ใชใ นการกอ สราง
เครอื่ งจักรและเคร่ืองมอื ทใ่ี ช ตอ งเปน ชุดเดยี วกับเคร่อื งจกั รและเคร่ืองมือท่ใี ชก อสรา งผิว

ทางแอสฟล ตค อนกรตี หรอื อาจเปนอปุ กรณท่ีแยกจากกนั แตตองสามารถกอสรางขอบผวิ ทางไป
พรอ มๆ กบั ผิวทางได ดตู าม บทที่ 4 “งานแอสฟล ตค อนกรตี ขอ 4.3 ”

อปุ กรณส ําหรับทาํ ผวิ ขอบทาง อาจตดิ ตงั้ กบั สว นเตารดี ของเครอ่ื งปแู อสฟล ตคอนกรีตก็
ได โดยตดิ ต้งั ทปี่ ลายดา นท่ีจะกอสรา งขอบผวิ ทางตามแบบ ทั้งนี้จะตอ งไดรูปรางโดยเมื่ออดั
สวนผสมแอสฟลตคอนกรตี ออกมาแลว เปน ไปตามทแี่ สดงไวใ นแบบ

5.3 วธิ ีการกอ สราง
การกอสรา งขอบผวิ ทางใหก อสรางไปพรอมๆ กบั การกอ สรา งผวิ ทาง โดยจะตอ งปหู รอื

เกล่ยี แตงและบดทบั แนน ใหไ ดแ นว และรปู รา ง ตามทแี่ สดงไวใ นแบบ ดูตาม บทท่ี 4 “งานแอสฟล ต
คอนกรตี ขอ 4.5 ”

5.4 การรายงานผล
รายงานผลตาม บทที่ 4 “งานแอสฟลตค อนกรตี ขอ 4.8 ”

262

บทที่ 6
วัสดมุ วลรวมผสมเย็นดว ยแอสฟล ตอ มิ ลั ชนั (Cold Mixed Asphalt)

วัสดุมวลรวมผสมเย็นดวยยางแอสฟลตอิมัลชัน (Cold Mixed Asphalt) คือวัสดุผสมท่ีได
จากการผสมกนั ระหวางวัสดุมวลรวม (Aggregate) และยางแอสฟลตอิมัลชัน โดยที่ขบวนการผสม
ดาํ เนินไปในอณุ หภมู ิบรรยากาศปกติ

6.1 วัสดุ
วสั ดุทีใ่ ชท ําวสั ดุผสมเยน็ ประกอบดว ยวัสดมุ วลรวม และแอสฟลตอิมลั ชนั
6.1.1 มวลรวม ตอ งเปน วัสดุทกี่ รมทางหลวงอนมุ ัติใหใชได มคี วามแขง็ และคงทน (Hard

and Durable) สะอาด ปราศจากวสั ดไุ มพ ึงประสงคใ ดๆ และตองมคี ณุ สมบตั ดิ งั ตอไปน้ี
ก. คา ความสึกหรอ (Los Angeles Abrasion) ไมเ กนิ รอ ยละ 40
ข. กรณเี ปนกรวดโม ตองมปี รมิ าณรอ ยละที่แตกไมน อ ยกวา 75
ค. คาความคงทน (Soundness) ตองไมเ กนิ รอยละ 9
ง. คา ทรายสมมูล (Sand Equivalent) ไมน อยกวา รอ ยละ 50

6.1.2 แอสฟลต ใชแ อสฟล ตอ มิ ลั ชัน CMS – 2h ซง่ึ มคี ุณภาพถูกตองตาม มอก.371 – 2530
“มาตรฐานผลิตภณั ฑอ ตุ สาหกรรม แคตออิ อนกิ แอสฟลตอ ิมัลชันสาํ หรับถนน”

6.2 การใชง าน
วสั ดผุ สมเย็น (Cold Mix) ใชใ นงานทางดงั นี้
6.2.1 งานซอมผวิ ทาง (Patching) เพ่อื ซอ มผวิ ถนนทางเดิมกอ นการกอสรา งผวิ ทางใหมทบั
6.2.2 งานปรบั ระดับ (Leveling) เพอ่ื ปรบั ผวิ ถนนเดิมใหไ ดระดับตามทต่ี องการเดิม
6.2.3 งานเสริมผิว (Overlay) เพ่ือเสริมความแขง็ แรงใหแ กผวิ ทางเดิม
6.2.4 งานชัน้ รองผิวทาง (Binder Course) โดยปูบนชน้ั พ้ืนทางท่ไี ดเตรยี มไวเรยี บรอ ยแลว
6.2.5 งานชั้นผิวทาง (Wearing Course) โดยปูบนชัน้ รองผวิ ทางที่ไดเตรียมไวเรยี บรอยแลว

6.3 การเลือกขนาดของวสั ดุมวลรวม
6.3.1 สาํ หรบั งานซอมผิว (Patching) ใชขนาดคละ (Gradation) ตามตารางท่ี 6 - 1
6.3.2 สําหรบั งานกอสรา ง ใชข นาดคละ ตามตารางท่ี 6 – 2

263

ตารางที่ 6 - 1 ขนาดของวัสดุมวลรวม สําหรบั ผสมวัสดผุ สมเยน็ (งานซอมผวิ )

ขนาดตะแกรง ปริมาณผา นตะแกรง รอยละโดยน้าํ หนกั
เกรด 1 เกรด 2 เกรด 3 เกรด 4

25.0 มม. ( 1" ) 100

19.0 มม. ( 3/4" ) 90 - 100 100

12.5 มม. ( 1/2" ) - 90 - 100 100 100

9.5 มม. ( 3/8" ) 60 - 80 - 90 - 100 85 - 100

4.75 มม. ( เบอร 4 ) 35 - 65 45 - 70 60 - 80 -

2.36 มม. ( เบอร 8 ) 20 - 50 25 - 50 35 - 65 0 - 10

300 ไมครอน (เบอร 50) 3 - 20 5 - 20 6 - 25 0-5

75 ไมครอน (เบอร 200) 0 - 2 0 - 2 0 - 2 0 - 2

ตารางที่ 6 - 2 ขนาดวสั ดมุ วลรวม (Aggregate) สําหรับผสมวสั ดุผสมเยน็ (Cold Mix)
งานกอสรางทาง งานปรบั ระดับ (Leveling) และงานเสริมผิว (Overlay)

ขนาดตะแกรง Binder Course Wearing Course

เกรดหยาบ เกรดปานกลาง เกรดละเอยี ด

38.1 มม. ( 1 1/2 " ) 100 100 100
25.0 มม. ( 1 " ) 80 - 100 80 - 100 80 - 100
19.0 มม. ( 3/4 " ) 10 - 40
12.5 มม. ( 1/2 " ) - - 0 - 10
9.5 มม. ( 3/8 " ) 25 - 60 20 - 55 0-5
4.75 มม. ( เบอร 4 ) 5 - 30 0-2
2.36 มม. ( เบอร 8 ) - 0-5
1.18 มม. ( เบอร 16 ) 0 - 20
75 ไมครอน ( เบอร 200 ) 0-5 -
0-2
-
0-2

หมายเหตุ การเลอื กใชว สั ดุมวลรวมเกรดใดใหขน้ึ กับความหนาของชัน้ วสั ดุผสมเย็นหลังบดทบั
แลว ของแตละชัน้ ซึง่ ตองหนาไมนอ ยกวา 2.5 เทา ของขนาดกอ นโตที่สุด (Maximum Size) ของ
วสั ดมุ วลรวมของเกรดนนั้ หรอื เปนไปตามแบบกอ สราง หรอื ขอ กําหนดเฉพาะ

264

6.4 เครือ่ งจกั รและเครื่องมอื
เคร่ืองจักรและเคร่ืองมือดังตอไปนี้ จะตองไดรับการตรวจสอบและอนุมัติใหใชไดจากผู

ควบคุมงานกอนดาํ เนนิ การกอ สราง
6.4.1 Mix – Paver Travel Plant ประกอบดว ย
ก. Hopper สาํ หรับรับหนิ ที่เทลงมาจากรถ Dump
ข. มีถังบรรจุแอสฟลตอ มิ ลั ชันอยางนอ ย 1 ถัง และมคี วามจรุ วมไมนอยกวา 1,000

แกลลอน
ค. สายพานลําเลียง (Conveyer)
- มมี าตรวดั ปริมาณหนิ
- สามารถควบคุมปริมาณหินลงสูถ ังผสมไดค งทีแ่ ละสมํ่าเสมอ
ง. มีทอลําเลยี ง เครอื่ งสูบ (Pump) และอปุ กรณที่สามารถควบคุมปริมาณการ

ไหลของแอสฟล ตอมิ ัลชันไดอ ยา งสมา่ํ เสมอ
จ. มมี าตรวัดการไหลของยางแอสฟล ตอ ิมัลชันเปนแกลลอนตอนาที หรือเปน

ลิตรตอ นาที และสามารถวดั ปริมาณยางแอสฟล ตอ ิมัลชันที่ใชง านท้งั หมดไดดว ย
ฉ. มีอุปกรณท่ีสามารถยึดเช่ือม (Interlock) ความเร็วของสายพานลําเลียงหิน กับ

เคร่ืองสบู เพือ่ ใหการไหลของยางแอสฟล ตอมิ ัลชนั มีความสมั พันธก ับอัตราการลําเลยี งหนิ อยางคงท่ี

รปู ท่ี 6.1 Mix – Paver Travel Plant

ตันตอ ชั่วโมง ช. มถี งั ผสม (Mixer) ท่ี
- เปนชนดิ เพลาแฝด (Twin Shaft)
- ผลิตสวนผสมไดอยา งตอ เนอ่ื ง (Continuous Type)
- มีความสามารถในการผลติ สว นผสมไดไมนอ ยกวา 2 ตันตอนาที หรอื 120

ซ. มีอปุ กรณส ําหรับปาด (Screed) แบบสน่ั สะเทือน (Vibrate) ซึง่ สามารถ
- ปรับความถไ่ี ด
- เครื่องปาดสามารถปรับความกวางไดอ ยางนอย 1 ชอ งจราจร

265

- มีอุปกรณที่สามารถกระจาย (Spreading Device) วสั ดสุ วนผสมใหกระจาย
สม่ําเสมอ และเพยี งพอ

- สามารถปรบั ระดับความหนา และปรับ Crown ได
6.4.2 เคร่อื งลาดแอสฟลต (Asphalt Distributor) ใหเปน ไปตามบทที่ 1 “ งานลาดแอสฟล ต
ขอ 1.1.2 “
6.4.3 เคร่ืองเปาฝุน ใหเปน ไปตาม บทท่ี 1 “งานลาดแอสฟลตข อ 1.1.2 (ค) “
6.4.4 รถบดลอยาง ใหเ ปน ไปตาม บทท่ี 4 “ งานผวิ ทางแอสฟล ต คอนกรีต ขอ.......”
6.4.5 รถบดลอ เหลก็ ใหเปน ไปตาม บทที่ 4 “ งานผวิ ทางแอสฟลต คอนกรตี ขอ.......”

6.5 การเตรยี มการกอนการกอสรา ง
6.5.1 การกองวสั ดุ
ก. ใหแ ยกกองแตละขนาด แตล ะแหลง แตล ะโรงโมไ มใหปะปนกัน
ข. บริเวณทก่ี องวสั ดุควรปรบั ระดับและบดทบั ใหแ นน เพ่อื ปองกนั ไมใ หว สั ดนุ ้ัน

สกปรก จากการปะปนกับพนื้ ทกี่ อง
6.5.2 การออกแบบผิวทาง
ก. กอนเร่ิมงาน ผูรับจางตองเก็บตัวอยางวัสดุสวนผสมและเสนอเอกสารการ

ออกแบบสวนผสมพรอมรายละเอียดผลการทดลองที่เปนตัวเลขพรอมกราฟ โดยใชอัตราสวนผสม
ของยางแอสฟลตอิมลั ชันอยางนอย 3 อัตราสวนใหกรมทางหลวงตรวจสอบเห็นชอบกอน หรือผูรับ
จางอาจรอ งขอใหกรมทางหลวงเปนผอู อกแบบสว นผสมใหกไ็ ด

ข. การออกแบบสวนผสมตองใชวิธีที่กําหนดไวใน The Asphalt Institute Manual
Series No.19: March 1979

ค. คณุ สมบตั ิของสวนผสมตองเปน ไปตามตารางที่ 6 - 3
ง. การทดลองและตรวจสอบการออกแบบวัสดุมวลรวมผสมเย็นทุกครั้งหรือทุก
สญั ญาจาง ผูร บั จา งตองชาํ ระคาธรรมเนียมตามอตั ราที่กรมทางหลวงกําหนด
จ. หากวสั ดุสวนผสมมกี ารเปล่ยี นแปลงเน่อื งจากวสั ดมุ วลรวม หรือจากเหตอุ ่นื ใด
ผูรบั จางอาจขอเปลีย่ นแปลง Job Mix Formula ใหมได ท้งั น้ีในการเปล่ียนแปลงทกุ ครัง้ ตอ งไดร ับ
ความเหน็ ชอบจากกรมทางหลวงกอน
ฉ. ผูรับจางตองรับผิดชอบแบบสวนผสมและผลความเสียหายใดๆ ท่ีเกิดข้ึน
รวมท้ังการปฏิบัติงานในสนามตองสามารถดําเนินการใหเปนไปตามแบบสวนผสมดวย ในกรณีที่
ไมส ามารถดาํ เนนิ การตามแบบสวนผสมได จะตอ งดําเนนิ การออกแบบสวนผสมใหม

266

ตารางท่ี 6 - 3 DESIGN CRITERIA FOR COLD MIXED ASPHALT

Test Method Binder Course Wearing Course

Coating, Percent 50 min 75 min

Run off, Percent Residual Asphalt 0.5 max 0.5 max

Wash off, Percent Residual Asphalt 0.5 max 0.5 max

Combined (Run off & Wash off), Percent 0.5 max 0.5 max

ช. ผูรับจางจะตอ งมีเคร่ืองมือทดลอง เพ่ือทดสอบหาคุณสมบตั ิ ดงั ตอ ไปน้ี
*- Compacted Mix Density
- Asphalt Coating (Percent)
- Asphalt Run off (Percent)
- Asphalt Wash off (Percent)
**- Resilient Modulus
**- Moisture Pick–Up by Vacuum Soak (Percent)

หมายเหตุ
*- Compacted Mix Density จะใชว ธิ ีทก่ี าํ หนดไวใ น Federal Highway administration.

IP 79-1. Volume 2. Testing Method for Open Graded Mixes หรือ Mininistry of Public Works
and Urbanisms. 1981. Work Design Formulations. Section 541. Bituminous Cold Mixes. หรอื
New York State. Department of Transportation. 1985. Standard Specifications. Construction and
Materials. Section 405. Cold Mix Bituminous Pavement หรือ วิธีที่กรมทางหลวงเหน็ ชอบกไ็ ด

**- Resilient Modulus และ Moisture Pick-Up by Vacuum Soak ใชส ําหรับออกแบบความ
หนาของวสั ดผุ สมเยน็ (Cold Mix)

6.5.3 การตรวจสอบ เครอ่ื งมอื และเคร่อื งจกั ร
เคร่ืองจักร เคร่ืองมือ และอุปกรณทุกชนิดตามท่ีระบุไวใน ขอ 6.4 ท่ีนํามาใชงาน

ตองมีสภาพใชงานไดดี โดยจะตองผานการตรวจสอบและหรือตรวจปรับ ตามรายการและวิธีการท่ี
กรมทางหลวงกําหนด และนายชางผูควบคุมงานอนุญาตใหใชไดกอน เครื่องจักร เคร่ืองมือ และ
อุปกรณทุกชนิดตองมีจํานวนพอเพียงท่ีจะอํานวยใหการกอสรางดําเนินไปโดยตอเน่ืองไมติดขัด
หรือหยุดชะงัก และในระหวางการกอสรางจะตองบํารุงรักษาใหอยูในสภาพดีอยูเสมอตลอด
ระยะเวลาทํางาน

6.5.4 การเตรียมพื้นท่กี อ สราง
ใหเ ปนไปตาม บทที่ 4 “งานผวิ ทางแอสฟล ต คอนกรตี ขอ 4.4.8 “

267

6.6 การกอสราง
การกอสรางผิวทางวัสดุผสมเย็นเปนการผสมวัสดุมวลรวมกับแอสฟลตอิมัลชั่น ดวยเครื่อง

ปูวัสดุผสมเย็นท่ีไดตรวจสอบ (Calibrate) แลว เม่ือเสร็จจะใชรถบดลอเหล็กบดทับ 2 – 4 เที่ยว
(Initial Breakdown Rolling) จากนั้นใชหินฝุนหรอื ทรายหยาบแหง สาดเกล่ียใหสมํ่าเสมอทับหนาใน
อัตรา 2 – 4 กม./ตร.ม.แลวใชรถบดลอยาง สุดทายใชรถบดลอเหล็ก บดทับแตงผิวใหเรียบ ปด
การจราจรประมาณครงึ่ ชว่ั โมง จึงเปดใหก ารจราจรผา นได

รปู ท่ี 6.2 การกอสรางผิวทางวัสดุผสมเย็น
6.7 การตรวจสอบชน้ั ทางวัสดผุ สมเยน็ ที่กอสรางเสรจ็ แลว

6.7.1 ความแนน (Density)
ก. การทดลองความแนนในสนาม ใชวิธีตาม
- ASTM D 2950-82 “Density of Bituminous Concrete in Place by

Nuclear Method” หรือ
- ASTM D 1188-83 “Bulk Specific Gravity and Density of Compacted

Bituminous Mixtures using Paraffin – Coated Specimens”
ข. เปรยี บเทียบคาความแนน ของวสั ดผุ สมเย็นที่ไดบ ดทบั แลว กับคาความแนนของ

ตัวอยางที่บดอัดในหองทดลอง โดยคํานวณเปนคาความแนนรอยละของตัวอยางที่บดอัดใน
หองทดลอง ท้ังน้ตี อ งมคี วามแนน ไมนอ ยกวารอ ยละ 95

ค. การหาคา Compacted Mix Density ใหใช Double Plunger Method โดยใช
Static Load 11,160 กโิ ลกรัม (25,000 lbs.) กดไวนาน 30 วนิ าที

6.7.2 ปรมิ าณแอสฟลตและขนาดคละของวสั ดผุ สมเย็น

268

ทดลองหาปริมาณแอสฟลตและขนาดคละของวัสดุผสมเย็นในสนามท่ีกอสราง
เสร็จเรียบรอย โดยทดลองหาปริมาณแอสฟลตและขนาดคละของสวนผสมแอสฟลตคอนกรีตโดย
ใชเคร่ือง Centrifuge Extractor

6.8 ขอ แนะนาํ และขอ ควรระวงั
6.8.1 ปริมาณแอสฟล ตโดยประมาณทใ่ี ชใ นสวนผสมวสั ดผุ สมเย็น (Cold Mix)
ก. กรณีใชกับมวลรวม ตามตารางท่ี 6 - 1 (งานซอมผิว) ปริมาณแอสฟลตอิมัลชัน

ใชตามตารางท่ี 6 - 4
ข. กรณีใชกับมวลรวม ตามตารางท่ี 6 - 2 (งานกอสรางทาง งานปรับระดับ และ

งานเสริมผิว ปรมิ าณแอสฟล ตอิมลั ชนั ใชตามตารางท่ี 6 - 5

ตารางที่ 6 - 4 ปรมิ าณยางแอสฟลตอิมลั ชนั ในสวนผสมวสั ดผุ สมเยน็ (Cold Mix)
สาํ หรบั งานซอ มผิว (Patching)

ขนาดของวัสดมุ วลรวม (Aggregate) ปริมาณยางแอสฟล ตอ มิ ลั ชนั
รอ ยละโดยนํ้าหนักของหนิ แหง

เกรด 1 6-8
เกรด 2 7-9
เกรด 3 9 - 10
เกรด 4 9 - 10

ตารางท่ี 6 - 5 ปรมิ าณยางแอสฟล ตอิมัลชันในสวนผสมวสั ดุผสมเยน็ (Cold Mix)
สาํ หรบั งานกอสรางทาง งานปรับระดบั (Leveling) และงานเสริมผวิ (Overlay)

ขนาดของวสั ดมุ วลรวม (Aggregate) ปรมิ าณยางแอสฟล ตอิมัลชัน
รอยละโดยน้าํ หนกั ของหนิ แหง

เกรดหยาบ 4.5 - 6.5
เกรดปานกลาง 5.0 - 7.0
เกรดละเอยี ด 6.0 - 8.0

ในกรณีทวี่ ัสดมุ วลรวมมลี ักษณะพรนุ และมคี วามดดู ซมึ น้ําไดเกนิ กวารอ ยละ 2 โดยนํา้ หนกั
ใหเพิม่ เพ่มิ ปรมิ าณยางแอสฟล ตอมิ ลั ชันรอยละ 20 ของตารางที่ 6 - 4 และตารางที่ 6 - 5

269

6.8.2 กรณที ผี่ รู ับจางออกแบบ สวนผสม เม่ือกรมทางหลวงตรวจสอบเอกสารการออกแบบ
และวัสดุสวนผสม และกําหนดคาผลการทดลองที่เหมาะสมใหแลว กรมทางหลวงจะออก Job
Mix Formula ซึ่งมีขอบเขตจาํ กัด (Allowable Tolerance) ให ดงั นี้

วสั ดมุ วลรวม + 6 เปอรเซ็นต
ขนาดผา นตะแกรงขนาด 4.75 มม. และใหญก วา + 5 เปอรเซน็ ต
ขนาดผา นตะแกรงขนาด 2.36 มม. + 3 เปอรเซน็ ต
ขนาดผา นตะแกรงขนาด 1.18 มม. - 300 ไมครอน + 1 เปอรเ ซน็ ต
ขนาดผานตะแกรงขนาด 75 ไมครอน + 0.5 เปอรเ ซน็ ต

วสั ดแุ อสฟลตอ มิ ลั ชัน

6.8.3 ในการผสมวัสดุมวลรวมผสมเย็นในสนาม ถามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใดหรือ
แอสฟลตอิมัลชัน ผิดพลาดเกินกวาท่ีกําหนดให จะถือวาสวนผสมที่ผสมไวในแตละครั้งนั้นไม
ถูกตอ งตามคุณภาพท่ีตองการ ซ่ึงผูรับจางจะตองทําการปรับปรุงหรือแกไขใหม โดยผูรับจางจะตอง
เปนผูรบั ผดิ ชอบคา ใชจ า ยใดใดท้งั สน้ิ

6.8.4 ในกรณที จี่ ะตองทําฉาบผวิ (Seal) ปองกนั น้าํ ซึม
- ใหด าํ เนนิ การตามแบบกอ สรางหรือขอ กําหนดเฉพาะ
- ดาํ เนนิ การหลังจากทําวสั ดผุ สมเยน็ เสรจ็ แลวอยางนอ ย 3 สปั ดาห
- ตองทาํ ช้นั ปองกันนา้ํ ซมึ กอนฤดฝู น

270

บทท่ี 7
งานฉาบผวิ ทางแบบสเลอรซี ลี ( Slurry Seal )

งานฉาบผวิ ทางแบบสเลอรซี ีล คือ การกอ สรา ง ผิวทาง หรอื ไหลผ วิ ทาง ดวยสว นผสมของ
มวลรวมกับแอสฟล ตอ มิ ัลชัน โดยการฉาบบนชนั้ ทางใด ๆ ที่ไดเ ตรยี มไวแ ลว

.

7.1 วสั ดุ
วสั ดุท่ใี ชท าํ Slurry Seal ประกอบดว ย
7.1.1 วสั ดแุ อสฟล ตอมิ ัลชัน ซึง่ ไดแ ก CSS-1 หรอื CSS-1h จะตองมีคุณสมบตั ิถูกตอง

ตามฐานผลติ ภณั ฑอุตสาหกรรม มอก. 371-2530
7.1.2 วัสดุสารผสมเพิ่ม เพื่อทําใหแอสฟลตอิมัลชันแตกตัวเร็วขึ้นหรือชาลงหรือใชเพ่ือให

แอสฟล ตเคลือบมวลรวมดยี ง่ิ ข้นึ ปริมาณทจ่ี ะใชตอ งพอเหมาะเพอ่ื สามารถเปด การจราจรไดภายใน
เวลาที่ตองการ วัสดุสารผสมเพ่ิมน้ีจะใชหรือไมใชก็ได แลวแตการออกแบบซ่ึงจะตองไดรับการ
เหน็ ชอบจากสํานักวิเคราะหและตรวจสอบ

7.1.3 น้ําทีใ่ ช ตอ งสะอาดปราศจากสิ่งเจอื ปนท่จี ะกอใหเ กดิ ผลเสียตอ วัสดุผสมเลอรี่ซลี
7.1.4 มวลรวม ( Aggregate ) ตองเปน หินโม ถา จาํ เปนอาจใชห ินโมผ สมทราย แตจะ
ใชทรายไดไ มเกินรอยละ 50 ของน้ําหนกั มวลรวมทัง้ หมด และทรายนน้ั จะตอ งมีคาดดู ซึมนาํ้ ไมเ กนิ
รอ ยละ 1.25
7.1.5 สาํ หรบั ผิวทางท่ีมีปรมิ าณการจราจรเฉล่ยี (ADT) เกินกวา 500 คันตอ วนั ใหใชม วล
รวมเปนหนิ โมเ ทา นน้ั
7.1.6 มวลรวมตอ งแขง็ คงทน สะอาด ปราศจากดนิ หรอื วัสดุไมพ งึ ประสงคอยา งอื่น และ
ตอ งมคี ุณสมบตั ิตามขอกําหนดตอไปนี้

ก. Sand Equivalent มคี า ไมนอ ยกวารอ ยละ 50
ข. ความสึกหรอของ Coarse Aggregate มคี าไมเกินรอยละ 35
7.1.7 Mineral Filler เปนสวนหนึ่งของสว นผสมมวลรวม และตองใชใ นปริมาณนอ ย
ท่สี ดุ เทา ทีจ่ าํ เปน และจะใชเ มือ่ ตองการปรบั ปรุง Workability หรอื gradation เชน ปูนซเี มนต
ปนู ขาว

7.2 การใชงาน
สเลอรีซ่ ลี ใชสําหรับฉาบผิวทางแบง เปน 3 ชนิด มีลกั ษณะแตกตางกันตามท่ี

กาํ หนดในตารางท่ี 7-1 ซงึ่ จะแตกตา งกนั ตามวตั ถุประสงคในการใชง าน การที่จะกาํ หนดใหฉ าบผวิ
สเลอรี่ซลี ชนิดใดขนึ้ อยูกบั สภาพผิวทางเดิม ปริมาณการจราจร และวัตถปุ ระสงคใ นการใชงาน ซึง่
จะตองเลือกชนิดที่มีคุณสมบตั ิเหมาะสมตามความตอ งการโดยแบง ไดด ังตอไปนี้

271

7.2.1 ชนดิ ที่ 1 เปน Slurry Seal ชนิดท่มี ีความสามารถในการแทรกซมึ รอยแตกไดด ี มี
ความยดื หยนุ สงู เหมาะทีจ่ ะใชงานดังตอไปนี้

ก. ยารอยแตก
ข. ปูเปนผิวทางชั่วคราวเพอื่ รอการกอสรางช้ันอ่ืนตอ ไป
ค. ปูเปน ผิวทางท่ีรบั ปริมาณการจราจรนอ ย ความเรว็ ตาํ่ และพ้นื ทางระบายนํ้า
7.2.2 ชนิดท่ี 2 เปน Slurry Seal ชนดิ ท่มี สี วนละเอยี ดมากพอทีจ่ ะซมึ ลงไปในรอยแตกได
เหมาะทจี่ ะใชง านดังตอ ไปนี้
ก. ฉาบผวิ ทางเดิมท่ีขรขุ ระปานกลาง เชน ผวิ เซอรเฟสทรตี เมนตหรือเพนเนเตรชนั่
แมคคาดมั
ข. ปูเปนผิวทางชนิดบาง เพอ่ื ปอ งกนั นํ้าซึมลงในพื้นทาง
ค. ใชแ ทนผวิ ทางชนิด Single Surface Treatment
7.2.3 ชนิดท่ี 3 เปน Slurry Seal ชนดิ ทมี่ ผี ิวคอ นขางหยาบ สามารถอดุ รอยท่ีหนิ ผิวเดมิ
หลุดไดดี ปรบั ระดับผวิ เดิมไดเล็กนอ ย เหมาะสาํ หรบั ใชงานดงั ตอไปนี้
ก. ฉาบผวิ เดิมทมี่ คี วามขรขุ ระมาก
ข. ฉาบเปนชั้นแรก หรอื ชัน้ ทสี่ อง ในการฉาบผิวแบบ Slurry Seal หลายชน้ั
ค. ใชฉาบผิวเพ่ือแก Crown Slope ที่ผดิ ไปเล็กนอ ย
ง. ฉาบผิวทางท่ผี วิ ทางเดิมหลดุ ( Raveling )

ตารางที่ 7-1 ขนาดของหนิ ปริมาณแอสฟล ตที่ใช และอตั ราการฉาบ

ชนิดของ Slurry Seal 123

ขนาดของตะแกรง ผาตะแกรง รอยละ

9.5 มม. ( 3/8 " ) 100 100
4.75 มม. ( เบอร 4 ) 100 90-100 70-90
2.36 มม. ( เบอร 8 ) 90-100 65-90 45-70
1.18 มม. ( เบอร 16 ) 65-90 45-70 28-50
600 ไมครอน ( เบอร 30 ) 40-60 30-50 19-34
300 ไมครอน ( เบอร 50 ) 25-42 18-30 12-25
150 ไมครอน ( เบอร 100 ) 15-30 10-21 7-18
75 ไมครอน ( เบอร 200 ) 10-20 5-15 5-15

Residual แอสฟล ตร อ ยละโดยน้ําหนักของหนิ แหง 10.0-16.0 7.5-13.5 6.5-12.0

อัตราการป/ู ฉาบเปนน้าํ หนักของหินแหง กก./ตร.ม. 3.0-5.5 5.5-10.0 10.0-16.0

272

7.3 เครอ่ื งจักรและเคร่ืองมอื ทใี่ ชใ นการกอ สรา ง
เคร่ืองจักรและเครื่องมือตา งๆ ทจ่ี ะนํามาใชจะตอ งไดร บั การดูแลรกั ษาใหอยใู นสภาพทีใ่ ช

การไดดีตลอดระยะเวลาของการดาํ เนินงาน หากอุปกรณ เคร่อื งจักร หรอื เครือ่ งมือนั้นไมสามารถ
ทํางานไดผ ลตามตองการ ผรู ับจา งจะตองแกไ ขใหด กี อ นนาํ ไปใชง าน

7.3.1 เครื่องจักรสเลอรซ่ี ลี
เครอ่ื งจักรสเลอรีซ่ ลี ตองเปนเคร่ืองจกั รท่ขี บั เคลื่อนไดดว ยตัวเอง ประกอบดว ย
- เคร่อื งผสม (Mixer)
- เครอื่ งฉีดนา้ํ
- เครื่องฉาบ (Spreader)
- เครอ่ื งปม แอสฟล ตอิมลั ชัน นาํ้ และสารผสมเพิม่
- สายพานลาํ เลียงมวลรวมและวสั ดผุ สมแทรกไปยงั เครอ่ื งผสม
- ถงั ใสมวลรวม (Aggregate Bin)
- ถงั ใสวัสดุผสมแทรก (Filler Bin)
- ถงั ใสน ํ้าและใสแ อสฟล ตอิมลั ชนั
- ถงั ใสส ารผสมเพิ่ม (Additive Tank)
- อุปกรณค วบคุมอัตราสวนผสมของวัสดุ

สวนประกอบของเคร่ืองจักรขางตน สําหรับรายการซึ่งเปนสวนประกอบที่สําคัญมี
รายละเอยี ดดังน้ี

ก. เครอ่ื งผสม ตอ งเปน เครือ่ งชนิดทีผ่ ลติ สว นผสมของสเลอรี่ซีลไดอยางตอ เนือ่ ง
ไมขาดตอน มเี คร่อื งลาํ เลยี งวัสดตุ า งๆ พรอ มมาตรวดั ปริมาณ สามารถลําเลยี งมวลรวม วัสดุผสม
แทรกลงสถู งั ผสมในตําแหนง เดยี วกนั และลาํ เลยี งน้าํ แอสฟล ตอ มิ ลั ชนั และสารผสมเพิ่มลงสูถัง
ผสมตามอัตราสวนท่กี ําหนดไดอยางถกู ตอง เคร่อื งผสมสามารถลําเลยี งวสั ดทุ ผี่ สมเขากนั อยา งดีแลว
ลงเครอ่ื งฉาบไดอยางตอ เนอื่ งไมข าดตอน

ข. เคร่อื งฉดี นาํ้ ตดิ ตั้งอยูห นา เคร่อื งฉาบ เชน Fog Spray Bar สามารถฉีดน้ําให
เปน ฝอยหรอื ละออง ใชส าํ หรบั ฉดี น้าํ ใหผ ิวทางเปย กไดอยางทั่วถึง

ค. เครือ่ งฉาบ ติดอยทู างดานทายของเครื่องผสม ตองสามารถปรบั อัตราการฉาบ
ไดตามทกี่ าํ หนด ปรบั ความกวางไดไ มนอยกวา 1 ชองจราจร ฉาบไดเ รยี บและสม่ําเสมอ

ง. เครอื่ งปม แอสฟลตอิมลั ชัน น้าํ และสารผสมเพ่ิม ตองมีมาตรวัดปรมิ าณและ
สามารถอา นมาตรไดตลอดเวลาในการทาํ สเลอรี่ซีล

จ. สายพานลําเลียงมวลรวมและวัสดุผสมแทรกไปยังเครือ่ งผสม ตองมีมาตรวัด
ปริมาณและสามารถอานมาตรไดตลอดเวลาในการทาํ สเลอรี่ซลี

273

7.3.2 เครือ่ งกวาดฝุน
เคร่ืองกวาดฝุนเปนแบบขับเคลื่อนไดดวยตัวเองหรือแบบลากที่ติดต้ังท่ีรถไถนา

(Farm Tractor) หรอื รถอ่นื ใดซึ่งเปนชนิดไมก วาดหมุนโดยเคร่ืองกล ขนไมก วาดอาจทาํ ดว ยไฟเบอร
ลวดเหล็ก ไนลอ น หวายหรือวสั ดุอืน่ ใดทเ่ี หมาะสม ทัง้ นี้ตอ งมปี ระสิทธิภาพพอท่ีจะทําใหพื้นที่ท่ีจะ
กอสรางสะอาด อาจใชรวมกับเคร่ืองเปาฝุนและไมกวาดมือซ่ึงสามารถทําความสะอาดผิวทางและ
รอยแตกได

7.3.3 เคร่อื งเปา ลม (Blower)
เปน แบบติดตง้ั ที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มใี บพดั ขนาดใหญใหก าํ ลงั ลมแรง และมี

ประสทิ ธภิ าพพอเพยี งทจ่ี ะทาํ ใหพ ้นื ทีท่ ี่จะกอ สรา งสะอาด
7.3.4 เครือ่ งจกั รบดทบั
เคร่อื งจกั รบดทับตอ งเปนรถบดลอ ยางแบบขบั เคลอ่ื นไดด ว ยตวั เองมนี า้ํ หนกั ประมาณ

5 ตัน ลอยางตองเปนชนดิ ผวิ หนายางเรยี บ มขี นาดและจาํ นวนชน้ั ผา ใบเทา กันทกุ ลอความดันลมยาง
ประมาณ 345 กโิ ลพาสคัล (50 ปอนดแ รงตอ ตารางนิว้ )

7.3.5 อปุ กรณอ ืน่ ๆ
อุปกรณอ ืน่ ๆ ทจี่ ําเปนในการดาํ เนินงาน เชน เครอื่ งฉาบดวยมือ พล่ัว

7.4 การเตรียมการกอนการกอ สราง
7.4.1 การกองหินหรือทราย ใหก องหินหรอื ทรายไวใ หเปนระเบียบ ตอ งไมเปนบริเวณท่ี

มนี ํ้าขงั ถาหากมกี ารผสมตอ งทําการผสมกนั ใหไ ดสว นคละอยางถูกตอ งและสมาํ่ เสมอกอ นนาํ ขน้ึ
บนเคร่ืองผสม Slurry Seal

7.4.2 การออกแบบสว นผสม Slurry Seal
ก. คุณภาพของวัสดุท่ีจะใชออกแบบจะตองผานการทดลองคุณภาพใหใชไดแลว

การออกแบบสวนผสมจะตองออกแบบใหเหมาะสมกับการใชงานและสวนผสมสเลอร่ีซีลตองมี
คุณสมบัติดังตอไปนี้

- คาความขนเหลว (Flow) อยรู ะหวา ง 20 – 30 มม.
- Initial set ไมเ กิน 12 ช่ัวโมง
- เวลาในการบม ( Cure Time ) ไมเกนิ 24 ชั่วโมง
- Wet Track Abrasion Loss ไมมากกวา 800 กรัมตอ ตร.ม.
- เวลาเปด ใหการจราจรผา นได (Traffic Time) หลงั กอ สรางประมาณ 6 ช่ัวโมง
ข. ระหวางทาํ การฉาบ Slurry ถา ผูควบคมุ งานเห็นวาสวนผสม Slurry ทอ่ี อกแบบ
ไวไมเหมาะสมกบั สภาพความเปน จรงิ ในสนาม ใหสงออกแบบสว นผสมใหม

274

7.4.3 ขอ กาํ หนดเพ่มิ เติมสาํ หรบั มาตรฐาน “ วิธกี ารฉาบผวิ ทางแบบ Slurry Seal “
ก. กอนเร่ิมงาน ผูรับจางตองเสนอเอกสารการออกแบบสวนผสมแกผูควบคุมงาน

แลว ใหผ คู วบคมุ งานเก็บตัวอยางวัสดุสวนผสมที่จะใชในการผสม สงสํานักวิเคราะหและตรวจสอบ
เพ่ือตรวจสอบพรอมกับเอกสารการออกแบบสวนผสมดวย โดยผูรับจางจะตองเปนผูรับผิดชอบ
คาใชจา ยใดใดทัง้ สิน้

ข. เมื่อสํานักวิเคราะหและตรวจสอบ ตรวจสอบเอกสารการออกแบบและวัสดุ
สวนผสม และกําหนดคาผลการทดลองท่ีเหมาะสมใหแลว สํานักวิเคราะหและตรวจสอบจะออก
Job Mix Formula ใหใ ชส าํ หรบั ควบคมุ งานตอไป

ค. ในการทํา Slurry Seal ในสนาม ถาวสั ดุมวลรวมหรอื วัสดผุ สมแอสฟลต
ผิดพลาดจากขอ กาํ หนดจะถอื วา สวนผสมท่ผี สมไวในแตละครง้ั นนั้ ไมถ ูกตองตามคุณภาพที่ตอ งการ
ซึง่ ผูร ับจา งจะตองทาํ การปรับปรงุ หรือแกไ ขใหม โดยผูรบั จา งจะตอ งเปน ผรู บั ผิดชอบคาใชจ า ย
ใดๆ ทง้ั สน้ิ

ง. หากวสั ดสุ วนผสมมีการเปลี่ยนแปลงเนอื่ งจากวสั ดุมวลรวมก็ดีหรอื เนื่องจาก
เหตุอื่นใดกด็ ี ผรู บั จา งอาจขอเปล่ียนแปลง Job Mix Formula ใหมได ทัง้ น้ใี นการเปลยี่ นแปลง
ทกุ คร้ังตอ งไดร บั ความเหน็ ชอบจากสํานกั วเิ คราะหแ ละตรวจสอบกอน

จ. การทดลองและตรวจสอบการออกแบบการฉาบผวิ ทางแบบ Slurry Seal ทุก
คร้ังหรือทุกสัญญาจาง ผูร บั จางตองชําระคา ธรรมเนียมตามอัตราทีก่ รมทางหลวงกําหนด

7.4.4 การตรวจสอบเคร่อื งจักรและเครือ่ งมอื
ก. ตรวจสอบอุปกรณเ ครอ่ื งมือและเครอ่ื งจกั รใหอ ยใู นสภาพทีพ่ รอมจะนําออกใช

งานและผลติ สวนผสม Slurry ไดตามทอี่ อกแบบไว
ข. ตรวจสอบเคร่ืองวัดปรมิ าณวสั ดุตา ง ๆ ( Calibrate ) กอนเริม่ งาน เพือ่ หา

ความสมั พันธระหวางจาํ นวนวัสดทุ ่เี ปด ลงในถังผสม โดยอา นจากเคร่ืองหรือคูมือการใชเคร่อื งกบั
วัสดทุ ีป่ ลอ ยลงไปจริง รายละเอยี ดตามภาคผนวกท่ี 7 - 1

7.4.5 การเตรยี มพ้ืนท่ี
ก. พจิ ารณาตรวจสอบพนื้ ทท่ี ่จี ะกอ สรา ง และแกไ ขความบกพรอ งตา งๆ กอ น

ฉาบผิว เชน ถาผิวเดิมมคี วามเสียหายไมแข็งแรงพอเปนแหงๆ ใหท ํา Deep Patching ถาระดบั ไม
ดใี หทํา Skin Patching

ข. ใชเ ครื่องกวาดฝนุ กวาดวัสดุ ทเ่ี กาะตดิ ผวิ ออกใหหมดจนผวิ สะอาด อาจจะใช
การลางถากวาดไมหมด ในกรณที ผี่ วิ เดมิ มรี อยแตกกวา งหา มใชน ํา้ ลา ง

275

7.5 การกอสรา ง
7.5.1 สว นผสมของ Slurry เม่อื ฉาบบนผวิ ทางแลว ตองมสี ว นผสมคงทต่ี ามตองการ
7.5.2 วัสดทุ ผ่ี สมแลวตองกระจายอยา งสมํ่าเสมอในเคร่ืองฉาบ และตอ งมปี ริมาณมาก

พอตลอดเวลา เพอื่ ใหก ารฉาบฉาบไดเตม็ ความกวา งท่ีตอ งการ
7.5.3 วัสดุท่ีผสมแลว ตอ งไมเ ปนกองไมเ ปน กอนหรือมหี นิ ทไี่ มถ กู ผสมกับแอสฟลต

อมิ ัลชัน ตองไมม กี ารแยกตวั ระหวางแอสฟล ตอ มิ ลั ชนั และสว นละเอยี ดออกจากหินหยาบ ตอ งไมม ี
หนิ หยาบตกอยูสวนลางของวสั ดุผสม ถามีกรณีดังกลา วเกดิ ขน้ึ จะตองตักวสั ดุผสมนอ้ี อกจากผิวทาง

7.5.4 ตองไมมีรอยขีด เชน อาจเกดิ จากหินกอนใหญเกนิ ไปปรากฏใหเหน็ บนผวิ ทฉี่ าบ
เรียบรอยแลว ถา เกดิ กรณเี ชน นตี้ อ งทําการตกแตง และแกไ ขเรยี บรอ ย ผคู วบคุมงานอาจส่ังใหใ ช
ตะแกรงรอนมวลรวมกอนนาํ มาผสม

7.6 การอํานวยการและการเปดการจราจร
7.6.1 ผูรับจางจะตอ งอํานวยความสะดวกและความปลอดภัยในระหวางการกอ สรา ง
7.6.2 ติดตัง้ ปา ยเคร่อื งหมายและสัญญาณจราจรเตอื นลว งหนา เพ่อื ปอ งกนั อบุ ตั เิ หตุ
7.6.3 ระยะเวลาท่จี ะเปด การจราจร พจิ ารณาตามความจําเปนในสนาม ควรเปดการจราจรได

เม่ือบม ตัวครบ 6 ชว่ั โมงแลว

7.7 ขอแนะนาํ และขอ ควรระวงั
7.7.1 จะตอ งพิจารณาสภาพของดนิ ฟา อากาศใหเหมาะสม หามทําการฉาบผวิ ในระหวาง

ฝนตกและอณุ หภูมบิ รรยากาศตอ งไมตํ่ากวา 10 องศาเซลเซยี ส
7.7.2 วธิ ตี รวจสอบการแตกตัวของแอสฟล ตอมิ ัลชันใน Slurry Seal ใหด ูการเปลี่ยนสีของ

สวนผสมจากสีนาํ้ ตาลเปน สีดาํ และปราศจากนํา้ ในสว นผสม ซึ่งสามารถตรวจสอบไดโดยใช
กระดาษซับนา้ํ บนผิว Slurry Seal และไมมีน้าํ เหลอื ปรากฏ

7.7.3 การกอ สรา ง Slurry Seal ทุกชนดิ ไมจําเปน ตองบดทบั ยกเวน ในกรณกี ารฉาบผวิ
ทางในผวิ แบบ Cape Seal

7.7.4 การขนสง แอสฟล ตอิมัลชัน ในกรณีเปน ถัง ( Drum ) โดยเฉพาะการขนขนึ้ และลง
ตอ งระมัดระวงั ไมใ หถงั บรรจุแอสฟล ตอ ิมลั ชันไดรบั การกระทบกระเทอื นรนุ แรงมาก เพราะอาจจะ
ทาํ ใหแอสฟลตอ ิมัลชันแตกตัวได

7.7.5 กอ นใชแ อสฟล ตอ ิมัลชนั ทบ่ี รรจถุ ังต้งั เกบ็ รอไวน านๆ ควรกลง้ิ ถังไปมาอยา งนอย
ดา นละ 5 ครง้ั กอ นบรรจลุ งในเครอ่ื งผสม Slurry Seal ท้ังนีเ้ พ่อื ใหแอสฟลตอิมัลชันมีลกั ษณะ
เดียวกันทวั่ ถงึ

276

7.7.6 ทกุ ครง้ั ท่ที ําการผสม Slurry เสร็จแลว ควรลา งเครอ่ื งผสมใหสะอาดมิฉะนน้ั จะมี
แอสฟล ตเ กาะตดิ แนน ในเคร่อื ง ทาํ ใหไมสะดวกในการทาํ งานวนั ตอ ไป

7.7.7 เมอ่ื เปดถงั บรรจแุ อสฟลตอ มิ ัลชันออกใช ควรใชใ หหมดถงั หรอื ตอ งปดฝาอยา งดี
มิฉะน้นั นาํ้ ในถังจะระเหยได ซ่งึ จะทาํ ใหแ อสฟล ตอิมลั ชันหมดสภาพเปนแอสฟลตอ มิ ัลชันได

7.8 การายงานผล
7.8.1 รายงานการฉาบผวิ สเลอรีซ่ ีลในแตละแปลงลงในบันทึกประจาํ วนั ตามตวั อยา ง

แบบฟอรม ท่ี 7-1
7.8.2 สรุปรายงานการฉาบผวิ สเลอรีซ่ ีล ตามตัวอยางแบบฟอรม ที่ 7-2
7.8.3 รายงานผลการลางยางและขนาดคละของมวลรวมประจาํ วนั แบบฟอรมตาม บทท่ี 4

“ งานแอสฟลตคอนกรตี ตัวอยางแบบฟอรม ท่ี 4 - 3 “

277

ตัวอยา งแบบฟอรมท่ี 7 – 1

บันทึกประจาํ วันงาน Slurry Seal

สญั ญาท่ี..................................สํานักทางหลวงท่ี............................................................แขวงฯ................................................................

เจาของตวั อยา ง...............................................................................................................วันท.่ี ..................................................................

ผคู วบคุมงาน..............................................................อากาศขณะทาํ งาน..................................................................................................

ชนดิ วสั ดุ….……………...แหลงวัสด.ุ ....................................................................................................................................................

ชนดิ E Asphalt………………...….………….Filler……….……………..….…..………Additive………..…..…………..…………

Sta.

To

Sta.

Width ( m )

Length ( m )

Start Time

Stop Time

Paving Time

MATERIAL USED

M.C. of Agg. %

Wet. Aggregate Kg.

Dry Aggregate Kg.

E Asphalt Kg.

Filler Kg.

Water Kg.

Additive Kg.

Total Mat. Used Kg.

Area W x L m2

Wt. of Dry Agg. Kg/m2

Wt. of Slurry Ton/m3

Calculated mm

% E Asphalt by Wt. of Dry Agg.

Total E : Asphalt…………….………………...Kg.

Aggregate…………………………..…….….. .Kg./min Total Mater Used……...................................................Kg.

Asphalt………………………………...............Kg./min Total Weight of Dry Agg………………………...........Kg.

Filler…………………………………….…… .Kg./min Total Area…………………………………..……..……m.

Water………………..…………………………Kg./min AVG. Wt of Slurry……………….………..…………Ton/m2

Additive……………………………………..…Kg./min AVG weight of Dry Agg…………..............................Kg/m2

AVG. Calculated Thickness…………………… AVG. Asphalt by Wt. of Dry Agg……………………………

Remarks…………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………….………………………………………………………………………………………….………………

สํานกั วเิ คราะหแ ละตรวจสอบ 278

SUMMARY RESULTS OF SLURRY SEAL ตวั อยางแบบฟอรม ที่ 7 – 2

สัญญาที่........................................สาํ นกั ทางหลวงท.ี่ ...................................................แขวงฯ........................................................ทางสาย.....................................................................................................
ผคู วบคุมงาน..............................................................ผรู บั จา ง.............................................................................ขนาดวัสด.ุ ..............................................SE……………..……% LA………….…..…%

DATE

Sample Sta.- Sta.

% Passing by Wt. of Agg. G C Ext. G C Ext. G C Ext. G C Ext. G C Ext.
Agg Agg Agg Agg Agg Agg Agg Agg Agg Agg Agg Agg Agg Agg Agg
9.3
Grading Limits #4
#8
# 16
# 30
# 50
# 100
# 200

Residual Asphalt by Wt. of Agg.

Wt. of Dry Agg. Kg/m2

Emulsion Asphalt by Wt. of Agg. %

Calculated Thickness mm

279

ภาคผนวกท่ี 7 - 1
ขอแนะนาํ ขน้ั ตอนการปรบั เทยี บเครอื่ งจกั ร งาน Slurry seal

280

ภาคผนวกที่ 7 - 1
ขอแนะนาํ ขน้ั ตอนการปรบั เทยี บเคร่อื งจักร งาน Slurry seal

1. วตั ถปุ ระสงค:
1.1 เพื่อใหอัตราการปลอยวสั ดุทกุ ชนดิ ของเครอ่ื งจกั รถกู ตอ ง และไดส ว นผสมตามทก่ี าํ หนด
1.2 เพอ่ื ใหเ กดิ ความพรอ มในการทํางานของเครื่องจกั ร

2. ขอแนะนาํ ท่สี าํ คัญ
2.1 การออกแบบสวนผสมของงาน Slurry อยบู นพื้นฐานของ “ น้าํ หนักมวลรวมแหง ”

(รวมถึงนํ้าหนกั ของวัสดผุ สมแทรก – ปนู ซเี มนต )
2.2 การสอบเทียบจะอาศัย “เครื่องมือมาตรฐาน” ( Common Unit) หมายถึง อางอิงจาก

เคร่ืองมือที่มีอยูในท่ีทํางาน ที่นิยมใชอยูคือ มูเลตัวขับ (Head pulley) ที่จะทําหนาที่หมุนสายพาน
ลําเลียงหิน (Aggregate Belt) เน่อื งจากเครือ่ งจกั รสวนมากตดิ ตงั้ อปุ กรณวัดรอบของมูเลต วั ขบั

2.3 ทาํ การสอบเทยี บ 3 ครัง้ ตอชนิดของเครือ่ งมอื ที่เกยี่ วขอ งกับวสั ดุนนั้ ๆ
2.4 ใหทําการสอบเทียบในขณะที่รถไมมีการบรรทุกหินและทําการสอบเทียบวัสดุอื่นๆ
กอ นจนครบ
2.5 ตรวจสอบสวนสําคัญตาง ๆ ของเครื่องจักร เชน หองผสม Hopper ของท้ังหินและ
ปูนซีเมนต เพื่อใหแนใจวา มีความสะอาด “เพียงพอ” และไมมีส่ิงใดตกคางหรืออุดตัน เพราะอาจจะ
ทําใหผ ลสอบเทียบคลาดเคลือ่ นได
2.6 ควรทําการสอบเทียบกับเคร่ืองจักรและวัสดุท่ีจะใชกับงานน้ันๆ และทําการสุมสอบ
เทียบเครื่องจกั รอยางนอยปล ะ 1 คร้งั หรอื เมอ่ื ใดกต็ ามท่ีมีการเปลี่ยนชนิดของวสั ดนุ ั้นๆ

3. ข้ันตอนการปรับเทียบปม จา ยแอสฟล ตอิมัลชนั
3.1 เตมิ แอสฟลตอมิ ัลชันและชง่ั นํ้าหนักรวมของรถ
3.2 ตอสายจากปม เขาสูแ ทง คห รอื รถยาง
3.3 เดนิ เครื่องปม หยดุ เมอื่ มเู ลตวั ขบั หมุนไดรอบตามท่ีกําหนดไว ควรปมแอสฟลตอิมัลชัน

ออกมาอยางนอ ย 1,000 ลิตร ตอ การปรบั เทยี บแตล ะครงั้
3.4 คํานวณน้าํ หนกั ของแอสฟล ตอ ิมัลชันที่จายผานปม โดยชัง่ น้าํ หนกั รวมของรถอีกครง้ั
3.5 คาํ นวณน้าํ หนกั ของแอสฟลตอิมัลชันทจี่ ายผานปมตอ 1 รอบการหมนุ ของมูเลตัวขบั
3.6 ทาํ การสอบเทยี บ จากขอ 1-5 ทัง้ หมด 3 ครงั้ เพ่ือหาคา เฉลย่ี และยนื ยนั ผลสอบเทยี บ
3.7 หากตองการปรับเทียบอัตราการใชแอสฟลตอิมัลชันในระดับอื่นๆใหทําการปรับรอบ

ของปมตามตองการและทําการสอบเทียบ โดยทําการสอบเทียบจนไดขอมูลเพียงพอท่ีจะสามารถนํา

281

ผลมาเขียนกราฟแสดงความสัมพันธระหวางการปรับรอบของปมและอัตราการปลอยแอสฟลต
อิมัลชนั

รปู ท่ี 1 เคร่อื งจักรงาน Slurry Seal ขณะปรบั เทยี บแอสฟล ต
3.8 ขอควรระวัง

3.8.1 ปม ทอ่ี ยใู นสภาพยอมรบั ได ตองใหผ ลการปรับเทยี บคลาดเคล่ือนจากคากลาง
ไมเกิน 2 %

3.8.2 หากเปนปมแบบท่ีสามารถปรับอัตราการจายได ( variable Pump ) หลังจาก
การทําการสอบเทียบแลวควรจะทําการ lock ไวไมใหเกิดการเปลี่ยนโดยบังเอิญในขณะใชงาน
เนือ่ งจากอัตราการใชแ อสฟล ตอ มิ ลั ชันควรจะคงทีส่ าํ หรับงานนน้ั ๆ
4. การเปรยี บเทียบปม นาํ้

ใหใ ชว ธิ กี ารปรับเทียบเชนเดยี วกบั ปมแอสฟล ตอ ิมัลชัน
5. การเปรียบเทียบเครอื่ งจายซีเมนต

5.1 ใชกระบะ เพอื่ รองรับซเี มนตท่ปี ลอยออกมา โดยทําการชั่งนํ้าหนักไวกอ น
5.2 เดินเครื่องจายซีเมนต และหยุดเม่ือมูเลตัวขับหมุนไดรอบตามท่ีกําหนดไว (แนะนําวา
ใหจายปนู ซเี มนตอ อกมาประมาณ 9 กก. ตอ ครงั้ )
5.3 คํานวณนํา้ หนกั ของซีเมนตท ี่จายออกมาตอ 1 รอบการหมุนของมเู ลตัวขบั
5.4 ทําการสอบเทียบ จากขอ 5.1-5.3 ท้ังหมด 3 คร้ัง โดยแตละคร้ังใชปรับรอบเคร่ืองจาย
ปนู ซเี มนตต างกัน และนาํ ผลทีไ่ ดมาทํากราฟหาความสัมพนั ธ
5.5 ขอแนะนํา เน่ืองจากเครื่องจายปูนซีเมนตสวนมากจะปลอยปูนซีเมนตมาทางสายพาน
ลําเลียงหิน ดังนน้ั กอนทาํ การทดสอบ ไมค วรจะมหี ินอยบู นสายพานลําเลยี ง
6. การปรบั เทยี บสายพานลาํ เลียงหนิ
6.1 ต้ังขนาดประตหู ินตามทต่ี องการ

282

6.2 เติมหินลงในรถและเดินเคร่ืองสายพานลําเลียงหินสักระยะหน่ึงเพื่อใหหินผานเต็ม
ประตหู ินและใหเ กดิ การลําเลียงท่ีตอเนื่อง นําสวนเกินที่ผานประตูหินแตไมลงในหองผสมออก แลว
จงึ ชง่ั นํ้าหนักรวมของรถ และทาํ การต้ังรอบมูเ ลเปน ศูนย

6.3 เดินเครื่องสายพานลําเลียงหินและหยุดทันทีท่ีมูเลตัวขับหมุนเปลี่ยนข้ึนรอบตามท่ี
กาํ หนดไว เพอื่ ปองกนั การอานคา แบบไมเ ต็มรอบ

6.4 นาํ สวนเกนิ ที่ผา นประตูหนิ แตไ มล งในหองผสมออก แลวช่ังนํา้ หนกั รวมของรถอกี ครัง้
6.5 คาํ นวณน้าํ หนกั ของหนิ ทลี่ ําเลียงออกมาและน้าํ หนกั ของหินตอ 1 รอบการหมุนของมูเล
ตัวขบั
6.6 ทําการเปรียบเทียบอยางนอย 3 ระดับความแตกตางของขนาดประตูหินและใชปริมาณ
แตล ะครั้ง ประมาณ 3 ตนั ตอ คร้ัง โดยคาที่ยอมรบั ไดแตละครัง้ คลาดเคลือ่ นจากคากลางไมเกนิ 2 %

รูปท่ี 2 เครื่องจักรงาน Slurry Seal ขณะปรบั เทียบหนิ

283

บทท่ี 8

งานฉาบผวิ ทางแบบพาราสเลอรี่ซลี (Para Slurry Seal)

พาราสเลอรซ่ี ีลเปนวิธกี ารฉาบผวิ ทางชนดิ หนึง่ ซง่ึ ประกอบดว ยพาราแอสฟล ตอิมลั ชนั
(Para Asphalt Emulsion) มวลรวม (Aggregate) วัสดุผสมแทรก (Mineral Filler) และสารผสมเพ่ิม
(Additive) มลี กั ษณะแขง็ แรง ชวยใหผ วิ ทางมีความคงทนสงู ลักษณะผวิ หนา ไมล่นื ทนตอ การ
แปรเปล่ียนของดนิ ฟา อากาศและปองกนั นาํ้ ซมึ ในการกอสรา งสามารถเปด การจราจรไดร วดเรว็ จงึ
เหมาะสาํ หรบั พ้ืนท่ีกอ สรางท่วั ไปและยานชมุ ชน ใชส ําหรบั ฉาบเปน ชั้นผิวทาง ผวิ ไหลทาง ดว ย
จุดประสงคก ารใชง านทแี่ ตกตางกนั ไปตามแตช นิดของสว นผสมท่นี ํามาใช

8.1 วัสดุ
วัสดทุ ใ่ี ชทําชนั้ พาราสเลอร่ีซลี ประกอบดว ย
8.1.1 แอสฟล ต
แอสฟล ตท ีใ่ ชคอื พาราแอสฟล ตอมิ ลั ชันท่ีเปน Polymer Modified Asphalt Emulsion

ชนดิ Quick Set ซง่ึ ผลติ ขนึ้ มาจากแอสฟลตอมิ ลั ชันชนิด CSS-1 หรือ CSS-1h ผสมกบั ยางธรรมชาติ
(Natural Rubber) โดยมีคุณภาพตาม ทล.- ก. 405 “Specification for Elastomeric Modified Asphalt
Emulsion”

8.1.2 สารผสมเพิ่ม (Additives)
สารผสมเพิ่มใชเพื่อทําใหแอสฟลตอิมัลชันแตกตัวเร็วขึ้นหรือชาลงหรือใชเพื่อให

แอสฟล ตอ มิ ัลชนั เคลอื บมวลรวมไดดียงิ่ ขน้ึ ปรมิ าณที่ใชตอ งพอเหมาะเพอ่ื ใหสามารถเปดการจราจร
ไดภ ายในเวลาท่ตี อ งการ สารผสมเพม่ิ นจี้ ะใชห รอื ไมก ็ไดแ ลวแตการออกแบบ ซง่ึ จะตอ งไดร บั การ
เหน็ ชอบจากสํานกั วิเคราะหแ ละตรวจสอบกอน

8.1.3 นํ้า
นาํ้ ที่ใชต องสะอาดปราศจากสิ่งเจือปนทจ่ี ะกอ ใหเ กดิ ผลเสียตอ พาราสเลอรีซ่ ลี

8.1.4 มวลรวม (Aggregate)
มวลรวมตองเปน หนิ โมซ ึ่งแข็ง คงทน สะอาด ปราศจากดินหรือวัสดไุ มพ งึ ประสงคอ ืน่

ใด อาจมวี สั ดผุ สมแทรกดว ยก็ได ในกรณที ไ่ี มไดระบุคุณสมบัติไวเปน อยางอนื่ มวลรวมตองมี
คุณสมบัติดงั ตอ ไปนี้

ก. มีคา Sand Equivalent ไมนอยกวารอ ยละ 60
ข. มีคาความสึกหรอ ไมม ากกวารอยละ 35

284

ค. มคี าสว นท่ีไมคงทน (Loss) ไมมากกวา รอ ยละ 9
8.1.5 วัสดุผสมแทรก (Mineral Filler)

วสั ดุผสมแทรก เชน ปนู ซเี มนต ปูนขาว ซ่ึงเปนสว นหน่ึงของมวลรวมตองใชในปริมาณ
นอยท่ีสุดเทาที่จาํ เปน จะใชเม่ือตอ งการปรบั ปรุงความสะดวกในการทาํ งาน (Workability) หรอื
ปรับปรงุ ขนาดคละ (Gradation)

8.2 การใชงาน
พาราสเลอรี่ซีลใชส าํ หรับฉาบผวิ ทางแบง เปน 3 ชนดิ มลี ักษณะแตกตางกนั ตามทกี่ าํ หนด

ในตารางท่ี 8-1 ซึ่งจะแตกตางกันตามวตั ถปุ ระสงคในการใชง าน การท่ีจะกําหนดใหฉาบผิวพารา
สเลอร่ีซีลชนิดใด ขนึ้ อยกู บั สภาพผวิ ทางเดิม ปรมิ าณการจราจร และวตั ถปุ ระสงคใ นการใชง าน ซึ่ง
จะตอ งเลือกชนิดทม่ี ีคุณสมบตั ิเหมาะสมตามความตองการโดยแบงไดด ังตอ ไปนี้

8.2.1 พาราสเลอรซี่ ีลชนดิ ที่ 1 เปน ชนดิ ที่สามารถแทรกซมึ รอยแตกไดดใี ชสาํ หรับฉาบผวิ
ทาง โดยมีวัตถุประสงคด ังนี้

ก. ยารอยแตก
ข. ฉาบเปน ผิวทาง กรณตี องการปรบั ปรุง Texture ของผิวทางเดิมเลก็ นอ ย
ค. ฉาบปองกนั การเกิด Oxidation หรือ Weathering บนผิวทางเดมิ
8.2.2 พาราสเลอรซ่ี ลี ชนิดท่ี 2 เปนชนดิ ทมี่ ีผวิ หนาหยาบกวาชนดิ ท่ี 1 ใชสาํ หรับฉาบผวิ ทาง
หรอื ผิวไหลทาง โดยมีวตั ถปุ ระสงคดังน้ี
ก. เพิ่ม Skid Resistance ของผวิ ทางเดมิ
ข. ใหผิวทางระบายน้ําออกไปไดร วดเร็ว
ค. ฉาบปอ งกันการเกิด Oxidation หรอื Weathering บนผิวทางเดิม
8.2.3 พาราสเลอรซ่ี ีลชนดิ ที่ 3 เปน ชนดิ ทม่ี ีผวิ หนา หยาบท่ีสุด ใชส าํ หรบั ฉาบผิวทาง หรอื ผวิ
ไหลทาง โดยมวี ัตถปุ ระสงคดงั นี้
ก. เพ่มิ Skid Resistance ของผวิ ทางเดมิ
ข. ใหผ วิ ทางระบายน้ําออกไปไดรวดเร็วย่งิ ขน้ึ
ค. ฉาบปองกันการเกิด Oxidation หรือ Weathering บนผิวทางเดมิ
ง. ฉาบปรับระดบั ไดเ ล็กนอย
จ. ปรบั แก Crown Slope ไดเลก็ นอย
ฉ. ฉาบปด ผวิ ทางเดิมทห่ี ลดุ (Raveling)

285

ตารางที่ 8 – 1 ขนาดคละของมวลรวม ปรมิ าณเนื้อยางแอสฟล ต และอัตราการฉาบพาราสเลอรีซ่ ีล

ผานตะแกรงขนาด ชนดิ ของพาราสเลอรซี่ ลี

ชนดิ ที่ 1 ชนิดท่ี 2 ชนดิ ที่ 3

ปริมาณผา นตะแกรง รอ ยละโดยมวล

9.5 มม. (3/8 นวิ้ ) 100 100 100
4.75 มม. (เบอร 4) 90 – 100 90 – 100 70 – 90
2.36 มม. (เบอร 8) 65 – 90 65 – 90 45 – 70
1.18 มม. (เบอร 16) 40 – 65 45 – 70 28 – 50
0.600 มม. (เบอร 30) 25 – 42 30 – 50 19 – 34
0.300 มม. (เบอร 50) 15 – 30 18 – 30 12 – 25
0.150 มม. (เบอร 100) 10 – 20 10 – 21 7 – 18
0.075 มม. (เบอร 200) 5 – 15 5 – 15

Residue ของแอสฟลต รอยละ 10.0 – 16.0 7.5 – 13.5 6.5 – 12.0
โดยมวลของมวลรวมแหง

อัตราการฉาบ เปน กก./ตร.ม. 3.0 – 5.5 5.5 – 10.0 10.0 – 16.0

8.3 เครอ่ื งจกั รและเครอ่ื งมอื
เครอ่ื งจักรและเครอ่ื งมอื ตา งๆ ทีจ่ ะนํามาใชจะตอ งไดรบั การดูแลรักษาใหอ ยใู นสภาพทีใ่ ช

การไดดีตลอดระยะเวลาของการดาํ เนนิ งาน หากอุปกรณ เครอื่ งจักรหรอื เครื่องมอื น้นั ไมส ามารถ
ทํางานไดผลตามตองการ ผรู ับจางจะตองแกไขใหด ีกอนนาํ ไปใชง าน

8.3.1 เครือ่ งจกั รพาราสเลอรซ่ี ีล
เครอ่ื งจักรพาราสเลอรี่ซลี ตอ งเปนเครือ่ งจกั รที่ขับเคลื่อนไดด ว ยตัวเอง ประกอบดว ย
- เครอ่ื งผสม (Mixer)
- เคร่อื งฉีดนํา้
- เครื่องฉาบ (Spreader)
- เครื่องปม พาราแอสฟลตอมิ ัลชนั นํ้าและสารผสมเพมิ่
- สายพานลาํ เลยี งมวลรวมและวสั ดุผสมแทรกไปยังเครอื่ งผสม
- ถังใสม วลรวม (Aggregate Bin)
- ถงั ใสว ัสดผุ สมแทรก (Filler Bin)
- ถงั ใสนํา้ และใสพ าราแอสฟล ตอิมัลชนั

286

- ถังใสสารผสมเพมิ่ (Additive Tank)
- อุปกรณค วบคุมอัตราสว นผสมของวสั ดุ
สวนประกอบของเครื่องจักรดังกลา วขางตนสําหรบั รายการซงึ่ เปน สวนประกอบที่สําคัญ
มรี ายละเอียดดังน้ี
ก. เคร่อื งผสม ตอ งเปน เครือ่ งชนิดที่ผลติ สว นผสมของพาราสเลอรี่ซลี ไดอ ยา งตอ เนื่อง
ไมข าดตอน มีเคร่อื งลําเลียงวัสดตุ างๆ พรอมมาตรวัดปรมิ าณ สามารถลําเลยี งมวลรวม วสั ดผุ สม
แทรกลงสูถังผสมในตาํ แหนง เดียวกัน และลําเลยี งนํ้า พาราแอสฟล ตอ ิมัลชนั และสารผสมเพมิ่ ลงสู
ถังผสมตามอัตราสวนทกี่ าํ หนดไดอ ยางถกู ตอง เครอ่ื งผสมสามารถลําเลียงวสั ดทุ ีผ่ สมเขากนั อยางดี
แลวลงเครื่องฉาบไดอ ยางตอ เน่อื งไมขาดตอน
ข. เคร่ืองฉดี นาํ้ ติดต้งั อยหู นาเคร่ืองฉาบ เชน Fog Spray Bar สามารถฉดี น้าํ ใหเปนฝอย
หรอื ละออง ใชส าํ หรบั ฉดี น้ําใหผวิ ทางเปยกไดอ ยา งทว่ั ถึง
ค. เครอื่ งฉาบ ติดอยูทางดานทายของเครอ่ื งผสม ตองสามารถปรบั อัตราการฉาบได
ตามทก่ี าํ หนด ปรบั ความกวางไดไมนอยกวา 1 ชองจราจร ฉาบไดเ รยี บและสมํ่าเสมอ
ง. เคร่ืองปม แอสฟลตอมิ ลั ชนั นํา้ และสารผสมเพ่ิม ตองมมี าตรวดั ปรมิ าณและสามารถ
อา นมาตรไดต ลอดเวลาในการทําพาราสเลอร่ีซลี
จ. สายพานลําเลยี งมวลรวมและวสั ดผุ สมแทรกไปยังเครอื่ งผสม ตองมมี าตรวดั ปริมาณ
และสามารถอา นมาตรไดต ลอดเวลาในการทําพาราสเลอรี่ซลี
8.3.2 เครอ่ื งกวาดฝนุ
เครื่องกวาดฝุนเปนแบบขับเคลื่อนไดดวยตัวเองหรือแบบลากท่ีติดตั้งที่รถไถนา
(Farm Tractor) หรอื รถอน่ื ใดซ่งึ เปน ชนดิ ไมก วาดหมุนโดยเครอ่ื งกล ขนไมกวาดอาจทําดวยไฟเบอร
ลวดเหล็ก ไนลอน หวายหรือวสั ดุอ่ืนใดทเ่ี หมาะสม ทง้ั น้ีตองมีประสิทธิภาพพอท่ีจะทําใหพ้ืนที่ที่จะ
กอสรางสะอาด อาจใชรวมกับเคร่ืองเปาฝุนและไมกวาดมือซึ่งสามารถทําความสะอาดผิวทางและ
รอยแตกได
8.3.3 เครอ่ื งเปา ลม (Blower)
เปนแบบตดิ ตั้งท่ีรถไถนาหรอื รถอนื่ ใด มใี บพัดขนาดใหญใ หกําลงั ลมแรงและมี
ประสทิ ธิภาพพอเพียงทจี่ ะทาํ ใหพ ้นื ท่ที ีจ่ ะกอสรางสะอาด
8.3.4 เครื่องจักรบดทบั
เครื่องจักรบดทบั ตองเปน รถบดลอยางแบบขับเคลือ่ นไดดว ยตวั เองมนี ้ําหนกั ประมาณ
5 ตัน ลอ ยางตอ งเปนชนดิ ผวิ หนา ยางเรยี บ มีขนาดและจาํ นวนชนั้ ผาใบเทา กนั ทุกลอความดันลมยาง
ประมาณ 345 กิโลพาสคลั (50 ปอนดแรงตอ ตารางนิว้ )
8.3.5 อุปกรณอ ่ืนๆ
อปุ กรณอน่ื ๆ ท่ีจาํ เปนในการดําเนนิ งาน เชน เครอ่ื งฉาบดวยมอื พล่วั

287

8.4 การเตรยี มการกอ นการกอ สราง
8.4.1 การกองมวลรวมใหกองใหเปนระเบียบ โดยกองในบริเวณท่ีนํ้าไมขัง หรือบริเวณท่ี

จะไมทําใหมวลรวมมีคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไปกอนนํามวลรวมไปใชงานจะตองไดรับการ
ตรวจสอบและไดร ับการอนญุ าตจากนายชางผูค วบคมุ งานกอน

8.4.2 การออกแบบสวนผสมพาราสเลอร่ีซีล
ก. กอ นเรม่ิ งานใหผ ูรบั จา งทาํ การออกแบบสว นผสม แลวใหน ายชา งผูค วบคุมงานเก็บ

ตวั อยา งวัสดสุ ว นผสมทจ่ี ะใชในการผสม พรอมทั้งเอกสารการออกแบบ สง ใหส าํ นกั วเิ คราะหแ ละ
ตรวจสอบ ทาํ การตรวจสอบ โดยผูรบั จางตอ งเปนผูรับผิดชอบคา ใชจา ยใดๆ ในการนที้ ้ังสิน้

ข. คุณภาพของวัสดทุ ี่จะใชออกแบบจะตองผา นการทดลองคุณภาพใหใชไ ดแ ลว การ
ออกแบบสวนผสมจะตองออกแบบใหเ หมาะสมกับการใชงานและสว นผสมพาราสเลอรีซ่ ีลตองมี
คุณสมบัติดงั นี้

- เวลาในการผสม (Mix Time) ที่ 25 องศาเซลเซียส ไมน อ ยกวา 120 วนิ าที
- คา Flow อยูระหวา ง 10-20 มิลลิเมตร
- Initial Set ไมมากกวา 30 นาที
- เวลาในการบม (Cure Time) ไมมากกวา 2 ช่วั โมง
- คา Wet Track Abrasion Loss ไมมากกวา 500 กรมั ตอตารางเมตร
- คา Hubbard Field Stability ที่ 25 องศาเซลเซียส ไมน อยกวา 11.8 กโิ ลนิวตนั
(1,200 กโิ ลกรมั แรง)
- เวลาที่เปด ใหก ารจราจรผาน (Traffic Time) หลังการกอสรา งประมาณ 2 ชว่ั โมง
ค. หากวสั ดผุ สมมกี ารเปลย่ี นแปลงเน่ืองจากมวลรวมกด็ หี รือเนือ่ งจากเหตอุ ื่นใดกด็ ี
ผรู บั จา งตองเปลี่ยนสูตรสวนผสมเฉพาะงานและคา ใชจ า ยในการนีผ้ ูร ับจา งจะตอ งเปนผรู บั ผดิ ชอบ
ทง้ั สิ้น
ง. ระหวา งการฉาบพาราสเลอร่ีซลี ถา นายชา งผคู วบคุมงานเห็นวา สวนผสมของพารา
สเลอรซี่ ลี ท่อี อกแบบไวไมเหมาะสมกับสภาพความเปนจริงในสนาม มวลรวมหรือวสั ดุผสม
แอสฟลตผดิ พลาดจากขอ กําหนด จะถือวาสว นผสมท่กี าํ หนดไวใ นแตล ะครงั้ นัน้ ไมถ ูกตอ งตาม
คณุ ภาพที่ตอ งการ ผูรับจางตอ งทําการปรับปรงุ แกไ ขแลวออกแบบใหม คา ใชจ ายในการน้ีผรู ับจา ง
ตองเปน ผูรับผิดชอบทั้งส้ิน
8.4.3 กรณผี ิวทางเดิมเปน ผวิ ทางแอสฟล ต ใหทําการตรวจสอบพน้ื ท่ีทจี่ ะทาํ การกอสราง
และแกไ ขความบกพรอ งตา งๆ กอนฉาบผวิ เชน ถา ผิวเดมิ บางจดุ มีความเสยี หายหรอื ระดับไมดี ให
ทํา Deep Patching หรือ Skin Patching แลว แตก รณี

288

8.4.4 กรณีผวิ ทางเดมิ เปน ผวิ ทางคอนกรีต ใหทาํ การตรวจสอบรอยตอ และรอยแตกตาง ๆ
แลว ทําการแกไ ขซอ มแซมตามความเหมาะสม ทาํ ความสะอาดใหเ รยี บรอยแลว ทาํ การ Tack Coat
กอ นทําการฉาบผวิ พาราสเลอร่ีซลี

8.4.5 ตรวจสอบอุปกรณ เครื่องจักรและเคร่ืองมือใหอยูในสภาพท่ีพรอมจะนําออกใชงาน
และผลิตสวนผสมพาราสเลอรี่ซีลไดตามท่ีออกแบบไว

8.4.6 ใหทําการตรวจสอบและตรวจปรับมาตรวัดตางๆ เพื่อใหใชวัสดุไดตามอัตราสวนท่ี
ตอ งการ

8.4.7 ในกรณที ่จี ําเปนตอ งกวาดฝนุ ใหใชเ ครือ่ งกวาดฝนุ กวาดวสั ดทุ ี่ไมพ ึงประสงคออกจาก
ผิวทางจนสะอาด ถาจําเปน ใหใ ชน้ําลา งดว ย

8.4.8 ตองพิจารณาสภาวะอากาศใหเหมาะสม หามทําการฉาบผิวในระหวางฝนตกและ
อุณหภูมขิ องอากาศขณะฉาบตอ งไมต ํ่ากวา 10 องศาเซลเซียส

8.5 การกอสรา ง
วัสดตุ า งๆ ที่จะนํามาผสมเปน พาราสเลอรซี่ ีล ตอ งเปน วสั ดทุ ีผ่ านการทดลองและมคี ุณภาพ

ใชไดแลว
8.5.1 ขอ กําหนดทั่วไปในการกอสรา ง
ก. กรณที ผี่ ิวทางเดิมเปน ผวิ ทางแอสฟลตทมี่ ีผิวแหง ตองทําใหเ ปย กสมํ่าเสมอดว ยเครอ่ื ง

ฉดี นํา้ เปน ฝอยหรอื เปนละอองทันทีกอนทาํ การฉาบผิว
ข. กรณที ่ผี วิ ทางเดมิ เปน ผิวคอนกรีต ใหทาํ การ Tack Coat ดว ยแอสฟล ตอ มิ ลั ชนั ชนดิ

CSS-1 หรอื CSS-1h ในอัตรา 0.1 – 0.3 ลิตรตอ ตารางเมตรหรอื จะผสมนํ้าในอัตราสว น 1:1 แลว Tack
Coat ในอัตรา 0.2 – 0.6 ลิตรตอตารางเมตร กอนทําการฉาบผิว

ค. พาราแอสฟล ตอมิ ัลชันในสวนผสมตองไมแ ตกตวั ในเครอ่ื งฉาบกอ นทจี่ ะฉาบ
ง. พาราสเลอร่ีซีลที่ผสมแลว ตองสามารถกระจายไดอยางสมํ่าเสมอในเครื่องฉาบ
ตองมีปรมิ าณมากพอตลอดเวลาเพือ่ ใหการฉาบ ฉาบไดเต็มความกวางตามตองการ
8.5.2 การฉาบ
ก. สว นผสมพาราสเลอร่ซี ีล เม่อื ฉาบบนผวิ ทางแลวตอ งมสี ว นผสมคงท่ถี กู ตองตามสูตร
สวนผสมเฉพาะงาน
ข. สวนผสมพาราสเลอร่ีซีลตองไมจับกันเปนกอนหรือแตกตัวในเคร่ืองฉาบ ไมมีมวล
รวมใดท่ีไมถูกเคลือบดวยพาราแอสฟลตอิมัลชัน ไมเกิดการแยกตัวระหวางพาราแอสฟลตอิมัลชัน
กับมวลรวมละเอียดออกจากมวลหยาบหรือมีมวลหยาบตกลงสูสวนลางของวัสดุผสม ถามีกรณี
ดงั กลา วเกิดขึน้ จะตอ งตกั วัสดผุ สมนี้ออกไปจากผวิ ทาง

289

ค. ตองไมมีรอยครดู ซง่ึ อาจเกดิ จากหนิ กอนใหญเกนิ ไปปรากฏใหเ ห็นบนผวิ ทางท่ีฉาบ
เรียบรอ ยแลว ถาเกดิ กรณเี ชน น้ตี อ งทําการตกแตง และแกไ ขใหเรยี บรอย นายชา งผูค วบคุมงานอาจให
ใชต ะแกรงรอ นมวลรวมกอ นนาํ มาผสม

ง. กรณที ไี่ มส ามารถใชเ คร่ืองฉาบทาํ การฉาบไดเ พราะสถานท่จี าํ กัด การฉาบดวยมอื
ตอ งไดรับความเหน็ ชอบจากนายชางผคู วบคมุ งานกอ น

8.5.3 รอยตอ
รอยตอตามยาวหรอื ตามขวางตอ งไมเปนสนั นนู หรือมองเห็นชัดเจนวาไมเ รยี บรอ ย ถา

เกดิ กรณีเชน นต้ี อ งทาํ การตกแตง และแกไขใหเ รยี บรอ ย
8.5.4 การบดทับ
ก. พาราสเลอร่ีซีลชนิดที่ 1 และชนดิ ที่ 2 ไมต อ งทาํ การบดทับ
ข. พาราสเลอร่ซี ีลชนิดท่ี 3 อาจจะทําการบดทับหรอื ไมก ไ็ ดข น้ึ อยกู ับดุลยพนิ ิจของนาย

ชางผคู วบคุมงาน ถาเห็นวา ไมเ รียบหากตอ งทําการบดทับตองบดทบั ขณะทสี่ วนผสมกําลงั แข็งตัว
(ขณะบม) โดยใชร ถบดลอ ยาง บดทับดว ยความเร็วประมาณ 6 กโิ ลเมตรตอ ช่วั โมง จํานวนไมน อ ย
กวา 5 เท่ยี ว

8.5.5 การบม
เมอื่ ฉาบเสร็จแลว ตอ งปลอยใหบ มตวั ระยะเวลาหนง่ึ กอ นเปด การจราจร การบม ตัวจะ

นานเทาไรใหต รวจสอบการแตกตวั ของพาราแอสฟล ตอ มิ ลั ชนั ในสวนผสมพาราสเลอรี่ซีล โดยดู
การเปลย่ี นสขี องสว นผสมจากสนี าํ้ ตาลเปนสดี ําและปราศจากน้าํ ในสวนผสม ซึง่ สามารถจะทาํ การ
ตรวจสอบไดโดยใชก ระดาษซบั นา้ํ บนผิวพาราสเลอรีซ่ ีล ถาไมม ีน้าํ ปรากฏบนผวิ และผวิ น้นั เปน สดี าํ
แลว ก็สามารถเปด การจราจรได โดยปกตจิ ะใชเ วลาบม ไมเกิน 2 ช่ัวโมง ระหวา งการบมตวั ถา
จาํ เปนตองเปด ใหก ารจราจรผาน อาจใชห ินฝุนหรือทรายสาดปด เพือ่ ใหร ถยนตผานก็ได

8.6 การอํานวยการและการเปด การจราจร
8.6.1 ผรู ับจา งจะตอ งอํานวยความสะดวกและความปลอดภัยในระหวางการกอสราง
8.6.2 ตดิ ตัง้ ปาย เครอื่ งหมายและสญั ญาณจราจรเตอื นลวงหนา เพอื่ ปองกนั อบุ ัติเหตุ
8.6.3 ระยะเวลาท่ีจะเปด การจราจร พจิ ารณาตามความจาํ เปนในสนาม จะเปดการจราจรได

เม่ือบม ตัวครบ 2 ชัว่ โมงแลว

8.7 ขอ แนะนาํ และขอควรระวัง
8.7.1 การขนสงพาราแอสฟล ตอ มิ ัลชันในกรณีทีเ่ ปน ถงั บรรจุ Drum โดยเฉพาะการขนขนึ้

หรอื ลงตองระมัดระวงั ไมใ หถ งั บรรจุพาราแอสฟลตอิมลั ชันไดรับการกระทบกระเทือนอยา งรนุ แรง
เพราะอาจทําใหพ าราแอสฟล ตอิมลั ชนั แตกตวั ได

290

8.7.2 กอ นใชพ าราแอสฟลตอมิ ัลชันทบ่ี รรจถุ ังเก็บไวเ ปน เวลานาน ควรกล้ิงถงั ไปมาอยา ง
นอยดานละ 5 ครง้ั กอ นบรรจุลงในเครือ่ งผสมพาราสเลอร่ซี ลี ท้งั นี้เพือ่ ใหพ าราแอสฟล ตอิมลั ชนั มี
ลกั ษณะเดยี วกนั อยางทัว่ ถึง

8.7.3 ทกุ คร้งั ที่ทําการผสมพาราสเลอรี่ซีลเสรจ็ แลว ควรลา งเครือ่ งผสมใหสะอาด มฉิ ะนั้น
จะมแี อสฟล ตเกาะติดในเครอ่ื ง ทาํ ใหไ มสะดวกในการทาํ งานในครงั้ ตอ ไป

8.7.4 เม่ือเปดถังบรรจุพาราแอสฟล ตอมิ ัลชันออกใช ควรใชใ หหมดถังหรือตองปดฝาอยาง
ดี มิฉะนั้นจะทาํ ใหน ํา้ ในถังระเหยได ซึ่งจะทาํ ใหพ าราแอสฟล ตอ มิ ลั ชันเส่ือมสภาพ

8.8 การายงานผล
การรายงานการฉาบผิวทางแบบพาราสเลอรซ่ี ลี เปน ไปตาม บทที่ 7 “ งานงานผิวทางแบบ

สเลอรีซลี ขอ 7.8 ”

291

บทที่ 9
ผวิ ทางแบบเคพซีล (Cape Seal)

ผิวทางแบบเคพซีล เปนผิวทาง 2 ช้ัน ประกอบดวยผิวทางชั้นแรกแบบเซอรเฟสทรีตเมนต
ช้ันเดียว (Single Surface Treatment) แลวปูทับดวยผิวทางแบบสเลอรีซีล (Slurry Seal) อีก 1 หรือ 2
ชั้น ผิวทางชนิดนใี้ ชท าํ เปน ผิวไหลทางไดดว ย

รูปที่ 9.1 ผวิ ทางแบบเคพซลี

9.1 วสั ดุ
9.1.1 ผิวทางชัน้ แรก (เซอรเฟสทรตี เมนตช ้นั เดียว)
วัสดุทใี่ ชประกอบดวย
ก. แอสฟลต
ข. หนิ ยอ ยหรือกรวดยอ ย
ค. สารเคลอื บผวิ หนิ ยอยหรอื กรวดยอย (Pre-Coating Material)
ง. สารผสมแอสฟล ต (Additive)
คณุ สมบัตวิ ัสดใุ หใหเ ปนไปตาม บทที่ 3 “งานผิวแบบเซอรเฟสทรีตเมนต”
9.1.2 ผิวทางช้ันท่ีสอง (สเลอรี่ซีล)
วสั ดุท่ใี ชประกอบดว ย
ก. แอสฟลตอ มิ ลั ชนั
ข. สารผสมเพ่ิม
ค. นํา้
ง. มวลรวม
จ. Mineral Filler
คุณสมบัตวิ ัสดใุ หใ หเ ปน ไปตาม บทท่ี 7 “งานผวิ ทางแบบ Slurry Seal “

9.2 ขนาดของหินยอยหรอื กรวดยอ ย
9.2.1 ผิวทางชนั้ แรก (เซอรเฟสทรีตเมนตช ้นั เดียว)
ขนาดของหินยอยหรอื กรวดยอย สําหรับผวิ ทางชน้ั แรกใหเ ปน ไปตาม ตารางท่ี 9 -1

292

9.2.2 ผวิ ทางชน้ั ที่สอง (สเลอรซี ีล)
ขนาดของหนิ ยอย ใหเ ปนไปตามตารางที่ 9 - 2

ตารางท่ี 9 - 1 ขนาดของหนิ ยอยหรือกรวดยอ ย

ปรมิ าณ ผา นตะแกรง รอยละ โดยมวล

ขนาดท่ใี ชเรยี กมิลลเิ มตร 25.0 มม. 19.0 มม. 12.5 มม. 9.5 มม. 4.75 มม. 2.36 มม. 1.18 มม.

19.0 (3/4 น้ิว) 100 90-100 0-30 0-8 - 0-2 0-0.5

12.5 (1/2 น้ิว) 100 90-100 0-30 0-4 0-2 0-0.5

ตารางท่ี 9 - 2 ขนาดของหนิ ยอ ยท่ีใชใ นการฉาบ

ชนิดของ Slurry Seal 23

ขนาดของตะแกรง (มม.) ผา นตะแกรงรอยละ

9.5 (3/8 นวิ้ ) 100 100

4.75 (เบอร 4) 90 - 100 70 - 90

2.36 (เบอร 8) 65 - 90 45 - 70

1.18 (เบอร 16) 45 - 70 28 - 50

0.600 (เบอร 30) 30 - 50 19 - 24

0.300 (เบอร 50) 18 - 30 12 - 25

0.150 (เบอร 100) 10 - 21 7 - 18

0.075 (เบอร 200) 5 - 15 5 - 15

9.3 การเลือกใชข นาดของหนิ ยอยหรอื กรวดยอย
9.3.1 ผิวทางชัน้ แรก (เซอรเ ฟสทรตี เมนตช้ันเดียว)
การเลือกใชขนาดของหินยอยหรือกรวดยอย สําหรับผิวทางช้ันแรก ใหใชขนาด

19.0 มลิ ลิเมตร (3/4 น้ิว) หรือ 12.5 มิลลเิ มตร (1/2 นวิ้ )
9.3.2 ผวิ ทางชน้ั ที่สอง (สเลอรีซลี )
ก. สเลอรีซีล ชนิดท่ี 2 ใชฉาบบนผิวทางชั้นแรก ท่ีใชหินยอยหรือกรวดยอยขนาด

12.5 มิลลิเมตร (1/2 น้ิว) ตามตารางที่ 9 - 1 โดยการฉาบครั้งเดียว ใหมีปริมาณสวนผสมสเลอรีซีล
ตามตารางท่ี 9 - 3

293

ข. สเลอรีซีล ชนิดท่ี 3 ใชฉาบบนผิวทางช้ันแรก ท่ีใชหินยอยหรือกรวดยอยขนาด
19.0 มิลลิเมตร (3/4 นิ้ว) ตามตารางท่ี 9 - 1 โดยแบงการฉาบเปน 2 คร้ัง ใหมีปริมาณสวนผสม
สเลอรีซีลรวมทงั้ หมด ตามตารางที่ 9 - 3

9.4 เครื่องจกั รและเครือ่ งมือท่ใี ชในการกอ สรา ง
9.4.1 ผวิ ทางชนั้ แรก (เซอรเฟสทรตี เมนตช ้นั เดยี ว)
เคร่ืองจักร เครอื่ งมอื ทใี่ ชใ หเ ปนไปตาม บทท่ี 3 “งานผวิ แบบเซอรเ ฟสทรตี เมนต”
9.4.2 ผวิ ทางชัน้ ท่ีสอง (สเลอรีซลี )
เครื่องจักรและเครื่องมือท่ีใชใหใหเปนไปตาม บทท่ี 7 “งานผิวทางแบบ Slurry

Seal“ ยกเวน เครื่องจักรท่ีใชบดทับ ตองเปนรถบดลอยางชนิดขับเคลื่อนไดดวยตัวเองมีนํ้าหนัก
ประมาณ 10 ตัน แบบลอ ยางผวิ หนาเรยี บ ความดันลมยางประมาณ 50 ปอนดตอ ตารางน้วิ

9.5 การเตรียมการกอ นการกอ สราง
9.5.1 ผวิ ทางช้นั แรก (เซอรเ ฟสทรีตเมนตช ั้นเดยี ว)
การเตรยี มการกอ นการกอ สรา งประกอบดว ยขน้ั ตอนตางๆ ดงั นี้
ก. การกองหนิ ยอยหรือกรวดยอย
ข. การออกแบบผวิ ทางเซอรเ ฟสทรตี เมนต
ค. การตรวจสอบ ตรวจปรบั เครอ่ื งจกั ร เคร่ืองมอื และอปุ กรณ
ง. การเตรยี มสารผสมแอสฟลต
จ. การเคลอื บผิวหรอื การลางหินยอ ยหรอื กรวดยอย
ฉ. การเตรยี มพืน้ ทางหรือผวิ ทางเดิม
ขัน้ ตอนทง้ั หลายใหเ ปน ไปตาม บทท่ี 3 “งานผิวแบบเซอรเ ฟสทรีตเมนต”
9.5.2 ผิวทางช้นั ทสี่ อง (สเลอรซี ีล)
การเตรยี มการกอนการกอสรา งประกอบดว ยขัน้ ตอนตา งๆ ดงั นี้
ก. การกองหนิ หรือทราย
ข. การออกแบบสว นผสม Slurry Seal
ค. การตรวจสอบเครอื่ งจกั รและเครื่องมอื
ง. การเตรียมพนื้ ท่ี
ขนั้ ตอนทงั้ หลายใหเ ปน ไปตาม บทที่ 7 “งานผิวทางแบบ Slurry Seal “

294

9.6 การกอ สราง
9.6.1 ผวิ ทางชน้ั แรก (เซอรเฟสทรีตเมนตช ั้นเดียว)
การกอสรางผิวทางเคพซีลช้ันแรกเปนแบบ การกอสรางผิวแบบเซอรเฟสทรีต

เมนต
9.6.2 ผวิ ทางชัน้ ที่สอง (สเลอรซี ีล)
ลาดแอสฟลตอมิ ัลชัน ชนิด CSS-1 หรอื CSS-1h ที่ผสมน้าํ ในอตั ราสว น 1:1 ลงบน

ผิวทางชั้นแรก ดวยอัตราไมน อยกวา 0.6 ลิตรตอตารางเมตร โดยวธิ ี Fog Spray หลังจากนัน้ จึง
ดาํ เนนิ การกอสรางผิวทางเคพซลี ช้ันทีส่ องเปน แบบ การกอสรา งผิวแบบ Slurry Seal

รปู ท่ี 9.2 การกอ สรา งผิวทางแบบเคพซีล

9.7 ขอ แนะนําและขอ ควรระวัง
9.7.1 ขอ แนะนําและขอ ควรระวงั ทวั่ ไป
ก. ผิวทางชนั้ แรก (เซอรเ ฟสทรตี เมนตช ั้นเดียว) ใหเ ปน ไปตาม บทที่ 3 งานผวิ แบบ

เซอรเ ฟสทรตี เมนต
ข. ผิวทางชั้นทส่ี อง (สเลอรซี ีล) ใหเ ปนไปตาม บทที่ 7 งานผิวทางแบบ Slurry Seal

9.7.2 ขอเสนอแนะและขอควรระวงั พิเศษสาํ หรบั งานเคพซีล
ก. กอ นเรม่ิ งานผรู บั จา งตองเสนอเอกสารการออกแบบสว นผสมผิวแบบเคพซลี แก

ผคู วบคมุ งาน แลว ใหผ ูควบคมุ งานเกบ็ ตวั อยางวสั ดุสวนผสมทีจ่ ะใชใ นการผสมสงสาํ นกั วเิ คราะห
และตรวจสอบ เพ่อื ตรวจสอบพรอ มกับเอกสารการออกแบบสวนผสมดว ย โดยผรู บั จา งจะตอ งเปน
ผูร ับผิดชอบคาใชจ ายใดๆ ทัง้ สิ้น

ข. เมอ่ื สํานักวเิ คราะหแ ละตรวจสอบ ดําเนนิ การตรวจสอบเอกสารการออกแบบ
และวัสดุสว นผสมและกาํ หนดคา ผลการทดลองที่เหมาะสมใหแลว สํานักวเิ คราะหแ ละตรวจสอบ
จะออกสตู รสวนผสมเฉพาะงาน ใหใ ชส าํ หรับควบคุมงานตอ ไป

ค. ในการทําผวิ แบบเคพซีลในสนาม ถา วัสดุท่ใี ชผดิ พลาดไปจากขอกาํ หนด จะถอื
วา สวนผสมทผี่ สมไวในแตล ะคร้ังน้นั ไมถ กู ตอ งตามคุณภาพท่ตี องการ ซ่งึ ผูรับจางจะตอ งทาํ การ
ปรบั ปรงุ หรือแกไขใหมโ ดยผูร บั จางจะตองเปน ผูรับผดิ ชอบคาใชจายใดๆ ท้งั ส้ิน


Click to View FlipBook Version