๔๔ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
ทท๓๓//ผผ.๑.-๑๐-๑๐๑
ใบงานท่ี ๐๑ นิทานเร่อื งใชท้ องซอื้ ความรู้
คำช้แี จง ตอนท่ี ๑ ตอบคำถำมและแสดงควำมคดิ เห็นจำกนทิ ำนเร่ืองใชท้ องซอ้ื ควำมรู้
๑. นักเรียนแสดงควำมคิดเห็นว่ำ “ควำมรู้” สำมำรถซ้อื ขำยกนั ไดห้ รือไม่
.............................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..
๒. นักเรยี นแสดงควำมคดิ เห็นว่ำ “ชำยผูโ้ ง่เขลำ” จำกนทิ ำนเร่ืองนี้ โงเ่ ขลำเบำปญั ญำจริงหรอื ไม่
...............................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
๓. นักเรียนเขียนอธบิ ำยกำรนำข้อคดิ ที่ไดจ้ ำกเรื่องน้ี ไปใชใ้ นกำรดำเนินชีวิต
...............................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ตอนท่ี ๒ เลือกนิทำนอสี ป นิทำนชำดก หรอื นิทำนพ้ืนบ้ำน ที่นกั เรียนสนใจ ๑ เรอ่ื ง
แลว้ เขียนเรียบเรยี งใหม่ดว้ ยสำนวนของนกั เรยี น และวำดภำพประกอบ
เรือ่ ง.............................................................. ๔๕
............................................................................................................................................ ................................
................................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
........................................................................................................................................ ....................................
............................................................................................... .............................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
.................................................................................................................................... ......................................
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรียน) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 45 7/17/18 10:22 AM
๔๕
ท๓/ผ.๑-๐๑
ท ๓/ผ.๑-๐๑
นิทานเรือ่ งใชท้ องซอ้ื ความรู้
ชาำยผูห้ น่ึง โงเ่ ขขลลำาเเบบำาปปัญญญญำาแแลละะมมีฐีฐำนานะะยยำกากจนจนวนั วหันนหง่ึนดึ่งว้ ดยวโยชโคชวคำวสานสำนทา่พี ทอี่พมอีอมยีอู่ ขยณู ขะณท่ีะเขทำี่เกขำาลกงั ําลัง
ซ่อ มแซมร้ัวในสวนหลงั บ้ำานซ่ึงพังลงมำาเพรำาะพำายุฝน ได้บ ังเอิญขุดพบทองคำําก้อ นโตทฝี่ งั อยูร่ มิ รัว้ จนทำาํ ใหเ้ ขำา
กลำายเป็น เศรษฐใี นชวั่ ขาำ้ มคนื แตด่ ้ว ยควำามทีร่ ูว้ ำ่า สติปญั ญาำของตนเองคอ่ นขาำ้ งทอื่ ทบึ จงึ เกรงวาำ่ อาำจจะถกู ผอู้ นื่
มมำาหหลลออกกลลววงงเเออำาเงเงนิ ินททอองไงปไปเขเำขจาึงจนึงำนเรําอ่ืเรงื่อไปงไปปรปึกรษึกำษกบัากคับรูเคซรนูเซคนรูเซคนรูเแซนนะแนนำะว่ำนํา"ใวนาเม“่อื ใตนอเมนื่อนตที้ อำ่ นนนมี้ทเี งาินนสมว่ ีเนงิน
ผสู้อวนื่นผมูอีคน่ืวำมมคี รวู้ าเหมรตูใุเดหไตมใุ ่นดำไมเงนนิ าํ ขเงอินงทขอ่ำนงทไปานแลไปกแคลวกำมครวจู้ามำกรูจผาู้อก่ืนผเลอู ำ่่ืน"เลชาำ”ยผชเู้าปย็นผเูเศปรน ษเศฐีใรหษมฐ่ีใจหงึ มได จน้ งึ ำไดคนำแําคนําะแนนำะขนอาํง
คขรอเูงซคนรูเไซปนหำไพปรหะาทพี่ไรดะ้ชท่อื ่ีไวด่ำชเปื่อวน็ าผเู้ฉปลนำผดูฉปลราำดดปเปรารดอื่ เงปผรู้ห่ือนงง่ึ ผูหเขนำึ่งเอเ่ยขถาำเมอวยำ่ถาม"ทว่ำานส“ำมทำารนถสขาำมยาครวถำขมารยขู้ คอวงาทม่ำรนูของ
๓ดยจขวไใเไทถรเคขฉมมหมมำ่ีบติออ่วงึอวดิา่เื่อคื่ร้กอเจนเงมยนรงวชชจอนวตับติไตอไมจาใือ่ื่อตดบำดนหัน้เคขนน่ำีดคคจมนฟ้ย้ำวคกแพรรเตรแรำแชเเไา"มงบัวีบก่ึงมศเึ่งรขู้ดนขตมตาดศชาเื่อขไราอ่ืรอม้หอใยา่ใเมรใัขงำรนใมอ้าหจนษชนขงือ่ผงรขูจนยษรไัน้หน่อืเวอคาอือโฐคชูอดหจูผจรั้นฐงคไัยงนแีกวีงใไำวำะงหงโู้นเใีดบหมอผวำกขยฝงึง่เไาหคเร้ึ่ฟงพรมมกำเ่เ่่ัน"โูีกมมล้ไผำ่อมอืขเกางขมังดิ่คมรยกฝาคม้โูผยเไ่ผไลรดงระจขขมุ้ืดารมมอืดูพโจงๆโู้ำจเ่จู้งังึจยงงลึ้นสกงขคว”คสงจรนึงระวเึเ่งาำ่ลคบั”ลุมละนงึขเไบขีั้นเาจกฟดจดวัร่อำกเรกัวลลผจตงึงละพินบีไฟง้กปูยไดิบัพไาำะูนนิอมจมโาลหดรตๆังขนกกเโดรบ้ันท่ทบวทจะงดำ่กอน้นึละัน้ลนววนิเอรกรบวรนลบจับด"าับตาพแำาูปวงทาไ็กาพึงวนิถบอดถกตำ่บรนวอก็ไ๓“ำ่ รึงห“บแึ็จงวะดยวว้นังลข“บะบอำ่ตห"งนวแ้าัางกำ่อทตกขห้ำเอ่ำไเันรา้ลำต็จวปเปออาน่ำม“ยลาํนพอ่รววง"วน็น๓เบนพยททำ่อคอำยำ่พายีกใยไำวใกพาังนึวยคางจลคดยีกค"มังาในสำลมาไงึอวาวรงน้ก้ำไรคดมใยไาวม“กาสคนังวลในด่ำเมรลงงัเมเคน่จจำ่ําวมับงมกใเไูข้จางมำววมรำ่งั้นินจม่ือมร่ือลมำอเาาิมนูคำนอวเถทจถปกำับเงือมรหวอท่ำหั้งนําอซเอน็น“ถมรำเแน็รงเอ็นอื้ยหง“้ันทพตปขูซมาำเตดคงคหดหทน็มอ้ถอือ้แ่ีรนสล่หงัแือวงัลู้น็นี่แผองงรีคท่วันนสตำตนาเเเังำทู้้ัยนเนวผวอกม้ันมนรชหปัน้คำห‘้นูพเางค่ืรอื่อึเก๓า‘คน็เคปำมขมเมลูพขรคดิเทกถแชวอืภรรนำรีังะาาววรึคงกพอื่าา้มูำเจารปภจรำำ่ะคมม๓ิดานตเคึงงำรูปงึมครรรรํื่าอวรบมวปอยปาบะานูปุ้รมรกก’ูทาำำแนันรดตรัน’ู้ยทน้ัคนลคำ้กกำ่ะพนดะบงัอาดวง่ำาํามุน้ัน"ำดาำงส้ีเนกสำ่กาวเลคมจยปับทมลชยบมลํานขค็ังเงาด่ือราโสำนดลมโอปอน่อ้ีกกทะากมเทมำนัจงง่ือชยงอลญ็คยสส”อยนสองพี้กมน่นับนถอบะแงกถหะงอลอรนำงึตไอยพปลึงานเปัะบเงเแเ้กีนยำเพพงบััญงใพตพทอกพไขลกู่เนิาํดรไยีปาทหรยี่ียข่ออเงับับปำมกขงงาาเูงนำากงะไคนกำ็ินตทะอไกนใชยปับเมหนอดเจ้ีามำ่งขหลำ้จีคขคอรมชไนรอกาำ้ยับำรวาหขนงิบามใกีต็กผิงกามใหาจรยหออใหอจผำทมโู้ลากข่วหรผงมาวียกบหู้รใรบับพ็ำ่้ำอืเ่เ้กูโาหือาผูขในใรภกทงมอร”ภทหหใ”คูำลหเงึ่อพ็รำยวจขรเบ”กบรำรนใมนเรเ่ำรเรลบขหับขทยนราใย้ึ่องยกดาาจำ็้ควำ”เวบเอมา็ลแูขเตเ๓เนดนรชนมชนรก่วลายีบอวด็วอ่ืจ่ืองอ็ลว้เงรกนตูแราคคคกเวอมถู้ใยีลยไรงรใิดจบดึง”ื่อจวรงงึ่่ึงู
ฉตวอยนมกีดลพารงว้ำันหวจงั บึงไั่นดคก อา ควเนดผินูน้ ไ้ันปขแาตง่ยหังนไาม่ท๓ันไกดาล้ วงมจอื ากพนลน้ั นั ถนอึกยถหึงลคังำก๓ลำ่ กวาขวองกพลรับะไทปี่ขำกยลคับวมำามร๓ใู้ ห้กรอบั บเขำพอเมด่ือกี ับที่
ตบอุคนคกลลทำ่นี งอวนนั อจยึงบู ไดน้กเตำ้ ยีวงเดเดนิ ียไปวกขบั้ำงภหรนรยำ้ า๓ขอกง้ำเวขาจตำื่นกขน้ึนัน้ มถาอยแหลละงัรอ๓งถกาำ้ มววกาล“ับลไกูปเอกยลบั มดำกึ ด๓่ืนรปอา บนนพี้อดเจีกาบั เทดี่นิ ทาํ
บอุคะไครลอทยีน่ ู”อนเมอื่อยไู่บดนยเินตยี เงศเรดษียฐวีใกหบั มภผรูโรงยเขำลขาอจงเึงขทำรตา่ืนบขวนึ้ามทำ่ีแแทลผะูทรอ้ี่นงอถนำอมยวูบ่ำน“เลตูกียเงอก๋ยับภดรึกรดยน่ื าปขำ่อนงเนขี้ าเกจ็คำ้ ือเดนิมทารำดา
อบะังไเรกอิดยเก่”ู ลเามขือ่ อไดงเย้ ขินาเเอศงรษใฐนใี ใหจมจ่ผึงไู้โดง่เคขิดลวำาจึง“ทหรำาบกวข่ำาไทมี่แซท้ือ้ผคู้ทว่ีนามอนรูมอายเู่บมนื่อเกตลียางงกวับันภรวรันยนำี้ขคองไงดเขสำังกห็คาือรมมาำรรดดาำของ
บตังนเเกอิดงเกปลน้ำแขนอ” งเขำเอง ในใจจึงได้คิดวำ่ "หำกข้ำไมซ่ ื้อควำมร้มู ำเมื่อกลำงวัน วันน้ีคงไดส้ ังหำรมำรดำของ
ตนเองเปเน็ชแาวนัน่"รุงข้ึน เศรษฐใี หมจ งึ นาํ เงนิ คาความรไู ปถวายพระดวยความยอมรับนบั ถือ
เช้ำวันร่งุ ข้นึ เศรษฐใี หมจ่ งึ นำเงนิ คำ่ ควำมรู้ไปถวำยพระดว้ ยควำมยอมรบั นับถือ
๔๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรียน) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 46 7/17/18 10:22 AM
๔๖ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
ท ๓/ผ.๑
ท๓/ผ.๑
ใบความรู้ การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
กำรเขยี นแผนภำพโครงเรอ่ื ง เป็นกำรเขียนเพอ่ื แสดงให้เห็นโครงเรอ่ื งโดยรวมทง้ั เรอื่ ง
ทำใหจ้ ับใจควำมสำคัญของเรอ่ื งท่อี ำ่ นไดด้ ียงิ่ ขนึ้ กำรเขยี นแผนภำพโครงเร่อื งต้องอำศัยกำรต้งั
คำถำมและตอบคำถำมจำกเรอื่ งท่ีอ่ำนว่ำตวั ละครมีใครบ้ำง สถำนท่ีเกดิ เหตคุ อื ท่ใี ด มีเหตุกำรณ์
อะไรเกิดข้ึน และผลของเหตกุ ำรณ์นัน้ คอื อะไร แลว้ จึงเขยี นเป็นแผนภำพโครงเร่ือง
นิทานเร่ืองหมากบั เงา
หมำตัวหนงึ่ มันขโมยกอ้ นเน้ือววั จำกรำ้ นค้ำในตลำดสด มนั คำบกอ้ นเนอื้ วิ่งขึ้นสะพำน
ขำ้ มแมน่ ำ้ แห่งหน่งึ ขณะอยูบ่ นสะพำน มนั มองลงไปในน้ำเห็นเงำของมนั เองและก้อนเนอ้ื ทีม่ ขี นำด
ใหญ่กว่ำกอ้ นเนอ้ื ทมี่ นั คำบ ดว้ ยควำมโลภ มนั จึงคำยกอ้ นเน้อื ก้อนทีม่ ันคำบ โดยตงั้ ใจจะแย่งกอ้ น
เนอื้ ทีใ่ หญ่กว่ำน้ัน ท้ังก้อนเนือ้ ทง้ั เงำก็จมหำยไปพรอ้ มกนั ทันที หมำตัวน้ันจึงอดทัง้ ช้ินเน้ือที่คำบมำ
และกอ้ นเน้อื ทใ่ี หญ่กว่ำ
ตัวละคร แผนภาพโครงเร่ือง นิทานเร่อื งหมากบั เงา
สถานท่ี หมำกบั เงำ
เหตุการณ์ บนสะพำนขำ้ มแมน่ ำ้
ผลของเหตกุ ารณ์ หมำขขี้ โมยตัวหนงึ่ ลกั เนอื้ วัวแล้วว่งิ ขำ้ มสะพำน มันเห็นเงำของก้อนเนื้อใน
ข้อคดิ
น้ำกอ้ นใหญก่ ว่ำกอ้ นเน้ือทม่ี ันคำบอยู่ จึงท้งิ กอ้ นเน้ือที่คำบไว้ลงไปในน้ำ
ก้อนชิ้นเนอื้ ท่ีหมำคำบมำจมหำยไปในแม่น้ำและเงำของกอ้ นเนอ้ื กจ็ ม
หำยไป
โลภนกั มักลำภหำย ควรพอใจในสง่ิ ทต่ี นมี
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๔๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 47 7/17/18 10:22 AM
๔๗
ท๓ท/ผ๓.๑/-ผ๐.๒๑-๐๒
ใบงานท่ี ๐๒ แผนภาพโครงเรอ่ื งนิทานเรื่องใช้ทองซือ้ ความรู้
คาชแี้ จง เขียนแผนภำพโครงเรื่องจำกนิทำนเรื่องใช้ทองซื้อควำมรู้
ตวั ละคร ......................................................................................................
................................................................. สถำนท่ี
.....................................
...........................................................................................................
...........................................................................................................
เหตุกำรณ์ ...........................................................................................................
...........................................................................................................
...........................................................................................................
...........................................................................................................
................................................................................................... ........
...........................................................................................................
.............................................................................................................
...................................................................................................................................................................
....................................................................................................... ผลของเหตุกำรณ์
.......................................................................................................
.......................................................................................................
.......................................................................................................
.......................................................................................................
.................................
....................................................................................................
ข้อคิด ....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
๔๘ ...................................................
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 48 7/17/18 10:22 AM
๔๘ ท ๓/ผ.๒ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
ท๓/ผ.๒
ใบความรู้ การใช้เครอ่ื งหมายวรรคตอนในภาษาไทย
เครื่องหมำยวรรคตอน คอื เคร่อื งหมำยที่ใชเ้ ขียนกำกับคำ กลมุ่ คำ ประโยค หรือข้อควำมให้
เด่นชดั เพื่อใหอ้ ่ำนได้ถูกต้อง และชว่ ยใหผ้ ู้อำ่ นเขำ้ ใจควำมหมำยได้ชัดเจนขนึ้
.มหัพภาค
- ใชเ้ ขียนไว้หลังตัวอกั ษร เพ่อื แสดงวำ่ เปน็ อักษรย่อ เชน่ ม.ค. คำเต็มว่ำ มกรำคม
- ใช้เขยี นไว้ขำ้ งหลงั ตวั อักษรหรอื ตัวเลขท่บี อกลำดับข้อ เช่น ๑. ก. หรือ ข. ๒.
ในกรณที ่ีมหี วั ขอ้ ย่อย ให้ใสล่ ำดับขอ้ ย่อยไว้หลงั จดุ เช่น
๑.๑ อ่ำนวำ่ หนึ่งจดุ หน่ึง ๑.๑๐ อำ่ นวำ่ หนึ่งจุดสบิ
๔.๑.๑๒ อำ่ นวำ่ ส่ีจดุ หน่งึ จดุ สิบสอง
- ใชค้ น่ั ระหว่ำงชว่ั โมงกบั นำทเี พื่อบอกเวลำ เชน่
๙.๓๐ น. อำ่ นว่ำ เกำ้ นำฬิกำสำมสิบนำที
- ใชเ้ ปน็ จดุ ทศนยิ ม แลว้ จุดทศนิยมให้อำ่ นตัวเลขเรียงกันไป เชน่
๒.๓๔๕ อ่ำนว่ำ สองจดุ สำมสหี่ ้ำ ๑๐.๗๕ วินำที อำ่ นวำ่ สิบจดุ เจ็ดห้ำวินำที
๔.๕๖๗ เมตร อำ่ นวำ่ ส่ีจดุ หำ้ หกเจ็ดเมตร
เสมอภาค =
ใช้เขียนคน่ั กลำง เพื่อแสดงควำมขำ้ งหน้ำกบั ข้ำงหลังว่ำมีส่วนเท่ำกัน เช่น ๒ + ๒ = ๔
,จุลภาค
- ใชค้ ัน่ จำนวนเลขนับจำกหลักหน่วยไปทลี ะ ๓ หลัก เช่น ๑,๕๐๐ อ่ำนวำ่ หนึ่งพันห้ำร้อย
๒,๓๕๐,๐๐๐ อำ่ นวำ่ สองล้ำนสำมแสนหำ้ หมนื่
- ใชใ้ นหนงั สือประเภทพจนำนกุ รมเพื่อค่นั ควำมหมำยของคำทีม่ ีควำมหมำยหลำย ๆ อยำ่ ง เชน่
บรรเทำ ก. ทุเลำหรอื ทำใหท้ ุเลำ, ผอ่ นคลำยหรือทำให้ผ่อนคลำยลง
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๔๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 49 7/17/18 10:22 AM
๔๙
ทท๓๓/ผ/.ผ๒.๒
วงเล็บ หรือ นขลขิ ิต ( )
- ใชก้ ันข้อควำมที่ขยำยหรืออธบิ ำยไวเ้ ปน็ พเิ ศษ เพอื่ ชว่ ยให้เขำ้ ใจข้อควำมนน้ั ได้แจ่มแจ้งข้ึน เชน่
มนุษยไ์ ด้สรำ้ งโลภะ (ควำมโลภ) โทสะ (ควำมโกรธ) และโมหะ (ควำมหลงผดิ ) ให้เกดิ ขนึ้ ในใจ
ของตัวเอง
- ใช้กันข้อควำมที่บอกท่ีมำของคำหรือข้อควำม เชน่ ชลี (กลอน) ก. อัญชลี, ไหว้
- ใช้กับหวั ข้อที่เป็นตัวอักษรหรือตัวเลข ซ่งึ อำจจะใช้เพยี งเครือ่ งหมำยวงเล็บปดิ ก็ได้ เชน่
(ก) หรอื ก) (๑) หรือ ๑)
- ใชก้ บั นำมเต็มทีเ่ ขยี นใตล้ ำยมอื ชอ่ื เชน่ ธัณติยำ พรหมประเสริฐ
(นำงธัณติยำ พรหมประเสริฐ)
-ยตั ภิ งั ค์ -
- ใช้แยกพยำงคเ์ พอ่ื บอกคำอำ่ น โดยเขียนไวร้ ะหว่ำงพยำงคแ์ ต่ละพยำงค์ เชน่ เสมำ อำ่ นว่ำ เส-มำ
- ใชใ้ นควำมหมำยว่ำ “ถงึ ” เพ่อื แสดงชว่ งเวลำ จำนวน สถำนท่ี
- เวลำ ๙.๐๐ – ๑๐.๓๐ น. อำ่ นว่ำ เวลำเกำ้ นำฬิกำถึงสิบนำฬิกำสำมสบิ นำที
มีผชู้ มประมำณ ๑๐ - ๒๐ คน อำ่ นวำ่ มีผู้ชมประมำณสิบถึงยสี่ บิ คน
ระยะทำง นครนำยก – จันทบุรี อำ่ นวำ่ ระยะทำงนครนำยกถงึ จนั ทบุรี
- ใช้เขยี นแสดงลำดับย่อยของรำยกำรทไี่ มต่ ้องใสต่ ัวอักษร มรี ำยกำรครำ่ ว ๆ ดังนี้
– พธิ ีเปดิ งำน – รำอวยพร
– ดนตรบี รรเลง – ปดิ งำน
อญั ประกาศ “ ”
-- ใชเ้ พอื่ แสดงว่ำคำหรอื ขอ้ ควำมน้นั เปน็ คำพูดหรอื ควำมนกึ คดิ “ขอใหท้ ุกคนต้งั ใจจริง แลว้ จะ
ประสบควำมสำเรจ็ ”
- ใช้เพือ่ เนน้ คำหรอื ข้อควำมนัน้ ให้เด่นชดั ข้ึน เชน่ คำวำ่ “ตะโก้” พจนำนกุ รมฉบับบัณฑติ ยสถำน
พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดใ้ ห้ควำมหมำยไว้ว่ำหมำยถึง “ชอื่ ขนมชนิดหน่ึงทำดว้ ยแป้งข้ำวเจ้ำกวนเขำ้ กับน้ำตำล
ใสแ่ หว้ หรือข้ำวโพดเปน็ ต้นกไ็ ด้ หยอดหนำ้ ด้วยกะทกิ วนกับแปง้ ”
๕๐ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 50 7/17/18 10:22 AM
๕๐ ท ๓/ผ.๒
ท๓/ผ.๒
ปรศั นี ?
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
- ใช้เมอื่ สน้ิ สุดควำมหรอื ประโยคท่ีเปน็ คำถำม เช่น ทำไมเธอถึงมำโรงเรียนสำย ?
อัศเจรยี ์ !
- ใช้เขียนหลังคำ วลี หรือประโยคที่เปน็ คำอุทำน เช่น ออื้ ฮือ ! มำกจงั เลย
- ใช้เขียนหลังคำเลียนเสียงธรรมชำติ เพ่ือใหผ้ ู้อ่ำนทำเสยี งได้เหมำะสมกบั เหตกุ ำรณใ์ นเรื่องนั้น ๆ
เชน่ โครม !
ไม้ยมก หรอื ยมก ๆ
- ใช้เขียนหลงั คำ วลี หรือประโยค เพื่อใหอ้ ่ำนซ้ำคำ วลี หรือประโยค อีกครง้ั หนึง่ เช่น
๑. เด็กเลก็ ๆ อำ่ นวำ่ เดก็ เล็กเล็ก
๒. ในวนั หน่ึง ๆ อ่ำนวำ่ ในวันหน่ึงวนั หนึ่ง
๓. แต่ละวัน ๆ อ่ำนวำ่ แตล่ ะวันแตล่ ะวนั
ไปยาลนอ้ ย ฯ
- ใชล้ ะคำทรี่ ู้กันดแี ลว้ โดยละสว่ นท้ำยไวเ้ หลอื แตส่ ่วนหนำ้ ของคำพอเปน็ ทเ่ี ขำ้ ใจ เชน่
กรงุ เทพฯ คำเตม็ คือ กรุงเทพมหำนคร
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๕๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 51 7/17/18 10:22 AM
๕๑
ท ๓/ผ.๒
ท๓/ผ.๒
ไปยาลใหญ่ ฯ ล ฯ
ใชส้ ำหรบั ละข้อควำมขำ้ งท้ำยทีอ่ ยู่ในประเภทเดยี วกนั ซ่ึงยงั มอี ีกมำก แต่ไมไ่ ด้นำมำแสดงไว้
เช่น ส่ิงของทซี่ ้ือขำยกนั ในตลำดมี เนื้อสัตว์ ผัก นำ้ ตำล นำ้ ปลำ ฯลฯ
สัญประกาศ ___
ใช้ขีดไวใ้ ตค้ ำหรอื ขอ้ ควำมท่สี ำคัญ เพ่ือเนน้ ใหผ้ ูอ้ ่ำนสังเกตเป็นพเิ ศษ
เชน่ หลักกำรอ่ำนตัวเลขมีตีพมิ พร์ วมอยู่ในหนังสืออ่ำนอย่ำงไร-เขยี นอย่ำงไร
บุพสัญญา ”
ใช้แทนคำหรือข้อควำมทีอ่ ยบู่ รรทัดบนเพ่ือไม่ต้องเขียนซำ้ อีก
ทับ /
ใช้ขดี หลังจำนวนเลข เพอ่ื แบง่ จำนวนยอ่ ยออกจำกจำนวนใหม่ เช่น
บ้ำนเลขท่ี ๕๖/๓๔๒ อ่ำนวำ่ บ้ำน – เลข – ที่ ห้ำ – สิบ – หก ทับ สำม – ส่ี – สอง
๕๒ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุม สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 52 7/17/18 10:22 AM
๕๒ ท ๓/ผ.๒
ท๓/ผ.๒
ใบความรู้ คายอ่ หรืออกั ษรย่อ
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
คำยอ่ หรืออักษรย่อ ช่วยให้ถ้อยคำสนั้ ลง จึงนิยมใชเ้ พรำะสะดวกในกำรสอ่ื สำร กำรอำ่ น
ตอ้ งอ่ำนเตม็ คำ กำรเขยี นอักษรย่อใหใ้ ชเ้ ครื่องหมำยมหพั ภำค ( . ) ตำมหลังอกั ษรย่อแตล่ ะตัวหรอื คำ
ตวั อยา่ งอกั ษรย่อ
อกั ษรยอ่ คาเต็ม อกั ษรย่อ คาเตม็
อ. อำจำรย์, วนั อังคำร, อำเภอ บ. บำท
ต. ตำบล ม. มหำวทิ ยำลยั ,มธั ยม,เมตร,หมู่บำ้ น
จ. จงั หวัด, วนั จนั ทร์ น. ทิศเหนือ, นำฬกิ ำ
ถ. ถนน จ.ม. จดหมำย
ม.ค. มกรำคม รพ. โรงพยำบำล
ก.พ. กุมภำพันธ์ รร. โรงเรียน, โรงแรม
ม.ี ค. มีนำคม สต. สตำงค์
เม.ย. เมษำยน ด.ช. เด็กชำย
พ.ค. พฤษภำคม ด.ญ. เดก็ หญงิ
ม.ิ ย. มถิ นุ ำยน น.ส. นำงสำว
ก.ค. กรกฎำคม พญ. แพทย์หญิง
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๕๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 53 7/17/18 10:22 AM
๕๓ ท ๓/ผ.๒
คาเต็ม ท๓/ผ.๒
อักษรยอ่ อกั ษรยอ่ คาเตม็
ส.ค. สิงหำคม ครม. คณะรัฐมนตรี
ก.ย. กนั ยำยน ส.ส. สมำชกิ สภำผูแ้ ทนรำษฎร
ต.ค. ตุลำคม พ.ศ. พุทธศกั รำช
นสพ. หนังสอื พมิ พ์
พ.ย. พฤศจิกำยน พญ. แพทย์หญงิ
ผอ. ผู้อำนวยกำร
ธ.ค. ธันวำคม ตร.ว. ตำรำงวำ
ตร.ม. ตำรำงเมตร
ตร. ตำรวจ ททท. กำรทอ่ งเทย่ี วแห่งประเทศไทย
พ.ร.บ. พระรำชบญั ญัติ
ททท. กำรท่องเทย่ี วแหง่ ประเทศไทย ว/ด/ป , วนั เดือน ปี
ว.ด.ป.
อบต. องคก์ ำรบริหำรส่วนตำบล
อบจ. องคก์ ำรบรหิ ำรสว่ นจังหวัด
ผวจ. ผูว้ ำ่ รำชกำรจงั หวดั
รร.จปร. โรงเรยี นนำยร้อย
พระจุลจอมเกลำ้
ส.ค.ส. สง่ ควำมสขุ ทลู เกล้ำฯ ทลู เกล้ำทูลกระหม่อม
น้อมเกล้ำน้อมกระหมอ่ ม
โปรดเกล้ำฯ โปรดเกลำ้ โปรดกระหม่อม น้อมเกลำ้ ฯ
๕๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 54 7/17/18 10:22 AM
๕๔
ท ๓/ผ.๒-๐๓
ท๓/ผ.๒-๐๓
ใบงานที่ ๐๓ ใช้ถกู อ่านถกู หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
คาช้แี จง ตอนที่ ๑ จับคู่ชอ่ื กับเครื่องหมำยวรรคตอนให้ตรงกัน โดยเติมตวั อักษรหน้ำหัวขอ้
๑. ”
ก. มหพั ภาค ใชเ้ ขยี นข้ำงหลังตัวอักษรย่อ ตัวเลข
๒. ข. นขลขิ ิต ใช้กำกบั ตัวเลข ตัวหนงั สือ หรอื ข้อควำมท่ีกนั
ไว้เป็นพเิ ศษ
๓. . ค. อัญประกาศ ใชเ้ ขียนครอ่ มข้อควำมที่ต้องกำรให้สงั เกต
หรือคำสนทนำ
๔. ( ) ง. สัญประกาศ ใชข้ ีดใตข้ อ้ ควำมทเี่ ห็นว่ำ สำคญั เพ่ือให้
สังเกตุเปน็ พิเศษ
๕. “ ” จ. บุพสัญญา ใช้แทนคำในบรรทัดบนทอ่ี ยู่ตรงกนั
๖. , ฉ. ยัติภังค์ ใชเ้ ขียนระหว่ำงคำที่เขยี นแยกพยำงค์กัน
๗. ? ช. จลุ ภาค ใชค้ น่ั คำหลำย ๆ คำ ทีเ่ รยี งติดกนั ไป
๘. ! ซ. เสมอภาค ใชเ้ ขียนค่นั กลำง เพื่อแสดงควำมข้ำงหนำ้ กับ
ขำ้ งหลงั วำ่ มีสว่ นเทำ่ กนั
๙. -
๑๐. = ฌ. ปรัศนี ใช้เขียนไวห้ ลังข้อควำมที่เปน็ คำถำม
ญ. อัศเจรยี ์ ใช้เขยี นไวห้ ลังคำอทุ ำน
ตอนที่ ๒ อำ่ นวันเดือนปีแบบไทยต่อไปนี้ อำ่ นวำ่ วนั องั คำร แรมเก้ำค่ำ เดือนส่ี
๓ฯ๔ อำ่ นว่ำ
๙ อำ่ นว่ำ
๑๒ อ่ำนว่ำ
อำ่ นว่ำ
๔ฯ๑ อ่ำนว่ำ
๗ ฯ ๑๒
๑๔
๑
๑ฯ๖
๕ฯ๒
๒
๑๕
๖ฯ๘
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๕๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 55 7/17/18 10:23 AM
๕๕
ทท๓๓//ผผ..๒๒--๐๐๓๓
ตอนท่ี ๓ เขยี นคำเต็มของอักษรยอ่ จำกประโยคต่อไปนี้
๑. แม่ใหฉ้ ันไปซื้อนำ้ ตำลทรำย ๒ กก.
...........................................................
๒. ช.ม.วิทยำศำสตร์วนั น้ี ครจู ะใหน้ ักเรยี นเขำ้ หอ้ งสมดุ
...................................................................................
๓. พ่ีชำยของฉันเรยี นท่ี รร. จปร. จ.นครนำยก
.........................................................................................
๔. ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ตรงกบั ค.ศ. ๒๐๑๓
............................................................................................
๕. ครม. ชดุ นี้ตง้ั ใจทำงำนเพ่ือควำมเจริญของบ้ำนเมอื ง
......................................................................................
๖. น้ำชำยปลกู บำ้ นสองชั้นในพ้นื ที่ ๗๘ ตร.ว.
.................................................................................
๗. คณุ พ่อของเขำทำงำนท่ี อบต. ทำ่ ช้ำง
.................................................................................
๘. เรำขบั รถเลยป้อม ตร.ทล. มำแลว้
.................................................................................
๕๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 56 7/17/18 10:23 AM
๕๖ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
ทท๓๓/ผ/.ผ๒.๒
ใบความรู้ การอ่านอักษรนา
การอา่ นคาที่มอี ักษรสงู นา เช่น
ขณะ ขนบ ขนม ขนาด
เฉลยี ว ฉลาด ไฉน ฉงน
ถลา ถวาย ถนดั ถลน
สนาน สลับ สนอง สมอง
การอ่านคาทม่ี ีอักษรกลางนา เช่น
ตวำด จมูก จรติ จรสั
ตนุ ตวัด ตลก ตลำด
อรำ่ ม อรอ่ ย อเนก อนำถ
ตลอด ตวำด จรวด จรติ
ข้อสังเกตคำท่มี ีอักษรสูงนำและคำท่ีมีอักษรกลำงนำ
๑. คำข้ำงตน้ พยำงค์ ๑ ออกเสยี งพยญั ชนะตวั หนำ้ ประสมกับสระอะ
(ออกเสยี ง อะ เพียงครึง่ เสียง) พยำงค์ที่ ๒ ออกเสยี งพยญั ชนะตัวที่ ๒ ประสมกับ
สระและพยัญชนะสะกดตำมทป่ี รำกฏ โดยออกเสยี งวรรณยุกตต์ ำมเสยี งพยัญชนะตัวหนำ้
คล้ำยมี ห นำ
๒. คำอักษรนำซึ่งพยัญชนะตัวหน้ำ เปน็ อกั ษรสูง หรอื เป็นอักษรกลำงนำ
พยัญชนะตัวหลัง เป็นอกั ษรตำ่ เดี่ยว คอื ง ณ น ม ย ร ล ว และออกเสียงพยำงคท์ ่ี ๒
คลำ้ ยมี ห นำ เชน่
ผลิต อ่ำนว่ำ ผะ – หลิด ฝรั่ง อ่ำนว่ำ ฝะ – หรง่ั
เศวต อ่ำนว่ำ สะ – เหวด สยำม อ่ำนว่ำ สะ – หยำม
สวัสดิ์ อำ่ นวำ่ สะ – หวัด กนก อำ่ นวำ่ กะ – หนก
ตวาด อำ่ นวำ่ ตะ – หวำด จมกู อ่ำนวำ่ จะ – หมกู
อร่อย อ่ำนว่ำ อะ – หรอ่ ย จริต อ่ำนวำ่ จะ – หรดิ
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๕๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 57 7/17/18 10:23 AM
๕๗
ท๓/ทผ.๒๓/ผ.๒
คำบำงคำแมม้ ีลักษณะเชน่ ข้อ ๑ และข้อ ๒ แต่ไมน่ ิยมอ่ำนพยำงค์ที่ ๒ เหมอื นมี ห นำ
ขนิษฐำ ขะ – นดิ – ถำ ขมำ ขะ – มำ
ศรณั ยู สะ – รนั – ยู สมญั ญำ สะ – มนั – ยำ
สมำทำน สะ – มำ – ทำน สมำธิ สะ – มำ – ทิ
กนิษฐำ กะ – นดิ – ถำ อนตั ตำ อะ – นดั – ตำ
คาที่มี ห นา หญงิ ใหญ่
หยมุ หยิม หนักหนำ หรหู รำ
แหงนหงำย หลงั ไหล่ หวน่ั ไหว หมักหมม
คำทีม่ ีพยัญชนะตน้ เปน็ ห นำพยัญชนะตัวหลัง คือ ง ญ น ม ย ร ล ว
ไม่ออกเสียงตัว ห แต่ออกเสยี งพยัญชนะตัวหลังให้มีเสยี งวรรณยุกตต์ ำมตวั ห
คาที่มี อ นา
อยำ่ อยู่อย่ำงอยำกได้ ของเขำ
อยู่ อยำ่ งคนตวั เบำ สขุ ล้ำ
อย่ำง อยำกอยอู่ ย่ำเอำ แตไ่ ด้
อยำก อยอู่ ยำ่ งอยำ่ ยำ้ เหลำ่ นี้ อ นำ
คำทม่ี ีพยัญชนะตวั หนำ้ เป็น อ นำ ย ไม่ออกเสยี ง อ แตเ่ สยี งวรรณยุกต์ของพยำงค์
ออกเสียงตำมพยญั ชนะ อ มี ๔ คำ ไดแ้ ก่ อยำ่ อยู่ อยำ่ ง อยำก
หนังสอื เรยี นรำยวชิ ำพื้นฐำนภำษำไทย ชดุ ภำษำเพอ่ื ชีวติ ภำษำพำที ชั้นประถมศกึ ษำปีที่ ๔
๕๘ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรียน) กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 58 7/17/18 10:23 AM
๕๘ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
ท ๓/ผ.๒-๐๔
ท๓/ผ.๒-๐๔
ใบงานที่ ๐๔ อ่าน คดิ เขียนอกั ษรนา
คาช้แี จง ตอนที่ ๑ เขียนคำใหม่จำกคำอำ่ นที่กำหนดให้
สะ – หนิด = ................................... ขะ – หมนิ้ = ..........................................
ขะ – หยัน = .......................................... สะ – หมยั = ..........................................
จะ – หมกู = ................................... ฉะ – หลำด = ..........................................
ขะ – หนม = ................................... ตะ – หลอด = ........................................
ขะ – หนนุ = .................................. สะ – หมุน = ..........................................
ขะ – หนำด = .................................... ฉะ – หลอง = ............................................
สะ – หนอง = ................................... สะ – เหมอ = ..........................................
ตะ – หลำด = ................................... อะ – หงนุ่ = ............................................
อะ – หรอ่ ย = ................................... กะ – หนก = .............................................
ถะ – หนน = ................................... ตะ – หลก = .............................................
สะ – หมุด = ................................... ขะ – หนำน = .............................................
ตอนท่ี ๒ คัดเลือกคำอักษรนำจำกตอนท่ี ๑ อย่ำงน้อย ๕ คำ เขียนเรือ่ งสั้น ๆ ๕๙
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................................................... ............................
....................................................................................................... .......................................................
............................................................................................................................. ..................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. .................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 59 7/17/18 10:23 AM
๕๙
ทท๓/๓ผ/.๓ผ.๓
ใบความรู้ คากรยิ า
คำกรยิ า เป็นคำที่บอกอำกำร หรอื บอกสภำพของคน สัตว์ พืช สิ่งของ เครื่องใช้ เช่น
ยิ้ม ล้ม กิน ตี ยิ้ม วิ่ง เป็นคำกริยำบอกอำกำร
อว้ น ผอม ฉลำด โง่ เกำ่ ใหม่ เป็นคำกริยำบอกสภำพ
อ่านและพิจารณาประโยคต่อไปน้ี รถกระบะวงิ่ ลบั หำยไป
ภเู ขำถล่มเมอื่ วำนนี้
คำวำ่ ถล่ม วิ่ง ไม่ต้องมกี รรมตำมหลงั ก็ได้ใจควำม คำกริยำประเภทนี้เรียกว่ำ คากรยิ าอกรรม
คุณยำยเยบ็ กระทง ชำ่ งสลกั กาบกล้วยใหเ้ ป็นลวดลำย
คำวำ่ เยบ็ สลกั ต้องมีกรรม คือ คำ กระทง กาบกล้วย (คำที่พิมพ์ตวั เอนหนำ) ตำมหลังจึงจะได้
ใจควำมสมบรู ณ์ คำกรยิ ำประเภทนเี้ รยี กวำ่ คากริยาสกรรม
เขำเหมือนฉนั ขำ้ วเป็นอำหำรของคนไทย
ผลกล้วยตำนีแตกต่ำงจำกผลกลว้ ยชนิดอ่นื คอื มเี มล็ดมำก
คำว่ำ เหมอื น ของ เปน็ เป็นคำกรยิ ำทต่ี ้องมีคำนำม หรือคำสรรพนำม ซึง่ ทำหน้ำที่เป็นส่วนเติมเตม็
ตำมหลังเสมอ เรยี กว่ำ คากรยิ าต้องเติมเต็ม คำกริยำประเภทนี้ยงั มีอีก นักเรียนควรศกึ ษำเพ่มิ เตมิ
หนงั สอื เรยี นรำยวชิ ำพนื้ ฐำนภำษำไทย ชุดภำษำเพื่อชวี ติ ภำษำพำที ช้นั ประถมศกึ ษำปที ่ี ๖
๖๐ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 60 7/17/18 10:23 AM
๖๐
ท ๓/ผ.๓
ท๓/ผ.๓
ใบความรู้ คาวิเศษณ์ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
คำวเิ ศษณ์ คอื คำท่ีทำหน้ำท่ีขยำยคำนำม คำสรรพนำม คำกริยำ หรือ คำวิเศษณ์ด้วยกัน เพือ่ ให้
เนอ้ื ควำมชัดเจนข้นึ คำวิเศษณม์ ักอย่หู ลงั คำทีน่ ำมำขยำย
อา่ นและพจิ ารณา คาวเิ ศษณ์ ชนดิ ของคาวเิ ศษณ์
ประโยค เฒ่า เจา้ ปัญญา ขยำยคำนำม (พรำหมณ์ คน)
เครอื่ งใหม่ ขยำยคำนำม (คอมพวิ เตอร)์
๑. พรำหมณเ์ ฒ่าเปน็ คนเจา้ ปัญญา เอง ขยำยคำสรรพนำม (ฉัน)
๒. นกั เรยี นกำลงั สนใจคอมพิวเตอร์เครอ่ื ง คนนั้น ขยำยคำสรรพนำม (ใคร)
ไพเราะ ขยำยคำกริยำ (พูดจำ)
ใหม่ มากมาย ขยำยคำกริยำ (มี)
๓. ฉนั เองเป็นคนทำ จรงิ ๆ ขยำยคำวิเศษณ์ (นอ้ ย)
๔. เรำไมอ่ ยำกนึกถึงใครคนนัน้ อีกแล้ว มหาศาล ขยำยคำวเิ ศษณ์ (มำกมำย)
๕. เด็ก ๆ พูดจำไพเราะ
๖. ข้อมูลในอนิ เทอรเ์ นต็ มปี ระโยชน์
มากมาย
๗. น้ำในคลองเหลือน้อยจริง ๆ
๘. ขอ้ มูลในอนิ เทอร์เน็ตมปี ระโยชน์
มำกมำยมหาศาล
อ่านและพจิ ารณาประโยคตอ่ ไปน้ี ทาหนา้ ที่
ประโยค (คาทพี่ ิมพ์ตัวหนาเป็นคาวิเศษณ)์ ปรด๊ี ขยำยกริยำ สูง
สนิท ขยำยกริยำ เงียบ
๑. เสำธงหน้ำโรงเรียนสูงปร๊ดี เกง่ ขยำยกริยำสกรรม วำด
๒. เคร่อื งปรับอำกำศเงยี บสนิท อย่างสงบ ขยำยกริยำลกุ ขึ้นยนื ตรง
๓. น้องฉนั วำดรปู เกง่ ราง ๆ ขยำยกรยิ ำสกรรม เหน็
๔. ทกุ คนลกุ ขึน้ ยนื ตรงอยา่ งสงบ เมอ่ื ไร ขยำยกริยำ (จะ) จดั
๕. แสงสว่ำงในโรงละครพอเห็นได้ราง ๆ แสดงคำถำม จะ เป็นคำชว่ ยกริยำ
๖. เรำจะจัดคอนเสิรต์ กนั เมื่อไร เพราะเหตุใด ขยำยกริยำ (ไม่) ชอบชม (แสดง
๗. เพราะเหตุใด วยั รุน่ ไมช่ อบชมกำรแสดง คำถำม)
ไม่ เป็นคำชว่ ยกรยิ ำ
นำฏศิลป์ไทย
หนงั สอื เรยี นรำยวิชำพ้นื ฐำนภำษำไทย ชดุ ภำษำเพื่อชีวิต ภำษำพำที ชัน้ ประถมศกึ ษำปีท่ี ๖ หลกั สูตร
กำรศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำน พุทธศักรำช ๒๕๔๔
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๖๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 61 7/17/18 10:23 AM
๖๑
ท๓ท/ผ๓.๓/-ผ๐.๕๓-๐๕
ใบงาน ๐๕ เพลิดเพลนิ คากริยา หรรษาคาวิเศษณ์
คำชีแ้ จง ตอนที่ ๑ อำ่ นข้อควำมต่อไปนี้ คัดเลอื กคำกริยำ เขียนบอกว่ำเป็นคำกรยิ ำชนดิ ใด และแตง่ ประโยค
ใหถ้ กู ตอ้ งตำมชนดิ ของคำกริยำนั้น อยำ่ งน้อย ๕ ประโยค
ตอนพักเทย่ี ง หลงั จำกรับประทำนอำหำรกลำงวันแล้ว เดก็ ๆ ในโรงเรียนต่ำงมคี วำมสุข
บำ้ งก็เขำ้ ไปห้องสมดุ เพอื่ อำ่ นหนงั สอื บำ้ งก็วงิ่ เลน่ กนั อย่ำงสนกุ สนำน บำงกลุ่มซ้ือขนมน่ัง
รบั ประทำนและพูดคุยกนั เด็กชำยสมหวงั นักเรียนชัน้ ป. ๕ เดินไปพบครูประจำชัน้ เพ่ือขอ
อนุญำตกลบั บ้ำน เน่ืองจำกวันนยี้ ำยปว่ ย แมบ่ อกวำ่ ยำยเป็นลม เพรำะอำกำศร้อนมำก แม่ให้
เขำไปตักข้ำวตม้ ขณะทแี่ มเ่ ชด็ ตวั ใหย้ ำย จำกนัน้ เขำป้อนขำ้ วต้มยำย ยำยบอกว่ำดีใจทม่ี ี
หลำนเปน็ คนดีมนี ำ้ ใจ สำมำรถดแู ลคนแก่อย่ำงปู่ ยำ่ ตำ ยำยได้ สมหวังบอกว่ำเขำจะเปน็ คนดี
ตลอดไป
ตวั อยา่ ง นั่ง (กรยิ ำอกรรม) นกั เรยี นนัง่ กนั อย่ำงเป็นระเบยี บในห้องประชุม
๖๒ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 62 7/17/18 10:23 AM
๖๒
ทท๓/๓ผ./๓ผ-๐.๓๕-๐๕
ตอนที่ ๒ เลอื กคำวเิ ศษณท์ ก่ี ำหนดต่อไปน้ี คนละ ๕ คำ แต่งประโยคตำมหนำ้ ท่ี หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
หรูหรำ (ประกอบคำกริยำ) เกล้ียงเกลำ (ประกอบคำนำม)
เกนิ ไป (ประกอบคำวเิ ศษณ)์ เกง่ (ประกอบคำกริยำ)
อร่อย (ประกอบคำกริยำ) ตบุ๊ ปอ่ ง (ประกอบคำกรยิ ำ)
เผ็ด (ประกอบคำนำม) เหลอื เกนิ (ประกอบคำวิเศษณ)์
ทกุ คน (ประกอบคำสรรพนำม) เร็ว (ประกอบคำนำม )
แตง่ ประโยค
๑....................................................................................................................................................
๒...................................................................................................................................................
๓...................................................................................................................................................
๔...................................................................................................................................................
๕...................................................................................................................................................
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๖๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 63 7/17/18 10:23 AM
๖๓
ท ๓/ผ.๔
ใบความรู้ การพดู รายงาน
หลงั จำกได้ควำมรู้ ควำมคิดจำกกำรค้นควำ้ และมกี ำรจดบันทกึ
หรอื เขยี นรำยงำนเรยี บร้อยแลว้ จึงนำเสนอให้ครแู ละเพื่อนฟงั มีข้อควร
ปฏบิ ัตดิ ังนี้
๑. เตรียมตัวพูดรำยงำน เช่น ๒. แบง่ เวลำใหเ้ หมำะสมกับควำมสำคัญของเรื่อง
- กำหนดหวั ขอ้ ทจ่ี ะพดู เรียงลำดบั มเี วลำสำหรบั เกริ่นนำ เสนอเน้อื หำทีเ่ ป็น
ควำมสำคัญเพือ่ ให้เขำ้ ใจงำ่ ย สำระสำคญั เสนอข้อคิดท่เี ป็นประโยชน์ สรปุ
- กำหนดส่ือท่ีใชป้ ระกอบ และควร ควำมรูท้ ัง้ หมดที่ได้และมีเวลำให้ผฟู้ งั ซกั ถำม
ทดลองส่อื ก่อน เพ่ือไม่ให้เกิดปัญหำ
- กำหนดวธิ ีกำรนำเสนอ เช่น พูดอยำ่ ง
เดยี ว พูดโดยใชส้ ื่อประกอบ แสดง
หรอื สำธิตประกอบ ฯลฯ
๓. เปิดโอกำสให้ผู้ฟังมสี ่วนร่วมตำมควำม
เหมำะสม เชน่ กำรซักถำม กำรแสดง
ประกอบ กำรทดลอง ฯลฯ
๔. ใช้ภำษำพดู ใหถ้ กู ตอ้ ง ชัดเจน และสภุ ำพ
พยำยำมเนน้ จุดสำคญั เพื่อให้ผู้ฟังตืน่ เตน้
ติดตำมและประทับใจ
หนังสือเรยี นรำยวชิ ำพ้ืนฐำนภำษำไทย ชุดภำษำเพือ่ ชีวติ ภำษำพำที ชนั้ ประถมศกึ ษำปีท่ี ๕
๖๔ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 64 7/17/18 10:23 AM
๖๔
ท ๓/ผ.๔
ท๓/ผ.๔
ใบความรู้ การเขียนรายงาน หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
กำรเขยี นรำยงำน เป็นกำรเสนอผลงำนกำรศึกษำค้นควำ้ ผลกำรทดลอง หรือผล
การปฏบิ ัติงำนตำ่ ง ๆ เสนอต่อครู เพื่อนนักเรียนหรือผู้อนื่ เพ่ือใหม้ ีควำมรู้กวำ้ งขวำงย่งิ ข้นึ
หรอื ให้ผอู้ น่ื ทรำบผลกำรปฏิบัตงิ ำนของเรำ
กำรเขียนรำยงำนทด่ี คี วรปฏิบัติดงั น้ี
๑ กำหนดหวั ขอ้ เรื่อง
๒ วำงแผนเขยี นรำยงำน
กำรเขยี น ๓ รวบรวมข้อมลู
รำยงำน ๔ เขยี นรำยงำน
๕ ตรวจทำนและปรับปรุงให้สมบูรณ์
๑ กำหนดหวั ขอ้ เรอื่ ง
ควรกำหนดเร่ืองที่ผรู้ ำยงำนสนใจต้องกำรจะรู้ หรอื คำดวำ่ คนสว่ นใหญส่ นใจ เชน่ สำรพษิ
ในชวี ิตประจำวัน กระดำษน้ีมีทีม่ ำ ฯลฯ
นอกจำกกำหนดหัวข้อเรื่องได้แล้ว ควรกำหนดหวั ขอ้ ยอ่ ย ๆ ด้วยเพือ่ ควำมสะดวก
ในกำรคน้ ควำ้ เช่น เรอ่ื ง กระดำษนมี้ ที ่ีมำ
ท่ีมำของกระดำษ
คณุ คำ่ ของกระดำษ
กำรทำกระดำษ
กำรใชก้ ระดำษ
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๖๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 65 7/17/18 10:23 AM
๖๕
ทท๓๓//ผผ..๔๔
๒ วำงแผนเฯขลยี ฯนรำยงำน
กำหนดระยะเวลำปฏิบัติงำน เชน่ จะเขยี นให้เสรจ็ ภำยใน ๒ สัปดำห์ ฯลฯ
กำหนดสถำนท่ีที่จะไปค้นคว้ำ เชน่ หอ้ งสมดุ อนิ เทอรเ์ นต็ สถำนประกอบกำรหน่วยงำน
ตำ่ ง ๆ ฯลฯ
กำหนดผรู้ ่วมงำน (ถำ้ ทำงำนกล่มุ ) และแบ่งหนำ้ ท่กี ันให้ชดั เจน
กำหนดวันเขยี นรำยงำน วนั ตรวจทำน ปรับปรงุ แก้ไข
กำหนดวันสง่
ฯลฯ
๓ รวบรวมข้อมลู
ค้นคว้าหาข้อมลู จากแหล่งความร้ตู ่าง ๆ แล้วรวบรวมข้อมลู อย่างเปน็ หมวดหมู่ หรอื ตาม
หัวข้อย่อยทก่ี ำหนด
๔ เขียนรำยงำน
๔.๑ นำขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้มำเขียนเรยี บเรียงเปน็ ภำษำของตนเองให้อำ่ นเข้ำใจงำ่ ย
ประกอบดว้ ย ๓ สว่ น มกี ำรลำดับควำมสำคญั มีสำระควำมรู้ มขี ้อคิดที่เปน็ ประโยชน์ และมเี หตุผล
ประกอบ ฯลฯ ขอ้ สำคัญไมค่ วรลอกข้อควำมจำกหนังสอื อ่ืน หรือตัดต่อข้อควำมจนดูเสมือนเปน็
สำนวนของตนเอง แตถ่ ้ำจำเป็นตอ้ งลอกข้อควำมสำคัญ ตอ้ งบอกวำ่ มำจำกหนงั สืออะไร และถือเปน็
มำรยำททจ่ี ะต้องระบชุ ่ือผ้แู ต่งเสมอ
๖๖ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 66 7/17/18 10:23 AM
๖๖ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
ท๓/ผ.๔
ท ๓/ผ.๔
๔.๒ ทำรปู เลม่ รำยงำนใหส้ มบูรณ์ ซ่งึ มสี ว่ นประกอบ ดงั นี้
๔.๒.๑ หนำ้ ปก ควรมรี ำยละเอยี ดดงั ตัวอย่ำง
รำยงำนวชิ ำภำษำไทย
เรือ่ ง กระดาษน้ีมที ี่มา
…………………….
ผู้เขยี นรำยงำน
เดก็ ชำยผลติ กระดำษสำ
ช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี ๔
เสนอคุณครูละเอยี ด วงศ์แสนดี
ส่งรำยงำนวนั ท่ี ๒๐ สงิ หำคม พ.ศ. ๒๕๕๖
๔.๒.๒ คำนำ กำรเขยี นคำนำอำจกลำ่ วถึงสำระต่ำง ๆ เชน่ ทีม่ ำ จุดประสงค์ของ
กำรเขียนรำยงำน วธิ ีกำรค้นคว้ำ ผรู้ ่วมงำน ผูม้ อี ปุ กำรคุณ ประโยชน์ที่คำดวำ่ จะไดร้ ับจำกรำยงำน
ฯลฯ
ตัวอยา่ งการเขียนคานา
คานา
รำยงำนเรื่องเคร่อื งหมำยวรรคตอนฉบับนี้ คณะผู้จัดทำได้พยำยำมค้นควำ้
และรวบรวมตัวอย่ำงไวม้ ำกมำย เพอ่ื ให้ผู้สนใจใชส้ ำหรับค้นคว้ำ แต่ละเคร่ืองหมำย
ไดน้ ำประโยคที่มักใส่เคร่ืองหมำยผิดมำยกเป็นตัวอยำ่ งไวด้ ้วย
คณะผู้จดั ทำหวังเป็นอยำ่ งย่ิงว่ำ รำยงำนฉบับนค้ี งจะเปน็ ประโยชนส์ ำหรับ
ผ้อู ำ่ นได้ตำมต้องกำร
คณะผูจ้ ัดทำ
๑๖ มกรำคม ๒๕๕๖
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๖๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 67 7/17/18 10:23 AM
๖๗
ท๓ท/ผ๓.๔/ผ.๔
๔.๒.๓ สำรบัญ ระบเุ รอื่ งแต่ละเรื่องทีเ่ สนอและเลขหนำ้ ของเร่อื งน้นั ๆ หนา้
ตัวอย่ำงสำรบญั ๑
๓
สารบญั ๔
คานา ๖
กำรใช้เคร่ืองหมำยวรรคตอน ๗
เครื่องหมำยจุลภำค ๘
เครื่องหมำยมหพั ภำค ๑๐
เครอ่ื งหมำยปรศั นี ๑๑
เคร่อื งหมำยอัศเจรีย์
เคร่อื งหมำยนขลขิ ติ
เครือ่ งหมำยอญั ประกำศ
บรรณำนกุ รม
๔.๒.๔ เนอ้ื เร่อื ง คือสว่ นทค่ี ้นควำ้ เร่ืองมำเรียบเรยี ง ซึ่งเป็นส่วนสำคญั ของเร่ือง ตำมขอ้ ๔.๑
๔.๒.๕ รำยชื่อหนังสอื ที่ใชค้ น้ ควำ้ หรือบรรณำนุกรม มวี ธิ ีเขียนดงั ตวั อย่ำง
บรรณานกุ รม
กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร. หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑.
กรงุ เทพมหำนคร : โรงพมิ พ์ชุมนมุ สหกรณ์กำรเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั ,
๒๕๕๑.
วิชำกำร, กรม, กระทรวงศึกษำธิกำร. หนังสอื เรียนรายวชิ าพืน้ ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษา
เพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖. กรงุ เทพมหำนคร : องค์กำรค้ำ
คุรสุ ภำ, ๒๕๕๕.
๕ ตรวจทานและปรบั ปรุงแก้ไขให้สมบรู ณ์
นำรำยงำนมำตรวจทำนอกี ครั้ง พิจำรณำควำมตอ่ เนื่องและตรวจกำรเขียนตัวสะกดกำรนั ต์
แลว้ แก้ไขใหถ้ ูกตอ้ ง
๖๘ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 68 7/17/18 10:23 AM
๖๘
ท๓๓//ผผ..๔๔--๐๐๖๖
ท
ใบงานที่ ๐๖ การเขียนรายงาน หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
คาชแ้ี จง ปฏิบัตกิ จิ กรรมดงั ต่อไปนี้
แบง่ กลุ่มนกั เรยี น
ทารายงานเรื่องท่ีสนใจ
นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรายงานหน้าชน้ั เรยี น
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๖๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 69 7/17/18 10:23 AM
๖๙
ท ๓ท/ผ๓/.๔ผ.๔
แบบทดสอบหลงั เรยี น
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ นทิ านอ่านสนกุ นทิ านอา นสนกุ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คาช้แี จง ปฏิบตั ิกจิ กรรมต่อไปนีใ้ หถ้ กู ต้อง
๑. บอกคำเต็มของอักษรย่อจำกประโยคต่อไปนีใ้ หถ้ ูกตอ้ ง
๑.๑ ช.ม.วิทยำศำสตร์ ครูจะให้นักเรยี นเขำ้ ห้องสมดุ คำเต็มคือ..........................................................
๑.๒ น้ำชำยปลูกบ้ำนสองช้นั ในพนื้ ที่ ๑๐๐ ตร.ว. คำเตม็ คือ..........................................................
๑.๓ คุณพ่อทำงำนที่ อบต.ทำ่ ทรำย คำเตม็ คือ..........................................................
๑.๔ บ้ำนของเขำอยู่ จ. นครนำยก คำเต็มคือ..........................................................
๒. อ่ำนวนั เดือนปแี บบไทยให้ถกู ต้อง อำ่ นว่ำ...........................................................................................
๒.๑ ๑๒ อ่ำนวำ่ ...........................................................................................
๔ ฯ ๑๐
๒.๒ ๕ ฯ ๒
๒
๓. เขยี นคำอักษรนำจำกคำอ่ำนต่อไปน้ี
๓.๑ สะ – เหมอ เขียนวำ่ ..........................................................................................................
๓.๒ กะ – หนก เขียนวำ่ .........................................................................................................
๓.๓ ขะ – หยนั เขียนวำ่ .........................................................................................................
๓.๔ จะ – หมูก เขยี นวำ่ ..........................................................................................................
๔. เขยี นคำวิเศษณ์ลงในประโยคให้ถูกต้อง
๔.๑ น้องนอน...........................................จงึ ตนื่ ...................................................................................
๔.๒ ดอกรำตรีสง่ กลิน่ ................................ในเวลำ..............................................................................
๕. เลอื กคำวเิ ศษณ์มำแต่งประโยค ๒ ประโยค มำกมำย
เก่ง เผด็ เร็ว
๕.๑ ประโยค...........................................................................................................................................
๕.๒ ประโยค...........................................................................................................................................
๗๐ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 70 7/17/18 10:23 AM
๗๐
ท ๓/ทผ๓.๔/ผ.๔
๖. เขียนขัน้ ตอนกำรพูดรำยงำน หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ นทิ านอา นสนกุ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๗. อำ่ นเร่ืองที่กำหนดแล้วเขียนแผนภำพโครงเรอื่ ง
คิดได้กส็ ายแลว้
คร้งั หนง่ึ มพี ่อค้ำ จูงมำ้ ลำไปค้ำขำย
บรรจุของมำกมำย บรรทกุ ไวห้ ลังม้ำลำ
เดินทำงตำ่ งหัวเมอื ง เดินต่อเนอื่ งตำมมรรคำ
แตห่ นุม่ จนชรำ ยงั ยึดอำชีพดง้ั เดิม
วนั หนึง่ ซอ้ื สนิ คำ้ บรรทกุ ลำมำกเพิม่ เตมิ
หลงั ลำน้ำหนกั เพิม่ เร่มิ ออ่ นลำ้ เดินชำ้ ลง
กำ้ วขำเดนิ ไมม่ ั่น แขง้ ขำส่นั ไมม่ น่ั คง
เรยี่ วแรงเรมิ ถอยลง มิอำจตรงขนื ร่ำงกำย
จงึ เอย่ เอ้อื นวำจำ วำ่ พ่อม้ำเพ่ือนสหำย
ฉันมิอำจทรงกำย เรีย่ วแรงหำยมลำยไป
ช่วยดว้ ยเถิดเพือ่ นรกั พำนกั กม็ ไิ ด้
ชว่ ยถำ่ ยสนิ ค้ำไว้ บนหลังเพอ่ื นเพ่อื ผ่อนแรง
มำ้ ฟงั แล้วไดย้ ิน นกึ ดหู มน่ิ คิดแอบแฝง
ช่วยไยใหห้ นกั แรง จึงทำแกล้งไมไ่ ด้ยนิ
ลำรอ้ งขอวงิ วอน ชว่ ยฉนั กอ่ นอย่ำติฉนิ
กอ่ นทฉี่ ันจะส้นิ ลม้ กลำงดนิ สิ้นกำลงั
มำ้ เดินหำ่ งไปไกล เบื่อเหลือใจไม่อยำกฟัง
เสยี งลำลม้ เสยี งดัง พ่อคำ้ รัง้ ให้หยดุ เดนิ
นำของและหนงั ลำ ใส่หลงั ม้ำบรรทุกเกิน
เวรกรรมมำเผชิญ จำใจเดนิ เผชิญกรรม
เพรำะควำมเห็นแก่ตวั จิตเมำมัวมำหนุนนำ
ใจไมไ้ สร้ ะกำ จึงชอกชำ้ นำ้ ตำรนิ
หวนคดิ ถึงเพือ่ นลำ เปน็ เพื่อมำ้ มำอำจินต์
ชีวำมำสูญสิน้ ดับแดด้ินเพรำะใจดำ
ถ้ำชว่ ยตำมรอ้ งขอ เพ่อื นคงพอมแี รงคำ้
เพรำะเรำใจจดื ดำ ทำใหเ้ พื่อนต้องวำงวำย
จงึ ตอ้ งทรมำน ฝืนสังขำรและร่ำงกำย
บรรทกุ ของมำกมำย มำคิดได้ก็สำยแล้ว
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๗๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 71 7/17/18 10:23 AM
๗๑
ท ๓ท๓//ผผ..๔๔
ตัวละคร ………………………………………………………………………………………………………………………
สถำนที่ …………………………………………………………………………………………………………………………
ผลของเหตกุ ำรณ์ ………………………………………………………………………………………………………………………….
ขอ้ คิดท่ไี ดร้ ับ ………………………………………………………………………………………………………………………….
เหตกุ ำรณ์ …………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………..
๗๒ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 72 7/17/18 10:23 AM
๔
การใชภาษาเพื่อสือ่ สาร
6102149L01e-�6 (��.).indd 73 7/17/18 10:23 AM
6102149L01e-�6 (��.).indd 74 7/17/18 10:23 AM
๗๔
ทท๔๔/ผ/.ผ๑.๑
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๔ แบบทดสอบกอ่ นเรียน ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
การใชภ้ าษาเพื่อส่ือสาร
คาช้แี จง เขียนเคร่ืองหมาย × ทบั อักษรหนา้ คาตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสุด
๑. ข้อใดมคี าสรรพนามถาม
ก. คาถามและคาตอบตอ้ งสมั พันธก์ ัน
ข. อะไร ๆ ก็เกดิ ขึ้นได้เสมอไม่ควรประมาท
ค. ใครใครก็ต้องการมีสขุ ภาพทีแ่ ข็งแรงทง้ั น้นั
ง. การปลูกพืชผกั สวนครัวควรใชป้ ยุ๋ ชนิดใดจงึ จะปลอดภัย
๒. ประโยคใดใช้คาเชอ่ื มถูกตอ้ งท่สี ุด
ก. เงนิ ทองเปน็ ของหายาก
ข. ผมชอบอา่ นหนังสอื บา้ งเปน็ บางครง้ั
ค. เธอไม่ชอบออกไปท่องเทยี่ วต่างจังหวดั
ง. พส่ี าวและนอ้ งชายชอบเรียนวชิ าศลิ ปะ
๓. “แสวงหาผลประโยชนโ์ ดยตัวเองไม่ลงทนุ ” ตรงกับสานวนข้อใด
ก. จบั ปใู สก่ ระด้ง ข. จับแพะชนแกะ
ค. จับเสอื มือเปล่า ง. จับปลาสองมอื
๔. “จบั ได้ในขณะทาความผดิ ” ตรงกับสานวนใด
ก. สจู้ นยิบตา ข. คาหนังคาเขา
ค. สนุ ัขจนตรอก ง. คาบลกู คาบดอก
๕. ในการเขยี นจดหมายต้องระวังเรอ่ื งใดมากที่สุด
ก. การเขยี น วนั เดือน ปี
ข. การใชภ้ าษาใหส้ ภุ าพ
ค. การใช้ซองจดหมายใหถ้ ูกขนาด
ง. การผนึกดวงตราไปรษณยี ากร
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๗๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 75 7/17/18 10:23 AM
๗๕
ท๔ท/ผ๔.๑/ผ.๑
๖. จดหมายลาครูจะไม่สมบูรณถ์ า้ ขาดส่วนใด
ก. วนั ท่ีลา ข. สาเหตุทล่ี า
ค. สถานท่ีเขียน ง. คารับรองจากผปู้ กครอง
๗. ข้อใดใชค้ าบุรษุ สรรพนามไม่ถกู ต้อง
ก. พวกเขาเปน็ สัตว์เลย้ี งท่ีอยใู่ กลช้ ดิ คนมาก
ข. คุณพ่อคณุ แม่ท่านรักและห่วงใยลกู ๆ เสมอ
ค. เธอเป็นผู้หญงิ ทส่ี วยและเกง่ จงึ มีคนช่ืนชมมาก
ง. ประชาชนนับถอื หลวงพ่อเพราะท่านอยใู่ นพระธรรมวินยั
๘. ประโยคใดใช้คากรยิ าอกรรม ได้ถูกต้องท่ีสุด
ก. นกั เรียนอา่ นทกุ วนั จนคลอ่ งแคลว่ และเก่งขึน้
ข. ฝนตกมากในภาคใตแ้ ละภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
ค. นกั กีฬาทกุ คนต้องเลน่ กฬี าอย่างมีน้าใจเป็นนกั กฬี า
ง. แผ่นดนิ ไทยเป็นแผน่ ดินทองในน้ามีปลาในนามีขา้ ว
๙. ข้อใดใชค้ าทม่ี คี วามหมายเชิงอุปมา
ก. ทางแคบเดนิ จะหลีกกนั ไม่พน้
ข. กางเกงเธอคับจนตะเข็บปริแล้ว
ค. ซอยนแ้ี คบคงกลับรถไมส่ ะดวก
ง. ภาวะเศรษฐกจิ ตกต่าทาใหค้ นใจคอคับแคบ
๑๐. ข้อใดเปน็ คาบพุ บทบอกความเปน็ เจา้ ของ
ก. บ้านฉันอยูใ่ กลโ้ รงเรียน
ข. หนงั สอื เล่มนี้เปน็ ของฉัน
ค. รถคันน้นั ว่งิ เรว็ กว่ารถคันน้ี
ง. สวนน้าเปน็ สวนสาธารณะสาหรับประชาชน
๗๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 76 7/17/18 10:23 AM
๗๖ ทท๔/๔ผ/.๑ผ.๑ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ใบความรู้
สานวนโวหารในภาษาไทย
สานวนโวหารในภาษาไทย แบง่ ออกเปน็ ๕ แบบ คือ
๑. บรรยายโวหาร คอื การอธบิ าย
๒. พรรณนาโวหาร คือ ทาให้เห็นภาพ
๓. เทศนาโวหาร คอื การสัง่ สอน
๔. สาธกโวหาร คือ การยกตัวอย่าง
๕. อุปมาโวหาร คอื การเปรยี บเทียบ
๑. บรรยายโวหาร
คอื การเล่าเรื่องหรืออธบิ ายเร่ืองราวต่างๆตามลาดบั เหตุการณ์ เขยี นตรงไปตรงมา รวบรดั
ไดแ้ ก่ การเขยี นอธิบายประเภทต่างๆ เชน่ บทความ การเขียนเล่าเรื่อง บนั ทกึ ข่าว เปน็ ตน้
ตวั อย่างบรรยายโวหาร
“พ่อเดนิ เข้าหากอไผ่ป่า เลือกตัดลาเทา่ ขามาสองปล้อง ทาเป็นกระบอก คดั เห็ดดอกใหญ่
ไปล้างในลาห้วยจนสะอาด บรรจุลงในกระบอกไมไ้ ผ่จนแนน่ ไม่ต้องใสน่ า้ เตมิ เกลอื และ
เติมนา้ พริกลงไปพอเหมาะ กอ่ ไฟเผากระบอกไมไ้ ผน่ ้ัน ไมน่ านนักเหด็ กข็ ับนา้ ออกมาเดือดปุดๆ”
๒. พรรณนาโวหาร
มุ่งให้ความแจม่ แจ้ง ละเอียดลออ เพอื่ ให้ผู้อ่านเกิดอารมณซ์ าบซงึ้ เพลิดเพลินไปกบั
ข้อความน้นั การเขียนพรรณนาโวหารจึงยาวกวา่ บรรยายโวหารมาก มุ่งใหภ้ าพ และอารมณ์
จึงมกั ใช้การเล่นคา เล่นเสียง ให้ภาพพจน์ เต็มดว้ ยสานวนโวหารท่ไี พเราะ อ่านไดร้ สชาติ
ตวั อย่างพรรณนาโวหาร
“วันเพ็ญ พระจนั ทร์สนี วลจ้าสอ่ งแสงอยู่วงรัศมสี ีขาว น้าขนึ้ เตม็ ฝ่งั นง่ิ ไมก่ ระดุกกระดิก
แต่เปน็ เงาแวววาวเหมือนถาดเงินใบใหญ่ที่ขัดมนั ทางฝง่ั ขวาของแมน่ ้าเจา้ พระยาตอนหน่ึง
มีต้นลาพตู ้นใหญ”่
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๗๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 77 7/17/18 10:23 AM
๗๗
ทท๔/๔ผ./๑ผ.๑
๓. เทศนาโวหาร
คือโวหารท่ีผู้เขยี นมุ่งจะสง่ั สอนคุณธรรมหรือจรรโลงใจผู้อ่าน หรอื ปลุกใจ จงู ใจให้ผูอ้ ่าน
คล้อยตาม
ตัวอยา่ งเทศนาโวหาร
ทาอะไรก็อย่าทาดว้ ยความอยากมอี ยากเปน็ อยากได้น่นั อยากได้นี่ แต่เราทาไปตามหน้าที่
ของเรา เรามหี นา้ ทีอ่ ะไรก็ทาหน้าทนี่ นั้ ใหส้ มบรู ณ์ ให้เรียบร้อย ไมต่ ้องมคี วามอยากจะได้ อยากจะ
เป็นกท็ าได้ ทาเพราะสานึกในหนา้ ที่ มันเปน็ เหตใุ ห้กระต้นุ เตือนให้กระทา เพราะความสานกึ ว่า
เราเกิดเพอื่ หน้าท่ี หรือคาพดู ทเ่ี คยพดู บ่อยๆ วา่ “งานคอื ชวี ิต ชวี ติ คอื งานบันดาลสุข ทางาน
ใหส้ นุก เป็นสุขขณะทางาน”
๔. สาธกโวหาร
คอื โวหารท่ีมุ่งให้ความชดั เจน โดยการยกตัวอย่างเพ่ืออธบิ ายหรอื สนับสนนุ ความคดิ เห็น
ให้หนกั แนน่ น่าเชื่อถอื
ตัวอย่างสาธกโวหาร
โยคเี ทศนาทหารทพั ลงั กาและเมืองผลกึ ในเรอื่ งพระอภัยมณี
คือรูปรสกล่นิ เสียงไม่เท่ียงแท้ ยอ่ มเฒา่ แก่เกิดโรคโศกสงสาร
ความตายหนง่ึ พงึ ใหเ้ หน็ เป็นประธาน หวังนพิ พานพน้ ทุกข์สนกุ สบาย
ซึ่งบา้ นเมอื งเคอื งเขญ็ ถงึ เช่นน้ี เพราะโลกยี ์ตณั หาพาฉบิ หาย
อนั ศลี หา้ ว่าอยา่ ทาใหจ้ าตาย จะตกอบายภมู ขิ มุ นรก
๕. อุปมาโวหาร
คอื โวหารเปรยี บเทียบ โดยยกตัวอยา่ ง สง่ิ ท่ีคล้ายคลึงกันมาเปรียบเพื่อใหเ้ กดิ ความชัดเจน
ดา้ นความหมายด้านภาพและเกิดอารมณ์ ความรสู้ ึกมากย่งิ ข้นึ อุปมาโวหารมกั จะปรากฏพรอ้ มกับ
พรรณนาโวหารเสมอ
ก. เปรยี บเทียบสิ่งท่ีเหมอื นกันสองส่ิง มักมคี าว่า เหมือน ดจุ คลา้ ย เปน็ ตวั เช่ือม
คาอปุ มาอุปไมยให้สอดคลอ้ งกนั เชน่ ดีใจเหมอื นได้แกว้
ข. เปรียบเทียบโดยการโยงความคิดจากสงิ่ หนึ่งไปยงั สิง่ หน่ึง เป็นการเปรยี บโดยนัย
ตอ้ งอาศยั การตีความประกอบ เช่น ครูเหมอื นเรือจ้าง ชาวนาเป็นกระดกู สันหลงั ของชาติ
๗๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 78 7/17/18 10:23 AM
๗๘ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ท๔/ผ.๑
ท ๔/ผ.๑
ค. เปรยี บเทยี บโดยการซา้ คา เช่น จะมารักเหากว่าผม จะมารกั ลมกว่านา้
จะมารกั ถ้ากวา่ เรอื น จะมารกั เดือนยิ่งกว่าตะวนั จะมารกั ตัวออกเฒ่ายิง่ กว่า
ง. เปรียบเทยี บโดยการยกตัวอย่างประกอบ เช่น พระราชา ๑ หญิง ๑ ไม้เล้อื ย ๑
ย่อมรักผู้คนและส่ิงท่ีอย่ใู กลๆ้
จ. เปรยี บความขัดแยง้ หรอื เปรียบส่ิงทอี่ ยู่ตรงกนั ข้าม เชน่ น้ากับไฟ รกั ยาว
ใหบ้ นั่ รกั สั้นใหต้ อ่
ฉ. เปรยี บเทยี บโดยใชช้ ่ือเทยี บเคียง เชน่ ปากกามีอานาจกวา่ คมดาบ
จากเปลไปถงึ หลุมฝงั ศพ
https://www.facebook.com
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๗๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 79 7/17/18 10:24 AM
๗๙
ทท๔๔/ผ/ผ.๑.๑
ใบความรู้
สานวนทเ่ี กิดข้ึนใหม่
สานวนทเ่ี กดิ ข้นึ ใหม่
๑. สานวนที่เกิดจากวงการสื่อมวลชน เชน่ ไปไมถ่ งึ ดวงดาว (ไม่สาเรจ็ ไม่บรรลุวัตถปุ ระสงค์
ตามทีค่ ดิ ไว)้ มองต่างมมุ (แสดงความคิดเห็นท่แี ตกต่างออกไป) เป็นตน้
๒. สานวนทเ่ี กิดจากวงการเมอื ง เชน่ โปร่งใส (ชัดเจน ไมม่ ลี บั ลมคนใน) น็อตหลดุ (ยัง้ ไม่อย่พู ดู
โพล่งออกมา หรอื แสดงอารมณ์อย่างไม่สมควร) เป็นตน้
๓. สานวนทเี่ กดิ จากวงการโฆษณา เช่น ภาษาดอกไม้ (คาพดู ที่ไพเราะ ร่ืนหู พูดไปทางทดี่ )ี
มีระดับ (คุณภาพดมี มี าตรฐานสงู ) เปน็ ต้น
๔. สานวนท่ีเกดิ จากวงการบันเทิง เช่น แจ้งเกดิ (เริ่มมีชือ่ เสียงเป็นท่ีรู้จักหรอื เปน็ ทยี่ อมรับ
ในวงการนัน้ ๆ) คกู่ ดั (คู่ท่ีไมถ่ ูกกนั ) เปน็ ตน้
๕. สานวนท่ีแปลมาจากภาษาตา่ งประเทศ เช่น เเกะดา (back sheep หมายถึง คนชั่วในกลุ่ม
คนดี) แขวนอยบู่ นเสน้ ดา้ ย (hang by a thread หมายถงึ ตกอยู่ในสถานการณ์ท่หี มิน่ เหมต่ อ่
อันตราย) ล่ืนเหมอื นปลาไหล (slippery as eel หมายถึง (คน) ทเี่ ช่ือถือไดย้ าก เพราะเป็น
คนตลบตะแลง พลิกแพลงกลับกลอก หรือหลบเลี่ยงไปมาไดค้ ลอ่ งแคลว่ ) ล้างมอื (wash
one’s hand of หมายถงึ ปฏิเสธที่จะเก่ียวข้อง หรือรบั ผิดชอบหรือเลกิ เก่ียวขอ้ ง) สรา้ งวมิ าน
ในอากาศ (build castles in the air หมายถงึ ฝนั หรือหวงั ในสิ่งท่ีไม่สามารถจะเป็นความจรงิ ได้)
๖. สานวนเกดิ ใหม่ทป่ี รากฏในหนังสอื พมิ พร์ ายวัน
- สานวนสร้างใหม่ เช่น ขบเหลีย่ ม (ไม่ลงรอยกนั ขดั กนั หักรา้ งกนั ) ไทยเหลือง
(พระท่ีประพฤตติ นไม่เหมาะสม)
- สานวนดดั แปลง เช่น กงิ้ กา่ ฟาดหาง (อาการเตะเพ่อื ทาร้ายฝ่ายตรงข้าม ดดั แปลงจาก
ช่อื ทา่ มวยไทยจระเขฟ้ าดหาง) นกั กินเมอื ง (นกั การเมืองท่มี ่งุ แต่จะหาประโยชนเ์ ขา้ ตัวเอง
ดดั แปลงจากคาวา่ นกั การเมอื ง)
๘๐ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 80 7/17/18 10:24 AM
๘๐ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ทท๔/๔ผ./๑ผ.๑
- สานวนทเี่ ปลี่ยนบรบิ ทการใช้ เช่น ชงิ สกุ ก่อนห่าม (ตกรอบไปก่อนเวลาอันสมควร
ปรกติใช้กบั การทห่ี นุ่มสาวลกั ลอบไดเ้ สียกันก่อนแต่งงาน แตน่ ามาใชใ้ นบรบิ ทใหมท่ างการกีฬา)
อ้มุ (ลักพาตัวไป เพ่ือนาไปฆ่า เปลย่ี นความหมายจากเดิมทห่ี มายถึง โอบ ยกข้ึน หรอื ให้ความ
อปุ ถัมภช์ ่วยเหลอื )
- สานวนท่ีมาจากภาษาตา่ งประเทศ เชน่ ฮั้ว (สมยอมกันในการประมูลงาน โดย
บรษิ ทั หนึง่ จะนดั บริษทั อ่ืน ๆ ทส่ี นใจในการประมูลงานใดงานหนง่ึ มาตกลงกัน บริษทั นัน้ จะ
จ่ายเงินจานวนหน่งึ ให้บริษทั อน่ื ๆ เพือ่ ใหบ้ ริษัทเหลา่ นั้นหลกี ทางให้บรษิ ัทตนเปน็ ผู้ประมูลได้
มาจากคาว่าฮวั้ ในภาษาจีน)
จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ , บาหยัน อ่มิ สาราญ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๘๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 81 7/17/18 10:24 AM
๘๑
ท ท๔๔//ผผ..๑๑--๐๐๑๑
ใบงานที่ ๐๑
การอ่านออกเสียง
คาช้ีแจง ตอนที่ ๑ อ่านออกเสียงบทร้อยกรองสานวนโวหาร แล้วเขียนอธบิ ายความเป็นรอ้ ยแกว้
อปุ มาโวหารเป็นการเล่า แล้วหยบิ เอาสานวนมาเฉลย
สภุ าษติ คาคมมาเปรียบเปรย แลว้ เอ้ือนเอย่ กล่าวอา้ งหวังเตอื นใจ
ว่ารกั ยาวให้บนั่ สนั้ ใหต้ ่อ เดก็ เหลือขอใครหรอื อยากปราศรยั
น้าพ่งึ เรือเสอื พง่ึ ป่าพงไพร เหมอื นลกู ไมย้ ามหล่นไมพ่ ้นกอ
บทร้อยกรองนกี้ ล่าวถงึ ......................................................................................................
............................................................................................................................................
............................................................................................................................................
สมนึก ธนการ
เทศนาโวหารการสั่งสอน ชี้แนะก่อนมิใช่ให้เหลือขอ
ยกเหตุผลมาพร่ายา้ ใหพ้ อ อย่านะพอ่ ลูกอยา่ ดว้ ยปรานี
ช้ีถูกผิดให้คิดใหว้ ิเคราะห์ เพื่อบ่มเพาะใหห้ ย่งิ เร่ืองศักด์ศิ รี
คอยเขม้ งวดกวดขนั ถึงเฆี่ยนตี ให้รู้ดรี ้ชู ่ัวรูต้ ัวตน
บทรอ้ ยกรองน้ีกลา่ วถึง ......................................................................................................
............................................................................................................................................
............................................................................................................................................
สมนึก ธนการ
๘๒ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 82 7/17/18 10:24 AM
๘๒ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ทท๔๔//ผผ.๑.๑-๐-๑๐๑
ตอนท่ี ๒ อา่ นสานวนโวหาร แลว้ เติมประเภทของโวหารตามกลวิธีในการเขียน
สานวนโวหารประเภท ..............................
“รับประทานกนั ไปพลางปรกึ ษากันพลาง ถึงกระนนั้ วชิ ัยกม็ ีเวลาพินจิ ดูหญิงสาวทนี่ ่ังอยู่
ตรงหน้าโดยละเอยี ดลออ ส่งิ แรกทีเ่ ห็นได้โดยง่ายและสะดวกเพราะดไู ดเ้ ต็มตา คอื ลาแขนซา้ ย
ท่เี ท้าตงึ รบั น้าหนกั ตวั อยนู่ ้ันขาวผอ่ งทงั้ กลมและเรียวออ่ น มอื ขวาจับช้อนตกั อาหารมีผิวละเอียด
ขาวเช่นกนั กับแขน ประกอบด้วยหลงั มอื อวบนูน นิ้วเลก็ เรยี ว หลังเลบ็ มีสีดังกลบี บัวหลวง
เมือ่ แรกบาน ปลายเล็บขาวสะอาดเป็นมนั ”
ดอกไมส้ ด
สานวนโวหารประเภท .................................
“ฉนั ยนื ต้นอยูใ่ นปา่ ลึก ฉนั มลี าตน้ สูงใหญ่ กิง่ กา้ นใบแนน่ หนาและแผ่กวา้ ง แสงอาทติ ย์
ไม่อาจส่องลอดได้ เบ้อื งลา่ งจงึ ร่มรน่ื ลาธารน้อย ๆ ไหลผา่ นใกล้ลาตน้ ฉันไป น้าในลาธารใสจนเหน็
กรวดทราย ท้องธารและปลาว่ายเวียน ทกุ วนั จะมสี ัตวป์ ่านานาชนดิ มากนิ น้า ทลี่ าธารสายนี้
บางตวั จะอาศัยใตร้ ่มใบของฉันนอนหลับอยา่ งเป็นสุข”
ไมตรี ลิมปชิ าติ
สานวนโวหารประเภท ...............................
“ศิลปนิ หรอื ผู้สร้างศิลปะก็คอื หนว่ ยหนง่ึ ของสังคม ท่สี าคัญได้แก่กลไกทางการเมอื ง
และทางเศรษฐกจิ การต่อส้กู ับอิทธพิ ลดงั กล่าวเป็นเรอ่ื งซับซอ้ นใหญโ่ ต เป็นต้นวา่ ศิลปนิ และ
นกั เขยี นมีขอบข่ายแห่งเสรีภาพได้แคไ่ หน เมอื่ ผผู้ ลิตงานศลิ ปะจาเป็นตอ้ งยังชีพจากผลงาน
ของเขาด้วย เขาจะมีทางแกป้ ญั หาปากทอ้ งของตวั เองอยา่ งไร โดยเฉพาะในสงั คมแบบทนุ นยิ ม”
ณรงค์ จันทรเ์ รือง
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๘๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 83 7/17/18 10:24 AM
๘๓
ทท๔๔/ผ/ผ.๑.-๑๐-๑๐๑
สานวนโวหารประเภท .................................
“รูปรา่ งงามหาตาหนิมิได้ ผมดาราวกับแมลงผึง้ หน้าเปล่งปลง่ั ดงั่ ดวงจนั ทร์
เนตรประหนึง่ ตากวาง จมูกแม้น ดอกงา ฟันเทียบไข่มกุ ริมฝีปากเพียงผลตาลึงสุก เสียงหวาน
ปานนกโกกิลา ขาคือลากลว้ ย เอวเหมาะเจาะไม่อว้ นเกนิ เวลาย่างเดินแคลว่ คลอ่ งมสี ง่าเสมอ
ชา้ งทรง เพราะฉะนน้ั เจา้ จะหาทางตาหนขิ ัดข้องมไิ ด้เลย”
เสถียรโกเศศ
สานวนโวหารประเภท ................................
“ถา้ เธอไม่อยากอยู่กบั ฉันจริงจรงิ ยนิ ยอมทุกสง่ิ ให้เธอทงิ้ ไป ฉนั ขอแค่เพียงให้เวลา
หน่อยได้ไหม อยากเลา่ นิทานให้ฟงั ชาวนาคนหนึ่งมีชวี ติ ลาพัง ไปเจองูเห่ากาลังใกลต้ ายสงสาร
จงึ เก็บเอามาเลีย้ งโดยไมร่ ูส้ ุดท้ายจะเปน็ อยา่ งไร คอยดแู ลดว้ ยความจรงิ ใจ ห่วงใยและคอยให้
ความรกั เปน็ กงั วลว่ามนั จะตาย เฝ้าคอยเอาใจทกุ อยา่ ง แตส่ ดุ ทา้ ยชาวนาผ้ใู จดี ด้วยความที่เขา
ไว้ใจ นา่ เสยี ดายกลับต้องตายดว้ ยพษิ งู นิทานมนั บอกใหย้ อมรับความจรงิ ว่ามีบางส่ิงไมค่ วรไว้ใจ
อะไรบางอยา่ งทท่ี าดีซักแค่ไหน ไมเ่ ชอ่ื ง ไม่รกั ไม่จริง”
สีฟ้า
สานวนโวหารประเภท ..................................
“…เราโชคดที ี่มีภาษาของตนเองแตโ่ บราณกาล จงึ สมควรอย่างยง่ิ ทจี่ ะรักษาไว้
ปัญหาเฉพาะในด้านการรักษาภาษานกี้ ม็ ีหลายประการ อยา่ งหนงึ่ ต้องรกั ษาใหบ้ ริสุทธิ์ในทาง
การออกเสียง คอื ให้ออกเสียงให้ถูกตอ้ งชัดเจน อีกอย่างหน่งึ ตอ้ งรกั ษาให้บรสิ ุทธิ์ในวิธกี ารใช้
หมายความว่า วธิ ใี ช้คามาประกอบเป็นประโยคนบั เป็นปัญหาที่สาคัญ ปัญหาทส่ี าม คือ
ความร่ารวยในคาของภาษาไทย ซงึ่ พวกเรานึกว่าไม่ร่ารวยพอ จงึ ตอ้ งมีการบัญญตั ิศัพท์
ใหมม่ าใช้…”
พระราชดารสั ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั
๘๔ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 84 7/17/18 10:24 AM
๘๔ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ทท๔/ผ๔.๑/-ผ๐.๒๑-๐๒
ใบงานที่ ๐๒
การอ่านออกเสยี ง
คาชี้แจง ตอนที่ ๑ อ่านออกเสียงสานวนท่ีเกดิ ขน้ึ ใหม่
สานวนที่เกดิ ข้ึนใหม่
๑. สานวนท่ีเกิดจากวงการส่ือมวลชน เชน่ ไปไม่ถึงดวงดาว มองตา่ งมมุ
๒. สานวนท่ีเกดิ จากวงการเมอื ง เชน่ โปร่งใส นอ็ ตหลดุ
๓. สานวนท่ีเกิดจากวงการโฆษณา เชน่ ภาษาดอกไม้ มีระดับ
๔. สานวนท่ีเกดิ จากวงการบนั เทิง เชน่ แจง้ เกิด คู่กดั
๕. สานวนท่ีแปลมาจากภาษาตา่ งประเทศ เช่น เเกะดา แขวนอย่บู นเส้นด้าย
๖. สานวนเกิดใหม่ทปี่ รากฏในหนงั สือพิมพร์ ายวัน
- สานวนสร้างใหม่ เช่น ขบเหลยี่ ม ไทยเหลอื ง
- สานวนดดั แปลง เช่น ก้งิ ก่าฟาดหาง นกั กินเมือง
- สานวนที่เปลีย่ นบริบทการใช้ เชน่ ชงิ สกุ กอ่ นห่าม อมุ้
- สานวนทีม่ าจากภาษาต่างประเทศ เชน่ ฮ้ัว
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๘๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 85 7/17/18 10:24 AM
๘๕
ทท๔๔//ผผ.๑.๑-๐-๐๒๒
ตอนที่ ๒ จับคู่สานวนและความหมายโดยนาตวั อักษร ก – ญ มาวางไว้หน้าขอ้ ๑ – ๑๐
ตวั อักษร ขอ้ สานวน ตวั อักษร ความหมาย
………… ๑ โปรง่ ใส ก ไมล่ งรอยกนั ขัดกันหกั ร้างกัน
……….. ๒ น็อตหลดุ ข แสดงความคดิ เห็นทีแ่ ตกตา่ งออกไป
………… ๓ ขบเหลีย่ ม ค อาการเตะเพือ่ ทาร้ายฝ่ายตรงขา้ ม
….……. ๔ เเกะดา ง ชัดเจน ไมม่ ลี บั ลมคนใน
……….. ๕ มีระดับ จ ย้งั ไมอ่ ยพู่ ูดโพลง่ ออกมาหรอื แสดงอารมณ์
……….. ๖ มองตา่ งมุม ทไ่ี ม่สมควร
ฉ คาพูดท่ีไพเราะ รน่ื หพู ูดไปทางทด่ี ี
………… ๗ ก้งิ กา่ ฟาดหาง ช ลกั พาตวั ไป เพื่อนาไปฆ่า
……….. ๘ อมุ้ ซ คนช่วั ในกลุม่ คนดี
………… ๙ แจง้ เกดิ ฌ คุณภาพดมี ีมาตรฐานสงู
……….. ๑๐ ภาษาดอกไม้ ญ เริ่มมีชื่อเสียงเปน็ ทรี่ ู้จกั หรือเป็นท่ียอมรบั
ในวงการนั้นๆ
๘๖ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 86 7/17/18 10:24 AM
๘๖ ท ๔/ผ.๒
ใบความรู้ ท๔/ผ.๒
การคัดลายมอื
หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
การคัดลายมอื เป็นการฝึกเขียนตวั อกั ษรไทยใหถ้ กู ต้องตามหลักการเขียนคาไทย ซ่ึง
จะต้องคานงึ ถงึ ความถูกต้องของตัวอกั ษรไทย เขยี นให้อา่ นง่าย มชี อ่ งไฟ มีวรรคตอน ตวั อกั ษร
เสมอกัน วางพยญั ชนะ สระและวรรณยกุ ต์ใหถ้ ูกที่ ตัวสะกดการันต์ถกู ตอ้ ง และลายมอื สวยงาม
การคัดลายมือ มีแบบการคดั หลายแบบดงั น้ี
ประเภทตัวเหลย่ี ม มลี ักษณะเดน่ คือ เสน้ ตวั อักษรสว่ นใหญ่เป็นเสน้ ตรง ตัวอักษร
แบบเหลีย่ ม เชน่ ตัวอกั ษรแบบอาลักษณ์ของแผนกอาลักษณ์ กองประกาศิต สานักเลขาธกิ าร
คณะรัฐมนตรีใช้เป็นแบบตัวอกั ษรท่ีสวยงาม ใชใ้ นงานเขยี นเกย่ี วกับพระมหากษตั รยิ ์ การเขยี น
ทางราชการ การเขยี นกฎหมายหรอื ใช้เขยี นเพ่อื การเกยี รติยศหรือในเอกสารพิเศษต่าง ๆ เชน่
ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร เปน็ ตน้
ประเภทตวั กลมหรือตัวมน มีลักษณะเดน่ คือ ลักษณะตัวอักษรมีเส้นโค้งประกอบอยู่
เช่น ตวั อกั ษรแบบกระทรวงศึกษาธิการ เป็นแบบตัวอักษรทีก่ ระทรวงธรรมการ หรือกระทรวง
ศึกษาธิการ ในอดีตได้ดดั แปลงรปู แบบตวั อกั ษรของ ขุนสัมฤทธ์ิวรรณการ เพื่อทาเป็นแบบฝกึ หดั
คัดลายมือ สาหรบั ใชก้ บั นักเรยี นในโรงเรียนประถมศึกษาทว่ั ประเทศ
ลักษณะของการคดั ลายมอื การคัดลายมือ มี ๓ ลักษณะ คือ
๑. การคัดลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทัด นักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ และ ๒
ควรฝึกคดั ลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทดั เนือ่ งจากเป็นชว่ งท่ีกล้ามเน้อื มือ และการประสานระหวา่ ง
ตากบั มอื ยงั พฒั นาไมเ่ ต็มที่
๒. การคัดลายมอื ตัวบรรจงครึง่ บรรทดั นักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ และ ๔ จะมี
การประสานระหวา่ งกลา้ มเน้ือมอื และตาเพมิ่ มากขน้ึ จงึ ควรฝึกคดั ลายมือตวั บรรจงคร่ึงบรรทดั
แต่ขณะเดยี วกนั ก็ยังตอ้ งฝึกคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทดั ด้วย
๓. การคดั ลายมือหวดั แกมบรรจง เป็นการคัดลายมือแบบหวดั แตใ่ ห้อ่านออก
การเขยี นลายมอื หวัดแกมบรรจงเปน็ การเขยี นทใ่ี ช้ในชวี ติ ประจาวัน ซ่ึงผเู้ ขียนจะต้องเขียนใหอ้ ่าน
งา่ ย มีช่องไฟ เว้นวรรคตอนถูกตอ้ ง และเขยี นดว้ ยลายมือท่สี วยงามนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕
และ ๖ ควรหัดคดั ลายมือลายมือหวัดแกมบรรจง โดยคดั ให้รวดเรว็ สวยงาม ถูกต้องและน่าอ่าน
โดยมกี ารฝกึ คัดลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่งึ บรรทดั เป็นครัง้ คราว
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรียน) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๘๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 87 7/17/18 10:24 AM
๘๗
ท๐๔/ผ.๒
ท ๔/ผ.๒
ตัวอยา่ งอักษรประเภทตัวกลมหรือตัวมน เชน่ ตวั อกั ษรแบบกระทรวงศึกษาธกิ าร
๘๘ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 88 7/17/18 10:24 AM
๘๘ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ทท๔๔/ผ/.ผ๒.๒
หลกั การคัดลายมอื
๑. น่งั ตัวตรง เขียนด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายวางบนกระดาษทจ่ี ะเขยี น
เพอื่ มิใหก้ ระดาษเล่ือนไปมา ขอ้ ศอกขวาวางบนโต๊ะ ขณะทเี่ ขียนสายตาห่างจากกระดาษ
ทเี่ ขยี นประมาณ ๑ ฟุต
๒. จับดินสอหรอื ปากกาให้ถูก โดยดนิ สอหรอื ปากกาจะอยู่ทนี่ ้วิ หวั แม่มอื กบั น้ิวชี้
และนิ้วกลาง ส่วนน้วิ นางกับน้ิวกอ้ ยงอไว้ในฝ่ามือ
๓. การเขยี นตัวอักษรให้เขยี นให้ถกู ส่วน ตวั อกั ษรต้ังตรง การเขยี นพยญั ชนะ
ไทยทุกตัวตอ้ งเร่มิ เขยี นหวั กอ่ น ยกเสน้ ตวั ก และ ธ ซ่ึงไม่มีหวั เว้นชอ่ งไฟและวรรคตอน
ใหพ้ องาม วางเคร่อื งหมายต่าง ๆ ให้ถกู ตอ้ งตามตาแหน่ง
๔. การวางพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ สระทกุ ตัวมีตาแหนง่ ซ่งึ สมั พนั ธก์ ับ
พยัญชนะ เชน่
๔.๑ สระทีอ่ ยหู่ น้าพยัญชนะไดแ้ ก่ เ - แ - โ - ใ - ไ-
๔.๒ สระทอ่ี ยู่หลังพยญั ชนะไดแ้ ก่ - ะ -า
๔.๓ สระท่อี ยู่เหนือพยัญชนะไดแ้ ก่ - ิ - ี - ึ - ื
๔.๔ ไมห้ ันอากาศ ( -ั ไม้ไตค่ ู้ ( -็ นิคหิต ( - ) จะวางเหนอื
พยัญชนะตรงกลาง
๔.๕ สระที่อยู่ใตพ้ ยญั ชนะไดแ้ ก่ - ุ – ู
ปรับปรงุ มาจาก www.st.ac.th
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๘๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 89 7/17/18 10:24 AM
๘๙ ทท๔๔/ผ/.๒ผ.๒
ใบความรู้
มารยาทในการเขียนและการสร้างนสิ ยั รกั การเขยี น
มารยาทในการเขยี น
๑. ใช้ถอ้ ยคาสุภาพ หลีกเลีย่ งคาหยาบ ไม่ใชอ้ ารมณ์ ความรสู้ ึกส่วนตนหรอื อคติ
วิจารณ์ผอู้ ่นื อยา่ งปราศจากเหตุผล จนทาให้เกิดความเดอื ดรอ้ นเสียหายและสังคมแตกแยก
๒. เขียนข้อความหรืองานเขยี นท่เี ปน็ จริง โดยศกึ ษาค้นควา้ และตรวจสอบวา่
ถูกต้องแลว้ ถา้ เปน็ เรื่องสว่ นตวั ต้องได้รบั อนุญาตจากเจา้ ของเสียกอ่ น
๓. เขียนใหถ้ ูกต้องตามอักขรวธิ ี ใชส้ ระ พยัญชนะ และวรรณยกุ ตใ์ หถ้ ูกตอ้ ง
ใชถ้ อ้ ยคาท่ีเหมาะสมกบั เนื้อหา กาลเทศะและสถานะบคุ คล
๔. เขยี นส่งิ ทม่ี คี ุณค่าอันจะกอ่ ให้เกิดความสขุ ไมเ่ ขยี นเรื่องท่ีส่งผลกระทบต่อ
ความม่ันคงของชาติหรอื สถาบันเบอื้ งสงู
๕. บอกแหลง่ ท่ีมาของข้อมูลเดมิ เสมอ เพื่อให้เกยี รติเจา้ ของขอ้ มลู นนั้ ๆ ทกุ ครง้ั
ไม่คดั ลอกงานเขียนของผูอ้ น่ื โดยอ้างว่าเปน็ ผลงานของตนเอง
การสร้างนิสยั รกั การเขยี น
สมา่ เสมอ ๑. ศกึ ษาคน้ คว้า จดบนั ทึกเรอ่ื งราวตา่ งๆ จากการอ่าน การฟัง การพบเหน็ อย่าง
๒. มีความกระตอื รือรน้ ในการเขยี น
๓. มีใจรักและมีความสุขในการเขียน
ปรับปรุงมาจาก www.thaigoodview.com/node/145421
๙๐ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 90 7/17/18 10:24 AM
๙๐ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ทท๔๔//ผผ.๒.๒-๐-๓๐๓
ใบงานท่ี ๐๓
การคัดลายมอื
คาชแี้ จง อา่ นออกเสยี งบทร้อยกรองสานวนโวหาร แล้วคัดตัวบรรจงเต็มบรรทดั ๑ จบ
อุปมาโวหารเปน็ การเล่า แล้วหยิบเอาสานวนมาเฉลย
สภุ าษติ คาคมมาเปรียบเปรย แล้วเอ้ือนเอย่ กล่าวอา้ งหวังเตอื นใจ
ว่ารักยาวให้บนั่ ส้ันใหต้ อ่ เดก็ เหลือขอใครหรืออยากปราศรัย
นา้ พ่ึงเรือเสือพง่ึ ป่าพงไพร เหมอื นลกู ไม้ยามหลน่ ไม่พ้นกอ
ช้ีแนะก่อนมใิ ช่ให้เหลือขอ
เทศนาโวหารการส่ังสอน อยา่ นะพ่อลูกอย่าดว้ ยปรานี
ยกเหตุผลมาพร่ายา้ ให้พอ เพอ่ื บม่ เพาะใหห้ ย่งิ เร่อื งศักด์ิศรี
ชี้ถูกผิดใหค้ ดิ ให้วิเคราะห์ ใหร้ ู้ดีรู้ชัว่ ร้ตู ัวตน
คอยเข้มงวดกวดขนั ถึงเฆีย่ นตี
สมนกึ ธนการ
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๙๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 91 7/17/18 10:24 AM
๙๑
ท๔/ผ.๒-๐๓
ท ๔/ผ.๒-๐๓
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๙๒ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 92 7/17/18 10:24 AM
๙๒ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ท ท๔๔//ผผ..๒๒--๐๐๔๔
ใบงานท่ี ๐๔
การคดั ลายมอื
คาช้ีแจง อ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง แล้วคัดลายมอื ตัวบรรจงครึ่งบรรทัด ๑ จบ
เจ้างามพกั ตรผ์ ่องเพียงบหุ ลนั หงาย
เจา้ งามเนตรประหน่งึ นัยนาทราย เจ้างามขนงกง่ ละม้ายคันศรทรง
เจา้ งามนาสายลดังกลขอ เจ้างามศอเหมอื นคอสวุ รรณหงส์
เจา้ งามกรรณกลกลับบษุ บง เจ้างามวงวิลาสเรยี บระเบียบไร
เจา้ งามปรางเปล่งปลง่ั เปรมปราโมทย์ เจา้ งามโอษฐแ์ ยม้ ยวนจิตน่าพิสมยั
เจ้างามทนตก์ ลนิลช่างเจยี ระไน เจา้ งามเกศดาประไพเพยี งภมุ รนิ
เจา้ งามปกี ดดั ทรงมงกุฎกษัตรยิ ์ เจ้างามทดั กรรเจยี กผมสมพักตร์ส้นิ
เจ้างามไรไมแ่ ข็งคดหมดมลทนิ เจา้ งามประทน่ิ กลนิ่ เกศขจายจร
เจ้างามเบอ้ื งปฤษฎางคพ์ ่างพศิ วง เจ้างามทรงสมทรงอนงคส์ มร
เจ้างามถันเทียบเทพกินนร เจา้ งามกรออ่ นดงั งวงเอราวณั
เจา้ งามน้ิวนขานา่ รักหรอ เจ้างามลออเอวบางเหมอื นนางสวรรค์
เจา้ งามเพลากลกทั ลพี รรณ เจา้ งามบาทจรจรลั จรติ งาม
พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกลา้ เจ้าอยู่หวั
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๙๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 93 7/17/18 10:24 AM
๙๓
ท๔/ผ.๒-๐๔
ท ๔/ผ.๒-๐๔
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๙๔ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรียน) กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 94 7/17/18 10:24 AM