The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผู้แต่ง พระครูคัมภีร์ธรรมานุวัตร, ดร.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักภาษาไทยเบื้องต้น

ผู้แต่ง พระครูคัมภีร์ธรรมานุวัตร, ดร.

หลักภาษาไทยเบือ้ งต้น ๒๓๙ พระครคู มั ภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 


สัญลกั ษณ์เครือ่ งหมายในภาษาไทย

การเรียนรู้รูปสัญลักษณ์หรือเคร่ืองหมายที่ปรากฏใช้ใน
ภาษาไทยน้ัน เพื่อให้เข้าใจทั้งการนําไปใช้และการตีความใน
สญั ลกั ษณเ์ ครือ่ งหมายแทนที่ปรากฏอยู่ในภาษาไทย จากข้อมูลที่
จะยกอ้างอิงและอธิบาย พบว่า รูปสัญลักษณ์ท่ีปรากฏใช้ใน
ภาษาไทย๘๔ มีดงั ต่อไปน้ี

ไขป่ ลา หรอื จุดไข่ปลา (...)

ไข่ปลา หรือ จุดไข่ปลา คือ เมื่อมีเคร่ืองหมายไข่ปลา หรือ
จุดไข่ปลา ควรหยุดเล็กน้อยก่อน แล้วจึงอ่านว่า ละ ละ ละ แล้ว
หยุดเล็กน้อยก่อนอ่านข้อความต่อไป เช่น ท่ีเกิดมีภาษาไทย…ก็
เพราะแตล่ ะภาษาสบื ตอ่ ภาษาของตนไว้

ปรากฏในภาษาไทย มคี วามสาํ คัญดงั ต่อไปนี้
ใช้ละข้อความข้างท้ายที่ไม่จําเป็นหรือไม่ต้องการ

กล่าวถึง เพื่อแสดงว่าตัดตอนข้อความน้ันมาเพียงบางส่วน โดย
ต้องใสจ่ ุดอย่างน้อย ๓ จุด

                                                           

๘๔ วกิ ติ ํารา ตําราเสรีเพื่อโลกเสรี. ภาษาไทย/ไวยากรณ์/การใช้
เคร่อื งหมาย/การใชเ้ ครอื่ งหมายวรรคตอน. (เวบ็ ไซต์ : https://th.
wikibooks.org/wiki/, เขา้ ถึงขอ้ มลู เมอ่ื ๙ มกราคม ๒๕๖๓).

หลกั ภาษาไทยเบือ้ งต้น ๒๔๐ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

สําหรับในบทร้อยกรอง ถ้าจะละข้อความต้ังแต่ ๑
บรรทดั ข้นึ ไป ให้ใช้จุดไข่ปลายาวตลอดบรรทดั แต่ถา้ จะเน้นฉันท
ลกั ษณก์ ็สามารถใส่จดุ ไขป่ ลาตามรูปแบบฉันทลักษณไ์ ด้

ใช้เพ่ือแสดงว่ามีข้อความ แต่ข้อความน้ันลบเลือนหรือ
ขาดหายไป และยังไม่สามารถหาหลักฐานมาประกอบหรือยืนยัน
ได้ เชน่ ขอ้ ความในศิลาจารกึ เป็นต้น

จลุ ภาค (,)

จลุ ภาค ปรากฏในภาษาไทย มคี วามสาํ คญั ดังตอ่ ไปน้ี
ใช้คั่นจํานวนเลขนับจากหลักหน่วยไปทีละ ๓ หลัก เช่น

๑,๐๐๐,๐๐๐
ใช้แยกคํา ข้อความย่อย หรือประโยคย่อยให้เด่นชัดข้ึน

เพ่ือกันความสับสน เช่น กรมวิชาการ, กรมศาสนา, ในสังกัด
กระทรวงศกึ ษาธิการ

ใช้ค่ันคําในรายการท่ีเขียนต่อ ๆ กันตั้งแต่ ๓ รายการ
ขึ้นไป กรณีที่รายการสุดท้ายมีคํา "และ" หรือ "หรือ" อยู่หน้าคํา
ไม่ต้องใส่จุลภาคหลังรายการรองสุดท้าย แต่ใช้ในกรณี เช่น ใน
หน่ึงสัปดาห์มีเจ็ดวัน ได้แก่ วันจันทร์, วันอังคาร, วันพุธ, วัน
พฤหัสบดี, วนั ศกุ ร,์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์

ใช้ในการเขียนบรรณานุกรม ดัชนี และนามานุกรม โดย
เขียนคั่นเมื่อมีการสับท่ีระหว่างนามสกุลกับช่ือ, ระหว่างช่ือ-สกุล
กับคํานําหน้านาม หรือยศ, ระหว่างราชทินนาม กับบรรดาศักด์ิ
ฐานันดรศกั ด์ิ หรือ สมณศกั ด์ิ

หลกั ภาษาไทยเบอ้ื งต้น ๒๔๑ พระครคู ัมภีรธ์ รรมานวุ ัตร,ดร.

 

ใช้ในพจนานุกรม เขียนคั่นความหมายหรือบทนิยาม
ของคาํ ทีม่ คี วามหมายหลาย ๆ อย่าง แต่ความหมายคลา้ ย ๆ กัน

ทวภิ าค (:)

ทวิภาค ปรากฏในภาษาไทย มีความสาํ คญั ดังตอ่ ไปนี้
ใช้แสดงมาตราสว่ นในแผนท่ี เช่น ๑ : ๑๐,๐๐๐
ใชแ้ สดงอัตราส่วน เช่น การหุงข้าวกล้องตอ้ งใช้ข้าวและ

น้ําในอตั ราสว่ น ๑ : ๔
ใช้แสดงสัดส่วน เช่น การผสมดินปลูกต้องใช้ ทราย

ข้ีเถ้าแกลบ ดินร่วนร่อนละเอียด และปุ๋ยคอกในสัดส่วน ๑ : ๑ :
๑:๒

ใช้แสดงส่วนเปรียบในวิชาคณิตศาสตร์ เช่น ๕ : ๑๐ =
๑:๒

ใช้ไขความ แทนคําว่า "คือ" เช่น ลอนดอน : นิราศ
ลอนดอน แบบเรยี นกวนี ิพนธ์

ใช้เขียนหลังคํา "ดังนี้" "ดังต่อไปนี้" เป็นต้น เพ่ือแจก
แจงรายการ เช่น พืชสวนครัวท่ีปลูกไว้มีหลายชนิด ดังนี้ :
กะเพรา โหระพา พริกขีห้ นู ตะไคร้ และตําลึง

ทบั (/)

ทับ ปรากฏในภาษาไทย มคี วามสาํ คัญดงั ต่อไปน้ี
ใช้ขีดหลังจํานวนเลขเพื่อแบ่งจํานวนย่อยออกจาก

จาํ นวนใหญ่ เช่น บ้านเลขท่ี ๘๐๐/๔๓

หลักภาษาไทยเบ้ืองตน้ ๒๔๒ พระครูคัมภรี ์ธรรมานุวตั ร,ดร.

 

ใช้ขีดค่ันระหว่างเลขบอกลําดับกับเลขศักราช เช่นการ
ประชุมครง้ั ที่ ๕/๒๕๔๑

ใช้ขีดค่ันระหว่างตัวเลขแสดงวัน เดือน ปี เช่น ๑๐/๑/
๒๕๕๒

ใช้ขีดค่ันระหว่างคํา "และ" กับ "หรือ" เป็น "และ/หรือ"
หมายถึงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างก็ได้ เช่น ใช้ขีดคั่น
ระหว่างคาํ แทนคําว่า "หรือ" หมายถึง อย่างใดอย่างหนึ่ง ตรอก/
ซอย อาํ เภอ/เขต

ใช้ขีดค่ันระหว่างคํา มีความหมายว่า "ต่อ" เช่น
กโิ ลเมตร/ชว่ั โมง ไมล/์ ชัว่ โมง

นขลขิ ติ หรือวงเล็บ (())

นขลิขิตหรือวงเล็บ ปรากฏในภาษาไทย มีความสําคัญ
ดังตอ่ ไปนี้

ใช้กับข้อความท่ีอธิบายไว้เพื่อช่วยให้ชัดเจนขึ้น เช่น ตา
ของเธอสวยเหมือนตาเน้ือทราย (เน้ือทรายเป็นชื่อสัตว์ชนิดหนึ่ง
ซึง่ มนี ัยนต์ าสวยมาก)

ใช้กับข้อมูลบางอย่างเพื่อเตือนความจํา เช่น กรุง
รัตนโกสนิ ทร์ (พ.ศ. ๒๓๒๕ - ปจั จบุ ัน)

ใชค้ รอ่ มนามเต็มท่ีเขียนไวใ้ ตล้ ายเซน็
ใช้คร่อมตวั เลขหรือตัวอกั ษรทีเ่ ป็นหวั ขอ้ บอกเชิงอรรถ
ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ หรือเขียนสูตรเคมีเพ่ือก้ันกลุ่ม
ตัวเลขหรือสญั ลักษณ์

หลักภาษาไทยเบ้ืองต้น ๒๔๓ พระครคู มั ภีรธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

ปรศั นี (?)

ปรัศนี ปรากฏในภาษาไทย มคี วามสาํ คัญดังต่อไปน้ี
ใชเ้ ม่ือสน้ิ สดุ ประโยคคําถาม
ใชห้ ลังข้อความท่แี สดงความสงสัยหรือไมแ่ นใ่ จ

ไปยาลนอ้ ย (ฯ)

ไปยาลน้อย ปรากฏในภาษาไทย มีความสําคญั ดังต่อไปนี้

ใช้ละบางส่วนของคํา โดยมากใช้สําหรับชื่อเฉพาะหรือ

สํานวนที่รู้จักกันดี เช่น กรุงเทพฯ อ่านว่า กรุงเทพมหานคร และ

"ข้า" อา่ นว่า ข้าพเจา้ ๑

ใช้ในการเขียนวัน เดือน แบบไทย เช่น ๒ ฯ ๓ อ่านว่า

วันจันทร์ ข้ึนหน่ึงคํ่า เดือนสาม หรือ ๕๑ฯ๔ ๘ อ่านว่า วัน
พฤหสั บดี แรมสบิ สีค่ าํ่ เดือนแปด

ไปยาลใหญ่ (ฯลฯ)

ไปยาลใหญ่ ปรากฏในภาษาไทย มีความสาํ คญั ดงั ต่อไปนี้
ใช้ละคําที่มีอธิบายได้อีกมาก เพื่อประหยัดเวลาและ

หน้ากระดาษ เช่น เคร่ืองครัวมี กระทะ ตะหลิว จาน ช้อน ฯลฯ
เม่ืออา่ นถงึ ฯลฯ ต้องอา่ นว่า ละ หรอื และอ่นื ๆ

มหัพภาค (.)

มหพั ภาค ปรากฏในภาษาไทย มคี วามสําคญั ดังต่อไปนี้

หลกั ภาษาไทยเบอื้ งตน้ ๒๔๔ พระครูคัมภรี ธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

ใช้เขียนไว้หลังตัวอักษรเพื่อแสดงให้รู้ว่าเป็นอักษรย่อ
เช่น ธ.ค. คําเต็มคือ ธันวาคม ด.ญ. คําเต็มคือ เด็กหญิง นม. คํา
เตม็ คือ นครราชสีมา

ใช้เขยี นหลงั จากจบขอ้ ความหรอื ประโยค
ใช้เขียนหลงั ตัวเลขหรืออักษรทีบ่ อกลําดบั ข้อ
ใช้เขียนคั่นระหว่างชั่วโมงกับนาทีเพ่ือบอกเวลา เช่น
๑๐.๓๐ น. ๐๕.๔๔ น.
ใช้เขียนแสดงทศนิยมในจํานวนเลข เช่น ๕๐.๕๐ บาท
๑.๒ กิโลเมตร
ใช้เขยี นแสดงจํานวนทศนิยมไมร่ จู้ บ เช่น ๒.๓๓๓...
ใช้แทนเครื่องหมายคูณในวิชาคณิตศาสตร์ เช่น a.b =
axb
ใช้คั่นสูตรเคมีเพ่ือเป็นการแสดงสูตรของสารประกอบ
ในสารประกอบเชงิ ซอ้ น

ไมย้ มก (ๆ)

ไม้ยมก ปรากฏในภาษาไทย มคี วามสําคญั ดงั ตอ่ ไปน้ี
ใชเ้ พ่ือซ้ําคํา เช่น เมื่อเด็ก ๆ เขาพูดเกง่ อ่านว่า เมื่อเด็ก

เด็กเขาพูดเก่ง วิ่งเร็ว ๆ จะได้ทันเวลา อ่านว่า ว่ิงเร็วเร็วจะได้
ทนั เวลา

ใช้เพื่อซํ้าวลี เช่น เธอเดินไป ๆ อย่างไม่มีจุดหมาย อ่าน
วา่ เดนิ ไป เดนิ ไป อยา่ งไมม่ ีจุดหมาย

ใช้เพื่อซ้ําประโยค เช่น จะทําอย่างไรดี ๆ อ่านว่า จะทํา
อยา่ งไรดี จะทาํ อยา่ งไรดี

หลักภาษาไทยเบอื้ งตน้ ๒๔๕ พระครคู ัมภรี ธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

ข้อยกเว้น ไม่ใชไ้ ม้ยมกในกรณีตอ่ ไปนี้
คําเดิมท่ีทําหน้าท่ีต่างกันไม่ใช้ไม้ยมก เช่น สถานท่ีที่ฉัน

อยากไปเทีย่ วคือเมอื งโบราณ ท่คี ําที่ ๒ ทําหน้าทเี่ ปน็ ประพันธสร
รพนาม ทุเรียนขายเป็นกิโลกิโลละ ๘๕ บาท กิโลคําท่ี ๒ ทํา
หนา้ ท่ีเปน็ ประธาน

ในการเขียนคําประพันธ์ไม่ใช้ไม้ยมกในคําซ้ํากัน เช่น
เรื่อยเรอ่ื ยมาเรยี งเรียง นกบินเฉียงไปท้ังหมู่

คําว่า นานา และ จะจะ ไม่ใช้ไม้ยมก เช่น เขาพูดกันไป
ต่าง ๆ นานา เห็นกนั จะจะวา่ เขาทําอย่างนั้น

ยตั ิภังค์ (-)

ยัตภิ งั ค์ ปรากฏในภาษาไทย มีความสําคัญดังตอ่ ไปน้ี
ใช้ใส่เม่ือต้องแยกคํา เน่ืองจากมาอยู่ตรงสุดบรรทัด

แลว้ ไม่สามารถบรรจุคําเตม็ ได้
ใช้ใส่ไว้ท้ายวรรคหน้าของบทร้อยกรองเพ่ือต่อพยางค์

หรือคําทีต่ อ้ งเขยี นคาบวรรคกนั เพ่อื ใหถ้ กู ตอ้ งตามฉนั ทลกั ษณ์
ใช้เขียนแยกพยางค์ เพ่ือบอกคําอ่าน เช่น กตเวทิตา

อ่านวา่ กะ - ตะ - เว - ทิ – ตา
ใช้ในพจนานุกรม เพื่อแสดงว่าคําน้ันมีคําอื่นมาต่อท้าย

เพ่ือแทนคําอ่านของพยางค์ที่ไม่มีปัญหาในการออกเสียง เพื่อใช้
แทนส่วนหน้าของคําคู่ที่ละส่วนหน้าไว้ เพ่ือใช้แทนคําท่ีมาจาก
ข้างตน้ ทล่ี ะไวโ้ ดยไมต่ อ้ งเขียนซา้ํ และมักใช้ในกรณที ี่เป็นรายการ
ชดุ เดยี วกนั

หลกั ภาษาไทยเบ้อื งต้น ๒๔๖ พระครูคัมภรี ์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

ใช้ในความหมายว่า "และ" หรอื "กับ" เช่น ทิวา – ราตรี
กามนิต - วิสิฏฐี

ใช้แทนความหมายว่า "ถึง" เพ่ือแสดงช่วงเวลา จํานวน
สถานที่ เชน่ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๔.๐๐ น.

ใช้ขยายความ เช่น ถ่ิน-อีสาน หมายความว่า เป็นภาษา
ถิน่ ทีใ่ ชใ้ นภาคอสี าน

ใช้แสดงลําดับย่อยของรายการท่ีไม่ใส่ตัวอักษร เช่น
หมายเลขโทรศัพท์ ๒๔๘-๖๒๘๐

ใช้แยกตัวอักษรเพื่อให้เห็นการสะกดชัดเจน เช่น ร-า-
ษ-ฎ-ร

ยตั ภิ าค ( - )

ยัติภาค คือ เครื่องหมายที่ใช้แยกคําออกเป็นประโยค
คําพูด มีสัญลักษณ์เหมือนกันกับยัติภังค์ ซ่ึงทั้ง 2 เครื่องหมายน้ี
สร้างความสับสนพอสมควร เน่ืองจากมีลักษณะท่ีคล้ายคลึงกัน
มาก ท้ัง ๆ ท่ีหน้าท่ีและวิธีการใช้น้ันแตกต่างกัน ในการเขียน
เคร่ืองหมายยัติภังค์ (-) นั้นไม่ต้องเว้นวรรค ให้เขียนติดกับคําท้ัง
สองที่ใช้เช่ือมได้เลย ในขณะเดียวกัน การเขียนเครื่องหมายยัติ
ภาค ( - ) นั้น จําเป็นต้องเว้นวรรค ให้มีช่องว่างระหว่าง
เครือ่ งหมายนก้ี บั คาํ ทัง้ สองที่ถูกแยกออกจากกัน

วงเล็บปกี กา ({ })

วงเล็บปีกกา ปรากฏในภาษาไทย มคี วามสาํ คญั ดงั ตอ่ ไปนี้

หลกั ภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๒๔๗ พระครคู ัมภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

ใช้พ่วงคําซึ่งอยู่คนละบรรทัดเข้าด้วยกัน เพื่อให้รู้ว่าเป็น
กลมุ่ เดียวกนั อาจใช้เพยี งขา้ งใดขา้ งหน่งึ กไ็ ด้

ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อก้ันสมาชิกของเซต หรือก้ัน
กลุ่มตัวเลขหรือกลุ่มสัญลักษณ์ที่มีวงเล็บอ่ืนอยู่แล้ว ไว้เป็นกลุ่ม
เดียวกนั เชน่ {a, b, c, d ,e} {๑๕+๕+[๒๑-๘(๓-๑)]}

วงเลบ็ เหลย่ี ม ([ ])

วงเล็บเหลีย่ ม ปรากฏในภาษาไทย มคี วามสําคญั ดงั ตอ่ ไปนี้
ใช้คร่อมคําหรือข้อความเพื่อแยกออกจากข้อความอ่ืน

ในกรณีท่ีข้อความนั้นมกี ารใช้เครอื่ งหมายวงเล็บแบบอ่ืนอยแู่ ลว้
ใช้ในพจนานุกรม สาํ หรับบอกคําอ่าน
ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อก้ันกลุ่มตัวเลขหรือกลุ่ม

สัญลักษณ์ท่มี วี งเล็บอน่ื อยแู่ ล้ว
ใช้ในทางวิทยาศาสตร์ สําหรับก้ันกลุ่มตัวเลขหรือกลุ่ม

สญั ลักษณเ์ พอ่ื แสดงความหมายตา่ ง ๆ

สญั ประกาศ (_____)

สัญประกาศ ปรากฏในภาษาไทย มคี วามสาํ คญั ดงั ต่อไปนี้
ใช้ขีดเส้นใต้ข้อความท่ีสําคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ของไทย

ตรงกับวนั ที่ ๑ มกราคมของทุกปี
ใช้ขีดเสน้ ใตข้ ้อความที่เป็นหัวข้อหรอื ข้อความทีต่ ้องการ

ให้เด่นเป็นพเิ ศษ เช่น สําเนยี งส่อภาษา กิริยาสอ่ สกลุ

หลกั ภาษาไทยเบอื้ งตน้ ๒๔๘ พระครูคมั ภีร์ธรรมานุวัตร,ดร.

 

อญั ประกาศ (" ")

อัญประกาศ เป็นเคร่ืองหมายที่ใช้คร่อมตัวอักษร คํา
กลุ่มคํา หรือข้อความท่ีมีลักษณะพิเศษหรือเป็นส่วนของคําพูด มี
วิธใี ชด้ งั นี้

ใช้เม่ือต้องการให้ผู้อ่านสังเกตคําใดคําหนึ่ง เช่น สาว
แรกรุ่นเปรยี บเสมือน "ดอกไมแ้ รกแย้ม"

ใช้เมื่อต้องการให้ผู้อ่านทราบว่าเป็นบทสนทนา ในกรณี
ท่ีมีทั้งบทบรรยายและบทสนทนา เช่น เขาบอกฉันว่า "พรุ่งน้ีเขา
จะไปชะอํา"

ใช้เม่ือยกข้อความตอนใดตอนหน่ึงจากหนังสืออีกเล่ม
หน่ึง ซ่ึงไม่ใช่หนังสือที่ผู้เขียนกําลังเขียนมา เช่น เราไม่ควรเชื่อ
ใครง่าย ๆ ดังที่สุนทรภู่เคยกล่าวไว้ในเร่ืองพระอภัยมณีว่า "แล้ว
สอนวา่ อย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ําเหลือกําหนด ถึงเถาวัลย์
พนั เก่ียวทเ่ี ลย้ี วลด ก็ไมค่ ดเหมือนหนง่ึ ในนํา้ ใจคน"

อญั ประกาศเด่ยี ว (' ')

อัญประกาศเด่ียว ปรากฏในภาษาไทย มีความสําคัญ
ดงั ต่อไปน้ี

ใช้เขียนเป็นอญั ประกาศซ้อนในข้อความที่มีอญั ประกาศ
อยูแ่ ลว้

อฒั ภาค (;)

อฒั ภาค ปรากฏในภาษาไทย มคี วามสาํ คญั ดังต่อไปนี้

หลกั ภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๒๔๙ พระครคู ัมภรี ์ธรรมานุวัตร,ดร.

 

ใชแ้ ยกประโยคเปรยี บเทียบออกจากกัน
ใช้คั่นระหว่างประโยคที่สมบูรณ์ ๒ ประโยค เพ่ือแสดง
ความตอ่ เน่ืองของประโยคทง้ั สอง
ใช้แบง่ ประโยค กลุ่มคํา หรือกลุ่มตัวเลขที่มีเครื่องหมาย
จุลภาคอยู่แล้วให้เป็นส่วน ๆ ชัดเจนข้ึน เช่น ๑,๓๓๕; ๕๔๑;
๓๕,๙๘๔
ใช้คั่นคําในรายการที่มีจํานวนมาก ๆ เพื่อจําแนก
รายการออกเปน็ พวก ๆ
ใช้ในพจนานุกรม เขียนค่ันบทนิยามของคําท่ีมี
ความหมายหลายอย่าง แต่ความหมายก็ยังมีนัยเนื่องกับ
ความหมายเดิม และยังใช้ค่ันบทนิยามของคําที่มีความหมายไม่
สมั พันธ์กนั ด้วย เช่น จร ก. ด;ู ไป, เกย่ี วไป; ประพฤติ

อัศเจรีย์ (!)

อัศเจรีย์ โดยทั่วไปใช้เป็นเคร่ืองหมายที่ใช้เขียนไว้ข้างหลัง
คําหรือกลุ่มคําที่แสดงอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ เช่น ดีใจ
เสยี ใจ ตกใจ รบั รู้ ประหลาดใจ พอใจ หรืออ่ืน ๆ มีวิธีใชด้ งั น้ี

เขียนไว้ข้างหลังคําอุทานเพ่ือแสดงอารมณ์ และ
ความรู้สึกท่ีเกิดขนึ้ เช่น โอ๊ย! เจ็บจังเลย เฮ้อ! โล่งอกไปที โถ! น่า
สงสารจงั

เขียนไว้หลังข้อความท่ีต้องการให้ผู้อ่านสังเกตและ
ระมัดระวัง มักเป็นข้อความเตือนใจ เช่น ระวัง! คนข้ามถนน
อันตราย! ไฟฟ้าแรงสูง

หลักภาษาไทยเบือ้ งต้น ๒๕๐ พระครคู มั ภรี ์ธรรมานุวตั ร,ดร.

 

ใช้เขียนหลังคําท่ีเลียนเเบบเสียงธรรมชาติ เช่น เปรี้ยง!
โครม!

ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ เป็นเครื่องหมายแฟกทอเรียล
เขียนหลังตัวเลขหรือตัวอักษร แสดงถึงผลคูณต่อเน่ือง เช่น ๕!
(อ่านวา่ แฟกทอเรียลหา้ ) = ๕ x ๔ x ๓ x ๒ x ๑

จากที่นําข้อมูลสัญลักษณ์หรือเคร่ืองหมายท่ีปรากฏใช้ใน
ภาษาไทยมาอธิบายแล้วนั้น สรุปและพบได้ว่า ในภาษาไทย
นอกจากจะมีพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และตัวสะกด ที่นํามา
ประสมกันให้เกิดเป็นพยางค์หรือคําแล้ว ยังปรากฏมีตัวเลขท่ี
สามารถนํามาประสมกัน ให้เกิดมีค่ากํากับในตัวเลข และมีค่า
กํากับมากข้ึนเม่ือนํามาประสมกัน นอกจากที่กล่าวแล้วยัง
ปรากฏการนําสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายแทนใช้ในภาษาไทย
ดังทอี่ ธิบายพรอ้ มยกตวั อยา่ งแล้วน้ัน

อย่างไรก็ตาม การใชส้ ัญลกั ษณ์หรือเคร่ืองหมายแทนอาจมี
รปู เพิ่มหรอื เสียงเพ่ิมข้ึนมากกว่าที่ผา่ นมา ด้วยว่าในปัจจุบนั หรือ
ในอนาคตจักมีศาสตร์สาขาต่าง ๆ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้น
อีกมากมาย สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายแทนย่อมเกิดข้ึนตาม
ศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างหลีกเล่ียงไม่ได้ และจะมาปรากฏรูป
หรือเสยี งในภาษาไทยอย่างหลีกเลยี่ งไม่ได้เช่นเดยี วกนั

หลักภาษาไทยเบอื้ งต้น ๒๕๑ พระครูคัมภรี ์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 


ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย

ภาษาไทยมีการยืมคําภาษาต่างประเทศเข้ามาใช้ปะปนอยู่
เป็นจํานวนมาก ที่น่าสังเกตคือการเข้ามาปะปนผสมผสานกับ
ภาษาไทยได้อย่างลงตัว จนเกิดการใช้ภาษาต่างประเทศที่ผสม
ในภาษาไทยอย่างคุ้นชนิ จนบางครง้ั เข้าใจวา่ เป็นภาษาไทย จาก
หลักฐานขอ้ มลู ทีส่ ืบค้น สามารถนํามาอธิบายไดด้ งั ต่อไปน้ี

สาเหตภุ าษาต่างประเทศเข้ามาในภาษาไทย

สาเหตุที่ทําให้ภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนในภาษาไทย
ด้วยสาเหตหุ ลายประการ พอสรุปได้ดงั น๘้ี ๕

๑ ความสัมพันธ์กันทางเชื้อชาติและถิ่นท่ีอยู่อาศัยตาม
สภาพภมู ศิ าสตร์

ประเทศไทยมีอาณาเขตติดต่อหรือใกล้เคียงกันกับ
มิตรประเทศกับประเทศต่าง ๆ หลายประเทศได้แก่ พม่า ลาว
มาเลเซีย เขมร มอญ ญวน จึงทําให้คนไทยท่ีอยู่อาศัยบริเวณ
ชายแดนมีความเกี่ยวพันกับชนชาติต่าง ๆ โดยปริยาย มีการ

                                                           

๘๕ ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย. (เว็บไซต์ : http://www. 
ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html, เข้าถงึ ขอ้ มูลเม่ือ ๑๘ กนั ยายน
๒๕๖๒).

หลกั ภาษาไทยเบ้ืองตน้ ๒๕๒ พระครคู มั ภีรธ์ รรมานวุ ัตร,ดร.

 

เดินทางข้ามแดนไปมาหาสู่ซ่ึงกันและกัน มีการแต่งงานกันเป็น
ญาติกัน จึงเป็นสาเหตุสําคัญให้ภาษาของประเทศเหล่าน้ันเข้ามา
ปะปนอย่ใู นภาษาไทย

๒ ความสมั พนั ธก์ ันทางด้านประวตั ิศาสตร์
ชนชาติไทยเป็นชนชาติท่ีมีประวัติศาสตรอ์ ันยาวนาน

มีการอพยพโยกย้ายของคนไทยเข้ามาอยู่ในถิ่น ซึ่งชนชาติอ่ืน
เคยอาศัยอยู่ก่อน หรือมีการทําศึกสงครามกับชนชาติอ่ืน มีการ
กวาดต้อนชนชาติอื่น เข้ามาเป็นเชลยศึก หรือชนชาติอื่นอพยพ
เข้ามาอยู่ ในแผ่นดินไทยด้วยเหตุผล ต่าง ๆ และอาจจะ
กลายเป็นคนไทยในท่ีสุด ผลท่ีตามมาก็คือคนเหล่านั้น ได้นํา
ถอ้ ยคําภาษาเดมิ ของตนเองมาใชป้ ะปนกบั ภาษาไทย

๓ ความสัมพนั ธก์ ันทางดา้ นการค้า
จากหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์ ชนชาติไทยมี

การติดต่อค้าขาย แลกเปล่ียนสินค้ากับชนชาติต่าง ๆ มาเป็น
เวลาอันยาวนาน เช่น ชาวจีน ชาวโปรตุเกส ฝรั่งเศส อังกฤษ
ฮอลันดา ตลอดถึงญี่ปุ่น ยิ่งปัจจุบันการค้าขายระหว่างประเทศมี
ความสําคัญมากขึ้น มีการใช้ภาษา-ต่างประเทศในวงการธุรกิจ
การค้ามากข้ึน คําภาษาต่างประเทศมีโอกาสเข้ามาปะปนอยู่ใน
ภาษาไทยได้ตลอดเวลาไม่มีวนั สิน้ สุด

๔ ความสัมพันธท์ างดา้ นศาสนา
คนไทยมีเสรีภาพในการยอมรับนับถือศาสนามาเป็น

เวลาช้านาน เมื่อยอมรับนับถือศาสนาใดก็ย่อมได้รับถ้อยคํา
ภาษาที่ใช้ในคําสอน หรือคําเรียกช่ือต่าง ๆ ในทางศาสนาของ
ศาสนาน้ัน ๆ มาปะปนอยู่ในภาษาไทยด้วย เช่น ศาสนา

หลักภาษาไทยเบอ้ื งต้น ๒๕๓ พระครคู ัมภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

พราหมณ์ใช้ภาษาสันสกฤต ศาสนาพุทธใช้ภาษาบาลี ศาสนา
อิสลามใช้ภาษาอาหรับ และศาสนาคริสต์ใช้ภาษาอังกฤษ ดังน้ัน
ภาษาต่าง ๆ ท่ีใช้ ในทางศาสนาก็จะเข้ามาปะปนในภาษาไทย
ดว้ ย

๕ ความสมั พันธท์ างด้านวฒั นธรรมและประเพณี
เมื่อชนชาติต่าง ๆ เข้ามาสัมพันธ์ติดต่อกับชนชาติ

ไทย หรือเข้ามาต้ังหลักแหล่งอยู่ในประเทศไทย ย่อมนําเอา
วฒั นธรรมและประเพณีทีเ่ คยยึดถือปฏิบัติอยใู่ นสังคมเดิมของตน
มาประพฤติปฏิบัติในสังคมไทย นาน ๆ เข้าถ้อยคําภาษาที่
เก่ียวข้องกับวัฒนธรรมและประเพณีเหล่าน้ัน ก็กลายมาเป็น
ถ้อยคําภาษาที่เก่ียวข้องกับชีวิตประจําวันของคนไทยมากข้ึน
จนถึงปัจจุบันการหยิบยืมคําจากภาษาอ่ืนมาใช้ในการส่ือสารยัง
ไม่มีวันส้ินสุด ตราบใดท่ีเรายังติดต่อ สัมพันธ์ กับชาวต่างชาติ
การหยิบยืมภาษาต่างประเทศมาใช้ในการสื่อสารจะต้องคงมี
ตลอดไป ภาษาไทยหยิบยืมภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษา
เขมร เข้ามาใช้ในการติดต่อส่ือสาร ทั้งในส่วนของรูปคําและ
วิธีการสร้างคําใหม่จํานวนมากมาย เป็นเวลายาวนานจนคนไทย
ส่ ว น ให ญ่ ไม่ ค่ อ ย มี ค ว า ม รู้ สึ ก ว่ า เป็ น คํ า ที่ ยื ม ม า จ า ก
ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลในการ
ติดต่อสื่อสารจึงเป็นภาษา ต่างประเทศที่เข้ามามี อิทธิพลต่อคน
ไทยมากท่สี ุด

๖ วรรณคดี
วรรณคดีอินเดียท่ีไทยนําเข้ามา เช่น เร่ืองมหากาพย์

รามายณะ และ มหาภารตะ แต่งขึ้นเป็นภาษาสันสกฤต อิเหนา

หลักภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๒๕๔ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานวุ ตั ร,ดร.

 

เป็นวรรณคดีท่ีมีเค้าเร่ืองมาจากเรื่องดาหลังของชวา ด้วยเหตุนี้
วรรณคดีทําให้ภาษาสันสกฤตและภาษาชวาเข้ามาปะปนใน
ภาษาไทย

๗ การศึกษาและวิทยาการด้านต่าง ๆ
จากการท่ีคนไทยเดินทางไปศึกษายังต่างประเทศ

ทําให้ได้ใช้และพูดภาษาอ่ืน ๆ และรับเอาวิทยาการต่าง ๆ เม่ือ
สําเร็จการศึกษา จึงนําภาษาของประเทศน้ันมาใช้ปะปนกับ
ภาษาของตน เช่น ภาษาอังกฤษ ในปัจจุบันประเทศไทยกําลัง
เตรียมความพร้อมด้านการศึกษาเพ่ือก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
และมาตรฐานสากล โดยการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
ภาษาและวัฒนธรรมประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียนและภาษาท่ี
สามารถสื่อสารกันในสากลโลก ดังน้ันการหลั่งไหลของภาษาต่าง
ๆ ท่ีจะเขา้ มาปะปนในภาษาไทยก็จะเพ่ิมมากขึ้น

๘ ความสมั พันธ์ทางการทูต
การเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูต ในการอพยพ

โยกย้ายหรือในการติดต่อทางการทูต ย่อมทําให้ภาษาของ
เจ้าของถ่ินเดิมหรือผู้อพยพโยกย้ายมาใหม่นํามาใช้ร่วมกัน เช่น
อังกฤษ ฝร่งั เศส

หลกั ภาษาไทยเบื้องตน้ ๒๕๕ พระครคู มั ภีร์ธรรมานุวัตร,ดร.

 

๙ อพยพย้ายถิ่นฐาน
การอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากสาเหตุหลายประการ

เช่น สภาพเศรษฐกิจต้องไปประกอบอาชีพยังประเทศต่าง ๆ ภัย
สงคราม การเมืองการปกครอง๘๖

จากท่ีอธิบายมา พบว่า ภาษาไทยได้รับอิทธิพลจาก
ภาษาต่างประเทศหรือภาษาอ่ืนจากวัฒนธรรมความเช่ือ ศาสนา
การค้าขาย เศรษฐกิจ เทคโนโลยี การศึกษาวิทยาการแขนงต่าง
ๆ เป็นต้น เหล่าน้ีล้วนเป็นอิทธิพลทางภาษาท่ีทําให้เกิดการ
ยอมรับปรับตวั รบั เอาภาษาอ่ืนเขา้ มา

ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย

ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย มดี ังต่อไปนี้
๑ ภาษาบาลี
ภาษาบาลีเป็นภาษาในตระกูลอินโด-ยุโรเปียน

รูปลักษณะภาษาเปน็ ภาษามีวิภัตติปัจจัย คอื จะตอ้ งเปลี่ยนรูปคํา
ตามเพศ พจน์ หรือกาล ภาษาบาลีมีถิ่นกําเนิดในแคว้นมคธ
ประเทศอินเดีย บางทีจึงเรียกว่าภาษามคธ เข้ามาปะปนอยู่ใน
ภาษาไทยเพราะสาเหตุจากการยอมรบั นับถอื ศาสนาพุทธของคน
ไทยเป็นสําคญั

                                                           

๘๖ สาเหตุที่ภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนในภาษาไทย. (เว็บไซต์ :
https://www.baanjomyut.com/library html, เข้าถึงข้อมูลเม่ือ๑๘ กันยายน
๒๕๖๒).

หลักภาษาไทยเบ้ืองต้น ๒๕๖ พระครูคัมภีรธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

ตาราง ๓๔ ตัวอย่างคาํ ศพั ท์ภาษาบาลี

ตวั อย่างคําภาษาบาลีในภาษาไทย

บาป บุญ ปญั ญา พยากรณ์
ปฏกิ ริ ิยา
ปฏิบตั ิ ปฏกิ ูล พยาบาท พายุ
มงคล
รส ปจั จยั พิพาท ภาคี
ลาภ
วาจา มติ มิจฉาชีพ รถ
สนทนา
สาหสั รังสี รปู ลทั ธิ
เหมนั ต์
อนสุ รณ์ โลก โลหติ วฏั สงสาร

วชิ า สงสัย สติ

สบาย สังเขป สนั ติ

สุข สุสาน หทัย

อคติ อดีต อนุมัติ

อนจุ ร อเนจอนาถ อวสาน

ท่ีมา : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html.

๒ ภาษาสันสกฤต
ภาษาสันสกฤตเป็นภาษาในตระกูลอินโด-ยุโรเปียน

รูปลักษณะภาษาเป็นภาษา มีวิภัตติปัจจัยเช่นเดียวกับภาษาบาลี
ชาวอินเดียถือว่าภาษาสันสกฤตเป็นภาษาชั้นสูง คัมภีร์ และบท
สวด ต่าง ๆ มักจะจารึกเป็นภาษาสันสกฤต ภาษาสันสกฤตเข้า
มาปะปนอยู่ใน ภาษาไทยเพราะคนไทย เคยยอมรับนับถือ
ศาสนาพราหมณ์ ซ่ึงบันทึกคําสอนด้วย ภาษาสันสกฤตมาก่อน

หลักภาษาไทยเบื้องต้น ๒๕๗ พระครูคัมภีรธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

แม้จะยอมรับนับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจําชาติแล้วก็ตาม
แต่คนไทยก็ยังยึดถือปฏิบัติในพิธีกรรมบางอย่าง ของศาสนา
พราหมณ์มาจนถึงปัจจุบัน คนไทยจึงศึกษาภาษาบาลี และ
ภาษาสันสกฤตควบคู่กันไป

ตาราง ๓๕ ตวั อย่างคําศพั ท์ภาษาสันสกฤต

ตวั อยา่ งคาํ ภาษาสนั สกฤตในภาษาไทย

กลั ป์ กศุ ล กัลปาวสาน โกรธ

คณาจารย์ เคารพ เคหสถาน โคตร

โฆษก โฆษณา จรรยา โจรกรรม

ชัชวาล ตร,ี ไตร ดนตรี ทรพั ย์

ทกั ษณิ โทษ เทพบตุ ร นาฏศิลป์

นามธรรม นริ ภยั นเิ ทศ บรรยาย

บริบูรณ์ บตั ร บริษทั บตุ ร

บตุ รี บูรพา บรุ ุษ ปฏิปกั ษ์

ปทสั ถาน ประกาศ ประการ ประจกั ษ์

ประณีต ประดิษฐาน ประดิษฐ์ ประเทศ

ประมาณ ปรากฏ ประโยชน์ ปราชญ์

ปรารถนา ปรึกษา ปราศรัย พยายาม

พรรณนา พสิ ดาร พรหมลิขติ แพทย์

พาณิชย์ พพิ ากษา ภิกษุ มนุษย์

มรรยาท ไมตรี รักษา ราษฎร

ฤกษ์ ฤทธิ์ นักบวช วิเคราะห์

หลักภาษาไทยเบ้ืองตน้ ๒๕๘ พระครูคมั ภรี ธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

วิทยา วเิ ศษ วินาศ ศกั ดา
ศัตรู ศาสนา ศัพท์ ศิลปิน
ศกึ ษา เศรษฐี สงเคราะห์ สตรี
สนเทห่ ์ สวรรค์ สรรพคณุ สวัสด์,ิ สวสั ดี
สงั หาร สัมฤทธ์ิ สัปดาห์ สาธติ
แสนยานภุ าพ หรรษา อธิษฐาน อนุเคราะห์

ท่ีมา : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html.

๓ ภาษาเขมรในภาษาไทย
ภาษาเขมรเป็นภาษาคําโดด จัดอยู่ในตระกูลมอญ-

เขมร คําดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็นคําพยางค์เดียวและเป็นคําโดด
ถือเอาการเรียงคําเข้าประโยคเป็นสําคัญเช่นเดียวกับภาษาไทย
แต่มีลักษณะบางอย่างต่างไปจากภาษาไทย ตามประวัติศาสตร์
ไทยกับเขมรมีความสัมพันธ์กนั มาเปน็ เวลาอันยาวนาน จึงทําให้มี
การหยิบยืมถ้อยคําภาษาของกันและกัน ไทยยืมคําภาษาเขมร
มาใช้เป็นจํานวนมาก ภาษาเขมรนอกจากจะใช้กันในประเทศ
กัมพูชาแล้ว ยังใช้กันในบรรดาคนไทยเช้ือสายเขมรทางจังหวัด
ต่าง ๆ บางจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาค
ตะวันออกของประเทศไทยด้วย คําเขมรเข้าสู่ภาษาไทยโดยทาง
การเมือง ทางวัฒนธรรมและทางภูมิศาสตร์ เรายืมคําเขมรมา
ใช้โดยการทับศัพท์ ทับศัพท์เสียงเปล่ียนไป และเปล่ียนเสียง
เปลย่ี นความหมาย

หลักภาษาไทยเบ้อื งต้น ๒๕๙ พระครคู ัมภรี ์ธรรมานุวตั ร,ดร.

 

ตาราง ๓๖ ตัวอย่างคาํ ศัพท์ภาษาเขมร

ตัวอยา่ งภาษาเขมรในภาษาไทย

กระชับ กระโดง กระเดียด กระบอง

กระบอื กระท่อม กระโถน กระพัง

กระเพาะ กระแส กงั วล กําจดั

กําเดา รญั จวน ลออ สกัด

สนอง สนกุ สดับ สบง

สงั กดั สไบ สาํ ราญ สรร

สาํ โรง แสวง แสดง กาํ แพง

กาํ ลงั ขนาน ขจี โขมด

จัด เฉพาะ ฉบับ เชลย

โดย ทรวง ถนน บายศรี

ประกายพรกึ ปรับ ประจาน โปรด

เผดจ็ ผจญ, ผจญั เผอญิ เผชิญ

เพญ็ เพลงิ เพนยี ด ระลอก

ที่มา : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html.

๔ ภาษาจนี ในภาษาไทย
ภาษาจีนมีรูปลักษณ ะภาษาเป็นภาษาคําโดด

เช่นเดียวกับภาษาไทย ไม่มีเสียงควบกลํ้า มีเสียงสูงตํ่า มีการ
สร้างคําข้ึนมาใช้ใหม่ มีโครงสร้างประโยคเช่นเดียวกัน การ
เรียงลําดับคําเข้าประโยคก็เช่นเดียวกับภาษาไทย ต่างกันแต่ว่า

หลกั ภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๒๖๐ พระครูคมั ภรี ธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

ภาษาจีนเอาคุณศัพท์ไว้หน้านาม เอากริยาวิเศษณ์ไว้หน้ากริยา
และมเี งอ่ื นไขอ่ืน ๆ อกี และมีลกั ษณะนาม

ประเทศจีนมีเนื้อท่ีกว้างใหญ่ไพศาล ภาษาจีนจึง
แตกต่างกันไปอย่างมาก จนกลายเป็นภาษาถิ่นต่าง ๆ ที่สําคัญ
คือ ภาษากวางตุ้ง ภาษาจีนแคะ ภาษาฮกเกี้ยน ภาษาแต้จ๋ิว
ภาษาไหหลํา ภาษาเซียงไฮ้ และภาษานิงโปหรือเลี่ยงโผ และ
ภาษาจีนกลาง ซ่ึงเป็นภาษาราชการปัจจุบันนิยม เรียกว่า
“ภาษาแมนดา-ริน” ไทยและจีนเป็นชนชาติที่มีความสัมพันธ์
เกี่ย วข้ องกั น ม าเป็ น เวลาอั น ยาวน าน ตั้ งแต่ ก่ อน สมั ย
ประวัติศาสตร์ไทยมาถึงสมัยปัจจุบัน ถ้อยคําภาษาจีนจึงเข้ามา
ปะปนอยใู่ นภาษาไทยมากมายจากหลายสาเหตุ ทัง้ ความสัมพันธ์
ทางด้านถิ่นท่ีอยู่อาศัยตามสภาพภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์
ทางด้านเช้ือชาติ ความสัมพันธ์ทางด้านประวัติศาสตร์
ความสัมพันธ์ทางด้านวัฒนธรรม และประเพณี ความสัมพันธ์
ทางด้านการค้า เป็นต้น เรายืมคําภาษาจีนมาใช้หลายลักษณะ
เช่น ทับศัพท์ทับศัพท์เสียง ใช้คําไทยแปลคําจีน ใช้คําไทย
ประสมหรอื ซ้อนกบั คาํ จีนเปน็ ตน้

ตาราง ๓๗ ตัวอย่างคําศัพท์ภาษาจีน

ตัวอย่างภาษาจนี ในภาษาไทย

ก๊ก กงสี กงเต๊ก กวยจ๊ับ

กงั ฉนิ กว๋ ยเตยี๋ ว กยุ๊ กวางต้งุ

กุยช่าย กาน้า กยุ เฮง กะหลํ่า

หลกั ภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๒๖๑ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

เก๊ เก้ยี มไฉ่ เกาเหลา เก้ยี ว

ขงจอ้ื ขึ้นฉ่าย จบั ย่กี ี โจ๊ก

จบั ฉ่าย เจ เจ๊า เฉาก๊วย

ซวย เซยี น ซาลาเปา เซยี มซี

ซินแส แซ่ เซง้ แซยิด

ตงฉนิ เต้าเจยี้ ว ตังเก เต้าส่วน

ตวั๋ เตา้ หยู้ ้ี ตั้วโผ เตา้ ฮวย

ไต๋ ไตก้ ๋ง ถัว ทซู่ ี้

บ๊วย บะหมี่ แบไต๋ ปุ้งกี๋

เปาะเป๊ียะ แป๊ะซะ โพย ยี่ห้อ

เย็นตาโฟ ลน้ิ จี่ โสหุ้ย สาลี่

หา้ ง หนุ้ อ้ังย่ี องั้ โล่

เอี๊ยม ฮวงซุย้

ทม่ี า : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html.

๕ ภาษามลายใู นภาษาไทย
ภาษามลายูหรือภาษามาเลย์ ปัจจุบันเรียกว่า

ภ าษ าม าเลเซีย จัดเป็ น ภ าษ าคําติดต่อ (Agglutinative
Language) อยู่ในตระกูลภาษาชวา-มลายู มีวิธีการสร้างคํา
ใหม่โดยวิธีเอาพยางค์มาต่อเติมคําทําให้ความหมายเปลี่ยนแปลง
ไปจากเดิม คําในภาษามลายูส่วนใหญ่จะมีสองพยางค์และสาม
พยางค์ มาเลเซียกับไทยมีเขตแดนติดต่อกัน จึงมีความสัมพันธ์
ใกล้ชิดกันมายาวนาน ภาษามาลายูเข้ามาปะปนอยู่ใน

หลักภาษาไทยเบ้ืองตน้ ๒๖๒ พระครคู มั ภีรธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

ภาษาไทยมากพอสมควร โดยเฉพาะใน ๔ จังหวัดชายแดน
ภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ยังคงใช้
ภาษามลายูสอ่ื สารในชีวติ ประจาํ วัน

ตาราง ๓๘ ตวั อย่างคาํ ศัพทภ์ าษามลายู

ตวั อย่างคําภาษามลายูในภาษาไทย

กรง กระดังงา กระจง กะพง

กระจดู กะละปังหา กระแชง กะลาสี

กะลุมพี กํายาน กําป่ัน กญุ แจ

จับปิ้ง จาํ ปาดะ ตลับ ทเุ รียน

บูดู ปาเต๊ะ มงั คดุ สละ

สลัก สลาตัน สลัด สุจหน่ี

โสรง่ หนัง

ทม่ี า : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html.

๖ ภาษาชวาในภาษาไทย
ภาษาชวา ปัจจุบันเรียกว่าภาษาอินโดนีเซีย เป็น

ภาษาคําติดต่อ อยู่ในตระกูลเดียวกับภาษามลายู ภาษาชวาที่
ไทยยืมมาใช้ส่วนมาก เป็นภาษาเขียน ซึ่งรับมาจากวรรณคดี
เรื่อง อิเหนา เป็นส่วนใหญ่ ถ้อยคําภาษาเหล่าน้ีใช้ส่ือสารใน
วรรณคดี และในบทร้อยกรองต่าง ๆ มากกว่าคําท่ีนํามาใช้
ส่ือสารในชีวติ ประจําวนั

หลักภาษาไทยเบื้องตน้ ๒๖๓ พระครูคมั ภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

ตาราง ๓๙ ตวั อย่างคําศัพท์ภาษาชวา

ตัวอย่างคําภาษาชวาในภาษาไทย

กระจบั ปี่ การะบุหนิง กระยาหงัน กดิ าหยัน

จนิ ดาหนา จนิ ดาหรา ซ่าโบะ ซ่าหริม่

ดะหมัง ดาหงัน ดาลัด ติกาหลงั

ตนุ าหงนั นากาสาหรี บายสหุ รี บษุ บามินตรา

บุหงนั บหุ งาราํ ไป บหุ งาประหงัน บุหรง

บุหลัน ปะตาระกาหลา ปะตาปา ปะหนนั

ป้ันเหนง่ ปาตี พันตุ มะงุมมะงาหลา

มะตาหะรี มิรนั ตี มาลาตี ยาหยี

ยิหวา ระตู ระเดน่ วิรงรอง

สะการะ สะตาหมนั สะการะตาหรา หวันยิหวา

ทม่ี า : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html.

๗ ภาษาองั กฤษในภาษาไทย
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในตระกูลอินโด-ยุโรเปียน มี

รูปลักษณะภาษาเป็นภาษามีวิภัตติปัจจัย เช่นเดียวกับภาษา
บาลี-สันสกฤต แต่ต่อมามีการเปล่ียนแปลง เพื่อให้เรียบง่ายข้ึน
มีโครงสร้างประโยคคล้ายภาษาไทย มีระบบเสียงต่างกับ
ภาษาไทยบ้าง ในขณะเดียวกันก็มีลักษณะบางประการเหมือน
ภาษาคําโดดและภาษาคําติดต่อปนอยู่ เมื่อภาษาอังกฤษมีการ
ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เรียบง่ายขึ้น ภาษาอังกฤษจึงได้รับความ

หลกั ภาษาไทยเบ้ืองต้น ๒๖๔ พระครูคัมภรี ์ธรรมานุวัตร,ดร.

 

นิยมใช้เป็นภาษาเพ่ือการสื่อสารมากท่ีสุด มีประเทศต่าง ๆ
ยอมรับภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการมากมาย ภาษาอังกฤษ
จึงกลายเปน็ ภาษาสากลของชาวโลก

คนไทยได้ศึกษาภาษาอังกฤษเป็นภาษาท่ีสองมาเป็น
เวลานาน จนภาษาอังกฤษเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของคนไทย
มากขึ้น ดังน้ันภาษาอังกฤษ จึงเข้ามามีบทบาทต่อภาษาไทย
มาก คนไทยบางคนนิยมพูดภาษาไทยปนอังกฤษกันอย่าง
แพร่หลาย วัฒนธรรมภาษาก็เข้ามาปะปนในชีวิตประจําวันของ
คนไทยมากข้ึน ค่านิยมของสังคมเปล่ียนแปลงไปตามยุคสมัย
ภาษาไทยก็เปล่ียนแปลงตามไปด้วย เรายืมคําภาษาอังกฤษมา
ใช้ โดยการทับศัพท์ ทับศัพท์เสียงเปล่ียนไป ใช้คําไทยแปล ใช้
คําสันสกฤตแปล ใช้คําบาลีสันสกฤตหรือคําอังกฤษซ้อนหรือ
ประสมกับคาํ ไทย และเปล่ยี นความหมาย

การยืมคําภาษาอังกฤษมาใช้ส่ือสารในภาษาไทย มี
วธิ ีการยืมแบ่งออกเป็น ๓ วธิ ี คือ

๑ การแปลศัพท์
การยืมคําภาษาอังกฤษโดยวิธีการแปลศัพท์

หมายถึง การยมื คาํ ที่เราไม่เคยมหี รือไมเ่ คยรู้จักหรือการกล่าวถึง
ความคิดหรือนามธรรม ซึ่งไม่ใช่ความคดิ หรือนามธรรมท่เี รานึก
คิดมาก่อน การยืมคําโดยวิธีการน้ีจะต้องใช้วิธีการคิดแปลเป็น
คําภาษาไทยให้มีความหมายตรงกับคําในภาษาอังกฤษ แล้วนํา
คาํ นน้ั มาใช้ส่ือสารในภาษาไทยตอ่ ไป ดงั ตวั อย่าง

หลกั ภาษาไทยเบอื้ งตน้ ๒๖๕ พระครคู มั ภีร์ธรรมานุวัตร,ดร.

 

ตาราง ๔๐ ตวั อยา่ งการแปลศัพท์

คาํ ภาษาอังกฤษ คําภาษาไทย
tea spoon ชอ้ นชา
electricity ไฟฟา้
electric fan พัดลม
airplane เครือ่ งบนิ
typewriter เครอื่ งพิมพ์ดดี
short story เรอื่ งสั้น
horse power แรงมา้
honeymoon น้าํ ผงึ้ พระจนั ทร์
loan word คาํ ยมื
handbook หนังสอื คู่มอื
blacklist บญั ชีดาํ

ทีม่ า : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html.

๒ การบัญญตั ิศพั ท์
การบัญญัติศัพท์เป็นวิธีการยืมคํา โดยรับเอา

เฉพาะความคิดเก่ียวกับเรื่องน้ันมาสร้างคําขึ้นใหม่ ซึ่งมีเสียง
แตกต่างจากคําในภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะศัพท์ทางวิชาการจะ
ใช้วิธีการน้ีมาก ผู้ท่ีทําหน้าท่ีในการบัญญัติศัพท์ข้ึนมาใช้ มักจะ
เป็นนักวิชาการสาขาต่าง ๆ หน่วยงานราชการที่มีหน้าที่
รับผิดชอบ ในการบัญญัติศัพท์ภาษาไทยข้ึน ใช้แทนคํายืมจาก

หลักภาษาไทยเบื้องตน้ ๒๖๖ พระครูคมั ภีรธ์ รรมานวุ ัตร,ดร.

 

ภาษาต่างประเทศโดยตรง คือ ราชบัณฑิตยสถาน แต่ก็มีบางคํา
ทน่ี กั วชิ าการแต่ละคนหรือแต่ละหน่วยงานบัญญัตศิ ัพท์ภาษาไทย
มาใชแ้ ทนคําภาษาองั กฤษไม่ตรงกนั การยมื คําจากภาษาอังกฤษ
มาสร้างเป็นคําใหม่ เพ่ือใช้สื่อสาร โดยวิธีการบัญญัติศัพท์ มี
มากมาย ดงั ตวั อยา่ ง

ตาราง ๔๑ ตวั อยา่ งการบัญญัตศิ พั ท์

คาํ ภาษาองั กฤษ ศัพทบ์ ญั ญตั ิ
telegraph โทรเลข
telephone โทรศัพท์
telescope โทรทรรศน์
television โทรทศั น์
teletype โทรพิมพ์
telecommunication โทรคมนาคม
ecology นเิ วศวทิ ยา
pedology ปฐพีวิทยา
reform ปฏริ ูป
globalization โลกาภิวตั น์
federal state สหพันธรัฐ

ที่มา : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html.

หลักภาษาไทยเบือ้ งต้น ๒๖๗ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานวุ ตั ร,ดร.

 

๓ การทับศพั ท์
การทับศัพทเ์ ปน็ วิธีการยมื จากภาษาหน่งึ มา

ใช้ในอีกภาษาหนึ่งโดยการถ่ายเสียง และถอดอักษร การยืมคํา
ภาษาอังกฤษ โดยวิธีการน้ีเป็นวิธีการท่ีทําได้ง่าย และปรากฏ
เด่นชัดที่สุดว่าเป็นคํายืมจากภาษาอังกฤษ คํายืมจาก
ภาษาอังกฤษโดยวิธีการทับศัพท์มีมากมาย คําบางคํา
ราชบัณฑิตยสถานได้บัญญัติศัพท์เป็นคําไทยแล้ว แต่คนไทยนิยม
ใช้คําทับศัพท์มากกว่า คําทับศัพท์บางคําจึงคุ้นหูผู้รับสาร
มากกว่าศัพท์บัญญัติ คําทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ส่ือสาร
โดยทว่ั ไป ดังตวั อย่าง

ตาราง ๔๒ ตัวอยา่ งการทบั ศพั ท์

คาํ ภาษาองั กฤษ คาํ ทับศัพท์
graph กราฟ
captain กัปตัน
clinic คลินกิ
quota โควตา
chimpanzee ชิมแปนซี
draft ดราฟต์
dinosaur ไดโนเสาร์
transistor ทรานซิสเตอร์
technology เทคโนโลยี
nuclear นวิ เคลียร์

หลักภาษาไทยเบอ้ื งต้น ๒๖๘ พระครูคัมภรี ์ธรรมานุวตั ร,ดร.

  บงั กะโล
ปลาสเตอร์
bungalow โปรตีน
plaster ฟสิ ิกส์
protein กอ๊ ก
physics กอซ
cock ก๊อบป้ี
gauze กอลฟ์
copy กะรัต
golf กัปตนั
carat ก๊าซ, แกส๊
captain การ์ด
gas การ์ตูน
card กตี าร์
cartoon กกุ๊
guitar เกม
cook
game

ทีม่ า : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html.

๘ ภาษาอนื่ ๆ ในภาษาไทย
นอกจากภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเขมร

ภาษาจีน ภาษามลายู ภาษาชวา และภาษาอังกฤษ ดังกล่าว
แล้ว ยังมีถ้อยคําภาษาอ่ืน ๆ เข้ามาปะปนอยู่ในภาษาไทยด้วย

หลักภาษาไทยเบื้องต้น ๒๖๙ พระครคู ัมภรี ์ธรรมานุวัตร,ดร.

 

สาเหตุต่าง ๆ อีกจํานวนหนึ่ง และเราได้นําถ้อยคําภาษา
เหลา่ น้นั มาใช้สอ่ื สารกนั โดยทวั่ ไป ดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี้

ตาราง ๔๓ ตวั อย่างภาษาอนื่ ๆ ในภาษาไทย

ภาษา คาํ
ฝรัง่ เศส
กงสุล กรัม กาเฟ อีน กาสิโน กิโยตีน
ทมิฬ กิโลกรัม กิโลเมตร กิโลลิตร ครัวซองต์ คูปอง
ชฟี อง ปารเ์ กต์
ญีป่ ุ่น
กระสาย กะละออม กะหรี่ กะไหล่ กานพลู
เปอรเ์ ซยี กํามะหยี่ เครา จงกลนี เจียระไน ตรีปวาย
อาหรบั ตรียมั ปวาย
โปรตเุ กส
พมา่ กิโมโน เกอิชา คาราเต้ ชินโต ซากุระ ซามูไร
มอญ ซโู ม เซน ปยิ าม่า ยโู ด สาเก สกุ ยี าก้ี

กุหลาบ คาราวาน ตรา ตราชู ตาด บัดกรี
บัดกรี ป้ันหยา ราชาวดี สร่ัง สุหร่าย วิลาด,
วิลาศ องนุ่

การบรู มรสุม มัสยิด มุสลมิ

ปัง เลหลงั สบู่

กะปิ

พลาย

ท่ีมา : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html.

หลักภาษาไทยเบื้องต้น ๒๗๐ พระครูคัมภรี ธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

อิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศทมี่ ีผลต่อภาษาไทย ดังนี้
๑ คําไทยมีหลายพยางค์ คือ จากเดิมที่เป็นคําพยางค์

เดียวกเ็ พม่ิ จาํ นวนพยางค์ข้ึน
๒ คําไทยเป็นคําควบกล้ํามากข้ึน คือ ปัจจุบันมีคําควบ

กลา้ํ ที่มเี สยี งควบต่างจากเดมิ เพิ่มมากขน้ึ
๓ มีตัวสะกดหลายตัวที่ไม่ตรงตามมาตราตัวสะกด คือ

ทาํ ให้มีการเขยี นและการออกเสียงท่ีหลากหลาย
๔ มีคําศัพท์ใช้ในภาษามากข้ึน คือ ทําให้เลือกใช้ได้

เหมาะสมกับโอกาส
วิธีการนาํ คาํ ภาษาตา่ งประเทศมาใชใ้ นภาษาไทย ดงั น้ี
๑ ใชต้ ามคาํ เดมิ ทย่ี มื มา
๒ เปลี่ยนรูปและเสียงให้เปลี่ยนไปจากเดิม เพื่อให้

เหมาะกบั การออกเสียงภาษาไทย
๓ ตดั คําใหม้ เี สยี งส้ันลง
๔ แผลงสระและพยญั ชนะให้เปล่ียนไปจากเดมิ
๕ เปลี่ยนความหมายไปจากเดิมให้เข้ากับความหมาย

ของภาษาไทย๘๗
จากท่ีอธิบายมาทั้งหมด สรุปและพบได้ว่า การยืมเป็น

ลักษณะของทุกภาษา ไม่ว่าภาษาใด ๆ ก็มีภาษาอ่นื เข้ามาปะปน
ทั้งสิ้น เม่ือแต่ละชาติต้องมีการติดต่อสัมพันธ์กันมาตั้งแต่อดีต
กาล จนเกิดการนําคําหรือลักษณะทางภาษาของอีกภาษาเขา้ ไป

                                                           

๘๗ คําภาษาต่างประเทศในภาษาไทย. (เวบ็ ไซต์ :
https://www.bootcampdemy.com/content/๓๙๘, เขา้ ถึงขอ้ มลู เมื่อ ๑๘
กนั ยายน ๒๕๖๒).

หลกั ภาษาไทยเบ้อื งตน้ ๒๗๑ พระครคู ัมภรี ธ์ รรมานุวัตร,ดร.

 

ใช้ในภาษาของตน ประเภทของการยืม คือ ยืมเนื่องจาก
วัฒนธรรม กลุ่มที่มีลักษณะทางวัฒนธรรมด้อยกว่าจะรับเอา
วัฒนธรรมจากกลุ่มท่ีมีความเจริญมากกว่า ยืมเนื่องจากความ
ใกล้ชิด การที่สองกลุ่มใช้ภาษาต่างกันร่วมสังคมเดียวกันหรือมี
อาณาเขตใกล้ชิดกัน มีความสัมพันธ์กันในชีวิตประจําวันทําให้
เกิดการยืมภาษาซ่ึงกันและกัน และยืมจากคนต่างกลุ่ม การยืม
ภาษาเดียวกนั แตเ่ ป็นภาษาของผใู้ ชท้ ่อี ยู่ในสภาพทต่ี า่ งกนั

อิทธิพลของการยืมทําให้ภาษาเกิดการเปลี่ยนแปลง
มากมาย มีอิทธิพลต่อวงศัพท์ซึ่งการยืมทําให้จํานวนศัพท์ใน
ภาษามีการเพิ่มพูน เกิดวาระการใช้ศัพท์ต่างๆ กันเป็นคําไวพจน์
คือ คําท่ีมคี วามหมายเดียวกัน แต่เราเลือกใช้ตามโอกาสและตาม
ความเหมาะสม ทั้งยังมีประโยชน์ในการแต่งบทร้อยกรองเพราะ
มีหลากคํา ประวัติศาสตร์การยืมของประเทศไทย ภาษาไทยมี
การยืมจากภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนเป็นเวลานานแล้ว แม้
ในหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคําแหงเมื่อปี พ.ศ.๑๘๒๖ ก็ยัง
ปรากฏคํายืมมาจากภาษาบาลีสันสกฤต และเขมรเข้ามาปะปน
มากมาย ประเทศไทยมีการติดต่อกับต่างชาติมาช้านาน ย่อมทํา
ให้มีภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนอยู่ในภาษาไทยเป็นจํานวน
มาก และสามารถปรับใชก้ ับภาษาไทยได้อยา่ งกลมกลนื

หลักภาษาไทยเบ้ืองต้น ๒๗๒ พระครูคัมภีรธ์ รรมานวุ ัตร,ดร.

 

บรรณานุกรม

ก เอกสาร

กาญจนา นาคสกลุ . ระบบเสียงภาษาไทย. (พมิ พค์ ร้งั ท่ี ๖.
กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , ๒๕๕๑).

กาญจนา นาคสกุล. ระบบเสียงภาษาไทย. (กรุงเทพฯ :
โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอกั ษรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , ๒๕๕๖).

กําชัย ทองหลอ่ . หลักภาษาไทย. (พมิ พ์ครง้ั ท่ี ๑๐.
กรงุ เทพฯ : บริษทั รวมสาสน์ (๑๙๙๗), ๒๕๔๐).

จรลั วไิ ล จรญู โรจน.์ ภาษาศาสตรเ์ บอ้ื งตน้ . พมิ พค์ รงั้ ที่ ๔.
กรงุ เทพฯ : สํานักพิมพ์มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์,
๒๕๕๒).

จนิ ดา งามสทุ ธ.ิ ภาษาศาสตรภ์ าษาไทย. (พมิ พค์ ร้ังที่ ๒.
กรุงเทพฯ : โอเดยี นสโตร์, ๒๕๒๔).

จนิ ดา เฮงสมบูรณ์. ภาษาศาสตรเ์ บอ้ื งต้น. (กรุงเทพฯ :
สุวีริยาสาส์น, ๒๕๔๒).

เจือ สตะเวทิน. หลกั ภาษาและการใช้ภาษาประโยคมธั ยม-
ตอนปลาย. (กรงุ เทพฯ : สทุ ธสิ ารการพิมพ์,
๒๕๑๗).

ดเิ รกชยั มหทั ธนะสนิ . หนว่ ยคําภาษาไทย. (กรงุ เทพฯ :
ศลิ ปาบรรณาคาร, ๒๕๒๘).

หลกั ภาษาไทยเบือ้ งต้น ๒๗๓ พระครูคัมภีร์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

ธวชั ปุณโณทก. ววิ ัฒนาการภาษาไทย. (กรุงเทพฯ :
ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๔๕).

ธีระพนั ธ์ เหลืองทองคํา. เสียงภาษาไทย : การศกึ ษาทาง
กลสทศั าสตร.์ (กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , คณะ อกัษรศาสตร,์ ภาควชิ า
ภาษาศาสตร,์ ๒๕๕๔).

นติ ยา กาญจนะวรรณ. การวเิ คราะหโ์ ครงสร้างภาษาไทย.
(พิมพ์ครั้งท่ี ๕. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลัย
มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง, ๒๕๕๔).

ประยทุ ธ กยุ สาคร. ภาษาไทยเชงิ ภาษาศาสตร.์
(กรงุ เทพฯ : เอกสารการนเิ ทศการศกึ ษาฉบับท่ี
๒๕๘ ภาคพฒั นาตําราและเอกสารวชิ าการ หนว่ ย
การศกึ ษานเิ ทศก์ กรมการฝกึ หัดครู, ๒๕๒๗).

ปราณี กลุ ละวณชิ ย์ และคณะ. ภาษาทัศนา. (กรงุ เทพฯ :
โครงการตําราคณะอักษรศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั , ๒๕๓๕).

พชั รี พลาวงศ.์ ความรเู้ บือ้ งตน้ ทางอรรถศาสตร.์
(พมิ พ์คร้งั ที่ ๔. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั
รามคาํ แหง, ๒๕๔๗).

พิณทพิ ย์ ทวยเจริญ. ภาพรวมของการศกึ ษาสทั ศาสตรแ์ ละ
ภาษาศาสตร.์ (พิมพ์ครงั้ ท่ี ๓. กรงุ เทพฯ :
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, ๒๕๔๗).

เพียร ละลอกแกว้ . ภาษาศาสตร์เบ้อื งตน้ สําหรับครู.
(มหาสารคาม : วิทยาลัยครูมหาสารคาม, ๒๕๒๐).

หลักภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๒๗๔ พระครูคัมภีรธ์ รรมานวุ ตั ร,ดร.

 

ราชบณั ฑติ ยสถาน. ศัพทภ์ าษาศาสตร์ ฉบบั
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (กรุงเทพฯ :
ราชบัณฑติ ยสถาน, ๒๕๔๖).

ราชบณั ฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบบั ราชบัณฑติ
พ.ศ.๒๕๔๒. (กรงุ เทพฯ : นานมีบ๊คุ , ๒๕๔๗).

ราชบณั ฑติ ยสถาน. พจนานุกรมศพั ทภ์ าษาศาสตร์
(ภาษาศาสตรป์ ระยุกต)์ ฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน.
(กรงุ เทพฯ : ราชบัณฑติ ยสถาน, ๒๕๕๓).

เรืองเดช ปันเขอ่ื นขัติย.์ ภาษาศาสตร์ภาษาไทย.
(กรงุ เพทฯ : โรงพิมพม์ หาวิทยาลัยมหาจฬุ า-
ลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๔๑).

วรวรรธน์ ศรยี าภยั . ภาษาศาสตร์ภาษาไทย. (พมิ พ์คร้งั ที่
๒. นนทบรุ ี : สมั ปชญั ญะ, ๒๕๕๖).

วิจินตน์ ภาณุพงศ.์ โครงสร้างของภาษาไทย : ระบบ
ไวยากรณ.์ (พมิ พค์ ร้ังที่ ๑๕. กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลยั รามคําแหง, ๒๕๔๓).

วิไลวรรณ ขนิษฐานนั ท.์ ภาษาและภาษาศาสตร.์
(กรงุ เทพฯ : สาํ นักพิมพม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร,์
๒๕๒๗).

สญั ชัย สลุ ักษณานนท์. ภาษาศาสตรภ์ าษาฝรัง่ เศสเบอ้ื งต้น.
(กรุงเทพฯ : ศนู ยห์ นงั สอื มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร,์
๒๕๔๒).

หลกั ภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๒๗๕ พระครคู มั ภรี ์ธรรมานุวัตร,ดร.

 

สรุ ยิ า รตั นกลุ . นานาภาษาในเอเชยี อาคเนย์ ภาคท่ี ๑
ภาษาตระกลู ออสโตรเอเชยี ติกและตระกลู
จีน-ธเิ บต. (นครปฐม : สถาบันวิจัยภาษาและ
วัฒนธรรมเพอ่ื พัฒนาชนบท มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล,
๒๕๓๑).

สุรยิ า รตั นกลุ . อรรถศาสตรเ์ บื้องต้น. (นครปฐม :
สถาบนั วิจยั ภาษาและวฒั นธรรมเพ่อื พัฒนาชนบท
มหาวิทยาลยั มหิดล, ๒๕๔๔).

อนันต์ ทรงวทิ ยา และเนาวรัตน์ ทรงวทิ ยา. ภาษาศาสตร์
เบือ้ งต้นสําหรับคร.ู (พระนคร : ไทยวฒั นาพานิช,
๒๕๒๓).

อนุมานราชธน, พระยา. นิรุกติศาสตร.์ (พมิ พ์ครงั้ ท่ี ๒.
พระนคร : โรงพมิ พส์ ่วนท้องถน่ิ , ๒๕๒๒).

อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธ.์ุ กวา่ จะเป็นนกั ภาษาศาสตร.์
(กรุงเทพฯ : โรงพิมพแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั , ๒๕๔๙).

อมรา ประสทิ ธิร์ ฐั สินธ.ุ์ ชนดิ ของคําในภาษาไทย :
การวิเคราะหท์ างวากยสัมพันธ์. (กรงุ เทพฯ :
เอเอสพ,ี ๒๕๕๓).

อมรา ประสิทธร์ิ ัฐสนิ ธ.ุ์ ภาษาศาสตร์สงั คม. (พมิ พ์ครงั้ ที่ ๓.
กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์แหง่ จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั , ๒๕๔๔).

หลักภาษาไทยเบอื้ งตน้ ๒๗๖ พระครคู มั ภรี ์ธรรมานุวตั ร,ดร.

 

อดุ ม วโรตมส์ ิกขดติ ถ์. ความรู้เบอ้ื งตน้ เกี่ยวกบั ภาษา.
(พมิ พ์คร้งั ท่ี ๗. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั
รามคําแหง, ๒๕๔๕).

อุดม วโรตมส์ กิ ขดติ ถ์. ภาษาศาสตรเ์ บือ้ งตน้ .
พมิ พ์ครัง้ ท่ี ๑๘. (กรงุ เทพฯ : สาํ นักพิมพ์
มหาวิทยาลยั รามคาํ แหง, ๒๕๔๗).

อุดม วโรตม์สกิ ขดติ ถ์. ภาษาศาสตรเ์ หมาะสมัยเบื้องต้น.
(กรุงเทพฯ : พมิ พการการพมิ พ,์ ๒๕๓๗).

อุปกิตศลิ ปะสาร, พระยา. หลักภาษาไทย. (กรุงเทพฯ :
ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๓๕).

April M.S. MaMahon. Understanding Language
Chang. (New York : Cambridge University,
๑๙๙๔).

Edward Sapir. Language. (New York : Harcourt,
Brace and Company, Inc, ๑๙๒๑).

Pyles, Thomas. The Oringing and Development
of the English Language. (New York :
Harcourt, Brace & World, ๑๘๖๔).

หลักภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๒๗๗ พระครคู มั ภรี ์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

ข เว็บไซต์

การสรา้ งคาํ ในภาษาไทย. (เวบ็ ไซต์ : http://netdao๒๔๑๕.
blogspot.com/), เข้าถึงขอ้ มูลเมอื่ ๒๕
กันยายน ๒๕๖๒).

การเทียบพยญั ชนะไทยกบั อังกฤษตามทีร่ าชบณั ฑิตยสถาน
กําหนด. https://sites.google.com/site/
hnmanavee/ka, เข้าถึงขอ้ มูลเม่ือ ๕ มกราคม
๒๕๖๓.

การเทยี บสระภาษาไทยกบั ภาษาอังกฤษตามที่
ราชบัณฑิตยสถานกําหนด. เวบ็ ไซต์ : https://
sites.google.com/site/hnmanavee/kar,เขา้ ถึง
ข้อมลู เม่อื ๕ มกราคม ๒๕๖๓.

การยมื คาํ จากภาษาอืน่ . (เวบ็ ไซต์ : https://sites.google.
com/site/karreiynruphasathiy/home/kar-
yum-kha-cak-phasa-xun, เข้าถึงข้อมลเมื่อ ๑๙
กนั ยายน ๒๕๖๒).

กําเนดิ ภาษาไทย. (เวบ็ ไซต์ : https://sites.google.
com/site/pasaparsanook/, เขา้ ถึงข้อมลู เมื่อ ๙
กนั ยายน ๒๕๖๒).

โครงสรา้ งพยางคใ์ นภาษาไทย. (เวบ็ ไซต์ : https://sites.
google.com/site/), เข้าถึงขอ้ มูลเมื่อ ๒๒
กนั ยายน ๒๕๖๒).

หลกั ภาษาไทยเบ้อื งตน้ ๒๗๘ พระครูคัมภรี ธ์ รรมานวุ ตั ร,ดร.

 

ครมู งคล. คาํ บาลีและสนั สกฤต. เว็บไซต์ : https://sites.
google.com/site/mongkolkhukhan/kha-bali-
laea-sanskvt, เข้าถงึ ขอ้ มลู เม่ือ ๓ มกราคม ๒๕๖๓

ความเป็นมาของตวั อักษรไทย. (เว็บไซต์ : http://
tathanapan.blogspot.com/p/blog-page,
เขา้ ถึงข้อมูลเมอื่ ๑๔ กนั ยายน ๒๕๖๒).

คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย. (เว็บไซต์ : https://
www.bootcampdemy.com/content/๓๙๘,
เข้าถงึ ขอ้ มูลเมอื่ ๑๘ กนั ยายน ๒๕๖๒).

คาํ ในภาษาไทย. (เวบ็ ไซต์ : http://nkw๐๕๑๗๔.
circlecamp.com/), เขา้ ถึงข้อมลู เม่ือ ๒๓ กนั ยายน
๒๕๖๒).

คําในภาษาไทย. (เว็บไซต์ : https://www.
gotoknow.org/posts/๒๐๘๗๖๙), เขา้ ถึงข้อมลู
เมื่อ ๒๖ กนั ยายน ๒๕๖๒.

คาํ ทบั ศพั ท์และศพั ท์บญั ญัต.ิ (เว็บไซต์ : https://
namtanclassicbear.wordpress.com/), เข้าถงึ
ขอ้ มูลเมอ่ื ๒๗ กนั ยายน ๒๕๖๒.

คําทใ่ี ช้ บัน และ บรร. เว็บไซต์ : https://sites.google.
com/site/wannikaryangchaem54/
bth-thi-7-kha-thi-ch, เข้าถึงข้อมูลเมือ่ วนั ที่ ๕
มกราคม ๒๕๖๓.

หลักภาษาไทยเบ้อื งตน้ ๒๗๙ พระครคู ัมภรี ์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

จงชยั เจนหตั ถการกิจ. หลกั ภาษาไทย. พิมพค์ ร้ังที่ ๑๐.
กรุงเทพฯ: ธนาเพรส, ๒๕๕๑. (เวบ็ ไซต์ :
http://luksanapasathai.blogspot.com/๒๐๑๕/
๐๘/๑.html), เขา้ ถึงข้อมูลเมื่อ ๑๕ กนั ยายน
๒๕๖๒.

ชนดิ ของคํา. (เวบ็ ไซต์ : https://www.
trueplookpanya.com/learning/detail/๕๕๑),
เข้าถงึ ข้อมลู เม่อื ๒๓ กนั ยายน ๒๕๖๒.
เข้าถงึ ขอ้ มูลเมือ่ ๕ มกราคม ๒๕๖๓).

พยัญชนะไทย. เวบ็ ไซต์ : https://sites.google.
com/site/joonassfamily/ home/reiyn-sam-
phasa-kab, เข้าถึงข้อมูลเมือ่ วันท่ี ๑ มกราคม
๒๕๖๓.

พยางค.์ วกิ พิ ีเดยี . (เว็บไซต์ : https://th.wikipedia.
org/wiki/), เข้าถึงขอ้ มูลเมื่อ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๒.

พยางค์ในภาษาไทย. (เวบ็ ไซต์ : file:///C:/Users/
WINDOWS), เข้าถงึ ข้อมูลเมอ่ื ๒๒ กันยายน
๒๕๖๒.

พยางค์และคาํ ในภาษาไทย. (เว็บไซต์ : https://sites.
google.com/site/wirin๕๘๐๑๑๐๔๒๑/๙kik/
phyangkh-ni-phasa-thiy), เข้าถงึ ข้อมลู เมื่อ ๒๒
กันยายน ๒๕๖๒.

หลกั ภาษาไทยเบือ้ งตน้ ๒๘๐ พระครคู มั ภรี ธ์ รรมานวุ ัตร,ดร.

 

พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑติ ยสถาน. (เว็บไซต์ :
https://dictionary.sanook.com/search/
dict-th-en-lexitron/ภาษาไทย), เข้าถึงขอ้ มลู เมือ่
๙ กนั ยายน ๒๕๖๒.

ภาษาบาลแี ละสันสกฤตในภาษาไทย. เว็บไซต์ :
https://aolfkun. wordpress.com/หลักการใช้
ภาษาไทย/, เข้าถึงขอ้ มูลเมอื่ วนั ที่ ๕ มนี าคม
๒๕๖๓.

ภาษาไทย. เวบ็ ไซต์ : http://pornpimon1712.
blogspot.com, เข้าถงึ ข้อมูลเม่ือ ๖ มกราคม
๒๕๖๓.

ภาษาไทยมรดกลํ้าค่า. (เว็บไซต์ : https://krujad.
wordpress.com/๒๐๑๑/๐๓/๒๓/, เข้าถึงข้อมูล
เม่อื ๓ มกราคม ๒๕๖๓).

ภาษาไทย. สระ. เว็บไซต์ : https://sites.google.
com/site varisawachum/, เข้าถึงข้อมลู เมือ่
๓ มกราคม ๒๕๖๓.

ภาษาพูด ภาษาเขยี น. (เวบ็ ไซต์ : https://sites.
google.com/site/thailandslanguage/phasa-
phud-phasa-kheiyn, เข้าถึงข้อมูลเมอื่ ๑๕
กนั ยายน ๒๕๖๒).

หลกั ภาษาไทยเบอ้ื งตน้ ๒๘๑ พระครูคัมภรี ธ์ รรมานวุ ัตร,ดร.

 

ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย. (เวบ็ ไซต์ : http://www.
ipesp.ac.th/learning/thai/chapter๓-๔.html,
เขา้ ถงึ ข้อมลู เม่ือ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๒).

ภาษาไทย – ภาษาถน่ิ อตั ลกั ษณ์สําคัญของชาติไทย.
(เวบ็ ไซต์ : https://www.m-culture.go.
th/young, เขา้ ถึงข้อมูลเมอ่ื ๔ มกราคม ๒๕๖๓).

ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั . (เวบ็ ไซต์ : http://www.
arts.chula.ac.th. เขา้ ถึงข้อมูลเม่อื ๒๗ สงิ หาคม
๒๕๖๒).

ภาพอวยั วะทใี่ ช้ออกเสียง. (เว็บไซต์ : https://www.
google.com/search, เข้าถึงข้อมลู เม่อื ๒๐
กนั ยายน ๒๕๖๒).

ระเบยี บภาษาไทยและประเภทวล.ี (เวบ็ ไซต์ : http://
www.silpathai.net/ระเบยี บภาษาไทย/), เข้าถงึ
ข้อมูลเมอ่ื ๒๘ กนั ยายน ๒๕๖๒).

ลักษณะของภาษาไทย. (เว็บไซต์ : https://sites.
google.com/site/thailandlearning/page๒-๑,
เข้าถึงข้อมลู เม่ือ ๑๔ กนั ยายน ๒๕๖๒).

ลักษณะเฉพาะของภาษาไทย. (เว็บไซต์ : http://๓
bighit.blogspot.com/p/blog-page_๔๓.html,
เขา้ ถึงข้อมลู เมื่อ ๑๔ กนั ยายน ๒๕๖๒).

วลี. (เวบ็ ไซต์ : https://www.stou.ac.th/). เข้าถงึ ข้อมูล
เมื่อ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒).

หลักภาษาไทยเบ้ืองตน้ ๒๘๒ พระครูคัมภรี ์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

วกิ ิตํารา. ภาษาไทย/ไวยากรณ/์ ภาษาไทยเบอ้ื งต้น/
วรรณยกุ ตแ์ ละการผนั อกั ษร. เว็บไซต์ :
https://th.wikibooks.org/wiki, เขา้ ถงึ ข้อมูลเมื่อ
วนั ท่ี ๑ มกราคม ๒๕๖๓.

วกิ พิ ีเดยี . ภาษาไทย. (เวบ็ ไซต์ : https://th.wikipedia.
org/wiki/, เขา้ ถงึ ขอ้ มูลเมอื่ ๙ กนั ยายน ๒๕๖๒).

วิกพิ ีเดีย. ภาษาในประเทศไทย. (เวบ็ ไซต์ : https://th.
wikipedia.org/wiki/, เข้าถึงขอ้ มูลเมื่อ ๙
กนั ยายน ๒๕๖๒).

วกิ พิ ีเดีย. วล.ี (เวบ็ ไซต์ : https://th.wikipedia.org/wiki/),
เขา้ ถึงขอ้ มลู เมื่อ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๒).

วกิ ิพเี ดีย สารานกุ รมเสร.ี (เว็บไซต์ : https://th.
wikipedia.org. เขา้ ถงึ ข้อมูลเมื่อ ๒๖ สิงหาคม
๒๕๖๒).

วิกิพีเดยี สารานกุ รมเสร.ี ตวั เลขไทย. เว็บไซต์ : https://th.
wikipedia.org/wiki/ตัวเลขไทย, เข้าถึงขอ้ มลู เมือ่
๗ มกราคม ๒๕๖๓.

วิกพิ ีเดีย. แอล.แอล. ซาเมนฮอฟ. (เวบ็ ไซต์ :
https://th.wikipedia.org/wiki/, เข้าถงึ ขอ้ มูลเมื่อ
๙ กนั ยายน ๒๕๖๒).

วิกิพีเดีย. สรุ ยิ า รตั นกลุ . (เวบ็ ไซต์ : https://th.
wikipedia.org/wiki/, เข้าถึงขอ้ มลู เม่ือ ๙ กันยายน
๒๕๖๒).

หลกั ภาษาไทยเบอื้ งตน้ ๒๘๓ พระครูคัมภรี ธ์ รรมานวุ ตั ร,ดร.

 

วิกพิ ีเดยี . (เว็บไซต์ : https://th.wikipedia.org/wiki/.
เขา้ ถงึ ขอ้ มลู เม่ือ ๘ กันยายน๒๕๖๒).

วิกพิ ีเดยี . บรซู เฮส (นักภาษาศาสตร)์ . (เว็บไซต์ :
https://th.wikipedia.org/wiki/, เข้าถงึ ขอ้ มูลเม่ือ
๙ กันยายน ๒๕๖๒).

วิกพิ ีเดยี . พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ).
(เวบ็ ไซต์ : https://th.wikipedia.org/wiki/, เขา้ ถึง
ข้อมูลเม่อื ๙ กันยายน ๒๕๖๒).

วกิ ิพเี ดยี . พน่ี ้องตระกูลกรมิ ม.์ (เวบ็ ไซต์ : https://th.
wikipedia.org/wiki/, เข้าถงึ ขอ้ มลู เม่ือ ๙ กนั ยายน
๒๕๖๒).

วกิ พิ ีเดีย. โยสท์ กพิ เพิรท์ . (เวบ็ ไซต์ : https://th.
wikipedia.org/wiki/, เข้าถงึ ข้อมูลเมื่อ ๙ กันยายน
๒๕๖๒).

วิกิตํารา. ภาษาไทย/ไวยากรณ/์ ภาษาไทยเบอื้ งต้น/สระ.
(เวบ็ ไซต์ : https://th.wikibooks.org/wiki/,
เข้าถึงขอ้ มลู เม่อื ๕ มกราคม๒๕๖๓).

วกิ ติ ํารา ตําราเสรีเพ่อื โลกเสรี. ภาษาไทย/ไวยากรณ์/การใช้
เครื่องหมาย/การใช้เครื่องหมายวรรคตอน.
(เวบ็ ไซต์ : https://th.wikibooks.org/wiki/,
เข้าถงึ ขอ้ มูลเม่ือ ๙ มกราคม ๒๕๖๓).

สระเกิน. เวบ็ ไซต์ : https://krupiyarerk. wordpress.
com/, เข้าถึงขอ้ มลู เมือ่ ๕ มกราคม ๒๕๖๓.

หลกั ภาษาไทยเบ้อื งต้น ๒๘๔ พระครูคัมภรี ธ์ รรมานุวตั ร,ดร.

 

สารานกุ รมไทยสาํ หรับเยาวชนฯ / เลม่ ที่ ๑๘ / เรอ่ื งท่ี ๖
ภาษา และอกั ษรไทย / อกั ษรไทยสมยั สุโขทัย.
(เวบ็ ไซต์ : http://saranukromthai.or.
th/sub/book/book.php?book, เขา้ ถงึ ขอ้ มูลเมอื่
๑๔ กนั ยายน ๒๕๖๒).

สาเหตทุ ภี่ าษาตา่ งประเทศเข้ามาปะปนในภาษาไทย.
(เวบ็ ไซต์ : https://www.baanjomyut.com/
library_๒/extension-๑/loanwords/๐๑.html,
เขา้ ถงึ ข้อมลู เมือ่ ๑๘ กนั ยายน ๒๕๖๒).

สาํ นักงานราชบณั ฑติ ยสภา. การอ่านบ้านเลขท.ี่ เว็บไซต์ :
http://www.royin.go.th/, เข้าถึงข้อมูลเมอ่ื ๗
มกราคม ๒๕๖๓.

สาํ นักงานราชบณั ฑิตยสภา. ศาสตราจารย์ ดร.อดุ ม วโรตม์
สกิ ขดิตถ์ (ราชบัณฑิต). (เวบ็ ไซต์ : http://www.
royin.go.th/, เข้าถงึ ข้อมูลเมอื่ ๙ กันยายน
๒๕๖๒).

ห้องเรียนภาษาไทย By ครพู รหม. เสียงและรูปวรรณยุกต.์
เว็บไซต์ : https://sites.google.com/site/
siangphasathiy/, เข้าถึงข้อมลู เมื่อ ๕ มกราคม
๒๕๖๓.

อกั ษร. เว็บไซต์ : https://dictionary.sanook.com/
search/dict-th-th-royal-institute/, เข้าถงึ
ข้อมูลเมื่อ ๑ มกราคม ๒๕๖๓.

หลกั ภาษาไทยเบือ้ งต้น ๒๘๕ พระครคู ัมภีร์ธรรมานวุ ัตร,ดร.

 

อักษรศาสตรด์ เี ด่น. สมาคมนสิ ิตเกา่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
ในพระบรมราชูปถัมภ์. (เวบ็ ไซต์ : https://www.
arts.chula.ac.th/AlumWeb/, เข้าถึงข้อมลู เม่อื
๑๐ กันยายน ๒๕๖๒).

อรรถศาสตร.์ (เวบ็ ไซต์ : https://dictionary.sanook.
com/search/dict-th-en-lexitron/), เขา้ ถึงข้อมูล
เมอื่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒).

อรรถศาสตร.์ (เว็บไซต์ : http://www.koratdaily.
com/blog.php?id=๓๗๒๘), เข้าถงึ ขอ้ มลู เมือ่ ๓๐
กนั ยายน ๒๕๖๒).

อรรถศาสตร์. (เวบ็ ไซต์ : https://th.wikipedia.org/wiki/),
เข้าถึงขอ้ มูลเมอ่ื ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๒).

อรรถศาสตรส์ ังเคราะห์ : พฒั นาการของตาํ รา วา่ ดว้ ย
ความหมายในภาษาไทย Synthetizing
Semantics : The Development of Thai
Semantics Textbooks. (เว็บไซต์ : วารสาร
มนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
สุราษฎร์ธานี ; ปที ่ี ๑๐ ฉบบั ท่ี ๒, (พฤษภาคม-
สิงหาคม ๒๕๖๑), https://e-journal.sru.ac.th/
๘๙๗, เชา้ ถงึ ข้อมูลเม่ือ ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๒).

อรรถศาสตร์ คืออะไร เพอื่ อะไร เพราะอะไร โดยอะไร.
(เวบ็ ไซต์ : http://semantiq.blogspot.com/
๒๐๑๑/๐๘/blog-post_๓๙๔๓.html), เขา้ ถึง
ข้อมลู เมือ่ ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๒).

หลกั ภาษาไทยเบื้องต้น ๒๘๖ พระครูคัมภีร์ธรรมานวุ ตั ร,ดร.

 

เอกลกั ษณ์ไทย : ภาษา. (เว็บไซต์ : http://poyty๑๔๐๖.
blogspot.com, เข้าถงึ ข้อมลู เมือ่ ๓ มกราคม
๒๕๖๓).

MTAI. กําเนิดภาษาไทย (ลายสอื ไทย). (เว็บไซต์ :
https://talk.mthai.com/inbox/๓๖๗๙๙๔.html,
เขา้ ถึงขอ้ มูลเมอื่ ๙ กันยายน ๒๕๖๒).

Public Anthropology. http://nattawutsingh.
blogspot.com. (เว็บไซต์ : เขา้ ถึงข้อมลู เมื่อ ๘
กนั ยายน ๒๕๖๒).

Thongnetra. กาํ เนดิ ภาษาไทย. (เวบ็ ไซต์ : https://sites.
google.com/site/wwwpothaicom/kaneid-
phasa-thiy, เขา้ ถึงขอ้ มูลเมือ่ ๙ กนั ยายน ๒๕๖๒).


Click to View FlipBook Version