The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thasakaes65030064, 2020-08-31 19:09:58

สื่อ60พรรษา ชุดกิจกรรมไทย ป.6 เทอม1

Sue60Ps_ThaiP61

Keywords: S60PThaiP61

๑๔๔

 ท๕/ผ.๒

ท ๕/ผ.๒

คาประสม หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
คาประสม คอื คําท่สี รา้ งขึน้ ใหม่โดยนําคาํ มูลตั้งแต่ ๒ คาํ ข้ึนไปมาประสมกนั ให้เกิดเปน็ คาํ ใหม่

ความหมายใหม่ โดยอาจมีเคา้ ความหมายเดิมหรอื มคี วามหมายใหม่ก็ได้

ลกั ษณะของคาประสม
๑. คาํ ประสมที่เกิดความหมายใหม่ มเี คา้ ความหมายเดมิ เช่น
เตา + ถา่ น - เตาถ่าน หมายถงึ เตาที่ใช้ถา่ นเป็นเชอื้ เพลิง
เตา + รีด - เตารดี หมายถงึ เคร่อื งใชท้ ใ่ี ช้รดี เสื้อผ้า
รถ + ไฟฟา้ - รถไฟฟ้า หมายถงึ รถทีใ่ ช้ไฟฟา้ เปน็ พลังงานขบั เคลอ่ื น
รถ + ยนต์ - รถยนต์ หมายถึง ยานพาหนะทางบกทขี่ ับเคลอ่ื นทด่ี ้วยพลังงาน
อย่างใดอย่างหน่ึงและถ่ายทอดลงสู่ล้อ
๒. คาํ ประสมทเี่ กดิ ความหมายใหม่เปล่ยี นไปจากเดมิ เช่น
ขาย + หน้า - ขายหน้า หมายถึง รสู้ กึ อบั อาย
ราด + หน้า - ราดหนา้ หมายถึง อาหารประเภทกว๋ ยเตยี๋ วมนี ้ําปรุงข้นๆ
ลูก + น้ํา - ลูกน้ํา หมายถงึ ลูกอ่อนของยงุ ซ่ึงยงั อาศยั อยใู่ นนํา้
ผี + เสอื้ - ผีเสื้อ หมายถึง แมลงพวกหนึ่งมปี ีกเปน็ แผ่นบางสีตา่ ง ๆ
หาง + เสอื - หางเสือ หมายถึง เคร่อื งถอื ทา้ ยเรือ

๓. คําประสมทีม่ าจาก อาการนาม มีคาํ วา่ “การ” หรือ “ความ” นาํ หนา้ คํากริยาหรือคําวเิ ศษณ์
เช่น การกิน การบา้ น การเมือง การกระทาํ ความดี ความชวั่ ความสวย ความขยนั หมน่ั เพียร
๔. คาํ ประสมทเี่ กดิ จากการยอ่ คาํ ใหก้ ะทัดรดั ขน้ึ มักข้นึ ต้นด้วยคําวา่ ชาว ชา่ ง นัก ท่ี เคร่ือง
ผู้ หมอ ของ เช่น
ชาวบ้าน ชาววัง ชาวนา ชาวประมง ชาวสวน
ช่างยนต์ ชา่ งภาพ ชา่ งเสริมสวย ช่างไฟฟ้า ชา่ งไม้
การคา้ การเรอื น นักเรียน นกั การเมือง นักขา่ ว
เครือ่ งเขยี น เครอื่ งใช้ ที่นอน ทอ่ี ยู่ ทพ่ี ัก
หมอดู หมอลํา ของกิน ของใช้ ผู้ดี

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๑๔๕

6102149L01e-�6 (��.).indd 145 7/17/18 10:26 AM

๑๔๕

ทท๕๕//ผผ..๒๒

คาซ้อน

คาซอ้ น เป็นการสร้างคาํ โดยนําคาํ มูลที่มีความหมายเหมือนกนั ใกลเ้ คียงกัน หรอื ตรงข้ามกนั
มาวางซ้อนกนั ทาํ ใหเ้ กดิ คาํ ใหม่ มคี วามหมายใหม่ โดยความหมายใหมอ่ าจกวา้ งขึ้น หนักแน่นข้นึ หรอื
เบาลงก็ได้
ชนดิ ของคาซอ้ น
๑. คาํ ซ้อนเพือ่ ความหมาย คือ คาํ ซ้อนท่เี กิดจากคาํ มลู ท่ีมคี วามหมายเหมือนกัน ใกล้เคยี งกนั หรอื
ตรงขา้ มกันมาวางชดิ กัน เช่น
ความหมายเหมือนกัน เส่อื สาด เหาะเหนิ พดู จา บา้ นเรือน
ความหมายใกลเ้ คยี งกัน คัดเลือก แนะนาํ เกรงกลวั ขัดขวาง
ความหมายตรงกนั ขา้ ม ผิดชอบ ชวั่ ดี ไดเ้ สีย เช้าค่าํ
๒. คาํ ซอ้ นเพือ่ เสยี ง คือ คําซอ้ นท่เี กดิ จากการนําคาํ ที่มเี สยี งคลอ้ งจองและมีความหมายสัมพนั ธ์กัน
มาซอ้ นกัน เพ่ือใหอ้ อกเสียงไดง้ า่ ย ไพเราะ เช่น
เรอ่ รา่ ท้อแท้ จริงจัง ตูมตาม ซบุ ซบิ
ราบคาบ จ้ิมล้มิ แร้นแค้น เบ้อเร่อ อา้ งวา้ ง
ออดอ้อน อดั อ้ัน รวบรวม กระดกุ กระดกิ กระดกู กระเดยี้ ว
ประเจิดประเจ้อ ถ้วยโถโอชาม ขโมยขโจร ทรัพยใ์ นดินสนิ ในนํ้า

ตวั อยา่ งคาซ้อน

พรอ้ มเพรียง ครบครนั แขง็ แรง ขัดขอ้ ง ผดิ ชอบช่ัวดี
ถ่ินฐาน จติ ใจ ทกุ ข์ยาก ทรัพย์สิน ทรพั ย์สมบตั ิ
รูปภาพ รปู พรรณ โศกเศร้า ยวดยาน ก้หู นยี้ มื สนิ
สญู หาย ก้ยู ืม อดทน ขดั ขวาง หนกั อกหนกั ใจ

๑๔๖ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

6102149L01e-�6 (��.).indd 146 7/17/18 10:26 AM

๑๔๖

 ทท๕๕//ผผ.๒.๒-๐-๕๐๕

ใบงานที่ ๐๕ การสร้างคาในภาษาไทย หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน

คาชี้แจง ตอนที่ ๑ สรา้ งคาํ จากคาํ ท่กี ําหนดให้ แลว้ เลือกคํามาแต่งประโยค (๑๐ คะแนน)

ตวั อยา่ ง แผ แผนการ วางแผน แผนที่ แผนผัง แผนซอ้ นแผน
ตารนวจทราบแผนการของคนร้ายจึงวางแผนซ้อนแผนเขา้ จบั กุมโดยไม่เสียเลอื ดเนื้อ

นา้ ...................................................................................................................

............................................................................................................................................

สรร ........................................................................................................................................

........................................................................

...............................................................................................................................................

เรื่อ ...................................................................................................................


............................................................................................................................................
.

เครื่ ......................................................................................................................................
อง ..........................................................................

..............................................................................................................................................

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๑๔๗

6102149L01e-�6 (��.).indd 147 7/17/18 10:26 AM

๑๔๗

 ทท๕๕//ผผ.๒.-๒๐-๕๐๕

ตอนท่ี ๒ สรา้ งคาํ ประสม คาํ ซ้อน ตามทก่ี ําหนด อยา่ งละ ๓ คาํ (๑๕ คะแนน)

คาประสมที่เป็นชือ่ อาชีพ คาประสมท่เี ป็นช่อื อาหาร

………………………………………………………………… …………………………………………………………………
………………………………………………………………… …………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
……

คาประสมที่เปน็ ชือ่ เคร่ืองใช้

…………………………………………………………………
…………………………………………………………………
…………………………………………………….…………..

คาซ้อนที่มีความหมาย คาซ้อนที่มีความหมาย
เหมอื นกนั ใกล้เคยี งกัน

………………………………………………………………… …………………………………………………………………
………………………………………………………………… …………………………………………………………………
…………………………………………………….………….. …………………………………………………….…………..
……

๑๔๘ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

6102149L01e-�6 (��.).indd 148 7/17/18 10:27 AM

๑๔๘

 ทท๕๕//ผผ..๓๓

ใบความรู้ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
ประโยคสามัญ ประโยครวม ประโยคซอ้ น

ประโยค แบ่งตามโครงสรา้ งได้ ๓ ชนิด คือ ประโยคสามัญ หรอื ประโยคพน้ื ฐาน ประโยครวม และ

ประโยคซ้อน

ประโยคสามัญหรอื ประโยคพืน้ ฐาน

ประโยคสามญั หรอื ประโยคพน้ื ฐาน ประกอบดว้ ยสว่ นสําคัญ ๒ สว่ น คือ ประธานและภาคแสดง
บางประโยค ประธาน อาจเป็นคาํ นามหรอื สรรพนาม และภาคแสดงเปน็ คํากรยิ า ที่เรียกว่า กรยิ า
อกรรม เช่น
ประธาน ภาคแสดง
คาํ นาม สรรพนาม คาํ กริยาอกรรม
นักเรียน - ดใี จ
- ฉัน วง่ิ

บางประโยคอาจมีคาํ นามหรอื คาํ สรรพนามอยู่หลงั คาํ กรยิ าที่เรยี กวา่ กรยิ าสกรรม เช่น
ประธาน ภาคแสดง
คํานาม คําสรรพนาม คํากริยาสกรรม คํานาม คาํ สรรพนาม
ตาํ รวจ - สืบค้น ข้อมลู -
- เขา เตือน - ฉนั

บางประโยคมโี ครงสรา้ งซบั ซ้อนขนึ้ คือ มีส่วนขยายประธาน มีสว่ นขยายคํากรยิ า เช่น
ประธาน ภาคแสดง
คาํ นาม คําสรรพนาม ส่วนขยาย คํากริยา คํานาม คาํ สรรพนาม ส่วนขยายคํากรยิ า
มด - ตวั น้อย กนิ นาํ้ หวาน -
- เขา คนนัน้ ชอบ - เธอ
เจ้าหนา้ ท่ี - กด ปมุ่ - ทันที
ลงิ - ของคุณลงุ กิน กลว้ ย - รวดเรว็

ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ กระทรวงศกึ ษาธิการ : ๒๕๕๖.

ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๑๔๙

6102149L01e-�6 (��.).indd 149 7/17/18 10:27 AM

๑๔๙

 ท ท๕๕/ผ/ผ.๓.๓

ประโยครวม

ประโยครวม คือ ประโยคย่อยทเ่ี ป็นประโยคพนื้ ฐาน หรือประโยคสามญั ตงั้ แต่ ๒ ประโยคขน้ึ ไปมา

รวมกัน โดยมีคาํ เชือ่ ม เชอ่ื มประโยค เพอ่ื ให้ไดใ้ จความตดิ ตอ่ กันเป็นประโยคเดยี วกัน ถา้ ประธานหรอื กริยาของ
ประโยคเป็นคาํ เดยี วกันกอ็ าจละได้ ดงั ตวั อยา่ ง

ประโยค ประโยคสามญั ชนิดของประโยค
- ขวญั ขา้ วชอบอา่ นหนังสอื ทกุ วนั
- ขวัญขา้ วชอบเขยี นหนังสอื ทุกวนั ประโยคสามญั
- ขวัญขา้ วชอบอ่านและชอบเขยี นหนังสอื ทกุ วัน ประโยครวม เชอื่ มด้วยคาํ เช่ือม และ
- วนั นี้ฉันอยากจะไปดนู ทิ รรศการ ประโยคสามัญ
- วนั นีแ้ มใ่ หเ้ ล้ยี งนอ้ ง ประโยคสามัญ
- วนั นฉ้ี นั อยากจะไปดนู ทิ รรศการแตแ่ ม่ใหเ้ ล้ยี งนอ้ ง ประโยครวม เช่อื มดว้ ยคาํ เชื่อม แต่
- เขาอยากจะเปน็ นกั กีฬา ประโยคสามญั
- เขาอยากจะเป็นนักดนตรี ประโยคสามญั
- เขาอยากจะเปน็ นกั กฬี าหรืออยากจะเป็นนักดนตรี ประโยครวม เชอ่ื มด้วยคาํ เชอื่ ม หรือ
- ดวงดาวชอบฟังเพลง ประโยคสามัญ
- ดวงดาวชอบดูโทรทศั น์ ประโยคสามัญ
- ดวงตาชอบอา่ นหนังสอื
ประโยคสามญั
- ดวงดาวชอบฟังเพลงและดูโทรทศั น์ แต่ดวงตาชอบ ประโยครวม เช่อื มดว้ ยคําเชอื่ ม และ , แต่
อา่ นหนงั สอื (ละประธาน ดวงดาว และ ละกรยิ า ชอบ)

ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ กระทรวงศกึ ษาธิการ : ๒๕๕๖.

๑๕๐ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 150 7/17/18 10:27 AM

๑๕๐

 ทท๕/๕ผ./๓ผ.๓

ประโยคซ้อน หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน

ประโยคซ้อน คือ ประโยคที่มใี จความสําคญั เป็นประโยคหลัก และมอี นุประโยคซงึ่ มคี าํ เช่อื มอยู่

ข้างหนา้ อนุประโยคน้ัน เชน่ ที่ ซ่งึ อนั เมื่อ จน เพื่อ ต้ังแต่ เพราะ ฯลฯ ดังตวั อยา่ ง

ประโยค ชนดิ ของประโยค
๑. นักเรยี นเขียนรายงานทค่ี ดิ หวั ขอ้ ข้ึนเอง ประโยคซอ้ น
ประโยคหลัก
 นกั เรยี นเขยี นรายงาน อนุประโยค ทาํ หน้าที่ขยายคาํ นาม รายงาน ท่ี เปน็ คําเชอื่ ม
 ทค่ี ิดหวั ขอ้ ขึ้นเอง

๒. ขวัญข้าวซึง่ เป็นคนขยันกังวลใจเกยี่ วกับ ประโยคซอ้ น
การบา้ น ประโยคหลัก
อนปุ ระโยค ทําหนา้ ทข่ี ยายคาํ นาม ขวัญข้าว ซ่ึง เปน็ คาํ เชอื่ ม
 ขวัญขา้ วกงั วลใจเกีย่ วกับการบา้ น
 ซ่งึ เปน็ คนขยนั

๓. นกั เรยี นกลบั บ้านเมอ่ื โรงเรยี นเลกิ ประโยคซอ้ น
 นักเรียนกลับบ้าน ประโยคหลกั
 เมือ่ โรงเรยี นเลกิ อนุประโยค ทาํ หนา้ ทีข่ ยายคํากรยิ า กลับบ้าน เมอื่ เป็นคาํ เช่อื ม

๔. เขาทํางานจนหมดแรง ประโยคซ้อน
 เขาทํางาน ประโยคหลกั
 จนหมดแรง อนปุ ระโยค ทําหนา้ ที่ขยายคํากรยิ า ทางาน จน เปน็ คาํ เชอ่ื ม

๕. คณุ ครูอธบิ ายเพ่อื ให้นักเรียนเขา้ ใจ ประโยคซอ้ น
 คณุ ครูอธบิ าย ประโยคหลัก
 เพ่ือให้นกั เรียนเข้าใจ อนุประโยค ทาํ หนา้ ทข่ี ยายคาํ กรยิ า อธบิ าย เพ่ือ เปน็ คําเชือ่ ม

ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร : ๒๕๕๖.

ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๑๕๑

6102149L01e-�6 (��.).indd 151 7/17/18 10:27 AM

๑๕๑

ทท๕๕//ผผ..๓๓-๐-๐๖๖

ใบงานที่ ๐๖ ประโยคและสว่ นประกอบของประโยค

คาช้แี จง ตอนท่ี ๑ อา่ นข้อความทกี่ ําหนด ขีดเส้นใต้คาํ เช่ือม และระบุว่าเป็นประโยคชนดิ ใด

(๑๐ คะแนน)
ตวั อย่าง แพทยร์ กั ษาผปู้ ่วยซึง่ เป็นโรคเบาหวาน
ชนดิ ของประโยค .........ประโยคซอ้ น...............

๑. พอ่ และแม่เปน็ รม่ โพธร์ิ ม่ ไทรของลูก
ชนดิ ของประโยค ...............................................................................................

๒. เด็กนกั เรยี นทมี่ ีวนิ ยั จะรจู้ กั เขา้ แถวซ้ืออาหาร
ชนดิ ของประโยค ...............................................................................................

๓. คณุ ยายอา่ นหนังสือธรรมะ แต่คณุ ตาสานปลาตะเพยี นให้หลาน
ชนดิ ของประโยค ................................................................................................

๔. ลมพายุพดั แรงจนต้นไม้หักโคน่ จานวนมาก
ชนดิ ของประโยค ................................................................................................

๕. ฉันชอบไปเทยี่ วทะเลในหนา้ ร้อน
ชนิดของประโยค ...............................................................................................

๑๕๒ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรียน) กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 152 7/17/18 10:27 AM

๑๕๒ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน

ท๕/ทผ๕./๓ผ-.๓๐-๖๐๖

คาชีแ้ จง ตอนที่ ๒ พิจารณาประโยคซ้อนตอ่ ไปนี้ แล้วจาํ แนกเป็นประโยคหลกั

และประโยคยอ่ ยให้ถูกตอ้ ง (๑๐ คะแนน)
ตัวอย่าง เขามีผักสดปลอดสารพษิ รบั ประทานเสมอ

ประโยคหลัก เขามผี ักสดรบั ประทานเสมอ
ประโยคยอ่ ย ผกั สดปลอดสารพิษ
๑. มดแดงเป็นมดชนิดหนงึ่ ซง่ึ มีมากกว่า ๑๕,๐๐๐ ชนิด
ประโยคหลกั .....................................................................
ประโยคย่อย .....................................................................
๒. คณุ ป่ปู ล่อยนกพิราบทต่ี ดิ ตาขา่ ย
ประโยคหลัก .....................................................................
ประโยคยอ่ ย .....................................................................

๓. นักเรียนผทู้ ่ไี ด้รบั รางวลั ดีเดน่ เป็นพชี่ ายของฉันเอง
ประโยคหลัก .....................................................................
ประโยคยอ่ ย .....................................................................

๔. ตารวจจบั ผู้ร้ายซ่ึงขายยาเสพติด
ประโยคหลกั .....................................................................
ประโยคย่อย .....................................................................

๕. ศักดิ์ชยั กนิ อิ่มจนพุงกาง
ประโยคหลัก .....................................................................
ประโยคยอ่ ย .....................................................................

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๑๕๓

6102149L01e-�6 (��.).indd 153 7/17/18 10:27 AM

๑๕๓

 ทท๕๕//ผผ.๓.๓

ใบความรู้
ประโยคเพอื่ การสอ่ื สาร
ประโยคท่ีใช้ในการสื่อสาร มหี ลายชนดิ ตอ้ งพจิ ารณาเลอื กใช้ให้ตรงตามจุดประสงค์ เชน่

๑. ประโยคบอกเล่า ใช้บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ใหผ้ ู้อื่นรู้เรือ่ ง เช่น
วันน้ีคุณยายจะพาผมไปดลู ะคร
จดุ รวมความสนใจอย่ทู ่ีเวทกี ารแสดง
ผมจะฝกึ ตีกลองมโนราห์

๒. ประโยคปฏิเสธ ใชบ้ อกวา่ เร่ืองราวนั้น ๆ ไม่ใช่ ไม่ต้องการ หรือไม่จริง มักมคี าํ วา่ ไม่ ไมใ่ ช่ ไมไ่ ด้
อยดู่ ว้ ย เชน่
ฉันไมช่ อบชมการแสดง
นไี่ มใ่ ช่นสิ ยั ของโอม
ผมไม่ไดไ้ ปเท่ียวกับเพือ่ นเพราะพาคณุ ยายไปชมละคร

๓. ประโยคคาถาม ใช้ถามผอู้ นื่ เมื่อต้องการคําตอบ มักมคี าํ แสดงคาํ ถาม ใคร อะไร ทไ่ี หน เมอื่ ไร
ทําไม ไหม ฯลฯ เช่น
ใครแสดงเป็นนางมโนราห์
โอมประทบั ใจอะไรจากการชมการแสดง
หิวไหม เขา้ ห้องน้าํ ไหม

๔. ประโยคขอรอ้ ง ใช้ขอรอ้ งใหผ้ ูอ้ ่นื ทําอยา่ งหนึ่งอย่างใด มกั มคี าํ วา่ กรณุ า โปรด ชว่ ย ฯลฯ
อยู่ด้วย เชน่

กรณุ าปิดโทรศัพท์มือถอื ระหว่างชมการแสดง
โปรดรว่ มมือกับโรงละครแหง่ ชาตใิ นการรักษาความสะอาด
ช่วยรกั ษาสมบัตขิ องชาตดิ ้านนาฏศลิ ป์ดว้ ย

๑๕๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 154 7/17/18 10:27 AM

๑๕๔ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน

 ทท๕๕//ผผ..๓๓

๔. ประโยคแสดงความตอ้ งการ ใชบ้ อกความต้องการของตนเองให้ผูอ้ ่ืนรบั รู้ มกั มคี ําว่า อยาก
ตอ้ งการ ประสงค์ อยดู่ ว้ ย เช่น
ฉนั อยากไปขจี่ ักรยานร่วมรณรงคป์ ระหยดั พลังงาน
ผมตอ้ งการไปโรงละครแหง่ ชาตเิ พื่อเป็นเพื่อนคณุ ยาย
เราทกุ คนประสงคจ์ ะมคี อนเสริ ์ตทํานองกลองไทยทม่ี ชี อ่ื เสียง

๕. ประโยคคาส่งั ใชส้ ง่ั ให้ผอู้ นื่ ทําอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ อาจใหท้ าํ หรอื ห้ามมิให้ทําก็ได้ เช่น
ห้ามถ่ายภาพ
หา้ มนําอาหารเข้ามารบั ประทาน
จงปฏิบัติตามระเบยี บการเขา้ ชมโรงละครแห่งชาติ
อย่าลมื ไปเป็นเพ่อื นคณุ ยายนะลูก

ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร : ๒๕๕๖.

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๑๕๕

6102149L01e-�6 (��.).indd 155 7/17/18 10:27 AM

๑๕๕
 ท๕/ผ.๓-๐๗

ท ๕/ผ.๓-๐๗

ใบงานท่ี ๐๗ ประโยคเพื่อการสือ่ สาร

คาช้ีแจง อา่ นปา้ ยที่กาํ หนดให้ แลว้ นําสาระสาํ คญั จากป้ายมาแต่งประโยคเพอ่ื การสอ่ื สาร ท่กี าํ หนดให้
( ๑๐ คะแนน)

สาเหตุไขเ้ ลอื ดออกระบาดหนกั ในฤดฝู น
ควรป้องกันและเฝ้าระวังอยา่ งใกล้ชดิ

ปิด เปล่ยี น ปลอ่ ย ปรับปรงุ ปฏบิ ัติ ขดั
สภาพ จนเป็น ภาชนะ
ฝาภาชนะ นาํ้ ในภาชนะ ปลากนิ ลกู นํ้า แวดลอ้ ม นสิ ยั กําจัดไข่ยงุ
ใสน่ ํ้า ทกุ 7 วัน ในอา่ งน้าํ

ประโยคบอกเล่า ...........................................................................................................................
เล่า .

ประโยคปฏิเสธ ...........................................................................................................................
.

ประโยคคําถาม ...........................................................................................................................
.

ประโยคคําสง่ั ...........................................................................................................................
.

ประโยคขอรอ้ ง ...........................................................................................................................
.

๑๕๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 156 7/17/18 10:27 AM

๑๕๖ ท ๕/ผ.๔ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน

 ท๕/ผ.๔

ใบความรู้
การอ่านและเขยี นประกาศ
การอ่านขา่ วสารของทางราชการ
การอา่ นข่าวสารของทางราชการ เป็นการส่ือสารข้อความจากหนว่ ยงานราชการถึงประชาชน

บุคคลทั่วไป อาจจดั ทาํ ในรปู แบบตา่ ง ๆ
จุดมุ่งหมายของการอา่ นขา่ วสารของทางราชการ มีดงั น้ี
๑. อ่านเพ่ือรับทราบ
๒. อา่ นเพอ่ื นาํ ไปปฏบิ ัติ

ประกาศ เป็นข้อความทแี่ จง้ เรือ่ งราวให้ผู้อืน่ ทราบ เชน่ ประกาศทางราชการ ประกาศบรษิ ทั

หา งรา น

การเขียนประกาศ เปน็ การบอกความตอ้ งการ หรอื ขอ้ เท็จจรงิ ของหนว่ ยงานหรือบุคคล

เพอื่ ใหท ราบท่ัวกนั อยา งกวา งขวาง มี ๒ ประเภท คือ ประกาศทไี่ ม่เปน็ ทางการ และประกาศทเ่ี ป็นทางการ
๑. ประกาศท่ไี ม่เป็นทางการ
เปน็ การเขยี นแจง้ เรอ่ื งให้ผู้อืน่ ทราบและใหป้ ฏบิ ตั ิตามความตอ้ งการของผปู้ ระกาศ โดยจะ

บอกความต้องการและหรอื จุดประสงค์ และให้รายละเอียดประกอบตามความจาํ เป็น ภาพ หรือคณุ ลักษณะ
ท่ีเด่นชัด

ตวั อย่าง
การประกาศสตั ว์เล้ยี งหาย

ใครพบมรี างวัล

แมวพนั ธ.ุ์ .........................อายุ.................ปี
ลักษณะพเิ ศษ.....................................................................................
............................................................................................................
ผพู้ บเห็นกรุณาตดิ ต่อที่
บา้ นเลขท.่ี ..........................................................................................
โทรศัพท.์ ............................................................................................

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๑๕๗

6102149L01e-�6 (��.).indd 157 7/17/18 10:27 AM

๑๕๗
 ท๕/ผ.๔

ท ๕/ผ.๔

๒. ประกาศทีเ่ ป็นทางการ สว่ นใหญ่เปน็ ประกาศทางราชการ มีหลักการเขยี นทสี่ าํ คัญคือ
๑. บอกใจความสําคญั ใหค้ รบวา่ ใคร ทําอะไร ทไี่ หน เมื่อไร อย่างไร ทาํ ไม ตามจดุ ประสงค์
๒. ลําดบั ความจากบอกเหตุไปหาผล หรอื บอกความต้องการ แล้วใหผ้ ้เู กีย่ วข้องปฏิบตั ติ าม
๓. ใช้ถอ้ ยคาํ ทีก่ ระชับ ชดั เจน ภาษาทีเ่ ปน็ แบบแผนหรอื กง่ึ แบบแผน ไม่ใชภ้ าษาพดู
๔. การเขยี นตามรูปแบบของประกาศ
ตัวอยา่ ง

ประกาศ...(ชือ่ หน่วยงานราชการทีอ่ อกประกาศ)
เร่ือง...(ชื่อเรือ่ งท่ปี ระกาศ)

(ย่อหนา้ )...........อ้างเร่ืองที่ประกาศ................................................................................
.......................................................................................................................................................

(ยอ่ หน้า)............จุดประสงคส์ ําคัญ รายละเอยี ด เงอื่ นไขตา่ ง ๆ และข้ันตอนการปฏิบัติ
.......................................................................................................................................................

จึงประกาศมาใหท้ ราบโดยท่ัวกัน
ประกาศ ณ วันที.่ ..........เดอื น...................พ.ศ......
ลายมอื ช่ือผู้ประกาศ
(ชื่อเต็มของเจา้ ของลายมือ)
ตําแหน่งของผอู้ อกประกาศ

๑๕๘ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )

6102149L01e-�6 (��.).indd 158 7/17/18 10:27 AM

๑๕๘  ท๕/ผ.๔
ตวั อยา่ ง
ท ๕/ผ.๔

ประกาศสํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
เรือ่ ง อนญุ าตให้ใช้ส่ือการเรยี นรใู้ นสถานศึกษา

____________________

ด้วยสาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน ได้จดั ทาํ หนังสอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐาน
ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐานพจิ ารณาแล้ว อนญุ าตใหใ้ ชใ้ นสถานศกึ ษาได้

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๐ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ชินภทั ร ภูมริ ัตน์
(นายชนิ ภัทร ภมู ริ ตั น์)
เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๑๕๙

6102149L01e-�6 (��.).indd 159 7/17/18 10:27 AM

๑๕๙
 ท๕/ผ.๔-๐๘

ท ๕/ผ.๔-๐๘

ใบงานที่ ๐๘ ประกาศนา่ รู้
คาชี้แจง ตอนที่ ๑ อา่ นประกาศทก่ี าํ หนดให้ แลว้ ตอบคําถาม ( ๑๕ คะแนน)

๑.

๑.๑ หน่วยงานใดนา่ จะเปน็ ผู้ออกประกาศนี้
.…………………….................................………………...........................................................
๑.๒ จดุ ประสงคส์ ําคญั คอื
........................................................................................................................................

ประกาศอุทยานแหง่ ชาตเิ ขาใหญ่

หากพบว่ามฝี นตกหนกั ในพน้ื ท่ี ระดบั น้ําในลาํ ห้วยสงู ขึ้นอยา่ งรวดเรว็
และสีนํ้าเริ่มขุ่นเปน็ สีนา้ํ ตาล หรอื มีเสยี งดงั อยา่ งผดิ ปกติ ใหท้ ่านสันนษิ ฐาน
ก่อนวา่ จะเกดิ นาํ้ ป่าไหลหลาก

คาเตอื น นํา้ ตกเหวนรก เป็นนาํ้ ตกทีม่ ีความลอ่ แหลม อันตราย

โปรดระมัดระวังอยา่ ประมาท หา้ มเล่นนา้ํ และอย่าเขา้ ใกล้หน้าผา
๒. BE CAREFUL , NO SWIMMING

๒.๑ ใครเป็นผู้ออกประกาศ
.…………………….................................………………...........................................................
๒.๒ จดุ ประสงคส์ าํ คัญคอื
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................

๑๖๐ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )

6102149L01e-�6 (��.).indd 160 7/17/18 10:27 AM

๑๖๐ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน

ท ๕/ผท๕.๔/ผ-๐.๔๘-๐๘

๓. ชมรม

๓.๑ ใครเป็นผู้ออกประกาศ
.…………………….................................……………….........................................................................

๓.๒ จดุ ประสงค์สาํ คญั คอื
.....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................

๓.๓ การนําไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจริงคอื
....................................................................................................................................................

๔. ๔.๑ ใครเป็นผูอ้ อกประกาศ ๑๖๑
.............................................................................
.............................................................................
๔.๒ จดุ ประสงค์สาํ คญั คอื
.............................................................................
.............................................................................
๔.๓ คณุ สมบัตพิ ิเศษของผสู้ มัครตาํ แหน่งน้คี ือ
.............................................................................
.............................................................................
๔.๔ นกั เรยี นคดิ วา่ ประกาศนค้ี วรจะระบุข้อมูล
สําคญั ใดเพ่ิมเติม
.............................................................................
........................................................................
.............................................................................

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุม สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ )

6102149L01e-�6 (��.).indd 161 7/17/18 10:27 AM

๑๖๑
 ท๕/ผ.๔-๐๘

ท ๕/ผ.๔-๐๘

๕. กาหนดวนั และเวลา
๑. นักเรียนในเขตพ้ืนทบ่ี รกิ ารรับ รอ้ ยละ ๕๐ และ
ประกาศรับสมคั รนกั เรยี นเขา้ ศกึ ษาตอ่
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ หลักสตู รปกติ นักเรยี นทว่ั ไปรับ ร้อยละ ๕๐ โดยคดั เลอื กจากผล
การสอบ รอ้ ยละ ๘๐ คะแนน O-NET รอ้ ยละ ๒๐
คุณสมบัติ ๒. รบั สมคั รวนั ที่ ๑๔ - ๑๘ มนี าคม ๒๕๖....
๑. สําเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ตาม เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ไม่เว้นวนั หยุดราชการ
หลกั สตู รกระทรวงศกึ ษาธิการ หรือเทียบเท่า ๓. สอบคดั เลือก วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖.....
หรอื กําลังศึกษาชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ สอบเวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.
ปกี ารศึกษา ๒๕๖... หรือเทียบเทา่ วชิ าท่สี อบ ไทย คณติ วทิ ย์ สังคม ภาษาองั กฤษ
๒. ไมจ่ ํากดั อายุ (วิชาภาษาไทยมกี ารสอบปฏิบตั ทิ กั ษะการอา่ น)
๓. เปน็ โสด ๔. ประกาศผล วนั ท่ี ๒๘ มนี าคม ๒๕๖....
๔. มีความประพฤติเรียบรอ้ ย ๕. รายงานตัว วนั ท่ี ๑ เมษายน ๒๕๖....
เอกสารประกอบการรับสมัคร เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.
๑. สาํ เนาทะเบียนบา้ น ๑ ฉบบั (พรอ้ มฉบบั จรงิ ) ๖. มอบตัว วนั ท่ี ๗ เมษายน ๒๕๖....
๒. รูปถา่ ย ๒ น้ิว จํานวน ๒ รปู เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.
๓. สําเนา ปพ ๑ : ป พร้อมฉบับจริง
๔. หลกั ฐานแสดงผลการสอบ O-NET

๑. นักเรยี นคดิ วา่ ตนเองเป็นผมู้ ีสิทธต์ิ ามประกาศน้หี รอื ไม่ เพราะเหตุใด
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
๒. หลักฐานใดบ้างทข่ี าดไม่ไดใ้ นการสมัคร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
๓. นกั เรยี นตอ้ งเตรยี มตวั อยา่ งไรกอ่ นสอบ
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
๔. ผมู้ สี ิทธิ์เข้าศึกษาต่อชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ตอ้ งผ่านเกณฑก์ ารประเมินอย่างไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................

๑๖๒ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 162 7/17/18 10:27 AM

๑๖๒

 ๕ท/๕ผ/ผ.๔.๔--๐๐๘๘



คาช้ีแจง ตอนที่ ๒ อา่ นประกาศกรมอตุ ุนยิ มวิทยา เรอ่ื ง พายมุ ังคดุ แลว้ ตอบคาํ ถาม ( ๑๐ คะแนน) หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน

ประกาศกรมอุตุนิยมวทิ ยา
พายุ “มงั คุด”

ฉบับที่ ๑ ลงวนั ท่ี ๐๗ สงิ หาคม ๒๕๕๖

เมื่อเวลา ๐๔.๐๐ น. วนั นี้ (๗ ส.ค. ๕๖) พายโุ ซนรอ้ น “มงั คดุ ” (MANGKHUT) ได้ทวีกาํ ลังแรงขน้ึ
จากพายุดเี ปรสชันบริเวณทะเลจีนใตต้ อนกลาง มีศูนยก์ ลางอยหู่ ่างประมาณ ๕๕๐ กม. ทางทิศตะวันออก
เฉียงใต้ของกรงุ ฮานอย ประเทศเวียดนาม หรอื ทล่ี ะตจิ ดู ๑๗.๐ องศาเหนือ ลองจจิ ดู ๑๐๙.๕ องศา
ตะวันออก มีความเรว็ ลมสงู สดุ ใกลศ้ นู ยก์ ลางประมาณ ๖๕ กม./ช.ม. พายนุ ี้กาํ ลงั เคลอื่ นตัวทางทศิ ตะวนั ตก
เฉียงเหนอื ดว้ ยความเรว็ ประมาณ ๒๕ กม./ช.ม. มแี นวโน้มเคลอื่ นขึ้นฝ่ังบรเิ วณประเทศเวียดนามตอนบน
ในวนั ท่ี ๘ สงิ หาคม ๒๕๕๖ นี้ ลักษณะเช่นน้ีทาํ ใหใ้ นชว่ งวนั ท่ี ๗-๙ สงิ หาคม ๒๕๕๖ จะมฝี นตกหนกั
ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื บริเวณจงั หวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อดุ รธานี หนองบัวลําภู สกลนคร
นครพนม และมกุ ดาหาร ส่วนภาคเหนอื บริเวณจงั หวดั เชียงราย พะเยา นา่ น แพร่ อตุ รดิตถ์ และ
เพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากสภาวะอากาศดังกล่าวไวด้ ว้ ย

อนึ่ง มรสมุ ตะวันตกเฉยี งใตท้ พ่ี ัดปกคลมุ ทะเลอันดามนั ประเทศไทย และอ่าวไทย มกี าํ ลงั แรงข้นึ
ทําใหบ้ รเิ วณด้านตะวนั ตกของภาคกลาง ภาคตะวนั ออก และภาคใตฝ้ ง่ั ตะวนั ตก ยังคงมฝี นตกหนกั ได้
บางแหง่ ขอใหป้ ระชาชนบริเวณจงั หวดั จนั ทบุรี ตราด ระนอง พงั งา ภูเกต็ กระบ่ี ตรงั และสตูล
ระวังอนั ตรายจากฝนตกหนัก สว่ นคล่นื ลมในทะเลอนั ดามันและอ่าวไทยตอนบนสงู ประมาณ ๒ เมตร
ขอให้ชาวเรือเพ่ิมความระมดั ระวงั ในการเดนิ เรือในระยะนี้ไวด้ ว้ ย

ประกาศ ณ วันท่ี ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น.
(ลงชอื่ ) วรพัฒน์ ทิวถนอม
(นายวรพัฒน์ ทวิ ถนอม)
อธิบดกี รมอตุ ุนยิ มวทิ ยา

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๑๖๓

6102149L01e-�6 (��.).indd 163 7/17/18 10:27 AM

๑๖๓ ท ๕/ทผ๕./๔ผ-.๔๐-๘๐๘

ตอบคาถามจากการอา่ นประกาศ

๑. หน่วยงานทอี่ อกประกาศคือหนว่ ยงาน
ใด

.........................................................................................................................................
.

๒. เร่ืองท่อี อกประกาศคือเรื่องใด
...............................................
.........................................................................................................................................

๓. ทําไมต้องออกประกาศ
.........................................................................................................................................

๔. ผู้ได้รบั ผลกระทบตคามือขอ้ ความในประกาศ
.........................................................................................................................................

๕. เงอ่ื นไขและข้ันตอนการปฏิบัติคอื อย่างไร
........................................................................................................................................

๖. ประกาศนี้น่าเชอื่ ถอื หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
.........................................................................................................................................
........................................................................................................................................

๑๖๔ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 164 7/17/18 10:27 AM

๑๖๔ หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน

ท๕/ผท.๕๔/ผ-๐.๔๘-๐๘

คาช้ีแจง ตอนที่ ๓ เลอื กหัวขอ้ เรือ่ งตามความสนใจแลว้ เขียนประกาศ ๑ ฉบับ

โดยออกแบบและเขยี นรายละเอียดให้ชัดเจน (๒๐ คะแนน)
 ประกาศหาเสียงเลอื กต้งั ประธานสภานกั เรยี น
 เชญิ ชวนรณรงค์ปอ้ งกนั ภยั ไข้เลอื ดออก / โรคมือเท้าปาก หรอื สิ่งเสพตดิ

____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________
____________________________________________________________________________

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๑๖๕

6102149L01e-�6 (��.).indd 165 7/17/18 10:27 AM

๑๖๕

 ท ๕ท๕/ผ/ผ..๔๔

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๕ แบบทดสอบหลังเรียน ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
วรรณกรรมคาสอน
.........................................................................................................................................................................

คาช้ีแจง ตอบคาํ ถามตอ่ ไปนใี้ ห้ถกู ต้อง

๑. อธบิ ายคําสอนท่ีกาํ หนดให้
““จจงงเเตตอื อื นนตตนนดดวว้ยยตตนนเอเอง”ง” หมายความวา่ ..............................................................................................

..............................................................................................................................................................................
๒. “จ“ะจนะนุ่งหุงหม่ มพพออสสมมศศกั ักดดสิ์ ิ์สงงววนน ให้สมใคหวส รมรคบั วพรรกั บั ตพร์ตกั ตามรตศาักมดศศ์ิ ักรดี ์ิศรี

จะแตง่ หนา้ ททาาแแปปงง้ แแตตงง่ออินนิ ททรรยี ยี ์ ดูฉวีผดวิ ูฉเวนผี ้ือิวอเนยอื้า่ เอหยลา ือเหเกลนิือ”เกิน”
คําประพนั ธน์ ีต้ ้องการสอนอะไร .............................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

นักเรียนเห็นดว้ ยหรือไม่ เพราะอะไร ....................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

๓. แตง่ ประโยค โดยให้มีคาํ อทุ านในประโยคดว้ ย

๓.๑ ........................................................................................................................................................

๓.๒ ........................................................................................................................................................

๓.๓ ........................................................................................................................................................

๔. จัดกลมุ่ คาํ ที่กําหนดให้ ให้ถูกตอ้ ง

เพื่อนๆ แม่นาํ้ ใกล้ๆ ชา่ งไฟฟา้ เรือกสวน นกั การเมอื ง
พอ่ ครวั บา้ นเรอื น ลูกๆ หลานๆ ทรพั ยส์ นิ เชา้ คาํ่ ลมๆ แลง้ ๆ

คาซา้ คาซอ้ น คาประสม

๑๖๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 166 7/17/18 10:27 AM

๑๖๖

 ทท๕๕//ผผ..๔๔

๕. เลือกคาํ ที่นกั เรียนชอบในขอ้ ๔ แล้วแต่งประโยค หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๕ วรรณกรรมคาํ สอน
ประโยคคาํ ส่งั ..................................................................................................................................
ประโยคขอรอ้ ง ..................................................................................................................................
ประโยคคาํ ถาม ..................................................................................................................................

๖. อา่ นประกาศต่อไปน้ี แล้วตอบคาํ ถาม

ประกาศรบั สมัครนกั เรียนเขา้ ศกึ ษาต่อ กาหนดวนั และเวลา
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๑ หลักสูตรปกติ ๑. นกั เรยี นในเขตพ้นื ทีบ่ ริการรับ รอ้ ยละ ๕๐ และ
นักเรยี นทัว่ ไปรับ ร้อยละ ๕๐ โดยคดั เลือกจากผล
คณุ สมบตั ิ การสอบ รอ้ ยละ ๘๐ คะแนน O-NET ร้อยละ ๒๐
๑. สําเรจ็ การศกึ ษาชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ตาม ๒. รบั สมัครวันท่ี ๑๔ - ๑๘ มนี าคม ๒๕๖....
หลักสูตรกระทรวงศกึ ษาธกิ าร หรือเทยี บเทา่ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ไมเ่ วน้ วนั หยุดราชการ
หรอื กําลังศกึ ษาชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ๓. สอบคดั เลือก วนั ท่ี ๒๓ มนี าคม ๒๕๖....
ปีการศึกษา ๒๕๖... หรอื เทยี บเทา่ สอบเวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.
๒. ไมจ่ าํ กดั อายุ วิชาท่ีสอบ ไทย คณติ วทิ ย์ สงั คม ภาษาอังกฤษ
๓. เป็นโสด (วชิ าภาษาไทยมกี ารสอบปฏิบตั ทิ กั ษะการอ่าน)
๔. มคี วามประพฤติเรียบร้อย ๔. ประกาศผล วนั ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖.....
เอกสารประกอบการรับสมคั ร ๕. รายงานตวั วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖.....
๑. สําเนาทะเบียนบา้ น ๑ ฉบับ (พรอ้ มฉบบั จริง) เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.
๒. รปู ถา่ ย ๒ น้ิวจาํ นวน ๒ รูป ๖. มอบตวั วนั ท่ี ๗ เมษายน ๒๕๖.....
๓. สําเนา ปพ ๑ : ป พร้อมฉบบั จรงิ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.
๔. หลักฐานแสดงผลการสอบ O-NET

๖.๑ เร่ืองท่ปี ระกาศเกยี่ วกับเรอื่ งอะไร
...........................................................................................................................................................

๖.๒ ผทู้ ป่ี ระสงคย์ น่ื ใบสมคั รตามประกาศดงั กลา่ ว ต้องมคี ุณสมบตั อิ ยา่ งไร
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

๖.๓ ผ้มู สี ทิ ธ์เิ ขา้ ศกึ ษาต่อชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ตามประกาศนีต้ อ้ งผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ อยา่ งไร
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๑๖๗

6102149L01e-�6 (��.).indd 167 7/17/18 10:27 AM

6102149L01e-�6 (��.).indd 168 7/17/18 10:27 AM



สรา งสรรคง านเขียน

6102149L01e-�6 (��.).indd 169 7/17/18 10:28 AM

6102149L01e-�6 (��.).indd 170 7/17/18 10:28 AM

๑๖๙

ท ๖/ผ.๑

แบบทดสอบก่อนเรียน  ท๖/ผ.๑ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
สร้างสรรค์งานเขยี น
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๖

คาชีแ้ จง เขยี นเครอ่ื งหมาย × ทับอักษรหนา้ คาตอบทถ่ี ูกตอ้ งท่สี ุด

๑. “ที่สนามหลวงมีคนเลน่ ว่าวปกั เปา้ และมีคนจบั ปลาปักเปา้ ไดใ้ นคลองข้างบา้ น
ลงุ รดน้าต้นไมแ้ ทนท่ีจะขับรถไปเทยี่ วนอกบา้ น สว่ นนา้ ไปซื้อยากาฬโรคท่เี มอื งกาญจน์”
จากขอ้ ความข้างต้นคาใดเปน็ คาพอ้ งรปู
ก. รถ ข. รด
ค. ปักเปา้ ง. กาฬ กาญจน์
๒. คาคใู่ ดคอื คาพอ้ งรปู
ก. จอกแหน หวงแหน ข. พุด พุทธ
ค. รถ รส ง. ผ้งึ พ่งึ
๓. ข้อใดมคี าพอ้ งรปู
ก. ฉนั รบั ประทานอาหารอยู่รมิ ธาร
ข. ต้นเสมาข้นึ อยู่บนยอดเสมา
ค. ยามวิกาลต้องคอยติดตามสถานการณบ์ ้านเมอื ง
ง. นกเขาขนั เสยี งดงั จึงถกู พระขรรค์แทง

๔. ประโยคต่อไปน้ีมคี าพ้องรูปก่ีคา
“คนแหแ่ หนมาท่บี ่อน้าเพอื่ มาดูจอกแหน ฉันเกบ็ ดอกพุดไปบูชาพระในวนั พุธ สว่ นอารี
มีความสุขเพราะร้สู กึ วา่ ชวี ิตมคี วามผาสกุ ”
ก. ๒ คา ข. ๓ คา
ค. ๔ คา ง. ๖ คา

๕. ขอ้ ใดมีคาพอ้ งเสยี ง
ก. ฉันรบั ประทานอาหารอย่รู มิ ธาร
ข. ตน้ เสมาขึน้ อยบู่ นยอดเสมา
ค. คนแห่แหนมาทบี่ ่อน้าเพ่ือมาดจู อกแหน
ง. ในเพลาเชา้ ฉนั เหน็ เพลารถหกั ลงมา

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรียน) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๑๗๑

6102149L01e-�6 (��.).indd 171 7/17/18 10:28 AM

๑๗๐



ท ๖/ผ.๑

 ท๖/ผ.๑

๖. คาคู่ใดคือคาพอ้ งเสียง ข. เสมา เสมา
ก. เขมา เขมา ง. จอกแหน หวงแหน
ค. ผง้ึ พ่งึ

๗. ขอ้ ใดเป็นประโยชน์ท่ีได้รับจากการเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
ก. ทาใหเ้ รอื่ งมีรายละเอียดมากขึน้
ข. จบั ใจความสาคญั ของเรอ่ื งได้
ค. สามารถแสดงความคดิ เหน็ ได้
ง. ทาใหเ้ นอื้ เร่อื งมคี วามสมบรู ณ์

๘. การเขียนเรยี งความเรื่อง “ของดีท่บี า้ นฉนั ” โครงเรือ่ งข้อใดท่ีจาเปน็ น้อยท่สี ดุ
ก. สถานท่ตี งั้
ข. การพฒั นาบ้านให้ทนั สมัย
ค. สนิ ค้าหัตถกรรมผลิตภัณฑ์ที่รว่ มกันผลิต
ง. วถิ ชี วี ิตและความเปน็ อยูค่ นในทอ้ งถิ่น

๙. ย่อหนา้ แรกของเรยี งความ เปน็ ส่วนใดของเรยี งความ
ก. สรุป ข. เนอื้ เรอ่ื ง
ค. ส่วนขยาย ง. คานา

๑๐. ข้อใดคอื ลักษณะของคานา
ก. คานามีความยาวหลายย่อหน้าได้
ข. คานาตอ้ งขนึ้ ตน้ คาคล้องจองเทา่ นนั้
ค. คานาตอ้ งเร้าใจ ใหต้ ดิ ตามอ่านเนื้อเรือ่ ง
ง. คานาจะกล่าวถงึ สิง่ ที่ไมเ่ กยี่ วกับเน้ือเร่ืองก็ได้



ΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎ













๑๗๒ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ )

6102149L01e-�6 (��.).indd 172 7/17/18 10:28 AM

๑๗๑ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น



ท ๖/ผ.๑

 ท๖/ผ.๑

ใบความรู้
คาพอ้ ง

คาพ้อง หมายถงึ คาทมี่ ลี ักษณะเหมอื นกนั หรอื ซา้ กนั เชน่ เขียนเหมอื นกัน หรอื
ออกเสียงเหมอื นกัน หรือเหมอื นกันทง้ั รปู และเสียง แตม่ ีความหมายต่างกนั ซ่งึ จะพจิ ารณา
ตามเนื้อความของคาทเี่ ก่ยี วข้องกับคาพ้อง หรือคาที่เขียนต่างกันแต่มคี วามหมายเหมอื นกัน
คาพ้องรปู คอื คาทเี่ ขียนเหมอื นกนั ออกเสยี งต่างกนั และความหมายตา่ งกนั
การอา่ นคาพอ้ งรูปใหถ้ ูกต้องควรดูขอ้ ความอน่ื ๆ ประกอบดว้ ยว่าคาพอ้ งรปู น้นั หมายถึงอะไร
เเลว้ จึงอา่ นให้ถูกตอ้ ง
ตัวอย่าง ในเพลาน้ีฉนั วา่ ควรจะเพลาๆ เร่ืองการทะเลาะกนั ไดแ้ ลว้ ประเทศชาตจิ ะได้
สงบสขุ เสยี ที
เพลา อา่ นวา่ เพ-ลา หมายถงึ กาล , คราว
เพลา อ่านวา่ เพลา หมายถงึ เบาลง
ปกั เปา้ อา่ นว่า ปัก-กะ-เป้า หมายถงึ ชือ่ ปลาชนดิ หนึ่ง
ปกั เปา้ อ่านว่า ปัก-เปา้ หมายถงึ ชื่อว่าวชนดิ หนง่ึ
สมาธิ อ่านวา่ สะ-มา-ทิ หมายถึง การสารวมใจให้เเนว่ เเน่
สมาธิ อ่านวา่ สะ-หมาด หมายถึง ทานั่งขัดสมาธิ
สระ อา่ นวา่ สะ หมายถงึ แอง่ นา้ ขนาดใหญ่
สระ อ่านวา่ สะ-หระ หมายถงึ อักษรเเทนเสยี งสระ
ปรบั ปปรรุงับมปารจุงาจกากwwwww..ssaahhaavviicchhaa..ccoomm

เพลงคาพอ้ งรปู ทานองเพลง ชวา
คารอ้ ง ปติ นิ ันธ์ สุทธสาร

คาพอ้ งรปู เขยี นรปู เหมอื นกนั ความหมายมนั ผนั เปลี่ยนเพีย้ นไป
มหี ลายคา สาเนยี งเสยี งใด อา่ นแล้วไมเ่ หมอื นกนั ขันดี
เพลารถยนต์ พกั เพลาเย็น เสลา เป็น เสลา ทันที
สระบวั ใช่ สระอา สระอี จอกแหน มี แหน มาเร็วไว
ลา ลา ลา………..(ซา้ ๔ ครั้ง)

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๑๗๓

6102149L01e-�6 (��.).indd 173 7/17/18 10:28 AM

๑๗๒



 ท๖ท/ผ.๖๑/ผ.๑



ตวั อยา่ ง คาพอ้ งรูป

กระบวนหนง่ึ ตัวเขียนไม่เปลยี่ นแปลก แตอ่ ่านแยกสองความตามวิถี
วดั เขมาโกศเขมาเพลากม็ ี แตท่ ี่นี้ไปถงึ ปา่ เพลาเย็น
ทีร่ มิ เชิงเสลาภผู าใหญ่ ล้วนกอไผ่ลาสลา้ งเสลาเหน็
หัดโบกปนู ใบเสมากวา่ จะเป็น หนา้ โฮเต็ลปลกู เสมาดเู พราตา
พระยาศรสี นุ ทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูล)

ความหมายของคาพ้องรปู

เขมา อา่ นว่า (เข-มา) หมายถงึ เกษม ความสบายใจ ความพน้ ภัย
เขมา อา่ นวา่ ขะ-เหมา หมายถึง ดา
เพลา อา่ นว่า เพ-ลา หมายถึง กาล , คราว
เพลา อา่ นวา่ เพลา หมายถงึ เบาลง
เสลา อ่านว่า เส-ลา หมายถงึ ภูเขา
เสลา อ่านวา่ สะ-เหลา หมายถึง สวยงาม
เสมา อ่านวา่ เส-มา หมายถงึ สมี า เครอ่ื งหมายบอกเขตโบสถ์
เสมา สะ-เหมา หมายถึง หญ้า

ปรบั ปรงุ มาจาก www.sahavicha.com

๑๗๔ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 174 7/17/18 10:28 AM

๑๗๓ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น



ท ๖ท/๖ผ/ผ.๑.๑-–๐๐๑๑




ใบงานท่ี ๐๑
เรียนรู้คาพ้องรูป



คาช้ีแจง เขยี นคาอ่านของคาพอ้ งรูปตอ่ ไปน้ลี งในวงเลบ็
๑. การแขง่ ขันวา่ วระหวา่ งว่าวจุฬากบั ปกั เปา้ (…………………………..)

ปลาปกั เปา้ (…………………………..) เป็นปลาทีม่ พี ิษ
๒. คนแขม (………………….) ปลกู ต้นแขม (………………………) ไว้หลายตน้
๓. อาวุธของกุ้ง คอื กรี (.................) อาวุธของกรี (...............................) คอื งา
๔. คุณแม่รกั และหวงแหน (...........................) ลูกสาวคนนี้มาก

คุณพ่อชอ้ นแหน (...........................) มาให้เป็ดกนิ
๕. เพลา (......................) รถของลงุ หัก

เพลา (........................) น้ีมีข้าศกึ มาประชิดเมืองแลว้
๖. ตน้ เสมา (.......................) ทอ่ี ยู่ข้างโบสถ์สงู เกือบเท่าใบเสมา (........................) แล้ว
๗. น้องสระ (...........) ผมเสร็จแลว้ ก็มาฝกึ อ่านคาทมี่ สี ระ (............................) ไอ
๘. พนี่ ่ังขัดสมาธิ (.........................) เพ่ือทาสมาธิ (...............................) อยทู่ ี่ห้องพระ
๙. นอ้ งๆ ทบทวนเรือ่ งสระ (....................) ต่างๆ อยูท่ ่รี ิมสระ (....................) ข้างบ้าน
๑๐. กาก (.....................................) ชอบกนิ กาก (.............................) สม้

ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๑๗๕

6102149L01e-�6 (��.).indd 175 7/17/18 10:28 AM

๑๗๔



ท ๖ท/๖ผ/.ผ๑.๑-๐–๐๒๒

ใบงานท่ี ๐๒
คน้ หาความหมายคาพ้องรูป

คาช้ีแจง หาคาพ้องรูปทีน่ ักเรียนสนใจ ๑๐ คา พร้อมทง้ั บอกความหมาย
๑……………………..….. ความหมาย .......................................................................
๒……………….….…….. ความหมาย .......................................................................
๓…………………..…….. ความหมาย .......................................................................
๔………............…….... ความหมาย .......................................................................
๕………........…....…… ความหมาย .......................................................................
๖…………......……....… ความหมาย .......................................................................
๗…………….……...…… ความหมาย .......................................................................
๘……………....………… ความหมาย .......................................................................
๙……………....………… ความหมาย .......................................................................
๑๐………………...……. ความหมาย .......................................................................

๑๗๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 176 7/17/18 10:28 AM

๑๗๕ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น



ท ๖/ผ.๑-๐๓

 ท๖/ผ.๑–๐๓

ใบงานท่ี ๐๓
เรยี นรคู้ าอ่านและความหมาย

คาชี้แจง อา่ นประโยคที่กาหนดให้ แลว้ สังเกตคาพ้องรูป พร้อมท้งั เขียนคาอ่าน
และความหมาย

๑. ชาวนาพาโคลงเรอื เรอื จงึ โคลง
โคลง (๑) อ่านวา่ ........................... ความหมาย .....................................................
โคลง (๒) อ่านวา่ .......................... ความหมาย ......................................................

๒. จอกแหนในสระนเี้ ขาหวงแหนจรงิ ๆ
แหน (๑) อา่ นวา่ ........................... ความหมาย .....................................................
แหน (๒) อา่ นวา่ ........................... ความหมาย .....................................................

๓. เดนิ ทางเพลาค่า ใจชอกช้าเพลารถหกั
เพลา (๑) อา่ นว่า ........................... ความหมาย .....................................................
เพลา (๒) อ่านวา่ ........................... ความหมาย .....................................................

๔. กาแพงใหญใ่ บเสมาไมน่ ่าเกา่ มเี สมาขนึ้ อยู่ดไู ม่งาม
เสมา (๑) อา่ นวา่ ........................... ความหมาย .....................................................
เสมา (๒) อ่านว่า ........................... ความหมาย .....................................................

๕. แนวป่านี้มีเสลานา่ ดนู กั เหมือนสลกั เสลาไวใ้ หค้ นเห็น
เสลา (๑) อ่านวา่ ........................... ความหมาย .....................................................
เสลา (๒) อ่านวา่ ........................... ความหมาย .....................................................

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๑๗๗

6102149L01e-�6 (��.).indd 177 7/17/18 10:28 AM

๑๗๖



 ทท๖๖/ผ/.๒ผ.๒

ใบความรู้
คาพอ้ งเสยี ง



คาพ้องเสยี ง คอื คาที่ออกเสยี งเหมอื นกัน แต่เขียนต่างกนั และความหมายกต็ า่ งกันด้วย

ตัวอย่าง เขาเอานา้ ที่ใชล้ ้างรถไปรดตน้ ไม้

รถ อ่านวา่ รด หมายถึง ยานพาหนะ
รด อ่านวา่ รด หมายถงึ เท ราด หรือสาดนา้
เขยี้ วงู อ่านว่า เขยี้ ว หมายถงึ ฟนั แหลมคมสาหรบั ฉกี เนอ้ื และอาหาร
เค่ียวนา้ แกง อา่ นวา่ เขย้ี ว หมายถึง ต้มให้เดอื ดนาน ๆ เพือ่ ให้งวด ข้น
ซอ่ มเเซม อา่ นวา่ ส้อม หมายถงึ ทาส่ิงที่ชารดุ ให้คืนดี
ชอ้ นส้อม อา่ นว่า ส้อม หมายถึง เคร่ืองใชจ้ ิม้ อาหารการกนิ
คณุ ค่า อา่ นว่า ขา้ หมายถงึ คุณประโยชน์
ถูกฆ่า อ่านว่า ขา้ หมายถึง ทาใหต้ าย
ขา้ ทาส อ่านวา่ ข้า หมายถงึ คนรบั ใช้
สัตว์เลีย้ ง อา่ นวา่ สัด หมายถึง สง่ิ มชี วี ิตซ่งึ แตกต่างไปจากพรรณไม้
ซอ่ื สัตย์ อ่านว่า สดั หมายถงึ ความจริง
กรรณ อา่ นวา่ กนั หมายถงึ หู
กัณฐ์ อ่านว่า กัน หมายถึง คอ
กัน อา่ นวา่ กนั หมายถงึ ตดั , โกน
ควาน อ่านว่า ควาน หมายถึง เอามอื คน้ หาของ
ควาญ อ่านวา่ ควาน หมายถงึ ผเู้ ลี้ยงและขช่ี ้าง
สี อ่านวา่ สี หมายถงึ สิง่ ที่ทาให้เปน็ สีตา่ ง ๆ
ศรี อา่ นวา่ สี หมายถึง สิริมงคล

ปรบั ปรุงมาจาก www.sahavicha.com

๑๗๘ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 178 7/17/18 10:28 AM

๑๗๗



 ท๖/ผ.๒

ท ๖/ผ.๒



หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น

เพลงคาพ้องเสียง

คาร้อง : ปติ นิ ันธ์ สุทธสาร ทานอง : พมา่ แทงกบ



เล เล เล เล เล เล เล เล (ซ้า)
สุขสนั ต์ สรา้ งสรรค์ เลอื กสรร นัน่ หนา
ออกเสยี ง สัน ทกุ คา

เล เล เล เล เล เล เล เล (ซา้ )
แต่ต่างความหมาย รูปร่างก็ตา่ งกนั
ทีเ่ ปลง่ เสียงมานัน้ ชา่ งเหมือนกันนะเธอ
เรียกคาพอ้ งเสียง เพราะเป็นเสยี งเดยี วกัน (ซ้า)
เด็กเดก็ นน้ั ใชก้ ันระวงั เอย (ซ้า)







ตวั อย่างบทร้อยกรอง คาพ้องเสยี ง



ตัวอยา่ งบทรอ้ ยกรอง “คาพ้องเสยี ง”

เม่ือคนื เข้าเวรดึก ใจจาตรกึ ลาดตระเวน
มืดค่าทั่วบรเิ วณ ทส่ี ามเสนถกู เวนคนื
เดินดูหาลาดเลา บนทางเทา้ เมือ่ วานซนื
พบปะคนยม้ิ ชนื่ หนา้ ระรน่ื กินราดหนา้

โครงการส่อื ๖๐ พรรษา
สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๑๗๙

6102149L01e-�6 (��.).indd 179 7/17/18 10:28 AM

๑๗๘  ท๖ท/ผ.๖๒/ผ.๒



ตวั อย่างและความหมายของคาพ้องเสียง

กฎ หมายถึง ขอ้ กาหนด เช่น กฎของลูกเสอื สามัญมี ๓ ข้อ
กด หมายถงึ บังคบั ลง, ข่ม เช่น เขาเอามอื กดหวั ฉันไว้
กรรณ หมายถงึ หู เช่น พระกรรณ หมายถงึ หู
กณั ฐ์ หมายถงึ คอ เชน่ ทศกณั ฐ์ มี ๑๐ คอ
กนั หมายถงึ กน้ั , หา้ ม, โกนให้เสมอกัน เช่น ช่างตดั ผมกาลังกนั ผม
กลั ป์ หมายถงึ ระยะเวลานานมาก เช่น จงรกั กันชั่วกัปช่วั กัลป์
การ หมายถึง งาน, สง่ิ หรอื เรื่องท่ที าข้ึน เช่น เวลาทาการของบริษทั

เริม่ ตั้งแต่ ๘.๐๐ น.
การณ์ หมายถึง เหตุ, เค้า, มูล เชน่ วนั นเี้ กดิ เหตกุ ารณท์ ี่นา่ ต่นื เต้นขนึ้
กาล หมายถึง กาลเวลามคี า่ เราจึงตอ้ งตรงตอ่ เวลา
กาฬ หมายถึง ดา เช่น เขาเป็นไข้กาฬ
กาน หมายถึง ตดั เพอ่ื ใหแ้ ตกใหม่ เช่น พอ่ กานตน้ มะม่วงในสวน
กานต์ หมายถงึ เปน็ ทีร่ ัก เชน่ จนั ทรกานต์ แปลวา่ เป็นทีร่ กั ของพระจนั ทร์
กานท์ หมายถึง บทกลอน เช่น นกั เรยี นควรหัดแต่งกลอนกานท์เขา้ ไว้บา้ ง
กา หมายถึง งอน้วิ มอื ทงั้ ๔ ใหจ้ ดอุ้งมือ
กา หมายถึง ซลี่ ้อรถหรือเกวยี น
กาม หมายถงึ เปน็ คาโบราณที่หมายถงึ ไขเ้ จ็บหมอต้งั กาไว้ , ทา่ นว่าเป็น

กามของเขาเอง
กรรม หมายถงึ การกระทา

ปรบั ปรงุ มาจาก www.sahavicha.com

๑๘๐ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )

6102149L01e-�6 (��.).indd 180 7/17/18 10:28 AM

๑๗๙ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น



 ทท๖๖/ผ/ผ.๒.–๒๐-๔๐๔

ใบงานที่ ๐๔
คน้ หาความหมายคาพ้องเสยี ง

คาชี้แจง หาคาพอ้ งเสยี งทีน่ ักเรยี นสนใจ ๑๐ คา พร้อมท้ังบอกความหมาย
๑………………………ความหมาย ………………………………………………………………………………..
๒………………………ความหมาย ………………………………………………………………………………..
๓…………..………… ความหมาย ………………………………………………………………………………..
๔………………………ความหมาย ………………………………………………………………………………..
๕………………..…… ความหมาย ………………………………………………………………………………..
๖………………………ความหมาย ………………………………………………………………………………..
๗………………………ความหมาย ………………………………………………………………………………..
๘………….…………..ความหมาย ………………………………………………………………………………..
๙…………………..… ความหมาย ………………………………………………………………………………..
๑๐………..………….ความหมาย ……………………...………………………………………………………..



ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๑๘๑

6102149L01e-�6 (��.).indd 181 7/17/18 10:28 AM

๑๘๐



ท ๖ท/๖ผ/ผ.๒.๒-–๐๐๕๕



ใบงานที่ ๐๕
เรยี นรู้คาพ้องเสียง

คาชแ้ี จง เตมิ คาพ้องเสียง (คาท่ขี ีดเส้นใต้) ใหถ้ กู ตอ้ ง

๑. ทาทาน ลา................. ตา้ น......................

๒. ขันนา้ เขต................ พระ......................

๓. ผูกพนั ประชาสมั ............ เผ่า………………….

๔. เกง่ กาจ อา…………………. โอ……………..……

๕. สงสาร มหา…………….. จกั …………..…….

๖. กานพลู ประสบ………….. เทศ.....................

๗. สีสนั จดั ………………. สร้าง..................

๘. วนั ศุกร์ ความ................. ผา......................

๙. นกั ฆา่ .............ทาส คณุ ...................

๑๐. สะพานพทุ ธ ดอก............. วนั ......................

๑๘๒ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 182 7/17/18 10:28 AM

๑๘๑



ท ๖ท/๖ผ/.ผ๒.๒-๐–๐๖๖



ใบงานท่ี ๐๖ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
การใชค้ าพอ้ งเสยี ง


คาช้แี จง เตมิ คาพอ้ งเสียง โดยใช้คาจากคาอา่ นในวงเลบ็

๑. ณเดชไปทาบุญวัน.......................เขาจึงไมถ่ ูก …….............………. น้า (สาด)

๒. เดก็ ๆ ชาวเวยี ง......................จะเปดิ เรียนวันแรกในวนั ........................... (จนั )

๓. น้อย...................หาของทห่ี ลน่ ในน้า ขณะที่ …........... ชา้ งกาลังพาช้างอาบน้า (ควาน)

๔. พระสงฆอ์ อกบณิ ฑ................ทกุ เช้า พวกเราชาวพุทธพากันมาใส่ .................. (บาด)

๕. เธอไม่ได้.......................ผอ่ นเพราะคยุ กบั ……...............พวกจนดึกด่นื (พัก)

๖. ................วัดนา้ เสีย ทาให้ไตร................ทีแ่ ล้วบ้านฉนั ไมไ่ ด้เสยี ค่านา้ (มาด)

๗. สเุ มธเปน็ …..........…………ทไ่ี มช่ อบรบั ของ.............................จากใคร (กา-นัน)

๘. นางสาวไทยวา่ มีผวิ ...................ดี และเธอยงั มคี วามสมั .................. ที่ดีกับทุกคน (พัน)

๙. คนที่ยึดถอื ความ..........……. ย่อมต่างจาก...............…นานาชนดิ (สดั )

๑๐. หมอก้อง...................ใจวา่ อรปรียาคู่......................ของเขาเป็นคนดี (มน่ั )





ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๑๘๓

6102149L01e-�6 (��.).indd 183 7/17/18 10:28 AM

๑๘๒



 ทท๖๖/ผ/.ผ๓.๓



ใบความรู้
การเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง

การเขยี นแผนภาพโครงเรอื่ ง
เป็นการเขยี นที่แสดงให้เหน็ โครงเรอ่ื งโดยรวมทั้งเรอ่ื ง ทาใหจ้ ับใจความสาคัญของ

เรื่องทอี่ ่านไดด้ ยี ง่ิ ข้นึ การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง ต้องอาศยั การต้ังคาถามและ
ตอบคาถามจากเรื่องท่ีอ่านวา่ ตวั ละครในเรอื่ งมีใครบ้าง สถานทเ่ี กิดเหตุการณ์คอื ทไ่ี หน
มีเหตกุ ารณอ์ ะไรเกดิ ขนึ้ ผลของเหตุการณน์ นั้ คืออะไร
ขั้นตอนการสร้างแผนภาพโครงเรอ่ื ง

๑. กาหนดชอ่ื เรอ่ื ง หรอื ความคดิ รวบยอด
๒. ระดมสมองคิดถึงสงิ่ ที่เก่ียวขอ้ งกับชื่อเร่ือง หรอื ความคดิ รวบยอดสาคญั นั้น
แลว้ จดบนั ทึกไวเ้ ป็นคาหรอื กลมุ่ คาสน้ั ๆ
๓. นาคาหรอื กลุ่มคาทีจ่ ดบันทึกไวซ้ ึ่งมคี วามสมั พนั ธก์ ันมาจดั กลุม่ ตัง้ ชือ่ กลุ่มคา
เป็นหวั ขอ้ ย่อย แล้วเรยี งลาดับกล่มุ คาตามความสาคัญ
๔. เลอื กรปู แบบแผนภาพความคดิ ใหเ้ หมาะสมกบั การนาไปใช้ประโยชนแ์ ละเนื้อหา
ของเรือ่ ง

ปรับปรงุ มาจาก http://dlit.ac.th

๑๘๔ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

6102149L01e-�6 (��.).indd 184 7/17/18 10:28 AM

๑๘๓

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น

ท ๖/ผ.๓

 ท๖/ผ.๓

ตวั อยา่ ง การเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง
นิทานเรอ่ื งหมากบั เงา

หมาตวั หนง่ึ ขีข้ โมยโดยเช้อื ชาติ เขา้ ตลาดลักเนือ้ ววั วง่ิ ถลา
ข้ามสะพานแลลงในคงคา เกดิ แกต่ าตนเห็นเป็นเงาโต
จงึ สู้ทิ้งช้นิ ท่คี าบดว้ ยยโส
กอ้ นเนื้อในน้านั้นดยู งิ่ ใหญ่ ด้วยความโงจ่ งึ ท้ิงกอ้ นเนอื้ ลง
หมายจะแยง่ ชิ้นใหญจ่ ากหมาโซ จมน้าใสท้ังสองสงิ่ ประสงค์
ทาลายลงเพราะโลภหลงงมงาย
ในนา้ แลว้ เน้อื เงาก็หายไป
คือของตวั และทห่ี วังต้งั จานง

ปรบั ปรุงจาก http://dlit.ac.th

แผนภาพโครงเรือ่ งของนิทาน : เร่อื ง หมากับเงา

ตัวละครในเรื่อง : หมาตวั หนง่ึ

สถานที่ : บนสะพานขา้ มแม่น้า

เหตกุ ารณท์ ่เี กิดขน้ึ : หมาข้ขี โมยตวั หนง่ึ ลกั เนื้อววั แลว้ ว่ิงขา้ มสะพานเหน็ เงาของเน้อื ในน้า
ก้อนใหญก่ วา่ ช้นิ ทมี่ นั คาบอยจู่ ึงทิง้ เนื้อทม่ี นั คาบไว้ในปากลงไปในนา้

ผลของเหตุการณ์ : เนอ้ื ช้ินทหี่ มาคาบมาจมหายไปในแมน่ า้ และเงาของเนอ้ื กจ็ มหายไป
ขอ้ คดิ เห็น/ข้อสรปุ : โลภนัก มักลาภหาย

แผนภาพโครงเรอ่ื ง นทิ านอีสป

ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๑๘๕

6102149L01e-�6 (��.).indd 185 7/17/18 10:28 AM

๑๘๔



ท ๖/ผ.๓-๐๗

 ท๖/ผ.๓–๐๗



ใบงานท่ี ๐๗
เขียนแผนภาพโครงเร่อื ง



คาชแี้ จง อา่ นนิทานส่งเสริมคุณธรรม เร่อื งบวั ลอยจอมโออ้ วดแล้วเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง






เร่อื ง บัวลอยจอมโออ้ วด



ท่งุ หญ้าเขยี วขจีสีสดใส สตั วน์ อ้ ยใหญ่สาราญเบกิ บานเหลือ
ตา่ งช่วยกันแบ่งปนั และจุนเจือ คอยเออ้ื เฟือ้ สามัคคดี ีตอ่ กนั


เจ้าบวั ลอยวัวนอ้ ยจอมโอ้อวด ว่งิ เรว็ รวดชอบคยุ โมไ้ มข่ ยนั

รูปร่างดี สีลายขาว แดงเป็นมนั แต่ด้อื รัน้ เกินกวา่ จะพาที


ผเี ส้ือสวยบนิ รอบสวนดอกไม้ แสนช่นื ใจรนื่ รมย์เปน็ สขุ ศรี

เจา้ บัวลอยผ่านมาไม่รอรี กลา่ วย่ายีผเี สือ้ จนเหลอื ทน

ลวดลายเจ้าไมเ่ หน็ สวยอย่างใครว่า ซา้ บินชา้ ออ่ นแรงไมฝ่ ึกฝน

ฝาุ ยผเี ส้ือน้อยใจและกงั วล จติ สับสนเราไมส่ วยหรอื อยา่ งไร
บัวลอยเดนิ ต่อไปไมย่ ัง้ หยดุ ในท่สี ดุ เจอกระตา่ ยทนไมไ่ หว

รอ้ งบอกวา่ เจา้ ขาส้ันไมเ่ กรงใจ รา่ งกายไซรไ้ ร้เรี่ยวแรงอยา่ แข่งเรา
ไมร่ ูจ้ กั เกรงใจและโงเ่ ขลา
กระต่ายโกรธบวั ลอยเจ้าถอ่ ยนกั

วนั หนง่ึ เถดิ จะไร้เพอ่ื นคอยบรรเทา ถ้ามวั เอาแตเ่ หยยี ดหยามขาดน้าใจ
ยงั ปากรา้ ยเทย่ี วตเิ ตียนดว้ ยหลงใหล
เจ้าบวั ลอยไมฟ่ ังคาเจ้ากระต่าย สตั ว์ทัง้ หลายแม้กบปไู ม่สู้ตน

ชื่นชมตวั ว่าเยย่ี มเหนอื กวา่ ใคร
วันต่อมาสตั วห์ ลายตวั รว่ มประชุม โดยรวมกลุ่มพูดคุยอยา่ งสบั สน

หาหนทางดดั นสิ ยั ไมว่ กวน จะฝึกฝนบัวลอยคอ่ ยเปน็ ไป









๑๘๖ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ )

6102149L01e-�6 (��.).indd 186 7/17/18 10:28 AM

๑๘๕



 ท๖ท/ผ๖.๓/–ผ๐.๗๓-๐๗



ความสนกุ วันน้ีเหงาเปน็ ไฉน หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
ไม่ทกั ทายอยา่ งเคยเฉยเมยจัง
ณ ทงุ่ หญ้าแห่งเดมิ ทเ่ี คยสุข ใจหว่นั ไหวนกึ ทบทวนแต่หนหลัง
ผ่านพวกพ้องหันหลังหนีเพราะเหตุใด ไมเ่ คยยั้งพูดพล่ามตามใจตน
เหตไุ ดค้ ดิ การไรเ้ พ่ือนแสนสับสน
บวั ลอยคดิ เราทาผดิ หรอื ไฉน ทุกทกุ คนอภัยใหใ้ จรื่นรมย์
เคยกล่าวคาเหยยี ดหยามจนเซซงั มนั เจ็บปวดจากหลงตัวมวั ทับถม
ในท่สี ุดบัวลอยสานกึ ผิด จะสุขสมเพราะวาจาพาชื่นใจ
จงึ ขอโทษผีเสือ้ นอ้ ยอยา่ งร้อนรน
บวั ลอยรูว้ ่าการพดู โอ้อวด
การอ่อนน้อมถ่อมตนคนชน่ื ชม



โครงการส่ือ ๖๐ พรรษา
สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี





























ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๑๘๗

6102149L01e-�6 (��.).indd 187 7/17/18 10:28 AM

๑๘๖



 ทท๖๖//ผผ.๓.๓–๐-๐๗๗



ใบงานท่ี ๐๗
เขยี นแผนภาพโครงเรอื่ ง

















บวั ลอยจอมโอ้อวด

ตวั ละคร
...............................................................................................................................

สถานที่
……………………………………………………………………......………………………………………

เหตุการณท์ ่เี กิดขึน้
…………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อคดิ ทไ่ี ด้
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………



๑๘๘ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 188 7/17/18 10:28 AM

๑๘๗



ท ๖/ผ.๓-๐๗

 ท๖/ผ.๓–๐๘

ใบงานที่ ๐๘ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
เขยี นแผนภาพความคิด


คาช้แี จง อ่านนิทาน เรอ่ื งเจ้าชายกับตะเกียบจีน แลว้ นาขอ้ คดิ ทไี่ ด้ไปเขยี น
แผนภาพความคิดจากนทิ าน

คครรงั้ ้ังหหนนง่ึ ่ึงนนาานนมมาาแแลล้ววมพีมีพระรเะจเา้จแาผแ่นผดนนิดจินนี จอีนยออู่ ยงูอคงห์คนห่ึงนึ่งบอบกอใหกใ้โหอรโอสรเดสินเดทินาทงไาปงเไรปยี เรนียกนบักอับาอจาาจรายร์ ย
ทม่ีมีชีชือ่ ื่อเสเสยี ียงง ศศกึ ึกษษาาววชิ ิชาากกาารรเพเพ่อื ื่อเตเตรียรียมมตตวั เัวปเป็นพนพระรเะจเ้าจแาผแ่นผดนนิ ดตินอ่ ตจอาจกาตกนตนโดโยดใยหใ้เหดเก็ ดร็กบั รใับชใต้ ชดิ ตติดาตมาไมปไดปว้ ดยวย
กเหใปหหจพแหชบันงล้ต็นนยยิเพกง่ึศระิะบิบตึ่งคคราักษเคหทะขขระนกวภคนเนใาําาทาชียกักชอืวชวคา้มยัื่อบียดต้วททใื่อวซเนบหสชิีะปีล่ีหนาอ่ื าเยหหาเ็นมะขงุาสกยยิบยมอเยพสาตัียหงิมิบขอาเหะบยิเธยป็ดา้ศหขไนยอจ์ค่ววปนษ้าาวงูานบีใใวรเครคนสสสดรสทแกันือ่หาห่ือทิง่ลีลภมทวเมยขม่ีพมะะิชักา่ีม้ออเอทๆเื่อักมราดมีคไงหถาไยใอ่ืปีอ็ดวปคหุงจเยิงไเื่นขาขธอปวนริงอใมาๆานไา่ือสยอมาเดกวมปยูหู่ทยจีคเสรรสร็นม่ทูี่สาววตะๆาอ่ืะคอ้รําาีส่ดมตอจยอนยมหนาเาือนนไารนักชแรทงุปรดมแว็ ขถขํกัาลือ่ีมแทรคี แนา้ยอขะรคีกลวีพ่วมงิาองนพวกะาตไกัอญก้งาอมดแ็รคอใอารมยทชะม้รหีบนจะากวาาโนํา้อไจาทแอดกนรดไยราาร่ังดะรเเาชจยรํากใรรตสรญบายาว็ียกวอืรนพพ์ไแทนค็ดรเยมเาลรรขาพบีวือเแ์้ทยะะะไริชารไรลดห่ปีโ็โวแดไาาน้ออะร้ขมยมลช้ะอวรพรึ้วนแวิ่นรไ้าสสดยมนรหูตจยากเเะชตนลระอพาก็มโพํา็วดิดุาทาอรเนีคนรขรยจตจารําะวาีย้นึาาะหาาสอยาโญนรมกไยอะมหนมยวตรวรเไตาช่ยไชิับข้นตรนสมยั้งวา่าาใอกกมใหนสนชไจจมส็ม็ีมคอพยาตแึงาาคีร่วญน่วิดรหตแมเ้จูวานขะใตอ่ลาาามะหโามาารไะตมทอสกเมมคีจถท่อตขราุข็พารวใม่ีทมสาัง้อกชรับายใามาดะรย้ตับมจใาทเีหงไวช์ไะขสยกรสํมายแนพ้เาขุาานกเค่สลกามรรปจยีพวอะทพ็ะใใึงนบาทชนชรโ่ีหยหมอตคะตท่ีตใุงาาหซรทะบีะะอรยไสือ่้เเมงัเยไาากกกดสเหม้มีีปยียยท้ัตาาบบบนยันทร า
คบี สิง่ ขอเมงื่อพ่นื ๆระเโรอื่อรยสไเปรยี แนมวก ิทรยะาทก่งั าใรบจไบมทกี่ปล็ ลาิวอหาจลาดุ รจยา์กกลตับนมกา็สหาามพาระถรใชาชตบะเดิ กาียพบคระบี อไดงคท์ทันรงถามพระโอรส
ว่าเรียนอะเมไรือ่ มพารบะ้าโงอรพสรเะรโียอนรวสทิ กยท็ าูลกวาา่ รจไดบ้เลก่าล็ เารอยี านจวาชิ รายมก าลกับมมาายหแาลพะรมะคี รวาาชมบสดิ นาใจพพรเิ ะศอษงใคนท กรางรถยาิงมธพนรู ะโอรส
พวราะเราียชนาอกะ็ดไพี รรมะาทบัยาชงื่นพชมระในโอโอรรสสกม็ทาูลกวแาลว้ไดกเห็ ลนั ามเราียถนามวนิชายมหากย่วมนาวยา่และเจมา้ ีคไดวา้เลม่าสเรนียในจอพะิเศไรษมใานบกา้ างรยิงธนู
อนเจลไนอพจเะีกาลดอืะาารตยดือมจตกยหะหาา้กาีโตาไหรยยนยอรดตยาา่วแยหว่ยก้มยแาชนลวนเนาีโยดลกากว้นอกสง่ึวด้กวงกท็กก็ขแยกๆ็ดว็ขลูาๆ็อทสฝ็ขยีอพสวแตูลีมดอฝตแา่แเลระวอืมงตไาลมสะ้วเมาฝขอื่ยกาวืไอดทไ่ไมอยมโดียไมงขดัยอมงือด่หว้บฝไเ้อรชพหยรยวดามี สงื่นยีรฝายโิงอืเทพยอะโรนชีมธฝอิง่ากโรียนอมือมธอนยกะานะโูใใือนรงิากสโอหนไอธสโมูสอป็ศรรอพโะนศารมสกึรอทรไทใูรกึสะาษรสรห้ังะ่ีนเษทมสสทาทล้พอทาาาเอาม่ตีย่ีตลรงยเน้ังเงนลาะคน่าลหสพกตกาอเรไรยยอร็ละรเักดงักรยี่วเะงงคแมทกมยีพนมนกร์ไลายีนอาาาดวร็ลกเวบกชทดวชิะ้ทขงกิชาใพสาเร่ีมาอหพเก็หาตากนพารด้นตก็รชัิดนเ็ทาะพรอาิดราาตมมเ่ีาสะรวยาิ้ตนกัวหะาะไตนมหวั็กมตดถไนเะาามยดนรารเ้า้ากเมปว่า้ิวเดกตมพจปนห็นมียรวตจนรึงนมคนดาบยึงระสาากคู่ท้วสสัจาทย่ังยยูทพง่ัพกุวับใน่ีหนื”ใตห่าุขกรลรหงั่ยทพรท้์คะขะกู“ทัวโส่ีเรรู่ยหคทธเอสหนวะจาานูยา่ีรานาราา้วชกรสสวูาั่งารนาากเกากาชเอ“ี่โกันงอหก็เโงาาเเไข็ตอามจม่ัรนจกตดา้ตกับราาา็ตามวั้มัวตสกลนปไไกาาไปดลมกง่ีโตรลปขทงออฆเีโ็ะเลงอฆลอมขาดนหอา่ออาใากาานุญาหดโเกามรนนหแญุรพ้สาาียาาลสแตอารมขยยนะิกลตะใยีโอหหพหระอโใอู่กออหยยรรพะนกับมรโ่ววะน้ไราาหสนนโราะสยอโสมกยโมอหกริกอท็หาโสยท็ยรรบหยูลกูกูลวสร่ววา็ับนวมกนางา่ ็
นาธยนหมู ยาวทน่นี กา็ขยอหตยะว่ เนกทยี บีละท๓า นกดป็อกระทเขาานกตเ็ ะอเากตยี ะบเกใหียบ นจาบั ยทหันยทวีนพมราะยโนือทรสีเ่ สกาย็ สิงําอหีกรทับีเดปียรวะห๗ารดพอรกะเขโอารกสจ็ กับอ็ ไดย้ู
ทอันีกหดมาดนเหชน่ ึ่งกนั เมจ่ือนโพอรระสโยอิงรธสนกูมราว้ิ ทม่ีนากายเหอายลวูกนธนเขูมาากเป็เอน็ าเตละม่ เเกกียวบียจนับแลูกว้ ยธนิงอูวยางา่ ไงดรวทดเํารใว็หไพปรยะงั โนอารยสหโมยว่โหนยดิง่ั ธนู
สมาายทฝนี่ นายหแยตวเ่ ขนาทกลี เ็ ะอา๓ตะดเอกกยี บเคขาบี กไเด็ อ้ทาันตหะเมกดยี จบึงจไบัมท่ตนัายที พรพะรโะอเรจส้ากแย็ผงิ น่ อดกี นิ ทเเีหดน็ยี เวช่น๗นดนั้ อกกท็ รเขงาพกอจ็ พบั รไะดท ัยนสหงั่ มใหด้
พเชระนโกอนั รสจเลนกิพยริงะโแอลระสทกรงิ้วชมมาเกชยเอวา่ ทลูก้งั สธอนงมู คานเปมนคี เวลามมเชกาวนียานญแเปลน็ว ยพงิเศอยษา งจรึงวตดั้งเใรห็วน้ไปายังหนยาว่ ยนหเยปว็นนนดา่ังยสอาายเฝภนอ
ปแแเรลลตะะกิ เชเยขอางิาาชกชนแเ็ นอลกะาะโ็ หตตทะนร่รอ้เงเกอชงียงดมเบ้วเรชคยื่อยคีบยววไๆา ดาทมทผง้ั ยลันสินดหอกีดงมค็จี ดะแนอจสมยึงดคี ไู่กงวมวบัาต่ามตากชวัยาาํเรรนพพาารเยญอะางเเยจปโดาาน มแยพทไผเิมนศาต่อษดอ้ะินงไจเรพหงึ กึ่งต็นต็คงั้ เาใวชหมานนมถนาชึงั้นจยว่ กะหยท็ไยเมหรว ม่ลงนพีผือเปสู้อจนอาพกนนรใาแะคยทตรอ่เยั ราํ าเสภั่งพอใยหาปพยรราะะมชโฝาอกึชรนส
ก็โหรองดวยความยินดี แสดงวาการพยายามทําอะไรก็ตาม ถึงจะไมมีผูสอน แตเราพยายามฝกและ
เอาชนะตนเองเรือ่ ยๆ ผลดีกจ็ ะอยกู ับตวั เราเอง โดยไมต องพึ่งความชว ยเหลือจากใคร
นนทิทิ าานนชชาาดดกก

ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๑๘๙

6102149L01e-�6 (��.).indd 189 7/17/18 10:28 AM

๑๘๘



 ทท๖๖/ผ/.ผ๓–.๓๐๘-๐๘



ใบงานที่ ๐๘
เขียนแผนภาพความคดิ

...........................................................

...............................................

.....................................



ข้อคิดท่ีได้จากนิทาน
เรือ่ ง เจ้าชายกับตะเกียบจีน







....................................................................
……………………………………..……………………….






๑๙๐ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)

6102149L01e-�6 (��.).indd 190 7/17/18 10:29 AM

๑๘๙ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น



 ทท๖๖//ผผ.๓.๓–๐-๐๙๙



ใบงานที่ ๐๙
ขอ้ คิดจากนทิ านพฒั นางานเขียน

คาชีแ้ จง อา่ นนทิ าน เรอ่ื ง สุนขั ผซู้ อ่ื สัตย์ แล้วเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง
สนุ ขั ผซู้ อื่ สตั ย์

บ้านหลงั หนึ่งเลี้ยงสนุ ัขเอาไวเ้ ฝาู บ้าน สุนัขตวั นน้ั ซือ่ สตั ยม์ าก ในยามกลางคืน
ขณะทีม่ ันนอนหลับ หากไดย้ นิ เสียงผิดปกติมันก็จะลุกขึ้นมาเห่าเสมอ เพอื่ เตือนภัย
แกเ่ จ้าของบา้ น คนื หน่ึงมันกไ็ ด้ยินเสยี งฝเี ทา้ คนยา่ ใบไมด้ ังกรอบแกรบ แผ่วเบา
ทีใ่ กลร้ ้ัวบา้ น

แม้จะไม่เหน็ ว่าเป็นใคร มันกส็ ง่ เสยี งเห่าคารามขูไ่ ว้ก่อน เจ้าหัวขโมยจงึ โยนเน้อื
ชุบยาเบือ่ ช้นิ หน่งึ เข้ามาในร้วั สนุ ขั เฝูาบา้ นเดินเขา้ ไปดม ๆ แต่ก็ไมก่ ิน มนั ยังคงเห่าต่อไป
จนกระทงั่ เจา้ ของบ้านออกมาดู แลว้ กช็ ว่ ยกันจบั ขโมยได้ในทีส่ ดุ

นิทานอสี ป



ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๑๙๑

6102149L01e-�6 (��.).indd 191 7/17/18 10:29 AM

๑๙๐



 ทท๖/๖ผ/.๓ผ–.๐๓๙-๐๙





ใบงานท่ี ๐๙
เขยี นแผนภาพโครงเร่ือง



สนุ ขั ผซู้ อื่ สัตย์
ตัวละคร

……………………………………………………………………………………………………………………….

สถานที่
……………………………………………………………………………………………………………………….

เหตุการณท์ ี่ ๑
…………………………………………………………………………………………………………..………….

เหตุการณ์ท่ี ๒
……………………………………………………………………………………………………………………….

เหตุการณ์ท่ี ๓
……………………………………………………………………………………………………………………….

ผลของเหตกุ ารณ์
……………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………….…………………………………………………………………











๑๙๒ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )

6102149L01e-�6 (��.).indd 192 7/17/18 10:29 AM

๑๙๑ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น



 ทท๖/๖ผ/.๓ผ–.๑๓๐-๑๐

ใบงานที่ ๑๐
ขอ้ คดิ จากนทิ านพัฒนางานเขยี น

คาชแี้ จง อ่านนิทานเรื่อง สนุ ัขผู้ซื่อสัตย์ แลว้ วิเคราะห์นิทานโดยเขียนแผนภาพ
ของนิทาน ตามท่ีกาหนด

ใคร ………………….......…………………………………………………………………………………...……

ทำอะไร ………………….......…………………………………………………………………………..………

ท่ีไหน ……………....…….......…………………………………………………………………………..………

เมอ่ื ไหร่ ……………....…….......……………………………………………...………………………..………

อย่างไร ……………....…….......……………………………………………...………………………..………
……………....……......................……………………………………………...………………………..………
……………....……......................……………………………………………...………………………..………







ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๑๙๓

6102149L01e-�6 (��.).indd 193 7/17/18 10:29 AM

๑๙๒



 ทท๖๖/ผ/.ผ๓–.๓๑๑-๑๑

ใบงานท่ี ๑๑
ข้อคิดจากนิทานพัฒนางานเขยี น

คาชแี้ จง อา่ นนทิ าน เรอ่ื ง ขมุ ทรพั ยใ์ นไรอ่ งนุ่ และเขยี นขอ้ คิดที่ได้จากการอา่ นนิทาน
ลงในแผนภาพความคิดท่ีกาหนดให้

ขมุ ทรัพย์ในไรอ่ ง่นุ
ทีไ่ รอ่ งุ่นแหง่ หนง่ึ มพี อ่ ผูส้ ูงอายุกับลูกชายจอมข้ีเกยี จ ๓3 คนอาศัยอยู่ ตอ่ มาผเู้ ปน็ พ่อ
ล้มปุวยลงและกอ่ นทีแ่ กใกลจ้ ะส้นิ ลมหายใจ ได้เรียกลกู ชายท้ัง ๓3 มาสั่งเสียวา่ อย่าขายทดี่ ิน
เพราะพ่อไดซ้ ่อนขมุ ทรพั ย์มหาศาลเอาไว้ ใหข้ ุดดินพรวนดิน ขุดหาใหท้ ว่ั ทุกตารางน้ิวของไร่
เมื่อพอ่ ได้สน้ิ ใจตายลงไปแล้ว ลูกชายท้ัง 3๓ ก็ลงมอื และต้งั หน้าต้ังตาไถคราด
พรวนดนิ พวกเขาไม่พบแมแ้ ต่เศษเงินอย่างทีพ่ ่อไดบ้ อกไว้ หน่งึ ปผี ่านไปไร่องุน่ ทีพ่ วกเขา
ตงั้ หน้าตั้งตาขดุ พรวนดนิ เพอื่ หาขุมทรัพยน์ ้ันกก็ ลับเกิดผล ออกดอกออกผล
ดังนนั้ ลูกชายท้ัง ๓3 จึงหนั มาช่วยกนั นาผลองนุ่ เหล่านั้นออกขาย และพวกเขารวู้ ่า
ขมุ ทรัพย์ท่ีพ่อพูดถงึ นั้น หมายถึงการทางานหนกั ขยนั ขันแข็ง เอาหยาดเหงอื่ แรงงานเข้าแลก
ในท่ดี ินทีพ่ ่อของพวกเขาทไ่ี ดท้ ้งิ ไว้ให้มากกว่าน้ันเอง

นิทานอีสป

๑๙๔ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ )

6102149L01e-�6 (��.).indd 194 7/17/18 10:29 AM


Click to View FlipBook Version