เครือ่ งยนต์ดเี ซล เอม็ ทียู 4000
16 V 4000 M
กองฝึ กการชา่ งกล กองการฝึ กกองเรือยุทธการ
คำนำ
ปัจจุบนั บริษัท MTU ได้ผลิตเครื่องยนต์ดีเซลออกมำมำกแบบ/รุ่น
เพอื่ ประโยชน์ในกำรใชง้ ำนทหี่ ลำกหลำยและดว้ ยเทคโนโลยที ี่พฒั นำมำเป็ นลำดั
บ ทำใหก้ ำรสรำ้ งเครอื่ งยนต์จงึ มีรูปลกั ษณ์ทดี่ ี และกำรใชง้ ำนงำ่ ยและสะดวก
ส ำ ห รั บ ห นั ง สื อ คู่ มื อ เ ค รื่ อ ง ย น ต์ ดี เ ซ ล MTU 4000
เล่มนี้ แปลและเรียบเรียงจำก คู่มือ MTU 4000 M Description,Service
Publication และ Operation ซึ่งเป็ นคูม่ ือสำหรบั ผู้ใช้งำนเครือ่ ง( operator
) ของบรษิ ทั ผผู้ ลติ เครอื่ งยนต์ดงั กลำ่ ว
คูม่ ือเล่มน้ีเป็ นสว่ นหนึ่งของหลกั สูตรเจ้ำหน้ำทีเ่ ครื่องยนต์ดีเซล เอ็มทียู
40 0 0 แ ละระบ บ ค วบ คุ ม เค รื่อง ที่ใช้ ป ระก อบ ก ำรเรีย น ก ำรส อน ข อ ง
ก อ งฝึ ก ก ำ ร ช่ ำ งก ล ก ฝ ร . เพื่ อ ใ ห้ ก ำ ร เรี ย น ก ำ ร ส อ น เข้ ำ ใ จ ไ ด้ ง่ำ ย
และเป็ น แน วทำงที่จะศึกษำรำยละเอียดต่ำงๆของเครื่องต่อไปเท่ำน้ัน
สว่ นคูม่ ือระบบควบคมุ เครือ่ งจะแยกจำกกนั เป็ นอกี เลม่ หน่ึง
เนื่ อ ง จ ำ ก ร ำ ย ล ะ เอี ย ด ข อ ง แ ต่ ล ะ เค รื่ อ ง น้ั น จ ะ แ ต ก ต่ ำ ง กัน
ใ น ก ำ ร ใ ช้ ง ำ น จ ะ ต้ อ ง ดู ใ น คู่ มื อ ป ร ะ จ ำ เ ค รื่ อ ง น้ั น ๆ เ ท่ ำ น้ั น
ดงั น้นั คมู่ ือเล่มนี้จงึ ไมส่ ำมำรถใช้เป็ นคูม่ อื ประจำเครอื่ งในกำรปฏบิ ตั ิงำนภำยใ
นเรือได้
สุ ด ท้ ำ ย นี้ ก อ ง ฝึ ก ก ำ ร ช่ ำ ง ก ล ก ฝ ร . ห วัง เป็ น อ ย่ ำ ง ยิ่ ง ว่ ำ
หนงั สือเลม่ น้ีจะช่วยใหน้ กั เรียน มคี วำมรจู้ กั เข้ำใจและใชง้ ำนเครื่องยนต์ดีเซล
ย่ิ ง ข้ึ
MTU 4000 ไ ด้ ดี น
หำกพบข้อควำมหรือเนื้อหำภำยในคมู่ ือเลม่ นี้ขำดตกบกพรอ่ งหรือไมถ่ ูกตอ้ งก
รุณ ำแ จ้งม ำที่ ก อ งฝึ ก ก ำรช่ ำงก ล ก ฝ ร.( ๗ ๒ ๑ ๓ ๒ ห รื อ ๗ ๒ ๗ ๒ ๙ )
เพอื่ จะไดแ้ กไ้ ขปรบั ปรงุ คมู่ อื ใหส้ มบรู ณ์ย่ิงๆขนึ้ ตอ่ ไป
แผนกพลงั ขบั เคลอื่ น กองฝึ กกำรช่ำงกล
กองกำรฝึ ก กองเรอื ยทุ ธกำร
ก.ค. ๕๘
สารบญั หนา้
บทที่ ๑ รายละเอยี ดทว่ั ไปของเครอ่ื ง ๑
กลมุ่ การใชง้ านของเครอื่ ง
๑
๑ ๓
รหสั ตวั อกั ษรและตวั เลขของเครอ่ื ง
๙
๑ ๑๑
ลกั ษณะรปู แบบของเครอ่ื ง ๑๔
รายละเอยี ดจาเพาะของเครอื่ ง
คา่ ใชก้ ารตา่ งๆของเครอื่ ง
๔
บทที่ ๒ สว่ นประกอบทสี่ าคญั ของเครอ่ื ง
๖
เรอื นสบู และสว่ นประกอบ
๗
- ลนิ้ ระบายกาลงั ดนั ในเรอื นสบู
๙
- หมอ้ กรองละเอยี ด
หมเู่ ฟืองขบั
สว่ นขบั หมนุ เครอ่ื ง
๑๒
- ลกู สบู
๑๓
- กา้ นตอ่
- เพลาขอ้ เหวย่ี ง
๑๕
- ชดุ รับแรงสนั่ สะเทอื น
๑๖
ฝาสบู
๑๙
ลกั ษณะการทางานของชดุ หมนุ ลน้ิ
๒๐
กลไกควบคมุ ลน้ิ ๓๗
๒๒
อปุ กรณฉ์ ีดน้ามนั เชอื้ เพลงิ
๒๔
- ทอ่ รว่ มน้ามนั เชอ้ื เพลงิ
๒๕
- ทอ่ น้ามนั เชอื้ เพลงิ กาลงั ดนั สงู
๒๖
- หวั ฉีดน้ามนั เชอื้ เพลงิ
๒๘
บทท่ี ๓ ระบบนา้ มนั เชอ้ื เพลงิ
๓๐
สว่ นประกอบทสี่ าคญั ของระบบ
๓๐
การทางานของระบบ
๓๐
รายละเอยี ดของสว่ นประกอบตา่ งๆ
๓๒
- หมอ้ กรองหยาบน้ามนั เชอ้ื เพลงิ
๓๒
- สบู น้ามนั เชอ้ื เพลงิ กาลงั ดนั ตา่
๓๒
- สบู น้ามนั เชอื้ เพลงิ กาลงั ดนั สงู
๓๔
- สบู โยกมอื น้ามนั เชอ้ื เพลงิ
๓๖
- หมอ้ กรองละเอยี ดน้ามนั เชอ้ื เพลงิ
บทที่ ๔ ระบบอากาศดี
๓๙
สว่ นประกอบของระบบ
๓๙
การทางานของระบบ
๔๐
รายละเอยี ดของระบบ ๕๖
๔๒
- หมอ้ กรองอากาศดี
๔๒
- อปุ กรณ์วดั สง่ิ สกปรกของหมอ้ กรองอากาศดี
๔๒
- เทอรโ์ บชารจ์
๔๔
- ลน้ิ ควบคมุ อากาศดี
๔๖
- หมอ้ ระบายความรอ้ นอากาศดี
๔๘
- ทอ่ รวมอากาศดี
๔๘
บทท่ี ๕ ระบบแกส๊ เสยี
๕๐
สว่ นประกอบของระบบ
๕๑
การทางานของระบบ
๕๑
รายละเอยี ดของระบบ
๕๒
- ทอ่ รวมแกส๊ เสยี
๕๒
- ลนิ้ ควบคมุ แกส๊ เสยี
๕๓
บทที่ ๖ ระบบลาดบั การทางานของเทอรโ์ บชารจ์
๕๕
การทางาน
การตอ่ ทางานของเทอรโ์ บชารจ์
๕๘
การหยดุ การทางานของเทอรโ์ บชารจ์ B-Bank
๕๙
สว่ นประกอบของระบบ
๖๐
- ลน้ิ ควบคมุ อากาศด/ี แกส๊ เสยี เทอรโ์ บชารจ์ B-Bank
๖๐
- ลนิ้ ไฟฟ้า ๔/๒ ทาง
๖๑
- ลนิ้ วนเวยี นอากาศดี
๖๑
- ลน้ิ ไฟฟ้า ๒/๒ ทาง
๖๓
บทท่ี ๗ ระบบเรม่ิ เดนิ
๖๔
ระบบเรม่ิ เดนิ เครอื่ งแบบมอเตอรไ์ ฟฟ้า
๖๕
- หลกั การและการทางาน
๖๕
- สว่ นประกอบทสี่ าคญั
๖๖
- รายละเอยี ดการทางาน
๖๗
ระบบเรม่ิ เดนิ มอเตอรก์ าลงั ดนั ลม
๖๘
-หลกั การและการทางาน
๖๘
- สว่ นประกอบทส่ี าคญั
๖๙
- รายละเอยี ดการทางาน
๗๐
บทที่ ๘ ระบบนา้ มนั หลอ่ ลนื่
๗๑
การทางานของระบบ
๗๒
รายละเอยี ดของระบบ
๗๓
- สบู น้ามนั หลอ่ ลนื่ ๘๗
๗๓
- ลนิ้ ผอ่ นกาลงั ดนั
๗๔
- หมอ้ กรองละเอยี ดน้ามนั หลอ่
๗๕
- หมอ้ กรองน้ามนั หลอ่ แบบแรงเหวย่ี ง
๗๖
- หมอ้ ระบายความรอ้ นน้ามนั หลอ่
๗๘
- น้ามนั หลอ่ ระบายความรอ้ นลกู สบู
๗๙
ระบบรักษาระดบั น้ามนั หลอ่
๘๐
บทท่ี ๙ ระบบระบายความรอ้ น
๘๒
สว่ นประกอบของระบบ
๘๓
หลกั การทางานของระบบน้าจดื
๘๓
- วงจรอณุ หภมู สิ งู
๘๓
- วงจรอณุ หภมู ติ า่
๘๓
- เมอื่ เครอื่ งยนตเ์ ดนิ ตวั เปลา่
๘๕
- เมอื่ เครอื่ งยนตร์ ับภาระเต็มท่ี
๘๖
รายละเอยี ดของระบบน้าจดื
๘๗
- สบู น้าจดื
- ชดุ อนุ่ น้าจดื
๘๘
-
หมอ้ ระบายความรอ้ นน้าจดื และหมอ้ ระบายความรอ้ นน้ามนั เชอ้ื เพลงิ
๙๐ - เรอื นจา่ ยน้าระบายความรอ้ น
๙๒ - เครอ่ื งควบคมุ อณุ หภมู นิ ้าจดื
๙๔ - ถงั พกั น้าจดื
๙๖ - ฝาปิดระบาย
๙๗
การทางานของระบบน้าทะเล
๙๗
รายละเอยี ดของระบบน้าทะเล
๙๙ - สบู น้าทะเล
๙๙
บทท่ี ๑๐ คาแนะนาการใชเ้ ครอ่ื ง
๑๐๐
๑. ขนั้ ตอนการใชง้ าน LOP control ๑๐๐
-ตารางการซอ่ มบารงุ
๑๐๒ -การบารงุ รกั ษาหลงั การใชง้ าน 3 เดอื น
๑๐๒ -การบารงุ รักษาหลงั การใชง้ าน ๑๐๔
๒. ระบบควบคมุ การแยกน้ามนั เชอ้ื เพลงิ
๑๐๔
-การบารงุ รกั ษาหลงั จากหยดุ ใชง้ านนานกวา่ 3 สปั ดาห์ ๑๐๕
-การเดนิ เครอื่ งแยก นม.ชพ. ๑๐๕
-การเลกิ เครอ่ื งแยก นม.ชพ. ๑๐๖
-การตรวจสอบการทางานของระบบเครอ่ื งแยกน้ามนั เชอื้ เพลงิ ๑๐๖
-การตรวจสอบกาลงั ดนั เมอ่ื เดนิ เครอ่ื งปกติ ๑๐๗
-การตรวจสอบกาลงั ดนั เมอ่ื หมอ้ กรองเครอื่ งแยก นม.ชพ.
เกดิ การอดุ ตนั ๑๐๗
-การตรวจสอบกาลงั ดนั เมอื่ หมอ้ กรองอดุ ตนั หรอื เมอื่ สบู นม.ชพ.
ไมท่ างาน ๑๐๘
-การเดนิ เครอื่ งที่ LOP ๑๐๘
-การเดนิ เครอ่ื งหลงั จากไมไ่ ดเ้ ดนิ นานกวา่ 1 เดอื น
๑๐๘
-การเดนิ เครอื่ งโดยปลดไฟที่ ECU ออก ๑๐๘
-การเดนิ ท่ี LOP ๑๐๙
-การเดนิ เครอ่ื งโดยอตั โนมตั ิ ๑๐๙
๑๐๙ -การเดนิ เครอ่ื งหลงั จากไมไ่ ดเ้ ดนิ เครอ่ื งเกนิ กวา่ 1 เดอื น
-การตรวจสอบขณะใชง้ าน ๑๐๙
-การเขา้ คลทั ชท์ ่ี LOP( CPP )
๑๑๐
-การเขา้ คลทั ชเ์ ดนิ หนา้ ( FPP )
๑๑๐
-การเขา้ คลทั ชถ์ อยหลงั ( FPP )
๑๑๐
-การปลดคลทั ชท์ ่ี LOP( CPP )
๑๑๑
-การปลดคลทั ชท์ ี่ LOP( FPP )
๑๑๑
-การเลกิ เครอ่ื งท่ี LOP ๑๑๑
-การเลกิ เครอื่ งฉุกเฉนิ ที่ LOP
๑๑๒
๑๑๒ -การปฎบิ ตั หิ ลงั การเลกิ เครอ่ื งฉุกเฉนิ ท่ี LOP
๑๑๓ -การปฏบิ ตั หิ ลงั เลกิ เครอื่ งปกติ
-การลา้ งทาความสะอาดเครอ่ื ง ๑๑๓
๓. ระบบการซอ่ มบารงุ
๑๑๔ -การบารงุ รักษาโดยทว่ั ไป ๑๑๔
-ไมไ่ ดใ้ ชเ้ ครอื่ งเกนิ กวา่ 1 เดอื น ๑๑๔
-การซอ่ มบารงุ จากเรม่ิ ใชง้ าน - 8,000 ชม.( M90 )
๑๑๕
-การซอ่ มบารงุ 8,250 – 9,000 ชม.
๑๑๖ -การซอ่ มบารงุ ตามลกั ษณะการใชง้ าน
๑๑๗
๔. การแกป้ ัญหาขอ้ ขดั ขอ้ ง
๑๒๐ -เครอ่ื งแยกน้ามนั เชอื้ เพลงิ ๑๒๐
-เครอ่ื งไมห่ มนุ เมอ่ื ตดิ เครอ่ื ง ๑๒๑
-เครอื่ งหมนุ แตไ่ มต่ ดิ ๑๒๑
-เครอ่ื งยนตเ์ ดนิ ไมเ่ รยี บ ๑๒๒
-เครอื่ งยนตร์ อบไมไ่ ดต้ ามเกณฑ์ ๑๒๒
-เครอื่ งยนตเ์ ดนิ ไมส่ มา่ เสมอ ๑๒๒
-อากาศดมี อี ณุ หภมู สิ งู ๑๒๓
-อากาศดมี อี ณุ หภมู ติ า่ ๑๒๓
-หมอ้ ดบั ความรอ้ นอากาศดรี ั่ว ๑๒๓
-แกส๊ เสยี มสี ดี า
-แกส๊ เสยี มสี นี ้าเงนิ ๑๒๔
๑๒๔
-แกส๊ เสยี มสี ขี าว
๕. LOP Alarm ๑๒๔
๑๒๕
๖. การปรบั แตง่ และซอ่ มทา ๑๓๖
-การหมนุ เครอื่ งดว้ ยมอื ๑๓๖
-การเดนิ เครอ่ื ง ๑๓๖
-การสอ่ งตรวจกระบอกสบู
-ขอ้ แนะนาและการวเิ คราะหใ์ นการสอ่ งตรวจ ๑๓๗
๑๓๘
-ทอ่ ระบายอากาศเรอื นสบู ๑๔๑
-การเปลยี่ นหมอ้ กรองทอ่ ระบายอากาศเรอื นสบู ( A )
๑๔๑ ๑๔๒
-การเปลย่ี นหมอ้ กรองทแี่ ยกนมล.( B )
-การตรวจสอบแผน่ ไดอะแฟรม ๑๔๒
-การตงั้ ลนิ้ ๑๔๓
-การหลอ่ ลนื่ Valve bridge with guide ๑๔๓
-การหลอ่ ลน่ื Flying valve bridge ๑๔๔
-การหมนุ เครอื่ งเพอื่ ตงั้ ลน้ิ ๑๔๔
-การตรวจสอบระยะ Valve bridge balance ๑๔๔
-การปรบั แตง่ Valve Bridge Balance ๑๔๕
-การตรวจสอบระยะลนิ้ ทงั้ 2 ดา้ น ๑๔๗
-การตงั้ ระยะลน้ิ ๑๔๗
-ฝาครอบ ฝาสบู การถอดและประกอบ ๑๔๘
-การถอดประกอบฝาครอบฝาสบู ๑๔๘
-หวั ฉีดและสบู น้ามนั เชอื้ เพลงิ กาลงั ดนั สงู
๑๔๘
-สบู นม.ชพ. กาลงั ดนั สงู – รตู รวจรว่ั ๑๔๘
-การถอดและประกอบหวั ฉีด ๑๔๙
-การถอดหวั ฉีด ๑๔๙
-การประกอบหวั ฉดี ๑๕๐
๗. ระบบน้ามนั เชอื้ เพลงิ ๑๕๒
-การไลอ่ ากาศระบบ นม.ชพ. กาลงั ดนั ตา่ ๑๕๒
-หมอ้ กรอง นม.ชพ. ๑๕๓
-การเปลย่ี นหมอ้ กรอง นม.ชพ. เมอื่ ไมไ่ ดเ้ ดนิ เครอ่ื ง๑๕๓
-การเปลย่ี นหมอ้ กรอง นม.ชพ. ขณะเดนิ เครอื่ ง ๑๕๔
-หมอ้ กรองหยาบ นม.ชพ. ๑๕๔
-กาลงั ดนั นม.ชพ. แตกตา่ ง และการตรวจสอบกาลงั ดนั ๑๕๔
-การเดรนสงิ่ สกปรกกน้ หมอ้ กรองหยาบ นม.ชพ. ๑๕๕
-การทาความสะอาดสงิ่ สกปรกหมอ้ กรองหยาบ นม.ชพ. ๑๕๕
-การเตมิ นม.ชพ. ๑๕๖
-การเปลยี่ นไสก้ รอง นม.ชพ.
๘. ระบบอากาศดแี ละแกส๊ เสยี ๑๕๖
๑๕๗
-หมอ้ ดบั ความรอ้ นอากาศดี ๑๕๗
-การตรวจสอบน้าทก่ี ลน่ั ตวั และสง่ิ อดุ ตนั ๑๕๗
-กอ่ นการเดนิ เครอื่ งเมอ่ื หมอ้ ดบั ความรอ้ นอากาศดรี ว่ั ๑๕๗
-หมอ้ กรองอากาศดี ๑๕๘
-การถอดและประกอบหมอ้ กรองอากาศดี ๑๕๘
-แหวนสญั ญาณแสดงหมอ้ กรองอากาศดี ๑๕๘
-Flap อากาศดี ๑๕๘
-Flap แกส๊ เสยี ๑๕๙
-การตรวจสอบกอ่ นการเดนิ เครอื่ ง ๑๕๙
๙. ระบบน้ามนั หลอ่ ๑๕๙
-การตรวจสอบระดบั ๑๕๙
-การตรวจสอบระดบั นมล. หลงั จากเลกิ เครอ่ื ง ๑๖๐
-การถา่ ย นมล. โดยไมม่ ปี ๊ัม ๑๖๐
-การถา่ ย นมล. โดยใชป้ ๊ัม ๑๖๐
-การเตมิ นมล. ๑๖๐
-การนา นมล. ออกมาตรวจ ๑๖๑
-การเปลย่ี นหมอ้ กรอง นมล.เมอื่ ไมไ่ ดเ้ ดนิ เครอื่ ง ๑๖๑
-การเปลย่ี นหมอ้ กรอง นมล. ขณะเครอื่ งเดนิ ๑๖๒
-การถอดทาความสะอาดหมอ้ กรองแรงเหวยี่ ง ๑๖๒
๑๐. ระบบน้าจดื ๑๖๔
-จดุ ถา่ ยน้าและระบายอากาศ ๑๖๔
-การตรวจสอบระดบั น้าจดื ในถงั ๑๖๔
-การตรวจสอบระดบั น้าจดื ในถงั โดยดจู ากดา้ นนอก ๑๖๔
-การตรวจสอบระดบั น้าจดื โดยดจู าก Sensor ๑๖๕
-การถา่ ยน้าจดื ในระบบ ๑๖๕
-การเตมิ น้าจดื หลอ่ เครอ่ื ง ๑๖๕
-การถา่ ยน้าจดื หลอ่ เครอื่ งโดยใชป้ ๊ัม ๑๖๖
-การเตมิ น้าจดื หลอ่ เครอื่ ง ๑๖๖
-การตรวจสอบหลงั จากเตมิ น้าจดื หลอ่ เครอ่ื ง ๑๖๖
-การตรวจสอบการร่ัวไหลของพดั น้าจดื ทรี่ ตู รวจร่ัว ๑๖๖
-การนาน้าจดื มาตรวจ ๑๖๗
-การตรวจสอบการรั่วไหลของพดั น้าทะเลทรี่ ตู รวจรวั่ ๑๖๗
-การตรวจสอบ Coupling ทไี่ ดชารจ์ ๑๖๗
-การตรวจสอบแทน่ เครอ่ื ง ๑๖๘
-การตรวจสอบความหยนุ่ ตวั ของยางรองแทน่ เครอ่ื ง ๑๖๘
-การวดั ระยะยางแทน่ เครอ่ื ง ๑๖๘
-การวดั ระยะยางกนั กระแทก ๑๖๙
-การปรับแตง่ ระยะยางกนั กระแทก ๑๖๙
-การตรวจสอบ Coupling ดา้ น Driving end and Free end ๑๗๐
-ป๊ัมสบู น้าทอ้ งเรอื ๑๗๐
๑๑. ระบบ นม.ชพ .เขา้ เครอื่ ง ๑๗๐
-ระบบเครอื่ งแยก นม.ชพ. การตรวจสอบลนิ้ เดรนน้า ๑๗๐
-การตรวจสอบเกจวดั กาลงั ดนั นม.ชพ. แตกตา่ ง ๑๗๑
-การตรวจสอบ 3 – in – 1 bar electrode ๑๗๑
-การตรวจสอบสบู นม.ชพ. ๑๗๑
-การเปลยี่ นหมอ้ กรองเครอื่ งแยก นม.ชพ.
๑๗๑
๑๒. Sensor, Actuators and Injectors ๑๗๓
๑๓. ระบบควบคมุ ๑๗๗
-การตรวจสอบสายไฟตา่ งๆ ๑๗๗
-การทาความสะอาดกลอ่ งควบคมุ กฟั เวอรเ์ นอร์ และขวั้ ตอ่ ไฟ ๑๗๘
-การถอดทาความสะอาดขวั้ ตอ่ ไฟทกี่ ลอ่ งควบคมุ กฟั เวอรเ์ นอร์ ๑๗๘
-การทาความสะอาดขวั้ ตอ่ ไฟทก่ี ลอ่ งควบคมุ คจญ. ๑๗๙
-การถอดขวั้ ตอ่ ไฟทกี่ ลอ่ งควบคมุ คจญ. ๑๗๙ ๑๗๙
-การตรวจสอบ Start interlock limit switch
-การตรวจสอบปล๊กั ขวั้ ตอ่ กลอ่ งควบคมุ กฟั เวอรเ์ นอร์ คจญ. ๑๘๐
-การตรวจสอบปล๊กั ขวั้ ตอ่ กลอ่ งควบคมุ คจญ. ๑๘๐
-การถอดและตดิ ตงั้ กลอ่ งควบคมุ กฟั เวอรเ์ นอรค์ จญ. ๑๘๐
-การถอด ECU ๑๘๐
-การตดิ ตงั้ ECU ๑๘๑
-Emergency instrumentation( control stand ) ๑๘๑
-LOP และการทาความสะอาดขวั้ ตอ่ ๑๘๑
-การทาความสะอาดขวั้ ตอ่ ๑๘๒
-การตรวจสอบ LOP ดว้ ยสายตา ๑๘๒
-การตรวจสอบความแน่นหนาของสลกั ยดึ แผน่ การด์ ๑๘๒
-การตรวจสอบขอ้ ตอ่ และตวั รับ ๑๘๒
-การตรวจสอบขนั้ พนื้ ฐาน ๑๘๓
-การตรวจสอบป่ มุ กดตา่ งๆ และจอแสดงผล ๑๘๓
-Lamp Test ๑๘๔
-การตรวจสอบ LOP ๑๘๔
-การปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอน ๑๘๔
-การทางานระหวา่ ง Local และ Remote ๑๘๔
-การทดลอง OVERSPEED ๑๘๕
-การทดลอง EMERGENCY STOP ๑๘๕
-เครอื่ งมอื พเิ ศษเฉพาะเครอื่ ง ๑๘๗
-ความหมายของคายอ่ ๑๙๓
……………………………
๑
บทที่ ๑
รายละเอยี ดท่วั ไปของเครอื่ ง
๑. กลมุ่ การใช้งานของเครอื่ ง
๑.๑ เป็ นเครอื่ งจกั รใหญใ่ นเรือ
กลมุ่ ๑A
ใช้กบั เรอื โดยไมจ่ ากดั ภาระตลอดเวลาการใช้งาน( Unrestricted
Continuous Operation )
กลมุ่ ๑B
ใชก้ บั เรือความเร็วสูงภาระหนกั ( Fast Vessel With High Load
Factors )
กลมุ่ ๑DS
ใช้กบั เรือความเร็วสูงภาระน้อย( Fast Vessel With Low Load
Factors )
๒. รหสั ตวั อกั ษรและตวั เลขของเครอื่ ง
รหสั มาตรฐานของเครอื่ งคอื ๘/๑๒/๑๖V ๔๐๐๐ Mxy
๘/๑๒/๑๖ หมายถงึ จานวนสบู ของเครอื่ ง
V หมายถงึ ลกั ษณะการวางสบู แบบอกั ษร V
๔๐๐๐ หมายถงึ ขนาดความจขุ องกระบอกสูบของเครอื่ ง( มล. )
M หมายถงึ จุดประสงค์เพอื่ ใชก้ บั งานประเภทใด(
ใชใ้ นเรือMarine )
X หมายถงึ กลมุ่ ของการใช้งาน( ๔,๕,๖,๗,๘,๙ )
๒
Y หมายถงึ เลขดชั นีการออกแบบ( ๑,๒,........ )
รนุ่ ทมี่ กี ารตดิ ตง้ั อปุ กรณ์เพม่ิ เตมิ
๓. ลกั ษณะรปู แบบของเครอื่ ง ( รปู ที่ ๑.๑ )
เป็ นเครอื่ งทวี่ างลกั ษณะสบู เป็ นแบบอกั ษร V
โดยเรยี กชือ่ แตล่ ะดา้ นและแถวสบู ดงั น้ี
Left side
Right side
รูปที่
๑.๑
KS หรอื HKS หมายถงึ ดา้ นสง่ กาลงั ออก
KGS หรือ GKS หมายถงึ ดา้ นตรงขา้ มสง่ กาลงั ออก
เมอื่ มองจากดา้ น KS เขา้ หาเครอื่ ง
- ดา้ น A-Bank หรอื แถวสูบ A คอื แถวซา้ ยมือ
๓
- ดา้ น B-Bank หรอื แถวสูบ B คอื แถวขวามือ
การเรมิ่ นบั จานวนสบู เป็ นสูบ ๑ จะเรม่ิ จากดา้ น KS
เขา้ ไปตามลาดบั และชิน้ สว่ นประกอบอนื่ ๆทเี่ หมอื นกนั ๒
ชิ้นขนึ้ ไปจะนบั หรือเรียกชือ่ เชน่ เดยี วกบั การนบั สบู ของเครอื่ ง
๓.๑ Main Engine Dimension ( รูปที่ ๑.๒ )
รูปที่
๑.๒
น้าหนกั รวมของเครอื่ งยนต์ ๗,๘๖๐ กก.
๔. รายละเอยี ดจาเพาะของเครอื่ ง 16 V 4000 M 90
กาลงั งานออกของเครอื่ ง ๒๗๒๐ KW ที่ ๒๑๐๐ รอบ/นาที
ที่
๔
- อุณหภูมอิ ากาศดเี ขา้ เครอื่ ง = ๒๕ c̊
- อุณหภูมนิ ้าทะเลเขา้ เครอื่ ง = ๒๕ c̊
- กาลงั กดบรรยากาศ = ๑๐๐๐ mbar
- กาลงั ดนั ตา้ นกลบั แกส๊ เสยี = ๓๕ mbar
- กาลงั ดนั อากาศดีเขา้ เครอื่ ง = ๒๕
mbar
กลมุ่ การใช้งานของเครอื่ ง กลมุ่ ๑ DS ( ความเร็วสงู ภาระน้อย
)
การทางาน เครอื่ งยนตด์ เี ซล ๔ จงั หวะ
ทางานดา้ นเดยี ว
การวางสูบ ทามุม ๙๐̊
การเผาไหม้
ฉีดน้ามนั เชื้อเพลงิ เขา้ หอ้ งเผาไหมโ้ ดยตรง( Direct Injection )
แบบ Common-rail
การประจุอากาศดี ใชเ้ ทอรโ์ บชารจ์ แบบสะเตจเดยี ว
มรี ะบบลาดบั การทางาน
และมีการระบายความรอ้ นอากาศดี
การระบายความรอ้ นเครอื่ ง ดว้ ยน้า
การควบคุมการฉีดน้ามนั เชื้อเพลงิ ดว้ ยอเิ ลคทรอนิกส์
การควบคุมเครอื่ ง ดว้ ยอเิ ลคทรอนิกส์
ความโตกระบอกสบู ๑๖๕ มม.
ระยะชว่ งชกั ๑๙๐ มม.
๕
ความจุกระบอกสบู ตอ่ สูบ ๔.๐๖ ลติ ร
๖๕.๐ ลติ ร
ความจกุ ระบอกสูบตอ่ เครอื่ ง
หมนุ ทวนเข็มนาฬกิ า( มองจากดา้ น
ทศิ ทางการหมุน
KS ) ๑๐๐-๑๒๐ รอบ/นาที
ความเร็วรอบในการจุดระเบดิ A1-A7-B4-B6-A4-B8-A2-A8-
( Firing speed )
จงั หวะการทางาน
B3-B5-A3-A5-B2-A6-B1-B7
( Firing order )
๕. คา่ ใชก้ ารตา่ งๆ
เก ณ ฑ์ ค่ า ก า ลั ง ดั น
อุ ณ ห ภู มิ แ ล ะ ค ว า ม ห ม ด เป ลื อ ง น้ี เป็ น เก ณ ฑ์ ม า ต ร ฐ า น ข อ ง เค รื่ อ ง
แ ต่ ใ น ก า ร ใ ช้ ง า น จ ริ ง ค่ า ต่ า ง ๆ เ ห ล่ า น้ี
อ า จ แ ต ก ต่ า ง กั น บ้ า ง ต า ม ส ภ า ว ะ แ ว ด ล้ อ ม ข อ ง เ ค รื่ อ ง
ซ่ึงค่าเกณฑ์ที่แน่นอนของแต่ละเครื่องให้ดูที่ปูมการทดสอบเครื่อง( Engine
Acceptance Test Record ) ของเครอื่ งนน้ั ๆ
กาลงั ดนั /อุณหภูมิ ปกต/ิ สูงสุด
กาลงั ดนั น้ามนั หลอ่ กอ่ นเขา้ เครอื่ ง เมอื่ ๕.๕/๖.๐ bar
เมอื่ รอบเดนิ เบา ๒.๐ bar
กาลงั ดนั น้ามนั เชื้อเพลงิ เมอื่ กาลงั เรมิ่ เดนิ -๐.๑-๑.๕ bar
เมอื่ เครอื่ งเดนิ แลว้ -๐.๓ bar
กาลงั ดนั ลมสตารท์ ตา่ สดุ ๑๘ bar
๖ ๓๐ bar
๘๕/๙๐ c̊
กาลงั ดนั ลมสตาร์ทสงู สดุ ๒๖ ลติ ร/นาที
อุณหภมู นิ ้ามนั หลอ่ วดั กอ่ นเขา้ เครอื่ ง ๒๙๐ ลติ ร
ความสนิ้ เปลอื งน้ามนั เช้ือเพลงิ สงู สุด
ปรมิ าณน้าจดื ๓๒๐ ลติ ร
ปรมิ าณน้ามนั หลอ่ ๒๕๐ ลติ ร
๔๐ ลติ ร
-เตมิ ครง้ั แรก
-เปลยี่ นน้ามนั ครง้ั ตอ่ ไป ๐.๒ mm.
-จานวนทแี่ ตกตา่ งระหวา่ ง Minกบั Max ๐.๕ mm.
(๑๙๐/๒๓๐ลติ ร) ๒๔ VDC.
ระยะหา่ งระหวา่ งลนิ้ เมอื่ เครอื่ งเย็น
-ลน้ิ อากาศดี
-ลนิ้ แกส๊ เสยี
ไฟฟ้ าระบบการเดนิ เครอื่ ง
๖
บทที่ ๒
ส่วนประกอบทสี่ ำคญั ของเครอื่ ง
รปู ที่
๒.๑
๑. เรือนสบู และสว่ นประกอบ
๒. หมเู่ ฟื องขบั
๓. สว่ นขบั หมนุ เครอื่ ง
๔. ฝำสบู
๕. กลไกควบคมุ ลนิ้
๖. อุปกรณ์ฉีดน้ำมนั เชื้อเพลงิ
๗
๑. เรอื นสบู และสว่ นประกอบ ( รูปที่ ๒.๒ )และ( รูปที่ ๒.๓ )
ลกั ษณะ
เสอื้ สูบสรำ้ งจำกเหล็กหลอ่ ( Cast Iron ) ชิ้นเดียว สรำ้ งเป็ นแบบอกั ษร V
ท ำ มุ ม ๙ ๐ ส่ วน บ น ท้ังส อ งแ ถ วสู บ ป ระ ก อ บ กับ ป ลอ ก สู บ ( Liner 5 )
ซ่ึ ง ภ ำ ย ใ น ด้ ำ น บ น จ ะ มี แ ห ว น ก้ั น เ ข ม่ ำ ( Scraper Ring )
แ ล ะ มี ช่ อ ง ท ำ ง เ ดิ น น้ ำ จื ด ( 7 ) ช่ อ ง ท ำ ง เ ดิ น น้ ำ มั น ห ล่ อ ลื่ น ( 6 )
เพื่ อ ส่ ง ไ ป ท ำ ง ำ น ที่ ฝ ำ สู บ ( Cylinder Head ) ที่ ป ร ะ ก อ บ อ ยู่ ด้ ำ น บ น
ด้ำน ในท้งั สองแถวสูบจะเป็ นท่อน้ ำมนั หล่อหลกั ( Main Oil Gallery 3 )
สว่ นกลำงตอนบนเจำะเป็ นช่องประกอบเพลำลูกเบี้ยว( Camshaft ) จำนวน ๑
เพลำ ส่วนกลำงตอนล่ำงเป็ นช่องประกอบเพลำข้อเหวี่ยง( Crankshaft )
ซึ่ ง ร อ ง รั บ ด้ ว ย แ บ ริ่ ง ใ ห ญ่ ( Main Bearing ) แ บ บ ฝ ำ ๒
ชิ้ น แ ล ะ ฝ ำ ค ร อ บ แ บ ร่ิ ง ใ ห ญ่ ( Main Bearing Cap 12 )
ซงึ่ ยดึ ตดิ กบั เรือนสูบดว้ ยสลกั จำนวน ๒ ตวั และมีสลกั ยดึ ในแนวนอน ๑ ตวั
ส่ ว น ล่ ำ งข อ งเรื อ น สู บ เป็ น ห้ อ งเพ ล ำ ข้ อ เห วี่ ย ง( Crankspace )
ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย อ่ ำ ง น้ ำ มั น ห ล่ อ ลื่ น ( Oil Pan 11 )
ส ำ ห รั บ เ ก็ บ น้ ำ มั น ห ล่ อ ลื่ น ไ ว้ ใ ช้ ใ น ร ะ บ บ ข อ ง เ ค รื่ อ ง
โ ด ย ที่ อ่ ำ ง น้ ำ มั น ห ล่ อ จ ะ ส ร้ ำ ง จ ำ ก อ ลู มิ เ นี ย ม
ป ร ะ ก อ บ เ ข้ ำ กั บ เ รื อ น สู บ โ ด ย ไ ม่ ใ ช้ แ ป๊ ก ก้ิ ง แ ต่ จ ะ ใ ช้ Sealant
แทนในกำรป้ องกนั กำรร่วั ไหล
๘
1 Cylinder liner รปู ที่
๒.๒
2 Scraper ring 3 Sealing ring
๙
รูปที่
๒.๓
1 Crankcase 2 Cooling chamber 3 Main oil gallery 4 Top cover
5 Cylinder liner
6 Lube-oil transfer 7 Coolant transfer 8 Oil dipstick 9 Oil filter neck
10 Inspection-port cover
11 Oil pan 12 Crankshaft bearing cap 13 Crankshaft bearing 14 Oil
nozzle for piston cooling
15 Camshaft bearing KS Driving end
๑๐
สว่ นประกอบทสี่ ำคญั อนื่ ๆ ของเรือนสบู มดี งั น้ี
ส่วนระบำยกำลงั ดนั เรือนสูบ( Crankcase Ventilation )
ทำหน้ำทลี่ ดกำลงั ดนั ภำยในหอ้ งเพลำขอ้ เหวยี่ ง มอี ยู่ ๒ สว่ น
ส่วนประกอบของระบบ
๑.๑ ลน้ิ ระบำยกำลงั ดนั ในเรอื นสบู ( Safety Valve ) ( รูปที่ ๒.๔ )
ติดตง้ั อยู่ที่ช่องตรวจ( Inspection Port ) ที่แถวสูบ A-8 และ B-8
ดำ้ น KGS
เป็ น ล้ิ น ผ่ อ น ก ำ ลัง ดัน ซึ่ ง ป ก ติ จ ะ ปิ ด ต ล อ ด เว ล ำ ด้ ว ย ก ำ ลัง ส ป ริ ง ล้ิ น
ทำหน้ำทเี่ ป็ นฝำปิ ดชอ่ งตรวจและเปิ ดระบำยกำลงั ดนั ภำยในหอ้ งเพลำขอ้ เหวยี่ งอ
อกภำยนอก เมอื่ กำลงั ดนั ภำยในสูงเกนิ เกณฑก์ ำหนด( ลดกำลงั ดนั )
1 Housing รูปท.ี่ 3 Valve head
6 Inspection port cover
๒.๔
2 Spring
4 Sealing ring 5 flame trap
๑.๒ สว่ นระบำยกำลงั ดนั เรอื นสูบ( Crankcase Ventilation ) ( รปู ที่
๒.๕ )
ทำหน้ำทลี่ ดกำลงั ดนั ภำยในหอ้ งเพลำขอ้ เหวยี่ งตลอดเวลำทเี่ ครอื่ งยนต์ทำง
ำน
ตดิ ตง้ั อยูด่ ำ้ นบนระหวำ่ งแถวสูบดำ้ น KS
๑๑
ส่วนประกอบของระบบ
หมอ้ กรองแยกน้ำมนั หลอ่ ( Fine Oil Separator )
ชอ่ งทำงเขำ้ ( Deflector Plate )
Deflector
plate
รูปที่
๒.๕
ลกั ษณะ
จ ะ มี ห ม้ อ ก ร อ ง ๒ ชุ ด ( ๘ ลู ก ) ป ร ะ ก อ บ อ ยู่ ใ น ร ะ บ บ
เ ป็ น แ บ บ ห ม้ อ ก ร อ ง ล ะ เ อี ย ด ( Fine Oil Separator )
ไ ส้ ก ร อ ง จ ะ ท ำ ห น้ ำ ที่ ดั ก ไ อ ร ะ เห ย ส่ ว น ที่ เ ป็ น น้ ำ มั น ห ล่ อ ลื่ น ไ ว้
เ มื่ อ ส ะ ส ม ม ำ ก เ ข้ ำ จ ะ ร ว ม ตั ว กั น เ ป็ น ห ย ด
แล้วตกลงอ่ำงน้ำมนั หล่อตำมท่อทำงภำยในของเรือนหม้อกรองแต่ละชุด
สว่ นไอระเหยทไี่ มใ่ ช่น้ำมนั หลอ่ ลนื่ จะถกู สง่ ไปเขำ้ ทำงดูดของเทอร์โบชำรจ์
๑๒
รูปที่
๒.๖
กำรทำงำน ( รปู ที่ ๒.๖ )
เ มื่ อ เ ค รื่ อ ง ย น ต์ ท ำ ง ำ น
ไอระเหยของน้ำมนั หลอ่ และแกส๊ ทีเ่ กดิ ขน้ึ ภำยในหอ้ งเพลำขอ้ เหวยี่ งจะถูกเทอร์โ
บ ช ำ ร์ จ ดู ด ผ่ ำ น ช่ อ ง ท ำ ง เ ข้ ำ ( Deflector Plate )
ซึ่ ง อ ยู่ ติ ด กั บ เรื อ น สู บ แ ล ะ มี เ รื อ น ห ม้ อ ก ร อ ง ล ะ เ อี ย ด อ ยู่ ด้ ำ น บ น
ไ อ ร ะ เ ห ย ข อ ง น้ ำ มั น ห ล่ อ จ ะ ถู ก ดั ก ไ ว้
เมื่ อ ม ำก เข้ ำจะรวม ตัวกัน เป็ น ห ย ด ต ก ลงอ่ ำงน้ ำมัน ห ล่อ ต ำม ช่ อ งท ำง
สว่ นไอระเหยทเี่ หลอื และแกส๊ ทไี่ มใ่ ช่น้ำมนั หลอ่ ก็จะไปรวมกบั อำกำศดีสง่ เขำ้ กร
ะบอกสูบทำงำนในเครอื่ งยนต์ตอ่ ไป
๑๓
รูปที่ ๒.๗
๒. หมเู่ ฟื องขบั ( Gear Train ) ( รูปที่ ๒.๗ )
ทำหน้ำที่ส่งกำลงั ขบั จำกเพลำข้อเหวี่ยงไปขบั หมุนอุปกรณ์ช่วย ต่ำงๆ
ทอี่ ยทู่ ำงดำ้ นสง่ กำลงั ออก( KS ) และดำ้ นตรงขำ้ มสง่ กำลงั ออก( KGS )
๒.๑ หมเู่ ฟื องขบั ดำ้ นสง่ กำลงั ออก( Gear Train Driving End ) ( รูปที่
๒.๘ )
ห มู่ เ ฟื อ ง ขั บ ด้ ำ น ส่ ง ก ำ ลั ง อ อ ก ( KS )
สง่ กำลงั ออกจำกเพลำขอ้ เหวีย่ งไปขบั เพลำใบจกั รและมีลอ้ ช่วยแรง( Flywheel
1 ) ซงึ่ ตดิ ตง้ั อยภู่ ำยในเรือนลอ้ ช่วยแรง( Flywheel Housing )
๑๔
๒.๒ หมู่เฟื องขบั ด้ำนตรงข้ำมส่งกำลงั ออก( Gear Train Free End ) (
รปู ที่ ๒.๗ )
ห มู่ เ ฟื อ ง ขั บ ด้ ำ น ต ร ง ข้ ำ ม ส่ ง ก ำ ลั ง อ อ ก ( KGS )
ส่ งก ำ ลังอ อ ก จ ำ ก เพ ล ำ ข้ อ เห วี่ ย ง เพื่ อ ไ ป ขับ ห มุ น อุ ป ก ร ณ์ ต่ ำ ง ๆ คื อ
สบู น้ำมนั เชื้อเพลงิ กำลงั ดนั สูง ( H.P. Fuel Pump ), สูบน้ำมนั หลอ่ ( Lube-
Oil Pump ), สูบน้ ำจืด ( Coolant Pump ), สูบ น้ ำทะเล ( Raw-Water
Pump ) , เค รื่ อ ง ป ร ะ จุ แ บ ต เต อ รี่ ( Battery Charging Generator )
สำหรับระบบ ไฟ ควบคุม แ ละชุ ดกนั ส่ นั สะเทื อน ( Vibration Damper )
ซ่ึงป ระก อบ ติด กับ ด้ำน น อ ก เรือ น สู บ แ ละมี เรือ น ค รอบ ปิ ด อีก ค ร้งั ห นึ่ ง
และสูบรกั ษำระดบั น้ำมนั หลอ่ ( Oil Replenishment Pump )
กำรออกแบบที่สำคญั ของเครื่องรุ่นน้ี คือในกำรประกอบชุ ด Gear
เ ข้ ำ กั บ เ พ ล ำ ข้ อ เ ห วี่ ย ง ใ น ตั ว เ รื อ น ข อ ง Gear Housing น้ั น
จ ะ ต้ อ ง ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ พิ เ ศ ษ เ นื่ อ ง จ ำ ก Gear
ต่ ำ ง ๆ น้ั น จ ะ ไ ม่ มี สั ญ ลั ก ษ ณ์ ใ น ก ำ ร ก ำ ห น ด ต ำ แ ห น่ ง
แตจ่ ะใช้เครอื่ งมือพเิ ศษในกำรบงั คบั ตำแหน่งกำรประกอบแทน
๓. ส่วนขบั หมุนเครื่อง( Running Gear ) ( รปู ที่ ๒.๘ )
ห ม ำ ย ถึ ง ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง เ ค รื่ อ ง
ทที่ ำหน้ำทเี่ ปลยี่ นกำลงั งำนจำกกำรเผำไหมภ้ ำยในกระบอกสบู ใหเ้ ป็ นพลงั งำนทำ
งกลออกไปใช้งำน
ประกอบดว้ ยสว่ นตำ่ งๆ ๔ สว่ น คือ
๑. ลกู สูบ( Piston 4 )
๒. กำ้ นตอ่ ( Connecting Rod 3 )
๓. เพลำขอ้ เหวยี่ ง( Crankshaft 6 )
๔. ชุดรบั แรงส่นั สะเทือน( Vibration Damper 8 )
๑๕
1 Flywheel 2 Ring gear 3 Conrod 4 Piston รูปที่
๒.๘
5 Counterweight
6 Cranhshaft 7 Cranhshaft gear 8 Vibration damberKS Driving end
๓.๑ ลูกสูบ( Piston ) ( รูปที่ ๒.๙ )
ทำหน้ำทเี่ ปลยี่ นพลงั งำนทเี่ กิดจำกกำรเผำไหมภ้ ำยในกระบอกสูบใหเ้ ป็ นพลงั
งำนกล( เลื่อนขึ้น-ลง ) ทำแยกเป็ น ๒ ส่วน คือ ยอลูกสูบ( Piston Crown )
และตวั ลูกสูบ( Piston Skirt ) ยึดตดิ กนั ดว้ ยสลกั ( Piston crown screw 6 )
จำกด้ำนในกระโปรงลูกสูบ ลกั ษณะดำ้ นบนตรงกลำงยอดลูกสูบทำเป็ นแอ่งเวำ้
ด้ำนข้ำงจะมีร่องประกอบแหวนอดั กนั ร่วั ๒ วง( Compression ring 3,4 )
แ ล ะ แ ห ว น ก ว ำ ด น้ ำ มั น ห ล่ อ ๑ ว ง ( DSF ring 5 )
ดำ้ นขำ้ งถดั จำกแหวนกวำดน้ำมนั หลอ่ จะมีชอ่ งประกอบสลกั ลูกสูบ( Piston Pin
2 ) แบบลอยตวั ( Floating Piston Pin ) คือหมุนได้ท้งั ก้ำนต่อและลูกสูบ
โดยมแี หวนล็อค( Snap Ring 1 ) ประกอบอยูท่ ง้ั สองดำ้ น
๑๖
ลกู สบู ไดร้ บั กำรระบำยควำมรอ้ นโดยน้ำมนั หลอ่ ทีฉ่ ีดพน่ จำกหวั ฉีดน้ำมนั
ห ล่ อ ( Spray Nozzle ) ข อ ง แ ต่ ล ะ สู บ
ผำ่ นช่องทำงทกี่ ระโปรงลูกสบู เขำ้ ไประบำยควำมรอ้ นลูกสูบในช่องวำ่ งระหวำ่ งย
อดลกู สูบกบั กระโปรงลูกสูบแลว้ ตกลงมำทสี่ ลกั ลูกสบู และกลบั อำ่ งนำ้ มนั หลอ่ ตำมช่
องทำงทอี่ ยตู่ รงขำ้ มกบั ชอ่ งทำงสง่ ( Offset ๑๘๐̊ )
1 Snap ring 2 Piston pin รูปที่
face compression ring ๒.๙
3 Rectangular-section ring 4 Taper
5 DSF ring 6 Piston 7 Pressure plate 8 Piston crown screw 9
Conrod
10 Conrod cap 11 Conrod screw
๑๗
๓.๒ กำ้ นตอ่ ( Conrod ) ( รูปที่ ๒.๙ )
ทำหน้ำทรี่ บั กำลงั งำนจำกลกู สูบสง่ ตอ่ ไปยงั เพลำขอ้ เหวยี่ ง( Crankshaft )
ลกั ษณะเป็ นแบบธรรมดำ( Blade Rod ) เหมือนกนั ท้งั สองแถวสูบ
ป ล ำ ย เล็ ก ( ป ล ำ ย บ น ) ป ร ะ ก อ บ เข้ ำ กับ ส ลัก ลู ก สู บ ( Piston Pin )
โ ด ย มี แ บ ร่ิ ง แ บ บ ป ล อ ก ( Bush ) ร อ ง รั บ ผิ ว สั ม ผั ส
ได้รบั กำรหล่อลื่นโดยน้ำมนั หล่อที่มำระบำยควำมรอ้ นลูกสูบ ปลำยใหญ่(
ปลำยล่ำง ) ประกอบเข้ำกบั เดือยข้อเหวี่ยง( Crankpin ) ก้ำน ต่อ ๒ อนั
จะประกอบอยูบ่ นเดือยข้อเหวยี่ งอนั เดียวกนั โดยแตล่ ะอนั จะมีแบรง่ิ แบบฝำ ๒
ช้ิ น ( Shell Bearing ) เ ป็ น ฝ ำ เ รี ย บ ร อ ง รั บ ผิ ว สั ม ผั ส
ประกอบอยูก่ บั ฝำครอบกำ้ นต่อ( Conrod Cap 10 ) โดยใช้สลกั ยดึ (Conrod
Screw 11) เ ข้ ำ กั บ ก้ ำ น ต่ อ
ไดร้ บั กำรหลอ่ ลนื่ โดยน้ำมนั หลอ่ จำกรเู พลำขอ้ เหวยี่ ง
๓.๓ เพลำขอ้ เหวยี่ ง( Crankshaft ) ( รปู ที่ ๒.๑๐ )และ( รปู ที่ ๒.๑๑ )
ทำหน้ำทเี่ ปลยี่ นกำลงั งำนเลือ่ นขนึ้ -ลง( Linear Movement )
ของลกู สบู และกำ้ นตอ่ ใหเ้ ป็ นกำลงั งำนทำงหมนุ ( Rotary Movement )
ลกั ษณะเพลำขอ้ เหวีย่ งเจำะรูทะลุตลอดเพลำเพือ่ เป็ นทำงสง่ น้ำมนั หลอ่ ลืน่ ไป
ห ล่ อ ลื่ น แ บ ริ่ ง ก้ ำ น ต่ อ ท้ั ง ชุ ด ล่ ำ ง แ ล ะ ชุ ด บ น
ทุ ก แ ข น ข้ อ เห วี่ย งจะ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย น้ ำ ห นัก ถ่ วง( Counter Weigh 2 )
เพื่ อ ใ ห้ เพ ล ำ ไ ด้ ส ม ดุ ล ข ณ ะ ห มุ น ต ล อ ด เพ ล ำ ที่ ยึ ด ติ ด กับ เรื อ น สู บ
รองรบั ดว้ ยแบรงิ่ ใหญ(่ Main Bearing ) เป็ นแบบฝำ ๒ ช้นิ ( Sleev Bearing
) โดยทฝี่ ำบนเป็ นแบบมรี ่องมรี ู สว่ นฝำลำ่ งเรยี บ และทีแ่ บริง่ ชุดสุดทำ้ ยดำ้ น KS
จะทำหน้ำที่กนั รุนดว้ ย(Crankshaft alignment bearing 3,4) สว่ นทำงดำ้ น
KGS จ ะ มี ชุ ด รั บ แ ร ง ส่ ั น ส ะ เ ทื อ น ( Vibration Damper )
แ ล ะ เ ฟื อ ง เ พ ล ำ ข้ อ เ ห วี่ ย ง ( Crankshaft Gear 5 )
เพื่ อ ไ ป ขับ ห มุ น อุ ป ก ร ณ์ ช่ ว ย ต่ ำ งๆ ป ร ะ ก อ บ อ ยู่ ไ ด้ รับ ก ำ ร ห ล่ อ ลื่ น
โดยน้ำมนั หลอ่ จำกทอ่ น้ำมนั หลอ่ หลกั สง่ ผำ่ นชอ่ งทำงลงมำจำกเรอื นสูบหลอ่ ลนื่ แบริ่
ง ทุ ก ชุ ด
๑๘
แลว้ ไหลผำ่ นรูเพลำขอ้ เหวยี่ งไปหลอ่ ลนื่ แบรงิ่ กำ้ นตอ่ ชุดลำ่ งแลว้ ตกลงอำ่ งน้ำมนั หล่
อตอ่ ไป
1 Crankshaft 2 Counterweigh 3 Stress bolt รูปที่ 5
Crankshaft gear ๒.๑๐
4 End cover
๑๙
1 Main bearing upper half รูปที่
๒.๑๑
2 Main bearing lower half
3 Crankshaft alignment bearing upper half 4 Crankshaft alignment
bearing lower half
๓.๔ ชุดรบั แรงส่นั สะเทือน( Vibration Damper ) ( รปู ที่ ๒.๑๒ )และ(
รปู ที่ ๒.๑๓ )
เป็ นแบบลดแรงบิดและแรงส่นั สะเทือน โดยกำลงั น้ำมนั ไฮดรอลิค(
Tositional–Vibration Damper with Hydraulic Damping )
ตดิ ตง้ั อยปู่ ลำยเพลำขอ้ เหวยี่ งดำ้ น KGS จำนวน ๑ ชุด
๒๐
รูปที่
๒.๑๒
ลกั ษณะสว่ นประกอบ
ส่วน ขับ ห มุ น (Inner Star 3 ) ป ระก อ บ อ ยู่ ติ ด กับ เพ ลำข้ อ เห วี่ย ง
สว่ นประกอบภำยนอกถดั ออกมำประกอบดว้ ย ขดแผ่นสปริง( Spring Packs
1 ) โครงส่วนกลำง( Intermediate Element 5 ) โครงวงแหวนตวั นอก(
Clamping Ring 4 ) แ ผ่ น ปิ ด ด้ ำน ข้ ำง( Flange and Side Plate 2,6 )
สว่ นประกอบภำยนอกทง้ั หมดทกี่ ลำ่ วมำแลว้ น้นั เป็ นสว่ นประกอบอิสระจำกสว่ น
ขบั หมุน( Inner Star ) แต่ขณะทำงำนจะส่งอำกำรถึงกนั ด้วยขดแผ่นสปริง(
Spring Packs )
กำรทำงำน
เมื่ อ เดิ น เค รื่ อ ง เพ ล ำ ข้ อ เห วี่ ย ง จ ะ ห มุ น ท ำ ใ ห้ ส่ ว น ขับ ห มุ น
ห มุ น ไ ป ด้ ว ย แ ล ะ ส่ ง อ ำ ก ำ ร ไ ป ยั ง ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ชุ ด น อ ก (
โ ค ร ง ส่ ว น ก ล ำ ง , โ ค ร ง ว ง แ ห ว น ตั ว น อ ก ) โ ด ย ข ด แ ผ่ น ส ป ริ ง
๒๑
เป็ น ตัวเชื่อ มต่อก ำรส่งอ ำกำร ท ำให้ ชุ ด รบั แรงส่ นั สะเทื อน ( Vibration
Damper ) ท้งั ชุดหมุนไปได้ เมื่อมีกำรส่นั สะเทือนเกิดข้ึนที่เพลำข้อเหวี่ยง
แรงส่นั สะเทอื นทีเ่ กดิ ขน้ึ จะถกู ถำ่ ยกำลงั ไปสโู่ ครงวงแหวนตวั นอกโดยแรงหยนุ่ ข
องขดแผน่ สปรงิ
Vibration Damper ข อ ง เ ค รื่ อ ง ย น ต์ MTU 16V 4000 M 90
ประกอบติดกบั เพลำข้อเหวี่ยงด้วยสลกั กวดยึดที่ Driver Flange ทำงด้ำน
KGS มี Guard Plate ป้ องกนั อนั ตรำยขณะเครอื่ งยนตห์ มนุ
Intermediate Member จ ะ เ ป็ น ส่ ว น ที่ ส ว ม กั บ PTO.Flange
ข อ ง เ พ ล ำ ข้ อ เ ห วี่ ย ง มี O-ringจ ำ น ว น ๔ ชุ ด
สวมป้ องกนั กำรร่วั ซึมของน้ำมนั หล่อลื่นที่อำจร่วั มำจำกเพลำข้อเหวี่ยงได้
PTO.Flange ส ว ม ติ ด กั บ เ พ ล ำ ข้ อ เ ห วี่ ย ง โ ด ย วิ ธี อั ด แ น่ น
ขณะเครื่องยนต์ทำงำน( เพลำข้อเหวี่ยงหมุน ) PTO.Flange ก็จะหมุนด้วย
ในกำรหมุนครง้ั แรกแรงหมุนจะส่งอำกำรให้ Spring Pack รบั แรง Torsion
Vibration ไว้ก่อนเป็ นกำรหยุ่นเมื่อเครือ่ งยนต์ทำงำนต่อเนื่อง Spring Pack
ทีร่ บั แรง Torsion Vibration ไว้ก็สำมำรถสง่ ถำ่ ยให้กบั น้ำมนั หล่อลืน่ ทีอ่ ยู่ใน
Chamber ซ่ึงน้ำมนั หล่อลื่นนี้จะทำหน้ำที่หล่อลื่นลดกำรสึกหรอของ Spring
Pack แ ล ะ ร ะ บ ำ ย ค ว ำ ม ร้ อ น ที่ เ กิ ด ใ น Vibration Damperด้ ว ย
น้ ำ มั น ห ล่ อ ลื่ น จ ะ ไ ห ล ห มุ น เ วี ย น ก ลั บ ไ ป ที่ เ พ ล ำ ข้ อ เ ห วี่ ย ง
ผำ่ นรอ่ งกลำงทไี่ ดอ้ อกแบบไว้
รปรู 2ปู .1ท5ี่
๒.๑๓
1 Drivehub
2 Screw
3 Sideplate
4Inertiamember
5Strokelimiter
6Sleevespring
aEngineoilpack
๒๒
๒๓
รปู ที่
๒.๑๔
1 Cylinder head screw 2 Cylinder head 3 Holddown clamp
4 Spring rotator(exhaust valve) 5 Hex screw 6 Injector
7 Spring rotator(Inlet valve) 8 Valve spring(Inlet valve) 9 Valve
guide(Inlet valve)
10 Sealing ring 11 Inlet valve 12 Exhaust valve 13
Sliding pin
a = Exhaust b = Charge air C = Coolant
๔. ฝำสบู ( Cylinder head ) ( รปู ที่ ๒.๑๔ )
ทำหน้ำทปี่ ิ ดผนกึ หอ้ งเผำไหมป้ ระกอบอยดู่ ำ้ นบนเรือนสูบ
ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น ฝ ำ สู บ แ ย ก ( ๑ สู บ / ๑ ฝ ำ )
แ ต่ ละ ฝ ำสู บ จะ มี ช่ อ งส ำห รับ ป ระก อ บ ล้ิน อ ำก ำ ศ ดี ( Inlet Valve 11 )
แ ล ะ ลิ้ น แ ก๊ ส เ สี ย ( Exhaust Valve 12 ) อ ย่ ำ ง ล ะ ๒ ล้ิ น
อกี ทง้ั ยงั มีชอ่ งทำงสำหรบั อำกำศดี,แกส๊ เสีย
รปู ที่
๒.๑๓
๒๔
แ ล ะ ช่ อ ง ท ำ ง น้ ำ จื ด ร ะ บ ำ ย ค ว ำ ม ร้ อ น
ต ร งก ล ำ ง ฝ ำ สู บ จ ะ มี ช่ อ งส ำ ห รับ ป ร ะ ก อ บ หัว ฉี ด ( Fuel Injector 6 )
โดยมีปลอกรบั หวั ฉีด( Protective Sleeve ) ประกอบอยูใ่ นช่องรบั หวั ฉีดไว้
เพอื่ ป้ องกนั กำรชำรดุ ของฝำสูบและมนี ้ำจืดระบำยควำมรอ้ นรอบๆปลอกรบั หวั ฉี
ด แ ล ะ มี ก ำ ร กั น ร่ ั ว ด้ ว ย ว ง กั น ร่ ั ว ( O-Ring )
กำรกนั ร่วั ระหวำ่ งเรือนสูบกบั ฝำสูบจะมีแผน่ กนั ร่วั และตรงสว่ นทกี่ นั ร่วั น้ำจดื แล
ะ น้ ำ มั น ห ล่ อ จ ะ อ อ ก แ บ บ กั น ร่ ั ว แ บ บ Vulcanized Frame
และจะมีฝำครอบฝำสูบ( Cylinder Head Cover ) ครอบปิ ดฝำสูบด้ำนบน
ต ร ง ช่ อ ง ป ร ะ ก อ บ ล้ิ น ทุ ก ล้ิ น จ ะ มี ป ล อ ก ลิ้ น ( Valve Guide )
รองรบั กำรเลื่อนข้ึน-ลง และบ่ำลิ้นจะเป็ นแบบถอดเปลี่ยนได้( Valve Seat
Insert ) ส่วนหน้ำล้ินจะปิ ดสนิทกบั บ่ำลิ้นด้วยแรงดนั ของสปริงลิ้นซึ่งจะมี ๑
ข ด ต่ อ ๑ ลิ้ น ( One Valve Spring per Valve )
และด้ำนลำ่ งของสปรงิ ทง้ั ล้นิ อำกำศดี-ลิน้ แก๊สเสียจะมีชุดหมุนล้ินด้วย( Valve
Rotator ) อำกำศดีถูกสง่ มำตำมชอ่ งทำงจนถงึ ลน้ิ รบั อำกำศดเี ชน่ กนั กบั แกส๊ เสยี
อ อ ก จ ำ ก ห้ อ ง เผ ำไ ห ม้ ผ่ำ น ลิ้น แ ก๊ส เสี ย อ อ ก ต ำ ม ช่ อ ง ท ำง อ อ ก จ ำ ก ฝ ำ สู บ ไ ป
น้ ำ จื ด ร ะ บ ำ ย ค ว ำ ม ร้อ น จ ำ ก เรื อ น สู บ ส่ ง ข้ึ น ม ำ ที่ ฝ ำ สู บ ท ำ ง ด้ ำ น ล่ ำ ง
เขำ้ มำระบำยควำมรอ้ นใหก้ บั ฝำสูบรอบๆกำ้ นลิน้ และรอบปลอกรองรบั หวั ฉีดแล้
วสง่ ออกจำกฝำสูบ
ลกั ษณะกำรทำงำนของชุดหมุนลนิ้ ( Valve Rotator ) ( รูปที่ ๒.๑๕ )
ทศิ ทำงกำรหมนุ ทวนเข็นนำฬกิ ำ( CCW. )
ป ร ะ ก อ บ อ ยู่ ด้ ำ น ล่ ำ ง ข อ ง แ ผ่ น ร อ ง ส ป ริ ง ( Cap )
ของลนิ้ แกส๊ เสียและลน้ิ อำกำศดี
ประกอบด้วยสปรงิ รบั อำกำร( Valve spring retainer 1 ), แผน่ สปรงิ (
Plate spring 6 ), ฝำบงั คบั ลูกกลิ้ง( Ball race 5 ) และลูกกลิ้ง( Steel ball
2) พ ร้ อ ม ส ป ริ ง ลู ก ก ล้ิ ง ( Coil spring 7 )
ทีป่ ระกอบอยู่ในรอ่ งซ่ึงลำดเอียงเป็ นแอ่งลกึ ตรงกลำงร่องของเรือน( Rotator
body 3 )
๒๕
เ มื่ อ ลิ้ น ปิ ด อ ยู่ คื อ ไ ม่ มี ก ำ ลั ง ก ด จ ำ ก ก ร ะ เ ดื่ อ ง ก ด ล้ิ น
แรงข องสป ริงลูก กลิ้งชน ะแ รงข องสป ริงลิ้น ลูกก ล้ิงจะถู กส ป ริงลูกก ลิ้ง
ดนั ใหเ้ ลอื่ นไปอยดู่ ำ้ นรมิ สดุ ของรอ่ งลกู กลง้ิ ซงึ่ เป็ นสว่ นทสี่ ูงทสี่ ุดของรอ่ ง
ใ น ข ณ ะ ที่ ลิ้ น เ ปิ ด คื อ ข ณ ะ ที่ ก ร ะ เ ดื่ อ ง ก ด ล้ิ น ก ด ล ง
จะมแี รงกดสง่ ผ่ำนกำ้ นลนิ้ ,แผน่ รองสปรงิ ,แผน่ สปรงิ และฝำบงั คบั ลกู กล้ิงถงึ ลกู ก
ล้ิงตำมลำดบั ทำให้ลูกกลิ้งถูกกดให้เลื่อนลง ไปอยู่ส่วนที่ต่ำที่สุดของร่อง
แรงของส ปริงลูก กล้ิงน้ อยก ว่ำแ รงข องสป ริงลิ้น ซ่ึงใน ข ณ ะที่ลิ้น เปิ ด นี้
ผิวสมั ผัส ระห ว่ำงส่วน ต่ำงๆ ที่ส่งผ่ำน ก ำลังก ดดังก ล่ำวจะมี ค วำม ฝื ด สู ง
ท ำ ใ ห้ มี ก ำ ร ส่ ง ต่ อ อ ำ ก ำ ร เ ลื่ อ น ตั ว ข อ ง ลู ก ก ล้ิ ง ย้ อ น ก ลั บ
สง่ อำกำรใหส้ ปรงิ รบั อำกำรทปี่ ระกอบตดิ กบั กำ้ นลนิ้ ส่งผลใหล้ น้ิ หมนุ ตวั ไปตำมร
ะยะเลอื่ นของลูกกลง้ิ
ในขณะที่ลิน้ ปิ ดด้วยกำลงั สปริงลิ้น คือ ไม่มีกำลงั กดจำกกระเดื่องกดลิ้น
ลู ก ก ล้ิ ง จ ะ ถู ก ส ป ริ ง ลู ก ก ลิ้ ง ดั น ใ ห้ เ ลื่ อ น ก ลั บ ต ำ แ ห น่ ง เ ดิ ม
แตใ่ นขณะนี้ผวิ สมั ผสั ระหวำ่ งสว่ นตำ่ งๆทสี่ ง่ ผำ่ นกำลงั กดดงั กลำ่ วจะมคี วำมฝื ดน้
อยลกู กลงิ้ จงึ เลอื่ นกลบั ตำแหน่งเดมิ โดยไมม่ กี ำรสง่ ตอ่ อำกำรเลอื่ นตวั ของลกู กลงิ้
กลบั ไปยงั ลน้ิ ทำใหล้ นิ้ ไมห่ มุนตวั ไปตำมระยะเลอื่ นของลกู กลง้ิ
รปรู ปู 2.ท17ี่
๒.๑๕
๒๖
1 Valve spring retainer 2 Steel ball 3 Rotator body 4 Snap ring
5 Ball race 6 Plate spring 7 Coil spring
A Valve open B Valve close
๒๗
รูปที่
๒.๑๖
1 Camshaft gear 2 Rocker arm-inlet 3 Rocker arm-exhaust 4
Rocker shaft 5 Camshaft
6 Pushrod inlet 7 Pushrod exhaust 8 Axle 9 Rocker arm-
inlet 10 Hex nut
11 Adjusting screw 12 Rocker arm-exhaust 13 Bearing pedestal
14 Valve bridge-exhaust
15 Hex nut 16 Adjusting screw 17 Valve bridge-inlet
๕. กลไกควบคมุ ลน้ิ ( Valve Gear ) ( รปู ที่ ๒.๑๖ )
ห ม ำ ย ถึ ง ก ล ไ ก ที่ ท ำ ห น้ ำ ที่ ค ว บ คุ ม อ ำ ก ำ ศ ดี -แ ก๊ ส เ สี ย เข้ ำ -
ออกจำกเครอื่ งเป็ นไปอยำ่ งถูกตอ้ ง ตำมจงั หวะกำรทำงำนของเครอื่ งยนต์
ประกอบดว้ ยสว่ นตำ่ งๆ ๔ สว่ น คือ
๑. เพลำลูกเบีย้ ว( Camshaft 5 )
๒. กำ้ นสง่ ( Push Rod 6,7 )
๒๘
๓. กระเดอื่ งกดลน้ิ ( Rocker Arm 2,3, )
๔. สะพำนกดลน้ิ ( Valve Bridge 14,17 )
เ พ ล ำ ลู ก เ บี้ ย ว จ ะ มี เ พ ล ำ เ ดี ย ว ต่ อ เ ค รื่ อ ง
ป ร ะ ก อ บ อ ยู่ ก ล ำ งเรื อ น สู บ ด้ ำ น บ น โ ด ย มี แ บ ริ่ ง แ บ บ ป ล อ ก ( Bush )
ร อ ง รับ แ ล ะ แ บ ริ่ ง กัน รุ น ( Axial Thrust ) ป ร ะ ก อ บ อ ยู่ ท ำ ง ด้ ำ น KS
ได้รบั กำรขบั หมุนผ่ำนมำจำกเฟื องเพลำข้อเหวี่ยง ส่งอำกำรให้ลูกเบ้ียว(
Camshaft 5 ) ก ร ะ ท ำ ต่ อ ใ ห้ ลู ก ก ล้ิ ง ก ล ม ( Roller ) ห มุ น
ซงึ่ ประกอบอยูเ่ ป็ นสว่ นหนึ่งของตวั ตำมกระเดอื่ งกดลนิ้ ( Swing Follower 2,3
) อีกด้ำนจะมีลกั ษณะเป็ นถ้วย( Ball Socket ) รองรบั ปลำยล่ำงของก้ำนส่ง(
Push Rod 6,7 ) แล้วส่งอำกำรให้กระเดื่องกดลิ้น ( Rocker Arm 9,12 )
ให้ ป ลำ ย ก ระ เดื่ อ งก ด ลิ้น ไป ก ด ส ะพ ำน ก ด ลิ้น ( Valve Bridge14,17 )
ทำใหส้ ำมำรถควบคุมกำรเปิ ด-ปิ ดลนิ้ ไดท้ ง้ั สองลนิ้ พรอ้ มกนั ( ๒ ลนิ้ อำกำศดี หรือ
๒ ลน้ิ แกส๊ เสีย )
สว่ นประกอบของสะพำนกดลิน้ ( Valve Bridge ) ประกอบด้วยสลกั นำ(
Pin Guidge ) ท ำ ห น้ ำ ที่ ใ ห้ ส ะ พ ำ น ก ด ลิ้ น เ ลื่ อ น ขึ้ น -
ล ง เ ป็ น ท ำ ง ต ร ง แ ล ะ ส ป ริ ง ดั น ขึ้ น ( Spring Loaded )
เ พื่ อ ดั น ใ ห้ ส ะ พ ำ น ก ด ล้ิ น ย ก ตั ว ข้ึ น ต ล อ ด เ ว ล ำ
กระเดื่องกดล้ินทง้ั สองประกอบอยู่กบั เพลำ โดยมีแบริ่งแบบปลอก( Bush )
ร อ ง รั บ ก ร ะ เ ดื่ อ ง แ ข น ส้ั น เ ป็ น ก ด ลิ้ น ข อ ง ลิ้ น อ ำ ก ำ ศ ดี
ส่วนกระเดื่องแขนยำวสำหรบั ลิ้นแก๊สเสีย กำรปรบั แต่งระยะห่ำงของลิ้น
จะมีสลกั ปรบั แตง่ อยทู่ กี่ ระเดอื่ งกดลน้ิ ดำ้ นรบั อำกำรจำกกำ้ นสง่
ในกำรเปิ ดลิ้นน้นั จะส่งอำกำรผ่ำนไปยงั สะพำนกดลิ้น เพื่อเปิ ด -ปิ ดลิ้น
ส ำ ห รั บ ส ะ พ ำ น ก ด ล้ิ น ที่ ติ ด ต้ั ง ใ น เ รื อ ชุ ด ต . ๙ ๙ ๑
น้นั จะเป็ นแบบที่ได้รบั กำรปรบั ปรุงแก้ไขแล้ว เป็ นแบบที่ไม่มีก้ำนต่อ( No
Stem Valve Bridge )
ท ำ ใ ห้ ใ น ก ำ ร ป รับ แ ต่ งร ะ ย ะ ข อ งก ร ะ เดื่ อ งก ด ลิ้ น แ ล ะ ส ะ พ ำ น ก ด ล้ิ น
มี ก ำ ร ป รั บ แ ต่ ง ร ะ ย ะ เ พี ย ง ต ำ แ ห น่ ง เ ดี ย ว
นอกจำกนี้ยงั เป็ นกำรลดกำรชำรุดเสียหำยทอี่ ำจเกดิ ข้ึนจำกขอ้ ผดิ พลำดในกำรป
รั บ แ ต่ ง ร ะ ย ะ แ บ บ เ ดิ ม ที่ ต้ อ ง ป รั บ
๒๙
แตง่ ทง้ั ระหว่ำงสะพำนกดลนิ้ กบั กระเดือ่ งกดลน้ิ และกระเดื่องกดลน้ิ กบั ก้ำนล้ิน
ซงึ่ มีโอกำสผดิ พลำดไดม้ ำกกวำ่ แบบใหม่
รปู ที่
๒.๑๗
1 Injector 2 H.P. line 3 H.P. accumulator 4 Pressure relief
valve 6 High-pressure pump
๓๐
5 H.P. line left engine side( A-Bank ) 7 H.P. line right engine
side(B-Bank )
๖. อุปกรณ์ฉีดน้ำมนั เชื้อเพลงิ ( Fuel Injection Equipment ) ( รูปที่ ๒.๑๗ )
หมำยถงึ สว่ นประกอบทที่ ำหน้ำทสี่ บู สง่ นำ้ มนั เช้ือเพลงิ กำลงั ดนั สงู เขำ้ สหู่ อ้ ง
เผำไหม้ จะกลำ่ วเฉพำะ ๓ สว่ นดำ้ นลำ่ งน้ีกอ่ น
ประกอบดว้ ยสว่ นตำ่ งๆ ๓ สว่ น คอื
๑. ทอ่ รวมน้ำมนั เช้ือเพลงิ ( Common-Rail 3 )
๒. ทอ่ น้ำมนั เช้ือเพลงิ กำลงั ดนั สงู ( H.P. Fuel Line 2 )
๓. หวั ฉีดน้ำมนั เชื้อเพลงิ ( Fuel Injector 1 )
กำรทำงำน
สู บ ส่ ง น้ ำ มั น เ ชื้ อ เ พ ลิ ง ( Fuel Delivery Pump )
รบั อำกำรขบั หมุนจำกสูบน้ำมนั เชื้อเพลงิ กำลงั ดนั สูง ( H.P. Fuel Pump 6
) ซึ่ ง ไ ด้ รับ ก ำ ร ขับ ห มุ น โ ด ย เฟื อ ง เพ ล ำ ข้ อ เห วี่ ย ง ผ่ ำ น เฟื อ ง ล อ ย
สูบน้ำมนั เช้ือเพลิงกำลงั ดนั สูงมี ๑ ตวั ติดตง้ั อยู่ด้ำนข้ำงเครื่อง ด้ำน B-Bank
ดำ้ น KGS
โดยจะสูบน้ำมนั จำกถงั ใช้กำรส่งไปผ่ำนหม้อกรองหยำบ( Prefilter )
ประกอบอยู่ในท่อทำงเข้ำของสูบสง่ น้ำมนั เชื้อเพลิง( Fuel Delivery Pump )
แ ล ะ ลิ้ น กั น ก ลั บ ผ่ ำ น ห ม้ อ ก ร อ ง ล ะ เ อี ย ด ( Duplex Filter )
แลว้ สง่ เขำ้ ทำงดูดของสบู น้ำมนั เช้อื เพลงิ กำลงั ดนั สูง ซงึ่ สำมำรถทำกำลงั ดนั ไดถ้ งึ
๑๔๐๐ บำร์ แล้วส่งน้ำมนั เชื้อเพลิงกำลงั ดนั สูงผ่ำนท่อรวมน้ำมนั เชื้อเพลิง(
Common-Rail ) ไปเขำ้ หวั ฉีดน้ำมนั เชื้อเพลงิ ทง้ั สองแถวสบู โดยจะมีลนิ้ ปิ ด –
เ ปิ ด เ ป็ น ลิ้ น ไ ฟ ฟ้ ำ ( Solenoid Valve )
ซ่ึงถู ก ค วบ คุ ม โด ย ระบ บ ค วบ คุ ม แ ละต รวจส อ บ ก ำรท ำงำน ข อ งเค รื่อ ง
เป็ นตวั กำหนดระยะเวลำและปรมิ ำณกำรฉีดน้ำมนั เชื้อเพลงิ ของหวั ฉีด
น้ำมนั เชื้อเพลงิ ที่ร่วั ไหลและน้ำมนั ทกี่ ำลงั ดนั เกนิ ในทอ่ รวม( Common-
Rail )
๓๑
รวมทง้ั ทที่ นี่ ้ำมนั เช้ือเพลงิ กำลงั ดนั สูงดว้ ยจะไปรวมกบั นำ้ มนั เชื้อเพลงิ กลบั ไปทหี่
มอ้ ระบำยควำมรอ้ นกอ่ น แลว้ ไหลกลบั ถงั ใช้กำรตอ่ ไป
๖.๑ ท่อรวมน้ำมนั เชื้อเพลิง( Common-Rail ) ( รูปที่ ๒.๑๗ )และ( รูปที่
๒.๑๘ )
ทำหน้ำที่เก็บและรกั ษำแรงดนั น้ำมนั เช้ือเพลิงในท่อให้มีแรงดนั สูง
และจำนวนทเี่ พียงพอตลอดเวลำ
ภำยในประกอบไปด้วย
- ล้ินจำกดั กำลงั ดนั น้ ำมันเชื้ อเพ ลิง( Pressure Limiter Valve 8 )
เ ป็ น ล้ิ น กั น ก ลั บ
ทำหน้ำทีช่ ่วยรกั ษำกำลงั ดนั น้ำมนั ในทอ่ น้ำมนั เชอ้ื เพลงิ กำลงั ดนั สงู ( HP. Line )
กอ่ นจะสง่ เขำ้ หวั ฉีดใหค้ งที่
- ลนิ้ ผอ่ นกำลงั ดนั ( Pressure Relief Valve 4 ) ประกอบอยทู่ ปี่ ลำยทอ่
เป็ นตวั ควบคุมกำลงั ดนั น้ำมนั เช้ือเพลิงในท่อรวมไม่ให้สูงกว่ำค่ำที่ต้งั ไว้(
ต้ั ง ค่ ำ เ ปิ ด ไ ว้ ที่ ๑ ๕ ๕ ๐ บ ำ ร์ )
ซง่ึ น้ำมนั เช้ือเพลงิ ทกี่ ำลงั ดนั เกนิ น้ีจะถกู สง่ เขำ้ ไประบำยควำมรอ้ นที่หมอ้ ระบำย
ค ว ำ ม ร้ อ น น้ ำ มั น เ ชื้ อ เ พ ลิ ง ( Fuel cooler )
กอ่ นแลว้ จงึ สง่ กลบั ไปถงั น้ำมนั เชื้อเพลงิ ใช้กำร
๓๒
1 Pressure relief valve 2 Socket-head screw รูปที่ 4 Connect
to H.P. line ๒.๑๘
3 Plug-in pipe
8 H.P. line 10 Thrust screw 11 Thrust pad 12 Washer 13 H.P.
accumulator
14 Plug 15 Thrust pad
๖.๒ ทอ่ น้ำมนั เช้ือเพลงิ กำลงั ดนั สูง( H.P. Fuel Line ) ( รูปที่ ๒.๑๙ )
เ ป็ น ท่ อ แ บ บ ส อ ง ช้ั น
เพอื่ รองรบั น้ำมนั ทีร่ ่วั ไหลทีอ่ ำจเกิดขนึ้ ไดแ้ ลว้ สง่ ออกตำมชอ่ งทำงไปรวมกบั น้ำ
มั น เ ช้ื อ เ พ ลิ ง ก ลั บ ถั ง ใ ช้ ก ำ ร ( Return Line )
เขำ้ ไประบำยควำมรอ้ นทหี่ มอ้ ระบำยควำมรอ้ นน้ำมนั เชื้อเพลงิ กอ่ นสง่ กลบั ไปถงั
น้ำมนั เชื้อเพลงิ ใชก้ ำรตอ่ ไป
๓๓
รปู ที่
๒.๑๙
1 Hold - down clamp 2 Cable connection 3 Injector 4 Filter head
5 Fuel return line
6 H.P. line 7 Fuel collecting line 8 Limiting valve 9 H.P. accumulator
๓๔
รปู ที่
1 ๒.๒๐
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
๖.๓ หวั ฉีดน้ำมนั เชื้อเพลงิ ( Fuel Injector ) ( รปู ที่ ๒.๒๐ )
เป็ นแบบควบคุมกำรเปิ ด-ปิ ดน้ำมนั เขำ้ หวั ฉีดดว้ ยลิน้ ไฟฟ้ ำ( Solenoid Valve
1 ) จำกระบบควบคมุ เครอื่ ง
ประกอบดว้ ย ๒ สว่ นสำคญั
- เรือนหวั ฉีด( Nozzle Holder )
- ปลำยหวั ฉีด( Injection Nozzle )
๓๕ )
ป ล ำ ย หั ว ฉี ด ( Injection Nozzle
ประกอบตดิ อยสู่ ว่ นลำ่ งเรือนหวั ฉีดโดยนตั หวั ฉีด( Union Nut 13 )
ประกอบดว้ ย ๒ สว่ นคอื
- ตวั หวั ฉีด( Nozzle Body 4 )
- เข็มหวั ฉีด( Nozzle Needle 12 )
ห ม ำ ย เ ห ตุ ตั ว หั ว ฉี ด แ ล ะ เ ข็ ม หั ว ฉี ด น้ี ใ ช้ เ ป็ น ชุ ด
ถำ้ เปลยี่ นตอ้ งเปลยี่ นเป็ นชุดทง้ั ๒ สว่ นพรอ้ มกนั
กำรทำงำน
เ ป็ น หั ว ฉี ด แ บ บ อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ ค ว บ คุ ม ก ำ ร ปิ ด -
เ ปิ ด แ ล ะ ป ริ ม ำ ณ น้ ำ มั น เ ชื้ อ เ พ ลิ ง ด้ ว ย ร ะ บ บ ค ว บ คุ ม ( ECU )
ป ก ติ เ มื่ อ เ ค รื่ อ ง ย น ต์ ยั ง ไ ม่ ไ ด้ ท ำ ง ำ น
เข็ ม หั ว ฉี ด จ ะ ปิ ด รู หั ว ฉี ด ไ ม่ ใ ห้ น้ ำ มั น เชื้ อ เ พ ลิ ง อ อ ก จ ำ ก หั ว ฉี ด
โ ด ย ไ ด้ รั บ แ ร ง ก ด จ ำ ก ล้ิ น ค ว บ คุ ม ( Control Valve 2 )
แ ล ะ น้ ำ มั น เ ช้ื อ เ พ ลิ ง ก ำ ลัง ดั น สู ง จ ำ ก ช่ อ ง ท ำ ง น้ ำ มั น เ ข้ ำ หั ว ฉี ด
โ ด ย ส่ ว น ห น่ึ ง จ ะ เข้ ำ ไ ป ช่ อ ง ท ำ ง ข อ งชุ ด ค ว บ คุ ม ( Control Unit 3 )
ท ำห น้ ำ ที่ เพ่ิ ม ก ำลังก ด ตัว Intermediate Valve 8 ร่ วม กับ ล้ิ น ค ว บ คุ ม
บงั คบั ไม่ใหเ้ ข็มหวั ฉีด( Needle Valve 12 ) ยกตวั จำ่ ยน้ำมนั เขำ้ หอ้ งเผำไหม้
เมื่ อ ร ะ บ บ ค ว บ คุ ม ส่ ัง ใ ห้ จ่ ำ ย น้ ำ มั น เ ข้ ำ ห้ อ ง เผ ำ ไ ห ม้ Solenoid 1
เกิ ด ส น ำม แ ม่ เห ล็ ก ช น ะ แ รงข อ งส ป ริงล้ิ น ค วบ คุ ม ย ก ล้ิน ค วบ คุ ม ขึ้ น
ทำให้น้ำมนั เชื้อเพลงิ ในห้องใต้ชุดควบคุมถูกระบำยออกช่องทำงน้ำมนั กลบั (
Fuel Return 11 ) ก ำ ลั ง ที่ ก ด Rod 10 แ ล ะ เ ข็ ม หั ว ฉี ด ก็ ล ด ล ง
ก ำ ลังดัน น้ ำ มัน ที่ รอ อ ยู่ ที่ เข็ ม หัวฉี ด ก็ ช่ ว ย ย ก ตัว เข็ ม หัว ฉี ด ขึ้ น ด้ ว ย
เ ปิ ด รู หั ว ฉี ด จ่ ำ ย น้ ำ มั น เ ชื้ อ เ พ ลิ ง เ ข้ ำ ห้ อ ง เ ผ ำ ไ ห ม้
และถ้ำมีอำกำศในน้ำมนั เชื้อเพลิงจะถูกระบำยออกทำงช่องระบำย( Vent 7 )
ผ่ ำ น ช่ อ ง ท ำ ง น้ ำ มัน เข้ ำ หัว ฉี ด ไ ป อ อ ก ท ำ งช่ อ ง ท ำ ง น้ ำ มัน ไ ห ล ก ลับ
ตำมกำรทำงำนของหวั ฉีด ส่วนน้ำมนั เช้ือเพลิงทีผ่ ่ำนช่องทำงไหลกลบั ( Fuel