The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-06-03 10:10:45

ilovepdf_merged

ilovepdf_merged

239

สถานศกึ ษาตอ้ งจดั ซ่อมเสรมิ ให้ผู้เรยี น ทำกิจกรรมในส่วนท่ีผู้เรียนไมไ่ ดเ้ ข้าร่วมหรอื ไม่ไดท้ ำจนครบถ้วน

แล้วจึงเปลย่ี นผลจาก “มผ” เปน็ “ผ” ได้ ทั้งน้ี ต้องดำเนินการใหเ้ สร็จสิ้นภายในปีการศกึ ษาน้ัน ยกเวน้

มีเหตุสุดวิสัยใหอ้ ยู่ในดุลยพินิจของสถานศกึ ษา

การประเมินสมรรถนะผเู้ รียน

สมรรถนะผู้เรียนมี 2 ลักษณะ คอื

1. สมรรถนะพ้ืนฐาน หมายความวา่ สมรรถนะในความฉลาดรพู ้ืนฐาน (Basic Literacy) 4

ด้าน ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์

2. สมรรถนะหลัก หมายความว่า สมรรถนะทว่ั ไปท่ีประยกุ ต์ใชก้ บั เรอ่ื งและสถานการณ์ต่างๆ

ได้อย่างกวา้ งขวาง เปน็ สมรรถนะทชี่ ว่ ยใหบ้ ุคคลประสบความสำเรจ็ ในการเรยี นรู้ การปฏิบัติ การทำงาน

การแก้ปญั หา และการใช้ชวี ิต เช่น สมรรถนะด้านการส่ือสาร การคดิ การทำงานเป็นทมี การเป็น

พลเมือง โดยคำนงึ ถึงผลลัพธ์ท่พี ึงประสงค์ของการศกึ ษา (Desired Outcomes of Education : DOE)

ระดบั ชาติและระดับพ้นื ที่และสถานศึกษานำร่องจะผ่านการประเมินผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาของผู้เรียน

ตามเกณฑ์ ดังนี้

1. ผเู้ รยี นทกุ คนมผี ลสัมฤทธทิ์ างการศึกษาในกลุ่มสมรรถนะพ้นื ฐาน อย่างนอ้ ย 2 ดา้ น ไม่ต่ำ

กว่าร้อยละ 50 และอีก 2 ด้านท่ีเหลอื ไมต่ ่ำกวา่ ร้อยละ 40 ยกเว้นกรณีผู้เรยี นเปน็ เด็กพเิ ศษ

2. ผู้เรียนทกุ คนมีผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาในกลมุ่ สมรรถนะหลกั อยา่ งนอ้ ย 2 ดา้ น ในระดบั

“สามารถ” ของแตล่ ะชว่ งชั้น ซง่ึ แบ่งเป็น 4 ระดับ ไดแ้ ก่ ริเร่ิม กำลังพฒั นา สามารถ และเหนือความ

คาดหวังยกเว้นกรณผี ู้เรียนเป็นเด็กพเิ ศษ

การกำหนดเกณฑ์

1) สมรรถนะพ้ืนฐาน หมายความว่า สมรรถนะในความฉลาดรูพ้ ้นื ฐาน (Basic Literacy) 4

ดา้ น ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณติ ศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แบง่ เป็น 5 ระดับ ได้แก่ ไม่ผ่าน

ผ่าน พอใช้ ดี ดเี ยีย่ ม

ระบบร้อยละ ระดับสมรรถนะพนื้ ฐาน

80-100 ดเี ยี่ยม

75-79 ดี
70-74

65-69 พอใช้
60-64

55-59 ผา่ น
50-54

0-49 ไมผ่ ่าน

2) สมรรถนะหลกั หมายความว่า สมรรถนะทัว่ ไปท่ีประยกุ ต์ใชก้ บั เรอ่ื งและสถานการณ์ตา่ งๆ
ได้อยา่ งกว้างขวาง เป็นสมรรถนะที่ช่วยให้บคุ คลประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ การปฏิบตั ิ การทำงาน

การแก้ปญั หา และการใช้ชวี ติ เช่น สมรรถนะด้านการสือ่ สาร การคิด การทำงานเป็นทีม การเป็น
พลเมอื ง โดยคำนงึ ถงึ ผลลพั ธ์ท่ีพ่ึงประสงค์ของการศกึ ษา (Desired Outcomes of Education : DOE)
ระดบั ชาติและระดับพน้ื ท่ี แบ่งเป็น 4 ระดบั ได้แก่ ริเรมิ่ กำลังพฒั นา สามารถ และเหนือความ

คาดหวงั

240

ระบบร้อยละ ระดับสมรรถนะหลกั
80-100 เหนือความคาดหวัง
75-79
70-74 สามารถ
65-69
60-64 กำลงั พัฒนา
55-59 รเิ ร่ิม
50-54
0-49

1.3 การเล่ือนชน้ั

เมอื่ ส้ินปกี ารศึกษา ผู้เรยี นจะได้รับการเลื่อนชัน้ เมอ่ื มคี ุณสมบตั ติ ามเกณฑ์ดงั ต่อไปน้ี
1) ผู้เรยี นมีเวลาเรยี นตลอดปีการศึกษาไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด

2) ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ ผ่านทุกรายวชิ าพน้ื ฐาน
3) ผู้เรียนมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
และกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

ทงั้ น้ี ถา้ ผู้เรียนมีขอบกพร่องเพยี งเล็กนอย และสถานศกึ ษาพิจารณาเหน็ ว่าสามารถ
พฒั นาและสอนซ่อมเสรมิ ไดใ้ หอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของสถานศึกษาทจ่ี ะผ่อนผันใหเ้ ล่ือนชนั้ ได้

อนงึ่ ในกรณีทผี่ ู้เรยี นมีหลักฐานการเรียนรู้ท่ีแสดงว่ามคี วามสามารถดเี ลศิ สถานศกึ ษา
อาจให้โอกาสผู้เรยี นเล่ือนช้นั กลางปีการศกึ ษา โดยสถานศกึ ษาแต่งตง้ั คณะกรรมการ ประกอบด้วย ฝ่าย
วชิ าการ ของสถานศึกษาและผู้แทนของเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาหรอื ต้นสงั กดั ประเมนิ ผู้เรียนและตรวจสอบ

คุณสมบตั ิให้ครบถว้ นตามเง่ือนไขทงั้ 3 ประการ ต่อไปน้ี
1) มผี ลการเรียนในปีการศกึ ษาที่ผ่านมาและมผี ลการเรยี นระหว่างปที ีก่ ำลงั ศกึ ษาอยใู่ นเกณฑ์ดี

เยี่ยม
2) มวี ฒุ ิภาวะเหมาะสมทจ่ี ะเรยี นในช้ันที่สูงข้ึน
3) ผ่านการประเมินผลความรู้ความสามารถทุกรายวิชาของชั้นปีท่เี รียนปจั จุบัน และความรู้

ความสามารถทกุ รายวิชาในภาคเรยี นแรกของชั้นปีท่ีจะเลือ่ นขึน้
การอนมุ ัตใิ ห้เลือ่ นชัน้ กลางปกี ารศกึ ษาไปเรียนชัน้ สงู ขึ้นได้ 1 ระดบั ชนั้ นี้ ต้องได้รับ การยนิ ยอม

จากผู้เรียนและผู้ปกครอง และตอ้ งดำเนนิ การใหเ้ สร็จสนิ้ ก่อนเปิดภาคเรียนท่ี 2 ของปกี ารศกึ ษาน้ัน
สำหรบั ในกรณที ่พี บว่ามีผู้เรียนกลุ่มพเิ ศษประเภทต่าง ๆ มปี ัญหาในการเรียนรู้ ให้สถานศกึ ษา
ดำเนินงานร่วมกบั สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา/ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัด/ศูนย์การศึกษาพเิ ศษ เขต

การศึกษา/หน่วยงานต้นสังกัด โรงเรียนเฉพาะความพกิ าร หาแนวทางการแกไขและพฒั นา
1.4 การเรยี นซ้ำชน้ั

ผ้เู รียนที่ไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปญั หาต่อการเรยี นในระดบั ชน้ั
ทีส่ งู ขน้ึ สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรยี นซ้ำชั้นได้ ท้งั น้ี ใหค้ ำนึงถงึ วฒุ ิภาวะและ
ความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญ

241

ผู้เรยี นที่ไม่มคี ณุ สมบตั ิตามเกณฑ์การเลอ่ื นช้ัน สถานศึกษาควรใหเรยี นซ้ำชนั้ ทั้งน้ี สถานศกึ ษา
อาจใช้ดุลยพินิจให้เล่ือนช้นั ได้ หากพจิ ารณาว่าผู้เรียนมคี ณุ สมบตั ิขอ้ ใดขอ้ หน่ึง ดงั ต่อไปน้ี

1) มีเวลาเรยี นไม่ถึงร้อยละ 80 อันเน่ืองจากสาเหตุจำเปน็ หรอื เหตุสดุ วิสยั แตม่ ี คณุ สมบัติตาม
เกณฑ์การเลอ่ื นชน้ั ในขออน่ื ๆ ครบถ้วน

2) ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ ผ่านมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชี้วดั ไม่ถึงเกณฑ์ตามที่สถานศึกษา
กำหนดในแต่ละรายวชิ า แต่เห็นว่าสามารถสอนซ่อมเสรมิ ได้ในปกี ารศกึ ษานนั้ และมคี ุณสมบัติ
ตามเกณฑ์การเลอ่ื นชัน้ ในข้ออืน่ ๆ ครบถ้วน

3) ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ รายวิชาในกลุ่มสาระภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อยใู่ นระดบั ผ่าน

กอ่ นท่จี ะให้ผู้เรยี นเรยี นซ้ำช้นั สถานศึกษาควรแจ้งให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบเหตุผลของการ
เรยี นซ้ำชนั้

1.5 การสอนซ่อมเสริม
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาชัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้สถานศึกษา จดั
สอนซ่อมเสริมเพอื่ พัฒนาการเรียนรขู้ องผเู้ รยี นเต็มตามศักยภาพ
การสอนซอ่ มเสรมิ เป็นการสอนเพอ่ื แกไขขอบกพร่อง กรณีท่ีผูเ้ รียนมคี วามรู้ ทักษะ
กระบวนการ หรือเจตคติ/คุณลกั ษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด สถานศึกษาต้องจัดสอน
ซ่อมเสรมิ เป็นกรณพี เิ ศษนอกเหนอื ไปจากการสอนตามปกติ เพื่อพฒั นาให้ผู้เรียนสามารถบรรลตุ าม
มาตรฐาน การเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ดั ท่ีกำหนดไว้ เป็นการให้โอกาสแก่ผเู้ รียนได้เรยี นรู้และพฒั นา โดยจัด
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทีห่ ลากหลายและตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
๑.๖ เกณฑ์การจบระดบั ประถมศึกษา
1) ผู้เรยี นเรยี นรายวิชาพน้ื ฐานและรายวชิ า/กิจกรรมเพิ่มเตมิ โดยเปน็ รายวิชาพ้นื ฐานตาม
โครงสร้างเวลาเรยี นท่ีหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานกำหนด และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติม
ตามท่สี ถานศึกษากำหนด
2) ผเู้ รยี นต้องมผี ลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศกึ ษากำหนด
3) ผเู้ รียนมีผลการประเมินการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียนในระดบั ผา่ นเกณฑ์ การประเมนิ
ตามทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
4) ผู้เรยี นมีผลการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ในระดบั ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามที่
สถานศึกษากำหนด
5) ผู้เรยี นเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี นและมผี ลการประเมนิ ผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามที่
สถานศึกษากำหนด

242

๒. ระดบั มัธยมศึกษา
๒.๑ การตัดสนิ ผลการเรียน
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2441 กำหนดหลกั เกณฑก์ ารวดั

และประเมินผลการเรยี นรู เพื่อตัดสินผลการเรยี นของผเู้ รียน ดังน้ี
1) ตดั สินผลการเรียนเป็นรายวชิ า ผูเ้ รียนตองมีเวลาเรยี นตลอดภาคเรยี นไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ย

ละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมดในรายวิชานนั้ ๆ
2) ผเู้ รียนต้องได้รบั การประเมนิ ทกุ ตวั ชีว้ ัดและผา่ นตามเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากำหนด
3) ผู้เรียนตอ้ งได้รับการตัดสนิ ผลการเรยี นทกุ รายวิชา
4) ผเู้ รยี นต้องไดร้ ับการประเมนิ และมีผลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษา

กำหนดในการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
เพ่อื ให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ ผู้สอนตองตรวจสอบความรู้ความสามารถ

ที่แสดงพัฒนาการของผู้เรียนอยา่ งสม่ำเสมอและต่อเนอื่ ง อกี ทัง้ ตอ้ งสรา้ งให้ผเู้ รยี นรบั ผิดชอบการเรียนรู้
ของตนด้วยการตรวจสอบความกา้ วหน้าในการเรียนของตนเองอย่างสมำ่ เสมอเช่นกัน ตวั ชว้ี ดั ซ่งึ มี
ความสำคัญในการนำมาใช้ออกแบบหนว่ ยการเรยี นรนู้ นั้ ยงั เปน็ แนวทางสำหรับผู้สอนและผู้เรียนใช้ใน
การตรวจสอบยอ้ นกลบั วา่ ผูเ้ รยี นเกิดการเรยี นรู้หรอื ยงั การประเมนิ ในชน้ั เรียนซึง่ ต้องอาศัยท้งั การ
ประเมินเพือ่ การพฒั นาและการประเมิน เพอ่ื สรุปการเรยี นร้จู ะเป็นเครือ่ งมอื สำคญั ในการตรวจสอบ
ความก้าวหนา้ ในการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นสถานศกึ ษาโดยผ้สู อนกำหนดเกณฑ์ท่ียอมรบั ได้ในการผ่านตวั ชวี้ ัด
ทกุ ตวั ใหเ้ หมาะสมกับบรบิ ทของสถานศกึ ษา กลา่ วคือ ใหท้ ้าทายการเรยี นรู้ ไม่ยากหรอื งา่ ยเกนิ ไป เพอื่
ใชเ้ ป็นเกณฑ์ในการประเมนิ วา่ สงิ่ ท่ผี ู้เรียนรู้ เขา้ ใจ ทำได้นัน้ เป็นที่นา่ พอใจ บรรลุตามเกณฑท์ ย่ี อมรับได้
หากยังไม่บรรลจุ ะต้องหาวธิ กี ารช่วยเหลือ เพื่อให้ผเู้ รียนได้รบั การพฒั นาสงู สุด การกำหนดเกณฑ์นี้ผู้สอน
สามารถให้ผเู้ รียนร่วมกำหนดดว้ ยได้ เพือ่ ใหเ้ กิดความรับผดิ ชอบร่วมกันและสร้างแรงจงู ใจในการเรียน
การประเมินเพอ่ื การพัฒนาส่วนมากเปน็ การประเมนิ อย่างไม่เป็นทางการ เชน่ สังเกต หรอื ซกั ถาม หรือ
การทดสอบยอ่ ย ในการประเมินเพ่อื การพฒั นาน้ี ควรใหผ้ เู้ รยี นได้รบั การพัฒนา จนผ่านเกณฑ์ทยี่ อมรบั
ได้ ผู้เรียนแต่ละคนอาจใช้เวลาเรยี นและวิธกี ารเรยี นที่แตกต่างกัน ฉะนนั้ ผู้สอน ควรนำข้อมูลท่ไี ด้มาใช้
ปรับวธิ กี ารสอนเพ่อื ให้ผเู้ รียนได้รับการพัฒนาเตม็ ศักยภาพ อนั จะนำไปสู่การบรรลุ มาตรฐานการเรยี นรู้
ในทายที่สดุ อย่างมคี ณุ ภาพ การประเมินเพอื่ การพัฒนาจงึ ไม่จำเปน็ ตอ้ งตัดสนิ ให้คะแนน เสมอไป การ
ตดั สินให้คะแนนหรือให้เป็นระดบั คณุ ภาพควรดำเนนิ การโดยใช้การประเมนิ สรุปผลรวม
เม่ือจบหน่วยการเรยี นรู้และจบรายวิชาการตดั สินผลการเรียนตัดสินเป็นรายวชิ าโดยใช้ผลการประเมิน
ระหว่างภาคและปลายภาค ตามสดั ส่วนท่ีสถานศึกษากำหนด ทกุ รายวิชาต้องได้รบั การตัดสินและให้
ระดับผลการเรยี น ทง้ั น้ผี ู้เรียนต้องผา่ น ทกุ รายวิชาพ้นื ฐาน

2.2 การใหระดับผลการเรยี น
การตัดสินเพ่อื ใหร้ ะดับผลการเรียนรายวชิ า สถานศกึ ษาสามารถใหร้ ะดบั ผลการเรยี นหรือระดับ
คุณภาพการปฏบิ ัตขิ องผ้เู รยี นเปน็ ระบบตัวเลข ระบบตวั อักษร ระบบร้อยละ และระบบท่ใี ช้คำสำคัญ
สะทอ้ นมาตรฐาน
การตัดสนิ ผลการเรยี นในระดบั การศึกษาขั้นพืน้ ฐานใช้ระบบผา่ นและไม่ผา่ น โดยกำหนด
เกณฑ์การตดั สินผ่านแต่ละรายวิชาที่รอ้ ยละ 50 จากนน้ั จงึ ใหร้ ะดับผลการเรียนท่ีผ่านเป็น
ระบบต่าง ๆ ตามท่ีสถานศกึ ษากำหนด ได้แก่ ระบบตัวเลข ระบบตวั อกั ษร ระบบร้อยละ ระบบทใี่ ช้คำ
สำคญั สะทอ้ นมาตรฐาน
ตารางข้างใต้แสดงการให้ระดบั ผลการเรียนดว้ ยระบบตา่ ง ๆ และการเทียบกันไดร้ ะหว่างระบบ

243

กรณีทสี่ ถานศกึ ษาให้ระดบั ผลการเรยี นด้วยระบบตา่ ง ๆ สามารถเทียบกันได้ ดงั นี้

ระบบตัวเลข ความหมาย ระบบรอ้ ยละ

4 ดีเย่ยี ม 80-100

3.5 ดีมาก 75-79

3 ดี 70-74

2.5 คอ่ นข้างดี 65-69

2 ปานกลาง 60-64

1.5 พอใช้ 55-59

1 ผา่ นเกณฑ์ 1 ขัน้ ต่ำ 50-54

0 ต่ำกว่าเกณฑ์ 0-49

ในกรณที ่ไี ม่สามารถให้ระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดบั ได้ใหใ้ ช้ตวั อกั ษรระบเุ งื่อนไขของ

ผลการเรยี น ดงั นี้
“มส” หมายถึง ผูเ้ รียนไม่มสี ทิ ธิเข้ารบั การวัดผลปลายภาคเรียน เนอื่ งจากผู้เรียน มเี วลา

เรียนไมถ่ ึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนในแตล่ ะรายวขิ า และไมไ่ ด้รับการผอ่ นผนั ใหเ้ ขา้ รับการวดั ผล ปลาย

ภาคเรียน
“ร” หมายถงึ รอการตัดสินและยงั ตัดสนิ ผลการเรียนไม่ได้ เนอ่ื งจากผู้เรยี นไม่มขี ้อมูล ผลการ

เรยี นรายวชิ านน้ั ครบถวน ได้แก่ ไมไ่ ดว้ ัดผลระหวา่ งภาคเรยี น/ปลายภาคเรียน ไมไ่ ด้ส่งงานท่ีมอบหมาย
ใหท้ ำ ซงึ่ งานนัน้ เป็นสว่ นหนง่ึ ของการตัดสนิ ผลการเรยี น หรอื มีเหตสุ ดุ วสิ ยั ที่ทำให้ประเมินผลการเรียน
ไมไ่ ด้

1) ในการสรุปผลการประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียน เพื่อการเลอ่ื นขน้ั และจบ
การศึกษา กำหนดเกณฑ์การตัดสนิ เป็น 4 ระดับ และความหมายของแต่ละระดับ ดังนี้

ดีเยย่ี ม หมายถงึ มีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์
และเขียนทม่ี คี ุณภาพดเี ลศิ อยเู่ สมอ

ดี หมายถงึ มีผลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์

และเขียนท่ีมคี ุณภาพเป็นท่ียอมรับ
ผ่าน หมายถึง มผี ลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์

และเขยี นที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ แต่ยงั มีขอบกพรอ่ งบางประการ
ไมผ่ ่าน หมายถึง ไมม่ ีผลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์

และเขยี น หรอื ถา้ มผี ลงาน ผลงานนน้ั ยังมขี อบกพร่องทต่ี ้อง

ไดร้ ับการปรับปรุงแก้ไขหลายประการ
2) ในการสรุปผลการประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์รวมทุกคณุ ลักษณะเพอื่ การ เล่อื นชน้ั

และจบการศึกษา กำหนดเกณฑก์ ารตัดสินเปน็ 4 ระดับ และความหมายของแต่ละระดับ ดังน้ี
ดีเยย่ี ม หมายถงึ ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ิตนตามคุณลกั ษณะจนเปน็ นิสัย และนำไปใชใ้ น
ชวี ติ ประจำวนั เพือ่ ประโยชนส์ ุขของตนเองและสงั คม โดยพจิ ารณา

จากผลการประเมินระดบั ดีเย่ียม จำนวน 4 คณุ ลักษณะ โดย

244

ดี หมายถึง พิจารณาจากผลการประเมิน ระดับดเี ยย่ี ม
ผา่ น หมายถงึ ผเู้ รยี นมคี ุณลกั ษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพือ่ ใหเ้ ปน็ การ
ไมผ่ ่าน หมายถงึ
ยอมรบั ของสังคม โดยพจิ ารณาจากผลการประเมินระดบั ดี จำนวน
3 คณุ ลักษณะ โดยพิจารณาจากผลการประเมิน ระดับดี

ผ้เู รยี นรบั รู้และปฏิบตั ิตามกฎเกณฑแ์ ละเงื่อนไขทีส่ ถานศึกษากำหนด
โดยพจิ ารณาจากผลการประเมนิ ระดบั ผ่าน จำนวน 2 คณุ ลักษณะ
โดยพิจารณาจากผลการประเมิน ระดบั ผา่ น

ผ้เู รียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑแ์ ละเงื่อนไข ท่ี
สถานศกึ ษากำหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดบั ไมผ่ ่าน

ต้งั แต่ 1 คุณลักษณะ

การประเมินกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียนจะต้องพจิ ารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมการปฏิบตั ิ
กจิ กรรม และผลงานของผู้เรยี นตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษากำหนด และให้ผลการประเมนิ เป็นผา่ นและไม่

ผา่ น กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น มี 3 ลักษณะ คอื
1) กจิ กรรมแนะแนว
2) กิจกรรมนกั เรียน ซง่ึ ประกอบด้วย

(1) กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี ยุวกาขาด ผู้บำเพญ็ ประโยขน์ และนกั ศึกษา วขิ าทหาร
โดยผู้เรียนเลือกอยา่ งใดอย่างหนึ่ง

(2) กจิ กรรมชมุ นมุ หรอื ชมรม
ทัง้ น้ี ผ้เู รยี นระดบั มัธยมศึกษาตอนตนจะตอ้ งเขารว่ มกจิ กรรมทง้ั ขอ (1) และ (2)
สำหรบั ผู้เรยี นระดบั มัธยมศึกษาตอนปลายสามารถเลอื กเขารว่ มกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งในขอ

(1) หรอื (2)
3) กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์

ให้ใช้ตวั อักษรแสดงผลการประเมิน ดังนี้
“ผ” หมายถงึ ผู้เรียนมีเวลาเขา้ รว่ มกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมและ มีผลงานตาม
เกณฑท์ ี่สถานศึกษากำหนด

“มผ” หมายถงึ ผ้เู รียนมเี วลาเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปฏิบัติกจิ กรรมและ มีผลงานไม่
เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากำหนด

การประเมินสมรรถนะผเู้ รยี น
สมรรถนะผู้เรยี นมี 2 ลักษณะ คอื
1. สมรรถนะพ้นื ฐาน หมายความว่า สมรรถนะในความฉลาดรพู้ น้ื ฐาน (Basic Literacy) 4

ด้าน ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
2. สมรรถนะหลกั หมายความวา่ สมรรถนะทวั่ ไปทีป่ ระยกุ ตใ์ ชก้ บั เรอื่ งและสถานการณต์ า่ งๆ

ได้ อยา่ งกวา้ งขวาง เป็นสมรรถนะทช่ี ่วยใหบ้ ุคคลประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ การปฏบิ ตั ิ การ
ทำงาน การแกป้ ัญหา และการใช้ชีวติ เชน่ สมรรถนะดานการสอ่ื สาร การคิด การทำงานเป็นทมี การ
เป็นพลเมอื ง โดยคำนงึ ถึงผลลัพธ์ท่ีพึงประสงคข์ องการศกึ ษา (Desired Outcomes of Education :

DOE) ระดับชาติและระดับพื้นที่ และสถานศกึ ษานำร่องจะผ่านการประเมนิ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการศึกษา
ของผู้เรยี นตามเกณฑ์ ดงั นี้

245

1. ผ้เู รยี นทกุ คนมีผลสมั ฤทธ์ิทางการศกึ ษาในกลุ่มสมรรถนะพ้ืนฐาน อย่างน้อย 2 ดา้ น ไมต่ ่ำ

กวา่ ร้อยละ 50 และอีก 2 ด้านท่ีเหลือไมต่ ่ำกวา่ ร้อยละ 40 ยกเว้นกรณผี ้เู รียนเป็นเด็กพิเศษ

2. ผเู้ รยี นทุกคนมผี ลสัมฤทธ์ิทางการศกึ ษาในกลุม่ สมรรถนะหลัก อยา่ งนอ้ ย 2 ดา้ น ในระดับ

“สามารถ” ของแตล่ ะช่วงช้ัน ซงึ่ แบ่งเป็น 4 ระดบั ไดแ้ ก่ รเิ ริ่ม กำลังพัฒนา สามารถ และ

เหนือความคาดหวงั ยกเวนกรณีผ้เู รียนเปน็ เดก็ พิเศษ

การกำหนดเกณฑ์

1) สมรรถนะพื้นฐาน หมายความวา่ สมรรถนะในความฉลาดร้พู ืน้ ฐาน (Basic Literacy) 4

ดา้ น ไดแ้ ก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แบง่ เปน็ 5 ระดบั ไดแ้ ก่ ไม่ผ่าน

ผ่าน พอใช้ ดี ดีเยย่ี ม

ระบบร้อยละ ระดบั สมรรถนะพนื้ ฐาน

80-100 ดีเยี่ยม

75-79 ดี
70-74

65-69 พอใช้
60-64

55-59 ผา่ น
50-54

0-49 ไมผ่ า่ น

2) สมรรถนะหลัก หมายความว่า สมรรถนะทั่วไปที่ประยุกตใ์ ชก้ ับเรอื่ งและสถานการณ์ต่างๆ
ได้อยา่ งกว้างขวาง เปน็ สมรรถนะทช่ี ว่ ยให้บคุ คลประสบความสำเรจ็ ในการเรยี นรู้ การปฏบิ ตั ิ การทำงาน
การแก้ปญั หา และการใช้ชวี ิต เชน่ สมรรถนะด้านการส่อื สาร การคดิ การทำงานเปน็ ทีม การเปน็

พลเมอื ง โดยคำนงึ ถึงผลลัพธท์ พ่ี ึ่งประสงคข์ องการศึกษา (Desired Outcomes of Education : DOE)
ระดับชาตแิ ละระดับพน้ื ท่ี แบง่ เป็น 4 ระดบั ได้แก่ ริเริม่ กำลังพฒั นา สามารถ และเหนือความ

คาดหวัง

ระบบร้อยละ ระดบั สมรรถนะหลัก
80-100 เหนือความคาดหวงั
75-79
70-74 สามารถ
65-69
60-64 กำลงั พฒั นา
55-59 ริเร่ิม
50-54
0-49

246

๒.๓ การเปล่ยี นผลการเรยี น
2.3.1 การเปลย่ี นผลการเรยี น “0”

สถานศึกษาจัดใหม้ กี ารสอนซ่อมเสรมิ ในมาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชว้ี ดั ท่ผี เู้ รียน สอบไม่ผา่ นก่อน
แลว้ จึงสอบแกต้ วั ได้ไม่เกิน 2 ครงั้ ถ้าผู้เรยี นไม่ดำเนินการสอบแก้ตวั ตามระยะเวลา ทส่ี ถานศกึ ษา
กำหนด ให้อยู่ในดุลยพินจิ ของสถานศึกษาทจ่ี ะพจิ ารณาขยายเวลาออกไปอีก 1 ภาคเรยี น สำหรบั ภาค
เรยี นท่ี 2 ตอ้ งดำเนินการใหเ้ สร็จส้ินภายในปีการศึกษานน้ั

การสอบแกตัวให้ไดร้ ะดบั ผลการเรียนไม่เกนิ “1”
ถ้าสอบแก้ตัว 2 ครง้ั แล้ว ยังได้ระดับผลการเรยี น “0” อีก ใหส้ ถานศึกษา แตง่ ตงั้
คณะกรรมการดำเนนิ การเก่ียวกบั การเปลยี่ นผลการเรียนของผูเ้ รียน โดยปฏบิ ตั ิดงั นี้
1) ถา้ เป็นรายวขิ าพน้ื ฐาน ให้เรียนซำ้ รายวิขานน้ั
2) ถ้าเปน็ รายวิขาเพมิ่ เติม ให้เรยี นซ้ำหรอื เปลีย่ นรายวิขาเรียนใหม่ ท้งั น้ี ให้อยู่ในดุลยพนิ จิ ของ
สถานศึกษา
ในกรณีทเี่ ปล่ียนรายวขิ าเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรยี นแทน
รายวชิ าใด

2.3.2 การเปลีย่ นผลการเรียน “ร”
การเปลีย่ นผลการเรียน “ร” ใหด้ ำเนนิ การดังนี้
ใหผ้ ูเ้ รยี นดำเนนิ การแกไ้ ข “ร” ตามสาเหตุ เมอ่ื ผู้เรยี นแกไ้ ขปญั หาเสร็จแลว้ ให้ไดร้ ะดบั ผลการ
เรียนตามปกติ
ถา้ ผเู้ รียนไม่ดำเนินการแกไ้ ข “ร” กรณที ส่ี ่งงานไมค่ รบ แต่มีผลการประเมินระหว่างภาคเรียน
และปลายภาค ให้ผู้สอนนำข้อมลู ท่มี ีอยตู่ ัดสนิ ผลการเรยี น ยกเวน้ มเี หตสุ ดุ วิสัย ใหอ้ ยู่ใน ดุลยพินจิ ของ
สถานศกึ ษาท่ีจะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีกไมเ่ กิน 1 ภาคเรยี น สำหรับภาคเรยี นที่ 2 ต้อง
ดำเนนิ การใหเสรจ็ สิ้นภายในปีการศึกษาน้นั เมือ่ พันกำหนดนี้แลว้ ใหเ้ รียนซ้ำ หากผลการเรียนเป็น “0”
ใหด้ ำเนนิ การแก้ไขตามหลกั เกณฑ์

2.3.๓ การเปล่ียนผลการเรยี น “มส”
การเปลยี่ นผลการเรยี น “มส” มี 2 กรณี ดงั นี้
1) กรณีผเู้ รียนไดผ้ ลการเรียน “มส” เพราะมเี วลาเรียนไม่ถึงรอ้ ยละ 80 แตม่ เี วลาเรียนไม่นอ้ ย
กวา่ รอ้ ยละ 60 ของเวลาเรียนในรายวิชานน้ั ให้สถานศกึ ษาจัดใหเ้ รียนเพิม่ เตมิ โดยใชช้ ่วั โมง สอนซ่อม
เสรมิ หรอื ใช้เวลาวา่ ง หรอื ใช้วนั หยดุ หรือมอบหมายงานให้ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่กำหนดไว้
สำหรบั รายวิชานัน้ แลว้ จงึ ใหว้ ัดผลปลายภาคเป็นกรณีพเิ ศษ ผลการแก่ “มส” ใหไ้ ดร้ ะดับผลการเรียนไม่
เกิน “1” การแก้ “มส” กรณีน้ีให้กระทำให้เสร็จส้ินภายในปกี ารศึกษาน้นั ถา้ ผ้เู รียนไม่มาดำเนินการแก้
“มส” ตามระยะเวลา ท่กี ำหนดไว้น้ีใหเ้ รียนซ้ำ ยกเวน้ มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของสถานศกึ ษาท่ี
จะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอกี ไม่เกิน 1 ภาคเรยี น แต่เม่อื พ้นกำหนดนี้แล้ว ให้ปฏิบัติดังน้ี

(1) ถ้าเป็นรายวิขาพน้ื ฐานใหเ้ รียนซ้ำรายวขิ านั้น
(2) ถาเปน็ รายวิขาเพ่ิมเติมให้อยู่ในดุลยพินจิ ของสถานศกึ ษาให้เรียนซาํ้ หรือเปลย่ี น
รายวิขาเรยี นใหม่
2) กรณีผเู้ รยี นได้ผลการเรยี น “มส” เพราะไมม่ ีเวลาเรียนนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 60 ของเวลาเรยี น
ท้งั หมด ให้สถานศึกษาดำเนนิ การดังน้ี
(1) ถา้ เป็นรายวิขาพืน้ ฐาน ใหเ้ รยี นซ้ำรายวขิ าน้ัน

247

(2) ถ้าเป็นรายวิขาเพ่ิมเตมิ ใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ จิ ของสถานศกึ ษา ใหเ้ รียนซา้ํ หรือเปลยี่ น
รายวิขาเรยี นใหม่

ในกรณีทเ่ี ปลีย่ นรายวขิ าเรยี นใหมใ่ หห้ มายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรยี นว่าเรียนแทน
รายวิชาใด

การเรียนซ้ำรายวชิ า ผูเ้ รยี นทไ่ี ดร้ บั การสอนซ่อมเสรมิ และสอบแกตวั 2 ครั้งแลว้ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
การประเมนิ ให้เรียนซ้ำรายวิขานั้น ทงั้ นี้ ใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของสถานศึกษาในการ จดั ให้เรยี นซ้ำในชว่ ง
ใดชว่ งหน่ึงที่สถานศกึ ษาเหน็ วา่ เหมาะสม เชน่ พกั กลางวนั วันหยดุ ช่วั โมงวา่ งหลังเลกิ เรียน ภาคฤดูรอ้ น
เป็นต้น

ในกรณีภาคเรียนที่ 2 หากผเู้ รยี นยงั ไม่มผี ลการเรียน “0” “ร” “มส” ให้ดำเนินการให้เสร็จส้นิ
ก่อนเปิดเรียนปกี ารศกึ ษาถดั ไป สถานศึกษาอาจเปิดการเรียนการสอนในภาคฤดรู ้อน เพอื่ แก้ไขผลการ
เรยี นของผเู้ รยี นได้ ท้ังนี้ หากสถานศกึ ษาใดไม่สามารถดำเนนิ การเปิดสอนภาคฤดรู ้อนได้ ให้

สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา/ต้นสงั กัดเป็นผ้พู จิ ารณาประสานงานใหม่การดำเนนิ การเรยี นการ
สอน ในภาคฤดรู อ้ นเพ่อื แก้ไขผลการเรยี นของผู้เรียน

๒.๓.๔ การเปล่ยี นผล “มผ”
กรณีที่ผ้เู รียนไดผ้ ล “มผ” สถานศกึ ษาต้องจัดซ่อมเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนทาํ กิจกรรม ในสว่ นท่ีผู้เรียน
ไม่ไดเ้ ขา้ ร่วมหรอื ไม่ไดท้ ำจนครบลว้ นแลว้ จึงเปลี่ยนผลจาก “มผ” เปน็ “ผ” ได้ทง้ั น้ีดำเนินการ ใหเ้ สร็จ
สิน้ ภายในภาคเรียนนัน้ ๆ ยกเวน้ มเี หตสุ ดุ วิสยั ใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของสถานศึกษาทีจ่ ะพิจารณาขยายเวลา
ออกไปอกี ไมเ่ กิน 1 ภาคเรยี น สำหรบั ภาคเรียนท่ี 2 ตอ้ งดำเนินการใหเ้ สร็จส้นิ ภายในปกี ารศกึ ษาน้ัน
2.5 การสอนซ่อมเสรมิ
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาช้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 กำหนดให้สถานศึกษา จดั
สอนซอ่ มเสริมเพือ่ พัฒนาการเรียนรูข้ องผู้เรยี นเต็มตามศกั ยภาพ
การสอนซอ่ มเสริม เป็นการสอนเพอื่ แกไขขอบกพรอ่ ง กรณีทผ่ี เู้ รยี นมีความรู้ ทกั ษะ
กระบวนการ หรือเจตคติ/คุณลกั ษณะไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากำหนด สถานศึกษาตอ้ งจัดสอน
ซอ่ มเสริมเปน็ กรณีพเิ ศษนอกเหนอื ไปจากการสอนตามปกติ เพื่อพฒั นาใหผ้ ้เู รยี นสามารถบรรลุตาม
มาตรฐาน การเรียนรู้/ตวั ชว้ี ดั ที่กำหนดไว้ เปน็ การให้โอกาสแก่ผ้เู รียนได้เรียนรู้และพัฒนา โดยจัด
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทีห่ ลากหลายและตอบสนองความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล การสอนซอ่ มเสริม
สามารถดำเนินการได้ในกรณดี ังต่อไปนี้

1) ผู้เรียนมคี วามรู้/ทกั ษะพ้นื ฐานไม่เพียงพอท่จี ะศึกษาในแต่ละรายวชิ านน้ั ควรจดั
การสอนซอ่ มเสรมิ ปรับความรู้/ทักษะพืน้ ฐาน

2) ผ้เู รียนไม่สามารถแสดงความรู้ ทักษะ กระบวนการ หรือเจตคต/ิ คุณลกั ษณะ ท่ี
กำหนดไว้ตามมาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั ในการประเมนิ ผลระหว่างเรยี น

3) ผเู้ รียนที่ได้ระดบั ผลการเรยี น “0” ใหจ้ ัดการสอนซ่อมเสรมิ กอ่ นสอบแกตัว
4) กรณีผู้เรยี นมผี ลการเรยี นไม่ผา่ น สามารถจัดสอนซอ่ มเสริมในภาคฤดรู อ้ นเพือ่ แกไ้ ข
ผลการเรยี น ท้ังนใ้ี หอยู"ในดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษา
2.6 การเรยี นซำ้ ชน้ั
ผเู้ รยี นทไ่ี มผ่ ่านรายวิชาจำนวนมากและมแี นวโน้มวา่ จะเปน็ ปญั หาตอ่ การเรยี น ในระดับช้ันที่
สงู ขึน้ สถานศกึ ษาอาจต้ังคณะกรรมการพจิ ารณาให้เรียนซำ้ ชน้ั ได้ ทง้ั น้ี ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะ และความรู้
ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญ

248

การเรียนซ้ำชนั้ มี 2 ลกั ษณะ คือ
1) ผ้เู รียนมรี ะดับผลการเรียนเฉล่ียในปกี ารศกึ ษานนั้ ต่ำกว่า 1.00 และมแี นวโน้มว่า จะเป็น
ปัญหาต่อการเรยี นในระดับชั้นท่สี ูงข้ึน
2) ผเู้ รียนมีผลการเรยี น 0, ร, มล เกนิ ครงึ่ หน่งึ ของรายวชิ าที่ลงทะเบียนเรยี นในปีการศึกษาน้นั
ทัง้ น้ี หากเกดิ ลักษณะใดลักษณะหนง่ึ หรอื ท้ัง 2 ลักษณะ ใหส้ ถานศกึ ษาแต่งตั้งคณะกรรมการ
พิจารณา หากเหน็ ว่าไม่มเี หตผุ ลอันสมควรก็ให้ซำ้ ช้นั โดยยกเลิกผลการเรยี นเดิมและให้ใช้ ผลการเรียน
ใหม่แทน หากพจิ ารณาแล้วไม่ต้องเรยี นซ้ำชน้ั ใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของสถานศกึ ษาในการแก้ไข ผลการ
เรยี น
2.7 เกณฑก์ ารจบระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
1) ผ้เู รียนเรียนรายวขิ าพืน้ ฐานและเพม่ิ เติม โดยเปน็ รายวิขาพ้ืนฐาน 66 หนว่ ยกติ และรายวิขา
เพิ่มเตมิ ตามท่ีสถานศึกษากำหนด
2) ผเู้ รยี นต้องไดห้ น่วยกติ ตลอดหลกั สูตรไม่นอ้ ยกวา่ 77 หน่วยกิต โดยเปน็ รายวขิ าพืน้ ฐาน
66 หน่วยกติ และรายวิขาเพิม่ เติมไมน่ อยกว่า 11 หนว่ ยกิต
3) ผู้เรียนมีผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียนในระดบั ผ่านเกณฑ์ การประเมิน
ตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
4) ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคใ์ นระดับผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามที่
สถานศกึ ษากำหนด
5) ผเู้ รยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี นและมผี ลการประเมินผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ
ตามทส่ี ถานศกึ ษากำหด

การเทียบโอนผลการเรียน
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรยี นของผู้เรียนจากสถานศึกษาได้ในกรณีตา่ ง ๆ ได้แก่

การยา้ ยสถานศกึ ษา การเปลยี่ นรปู แบบการศึกษา การยา้ ยหลักสูตร การออกกลางคนั และการขอกลับ
เขารบั การศกึ ษาตอ่ การศกึ ษาจากตา่ งประเทศและขอเขา้ ศกึ ษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยงั สามารถ
เทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อน่ื ๆ เข่น สถานประกอบการ สถาบนั ทาง
ศาสนา สถาบนั การฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดยครอบครัว เปน็ ตน้

การเทยี บโอนผลการเรยี นควรดำเนินการในช่วงกอ่ นเปดิ ภาคเรียน หรอื ตน้ ภาคเรยี นที่
สถานศกึ ษารบั ผฃู้ อเทยี บโอนเป็นผู้เรยี น ท้ังนี้ ผู้เรยี นที่ได้รบั การเทียบโอนผลการเรยี นตองศกึ ษา
ต่อเนอ่ื งในสถานศึกษาทร่ี บั เทียบโอนอยา่ งน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศกึ ษาที่รบั การเทียบโอนควร
กำหนดรายวิขา จำนวนหนว่ ยกิตท่ี'จะรบั เทียบโอนตามความเหมาะสม

การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดำเนนิ การได้ดงั น้ี
1. พจิ ารณาจากหลักรานการศกึ ษาและเอกสารอ่ืน ๆ ที่ใหขอมลแสดงความรคู้ วามสามารถ
2. พจิ ารณาจากความรู้ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวธิ ีการต่าง ๆ ทัง้ ภาค
ความรู้ และภาคปฏิบตั ิ
3. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัตใิ นสภาพจริง
การเทยี บโอนผลการเรยี นใหดำเนินการในรูปของคณะกรรมการการเทยี บโอนจำนวนไม่นอ้ ย
กว่า 3 คน แตไ่ ม่ควรเกิน 5 คน โดยมแี นวทางในการเทียบโอน ดังนี้

249

1) กรณผี ู้ฃอเทยี บโอนมีผลการเรยี นมาจากหลักสูตรอ่นื ใหน้ ำรายวขิ าหรอื หน่วยกิตท่มี ี
มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้/จดุ ประสงค์/เน้ือหาท่ีสอดคล้องกนั ไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ 60
มาเทียบโอน ผลการเรียน และพจิ ารณาให้ระดับผลการเรยี นให้สอดคลองกับหลักสูตรท่ีรับเทียบโอน

2) กรณกี ารเทียบโอนความรู้ ทกั ษะ และประสบการณ์ ใหพ้ ิจารณาจากเอกสาร
หลักฐาน (ถามี) โดยใหม้ ีการประเมนิ ดว้ ยเครื่องมีอทีห่ ลากหลาย และใหร้ ะดบั ผลการเรยี นให้สอดคล้อง
กับหลกั สูตรทีร่ บั เทียบโอน

3) กรณีการเทียบโอนนกั เรียนทเ่ี ขาโครงการแลกเปลยี่ นต่างประเทศ ใหด้ ำเนินการ
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ ารเร่อื งหลักการและแนวปฏิบตั ิการเทียบขนั้ การศึกษาสำหรบั นกั เรียนที่
เขาร่วมโครงการแลกเปล่ยี น

ท้งั นี้ วิธกี ารเทยี บโอนผลการเรียนให้เปน็ ไปตามหลักการและแนวทางการเทยี บโอนผลการเรยี น
ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการเรือ่ งการเทยี บโอนผลการเรียนการศึกษาข้ันพื้นฐาน และ
การศกึ ษาระดบั อุดมศกึ ษา ระดับต่ำกว่าปรญิ ญา ประกาศ ณ วันท่ี 10 ตลุ าคม พ.ศ. 2540 และแนว
ปฏบิ ัติทเ่ี กย่ี วกับการเทยี บโอนผลการเรียนเขาสู่การศกึ ษาในระบบระดับการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานซงึ่ จดั ทำ
โดยสำนกั งานคณะกรรมการ การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน (สงิ หาคม 2549)

250

ส่วนท่ี ๔

เกณฑก์ ารจบการศึกษา

หลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖4
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2565) ตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ พระราชบัญญัติพืน้ ท่ีนวัตกรรมทางการศึกษา
พทุ ธศักราช ๒๕๖๒ กำหนดเกณฑส์ ำหรับการจบการศกึ ษา ไว้ดงั นี้
เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศกึ ษา และมธั ยมศึกษาตอนต้น

๑. ผู้เรียนเรียนหน่วยการเรียนรู้ตามที่กำหนด และมีผลการประเมินผ่านทุกหน่วยการเรียนรู้
และมีระดับการประเมนิ ทกุ สมรรถนะ อยู่ในระดับคุณภาพ “พอใช”้ ขน้ึ ไป

๒. ผู้เรียนมผี ลการประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดับ “ผา่ น” ขึน้ ไป
๓. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและได้รับการตัดสินผลการเรียน “ผ่าน”
ทุกกิจกรรม

เอกสารหลักฐานการศึกษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูล และสารสนเทศที่

เกย่ี วขอ้ งกบั พฒั นาการของผเู้ รียนในด้านต่าง ๆ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดงั น้ี
๑. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทก่ี ระทรวงศึกษาธิการกำหนด
๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรยี น เปน็ เอกสารแสดงผลการเรียนและรบั รองผลการเรียนของ

ผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์ของสถานศกึ ษา และผลการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศกึ ษาจะต้องบันทึกขอ้ มูลและ
ออกเอกสารนใี้ ห้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมอ่ื ผู้เรียนจบการศึกษาระดับประถมศกึ ษา (ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี
๖) ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ (ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓)

๑.๒ แบบรายงานผู้สำเรจ็ การศึกษา เป็นเอกสารอนมุ ตั ิการจบหลักสูตร โดยบันทึกรายชื่อ
และข้อมูลของผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) ระดับมัธยมศึกษา (ช้ัน
มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓)

๒. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาท่ีสถานศึกษากำหนด
เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสำคัญ
เกี่ยวกับผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรยี นรู้ แบบบันทึกผลการพัฒนา
คุณลกั ษณะและสมรรถนะ ระเบยี นสะสม ใบรับรองผลการเรียน และเอกสารอืน่ ๆ ตามวัตถปุ ระสงค์ของ
การนำเอกสารไปใช้

การเทยี บโอนผลการเรยี น
สถานศกึ ษาสามารถเทยี บโอนผลการเรยี นของผู้เรียนในกรณีตา่ ง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา

การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ
การศึกษาจากต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้
ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการ
ฝึกอบรมอาชพี การจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั

การเทยี บโอนผลการเรียน ดำเนินการในช่วงกอ่ นเปดิ ภาคเรียนแรก โดยสถานศกึ ษากำหนดให้
มีคณะกรรมการเทยี บโอน รายวิชา/จำนวนหน่วยกิต ตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

251

การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดำเนินการไดด้ ังนี้
๑. พจิ ารณาจากหลักฐานการศกึ ษา และเอกสารอืน่ ๆ ท่ใี ห้ขอ้ มูลแสดงความรู้ ความสามารถ
ของผู้เรยี น
๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวิธกี ารต่าง ๆ ทั้งภาค
ความรูแ้ ละภาคปฏบิ ัติ
๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ตั ิในสภาพจริง
๔. การเทยี บโอนผลการเรยี นใหเ้ ป็นไปตามประกาศ หรอื แนวปฏิบัตขิ องกระทรวงศกึ ษาธิการ

252

ภาคผนวก

- คำส่งั คณะกรรมการจดั ทำหลักสูตรสถานศกึ ษา
- พระราชบัญญัตพิ ้นื ทนี่ วัตกรรมทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๒
- หนังสอื สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน เรือ่ ง ความอสิ ระของสถานศึกษานำ
รอ่ งในการใช้หลกั สตู รตามพระราชบัญญตั พิ ื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.๒๕๖๒
- ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เรือ่ ง การจดั ต้ังพื้นที่นวตั กรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่
- ประกาศจังหวดั เชียงใหม่ เร่ือง ประกาศรายชือ่ โรงเรยี นนำรอ่ งพนื้ ทน่ี วตั กรรมการศึกษา
จังหวัดเชยี งใหม่ ปงี บประมาณ ๒๕๖๒
- หนังสือองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดเชยี งใหม่ ท่ี ชม 51008/ ว1832 ลงวนั ที่ 2
กรกฎาคม 2564 เร่ือง ผลการพิจารณาหลักสูตรสถานศกึ ษานำร่องพน้ื ทีน่ วตั กรรมจังหวัดเชียงใหม่

-













รอ คำส่งั

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หน้า ๑๐๒ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

พระราชบัญญัติ

พน้ื ท่นี วตั กรรมการศกึ ษา
พ.ศ. ๒๕๖๒

สมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู

ให้ไว้ ณ วนั ท่ี ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
เป็นปที ่ี ๔ ในรชั กาลปัจจบุ ัน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า

โดยทเ่ี ปน็ การสมควรมกี ฎหมายว่าด้วยพ้นื ทีน่ วตั กรรมการศึกษา
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติข้ึนไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของ
สภานิตบิ ญั ญตั แิ หง่ ชาติทาหน้าท่รี ัฐสภา ดงั ต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญตั นิ เ้ี รยี กวา่ “พระราชบญั ญตั พิ ้ืนที่นวตั กรรมการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๖๒”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป เป็นเวลาเจ็ดปี
การขยายเวลาใช้บังคับพระราชบัญญัติน้ี ให้กระทาได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
โดยใหก้ ระทาไดเ้ พยี งหนงึ่ ครั้งแต่ไม่เกินเจ็ดปี
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญตั นิ ี้
“นวัตกรรมการศึกษา” หมายความว่า แนวคิด วิธีการ กระบวนการ ส่ือการเรียนการสอน
หรือการบรหิ ารจดั การในรปู แบบใหม่ ซึง่ ได้มีการทดลองและพฒั นาจนเปน็ ที่นา่ เชอ่ื ถอื วา่ สามารถสง่ เสรมิ
การเรียนรู้ของผู้เรียนและการจัดการศึกษา และให้หมายความรวมถึงการนาสิ่งดังกล่าวมาประยุกต์ใช้
ในพ้นื ท่ีนวตั กรรมการศกึ ษาด้วย

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก หน้า ๑๐๓ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

“พื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษา” หมายความวา่ พ้ืนที่ท่ีคณะรัฐมนตรีประกาศกาหนดให้เป็นพื้นท่ี
ปฏิรูปการบรหิ ารและการจดั การศกึ ษาเพ่อื สนบั สนุนการสรา้ งนวัตกรรมการศกึ ษา

“ผลสมั ฤทธท์ิ างการศกึ ษา” หมายความว่า พัฒนาการของผเู้ รียนท้งั ในด้านความรู้ สมรรถนะ
ทกั ษะ และเจตคติ

“สถานศึกษาข้ันพื้นฐาน” หมายความว่า โรงเรียนที่จัดการศึกษาในระบบ ระดับการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ประเภทสามญั ศกึ ษา

“สถานศกึ ษานารอ่ ง” หมายความวา่ สถานศกึ ษาขั้นพื้นฐานในสงั กดั สานกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาขนั้ พืน้ ฐานหรอื องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ หรือของเอกชน ที่อยู่ในพื้นท่ีนวัตกรรมการศกึ ษา
ที่คณะกรรมการขบั เคลอื่ นพืน้ ที่นวตั กรรมการศึกษาอนุมตั ิให้เปน็ สถานศกึ ษานาร่อง

“คณะกรรมการนโยบาย” หมายความวา่ คณะกรรมการนโยบายพน้ื ท่นี วัตกรรมการศกึ ษา
“คณะกรรมการขับเคล่อื น” หมายความว่า คณะกรรมการขับเคล่อื นพนื้ ท่นี วตั กรรมการศกึ ษา
“คณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พืน้ ฐาน” หมายความว่า คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน
ตามกฎหมายว่าด้วยการศกึ ษาแหง่ ชาติ
“ก.ค.ศ.” หมายความวา่ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาตามกฎหมาย
วา่ ด้วยระเบยี บขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
“รฐั มนตรี” หมายความว่า รฐั มนตรผี ู้รักษาการตามพระราชบญั ญัตินี้
มาตรา ๔ ใหร้ ัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ ารรักษาการตามพระราชบญั ญัติน้ี

หมวด ๑
การจดั ตงั้ พน้ื ที่นวตั กรรมการศกึ ษา

มาตรา ๕ พนื้ ที่นวตั กรรมการศึกษาจัดตง้ั ข้ึนเพอื่ วตั ถปุ ระสงค์ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) คิดคน้ และพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้เพอ่ื ยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการศกึ ษา
ของผูเ้ รยี น รวมทง้ั เพือ่ ดาเนนิ การให้มีการขยายผลไปใชใ้ นสถานศึกษาขัน้ พนื้ ฐานอ่ืน
(๒) ลดความเหล่อื มลา้ ในการศกึ ษา

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก หน้า ๑๐๔ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

(๓) กระจายอานาจและให้อิสระแก่หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษานาร่องในพ้ืนท่ี
นวัตกรรมการศึกษาเพื่อเพ่ิมความคล่องตัวในการบริหารและการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและ
ประสทิ ธิภาพย่งิ ขนึ้ และ

(๔) สร้างและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครฐั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
ภาคเอกชน และภาคประชาสงั คมในพนื้ ทีน่ วตั กรรมการศกึ ษา

ในกรณีที่มีปัญหาเรอื่ งการตคี วามหรือการวินิจฉัยปัญหาอันเกดิ จากการใช้บังคับพระราชบัญญตั ิน้ี
การตีความจะต้องเอื้ออานวยให้เกิดการสร้างนวัตกรรมการศึกษา และมุ่งเน้นให้เกิดสัมฤทธิผลของ
การจดั ตั้งพนื้ ทน่ี วตั กรรมการศึกษาเปน็ สาคญั

มาตรา ๖ คณะรัฐมนตรีโดยคาแนะนาของคณะกรรมการนโยบายมีอานาจกาหนดให้จังหวดั ใด
เปน็ พนื้ ทีน่ วตั กรรมการศกึ ษาโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

การดาเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการนโยบายพจิ ารณาความเหมาะสมของการเป็นพื้นที่
นวัตกรรมการศึกษาโดยคานึงถึงความพร้อม ตลอดจนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง และโอกาสท่ีจะประสบ
ความสาเร็จอย่างย่ังยืนประกอบด้วย โดยอย่างน้อยจะต้องคานึงถงึ ผลการดาเนินการท่ีผ่านมาของพืน้ ที่
นวัตกรรมการศกึ ษาอน่ื ทมี่ กี ารจัดต้งั อยู่กอ่ นแล้ว

การพิจารณาว่าจังหวัดใดมคี วามพร้อมเป็นพ้ืนที่นวตั กรรมการศกึ ษา ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์
วธิ ีการ และเงอ่ื นไขทคี่ ณะกรรมการนโยบายประกาศกาหนด

มาตรา ๗ จังหวัดใดประสงค์จะเป็นพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษา ให้คณะผู้เสนอโดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเพ่ือดาเนินการตามมาตรา ๖
โดยแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมขององค์กรภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และ
ภาคประชาสงั คมที่เกยี่ วขอ้ ง และแสดงใหเ้ หน็ ว่าจังหวัดนั้นมีความพรอ้ มทีจ่ ะดาเนนิ การตามวัตถุประสงค์
ของพื้นทีน่ วตั กรรมการศึกษา

จานวนและคุณสมบัติของคณะผู้เสนอ หลักเกณฑ์และวิธีการเสนอตามวรรคหนง่ึ ให้เป็นไปตามที่
คณะกรรมการนโยบายประกาศกาหนด ทง้ั น้ี คณะกรรมการนโยบายอาจกาหนดให้แตกต่างกันในแต่ละพ้ืนท่ี
นวตั กรรมการศกึ ษาก็ได้

มาตรา ๘ การเสนอให้จัดต้ังพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษาตามมาตรา ๗ วรรคสอง ต้องกระทา
อย่างเปดิ เผย และอย่างนอ้ ยตอ้ งมรี ายละเอียด ดงั ตอ่ ไปนี้

(๑) รายชอื่ คณะผ้เู สนอ

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก หน้า ๑๐๕ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

(๒) สถานศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐานทปี่ ระสงคจ์ ะเขา้ ร่วมเป็นสถานศกึ ษานาร่อง
(๓) องค์ประกอบของคณะกรรมการขบั เคล่อื น
(๔) แนวทางการดาเนินงานเพอื่ ใหบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕
(๕) แนวทางการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ภาคเอกชน
และภาคประชาสงั คมท่เี ก่ียวขอ้ ง
(๖) ผลการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เก่ียวข้อง และการวิเคราะห์ความพร้อมในการจัดต้ัง
พืน้ ท่ีนวัตกรรมการศึกษาอยา่ งรอบด้าน
องค์ประกอบของคณะกรรมการขับเคล่ือนตาม (๓) ในแต่ละพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษาอาจมี
ความแตกต่างกนั ตามวตั ถปุ ระสงค์ ความพรอ้ ม และความจาเป็นของแตล่ ะพน้ื ท่ีนวัตกรรมการศกึ ษา
มาตรา ๙ ในกรณีที่คณะกรรมการนโยบายเห็นว่าจังหวัดใดมีความจาเป็นอย่างย่ิงที่จะพัฒนา
นวัตกรรมการศึกษาเพ่ือลดความเหล่ือมล้า คณะกรรมการนโยบายอาจให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
สารวจความพร้อมของภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เก่ียวข้อง
ในการดาเนนิ การขอเปน็ พื้นที่นวัตกรรมการศกึ ษาตามมาตรา ๗ และมาตรา ๘ ในกรณที ่มี ีความพรอ้ ม
ตามมาตรา ๖ ให้คณะกรรมการนโยบายเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือประกาศให้จังหวัดนั้นเป็นพื้นท่ี
นวตั กรรมการศกึ ษาตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี

หมวด ๒
คณะกรรมการนโยบายพ้ืนทนี่ วตั กรรมการศกึ ษา

มาตรา ๑๐ ให้มีคณะกรรมการคณะหน่งึ เรียกวา่ “คณะกรรมการนโยบายพื้นท่นี วัตกรรม
การศึกษา” ประกอบดว้ ย

(๑) นายกรฐั มนตรี หรอื รองนายกรัฐมนตรซี ึง่ นายกรฐั มนตรมี อบหมาย เปน็ ประธานกรรมการ
(๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปน็ รองประธานกรรมการ
(๓) กรรมการโดยตาแหนง่ จานวนเจ็ดคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลงั ปลัดกระทรวงดิจิทลั
เพื่อเศรษฐกิจและสงั คม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลดั กระทรวงวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปลดั กระทรวง
ศกึ ษาธิการ ผู้อานวยการสานักงบประมาณ และประธานทป่ี ระชมุ อธกิ ารบดีแหง่ ประเทศไทย เป็นกรรมการ

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หน้า ๑๐๖ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๔) กรรมการผูท้ รงคณุ วฒุ ซิ งึ่ คณะรัฐมนตรแี ตง่ ตงั้ จากบคุ คลซึง่ มีความรู้ ความเชยี่ วชาญ และ
ประสบการณ์ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การพัฒนาการศกึ ษา การพัฒนานวตั กรรมการศกึ ษา การพฒั นาทรัพยากรมนุษย์
การบริหาร การเงิน การพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม การประเมินผล กฎหมาย เศรษฐศาสตร์
เทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือด้านอ่ืนอันจะเป็นประโยชน์แก่การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพใน
การจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานของสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ จานวนไม่เกิน
แปดคน เป็นกรรมการ

ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐานเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อานวยการ
สานกั งานบรหิ ารพ้ืนทน่ี วัตกรรมการศึกษาและผูแ้ ทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถน่ิ เป็นผูช้ ว่ ยเลขานุการ

การสรรหากรรมการผทู้ รงคณุ วุฒใิ หเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ
นโยบายประกาศกาหนด

มาตรา ๑๑ กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิต้องมคี ณุ สมบตั ิและไมม่ ลี ักษณะต้องหา้ ม ดังตอ่ ไปนี้
(๑) มีสัญชาตไิ ทย
(๒) ไมเ่ ป็นบคุ คลล้มละลายหรือเคยเปน็ บคุ คลล้มละลายทจุ ริต
(๓) ไม่เปน็ คนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ
(๔) ไม่เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิด
ที่ไดก้ ระทาโดยประมาทหรือความผดิ ลหุโทษ
(๕) ไมเ่ คยถกู ไล่ออก ปลดออก หรอื ให้ออกจากราชการ หนว่ ยงานของรฐั หรือหน่วยงานเอกชน
เพราะทจุ รติ ตอ่ หน้าทห่ี รือถือว่ากระทาการทุจริตหรือประพฤติมชิ อบ
(๖) ไม่เคยต้องคาพิพากษาหรือคาสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผน่ ดินเพราะ
ร่ารวยผิดปกติ หรือเคยต้องคาพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจาคุกเพราะกระทาความผิดตามกฎหมาย
ว่าด้วยการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ
มาตรา ๑๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒมิ วี าระการดารงตาแหน่งคราวละสปี่ ีและอาจไดร้ ับแต่งตั้ง
อีกได้ แต่จะดารงตาแหน่งตดิ ตอ่ กันเกนิ สองวาระไม่ได้
เม่ือครบกาหนดตามวาระในวรรคหน่ึง หากยังไม่ได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิข้ึนใหม่
ใหก้ รรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงพ้นจากตาแหน่งตามวาระน้ันอยู่ในตาแหนง่ เพ่ือดาเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการ
ผู้ทรงคณุ วุฒิซ่ึงไดร้ บั แต่งตง้ั ใหมเ่ ขา้ รับหนา้ ที่

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก หน้า ๑๐๗ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๑๓ นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๒ กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิ
พน้ จากตาแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคณุ สมบตั หิ รือมลี ักษณะตอ้ งห้ามตามมาตรา ๑๑
(๔) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ
หยอ่ นความสามารถ
มาตรา ๑๔ ในกรณที ีก่ รรมการผูท้ รงคุณวุฒพิ ้นจากตาแหนง่ ก่อนครบวาระ ให้แต่งตั้งกรรมการ
ผู้ทรงคณุ วุฒิแทนตาแหนง่ ทว่ี า่ ง หรือในกรณีที่แต่งตงั้ กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ เิ พ่มิ ข้ึนในระหวา่ งท่กี รรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแตง่ ตง้ั ไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตาแหน่ง ให้ผู้ได้รับแตง่ ตั้งให้ดารงตาแหน่งแทนตาแหนง่ ที่ว่าง
หรือเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพ่ิมข้ึน อยู่ในตาแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งได้แต่งต้ังไว้แล้ว เว้นแต่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งต้ังกรรมการ
ผทู้ รงคณุ วุฒิแทนหรอื เพม่ิ ขน้ึ กไ็ ด้ และใหค้ ณะกรรมการประกอบดว้ ยกรรมการทัง้ หมดท่มี ีอยู่
มาตรา ๑๕ คณะกรรมการนโยบายมีหน้าท่ีและอานาจ ดงั ต่อไปนี้
(๑) กาหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับประเทศในการดาเนินการส่งเสริมให้มีพ้ืนท่ีนวัตกรรม
การศกึ ษา
(๒) ให้คาแนะนาแก่คณะรัฐมนตรีในการประกาศกาหนดให้จังหวัดใดเป็นพ้ืนท่ีนวัตกรรม
การศกึ ษา รวมทงั้ ประกาศยุบเลิกพื้นท่ีนวตั กรรมการศกึ ษา
(๓) กาหนดนโยบาย และกากับดแู ลการดาเนนิ งานของคณะกรรมการขบั เคลือ่ น เพือ่ ให้บรรลุ
วตั ถุประสงค์ในการจัดตง้ั พืน้ ทน่ี วตั กรรมการศึกษาตามมาตรา ๕
(๔) กาหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการดาเนินงานและการบริหารจัดการในพื้นท่นี วัตกรรม
การศึกษา
(๕) กาหนดแนวทางให้คณะกรรมการขับเคล่ือนปรับปรุงแก้ไขการดาเนินงานของหน่วยงาน
ทางการศกึ ษาหรือสถานศึกษานารอ่ งในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
(๖) กาหนดมาตรฐานข้อมูลและมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลการจัดการศึกษาของพื้นท่ี
นวตั กรรมการศกึ ษาและสถานศกึ ษานาร่อง

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หน้า ๑๐๘ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

(๗) เสนอแนะตอ่ รฐั มนตรีให้มีการนาแนวปฏบิ ัตทิ ีด่ ใี นการจัดการศกึ ษาในพนื้ ทน่ี วัตกรรมการศึกษา
ไปใชใ้ นการจดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษาข้ันพนื้ ฐานของรัฐและของเอกชน

(๘) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือ
คาส่ังท่ีเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในเขตพ้ืนที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยนาผลสัมฤทธ์ิในการดาเนินงานของพ้ืนที่นวัตกรรม
การศกึ ษามาใชเ้ ป็นแนวทางในการปรบั ปรุงแก้ไขดังกลา่ ว

(๙) เสนอแนะต่อคณะรฐั มนตรใี นการตราพระราชกฤษฎีกาขยายเวลาใชบ้ งั คบั พระราชบญั ญตั นิ ้ี
(๑๐) กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาของ
สถานศึกษานาร่อง
(๑๑) ออกระเบยี บเกี่ยวกับการปฏบิ ัติงานทัว่ ไปเก่ียวกับการบรหิ ารจดั การ การปฏบิ ตั งิ าน การเงิน
สทิ ธปิ ระโยชน์ และการประเมินผล ภายในสถานศึกษานารอ่ ง
(๑๒) แต่งต้ังคณะอนุกรรมการเพ่ือทาการแทนหรือปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการนโยบาย
มอบหมาย
(๑๓) ออกระเบยี บหรอื ประกาศเพ่อื ปฏบิ ัติการให้เป็นไปตามพระราชบญั ญัติน้ี
(๑๔) หน้าที่และอานาจอื่นใดตามท่ีพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกาหนดให้เป็นหน้าทแ่ี ละ
อานาจของคณะกรรมการนโยบาย
หลกั เกณฑ์การประเมนิ ผลการดาเนินงานและการบรหิ ารจัดการพ้ืนทนี่ วัตกรรมการศึกษาตาม (๔)
ตอ้ งสอดคล้องกบั วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕
มาตรา ๑๖ การประชุมคณะกรรมการนโยบายต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกวา่ กึ่งหนงึ่
ของจานวนกรรมการทั้งหมด จงึ จะเป็นองคป์ ระชุม
ในการประชุมคณะกรรมการนโยบาย ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัตหิ นา้ ทไ่ี ด้
ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ
ปฏบิ ตั ิหน้าท่ไี ด้ ให้ทป่ี ระชมุ เลือกกรรมการคนหนึง่ เปน็ ประธานในท่ปี ระชุม
การวินจิ ฉัยชขี้ าดของที่ประชมุ ใหถ้ ือเสียงข้างมาก กรรมการคนหน่ึงให้มีเสียงหนง่ึ ในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสยี งเท่ากันให้ประธานในทปี่ ระชุมออกเสียงเพิ่มข้นึ อกี เสยี งหน่งึ เปน็ เสยี งช้ขี าด
คณะกรรมการนโยบายต้องมีการประชุมอยา่ งนอ้ ยปลี ะสคี่ ร้ัง

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก หน้า ๑๐๙ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๗ ให้ประธานกรรมการนโยบาย รองประธานกรรมการนโยบาย กรรมการนโยบาย
และอนุกรรมการที่คณะกรรมการนโยบายแต่งตั้ง ได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ตามที่
คณะรัฐมนตรกี าหนด

มาตรา ๑๘ ให้จัดตั้งสานักงานบรหิ ารพ้ืนที่นวตั กรรมการศกึ ษา ในสานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน ทาหน้าที่เก่ียวกับงานวิชาการและงานธุรการของคณะกรรมการนโยบาย รวมทั้ง
ใหม้ หี น้าที่ ดงั ต่อไปนี้

(๑) เป็นหน่วยงานกลางในการดาเนินการ ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานของพื้นที่
นวตั กรรมการศกึ ษา และรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการนโยบาย

(๒) จัดทานโยบายและยทุ ธศาสตรร์ ะดบั ประเทศในการดาเนินการส่งเสริมให้มีพ้ืนท่นี วัตกรรม
การศึกษา เพ่อื เสนอตอ่ คณะกรรมการนโยบาย

(๓) จัดให้มีการวิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาในพ้ืนท่ีนวัตกรรม
การศึกษา

(๔) จัดทามาตรฐานข้อมูลและมาตรฐานการแลกเปล่ียนข้อมูลการจัดการศึกษาของพื้นท่ี
นวตั กรรมการศกึ ษาและสถานศึกษานาร่องเพือ่ เสนอตอ่ คณะกรรมการนโยบาย

(๕) รวบรวมข้อมูล ศึกษา และวิเคราะห์แนวทางการจัดการศึกษาของพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษา
รวมท้ังนาเสนอแนวทางการขยายผลแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการศึกษาของพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษา
ตอ่ คณะกรรมการนโยบาย

(๖) กากบั ตดิ ตาม และตรวจสอบการจัดการศกึ ษาในพ้นื ทีน่ วตั กรรมการศกึ ษา
(๗) จดั ทารายงานประจาปเี กีย่ วกับการจดั การศกึ ษาในพนื้ ท่นี วตั กรรมการศกึ ษา
(๘) ปฏิบัติงานอื่นใดตามพระราชบัญญัติน้ีหรือกฎหมายอ่ืนท่ีบัญญัติให้เป็นหน้าท่ีและอานาจ
ของสานักงาน หรอื ตามทค่ี ณะกรรมการนโยบายมอบหมาย

หมวด ๓
การบรหิ ารพื้นทนี่ วตั กรรมการศกึ ษา

มาตรา ๑๙ ในแต่ละพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้มีคณะกรรมการขับเคล่ือนพ้ืนที่นวัตกรรม
การศึกษา คณะหน่ึง จานวนไม่เกินยี่สบิ เอ็ดคน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ
และกรรมการอ่ืนซ่งึ อยา่ งน้อยต้องประกอบด้วย กรรมการโดยตาแหนง่ จากหนว่ ยงานท่เี กย่ี วขอ้ ง ผู้แทน

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก หน้า ๑๑๐ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

สถานศึกษาข้ันพนื้ ฐานในพ้ืนที่นวัตกรรมการศกึ ษา ผู้แทนสถาบันอดุ มศกึ ษาท่ีมีความเชี่ยวชาญด้านการผลติ
และพัฒนาครู ผู้แทนองค์กรเอกชน และกรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิ โดยให้ศึกษาธิการจังหวัดเปน็ กรรมการ
และเลขานุการ

องค์ประกอบของคณะกรรมการ จานวน คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และ
วิธีการได้มา วาระการดารงตาแหน่งและการพ้นจากตาแหน่งของกรรมการขับเคลื่อน ให้เป็นไปตามท่ี
คณะกรรมการนโยบายประกาศกาหนดตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยให้
พิจารณาจากคาขอจัดต้ังพ้ืนท่ีนวตั กรรมการศึกษาตามมาตรา ๗ และให้คานึงถึงความหลากหลายและ
การมสี ่วนรว่ มของภาคสว่ นตา่ ง ๆ

เมื่อคณะรัฐมนตรีประกาศให้จังหวัดใดเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาแล้ว ให้สานักงาน
ศึกษาธิการจังหวัดของจังหวัดนั้น ดาเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการขับเคลื่อนตามวรรคหน่ึง เพ่ือเสนอ
คณะกรรมการนโยบายแต่งตง้ั

มาตรา ๒๐ เพื่อบรรลุวัตถุประสงคต์ ามมาตรา ๕ ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนมีหน้าทแี่ ละ
อานาจ ดงั ตอ่ ไปน้ี

(๑) กาหนดยุทธศาสตร์และแผนการดาเนนิ งานเพือ่ ขับเคลือ่ นพน้ื ที่นวัตกรรมการศกึ ษา
(๒) ประสานให้หนว่ ยงานทางการศกึ ษา องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น หนว่ ยงานอน่ื ของรัฐและ
เอกชน ดาเนินการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษาตามยุทธศาสตร์และแผนการดาเนินงาน
ตาม (๑)
(๓) ประสานให้หน่วยงานท่ีมีความเช่ียวชาญเฉพาะให้การสนับสนุนทางเทคนิคในการจัดทา
ส่อื การสอน จดั การเรียนรใู้ นรปู แบบใหม่ พฒั นาบุคลากร จดั ระบบการประเมินและวดั ผล และการอื่น
ทีจ่ าเป็นสาหรบั พฒั นานวตั กรรมการศกึ ษาในพืน้ ทีน่ วตั กรรมการศกึ ษา
(๔) นาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
ไปปรบั ใช้กบั การจดั การศกึ ษาในสถานศกึ ษานารอ่ งใหเ้ หมาะสมกบั พืน้ ท่ีนวัตกรรมการศึกษา
(๕) ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษา
นาร่องอย่างต่อเนื่อง เพ่ือให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพใน
พื้นที่นวตั กรรมการศึกษา
(๖) จัดให้มีการออกแบบการทดสอบผู้เรียนเพ่ือวัดผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาในพื้นท่ีนวัตกรรม

การศกึ ษา

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก หน้า ๑๑๑ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๗) ส่งเสรมิ สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ และติดตามสถานศึกษานารอ่ งเพื่อใหจ้ ดั การเรยี น
การสอนท่ีมีคุณภาพและเกิดการพฒั นานวัตกรรมการศกึ ษา

(๘) เสริมสร้างและเตรียมความพร้อมให้สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานในพ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษา
ในการเปน็ สถานศึกษานาร่องหรือในการนานวตั กรรมการศึกษาไปใชใ้ นการจดั การศึกษา

(๙) เพิ่มขีดความสามารถให้แก่หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษา
เพ่ือทาการพฒั นานวตั กรรมการศึกษาหรอื นานวตั กรรมการศกึ ษาไปใช้

(๑๐) จัดให้มีการประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษานารอ่ ง
(๑๑) แต่งต้ังคณะอนุกรรมการเพื่อทาการแทนหรือปฏิบัติงานตามท่ีคณะกรรมการขับเคลื่อน
มอบหมาย
(๑๒) รายงานผลสมั ฤทธ์ทิ างการศกึ ษารวมทงั้ ปญั หาและอปุ สรรคในพ้ืนทีน่ วตั กรรมการศกึ ษาตอ่
คณะกรรมการนโยบาย
(๑๓) หน้าท่แี ละอานาจที่พระราชบญั ญัตนิ ี้หรือกฎหมายอนื่ กาหนดใหเ้ ปน็ หน้าทแี่ ละอานาจของ
คณะกรรมการขับเคลอ่ื น
(๑๔) ปฏบิ ตั งิ านอนื่ ตามทีค่ ณะกรรมการนโยบายมอบหมาย
การดาเนินการตาม (๑) (๒) (๔) (๖) และ (๑๐) ใหค้ ณะกรรมการขบั เคลือ่ นปรึกษาหารอื กบั
หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวขอ้ งประกอบด้วย
การออกแบบทดสอบตาม (๖) และการประเมินผลตาม (๑๐) ต้องสอดคล้องกับหลักสูตร
ตามมาตรา ๒๕
ในกรณีท่คี ณะกรรมการขับเคลื่อนเหน็ วา่ สถานศึกษานารอ่ งใดมคี วามพร้อม อาจมอบหมายหนา้ ท่ี
และอานาจตาม (๖) ให้แกส่ ถานศกึ ษาดงั กลา่ วดาเนินการในสว่ นของตนได้
มาตรา ๒๑ ใหน้ าความในมาตรา ๑๒ วรรคสอง และมาตรา ๑๔ มาใช้บังคบั แก่การพน้ จาก
ตาแหน่งของกรรมการอื่นนอกจากกรรมการโดยตาแหนง่ ในคณะกรรมการขับเคล่อื นโดยอนุโลม
มาตรา ๒๒ ใหน้ าความในมาตรา ๑๖ มาใชบ้ งั คับแกก่ ารประชมุ ของคณะกรรมการขับเคลื่อน
โดยอนุโลม
มาตรา ๒๓ ให้ประธานกรรมการขับเคล่ือน กรรมการขับเคล่ือน และอนุกรรมการท่ี

คณะกรรมการขับเคลื่อนแต่งตั้ง ได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ตามระเบียบท่ีคณะกรรมการนโยบาย

กาหนดโดยความเหน็ ชอบของกระทรวงการคลงั

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หน้า ๑๑๒ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

มาตรา ๒๔ ให้สานักงานศึกษาธกิ ารจงั หวัดในพ้ืนทีน่ วตั กรรมการศกึ ษา ทาหน้าท่รี บั ผดิ ชอบ
งานธรุ การของคณะกรรมการขับเคลื่อน และให้มีหนา้ ทแี่ ละอานาจ ดังตอ่ ไปน้ี

(๑) จัดให้มีระบบข้อมูลตามมาตรฐานที่คณะกรรมการนโยบายกาหนด รวมท้ังศึกษาและ
วิเคราะหแ์ นวทางการจดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษานาร่องในพื้นที่นวตั กรรมการศึกษา

(๒) จัดให้มีการวิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาในพ้ืนท่ีนวัตกรรม
การศึกษา

(๓) จัดทารายงานการดาเนินงานของคณะกรรมการขับเคล่ือนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ
ศกึ ษาธิการจงั หวัด โดยให้แจง้ สานกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาในพื้นท่นี วัตกรรมการศกึ ษาทราบด้วย

(๔) ปฏบิ ัติงานอน่ื ตามท่คี ณะกรรมการนโยบายหรือคณะกรรมการขับเคลอ่ื นมอบหมาย
ให้สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาท่ีเกี่ยวข้องให้ความร่วมมือแก่
สานกั งานศกึ ษาธิการจังหวัดในการดาเนนิ การตามวรรคหนงึ่
มาตรา ๒๕ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ได้รับการปรับเพื่อนาไปใช้
ตามมาตรา ๒๐ (๔) ต้องครอบคลุมสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ
มาตรฐานการเรยี นรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
โดยต้องจัดสาระการเรียนรู้รายวิชาให้หลากหลายและสอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดหรือ
ความสนใจของผูเ้ รยี น และสภาพภมู ิสังคม
ในกรณีท่ีสถานศึกษานาร่องต้องการปรับหลักสูตรเพิ่มเติมจากหลักสูตรตามมาตรา ๒๐ (๔)
ตอ้ งขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานและคณะกรรมการขับเคล่ือน
ให้ถือว่าการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรตามวรรคหนึ่งและวรรคสองเป็นการจัดการเรียน
การสอนตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐานตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการศึกษาแห่งชาติ
สถานศึกษานาร่องท่ีประสงค์จะจัดการเรียนการสอนโดยไม่ใช้หลักสูตรตามมาตรา ๒๐ (๔)
หรือโดยใช้หลักสูตรต่างประเทศต้องเสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนเพื่อขอความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการนโยบาย
การเทียบโอนผลการเรียนและการเทยี บวุฒกิ ารศึกษาของผูเ้ รยี นระหวา่ งสถานศกึ ษานารอ่ งและ
สถานศกึ ษาอ่ืนให้เปน็ ไปตามท่ีคณะกรรมการนโยบายกาหนด

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หน้า ๑๑๓ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๒๖ ในการดาเนินการตามมาตรา ๒๕ คณะกรรมการขับเคล่ือน หรือสถานศึกษา
นาร่อง แล้วแต่กรณี ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทาง
การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ผู้แทนภาคเอกชน และผู้แทนภาคประชาสังคม ในพื้นที่
นวัตกรรมการศึกษาดว้ ย

หมวด ๔
สถานศกึ ษานารอ่ ง

มาตรา ๒๗ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษาแห่งใดประสงค์จะเป็น
สถานศึกษานาร่อง ใหด้ าเนนิ การ ดังต่อไปนี้

(๑) สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานในสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ให้ขอ
ความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พื้นฐานและสานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษา

(๒) สถานศึกษาข้ันพื้นฐานในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้ขอความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานและองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ท่ีเป็นต้นสงั กดั

(๓) สถานศึกษาข้ันพื้นฐานของเอกชน ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการบรหิ ารสถานศึกษา
และกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนในสานักงานศกึ ษาธิการจังหวัดหรือสานักงานการศึกษาเอกชนจงั หวัด
แลว้ แตก่ รณี

เมอื่ ไดด้ าเนนิ การตามวรรคหน่งึ แล้ว ให้ขออนมุ ัตติ อ่ คณะกรรมการขับเคลือ่ น ทง้ั นี้ ตามหลักเกณฑ์
วิธกี าร และเงอ่ื นไขทค่ี ณะกรรมการขับเคลื่อนกาหนด

มาตรา ๒๘ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ การจัดสรรงบประมาณเฉพาะใน
ส่วนของเงินอุดหนุนรายการค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและค่าใช้จ่ายดาเนินงานให้แก่
สถานศกึ ษานาร่องตามมาตรา ๒๗ (๑) เพอ่ื พฒั นานวัตกรรมการศกึ ษา ใหจ้ ัดสรรเป็นเงนิ อุดหนนุ ทวั่ ไป
ให้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานเพ่ือจัดสรรให้แก่สถานศึกษานาร่องแต่ละแห่งโดยตรง
ท้ังนี้ ตอ้ งเป็นไปตามความจาเป็นและความตอ้ งการของสถานศกึ ษานาร่อง

การจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายดาเนินงานตามวรรคหนงึ่ ให้แก่สถานศึกษานารอ่ ง
แต่ละแห่ง ให้คานวณตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการท่ีคณะกรรมการนโยบายกาหนดโดยความเห็นชอบของ
สานกั งบประมาณ

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หน้า ๑๑๔ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

มาตรา ๒๙ การรับและการใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคเพ่ือการศึกษาให้แก่
สถานศกึ ษานาร่องทีเ่ ป็นสถานศึกษาขน้ั พ้นื ฐานในสงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานหรอื
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้เป็นไปตามระเบียบท่ีคณะกรรมการนโยบายกาหนด โดยไม่ต้องนาส่งคลัง
เปน็ รายไดแ้ ผ่นดนิ

การรบั และการใชจ้ ่ายเงินหรอื ทรพั ย์สนิ ตามวรรคหนงึ่ จะต้องเปน็ ไปเพือ่ การพัฒนาสถานศกึ ษา
หรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค และต้องไม่มีเง่ือนไขเลือกปฏิบัติต่อผู้เรียนในการเข้าร่วม
กจิ กรรม

มาตรา ๓๐ เพ่ือประโยชน์ในการบริหารงานของสถานศึกษานาร่องในสังกัดสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานหรือองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ให้คณะกรรมการนโยบายประสานงาน
กบั กระทรวงการคลังเพ่ือให้คณะกรรมการนโยบายสามารถดาเนินการจัดให้มีระเบียบหรือข้อบังคับเก่ียวกับ
การจัดซื้อจัดจ้างของสถานศึกษานาร่องท้ังหมดหรือแต่บางส่วนได้เอง ท้ังนี้ ตามกฎหมายว่าด้วย
การจดั ซอ้ื จดั จ้างและการบริหารพัสดุภาครฐั

มาตรา ๓๑ ให้คณะกรรมการนโยบายเสนอแนะต่อ ก.ค.ศ. เพ่ือให้มีการออกกฎ ก.ค.ศ.
หรือหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไข สาหรับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษาเก่ียวกบั การคดั เลอื ก การบรรจแุ ตง่ ตง้ั การโยกย้าย การเล่อื นเงนิ เดอื น และการประเมนิ
วทิ ยฐานะ ให้เกิดความเหมาะสมกบั การบรหิ ารงานของสถานศึกษานาร่องในพื้นท่นี วัตกรรมการศึกษา

ในการดาเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานประสานกับ
สานกั งาน ก.ค.ศ.

เมอื่ ไดม้ กี ารดาเนนิ การตามวรรคหน่ึงแลว้ ใหก้ รมสง่ เสรมิ การปกครองท้องถนิ่ นากฎ ก.ค.ศ. หรอื
หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขดงั กล่าวไปใช้กับสถานศึกษานารอ่ งในสังกัดองค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ ด้วย
โดยอนโุ ลม

มาตรา ๓๒ ในกรณีท่ีมีความจาเป็นเพ่ือประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลในพื้นท่ีนวัตกรรม
การศึกษา คณะกรรมการนโยบายอาจเสนอแนะต่อ ก.ค.ศ. ให้ตั้ง อ.ก.ค.ศ. ตามกฎหมายว่าด้วย
ระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาสาหรบั พนื้ ทน่ี วตั กรรมการศึกษาโดยเฉพาะกไ็ ด้

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หน้า ๑๑๕ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

มาตรา ๓๓ ในกรณีที่หน่วยงานใดประสงค์จะดาเนินโครงการ กิจกรรม หรือภารกิจใด
ซ่ึงให้สถานศึกษานาร่องเป็นผู้ดาเนินการหรือร่วมดาเนินการ ให้หน่วยงานนั้นขอความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการขับเคลื่อนกอ่ นดาเนินการ

มาตรา ๓๔ ในการจดั การเรยี นการสอน สถานศึกษานารอ่ งอาจดาเนินการรว่ มกับหนว่ ยงาน
ของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคม ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้
ตามทเี่ ห็นสมควร

ในกรณีทีเ่ ปน็ การจดั การเรียนการสอนร่วมกับหนว่ ยงานตา่ งประเทศจะตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบ
จากคณะกรรมการขบั เคล่ือนกอ่ น

มาตรา ๓๕ สถานศกึ ษานาร่องอาจใชเ้ งนิ งบประมาณทไี่ ด้รบั จดั สรรในกรณดี งั ต่อไปนไ้ี ด้
(๑) จัดทา คัดเลือก จัดหา หรือใช้ตารา ส่ือการเรียนการสอน หรือฐานข้อมูลในระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรบั สถานศึกษาน้นั โดยอิสระ ทงั้ น้ี ตอ้ งสอดคล้องกับหลักสตู รตามมาตรา ๒๕
(๒) ร่วมกันจัดซื้อตารา ส่ือการเรียนการสอน หรือฐานข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพอ่ื นามาใช้ร่วมกนั ในพืน้ ท่นี วตั กรรมการศึกษา ท้ังน้ี โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการขบั เคล่อื น
มาตรา ๓๖ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา คณะกรรมการขับเคล่ือนอาจ
ดาเนนิ การทดสอบทางการศึกษาโดยรว่ มกับสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน สถาบนั อุดมศกึ ษา
หรือสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องคก์ ารมหาชน) ก็ได้
มาตรา ๓๗ ให้สถานศกึ ษานาร่องจัดใหม้ ีระบบการประกันคณุ ภาพการศกึ ษาภายในสถานศึกษา
และมีการประเมินเพ่ือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายใน
สถานศึกษาเปน็ ประจาทกุ ปี ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารท่คี ณะกรรมการนโยบายกาหนด
ให้สถานศึกษานาร่องรายงานผลการประเมินและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
ต่อคณะกรรมการขับเคล่ือน และให้คณะกรรมการขับเคล่ือนให้คาปรึกษา ช่วยเหลือ และแนะนา
สถานศึกษา เพ่ือใหก้ ารประกนั คณุ ภาพการศึกษาของสถานศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
มาตรา ๓๘ สถานศึกษานาร่องท่ีมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนตามหลักเกณฑ์
ที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกาหนด ให้ถือว่าเป็นการผ่านการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการศึกษาแห่งชาตแิ ลว้

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หน้า ๑๑๖ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

สถานศึกษานาร่องที่มผี ลสมั ฤทธิท์ างการศึกษาของผู้เรียนไม่เป็นไปตามวรรคหนง่ึ ใหค้ ณะกรรมการ
ขับเคล่อื นขอให้สานักงานรับรองมาตรฐานและประเมนิ คุณภาพการศึกษา (องคก์ ารมหาชน) หนว่ ยงาน
องค์กร หรือสถาบนั ท่มี ีผลงานด้านการรบั รองมาตรฐานและประเมินคณุ ภาพการศึกษา ให้คาแนะนาใน
การปรับปรุงคณุ ภาพการศึกษาแก่สถานศึกษานาร่องและแจ้งให้คณะกรรมการขบั เคลือ่ นทราบ

มาตรา ๓๙ สถานศกึ ษานารอ่ งจะพ้นจากการเป็นสถานศึกษานาร่องในกรณี ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) สถานศึกษานาร่องร้องขอต่อคณะกรรมการขับเคล่ือน และคณะกรรมการขับเคลื่อน
ให้ความเหน็ ชอบ
(๒) คณะกรรมการขับเคลื่อนมีมติให้พ้น เพราะสถานศึกษานาร่องแห่งนัน้ ไมส่ ามารถดาเนินการ
ให้เป็นตามวัตถุประสงค์ของพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษา หรือไม่ปฏิบัติตามเง่ือนไขในการเข้าร่วมเป็น
สถานศึกษานารอ่ ง
(๓) ครบกาหนดระยะเวลาตามเงื่อนไขในการเข้าร่วมเป็นสถานศึกษานาร่องและไม่ประสงค์
จะเป็นสถานศึกษานารอ่ งต่อไป
(๔) กรณอี ่ืนตามทค่ี ณะกรรมการนโยบายประกาศกาหนด
ในการพิจารณาตาม (๑) และ (๒) ให้คณะกรรมการขับเคล่ือนรับฟังความคิดเห็นจากนักเรียน
ผูป้ กครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศกึ ษานาร่อง และคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน
และจะตอ้ งคานงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ นักเรียนด้วย
ใหค้ ณะกรรมการขบั เคล่อื นกาหนดเง่ือนไขใหส้ ถานศึกษานารอ่ งปฏิบตั ิเพอ่ื ไมใ่ ห้นักเรียนและครู
และบคุ ลากรทางการศกึ ษาได้รบั ผลกระทบจากการพ้นจากการเป็นสถานศึกษานารอ่ ง

หมวด ๕
การประเมนิ ผล

มาตรา ๔๐ ให้มีการประเมินผลการดาเนินงานและการบริหารจัดการพื้นท่ีนวตั กรรมการศึกษา
ตามมาตรา ๑๕ (๔) ทุกสามปี โดยคณะผ้ปู ระเมินอิสระซง่ึ คณะกรรมการนโยบายแตง่ ตัง้ และใหจ้ ัดทา
รายงานเสนอคณะกรรมการนโยบาย

ในกรณีที่คณะผู้ประเมินอิสระเห็นว่าผลการดาเนินงานและการบริหารจัดการยั งไม่เป็นไป
ตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ แตย่ งั อยใู่ นวิสยั ทจี่ ะปรบั ปรงุ ได้ ก็ให้เสนอรายงานตอ่ คณะกรรมการนโยบาย

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก หน้า ๑๑๗ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

พรอ้ มทงั้ ข้อเสนอแนะใหป้ รบั ปรุง และให้คณะกรรมการนโยบายแจง้ ให้คณะกรรมการขับเคล่อื นปรับปรงุ
ตามขอ้ เสนอแนะภายในเวลาท่กี าหนด

ในกรณีท่ีคณะผู้ประเมินอิสระเห็นว่าผลการดาเนินงานและการบริหารจัดการยังไม่สามารถ
ดาเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ ได้ ให้คณะผู้ประเมินอิสระเสนอต่อ
คณะกรรมการนโยบายให้มีการยบุ เลกิ พ้นื ที่นวัตกรรมการศึกษานน้ั

มาตรา ๔๑ ในกรณีท่คี ณะกรรมการนโยบายเหน็ ว่าพ้นื ทีน่ วตั กรรมการศึกษาใดมเี หตคุ วรยุบเลิก
เนื่องจากไม่อาจดาเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ ได้ ให้คณะกรรมการนโยบายเสนอต่อ
คณะรัฐมนตรีเพื่อยุบเลิกพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาน้ันตามเง่ือนไขและเง่ือนเวลาท่ีกาหนด ในการน้ี
ใหก้ าหนดมาตรการคุ้มครองสทิ ธขิ องนักเรยี นและครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาเพอ่ื ไม่ใหไ้ ดร้ ับผลกระทบ
จากการยุบเลิกพ้ืนท่นี วตั กรรมการศกึ ษาดว้ ย

การยบุ เลกิ พืน้ ท่ีนวตั กรรมการศกึ ษาตามวรรคหน่ึง ใหป้ ระกาศในราชกิจจานเุ บกษา
เมือ่ มกี ารยุบเลกิ พนื้ ท่นี วัตกรรมการศึกษาแลว้ ให้สถานศกึ ษานารอ่ งในพื้นท่นี วตั กรรมการศกึ ษานน้ั
พ้นจากการเป็นสถานศึกษานาร่อง และกลับคืนสู่สถานะสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานที่เป็นอยู่แต่เดิม
ตามเงอื่ นไขและเงอื่ นเวลาท่กี าหนดตามวรรคหนึ่ง
มาตรา ๔๒ ในกรณีที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์จากรายงานของคณะผู้ประเมินอิสระว่า
การดาเนินงานและบริหารจัดการพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษามีผลสัมฤทธ์ิตามวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดใน
มาตรา ๕ ให้คณะกรรมการนโยบายดาเนินการตามมาตรา ๑๕ (๗) และ (๘) เพื่อให้มีการขยาย
ผลสมั ฤทธ์ิดังกลา่ วไปใช้ในการจดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานอน่ื

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๔๓ ในวาระเรมิ่ แรก ให้คณะกรรมการนโยบายพ้นื ท่ีนวตั กรรมการศกึ ษา ประกอบด้วย
กรรมการตามมาตรา ๑๐ (๑) (๒) และ (๓) ปฏิบัติหน้าท่ีคณะกรรมการนโยบายพ้ืนที่นวัตกรรม
การศึกษาตามพระราชบัญญัติน้ีไปพลางก่อนจนกว่าจะมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๐ (๔)
ซง่ึ ต้องไม่เกินหนงึ่ ร้อยแปดสิบวันนบั แต่วันทพ่ี ระราชบญั ญัตินีใ้ ชบ้ ังคบั

ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐานเปน็ กรรมการและเลขานกุ าร และให้ผู้อานวยการ
สานักงานบริหารพนื้ ท่ีนวัตกรรมการศึกษาและผู้แทนกรมสง่ เสรมิ การปกครองท้องถ่นิ เป็นผู้ช่วยเลขานกุ าร

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หน้า ๑๑๘ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

ให้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษาภายในหกสิบวันนับแต่วันท่ี
พระราชบญั ญัตินใี้ ชบ้ ังคับ

มาตรา ๔๔ ให้พ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษาที่ได้มีการจัดตั้งโดยประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
อยู่ในวันกอ่ นวนั ทีพ่ ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ้ ังคับ เปน็ พนื้ ท่ีนวัตกรรมการศกึ ษาที่ได้จัดตั้งข้ึนตามพระราชบญั ญตั นิ ี้

มาตรา ๔๕ ในวาระเร่ิมแรก ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนพ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษาจังหวัด
ของพ้ืนทีน่ วตั กรรมการศกึ ษาตามมาตรา ๔๔ ซึง่ ดารงตาแหน่งอยู่ในวันกอ่ นวันทพ่ี ระราชบญั ญัตนิ ้ใี ชบ้ งั คบั
ปฏิบัติหน้าท่ีคณะกรรมการขับเคล่ือนพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน
จนกวา่ จะไดม้ กี ารแตง่ ตง้ั คณะกรรมการขบั เคลอื่ นพืน้ ท่ีนวัตกรรมการศึกษาตามพระราชบญั ญัตนิ ี้

มาตรา ๔๖ ให้สถานศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐานทเ่ี ปน็ สถานศกึ ษานาร่องตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
อย่ใู นวันก่อนวันท่พี ระราชบญั ญตั นิ ้ใี ช้บังคับ เป็นสถานศึกษานาร่องตามพระราชบัญญตั ินี้

มาตรา ๔๗ ในระหว่างท่ยี งั ไม่มีหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง ให้สถานศกึ ษานาร่อง
ในสังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ได้รบั เงินอุดหนุนทว่ั ไปเพ่ือพัฒนานวัตกรรมการศึกษา
เป็นจานวนไม่น้อยกว่าเงินอุดหนุนรายการค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานและค่าใช้จ่ายดาเนินงาน
ที่สถานศกึ ษาแห่งน้นั ได้รับกอ่ นเปน็ สถานศึกษานารอ่ ง

มาตรา ๔๘ ในกรณีท่ีสถานศึกษานาร่องต้องดาเนินการหรือร่วมดาเนินการในโครงการ
กิจกรรม หรือภารกิจใดท่ีไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ หรือส่งผลกระทบต่อการเรียน
การสอน อยู่ในวันก่อนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้ผู้อานวยการสถานศึกษานาร่องแจ้งต่อ
คณะกรรมการขบั เคลื่อนพ้ืนทีน่ วตั กรรมการศกึ ษาเพอื่ ขอยกเวน้ ไม่ดาเนินการหรอื รว่ มดาเนินการในโครงการ
กิจกรรม หรือภารกิจนั้น ทั้งนี้ หากคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาพิจารณาแล้ว
เห็นควรให้ยกเว้นก็ใหม้ ีหนงั สือแจ้งไปยงั หน่วยงานเจา้ ของโครงการ กิจกรรม หรอื ภารกจิ นัน้

มาตรา ๔๙ ภายในหกสิบวันนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธกิ ารสั่งให้ขา้ ราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจา้ งของสานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐานตามที่เห็นว่าจาเป็นและเหมาะสม มาปฏิบัติหนา้ ท่ีในสานักงานบรหิ ารพื้นทนี่ วัตกรรมการศึกษา
ตามพระราชบัญญตั ิน้ี

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก หน้า ๑๑๙ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

ในระหวา่ งท่ียังไม่มีการดาเนินการตามวรรคหนึง่ ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน
สงั่ ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ หรอื ลูกจ้างของสานกั พฒั นานวตั กรรมการจดั การศกึ ษา ในสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มาปฏิบัติหน้าที่ในสานักงานบริหารพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษา
ตามพระราชบัญญตั นิ ไี้ ปพลางกอ่ น

มาตรา ๕๐ ในวาระเริ่มแรก ให้สานักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้แก่สานักงาน
ศึกษาธิการจังหวัด สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ในพื้นท่ี
นวัตกรรมการศกึ ษา

มาตรา ๕๑ ก่อนพระราชบัญญตั ินจ้ี ะส้นิ ผลใช้บงั คับอย่างนอ้ ยหนงึ่ ปี ใหค้ ณะกรรมการนโยบาย
พ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษากาหนดมาตรการให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง คณะกรรมการขับเคลื่อนพ้ืนท่ี
นวัตกรรมการศกึ ษา และสถานศึกษานาร่องเตรียมความพร้อมในการสิ้นสดุ การเปน็ พน้ื ที่นวตั กรรมการศึกษา
และกาหนดหลักเกณฑ์การคุ้มครองสิทธิเพ่ือไม่ให้นักเรียนและครูและบุคลากรทางการศึ กษาได้รับ
ผลกระทบจากการที่พระราชบัญญัตินส้ี น้ิ ผลใช้บังคบั

เมือ่ พระราชบัญญัตนิ ี้สนิ้ ผลใช้บงั คบั แล้ว ให้สถานศกึ ษานารอ่ งพ้นจากการเป็นสถานศึกษานาร่อง
และกลบั คืนสู่สถานะสถานศึกษาข้นั พนื้ ฐานทเ่ี ป็นอยู่แต่เดมิ

ผูร้ ับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยทุ ธ์ จันทรโ์ อชา

นายกรฐั มนตรี

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก หน้า ๑๒๐ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่สมควรต้องพัฒนาการจัดการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐานอันเป็นรากฐานสาคัญของการพัฒนาคนไทย ให้มีคุณภาพ มีความใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์
มีความสามารถในการส่ือสาร สามารถอยู่และทางานร่วมกับผู้อ่ืนซ่ึงมีความแตกต่างหลากหลายได้ มีความรู้
เท่าทันโลก และมีทักษะในการประกอบอาชีพตามความถนัดของผู้เรียนแต่ละคน และให้รัฐ องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพและลดความเหล่ือมล้า
ในการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานได้อย่างแท้จริง สมควรกาหนดให้มีพ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษาซึ่งเป็นพื้นท่ีปฏิรูป
การบริหารและการจัดการการศึกษาขึ้นเพ่ือสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมการศึกษาอันเป็นการนาร่องใน
การกระจายอานาจและให้อิสระแก่หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพ
และประสิทธิภาพและลดความเหลื่อมล้า รวมทั้งมีการขยายผลนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนและวิธีการ
ปฏบิ ัติทด่ี ไี ปใชใ้ นสถานศึกษาอ่นื จงึ จาเปน็ ต้องตราพระราชบญั ญัตินี้




















Click to View FlipBook Version