๙๔ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ท ๔ท/๔ผ/.ผ๓.๓
ใบความรู้
การเขียนจดหมาย
ในปัจจจจบุ ุบันัน โโลลกกมมีกีกาารพรพัฒัฒนานกาากราสรือ่ สสื่อาสรทาราทงโาทงรโคทมรนคามคนมาไคด๎สมะไดวสกะดแวลกะรวแดลเะรร็ววแดตเํกรา็วรแต
กสาื่อรสสาื่อรอสีกาชรอนีกดิ ชทน่ยี ิดังมทคี ี่ยวังามมีคสวาาคมญั สอํายคาํัญงยอ่ิงยกาค็ งอืย่ิงก็คารือเขกียานรจเขดียหนมาจยดหเพมราายะสเาพมราระถสเาขมียานรไถดเ๎ทขุกียเนวลไดา
ทกุ เโวอลกาาทสกุ เโกอ็บกไาวส๎เปเก็นบ็หไลวกั เ ปฐาน นหทลาักงฐปารนะทวาตั งศิ ปารสะตวรัตไ์ ศิดา๎ สตรไ ด
หลักการเขยี นจดหมาย
การเขยี นจดหมาย เป็นการสอ่ื สารชนดิ หนง่ึ มีลกั ษณะเปน็ ความเรียงทม่ี รี ปู แบบ
โดยเฉพาะ ผเ๎ู ขียนต๎องใช๎ถอ๎ ยคาที่สนั้ กระชับ ตรงตามวตั ถุประสงค์
การเขยี นจดหมาย แบงํ ออกเป็น ๔ ชนดิ ดงั นี้
๑. จดหมายสํวนตัว เปน็ จดหมายท่เี ขียนตดิ ตอํ ระหวาํ งบคุ คลทคี่ นุ๎ เคยกนั เชํน
ญาตสิ นิท ครู - อาจารย์ เพ่ือไตถํ ามทกุ ขส์ ุขสวํ นตวั
๒. จดหมายกจิ ธรุ ะ เป็นจดหมายที่เกี่ยวข๎องกับธุระการงาน เป็นจดหมายระหวาํ ง
บุคคลถงึ บคุ คล บคุ คลถึงบริษัทหา๎ งร๎าน หรอื เปน็ จดหมายของบุคคลถงึ สํวนราชการ การใชส๎ านวน
ภาษาต๎องสุภาพและใหค๎ วามสาคัญกบั ผ๎รู ับจดหมาย
๓. จดหมายธรุ กจิ เปน็ จดหมายท่ีใช๎ติดตอํ ระหวาํ งกนั ในวงธุรกิจ มีจุดประสงค์ในการ
ดาเนินธรุ กิจ เชํน เสนอขายสินคา๎ หรอื บรกิ ารสัง่ ซ้ือสินคา๎ และตอบรบั การสั่งซื้อ ติดตาม
หน้ี เปน็ ต๎น มรี ูปแบบและการใช๎ภาษาเป็นทางการหรือคอํ นข๎างเป็นทางการ
๔. จดหมายราชการ เป็นจดหมายทเ่ี ขียนตดิ ตํอกนั ระหวาํ งสํวนราชการตาํ ง ๆ หรือบุคคล
เขียนไปถึงสํวนราชการ หรือสํวนราชการมีไปถงึ สํวนราชการดว๎ ยกันเอง ตลอดจนสํวนราชการ
นน้ั เขียนจดหมายไปถึงตัวบคุ คล
วิธกี ารเขยี นจดหมาย
๑. เขียนข๎อความใหช๎ ัดเจน ใช๎ถอ๎ ยคาสภุ าพ กะทดั รัด สละสลวย
๒. เขียนดว๎ ยลายมอื ชดั เจน อาํ นงําย
๓. ใชภ๎ าษาถกู ตอ๎ งตามลกั ษณะการใชภ๎ าษา
๔. เขียนตามรูปแบบจดหมายที่ถกู ต๎อง
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรียน) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๙๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 95 7/17/18 10:24 AM
๙๕
ทท๔๔//ผผ.๓.๓
รูปแบบการเขยี นจดหมายท่ีถกู ต้อง
๑. การวางรูปแบบจดหมาย ควรจัดวางให๎มสี ดั สํวนพอเหมาะกับหนา๎ กระดาษ โดยเวน๎
ด๎านหน๎าประมาณหนึ่งนิ้ว และเว๎นด๎านหลังประมาณครึ่งนิ้ว
๒. ท่ีอยํขู องผ๎เู ขียน อยตูํ รงมุมบนขวาของหน๎ากระดาษ
๓. วันเดอื นปี เขียนก่ึงกลางหนา๎ กระดาษ
๔. คาขึน้ ตน๎ อยํูด๎านซ๎ายหํางจากขอบกระดาษประมาณ ๑ นิ้ว และตอ๎ งเขียนให๎เหมาะแกํ
ฐานะและตาแหนํงหนา๎ ที่
๕. เน้อื ความ เร่มิ เขยี นโดยยอํ หนา๎ เลก็ น๎อย และควรขึ้นยํอหนา๎ ใหมํเมือ่ ขน้ึ เนื้อความใหมํ
สานวนภาษาท่ีใช๎ในการเขียน ตอ๎ งคานงึ ถงึ ความสุภาพ เขียนถกู ต๎องเหมาะแกฐํ านะ และ
ความสัมพันธร์ ะหวํางบคุ คล เว๎นวรรคตอนใหถ๎ ูกต๎อง ถ๎าต๎องการอวยพรใหญ๎ าติผใู๎ หญใํ นตอนทา๎ ย
ของจดหมาย ควรอา๎ งถึงส่งิ ศักดสิ์ ิทธิ์ สวํ นการอวยพรใหเ๎ พื่อนจะอ๎างถงึ สง่ิ ศักด์ิสทิ ธห์ิ รอื ไมํกไ็ ด๎
๖. คาลงท๎าย อยํูตรงกับวัน เดอื น ปีทีเ่ ขยี น และตอ๎ งเขียนให๎ถกู ตอ๎ ง เหมาะแกํฐานะและ
บคุ คล
๗. ช่ือผ๎ูเขียน เยอ้ื งลงมาทางขวามือ ถ๎าเขยี นจดหมายถึงบคุ คลทไ่ี มํคุ๎นเคย ควรวงเล็บช่ือ
ที่เขยี นเป็นตวั บรรจง ถา๎ เปน็ จดหมายราชการต๎องบอกยศตาแหนํงของผ๎ูสํงดว๎ ย
มารยาทในการเขียนจดหมาย
๑. ใช๎กระดาษสีขาว สีอํอนหรือสสี ุภาพ ไมํมรี อยยับหรอื รอยฉกี ขาด ขนาดไดม๎ าตรฐาน
ไมคํ วรใช๎กระดาษทีม่ ตี ราของทางราชการเขยี นจดหมายสวํ นตัว
๒. เขยี นนดดว๎ วยยหหมมึกสึกดี สาีดสําีนส้าเีนงนิ้ําเไงมินคํ วไรมใชคด๎ วินรสใชอดหินมสกึ อแดงหหมรึกอื แหดมงกึ สหีฉรูดือฉหาดมึกเสพีฉรูาดะฉไามดํ
เสพภุ ราาพะไมส คภุ วารพเขยีคนวรตเัวขอียกั นษตรัวหอรกั อื ษตรวั หเลรือขตใหัว๎ชเลดั ขเใจหนชไัดมเจํขนูด ลไมบขขดู ดี ลฆบําขหีดรฆอื าเขหียรนือทเับขยีลนงไทปับลงไป
๓. ไมํใช๎ซองท่มี ลี วดลายหรือสีเข๎มมาก
๔. ไมํสอดธนบตั รหรือส่ิงของมีคาํ ลงในซองจดหมาย อาจหายได๎
๕. จดหมายที่สํงทางไปรษณีย์ ต๎องผนึกดวงตราไปรษณียากรตามอัตราท่ีการสื่อสาร
กาหนดไว๎ท่ีมุมบนด๎านขวามือ
๖. เรยี งลาดับเนื้อหาสาระเหมาะสม ใช๎ภาษาถูกต๎องตามหลกั ภาษา ไมํใช๎ภาษาพูดใน
การเขยี นจดหมาย
๗. ถ๎าต๎องการเขียนข๎อความเพม่ิ เตมิ หลงั เขียนจดหมายจบแล๎ว ตอ๎ งเขียนคาวํา ป.ล.
(ปัจฉิมลิขิต) กํอน
๘. ควรเขยี นคานาหน๎าชอ่ื ผ๎รู ับบนหนา๎ ซองใหถ๎ ูกตอ๎ ง เชนํ คุณ นายแพทย์ อาจารย์ หรอื
ยศทางทหาร
๙๖ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 96 7/17/18 10:24 AM
๙๖ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ทท๔๔/ผ/.๓ผ.๓
รปู แบบของคำข้นึ ตน้ สรรพนาม คำลงท้าย
ในการเขยี นจดหมายตอ๎ งคานึงถึงการเขยี นคาขึ้นตน๎ คาลงท๎าย และสรรพนามให๎ถูกตอ๎ ง
ผรู้ บั คณุ พอ่ , คณุ เเม่
คาขึน้ ต๎น กราบเทา๎ ...ที่เคารพอยํางสงู
สรรพนาม (ผ๎ูเขียน) ลูก, หน,ู ผม, กระผม, ดฉิ ัน หรือใชช๎ ื่อเลํนเเทน
สรรพนาม (ผ๎ูรบั ) คุณพํอ คุณเเมํ
คาลงท๎าย ดว๎ ยความเคารพรักอยํางสงู
ผู้รับ ญาติผู้ใหญ่
คาขน้ึ ต๎น กราบเท๎า....ที่เคารพอยํางสงู หรือ กราบเรียน...ทีเ่ คารพอยํางสงู
สรรพนาม (ผู๎เขยี น) หลาน, ผม, กระผม, ดฉิ ัน, หน,ู หรือใชช๎ ื่อเลนํ แทน
สรรพนาม (ผู๎รบั ) คณุ ปู่, คุณยาํ , คณุ ตา, คณุ ยาย, คุณลงุ , คณุ ป้า, คณุ นา๎ , คุณอา
คาลงท๎าย ดว๎ ยความเคารพอยํางสงู
ผู้รับ พห่ี รือเพื่อนทอี่ าวโุ สกว่า
คาขึ้นต๎น เรียนคุณพ่ที ี่เคารพ หรือ กราบ...ทีเ่ คารพ
สรรพนาม (ผ๎ูเขยี น) น๎อง, ผม, ดิฉนั , หนู, หรืออาจใช๎ช่ือเลนํ เเทน
สรรพนาม (ผ๎ูรบั ) คุณพ่ี, คณุ ...
คาลงท๎าย ดว๎ ยความเคารพ, ดว๎ ยความเคารพรัก
ผู้รบั น้อง หรือเพ่ือน
คาขน้ึ ต๎น ...นอ๎ งรัก หรือ คุณ ... ท่ีรัก หรอื (ชือ่ เลนํ ) ทีร่ ัก
สรรพนาม (ผู๎เขยี น) ฉัน, พี่
สรรพนาม (ผ๎ูรับ) เธอ, คุณ, นอ๎ ง
คาลงท๎าย ดว๎ ยความรัก, ดว๎ ยความรักยิ่ง, รกั เเละคดิ ถงึ
ผรู้ บั บุคคลทั่วไป
คาข้นึ ตน๎ เรียนคุณ...ทน่ี ับถือ หรอื เรียนผ๎ูจัดการบริษัท ... จากัด
สรรพนาม (ผู๎เขยี น) ผม, ดฉิ นั
สรรพนาม (ผ๎ูรับ) คณุ , ทาํ น
คาลงท๎าย ขอเเสดงความนับถือ
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๙๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 97 7/17/18 10:24 AM
๙๗
ทท๔๔//ผผ.๓.๓
ผรู้ ับ พระภิกษทุ ว่ั ไป
คาข้นึ ตน๎ นมสั การ...
สรรพนาม (ผู๎เขยี น) ผม, กระผม, ดิฉนั
สรรพนาม (ผ๎ูรบั ) ทําน, พระคณุ ทาํ น, ใต๎เทา๎ , พระคณุ เจา๎
คาลงท๎าย ขอนมสั การมาด๎วยความเคารพอยํางสูง
ส่วนประกอบของจดหมาย
๑. สถานท่เี ขียน ควรบอกใหช๎ ัดเจน จากหนํวยยอํ ยไปหาหนํวยใหญํ เชํน ๕/๒ หมูํ ๔
ตาบลองครกั ษ์ อาเภอโพธิ์ทอง จงั หวดั อาํ งทอง ๑๔๑๒๐
๒. วัน เดือน ปี ใช๎แบบจดหมายราชการ ดังน้ี ๒๐ สงิ หาคม ๒๕๕๕
๓. คาขึน้ ตน๎ ใชใ๎ ห๎เหมาะสมกับบุคคล
๔. ใจความหรอื เน้ือความ ถา๎ มีเรอ่ื งจะตอ๎ งเขียนมากควรแบํงเปน็ ตอนๆ ถ๎าจะเขียนเรอ่ื ง
ใหมํก็ขนึ้ บรรทัดใหมํ ไมคํ วรเขยี นตดิ ตอํ กันเพียงยํอหน๎าเดียว
๕. คาลงท๎าย ต๎องใชใ๎ ห๎สัมพันธ์กับคาข้นึ ต๎นและใชใ๎ ห๎ถกู ต๎องตามฐานะของบคุ คล
๖. ช่อื ผ๎ูเขียน ถ๎าใช๎ลายเซน็ ตอ๎ งวงเล็บชื่อ-นามสกุลไวใ๎ ต๎ลายเซ็นด๎วยลายมือท่อี ํานงําย
ชัดเจนหากมีตาแหนงํ หน๎าทีก่ ารงานใหบ๎ อกตาแหนงํ หน๎าท่นี น้ั ด๎วย
ขนาดของซอง
การใช๎ซองขนาดมาตรฐาน ปจั จบุ นั ท่ที าการไปรษณยี ท์ ุกแหํงจะมีซองจดหมายจาหนําย
เปน็ ซองท่มี ีขนาดเหมาะสม โดยทว่ั ไปมี ๒ แบบ ดังนี้
๑. ซองสน้ั มขี นาด ๓.๕ x ๖ นิว้ ถึง ๔.๕ x ๗ นวิ้
๒. ซองยาว มีขนาด ๔.๒๕ x ๙ นวิ้
๙๘ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 98 7/17/18 10:24 AM
๙๘ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ท ๔ท/๔ผ/ผ.๓.๓
การจ่าหนา้ ซอง
การจําหน๎าซอง มีหลกั การ ดังนี้
๑. ทอี่ ยขูํ องผ๎ูรับ ต๎องเรียงลาดบั จากสํวนยอํ ยไปหาสํวนใหญํ ไดแ๎ กํ
- ชื่อ-นามสกลุ ของผ๎รู ับ ถ๎าเป็นจดหมายสาคัญ เชํน มธี นาณัติสอดอยูํด๎วย
ต๎องระบคุ านาหนา๎ ชอ่ื ผู๎รับ
- บ๎านเลขที่ ซอย หรอื ตาบล
- ถนนทตี่ งั้
- ตาบลหรือเเขวง
- อาเภอหรือเขต
- จงั หวดั
- รหัสไปรษณยี ์
๒. ที่อยูํของผส๎ู งํ เรียงลาดับเชํนเดียวกบั ผ๎ูรบั จะเขียนไวด๎ า๎ นบนซ๎ายของตนเอง
๓. คาขึ้นต๎น
- ถ๎าเปน็ จดหมายสํวนตัว อาจใช๎คาวํา "กรุณาสงํ " หรอื "นามผู๎รับ"
- ถ๎าเปน็ จดหมายราชการหรอื จดหมายธรุ กจิ นิยมใช๎ "เรียน"
- จดหมายถงึ พระสงฆ์ท่ัวไปใช๎ "นมสั การ"
๔. เเสตมป์ ต๎องติดเเสตมป์ตามราคาท่ีกรมไปรษณียฯ์ กาหนด เพราะถา๎ ตดิ ไมํครบ ผู๎รับ
จะถูกปรับเป็น ๒ เทําของราคาเเสตมปท์ ี่ขาดไป
ปรับปรงุ มาจาก https://sites.google.com
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๙๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 99 7/17/18 10:24 AM
๙๙
ทท๔๔/ผ/.๓ผ.๓
การวางรปู แบบของจดหมาย
ที่อย.ํู .................................................
..........................................................
..........................................................
วันท.่ี ............................................................................
คาขน้ึ ต๎น................................................................................
เน้ือความ .............................................................................................................
...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................
เน้อื ความ .............................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................
............................................................................................................................. ..............................
คาลงทา๎ ย........................................
ลายมือชื่อผ๎เู ขยี นจดหมาย
ขอรบั รองวําเปน็ ความจรงิ
ลายมอื ชือ่
(.................................................)
ตาแหนงํ /สถานะ
๑๐๐ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรียน) กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 100 7/17/18 10:24 AM
๑๐๐ ท ๔ท/๔ผ/.ผ๓.๓ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ตวั อย่าง จดหมายถงึ ญาตผิ ้ใู หญ่
๑๕/๑ หมูํที่ ๕ ตาบลอํางแก๎ว
อาเภอโพธิ์ทอง จงั หวดั อาํ งทอง
๑๔๑๒๐
๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗
กราบเท๎า คุณพอํ คุณเเมํ ที่เคารพรกั อยํางสงู
ผมไดร๎ บั เงิน ๕๐๐ บาท ที่คณุ พอํ คุณแมกํ รุณาสํงมาใหแ๎ ลว๎ ครับ ผมจะนาไปซ้อื
กางเกงกีฬา ๑ ตัว และสมุด ๓ เลมํ เหลอื เงนิ อีก ๓๐๐ บาท ผมนามารวมไวใ๎ นคาํ ใช๎จําย
ประจาวนั ครบั
โรงเรยี นจดั กจิ กรรมแขงํ ขนั กฬี า เพื่อคัดเลือกตวั แทนนักกฬี าแตลํ ะประเภท
เข๎ารํวมการแขํงขนั ในระดับจงั หวัด ผมได๎รบั คดั เลือกเปน็ ตัวแทนนักกีฬาฟุตบอล และว่ิง
๑๐๐ เมตร ผมดีใจมากและจะจพะพยายยาายมาฝมกฝซึกอซม๎อมเพเพื่อน่ือํานราารงาวงัลวมลั ามฝาาฝกาคกุณคณุ พพอคอํ ณุคุณแมแคมรํคบั รบั
ผมจะเลาํ เรอื่ งดี ให๎คุณพํอคุณแมฟํ งั ครบั ในงานแขงํ ขนั กีฬาของโรงเรียนมีผูใ๎ หญํ
จากจังหวัดมารํวมงาน เขาลมื กระเป๋าถือไว๎หนา๎ หอ๎ งน้า ผมจึงเก็บไปให๎ครปู ระกาศหาเจ๎าของ
เขามารบั กระเป๋าคืนดว๎ ยความดีใจ เขาประกาศ ชมเชยโดยประกาศชื่อคุณพํอคณุ แมํดว๎ ยครบั
สํวนคณุ ครใู ห๎ผมเป็นเดก็ ดที ่ีเปน็ ตัวอยํางครบั ผมดีใจและยงั ปลืม้ ไมหํ ายเลยครับ จึงเขยี นจดหมาย
มาเลาํ เรื่องใหค๎ ณุ พํอคุณแมทํ ราบ ตอนนผี้ มขอทาการบ๎านกํอนนะครับ
สดุ ท๎ายน้ี ขออานาจคุณพระศรรี ัตนตรยั คมุ๎ ครองคุณพํอคณุ แมํให๎มีความสุข
มีสขุ ภาพแขง็ แรงและปลอดภัยครับ
ดว๎ ยความเคารพอยาํ งสูง
ภูวดล สวุ รรณภมู ิ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๑๐๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 101 7/17/18 10:24 AM
๑๐๑ ทท๔๔//ผผ.๓.-๓๐-๕๐๕
ใบงานที่ ๐๕
การเขยี นจดหมาย
คาชีแ้ จง เติมคาขนึ้ ตน๎ และคาลงท๎ายจดหมายสาหรับบุคคลทว่ั ไป ในตารางทีก่ าหนด
ให๎เหมาะสม
บุคคลทตี่ ดิ ตอ่ คาขน้ึ ตน้ คาลงท้าย
คณุ พํอ คณุ แมํ
ญาติผูใ๎ หญํ
เชนํ ปู่ ยาํ ตา ยาย ลุง ป้า นา๎ อา
พ่หี รือญาตชิ ้นั พ่ี
บคุ คลท่ัวไป
พระภกิ ษทุ ่ัวไป
๑๐๒ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 102 7/17/18 10:24 AM
๑๐๒ ทท๔๔//ผผ..๓๓-๐-๐๖๖ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ใบงานที่ ๐๖
การเขียนจดหมายถึงญาติ
คาชแี้ จง เขยี นจดหมายถงึ ญาติโดยคิดสถานการณไ์ ด๎ตามตอ๎ งการ พร๎อมจําหนา๎ ซอง
สํงทางไปรษณีย์
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๑๐๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 103 7/17/18 10:25 AM
๑๐๓
ท๔/ผ.๓-๐๖
ท ๔/ผ.๓-๐๖
ชื่อและที่อยผํู ๎ฝู าก
......................................………………
..................................................……
.......................………………….......……
.....................………………………………
ช่ือและท่ีอยํผู ู๎รบั
……………………………….......……………………………………………..
…………….......................…………………………....................…….
..................………………………….......………………………………….
..................................…………………………………………………….
๑๐๔ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 104 7/17/18 10:25 AM
๑๐๔ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ท ท๔๔//ผผ..๔๔
ใบความรู้
การกรอกแบบรายการ
กกาารรกกรรออกกแแบบบบรราายยกกาารร หมายถึงการเขยี นกรอกรายละเอยี ดตา่ งๆ ลงในแบบรายการ
ซ่งึ เปน็ เอกสารทจี่ ัดทาํ ขึ้นโดยเวน้ ชอ่ งวา่ งไวส้ าํ หรับเขียนขอ้ ความเพเพอ่ื อ่ืใหให้เอเอกกสสารานรน้ั ้นัสสมมบบูรณูรณแ์ ลแะละ
ถกู ต้อ ง แบบรายการรแแบบง ง่ ออออกกเเปปน็น๔๔ชชนนดิ ิดไดไดแ้แกก ่
๑. แบบบบรราายยกากราทรีใ่ ทช่ีใ้ นชกในารกตาดิ รตตอ่ ิดกตับอหกนับ่วยหงนานวทยัง้ งภาานคทร้ัฐงบภาลคแรลัฐะบเอากลชแนละแเบอบกชน
รแาบยบกราารยชกนาดิ รนช้ีหนนิด่วนย้ีหงานนวเยปงน็ าผนู้จเปดั นทผาขูจ้ึนัดเทพํา่อื ขค้ึนวเาพม่ือสคะวดาวมกสแะกด่ผวูม้ กาแตกดิ ผตูมอ่ าตนิดอตกอจานกอนก้ยี จงั ทากาในหี้ยจ้ ังดั ทเํากใ็บห
เจปัด็นเกระ็บเเบปียนบรเะรียเบบียรบอ้ ยเรียเบช่นรอยแบเบชรนายแกบาบรสรมายัคกรงาารนสมแัคบรงบารนายแกบารบสรมาคั ยรกเาขร้าสศมึกัคษราเตข่อาใศบึกฝษากาเตงอนิ ใบ
แฝลากะเถงอนิ นแเงลินะขถอองนธเนงาินคขาอรงธนาคาร
๒๒.. แแบบบบรราายยกกาารรททใี่ ชี่ใชภ้ ภาายยในในอองคงก์ครกตรา่ตงาๆง ๆในในปปัจจจบุจันุบนัน้ีมนรี ้ีมะีรบะบบรบวรบวรบวมรวเรมอื่ เงรรื่อางวราว
บคคผกนทรกรบผคขนทาากูรรวาูรกรั้นาเ่ีนั้า่ีเกยกยอบดาองบพงพก่ยีลกมี่ยไลกคกถไถนัันมวมาักวานักขวขว้วทท่มรขรขมษษานอ้่านอ ใาใีคอ้อามเีคณคณคแบแบชงงงางนําวลวกลลลื่อกะกชะกชาาากะฎะาาถฎบักแ้ีับ้แีมเมจจถาถหชอืจาหบบจใใะระกููกือ่มรดงด๔๒๓๑๓๒๔๑มงคุุคกชชตตกถา....ลาค...ล.้แีรี้แๆ้อๆอครยอื ยอาเอไอาวจจไเอององวขมขกกลมรลกงถ่า่างารกาีย่คถอยีใรในงนรคงแา้นอถถนหแหนภใภในาว่ามวทคบ้าคาานนบทเ้นมเหราารหรีามนขบมขบําแแขยบียรขแรอบชรียขีชียขีแทรบบีดอใอืใีดบยรอื้ีแทนอ้้ีแนอบนานวฆบบยกาฆลจบกผจยผหนวหบหหยา่ลรรรบางรรงิดกิดนรทรรนอานากใบอาใหหพอืาพนือายหยท่ีเกนว่าวยกหขรรยรกกกลกกลยรขยรี่กกเขอืรอืียกรรขาาาือาางง้อคาาอือขคนอาอดรราดราียรรลควคขดีรวนกนกนหนกลใในกรนบวนวหรีดหฆรเ้นัขเบั้นขรปรัน้าคขหคาป้นัอฆ้แา่แืออออขมฏมอๆร้อรๆฏรกกอกากงงกอตอื่อิบอื่ยตคือตแิบ้ไตยไรบแค่าบาง่างาขขัตวอบกนอานัตงจหบวหางง้าาใใิางกบริผทงาหดหงมมบมๆผดจดดๆออมา่รงัา้ถถาาราท้วังวนาีกเนกลใยกูยกูานนยพลํยาหยเคงี้อยตตตพตวี้งใๆรวกๆแ้ใรกี่าหกา้อใธิอนราิธาง้ับนงงาีใงะาคแงีใรชห๑หบรชหแแะแ๑ๆบนๆร่อนนก้อลรแลกบ้ังน้ับง่ึงารั้นงระบะรหวบรยอวอรสอสเๆบ่าๆรนาพากกอบมงกมรายง่ึงาใแขอ่ืบบแบยาขใกหรบอตหยบกรูรูอนาเเ้เงรบกณณขพเาบพรงน้ัแขวรารแา้นเรื่อื่อ์บจาพรบาใบาๆั้นใตใจสบยบื่อายหจบกอรลๆงาใรใลก้ทรชอ่ชวหบงาะะอารช้อยจนนเใทวเยอนาชนอา้กา่สิดรกบียแงอกียดิาเาอาอแวดตปรารดบเบร่าปงิตถ่งอ็นวซไควอนถเ้ากซเเมาชง่ึวชอแาิงาเข่ึงคไ่แนรอ่นไกกแบแด้อวบมเกสบรบขบ้รมกกไบเสาอเียบบรดพลูรรขรรานากรรออรายีรทยาาหเขากกยทนพ่มีกยยะรอกแแี่มหผีากรกขอืบบามีผรรลาาาารบบูลือละรรด
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรียน) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๑๐๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 105 7/17/18 10:25 AM
๑๐๕
ทท๐๔๔//ผผ..๔๔--๐๐๗๗
กรอกแบบฝากธนาณัตแิ ละใบรบั ฝากบรกิ าร
ไปรษณีย์
คาช้แี จง กรอกแบบฝากธนาณัติและใบรบั ฝากบริการไปรษณีย์
๑๐๖ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 106 7/17/18 10:25 AM
๑๐๖
ทท๐๔๔//ผผ.๔.๔-๐-๘๐๘
ใบงานท่ี ๐๘ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
กรอกแบบฝากส่งพัสดุ
คำําชี้แจง กรอกแบบฝากสง่ พัสดไุ ปรษณียภัณฑ์ ต่อไปน้ี
ชื่อและท่ีอยขู่ องผ้รู บั ๑.
ชือ่ ......................................................................................
ท่ีอยู่................................................................................... ตราประจาวัน
..................................... รหสั ไปรษณีย์ ........................... ของทที่ าการไปรษณยี ์
ฝากสง่ ณ ทที่ าการไปรษณีย์..............................................
วนั ท่ี...............เดอื น.....................................พ.ศ................. ช่องนส้ี าหรับเจ้าหน้าที่
เลขที่ของส่งิ ของ
คำตอบรับของผรู้ บั ได้รับสงิ่ ของตามท่ีแจ้งไว้ข้างต้น ทข่ี อใบตอบรบั
เรียบร้อยแล้ว
................................................
เมอ่ื วนั ท.ี่ ............เดือน...............................พ.ศ....................
เวลา........................น. ๒.
ลงชื่อผู้รับหรือผู้รบั แทน......................................................
ตราประจาวัน
ผ้รู บั แทนช่อื ........................................................... ของทท่ี าการทสี่ ่งคนื ผฝู้ าก
เก่ียวพนั กบั ผรู้ บั โดยเป็น........................................
ลงช่อื เจ้าหน้าทผี่ ู้นำจ่าย......................................................
การกรอกแบบรายการกรอกแบบฝากสง่ พสั ดไุ ปรษณยี ภัณฑ์ ควรกรอกขอ้ มูลใหส้ มบรู ณ์
ถกู ต้อง โดยใชล้ ายมือท่ีสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย และเขยี นให้สะอาดอ่านง่าย
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๑๐๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 107 7/17/18 10:25 AM
๑๐๗ ทท๐๔๔//ผผ.๔.๔-๐-๙๐๙
ใบงานที่ ๐๙
กรอกแบบใบสมคั รเขา้ เรียน
คาชีแ้ จง กรอกใบสมคั รเข้าเรยี นต่อระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ต่อไปน้ี ติดรปู ถ่าย
ใบสมคั รเข้าเรียนตอ่ ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑
๑ ขอ้ มลู สว่ นตัว
ช่อื -นามสกุล ….....……......................................…………………………………………..เพศ.............................................
วัน/เดอื น/ปเี กดิ ........................................................อายุ......................................ทอ่ี ย่.ู .................หมูท่ ่ี .............
..................... …………………………………………………………………....................…………………………………………………...
โทรศัพท.์ .................................. บดิ าชือ่ ...................................นามสกุล..................................อาย.ุ ......................
อาชพี ........................................ มารดาชื่อ...............................นามสกลุ ..................................อาย.ุ .....................
อาชพี .............................................
๒ ขอ้ มลู ดา้ นการศกึ ษา
จบการศึกษาระดบั ช้นั จากโรงเรยี น เกรดเฉล่ีย
ขอรับรองวา่ ข้อมูลทีข่ ้าพเจา้ กรอกน้เี ปน็ ความจริง
ลงชื่อ .....................................................
(...................................................) ผู้สมัคร
.............../............................/.....................
๑๐๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 108 7/17/18 10:25 AM
๑๐๘ ทท๔๔/ผ/.ผ๕.๕ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ใบความรู้
ชนิดของคา
การเลอื กใชค้ าให้ถกู ตอ้ งตามชนดิ และหน้าท่ี จะชว่ ยให้ส่อื สารทาความเข้าใจไดต้ รง
ตามความตอ้ งการและรวดเร็ว คาในภาษาไทยมีหลายชนิดท่ีควรทราบในระดบั ชนั้ น้ี คือ คานาม
คาสรรพนาม คากริยา คาวิเศษณ์ คาบุพบท คาเชอ่ื ม คาอทุ าน
คานาม
คาที่ใช้เรยี กชอื่ คน สตั ว์ ส่ิงของ สภาพธรรมชาติ สถานทตี่ า่ ง ๆ ทงั้ ทเ่ี ป็นสิง่ มชี ีวติ และ
ไมม่ ีชีวิต ทัง้ ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม เรียก คานาม
อ่านและพิจารณาประโยคต่อไปน้ี
๑. พอ่ แม่ ลูกชว่ ยกนั ใสบ่ าตร
๒. หลายประเทศในโลกมเี ศรษฐกจิ ดีขน้ึ
๓. กล้วยเป็นตน้ ไม้สารพดั ประโยชน์
๔. กลว้ ยตานีมีลาต้นตรง ใบยาวสีเขยี วเขม้
๕. คุณยายชอบรับประทานมะมว่ งกบั ข้าวสวย
๖. มะมว่ งเขียวเสวยมีรสชาตอิ ร่อย
๗. นกกาลังบินกลับรงั
๘. นอ้ งอยากเลยี้ งนกขุนทอง
คาท่พี ิมพต์ ัวหนาในประโยคตัวอยา่ งข้างตน้ เป็นคานามทั่วไป เรยี กวา่ คานามสามญั
อา่ นและพจิ ารณาประโยคต่อไปนี้
๑. นกั ท่องเท่ียวชอบไปชม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
๒. กล้วยตานมี ีถ่นิ กาเนิดมาจากทางตอนใต้ของ ประเทศอินเดีย
๓. วนั อาทิตย์หนา้ เราจะปลกู กลว้ ยในสวน
๔. ลูกสาวของหทยั ช่อื หอม
พระเชตพุ นวิมลมงั คลาราม อนิ เดีย อาทติ ย์ หทัย หอม เป็นคาทต่ี ้งั ข้ึนเพ่ือเป็นช่อื เฉพาะ
ของคน สตั ว์ สง่ิ ของ และสถานท่ี เรียกวา่ คานามวิสามญั คานามวิสามัญส่วนใหญ่ เมอ่ื ใชม้ กั จะ
มีคานามสามญั เชน่ วัด ประเทศ วนั (คาท่พี มิ พต์ วั หนาเอน) อยูข่ า้ งหน้าด้วย
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรียน) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๑๐๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 109 7/17/18 10:25 AM
๑๐๙
ทท๔๑/ผ/.ผ๕.๑
อ่านและพจิ ารณาประโยคต่อไปน้ี
๑. ท้ายสวนกลว้ ยมีบ้าน ๕ หลงั
๒. ผ้หู ญิง ๒ คนน้ันหน้าตาคลา้ ยกันราวกบั ฝาแฝด
๓. ฝงู ชนว่ิงกรูเข้าไปเก็บเมล็ดพนั ธ์ุขา้ วทล่ี านพิธีแรกนาขวญั
๔. กรรมการคณะน้ี กาลงั ประชมุ พจิ ารณาผลการสอบของนักเรียน
คาท่พี มิ พ์ตัวหนา คอื หลงั คน ฝูง คณะ เปน็ คาลกั ษณนาม บอกลักษณะของคานาม
สามัญ คอื บา้ น ผหู้ ญงิ ชน กรรมการ
ตัวอย่างคาลักษณนามอ่ืน ๆ เช่น คน เล่ม อนั ชิ้น สาย แท่ง กระบอก ซี่ กลมุ่
โขลง หมู่ กอง ชดุ พวก เหล่า ทะลาย ฯลฯ
อ่านและพิจารณาประโยคต่อไปนี้
๑. การสลักกาบกลว้ ยเปน็ งานฝมี ือของคนไทย
๒. กลว้ ยหอมไมม่ ีความลับกับเพอ่ื นรัก
คาท่พี ิมพต์ ัวหนา ในประโยคตัวอยา่ งข้ัน เป็นคานามที่เกิดจากการแปลงคากรยิ า
ใหเ้ ปน็ คานาม มักมีคาวา่ การ หรอื ความ นาหน้า เช่น การพูด การเขยี น ความรัก
ความเมตตา ฯลฯ เรียกว่า คาอาการนาม
คาสรรพนาม
คาทใ่ี ช้แทนคานาม เรยี กว่า คาสรรพนาม ซึ่งในการพดู หรือเขียน เมื่อใชค้ านามคาใด
คาหนงึ่ และจะกล่าวถงึ คาน้นั ๆ ในโอกาสตอ่ ไป มักนาคาสรรพนามมาใช้แทน
อา่ นและพิจารณาประโยคตอ่ ไปน้ี
๑. วนั นค้ี ุณยายไม่สอนฉนั เย็บกระทง เพราะท่านไม่สบาย
๒. คุณมคี วามเหน็ เหมอื นเขาหรือไม่
คาว่า ฉนั ทา่ น คุณ เขา เปน็ คาสรรพนามใชแ้ ทนผู้พดู ผ้ฟู งั และผทู้ ี่ถูกกลา่ วถึง เรียกวา่
คาสรรพนามแทนบุคคล หรอื คาบุรุษสรรพนาม มีคาอ่นื ๆ อกี เช่น
ดฉิ นั ผม อาตมา ข้าพเจ้า ฯลฯ แทนผู้พดู
พระองค์ โยม เธอ ท่าน แก ฯลฯ แทนผ้ฟู ัง
เขา เธอ มนั ทา่ น ใคร ฯลฯ แทนผทู้ ่ีกล่าวถึง
๑. นนั่ ตน้ อะไร
คาว่า นนั่ เป็นคาสรรพนามทีบ่ อกความหมาย เฉพาะเจาะจง เรียกวา่ คาสรรพนาม
ชเ้ี ฉพาะ มคี าอ่นื ๆ อกี คือ น่ี โน่น นู่น น้ี นน้ั โนน้ นนู้
๒. เขาไมเ่ คยทาความเดอื ดรอ้ นให้ใครเลย
คาวา่ ใคร เปน็ สรรพนามท่มี คี วามหมายทั่ว ๆ ไป ไมเ่ ฉพาะเจาะจง เรียกว่า
คาสรรพนามไมช่ ้เี ฉพาะ มีคาอ่นื ๆ อีก เชน่ อะไร ไหน ผหู้ นง่ึ ผู้ใด
๑๑๐ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 110 7/17/18 10:25 AM
๑๑๐ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ทท๔๔/ผ/.๕ผ.๕
๓. ใครเอาตน้ กล้วยมาโยนท้งิ
คาว่า ใคร เปน็ สรรพนามท่ีใชเ้ ปน็ คาถามที่ต้องการคาตอบ เรียกว่า คาสรรพนามถาม
มคี าอน่ื ๆ อกี เช่น อะไร ไหน
๔. คนไทยสมัยกอ่ นต่างกร็ ู้จกั ใชป้ ระประโยชนจ์ ากตน้ กล้วย
คาวา่ ต่าง เป็นคาสรรพนามใช้เพ่อื แยกคานามออกเป็นส่วน ๆ เรยี กว่า คาสรรพนาม
แยกฝ่าย มคี าอ่นื ๆ อกี คือ บา้ ง กัน
คากริยา
คากริยาเปน็ คาทีบ่ อกอาการ หรือบอกสภาพของคน สตั ว์ พืช สิ่งของ เครือ่ งใช้
เชน่ ยม้ิ วง่ิ ลม้ กิน ตี เป็นคากริยาบอกอาการ อว้ น ผอม ฉลาด โง่ เก่า ใหม่ เป็นคากริยา
บอกสภาพ
อ่านและพจิ ารณาประโยคตอ่ ไปนี้
๑. ภเู ขาถลม่ เมอื่ วานน้ี
๒. รถกระบะวิง่ ลบั หายไป
คาว่า ถลม่ วงิ่ ไมต่ ้องมกี รรมตามหลังก็ไดใ้ จความ คากรยิ าประเภทนี้ เรยี กว่า
คากริยาอกรรม
๑. คณุ ยายเย็บกระทง
๒. ช่างสลกั กาบกลว้ ยใหเ้ ปน็ ลวดลาย
คาวา่ เย็บ สลัก ตอ้ งมีกรรม คอื คา กระทง กาบกลว้ ย จึงจะไดใ้ จความสมบรู ณ์ คากริยา
ประเภทน้ีเรยี กวา่ คากรยิ าสกรรม
๑. เขาเหมอื นฉัน
๒. ขา้ วเป็นอาหารของคนไทย
๓. ผลกล้วยตานีแตกต่างจากผลกลว้ ยชนิดอ่ืนคือ เมลด็ มาก
คาวา่ เหมอื น เป็น คือ เปน็ คากรยิ าที่ตอ้ งมีคานาม หรือสรรพนาม ซ่ึงทาหนา้ ที่
เป็นสว่ นเติมเตม็ ตามหลงั เสมอ เรียกว่า คากรยิ าเติมเต็ม คากริยาประเภทนยี้ ังมีอีกนักเรยี นควร
ศกึ ษาเพิ่มเตมิ
ปรบั ปรงุ มาจาก https://site.google.com
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๑๑๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 111 7/17/18 10:25 AM
๑๑๑ ท๔/ทผ.๕๔/ผ.๕
ใบความรู้
คาบุพบท
คาบุพบท คอื คาทีเ่ ช่ือมคาหรอื กลุม่ คาให้สัมพันธ์กันและเม่อื เช่ือมแลว้ ทาให้ทราบว่า
คาหรอื กลุ่มคาท่ีเชื่อมกนั น้ันมีความสมั พนั ธก์ นั อย่างไร ไดแ้ ก่ ใน แก่ จน ของ ดว้ ย โดย ฯลฯ
หน้าทใ่ี นการแสดงความสัมพนั ธ์ของคาบุพบท
๑. แสดงความสัมพนั ธเ์ กย่ี วกบั สถานท่ี เชน่ คนในเมือง
๒. แสดงความสมั พันธ์เกี่ยวกับเวลา เช่น เขาเปิดไฟจนสว่าง
๓. แสดงความสมั พนั ธเ์ กยี่ วกบั การเปน็ เจ้าของ เชน่ แหวนวงน้เี ปน็ ของฉนั
๔. แสดงความสัมพันธ์เกยี่ วกับเจตนาหรือสิ่งท่ีมุ่งหวัง เช่น เขาทาเพอ่ื ลกู
๕. แสดงความสัมพนั ธ์เกีย่ วกบั อาการ เชน่ เราเดินไปตามถนน
ชนดิ ของคาบุพบท คาบพุ บทแบง่ เป็น ๒ ชนดิ
๑. คคาําบบพุ ุพบบททททีแ่ ่ีแสสดดงงคคววามามสสมั ัมพพันันธร์ธะรหะหว่าวงาคงาคตําอ่ ตคอาคําเช่นเชคนวาคมวสาัมพสัมนพธ์รันะธหรวะ่าหงวาง
คํานามกับบคคาํานนาามม คคาํานนาามมกกบั ับคคาําสสรรรพพนนามามคคาํานนามามกกับับคาคกํารกิยราิยาคาคสํารสรพรรนพานมกามับกคับาสครํารสพรนราพมนคามา
คสรํารสพรนรพามนกาบั มคกาับกครําิยการิยคากครยิํากากรบัิยคากานับาคมํานคาามกรคิยําากกรับิยคาากสับรรคพํานสรามรพคนากมรยิ คาํากกับรคิยาากกรับิยคาําเกพรือ่ ิยา
เบพออื่ กบสอถกาสนถกานรณกา์ใรหณ้ชใดั หเจช นัดเจดนงั ตด่องัไตปอนไี้ ปนี้
- บอ- กบสอถากนสภถาาพนคภวามพเคปน็วาเจมา้ เขปอนงเเจชา่นขฉอันงซอ้ืเชสนวนขฉอันงซน้ือายสสวมนชขาอยงนายสมชาย
(นามกบั นาม) บบา้ า นนขขอองงเเขขาาใใหหญญ่โโตตแแทท้ ๆ ((นนาามมกกบั บั สสรรรรพพนนาามม) ออะะไไรรขขอองงเธเธออออยยูใ ู่นในถถงุ ุงนนี้ ี้(สรร(สพรนราพม
กนับามสกรรับพสนรราพมน) าม)
- บอ- กบคอวกามคเวกาีย่มวเกขี่ยอ้ วงขเอชง่น เชธนอตเอ้ ธงอกตาอรงมกะามร่วมงะในมวจงาในนจ(นาานมก(นบั านมากมบั )นาม) พอ เห็น
แพก่อแเหมน็ (แกกรแ่ิยมาก่ (ับกนรยิามาก) ับฉนนั าไมป)กบัฉนัเขไาปก(กับรเิยขาาก(บั กสรริยราพกนบั าสมร)รพนาม)
- บอ- กบกอากรใกหา้แรลใหะแบลอะกบคอวกามคปวารมะปสงรคะ์สเงชค่น เแชกนง หแมกอ้ งนหเี้มปอ ็นนข้ีเอปงนสขาอหงรสับาํ ใหสร่บบั าใตสรบ (านตารม
(กนับากมรกิยบั าก) รพิยอ่ าใ)ห พร้ อางใหวัลรแางกว่ฉลั นั แก( ฉนนั าม(กนับาสมรกรับพสนรารมพน) าม )
- บอ- กบเวอลกาเวเลชา่น เชขน า มเาขตาั้งมแาต่เ้ังชแา้ ต(เ กชราิย(ากกรบั ยิ นากามบั )นามเข)าเอขยา่เูอมยือเู งมนือองนกเอมกอ่ื เปมื่อีทป่ีแทล้วแ่ี ลว
(นามกบั นาม)
- บอ- กบสอถกานสถทา่ี เนชทน่ ่ ี เเชธน อมเธาอจมากาจหาวั กเมหอื วั งเม(ือกงริย(กากริยบั านกาบั มน) าม)
- บอ- กบคอวกามคเวปารมยี เปบรเทยี ียบบเทเยี ชบน่ เชขนาหเนขกัากหวน่าักฉกนั วา(กฉรันยิ า(กรับิยนาากมับ)นาม) เขาสงู กวาพอ
(เกขราิยสางู กวับา่ นพา่อม)(กรยิ ากับนาม)
๑๑๒ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 112 7/17/18 10:25 AM
๑๑๒ ทท๔๔/ผ/.ผ๕.๕
คาบุพบท๒ท. ไ่ีคมําม่บีคุพวบาทมทสมัี่ไมพมันีคธวก์ าบั มคสาัมอพ่นื ันสธว่กนับมคาํ กอจื่นะอสยวู่ตนน้ มปากระจโะยอคยูตในชปเ้ ปรน็ะกโยาครทใักชทเปายนการ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
มทักใทชาใ้ นย คมาปักรใชะใพนันคธํา์ ปเชร่นะพัดนกูธร เชดนูก่อดนูกดรูราดูกขอ้าแนต่ดูคราเหขลาา่แนต้ีใ ชค้นําาเหนล้า คนาี้ในชานมําหหรนือาสครํารนพานมาหมรือ
สรรพนาม ดูกร ทา่ นพราหมณ์ ท่าจงสาธยายมนตบ์ ูชาพระผู้เป็นเจ้าด้วย
ดูกรดทูกาอ่ นนพภราิกหษมทุ ณ้งั ห ทลา าจยงสกาธรยเจารยิญมวนปิ ตัสบ สชู นาาพเรปะ็นผกเู ปารน ปเจฏาิบดัตว ิธยร รมของท่าน
ดกู อ ดนรู ภากิ สษหทุ ายั้งหเอลย๋ ายทา่กนารจเงจทราิญตวาิปมสคสาทนีเ่ารเปาบน อกกาทรป่านฏเิบถัติดิธรรมของทา น
ดูราชส้าหแาตย่ เทอา่ ย นทา้ังนหจลงาทยาํ ขต้าาพมเคจํา้ ทย่ีเินรดาบีมอากท่ีทา นา่ นเถมดิ า รว่ มงานในวันนี้
ห ลักการใชค้ขา บแตพุ บททา บนาทง้งัคหาลาย ขาพเจายินดมี ากที่ทานมารวมงานในวันน้ี หลักการใชคํา
บุพบทบางคาํ "กบั " ใชแ้ สดงอาการกระชับ อาการร่วม อาการเทียบกันและแสดงระดบั
เ ช ่น ฉ ัน เ หน็ กับตา “กับ” ใชแสดงอาการกระชับ อาการรว ม อาการเทยี บกันและแสดงระดับ เชน
ฉันเห็นกับตา "แก่" ใช้นาหน้าคาท่ีเปน็ ฝ่ายรบั อาการ เชน่ ครใู หร้ างวัลแก่นกั เรยี น
“แก"” แดใช"่ น ใาํชห้แนทานคคําาทวเ่ีาป"น แฝกา"่ ยใรนบั ทอ่เี าคกาารรพเเชชน ่นคนรกั ใู หเรรยี านงมวลัอแบกพน วกังมเราียลนัย แด่ครู
“แด"” แตใช่"แ ใทชนใ้ นคคําวา ม“หแมกา”ยวใ่นา ทจ่เีาคการตพงั้ แเตช่น เฉนพักาเะรยี เชนน่มอเบขาพมวางแมตาบ่ลัยา้ นแดค รู
“แต"” ตอ่ใช"ใ ในชคน้ วาาหมนห้ามแาสยดวงาคจวากมเตกัง้ี่ยแวตข้อเฉงกพันาะตเิดชตน ่อกเขนั ามเทาแียตบบจา น วน เชน่
เ ข า ย ่ืน ค า ร้องตอ่ ศา“ลตอ ” ใชนาํ หนา แสดงความเกีย่ วขอ งกัน ตดิ ตอ กัน เทยี บจาํ นวน เชน เขาย่นื
คํารอ งตคอาศบาพุลบท เปน็ คาท่ีใช้หนา้ คานาม คาสรรพนาม หรอื คากรยิ าสภาวมาลา เพื่อแสดง
ความสัมพันธข์ อ๓ง.คาคแําลบะุพปบรทะโยเคปทนี่อคยําหู่ทลี่ใชงั คหานบาุพคบําทนวา่ามมีคควําาสมรเกรพี่ยวนขา้อมงกหับรคือาคหํารกือรปิยราะสโยภคาวมาลา
ทเพีอ่ ื่อยแขู่ สา้ งดหงนค้าวอายมา่ สงัมไรพัเนชธน่ ของคําและประโยคท่ีอยูหลังคําบุพบทวามีความเกี่ยวของกับคําหรือ
ประโยคทอี่ ยูขางลหกู นชา าอยยขาองงไนราเยชแน ดงเรียนหนังสือไม่เกง่ แต่ลกู สาวของนายดาเรียนเก่ง
ครทูลาูกงชาานยเขพออ่ื งนนักาเยรแียดนงเรยี นหนังสอื ไมเ กง แตลกู สาวของนายดาํ เรียนเกง
เขาคเรลูที้ยาํงงนากนเขเพาือ่สนาหกั รเรับยี ฟนงั เ สียงขนั
ตาแหนง่ ขอเงขคาาเลบ้ียพุ งบนทกเเขปา็นสคําหาทรบัี่ใชฟน้ งาเหสียนงา้ ขคนั าอ่ืนหรอื ประโยค เพอ่ื ให้รู้วา่ คาหรือประโยค
ที่อยู่หลังคาบุพบตทํามแหคี วนางมขสอัมงพคําันบธุพก์ บั คทาหเปรนอื ปคําระทโี่ใยชคนขําา้หงนหานค้าําอดื่นงั นหนั้ รคือาปบรุพะโบยทคจะเพอ่ือยู่หใหนร้าูวคาาคตํา่าหงรๆือ
คปือระโยคท่ีอยูหลังคําบุพบทมีความสัมพันธกับคําหรือประโยคขางหนา ดังนั้นคําบุพบทจะอยู
หนาคําตา ง ๆ ค๑ือ. นาหน้าคานาม เชน่ เขาเขียนจดหมายดว้ ยปากกา เขาอยู่ที่บา้ นของฉนั
๒. น๑า.หนนาํ ้าหคนาาสครํารนพานมามเชนเช่นเขาเเขขยี านอจยดกู่ หบั มฉาันยตดลว อยดปเาวกลกาา เขเขาอาพยทูดกบี่ บัา นทขา่ นองฉนั
๒เม.ื่อนคาํ นืหนแี้า คลาํว้ สรรพนาม เชน เขาอยกู บั ฉนั ตลอดเวลา เขาพดู กบั ทา นเมอ่ื คนื นแ้ี ลว
๓. น๓า.หนนาํ ้าหคนาา กคราํ ิยการิยเชา่นเชเน ขาเขเหาเ็นหแ็นกแก่ กินกินโโตตะ๊ ะ ตตวั วั นน้ีจ้ีจดั ดั สสาําหหรรับบั ออภภปิ ิปรราายยคคนื นื นน้ี ี้
๔. น๔า.หนนาํ า้หคนาา วคิเศาํ วษิเณศษ์ เณช่น เชเนขาเขวาง่ิ วม่งิามโดาโยดเรย็วเรว็
ปรบั ปรุงปมราบั จปารกุงมhาttจpาsก://hsitttep.sg:o//osgitlee..cgooomgle.com
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๑๑๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 113 7/17/18 10:25 AM
๑๑๓
ทท๔/ผ๔.๕/ผ.๕
ใบความรู้
คาเชอื่ ม
คาเชอ่ื ม คือคาท่ีทาหน้าที่เชือ่ มคากับคา เชื่อมประโยคกบั ประโยค เชื่อมขอ้ ความกับ
ข้อความ หรือข้อความใหส้ ละสลวย คาเช่อื ม มี ๔ ชนดิ คอื
๑. เชอื่ มใจความทค่ี ล้อยตามกัน ไดแ้ กค่ าว่า กับ และ , ทง้ั …และ , ท้งั …ก็ ,
ครัน้ …ก็ , ครั้น…จึง , พอ…ก็ ตวั อยา่ งเชน่ พออ่านหนังสอื เสร็จก็เขา้ นอน พ่อและแมท่ างาน
เพือ่ ลกู ฉนั ชอบท้งั ทะเลและนา้ ตก ครัน้ ไดเ้ วลาเธอจงึ ไปขึน้ เคร่ืองบนิ
๒. เชอ่ื มใจความทีข่ ัดแยง้ กนั ไดแ้ กค่ าวา่ แต่ , แต่ว่า , ถึง…ก็ , กวา่ …ก็
ตัวอยา่ งเช่น กวา่ ตารวจจะมาคนรา้ ยกห็ นไี ปแล้ว เขาอยากมีเงินแต่ไมท่ างาน ถงึ เขาจะโกรธ
แตฉ่ ันกไ็ ม่กลัว เธอไม่สวยแตว่ า่ นสิ ยั ดี
๓. เชอ่ื มใจความเป็นเหตุเปน็ ผลกนั ได้แก่ คาว่า จงึ , เพราะ…จึง ,
เพราะฉะน้ัน…จึง ตัวอย่างเชน่ เขาว่ิงเร็วจงึ หกล้ม ฉนั กลัวรถติดเพราะฉะน้นั ฉนั จงึ ออกจากบา้ น
แตเ่ ชา้ เพราะเธอเรียนดคี รูจึงรัก เขาไวใ้ จเราใหท้ างานน้ีเพราะฉะนัน้ เราจะเหลวไหลไมไ่ ด้
๔. เชื่อมใจความใหเ้ ลือกอย่างใดอย่างหนึง่ ได้แกค่ าวา่ หรอื หรอื ไมก่ ็ ,
ไมเ่ ชน่ น้ัน , มฉิ ะนน้ั ตัวอยา่ งเชน่ เธอตอ้ งทางานมฉิ ะน้ันเธอจะถูกไล่ออก นกั เรยี นจะทาการบ้าน
หรอื ไมก่ อ็ า่ นหนงั สอื คณุ จะทานขา้ วหรอื ก๋วยเตย๋ี ว
หน้าทขี่ องคาเชือ่ ม
๑. เชื่อมคากับคา เชน่ ฉันเล้ียงแมวและสุนัข นดิ กบั หน่อยไปโรงเรยี น
๒. เช่ือมข้อความ เชน่ คนเราต้องการปัจจัย ๔ ดว้ ยเหตุนีเ้ ราจงึ ตอ้ งประกอบอาชพี
เพื่อใหไ้ ด้เงินมา
๓. เชอ่ื มประโยคกบั ประโยค เช่น พี่สาวสวยแตน่ ้องฉลาด เพราะเขาขยนั จึงสอบได้
๔. เชอ่ื มความใหส้ ละสลวย เช่น เขาก็เป็นคนดีคนหนึง่ เหมือนกัน คนเราก็มีเจ็บปว่ ยบ้าง
เป็นธรรมดา
ปรับปรุงมาจาก https://site.google.com
๑๑๔ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 114 7/17/18 10:25 AM
๑๑๔ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ท ๔ท/ผ๔/.๕ผ.๕-๑-๑๐๐
ใบงานท่ี ๑๐
ชนดิ ของคา
คาชแี้ จง ตอนที่ ๑ พจิ ารณาคาสรรพนามทข่ี ดี เส้นใต้ แลว้ เลือกตวั อักษร ก ข ค ง และ จ
เป็นคาตอบท่ีถูกต้องเตมิ ลงในช่องวา่ งหน้าประโยค
ก. คาบุรษุ สรรพนาม
ข. คาสรรพนามถาม
ค. คาสรรพนามชี้เฉพาะ
ง. คาสรรพนามไม่ชเ้ี ฉพาะ
จ. คาสรรพนามแยกฝ่าย
เตมิ อกั ษร ขอ้ ประโยค
................... ๑. ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ
.................. ๒. ใครหยบิ กลอ่ งดนิ สอของฉันไป
................... ๓. กระเป๋าใบนี้ของพีส่ าวฉันเอง
................... ๔. บา้ งกว็ ง่ิ บ้างกเ็ ดินอย่างสนุกสนาน
................... ๕. คุณจะไปทีไ่ หนก็เร่อื งของคณุ
................... ๖. เขาจะทาอะไร
................... ๗. ใครจะมากับฉันกไ็ ด้
................... ๘. คุณแม่ทา่ นรอ้ ยมาลัยสวยมาก
................... ๙. นน่ั หนงั สือการต์ นู ที่เดก็ ๆ ชอบ
................... ๑๐. ต่างทาหน้าท่ีทีร่ ับผิดชอบให้ดีทีส่ ุด
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๑๑๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 115 7/17/18 10:25 AM
๑๑๕
ท ๔ท/๔ผ/.ผ๕.๕-๑-๑๐๐
ตอนท่ี ๒ พจิ ารณาคานามทข่ี ดี เส้นใต้ แล้วเลอื กตวั อักษร ก ข ค และ ง ท่เี ป็น
คาตอบทีถ่ ูกต้องเตมิ ลงในชอ่ งว่างหนา้ ประโยค
ก. คานามสามัญ
ข. คานามวิสามัญ
ค. คาลักษณนาม
ง. คาอาการนาม
เตมิ อักษร ขอ้ ประโยค
................... ๑. ฉนั รกั โรงเรียนของฉนั
.................. ๒. แมค่ รวั ซื้อปลามาแกงสองตวั
................... ๓. ดอยตงุ อยใู่ นจงั หวดั เชยี งราย
................... ๔. วัดแห่งนีม้ พี ระสงฆอ์ ุปสมบทใหม่ ๙ รูป
................... ๕. การร้องเพลงเป็นการพักผ่อนทดี่ อี ยา่ งหนงึ่
................... ๖. นกั เรียนแสดงความยนิ ดีท่ีเพอ่ื นได้รบั รางวัล
................... ๗. ประชาชนต่างรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
................... ๘. กรุงเทพมหานครเปน็ เมืองหลวงของประเทศไทย
................... ๙. บา้ นหลงั น้นั เป็นบ้านของผู้วา่ ราชการจังหวดั ลพบุรี
................... ๑๐. ทุกคนในหน่วยงานต่างมีความผกู พันรกั ใคร่สามัคคกี ัน
๑๑๖ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 116 7/17/18 10:25 AM
๑๑๖
ท ๔/ผท๔.๕/ผ-๑.๕๐-๑๐
ตอนท่ี ๓ เลือกคากรยิ าที่ไม่ต้องมกี รรมจากตวั เลือกท่ีกาหนด เตมิ ลงในช่องว่างในประโยค หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ใหถ้ กู ตอ้ ง
ขอ้ ประโยค ตัวเลอื ก
๑. นกยงู ................................... ตวั เล็ก, ราแพน, ตวั ใหญ่
๒. คณุ ยาย...................................... เป็นคนดี, สวดมนต์, สูง
๓. ตน้ ไมใ้ นสวน....................... เต้ีย, โคน่ , แห้ง
๔. เด็กน้อย...............เสียงดัง กนิ , เล่น, ร้อง
๕. ดอกไมใ้ นแจกัน...................... สวย, สด, หลน่
ตอนท่ี ๔ เลือกประโยคที่มคี ากริยาสกรรม โดยใส่เครื่องหมาย √ หน้าประโยค
เตมิ เครอ่ื งหมาย ข้อ ประโยค
√
๑. ปลมื้ จติ เลน่ วอลเลยบ์ อล
๒. แมงมุมตัวใหญช่ ักใยเก่ง
๓. ชาวสวนเก็บผลไม้ในสวน
๔. พ่เี ดือนขายเส้ือผ้าในตลาด
๕. โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๑๑๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 117 7/17/18 10:25 AM
๑๑๗
ทท๔/๔ผ/.๕ผ-๑.๕๑-๑๑
ใบงานท่ี ๑๑
ชนิดของคา
คาชีแ้ จง ตอนท่ี ๑ เขียนประโยคทมี่ คี าบุพบท ตามความสัมพนั ธ์ระหว่างคาที่กาหนดให้
ข้อ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งคา เขียนประโยคที่มคี าบุพบท
๑. นาหน้าคานาม
๒. นาหนา้ คาสรรพนาม
๓. นาหนา้ คากริยา
๔. นาหน้าคาวิเศษณ์
๕. นาหน้าคานาม
ตอนที่ ๒ เขยี นประโยคท่ีมคี าบุพบท ตามทกี่ าหนดให้
ขอ้ คาบพุ บท เขียนประโยคท่มี คี าบุพบท
๑. แก่
๒. แด่
๓. แต่
๔. ตอ่
๕. เพ่ือ
ตอนท่ี ๓ เขียนประโยคที่มีคาเชื่อม ตามท่กี าหนดให้ เขยี นประโยคทีม่ คี าบุพบท
ข้อ คาเช่ือม
๑. เพราะ
๒. และ
๓. จงึ
๔. แต่
๕. หรอื
๖. จนกระทง่ั
๗. อนั
๘. แตท่ วา่
๙. ท่ี
๑๐. ในทส่ี ุด.....ก็
๑๑๘ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 118 7/17/18 10:25 AM
๑๑๘ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ทท๔๔/ผ/.ผ๕.-๕๑๒-๑๒
ใบงานท่ี ๑๒
การเขียนประโยค
คาช้ีแจง เขยี นประโยคทม่ี ีคาบุพบทและคาเช่อื มให้สอดคลอ้ งกับภาพ
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
๑๑๙
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 119 7/17/18 10:25 AM
๑๑๙
ท๔/ผ.๕-๑๒
ท ๔/ผ.๕-๑๒
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
วาดภาพแลว้ เขยี นข้อความทีม่ ีคาบพุ บทและคาเชื่อมให้สอดคลอ้ งกับภาพท่ีวาด
๑๒๐ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 120 7/17/18 10:25 AM
๑๒๐ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ท ๔/ทผ๔.๕/ผ-.๑๕-๓๑๓
ใบงานท่ี ๑๓
การเขียนข้อความทีม่ คี าบุพบทและคาเชอ่ื ม
คาช้ีแจง เขยี นขอ้ ความท่ีมีคาบุพบทและคาเชื่อมให้สอดคล้องกบั ภาพตามความคดิ
………………………………………………………………………………………………………………….……...…….
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………….……...…….
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๑๒๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 121 7/17/18 10:25 AM
๑๒๑
ท๔/ผ.๕-๑๓
ท ๔/ผ.๕-๑๓
คาช้ีแจง เขียนขอ้ ความท่ีมคี าบพุ บทและคาเชื่อมใหส้ อดคลอ้ งกับภาพ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๒๒ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 122 7/17/18 10:25 AM
๑๒๒ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
ทท๔๔//ผผ.๕.-๕๑-๔๑๔
ใบงานที่ ๑๔
การเขยี นข้อความที่มสี านวนเปรยี บเทียบ
คาชีแ้ จง เขียนข้อความที่มีสานวนเปรียบเทียบ
12
34
……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๒๓
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 123 7/17/18 10:25 AM
๑๒๓
ท๔/ผท.๕-๔๑๔/ผ.๕-๑๔
เขียนข้อความโดยมีสานวนเปรียบเทียบ พร้อมตั้งชอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ภาพ
12
34
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................... .............................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................................... ..................
................................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................... .........................
๑๒๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 124 7/17/18 10:25 AM
๑๒๔
ทท๔/๔ผ/.๕ผ.๕
แบบทดสอบหลงั เรยี น ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ การใชภ าษาเพื่อส่อื สาร
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๔ การใชภ้ าษาเพื่อส่อื สาร
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาชแ้ี จง เขยี นเคร่อื งหมาย × ทบั อักษรหน้าคาตอบที่ถกู ตอ้ งทส่ี ดุ
๑. " จับไดใ้ นขณะทาความผดิ " ตรงกบั สานวนใด
ก. สู้จนยิบตา ข. คาหนงั คาเขา
ค. สนุ ขั จนตรอก ง. คาบลกู คาบดอก
๒. ข้อใดเป็นคาบุพบทบอกความเปน็ เจ้าของ ข. หนงั สอื เลม่ นี้เปน็ ของฉนั
ก. บา้ นฉันอยใู่ กล้โรงเรียน
ค. รถคันนัน้ วงิ่ เร็วกว่ารถคันน้ี ง. สวนน้าเป็นสวนสาธารณะสาหรับประชาชน
๓. ประโยคใดใชค้ าเช่อื มถูกต้องทส่ี ุด
ก. เงนิ ทองเปน็ ของหายาก
ข. ผมชอบอา่ นหนงั สอื บ้างเปน็ บางครั้ง
ค. เธอไมช่ อบออกไปท่องเท่ยี วต่างจงั หวดั
ง. พสี่ าวและนอ้ งชายชอบเรียนวชิ าศลิ ปะ
๔. ประโยคใดใชค้ ากรยิ าอกรรม ได้ถกู ต้องที่สุด
ก. นกั เรียนอ่านทุกวันจนคล่องแคล่วและเก่งข้นึ
ข. ฝนตกมากในภาคใตแ้ ละภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ค. นักกีฬาทกุ คนต้องเลน่ กฬี าอยา่ งมีน้าใจเปน็ นกั กีฬา
ง. แผ่นดินไทยเปน็ แผ่นดินทองในนา้ มีปลาในนามีขา้ ว
๕. ขอ้ ใดมคี าสรรพนามถาม
ก. คาถามและคาตอบตอ้ งสัมพนั ธก์ นั
ข. อะไรๆ กเ็ กดิ ข้ึนไดเ้ สมอไมค่ วรประมาท
ค. ใครใครกต็ อ้ งการมีสุขภาพท่ีแขง็ แรงทั้งนั้น
ง. การปลูกพืชผกั สวนครัวควรใชป้ ๋ยุ ชนิดใดจงึ จะปลอดภัย
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๑๒๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 125 7/17/18 10:25 AM
๑๒๕
ทท๔๔/ผ/.๕ผ.๕
๖. ในการเขียนจดหมายต้องระวังเรือ่ งใดมากทีส่ ุด
ก. การเขยี น วัน เดือน ปี
ข. การใช้ภาษาใหส้ ภุ าพ
ค. การใชซ้ องจดหมายใหถ้ ูกขนาด
ง. การผนึกดวงตราไปรษณยี ากร
๗. ขอ้ ใดใชค้ าบุรุษสรรพนามไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. พวกเขาเปน็ สัตว์เลยี้ งที่อยู่ใกล้ชิดคนมาก
ข. คณุ พอ่ คุณแม่ท่านรักและหว่ งใยลกู ๆ เสมอ
ค. เธอเป็นผู้หญงิ ท่สี วยและเก่งจงึ มคี นชน่ื ชมมาก
ง. ประชาชนนับถือหลวงพ่อเพราะท่านอยู่ในพระธรรมวนิ ัย
๘. ขอ้ ใดใช้คาท่ีมคี วามหมายเชิงอปุ มา
ก. ทางแคบเดนิ จะหลีกกันไมพ่ ้น
ข. กางเกงเธอคับจนตะเข็บปรแิ ลว้
ค. ซอยนีแ้ คบคงกลบั รถไมส่ ะดวก
ง. ภาวะเศรษฐกจิ ตกตา่ ทาใหค้ นใจคอคับแคบ
๙. " แสวงหาผลประโยชน์โดยตัวเองไมล่ งทุน " ตรงกับสานวนข้อใด
ก. จับปใู สก่ ระดง้ ข. จบั แพะชนแกะ
ค. จบั เสอื มอื เปล่า ง. จับปลาสองมอื
๑๐. จดหมายลาครจู ะไมส่ มบูรณถ์ ้าขาดสว่ นใด
ก. วนั ที่ลา ข. สาเหตุทลี่ า
ค. สถานที่เขยี น ง. คารับรองจากผปู้ กครอง
๑๒๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 126 7/17/18 10:26 AM
๕
วรรณกรรมคาํ สอน
6102149L01e-�6 (��.).indd 127 7/17/18 10:26 AM
6102149L01e-�6 (��.).indd 128 7/17/18 10:26 AM
๑๒๘
ท ท๕๕//ผผ..๑๑
แบบทดสอบก่อนเรยี น ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ วรรณกรรมคาสอน วรรณกรรมคาํ สอน
...........................................................................................................................................................................
คาชีแ้ จง ตอบคําถามต่อไปนใ้ี หถ้ กู ตอ้ ง
๑. อธบิ ายคาํ สอนทก่ี าํ หนดให้
“จงงเเตตืออื นนตตนนดดว้วยยตตนนเอเองง”” หมายความวา่ ..............................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๒. “จะ“นจุ่งะหน่มงุ หพมอพสอมสศมักศดักิส์ ดง์ิสวงนวน ใหส มใหคส้วรมรคบั วพรกัรับตรพตักาตมรศ์ตักาดมิศ์ ศรกั ี ดศ์ิ รี
จะแตจ่งะหแนตา้ง หทนาแา ทปา้งแปตง่ แอตนิ งทอรินียท์ รยี ดฉู วดีผิวฉู เวนีผื้อิวอเยนา ้อื เหอยลา่อื เหกลินอื”เกนิ ”
คาํ ประพนั ธ์น้ตี อ้ งการสอนอะไร ............................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
นักเรียนเห็นดว้ ยหรอื ไม่ เพราะอะไร ....................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๓. แต่งประโยค โดยใหม้ ีคาํ อุทานในประโยคดว้ ย
๓.๑ ........................................................................................................................................................
๓.๒ ........................................................................................................................................................
๓.๓ ........................................................................................................................................................
๔. จดั กลมุ่ คาํ ท่กี าํ หนดให้ ให้ถกู ต้อง
เพ่อื นๆ แมน่ ้ํา ใกลๆ้ ชา่ งไฟฟา้ เรอื กสวน นักการเมอื ง
พอ่ ครวั บ้านเรือน ลูกๆ หลานๆ ทรพั ย์สนิ เช้าคา่ํ ลมๆ แล้งๆ
คาซ้า คาซอ้ น คาประสม
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๑๒๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 129 7/17/18 10:26 AM
๑๒๙
ท ท๕๕//ผผ..๑๑
๕. เลือกคาํ ทน่ี ักเรียนชอบในขอ้ ๔ แต่งประโยค
ประโยคคําสั่ง ..................................................................................................................................
ประโยคขอร้อง ..................................................................................................................................
ประโยคคาํ ถาม ..................................................................................................................................
๖. อา่ นประกาศต่อไปนี้ แล้วตอบคําถาม
ประกาศรบั สมคั รนักเรียนเขา้ ศกึ ษาตอ่ กาหนดวันและเวลา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ หลกั สตู รปกติ ๑. นกั เรียนในเขตพืน้ ทบ่ี ริการรบั ร้อยละ ๕๐ และ
นักเรยี นทว่ั ไปรบั ร้อยละ ๕๐ โดยคดั เลอื กจากผล
คุณสมบตั ิ การสอบ ร้อยละ ๘๐ คะแนน O-NET รอ้ ยละ ๒๐
๑. สําเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ตาม ๒. รับสมัครวนั ท่ี ๑๔ - ๑๘ มีนาคม ๒๕๖....
หลักสตู รกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทยี บเทา่ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ไมเ่ วน้ วันหยดุ ราชการ
หรอื กําลังศึกษาชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ๓. สอบคดั เลอื ก วันที่ ๒๓ มนี าคม ๒๕๖....
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖... หรอื เทยี บเทา่ สอบเวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.
๒. ไมจ่ ํากดั อายุ วิชาทส่ี อบ ไทย คณติ วทิ ย์ สงั คม ภาษาองั กฤษ
๓. เป็นโสด (วชิ าภาษาไทยมกี ารสอบปฏิบัติทกั ษะการอ่าน)
๔. มคี วามประพฤติเรียบร้อย ๔. ประกาศผล วันท่ี ๒๘ มีนาคม ๒๕๖.....
เอกสารประกอบการรับสมคั ร ๕. รายงานตวั วนั ที่ ๑ เมษายน ๒๕๖.....
๑. สําเนาทะเบียนบา้ น ๑ ฉบบั (พรอ้ มฉบบั จรงิ ) เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.
๒. รูปถ่าย ๒ นิว้ จาํ นวน ๒ รปู ๖. มอบตวั วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖.....
๓. สําเนา ปพ ๑ : ป พรอ้ มฉบับจรงิ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.
๔. หลกั ฐานแสดงผลการสอบ O-NET
๖.๑ เรื่องที่ประกาศเกย่ี วกับเรอ่ื งอะไร
...........................................................................................................................................................
๖.๒ ผ้ทู ปี่ ระสงคย์ ืน่ ใบสมคั รตามประกาศดงั กล่าว ตอ้ งมีคณุ สมบัติอย่างไร
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
๖.๓ ผมู้ สี ิทธ์เิ ข้าศึกษาต่อช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ตามประกาศนตี้ ้องผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ อยา่ งไร
.........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
๑๓๐ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 130 7/17/18 10:26 AM
๑๓๐ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
ท ๕ท/๕ผ/ผ.๑.๑--๐๐๑๑
ใบงานท่ี ๐๑ คดิ ได้นาไปใชเ้ ป็น
คาช้ีแจง อ่านสุภาษติ สอนหญิงในใบความรชู้ ดุ ท่ี ๑ แลว้ พิจารณาวา่ คาํ สอนในเรอื่ งใดทสี่ ามารถ
นาํ มาเปน็ หลักปฏบิ ตั ิในชวี ิตได้ โดยใชแ้ ผนภาพความคดิ พฒั นางานเขยี น (๑๒ คะแนน)
ฉนั คดิ ว่าคาสอนในสภุ าษติ สอนหญงิ ท่สี ามารถนามาปฏิบัตไิ ดค้ ือเรอ่ื ง
.................................................................................................................. สอนไวด้ ังนี้
เหตผุ ลคือ ๑๓๑
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ผลทเี่ กดิ จากการปฏิบัติคอื
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 131 7/17/18 10:26 AM
๑๓๑
ท๕/ผ.๑-๐๒
ท ๕/ผ.๑-๐๒
ใบงานที่ ๐๒ วเิ คราะห์คณุ ค่าจากการอ่านวรรณคดี
คาช้แี จง อา่ นสุภาษิตสอนหญวงิรรแณล้วคเขดยี ี นแผนภาพความคดิ ตามหัวข้อทก่ี ําหนด (๑๒ คะแนน)
กล่มุ ที่ ๑
....................................................
....................................................
....................................................
....................................................
.............................................. คาสอนจากสุภาษิตสอนหญิง ...........................................
.............................................. “คุณค่าของสตรี” ...........................................
.............................................. ...........................................
.............................................. ...........................................
.................................................. ..................................................
.................................................. ..................................................
.................................................. ..................................................
.................................................. ..................................................
๑๓๒ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 132 7/17/18 10:26 AM
๑๓๒ ท ๕ท/๕ผ/ผ.๑.๑--๐๐๒๒
กลมุ่ ท่ี ๒
หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
.....................................................
.....................................................
.....................................................
.....................................................
............................................ คาสอนจากสุภาษติ สอนหญงิ ..........................................
............................................ “สตรีผ้มู ีกิรยิ ามารยาทงาม” ..........................................
............................................ ..........................................
............................................ ..........................................
.................................................. .................................................
.................................................. .................................................
.................................................. .................................................
.................................................. .................................................
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๑๓๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 133 7/17/18 10:26 AM
๑๓๓ ท ๕/ผ.๑-๐๒
กลมุ่ ที่ ๓
ท๕/ผ.๑-๐๒
.....................................................
.....................................................
.....................................................
.....................................................
............................................. คาสอนจากสภุ าษิตสอนหญิง ..........................................
............................................. “สตรผี มู้ วี าจางาม” ..........................................
............................................. ..........................................
............................................. ..........................................
.................................................. ..................................................
.................................................. ..................................................
.................................................. ..................................................
.................................................. ..................................................
๑๓๔ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรียน) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 134 7/17/18 10:26 AM
๑๓๔ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
ท ๕/ผ.๑
ท๕/ผ.๑
ใบความรู้ สภุ าษิตสอนหญงิ
๑. ที่มาของสุภาษิตสอนหญิง
สภุ าษิตสอนหญิงนส้ี มเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดํารงราชานภุ าพ
ทรงสันนิษฐานวา่ เปน็ บทประพันธข์ องสุนทรภู่ ที่แตง่ ข้ึนในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๓-๔ แห่ง
กรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากนย้ี งั มผี ้สู นั นษิ ฐานแตกตา่ งกันไปว่า ผู้แตง่ อาจไม่ใช่สุนทรภกู่ ไ็ ด้ เพราะ
มีกวีท่มี ีนามว่า “ภ”ู่ หลายคน จึงไม่อาจสรปุ ได้แน่ชดั วา่ เปน็ ผลงานของใคร
สภุ าษิตสอนหญงิ เปน็ วรรณคดีประเภทคําสอนทแี่ สดงวัตถุประสงค์ไว้ในเนื้อหา
อยา่ งชัดเจนว่า ต้องการใหเ้ ปน็ เคร่อื งเตือนสติ สอนใจสตรี มเี นอ้ื หาสอนหญงิ ทกุ วัย และมสี าระ
ครอบคลมุ แทบทุกเรอื่ งทงั้ ทางกาย วาจา ใจ และการครองตนใหเ้ หมาะสมตามค่านิยมท่ดี ี
การปฏิบัติตนต่อบดิ ามารดา สามี และบุคคลทว่ั ไป ซ่งึ ยังใช้ได้ดจี นถงึ ปจั จบุ ัน
๒. ลกั ษณะการแตง่
เป็นคําประพนั ธ์ประเภทกลอนสุภาพ เรม่ิ คาํ ประพันธ์ด้วยการกล่าวบชู าพระพทุ ธเจ้า
เพือ่ เป็นสริ ิมงคลในการแต่งหนงั สอื ตามธรรมเนยี ม ดังน้ี
ประนมหตั ถ์นมัสการขึ้นเหนอื เศยี ร
ตา่ งประทปี โกสุมปทุมเทยี น จาํ นงเนียนนบบาทพระศาสดา
อนั เปน็ ม่ิงโมลสี ี่ทวปี ดังประทปี ส่องท่ัวทุกทิศา
ก็ล่วงลบั ดับไกลนยั นา สมู่ หาหอ้ งนพิ พานสําราญรมย์
ฉนั ชอื่ ภู่ประดษิ ฐ์คิดสนอง ขอประคองคุณใสไ่ วเ้ หนอื ผม
ให้ประเสรฐิ เลศิ ล้ําด้วยคําคม โดยอารมณด์ าํ ริรกั ชกั ภปิ รายฯ
จากนั้นเร่มิ คาํ สอนดว้ ยการให้ขอ้ คิดเตือนใจ และหลักในการประพฤตติ นแก่สตรีในเร่ือง
ต่าง ๆ ตามมารยาทและประเพณไี ทยในยุคน้ัน เร่มิ ต้ังแตเ่ มอื่ ยา่ งเขา้ สวู่ ยั สาวจนกระทง่ั มีครอบครัว
แล้ว เชน่
- คณุ คา่ ของสตรีในวัยสาว - การแต่งกาย
- กิรยิ ามารยาทในเรื่องตา่ ง ๆ - ความขยันหมนั่ เพียร
- การคบเพ่ือน - การรูจ้ กั เก็บออมและการใช้จา่ ย
- พระคณุ บดิ ามารดา ฯลฯ
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๑๓๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 135 7/17/18 10:26 AM
๑๓๕
ท ๕ท๕/ผ/ผ.๑.๑
สุภาษิตสอนหญิง (ชดุ ท่ี ๑)
ผู้ใดเกดิ เปน็ สตรอี นั มศี กั ด์ิ บํารุงรักกายไว้ใหเ้ ป็นผล
สงวนงามตามระบอบให้ชอบกล จึงจะพน้ ภยั พาลการนนิ ทา
เป็นสาวแสแ้ ร่รวยสวยสะอาด ก็หมายมาดเหมือนมณอี ันมีค่า
แมน้ แตกร้าวรานร่อยถอยราคา จะพลอยพาหอมหายจากกายนาง
อนั ตวั ตา่ํ แลว้ อย่าทาํ ใหก้ ายสงู ดเู ยยี่ งยงู แววยังมีทีว่ งหาง
คอ่ ยเสงย่ี มเจียมใจจะไวว้ าง ให้ต้องอยา่ งกิริยาเป็นนารีฯ
ใหส้ มควรรับพกั ตรต์ ามศักดิ์ศรี
จะนุ่งหม่ พอสมศักดิ์สงวน ดูฉวผี วิ เนือ้ อยา่ เหลือเกนิ
จะผดั หนา้ ทาแปง้ แต่งอนิ ทรีย์ คอ่ ยเยอ้ื งยาตรยกยา่ งไปกลางสนาม
เสงย่ี มงามสงวนไว้แต่ในที
ประการหน่งึ ซ่งึ จะเดนิ ดาํ เนนิ นาด อย่าเสยผมกลางทางหว่างวถิ ี
อย่าไกวแขนสดุ แขนเขาห้ามปราม เหยา้ เรือนมีกลบั มาจง่ึ หารือ
อยา่ เดินกรายยา้ ยอกยกผ้าห่ม ผิดระบอบแบบกระบวนอย่าควรถอื
อย่าพดู เพ้อเจอ้ ไปไม่สดู้ ี เขาจะถือว่าเลน่ ไมเ่ หน็ ควร
ใหก้ าํ หนดจดจาํ แตค่ ําชอบ ระวงั ปดิ ปกป้องของสงวน
อยา่ นุ่งผา้ พกใหญใ่ ตส้ ะดือ จงสงวนศักด์ิสงา่ อย่าให้อาย
อย่าลืมตัวมวั เดินให้เพลนิ จติ ญาติวงศพ์ งศากผ็ อ่ งใส
เปน็ นารีมที อี่ ายหลายกระบวน ก็มีใจสรรเสรญิ เจรญิ พร
แม้นลูกดีกจ็ ะมีศรสี งา่
ถงึ เพอื่ นบา้ นฐานถ่นิ ทใ่ี กลไ้ กล
๑๓๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 136 7/17/18 10:26 AM
๑๓๖
ทท๕๕//ผผ.๑.๑
สุภาษติ สอนหญิง (ชุดท่ี ๒) หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
จงรกั นวลสงวนงามหา้ มใจไว้ อย่าหลงใหลจาํ คาํ ที่รา่ํ สอน
คิดถึงหน้าบิดาแลมารดร อย่ารบี รอ้ นเรว็ นักมกั ไมด่ ี
เม่อื สกุ งอมหอมหวนจงึ ควรหล่น อยกู่ บั ต้นอยา่ ใหพ้ รากไปจากที่
อย่าชงิ สกุ กอ่ นห่ามไม่งามดี เมอ่ื บุญมีคงจะมาอย่าปรารมภ์
อย่าคดิ เลยคู่เชยคงหาได้ อุตส่าหท์ าํ ลําไพเ่ ก็บประสม
อยา่ เกยี จครา้ นการสตรจี งนยิ ม จะอุดมสินทรัพย์ไม่อับจน
ถา้ แม้นทําส่งิ ใดใหต้ ลอด อยา่ ทิ้งทอดเทย่ี วไปไม่เปน็ ผล
เขม้นขะมักรกั งานการของตน อยา่ ซกุ ซนคบเพอ่ื นไพร่เชือนแช
เมอื่ เหนือ่ ยออ่ นนอนหลบั อย่กู บั บ้าน อย่าเทยี่ วพล่านพูดผลอประจอ๋ ประแจ๋
อะไรฉาวกราวเกรียวอย่าเหลยี วแล ฟังใหแ้ นเ่ นอื้ ความคอ่ ยถามกัน
ระวงั ดูเรือนเหย้าแลขา้ วของ จะบกพร่องอะไรทีไ่ หนนน่ั
เห็นไม่มีแล้วอย่าอ้างวา่ ช่างมนั จงผ่อนผนั เก็บเล็มใหเ้ ตม็ ลง
มีสลงึ พงึ ประจบให้ครบบาท อยา่ ใหข้ าดสิ่งของตอ้ งประสงค์
จงมักนอ้ ยกินนอ้ ยคอ่ ยบรรจง อย่าจ่ายลงใหม้ ากจะยากนาน
ไม่ควรซ้ือก็อย่าไปพิไรซอ้ื ใหเ้ ป็นมอื้ เปน็ คราวทัง้ คาวหวาน
เม่อื พ่อแม่แกเ่ ฒา่ ชรากาล จงเลีย้ งทา่ นอยา่ ใหอ้ ดระทดใจ
ด้วยชนกชนนีนนั้ มคี ณุ ไดก้ ารุณเล้ยี งรกั ษามาจนใหญ่
อุ้มอทุ รป้อนข้าวเปน็ เทา่ ไร หมายจะไดพ้ ่ึงพาธิดาดวง
ถ้าเราดีมจี ติ อุปถมั ภ์ กศุ ลล้ําเลศิ เท่าภเู ขาหลวง
จะปรากฏยศยงิ่ ส่ิงทัง้ ปวง กว่าจะล่วงลถุ งึ ซ่งึ พิมาน
เทพไทในหอ้ งสิบหกชั้น จะชวนกนั สรรเสรญิ เจริญสาร
วา่ สตรนี ้เี ป็นยอดยุพาพาล ได้เล้ยี งท่านชนกชนนฯี
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๑๓๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 137 7/17/18 10:26 AM
๑๓๗
ท ๕/ผ.๑
ท๕/ผ.๑
จะพูดจาปราศรัยกบั ใครนนั้ อยา่ ตะคัน้ ตะคอกใหเ้ คืองหู
ไม่ควรพดู อือ้ อึงขน้ึ มึงกู คนจะหล่ลู ว่ งลามไมข่ ามใจ
แมจ้ ะเรียนวิชาทางค้าขาย อยา่ ปากร้ายพูดจาอัชฌาสัย
จงึ ซ้อื งา่ ยขายดีมกี ําไร ด้วยเขาไมเ่ คืองจติ ระอิดระอา
เป็นมนุษย์สุดนยิ มเพียงลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
แมน้ พูดดีมคี นเขาเมตตา จะพูดจาจงพเิ คราะหใ์ ห้เหมาะความ
๑๓๘ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 138 7/17/18 10:26 AM
๑๓๘ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
ท๕/ผ.๑-๐๓
ท ๕/ผ.๑-๐๓
ใบงานที่ ๐๓ ท่องจาบทร้อยกรองที่มีคณุ ค่า
คาช้แี จง เลือกทอ่ งจาํ บทร้อยกรองท่มี คี ุณค่า จากสภุ าษติ สอนหญงิ (๑๖ คะแนน)
ท่องจาบทรอ้ ยกรองท่มี ีคุณคา่
นักเรียนเลือกท่องจาํ บทร้อยกรองจากสภุ าษิตสอนหญิง อยา่ งน้อยคนละ ๒ บท ตามความถนัด
และความสนใจ โดยปฏิบตั ิดังน้ี
๑. ทอ่ งเปน็ กลมุ่ /จับคู่
๒. ทอ่ งรายบคุ คล
๓. เพอ่ื นๆ ในกลุม่ ใหค้ ําแนะนาํ แกไ้ ขปรับปรุงนํา้ เสยี ง การออกเสียงคําถูกต้อง การเวน้ วรรคตอน
ท่องไดถ้ กู ตอ้ งตามฉนั ทลกั ษณ์คําประพนั ธ์ แลกเปลีย่ นเรียนร้กู ันในกลมุ่
๔. ทอ่ งกบั ครู
การท่องบทร้อยกรองที่มคี ุณค่าเป็นการ
ฝึกความจาํ ท่ีดี ผทู้ อ่ งจะเกิดความภาคภมู ใิ จและ
รว่ มสบื สานภมู ปิ ญั ญาทางภาษาของไทยนะคะ
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๑๓๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 139 7/17/18 10:26 AM
๑๓๙
ทท๕๕//ผผ.๒.๒
ใบความรู้ ชนิดของคา (คาอุทาน)
คาอุทาน
คือคาํ ท่พี ดู ออกมาดว้ ยน้าํ เสียงแตกตา่ งจากเสยี งของคําธรรมดาเพ่อื แสดงอารมณ์ ความร้สู ึกต่าง ๆ
ของผ้พู ูด คาํ อทุ านมกั ปรากฏอยู่หน้าประโยค ในการเขยี นนยิ มใชเ้ ครอื่ งหมายอัศเจรยี ์ (!) กํากับหลงั คาํ อทุ าน
๑. แสดงการรอ้ งเรยี กหรอื บอกใหร้ ูต้ ัว ๒. แสดงความตกใจ เช่น ว๊าย! โอ๊ะ!
เช่น แน่ะ! น่ีแน่ะ! เฮ!้ ช่วยด้วย! คณุ พระช่วย!
แน่ะ! แอบมาน่ังอยู่ที่น่เี อง ช่วยด้วย! เด็กตกนํา้
๓. แสดงความเสยี ดาย ผดิ หวงั ชนดิ ของคาอทุ าน ๔. แสดงความไมพ่ อใจ โกรธเคือง
สงสาร เชน่ โธ่! โถ! อนิจจงั ! พุทโธ่ เช่น ฮมึ่ ! อุเหม่! ชชิ ะ! ดดู !ู๋
เอ๋ย!
ฮม่ึ ! ใครมาตดั กหุ ลาบของฉนั
โถ! สนุ ขั ตัวนี้ช่างน่าสงสาร
๖. แสดงความเขา้ ใจหรอื รับรู้ เช่น
๕. แสดงความประหลาดใจ เช่น ฮ้า! อ๋อ! อ้อ! อือ!
เอะ๊ ! โอ้โฮ! วา้ ว! อ้อื ฮอื !
อ๋อ! เดก็ นนั่ เปน็ นอ้ งเธอนเ่ี อง
โอ้โฮ! เส้ือขาวสะอาดดจี งั
๗. แสดงความเจ็บปวด เช่น โอย ! ๘. แสดงความท้อใจ ราคาญ เบื่อหน่าย
โอ๊ย! อูย! เช่น เฮ่อ! ฮื้อ!
ฮ้ือ! เสอื้ เลอะเทอะอกี แล้ว
โอ๊ย! เจ็บจงั เลย
๙. แสดงความโล่งใจ เช่น เฮ้อ ! ๑๐. แสดงความดีใจ เชน่ ไชโย! เย้!
เฮ้อ! สอบเสร็จแลว้ ไชโย! เราชนะแล้ว
สรุปความรู้ คาํ อทุ านใชแ้ สดงอารมณ์ ความรสู้ กึ ตา่ ง ๆ ของผู้พูด ทาํ ให้ผฟู้ ังเข้าใจสิง่ ที่พดู ชัดเจนยงิ่ ขนึ้
เฮ!้ ไปทําแบบฝึกกนั อ๋อ! เข้าใจ
เถอะ แล้ว
๑๔๐ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 140 7/17/18 10:26 AM
๑๔๐ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
ท๕/ผ.๒-๐๔
ท ๕/ผ.๒-๐๔
ใบงานท่ี ๐๔ คาอทุ านสือ่ อารมณ์
คาชี้แจง ตอนท่ี ๑ อ่านนิทาน เรอ่ื ง “แตงโม เจา้ มดแดงจอมขเ้ี กียจ” แลว้ ตอบคาํ ถาม (๑๐ คะแนน)
แตงโม เจา้ มดแดงจอมข้ีเกยี จ
ณ หนองนํ้ากลางป่าใหญ่ เป็นท่อี ยอู่ าศยั ของสตั วน์ านาชนิด และขา้ งหนองน้ําน้ันเปน็ ท่ีอาศัยทํารงั
ของมดแดงฝงู หนงึ่ มานานแลว้ มดแดงฝูงนี้มีการแบ่งหนา้ ทกี่ นั รบั ผิดชอบทกุ ตัว ทงั้ ออกหาอาหาร ดแู ลรกั ษา
อาณาจกั ร รวมทงั้ การเฝ้าเวรยามป้องกนั ภัยตา่ ง ๆ ทอ่ี าจจะเกิดแก่อาณาจักรมดแดง
“เจา้ แตงโม” เป็นทหารหน่วยรับเฝ้าระวงั ภัยหนา้ หนองนาํ้ ทกุ วนั ไมเ่ คยได้ผจญภยั กับผองเพื่อน มนั
จงึ เบ่ือหนา่ ยในหนา้ ท่ขี องตนเองมาก จึงมักจะแอบงีบหลับเปน็ ประจาํ
วนั น้ีเจ้าแตงโมไมไ่ ด้ออกลาดตระเวนรอบหนองนํ้า เพราะเหน็ ว่าเหตุการณ์ปกตเิ ชน่ ทกุ วัน จงึ แอบ
งีบหลับ โดยไม่เห็นว่าน้ําในหนองนํา้ เริม่ สงู ขึน้ เรือ่ ย ๆ จนปริ่มเกือบจะทว่ มผนื ดินอาณาจกั ร เพราะเกดิ นาํ้ ปา่
ไหลหลากลงมาจากภูเขาสงู
“เฮย้ ! เจ้าแตงโม ตน่ื เรว็ นาํ้ จะทว่ มแลว้ รบี ยกกงั หนั ขึ้นเร็ว” เพือ่ นทหารมดตวั หนึง่ มองเห็นจึงรีบ
บอก
“ฮือ! ...โอะ๊ !... เกือบแยไ่ ปแลว้ ซิ” แตงโมตกใจตน่ื รีบทําหนา้ ท่ีอย่างแขง็ ขัน
“น!่ี แตงโม เจา้ แอบงีบหลับอีกแล้วนะ ชา่ งไมม่ คี วามรับผิดชอบเอาเสียเลย เกอื บทาํ ใหพ้ วกเรา
เดอื ดร้อนกันแลว้ ถ้านํ้าทว่ มขึ้นถงึ อาณาจักรโดยไม่ทนั ไดต้ ั้งตวั จะเปน็ อยา่ งไร เจ้าคดิ ดูสิ” เพื่อนๆ ดแุ ตงโม
“เชอะ! เจ้าอยา่ ตกอกตกใจไปหนอ่ ยเลย น่าราํ คาญ นา้ํ ก็ไม่ไดท้ ว่ มซะหนอ่ ย ฮึ่ม! หลกี ไป”
เพ่อื นมดแดงเห็นว่าตักเตอื นไป เจ้าแตงโมก็ไมเ่ ชื่อฟัง จึงนําเรือ่ งไปปรึกษานางพญามด
“ชชิ ะ! เจ้าแตงโม เราตอ้ งส่ังสอนมันใหร้ วู้ ่า การไมร่ ับผดิ ชอบหนา้ ทขี่ องตนนั้น ไมเ่ พียงแต่ส่งผลเสีย
ตอ่ ตัวเองเทา่ น้ัน ยงั ทาํ ให้ผอู้ นื่ เดือดรอ้ นอกี ดว้ ย” พวกมดจงึ ไปรายงานนางพญามด นางพญามดคิดจะ
สง่ั สอนเจ้าแตงโมใหร้ ้สู ํานึก โดยให้จบั เจ้าแตงโมซึ่งกําลังแอบงบี หลบั อยู่ โยนลงไปในหนองน้าํ ทนั ที
“ชว่ ยดว้ ย! พวกเรา....นํา้ ทว่ มแล้ว หนเี ร็ว ชว่ ยดว้ ย! จะจมนํา้ ตายแลว้ ” แตงโมตะเกยี กตะกายอยู่
ในนา้ํ รอ้ งตะโกนใหเ้ พอื่ นช่วย
“คราวน้เี จ้าร้แู ลว้ ใช่ไหมว่า ความเดือดรอ้ นจากการละท้ิงหน้าท่ขี องตนเอง จะนํามาซ่ึงภัยเชน่ ใด”
นางพญามดพดู กบั แตงโมหลงั จากท่ีเหลา่ ทหารมดชว่ ยมนั ข้ึนมาจากหนองน้ําแล้ว
“ขา้ ขอโทษทา่ นนางพญา ข้าสาํ นกึ ผดิ แล้ว ต่อไปน้ขี า้ จะตง้ั ใจทาํ หน้าที่ใหด้ ีทีส่ ดุ ครบั ” แตงโมกล่าว
อย่างสาํ นึกผดิ ตั้งแตน่ น้ั มา แตงโมก็ไม่เคยงบี หลบั ในขณะเฝ้ายามอีกเลย
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๑๔๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 141 7/17/18 10:26 AM
๑๔๑
ท ๕ท/๕ผ/.ผ๒.-๒๐-๐๔๔
ตอนท่ี ๑
๑. จงยกตวั อยา่ งประโยคที่มีคาํ อทุ านจากเร่อื ง “แตงโม เจ้ามดแดงจอมขีเ้ กยี จ” แล้ววเิ คราะหอ์ ารมณ์
ความรสู้ กึ ของคําอุทานในประโยคน้ัน (๕ คะแนน)
ตัวอยา่ งคาํ อทุ าน แสดงอารมณ์
อนิจจา ! เจา้ แตงโมถกู ลงโทษอกี แลว้ สงสาร
๑........................…………………………........……………... แสดงอารมณ์
๒.....................................…………………………………………
.......................................
.......
แสดงอารมณ์
.......................................
๓....................................………………………………………… แสดงอารมณ์
๔.....................................…………………………………………
......................................
........
แสดงอารมณ์
......................................
๕....................................………………………………………… แสดงอารมณ์
......................................
๒. นักเรยี นคิดวา่ อุปนสิ ัยของแตงโมเป็นอยา่ งไร (๓ คะแนน)
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
....
๓. ข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการอา่ น และการนาํ ไปใช้ในชวี ติ จริง (๒ คะแนน)
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
....
๑๔๒ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 142 7/17/18 10:26 AM
๑๔๒ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
ท๕/ผ.๒-๐๔
ท ๕/ผ.๒-๐๔
ตอนที่ ๒ เขียนเร่อื งสรา้ งสรรค์ตามจนิ ตนาการ กาํ หนดให้มีคาํ อทุ านในเรอื่ งไมน่ ้อยกวา่ ๕ คํา
ความยาวประมาณ ๑๕ บรรทัด (๒๐ คะแนน)
_______________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๑๔๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 143 7/17/18 10:26 AM
๑๔๓
ท๕/ผ.๒
ท ๕/ผ.๒
ใบความรู้
การสร้างคาในภาษาไทย
เมอ่ื โลกวิวัฒนาการ มสี งิ่ แปลกใหมเ่ พ่ิมขน้ึ มีเครอ่ื งมอื เคร่ืองใช้ วสั ดุ หรอื สิง่ ของตา่ ง ๆ มาใชใ้ น
ชีวติ ประจาํ วันมากมาย ดังนัน้ คาํ ที่เคยมีใช้อยใู่ นภาษาไทยจงึ มไี ม่พอทจี่ ะใช้เรียกวัสดสุ งิ่ ของเหล่านัน้
เราจึงตอ้ งมกี ารสรา้ งคาํ เพ่มิ ขึน้ ด้วยวธิ ตี า่ ง ๆ เพื่อใหม้ ีถ้อยคาํ ใชใ้ นภาษาไทยได้มากข้นึ
การสร้างคาํ ในภาษาไทยมี ๓ ลกั ษณะ คือ คาํ ประสม คาํ ซ้อน คาํ ซ้ํา
คามลู
คามลู คอื คาํ ๆ เดียวที่มิไดป้ ระสมกับคาํ อ่ืน อาจมี ๑ พยางค์ หรือหลายพยางคก์ ไ็ ด้ แต่เมอ่ื แยก
พยางคแ์ ล้ว แตล่ ะพยางคไ์ มม่ ีความหมาย คําภาษาไทยทใี่ ช้มาแต่เดิมส่วนใหญเ่ ป็นคํามูลท่มี ีพยางค์เดยี ว
โดด ๆ เชน่ พ่อ แม่ กนิ เดิน รอ้ ง คาํ มลู หลายพยางค์ เป็นคําสองพยางค์ขน้ึ ไป มีความหมายในตวั
ไมส่ ามารถแยกพยางคภ์ ายในคาํ ได้ เพราะทาํ ใหไ้ ม่มคี วามหมาย อาจเปน็ คําไทยแท้ หรือคาํ ภาษาต่างประเทศ
ก็ได้ เช่น มะละกอ เกเร โหระพา นาฬกิ า บดิ า วิทยุ เป็นต้น
ตวั อย่างแบบสรา้ งของคามูล
คน มี ๑ พยางค์ คือ คน
สงิ โต มี ๒ พยางค์ คอื สงิ + โต
นาฬกิ า มี ๓ พยางค์ คือ นา + ฬิ + กา
ทะมัดทะแมง มี ๔ พยางค์ คอื ทะ + มัด + ทะ + แมง
กระเห้ยี นกระหือรอื มี ๕ พยางค์ คอื กระ + เห้ียน + กระ + หือ + รอื
๑๔๔ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 144 7/17/18 10:26 AM