The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผู้แต่ง พระครูคัมภีร์ธรรมานุวัตร, ดร.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักภาษาไทยเบื้องต้น

ผู้แต่ง พระครูคัมภีร์ธรรมานุวัตร, ดร.

หลกั ภาษาไทยเบอ้ื งตน้ ๓๙ พระครคู มั ภีรธ์ รรมานวุ ตั ร,ดร.

 

ตวั เขียน การออกเสียง
จริง [จงิ ] ตวั ร ไม่ออกเสียง
ศรี [สี] ตวั ร ไม่ออกเสยี ง
สี-ศรี-ษี [สี] ตวั ส,ศ,ษ ออกเสยี งเหมอื นกนั
ไทร-ไทย [ไซ-ไท] ตัว ท ออกเสียงเป็น ซ ก็ได้ ท
กไ็ ด้
นอกจากน้ัน บ่อยคร้ังท่ีได้ยินการพูดว่า พูดเหมือนภาษา
เขียนหรือเขียนเหมือนภาษาพูด การพูดเช่นน้ีแสดงให้เห็นว่า
ภาษาเขียนกับภาษาพูดไม่ใช่สิ่งเดียวกัน หรืออีกนัยหนึ่งพบว่า
แม้ภาษาเขียนจะใช้ระบบสัญลักษณ์แทนเสียงในภาษาพูดก็ตาม
แต่ก็ไม่อาจถ่ายทอดทุกส่ิงแทนภาษาพูดได้ทั้งหมด เช่น แสดง
อารมณ์ไม่พอใจ ตกใจ สงสัย เศร้าใจ แปลกใจ เป็นต้น ซึ่งเวลา
พูดสามารถใส่ท่วงทํานองแสดงได้ แต่สัญลักษณ์ไม่สามารถ
แสดงได้โดยตรง ยิ่งกว่าน้ันภาษาเขียนก็มีลักษณะจําเพาะอีก
ด้วย แม้ภาษาเขียนจะพยายามถ่ายทอดภาษาพูดให้ได้ใกล้เคียง
ท่สี ดุ กต็ าม กย็ งั ไม่ถา่ ยทอดไดอ้ ยา่ งบริบรู ณ์
อนันต์ ทรงวิทยา และเนาวรัตน์ ทรงวิทยา๒๖ ได้กล่าว
สรุปภาษาพดู ภาษาเขยี นไว้ ๔ ประการ ดังนี้
๑ ภาษาเขียนใช้คํามาตรฐานที่ถือว่าเป็นแบบแผน
นิยมใช้ในระดับราชการหรือในข้อเขียนที่เป็นวิชาการมากกว่า
ภาษาพูด

                                                           

๒๖ อนนั ต์ ทรงวิทยา และเนาวรตั น์ ทรงวทิ ยา. ภาษาศาสตรเ์ บื้องตน้
สําหรบั คร.ู พระนคร : ไทยวัฒนาพานิช. ๒๕๒๓. หนา้ ๔๓-๔๕.

หลักภาษาไทยเบอ้ื งต้น ๔๐ พระครคู มั ภีรธ์ รรมานวุ ัตร,ดร.

 

๒ ภาษาพูดมักออกเสียงไม่ตรงภาษาเขียน เพราะ
ภาษาพูดคํานึงถึงความสะดวกสบายในการออกเสียงเป็นสําคัญ
จงึ มีเสยี งผิดเพ้ียนไปจากภาษาเขยี น

๓ ภาษาพูดสามารถออกเสียงตามอารมณ์ของผู้พูดได้
มกี ารเนน้ ให้ระดบั เสยี งสูงต่ําสนั้ ยาวไดต้ ามตอ้ งการได้

๔ ภาษาพูดนิยมใช้คําย้ําและคําซ้อนบางชนิด เพ่ือเน้น
ความหมายของคาํ หรเื พื่อให้ออกเสียงได้สะดวกสบายข้ึน

วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์๒๗ ได้กล่าวถึงภาษาเขียนไว้ว่า
นักภาษาศาสตร์มองว่าภาษาเขียนไม่ใช่ตัวภาษาท่ีแท้จริง แต่
เป็นเพียงสัญลักษณ์แทนภาษาพูดเท่าน้ัน มนุษย์บางสังคมไม่มี
ภาษาเขียนใช้ แต่ในสังคมภาษาเขียนได้ได้กลายเป็นอุปกรณ์
สําคัญในวัฒนธรรม แตใ่ นสงั คมที่มีตวั เขยี นก็ตอ้ งอาศัยภาษาพูด
แต่จะต้องเรียนรู้ท่ีมีครูผู้สอนอยู่ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตาม
ภาษาเขียนก็ทําหน้าท่ีแทนตัวผู้พูดได้ซ่ึงไม่ได้ปรากฏตัวอยู่ในท่ี
น้ันด้วย ดังนั้นภาษาเขียนต้องกระชับและชัดเจน และต้อง
ระมัดระวังพิถีพิถันในการเขียนมากกว่าการพูด ในขณะเดียวกัน
ภาษาเขียนไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง แต่ภาษาพูดเปลี่ยนแปลง
อยู่ตลอดเวลา จนทําให้ภาษาเขียนกับภาษาพูดไม่ตรงกัน เช่น
น้ํา ภาษาพูดออกเสียงสระยาวเป็น น้าม ท่าน ภาษาพูดออก
เสียงสระส้ันเป็น ทั่น ไหว้และเก้า ภาษาพูดออกเสียงสระยาว
เป็น หว้าย และก้าว เป็นต้น ภาษาเขียนแบ่งออกเป็น ๓
ประเภท ดงั นี้

                                                           

๒๗ วิไลวรรณ ขนิษฐานนั ท์. ภาษาและภาษาศาสตร.์ พิมพ์ครง้ั ที่ ๔.
กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, ๒๕๒๗. หนา้ ๓๓-๓๕.

หลกั ภาษาไทยเบอื้ งต้น ๔๑ พระครคู มั ภีรธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

๑ ภาษาเขียนแทนคํา (logographic) คอื สัญลักษณ์แต่
ละตัวใช้แทนคําเป็นคาํ ๆ

๒ ภาษาเขียนแทนพยางค์ (syllabic) คือ สัญลักษณ์แต่
ละตัวใช้แทนเสยี งของหนงึ่ พยางค์

๓ ภาษาเขียนแทนเสียง (alphabetic) คือ สัญลักษณ์
แต่ละตัวใช้แทนเสียงหนึง่ เสยี ง

จินดา เฮงสมบูรณ์๒๘ ได้กล่าวถึงภาษาพูดภาษาเขียนไว้ว่า
ในทุกภาษาเขียนไม่สามารถแทนภาษาพูดได้อย่างสมบูรณ์หรือ
แนน่ อนเสมอ ในภาษาไทยพบว่ารปู และเสียงของพยัญชนะ สระ
และวรรณยุกต์ไม่ได้ตรงกันเสมอไป เช่น สระอะ [a] มีการใช้
อักษรแทนเสียงเป็นภาษาเขียน เช่น –ะ (วิสรรชะนีย์) –ั (ไม้ผัด)
–ำ (เม่ือมีเสียงพยัญชนะ ม สะกดในบางคํา) ใ– หรือ ใ– (เมื่อมี
เสียงพยัญชนะ ย สะกดในบางคํา) หรือบางคําไม่มีรูปสระ
ปรากฏ และในบางครั้งรูปสระดังกล่าวก็แทนเสียงส้ัน บางครั้งก็
แทนเสียงยาว เช่น ดํา แทนเสียง ด-อะ-ม เสียงวรรณยุกต์สามัญ
ซํ้า แทนเสียง ซ-อะ-ม เสียงวรรณยุกต์ตรี ไว แทนเสียง ว-อะ-ย
เสียงวรรณยุกตส์ ามญั

ความแตกต่างของภาษาพูดกับภาษาเขียนไม่ใช่ในเรื่องการ
แทนเสียงเท่านั้น ในคําการเรียงคําเข้าเป็นกลุ่มคํา วลี และ
ประโยค ก็ยิ่งมีความแตกต่างกันมากขึ้นไปอีก การพูดคําหลาย
คําติดต่อกันอาจมีการกลมกลืนเสียงและกลายเสียงเกิดข้ึน
ลักษณะเช่นนี้ภาษาเขียนก็มิอาจถ่ายทอดเป็นสัญลักษณ์ได้

                                                           

๒๘ จินดา เฮงสมบรู ณ.์ ภาษาศาสตรเ์ บ้อื งตน้ . (กรุงเทพฯ : สุวรี ิยาสาส์น,
๒๕๔๒). หนา้ ๔-๕.

หลักภาษาไทยเบ้อื งตน้ ๔๒ พระครูคมั ภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

ท้ังหมด เช่น ภาษาเขียนเป็น วิทยาลัย ภาษาพูดออกเสียงเป็น
วิด-ทะ-ยา-ลัย หรือ วิด-ยา-ลัย หรือ วิด-ชะ-ลัย หรือ วิ-ชุ-ลัย
อย่างไรก็ตาม ภาษาไม่เพียงเป็นเครื่องมือถ่ายทอดความรู้
ความคิดจากผู้พูดไปสู่ผู้ฟังเท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดอารมณ์
ความรู้สึก ซ่ึงตัวอักษรจะไม่สามารถถ่ายทอดหรือแทนเสียงพูด
ได้อย่างครบถ้วน เพราะเป็นเร่ืองละเอียดซับซ้อนมากเกินกว่า
จะกําหนดดว้ ยอกั ขรวิธีขึ้นมาได้

ภาษาพูดภาษาเขียน สามารถสรุปตามการศึกษาของเพียร
ละลอกแกว้ ๒๙ เป็นขอ้ ๆ ได้ดังตอ่ ไปน้ี

๑ ภาษาพดู
๑.๑ ไม่มีหลักฐานมั่นคงถาวร หากฟังไม่ชัดเจนหรือ

ฟงั ไม่เขา้ ใจกไ็ มส่ ามารถหวนกลบั ฟังไดอ้ ีก
๑.๒ มุ่งเอาความเข้าใจระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังอย่าง

รวดเร็วเป็นส่วนสําคัญ ไม่ได้มุ่งความถูกต้องทางไวยากรณ์มาก
นัก

๑.๓ สามารถแสดงอากัปกิริยาประกอบการพูด
เพอ่ื ให้เข้าใจได้ดีย่ิงขึ้น

๑.๔ สามารถเน้นนํ้าหนักเสียงให้หนักเบายาวส้ัน
เพ่ือใหไ้ ด้อารมณค์ วามรสู ึกมากยิง่ ขนึ้

๑.๕ ผู้ถ่ายทอดเรียกว่าผู้พูด ผู้รับเข้าเรียกว่าผู้ฟัง ผู้
พูดใชเ้ สยี งพูดผูฟ้ ังใชห้ ูฟัง

                                                           

๒๙ เพียร ละลอกแก้ว. ภาษาศาสตร์เบอ้ื งต้นสาํ หรบั ครู. (มหาสารคาม :
วทิ ยาลยั ครมู หาสารคาม. ๒๕๒๐), หน้า ๑๕-๑๖.

หลักภาษาไทยเบื้องตน้ ๔๓ พระครูคมั ภรี ์ธรรมานุวัตร,ดร.

 

๑.๖ ผู้พูดสามารถแฝงอารมณ์ใด ๆ เข้าไว้ในเสียงได้
เพอ่ื ให้ผฟู้ ังเข้าใจได้ตามเรอ่ื ง

๑.๗ ภาษาพูดนักภาษาศาสตร์ยอมรับว่าเป็นภาษา
พ้ืนฐานของทุกคน และเป็นภาษาเริ่มแรกหรือภาษาอันดับหน่ึง
ของทกุ คน

๑.๘ ภาษาพูดมีความจําเป็นสําหรับทุกคน ไม่มีใคร
ปฏิเสธและอย่ปู ราศจากภาษาได้ และทกุ คนพูดมากกว่าเขยี น

๒ ภาษาเขียน
๒.๑ มีหลักฐานมั่นคงถาวร หากอ่านไม่ชัดเจน

หรอื ไม่เขา้ ใจสามารถหวนกลับมาอ่านไดใ้ หม่จะก่ีครงั้ ก็ได้
๒.๒ มุ่งเอาความถูกต้องตามลักษณะทางหลัก

ไวยากรณ์เป็นเกณฑ์สาํ คัญเพราะมีเวลาได้คดิ เปน็ เวลานาน
๒.๓ ไม่สามารถแสดงอากัปกิริยาใด ๆ ประกอบการ

เขยี นได้
๒.๔ ไมส่ ามารถจะเนน้ ลกั ษณะใด ๆ ได้
๒.๕ ผู้ถ่ายทอดออกเรียกว่าผู้เขียน ส่วนผู้รับเข้า

เรียกว่าผู้อ่าน ผู้เขียนต้องใช้ตําอักษรหรือหนังสือ ส่วนผู้อ่าน
ตอ้ งมปี ระสาทตา

๒.๖ ผู้เขียนไม่สามารถจะแฝงอารมณ์เข้าไว้ใน
ตัวอักษรได้ แม้บางกรณีอาจใช้ทดแทนแต่ก็ไม่สามารถทําได้
เทา่ กับภาษาพูด

๒.๗ ภาษาเขียนนักภาษาศาสตร์ไม่ยอมรับว่าเป็น
ภาษาที่แท้จริง แต่เปน็ เพยี งภาษารองหรือภาษาที่สองจากภาษา
พดู

หลักภาษาไทยเบื้องต้น ๔๔ พระครูคมั ภรี ธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

๒.๘ ภาษาเขียนไม่มีความจําเป็นในชีวิตประจําวัน
ของทุกคน ผู้ท่ีจะเขียนคือผู้ที่เก่ียวข้องกับหนังสือเท่าน้ัน และ
คนจะเขยี นนอ้ ยกวา่ พดู

สรุปได้ว่า ในเบื้องต้นบทนําของภาษาไทย พบข้อมูลท่ีจะ
ขยายผลการศึกษาทัง้ ดา้ นภาษากับการนิยามความหมาย ซึง่ มีนัก
ภาษาได้ให้ความหมายไว้ในทิศทางเดียวกัน แต่พบได้ว่า
ขอบข่ายของความหมายอยู่ที่การพยายามจะอธิบายให้ตคี วามได้
ครอบคลุมในความหมายของภาษา แต่จะให้ความหมายในเชิง
แคบหรือกว้างลึกอยู่ที่การตีความต่อยอดของผู้ศึกษา อย่างไรก็
ตาม เมื่อศึกษาเร่ืองของภาษาจําเป็นต้องรู้ถึงประวัติการกําเนิด
และพัฒนาการของภาษา รวมถึงเขตพ้ืนที่ผู้ใช้ภาษาในแต่ละ
ท้องถ่ินน้ัน ๆ ด้วย โดยเฉพาะในเขตพ้ืนท่ีประเทศไทย
นอกจากภาษาท่ีถูกกําหนดให้คนไทยทุกคนได้ศึกษาเรียนรู้และ
นําไปใช้เป็นภาษาหลักหรือภาษาราชการแล้ว ยังพบว่า มีผู้ใช้
ภาษาแตกต่างกันออกไปที่เรียกว่าภาษาถิ่น ซ่ึงมีการใช้ภาษาถ่ิน
ในวิถีชีวิตจริงของกลุ่มคนผู้ใช้ภาษา และมีการใช้ในสถานการณ์
จริงในวิถีชีวิตประจําวันมากกว่าการใช้ภาษาราชการอีกด้วย
และท่ีสําคัญพบว่ามีการใช้ภาษาพูดเพ่ือสื่อสารระหว่างกัน
มากกว่าภาษาเขียน ซึ่งภาษาพูดกับภาษาเขียนก็มีส่วนที่
เหมือนกันและแตกต่างกันตามท่ีได้ยกข้อมูลอธิบายมาแล้วใน
เบอ้ื งตน้

หลักภาษาไทยเบอื้ งตน้ ๔๕ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานวุ ตั ร,ดร.

 


พยัญชนะในภาษาไทย

พยัญชนะในภาษาไทยเป็นรูปสัญลักษณ์ที่กําหนดขึ้นใช้
แทนเสียงในภาษา ซึ่งเสียงหน่ึง ๆ จะมีรูปพยัญชนะแทนเสียง
อาจแทนเสียงได้ ๑ รูป หรือมากกว่า ๑ รูป หรือรูปพยัญชนะ
หนึง่ ๆ แทนเสียง ๑ เสยี ง หรือมากกว่า ๑ เสยี ง ก็ได้

พยัญชนะจึงมีลักษณะเป็นท้ังรูปสัญลักษณ์และเสียงใน
ภาษาท่ีมีรูปพยัญชนะกํากับอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งรูปและ
เสียงของพยัญชนะย่อมมีความแตกต่างกันออกไป ทั้งจาก
ลักษณะของการใช้อวัยวะในช่องปากเพ่ือให้เกิดเสียงพยัญชนะ
น้ัน ๆ รวมถงึ เสยี งกอ้ งไมก่ ้อง เสยี งสงู กลาง ตาํ่ เป็นตน้

หากจักกล่าวถึงหน้าที่ของพยัญชนะในภาษาไทย พบว่า
ทําหน้าท่ีเป็นพยัญชนะต้นรูปหรือเสียงของพยางค์หรือคํา เป็น
ตัวสะกดท้ายพยางค์หรือคํา เป็นอักษรนํา เป็นรูปหรือเสียงควบ
กล้าํ รวมถึงเปน็ อักษรย่อ

ดังน้ัน ในบทนี้จึงต้องการอธิบายให้เห็นองค์ความรู้ของ
พยัญชนะในภาษาไทยว่ามีอย่างไรบ้าง เร่ิมตั้งแต่พยัญชนะกับ
การนิยามความหมาย พยัญชนะต้นเด่ียว ฐานเกิดของเสียง
พยัญชนะ พยัญชนะ ๓ หมู่ พยัญชนะวรรค พยัญชนะต้นควบ
กลํ้า พยัญชนะนํา พยัญชนะตาม เปรียบเทียบพยัญชนะ
ภาษาไทยกบั ภาษาองั กฤษ มีดงั ตอ่ ไปนี้

หลักภาษาไทยเบื้องตน้ ๔๖ พระครคู มั ภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

พยญั ชนะกับนยิ ามความหมาย

พยัญชนะไทย (consonant Thai) เบ้ืองต้นมุ่งอธิบายให้
เห็นว่า พยัญชนะกับนิยามความหมายในภาษาไทยมีว่าอย่างไร
และพยญั ชนะไทยมีช่อื เรยี ก ๓ ลักษณะ ดังนี้

๑ อักขร หรือ อักขระ (อ่านว่า อักขะหฺระ) เป็นภาษา
บาลี (อกฺขร) ตางภาษาอังกฤษว่า character จัดเป็นคํานาม มี
ความหมายวา่ ตัวหนังสือ หรือตัวอกั ษร หากนําไปใช้เรียกก็จะได้
ว่า อักขระภาษาไทย หากสืบค้นที่มาพบว่า อักขระภาษาไทย
ดัดแปลงจากอักขระพราหมีและอักขระขอมมาเป็นลายสือไทย
แต่การนําไปใช้ในบางสถานการณ์อาจต้องตีความ เช่น การลง
อักขระ การเขียนอักขระ การเลียงลําดับอักขระ การจัดกลุ่ม
อักขระ การออกเสียงอักขระ การผสมอักขระ เป็นต้น และยัง
นํ าไป ใช้ใน บ ริบ ท อื่ น ๆ อี ก เช่ น อั ก ข รวิธี อั ก ข รวิบั ติ
อกั ขรานุกรม อักขรสมยั เป็นตน้

๒ อักษร (อ่านว่า อักสอน หรือ อักสอระ หรือ อักสอน
ระ) ตรงกับภาษาอังกฤษว่า letter เป็นภาษาสันสกฤต (อกฺษร)
จัดเป็นคํานาม มีความหมายว่า ตัวหนังสือ วิชาหนังสือ แต่ใน
พจนานุกรมไทย-ไทย ของเปล้ือง ณ นคร๓๐ ให้ความหมายไว้ว่า
อักษร คอื ตวั หนังสือ, คํา, พยางค,์ เสยี ง, สระ, พยญั ชนะ

๓ พยัญชนะ (อ่านว่า พะยันชะนะ) เป็นภาษาบาลี
(พยฺ ญฺชน) จัดเป็นคาํ นาม มคี วามหมายว่า เสยี งพูดทเี่ ปลง่ ออกมา

                                                           

๓๐ อกั ษร. เวบ็ ไซต์ : https://dictionary.sanook.com/search/dict-th-
th-royal-institute/, เขา้ ถึงข้อมูลเมอ่ื ๑ มกราคม ๒๕๖๓.

หลักภาษาไทยเบ้อื งตน้ ๔๗ พระครูคมั ภรี ์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

โดยใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ในปากและคอ เรียกว่า เสียงพยัญชนะ
หรือ รูปพยัญชนะ หรือบางคร้ังเรียก แปลโดยพยัญชนะ และ
พบในบทถวายข้าวพระพุทธวา่ ...สูปะพะยญั ชะนะสมั ปนั นงั ....

จากท่ีอธิบายมาทั้ง ๓ ลักษณะ สรุปเป็นข้อสังเกตได้ว่า
อักขระและอักษรมีนํ้าหนักการให้ความหมายท่ี ตัวหนังสือและ
วิชาหนังสือ แต่ อ.เปลื้อง ณ นคร ให้ความหมายรวมถึง
ตัวหนังสือ คํา พยางค์ เสียง สระ และพยัญชนะอีกด้วย ส่วน
พยัญชนะมีความหมายถึงรูปและเสียงของตัวหนังสือ ซ่ึงมีนัยต่อ
การตีความมากขนึ้

อย่างไรก็ตาม การนําเสนอข้อมูลความรู้เก่ียวกับหลัก
ภาษาไทยเบ้ืองต้นในครั้งน้ี จะใช้คําว่า พยัญชนะ อักษร และ
อกั ขร เพื่ออธบิ ายเน้ือหาตามลําดับ

พยญั ชนะตน้ เดย่ี ว

พยัญชนะต้นเด่ียวในภาษาไทย หมายถึง พยัญชนะต้นของ
พยางค์หรือคําท่ีปรากฏว่ามีรูปหรือเสียงเพียงรูปเดียวหรือเสียง
เดียว เรียกว่า พยัญชนะต้นเด่ียว หรือเรียกอีกอย่างว่า เสียงแปร
ในภาษาไทยมีท้ังหมด ๔๔ รูป ดังตารางตอ่ ไปน้ี

หลกั ภาษาไทยเบื้องตน้ ๔๘ พระครูคมั ภรี ธ์ รรมานวุ ตั ร,ดร.

 

ตารางที่ ๕ พยัญชนะภาษาไทย
Alphabetic๓๑

Symbol Name Royal Thai Class

Thai RTGS Meaning Initial Final

ก ก ไก่ ko kai chicken k k mid

ข ข ไข่ kho khai egg kh k high

ฃ ฃ ขวด kho bottle (obsolete) kh k high
khuat

ค ค kho water buffalo kh k low
ควาย khwai

ฅ ฅ คน kho person (obsolete) kh k low
khon

ฆ ฆ kho ra- bell kh k low
ระฆงั khang

ง ง งู ngo ngu snake ng ng low

จ จ จาน cho plate ch t mid
chan

ฉ ฉ ฉิ่ง cho cymbals ch – high
ching

                                                           

  ๓๑พยญั ชนะไทย. เว็บไซต์ : https://sites.google. com/site/
joonassfamily/ home/reiyn-sam-phasa-kab, เขา้ ถึงขอ้ มูลเม่อื วันที่ ๑
มกราคม ๒๕๖๓.

หลักภาษาไทยเบื้องตน้ ๔๙ พระครคู มั ภรี ์ธรรมานุวตั ร,ดร.

 

ช ช ชา้ ง cho elephant ch t low

chang

ซ ซ โซ่ so so chain s t low

ฌ ฌ cho tree ch – low
เฌอ choe

ญ ญ yo ying woman y n low
หญิง

ฎ ฎ do cha- headdress d t mid
ชฎา da

ฏ ฏ to pa- goad, javelin t t mid
ปฏัก tak

ฐ ฐ ฐาน tho than pedestal th t high

ฑ ฑ tho Montho, th t low
มณโฑ montho character
from Ramayana

ฒ ฒ ผู้ tho phu- elder th t low
เฒา่ thao

ณ ณ no nen samanera n n low
เณร

ด ด เดก็ do dek child d t mid

ต ต เต่า to tao turtle t t mid

ถ ถ ถงุ tho sack th t high
thung

หลกั ภาษาไทยเบอ้ื งต้น ๕๐ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานวุ ัตร,ดร.

 

ท ท tho soldier th t low

ทหาร thahan

ธ ธ ธง tho flag th t low
thong

น น หนู no nu mouse n n low

บ บ bo leaf b p mid
ใบไม้ baimai

ป ป po pla fish p p mid
ปลา

ผ ผ ผ้ึง pho bee ph – high
phueng

ฝ ฝ ฝา fo fa lid f – high

พ พ pho Phan ph p low
พาน phan

ฟ ฟ ฟัน fo fan teeth f p low

ภ ภ pho sailboat ph p low
สาํ เภา sam-
phao

ม ม มา้ mo ma horse m m low

ย ย yo yak giant, yaksha y y low
ยกั ษ์

ร ร เรือ ro ruea boat r n low

หลกั ภาษาไทยเบ้อื งต้น ๕๑ พระครูคมั ภีร์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

ล ล ลงิ lo ling monkey l n low

ว ว wo ring w w low
แหวน waen

ศ ศ so sala pavilion Sala s t high
ศาลา

ษ ษ ฤๅษี so rue-si hermit s t high

ส ส เสอื so suea tiger s t high

ห ห หีบ ho hip box h – high

ฬ ฬ lo chu- kite l n low
จฬุ า la

อ อ อ่าง o ang basin * – mid

ฮ ฮ น ก ho nok- owl h – low
ฮกู huk

ทีม่ า : https://sites.google. com/site/
joonassfamily/ home/reiyn-sam-phasa-kab,

จากตารางนี้ พบว่า พยัญชนะไทยท้ัง ๔๔ รูป มีรูปและ
เสียงอ่านที่สามารถเรียนรู้และนําไปใช้ศึกษาเพิ่มเติมได้ ส่วน
เครื่องหมาย * ที่ปรากฏในช่อง Initial ของ อ น้ัน หมายถึงว่า
เป็นเสียงว่าง และเปน็ ได้ทัง้ พยญั ชนะ สระ และวา่ ง

พยัญชนะไทยทั้ง ๔๔ รูป เลิกใช้แล้ว ๒ รูป คือ ฃ และ ฅ
ยงั คงใช้เพยี ง ๔๒ รูป

หลกั ภาษาไทยเบ้ืองตน้ ๕๒ พระครคู มั ภีรธ์ รรมานวุ ัตร,ดร.

 

ฐานเกดิ ของเสยี งพยญั ชนะ

พยัญชนะไทยท้ังหมด ๔๔ รูป สามารถแบ่งเป็นกลุ่มตาม
ฐานเกิดของเสียงไดด้ งั ต่อไปนี้

เกิดท่ีฐานคอ คอื ก ข ฃ ค ฅ ฆ ง ห อ ฮ
เกิดที่ฐานเพดาน คอื จ ฉ ช ซ ฌ ญ ศ ย
เกดิ ที่ฐานปุ่มเหงอื ก คอื ฏ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ษ ร ฬ
เกดิ ทฐี่ านฟนั คือ ด ต ถ ท ธ น ส ล
เกดิ ทฐ่ี านริมฝปี าก คอื บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ว

ตาราง ๖ ฐานเกดิ ของเสียงพยัญชนะ

เสียง อโฆษะ โฆษะ กอ้ ง อโฆษะ โฆษะ ก้อง

ฐาน ไมก่ ้อง ไมก่ อ้ ง

คอ เบา หนกั เบา หนัก เบา หนัก เบา หนกั เบา
เพดาน
นาสิก
ปุ่มเหงอื ก
ก ขฃ คฅ ฆ ง ห อ ฮ
ฟนั
ปาก จ ฉ ชซ ฌ ญ ศ ย

ฎฏ ฐ ฑ ฒ ณ ษ รฬ

ดต ถ ท ธ น ส ล

ปบ ผฝ พฟ ภ ม ว

ที่มา : https://sites.google.com/site

พยัญชนะในภาษาไทย มี ๔๔ รูป และเม่ือจัดกลุ่มตาม
เสียงได้ ๒๑ เสียง ดังต่อไปนี้

๑ /ก/ ก
๒ /ค/ ข ค ฆ (ฃ ฅ)
๓ /ง/ ง

หลกั ภาษาไทยเบ้ืองต้น ๕๓ พระครูคมั ภีร์ธรรมานุวัตร,ดร.

 

๔ /จ/ จ
๕ /ช/ ช ฉ ฌ
๖ /ซ/ ซ ศ ส ษ
๗ /ย/ ญ ย
๘ /ด/ ด ฎ
๙ /ต/ ต ฏ
๑๐ /ท/ ท ฐ ถ ฑ ฒ ธ
๑๑ /น/ น ณ
๑๒ /บ/ บ
๑๓ /ป/ ป
๑๔ /พ/ ผ พ ภ
๑๕ /ฟ/ ฟ ฝ
๑๖ /ม/ ม
๑๗ /ร/ ร
๑๘ /ล/ ล ฬ
๑๙ /ว/ ว
๒๐ /ฮ/ ฮ ห
๒๑ /อ/ อ
การจัดกลุ่มของเสียงพยัญชนะในภาษาไทยตามตัวอย่าง
ข้อมูลที่อ้างอิง ต้ังข้อสังเกตได้ว่า รูปพยัญชนะท่ีแตกต่างกันแต่
ออกเสียงเหมือนกันก็จัดเข้าเป็นกลุ่มเสียงเดียวกัน ทําให้
พยญั ชนะท้งั ๔๔ รูป มีเสียงเพียง ๒๑ เสยี ง

หลักภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๕๔ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

พยญั ชนะ ๓ หมู่

พยัญชนะไทย ๓ หมู่ เรียกว่า ไตรยางศ์ หรือ อักษร ๓ หมู่
คําว่า ไตร เป็นภาษาสันสกฤต (ตฺรย) แปลว่า ๓ ส่วน อํศ (องศ์)
แปลว่า ส่วน ดงั น้ัน ไตรยางศ์ จงึ แปลว่า ๓ สว่ น

การแบ่งพยัญชนะออกเป็น ๓ หมู่ เป็นการจัดระบบ
หมวดหมู่พยัญชนะออกตามลักษณะการผันของรูปและเสียง
วรรณยกุ ต์ มดี ังตอ่ ไปนี้

อักษรสูง มี ๑๑ ตัว คือ ข (ฃ) ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ส ษ ห (ผี
ฝาก ถงุ ข้าว สาร ให้ ฉัน)

อักษรกลาง มี ๙ ตัว คือ ก จ ด ต ฎ ฏ บ ป อ (ไก่ แจ้
ดน้ิ ตาย บน ปาก โอ่ง)

อักษรตํ่า มี ๒๔ ตัว คือ ค (ฅ) ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท
ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ (งู ใหญ่ นอน ยิง ฟัน อยู่ ณ ริม วัด
โม ฬี โลก พ่อ ค้า ชาว ไทย ซ้ือ นก ฮูก) พยัญชนะตํ่ายังสามารถ
แยกได้อีก คือ พยัญชนะตํ่าที่มีเสียงคู่ หรือเสียงใกล้เคียงกับ
พยัญชนะสูง มี ๑๔ ตัว ได้แก่ ค ฅ ฆ ช ซ ฌ ฑ ฒ ท ธ พ ฟ ภ ฮ
จัดเป็นพยัญชนะต่ําคู่กับพยัญชนะสูงได้ ๗ คู่ คือ ค ฅ ฆ คู่กับ ข
ฃ / ช ฌ คกู่ ับ ฉ /ซ คกู่ ับ ศ ส ษ / ฑ ฒ ท ธ คกู่ ับ ฐ ถ / พ ภ คู่
กับ ผ / ฟ คู่กับ ฝ / ฮ คู่กับ ห ส่วนพยัญชนะตํ่าเดี่ยว คือ
พยัญชนะตํ่าที่ไม่มีเสียงคู่กับพยัญชนะสูง มี ๑๐ ตัว ได้แก่ ง ญ
ณนมยรลวฬ

นอกจากน้ัน พยัญชนะ ๓ หมู่ ยังมีส่วนสําคัญท่ีสัมพันธ์
เก่ียวข้องเชือ่ มโยงกบั รูปและเสียงของวรรณยกุ ต์ ดังนี้

หลักภาษาไทยเบ้ืองต้น ๕๕ พระครูคมั ภรี ์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

อักษรกลาง พ้ืนเสียงเป็นเสียงสามัญ ผันได้ครบท้ัง ๕
เสียง คือ ผันด้วยวรรณยุกต์เอกเป็นเสียงเอก ผันด้วยวรรณยุกต์
โทเป็นเสียงโท ผันด้วยวรรณยุกต์ตรีเป็นเสียงตรี ผันด้วย
วรรณยกุ ตจ์ ัตวาเป็นเสยี งจตั วา ดงั ตารางต่อไปน้ี

ตาราง ๗ อักษรกลางกับการผันวรรณยุกต์

คาํ ่ ้ ๊๋
(สามญั ) (เอก) (โท) (ตร)ี (จัตวา)

ปู ปู ปู่ ปู้ ปู๊ ปู๋
(ยศตร)ี (ยศเอก) (ยศโท) (ยศตรี) (ยศ
จัตวา)

จา จา จ่า จ้า จา๊ จ๋า
(ยศตรี) (ยศเอก) (ยศโท) (ยศตร)ี (ยศ
จัตวา)

อา อา อ่า อ้า อ๊า อา๋
(ยศตร)ี (ยศเอก) (ยศโท) (ยศตรี) (ยศ
จตั วา)

ไก ไก ไก่ ไก้ ไก๊ ไก๋
(ยศตร)ี (ยศเอก) (ยศโท) (ยศตรี) (ยศ
จตั วา)

ทีม่ า : https://th.wikibooks.org/wiki/

หลกั ภาษาไทยเบอ้ื งตน้ ๕๖ พระครูคมั ภีร์ธรรมานุวตั ร,ดร.

 

แต่ถ้าเป็นคําตาย จะผันได้แค่ ๔ เสียง คือ เสียงเอก
เสียงโท เสียงตรี และเสียงจัตวา ดังตารางต่อไปนี้

ตาราง ๘ อักษรกลางคาํ ตายกบั การผนั วรรณยกุ ต์

คาํ ่ ้ ๊๋
(สามัญ) (เอก) (โท) (ตร) (จัตวา)

กดั - กัด กั้ด กัด๊ กัด๋
(ยศ (ยศโท) (ยศตรี) (ยศ
จตั วา) จัตวา)

จาก - จาก จ้าก จ๊าก จ๋าก
(ยศ (ยศโท) (ยศตรี) (ยศ
จตั วา) จัตวา)

อาบ - อาบ อ้าบ อ๊าบ อ๋าบ
(ยศ (ยศโท) (ยศตรี) (ยศ
จตั วา) จตั วา)

บบี - บบี บี้บ บบ๊ี บี๋บ
(ยศ (ยศโท) (ยศตรี) (ยศ
จัตวา) จตั วา)

ท่มี า : https://th.wikibooks.org/wiki/

หลกั ภาษาไทยเบื้องต้น ๕๗ พระครูคมั ภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

อักษรสูง พื้นเสียงเป็นเสียงจัตวา ผันด้วยวรรณยุกต์เอก
เป็นเสียงเอก ผันดว้ ยวรรณยกุ ต์โทเป็นเสียงโท ดังตารางตอ่ ไปนี้

ตาราง ๙ อกั ษรสูงกบั การผนั วรรณยกุ ต์

คาํ ่ ้ ๊๋
(สามัญ) (เอก) (โท) (ตรี) (จตั วา)

ไข - ไข่ ไข้ - ไข
(ยศเอก) (ยศโท) (ยศตรี)

ขา - ข่า ขา้ - ขา
(ยศเอก) (ยศโท) (ยศตร)ี

ผงึ - ผง่ึ ผึ้ง - ผงึ
(ยศเอก) (ยศโท) (ยศตร)ี

ฝาย - ฝา่ ย ฝ้าย - ฝาย
(ยศเอก) (ยศโท) (ยศตร)ี

ทีม่ า : https://th.wikibooks.org/wiki/

หลกั ภาษาไทยเบอ้ื งตน้ ๕๘ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

แต่ถ้าเป็นคําตาย จะผันได้แค่ ๒ เสียง คือ เสียงเอก
และเสียงโท ดังตารางตอ่ ไปนี้

ตาราง ๑๐ อักษรสงู คาํ ตายกับการผันวรรณยกุ ต์

คาํ ่ ้ ๊๋
(สามญั ) (เอก) (โท) (ตร)ี (จตั วา)

ขัด - ขดั ข้ัด - -
(ยศ (ยศโท)
จัตวา)

ผดิ - ผิด ผิด้ - -
(ยศ (ยศโท)
จตั วา)

สาบ - สาบ ส้าบ - -
(ยศ (ยศโท)
จตั วา)

ฝาก - ฝาก ฝา้ ก - -
(ยศ (ยศโท)
จตั วา)

ท่มี า : https://th.wikibooks.org/wiki/

หลกั ภาษาไทยเบ้อื งตน้ ๕๙ พระครูคมั ภีรธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

อักษรต่ํา พื้นเสียงเป็นเสียงสามัญ ผันด้วยวรรณยุกต์
เอกเป็นเสียงโท ผันด้วยวรรณยุกต์โทเป็นเสียงตรี ดังตาราง
ตอ่ ไปน้ี

ตาราง ๑๑ อกั ษรตํา่ กบั การผันวรรณยกุ ต์

คาํ ่ ้ ๊๋
(สามัญ) (เอก) (โท) (ตร)ี (จัตวา)

ทา ทา - ท่า ท้า -
(ยศตร)ี (ยศตร)ี

ลม ลม - ลม่ ลม้ -
(ยศตร)ี (ยศเอก) (ยศโท)

รอง รอง - ร่อง รอ้ ง -
(ยศตร)ี (ยศเอก) (ยศโท)

งาว งาว - ง่าว งา้ ว -
(ยศตร)ี (ยศเอก) (ยศโท)

ทีม่ า : https://th.wikibooks.org/wiki/

หลักภาษาไทยเบ้ืองต้น ๖๐ พระครูคมั ภรี ธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

แต่ถ้าเป็นคําตาย จะผันได้แค่ ๒ เสียง คือ เสียงตรี
กับเสียงโทในสระส้ัน และเสียงโทกับเสียงตรีในสระยาว ดัง
ตารางต่อไปน้ี

ตาราง ๑๒ อกั ษรต่ําคาํ ตายกับการผันวรรณยกุ ต์

คํา ่ ้ ๊๋
(สามญั ) (เอก) (โท) (ตรี) (จตั วา)

คะ - - ค่ะ คะ -
(ยศเอก) (ยศเอก)

งะ - - ง่ะ งะ -
(ยศเอก) (ยศเอก)

คาด - - คาด ค้าด -
(ยศ (ยศโท)
จัตวา)

งาด - - งาด ง้าด -
(ยศ (ยศโท)
จตั วา)

ที่มา : https://th.wikibooks.org/wiki/

หลักภาษาไทยเบ้ืองต้น ๖๑ พระครูคมั ภรี ธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

จากตารางที่ยกอ้าง๓๒ เป็นตัวอย่างข้อมูลท่ีมุ่งอธิบายให้รู้
ว่า พยัญชนะไทยท่ีแบ่งออกเป็นกลุ่มท่ีเรียกว่ากลุ่มไตรยางศ์น้ัน
มีความสัมพันธ์เช่ือมโยงกับการออกเสียงที่ปรากฏในตัวของ
พยัญชนะแต่ละตัวรวมถึงแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกันออกไป คือ
กลุ่มเสียงกลางก็มีเสียงจําเพาะกลุ่มท่ีแตกต่างจากกลุ่มเสียงต่ํา
และกลุ่มเสียงสูง เช่น ระดับเสียง ก ย่อมแตกต่างจากระดับเสียง
ข ระดับเสียง ช ย่อมแตกต่างจากระดับเสียง ฉ เป็นต้น ดังน้ัน
พยัญชนะแต่ละตัวรวมถึงแต่ละกลุ่มจึงมีคุณสมบัติทางเสียง
จําเพาะอยู่แล้ว และยังมีความสําคัญที่สัมพันธ์เก่ียวข้อง
เชื่อมโยงกับการปรากฏรูปปรากฏเสียงกับวรรณยุกต์อย่าง
หลกี เล่ยี งไมไ่ ดอ้ กี ดว้ ย

พยัญชนะวรรค

การจัดพยญั ชนะวรรคในภาษาไทยก็เพ่ือแบ่งวรรคตามฐาน
กรณ์ท่ีเกิดของเสียง จัดลําดับจากแหล่งกําเนิดเสียงที่อยู่ในสุด
ออกมาตามลําดับ ประโยชน์การแบ่งวรรคทําให้รู้หลักภาษาใน
ด้านอักษรสังโยค อักษรเดี่ยว อักษรคู่ และระบบไตรยางศ์ และ
พยัญชนะวรรคของภาษาไทยได้ยกอ้างแล้วในเบ้ืองต้น ในส่วนนี้
จะยกตัวอย่างพยัญชนะวรรคของภาษาบาลี ซ่ึงมีพยัญชนะ
ท้งั หมด ๓๓ ตวั แต่ถา้ เป็นภาษาสนั สกฤตจะมีพยญั ชนะ ๓๕ ตัว
ซ่ึงเพม่ิ ศ ษ พยัญชนะวรรคภาษาบาลีมดี ังตารางตอ่ ไปน้ี

                                                           

๓๒ วิกิตํารา. ภาษาไทย/ไวยากรณ/์ ภาษาไทยเบือ้ งต้น/วรรณยกุ ต์และการ
ผันอกั ษร. เวบ็ ไซต์ : https://th.wikibooks.org/wiki, เข้าถึงข้อมลู เมื่อ ๑
มกราคม ๒๕๖๓.

หลักภาษาไทยเบือ้ งต้น ๖๒ พระครคู มั ภีรธ์ รรมานวุ ตั ร,ดร.

 

ตาราง ๑๓ พยญั ชนะวรรคภาษาบาลี

วรรค/ที่ ๑ ๒๓๔๕
กะ ก ขคฆง
จะ จ ฉ ช ฌญ
ฏะ ฏ ฐ ฑฒณ
ตะ ต ถทธน
ปะ ป ผพถม
เศษวรรค ย ร ล ว ส ห ฬ อํ

ที่มา : https://sites.google.com/site/mongkolkhukhan/kha-bali.

มหี ลกั สงั เกตจากช่องตารางวรรค ดังนี้
พยัญชนะตัวที่ ๑, ๓, ๕ เปน็ ตัวสะกดได้เทา่ นน้ั (ตอ้ งอยู่

ในวรรคเดยี วกนั )
ถ้าพยัญชนะตัวท่ี ๑ สะกด ตัวท่ี ๑ หรือตัวท่ี ๒ เป็นตัว

ตามได้ เชน่ สักกะ ทกุ ข สจั จ ปจั ฉิม สัตต หัตถ บปุ ผา
ถ้าพยัญชนะตัวที่ ๓ สะกด ตัวที่ ๓ หรือ ๔ เป็นตัวตาม

ได้ในวรรคเดียวกัน เช่น อัคคี พยัคฆ์ วิชชา อัชฌา พุทธ
คพภ

ถ้าพยัญชนะตัวท่ี ๕ สะกด ทุกตัวในวรรคเดียวกัน
ตามได้ เช่น องค์ สังข์ องค์ สงฆ์ สัมปทาน สัมผัส สัมพันธ์
สมภาร เปน็ ต้น

พยัญชนะบาลีตัวสะกดตัวตามจะอยู่ในวรรคเดียวกัน
เทา่ นัน้ จะขา้ มไปวรรคอ่นื ไมไ่ ด้

หลักภาษาไทยเบอื้ งตน้ ๖๓ พระครูคมั ภรี ์ธรรมานุวตั ร,ดร.

 

สังเกตจากตัวตามในภาษาบาลี จะมาเป็นตัวสะกดใน
ภาษาไทยโดยเฉพาะวรรค ฎ และวรรคอ่ืน ๆ บางตัว จะตัด
ตัวสะกดออกเหลือแต่ตัวตามเมือ่ นํามาใชใ้ นภาษาไทย เชน่

บาลี ไทย บาลี ไทย

รฎั ฐ รัฐ อัฎฐิ อฐั ิ

ทฎิ ฐิ ทิฐิ วฑั ฒนะ วฒั นะ

ปุญญ บุญ วิชชา วิชา

สตั ต สตั เวชช เวช

กิจจ กิจ เขตต เขต

นิสสติ นิสิต นสิ สยั นสิ ัย

ยกเว้นคําโบราณที่นํามาใช้แล้วไม่ตัดรูปคําซ้ําออก เช่น

ศัพท์ทางศาสนา ได้แก่ วิปัสสนา จิตตวิสุทธ์ิ กิจจะลักษณะ

เปน็ ต้น๓๓

พยัญชนะตน้ ควบกลา้ํ

พยัญชนะต้นควบกล้ําในภาษาไทย ในเบ้ืองต้นอธิบายได้ว่า
พยัญชนะต้นควบกล้ําคือมีพยัญชนะต้นพยางค์หรือคํา ๒ ตัวท่ี
ต้องออกเสียงร่วมกัน พยัญชนะควบตัวที่ ๒ มี ๓ ตัว คือ ร ล ว
ส่วนพยัญชนะต้นควบตัวแรกจะได้ยกตัวอย่างอธิบายในลําดับ
ตอ่ ไป

                                                           

๓๓ ครูมงคล. คําบาลีและสันสกฤต. เว็บไซต์ : https://sites.
google.com/site/mongkolkhukhan/kha-bali-laea-sanskvt, เขา้ ถึงขอ้ มลู เมื่อ
๓ มกราคม ๒๕๖๓

หลักภาษาไทยเบ้ืองต้น ๖๔ พระครูคมั ภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

พยัญชนะควบกลํ้าจําแนกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ ๓ กลุ่ม คือ
พยัญชนะต้นควบกลํ้าแท้ พยัญชนะต้นควบกล้ําไม่แท้ และ
พยัญชนะควบกลา้ํ พิเศษ มีอธบิ ายดังตอ่ ไปน้ี

๑ พยัญชนะต้นควบกลํ้าแท้ คือ พยญั ชนะตวั หน้าควบ
กับ ร ล ว ซ่ึงเป็นพยัญชนะตัวหลังแล้วออกเสียงพร้อมกันจน
เกือบเป็นเสยี งเดยี วกนั มีจํานวน ๑๑ เสียง ๑๕ รูป ดังต่อไปนี้

กร เช่น กรงุ , กรานต,์ กราบ
กล เชน่ กล้วย, กลอน, กลุ่ม
กว เชน่ กวา้ ง, กวา่ , แกว่ง,
คร เช่น ครา้ น, ครอบ, ครับ
ขร เชน่ ขรุ, ขระ, ขรมึ
คล เชน่ คลอง, คลอ้ ย, คลัง่
ขล เช่น โขลก, ขลุก, ขลิก
คว เช่น ควาย, ความ, คว้า
ขว เช่น ขวาย, ขว้าง, ขวกั ไขว่
ตร เช่น ตรวจ, ตร,ิ ตรอง
ปร เชน่ โปรด, ปราบ, ปรบั , ปรงุ
ปล เช่น เปลีย่ น, แปลง, ปลอด
พร เชน่ พรั่ง, พร,ู พราว, แพรว
พล เช่น พลบั , พลงึ , พลู
ผล เช่น แผล, แผลง
พยัญชนะควบกลํ้าที่ตัวเอียงหนาและขีดเส้นใต้มีเสียง
เดียวกัน แต่มีรูปไม่เหมือนกัน คือ คร ขร / คล ขล / คว ขว /
พล ผล จงึ เป็น ๑๑ เสียง ๑๕ รปู

หลกั ภาษาไทยเบ้ืองตน้ ๖๕ พระครูคมั ภีรธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

๒ พยัญชนะต้นควบกล้ําไม่แท้ คือ พยัญชนะตัวหน้า
ควบกับ ร แต่ไม่ออกเสียง ร ออกเสียงเหมือนพยัญชนะเด่ียว ดัง
ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี

เศร้า เศรษฐี ศรัทธา ศีรษะ ศรี ทราย ทราบ ทรง
ทรุด โทรม จริง ไซร้ ปราศรัย สรวม โสรจ ทรัพย์ แทรก ทรวง
ฉะเชิงเทรา สร้อย เสร็จ เสริม สร้าง สรง สระ มัทรี พุทรา
อาศรม

ส่วน ทร ในภาษาไทยแท้จะจัดเป็นพยัญชนะควบ
กล้ําไม่แท้ แต่มีคําจากภาษาสันสกฤตท่ีออกสียงควบกล้ําแท้
เชน่ อินทรา จนั ทรา นทิ รา

จากตัวอย่างที่ยกอา้ ง สรปุ ได้ดงั น้ี
ท ควบกับ ร แล้วออกเสยี งกลายเป็น ซ
จ ซ ศ ส ควบกับ ร ออกเสียงเฉพาะพยัญชนะตัว

หน้า
๓ พยัญชนะควบกล้ําพิเศษ คือ พยัญชนะควบกล้ําที่

ได้รับอิทธิพลกระแสนิยมจากภาษาอังกฤษ แล้วนํามาใช้เป็น
พยัญชนะควบกลํ้าในภาษาไทยจนเกิดความคุ้นชิน มี ๖ เสียง ๖
รปู ดงั นี้

บร (Br…) เช่น เบรก บรอนซ์
บล (Bl…) เช่น บลูม บลู บล็อก
ดร (Dr...) เช่น ดรัมเมเยอร์ ดรีม ดราฟต์
ฟร (Fr…) เชน่ ฟรายด์ ฟรี ฟรกั โทส
ฟล (Phl…) เชน่ ฟลูออรีน แฟลต ฟลกุ ฟลตุ
ทร (Thr…) เช่น แทร็กเตอร์ ทรมั เปต็

หลักภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๖๖ พระครูคมั ภรี ธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

จากตัวอย่างท่ียกเป็นข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับพยัญชนะต้น
ควบกลํ้า พบวา่ การปรากฏรปู และปรากฏเสียงของพยัญชนะต้น
ควบกล้ํามีความสําคัญต่อผู้เรียนรู้ภาษาและผู้ใช้ภาษาเป็นอย่าง
ย่ิง การปรากฏรูปต้องปรากฏเสียง เรียกว่า ควบกลํ้าแท้ ส่วน
การปรากฏรูปแต่ไม่ปรากฏการออกเสียง และบางรูปต้อง
ออกเป็นเสียงอนื่ เรียกว่า ควบกลา้ํ ไม่แท้

พยญั ชนะนํา
พยัญ ชนะนํา คือ พยัญ ชนะ ๒ ตัวประสมกัน

เหมือนกับพยัญชนะควบกล้ํา แต่ต่างกันตรงท่ีวิธีในการ
ออกสยี ง แบง่ ออกเปน็ ๓ กลมุ่ ดงั ต่อไปน้ี

๑ ไม่ออกเสียงพยัญชนะตัวนํา คือ ปรากฏรูปแต่
เวลาออกเสียงถูกกลืนไปกับตัวนําตัวที่ ๒ ไม่ออกเสียง
พยัญชนะตวั นํามี ๒ ตัว ดงั น้ี

อ นํา ย คอื อยา่ อยู่ อยา่ ง อยาก
ห นํา ง ญ น ม ย ร ล ว คือ หงาย หญ้า หน้า
หมู หย่า หรอื หลาน หวาน
๒ ออกเสียงพยัญชนะตัวนํา คือ ออกเสียงพยางค์
ตน้ เป็นเสยี งสระ อะ ครง่ึ เสยี ง ดังตอ่ ไปน้ี
พยัญชนะสูงนําพยัญชนะตํ่าเดี่ยว ออกเสียง
พยางค์หลังตามท่ีประสมอยู่ และออกเสียงวรรณยุกต์ผัน
ตามตัวหน้า เช่น ขนม ขนง เขนย ขนํา สมอง สมาน

หลกั ภาษาไทยเบอ้ื งต้น ๖๗ พระครคู มั ภีร์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

สนอง สยาย ขยับ ขยัน ฝร่ัง ถลอก เถลิง ผวา
ผยอง ถนน สนน สนิท เป็นต้น ยกเว้นขมา ขโมย ขมํา
สมา สมาคม สมิทธิ สโมสร สลัม ไม่ออกเสียงตาม
ตวั นํา

พยัญชนะกลางนําพยัญชนะต่าํ เด่ียว ออกเสียง
เช่นเดียวกับพยัญชนะสูงนําพยัญชนะต่ําเดี่ยว เช่น ตนุ
โตนด จมูก ตลาด ตลก ตลอด จรวด ปรอท

พยัญชนะสูงนําพยัญชนะต่ําคู่หรือพยัญชนะ
กลาง ออกเสียงตามพยัญชนะสูงนําพยัญชนะต่ําเดี่ยว
แต่ไม่ต้องผันวรรณยุกต์ตามอักษรนํา เช่น ไผท ผดุง
เผดจ็ ผกา เถกิง ผกา เผอิญ เผชิญ เผชิญ

๓ ออกเสียงพยัญ ชนะตัวนําเป็นเสียงอื่น คือ
ปรากฏรูปอย่างหนึ่งแต่ออกเสยี งเป็นอกี อย่างหนึง่ ดงั น้ี

ฤ ออกเสียง เป็น ร
ฑ ออกเสยี งเปน็ ด หรอื ท

พยญั ชนะตาม

พยัญชนะตามมีช่ือเรียกว่า ตัวสะกด พยัญชนะตามใน
ภาษาไทยกําหนดเป็นรูปแบบของมาตราตัวสะกด จํานวน ๘
มาตรา (แต่ถ้านับ ก.กา เข้าด้วย จะรวมเป็น ๙ มาตรา) มี
ดงั ต่อไปนี้

หลักภาษาไทยเบ้ืองต้น ๖๘ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

แม่ กก = /ก/ แม่ กม = /ม/
แม่ เกย = /ย/ แม่ กบ = /บ/
แม่ กด = /ด/ แม่ กน = /น/
แม่ กง = /ง/ แม่ เกอว = /ว/
มาตราตัวสะกด คือ พยัญชนะท่ีผสมอยู่ข้างหลังพยางค์
หรือคํา มาตราตัวสะกดมีท้ังท่ีใช้ตัวสะกดตรงมาตรา และมาตรา
ตัวสะกดที่ไม่ใช้ตรงมาตรา การใช้มาตราตัวสะกดจึงเป็นเร่ืองที่
ต้องเรียนรู้และทําความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นกรอบ
ความรู้มาตราตัวสะกดในเบื้องต้น จึงขอยกตัวอย่างประกอบเพ่ือ
อธิบายดังต่อไปน้ี
มาตราตัวสะกดตรงแม่ ใช้ตัวสะกดตัวเดียว มี ๔
มาตรา ดังนี้

แม่กง ใช้ ง สะกด เช่น กง จง นง ผง ชง ฯลฯ
แม่กม ใช้ ม สะกด เช่น ผม ลม ชม นม สม ฯลฯ
แม่เกย ใช้ ย สะกด เชน่ กาย ขาย เขย เนย ฯลฯ
แมเ่ กอว ใช้ ว สะกด เช่น กา้ ว เก่ียว เหนยี ว ฯลฯ
มาตราตัวสะกดไม่ตรงแม่ ใช้ตัวสะกดได้หลายตัวใน
มาตราเดียวกัน เพราะออกเสียงเหมือนตัวสะกดเดียวกัน มี ๔
มาตรา ดงั นี้
แม่กน ใช้ น ญ ณ ร ล ฬ สะกด เช่น บ้าน ชาญ
เกณฑ์ เวร กาล กาฬ ฯลฯ
แม่กก ใช้ ก ข ค ฆ สะกด เช่น รัก เลข มรรค เมฆ
ฯลฯ

หลกั ภาษาไทยเบื้องต้น ๖๙ พระครูคมั ภรี ธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

แม่กด ใช้ ด จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ต ถ ท ธ ศ ษ ส
สะกด เช่น ขาด กาจ เวช กฎ นาฎ อัฐ ครุฑ วัฒน์ วัตร บถ บาท
วธุ เกศ เศษ ศาสตร์ ฯลฯ

แม่กบ ใช้ บ ป ภ พ ฟ สะกด เช่น กาบ บาป ลาภ
ภาพ กราฟ ฯลฯ

จากข้อมูลท่ียกมาอ้างอิงนี้ ปรากฏว่ามีพยัญชนะท่ีไม่ใช้
เปน็ ตัวสะกดจํานวน ๗ ตวั คือ ฉ ฌ ผ ฝ ห อ ฮ ส่วนนอกน้ันถูก
นาํ ไปใชเ้ ปน็ ตวั สะกดทง้ั ส้ิน

เปรียบเทียบพยญั ชนะภาษาไทยกับภาษาองั กฤษ

การเปรียบเทียบพยัญชนะภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ
เพ่ือให้เห็นรูปหรือเสียงของพยัญชนะท้ัง ๒ ภาษา ว่ามีการใช้
แทนกันได้อย่างไรบ้าง ซึ่งในปัจจุบันภาษาอังกฤษมีบทบาท
สําคัญต่อผู้เรียนรู้ภาษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และการศึกษา
เรียนรู้ภาษาไทยก็เช่นเดียวกัน จึงได้สืบค้นข้อมูลการ
เปรียบเทียบพยัญชนะภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ มีดังตาราง
ตอ่ ไปน้ี

หลักภาษาไทยเบ้ืองต้น ๗๐ พระครูคมั ภีรธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

ตาราง ๑๔ เปรียบเทยี บพยัญชนะภาษาไทยกับ
ภาษาอังกฤษ๓๔

พยญั ชนะไทย พยญั ชนะอังกฤษ

ก ตวั ต้น(Initial) ตวั สะกด(Final)
ขคฆ Kk
ง Kh k
จฉชฌ Ng ng
ญ Ch t
ด ฎ ฑ(บางคํา) Yn
ตฏ Dt
ถฐทฑธฒ Tt
นณ Th t
บ Nn
ป Bp
ผพภ Pp
ฝฟ Ph p
ม Fp
ย Mm
Y-

                                                           

๓๔ การเทยี บพยัญชนะไทยกบั อังกฤษตามท่ีราชบัณฑิตยสถานกําหนด.
https://sites.google.com/site/hnmanavee/ka, เข้าถงึ ขอ้ มูลเมอื่ ๕ มกราคม
๒๕๖๓.

หลักภาษาไทยเบื้องตน้ ๗๑ พระครคู มั ภรี ์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

พยญั ชนะไทย พยัญชนะองั กฤษ
ตวั ตน้ (Initial) ตัวสะกด(Final)

ร Rn

ลฬ L n

ว W-

ซ ทร ศ ษ ส S t

หฮ H -

หมายเหตุ : ตวั สะกด แม่กด = t, แม่กบ =p, แม่กน=n, แมก่ ง=ng, แมก่ ม=m,
แม่กก=k

ทีม่ า : https://sites.google.com/site/hnmanavee/kar-theiyb-phyaychna-
thiy-kab-xangkvs

นอกจากที่กล่าวแล้ว ยังพบการเปรียบเทียบภาษาไทย

กบั สทั อกั ษรสากลของวไิ ลวรรณ ขนิษฐานนั ท๓์ ๕ มีดังตอ่ ไปนี้

/p/ ป /t/ ต,ฎ /c/ จ

/k/ ก /?/ อ /ph/ พ,ภ,ผ

/th/ ท,ธ,ฒ,ฑ,ถ,ฐ /ch/ช,ฌ,ฉ /kh/ ข,ค,ฆ

/b/ บ /b/ ด,ฎ /f/ ฝ,ฟ

/s/ ส,ศ, ษ, ซ /h/ ห,ฮ /m/ ม,หม,(หม)ี

/n/ น,ณ,หน,(หน)ู /N/ ง,หง,(เหงา) /w/ ว,หว,(หวี)

/y/ ย,ญ,หย,หญ, (หย่า, หญงิ ) /r/ ร,หร,(เหรยี ญ) /i/ ล,ฬ,หล,(หลาน)

                                                           

๓๕ วิไลวรรณ ขนษิ ฐานนั ท.์ ภาษาและภาษาศาสตร.์ กรุงเทพฯ :
สาํ นักพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์ ๒๕๒๗, (หน้า ๔๗).

หลกั ภาษาไทยเบอ้ื งต้น ๗๒ พระครคู มั ภรี ์ธรรมานุวตั ร,ดร.

 

จากตารางการเปรียบเทียบพยัญชนะภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ
และเปรียบเทียบเสียงทางภาษาศาสตร์ พบว่า พยัญชนะ ก ใช้ K แทน
เสียง แต่ในการใช้บางสถานการณ์ของพยัญชนะต้น ก ไม่ได้ใช้ K เสมอ
ไป แ ต่ ใช้ g เช่ น google game garden gas get glad go good
green เป็นต้น แต่ที่ใช้พยัญชนะ K แทนพยัญชนะ ก เช่น Khon Kaen
Kalasin Bangkok Phuket Kamphaeng Phet เป็นต้น จะเห็นได้ว่า
พยญั ชนะ ก เปรยี บเทียบภาษาอังกฤษได้ g และ k

จากที่ได้นําเสนออธิบายเกี่ยวกับพยัญชนะในภาษาไทย
พบว่า พยัญชนะ หรือตัวอักษร หรืออักขระ เป็นเคร่ืองหมายเชิง
สัญลักษณ์หรือลายลักษณ์ท่ีใช้แทนเสียงในภาษา การแทนเสียง
บางเสียงมีลักษณะท่ีสามารถอยู่โดด ๆ ได้ บางเสียงต้องพ่ึงพิง
เสียงอื่น บางเสียงมีการพ้องเสียงพ้องรูป เหล่าน้ีล้วนแต่ต้องทํา
ความเข้าใจผ่านการเรียนรู้ ในส่วนเบื้องต้นที่มุ่งอธิบายให้รู้ถึง
พยัญชนะในภาษาไทย ก็เป็นเพียงส่วนหน่ึงเท่าน้ัน หากต้องการ
ความรู้ในเชิงลึกและละเอียดมากยิ่งข้ึน ก็ต้องสืบค้นฐานข้อมูล
ทางภาษาในเรื่องเกยี่ วกับพยัญชนะได้

นอกจากนั้น การศึกษาเก่ียวกับพยัญชนะในภาษาไทยยัง
สามารถนําไปศึกษาพยัญชนะในภาษากลุ่มตระกูลไทยหรือ
เปรยี บเทียบไดก้ บั พยัญชนะในกลุ่มตระกูลภาษาอืน่ ๆ ไดอ้ ีกดว้ ย

หลักภาษาไทยเบอื้ งต้น ๗๓ พระครูคมั ภีรธ์ รรมานวุ ัตร,ดร.

 


สระในภาษาไทย

สระในภาษาไทยสามารถออกเสียงได้ตามลําพัง ในภาษา
พูดเรียกว่า กระแสเสียงหรือหางเสียง ภาษาท่ัวไปมักเข้าใจและ
ตีความว่า เคร่ืองหมายท่ีใช้แทนเสียงที่เปล่งออกมา เสียงต้อง
ประกอบกับพยัญชนะเพ่ือให้ออกเสียงได้ เรียกได้ว่า ท้ัง
พยัญชนะและสระต่างก็อาศัยกัน สระมีความหมายอีกอย่างหนึ่ง
คือ นิสสัย แปลได้ว่า เป็นที่อาศัยของพยัญชนะ ถ้าพยัญชนะไม่
มีสระหรืออาศัยสระก็ออกเสียงไม่ได้ ถึงแม้ว่าพยัญชนะและสระ
จะเกิดขึ้นเองได้ตามลําพังก็ตาม สระเกิดจากเสียงทเี่ ปล่งออกมา
จากลําคอและอาศัยอวัยวะในช่องปาก ริมฝีปาก รวมถึงจมูกเป็น
ช่องทางเดินของเสียง ถึงเเม้ว่าสระจะเป็นเสียงเเท้ที่เปล่งออกมา
จากลําคอก็ตาม ก็ต้องอาศัยฐาน คือ ท่ีเกิดบ้างเล็กน้อย
เหมือนกัน เเต่ไม่ถึงต้องใช้ล้ินหรือริมฝีปากให้มากจนทําให้เสียง
เเปรไปเป็นพยัญชนะ นอกจากนั้น สระยังเป็นเคร่ืองหมายท่ีใช้
แทนเสยี งตามหลักภาษา สระในภาษาไทยมี ๒๑ รปู ๓๒ เสยี ง

สระในภาษาไทยแปลกแตกต่างไปจากภาษาอ่ืน ๆ ซ่ึงใน
ภาษาอ่ืน ๆ นั้นปรากฏว่ามีรูปสระเป็น ๒ ลักษณะ คือ ใช้เขียด
โดด ๆ และใช้ประสมกับพยัญชนะ แต่ในภาษาไทยกลับพบว่า
รูปสระต้องใช้ประสมกับพยัญชนะเท่านั้น เม่ือจะเขียนโดด ๆ
ต้องนําพยัญชนะ อ มาประสม และออกเสียงเป็นสระ เช่น อา อี

หลกั ภาษาไทยเบื้องต้น ๗๔ พระครคู มั ภรี ์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

อู โอ เป็นต้น เว้นแต่สระ ๔ ตัว คือ ฤ ฤา ฦ ฦา ที่เขียนโดด ๆ ก็
ได้ ประสมกบั พยัญชนะก็ได้

อย่างไรก็ตาม เม่ือศึกษาเรื่องของสระในภาษาไทยแล้ว ตั้ง
ขอ้ สังเกตได้ว่า สระในภาษาไทยบางทกี ็ใชร้ ปู เดียว เช่น –ะ, -า, -ิ,
-ี เป็นต้น บางทีก็ใช้ ๒ รูป เช่น เ-อ, เ-ะ, โ-ะ เป็นต้น บางทีก็ใช้
๓ รูป เช่น เ-าะ, เ-อะ, เ-ีย เป็นต้น บางทีก็ใช้ ๔ รูป เช่น เ-ยี ะ,
เ-อื ะ เป็นต้น หรือยิ่งไปกว่าที่กล่าวแล้ว คือ บางครั้งไม่มีรูป
ปรากฏแต่มีเสียงปรากฏ เช่น รถ สด งด พฤษ กฤษ สร พร กร
เป็นต้น รูปสระท่ีไม่ปรากฏ คือ โ-ะ, -,ึ -ิ, อ นอกจากนั้น ยัง
ปรากฏประสมกับพยัญชนะได้ท้ังด้านหน้า ด้านหลัง ด้านบน
ด้านล่าง และตรงกลาง ได้อีกด้วย เหล่านี้เป็นคุณสมบัติพิเศษ
เฉพาะของสระในภาษาไทย ซง่ึ จะได้อธบิ ายในหวั ข้อตอ่ ๆ ไป

รปู สระในภาษาไทย

รปู สระในภาษาไทยมี ๒๑ รูป มดี ังต่อไปน้ี
๑ รูป ( ะ ) เรียกว่า วิสรรชนีย์ ใช้สําหรับประหลังหรือ

เป็นสระ อะ เเละประสมกับรูปอ่ืนเป็นสระ เช่น เอะ เเอะ โอะ
เอาะ เออะ เอียะ เอือะ อัวะ เปน็ ตน้

๒ รปู ( ั ) เรียกว่า ไม้หันอากาศ หรือ ไม้ผัด ใช้
สําหรับเขียนข้างบนเป็นสระ อะ เม่ือมีตัวสะกด เเละประสมกับ
รูปอ่ืนเปน็ สระ อัวะ อัว เปน็ ต้น

๓ รปู ( ็ ) เรียกว่า ไม้ไต่คู้ ใช้สําหรับเขียนข้างบน
เเทนวสิ รรชนีย์ในสระบางตัวทม่ี ีตัวสะกด เช่น เยบ็ เจ็บ เกบ็ เป็น

หลกั ภาษาไทยเบ้ืองตน้ ๗๕ พระครูคมั ภีร์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

ต้น เเละใช้ประสมกับตัว ก เป็นสระ เอาะ มีไม้โท คือ ก็ อ่านว่า
เก้าะ (แต่นิยมออกเสียงว่า กอ้ )

๔ รูป ( า ) เรียกว่า ลากข้าง ใช้สําหรับเขียนข้าง
หลัง เป็นสระ อา เเละประสม กับรูปอ่ืน เช่น เอาะ อํา เอา เป็น
ตน้

๕ รูป ( ิ ) เรียกว่า พินทุ หรือ พินท์ุอิ ใช้สําหรับ
เขียนข้างบนเป็นสระ อิ เเละประสมกับรูปอื่น ๆ เป็นสระ อี อึ อื
เอียะ เอีย เอือะ เอือ เเละใช้เเทนตัว อ ของ สระ เออ เมื่อมี
ตัวสะกดก็ได้ เช่น เกอน เป็น เกิน เขอน เป็น เขิน เมอน เป็น
เมิน เปน็ ต้น

๖ รูป ( ่ ) เรียกว่า ฝนทอง ใช้สําหรับเขียนข้างบน
พนิ ทุ์ อิ เป็นสระ อี เเละประสมกบั รปู อืน่ เป็นสระ เอยี ะ เอยี

๗ รูป ( ่ ่ ) เรยี กวา่ ฟันหนู ใช้สาํ หรบั เขียนบน พนิ ท์ุ
อิ เป็นสระ ออื เเละประสมกับสระอ่ืนเป็นสระ เอือะ เอือ

๘ รปู ( ํ ) เรียกว่า นฤคหิต หรือ หยาดน้ําคา้ ง ใช้
สําหรับเขียนข้างบน ลากข้าง เป็นสระ อํา บนพินท์ุ อิ เป็นสระ
อึ ในภาษาบาลีเเละสันสกฤตจัดเป็นพยัญชนะ เรียกว่า นิคหิต
หรือ นฤคหิต สําหรับเขียนบนสระในภาษาบาลี อ่านเป็นเสียง
อะ+ง สะกด เช่น กํ สํ ปํ อ่านว่า กัง สัง ปัง แต่ถ้าอยู่บนสระ อิ
เช่น กึ มึ สึ อ่านว่า กิง มิง สิง เป็นต้น ในภาษาสันสกฤต อ่าน
เป็นเสียง ม สะกด เชน่ กํ กึ อา่ นว่า กัม กิม เปน็ ตน้

๙ รปู ( ุ ) เรียกว่า ตีนเหยียด ใช้สําหรับเขียน
ข้างล่างเปน็ สระ อุ เชน่ กุ ขุ สุ ดุ อุ เปน็ ตน้

หลักภาษาไทยเบอ้ื งตน้ ๗๖ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานวุ ัตร,ดร.

 

๑๐ รปู ( ู ) เรียกว่า ตีนคู้ ใช้สําหรับเขียนข้างล่าง
เปน็ สระ อู เช่น กู ขู คู งู อู เปน็ ต้น

๑๑ รูป ( เ ) เรียกว่า ไม้หน้า ใช้สําหรับเขียนข้างหน้า
รูปเดียวเป็นสระ เอ สองรูป เป็น สระ เเอ เเละประสมกับรูปอื่น
เปน็ สระ เอะ เเอะ เออะ เออ เอียะ เอยี เออื ะ เอือ เอา เป็นต้น

๑๒ รปู ( ใ ) เรียกว่า ไม้ม้วน ใช้สําหรับเขียนข้างหน้า
เปน็ สระ ใอ เชน่ ใน ใจ ใส ใย เป็นตน้

๑๓ รูป ( ไ ) เรียกว่า ไม้มลาย ใช้สําห รับ เขียน
ขา้ งหนา้ เปน็ สระ ไอ เชน่ ไกล ไป ได้ ไง ไว ไข ไซ เป็นตน้

๑๔ รูป ( โ ) เรียกว่า ไม้โอ ใช้สําหรับเขียนข้างหน้า
เป็นสระ โอ เเละเมื่อประวิสรรชนีย์เข้าไปเป็นสระ โอะ เช่น โก
โกะ โต โตะ โซ โซะ เปน็ ตน้

๑๕ รปู ( อ ) เรียกว่า ตัวออ ใช้สําหรับเขียนข้างหลัง
เป็นสระ ออ เเละประสมกับรูปอื่นเป็นสระ อือ เม่ือไม่มีตัวสะกด
เช่น คือ มือ ถือ สือ และปรากฏหน้าวิสรรชนีย์ เป็นสระ เออะ
เช่น เถอะ เยอะ เลอะ เป็นต้น ปรากฏร่วมกับสระ เอ เป็นสระ
เออ เช่น เกอ เธอ เฟอร์ เลอ ปรากฏร่วมกบั สระ เอือะ เอือ เช่น
เขอื ะ เยือะ เจือะ เกลือ เขือ เน้ือ เสือ เรือ เป็นต้น

๑๖ รปู ( ย )เรียกว่า ตัวยอ ใช้สําหรับประสมกับรูป
อื่นเป็นสระ เอียะ เอีย เช่น เพียะ เจียะ เดียะ เสีย เมีย เชียร์
เป็นต้น

๑๗ รูป ( ว ) เรียกว่า ตัววอ ใช้สําหรับประสมกับรูป
อ่ืนเป็นสระ อัวะ อัว เช่น ผัวะ ยัวะ ชัวะ กลัว ครัว มัว นัว บัว
สวั รัว เปน็ ต้น

หลกั ภาษาไทยเบื้องต้น ๗๗ พระครูคมั ภีร์ธรรมานุวัตร,ดร.

 

๑๘ รูป ( ฤ )เรียกว่า ตัว ฤ (รึ) ใช้สําหรับเขียนเป็น
สระ ฤ เช่น พฤษภา คฤหาสน์ เป็นตน้

๑๙ รูป ( ฤๅ ) เรียกว่า ตัว ฤๅ (รือ) ใช้สําหรับเขียน
เปน็ สระ ฤา

๒๐ รปู ( ฦ ) เรียกว่า ตัว ฦ (ลึ) ใช้สําหรับเขียนเป็น
สระ ฦ ในปัจจุบนั เลกิ ใชแ้ ลว้

๒๑ รูป ( ฦๅ ) เรียกว่า ตัว ฦๅ (ลือ) ใช้สําหรับเขียน
เป็นสระ ฦา ในปจั จบุ นั เลิกใชแ้ ล้ว

ฤ ฤา ฦ ฦา ๔ ตัวนี้ เป็นสระมาจากสันสกฤต จะเขียน
โดด ๆ ก็ได้ ประสมกับพยัญชนะก็ได้ เเต่ใช้เขียนข้างหลัง
พยญั ชนะ

ท้ังหมดน้ีจัดเป็นรูปสระในภาษาไทย เม่ือศึกษาแล้วตั้ง
ขอ้ สังเกตได้ว่า ในจํานวน ๒๑ รปู คงเหลือเพียง ๑๙ รปู ทใ่ี ช้จริง
ในปัจจุบัน แต่ถ้าสืบค้นข้อมูลทางภาษาด้ังเดิมก็ปรากฏว่ามีใช้
ในบันทึกต่าง ๆ อยู่ เพียงแต่ว่าในปัจจุบันไม่มีการนํามาใช้แล้ว
เหมือนกับพยัญชนะไทยมี ๔๔ ตัว แต่เลิกใช้ ๒ ตัว คือ ฃ ฅ
ปจั จุบนั จึงใชเ้ พียง ๔๒ ตวั

เสยี งสระในภาษาไทย

เสียงสระในภาษาไทย มี ๓๒ เสียง แบ่งออกเป็นเสียงสระ
เด่ียว ๑๘ เสียง เสียงสระประสม ๖ เสียง และเสียงสระเกิน ๘
เสียง ดงั นี้

หลกั ภาษาไทยเบอื้ งตน้ ๗๘ พระครูคมั ภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

๑ เสียงสระเดีย่ ว
เสียงสระเด่ียวในภาษาไทย มีจํานวน ๑๘ เสียง ดัง

ตารางต่อไปนี้

ตาราง ๑๕ เสยี งสระเด่ยี วในภาษาไทย

สระเสยี งส้ัน สระเสยี งยาว

ะ อา
อิ อี
อึ อื
อุ อู
เอะ เอ
เเอะ เเอ
โอะ โอ
เอาะ ออ
เออะ เออ

ท่ีมา : https://sites.google.com/site/khrucngkl/1-seiyng-sra

ตามตารางที่อ้างอิงเสียงสระเด่ียวในภาษาไทย ต้ัง
ข้อสังเกตได้ว่า ในจํานวนเสียงสระเดี่ยวท้ัง ๑๘ เสียง มีการใช้ท่ี
ปรากฏรูป เช่น อา อิ อี อุ อู ถึงแม้จะมีพยัญชนะสะกดตามหลัง
ก็ยังคงปรากฏรูปเหมือนเดิม เช่น กา ตามหลังด้วย จ เป็น กาจ
กิ ตามหลังด้วย น เป็น กิน เป็นต้น ยังมีปรากฏการใช้ท่ีเปล่ียน
รูป เช่น อะ เม่ือมีตัวสะกดก็จะเปลี่ยนเป็น อั เช่น จะ ตามหลัง
ด้วย ด เป็น จัด สะ ตามหลังด้วย ง เป็น สัง เป็นต้น และยังมี

หลักภาษาไทยเบื้องตน้ ๗๙ พระครูคมั ภรี ์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

การลดรูปแต่ปรากฏของเสียง เช่น โกะ ตามหลังด้วย ด เป็น กด
โจะ ตามหลังด้วย น เป็น จน โอะ ตามหลังด้วย ด เป็น อด เป็น
ตน้ ผ้ศู กึ ษาและใชภ้ าษาตอ้ งอาศยั การเรยี นรูแ้ ละทําความเข้าใจ

๒ เสียงสระประสม
เสียงสระประสมในภาษาไทย มีจํานวน ๖ เสียง ดัง

ตารางต่อไปน้ี

ตาราง ๑๖ เสยี งสระประสมในภาษาไทย

สระเสียงส้ัน สระเสียงยาว

เอยี ะ เอยี
เอือะ เอือ
อัวะ อัว

ท่มี า : https://sites.google.com/site/khrucngkl/1-seiyng-sra

จากตาราง สามารถอธิบายได้ดงั นี้
เอยี ะ เสยี ง อิ กับ อะ ประสมกัน
เอยี เสยี ง อี กับ อา ประสมกนั
เออื ะ เสียง อึ กบั อะ ประสมกนั
เอือ เสยี ง อื กบั อา ประสมกัน
อวั ะ เสยี ง อุ กับ อะ ประสมกัน
อวั เสียง อู กับ อา ประสมกนั

หลกั ภาษาไทยเบ้อื งต้น ๘๐ พระครคู มั ภรี ์ธรรมานุวตั ร,ดร.

 

๓ เสียงสระเกนิ
เสียงสระเกินในภาษาไทย มีจํานวน ๘ เสียง ตาม

ตารางดงั ตอ่ ไปนี้

ตาราง ๑๗ เสียงสระเกนิ ในภาษาไทย

สระเสียงสัน้ สระเสียงยาว

ฤ ฤา
ฦ ฦา
อาํ
ใอ
ไอ
เอา

ท่มี า : https://sites.google.com/site/khrucngkl/1-seiyng-sra

จากตารางท่ียกอ้างอิงข้อมูล อธบิ ายได้ว่า
ฤ เสยี ง รึ มเี สียงพยัญชนะ ร ประสม
ฤๅ เสยี ง รอื มีเสยี งพยัญชนะ ร ประสม
ฦ เสียง ลึ มเี สยี งพยัญชนะ ล ประสม
ฦๅ เสียง ลอื มีเสยี งพยัญชนะ ล ประสม
อาํ มีเสยี ง อะ และพยัญชนะ ม สะกด
ใอ มีเสยี ง อะ และพยัญชนะ ย สะกด
ไอ มีเสยี ง อะ และพยัญชนะ ย สะกด
เอา มเี สยี ง อะ และพยญั ชนะ ว สะกด

หลกั ภาษาไทยเบอื้ งต้น ๘๑ พระครูคมั ภรี ์ธรรมานุวัตร,ดร.

 

นอกจากท่ีกล่าวแล้ว สามารถยกตัวอย่างและอธิบายเร่ือง
สระเกินในภาษาไทยได้อกี ดงั น้ี

รูป ำ มีเสียง อะ+ม
รูป ใ มีเสยี ง อะ+ย
รูป ไ มีเสยี ง อะ+ย
รูป เ-า มเี สียง อะ+ว
รปู ฤ มเี สียง ร+อ,ึ ร+อ,ิ ร+เออ
รปู ฤๅ มเี สียง ร+ออื
รปู ฦ มเี สยี ง ล+อึ
รูป ฦๅ มเี สียง ล+อือ
ตวั อยา่ งคําที่ประสมสระเกินดงั นี้
รปู ำ เช่นคาํ ว่า กํา จํา นาํ ฯลฯ
รูป ใ เชน่ คําวา่ ใส ใหญ่ หลงใหล ฯลฯ
รูป ไ เช่นคาํ วา่ ไข ไหว้ ไว ฯลฯ
รูป เ-า เชน่ คําว่า เขลา เก่า เหา ฯลฯ
รูป ฤ มีเสียง ร+อึ เช่นคําว่า ฤทัย คฤหาสน์ นฤ
มล พฤกษา มฤคทายวัน หฤโหด ร+อิ เช่นคําว่า
กฤษฎา ตฤณชาติ ทฤษฎี ศฤงคาร ร+เออ มีคําเดียว คือ
ฤกษ์
รปู ฤๅ เช่นคําวา่ ฤๅษี
รูป ฦ – (ปัจจุบันไม่ใช้แล้ว แต่ก่อนใช้คําว่า
ระฦก >> ระลกึ )

หลักภาษาไทยเบื้องต้น ๘๒ พระครคู มั ภีร์ธรรมานุวตั ร,ดร.

 

รูป ฦๅ – (ปัจจุบันไม่ใช้แล้ว แต่ก่อนใช้คําว่า
ฦๅชา >> ลอื ชา)๓๖

การใช้สระในภาษาไทย

การใช้สระในภาษาไทย๓๗ มดี งั ต่อไปน้ี
สระอะ (-ะ) เขียนไวห้ ลงั พยญั ชนะ เม่ือนาํ มาประสมกับ

พยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะน้ันประสมด้วยสระอะ เช่น กะ
จะ ปะ

สระอา (-า) เขียนไว้หลังพยัญชนะ เมื่อนํามาประสมกับ
พยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วยสระอา เช่น มา
กา ตา

สระอิ (-)ิ เขียนไว้บนพยัญชนะ เม่ือนํามาประสมกับ
พยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วยสระอิ เช่น บิ สิ
มิ

สระอี (-)ี เขียนไว้บนพยัญชนะ เมื่อนํามาประสมกับ
พยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะน้ันประสมด้วยสระอี เช่น ปี ดี
มี

สระอึ (-)ึ เขียนไว้บนพยัญชนะ เมื่อนํามาประสมกับ
พยญั ชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนัน้ ประสมดว้ ยสระอึ เช่น หึ สึ

                                                           

  ๓๖ สระเกิน. เว็บไซต์ : https://krupiyarerk.wordpress.com/, เข้าถึง

ขอ้ มูลเมื่อ ๕ มกราคม ๒๕๖๓.
๓๗ ภาษาไทย. สระ. เว็บไซต์ : https://sites.google. com/site

varisawachum/, เขา้ ถึงขอ้ มูลเม่ือ ๓ มกราคม ๒๕๖๓.

หลกั ภาษาไทยเบ้ืองตน้ ๘๓ พระครูคมั ภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

สระอื (-ื) เขียนไว้บนพยัญชนะ เม่ือนํามาประสมกับ
พยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วยสระอื แต่การใช้
สระอื ตอ้ งมี อ มาประกอบด้วย เช่น มือ ถือ ลอื

สระอุ (-)ุ เขียนไว้ใต้พยัญชนะ เมื่อนํามาประสมกับ
พยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะน้ันประสมด้วยสระอุ เช่น ผุ มุ
ยุ

สระอู (-ู) เขียนไว้ใต้พยัญชนะ เมื่อนํามาประสมกับ
พยญั ชนะ จะออกเสยี งพยัญชนะนัน้ ประสมดว้ ยสระอู เช่น ดู รู งู

สระเอะ (เ-ะ) เขียนไว้ทั้งหน้าและหลังพยัญชนะ เม่ือ
นํามาประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วย
สระเอะ เชน่ เละ เตะ เกะ

สระเอ (เ-) เขียนไว้หน้าพยัญชนะ เม่ือนํามาประสมกับ
พยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วยสระเอ เช่น เก
เซ เข

สระแอะ (แ-ะ) เขียนไว้ท้ังหน้าและหลังพยัญชนะ เมื่อ
นํามาประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วย
สระแอะ เชน่ และ แพะ แกะ

สระแอ (แ-) เขียนไว้หน้าพยัญชนะ เมื่อนํามาประสม
กับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วยสระแอ เช่น
แล แพ แก

สระเอียะ (เ-ียะ) เขียนไว้ทั้งหน้า บน และหลัง
พยัญชนะ เมื่อนํามาประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะ
นน้ั ประสมดว้ ยสระเอยี ะ เช่น เผยี ะ เพียะ เกยี ะ

หลักภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๘๔ พระครคู มั ภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

สระเอีย (เ-ีย) เขียนไว้ท้ังหน้าและหลังพยัญชนะ เมื่อ
นํามาประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วย
สระเอีย เชน่ เสยี เลีย เปีย

สระเอือะ (เ-ือะ) เขียนไว้ท้ังหน้า บน และหลัง
พยญั ชนะ

สระเอือ (เ-ือ) เขียนไว้ท้ังหน้า บน และหลังพยัญชนะ
เมื่อนํามาประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะน้ันประสม
ด้วยสระเอือ เช่น เสือ เรอื เจอื

สระอัวะ (-ัวะ) เขียนไว้บน และหลังพยัญชนะ เม่ือ
นํามาประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วย
สระอวั ะ เช่น ผัวะ ยวั ะ

สระอัว (-วั ) เขียนไว้บน และหลังพยัญชนะ เม่ือนํามา
ประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วย
สระอวั เชน่ ตวั รัว หัว

สระโอะ (โ-ะ) เขียนไว้หน้า และหลังพยัญชนะ เม่ือ
นํามาประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะน้ันประสมด้วย
สระโอะ เช่น โปะ โละ แต่ถ้ามีตัวสะกด จะตัดสระโอะออกเหลือ
แต่พยัญชนะต้นกับตัวสะกด เรียกว่า สระโอะลดรูป เช่น คน รก
จง

สระโอ (โ-) เขียนไว้หน้าพยัญชนะ เม่ือนํามาประสมกับ
พยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วยสระโอ เช่น โต
โพ โท

หลักภาษาไทยเบ้อื งต้น ๘๕ พระครูคมั ภรี ธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

สระเอาะ (เ-าะ) เขียนไว้ท้ังหน้า และหลังพยัญชนะ
เม่ือนํามาประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสม
ด้วยสระเอาะ เช่น เลอะ เถอะ เจอะ

สระออ (-อ) เขียนไว้หลังพยัญชนะ เมื่อนาํ มาประสมกับ
พยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วยสระออ เช่น ขอ
รอ พอ

สระเออะ (เ-อะ) เขียนไว้ท้ังหน้า และหลังพยัญชนะ
เมื่อนํามาประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสม
ดว้ ยสระเออะ เชน่ เลอะ เถอะ เจอะ

สระเออ (เ-อ) เขียนไว้ทั้งหน้า และหลังพยัญชนะ เม่ือ
นํามาประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะน้ันประสมด้วย
สระเออ เช่น เจอ เธอ เรอ ถ้ามี ย สะกด จะตัด อ ออกแล้วตาม
ด้วย ย เลย เช่น เขย เกย เฉย เรียกว่า สระเออลดรูป ถ้ามี
ตัวสะกดอื่น ๆ ที่ไม่ใช้ ย จะเปล่ียน อ เป็นสระอิ เช่น เกิด เลิก
เงนิ เรียกว่า สระเออเปลย่ี นรูป

สระอํา (-ำ) เขียนไว้บนและหลังพยัญชนะ เมื่อนํามา
ประสมกับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วยสระ
อาํ เชน่ รํา ทํา จาํ

สระใอ (ใ-) เขียนไว้หน้าพยัญชนะ เมื่อนํามาประสมกับ
พยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วยสระใอ มีทั้งหมด
๒๐ คํา ได้แก่ ใกล้ ใคร ใคร่ ใจ ใช่ ใช้ ใด ใต้ ใน ใบ้ ใฝ่ ใย สะใภ้
ใส ใส่ ให้ ใหม่ ใหล ใหญ่ หลงใหล

สระไอ (ไ-) เขียนไว้หน้าพยัญชนะ เมื่อนํามาประสมกับ
พยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะนั้นประสมด้วยสระไอ เช่น ไป

หลักภาษาไทยเบอ้ื งต้น ๘๖ พระครูคมั ภีรธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

ไซ ไส ใช้กับคําท่ีมาจากภาษาอังกฤษ เช่น ไกด์ ไมล์ สไลด์ ใช้กับ
คําทมี่ าจากภาษาบาลีสันสกฤตทแี่ ผลงสระอิเปน็ สระไอ เช่น ตรี -
ไตร ใชก้ ับคาํ ที่มาจากภาษาเขมร เชน่ สไบ
สระเอา (เ-า) เขียนไว้หน้าและหลังพยัญชนะ เม่ือนํามาประสม
กับพยัญชนะ จะออกเสียงพยัญชนะน้ันประสมด้วยสระเอา เช่น
เกา เผา เรา

การใช้สระในภาษาไทย เป็นข้อมูลเบ้ืองต้นเพื่อให้ทราบว่า
การใช้สระในภาษาไทยต้องเรียนรู้และเข้าใจว่า บทบาทและ
หน้าที่ของสระท่ีมีต่อพยัญชนะมีการใช้อย่างไรบ้าง ขอยกข้อมูล
อา้ งองิ เพื่ออธิบายเพิม่ เติม ดงั ตอ่ ไปน๓้ี ๘

ตาราง ๑๘ ตาํ แหน่งของสระในภาษาไทย

สระเสยี งสั้น สระเสียงยาว สระเกิน

ไมม่ ตี วั สะกด มตี ัวสะกด ไม่มตี ัวสะกด มีตวั สะกด ไมม่ ตี ัวสะกด มตี วั สะกด
––ั ๑, ———๒, -
–ะ รร, -รร-, โ——๕ –า –า– –ำ (ไม่ม)ี

–ิ ––ิ –ี –ี– ใ– (ไมม่ )ี
–ึ –ึ– –อื –ื– ไ– (ไมม่ )ี
–ุ ––ุ –ู ––ู เ–า (ไมม่ )ี
เ–ะ เ–็–, เ––๒ เ– เ–– ฤ, –ฤ ฤ–, –ฤ–
แ–ะ แ–็–, แ––๒ แ– แ––, เ—็—๒ ฤๅ, –ฤๅ (ไม่ม)ี
โ–ะ –– โ– โ–– ฦ, –ฦ ฦ–, –ฦ–
เ–าะ –อ็ –, -อ-๒ –อ –อ–, ––๓ ฦๅ, –ฦๅ (ไม่ม)ี

                                                           

๓๘ วกิ ิตํารา. ภาษาไทย/ไวยากรณ์/ภาษาไทยเบอ้ื งต้น/สระ. เวบ็ ไซต์ :
https://th.wikibooks.org/wiki/, เขา้ ถึงขอ้ มลู เมื่อวนั ท่ี ๕ มกราคม๒๕๖๓.

หลกั ภาษาไทยเบื้องต้น ๘๗ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานุวัตร,ดร.

  (ไมม่ )ี –วั ๑, —วว๒ –ว–
–ัวะ๑, —ววะ๒ เ–ีย เ–ยี –
เ–ือ เ–อื –
เ–ียะ (ไมม่ )ี เ–ิ–,
เ–อ เ––๕,
เ–ือะ (ไมม่ )ี เ–อ–๖

เ–อะ เ–ิ–๔, เ—็—
เ––๔

ท่ีมา : https://th.wikibooks.org/wiki/

จากตารางขอ้ มลู อ้างอิง อธิบายได้ดงั ต่อไปนี้
คําที่สะกดด้วย —ะ + ร จะลดรูปเป็น —รร ไม่มีไม้หัน

อากาศ เช่น สรร บรร เป็นต้น ซ่ึงก็จะซ้อน ร เข้าไปอีกตัวหน่ึง
เรียกว่า ร หนั

คําท่ีสะกดด้วย –ะ + ว จะลดรูปเป็น โ—ว จาก
วิสรรชนีย์เป็นไม้โอ เช่น โป๊ว โต๋ว เป็นต้น ซึ่งก็จะไปซํ้ากับสระ
โ— ดงั นัน้ คําทส่ี ะกดด้วย โ— + ว จึงไมม่ ี

สระ เ-ะ แ-ะ เ-าะ ที่มีวรรณยุกต์ ใช้รูปเดียวกับสระ เ–
แ- -อ ตามลําดับ เช่น เผ่น เล่น แล่น แวน่ ผ่อน กร่อน

คําที่สะกดด้วย แ— + ร จะลดรูปเป็น เ—ร็ จากไม่
หน้ารูปท่ีสองเป็นไม้ไต่คู้ เช่น เค็ร เบ็ร เล็ร ซ่ึงก็จะไปซ้ํากับสระ
เ—ะ ดงั น้ันคําทีส่ ะกดดว้ ย เ—ะ + ร จงึ ไมมี

คําที่สะกดด้วย –อ + ร จะลดรูปเป็น –ร ไม่มีตัวออ
เช่น พร ศร จร ซ่ึงก็จะไปซํ้ากับสระ โ–ะ ดังนั้นคําท่ีสะกดด้วย
โ–ะ + ร จงึ ไม่มี

สระ เ–อะ ท่ีมีตัวสะกดใช้รูปเดียวกับสระ เ–อ เช่น เงิน
เป่ิน เห่ยเห่ย

หลักภาษาไทยเบ้ืองตน้ ๘๘ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

คําท่สี ะกดด้วย เ–อะ + ย จะลดรูปเป็น เ–็ย ไม่มีพนิ ท์ุอิ
เช่น เค็ย เน็ย เล็ย ซึ่งก็จะไปซ้ํากับสระ เ—ะ อย่างไรก็ตาม คํา
ทสี่ ะกดดว้ ย เ–ะ + ย จะไมม่ ีในภาษาไทย

คําที่สะกดด้วย เ–อ + ย จะลดรูปเป็น เ–ย ไม่มีพินทุ์อิ
เช่น เคย เนย เลย ซึ่งก็จะไปซํ้ากับสระ เ– อย่างไรก็ตาม คําท่ี
สะกดด้วย เ– + ย จจะไม่มใี นภาษาไทย

พบได้น้อยคํา เช่น เทอญ เทอม
คําที่สะกดด้วย —วั ใช้ไม้หันอากาศกับตัววอ เช่น หัว
ตัว ซึ่งก็จะไปซํ้ากับสระ —ะ + ว ดังน้ันคําท่ีสะกดด้วย —ะ + ว
จงึ เป็น โ—ว แทน
นอกจากทกี่ ลา่ วแลว้ การปรากฏรูปสระมดี ังตอ่ ไปน้ี
ปรากฏรูปสระ ได้แก่ สระอะเม่ือมีตัว ร สะกด (-รร)
สระโอะเมื่อมีตัวสะกด (โ–ะ) และสระออเมื่อมีตัว ร สะกด (-ร)
เช่น สรร คน รก จง พร

ข้างหน้าพยัญชนต้น ได้แก่สระอะเมื่อมีตัว ว สะกด
(โ-ว) สระเอ (เ-) สระแอ (แ-) สระโอ (โ-) สระเออท่ีมีตัว ย สะกด
(เ-ย) สระใอ (ใ-) และสระไอ (ไ-) เช่น โสว เก เซ เข แล แพ แก
โต โพ โท เนย ใกล้ ใคร ใหญ่ ไป ไซ ไส

ขา้ งหลังพยัญชนะต้น ไดแ้ ก่ สระอะ (-ะ) สระอา (-า)
สระออ (-อ) และ ร หัน (-รร) เช่น กะ จะ ปะ มา กา ตา ขอ รอ
พอ ธรรม

ข้างบนพยัญชนะต้น ได้แก่ สระอือเม่ือมีตัวสะกด (-)ื
สระอิ (-)ิ สระอี (-)ี สระอึ (-)ึ และไม้หันอากาศ (–)ั เช่น บิ สิ มิ ปี
ดี มี หึ สึ หนั กนั ปัน


Click to View FlipBook Version