The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จิราภรณ์ จำเนียรผล - Portfolio

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anupong pimsaen, 2023-02-19 08:51:47

จิราภรณ์ จำเนียรผล - Portfolio

จิราภรณ์ จำเนียรผล - Portfolio

47


48 2.6 การแสวงหาและใช้ข้อมูล ข่าวสารในการพัฒนา


49 การแสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา - ปฏิบัติโดยการติดตามข่าวสาร จากการประชุม อบรม จากกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น - ศึกษาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับการศึกษา น ามาปรับใช้กับการเรียนการสอน - ศึกษาหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับเทคนิคการสอนใหม่ๆ เพื่อน ามาปรับใช้


50 3. ข้อมูลการประพฤติตาม ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยแบบแผน พฤติกรรมตามจรรยาบรรณของ วิชาชีพ พ.ศ.2550


51 3.1 แบบแผนพฤติกรรมตาม จรรยาบรรณของวิชาชีพครู (ต่อ ตนเอง ต่อวิชาชีพ ต่อผู้รับบริการ ต่อผู้ร่วมประกอบ วิชาชีพต่อสังคม)


52 1. พฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูต่อตนเอง ได้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เช่น - ปฏิบัติโดยแต่งกายตามระเบียบของโรงเรียน - มาโรงเรียนตรงเวลา - ขึ้นสอนตรงเวลา - ไม่พูดค าหยาบ หรือค าที่ไม่ควรพูด - กล่าวทักทายสวัสดีคณะครู ภารโรง และผู้ใหญ่เสมอ - ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายจนส าเร็จด้วยดี - มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอจากการติดตามข่าวสาร เข้ารบอม 2. พฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูต่อวิชาชีพ ได้ปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูต่อวิชาชีพ เช่น - ตั้งใจปฏิบัติการสอนในทุกครั้งที่สอนอย่างเต็มที่ - สอบถามความเข้าใจ และประเมินนักเรียนเสมอ - รับผิดชอบภาระงาน หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนส าเร็จลุล่วงไปด้วยดี - น าเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนอยู่เสมอ - เข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ - ปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียนและวิชาชพเสมอ - มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอจากการติดตามข่าวสาร เข้ารบอม 3. พฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูต่อผู้รับบริการ ได้ปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูต่อผู้รับบริการ เช่น - ส่งเสริมนักเรียน ให้เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันจนได้รับรางวัล - เอาใจใส่นักเรียน คอยกระตุ้น อธิบายเพิ่มเติมต่อนักเรียนเสมอๆ - คอยอบรมสั่งสอนนักเรียน ให้ปฏิบัติตนถูกต้อง - เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนในทุกๆ ด้าน - มีความเป็นกลางไม่ล าเอียง พฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูต่อต่อสังคม ได้ปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูต่อต่อสังคม เช่น - ตั้งใจปฏิบัติงานส่วนรวม - ส่งเสรมการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตย โดยการนับคะแนนเสียงในการออกความคิดเห็น - น าภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ - น าหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน - อนุรักษ์ส่งแวดท้อมและทรัพยากรธรรมชาติในโรงเรียนและชุมชน


53 3.2 การเป็นสมาชิกขององค์กร วิชาชีพครู


54 การเข้าร่วมอบรมร่วมกัน


55 การเข้าร่วมประชุม ปรึกษาหารือในเรื่องต่างๆ ร่วมกันกับคณะครูในโรงเรียน การเข้าร่วมประชุม ปรึกษาหารือในเรื่องต่างๆ ร่วมกันกับหน่วยฝึก


56 อบรมการจัดท้าแผนการเรียนรู้บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้าร่วมอบรมในกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน


57 เข้าร่วมกิจกรรมกับทางชุมชน


58 3.3 การประพฤติตนตาม จรรยาบรรณครูต่อนักเรียน


59 การประพฤติตนตามจรรยาบรรณครูต่อนักเรียน ได้ประพฤติตนตามจรรยาบรรณครูต่อนักเรียน เช่น 1. ส่งเสริมนักเรียน ให้เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันจนได้รับรางวัล 2. เอาใจใส่นักเรียน คอยกระตุ้น อธิบายเพิ่มเติมต่อนักเรียนเสมอๆ 3. คอยอบรมสั่งสอนนักเรียน ให้ปฏิบัติตนถูกต้อง 4. เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนในทุกๆ ด้าน 5. มีความเป็นกลางไม่ล าเอียง


60 3.4 การประพฤติตนตาม จรรยาบรรณครูต่อตนเองและเพื่อน ครู


61 1. พฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูต่อตนเอง ได้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เช่น - ปฏิบัติโดยแต่งกายตามระเบียบของโรงเรียน - มาโรงเรียนตรงเวลา - ขึ้นสอนตรงเวลา - ไม่พูดค าหยาบ หรือค าที่ไม่ควรพูด - กล่าวทักทายสวัสดีคณะครู ภารโรง และผู้ใหญ่เสมอ - ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายจนส าเร็จด้วยดี - มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอจากการติดตามข่าวสาร เข้ารบอม 2. พฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูต่อเพื่อนครู ได้ปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูต่อวิชาชีพ เช่น - ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสมอ - ลงความเห็น ตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ร่วมกัน - ยอมรับความเห็นซึ่งกันและกัน - ร่วมกันปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายร่วมกันจนส าเร็จ - ปรึกษาหารือกัน ในเรื่องปัญหาในการจัดการเรียนการสอน


62


63 4. ข้อมูลพฤติกรรมการสอนตาม แนวทางปฏิรูปการเรียนรู้


64 4.1 ประวัติการสอน


65 ประวัติการสอนในสถานศึกษา โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ ได้รับมอบหมายให้สอน นักเรียนชั น 1. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 2. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 3. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3 รายวิชาที่ได้รับมอบหมาย วิชา วิทยาศาสตร์ 1 จ านวน 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวม 180 ชั่วโมง/เทอม


66 4.2 งานพิเศษที่ได้รับมอบหมาย


67 - ได้ควบคุมชั้นเรียนแทน


68


69


70


71 เป็นคณะเตรียมการแสดง To be number one เนื่องในวันมหกรรมอ าเภอท่าปลา TO BE NUMBER ONE


72 4.3 การวิเคราะห์หลักสูตร การ พัฒนาหลักสูตรและการเขียน แผนการสอน


73 สาระการเรียนรู้กับมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลาง


74


75 สาระการเรียนรู้กับมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรสถานศึกษา


76 - ได้วิเคราะห์สาระการเรียนรู้กับมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลาง และสาระ การเรียนรู้กับมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรสถานศึกษา ตารางวิเคราะห์ตัวชี วัดและสาระการเรียนรู้จากการวิเคราะห์ หลักสูตรแกนกลางและหลักสูตร โรงเรียน


77


78


79 - ได้ท าการวิเคราะห์ได้ตารางวิเคราะห์ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้จากการวิเคราะห์ หลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรโรงเรียน - จากนั้นน ามาจัดท าค าอธิบายรายวิชา และโครงสร้างรายวิชา - จากนั้นน าไปจัดท าแผนการจัดการเรียนรู้


80 ค้าอธิบายรายวิชาพื นฐาน รหัสวิชา ว 21101 วิชาวิทยาศาสตร์ 1 ลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จ้านวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับสารรอบตัว สมบัติของสาร การจ าแนกสารด้วยสถานะ เนื้อสาร และขนาดอนุภาคของสารการ เปลี่ยนแปลงของสาร สารบริสุทธิ์และสารผสม สมบัติของสารบริสุทธิ์และสารผสม การใช้ความรู้ทางเคมีให้เป็น ประโยชน์ต่อการเลือกใช้สารเคมีในชีวิตประจ าวันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการ ทางวิทยาศาสตร์ ศึกษาประเภทโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบภายในเซลล์สิ่งมีชีวิตด้วยกล้องจุลทรรศน์ ศึกษากระบวนการล าเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ด้วยวิธีการแพร่และการออสโมซิส ศึกษาการด ารงชีวิตของพืช กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง การล าเลียงสารในพืช การเจริญเติบโตของพืช การสืบพันธุ์ของพืช และ เทคโนโลยีชีวภาพของพืช โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกตการ วิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบายและสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถ ใน การตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม และ จริยธรรม ตัวชี วัด มฐ. ว 1.2 ม.1/1 มฐ. ว 1.2 ม.1/2 มฐ. ว 1.2 ม.1/3 มฐ. ว 1.2 ม.1/4 มฐ. ว 1.2 ม.1/5 มฐ. ว 1.2 ม.1/6 มฐ. ว 1.2 ม.1/7 มฐ. ว 1.2 ม.1/8 มฐ. ว 1.2 ม.1/9 มฐ. ว 1.2 ม.1/10 มฐ. ว 1.2 ม.1/11 มฐ. ว 1.2 ม.1/12 มฐ. ว 1.2 ม.1/13 มฐ. ว 1.2 ม.1/14 มฐ. ว 1.2 ม.1/15 มฐ. ว 1.2 ม.1/16 มฐ. ว 1.2 ม.1/17 มฐ. ว 1.2 ม.1/18 มฐ. ว 2.1 ม.1/1 มฐ. ว 2.1 ม.1/2 มฐ. ว 2.1 ม.1/3 มฐ. ว 2.1 ม.1/4 มฐ. ว 2.1 ม.1/5 มฐ. ว 2.1 ม.1/6 มฐ. ว 2.1 ม.1/7 มฐ. ว 2.1 ม.1/8 รวม 26 ตัวชี วัด


81 ตัวชี วัดรายวิชาพื นฐาน ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จ้านวน 1.5 หน่วยกิต ******************************************************** 1. ว 2.1 ม.1/1 อธิบายสมบัติทางกายภาพบางประการของ ธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ โดย ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้จากการสังเกตและการทดสอบ และใช้สารสนเทศที่ได้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งจัดกลุ่มธาตุเป็นโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ 2. ว 2.1 ม.1/2 วิเคราะห์ผลจากการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะและธาตุกัมมันตรังสี ที่มีต่อ สิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจและสังคม จากข้อมูลที่รวบรวมได้ 3. ว 2.1 ม.1/3 ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้ธาตุโลหะ อโลหะกึ่งโลหะ ธาตุกัมมันตรังสี โดยเสนอ แนวทางการใช้ธาตุอย่างปลอดภัย คุ้มค่า 4. ว 2.1 ม.1/4 เปรียบเทียบจุดเดือด จุดหลอมเหลวของสารบริสุทธิ์และสารผสม โดยการวัด อุณหภูมิ เขียนกราฟ แปลความหมายข้อมูลจากกราฟ หรือสารสนเทศ 5. ว 2.1 ม.1/5 อธิบายและเปรียบเทียบความหนาแน่นของสารบริสุทธิ์และสารผสม 6. ว 2.1 ม.1/6 ใช้เครื่องมือเพื่อวัดมวลและปริมาตรของสารบริสุทธิ์และสารผสม 7. ว 2.1 ม.1/7 อธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอะตอมธาตุ และสารประกอบ โดยใช้ แบบจ าลองและสารสนเทศ 8. ว 2.1 ม.1/8 อธิบายโครงสร้างอะตอมที่ประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน โดย ใช้แบบจ าลอง 9. ว 2.1 ม.1/9 อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาคแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค และ การเคลื่อนที่ของอนุภาคของสสารชนิดเดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้แบบจ าลอง 10. ว 2.1 ม.1/10 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสาร โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และแบบจ าลอง 11. ว 1.2 ม.1/1 เปรียบเทียบรูปร่าง ลักษณะ และโครงสร้าง ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ รวมทั้ง บรรยายหน้าที่ของผนังเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม นิวเคลียส แวคิวโอล ไมโทคอนเดรีย และ คลอโรพลาสต์ 12. ว 1.2 ม.1/2 ใช้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงศึกษาเซลล์และโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์ 13. ว 1.2 ม.1/3 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับการท าหน้าที่ของเซลล์


82 14. ว 1.2 ม.1/4 อธิบายการจัดระบบของสิ่งมีชีวิต โดยเริ่มจากเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบ อวัยวะ จนเป็นสิ่งมีชีวิต 15. ว 1.2 ม.1/5 อธิบายกระบวนการแพร่และออสโมซิสจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และ ยกตัวอย่างการแพร่และออสโมซิสในชีวิตประจ าวัน 16. ว 1.2 ม.1/6 ระบุปัจจัยที่จ าเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสงและผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการ สังเคราะห์ด้วยแสงโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ 17. ว 1.2 ม.1/7 อธิบายความส าคัญของการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม 18. ว 1.2 ม.1/8 ตระหนักในคุณค่าของพืชที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยการร่วมกันปลูก และดูแลรักษาต้นไม้ในโรงเรียนและชุมชน 19. ว 1.2 ม.1/9 บรรยายลักษณะและหน้าที่ของไซเล็ม และโฟลเอ็ม 20. ว 1.2 ม.1/10 เขียนแผนภาพที่บรรยายทิศทางการล าเลียงสารในไซเล็ม และโฟลเอ็มของพืช 21. ว 1.2 ม.1/11 อธิบายการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศของพืชดอก 22. ว 1.2 ม.1/12 อธิบายลักษณะโครงสร้างของดอกที่มีส่วนท าให้เกิดการถ่ายเรณู รวมทั้ง บรรยาย การปฏิสนธิของพืชดอก การเกิดผลและเมล็ด การกระจายเมล็ด และการงอกของเมล็ด 23. ว 1.2 ม.1/13 ตระหนักถึงความส าคัญของสัตว์ที่ช่วยในการถ่ายเรณูของพืชดอก โดยการไม่ ท าลายชีวิตของสัตว์ที่ช่วยในการถ่ายเรณู 24. ว 1.2 ม.1/14 อธิบายความส าคัญของธาตุอาหารบางชนิดที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และการ ด ารงชีวิตของพืช 25. ว 1.2 ม.1/15 เลือกใช้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารเหมาะสมกับพืชในสถานการณ์ที่ก าหนด 26. ว 1.2 ม.1/16 เลือกวิธีการขยายพันธุ์พืชให้เหมาะสมกับความต้องการของมนุษย์ โดยใช้ ความรู้เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ของพืช 27. ว 1.2 ม.1/17 อธิบายความส าคัญของเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชในการใช้ประโยชน์ ด้านต่าง ๆ 28. ว 1.2 ม.1/18 ตระหนักถึงประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืชโดยการน าความรู้ไปใช้ใน ชีวิตประจ าวัน


83 ล้าดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานและ ตัวชี วัด สาระการเรียนรู้ย่อย จ้านวน ชั่วโมง สอน น ้าหนัก คะแนน 1 สารรอบตัว ว 2.1 ม.1/1 ว 2.1 ม.1/2 ว 2.1 ม.1/3 ว 2.1 ม.1/4 ว 2.1 ม.1/5 ว 2.1 ม.1/6 ว 2.1 ม.1/7 ว 2.1 ม.1/8 ว 2.1 ม.1/9 ว 2.1 ม.1/10 - สมบัติของสาร -การจ าแนกสารด้วยสถานะ เนื้อสาร และ ขนาดอนุภาคของสาร -การเปลี่ยนแปลงของสาร -สารบริสุทธิ์และสารผสม -สมบัติของสารบริสุทธิ์และสารผสม -การใช้ความรู้ทางเคมีให้เป็นประโยชน์ต่อ การเลือกใช้สารเคมีในชีวิตประจ าวันได้อย่าง เหมาะสมและปลอดภัย 26 20 2 หน่วยของ สิ่งมีชีวิต ว 1.2 ม.1/1 ว 1.2 ม.1/2 ว 1.2 ม.1/3 ว 1.2 ม.1/4 ว 1.2 ม.1/5 -การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการทาง วิทยาศาสตร์ - โครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบภายใน เซลล์สิ่งมีชีวิตด้วยกล้องจุลทรรศน์ -กระบวนการล าเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ด้วยวิธีการแพร่และการออสโมซิส 12 15 สอบกลางภาค 3 การด ารงชีวิต ของพืช1 ว 1.2 ม.1/6 ว 1.2 ม.1/7 ว 1.2 ม.1/8 -การด ารงชีวิตของพืช -กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 9 10 4 การด ารงชีวิต ของพืช2 ว 1.2 ม.1/9 ว 1.2 ม.1/10 ว 1.2 ม.1/11 ว 1.2 ม.1/12 ว 1.2 ม.1/13 ว 1.2 ม.1/14 ว 1.2 ม.1/15 ว 1.2 ม.1/16 ว 1.2 ม.1/17 ว 1.2 ม.1/18 -การล าเลียงสารในพืช -การเจริญเติบโตของพืช -การสืบพันธุ์ของพืช - เทคโนโลยีชีวภาพของพืช 13 15 สอบปลายภาค รวม 60 100 โครงสร้างหลักสูตรรายวิชาวิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามหลักสูตรโรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ ชั นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จ้านวน 1.5 หน่วยกิต จ้านวน 60 ชั่วโมง/ภาค


84 โครงสร้างการจัดเวลาเรียนรายวิชาพื นฐาน ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จ้านวน 1.5 หน่วยกิต ******************************************************** หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สารรอบตัว แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ เรื่อง จ้านวน คาบ 1 สมบัติทางกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ 2 2 ธาตุกัมมันตรังสี 1 3 แนวทางการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ และธาตุกัมมันตรังสีอย่าง ปลอดภัย คุ้มค่า 2 4 สารบริสุทธิ์ และสารผสม 1 5 อุณหภูมิกับการเปลี่ยนสถานะของสาร 2 6 จุดเดือด จุดหลอมเหลว ของสารบริสุทธิ์ และสารผสม 1 7 ความหนาแน่นของสารบริสุทธิ์ และสารผสม 2 8 ความหนาแน่น มวล และปริมาตรของสารบริสุทธิ์ และสารผสม 1 9 แบบจ าลองอะตอม 2 10 อะตอม และโมเลกุล 1 11 สารประกอบ 2 12 ธาตุ และสารประกอบในชีวิตประจ าวัน 1 13 โครงสร้างอะตอม 2 14 โครงสร้างอะตอม และสัญลักษณ์นิวเคลียร์ 1 15 สาร และสมบัติของสาร 2 16 สถานะของสาร 1 17 การเปลี่ยนสถานะของสาร 2 รวมทั้งหมด 26


85 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 หน่วยของสิ่งมีชีวิต แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ เรื่อง จ้านวน คาบ 18 เซลล์พืช และเซลล์สัตว์ 1 19 ส่วนประกอบของเซลล์ 2 20 กล้องจุลทรรศน์ 1 21 ศึกษาเซลล์พืช และเซลล์สัตว์ 2 22 ลักษณะของเซลล์ชนิดต่างๆ 1 23 ระบบของสิ่งมีชีวิต (สัตว์) 2 24 การจัดระบบของสิ่งมีชีวิต (พืช) 1 25 การล าเลียงในพืช การแพร่ และออสโมซิส 2 รวมทั้งหมด 12 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การด้ารงชีวิตของพืช 1 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ เรื่อง จ้านวน คาบ 26 ปัจจัยที่จ าเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสง 1 27 การสร้างอาหารของพืช 2 28 วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ในกระบวนการสังเคราะห์แสง 1 29 กระบวนการการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช 2 30 ความส าคัญของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม 1 31 คุณค่าของพืชที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 2 รวมทั้งหมด 9


86 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การด้ารงชีวิตของพืช 2 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ เรื่อง จ้านวน คาบ 32 เนื้อเยื่อล าเลียงในพืช 1 33 การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศของพืชดอก 2 34 โครงสร้างของดอก และการถ่ายเรณู 1 35 การถ่ายเรณูของพืชดอก 2 36 ธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และการด ารงชีวิตของพืช 1 37 ธาตุอาหารเหมาะสมกับพืช 2 38 การขยายพันธุ์พืช 1 39 เทคโนโลยีชีวภาพ 2 40 ประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืช 1 รวมทั้งหมด 13


87


88


89


90 4.4 การจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนที่เน้นนักเรียนเป็นส้าคัญ


91 ได้จัดท าแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ โดยการใช้ขั้นตอนการสอน และ เทคนิคการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ เช่น 1. การจัดการเรียนรู้แบบ 5 E ตัวอย่าง แผนที่ 1 ล าดับขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้แบบ 5 E (ชั่วโมงที่ 1) 1.) ขั นสร้างความสนใจ ....................1. นักเรียนตอบค าถามว่า นักเรียนคิดว่า ธาตุแต่ละชนิดมีสมบัติเหมือนกันหรือไม่ (แนวค าตอบ ไม่เหมือน เพราะ ธาตุแต่ละชนิดจะมีสมบัติแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิด) ....................2. เริ่มเข้าสู่การเรียน ให้นักเรียนสังเกตวัตถุ คือ ช้อน และหนังยาง ที่ครูเตรียมมา แล้วร่วมกันตอบค าถาม ....................ค าถาม - นักเรียนคิดว่าช้อนและหนังยางมีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวค าตอบ - ช้อน มีลักษณะเป็นของแข็ง ไม่ยืด มีผิวเรียบมันวาว สะท้อน แสง มีเสียงเคาะดังกังวาน มีความทนทาน - หนังยาง มีลักษณะเป็นของแข็ง แต่ยืดได้ ไม่สะท้อนแสง เคาะไม่มีเสียง) - หลังจากที่ตอบค าถามแล้วครูอธิบายเพิ่มเติม ถึงความแตกต่างของช้อนและ หนังยาง ....................3. นักเรียนร่วมกันตอบค าถาม เพื่อกระตุ้นความคิดว่า - นักเรียนคิดว่า จะมีวัสดุอื่นอีกหรือไม่ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับช้อน (แนวค าตอบ มีอีก เช่น น๊อต เหล็ก ตะหลิว เป็นต้น) - นักเรียนคิดว่า คุณสมบัติของช้อน และวัสดุที่นักเรียนตอบมา คือสมบัติของ ธาตุประเภทอะไร (แนวค าตอบ ธาตุโลหะ) - นักเรียนคิดว่า นอกจากธาตุโลหะ แล้วมีธาตุประเภทใดอีกหรือไม่ (แนวค าตอบ ธาตุกึ่งโลหะ และธาตุอโลหะ) ....................4. เริ่มเข้าสู่เนื้อหาด้วย Power Point เรื่อง สมบัติทางกายภาพบางประการของธาตุ โลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ 2.) ขั นส้ารวจและค้นหา


92 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม จ านวน 6 กลุ่ม 2. ตัวแทนนักเรียนในแต่ละกลุ่มรับใบกิจกรรม เรื่อง ศึกษาสมบัติของธาตุ ................. ...3. นักเรียนศึกษาวัตถุประสงค์ของการท ากิจกรรมจาก ค าอธิบายจากครู .................. ..4. นักเรียนท าการศึกษาตามกิจกรรม แล้วบันทึกผล 3.) ขั นอธิบายและลงข้อสรุป ....................1. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอค าตอบที่แต่ละกลุ่มได้สืบค้น 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ 3. นักเรียนร่วมกับครู ช่วยกันอภิปราย และลงข้อสรุปในความรู้ และตอบค าถามในสิ่ง ที่นักเรียนสงสัย 4.) ขั นขยายความรู้ ....................1. นักเรียนตอบค าถามว่า จากสมบัติของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ นักเรียน สามารถน ามาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร พร้อมยกตัวอย่าง (แนวค าตอบ - ธาตุโลหะ สามารถน ามาท าเป็นอุปกรณ์เครื่องครัว ใช้ในการท าอาหาร - ธาตุอโลหะ สามารถน ามาใช้เป็นฉนวนการความร้อนได้ - ธาตุกึ่งโลหะ สามารถน ามาใช้ผลิตเป็นโลหะผสมได้) 2. นักเรียนตอบค าถาม ใช้ค าถามกระตุ้นคิด จากสมบัติของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่ง โลหะ ถ้านักเรียนสามารถน ามาใช้ประโยชน์หากส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นักเรียนจะท า อย่างไรเพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม อธิบาย พร้อมยกตัวอย่าง 5.) ขั นประเมิน ....................1. ครูประเมินผลนักเรียนโดยการตรวจใบกิจกรรมและอธิบายเพิ่มเติมหากนักเรียนท า ผิด ....................2. นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้เรียนรู้วันนี้ไปใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างไรบ้าง 2. การจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA ตัวอย่าง แผนที่ 5 .......1.) การทบทวนความรู้เดิม ...............1. นักเรียนตอบค าถามจากครูถามทบทวนความรู้เดิมโดยการค าถามนักเรียนว่า ในชั่วโมงที่แล้ว นักเรียนเรียนอะไรไปบ้าง ....................ค้าถาม - สมบัติของสารมีกี่ประเภท


93 (แนวค าตอบ 2 ประเภท คือ สมบัติทางกายภาพ และ สมบัติทางเคมี) - สถานะของสารมีกี่ประเภท (แนวค าตอบ 3 ประเภท คือ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส) ....................2. หลังจากที่ตอบค าถามแล้ว ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปและอภิปรายว่า ในชั่วโมงที่ผ่านมีได้ เรียนรู้อะไรบ้างและสามารถน ามาโยงกับความรู้ที่จะเรียนในวันนี้อย่างไร ............2.) การแสวงหาความรู้ใหม่ ....................1. ครูเริ่มเข้าสู่บทเรียนด้วย Power point เรื่อง อุณหภูมิกับการเปลี่ยนสถานะของสาร 2. นักเรียนตอบค าถาม ค้าถาม - นักเรียนคิดว่า สารมีการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ (แนวค าตอบ มีการเปลี่ยนแปลงได้) - นักเรียนคิดว่า สารมีการเปลี่ยนแปลงเพราะอะไร (แนวค าตอบ เพราะ อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลง) .............3.) การศึกษาท้าความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม ....................1. นักเรียนตอบค าถาม ค้าถาม - นักเรียนคิดว่า เมื่อน้ าแข็งโดนความร้อน แล้วเกิดอะไรขึ้น (แนวค าตอบ น้ าแข็งละลาย จากของแข็งเป็นของเหลว) - นักเรียนคิดว่า แล้วถ้าเอาน้ าที่เป็นของเหลวไปแช่แข็ง จะเกิดอะไรขึ้น (แนวค าตอบ น้ าเปลี่ยนจากของเหลวเป็นของแข็ง) ....................2. นักเรียนตอบค าถามจากการสุ่มจากครูว่า สาเหตุที่ท าให้น้ ามีการเปลี่ยนแปลง เพราะเหตุใด (แนวค าตอบ เพราะ อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลง) .............4.) การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม .................... 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม 2. ตัวแทนนักเรียนออกมาใบกิจกรรม เรื่อง อุณหภูมิกับการเปลี่ยนสถานะของสาร ตอนที่ 1 3. นักเรียนศึกษาวัตถุประสงค์ของการท ากิจกรรมจาก ค าอธิบายจากครู 4. นักเรียนออกมารับอุปกรณ์ 5. นักเรียนด าเนินกิจกรรมตามขั้นตอน และบันทึกผลกิจกรรมในใบกิจกรรม .............5.) การสรุปและจัดระเบียบความรู้ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่ม น าสรุปความรู้ของนักเรียนออกมาน าเสนอหน้าห้อง 2. นักเรียนทุกคนร่วมกันอภิปราย


94 .............6.) การปฏิบัติ และ/หรือการแสดงผลงาน 1. นักเรียนแต่ละกลุ่ม น ากราฟที่แต่ละกลุ่มเขียนไว้มาแสดงหน้าห้อง 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันหาข้อแตกต่างของกราฟ 3. นักเรียน และครูช่วยกันอภิปราย และเพิ่มเติมเนื้อหาและยกตัวอย่างเพิ่มเติม .............7.) การประยุกต์ใช้ความรู้ 1. นักเรียนตอบค าถามจากครู ถามค าถามกระตุ้น นักเรียนจะน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ อย่างไร 2. นักเรียนตอบค าถามจาก ครูถามค าถามกระตุ้น ให้นักเรียนแปลงจาก อุณหภูมิองศาเซลเซียส เป็น หน่วยของสากล หรือต่างประเทศ 3. การจัดการเรียนรู้ร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอร์ ตัวอย่าง แผนที่ 32 ล้าดับขั นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้แบบ 5 E ร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอร์ 1.) ขั นสร้างความสนใจ เริ่มเข้าสู่การเรียน ด้วย Power Point เรื่อง เนื้อเยื่อล าเลียงในพืช ....................1. นักเรียนตอบค าถามทบทวนความรู้เดิมว่า นักเรียนคิดว่า พืชได้รับธาตุอาหารจากดินได้อย่างไร (แนวค าตอบ จากการดูดซึมของราก) ....................2. นักเรียนตอบค าถามทบทวนความรู้เดิมว่า นักเรียนคิดว่า เมื่อรากดูดซึมมาแล้ว จะถูกส่งไปยัง ส่วนต่างๆ ของพืชอย่างไร (แนวค าตอบ จากการล าเลียงผ่านท่อล าเลียง) ....................3. นักเรียนสืบค้นข้อมูลว่า ท่อล าเลียงของพืช ได้แก่อะไรบ้าง (แนวค าตอบ เนื้อเยื่อล าเลียงน้ า หรือเรียกว่า ไซเล็ม และ เนื้อเยื่อล าเลียงอาหาร หรือเรียกว่า โฟลเอ็ม) 4. นักเรียนสังเกต และตอบค าถามจากรูปภาพ ค้าถาม - นักเรียนคิดว่า ต้นไม้ทั้งสองต้น ต้นใดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ต้นใดเป็นพืชใบเลี้ยงคู่


95 (แนวค าตอบ ต้นข้าวโพดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ต้นมะม่วงเป็นพืชใบเลี้ยงคู่) - นักเรียนคิดว่า ต้นไม้ทั้งสองต้นนี้ มีการล าเลียงน้ าและอาหารเหมือนกันอย่างไรบ้าง (แนวค าตอบ มีการล าเลียงเหมือนกัน ทั้งพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ แต่การเรียง ตัวแตกต่างกัน) - นักเรียนสืบค้น และร่วมกันอภิปรายว่า พืชใบเลี้ยงคู่ และพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีเนื้อเยื่อ ล าเลียงน้ า และเนื้อเยื่อล าเลียงอาหารในรากและล าต้น เหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ (แนวตอบ ราก พืชใบเลี้ยงเดี่ยว : เนื้อเยื่อล าเลียงน้ าเรียงตัวอยู่รอบพิธ (Pit) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่ออยู่ ตรงส่วนกลางของราก ขณะที่เนื้อเยื่อล าเลียงอาหารแทรกตัวอยู่ระหว่างเนื้อเยื่อล าเลียงน้ า พืชใบเลี้ยงคู่ : เนื้อเยื่อล าเลียงน้ าเรียงตัวคล้ายดวงดาวหลายแฉก (2-5 แฉก) บริเวณกึ่งกลางของราก ส่วนเนื้อเยื่อล าเลียงอาหารแทรกอยู่ระหว่างเนื้อเยื่อล าเลียงน้ า ล าต้น พืชใบเลี้ยงเดี่ยว : เนื้อเยื่อล าเลียงน้ าและเนื้อเยื่อล าเลียงอาหารอยู่รวมกันอย่าง กระจัดกระจายทั่วทั้งล าต้น พืชใบเลี้ยงคู่ : เนื้อเยื่อล าเลียงน้ าและเนื้อเยื่อล าเลียงอาหารรวมตัวอยู่ด้วยกัน อย่างเป็นระเบียบรอบล าต้น โดยมีเนื้อเยื่อล าเลียงอาหารเรียงตัวอยู่ด้านนอกและเนื้อเยื่อล าเลียงน้ าเรียงตัวอยู่ ด้านใน มีเนื้อเยื่อแคมเบียม (Cambium) แทรกอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างเนื้อเยื่อล าเลียงน้ าและเนื้อเยื่อล าเลียง อาหาร) ....................5. นักเรียนตอบค าถามว่า เนื้อเยื่อล าเลียงน้ า และเนื้อเยื่อล าเลียงอาหาร มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าอะไร (แนวค าตอบ เนื้อเยื่อล าเลียงน้ า เรียกว่าไซเล็ม และเนื้อเยื่อล าเลียงอาหาร เรียกว่าโฟลเอ็ม 6. ครูเริ่มเข้าสู่เนื้อหา ด้วย Power Point เรื่อง เนื้อเยื่อล าเลียงในพืช และสื่อเนื้อเยื่อล าเลียง สื่อเนื้อเยื่อล าเลียง 2.) ขั นส้ารวจและค้นหา ....................1. จัดกลุ่มนักเรียนให้มีสมาชิกที่มีความสามารถคละกัน มีนักเรียนเก่ง กลาง อ่อน จ านวนเท่าๆ กัน เป็นกลุ่มบ้านหรือ Home Groups จ านวนสมาชิกในกลุ่ม 4 คน ....................2. ครูน าเสนอเนื้อหา โดยแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ


96 เรื่องที่ 1 เนื้อเยื่อล าเลียงน้ าของพืชใบเลี้ยงคู่ เรื่องที่ 2 เนื้อเยื่อล าเลียงน้ าของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว เรื่องที่ 3 เนื้อเยื่อล าเลียงอาหารของพืชใบเลี้ยงคู่ เรื่องที่ 4 เนื้อเยื่อล าเลียงอาหารของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ....................3. นักเรียนจะแยกย้ายจากกลุ่มพื้นฐาน (Home Group) ไปจับกลุ่มใหม่เพื่อท าการศึกษาเอกสาร ส่วนที่ได้รับมอบหมาย โดยคนที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษาหัวข้อย่อยเดียวกัน จะไปนั่งเป็นกลุ่มด้วยกัน แล้วแต่ จ านวนสมาชิกของกลุ่มที่ครูก าหนด ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ สมาชิกจะศึกษา สรุปเนื้อหาสาระ โดยให้สรุปเป็นสรุป ความคิด จัดล าดับขั้นตอนการน าเสนอ เพื่อเตรียมทุกคนให้พร้อมที่จะไปสอนหัวข้อนั้น ที่กลุ่มเดิมของตนเอง เรียกว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Expert Groups) ....................4. นักเรียนกลับกลุ่มบ้าน Home Groups โดยนักเรียนผลัดกันอธิบายเนื้อหาที่ตนได้ศึกษาให้ สมาชิกในกลุ่มฟังจนสมาชิกทุกคนเข้าใจเนื้อหานั้นๆ ....................5. นักเรียนทุกคนท าแบบทดสอบเป็นรายบุคคล จากนั้นน าคะแนนมารวมกันเป็นกลุ่ม ....................6. ครูชมเชย มอบรางวัลกลุ่มที่มีคะแนนมากที่สุด 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนแผนภาพที่บรรยายทิศทางการล าเลียงสารในไซเล็ม และโฟลเอ็มของ พืชในกระดาษ A4 ที่ครูแจกให้ 3.) ขั นอธิบายและลงข้อสรุป ....................1. นักเรียนกลุ่มที่ถูกสุ่มโดยครู ออกมาน าเสนอแผนภาพที่บรรยายทิศทางการล าเลียงสารในไซ เล็ม และโฟลเอ็มของพืช 2. นักเรียน และครูร่วมกันอภิปรายแผนภาพที่บรรยายทิศทางการล าเลียงสารในไซเล็ม และ โฟลเอ็มของพืชจากผลงานของนักเรียน และลงข้อสรุปร่วมกับนักเรียนว่า (แนวการสรุป ทิศทางการล าเลียงน้ าของพืช จะถูกล าเลียงจากราก ไปยังล าต้น ไปยังใบเนื่องจาก ขนรากจะดูดซึมน้ าจากดินขึ้นมา ทิศทางการล าเลียงอาหารของพืช จะถูกล าเลียงจากใบ ไปยังล าต้น ไปยังรากเนื่องจากอาหารถูก สร้างโดยใบ ด้วยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง) 4.) ขั นขยายความรู้ ....................1. นักเรียนตอบค าถามขยายความรู้ว่า - ต้นพืชใบเลี้ยงคู่เนื้อแข็งหรือพืชที่มีอายุมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของพืชยืนต้น กลุ่มเซลล์ตั้งแต่ เนื้อเยื่อแคมเบียมออกไปจนถึงชั้นนอกสุด คือ ส่วนที่เรียกว่าอะไร (แนวค าตอบ เปลือกไม้) - กลุ่มเซลล์บริเวณถัดจากเนื้อเยื่อแคมเบียมเข้ามาด้านในทั้งหมด คือ ส่วนของสิ่งใด (แนวค าตอบ เนื้อไม้” หรือไซเลม) 2. นักเรียนค้นหาความรู้เพิ่มเติม/ตอบค าถาม ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการล าเลียงน้ าของพืชมี อะไรบ้าง


Click to View FlipBook Version