แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างพลังงาน ความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะ ของสสาร - การสังเกตการตอบ ค าถาม - การตรวจรายงานการ ทดลอง - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถสร้าง แผนภาพการเปลี่ยนสถานะของ สารได้ - การตรวจผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ใบกิจกรรม เรื่อง การ เปลี่ยนสถานะของสาร - ใบกิจกรรม เรื่อง แผนผังความคิด การ เปลี่ยนสถานะของสาร ในชีวิตประจ าวัน ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมุ่งมั่นในการท างาน - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิต เซลล์ เป็นโครงสร้างและหน่วยการท างานพื้นฐานที่สุดของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึง ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยขยายภาพเซลล์ให้มองเห็นได้รอเบิร์ต ฮุก (Robert Hooke) ค้นพบใน ค.ศ. 1665 โดยตั้งชื่อว่า cell เนื่องจากเขาเปรียบเซลล์ของไม้ก๊อกที่เห็นว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับห้องที่นักบวชในศาสนาคริสต์ใช้อาศัยภายในอาราม ใน ค.ศ. 1839 มัตทิอัส ยาคอบ ชไลเดน (Matthias Jakob Schleiden) และทีโอดอร์ ชวานน์ (Theodor Schwann) พัฒนา ทฤษฎีเซลล์ที่กล่าวว่า สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนประกอบขึ้นจากหนึ่งเซลล์หรือมากกว่าหนึ่ง เซลล์เป็นโครงสร้างและหน่วยการ ท างานที่เป็นขั้นมูลฐานของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และเซลล์ทั้งหมดก าเนิดมาจากเซลล์ที่มีอยู่ก่อน (preexisting cell)[9] เซลล์ ปรากฏขึ้นบนโลกเมื่อประมาณ 3.5 พันล้านปีก่อน เซลล์ของพืชและสัตว์ส่วนใหญ่สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบ ใช้แสงที่มีมิติ ระหว่าง 1 ถึง 100 ไมโครเมตร กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนให้ความคมชัดและรายละเอียดที่มากกว่า สิ่งมีชีวิต ถูกจ าแนกออกเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว และหลายเซลล์ โดยโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์แต่ละชนิด จะแตกต่างกันออกไป อย่างเซลล์เม็ดเลือดแดงมีลักษณะกลมแบน ท าหน้าที่ล าเลียงออกซิเจน แต่เซลล์เม็ดเลือดขาว จะมีลักษณะค่อนข้างกลม ท า หน้าที่ก าจัดเชื้อโรคและสร้างภูมิคุ้มกัน สิ่งมีชีวิตบางชนิดสามารถด ารงชีวิตอยู่ได้โดยมีเซลล์เพียงเซลล์เดียว เช่น อะมีบา ยูกลี นา พารามีเซียม แต่สิ่งมีชีวิตบางชนิดจ าเป็นต้องมีหลายเซลล์ รวมทั้งมนุษย์เราก็เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์เช่นเดียวกัน เซลล์ ประกอบจากไซโทพลาซึมที่มีเยื่อหุ้มล้อมรอบ ภายในไซโทพลาซึมบรรจุสารชีวโมเลกุล เซลล์พืชกับเซลล์สัตว์ก็มีทั้ง องค์ประกอบที่เหมือน และแตกต่างกันออกไป แต่องค์ประกอบที่ทุกเซลล์มีเหมือนกัน คือ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาสซึม และ นิวเคลียส เซลล์สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ ส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ประกอบด้วย ผนังเซลล์ และเยื่อหุ้มเซลล์ และ ส่วน โปรโทพลาสซึม มีส่วนประกอบอยู่ข่างใน คือ นิวเคลียส ไซโทพลาสซึม ไรโบโซม ไซโทสเกลเลตอน เซนทริโอล แวคิวโอล ไมโทคอนเดรีย คลอโรพลาสต์ เซลล์จ านวนมหาศาลจะรวมตัวกันจนกลายเป็นร่างกาย มีการจัดระบบจากหน่วยที่เล็กที่สุด ไปสู่หน่วยที่ใหญ่ที่สุด โดยเริ่มจาก เซลล์ (cell) ที่มีโครงสร้างและหน้าที่คล้าย ๆ กันมารวมกลุ่มกัน เรียกว่า เนื้อเยื่อ (tissue) เช่น เนื้อเยื่อบุผิว เนื้อเยื่อประสาท โดยการรวมกลุ่มกันของเนื้อเยื่อเหล่านี้ ก็จะท าให้เกิดเป็น อวัยวะ (organ) ซึ่งมีรูปร่างและ หน้าที่แตกต่างกัน เมื่ออวัยวะต่าง ๆ มาท างานร่วมกัน ก็จะเรียกว่า ระบบอวัยวะ (organ system) เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย เมื่อแต่ละระบบท าหน้าที่สัมพันธ์กัน ก็จะกลายเป็น สิ่งมีชีวิต (Organism) เมื่อการแพร่เกิดขึ้นที่เซลล์ จะมีเยื่อบาง ๆ ที่เรียกว่า เยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยลิพิดและโปรตีน มาเป็น หน่วยคัดกรองและควบคุมสารที่ผ่านเข้าออกเซลล์ ยกตัวอย่างเช่น การแพร่ของแก๊สออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์บริเวณ ถุงลมปอด หรือการแพร่ของแก๊สออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์บริเวณปากใบของพืช การออสโมซิสในเซลล์พืชและเซลล์ สัตว์ จะมีความคล้ายคลึงกัน คือ เซลล์จะมีรูปร่างปกติ เมื่อแช่ในสารละลายมีความเข้มข้นเท่ากับภายในเซลล์ แต่หากแช่เซลล์ ในสารละลายที่มีความเข้มข้นมากกว่าภายในเซลล์ (โมเลกุลของน้ าน้อยกว่า) น้ าจะออสโมซิสออกไปยังนอกเซลล์ ท าให้เซลล์ เหี่ยว ส่วนการแช่เซลล์ในสารละลายที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าในเซลล์ (โมเลกุลของน้ ามากกว่า) จะท าให้น้ าออสโมซิสเข้าสู่ เซลล์ ซึ่งหากเป็นเซลล์สัตว์อาจท าให้เซลล์เต่งจนแตกได้ ขณะที่เซลล์พืชจะท าให้เซลล์เต่งแต่ไม่แตก เนื่องจากมีผนังเซลล์กั้น อยู่
หน่วยการเรียนรู้ที่2 เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิต รหัสวิชา ว21101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 12 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาว จิราภรณ์ จ าเนียรผล ********************************************************************************** 1. ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิต 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้า และออก จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.1/1 เปรียบเทียบรูปร่าง ลักษณะ และโครงสร้าง ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ รวมทั้ง บรรยายหน้าที่ของผนังเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม นิวเคลียส แวคิวโอล ไมโทคอนเดรีย และคลอโรพ ลาสต์ ว 1.2 ม.1/2 ใช้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงศึกษาเซลล์และโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์ ว 1.2 ม.1/3 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับการท าหน้าที่ของเซลล์ ว 1.2 ม.1/4 อธิบายการจัดระบบของสิ่งมีชีวิต โดยเริ่มจากเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ จน เป็นสิ่งมีชีวิต ว 1.2 ม.1/5 อธิบายกระบวนการแพร่และออสโมซิสจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และยกตัวอย่างการ แพร่และออสโมซิสในชีวิตประจ าวัน 3. สาระส าคัญ - เซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิต บางชนิดมีเซลล์เพียงเซลล์เดียว เช่น อะมีบา พารา มีเซียม ยีสต์ บางชนิดมีหลายเซลล์ เช่น พืช สัตว์ - โครงสร้างต่าง ๆ ของเซลล์มีหน้าที่แตกต่างกัน - ผนังเซลล์ ท าหน้าที่ให้ความแข็งแรงแก่เซลล์ - เยื่อหุ้มเซลล์ ท าหน้าที่ห่อหุ้มเซลล์และควบคุม การล าเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ - นิวเคลียส ท าหน้าที่ควบคุมการท างานของเซลล์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิต
- ไซโทพลาซึม มีออร์แกเนลล์ที่ท าหน้าที่แตกต่างกัน - แวคิวโอล ท าหน้าที่เก็บน้ าและสารต่าง ๆ - ไมโทคอนเดรีย ท าหน้าที่เกี่ยวกับการสลายสารอาหารเพื่อให้ได้พลังงานแก่เซลล์ - คลอโรพลาสต์ เป็นแหล่งที่เกิดการสังเคราะห์ด้วยแสง - กล้องจุลทรรศน์ เป็นอุปกรณ์ส าหรับมองดูวัตถุที่มีขนาดเล็กเกินกว่ามองเห็นด้วยตาเปล่า ศาสตร์ที่ มุ่งส ารวจวัตถุขนาดเล็ก - โครงสร้างพื้นฐานที่พบทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ และสามารถสังเกตได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ใช้ แสง ได้แก่ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม และนิวเคลียส โครงสร้างที่พบในเซลล์พืชแต่ไม่พบในเซลล์สัตว์ ได้แก่ ผนังเซลล์ และคลอโรพลาสต์ - เซลล์ของสิ่งมีชีวิตมีรูปร่าง ลักษณะ ที่หลากหลาย และมีความเหมาะสมกับหน้าที่ของเซลล์นั้น เช่น เซลล์ประสาทส่วนใหญ่ มีเส้นใยประสาทเป็นแขนงยาว น ากระแสประสาทไปยังเซลล์อื่น ๆ ที่ อยู่ไกลออกไป เซลล์ขนราก เป็นเซลล์ผิวของราก ที่มีผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์ยื่นยาวออกมา ลักษณะคล้ายขนเส้นเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวใน การดูดน้ าและธาตุอาหาร - สัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์มีการจัดระบบ โดยเริ่มจากเซลล์ไปเป็นเนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ และสิ่งมีชีวิตตามล าดับ เซลล์หลายเซลล์มารวมกันเป็นเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อหลายชนิดมารวมกันและท างานร่วมกัน เป็นอวัยวะ อวัยวะต่าง ๆ ท างานร่วมกันเป็นระบบอวัยวะ ระบบอวัยวะ ทุกระบบท างานร่วมกันเป็นสิ่งมีชีวิต - พืชเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์มีการจัดระบบ โดยเริ่มจากเซลล์ไปเป็นเนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ และสิ่งมีชีวิตตามล าดับ เซลล์หลายเซลล์มารวมกันเป็นเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อหลายชนิดมารวมกันและท างานร่วมกัน เป็นอวัยวะ อวัยวะต่าง ๆ ท างานร่วมกันเป็นระบบอวัยวะ ระบบอวัยวะ ทุกระบบท างานร่วมกันเป็นสิ่งมีชีวิต - การล าเลียงสารของพืช คือ โครงสร้างและการท างานของระบบล าเลียงน้ าและอาหารของพืช ซึ่ง ประกอบด้วยระบบท่อล าเลียง ที่เป็นเนื้อเยื่อซึ่งเชื่อมต่อกันตลอดในล าต้น โดยท าหน้าที่ล าเลียงน้ าและแร่ธาตุ จากรากส่งต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช - เซลล์มีการน าสารเข้าสู่เซลล์ เพื่อใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ของเซลล์ และมีการขจัดสารบางอย่าง ที่ เซลล์ไม่ต้องการออกนอกเซลล์ การน าสารเข้า และออกจากเซลล์มีหลายวิธี เช่น การแพร่ เป็นการเคลื่อนที่ ของสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารสูงไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นของสารต่ า 4. สาระการเรียนรู้
1. เซลล์พืช และเซลล์สัตว์ 2. ส่วนประกอบของเซลล์ 3. กล้องจุลทรรศน์ 4. ศึกษาเซลล์พืช และเซลล์สัตว์ 5. ลักษณะของเซลล์ชนิดต่างๆ 6. ระบบของสิ่งมีชีวิต (สัตว์) 7. การจัดระบบของสิ่งมีชีวิต (พืช) 8. การล าเลียงในพืช การแพร่ และออสโมซิส 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการท างาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. โมเดลเซลล์จากดินน้ ามัน 2. บัตรภาพ ส่วนประกอบของเซลล์ 3. ใบกิจกรรม เรื่อง ส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์
4. ใบกิจกรรม เรื่อง ศึกษาเซลล์พืช และเซลล์สัตว์ 5. ใบกิจกรรม เรื่อง ลักษณะของเซลล์ชนิดต่างๆ 6. แผนภาพ การจัดระบบของสิ่งมีชีวิต (สัตว์) 7. แผนภาพ การจัดระบบของสิ่งมีชีวิต (พืช) 8. ใบกิจกรรม เรื่อง การล าเลียงน้ าของพืช และการแพร่ 9. ใบกิจกรรม เรื่อง การออสโมซิส 8. กิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ เรื่อง จ านวน คาบ 18 เซลล์พืช และเซลล์สัตว์ 1 19 ส่วนประกอบของเซลล์ 2 20 กล้องจุลทรรศน์ 1 21 ศึกษาเซลล์พืช และเซลล์สัตว์ 2 22 ลักษณะของเซลล์ชนิดต่างๆ 1 23 ระบบของสิ่งมีชีวิต (สัตว์) 2 24 การจัดระบบของสิ่งมีชีวิต (พืช) 1 25 การล าเลียงในพืช การแพร่ และออสโมซิส 2 รวมทั้งหมด 12 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. ดินน้ ามัน 3. กระดาษ A4 4. Power Point เรื่อง เซลล์พืช และเซลล์สัตว์ 5. ไม้จิ้มฟัน
6. กาว 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 19 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. Power Point เรื่อง ส่วนประกอบของเซลล์ 3. ฉลาก มีหัวข้อดังนี้ เซลล์พืช เซลล์สัตว์ 4. ฉลาก มีหัวข้อดังนี้ ผนังเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ โพรโทพลาสซึม ไซโทพลาซึม ไมโทคอนเดรีย คลอ โรพลาสต์ ไรโบโซม กอลจิคอมเพลกซ์ เซนทริโอล เเวคิวโอล นิวเคลียส 5. กระดาษ 100 ปอนด์ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 20 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. Power Point เรื่อง กล้องจุลทรรศน์ 3. ใบกิจกรรม เรื่อง กล้องจุลทรรศน์ 4. กล้องจุลทรรศน์ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 21 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. ใบกิจกรรมเรื่อง ศึกษาเซลล์พืช 3. ใบกิจกรรม เรื่อง ศึกษาเซลล์สัตว์ 4. Power Point เรื่อง ศึกษาเซลล์พืช และเซลล์สัตว์ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 22 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. Power Point เรื่อง ลักษณะของเซลล์ชนิดต่างๆ 3. ใบกิจกรรม เรื่อง ลักษณะของเซลล์ชนิดต่างๆ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 23 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. กระดาษ A4 3. ปากกาเมจิก 4. Power Point เรื่อง ระบบของสิ่งมีชีวิต (สัตว์)
5. กระดาษชาร์ท 6. วิดีโอ เรื่อง การจัดระบบของสิ่งมีชีวิต 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 24 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. กระดาษ A4 3. ปากกาเมจิก 4. Power Point เรื่อง ระบบของสิ่งมีชีวิต (พืช) 5. กระดาษชาร์ท 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 25 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. Power Point เรื่อง การล าเลียงในพืช และการแพร่ 3. Power Point เรื่อง การออสโมซิส 4. ใบกิจกรรม เรื่องการล าเลียงในพืช และการแพร่ 5. ใบกิจกรรม เรื่อง การออสโมซิส 6. อุปกรณ์การทดลอง การล าเลียงน้ าของพืช 6.1 บีกเกอร์ขนาด 250 ลูกบาศก์ก์เซนติเมตร 2 ใบ
6.2 น้ าสีแดงประมาณ 20 หยด 6.3 ต้นกระสังที่มีส่วนประกอบครบ 2 ต้น 6.4 มีดโกน 1 ด้าม 6.5 แว่นขยาย 1 อัน 6.6 กล้องจุลทรรศน์1 กล้อง 6.7 สไลด์และกระจกปิดสไลด์1 ชุด 6.8 น้ ากลั่น 400 ลูกบาศก์เซนติเมตร 7. อุปกรณ์การทดลอง การแพร่ของสาร 7.1 บีกเกอร์ขนาด 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร 1 อัน 7.2 เกล็ดด่างทับทิม (โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต) 3-4 เกล็ด 7.3 น้ ากลั่น 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร 8. อุปกรณ์การทดลอง การออสโมซิส 8.1 กรวยแก้ว 1 อัน 8.2 บีกเกอร์ขนาด 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร 1 ใบ 8.3 ขาตั้งพร้อมที่จับหลอดทดลอง 1 ชุด 8.4 กระดาษเชลโลเฟน 1 แผ่น 8.5 ยางรัดหรือเชือกส าหรับผูก 1 เส้น 8.6 สารละลายน้ าตาล (น้ าเชื่อม) 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร 8.7 น้ ากลั่น 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
10. การวัดและประเมินผล แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบ ความแตกต่างของเซลพืช เซลล์ สัตว์ได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนประดิษฐ์โมเดลเซลล์ จากดินน้ ามันได้ - การสังเกตและตรวจ ผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมีวินัย - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 19 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถบอกหน้าที่ ของส่วนประกอบของเซลล์ได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถท าบัตรภาพ ได้ - การตรวจผลงาน - แบบประเมินผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. มีจิตสาธารณะ - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 20 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถอธิบาย วิธีการใช้กล้องจุลทรรศน์ได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถใช้กล้อง จุลทรรศน์ได้ - การสังเกต - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. อยู่อย่างพอเพียง - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 21 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถแยกแยะ ความแตกต่างระหว่างเซลล์พืช - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน และเซลล์สัตว์ได้ - ใบกิจกรรม เรื่อง ศึกษาเซลล์สัตว์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถใช้กล้อง จุลทรรศน์ใช้แสงศึกษาเซลล์ได้ - การสังเกตและตรวจ ผลงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมีวินัย - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 22 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับ การท าหน้าที่ของเซลล์ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถใช้อุปกรณ์ สืบค้นข้อมูลได้ - การสังเกต - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมุ่งมั่นในการท างาน - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 23 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถอธิบายการ จัดระบบของสัตว์ได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถสร้าง แผนภาพ การจัดระบบของ สิ่งมีชีวิต (สัตว์) ได้ - การสังเกตและตรวจ ผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. อยู่อย่างพอเพียง - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 24 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถสามารถ อธิบายการจัดระบบของของพืช ได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถสร้าง แผนภาพ การจัดระบบของพืชได้ - การสังเกตและตรวจ ผลงาน - แบบประเมินผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนใฝ่เรียนรู้ - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 25 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถอธิบาย กระบวนการแพร่และออสโมซิส ได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติการ ทดลองตามขั้นตอนได้ - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมุ่งมั่นในการท างาน - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 1 พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารเองได้และเป็นแหล่งอาหารที่ส าคัญของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่ไม่สามารถสร้าง อาหารได้ กระบวนการสร้างอาหารของพืชเรียกว่า กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ซึ่งมีน้ า และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็น วัตถุดิบ มีแสงและคลอโรฟิลล์ช่วยท า ให้ได้ผลิตภัณฑ์ คือ น้ าตาล น้ าและแก๊สออกซิเจน ปัจจัยที่ส าคัญ ในกระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสง ได้แก่ คลอโรฟิลล์แสง แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ น้ า และแร่ธาตุ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของแก๊สและแร่ธาตุ ในดิน ท าให้เกิดความสมดุลตามธรรมชาติซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นกระบวนการที่พืชสีเขียวใช้พลังงานแสงเปลี่ยนเป็นพลังงานเคมี โดยมีน้ าและคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นวัตถุดิบ ผลจากการสังเคราะห์ด้วยแสงนอกจากออกซิเจนแล้ว จะได้คาร์โบไฮเดรตเป็นน้ าตาลที่มีคาร์บอน 6 อะตอม คือ กลูโคส, น้ า และพลังงานที่สะสมในรูปสารประกอบอินทรีย์ ซึ่งสิ่งมีชีวิตทั้งหลายจะน าไปใช้ในกระบวนการเมแทบอลิซึม เพื่อ สร้างสารประกอบอื่น ๆ ที่จ าเป็นต่อการด ารงชีพ อาหารที่พืชสร้างขึ้นมานี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตเองแล้ว ยังเป็น ประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวลที่ไม่สามารถสร้างอาหารโดยกระบวนการสังเคราะห์แสง ตลอดทั้งเป็นแหล่งพลังงานที่ส าคัญใน กระบวนการเมแทบอลิซึมต่าง ๆ และการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายรวมทั้งมนุษย์ด้วย ดังนั้นการศึกษาเกี่ยวกับการ สังเคราะห์แสงของพืชจะเป็นแนวทางในการน าไปประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิตให้เพียงพอต่อการด ารง ชีพของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ การสังเคราะห์ด้วยแสงเกิดขึ้นได้ที่ทุกส่วนของต้นพืชที่มีสีเขียว โดยมีใบเป็นส่วนที่ท าหน้าที่นี้ โดยตรง ตามปกติใบของพืชจะกางออกให้ได้รับแสงสว่างเต็มที่และก้านใบมักจะมีการบิดตัวตามการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ เพื่อให้ใบได้รับแสงแดดอยู่เสมอ ผิวด้านบนส่วนที่รับแสงเรียกว่าหลังใบ ส่วนผิวด้านล่างที่ไม่ได้รับแสงเรียกว่าท้องใบ ทาง ด้านหลังใบมักมีสีเขียวเข้มและผิวเรียบกว่าทางด้านท้องใบ แต่เส้นใบทางด้านท้องใบจะนูนออกมาเห็นได้ชัดเจนกว่า ส าหรับ ปฏิกิริยาสังเคราะห์แสงของพืชที่นั้นเกิดขึ้นได้เฉพาะช่วงเวลาที่มีแสง ผลผลิตที่ได้จากปฏิกิริยาช่วงนี้น าไปใช้ในปฏิกิริยาไม่ใช้ แสง ซึ่งไม่จ าเป็นต้องมีแสงก็สามารถเกิดปฏิกิริยาช่วงนี้ได้ กระบวนการนี้จะเกิดในออร์แกเนลล์ของพืชที่เรียกว่า “คลอโรพ ลาสต์ (Chloroplast)” ปัจจัยที่มีผลต่อการสังเคราะห์แสง มีดังนี้ ความเข้มของแสง ถ้ามีความเข้มของแสงมาก อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิกับความเข้มของแสง ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ถ้าความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพิ่มขึ้นจากระดับปกติที่มีในอากาศ อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย อุณหภูมิโดยทั่วไปอัตราการ สังเคราะห์ด้วยแสงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น 10-35 °C ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นกว่านี้อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะลด ต่ าลงตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ก๊าซออกซิเจน ถ้าก๊าซออกซิเจนลดลงจะมีผลท าให้อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงสูงขึ้น แต่ถ้ามีมาก เกินไปจะท าให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ของสารต่างๆ ภายในเซลล์น้ า อิทธิพลของน้ ามีผลต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ในส่วนช่วยกระตุ้นการท างานของเอนไซม์ให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ เกลือแร่ เป็นองค์ประกอบอยู่ในโมเลกุลของ คลอโรฟิลล์อายุของใบ ใบจะต้องไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป
หน่วยการเรียนรู้ที่3 เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 1 รหัสวิชา ว21101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 12 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาว จิราภรณ์ จ าเนียรผล ********************************************************************************** 1. ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 1 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้า และออก จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.1/6 ระบุปัจจัยที่จ าเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสงและผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ ด้วยแสงโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 1.2 ม.1/7 อธิบายความส าคัญของการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ว 1.2 ม.1/8 ตระหนักในคุณค่าของพืชที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยการร่วมกันปลูกและดูแล รักษาต้นไม้ในโรงเรียนและชุมชน 3. สาระส าคัญ - ปัจจัยที่จ าเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสง ได้แก่ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ น้ า คลอโรฟิลล์ และแสง - ใบพืชสร้างอาหารได้ อาหารที่พืชสร้างได้ในตอนแรกเริ่มคือ น้ าตาล และถูกเปลี่ยนเป็นแป้งสะสม ในส่วนต่างๆของพืช - พืชจ าเป็นต้องใช้คลอโรฟิลล์ แสง แก๊สคาร์บอน ไดออกไซด์ และน้ า เป็นวัตถุดิบ และได้น้ าตาล กลูโคส แก๊สออกซิเจน และน้ า เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น น้ าตาลกลูโคสพืชจะน าไปใช้ในการด ารงชีวิตหรือเก็บ สะสมในส่วนต่าง ๆ ของพืชในรูปของแป้ง ออกซิเจน และน้ าซึ่งอยู่ในรูปของไอน้ าจะถูกปล่อยออกทางปากใบสู่ อากาศ - กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เป็นกระบวนการที่ประกอบด้วย ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นอย่าง ต่อเนื่องกันเป็นล าดับในคลอโรพลาสต์ในเซลล์พืช โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ เปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออก หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิต
ไซด ์และไฮโดรเจนจากน้ า หรือแหล่งไฮโดรเจนอื่น ๆ ให้กลายเป็นสารประกอบประเภทคาร์โบไฮเดรตและมี แก๊สออกซิเจนเกิดขึ้น - การสังเคราะห์ด้วยแสง เป็นกระบวนการที่ส าคัญต่อสิ่งมีชีวิต เพราะเป็นกระบวนการเดียวที่ สามารถน าพลังงานแสงมาเปลี่ยนเป็นพลังงานในรูปสารประกอบอินทรีย์และเก็บสะสมในรูปแบบต่าง ๆ ใน โครงสร้างของพืช พืชจึงเป็นแหล่งอาหารและพลังงานที่ส าคัญของสิ่งมีชีวิตอื่น นอกจากนี้กระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสงยังเป็นกระบวนการหลักในการสร้างแก๊สออกซิเจนให้กับบรรยากาศเพื่อให้สิ่งมีชีวิตอื่น ใช้ ในกระบวนการ หายใจ - ผลผลิตที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง คือ น้ าตาลกลูโคส น้ า และก๊าซออกซิเจน สิ่งเหล่านี้มี ความส าคัญต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มก๊าซออกซิเจนให้สิ่งแวดล้อม ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในสภาพแวดล้อม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและไอน้ า ให้บรรยากาศ เป็นที่เก็บสะสมพลังงานในรูปแบบของแป้งใน เนื้อเยื้อพืช เมื่อคนหรือสัตว์กินพืชเข้าไปก็จะท าให้มีพลังงานไปใช้ในการด ารงชีวิต ท าให้เกิดการถ่ายทอด พลังงาน ในระดับต่างๆในระบบนิเวศ และท าให้เกิดสมดุลของระบบนิเวศขึ้น 4. สาระการเรียนรู้ 1. ปัจจัยที่จ าเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสง 2. การสร้างอาหารของพืช 3. วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ในกระบวนการสังเคราะห์แสง 4. กระบวนการการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช 5. ความส าคัญของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 6. คุณค่าของพืชที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการท างาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. โมเดลเซลล์จากดินน้ ามัน 2. ใบกิจกรรม เรื่อง พืชสร้างแป้ง 3. แผนผังความคิด 4. โปสเตอร์แผนภาพ การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช 5. แผนผังความคิด 6. แบบภาพวาดออกแบบสถานที่ปลูก ดูแลต้นไม้
8. กิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ เรื่อง จ านวน คาบ 26 ปัจจัยที่จ าเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสง 1 27 การสร้างอาหารของพืช 2 28 วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ในกระบวนการสังเคราะห์แสง 1 29 กระบวนการการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช 2 30 ความส าคัญของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม 1 31 คุณค่าของพืชที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 2 รวมทั้งหมด 9 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. กระดาษ 100 ปอนด์ 3. Power Point เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. Power Point เรื่อง การสร้างอาหารของพืช 3. ใบกิจกรรม เรื่อง พืชสร้างแป้ง 4. อุปกรณ์การทดลอง
4.1 บีกเกอร์ขนาด 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร 1 ใบ 4.2 หลอดทดลอง 1 หลอด 4.3 จานแก้วเพาะเชื้อ 2 ใบ 4.4 หลอดหยด 1 อัน 4.5 หลอดฉีดยาขนาด 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร 1 หลอด 4.6 ปากคีบ 1 อัน 4.7 ใบพืชสีเขียว (ใบผักบุ้ง) 2 ใบ 4.8 สารละลายไอโอดีน 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร 4.9 เอทิลแอลกอฮอล์20 ลูกบาศก์เซนติเมตร 4.10 น้ ากลั่น 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร 4.11 ตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมที่กั้นลม 1 ชุด 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 28 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. Power Point เรื่อง วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ในกระบวนการสังเคราะห์แสง 3. กระดาษ A4 4. ฉลาก โดยมีหัวข้อ ดังนี้ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ น้ า แสง คลอโรฟิลล์ น้ าตาล แป้ง น้ า แก๊ส ออกซิเจน 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 29 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. กระดาษ A4 3. กระดาษ 100 ปอนด์ 4. Power Point เรื่อง กระบวนการการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช 5. วีดิโอ เรื่อง แอนิเมชัน การสังเคราะห์ด้วยแสง 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 30 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. กระดาษ A4 3. Power Point เรื่อง ความส าคัญของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 31 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. Power Point เรื่อง คุณค่าของพืชที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 3. กระดาษ A4
4. กระดาษชาร์ท 5. ปากกาเมจิก 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
10. การวัดและประเมินผล แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถระบุปัจจัยที่ จ าเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสง ได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถสร้าง แผนภาพปัจจัยที่จ าเป็นในการ สังเคราะห์ด้วยแสงได้ - การสังเกตและตรวจ ผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมีวินัย - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถบอกผลผลิตที่ เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ด้วย แสงได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติการ ทดลองได้ - การสังเกต - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. อยู่อย่างพอเพียง - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 28 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถวัตถุดิบ และ ผลิตภัณฑ์สิ่งที่พืชต้องใช้ในการ สังเคราะห์แสงได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถท าแผนผัง ความคิดได้ - การตรวจผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมุ่งมั่นในการท างาน - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 29 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถอธิบาย แผนภาพ การสังเคราะห์ด้วยแสง ของพืชได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถออกแบบ โปสเตอร์แผนภาพ การ สังเคราะห์ด้วยแสงของพืชได้ - การสังเกตและตรวจ ผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. มีจิตสาธารณะ - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 30 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความส าคัญของการสังเคราะห์ ด้วยแสงของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถสร้างแผนผัง ความคิดได้ - การสังเกตและตรวจ ผลงาน - แบบประเมินผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 31 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถบอกถึงคุณค่า ของพืชที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต และ สิ่งแวดล้อมได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถแบบภาพวาด สถานที่ปลูก ดูแลต้นไม้ได้ - การตรวจผลงาน - แบบประเมินผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนรักความเป็นไทย - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 2 โครงสร้างและการท างานของระบบล าเลียงน้ าและอาหารของพืช ซึ่งประกอบด้วยระบบท่อล าเลียง ที่เป็นเนื้อเยื่อ ซึ่งเชื่อมต่อกันตลอดในล าต้น โดยท าหน้าที่ล าเลียงน้ าและแร่ธาตุจากรากส่งต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อน าไปใช้ใน กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ก่อนจะน าสารหรือน้ าตาลซึ่งเป็นผลผลิตจากกระบวนการดังกล่าว ส่งต่อไปยังเนื้อเยื่อในส่วน ต่าง ๆ ของพืช เพื่อน าไปใช้ในกิจกรรมอื่น ๆ ของเซลล์ น้ า สารอาหารและแร่ธาตุต่าง ๆ จะถูกล าเลียงไปในรูปของสารละลาย ตั้งแต่บริเวณปลายรากหรือที่เรียกว่า ขนราก จ านวนมากของพืช ซึ่งดูดสารต่าง ๆ ขึ้นมาจากพื้นดินและน าส่งต่อไปยังระบบ ท่อล าเลียงหรือกลุ่มเซลล์ที่เรียกว่า มัดท่อล าเลียง ที่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อส าคัญ 2 กลุ่ม คือ ท่อล าเลียงน้ าและแร่ธาตุ หรือ ไซเลม คือ เนื้อเยื่อที่ท าหน้าที่ล าเลียงน้ าและแร่ธาตุจากดิน ผ่านรากขึ้นสู่ล าต้นไปยังใบและปลายยอดของพืช เป็นระบบที่ อาศัยการแพร่แบบออสโมซิส (Osmosis) ตั้งแต่ในรากและแรงดึงตามธรรมชาติได้แก่ แรงดันราก แรงคาพิลลารีแรงดึงจาก การคายน้ า และท่อล าเลียงอาหาร หรือ “โฟลเอม” (Phloem) คือ เนื้อเยื่อที่ท าหน้าที่ล าเลียงสารอาหาร โดยเฉพาะ “น้ าตาล กลูโคส” (Glucose) ที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงในรูปของสารละลาย น าส่งจากใบไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชที่ ก าลังมีการเจริญเติบโต รวมถึงการน าไปเก็บสะสมไว้ที่ใบ รากและล าต้น การล าเลียงอาหารสามารถเกิดได้ในทุกทิศทาง โดย อาศัย การแพร่ และการล าเลียงแบบใช้พลังงาน ในจ านวนธาตุอาหารที่พืชจ าเป็นต้องใช้เพื่อการเจริญเติบโตออกดอก ออกผล ซึ่งมีอยู่ 16 ธาตุนั้น มี 3 ธาตุ ที่พืชได้มาจากอากาศและน้ า คือ คาร์บอน ( C) ไฮโดรเจน (H) และออกซิเจน (O) ส่วนอีก 13 ธาตุนั้น พืชต้องดูดดึงขึ้นมาจากดิน ซึ่งธาตุเหล่านี้ได้มาจากการผุพงสลายตัวของส่วนที่เป็นอนินทรียวัตถุและอินทรียวัตถุหรือ ฮิวมัสในดิน สามารถแบ่งตามปริมาณที่พืชต้องการใช้ได้ เป็น 2 กลุ่ม คือ มหธาตุ และจุลธาตุการสืบพันธุ์หรือ การขยายพันธุ์ เป็นการเพิ่มจ านวนลูกหลานที่มีลักษณะเหมือนเดิมของสิ่งมีชีวิต โดยที่สิ่งมีชีวิตรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นนี้จะทดแทนสิ่งมีชีวิตรุ่นเก่าที่ ล้มหายตายจากไป ท าให้สิ่งมีชีวิตเหลือรอดอยู่ในโลกได้โดยไม่สูญพันธุ์ไป การสืบพันธุ์ของพืชดอก แบ่งเป็น การสืบพันธุ์แบบ อาศัยเพศ เกิดจากการผสมกันระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ และเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย ซึ่งมีขั้นตอนการผสมพันธุ์ดังนี้ การถ่าย ละอองเรณู การงอกของละอองเรณู และการปฏิสนธิ และการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชดอก ป็นการสืบพันธุ์ที่พืชต้น ใหม่ไม่ได้เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างสเปิร์ม กับเซลล์ไข่ แต่เกิดจากส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ราก ล าต้น ใบ มีการเจริญเติบโต และพัฒนาขึ้นมา เป็นต้นใหม่ได้ เช่น การตอน การต่อกิ่ง การติดตา การทาบกิ่ง การแตกหน่อ การใช้ใบ การใช้ล าต้นใต้ดิน การใช้ส่วนของล าต้นที่เจริญออกไปจากต้นเดิม ที่เรียกว่าไหล การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการปรับปรุงพันธุ์พืช ได้แก่ การคัดเลือกพันธุ์ การใช้สารเคมี การใช้รังสีในสภาพปลอดเชื้อ การใช้เทคนิคการรวมโปรโตพลาสต์ซึ่งเป็นการรวมยีน หรือรวมลักษณะทั้งหมดของพืชทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน และ/หรือ เทคนิคการถ่ายยีนซึ่งเป็นการน าชิ้นส่วนของยีนที่ทราบลักษณะ หรือทราบคุณสมบัติมาท าการถ่ายเข้าไปในพืช เพื่อให้สามารถ ผลิตพืชชนิดใหม่ซึ่งไม่ได้มีอยู่ตามธรรมชาติให้เกิดขึ้นมาได้โดยใช้ระยะเวลาสั้นกว่าและสามารถแก้ไขปัญหาเรื่อง sexual incompatibility ระหว่างพืชได้ โดยเทคนิคทั้งหมดที่กล่าวมานั้นต้องอาศัยความรู้และเทคนิคของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เข้ามาร่วมด้วย
หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 2 รหัสวิชา ว21101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 13 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาว จิราภรณ์ จ าเนียรผล ********************************************************************************** 1. ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 2 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้า และออก จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ท างานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.1/9 บรรยายลักษณะและหน้าที่ของไซเล็ม และโฟลเอ็ม ว 1.2 ม.1/10 เขียนแผนภาพที่บรรยายทิศทางการล าเลียงสารในไซเล็ม และโฟลเอ็มของพืช ว 1.2 ม.1/11 อธิบายการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศของพืชดอก ว 1.2 ม.1/12 อธิบายลักษณะโครงสร้างของดอกที่มีส่วนท าให้เกิดการถ่ายเรณู รวมทั้งบรรยาย การ ปฏิสนธิของพืชดอก การเกิดผลและเมล็ด การกระจายเมล็ด และการงอกของเมล็ด ว 1.2 ม.1/13 ตระหนักถึงความส าคัญของสัตว์ที่ช่วยในการถ่ายเรณูของพืชดอก โดยการไม่ท าลาย ชีวิตของสัตว์ที่ช่วยในการถ่ายเรณู ว 1.2 ม.1/14 อธิบายความส าคัญของธาตุอาหารบางชนิดที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และการ ด ารงชีวิตของพืช ว 1.2 ม.1/15 เลือกใช้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารเหมาะสมกับพืชในสถานการณ์ที่ก าหนด ว 1.2 ม.1/16 เลือกวิธีการขยายพันธุ์พืชให้เหมาะสมกับความต้องการของมนุษย์ โดยใช้ความรู้ เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ของพืช ว 1.2 ม.1/17 อธิบายความส าคัญของเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชในการใช้ประโยชน์ ด้านต่าง ๆ ว 1.2 ม.1/18 ตระหนักถึงประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืชโดยการน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวัน 3. สาระส าคัญ - พืชมีไซเล็มและโฟลเอ็ม ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อมีลักษณะคล้ายท่อ เรียงตัวกันเป็นกลุ่มเฉพาะที่ โดยไซเล็ม ท าหน้าที่ล าเลียงน้ าและธาตุอาหาร มีทิศทางล าเลียงจากรากไปสู่ล าต้น ใบ และส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อใช้ใน การสังเคราะห์ด้วยแสง รวมถึงกระบวนการอื่น ๆ ส่วนโฟลเอ็มท าหน้าที่ ล าเลียงอาหารที่ได้จากการสังเคราะห์ ด้วยแสง มีทิศทางล าเลียงจากบริเวณที่มีการสังเคราะห์ด้วยแสงไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของพืช หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การด ารงชีวิตของพืช 2
- พืชดอกทุกชนิดสามารถสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศได้ และบางชนิดสามารถสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ได้ - การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็นการสืบพันธุ์ที่มีการ ผสมกันของสเปิร์มกับเซลล์ไข่ การสืบพันธุ์ แบบอาศัยเพศของพืชดอกเกิดขึ้นที่ดอก โดยภายในอับเรณูของส่วนเกสรเพศผู้มีเรณู ซึ่งท าหน้าที่ สร้างสเปิร์ม ภายในออวุลของส่วนเกสรเพศเมีย มีถุงเอ็มบริโอ ท าหน้าที่สร้างเซลล์ไข่ - การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็นการสืบพันธุ์ที่พืชต้นใหม่ไม่ได้เกิดจากการปฏิสนธิระหว่าง สเปิร์ม กับเซลล์ไข่ แต่เกิดจากส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ราก ล าต้น ใบ มีการเจริญเติบโตและพัฒนาขึ้นมา เป็นต้นใหม่ ได้ - การถ่ายเรณู คือ การเคลื่อนย้ายของเรณูจาก อับเรณูไปยังยอดเกสรเพศเมีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ลักษณะและโครงสร้างของดอก เช่น สีของกลีบดอก ต าแหน่งของเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย โดยมีสิ่งที่ช่วย ในการถ่ายเรณู เช่น แมลง ลม - การถ่ายเรณูจะน าไปสู่การปฏิสนธิ ซึ่งจะเกิดขึ้นที่ ถุงเอ็มบริโอภายในออวุล หลังการปฏิสนธิจะได้ ไซโกต และเอนโดสเปิร์ม ไซโกตจะพัฒนาต่อไป เป็นเอ็มบริโอ ออวุลพัฒนาไปเป็นเมล็ด และรังไข่ พัฒนาไป เป็นผล - ผลและเมล็ดมีการกระจายออกจากต้นเดิม โดย วิธีการต่าง ๆ เมื่อเมล็ดไปตกในสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมจะเกิดการงอกของเมล็ด โดยเอ็มบริโอภายในเมล็ดจะเจริญออกมา โดยระยะแรก จะอาศัยอาหารที่ สะสมภายในเมล็ด จนกระทั่งใบแท้พัฒนา จนสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้เต็มที่ และสร้างอาหารได้เอง ตามปกติ - พืชดอกแต่ล่ะชนิดมีละอองเรณูและรังไข่ที่มีรูปร่างลักษณะ และจ านวนที่แตกต่างกัน เมื่ออับเรณู แก่เต็มที่ผนังของอับเรณูจะแตกออกละอองเรณูจะกระจายออกไปตกบนยอดเกสรตัวเมีย โดยอาศัยสื่อต่างๆ พาไป เช่น ลม น้ า แมลง สัตว์ รวมทั้งมนุษย์ เป็นต้น ปรากฏการณ์ที่ละอองเรณูตกลงสู่ยอดเกสรตัวเมีย เรียกว่า การถ่ายละอองเรณู - พืชต้องการธาตุอาหารที่จ าเป็นหลายชนิดในการเจริญเติบโตและการด ารงชีวิต - พืชต้องการธาตุอาหารบางชนิดในปริมาณมาก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และก ามะถัน ซึ่งในดินอาจมีไม่เพียงพอส าหรับการเจริญเติบโตของพืช จึงต้องมีการให้ ธาตุอาหารในรูปของปุ๋ยกับพืชอย่างเหมาะสม - มนุษย์สามารถน าความรู้เรื่องการสืบพันธุ์ แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ มาใช้ในการขยายพันธุ์ เพื่อเพิ่มจ านวนพืช เช่น การใช้เมล็ดที่ได้จากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศมาเพาะเลี้ยง วิธีการนี้จะได้พืชใน ปริมาณมาก แต่อาจมีลักษณะที่แตกต่างไปจากพ่อแม่ ส่วนการตอนกิ่ง การปักช า การต่อกิ่ง การติดตา การ
ทาบกิ่ง การเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อ เป็นการน าความรู้เรื่องการสืบพันธุ์แบบ ไม่อาศัยเพศของพืชมาใช้ในการ ขยายพันธุ์ เพื่อให้ได้พืชที่มีลักษณะเหมือนต้นเดิม ซึ่งการขยายพันธุ์แต่ละวิธีมีขั้นตอนแตกต่างกัน จึงควรเลือก ให้เหมาะสมกับความต้องการของมนุษย์ โดยต้องค านึงถึงชนิดของพืชและลักษณะการสืบพันธุ์ของพืช - เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เป็นการน า ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยที่จ าเป็นต่อการเจริญเติบโต ของพืชมาใช้ในการเพิ่มจ านวนพืช และท าให้พืชสามารถเจริญเติบโตได้ในหลอดทดลอง ซึ่งจะได้ พืชจ านวน มากในระยะเวลาสั้น และสามารถน าเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาประยุกต์ เพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรม พืช ปรับปรุงพันธุ์พืชที่มีความส าคัญทางเศรษฐกิจ การผลิตยา และสารส าคัญในพืช และอื่น ๆ - ประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืช เช่น เพื่อเพิ่มจ านวนต้นพืชให้มากขึ้น เพื่อคงลักษณะพันธุ์เดิมไว้ เพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้เกิดพันธุ์ใหม่เพื่อให้เกิดพันธุ์ดี ที่ทนทานต่อโรคและแมลง เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม 4. สาระการเรียนรู้ 1. เนื้อเยื่อล าเลียงในพืช 2. การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศของพืชดอก 3. โครงสร้างของดอก และการถ่ายเรณู 4. การถ่ายเรณูของพืชดอก 5. ธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และการด ารงชีวิตของพืช 6. ธาตุอาหารเหมาะสมกับพืช 7. การขยายพันธุ์พืช 8. เทคโนโลยีชีวภาพ 9. ประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืช 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการท างาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. แผนภาพที่บรรยายทิศทางการล าเลียงสารในไซเล็ม และโฟลเอ็มของพืช 2. รายงานจัดกระท าข้อมูลในการน าเสนอ 3. แผนภาพ ขั้นตอนการสืบพันธุ์ และการเจริญเติบโตของพืชดอก 4. แผนผังความคิด การถ่ายเรณูของพืชดอก 5. แผนผังความคิด สัตว์ที่ช่วยในการถ่ายเรณูของพืชดอก 6. บัตรภาพ ธาตุอาหารที่พืชต้องการ 7. ใบกิจกรรม เรื่อง ธาตุอาหารเหมาะสมกับพืช 8. รายงานการจัดกระท าความรู้ 9. รายงานการจัดการท าความรู้ 10. แผนผังความคิด
8. กิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ เรื่อง จ านวน คาบ 32 เนื้อเยื่อล าเลียงในพืช 1 33 การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศของพืชดอก 2 34 โครงสร้างของดอก และการถ่ายเรณู 1 35 การถ่ายเรณูของพืชดอก 2 36 ธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และการด ารงชีวิตของพืช 1 37 ธาตุอาหารเหมาะสมกับพืช 2 38 การขยายพันธุ์พืช 1 39 เทคโนโลยีชีวภาพ 2 40 ประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืช 1 รวมทั้งหมด 13 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 32 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. กระดาษชาร์ต 3. ปากกาเมจิก 4. Power Point เรื่อง เนื้อเยื่อล าเลียงในพืช 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 33 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
2. กระดาษชาร์ต 3. Power Point เรื่อง การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศของพืชดอก 4. ปากกาเมจิก 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 34 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. กระดาษชาร์ท 3. Power Point เรื่อง โครงสร้างของดอก และการถ่ายเรณู 4. ปากกาเคมี 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 35 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. Power Point เรื่อง การถ่ายเรณูของพืชดอก 3. กระดาษ A4 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 36 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. Power Point เรื่อง ธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และการด ารงชีวิตของพืช 3. กระดาษ 100 ปอนด์ 4. ฉลาก มีหัวข้อ ดังนี้ ไนโตรเจน (N), ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) แคลเซียม (Ca), แมกนีเซียม (Mg) และก ามะถัน (S) แมงกานีส (Mn), ทองแดง (Cu), คลอรีน (Cl), เหล็ก (Fe), โบรอน (B), สังกะสี (Zn) และโมลิบดินัม (Mo) คาร์บอน (C), ไฮโดรเจน (H) และออกซิเจน (O) 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 37 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. ใบกิจกรรม เรื่อง ธาตุอาหารเหมาะสมกับพืช 3. Power Point เรื่อง ธาตุอาหารเหมาะสมกับพืช 4. สื่อการขาดธาตุอาหารในพืช 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 38 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. กระดาษชาร์ท
3. Power Point เรื่อง การขยายพันธุ์พืช 4. ปากกาเมจิก 5. ฉลาก โดยมีหัวข้อ ดังนี้ การใช้เมล็ดมาเพาะเลี้ยง การตอนกิ่ง การปักช า การต่อกิ่ง การติดตา การทาบกิ่ง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 39 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. Power Point เรื่อง เทคโนโลยีชีวภาพ 3. กระดาษชาร์ท 4. ปากกาเมจิก 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 40 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. Power Point เรื่อง ประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืช 3. กระดาษ A4 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
10. การวัดและประเมินผล แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 32 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถบรรยาย ลักษณะและหน้าที่ของไซเล็ม และโฟลเอ็มได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถเขียน แผนภาพที่บรรยายทิศทางการ ล าเลียงสารในไซเล็ม และโฟล เอ็มของพืช - การตรวจผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมุ่งมั่นในการท างาน - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 33 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถอธิบายการ สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่ อาศัยเพศของพืชดอกได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถจัดกระท า ข้อมูลในการน าเสนอได้ - การตรวจผลงาน - แบบประเมินผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. ซื่อสัตย์สุจริต - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 34 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ลักษณะโครงสร้างของดอกที่มี ส่วนท าให้เกิดการถ่ายเรณูได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถเขียน แผนภาพ ขั้นตอนการสืบพันธุ์ และการเจริญเติบโตของพืชดอก - การสังเกตและตรวจ ผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมีวินัย - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 35 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถบอกถึง ความส าคัญของสัตว์ที่ช่วยในการ ถ่ายเรณูของพืชดอกได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถเขียนแผนผัง ความคิดได้ - การตรวจผลงาน - แบบประเมินผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. มีจิตสาธารณะ - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 36 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความส าคัญของธาตุอาหารบาง ชนิดที่มีผลต่อการเจริญเติบโต - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน และการด ารงชีวิตของพืชได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถท าบัตรภาพ ได้ - การตรวจผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนใฝ่เรียนรู้ - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 37 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถเลือกใช้ปุ๋ยที่ มีธาตุอาหารเหมาะสมกับพืชใน สถานการณ์ที่ก าหนด - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถน าเสนอผล การท ากิจกรรมหน้าห้องเรียนได้ - การสังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมีวินัย - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 38 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถเลือกวิธีการ ขยายพันธุ์พืชให้เหมาะสมกับ ความต้องการได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถจัดกระท า ความรู้ส าหรับน าเสนอได้ - การตรวจผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมุ่งมั่นในการท างาน - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 39 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความส าคัญของเทคโนโลยีการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถจัดกระท า ข้อมูลส าหรับน าเสนอได้ - การตรวจผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. อยู่อย่างพอเพียง - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 40 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถบอก ประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืช ได้ - การสังเกตการตอบ ค าถาม - แบบสังเกตการตอบ ค าถาม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 2. นักเรียนสามารถท าแผนผัง ความคิดได้ - การตรวจผลงาน - แบบตรวจผลงาน - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute :A) 3. นักเรียนมุ่งมั่นในการท างาน - การสังเกตพฤติกรรม การท างาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
ภาคผนวก ค. รายงานสื่อการเรียนรู้
รายงานการผลิตและการใช้สื่อ นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ชื่อ – สกุล นางสาว จิราภรณ์ จ าเนียรผล กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี การจัดท า ผลิตเอง ชื่อสื่อการสอน แบบจ าลองของสสาร วันที่ผลิต/จัดหา วันที่ 14 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ประกอบเรียนการสอน รหัสวิชา ว21102 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายละเอียด แบบจ าลองของสสาร เป็นสื่อการเรียนรู้ที่น าเสนอการจัดเรียงตัวอนุภาคของสสาร ในรูป ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ภาพประกอบ ลงชื่อ ............................................... ผู้รายงาน (นางบุศรินทร์ วันนาหม่อง) ต าแหน่ง ครูช านาญการพิเศษ ลงชื่อ .................................................. ผู้รับรอง (นางสาวสุรินทร์ทิพย์ ค าอ้าย) ต าแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาพด้านหน้า ภาพด้านบน
รายงานการผลิตและการใช้สื่อ นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ชื่อ – สกุล นางสาว จิราภรณ์ จ าเนียรผล กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี การจัดท า ผลิตเอง ชื่อสื่อการสอน ตารางธาตุ วันที่ผลิต/จัดหา วันที่ 14 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ประกอบเรียนการสอน รหัสวิชา ว21102 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายละเอียด ตารางธาตุ เป็นสื่อการเรียนรู้ที่น าเสนอการจัดเรียงธาตุเคมีในรูปแบบของตารางตามเลขอะตอม การ จัดเรียงอิเล็กตรอน และสมบัติทางเคมี ภาพประกอบ ลงชื่อ ............................................... ผู้รายงาน (นางบุศรินทร์ วันนาหม่อง) ต าแหน่ง ครูช านาญการพิเศษ ลงชื่อ .................................................. ผู้รับรอง (นางสาวสุรินทร์ทิพย์ ค าอ้าย) ต าแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายงานการผลิตและการใช้สื่อ นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ชื่อ – สกุล นางสาว จิราภรณ์ จ าเนียรผล กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี การจัดท า ผลิตเอง ชื่อสื่อการสอน แผนภาพ การเปลี่ยนสถานะของสาร วันที่ผลิต/จัดหา วันที่ 14 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ประกอบเรียนการสอน รหัสวิชา ว21102 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายละเอียด แผนภาพ การเปลี่ยนสถานะของสาร เป็นสื่อการเรียนรู้ที่น าเสนอ การเปลี่ยนสถานะของสสารที่เป็น การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ จากรูปแบบหนึ่งไปสู่รูปแบบหนึ่ง ภาพประกอบ ลงชื่อ ............................................... ผู้รายงาน (นางบุศรินทร์ วันนาหม่อง) ต าแหน่ง ครูช านาญการพิเศษ ลงชื่อ .................................................. ผู้รับรอง (นางสาวสุรินทร์ทิพย์ ค าอ้าย) ต าแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี