๑๙๓
ท๖ท/ผ๖.๓/–ผ๑.๑๓-๑๑
ใบงานที่ ๑๑ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
ขอ้ คิดจากนิทานพฒั นางานเขียน
.........................................................................
............................................. .............................................
............................................. .............................................
ขอ้ คดิ ทไ่ี ด้จากนิทาน
เรือ่ ง ขุมทรพั ยใ์ นไร่องุน่
.................................... ........................................
...........................................................................
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลุม สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๑๙๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 195 7/17/18 10:29 AM
๑๙๔
ท ๖/ผ.๔-๑๒
ท๖/ผ.๔
ใบความรู้
การหาขอ้ คดิ จากเรือ่ งท่ีอา่ น
การหาขอ้ คิดจากเรอ่ื งท่ีอ่าน
การหาข้อคดิ หรือคตสิ อนใจจากเร่ืองทอี่ า่ นวา่ เรอื่ งน้ันๆ ให้ขอ้ คดิ ทเ่ี ป็นประโยชน์
อะไรบา้ ง แล้วจึงนาขอ้ คดิ นั้นมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั การหาข้อคิดจากการอ่าน
หนังสอื ต่างๆ เช่น การอา่ นนิทาน บทความ สารคดี ควรอ่านต้ังแตต่ ้นจนจบเรอื่ ง แล้วทา
ความเขา้ ใจเนอื้ เร่อื ง และจบั ใจความสาคัญ หรอื ประเด็นสาคัญที่ผูเ้ ขยี นตอ้ งการใหข้ ้อคดิ
กับผู้อา่ น
ตวั อย่าง การหาขอ้ คิดจากการอ่านนิทาน
เรือ่ ง กาหลงฝูง
กาดาตวั หนง่ึ มคี วามไมพ่ อใจในตัวของตวั เอง มนั จงึ เที่ยวตามไปเก็บขน
ของนกยงู ที่สลัดทิง้ ไว้มาปกั แซมใส่ขนของตนจนเตม็ ตวั ดว้ ยความหวงั ทีจ่ ะมีขนหลากหลาย
สีสนั เหมือนด่งั นกยูงบ้าง “ขา้ มีขนงามกวา่ ขนดา ๆ ของพวกเจา้ ขา้ ไมอ่ ยูก่ ับพวกเจ้าดีกว่า”
กาดากล่าวกับเพื่อนในฝูง กาดารังเกียจพวกพ้องของตน มนั ตดั สนิ ใจออกจากฝูง
เขา้ ไปปะปนอย่กู บั ฝงู นกยูง พวกนกยงู เห็นกาดาหลงเขา้ มากพ็ ากันรมุ จิกรุมทง้ึ ตี
จนขนนกยงู ทแี่ ซมอย่ทู วั่ ตัวน้ันหลดุ กระจายเหลอื แตข่ นจริงที่มสี ีดาสนทิ กาดาถูกนกยงู ขับไล่
ออกจากฝูง ครนั้ เม่ือกลับไปหาพวกของตนก็ไม่มใี ครคบคา้ สมาคมดว้ ย
นิทานอีสป
สรปุ ใจความสาคัญของเรอื่ ง
กาดาตวั หนึ่งไม่พอใจในขนสดี าของตวั เอง เพราะคิดวา่ ไมม่ ีความสวยงาม
ข้อคิดทไ่ี ดจ้ ากการอ่าน
ถ้ารังเกยี จเผ่าพันธ์ุด้ังเดมิ ของตนเอง กย็ ่อมจะถกู ผู้อื่นรังเกยี จดว้ ย
ปรับปรงุ มาจาก www.trueplookpanya.com
๑๙๖ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 196 7/17/18 10:29 AM
๑๙๕
ท ๖ท/๖ผ/ผ.๔.๔-–๑๑๒๒
ใบงานที่ ๑๒ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
ซมึ ทราบข้อคิดจากนิทาน
คาชแี้ จง อา่ นนทิ าน เร่อื งบัวลอยจอมโออ้ วด แล้วเขียนอธบิ ายข้อคิดจากการอ่าน
ทงุ่ หญ้าเขียวขจสี สี ดใส สัตวน์ ้อยใหญ่สาราญเบิกบานเหลือ
ต่างชว่ ยกนั แบ่งปันและจุนเจอื คอยเออื้ เฟื้อสามัคคดี ตี อ่ กัน
ว่ิงเร็วรวดชอบคุยโมไ้ มข่ ยัน
เจ้าบวั ลอยววั นอ้ ยจอมโอ้อวด แตด่ ้อื ร้ันเกินกวา่ จะพาที
รปู ร่างดี สลี ายขาว แดงเป็นมัน แสนช่นื ใจรน่ื รมยเ์ ปน็ สุขศรี
กล่าวย่ายผี เี สื้อจนเหลอื ทน
ผเี สอื้ สวยบนิ รอบสวนดอกไม้ ซา้ บนิ ช้าอ่อนแรงไมฝ่ กึ ฝน
เจา้ บวั ลอยผ่านมาไมร่ อรี จติ สับสนเราไมส่ วยหรืออยา่ งไร
ในท่ีสุดเจอกระต่ายทนไม่ไหว
ลวดลายเจา้ ไม่เห็นสวยอย่างใครว่า รา่ งกายไซร้ไรเ้ ร่ยี วแรงอย่าแข่งเรา
ฝาุ ยผีเสอื้ นอ้ ยใจและกังวล ไมร่ ูจ้ ักเกรงใจและโง่เขลา
ถ้ามัวเอาแต่เหยยี ดหยามขาดน้าใจ
บัวลอยเดนิ ต่อไปไมย่ ัง้ หยุด ยงั ปากรา้ ยเท่ียวตเิ ตียนดว้ ยหลงใหล
รอ้ งบอกวา่ เจา้ ขาสน้ั ไมเ่ กรงใจ สตั วท์ ง้ั หลายแมก้ บปไู มส่ ู้ตน
โดยรวมกลุ่มพูดคยุ อย่างสับสน
กระตา่ ยโกรธบวั ลอยเจ้าถ่อยนัก จะฝึกฝนบัวลอยค่อยเป็นไป
วนั หนงึ่ เถิดจะไร้เพ่ือนคอยบรรเทา
เจ้าบัวลอยไมฟ่ งั คาเจ้ากระตา่ ย
ชน่ื ชมตวั วา่ เยี่ยมเหนอื กวา่ ใคร
วันตอ่ มาสัตวห์ ลายตัวร่วมประชมุ
หาหนทางดัดนสิ ัยไม่วกวน
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๑๙๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 197 7/17/18 10:29 AM
๑๙๖
ท๖/ผ.๔–๑๒
ท ๖/ผ.๔-๑๒
ณ ทุ่งหญ้าแหง่ เดิมที่เคยสุข ความสนกุ วันน้ีเหงาเปน็ ไฉน
ผ่านพวกพ้องหนั หลังหนีเพราะเหตุใด ไม่ทักทายอยา่ งเคยเฉยเมยจัง
ใจหว่ันไหวนึกทบทวนแตห่ นหลงั
บวั ลอยคิดเราทาผดิ หรอื ไฉน ไมเ่ คยยัง้ พดู พล่ามตามใจตน
เคยกลา่ วคาเหยียดหยามจนเซซัง เหตุได้คิดการไร้เพือ่ นแสนสบั สน
ทุกทุกคนอภยั ให้ใจรืน่ รมย์
ในทส่ี ดุ บวั ลอยสานกึ ผดิ มันเจบ็ ปวดจากหลงตัวมวั ทบั ถม
จึงขอโทษผเี ส้อื น้อยอยา่ งร้อนรน จะสขุ สมเพราะวาจาพาชนื่ ใจ
บัวลอยรู้วา่ การพดู โอ้อวด
การอ่อนนอ้ มถอ่ มตนคนชืน่ ชม
โครงการสือ่ ๖๐ พรรษา
สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี
๑๙๘ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 198 7/17/18 10:29 AM
๑๙๗
ท ๖ท๖//ผผ..๔๔–-๑๑๒๒
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
ใบงานท่ี ๑๒
ซมึ ทราบขอ้ คดิ จากนิทาน
บวั ลอยจอมโอ้อวด
สรุปใจความสาคญั ของเรื่อง
………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอ้ คิดทไี่ ด้จากเรอ่ื งทอ่ี ่าน คือ
………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ข้อคิดน้ีจะนาไปใชใ้ นเรอ่ื งใด
………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
๑๙๙
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 199 7/17/18 10:29 AM
๑๙๘
ท ๖ท/๖ผ/ผ.๔.๔-–๑๑๓๓
ใบงานท่ี ๑๓
ซมึ ทราบขอ้ คดิ จากนิทาน
คาช้แี จง อา่ นนทิ าน เรอื่ ง ออมสินฟกั ทอง แลว้ เขยี นอธบิ ายขอ้ คิดจากการอ่าน
ออมสนิ ฟกั ทอง
หนูดาและหนูขาวไดเ้ กบ็ สตรอเบอรไ่ี ปขายทต่ี ลาด หนดู ามักจะนาเงินทีข่ าย
สตรอเบอรีไ่ ปซือ้ ของ เชน่ รถขนของ อาหารราคาแพง หนูขาวเตอื นกไ็ ม่ฟงั เพราะคดิ วา่
จะขายสตรอเบอรี่ได้อกี ส่วนหนูขาวก็นาเงนิ มาหยอดกระปกุ ฟกั ทอง
แล้ววันหนง่ึ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนกั จนไม่สามารถเก็บสตรอเบอร่ไี ปขายได้
น้าท่วมท้ังไร่ ทั้งหนดู าและหนูขาวต่างรอ้ งไห้ หนูขาวกลบั มาแคะกระปกุ ออมสนิ ฟกั ทอง
เพอ่ื นาเงนิ ไปซ้ือของทจ่ี าเปน็ ในเวลาเดียวกนั หนูดาก็รอ้ งไห้ หนขู าวไดใ้ ห้สตรอเบอรี่
และเอาเงนิ มาชว่ ยเหลอื อยา่ งมีนา้ ใจ ทาให้หนูดาซาบซงึ้ มาก
ทววี ฒั น์ โพธิรัชต์ ตลาดหลกั ทรพั ย์แห่งประเทศไทย
๒๐๐ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 200 7/17/18 10:29 AM
๑๙๙
ท ๖/ผ.๔-๑๓
ท๖/ผ.๔–๑๓
ใบงานท่ี ๑๓ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
ซมึ ทราบข้อคดิ จากนิทาน
ออมสนิ ฟักทอง
สรปุ ใจความสาคัญของเรื่อง
………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากเร่อื งทอ่ี ่าน คือ
………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอ้ คดิ นี้จะนาไปใช้ในเรื่องใด
………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๒๐๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 201 7/17/18 10:29 AM
๒๐๐
ท ๖/ผ.๕
ท๖/ผ.๕
ใบความรู้
การเขียนเรียงความ
การเขียนเรียงความ
เปน็ การนาความคดิ เรื่องใดเรอื่ งหนึ่ง ทผี่ ู้เขียนสนใจนามาเรยี บเรยี งอยา่ งชัดเจน
ให้น่าสนใจโดยอาศัยข้อเท็จจริง ประกอบความคิดเห็นของผเู้ ขยี น ใหผ้ อู้ ่านได้เขา้ ใจตามที่
ผเู้ ขยี นตอ้ งการ
องคป์ ระกอบของเรียงความ เรียงความมอี งคป์ ระกอบ ๓ สว่ นด้วยกัน คอื
๑. คานา (การเปิดเรอ่ื ง)
๒. เนอื้ เรอื่ ง หรือเนือ้ ความ
๓. บทลงท้าย (การปิดเรอ่ื ง หรอื บทสรปุ )
ขัน้ ตอนการเขียนเรียงความ
๑. กาหนดความมุ่งหมายของเรยี งความเรอ่ื งนั้น
๒. เลอื กแบบการเขียน หรอื โวหารการเขยี นให้สอดคลอ้ งกับความ
๓. หารายละเอียดประกอบ และขยายความประเด็นตา่ งๆ ของโครงเร่ือง
๔. กาหนดภาคคานา ภาคเนือ้ เร่อื ง และภาคสรุป
ภาคคานาควร มลี ักษณะดงั ต่อไปนี้
๑. ทาใหผ้ ู้อา่ นสนใจ
๒. แนะหรอื บอกความมุ่งหมายหรอื แนวของเรอื่ ง
๓. ไมต่ ้ังต้นไกลเกนิ ไป และมีแนวนาเขา้ สเู่ ร่ือง
๔. ไม่ยาวเกินไป
ภาคเน้ือเรือ่ ง เป็นภาคสาคัญประกอบด้วย
๑. ขอ้ มลู ในโครงเรอ่ื ง ซึ่งเรยี งตามลาดับเวลา ตามพ้ืนท่ี ตามเหตุผล หรอื
ตามความสาคัญ
๒. ประกอบด้วยยอ่ หนา้ แต่ละย่อหน้า ที่สอ่ื ความคิดอยา่ งมีประสิทธิผล เหมาะสม
ตามความสาคญั ของเน้ือเรือ่ ง
๓. มีความสมั พันธร์ ะหว่างแตล่ ะประโยค แต่ละยอ่ หนา้
๔. มีรายละเอียดท่ีชดั เจน ขยายความ ประกอบความ และสนบั สนุนข้อมลู สาคญั
ให้ชัดเจนเหมาะสมสอดคลอ้ งกนั
ปรบั ปรุงมาจาก general.in.th
๒๐๒ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 202 7/17/18 10:29 AM
๒๐๑ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
ทท๖๖//ผผ.๕.๕
ใบความรู้
การเขยี นเรียงความ
ภาคจบหรอื ภาคสรุป การจบมกั ใช้ ๒ วธิ ี คือ
๑. จบด้วยการย่อ คือ นาเอาใจความสาคญั ทเ่ี ป็นสาระอยา่ งแท้จรงิ มากลา่ ว
ในตอนท้าย ให้ผูอ้ ่านประทับใจเป็นการทบทวนอีกครง้ั
๒. จบด้วยการสรปุ ใหต้ รงความมงุ่ หมายสาคญั ของเร่อื งใช้วธิ สี รุปความเปน็ ประโยค
บอกเล่า หรือประโยคคาถาม เป็นภาษิต หรอื เป็นคาประพนั ธ์ท่ีสอดคลอ้ งกับเนือ้ เรื่องก็ได้
ภาคจบนคี้ วรแยกเปน็ ยอ่ หนา้ หน่งึ และต้องสรปุ ความหมายสาคญั เอาไวใ้ นหน้าน้ี
หลักการเขยี นเรียงความที่ดี
๑. คน้ หาข้อมลู เกยี่ วกับเรอ่ื งที่จะเขียนจากแหลง่ การเรยี นรู้
๒. ลาดับความคดิ กาหนดแนวทางท่จี ะเขียนจัดทาเปน็ โครงเรอื่ งโดยทาเปน็ หัวขอ้
๓. นาโครงเรอ่ื งมาเขยี นร่างเป็นยอ่ หนา้ ๆ ให้มคี วามสมั พันธก์ ันตามลาดบั
๔. นาสิง่ ทีเ่ ขียนร่างมาปรบั ปรงุ แกไ้ ขให้เปน็ เรยี งความที่สมบูรณ์
๕. ปรับปรงุ แกไ้ ขถ้อยคาสานวนให้ถกู ตอ้ ง
ปรบั ปรุงมาจาก general.in.th
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๒๐๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 203 7/17/18 10:29 AM
๒๐๒
ท ๖/ผ.๕
ท๖/ผ.๕
ขอ้ พงึ ระวงั ใในบกคาวราเขม ียรนู้ เรียงความ
ขอ้ พึงระวงั ในการเขียนเรียงความมีดงั น้ี
๑. เขยี นหนงั สอื ให้อา่ นงา่ ย รักษาความสะอาด และเขยี นตวั สะกดให้ถูกตอ้ ง
๒. ต้องยอ่ หนา้ ใหม่ทกุ ครัง้ ที่จะเรมิ่ เขยี นย่อหนา้ ใหม่ โดยจะต้องศึกษาเรอ่ื งเอกภาพ
ท่ีกลา่ วขา้ งต้นให้เข้าใจดว้ ย
๓. ไม่ตอ้ งมคี ารับเชน่ ครบั จะ๊ ค่ะ หรอื เขียนแบบสนทนาปราศรยั เช่น คณุ อา่ น
หนังสือเล่มนีไ้ หมคะ่ ชอบครับ สนกุ ดมี าก
๔. อย่าเขียนแบบตอบคาถาม เช่น เขยี นวา่ ๑ ๒ ๓ จะกลายเป็นการตอบข้อสอบไป
ไม่ใช่การเขียนเรียงความ
๕. อยา่ เขยี นภาอังกฤษปนภาษาไทยโดยไม่จาเปน็
๖. อย่าเขียนขอ้ ความลอยๆตอ้ งมตี ัวอยา่ งอา้ งอิงใหเ้ ปน็ หลกั ฐาน และถา้ มีสุภาษิต
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เนอื้ เร่อื งประกอบบา้ งกจ็ ะทาใหไ้ ดค้ ะแนนดี
๗. ควรจดจาบนร้อยกรอง เชน่ กาพย์ กลอน โคลง ฉนั ทต์ า่ งๆทไ่ี พเราะ หรือมีคติ
สอนใจเพ่ือใสป่ ระกอบในการเขยี นเรียงความ
๘. อย่าใชส้ านวนตา่ งประเทศ เช่น ฉนั จบั รถไฟไปเชยี งใหม่ “จบั ” มาจาก
ภาษาอังกฤษควรเปลยี่ นเป็น “โดยสาร”
๙. อยา่ ใช้สานวนพูด เช่น เกง่ ตอ้ งใชว้ า่ ฉลาด
๑๐. ควรเขยี นเรยี งความให้ขนาดความยาวมากพอสมควร คือประมาณทไ่ี ม่ตา่ กว่า
๒ หนา้ กระดาษโดยต้องไม่เขียนเว้นบรรทัด
๑๑. ตอ้ งเขียนแสดงความคดิ เหน็ ส่วนตัวของผเู้ ขยี นลงไปในเรยี งความดว้ ย และต้อง
เปน็ ความคิดเหน็ ท่ีเปน็ กลาง ไมเ่ อียงซ้ายหรอื เอยี งขวาใดๆ ความคดิ เหน็ นค้ี วรเป็นการ
สรา้ งสรรค์
ปรบั ปรุงมาจาก kruprasarnmasterthai.blogspot.com
๒๐๔ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 204 7/17/18 10:29 AM
๒๐๓
ทท๖๖//ผผ.๕.๕–-๑๑๔๔ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
ใบงานท่ี ๑๔
เขียนเรียงความสร้างสรรค์
ค าช้ีแจง เขยี นเรื่องเกยี่ วกับเพ่อื นทน่ี กั เรียนรกั พร้อมกบั ตง้ั ช่ือเรื่องใหน้ า่ สนใจ
คาถามเพือ่ เป็นแนวทางในการเขียน
- เพอื่ นทน่ี กั เรียนรักเปน็ ใคร ชื่ออะไร
- อยทู่ ไี่ หน มีนิสยั อยา่ งไร
- ลกั ษณะทา่ ทางรปู รา่ งเป็นอยา่ งไร
- ความสมั พันธ์ระหวา่ งนักเรียนกับเพอื่ นเปน็ อยา่ งไร
- มีความประทบั ใจเกย่ี วกับเพ่ือนในเรือ่ งอะไร
- เสนอแนวคิดมีเพ่ือนดอี ยา่ งไร และการเปน็ เพื่อนที่ดี
ควรทาอย่างไร
เรือ่ ง ……………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๒๐๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 205 7/17/18 10:29 AM
๒๐๔
ท ท๖๖//ผผ..๕๕–-๑๑๕๕
ใบงานท่ี ๑๕
เขยี นเรียงความสร้างสรรค์
คาชแี้ จง เขียนเรยี งความจากภาพทก่ี าหนดให้ พร้อมตัง้ ชื่อเรอ่ื ง
เรื่อง …………………………………………………………..
………………………………………………………………………………...………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
๒๐๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 206 7/17/18 10:29 AM
๒๐๕
ท ๖/ผ.๕-๑๖
ท๖/ผ.๕–๑๖
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
ใบงานท่ี ๑๖
เขียนเรียงความสร้างสรรค์
คาช้ีแจง เขียนเรยี งความ ๑ เรือ่ งเก่ยี วกบั สตั ว์เลี้ยงของฉนั ด้วยภาษาของนักเรียนเอง
พรอ้ มต้ังช่ือเรื่อง โดยยดึ หลกั การเขยี นเรยี งความท่ถี กู ตอ้ ง
เรอื่ ง ……………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………..…………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๒๐๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 207 7/17/18 10:29 AM
๒๐๖
ท ท๖๖//ผผ..๕๕
แบบทดสอบหลงั เรียน
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๖ สรา้ งสรรคง์ านเขยี น ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๖
คาช้แี จง เขียนเครอ่ื งหมาย × ทับอกั ษรหน้าคาตอบทีถ่ ูกต้องทส่ี ุด
๑. คาคูใ่ ดคอื คาพอ้ งรปู ข. พดุ พทุ ธ
ก. ผึง้ พ่งึ ง. จอกแหน หวงแหน
ค. รถ รส
๒. ประโยคน้ีมคี าพ้องรปู ก่คี า
“คนแหแ่ หนมาทีบ่ ่อน้าเพอื่ มาดจู อกแหน ฉันเก็บดอกพุดไปบูชาพระในวนั พุธ ส่วนอารี
มีความสขุ เพราะร้สู ึกว่าชวี ิตมีความผาสุก”
ก. ๒ คา ข. ๓ คา
ค. ๔ คา ง. ๖ คา
๓. คาพ้องรปู คือขอ้ ใด
ก. ฉันรบั ประทานอาหารอยรู่ ิมธาร
ข. ตน้ เสมาขึ้นอยบู่ นยอดเสมา
ค. นกเขาขนั เสยี งดงั จงึ ถูกพระขรรค์แทง
ง. ยามวกิ าลต้องคอยติดตามสถานการณบ์ ้านเมอื ง
๔. คาค่ใู ดคือคาพอ้ งเสยี ง ข. เสมา เสมา
ก. จอกแหน หวงแหน ง. ผง้ึ พงึ่
ค. เขมา เขมา
๕. “ทส่ี นามหลวงมีคนเลน่ ว่าวปกั เป้า และมีคนจับปลาปักเปา้ ไดใ้ นคลองขา้ งบ้าน
ลงุ รดตน้ ไม้แทนทีจ่ ะขบั รถไปเท่ียวนอกบ้าน สว่ นน้าไปซอ้ื สมนุ ไพรมหากาฬ
ทเี่ มอื งกาญจน์” จากข้อความข้างตน้ คาใดเป็นคาพอ้ งรูป
ก. รถ ข. รด
ค. ปักเป้า ง. กาฬ กาญจน์
๒๐๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 208 7/17/18 10:29 AM
๒๐๗
ทท๖๖//ผผ.๕.๕
๖. คาพ้องเสยี งคอื ข้อใด หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ สรา งสรรคงานเขยี น
ก. ต้นเสมาขนึ้ อยูบ่ นยอดเสมา
ข. ฉนั รับประทานอาหารอย่รู มิ ธาร
ค. ในเพลาเชา้ ฉนั เห็นเพลารถหักลงมา
ง. คนแหแ่ หนมาท่ีบอ่ นา้ เพือ่ มาดูจอกแหน
๗. ขอ้ ใดคือลักษณะของคานา
ก. คานามคี วามยาวหลายย่อหนา้ ได้
ข. คานาต้องข้นึ ตน้ คาคลอ้ งจองเท่านนั้
ค. คานาตอ้ งเรา้ ใจ ใหต้ ิดตามอา่ นเนอ้ื
ง. คานาจะกลา่ วถงึ ส่ิงทไี่ มเ่ กยี่ วกบั เน้ือเร่ืองกไ็ ด้
๘. ย่อหนา้ แรกของเรยี งความ เป็นส่วนใดของเรยี งความ
ก. สรุป ข. เนื้อเร่ือง
ค. สว่ นขยาย ง. คานา
๙. การเขยี นเรยี งความเร่อื ง “ของดีทบี่ ้านฉนั ” โครงเรอ่ื งขอ้ ใดท่ีจาเป็นนอ้ ยทสี่ ุด
ก. สถานทีต่ ้ัง
ข. สนิ คา้ หตั ถกรรมผลิตภัณฑ์ทรี่ ว่ มกนั ผลติ
ค. การพัฒนาบา้ นใหท้ นั สมัย
ง. วถิ ชี วี ิตและความเป็นอย่คู นในทอ้ งถนิ่
๑๐. ข้อใดเปน็ ประโยชนท์ ีไ่ ด้รับจากการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
ก. ทาใหเ้ รอื่ งมีรายละเอยี ดมากขึ้น
ข. ทาให้เนอ้ื เรอ่ื งมคี วามสมบรู ณ์
ค. สามารถแสดงความคดิ เห็นได้
ง. จับใจความสาคญั ของเรอ่ื งได้
ΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎΎ
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๒๐๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 209 7/17/18 10:29 AM
6102149L01e-�6 (��.).indd 210 7/17/18 10:29 AM
๗
งดงามสํานวน
6102149L01e-�6 (��.).indd 211 7/17/18 10:30 AM
6102149L01e-�6 (��.).indd 212 7/17/18 10:30 AM
๒๑๐
ทท ๗๗//ผผ.๑.๑
แบบทดสอบก่อนเรียน ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
งดงามสานวน
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗
คาชีแ้ จง เขยี นเคร่ืองหมาย × ทบั อกั ษรหน้าคาตอบท่ถี กู ตอ้ งทีส่ ดุ
๑. ขอ้ ใดมีความหมายว่า “เอาความลับไปใหศ้ ัตรู” ข. หน้าเน้อื ใจเสือ
ก. สาวไส้ให้กากิน ง. เข็นครกข้ึนภเู ขา
ค. ขชี่ า้ งจับตกั๊ แตน
๒. “ป้นั น้าเปน็ ตวั ” หมายความวา่ อยา่ งไร ข. กลบเกลอ่ื นความช่ัว
ก. ทาสิง่ ที่ทุกคนไม่กลา้ ทา ง. พยายามพดู ให้เห็นจริง
ค. แสร้งทาเรือ่ งไมจ่ รงิ ใหเ้ ป็นจริง
๓. คาว่า “ขึน้ ” ในขอ้ ใดมีความหมายโดยนัย ข. ฝนตกหนักอย่างน้ีตน้ ไม้ข้นึ ดนี กั
ก. ฉันเหน็ เห็ดโคนขึ้นอยูใ่ ต้ต้นมะขาม ง. พกั น้มี ือข้ึนดที าอะไรกส็ าเร็จ
ค. แมใ่ ห้น้องขนึ้ ไปอยบู่ นบา้ น
๔. วันน้ีป้าทาขนมใส่นา้ ตาลมือหนกั ไปหน่อย คาท่ีขดี เสน้ ใต้มีความหมายว่าอยา่ งไร
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เท่าเดิม
ค. นอ้ ยกว่าปกติ ง. ไม่มขี อ้ ถกู
๕. ข้อใดใชส้ านวนเปรียบเทียบได้ถกู ต้อง
ก. เหตกุ ารณย์ ังไม่เกิดอย่าวิตกกังวลทาเปน็ กระดี่ไดน้ า้ ไปได้
ข. เดก็ คนนีท้ างานไม่เสร็จเหมือนเหยียบข้ไี กไ่ ม่ฝอ่
ค. เขาเปน็ คนพดู เก่งมากจนน้าไหลไฟดับ
ง. พีน่ ้องคู่นไี้ มม่ ใี ครยอมใครเหมอื นสาวไส้ใหก้ ากิน
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๒๑๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 213 7/17/18 10:30 AM
๒๑๑
ท ๗ท/๗ผ/.ผ๑.๑
๖. ขอ้ ใดคลอ้ งจองกับคาว่า “รูปไม่หล่อ” ข. สวยทั้งวัน
ก. พอ่ ไมร่ วย ง. เสือลายสวย
ค. ฉันกบั เธอ
๗. “อนั ดอกบวั มมี าก หลากหลายสี ล้วนมีผชู้ ืน่ ชมนยิ มหนอ”คาท่ขี ีดเส้นใต้สัมผัส
กบั คาในข้อใด
ก. หลาก ข. หลาย
ค. ล้วน ง. ชื่น
๘. “ขบั รถอยา่ ................ถา้ หากพลาดอาจถงึ ตาย” ควรเติมคาใดคาขวัญจงึ จะสมบรู ณ์
ก. นอนหลับ ข. ประมาท
ค. ขับเร็ว ง. ใจลอย
๙. “เด็กดี.............. รูจ้ ักใหแ้ ละแบ่งปัน” ควรเติมคาใดคาขวัญจงึ จะสมบรู ณ์
ก. สดใส ข. มสี ติ
ค. มวี นิ ยั ง. เสียสละ
๑๐. “อยู่บ้านท่านอย่าน่งิ ดูดาย ...............................” จงเตมิ ประโยคคาคมใหส้ มบรู ณ์
ก. ป้นั วัวปั้นควายใหล้ ูกท่านเล่น
ข. ช่วยทาความสะอาดบ้าน
ค. ลา้ งถ้วยล้างชามใหท้ ่านบา้ ง
ง. ข้างขึ้นเดือนหงายสบายจรงิ
๒๑๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 214 7/17/18 10:30 AM
๒๑๒ ท ๗/ทผ๗.๑/ผ.๑
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ใบความรู้
คาคล้องจอง
คำคล้องจอง คอื คาที่มีสระเดียวกันและมีคาในมาตราตัวสะกดเดยี วกัน แตพ่ ยญั ชนะ
ต้นตา่ งกนั อาจมเี สยี งวรรณยกุ ต์ต่างกนั ได้
คาคล้องจองสระ หมายถึง คาท่มี ีเสยี งสระเดียวกนั เชน่
สระอะ ไดแ้ ก่ กะ ขะ จะ ดะ ตะ ปะ อะ
สระอา ได้แก่ กา ดา นา ยา ขา สา หา
สระอี ได้แก่ ชี ดี ที ปี ผี มี รี วี สี
สระอู ไดแ้ ก่ งู ดู ปู รู ชู สู้ หู ขู่ ตู้
สระเอา ได้แก่ เก้า เขา้ เรา เดา เสา เปา่
สระไอ ได้แก่ ไอ ไป ได้ ไม่ ไว้ ไข่ ไทย ไร่
คาคลอ้ งจองสระเดยี วกนั และมีตวั สะกดมาตราเดียวกนั เชน่
คาคล้องจองท่ีสะกดดว้ ยมาตราแม่ กง คือ คา พยางคท์ ม่ี ตี วั สะกด
ดว้ ย ง ได้แก่
ลิง คล้องจองกับ ยิง ว่ิง กลง้ิ หญงิ จรงิ
ดงั คล้องจองกับ วงั นั่ง รงั ครงั้ หลงั
เมอื ง คลอ้ งจองกับ เรอื่ ง เปลือง เคอื ง เครือ่ ง เชอื่ ง
คาคลอ้ งจองทีส่ ะกดด้วยมาตราแม่ กน คือคา พยางคท์ ่ีมตี ัวสะกด
ด้วย น ได้แก่
กลอน คล้องจองกับ ขอน ดอน ก้อน ถอน ช้อน
กล่นิ คล้องจองกบั กิน ล้ิน อนิ หนิ ถิ่น ชนิ
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๒๑๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 215 7/17/18 10:30 AM
๒๑๓
คาคลอ้ งจอง ๑ พยางค์ ท ๗ท/๗ผ/.ผ๑.๑
คาคล้องจอง ๑ พยางค์ คือ คาทอี่ อกเสยี งครั้งเดยี ว มีเสยี งสระเดยี วกัน มีมาตรา
ตัวสะกดเดียวกนั สว่ นรูปและเสียงวรรณยุกตต์ ่างกนั ได้ เช่น กลอน ขอน รอน ชอ้ น งอน
ตัวอยา่ ง คาคลอ้ งจอง ๑ พยางค์
นก กก หก
กนิ บนิ ดิน
คาคล้องจอง ๒ พยางค์
คาคล้องจอง ๒ พยางค์ คือ พยางค์ทา้ ยของกลุ่มคาหน้า มีเสียงคล้องจองกบั พยางค์
แรกของคาหลงั ท่ีอยู่ถัดไป
ตวั อยา่ ง คาคลอ้ งจอง ๒ พยางค์
ยนิ ดี ปรดี า ปราโมทย์
ไปนา หาของ ลองดู
สวยงาม ยามเชา้ เฝา้ ดู
แผนผงั คาคลอ้ งจอง ๒ พยางค์
๒๑๖ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 216 7/17/18 10:30 AM
๒๑๔ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ท ๗/ผ.๑
คาคล้องจอง ๓ พยางค์
คาคลอ้ งจอง ๓ พยางค์ คือกลุม่ คา ๓ พยางค์ ตัง้ แต่ ๒ กลุม่ ข้นึ ไป ทพ่ี ยางคส์ ุดทา้ ย
ของกลุม่ คาหน้า มีเสยี งคาคลอ้ งจองกบั พยางคแ์ รกหรอื พยางค์ท่ี ๒ ของกลมุ่ คาหลังท่ีอย่ถู ดั ไป
ตัวอย่าง คาคลอ้ งจอง ๓ พยางค์
ดอกดาวเรอื ง เหลืองดูเด่น เห็นงามดี
เราสุขใจ ใฝ่เรยี นรู้ คูส่ ัญญา
แผนผังคาคลอ้ งจอง ๓ พยางค์
คาคล้องจอง ๔ พยางค ์
คาคล้องจอง ๔ พยางค์ คือกลมุ่ คา ๔ พยางค์ ตง้ั แต่ ๒ กล่มุ ขึ้นไป ท่พี ยางค์สุดทา้ ย
ของกลมุ่ คาหนา้ มเี สียงคาคลอ้ งจองกบั พยางค์แรกหรอื พยางค์ท่ี ๒ หรอื พยางค์ที่ ๓ ของ
กลุม่ คาหลังท่อี ยถู่ ัดไป
ตวั อย่าง คาคลอ้ งจอง ๔ พยางค์
พ่จี ากนอ้ งไป อาลยั จรงิ จริง เหนือยิ่งสง่ิ ใด หวั ใจพกั พิง
แผนผังคาคลอ้ งจอง ๔ พยางค์
ปรบั ปรงุ มาจาก http//kruntsara.wordpress.com
๒๑๗
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 217 7/17/18 10:30 AM
๒๑๕
ท ๗ท/๗ผ/ผ.๑.๑--๐๐๑๑
ใบงานที่ ๐๑
คาสมั ผสั คาคล้องจอง
คาชีแ้ จง จับคคู่ าคล้องจองแล้วเขยี นลงใน
เกลือ ตะกล้า ..........................................
จบู โล่ง ..........................................
ขวา เส้ือ ..........................................
กระโปรง ลูบ ..........................................
อยา่ ไป ..........................................
เช้า ลอก ..........................................
ได้ หมา ..........................................
ดอก เมา ..........................................
๒๑๘ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 218 7/17/18 10:30 AM
๒๑๖ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ทท๗๗//ผผ.๑.๑-๐-๒๐๒
ใบงานท่ี ๐๒
คาสัมผัส คาคลอ้ งจอง
คาชีแ้ จง เติมคาให้คล้องจองกับคาท่กี าหนดให้
การบา้ น ...................... ....................
..
ใจเยน็ ......................
......................
......................
สู้ศึก ......................
......................
......................
ดนิ ดา ......................
......................
ถอื ของ ......................
สุขใจ ......................
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๑๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 219 7/17/18 10:30 AM
๒๑๗ ทท๗๗//ผผ.๑.-๑๐-๓๐๓
ใบงานที่ ๐๓
คาสัมผัส คาคล้องจอง
คาชี้แจง โ ยงเสน้ คาคลอ้ งจองให้ถูกต้อง
ตวั อยา่ ง น้าพง่ึ เรือ เสอื พึง่ ป่า
๑. เปน็ นักเรียน เพียรศึกษา
๒. อยากกา้ วหน้า อยา่ ทอ้ ถอย
ทาสง่ิ ดี
๓. ควรจดจา
คาชแี้ จง นกั เรียนเขียนคาคล้องจอง ๓ พยางค์ และโยงเส้นคาคลอ้ งจองให้ถูกต้อง
๔................................................ ………................................................
๕................................................ .........................................................
...............................................................................................................
................................
๖................................................ .........................................................
๒๒๐ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 220 7/17/18 10:30 AM
๒๑๘ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ท ๗/ผ.๒
ท ๗/ผ.๒
ใบความรู้
คาขวัญ
คาขวญั คือ ถอ้ ยคาท่ีแต่งข้นึ เพอื่ เตอื นใจ เพอ่ื ชักจงู ใจ มักเป็นคาปลอบขวัญ หรือปลุกใจ
ให้เช่ือม่ัน ใหเ้ ห็นคุณค่า และความสาคัญของสิ่งทีก่ ล่าวถึง มักเปน็ ถ้อยคาทีส่ มั ผัสคล้องจอง
การแต่งคาขวัญ
คาขวัญ เปน็ ข้อความท่ีเรียบเรียงข้นึ ดว้ ยสานวนภาษา ท่กี ะทัดรัด เพอื่ เสริมสร้าง
กาลังใจหรือช้แี นะใหเ้ ห็นส่ิงที่ถูกตอ้ ง ดงี าม เพือ่ ใหผ้ ้อู ่านได้ปฏิบตั ติ ามในคาเชญิ ชวนนั้นๆ เช่น
เด็กดีมีวินัย ใฝศ่ ึกษา นาพาชาติเจริญ
เทห่ ์อย่างมีคณุ คา่ ไม่พ่ึงพายาเสพตดิ
น้าไฟมคี ุณคา่ ชว่ ยรกั ษาชว่ ยประหยดั
ลักษณะของคาขวญั
๑. ใชข้ อ้ ความส้นั ๆ กะทัดรัด สละสลวย
๒. ใหข้ อ้ คิด หรือคตเิ ตอื นใจเพอ่ื เปน็ สริ มิ งคล
๓. เขียนเป็นคาคลอ้ งจองกนั เพอ่ื ให้จดจาได้ง่าย
๔. เนือ้ ความมงุ่ จูงใจใหน้ าไปปฏิบัติ หรือให้เห็นความสาคัญของส่งิ นน้ั เช่น
เชิญชวนให้ประหยดั เชิญชวนให้อนุรักษ์สง่ิ แวดลอ้ ม
องคป์ ระกอบของคาขวญั มี ๓ ส่วน คือ
ความมุ่งหมายหรือแนวคดิ
ขอ้ ความหรือเนือ้ หา
ศิลปะแห่งการใชถ้ ้อยคา
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๒๒๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 221 7/17/18 10:30 AM
๒๑๙
ท ท๗๗//ผผ..๒๒
ลักษณะของคาขวัญทดี่ ี
มีเจตนาทีด่ ี ต่อผฟู้ ัง ผูป้ ฏิบตั หิ รอื ผลประโยชน์ของสว่ นรวม เช่น คาขวญั
เชญิ ชวนงดการสบู บุหร่ี คาขวญั เชิญชวนใหป้ ระหยัดนา้ ประหยัดไฟ ฯลฯ
มีเป้าหมายชดั เจนเพียงเป้าหมายเดียว เช่น เพ่ือใหเ้ คารพกฎจราจรหรือ
เพอื่ ใหช้ ว่ ยรกั ษาความสะอาดของถนน ฯลฯ
มเี นอื้ หาครอบคลุมเป้าหมาย
ไพเราะ สมั ผัสคล้องจอง มีพลังโนม้ น้าวใจผูฟ้ งั ใหจ้ าและปฏบิ ตั ติ าม
ข้ันตอนในการเขียนคาขวัญ คาขวัญที่ดีตอ้ งเปน็ ขอ้ ความส้ันๆ ไพเราะมพี ลงั
ในการโน้มนา้ วใจผ้ฟู ัง เขยี นครอบคลุมเป้าหมายท่ีกาหนดไว้อย่างชดั เจน มขี ้นั ตอนดงั น้ี
ตวั อยา่ งคาขวัญ - ด่มื นมทกุ วนั สุขภาพแขง็ แรง
- หนงั สือคือมิตร สือ่ ความคดิ ให้ก้าวไกล
- บ้านเมืองจะสะอาด ถ้าปราศจากคนมักง่าย
- เลิกสบู เลิกเสพในวันน้ี เพ่ือชีวติ ที่ดใี นวันหนา้
- ความรู้ คูค่ ณุ ธรรม นาสอู่ นาคต
- รกั ษาเวลา รกั ษาหนา้ ที่ ชวี ติ จะดถี ้าคุณมีวนิ ยั
- ปลอดภัยเพ่ือชีวติ ทกุ ขณะจิตอย่าประมาท
- ประเทศไทยจะรุ่งเรือง ถ้าพลเมืองไมพ่ ึง่ ยาเสพติด
- ไม่มีทา่ นเราอด ไม่มรี ถทา่ นเดิน
- มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม
- สรุ า ยาเสพตดิ เป็นภัยตอ่ ชวี ิต เป็นพษิ ตอ่ สังคม
- อดทน ขยัน ประหยดั คอื คุณสมบตั ขิ องเดก็ ไทย
- มคี ุณธรรมนาใจ ใช้ชวี ติ อยา่ งพอเพียง หลีกเลย่ี งอบายมขุ
- ยดึ มัน่ ประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสง่ิ แวดล้อม
- เรียนร้ตู ลอดชีวิต คดิ อย่างสรา้ งสรรค์ ก้าวทนั เทคโนโลยี
๒๒๒ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 222 7/17/18 10:30 AM
๒๒๐ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ท ๗/ผ.๒
ท๗/ผ.๒
ใบความรู้
คาคม
คาคม หมายถึง ถ้อยคาทีค่ ิดขึ้นมาในปจั จุบันทนั ด่วน เป็นถอ้ ยคาที่หลักแหลม
ซ่ึงสามารถเขา้ กับเหตุการณ์นั้นได้อย่างเหมาะเจาะ ทั้งยังชวนใหค้ ิด ถ้าพดู ติดปากกันต่อไป
ก็จะกลายเปน็ สานวนไปได้ คาคมส่วนมากจะมีการรอ้ ยเรยี งดว้ ยคาทคี่ ล้องจองกัน
หลกั การเขยี นคาคม
๑. ใช้ถ้อยคาสัมผสั คลอ้ งจอง สละสลวย
๒. ใช้คาทม่ี คี วามหมายคมคาย
๓. มุ่งใหเ้ กดิ ความคดิ ทีด่ แี ละอยากปฏบิ ตั ติ าม
๔. มคี วามลกึ ซึ้งกินใจ
ลักษณะของคาคม คาคมมหี ลายลกั ษณะดังนี้
คาคมท่เี ปน็ คาพดู ธรรมดาไม่มสี มั ผัส โดยมากใช้คาง่าย ๆ ไม่ต้องแปล อา่ นแล้วเขา้ ใจได้
ทนั ที เช่น “ความรกั ทาให้คนตาบอด” “เวลาและกระแสน้าไม่คอยใคร”
“ไมม่ ีใครรักเราเท่าพ่อแม่” “เบ้ืองหลังกอ้ นเมฆยังมีพระอาทิตยส์ ่องแสงอยู่”
“ความโกรธไม่เคยทาร้ายใคร นอกจากตวั ผ้โู กรธเพยี งคนเดียว”
คาคมท่ีเป็นสมั ผสั คลอ้ งจองกนั สั้น ๆ ส่วนมากมี 2 วรรค เพือ่ จดจาได้ง่าย เช่น
“เสยี เหงือ่ เพราะกฬี า ดกี วา่ เสียน้าตาเพราะยาเสพติด”
“สรา้ งพระเดชมีแต่ขาดทนุ สรา้ งพระคุณมีแต่กาไร”
“ความสาเร็จของลูก คอื ความสขุ ของพอ่ แม่”
“อยู่อย่างสงบ ดกี วา่ รบด้วยปาก”
“ความงามไม่คงที่ ความดซี ิคงทน”
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๒๒๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 223 7/17/18 10:30 AM
๒๒๑
ท๗/ผ.๒
ท ๗/ผ.๒
คาคมที่แต่งดว้ ยคาประพันธ์ สว่ นใหญ่มกั แตง่ ด้วยกลอนสภุ าพ เช่น
ใครลืมลมื ใครใจรู้ ใครจะอย่ใู ครจะไปใจเหน็
ใครสขุ ใครเศรา้ เช้าเยน็ ใจเปน็ ทแ่ี จง้ แหง่ เรา
ใครชอบใครชังช่างเถิด ใครเชิดใครชชู า่ งเขา
ใครเบ่ือใครบ่นทนเอา ใจเราร่มเยน็ เปน็ พอ
คาคม ความหมาย
อย่าไปตดิ ปีกให้แมว อย่าไปฝนื ธรรมชาติ ปลอ่ ยให้เปน็ ไปตามธรรมชาติ
ถา้ สติไม่มา ปญั ญากไ็ มม่ ี คนเราต้องมีสติกอ่ น จึงจะเกิดความคิดทีร่ อบคอบ
สัตวโ์ ลกยอ่ มเปน็ ไปตามกรรม ใครทาอย่างไรได้อยา่ งนนั้ ไม่ช้าก็เร็ว
พดู ไปสองไพเบี้ย นงิ่ เสยี ตาลึงทอง บางคร้ังการอยเู่ ฉยๆ กไ็ ดป้ ระโยชน์มากกวา่
ศตั รูท่ีร้ายเหลอื ไม่เท่ากับเกลือทเ่ี ป็น ศัตรเู รารู้ไดช้ ดั เจน แต่เกลือที่เปน็ หนอน คือ คนใกล้
หนอน ตัวทที่ ารา้ ยเราไมร่ ู้วา่ เปน็ ใคร มันร้ายแรงกว่า
อยู่บา้ นท่านอย่านงิ่ ดูดาย ปนั้ ววั ปั้นควาย ถา้ ไปอยูบ่ า้ นคนอื่นอย่ามวั แตน่ งั่ เฉยๆ ตอ้ งช่วย
ใหล้ ูกท่านเลน่ เจ้าของบา้ นทางานบ้าง
ไมค้ ดใชท้ าขอ เหลก็ งอใช้ทาเคียว ไม้คด เหลก็ งอ ก็ยงั ทาประโยชนไ์ ด้ แตค่ นคดหรือคน
คนคดเค้ียวใชท้ าอะไรไม่ได้เลย ทีไ่ ม่ซอ่ื สัตย์ ทาประโยชนอ์ ะไรไม่ไดเ้ ลย
ความพยายามคร้งั ท่หี น่ึงร้อย ดกี ว่า ถึงแมจ้ ะตอ้ งพยายามหลายครง้ั เพื่อทีจ่ ะพบกบั
ทอ้ ถอยกอ่ นท่ีจะทา ความสาเรจ็ ก็ดีกว่าไมไ่ ดล้ งมือทาเลย
หากเดินตามรอยเท้าคนอ่ืน ก็ไม่มวี นั คืน การทาตามคนอน่ื ตลอดเวลา ก็ไมม่ โี อกาสได้แสดง
ทจ่ี ะมีรอยเทา้ เป็นของตนเอง ผลงานของตนเอง หรอื เป็นคนทีไ่ มม่ คี วามสามารถ
คนโงย่ ่อมเป็นเหยอื่ ของคนฉลาด แต่ อย่าอวดฉลาด เพราะอาจจะมคี นที่ฉลาดกว่า แตไ่ ม่
คนฉลาดก็พลาดใหก้ ับคนท่ฉี ลาดแลว้ แสดงออกใหเ้ ราเห็น
แกล้งโง่
๒๒๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 224 7/17/18 10:30 AM
๒๒๒ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ท ท๗๗//ผผ..๒๒--๐๐๔๔
ใบงานที่ ๐๔
คาขวญั คาคม
คาชแี้ จง เลือกข้อความท่กี าหนดให้ นาไปใสล่ งในช่องตารางใหถ้ กู ต้อง
- ความรู้ คูค่ ุณธรรม นาส่อู นาคต
- ศตั รทู ่ีรา้ ยเหลือ ไมเ่ ทา่ กับเกลอื ที่เปน็ หนอน
- สรุ า ยาเสพติด เปน็ ภยั ต่อชวี ติ เป็นพิษตอ่ สงั คม
- เสยี เหง่อื เพราะกฬี า ดีกวา่ เสียน้าตาเพราะยาเสพติด
- ความพยายามครง้ั ทห่ี นึง่ รอ้ ย ดกี วา่ ทอ้ ถอยกอ่ นทีจ่ ะทา
- เรียนรตู้ ลอดชีวติ คดิ อย่างสร้างสรรค์ ก้าวทนั เทคโนโลยี
- ความงามไมค่ งที่ ความดีซิคงทน
- รักษาเวลา รกั ษาหนา้ ที่ ชวี ิตจะดีถา้ คุณมวี นิ ัย
คาขวญั คาคม
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๒๒๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 225 7/17/18 10:30 AM
๒๒๓
ทท๗/๗ผ./๒ผ-๐.๒๕-๐๕
ใบงานท่ี ๐๕
คาคม
คาชี้แจง เลือกขอ้ ความทม่ี ีคาคมทางซา้ ยมือ มาเขียนทางดา้ นขวามือ
๑. พอ่ ทางานหนกั เพื่ออนาคตของลูก ..............................................................................................................................
๒. เกดิ มาไม่เท่า แต่ถา้ เราทา ก็ก้าวทัน ..............................................................................................................................
๓. ใช้สติ ใชป้ ญั ญา ไตร่ตรองดู แลว้ จะรู้เอง ..............................................................................................................................
๔. นักสารวจเดินทางไปยงั เขาเขียว ..............................................................................................................................
๕. ขา้ แต่ทา่ นผู้เจริญ โปรดหยดุ กอ่ น ..............................................................................................................................
๖. ชีวิตจะส้ินสดุ เม่อื เราหยดุ ฝัน ..............................................................................................................................
๗. ผูค้ นจะเคารพนบนอบคนมเี งิน ..............................................................................................................................
๘. อนาคตไม่แนน่ อน อย่ามวั ซอ่ นความดไี ว้ ..............................................................................................................................
๙. ทุกคร้ังท่ีเราให้ สิ่งทไี่ ดก้ ็คือเรา ..............................................................................................................................
๑๐. สมองของคนเรามีพ้ืนทจี่ ากัด ..............................................................................................................................
โปรดจดั สรรแตส่ ิ่งทดี่ ๆี ไว้
๒๒๖ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 226 7/17/18 10:30 AM
๒๒๔ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ท ๗ท/ผ๗./๒ผ.-๒๐-๐๖๖
ใบงานท่ี ๐๖
การแตง่ คาขวญั
คำชี้แจง แต่งคาขวัญ ในประเด็นที่เก่ยี วกบั วันพ่อ อยา่ งน้อย ๕ คาขวัญ
ความยาวคาขวญั ละไมเ่ กิน ๑๖ พยางค์
…………………………………………………………
…………………………………………………………
…………………………………………………………
…………………………………………………………
…………………………………………………………
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๒๒๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 227 7/17/18 10:30 AM
๒๒๕
ท ๗/ผ.๓
ท๗/ผ.๓
ใบความรู้
ความหมายโดยนยั
ความหมายโดยนยั หมายถึง ความหมายของคา หรือข้อความในแงม่ ุมอืน่ ๆ ท่ีมิใช่
ความหมายหลักหรือความหมายท่ีรูก้ นั โดยทวั่ ไป เรยี กอกี อย่างหนงึ่ ว่า "ความหมายแฝง"
อนง่ึ คาว่า "นัย" หมายถงึ ขอ้ สาคญั , ความ, ความหมาย, แนว, ทาง หรอื แง่
ตัวอย่างคาทม่ี คี วามหมายโดยนยั
- ดาว หมายถงึ บคุ คลที่เด่นในทางใดทางหนง่ึ
- เก้าอี้ หมายถงึ ตาแหนง่
- เพชร หมายถึง บคุ คลที่มีคา่
- กา หมายถึง ความต่าต้อย
- หงส์ หมายถึง ความสูงสง่ ผู้ดี ผู้มีศักดศ์ิ รี
- ดวงใจ หมายถงึ ส่ิงสาคัญทส่ี ดุ
- ทะเล หมายถงึ ความอ้างว้าง
- สีดา หมายถงึ ความชั่วร้าย สิง่ ไม่ดี อัปมงคล
- สีขาว หมายถึง บริสทุ ธิ์
- ภาษาดอกไม้ หมายถงึ พูดจาสุภาพ พดู ไพเราะออ่ นหวาน
- แกะดา หมายถงึ แปลกแตกตา่ งจากคนอน่ื ๆ
- ไฟเขียว หมายถึง เหน็ ชอบ อนมุ ตั ิ
- หนิ หมายถึง ยาก
- ยืน่ ซองขาว หมายถงึ ไล่ออกจากงาน
- หนอนหนังสือ หมายถงึ คนทช่ี อบอา่ นหนงั สือ
- แพะรับบาป หมายถึง ผทู้ ต่ี กเปน็ ผู้ตอ้ งหาหรือไดร้ บั โทษแทนผทู้ ท่ี าผดิ จริง
ปรบั ปรงุ จาก วิกิพเี ดีย สารานุกรมเสรี
๒๒๘ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรียน) กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 228 7/17/18 10:30 AM
๒๒๖ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ท ๗ท๗//ผผ..๓๓--๐๐๗๗
ใบงานท่ี ๐๗
ความหมายโดยนยั
คาช้แี จง ขีดเสน้ ใต้คาทีม่ ีความหมายโดยนัยจากประโยคทีก่ าหนดให้ แล้วนา
คานน้ั ไปแตง่ ประโยคใหม่ใหถ้ กู ตอ้ งและสละสลวย
ตวั อยา่ ง สมหญงิ เป็นคนเคม็ ทส่ี ุดในบา้ น
คา เคม็
ประโยค : คนเค็มมกั ไม่มใี ครชอบ เพราะไม่เออ้ื เฟ้ือต่อผอู้ ืน่
๑. เธอเปน็ ดาวตัง้ แต่ยงั เดก็
คา .................................................................................................................................
ประโยค : ……………………………………………………………………………………………………….
๒. เธอเป็นเพชรน้าเอกของวงการเพลง
คา....................................................................................................................................
ประโยค : .....................................................................................................................
๓. ใบเตยแตง่ ตวั เปร้ียวมาก
คา ..................................................................................................................................
ประโยค : .....................................................................................................................
๔. ส.ส. เมืองไทยไมเ่ คยแย่งเกา้ อี้กัน
คา ..................................................................................................................................
ประโยค : .....................................................................................................................
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๒๒๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 229 7/17/18 10:30 AM
๒๒๗
ท ท๗๗//ผผ..๓๓--๐๐๗๗
๕. เส้ือของเธอเป็นเส้อื โหลหรือเปล่า
คา ..........................................................................................................................
ประโยค : .............................................................................................................
๖. สมชายมีชีวติ เหมือนนกขมิ้น
คา ..........................................................................................................................
ประโยค : .............................................................................................................
๗. ข้อสอบวชิ าภาษาไทยหนิ มาก
คา ..........................................................................................................................
ประโยค : .............................................................................................................
๘. การทากบั ข้าวเปน็ เร่ืองกลว้ ย ๆ
คา ..........................................................................................................................
ประโยค : .............................................................................................................
๙. หนังสอื เลม่ น้เี ด็ดมาก
คา ..........................................................................................................................
ประโยค : .............................................................................................................
๑๐. พอี่ าบนา้ รอ้ นมากอ่ นเธอนะ
คา ..........................................................................................................................
ประโยค : .............................................................................................................
๒๓๐ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 230 7/17/18 10:30 AM
๒๒๘ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ท๗ท/ผ๗.๓/-ผ๐.๘๓-๐๘
ใบงานที่ ๐๘
ความหมายโดยนัย
คาชี้แจง เลอื กประโยคท่มี ีความหมายโดยนยั จากใบความรู้ จานวน ๑๐ ประโยค
และคัดลายมือด้วยตวั บรรจงเตม็ บรรทดั
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................. ......................
....................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
.................................................................................................................................................................
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๒๓๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 231 7/17/18 10:30 AM
๒๒๙
ทท๗๗//ผผ.๔.๔
ใบความรู้
สุภาษติ คาพังเพย สานวนไทย
สุภาษิต หมายถงึ ถ้อยคาทกี่ ล่าวเป็นทานองใหข้ อ้ คิด คติ ส่งั สอนเพ่อื ใหก้ ระทาความดี
และละเวน้ ความช่วั เช่น ความพยายามอย่ทู ไี่ หน ความสาเรจ็ อยู่ทีน่ ัน่ ฝนทั่งใหเ้ ป็นเขม็
ทาดีไดด้ ี ทาชว่ั ไดช้ ั่ว อย่าชิงสุกก่อนห่าม อย่าเห็นกงจกั รเป็นดอกบัว กงเกวยี นกงกรรม
รกั ววั ให้ผูกรกั ลกู ให้ตี
คาพงั เพย หมายถงึ ถ้อยคาที่แสดงความจริง ไมไ่ ดส้ อนโดยตรง จะเป็นคาทก่ี ลา่ วไว้
ใหต้ คี วามหมายเขา้ กับเรอ่ื ง มคี วามหมายทานองติชม การเปรยี บเทียบ และให้ข้อคิด
ในการปฏิบัติ เช่น คางคกข้ึนวอ กระตา่ ยตืน่ ตูม เห็นช้างขี้ อย่าข้ีตามชา้ ง ไกง่ ามเพราะขน
คนงามเพราะแตง่ นา้ พึง่ เรือเสอื พึ่งปา่
สานวน หมายถงึ ถอ้ ยคาทเี่ รียบเรียงดว้ ยความคมคาย สละสลวย ใช้พดู สื่อสารกนั
มคี วามหมายเป็นนัย กินความลึกซ้งึ มกั เปน็ คาเปรียบเทียบ เช่น หัวหกก้นขวิด หมไู ปไกม่ า
ตีนเทา่ ฝาหอย ออ้ ยเข้าปากชา้ ง ขวานผ่าซาก คว้านา้ เหลว ป้นั น้าเปน็ ตวั น้ารอ้ นปลาเป็น
นา้ เยน็ ปลาตาย ฯลฯ
ขอ้ สงั เกต โดยทั่วไปสานวนจะมคี วามหมายครอบคลมุ ถึงสภุ าษิต คาพังเพยดว้ ย
จงึ ยากทจ่ี ะแยกกันได้เด็ดขาด
ตัวอย่าง สานวน สุภาษิต คาพังเพย
กวา่ ถ่วั จะสุก งาก็ไหม้ (ทาอะไรไม่ทันท่วงที)
กนิ บนเรือนแล้วขรี้ ดหลงั คา (เนรคณุ )
กินปูนรอ้ นทอ้ ง (ทาผิดแลว้ มักออกตวั แสดงพิรธุ )
เก็บเบ้ยี ใตถ้ ุนร้าน (ทางานไดเ้ งินเล็ก ๆ นอ้ ย ๆ ก็เอา)
๒๓๒ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 232 7/17/18 10:31 AM
๒๓๐ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ทท๗/๗ผ/.๔ผ.๔
ตัวอย่าง สานวน สภุ าษิต คาพงั เพย
ขายผา้ เอาหน้ารอด (ยอมเสียทกุ อย่างเพื่อรักษาช่อื เสยี ง)
ขิงก็รา ขา่ กแ็ รง
(ตา่ งคนต่างแรง ไม่ยอมกนั เร่อื งเล็กกเ็ ลยกลายเปน็ เร่ืองใหญไ่ ป เพราะทิฐิมานะ)
ขี่ช้างจับตก๊ั แตน (ทาเร่ืองเลก็ ให้กลายเป็นเรือ่ งใหญ่ ไดผ้ ลไม่คุ้มกบั ทต่ี อ้ งเสยี ไป)
เข้าตามตรอก ออกตามประตู (ทาอะไรให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนยี มประเพณ)ี
เขา้ เถือ่ นอย่าลมื พร้า ได้หน้าอย่าลืมหลงั
(อยา่ ประมาทตอ้ งเตรียมให้พร้อม และใหม้ สี ตกิ าหนดจดจาใหด้ )ี
เข้าเมอื งตาหล่ิว ต้องหล่ิวตาตาม
(ประพฤตใิ ห้ถูกตอ้ งตามกาลเทศะ เม่อื ไปอยู่ในพวกเขาแลว้ ก็ตอ้ งประพฤติ
คล้อยตามเขา)
เขยี นเสือให้วัวกลวั (ขูใ่ ห้กลวั )
คนดีตกนา้ ไมไ่ หล ตกไฟไมไ่ หม้
(คนดไี ปที่ไหนก็มคี นอยากคบหาสมาคมด้วย ไม่ลาบาก)
คนเดยี วหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนกลับมาได้
(มเี พอื่ นหลายคน ย่อมดกี วา่ เพื่อว่าจะได้ชว่ ยเหลือกนั และกัน)
คนรกั เท่าผืนหนัง คนชังเท่าผนื เสอ่ื
(คนที่รกั เรามีนอ้ ยคล้ายผนื หนัง คนชงั มมี าก อยา่ งกบั เสื่อลาแพน)
คบคนให้ดหู น้า ซือ้ ผ้าใหด้ ูเนือ้ (การคบเพอ่ื นใหด้ ูนสิ ยั ใจคอให้ลึกซ้งึ ก่อน)
คบคนพาล พาลพาไปหาผดิ คบบัณฑติ บัณฑิตพาไปหาผล
(คบเพื่อนไมด่ ยี ่อมนาความเดอื ดร้อนมาให้ คบเพอ่ื นดียอ่ มดีตาม)
คบคนดีมศี รแี กต่ วั คบคนชวั่ อปั ราชัย
(อัปราชยั (อบั -ปะ-รา-ชัย) ในทนี่ ม้ี คี วามหมายเท่ากับ ปราชัย (ปะ-รา-ชัย)
คอื พ่ายแพ้ หมายถงึ ไม่เปน็ มงคลแกต่ ัว)
ปรับปรุงมาจาก www.เกร็ดความร้.ู net
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๒๓๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 233 7/17/18 10:31 AM
๒๓๑
ทท๗๗/ผ/ผ.๔.-๔๐๙-๐๙
ใบงานที่ ๐๙
สานวนไทย คาพังเพย สภุ าษิต
คาช้แี จง เลือกคาสภุ าษิตท่กี าหนดให้เติมลงในชอ่ งวา่ งให้เหมาะสม
เกลือเปน็ หนอน
ความประมาทเป็นหนทางสคู่ วามตาย
ตนเป็นทพ่ี งึ่ แหง่ ตน
เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
ความพยายามอยู่ท่ไี หน ความสาเรจ็ อยู่ทน่ี น่ั
กว่าถ่ัวจะสกุ งากไ็ หม้
๑. ผจู้ ัดการบอกว่าความลับของบรษิ ัทเราถูกเปิดเผยเพราะ………………………………….....……..
๒. “เราเกิดมาท้งั ทชี ีวติ หน่งึ อยา่ หมายพงึ่ ผใู้ ดให้เขาหยัน
ควรคะนงึ พ่งึ ตนทนกัดฟัน คิดบากบ่นั ตง้ั หน้ามานะทา”
บทร้อยกรองน้ีใหข้ อ้ คดิ ใด…………………………………..………………………...................………..
๓. “ในการศกึ ษาเลา่ เรียนหรอื การทางานใด ๆ ถา้ ทุกคนมคี วามมุ่งม่ันยอ่ มประสบผลสาเร็จ”
คากลา่ วนต้ี รงกบั สภุ าษิตว่า……………………………………………………………..............………….
๔. เราไมค่ วรอาฆาตพยาบาทผู้ใด ควรอภยั ให้เขาเพราะ
…………………………………………………………………………………………………………….................
๕. สุรวิ ิภา เธอไมค่ วรขับรถดว้ ยความเร็วนะ เพราะ………………………………………………...…….
๒๓๔ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุม สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 234 7/17/18 10:31 AM
๒๓๒ ทท๗๗//ผผ.๔.-๔๑-๐๑๐ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ใบงานที่ ๑๐
สานวน คาพงั เพย สภุ าษติ
คาชแ้ี จง เตมิ สุภาษติ สานวนไทยใหต้ รงกับภาพ พรอ้ มบอกความหมายใหถ้ ูกต้อง
ตวั อยา่ ง
“ยืน่ หมยู น่ื แมว”
หมายถึง แลกกันโดยต่างฝา่ ยต่างให้และรับในเวลาเดียวกนั
“ …………………………………………………………… ”
หมายถึง ………………………………………………………………………..
“ …………………………………………………………… ”
หมายถึง ………………………………………………………………………..
“ …………………………………………………………… ”
หมายถึง ………………………………………………………………………..
“ …………………………………………………………… ”
หมายถึง ………………………………………………………………………..
“ …………………………………………………………… ”
หมายถึง ………………………………………………………………………..
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๒๓๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 235 7/17/18 10:31 AM
๒๓๓
ท ๗ท/๗ผ/ผ.๔.๔--๑๑๑๑
ใบงานท่ี ๑๑
สานวน คาพงั เพย สุภาษิต
คาช้แี จง นกั เรียนวาดภาพสุภาษิตหรือสานวนไทย คนละ ๑ สานวน พรอ้ มระบายสีให้สวยงาม
............................................................................................ ........................................................................
............................................................................................................................. .....................................
.................................................................................................................................................. ..................
................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .......................................
..................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................
.....................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
......................................................อ...ย...่ใู..น...ด....ุล..ย...พ....นิ ...จิ...ข...อ...ง..ค...ร...ผู ...สู้ ...อ...น.........................................................
..................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
........................................................................................................................................... .......................
........................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................. .....................................
๒๓๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 236 7/17/18 10:31 AM
๒๓๔
ท ๗/ผ.๔-๑๒
๒๓๔ ท๗/ผ.๔-๑๒
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ใบงานที่ ๑๒ ท๗/ผ.๔-๑๒
วิเคราะห์สุภาษติ สานวนไทย
ใบงานที่ ๑๒
คาชแ้ี จง เขยี นขอ้ ความท่ีกาหนดวสใเิ คหารใ้ นาสะใ่วหนน์สตสภุ าาุภรษาางิตษส“ิตาคนุณวนธรไทรมยนาสุข” ใหส้ อดคล้องกัน
คาชแ้ี จเงกบ็ เขเบียน้ียขใต้อถ้คนุวารมา้ ทนี่กาหนทดสใาหงาใ้านสน่ใวตนนตัวสเาปุภรา็นางษเก“ติ ลคุีณยวธรรมนารส่วขุ ม”แใรหงส้รอ่วดมคใจล้องกัน
เรหกว่ น็บมักเเหเใกกลเจนอบ็็บก็ไกั าเเมผบลเเอตบส็กย้ี ารผมใาเตีบสสน้ถมาู้ อ้ ุนสนยรู้อ้ า้ ยน เหไกปหเทลกบ็ ดลางั็บหงงัส้วหาสอยฟู้ นอู้ฟมก้าตม้าันรหัวรหอเมอนนปมมา้าา้น็ รดรสสเิบิบว้ก้ดู้ดู ยลินินียกวัน มรนม่วนสีสา้ มหาีสลา้ แยึงหนลรพตึง่ึงนงใงึพัวรงึ่จบแ่วใงึเรดจมทบรียเใบรจดจวรบขียจใาวหบด้คใหรบค้ บราบทบาท
ร่วมใจไมตรี ไปดว้ ยกนั มาดว้ ยกนั สายตัวแทบขาด
คุณธรรมนำสขุ
คุณธรรมนำสขุ
คณุ คธรุณรธมรรม ขขอ้ ้อคคววาามม ควคามวหามมาหยมาย
ควาคมวปารมะปหระยหดั ยัด
ความควขายมันขหยมนั หนั่ มเพั่นยีเพรยี ร
ความสามัคคี
ความสามคั คี
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๒๓๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 237 7/17/18 10:31 AM
๒๓๕ ท ท๗๗//ผผ..๔๔--๑๑๓๓
ใบงานท่ี ๑๓
วิเคราะห์ขอ้ ความ
คาชีแ้ จง แยกขอ้ ความท่ีกาหนดให้ ลงในช่องตาราง
มรี ายไดน้ ้อยกว่ารายจ่าย แยึดบมง่ ห่ันนในา้ หทไลีก่ทักันยปรบัระผชิดาชธอปิ บไตย ไม่ไว้ใจกนั
การแตกความสามัคคีกนั ขายสิทธ์ ขายเสียง มีลกู มากเกิน ๓ คน
วางแผนการใช้จ่าย สมานฉันท์ ปรองดองกนั
ราคาข้าวตกต่า หวั หนา้ ครอบครัวรบั ผิดชอบผ้เู ดียว สามคั คีคือพลัง
ทุกคนชว่ ยกนั ทางาน เคารพสถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
ครอบครวั มคี วามสุข ครอบครวั ไม่ดีมีทุกข์
ประเทศดีมคี วามสขุ ประเทศมคี วามทกุ ข์
๒๓๘ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 238 7/17/18 10:31 AM
๒๓๖ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ท ๗/ผ.๕
ท๗/ผ.๕
ใบความรู้
การทอ่ งบทอาขยาน
กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายกาหนดใหม้ ีการทอ่ งอาขยานอย่างจริงจังในสถานศกึ ษา
ตัง้ แต่ปีการศึกษา ๒๕๔๒ เปน็ ต้นไป โดยมวี ตั ถุประสงคข์ องการท่องอาขยาน ดงั นี้
๑. เพ่ือให้นกั เรยี นตระหนกั ในคุณคา่ ของภาษาไทย และใหซ้ าบซึง้ ในความไพเราะของ
บทรอ้ ยกรอง
๒. เพือ่ เปน็ พนื้ ฐานในการแตง่ คาประพันธ์
๓. เพ่ือเป็นการสอ่ื ในการถ่ายทอดคุณธรรม คตธิ รรมและข้อคิดที่เป็นประโยชน์แกเ่ ยาวชน
๔. เพื่อส่งเสรมิ ใหม้ ีจติ สานึกทางวัฒนธรรมของคนในชาติ
บทอาขยานทก่ี าหนดใหท้ ่องจา
บทอาขยายที่ให้นักเรยี นท่องจาน้นั แบ่งเป็น ๓ ประเภท คอื บทอาขยานที่เปน็ บทหลกั
บทรอง และบทเลอื กอสิ ระ
บทหลกั หมายถึง บทอาขยานท่กี ระทรวงศึกษาธิการเปน็ ผกู้ าหนดใหน้ ักเรียนนาไป
ท่องจาเพื่อความเปน็ อนั หนึง่ อนั เดยี วกนั ทั่วประเทศ
บทรอง หมายถงึ บทอาขยานทีค่ รูผสู้ อนหรือสถานศึกษาเป็นผกู้ าหนดให้นกั เรียน
ท่องจาเสริมจากบทอาขยานท่กี ระทรวงศึกษาธิการกาหนด (บทหลัก) เปน็ บทร้อยกรองท่มี ี
ลักษณะตรงตามหลกั เกณฑก์ ารคัดเลอื กบทอาขยาน อาจเปน็ บทร้อยกรองทแ่ี สดงภูมปิ ัญญา
ทอ้ งถิน่ เช่น เพลงพน้ื บา้ น เพลงกล่อมเดก็ คา่ วชอ ผญา เพลงชานอ้ ง เพลงเรือ บทกวีรว่ มสมยั
ทมี่ ีคุณค่า ฯลฯ โดยกาหนดใหท้ ่องจาภาคเรยี นละ ๑ บท เปน็ อย่างนอ้ ย
บทเลือกอิสระ หมายถึง บทอาขยานที่นกั เรยี นแตล่ ะคนเลอื กสรรมาทอ่ งเองดว้ ยความ
สมัครใจ หรอื ด้วยความชื่นชอบ อาจเป็นบทร้อยกรองที่มีผ้แู ต่งไว้ หรือเปน็ บทร้อยกรองที่
นักเรียนแต่งขน้ึ เอง หรอื ผปู้ กครองเปน็ ผูแ้ ตง่ ข้นึ กไ็ ด้ แตต่ อ้ งบอกไดว้ ่ามเี หตผุ ลอยา่ งไรจงึ เลือก
บทร้อยกรองนน้ั ๆ มาทอ่ งจาเปน็ บทอาขยานของตนเอง โดยความเหน็ ชอบของครผู สู้ อนหรอื
สถานศึกษา
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรงุ ) ๒๓๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 239 7/17/18 10:31 AM
๒๓๗
ทท๗๗/ผ/.ผ๕.๕
บทรอ้ ยกรองทจี่ ะคัดเลอื กใหเ้ ปน็ บทรองและบทเลอื กอิสระ ควรมลี ักษณะ ดงั นี้
๑. มีเนอ้ื หา ความยากง่ายเหมาะสมกบั วัย
๒. มีความยาวพอเหมาะพอควร
๓. มคี ณุ ธรรม คติธรรม ใหแ้ นวทางการดาเนินชวี ิตทดี่ งี าม
๔. มีสุนทรยี รสทางภาษา
๕. มคี วามถกู ต้องตามฉนั ทลักษณ์
๖. มรี ูปแบบทีห่ ลากหลาย
การอ่านบทอาขยานตามหลกั การทวั่ ไป
การอา่ นบทอาขยานสว่ นใหญเ่ ป็นการอ่านออกเสียง คอื ผ้อู า่ นเปล่งเสียงออกมาดงั ๆ
ในขณะทีใ่ ช้สายตากวาดไปตามตัวอกั ษร ยึดหลกั การอา่ นออกเสยี งเหมือนหลกั การอ่านทั่วไป
เพือ่ ใหก้ ารอ่านออกเสยี งมปี ระสทิ ธภิ าพ ควรฝกึ ฝนดงั นี้
๑. กวาดสายตาจากคาต้นวรรคไปยงั ท้ายวรรค และเคลื่อนสายตาไปยังวรรคถดั ไป
อยา่ งรวดเร็ว โดยไมต่ ้องส่ายหนา้ ตามไป เพอ่ื เปน็ การอา่ นลว่ งหนา้ ทาให้การอ่านออกเสียง
ตอ่ เนอื่ งกันไปโดยไม่สะดดุ
๒. ฝึกเปลง่ เสยี งใหด้ งั พอประมาณโดยพิจารณาถงึ กล่มุ ผ้ฟู ังและสถานที่ แตไ่ มต่ ะโกน
ควรบังคับเสียง เน้นเสยี ง ปรับระดบั เสียงสงู - ตา่ ให้สอดคล้องกบั จังหวะลลี า ท่วงทานอง และ
ความหมายของเนอื้ หาท่อี ่าน
๓. อา่ นดว้ ยเสยี งที่ชัดเจน แจ่มใส ไพเราะ มีกระแสเสยี งเดยี ว ไม่แตกพร่า เปลง่ เสยี ง
จากลาคอโดยตรงด้วยความม่ันใจ
๔. ควรทรงตวั และรกั ษาอากัปกริ ยิ าใหถ้ กู วธิ ี จะชว่ ยให้ระบบกล้ามเนื้อต่าง ๆ ทางาน
ประสานกนั ทาให้เปลง่ เสียงได้ดี มีท่วงทา่ น่าเช่ือถอื ลักษณะการทรงตัวทถี่ ูกวิธีคือ ไม่ว่าจะยืน
หรือนั่งอา่ น ลาตวั ตอ้ งต้ังตรง และอยูใ่ นอาการสมดลุ ควรถอื บทหรือหนังสือหา่ งจากสายตา
ประมาณหนงึ่ ฟตุ ขณะอา่ นพยายามให้ลาคอต้งั ตรง เงยหน้าเลก็ น้อย สบตากบั คนฟงั เปน็ ระยะ ๆ
๕. อา่ นออกเสยี งให้ถกู อักขรวธิ หี รือความนิยม และต้องเขา้ ใจเนอื้ หาของบทอาขยาน
๖. อา่ นออกเสยี ง ร ล คาควบกลา้ ใหถ้ กู ต้องชัดเจน
๗. อ่านใหถ้ กู จงั หวะและวรรคตอน
๘. พยายามอ่านใหไ้ ดอ้ ารมณ์และความรู้สึกตามเน้อื หา
๒๔๐ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 240 7/17/18 10:31 AM
๒๓๘ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ท ท๗๗//ผผ..๕๕
การอ่านบทอาขยานเปน็ ทานองเสนาะ
การอ่านบทอาขยานเปน็ ทานองเสนาะช่วยให้บทอาขยานนั้นมคี วามไพเราะ นกั เรยี น
เกิดความสนใจจดจาบทอาขยานไดด้ ี และสนุกสนานย่ิงขึน้ การฝกึ อ่านทานองเสนาะมีข้นั ตอน
ดังน้ี
๑. อ่านเปน็ ร้อยแก้วธรรมดาให้ถูกตอ้ งชดั เจนตามอักขรวธิ ีก่อน ท้ัง ร , ล ตัวควบกลา้
อา่ นออกเสยี งใหต้ รงตามเสียงวรรณยกุ ต์
๒. อ่านให้ถูกจงั หวะวรรคตอน การอา่ นผดิ วรรคตอน ทาใหเ้ สยี ความ
๓. อ่านให้สัมผัสคลอ้ งจองกันเพอื่ ความไพเราะ
๔. อ่านให้ถูกทานองและลลี าของคาประพนั ธ์แตล่ ะชนดิ คาประพันธแ์ ตล่ ะชนิด
จะมีบังคบั จานวนคาสัมผสั หรอื คาเอก คาโท แตกต่างกัน การอ่านทานองเสนาะจึงตอ้ งอ่าน
ให้ถูกท่วงทานองและลลี าของคาประพันธ์แต่ละชนิด
๕. อา่ นโดยใช้นา้ เสียงใหเ้ หมาะสมกบั เนื้อหาและอ่านพยางค์สุดท้ายของวรรค
ด้วยการทอดเสียง แล้วปล่อยใหห้ างเสียงผวนขนึ้ จมกู
ประโยชนข์ องการทอ่ งบทอาขยาน
การท่องจาบทอาขยาน เปรียบเสมอื นเป็นบนั ไดข้นั แรกท่ีนาไปสกู่ ารคิด เมอื่ มขี ้อมลู
มีตัวอยา่ งท่ีดีซึ่งเป็นคลังความรทู้ ่ีเราเกบ็ ไวก้ บั ตวั ต้องการใช้เมอื่ ใดเรากส็ ามารถนาออกมาใช้
ได้ทนั ที การทอ่ งจาบทอาขยานเป็นพน้ื ฐานทีน่ าไปสู่การเลือกจาบทประพนั ธท์ ่ีดีและมีคุณคา่
ทัง้ ในเชงิ ภาษาและเนอื้ หาท่เี ราได้พบในชวี ติ ประจาวนั ตอ่ ไป
การทอ่ งจาบทอาขยานมปี ระโยชน์ สรุปไดด้ ังนี้
๑. ช่วยให้เกิดความซาบซ้ึงในเร่อื งท่ีอา่ น
๒. ฝึกการคดิ วิเคราะหป์ ระเมนิ คา่ เรอ่ื งที่อ่าน
๓. เปน็ ตัวอย่างการใชภ้ าษาทีไ่ พเราะ
๔. ชว่ ยใหม้ คี ติประจาตัว สอนใจให้ระลกึ ถงึ คุณธรรมทไี่ ด้จดจา
๕. ชว่ ยกลอ่ มเกลาและจรรโลงใจใหป้ ระณีตมากขน้ึ
๖. เปน็ ตวั อย่างการแต่งคาประพนั ธ์ตามรปู แบบท่ไี ดท้ อ่ งจา
๗. ได้รับความเพลิดเพลนิ สนุกสนาน
๘. สามารถนาไปใช้อ้างอิงในงานตา่ ง ๆ ได้
ปรบั ปรงุ มาจาก www.thaigoodview.com
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๔๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 241 7/17/18 10:31 AM
๒๓๙
ท๗/ทผ.๕๗/ผ.๕
บทอาขยาน
ผู้ชนะ
ผ้ชู นะ
เมือ่ ทาการสิ่งใดด้วยใจรัก ถงึ งานหนักกเ็ บาลงแล้วครึ่งหน่งึ
ด้วยใจรักเปน็ แรงทีเ่ ร้ารึง ให้มงุ่ มน่ั ฝนั ถงึ ซ่ึงปลายทาง
เมอื่ ทาการสิ่งใดใจบากบ่ัน ไมไ่ หวหวัน่ อปุ สรรคเป็นขวากขวาง
ถงึ เหนอ่ื ยยากพากเพียรไม่ละวาง งานทุกอยา่ งเสรจ็ เพราะกล้าพยายาม
เม่ือทาการสงิ่ ใดใจจดจ่อ คอยเตมิ ต่อตง้ั จติ ไม่คิดขาม
ทาด้วยใจเปน็ ชวี ติ คอยติดตาม บงั เกดิ ผลงอกงามตามต้องการ
เมื่อทาการสงิ่ ใดใคร่ครวญคดิ เหน็ ถูกผดิ แก้ไขให้พน้ ผา่ น
ใชส้ มองตรองตริคิดพจิ ารณ์ ปรากฏงานกา้ วไกลไม่ลาเค็ญ
ความสาเรจ็ จะวา่ ใกลก้ ใ็ ช่ท่ี จะวา่ ไกลฤากม็ อี ยู่ใหเ้ ห็น
ถา้ จรงิ จงั ตั้งใจไม่ยากเยน็ แล้วจะเปน็ ผูช้ นะตลอดกาล
บุญเสริม แก้วพรหม
๒๔๒ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 242 7/17/18 10:31 AM
๒๔๐
ทท๗/ผ๗.๕/-ผ๑.๕๕-๑๔
ใบงานที่ ๑๔ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ท่องจาอาขยาน
คาช้ีแจง เตมิ บทอาขยานทขี่ าดหายไปให้สมบูรณ์
ผู้ชนะ
เมือ่ ทาการสง่ิ ใดด้วยใจรัก .....................................................
ดว้ ยใจรักเป็นแรงท่เี ร้ารงึ ใหม้ ่งุ มัน่ ฝนั ถึงซึง่ ปลายทาง
.......................................... ไมไ่ หวหวน่ั อปุ สรรคเปน็ ขวากขวาง
ถึงเหนอื่ ยยากพากเพียรไม่ละวาง งานทุกอยา่ งเสร็จเพราะกลา้ พยายาม
............................................... คอยเติมต่อตั้งจติ ไมค่ ดิ ขาม
ทาด้วยใจเปน็ ชีวติ คอยติดตาม บงั เกิดผลงอกงามตามต้องการ
................................................. เหน็ ถกู ผดิ แก้ไขใหพ้ ้นผา่ น
ใช้สมองตรองตริคดิ พิจารณ์ ...............................................
ความสาเรจ็ จะว่าใกลก้ ็ใชท่ ่ี จะวา่ ไกลฤาก็มีอยู่ให้เห็น
......................................... แลว้ จะเป็นผู้ชนะตลอดกาล
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๔๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 243 7/17/18 10:31 AM
๒๔๑
ท ๗/ผ.๕-๑๕
ท๗/ผ.๕-๑๖
ใบงานท่ี ๑๕
ท่องจาอาขยาน
คาชีแ้ จง อา่ นบทอาขยาน “ผชู้ นะ” และบอกขอ้ คิดท่ีได้
ผ้ชู นะ
เมื่อทาการสิง่ ใดดว้ ยใจรัก ถงึ งานหนักก็เบาลงแลว้ ครึ่งหนง่ึ
ดว้ ยใจรกั เปน็ แรงที่เรา้ รึง ให้มงุ่ มน่ั ฝนั ถงึ ซง่ึ ปลายทาง
เม่ือทาการสิง่ ใดใจบากบั่น ไมไ่ หวหว่ันอุปสรรคเป็นขวากขวาง
ถึงเหนอ่ื ยยากพากเพยี รไมล่ ะวาง งานทกุ อย่างเสรจ็ เพราะกลา้ พยายาม
เม่ือทาการส่งิ ใดใจจดจ่อ คอยเติมต่อต้งั จิตไม่คิดขาม
ทาด้วยใจเป็นชีวติ คอยตดิ ตาม บังเกดิ ผลงอกงามตามต้องการ
เม่ือทาการส่ิงใดใครค่ รวญคิด เหน็ ถูกผิดแก้ไขให้พ้นผา่ น
ใชส้ มองตรองตรคิ ดิ พิจารณ์ ปรากฏงานก้าวไกลไม่ลาเค็ญ
ความสาเร็จจะวา่ ใกลก้ ใ็ ช่ที่ จะวา่ ไกลฤากม็ อี ยใู่ ห้เหน็
ถา้ จริงจังตัง้ ใจไม่ยากเย็น แล้วจะเปน็ ผชู้ นะตลอดกาล
บุญเสริม แกว้ พรม
สรปุ ข้อคดิ ท่ีได้
............................................................................................................................
............................................................................................................................
๒๔๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรยี น) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 244 7/17/18 10:31 AM