The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-06-03 10:10:45

ilovepdf_merged

ilovepdf_merged

๘๙

ผ้เู รียน และการประเมนิ โดยเพอื่ น ผ่านกจิ กรรมทพ่ี ัฒนาสมอง จติ ใจ ทกั ษะการปฏบิ ัตเิ ครอ่ื งเป่าล้านนา
ทักษะการปฏบิ ัตเิ คร่อื งตลี ้านนา รวมถึงการมสี ุขภาพสมบรู ณ์แขง็ แรงตามภาระงาน และเง่อื นไขของ
เกณฑ์การให้คะแนนการเรยี นรทู้ างสนุ ทรยี ศาสตร์ล้านนา

เพือ่ ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ เขา้ ใจ ถึงทักษะปฏิบัตเิ คร่ืองดนตรีลา้ นนาท่ถี นัดตามบทเพลงท่ี
กำหนด วาดภาพเครื่องดนตรีล้านนาตามจินตนาการ แสดงบคุ ลิกภาพในการปฏิบัติเครื่องดนตรีลา้ นนา
มที กั ษะการฟัง การพดู การอ่าน และการเขยี น ในการแกไ้ ขปัญหาการเรียนรทู้ างสนุ ทรียศาสตร์ล้านนา
จากประสบการณต์ รง สามารถบนั ทกึ โนต้ เพลงล้านนาได้ ตีหน้าทบั กลองล้านนาได้ อัตราจงั หวะสองชนั้
และชัน้ เดยี วได้ บอกประเภทเพลงล้านนาได้ อา่ นและเขียนชอื่ เครอื่ งดนตรลี า้ นนาได้ บอกขนบประเพณี
ของดนตรลี ้านนา การปฏบิ ตั เิ ครื่องเป่าลา้ นนาและเครือ่ งตีล้านนาได้ มีพน้ื ฐานการใชเ้ หตุผลอย่าง
สรา้ งสรรค์ในการพฒั นาตนเอง สามารถปรบั ตัวให้เขา้ กับการเปลยี่ นแปลงในการเรียนรู้ และเป็น
แบบอย่างท่ีดใี นสงั คมแห่งการเรียนรทู้ างสนุ ทรยี ศาสตรล์ ้านนาสู่พลวตั สังคมโลกได้อยา่ งดุลยภาพในโลก
ปจั จบุ ันและอนาคต มที กั ษะการเรยี นรทู้ างสนุ ทรียศาสตร์ล้านนาจากประสบการณต์ รง ในการฝึกปฏบิ ตั ิ
ทักษะทางสุนทรียศาสตร์ลา้ นนา เปน็ พลเมืองดี มีน้ำใจ ใฝ่เรยี นรู้ อ่อนน้อมถ่อมตน รู้ถึงศกั ยภาพตน
สนใจเรยี นรู้ทางสนุ ทรยี ศาสตรล์ ้านนาสู่พลวัตสงั คมโลกอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง นำความร้คู วามสามารถทาง
สุนทรยี ศาสตร์ล้านนาไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครวั และชุมชนของตนในโลกปัจจบุ ันและ
อนาคต

รหัสตัวชี้วัด
ศ 1.1 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4 , ป.3/5 , ป.3/6 , ป.3/7 , ป.3/8 , ป.3/9 , ป.3/10
ศ 1.2 ป.3/1 , ป.3/2
ศ 2.1 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4 , ป.3/5 , ป.3/6 , ป.3/7
ศ 2.2 ป.3/1 , ป.3/2
ศ 3.1 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4 , ป.3/5
ศ 3.2 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3
รวมทัง้ หมด 29 ตวั ช้ีวัด

๙๐

คำอธิบายรายหน่วยการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3 เวลา ๘๐ ชัว่ โมง/ปี

ใช้คำสง่ั ที่ใช้ในหอ้ งเรยี น ตวั อักษร เสยี งตัวอกั ษร สระ การสะกดคำ การอ่านออกเสยี ง คำ
กลุ่มคำ บทอา่ น พดู เขา้ จงั หวะ บทสนทนา ประโยค ให้ขอ้ มูลเก่ียวกับตนเองคำ เลอื กระบภุ าพ ตรง
ความหมาย บทสนทนา ใหข้ อ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเอง ประโยคบอกความต้องการเก่ยี วกบั ตนเองคำ คำสั่ง
ทีใ่ ช้ในห้องเรียน ข้อความทใ่ี ช้ในการพูดใหข้ ้อมูลความร้สู กึ เกยี่ วกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว วัฒนธรรม
เจ้าของภาษาแสดงกิริยา การขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนำตนเอง การใชภ้ าษาในการฟงั พูด อา่ นใน
สถานการณ์ที่เกดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น

โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มวี ิถีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซอ่ื สตั ย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถึงความเปน็ ไทยเพอื่ ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถ
สอื่ สารสง่ิ ท่ีเรียนรู้ และ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ ในชีวติ ประจำวนั

ผลการเรียนร้ทู ค่ี าดหวัง
1. ปฏิบตั ิตามคำสงั่ คำขอร้องทฟ่ี งั
2. บอกความหมายของคำและกลมุ่ คำทฟ่ี งั ตรงตามความหมาย ตอบคำถามจากการฟังหรืออา่ น
ประโยค บทสนทนาหรอื นิทานง่ายๆ
3.พดโต้ตอบดว้ ยคำส้ันๆ งา่ ยๆ ในการสื่อสารระหวา่ งบุคคลตามแบบทีฟ่ ัง ใช้คำส่งั และคำ
ขอร้องง่ายๆ
4. บอกความตอ้ งการ
งา่ ยๆ ของตนเอง พดู ขอและให้ขอ้ มูลเกีย่ วกบั ตนเองและเพ่อื น บอกความรู้สึกของตนเอง
เก่ยี วกับส่งิ ตา่ งๆ ใกลต้ วั หรือกิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบท่ฟี งั
5.พูดให้ขอ้ มูลเก่ียวกับตนเองและเรือ่ งใกล้ตัว จดั หมวดหมูค่ ำตามประเภทของบุคคล สัตว์
และ สง่ิ ของตามทฟ่ี งั หรอื อา่ น
6. พูดและทำท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา 7.บอกชื่อ
และคำศพั ทง์ า่ ยๆ เก่ียวกบั เทศกาล/วนั สำคญั /งานฉลอง และชวี ิตความเปน็ อยขู่ องเจ้าของ
ภาษา เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมทเี่ หมาะกบั วัย
8. บอกความแตกต่างของเสียงตวั อกั ษร คำ กล่มุ คำ และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาองั กฤษและ
ภาษาไทย
9. ฟงั /พูดในสถานการณ์งา่ ยๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
รวมท้ังหมด 9 ผลการเรยี นรู้

สมรรถนะ
ภาษาองั กฤษเพ่อื การสื่อสาร

๙๑

คำอธิบายรายหน่วยรเู้ กษตรอินทรีย์

ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา 120 ช่ัวโมง/ปี

การเรียนรู้และศึกษาอาชีพหลกั ของคนในชมุ ชน คอื การทำเกษตรกรรม ได้แก่ การศกึ ษาพชื
เศรษฐกจิ ในชมุ ชน การศกึ ษาลกั ษณะ การขยายพันธุ์ วงจรชีวิต ของพืชเศรษฐกจิ การสืบคน้ คณุ ค่าทาง

โภชนาการของผกั สวนครัว การจำแนกประเภทของผักตามลกั ษระของการสบื พันธุ์ การอภิปรายเพ่ือ
เพมิ่ มลู ค่าของผลผลิตทางการเกษตรในชุมชน ศึกษาเสน้ ทางของพชื เศรษฐกจิ และ การสำรวจอาชีพที่
เกดิ ขนึ้ จากการปลกู พชื เศรษฐกิจในชุมชน การศึกษาการหมุนเวียนของสนิ คา้ และการซือ้ ขายในตลาด

ของชมุ ชน การศกึ ษาภัยธรรมชาติทม่ี ตี ่อการเกษตร ได้แก่ ฝนแล้ง นำ้ ท่วม การเกิดพายุลกู เหบ็
การศกึ ษาการนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูป และการเขา้ ใจและมสี ่วนรว่ มในประเพณคี วามเช่ือ

เกี่ยวกบั การทำการเกษตรในชุมชน การสง่ เสริมโครงการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี นโดยการศกึ ษาพชื
ศกึ ษา และการจำแนกประเภทของพืชศกึ ษาของโรงเรียน การเรียนรู้ สงั เกตระบบนเิ วศนใ์ นโรงเรียน
และเห็นคุณคา่ ของทรัพยกรธรรมชาติในโรงเรยี นและชมุ ชน ได้แก่ แหล่งนำ้ ในชุมชน การทดลองปลกู

พืชปลอดสารพิษ และต้นไมฟ้ อกอากาศ การคำนวณรายรบั รายจา่ ยจากการจำหน่ายตน้ ไม้ฟอกอากาศ
การศึกษาการใช้เทคโนโลยมี าบริหารจัดการเพอ่ื เพม่ิ ผลผลติ ทางการเกษตร และ การศึกษาลกั ษณะ

ประเภท การดำรงชวี ิตของสตั วเ์ ล้ียงในชุมชน

โดยใชก้ ระบวนการสร้างสมรรถนะด้วยวธิ กี ารสืบค้น การใช้ปัญหาเปน็ ฐาน การเรียนร้ทู ี่ใช้
โครงสร้างและหนา้ ที่ของสมองเป็นเครอ่ื งมอื ในการเรียนรู้ กำหนดสถานการณ์ ตวั บุคคล และสถานทจ่ี รงิ
เน้นกระบวนการลงมือปฏิบัติ โดยอาศยั ความร่วมมมือจากครอบครวั โรงเรยี นและชมุ ชน

เพ่อื ใหเ้ กิดสมรรถนะสำคัญจนสามารถเขา้ ใจการดำรงชีวิตของคนในชมุ ชนด้านการประกอบอาชีพ

ทางการเกษตร การสง่ เสริมต่อยอด มีความภาคภูมิใจต่ออาชพี ของครอบครวั และชุมชน มีเหตุผล และ
ลงมือปฎิบตั ิสามารถแกป้ ญั หาได้ ตามเป้าหมายสำคัญของการพฒั นาสมรรถนะได้แก่ เปน็ เดก็ ตน้ แกว้
ฉลาดรู้ เด็กต้นแกว้ สามารถสงู เดก็ ตน้ แก้วอยู่ดมี ีสุข และเดก็ ต้นแก้วใสใ่ จสังคมและสำนึกสากล การมี

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ตามทส่ี ถานศึกษากำหนดได้แก่ ดา้ นความรู้ ความคดิ ทกั ษะและมคี ณุ ธรรม
สามารถดำรงตนใหอ้ ยู่ในสงั คมแหง่ การเปลย่ี นแปลงไดอ้ ยา่ งมคี วามสุขและปลอดภัย

สมรรถนะทีเ่ ก่ียวข้อง
สมรรถนะท่ี 1,2,3,4,5.6,7,8,9,10,11

มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชวี้ ัด

ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๒.๑ ป.๓/๒ ท ๔.๑ ป.๓/๑ ท ๔.๑ ป.๓/๖ ท ๒.๑ ป.๓/๕
ค 1.1 ป.3/3 ค 1.1 ป.3/5 ค 1.2 ป.3/1 ค 2.1 ป.3/3 ค 2.1 ป.3/9
ว 4.2 ป.3/5 ว 1.2 ป.3/1 ว 1.2 ป.3/2 ว 2.2 ป.3/1 ว 2.2 ป.3/3

ส ๒.๒ ป.๓/๑ ส ๓.๑ ป.๓/๒ ส ๓.๒ ป.๓/๑ ส ๔.๒ ป.๓/๑ ส 5.2 ป.3/2
พ 1.1 ป.3/3 พ 3.1 ป.3/1 พ 4.1 ป.3/1 พ 4.1 ป.3/5 พ 2.1 ป.3/1

ศ ๑.๑ ป.๓/๑ ศ ๑.๑ ป.๓/๘ ศ 3.1 ป.3/1 ศ 3.2 ป.3/1 ศ 3.1 ป.3/5
ง ๑.๑ ป.๓/๒ ง ๑.๑ ป.๓/๑ ง ๑.๑ ป.๓/๑ ง ๑.๑ ป.๓/๒ ง ๑.๑ ป.๓/๓
ต 1.1 ป.3/2 ต 1.1 ป.3/4 ต 1.3 ป.3/1 ต 1.3 ป.3/2 ต 2.1 ป.3/

๙๒

คำอธบิ ายรายหน่วยวิถีชุมชนคนตน้ แก้ว

ประถมศึกษาปที ี่ 3 เวลา 120 ชวั่ โมง

การเรียนรู้และเข้าใจบทบาทของสมาชิกในโรงเรียนและชุมชน มีส่วนร่วมผ่านระบบสภา
นักเรียน ส่งเสรมิ แหลง่ ท่องเทยี่ วในชมุ ชน เขา้ ใจปจั จัยทีม่ ผี ลตอ่ วถิ ีชีวิตแล และสภาพเศรษฐกิจในชุมชน

มีบทบาทในการส่งเสรมิ พัฒนาได้อยา่ งเหมาะสม ปฏิบัติตนตามประเพณีวัฒนธรรมของชุมชน ยอมรับ
และปรับตวั ต่อสภาวการณโ์ ลกทเ่ี กิดขนึ้ ระบจุ ุดเส่ยี งตอ่ การเกิดอุบัติเหตุในโรงเรียนและชมุ ชน เคารพกฎ

จราจรและปฏิบตั ิตนตามกฎจราจรเพอื่ สร้างความปลอดภยั ใหก้ ับตนเองและบุคคลอื่น
โดยกระบวนการสร้างสมรรถนะด้วยวิธีการสืบค้น การใช้ปัญหาเป็นฐาน การเรียนรู้ที่ใช้

โครงสร้างและหน้าที่ของสมองเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ โดยใช้สถานการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ

กระบวนการเผชิญสถานการณ์จากครอบครัว โรงเรยี นและชุมชน
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ วดิ ีชุมชนของตนมคี วามรกั และภาคภมู ิใจ มคี วามสัมพนั ธอ์ นั ดีกบั

ชุมชน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่สถานศึกษากำหนด ได้แก่ ด้านความรู้ ความคิด
ทกั ษะและคณุ ธรรม สามารถดำรงตนในสงั คมไดอ้ ยา่ งปลอดภัยและมีความสขุ

สมรรถนะที่เก่ียวข้อง
สมรรถนะที่ 1,2,3,4,5.6,7,8,9,10,11

มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั
ท ๑.๑ ป.๓/๔ ท ๑.๑ ป.๓/๘ ท ๓.๑ ป.๓/๖ ท ๑.๑ ป.๓/๗ ท ๒.๑ ป.๓/๓ ท ๓.๑ ป.๓/๕ ท ๓.๑ ป.
๓/๒

ค 1.1 ป.3/7 ค 1.1 ป.3/9 ค 2.1 ป.3/2 ค 2.2 ป.3/1 ค 2.1 ป.3/1.3 ค 1.1 ป.3/6
ค 2.1 ป.3/3

ว 3.1 ป.3/1 ว 2.3 ป.3/3 ว 1.2 ป.3/4 ว 3.2 ป.3/2 ว 3.2 ป.3/1 ว 3.2 ป.3/4
ส ๒.๒ ป.๓/๒ ส ๓.๒ ป.๓/๓ ส ๒.๑ ป.๓/๒ ส ๒.๑ ป.๓/๓ ส ๓.๑ ป.๓/๑ ส ๒.๑ ป.๓/๓
ส 5.2 ป.3/4 ส 5.2 ป.3/6 ส ๒.๑ ป.๓/๔ ส ๒.๒ ป.๓/๒

พ 3.2 ป.3/2 พ 5.1 ป.3/1 พ 5.1 ป.3/2 พ 1.1 ป.3/2 พ 2.1 ป.3/1
ศ ๑.๑ ป.๓/๘ ศ ๑.๒ ป.๓/๒ ศ 2.1 ป.3/7 ศ ๑.๑ ป.๓/๑๐ ศ ๑.๑ ป.๓/๘

ง ๑.๑ ป.๓/๓ ง ๑.๑ ป.๓/๒ ง ๑.๑ ป.๓/๑
พ 5.1 ป.3/1 พ 2.1 ป.3/2 พ 5.1 ป.3/3
ต 1.2 ป.3/1 ต 1.3 ป.3/1 ต 2.1 ป.3/๒ ต 1.2 ป.3/3 ต 1.2 ป.3/3 ต 1.2 ป.3/1

๙๓

คำอธิบายรายหน่วยรู้ทนั ภัยใกล้ตัว

ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา 120 ช่ัวโมง/ปี

การเรยี นรู้ และปฏิบัตติ นใหป้ ลอดภยั จากอันตรายทีเ่ กดิ ขึ้นรอบตัว ได้แก่ อุบัติภัยใกลต้ ัว เช่น
การเกิดอบุ ตั เิ หตุในบ้าน การใช้เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ในบา้ นอยา่ งปลอดภัย การจดั หมวดหมู่และรู้จกั ใช้สารใน
บา้ นไดอ้ ยา่ งปลอดภัย รู้จักสทิ ธขิ องตนเองและเคารพสิทธิของผอู้ ื่น การรเู้ ท่าทนั ส่อื ออนไลน์ และการ

ดูแลตนเองจากการจมนำ้ การกำจัดขยะในบ้านได้อย่างถูกวิธี ปญั หาสิ่งแวดล้อมของชมุ ชน ได้แก่
ปัญหาจากฝนุ่ P.M 2.5 ปัญหาจากสารตกค้างจากการทำการเกษตรในชมุ ชน และ ผลกระทบจาก

ระบบขนส่งของชุมชน การปรบั ตวั และเรยี นร้กู ารอย่รู ว่ มกบั บุคคลสูงวยั ในบ้าน การปอ้ งกนั ตนเองไม่ให้
เกดิ โรคต่าง ๆ การรู้จักและเลอื กใช้สมนุ ไพรในบ้านได้ ศกึ ษาและปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กิดโรคที่เกดิ จากการไม่
ดแู ลสุขภาพของตนเอง เช่น โรคฟันผุ โรคอว้ น โรคเครยี ด การเรียนรู้สาเหตุ การป้องกนั และการ

ชว่ ยเหลือตนเองเมือ่ เกดิ ภยั พิบัตทิ างธรรมชาติ การเกิดปรากฏการณ์แมค่ ะนง้ิ ลกู เหบ็ การเกิดลมและ
พายุ และการป้องกนั ตนเองจากเกิดอบุ ตั ิเหตจุ ากการจราจรท้งั ในโรงเรียน และชุมชน และเข้าใจถึง

ผลกระทบจากการเกิดอบุ ัติเหตุ ทัง้ ทางดา้ นสขุ ภาพ สังคม และเศรษฐกิจ

โดยใช้กระบวนการสรา้ งสมรรถนะดว้ ยวธิ กี ารสืบค้น การใช้ปญั หาเปน็ ฐาน การเรียนรู้ทใี่ ช้
โครงสรา้ งและหน้าท่ีของสมองเปน็ เครื่องมอื ในการเรยี นรู้ กำหนดสถานการณ์ ตวั บุคคล และสถานท่ีจรงิ
เนน้ กระบวนการลงมอื ปฏิบตั ิ โดยอาศยั ความรว่ มมมอื จากครอบครัว โรงเรยี นและชมุ ชน

เพือ่ ให้เกิดสมรรถนะสำคญั ที่สามารถรับมือ และแก้ปัญหาได้ เมื่อเผชญิ กับเหตุการณ์ทเ่ี ป็นอันตราย
ตอ่ ร่างกาย จติ ใจ และทรัพย์สินของตนเองและบคุ คลใกล้ตัว ได้แกเ่ ป็นเดก็ ต้นแก้วฉลาดรู้ เด็กตน้ แก้ว
สามารถสงู เดก็ ตน้ แกว้ อยู่ดมี ีสขุ และเด็กต้นแก้วใสใ่ จสงั คมและสำนึกสากล การมีคุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์ตามท่ีสถานศกึ ษากำหนดไดแ้ ก่ ดา้ นความรู้ ความคิด ทกั ษะและมีคุณธรรม สามารถดำรงตนให้
อยใู่ นสังคมแห่งการเปลยี่ นแปลงไดอ้ ย่างมคี วามสุขและปลอดภัย

สมรรถนะทเี่ กีย่ วขอ้ ง

สมรรถนะท่ี 1,2,3,4,5.6,7,8,9,10,11
มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด
ท ๑.๑ ป.๒/๔ ท ๑.๑ ป.๒/๕ ท ๓.๑ ป.๒/๓ ท ๓.๑ ป.๒/๖ ท ๔.๑ ป.๒/๓ ท1.1 ป.2/3,

ค 1.1 ป.2/1 ค 3.1 ป.2/1 ค 3.1 ป.3/2 ค2.1 ป.2/2, ป.2/3 ค 3.1 ป.3/2
ว 4.2 ป.1/4 ว 4.2 ป.2/1 ว1.3. ป.2/1

ส 5.2 ป.1/2 ส 5.1 ป.2/1 ส 5.1 ป.2/3 ส 5.2 ป.2/1 ส 5.2 ป.2/3 ส 5.2 ป.2/4
พ 5.1 ป.1/3 ท ๒.๑ ป.๒/๒ พ4.1 ป.2/4, ป.2/5 พ 5.1 ป.1/1
ศ 3.1 ป.2/2 ศ ๑.๑ ป.๒/๕

ง ๑.๑ ป.๒/๓ ง ๑.๑ ป.๒/๓ ง ๑.๑ ป.๒/๓ 5.1 ป.2/5
ต 1.2 ป.2/1 ต 1.2 ป.2/2 ต 2.1 ป.2/3 ต 4.2 ป.2/1

94

คำอธบิ ายรายวชิ า / หนว่ ยการเรียนรู้

ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4 – ประถมศึกษาปีท่ี 6

95

คำอธิบายหนว่ ยการเรยี นรู้ ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4

1. หน่วยการเรยี นรสู้ วนพฤกษศาสตร์ต้นแก้ว
2. หนว่ ยการเรียนรเู้ ชียงใหมภ่ ัยพบิ ตั กิ ับโรคภัย
3. หน่วยการเรียนรู้มรดกภมู ิปญั ญา คนดีศรีเชียงใหม่
4. หนว่ ยการเรยี นรู้เกษตรอนิ ทรีย์วถิ ีต้นแกว้
5. หน่วยการเรยี นรู้ E-commerce

96

1. หน่วยการเรียนร้สู วนพฤกษศาสตรต์ ้นแกว้

รหัสวชิ า บ๑๔๑๐๑ คำอธบิ ายหนว่ ยการเรยี นรู้ สวนพฤกษศาสตร์ต้นแกว้
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ หนว่ ยบูรณาการ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง/ปี

ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้

ศึกษาขอ้ มลู ด้านต่างๆ ทางด้านข้อมลู พื้นบ้าน ข้อมลู พรรณไม้ ขอ้ มูลด้านพฤกษศาสตร์ ศกึ ษาโครงสรา้ ง
ภายนอกของพรรณไมท้ เี่ ปน็ พชื ศกึ ษาและพรรณไม้ท่ีสนใจอย่างละเอยี ด จัดทำปา้ ยชอื่ พรรณไม้ เรียนรกู้ ารวาด
ภาพและการบันทึกภาพทางพฤกษศาสตรข์ องพรรณไมท้ ่ไี ดท้ ำการสำรวจและศึกษา ทำตัวอยา่ งพรรณไม้ทง้ั แห้ง
และดอง เรยี นรูว้ งจรชวี ิตของชีวภาพนน้ั ๆ ขอ้ มูลการเปล่ียนแปลงและความแตกต่างด้านรปู ลกั ษณ์ คณุ สมบตั ิ และ
พฤตกิ รรม เปรยี บเทยี บตนเองและผู้อ่นื กับชีวภาพรอบกาย เพ่ือประยุกตใ์ ช้ในการดำเนินชวี ติ

๑.พชื ศึกษา(ดอกแก้ว)/พืชสนใจ

๒.ประโยชนข์ องพืชศึกษา/พชื สนใจ(กล้วย)

กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

โดยจดั ประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณ์ใหน้ กั เรยี นไดศ้ กึ ษาค้นควา้ จากการปฏิบตั ิจริง โดยใชก้ ระบวน
ทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสบื คน้ ข้อมลู บันทึก จดั กลมุ่ ขอ้ มูล เพอื่ ให้เกิด
ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถนำเสนอส่อื สารสิง่ ท่เี รียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เห็นคณุ คา่ ของ
การนำความร้ไู ปใช้ในชวี ติ ประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ มทีเ่ หมาะสม เพื่อสง่ เสริม
สมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลกั ผ่านขอบข่ายเน้ือหาบูรณาการหลากหลาย

เม่ือนกั เรยี นไดเ้ รยี นรหู้ น่วยบรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์ตน้ แกว้ ผา่ นกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะ
หาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นขอ้ มูล บันทึก จดั กล่มุ ขอ้ มูล เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ มี
กระบวนการคิด มเี หตุมผี ลแล้ว สามารถใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการแก้ปญั หา การตดั สินใจได้ วเิ คราะห์
ปญั หาในสถานการณ์ท่ีเป็นจริงในชีวิตประจำวันเพอ่ื การแก้ปญั หา และรจู้ กั ใช้ทรพั ยากรธรรมชาตใิ หเ้ ป็นประโยชน์

การวดั และประเมินผล เนน้ การวดั และประเมนิ ผลเพอื่ พฒั นาการเรียนรู้ รูปเล่มแบบบันทกึ พรรณไม้พืช

ศกึ ษา(ก.๗-๐๐๓ ) การใช้ประโยชนจ์ ากพชื ศึกษา และการทำโครงงานจากพชื สนใจ ด้วยวิธกี ารทหี่ ลากหลาย โดย

ใหส้ อดคล้องกับบริบท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชว้ี ดั

ผลลพั ธ์การเรียนรู้
หน่วยท่ี ๑ เรือ่ ง การสำรวจพรรณไมใ้ นโรงเรียน
๑.๑ การสำรวจพรรณไม้ในโรงเรยี น

๑)ผู้เรียนสามารถบนั ทกึ และจดจำพรรณไมใ้ นพืน้ ท่ีศึกษาได้
๒)ผูเ้ รยี นมคี วามร้เู ก่ยี วกบั พรรณไมแ้ ละรู้จักวธิ ีการสำรวจพรรณไมเ้ บอ้ื งต้นได้
๑.๒ การทำป้ายและติดปา้ ยรหสั ต้น
๑)ผู้เรยี นรจู้ กั วิธกี ารทำปา้ ยและวธิ กี ารติดปา้ ยชือ่ พรรณไม้

97

๑.๓ ต้ังช่ือ สอบถามชือ่ ศึกษาข้อมลู พ้นื บา้ น (ก.๗-๐๐๓ หน้า ๑)
๑) ผู้เรียนได้สมัผัสพรรณไมแ้ ละชุมชน โดยการสมั ภาษณผ์ ู้รูแ้ ละข้อมลู พนื้ บา้ น
๒) ผู้เรียนมคี ุณธรรม ความรบั ผิดชอบ ความช่อื ตรง ความออ่ นน้อม และความอดทน

๑.๔ การทำผังแสดงตำแหน่งพรรณไม้
๑) ผู้เรียนไดเ้ รียนรู้วิธกี ารทำผังแสดงตำแหน่งพรรณไม้
๒)ผเู้ รียนได้ฝกึ ทักษะการวัด การคำนวณ และการเรียนรู้เรอ่ื งทิศ

หนว่ ยที่ ๒ การศึกษาพรรณไมใ้ นโรงเรยี น(ก.๗-๐๐๓)
๒.๑ การศกึ ษาลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์

๑) ผเู้ รียนไดฝ้ ึกทกั ษะการสงั เกต ลักษณะของพรรณไม้ รู้ลักษณะโครงสร้างภายนอกพชื
๒) ผเู้ รยี นได้ทกั ษะการเขยี นบันทึก การบรรยาย และการสรปุ
๒.๒ การวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการปน้ั โครงสรา้ งของพชื
๑) ผู้เรียนไดท้ กั ษะการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการปัน้ โครงสรา้ งของพชื เชน่ ลกั ษณะวิสยั
ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล และเมลด็ โดยมมี าตราสว่ นและระบุส่วนที่วาดในภาพ
๒.๓ การทำตวั อย่างพรรณไมแ้ หง้
๑) ผู้เรยี นเรยี นรู้วิธีการเก็บและรักษาสภาพพรรณไมห้ ลากหลายสายพันธ์ุ
๒.๔ การเปรยี บเทียบขอ้ มูลสรปุ
๑) ผเู้ รยี นฝกึ สรุปข้อมลู ทางพฤกษศาสตร์ ซ่งึ เป็นการเปรยี บเทียบข้อมลู สรปุ หนา้ ๘ กับขอ้ มูลที่
สืบค้นจากเอกสารหรอื แหลง่ ข้อมลู แลว้ บันทกึ ในหนา้ ท่๙ี
๒) ผูเ้ รียนมีการสืบคน้ เอกสารหรอื สือ่ ต่างๆอ้างอิง
๒.๕ การจัดระบบข้อมูลทะเบียนพรรณไม้
๑) ผเู้ รียนฝกึ ทกั ษะการบันทกึ ขอ้ มูลพรรณไม้ในรปู แบบโปรแกรม Microsoft excel
๒.๖ การทำรา่ งปา้ ยชอ่ื พรรณไมส้ มบูรณ์
๑) ผเู้ รียนร้จู ักสว่ นประกอบของการจดั ทำปา้ ยชอื่ พรรณไม้
หนว่ ยที่ ๓ การศึกษาพืชสนใจ(กลว้ ย)
๓.๑ การศึกษาลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ของกล้วย
๑) ผู้เรียนไดฝ้ ึกทักษะการสังเกต ลกั ษณะของพรรณไม้
รลู้ ักษณะโครงสรา้ งภายนอกของกล้วย
๒) ผเู้ รียนไดท้ กั ษะการเขียนบันทกึ การบรรยาย และการสรุป
๓.๒ การวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการป้นั โครงสรา้ งของกล้วย
๑) ผเู้ รยี นไดท้ ักษะการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการ
ปั้นโครงสรา้ งของกลว้ ย เช่น ลักษณะวสิ ัย ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล และเมลด็ โดยมีมาตราส่วนและระบสุ ่วนทว่ี าด
ในภาพ
๓.๓ การเปรียบเทยี บข้อมูลสรุป
๑) ผู้เรียนฝกึ สรปุ ขอ้ มลู ทางพฤกษศาสตร์ ซึ่งเป็นการเปรยี บ
เทียบข้อมูลสรปุ หน้า ๘ กบั ข้อมลู ทีส่ บื คน้ จากเอกสารหรอื แหล่งข้อมูลแล้วบนั ทึกในหน้าท่๙ี

98

๒) ผู้เรียนมกี ารสืบค้นเอกสารหรือสือ่ ต่างๆอ้างอิง

หน่วยท่ี ๔ โครงงานพืชสนใจ

๑) กำหนดจุดมุ่งหมายและลกั ษณะโครงงานโดยตวั นักเรยี นเอง

๒) วางแผนหรอื วางโครงงาน โดยนกั เรยี นต้องช่วยกัน

วางแผนวา่ จะทำอะไร ใชว้ ิธกี ารหรอื กิจกรรมใด จึงจะบรรลจุ ดุ มงุ่ หมาย

๓) ขัน้ ดำเนินการ ลงมือทำกิจกรรมหรอื แกป้ ัญหา

๔) ประเมินผล โดยประเมนิ วา่ กจิ กรรมหรือโครงงานน้นั บรรลุ

ผลตามความมุง่ หมายที่กำหนดไวห้ รือไม่ มีขอ้ บกพรอ่ ง และควรแก้ไขใหด้ ีขึ้นอย่างไร

สมรรถนะที่ ๑ ภาษาไทยเพอ่ื การสือ่ สาร
๔. เขยี นโดยมีวตั ถุประสงค์ที่ชดั เจน ในการสื่อสารขอ้ มลู ความรู้ ความคิด ความรสู้ ึก ในรปู แบบท่หี ลากหลาย โดย
ใช้กลวธิ ีการนำ เสนอทเี่ หมาะสม สามารถเขยี นสื่อความหมายไดต้ รงตาม เจตนา เขา้ ใจได้งา่ ย และถูกต้องตาม
อกั ขรวิธี ใช้กระบวนการเขยี นผลติ งาน ในทางสร้างสรรค์อยา่ งรับผดิ ชอบและ เคารพในสิทธิของผอู้ ื่น
สมรรถนะที่ ๒ คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
๔. เช่อื มโยงความรหู้ รือปัญหาทาง คณติ ศาสตรท์ เี่ รยี นมากบั ความรู้ ปญั หา หรือสถานการณอ์ ่นื ท่ีตนเองพบ ซง่ึ อาจ
เป็นการเชอ่ื มโยงภายในวชิ าคณติ ศาสตร์ เชื่อมโยงคณติ ศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ น่ื ๆ และ เชือ่ มโยงคณิตศาสตร์กบั ชวี ิต
ประจำ วนั เพอื่ นำ ไปสู่การแก้ปญั หาและการเรียนรู้ แนวคดิ ใหมท่ ซี่ บั ซอ้ นหรอื สมบูรณข์ นึ้
สมรรถนะที่ ๓ การสบื สอบทางวทิ ยาศาสตร์ และจติ วทิ ยาศาสตร์
๓. สบื สอบความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ โดยสามารถตั้งคำ ถามสำ คัญ ออกแบบ และวางแผนการสำ รวจตรวจสอบ
ขอ้ มูล เลอื กใช้วัสดอุ ุปกรณ์และเครอ่ื งมอื ท่ีเหมาะสม เก็บรวบรวมข้อมลู วเิ คราะห์ ข้อมูลและนำ เสนอผลการสำ
รวจ ตรวจสอบ รวมทง้ั หลักฐานเชิงประจกั ษ์ ทไี่ ด้รับการยอมรบั จากสาธารณะ
สมรรถนะท่ี ๔ ภาษาอังกฤษเพอื่ การส่อื สาร
๖. สามารถคาดเดาความหมายของ คำ ที่ไม่รคู้ วามหมายจากบรบิ ทและสรุป ความหมายของประโยคได้หาก
เกีย่ วขอ้ ง กบั หัวขอ้ ทคี่ นุ้ เคย
สมรรถนะที่ ๕ ทกั ษะชีวติ และความเจริญแห่งตน
๘. สรา้ งแรงจูงใจและนำ ตนเองใน การเรยี นรู้ เรยี นรวู้ ิธีการเรยี นรู้ โดยใช้ ทักษะการเรียนร้หู ลากหลาย ทัง้ ทักษะ
การเรียนรูท้ ักษะการสืบคน้ ข้อมูล ทกั ษะ การสืบสอบ ทกั ษะการสร้างความรูแ้ ละ นวตั กรรม รวมทง้ั ทกั ษะการ
ประยุกต์ใช้ ความรเู้ พ่ือพัฒนาตนเองและชวี ิต
สมรรถนะท่ี ๖ ทักษะอาชีพ และการเป็นผูป้ ระกอบการ
๒. กำหนดเปา้ หมายในการทำ งาน ท่ีชัดเจน วางแผน จดั เรยี งลำดบั ความสำคัญของงานและบรหิ ารเวลาอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
๓. ปฏิบตั ิงานอยา่ งมุง่ มั่น อดทน รับผดิ ชอบ และเพยี รพยายาม เพื่อให้ บรรลเุ ป้าหมาย
สมรรถนะที่ ๗ ทักษะการคิดข้ันสูงและนวัตกรรม
๔. ลงมอื แก้ปัญหาด้วยตนเอง และ รว่ มมอื กับผู้อ่ืนในการแกป้ ัญหาอยา่ ง เป็นระบบ
สมรรถนะท่ี ๘ การรูเ้ ทา่ ทนั ส่ือสารสนเทศ และดจิ ทิ ลั

๑. เข้าถึงแหล่งสอื่ สารสนเทศ และ เทคโนโลยดี จิ ิทัลท่ีหลากหลาย เพอ่ื ใช้ สืบค้นข้อมูลและสารสนเทศที่
ต้องการ อย่างเขา้ ใจ และเลอื กเรือ่ งทจี่ ะเกิด ประโยชน์ต่อตนเอง ชุมชน และสงั คม
สมรรถนะที่ ๙ การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ

99

๔. รว่ มทำงานกลุ่ม ปฏิบตั ิตน ในฐานะสมาชิกกลมุ่ ท่ีรับผิดชอบต่อ หนา้ ท่ีและบทบาททีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
อย่างใส่ใจ และให้ความไว้วางใจกัน และกัน เพือ่ ใหเ้ กิดความสำ เรจ็ ในการ ทำ งาน และความสมั พันธท์ ่ดี ี
สมรรถนะที่ ๑๐ พลเมอื งทเี่ ขม็ แขง็ /ต่นื รู้ ทม่ี จี ิตสำนึกสากล

๖. มกี ารตดั สินใจและการแก้ปัญหา รว่ มกัน สามารถแสดงจุดยืนของตนเอง มีทกั ษะในการตดั สินใจ การ
แกไ้ ขปัญหา การแก้ไขความขัดแยง้ ดว้ ยการให้ความ รว่ มมือ และการแสดงออกซึ่งความ สามารถท่ีจะอยรู่ ่วมกนั
ทา่ มกลางความ หลากหลาย
สมรรถนะท่ี ๑๑ ภาษาจีนเพอ่ื ชวี ิต
๔. สามารถสร้างงานเขยี นงา่ ย ๆทมี่ ีความคิด เชื่อมโยงกันในประเดน็ ตา่ ง ๆ ที่คุ้นเคยในสาขาที่ ตนเองสนใจโดย
เชือ่ มโยงสว่ นต่าง ๆ ในงานเขยี น ใหเ้ ป็นลำดับต่อเนอื่ งกันได้

รหัสตวั ชี้วดั
ภาษาไทย
ท ๑.๑ ป.๔/๖ สรปุ ความรู้และขอ้ คิดจากเร่อื งท่ีอ่านเพ่อื นำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน
ท ๒.๑ ป.๔/๑ คดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทัดและคร่งึ บรรทดั
ท ๒.๑ ป.๔/๒ เขยี นส่ือสารโดยใช้คำได้ถกู ตอ้ ง ชัดเจน และเหมาะสม
ท ๑.๑ ป.๔/๒ อธบิ ายความหมายของคำ ประโยค และสำนวนจาก เร่ืองท่ีอา่ น
ท ๑.๑ ป.๔/๓ อา่ นเรอื่ งส้ันๆ ตามเวลาท่ีกำหนดและตอบคำถามจากเรื่องที่อา่ น
ท ๓.๑ ป.๔/๕ รายงานเรอื่ งหรอื ประเด็นท่ีศกึ ษาค้นคว้าจากการฟังการดู และการสนทนา
คณติ ศาสตร์
ค ๑.๑ ป.๔/๒ เปรยี บเทยี บและเรยี งลำดบั จำนวนนับทมี่ ากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ

ค ๑.๑ ป.๑/๑๖ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ ๒ ขน้ั ตอน ของทศนิยมไมเ่ กนิ ๓
ตำแหน่ง
ค ๒.๑ ป.๔/๓ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั ความยาวรอบรปู และพนื้ ที่ของรูปสเ่ี หล่ยี มมุมฉาก
วทิ ยาศาสตร์

ว ๑.๒ ป.๔/๑ บรรยายหนา้ ที่ ของราก ลำต้น ใบและดอกของพชื ดอกโดยใช้ข้อมลู ทีร่ วบรวมได้
ว ๑.๓ ป.๔/๒ จำแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพชื ไมม่ ีดอก โดยใชก้ ารมีดอกเป็นเกณฑ์ โดยใชข้ อ้ มลู ที่
รวบรวมได้
ว ๒.๑ ป.๔/๑ เปรียบเทยี บสมบัติทางกายภาพ ด้านความแข็ง สภาพยดื หยนุ่ การนำความร้อน และการ
นำไฟฟา้ ของวัสดุโดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจักษจ์ ากการทดลองและระบกุ ารนำสมบัตเิ รื่องความแขง็ สภาพยืดหยุ่น
การนำความรอ้ น และการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ผ่านกระบวนการออกแบบชนิ งาน
ภาษาอังกฤษ
ต ๑.๓ พูดแสดงความคดิ เห็นงา่ ยๆ เกยี่ วกบั เรือ่ งต่างๆ ใกลต้ วั
ต ๑.๒ พูด/เขยี นโตต้ อบในการสื่อสาร ระหว่างบุคคล
ต ๑.๒ พดู แสดงความรสู้ กึ ของตนเองเกย่ี วกับ เร่ืองตา่ งๆ ใกลต้ ัวและกจิ กรรมต่างๆ ตามแบบทฟ่ี ัง

สงั คมศึกษา
ส ๓.๑ ป.๔/๑ ระบุปัจจัยท่มี ีผลตอ่ การเลือกซ้ือสินคา้ และบริการ
ส ๓.๑ ป.๔/๒ บอกสิทธพิ ื้นฐานและรักษาผลประโยชน์ของตนเองในฐานะผู้บริโภค

100

วิทยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว ๔.๒ ป.๔/๓ ใช้อนิ เทอร์เน็ตคน้ หาความรู้ และประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถือของข้อมูล
ว ๔.๒ ป.๔/๕ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เข้าใจ สิทธแิ ละหน้าทข่ี องตน เคารพในสิทธิของผอู้ ่นื แจ้ง
ผู้เกย่ี วขอ้ งเมื่อพบข้อมูลหรอื บุคคลที่ ไม่เหมาะสม
ศิลปะ
ศ ๑.๑ ป.๔/๑ เปรยี บเทยี บรปู ลักษณะของรูปร่าง รปู ทรงในธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อม และงานทัศนศิลป์
ศ ๑.๑ ป.๔/๓ จำแนกทศั นธาตขุ องสงิ่ ตา่ ง ๆ ในธรรมชาติสง่ิ แวดล้อมและงานทศั นศิลปโ์ ดยเนน้ เรื่องเส้น สี รูปรา่ ง
รูปทรงพนื้ ผิว และพนื้ ทว่ี ่าง
พละศกึ ษา/สุขศึกษา
พ ๔.๑ ป.๔/๑ อธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ ส่งิ แวดลอ้ กับสุขภาพ
การงานอาชพี
ง ๒.๑ ป.๔/๔ ใช้พลังงานและทรพั ยากรใน การทำงานอยา่ งประหยัดและ คุม้ ค่า
ภาษาจีน
ต ๑.๑ ป.๔/๓ ระบุภาพ สญั ลักษณ์ เครอื่ งหมายตรงตามความหมายของคำ กลมุ่ คำ ประโยค และ
ขอ้ ความสน้ั ๆ ทฟ่ี งั หรอื อา่ น

ต ๑.๒ ป.๔/๕ พดู แสดงความรูส้ กึ ของตนเองเกี่ยวกับเรอ่ื งใกลต้ ัว และกจิ กรรมต่างๆ ตามแบบทฟ่ี งั
รวมทงั้ หมด ๒๕ ตวั ชี้วัด

101

2. หน่วยการเรียนร้เู ชยี งใหม่ภยั พิบตั ิกบั โรคภัย

คำอธบิ ายหนว่ ยการเรยี นรู้

รหัสหน่วยการเรยี นรู้ บ ๑๔๑๐๒ หนว่ ยบรู ณาการเชียงใหม่ภยั พิบตั กิ บั โรคภัย

ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ปี

ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้

ศกึ ษา รวบรวม ระบุมาตรการป้องกนั และแกไ้ ขปญั หา บทบาทขององค์การและการประสานความรว่ มมอื ทง้ั ใน
ประเทศและนอกประเทศเกย่ี วกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม การจัดการทรพั ยากร ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม แนว
ทางการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในจงั หวัดเชียงใหม่ การใช้ประโยชนจ์ ากสงิ่ แวดลอ้ มในการ
สรา้ งสรรค์วัฒนธรรม อันเป็นเอกลกั ษณ์ของท้องถน่ิ จงั หวดั เชียงใหม่ ซงึ่ ทำให้เกดิ ปัญหาทางกายภาพหรอื ภยั พบิ ัติ
ทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของพ้นื ทซ่ี งึ่ ไดร้ บั อิทธิพลจากปัจจัยทางภูมศิ าสตร์ สถานการณ์และวิกฤตการณ์ด้าน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจงั หวดั เชียงใหม่ ผลมาจากการกระทำของมนุษยแ์ ละหรอื ธรรมชาติ และมี
สว่ นรว่ มในการแกป้ ญั หาและการดำเนนิ ชีวติ ตามแนวทางการอนุรกั ษท์ รพั ยากรและส่งิ แวดลอ้ มเพ่ือการพฒั นาที่
ยัง่ ยืน
ศึกษาและปฏิบัตเิ ก่ยี วกบั กฎจราจร เครื่องหมายจราจร สัญญาณจราจรตามพระราชบญั ญัติจราจรทางบก สแี ละ
รูปแบบของเคร่อื งหมายเพอ่ื ความปลอดภยั เคร่ืองหมายจราจรบนถนนและทางหลวง ปายบังคับ ปายเตือน และ
ปายจราจรประเภทแนะนำ
นิยามของโรคตดิ เช้อื อบุ ัติใหมแ่ ละอุบตั ซิ ้ำ โรคท่พี บในปัจจุบัน หรอื มีแนวโนม้ ท่จี ะเป็นภัยคกุ คาม ต่อสุขภาพ
เศรษฐกิจ และสังคม ปัจจัยเสยี่ งทที่ ำให้เกิดโรคติดเช้อื อบุ ัติใหม่และอุบัติซ้ำ การป้องกัน การควบคุมโรค และ
การศกึ ษาระดับภูมคิ ้มุ กันในประชากร ข้อกำหนด แนวทางปฏบิ ัติ และการรายงานผลตามมาตรฐานทั้งใน
ระดบั ประเทศและระดบั สากล

โดยใชก้ ระบวนการรวบรวม ระบุ อธิบาย วเิ คราะห์ ประเมนิ แสดงความคดิ เห็น การสืบค้นขอ้ มูล การ
บันทกึ ข้อมลู การปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการคิด การเผชญิ สถานการณ์ การแกป้ ญั หา กระบวนการ
กลุม่ และกระบวนการสร้างความตระหนัก เพ่อื ให้ผ้เู รียนมีความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการแกป้ ญั หา ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ใฝเ่ รียนรู้ มวี ินยั มจี ติ สาธารณะ รักความเปน็ ไทย
และอยูอ่ ย่างพอเพยี ง

กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

โดยการจัดประสบการณ์หรอื สร้างสถานการณ์ท่ใี กล้ตัวใหน้ ักเรยี นได้ศกึ ษาคน้ ควา้ โดยปฏิบัตจิ ริง ทดลอง สรปุ
รายงาน และนำประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใชใ้ นการเรียนรสู้ งิ่ ต่าง ๆ และใชใ้ น
ชีวิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบ มีระเบียบวนิ ยั มีความรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ
มีวิจารณญาณ และมีความเชอื่ ม่นั ในตนเองรวมท้ังตระหนักในคณุ ค่าและมีเจตคติที่ดี โดยการจัดการเรียนร้ทู ่ีเน้น
การเรยี นรผู้ า่ นการแกป้ ญั หา (problem solving approach) และการเรยี นรูท้ ี่ได้ลงมอื ปฏิบตั ิจริง (active
learning) เพ่ือสง่ เสริมสมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลกั ผ่านขอบข่ายเน้ือหาต่าง ๆ

102

การวัดและประเมนิ ผล เนน้ การวัดและประเมนิ ผลเพ่ือพัฒนาการเรยี นรู้ ดว้ ยวิธีการท่ีหลากหลาย
โดยให้สอดคล้องกับบริบท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั มีความกระตือรือร้นและมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมในชั้นเรียน มีความรับผิดชอบ ส่งงานตรงเวลา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดี มี
ความรแู้ ละคณุ ธรรมภายใต้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดี สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มี
วิจารณญาณ และเชอื่ มัน่ ในตนเอง มคี วามรแู้ ละคณุ ธรรมภายใต้หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
การวดั ผลและประเมินผล ใช้วธิ ีการหลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ของเนือ้ หา และทักษะท่ตี ้องการวัด

สมรรถนะที่ 1 ภาษาไทยเพอื่ การสอื่ สาร
๑. รบั ฟังอย่างต้ังใจและเขา้ ใจลกึ ซ้งึ ในผูพ้ ูดและสาระที่รบั ฟัง ทงั้ ทเ่ี ปน็ ข้อความคำพดู ท่าทาง สญั ลกั ษณ์และกราฟกิ
ตา่ ง ๆ เขา้ ใจมมุ มองทแี่ ตกต่างกันตามบรบิ ทสงั คมและวฒั นธรรม มีการตรวจสอบความเข้าใจใหต้ รงกันระหว่างผู้
พูดและผู้ฟังรวมทัง้ ตรวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มูลก่อนตัดสนิ ใจเก่ยี วกบั เรือ่ งทฟ่ี ังและเลือกนำความรูท้ ่ไี ด้จากการ
ฟงั ไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตของตนและส่วนรวม
๔. เขียนโดยมีวตั ถุประสงคท์ ี่ชัดเจนในการสื่อส ารข้อมลู ความรู้ ความคิดคว าม รูส้ กึ ในรปู แบบท่หี ลากหลายโดยใช้
กลวิธีการนำเสนอทเ่ี หมาะสมสามารถเขียนส่ือความหมายได้ตรงตามเจตนา เขา้ ใจไดง้ า่ ยและถกู ตอ้ งตามอักขระ
วิธีใช้กระบวนการเขียน ผลิตงานในทางสร้างสรรค์อยา่ งรับผิดชอบและเคารพในสิทธขิ องผ้อู ่นื
สมรรถนะที่ 2 คณิตศาสตรใ์ นชีวิตประจำวนั
๓. ออกแบบ อธบิ าย และน าเสนอขอ้ มูลที่สือ่ ความหมายให้ผู้อ่นื เข้าใจตรงกนั เพอ่ื แสดงความเขา้ ใจหรอื ความคิดท่ี
เกี่ยวกับคณิตศาสตรข์ องตนเอง โดยใช้การพูดและเขียน วัตถุรปู ธรรม รปู ภาพ กราฟ สัญลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์
และตวั แทน รวมทัง้ บอกความสมั พันธ์ระหว่างภาษาในชวี ิตประจeวันกบั ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ได้
อยา่ งหลากหลายและเหมาะสมกับเนอื้ หาและสถานการณ์
๔. เช่อื มโยงความรู้หรือปญั หาทางคณติ ศาสตร์ทเ่ี รยี นมากับความรู้ปัญหาหรือสถานการณอ์ นื่ ทต่ี นเองพบซงึ่ อาจ
เปน็ การเชือ่ มโยงภายในวชิ าคณติ ศาสตร์เช่ือมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ ืน่ ๆ และเช่ือมโยงคณิตศาสตร์กับชวี ติ
ประจ าวนั เพื่อนำไปสู่การแกป้ ญั หาและการเรียนรแู้ นวคดิ ใหมท่ ่ีซบั ซ้อนหรอื สมบรู ณ์ขึ้น
สมรรถนะที่ 3 การสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจติ วทิ ยาศาสตร์
๔. ออกแบบและสรา้ งแบบจำลองโดยใช้ความรูแ้ ละหลักการทางวิทยาศาสตรแ์ ละใช้แบบจำลองเพอ่ื อธบิ าย
ปรากฏการณธ์ รรมชาตแิ ละปรากฏการณ์ทเี่ ปน็ ผลจากการกระทำของมนษุ ย์
สมรรถนะท่ี 4 ภาษาอังกฤษเพ่ือการสือ่ สาร
๔. สามารถสร้างงานเขยี นง่าย ๆท่มี ีความคดิ เช่อื มโยงกันในประเด็นต่าง ๆ ทค่ี นุ้ เคยในสาขาที่ตนเองสนใจโดย
เชอ่ื มโยงส่วนต่าง ๆ ในงานเขียนให้เปน็ ลำดับตอ่ เนอ่ื งกนั ได้
สมรรถนะที่ 5 ทกั ษะชีวติ และความเจรญิ แหง่ ตน
๕. รกั ษาระเบียบวนิ ัยของสังคมสรา้ งและรักษาความสมั พันธอ์ นั ดกี ับผูอ้ น่ื รบั ผิดชอบในบทบาทหน้าท่ขี องตนทีม่ ตี ่อ
ครอบครัว และสังคม
สมรรถนะที่ 6 ทักษะอาชีพ และการเป็นผู้ประกอบการ
๖. สามารถประยกุ ต์ใช้ความร้ใู นการสรา้ งผลติ ภัณฑเ์ ชิงสร้างสรรค์มีจรรยาบรรณและความรับผิดชอบต่อสงั คม

103

สมรรถนะท่ี 7 ทักษะการคดิ ขั้นสูงและนวัตกรรม
๒. ใชว้ ิจารณญาณ มกี ารตัดสินใจเรอ่ื งตา่ ง ๆ บนฐานของขอ้ มูล เหตุผลหลักฐานรวมทง้ั การพิจารณาอย่างรอบด้าน
ท้ังในด้านคณุ โทษ และความเหมาะสมตามหลกั กฎหมาย ศีลธรรม คุณธรรมคา่ นิยม
สมรรถนะที่ 8 การรูเ้ ท่าทันส่ือสารสนเทศ และดจิ ิทัล
๑. เข้าถึงแหล่งส่อื สารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทลั ทห่ี ลากหลายเพอ่ื ใช้สบื ค้นข้อมูลและสารสนเทศทต่ี อ้ งการ
อยา่ งเข้าใจ และเลือกเรอ่ื งท่ีจะเกดิ ประโยชนต์ ่อตนเอง ชมุ ชนและสงั คม
สมรรถนะท่ี 9 การทำงานแบบรวมพลังเป็นทมี และมภี าวะผ้นู ำ
๔. รว่ มทำงานกลุ่ม ปฏบิ ัติตนในฐานะสมาชิกกลุม่ ที่รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีและบทบาททไี่ ดร้ ับมอบหมายอยา่ งใสใ่ จ
และให้ความไวว้ างใจกันและกนั เพ่ือใหเ้ กิดความสำเร็จในการทำงาน และความสัมพันธท์ ดี่ ี
สมรรถนะที่ 10 พลเมืองที่เขม็ แข็ง/ตื่นรู้ ทีม่ จี ิตสำนกึ สากล
๕. ติดตามสถานการณ์ เหตุการณ์บ้านเมืองและปัญหาของชุมชน สังคมและโลก มสี ่วนร่วมทางตรงหรอื ทางออ้ มใน
การพฒั นาเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปญั หา
สมรรถนะท่ี 11 ภาษาจีนเพอ่ื ชีวติ
๔. สามารถสร้างงานเขียนง่าย ๆท่มี ีความคิดเช่อื มโยงกนั ในประเดน็ ตา่ ง ๆ ท่คี ุ้นเคยในสาขาท่ตี นเองสนใจโดย
เช่ือมโยงสว่ นตา่ ง ๆ ในงานเขียนให้เปน็ ลำดับต่อเนือ่ งกันได้
๕. เขา้ ใจคำและวลสี ำคญั ในบทสนทนาและติดตามหัวข้อในการสนทนาได้
๖. สามารถคาดเดาความหมายของคำทีไ่ ม่รคู้ วามหมายจากบรบิ ทและสรุปความหมายของประโยคได้หากเก่ียวข้อง
กับหวั ข้อทีค่ นุ้ เคย

รหัสตวั ชี้วดั
ภาษาไทย
ท 1.1 ป.4/5 คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรอ่ื งทอ่ี า่ นโดยระบุเหตุผลประกอบ
ท 3.1 ป.4/4 ต้งั คำถามและตอบคำถามเชงิ เหตุผลจากเรื่องทฟ่ี ังและดู
ท 4.1 ป.4/1 สะกดคำและบอกความหมายของคำในบริบทตา่ ง ๆ
ท 1.1 ป.4/4 แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน
ท 2.1 ป.4/6 เขยี นบนั ทกึ และเขยี นรายงานจากการศึกษาคน้ คว้า
ท 3.1 ป.4/1 จำแนกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองทฟี่ งั และดู
คณติ ศาสตร์
การวัดความยาวและการคาดคะเน
ค 2.1 ป.4/1 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ยี วกับเวลา
ค 3.1 ป.4/1 ใช้ข้อมลู จากแผนภมู ิแทง่ ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา
ค 2.1 ป.4/2 วดั และสร้างมุม โดยใชโ้ พรแทรกเตอร์
ค 2.2 ป.4/2 สร้างรปู สเี่ หลยี่ มมมุ ฉาก เม่ือกำหนดความยาวของด้าน
วิทยาศาสตร์
ว 2.3 ป4/3. เปรยี บเทยี บสมบัติของสสารทั้ง 3 สถานะ จากข้อมูลท่ีไดจ้ ากการสงั เกตมวล การต้องการ

104

ทอ่ี ยู่ รปู รา่ งและปริมาตรของสสาร
วทิ ยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว 4.2 ป.4/2 ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย โดยใช้ซอฟต์แวรห์ รอื ส่ือ และตรวจหาข้อผิดพลาด
และแกไ้ ข
ว 4.2 ป.4/3 ใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ค้นหาความรู้ และประเมนิ ความน่าเชื่อถอื ของขอ้ มลู
ว 4.2 ป4/4 รวบรวม ประเมนิ นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ทห่ี ลากหลาย เพ่อื
แก้ปัญหาในชีวติ ประจำวนั
ว 4.2 ป4/5 ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ ง ปลอดภยั เขา้ ใจ สทิ ธแิ ละหน้าที่ ของตน เคารพใน สิทธิของผู้อืน่ แจง้
ผู้เกี่ยวขอ้ งเมือ่ พบขอ้ มูลหรือบุคคลที่ ไมเ่ หมาะสม
สังคมศึกษา/ประวัตศิ าสตร์
ส 2.1 ป4/1 ปฏิบัติตนเปน็ พลเมอื งดีตามวถิ ปี ระชาธิปไตยในฐานะสมาชิกที่ดีของชุมชน
ส 5.2 ป4/2 อธิบายการเปลีย่ นแปลงสิ่งแวดลอมในจงั หวัด และผลท่เี กดิ จากการเปลยี่ นแปลง
พละศกึ ษา/สขุ ศกึ ษา
พ 3.2 ป.4/2 ปฎบิ ัตติ ามกฎ กตกิ า การเล่น กีฬาพ้ืนฐานตามชนิดกฬี าทเี่ ล่น
พ 4.1ป.4/1.อธบิ ายความสัมพันธ์ระหวา่ งสิง่ แวดลอ้ กับสขุ ภาพ
พ 4.1 ป.4/4 ทดสอบและปรับปรงุ สมรรถภาพทางกายตามผลการตรวจสอบสมรรถภาพทางกาย
พ 4.1ป.4/1.อธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสิ่งแวดลอ้ กบั สขุ ภาพ
ศิลปะ ดนตรี/นาฏศิลป์
ศ 1.1 ป.4/2 อภิปรายเก่ยี วกับอิทธพิ ลของสีวรรณะอุน่ และสวี รรณะเยน็ ท่มี ตี อ่ อารมณข์ องมนษุ ย์
ศ 1.1 ป.4/4 มที ักษะพื้นฐานในการใช้วสั ดุ อุปกรณ์สรา้ งสรรค์งานวาดภาพระบายสี
การงานอาชพี
ง 2.1 ป.4/4 ใชพ้ ลังงานและทรพั ยากรใน การทำงานอยา่ งประหยัดและ คมุ้ ค่า
ภาษาองั กฤษ
ต 1.3 พดู /วาดภาพแสดงความ สัมพนั ธ์ของ สง่ิ ต่างๆ ใกลต้ วั ตามที่ฟงั หรืออา่ น
ต 1.1 เลือก/ระบภุ าพ หรอื สญั ลกั ษณ์หรอื เคร่ืองหมายตรงตามความหมายของ ประโยคและข้อความ
สนั้ ๆ ท่ีฟงั หรืออา่ นพดู /เขยี นเพื่อขอและให้ขอ้ มลู เกยี่ วกับ ตนเอง เพ่อื น และครอบครวั
ภาษาจีน
ต 1.1 ป.4/3 ระบภุ าพ สญั ลักษณ์ เครอื่ งหมายตรงตามความหมายของคำ กล่มุ คำ ประโยค และ
ขอ้ ความสน้ั ๆ ทฟ่ี ังหรืออา่ น
ต 1.3 ป.4/1พูดหรือเขียนให้ข้อมูลเกยี่ วกับตนเอง และเรอ่ื งใกลต้ ัว

105

3. หนว่ ยการเรยี นรมู้ รดกภมู ิปญั ญา คนดีศรเี ชียงใหม่

คำอธบิ ายหนว่ ยการเรียนรู้

รหัสวชิ า บ๑๔๑๐๓ หน่วยบูรณาการ มรดกภมู ิปญั ญา คนดศี รีเชยี งใหม่

ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง/ปี

ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรียนรู้

ศึกษาประวัตคิ วามเปน็ มาของวัฒนธรรมทอ้ งถิ่น โดยเร่มิ ต้นจากวิถวี ัฒนธรรมเมืองเชยี งใหม่ (ความเชื่อ

ภาษา เคร่ืองแต่งกาย เรือนล้านนา เพลงลา้ นนาและดนตรี ลายผ้า(ลายหงส์ในโคม) ซง่ึ เปน็ อัตลักษณจ์ งั หวัด

เชยี งใหม่) สูว่ ิถวี ัฒนธรรมท่หี ลากหลายในระดบั สากล รวมถึงอาหารพน้ื บ้านลา้ นนาตามฤดูกาล สืบคน้ คำตอบของ

เรื่องราวประวัติความเปน็ มาวถิ ีชวี ิตและบุคคล จบั ประเดน็ สำคัญ ลำดับเหตกุ ารณ์ท่ีแสดงพฒั นาการทาง

ประวตั ศิ าสตร์และความตอ่ เนอ่ื งจากอดตี ถงึ ปัจจบุ ันของจังหวดั เชยี งใหม่ นำเสนอเร่อื งราวท่สี บื ค้นโดยแสดงขอ้ มูล

และแหล่งหลักฐานท่เี กยี่ วขอ้ งด้วยวิธีการท่ีหลากหลายอย่างเห็นคุณคา่ และภาคภมู ิใจ ปฏิบัตติ นไดเ้ หมาะสมตาม

วัฒนธรรมทอ้ งถ่นิ สะท้อนคุณคา่ ทางสงั คมของวัฒนธรรมท้องถนิ่ ได้รวมทง้ั สืบทอดและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

ของตน

โดยใช้วิธกี ารทางประวตั ิศาสตรด์ ว้ ยการตรวจสอบและตัดสนิ ขอ้ มูลหลกั ฐานโดยไม่ใช้อคติ เลอื กใช้และ

แปลความหมายข้อมูลหลักฐาน ลำดับเหตุการณ์ ความตอ่ เนื่อง และความเปลี่ยนแปลงของสงั คม เพอ่ื นำเสนอ

เรอื่ งราว ภมู ิปญั ญาและวัฒนธรรมของชุมชนทอ้ งถนิ่ ไทยและสถาบันหลักของชาตแิ ละสรา้ งสรรค์ต่อยอดองค์ความรู้

ในการพฒั นาทอ้ งถน่ิ และสังคมไทยอยา่ งภาคภมู ใิ จและเคารพในความแตกตา่ งทีห่ ลากหลาย

ในหนว่ ยการเรยี นรนู้ ้ี สำหรับนักเรียนในระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 มจี ดุ เน้นในการพฒั นาการศกึ ษาในด้าน การ

ฝึกทักษะการสืบค้นขอ้ มูล การออกแบบ ความคิดสรา้ งสรรคใ์ นการสร้างสรรค์ชน้ิ งาน การใชภ้ าษาในการสื่อสาร

และฝึกการแก้ปัญหาในเนื้อหาตอ่ ไปน้ี

หน่วยท่ี 1 เร่ือง ความเชื่อเรือ่ งผใี นสังคมล้านนา

1.1 เรื่อง ผรี ะดบั เมอื ง ผีระดบั ชุมชน ผีครัวเรอื น ผีธรรมชาติ ผรี ะดับการเกษตร ผรี ะดบั ปัจเจก

1.2 เร่ือง ความเชื่อประเพณีการฟ้อนผีมด – ผีเม็ง ในจังหวัดเชียงใหม่

หนว่ ยที่ 2 เรือ่ ง ภาษาถิ่น

2.1 เร่อื ง ภาษาถนิ่ ในชีวติ ประจำวนั

2.2 เร่อื ง ภาษาถน่ิ 4 ภาค (ภาษาไทยถ่นิ เหนอื ภาษาไทยถิน่ อสี าน ภาษาไทยถนิ่ กลาง และภาษาไทยถ่นิ ใต)้

หนว่ ยที่ 3 เรอ่ื ง การแต่งกาย

3.1 เรื่อง การแต่งกายท่เี ปน็ เอกลักษณข์ องคนแต่ละพื้นถนิ่

3.2 เร่อื ง วัฒนธรรมการแตง่ กายจากอดีตสูป่ จั จุบัน

หน่วยท่ี 4 เรื่อง เพลงล้านนาและดนตรี

4.1 เพลงล้านนา การร้องเพลงลา้ นนา

4.2 ดนตรีลา้ นนา ประเภทของเคร่ืองดนตรีล้านนา

หนว่ ยท่ี ๕ เร่อื ง ผ้าอตั ลักษณจ์ งั หวัดเชียงใหม่ (ลายหงส์ในโคม)

5.1 ประวัตผิ ้าลายหงส์ในโคม

106

5.2 การนำภมู ิปญั ญาผา้ นำลายผา้ ไปผลติ และพัฒนาผลิตภณั ฑ์

หน่วยท่ี 6 เรยี นรู้ วัฒนธรรมที่เกยี่ วกับอาหารพน้ื บา้ นลา้ นนา

6.1 วฒั นธรรมการรับประทานอาหารพน้ื เมืองของทางภาคเหนอื
6.2 ความหลากหลายของอาหารพน้ื บ้านลา้ นนา
6.3 ศกึ ษาเกยี่ วกบั อาหารท่ีเก่ียวข้องกับความเช่อื ของคนล้านนา

หนว่ ยที่ 7 เรือ่ ง เรียนรู้ เรื่องอาหารพน้ื บา้ นลา้ นนา (ตามฤดูกาล)

7.1 ทรพั ยากรในท้องถ่นิ (ตามฤดูกาล) ทน่ี ำมาทำอาหารพน้ื บา้ นล้านนา
7.2 อาหารเพ่อื สขุ ภาพ ท่ใี ห้คณุ คา่ ทางโภชนาการสงู มีประโยชน์ สะอาด ไมม่ สี ารพษิ
7.3 (chef) ลงมือทำอาหารพ้ืนบา้ นประเภท ตำ, ยำ, นงึ่ , ทอด 1 อย่าง

7.4 จัดทำคลิปวดิ ิโอแนะนำอาหารพ้ืนบ้าน

หน่วยท่ี 8 เรอ่ื ง การนำเสนอ แนะนำอาหารพน้ื บา้ นลา้ นนา (ตามฤดกู าล)

8.1 การออกแบบโปสเตอร์ ทำ content ทำอาหารพน้ื บา้ นล้านนา แนะนำอาหารพื้นบา้ นลา้ นนาส่สู ากล ท่ี
น่าสนใจ

8.2 Site - เรอ่ื งอาหารพื้นบ้านล้านนา (ตามฤดกู าล)
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ท่ีใกลต้ ัว ให้นักเรยี นได้ศกึ ษาคน้ ควา้ จากการปฏบิ ัติจริง สรปุ รายงาน เพื่อ
พัฒนาการฝกึ ทกั ษะทกั ษะการสืบค้นขอ้ มูล การออกแบบ การคดิ สร้างสรรค์ การใช้ภาษาในการสื่อสาร และฝกึ การ
แกป้ ัญหา สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ มรี ะเบียบวินัย มคี วามรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มวี ิจารณญาณ และมี
ความเช่ือมนั่ ในตนเองรวมทง้ั ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติทีด่ ตี อ่ มรดกภมู ปิ ญั ญาของคนในท้องถิน่ โดยการจดั การ
เรียนรูท้ ่ีเน้นการเรียนรู้ผา่ นการแกป้ ัญหา (problem solving approach) และการเรยี นร้ทู ่ไี ดล้ งมือปฏบิ ัตจิ รงิ
(active learning) เพอ่ื สง่ เสริมสมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลกั ผ่านขอบข่ายเนอ้ื หาบูรณาการหลากหลายสาระ
การเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาตา่ งประเทศ วิทยาศาสตร์ สงั คมศึกษา เทคโนโลยี การงานอาชพี
ศิลปะ

เมอ่ื นักเรียนไดเ้ รียนรู้ประวัติความเปน็ มาของวัฒนธรรมทอ้ งถ่นิ ผ่านการสะท้อนความคดิ (reflect) จาก
ประสบการณใ์ นการแกป้ ญั หา จะทำให้นักเรยี นมองเหน็ ปัญหาในชวี ติ จรงิ ด้วยมมุ มองของตนเองและผู้อนื่ คดิ
วิเคราะห์ คิดอยา่ งเปน็ ระบบ เพ่อื ตัดสนิ ใจเลือกแนวทางในการแกป้ ัญหาอย่างมเี หตุผลและเหมาะสมกบั สถานการณ์
มแี นวคิดทีห่ ลากหลายและยดื หย่นุ ในการแก้ปัญหา ตอ่ ยอดแนวคดิ และกระบวนการเรยี นรู้เพอื่ สรา้ งแนวคิดใหม่
หรอื แก้ปัญหาที่เกิดข้นึ ในชวี ิตจริง รวมถึงค้นหาขอ้ มูลเพื่อหาคำตอบของปญั หาทีส่ นใจหรือสร้างสรรคส์ งิ่ ใหม่ ๆ
นอกจากนี้นกั เรียนสามารถส่อื สาร ส่อื ความหมาย และนำเสนอแนวคดิ ต่าง ๆ เพอื่ สนับสนนุ แนวคิดของตนเอง หรือ
โตแ้ ยง้ แนวคิดของผอู้ ืน่ อย่างสมเหตสุ มผลซง่ึ นำไปสกู่ ารอยู่รว่ มกนั ในสังคมอยา่ งมีความสขุ

การวดั และประเมินผล เนน้ การวดั และประเมินผลเพอ่ื พัฒนาการเรียนรู้ ด้วยวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย โดยให้

สอดคลอ้ งกบั บรบิ ท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้ีวดั มีความกระตือรือร้นและมีสว่ นร่วมในกิจกรรม

ในชั้นเรยี น มคี วามรับผดิ ชอบ สง่ งานตรงเวลา มีความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์ เห็นคุณค่าและมเี จตคติทดี่ ีตอ่ คณติ ศาสตร์

มคี วามรู้และคณุ ธรรมภายใต้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

107

ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้
หน่วยที่ 1 เรื่อง ความเชือ่ เรื่องผใี นสงั คมล้านนา

1.1 เร่อื ง ผรี ะดบั เมือง ผีระดับชุมชน ผีครวั เรอื น ผีธรรมชาติ ผีระดับการเกษตร ผีระดับปัจเจก
- การอภปิ รายความรเู้ กี่ยวกับเรื่อง ผรี ะดบั เมอื ง ผีระดับชมุ ชน ผีครัวเรือน ผีธรรมชาติ ผรี ะดับการเกษตร ผรี ะดบั
ปจั เจก ท่ีนกั เรียนรู้จัก โดยใช้เครือ่ งมือการคิด Diagram (ไดอะแกรม)
- สามารถการแยกประเภทของผลี ้านนาได้
- การคน้ ควา้ คน้ หารปู ลักษณข์ องผลี ้านนาสำหรับ บันทึกองคค์ วามรเู้ ป็นข้อมูลภาพ
- การนำเสนอเล่าเร่ืองผใี นสังคมล้านนา
1.2 เร่ือง ความเชื่อประเพณีการฟ้อนผีมด – ผีเม็ง ในจงั หวดั เชยี งใหม่

- อภปิ รายความรเู้ กีย่ วกบั เร่ืองความเชอื่ ประเพณกี ารฟอ้ นผมี ด – ผเี ม็ง ในจงั หวดั เชยี งใหม่
- สามารถบอกเครอื่ งดนตรที ใี่ ช้ประสมวงในประเพณฟี ้อนผีมด – ผเี มง็ ได้
หน่วยท่ี 2 เร่อื ง ภาษาถน่ิ
2.1 เรือ่ ง ภาษาถ่ินในชวี ติ ประจำวนั
- การออกเสียงภาษาถิ่น (คำเมอื ง) ไดถ้ ูกต้อง
- การเรียนรู้ภาษาถน่ิ (คำเมอื ง) จากคำศัพทท์ ีใ่ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั
- การแปลภาษาถิ่น จากละคร และภาพยนตร์ ได้
2.2 เร่ือง ภาษาถ่ิน 4 ภาค (ภาษาไทยถิน่ เหนือ ภาษาไทยถน่ิ อสี าน ภาษาไทยถ่นิ กลาง และภาษาไทยถ่นิ ใต)้
- การเขียน (ภาษาไทยถิน่ เหนือ ภาษาไทยถ่ินอีสาน ภาษาไทยถ่ินกลาง และภาษาไทยถิ่นใต้)
ไดถ้ กู ตอ้ ง
- การออกเสียง ภาษาถน่ิ 4 ภาค (ภาษาไทยถิ่นเหนือ ภาษาไทยถนิ่ อีสาน ภาษาไทยถนิ่ กลาง และภาษาไทยถ่ิน
ใต้) ได้ถกู ต้อง
- สามารถ ใชภ้ าษาทถี่ ูกต้อง ในชวี ิตประจำวัน
หนว่ ยที่ 3 เรื่อง การแต่งกาย
3.1 เร่อื ง การแตง่ กายที่เป็นเอกลักษณข์ องคนแต่ละพ้นื ถิน่
- การแต่งกายของชนพื้นเมือง ลกั ษณะการแต่งกายของคนภาคเหนอื
- การแตง่ กายในชวี ติ ประจำวนั ทว่ั ไป และในเทศกาลต่างๆ
3.2 เร่อื ง วัฒนธรรมการแต่งกายจากอดีตสปู่ จั จุบัน
- วิวฒั นาการการสวมใส่เครอื่ งแต่งกายในอดตี และปัจจุบนั
- การแต่งกายในงานมงคล และ อวมงคล ในเทศกาลประเพณีต่างๆ
- การออกแบบจำลองการแตง่ กายชุดพ้ืนเมือง นำความรู้จากการแก้ปญั หาไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวันได้
หนว่ ยท่ี 4 เร่ือง เพลงลา้ นนาและดนตรี
4.1 เพลงลา้ นนา การร้องเพลงลา้ นนา
- การร้องเพลงล้านนา ถูกจงั หวะและมนี ำ้ เสียงเพราะ
- การแปลเพลงจากภาษาไทยเปน็ ภาษาล้านนา และล้านนาเปน็ ไทยได้

108

- สนุ ทรยี ะทางดนตรี – ขบั ร้อง เป็นสนุ ทรียะดา้ นการรับฟงั และขบั ร้องเพลงประกอบการแสดง ซง่ึ สุนทรยี ภาพ

ทางด้านนต้ี อ้ งอาศัยทั้งผบู้ รรเลง ผู้รอ้ ง และผฟู้ งั เนอื่ งจากในเพลงล้านนามักจะมีทง้ั การบรรเลงดนตรแี ละการขับ

รอ้ งไว้ด้วยกนั ตลอดจนมีผู้ฟงั เพลงที่มาช่วยกนั สร้างสนุ ทรียะทางดนตรแี ละการขบั ร้องร่วมกนั

- สุนทรยี ะทางดา้ นทา่ รำ ความงามของท่ารำอย่างมสี ุนทรยี ะน้นั พิจารณาไดจ้ ากความถกู ตอ้ งตามแบบแผนของ
ทา่ รำ ได้แก่ ท่ารำถกู ต้อง จังหวะถูกต้อง สีหน้าอารมณ์ความรู้สกึ ที่สอดคลอ้ งไปกับท่ารำ ทำนองเพลงและบทบาท
ตามเนื้อเรือ่ งท่ารำสวยงาม มคี วามแตกฉานด้านท่ารำ มที ่วงทีลีลาเป็นเอกลกั ษณ์ของตนถา่ ยทอดท่ารำออกมาได้
เหมาะสม
4.2 ดนตรีลา้ นนา ประเภทของเครื่องดนตรลี า้ นนา

- เสียงดนตรเี ปน็ ส่งิ ทีก่ ล่อมหัวใจของคนให้ออ่ นโยน เยือกเย็นดบั ทุกข์ไดช้ ่ัวขณะ ปลุกใจใหร้ ืน่ เริงกลา้ หาญ
เคร่อื งกล่อมตนเองเมือ่ ยามทุกข์ ปลุกตนเองเมือ่ ยามเหงา เป็นเคร่อื งฝกึ สมองอยใู่ นตัว

- สามารถแยกประเภทของเครอ่ื งดนตรีล้านนาได้

- นกั เรียนนำความรปู้ ระวัติ เร่อื งดนตรลี า้ นนา ประเภทของเครอ่ื งดนตรลี า้ นนา ไปประยุกตใ์ ชใ้ น

ชีวติ ประจำวนั ในการได้

หนว่ ยท่ี ๕ เรอื่ ง ผา้ อัตลกั ษณจ์ ังหวดั เชยี งใหม่ (ลายหงสใ์ นโคม)
5.1 ประวตั ิผ้าลายหงส์ในโคม
- การอภปิ รายความรู้เกี่ยวกับเรอื่ ง ประวัติผา้ ลายหงสใ์ นโคม
- สามารถบอกทีม่ าของ ผ้าลายหงส์ในโคม ได้
- การคน้ คว้า ค้นหารูปลกั ษณ์ของผา้ ลายหงสใ์ นโคม สำหรับ บันทึกองค์ความรู้เป็นขอ้ มลู ภาพ

5.2 การนำภมู ปิ ญั ญาผ้า นำลายผา้ ไปผลติ และพัฒนาผลติ ภัณฑ์
- การออกแบบผลติ ภัณฑ์ โดยเลือกใช้ (ลายหงส์ในโคม) ในการสร้างงานถา่ ยภาพแนะนำสนิ ค้าสินค้าผลิตภณั ฑ์
- เปรียบเทียบราคา ผลติ ภัณฑ์ผ้า (ลายหงสใ์ นโคม) จากสื่อตา่ งๆ ได้
- การนำเสนอผ้าอัตลกั ษณ์จังหวัดเชยี งใหม่ (ลายหงส์ในโคม) จากการออกแบบเป็นผลิตภัณฑผ์ า้ ในรปู แบบตา่ งๆ
ได้
หน่วยท่ี 6 เรอ่ื ง เรยี นรู้ วัฒนธรรมท่ีเกยี่ วกับอาหารพื้นบ้านลา้ นนา

6.1 วัฒนธรรมการรับประทานอาหารพ้นื เมืองของทางภาคเหนือ

- การอภิปรายความรเู้ กย่ี วกับเรอื่ ง วัฒนธรรมการรับประทานอาหารพื้นเมืองของทางภาคเหนอื
- เรยี นรู้รูปแบบการรับประทานอาหารในชวี ิตประจำวันของชาวลา้ นนาในอดีตและปัจจบุ ัน
- มารยาทในการรับประทานอาหาร

6.1 ความหลากหลายของอาหารพนื้ บา้ นล้านนา
- คำศัพท์ พ้นื ฐานเกี่ยวกับอาหารพืน้ บ้านลา้ นนา
- ประเภทของอาหารพ้นื บ้านลา้ นนา
- เพลงล้านนาท่เี กี่ยวข้องกบั อาหารพ้นื บ้านล้านนา

6.2 ศกึ ษาเก่ยี วกับอาหารทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับความเชอื่ ของคนลา้ นนา

- ความรู้เกย่ี วกับอาหารที่เกย่ี วขอ้ งกับความเชื่อของคนล้านนา (โดยการสอบถาม สมั ภาษณ์)
- อาหารในงาน มงคล และอวมงคล ของล้านนา
- อาหารพนื้ เมือง ขนม ทน่ี ยิ มทำในเทศกาล ต่างๆ

109

หนว่ ยท่ี 7 เรอ่ื ง เรยี นรู้ เร่อื งอาหารพน้ื บา้ นลา้ นนา (ตามฤดูกาล)
7.1 ทรัพยากรในท้องถิน่ (ตามฤดูกาล) ท่นี ำมาทำอาหารพ้นื บา้ นล้านนา

- ผกั ตามฤดูกาล 12 เดอื น
- รายชือ่ ผกั ในภาษาเหนือพรอ้ มคำแปล
7.2 อาหารเพอื่ สุขภาพ ท่ีให้คุณคา่ ทางโภชนาการสูง มปี ระโยชน์ สะอาด ไม่มสี ารพิษ
- ผักพน้ื บ้าน ทเี่ ปน็ ส่วนผสมในตำรบั อาหาร ที่นิยมบรโิ ภคในภูมภิ าคตา่ งๆ
7.3 (chef) ลงมือทำอาหารพน้ื บ้านประเภท ตำ, ยำ, นึ่ง, ทอด 1 อยา่ ง

- จำลอง ลงมือทำอาหารแบบ (chef) จริง
7.4 จดั ทำคลิปวดิ โิ อแนะนำอาหารพ้ืนบา้ น

- จัดทำคลิปวิดโิ อแนะนำอาหารพน้ื บ้านโดยใช้ Application

หนว่ ยที่ 8 เรือ่ ง การนำเสนอ แนะนำอาหารพนื้ บ้านลา้ นนา (ตามฤดูกาล)

8.1 การออกแบบโปสเตอร์ ทำ content ทำอาหารพนื้ บ้านล้านนา แนะนำอาหารพน้ื บ้านลา้ นนาส่สู ากล ท่ี
น่าสนใจ

- ข้ันตอนการเขียน Content อย่างไรใหโ้ ดนใจ
- กำหนดหัวขอ้ บทความใหก้ ระตกุ สายตา กระชากอารมณ์
- เนอ้ื หาบทความทเ่ี ขียนตรงกับหวั ข้อท่ตี ัง้ ไว้
- Entertain บทความต้องมีสีสนั

8.2 Site - เร่ืองอาหารพื้นบา้ นลา้ นนา (ตามฤดกู าล)
- Google Sites เรอื่ งอาหารพนื้ บ้านล้านนา ทมี่ คี วามน่าสนใจ
- การออกแบบ Google Sites

สมรรถนะท่ี 1 ภาษาไทยเพื่อการสอื่ สาร
๔. เขียนโดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ที่ชัดเจนในการสือ่ สารข้อมูล ความรู้ ความคิดความรู้สึก ในรูปแบบท่หี ลากหลายโดยใช้
กลวธิ กี ารนำเสนอท่เี หมาะสมสามารถเขียนส่อื ความหมายได้ตรงตามเจตนา เข้าใจไดง้ ่ายและถกู ต้องตามอักขระ
วิธใี ชก้ ระบวนการเขยี นผลติ งานในทางสร้างสรรค์อยา่ งรับผดิ ชอบและเคารพในสิทธิของผู้อนื่
๕. ใช้ภาษาไทยในการศึกษาเรียนรู้ สร้างความเข้าใจพ้นื ฐานทางสังคมวัฒนธรรมและภูมิปญั ญาของไทยมคี วาม
ภาคภมู ผิ ูกพันในความเปน็ ไทยสามารถกลนั่ กรองและสืบสานส่ิงดีงามที่บรรพบรุ ุษได้สรา้ งไวแ้ ละพฒั นาใหม้ ีคุณค่า
ตอ่ ไป
๖. พดู อา่ นและเขียนภาษาไทยได้ถูกตอ้ งตามอกั ขระวธิ ีโดยเลอื กใช้คำศพั ท์ความรูเ้ กยี่ วกับหลกั ภาษาและกลวธิ ตี า่ ง
ๆ รว่ มกบั ประสบการณ์ชวี ติ ในการนำเสนอและผลิตผลงาน
สมรรถนะที่ 2 คณติ ศาสตร์ในชวี ิตประจำวนั

๑. แก้ปัญหาในชีวติ ประจำวันทเี่ ก่ียวข้องกับคณิตศาสตร์ โดยประยุกตค์ วามรู้ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์
เพอ่ื ทำความเขา้ ใจปญั หา ระบปุ ระเดน็ ปัญหา วิเคราะหป์ ัญหา วางแผนแก้ปญั หา โดยหากลวิธีทหี่ ลากหลายในการ
แก้ปัญหา และดำเนนิ การจนได้คำตอบท่สี มเหตุสมผล

๓. ออกแบบ อธิบาย และนำเสนอขอ้ มูลท่ีส่ือความหมายใหผ้ ้อู ่นื เข้าใจตรงกันเพ่ือแสดงความเขา้ ใจหรอื
ความคิดทเี่ กย่ี วกับคณิตศาสตร์ของตนเอง โดยใช้การพดู และเขียน วตั ถุรูปธรรม รูปภาพ กราฟ สัญลักษณ์ทาง

110

คณิตศาสตร์ และตวั แทน รวมท้งั บอกความสัมพันธ์ระหวา่ งภาษาในชีวติ ประจำวันกับภาษาและสญั ลักษณ์ทาง
คณิตศาสตรไ์ ด้อยา่ งหลากหลายและเหมาะสมกบั เนอ้ื หาและสถานการณ์
สมรรถนะที่ 3 การสบื สอบทางวทิ ยาศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตร์
๓. สบื สอบความร้ทู างวิทยาศาสตรโ์ ดยสามารถต้ังคำถามสำคัญออกแบบและวางแผนการสำรวจตรวจสอบขอ้ มูล
เลอื กใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์และเคร่ืองมอื ทเ่ี หมาะสม เก็บรวบรวมข้อมลู วิเคราะหข์ อ้ มูลและนำเสนอผลการสำรวจ
ตรวจสอบ รวมทง้ั หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษท์ ี่ไดร้ บั การยอมรบั จากสาธารณะซงึ่ นำไปสูก่ ารพัฒนาความเปน็ ผรู้ ักในความ
มเี หตผุ ลทางวทิ ยาศาสตร์
๔. ออกแบบและสรา้ งแบบจำลองโดยใช้ความร้แู ละหลักการทางวิทยาศาสตรแ์ ละใช้แบบจำลองเพื่ออธิบาย
ปรากฏการณ์ธรรมชาตแิ ละปรากฏการณท์ ี่เป็นผลจากการกระทำของมนุษย์
สมรรถนะที่ 4 ภาษาอังกฤษเพือ่ การสื่อสาร

๒. สามารถอ่านงานเขียนทเ่ี ป็นข้อเท็จจริงและตรงไปตรงมาในประเดน็ ทเี่ กีย่ วขอ้ งกับสาขาและความสนใจ
ของตนเองและเขา้ ใจในระดับทน่ี า่ พอใจ

๓. สามารถใชภ้ าษาที่ง่ายและหลากหลายเพอ่ื สนทนาในหวั ข้อท่คี ุน้ เคย แสดงความคิดเห็นของตนเองและ
แลกเปลี่ยนขอ้ มูลเกย่ี วกับหัวขอ้ ท่ีตนเองคุ้นเคย สนใจ หรือหวั ขอ้ เกย่ี วกบั ชวี ติ ประจำวัน
สมรรถนะท่ี 5 ทักษะชีวิต และความเจริญแหง่ ตน
๒. มีวนิ ัยในการดแู ลจัดการตนเองใหม้ ีสุขภาวะทางกายที่ดอี ยา่ งสมดุลกับสุขภาวะดา้ นอื่น ๆ โดยมีสุขภาพแขง็ แรง
กนิ อยู่ ดู ฟงั เป็นปกปอ้ งตนเองใหป้ ลอดภยั จากภัยตา่ ง ๆ ทงั้ โรคภยั อบุ ัติภัยภยั ธรรมชาติ ภยั ทางเพศ ภยั จากสิ่ง
เสพติดและอบายมุขต่าง ๆ รวมท้ังภัยจากสอ่ื สารสนเทศและเทคโนโลยี
๖. มสี นุ ทรยี ภาพ ชื่นชมความงามในธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมและรักษาเอกลักษณค์ วามเป็นไทยให้ธำรงตอ่ ไป
๘. สรา้ งแรงจงู ใจและนำตนเองในการเรยี นรู้ เรยี นรู้วธิ กี ารเรียนรู้โดยใชท้ กั ษะการเรียนรหู้ ลากหลาย ทั้งทกั ษะการ
เรยี นรทู้ กั ษะการสืบคน้ ขอ้ มลู ทักษะการสืบสอบ ทกั ษะการสรา้ งความรูแ้ ละนวัตกรรม รวมท้งั ทกั ษะการ
ประยุกต์ใชค้ วามรู้เพือ่ พฒั นาตนเองและชีวิต
สมรรถนะที่ 6 ทกั ษะอาชพี และการเป็นผู้ประกอบการ
๒. กำหนดเปา้ หมายในการทำงานท่ีชัดเจน วางแผน จดั เรยี งลำดบั ความสำคญั ของงานและบรหิ ารเวลาอยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ
๓. ปฏิบัติงานอยา่ งม่งุ มั่น อดทนรบั ผิดชอบ และเพยี รพยายาม เพือ่ ให้บรรลุเป้าหมาย
๔. คิดและปฏิบตั ิงานใด ๆ โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคอื ทำพอประมาณอย่างมีเหตุผล และมี
ภมู คิ ุ้มกนั บนฐานของความร้แู ละคณุ ธรรม
สมรรถนะท่ี 7 ทกั ษะการคดิ ขัน้ สูงและนวัตกรรม

๔. ลงมอื แกป้ ญั หาด้วยตนเอง และร่วมมอื กับผู้อ่ืนในการแก้ปัญหาอยา่ งเปน็ ระบบ มีการดําเนินการตาม
แผนเกบ็ ขอ้ มลู วิเคราะหข์ ้อมูลสรุปและประเมนิ ผล
๕. มคี วามยดื หยุ่นทางความคิดสามารถมอง/คิดและให้ความเหน็ ในเรือ่ งตา่ ง ๆ ได้หลากหลายแง่มุมหลายมติ ิ หลาย
วธิ ี ยินดรี ับฟังความคดิ เห็นท่แี ตกต่าง สามารถประสานหรือสังเคราะห์ความคดิ ท่ีแตกต่าง และรเิ รมิ่
ความคดิ ใหม่ ๆ
สมรรถนะที่ 8 การร้เู ท่าทนั ส่ือสารสนเทศและดจิ ทิ ลั

๑. เข้าถงึ แหล่งสอ่ื สารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจทิ ัลทหี่ ลากหลายเพ่ือใช้สืบค้นขอ้ มูลและสารสนเทศท่ีตอ้ งการ
อย่างเข้าใจ และเลือกเรอ่ื งทจ่ี ะเกดิ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง ชุมชน และสงั คม

111

๓. วิเคราะห์ วิพากษ์และประเมนิ สอื่ สารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจทิ ัลในจดุ ประสงค์ของการสื่อสาร กระบวนการ
สร้าง และบทบาทของสื่อ สารสนเทศและเทคโนโลยดี ิจิทัลแบบตา่ งๆ อยา่ งเปน็ ผ้รู เู้ ท่าทนั ผลกระทบทอ่ี าจจะเกดิ
กับตนเอง ผอู้ ืน่ และสังคม
สมรรถนะที่ 9 การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทีม และมภี าวะผ้นู ำ

๑. มีทกั ษะการเป็นผูน้ ำการเปน็ สมาชิกกลมุ่ และกระบวนการทำงานกล่มุ /กระบวนการทำงานเปน็ ทมี ท่ีดมี ี
ประสิทธภิ าพ
๒. แลกเปลยี่ นความรู้ แบ่งปันความคิดดว้ ยความเต็มใจเพอื่ สนับสนนุ สง่ เสริมใหก้ ลมุ่ บรรลุผลตามเป้าหมายท่ี
กำหนดรว่ มกนั
สมรรถนะที่ 10 พลเมอื งทีเ่ ขม็ แข็ง/ต่ืนรู้ ทม่ี จี ิตสำนกึ สากล
๓. ให้เกยี รติผู้อนื่ เหน็ อกเหน็ ใจเอ้ืออาทรช่วยเหลือผูอ้ ่นื เพ่อื การอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสงบสขุ
สมรรถนะที่ 11 ภาษาจีนเพอื่ ชวี ติ
๓. สามารถใชภ้ าษาท่ีง่ายและหลากหลายเพื่อสนทนาในหวั ข้อทคี่ ุ้นเคย แสดงความคดิ เห็นของตนเองและ
แลกเปล่ยี นข้อมูลเกย่ี วกบั หวั ข้อที่ตนเองคนุ้ เคย สนใจ หรอื หวั ขอ้ เก่ยี วกับชวี ิตประจำวนั
๔. สามารถสรา้ งงานเขยี นงา่ ย ๆที่มีความคดิ เชอ่ื มโยงกันในประเด็นต่าง ๆ ทค่ี นุ้ เคยในสาขาท่ีตนเองสนใจโดย
เช่อื มโยงสว่ นตา่ ง ๆ ในงานเขยี นให้เป็นลำดับตอ่ เน่ืองกันได้
รหัสตวั ชี้วัด

ภาษาไทย
ท 1.1 ป.4/1 อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกต้อง
ท 2.1 ป.4/3 เขยี นแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคดิ เพื่อใช้พัฒนางานเขียน
ท 2.1 ป.4/4 เขยี นยอ่ ความจากเรอ่ื งสั้นๆ
ท 4.1 ป.4/4 แต่งประโยคไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ภาษา
ท 5.1 ป.4/1 ระบุข้อคิดจากนทิ านพนื้ บา้ นหรือนทิ านคติธรรม
ท 5.1 ป.4/2 อธบิ ายขอ้ คดิ จากการอ่านเพือ่ นำไปใชใ้ นชวี ติ จริง
ท 5.1 ป.4/3 ร้องเพลงพนื้ บ้าน
คณติ ศาสตร์
ค 1.1 ป.4/12 สรา้ งโจทย์ปัญหา 2 ข้นั ตอนของจำนวนนบั และ 0 พร้อมทง้ั หาคำตอบ
ค ๑.๑ ป.๔/๑๖ แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ 2 ข้นั ตอน ของทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่ง
วทิ ยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว ๔.๒ ป.๔/๓ ใชอ้ ินเทอร์เนต็ ค้นหาความรู้ และประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถือของขอ้ มลู
ภาษาอังกฤษ
ต 1.1 ตอบคำถามจากการฟงั และอ่าน ประโยค บทสนทนา และนทิ านง่ายๆ
ต 1.3 พูดแสดงความคดิ เห็นงา่ ยๆ เกย่ี วกบั เรอ่ื งตา่ งๆ ใกลต้ ัว ประโยคทีใ่ ช้ในการแสดงความคดิ เห็น เกย่ี วกบั
เร่ืองตา่ งๆ ใกล้ตวั
สงั คมศึกษา/ประวัติศาสตร์
ส 2.1 ป.4/4 อธบิ ายความแตกต่างทางวัฒนธรรมของกลมุ่ คนในท้องถ่ิน
ส 2.1 ป.4/5 เสนอวิธกี ารท่จี ะอยรู่ ่วมกันอยา่ ง สันติสขุ ในชีวิตประจำวัน
ส 3.1 ป.4/1 ระบปุ จั จยั ทมี่ ผี ลต่อการเลือกซือ้ สนิ ค้าและบรกิ าร

112

ส 3.1 ป.4/2 บอกสิทธพิ น้ื ฐานและรกั ษาผลประโยชน์ของตนเองในฐานะผ้บู ริโภค
ส 4.1 ป.4/3 แยกแยะประเภทหลกั ฐานทใ่ี ช้ในการศกึ ษาความเปน็ มาของท้องถนิ่
ส 4.2 ป.4/2 ยกตวั อย่างหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ทพ่ี บในทอ้ งถนิ่ ที่แสดงพฒั นาการของมนุษยชาตใิ นดินแดน
ไทย
การงานอาชพี
ง 1.1 ป.4/2 ทำงานบรรลุเป้าหมายทวี่ างไว้ อยา่ งเป็นขั้นตอน ดว้ ยความขยนั อดทน รบั ผิดชอบและซ่อื สัตย์
ง 1.1 ป.4/4 ใชพ้ ลังงานและทรพั ยากร ในการทำงานอยา่ งประหยดั และคุม้ คา่
ศิลปะ
ศ 1.2 ป.4/1 ระบุ และอภิปรายเกย่ี วกับงานทัศนศิลป์ ในเหตกุ ารณ์ และงานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรมในท้องถนิ่
ศ 1.2 ป.4/2 บรรยายเกี่ยวกบั งานทัศนศิลป์ ที่มาจากวฒั นธรรมตา่ ง ๆ
ดนตรี/นาฏศลิ ป์
ศ 2.2 ป.4/1 ผลงานดนตรพี น้ื เมืองถูกสร้างสรรค์จากคนในท้องถ่นิ ซึ่งสะทอ้ นวิถีชวี ิตและมีความสัมพันธก์ ับผูค้ น
ในทอ้ งถนิ่
พละศึกษา/สขุ ศกึ ษา
พ 3.1 ป.4/1 ควบคมุ ตนเองเม่ือใช้ทักษะการเคล่ือนไหวในลกั ษณะผสมผสานไดท้ ัง้ แบบอยกู่ ับที่ เคลื่อนท่ี และ
ใชอ้ ุปกรณป์ ระกอบ
พ 3.2 ป4/1 ออกกำลงั กาย เล่นเกม และกีฬาที่ตนเองชอบและมคี วามสามารถในการวิเคราะห์ผลพฒั นาการของ
ตนเองตามตวั อยา่ งและแบบปฏบิ ัตขิ องผู้อน่ื
พ 4.1 ป.4/1 .อธิบายความสัมพนั ธ์ระหว่าสง่ิ แวดลอ้ มกบั สุขภาพ
ภาษาจีน
ต 1.1 ป.4/3 ระบุภาพ สญั ลักษณ์เครอื่ งหมายตรงตามความหมายของคำ กลมุ่ คำ ประโยค และข้อความสั้นๆ ที่
ฟงั หรืออ่าน
ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟงั และอา่ นประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆที่มภี าพประกอบ

รวมทงั้ หมด ๒8 ตัวช้ีวดั

113

4. หน่วยการเรียนร้เู กษตรอนิ ทรีย์วถิ ีต้นแกว้

คำอธิบายรายหน่วยบรู ณาการเกษตรอินทรยี ์วิถีตน้ แก้ว

ระดับชนั้ ป.๔ รหสั วชิ า บ1๔105 รายวชิ าเกษตรอนิ ทรยี ์วิถีตน้ แกว้

ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา 80 ช่ัวโมง/ปี

ขอบเขตเนอื้ หาในการเรียนรู้
ศึกษาเกี่ยวกับการปลูกและการบำรุงรักษาพืชตามฤดูกาล วิธีปลูกพืชตามฤดกู าล การเตรยี มดนิ การปลกู

การบำรุงรกั ษา การเกบ็ เกี่ยวพชื ผลทางการเกษตร เพ่อื การบริโภค เพอื่ การแปรรปู หรอื จดั จำหน่าย
โดยกระบวนการสรา้ งองค์ความรู้ ด้วยการสบื คน้ รวบรวมขอ้ มูล จากแหล่งเรียนรู้ในท้องถ่ิน กระบวนการ

ปฏบิ ตั ิ โดยใช้ปัญหาเปน็ ฐาน และการเรียนรแู้ บบโครงงานเพ่ือให้ผู้เรยี นเกดิ สมรรถนะทจ่ี ำเปน็ ต้องใชใ้ นการ
ดำรงชวี ิต

โดยใชก้ ระบวนการรวบรวม ระบุ อธบิ าย วิเคราะห์ ประเมนิ แสดงความคิดเหน็ การสืบคน้ ข้อมลู การบันทกึ
ข้อมูล การปฏบิ ัติ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการคิด การเผชิญสถานการณ์ การแก้ปญั หา กระบวนการกลุ่ม
และกระบวนการสร้างความตระหนัก เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนมีความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ใฝเ่ รยี นรู้ มวี ินัย มีจิตสาธารณะ รักความเป็นไทย
และอยู่อยา่ งพอเพียง
กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

การวดั และประเมินผล เนน้ การวดั และประเมนิ ผลเพื่อพัฒนาการเรยี นรู้ ดว้ ยวิธกี ารที่หลากหลายโดยให้
สอดคลอ้ งกบั บรบิ ท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวชีว้ ดั มคี วามกระตอื รือร้นและมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรม
ในชน้ั เรยี น มีความรบั ผิดชอบ ส่งงานตรงเวลา มีความคิดริเรม่ิ สร้างสรรค์ มีความรู้และคุณธรรมภายใตห้ ลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลลัพธ์การเรียนรู้
หน่วยท่ี ๑ ความรูเ้ บ้ืองต้นเกีย่ วกบั พืชผัก

๑.๑ พชื ผักตามฤดูกาล
๑.บอกความหมาย ความสำคัญและประโยชน์ของพชื ผกั ได้

๑.๒ ประเภทของพชื ผกั
๑. นกั เรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจ เกี่ยวกบั หลักเกณฑ์ตา่ ง ๆท่ีใช้ในการจำแนกชนดิ และประเภทของ
พืชผกั
๒.บอกและอธิบายหลกั เกณฑ์หลกั เกณฑ์ตา่ ง ๆทใ่ี ช้ในการจำแนกชนิดและประเภทของพชื ผัก

หน่วยท่ี ๒ สภาพแวดล้อมในการเจริญเติบโตของพืชผกั
๒.๑ ปัจจัยในการเจริญเตบิ โตของพืช
๑.นกั เรียนมีความร้คู วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั ปัจจยั ตา่ ง ๆ ท่ีมผี ลตอ่ การเจริญเติบโตของพชื ผัก
๒.นักเรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจและอธิบายถงึ ปจั จยั ในการเจรญิ เติบโตของพชื ผักได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
เหมาะสมกับชนิดของพชื ผกั

114

๒.๒ ปจั จัยทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั การเจรญิ เติบโตของพืช
๑.นกั เรียนมีความร้คู วามเขา้ ใจและอธิบายถงึ ปัจจยั ในการเจริญเตบิ โตของพืชผกั ได้อย่างถูกตอ้ ง

เหมาะสมกบั ชนดิ ของพืชผัก
หน่วยท่ี ๓ เมล็ดพนั ธแุ์ ละการเพาะเมล็ด
๓.๑ คณุ สมบตั ิท่ีดีของเมล็ดพนั ธ์ุ
๑.รถู้ ึงลักษณะของเมล็ดพันธ์ทุ ี่ดี วิธีการและข้นั ตอนการเพาะเมล็ดพันธุผ์ กั และปัจจัยทีเ่ ก่ียวข้องกบั

การงอกของเมล็ดพนั ธ์ุ
๒.อธบิ ายถึงลักษณะของเมล็ดพนั ธทุ์ ดี่ ี วธิ กี าร ขน้ั ตอนการเพาะเมลด็ พนั ธุ์ผกั และปฏบิ ตั ิการเพาะเมลด็
พนั ธ์ุผักไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง

๓.๒ ส่วนประกอบของเมลด็ พันธ์ุ
๑.นักเรียนสามารถบอกและอธิบายส่วนประกอบของเมล็ดพนั ธ์ุ ลักษณะของเมล็ดพันธ์ุท่ดี ีและ

วธิ กี ารเพาะเมล็ดพันธ์ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
หนว่ ยท่ี ๔ การปฏิบัตบิ ำรุงรักษา
๔.๑ การปอ้ งกนั กำจัดโรคและแมลง
๑.อธบิ ายและปฏบิ ัติดูแลรกั ษาพืชผักหลังการปลูกในเรือ่ งของโรคและแมลง และการป้องกันกำจัด

โรคและแมลงได้
๔.๒ การใชย้ า ปุ๋ย ในการดูแลรกั ษาพชื ผักอยา่ งปลอดภัย
๑.การปฏิบัติดูแลรักษาพชื ผักหลงั การปลูกในเรื่องของการใหน้ ำ้ การใสป่ ๋ยุ การพรวนดิน การทำ

ค้างการตดั แต่ง
หน่วยท่ี 5 รอบรเู้ รอ่ื งดิน
๕.๑ประเภทของดนิ
๑.อธบิ ายประเภทของดนิ แต่ละชนิด
๕.๒ คณุ สมบัติของดนิ ท่เี หมาะสมกับการเจริญเตบิ โตของพืช
๑. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับปัจจัยของดินต่าง ๆ ทม่ี ีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชผัก
๕.๓การเตรยี มดินเพ่ือการปลกู ผัก
๑.รแู้ ละเขา้ ใจในการเลอื กสถานที่และทำเลที่เหมาะสม การเตรียมดนิ ท่ีดี การย้ายกลา้ ผัก และ

การปลูกผกั ที่ดีและเหมาะสมกับชนิดของผัก จะสามารถทำให้ผกั มกี ารเจริญเตบิ โตไดอ้ ย่างปกติ
หน่วยท่ี ๖ การเกบ็ เก่ียวและการจัดการผลผลติ
๖.๑ การเก็บเกีย่ วพืชผกั
๑.รแู้ ละเข้าใจในการเก็บเกี่ยวผักชนิดตา่ ง ๆ และสามารถปฏิบัติการหลงั การเก็บเกีย่ วผกั ในรปู ของผัก
๒.นักเรยี นสามารถบอกถงึ วธิ กี ารเก็บเก่ียวผักเพอ่ื การนำไปใชป้ ระโยชน์และปฏิบัตกิ ารหลังการ

เก็บเกยี่ วผกั ใหถ้ งึ มือผู้บริโภคในรูปแบบตา่ งๆ
๖.๒ การจดั การผลผลติ เพ่ือการจำหนา่ ย
๑.อธบิ ายวิธกี ารจดั การ ผลผลติ เพื่อการจำหน่ายได้

115

หน่วยที่ ๗ การแปรรปู ผลติ ภัณฑ์ผลผลิตทางการเกษตร
๗.๑ การยืดอายุของผักหลังการเกบ็ เกย่ี วในรปู แบบตา่ ง ๆ
๑.สามารถปฏิบตั ิการหลังการเก็บเกี่ยวผกั ในรูปของผัก สด การแปรรปู หรือการถนอมอาหารจากผักได้
๗.๒ การถนอมอาหาร
๑.บอกการถนอมอาหาร แปรรปู ผลผลิตจากพืชผกั ได้

หนว่ ยที่ ๘ กฎหมายและมาตรฐานทเ่ี กย่ี วข้องกับการเกษตร
๘.๑ การปฏบิ ัตทิ างการเกษตรท่ีดี ( Good Agricultural Practices : GAP ) : สำนกั มาตรฐาน
สนิ ค้าเกษตรและอาหารแหง่ ชาติ ( มกอช.)
๑. รแู้ ละเข้าใจการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี
๘.๒ การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดีสำหรับพชื สมุนไพร (มกษ. ๓๕๐๒-๒๕๖๑)
๑. รแู้ ละเข้าใจการปฏิบตั ิทางการเกษตรท่ดี สี ำหรับการผลติ พืชสมุนไพร ทุกข้ันตอนของ
กระบวนการผลติ ในแปลงปลกู จนถงึ การปฏิบัติหลังการเกบ็ เกย่ี ว

สมรรถนะที่ 1 ภาษาไทยเพื่อการสอื่ สาร
๑. รบั ฟังอย่างตงั้ ใจและเข้าใจลึกซงึ้ ในผพู้ ูดและสาระท่รี ับฟงั ทงั้ ท่ีเป็นขอ้ ความคำพดู ท่าทาง สัญลกั ษณ์และ
กราฟิกตา่ ง ๆ เขา้ ใจมมุ มองทีแ่ ตกตา่ งกันตามบรบิ ทสงั คมและวฒั นธรรม มกี ารตรวจสอบความเข้าใจใหต้ รงกนั
ระหวา่ งผพู้ ดู และผู้ฟงั รวมท้ังตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมลู กอ่ นตดั สินใจเกย่ี วกับเรือ่ งทฟ่ี งั และเลอื กนำความร้ทู ่ี
ได้จากการฟงั ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ของตนและส่วนรวม
สมรรถนะท่ี 2 คณติ ศาสตรใ์ นชวี ติ ประจำวัน
๑. แกป้ ญั หาในชีวิตประจำวนั ท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั คณิตศาสตร์ โดยประยุกต์ความรู้ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์เพอื่
ทำความเขา้ ใจปัญหา ระบปุ ระเดน็ ปัญหา วเิ คราะห์ปญั หา วางแผนแกป้ ญั หา โดยหากลวิธีท่ีหลากหลายในการ
แก้ปัญหา และดำเนนิ การจนไดค้ ําตอบท่สี มเหตุสมผล
สมรรถนะท่ี 3 การสืบสอบทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตร์
๓. สืบสอบความรู้ทางวทิ ยาศาสตรโ์ ดยสามารถต้ังคาํ ถามสำคญั ออกแบบและวางแผนการสาํ รวจตรวจสอบ
ขอ้ มลู เลอื กใช้วัสดุอปุ กรณ์และเครอ่ื งมอื ทเี่ หมาะสม เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู วเิ คราะห์ขอ้ มูลและนําเสนอผลการสํารวจ
ตรวจสอบ รวมทงั้ หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ท่ีไดร้ ับการยอมรบั จากสาธารณะซึ่งนําไปส่กู ารพฒั นาความเปน็ ผู้รักในความ
มีเหตผุ ลทางวทิ ยาศาสตร์
สมรรถนะท่ี 4 ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอื่ สาร
๔. สามารถสรา้ งงานเขยี นง่าย ๆทมี่ คี วามคิดเชื่อมโยงกันในประเดน็ ต่าง ๆ ทคี่ ุ้นเคยในสาขาทต่ี นเองสนใจโดย
เช่ือมโยงสว่ นต่าง ๆ ในงานเขยี นให้เป็นลำดบั ตอ่ เนอ่ื งกันได้
๗. สามารถหาวธิ ีถ่ายทอดประเดน็ สำคัญที่ตนเองตอ้ งการสอ่ื สารในบริบทที่หลากหลายโดยตอ้ งเป็นเรื่องราวท่ี
ตนเองจำได้หรือหาวธิ ที ี่จะถา่ ยทอดเรอ่ื งราว
สมรรถนะที่ 5 ทกั ษะชีวติ และความเจริญแหง่ ตน
๑. ร้จู ักตนเอง พึง่ ตนเอง และกำหนดเปา้ หมายชีวติ ตามความสามารถและความถนดั ของตน วางแผนและ
ดำเนนิ ชวี ิตตามหลกั ของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งเพอ่ื ไปสู่เปา้ หมาย

116

สมรรถนะท่ี 6 ทักษะอาชพี และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
๔. คดิ และปฏบิ ตั ิงานใด ๆ โดยใช้หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงคือทำพอประมาณอย่างมีเหตผุ ล และมี
ภูมิคุ้มกนั บนฐานของความรู้และคุณธรรม
สมรรถนะที่ 7 ทักษะการคิดขั้นสูงและนวตั กรรม
๒. ใช้วิจารณญาณ มีการตัดสินใจเรือ่ งต่าง ๆ บนฐานของข้อมูล เหตุผลหลกั ฐานรวมท้งั การพจิ ารณาอยา่ งรอบ
ดา้ นทัง้ ในดา้ นคณุ โทษ และความเหมาะสมตามหลกั กฎหมาย ศีลธรรม คณุ ธรรมค่านยิ ม
สมรรถนะท่ี 8 การรเู้ ท่าทันสอื่ สารสนเทศ และดิจิทัล

๑. เข้าถึงแหล่งส่อื สารสนเทศ และเทคโนโลยดี จิ ิทัลท่ีหลากหลายเพือ่ ใชส้ ืบค้นขอ้ มลู และสารสนเทศที่
ต้องการอย่างเข้าใจ และเลอื กเร่อื งท่ีจะเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ชุมชนและสังคม

สมรรถนะท่ี 9 การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทีมและมภี าวะผ้นู
๓. รบั ฟงั ยอมรบั และเคารพความคดิ เห็นมมุ มองทีแ่ ตกต่างของผู้อน่ื อย่างจรงิ ใจเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเข้าใจอนั

ดีระหวา่ งกนั อย่างแทจ้ ริง
๔. ร่วมทำงานกล่มุ ปฏบิ ัตติ นในฐานะสมาชกิ กล่มุ ท่รี ับผิดชอบตอ่ หน้าทแี่ ละบทบาททไ่ี ด้รบั มอบหมายอยา่ ง

ใสใ่ จ และให้ความไว้วางใจกันและกนั เพื่อใหเ้ กิดความสำเร็จในการทำงาน และความสัมพนั ธ์ที่ดี
สมรรถนะท่ี 10 พลเมืองท่ีเขม็ แขง็ /ตน่ื รู้ ทมี่ จี ิตสำนึกสากล
๔. ร่วมมือกับผู้อน่ื ในการทำงานสาธารณะและจิตอาสา
สมรรถนะท่ี 11 ภาษาจนี เพอื่ ชีวติ
๔. สามารถสร้างงานเขยี นง่าย ๆที่มีความคิดเชื่อมโยงกนั ในประเด็นต่าง ๆ ทคี่ นุ้ เคยในสาขาท่ีตนเองสนใจโดย

เชื่อมโยงส่วนตา่ ง ๆ ในงานเขยี นให้เป็นลำดับต่อเนอื่ งกันได้

สาระ/ตวั ชีว้ ัด
ภาษาไทย
ท 2.1 ป4/7 ป.4/8
ท 3.1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/6
คณติ ศาสตร์
ค1.1 ป.4/10
ค1.1 ป.4/14
วทิ ยาศาสตร์
ว1.2 ป.4/1
ว1.3 ป.4/2
วทิ ยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว4.2 ป4/4

ว4.2 ป4/5
สงั คมศกึ ษา

ส3.1 ป4/1
ส3.1 ป4/3

ภาษาอังกฤษ

117

ต 1.3
ต 1.2
ภาษาจนี
ต.1.1 ป.4/3
ต1.2 ป.4/5
การงานอาชพี
ง 2.1 ป.4/4
ง 1.1 ป.4/1 1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4
พละศกึ ษา/สขุ ศกึ ษา
พ4.1ป.4/1
ศิลปะ
ศ 1.1 ป.4/5 ป.4/6 ป.4/9
รวมทง้ั หมด ๒๖ ตวั ช้ีวดั

118

5. หนว่ ยการเรยี นรู้ E-commerce คำอธบิ ายหนว่ ยการเรียนรู้ E-commerce
หน่วยบูรณาการ เวลา 8๐ ชั่วโมง/ปี
รหัสวชิ า บ๑๔๑๐๕
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4

ขอบเขตเนอื้ หาในการเรยี นรู้
ความรเู้ บื้องต้นเก่ียวกบั ธรุ กจิ และพานิชย์อเิ ล็กทรอนกิ ส์ โครงสร้างพนื้ ฐานของธุรกจิ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ สภาวะแวดล้อม
เชงิ อิเล็กทรอนิกส์ กลยุทธด์ า้ นธรุ กิจอิเล็กทรอนกิ ส์ การจัดซ้ืออิเล็กทรอนิกส์ การตลาดอเิ ลก็ ทรอนิกส์ พฤติกรรม
ผู้บรโิ ภค การวจิ ยั ตลาด และการโฆษณา ธรุ กจิ อิเลก็ ทรอนิกส์ระหว่างบรษิ ทั กับบริษัท และระหว่างบรษิ ทั กบั ราย
ย่อย ห่วงโซอ่ ุปทานในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ความร่วมมอื กันในการทำธรุ กจิ นวัตกรรมของระบบพานชิ ย์
อิเลก็ ทรอนิกส์ การทำธรุ กจิ อิเล็กทรอนิกสผ์ ่านระบบ โทรศัพทม์ อื ถือ การโกงและระบบจา่ ยเงิน การใชง้ านธุรกจิ
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ และการบำรงุ รักษา
หมู่บ้านหตั ถกรรมไม้แกะสลักชุมชนบ้านถวายจงั หวัดเชียงใหม่ เปน็ ชมุ ชนทีม่ ชี ่ือเสียงด้านงานหัตถกรรม มีการผลิต
สินค้าที่โดดเด่นและมีคุณภาพ และมีแนวทางการพัฒนาเป็นผู้ประกอบการส่งออกให้กับผู้ประกอบการในชุมชน
โดยการสง่ ออก การตง้ั ราคาสินค้า เร่มิ มกี ารใชร้ ะบบการพาณชิ ย์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Electronic Commerce) หรอื e-
Commerce เพอ่ื พฒั นารูปแบบของผลติ ภณั ฑ์ใหเ้ ปน็ ทต่ี ้องการของตลาดมากขนึ้ ในชุมชนบา้ นถวาย ทำให้เกิดการ
พัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหมๆ่ ความสำเร็จในการพัฒนาผู้ประกอบการและตัวผลิตภัณฑจ์ ากชุมชนบ้านถวายเปน็
ผลของการมุง่ มั่นท่จี ะทำให้สินค้าของไทยก้าวสู่สากลและเพิ่มมูลค่าการสง่ ออกใหก้ ับประเทศ ซง่ึ เป็นภารกิจหลักท่ี
สำนักให้คำปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศกรมส่งเสริมการส่งออกได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้มองเห็น
แนวทางและคำสำคญั ในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ บา้ นถวาย E – Commerce มาพัฒนาในการเรียนรู้ของ
ผเู้ รยี น

ในหนว่ ยการเรยี นรนู้ ้ี สำหรับนักเรียนในระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 มจี ดุ เน้นในการพฒั นา

การศกึ ษา การฝึกทักษะการออกแบบ การคิดสรา้ งสรรค์ การคดิ คำนวณ และฝกึ การแก้ปญั หาในเนือ้ หาต่อไปน้ี
หน่วยท่ี 1 เรื่อง สินคา้ บ้านถวาย

1.1 เร่ือง E – Commerce กบั สินคา้ ท่นี กั เรยี นอยากขายออนไลน์
1.2 เร่อื ง หมบู่ า้ นถวาย
1.3 เร่อื ง หากสนิ คา้ หมบู่ ้านถวายขายไมไ่ ด้ในช่วงวกิ ฤตทางเศรษฐกิจทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจากสถานการณป์ ัจจบุ นั
หนว่ ยท่ี 2 เรื่อง สนิ คา้ บ้านถวายและ การวางแผนเพอื่ นำเสนอสินคา้
2.1 เร่ือง การวางแผนเพอ่ื จำหนา่ ยสนิ คา้ ผลิตภัณฑบ์ ้านถวายผา่ นทางออนไลน์
2.2 เร่อื ง เทคนิคการถ่ายภาพแนะนำสนิ คา้
2.3 เรอื่ ง การโฆษณา
หนว่ ยที่ 3 เรื่อง สนิ คา้ บ้านถวายและ การโฆษณา วดิ ีโอนำเสนอโฆษณาสินค้าบา้ นถวาย
3.1 เรื่อง การเรยี นรู้การโฆษณาสนิ ค้าใหน้ า่ สนใจ
3.2 เรอ่ื ง การโฆษณาสินค้าบ้านถวาย

118

119

3.2 เรอ่ื ง วิดีโอนำเสนอโฆษณาสินคา้ บ้านถวาย
หนว่ ยท่ี 4 เร่อื ง การออกแบบผลติ ภณั ฑ์การขาย (โบรชัวร์เสนอสินค้า)
4.๑ การเรียนรู้เกย่ี วกับโบรชัวร์นำเสนอสินคา้ และ เทคนคิ การดึงดูดใหน้ ่าสนใจ
4.๒ การหาขอ้ มลู รายละเอยี ดสินค้า การติดต่อ เพ่ือแนะนำโบรชัวร์ และ แนะนำสนิ ค้าช้นิ ท่ี 1
4.๓ การหาขอ้ มูล รายละเอยี ดสินค้า การติดตอ่ แนะนำสินค้า ชิ้นท่ี ๒ และ สนิ ค้าช้นิ ที่ 3
หน่วยท่ี ๕ เรือ่ ง การเริม่ ต้นออกแบบโบรเสนอสนิ คา้ โดยใช้โปรแกรม Google Sites
5.1 การเร่ิมตน้ เรยี นรูก้ ารออกแบบโบรชวั รเ์ สนอสินคา้ (Google Sites) เพอื่ แนะนำโบรชวั ร์
5.2 การสร้างชิน้ งานโบรชวั ร์เสนอสนิ คา้ (Google Sites) แนะนำสินค้าชน้ิ ท่ี 1
5.2 การสร้างชิน้ งานโบรชวั รเ์ สนอสนิ คา้ (Google Sites) แนะนำสนิ ค้า ชน้ิ ที่ ๒ และ สินค้าชิน้ ที่ 3
หน่วยที่ ๖ เร่ือง การเผยแพรโ่ บรชัวรเ์ สนอสนิ ค้าขยายผลต่อทางออนไลน์ โดยใช้โปรแกรม Google Sites
6.1 การออกแบบปา้ ยโปรโมช่นั นำเสนอสนิ คา้ (Google Sites)
6.๒ การเรยี นรวู้ ิธกี ารเผยแพร่ และ เผยแพร่โบรชัวรเ์ สนอสนิ ค้า (Google Sites)
6.๓ การเรยี นรูว้ ธิ กี ารขยายผลตอ่ ทางออนไลน์ (Google Sites)

กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

โดยจดั ประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ทีใ่ กล้ตัว ใหน้ กั เรยี นได้ศกึ ษาค้นคว้าจากการปฏิบตั ิจริง สรุป
รายงาน เพอ่ื พฒั นาการฝกึ ทักษะการออกแบบ การคดิ สรา้ งสรรค์ การคดิ คำนวณ และฝึกการแก้ปัญหา สามารถ
ทำงานอย่างเปน็ ระบบ มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชอ่ื ม่นั ใน
ตนเองรวมท้งั ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อระบบการพาณิชย์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Electronic Commerce)
หรือ E-Commerce โดยการจัดการเรียนรูท้ เ่ี นน้ การเรียนร้ผู ่านการแกป้ ัญหา (problem solving approach)
และการเรยี นรูท้ ไี่ ด้ลงมือปฏิบตั จิ ริง (active learning) เพือ่ สง่ เสรมิ สมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลัก ผ่าน
ขอบข่ายเนื้อหาบรู ณาการหลากหลายสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาตา่ งประเทศ
วิทยาศาสตร์ สงั คมศึกษา เทคโนโลยี การงานอาชีพ ศิลปะ

เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ E-Commerce ผ่านการสะท้อนความคดิ (reflect) จากประสบการณ์ในการ
แกป้ ญั หา จะทำใหน้ กั เรยี นมองเห็นปัญหาในชีวติ จริงด้วยมุมมองของตนเองและผ้อู ่นื คดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งเปน็
ระบบ เพ่อื ตัดสนิ ใจเลอื กแนวทางในการแกป้ ญั หาอยา่ งมเี หตผุ ลและเหมาะสมกบั สถานการณ์ มีแนวคิดที่
หลากหลายและยืดหยนุ่ ในการแก้ปัญหา ต่อยอดแนวคิดและกระบวนการเรียนร้เู พ่ือสรา้ งแนวคดิ ใหม่หรอื แก้ปญั หา
ทีเ่ กิดขน้ึ ในชีวิตจริง รวมถึงค้นหาข้อมลู เพ่ือหาคำตอบของปัญหาท่ีสนใจหรือสร้างสรรค์สงิ่ ใหม่ ๆ นอกจากนี้
นักเรียนสามารถสือ่ สาร สื่อความหมาย และนำเสนอแนวคิดตา่ ง ๆ เพ่อื สนบั สนนุ แนวคดิ ของตนเอง หรือโต้แย้ง
แนวคิดของผอู้ ื่นอย่างสมเหตสุ มผลซึ่งนำไปส่กู ารอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมอยา่ งมคี วามสขุ

การวัดและประเมนิ ผล เน้นการวัดและประเมินผลเพือ่ พัฒนาการเรียนรู้ ดว้ ยวธิ กี ารท่ีหลากหลาย
โดยให้สอดคล้องกับบริบท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ดั มีความกระตือรือร้นและมีสว่ นร่วมใน
กิจกรรมในชั้นเรียน มีความรับผิดชอบ ส่งงานตรงเวลา มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดตี ่อ
คณิตศาสตร์ มีความร้แู ละคณุ ธรรมภายใต้หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลลัพธก์ ารเรียนรู้

120

หนว่ ยที่ 1 เร่อื ง สินคา้ บ้านถวาย

1.1 เรือ่ ง E – Commerce กบั สนิ ค้าทนี่ กั เรียนอยากขายออนไลน์

1) เปรียบเทียบรปู ลกั ษณะของรปู ร่างในธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม และงานทศั นศลิ ป์ ในการออกแบบ และ อภปิ ราย
ความหมายของ E-Commerce ได้
2) เปรยี บเทียบรปู ลักษณะรปู ทรงในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และงานทศั นศลิ ป์ ในการออกแบบ
3) อภปิ รายเก่ียวกับการเปรยี บเทยี บรูปลกั ษณะของรูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อม และงานทศั นศิลป์
1.2 เรอ่ื ง หมู่บา้ นถวาย
1) อภิปรายเกี่ยวกบั ความรู้เก่ยี วกบั หมู่บ้านถวายที่นกั เรียนรูจ้ กั โดยใช้เคร่อื งมือการคดิ Diagram (ไดอะแกรม)
2) อภิปรายเกย่ี วกบั อิทธพิ ลของสวี รรณะเยน็ ท่มี ตี ่ออารมณข์ องมนุษย์
3) เปรยี บเทยี บการอภปิ รายเกีย่ วกบั อิทธิพลของสวี รรณะอนุ่ และสวี รรณะเยน็ ทม่ี ีต่ออารมณ์ของมนุษย์

1.3 เร่ือง หากสนิ ค้าหมู่บ้านถวายขายไม่ไดใ้ นช่วงวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ได้รบั ผลกระทบจากสถานการณ์
ปจั จบุ ัน
1) นกั เรียนบอกปญั หาทเ่ี กดิ ข้ึนจากการอ่านนทิ าน“น้องแกว้ ตาผจญช่วงวกิ ฤตทางเศรษฐกิจที่ไดร้ บั ผลกระทบจาก
สถานการณ์ปัจจุบัน” ได้
2) นกั เรียนสามารถทำความเข้าใจปัญหาและหาวธิ ีการในการแกป้ ัญหาจากนทิ าน “นอ้ งแกว้ ตาผจญช่วงวกิ ฤตทาง
เศรษฐกจิ ทีไ่ ด้รบั ผลกระทบจากสถานการณป์ จั จุบัน” ได้
3) นักเรยี นนำความรจู้ ากการแกป้ ัญหาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้

หน่วยที่ 2 เร่อื ง สนิ คา้ บ้านถวายและ การวางแผนเพอื่ นำเสนอสนิ ค้า

1.๔ เร่ือง การวางแผนเพื่อจำหนา่ ยสนิ ค้าผลิตภณั ฑบ์ า้ นถวายผา่ นทางออนไลน์
1) อภปิ รายเก่ียวกบั เลือกใช้วรรณะสเี พ่อื ถ่ายทอดอารมณ์ ความรูส้ ึกในการวางแผนเพือ่ จำหนา่ ยสินค้าผลิตภัณฑ์
บา้ นถวาย
2) การออกแบบผลติ ภัณฑ์ โดยเลือกใช้วรรณะสีเพือ่ ถา่ ยทอดอารมณ์ ความรู้สึก ในการสร้างงานการออกแบบ
ผลติ ภัณฑก์ ารขาย
3) เปรียบเทยี บการออกแบบผลิตภณั ฑโ์ ดยใช้วรรณะสี เพื่อถา่ ยทอดอารมณ์ ความรสู้ กึ ในการสรา้ งงานการ

ออกแบบผลิตภณั ฑก์ ารขาย

1.๕ เรือ่ ง เทคนคิ การถา่ ยภาพแนะนำสินคา้
1) อภิปรายเก่ยี วกับเลือกใช้วรรณะสีเพ่อื ถ่ายทอดอารมณ์ ความรสู้ กึ โดยใช้เทคนิคการถา่ ยภาพแนะนำสนิ ค้า
สินค้าผลติ ภณั ฑ์บ้านถวาย
2) การออกแบบผลติ ภัณฑ์ โดยเลอื กใชว้ รรณะสเี พอื่ ถ่ายทอดอารมณ์ ความรสู้ ึก ในการสร้างงานถ่ายภาพแนะนำ
สินคา้ สินค้าผลติ ภัณฑบ์ ้านถวาย
3) เปรียบเทียบการออกแบบผลิตภณั ฑ์โดยใชว้ รรณะสี เพ่ือถา่ ยทอดอารมณ์ ความร้สู ึก ภาพถ่ายแนะนำสนิ ค้า

สนิ ค้าผลิตภณั ฑ์บ้านถวาย

1.๖ เรือ่ ง การโฆษณา
1) อภปิ รายเก่ยี วกับการโฆษณา
2) การการแนะนำรายละเอียดข้อมลู ผลติ ภัณฑ์ โดยการโฆษณา

121

3) เปรยี บเทยี บการออกแบบผลิตภณั ฑ์การโฆษณาแนะนำสินค้าสนิ ค้า

หน่วยที่ 3 เรื่อง สนิ คา้ บา้ นถวายและ การโฆษณา วิดโี อนำเสนอโฆษณาสนิ ค้าบา้ นถวาย

1.๗ เร่ือง การโฆษณาสินค้าบา้ นถวาย
1) อภปิ รายเกยี่ วกบั การโฆษณาสินคา้ บ้านถวาย
2) การการแนะนำรายละเอยี ดขอ้ มลู ผลติ ภัณฑ์ โดยการโฆษณาสนิ ค้าบา้ นถวาย
3) เปรียบเทยี บการออกแบบผลิตภณั ฑก์ ารโฆษณาแนะนำสินค้าบ้านถวาย

1.๘ เร่ือง วิดโี อนำเสนอโฆษณาสนิ คา้ บา้ นถวาย
1) อภิปรายเก่ยี วกับการโฆษณาสนิ คา้ บ้านถวาย
2) การการแนะนำรายละเอียดขอ้ มลู ผลติ ภัณฑ์ โดยการโฆษณาสินค้าบ้านถวาย
3) เปรียบเทียบการออกแบบผลิตภัณฑ์การโฆษณาแนะนำสินคา้ บา้ นถวาย

หน่วยท่ี 4 เร่อื ง การออกแบบผลิตภณั ฑก์ ารขาย (โบรชวั รเ์ สนอสนิ คา้ )

๑.๑ การเรียนรวู้ ิธีการออกแบบโบรชวั ร์เสนอสนิ ค้า และ เทคนคิ การดงึ ดูดใหน้ ่าสนใจ
1) ระบุ และอภิปรายเกี่ยวกับงานทศั นศิลป์ ในเหตกุ ารณ์ และงานเฉลิมฉลอง ของวฒั นธรรมในทอ้ งถิ่น
2) การออกแบบผลติ ภัณฑ์การออกแบบผลิตภัณฑก์ ารขาย
3) เปรียบเทยี บการออกแบบผลิตภณั ฑ์การขายเกยี่ วกับงานทัศนศลิ ป์ ในเหตุการณ์ และงานเฉลิมฉลอง ของ
วัฒนธรรมในท้องถิน่
หนว่ ยท่ี ๕ เรอ่ื ง การเรม่ิ ตน้ ออกแบบโบรชัวรเ์ สนอสินค้า โดยใชโ้ ปรแกรม Google Sites

๑.๒ การเร่ิมตน้ ออกแบบโบรชวั รเ์ สนอสนิ ค้า (Google Sites)
1) ทักษะพน้ื ฐานในการใช้วัสดุ อุปกรณส์ ร้างสรรคง์ านพิมพ์ภาพ
2) ทักษะพืน้ ฐานในการใช้วัสดุ อุปกรณ์สร้างสรรค์งานวาดภาพระบายสี
3) บรรยายลักษณะของภาพโดยเนน้ เรื่องการจัดระยะ ความลกึ นำ้ หนักและแสงเงาในภาพ

๑.๓ การสร้างชิ้นงานโบรชัวร์เสนอสนิ คา้ (Google Sites)

1) อภปิ รายเปรยี บเทยี บเกยี่ วกับการวาดภาพระบายสี โดยใช้สีวรรณะอุ่น และสีวรรณะเย็น ถา่ ยทอดความรู้สกึ
และจินตนาการ
2) การออกแบบวาดภาพระบายสี โดยใช้สวี รรณะอนุ่ และสวี รรณะเย็น ถ่ายทอดความรสู้ ึกและจินตนาการ ในการ
สร้างชิ้นงานโบรชัวร์เสนอสินคา้
3) นำเสนอผลงานการวาดภาพระบายสโี ดยใชส้ วี รรณะอนุ่ และสวี รรณะเยน็ ถา่ ยทอดความร้สู กึ และจินตนาการ
ในการสร้างช้นิ งานโบรชัวร์เสนอสินค้า
หนว่ ยท่ี ๖ เรือ่ ง การเผยแพรโ่ บรชัวร์เสนอสินคา้ ขยายผลต่อทางออนไลน์ โดยใช้โปรแกรม Google Sites

1.๔ การเผยแพร่โบรชัวร์เสนอสนิ คา้ และ การเรียนรูว้ ธิ กี ารขยายผลต่อทางออนไลน์ (Google Sites)
1) การวางแผนเพ่อื การเผยแพร่โบรชัวร์เสนอสนิ ค้า และ การเรยี นรวู้ ิธีการขยายผลต่อทางออนไลน์
2) นำเสนอผลการเผยแพร่โบรชวั รเ์ สนอสนิ คา้ และ การเรียนร้วู ิธีการขยายผลตอ่ ทางออนไลน์
3) เปรียบเทียบบรรยายเกี่ยวกับการเผยแพรโ่ บรชวั ร์เสนอสนิ ค้า และ การเรียนร้วู ิธีการขยายผลต่อทางออนไลน์

งานทัศนศลิ ป์ ที่มาจากวฒั นธรรมตา่ งๆ

122

สมรรถนะที่ 1 ภาษาไทยเพือ่ การส่ือสาร
๔. เขยี นโดยมีวัตถุประสงคท์ ่ีชดั เจนในการสือ่ สารข้อมลู ความรู้ ความคิดความรู้สกึ ในรปู แบบทีห่ ลากหลายโดยใช้
กลวธิ ีการนำเสนอทีเ่ หมาะสมสามารถเขยี นส่ือความหมายไดต้ รงตามเจตนา เขา้ ใจไดง้ ่ายและถกู ตอ้ งตามอักขระ
วิธีใชก้ ระบวนการเขียนผลติ งานในทางสร้างสรรคอ์ ย่างรบั ผดิ ชอบและเคารพในสิทธิของผอู้ น่ื
๕. ใชภ้ าษาไทยในการศึกษาเรยี นรู้ สรา้ งความเข้าใจพ้ืนฐานทางสังคมวฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาของไทยมีความ
ภาคภมู ิผูกพันในความเป็นไทยสามารถกลน่ั กรองและสบื สานสงิ่ ดีงามท่บี รรพบรุ ษุ ไดส้ ร้างไวแ้ ละพฒั นาใหม้ คี ณุ ค่า
ต่อไป
๖. พดู อ่านและเขยี นภาษาไทยได้ถูกตอ้ งตามอักขระวิธโี ดยเลือกใช้คำศพั ทค์ วามรเู้ กี่ยวกับหลกั ภาษาและกลวิธีต่าง
ๆ ร่วมกบั ประสบการณ์ชวี ิตในการนำเสนอและผลิตผลงาน
สมรรถนะท่ี 2 คณิตศาสตรใ์ นชีวติ ประจำวนั
๔. เช่ือมโยงความรู้หรอื ปญั หาทางคณิตศาสตร์ทเ่ี รียนมากบั ความร้ปู ญั หาหรือสถานการณอ์ ่นื ทต่ี นเองพบซึ่งอาจ
เปน็ การเช่ือมโยงภายในวิชาคณติ ศาสตร์เชอ่ื มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตรอ์ น่ื ๆ และเชือ่ มโยงคณติ ศาสตร์กบั
ชวี ติ ประจำวนั เพื่อนำไปสกู่ ารแกป้ ัญหาและการเรียนรู้แนวคดิ ใหม่ทซี่ ับซอ้ นหรอื สมบูรณข์ ึ้น
สมรรถนะที่ 3 การสืบสอบทางวทิ ยาศาสตร์ และจติ วิทยาศาสตร์
๓. สืบสอบความรทู้ างวิทยาศาสตรโ์ ดยสามารถต้งั คำถามสำคญั ออกแบบและวางแผนการสำรวจตรวจสอบข้อมูล
เลือกใช้วัสดุอุปกรณแ์ ละเครื่องมือท่ีเหมาะสม เก็บรวบรวมข้อมลู วเิ คราะหข์ ้อมูลและนำเสนอผลการสำรวจ
ตรวจสอบ รวมท้ังหลักฐานเชิงประจกั ษท์ ไี่ ด้รบั การยอมรับจากสาธารณะซึ่งนำไปสู่การพฒั นาความเปน็ ผู้รกั ในความ
มเี หตุผลทางวิทยาศาสตร์
สมรรถนะที่ 4 ภาษาองั กฤษเพื่อการสือ่ สาร
๓. สามารถใชภ้ าษาทง่ี า่ ยและหลากหลายเพือ่ สนทนาในหวั ขอ้ ท่คี นุ้ เคย แสดงความคิดเห็นของตนเองและ
แลกเปลยี่ นขอ้ มูลเกยี่ วกับหัวข้อท่ีตนเองคุ้นเคย สนใจ หรือหวั ข้อเกีย่ วกับชีวิตประจำวนั
๔. สามารถสรา้ งงานเขียนง่าย ๆท่มี คี วามคิดเช่อื มโยงกันในประเด็นต่าง ๆ ทีค่ ุ้นเคยในสาขาทตี่ นเองสนใจโดย
เช่อื มโยงสว่ นต่าง ๆ ในงานเขียนให้เป็นลำดับต่อเนอ่ื งกนั ได้
สมรรถนะที่ 5 ทักษะชีวิต และความเจริญแหง่ ตน
๗. พรอ้ มรบั ความเปล่ียนแปลงสามารถปรบั ตัว เผชิญปญั หา แก้ปัญหายอมรบั ผลทเ่ี กดิ ข้นึ และฟื้นคนื สภาพจาก
ปัญหาได้อยา่ งรวดเร็ว
๘. สร้างแรงจงู ใจและนำตนเองในการเรยี นรู้ เรียนรู้วธิ ีการเรียนรู้โดยใช้ทกั ษะการเรยี นรู้หลากหลาย ทงั้ ทกั ษะการ
เรียนรู้ทกั ษะการสืบค้นขอ้ มูล ทักษะการสบื สอบ ทกั ษะการสรา้ งความรู้และนวัตกรรม รวมท้ังทกั ษะการ
ประยกุ ต์ใช้ความร้เู พ่อื พฒั นาตนเองและชีวิต
สมรรถนะท่ี 6 ทักษะอาชพี และการเป็นผปู้ ระกอบการ
๒. กำหนดเปา้ หมายในการทำงานทีช่ ัดเจน วางแผน จัดเรยี งลำดับความสำคัญของงานและบริหารเวลาอยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ
๓. ปฏบิ ัติงานอย่างมุ่งม่นั อดทนรบั ผดิ ชอบ และเพียรพยายาม เพ่ือใหบ้ รรลเุ ป้าหมาย
สมรรถนะที่ 7 ทกั ษะการคดิ ขั้นสูงและนวัตกรรม
๑. คิดพจิ ารณาเรอ่ื งต่าง ๆ โดยมขี อ้ มูลเกีย่ วข้องกับเรือ่ งนัน้ อย่างเพียงพอสามารถวิเคราะห์ วพิ ากษ์ และประเมิน
ข้อมูลและเหตผุ ล สามารถสรปุ ความเข้าใจและให้ความเห็นในเรอ่ื งน้ัน ๆ

123

๒. ใชว้ ิจารณญาณ มีการตัดสนิ ใจเรอื่ งตา่ ง ๆ บนฐานของขอ้ มูล เหตุผลหลกั ฐานรวมทั้งการพิจารณาอย่างรอบดา้ น
ทงั้ ในด้านคุณ โทษ และความเหมาะสมตามหลักกฎหมาย ศีลธรรม คุณธรรมค่านยิ ม
สมรรถนะที่ 8 การรเู้ ทา่ ทันสื่อสารสนเทศ และดิจทิ ัล
๑. เขา้ ถึงแหล่งสอ่ื สารสนเทศ และเทคโนโลยดี ิจิทลั ทีห่ ลากหลายเพ่อื ใชส้ ืบค้นขอ้ มูลและสารสนเทศท่ีตอ้ งการ
อยา่ งเข้าใจ และเลอื กเร่อื งทีจ่ ะเกดิ ประโยชน์ต่อตนเอง ชุมชน และสังคม
๒. เขา้ ใจความรู้สึกและความต้องการของตนเองเม่อื ใชส้ อ่ื สารสนเทศ ท้งั การเข้าถึง ส่งต่อ และกระจายขอ้ มลู
ขา่ วสารโดยรบั ผดิ ชอบผลกระทบทัง้ ตอ่ ตนเองผ้อู น่ื และสงั คม
สมรรถนะท่ี 9 การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทมี และมีภาวะผ้นู ำ
๒. แลกเปล่ียนความรู้ แบ่งปันความคดิ ด้วยความเต็มใจเพื่อสนบั สนุนส่งเสริมให้กลุ่มบรรลุผลตามเป้าหมายท่ี
กำหนดร่วมกัน
๓. รบั ฟัง ยอมรับ และเคารพความคดิ เห็นมมุ มองทแ่ี ตกตา่ งของผู้อนื่ อย่างจริงใจเพ่ือใหเ้ กิดความเข้าใจอนั ดีระหว่าง
กันอย่างแท้จริง
สมรรถนะที่ 10 พลเมืองทีเ่ ขม็ แขง็ /ต่ืนรู้ ทม่ี ีจิตสำนึกสากล
๕. ติดตามสถานการณ์ เหตุการณบ์ า้ นเมือง และปัญหาของชมุ ชน สังคมและโลก มีสว่ นร่วมทางตรงหรือทางอ้อมใน
การพฒั นาเปล่ยี นแปลง และแก้ไขปญั หา
สมรรถนะที่ 11 ภาษาจีนเพอื่ ชีวติ
๓. สามารถใช้ภาษาทงี่ า่ ยและหลากหลายเพื่อสนทนาในหวั ขอ้ ท่คี ุน้ เคย แสดงความคดิ เหน็ ของตนเองและ
แลกเปล่ยี นขอ้ มูลเกีย่ วกบั หวั ข้อท่ีตนเองคนุ้ เคย สนใจ หรอื หัวข้อเก่ียวกับชีวิตประจำวัน
๔. สามารถสร้างงานเขยี นงา่ ย ๆทีม่ ีความคิดเชอื่ มโยงกันในประเดน็ ตา่ ง ๆ ทค่ี นุ้ เคยในสาขาที่ตนเองสนใจโดย
เช่อื มโยงส่วนตา่ ง ๆ ในงานเขียนให้เป็นลำดับต่อเนือ่ งกนั ได้

รหสั ตวั ชี้วัด

ภาษาไทย
ท 4.1 ป.4/2 ระบุชนิดและหน้าทีข่ องคำในประโยค
ท 4.1 ป.4/3 ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำ
ท 4.1 ป.4/5 แต่งบทร้อยกรองและคำขวัญ
ท 4.1 ป.4/6 บอกความหมายของสำนวน
ท 1.1 ป.4/7 อ่านหนังสือทมี่ คี ุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับเรือ่ งท่ีอ่าน
ท 1.1 ป.4/8 มมี ารยาทในการอ่าน
คณติ ศาสตร์
ค1.1 ป.4/6 เปรยี บเทยี บและเรียงลำดับทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ตำแหน่งจากสถานการณ์ต่างๆ
ค1.1 ป.4/11 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา 2 ข้ันตอน ของจำนวนนบั ที่มากกวา่ 100,000 และ 0
วทิ ยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว4.2 ป4/4 รวบรวม ประเมิน นำเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศ โดยใชซ้ อฟต์แวร์ทหี่ ลากหลาย เพ่ือแก้ปัญหาใน
ชวี ิตประจำวนั
ภาษาองั กฤษ

124

ต 1.1 เลอื ก/ระบุภาพ หรือสัญลกั ษณ์หรือ เครอื่ งหมายตรงตามความหมายของ ประโยคและขอ้ ความสัน้ ๆ ทีฟ่ งั
หรอื อ่าน
สงั คมศกึ ษา
ส3.2 ป4/1 อธิบายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน
ส3.1 ป4/3 บอกสทิ ธิพน้ื ฐานและรกั ษาผลประโยชนข์ องตนเองในฐานะผูบ้ รโิ ภค
การงานอาชพี
ง 1.1 ป.4/2 ทำงานบรรลเุ ปา้ หมายทีว่ างไว้ อยา่ งเป็นขั้นตอน ด้วยความขยนั อดทน รบั ผิดชอบและซื่อสัตย
ง 2.1 ป.4/.1 ความหมายและความสำคญั ของอาชพี
ศลิ ปะ
ศ 1.1 ป.4/7 วาดภาพระบายสี โดยใชส้ ีวรรณะอุน่ และสีวรรณะเยน็ ถ่ายทอดความรู้สึกและจินตนาการ
ศ 1.1 ป.4/8 เปรียบเทียบความคิดความรสู้ กึ ที่ถ่ายทอดผ่านงานทศั นศลิ ปข์ องตนเองและบุคคลอื่น
พละศกึ ษา/สขุ ศึกษา
พ4.1ป.4/1.อธิบายความสัมพันธร์ ะหวา่ สงิ่ แวดล้อกับสุขภาพ
ภาษาจีน
ต.1.1 ป.4/3 ระบภุ าพ สญั ลกั ษณ์เครอื่ งหมายตรงตามความหมายของคำ กล่มุ คำ ประโยค และข้อความสั้นๆ ที่
ฟงั หรืออ่าน
รวมทัง้ หมด ๑8 ตวั ช้วี ัด

125

คำอธิบายรายวชิ า / หนว่ ยการเรยี นรู้ ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

1. หนว่ ยการเรียนรู้สวนพฤกษศาสตร์ตน้ แก้ว
2. หน่วยการเรียนรเู้ ชียงใหมภ่ ัยพิบัตกิ ับโรคภัย
3. หนว่ ยการเรียนรมู้ รดกภมู ิปญั ญา คนดศี รเี ชยี งใหม่
4. หน่วยการเรียนรู้เกษตรอนิ ทรีย์วิถีต้นแก้ว
5. หน่วยการเรียนรู้ E-commerce

126

1. หน่วยการเรียนรู้สวนพฤกษศาสตร์ตน้ แก้ว

คำอธบิ ายหน่วยการเรยี นรู้

รหัสวิชา บ๑๕๑๐๑ หน่วยบรู ณาการ สวนพฤกษศาสตร์ต้นแกว้
เวลา ๘๐ ชั่วโมง/ปี
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕

ขอบเขตเนอ้ื หาในการเรยี นรู้

ศึกษาข้อมูลด้านตา่ งๆ ทางด้านขอ้ มลู พ้นื บ้าน ขอ้ มูลพรรณไม้ ขอ้ มลู ดา้ นพฤกษศาสตร์ ศึกษาโครง
สรา้ งภายนอกของพรรณไม้ท่ีเปน็ พชื ศกึ ษาและพรรณไม้ท่ีสนใจอย่างละเอยี ดและนำเสนอในรูปแบบ E-book
จดั ทำป้ายชอ่ื พรรณไมใ้ นรูปแบบ PPT. เรยี นรู้การวาดภาพและการบันทึกภาพทางพฤกษศาสตร์ของพรรณไมท้ ี่
ได้ทำการสำรวจและศกึ ษา ทำตวั อย่างพรรณไมท้ ั้งแหง้ และดอง เรียนร้วู งจรชีวิตของชวี ภาพนนั้ ๆ ข้อมูล
การเปลีย่ นแปลงและความแตกต่างด้านรูปลักษณ์ คณุ สมบตั ิ และพฤติกรรม เปรยี บเทยี บตนเองและผอู้ ่ืนกับ
ชวี ภาพรอบกาย เพ่อื ประยกุ ต์ใชใ้ นการดำเนนิ ชวี ติ

๑. พชื ศึกษา(ดอกแกว้ )/พชื สนใจ
๒. ประโยชนข์ องพชื ศกึ ษา/พชื สนใจ (มะพร้าว)
กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

โดยจดั ประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณ์ให้นกั เรยี นไดศ้ กึ ษาคน้ ควา้ จากการปฏิบตั ิจรงิ
โดยใช้กระบวนทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล บันทึก
จดั กลุ่มข้อมูล เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอส่อื สารส่ิงทีเ่ รียนรู้
มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ เห็นคุณค่าของการนำความร้ไู ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั มีจติ วิทยาศาสตร์ คุณธรรม
จริยธรรม และคา่ นยิ มที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมสมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลกั ผา่ นขอบขา่ ยเนื้อหา
บรู ณาการหลากหลาย
เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้หน่วยบูรณาการสวนพฤกษศาสตร์ต้นแก้ว ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล บันทึก จัดกลุ่มข้อมูล เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด
ความเข้าใจ มีกระบวนการคิด มีเหตุมีผลแล้ว สามารถใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหา
การตัดสินใจได้วิเคราะห์ปัญหาในสถานการณ์ที่เป็นจริงในชีวิตประจำวันเพื่อการแก้ปัญหาและรู้จักใช้
ทรัพยากรธรรมชาตใิ ห้เป็นประโยชน์

การวัดและประเมนิ ผล เน้นการวดั และประเมนิ ผลเพอื่ พฒั นาการเรยี นรู้ รูปเล่มแบบบนั ทึกพรรณไม้

พืชศึกษา (ก.๗-๐๐๓ )แบบ E book การใช้ประโยชน์จากพืชศึกษา และการทำโครงงานจากพืชสนใจ

ดว้ ยวธิ กี ารทีห่ ลากหลาย โดยให้สอดคล้องกับบริบท และเปน็ ไปตามมาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ช้วี ดั

ผลลัพธ์การเรียนรู้
หน่วยที่ ๑ เรอ่ื ง การสำรวจพรรณไมใ้ นโรงเรยี น
๑.๑ การสำรวจพรรณไมใ้ นโรงเรยี น

๑) ผเู้ รียนสามารถบันทกึ และจดจำพรรณไม้ในพนื้ ทศ่ี ึกษาได้
๒) ผู้เรียนมคี วามรู้เกยี่ วกับพรรณไม้และรจู้ กั วธิ ีการสำรวจพรรณไม้เบอ้ื งต้นได้

127

๑.๒ การทำป้ายและตดิ ป้ายรหัสต้น
๑) ผูเ้ รยี นรูจ้ กั วิธีการทำป้ายและวธิ ีการตดิ ปา้ ยชอื่ พรรณไม้

๑.๓ ต้ังช่ือ สอบถามชือ่ ศึกษาข้อมูลพื้นบ้าน (ก.๗-๐๐๓ หน้า ๑)
๑) ผเู้ รยี นได้สมผั ัสพรรณไมแ้ ละชมุ ชน โดยการสมั ภาษณ์ผรู้ ูแ้ ละข้อมลู พน้ื บา้ น
๒) ผเู้ รียนมคี ณุ ธรรม ความรับผิดชอบ ความชอื่ ตรง ความอ่อนนอ้ ม และความอดทน

๑.๔ การทำผังแสดงตำแหน่งพรรณไม้
๑) ผู้เรยี นได้เรยี นร้วู ธิ ีการทำผังแสดงตำแหนง่ พรรณไม้
๒) ผเู้ รยี นได้ฝึกทักษะการวัด การคำนวณ และการเรยี นรูเ้ ร่อื งทศิ

หน่วยที่ ๒ การศึกษาพรรณไมใ้ นโรงเรียน(ก.๗-๐๐๓)
๒.๑ การศกึ ษาลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์

๑) ผเู้ รียนได้ฝกึ ทักษะการสังเกต ลกั ษณะของพรรณไม้ รลู้ ักษณะโครงสรา้ งภายนอกพืช
๒) ผู้เรยี นได้ทักษะการเขยี นบันทกึ การบรรยาย และการสรุป
๒.๒ การวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการปน้ั โครงสรา้ งของพชื
๑) ผู้เรียนไดท้ กั ษะการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการปัน้ โครงสรา้ งของพืช เชน่ ลักษณะวิสยั
ราก ลำตน้ ใบ ดอก ผล และเมลด็ โดยมีมาตราสว่ นและระบุส่วนที่วาดในภาพ
๒.๓ การทำตัวอยา่ งพรรณไม้แห้ง
๑) ผเู้ รยี นเรยี นรู้วธิ กี ารเกบ็ และรกั ษาสภาพพรรณไมห้ ลากหลายสายพันธุ์
๒.๔ การเปรยี บเทียบข้อมูลสรปุ
๑) ผู้เรยี นฝกึ สรปุ ขอ้ มูลทางพฤกษศาสตร์ ซง่ึ เป็นการเปรยี บเทยี บขอ้ มูลสรปุ หน้า ๘
กบั ขอ้ มูลที่สบื ค้นจากเอกสารหรือแหล่งขอ้ มูลแลว้ บนั ทกึ ในหน้าท๙่ี
๒) ผู้เรียนมกี ารสืบค้นเอกสารหรอื สื่อต่างๆอ้างองิ
๒.๕ การจัดระบบข้อมลู ทะเบยี นพรรณไม้
๑) ผ้เู รยี นฝึกทกั ษะการบันทกึ ขอ้ มูลพรรณไม้ในรปู แบบโปรแกรม Microsoft excel
๒.๖ การทำร่างป้ายชือ่ พรรณไมส้ มบูรณ์
๑) ผู้เรยี นรูจ้ ักสว่ นประกอบของการจดั ทำป้ายชือ่ พรรณไม้โดยใช้ PPT.
หน่วยที่ ๓ การศึกษาพืชสนใจ(มะพรา้ ว)
๓.๑ การศกึ ษาลกั ษณะทางพฤกษศาสตรข์ องมะพร้าว
๑) ผเู้ รยี นไดฝ้ กึ ทกั ษะการสงั เกต ลักษณะของพรรณไม้ร้ลู ักษณะโครงสร้างภายนอก
ของกล้วย และนำเสนอในรปู แบบ E book
๒) ผู้เรียนไดท้ กั ษะการเขียนบนั ทกึ การบรรยาย และการสรปุ
๓.๒ การวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการปน้ั โครงสรา้ งของมะพรา้ ว
๑) ผูเ้ รยี นได้ทักษะการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ และการปั้นโครงสรา้ งของมะพรา้ ว เชน่ ลักษณะวิสยั ราก ลำต้น
ใบ ดอก ผล และเมล็ด โดยมีมาตราส่วนและระบสุ ว่ นทวี่ าดในภาพ

128

๓.๓ การเปรียบเทยี บข้อมูลสรปุ

๑) ผู้เรียนฝกึ สรุปข้อมลู ทางพฤกษศาสตร์ ซ่งึ เปน็ การเปรยี บเทียบขอ้ มลู สรุปหน้า ๘

กับขอ้ มูลท่ีสืบค้นจากเอกสารหรอื แหล่งขอ้ มลู แลว้ บนั ทกึ ในหน้าท่ี ๙

๒) ผูเ้ รยี นมกี ารสบื ค้นเอกสารหรือสอื่ ต่าง ๆ อ้างอิง

หนว่ ยท่ี ๔ โครงงานพชื สนใจ

๑) กำหนดจุดมุ่งหมายและลกั ษณะโครงงานโดยตวั นักเรียนเอง

๒) วางแผนหรอื วางโครงงาน โดยนักเรียนต้องชว่ ยกนั วางแผนว่าจะทำอะไร ใชว้ ิธกี าร

หรอื กิจกรรมใด จงึ จะบรรลจุ ดุ มุง่ หมาย

๓) ข้ันดำเนนิ การ ลงมอื ทำกิจกรรมหรอื แก้ปญั หา

๔) ประเมนิ ผล โดยประเมนิ ว่ากิจกรรมหรือโครงงานนั้นบรรลุผลตามความมงุ่ หมายท่ีกำหนด

ไวห้ รอื ไม่ มขี ้อบกพร่อง และควรแก้ไขใหด้ ขี น้ึ อย่างไร

สมรรถนะท่ี ๑ ภาษาไทยเพอ่ื การสอ่ื สาร
๔. เขียนโดยมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ในการสื่อสารข้อมูล ความรู้ ความคิด ความรู้สึกในรูปแบบที่ หลากหลาย
โดยใช้กลวธิ กี ารนำ เสนอท่ีเหมาะสม สามารถเขียนส่ือความหมายไดต้ รงตาม เจตนา เขา้ ใจได้งา่ ย และถูกต้องตาม
อักขรวิธี ใช้กระบวนการเขยี นผลติ งาน ในทางสรา้ งสรรค์อย่างรบั ผิดชอบและเคารพในสิทธิ ของผอู้ ื่น
สมรรถนะที่ ๒ คณิตศาสตรใ์ นชีวิตประจำวัน
๑. แก้ปญั หาในชีวติ ประจำวนั ที่เกีย่ วขอ้ งกบั คณิตศาสตร์ โดยประยุกตค์ วามรู้ความเขา้ ใจทาง คณติ ศาสตร์ เพ่ือทำ
ความเข้าใจปัญหา ระบุประเด็น ปัญหา วิเคราะห์ปัญหา วางแผน แก้ปัญหา โดยหากลวิธีที่หลากหลาย
ในการแกป้ ัญหา และดำ เนินการจนได้ คำ ตอบทส่ี มเหตุสมผล
๔. เช่อื มโยงความรหู้ รือปัญหาทาง คณิตศาสตร์ท่ีเรียนมากบั ความรู้ ปญั หาหรือสถานการณอ์ นื่ ท่ีตนเอง
พบ ซึ่งอาจ เป็นการเชื่อมโยงภายในวิชาคณิตศาสตร์ เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อ่ื น ๆ และ
เช่อื มโยงคณติ ศาสตร์กบั ชีวติ ประจำ วนั เพอื่ นำ ไปสกู่ ารแกป้ ัญหาและการเรียนรู้แนวคดิ ใหม่ทซ่ี บั ซ้อนหรอื
สมบรู ณข์ น้ึ
สมรรถนะท่ี ๓ การสบื สอบทางวทิ ยาศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตร์
๓. สืบสอบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยสามารถตั้งคำ ถามสำ คัญ ออกแบบ และวางแผนการสำรวจ
ตรวจสอบข้อมูล เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือ ที่เหมาะสม เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลและนำ
เสนอผลการสำ รวจ ตรวจสอบ รวมทัง้ หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ ทีไ่ ด้รบั การยอมรับจากสาธารณะ
๖. วางแผนหาวิธีการแก้ไขปัญหา ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นข้ันตอนโดยใช้กระบวนการออกแบบทาง วิศวกรรม
ทีป่ ระกอบดว้ ยขั้นตอนการระบุปญั หา การสืบคน้ ขอ้ มลู เพอื่ ใช้ในการออกแบบการสร้างตน้ แบบโดย ใช้วัสดุอุปกรณ์
ภายใต้ขอ้ จำ กดั หรอื ตามสภาพบริบท

สมรรถนะท่ี ๔ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร
๓. สามารถใช้ภาษาทง่ี า่ ยและ หลากหลายเพือ่ สนทนาในหวั ขอ้ ท่ีค้นุ เคย แสดงความคดิ เห็นของตนเอง
และแลกเปล่ยี นขอ้ มูลเกีย่ วกบั หัวข้อท่ี ตนเองคุ้นเคย สนใจ หรอื หัวขอ้ เกยี่ วกบั ชวี ิตประจำวัน
๗. สามารถหาวิธีถ่ายทอดประเด็น สำคัญที่ตนเองต้องการสื่อสารในบริบทที่หลากหลายโดยต้องเป็น
เร่อื งราวท่ีตนเอง จำ ไดห้ รือหาวธิ ีท่ีจะถา่ ยทอดเร่อื งราว

129

สมรรถนะที่ ๕ ทักษะชีวติ และความเจริญแหง่ ตน
๘. สรา้ งแรงจงู ใจและนำ ตนเองใน การเรียนรู้ เรียนรู้วธิ ีการเรยี นรู้ โดยใช้ ทักษะการเรียนรู้หลากหลาย ทั้งทักษะ
การเรียนรู้ทักษะการสืบค้นข้อมูล ทักษะ การสืบสอบ ทักษะการสร้างความรู้ และ นวัตกรรม
รวมทั้งทักษะการประยุกตใ์ ช้ ความรู้เพอ่ื พัฒนาตนเองและชีวติ
สมรรถนะท่ี ๖ ทักษะอาชพี และการเป็นผปู้ ระกอบการ
๒. กำหนดเป้าหมายในการทำ งาน ที่ชดั เจน วางแผนจดั เรยี งลำดับความสำคญั ของงานและบรหิ าร
เวลาอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
๓. ปฏบิ ัติงานอยา่ งมงุ่ มน่ั อดทน รบั ผดิ ชอบ และเพียรพยายาม เพอ่ื ให้ บรรลุเป้าหมาย
๖. สามารถประยุกต์ใชค้ วามรู้ ในการสรา้ งผลิตภัณฑเ์ ชงิ สรา้ งสรรค์
สมรรถนะที่ ๗ ทักษะการคิดขัน้ สงู และนวัตกรรม
๔. ลงมือแกป้ ัญหาด้วยตนเอง และ ร่วมมือกบั ผอู้ ื่นในการแก้ปญั หาอย่าง เปน็ ระบบ

สมรรถนะท่ี ๘ การร้เู ท่าทนั สื่อสารสนเทศ และดิจิทัล
๑. เขา้ ถึงแหล่งส่ือ สารสนเทศ และ เทคโนโลยดี จิ ิทัลที่หลากหลาย เพือ่ ใช้สืบค้นขอ้ มูลและสารสนเทศท่ี
ตอ้ งการ อยา่ งเข้าใจ และเลอื กเร่อื งที่จะเกิด ประโยชนต์ อ่ ตนเอง ชมุ ชน และสงั คม
สมรรถนะที่ ๙ การทำงานแบบรวมพลงั เป็นทมี และมีภาวะผนู้ ำ
๒. แลกเปลี่ยนความรู้ แบ่งปันความคิดด้วย ความเต็มใจเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้กลุ่มบรรลุผล
ตามเป้าหมายท่ีกำหนดรว่ มกนั
๔. รว่ มทำงานกลุ่ม ปฏิบตั ิตน ในฐานะสมาชกิ กลุ่มทีร่ ับผิดชอบตอ่ หนา้ ที่และบทบาททไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
อยา่ งใส่ใจ และให้ความไวว้ างใจกัน และกัน เพ่อื ใหเ้ กิดความสำ เรจ็ ในการ ทำ งาน และความสัมพันธ์ท่ดี ี

สมรรถนะท่ี ๑๐ พลเมอื งท่เี ขม็ แขง็ /ต่ืนรู้ ทมี่ ีจิตสำนึกสากล
๖. มีการตัดสินใจและการแก้ปัญหา ร่วมกัน สามารถแสดงจุดยืนของตนเอง มีทักษะในการตัดสินใจ
การแก้ไขปัญหา การแก้ไขความขัดแย้งด้วยการให้ความ ร่วมมือ และการแสดงออกซึ่งความสามารถที่จะอยู่
ร่วมกนั ท่ามกลางความ หลากหลาย

สมรรถนะท่ี ๑๑ ภาษาจนี เพื่อชีวติ
๔. สามารถสรา้ งงานเขยี นง่าย ๆที่มคี วามคิด เช่อื มโยงกันในประเดน็ ต่าง ๆ ทีค่ ุน้ เคยในสาขาท่ี
ตนเองสนใจโดยเช่ือมโยงส่วนตา่ ง ๆ ในงานเขียน ใหเ้ ป็นลำดับตอ่ เนอ่ื งกนั ได้
รหสั ตัวชี้วดั
ภาษาไทย
ท ๑.๑ ป.๕/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ กู ต้อง
ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธบิ ายความหมายของคำ ประโยค และข้อความท่ีเปน็ การบรรยายและการพรรณนา
ท ๒.๑ ป.๕/๗ กรอกแบบรายการต่าง ๆ
ท ๑.๑ ป.๕/๕ วเิ คราะหแ์ ละแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่อื งท่อี า่ นเพื่อนำไปใชใ้ นการดำเนนิ ชีวติ
ท ๓.๑ ป.๕/๔ พดู รายงานเร่อื งหรอื ประเดน็ ท่ีศึกษาคน้ คว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา
ท ๓.๑ ป.๕/๕ มีมารยาทในการฟงั การดู และการพดู
คณิตศาสตร์
ค ๒.๑ ป.๕/๓ แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของทรงสเี่ หลยี่ มมมุ ฉากและ

130

ความจุของภาชนะทรงส่ีเหลยี่ มมมุ ฉาก
ค ๓.๑ ป.๕/๑ใช้ข้อมูลจากกราฟเสน้ ในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
ค ๓.๑ ป.๕/๒ เขียนแผนภูมแิ ทง่ จากขอ้ มูลที่เป็นจำนวนนบั
วิทยาศาสตร์

ว ๑.๑ ป.๕/๓ เขยี นโซ่อาหารและระบบุ ทบาทหน้าที่ของส่ิงมชี ีวติ ท่เี ป็นผผู้ ลิตและผ้บู รโิ ภคใน โซ่อาหาร
ว ๑.๑ ป.๕/๔ ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มี ต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตโดยมีส่วนร่วม
ในการดแู ลรกั ษาส่งิ แวดลอ้ ม
ว ๑.๓ ป.๕/๑ อธบิ ายลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมที่มกี ารถา่ ยทอดจากพ่อแมส่ ู่ลกู ของพชื สัตว์ และมนุษย์
ว ๒.๑ ป.๕/๒ อธิบายการละลายของสารในนำ้ โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
ว ๒.๑ ป.๕/๓ วเิ คราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเมือ่ เกิดการเปลีย่ นแปลงทางเคมี โดยใช้ หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
ภาษาอังกฤษ
ต ๓.๑ ป.๕/๑ คน้ คว้า รวบรวมคำศพั ทท์ ่ีเกยี่ วข้อง กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น และนำเสนอดว้ ย การพูด/การเขยี น
ต ๑.๓ ป.๕/๑ พดู /เขยี นใหข้ อ้ มลู เกี่ยวกบั ตนเอง และเรื่องใกลต้ ัว
ต ๔.๒ ป.๕/๑ ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบค้น และรวบรวมขอ้ มูลต่าง ๆ
สังคมศกึ ษา
ส ๓.๑ ป.๕/๑ อธบิ ายปัจจยั การผลติ สินคา้ และบริการ
ส ๓.๑ ป.๕/๔ มีสว่ นร่วมในการอนรุ กั ษ์และเผยแพรภ่ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ของชมุ ชน
วิทยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว ๔.๒ ป.๕/๓ ใช้อนิ เทอร์เน็ตคน้ หาขอ้ มลู ติดตอ่ สอ่ื สาร และทำงานร่วมกัน ประเมนิ ความน่าเช่อื ถอื ของขอ้ มูล
ว ๔.๒ ป.๕/๔ รวบรวม ประเมนิ นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตามวตั ถุประสงค์โดยใชซ้ อฟต์แวร์
หรอื บรกิ ารบนอนิ เทอร์เนต็ ที่ หลากหลาย เพือ่ แก้ปัญหาใน ชีวติ ประจำวนั
ศิลปะ
ศ.๑.๑ ป.๕/๑ บรรยายเกี่ยวกับจังหวะตำแหนง่ ของสิง่ ตา่ ง ๆ ทปี่ รากฏในส่งิ แวดล้อมและงาน ทศั นศลิ ป์
ศ.๑.๑ ป.๕/๒ เปรียบเทยี บความแตกตา่ งระหว่างงานทศั นศลิ ป์ท่ีสรา้ งสรรคด์ ว้ ยวสั ดอุ ปุ กรณแ์ ละวธิ ีการท่ตี า่ งกัน
พละศึกษา/สุขศกึ ษา
พ ๔.๑ ป.๕/๒ ค้นหาขอ้ มูลเพ่ือใชส้ รา้ งเสรมิ สุขภาพ
การงานอาชีพ
ง ๒.๒ ป.๕/๑ สำรวจข้อมูลท่ีเกยี่ วกับอาชพี ต่าง ๆ ในชุมชน
ภาษาจนี
ต ๓.๑ ป.๕/๑ คน้ ควา้ รวบรวมคำศพั ท์ ทีเ่ กย่ี วข้องกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่นื และนำเสนอดว้ ย การพูดหรอื เขียน
รวมทงั้ หมด ๒๗ ตัวช้ีวัด

131

2. หน่วยการเรยี นรูเ้ ชยี งใหม่ภัยพบิ ตั ิกบั โรคภยั

คำอธิบายหนว่ ยการเรียนรู้

รหสั วิชา บ๑๕๑๐๒ หนว่ ยบูรณาการ เชยี งใหม่ภยั พิบตั ิกบั โรคภยั ใกล้ตวั
เวลา 40 ชว่ั โมง/ปี
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕

ขอบเขตเนอื้ หาในการเรยี นรู้

ศึกษา รวบรวม ระบุมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม การจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดเชียงใหม่

การใช้ประโยชนจ์ ากสิ่งแวดล้อมในการสร้างสรรคว์ ฒั นธรรม อนั เปน็ เอกลักษณข์ องท้องถ่นิ จังหวัดเชยี งใหม่ ซึ่งทำ

ให้เกิดปัญหาทางกายภาพหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทาง
ภูมิศาสตร์ สถานการณ์และวกิ ฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มในจังหวดั เชยี งใหม่ ผลมาจากการ

กระทำของมนษุ ย์และหรือธรรมชาติ และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและการดำเนินชีวิตตามแนวทางการอนุรักษ์
ทรัพยากรและส่งิ แวดล้อมเพ่ือการพัฒนาท่ยี ง่ั ยนื

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับกฎจราจร เครื่องหมายจราจร สัญญาณจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทาง
บก สีและ รูปแบบของเครื่องหมายเพื่อความปลอดภัย เครื่องหมายจราจรบนถนนและทางหลวง ป้ายบังคับ ป้าย

เตอื น และ ปา้ ยจราจรประเภทแนะนำ การเลอื กใชห้ มวกนิรภัย ความปลอดภัยในการใชร้ ถประจำทางและรถรับ-
สง่ นักเรยี น

นยิ ามของโรคตดิ เชือ้ อุบัติใหมแ่ ละอุบัตซิ ้ำ โรคท่ีพบในปัจจบุ นั หรือมแี นวโนม้ ทจ่ี ะเป็นภยั คุกคาม ตอ่

สุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ปัจจัยเสี่ยงท่ีทำใหเ้ กิดโรคติดเชื้ออุบัติใหมแ่ ละอุบัติซ้ำ การป้องกัน การควบคุมโรค
และการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันในประชากร ข้อกำหนด แนวทางปฏิบัติ และการรายงานผลตามมาตรฐานทั้งใน

ระดับประเทศและระดับสากล
โดยใชก้ ระบวนการรวบรวม ระบุ อธิบาย วิเคราะห์ ประเมิน แสดงความคดิ เหน็ การสืบค้นขอ้ มูล การ

บนั ทกึ ข้อมลู การปฏิบตั ิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการคิด การเผชิญสถานการณ์ การแกป้ ัญหา กระบวนการ
กลุ่ม และกระบวนการสร้างความตระหนัก เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร

ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ใฝ่เรยี นรู้ มวี นิ ัย มจี ติ สาธารณะ รักความเปน็ ไทย

และอยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป
รายงาน และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ใน
ชีวติ ประจำวนั อย่างสร้างสรรค์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ มีระเบยี บวินัย มคี วามรอบคอบ มีความรับผิดชอบ
มีวจิ ารณญาณ และมีความเชื่อมนั่ ในตนเองรวมทัง้ ตระหนกั ในคุณค่าและมีเจตคติท่ีดี โดยการจัดการเรียนรู้ที่เน้น
การเรียนรู้ผ่านการแก้ปัญหา (problem solving approach) และการเรียนรู้ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง (active
learning) เพือ่ สง่ เสริมสมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลัก ผา่ นขอบข่ายเน้ือหาต่าง ๆ

การวดั และประเมนิ ผล เนน้ การวัดและประเมนิ ผลเพ่ือพัฒนาการเรยี นรู้ ด้วยวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย

131

132

โดยให้สอดคล้องกับบริบท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มีความกระตือรือร้นและมีสว่ นร่วมใน
กจิ กรรมในชัน้ เรยี น มีความรับผดิ ชอบ สง่ งานตรงเวลา มคี วามคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ เหน็ คณุ ค่าและมีเจตคติทด่ี ี มี
ความรูแ้ ละคณุ ธรรมภายใต้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดี สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มี
วจิ ารณญาณ และเชอื่ มนั่ ในตนเอง มคี วามรูแ้ ละคณุ ธรรมภายใต้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
การวดั ผลและประเมินผล ใช้วิธีการหลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ของเนอ้ื หา และทกั ษะทตี่ ้องการวดั

สมรรถนะที่ 1 ภาษาไทยเพื่อการส่ือสาร
๔. เขยี นโดยมวี ตั ถปุ ระสงคท์ ่ีชัดเจนในการสอ่ื ส ารข้อมลู ความรู้ ความคดิ คว าม รสู้ ึกในรูปแบบท่หี ลากหลายโดยใช้
กลวิธีการนำเสนอที่เหมาะสมสามารถเขียนสื่อความหมายได้ตรงตามเจตนา เข้าใจได้ง่ายและถูกต้องตามอักขระ
วิธีใช้กระบวนการเขียน ผลติ งานในทางสร้างสรรคอ์ ยา่ งรบั ผดิ ชอบและเคารพในสทิ ธิของผอู้ ื่น
สมรรถนะท่ี 2 คณติ ศาสตร์ในชวี ิตประจำวัน
๔. เช่ือมโยงความรู้หรือปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่เรียนมากับความรู้ปัญหาหรือสถานการณ์อ่ืนที่ตนเองพบซึ่งอาจ
เป็นการเชื่อมโยงภายในวิชาคณิตศาสตร์เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับชีวิต
ประจ าวันเพอ่ื นำไปสกู่ ารแก้ปัญหาและการเรยี นรู้แนวคิดใหมท่ ่ีซับซ้อนหรือสมบรู ณข์ น้ึ
สมรรถนะที่ 3 การสืบสอบทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตร์
๒. อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาตแิ ละปรากฏการณ์ท่เี ปน็ ผลจากการกระทำของมนุษย์ด้วยการใช้เหตุผลแบบอุปนัย
แบบนริ นยั และท้งั อุปนยั และนิรนยั ประกอบกันอยา่ งสมเหตสุ มผล
๓. สืบสอบความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์โดยสามารถตั้งคำถามสำคัญออกแบบและวางแผนการสำรวจตรวจสอบขอ้ มลู
เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือที่เหมาะสม เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลและน าเสนอผลการสำรวจ
ตรวจสอบ รวมทั้งหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้รับการยอมรับจากสาธารณะซึ่งน าไปสู่การพัฒนาความเป็นผู้รักใน
ความมเี หตุผลทางวทิ ยาศาสตร์
สมรรถนะท่ี 4 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสอื่ สาร
๔. สามารถสร้างงานเขียนง่าย ๆที่มีความคิดเชื่อมโยงกันในประเด็นต่าง ๆ ที่คุ้นเคยในสาขาที่ตนเองสนใจโดย
เชื่อมโยงส่วนตา่ ง ๆ ในงานเขียนใหเ้ ป็นลำดบั ต่อเนอ่ื งกันได้
๗. สามารถหาวิธีถ่ายทอดประเด็นสำคัญที่ตนเองต้องการสื่อสารในบริบทที่หลากหลายโดยต้องเป็นเรื่องราวที่
ตนเองจำได้หรอื หาวิธีทีจ่ ะถา่ ยทอดเรือ่ งราว
สมรรถนะท่ี 5 ทกั ษะชีวติ และความเจรญิ แหง่ ตน
๘. สรา้ งแรงจงู ใจและนำตนเองในการเรียนรู้ เรียนรู้วิธีการเรียนร้โู ดยใช้ทกั ษะการเรียนร้หู ลากหลาย ทั้งทักษะการ
เรยี นรู้ทกั ษะการสบื คน้ ขอ้ มลู ทักษะการสบื สอบ ทกั ษะการสร้างความร้แู ละนวตั กรรม รวมทง้ั ทักษะการประยกุ ตใ์ ช้
ความรเู้ พ่ือพฒั นาตนเองและชวี ติ
สมรรถนะที่ 6 ทักษะอาชีพ และการเป็นผปู้ ระกอบการ
๒. กำหนดเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจนวางแผน จัดเรียงลำดับความสำคัญของงาน และบริหารเวลาอย่างมี
ประสิทธิภาพ

133

๓. ปฏิบตั ิงานอย่างมุง่ มนั่ อดทนรับผดิ ชอบและเพยี รพยายาม เพอ่ื ใหบ้ รรลเุ ป้าหมาย
๔. คิดและปฏิบัติงานใด ๆ โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคือทำพอประมาณอย่างมีเหตุผล และมี
ภมู ิคุ้มกนั บนฐานของความรู้และคณุ ธรรม
สมรรถนะท่ี 7 ทกั ษะการคิดขน้ั สูงและนวตั กรรม
๔. ลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง และร่วมมือกับผู้อื่นในการแกป้ ัญหาอย่างเป็นระบบ มีการดำเนินการตามแผนเกบ็
ข้อมลู วเิ คราะหข์ อ้ มลู สรุปและประเมนิ ผล
๖. คิดรเิ รมิ่ ส่งิ ใหม่ ๆ ซึง่ อาจเปน็ การปรบั หรือประยกุ ตจ์ ากของเดมิ หรือต่อยอดจากสิง่ เดมิ หรอื ริเร่มิ ความคดิ แปลก
ใหม่ที่แตกต่างจากเดิม โดยสามารถอธิบายความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจและทำให้ความคิดนั้นเกิดผลเป็นรูปธรรมเป็น
แนวคดิ ใหม่ กระบวนการใหม่นวตั กรรมสง่ิ ประดษิ ฐ์ และผลิตภัณฑต์ า่ ง ๆ อันเปน็ ประโยชนต์ ่อตนเอง
สมรรถนะท่ี 8 การรูเ้ ท่าทนั ส่อื สารสนเทศ และดิจิทัล
๑. เข้าถึงแหล่งส่อื สารสนเทศ และเทคโนโลยดี ิจทิ ลั ท่ีหลากหลายเพื่อใช้สืบค้นข้อมูลและสารสนเทศที่ตอ้ งการอย่าง
เขา้ ใจ และเลอื กเร่ืองทีจ่ ะเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ชุมชนและสังคม
๒. เข้าใจความรู้สึกและความต้องการของตนเองเมื่อใช้สื่อ สารสนเทศ ทั้งการเข้าถึง ส่งต่อและกระจายข้อมูล
ข่าวสารโดยรบั ผิดชอบผลกระทบทง้ั ต่อตนเองผ้อู น่ื และสงั คม
สมรรถนะท่ี 9 การทำงานแบบรวมพลังเปน็ ทีมและมีภาวะผู้นำ
๒. แลกเปลี่ยนความรู้ แบ่งปันความคิดด้วยความเต็มใจเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้กลุ่มบรรลุผลตามเป้าหมายที่
กำหนดร่วมกัน
๔. ร่วมทำงานกลุ่ม ปฏิบัติตนในฐานะสมาชิกกลุ่มที่รับผิดชอบต่อหน้าที่และบทบาทที่ได้รบั มอบหมายอยา่ งใส่ใจ
และให้ความไวว้ างใจกันและกนั เพอื่ ใหเ้ กิดความสำเรจ็ ในการทำงาน และความสัมพันธท์ ่ดี ี
สมรรถนะท่ี 10 พลเมอื งท่เี ขม็ แข็ง/ต่ืนรู้ ท่ีมีจติ สำนกึ สากล
๕. ติดตามสถานการณ์ เหตกุ ารณ์บ้านเมอื งและปญั หาของชุมชน สังคมและโลก มสี ่วนรว่ มทางตรงหรือทางอ้อมใน
การพฒั นาเปลีย่ นแปลงและแกไ้ ขปัญหา
๖. มีการตัดสินใจและการแก้ปัญหาร่วมกนั สามารถแสดงจุดยืนของตนเองมีทักษะในการตัดสนิ ใจ การแก้ไข
ปญั หาการแกไ้ ขความขัดแยง้ ด้วยการให้ความรว่ มมือ และการแสดงออกซง่ึ ความสามารถที่จะอยูร่ ว่ มกันท่ามกลาง
ความหลากหลาย
สมรรถนะท่ี 11 ภาษาจนี เพอื่ ชีวิต
๔. สามารถสรา้ งงานเขยี นง่าย ๆทีม่ ีความคดิ เช่อื มโยงกนั ในประเด็นต่าง ๆ ที่คุ้นเคยในสาขาท่ตี นเองสนใจโดย
เช่ือมโยงสว่ นต่าง ๆ ในงานเขียนให้เป็นลำดับต่อเน่ืองกนั ได้
๕. เข้าใจคำและวลีสำคญั ในบทสนทนาและตดิ ตามหวั ข้อในการสนทนาได้
๖. สามารถคาดเดาความหมายของคำทีไ่ ม่รู้ความหมายจากบรบิ ทและสรุปความหมายของประโยคได้หากเกย่ี วขอ้ ง
กบั หวั ขอ้ ที่คุ้นเคย

134

รหสั ตวั ชี้วดั
ภาษาไทย
ท 1.1 ป.5/3 อธบิ ายความหมายโดยนยั จากเร่อื งท่อี ่าน
ท 1.1 ป.5/4 แยกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ จากเร่ืองทอ่ี า่ น
ท 2.1 ป.5/2 เขยี นสอ่ื สารโดยใช้คำได้ถกู ต้อง ชัดเจน และเหมาะสม
ท 3.1 ป.5/1 พูดแสดงความรู้ ความคดิ เหน็ และความรู้สกึ จากเร่ืองที่ฟังและดู
ท 3.1 ป.5/2 ต้งั คำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเรอ่ื งทฟ่ี ังและดู
คณติ ศาสตร์
ค 1.1 ป.5/9 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาร้อยละไม่เกนิ 2 ขนั้ ตอน
ค 3.1 ป.5/1 ใช้ข้อมูลจากกราฟเสน้ ในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
ค 3.1 ป.5/2 เขียนแผนภูมิแท่งจากขอ้ มลู ทเี่ ป็นจำนวนนบั
วิทยาศาสตร์
ว 2.2 ป.5/1 อธิบายวธิ กี ารหาแรงลพั ธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดยี วกนั ทก่ี ระทำต่อวตั ถุในกรณที ่วี ัตถอุ ย่นู ิ่งจาก
หลักฐานเชิงประจกั ษ์
ว 2.2 ป.5/2 เขยี นแผนภาพแสดงแรงทีก่ ระทำต่อวตั ถทุ ี่อยู่ในแนวเดยี วกันและแรงลพั ธท์ ่กี ระทำตอ่ วตั ถุ
ว 2.2 ป.5/4 ระบผุ ลของแรงเสียดทานท่ีมีตอ่ การเปลยี่ นแปลงการเคลอื่ นที่ของวตั ถุจากหลักฐานเชิงประจกั ษ์
ว 2.2 ป.5/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงทีอ่ ยูใ่ นแนวเดียวกนั ทก่ี ระทำต่อวตั ถุ
ว 3.2 ป.5/4 เปรยี บเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก นำ้ ค้าง และน้ำค้างแขง็ จากแบบจำลอง
ว 3.2 ป.5/๕ เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ จากข้อมูลทรี่ วบรวมได้
วทิ ยาการคำนวณ/เทคโนโลยี
ว 4.2 ป.5/3 ใช้อนิ เทอรเ์ น็ตคน้ หาขอ้ มูล ติดตอ่ ส่อื สาร และทำงานรว่ มกนั ประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถอื ของข้อมูล
ว 4.2 ป.5/4 รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศ ตามวตั ถปุ ระสงคโ์ ดยใชซ้ อฟต์แวร์หรอื บรกิ ารบน
อนิ เทอร์เนต็ ที่ หลากหลาย เพื่อ แกป้ ัญหาใน ชวี ิตประจำวัน
ภาษาองั กฤษ
ต 1.1 ป.5/1 ปฏบิ ัติตามคำสงั่ คำขอร้อง และ คำแนะนำง่าย ๆ ทฟ่ี ังและอ่าน
ต 1.1 ป.5/3 ระบุ/วาดภาพ สญั ลักษณ์หรือ เครื่องหมายตรงตามความหมาย ของประโยคและข้อความสัน้ ๆ ที่ฟงั
หรอื อ่าน
ต 1.2 ป.5/3 พูด/เขยี นแสดงความตอ้ งการ ขอความช่วยเหลอื ตอบรับและ ปฏเิ สธการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ใน
สถานการณง์ า่ ย ๆ
ต 1.2 ป.5/5 พดู /เขยี นแสดงความรสู้ กึ ของตนเอง เกย่ี วกับเรื่องตา่ ง ๆ ใกล้ตวั และกิจกรรมต่าง ๆ พรอ้ มท้งั ให้
เหตุผลสั้น ๆ ประกอบ
สงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
ส 2.1 ป.5/1 ยกตวั อยา่ งและปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรภี าพ และหน้าทใี่ นฐานะพลเมืองดี

135

ส 5.2 ป.5/2 วเิ คราะห์อทิ ธิพลของสง่ิ แวดลอ้ มทาง ธรรมชาติ ที่กอ่ ให้เกิดวิถีการดำเนนิ ชวี ิต ในภมู ภิ าคของตน
การงานอาชพี
ง 1.1 ป.5/1 อธบิ ายเหตุผลการทำงานแต่ละ ขนั้ ตอนถูกตอ้ งตามกระบวนการ ทำงาน
ง 2.1 ป.5/1 สำรวจขอ้ มูลท่เี กี่ยวกบั อาชีพต่าง ๆ ในชุมชน
ศิลปะ
ศ 1.1 ป.5/3 วาดภาพ โดยใช้เทคนิคของแสงเงา นำ้ หนัก และวรรณะสี
ศ 1.1 ป.5/6 ระบปุ ัญหาในการจดั องค์ประกอบศิลป์ และการสือ่ ความหมายในงานทัศนศิลป์ของตนเอง และบอก
วิธีการปรับปรงุ งานใหด้ ีขึ้น
พละศกึ ษา/สขุ ศึกษา
พ 3.2 ป.5/2 ปฏบิ ัตติ ามกฎ กติกา การเลน่ กฬี าพืน้ ฐานตามชนิดกีฬาที่เล่น
พ 3.2 ป.5/๔ ทดสอบและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการตรวจสอบสมรรถภาพทางกาย
พ 4.1 ป.5/2 ค้นหาข้อมูลเพ่ือใชส้ รา้ งเสรมิ สขุ ภาพ
พ 4.1 ป.5/4 ปฏิบัติตนในการป้องกันโรคทพี่ บบ่อยในชีวิตประจำวนั
ภาษาจนี
ต 1.1 ป.5/4 บอกใจความสำคญั และตอบคำถามจากการฟงั และอ่าน บทสนทนา นทิ านง่ายๆ หรอื ใครทำอะไร
ทีไ่ หน เมื่อไรเรอื่ งสัน้ ๆ
ต 1.2 ป.5/2 ใช้คำสง่ั คำขอร้อง คำขออนญุ าต และคำแนะนำง่ายๆ
ต 1.3 ป.5/1 พูดหรอื เขียนให้ขอ้ มูลเกยี่ วกบั ตนเอง และเร่ืองใกลต้ ัว
ต 3.1 ป.5/1 คน้ ควา้ รวบรวมคำศัพท์ ทีเ่ กย่ี วข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ่ืน และนำเสนอด้วยการพูดหรือเขียน
ต 4.1 ป.5/1 ฟัง พดู และอา่ นหรอื เขยี นประโยคหรอื บทสนทนาในห้องเรียนและสถานศึกษาในสถานการณ์ที่
เกิดขนึ้ ในหอ้ งเรียนและสถานศึกษา
ต 4.2 ป.5/1 ใชภ้ าษาจนี ในการสบื ค้น และรวบรวมคำศพั ท์ ท่ีเกย่ี วข้องกบั สงิ่ ใกล้ตวั จากสื่อต่างๆท่ีเก่ยี วข้องกับสง่ิ
ใกล้ตัว
รวมทั้งหมด 36 ตวั ชี้วดั

136

3. หน่วยการเรียนรู้มรดกภูมปิ ญั ญา คนดศี รีเชยี งใหม่

คำอธิบายหน่วยการเรยี นรู้

รหัสวชิ า บ๑๕๑๐๓ หน่วยบรู ณาการ มรดกภมู ปิ ญั ญา คนดศี รีเชยี งใหม่
เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง/ปี
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕

ขอบเขตเนอื้ หาในการเรยี นรู้
ศกึ ษาประวัตคิ วามเป็นมาของวรรณกรรมมขุ ปาฐะ (เพลงคำเมืองลา้ นนา ปรศิ นาคำทาย สภุ าษติ

คำบา่ เกา่ ) รวมถงึ อาหารพนื้ บ้านล้านนาตามฤดกู าล สืบค้นคำตอบของเรอ่ื งราวประวตั คิ วามเป็นมา วถิ ีชวี ติ และ
บคุ คล จับประเด็นสำคัญ ลำดบั เหตุการณท์ ีแ่ สดงพฒั นาการทางประวัติศาสตร์และความตอ่ เน่ืองจากอดตี ถึง
ปจั จบุ ันของจังหวดั เชียงใหม่ นำเสนอเรอื่ งราวทส่ี ืบค้นโดยแสดงขอ้ มลู และแหลง่ หลกั ฐานทเี่ ก่ยี วขอ้ งดว้ ยวิธีการ
ที่หลากหลายอย่างเหน็ คณุ คา่ และภาคภูมิใจ ปฏิบัติตนไดเ้ หมาะสมตามวัฒนธรรมทอ้ งถ่ิน สะทอ้ นคุณค่าทางสังคม
ของวัฒนธรรมท้องถิ่นไดร้ วมทัง้ สบื ทอดและอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมทอ้ งถ่ินของตน

โดยใช้วิธีการสืบค้นคำตอบของเรื่องราว ประวัติความเป็นมา วิถีชีวิตและบุคคล จับประเด็นสำคัญ
ลำดบั เหตกุ ารณ์ท่ีแสดงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์และความตอ่ เน่ืองจากอดตี ถึงปัจจุบัน เพือ่ นำเสนอเร่ืองราว
ทสี่ บื ค้นโดยแสดงขอ้ มลู และแหล่งหลกั ฐานท่เี ก่ยี วขอ้ งดว้ ยวิธกี ารท่หี ลากหลาย อยา่ งเห็นคณุ คา่ และภาคภมู ิใจ
ในวัฒนธรรมทอ้ งถิ่นของตน

ในหนว่ ยการเรียนรนู้ ี้ สำหรบั นักเรยี นในระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ มีจดุ เน้นในการพฒั นาการศึกษา
ในด้าน การฝึกทกั ษะการสบื คน้ ขอ้ มูล การออกแบบ ความคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการสรา้ งสรรคช์ ิ้นงาน การใชภ้ าษาใน
การส่อื สารควบคู่กบั การใชเ้ ทคโนโลยีในการนำเสนอผลงาน โดยใชร้ ูปแบบการสอนการใช้ปญั หาเป็นฐานในการจดั
การเรียนรูใ้ นเน้ือหาตอ่ ไปนี้
หนว่ ยที่ 1 เรอ่ื ง ความเชอื่ เรือ่ งผีในสงั คมล้านนา

1.1 เรือ่ ง ผรี ะดับเมือง ผรี ะดับชุมชน ผีครัวเรือน ผธี รรมชาติ ผีระดับการเกษตร ผีระดบั ปัจเจก
1.2 เร่อื ง ความเชอื่ ประเพณกี ารฟอ้ นผีมด – ผีเม็ง ในจงั หวัดเชียงใหม่
หน่วยท่ี 2 เรอ่ื ง ภาษาถน่ิ
2.1 เรื่อง ภาษาถิน่ ในชีวติ ประจำวัน
2.2 เรือ่ ง ภาษาถ่นิ 4 ภาค (ภาษาไทยถน่ิ เหนือ ภาษาไทยถนิ่ อีสาน ภาษาไทยถิน่ กลาง และภาษาไทย
ถิ่นใต้)
หนว่ ยที่ 3 เรอื่ ง ศิลปวฒั นธรรมประเพณี
3.1 วัฒนธรรมประเพณใี นทอ้ งถ่ิน
3.2 วเิ คราะหป์ จั จยั ท่ีส่งเสริมการสร้างสรรค์วฒั นธรรมประเพณใี นท้องถ่ิน และวัฒนธรรมไทยซ่งึ มผี ล
ต่อสงั คมไทยในยคุ ปัจจบุ ัน
หน่วยท่ี 4 เรอื่ ง เพลงล้านนาและดนตรลี ้านนา
4.1 เพลงลา้ นนา การร้องเพลงลา้ นนา
4.2 ดนตรลี ้านนา ประเภทของเคร่อื งดนตรีล้านนา

136

137

หนว่ ยที่ 5 เรอื่ ง ปริศนาคำทาย สภุ าษติ คำบา่ เก่า

5.1 เรือ่ งราวของชาวบา้ นท่เี ปน็ ของเก่าเล่าต่อปากและประพฤตสิ บื ๆ กนั มาหลายชัว่ อายุคนในรปู ปริศนาคำทาย

สภุ าษิตคำบ่าเกา่

5.2 การนำเสนอ ปริศนาคำทาย สุภาษติ คำบา่ เก่า

หน่วยท่ี 6 เรอ่ื ง ผ้าอตั ลกั ษณ์จังหวัดเชียงใหม่ (ลายหงสใ์ นโคม)
6.1 ประวตั ิผ้าลายหงส์ในโคม
6.2 การนำภูมปิ ัญญาผา้ นำลายผ้าไปผลติ และพฒั นาผลติ ภัณฑ์

หน่วยท่ี 7 เรยี นรู้ วฒั นธรรมเก่ยี วกับอาหารพนื้ บา้ นล้านนา

7.1 วัฒนธรรมการรับประทานอาหารพนื้ เมอื งของทางภาคเหนือ
7.2 ความหลากหลายของอาหารพนื้ บา้ นล้านนา
7.3 ศกึ ษาเกย่ี วกบั อาหารท่เี กย่ี วขอ้ งกับความเชื่อของคนลา้ นนา

หน่วยท่ี 8 เร่ือง เรียนรู้ เร่ืองอาหารพืน้ บา้ นลา้ นนา (ตามฤดูกาล)

8.1 ทรพั ยากรในทอ้ งถ่นิ (ตามฤดูกาล ) ที่นำมาทำอาหารพน้ื บา้ นล้านนา
8.2 อาหารเพื่อสขุ ภาพ ทใี่ ห้คุณคา่ ทางโภชนาการสูง มีประโยชน์ สะอาด ไม่มีสารพิษ
8.3 (chef) ลงมอื ทำอาหารพื้นบ้านประเภท ตำ, ยำ ,นง่ึ , ทอด 1 อยา่ ง

9.4 จดั ทำคลิปวดิ โิ อแนะนำอาหารพ้ืนบา้ น

หน่วยท่ี 9 เร่อื ง การนำเสนอ แนะนำอาหารพน้ื บา้ นลา้ นนา (ตามฤดกู าล)
9.1 การออกแบบโปสเตอร์ ทำ content ทำอาหารพืน้ บ้านล้านนา แนะนำอาหารพน้ื บ้านล้านนาสู่สากล
ทีน่ ่าสนใจ

9.2 Site - เรอ่ื งอาหารพน้ื บ้านลา้ นนา (ตามฤดูกาล
กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัว ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากการปฏิบัติจริง
สรุปรายงาน เพื่อพฒั นาการฝกึ ทกั ษะทักษะการสืบค้นข้อมลู การออกแบบ การคดิ สร้างสรรค์ การใชภ้ าษาใน
การส่ือสาร และฝึกการแก้ปญั หา สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ มรี ะเบยี บวนิ ยั มีความรอบคอบ มีความรบั ผดิ
ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมีความเชอื่ ม่นั ในตนเองรวมทง้ั ตระหนักในคณุ คา่ และมีเจตคติทีด่ ีต่อมรดกภูมิปญั ญาของ
คนในท้องถิ่น โดยการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการแก้ปัญหา (problem solving approach)
และการเรียนรู้ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง (active learning) เพื่อส่งเสริมสมรรถนะเฉพาะและสมรรถนะหลัก
ผ่านขอบข่ายเนื้อหาบูรณาการหลากหลายสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ
วทิ ยาศาสตร์ สังคมศกึ ษา เทคโนโลยี การงานอาชพี ศลิ ปะ

เมื่อนักเรยี นได้เรียนรู้ประวัตคิ วามเปน็ มาของวฒั นธรรมท้องถิ่นผ่านการสะทอ้ นความคดิ (reflect)
จากประสบการณ์ในการแก้ปญั หา จะทำใหน้ กั เรียนมองเหน็ ปัญหาในชวี ิตจรงิ ด้วยมมุ มองของตนเองและผูอ้ นื่
คดิ วเิ คราะห์ คดิ อยา่ งเป็นระบบ เพอ่ื ตัดสนิ ใจเลือกแนวทางในการแก้ปญั หาอย่างมเี หตุผลและเหมาะสมกบั
สถานการณ์ มแี นวคิดทหี่ ลากหลายและยืดหยุ่นในการแก้ปญั หา ต่อยอดแนวคิดและกระบวนการเรียนรู้ เพอื่ สร้าง
แนวคิดใหม่หรอื แกป้ ัญหาที่เกดิ ข้นึ ในชีวติ จรงิ รวมถงึ คน้ หาข้อมูลเพอ่ื หาคำตอบของปญั หาท่ีสนใจหรือสรา้ งสรรคส์ ง่ิ
ใหม่ ๆ นอกจากน้ีนกั เรียนสามารถสื่อสาร สอื่ ความหมาย และนำเสนอแนวคดิ ตา่ ง ๆ เพ่ือสนบั สนุนแนวคดิ ของ

138

ตนเอง หรอื โต้แยง้ แนวคิดของผูอ้ ื่นอย่างสมเหตุสมผลซ่งึ นำไปสู่การอยูร่ ว่ มกนั ในสังคมอย่างมีความสุข
การวัดและประเมินผล เนน้ การวัดและประเมนิ ผลเพ่อื พัฒนาการเรยี นรู้ ด้วยวิธกี ารทีห่ ลากหลายโดยให้

สอดคลอ้ งกับบริบท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชว้ี ัด มคี วามกระตอื รอื รน้ และมสี ่วนรว่ มในกิจกรรม
ในชน้ั เรียน มีความรับผิดชอบ สง่ งานตรงเวลา มีความคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดี มคี วามรแู้ ละ
คุณธรรมภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลลพั ธ์การเรียนรู้
หน่วยที่ 1 เรอื่ ง ความเช่ือเรอ่ื งผใี นสังคมล้านนา

1.1 เรอื่ ง ผรี ะดบั เมอื ง ผรี ะดบั ชมุ ชน ผีครัวเรือน ผธี รรมชาติ ผีระดับการเกษตร ผีระดับปัจเจก
- การอภปิ รายความรู้เก่ยี วกบั เรือ่ ง ผีระดับเมอื ง ผีระดบั ชุมชน ผคี รัวเรือน ผธี รรมชาติ ผรี ะดับการเกษตร
ผีระดับปจั เจก ที่นกั เรียนรูจ้ กั โดยใช้เครอ่ื งมอื การคิด Diagram (ไดอะแกรม)
- สามารถการแยกประเภทของผีล้านนาได้
- การคน้ ควา้ ค้นหารูปลกั ษณข์ องผีล้านนาสำหรบั บันทกึ องค์ความร้เู ป็นข้อมลู ภาพ
- การนำเสนอเล่าเรื่องผีในสงั คมล้านนา
1.2 เร่อื ง ความเชื่อประเพณีการฟ้อนผมี ด – ผเี ม็ง ในจงั หวดั เชียงใหม่

- อภิปรายความรูเ้ กย่ี วกบั เรอ่ื งความเชอ่ื ประเพณกี ารฟอ้ นผมี ด – ผเี มง็ ในจงั หวัดเชียงใหม่
- สามารถบอกเครอื่ งดนตรีทใี่ ช้ประสมวงในประเพณฟี อ้ นผมี ด – ผเี มง็ ได้
หนว่ ยที่ 2 เรอื่ ง ภาษาถ่ิน
2.1 เรอ่ื ง ภาษาถน่ิ ในชีวติ ประจำวัน
- การออกเสียงภาษาถน่ิ (คำเมือง) ไดถ้ กู ต้อง
- การเรียนรู้ภาษาถ่นิ (คำเมอื ง) จากคำศัพท์ท่ใี ช้ในชวี ติ ประจำวนั
- การแปลภาษาถน่ิ จากละคร และภาพยนตร์ ได้
2.2 เรือ่ ง ภาษาถนิ่ 4 ภาค (ภาษาไทยถน่ิ เหนอื ภาษาไทยถน่ิ อีสาน ภาษาไทยถิน่ กลาง และภาษาไทยถนิ่ ใต)้
- การเขยี น (ภาษาไทยถน่ิ เหนอื ภาษาไทยถน่ิ อสี าน ภาษาไทยถน่ิ กลาง และภาษาไทยถนิ่ ใต)้
ไดถ้ ูกต้อง
- การออกเสียง ภาษาถิ่น 4 ภาค (ภาษาไทยถิ่นเหนอื ภาษาไทยถ่นิ อีสาน ภาษาไทยถ่ินกลาง
และภาษาไทยถนิ่ ใต)้ ได้ถูกต้อง
- สามารถ ใช้ภาษาท่ีถกู ต้อง ในชีวิตประจำวนั
หน่วยที่ 3 เรื่อง ศลิ ปวัฒนธรรมประเพณี
3.1 วัฒนธรรมประเพณใี นท้องถน่ิ
- วัฒนธรรมประเพณใี นท้องถนิ่ ท่เี ป็นเอกลกั ษณ์ของคนแตล่ ะพนื้ ถิ่น
- การแตง่ กายในชีวติ ประจำวนั ทั่วไป และในเทศกาลต่างๆ
3.2 วเิ คราะห์ปัจจัยทสี่ ่งเสรมิ การสร้างสรรค์วัฒนธรรมประเพณีในทอ้ งถ่ิน และวัฒนธรรมไทยซง่ึ มีผลตอ่
สงั คมไทยในยุคปัจจบุ ัน
- วิวฒั นาการวัฒนธรรมประเพณใี นท้องถนิ่ และวฒั นธรรมไทย ในอดตี และปัจจุบัน


Click to View FlipBook Version