189
รหัสวชิ า บ 2110๑ คำอธบิ ายหน่วยการเรยี นรู้ พฤกษศาสตร์และส่งิ แวดล้อม 1
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๖๐ ช่วั โมง
ภาคเรยี นที่ ๑
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรียนรู้
ศกึ ษาเก่ียวกับชนดิ และลักษณะของพชื พรรณไม้ รวมท้งั แนวทางการสง่ เสรมิ และอนรุ ักษพ์ นั ธุกรรมพืชท่ีมี
ประโยชนต์ อ่ การดำเนินชีวติ และมีคณุ คา่ ตอ่ ระบบนิเวศของชมุ ชน โดยการจดั ทำปา้ ยช่อื พรรณไม้โดยการเรยี นรู้การ
กำหนดพื้นที่ศึกษา สำรวจและจัดทำผังพรรณไม้แล้วศึกษาพรรณไม้นำข้อมูลมาทำทะเบียนพรรณไม้ ทำและติด
แสดงปา้ ยชอื่ พรรณไมส้ มบูรณ์ นำไปสกู่ ารรชู้ อ่ื รู้ลักษณะตา่ ง ๆ รวมถึงรจู้ ักการใชป้ ระโยชน์ของพชื
ใช้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) การแก้ปัญหาด้วยวิธีการทาง
วทิ ยาศาสตร์ การอภปิ ราย และการทำงานเป็นทมี
เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั ชนิด ลักษณะและประโยชนข์ องพชื พรรณไม้ สามารถกำหนด
พื้นที่ศึกษาและจัดทำแผนผังพรรณไม้ มีทักษะในการจัดทำป้ายชื่อและทะเบียนพรรณไม้ ตลอดจนรู้ถึงวิธีการ
จดั การขอ้ มูลพรรณไม้ อนั จะสง่ เสรมิ ให้ผ้เู รียนเกดิ ความตระหนกั และเล็งเห็นคุณคา่ ของพืชพรรณไม้ได้
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่อื การสอ่ื สาร
2. คณติ ศาสตรใ์ นชีวติ ประจำวนั
3. กระบวนการสืบสอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจติ วิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร
5. ทักษะชีวติ และความเจริญแหง่ ตน
6. อาชพี และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
7. ทักษะการคิดช้ันสงู และนวตั กรรม
8. การรูเ้ ท่าทนั ส่ือสารสนเทศและดิจทิ ัล
9. การทำงานแบบรวมพลังเปน็ ทมี และมีภาวะผู้นำ
10. การเป็นพลเมืองตนื่ รู้และมจี ติ สำนึกสากล
11. ภาษาจนี เพ่ือชีวิต
ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ม.1/1 ค 1.1 ม.1/1 ค 1.1 ม.1/2 ว 1.2 ม.1/6-8, 14-15
ว 4.2 ม.1/1ม.1/2,ม.1/3 ต 2.1 ม.1/1-3 ศ 1.1 ม1/6 ส 1.2 ม.1/1, ม.1/2
รวมทั้งหมด ๑๗ ตวั ชวี้ ัด
190
รหัสวิชา บ 2110๓ คำอธบิ ายหน่วยการเรยี นรู้ เกษตรอนิ ทรยี ์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยบูรณาการ เวลา ๖๐ ชั่วโมง
ภาคเรยี นที่ ๑
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรียนรู้
ศกึ ษา เรียนรเู้ กี่ยวกบั การดำรงชวี ติ ของพืช วงจรชีวติ ของพชื การปลกู การดูแลรกั ษา การเก็บเกี่ยวและ
การแปรรูปผลผลิต ทางการเกษตร สุขภาพดนิ ระบบนิเวศวทิ ยา ความหลากหลายทางชีวภาพและวงจรธรรมชาติ
ของพ้ืนทใี่ นโรงเรียน ชมุ ชน โดยใช้วิธเี กษตรอนิ ทรยี ์ ผสมผสานองค์ความรู้พืน้ บ้าน นวัตกรรมและความรู้ทาง
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการพฒั นาการเกษตรเพ่อื ให้ได้ผลผลิตที่ดี ปลอดสารเคมี รวมถึงการป้องกนั มลพิษ
และการปนเปื้อนผลผลติ ทางการเกษตร ในรปู แบบผักปลอดสารพิษและพืชสมนุ ไพร เพอื่ สขุ ภาพท่ีดีของตนเอง
และครอบครวั เปรยี บเหมือนการทานอาหารให้เป็นยา ทั้งน้ยี งั ต้องเรยี นรเู้ กีย่ วกับกฎหมายการเกษตรและ
กฎหมายค้มุ ครองผบู้ รโิ ภค
เพอื่ ใหน้ ักเรยี นมีความสามารถในการประยกุ ต์ใช้ความรู้ทกั ษะเจตคติ และคุณลกั ษณะตา่ ง ๆ อย่างเป็น
องคร์ วมในการปฏิบัติงาน การแก้ปญั หา เกดิ ทักษะการคิดวิเคราะห์ การเปรยี บเทยี บ ร้จู ักการสรปุ องคค์ วามรู้ หา
วธิ ีการทเี่ หมาะสมในการสอ่ื สารนำเสนอให้ผอู้ ่นื ไดร้ ับทราบ และสามารถนำความรู้ท่ีไดไ้ ปประยุกต์เชื่อมโยงกบั
ชวี ติ ประจำวัน เรียนรเู้ พือ่ ใหส้ ามารถใชก้ ารไดจ้ รงิ ในสถานการณต์ า่ ง ๆ ในชีวิตประจำวนั ม่งุ เน้น “การปฏบิ ัติ”
โดยมีเนอ้ื หาความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคุณลกั ษณะทจี่ ำเปน็ ต่อการนำไปสู่สมรรถนะและได้ฝึกฝนการใช้ความร้ใู น
สถานการณ์ต่าง ๆ
แนวทางการจัดการเรยี นรปู ใช้กระบวนการสบื เสาะ การสาธิต การลงมอื ปฏบิ ัติ การจดั การเรยี นรู้โดยใช้
ปญั หาเป็นฐาน (PBL) และการจดั การเรียนร้แู บบสบื เสาะ (5Es) ท้งั น้เี พอื่ ใหน้ ักเรยี นตระหนกั และเหน็ คณุ ค่าใน
ทรัพยากรในทอ้ งถิน่ สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวนั มีเหตุผล ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมั่นในการ
ทำงาน
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่ือการส่ือสาร
2. คณิตศาสตร์ในชวี ิตประจำวนั
3. กระบวนการสืบสอบทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์
4. ภาษาองั กฤษเพือ่ การสอ่ื สาร
5. ทักษะชีวิตและความเจรญิ แหง่ ตน
6. อาชพี และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
7. ทกั ษะการคิดชน้ั สงู และนวัตกรรม
8. การรเู้ ท่าทันส่ือสารสนเทศและดจิ ทิ ัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทมี และมภี าวะผนู้ ำ
10. การเป็นพลเมอื งตืน่ รูแ้ ละมจี ิตสำนึกสากล
11. ภาษาจนี เพอ่ื ชีวติ
191
ตวั ชีว้ ัด
ท 2.1 ม 1/3 ว 2.1 ม.1/1-ม.1/10 ว 1.2 ม.1/1 - ม.1/5
ว 1.2 ม.1/6 -ม.1/18 ค1.3 ม.1/2 ง 1.1 ม.1/3 ศ 1.1 ม1/2 ศ 1.1 ม1/5
ต 1.2 ม1/4 ว 1.2 ม.1/1 - ม.1/5 ค1.3 ม.1/2 ศ 1.1 ม1/2 ศ 1.1 ม1/5
ต 3.1 ม1/1 ศ 1.1 ม1/2 ศ 1.1 ม1/5 ต 3.1 ม1/1
รวมทง้ั หมด ๓๖ ตัวช้วี ัด
192
รหสั วชิ า บ 211๑๕ คำอธิบายหน่วยการเรยี นรู้ ต้นแก้ววยั ใส 1
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ หน่วยบูรณาการ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
ภาคเรยี นท่ี ๑
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรียนรู้
การศึกษาเกย่ี วกับสุขภาพและพัฒนาการของวัยรนุ่ การเปล่ยี นแปลงทางดา้ นร่างกายและอารมณ์ การดแู ล
และพัฒนาตนเองให้เตบิ โตสมวยั กฎหมายสทิ ธิเด็กและเยาวชน สทิ ธขิ ้ันพนื้ ฐานของเด็ก พระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครอง
เดก็ การใช้สอื่ เทคโนโลยี โปรแกรมพนื้ ฐานในการทำงาน และการประยุกตใ์ ช้โปรแกรมในการสร้างสรรค์ผลงาน ฝกึ
ปฏิบตั มิ ารยาททางสงั คม สง่ เสริมปลกู ฝงั คุณธรรมจรยิ ธธรรม วางแผนทางด้านการเงนิ การฏิบัติตนอย่อู ยา่ ง
พอเพียง ศกึ ษากฎหมายจราจรนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ และฝึกปฏิบตั เิ ปน็ อาสาจราจร
แนวทางการจัดการเรียนรูปใชก้ ระบวนการสืบเสาะ การสาธติ การลงมือปฏบิ ัติ การจดั การเรียนรู้โดยใช้การ
อภปิ ราย การจดั การเรียนรโู้ ดยใช้เกม การจัดการเรยี นรู้โดยใช้บทเรยี นโปรแกรม สอ่ื การเรียนรูท้ ใี่ ชม้ คี วาม
หลากหลายมที ้ังสอ่ื ประเภทวัสดุ ไดแ้ ก่ สไลด์ ซีท หนังสอื เรยี น เอกสารประกอบการเรยี น สอ่ื ประเภทเทคนิคหรอื
วิธีการ ได้แก่ การสาธติ การอภิปรายกลุ่ม การฝกึ ปฏบิ ัตงิ าน การเสนองานหนา้ ชน้ั การจดั นทิ รรศการและสือ่
ประเภทคอมพิวเตอร์ ได้แก่ การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน เกม การ์ตนู แอพลิเคชัน่ และอินเตอรเ์ น็ต
เพอ่ื ใหน้ กั เรียนมคี วามสามารถในการประยกุ ตใ์ ช้ความรทู้ ักษะเจตคติ และคุณลกั ษณะต่าง ๆ อย่างเป็นองค์
รวมในการปฏบิ ัตงิ าน การแกป้ ัญหา เกดิ ทักษะการคดิ วิเคราะห์ การเปรยี บเทียบ รู้จักการสรุปองคค์ วามรู้ หาวธิ ีการ
ท่เี หมาะสมในการสอื่ สารนำเสนอให้ผอู้ น่ื ได้รบั ทราบ และสามารถนำความรูท้ ไี่ ดไ้ ปประยุกตเ์ ช่อื มโยงกับ
ชีวิตประจำวัน เรียนรู้เพอื่ ให้สามารถใช้การได้จรงิ ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวัน มุง่ เน้น “การปฏบิ ัติ” โดย
มีเนอ้ื หาความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคณุ ลักษณะที่จำเป็นต่อการนำไปสูส่ มรรถนะและไดฝ้ ึกฝนการใชค้ วามรใู้ น
สถานการณ์ต่าง ๆ
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพื่อการส่ือสาร
2. คณิตศาสตร์ในชวี ิตประจำวนั
3. กระบวนการสบื สอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตร์
4. ภาษาองั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร
5. ทักษะชีวติ และความเจริญแห่งตน
6. อาชีพและการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
7. ทกั ษะการคิดชัน้ สูงและนวัตกรรม
8. การรเู้ ทา่ ทันสอ่ื สารสนเทศและดจิ ิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทมี และมภี าวะผ้นู ำ
10. การเปน็ พลเมืองต่นื รแู้ ละมีจติ สำนึกสากล
11. ภาษาจีนเพ่อื ชวี ิต
193
ตวั ชว้ี ัด
ท2.1ม.1/5 ค 1.3 ม.1/2 ค 1.3 ม.1/3 พ 1.1 ม.1/1 พ 1.1 ม.1/2 พ 1.1 ม.1/3
พ 1.1 ม.1/4 พ2.1 ม.1/1 พ2.1 ม.1/2 ว 2.1 ม.1/1-ม.1/10
ว 1.2 ม.1/1 - ม.1/5 ง4.1 ม.1/1 ศ 1.1 ม1/2 ต 1.2 ม 1/1 ต 1.3ม 1/1
ส2.1 ม.1/1 ศ 1.1 ม1/1 ต 1.2 ม 1/4 ส1.1 ม.1/5 ง1.1 ม.1/2 ศ 1.1 ม1/1
ต 1.1ม 1/1 ค 2.2 ม.1/1 ค 2.2 ม.1/2 ง 4.1 ม.1/1 ศ 1.1 ม1/5 ต 3.1ม.1/1
ส1.1 ม.1/8 ง1.1 ม.1/3 ศ 1.1 ม1/5 ต 1.1ม.1/1 ค 1.3 ม.1/2 ค 2.2 ม.1/1
ค 2.2 ม.1/2 ง 4.1 ม.1/2
รวมท้งั หมด ๔๘ ตัวชี้วดั
194
ภาคเรียนท๒่ี
195
รหสั วชิ า บ 21๒๐๕ คำอธบิ ายหนว่ ยการเรียนรู้ E-Coding 2
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง
ภาคเรียนท่ี ๒
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรียนรู้
ศกึ ษาและปฏิบัติการเกี่ยวกับไมโครคอนโทรลเลอร์และการเขยี นโปรแกรม เรยี นรูอ้ ุปกรณร์ ับและแสดงผล
ขอ้ มูลเรยี นรู้อปุ กรณร์ ับและแสดงผลข้อมูล ศกึ ษา วเิ คราะห์ ออกแบบ สรา้ งโครงงานอย่างง่ายตามแบบที่
กำหนดให้ และอธบิ ายการทำงานดว้ ยหลกั การทางวิทยาศาสตร์
เพอื่ ให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจทเ่ี กยี่ วข้องกบั ไมโครคอนโทรลเลอร์ การเชือ่ มต่อพอรต์ กับอุปกรณไ์ ฟฟ้า
อเิ ล็กทรอนิกส์ เพือ่ เพิ่มทกั ษะความชำนาญและความรู้ในการใชโ้ ปรแกรมภาษา C โดยใชว้ งจรควบคมุ ร่วมกับ
โปรแกรม คอมพิวเตอรใ์ นการอา่ นคา่ และประมวลผลขอ้ มูลในการทำการทดลองและการทำโครงงาน อยา่ งมี
คุณธรรม จริยธรรมและค่านยิ มทีพ่ งึ ประสงค์
แนวทางการจดั การเรียนรูปใช้กระบวนการสืบเสาะ การสาธิต การลงมือปฏิบัติ การจัดการเรยี นรู้โดยใช้
ปัญหาเปน็ ฐาน (PBL) และการจัดการเรียนรแู้ บบสบื เสาะ (5Es) ทั้งนเ้ี พอื่ ให้นักเรยี นตระหนักและเหน็ คุณค่าใน
ทรพั ยากรในทอ้ งถ่นิ สามารถนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวนั มเี หตุผล ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมนั่ ในการ
ทำงาน
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่อื การส่ือสาร
2. คณิตศาสตร์ในชีวติ ประจำวัน
3. กระบวนการสบื สอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจติ วิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพ่ือการสอ่ื สาร
5. ทกั ษะชีวติ และความเจรญิ แหง่ ตน
6. อาชพี และการเป็นผปู้ ระกอบการ
7. ทกั ษะการคดิ ชัน้ สูงและนวตั กรรม
8. การรู้เท่าทนั สือ่ สารสนเทศและดจิ ทิ ัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทมี และมภี าวะผ้นู ำ
10. การเป็นพลเมอื งต่นื รแู้ ละมีจติ สำนึกสากล
11. ภาษาจีนเพ่อื ชีวติ
ตัวชี้วัด ต1.1 (อังกฤษ) ว4.2
ท1.1 ม.1/7 ค1.2 ม.1/1
รวมทั้งหมด ๔ ตัวชี้วัด
196
รหัสวชิ า บ 21๑๐๘ คำอธบิ ายหน่วยการเรียนรู้ วิถลี า้ นนาสูส่ ากล2
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ หนว่ ยบรู ณาการ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง
ภาคเรยี นที่ ๒
ขอบเขตเนอื้ หาในการเรียนรู้
ศกึ ษาความรู้เกี่ยวกบั วฒั นธรรมล้านนา ศกึ ษาด้านภาษา วรรณกรรม และตวั อักขระล้านนา ศาสนา ความ
เช่ือ การเขียนตัวอกั ษรลา้ นนา สภุ าษติ ล้านนา ศกึ ษากฎหมายท่ีเกย่ี วข้องกับภมู ิปญั ญาและลขิ สิทธ์ิ ศกึ ษาประวัติ
ความเป็นมาของเครือ่ งดนตรีพนื้ บ้านล้านนา ศกึ ษาวิธีการเล่นเครอ่ื งดนตรพี ืน้ บา้ นล้านนา
เพ่ือใหน้ ักเรียนได้มคี วามเขา้ ใจวัฒนธรรมล้านนา ภาษาลา้ นนา วรรณกรรม และตัวอกั ขระล้านนา ศาสนา
ความเช่ือ การเขยี นตัวอกั ษรลา้ นนา สุภาษติ ล้านนา กฎหมายทเี่ กย่ี วข้องกับภูมปิ ญั ญาและลขิ สิทธิ์ วิธกี ารเลน่
เครอ่ื งดนตรพี น้ื บา้ นล้านนา ตระหนักและเหน็ คณุ ค่าเกย่ี วกับวฒั นธรรมลา้ นนา สามารถนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชนใ์ น
ชีวติ ประจำวนั มีเหตุผล ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ ม่นั ในการ ทำงาน รักความเป็นไทย ในชีวิตประจำวัน มุ่งเนน้ “การปฏบิ ตั ิ”
โดยมีเน้ือหาความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคุณลักษณะทจี่ ำเปน็ ตอ่ การนำไปสสู่ มรรถนะและไดฝ้ กึ ฝนการใชค้ วามรู้ใน
สถานการณ์ต่าง ๆ
แนวทางการจัดการเรียนรปู ใช้กระบวนการสบื เสาะ การสาธิต การลงมือปฏิบตั ิ การจัดการเรียนรู้โดยใช้
การอภิปราย การจดั การเรียนรโู้ ดยใช้เกม การจดั การเรียนรูโ้ ดยใชบ้ ทเรียนโปรแกรม ส่อื การเรยี นรทู้ ใี่ ช้มีความ
หลากหลายมที ัง้ สื่อประเภทวัสดุ ไดแ้ ก่ สไลด์ ซที หนังสือเรียน เอกสารประกอบการเรยี น ส่ือประเภทเทคนิคหรือ
วิธกี ารได้แก่ การสาธิต การอภปิ รายกลมุ่ การฝกึ ปฏบิ ัตงิ าน การเสนองานหน้าชัน้ การจัดนิทรรศการและสือ่
ประเภทคอมพิวเตอรไ์ ดแ้ ก่การใชบ้ ทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน เกม การต์ นู แอพลิเคชนั่ และอนิ เตอรเ์ น็ต
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่ือการส่ือสาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชีวติ ประจำวัน
3. กระบวนการสบื สอบทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสือ่ สาร
5. ทักษะชวี ิตและความเจริญแห่งตน
6. อาชพี และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
7. ทกั ษะการคดิ ชน้ั สงู และนวัตกรรม
8. การรูเ้ ทา่ ทันส่ือสารสนเทศและดิจทิ ัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทมี และมภี าวะผ้นู ำ
10. การเปน็ พลเมืองต่ืนร้แู ละมีจติ สำนกึ สากล
11. ภาษาจีนเพื่อชีวติ
ตัวชีว้ ัด ต 3.1ม.1/1 ง 4.1 ม1/3 ศ 1.1 ม1/2 ต 3.1ม.1/1
ศ 1.1 ม1/5 ต 1.2ม.1/4 ศ 2.2 ม1/2 ต 3.1ม.1/1
ง 4.1 ม1/2 ศ 2.2 ม1/1
รวมทั้งหมด ๑๐ ตวั ชีว้ ดั
197
รหัสวิชา บ 21๑๐๒ คำอธิบายหนว่ ยการเรียนรู้ พฤกษศาสตร์และส่งิ แวดล้อม 2
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๖๐ ช่วั โมง
ภาคเรียนท่ี ๒
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
ศึกษาเกย่ี วกบั พรรณไม้ทส่ี นใจ ขอ้ มูลพ้นื บา้ นของพรรณไม้ รวมทงั้ การรวบรวมผลการเรยี นรพู้ รรณไม้ อัน
เปน็ แนวทางการสง่ เสรมิ และอนุรกั ษพ์ นั ธกุ รรมพืชท่มี ปี ระโยชน์และมีคณุ คา่ ต่อการดำเนนิ ชวี ิตและระบบนิเวศของ
ชมุ ชน
ใช้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) การแก้ปัญหาด้วยวิธีการทาง
วทิ ยาศาสตร์ การอภปิ ราย และการทำงานเปน็ ทีม
เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับลักษณะและประโยชนข์ องพรรณไม้ท่ีสนใจ รู้จักข้อมูลพ้ืนบ้าน
ของพรรณไม้ และสามารถสรุปรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้ อันจะส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของพืช
พรรณไม้ได้
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพือ่ การสอื่ สาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชวี ติ ประจำวนั
3. กระบวนการสืบสอบทางวทิ ยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตร์
4. ภาษาองั กฤษเพอื่ การสอื่ สาร
5. ทกั ษะชวี ติ และความเจรญิ แห่งตน
6. อาชีพและการเปน็ ผู้ประกอบการ
7. ทกั ษะการคิดช้นั สูงและนวตั กรรม
8. การรเู้ ท่าทนั สอ่ื สารสนเทศและดิจทิ ัล
9. การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมภี าวะผ้นู ำ
10. การเป็นพลเมอื งตื่นร้แู ละมจี ติ สำนกึ สากล
11. ภาษาจีนเพือ่ ชีวติ
ตวั ชีว้ ดั ค 1.1 ม.1/2 ว 1.2 ม.1/6-8, 14-15
ท 1.1 ม.1/1 ค 1.1 ม.1/1 ต 2.1 ม.1/1-3 ศ 1.1 ม1/6 ส 1.2 ม.1/1, ม.1/2
ว 4.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
รวมทัง้ หมด ๑๗ ตวั ช้วี ัด
198
รหัสวิชา บ 21๒๐๓ คำอธบิ ายหนว่ ยการเรียนรู้ เกษตรอินทรยี ์
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ หน่วยบูรณาการ เวลา ๖๐ ชั่วโมง
ภาคเรียนท่ี ๒
ขอบเขตเนอื้ หาในการเรียนรู้
ศกึ ษา เรยี นร้เู กี่ยวกบั แนวทางเกษตรอนิ ทรีย์ ไดแ้ ก่ การหมนุ เวยี นธาตอุ าหาร การพึ่งพากลไกธรรมชาตใิ น
การทำเกษตร การพ่งึ พาตนเองด้านปจั จัยการผลิต เป็นต้น การทำปุ๋ยอินทรยี ์ รวมถงึ ปญั หาและแนวทางการแก้ไข
ในการผลิตปุ๋ยอนิ ทรยี ์ ประเภท การปลูก การดูแล และการเก็บเกย่ี วพืชผักสวนครวั ประเภท ความปลอดภัย
การใช้ แอพลิเคชั่นเข้ามาใช้ในการควบคุมระบบการทำงานต่างๆ และนวัตกรรมเทคโนโลยกี ารเกษตร รวมถึงใน
เร่ืองการจดั การผลผลติ
เพ่ือให้นักเรียนมีความสามารถในการประยกุ ต์ใช้ความรูท้ ักษะเจตคติ และคุณลักษณะต่าง ๆ อย่างเปน็
องค์รวมในการปฏบิ ัตงิ าน การแก้ปัญหา เกดิ ทักษะการคิดวิเคราะห์ การเปรยี บเทียบ ร้จู ักการสรุปองคค์ วามรู้ หา
วธิ กี ารทีเ่ หมาะสมในการส่อื สารนำเสนอให้ผ้อู นื่ ไดร้ ับทราบ และสามารถนำความรู้ทไ่ี ด้ไปประยกุ ต์เช่ือมโยงกับ
ชวี ติ ประจำวนั เรยี นรูเ้ พื่อให้สามารถใชก้ ารไดจ้ ริงในสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวนั มุ่งเนน้ “การปฏิบัติ”
โดยมเี นื้อหาความรู้ ทักษะ เจตคติ และคณุ ลกั ษณะท่จี ำเป็นตอ่ การนำไปสสู่ มรรถนะและได้ฝกึ ฝนการใชค้ วามรู้ใน
สถานการณต์ ่าง ๆ
แนวทางการจดั การเรยี นรูปใช้กระบวนการสบื เสาะ การสาธิต การลงมือปฏบิ ัติ การจัดการเรียนร้โู ดยใช้
ปญั หาเป็นฐาน (PBL) และการจดั การเรียนรู้แบบสบื เสาะ (5Es) ทงั้ น้เี พือ่ ใหน้ กั เรยี นตระหนักและเห็นคณุ คา่ ใน
ทรัพยากรในทอ้ งถ่ิน สามารถนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั มเี หตุผล ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ันในการ
ทำงาน
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชีวิตประจำวนั
3. กระบวนการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพ่ือการสอื่ สาร
5. ทักษะชีวติ และความเจริญแห่งตน
6. อาชีพและการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
7. ทกั ษะการคดิ ช้ันสงู และนวัตกรรม
8. การรเู้ ท่าทันส่ือสารสนเทศและดจิ ิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทีมและมีภาวะผู้นำ
10. การเป็นพลเมืองต่ืนร้แู ละมจี ิตสำนึกสากล
11. ภาษาจีนเพ่อื ชวี ิต
199
ตวั ชว้ี ัด ว 2.2 ม.1/1 ว 3.2 ม.1/1 -1/2
ว 2.3 ม.1/1-ม.1/7
ต 3.1ม.1/1 ว 2.3 ม.1/1-ม.1/7
ว 3.2 ม.1/3 -1/7
ง 1.1 ม.1/1 ว 1.2 ม.1/6 - ม.1/18 ว 3.2 ม.1/3 -1/7
ง 4.1 ม.1/2 ง 4.1 ม.1/3 ต 3.1ม.1/1 ว 2.3 ม.1/1-ม.1/7
รวมทัง้ หมด ๔๔ ตัวชี้วัด
200
รหัสวชิ า บ 2๑๒๑๕ คำอธิบายหนว่ ยการเรยี นรู้ ต้นแก้ววยั ใส 2
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ หนว่ ยบรู ณาการ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
ภาคเรยี นที่ ๒
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
การศกึ ษาเก่ียวกบั การหาค่าดัชนมี วลกาย วธิ ีการดูแลและควบคมุ นำ้ หนกั ใหอ้ ยใู่ นเกณฑม์ าตรฐาน โทษของ
ยาเสพติด กฏหมายทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับยาเสพติด การปฏบิ ัตติ นหลกี เลย่ี งจากยาเสพตดิ การปฐมพยาบาล การปอ้ งกยั
ภยั ใกล้ตัว การปฏิบัติตนเปน็ เดก็ ดมี ีคุณธรรม ศกึ ษากฎจราจรและสรา้ งผลงานส่งเสรมิ วินยั ทางจราจรเพ่อื นำมา
ประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ จริง
การจัดการเรียนรู้ ใช้กระบวนการสบื เสาะ การสาธิต การลงมอื ปฏบิ ตั ิ การจัดการเรยี นรูโ้ ดยใชก้ ารอภิปราย
การจดั การเรียนรโู้ ดยใชเ้ กม การจัดการเรยี นร้โู ดยใชบ้ ทเรียนโปรแกรม สื่อการเรียนรู้ทีใ่ ชม้ คี วามหลากหลายมที ้ัง
สือ่ ประเภทวสั ดุ ไดแ้ ก่ สไลด์ ซีท หนังสอื เรยี น เอกสารประกอบการเรยี น สื่อประเภทเทคนคิ หรือวธิ ีการ ไดแ้ ก่
การสาธิต การอภิปรายกลุ่ม การฝกึ ปฏิบตั ิงาน การเสนองานหนา้ ชน้ั การจดั นทิ รรศการและสรา้ งผลงาน
เพื่อใหน้ ักเรยี นมีความสามารถในการประยกุ ต์ใช้ความรูท้ ักษะเจตคติ และคุณลักษณะต่าง ๆ อย่างเปน็
องคร์ วมในการปฏบิ ตั ิงาน การแกป้ ัญหา เกิดทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ การเปรียบเทยี บ รูจ้ กั การสรุปองค์ความรู้ หา
วธิ ีการทเ่ี หมาะสมในการสอื่ สารนำเสนอให้ผู้อืน่ ได้รับทราบ และสามารถนำความรู้ทไ่ี ด้ไปประยุกตเ์ ชอื่ มโยงกบั
ชวี ิตประจำวนั เรียนรเู้ พ่ือให้สามารถใช้การได้จรงิ ในสถานการณต์ ่าง ๆ ในชวี ิตประจำวัน มงุ่ เนน้ “การปฏบิ ัติ” โดย
มีเน้อื หาความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคณุ ลกั ษณะทีจ่ ำเปน็ ตอ่ การนำไปสสู่ มรรถนะและได้ฝกึ ฝนการใช้ความรู้ใน
สถานการณ์ต่าง ๆ
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่ือการสอ่ื สาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชวี ิตประจำวนั
3. กระบวนการสืบสอบทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพ่อื การสือ่ สาร
5. ทักษะชีวิตและความเจรญิ แห่งตน
6. อาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ
7. ทักษะการคิดชัน้ สูงและนวตั กรรม
8. การรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและดิจิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลังเป็นทมี และมีภาวะผูน้ ำ
10. การเปน็ พลเมืองต่นื ร้แู ละมีจติ สำนกึ สากล
11. ภาษาจนี เพอื่ ชวี ติ
ตัวชี้วัด ค 1.1 ม.1/3 ค 1.3 ม.1/2 201
ท 2.1 ม 1/3 พ 4.1 ม.1/3
พ 4.1 ม.1/2 ศ 1.1 ม1/5 ค 3.1 ม.1/1
พ 4.1 ม.1/1 ศ 1.1 ม1/2 พ 4.1 ม.1/4
ง 4.1 ม.1/3 พ 5.1 ม1/2 ท2.1ม.1/6
ส2.1 ม.1/1 พ 5.1 ม.1/1 พ 5.1 ม.1/3
ค 3.1 ม.1/1 ง 1.1 ม.1/3 ศ 1.1 ม1/2 ว 2.3 ม.1/1-ม.1/7
พ 5.1 ม.1/4 ค 3.1 ม.1/1 ศ 1.1 ม1/2 ค 3.1 ม.1/1
ท2.1ม.1/6 ง 4.1 ม.1/2
ง 1.1 ม.1/2
ส1.1 ม.1/5 ต 3.1ม.1/1
ศ 1.1 ม1/5
รวมทง้ั หมด ๓๖ ตวั ช้ีวดั
202
คำอธิบายรายวิชา / หน่วยการเรยี นรู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ภาคเรียนท่๑ี
ลำดับท่ี รหัสวชิ า วชิ า
1 ค๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร์
2 อ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ
3 ส๒๒๑๐๑ สังคม(พระพุทธศาสนา,ประวตั ศิ าสตร์,ภมู ศิ าสตร)์
4 ว๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์
5 จ๒๒๒0๑ ภาษาจนี *(วิชาเพิม่ เตมิ )
6 ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย
7 ศ๒๒๑๐๑ ดนตรี-นาฏศลิ ป์
8 พ๒๒๑๐๒
9 บ๒๒๑๑๗ พละ
10 บ๒๒๑๐๗ E-coding *(วิชาเพ่ิมเติม)
11 บ๒๒๑๐๑
12 บ๒๑๑๑๖ วถิ ลี ้านนาสู่สากล
13 บ๒๒๑๐๙ พฤกษศาสตร์และสิง่ แวดลอ้ ม
14 ค๒๒๑๐๑
Smart Life
Smart Farm
คณติ ศาสตร์
ลำดับที่ รหสั วิชา 203
1 ค๒๒๑๐๒
2 อ๒๒๑๐๒ ภาคเรยี นท๒่ี
3 ส๒๒๑๐๒
4 ว๒๒๑๐๒ วิชา
5 จ๒๒๒0๒ คณติ ศาสตร์
6 ท๒๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ
7 ศ๒๒๑๐๒ สังคม(พระพทุ ธศาสนา,ประวัตศิ าสตร์,ภมู ิศาสตร)์
8 พ๒๒๑๐๔ วทิ ยาศาสตร์
9 บ๒๒๒๑๗ ภาษาจีน *(วิชาเพ่ิมเตมิ )
10 บ๒๒๑๐๘ ภาษาไทย
11 บ๒๒๑๐๒ ดนตรี-นาฏศิลป์
12 บ๒๒๒๑๖
13 บ๒๒๑๑๐ พละ
14 ค๒๒๑๐๒ E-coding *(วชิ าเพ่ิมเตมิ )
วถิ ีล้านนาสสู่ ากล
พฤกษศาสตรแ์ ละสิ่งแวดลอ้ ม
Smart Life
Smart Farm
คณติ ศาสตร์
204
ภาคเรียนท๑่ี
205
รหสั วชิ า บ ๒๒๑๑๗ คำอธบิ ายหน่วยการเรียนรู้ E-Coding 3
ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยบรู ณาการ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง
ภาคเรียนท่ี ๑
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
ศึกษาและปฏบิ ัติการเกี่ยวกบั ไมโครคอนโทรลเลอรแ์ ละการเขยี นโปรแกรม เรยี นรไู้ ฟลไ์ ลบารี IPST
ขบั เคล่อื นหุ่นยนต์ iBOT ระยะทางมาจากความเร็วหารดว้ ยเวลา ปรบั แตง่ หุน่ ยนต์ให้เคลอ่ื นท่ีตรง
ห่นุ ยนตเ์ ดนิ เป็นรูปสี่เหลยี่ ม ห่นุ ยนตเ์ คลือ่ นที่เป็นวงกลม หุ่นยนตร์ ถบงั คับจากสวติ ช์ 2 ตัว หลบหลีกสิ่งกดี ขวาง
ด้วยการชน หุ่นยนตเ์ คลอื่ นทใ่ี นเขาวงกตดว้ ยสวติ ช์ ศกึ ษา วิเคราะห์ ออกแบบ สร้างโครงงานอย่างงา่ ยตามแบบท่ี
กำหนดให้ และอธิบายการทำงานดว้ ยหลักการทางวทิ ยาศาสตร์
เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ความเขา้ ใจทเี่ ก่ียวข้องกบั ไมโครคอนโทรลเลอร์ การเช่ือมต่อพอรต์ กบั อุปกรณ์ไฟฟ้า
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เพอ่ื เพิ่มทักษะความชำนาญและความรใู้ นการใช้โปรแกรมภาษา C โดยใช้วงจรควบคมุ รว่ มกับ
โปรแกรม คอมพวิ เตอร์ในการอ่านคา่ และประมวลผลขอ้ มลู ในการทำการทดลองและการทำโครงงาน อย่างมี
คณุ ธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ มท่พี ึงประสงค์
แนวทางการจัดการเรียนรูปใชก้ ระบวนการสืบเสาะ การสาธิต การลงมอื ปฏิบัติ การจัดการเรียนรโู้ ดยใช้
ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และการจดั การเรยี นรู้แบบสบื เสาะ (5Es) ทงั้ นเ้ี พอื่ ให้นักเรยี นตระหนักและเหน็ คุณคา่ ใน
ทรัพยากรในทอ้ งถิ่น สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มเี หตุผล ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่นั ในการ
ทำงาน
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชีวิตประจำวนั
3. กระบวนการสืบสอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจติ วทิ ยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพื่อการส่อื สาร
5. ทกั ษะชวี ิตและความเจรญิ แหง่ ตน
6. อาชีพและการเป็นผปู้ ระกอบการ
7. ทักษะการคดิ ช้ันสงู และนวัตกรรม
8. การรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื สารสนเทศและดจิ ทิ ัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทีมและมีภาวะผู้นำ
10. การเปน็ พลเมอื งต่ืนรแู้ ละมจี ติ สำนกึ สากล
11. ภาษาจีนเพ่ือชีวิต
ตัวชว้ี ัด ต1.1 (อังกฤษ) ว4.2
ท1.1 ม.1/7 ค1.2 ม.1/1
รวมทง้ั หมด ๔ ตวั ชวี้ ัด
206
รหสั วชิ า บ 22107 คำอธิบายหนว่ ยการเรียนรู้ วิถลี ้านนา 3
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ หน่วยบูรณาการ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง
ภาคเรยี นที่ ๑
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรียนรู้
ศกึ ษา อธิบาย วิเคราะห์เก่ยี วกับวฒั นธรรมประเพณขี องท้องถิ่น การประกอบพิธกี รรมทางศาสนา
การข้นึ เทา้ ทั้ง 4 การสืบชะตา อาหารพ้นื บ้านลา้ นนา และงานหัตถกรรมภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ซึ่งแสดงถึงความเปน็
เอกลกั ษณข์ องทอ้ งถนิ่ ท่ีมีววิ ฒั นาการทางสังคม ที่สืบทอดกนั มาอย่างยาวนาน ส่งผลตอ่ ความเชื่อ คณุ ค่าต่อคนใน
สงั คม เกดิ ประโยชนต์ อ่ การเรยี นรู้ สามารถนำความรไู้ ปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั เปน็ อาชีพในอนาคต
ได้ และอนรุ ักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถ่นิ ใหค้ งสบื ต่อไป
โดยใชก้ ระบวนการเรยี นร้แู บบกลุ่ม การสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ขอ้ มูล การอภปิ ราย
กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ การทำโครงงาน การศกึ ษานอกสถานทีโ่ ดยใชแ้ หลง่ เรียนรูภ้ ูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน
การนำเสนอผลงานท่หี ลากหลาย กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสรา้ งค่านยิ ม และกระบวนการ
สร้างเจตคติเพื่อใหเ้ กิดความร้คู วามเข้าใจในบรบิ ทท้องถ่นิ มีความรกั และภาคภมู ใิ จในท้องถ่ินของตนเอง
เพือ่ มคี า่ นิยมท่ดี งี ามต่อวฒั นธรรม ภมู ิปัญญาไทยและท้องถนิ่ ท่ีเป็นมรดกสืบทอดถึงปัจจุบันเหน็
ความสำคัญ สืบทอดอนุรกั ษภ์ ูมิปญั ญาท้องถน่ิ ผา่ นกระบวนการกจิ กรรมการเรยี นรู้ ของนกั เรียน มกี ารเผยแผ่
ภูมิปญั ญาอย่างหลากหลาย สามารถนำเสนอผลงาน สอ่ื สารไดอ้ ย่างเหมาะสม รู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
เรยี นรู้กบั ปราชญ์ชาวบา้ น และมีความภูมิใจในท้องถน่ิ ของตนเอง
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพือ่ การสอื่ สาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชีวิตประจำวนั
3. กระบวนการสืบสอบทางวิทยาศาสตรแ์ ละจติ วิทยาศาสตร์
4. ภาษาองั กฤษเพอื่ การสอ่ื สาร
5. ทกั ษะชวี ิตและความเจรญิ แห่งตน
6. อาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ
7. ทักษะการคิดชนั้ สูงและนวตั กรรม
8. การรู้เท่าทันสือ่ สารสนเทศและดจิ ิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทีมและมีภาวะผ้นู ำ
10. การเป็นพลเมอื งตน่ื รแู้ ละมีจิตสำนกึ สากล
ตวั ชี้วัด ท 2.1 ม.2/2 ท 2.1 ม.2/3 ต 2.2 ม.2/2 ต 4.2 ม.2/2
ท 1.1 ม.2/2 ส 2.1 ม.2/4 ส 2.2 ม.2/2 ส 4.1 ม.2/2-3 ง 2.1 ม.2/3
ส 1.2 ม.2/3-5
ง 4.1 ม.2/1,3
รวมทัง้ หมด ๑๕ ตัวชี้วดั
207
รหัสวิชา บ 22101 คำอธิบายหน่วยการเรยี นรู้ พฤกษศาสตร์และสิง่ แวดลอ้ ม 3
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง
ภาคเรียนท่ี ๑
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
ศึกษาความเป็นมาของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และงานสวน
พฤกษศาสตร์โรงเรียน วัตถุประสงค์ และประโยชน์ของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน การดำเนินงานตาม
5 องค์ประกอบ ได้แก่ การจัดเก็บตัวอย่างพรรณไม้ พืชสมุนไพรพื้นบ้าน การศึกษาข้อมูลทางพฤกษศาสตร์
อาณาจักรพืช ความสำคัญพรรณไม้ การนำไปใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆรวมถึงการอนุรักษ์พรรณไม้ โดยการใช้
เทคโนโลยีในการเผยแพร่ขอ้ มลู พรรณไม้
จัดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนไดล้ งมอื ปฏิบัติจริง ผ่านการเรียนการสอนแบบ Active Learning
การเรยี นแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั ตอน (5E) การเรยี นรแู้ บบใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน (Problem Based Learning)
โดย การเกบ็ ตวั อยา่ งพรรณไม้แห้ง พรรณไม้ดอง จัดหาพรรณไม้ พชื สมนุ ไพรพ้นื บ้านเขา้ มาปลกู ดแู ลรักษา ฝึก
ปฏิบัตอิ อกแบบสวนหยอ่ ม และการปรับปรงุ ภมู ทิ ัศนใ์ นโรงเรยี น รวมถึงการเรยี นรเู้ ร่อื งกฎหมาย พ.ร.บ.ท่เี กีย่ วข้อง
กับการอนุรักษ์พรรณไม้ รวมถึงการเผยแพร่ประโยชนจ์ ากพรรณไม้ตอ่ สุขภาพ และสิ่งแวดลอ้ ม เพอ่ื อนุรักษ์พรรณ
ไม้ในโรงเรียนอย่างยัง่ ยนื โดยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน และท้องถิ่น รวมถึงการให้ผู้เรียนมี
ส่วนรว่ มในการกำหนดเกณฑใ์ นการวัดและประเมินผล ใชว้ ิธีในการวัดและประเมนิ ผลโดยวธิ ีทห่ี ลากหลาย และตรง
ตามสภาพจริง
เพือ่ ใหม้ คี วามร้คู วามเข้าใจและทกั ษะในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียนในองค์ประกอบตา่ ง ๆ
และการศกึ ษาพรรณไมใ้ นโรงเรียน มคี วามใฝร่ ูใ้ ฝ่เรียน และกล้าแสดงออก รักการเรยี น เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง มที ักษะ
ชีวิตและการทำงาน รวมถึงทกั ษะดา้ นสื่อเทคโนโลยแี ละสารสนเทศ มีความซื่อสัตย์สุจรติ มีระเบียบวินัย มีความ
รับผดิ ชอบต่อตนเองและสังคม และมีจติ สำนึกในการอนรุ ักษ์พนั ธกุ รรมพชื
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่ือการสือ่ สาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชีวติ ประจำวัน
3. กระบวนการสืบสอบทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตร์
4. ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร
5. ทกั ษะชีวิตและความเจรญิ แห่งตน
6. อาชีพและการเปน็ ผู้ประกอบการ
7. ทกั ษะการคดิ ชน้ั สูงและนวตั กรรม
8. การรูเ้ ท่าทนั สือ่ สารสนเทศและดจิ ิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมภี าวะผนู้ ำ
10. การเปน็ พลเมืองตื่นร้แู ละมีจิตสำนึกสากล
11. ภาษาจีนเพ่อื ชีวิต
208
ตัวช้วี ัด
ท2.1 ม.2/2 ท2.1 ม.2/3 ท3.1ม.2/4 ค1.1 ม.2/2 ค1.3 ม.2/2 ค2.2 ม.2/5
ว 2.1ม.2/1- ม.2/6 ต.1.1 ม.2/1 ต.1.2 ม.2/2 ต.3.1 ม.2/1 ต.3.1 ม.2/1
ต.4.2 ม.2/1 ง1.1 ม.2/1 ง1.1 ม.2/3 ง4.1 ม.2/1 ง4.1 ม.2/3 ศ 1.1 ม2/1
ศ 1.1 ม2/3 ศ 1.1 ม2/7 ส5.1 ม.2/1
รวมทัง้ หมด ๒๕ ตวั ชวี้ ัด
209
รหัสวิชา บ ๒๑๑๑๖ คำอธบิ ายหนว่ ยการเรยี นรู้ Smart Life
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๒ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
ภาคเรียนท่ี ๑
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรียนรู้
ศึกษา อธบิ าย วิเคราะหเ์ กี่ยวกับภัยพิบัติ โรคภยั ใกลต้ ัว สงั คมผสู้ งู วยั เทคโนโลยเี พอ่ื สขุ ภาพ กฎหมาย
สุขภาพ และSafety Road Zone ซึ่งเปน็ หลกั การและกิจกรรมการพฒั นาทักษะชีวติ และสุขภาพ การจดั กจิ กรรม
เพอ่ื สง่ เสรมิ สร้างสมั พันธภาพทดี่ กี บั ครอบครัว เพ่ือน สังคม กระบวนการทางประชาสังคมเพื่อกำหนดบทบาทของ
ตนเองในการมสี ว่ นรว่ มเกย่ี วกับกระบานการเรียนรู้เตรียมความพร้อมส่อู นาคต กิจกรรมเพื่อสง่ เสริมสขุ ภาพที่
สมั พันธก์ ับชมุ ชน เกิดประโยชน์ต่อการเรยี นรู้ สามารถนำความร้ไู ปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั เป็นอาชพี ใน
อนาคตได้
โดยใชก้ ระบวนการเรียนรแู้ บบกล่มุ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื คน้ ขอ้ มูล การอภปิ ราย กระบวนการ
คดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ การทำโครงงาน การศึกษานอกสถานที่โดยใช้แหลง่ เรยี นรภู้ มู ิปญั ญาท้องถิ่น การ
นำเสนอผลงานที่หลากหลาย กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสร้างคา่ นิยม และกระบวนการสร้าง
เจตคติเพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ความเข้าใจในบรบิ ท
เพือ่ ศกึ ษาเกย่ี วกบั เทคนคิ วธิ เี ทคโนโลยี และทักษะการพัฒนาสุขภาพ สง่ิ คุกคาม สุขอนามัยในการ
ดำรงชีวติ และการทำงาน การเพิ่มประสทิ ธิภาพการทำงาน สารเสพติด โภชนาการ ภยั คุกคามรปู แบบใหม่ สทิ ธิและ
ระบบการบรหิ ารสุขภาพ ทักษะการแก้ปญั หา/ข้อขัดแยง้ อยา่ ง สันติวธิ ี กระบวนการคิด วิเคราะห์ และไตร่ตรอง
อย่างเปน็ ระบบ
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่ือการสือ่ สาร
2. คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวนั
3. กระบวนการสบื สอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจติ วทิ ยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพือ่ การส่อื สาร
5. ทักษะชีวติ และความเจรญิ แห่งตน
6. อาชพี และการเป็นผู้ประกอบการ
7. ทกั ษะการคดิ ช้ันสูงและนวตั กรรม
8. การรู้เท่าทันสือ่ สารสนเทศและดจิ ิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทมี และมีภาวะผนู้ ำ
10. การเป็นพลเมอื งตืน่ ร้แู ละมจี ติ สำนึกสากล
11. ภาษาจนี เพ่ือชีวิต
210
ตัวชว้ี ัด
ท2.1 ม2/2 ส5.2ม.2/4 ค 1.1 ม.2/2 ง1.1 ม.2/2 ต.1.2 ม.2/1
ศ 1.1 ม2/1 ท 2.1 ม2/3 ต.1.2 ม.2/3 ศ 1.1 ม2/2
ว 1.2 ม.2/1 -9 ท 2.1ม2/5 ค 2.1 ม.2/1 ต.1.2 ม.2/1 ต.1.2 ม.2/3
ศ 1.1 ม2/6 ว 1.2 ม.2/11-17 ง 2.1 ม.2/1 ต.1.2 ม.2/1 ศ 1.1 ม2/3
ว 1.2ม.2/1 – 5 ส2.1 ม.2/1 ศ 1.1 ม2/7 ค 2.2 ม.2/5 ต.1.2 ม.2/3
รวมท้งั หมด ๔๒ ตวั ชวี้ ัด
211
รหสั วิชา บ ๒๑๑๑๖ คำอธบิ ายหนว่ ยการเรียนรู้ Smart Life
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๘๐ ชั่วโมง
ภาคเรยี นท่ี ๑
ขอบเขตเนอื้ หาในการเรยี นรู้
การศกึ ษาแนวคิดหลกั ของสมารท์ ฟาร์ม การใช้เทคโนโลยีอเิ ล็กทรอนกิ สแ์ ละคอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยี
สารสนเทศ ในการพฒั นาทั้งหว่ งโซอ่ ุปทาน สินค้าเกษตรเพือ่ ยกระดบั ผลิตภาพ มาตรฐาน สินค้า และลดตน้ ทุน โดย
การพฒั นาเกษตรกรรมใน 4 ด้านได้แก่ 1) ลดต้นทุน 2) เพมิ่ คุณภาพการผลิตและ มาตรฐานสนิ คา้ 3) ลดความ
เสย่ี งจากศตั รูพืชและภยั ธรรมชาตแิ ละ 4) การจัดการและส่งผา่ นความรใู้ นการเพาะปลกู เพอ่ื ใหส้ อดคล้องกับสภาพ
อากาศที่เกิดข้นึ รวมถงึ การเตรียมพร้อมรับมอื กบั สภาพอากาศทจ่ี ะเปล่ียนแปลงไปในอนาคตเรื่องภัยพบิ ตั ิทาง
ธรรมชาตปิ ระเภทตา่ งๆ การปอ้ งกนั ควบคมุ ลดความรุนแรงของภัยพบิ ตั ิทางธรรมชาติได้ ปฏบิ ตั เิ กี่ยวกับเทคโนโลยี
เพื่อนำมาใช้ในการทำเกษตรแบบใหม่ท่ีจะทำให้ การทำเกษตรมีภมู ิคมุ้ กนั ต่อสภาพภมู ิอากาศท่ีเปลย่ี นแปลงไป โดย
นำเอาขอ้ มลู ของภูมิอากาศท้งั ในระดับพนื้ ทยี่ อ่ ย(Microclimate) ระดบั ไร่(Mesoclimate) และระดับมหภาค
(Macroclimate) มาใช้ในการบรหิ ารจดั การ ดแู ลพ้นื ท่เี พาะปลูก เพือ่ ให้สอดคล้องกบั สภาพอากาศทเี่ กดิ ขึน้ รวมถงึ
การควบคุมจากระบบด้วยคอมพิวเตอร์สมองกล แบบอตั โนมตั ิ หรอื กึง่ อตั โนมัตไิ ด้
ฝกึ ปฏบิ ตั ิจริง โดยใช้กระบวนการกล่มุ การใชเ้ ทคโนโลยใี นการบรหิ ารจัดการ การดแู ลผลผลติ การจดั
จำหน่าย การสรา้ งรายได้ การนำไปประยุกตใ์ ชใ้ ห้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครวั รจู้ กั การบริโภคอาหาร
ปลอดภัย มีสุขภาพท่ีดี การเผยแพรข่ อ้ มลู ใหก้ ับผู้ท่ีสนใจ การสร้างจิตสำนกึ ทด่ี ตี อ่ อาชีพเกษตรกรรม
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพอื่ การส่อื สาร
2. คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
3. กระบวนการสืบสอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจติ วทิ ยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพ่ือการสือ่ สาร
5. ทักษะชวี ิตและความเจรญิ แหง่ ตน
6. อาชีพและการเปน็ ผู้ประกอบการ
7. ทกั ษะการคิดชั้นสงู และนวัตกรรม
8. การร้เู ท่าทันสอ่ื สารสนเทศและดจิ ิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทมี และมีภาวะผนู้ ำ
10. การเปน็ พลเมืองต่นื ร้แู ละมจี ิตสำนกึ สากล
11. ภาษาจนี เพือ่ ชีวิต
212
ตัวชี้วัด ค2.1 ม.2/1 ต4.1 ม.2/1 ต4.2 ม.2/1
ท2.1 ม.2/4 ท3.1 ม.2/5 ค1.1 ม.2/2 ง2.1 ม.2/4 ง4.1 ม.2/1 ง4.1 ม.2/2
ต4.2 ม.2/2 ง1.1 ม.2/1 ง1.1 ม.2/2
ส5.1 ม.2/1 ศ1.1 ม2/1 ศ1.1 ม.2/7
รวมทงั้ หมด ๓๑ ตัวช้ีวดั
213
ภาคเรียนท๒่ี
214
รหสั วิชา บ 22217 คำอธิบายหน่วยการเรยี นรู้ E-Coding4
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๒ หน่วยบรู ณาการ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง
ภาคเรียนท่ี ๒
ขอบเขตเนอื้ หาในการเรยี นรู้
ศึกษาและปฏิบัติการเกี่ยวกบั ไมโครคอนโทรลเลอร์และการเขียนโปรแกรม เรียนรู้ไฟลไ์ ลบารี IPSTอ่านค่า
แสงจาก ZX-03 ห่นุ ยนตห์ ยดุ ท่เี สน้ ตดั สีดำ ห่นุ ยนตเ์ คล่อื นท่ีไม่ตกโตะ๊ หุน่ ยนต์เคลอื่ นทตี่ ามเส้นอยา่ งง่าย ห่นุ ยนต์
เดนิ ตรงเมอ่ื เจอเสน้ ตัด หุ่นยนตเ์ ลี้ยวซา้ ย/ขวาเมือ่ เจอเส้นตัด ห่นุ ยนตเ์ ลย้ี วเม่อื เจอเสน้ ตัดแบบแมน่ ยำ โปรแกรม
การเลย้ี วขวา-ซ้ายเมอ่ื เจอทางแยกโดยใช้เงือ่ นไข while มาชว่ ย การสร้างฟังกช์ น่ั รวบรวมรูปแบบการเคล่ือนท่ีของ
หุ่นยนตศ์ ึกษา วเิ คราะห์ ออกแบบ สรา้ งโครงงานอยา่ งง่ายตามแบบที่ กำหนดให้ และอธบิ ายการทำงานด้วย
หลกั การทางวิทยาศาสตร์
เพ่อื ให้เกิดความร้คู วามเขา้ ใจทเ่ี กี่ยวข้องกับไมโครคอนโทรลเลอร์ การเชอ่ื มตอ่ พอร์ตกับอุปกรณ์
ไฟฟา้ อิเลก็ ทรอนิกส์ เพอื่ เพม่ิ ทักษะความชำนาญและความรู้ในการใช้โปรแกรมภาษา C โดยใช้วงจรควบคมุ
รว่ มกบั โปรแกรม คอมพิวเตอร์ในการอ่านคา่ และประมวลผลขอ้ มลู ในการทำการทดลองและการทำโครงงาน อย่าง
มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นยิ มทพ่ี งึ ประสงค์
แนวทางการจัดการเรียนรปู ใช้กระบวนการสืบเสาะ การสาธิต การลงมือปฏิบัติ การจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้
ปญั หาเป็นฐาน (PBL) และการจัดการเรยี นร้แู บบสืบเสาะ (5Es) ทงั้ น้เี พ่ือให้นักเรยี นตระหนักและเห็นคุณคา่ ใน
ทรัพยากรในทอ้ งถ่ิน สามารถนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวนั มีเหตุผล ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมน่ั ในการ
ทำงาน
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพื่อการส่ือสาร
2. คณิตศาสตร์ในชวี ติ ประจำวนั
3. กระบวนการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพื่อการส่อื สาร
5. ทักษะชีวิตและความเจรญิ แห่งตน
6. อาชพี และการเป็นผ้ปู ระกอบการ
7. ทักษะการคิดชั้นสูงและนวัตกรรม
8. การรเู้ ท่าทันสอื่ สารสนเทศและดจิ ิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทีมและมภี าวะผ้นู ำ
10. การเป็นพลเมอื งตนื่ ร้แู ละมจี ิตสำนึกสากล
11. ภาษาจนี เพือ่ ชีวิต
ตวั ชว้ี ัด ต1.1 (อังกฤษ) ว4.2
ท1.1 ม.1/7 ค1.2 ม.1/1
รวมทงั้ หมด ๔ ตวั ชี้วดั
215
รหสั วชิ า บ 22108 คำอธิบายหนว่ ยการเรียนรู้ วถิ ลี ้านนา 4
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒ หน่วยบูรณาการ เวลา ๖๐ ชั่วโมง
ภาคเรียนท่ี ๒
ขอบเขตเนอื้ หาในการเรียนรู้
ศึกษา อธบิ าย วิเคราะห์เกีย่ วกับเร่ืองเลา่ ตำนานมขุ ปาฐะล้านนา ศิลปะการแสดงลา้ นนา ภาษาลา้ นนา
และเชยี งใหม่สู่การเป็นมรดกโลก ซึ่งแสดงถึงความเป็นเอกลกั ษณ์ของทอ้ งถนิ่ ที่มวี ิวัฒนาการทางสังคม สืบทอด กนั
มาอย่างยาวนาน สง่ ผลต่อความเช่ือ คุณค่าตอ่ คนในสงั คม เกิดประโยชนต์ อ่ การเรยี นรู้ สามารถนำความรู้ ไป
ประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั เปน็ อาชพี ในอนาคตได้ และอนรุ ักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณที ้องถิน่ ใหค้ งสบื ตอ่ ไป
โดยใชก้ ระบวนการเรยี นรูแ้ บบกลุม่ การสบื เสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การอภปิ ราย กระบวนการ
คดิ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ การศกึ ษานอกสถานทโ่ี ดยใช้แหลง่ เรยี นร้ภู มู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน การนำเสนอ ผลงานท่ี
หลากหลาย
กระบวนการสร้างความตระหนกั กระบวนการสรา้ งค่านยิ มและกระบวนการสร้างเจตคติเพ่ือให้เกิดความรู้
ความเขา้ ใจในบรบิ ททอ้ งถิ่นมคี วามรักและภาคภูมิใจในท้องถิน่ ของตนเอง
เพื่อมีคา่ นยิ มท่ีดงี ามต่อวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาไทยและท้องถน่ิ ทีเ่ ปน็ มรดกสืบทอดถึงปจั จุบนั เห็น
ความสำคัญ สืบทอดอนรุ กั ษภ์ มู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ผา่ นกระบวนการกจิ กรรมการเรียนรู้ ของนักเรยี น มีการเผยแผภ่ ูมิ
ปัญญา อย่างหลากหลาย สามารถนำเสนอผลงาน ส่อื สารได้อยา่ งเหมาะสม รูจ้ กั แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้
กบั ปราชญช์ าวบา้ น และมีความภูมิใจในท้องถ่นิ ของตนเอง
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพอื่ การส่ือสาร
2. คณติ ศาสตรใ์ นชีวติ ประจำวัน
3. กระบวนการสืบสอบทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพือ่ การสื่อสาร
5. ทักษะชวี ิตและความเจรญิ แหง่ ตน
6. อาชพี และการเป็นผ้ปู ระกอบการ
7. ทักษะการคดิ ชนั้ สูงและนวตั กรรม
8. การรู้เท่าทนั ส่ือสารสนเทศและดิจทิ ลั
9. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทีมและมภี าวะผูน้ ำ
10.การเป็นพลเมอื งตน่ื ร้แู ละมจี ติ สำนกึ สากล
11.ภาษาจนี เพ่ือชวี ติ
ตวั ชวี้ ัด
ท2.1ม.2/2 ท3.1ม.2/1 ต.2/2 ม.2/2 ต.4.2ม.2/2 ส2.1ม.2/1 ส4.1ม.2/2
รวมทั้งหมด ๖ ตวั ช้วี ดั
216
รหัสวิชา บ 22102 คำอธิบายหนว่ ยการเรียนรู้ พฤกษศาสตรแ์ ละสงิ่ แวดล้อม 4
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ หน่วยบูรณาการ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง
ภาคเรียนท่ี ๒
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
ศึกษาความเป็นมาของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และงานสวน
พฤกษศาสตร์โรงเรียน วัตถุประสงค์ และประโยชน์ของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน การดำเนินงานตาม
5 องค์ประกอบ ได้แก่ การจัดเก็บตัวอย่างพรรณไม้ พืชสมุนไพรพื้นบ้าน การศึกษาข้อมูลทางพฤกษศาสตร์
อาณาจักรพืช ความสำคัญพรรณไม้ที่มีต่อชีวิต สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การนำไปใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ การ
บรโิ ภค ยารกั ษาโรค การจดั ทำสินค้าเพ่ือจำหน่ายผ่านทางช่องทางการตลาดออนไลน์ รวมถึงการอนุรักษ์พรรณไม้
และการเผยแพร่การอนุรักษ์พรรณไมอ้ ยา่ งยงั่ ยืน
จัดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนได้ลงมอื ปฏิบัติจริง ผ่านการเรียนการสอนแบบ Active Learning
การเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E) การเรยี นรแู้ บบใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน (Problem Based Learning)
การเรียนรู้แบบร่วมมอื โดยการสำรวจศกึ ษาความหลากหลายทางชีวภาพของพืช พรรณไม้ในโรงเรียน ประโยชน์
ของพรรณไม้ ปัจจัย 4 ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ปัญหาสิ่งแวดล้อม การแปรรูปพรรณไม้ และ
การออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดจำหนา่ ยผ่านทางออนไลน์ การอนรุ กั ษ์ไม้อยา่ งยั่งยืน โดยการปลกู พชื พืชสมุนไพร
ตน้ ไม้ ขยายพันธ์ุไม้ และการเผยแพร่การอนรุ ักษพ์ รรณไม้ในรปู แบบต่าง ๆ โดยให้ผู้เรียนไดเ้ รยี นรู้จากแหล่งเรียนรู้
ในโรงเรียน และทอ้ งถิน่ รวมถึงการให้ผเู้ รยี นมีส่วนรว่ มในการกำหนดเกณฑ์ในการวดั และประเมินผล ใช้วิธีในการ
วดั และประเมนิ ผลโดยวธิ ที ่หี ลากหลาย และตรงตามสภาพจรงิ
เพือ่ ใหม้ ีความรูค้ วามเข้าใจและทักษะในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียนในองค์ประกอบต่าง ๆ
และการศึกษาพรรณไม้ในโรงเรียน มคี วามใฝ่ร้ใู ฝเ่ รียน และกล้าแสดงออก รักการเรียน เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง มที ักษะ
ชีวิตและการทำงาน รวมถึงทักษะด้านส่ือเทคโนโลยีและสารสนเทศ มีความซื่อสัตย์สจุ ริต มีระเบียบวินัย มีความ
รบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสังคม และมจี ิตสำนกึ ในการอนุรักษ์พันธกุ รรมพชื และเผยแพรส่ ู่สาธารณชน
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพอื่ การสื่อสาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชีวิตประจำวัน
3. กระบวนการสบื สอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจติ วิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพือ่ การสือ่ สาร
5. ทกั ษะชีวติ และความเจรญิ แห่งตน
6. อาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ
7. ทกั ษะการคิดชั้นสูงและนวตั กรรม
8. การรู้เท่าทนั สื่อสารสนเทศและดจิ ิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลังเปน็ ทมี และมภี าวะผู้นำ
10. การเปน็ พลเมืองต่ืนรแู้ ละมีจติ สำนกึ สากล
11. ภาษาจีนเพื่อชวี ติ
217
ตัวช้ีวัด ค 2.1 ม.2/1 ค 2.1 ม.2/2 ค 3.1 ม.2/1 ต.3.1 ม.2/1
ท2.1ม.2/2 ท3.1 ม.2/4 ต.1.1 ม.2/3 ต.1.3 ม.2/1 ต.1.3 ม.2/3 ง 2.1 ม.2/3
ง1.1 ม.2/1 ง 1.1 ม.2/3 ง 2.1 ม.2/2
ว 1.1 ม.2/1 - ม.2/6 ศ 1.1 ม2/7 ส 5.1 ม.2/1
ต.4.2 ม.2/1 ต.4.2 ม.2/2
ง 4.1 ม.2/2 ศ 1.1 ม2/3
รวมท้ังหมด ๒๕ ตวั ชีว้ ัด
218
รหัสวิชา บ 22216 คำอธบิ ายหนว่ ยการเรียนรู้ Smart Life 2
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ หน่วยบรู ณาการ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง
ภาคเรยี นที่ ๒
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรียนรู้
ศึกษา อธบิ าย วิเคราะห์เกย่ี วกบั ภัยพบิ ตั ิ โรคภยั ใกล้ตวั สังคมผู้สูงวยั เทคโนโลยเี พือ่ สขุ ภาพ และSafety
Road Zone ซึ่งเป็นหลักการและกิจกรรมการพัฒนาทกั ษะชีวติ และสขุ ภาพ การจัดกิจกรรมเพอื่ สง่ เสรมิ สร้าง
สมั พนั ธภาพท่ดี ีกบั ครอบครัว เพือ่ น สังคม กระบวนการทางประชาสงั คมเพอ่ื กำหนดบทบาทของตนเองในการมี
ส่วนรว่ มเกย่ี วกบั กระบานการเรียนร้เู ตรียมความพรอ้ มสู่อนาคต กิจกรรมเพอ่ื ส่งเสรมิ สุขภาพท่ีสมั พนั ธก์ ับชุมชน
เกิดประโยชนต์ อ่ การเรียนรู้ สามารถนำความรไู้ ปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั เป็นอาชพี ในอนาคตได้
โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้แบบกล่มุ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื คน้ ขอ้ มูล การอภปิ ราย กระบวนการ
คิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ การทำโครงงาน การศกึ ษานอกสถานทโ่ี ดยใช้แหลง่ เรยี นรู้ภูมิปญั ญาท้องถ่นิ การ
นำเสนอผลงานทหี่ ลากหลาย กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสรา้ งคา่ นิยม และกระบวนการสรา้ ง
เจตคติเพ่ือใหเ้ กิดความรคู้ วามเข้าใจในบริบท
เพ่ือศึกษาเกยี่ วกบั เทคนิควธิ ีเทคโนโลยี และทักษะการพฒั นาสุขภาพ สงิ่ คุกคาม สุขอนามัยในการ
ดำรงชีวิตและการทำงาน การเพมิ่ ประสิทธิภาพการทำงาน สารเสพติด โภชนาการ ภัยคกุ คามรูปแบบใหม่ สิทธแิ ละ
ระบบการบรหิ ารสุขภาพ ทกั ษะการแกป้ ญั หา/ข้อขัดแย้งอยา่ ง สันตวิ ิธี กระบวนการคดิ วิเคราะห์ และไตรต่ รอง
อย่างเป็นระบบ
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพอ่ื การสื่อสาร
2. คณิตศาสตร์ในชีวติ ประจำวนั
3. กระบวนการสบื สอบทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์
4. ภาษาองั กฤษเพ่ือการสือ่ สาร
5. ทกั ษะชวี ิตและความเจริญแห่งตน
6. อาชพี และการเป็นผู้ประกอบการ
7. ทกั ษะการคิดช้นั สงู และนวัตกรรม
8. การรูเ้ ท่าทนั สอื่ สารสนเทศและดจิ ิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทีมและมภี าวะผู้นำ
10. การเป็นพลเมอื งตืน่ รแู้ ละมจี ติ สำนกึ สากล
11. ภาษาจนี เพอ่ื ชีวติ
219
ตวั ชี้วัด ค 1.1 ม.2/2 ง1.1 ม.2/2 ต.1.2 ม.2/1 ศ 1.1 ม2/1
ท 2.1 ม2/2 ส 5.2 ม.2/4 ต.1.2 ม.2/3 ท 2.1 ม2/3 ต.1.2 ม.2/3 ศ 1.1 ม2/2
พ 2.1 ม.2/4 ต.3.1 ม.2/1 ท2.1ม2/5 ค 2.1 ม.2/1
พ1.1 ม.2/1 พ1.1 ม.2/2 ศ 1.1 ม2/6 ว 1.2ม.2/11-17 พ 4.1 ม.2/1
ว 1.2 ม.2/1 -9 ต.4.1 ม.2/1 ง 2.1 ม.2/1 ต.1.2 ม.2/1 ศ 1.1 ม2/3
ต.1.2 ม.2/1 ต.1.2 ม.2/3 ต.2.1ม.2/1 ต.2.2ม.2/1 ต.3.1ม.2/1 ต.4.1ม.2/1
พ 4.1 ม.2/2 พ 4.1 ม.2/3
ว 1.2 ม.2/1 – 5 ศ 1.1 ม2/3
ต.4.2ม.2/1 ค 2.2 ม.2/5
รวมท้งั หมด ๕๗ ตัวช้ีวัด
220
รหัสวิชา บ 22110 คำอธบิ ายหน่วยการเรยี นรู้ Smart Farm 2
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ หน่วยบูรณาการ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
ภาคเรยี นที่ ๒
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรียนรู้
การฝกึ ปฏิบัตกิ ารเกยี่ วกบั การทำเกษตรรปู แบบใหม่ ประยกุ ตใ์ ช้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยปี ัจจุบนั
ผสมผสานกบั ภูมิปญั ญาในท้องถิ่น และการทำการเกษตรตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง มีความรูด้ า้ นบญั ชี
ต้นทนุ อาชพี ตลอดจนการเพ่มิ ความสามารถชอ่ งทางการเขา้ ถงึ ขอ้ มูลขา่ วสารทท่ี นั เหตุการณ์ และความร้ใู น
หลากหลายมิตทิ ่ีเกย่ี วขอ้ งกบั กับการเกษตร การศึกษาจากเกษตรกรตวั อยา่ ง การนำขอ้ มลู มาวเิ คราะห์ สังเคราะห์
ทดลองปฏบิ ตั ิเพ่อื ใหเ้ กดิ ผลผลติ ทม่ี ีคุณภาพ ปลอดภยั ตอ่ ผู้บริโภคเป็นมติ รกบั ส่ิงแวดลอ้ ม
ปลกู จติ สำนึกของการเป็นเกษตรกรทีด่ ี มีคุณธรรมจริยธรรม มีความซอื่ สัตยต์ อ่ ผู้บรโิ ภค รกั ษาทรพั ยากร
และสงิ่ แวดลอ้ ม มีความภาคภูมิใจในอาชพี เกษตรกร
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพื่อการสอ่ื สาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชีวิตประจำวนั
3. กระบวนการสบื สอบทางวิทยาศาสตรแ์ ละจติ วทิ ยาศาสตร์
4. ภาษาองั กฤษเพอื่ การสือ่ สาร
5. ทกั ษะชวี ิตและความเจรญิ แห่งตน
6. อาชพี และการเปน็ ผู้ประกอบการ
7. ทักษะการคิดชนั้ สูงและนวัตกรรม
8. การรเู้ ท่าทนั สื่อสารสนเทศและดจิ ิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลังเป็นทมี และมีภาวะผ้นู ำ
10. การเปน็ พลเมอื งต่นื รแู้ ละมจี ติ สำนกึ สากล
11. ภาษาจีนเพ่ือชวี ิต
ตวั ช้วี ัด
ท 2.1 ม2/3 ท 2.1 ม.2/5 ค 1.1 ม.2/2 ค 3.1 ม.2/1 ค 3.1 ม.2/1 ว 2.3 ม.2/1
ว 2.3 ม.2/2 ว 2.3 ม.2/3 ว 2.3 ม.2/4 ว 2.3 ม.2/5 ว 2.3 ม.2/6 ว 2.2 ม.2/7
ว 2.2 ม.2/8 ว 2.2 ม.2/9 ว 2.2 ม.2/10 ว 2.2 ม.2/11 ว 2.2 ม.2/12 ว 2.2 ม.2/13
ว 2.2 ม.2/14 ว 2.2 ม.2/15 ต 1.2 ม.2/4 ต 1.2 ม.2/5 ศ 1.1 ม2/3 ศ 1.1 ม.2/7
ง 2.1 ม.2/1 ง 2.1 ม.2/3 ง 4.1 ม.2/
รวมท้งั หมด ๒๗ ตัวชว้ี ดั
๒๒๑
คำอธบิ ายรายวชิ า / หน่วยการเรยี นรู้ ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
ภาคเรยี นท๑่ี
ลำดับท่ี รหสั วชิ า วิชา
1 ค๒๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์
2 อ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ
3 ส๒๓๑๐๑ สงั คม(พระพุทธศาสนา,ประวัตศิ าสตร,์ ภมู ิศาสตร)์
4 ว๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์
5 จ๒๓๒0๑ ภาษาจีน *(วิชาเพิ่มเติม)
6 ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย
7 ศ๒๓๑๐๑ ดนตรี-นาฏศิลป์
8 พ๒๓๑๐๒ พละ
9 บ๒๓๑๑๙ E-coding *(วิชาเพิ่มเติม)
10 บ๒๓๑๐๗ วิถลี า้ นนาสสู่ ากล
11 บ๒๓๑๐๑ พฤกษศาสตรแ์ ละสงิ่ แวดล้อม
12 บ๒๓๑๑๗ Smart Tonkaew
13 บ๒๓๑๑๘ ต้นแกว้ ส่โู ลกกว้าง
14 ค๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร์
๒๒๒
ลำดับที่ รหัสวิชา ภาคเรียนท๒ี่
1 ค๒๓๑๐๒
2 อ๒๓๑๐๒ วิชา
3 ส๒๓๑๐๒ คณติ ศาสตร์
4 ว๒๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ
5 จ๒๓๒0๒ สงั คม(พระพุทธศาสนา,ประวตั ศิ าสตร,์ ภมู ิศาสตร)์
6 ท๒๓๑๐๒ วิทยาศาสตร์
7 ศ๒๓๑๐๒ ภาษาจีน *(วชิ าเพิ่มเติม)
8 พ๒๓๑๐๔ ภาษาไทย
9 บ๒๓๒๑๙ ดนตรี-นาฏศลิ ป์
10 บ๒๓๑๐๘
11 บ๒๓๑๐๒ พละ
12 บ๒๓๒๑๗ E-coding *(วชิ าเพิ่มเตมิ )
13 บ๒๓๒๑๘
14 ค๒๓๑๐๒ วถิ ีล้านนาสสู่ ากล
พฤกษศาสตร์และสิง่ แวดลอ้ ม
Smart Tonkaew
ตน้ แกว้ สู่โลกกว้าง
คณิตศาสตร์
๒๒๓
ภาคเรียนท๑่ี
๒๒๔
รหสั วิชา บ 23119 คำอธิบายหน่วยการเรยี นรู้ E-Coding 5
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๒๐ ชั่วโมง
ภาคเรียนท่ี ๑
ขอบเขตเนอื้ หาในการเรียนรู้
ศกึ ษาและปฏิบัติการเกย่ี วกับไมโครคอนโทรลเลอรแ์ ละการเขียนโปรแกรม เรียนรไู้ ฟล์ไลบารี IPST
โปรแกรมควบคมุ เปดิ -ปดิ ดว้ ยแผงวงจรตรวจจับแสงและการใช้งาน โปรแกรมควบคมุ เปิด-ปิดด้วยแผงวงจร
ตรวจจบั อุณหภูมิและการใชง้ าน โปรแกรมควบคุมเปดิ -ปิดดว้ ยแผงวงจรตรวจจบั ความชน้ื อากาศและการใช้งาน
โปรแกรมควบคุมเปิด-ปดิ ดว้ ยแผงวงจรตรวจจับความชืน้ ดินและการใช้งาน ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ สร้าง
โครงงานอย่างง่ายตามแบบที่ กำหนดให้ และอธิบายการทำงานดว้ ยหลกั การทางวิทยาศาสตร์
เพ่อื ให้เกิดความรคู้ วามเขา้ ใจท่เี กีย่ วข้องกับไมโครคอนโทรลเลอร์ การเช่ือมต่อพอร์ตกบั อุปกรณไ์ ฟฟา้
อิเล็กทรอนกิ ส์ เพื่อเพม่ิ ทกั ษะความชำนาญและความรู้ในการใชโ้ ปรแกรมภาษา C โดยใชว้ งจรควบคุมร่วมกบั
โปรแกรม คอมพวิ เตอร์ในการอ่านค่าและประมวลผลขอ้ มลู ในการทำการทดลองและการทำโครงงาน อย่างมี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นยิ มที่พึงประสงค์
แนวทางการจดั การเรียนรูปใชก้ ระบวนการสืบเสาะ การสาธติ การลงมือปฏบิ ัติ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเปน็
ฐาน (PBL) และการจดั การเรียนรูแ้ บบสบื เสาะ (5Es) ทั้งนเี้ พื่อให้นักเรยี นตระหนกั และเหน็ คุณค่าในทรพั ยากรใน
ทอ้ งถน่ิ สามารถนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจำวนั มเี หตุผล ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่ือการสือ่ สาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชวี ติ ประจำวัน
3. กระบวนการสบื สอบทางวิทยาศาสตรแ์ ละจติ วิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพื่อการสอ่ื สาร
5. ทกั ษะชวี ติ และความเจรญิ แห่งตน
6. อาชพี และการเป็นผปู้ ระกอบการ
7. ทักษะการคิดชั้นสงู และนวตั กรรม
8. การรู้เท่าทันสอ่ื สารสนเทศและดิจิทัล
9. การทำงานแบบรวมพลังเปน็ ทมี และมีภาวะผู้นำ
10. การเป็นพลเมืองตนื่ รแู้ ละมจี ติ สำนึกสากล
11. ภาษาจนี เพือ่ ชวี ติ
ตัวชว้ี ัด ต1.1 (อังกฤษ) ว4.2
ท1.1 ม.1/7 ค1.2 ม.1/1
รวมทง้ั หมด ๔ ตวั ช้วี ัด
๒๒๕
รหสั วชิ า บ 23107 คำอธิบายหนว่ ยการเรยี นรู้ วถิ ีลา้ นนา5
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ หนว่ ยบรู ณาการ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง
ภาคเรยี นที่ ๑
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
ศึกษาเกี่ยวกับประเพณีล้านนา ศิลปะการแสดงล้านนา ดนตรีล้านนา ที่มีประวัติความเป็นมาความ
หลากหลายมีวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี การแสดงนาฏศิลป์-ดนตรี การถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
ความสมั พนั ธก์ ับสิ่งตา่ งๆในจังหวัดเชียงใหม่
เพื่อให้นักเรยี นเขา้ ใจเกี่ยวกับประเพณีลา้ นนา ศิลปะการแสดงลา้ นนา ดนตรีล้านนา ไดแ้ ก่
การฝึกสานก๋วยสลาก,การฟ้อนเจิงมวยล้านนา,การเล่นดนตรีพืน้ เมือง และได้มีการนำเสนอข้อมูลอย่าง
หลากหลาย
เหน็ คณุ คา่ เกยี่ วกับภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ ภมู ิปญั ญาไทย สามารถนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ น
ชีวิตประจำวันได้ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน (คุณลักษณะด้านความรู้,คุณลักษณะด้าน
ความคดิ ,คุณลกั ษณะดา้ นทกั ษะ,คณุ ลักษณะดา้ นคุณธรรม)
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่อื การสื่อสาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชีวติ ประจำวัน
3. กระบวนการสบื สอบทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์
4. ภาษาองั กฤษเพ่ือการสือ่ สาร
5. ทกั ษะชีวิตและความเจรญิ แหง่ ตน
6. อาชพี และการเปน็ ผู้ประกอบการ
7. ทกั ษะการคิดช้นั สูงและนวัตกรรม
8. การรูเ้ ท่าทันสื่อสารสนเทศและดจิ ิทลั
9. การทำงานแบบรวมพลังเป็นทมี และมีภาวะผู้นำ
10. การเป็นพลเมืองต่ืนรู้และมจี ิตสำนกึ สากล
11. ภาษาจนี เพอ่ื ชีวติ
ตวั ช้ีวัด ง1.1 ม.3/2 ง1.1 ม.3/3 ต.2.2 ม.3/2
ค 3.1 ม.3/1 ง1.1 ม.3/1 ศ 3.1 ม1/3 ศ 3.2 ม1/1 ค 3.1 ม.3/1
ต.4.2 ม.3/2 ต.3.1 ม.3/1
รวมท้ังหมด ๑๐ ตวั ชี้วัด
๒๒๖
รหสั วชิ า บ 23101 คำอธบิ ายหนว่ ยการเรยี นรู้ พฤกษ์ศาสตร์และสงิ่ แวดลอ้ ม 5
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ หน่วยบูรณาการ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง
ภาคเรยี นท่ี ๑
ขอบเขตเนอื้ หาในการเรียนรู้
ศึกษาเรยี นรู้ ความหมายความสำคญั ของพชื เศรษฐกจิ ในทอ้ งถิน่ คุณประโยชน์ โทษ และสรรพคณุ ทางยา
ของพชื รวมถึงความรู้ความเข้าใจดา้ นภูมิปญั ญาพน้ื บ้านกบั การประยุกต์ใช้พชื พรรณในทอ้ งถน่ิ ท้งั ในทางคหกรรม
การปรุงยาสมนุ ไพร ขา้ วของเครือ่ งใช้ งานจักสาน รวมถึงงานหตั ถกรรมพน้ื บ้านอืน่ ๆ ในชุมชน ความรดู้ ้านการ
ออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ ผลติ ภัณฑ์จากพชื ในท้องถิน่ พร้อมท้งั นำเสนอขายสนิ คา้ ในรปู แบบออนไลน์
จัดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ผ่านการเรียนการสอนแบบ Active Learning
การเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน ( 5E ) การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based
Learning) การเรียนรเู้ ชงิ สมรรถนะ CBL (Competency - Based Learning) โดยการนำไปใชแ้ ละการประยกุ ตใ์ ช้
ใหเ้ กดิ ประโยชน์ ซ่งึ นำไปสู่การออกแบบ สร้าง และพัฒนา ผลิตภัณฑจ์ ากวัสดจุ ากธรรมชาติใกล้ตัว โดยไม่กระทบ
และเปน็ มิตรกับสง่ิ แวดล้อม โดยสามารถนำผลิตภัณฑต์ ่อยอดสรา้ งมูลคา่ วางแผนธุรกจิ อยา่ งง่ายได้ด้วยตัวเอง และ
นำไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
การศึกษาเรียนรู้กระบวนการทางกฎหมาย ข้อกำหนด และระเบียบแนวทางการปฏิบัติ เกี่ยวกับพืช
ควบคุมและ การส่งออกสินค้าทางการเกษตร ที่มุ่งสรา้ งให้ประชากรโลกมคี วามสำนึกและเห็นถงึ ความสำคัญของ
สิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ มีความรู้ เจตคติ ทักษะ ความตั้งใจจริง และความมุ่งมั่นที่จะหาทาง
แก้ไขปัญหาที่เผชิญอยู่และป้องกันปัญหาใหม่ ทั้งด้วยตนเอง และด้วยความรว่ มมือกับผูอ้ ื่น สร้างความตระหนกั
และจติ สำนึกในการอนรุ ักษ์พันธุ์พชื ในท้องถน่ิ ผลกั ดนั ทรพั ยากรใหเ้ ป็นปัจจยั แหง่ การเรียนรู้ เพอ่ื อนุรกั ษ์ธรรมชาติ
และสง่ิ แวดล้อมอย่างย่ังยนื
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่ือการสอื่ สาร
2. คณติ ศาสตรใ์ นชวี ิตประจำวนั
3. การสบื สอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจติ วิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพ่อื การสื่อสาร
5. ทักษะชวี ติ และความเจรญิ แหง่ ตน
6.ทักษะอาชพี และการเปน็ ผู้ประกอบการ
7. ทักษะการคิดข้นั สูงและนวัตกรรม
8. การรเู้ ทา่ ทนั สื่อสารสนเทศและดจิ ทิ ลั
9. การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ
10. การเป็นพลเมืองตื่นรู้ และสำนึกสากล
11. ภาษาจนี เพ่ือการสื่อสาร
๒๒๗
ตวั ชว้ี ัด ต.1.2 ม.3/4 ต.1.2 ม.3/5 ศ 1.1 ม3/1
ศ 1.1 ม3/3 ศ 1.1 ม3/4 ต.3.1 ม.3/1 ง 2.1 ม.3/1 ง 2.1 ม.3/2
ศ 1.1 ม3/5 ศ 1.1 ม3/7
ศ 1.1 ม3/8 ศ 1.1 ม3/9 ต.1.1 ม.3/4 ศ 1.1 ม3/4 ศ 1.1 ม3/11
ต.4.2 ม.3/2
รวมทงั้ หมด ๑๖ ตัวชี้วัด
๒๒๘
รหัสวชิ า บ 23117 คำอธบิ ายหนว่ ยการเรียนรู้ Smart TK 1
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยบูรณาการ เวลา ๘๐ ชั่วโมง
ภาคเรียนที่ ๑
ขอบเขตเนอื้ หาในการเรยี นรู้
ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ/กระบวนการ และเรียนรู้เกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญ ของเทคโนโลยีและ
นวตั กรรม เมืองอจั ฉริยะ การออกแบบบ้านถวายสมาทซติ ้โี มเดล การทำธุรกจิ Start up food delivery ประเภท
ตา่ งๆ ศึกษาตวั อยา่ งธรุ กจิ Start up ที่ food delivery สนใจ จำลองธรุ กิจ Start up ท่สี นใจ food delivery การ
นำเสนอการออกแบบธุรกิจ Start up food delivery และระบบขนส่งอัจฉริยะในหน่วยงาน/สถานศึกษาต่างๆ
การออกแบบโมเดลระบบขนสง่ อัจฉริยะ การสรา้ งแบบจำลองระบบขนส่งอัจฉรยิ ะบ้านถวายโมเดล กฎหมายเก่ียว
กฏหมายจราจร กฎหมายแพ่งและอาญาและการกระทำความผดิ บทลงโทษและการวเิ คราะห์กรณศี ึกษา
จัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัว ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากการลงมือปฏิบัติ
สรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง (active learning) เช่น
กระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Ploblem-based
Learning) การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน (Project-based Learning) เป็นต้น เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของ
ผู้เรียนผ่านขอบข่ายเนื้อหาหน่วยต่างๆ ที่มีการออกแบบโดยบูรณาการอัตลักษณ์เชิงพื้ นที่ ให้ผู้เรียนเห็น
ความสำคัญของทอ้ งถนิ่ และใช้ข้อมูล Big Data ในกระบวนการจัดการเรียนรู้
ผลลัพธ์เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ เจตคติและคุณลักษณะต่างๆ
อยา่ งเป็นองค์รวมในการปฏิบตั ิงาน การแกป้ ัญหา เกดิ ทักษะการคิดขัน้ สูง การสรุปองค์ความรู้ มวี ิธกี ารทเ่ี หมาะสม
ในการสื่อสารนำเสนอ และสามารถนำความรูท้ ีไ่ ด้ไปประยกุ ตเ์ ช่ือมโยงกับชีวิตประจำวัน เรียนรู้เพื่อให้สามารถใช้
งานไดจ้ รงิ ในสถานการณ์ต่างๆ ในชวี ติ ประจำวนั ร้คู ณุ ค่าของท้องถน่ิ ไดล้ งมอื ปฏิบตั ิโดยประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ
เจตคติ คุณลักษณะนำไปสู่การเกิดสมรรถนะหลักและสมรรถนะย่อยในการแก้ปัญหาและการปฏิบัติงานต่างๆได้
สำเร็จอยา่ งมคี ุณภาพ
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพอื่ การสอื่ สาร
2. คณติ ศาสตรใ์ นชีวิตประจำวัน
3. กระบวนการสืบสอบทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพอื่ การสื่อสาร
5. ทักษะชีวิตและความเจริญแหง่ ตน
6. อาชพี และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
7. ทกั ษะการคดิ ขัน้ สูงและนวัตกรรม
8. การรเู้ ทา่ ทันส่อื สารสนเทศและดิจทิ ัล
9. การทำงานแบบรวมพลังเปน็ ทีมและมีภาวะผนู้ ำ
10. การเปน็ พลเมืองตืน่ รูแ้ ละมจี ิตสำนึกสากล
11. ภาษาจนี เพือ่ ชวี ิต
ตวั ชีว้ ดั
ว 2.1 ม.3/1ม.3/2ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5ม.3/6ม.3/7ม.3/8 ง 2.1 ม.3/1 ง 2.1 ม.3/2
รวมท้ังหมด ๑๐ ตัวชีว้ ัด
๒๒๙
รหสั วิชา บ ๒๓๑๑๘ คำอธบิ ายหนว่ ยการเรียนรู้ ตน้ แก้วสู่โลกกว้าง1
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๓ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
ภาคเรียนที่ ๑
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
ศึกษาเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงินการลงทุน ทักษะทางสังคม กฎหมายน่ารู้ ที่มีความสัมพันธ์และ
เกย่ี วขอ้ งกบั วิถกี ารดำเนินชวี ติ ของประชาชน ตามยุคสมยั
เพื่อให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงินการลงทุน ทักษะทางสังคม กฎหมายน่ารู้ ได้แก่
เรียนรโู้ ครงสรา้ งเศรษฐกจิ ของจงั หวัดเชยี งใหม่ เศรษฐกิจประเทศไทย และเศรษฐกจิ โลก , การออม - การทำบัญชี
ครวั เรือน - แหลง่ ออมเงนิ ผลตอบแทนสูง , การลงทุน - ห้นุ - ครปิ โตเคอเรนซ่ี – สินทรัพยอ์ ่ืนๆ ,เรยี นรู้โครงสร้าง
ทางสังคม , เรียนรู้ อภิปราย บทบาทหน้าที่ทางสังคม , ปฏิบัติตามทักษะทางสังคม ,ศึกษากฎหมายเกี่ยวกับ
องค์การที่ดูแลสนับสนุนการท่องเที่ยว , วิเคราะห์หน่วยงานที่มีบทบาท หน้าที่ ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว , ศึกษาแหลง่ ท่องเทย่ี วในชมุ ชน และกฎหมายเก่ยี วกบั กฎหมายควบคุมดูแลและพัฒนา
ทรัพยากรการท่องเทยี่ ว และโดยมกี ารนำเสนอข้อมูลการเรียนร้อู ย่างหลากหลาย
เห็นคุณค่าและประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงินการลงทุน ทักษะทางสังคม กฎหมายน่ารู้
สามารถนำความรูไ้ ปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ และมคี ณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องผู้เรียน (คณุ ลกั ษณะด้าน
ความร,ู้ คุณลกั ษณะดา้ นความคิด ,คุณลกั ษณะดา้ นทักษะ,คุณลกั ษณะด้านคณุ ธรรม)
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพอื่ การสอื่ สาร
2. คณติ ศาสตรใ์ นชวี ิตประจำวนั
3. กระบวนการสบื สอบทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพ่ือการสอื่ สาร
5. ทักษะชวี ติ และความเจริญแห่งตน
6. อาชีพและการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
7. ทักษะการคดิ ช้ันสูงและนวัตกรรม
8. การรู้เทา่ ทนั สื่อสารสนเทศและดจิ ิทลั
9. การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทมี และมภี าวะผนู้ ำ
10. การเป็นพลเมอื งต่นื รแู้ ละมจี ติ สำนึกสากล
11. ภาษาจนี เพ่ือชวี ติ
ตัวชีว้ ัด
ต.1.3 ม.3/2 ค 3.1 ม.3/1 ง 4.1 ม.3/1 ง 4.1 ม.3/2 ต.1.2 ม.3/3 ต.3.1 ม.3/1
รวมทงั้ หมด ๖ ตวั ชี้วัด
๒๓๐
ภาคเรียนท๒่ี
๒๓๑
รหสั วิชา บ 23219 คำอธิบายหน่วยการเรยี นรู้ E-Coding 6
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๓ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๒๐ ชั่วโมง
ภาคเรียนท่ี ๑
ขอบเขตเนอื้ หาในการเรยี นรู้
ศกึ ษาและปฏบิ ัติการเกีย่ วกบั Smart Home ตดิ ต้ังซอฟต์แวรก์ ารเชอื่ มต่อและการใชง้ าน
ปล๊กั อัจฉรยิ ะหลอดไฟอจั ฉรยิ ะลำโพงอัจฉริยะกล้องอัจฉรยิ ะ อุปกรณ์ IOT (Internet of Things) 3 D
Printer Laser Cut ศกึ ษา วิเคราะห์ ออกแบบ สร้างโครงงานอย่างง่ายตามแบบท่ี กำหนดให้ และอธบิ ายการ
ทำงานด้วยหลกั การทางวทิ ยาศาสตร์
เพอ่ื ใหเ้ กิดความรูค้ วามเข้าใจท่เี กยี่ วขอ้ งกบั อุปกรณ์ Smart Homeวิเคราะห์ ออกแบบ สร้างโครงงาน
อย่างง่ายอปุ กรณ์ IOT (Internet of Things) 3 D Printer Laser Cut การเชื่อมตอ่ พอร์ตกับอปุ กรณไ์ ฟฟ้า
อิเล็กทรอนกิ ส์ เพื่อเพ่มิ ทักษะความชำนาญและความรใู้ นการใช้โปรแกรม และการทำโครงงาน อย่างมีคุณธรรม
จริยธรรมและค่านยิ มที่พึงประสงค์
แนวทางการจดั การเรยี นรปู ใชก้ ระบวนการสืบเสาะ การสาธิต การลงมือปฏบิ ัติ การจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้
ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และการจดั การเรยี นร้แู บบสบื เสาะ (5Es) ทั้งนี้เพื่อใหน้ กั เรยี นตระหนกั และเหน็ คุณคา่ ใน
ทรัพยากรในทอ้ งถิน่ สามารถนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั มเี หตุผล ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมั่นในการ
ทำงาน
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพือ่ การสอื่ สาร
2. คณิตศาสตรใ์ นชวี ติ ประจำวนั
3. กระบวนการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
5. ทักษะชีวิตและความเจริญแหง่ ตน
6. อาชีพและการเปน็ ผ้ปู ระกอบการ
7. ทักษะการคดิ ช้ันสูงและนวตั กรรม
8. การรเู้ ท่าทนั สื่อสารสนเทศและดิจทิ ัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทีมและมีภาวะผนู้ ำ
10. การเปน็ พลเมอื งตน่ื รแู้ ละมจี ติ สำนึกสากล
11. ภาษาจีนเพอื่ ชีวติ
ตวั ชีว้ ัด ต1.1 (องั กฤษ) ว4.2
ท1.1 ม.1/7 ค1.2 ม.1/1
รวมท้งั หมด ๔ ตวั ชว้ี ัด
๒๓๒
รหสั วิชา บ 23202 คำอธิบายหน่วยการเรยี นรู้ พฤกษ์ศาสตร์และสง่ิ แวดลอ้ ม 5
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๖๐ ช่วั โมง
ภาคเรียนที่ ๒
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
ศึกษา เรียนรู้ สภาพอากาศโดยท่ัวไปซ่ึงหมายถงึ อุณหภูมิ ความชื้น เมฆ หมอก ลม ฝน ทัศนวิสัย การรู้
เรื่องลมฟ้าอากาศ (Weather) เป็นการเรียนรู้สภาพของอากาศในช่วงระยะเวลาหนึ่ง รวมไปถึงความรู้พื้นฐาน
เกี่ยวกับการเกิดภัยพิบัติ ทักษะข้อพึงปฏิบัติการเอาตัวรอดเมื่อเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ขึ้น ศึกษาความสำคัญ
ความหมาย ข้อมูลพื้นฐาน และคุณค่าของพันธุ์พืชต่อชีวิต เช่น พืชเศรษฐกิจ ทรัพยากรป่าไม้อื่น ๆ ฯลฯ เรียนรู้
กฎหมายเกี่ยวกบั ทรัพยากรปา่ ไม้ สิ่งแวดล้อม
จดั กระบวนการเรียนรู้ โดยให้ผเู้ รยี นได้ลงมอื ปฏิบัติจริง ผา่ นการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
การเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน ( 5E ) การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based
Learning) การเรยี นรู้เชิงสมรรถนะ CBL (Competency - Based Learning) โดยการนำไปใช้และการประยกุ ต์ใช้
ใหเ้ กิดประโยชน์ ซง่ึ นำไปสู่การออกแบบ สร้าง และพฒั นา ผลิตภัณฑ์จากวัสดุจากธรรมชาติใกลต้ ัว โดยไม่กระทบ
และเป็นมติ รกบั ส่งิ แวดล้อม โดยสามารถนำผลิตภณั ฑต์ ่อยอดสร้างมลู ค่า วางแผนธรุ กิจอย่างงา่ ยไดด้ ้วยตวั เอง และ
นำไปใชไ้ ด้อย่างเหมาะสม
การศกึ ษากระบวนการของสง่ิ แวดล้อมท่มี งุ่ สร้างใหป้ ระชากรโลกมคี วามสำนึกและเห็นถึงความสำคัญของ
สิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้องอืน่ ๆ มีความรู้ เจตคติ ทักษะ ความตั้งใจจริง และความมุ่งมั่นที่จะหาทาง
แก้ไขปัญหาที่เผชิญอยูแ่ ละป้องกันปัญหาใหม่ ทั้งด้วยตนเอง และด้วยความร่วมมือกับผู้อื่น สร้างความตระหนัก
และจติ สำนึกในการอนุรกั ษ์พันธุ์พืชทอ้ งถ่ิน ทรพั ยากรให้เปน็ ปัจจัยแห่งการเรียนรู้ ธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมอย่าง
ยง่ั ยนื
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่ือการสือ่ สาร
2. คณิตศาสตร์ในชีวติ ประจำวัน
3. การสบื สอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพื่อการส่อื สาร
5. ทักษะชีวติ และความเจรญิ แห่งตน
6.ทกั ษะอาชพี และการเป็นผ้ปู ระกอบการ
7. ทกั ษะการคิดข้นั สูงและนวัตกรรม
8. การรเู้ ทา่ ทันสอ่ื สารสนเทศและดจิ ทิ ัล
9. การทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
10. การเป็นพลเมอื งต่นื รู้ และสำนกึ สากล
11. ภาษาจนี เพ่อื การส่ือสาร
ตัวช้วี ัด
ค 3.1 ม.3/1 ศ 1.1 ม3/1 ต.1.1 ม.3/4 ต.1.2 ม.3/5 ต.4.2 ม.4/2
ศ 1.1 ม3/3 ต.1.3 ม.3/2
ว 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5ม.3/6
ง 1.1 ม3/2
รวมทงั้ หมด ๑๔ ตัวชี้วดั
๒๓๓
รหสั วชิ า ค 23217 คำอธิบายหน่วยการเรยี นรู้ Smart TK 2
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
ภาคเรยี นท่ี ๒
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
ศึกษา ค้นควา้ ฝึกทกั ษะ/กระบวนการ และเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ความหมาย ความสำคญั ของเทคโนโลยีอวกาศ
และเทคโนโลยีชีวภาพ การทดลองปฏิบัติเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศและเทคโนโลยีชีวภาพ การสร้างนวัตกรรม
เกีย่ วกับเทคโนโลยีอวกาศและเทคโนโลยีชีวภาพ ลกั ษณะของโรงเรียนอัจฉริยะและหอ้ งเรยี นอัจฉรยิ ะ ตัวอยา่ งของ
โรงเรียนอัจฉริยะและห้องเรียนอัจฉริยะ การออกแบบโมเดลโรงเรียนอัจฉริยะโดยใช้ 3D ปรินซ์เตอร์ การสร้าง
นวัตกรรม/ชิ้นงานเกี่ยวกับโรงเรียนอัจฉริยะ/ห้องเรียนอัจฉริยะ ความหมายเกี่ยวกับการทำธุรกิจ Start up
ประเภทต่างๆ ศึกษาตัวอย่างธรุ กจิ Start up ท่สี นใจ การเลอื กออกแบบธุรกิจ Start up ท่ีสนใจ การนำเสนอการ
ออกแบบธุรกิจ Start up ตัวอย่างของระบบขนส่งอัจฉริยะในหน่วยงาน/สถานศึกษาต่างๆ การออกแบบโมเดล
ระบบขนสง่ ในโรงเรยี น การสรา้ งแบบจำลองระบบขนส่งในโรงเรยี น กฎหมายเกย่ี วกับพระราชบัญญตั คิ อมพิวเตอร์
กฎหมายแพ่งและอาญาและการกระทำความผิด บทลงโทษ กฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ทางปัญญา
และการวิเคราะห์กรณีศึกษา
จัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัว ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากการลงมือปฏิบัติ
สรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง (active learning) เช่น
กระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Ploblem-based
Learning) การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน (Project-based Learning) เป็นต้น เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของ
ผู้เรียนผ่านขอบข่ายเนื้อหาหน่วยต่างๆ ที่มีการออกแบบโดยบูรณาการอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ ให้ผู้เรียนเห็น
ความสำคัญของท้องถ่นิ และใช้ข้อมลู Big Data ในกระบวนการจัดการเรยี นรู้
ผลลัพธ์เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ เจตคติและคุณลักษณะต่างๆ
อย่างเปน็ องค์รวมในการปฏิบตั ิงาน การแก้ปัญหา เกิดทกั ษะการคิดขน้ั สงู การสรปุ องค์ความรู้ มวี ธิ กี ารทเี่ หมาะสม
ในการสื่อสารนำเสนอ และสามารถนำความรูท้ ี่ได้ไปประยุกตเ์ ชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เรียนรู้เพื่อให้สามารถใช้
งานไดจ้ ริงในสถานการณต์ ่างๆ ในชีวิตประจำวนั รคู้ ุณคา่ ของท้องถน่ิ ได้ลงมอื ปฏิบัตโิ ดยประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ
เจตคติ คุณลักษณะนำไปสู่การเกิดสมรรถนะหลักและสมรรถนะย่อยในการแก้ปัญหาและการปฏิบัติงานตา่ งๆได้
สำเรจ็ อย่างมีคณุ ภาพ
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพือ่ การสือ่ สาร
2. คณติ ศาสตร์ในชวี ติ ประจำวนั
3. กระบวนการสบื สอบทางวทิ ยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตร์
4. ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร
5. ทกั ษะชีวติ และความเจรญิ แห่งตน
6. อาชพี และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
7. ทักษะการคิดขัน้ สูงและนวตั กรรม
8. การรู้เท่าทันส่อื สารสนเทศและดจิ ทิ ัล
9. การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผ้นู ำ
10. การเป็นพลเมืองตนื่ รู้และมจี ิตสำนกึ สากล
11. ภาษาจนี เพือ่ ชีวิต
๒๓๔
ตวั ช้ีวดั
ศ 1.1 ม.3/1 ง 2.1 ม.3/1 ว 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3ม.3/4ม.3/5ม.3/6 ม.3/7ม.3/8
ค 1.3 ม.3/1 ค 1.3 ม.3/3 ศ 1.1 ม.3/6
ง 2.1 ม.3/2 ต.1.2 ม.3/4 ง 4.1 ม.3/1 ง 4.1 ม.3/2
ง 4.1 ม.3/3 ต.3.1 ม.3/1 ค 1.3 ม.3/3 ค 2.2 ม.3/2
ศ 1.1 ม.3/9 ศ1.1ม.3/11 ต 4.1 ม.3/1
รวมทั้งหมด ๒๔ ตัวช้ีวัด
๒๓๕
รหัสวิชา บ 23218 คำอธบิ ายหนว่ ยการเรียนรู้ ตน้ แกว้ สู่โลกกวา้ ง 2
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
ภาคเรียนท่ี ๒
ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้
ศึกษาเกี่ยวกับการสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก แหล่งการเรียนรู้ที่สำคัญ ศึกษาวัฒนธรรม ความเป็นอยู่
การศึกษาและอาชพี ทมี่ ีความสัมพนั ธ์และเก่ยี วขอ้ งกับวถิ กี ารดำเนนิ ชวี ติ ของประชาชน ตามยคุ สมัย
เพือ่ ใหน้ ักเรียนมคี วามรูเ้ กีย่ วกบั การสถานที่ท่องเท่ยี ว ท่พี กั แหลง่ การเรยี นรู้ทส่ี ำคัญ วฒั นธรรม ประเพณี
ความเปน็ อยู่ การศึกษาและอาชพี วิเคราะห์หนว่ ยงานท่ีมีบทบาทการท่องเท่ียว , ศึกษาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน
และพัฒนาทรัพยากรการทอ่ งเที่ยว และโดยมีการนำเสนอขอ้ มูลการเรยี นรอู้ ยา่ งหลากหลาย
เห็นคุณคา่ และประโยชน์ทางด้านการอนุรักษท์ รัพยากรแหลง่ การเรยี นรู้ของจงั หวัด สามารถนำความรู้ไป
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้ และมคี ณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผู้เรียน (คุณลักษณะดา้ นความรู้,คุณลักษณะ
ด้านความคิด ,คุณลักษณะด้านทกั ษะ,คณุ ลักษณะด้านคุณธรรม)
สมรรถนะ
1. ภาษาไทยเพ่ือการส่อื สาร
2. คณติ ศาสตร์ในชีวิตประจำวนั
3. กระบวนการสืบสอบทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์
4. ภาษาอังกฤษเพอื่ การสือ่ สาร
5. ทักษะชวี ิตและความเจรญิ แห่งตน
6. อาชีพและการเป็นผูป้ ระกอบการ
7. ทักษะการคิดชนั้ สงู และนวัตกรรม
8. การรเู้ ท่าทนั สื่อสารสนเทศและดิจทิ ลั
9. การทำงานแบบรวมพลังเปน็ ทมี และมภี าวะผูน้ ำ
10. การเปน็ พลเมอื งต่นื รูแ้ ละมจี ติ สำนกึ สากล
11. ภาษาจนี เพ่อื ชีวิต
ตวั ชี้วัด
ท 3.1 ม.3/2 ค 3.1 ม.3/1 ง 1.1 ม.3/1 ง 1.1 ม.3/2
ต.2.2 ม.3/2 ท 3.1 ม.3/2
ง 1.1 ม.3/3 ต.1.1 ม.3/3 ง 4.1 ม.3/2 ง 4.1 ม.3/3
ค 3.1 ม.3/1 ง 4.1 ม.3/1
ต.1.2 ม.3/3 ต.1.3 ม.3/1
รวมทงั้ หมด ๑๔ ตวั ช้วี ัด
236
ส่วนที่ ๓
การวัดผลประเมินผล
หลักสูตรสถานศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน โรงเรยี นต้นแกว้ ผดุงพิทยาลัย พทุ ธศักราช ๒๕๖4 (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ. 2565) ตามหลักสตู รฐานสมรรถนะ พระราชบญั ญัตพิ น้ื ทนี่ วตั กรรมทางการศึกษา
พุทธศกั ราช ๒๕๖๒ กำหนดการวัดผลประเมินผล ดงั นี้
เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผลสัมฤทธิ์ทางการศกึ ษาของผู้เรียน
1. ระดับประถมศกึ ษา
1.1 การตดั สนิ ผลการเรียน
หลกั สตู รสถานศึกษาพืน้ ทนี่ วตั กรรมการศึกษาจังหวดั เชียงใหม่กำหนดหลักเกณฑ์การวัด
และประเมินผลการเรยี นรู้ เพื่อตดั สนิ ผลการเรียนของผู้เรยี น ดงั น้ี
1) ผู้เรยี นต้องมเี วลาเรยี นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทง้ั หมด
2) ผเู้ รียนตองไดร้ ับการประเมินทกุ ตัวข้ีวดั และผ่านตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากำหนด
3) ผู้เรียนต้องได้รบั การตัดสินผลการเรียนทุกรายวขิ า
4) ผู้เรยี นตอ้ งได้รบั การประเมินและมผี ลการประเมนิ ผา่ นตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากำหนดใน
การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
5) ผ้เู รยี นตอ้ งได้รบั การประเมนิ ทกุ สมรรถนะ
เพื่อให้การจดั การเรยี นร้บู งั เกดิ ผล ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ บั การพัฒนาอย่างเพียงพอในความรู้ ทักษะ
เจตคติท่ีกำหนดในหลกั สูตร โดยมเี วลาเรยี นท่เี พยี งพอต่อการพฒั นาดว้ ย โดยปกตผิ ู้สอนจะมีเวลาอย่กู บั
ผู้เรยี นตลอดปีการศกึ ษา ประมาณ 200 วนั สถานศกึ ษาจงึ ควรบรหิ ารจัดการ เวลาที่ได้รบั นใ้ี ห้เกิด
ประโยชนส์ ูงสดุ ต่อการพฒั นาผเู้ รยี นอยา่ งรอบด้าน และตระหนกั ว่าเวลาเรียนเป็นทรพั ยากรทใ่ี ชห้ มดไป
ในแต่ละวันมากกวา่ เป็นเพียงองค์ประกอบหนงึ่ ของการบริหารหลักสูตรการกำหนดให้ผเู้ รียนมเี วลา
เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนตลอดปีการศึกษา จงึ เป็นการมุ่งหวังให้ผสู้ อนมเี วลาในการ
พัฒนา ผู้เรยี น และเตมิ เต็มศักยภาพของผู้เรียน และเพือ่ ใหการจัดการเรียนการสอนมปี ระสิทธิภาพ
ผู้สอนต้อง ตรวจสอบความรู้ความสามารถทแี่ สดงพฒั นาการของผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนอื่ ง
อกี ทั้งต้องสร้างให้ ผ้เู รยี นรบั ผิดชอบการเรยี นรู้ของตนด้วยการตรวจสอบความก้าวหน้าในการเรยี นของ
ตนเองอย่างสม่ำเสมอ เช่นกนั ตัวช้วี ัดซ่งึ มคี วามสำคัญในการนำมาใช้ออกแบบหน่วยการเรียนรู้นัน้ ยงั
เป็นแนวทางสำหรบั ผู้สอนและ ผู้เรยี นใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับว่าผู้เรยี นเกิดการเรียนรูหรือยงั การ
ประเมนิ ในขนั้ เรยี นซง่ึ ต้องอาศยั ท้งั การประเมนิ เพอ่ื การพัฒนาและการประเมินเพอ่ื สรปุ การเรยี นรู้จะ
เป็นเครอื่ งมือสำคญั ในการตรวจสอบ ความก้าวหน้าในการเรียนรขู องผู้เรียนสถานศึกษาโดยผู้สอน
กำหนดเกณฑ์ทย่ี อมรบั ได้ในการผ่านตวั ชี้วัดทกุ ตัว ใหเ้ หมาะสมกบั บรบิ ทของสถานศกึ ษา กลา่ วคอื ให้
ท้าทายการเรียนรู้ไม่ยากหรือง่ายเกินไป เพอื่ ใช้เป็นเกณฑ์ ในการประเมนิ ว่าสงิ่ ทผ่ี ู้เรียนรู้ เข้าใจ ทำ
ได้น้ัน เปน็ ทนี่ ่าพอใจ บรรลตุ ามเกณฑ์ท่ยี อมรับได้ หากยงั ไม่บรรลุ จะต้องหาวธิ ีการช่วยเหลือ เพ่ือให้
ผู้เรยี นได้รบั การพฒั นาสูงสดุ การกำหนดเกณฑ์นีผ้ ู้สอนสามารถให้ผเู้ รยี นร่วมกำหนดด้วยได้ เพ่อื ให้เกิด
ความรับผดิ ขอบร่วมกันและสร้างแรงจูงใจในการเรียน การประเมินเพอ่ื การพฒั นา สว่ นมากเป็นการ
ประเมนิ อย่างไม่เป็นทางการ เช่น สงั เกตหรือซักถาม หรือการทดสอบย่อยในการประเมิน เพ่ือการ
พัฒนานี้ ควรใหผ้ ู้เรียนได้รบั การพฒั นาจนผ่านเกณฑ์ท่ียอมรับได้ ผเู้ รียนแต่ละคนอาจใช้เวลาเรียน และ
วิธีการเรยี นที่แตกต่างกนั ฉะนั้น ผู้สอนควรนำข้อมูลทีไ่ ด้มาใช้ปรับวิธกี ารสอนเพอื่ ให้ผู้เรยี นได้รบั การ
237
พฒั นา เตม็ ศกั ยภาพ อันจะนำไปสู่การบรรลุมาตรฐานการเรยี นรู้ในท้ายท่สี ุดอย่างมคี ุณภาพ การ
ประเมินเพ่อื การพฒั นาจึงไม่จำเป็นตองตัดสนิ ให้คะแนนเสมอไป การตดั สนิ ใหค้ ะแนนหรือให้เป็นระดับ
คณุ ภาพควรดำเนินการ โดยใชก้ ารประเมินสรปุ ผลรวมเมอื่ จบหน่วยการเรยี นรู้และจบรายวิชา
การตดั สินผลการเรยี น ตดั สนิ เป็นรายวิชา โดยใช้ผลการประเมินระหว่างปีและปลายปี ตาม
สัดส่วนท่ีสถานศกึ ษากำหนด ทกุ รายวชิ าต้องได้รบั การตดั สนิ ผลการเรยี นตามแนวทางการให้ระดบั ผล
การเรยี นตามทสี่ ถานศึกษากำหนด และผู้เรยี นต้องผ่านทกุ รายวชิ าพืน้ ฐาน
1.2 การใหร้ ะดบั ผลการเรียน
การตดั สินเพอื่ ให้ระดับผลการเรียนรายวิชา สถานศกึ ษาสามารถให้ระดับผลการเรียน
หรือระดบั คณุ ภาพการปฏิบตั ิของผู้เรยี นเป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอกั ษร ระบบร้อยละ และระบบทใ่ี ช้
คำสำคญั สะท้อนมาตรฐาน
การตัดสนิ ผลการเรียนในระดบั การศึกษาข้ันพน้ื ฐานใช้ระบบผ่านและไม่ผ่าน โดยกำหนดเกณฑ์
การตัดสินผ่านแต่ละรายวชิ าทร่ี ้อยละ 50 จากนนั้ จึงให้ระดับผลการเรียนที่ผ่านเป็นระบบต่าง ๆ ตามที่
สถานศึกษากำหนด ได้แก่ ระบบตวั เลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ ระบบทีใ่ ช้ดำสำคญั สะท้อน
มาตรฐานตารางข้างใต้แสดงการใหร้ ะดับผลการเรียนด้วยระบบต่าง ๆ และการเทียบกนั ได้ระหว่าง
ระบบ
สถานศกึ ษาให้ระดบั ผลการเรียนด้วยระบบต่าง ๆ สามารถเทยี บกันได้ ดังน้ี
ระบบตวั เลข ระบบตวั อักษร ระบบร้อยละ ระบบท่ีใช้คำสำคัญสะทอ้ นมาตรฐาน
5 ระดบั ๔ ระดับ 2 ระดบั
4 A 80-100 ดีเยีย่ ม ดเี ย่ยี ม
3.5 B+ 75-79 ดี ดี
3 B 70-74
2.5 C+ 65-69 พอใช้ ผ่าน
2 C 60-64
1.5 D+ 55-59 ผา่ น ผ่าน
1 D 50-54
0 F 0-49 ไมผ่ ่าน ไมผ่ า่ น ไม่ผา่ น
การประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี น และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคน์ นั้ ให้ผลการ
ประเมินเป็นผ่านและไม่ผ่าน กรณที ่ผี า่ นให้ระดบั ผลการประเมินเปน็ ดเี ยี่ยม ดี และผา่ น
1) ในการสรปุ ผลการประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน เพอ่ื การเล่อื นชน้ั และจบ
การศึกษา กำหนดเกณฑ์การตดั สินเป็น 4 ระดับ และความหมายของแต่ละระดับ ดงั นี้
ดีเย่ยี ม หมายถงึ มผี ลงานทแ่ี สดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์
ดี หมายถงึ
ผ่าน หมายถงึ และเขยี นทีม่ ีคุณภาพดีเลศิ อยเู่ สมอ
มีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอา่ น คิดวเิ คราะห์
และเขยี นท่ีมีคุณภาพเป็นทย่ี อมรบั
มผี ลงานทแ่ี สดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์
และเขยี นทมี่ คี ุณภาพเป็นทยี่ อมรบั แตย่ งั มขี อบกพร่องบางประการ
238
ไม่ผา่ น หมายถงึ ไม่มผี ลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์และ
เขียน หรอื ถา้ มีผลงาน ผลงานนน้ั ยงั มีขอบกพร่องทต่ี อ้ งได้รบั การ
ปรับปรุงแกไขหลายประการ
2) ในการสรุปผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค;รวมทกุ คุณลักษณะเพ่ือการ เลอื่ นชั้น
และจบการศกึ ษา กำหนดเกณฑ์การตัดสินเป็น 4 ระดบั และความหมายของแต่ละระดับ ดังน้ี
ดีเยย่ี ม หมายถงึ ผเู้ รียนปฏิบตั ิตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสยั และนำไปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั เพอื่ ประโยชน์สุขของตนเองและสงั คม โดยพจิ ารณา
จากผลการประเมนิ ระดบั ดีเย่ียม จำนวน 5- 8 คุณลักษณะ และไม่มี
คุณลกั ษณะใดได้ผลการประเมิน ต่ำกว่าระดบั ดี
ดี หมายถงึ ผเู้ รยี นมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพอื่ ใหเ้ ป็นการ
ยอมรับของสงั คม โดยพจิ ารณาจาก
1. ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดเี ย่ียม จำนวน 1 - 4 คณุ ลกั ษณะ และ
ไม่มคี ณุ ลกั ษณะใดได้ผลการประเมนิ ต่ำกว่า ระดบั ดี หรือ
2. ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดที ้ัง 8 คุณลกั ษณะ หรอื
3. ได้ผลการประเมนิ ต้งั แต่ระดบั ดีขึ้นไป จำนวน 5-7 คุณลกั ษณะ
และมบี างคณุ ลกั ษณะได้ผลการประเมนิ ระดับผ่าน
ผ่าน หมายถงึ ผู้เรียนรับรู้และปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์และเงือ่ นไขทสี่ ถานศึกษากำหนด
โดยพจิ ารณาจาก
1. ได้ผลการประเมินระดับผ่านทัง้ 8 คุณลักษณะ หรอื
2. ได้ผลการประเมนิ ตั้งแต่ระดับดีขน้ึ ไป จำนวน 1-4 คุณลกั ษณะ
และคณุ ลกั ษณะทีเ่ หลือได้ผลการประเมิน ระดับผ่าน
ไม่ผ่าน หมายถงึ ผเู้ รียนรับรู้และปฏิบตั ิได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงอื่ นไข ที่
สถานศกึ ษากำหนด โดยพจิ ารณาจากผลการประเมนิ ระดบั ไม่ผา่ น
ต้งั แต่ 1 คุณลักษณะ
การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี นจะตอ้ งพจิ ารณาทั้งเวลาการเขา้ รว่ มกิจกรรมการปฏบิ ตั ิ
กิจกรรม และผลงานของผู้เรยี นตามเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากำหนด และใหผ้ ลการประเมินเปน็ ผา่ นและ
ไมผ่ ่าน
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น มี 3 ลกั ษณะ คอื
1) กจิ กรรมแนะแนว
2) กจิ กรรมนักเรียน ซึ่งประกอบดว้ ย
(1) กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด และผ้บู ำเพ็ญประโยชน์ โดยผเู้ รียนเลือก
อย่างใดอย่างหน่ึง 1 กิจกรรม
(2) กจิ กรรมชุมนุมหรือชมรมอีก 1 กจิ กรรม
3) กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ให้ใช้ตัวอักษรแสดงผลการประเมิน ดงั นี้
“ผ” หมายถึง ผเู้ รียนมีเวลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมและ มี
ผลงานตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากำหนด
“มผ” หมายถงึ ผเู้ รียนมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมและ มี
ผลงานไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากำหนด ในกรณที ่ีผู้เรียนได้ผลของกจิ กรรมเป็น “มผ”