The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จิราภรณ์ จำเนียรผล - Portfolio

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anupong pimsaen, 2023-02-19 08:51:47

จิราภรณ์ จำเนียรผล - Portfolio

จิราภรณ์ จำเนียรผล - Portfolio

รายงานการผลิตและการใช้สื่อ นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ชื่อ – สกุล นางสาว จิราภรณ์ จ าเนียรผล กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี การจัดท า ผลิตเอง ชื่อสื่อการสอน การขาดธาตุอาหารในพืช วันที่ผลิต/จัดหา วันที่ 14 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ประกอบเรียนการสอน รหัสวิชา ว21102 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายละเอียด การขาดธาตุอาหารในพืช เป็นสื่อการเรียนรู้ที่น าเสนอลักษณะของการขาดธาตุอาหารชนิดต่างๆ ใน พืช โดยมีพื้นที่ให้นักเรียนน าบัตรธาตุ ที่พืชต้องการตามอาการต่างๆ ของพืช มาติด ภาพประกอบ ลงชื่อ ............................................... ผู้รายงาน (นางบุศรินทร์ วันนาหม่อง) ต าแหน่ง ครูช านาญการพิเศษ ลงชื่อ .................................................. ผู้รับรอง (นางสาวสุรินทร์ทิพย์ ค าอ้าย) ต าแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


รายงานการผลิตและการใช้สื่อ นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ชื่อ – สกุล นางสาว จิราภรณ์ จ าเนียรผล กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี การจัดท า ผลิตเอง ชื่อสื่อการสอน การขาดธาตุอาหารในพืช วันที่ผลิต/จัดหา วันที่ 20 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2565 ประกอบเรียนการสอน รหัสวิชา ว21102 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายละเอียด เนื้อเยื่อล าเลียง จะเป็นลักษณะของราก และล าต้น ของพืชใบเลี้ยงคู่และพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ภาพประกอบ ลงชื่อ ............................................... ผู้รายงาน (นางบุศรินทร์ วันนาหม่อง) ต าแหน่ง ครูช านาญการพิเศษ ลงชื่อ .................................................. ผู้รับรอง (นางสาวสุรินทร์ทิพย์ ค าอ้าย) ต าแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


ภาคผนวก ง. โครงร่างวิจัยในชั้นเรียน


โครงร่างงานวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Research Proposal) เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิกซอร์ โดย ชื่อ นางสาว จิราภรณ์ จ าเนียรผล รหัสประจ าตัว 62031050104 โครงร่างงานวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 4 ภาคเรียนที่ 1 ประจ าปีการศึกษา 25645 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์


โครงร่างการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โดย การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิกซอร์ ที่มาและความส าคัญของปัญหา วิทยาศาสตร์มีบทบาทส าคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับชีวิต ของทุกคนทั้งในการด ารงชีวิตประจ าวันและในงานอาชีพต่างๆ เครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนผลผลิตต่างๆ เพื่อ ใช้อ านวยความสะดวกในชีวิตและการท างาน ล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับความคิด สร้างสรรค์และศาสตร์อื่นๆ ความรู้วิทยาศาสตร์ช่วยให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมาก พร้อมกันนั้น เทคโนโลยีก็มีส่วนส าคัญมากที่จะให้การศึกษาค้นคว้าความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง วิทยาศาสตร์ท าให้คนได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ มีทักษะส าคัญใน การค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูล หลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ ซึ่งเป็นสังคมแห่ง ความรู้ ทุกคนจึงจ าเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจโลกธรรมชาติและ เทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น และน าความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์ มีคุณธรรม ความรู้วิทยาศาสตร์ ไม่เพียงแต่น ามาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ยังช่วยให้คนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ ประโยชน์ การดูแลรักษา ตลอดจนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน และที่ ส าคัญยิ่งคือความรู้วิทยาศาสตร์ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจ สามารถแข่งขันกับนานา ประเทศและด าเนินชีวิตร่วมกันในสังคมโลกได้อย่างมีความสุข (สุกัญญา ค าวัน, 2558) การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้ได้รับทั้งความรู้ กระบวนการเจตคติผู้เรียนทุกคน ควรได้รับการกระตุ้น ส่งเสริม ให้สนใจและกระตือรือร้น ที่จะเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีความสงสัย เกิดค าถามในสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับ โลกธรรมชาติรอบตัว มีความมุ่งมั่น และมีความสุขที่จะศึกษาค้นคว้า สืบเสาะหาความรู้เพื่อรวบรวม ข้อมูล วิเคราะห์ผล น าไปสู่ค าตอบของค าถาม สามารถตัดสินใจด้วยการใช้ข้อมูลอย่างมีเหตุผล สามารถ สื่อสารค าถาม ค าตอบ ข้อมูลและสิ่งที่ค้นพบจากการเรียนรู้ให้ผู้อื่นเข้าใจได้ (Gotoknow, 2555) การออกแบบการจัดการเรียนเป็นสิ่งส าคัญที่ผู้สอนต้องค านึงถึงและให้ความส าคัญ โดยผู้สอนควร พิจารณารายวิชาและหัวข้อที่ตนเองจะสอน เพื่อน าไปสู่การพัฒนาผู้เรียนว่าต้องการพัฒนาผู้เรียนด้วยเทคนิค อะไร อย่างไร เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ผู้สอนตั้งไว้ และพบว่าในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ผู้สอนมีการออกแบบการจัดการเรียนการสนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องกับยุคศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการกระบนการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองและน าไปสู่การเรียนรู้ตลอด ชีวิต ซึ่งวิธีการออกแบบการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางนี้มีหลากหลายวิธีให้ผู้สอนเลือก เช่น การเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning),การเรียนแบบโครงงาน (Project-based Leamning), การเรียนแบบร่วมมือ (Cooperative/Collaborative Learning), การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน (CAI) หรือสื่อเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง, เทคนิคการใช้ Concept Mapping และเทคนิคบทบาท สมมติ(Role Playing Mode) เป็นต้น (เรวดี ศรีสุข, พย.ม, 2562) การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning ) คือ การจัดการเรียนรู้ โดยจัดผู้เรียน ออกเป็นกลุ่มย่อย ที่มีความสามารถแตกต่างกัน และใช้กระบวนการท างานเป็นทีมเพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยน เรียนรู้จากความรู้ที่ได้รับมอบหมายตามหัวข้อที่ก าหนดให้ พร้อมน าความรู้มาสรุปสาระการเรียนรู้และน าไปสู่


เป้าหมายที่ก าหนดไว้ร่วมกัน โดยมีผู้สอนเป็นผู้ให้ค าปรึกษา ให้ความช่วยเหลือจัดหาและชี้แนะแหล่งค้นคว้า ข้อมูลเพิ่มเดิม ซึ่งมีรูปแบบการจัดการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบให้ผู้สอนเลือกใช้ตามความเหมาะสมของ เนื้อหา (เรวดี ศรีสุข, พย.ม, 2562) การเรียนแบบร่วมมือมีทั้งเทคนิคที่น ามาใช้ได้ไม่ต้องปรับ และเทคนิคที่ต้อง ปรับเพื่อให้เหมาะสมกับผู้เรียนและเนื้อหาวิชา ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อประเภทกลุ่มการเรียนรู้แบบร่วมมือ อย่างไรก็ตามการเรียนแบบร่วมมือจัดเป็นวิธีการสอนอย่างหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองได้เป็น อย่างดี(ธนิตย์ สุวรรณเจริญ, 2563) รูปแบบจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ สามารถจัดได้อย่างหลากหลาย แต่ทุก แบบมีลักษณะร่วมกัน คือ แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ประมาณ 2-6 คน โดยสมาชิกทุกคนช่วยเหลือกัน มีการฝึกฝนการท างานกลุ่ม กระบวนการกลุ่ม และการประเมินผลเป็นรายบุคคล รูปแบบการเรียนรู้แบบ ร่วมมือ (ไสว ฟักขาว, 2544 อ้างถึงใน เรวดี ศรีสุข, พย.ม, 2562) รูปแบบ Jigsaw เป็นการสอนที่อาศัยแนวคิด การต่อภาพ ซึ่งบางครั้งเรียกรูปแบบนี้ว่า การเรียนแบบต่อชิ้นส่วน หรือการศึกษาเฉพาะส่วน วิธีการเรียนด้วย รูปแบบนี้ ผู้สอนจะแบ่งกลุ่มผู้เรียนโดยการคละ ตามความสามารถ พร้อมกับมอบหมายให้ทุกกลุ่มท ากิจกรรม ในหัวข้อเดียวกัน หลังจากนั้นในกลุ่มหลัก (Home Groups) ที่แบ่งไว้ให้แบ่งสมาชิกภายในกลุ่มศึกษาเพียงส่วน หนึ่งหรือหัวข้อย่อยของเนื้อหาทั้งหมดโดยขณะศึกษาหัวข้อย่อยนั้น ผู้เรียนจะท างานเป็นกลุ่มกับเพื่อนกลุ่มอื่น ที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษาหัวข้อย่อยเดียวกันเรียกกลุ่มนี้ว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Expert Group) และ เตรียมพร้อมที่จะกลับไปอธิบายหรือสอนเพื่อนสมาชิกในกลุ่มหลักของตนเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ท าให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะใช้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การ ด ารงชีวิตของพืช 2 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิก ซอร์โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนท างานร่วมกันโดยในกลุ่มประกอบด้วย สมาชิกที่มีความสามารถแตกต่างกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกัน และมี ความรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งในส่วนตนและส่วนรวม เพื่อให้ตนเองและสมาชิกทุกคนในกลุ่มประสบความส าเร็จ ตามเป้าหมายที่วางไว้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 2 ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ให้สูงขึ้น และระดับความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการจัดการเรียนรู้แบบ ร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิกซอร์เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช อยู่ในระดับ ดี ขึ้นไป ค าถามการวิจัย 1. การเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้โดยจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการใช้ เทคนิคจิกซอร์ เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียน ท่าปลาประชา อุทิศ อ าเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ท าอย่างไร 2. ผลการทดลองใช้ การจัดการเรียนรู้โดยใช้จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิคจิกซอร์ เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช กับนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียน ท่าปลาประชาอุทิศ อ าเภอท่า ปลา จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นอย่างไร วัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โดยการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิคจิกซอร์ 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ก่อนและหลังการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิคจิกซอร์


3. เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียน ท่าปลาประชา อุทิศ อ าเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ มีต่อการทดลองใช้ การเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิคจิกซอร์ จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ผลและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ได้พัฒนาวิธีการการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการ ใช้เทคนิคจิกซอร์ 2. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ทั้งชั้นเรียน โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ อ าเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์มีผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ที่หลังเรียนมากกว่าก่อนเรียนอย่างมี นัยส าคัญ 0.5 เมื่อใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิคจิกซอร์ 3. ระดับความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ทั้งชั้นเรียน โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ อ าเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ มีต่อการทดลองใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิคจิกซอร์จัด กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช อยู่ในระดับ ดี ขึ้นไป ขอบเขตการวิจัย 1. ขอบเขตด้านแหล่งข้อมูล 1.1 ประชากร นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนท่า ปลาประชาอุทิศ อ าเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ จ านวน 135 คน 1.2 กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 แผนการ เรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ อ าเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ จ านวน 40 คน เป็นนักเรียนชาย 17 คน นักเรียนหญิง 23 คน ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง 2.ขอบเขตด้านตัวแปร 2.1 ตัวแปรอิสระ/ตัวแปรต้น 1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ อ าเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับ การใช้เทคนิคจิกซอร์


2.2 ตัวแปรตาม 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การด ารงชีวิตของพืช จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ อ าเภอท่าปลา จังหวัด อุตรดิตถ์การจัดการ เรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิคจิกซอร์ 2. ระดับความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียน ท่าปลาประชา อุทิศ อ าเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ มีต่อการทดลองใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ร่วมกับการใช้เทคนิคจิกซอร์จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 3.ขอบเขตด้านเนื้อหา เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ คือ เนื้อหาในหนังสือเรียนสาระการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ว21101 วิชา วิทยาศาสตร์ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนท่าปลาประชา อุทิศ ตามเนื้อหาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การด ารงชีวิตของ พืช 4.ขอบเขตด้านระยะเวลาและสถานที่ ด าเนินการวิจัยระหว่างเดือน กรกฏาคม ถึง เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2565 ณ โรงเรียน ท่าปลาประชา อุทิศ อ าเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ นิยามค าศัพท์เฉพาะ 1. การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Leaning) หมายถึง การเรียนรู้ในรูปแบบการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการกลุ่ม โดยสมาชิกในแต่ละกลุ่มมีความสามารถแตกต่างกัน ประกอบด้วย นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปานกลาง นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่ า ในการด าเนินกิจกรรม นักเรียนแต่ละกลุ่มมีความรับผิดชอบร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นซึ่งกันและกัน มีการช่วยเหลือพึ่งพากันเพื่อให้กลุ่มตนเองประสบความส าเร็จตามเป้าหมาย มีการฝึกฝน กระบวนการกลุ่ม และการประเมินผลรายบุคคล 2.การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิกซอร์หมายถึง กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ มีการแบ่งสมาชิกออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 4 คน โดยสมาชิกในแต่ละกลุ่มมีความสามารถแตกต่างกัน ประกอบด้วย นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปานกลาง นักเรียนที่ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ า โดยสมาชิกในแต่ละกลุ่มต้องมีความสามารถใกล้เคียงกัน ครูจัดแบ่งเนื้อหาที่จะ เรียนเป็นเนื้อหาย่อย ๆ เท่ากับจ านวนสมาชิกในกลุ่มของนักเรียน สมาชิกจะได้รับให้ศึกษาค าตอบในประเด็น ปัญหาคนละ 1 ส่วน โดนนักเรียนที่ได้ศึกษาในประเด็นปัญหาเดียวกันจะท าการศึกษาร่วมกัน เมื่อแต่ละคน ศึกษาประเด็นปัญหาจนเข้าใจจะต้องน าสาระความรู้ที่ได้มาสอนเพื่อนในกลุ่มตัวเองให้เข้าใจ จนสมาชิกทุกคน เกิดการเรียนรู้ในภาพรวมของสาระทั้งหมด จากนั้นท าการทดสอบและประเมินผลเป็นรายบุคคล


3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนที่ได้จากการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การ ด ารงชีวิตของพืช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น 4. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยทั้งชั้นเรียนของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ α = 0.05 เมื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการจัดการ เรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิกซอร์ 5. สาระการเรียนรู้เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 2 หมายถึง สาระการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยเรื่อง เนื้อเยื่อล าเลียงในพืช การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศของพืชดอก โครงสร้างของดอก และการ ถ่ายเรณูการถ่ายเรณูของพืชดอก ธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และการด ารงชีวิตของพืช ธาตุอาหาร เหมาะสมกับพืช การขยายพันธุ์พืช เทคโนโลยีชีวภาพ ประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืช 6. ความพึงพอใจ หมายถึง ความพึงพอใจด้านเอกสาร กิจกรรม ตัวครู บรรยากาศ และด้านความรู้ ความเข้าใจเนื้อหาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1/1 โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ ที่มีต่อการจัด กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิคจิกซอร์ 7. ระดับความพึงพอใจ หมายถึง ระดับความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1/1 โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ ที่มีต่อการจัดกิจกรรมโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการจัดการเรียนรู้แบบ ร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิกซอร์เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช โดยระดับความพึงพอใจแต่ละด้านดังกล่าว จะอ้างอิง ตามเกณฑ์ระดับคะแนนเฉลี่ยของ ระพินทร์ โพธิ์ศรี (2549 : 39 - 43)ดังนี้ ค่าเฉลี่ย ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย 4.50 – 5.00 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.50 – 4.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ย 2.50 – 3.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.50 – 2.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด กรอบแนวคิด การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การด ารงชีวิตของ พืชโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการใช้ เทคนิคจิกซอร์ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การด ารงชีวิตของ พืช จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียน การ จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิคจิกซอร์ ระดับความพึงพอใจ มีต่อการทดลองใช้การ จัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับ การใช้เทคนิคจิกซอร์ จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การ ด ารงชีวิตของพืช


วิธีด าเนินการวิจัย การวิจัยในชั้นเรียนเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิกซอร์ผู้วิจัยด าเนินการวิจัยตามกรอบ ของหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้ 1. ระเบียบวิธีวิจัย ด าเนินการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ วิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลเชิงปริมาณ (Qualitative Data) 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย 2.1 แผนการจัดการเรียนรู้โดยกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิ๊กซอว์ (Jigsaw) โดยอิงจากโครงสร้างหลักสูตรรายวิชาวิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีตามหลักสูตรโรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช โดยเป็นเนื้อหาในหน่วยที่ 4 แบ่งสาระการเรียนรู้ย่อยออกเป็น 4 สาระการเรียนรู้ดังตารางที่ 2.1 และแบ่งแผนการจัดการเรียนรู้ออกเป็น 9 แผนการจัดการเรียนรู้ ดังตารางที่ 2.2 ตารางที่ 2.1 หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ในการจัดกิจกรรมการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการ ใช้เทคนิคจิกซอร์ ล าดับที่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานและ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ย่อย เวลา ชั่วโมง 1 การด ารงชีวิตของพืช 2 ว 1.2 ม.1/9 ว 1.2 ม.1/10 ว 1.2 ม.1/11 ว 1.2 ม.1/12 ว 1.2 ม.1/13 ว 1.2 ม.1/14 ว 1.2 ม.1/15 ว 1.2 ม.1/16 ว 1.2 ม.1/17 ว 1.2 ม.1/18 1. การล าเลียงสารในพืช 2. การเจริญเติบโตของพืช 3. การสืบพันธุ์ของพืช 4. เทคโนโลยีชีวภาพของพืช 13 ตารางที่2.2 แผนการจัดการเรียนรู้ในการจัดกิจกรรมการเรียนแบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิคจิ๊กซอร์ ล าดับที่ แผนที่ สาระการเรียนรู้ (หัวเรื่อง) เวลา ชั่วโมง 1 1 เนื้อเยื่อล าเลียงในพืช 1 2 2 การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศของพืชดอก 2 3 3 โครงสร้างของดอก และการถ่ายเรณู 1 4 4 การถ่ายเรณูของพืชดอก 2


ล าดับที่ แผนที่ สาระการเรียนรู้ (หัวเรื่อง) เวลา ชั่วโมง 5 5 ธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และการด ารงชีวิตของพืช 1 6 6 ธาตุอาหารเหมาะสมกับพืช 2 7 7 การขยายพันธุ์พืช 1 8 8 เทคโนโลยีชีวภาพ 2 9 9 ประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืช 1 รวมเวลาเรียน 13 ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิค Jigsaw 1 ขั้นที่ 1 จัดเตรียมเนื้อหา ผู้สอนเตรียมเนื้อหาที่จะใช้ในการจัดการเรียนการสอน จากนั้น แบ่งหัวข้อที่จะเรียนเป็นหัวข้อย่อยเท่าจ านวนสมาชิกของแต่ละกลุ่ม โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มละ 4-6 คน โดย เนื้อหาแบ่งออกดังตารางที่ 2.3 ตารางที่ 2.3 แบบเนื้อหาเรื่องย่อยในการจัดกิจกรรมการเรียนแบบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิค Jigsaw ล าดับ ที่ สาระการเรียนรู้(หัว เรื่อง) เรื่องย่อย เวลา ชั่วโมง 1 เนื้อเยื่อล าเลียงในพืช 1.1 เนื้อเยื่อล าเลียงน้ าของพืชใบเลี้ยงคู่ 1.2 เนื้อเยื่อล าเลียงน้ าของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว 1.3 เนื้อเยื่อล าเลียงอาหารของพืชใบเลี้ยงคู่ 1.4 เนื้อเยื่อล าเลียงอาหารของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว 1 2 การสืบพันธุ์แบบอาศัย เพศ และไม่อาศัยเพศ ของพืชดอก 1.1 การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอก 1.2 การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชดอก 1.3 ประโยชน์การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอก 1.4 ประโยชน์การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชดอก 2 3 โครงสร้างของดอก และ การถ่ายเรณู 1.1 ลักษณะ และหน้าที่ของกลีบเลี้ยง (Sepals) 1.2 ลักษณะ และหน้าที่ของกลีบดอก (Petals) 1.3 ลักษณะ และหน้าที่ของเกสรตัวผู้ (Stamen) 1.4 ลักษณะ และหน้าที่ของเกสรตัวเมีย (Pistil) 1 4 การถ่ายเรณูของพืชดอก 1.1 ขั้นตอนการถ่ายเรณูของพืชดอก 1.2 ลักษณะ และหน้าที่ของเกสรเพศเมีย 1.3 ลักษณะ และหน้าที่ของเกสรเพศผู้ 1.4 ปัจจัยที่ช่วยในการถ่ายเรณูของพืชดอก 2 5 ธาตุอาหารที่มีผลต่อการ เจริญเติบโต และการ ด ารงชีวิตของพืช 1.1 ธาตุอาหารที่จ าเป็น 1.2 ธาตุอาหารที่ไม่จ าเป็น 1.3 ผลกระทบหากขาดธาตุอาหารที่จ าเป็น 1


ล าดับ ที่ สาระการเรียนรู้(หัว เรื่อง) เรื่องย่อย เวลา ชั่วโมง 1.4 ผลกระทบหากขาดธาตุอาหารที่ไม่จ าเป็น 6 ธาตุอาหารเหมาะสมกับ พืช 1.1 ประโยชน์ของธาตุอาหารหลัก และอาการของพืช เมื่อขาดธาตุอาหารหลัก 1.2 ประโยชน์ของธาตุอาหารรอง และอาการของพืช เมื่อขาดธาตุอาหารรอง 1.3 ประโยชน์ของธาตุอาหารเสริม และอาการของพืช เมื่อขาดธาตุอาหารเสริม 1.4 การเสริมธาตุอาหารให้พืชเมื่อพืชขาดธาตุอาหาร 2 7 การขยายพันธุ์พืช 1.1 การขยายพันธุ์พืชโดยการเพาะเมล็ด 1.2 การขยายพันธุ์พืชโดยการใช้ราก 1.3 การขยายพันธุ์พืชโดยการใช้ล าต้น 1.4 การขยายพันธุ์พืชโดยการใช้ใบ 1 8 เทคโนโลยีชีวภาพ 1.1 การโคลน 1.2 พันธุวิศวกรรม 1.3 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 1.4 จีเอ็มโอ 2 9 ประโยชน์ของการ ขยายพันธุ์พืช 1.1 ประโยชน์ของการเพิ่มจ านวนต้นพืชให้มากขึ้น 1.2 ประโยชน์ของการคงลักษณะพันธุ์เดิมไว้ 1.3 ประโยชน์ของการปรับปรุงพันธุ์ให้เกิดพันธุ์ใหม่ เพื่อให้เกิดพันธุ์ดี 1.4 ประโยชน์ของการทนทานต่อโรคและแมลง 1 รวมเวลาเรียน 13 2 ขั้นที่ 2 จัดกลุ่มนักเรียนให้มีสมาชิกที่มีความสามารถคละกัน เป็นกลุ่มพื้นฐานหรือ Home Groups จ านวนสมาชิกในกลุ่ม 4-6 คน จากนั้นแจกเอกสารหรืออุปกรณ์การสอนให้กลุ่มละ 1 ชุด หรือ ให้คนละชุดก็ได้ ก าหนดให้สมาชิกแต่ละคนรับผิดชอบอ่านเอกสารเพียง 1 ส่วนที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น หากแต่ละกลุ่มได้รับเอกสารเพียงชุดเดียว ให้นักเรียนแยกเอกสารออกเป็นส่วนๆ ตามหัวข้อย่อย ดังนี้ ในแต่ละ กลุ่ม นักเรียนคนที่ 1 จะอ่านเฉพาะหัวข้อย่อยที่ 1 นักเรียนคนที่ 2 จะอ่านเฉพาะหัวข้อย่อยที่ 2 นักเรียนคนที่ 3 จะอ่านเฉพาะหัวข้อย่อยที่ 3 นักเรียนคนที่ 4 จะอ่านเฉพาะหัวข้อย่อยที่ 4


3 ขั้นที่ 3 เป็นการศึกษาในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Expert Groups) นักเรียนจะแยกย้ายจาก กลุ่มพื้นฐาน (Home Group) ไปจับกลุ่มใหม่เพื่อท าการศึกษาเอกสารส่วนที่ได้รับมอบหมาย โดยคนที่ได้รับ มอบหมายให้ศึกษาเอกสารหัวข้อย่อยเดียวกัน จะไปนั่งเป็นกลุ่มด้วยกัน แล้วแต่จ านวนสมาชิกของกลุ่มที่ครู ก าหนด ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ สมาชิกจะอ่านเอกสาร สรุปเนื้อหาสาระ จัดล าดับขั้นตอนการน าเสนอ เพื่อเตรียม ทุกคนให้พร้อมที่จะไปสอนหัวข้อนั้น ที่กลุ่มเดิมของตนเอง 4 ขั้นที่ 4 นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญกลับกลุ่มเดิมของตน แล้วผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันอธิบายให้เพื่อนในกลุ่มฟังทีละหัวข้อ มีการซักถามข้อสงสัย ตอบปัญหา ทบทวนให้เข้าใจชัดเจน 5 ขั้นที่ 5 นักเรียนแต่ละคนท าแบบทดสอบเกี่ยวกับเนื้อหาทั้งหมดทุกหัวข้อ แล้วน า คะแนนของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มมารวมกันเป็นคะแนนกลุ่ม 6 ขั้นที่ 6 กลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุด จะได้รับรางวัล หรือการชมเชย 2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจัดการเรียนรู้ในการจัดกิจกรรมการ เรียนแบร่วมมือร่วมกับการใช้เทคนิคจิกซอร์เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ดังนี้ 1 ก าหนดจุดมุ่งหมายของการสอบให้แน่ชัดว่าจะสอบเพื่ออะไร สอบกับใคร ใน ระดับชั้นใด 2 ก าหนดลักษณะของสิ่งที่จะวัด ในการสร้างเครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผู้วัด ต้องรู้ว่าสิ่งที่ต้องการจะวัดนั้นคืออะไร เช่น ต้องการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วัดจะต้องรู้ว่าในสาระของกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์นี้มีจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน อย่างไร ประกอบด้วยเนื้อหาใดบ้างต้องการให้ผู้เรียนบรรลุพฤติกรรมใดบ้างพฤติกรรมเหล่านั้นเป็นอย่างไร ต้องก าหนดให้ชัดเจน ซึ่งอาจศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร ต าราและทฤษฎีต่างๆ ได้ในขั้นตอนนี้เราอาจพิจารณา จากตารางวิเคราะห์หลักสูตรที่ได้ท าไว้แล้ว 3 ก าหนดชนิดของเครื่องมือที่ใช้ในการวัดในการก าหนดชนิดของเครื่องมือที่ใช้วัดนั้น พิจารณาจากคุณลักษณะของสิ่งที่เราจะวัดว่าคืออะไร ซึ่งดูได้จากตารางวิเคราะห์หลักสูตร และต้องดูด้วยว่าวัด พฤติกรรมใด จะวัดกับใคร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไรด้วย เพราะเครื่องมือที่ใช้วัดมีหลายชนิด แต่ละชนิดก็เหมาะ กับคุณลักษณะที่จะวัดต่างกัน ดังนั้นผู้สร้างต้องรู้ลักษณะของเครื่องมือแต่ละชนิดด้วย 4 เขียนข้อสอบเมื่อก าหนดได้แล้วถึงชนิดของเครื่องมือที่ใช้วัดผลสัมฤทธิ์ ก็เริ่มลงมือ เขียนข้อสอบ โดยเขียนให้สอดคล้องกับคุณลักษณะหรือพฤติกรรมที่ต้องการจะวัด และให้ถูกต้องตามหลักวิชา ของการเขียนข้อสอบแต่ละชนิดด้วย 5 ให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาตรวจสอบแก้ไขเมื่อเขียนข้อสอบเสร็จแล้ว ควรให้ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบเครื่องมือ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญควรประกอบด้วยบุคคล 2 ฝาย คือ ผู้เชี่ยวชาญ ในเนื้อหาสาระวิชาและ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ทางด้านวัดผลเป็นผู้พิจารณาค าถามและค าตอบว่าถูกต้องตามหลักวิชาหรือไม่ ข้อสอบ วัดได้ตรงตามจุดประสงค์หรือไม่ อีกทั้งภาษาที่ใช้ในการเขียนข้อสอบถูกต้องตามหลักวิชาหรือไม่ 6 การทดลองใช้ข้อสอบหลังจากที่ให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาตรวจสอบแก้ไขแล้ว ก็น า แบบทดสอบไปทดลองใช้แล้วน าผลจากการทดลองมาวิเคราะห์เพื่อหาคุณภาพ และพัฒนาแบบทดสอบต่อไป


ในการทดลองใช้อาจต้องท าหลาย ๆ ครั้งจนสามารถพัฒนาแบบทดสอบได้มีคุณภาพเป็นที่พอใจจึงน าไปใช้จริง ในการสอบต่อไป 7 สร้างเกณฑ์ในการแปลความหมายคะแนนการสร้างเกณฑ์ในการแปลความหมาย คะแนนก็เพื่อต้องการบอกให้ทราบว่า ถ้าบุคคลใดสอบได้คะแนนเท่าไร เขาจะเป็นผู้ที่มีความสามารถหรือมี ลักษณะพฤติกรรมอย่างไร 8 การเขียนรายงานและคู่มือการใช้การเขียนรายงานและคู่มือการใช้ จะท าให้ผู้น าไปใช้ ได้รู้ถึงขั้นตอนในการสร้างแบบทดสอบนั้น และรายละเอียดเกี่ยวกับการด าเนินกาสอบว่าจะปฏิบัติอย่างไร คะแนนที่แต่ละคนสอบได้จะแปลความหมายอย่างไร ซึ่งจะเป็นข้อมูลให้ผู้ใช้เลือกใช้แบบทดสอบได้เหมาะสม กับจุดมุ่งหมายในการสอบด้วย 3 การสร้างแบบวัดความพึงพอใจ ขั้นที่ 1 การก าหนดเนื้อหาความพึงพอใจ คือ ให้เขียนนิยามซึ่งสามารถกระท าโดย 1. การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และก าหนดนิยาม 2. สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 5 คน ขั้นที่ 2 เลือกประเด็นที่วัดความพอใจ และก าหนดวิธีการวัด 1. ประเด็นที่วัดความพอใจให้เลือกมาจากกรอบเนื้อหาที่ก าหนดไว้ในขั้นที่ 1 2. วิธีวัดความพอใจ โดยทั่วไปนิยมใช้วิธี จัดอันดับคุณภาพ 5 ระดับ และประเด็นวัด ความพอใจเป็นทางบวก คือ พึงพอใจอย่างยิ่ง พึงพอใจมาก พึงพอใจสมควร พึงพอใจน้อย หรือค่อนข้างไม่ พอใจ พอใจน้อยเป็นอย่างยิ่งหรือไม่พอใจค่อนข้างมาก ถ้าความพอใจทางลบคะแนนระดับ ความพอใจ จะเป็น ตรงข้ามกับที่ก าหนดไว้ ขั้นที่ 3 จัดท าความพอใจฉบับร่าง ขั้นที่ 4 ทดลองกลุ่มย่อยประมาณ 3 - 5 คน เพื่อตรวจสอบความมั่นคงเฉพาะหน้า ขั้นที่ 5 ให้ผู้เชี่ยวชาญประมาณ 3 - 5 ท่าน ตรวจสอบความแม่นตรงเฉพาะหน้าและความ แม่นตรงเชิงเนื้อหา ขั้นที่ 6 ทดลองภาคสนาม เพื่อการวิเคราะห์ปรับปรุงคุณภาพแบบวัดความพึงพอใจโดยการ หาค่าอ านาจจ าแนก (rxx) และความเชื่อมั่น (Rtt) ด้วยวิธีการของคอนบราค (Cronbach) ขั้นที่ 7 น าไปใช้จริง การแปลความหมายการวัดความพึงพอใจ กรณีความพึงพอใจด้วยการ จัดอันดับคุณภาพ 5 อันดับ สามารถแปลความหมายได้ดังนี้ ค่าเฉลี่ย ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย 4.50 – 5.00 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.50 – 4.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ย 2.50 – 3.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.50 – 2.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด


การปรับปรุงแบบวัดความพอใจ 1. พยายามให้มีข้อค าถามวัดความพอใจให้มากพอสมควร อยู่ระหว่าง 10 - 20 ข้อ 2. ควรตัดข้อค าถามที่มีค่า rxx < 0 ออกไป 3. ปรับปรุงขัอค าถามที่ rxx < 0.20 แต่ไม่เท่ากับศูนย์หรือติดลบ 4. ควรสร้างแบบความพอใจให้มีค าถามเผื่อไว้ เพื่อตัดข้อค าถามที่ไม่ดีออกไป แบบวัด ความพอใจมีคุณภาพถึงระดับที่ต้องการ การเก็บรวบรวมข้อมูลในงานวิจัย ผู้วิจัยด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการจัดการเรียนรู้ดังนี้ 1. รวบรวมข้อมูลความรู้พื้นฐานเดิมของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นระดับผลการเรียนเฉลี่ย วิชาวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 จากนั้นเรียงล าดับผลการเรียน แล้วจัดกลุ่มแบบเจาะจง ให้ ทุกกลุ่มประกอบด้วยนักเรียนที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปานกลาง และผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่ าแล้วจัดเป็นกลุ่มถาวรไปจนสิ้นสุดการทดลอง 2. จัดเตรียมแบบทดสอบและกระดาษค าตอบตามจ านวนนักเรียนที่ใช้ในการทดลอง 3. น าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ก่อนเรียน ไป ทดสอบกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 เพื่อวัดความรู้ก่อนเรียน 4. ขั้นด าเนินการสอน โดยผู้วิจัยเป็นผู้ด าเนินการสอนด้วยตนเองให้ได้รับการเรียนแบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิกซอร์เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ใช้เวลาในการด าเนินการเรียนทั้งหมด 13 ชั่วโมง 5. หลังเสร็จสั้นการด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามก าหนดแล้ว ให้นักเรียนท า แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 6. ให้นักเรียนท าแบบประเมินความพึงพอใจในแบบวัดความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้แบบ ร่วมมือร่วมกับเทคนิคจิกซอร์เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 7. ตรวจให้คะแนนแบบทดสอบตามวิธีการให้น้ าหนักคะแนนของเครื่องมือแต่ละชนิด แล้วน า ผลคะแนนไปวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1 การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาคุณภาพและประสิทธิภาพของเครื่องมือการวิจัย 1. วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของเครื่องมือ โดยดัชนีความสอดคล้อง IOC 2. ระดับผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของผู้เรียน เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าเฉลี่ยควบคู่กับ (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สูตร หาค่าเฉลี่ย = Σ เมื่อ แทน คะแนนเฉลี่ยของกลุ่ม Σ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งกลุ่ม


แทน จ านวนของกลุ่มตัวอย่าง หาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือ S.D. เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน ค่าเฉลี่ย n แทน จ านวนของนักเรียน Σ แทน ผลรวม 3. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของผู้เรียนเรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ระหว่างก่อนและ หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับเทคนิคจิกซอร์ วิเคราะห์ด้วยสถิติ อ้างอิง Paired t-test หรือ One Sample t- Test ที่ระดับนัยส าคัญทางสถิติ α 0.05 โดยใช้สูตร 1 2 2 N N D D D t ; df = n-1 เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่ใช้ในการพิจารณาใน t – distribution D แทน ความแตกต่างของคะแนนแต่ละคู่ N แทน จ านวนคู่ของคะแนนหรือจ านวนนักเรียน D แทน ผลรวมทั้งหมดของผลต่างของคะแนนก่อนและหลังการทดลอง 2 D แทน ผลรวมของก าลังสองของผลต่างของคะแนนก่อนและหลังการ ทดลอง 4. ระดับความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการทดลองใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค จิกซอร์เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช ด้วยช่วงระดับค่าเฉลี่ย ช่วงระดับค่าเฉลี่ย ตามเกณฑ์ของ ระพินทร์ โพธิ์ศรี (2549 : 39 - 43) ดังนี้ ค่าเฉลี่ย ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย 4.50 – 5.00 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.50 – 4.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ย 2.50 – 3.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจปานกลาง


ค่าเฉลี่ย 1.50 – 2.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.49 หมายถึง ระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด การวิเคราะห์และน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส าเร็จรูป และน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตาราง พร้อมเขียนบรรยายด้วยความเรียงประกอบ


ภาคผนวก จ. เกียรติบัตร


ภาคผนวก ฉ. ผลงานนักเรียน


ภาคผนวก ช. รูปภาพกิจกรรมการสอน


Click to View FlipBook Version