The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-05-17 01:32:15

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

Keywords: คู่มือการควบคุมงานก่อสร้างทางหลวง(การควบคุมคุณภาพวัสดุ)

145

146

147

148

149

สว นที่ 2 งานตรวจสอบผิวทางแอสฟล ต

150

151

บทที่ 1
งานลาดแอสฟล ต

งานลาดแอสฟลต หมายถึงการลาดแอสฟลตชนิดเหลวลงบนพ้ืนทางที่ไดตกแตงปรับปรุง
ถูกตองตามแบบแลว เพ่ือใหแอสฟลตซึมลงไปในชองวางของพื้นทางปองกันไมใหความช้ืนซึม
ผาน หรือลาดแอสฟลตชนิดเหลวลงบนผิวทางเดิม หรือ Prime Coat เดิม ท่ีทิ้งไวนานจนไม
สามารถเปนตัวยึดเหน่ียวกับช้ันผิวทางท่ีจะกอสรางใหม หรือลาดลงบนรองผิวทางท่ีจะกอสรางผิว
ทางทบั ลงไป ทําหนา ทเี่ ปนตัวยึดเหนย่ี วใหช้นั ทางเดมิ เชือ่ มติดกบั ผิวทางทจี่ ะสรางใหมข า งบน

1.1 งาน Prime Coat
งานลาดแอสฟลต Prime Coat ทําหนาที่ปองกันไมใหความช้ืนผาน และเปนตัวยึดเหนี่ยว

ใหพื้นทางเช่ือมตดิ กับผิวทางที่จะสรางไวข า งบน

1.1.1 วัสดุ
ก. คัทแบคแอสฟลตใช MC-30 หรือ MC-70 ซ่ึงมีคุณภาพถูกตองตาม มอก. 865-

2532 “ มาตรฐานผลิตภัณฑอ ตุ สาหกรรมคัทแบคแอสฟลต”
ข. แอสฟลตอิมัลชัน CSS-1 หรือ CSS-1h ซึ่งมีคุณภาพถูกตองตาม มอก. 371-

2530 “มาตรฐานผลิตภณั ฑอุตสาหกรรมแคตออิ อนิกแอสฟล ตอมิ ัลชนั สาํ หรับถนน “
ค. ชวงอณุ หภมู ิทใ่ี ชล าดแอสฟลตชนิดตาง ๆ ใหเ ปนไปตามตารางที่ 1-1

ตารางที่ 1-1 ชว งอุณหภูมขิ องแอสฟลตทใี่ ชลาด

ชนดิ ของแอสฟล ต ชวงอุณหภมู ทิ ใี่ ชลาด
MC-30
องศา C องศา F

30-90 85-190

MC-70 50-110 120-225
CSS-1 20-70 70-160
CSS-1h 20-70 70-160

ง. การตรวจรับแอสฟล ต
- ตรวจสอบใบรบั รองผลติ ภณั ฑ
- ตรวจสอบทะเบยี นและนาํ้ หนกั รถ
- ตรวจสอบสภาพและหมายเลขซีล

152

1.1.2 เครือ่ งจักรและเครอ่ื งมอื
เครอื่ งจักรและเครื่องมอื ประกอบดวย
ก. เครื่องพนแอสฟลตหรือรถลาดยาง ( Asphalt Distributor ) ตองขับเคล่ือนได

ดวยตัวเองมีระบบหมุนเวียนแอสฟลต (Circulating System) มีถังบรรจุแอสฟลตติดต้ังบน
รถบรรทกุ หรือรถพวงและประกอบดวยอุปกรณในการใชง าน ดงั นี้

- ไมวดั (Dipstick ) หรอื เครื่องวัดปริมาณแอสฟล ตในถัง
- หวั เผาใหความรอ นแอสฟลต (Burner )
- เทอรโ มมิเตอรวดั อณุ หภูมิแอสฟลต ( Thermometer )
- ปม แอสฟลต (Asphalt Pump )

• ดูดแอสฟล ตท ่ีเตรยี มไวแ ลวเขา ถังบรรจุแอสฟล ตบนรถ
• หมนุ เวียนแอสฟล ตในทอ พน แอสฟล ต และในถังบรรจแุ อสฟล ตบ นรถ
• พนแอสฟลตผานทางทอ พน แอสฟลต และทอ พน แอสฟล ตแบบมอื ถือ
• ดูดแอสฟลตจากทอพนแอสฟลตหรือทอพนแอสฟลตแบบมือถือกลับเขา
สถู งั บรรจแุ อสฟลตบ นรถ
• ดูดแอสฟลตจ ากถังบรรจแุ อสฟล ตบ นรถไปยงั ถังเก็บแอสฟล ตภ ายนอก
• เคร่ืองปมแอสฟลต ตองติดเคร่ืองวัดปริมาณแอสฟลตท่ีผานปม โดยวัด
เปนรอบหรือวดั เปนความดัน
- เครอ่ื งตน กําลังหรอื เครื่องทา ย ( Power Unit )
• เคร่ืองตน กาํ ลังหรอื เครือ่ งทา ยตองมีมาตรบอกความดัน
- ทอพน แอสฟล ต ( Spray Bar ) พรอ มหัวฉดี ( Nozzle ) ประกอบดว ย
• ทอหลายทอ นตอกัน
• หัวฉดี ตดิ ตัง้ โดยมรี ะยะหา งระหวางหวั ฉีดเทา กัน
• หวั ฉีดปรบั ทํามมุ กับทอพน แอสฟลตไ ด
• มอี ปุ กรณปดเปด ทอพน แอสฟลตแบบที่แอสฟลตหมุนเวียนผา นได
• ตองมีความดนั สมา่ํ เสมอตลอดความยาวของทอ
• ปรับความสูงตา่ํ ได
• สามารถปรบั ใหพ น แอสฟล ตท่คี วามกวา งตาง ๆ กนั ได
- ทอ พนแอสฟล ตแบบมือถือ ( Hand Spray )
• ทอพนแอสฟลตแบบมือถือ ตองเปนแบบใชหัวฉีดเคลื่อนตัวไดอิสระ ใช
พน แอสฟล ตบนพ้ืนที่ท่รี ถพน แอสฟล ตเ ขาไปไมได
- อุปกรณว ัดปริมาณการพนแอสฟลต ( Bitumeter ) ประกอบดว ย
• ลอ วัดความเรว็ ( ลอทหี่ า )

153

• ตอสายเชอ่ื มไปยงั มาตรวดั ความเร็วในเกง รถ
• บอกความเร็วเปนเมตรตอนาทีหรอื ฟตุ ตอนาที
• มตี ัวเลขบอกระยะทางรวมทร่ี ถวิ่ง
- ถงั บรรจแุ อสฟล ตบ นรถ ( Asphalt Tank )
• เปนชนดิ มีฉนวนหุมปอ งกันความรอ น
• ภายในถังประกอบดวยทอนําความรอนจากหัวเผา หน่ึงหัวเผาหรือ
มากกวา
• แผนโลหะชวยกระจายความรอน
• ทอระบายแอสฟลตท่ีถังตองมีเครื่องวัดปริมาณแอสฟลตเปนแบบไมวัด
(Dipstick ) เขม็ วดั บอกปรมิ าณหรอื ท้ังสองชนดิ
• เทอรโมมิเตอรวัดอุณหภูมิเปนแบบหนาปทม ( Dial ) หรือแบบแทงแกว
หุมดวยโลหะ(Armored Thermometer ) หรอื ท้งั สองชนดิ ที่อานไดละเอียดถึง 1 องศาเซลเซยี ส
ข. เครอ่ื งกวาดฝุน (Rotary Broom) อาจเปนแบบลาก แบบขับเคล่ือนไดดวยตัวเอง
หรือแบบติดตั้งท่ีรถไถนา (Farm Tractor) แตตองเปนแบบไมกวาดหมุนโดยเคร่ืองกล ขนไมกวาด
อาจทําดวยไฟเบอร ลวดเหล็ก ไนลอน หรือหวาย ปรับความเร็วของการหมุนและน้ําหนักที่กดลง
บนผวิ ถนนโดยการปรับระดับความสงู ของไมกวาด
ค. เคร่ืองเปาลม (Blower) เปนแบบติดตั้งทายรถไถนา(Farm Tractor) มี
ประสทิ ธภิ าพเพียงพอท่จี ะทาํ ใหพ ืน้ ทท่ี ่ีจะกอ สรา งสะอาด
1.1.3 การเตรียมการกอ นการลาดแอสฟล ต Prime Coat
ก. ตรวจสอบอปุ กรณแ ละตรวจปรบั เครื่องพนแอสฟลต
กอนนําเคร่ืองพนแอสฟลตไปใชงาน จะตองตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ
ตา ง ๆ ใหอ ยใู นสภาพใชงานไดดี การตรวจสอบมดี ังน้ี
- สภาพทว่ั ไป
- อตั ราการไหล
- ความเรว็
- ทดลองหาปรมิ าณแอสฟลตที่ลาดตามขวางถนน
- ทดลองหาปริมาณแอสฟลตท ล่ี าดตามความยาวถนน
ข. การเตรยี มพ้ืนทาง
- พื้นทาง จะตองตัดใหไดระดับและความลาดตามแบบ วัสดุสวนที่เหลือตอง
กําจัดออกใหหมดกวาดฝุนหรือสวนละเอียดใหมีหนาหินโผลไมนอยกวารอยละ 80 ของพื้นท่ี
ดําเนินการ กรณีที่พื้นทางมีวัสดุฉาบหนาเปนคราบแข็งติดอยู ซ่ึงหลังจากใชเคร่ืองกวาดฝุนกวาด
แลว ยังมีวัสดุหนาหินโผลนอยกวารอยละ 80 ของพ้ืนท่ีดําเนินการ อาจเปดใหรถยนตวิ่งตอไป

154

ประมาณ 3 วัน หรือมากกวา เพ่ือใหคราบฝุนแข็งหลุดออกไปหรือโดยการใชเครื่องมือหรือ
เครอ่ื งจกั รตัดออก แลว ใชเครื่องกวาดฝนุ กวาดออกไป

- พรมน้ําบางๆ ที่ผิวพ้ืนทางพอช้ืนๆ ถาเปยกมากเกินไป จะตองทิ้งไวใหแหง
หมาดถามีน้ําขงั เปนแหง ๆ ใหกาํ จดั ออกใหห มด

1.1.4 ปริมาณแอสฟล ตท่ใี ชลาด
ปริมาณแอสฟลตที่ใชประมาณ 0.8-1.4 ลิตรตอตารางเมตร ปริมาณท่ีแนนอน

ข้ึนอยูกับความแนนของพ้ืนทาง โดยเฉพาะอยางย่ิงสวนที่อยูชั้นบนสุดและแนะนําใหใชสูตร
ตอ ไปนี้เปนแนวทางในการหาปริมาณแอสฟล ตท่ีจะใช

อัตราแอสฟลตที่ใชทํา Prime Coat = 100P ( 1-D/G)/R ลิตรตอตารางเมตร

เม่อื P = ความลึกทจี่ ะใหแอสฟล ตซ มึ ลงไป เปน มิลลิเมตร
R = คา ของ Residual Asphalt เปน รอ ยละ
D = ความแนน แหง เฉล่ียท่ีตรวจสอบไดจ ากสนามเปน กรัมตอ มลิ ลิเมตร
G = คา ความถว งจําเพาะแบบ Bulk ( SSD - Basis ) ของวัสดพุ ื้นทาง

คาของ P จะขึ้นอยูกับความพรุนของพื้นทางและชนิดของแอสฟลตที่ใชลาด เม่ือ
ทดลองลาดแอสฟลตครั้งแรก ใหใชคา P เทากับ 4.5 มิลลิเมตร ในการคํานวณ หลังจากเห็นสภาพ
แอสฟลตท่ีลาดออกมาแลว จึงพิจารณาเปล่ียนแปลงคาของ P หรือเปล่ียนชนิดของแอสฟลตเหลว
ตามความเหมาะสมตอไป

คา ของ Residual Asphalt (R) ที่ใชสตู รคํานวณ ใหใ ชค าตามตารางท่ี 1-2

ตารางที่ 1-2 คาของ Residual Asphalt ( R ) ที่ใชสตู รคํานวณ

ชนิดของแอสฟล ต คา ของ R ( รอ ยละ )

MC-30 62
MC-70 73
CSS-1 75

CSS-1h 75

คาของ D ใหใชคาความแนนแหงเฉล่ีย ที่ตรวจสอบไดจากสนามในชวงที่จะ
ดําเนินการตามวิธีการทดลองท่ี ทล.-ท. 603/2517 “ วิธีการทดลองหาคาความแนนของวัสดุใน
สนามโดยใชทราย “

คาของ G ใหแยกหาคา G ของวสั ดุพ้ืนทางชนดิ หยาบ ตามวิธีการทดลองที่ ทล.-ท.
207/2517 “ วิธีการทดลองหาความถวงจําเพาะของวัสดุชนิดเม็ดหยาบ “ และชนิดละเอียดตาม

155

วิธีการทดลองที่ ทล.-ท. 209/2548 “ วิธีการทดลองหาคาความถวงจําเพาะและการดูดซึมน้ําของ
วสั ดเุ ม็ดละเอยี ด” แลว หาคา ตามสูตรตอ ไปนี้

G = 100 ⎠⎟⎟⎞
⎛⎝⎜⎜ P1 ⎞⎠⎟⎟ ⎜⎛⎝⎜ P2
G1 + G2

เมอ่ื P1 = ปริมาณของวสั ดุสว นท่คี างบนตะแกรงขนาด 4.75 มิลลิเมตร เปน รอยละ

P2 = ปริมาณของวสั ดุสว นทผ่ี า นตะแกรงขนาด 4.75 มิลลเิ มตร เปนรอยละ

G1 = ความถว งจําเพาะแบบ Bulk ( SSD - Basis ) ของวัสดสุ ว นทคี่ าง

บนตะแกรงขนาด 4.75 มิลลเิ มตร

G2 = ความถวงจําเพาะแบบ Bulk ( SSD - Basis ) ของวัสดุสวนที่ผาน
ตะแกรงขนาด 4.75 มลิ ลิเมตร

1.1.5 วธิ ีการกอสรา ง

เม่อื ไดเตรยี มพื้นที่ที่จะกอสรางรวมถึงเคร่ืองจักรและอุปกรณตางๆ เรียบรอยแลว

ใหด าํ เนนิ การดังตอไปนี้

ก. ใชเครื่องพนแอสฟลต ลาดแอสฟลตตามอุณหภูมิท่ีกําหนดไวตามตารางที่ 1-1

ในอตั ราการลาดทค่ี ํานวณได

ข. หลังจากลาดแอสฟลตแลว ตองปดการจราจรอยางนอย 24 ช่ัวโมง สําหรับ

สภาวะอากาศที่ดี หรือ 48 ชว่ั โมง สําหรับสภาวะอากาศท่เี ลว

ค. ในกรณีปดการจราจรครบกําหนดแลวมีแอสฟลตซึมลงพ้ืนทางไมหมดหรือไม

สามารถปดการจราจรไดนานใหใชทรายสะอาดที่มีสวนผานตะแกรงเบอร 200 ไมเกินรอยละ 20

สาดทับช้นั Prime Coat

ง. หลังจากการลาดแอสฟลต Prime Coat แลวใหท้ิงไมนอยกวา 48 ช่ัวโมง จึงจะ

ทําผิวไดและตอ งทําผิวภายใน 1 เดอื น หลังจากลาดแอสฟล ต

1.1.6 ขอแนะนําและขอควรระวงั

ก. ถามีทางเบี่ยงหรือสามารถปดการจราจรได ใหลาดแอสฟลตใหเต็มถนน ถา

จําเปนตองลาดแอสฟลตคร้ังละครึ่งถนน ใหลาดแอสฟลตครึ่งแรกเลยแนวกึ่งกลางของถนน

ประมาณ 50 มลิ ลิเมตร

ข. หามสาดทรายกอน 24 ช่วั โมง หลังจากการลาดแอสฟลต

ค. หลังจากปดการจราจร 48 ช่ัวโมงแลวแอสฟลตยังซึมลงไมหมด อาจใชหินฝุน

สาดแทนทรายกไ็ ด

ง. การใชคัทแบคแอสฟลตตองระวังเพราะติดไฟงาย การปฏิบัติงานจะตอง

ระมัดระวงั ไมใ หถ กู เปลวไฟท้ังในขณะตมหรอื ในขณะลาด

156

จ. การขนสงแอสฟลตอิมัลชันแบบบรรจุถัง Drum โดยเฉพาะการขนขึ้น – ลง
ตองระมัดระวังไมใหถัง Drum ไดรับการกระทบกระเทือนรุนแรง เพราะอาจทําใหแอสฟลต
อิมัลชันแตกตัวได

ฉ. การใชแอสฟลตอิมัลชันแบบบรรจุถัง Drum กอนถายเทแอสฟลตอิมัลชันลง
ในเครอื่ งพนแอสฟลต ควรกล้ิงถังไปมาหรือกวนใหเขากันเสียกอน ท้ังนี้เพ่ือใหแอสฟลตอิมัลชันมี
ลักษณะเดียวกันท่ัวถึงหากใชไมหมดถังควรปดฝาใหแนน เพื่อปองกันนํ้าในแอสฟลตอิมัลชัน
ระเหยออกไป ทาํ ใหแอสฟล ตอมิ ัลชันแตกตัว และหมดคุณภาพการเปนแอสฟล ตอ มิ ลั ชันได

ช. หลังการลาดแอสฟลตประจําวัน ควรดูดแอสฟลตในเครื่องพนแอสฟลตออก
ใหห มด แลวลางเคร่ืองพนแอสฟล ตโดยเฉพาะที่ทอพนแอสฟล ต การลางควรใชน ํ้ามันกาดหรือสาร
ทําละลายใดๆ สูบผานทอตางๆ ของเครื่องพนแอสฟลต เพ่ือลางสวนที่ตกคางอยูออกใหหมด ทั้งนี้
เพื่อปองกันแอสฟลตเกาะติดแนน ทําใหไมสะดวกในการใชงานคร้ังตอไปและชวยปองกันไมให
ถงั บรรจุแอสฟลตใ นเครอ่ื งพนแอสฟล ตถูกกรดในแอสฟล ตอมิ ัลชันบางชนดิ กัดทะลเุ สยี หายได

1.1.7 การตรวจสอบและการรายงานผล
ก. รายงานผลการลาดยางในแตละแปลงใชแบบฟอรมตามตัวอยางทายบท

แบบฟอรม ท่ี 1-1
ข. สรุปอัตราการลาดยางประจําเดือนใชแบบฟอรมตามตัวอยางทายบท

แบบฟอรม ที่ 1-2

157

1.2 งาน Tack Coat
งานลาดแอสฟล ต Tack Coat ทําหนา ทเี่ ปนตัวยึดเหนยี่ วชัน้ ทางเดมิ กับผวิ ทางที่จะกอ สรางใหม

1.2.1 วสั ดุ
ก. แอสฟลตเหลวท่ีจะใชเปนประเภทและชนิดอยางใดอยางหน่ึง ดังตอไปน้ี

RC – 70, RC – 250 , CRS – 1 และ CRS – 2
ข. การเลอื กชนิดของแอสฟลตเหลวใหพิจารณาสภาพของพ้ืนหรือผิวทางเดิมที่จะ

ทาํ Tack Coat อุณหภมู ทิ ่ใี ชลาดแอสฟล ตชนดิ ตา งๆ ใหเ ปน ไปตามตารางท่ี 1-3

ตารางที่ 1- 3 ชว งอุณหภมู ขิ องแอสฟล ตทใ่ี ชล าด

ชนิดของแอสฟล ต ชว งอณุ หภูมทิ ใ่ี ชลาด

RC - 70 องศา C องศา F
RC - 250
CRS - 1 50 - 110 120 - 225
CRS - 2
75 - 130 165 - 270

50 - 85 125 - 185

50 - 85 125 - 185

หมายเหตุ : สาํ หรบั แอสฟลตอ มิ ัลชนั ถาผสมน้ําใหล าดที่อณุ หภมู ิปกตไิ ด

1.2.2 เครือ่ งจักรและเครือ่ งมอื
เครอื่ งจักรและเครอ่ื งมอื เปน ไปตามหวั ขอ 1.1.2

1.2.3 การเตรยี มการกอนการลาดแอสฟล ต Tack Coat
ก. ตรวจสอบอปุ กรณและตรวจปรบั เครอื่ งพนแอสฟล ต เปนไปตามหวั ขอ 1.1.3
ข. การเตรยี มพื้นทางหรือผวิ ทางเดมิ
- กรณีที่พ้ืนทางหรือผิวทางเดิมไมสมํ่าเสมอหรือเปนคล่ืน ใหตัดแตงให

สม่ําเสมอ ถามีหลุมบอจะตองตัดหรือขุดออกแลวทําการซอมแบบ Skin Patch หรือ Deep
Patch แลวแตกรณีและบดอัดใหแนนเสียกอนเพ่ือใหมีผิวท่ีเรียบสม่ําเสมอกอนการทํา Tack
Coat

- พ้ืนทางหรือผิวทางเดิม จะตองสะอาดปราศจากฝุนและวสั ดุอื่นๆ ปะปน
- กรณีที่พื้นทางเดิมทํา Prime Coat ท้ิงไวนานจนกระทั่งไมมีการยึดเหน่ียว
( Bonding ) กับผิวทางท่ีจะกอสรางภายหลังหรือพื้นเดิมนั้นสกปรกจนไมสามารถทําใหสะอาดได
ใหทําการ Tack Coat

158

- การทําความสะอาดพ้ืนทางหรือผิวทางเดิม โดยการกวาดฝุนหรือวัสดุท่ีหลุด
หลวมออกจนหมด ดวยเคร่ืองกวาดฝุนโดยใชอัตราเร็วการหมุนและน้ําหนักกดที่กดลงบนพ้ืน
ทางหรือผิวทางเดิมใหพอดีท่ีจะไมทําให Prime Coat หรือผิวทางเดิมเสียหาย เสร็จแลวใหใช
เคร่อื งเปาลมเปา ฝุน หรอื วัสดุทหี่ ลุดหลวมออกจนหมด

- กรณีท่ีมีคราบฝุนหรือวัสดุแข็งอยูท่ีพ้ืนทางหรือผิวทาง ใหกําจัดคราบแข็ง
โดยการใชเคร่ืองมือใดๆ ท่ีเหมาะสมขูดออกและลางใหสะอาดทิ้งไวใหแหง ใชเคร่ืองกวาดฝุน
กวาด แลวใชเคร่ืองเปาลมเปา ฝนุ หรอื วัสดทุ ่ีหลดุ หลวมออกใหห มด

1.2.4 ปริมาณแอสฟล ตทใ่ี ชลาด
ก. กรณที ่ีพน้ื เดมิ เปน Prime Coat หรอื ผิวทางแอสฟล ตคอนกรีต
ใชแ อสฟล ต RC-70, RC-250 ในอตั รา 0.1 – 0.3 ลติ ร/ตร.ม.
ใชแ อสฟลต CRS-1, CRS-2 ในอัตรา 0.1 – 0.3 ลิตร/ตร.ม.
ใชแ อสฟลต CRS-1, CRS-2 ผสมนํา้ ในอตั ราสว น 1 : 1 แลวลาดในอตั รา

0.2 – 0.6 ลิตร/ตร.ม.
ข. กรณีที่พ้นื เดมิ เปนผวิ ทางชนดิ เซอรเ ฟสทรตี เมนตห รือเพนเนเตรชันแมคคาดมั
ใชแ อสฟล ท RC-70 , RC-250 ในอตั รา 0.1 – 0.3 ลติ ร/ตร.ม.

1.2.5 วธิ ีการกอ สรา ง
ก. ใชเคร่ืองพนแอสฟลตลาดแอสฟลตตามอุณหภูมิท่ีกําหนดตามตารางที่ 1-3โดย

อัตราการลาดตามกําหนด
ข. กรณีที่พ้ืนท่ีที่จะทํา Tack Coat เปนพ้ืนที่ที่รถพนแอสฟลตเขาไปไมได ให

ใชทอพนแอสฟลตแบบมือถือไดหรือพื้นที่ท่ีไมเหมาะสมที่จะใชเคร่ืองพนแอสฟลตหรือทอพน
แอสฟล ตแ บบมือถอื ไดใหใ ชแ ปรงทาแอสฟลตได

ค. การทํา Tack Coat ใหดําเนินการลวงหนากอนการกอสรางช้ันทางแอสฟลต
คอนกรีตภายในระยะเวลาท่ีเหมาะสม โดยกําหนดพ้ืนท่ีที่จะทํา Tack Coat ใหพอดีที่จะกอสราง
ช้ันทางแอสฟลตคอนกรีตเสร็จภายในวันเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อใหไดผลดีและไมอนุญาตใหท้ิงไว
ขามคนื เพราะอาจจะทาํ ใหพนื้ ทางหรือผวิ ทางเดมิ สกปรกอกี ได

ง. ภายหลังจากการทํา Tack Coat แลว ใหปดการจราจรไวจนกวาจะกอสรางช้ัน
ทางแอสฟล ตคอนกรตี

จ. กรณีที่มีพ้ืนที่ที่ได Tack Coat ไวแลวเหลืออยูเน่ืองจากมีอุปสรรคอันเปน
เหตุใหไมสามารถกอสรางชั้นทางแอสฟลตคอนกรีตจนหมดพื้นที่ Tack Coat ได ใหปด
การจราจรในชวง Tack Coat ท่ียังเหลืออยูและใหดําเนินการกอสรางชั้นทางแอสฟลตคอนกรีต
โดยเรว็ ทสี่ ดุ ในทนั ทีทีส่ ามารถดําเนนิ การตอได

159

ฉ. การทํา Tack Coat เม่ือพนแอสฟลตลงบนพ้ืนท่ีท่ีดําเนินการถูกตองตามที่
กําหนดแลวทั้งปริมาณและอุณหภูมิ แตแอสฟลตยังไมท่ัวถึงหรือไมสมํ่าเสมอ อาจใชรถบดลอ
ยางทีส่ ะอาดชวยนวดใหแ อสฟลตกระจายสมาํ่ เสมอทัว่ ผวิ หนาของพน้ื ทไ่ี ด

ช. ภายหลังจากการลาดแอสฟลต Tack Coat แลวตองทิ้งไวชวงเวลาหน่ึง
เพ่ือใหนํ้ามันใน Cut Back Asphalt ระเหยออกไปหรือแอสฟลตอิมัลชันแตกตัวและนํ้าระเหย
ออกไปแลวจึงกอสรา งชั้นทางแอสฟลตค อนกรตี

1.2.6 ขอ แนะนาํ และขอควรระวงั
ก. ถังเก็บแอสฟลตอิมลั ชนั แบบ Bulk
ถังเก็บแอสฟลตอิมัลชันควรเปนถังท่ีบุดวยวัสดุกันความรอนและเปนแบบท่ีมี

ระบบหมุนเวียนแอสฟลตอิมัลชันในถังระบบหมุนเวียนอาจเปนแบบใชปมแอสฟลตโดยการ
หมุนเวียนแอสฟล ตอมิ ัลชนั จากดา นบนไปสูดานลางของถังเก็บหรือเปนแบบใชใบพัดกวนที่มีรอบ
การหมนุ ชา ๆ

ถาถังเก็บแอสฟลตอิมัลชันเปนแบบไมมีระบบหมุนเวียนหรือไมมีใบกวน การ
เก็บควรเติมนํ้ามันกาดลงในถังปริมาณเล็กนอย พอท่ีนํ้ามันกาดจะลอยปดผิวหนาแอสฟลต
อมิ ลั ชันในถงั เพียงบางๆ เพอื่ ลดการเกดิ แอสฟล ตลอยเปน ฝาทีผ่ ิวหนาของแอสฟลตอ มิ ลั ชนั ในถงั

ข. การเกบ็ และใชแอสฟล ตอ ิมัลชันแบบบรรจุ Bulk
- ควรบรรจแุ อสฟล ตอมิ ลั ชันใหเต็มถัง เพื่อใหมีผิวหนาของแอสฟลตอิมัลชันท่ี

สัมผัสกับอากาศเปนพื้นท่ีท่ีนอยสุดท้ังนี้เพื่อลดการรวมตัวของแอสฟลตเปนแผนฝาที่ผิวหนาของ
แอสฟลตอมิ ัลชนั

- ควรเก็บแอสฟล ตอ มิ ัลชันท่ีชวงอุณหภมู ิ 10 – 85 องศาเซลเซยี ส
- อยาใหความรอนแอสฟลตอิมัลชันจนกระท่ังอุณหภูมิท่ีผิวสัมผัสกับพื้นผิวท่ี
ความรอนจากอุปกรณใหความรอน มีอุณหภูมิสูงถึง 96 องศาเซลเซียส มิฉะน้ันแอสฟลตอิมัลชัน
บรเิ วณทสี่ มั ผัสกับพ้ืนทีผ่ วิ ท่คี วามรอนผานจากอปุ กรณใ หความรอ นจะแตกตัวได
- ขณะใหความรอนแอสฟลตอิมัลชันในถังเก็บ ใหกวนแอสฟลตอิมัลชันไป
ดว ย เพ่อื ลดการรวมตวั ของแอสฟลตเ ปน แผน ฝาท่ผี วิ หนา
- การกวนแอสฟล ตอ ิมลั ชันหามใชวธิ ีการอดั อากาศเขา ไปในถังเก็บ
- การหมุนเวียนแอสฟลตอิมัลชันในถัง ไมควรทําใหแอสฟลตอิมัลชัน
ไหลเวยี นเรว็ และรุนแรงเกินไปเพราะจะทําใหอากาศเขาไปแทรกในแอสฟลตอิมัลชัน อันเปนเหตุ
ใหแ อสฟล ตอิมัลชนั แตกตวั ไดงาย
- การผสมน้ํากับแอสฟลตอิมัลชันชนิด CRS-1 หรือ CRS-2 หามเติม
แอสฟลตอิมัลชันลงในนํ้า แตใหเติมนํ้าสะอาดอยางชาๆ ลงในแอสฟลตอิมัลชัน เพื่อปองกันมิให
แอสฟลตอมิ ลั ชันแตกตัว

160

ค. การใชแอสฟลตอมิ ลั ชันแบบถังบรรจุ Drum
- การขนสงแอสฟลตอิมัลชัน โดยเฉพาะการขนข้ึนและขนลง ตองระมัดระวัง

ไมใหถังบรรจุแอสฟลตอิมัลชันถูกกระทบกระเทือนรุนแรงมากเกินไป เพราะอาจทําใหแอสฟลต
อิมัลชันแตกตัวได

- กอ นใชแ อสฟล ตอ มิ ลั ชันแบบถงั บรรจุ Drum ท่เี กบ็ ต้งั รอไวนานๆ ควรกล้ิง
ถังไปมาอยางนอ ยดานละ 5 ครงั้ เปน ประจาํ สัปดาหล ะ 1 ครงั้ โดยเฉพาะเม่อื กอ นบรรจุลงเคร่ืองพน
แอสฟล ต ท้ังนเ้ี พือ่ ใหแ อสฟลตอิมลั ชันผสมเปนเน้อื เดียวกนั ท่ัวถึง

- ทกุ ครั้งที่บรรจุแอสฟล ตอ ิมลั ชันลงในเครื่องพนแอสฟลตควรใชใหหมดแลว
ลาง เคร่ืองพนแอสฟลตดวยโดยเฉพาะท่ีทอพนแอสฟลต ถาเปดถังบรรจุแอสฟลตอิมัลชันออกใช
แลวควรใชใหหมดถังหรือถาใชไมหมดตองปดฝาอยางดีมิฉะนั้นนํ้าในถังจะระเหยไปไดซ่ึงจะทํา
ใหแอสฟล ตอิมัลชันแตกตวั และหมดคุณภาพการเปนแอสฟลตอ มิ ัลชนั ได

1.2.7 การตรวจสอบและการรายงานผล
ก. รายงานผลการลาดยางในแตละแปลงใชแบบฟอรมตามตัวอยางทายบท

แบบฟอรม ที่ 1-1
ข. สรุปอัตราการลาดยางประจําเดือนใชแบบฟอรมตามตัวอยางทายบท

แบบฟอรม ที่ 1-2

161

ตวั อยางแบบฟอรม ท่ี 1-1

สาํ นกั วเิ คราะหและตรวจสอบ กรมทางหลวง

การตรวจสอบอตั ราการลาดยาง Prime Coat

หนวยตรวจสอบผวิ ทางประจําโครงการฯ บางปะอนิ - นครสวรรค ตอน 7

สญั ญาที่ สท.2/14/2549 ประจําเดือน กมุ ภาพนั ธ 2550

รถลาดยางย่ีหอ ทะเบยี น
ชนดิ ของยางทใี่ ช
Pump Shaft Speed รอบ / นาที
Spray bar Discharge Pressure ลิตร/นาที
Speed ของรถลาดยาง เมตร/นาที

การหาอตั ราลาดยางเฉลย่ี

บันทึก ที่ ป. ป.1 ป.2 ป.3 ป.4
วันท่ที ํางาน
จาก กม. เมตร
ถงึ กม. ตร.ม.
ตร.ม.
ดาน
ระยะทางสทุ ธิ
ความกวางท่ีลาด

พน้ื ทล่ี าดยาง

พน้ื ทีส่ วนขยาย

รวมพนื้ ท่ลี าดยาง ตร.ม.
OC
อุณหภมู ขิ องยางที่ใชลาด ลิตร
ปรมิ าณยางกอนลาด ลิตร
ปรมิ าณยางหลังลาด ลติ ร
ปรมิ าณยางทใี่ ช ลิตร / ตร.ม.
อัตราลาดยางเฉลี่ย
ชา งควบคมุ
หมายเหตุ

162

ตวั อยา งแบบฟอรม ที่ 1-2

สํานกั วิเคราะหและตรวจสอบ กรมทางหลวง

สรุปอัตราการลาดยาง ………………..

หนว ยตรวจสอบผวิ ทางแอสฟล ตประจําโครงการฯ

สญั ญาที่ ลงวันที่

ประจาํ เดือน

แปลงท่ี ชวงระยะทาง อตั ราการใช
ดา น แอสฟล ต ชนดิ แอสฟล ต วันทที่ ํางาน หมายเหตุ
กม.- กม.
(ลติ ร / ตร.ม.)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

ผรู ายงาน

163

ภาคผนวก 1-1
การตรวจสอบรถลาดยาง

164
ภาคผนวก 1-1

การตรวจสอบรถลาดยาง

รถลาดยางใชสําหรับการ Prime coat และ Tack coat กอนนํามาใชงานให
ตรวจสอบดังน้ี

1. การตรวจสอบรายละเอียดทวั่ ไป

รูปที่ 1 รถลาดยาง
เปนการตรวจสอบขอมูลตาง ๆ เพื่อใหสามารถกําหนดรูปแบบการใชงานได
ถูกตองและแกไขปรับปรุงสวนประกอบที่มีสภาพชํารุดหรือใชงานไมดี กอนเร่ิมทํางาน โดยจะ
ตรวจสอบตามแบบฟอรม “รายละเอียดการตรวจสอบรถลาดยาง” ซึ่งมรี ายละเอียดดงั น้ี
1.1 การบันทึกรายละเอียดท่ัวไปของรถลาดยาง เชน หมายเลขทะเบียน , ย่ีหอรถ ,
ยี่หอเคร่อื งทา ย , ทอ ใหความรอน , ไมเล็งแนว ฯลฯ

รปู ท่ี 2 ทอใหค วามรอ นและเคร่ืองทาย
1.2 การบันทึกรายละเอียดของถังบรรจุแอสฟลต เชน วิธีการวัดปรับงาน
แอสฟลต หนวยทใ่ี ชวดั , การวดั อุณหภมู ิแอสฟล ตในถงั
1.3 การบันทึกรายละเอียดของเคร่อื งทาย

165

1.4 การบันทกึ รายละเอยี ดของเครือ่ งปม แอสฟล ต
1.5 การบันทกึ รายละเอยี ดลอวดั ความเรว็

รปู ท่ี 3 เครื่องทาย

1.6 การบนั ทึกรายละเอยี ดทอ พนแอสฟล ต
1.7 การบันทึกรายละเอียดจาํ นวนหวั ฉดี แอสฟลต
1.8 รายการตรวจสอบหวั ฉีดแอสฟลต

รูปที่ 4 หวั ฉดี แอสฟล ต

2 การสอบเทยี บมาตรวดั ความเร็วของรถลาดยาง (Calibration of Speed Meter)
เปนการหาความสัมพันธ ของความเร็วที่รถวิ่งจริงกับความเร็วท่ีอานไดจากมาตร

วัดความเร็วของลอท่ี 5 และนํามาสรางกราฟความสัมพันธสําหรับกําหนดอัตราเร็วของรถลาดยาง
ในการ Prime Coat หรอื Tack Coat เพ่อื ใหไ ดอตั ราการลาดยางตรงตามตอ งการ

2.1 การตรวจสอบจะกําหนดจุด 2 จุดและวัดระยะทางไว จากน้ันใหรถลาดยางวิ่ง
ดวยอัตราเร็วคงที่ โดยอานความเร็วจากมาตรวัดของลอที่ 5 พรอมกับจับเวลาที่ใชวิ่งผานจุด 2 จุด

166

จากน้ันคํานวณหาอัตราเร็วท่ีวิ่งไดจริงจากระยะทางที่วัดไว หารดวยเวลาท่ีจับได แลวนํามาสราง
กราฟความสัมพันธร ะหวา งความเร็วท่อี านไดกับความเรว็ รถลาดยาง

2.2 อุปกรณท ีใ่ ชใ นการตรวจสอบ
ก. เทปวดั ระยะ
ข. นาฬิกาจบั เวลา
ค. ตารางบนั ทึกขอ มูล

2.3 ขั้นตอนการตรวจสอบ
ก. กําหนดจุด 2 จุด พรอมวัดระยะทาง
ข. กําหนดความเรว็ รถลาดยางจากมาตรวดั ของลอ ท่ี 5
ค. ใหรถลาดยางวง่ิ ผานจดุ ทัง้ 2 ตามขอ ก) โดยขณะท่ีรถวง่ิ ผา นจดุ ที่
เพอ่ื ไปยังจุดที่ 2 ตองมคี วามเร็วสมาํ่ เสมอตลอดระยะทาง
ง. จับเวลาท่ีรถใชวง่ิ ผา นจุด 2 จุด พรอมบันทึก
จ. คาํ นวณหาอัตราเรว็ จริง
ฉ. สรา งกราฟความสมั พนั ธ

3. การสอบเทียบอัตราการไหลของยางแอสฟล ตข องรถลาดยาง
เปนการหาความสัมพันธระหวางความเร็วรอบของเครื่องปมแอสฟลตกับปริมาณ

แอสฟลตท่ีไหลออกและนํามาสรางกราฟความสัมพันธ สําหรับกําหนดความเร็วรอบเครื่องปม
แอสฟล ต ในการ Prime Coat หรือ Tack Coat เพอ่ื ใหไดอ ัตราการไหลตามตองการ

3.1 หลกั การ
การตรวจสอบน้ีจะดําเนินการโดยเปดแอสฟลตตามความเร็วรอบของ

เครือ่ งปม ทไ่ี ดกาํ หนดไว แลว ใชภ าชนะรองรับแอสฟลตที่ไหลออกมา พรอ มจับเวลา บันทึกนํ้าหนัก
แอสฟลตที่ไหลและชวงเวลาท่ีเปด เพื่อนําไปคํานวณหาอัตราการไหลของแอสฟลตแลวสรางกราฟ
ความสมั พันธร ะหวา งความเร็วรอบเครอื่ งปม และอตั ราการไหล

3.2 อปุ กรณท ่ีใชใ นการตรวจสอบ
ก. ภาชนะสาํ หรบั รองรับวัสดุโดยใชภาชนะทีม่ ีขนาดเหมาะสม
ข. เครื่องชัง่ ขนาด ประมาณ 60-100 กโิ ลกรมั
ค. นาฬิกาจบั เวลา
ง. ตารางบันทึกขอ มลู

3.3 ขั้นตอนการตรวจสอบ
ก. กําหนดความเรว็ รอบของเครอื่ งปมแอสฟลต

167

ข. เดินเคร่ืองทายแลวเปดวาลวใหแอสฟลตไหลออกมาจากทอพนยางลง
ในภาชนะรองรับพรอมจับเวลา เมื่อไดปริมาณแอสฟลตพอสมควรก็หยุดเคร่ืองพรอมหยุดการจับ
เวลา

รปู ท่ี 5 แสดงการสอบเทยี บอัตราการไหลของยางแอสฟลต

ค. ช่ังหานํ้าหนักแอสฟลตท่ีไหลออกมาแลวจดบันทึกพรอมกับเวลาท่ีใช
เปด – ปด วาลว

ง. ทาํ ซ้ําตามขอ ข. และ ค. อกี อยางนอย 3 ครง้ั เพอื่ หาคา เฉลยี่ ของนํ้าหนัก
แอสฟลตไหลออกและเวลาท่ีใช แลวคํานวณหาอัตราการไหลของแอสฟลต ท่ีความเร็วรอบเคร่ือง
ปมนั้นๆ

จ. เปล่ียนความเร็วรอบมอเตอรของเครื่องปมแอสฟลต ใหครอบคลุมจุด
ใชงาน

ฉ. ทําซํ้า ขอ ข. ถึง จ.
ช. สรางกราฟความสัมพันธระหวางความเร็วรอบของเคร่ืองปมแอสฟลต
กบั อัตราการไหล
4. การตรวจสอบอัตราการลาดยางตามขวาง
ตรวจสอบอตั ราการลาดยางตามขวาง ตามภาคผนวก 1-2
5. การตรวจสอบอตั ราการลาดยางตามยาว
ตรวจสอบอตั ราการลาดยางตามยาว ตามภาคผนวก 1-3
6. การตรวจสอบและการรายงานผล
6.1 บันทึกรายละเอียดการตรวจสอบรถลาดยาง ใชแบบฟอรมตามตัวอยาง
แบบฟอรมที่ ผ.1-1(1/1) ถงึ ผ.1-1(1/3)
6.2 รายงานการตรวจสอบหัวฉีดแอสฟลต ใชแบบฟอรมตามตัวอยางแบบฟอรม
ที่ ผ.1-1(2)

168

6.3 รายงานการตรวจสอบอัตราการไหลของรถลาดยาง ใชแบบฟอรมตาม
ตวั อยา งแบบฟอรม ท่ี ผ.1-1(3)

6.4 รายงานการตรวจสอบความเร็วของรถลาดยาง ใชแบบฟอรมตามตัวอยาง
แบบฟอรมท่ี ผ.1-1(4)

169

ตัวอยา ง แบบฟอรมที่ ผ.1-1(1/1)

รายละเอยี ดการตรวจสอบรถลาดยาง

อนั ดับการตรวจสอบท่ี GA -

โครงการฯ วันที่

1. รถยนตห มายเลขทะเบียน

ยห่ี อ แบบผสม

ถังบรรจแุ อสฟลต บรษิ ทั

เครอื่ งทาย บรษิ ัท (ยีห่ อ)

เครอ่ื งปม แอสฟล ท (ยีห่ อ )

ทอ ใหค วามรอ น จาํ นวน ทอ ไมม ี
ไมเ ล็งแนว มี ลิตร
แกลลอน แบบเข็มวดั
ตวั อยางแบบฟอรม2. ถังบรรจุแอสฟล ต ชาํ รดุ

เครอ่ื งวดั ปรมิ าณแอสฟลตเ ปนแบบ แบบไมวดั ลติ ร
ชํารดุ
ไมวดั ปรมิ าณแอสฟล ต ดี
ลิตร
ถา ชํารดุ เปน อยา งไร หนาปท ม
ชํารดุ
อา นไดล ะเอยี ด แกลลอน
ชํารดุ
เขม็ วัดปรมิ าณแอสฟลต ดี

ถาชาํ รดุ เปนอยา งไร

อา นไดละเอยี ด แกลลอน

เทอรโ มมิเตอรเ ปนแบบ แทง แกว

แบบแทง แกว ยี่หอ ดี

ถาชํารดุ เปนอยา งไร

ชวงอณุ หภมู ิอา นได oC

อา นไดล ะเอยี ด oC

แบบหนา ปทม ยห่ี อ ดี

ถาชํารดุ เปนอยา งไร

ชวงอณุ หภูมอิ า นได oC

อา นไดละเอยี ด oC

170

ตวั อยา ง แบบฟอรมที่ ผ.1-1(1/2)

3. เคร่อื งทา ย ดี ใชได ชาํ รดุ

ถาชาํ รดุ เปน อยางไร ก.ก./ตร.ซม. ปอนด/ ตร.นิ้ว
มีเกจวดั ความดนั เปน

หรือเปนแบบบอกดว ยตวั เลข

4. เครอื่ งปมแอสฟล ต ดี ใชไ ด ชาํ รดุ

ถา ชํารดุ เปนอยางไร

มเี กจว ัด อัตราการไหล วดั ปรมิ าณแอสฟล ทอยางไร ลิตร/นาที

วัดรอบอยางไร

วัดความดนั อยา งไร

ตวั อยา งแบบฟอรม5. ลอ วดั ความเรว็
มี ไมมี
ดี ใชได ชาํ รุด

ถา ชาํ รดุ เปนอยา งไร

เกจว ดั ความเรว็ เปน เมตร/นาที ฟุต/นาที

ดี ใชได ชํารุด

ถาชาํ รุดเปนอยางไร

6. ทอพนยาง มี ทอน

แตละทอนยาว เมตร เมตร เมตร

ทอพน ยาง ดี ใชได ชํารดุ

ถา ชํารดุ เปนอยางไร

ระบบสง แอสฟล ต ดี ใชไ ด ชาํ รดุ

(เชน ทอ ยาง ขอ ตอ วาวล)

ถาชํารุดเปนอยางไร

ทอพน ยางแบบมอื ถือ (Hand Spray) มี ไมมี

7. จาํ นวนหัวฉดี ในทอพน ยางแตละทอ มี หัว หวั หัว

ความสงู ของหวั ฉดี ซ.ม

ต้งั มมุ หัวฉีดโดย กุญแจพิเศษประจํารถ ตงั้ โดยวัดมมุ เอง

การชอ นของกรวยแอสฟล ตทล่ี าด ช้ัน

171

ตัวอยาง แบบฟอรมท่ี ผ.1-1(1/3)

การตรวจปรับอปุ กรณแ ละตรวจสอบการลาดยาง มดี ังนี้
ก. การตรวจปรับเครื่องวัดปรมิ าณแอสฟลตใ หอานไดล ะเอียดข้นึ
ข. การตรวจสอบปรมิ าณแอสฟล ตจากปม
ค. การตรวจสอบเกจว ัดความเรว็ และลอวัดความเร็ว
ง. การตรวจสอบเทอรโมมิเตอรป ระจํารถลาดยาง
จ. การตรวจสอบเกจวดั ความดันเคร่อื งทาย
ฉ. การตรวจสอบอตั ราการลาดยางตามขวาง โดยวธิ ีการทดลองตามภาคผนวก 1-2
ช. การตรวจสอบอัตราการลาดยางตามยาว โดยวิธกี ารทดลองตามภาคผนวก 1-3

ตัวอยา งแบบฟอรมหมายเหตุ
การกาํ หนดความสงู ของหวั ฉีด ควรทดลองลาดยางตามขวางเปนชน้ั เดยี วกอ น
เมือ่ ถกู ตองจงึ เปด พรอมกันทกุ หัวฉดี
การลาดยางในแปลงใดๆ ความแตกตางของความสูงของหวั ฉดี ระหวา งกอนลาด
และหลงั ลาด ตอ งไมเ กนิ 1/2 นว้ิ (12.5 ม.ม.)

นายชา งโครงการฯ เจา หนา ทีห่ นวยผวิ ทาง
ดาํ เนนิ การโดย (1)
(2)

172 ตัวอยาง แบบฟอรมที่ ผ.1-1(2)

หัวฉีดท่ี ย่ีหอ การตรวจสอบหวั ฉดี แอสฟล ต
แบบ สภาพ ขนาด ระยะ มมุ
รอ ง พน ฝอ ย ดี ใชได รูหวั ฉีด หวั ฉดี หวั ฉดี

ตัวอยา งแบบฟอรม

173

ตวั อยาง แบบฟอรม ที่ ผ.1-1(3)

สํานักวิเคราะหและตรวจสอบ กรมทางหลวง

อนั ดับการตรวจสอบท่ี

โครงการฯ

เจา หนาท่ที ดลอง วันท่ที ดลอง

การตรวจสอบอัตราการไหลของรถลาดยาง

รถลาดยางยีห่ อ หมายเลขทะเบยี น

เครื่องทายย่หี อ

ลําดับท่ี ความเร็วรอบปม เวลา ปริมาณแอสฟลต (ลิตร) อัตราการไหล
(รอบ/นาท)ี (นาท)ี ครง้ั ท1่ี คร้ังที2่ ครั้งท3่ี เฉลี่ย (ลติ ร / นาท)ี
1
2
3 ตวั อยางแบบฟอรม
4
5
6

อัตราการไหล ( ลิตร / นาที ) 14 16 18 20
14 16 18 20

ความเร็วรอบปม ( รอบ / นาที )

หมายเหตุ

174

ตัวอยา ง แบบฟอรมท่ี ผ.1-1(4)

สาํ นักวเิ คราะหและตรวจสอบ กรมทางหลวง

อันดบั การตรวจสอบท่ี

โครงการฯ

เจา หนา ทที่ ดลอง วันท่ีทดลอง

การตรวจสอบความเร็วรถลาดยาง

รถลาดยางยีห่ อ หมายเลขทะเบียน

เครอ่ื งทา ยยห่ี อ

ลําดบั ที่ ความเรว็ ทอ่ี านได ระยะทาง คร้งั ท1่ี เวลา (นาท)ี เฉลยี่ ความเรว็ จรงิ
(เมตร / นาท)ี (เมตร) ครงั้ ท2่ี คร้ังที่3 (เมตร / นาที)

1 ตวั อยา งแบบฟอรม

2
3

4

5

6

ความเ ็รวจริง (เมตร / นา ีท) 14 16 18 20
14 16 18 20

ความเรว็ ทอี่ านได (เมตร/นาที)

หมายเหตุ

175

ภาคผนวก 1-2
การตรวจสอบอตั ราการลาดยางตามขวางจากเครอ่ื ง Distributor

176

ภาคผนวก 1-2
การตรวจสอบอตั ราการลาดยางตามขวางจากเครอื่ ง Distributor

1. ขอบขา ย
วธิ กี ารทดลองนอ้ี ธบิ ายถงึ วิธกี ารตรวจสอบความสมา่ํ เสมอของปริมาณแอสฟล ตท ่ลี าดถนน

จากเครอื่ ง Distributor ตามความกวา งของถนน
2. วธิ ีทาํ

2.1 เครื่องมอื
เครอื่ งชง่ั ท่มี คี วามละเอียด 0.1 กรมั

2.2 วัสดทุ ีใ่ ชประกอบการทดลอง
2.2.1 กระดาษหนาสี่เหลย่ี มขนาดกวา ง 500 มิลลเิ มตร ยาว 4 เมตร 1 แผน
2.2.2 กระดาษวาดเขยี นสี่เหลย่ี มขนาด 300 มิลลิเมตร x 100 มลิ ลิเมตร จํานวน 70 แผน

พรอมหมายเลขกํากบั
2.2.3 วัสดทุ ด่ี ดู ซึมในทนี่ ใ้ี หใ ชผา

2.3 การทดลอง
2.3.1 เจาะกระดาษในขอ 2.2.1 ใหเปน รอง 2 รอ ง ตามแนวยาวของกระดาษโดยใหรอง

ทง้ั สองรองหา งกนั 200 มลิ ลเิ มตร และขนานกนั โดยตลอด
2.3.2 นาํ กระดาษวาดเขยี นตามขอ 2.2.2 ช่ังหานํา้ หนกั ประมาณ 10 แผน แลวหาคา เฉลย่ี

เปนนาํ้ หนกั ของแผนกระดาษแตละแผน ( Wt. of Paper )
2.3.3 เมื่อทราบนํ้าหนักของแผนกระดาษแลวใหนําแผนกระดาษวางซอนกันในแตละ

แผน เหลือพนื้ ท่ี 300X50 มลิ ลเิ มตร การวางซอ นกนั ใหใ ชหมุดกลดั หรอื ใชเ คร่ืองเยบ็ กระดาษ
2.3.4 นํากระดาษที่เตรยี มไวใ นขอ 2.3.3 สอดผานรองสองรอ งของกระดาษท่ีเตรยี มไว

ตามขอ 2.3.1 ดังน้นั พื้นทีข่ องกระดาษที่วางเรยี งซอนกันมพี นื้ ทีๆ่ จะรบั แอสฟล ตท่ลี าดจากเครื่อง
Distributor = 50 มิลลิเมตร x 200 เมตร = (area of each paper)

2.3.5 ตัดผาใหไ ดขนาด 50 มิลลเิ มตร x 200 มิลลเิ มตร จํานวน 70 ชน้ิ
2.3.6 ชัง่ น้าํ หนกั ของผา แตละช้ินประมาณ 10 ชน้ิ นาํ มาเฉลย่ี เปนน้ําหนกั ของผาแตละชน้ิ
( Wt. of cotton pad )
2.3.7 ทากระดาษท่เี ตรยี มไวใ นขอ 2.3.4 ดวยกาว แลวนําผาทตี่ ดั เตรยี มไวใ นขอ 2.3.5
แตละชนิ้ ปด ทบั ลงบนกระดาษที่ทากาวนนั้ แตล ะแผน
2.3.8 นํากระดาษและผา ท่ีเตรียมจากขอ 2.3.7 ไปวางบนถนนตามความกวา งของถนน
และต้งั ฉากกับ Centre line ของถนน

177

2.3.9 ใหรถ Distributor ทีเ่ ตรียมไวส ําหรับแอสฟลตเ ขา ลาดแอสฟลตต ามอตั ราทีต่ ้งั ไว
2.3.10 เม่ือรถ Distributor ลาดแอสฟล ตผา นไปใหร บี ถอดกระดาษท่ีมีผาติดพรอมท้ัง
แอสฟล ตบ นผิวหนา ของผา ไปชงั่ หาน้ําหนักทกุ ๆ แผน (Wt. of paper + cotton pad + Asphalt)
2.3.11 โดยการทราบนา้ํ หนักของแอสฟลตแ ละพื้นท่ขี องผากส็ ามารถคํานวณหาปริมาณ
แอสฟลตทีล่ าดได
2.3.12 รายการคํานวณดไู ดจากตัวอยางทแ่ี นบมาพรอ มนี้
3. การคํานวณ

Average rate of Spread = Wt. of asphalt
area of each paper

เมื่อ area of each paper = 20 x 10 = 200 Sq.cm.

% Variation = Wt. of Aspt. − Average wt. of Aspt. × 100
Average wt. of asphalt

4. การตรวจสอบและการรายงานผล
4.1 รายงานปริมาณแอสฟลตท ี่ตอ งการใหล าดบนถนน เปน ลติ รตอ ตารางเมตร
4.2 รายงานปริมาณแอสฟลตที่ตรวจสอบไดโดยการทดลองขางตนเปนลิตรตอตารางเมตร
4.3 รายงานเปอรเ ซ็นตของ Variation ที่คาํ นวณไดแตล ะคา ขอ กาํ หนด ± 17 %
4.4 แบบฟอรมรายงานใชแ บบฟอรม ตามตัวอยา งแบบฟอรม ท่ี ผ.1-2(1)

5. ขอ ควรระวงั
ใหรีบชงั่ น้ําหนักของแผนกระดาษภายหลังทร่ี ถ Distributor ไดล าดแอสฟล ตผ า นไปแลว

โดยเฉพาะในขณะท่ีอากาศรอ นจดั เพราะสารละลายพวกน้ํามนั ( สาํ หรับแอสฟลตพวก Cut back)
และนาํ้ (สําหรับแอสฟลตพ วก Emulsified Asphalt ) จะระเหยไปทําใหไ มไ ดน้าํ หนกั ท่ถี ูกตอง

178

ตัวอยา ง แบบฟอรม ท่ี ผ.1-2(1)

ตรวจสอบหาความสมํ่าเสมอของทางทลี่ าดตามความกวา งของถนน

TEST OF ASPHALT DISTRIBUTION

ROAD TRAY TEST FOR TRANSVERSE DISTRIBUTION

Wt. Asphalt Wt. of Wt. of
+Paper pad Paper pad Asphalt Variation
Paper (gm.) (gm.) (gm.) % MACHINE REC. NO. -
MAKE ISUZU
1 24.3 9.6 14.7 -4.5 MODEL
2 24.4 9.1 15.3 -0.6 WIDTH OF SPRAY BAR 3.50 m.
3 24 8.9 15.1 -1.9 NO. OF JETS USED 35
4 24.1 9.1 15 -2.6 ACTUAL WIDTH SPRAYED 3.50 m.
5 24.0 9.1 14.9 -3.2 HEIGHT OF BAR 22 cm.
6 24.0 8.8 15.2 -1.3 ROAD SPEED 500 ft./min
7 24.6 1200 rpm
8 24.4 MC. - 70
9 24.7 80 C
-
ตัวอยา งแบบฟอรม10 24.2
9.2 15.4 -0.0 PUMP SPEED
9.2 15.2 -1.3 ASPHALT
9.5 15.2 -1.3 TEMPERATURE
9.2 15 -2.6 PRESSURE
11 25.5 9.2 16.3 5.8 AIR TEMP. -
12 24.6 9.5 15.1 -1.9 ROAD TEMP -
13 25.4 9.4 16 3.9 OUT PUT PER JET / MIN Kg./ min.
14 26.1 9.4 16.7 8.4 %Variation = [Wt.Asphalt-Avg.Wt.Asphalt.]x100
15 25.1 9.5 15.6 1.3 Avg. Wt Asphalt
16 24.0 8.8 15.2 -1.3 e.g. paper No. 1
17 25.1 9.4 15.7 1.9 %Variation = [ 14.7 - 15.4 ] x 100 = -4.5
18 24.4 9.5 14.9 -3.2 15.4
19 25.2 9.2 16 3.9 AREA OF EACH PAPER = 20 x 10 Sq.cm.
20 25.0 9.2 15.8 2.6 = 200 Sp.cm.
21 27.9 10.6 17.3 12.3 AVERAGE RATE OF SPREAD = Wt. Asphalt
22 24.1 9.2 14.9 -3.2 Area of each paper
23 24.2 9 15.2 -1.3 = 0.74 Liter / Sq.m.
24 25.9 9.5 16.4 6.5
25 25.9 9.6 16.3 5.8 N.B. % Varlation = + / - 17 %
26 23.8 9.1 14.7 -4.5
27 25.0 9.4 15.6 1.3
28 24.4 9.7 14.7 -4.5
29 25 9.2 15.8 2.6
30 24.1 9.6 14.5 -5.8
31 25.0 9.4 15.6 1.3
32 25.6 9.7 15.9 3.2
33 25.0 9.5 15.5 0.6
34 24.5 9.6 14.9 -3.2
35 24.7 9.6 15.1 -1.9
TOTAL 540.7
AVERAGE 15.4

179

ภาคผนวก 1-3
การตรวจสอบอตั ราการลาดยางตามยาวจากเครอื่ ง Distributor

180

ภาคผนวก 1-3
การตรวจสอบอตั ราการลาดยางตามยาวจากเครื่อง Distributor

1. ขอบขา ย
วธิ กี ารทดลองน้ีอธบิ ายถึงวธิ กี ารตรวจสอบความสมา่ํ เสมอของปริมาณแอสฟลตท ่ลี าดถนน

จากเครื่อง Distributor ตามความยาวของถนน

2. วธิ ีทาํ
2.1 เครื่องมือ
เครื่องชั่งทม่ี ีความละเอยี ด 0.1 กรมั
2.2 วัสดุท่ใี ชป ระกอบการทดลอง
2.2.1 สงั กะสแี ผน เรียบหรือกระดาษแขง็ สเี่ หลี่ยม 200 x 200 มลิ ลิเมตร จํานวน 11 แผน
2.2.2 วัสดทุ ี่ดดู ซึมไดใ นทนี่ ีใ้ หใ ชผ า
2.3 การทดลอง
2.3.1 ตัดผา ใหไ ดข นาด 200 มิลลเิ มตร x 200 มลิ ลิเมตร จํานวน 11 ชิน้
2.3.2 ทากาวลงบนผิวหนาของสงั กะสีหรือกระดาษแข็งทไ่ี ดเ ตรยี มไวต ามขอ 2.2.1
2.3.3 นาํ ผา ทต่ี ัดไวใ นขอ 2.3.1 ติดทบั หนาสงั กะสหี รือกระดาษแขง็ ที่ทากาวไว
2.3.4 นาํ สังกะสีหรอื กระดาษแขง็ พรอ มกับผาทต่ี ิดไวใน 2.3.3 ไปชง่ั หานํ้าหนักและจด

ไวทกุ ๆ แผน น้าํ หนกั ท่ีได คอื นาํ้ หนกั ของ Tray ( Wt. of Tray )
2.3.5 เม่อื ช่งั นํา้ หนกั เรยี บรอยแลว ใหน าํ ไปวางบนถนนท่จี ะลาดแอสฟล ตโ ดยวางตรง

กลางระหวา งขอบถนนกบั Centre Line ของถนน แตละแผน วางหางกนั ในระยะ 4 เมตร ไปตามทาง
ยาวของถนน ( Longitudinal )

2.3.6 ใหรถลาดยางท่เี ตรียมไวสาํ หรับลาดแอสฟล ตเ ขา ลาดแอสฟลตต ามอตั ราที่ไดต้งั ไว
2.3.7 เม่อื รถ Distributor ลาดแอสฟล ตผ า นไป ใหร ีบนาํ แผน สังกะสที ่ถี ูกลาดแอสฟล ต
ไปชง่ั หา คือ (Wt. of Tray + asphalt )
2.3.8 โดยการทราบน้าํ หนักของแอสฟลตแ ละพืน้ ทขี่ องแผน สังกะสี (Tray) ก็สามารถ
คํานวณหาปรมิ าณแอสฟลตท ีล่ าดได
2.3.9 รายการคาํ นวณดไู ดจากตัวอยางท่ีแนบมา

3. การคาํ นวณ

Average rate of Spread = Wt. of asphalt gm. / mm 2
area of tray

181

เม่อื area of tray = 20 x 20 = 400 Sq.cm.

=average rate of spread Wt. of Asphalt / area of tray

% Variation = rate of spread on each tray − Average rate of spread × 100
Average rate of spread

4. รายงาน
4.1 รายงานปรมิ าณแอสฟลตท่ีตองการใหล าดบนถนน เปน ลติ รตอตารางเมตร
4.2 รายงานปรมิ าณแอสฟล ตทีต่ รวจสอบไดโ ดยการทดลองขางตน เปนลติ รตอตารางเมตร
4.3 รายงานเปอรเ ซ็นตของ Variation ที่คํานวณไดแ ตล ะคา ขอกาํ หนด ± 15 %
4.4 แบบฟอรม รายงานใชแ บบฟอรมตามตัวอยางแบบฟอรมท่ี ผ.1-3(1)

5. ขอควรระวัง
5.1 เวลาจดนาํ้ หนกั ของแผนสงั กะสหี รือกระดาษแขง็ (Tray) ระวังอยา ใหเกิดสบั สนข้ึน
5.2 ใหร ีบชัง่ น้ําหนกั ของแผน สังกะสีภายหลังทรี่ ถ Distributor ไดลาดแอสฟลตผ า นไปแลว

โดยเฉพาะในขณะทอ่ี ากาศรอนจัดเพราะสารละลายพวกนํา้ มัน (สําหรบั แอสฟลตพวก Cut back) และ
น้ํา (สําหรบั แอสฟล ตพวก Emulsified Asphalt ) จะระเหยไปทําใหไ มไดน าํ้ หนกั ท่ีถกู ตอ ง

182

ตวั อยาง แบบฟอรมที่ ผ.1-3(1)

ตรวจสอบหาความสมา่ํ เสมอของยางทลี่ าดตามความยาวของถนน

TEST OF ASPHALT DISTRIBUTION
ROAD TRAY TEST FOR LONGITUDINAL DISTRIBUTION

WT. WT. TRAY WT. OF RATE OF

TRAY NO. OF TRAY + ASPHALT ASPHALT SPREAD VARIATION

gm. gm. gm. Kg./Sq.m. %

1 17.6 52.5 34.9 0.87 2.4

2 18.2 53.0 34.8 0.87 2.4

3 18.8 50.0 31.2 0.78 -8.2

4 18.1 51.1 33.0 0.83 -2.4
5 18.1 51.8 33.7 0.84 - 1.2

ตัวอยางแบบฟอรม6 18.3 53.8 35.5 0.89 4.7
7 17.8 52.1 34.3 0.86 1.2

8 17.8 52.6 34.8 0.87 2.4

9 18.4 54.0 35.6 0.89 4.7

10 18.2 52.2 34.0 0.85 0.0

TOTAL 341.8 8.55

AVERAGE 34.18 0.85

AREA OF TRAY = 20 x 20 Sq.cm. = 400 Sq.cm.

*** AVERAGE RATE OF SPREAD = WT. OF ASPHALT / AREA OF TRAY

e.g. TRAY NO. 1 = 34.9/400 gm./Sq.cm.

= 0.087 gm./Sq.cm.

= 0.87 Kg./Sq.m.
% VARIATION = [ RATE OF SPREAD ON EACH TRAY - AVERAGE OF SPREAD ] x 100

AVERAGE RATE OF SPREAD

e.g. TRAY NO. 1 = [ 0.87 - 0.85 ] x 100

0.85

= + 2.4 %

N.B. % VARIATION ตองไมม ากกวา +/- 15 %

183

บทท่ี 2
งานผิวทางแบบเพนเนเตรชั่นแมคคาดมั ( Penetration Macadam )

ผิวทางชนดิ เพนเนเตรชันแมคคาดมั เปนผิวทางท่ีกอสรา งเปน ชัน้ ๆ โดยการลาดแอสฟล ต
บนวัสดหุ นิ ยอ ยหรอื กรวดยอ ยทีบ่ ดทบั แลว

2.1 วัสดุ
2.1.1 วัสดุแอสฟล ต
ใชแ อสฟลตซีเมนต AC 60-70 หรอื AC 80-100 ทีม่ คี ณุ ภาพถูกตองตาม มอก.

851 – 2532 “ มาตรฐานผลติ ภณั ฑอ ตุ สาหกรรมแอสฟลตซ เี มนตส ําหรับงานทาง “
2.1.2 วสั ดหุ นิ ยอยหรือกรวดยอ ย
หนิ ยอยหรือกรวดยอย ตองสะอาด ปราศจากฝนุ ดนิ หรอื วัสดไุ มพ งึ ประสงคอยา ง

อน่ื ซึง่ จะทําใหแอสฟล ตไมส ามารถเกาะตดิ กับวัสดหุ นิ ไดและตองมคี ณุ สมบตั ดิ ังตอไปนี้
ก. คาความสึกหรอ (Los Angeles Abrasion) ไมเ กนิ รอ ยละ 40
ข. คา ดรรชนคี วามแบน (Flakiness Index)
- ไมเกนิ รอยละ 35 สําหรับวัสดหุ ินยอ ยหรอื กรวดยอยขนาดทโี่ ตกวา 9.5 มม.
- ไมเกนิ รอยละ 45 สําหรบั วสั ดหุ นิ ยอยหรือกรวดยอยขนาดเลก็ กวา 9.5 มม.
ค. คาดรรชนีความยาว (Elongation Index) ไมเ กินรอยละ 40
ง. กรณเี ปนกรวดโม ตองมปี ริมาณรอยละทีแ่ ตกไมน อ ยกวา 80
จ. คา ความคงทน (Soundness) ตอ งไมเ กนิ รอยละ 9

2.2 ขนาดของวสั ดุหนิ ยอยหรอื กรวดยอย
วัสดุหินยอยหรอื กรวดยอยจะตองมสี วนผานตะแกรงขนาดตา งๆ ตามตารางที่ 2 – 1

2.3 เคร่ืองจกั รและเครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ นการกอ สราง
เครือ่ งจกั รและเคร่อื งมอื ดงั ตอไปน้ี จะตอ งไดรบั การตรวจสอบและอนมุ ตั ใิ หใ ชไ ดจ ากผู

ควบคมุ งานกอ นดําเนนิ การกอ สรา ง
2.3.1 เครือ่ งลาดแอสฟล ต (Asphalt Distributor) ใหเ ปน ไปตาม บทท่ี 1 “ งานลาดยาง

แอสฟล ต ขอ 1.1.2 ”
2.3.2 เครื่องโรยหิน (Aggregate Spreader) จะเปน ชนิดท่ีเคลอ่ื นท่ีดวยตัวเองหรอื แบบ

เกาะตดิ ทา ยรถก็ได ตองสามารถโรยหนิ ใหไ ดสมํา่ เสมอตลอดความกวางและความยาวของถนนตาม
ปรมิ าณทตี่ อ งการและสามารถปรบั ใหไดค วามกวางของการโรยหนิ ไมนอยกวา ความกวางของชอ ง
จราจร

184

2.3.3 เครอื่ งเปา ฝุน ใหเปน ไปตาม บทท่ี 1 “ งานลาดแอสฟล ตข อ 1.1.2 (ค) “
2.3.4 รถบดลอ ยาง

ก. ใหเปน ไปตาม บทท่ี 3 “งานผิวทางแบบเซอรเ ฟส ทรีตเมนต ขอ 3.4.8 ”
ข. ควรมอี ยางนอย 2 คนั
2.3.5 รถบดลอ เหลก็
ก. ตอ งเปนชนดิ ทข่ี บั เคลือ่ นดวยตวั เอง
ข. เปนแบบ 2 ลอ หรอื 3 ลอ ก็ได
ค. หนักระหวา ง 6 – 10 ตัน

ตารางท่ี 2 - 1 ขนาดของวัสดหุ นิ ยอยหรือกรวดยอ ย

ขนาดที่ ปรมิ าณรอ ยละทผ่ี า นตะแกรงโดยนาํ้ หนัก

ใชเรยี ก 75 มม. 63 มม. 50 มม. 37.5 มม. 25 มม. 19 มม. 12 มม. 9.5 มม. เบอร 4 เบอร 8 เบอร15

63 - 37.5 มม. 100 90 - 100 30 - 70 0 - 15 - 0 - 5 - - - - -

50 - 25 มม. 100 90 - 100 30 - 70 0 - 15 - 0 - 5 - - - -

19 - 9.5 มม. 100 90 - 100 20 - 60 0 - 15 0 - 5 - -

9.5 มม. - # 8 100 90 - 100 10 - 40 0 - 15 0 - 5

หมายเหตุ ขนาด 9.5 มม. - # 8 ไมต องควบคมุ ปรมิ าณรอ ยละที่แตกของกรวดยอ ย

2.4 การเตรยี มการกอนการกอสราง
2.4.1 การกองวสั ดหุ ินยอ ยหรือกรวดยอ ย
ก. ใหแ ยกกองวสั ดุหนิ ยอยหรอื กรวดยอ ยของแตละขนาด แตล ะแหลง แตล ะโรง

โมไมใ หปะปนกัน
ข. บริเวณทกี่ องวสั ดุควรปรบั ระดบั และบดทับใหแ นน เพือ่ ปอ งกนั ไมใ หวัสดนุ น้ั

สกปรก จากการปะปนกับพน้ื ท่กี อง
2.4.2 การออกแบบผิวทาง
ผรู บั จา งจะตองสงตวั อยา งหนิ ยอ ยหรอื กรวดยอยและแอสฟล ตช นิดท่ใี ชใ หก รม

ทางหลวงตรวจสอบและออกแบบกําหนดปรมิ าณของวสั ดุทีใ่ ชตอตารางเมตร
2.4.3 การตรวจสอบและตรวจปรับเครอื่ งมือและเครอ่ื งจักร
ใหเปนไปตาม บทท่ี 3 “ งานผิวทางแบบเซอรเฟส ทรตี เมนต ขอ 3.5.3 ”
2.4.5 การเตรยี มพน้ื ทาง
ใหเ ปน ไปตาม บทที่ 3 “งานผวิ ทางแบบเซอรเฟส ทรีตเมนต ขอ3.5.6 ก. ข.และ ค.”

185

2.5 การกอสรา ง
การกอ สรางผิวทางแบบเพนเนเตรชันแมคคาดมั คือการโรยหินและเกลยี่ แตงใหห นิ ชดิ

ตดิ กนั ใชรถบดลอ ยางหรอื ลอ เหลก็ บดทับ จนวัสดอุ ัดตวั กนั แนน แลว พน แอสฟลตต ามอณุ หภูมแิ ละ
ปรมิ าณที่กาํ หนด จากนน้ั โรยหนิ ชน้ั ตอ ไปปด ทับเกลย่ี แตงหนิ ใหสมํ่าเสมอและใชร ถบดลอ ยางบด
ทบั ทันทใี นขณะทแี่ อสฟล ตยังรอนอยจู นหินฝง ตวั แนน และกอ สรา งชนั้ ตอ ไปในลกั ษณะเดยี วกนั
(รายละเอยี ดการกอ สราง ดใู นคูมือการกอ สราง)

2.6 ขอ แนะนาํ และขอ ควรระวัง
2.6.1 หามโรยหินจากรถบรรทกุ ลงบนพนื้ ทางที่กอ สรา ง โดยไมผานเคร่ืองโรยหิน
2.6.2 เมอื่ โรยหินช้นั ทหี่ น่ึงและบดทับเสรจ็ แลวแตยังไมไ ดลาดแอสฟล ตแ ละโรยหนิ ชนั้ ที่

สองปดทบั หา มเปดการจราจร หากจําเปน ตอ งเปด จะตอ งควบคุมความเร็วของยานพาหนะใหน อย
กวา 30 กโิ ลเมตรตอชว่ั โมง และหากเกดิ การเสียหายจะตอ งแกไ ขใหเรยี บรอ ยกอ นกอ สรางชัน้ ตอไป

2.6.3 ระหวางการกอสราง ถา ฝนตกหา มเปดการจราจรและจะทําการกอสรา งตอ ไปไดเม่อื
วัสดุหินแหง และไมมนี ํา้ ขงั ตามชองวางระหวา งหิน

2.6.4 หลังจากโรยหนิ ยอ ยหรอื กรวดยอ ยช้นั สดุ ทา ยปด ทบั หนาและบดทบั เรียบรอยแลว
ใหเ ปด การจราจรไดโดยจํากดั ความเร็วของยานพาหนะในสองวันแรก ใหม คี วามเรว็ ไมม ากกวา 30
กิโลเมตรตอช่วั โมง แตถ า ฝนตกเมื่อบดทบั เสร็จใหมๆไมควรเปดการจราจร

2.6.5 ท่รี อยตอ ของการลาดแอสฟลตใหใ ชก ระดาษหรือวัสดุใดๆ กวา งอยางนอ ย 500 มม.
ยาวตลอดความกวา งของพนื้ ทีท่ ่ีจะลาดแอสฟล ตค รั้งน้นั ๆ ปบู นผวิ ทลี่ าดแอสฟลตไ วแลว เพ่อื
ปอ งกนั ไมใหล าดแอสฟล ตซาํ้ และตองเรม่ิ ลาดแอสฟลตแตละครัง้ บนกระดาษหรอื วัสดุดังกลา ว

2.6.6 ถา มีการเปลี่ยนแหลง โรงโมหินหรอื ชนดิ ของวสั ดุ ผูรบั จางจะตองสง วัสดหุ ินยอย
หรือกรวดยอยตรวจสอบคณุ ภาพ เพื่อหาปรมิ าณของแอสฟลตแ ละปรมิ าณของวสั ดุหนิ ยอยหรอื
กรวดยอยทจ่ี ะใชก อ สรางทุกคร้ัง

2.6.7 ปรมิ าณการใชว ัสดหุ นิ ยอ ยหรือกรวดยอ ยและปริมาณแอสฟลตซ เี มนต โดยประมาณ
ตามขนาดของวสั ดุหนิ ยอ ยหรอื กรวดยอยขนาดตา งๆ และตามความหนาของผวิ ทางใหใชต ามตาราง
ท่ี 2 - 2

186

ตารางที่ 2 - 2 ปริมาณของวสั ดหุ ินยอย หรอื กรวดยอ ยขนาดตางๆ
และปรมิ าณแอสฟลตซ ีเมนตต อ ตารางเมตรท่ใี ชตามความหนาของผวิ ทาง

ชนดิ และขนาดของวัสดุตามลําดับข้ัน ความหนาประมาณ ความหนาประมาณ
60 มม. 70 มม.

โรยหินช้นั ที่ 1

หิน 63 - 37.5 มม. กก. - 110 - 135

หนิ 50 - 25 มม. กก. 80 - 100 -

พน แอสฟล ตครั้งที่หนึง่ ลติ ร 4.5 - 7.0 5.0 - 8.0

โรยหนิ ชน้ั ที่ 2

หนิ 19.0 - 9.5 มม. กก. 20 - 25 20 - 25

พน แอสฟลตครั้งที่สอง ลติ ร 1.0 - 2.0 1.0 - 2.0

โรยหินชน้ั ที่ 3

หนิ 9.5 มม. - เบอร 8 กก. 8 - 10 8 - 10

รวมน้าํ หนักหินยอยหรือกรวดยอย กก. 108 - 145 138 - 170

รวมปริมาณแอสฟล ตซเี มนต ลิตร 5.5 - 9.0 6.0 - 10.0

( อุณหภูมขิ ณะพน 150 - 200 องศาเซลเซยี ส )

2.7 การรายงานผล
รายงานปริมาณหินและแอสฟล ตซ เี มนตท่ใี ชใ นแตล ะแปลงตอ ตารางเมตร ตามแบบฟอรม

ท่ีใชใ น บทที่ 3 “งานผวิ ทางแบบเซอรเ ฟส ทรตี เมนต ขอ 3.8 ”

187

บทที่ 3
งานผิวทางแบบเซอรเฟสทรีตเมนต ( Surface Treatment )

งานผิวแบบเซอรเฟสทรตี เมนต หมายถึง การกอสราง ผิวทาง หรอื ผิวไหลท าง ดว ยการ
ลาดแอสฟลตและเกลยี่ วัสดหุ นิ ยอยหรือกรวดยอ ยปด ทบั โดยจะกอสรางเปนชั้นเดียวหรอื หลายชนั้
บนชัน้ พ้นื ทางทไ่ี ดลาดแอสฟลต Prime Coat แลว หรอื บนพื้นทอี่ ื่นใดทไี่ ดเ ตรยี มไวแ ลว

3.1 วสั ดุ
3.1.1 แอสฟลต
ก. แอสฟล ตซ ีเมนต AC 60 -70 , AC 80 - 100 มีคุณภาพตาม มอก. 851 – 2532

“มาตรฐานผลิตภณั ฑอ ตุ สาหกรรมแอสฟล ตซ เี มนตสําหรบั งานทาง “
ข. คัทแบคแอสฟลต RC – 3000 , RC – 800 มีคุณภาพตาม มอก. 865 – 2532

“มาตรฐานผลิตภัณฑอ ตุ สาหกรรม คทั แบคแอสฟลต “
ค. แอสฟลตอิมัลชัน CRS – 2 มีคุณภาพตาม มอก. 371 – 2530 “ มาตรฐาน

ผลติ ภณั ฑอุตสาหกรรม แคตอิออนิกแอสฟลตอ มิ ลั ชนั สาํ หรบั ถนน “
อณุ หภูมิที่ใชล าดสําหรบั แอสฟล ต ใหเปน ไปตามตารางท่ี 3-1

ตารางที่ 3-1 ชว งอณุ หภมู ิของแอสฟล ตทใ่ี ชล าด

ชนดิ ของแอสฟลต ชว งอณุ หภมู ิทใี่ ชล าด

AC 60 - 70 องศา C องศา F
AC 80 - 100
RC - 3000 145 - 175 295 - 345
RC - 800
140 - 175 285 - 345
CRS - 2
120 - 160 250 - 310

100 - 120 210 - 250

50 - 85 125 - 185

3.1.2 หนิ ยอยหรอื กรวดยอ ย
หินยอยหรอื กรวดยอ ย ตอ งมีคณุ สมบตั ดิ ังนี้
ก. คาความสึกหรอตองไมเกินรอยละ 35
ข. คา ของการหลดุ ลอกตองไมเ กนิ รอยละ 20

188

ค. คาดรรชนคี วามแบนตองไมเ กนิ รอยละ 35
ง. ปรมิ าณหนาแตกไมนอยกวารอ ยละ 75 โดยมวล
จ. คาความคงทน ( Soundness ) ตอ งไมเกนิ รอยละ 5
3.1.3 สารเคลือบผิวหินยอ ยหรือกรวดยอ ย ( Pre – Coating Material )
เปนน้ํามนั กาดหรือนาํ้ มนั ดเี ซล ซ่งึ เปนเกรดท่ีใชกันทว่ั ไป
3.1.4 สารผสมแอสฟลต ( Additive )
สารผสมแอสฟล ตทนี่ ํามาใชเพื่อปรบั ปรงุ การยึดเกาะของแอสฟลตก บั มวลรวม
ตอ งเปนชนดิ ทกี่ รมทางหลวงตรวจสอบแลว และอนุญาตใหใชไ ด

3.2 ขนาดของหนิ ยอยหรอื กรวดยอ ย
ขนาดของหนิ ยอ ยหรือกรวดยอย ใหเ ปนไปตามตารางที่ 3-2

ตารางท่ี 3-2 ขนาดของหินยอยหรือกรวดยอ ย

ขนาดท่ีใชเรียก ปรมิ าณผานตะแกรง รอยละโดยมวล
มิลลิเมตร
25.0 มม. 19.0 มม. 12.5 มม. 9.5 มม. 4.75 มม. 2.36 มม. 1.18 มม.
19.0 ( 3/4 น้ิว )
12.5 ( 1/2 น้ิว ) 100 90 - 100 0 - 30 0 - 8 - 0 - 2 0 - 0.5
9.5 ( 3/8 นิ้ว )
100 90 - 100 0 - 30 0 - 4 0 - 2 0 - 0.5

100 90 - 100 0 - 30 0 - 8 0-2

3.3 การเลอื กใชข นาดของหนิ ยอยหรือกรวดยอ ย
3.3.1 ผิวทางแบบเซอรเ ฟสทรตี เมนตช นั้ เดยี ว ( Single Surface Treatment )
ใชขนาด 12.5 มิลลเิ มตร ( 1/2 นว้ิ )
3.3.2 ผวิ ทางแบบเซอรเ ฟสทรตี เมนตส องชน้ั ( Double Surface Treatment )
ชนั้ ท่ีหนึ่งใชข นาด 19.0 มลิ ลเิ มตร ( 3/4 น้วิ ) ชนั้ ทีส่ องใชข นาด 9.5 มลิ ลเิ มตร (3/8
นิว้ )
3.3.3 ผวิ ไหลท างแบบเซอรเ ฟสทรีตเมนตช ั้นเดียว
ใชข นาด 19.0 มลิ ลิเมตร ( 3/4 นิว้ ) หรอื 12.5 มลิ ลเิ มตร ( 1/2 นวิ้ )
3.3.4 ผวิ ไหลท างแบบเซอรเ ฟสทรีตเมนตส องชัน้
ช้ันท่ีหน่งึ ใชข นาด 19.0 มลิ ลเิ มตร ( 3/4 นวิ้ ) ชัน้ ท่ีสองใชข นาด 9.5 มลิ ลิเมตร

( 3/8 นว้ิ )

189

3.4 เครือ่ งจักรและเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ นการกอ สราง
3.4.1 เครอื่ งพนแอสฟล ตห รอื รถลาดยาง ( Asphalt Distributor ) ใหเ ปน ไปตามงานลาด

ยางแอสฟล ต ขอ 1.1.2 ( ก )
3.4.2 เครอื่ งโรยหนิ ( Aggregate Spreader ) เปนแบบขับเคลอื่ นดว ยตวั เอง ( Self

Propelled )ประกอบดว ยอุปกรณดังน้ี
ก. เครื่องยนตขับเคลือ่ น
ข. กระบะบรรจุหิน
ค. สายพานลาํ เลยี งหนิ เปน ชนดิ ทมี่ ปี ระตปู รบั ปริมาณการไหลของหนิ ได
ง. เครอ่ื งขบั เคลือ่ นสายพานลาํ เลียงหิน สามารถปรบั ความเรว็ สายพานได
จ. ยงุ โรยหิน ( Spread Hopper )
- ปากยุงดานลาง ปรับความกวา งได
- สามารถโรยหินไดแ ตล ะครั้ง ไมนอยกวา ความกวางของแอสฟลตท ่ไี ดพน

ไวแลว
- ตอ งไดร บั ความเหน็ ชอบจากนายชางผูควบคุม

3.4.3 เครอื่ งเคลอื บผวิ หนิ ยอยหรอื กรวดยอย ควรมีอปุ กรณด ังตอ ไปน้ี
ก. อุปกรณส าํ หรับปอนหนิ
ข. ตะแกรงรอ นหนิ
ค. หัวฉดี สําหรบั พนสารทีใ่ ชเคลือบผิว
ง. ถังกวนหรืออุปกรณอ่ืนใดที่สามารถทําใหหินยอยหรือกรวดยอยไดรับการ

เคลือบผิวดว ยสารเคลอื บผวิ อยางท่วั ถึงและสมาํ่ เสมอ
จ. สายพานลาํ เลียง
ฉ .อุปกรณอ่ืนๆ

3.4.4 เคร่อื งลางหนิ ยอ ยหรอื กรวดยอ ย ควรมอี ปุ กรณดังตอไปน้ี
ก. อปุ กรณสําหรับปอ นหิน
ข. ตะแกรงรอนหนิ
ค. หัวฉีดน้ํา
ง. อปุ กรณอื่นๆ

3.4.5 เครอื่ งกวาดฝนุ ( Rotary Broom ) ใหเปนไปตามงานลาดแอสฟล ตขอ 1.1.2 ( ข )

190

3.4.6 เคร่อื งเกลี่ยหนิ ชนดิ ลาก ( Drag Broom ) สามารถเกล่ยี หนิ ยอ ยหรือกรวดยอ ยทไ่ี ด
โรยจากเคร่ืองโรยหนิ แลว ใหสมาํ่ เสมอและกระจายออกไป โดยไมท ําใหหนิ ยอยหรือกรวดยอย
สว นทเี่ ริ่มจบั ตวั กับแอสฟลตแ ลว หลดุ ออก

3.4.7 เคร่อื งเปาลม ( Blower ) ใหเ ปน ไปตามงานลาดแอสฟลตข อ 1.1.2 ( ค )
3.4.8 รถบดลอ ยาง ( Pneumatic Tired Roller )

- เปนแบบขับเคลือ่ นไดด ว ยตวั เอง (Self-Propelled)
- มีขนาดนาํ้ หนักไมนอยกวา 6 ตัน และสามารถเพมิ่ น้าํ หนกั ได แตต องไมเกนิ 12 ตนั
- มีลอยางไมน อ ยกวา 9 ลอ
- ลอ ยางของรถบดตอ งเปน ชนิดผิวหนาเรียบ ขนาดเสน ผานศูนยกลางขอบลอ (Rim
Diameter) ไมนอยกวา 500 มลิ ลิเมตร
- ผิวหนาลอยางกวา งไมน อ ยกวา 225 มิลลเิ มตร
- มขี นาดและจาํ นวนชนั้ ผา ใบเทา กนั ทุกลอ
- ความดันลมยางอยรู ะหวาง 345–830 กิโลพาสคัล (50–120 ปอนด) ขนึ้ อยกู ับขนาด
ของยาง ชนิด และนํ้าหนกั รถ
- สวนลอ และเพลาสามารถเคล่ือนตัวขึ้นลงไดอ ยา งอสิ ระ
3.4.9 รถตกั (Loader) ตอ งมีรถตักสําหรบั ตกั หนิ ยอ ยหรือกรวดยอยจากกองรวมขนึ้
รถบรรทกุ หรอื อุปกรณลําเลียงหินยอยหรอื กรวดยอ ยอืน่ ๆ เพ่ือขนสงไปใชท ่หี นางานไดตลอดเวลา
3.4.10 รถกระบะเททาย ( Dump Truck ) ตอ งเปนแบบทีส่ ามารถเช่ือมตอเครอื่ งโรยหินที่
ดานทายรถไดอ ยางเรยี บรอยและใชง านไดอ ยา งถูกตอง

3.5 การเตรียมการกอนการกอสรา ง
3.5.1 การกองหนิ ยอยหรือกรวดยอ ย
ก. ใหแ ยกกองหินยอ ยหรอื กรวดยอ ยแตล ะขนาดไว โดยไมปะปนกนั
ข. ถาบริเวณท่กี องหินยอยหรือกรวดยอยไมเ รียบรอ ย อนั อาจจะทําใหม ีวสั ดุอนื่ ท่ี

ไมพ ึงประสงคมาปะปน นายชางผคู วบคมุ งานอาจไมอ นญุ าตใหใ ชห นิ ยอยหรอื กรวดยอ ยที่มวี สั ดุ
อนื่ ประปนนน้ั ได

ค. บริเวณทกี่ องหนิ ยอยหรอื กรวดยอ ย ตอ งมีการระบายนาํ้ ท่ดี ี อนั เปน การ
ปองกันมิใหน าํ้ ทวมกองหนิ ยอยหรือกรวดยอยได

191

3.5.2 การออกแบบผวิ ทางเซอรเ ฟสทรีตเมนต
ก. ผูรบั จางจะตอ งสง ตัวอยางหนิ ยอ ยหรอื กรวดยอย และแอสฟลตช นดิ ทีใ่ ชให

กรมทางหลวงตรวจสอบ และออกแบบกาํ หนดปรมิ าณของวัสดุท่ใี ชต อตารางเมตร ในกรณีท่ี
ใชคทั แบคแอสฟล ตหรอื แอสฟลตซีเมนต ควรสง ตวั อยางสารเคลอื บผิวหนิ ยอ ยหรอื กรวดยอ ยและ
สารผสมแอสฟลตม าดวย

ข. ขนาดคละของหินยอยหรือกรวดยอยใหเ ปน ไปตามตารางที่ 3-2
ค. ผูรบั จางตอ งเปนผูช ําระคา ธรรมเนียมการทดลองออกแบบตามอตั ราทีก่ รมทาง
หลวงกาํ หนด
3.5.3 การตรวจสอบ ตรวจปรบั เครือ่ งจักร เครอ่ื งมือและอปุ กรณ
ก. เครือ่ งพนแอสฟลต ใหเ ปน ไปตาม บทที่ 1 “งานลาดแอสฟล ต” ขอ 1.1.2 ( ก )
ข. เคร่ืองโรยหิน กอ นจะนาํ ไปใชงานตอ งตรวจสอบใหถูกตอ งตามขอ 3.4.2
และตรวจปรับความกวา งทปี่ ากยุง ดา นลางใหสามารถโรยหนิ ยอ ยหรอื กรวดยอยไดสมา่ํ เสมอทว่ั
พนื้ ท่ี ตามปรมิ าณทกี่ าํ หนด
ค. รถบดลอยาง กอ นจะนําไปใชงาน ตองตรวจสอบใหถกู ตอ งตามขอ 3.4.8
ง. รถกระบะเททาย กอนจะนาํ ไปใชง าน ตองตรวจสอบใหถกู ตองตามขอ 3.4.10
และจะตองมจี าํ นวนพอเพยี งท่จี ะขนสงหนิ ยอ ยหรือกรวดยอยไปใชในการกอสรา งไดอ ยางตอ เนอื่ ง
โดยไมท ําใหการโรยหนิ ยอยหรอื กรวดยอ ยหยุดชะงกั เม่ือไดลาดแอสฟล ตไปแลว
จ. เครอื่ งจักร เครื่องมอื และอุปกรณอนื่ ๆ นอกเหนอื จากทีไ่ ดกําหนดไวแ ลว หาก
จําเปนตอ งนาํ มาใชง าน ใหอ ยใู นดุลยพินจิ ของนายชางผูควบคุมงาน โดยจะตอ งตรวจสอบและ
ตรวจปรบั ใหถ กู ตอ งกอ นนาํ ไปใชง าน
3.5.4 การเตรยี มสารผสมแอสฟล ต
สารผสมแอสฟล ตอาจใชผสมกบั สารเคลอื บผิวหินยอ ยหรือกรวดยอ ยหรือผสมกบั
แอสฟลตโดยตรงก็ได แลว แตช นิดและความเหมาะสม โดยใหเปนไปตามคําแนะนําของผูผ ลิต
3.5.5 การเคลอื บผิวหรือการลา งหนิ ยอยหรอื กรวดยอ ย
ก. ในกรณีท่ีใชแอสฟล ตซีเมนตหรือคทั แบคแอสฟล ต ใหเ คลือบผวิ หินยอ ยหรือ
กรวดยอย

- ถาหนิ ยอ ยหรอื กรวดยอ ยมคี วามชน้ื มากเกินไป ใหผ สมสารผสมแอสฟลต
ลงในสารเคลอื บผวิ หินยอ ยหรอื กรวดยอ ย ดวยปรมิ าณไมนอยกวารอ ยละ 0.5 โดยปริมาตรของสาร
เคลือบทใี่ ช จนทาํ ใหเ คลือบผวิ ไดท ว่ั ถึง

192

- ตองใชเครื่องเคลือบผวิ หินยอยหรือกรวดยอยเพ่ือรอ นคัดขนาดและแยก
ขนาดทไี่ มต อ งการออก

- ใชส ารเคลือบผวิ หนิ ยอยหรือกรวดยอยเคลอื บผิวไมใ หมสี ารเคลอื บยอย
ปรมิ าณ 4-10 ลิตรตอลกู บาศกเมตร ทัง้ น้ขี ึน้ อยูกบั ชนดิ และการดดู ซมึ ของวัสดหุ นิ ยอ ยหรอื กรวด
ยอ ย และชนดิ ของสารทใี่ ชเ คลอื บผิว

ข. ในกรณีทใี่ ชแอสฟล ตอ ิมัลชัน ไมตองเคลอื บผวิ แตต องลางหินยอยหรอื กรวด
ยอ ยใหส ะอาดโดยใชเ ครอ่ื งลา งหนิ ยอ ยหรือกรวดยอยตามขอ 3.4.4

3.5.6 การเตรียมพืน้ ทางหรือผวิ ทางเดิม
ก. กรณีพ้ืนทาง หรอื ผวิ ทางเดิม ท่จี ะทาํ ผวิ แบบเซอรเ ฟสทรตี เมนตไมสมาํ่ เสมอ

หรือเปน คล่นื ใหป รับแตง ใหสมํา่ เสมอ ถามหี ลมุ บอจะตองตดั หรือขดุ ออก แลวซอ ม แบบ Skin
Patch หรือ Deep Patch แลว แตกรณี แลวบดอดั ใหแนน และมผี วิ ทเี่ รยี บสมาํ่ เสมอ วัสดุท่ี
นาํ มาใชจ ะตองมีคุณภาพดี ขนาดและปริมาณวสั ดทุ ใ่ี ชต องเหมาะสมกบั ลักษณะความเสียหายและ
พนื้ ที่ทจี่ ะซอ ม

ข. กรณพี ้นื ทางที่มี Prime Coat หลดุ หรอื เสียหาย ตอ ง Prime Coat ซอ มใหม
ใหเรยี บรอ ย แลวท้ิงไวจ นครบกาํ หนดทตี่ อ งการบมตวั ของแอสฟลตท ี่ใชซ อ มเสียกอ น จงึ ทาํ ผิว
ทางได

ค. กรณีพ้ืนทางที่ทํา Prime Coat ท้ิงไวนานมีผิวหลุดเสียหาย เปนพื้นท่ี
ตอเนื่องหรือมากเกินกวาที่จะซอมตามขอ ข. ใหไดผลดี ใหพิจารณาคราด ( Scarify ) พ้ืน
ทางออกแลว บดทบั ใหมใ หแนนตามมาตรฐาน ทํา Prime Coat เสียกอน จงึ ทาํ ผิวทางได

ง. กรณผี วิ ทางเดิมมแี อสฟล ตเยม้ิ กอนทาํ ผิวทางจะตองแกไ ขใหเ รียบรอยเสยี กอน
โดยการปาดออก

จ. พื้นทาง หรือผวิ ทาง ท่จี ะทําผวิ แบบเซอรเ ฟสทรีตเมนตตอ งสะอาดปราศจากฝนุ
และวัสดสุ กปรกอ่ืนๆปะปน

3.6 การกอ สรา ง
เมอื่ ไดตรวจสอบ ตรวจปรบั เครื่องจักร เครอ่ื งมอื อปุ กรณตา ง ๆ และเตรยี มพนื้ ท่ที ีจ่ ะ

กอ สรางเสร็จเรียบรอ ยตามขอ 3.5 แลว ใหด ําเนนิ การกอ สรา งดังตอ ไปนี้
3.6.1 การกอสรางผิวแบบเซอรเ ฟสทรตี เมนตช้นั เดยี ว ( Single Surface Treatment ) คือ

การลาดแอสฟล ต 1 ครง้ั และโรยหนิ ยอ ยหรือกรวดยอ ยทับหนา 1 ครั้ง แลวบดทบั ใหแนน โดย
รถบดลอ ยาง

193

3.6.2 การกอสรางผวิ แบบเซอรเ ฟสทรตี เมนตส องชั้น ( Double Surface Treatment ) คอื
การลาดแอสฟล ตแ ลว โรยหนิ ยอ ยหรือกรวดยอย แลว บดทับใหแ นน สลับกนั ไป โดยดาํ เนนิ การ
กอสรา งเปนสองชัน้ ทั้งนรี้ ะยะเวลาท่ีปลอยทง้ิ ไว ในสภาวะปกติควรเปน ดังนี้

สาํ หรับแอสฟล ตซ เี มนต ควรปลอ ยทิง้ ไวป ระมาณ 2 ช่วั โมง
สําหรบั แอสฟลตอ มิ ัลชัน ควรปลอยทิ้งไวป ระมาณ 10 ช่วั โมง
สําหรับคัทแบคแอสฟล ต ควรปลอ ยทง้ิ ไวป ระมาณ 18 ช่วั โมง

3.7 ขอ แนะนําและขอควรระวัง
3.7.1 กรณที ีท่ างมคี วามลาดชันมากหรอื กรณที ีม่ ีปญหาแอสฟลตไ หลกอ นลงหนิ ยอยหรือ

กรวดยอย นายชา งผูควบคุมงานอาจหามใชแอสฟลตอ ิมลั ชนั หรือคทั แบคแอสฟลตช นดิ นนั้ ๆ
3.7.2 กรณที ี่มีปริมาณการจราจรมากหรอื ไมส ามารถปด การจราจรไดน านนายผูควบคมุ

งานหรือเจาของงานอาจกาํ หนดใหใ ชเ ฉพาะแอสฟล ตซ เี มนตเทานน้ั
3.7.3 กรณที อี่ ณุ หภูมขิ องผิวทางตํา่ กวา 15 ° C ไมค วรใช AC 60 – 70 และ AC 80 –

100 หากมคี วามจําเปนตอ งใชห รอื จะใชน า้ํ มนั ( Cutter ) ผสม ใหพจิ ารณาปริมาณการใชตาม
ตารางท่ี 3-3

ตารางท่ี 3-3 ปรมิ าณน้ํามนั ( Cutter ) ท่ีใช

หินยอยหรอื กรวดยอย ปริมาณนาํ้ มันที่ใชผสมรอ ยละ
ขนาดทีใ่ ชเ รยี กมลิ ลเิ มตร โดยปริมาตรแอสฟล ตซ ีเมนต ท่ี 15 ° C

19.0 ( 3/4 นว้ิ ) ไมเ กิน 2

12.5 ( 1/2 นวิ้ ) ไมเ กนิ 4

9.5 ( 3/8 นวิ้ ) ไมเกนิ 4

การผสมนํา้ มนั ลงในแอสฟล ตซีเมนตนนั้ ในการปฏิบัตกิ ารในสนาม ตอ งให
ความรอนแอสฟลตซเี มนตทีอ่ ณุ หภูมิระหวาง 160 – 185 องศาเซลเซยี ส จากนนั้ ใชเ ครอ่ื งสูบ
( Pump ) สบู นา้ํ มันจากถงั เกบ็ น้ํามนั ไปใสในถังบรรจุแอสฟล ตข องเครอื่ งพนแอสฟล ต ตาม
ปริมาณที่ไดคาํ นวณไว เสรจ็ แลว ใหเ วยี นสว นผสมแอสฟลตซ ีเมนตก ับนํ้ามนั ในถงั บรรจุแอสฟล ต
ประมาณ 20 นาที จึงนาํ ไปลาดได

194

ในระหวางที่สูบน้ํามันเติมลงในถังบรรจุแอสฟลตของเครื่องพนแอสฟลต เพ่ือ
ผสมกับแอสฟลตซีเมนตนั้น ตองระมัดระวังมิใหมีประกายไฟเกิดข้ึน เชน การจุดไฟ การสูบ
บุหรห่ี รือการใชเตาฟู ภายในรศั มี 15 เมตร จากเคร่อื งพน แอสฟลต เพราะระหวางการผสมนี้ จะ
มีไอระเหยของน้ํามันและแอสฟลตซีเมนตซ่ึงติดไฟไดงายเกิดขึ้นนอกจากนั้นจะตองระมัดระวังมิ
ใหมีการติดเคร่ืองยนตท่ีมีการสันดาปภายใน ในบริเวณดังกลาว ซ่ึงจะทําใหเกิดไอเสียที่สามารถ
จดุ ไอระเหยนา้ํ มันใหล กุ เปน ไฟได

3.7.4 ในการใชคัทแบคแอสฟลตเนื่องจากคัทแบคแอสฟล ตน้นั ติดไฟไดง า ยการปฏิบัติงาน
จะตองระมดั ระวงั มใิ หเ ปลวไฟมาถกู ไดท ั้งในขณะตม หรอื ขณะลาดคัทแบคแอสฟลต

3.7.5 การขนสงแอสฟลตอิมลั ชันแบบบรรจุถงั Drum โดยเฉพาะการขนข้นึ และขนลง
ตอ งระมดั ระวงั ไมใ หถังบรรจุแอสฟล ตอิมลั ชันไดรับการกระทบกระเทอื นรนุ แรง เพราะอาจจะ
ทําใหแ อสฟล ตอมิ ลั ชนั แตกตวั ได

3.7.6 การใชแอสฟลตอิมัลชันแบบบรรจุถัง Drum กอนถายเทแอสฟลตอิมัลชันลงใน
เครื่องพนแอสฟลตควรกล้ิงถังไปมาหรือกวนใหเขากันเสียกอน ทั้งนี้เพื่อใหแอสฟลตอิมัลชันมี
ลักษณะเดียวกันทั่วถังหากใชไมหมดถังควรปดฝาใหแนน เพ่ือปองกันนํ้าในแอสฟลตอิมัลชัน
ระเหยออกไป ทําใหแอสฟลตอมิ ลั ชันแตกตัวและหมดคุณภาพการเปน แอสฟล ตอิมลั ชันได

3.7.7 หลงั การลาดแอสฟลตป ระจําวนั ควรดูดแอสฟล ตใ นเคร่อื งพน แอสฟลตอ อกใหห มด
แลว ลางเครอื่ งพน แอสฟลตโ ดยเฉพาะที่ทอพนแอสฟล ตการลางควรใชน า้ํ มนั กา ดหรอื สารทําละลาย
ใดๆ สบู ผา นทอ ตางๆ ของเครอื่ งพนแอสฟล ตเพอ่ื ลา งสวนท่ีตกคางอยูอ อกใหห มด ทัง้ นเี้ พ่ือ
ปอ งกนั แอสฟล ตเกาะติดแนน ทาํ ใหไมสะดวกในการใชง านครง้ั ตอ ไปและชวยปองกนั ไมใหถ ัง
บรรจุแอสฟลตใ นเครอื่ งพนแอสฟล ต ถกู กรดในแอสฟล ตอ ิมลั ชนั บางชนิดกดั ทะลเุ สยี หายได

3.7.8 หามเทหินจากรถบรรทกุ ลงบนแอสฟล ตท ีล่ าดไวแ ลว โดยตรง
3.7.9 ปริมาณของหนิ ยอ ยหรอื กรวดยอ ยและแอสฟล ตโ ดยประมาณ ใหใชตามตาราง 3-4

ตารางท่ี 3-4 ปรมิ าณวสั ดุทใี่ ชโ ดยประมาณ

ขนาดท่ีใชเรยี ก มิลลิเมตร (น้วิ ) 19.0 (3/4) 12.5 (1/2) 9.5 ( 3/8)
หนิ ยอยหรอื กรวดยอ ย 16-22 12-18 7-11

(กโิ ลกรัมตอ ตารางเมตร) 0.8-2.1 0.6-1.5 0.4-1.0
แอสฟล ต ท่อี ุณหภูมิ 15 ° C 1.0-2.6 0.7-1.9 0.4-1.2
1.2-3.3 0.9-2.3 0.5-1.5
แอสฟล ตซีเมนต (ลิตรตอตารางเมตร)
คทั แบคแอสฟล ต (ลิตรตอ ตารางเมตร)
แอสฟล ตอิมัลชัน (ลิตรตอตารางเมตร)


Click to View FlipBook Version