The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-06-03 10:10:45

ilovepdf_merged

ilovepdf_merged

139

- การวิเคราะหป์ จั จัยทีส่ ่งเสริมการสรา้ งสรรค์วัฒนธรรมประเพณีในทอ้ งถ่นิ และวฒั นธรรมไทยซง่ึ มีผล
ตอ่ สงั คมไทยในยุคปัจจบุ ัน นำความรู้จากการวิเคราะห์ไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวันได้
หนว่ ยท่ี 4 เรอ่ื ง เพลงล้านนาและดนตรี
4.๑ เพลงลา้ นนา การร้องเพลงลา้ นนา
- การรอ้ งเพลงล้านนา ถูกจงั หวะและมีน้ำเสยี งเพราะ
- การแปลเพลงจากภาษาไทยเปน็ ภาษาล้านนา และลา้ นนาเปน็ ไทยได้
- สนุ ทรียะทางดนตรี – ขบั ร้อง เป็นสนุ ทรียะดา้ นการรับฟัง และขบั รอ้ งเพลงประกอบการแสดง
ซ่ึงสนุ ทรียภาพทางดา้ นนตี้ อ้ งอาศยั ทงั้ ผู้บรรเลง ผู้รอ้ ง และผู้ฟัง เนอ่ื งจากในเพลงล้านนามกั จะมที ั้งการบรรเลง
ดนตรแี ละการขับร้องไวด้ ว้ ยกัน ตลอดจนมผี ูฟ้ ังเพลงทีม่ าช่วยกันสรา้ งสนุ ทรียะทางดนตรีและการขับร้องรว่ มกัน

- สุนทรยี ะทางด้านท่ารำ ความงามของทา่ รำอย่างมีสนุ ทรียะน้ันพจิ ารณาไดจ้ ากความถกู ตอ้ งตามแบบ
แผนของทา่ รำ ได้แก่ ท่ารำถูกต้อง จงั หวะถูกตอ้ ง สีหน้าอารมณค์ วามรู้สกึ ทสี่ อดคล้องไปกบั ทา่ รำ ทำนองเพลง
และบทบาทตามเนอื้ เร่ืองท่ารำสวยงาม มีความแตกฉานดา้ นทา่ รำ มที ว่ งทีลลี าเปน็ เอกลักษณ์ของตนถา่ ยทอด
ท่ารำออกมาไดเ้ หมาะสม
4.2 ดนตรลี า้ นนา ประเภทของเคร่อื งดนตรลี ้านนา
- เสียงดนตรเี ปน็ ส่ิงทีก่ ลอ่ มหัวใจของคนให้อ่อนโยน เยอื กเยน็ ดับทกุ ข์ไดช้ ัว่ ขณะ ปลุกใจให้ร่ืนเรงิ กล้าหาญ
เครอ่ื งกล่อมตนเองเม่อื ยามทกุ ข์ ปลกุ ตนเองเมื่อยามเหงา เป็นเคร่อื งฝึกสมองอยู่ในตัว

- สามารถแยกประเภทของเคร่อื งดนตรีล้านนาได้
- นกั เรยี นนำความร้ปู ระวตั ิ เรือ่ งดนตรลี ้านนา ประเภทของเครือ่ งดนตรลี า้ นนา
ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั ในการได้
หนว่ ยที่ 5 เรื่อง ปริศนาคำทาย สุภาษิตคำบ่าเกา่
5.๑ เร่ืองราวของชาวบ้านท่เี ปน็ ของเกา่ เล่าตอ่ ปากและประพฤตสิ ืบ ๆ กันมาหลายช่วั อายุคนในรูปปริศนาคำทาย
สภุ าษิตคำบา่ เก่า
- ความหมายของปริศนาคำทาย และสภุ าษิตคำบ่าเก่า
- ทมี่ าของปริศนาคำทาย และสุภาษิตคำบ่าเก่า
- ลกั ษณะของปริศนาคำทาย และสุภาษติ คำบ่าเก่า
- วธิ ีการเล่นปริศนาคำทาย และสภุ าษิตคำบา่ เกา่
- ประโยชน์ของการเล่นปริศนาคำทาย และสภุ าษิตคำบ่าเกา่
- การนำเสนอ ปรศิ นาคำทาย และสุภาษิตคำบ่าเกา่
หน่วยท่ี 6 เร่ือง ผ้าอัตลกั ษณ์จงั หวดั เชยี งใหม่ (ลายหงสใ์ นโคม)
6.1 ประวตั ผิ า้ ลายหงส์ในโคม
- การอภปิ รายความรู้เก่ยี วกับเรื่อง ประวัตผิ า้ ลายหงส์ในโคม
- สามารถบอกทม่ี าของ ผา้ ลายหงส์ในโคม ได้
- การคน้ ควา้ ค้นหารปู ลักษณข์ องผา้ ลายหงส์ในโคม สำหรับ บันทกึ องคค์ วามรเู้ ป็นข้อมลู ภาพ
6.2 การนำภูมปิ ัญญาผา้ นำลายผ้าไปผลิตและพัฒนาผลิตภณั ฑ์

140

- การออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยเลอื กใช้(ลายหงส์ในโคม) ในการสรา้ งงานถา่ ยภาพแนะนำสนิ ค้าสนิ ค้าผลติ ภัณฑ์
- เปรยี บเทยี บราคา ผลิตภัณฑ์ผา้ (ลายหงส์ในโคม) จากสอ่ื ต่างๆ ได้

- การนำเสนอผ้าอตั ลกั ษณจ์ งั หวัดเชียงใหม่ (ลายหงส์ในโคม) จากการออกแบบเปน็ ผลิตภณั ฑ์ผา้
ในรปู แบบตา่ งๆ ได้
หนว่ ยท่ี 7 เร่ือง เรยี นรู้ วฒั นธรรมเกี่ยวกับอาหารพ้ืนบ้านล้านนา

7.1 วฒั นธรรมการรับประทานอาหารพืน้ เมอื งของทางภาคเหนอื
- การอภิปรายความรู้เก่ียวกบั เรอื่ ง วฒั นธรรมการรับประทานอาหารพื้นเมืองของทางภาคเหนือ

- เรียนรรู้ ูปแบบการรบั ประทานอาหารในชีวิตประจำวันของชาวล้านนาในอดตี และปัจจุบัน
- มารยาทในการรับประทานอาหาร
7.1 ความหลากหลายของอาหารพื้นบ้านลา้ นนา
- คำศพั ท์ พื้นฐานเก่ียวกับอาหารพนื้ บา้ นลา้ นนา
- ประเภทของอาหารพื้นบา้ นล้านนา
- เพลงล้านนาที่เก่ียวขอ้ งกบั อาหารพนื้ บา้ นล้านนา
7.2 ศกึ ษาเกย่ี วกบั อาหารทเ่ี ก่ียวข้องกับความเชื่อของคนล้านนา

- ความรู้เกย่ี วกบั อาหารที่เกย่ี วข้องกบั ความเช่ือของคนล้านนา (โดยการสอบถาม สัมภาษณ์ )
- อาหารในงาน มงคล และอวมงคล ของล้านนา
- อาหารพื้นเมือง ขนม ท่ีนิยมทำในเทศกาล ต่างๆ
หน่วยท่ี 8 เรอื่ ง เรยี นรู้ เรอ่ื งอาหารพ้นื บา้ นลา้ นนา (ตามฤดกู าล)

8.1 ทรพั ยากรในทอ้ งถิ่น (ตามฤดูกาล ) ที่นำมาทำอาหารพื้นบา้ นล้านนา
- ผักตามฤดกู าล 12 เดอื น
- รายชอ่ื ผกั ในภาษาเหนือพร้อมคำแปล

8.2 อาหารเพ่ือสุขภาพ ท่ใี ห้คณุ ค่าทางโภชนาการสูง มปี ระโยชน์ สะอาด ไมม่ ีสารพิษ
- ผกั พน้ื บา้ น ท่เี ป็นสว่ นผสมในตำรับอาหาร ท่ีนิยมบริโภคในภูมิภาคต่างๆ

8.2 (chef) ลงมอื ทำอาหารพืน้ บา้ นประเภท แกง, ค่ัว ,จอ, นำ้ พรกิ 1 อย่าง

- จำลอง ลงมอื ทำอาหารแบบ (chef) จรงิ
8.3 จัดทำคลิปวดิ โิ อแนะนำอาหารพน้ื บา้ น

- จัดทำคลิปวดิ โิ อแนะนำอาหารพ้นื บ้านโดยใช้ Application

หน่วยท่ี 9 เรอ่ื ง การนำเสนอ แนะนำอาหารพน้ื บ้านล้านนา (ตามฤดกู าล)

9.1 การออกแบบโปสเตอร์ ทำ content ทำอาหารพื้นบ้านลา้ นนา แนะนำอาหารพ้นื บ้านล้านนาสสู่ ากล
ทีน่ า่ สนใจ

- ข้ันตอนการเขยี น Content อยา่ งไรให้โดนใจ
- กำหนดหวั ขอ้ บทความใหก้ ระตุกสายตา กระชากอารมณ์
- เนอื้ หาบทความทเ่ี ขียนตรงกบั หัวข้อทีต่ ง้ั ไว้
- Entertain บทความตอ้ งมีสีสนั

9.2 Site - เรือ่ งอาหารพน้ื บ้านล้านนา (ตามฤดกู าล)

141

- Google Sites เร่อื งอาหารพื้นบ้านล้านนา ท่ีมีความน่าสนใจ
- การออกแบบ Google Sites

สมรรถนะที่ 1 ภาษาไทยเพอ่ื การส่อื สาร
๒. พูดเพื่อวตั ถุประสงค์ตา่ งๆในสถานการณ์ทหี่ ลากหลายอยา่ งสรา้ งสรรค์โดยคำนงึ ถึงลักษณะและความตอ้ ง

การของผ้ฟู ังสามารถพดู ไดก้ ระชับ ถูกต้องตรงประเดน็ เข้าใจงา่ ยใชส้ อื่ และภาษาท่าทางประกอบได้มีประสทิ ธิภาพ
เหมาะสมกับกาลเทศะบริบททางสงั คมและวฒั นธรรมรวมทงั้ ตรวจสอบความเขา้ ใจของผู้ฟงั และประเมนิ เพอื่ ปรับป
รงุ การพูดของตน

๕. ใช้ภาษาไทยในการศกึ ษาเรยี นรู้ สร้างความเข้าใจพืน้ ฐานทางสังคมวฒั นธรรมและภมู ิปญั ญาของไทย
มีความภาคภูมิผกู พันในความเปน็ ไทยสามารถกล่ันกรองและสบื สานสิ่งดีงามท่บี รรพบรุ ษุ ได้สร้างไวแ้ ละพัฒนาใหม้ ี

คุณค่าต่อไป
สมรรถนะที่ 2 คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวนั

๔. เชอื่ มโยงความร้หู รือปัญหาทางคณิตศาสตรท์ ี่เรียนมากับความรู้ปัญหาหรอื สถานการณอ์ ่ืนที่ตนเองพบ
ซง่ึ อาจเปน็ การเช่อื มโยงภายในวิชาคณิตศาสตร์เช่ือมโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ื่น ๆ และเช่อื มโยงคณติ ศาสตร์กับ
ชวี ิตประจำวนั เพอื่ นำไปส่กู ารแก้ปญั หาและการเรยี นรแู้ นวคดิ ใหม่ที่ซับซอ้ นหรอื สมบูรณข์ ึ้น

๕. ใช้ความคดิ คลอ่ ง ความคิดยืดหยุน่ ความคิดรเิ รม่ิ และความคิดละเอยี ดลออ ในการคดิ แก้ปัญหาทาง
คณติ ศาสตร์ และขยายความคิดทม่ี ีอยเู่ ดิมเพ่ือสร้างแนวคดิ ใหม่ปรับปรงุ หรือพฒั นาองคค์ วามร้ทู างคณิตศาสตรห์ รือ

ศาสตรอ์ นื่ ๆ โดยใชค้ ณติ ศาสตรเ์ ปน็ ฐาน
สมรรถนะที่ 3 การสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ และจติ วทิ ยาศาสตร์
๓. สืบสอบความรทู้ างวิทยาศาสตร์โดยสามารถตัง้ คำถามสำคัญออกแบบและวางแผนการสำรวจตรวจสอบ

ข้อมลู เลอื กใชว้ ัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือทีเ่ หมาะสม เก็บรวบรวมข้อมูล วเิ คราะหข์ ้อมูลและนำเสนอผลการสำรวจ
ตรวจสอบ รวมทงั้ หลักฐานเชิงประจักษ์ทไ่ี ด้รับการยอมรบั จากสาธารณะซง่ึ นำไปสกู่ ารพฒั นาความเป็นผ้รู ักในความ

มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
๕. โตแ้ ย้งในประเดน็ ทางวิทยาศาสตรโ์ ดยการให้เหตุผลสนับสนุนหรอื คัดค้านพรอ้ มทงั้ หลกั ฐานเชิงประจักษ์
เพ่อื การตัดสินใจเลือกเหตุผลที่ดนี า่ เชือ่ ถือมากท่ีสุดและกล้าพูดกล้าแสดงความคิดเหน็ บนฐานความรู้ พรอ้ มรบั ฟัง

ความคิดเหน็ ผู้อนื่
สมรรถนะท่ี 4 ภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่อื สาร

๕. เข้าใจคำและวลสี ำคญั ในบทสนทนาและติดตามหัวข้อในการสนทนาได้
๗. สามารถหาวธิ ถี า่ ยทอดประเด็นสำคัญทต่ี นเองต้องการส่อื สารในบริบททห่ี ลากหลายโดยต้องเป็นเรอ่ื งราว
ทต่ี นเองจำไดห้ รอื หาวิธที จี่ ะถา่ ยทอดเร่ืองราว

สมรรถนะที่ 5 ทักษะชีวติ และความเจรญิ แห่งตน
๒. มีวนิ ยั ในการดูแลจดั การตนเองให้มีสุขภาวะทางกายทดี่ อี ย่างสมดุลกับสขุ ภาวะดา้ นอ่ืน ๆ โดยมี

สุขภาพแข็งแรงกนิ อยู่ ดู ฟังเปน็ ปกปอ้ งตนเองใหป้ ลอดภัยจากภยั ต่าง ๆ ทงั้ โรคภยั อุบัตภิ ัยภัยธรรมชาติ
ภัยทางเพศ ภยั จากสิ่งเสพตดิ และอบายมขุ ต่าง ๆ รวมทงั้ ภัยจากสอ่ื สารสนเทศและเทคโนโลยี
๗. พรอ้ มรับความเปล่ียนแปลงสามารถปรบั ตัว เผชิญปัญหา แกป้ ญั หายอมรับผลทีเ่ กดิ ขึ้น และฟื้นคนื

สภาพจากปญั หาไดอ้ ย่างรวดเรว็

142

สมรรถนะที่ 6 ทักษะอาชีพ และการเป็นผปู้ ระกอบการ
๓. ปฏบิ ัตงิ านอยา่ งมงุ่ ม่นั อดทนรบั ผดิ ชอบ และเพียรพยายาม เพอ่ื ให้บรรลเุ ป้าหมาย
๕. มีความรู้และทกั ษะพื้นฐานของการเป็นผูป้ ระกอบการท่ดี ี สามารถวางแผนการลงทุนการผลติ การตลาด
การบริหารจัดการด้านทรพั ยากร บุคลากร และการเงิน
สมรรถนะท่ี 7 ทกั ษะการคดิ ข้นั สงู และนวัตกรรม

๑. คดิ พิจารณาเรอ่ื งตา่ ง ๆ โดยมีข้อมูลเกีย่ วขอ้ งกบั เรอ่ื งนั้นอยา่ งเพียงพอสามารถวิเคราะห์ วพิ ากษ์
และประเมนิ ข้อมูลและเหตุผล สามารถสรุปความเข้าใจและให้ความเหน็ ในเรอื่ งน้ัน ๆ
๕. มีความยืดหยนุ่ ทางความคิดสามารถมอง/คดิ และใหค้ วามเหน็ ในเรื่องต่าง ๆ ไดห้ ลากหลายแงม่ มุ หลาย
มติ ิหลายวิธี ยินดรี ับฟงั ความคดิ เห็นที่แตกต่าง สามารถประสานหรือสงั เคราะหค์ วามคิดท่แี ตกต่าง และริเรม่ิ
ความคิดใหม่ ๆ
สมรรถนะท่ี 8 การรู้เทา่ ทนั สอื่ สารสนเทศและดิจิทลั

๑.เขา้ ถงึ แหล่งสอ่ื สารสนเทศ และเทคโนโลยดี จิ ิทลั ทห่ี ลากหลายเพอื่ ใช้สืบคน้ ข้อมูลและสารสนเทศท่ี
ตอ้ งการอยา่ งเขา้ ใจ และเลอื กเรอ่ื งทีจ่ ะเกดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง ชุมชน และสงั คม

๔. ประยุกต์ใชค้ วามฉลาดรู้ด้านดจิ ิทัลประกอบดว้ ยการจดั การเวลา การรักษาข้อมูลส่วนตัว การรักษา
ความปลอดภยั ของตนเอง และการต้งั รบั ภัยคกุ คามทางโลกออนไลน์ เม่อื ตอ้ งสัมพนั ธ์กับเทคโนโลยีดิจทิ ัล
ในสถานการณ์ต่าง ๆ
สมรรถนะที่ 9 การทำงานแบบรวมพลังเปน็ ทมี และมภี าวะผูน้ ำ

๓. รับฟงั ยอมรับ และเคารพความคิดเหน็ มุมมองท่แี ตกตา่ งของผูอ้ ่นื อย่างจรงิ ใจเพื่อใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจ
อันดีระหวา่ งกนั อย่างแท้จริง

๔. สรา้ งแรงบันดาลใจใหผ้ ูอ้ น่ื ไดพ้ ฒั นาตนเองและใชค้ วามสามารถของแตล่ ะคนเพือ่ ให้บรรลผุ ลสำเร็จ
ร่วมกนั
สมรรถนะที่ 10 พลเมอื งทเ่ี ขม็ แขง็ /ตน่ื รู้ ทีม่ ีจิตสำนกึ สากล

๕. ตดิ ตามสถานการณ์ เหตุการณ์บา้ นเมืองและปัญหาของชุมชน สงั คมและโลก มีส่วนร่วมทางตรง
หรือทางอ้อมในการพัฒนาเปลยี่ นแปลงและแก้ไขปญั หา
สมรรถนะท่ี 11 ภาษาจีนเพื่อชีวติ
๓. สามารถใช้ภาษาทง่ี า่ ยและหลากหลายเพอ่ื สนทนาในหวั ขอ้ ทีค่ ุ้นเคย แสดงความคดิ เห็นของตนเอง
และแลกเปลยี่ นข้อมลู เกีย่ วกับหวั ขอ้ ท่ตี นเองคุ้นเคย สนใจ หรือหัวข้อเกี่ยวกับชีวติ ประจำวัน
๔. สามารถสรา้ งงานเขยี นง่าย ๆทมี่ คี วามคิดเชอ่ื มโยงกันในประเดน็ ตา่ ง ๆ ท่คี นุ้ เคยในสาขาทต่ี นเอง
สนใจโดยเชื่อมโยงสว่ นต่าง ๆ ในงานเขยี นให้เป็นลำดับต่อเน่ืองกันได้
รหัสตวั ช้ีวดั

ภาษาไทย
ท 1.1 ป.5/6 อา่ นงานเขยี นเชิงอธิบาย คำสัง่ ข้อแนะนำ และปฏบิ ตั ติ าม
ท 2.1 ป.5/3 เขยี นแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคดิ เพอ่ื ใช้พัฒนางานเขยี น
ท 2.1 ป.5/8 เขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ
ท 2.1 ป.5/9 มมี ารยาทในการเขยี น
ท 4.1 ป.5/3 เปรียบเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่ิน

143

ท 4.1 ป.5/4 ใช้คำราชาศพั ท์
ท 4.1 ป.5/6 แต่งบทร้อยกรอง
ท 4.1 ป.5/7 ใช้สำนวนไดถ้ ูกตอ้ ง
คณิตศาสตร์
ค 1.1 ป.5/8 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ การหาร ทศนยิ ม 2 ข้นั ตอน
ค 2.1 ป.5/2 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเกีย่ วกับน้ำหนักทม่ี ีการเปลีย่ นหน่วยและเขียนในรปู ทศนยิ ม
วทิ ยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว 4.2 ป.5/3 ใช้อินเทอรเ์ นต็ ค้นหาข้อมลู ตดิ ต่อสอื่ สาร และทำงานรว่ มกัน ประเมินความน่าเช่อื ถอื ของข้อมูล
ภาษาองั กฤษ
ต 1.2 ป.5/1 พดู /เขยี นโต้ตอบในการสอื่ สาร ระหว่างบุคคล
ต 2.2 ป.5/2 บอกความเหมอื น/ความแตกตา่ ง ระหวา่ งเทศกาลและงานฉลอง ของเจา้ ของภาษากับของไทย
ต 3.1 ป.5/1 ค้นคว้า รวบรวมคำศพั ทท์ ่ีเก่ียวข้อง กับกลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ืน่ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขยี น
สังคมศกึ ษา/ประวตั ิศาสตร์
ส 2.1 ป.5/3 เหน็ คุณค่าวัฒนธรรมไทยทมี่ ผี ลตอ่ การดำเนนิ ชวี ิตในสังคมไทย
ส 2.1 ป.5/4 มีส่วนร่วมในการอนรุ ักษ์และเผยแพรภ่ ูมิปัญญาท้องถนิ่ ของชมุ ชน
การงานอาชีพ
ง 1.1 ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงาน อยา่ งเป็นระบบ ประณีต และมีความคดิ สรา้ งสรรค์
ศิลปะ
ศ 1.1 ป.5/5 สร้างสรรค์งานพิมพ์ภาพ โดยเนน้ การจดั วางตำแหน่งของส่งิ ตา่ ง ๆ ในภาพ
ศ 1.2 ป.5/1 ระบุ และบรรยายเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบของงานทศั นศลิ ป์ในแหล่งเรยี นร้หู รือนทิ รรศการศลิ ปะ
ศ 1.2 ป.5/2 อภปิ รายเกย่ี วกับงานทศั นศิลป์ที่สะท้อนวัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาในทอ้ งถิน่
ดนตร/ี นาฏศลิ ป์
ศ 2.2 ป.5/1 ดนตรีมคี วามสัมพนั ธ์กบั ประเพณีในวฒั นธรรมตา่ งๆโดยเฉพาะการมสี ว่ นรว่ มในการทำกจิ กรรมตา่ งๆ
ท่จี ดั ขึ้นในงานประเพณี
พละศกึ ษา/สุขศกึ ษา
พ 3.1 ป.5/1 ควบคมุ ตนเองเมือ่ ใช้ทักษะการเคล่ือนไหวในลักษณะผสมผสานไดท้ ้งั แบบอยกู่ บั ท่ี เคล่ือนที่ และใช้
อุปกรณป์ ระกอบ
พ 3.2 ป.5/1 ออกกำลังกาย เลน่ เกมและกฬี าท่ีตนเองชอบและมีความสามารถในการวเิ คราะห์ผลพัฒนาการ
ของตนเองตามตัวอย่างและแบบปฏบิ ตั ิของผู้อืน่
พ 4.1 ป.5/2 ค้นหาข้อมลู เพ่อื ใชส้ ร้างเสริมสุขภาพ
ภาษาจนี
ต 2.2 ป.5/2 บอกความเหมอื นหรอื ความแตกต่างระหว่างเทศกาล และ และงานฉลองตามวฒั นธรรมของจีน
กับของไทย
รวมทัง้ หมด ๒๕ ตวั ช้ีวัด

4. หนว่ ยการเรียนรเู้ กษตรอนิ ทรีย์วิถตี ้นแก้ว 144

คำอธบิ ายหนว่ ยการเรียนรู้ เกษตรอินทรยี ว์ ิถตี ้นแก้ว
เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี
รหสั หน่วยการเรยี นรู้ บ๑๕๑๐๕ หนว่ ยบูรณาการ

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕

ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
ศึกษาถงึ การเก็บเกี่ยวผลผลติ ของพืชผลทางการเกษตร เพ่อื การบรโิ ภค เพื่อการแปรรปู หรอื จัดจำหน่าย หลักการ
สำหรับการเก็บเกี่ยวพืชประเภทต่างๆ วิธีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร วิธีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อการ
เพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร โดยกระบวนการสร้างองค์ความรู้ ด้วยการสืบค้น รวบรวมขอ้ มูล จากแหล่ง
เรียนรู้ในท้องถิ่น กระบวนการปฏิบัติ โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน และการเรียนรู้แบบโครงงาน เพื่อให้ผู้เรียนเกิด
สมรรถนะทีจ่ ำเป็นตอ้ งใชใ้ นการดำรงชวี ิต
กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

โดยจดั ประสบการณ์หรอื สรา้ งสถานการณ์ที่ใกล้ตัว ใหน้ กั เรียนไดศ้ กึ ษาค้นคว้าจากการปฏิบตั จิ ริง สรุป
รายงาน เพือ่ พฒั นาการฝกึ ทักษะการออกแบบ การคดิ สรา้ งสรรค์ การคิดคำนวณ และฝึกการแก้ปญั หา สามารถ
ทำงานอย่างเปน็ ระบบ มรี ะเบียบวนิ ยั มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชอื่ ม่นั ใน
ตนเอง จดั ประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณ์ให้นักเรียนไดศ้ กึ ษาคน้ คว้าจากการปฏิบัติจริง โดยใช้กระบวนทาง
วิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสบื คน้ ข้อมลู บนั ทกึ จัดกลุ่มขอ้ มูล เพื่อให้เกดิ ความรู้
ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถนำเสนอสอื่ สารส่ิงท่เี รยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เหน็ คุณค่าของการนำ
ความรูไ้ ปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน มีจิตวทิ ยาศาสตร์ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มที่เหมาะสม เพ่ือสง่ เสรมิ สมรรถนะ
เฉพาะและสมรรถนะหลัก ผ่านขอบข่ายเน้อื หาบูรณาการหลากหลาย
เมือ่ นกั เรยี นไดเ้ รยี นรู้หน่วยบูรณาการเกษตรอนิ ทรีย์วถิ ีตน้ แก้ว ผ่านกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหา
ความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นขอ้ มลู บันทกึ จัดกลุ่มขอ้ มูล เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ
มีกระบวนการคิด มีเหตมุ ีผลแล้ว สามารถใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นการแก้ปัญหา การตัดสนิ ใจได้ วิเคราะห์
ปญั หาในสถานการณ์ทเ่ี ป็นจรงิ ในชวี ิตประจำวันเพ่ือการแก้ปัญหา และรจู้ ักใช้ทรัพยากรธรรมชาตใิ ห้เป็นประโยชน์

การวัดและประเมินผล เน้นการวัดและประเมนิ ผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ โครงงานการแปรรปู ผลผลิตทาง
การเกษตรที่นักเรียนสนใจ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อเพ่ิมมูลค่าของสินค้า ด้วยวิธีการทีห่ ลากหลาย โดยให้
สอดคล้องกบั บรบิ ท และเปน็ ไปตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ัด
ผลลัพธ์การเรียนรู้

หนว่ ยท่ี ๑ ผลผลิตทางการเกษตร
1) นกั เรยี นเกดิ องค์ความรูผ้ ลผลติ ทางการเกษตรของไทยและของชุมชนทอ้ งถิ่นของนักเรยี น
2) นกั เรยี นสามารถจำแนกผลผลิตทางการเกษตรชนิดต่างๆได้
3) นกั เรียนสามารถเลอื กวิธีการสำหรบั การเก็บเกี่ยวพชื ประเภทตา่ งๆได้อย่างเหมาะสม
หนว่ ยที่ ๒ การเกบ็ เกยี่ วผลผลิตทางการเกษตร
1) นกั เรียนศึกษาถึงการเกบ็ เกี่ยวผลผลติ ของพืชผลทางการ เกษตร เพื่อการบริโภค เพอ่ื การแปรรูปหรือจดั
จำหนา่ ย
2) นกั เรียนไดเ้ รียนรหู้ ลกั การสำหรับการเกบ็ เก่ียวพืชประเภทตา่ งๆ

144

145

3) นกั เรยี นเรียนรวู้ ิธีการเกบ็ และจำหนา่ ยผลผลิตทางการเกษตร
หน่วยที่ ๓ การแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตร

1) นักเรยี นเกิดองค์ความรกู้ ารปฏิบัติหลงั การเกบ็ เก่ยี ว การถนอมอาหารและการแปรรูป
2) นักเรียนเรียนรูว้ ธิ ีการแปรรูปผลผลติ ทางการเกษตร
3) นักเรยี นสามารถแปรรปู ผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างเหมาะสม
หน่วยท่ี ๔ ความหมายและความสำคญั ของบรรจภุ ณั ฑ์
1) นักเรยี นศกึ ษาเรยี นรู้ความเป็นมาของการบรรจุภณั ฑ์/ความหมายของบรรจุภณั ฑ์
2) นักเรียนศกึ ษาเรียนรูว้ ิวฒั นาการของการออกแบบบรรจุภณั ฑ์
3) นักเรยี นศึกษาเรียนรูก้ ารออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ ตลอดจนแนวคดิ การออกแบบบรรจุภณั ฑ์
หนว่ ยท่ี ๕ ประเภทและลักษณะของบรรจภุ ัณฑ์
1) นกั เรยี นสามารถแยกประเภทของบรรจภุ ัณฑไ์ ด้
2) นักเรยี นรแู้ ละเข้าใจวตั ถปุ ระสงค์หลักของบรรจภุ ณั ฑ์
3) นกั เรียนสามารถบอกหนา้ ทบี่ รรจภุ ัณฑ์ในปัจจุบันโดยสรปุ
หน่วยท่ี ๖ การออกแบบ/สรา้ ง บรรจภุ ัณฑ์
1) นักเรียนได้หลักการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ องค์ประกอบการออกแบบบรรจุภณั ฑ์
2) นักเรียนได้แนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑแ์ ละเรยี นรเู้ ก่ยี วกบั โปรแกรมทใี่ ช้ในการออกแบบและพฒั นา
บรรจภุ ัณฑ์
3) นักเรยี นสามารถออกแบบและสรา้ งบรรจภุ ัณฑ์ได้

สมรรถนะ
สมรรถนะที่ ๑ ภาษาไทยเพ่ือการสอื่ สาร
๒. พูดเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆในสถานการณ์ที่หลากหลายอยา่ งสร้างสรรค์โดยคำนึงถงึ ลกั ษณะและความต้องการ
ของผ้ฟู ังสามารถพดู ไดก้ ระชับ ถกู ตอ้ งตรงประเดน็ เข้าใจง่ายใช้สือ่ และภาษาท่าทางประกอบไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
เหมาะสมกับกาลเทศะบริบททางสังคมและวัฒนธรรมรวมทั้งตรวจสอบความเข้ าใจของผู้ฟังและประเมินเพื่อ
ปรบั ปรงุ การพดู ของตน
๓. อา่ นสาระในรปู แบบตา่ งๆ ได้ โดยมีวตั ถุประสงค์การอ่านที่ชดั เจนอ่านไดอ้ ยา่ งเข้าใจถกู ต้อง ตรงประเดน็ โดยใช้
ประสบการณ์ ความร้แู ละกลวิธกี ารอ่านต่าง ๆ สามารถวเิ คราะหแ์ ปลความ ตคี วาม และประเมนิ สาระได้อยา่ งรเู้ ทา่
ทนั ในเจตนาของผเู้ ขยี นและนำความคดิ ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการอา่ นไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ของตนและส่วนรวม
สมรรถนะท่ี ๒ คณิตศาสตรใ์ นชีวิตประจำวัน

๑. แก้ปญั หาในชีวติ ประจำวนั ทเ่ี ก่ียวข้องกับคณติ ศาสตร์ โดยประยุกต์ความรู้ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์เพอ่ื
ทำความเข้าใจปญั หา ระบุประเด็นปญั หา วิเคราะห์ปัญหา วางแผนแกป้ ัญหา โดยหากลวิธที ่ีหลากหลายในการ
แกป้ ญั หา และดำเนนิ การจนไดค้ ำตอบท่ีสมเหตุสมผล
สมรรถนะท่ี ๓ การสบื สอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์

๓. สืบสอบความรู้ทางวทิ ยาศาสตรโ์ ดยสามารถตง้ั คำถามสำคัญออกแบบและวางแผนการสำรวจตรวจสอบ
ขอ้ มูลเลือกใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์และเคร่ืองมือทเ่ี หมาะสม เกบ็ รวบรวมข้อมลู วิเคราะห์ขอ้ มูลและนำเสนอผลการสำรวจ
ตรวจสอบ รวมท้งั หลกั ฐานเชิงประจักษ์ที่ไดร้ บั การยอมรับจากสาธารณะซ่ึงนำไปสกู่ ารพัฒนาความเป็นผ้รู กั ในความ

146

มเี หตุผลทางวิทยาศาสตร์
สมรรถนะที่ ๔ ภาษาอังกฤษเพือ่ การสอ่ื สาร

๗. สามารถหาวธิ ถี ่ายทอดประเด็นสำคัญท่ีตนเองตอ้ งการสอ่ื สารในบรบิ ทท่หี ลากหลายโดยต้องเปน็ เรื่องราวที่
ตนเองจำได้หรือหาวิธที ่จี ะถ่ายทอดเรอื่ งราว
สมรรถนะท่ี ๕ ทกั ษะชีวิต และความเจรญิ แหง่ ตน

๘. สรา้ งแรงจงู ใจและนาํ ตนเองในการเรียนรู้ เรยี นรู้วิธกี ารเรียนรู้โดยใชท้ ักษะการเรียนรหู้ ลากหลาย ทั้งทักษะ
การเรยี นรู้ทกั ษะการสืบค้นข้อมลู ทกั ษะการสืบสอบ ทกั ษะการสรา้ งความรู้และนวัตกรรม รวมทั้งทักษะการ
ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้เพ่ือพฒั นาตนเองและชวี ิต
สมรรถนะที่ ๖ ทักษะอาชพี และการเป็นผู้ประกอบการ

๓. ปฏบิ ตั งิ านอย่างมุง่ มนั่ อดทนรบั ผิดชอบและเพยี รพยายาม เพอ่ื ใหบ้ รรลุเปา้ หมาย
๔. คดิ และปฏบิ ตั งิ านใด ๆ โดยใช้หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งคือทำพอประมาณอย่างมีเหตุผล และมี
ภูมิค้มุ กันบนฐานของความร้แู ละคณุ ธรรม
สมรรถนะที่ ๗ ทักษะการคิดข้นั สูงและนวัตกรรม
๖. คดิ รเิ ริม่ สิ่งใหม่ ๆ ซ่ึงอาจเปน็ การปรบั หรอื ประยกุ ต์จากของเดมิ หรอื ตอ่ ยอดจากสงิ่ เดมิ หรอื ริเร่ิม
ความคดิ แปลกใหม่ทแ่ี ตกต่างจากเดิม โดยสามารถอธิบายความคิดให้ผู้อน่ื เข้าใจและทำให้ความคดิ นน้ั เกดิ ผลเป็น
รูปธรรมเปน็ แนวคดิ ใหม่ กระบวนการใหม่ นวตั กรรมสิ่งประดิษฐ์ และผลิตภณั ฑต์ ่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ตอ่ ตนเอง
สมรรถนะท่ี ๘ การรู้เท่าทนั สอื่ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล
๑. เข้าถึงแหลง่ ส่ือ สารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทลั ท่หี ลากหลายเพื่อใชส้ ืบคน้ ขอ้ มูลและสารสนเทศท่ี
ตอ้ งการอยา่ งเขา้ ใจ และเลือกเรื่องท่ีจะเกดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง ชมุ ชนและสงั คม
สมรรถนะท่ี ๙ การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมภี าวะผนู้ ำ
๑. มที ักษะการเปน็ ผ้นู ำการเป็นสมาชิกกลุ่มและกระบวนการทำงานกลมุ่ /กระบวนการทำงานเป็นทมี ท่ดี ีมี
ประสิทธิภาพ
๒. แลกเปลย่ี นความรู้ แบง่ ปนั ความคิดด้วยความเตม็ ใจเพอื่ สนับสนนุ ส่งเสรมิ ให้กลมุ่ บรรลผุ ลตาม
เป้าหมายทีก่ ำหนดรว่ มกัน
สมรรถนะท่ี ๑๐ พลเมืองท่เี ขม็ แขง็ /ตน่ื รู้ ทม่ี จี ิตสำนกึ สากล
๕. ติดตามสถานการณ์ เหตกุ ารณบ์ ้านเมอื งและปัญหาของชุมชน สงั คมและโลก มสี ว่ นร่วมทางตรงหรือ
ทางออ้ มในการพฒั นาเปล่ียนแปลงและแกไ้ ขปญั หา
สมรรถนะที่ ๑๑ ภาษาจีนเพื่อชวี ติ
๔. สามารถสร้างงานเขียนงา่ ย ๆทม่ี คี วามคิดเชื่อมโยงกันในประเดน็ ตา่ ง ๆ ทค่ี ุ้นเคยในสาขาทีต่ นเองสนใจ
โดยเชือ่ มโยงสว่ นตา่ ง ๆ ในงานเขียนให้เป็นลำดบั ตอ่ เน่ืองกนั ได้
๕. เขา้ ใจคำและวลีสำคัญในบทสนทนาและ ติดตามหวั ขอ้ ในการสนทนาได้

สาระ/ตวั ชี้วดั
ภาษาไทย
ท ๒.๑ ป.๕/๑ คัดลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั และครึ่งบรรทัด
ท ๒.๑ ป.๕/๕ เขียนจดหมายถึงผ้ปู กครองและญาติ

147

ท ๒.๑ ป.๕/๖ เขยี นแสดงความรสู้ กึ และความคิดเห็นไดต้ รงตามเจตนา
ท ๔.๑ ป.๕/1 ระบชุ นดิ และหน้าท่ีของคำในประโยค
ท ๔.๑ ป.๕/๒ จำแนกสว่ นประกอบของประโยค
คณติ ศาสตร์
ค 3.1 ป.5/1 ใช้ขอ้ มูลจากกราฟเสน้ ในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หา
ค 3.1 ป.5/2 เขยี นแผนภมู ิแทง่ จากข้อมลู ที่เป็นจำนวนนบั
ค ๑.๑ ป.๕/๙ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาร้อยละไมเ่ กนิ 2 ข้ันตอน
• การบอก กำไร หรอื ขาดทนุ เป็นร้อยละหรือเปอรเ์ ซน็ ตเ์ ป็นการบอกผลต่างระหว่างทุน 100 บาท กบั ราคาขาย
• ถ้าราคาขายมากกว่าทุน การขายจะได้กำไรซ่งึ กำไร หาได้จาก ราคาขาย – ทนุ
• ถา้ ราคาขายนอ้ ยกว่าทนุ การขายจะขาดทุนซ่งึ ขาดทุน หาไดจ้ าก ทุน – ราคาขาย
วิทยาศาสตร์
ว 1.1 ป.5/1 บรรยายโครงสรา้ ง และลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ติ ท่ีเหมาะสมกับการดำรงชวี ิตซ่งึ เป็นผลมาจากการ
ปรับตัวของสิง่ มีชีวติ ใน แต่ละแหล่งทอี่ ยู่
ว 1.1 ป.5/2 อธบิ าย ความสมั พันธร์ ะหวา่ งสิ่งมชี ีวติ กับสิง่ มชี วี ิต และ ความสมั พนั ธ์ ระหวา่ งสิง่ มชี วี ิตกบั
สิง่ ไม่มชี วี ติ เพือ่ ประโยชนต์ อ่ การดำรงชวี ติ
วทิ ยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว 4.2 ป.5/3 ใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตคน้ หาข้อมลู ติดตอ่ ส่อื สาร และทำงานร่วมกัน ประเมินความนา่ เชอ่ื ถือของข้อมลู
ว 4.2 ป.5/4 รวบรวม ประเมนิ นำเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศ ตามวัตถุประสงคโ์ ดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รือบรกิ ารบน
อินเทอรเ์ น็ตท่ี หลากหลาย เพ่อื แกป้ ัญหาใน ชวี ติ ประจำวนั
สงั คมศึกษา
ส 3.1 ป.5/2 อธิบายปัจจัยการผลติ สนิ คา้ และบริการ
ส 3.1 ป.5/4 มสี ว่ นร่วมในการอนรุ ักษแ์ ละเผยแพร่ภูมิปญั ญาท้องถิน่ ของชุมชน
ภาษาอังกฤษ
ต 1.1 ป.5/3 ระบ/ุ วาดภาพ สญั ลกั ษณ์หรอื เคร่ืองหมายตรงตามความหมาย ของประโยคและข้อความสน้ั ๆ ท่ฟี ัง
หรืออ่าน
ต 1.2 ป.5/3 พดู /เขียนแสดงความตอ้ งการ ขอความช่วยเหลอื ตอบรบั และ ปฏเิ สธการใหค้ วามชว่ ยเหลือ ใน
สถานการณ์งา่ ย ๆ
ต 3.1 ป.5/1 ค้นควา้ รวบรวมค าศัพท์ทีเ่ กีย่ วข้อง กบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่นื และน าเสนอด้วยการพดู /การ
เขยี น
ต 4.1 ป.5/1 ฟัง พดู และอ่าน/เขียน ในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกดิ ขึน้ ในห้องเรยี นและสถานศึกษา
ภาษาจนี
ต ๑.๒ ป.๕/๑ พดู หรอื เขียนโตต้ อบในการส่อื สารระหว่างบคุ คล
ต ๔.๒ ป.๕/๑ ใช้ภาษาจนี ในการสืบคน้ และรวบรวมคำศพั ท์ ที่เกี่ยวขอ้ งกับส่งิ ใกล้ตัว
การงานอาชพี
ง 1.1 ป.5/1 อธบิ ายเหตุผลการทำงานแต่ละ ขัน้ ตอนถูกต้องตามกระบวนการ ทำงาน
ง 1.1 ป.5/4 มจี ติ สำนึกในการใชพ้ ลงั งานและ ทรพั ยากรอยา่ งประหยัดและคุ้มค่า

148

ง 2.1 ป.5/1 สำรวจขอ้ มลู ทเ่ี กี่ยวกับอาชพี ต่าง ๆ ในชมุ ชน
พละศกึ ษา/สขุ ศึกษา
พ ๔.๑ ป.๕/๒ คน้ หาขอ้ มลู เพอ่ื ใช้สร้างเสริมสขุ ภาพ
ศลิ ปะ
ศ ๑.๑ ป.๕/๖ ระบุปญั หาในการจดั องคป์ ระกอบศิลป์ และการสื่อความหมายในงานทัศนศิลปข์ องตนเอง และบอก
วิธีการปรับปรุงงานใหด้ ขี ้ึน
ศ ๑.๑ ป.๕/๗ บรรยายประโยชนแ์ ละคุณค่าของงานทัศนศิลป์ทมี่ ีผลตอ่ ชีวิตของคนในสังคม

รวมทั้งหมด ๒๔ ตวั ช้ีวดั

149

5. หน่วยการเรียนรู้ E-commerce คำอธบิ ายหนว่ ยการเรียนรู้ E-commerce
หนว่ ยบรู ณาการ เวลา 8๐ ช่ัวโมง/ปี
รหัสวชิ า บ๑๕๑๐๕
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕

ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรียนรู้
ศกึ ษาถงึ ความรู้เบอื้ งต้นเก่ยี วกับการพาณิชย์อิเลก็ ทรอนิกส์ โครงสรา้ งพนื้ ฐานทางเทคโนโลยีและเคร่ืองมือช่วยบน
เว็บสำหรับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ต้นแบบธุรกิจเชิงการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ปัญหาความมั่นคงในการ
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ กลยุทธ์ทางการตลาด การซื้อการขาย และการโฆษณา
ปญั หาทางกฎหมายและจรยิ ธรรมที่เกี่ยวขอ้ งกับการพาณชิ ยอ์ เิ ล็กทรอนิกส์
ในปัจจุบัน การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เป็นรูปแบบการทำธุรกจิ โดยซื้อขายสนิ ค้าหรอื
โฆษณาผา่ นสือ่ อิเล็กทรอนิกสอ์ ย่างเชน่ วทิ ยุ โทรทศั น์ อินเทอรเ์ น็ต โดยสามารถใช้ทง้ั ข้อความ เสียง ภาพ และคลิป
วิดีโอในการทำธุรกิจได้ ในปัจจุบันเรยี กวา่ เป็นยุครุ่งเรือง สำหรับการทำธรุ กิจแบบ E-commerce เพราะแทบทกุ
องค์กรหันมาให้ความสำคัญ เพราะสามารถเขา้ ถึงลูกค้าไดก้ ว้างขวางและทำให้ลดค่าใช้จา่ ยต่างๆ ในการดำเนินการ
ได้เป็นอย่างดี
หมู่บ้านหัตถกรรมไม้แกะสลักชุมชนบ้านถวายจังหวัดเชียงใหม่ เป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงด้านงานหัตถกรรม มีการ
ผลิตสินค้าที่โดดเด่นและมีคุณภาพ และมีแนวทางการพัฒนาเป็นผู้ประกอบการส่งออกให้กับผู้ประกอบการใน
ชมุ ชน โดยการสง่ ออก การตั้งราคาสนิ ค้า เริ่มมกี ารใชร้ ะบบการพาณิชยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce)
หรอื e-Commerce เพอ่ื พัฒนารูปแบบของผลติ ภัณฑ์ให้เปน็ ที่ตอ้ งการของตลาดมากขึ้นในชมุ ชนบ้านถวาย ทำให้
เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ความสำเร็จในการพัฒนาผู้ประกอบการและตัวผลิตภัณฑ์จากชุมชนบ้าน
ถวายเป็นผลของการมุ่งมั่นที่จะทำให้สินค้าของไทยก้าวสู่สากลและเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศ ซึ่งเป็น
ภารกิจหลักท่ีสำนักให้คำปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศกรมสง่ เสริมการส่งออกไดด้ ำเนินการมาอย่างต่อเน่ือง จึงได้
มองเห็นแนวทางและคำสำคัญในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ บ้านถวาย E – Commerce มาพัฒนาในการ
เรียนรู้ของผู้เรยี น
ในหน่วยการเรียนรู้นี้ สำหรับนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีจุดเน้นในการพัฒนาการศึกษา การฝึก
ทกั ษะการออกแบบ การคิดสร้างสรรค์ การคิดคำนวณ และฝกึ การแก้ปัญหาในเน้ือหาต่อไปนี้
๑. ความรู้เบ้ืองต้นเก่ยี วกับสนิ คา้ และบรกิ าร
๒. บ้านถวาย Ecommerce
๓. การออกแบบผลิตภณั ฑ์ (ออนไลน์)
๔. การออกแบบป้ายโฆษณาสนิ ค้าบ้านถวาย
๕. การใช้ภาษาส่กู ารเขียน Content
๖. การขายสนิ คา้ ตลาดออนไลน์

149

150

กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัว ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากการปฏิบัติจริง สรุป

รายงาน เพื่อพัฒนาการฝึกทักษะการออกแบบ การคิดสร้างสรรค์ การคิดคำนวณ และฝึกการแกป้ ัญหา สามารถ
ทำงานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อมั่นใน
ตนเองรวมทั้งตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อระบบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce)
หรือ E-Commerce โดยการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการแก้ปัญหา (problem solving approach)
และการเรียนรู้ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง (active learning) เพื่อส่งเสริมสมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลัก
ผ่านขอบข่ายเนื้อหาบูรณาการหลากหลายสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ
วิทยาศาสตร์ สังคมศกึ ษา เทคโนโลยี การงานอาชีพ ศิลปะ

เมือ่ นักเรียนไดเ้ รียนรู้ E-Commerce ผา่ นการสะท้อนความคิด (reflect) จากประสบการณใ์ นการแก้ปัญหา
จะทำให้นักเรียนมองเห็นปัญหาในชีวติ จริงด้วยมุมมองของตนเองและผู้อืน่ คิดวิเคราะห์ คิดอย่างเป็นระบบ เพื่อ
ตัดสินใจเลือกแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผลและเหมาะสมกับสถานการณ์ มีแนวคิดที่หลากหลายและ
ยืดหยนุ่ ในการแกป้ ัญหา ตอ่ ยอดแนวคิดและกระบวนการเรยี นรเู้ พื่อสร้างแนวคิดใหม่หรือแก้ปญั หาท่ีเกิดข้ึนในชีวิต
จริง รวมถึงค้นหาข้อมูลเพื่อหาคำตอบของปัญหาที่สนใจหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ นอกจากนี้นักเรียนสามารถ
สื่อสาร สื่อความหมาย และนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนแนวคิดของตนเอง หรือโต้แย้งแนวคิดของผู้อื่น
อยา่ งสมเหตุสมผลซึ่งนำไปสู่การอยูร่ ว่ มกันในสังคมอยา่ งมคี วามสขุ

การวัดและประเมนิ ผล เน้นการวดั และประเมนิ ผลเพื่อพฒั นาการเรียนรู้ ดว้ ยวิธีการทีห่ ลากหลายโดยให้
สอดคลอ้ งกับบริบท และเปน็ ไปตามมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ัด มีความกระตอื รือรน้ และมีส่วนร่วมในกิจกรรม
ในช้นั เรียน มคี วามรบั ผิดชอบ สง่ งานตรงเวลา มคี วามคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์ เหน็ คุณคา่ และมเี จตคตทิ ่ีดีตอ่ คณิตศาสตร์
มคี วามรูแ้ ละคุณธรรมภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้
๑. ความรู้เบอื้ งต้นเกี่ยวกับสินค้าและบริการ

๑) บอกความหมายของการผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารได้
๒) อธบิ ายความสำคัญของการผลติ และใชท้ รพั ยากรในการผลิตได้
๓) สามารถนำความรูไ้ ปปรบั ใช้ในชวี ิตประจำวันได้
๒. บา้ นถวาย Ecommerce
๑) รูจ้ ักบ้านถวาย
๒) บอกสนิ ค้าทน่ี า่ สนใจในบา้ นถวายได้

๓) สามารถยกตวั อย่างการผลิตสินค้าและบรกิ ารที่มอี ยูใ่ นทอ้ งถ่ิน แหลง่ ผลิตสนิ คา้ และบริการในชมุ ชนได้
๓. การออกแบบผลิตภัณฑ์ (ออนไลน)์

๑) ออกแบบสนิ ค้าหรอื ผลิตภัณฑใ์ ห้สะดุดตาผ้บู รโิ ภค ดนู ่าซ้อื ดูคมุ้ ค่า
๒) ออกแบบปา้ ยโฆษณาเชิญชวนใหผ้ บู้ ริโภคเกดิ ความสนใจ
๓) ออกแบบผลิตภณั ฑห์ รือสินค้าเพอื่ นำไปขายผ่านทางออนไลนไ์ ด้

151

๔. การออกแบบปา้ ยโฆษณาสินค้าบ้านถวาย
๑) การเรยี นรวู้ ธิ กี ารออกแบบป้ายโฆษณาใหน้ ่าสนใจ
๒) เรียนร้กู ารออกแบบปา้ ยโฆษณาในแอพพลเิ คชนั่
๓) การออกแบบป้ายโฆษณาในแอพพลิเคชน่ั ได้
๕. การใชภ้ าษาสู่การเขยี น Content
๑) การเรยี นรวู้ ธิ ีการใช้ภาษาในการแนะนำสินค้า
๒) เรียนรกู้ ารนำเสนอจุดเดน่ Content สินค้าให้นา่ สนใจ
๓) ออกแบบ Content วธิ กี ารแนะนำสนิ คา้ นักเรยี น
๖. การขายสนิ ค้าตลาดออนไลน์
๑) การเรยี นรู้วิธีการขายสนิ คา้ ออนไลน์
๒) เรียนรู้การขายสินค้าใหน้ า่ สนใจในตลาดออนไลน์
๓) การขายสนิ ค้านักเรียนในตลาดออนไลน์

สมรรถนะที่ 1 ภาษาไทยเพอ่ื การสือ่ สาร
๑. รบั ฟงั อย่างตง้ั ใจและเข้าใจลกึ ซง้ึ ในผู้พดู และสาระทรี่ บั ฟงั ทงั้ ทเ่ี ป็น ข้อความ คำพดู ท่าทาง สญั ลักษณแ์ ละ

กราฟกิ ต่าง ๆ เข้าใจมมุ มองที่แตกต่างกนั ตามบรบิ ทสงั คมและวัฒนธรรม มีการตรวจสอบความเข้าใจใหต้ รงกนั
ระหวา่ งผูพ้ ดู และผู้ฟังรวมทง้ั ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลกอ่ นตัดสนิ ใจเกยี่ วกับเรอ่ื งท่ฟี งั และเลือกนำความรู้ท่ี
ไดจ้ ากการฟงั ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ของตนและส่วนรวม

๕. ใช้ภาษาไทยในการศึกษาเรียนรู้ สร้างความเขา้ ใจพน้ื ฐานทางสงั คมวฒั นธรรมและภูมิปญั ญาของไทยมีความ
ภาคภูมิผูกพันในความเป็นไทยสามารถกลนั่ กรองและสบื สานสง่ิ ดีงามทบ่ี รรพบุรุษไดส้ ร้างไวแ้ ละพฒั นาใหม้ คี ณุ ค่า

ต่อไป
สมรรถนะที่ 2 คณิตศาสตร์ในชีวติ ประจำวนั
๓. ออกแบบ อธิบาย และนำเสนอข้อมูลที่สื่อความหมายให้ผู้อืน่ เข้าใจตรงกันเพื่อแสดงความเข้าใจหรือความคิดท่ี

เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ของตนเอง โดยใช้การพดู และเขียน วัตถุ รูปธรรม รูปภาพ กราฟ สัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์
และตัวแทน รวมทั้งบอกความสัมพันธ์ระหว่างภาษาในชีวิตประจำวันกับภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ได้

อยา่ งหลากหลายและเหมาะสมกับเนอ้ื หาและสถานการณ์
๔. เชื่อมโยงความรู้หรือปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่เรียนมากับความรู้ปัญหาหรือสถานการณ์อื่นที่ตนเองพบซึ่งอาจ
เป็นการเชื่อมโยงภายในวิชาคณิตศาสตร์เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับ

ชวี ติ ประจำวันเพื่อนำไปสกู่ ารแก้ปัญหาและการเรียนรแู้ นวคิดใหมท่ ซ่ี บั ซอ้ นหรอื สมบูรณข์ ึ้น
สมรรถนะท่ี 3 การสบื สอบทางวิทยาศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตร์

๖. วางแผนหาวิธีการแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างเป็นขั้นตอนโดยใช้กระบวนการออกแบบทางวิศวกรรมท่ี
ประกอบด้วยขั้นตอนการระบุปัญหาการสืบค้นข้อมูลเพื่อใช้ในการออกแบบการสร้างต้นแบบโดยใช้วัสดุอุปกรณ์
ภายใต้ข้อจำกัด หรือตามสภาพบริบทตลอดจนการทดสอบคุณภาพของต้นแบบเพื่อให้ได้ข้อมูลย้อนกลับในการ

ปรับแกไ้ ขการออกแบบและต้นแบบใหม้ คี วามเหมาะสม
สมรรถนะที่ 4 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร

152

๔. สามารถสรา้ งงานเขียนงา่ ย ๆท่ีมีความคิดเช่ือมโยงกนั ในประเด็นต่าง ๆ ทค่ี ุน้ เคยในสาขาทต่ี นเองสนใจโดย
เชอื่ มโยงสว่ นตา่ ง ๆ ในงานเขียนให้เปน็ ลำดบั ตอ่ เนอ่ื งกันได้
๕. เข้าใจคำและวลีสำคัญในบทสนทนาและติดตามหัวข้อในการสนทนาได้
สมรรถนะท่ี 5 ทกั ษะชีวิต และความเจรญิ แห่งตน
๕. รักษาระเบยี บวินัยของสังคมสรา้ งและรกั ษาความสมั พันธอ์ ันดีกบั ผูอ้ น่ื รับผิดชอบในบทบาทหน้าทีข่ องตนท่ีมีต่อ
ครอบครวั และสังคม
๘. สรา้ งแรงจูงใจและนำตนเองในการเรียนรู้ เรยี นรู้วธิ ีการเรียนร้โู ดยใชท้ ักษะการเรียนรหู้ ลากหลาย ทัง้ ทกั ษะ
การเรียนรู้ทักษะการสืบค้นข้อมูล ทักษะการสืบสอบ ทักษะการสร้างความรู้และนวัตกรรม รวมทั้งทักษะการ
ประยุกต์ใชค้ วามรเู้ พ่อื พฒั นาตนเองและชวี ติ
สมรรถนะท่ี 6 ทักษะอาชพี และการเป็นผ้ปู ระกอบการ
๒. กำหนดเปา้ หมายในการทำงานท่ชี ัดเจน วางแผน จดั เรียงลำดับความสำคัญของงานและบรหิ ารเวลาอย่างมี
ประสิทธิภาพ
๓. ปฏิบัตงิ านอย่างมงุ่ ม่นั อดทนรบั ผิดชอบ และเพยี รพยายาม เพ่อื ใหบ้ รรลุเป้าหมาย
สมรรถนะท่ี 7 ทกั ษะการคดิ ขัน้ สงู และนวัตกรรม
๕. มคี วามยดื หยุ่นทางความคดิ สามารถมอง/คดิ และให้ความเหน็ ในเรื่องตา่ ง ๆ ได้หลากหลายแง่มมุ หลายมติ ิ หลาย
วิธี ยนิ ดรี บั ฟงั ความคิดเหน็ ทแี่ ตกตา่ ง สามารถประสานหรือสงั เคราะหค์ วามคดิ ที่แตกต่าง และริเรมิ่ ความคิดใหม่ ๆ
๖. คิดรเิ รมิ่ สิ่งใหม่ ๆ ซง่ึ อาจเปน็ การปรับหรอื ประยุกต์จากของเดมิ หรือตอ่ ยอดจากสง่ิ เดิม หรือริเรม่ิ ความคิดแปลก
ใหม่ที่แตกต่างจากเดิม โดยสามารถอธิบายความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจและทำให้ความคิดนั้นเกิดผลเป็นรูปธรรมเป็น
แนวคดิ ใหม่ กระบวนการใหม่ นวัตกรรมสิ่งประดษิ ฐ์ และผลติ ภัณฑ์ต่าง ๆ อันเปน็ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง
สมรรถนะที่ 8 การร้เู ทา่ ทันสอ่ื สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล
๔. ประยุกต์ใช้ความฉลาดรู้ด้านดิจิทัลประกอบด้วยการจัดการเวลา การรักษาข้อมูลส่วนตัว การรักษาความ
ปลอดภยั ของตนเอง และการตัง้ รับภัยคกุ คามทางโลกออนไลน์ เมอ่ื ต้องสัมพันธ์กบั เทคโนโลยีดิจทิ ัลในสถานการณ์
ต่าง ๆ
๕. ใช้ความรูแ้ ละความเข้าใจด้านสื่อสารสนเทศ และเทคโนโลยดี ิจทิ ัลอยา่ งรับผดิ ชอบและมจี รยิ ธรรม ทั้งเพือ่
การเรียนรู้ การใชช้ วี ติ และความสมั พนั ธ์กับบุคคลอนื่ ๆ ในโลกความจริงและโลกเสมอื น
สมรรถนะท่ี 9 การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทีม และมีภาวะผ้นู ำ
๑. มที กั ษะการเป็นผนู้ ำการเป็นสมาชิกกลุ่ม และกระบวนการทำงานกลุม่ /กระบวนการทำงานเปน็ ทมี ทีด่ มี ี
ประสทิ ธิภาพ
๒. แลกเปลยี่ นความรู้ แบ่งปนั ความคิดดว้ ยความเตม็ ใจเพอ่ื สนับสนุนส่งเสริมให้กลุ่มบรรลผุ ลตามเป้าหมายที่
กำหนดร่วมกัน
๓. รบั ฟัง ยอมรบั และเคารพความคดิ เหน็ มมุ มองท่ีแตกต่างของผ้อู ื่นอยา่ งจริงใจเพอื่ ให้เกิดความเข้าใจอันดีระหวา่ ง
กันอยา่ งแท้จริง
สมรรถนะที่ 10 พลเมืองทเ่ี ข็มแข็ง/ตนื่ รู้ ท่มี จี ิตสำนกึ สากล
๕. ตดิ ตามสถานการณ์ เหตุการณ์บ้านเมอื ง และปญั หาของชุมชน สงั คมและโลก มีส่วนร่วมทางตรงหรือทางออ้ มใน
การพฒั นาเปลยี่ นแปลง และแกไ้ ขปัญหา

153

๖. มีการตดั สินใจและการแก้ปัญหารว่ มกนั สามารถแสดงจุดยนื ของตนเองมีทักษะในการตัดสนิ ใจ การแก้ไข
ปัญหาการแก้ไขความขดั แย้งด้วยการให้ความรว่ มมอื และการแสดงออกซง่ึ ความสามารถที่จะอยู่รว่ มกันท่ามกลาง
ความหลากหลาย
สมรรถนะที่ 11 ภาษาจนี เพอื่ ชวี ติ
๔. สามารถสร้างงานเขียนงา่ ย ๆทมี่ คี วามคิดเชอ่ื มโยงกันในประเด็นต่าง ๆ ที่ค้นุ เคยในสาขาท่ีตนเองสนใจโดย
เช่อื มโยงสว่ นตา่ ง ๆ ในงานเขียนให้เปน็ ลำดับตอ่ เนอื่ งกันได้
๕. เขา้ ใจคำและวลีสำคัญในบทสนทนาและตดิ ตามหัวข้อในการสนทนาได้

รหสั ตวั ชว้ี ดั
ภาษาไทย
ท 1.1 ป.5/7 อา่ นหนังสอื ทีม่ คี ุณคา่ ตามความสนใจอย่างสมำ่ เสมอและแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับเรือ่ งที่อา่ น
ท 1.1 ป.5/8 มมี ารยาทในการอ่าน
ท 3.1 ป.5/3 วิเคราะหค์ วามนา่ เชอื่ ถอื จากเร่ืองทฟ่ี ังและดูอยา่ งมีเหตุผล
ท 4.1 ป.5/5 บอกคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
คณิตศาสตร์
- การนำเสนอข้อมลู
ค 3.1 ป.5/1ใชข้ อ้ มูลจากกราฟเสน้ ในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หา
ค 3.1 ป.5/2 เขียนแผนภูมิแท่งจากขอ้ มูลที่เปน็ จำนวนนับ
ค 1.1 ป.5/9 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ัญหาร้อยละไม่เกิน 2 ขนั้ ตอน
• การบอก กำไร หรอื ขาดทนุ เปน็ รอ้ ยละหรอื เปอรเ์ ซ็นต์เป็นการบอกผลต่างระหว่างทนุ 100 บาท กบั ราคาขาย
• ถา้ ราคาขายมากกว่าทนุ การขายจะได้กำไรซึ่ง กำไร หาได้จาก ราคาขาย – ทุน
• ถ้าราคาขายนอ้ ยกวา่ ทนุ การขายจะขาดทุนซง่ึ ขาดทุน หาไดจ้ าก ทนุ – ราคาขาย
วทิ ยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว 4.2 ป.5/3 ใชอ้ ินเทอร์เนต็ ค้นหาขอ้ มูล ตดิ ตอ่ ส่อื สาร และทำงานรว่ มกัน ประเมินความนา่ เช่ือถือของขอ้ มูล
ว 4.2 ป.5/4 รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตามวตั ถุประสงคโ์ ดยใชซ้ อฟต์แวร์หรือบรกิ ารบน
อนิ เทอรเ์ นต็ ที่ หลากหลาย เพ่อื แกป้ ญั หาใน ชวี ิตประจำวนั
ภาษาองั กฤษ
ต 1.2 ป.5/1 พดู /เขยี นโต้ตอบในการสอ่ื สาร ระหว่างบุคคล
ต 4.2 ป.5/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น และรวบรวมขอ้ มลู ต่าง ๆ
ต 1.3 ป.5/2 เขยี นภาพ แผนผงั และแผนภูมิ แสดงขอ้ มูลต่าง ๆ ตามท่ีฟงั หรืออา่ น
ต 1.3 ป.5/3 พดู แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับ เรอื่ งตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว
สงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
ส 3.1 ป.5/2 อธบิ ายปัจจยั การผลติ สนิ คา้ และบรกิ าร
ส 3.1 ป.5/4 มสี ว่ นรว่ มในการอนุรักษ์และเผยแพรภ่ ูมิปัญญาท้องถน่ิ ของชุมชน
การงานอาชพี
ง 2.1 ป.5/1 สำรวจข้อมูลท่ีเกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ในชมุ ชน
ง 2.1 ป.5/2 ระบคุ วามแตกตา่ งของอาชพี

154

ศลิ ปะ
ศ 1.1 ป.5/7 บรรยายประโยชนแ์ ละคณุ ค่า ของงานทศั นศลิ ป์ทมี่ ีผลตอ่ ชีวติ ของคน ในสังคม
ศ 1.2 ป.5/2 อภปิ รายเกยี่ วกับงานทัศนศิลป์ ท่ีสะท้อนวัฒนธรรมและภูมิปญั ญาในท้องถิ่น
พละศกึ ษา/สุขศกึ ษา
พ 4.1 ป.5/2 คน้ หาข้อมลู เพอ่ื ใชส้ ร้างเสริมสุขภาพ
ภาษาจนี
ต 1.3 ป.5/2 เขยี นภาพ แผนผงั และตารางแสดงขอ้ มูลตา่ งๆ ตามทีฟ่ ังหรืออ่าน
ต 2.1 ป.5/1 ใช้ถอ้ ยคำ นำ้ เสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพตามมารยาท สงั คมและวัฒนธรรมของจีน
ต 3.1 ป.5/1 ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ ทเ่ี ก่ยี วข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่นื และนำเสนอดว้ ยการพูดหรือเขยี น
ต 4.2 ป.5/1 ใช้ภาษาจีนในการสบื ค้น และรวบรวมคำศพั ท์ ท่เี ก่ยี วข้องกบั สิง่ ใกลต้ ัว
รวมทั้งหมด 24 ตวั ชว้ี ดั

155

คำอธิบายรายวชิ า / หนว่ ยการเรยี นรู้ ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

1. หนว่ ยการเรียนรู้สวนพฤกษศาสตร์ตน้ แก้ว
2. หน่วยการเรียนรเู้ ชียงใหมภ่ ัยพิบัตกิ ับโรคภัย
3. หนว่ ยการเรียนรมู้ รดกภมู ิปญั ญา คนดศี รเี ชยี งใหม่
4. หน่วยการเรียนรู้เกษตรอนิ ทรีย์วิถีต้นแก้ว
5. หน่วยการเรียนรู้ E-commerce

156

1. หน่วยการเรยี นร้สู วนพฤกษศาสตร์ตน้ แกว้

คำอธิบายหนว่ ยการเรยี นรู้

รหัสวชิ า บ๑๖๑๐๑ หน่วยบูรณาการ สวนพฤกษศาสตร์ตน้ แก้ว
เวลา ๘๐ ช่วั โมง/ปี
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖

ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้

ศึกษาขอ้ มูลดา้ นต่างๆ ทางด้านขอ้ มูลพ้ืนบา้ น ขอ้ มูลพรรณไม้ ข้อมลู ด้านพฤกษศาสตร์ศึกษาโครงสรา้ ง
ภายนอกของพรรณไมท้ เี่ ป็น พืชศกึ ษาและพรรณไมท้ ส่ี นใจอยา่ งละเอียดลงใน google site สรา้ งQr code ข้อมูล
พรรณไม้เพือ่ ใส่ลงในป้ายพรรณไม้ จดั ทำปา้ ยชื่อพรรณไมโ้ ดยใช้ canva เรียนรู้การวาดภาพและการบนั ทึกภาพ
ทางพฤกษศาสตร์ของพรรณไมท้ ่ีได้ ทำการสำรวจและศกึ ษา ทำตัวอย่างพรรณไม้ท้งั แห้งและดอง เรยี นรวู้ งจรชวี ิต
ของชวี ภาพน้นั ๆ ข้อมลู การเปล่ยี นแปลงและความแตกตา่ งดา้ นรูปลกั ษณ์ คุณสมบัติ และพฤตกิ รรม เปรยี บเทียบ
ตนเองและผ้อู ่นื กับชวี ภาพรอบกาย เพ่ือประยุกตใ์ ชใ้ นการดำเนนิ ชวี ิต

๑.พืชศึกษา(ดอกแก้ว)/พชื สนใจ
๒.ประโยชนข์ องพืชศึกษา/พชื สนใจ(มะม่วง)

กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

โดยจดั ประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ให้นักเรียนไดศ้ ึกษาคน้ คว้าจากการปฏิบัติจริง โดยใช้กระบวน
ทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสบื คน้ ข้อมลู บันทกึ จัดกลุม่ ข้อมูล เพอ่ื ใหเ้ กิด
ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถนำเสนอสื่อสารสง่ิ ท่เี รยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคา่ ของ
การนำความรไู้ ปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั มจี ิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม เพือ่ ส่งเสริม
สมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลกั ผา่ นขอบข่ายเนอ้ื หาบรู ณาการหลากหลาย

เมือ่ นกั เรียนไดเ้ รยี นร้หู นว่ ยบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์ตน้ แก้ว ผา่ นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะ
หาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมูล บนั ทกึ จัดกลุม่ ขอ้ มลู เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มี
กระบวนการคิด มีเหตมุ ีผลแลว้ สามารถใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแกป้ ัญหา การตัดสนิ ใจได้ วิเคราะห์
ปญั หาในสถานการณ์ทเ่ี ปน็ จรงิ ในชวี ิตประจำวันเพ่ือการแกป้ ัญหา และรจู้ ักใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์

การวดั และประเมนิ ผล เน้นการวัดและประเมินผลเพ่อื พัฒนาการเรียนรู้ แบบบันทึกพรรณไม้พืชศกึ ษา(ก.
๗-๐๐๓ )ลงใน google site การทำป้ายพรรณไม้โดยใช้ canva การใช้ประโยชน์จากพชื ศกึ ษา และการทำ
โครงงานจากพชื สนใจ ดว้ ยวธิ ีการทห่ี ลากหลาย โดยให้สอดคล้องกับบรบิ ท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้
และตวั ชวี้ ัด

ผลลัพธ์การเรยี นรู้
หน่วยที่ ๑ เรอ่ื ง การสำรวจพรรณไมใ้ นโรงเรียน
๑.๑ การสำรวจพรรณไม้ในโรงเรียน

๑) ผู้เรยี นสามารถบันทกึ และจดจำพรรณไม้ในพ้ืนทศี่ กึ ษาได้
๒)ผูเ้ รยี นมีความรเู้ ก่ยี วกบั พรรณไมแ้ ละรู้จกั วิธกี ารสำรวจพรรณไมเ้ บ้อื งตน้ ได้
๑.๒ การทำป้ายและตดิ ป้ายรหัสต้น

157

๑)ผ้เู รียนรู้จกั วธิ ีการทำปา้ ยและวธิ ีการติดป้ายช่อื พรรณไม้
๑.๓ ต้ังชือ่ สอบถามช่ือ ศึกษาขอ้ มลู พนื้ บ้าน (ก.๗-๐๐๓ หนา้ ๑)

๑) ผเู้ รียนได้สัมผัสพรรณไม้และชุมชน โดยการสมั ภาษณผ์ ้รู แู้ ละขอ้ มูลพน้ื บ้าน
๒) ผู้เรยี นมีคุณธรรม ความรบั ผิดชอบ ความช่ือตรง ความออ่ นนอ้ ม และความอดทน
๑.๔ การทำผังแสดงตำแหนง่ พรรณไม้
๑) ผูเ้ รียนได้เรยี นรวู้ ธิ ีการทำผงั แสดงตำแหนง่ พรรณไม้
๒)ผเู้ รยี นได้ฝกึ ทักษะการวดั การคำนวณ และการเรียนรู้เรอื่ งทศิ
หน่วยท่ี ๒ การศึกษาพรรณไมใ้ นโรงเรยี น(ก.๗-๐๐๓)
๒.๑ การศึกษาลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
๑) ผู้เรียนได้ฝกึ ทกั ษะการสังเกต ลักษณะของพรรณไมร้ ู้ลักษณะโครงสรา้ งภายนอกพืช และ
นำเสนอลงใน google site และสร้าง Qr code ขอ้ มูลพรรณไม้
๒) ผู้เรยี นได้ทักษะการเขียนบันทึก การบรรยาย และการสรปุ
๒.๒ การวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการป้นั โครงสรา้ งของพืช
๑) ผู้เรยี นไดท้ ักษะการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการปั้นโครงสร้างของพชื เชน่ ลักษณะวิสยั
ราก ลำตน้ ใบ ดอก ผล และเมล็ด โดยมีมาตราสว่ นและระบสุ ่วนที่วาดในภาพ
๒.๓ การทำตัวอย่างพรรณไม้แหง้
๑) ผู้เรียนเรียนร้วู ธิ ีการเก็บและรักษาสภาพพรรณไม้หลากหลายสายพนั ธุ์
๒.๔ การเปรียบเทยี บขอ้ มูลสรปุ
๑) ผู้เรยี นฝึกสรุปขอ้ มูลทางพฤกษศาสตร์ ซ่งึ เป็นการเปรียบเทียบขอ้ มลู สรปุ หน้า ๘ กับข้อมูลที่
สบื คน้ จากเอกสารหรือแหลง่ ขอ้ มลู แล้วบนั ทกึ ในหน้าท๙่ี
๒) ผเู้ รยี นมีการสบื ค้นเอกสารหรือสอ่ื ต่างๆอา้ งอิง
๒.๕ การจัดระบบข้อมลู ทะเบยี นพรรณไม้
๑) ผเู้ รียนฝึกทกั ษะการบนั ทึกข้อมลู พรรณไม้ในรูปแบบโปรแกรม Microsoft excel
๒.๖ การทำร่างปา้ ยช่อื พรรณไม้สมบรู ณ์
๑) ผเู้ รียนรู้จกั สว่ นประกอบของการจดั ทำปา้ ยชื่อพรรณไม้และทำป้ายพรรณไม้โดยใช้ canva
หน่วยที่ ๓ การศึกษาพืชสนใจ(มะม่วง)
๓.๑ การศึกษาลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของมะมว่ ง
๑) ผเู้ รียนไดฝ้ ึกทักษะการสังเกต ลักษณะของพรรณไม้ ร้ลู ักษณะโครงสรา้ งภายนอกของมะม่วง
๒) ผเู้ รยี นได้ทักษะการเขยี นบนั ทกึ การบรรยาย และการสรุป
๓.๒ การวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการปนั้ โครงสรา้ งของมะมว่ ง
๑) ผูเ้ รยี นไดท้ กั ษะการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการปั้นโครงสรา้ งของมะม่วง เช่น ลักษณะวิสัย ราก ลำตน้
ใบ ดอก ผล และเมล็ด โดยมมี าตราสว่ นและระบสุ ว่ นท่ีวาดในภาพ
๓.๓ การเปรยี บเทียบข้อมลู สรุป
๑) ผ้เู รยี นฝกึ สรปุ ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ ซึ่งเป็นการเปรยี บ

158

เทียบข้อมูลสรปุ หนา้ ๘ กับข้อมูลทส่ี บื คน้ จากเอกสารหรอื แหล่งขอ้ มูลแล้วบันทึกในหน้าท่ี๙
๒) ผู้เรียนมกี ารสบื ค้นเอกสารหรอื สื่อต่างๆอ้างอิง

หน่วยที่ ๔ โครงงานพืชสนใจ
๑) กำหนดจุดมงุ่ หมายและลกั ษณะโครงงานโดยตวั นักเรยี นเอง

๒) วางแผนหรอื วางโครงงาน โดยนกั เรียนต้องช่วยกัน
วางแผนว่าจะทำอะไร ใช้วิธีการหรอื กจิ กรรมใด จึงจะบรรลจุ ดุ มุ่งหมาย

๓) ขน้ั ดำเนินการ ลงมือทำกจิ กรรมหรอื แกป้ ัญหา
๔) ประเมนิ ผล โดยประเมนิ ว่ากิจกรรมหรอื โครงงานนั้นบรรลุ

ผลตามความมงุ่ หมายทีก่ ำหนดไว้หรอื ไม่ มีขอ้ บกพร่อง และควรแก้ไขให้ดีขน้ึ อยา่ งไร

สมรรถนะที่ ๑ ภาษาไทยเพือ่ การสอื่ สาร
๔. เขียนโดยมีวัตถุประสงคท์ ่ีชดั เจน ในการส่อื สารข้อมูล ความรู้ ความคิด ความรู้สกึ ในรูปแบบที่หลากหลาย โดย
ใช้กลวธิ ีการนำ เสนอทีเ่ หมาะสม สามารถเขียนส่ือความหมายไดต้ รงตาม เจตนา เข้าใจได้ง่าย และถูกตอ้ งตาม
อักขรวิธี ใชก้ ระบวนการเขยี นผลิตงาน ในทางสรา้ งสรรคอ์ ยา่ งรับผิดชอบและ เคารพในสทิ ธขิ องผ้อู ่ืน
สมรรถนะท่ี ๒ คณติ ศาสตร์ในชีวิตประจำวนั
๑. แก้ปญั หาในชวี ิตประจำวัน ท่เี กย่ี วข้องกบั คณติ ศาสตร์ โดยประยุกต์ ความรคู้ วามเขา้ ใจทางคณิตศาสตร์ เพื่อทำ
ความเข้าใจปญั หา ระบุประเด็น ปัญหา วเิ คราะห์ปัญหา วางแผน แก้ปญั หา โดยหากลวิธที ่ีหลากหลาย ในการ
แกป้ ญั หา และดำ เนนิ การจนได้ คำ ตอบทีส่ มเหตุสมผล
๔. เช่อื มโยงความรหู้ รือปญั หาทาง คณติ ศาสตรท์ เ่ี รียนมากับความรู้ ปญั หา หรือสถานการณอ์ ืน่ ที่ตนเองพบ ซึง่ อาจ
เป็นการเชือ่ มโยงภายในวชิ าคณิตศาสตร์ เช่อื มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อน่ื ๆ และ เชอ่ื มโยงคณิตศาสตรก์ บั ชวี ติ
ประจำ วัน เพ่อื นำ ไปสู่การแกป้ ัญหาและการเรยี นรู้ แนวคิดใหมท่ ซ่ี บั ซอ้ นหรือสมบูรณข์ ึน้
สมรรถนะที่ ๓ การสบื สอบทางวิทยาศาสตร์ และจิตวทิ ยาศาสตร์
๓. สืบสอบความรูท้ างวิทยาศาสตร์ โดยสามารถต้ังคำ ถามสำ คัญ ออกแบบ และวางแผนการสำ รวจตรวจสอบ
ขอ้ มูล เลือกใช้วัสดุอุปกรณแ์ ละเคร่อื งมือ ท่เี หมาะสม เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ขอ้ มูลและนำ เสนอผลการสำ
รวจ ตรวจสอบ รวมทง้ั หลักฐานเชิงประจกั ษ์ ท่ไี ด้รบั การยอมรับจากสาธารณะ
๖. วางแผนหาวธิ กี ารแก้ไขปัญหา ในชวี ิตประจำวันอยา่ งเปน็ ขนั้ ตอน โดยใช้กระบวนการออกแบบทางวิศวกรรม ท่ี
ประกอบดว้ ยขนั้ ตอนการระบุปัญหา การสืบค้นข้อมูลเพ่อื ใช้ในการออกแบบ การสรา้ งตน้ แบบโดยใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์
ภายใตข้ อ้ จำ กัด หรอื ตามสภาพบริบท

สมรรถนะท่ี ๔ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร
๓. สามารถใชภ้ าษาทีง่ ่ายและ หลากหลายเพ่อื สนทนาในหัวข้อท่ีคุ้นเคย แสดงความคิดเห็นของตนเอง และ
แลกเปลยี่ นข้อมูลเก่ียวกับหวั ข้อที่ ตนเองคนุ้ เคย สนใจ หรอื หัวข้อเกย่ี วกับ ชีวติ ประจำวัน
๗. สามารถหาวิธีถ่ายทอดประเดน็ สำคัญทีต่ นเองต้องการส่ือสารในบรบิ ทที่ หลากหลายโดยต้องเป็นเร่ืองราวที่
ตนเอง จำ ไดห้ รือหาวิธีทจ่ี ะถา่ ยทอดเรอื่ งราว
สมรรถนะที่ ๕ ทักษะชีวิต และความเจริญแห่งตน
๘. สร้างแรงจงู ใจและนำ ตนเองใน การเรยี นรู้ เรียนรวู้ ิธีการเรียนรู้ โดยใช้ ทกั ษะการเรียนรู้หลากหลาย ท้ังทักษะ
การเรียนรทู้ ักษะการสบื คน้ ขอ้ มูล ทักษะ การสืบสอบ ทักษะการสร้างความรู้และ นวัตกรรม รวมท้งั ทักษะการ
ประยุกต์ใช้ ความรูเ้ พือ่ พฒั นาตนเองและชวี ติ

159

สมรรถนะที่ ๖ ทักษะอาชพี และการเปน็ ผู้ประกอบการ
๒. กำหนดเปา้ หมายในการทำ งาน ท่ีชัดเจน วางแผน จดั เรียงลำดับความสำคัญของงานและบริหารเวลาอยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ
๓. ปฏิบตั งิ านอย่างมุ่งมัน่ อดทน รับผดิ ชอบ และเพียรพยายาม เพ่อื ให้ บรรลเุ ปา้ หมาย
๖. สามารถประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ ในการสรา้ งผลติ ภัณฑ์เชิงสรา้ งสรรค์
สมรรถนะที่ ๗ ทักษะการคิดขน้ั สงู และนวัตกรรม
๔. ลงมือแกป้ ญั หาด้วยตนเอง และ ร่วมมือกับผู้อื่นในการแกป้ ัญหาอยา่ ง เป็นระบบ

สมรรถนะที่ ๘ การรู้เทา่ ทนั สอ่ื สารสนเทศ และดิจทิ ลั
๑. เข้าถงึ แหล่งสอ่ื สารสนเทศ และ เทคโนโลยดี ิจทิ ัลท่ีหลากหลาย เพ่อื ใช้ สบื คน้ ข้อมูลและสารสนเทศท่ี
ตอ้ งการ อย่างเขา้ ใจ และเลือกเรอ่ื งทจี่ ะเกดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง ชุมชน และสังคม
สมรรถนะที่ ๙ การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทีม และมภี าวะผู้นำ
๔.ร่วมทำงานกลุ่ม ปฏบิ ัตติ น ในฐานะสมาชิกกลมุ่ ทร่ี บั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ีและบทบาททไี่ ด้รบั มอบหมาย
อย่างใสใ่ จ และให้ความไว้วางใจกนั และกนั เพ่อื ใหเ้ กดิ ความสำ เร็จในการ ทำ งาน และความสมั พันธ์ทีด่
๒. แลกเปล่ยี นความรู้ แบ่งปันความคดิ ด้วย ความเตม็ ใจเพื่อสนับสนุนส่งเสรมิ ให้กลมุ่ บรรลผุ ล ตามเป้าหมาย
ที่กำหนดรว่ มกัน
๔. รว่ มทำงานกลุ่ม ปฏบิ ตั ิตน ในฐานะสมาชิกกลมุ่ ที่รบั ผิดชอบต่อ หนา้ ที่และบทบาทท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
อยา่ งใส่ใจ และให้ความไว้วางใจกนั และกัน เพื่อใหเ้ กดิ ความสำ เรจ็ ในการ ทำ งาน และความสัมพันธท์ ี่ดี

สมรรถนะที่ ๑๐ พลเมอื งทีเ่ ขม็ แขง็ /ตน่ื รู้ ที่มีจิตสำนึกสากล
๖. มกี ารตดั สินใจและการแกป้ ัญหา รว่ มกัน สามารถแสดงจดุ ยืนของตนเอง มีทกั ษะในการตดั สนิ ใจ การ
แกไ้ ขปัญหา การแก้ไขความขดั แย้งดว้ ยการให้ความ รว่ มมอื และการแสดงออกซง่ึ ความ สามารถท่ีจะอยูร่ ว่ มกัน
ทา่ มกลางความ หลากหลาย

สมรรถนะท่ี ๑๑ ภาษาจนี เพอื่ ชวี ติ
๔. สามารถสร้างงานเขียนง่าย ๆทมี่ คี วามคดิ เชือ่ มโยงกนั ในประเดน็ ต่าง ๆ ท่คี ุน้ เคยในสาขาที่ ตนเองสนใจโดย
เชอื่ มโยงส่วนตา่ ง ๆ ในงานเขยี น ให้เปน็ ลำดับตอ่ เนือ่ งกนั ได้

รหัสตัวช้ีวัด
ภาษาไทย
ท ๑.๑ ป.๖/๘ อ่านหนงั สอื ตามความสนใจและอธบิ ายคุณค่าท่ีได้รบั
ท ๒.๑ ป.๖/๒ เขียนส่อื สารโดยใช้คำไดถ้ ูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสม
ท ๒.๑ ป.๖/๕ เขียนยอ่ ความจากเรอ่ื งทอ่ี า่ น
คณิตศาสตร์
ค ๓.๑ ป.๖/๑ ใช้ข้อมูลจากแผนภมู ริ ปู วงกลมในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา
ค ๒.๒ ป.๖/๑ แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปญั หาเกีย่ วกบั ปรมิ าตรของรูปเรขาคณิตสามมติ ทิ ี่ประกอบดว้ ยทรง
ส่ีเหลยี่ มมมุ ฉาก
วิทยาศาสตร์

160

ว ๒.๑ ป.๖/๑ อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดดู
การรนิ ออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจักษ์ รวมทัง้ ระบวุ ิธีแกป้ ญั หาในชวี ติ ประจำวนั
เกย่ี วกับการแยกสาร
ภาษาองั กฤษ
ต ๑.๓ ป.๖/๑ พูดหรอื เขียนใหข้ ้อมูลเกยี่ วกบั ตนเอง เพื่อน และส่ิงแวดล้อมใกล้ตวั
ต ๑.๓ ป.๖/๓ พูดหรอื แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เรื่องใกล้ตัว
ต ๓.๑ ป.๖/๑ คน้ คว้ารวบรมคำศัพท์ที่เกย่ี วข้องกับกล่มุ สาระอนื่ จากแหล่งเรยี นรู้ และนำเสนอด้วยการพูด/การ
เขยี น
สังคมศึกษา

ส ๓.๑ ป.๖/๑ อธบิ ายบทบาทของผู้ผลิตท่มี คี วามรับผดิ ชอบ
ส ๓.๑ ป.๖/๒ อธบิ ายบทบาทของผบู้ รโิ ภคท่รี ู้เท่าทนั

ส ๓.๑ ป.๖/๓ บอกวธิ ีและประโยชนข์ องการใชท้ รัพยากรอย่างย่ังยนื
วิทยาการคำนวณ/เทคโนโลยี

ว ๔.๒ ป.๖/๓ ใช้อนิ เทอรเ์ น็ตในการค้นหาข้อมูลอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
ว ๔.๒ ป.๖/๓ ใชอ้ นิ เทอร์เนต็ คน้ หาข้อมูล ติดต่อส่ือสาร และทำงานร่วมกนั ประเมนิ ความนา่ เช่ือถือของข้อมูล
ว ๔.๒ ป.๖/๔ รวบรวม ประเมนิ นำเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศ ตามวัตถปุ ระสงคโ์ ดยใช้ซอฟตแ์ วร์หรอื บรกิ ารบน
อนิ เทอรเ์ นต็ ที่ หลากหลาย เพอื่ แก้ปญั หาใน ชวี ิตประจำวนั
ศลิ ปะ
ศ ๑.๑ ป.๖/๒ อธบิ ายหลักการจดั ขนาดสดั สว่ นความสมดลุ ในการสร้างงานทศั นศิลป์
ศ ๑.๑ ป.๖/๖ สรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์โดยใช้ สีคู่ตรงข้ามหลักการจดั ขนาดสัดส่วน และความสมดุล
พละศกึ ษา/สุขศกึ ษา
พ ๔.๑ ป.๖/๑ แสดงพฤตกิ รรมในการปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หาสิ่งอวดลอ้ มท่ีมผี ลตอ่ สขุ ภาพ
การงานอาชีพ
ง ๑.๑ ป.๖/๑๑ อภปิ รายแนวทางในการ ทำงานและปรบั ปรุงการ ทำงานแต่ละขัน้ ตอน แนวทางการทำงานและ
การปรับปรงุ การ ทำงานแตล่ ะขน้ั ตอนเป็นการทำงาน ตามลำดับท่วี างแผนไว้กอ่ นการทำงานขณะ
ง ๑.๑ ป.๖/๒ ใชท้ กั ษะการจดั การใน การทำงาน และมที กั ษะการ ทำงานรว่ มกัน
ภาษาจนี
ต ๑.๓ ป.๖/๑ พดู หรอื เขียนใหข้ ้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง เพื่อน และสิ่งแวดลอ้ มใกล้ตัว
ต ๑.๓ ป.๖/๓ พดู หรอื แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั เรอ่ื งใกลต้ ัว
ต ๓.๑ ป.๕/๑ ค้นคว้า รวบรวมคำศพั ท์ ทเ่ี กี่ยวข้องกับกลุม่ สาระการเรียนรอู้ น่ื และนำเสนอด้วยการพดู หรือเขียน
รวมทงั้ หมด ๒๓ ตวั ช้ีวดั

2. หน่วยการเรยี นรูเ้ ชียงใหม่ภยั พบิ ตั ิกับโรคภยั 161

คำอธิบายหน่วยการเรยี นรู้ เชยี งใหมภ่ ยั พบิ ัติกบั โรคภยั
เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี
รหสั หนว่ ยการเรยี นรู้ บ ๑๖๑๐๒ หนว่ ยบูรณาการ

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖

ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้

ศกึ ษา รวบรวม ระบมุ าตรการปอ้ งกันและแก้ไขปัญหาเก่ียวกบั กฎหมายส่งิ แวดล้อม การจดั การ

ทรัพยากร ธรรมชาติและ สิง่ แวดล้อม แนวทางการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในจังหวดั

เชยี งใหม่ การใชป้ ระโยชนจ์ ากสิ่งแวดลอ้ มในการสร้างสรรค์วฒั นธรรม อนั เปน็ เอกลกั ษณข์ องท้องถนิ่ จังหวดั

เชียงใหม่ ซึ่งทำใหเ้ กิดปญั หาทางกายภาพหรอื ภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาติ การเปล่ยี นแปลงของพนื้ ทซ่ี งึ่ ไดร้ ับอิทธิพล

จากปจั จยั ทางภมู ิศาสตร์ สถานการณ์และวิกฤตการณด์ ้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมในจังหวัดเชยี งใหม่

ผลมาจากการกระทำของมนุษย์และหรอื ธรรมชาติ และมสี ่วนรว่ มในการแก้ปัญหาและการดำเนินชีวิตตามแนว

ทางการอนรุ ักษท์ รัพยากรและส่ิงแวดลอ้ มเพื่อการพัฒนาท่ียงั่ ยนื

ศกึ ษาและปฏบิ ัติเกี่ยวกบั กฎจราจร เครื่องหมายจราจร สัญญาณจราจรตามพระราชบญั ญัตจิ ราจร

ทางบก สแี ละ รปู แบบของเครอ่ื งหมายเพื่อความปลอดภัย เคร่อื งหมายจราจรบนถนนและทางหลวง ปา้ ยบังคบั

ป้ายเตือน และ ป้ายจราจรประเภทแนะนำ ประกนั ภยั (พ.ร.บ.) สิทธิความคมุ้ ครอง การเลอื กใชห้ มวกนิรภัย

นิยามของโรคตดิ เชื้ออุบตั ิใหมแ่ ละอบุ ัติซ้ำ โรคทพ่ี บในปัจจุบนั หรือมีแนวโนม้ ทจี่ ะเป็นภัยคกุ คาม ต่อสุขภาพ

เศรษฐกจิ และสังคม ปจั จัยเส่ยี งท่ที ำใหเ้ กิดโรคติดเชือ้ อบุ ตั ิใหมแ่ ละอุบตั ซิ ้ำ การป้องกนั การควบคุมโรค และ

การศึกษาระดับภูมคิ ุ้มกนั ในประชากร ขอ้ กำหนด แนวทางปฏิบตั ิ และการรายงานผลตามมาตรฐานทง้ั ใน

ระดับประเทศและระดบั สากล

โดยใช้กระบวนการรวบรวม ระบุ อธบิ าย วเิ คราะห์ ประเมิน แสดงความคดิ เหน็ การสืบค้นขอ้ มลู การ

บันทกึ ขอ้ มูล การปฏบิ ัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการคดิ การเผชิญสถานการณ์ การแก้ปญั หา กระบวนการ

กลุม่ และกระบวนการสรา้ งความตระหนัก เพือ่ ให้ผเู้ รียนมคี วามสามารถในการคิด ความสามารถในการสอื่ สาร

ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ใฝเ่ รยี นรู้ มวี นิ ยั มีจิตสาธารณะ รัก

ความเปน็ ไทย และอยอู่ ยา่ งพอเพียง

กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

โดยการจัดประสบการณ์หรอื สร้างสถานการณ์ท่ใี กล้ตัวใหน้ กั เรยี นไดศ้ กึ ษาค้นควา้ โดยปฏบิ ตั จิ ริง ทดลอง สรปุ
รายงาน และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรสู้ ง่ิ ต่าง ๆ และใช้ใน
ชวี ิตประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ มีระเบียบวินัย มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ
มวี จิ ารณญาณ และมีความเชื่อมัน่ ในตนเองรวมท้งั ตระหนกั ในคุณคา่ และมีเจตคติท่ีดี โดยการจัดการเรียนรทู้ เ่ี น้น
การเรียนรผู้ า่ นการแกป้ ญั หา (problem solving approach) และการเรียนรู้ที่ได้ลงมือปฏิบตั จิ รงิ (active
learning) เพอ่ื ส่งเสรมิ สมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลัก ผ่านขอบข่ายเน้ือหาต่าง ๆ

161

162

การวัดและประเมนิ ผล เนน้ การวดั และประเมินผลเพ่ือพัฒนาการเรียนรู้ ดว้ ยวธิ กี ารทหี่ ลากหลาย
โดยให้สอดคล้องกับบริบท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ัด มีความกระตือรือร้นและมีสว่ นร่วมใน
กิจกรรมในชั้นเรียน มีความรับผิดชอบ ส่งงานตรงเวลา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดี มี
ความรูแ้ ละคณุ ธรรมภายใตห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดี สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มี
วจิ ารณญาณ และเช่อื ม่นั ในตนเอง มคี วามร้แู ละคณุ ธรรมภายใตห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
การวดั ผลและประเมินผล ใชว้ ิธีการหลากหลายตามสภาพความเปน็ จริงของเนื้อหา และทกั ษะที่ต้องการวัด

สมรรถนะที่ 1 ภาษาไทยเพ่ือการส่อื สาร
๑. รบั ฟังอยา่ งตงั้ ใจและเขา้ ใจลึกซงึ้ ในผูพ้ ูดและสาระทร่ี ับฟงั ทง้ั ที่เปน็ ข้อความคำพูดท่าทาง สัญลกั ษณแ์ ละกราฟิก
ต่าง ๆ เข้าใจมมุ มองที่แตกตา่ งกันตามบรบิ ทสังคมและวัฒนธรรม มกี ารตรวจสอบความเข้าใจใหต้ รงกนั ระหวา่ งผู้
พดู และผู้ฟงั รวมทัง้ ตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูลก่อนตัดสินใจเกยี่ วกบั เรือ่ งที่ฟังและเลือกนำความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการ
ฟงั ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตของตนและส่วนรวม
๔. เขียนโดยมวี ัตถุประสงคท์ ี่ชดั เจนในการส่อื ส ารขอ้ มูลความรู้ ความคิดคว าม รูส้ ึกในรูปแบบที่หลากหลายโดยใช้
กลวิธกี ารนำเสนอทเ่ี หมาะสมสามารถเขียนสอ่ื ความหมายได้ตรงตามเจตนา เขา้ ใจไดง้ า่ ยและถูกตอ้ งตามอักขระ
วธิ ใี ช้กระบวนการเขียน ผลิตงานในทางสร้างสรรค์อยา่ งรบั ผดิ ชอบและเคารพในสิทธิของผูอ้ ่ืน
สมรรถนะท่ี 2 คณิตศาสตรใ์ นชวี ิตประจำวัน
๓. ออกแบบ อธบิ าย และน าเสนอข้อมูลที่ส่อื ความหมายให้ผอู้ นื่ เข้าใจตรงกันเพอ่ื แสดงความเข้าใจหรือความคดิ ที่
เกยี่ วกบั คณิตศาสตร์ของตนเอง โดยใช้การพูดและเขียน วัตถุรูปธรรม รูปภาพ กราฟ สัญลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตร์
และตวั แทน รวมทง้ั บอกความสมั พนั ธร์ ะหว่างภาษาในชวี ติ ประจeวันกับภาษาและสัญลักษณท์ างคณิตศาสตรไ์ ด้
อย่างหลากหลายและเหมาะสมกับเน้ือหาและสถานการณ์
๔. เชอ่ื มโยงความรหู้ รอื ปัญหาทางคณิตศาสตร์ท่เี รยี นมากบั ความรปู้ ญั หาหรือสถานการณอ์ นื่ ที่ตนเองพบซง่ึ อาจ
เปน็ การเชื่อมโยงภายในวิชาคณติ ศาสตรเ์ ช่ือมโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ่ืน ๆ และเช่อื มโยงคณติ ศาสตรก์ ับชีวิต
ประจ าวันเพือ่ นำไปส่กู ารแก้ปญั หาและการเรยี นรแู้ นวคดิ ใหม่ท่ซี ับซ้อนหรือสมบรู ณ์ขึน้
สมรรถนะท่ี 3 การสบื สอบทางวทิ ยาศาสตร์และจติ วทิ ยาศาสตร์
๔. ออกแบบและสร้างแบบจำลองโดยใช้ความรูแ้ ละหลักการทางวิทยาศาสตรแ์ ละใช้แบบจำลองเพอ่ื อธิบาย
ปรากฏการณธ์ รรมชาตแิ ละปรากฏการณท์ เ่ี ป็นผลจากการกระทำของมนุษย์
สมรรถนะท่ี 4 ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร
๔. สามารถสร้างงานเขียนงา่ ย ๆที่มคี วามคิดเชือ่ มโยงกันในประเดน็ ตา่ ง ๆ ท่ีคุน้ เคยในสาขาทตี่ นเองสนใจโดย
เชอ่ื มโยงส่วนต่าง ๆ ในงานเขียนใหเ้ ป็นลำดบั ตอ่ เน่ืองกนั ได้
สมรรถนะท่ี 5 ทกั ษะชีวติ และความเจรญิ แห่งตน
๕. รักษาระเบยี บวินัยของสงั คมสร้างและรักษาความสมั พันธอ์ นั ดกี บั ผอู้ น่ื รับผดิ ชอบในบทบาทหนา้ ทข่ี องตนท่ีมีต่อ
ครอบครัว และสังคม

163

สมรรถนะท่ี 6 ทักษะอาชีพ และการเป็นผ้ปู ระกอบการ
๔. คิดและปฏบิ ตั ิงานใด ๆ โดยใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งคอื ทำพอประมาณอย่างมเี หตุผล และมี
ภูมิคุ้มกนั บนฐานของความรแู้ ละคุณธรรม
สมรรถนะท่ี 7 ทักษะการคิดข้ันสูงและนวัตกรรม
๒. ใช้วจิ ารณญาณ มีการตัดสินใจเรอ่ื งตา่ ง ๆ บนฐานของข้อมลู เหตุผลหลกั ฐานรวมทัง้ การพิจารณาอย่างรอบดา้ น
ท้ังในดา้ นคณุ โทษ และความเหมาะสมตามหลักกฎหมายศลี ธรรม คุณธรรมค่านยิ ม
สมรรถนะท่ี 8 การรเู้ ท่าทนั สอ่ื สารสนเทศ และดจิ ิทัล
๑. เข้าถึงแหล่งส่อื สารสนเทศ และเทคโนโลยดี ิจิทลั ท่หี ลากหลายเพื่อใช้สบื ค้นขอ้ มลู และสารสนเทศทต่ี อ้ งการ
อยา่ งเข้าใจ และเลือกเร่อื งทจ่ี ะเกดิ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง ชุมชนและสงั คม
สมรรถนะท่ี 9 การทำงานแบบรวมพลังเปน็ ทมี และมีภาวะผนู้ ำ
๔. ร่วมทำงานกลุ่ม ปฏิบตั ติ นในฐานะสมาชิกกลุ่มทร่ี บั ผิดชอบตอ่ หน้าที่และบทบาททไ่ี ด้รบั มอบหมายอยา่ งใส่ใจ
และให้ความไว้วางใจกันและกนั เพ่ือใหเ้ กดิ ความสำเรจ็ ในการทำงาน และความสัมพนั ธ์ท่ดี ี
สมรรถนะที่ 10 พลเมอื งทเี่ ข็มแข็ง/ต่ืนรู้ ทม่ี ีจิตสำนึกสากล
๕. ติดตามสถานการณ์ เหตกุ ารณ์บ้านเมอื งและปัญหาของชมุ ชน สงั คมและโลก มสี ว่ นรว่ มทางตรงหรือทางอ้อมใน
การพัฒนาเปลยี่ นแปลงและแกไ้ ขปัญหา
สมรรถนะที่ 11 ภาษาจนี เพอ่ื ชีวติ
๒. สามารถอ่านงานเขยี นท่ีเป็นขอ้ เท็จจรงิ และตรงไปตรงมาในประเด็นทเ่ี กย่ี วข้องกบั สาขา และความสนใจของ
ตนเองและเข้าใจในระดบั ที่นา่ พอใจ
๔. สามารถสร้างงานเขียนง่าย ๆทีม่ ีความคดิ เชอื่ มโยงกนั ในประเดน็ ตา่ ง ๆ ทค่ี ุ้นเคยในสาขาทต่ี นเองสนใจโดย
เชือ่ มโยงสว่ นต่าง ๆ ในงานเขยี นให้เป็นลำดบั ตอ่ เน่ืองกันได้
ตัวชว้ี ัด
ท 1.1 ป.6/6, ป.6/7 , ป.6/9
ค 1.1 ป.6/2, ป.6/3
ว 3.2 ป.4/4, ป.4/5 , ป.4/6, ป.4/7 , ป.4/8 , ป.4/9
ว 4.2 ป6/2 , ป.6/3
พ 3.1 ป6/1
พ 4.1 ป.6/1 , ป.6/2, ป.6/3
ศ 1.1 ป.6/7
ง 1.1 ป.6/2, ป.6/11
ต 1.1 ป.6/4
ต 1.2 ป.6/2
ต 1.3 ป.6/3
รวมตัวช้วี ัดท้ังหมด 23 ตัวชวี้ ัด

164

3. หนว่ ยการเรียนร้มู รดกภูมิปัญญา คนดีศรีเชียงใหม่

คำอธิบายหนว่ ยการเรยี นรู้

รหัสวชิ า บ๑๖๑๐๓ หนว่ ยบรู ณาการ มรดกภูมปิ ญั ญา คนดีศรีเชยี งใหม่
เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง/ปี
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๖

ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
ศกึ ษาประวัตคิ วามเปน็ มาของกลุม่ ชาติพันธล์ุ ้านนา (วัฒนธรรมด้านประเพณี ความเช่ือ ภูมิปัญญา ภาษา

การแต่งกาย เคร่อื งดนตรี) รวมถงึ เมนอู าหารพื้นบ้านลา้ นนา สบื ค้นคำตอบของเรือ่ งราวประวัติความเป็นมา วิถีชีวติ
และบุคคล พัฒนาการทางประวตั ศิ าสตร์และความต่อเนื่องจากอดตี ถึงปจั จบุ ันของจังหวดั เชยี งใหม่ ปฏิบตั ิตนได้
เหมาะสมตามวฒั นธรรมท้องถ่นิ สะท้อนคณุ คา่ ทางสงั คมของวัฒนธรรมทอ้ งถิ่นไดร้ วมท้งั สบื ทอดและอนุรกั ษ์
วฒั นธรรมทอ้ งถิน่ ของตน

โดยใช้วธิ ีการสบื คน้ คำตอบ วิเคราะหค์ วามคล้ายคลึงและความแตกตา่ ง จับประเด็นสำคัญ ลำดับ
เหตกุ ารณ์ นำเสนอเรื่องราวด้วยวธิ กี ารที่หลากหลาย อยา่ งเหน็ คณุ คา่ และภาคภูมิใจ

ในหน่วยการเรยี นรนู้ ้ี สำหรบั นักเรียนในระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ มจี ุดเน้นในการพฒั นาการศกึ ษาใน
ดา้ น การฝึกทกั ษะการสืบคน้ ข้อมลู การออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ในการสรา้ งสรรคช์ น้ิ งาน การใชภ้ าษาในการ
ส่ือสารควบคกู่ บั การใชเ้ ทคโนโลยใี นการนำเสนอผลงาน โดยใช้รปู แบบการสอนการใช้ปญั หาเปน็ ฐานในการจดั การ
เรยี นรู้ในเนอ้ื หาตอ่ ไปน้ี
หนว่ ยที่ 1 เรือ่ ง ความเชอ่ื เร่ืองผีในสังคมลา้ นนา

1.1 เร่อื ง ผีระดับเมอื ง ผีระดบั ชมุ ชน ผคี รวั เรอื น ผีธรรมชาติ ผรี ะดบั การเกษตร ผรี ะดบั ปัจเจก
1.2 เร่ือง ความเชือ่ ประเพณกี ารฟอ้ นผมี ด – ผเี ม็ง ในจงั หวัดเชียงใหม่
หนว่ ยที่ 2 เรื่อง ภาษาถิน่
2.1 เรอื่ ง ภาษาถนิ่ ในชีวิตประจำวัน
2.2 เร่อื ง ภาษาถิ่น 4 ภาค (ภาษาไทยถิ่นเหนอื ภาษาไทยถิ่นอสี าน ภาษาไทยถิ่นกลาง และภาษาไทยถ่นิ ใต)้
หนว่ ยที่ 3 เรือ่ ง วัฒนธรรมประเพณีล้านนา
3.1 วฒั นธรรมประเพณีในทอ้ งถ่นิ
3.2 วิเคราะหป์ ัจจัยทส่ี ง่ เสรมิ การสรา้ งสรรคว์ ัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น และวัฒนธรรมไทยซงึ่ มีผลตอ่ สงั คมไทย
ในยุคปจั จุบนั
หนว่ ยที่ 4 เร่อื ง เพลงลา้ นนาและดนตรีลา้ นนา
4.๑ เพลงลา้ นนา การรอ้ งเพลงล้านนา
4.2 ดนตรีล้านนา ประเภทของเครอื่ งดนตรีลา้ นนา
หน่วยที่ 5 เรอ่ื ง กลุ่มชาตพิ นั ธ์ุล้านนา
5.๑ เรือ่ งราวประวตั ิ ของกลมุ่ ชาติพนั ธท์ ส่ี ำคัญในดนิ แดนลา้ นนา
5.2 ความหลากหลายของ กลุม่ ชาติพนั ธ์ลุ ้านนา (กะเหร่ยี ง (ปกาเกอะญอ) เม่ียน (เยา้ ) ม้ง (แม้ว) อาขา่ (อกี อ้ ) ลา
หู่ (มูเซอ) ลซี อ ม้ง ไทใหญ่ ไทยอง ไทเขิน ชาวจีนฮ่อ

164

165

หนว่ ยที่ 6 เรอ่ื ง ผา้ อตั ลักษณจ์ งั หวดั เชยี งใหม่ (ลายหงส์ในโคม)
6.1 ประวตั ผิ า้ ลายหงส์ในโคม
6.2 การนำภมู ิปญั ญาผ้า นำลายผา้ ไปผลิตและพฒั นาผลติ ภณั ฑ์
หน่วยท่ี 7 เรยี นรู้ วฒั นธรรมเก่ยี วกับอาหารพ้นื บา้ นลา้ นนา
7.1 วัฒนธรรมการรบั ประทานอาหารพื้นเมืองของทางภาคเหนอื
7.2 ความหลากหลายของอาหารพ้นื บา้ นลา้ นนา
7.3 ศึกษาเกีย่ วกบั อาหารที่เก่ียวข้องกับความเช่ือของคนลา้ นนา
หน่วยท่ี 8 เรอ่ื ง เรียนรู้ เรื่องอาหารพน้ื บา้ นล้านนา (ตามฤดกู าล)
8.1 ทรพั ยากรในทอ้ งถ่นิ (ตามฤดูกาล) ท่นี ำมาทำอาหารพ้นื บ้านล้านนา
8.2 อาหารเพ่อื สุขภาพ ทใ่ี ห้คณุ ค่าทางโภชนาการสูง มีประโยชน์ สะอาด ไมม่ สี ารพษิ
8.3 (chef) ลงมอื ทำอาหารพ้นื บ้านประเภท ตำ, ยำ, น่งึ , ทอด 1 อย่าง
8.4 จัดทำคลิปวดิ โิ อแนะนำอาหารพ้นื บา้ น
หน่วยท่ี 9 เร่อื ง การนำเสนอ แนะนำอาหารพนื้ บ้านล้านนา (ตามฤดกู าล)
9.1 การออกแบบโปสเตอร์ ทำ content ทำอาหารพนื้ บา้ นลา้ นนา แนะนำอาหารพ้นื บ้านลา้ นนาสู่สากล ที่
นา่ สนใจ

9.2 (E-Books) - เร่ืองอาหารพ้ืนบ้านล้านนา (ตามฤดูกาล)

กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

โดยจดั ประสบการณห์ รอื สร้างสถานการณ์ทใ่ี กลต้ ัว ให้นักเรยี นไดศ้ ึกษาค้นควา้ จากการปฏิบัติจรงิ สรุป
รายงาน เพอื่ พฒั นาการฝกึ ทกั ษะทักษะการสบื ค้นขอ้ มลู การออกแบบ การคดิ สรา้ งสรรค์ การใช้ภาษาในการสอ่ื สาร
และฝึกการแกป้ ัญหา สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบ มีระเบยี บวนิ ัย มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มี
วิจารณญาณ และมคี วามเช่อื มัน่ ในตนเองรวมทั้งตระหนกั ในคุณคา่ และมีเจตคตทิ ด่ี ตี ่อมรดกภมู ิปัญญาของคนใน
ทอ้ งถิน่ โดยการจดั การเรียนรทู้ เี่ นน้ การเรียนร้ผู า่ นการแกป้ ญั หา (problem solving approach) และการเรยี นรู้ท่ี
ไดล้ งมอื ปฏบิ ตั ิจรงิ (active learning) เพื่อส่งเสริมสมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลกั ผา่ นขอบขา่ ยเนื้อหาบูรณา
การหลากหลายสาระการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาตา่ งประเทศ วทิ ยาศาสตร์ สงั คมศกึ ษา
เทคโนโลยี การงานอาชีพ ศิลปะ

เมอ่ื นกั เรยี นได้เรียนรู้ประวตั ิความเป็นมาของวฒั นธรรมท้องถ่ินผา่ นการสะท้อนความคิด (reflect) จาก
ประสบการณ์ในการแกป้ ัญหา จะทำใหน้ กั เรียนมองเหน็ ปัญหาในชวี ิตจรงิ ดว้ ยมุมมองของตนเองและผอู้ ื่น คดิ
วเิ คราะห์ คิดอย่างเป็นระบบ เพื่อตัดสนิ ใจเลอื กแนวทางในการแก้ปญั หาอยา่ งมีเหตุผลและเหมาะสมกับสถานการณ์
มแี นวคิดทีห่ ลากหลายและยืดหยนุ่ ในการแกป้ ัญหา ตอ่ ยอดแนวคิดและกระบวนการเรียนรเู้ พอ่ื สร้างแนวคิดใหม่
หรือแก้ปัญหาท่ีเกดิ ขนึ้ ในชีวติ จริง รวมถงึ คน้ หาข้อมูลเพื่อหาคำตอบของปญั หาท่สี นใจหรือสรา้ งสรรค์สิง่ ใหม่ ๆ
นอกจากนี้นักเรยี นสามารถสอื่ สาร สอ่ื ความหมาย และนำเสนอแนวคดิ ตา่ ง ๆ เพ่อื สนบั สนนุ แนวคดิ ของตนเอง หรือ
โตแ้ ยง้ แนวคิดของผอู้ น่ื อยา่ งสมเหตุสมผลซึ่งนำไปส่กู ารอยูร่ ว่ มกันในสังคมอย่างมคี วามสขุ

การวดั และประเมนิ ผล เน้นการวัดและประเมนิ ผลเพอื่ พัฒนาการเรยี นรู้ ดว้ ยวิธกี ารท่หี ลากหลายโดยให้
สอดคลอ้ งกับบรบิ ท และเปน็ ไปตามมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ดั มีความกระตอื รือร้นและมีสว่ นร่วมในกจิ กรรม

166

ในชนั้ เรียน มีความรับผดิ ชอบ สง่ งานตรงเวลา มคี วามคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ เหน็ คณุ ค่าและมีเจตคติทด่ี ีต่อคณิตศาสตร์
มคี วามรู้และคณุ ธรรมภายใต้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลลพั ธ์การเรียนรู้
หน่วยท่ี 1 เรือ่ ง ความเช่อื เร่ืองผใี นสงั คมล้านนา

1.1 เรอื่ ง ผีระดับเมือง ผีระดับชุมชน ผคี รัวเรอื น ผีธรรมชาติ ผรี ะดบั การเกษตร ผีระดบั ปัจเจก
- การอภิปรายความรู้เกีย่ วกบั เรอื่ ง ผรี ะดับเมือง ผีระดับชมุ ชน ผีครวั เรือน ผีธรรมชาติ ผีระดบั การเกษตร ผรี ะดบั
ปัจเจก ท่ีนักเรยี นรจู้ ัก โดยใช้เคร่ืองมอื การคิด Diagram (ไดอะแกรม)
- สามารถการแยกประเภทของผลี ้านนาได้
- การค้นควา้ ค้นหารปู ลักษณ์ของผีล้านนาสำหรับ บนั ทึกองค์ความร้เู ป็นข้อมลู ภาพ
- การนำเสนอเล่าเรือ่ งผีในสังคมล้านนา
1.2 เรอื่ ง ความเชอื่ ประเพณกี ารฟ้อนผีมด – ผีเม็ง ในจังหวัดเชียงใหม่

- อภปิ รายความรู้เกีย่ วกบั เรือ่ งความเชือ่ ประเพณีการฟ้อนผีมด – ผีเมง็ ในจังหวดั เชยี งใหม่
- สามารถบอกเครื่องดนตรที ใ่ี ช้ประสมวงในประเพณฟี อ้ นผมี ด – ผีเมง็ ได้
หน่วยท่ี 2 เรอ่ื ง ภาษาถ่ิน
2.1 เรอื่ ง ภาษาถิ่นในชวี ิตประจำวัน
- การออกเสยี งภาษาถิ่น (คำเมือง) ได้ถูกต้อง
- การเรยี นร้ภู าษาถ่นิ (คำเมือง) จากคำศัพท์ท่ใี ชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
- การแปลภาษาถนิ่ จากละคร และภาพยนตร์ ได้
2.2 เรอ่ื ง ภาษาถิน่ 4 ภาค (ภาษาไทยถน่ิ เหนอื ภาษาไทยถ่นิ อีสาน ภาษาไทยถน่ิ กลาง และภาษาไทย ถ่นิ ใต้)
- การเขียน (ภาษาไทยถิน่ เหนอื ภาษาไทยถ่นิ อีสาน ภาษาไทยถน่ิ กลาง และภาษาไทยถนิ่ ใต้)
ไดถ้ ูกตอ้ ง
- การออกเสยี ง ภาษาถนิ่ 4 ภาค (ภาษาไทยถิ่นเหนอื ภาษาไทยถนิ่ อสี าน ภาษาไทยถิน่ กลาง และภาษาไทยถ่นิ
ใต้) ไดถ้ ูกต้อง
- สามารถ ใช้ภาษาท่ถี กู ตอ้ ง ในชวี ติ ประจำวัน
หนว่ ยที่ 3 เรื่อง ศลิ ปวฒั นธรรมประเพณี
3.1 วัฒนธรรมประเพณใี นทอ้ งถ่ิน
- วฒั นธรรมประเพณีในท้องถนิ่ ที่เป็นเอกลกั ษณ์ของคนแต่ละพน้ื ถ่ิน
- การแต่งกายในชีวติ ประจำวันท่ัวไป และในเทศกาลตา่ งๆ
3.2 วเิ คราะหป์ ัจจยั ทสี่ ่งเสริมการสรา้ งสรรค์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถนิ่ และวัฒนธรรมไทยซง่ึ มผี ลตอ่ สงั คมไทย
ในยุคปจั จุบนั
- วิวฒั นาการวฒั นธรรมประเพณใี นท้องถิ่น และวัฒนธรรมไทย ในอดตี และปัจจบุ นั
- การวิเคราะห์ปัจจัยท่ีสง่ เสริมการสรา้ งสรรคว์ ัฒนธรรมประเพณใี นท้องถ่นิ และวัฒนธรรมไทยซึ่งมผี ลตอ่
สงั คมไทยในยคุ ปัจจบุ ัน นำความรู้จากการวิเคราะหไ์ ปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
หนว่ ยที่ 4 เร่ือง เพลงลา้ นนาและดนตรี
4.๑ เพลงลา้ นนา การรอ้ งเพลงลา้ นนา

167

- การร้องเพลงลา้ นนา ถูกจงั หวะและมนี ้ำเสยี งเพราะ
- การแปลเพลงจากภาษาไทยเป็นภาษาล้านนา และลา้ นนาเป็นไทยได้
- สนุ ทรียะทางดนตรี – ขับรอ้ ง เปน็ สนุ ทรียะดา้ นการรับฟัง และขับร้องเพลงประกอบการแสดง ซงึ่ สนุ ทรยี ภาพ
ทางด้านนี้ตอ้ งอาศัยทั้งผู้บรรเลง ผ้รู ้อง และผ้ฟู ัง เนื่องจากในเพลงลา้ นนามกั จะมที ้งั การบรรเลงดนตรีและการขับ
ร้องไว้ด้วยกนั ตลอดจนมผี ้ฟู ังเพลงทมี่ าช่วยกันสร้างสนุ ทรียะทางดนตรแี ละการขับรอ้ งรว่ มกัน
- สุนทรียะทางด้านท่ารำ ความงามของทา่ รำอย่างมสี นุ ทรยี ะนั้นพจิ ารณาได้จากความถูกตอ้ งตามแบบแผนของ
ท่ารำ ได้แก่ ทา่ รำถกู ตอ้ ง จงั หวะถูกตอ้ ง สีหนา้ อารมณ์ความรูส้ กึ ที่สอดคล้องไปกบั ทา่ รำ ทำนองเพลงและบทบาท
ตามเนื้อเรอื่ งท่ารำสวยงาม มีความแตกฉานดา้ นท่ารำ มีทว่ งทีลีลาเป็นเอกลักษณข์ องตนถ่ายทอดท่ารำออกมาได้
เหมาะสม
4.2 ดนตรลี า้ นนา ประเภทของเครอ่ื งดนตรลี า้ นนา
- เสยี งดนตรเี ป็นส่ิงท่กี ลอ่ มหวั ใจของคนให้อ่อนโยน เยอื กเย็นดับทุกข์ได้ชั่วขณะ ปลกุ ใจให้รื่นเรงิ กลา้ หาญ
เครอ่ื งกล่อมตนเองเม่ือยามทกุ ข์ ปลกุ ตนเองเม่ือยามเหงา เป็นเคร่ืองฝกึ สมองอยู่ในตัว

- สามารถแยกประเภทของเครือ่ งดนตรีล้านนาได้
- นกั เรียนนำความรู้ประวตั ิ เร่ืองดนตรลี ้านนา ประเภทของเครือ่ งดนตรีลา้ นนา ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชีวิตประจำวัน ในการได้
หน่วยที่ 5 เรอื่ ง กลมุ่ ชาตพิ ันธ์ุล้านนา
5.๑ เร่ืองราวประวตั ิ ของกลุม่ ชาตพิ นั ธ์ท่ีสำคัญในดินแดนลา้ นนา
- การอภปิ รายความรู้เก่ียวกบั เร่อื งประวัติ ของกลุม่ ชาตพิ ันธ์ท่สี ำคญั ในดินแดนลา้ นนา
5.2 ความหลากหลายของ กลมุ่ ชาตพิ ันธ์ลุ ้านนา (กะเหร่ยี ง (ปกาเกอะญอ) เมย่ี น (เยา้ ) ม้ง (แม้ว) อาข่า (อีก้อ) ลา
หู่ (มูเซอ) ลซี อ ม้ง ไทใหญ่ ไทยอง ไทเขิน ชาวจีนฮ่อ
- ความเปน็ มาของกลมุ่ ชาตพิ ันธ์
- การแตง่ กายของกลุ่มชาติพันธ์
- ความเช่อื และการนบั ถอื ศาสนา
- ลักษณะทางสงั คม
- ประเพณีและวัฒนธรรม
- ภาษา
หนว่ ยท่ี 6 เรือ่ ง ผ้าอัตลักษณ์จงั หวดั เชยี งใหม่ (ลายหงสใ์ นโคม)
6.1 ประวัติผา้ ลายหงส์ในโคม
- การอภปิ รายความร้เู กย่ี วกับเร่อื ง ประวัติผา้ ลายหงส์ในโคม
- สามารถบอกทีม่ าของ ผ้าลายหงส์ในโคม ได้
- การคน้ คว้า คน้ หารปู ลักษณข์ องผา้ ลายหงส์ในโคม สำหรบั บันทกึ องค์ความร้เู ปน็ ขอ้ มูลภาพ
6.2 การนำภูมปิ ัญญาผา้ นำลายผ้าไปผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์
- การออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยเลือกใช้(ลายหงส์ในโคม) ในการสร้างงานถา่ ยภาพแนะนำสินคา้ สินค้าผลติ ภัณฑ์
- เปรยี บเทียบราคา ผลติ ภัณฑผ์ ้า (ลายหงสใ์ นโคม) จากส่ือตา่ งๆ ได้
- การนำเสนอผ้าอัตลักษณ์จังหวดั เชียงใหม่ (ลายหงส์ในโคม) จากการออกแบบเปน็ ผลิตภณั ฑ์ผ้า ในรปู แบบต่างๆ ได้

168

หนว่ ยที่ 7 เรอ่ื ง เรยี นรู้ วัฒนธรรมเกย่ี วกบั อาหารพืน้ บ้านลา้ นนา

7.1 วัฒนธรรมการรบั ประทานอาหารพน้ื เมอื งของทางภาคเหนือ
- การอภปิ รายความรเู้ ก่ยี วกบั เร่ือง วัฒนธรรมการรับประทานอาหารพนื้ เมอื งของทางภาคเหนือ

- เรียนรรู้ ปู แบบการรบั ประทานอาหารในชวี ิตประจำวนั ของชาวล้านนาในอดีตและปัจจบุ ัน
- มารยาทในการรับประทานอาหาร
7.2 ความหลากหลายของอาหารพน้ื บา้ นล้านนา
- คำศัพท์ พนื้ ฐานเกี่ยวกบั อาหารพื้นบ้านล้านนา
- ประเภทของอาหารพนื้ บา้ นล้านนา
- เพลงล้านนาทเี่ กีย่ วขอ้ งกับอาหารพื้นบา้ นล้านนา
7.3 ศึกษาเกี่ยวกับอาหารที่เกี่ยวขอ้ งกบั ความเชอ่ื ของคนล้านนา

- ความรูเ้ กยี่ วกับอาหารท่ีเกย่ี วข้องกบั ความเชอื่ ของคนล้านนา (โดยการสอบถาม สมั ภาษณ์ )
- อาหารในงาน มงคล และอวมงคล ของลา้ นนา
- อาหารพน้ื เมือง ขนม ท่ีนยิ มทำในเทศกาล ต่างๆ
หน่วยท่ี 8 เรอ่ื ง เรียนรู้ เรื่องอาหารพน้ื บา้ นลา้ นนา (ตามฤดกู าล)

8.1 ทรพั ยากรในท้องถ่ิน (ตามฤดกู าล ) ทนี่ ำมาทำอาหารพน้ื บ้านล้านนา
- ผกั ตามฤดกู าล 12 เดอื น
- รายชอื่ ผกั ในภาษาเหนือพรอ้ มคำแปล

8.2 อาหารเพอื่ สขุ ภาพ ทใี่ ห้คุณคา่ ทางโภชนาการสงู มีประโยชน์ สะอาด ไม่มีสารพษิ
- ผักพ้ืนบา้ น ทเ่ี ปน็ ส่วนผสมในตำรบั อาหาร ที่นิยมบริโภคในภูมิภาคตา่ งๆ

8.3 (chef) ลงมือทำอาหารพน้ื บ้านประเภท แกง ,ป้งิ , ย่าง ,แอ็บ, ลาบ 1 อย่าง

- จำลอง ลงมือทำอาหารแบบ (chef) จรงิ
8.4 จัดทำคลิปวดิ ิโอแนะนำอาหารพ้ืนบ้าน

- จัดทำคลปิ วิดโิ อแนะนำอาหารพนื้ บา้ นโดยใช้ Application

หนว่ ยที่ 9 เร่ือง การนำเสนอ แนะนำอาหารพนื้ บ้านลา้ นนา (ตามฤดูกาล)

9.1 การออกแบบโปสเตอร์ ทำ content ทำอาหารพื้นบา้ นล้านนา แนะนำอาหารพื้นบา้ นล้านนาสสู่ ากล ท่ี
นา่ สนใจ

- ข้ันตอนการเขียน Content อยา่ งไรใหโ้ ดนใจ
- กำหนดหวั ข้อบทความใหก้ ระตกุ สายตา กระชากอารมณ์
- เนื้อหาบทความทเ่ี ขยี นตรงกบั หวั ข้อท่ตี ัง้ ไว้
- Entertain บทความต้องมสี ีสนั

9.2 (E-Books) - เรอื่ งอาหารพื้นบา้ นล้านนา (ตามฤดูกาล)
- E-Books เร่อื งอาหารพนื้ บ้านลา้ นนา ทีม่ คี วามนา่ สนใจ
- การออกแบบ E-Books

169

สมรรถนะท่ี 1 ภาษาไทยเพอ่ื การสื่อสาร
๒. พดู เพื่อวัตถุประสงคต์ า่ งๆในสถานการณ์ท่ีหลากหลายอยา่ งสรา้ งสรรคโ์ ดยคำนึงถึงลกั ษณะและความตอ้ งการ
ของผูฟ้ งั สามารถพดู ได้กระชบั ถกู ตอ้ งตรงประเด็นเขา้ ใจง่ายใช้สือ่ และภาษาทา่ ทางประกอบไดม้ ีประสิทธิภาพ
เหมาะสมกับกาลเทศะบริบททางสังคมและวฒั นธรรมรวมทง้ั ตรวจสอบความเขา้ ใจของผฟู้ งั และประเมนิ เพ่อื
ปรับปรงุ การพูดของตน
๔. เขียนโดยมีวัตถปุ ระสงคท์ ชี่ ัดเจนในการสอ่ื สารขอ้ มลู ความรู้ ความคิดความรู้สึกในรปู แบบท่ีหลากหลายโดยใช้
กลวิธีการนำเสนอท่เี หมาะสมสามารถเขยี นส่อื ความหมายได้ตรงตามเจตนา เข้าใจไดง้ า่ ยและถูกต้องตามอักขระ
วธิ ใี ชก้ ระบวนการเขียนผลิตงานในทาง
๖. พูด อ่านและเขยี นภาษาไทยไดถ้ กู ตอ้ งตามอกั ขระวิธีโดยเลอื กใช้คำศัพทค์ วามรู้เกี่ยวกับหลักภาษาและกลวธิ ตี า่ ง
ๆ รว่ มกับประสบการณ์ชีวิตในการนำเสนอและผลิตผลงาน
สมรรถนะท่ี 2 คณติ ศาสตร์ในชวี ติ ประจำวัน

๓. ออกแบบ อธบิ าย และนำเสนอข้อมูลท่ีส่ือความหมายให้ผูอ้ ื่นเข้าใจตรงกนั เพือ่ แสดงความเข้าใจหรอื
ความคดิ ท่เี กยี่ วกบั คณติ ศาสตร์ของตนเอง โดยใช้การพดู และเขียน วัตถุรูปธรรม รูปภาพ กราฟ สัญลกั ษณ์ทาง
คณิตศาสตร์ และตวั แทน รวมท้งั บอกความสัมพันธ์ระหว่างภาษาในชวี ติ ประจำวนั กบั ภาษาและสญั ลักษณท์ าง
คณิตศาสตรไ์ ด้อยา่ งหลากหลายและเหมาะสมกบั เนอื้ หาและสถานการณ์

๕. ใช้ความคิดคลอ่ ง ความคดิ ยดื หย่นุ ความคิดริเรมิ่ และความคดิ ละเอยี ดลออ ในการคดิ แกป้ ัญหาทาง
คณิตศาสตร์ และขยายความคิดทีม่ อี ยู่เดิม เพื่อสร้างแนวคดิ ใหมป่ รับปรงุ หรือพฒั นาองค์ความรทู้ างคณติ ศาสตร์
หรือศาสตร์อ่นื ๆ โดยใช้คณติ ศาสตร์เป็นฐาน
สมรรถนะที่ 3 การสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ และจติ วทิ ยาศาสตร์

๑. สามารถเขยี นผังเช่ือมโยงเหตแุ ละผลจากเหตตุ น้ ทางถึงผลปลายทางโดยแสดงความสัมพันธเ์ ช่ือมโยงเหตุ
และผลแทรกระหวา่ งเหตุตน้ ทางและผลปลายทางอย่างเป็นลำดับและครบถว้ นเพ่ือสรปุ /สรา้ งความรทู้ าง
วทิ ยาศาสตร์

๖. วางแผนหาวธิ ีการแกไ้ ขปญั หาในชวี ิตประจำวันอย่างเป็นขัน้ ตอนโดยใชก้ ระบวนการออกแบบทาง
วศิ วกรรมทปี่ ระกอบดว้ ยขั้นตอนการระบุปัญหาการสบื คน้ ข้อมลู เพ่อื ใช้ในการออกแบบการสรา้ งต้นแบบโดยใชว้ ัสดุ
อปุ กรณภ์ ายใต้ขอ้ จำกดั หรือตามสภาพบรบิ ทตลอดจนการทดสอบคณุ ภาพของตน้ แบบเพื่อใหไ้ ด้ข้อมลู ย้อนกลับใน
การปรบั แกไ้ ขการออกแบบและต้นแบบให้มีความเหมาะสม
สมรรถนะท่ี 4 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร

๖. สามารถคาดเดาความหมายของคำทไ่ี ม่รคู้ วามหมายจากบริบทและสรุปความหมายของประโยคไดห้ าก
เกีย่ วขอ้ งกบั หัวขอ้ ทคี่ นุ้ เคย

๗. สามารถหาวธิ ีถา่ ยทอดประเดน็ สำคญั ท่ีตนเองตอ้ งการสอ่ื สารในบรบิ ทท่หี ลากหลายโดยตอ้ งเปน็ เร่อื งราว
ท่ีตนเองจำไดห้ รือหาวิธที จี่ ะถา่ ยทอดเรอ่ื งราว
สมรรถนะที่ 5 ทกั ษะชีวิต และความเจริญแห่งตน
๒. มวี ินยั ในการดแู ลจดั การตนเองให้มีสุขภาวะทางกายท่ีดีอยา่ งสมดลุ กบั สุขภาวะด้านอ่นื ๆ โดยมีสุขภาพแขง็ แรง
กิน อยู่ ดู ฟงั เป็นปกปอ้ งตนเองให้ปลอดภัยจากภัยต่าง ๆ ทัง้ โรคภยั อบุ ัตภิ ยั ภัยธรรมชาติ ภยั ทางเพศ ภยั จากส่ิง
เสพติดและอบายมุขต่าง ๆ รวมทั้งภัยจากส่อื สารสนเทศและเทคโนโลยี

170

๘. สร้างแรงจงู ใจและนำตนเองในการเรียนรู้ เรยี นรู้วธิ กี ารเรียนร้โู ดยใชท้ ักษะการเรียนรหู้ ลากหลาย ทง้ั ทกั ษะการ
เรียนรู้ทักษะการสืบคน้ ขอ้ มลู ทักษะการสืบสอบ ทกั ษะการสรา้ งความรแู้ ละนวัตกรรม รวมท้ังทักษะการ
ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้เพื่อพฒั นาตนเองและชีวิต
สมรรถนะท่ี 6 ทกั ษะอาชีพ และการเป็นผูป้ ระกอบการ

๒. กำหนดเปา้ หมายในการทำงานท่ชี ัดเจนวางแผน จัดเรียงลำดับความสำคญั ของงานและบริหารเวลา
อย่างมีประสิทธภิ าพ

๖. สามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามร้ใู นการสรา้ งผลติ ภัณฑเ์ ชิงสร้างสรรคม์ ีจรรยาบรรณและความรบั ผิดชอบตอ่
สังคม
สมรรถนะที่ 7 ทกั ษะการคดิ ขน้ั สูงและนวัตกรรม

๕. มคี วามยดื หยนุ่ ทางความคดิ สามารถมอง/คดิ และใหค้ วามเหน็ ในเรอ่ื งตา่ ง ๆ ได้หลากหลายแง่มมุ หลาย
มิติ หลายวธิ ี ยนิ ดีรับฟังความคิดเห็นท่แี ตกตา่ ง สามารถประสานหรอื สงั เคราะห์ความคดิ ที่แตกต่าง และรเิ รม่ิ
ความคิดใหม่ ๆ

๖. คิดริเรม่ิ ส่ิงใหม่ ๆ ซึ่งอาจเปน็ การปรบั หรอื ประยกุ ตจ์ ากของเดมิ หรอื ตอ่ ยอดจากสง่ิ เดิม หรอื รเิ ริ่ม
ความคิดแปลกใหมท่ ี่แตกต่างจากเดิม โดยสามารถอธิบายความคิดให้ผู้อนื่ เขา้ ใจและทำให้ความคิดนั้นเกดิ ผลเป็น
รูปธรรมเปน็ แนวคดิ ใหม่ กระบวนการใหม่ นวตั กรรมส่ิงประดษิ ฐ์ และผลติ ภัณฑ์ต่าง ๆ อนั เปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง
สมรรถนะท่ี 8 การรเู้ ทา่ ทันส่ือสารสนเทศและดิจิทัล

๒. เข้าใจความรู้สกึ และความต้องการของตนเองเมอ่ื ใช้สื่อ สารสนเทศ ทงั้ การเขา้ ถึง ส่งต่อและกระจายขอ้ มลู
ข่าวสารโดยรับผิดชอบผลกระทบท้ังตอ่ ตนเองผอู้ ่ืนและสังคม

๕. ใชค้ วามรูแ้ ละความเข้าใจด้านส่อื สารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัลอยา่ งรบั ผิดชอบและมีจริยธรรม ทงั้ เพ่อื การ
เรียนรู้ การใชช้ ีวติ และความสมั พนั ธก์ บั บคุ คลอืน่ ๆ ในโลกความจริงและโลกเสมอื น
สมรรถนะท่ี 9 การทำงานแบบรวมพลังเปน็ ทมี และมภี าวะผนู้ ำ

๔. ร่วมทำงานกลุ่ม ปฏบิ ัตติ นในฐานะสมาชิกกลมุ่ ท่รี ับผิดชอบตอ่ หน้าทีแ่ ละบทบาททไี่ ด้รบั มอบหมายอยา่ งใสใ่ จ
และให้ความไว้วางใจกนั และกัน เพื่อใหเ้ กดิ ความสำเร็จในการทำงาน และความสัมพนั ธท์ ดี่ ี

๖. ปรับตวั พรอ้ มประสานความคิดท่มี ีความแตกต่าง พรอ้ มใชส้ ันติวิธใี นการจดั การปัญหาความขัดแย้งเพื่อสรา้ ง
และรกั ษาความสัมพันธท์ างบวกกับสมาชกิ
สมรรถนะที่ 10 พลเมอื งทเี่ ขม็ แขง็ /ตนื่ รู้ ทมี่ ีจิตสำนกึ สากล

๕. ติดตามสถานการณ์ เหตกุ ารณบ์ า้ นเมอื งและปัญหาของชมุ ชน สังคมและโลก มีส่วนร่วมทางตรงหรือ
ทางอ้อมในการพฒั นาเปลี่ยนแปลงและแกไ้ ขปัญหา

๖. มกี ารตดั สินใจและการแก้ปญั หารว่ มกนั สามารถแสดงจุดยืนของตนเองมที ักษะในการตดั สินใจ การ
แกไ้ ขปญั หาการแกไ้ ขความขัดแยง้ ดว้ ยการใหค้ วามร่วมมือ และการแสดงออกซึ่งความสามารถท่ีจะอยรู่ ว่ มกนั
ทา่ มกลางความหลากหลาย
สมรรถนะท่ี 11 ภาษาจนี เพอ่ื ชีวติ
๑. เขา้ ใจประเด็นสำคัญของเรือ่ งท่ฟี งั เม่ือผู้ พูด/คสู่ นทนาพูดอย่างชดั เจนในหวั ข้อท่ีคนุ้ เคย และพบบอ่ ยเก่ียวกับ
การทำงาน การไปโรงเรยี น กิจกรรมยามว่างเปน็ ตน้ ตวั อยา่ งของการพูดใน ลักษณะดงั กลา่ ว เช่น การเลา่ เรือ่ งสน้ั ๆ
เป็นตน้
๔. สามารถสร้างงานเขยี นงา่ ย ๆทม่ี ีความคิดเช่ือมโยงกนั ในประเดน็ ต่าง ๆ ทค่ี นุ้ เคยในสาขาท่ีตนเองสนใจโดย
เชอ่ื มโยงสว่ นต่าง ๆ ในงานเขยี นให้เป็นลำดบั ต่อเนอ่ื งกันได้

171

รหสั ตัวช้ีวัด

ภาษาไทย

ท 4.1 ป.6/5 แต่งบทร้อยกรอง
ท 4.1 ป.6/6 วเิ คราะห์และเปรยี บเทยี บสำนวนที่เป็นคำพงั เพยและสภุ าษิต
ท ๕.๑ ป.๖/๑ แสดงความคิดเหน็ จากวรรณคดหี รือวรรณกรรมทอ่ี ่าน
ท ๕.๑ ป.๖/๒ เล่านทิ านพืน้ บ้านท้องถิ่นของตนและนทิ านพ้นื บ้านของทอ้ งถนิ่ อน่ื
ท ๕.๑ ป.๖/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่านและนำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ท ๕.๑ ป.๖/๔ ท่องจำบทอาขยานตามทก่ี ำหนดและบทร้อยกรองทมี่ คี ุณค่าตามความสนใจ
คณิตศาสตร์
ค 1.1 ป.6/7 หาผลลพั ธข์ องการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ
ค 1.1 ป.6/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปญั หาเศษส่วนและจำนวนคละ 2-3 ขน้ั ตอน
ค 2.2 ป.6/1 จำแนกรูปสามเหลีย่ มโดยพจิ ารณาจากสมบัติของรปู
ค 2.2 ป.6/2 สร้างรปู สามเหล่ียมเมอ่ื กำหนดความยาวของด้านและขนาดของมมุ
วิทยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว 4.2 ป.6/3 ใช้อินเทอรเ์ นต็ คน้ หาขอ้ มลู ติดต่อสื่อสาร และทำงานร่วมกัน ประเมินความนา่ เชอ่ื ถือของขอ้ มลู
ว 4.2 ป.6/4 รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศ ตามวัตถุประสงคโ์ ดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รอื บริการบน
อินเทอรเ์ น็ตที่ หลากหลาย เพอ่ื แก้ปญั หาใน ชวี ิตประจำวัน
ภาษาองั กฤษ
ต 2.1 ป.6/2 ให้ข้อมูลเกีย่ วกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง/ชีวติ ความเปน็ อยูข่ องเจา้ ของภาษา
ต 2.2 ป.6/2 เปรยี บเทยี บความเหมือน/ความตา่ งระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง และประเพณีของเจ้าของภาษากับ
ของไทย
สงั คมศึกษา/ประวตั ิศาสตร์
ส 2.1 ป.6/2 วเิ คราะหก์ ารเปลยี่ นแปลงวัฒนธรรมตามกาลเวลาและธำรงรกั ษาวัฒนธรรม อนั ดงี าม
ส 2.1 ป.6/4 อธิบายคุณค่าทางวฒั นธรรมท่แี ตกต่างกนั ระหว่างกลุ่มคนในสงั คมไทย
ส 3.1 ป.6/1 อธิบายบทบาทของผูผ้ ลติ ทม่ี ีความรับผดิ ชอบ
ส 3.1 ป.6/2 อธิบายบทบาทของผ้บู รโิ ภคทรี่ ้เู ท่าทัน
ส 3.1 ป.6/3 บอกวธิ ีและประโยชนข์ องการใช้ทรัพยากรอยา่ งยั่งยนื
การงานอาชีพ
ง 1.1 ป.6/1 อภปิ รายแนวทางในการ ทำงานและปรับปรงุ การ ทำงานแตล่ ะข้ันตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใช้ทักษะการจดั การใน การทำงาน และมที ักษะการ ทำงานร่วมกัน
ศิลปะ
ศ 1.2 ป.6/2 อภปิ รายเกีย่ วกับอทิ ธพิ ลของความเชื่อความศรัทธาในศาสนาทีม่ ีผลตอ่ งานทัศนศิลป์ในทอ้ งถ่ิน
ศ 1.2 ป.6/3 ระบุ และบรรยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมในท้องถ่ินทม่ี ผี ลต่อการสรา้ งงานทศั นศลิ ปข์ องบุคคล
ดนตรี/นาฏศลิ ป์
ศ 2.1 ป.6/2 เครื่องดนตรีมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีบทบาทหน้าท่ีในการบรรเลงเพลงแตกต่างกนั ไป
พละศึกษา/สุขศึกษา
พ 3.1 ป.6/3 เลน่ กีฬาไทยกฬี าสากลประเภทบุคคลและประเภททมี ได้อย่างละ ๑ ชนิด

172

พ 4.1 ป.6/1 แสดงพฤตกิ รรมในการปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หาส่งิ อวดล้อมทม่ี ีผลตอ่ สขุ ภาพ
ภาษาจีน
ต 2.2 ป.6/2 บอกความเหมอื นหรอื ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาล และ และงานฉลองตามวฒั นธรรมของจีน
กับของไทย
รวมทัง้ หมด 27 ตวั ชี้วัด

173

4. หนว่ ยการเรียนรู้เกษตรอินทรียว์ ถิ ตี ้นแก้ว

คำอธิบายหนว่ ยการเรียนรู้

ระดบั ช้ัน ป.6 รหสั วชิ า บ16105 หนว่ ยบูรณาการ เกษตรอินทรยี ์วิถีต้นแก้ว
เวลา ๘๐ ชัว่ โมง/ปี
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6

ขอบเขตเนอื้ หาในการเรียนรู้
ศึกษาถึงการแปรรปู ผลิตภณั ฑ์จากพชื เกย่ี วกับ ความสำคญั ของการแปรรปู หลักการแปรรปู สาเหตขุ อง

การแปรรปู ผลผลิตท่คี วรนำมาแปรรูป ประโยชน์ของการแปรรปู วิธีการแปรรูป จากการใช้ความร้อน การใชค้ วาม
เย็น การทำให้แห้ง การหมกั ดอง การกวน การเชื่อม การใชร้ งั สี การใชส้ ารเคมี และความรพู้ ืน้ ฐานในการออกแบบ
บรรจภุ ัณฑแ์ ละโลโก้

ศึกษาถงึ การจัดจำหนา่ ยผลติ ภัณฑ์ เกี่ยวกบั หลกั การจดั จำหนา่ ยสินค้า ลักษณะของกตลาดสนิ ค้าและ
บริการ ตลาดเป้าหมาย การขนส่งสนิ ค้า คลังสินค้า เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจำหนา่ ย เทคนิคในการขาย
สินค้า วธิ กี ารจัดบทู นทิ รรสการให้น่าสนใจ การจัดเตรียมความพรอ้ มในการจดั จำหน่ายผลผลิตแปรรูป

โดยกระบวนการสร้างองคค์ วามรู้ ด้วยการสบื ค้น รวบรวมขอ้ มูล จากแหลง่ เรยี นรู้ในทอ้ งถิ่น กระบวนการ
ปฏิบัติ โดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน และการเรียนรู้แบบโครงงาน เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนเกดิ สมรรถนะทจ่ี ำเปน็ ตอ้ งใช้ในการ
ดำรงชวี ติ

กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

โดยจัดประสบการณ์หรอื สรา้ งสถานการณ์ทใี่ กล้ตัว ให้นกั เรยี นได้ศึกษาคน้ ควา้ จากการปฏิบตั จิ ริง สรุป
รายงาน เพือ่ พฒั นาการฝกึ ทกั ษะการออกแบบ การคดิ สร้างสรรค์ การคิดคำนวณ และฝึกการแกป้ ัญหา สามารถ
ทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ มรี ะเบยี บวินยั มคี วามรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ และมีความเชอื่ มั่นใน
ตนเอง จัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ใหน้ กั เรยี นไดศ้ ึกษาค้นคว้าจากการปฏิบัติจริง โดยใชก้ ระบวนทาง
วทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นขอ้ มลู บันทกึ จัดกลมุ่ ขอ้ มูล เพ่ือให้เกิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอสอื่ สารสิ่งทีเ่ รียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ เห็นคุณค่าของการนำ
ความรไู้ ปใช้ในชวี ติ ประจำวัน มีจิตวทิ ยาศาสตร์ คุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม เพ่อื ส่งเสรมิ สมรรถนะ
เฉพาะและสมรรถนะหลัก ผา่ นขอบข่ายเนือ้ หาบูรณาการหลากหลาย

เมือ่ นกั เรยี นไดเ้ รียนรูห้ นว่ ยบูรณาการเกษตรอนิ ทรยี ว์ ิถตี ้นแก้ว ผ่านกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหา
ความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นขอ้ มูล บนั ทกึ จัดกล่มุ ขอ้ มูล เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มี
กระบวนการคดิ มีเหตมุ ผี ลแลว้ สามารถใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแกป้ ัญหา การตดั สินใจได้ วเิ คราะห์
ปญั หาในสถานการณ์ทเ่ี ป็นจริงในชวี ิตประจำวนั เพ่ือการแก้ปญั หา และร้จู กั ใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหเ้ ป็นประโยชน์

การวดั และประเมนิ ผล เนน้ การวดั และประเมินผลเพ่อื พัฒนาการเรยี นรู้ โครงงานการแปรรปู ผลผลิตทาง
การเกษตรท่ีนักเรียนสนใจ และการออกแบบบรรจภุ ณั ฑเ์ พ่ือเพ่ิมมูลค่าของสนิ คา้ ดว้ ยวิธกี ารท่ีหลากหลาย โดยให้
สอดคลอ้ งกับบรบิ ท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ช้วี ัด

173

174

ผลลัพธจ์ ากการเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี 1 การแปรรปู พชื ตามฤดกู าล
1.นกั เรยี นเกิดองคค์ วามรู้ การถนอมอาหารและการแปรรูป
หนว่ ยท่ี 2 ประเภทการแปรรูป
1.นกั เรียนเรยี นรวู้ ิธีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
2. นักเรยี นสามารถแปรรปู ผลผลิตจากพชื ได้อยา่ งเหมาะสม
หนว่ ยท่ี 3 การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์
1. นกั เรียนได้หลักการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ องคป์ ระกอบการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์
2. นักเรียนไดแ้ นวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์และเรยี นรเู้ กี่ยวกับโปรแกรมที่ใชใ้ นการ
หน่วยที่ 4 การออกแบบโลโก้
1. นักเรียนสามารถออกแบบโลโกส้ นิ ค้าได้
2. นักเรียนสามารถนำองค์ความรู้มาประยุกตใ์ ชใ้ นการออกแบบโลโกใ้ ห้เปน็ ท่ีสนใจของลกู ค้า
หนว่ ยที่ 5 การจำหน่ายผลติ ภัณฑแ์ ปรรปู
1.นักเรียนเกดิ องคค์ วามรู้ การจำหน่ายผลิตภณั ฑ์การแปรรปู
หนว่ ยท่ี 6 ศิลปะพชิ ิตการขาย
1. นักเรยี นเกิดการเรยี นร้เู ทคนิคในการกระต้นุ การจำหนา่ ยสินคา้
2. นักเรียนมีความกลา้ แสดงออกในการนำเสนอจำหน่ายสนิ ค้า
3. นักเรยี นใชส้ อื่ ออลไลนใ์ นรูปแบบทนั สมยั ในการจำหน่ายสนิ คา้
หนว่ ยที่ 7 บทู นทิ รรศการผลผลิตแปรรปู
1. นกั เรียนสามารถทำงานเป็นทมี ได้
2. นกั เรียนมีความคดิ สรา้ งสรรค์ในการออกแบบนิทรรศการให้มีชีวิตได้
หน่วยที่ 8 การจำหนา่ ยผลผลิตแปรรูปจากพืชในเชงิ พาณชิ ย์
1. นกั เรียนสามารถนำเสนอจำหนา่ ยสนิ ค่าแปรรูปหลากหลายรปู แบบ
2. นักเรยี นเกิดการเรียนรู้ความต้องการของตลาดในการจำหนา่ ยสนิ ค้า

สมรรถนะ
สมรรถนะท่ี 1 ภาษาไทยเพอื่ การสือ่ สาร
ข้อ 4. เขยี นโดยมีวตั ถุประสงคท์ ่ีชดั เจนในการสือ่ สารข้อมูล ความรู้ ความคิดความรู้สกึ ในรปู แบบ

ที่หลากหลายโดยใชก้ ลวิธกี ารนําเสนอท่ีเหมาะสมสามารถเขียนสอ่ื ความหมายไดต้ รงตามเจตนา เข้าใจไดง้ า่ ยและ
ถูกตอ้ งตามอักขระวธิ ีใช้กระบวนการเขยี นผลติ งานในทางสรา้ งสรรค์อย่างรบั ผิดชอบและเคารพในสทิ ธิของผู้อนื่

175

สมรรถนะที่ 2 คณิตศาสตร์ในชวี ิตประจำวนั
ข้อ 3. ออกแบบ อธิบาย และนาํ เสนอขอ้ มูลท่ีสือ่ ความหมายให้ผอู้ น่ื เข้าใจตรงกนั เพอื่ แสดงความ

เขา้ ใจหรือความคิดท่ีเกย่ี วกับคณติ ศาสตร์ของตนเอง โดยใชก้ ารพูดและเขยี น วตั ถุรูปธรรม รูปภาพ กราฟ
สญั ลกั ษณท์ างคณติ ศาสตร์ และตวั แทน รวมทัง้ บอกความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภาษาในชวี ติ ประจําวนั กบั ภาษาและ
สญั ลักษณท์ างคณติ ศาสตร์ไดอ้ ยา่ งหลากหลายและเหมาะสมกับเนอ้ื หาและสถานการณ์

สมรรถนะท่ี 3 การสบื สอบทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตร์
ข้อ 3. สืบสอบความรทู้ างวิทยาศาสตร์โดยสามารถต้ังคาํ ถามสําคัญ ออกแบบและวางแผนการ

สํารวจตรวจสอบขอ้ มูลเลือกใช้วัสดอุ ปุ กรณ์และเครื่องมอื ท่เี หมาะสม เก็บรวบรวมข้อมูล วเิ คราะหข์ ้อมลู และ
นําเสนอผลการสาํ รวจตรวจสอบ รวมท้ังหลกั ฐานเชิงประจักษ์ที่ไดร้ บั การยอมรับจากสาธารณะซ่งึ นาํ ไปสกู่ ารพัฒนา
ความเปน็ ผู้รักในความมีเหตผุ ลทางวิทยาศาสตร์

สมรรถนะท่ี 4 ภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่ือสาร
ข้อ 3. สามารถใชภ้ าษาท่งี ่ายและหลากหลายเพอ่ื สนทนาในหัวข้อทค่ี นุ้ เคย แสดงความคิดเห็น

ของตนเองและแลกเปล่ยี นขอ้ มูลเกีย่ วกับหัวขอ้ ท่ีตนเองคุ้นเคย สนใจ หรอื หวั ขอ้ เกีย่ วกับชีวติ ประจําวนั
ข้อ 7. สามารถหาวธิ ถี า่ ยทอดประเด็นสําคญั ที่ตนเองตอ้ งการส่ือสารในบรบิ ทท่ีหลากหลายโดย

ตอ้ งเป็นเรื่องราวท่ีตนเองจาํ ได้หรือหาวธิ ที ่จี ะถ่ายทอดเร่ืองราว
สมรรถนะที่ 5 ทักษะชีวิต และความเจริญแห่งตน
ขอ้ 1. รจู้ ักตนเอง พง่ึ ตนเอง และกาํ หนดเป้าหมายชวี ติ ตามความสามารถและความถนดั ของตน

วางแผนและดําเนนิ ชีวิตตามหลกั ของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงเพื่อไปสูเ่ ป้าหมาย

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด

ท 2.1 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/9
ท 3.1 ป.6/5 ป.6/6
ค 1.1 ป.6/11 ป.6/12
ส 3.1 ป.6/1 ป.6/2
ส 3.1 ป.6/3
ส 3.2 ป.6/1
ว 4.2 ป.6/2 ป.6/4
ต 1.2 ป.6/1 ต 4.2 ป.6/1
ศ 1.1 ป.6/3 ศ 1.1 ป.6/5
พ 4.1 ป.6/1
ง 1.1 ป.6/1 ง 1.1 ป.6/2 ง 2.1 ป.6/1.

๑๗๖

5. หนว่ ยการเรยี นรู้ E-commerce หน่วยบูรณาการ E-
คำอธิบายหนว่ ยการเรยี นรู้ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง/ปี

รหสั วิชา บ๑๖๒๐๕
commerce
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖

ขอบเขตเนอื้ หาในการเรยี นรู้
ศึกษาความรู้เบอ้ื งต้นเก่ียวกับผลิตภัณฑ์และบริการ หลักการพจิ ารณาสินค้า,ผลิตภัณฑ์และบริการ
ประเภทของบรรจุภัณฑ์ การตั้งราคาสินค้า การเปิดรา้ นคา้ ออนไลน์ การเลือกระบบรา้ นคา้ การเตรียม
ขอ้ มูลร้านค้า และการตัง้ ค่าร้านค้าบทแพลตฟอรม์ ทแี่ ตกตา่ งกนั มีความเข้าใจเก่ียวกบั ภาษอี อนไลนใ์ น
โลกยคุ ปจั จบุ นั การบริหารการขายและสง่ เสรมิ การขาย การจดั เตรยี มสนิ คา้ การตรวจสอบรายการ
คำสั่งซอ้ื การตรวจสอบการชำระเงิน หลกั การวเิ คราะห์ตลาดดิจิทัล การวิเคราะหก์ ล่มุ ลูกค้า และ
สามารถนำเคร่ืองมอื การทำการตลาดออนไลน์ไปปรบั ใชใ้ นการประกอบอาชพี ได้ในอนาคต
หมบู่ า้ นหัตถกรรมไม้แกะสลักชุมชนบา้ นถวายจงั หวัดเชียงใหม่ เป็นชุมชนที่มชี ื่อเสยี งด้านงานหัตถกรรม
มกี ารผลติ สนิ คา้ ท่โี ดดเด่นและมีคุณภาพ และมแี นวทางการพฒั นาเปน็ ผู้ประกอบการสง่ ออกใหก้ บั
ผปู้ ระกอบการในชมุ ชน โดยการสง่ ออก การตงั้ ราคาสนิ ค้า เรมิ่ มกี ารใชร้ ะบบการพาณชิ ยอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์
(Electronic Commerce) หรือ e-Commerce เพ่ือพัฒนารูปแบบของผลติ ภัณฑใ์ ห้เป็นท่ีตอ้ งการ
ของตลาดมากขึน้ ในชุมชนบา้ นถวาย ทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหมๆ่ ความสำเร็จในการ
พัฒนาผ้ปู ระกอบการและตัวผลิตภณั ฑ์จากชุมชนบ้านถวายเปน็ ผลของการมุ่งม่ันทจี่ ะทำให้สินค้าของ
ไทยกา้ วสู่สากลและเพม่ิ มูลค่าการส่งออกให้กบั ประเทศ ซ่งึ เป็นภารกจิ หลักท่ีสำนักให้คำปรึกษาธรุ กิจ
ระหว่างประเทศกรมส่งเสริมการสง่ ออกได้ดำเนนิ การมาอยา่ งต่อเน่อื ง จึงได้มองเหน็ แนวทางและคำ
สำคัญในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ บ้านถวาย E – Commerce มาพฒั นาในการเรียนรขู้ อง
ผเู้ รียน
ในหนว่ ยการเรยี นรนู้ ี้ สำหรบั นกั เรยี นในระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ มีจดุ เนน้ ในการพฒั นา
การศึกษา การฝึกทักษะการออกแบบ การคดิ สร้างสรรค์ การคดิ คำนวณ และฝึกการแก้ปัญหาใน
เนอ้ื หาตอ่ ไปน้ี
หนว่ ยที่ 1 เรอ่ื ง ความรเู้ บ้อื งต้นเกีย่ วกับผลิตภณั ฑ์และบรกิ าร
1.1 เรื่อง หลกั การพจิ ารณาสินคา้ /ผลิตภัณฑ์
1.2 เรื่อง ประเภทบรรจภุ ัณฑ์ Packing/Packaging
1.3 เรื่อง หลักการ การตง้ั ราคาสนิ ค้า
หนว่ ยท่ี 2 เรือ่ ง บ้านถวาย Ecommerce
2.1 เรอ่ื ง รจู้ ักบา้ นถวาย / ขอ้ มลู พน้ื ฐานของบ้านถวาย
2.2 เรอื่ ง สินคา้ ทน่ี า่ สนใจ / การโฆษณาสินคา้ บา้ นถวาย
2.3 เรื่อง การผลิตสนิ ค้าทมี่ อี ยูใ่ นท้องถิ่น หรือแหล่งผลิตสนิ ค้าในชมุ ชนบ้านถวาย
หน่วยที่ 3 เรอื่ ง การเปดิ รา้ นค้า ออนไลน์
3.1 เร่อื ง หลกั การเลือกระบบ รา้ นค้าออนไลน์

๑๗๗

3.2 เรือ่ ง หลักการเตรียม ข้อมูลรา้ นค้า
3.3 เรอื่ ง หลักการตงั้ ค่ารา้ นคา้ บทแพลตฟอรม์ ท่ีแตกตา่ งกนั
3.4 เรอ่ื ง ภาษีออนไลน์
หน่วยท่ี 4 เรื่อง การบริหารการขายและ ส่งเสรมิ การขาย
4.1 เรือ่ ง หลักการจัดเตรยี มสนิ คา้
4.2 เรื่อง หลกั การตรวจสอบ รายการคำส่งั ซ้อื และการตรวจสอบ การชำระเงนิ
4.3 เรอ่ื ง หลกั การวเิ คราะห์ ตลาดดิจิทัล และการวเิ คราะห์ กลมุ่ ลกู คา้
หนว่ ยที่ 5 เร่ือง กลยทุ ธ์ในการทำธุรกิจ E-Commerce (PBL จำลองธรุ กิจจริง)

5.1 เรื่อง กระบวนการจดั สง่ สนิ ค้า
5.2 เรอ่ื ง การจัดทำแผนการตลาดออนไลน์
5.3 เรอ่ื ง การสรา้ งคอนเทนต์ ให้โดดเด่น
5.4 เรอื่ ง การใช้ Google Form ทำงานหน้ารา้ น/หลังรา้ น ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ
5.5 เรื่อง กฎหมายเบื้องต้น และข้อตกลงเก่ียวกับ E-Commerce

กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
โดยจัดประสบการณ์หรอื สร้างสถานการณ์ที่ใกลต้ ัว ใหน้ ักเรียนไดศ้ ึกษาค้นคว้าจากการปฏิบตั ิ

จริง สรปุ รายงาน เพื่อพัฒนาการฝึกทักษะการออกแบบ การคดิ สร้างสรรค์ การคิดคำนวณ และฝกึ การ
แก้ปญั หา สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบ มีระเบยี บวินยั มีความรอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มี
วจิ ารณญาณ และมีความเชื่อม่นั ในตนเองรวมทง้ั ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติท่ดี ตี ่อระบบการพาณชิ ย์
อิเล็กทรอนกิ ส์ (Electronic Commerce) หรอื E-Commerce โดยการจัดการเรียนรู้ท่เี น้นการ
เรยี นรผู้ า่ นการแก้ปญั หา (problem solving approach) และการเรยี นรู้ทไ่ี ด้ลงมอื ปฏิบตั ิจรงิ
(active learning) เพื่อส่งเสรมิ สมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลัก ผ่านขอบข่ายเนอ้ื หาบรู ณาการ
หลากหลายสาระการเรยี นรู้ ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ วิทยาศาสตร์ สงั คมศึกษา
เทคโนโลยี การงานอาชีพ ศิลปะ

เมอ่ื นักเรียนไดเ้ รียนรู้ E-Commerce ผ่านการสะทอ้ นความคดิ (reflect) จากประสบการณใ์ น
การแกป้ ญั หา จะทำใหน้ กั เรียนมองเห็นปัญหาในชีวิตจรงิ ด้วยมมุ มองของตนเองและผอู้ ่นื คดิ วิเคราะห์
คดิ อย่างเปน็ ระบบ เพ่ือตดั สนิ ใจเลือกแนวทางในการแกป้ ญั หาอย่างมเี หตผุ ลและเหมาะสมกับ
สถานการณ์ มแี นวคิดที่หลากหลายและยืดหยนุ่ ในการแก้ปัญหา ตอ่ ยอดแนวคดิ และกระบวนการเรยี นรู้
เพ่ือสร้างแนวคิดใหม่หรอื แก้ปญั หาที่เกิดขนึ้ ในชีวิตจริง รวมถึงคน้ หาขอ้ มลู เพอื่ หาคำตอบของปัญหาท่ี
สนใจหรอื สรา้ งสรรค์สงิ่ ใหม่ ๆ นอกจากนนี้ ักเรียนสามารถสอื่ สาร สื่อความหมาย และนำเสนอแนวคิด
ตา่ ง ๆ เพ่อื สนับสนนุ แนวคดิ ของตนเอง หรอื โตแ้ ย้งแนวคิดของผู้อ่ืนอยา่ งสมเหตสุ มผลซึ่งนำไปสกู่ ารอยู่
ร่วมกันในสงั คมอยา่ งมีความสุข

การวัดและประเมินผล เน้นการวดั และประเมนิ ผลเพ่อื พฒั นาการเรียนรู้ ด้วยวธิ ีการท่ี
หลากหลาย โดยใหส้ อดคล้องกับบริบท และเปน็ ไปตามมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชว้ี ัด มคี วาม
กระตือรือรน้ และมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมในชนั้ เรยี น มคี วามรับผิดชอบ ส่งงานตรงเวลา มคี วามคิดริเรมิ่
สรา้ งสรรค์ เห็นคุณค่าและมเี จตคติทดี่ ีต่อคณติ ศาสตร์ มีความรู้และคุณธรรมภายใต้หลักปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง

๑๗๘

ผลลพั ธ์การเรยี นรู้
หน่วยที่ 1 เรื่อง ความร้เู บือ้ งตน้ เก่ียวกับผลิตภัณฑ์และบริการ
1.1 อธิบายหลักการพิจารณาสนิ ค้า/ผลิตภัณฑ์ และบรกิ ารได้
1.2 บอกประเภทบรรจุภัณฑ์ Packing/Packaging ได้
1.3 อธบิ ายหลักการ การต้ังราคาสินคา้ ได้
หน่วยท่ี 2 เรอ่ื ง บ้านถวาย Ecommerce
2.1 รู้จกั บา้ นถวาย / รขู้ ้อมูลพ้ืนฐานของบ้านถวาย
2.2 บอกสนิ คา้ ทน่ี ่าสนใจในบา้ นถวายได้
2.3 สามารถยกตวั อย่างการผลิตสินค้าและบริการที่มีอยู่ในท้องถน่ิ หรือแหลง่ ผลติ สินค้าและบรกิ ารใน
ชมุ ชนได้
หนว่ ยที่ 3 เรอ่ื ง การเปิดรา้ นค้า ออนไลน์
3.1 อธิบายหลักการเลอื กระบบ ร้านค้าได้
3.2 บอกการเตรยี ม ข้อมูลรา้ นค้า (หน้าร้าน/หลงั รา้ น) ได้
3.3 อธบิ ายการต้งั ค่าร้านค้า บทแพลตฟอร์มท่แี ตกตา่ งกนั ได้
3.4 มคี วามเขา้ ใจเก่ียวกับ ภาษอี อนไลน์ ในโลกยคุ ปัจจบุ ัน
หนว่ ยท่ี 4 เรื่อง การบรหิ ารการขายและ ส่งเสริมการขาย
4.1 อธิบายหลกั การจดั เตรยี มสนิ คา้ ได้
4.2 อธิบายหลกั การตรวจสอบ รายการคำสั่งซอื้ และการตรวจสอบ การชำระเงินได้
4.3 บอกหลกั การวิเคราะห์ ตลาดดิจทิ ัล และการวิเคราะห์ กลุม่ ลกู ค้าได้
4.4 นำเคร่อื งมือการทำ การตลาดออนไลน์ ไปปรับใชใ้ นชีวิตประจำวันได้
หน่วยที่ 5 เรอ่ื ง กลยทุ ธใ์ นการทำธรุ กิจ E-Commerce
5.1 สามารถพจิ ารณากระบวนการจดั ส่งสนิ คา้ ใหเ้ หมาะสมได้
5.2 สามารถจัดทำแผนการตลาดออนไลนใ์ ห้เหมาะสมได้
5.3 มคี วามเข้าใจในการสร้างคอนเทนต์ ให้โดดเด่นกว่าคู่แขง่
5.4 สามารถใช้ Google Form ทำงานหนา้ รา้ น/หลงั รา้ น ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
5.5 มคี วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั กฎหมายเบ้อื งต้น และขอ้ ตกลงเกีย่ วกบั E-Commerce (กฏ, ข้อหา้ ม, สง่ิ
ใดทำได้-ไมไ่ ด้)
5.6 สามารถจำลองธุรกิจได้อยา่ งน้อย 1 รา้ นค้า บนแพลตฟอรม์ ท่ีนักเรยี น เลอื กไดอ้ ยา่ งอิสระ

สมรรถนะท่ี 1 ภาษาไทยเพือ่ การสื่อสาร
๔. เขียนโดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ที่ชัดเจนในการสอ่ื สารข้อมูล ความรู้ ความคิดความรู้สกึ ในรปู แบบท่ี
หลากหลายโดยใชก้ ลวิธกี ารนำเสนอทเ่ี หมาะสมสามารถเขยี นสือ่ ความหมายไดต้ รงตามเจตนา เข้าใจได้
งา่ ยและถูกต้องตามอักขระวธิ ใี ชก้ ระบวนการเขยี นผลิตงานในทางสรา้ งสรรค์อย่างรบั ผดิ ชอบและเคารพ
ในสทิ ธขิ องผ้อู ่ืน

๑๗๙

๕. ใช้ภาษาไทยในการศึกษาเรยี นรู้ สรา้ งความเขา้ ใจพน้ื ฐานทางสังคมวัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาของไทย
มคี วามภาคภูมิผูกพันในความเปน็ ไทยสามารถกลั่นกรองและสืบสานส่งิ ดีงามที่บรรพบุรุษไดส้ ร้างไวแ้ ละ
พัฒนาให้มคี ณุ ค่าตอ่ ไป
๖. พดู อา่ นและเขียนภาษาไทยไดถ้ กู ตอ้ งตามอกั ขระวิธีโดยเลือกใชค้ ำศัพท์ความรู้เกย่ี วกบั หลกั ภาษา
และกลวิธตี ่าง ๆ ร่วมกับประสบการณ์ชีวิตในการนำเสนอและผลิตผลงาน
สมรรถนะท่ี 2 คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวนั
๔. เชอ่ื มโยงความรู้หรือปัญหาทางคณิตศาสตร์ทีเ่ รยี นมากบั ความรู้ปัญหาหรือสถานการณ์อื่นทต่ี นเอง
พบซง่ึ อาจเป็นการเชือ่ มโยงภายในวิชาคณิตศาสตรเ์ ช่อื มโยงคณติ ศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ่นื ๆ และเชือ่ มโยง
คณิตศาสตร์กับชีวติ ประจำวันเพื่อนำไปสกู่ ารแกป้ ัญหาและการเรียนรู้แนวคิดใหมท่ ่ีซบั ซ้อนหรอื สมบรู ณ์
ขนึ้
สมรรถนะท่ี 3 การสบื สอบทางวิทยาศาสตร์ และจติ วิทยาศาสตร์
๓. สืบสอบความรทู้ างวทิ ยาศาสตรโ์ ดยสามารถตั้งคำถามสำคญั ออกแบบและวางแผนการสำรวจ
ตรวจสอบข้อมูลเลือกใช้วัสดอุ ุปกรณ์และเครอื่ งมอื ท่ีเหมาะสม เก็บรวบรวมขอ้ มลู วเิ คราะหข์ อ้ มลู และ
นำเสนอผลการสำรวจตรวจสอบ รวมทง้ั หลกั ฐานเชิงประจักษ์ท่ไี ด้รบั การยอมรับจากสาธารณะซ่งึ นำไปสู่
การพัฒนาความเปน็ ผ้รู กั ในความมเี หตผุ ลทางวทิ ยาศาสตร์
สมรรถนะท่ี 4 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสือ่ สาร
๓. สามารถใช้ภาษาท่ีงา่ ยและหลากหลายเพ่ือสนทนาในหัวข้อท่ีคนุ้ เคย แสดงความคดิ เห็นของตนเอง
และแลกเปลี่ยนขอ้ มูลเกย่ี วกบั หัวข้อทต่ี นเองค้นุ เคย สนใจ หรือหวั ข้อเก่ียวกับชีวติ ประจำวนั
๔. สามารถสรา้ งงานเขยี นงา่ ย ๆท่มี คี วามคดิ เช่อื มโยงกนั ในประเดน็ ต่าง ๆ ที่คุ้นเคยในสาขาท่ีตนเอง
สนใจโดยเช่อื มโยงส่วนต่าง ๆ ในงานเขียนให้เปน็ ลำดับตอ่ เนือ่ งกนั ได้
สมรรถนะท่ี 5 ทักษะชวี ติ และความเจริญแห่งตน
๗. พร้อมรับความเปล่ยี นแปลงสามารถปรับตวั เผชญิ ปญั หา แกป้ ัญหายอมรบั ผลทเ่ี กิดขึ้น และฟื้นคืน
สภาพจากปญั หาได้อย่างรวดเร็ว
๘. สร้างแรงจงู ใจและนำตนเองในการเรียนรู้ เรียนร้วู ิธกี ารเรยี นรู้โดยใชท้ กั ษะการเรยี นร้หู ลากหลาย ทั้ง
ทกั ษะการเรยี นรทู้ ักษะการสบื ค้นขอ้ มูล ทักษะการสบื สอบ ทกั ษะการสร้างความรู้และนวตั กรรม รวมท้ัง
ทักษะการประยุกต์ใชค้ วามรเู้ พือ่ พัฒนาตนเองและชวี ติ
สมรรถนะที่ 6 ทกั ษะอาชพี และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
๒. กำหนดเป้าหมายในการทำงานท่ชี ัดเจน วางแผน จดั เรียงลำดบั ความสำคัญของงานและบริหารเวลา
อย่างมปี ระสิทธิภาพ
๓. ปฏบิ ัติงานอยา่ งม่งุ ม่ัน อดทนรบั ผิดชอบ และเพยี รพยายาม เพื่อใหบ้ รรลเุ ป้าหมาย
สมรรถนะท่ี 7 ทักษะการคิดข้ันสงู และนวัตกรรม
๑. คิดพจิ ารณาเร่อื งตา่ ง ๆ โดยมขี อ้ มูลเกยี่ วข้องกับเรอื่ งนั้นอยา่ งเพยี งพอสามารถวเิ คราะห์ วิพากษ์
และประเมินข้อมูลและเหตุผล สามารถสรุปความเขา้ ใจและให้ความเหน็ ในเร่อื งน้นั ๆ
๒. ใช้วจิ ารณญาณ มกี ารตัดสินใจเรือ่ งตา่ ง ๆ บนฐานของข้อมลู เหตุผลหลกั ฐานรวมท้ังการพิจารณา
อยา่ งรอบดา้ นท้ังในดา้ นคุณ โทษ และความเหมาะสมตามหลักกฎหมาย ศีลธรรม คุณธรรมค่านิยม
สมรรถนะท่ี 8 การรู้เท่าทนั ส่ือสารสนเทศ และดจิ ิทัล

๑๘๐

๑. เข้าถงึ แหล่งสอ่ื สารสนเทศ และเทคโนโลยดี ิจิทลั ท่หี ลากหลายเพ่อื ใชส้ ืบคน้ ข้อมลู และสารสนเทศที่
ต้องการอย่างเข้าใจ และเลือกเรื่องทจี่ ะเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ชมุ ชน และสังคม
๒. เข้าใจความรู้สกึ และความต้องการของตนเองเมือ่ ใชส้ ือ่ สารสนเทศ ทั้งการเข้าถงึ สง่ ต่อ และกระจาย
ขอ้ มูลขา่ วสารโดยรับผิดชอบผลกระทบทง้ั ต่อตนเองผู้อนื่ และสังคม
สมรรถนะที่ 9 การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทมี และมีภาวะผู้นำ
๒. แลกเปลี่ยนความรู้ แบง่ ปันความคิดด้วยความเตม็ ใจเพ่ือสนับสนนุ สง่ เสรมิ ให้กล่มุ บรรลุผลตาม
เป้าหมายทกี่ ำหนดรว่ มกนั
๓. รับฟัง ยอมรบั และเคารพความคดิ เห็นมุมมองท่ีแตกต่างของผ้อู ื่นอย่างจรงิ ใจเพื่อให้เกิดความเข้าใจ
อันดีระหว่างกนั อย่างแทจ้ ริง
สมรรถนะที่ 10 พลเมืองที่เขม็ แขง็ /ตืน่ รู้ ทีม่ ีจิตสำนึกสากล
๕. ติดตามสถานการณ์ เหตกุ ารณบ์ า้ นเมือง และปัญหาของชุมชน สงั คมและโลก มีสว่ นร่วมทางตรงหรือ
ทางอ้อมในการพัฒนาเปลีย่ นแปลง และแก้ไขปญั หา
สมรรถนะที่ 11 ภาษาจีนเพ่ือชวี ติ
๓. สามารถใชภ้ าษาท่ีง่ายและหลากหลายเพ่อื สนทนาในหัวข้อทีค่ นุ้ เคย แสดงความคดิ เห็นของตนเอง
และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกบั หวั ขอ้ ท่ีตนเองคนุ้ เคย สนใจ หรอื หวั ขอ้ เก่ียวกบั ชวี ิตประจำวัน
๔. สามารถสร้างงานเขียนงา่ ย ๆทมี่ คี วามคิดเชื่อมโยงกันในประเด็นตา่ ง ๆ ทค่ี ุน้ เคยในสาขาทตี่ นเอง
สนใจโดยเชอ่ื มโยงสว่ นตา่ ง ๆ ในงานเขียนให้เป็นลำดบั ตอ่ เนื่องกันได้

รหัสตัวช้ีวัด
ภาษาไทย
ท 1.1 ป.6/3 - 5 การอา่ นจบั ใจความจากสื่อต่าง ๆ
ท 3.1 ป.6/1 - 6 การพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจ การพูดรายงาน การพดู โนม้ นา้ วและวเิ คราะห์ความ
นา่ เช่อื ถือของเรอ่ื งท่ฟี ังและดจู ากส่ือต่าง ๆ
คณิตศาสตร์
ค 1.1 ป.6/9 หาผลหารของทศนยิ มทตี่ วั หารและผลหารเปน็ ทศนยิ มไม่เกนิ 3 ตำแหน่ง
ค 1.1 ป.6/10 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม 3
ขน้ั ตอน
ค 1.1 ป.6/12 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหารอ้ ยละ 2-3 ขัน้ ตอน
วิทยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว 4.2 ป 6/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย เพอื่ แกป้ ญั หาในชวี ติ ประจำวัน ตรวจหา
ขอ้ ผิดพลาด ของโปรแกรมและแก้ไข
ว 4.2 ป6/4 ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศทำงานรว่ มกนั อย่าง ปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน
เคารพ ในสิทธขิ องผู้อืน่ แจง้ ผ้เู กย่ี วขอ้ งเม่ือพบขอ้ มูล หรือบุคคลท่ไี มเ่ หมาะสม
ภาษาอังกฤษ
ต 1.3 ป.6/2 เขยี นภาพ แผนผงั และตารางแสดงขอ้ มูลตา่ งๆ ตามท่ฟี ังหรอื อา่ น

๑๘๑

ต 2.1 ป.6/1 ใช้ถอ้ ยคำ นำ้ เสยี ง และกริ ิยาท่าทางอย่างสภุ าพตามมารยาท สังคมและวัฒนธรรมของ
เจา้ ของภาษา
ต 3.1 ป.6/1 ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ ท่ีเกี่ยวข้องกบั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ื่น และนำเสนอด้วยการพดู
หรือเขยี น
ต 4.2 ป.6/1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบค้น และรวบรวมขอ้ มูลต่างๆ
สังคมศึกษา
ส 3.1 ป6/5 ติดตามขอ้ มูล ขา่ วสาร เหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ในชวี ติ ประจำวนั เลือกรบั และใชข้ อ้ มูล ข่าวสาร
ในการเรยี นรูไ้ ด้เหมาะสม
ส 3.2 ป6/1 ยกตวั อยา่ งการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ภายในท้องถ่นิ
การงานอาชพี
ง 1.1 ป.6/1 อภิปรายแนวทางในการ ทำงานและปรบั ปรงุ การ ทำงานแต่ละข้ันตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใชท้ กั ษะการจดั การใน การทำงาน และมที กั ษะการ ทำงานรว่ มกนั
ง 2.1 ป.6/1. สำรวจตนเองเพื่อวางแผนใน การเลอื กอาชพี
ง 2.1 ป.6/2 ระบคุ วามรู้ ความสามารถและ คุณธรรมทสี่ มั พนั ธก์ ับอาชพี ที่ สนใจ
ศลิ ปะ
ศ 1.2 ป.6/1 บรรยายบทบาทของงานทศั นศิลป์ ทส่ี ะทอ้ นชวี ติ และสังคม
ศ 1.2 ป.6/3 ระบุ และบรรยายอทิ ธิพลทางวัฒนธรรมในท้องถ่ินท่มี ผี ลตอ่ การสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ของ
บุคคล
พละศึกษา/สุขศกึ ษา
พ 4.1ป.6/1แสดงพฤติกรรมในการป้องกนั และแก้ไขปัญหาส่ิงแวดล้อมทีม่ ีผลต่อสุขภาพ
ภาษาจนี
ต 1.3 ป.6/2 เขยี นภาพ แผนผัง และตารางแสดงข้อมูลตา่ งๆ ตามที่ฟงั หรืออา่ น
ต 2.1 ป.6/1 ใช้ถ้อยคำ น้ำเสยี ง และกิรยิ าท่าทางอย่างสภุ าพตามมารยาท สงั คมและวฒั นธรรมของจีน
ต 3.1 ป.6/1 ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ ท่ีเกยี่ วขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนำเสนอดว้ ยการพูด
หรือเขยี น
ต 4.2 ป.6/1 ใชภ้ าษาจีนในการสืบคน้ และรวบรวมข้อมูลต่างๆ
รวมทงั้ หมด 24 ตัวชี้วัด

182

คำอธิบายรายวชิ า / หน่วยการเรียนรู้

ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปที ี่ 3

183

คำอธบิ ายรายวชิ า / หนว่ ยการเรียนรู้ ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
ภาคเรยี นที๑่

ลำดบั ที่ รหัสวิชา วชิ า
1 ค๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร์
2 อ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ
3 ส๒๑๑๐๑ สงั คม(พระพุทธศาสนา,ประวตั ิศาสตร,์ ภมู ศิ าสตร)์
4 ว๒๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์
5 จ๒๑๒01 ภาษาจนี *(วิชาเพ่มิ เติม)
6 ภ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย
7 ศ๒๑๑๐๑ ดนตรี-นาฏศลิ ป์
8 พ๒๑๑๐๒
9 บ๒๑๑๐๕ พละ
10 บ๒๑๑๐๗ E-coding *(วิชาเพิ่มเตมิ )
11 บ๒๑๑๐๑
12 บ๒๑๑03 วิถลี ้านนาสู่สากล
13 บ21115 พฤกษศาสตร์และสงิ่ แวดลอ้ ม
14 ค๒๑๑๐๑
เกษตรอินทรยี ์
ต้นแก้ววัยใส
คณติ ศาสตร์

184

คำอธบิ ายรายวชิ า / หนว่ ยการเรียนรู้ ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
ภาคเรยี นที๒่

ลำดบั ที่ รหัสวิชา วชิ า
1 ค๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร์
2 อ๒๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ
3 ส๒๑๑๐๒ สงั คม(พระพุทธศาสนา,ประวตั ิศาสตร,์ ภมู ศิ าสตร)์
4 ว๒๑๑๐๒ วทิ ยาศาสตร์
5 จ๒๑๒0๒ ภาษาจนี *(วิชาเพ่มิ เติม)
6 ภ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย
7 ศ๒๑๑๐๒ ดนตรี-นาฏศลิ ป์
8 พ๒๑๑๐๔
9 บ๒๑๒๐๕ พละ
10 บ๒๑๑๐๘ E-coding *(วิชาเพิ่มเตมิ )
11 บ๒๑๑๐๑
12 บ๒๑๑03 วิถลี ้านนาสู่สากล
13 บ21115 พฤกษศาสตร์และสงิ่ แวดลอ้ ม
14 ค๒๑๑๐๒
เกษตรอินทรยี ์
ต้นแก้ววัยใส
คณติ ศาสตร์

185

คำอธบิ ายรายวชิ า / หนว่ ยการเรยี นรู้ ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ภาคเรยี นท๑่ี

186

รหสั วชิ า บ 21105 คำอธิบายหนว่ ยการเรยี นรู้ E-Coding 1
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ หนว่ ยบรู ณาการ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง
ภาคเรียนท่ี ๑

ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรียนรู้

ศกึ ษาและปฏิบัตกิ ารเกี่ยวกบั ไมโครคอนโทรลเลอร์และการเขียนโปรแกรม Stem VS Arduino โครงสร้าง
โปรแกรมของArduino คำสง่ั ควบคุมการทำงาน ตวั กระทำ ทางคณิตศาสตร์,เปรียบเทียบ,ตรรกะ ไวยากรณ์ภาษา
ของ Arduino ตวั แปร ค่าคงท่ี การติดตั้งซอฟต์แวร์ สำหรับเขยี นโปรแกรมควบคุม ฟงั ก์ชัน่ เก่ียวกนั การแสดงผล

แบบการฟกิ LCD สี ปฏิบตั กิ ารการแสดงผลแบบกราฟิก LCD สี ศกึ ษา วเิ คราะห์ ออกแบบ สรา้ งโครงงานอยา่ ง
ง่ายตามแบบท่ี กำหนดให้ และอธบิ ายการทำงานด้วยหลกั การทางวิทยาศาสตร์

เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจท่ีเกี่ยวข้องกับไมโครคอนโทรลเลอร์ การเชื่อมต่อพอร์ตกบั อปุ กรณไ์ ฟฟ้า
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เพื่อเพ่มิ ทกั ษะความชำนาญและความรู้ในการใช้โปรแกรมภาษา C โดยใช้วงจรควบคุมร่วมกบั
โปรแกรม คอมพิวเตอร์ในการอา่ นค่าและประมวลผลขอ้ มลู ในการทำการทดลองและการทำโครงงาน อยา่ งมี

คุณธรรม จริยธรรมและคา่ นิยมท่ีพงึ ประสงค์
แนวทางการจดั การเรยี นรปู ใช้กระบวนการสืบเสาะ การสาธิต การลงมือปฏิบัติ การจัดการเรียนรู้โดยใช้

ปญั หาเป็นฐาน (PBL) และการจดั การเรียนรแู้ บบสืบเสาะ (5Es) ท้ังนเี้ พือ่ ใหน้ กั เรียนตระหนกั และเห็นคณุ คา่ ใน
ทรัพยากรในทอ้ งถน่ิ สามารถนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มเี หตุผล ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมน่ั ในการ
ทำงาน

สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่ือการส่ือสาร

2. คณิตศาสตรใ์ นชีวติ ประจำวัน
3. กระบวนการสืบสอบทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพื่อการสอ่ื สาร

5. ทักษะชีวิตและความเจรญิ แห่งตน
6. อาชพี และการเป็นผปู้ ระกอบการ

7. ทักษะการคิดชนั้ สูงและนวัตกรรม
8. การรเู้ ทา่ ทนั ส่ือสารสนเทศและดิจิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทีมและมีภาวะผูน้ ำ

10. การเปน็ พลเมอื งต่นื ร้แู ละมีจติ สำนึกสากล
11. ภาษาจนี เพ่อื ชีวิต

ตวั ช้วี ัด
ท1.1 ม.1/7
ค1.2 ม.1/1

ต1.1 (อังกฤษ)
ว4.2

รวมทั้งหมด ๔ ตัวชว้ี ดั

187

รหสั วิชา บ 21107 คำอธิบายหน่วยการเรยี นรู้ วิถีล้านนาสสู่ ากล1
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยบูรณาการ เวลา ๒๐ ชั่วโมง
ภาคเรยี นท่ี ๑

ขอบเขตเนอื้ หาในการเรยี นรู้

ศกึ ษาความรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกบั ประวัตศิ าสตร์และความเปน็ มาของอาณาจักรลา้ นนา ซึ่ง จังหวัด
เชียงใหม่เปน็ ศูนย์กลางของอาณาจักรและเป็นถน่ิ ทอี่ ยอู่ าศัยของนักเรยี น กลุ่มชาตพิ ันธุล์ ้านนา ซงึ่ ประกอบดว้ ย
จำนวน 7 กลมุ่ ชน ไดแ้ ก่ ไท ใหญ่ ไทล้ือ ไทยอง ไทเขนิ ไทยวน ไทหยา่ และไทพวนและศกึ ษาศิลปะการแสดง(ฟ้อน

เลบ็ )เป็นศลิ ปะที่แสดงออกมาจึงมีลีลาค่อนข้างช้าออ่ นชอ้ ยงดงามอยใู่ นตวั เอง ประณีตในทา่ รำ อนั ได้แกป่ ระเภท
ฟอ้ นต่างๆ นบั ว่าฟอ้ นเปน็ ตัวแทนของศลิ ปะภาคเหนือไดด้ ียิง่

เพื่อใหน้ ักเรยี นได้มคี วามเขา้ ใจ เกีย่ วกบั ประวัตศิ าสตรล์ า้ นนาในอดตี ที่มีผลตอ่ จิตสำนกึ ความภาคภูมใิ จ
ในทอ้ งถิ่น พัฒนาการ ทางสังคม วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ โดยใชก้ ระบวนการทางประวัติศาสตร์สงั เคราะห์
ขอ้ มลู ตระหนักและเหน็ คณุ ค่าเกีย่ วกับประวตั ศิ าสตรแ์ ละความเปน็ มาของอาณาจักรลา้ นนา ประวัติศาสตรข์ อง

จงั หวดั เชยี งใหมเ่ กี่ยวกบั ชาตพิ ันธุอ์ นุรักษค์ วามเปน็ ชาติพนั ธุ์ล้านนา และมีความรเู้ ก่ียวกับการฟ้อนเล็บเพอ่ื เป็นการ
อนรุ กั ษศ์ ลิ ปะการแสดงล้านนา สามารถนำความรไู้ ปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน มเี หตุผล ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่ันใน

การ ทำงาน รักความเปน็ ไทย ในชวี ติ ประจำวัน มุ่งเนน้ “การปฏิบตั ”ิ โดยมีเนื้อหาความรู้ ทักษะ เจตคติ และ
คุณลักษณะทีจ่ ำเป็นตอ่ การนำไปสู่สมรรถนะและได้ฝึกฝนการใช้ความรใู้ นสถานการณ์ตา่ ง ๆ

แนวทางการจดั การเรยี นรปู ใช้กระบวนการสืบเสาะ การสาธติ การลงมอื ปฏบิ ัติ การจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้

การอภปิ ราย การจัดการเรียนรโู้ ดยใช้เกม การจัดการเรียนรู้โดยใชบ้ ทเรยี นโปรแกรม สอ่ื การเรยี นรู้ทใ่ี ช้มีความ
หลากหลายมที งั้ สอ่ื ประเภทวัสดุ ได้แก่ สไลด์ ซที หนงั สือเรยี น เอกสารประกอบการเรยี น สอื่ ประเภทเทคนิคหรอื

วิธีการได้แก่ การสาธิต การอภปิ รายกลุ่ม การฝึกปฏิบัติงาน การเสนองานหน้าช้ัน การจดั นทิ รรศการและส่ือ
ประเภทคอมพิวเตอร์ได้แก่การใช้บทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอน เกม การ์ตูน แอพลเิ คชั่นและอินเตอร์เนต็

สมรรถนะ

1. ภาษาไทยเพื่อการสอื่ สาร
2. คณิตศาสตร์ในชวี ิตประจำวัน

3. กระบวนการสบื สอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพ่อื การส่ือสาร
5. ทกั ษะชวี ิตและความเจรญิ แห่งตน

6. อาชีพและการเปน็ ผู้ประกอบการ
7. ทกั ษะการคิดช้นั สูงและนวตั กรรม

8. การรูเ้ ท่าทันส่ือสารสนเทศและดิจทิ ัล
9. การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผนู้ ำ
10. การเป็นพลเมืองตน่ื รูแ้ ละมีจิตสำนกึ สากล

11. ภาษาจีนเพือ่ ชวี ิต

188

ตวั ช้ีวัด
ค1.3 ม.1/2 ศ 1.1 ม1/4 ต 1.2 ม 1/4,ม 1/5 ค1.3 ม.1/2 ค1.3 ม.1/- ว 1.2 ม.1/1 -
ม.1/5 ศ 1.1 ม1/4 ต 1.3 ม 1/3 ค1.3 ม.1/3 ค2.2 ม.1/2 ว 2.1 ม.1/1-ม.1/10
ง 4.1 ม.1/2 ศ 1.1 ม1/4 ศ 3.1 ม1/3 ศ 3.2 ม1/1 ต 2.2 ม1/2
ต 4.1 ม 1/1

รวมทัง้ หมด ๓๑ ตัวชว้ี ดั


Click to View FlipBook Version