๒๔๒
ทท๗/๗ผ/.๕ผ.๕ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ งดงามสาํ นวน
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๗ แ บบทดสอบหลังเรยี น
งดงามสานวน
คาชแ้ี จง เขยี นเครอื่ งหมาย × ทบั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ถี กู ต้องทีส่ ดุ
๑. คาวา่ “ข้นึ ” ในขอ้ ใดมคี วามหมายโดยนัย
ก. ฉนั เห็นเห็ดโคนข้นึ อยู่ใตต้ น้ มะขาม ข. ฝนตกหนกั อย่างนตี้ ้นไม้ข้นึ ดีนัก
ค. แมใ่ หน้ อ้ งขนึ้ ไปอยู่บนบา้ น ง. พกั น้มี อื ขน้ึ ดที าอะไรกส็ าเรจ็
๒. ขอ้ ใดมีความหมายวา่ “เอาความลบั ไปให้ศัตรู”
ก. สาวไสใ้ ห้กากิน ข. หน้าเนอ้ื ใจเสอื
ค. ขี่ชา้ งจบั ตกั๊ แตน ง. เข็นครกขึ้นภเู ขา
๓. “ปั้นน้าเป็นตัว” หมายความวา่ อย่างไร ข. กลบเกล่ือนความชัว่
ก. ทาส่ิงทีค่ นอ่นื ไมท่ า ง. พยายามพดู ให้เหน็ จรงิ
ค. แสร้งทาเร่อื งไม่จรงิ ใหเ้ ป็นจรงิ
๔. ข้อใดใช้สานวนเปรยี บเทยี บได้ถูกตอ้ ง
ก. เหตุการณย์ ังไม่เกิดอย่าวิตกกงั วลทาเป็นกระด่ไี ด้น้าไปได้
ข. เด็กคนนี้ทางานไม่เสรจ็ เหมือนเหยยี บข้ีไก่ไมฝ่ ่อ
ค. เขาเปน็ คนพูดเกง่ มากจนนา้ ไหลไฟดบั
ง. พ่ีนอ้ งค่นู ้ีไม่มใี ครยอมใครเหมอื นสาวไส้ให้กากิน
๕. วันนีป้ ้าทาขนมใสน่ ้าตาลมอื หนกั ไปหนอ่ ย คาทขี่ ดี เส้นใตม้ ีความหมายวา่ อยา่ งไร
ก. มากกวา่ ปกติ ข. เทา่ เดมิ
ค. นอ้ ยกว่าปกติ ง. ไม่มขี อ้ ถูก
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๔๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 245 7/17/18 10:31 AM
๒๔๓
ทท๗๗//ผผ..๕๕
๖. ขอ้ ใดคลอ้ งจองกบั คาว่า “รปู ไมห่ ลอ่ ” ข. สวยท้ังวัน
ก. พอ่ ไม่รวย ง. เสอื ลายสวย
ค. ฉันกบั เธอ
๗.“ขบั รถอยา่ ................ถ้าหากพลาดอาจถึงตาย” ควรเติมคาใดคาขวญั จึงจะสมบรู ณ์
ก. นอนหลบั ข. ประมาท
ค. ขับเรว็ ง. ใจลอย
๘. “อันดอกบัวมมี าก หลากหลายสี ลว้ นมีผู้ชื่นชมนยิ มหนอ” คาทีข่ ดี เสน้ ใตส้ ัมผสั
กบั คาในขอ้ ใด
ก. หลาก ข. หลาย
ค. ล้วน ง. ช่ืน
๙. “อย่บู า้ นทา่ นอย่าน่ิงดูดาย ...............................” จงเติมประโยคคาคมให้สมบรู ณ์
ก. ปน้ั วัวปั้นควายให้ลูกท่านเลน่ ข. ช่วยทาความสะอาดบา้ น
ค. ลา้ งถว้ ยลา้ งชามใหท้ ่านบา้ ง ง. ข้างข้ึนเดอื นหงายสบายจริง
๑๐. “เดก็ ดี.............. รู้จกั ให้และแบง่ ปนั ” ควรเตมิ คาใดคาขวัญจงึ จะสมบูรณ์
ก. สดใส ข. มสี ติ
ค. มีวินัย ง. เสยี สละ
๒๔๖ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 246 7/17/18 10:31 AM
๘
อา นจับใจความ ยอตามคดิ
6102149L01e-�6 (��.).indd 247 7/17/18 10:31 AM
6102149L01e-�6 (��.).indd 248 7/17/18 10:31 AM
๒๔๖
ทท๘๘//ผผ.๑.๑
ท๘ /ผ.๑
แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๘ อ่านจับใจความ ยอ่ ตามคดิ ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
..........................................................................................................................................
คาช้ีแจง เขยี นเครอื่ งหมาย × ทับอกั ษรหน้าคําตอบที่ถกู ต้องทสี่ ดุ
๑. วิธจี ับผดิ โฆษณาท่โี ออ้ วดสรรพคณุ เกินจรงิ คอื ถา้ เป็นส่ือสง่ิ พมิ พ์ เชน่
หนงั สอื พมิ พ์ แผ่นพับ ใบปลิว ฯลฯ จะต้องมเี ลขที่อนุญาตโฆษณา ถ้าเปน็ สอื่
ทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือเครื่องกระจายเสยี งทโ่ี ออ้ วดวา่ สามารถรักษาโรคมะเร็ง
เบาหวาน อมั พาต วณั โรค โรคทางสมอง หัวใจ ตบั มา้ ม ไต หรอื ระบวุ ่าช่วยเสรมิ
สุขภาพของรา่ งกาย ตลอดจนมกี ารลด แลก แจก แถม จงู ใจให้ซ้อื หรอื รบั รอง
สรรพคุณในรปู แบบของบทสัมภาษณผ์ ู้มปี ระสบการณก์ ารใช้ยา กส็ นั นษิ ฐาน
ไดเ้ ลยว่าไม่จรงิ ตอ้ งระวงั อย่าไปหลงเชอื่
ขอ้ ใดสรุปใจความสําคัญได้ดที ีส่ ุด
ก. โรคหายไดข้ อง ต้องอ่านสรรพคณุ ข. เชอ่ื โฆษณาทางทีวี โรคไม่มีแน่นอน
ค. สมั ภาษณผ์ ู้ใช้ยา ปรารถนาพน้ โรคภยั ง. สรรพคุณยามากมาย อันตรายอย่างมหนั ต์
๒. ความรูด้ ูยง่ิ ล้าํ สนิ ทรัพย์
คิดคา่ ควรเมืองนับ ยิ่งไซร้
เพราะเหตุจกั อยกู่ บั กายอาต – มานา
โจรจกั เบียนบ่ได้ เรง่ รู้เรยี นเอา
บทร้อยกรองนี้ ใจความสําคญั ตรงกบั ขอ้ ใดมากทสี่ ุด
ก. ความรู้คือทรัพยส์ นิ รู้ใช้กนิ พ้นภยั พาล
ข. วิชานาํ มาใช้ ผลทไ่ี ดค้ อื เงินตรา
ค. หนังสอื คอื สมบตั ิ หมั่นฝกึ หดั จะสุขใจ
ง. ความคิดผลิตเงิน ใช้ใหเ้ พลนิ ไม่มภี ัย
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๒๔๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 249 7/17/18 10:31 AM
๒๔๗
ทท๘/๘ผ/.๑ผ.๑
ท๘ /ผ.๑
๓. คําศพั ท์ในข้อใด ควรมาก่อนคาํ ศัพท์อน่ื ค. คริสตม์ าส ง. คละคลุง้
ก. คลนิ ิก ข. ครองแครง
๔. ข้อใดเรยี งลําดับคําศัพทไ์ ดถ้ ูกต้องตามพจนานกุ รม
ก. ตะกร้า ถวัลย์ ทโมน น้าํ เง้ียว
ข. ภกิ ษุ ประเคน ถวาย นมิ นต์
ค. เมขลา เนรมติ ราชบัลลังก์ ทอดกฐิน
ง. ยมิ นาสตกิ จนิ ตนาการ ชมดชมอ้ ย ขะมักเขมน้
๕. ขอ้ ตกลงในการอยรู่ ว่ มกนั คอื
๑. การตรงต่อเวลา
๒. การมสี ัมมาคารวะ
๓. การรกั ษาความสะอาด
๔. การแต่งกายท่ถี ูกตอ้ งและเรียบรอ้ ย
จากข้อตกลง ปฏิบตั ิตามข้อใดแสดงความเปน็ ไทยได้ชัดเจนทส่ี ุด
ก. การตรงต่อเวลา
ข. การมีสมั มาคารวะ
ค. การรักษาความสะอาด
ง. การแต่งกายทีถ่ ูกตอ้ งและเรียบร้อย
๖. การขาดคณุ ธรรมขอ้ ใด ทจ่ี ะทําให้สงั คมไม่สงบสุข ข. ความรับผิดชอบ
ก. ความประหยัด ง. ความสะอาด
ค. ความมวี นิ ยั
๗. การเขียนรูปแบบคํานํายอ่ ความมีประโยชน์อยา่ งไร
ก. ทําให้ทราบทีม่ าของเรื่อง
ข. ทําให้ทราบรายละเอยี ดของเรอ่ื ง
ค. ทาํ ให้ทราบจุดประสงคข์ องผูเ้ ขียน
ง. ทําให้เขียนย่อความไดส้ ะดวกยง่ิ ขน้ึ
๒๕๐ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 250 7/17/18 10:31 AM
๒๔๘
ท๘ท/ผ๘.๑/ผ.๑
ท๘ /ผ.๑
๘. หลายคนเช่ือว่ายาชดุ เปน็ ยาท่แี รงดี และราคาถูก ซ่งึ ความจรงิ แลว้ อันตรายมาก หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
เพราะมักมตี ัวยาซ้าํ ซ้อนกัน เชน่ ยาชดุ แกป้ วดเมอื่ ย กจ็ ะมียาแก้ปวดอยู่ ๒ – ๓ เมด็
ซง่ึ หนงึ่ ในน้ันอาจผสมสารสเตยี รอยด์ที่เป็นอันตรายอยู่ก็ได้ ทําใหบ้ างคนถึงกับกระเพาะ
ทะลุ อกี ทง้ั บางชุดอาจมตี ัวยาเกนิ ความจําเปน็ เชน่ ยาชุดลดไข้อาจจะมียาแก้ไอ
รวมอยู่ด้วย ทําให้ผู้ปว่ ยที่ไม่ได้ไอก็ตอ้ งรบั ยาแกไ้ อไปดว้ ย หรอื ในบางชดุ อาจมี
ยาปฏชิ ีวนะทาํ ใหเ้ ส่ียงต่อการดื้อยาของเช้ือโรค เนื่องจากไดร้ บั ยาไมค่ รบขนาด หรอื
ไดร้ ับยาท่ไี มต่ รงกับเชื้อโรคท่ีเปน็ สาเหตุของอาการป่วย รวมถงึ อาจมยี าเสอื่ มคุณภาพ
หรือยาปลอมปะปนอยู่ กินแลว้ อาจมีอนั ตรายถงึ ชวี ิตได้
จากบทความข้างตน้ ขอ้ ใดย่อความไดต้ รงประเดน็ และกระชบั ท่ีสุด
ก. ไมค่ วรรบั ประทานยาชุดเพราะไมม่ ีคณุ ภาพ
ข. ไม่ควรรบั ประทานยาชุดเพราะไมม่ คี วามจําเปน็
ค. ไมค่ วรรบั ประทานยาชุดเพราะเป็นอนั ตรายต่อรา่ งกาย
ง. ไม่ควรรับประทานยาชุดเพราะมตี วั ยามากเกินความจําเป็น
๙. “วนั นแ้ี ม่ทาํ แกงอะไรมาใส่บาตรให้ผม” พระลกู ชายถามผู้เป็นแม่
ขอ้ ใด ใชค้ ําสรรพนามแทนคําทข่ี ดี เสน้ ใต้ไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. คณุ ................ฉัน
ข. โยม..............อาตมา
ค. คุณแม่...........กระผม
ง. ทา่ น .............ขา้ พเจ้า
๑๐. “ขอพระองคท์ รงพระเจริญ” ข. สรรพนามบรุ ษุ ท่ี ๑ และ ๒
คาํ ท่ีขีดเส้นใต้ ทําหน้าท่ตี ามข้อใด ง. สรรพนามบุรษุ ที่ ๓
ก. สรรพนามบรุ ุษท่ี ๑
ค. สรรพนามบรุ ษุ ที่ ๒
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๒๕๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 251 7/17/18 10:32 AM
๒๔๙
ท๘ท/ผ๘.๑/ผ.๑
ใบความรู้
การอ่านจับใจความสาคัญ
ท๘
ใจความสาคญั คือ ขอ้ ความสําคัญของเร่ือง จะตัดออกไปไม่ได้ ถ้าตดั ออกไปจะทาํ ให้
เนือ้ ความเปลยี่ นแปลงไปหรอื ไดค้ วามไมค่ รบถ้วน การอา่ นเพ่ือจับใจความสําคัญ ผู้อ่านต้องมี
สมาธิในการอา่ น และผู้อ่านจะตอ้ งเขา้ ใจเรื่องที่อ่าน แล้วตั้งคําถามเกีย่ วกบั เรอ่ื งทอี่ า่ นว่า ใคร
ทาํ อะไร ที่ไหน เม่ือใด อย่างไร แล้วตอบคาํ ถามเหลา่ นนั้ แตเ่ พยี งส้นั ๆ แตใ่ หไ้ ด้ใจความชดั เจน
จากน้นั นํามาเรียบเรยี งใหเ้ ป็นประโยคหรือข้อความส้ันๆ
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คอื การอ่านเพอื่ คน้ หาสาระสําคญั ของเร่อื งที่อ่าน ในหน่งึ
ยอ่ หนา้ จะมีใจความสําคญั ทสี่ ดุ เพียงใจความเดียว นอกน้ันจะเปน็ ใจความรอง ซ่ึงใจความสําคญั
จะปรากฏ อยู่ตามย่อหน้าต่างๆ ของเรื่องทอ่ี ่าน อาจอยูส่ ว่ นตน้ สว่ นกลาง หรอื สว่ นทา้ ย
หลกั การอา่ นจับใจความสาคญั มดี ังต่อไปนี้
๑. อา่ น เพื่อทําความเข้าใจเน้ือหาในแตล่ ะยอ่ หน้า
๒. คิด โดยตง้ั คําถามว่า ใคร ทาํ อะไร ทไ่ี หน เมื่อไร อยา่ งใด
๓. เขียน ร่างขอ้ ความหรือคาํ ตอบท่ีไดไ้ ว้เปน็ ตอนๆ
๔. เรียบเรยี ง นาํ ข้อความท่ีสรปุ ไว้มาเรยี บเรียงใหเ้ ปน็ ข้อความ โดยใช้คําสันธานเชอ่ื ม
และเปน็ สาํ นวนภาษาของตนเอง
ตัวอยา่ งข้อความ
การท่ีเรามาอยู่วัด มานงุ่ ขาวห่มขาว ไม่ใช่ถือแต่ศลี แปดข้อเทา่ น้นั แต่เราตอ้ งนึกวา่ ศลี
นน้ั คือความมรี ะเบียบ มวี ินัย เราเดินอย่างมรี ะเบียบมวี ินยั น่ังอย่างมีระเบียบ กนิ อยา่ งมรี ะเบยี บ
ทําอะไรก็ทาํ อย่างมรี ะเบยี บ ดงั นั้นการรักษาศีลจึงเป็นการบงั คบั ตนเองใหม้ รี ะเบียบวนิ ยั ในการ
กระทาํ สิ่งต่างๆ
ใจความสาคญั คือ การรักษาศีลจึงเป็นการบังคบั ตนเองใหม้ ีระเบยี บวินยั ในการ
กระทาสงิ่ ตา่ งๆ
๒๕๒ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 252 7/17/18 10:32 AM
๒๕๐ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
ท๘ท/ผ๘.๑/ผ.๑
ท๘/ผ.๑-๐๑
ใบงานขน้ั นา
การอา่ นจับใจความสาคัญ
คาช้ีแจง อา่ นนิทานเร่อื ง “ธรรมะโอสถ” แลว้ ตอบคาํ ถามในแผนภาพความคท๘ดิ /ผ.๑ – ๐๑
ธรรมะโอสถ ๐๑๐๑๐๑
ชายหนุ่มคนหนง่ึ คิดวา่ พระพุทธศาสนาต้องมดี ีอะไรแนน่ อน ไม่อยา่ งนนั้
ผูเ้ ฒา่ ผู้แกท่ งั้ หลายคงจะไม่ทาํ บญุ ให้ทานใสบ่ าตรพระสงฆ์ไดท้ กุ วัน จงึ อยากไดอ้ ะไรดี ๆ
จากพระพทุ ธศาสนาบ้าง เขาขอสมัครเข้าไปบวชเปน็ พระอยูท่ ี่วดั แหง่ หน่ึง
หลงั จากบวชแล้ว เขาก็ตงั้ ใจศึกษาเลา่ เรยี นธรรมะและสอบไดถ้ งึ นักธรรม
ชนั้ เอกซ่งึ เป็นชัน้ สูงสดุ หลังจากน้ันได้พยายามท่องพระปาติโมกข์จนจําได้คลอ่ งแคล่ว และ
อ่านพระไตรปิฎกจนจบ ๔๕ เล่ม บางเลม่ อ่านหลายเท่ยี ว เพราะเป็นคนขยันเอาจรงิ เอาจัง
เขาบวชได้ ๘ พรรษากข็ อลาสกึ
หลังจากสึกแล้วกไ็ ปมีครอบครวั ทํามาหากินเหมือนคนท่ัวไป แต่ไม่ประสบ
ความสําเร็จในหน้าทก่ี ารงาน ยงั ตัง้ ตวั ไม่ได้
หลายปีผ่านไปก็ไม่ทําให้เขาดขี ึน้ เขาจงึ คดิ ว่าธรรมะทีเ่ ขาได้เรยี นมาไม่ได้
ช่วยอะไรเขาเลย วันหนง่ึ เขาไปหาหลวงพ่อที่วัด แลว้ บอกทา่ นว่า “หลวงพอ่ ครับ ธรรมะ
ในพระพุทธศาสนานี่ ผมเห็นวา่ ไม่มีประโยชน์อะไร ผมศึกษาเลา่ เรยี นจนรู้เร่อื งตลอด แต่ก็
ไมช่ ่วยใหผ้ มดขี ้นึ ไดเ้ ลย ผมยงั ตั้งตัวไม่ไดจ้ นเด๋ียวน้ี”
หลวงพ่อฟังแลว้ ไดแ้ ต่ยิ้ม ๆ ไม่ต่อความอะไร และไมไ่ ดอ้ ธบิ ายไขขอ้ ข้องใจ
ใหเ้ ขาดว้ ยเหน็ วา่ เขาเรียนมามากแลว้ เขาเห็นวา่ หลวงพ่อนิง่ เฉยอยูจ่ ึงลากลบั บา้ น
ตอ่ มาไมก่ ว่ี นั หลวงพ่อไมส่ บาย เปน็ หวัด ไอ และเจ็บคอมาก จงึ ให้เด็กวัดไปตาม
ทดิ คนนัน้ มา และเล่าอาการให้ฟงั ท้ังขอให้ไปซื้อยาแกไ้ อให้หนอ่ ย
เขาจงึ รบี ไปตลาดซื้อยาแก้ไอมาถวายหลวงพอ่ หลังจากน้นั อีก ๒ - ๓ วัน
เขาเข้าไปหาหลวงพ่ออกี เพ่ือถามอาการ “เปน็ ไงบ้างครับหลวงพ่อ หายดแี ลว้ หรือยงั ”
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๕๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 253 7/17/18 10:32 AM
๒๕๑
ทท๘๘/ผ/.ผ๑.๑
ท๘/ผ.๑-๐๑
“ยังไมห่ ายเลย ดเู หมือนจะหนกั กวา่ เกา่ เสียดว้ ย” หลวงพอ่ ตอบเสยี งแหบ ๆ
และไอโขลก ๆ แล้วเสรมิ วา่ “สงสยั จะซ้ือยาผดิ มา จงึ ไม่ไดผ้ ล”
แกเ้ จ็บคอ ขบั เสเมขหาหะยิบขเขวาดจยงึ าถมาามดหูใหลวแ้ งนพ่ใอ่จวมา่ นั “กห็เปล็นวงยพา่อแไกมไ้ ๐ไ่อด๑ฉ้อ๐ล่า๑นา๐กฉ๑ยลาากกบ็ยอาหกทรว๘ือ่าย/คผาร.แ๑บั ก”–ไ้ อ๐๑
“อา่ นสิ อ่านหลายครั้ง อ่านจนท่องจําไดว้ ่าแก้ไอ แกเ้ จ็บคอ ขบั เสมหะ”
“อ้าว แล้วทําไมหลวงพ่อยังไมห่ ายล่ะครบั ” “ฉนั ไมไ่ ดก้ ินมนั ฉันเพยี งอา่ น
ฉลากอยา่ งเดียว” หลวงพ่อตอบหน้าตาเฉย
เขาชักฉนุ หลวงพอ่ เลยต่อวา่ ไปวา่ “โธห่ ลวงพ่อ ยาน่ีแคอ่ า่ นฉลากอย่างเดยี ว
แต่ไมไ่ ด้กนิ มันจะรักษาโรคใหห้ ายอย่างไรกนั หลวงพ่อก็”
“เออจรงิ ของเอง็ ไหนสง่ ยามาใหซ้ ิ” หลวงพอ่ ตอบ แลว้ เปิดขวดยาท่ีเขาสง่ ให้
ยกข้ึนจิบนิดหน่ึง แล้วพูดว่า “ธรรมะของพระพุทธเจา้ ก็เหมอื นยาแกไ้ อขวดน้นี ั่นแหละ
ไอ้ทิดเอย๊ อ่านแต่ธรรมะทอี่ ยู่ในตาราพระไตรปิฎก แตไ่ ม่ไดเ้ อามาปฏิบตั ติ าม ก็แกท้ ุกข์
แกจ้ นให้ไม่ได้หรอก เหมอื นอ่านแค่ฉลากยาจะทาให้หายโรคได้อย่างไรกนั จริงไหมเล่า”
เขาไม่ตอบหลวงพอ่ แตต่ าสว่างข้นึ มาทันที
นทิ านชาดก
๒๕๔ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 254 7/17/18 10:32 AM
๒๕๒
ท๘/ผ.๑-๐๑ท ๘ท/ผ๘./๑ผ.๑
แผนภาพความคิด ท๘/ผ.๑ – ๐๑ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
การจับใจความสาคญั จากเรือ่ งทอ่ี า่ น
นิทานเรื่อง “ธรรมะโอสถ”
๐๑๐๑๐๑
ใจความสาคญั ของเร่ืองท่อี ่าน ข้อคดิ ท่ไี ดจ้ ากนิทานทอี่ า่ น
……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………… …………………………………………………
…………………………………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………………………………… …………………………………………………
……………………………………………………………………... …………………………………………………
……………………………………………………………………… …………………………………………………
…………………………………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………………………………… …………………………………………………
…………………………………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………………………………… …………………………………………………
…………………………………………………
นทิ าน
ธรรมะโอสถ
การนาข้อคดิ ทไ่ี ด้ไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวัน
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………..……………
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๕๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 255 7/17/18 10:32 AM
๒๕๓
ท๘ท/ผ๘.๑/ผ-๐.๑๑-๐๑
.
ใบงานที่ ๐๑
การอา่ นจับใจความสาคัญ
คาชแ้ี จง อ่านบทรอ้ ยกรองเรอ่ื ง “สีศ่ ิษย์พระดาบส” แลว้ ตอบคาํ ถามในทแ๘ผ/นผภ.๑าพ–ค๐ว๒าม๐ค๒ดิ๐๑
บทรอ้ ยกรอง กลอนสุภาพ
เร่อื ง ส่ีศิษย์พระดาบส
ศษิ ยท์ ง้ั ส่ีเรอื งฤทธิน์ ่าพิศวง อีกดาํ รงเอกลกั ษณ์แหง่ ถน่ิ ฐาน
แต่ถือตวั อวดอา้ งอหังการ แบง่ แยกงานศลิ ปส์ ยามอันงามงด
วา่ นอ้ มจติ บูชาพระดาบส
มอบของขวัญวนั ทนาพาให้คิด สง่ิ กาํ หนดอาํ นาจอันอาจอง
หรอื แขง่ คูณมลู คา่ มาแทนทด ดว้ ยหว่ันเกรงชงิ ชัยจนใหลหลง
ศิษย์ประสงค์เปน็ เอกเฉกยอดชาย
แตล่ ะคนคดิ แคบแบบตนเอง กลบั หมกมุ่นขนุ่ เคอื งกเ็ สอื่ มสลาย
พระฤๅษีรู้แจง้ แหง่ ใจจง บา้ นเมอื งหมายอยสู่ ุขทุกหมชู่ น
ย่อมปกป้องครองกนั ทกุ แห่งหน
ทุกคนมฝี ีมอื อนั ลอื เลื่อง ก่อเกิดผลสร้างสรรค์ทุกวันคืน
จึงสงั่ สอนเตอื นสตอิ ธิบาย ถา้ เสาหนง่ึ ล้มควาํ่ แล้วเสาอนื่
ยากจะยืนอย่เู หน็ เปน็ บทเรียน
มือที่ส่งสอดประสานสมานฉันท์ พลงั จิตเผอ่ื แผม่ ิแปรเปล่ียน
มิตรไมตรีมีไว้ในกมล เพ่ิมพากเพียรผดงุ ธรรมล้ําเลศิ คุณ
เย็นด้วยพระบารมที ี่เกื้อหนนุ
เหมอื นบา้ นซึง่ พง่ึ เสาเข้าคอยคํา้ ชว่ ยคาํ้ จนุ ชวี าสถาพร
ก็ซวดเซทรุดสง่ ลงพงั ครืน
ศษิ ยท์ ั้งสม่ี วี ิชาพาผูกมติ ร
รวมแสงรักสอ่ งสว่างดังดวงเทียน
อย่แู ผ่นดนิ เดยี วกันฉันนอ้ งพ่ี
ทกุ ภาคส่วนสมั พันธ์บันดาลบญุ
หนงั สือเรยี นภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒๕๖ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 256 7/17/18 10:32 AM
๒๕๔
ท๘๘/ผ/.ผ๑.-๑๐-๑๐๑
แผนภาพความคดิ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
การจบั ใจความสาคญั จากเรื่องที่อา่ น
บทร้อยกรองเรื่อง “สี่ศิษยพ์ ระดาบส”
ท๘/ผ.๑ – ๐๒ ๐๒๐๑
ใจความสาคญั ของบทรอ้ ยกรอง ขอ้ คดิ ทีไ่ ด้จากนิทานท่ีอ่าน
…………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………. ……………………
……………………………………………………….……………… …………………………………………………
…………………………………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………………………………… …………………………………………………
…………………………………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………………………………… …………………………………………………
…………………………………………………………………….. …………………………………………………
……………………………………………………………………… …………………………………………………
……………………………………………………………………..
………………………………………………………………………
บทรอ้ ยกรอง
สศ่ี ษิ ยพ์ ระดาบส
การนาขอ้ คดิ ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั
…………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..…………..…
……………………………………………………………………………………………………………………………….
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู (สําหรบั นักเรียน) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๒๕๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 257 7/17/18 10:32 AM
๒๕๕
ท๘/ผ.๑-ท๐๒๘/ผ.๑-๐๒
ใบงานท่ี ๐๒
การอ่านจับใจความสาคัญ
.
คาชแี้ จง อ่านบทความเร่อื ง “เรอื นไทยในภาคกลาง” แลว้ ตอบคําถามในแผนภาพความคดิ
เรือนไทยในภาคกลาง
เรอื นไทยในภาคกลางนยิ มยกพ้ืนเรอื นให้สงู ข้นึ จากพน้ื ด้วย
สาเหตหุ ลายประการเหตผุ ลทสี่ ําคญั คือ เพอื่ ให้ปลอดภัยจากสตั วร์ า้ ยหรอื
คนร้ายในเวลาค่ําคนื และเพือ่ ป้องกันนํา้ ท่วมถงึ ตัวบ้าน นอกจากนค้ี นไทย
สมยั ก่อนยังใช้ใต้ถนุ เป็นท่เี ก็บของและเครอื่ งใชเ้ กยี่ วกบั การเกษตร ใชเ้ ป็นท่ี
ประกอบอตุ สาหกรรมในครัวเรอื น เช่น สานกระบุง ตะกรา้ ตาํ ขา้ ว รบั แขก
ใช้เปน็ ทน่ี ัง่ พักผอ่ น และใชเ้ ปน็ ทีจ่ ัดงานประเพณตี า่ งๆ บางแห่งยงั แบง่ สว่ น
ใตถ้ นุ ไวใ้ ชเ้ ล้ยี งสัตว์ เชน่ เป็ด ไก่ หมู วัว ควาย ดว้ ยเช่นกัน
๑๕๙ ภูมิปัญญาไทย
๒๕๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 258 7/17/18 10:32 AM
๒๕๖ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
ท๘ท/ผ๘.๑/ผ-๐.๑๒-๐๒
คาชี้แจง อา่ นบทความเรื่อง “เรือนไทยในภาคกลาง” แลว้ ตอบคําถาม
เร่ือง
“เรือนไทยในภาคกลาง”
ใจความสาคัญ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ คิดทีไ่ ดจ้ ากเรื่องท่อี า่ น เครื่องมอื การเกษตรทรี่ ู้จกั
…………………………………………………… ………………………………….………………
…………………………………………………… ………………………………………..…………
…………………………………………………… ………………………………….………………
…………………………………………………… ………………………………….………………
………………………………….……………… ………………………………….………………
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง) ๒๕๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 259 7/17/18 10:32 AM
๒๕๗
ทท๘๘//ผผ.๒.๒
ใบความรู้
การใช้พจนานุกรม
พจนานุกรม เป็นหนังสือสาหรับค้นคว้าหาความหมายของคา ช่วยให้อ่าน เขียน
และใช้ภาษาไทยไดถ้ ูกตอ้ ง ทั้งคาที่เปน็ ไทยแท้ คาทย่ี มื มาจากต่างประเทศ คาท่ีเกิดข้ึนใหม่
ความรู้ทางวชิ าการ
วิธีเรียงลาดบั คาในพจนานุกรม
๑. เรยี งลาดบั ตามรปู พยญั ชนะดังน้ี
กขขคฅฆงจฉชซฌญฎฏฐฑฒณดตถทธ
น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ฤ ฤๅ ล ฦ ฦๅ ว ศ ษ ส ห ฬ อ ฮ
๒. คาในพจนานุกรมไม่เรียงตามเสียง แต่เรียงตามรูปพยัญชนะ เช่น หญิง หนัง
หมวด กต็ อ้ งไปค้นในหมวดตัวอกั ษร ห หรือคาว่า ทราบ กไ็ ปคน้ หาในหมวด ท
๓. คาในหมวดเดียวกนั จะเรียงลาดบั ตามรปู พยญั ชนะตวั ถดั ไป เช่น
กง (ง เป็นตัวสะกด) มาก่อน กฎ เพราะ ง มากอ่ น ฎ
กฎ มากอ่ น กรด (ร เปน็ ตวั ควบกลา้ ) เพราะ ฎ มากอ่ น ร
๔. คาทข่ี ึน้ ต้นด้วยพยัญชนะและตามด้วยสระ จะมาหลังคาท่ีข้ึนต้นด้วยพยัญชนะ
และตามดว้ ยพยัญชนะ เชน่ กร่อย มาก่อน กระ, คม มาก่อน คะ
๕. การเรียงคาทขี่ ้ึนต้นด้วยพยญั ชนะและตามด้วยสระ จะเรยี งรูปสระดงั นี้
-ะ -ั -ัะ -า -ำ -ิ -ี -ึ -ื -ุ -ู เ- เ-ะ เ-า เ-าะ เ-ิ เ-ี
เ-ะี เ-ื เ-ืะ แ- แ-ะ โ- โ-ะ ใ- ไ-
๖. คาทีไ่ มม่ ีรูปวรรณยกุ ต์จะมาก่อนคาท่ีมีวรรณยุกต์ คาที่มีวรรณยุกต์จะเรียงจาก
เอก โท ตรี จตั วา
หมายเหตุ ถ้าต้องการทราบทมี่ าของคา ใหด้ จู ากอักษรย่อทา้ ยคา เช่น
ข. หมายถงึ เขมร, จ. หมายถึง จนี , ส. หมายถงึ สันสกฤต, อ. หมายถงึ องั กฤษ
เรยี บเรยี งจาก พจนานกุ รม ฉบบั ราชบัณฑติ สถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
๒๖๐ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นักเรียน) กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 260 7/17/18 10:32 AM
๒๕๘ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
ท๘ /ผ.๒
ท ๘/ผ.๒
ใบความรู้
รู้ความหมายของคา อ่านคาไดถ้ กู ต้อง
คา
ร้ชู นดิ ของคา ประโยชน์ของพจนานกุ รม เขยี นคาไดถ้ ูกตอ้ ง
รลู้ ักษณะการใชค้ า
รู้ทม่ี าของคา
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรุง) ๒๖๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 261 7/17/18 10:32 AM
๒๕๙
ท๘/ผ.๒-๐๓
ท ๘/ผ.๒-๐๓
ใบงานที่ ๐๓
การใช้พจนานุกรม
คาชี้แจง จัดลาดบั คาทเ่ี ป็นสานวน สุภาษิต ให้ถูกตอ้ งตามหลกั การใช้พจนานกุ รม
๑. ตี ปลา หนา้ ไซ
…………………………………..
๕. ตา บอด ได้ แวน่ สานวนสุภาษติ ๒. จับ เสอื มอื เปลา่
……………………………… …………………………………
๔. ฆา่ ช้าง เอา งา ๓. น้า ผ้งึ หยด เดยี ว
………………………………….. …………………………………..
๒๖๒ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 262 7/17/18 10:32 AM
๒๖๐ ท ๘/ผ.๒-๐๔
ท๘/ผ.๒-๐๔
ใบงานท่ี ๐๔ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
การใช้พจนานุกรม
คาช้แี จง เรยี งลาดับคาแตล่ ะข้อตามพจนานกุ รม แลว้ เขียนความหมายของคา
พรอ้ มทั้งนาคามาแตง่ ประโยค
๑. ครน้ื เครง เกรงใจ ใฝ่ดี สกี า
เรยี งลาดับคาที่ ...................... หมายถึง ...........................................................................
ประโยค : ...........................................................................................................
เรียงลาดบั คาที่ ...................... หมายถงึ ...........................................................................
ประโยค : ...........................................................................................................
เรยี งลาดบั คาที่ ...................... หมายถึง ...........................................................................
ประโยค : ...........................................................................................................
เรียงลาดบั คาที่ ...................... หมายถงึ ...........................................................................
ประโยค : ...........................................................................................................
๒. มัธยสั ถ์ หัตถกรรม อามฤต มติ รภาพ
เรยี งลาดบั คาที่ ...................... หมายถงึ ...........................................................................
ประโยค : ...........................................................................................................
เรยี งลาดับคาท่ี ...................... หมายถงึ ...........................................................................
ประโยค : ...........................................................................................................
เรียงลาดับคาท่ี ...................... หมายถึง ...........................................................................
ประโยค : ...........................................................................................................
เรียงลาดับคาท่ี ...................... หมายถงึ ...........................................................................
ประโยค : ...........................................................................................................
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ๒๖๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 263 7/17/18 10:32 AM
๒๖๑
ท ท๘๘//ผผ..๓๓
ใบความรู้
การปฏบิ ตั ติ นในการอยู่รว่ มกนั ในสังคม
การอยู่รว่ มกันในสงั คม
การอยู่ร่วมกันในชุมชนด้งั เดมิ น้นั ส่วนใหญจ่ ะเปน็ ญาติพน่ี อ้ งไมก่ ต่ี ระกลู ซ่ึงได้
อพยพยา้ ยถิ่นฐานมาอยู่ หรือสบื ทอดบรรพบุรษุ จนนับญาตกิ นั ได้ทง้ั ชมุ ชน มคี นเฒา่ คนแก่
ทช่ี าวบา้ นเคารพนับถอื เป็นผนู้ า หนา้ ที่ของผูน้ าไมใ่ ช่การส่ัง แต่เปน็ ผู้ใหค้ าแนะนาปรึกษา
มคี วามแมน่ ยาในกฎระเบยี บประเพณีการดาเนินชวี ิต ตดั สินไกลเ่ กล่ียหากเกดิ ความ
ขดั แย้ง ช่วยกันแก้ไขปญั หาตา่ ง ๆ ท่เี กดิ ขึ้น ชาวบา้ นอยอู่ ยา่ งพ่ึงพาอาศยั กัน ยามเจ็บไข้
ไดป้ ่วยกจ็ ะช่วยเหลือกนั ท้ังแรงกายแรงใจ มีการแบง่ ปนั ช่วยเหลอื เออื้ อาทรกันในชมุ ชน
ตา่ ง ๆ จะมผี ู้มีความรู้ ความสามารถหลากหลาย เช่น เกง่ ทางดา้ นการรกั ษาโรค ทางการ
เพาะปลูกพชื ทางการเลีย้ งสัตว์ ทางด้านดนตรกี ารละเลน่ และทางดา้ นพิธกี รรม คน
เหล่าน้ตี ่างก็ใช้ความสามารถเพอ่ื ประโยชน์ของชมุ ชน โดยไม่ถอื เปน็ อาชีพทีม่ ีคา่ ตอบแทน
อย่างมากก็มี "คา่ ครู" แตเ่ พียงเล็กน้อย ซงึ่ ปกตแิ ลว้ เงนิ จานวนนนั้ กใ็ ชส้ าหรับเครื่องมอื
ประกอบพิธีกรรม หรอื เพ่ือทาบญุ ทีว่ ดั มากกว่าจะเก็บไวใ้ ชเ้ อง เพราะแทท้ ี่จริงแล้ว "วิชา"
ทค่ี รถู า่ ยทอดมาให้ลกู ศิษยจ์ ะต้องนาไปใชเ้ พือ่ ประโยชน์ทางสงั คม ไมใ่ ช่เพอ่ื ผลประโยชน์
ส่วนตัว การตอบแทนจงึ ไม่ใชเ่ งนิ หรอื สง่ิ ของเสมอไป แต่เปน็ การช่วยเหลือเกอ้ื กลู กันโดย
วธิ กี ารต่าง ๆ ดว้ ยวถิ ีชวี ติ เช่นน้ี จงึ มคี าถามเพ่ือเป็นการสอนคนรนุ่ หลงั ว่า ถา้ หากคนหน่ึง
จับปลาชอ่ นตัวใหญไ่ ดห้ นึ่งตัว ทาอย่างไรจงึ จะกนิ ไดท้ งั้ ปี คนสมยั น้อี าจจะบอกว่า
ทาปลาเค็ม ปลารา้ หรือเกบ็ รกั ษาดว้ ยวิธีการตา่ งๆ แต่คาตอบที่ถูกต้องคอื แบง่ ปันให้
พนี่ อ้ งเพ่ือนบ้าน เพราะเมอ่ื เขาไดป้ ลา เขาก็จะทากบั เราเชน่ เดยี วกนั
ชีวิตทางสังคมของหม่บู า้ นมศี ูนย์กลางอยู่ท่วี ดั กิจกรรมของส่วนรวมจะทากนั ที่วัด
งานบญุ ประเพณตี ่าง ๆ ตลอดจนการละเลน่ มหรสพ พระสงฆเ์ ป็นผู้นาทางจติ ใจ เป็นครู
ที่สอนลูกหลานผชู้ ายซึง่ ไปรับใช้พระสงฆ์ หรือ "บวชเรยี น" ทงั้ นีเ้ พราะก่อนนยี้ งั ไมม่ ี
โรงเรยี น วดั จึงเปน็ ทัง้ โรงเรยี นและหอประชุมเพ่อื กิจกรรมต่าง ๆ แต่เมอ่ื โรงเรยี นมขี น้ึ
และแยกออกจากวดั บทบาทของวดั และของพระสงฆจ์ ึงเปล่ยี นไป ส่ิงท่ีกลา่ วมาแลว้
เป็นการอยู่รว่ มกันในสังคมทีต่ อ้ งมกี ฎระเบยี บเป็นแนวปฏิบตั ิ เพอ่ื ใหก้ ารอย่รู ว่ มกัน
ในสังคมนั้นๆ มีวนิ ัยและสงบสขุ
๒๖๔ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 264 7/17/18 10:32 AM
๒๖๒ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
ท ๘ ท/๘ผ/.ผ๓.๓-๐๕
ใบงานที่ ๐๕
การปฏิบตั ิตนในการอย่รู ว่ มกนั ในสงั คม
คาชแี้ จง อ่านการปฏิบัติตนในห้องเรียน แล้วเขียนแสดงความคิดเหน็
การปฏบิ ตั ติ นในหอ้ งเรียน (ข้อตกลง)
๑. ตัง้ ใจเรียน
๒. พูดจาสุภาพ
๓. มรี ะเบียบวินัย
๔. รกั ษาความสะอาด
๑. การปฏิบตั ิตนในหอ้ งเรยี นข้อใดมผี ลให้ข้ออนื่ ๆ ประสบผลสาเร็จ คอื .....................
เหตผุ ล ....................................................................................................................
................................................................................................................................
๒. การปฏบิ ตั ิตนในหอ้ งเรยี นตามขอ้ ใดสามารถนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้ดีท่สี ดุ คอื
.........................................เหตุผล ...........................................................................
................................................................................................................................
๓. เขียนการปฏิบตั ิตนในหอ้ งเรยี นตามความคิดเชิงสร้างสรรคเ์ พม่ิ ๑ ขอ้
การปฏบิ ตั ิตนในห้องเรยี นขอ้ ท่ี ๕ คอื ……………………………………………………………
เหตุผล……………………………………………………………………………………………………..…
................................................................................................................................
................................................................................................................................
................................................................................................................................
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรยี น) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรับปรุง) ๒๖๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 265 7/17/18 10:32 AM
๒๖๓
ท ๘ท/๘ผ/ผ.๓.๓-๐-๐๖๕
ใบงานที่ ๐๖
การปฏิบัติตนในการอย่รู ่วมกันในสังคม
คาช้ีแจง เขยี นกฎการปฏิบัติตนในการอยู่รว่ มกันในหมู่บ้าน ไม่น้อยกวา่ ๔ ข้อ
พรอ้ มทงั้ บอกเหตุผลของแต่ละข้อพอเขา้ ใจ
การปฏบิ ัติตนในการอย่รู ่วมกนั ในหมู่บา้ น
๑. สามัคคี
เหตุผล .....................................................................................................
๒. มนี า้ ใจ
เหตุผล .......................................................................................................
.....................................................................................................................
๓. ใช้จ่ายอย่างประหยัด
เหตุผล .......................................................................................................
๔. ปฏิบตั ติ ามกฎของหมูบ่ า้ น
เหตุผล ........................................................................................................
๕. สบื สานประเพณี
เหตผุ ล .......................................................................................................
....................................................................................................................
๖. ยดึ วถิ แี บบไทย
เหตุผล .......................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
๒๖๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 266 7/17/18 10:32 AM
๒๖๔ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
ท ๘/ผ.๔
ท๘/ผ.๔-๐๗
ใบความรู้
การเขียนย่อความ
ย่อความ หมายถงึ การจับใจความสาคัญขอ งเร่อื งที่ได้อ่าน ได้ฟังหรอื ไดด้ ูมาอยา่ งยอ่ ๆ
แลว้ นามาเรียบเรียงใหม่ให้ได้ใจความครบถ้วน ส้ัน ก ระชบั ด้วยสานวนภาษาของตนเอง
หลกั การเขียนย่อความ มดี งั น้ี
๑. อา่ นหรือฟงั เรอ่ื งท่จี ะย่อตัง้ แต่ต้นจนจบอยา่ งนอ้ ย ๒ ครั้ง เพอื่ จับใจความสาคญั
๒. เปลยี่ นการใชค้ าสรรพนามบุรษุ ที่ ๑ หรือบุรุษที่ ๒ เป็นสรรพนามบุรษุ ที่ ๓
๓. การยอ่ คาพดู คาสนทนาของบคุ คล ใหย้ อ่ สรุปความโดยไม่ต้องใสเ่ ครอื่ งหมาย
(“---”)
๔. ใชส้ านวนภาษาของผู้ยอ่ เองในการเขยี นเรยี บเรียงโดยไม่ให้ใจความสาคัญเปล่ียนไป
๕. ถ้าเร่ืองเดิมมีการใช้คาราชาศัพท์ เม่อื ยอ่ แลว้ ก็ต้องใช้คาราชาศัพทใ์ ห้ถูกตอ้ ง
เหมอื นเดมิ
๖. ถ้าเรอ่ื งเดิมมีหลายยอ่ หน้า ใจความท่ียอ่ แล้วใหเ้ ขยี นรวมเปน็ ย่อหนา้ เดียว
๗. ถ้าเป็นบทรอ้ ยกรองตอ้ งถอดความเป็นร้อยแกว้ ก่อน แล้วจึงจบั ใจความสาคัญต่อไป
๘. การยอ่ ความไม่ควรมีความยาวมากกว่าคร่งึ หนง่ึ ของเนือ้ ความเดมิ
ตัวอยา่ งรูปแบบการเขยี นยอ่ ความ
๑. การยอ่ นทิ าน นยิ าย พงศาวดาร ให้บอกประเภท ชือ่ เร่อื ง ผู้แต่ง ทีม่ าของเรอ่ื ง เชน่
ย่อนทิ านเร่อื ง............................ของ.............................จาก......................................
ความวา่ ……………………………………………………………………………………………………..
๒. ยอ่ บทความทางวิชาการ ให้บอกประเภท ชื่อเร่อื ง เจ้าของเรอ่ื ง ท่มี าของเร่ือง เชน่
ยอ่ บทความเร่ือง...............ของ..............จาก...............ฉบบั ท่.ี ..................หนา้ ...........
ความวา่ ……………………………………………………………………………………………………..
๓. ย่อคาสอน ใหบ้ อกประเภท ชือ่ เรื่อง เจา้ ของเร่ือง ท่ีมาของเรอ่ื ง เชน่
ย่อคาสอนเรือ่ ง........................ของ.......................จาก........................หน้า................
ความวา่ ......................................................................................................................
ฯลฯ
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรยี น) กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๖๗
6102149L01e-�6 (��.).indd 267 7/17/18 10:32 AM
๒๖๕
ทท๘/๘ผ./๔ผ-.๐๔๗
ตัวอยา่ ง การเขียนยอ่ ความประเภทคาสอน
เร่อื ง คิดกอ่ นพูด
ลูกรกั .....
ปากคนนั้นนาสุขมาให้ก็ได้ นาทุกข์มาให้ก็ได้ มีคาเตือนมากมายเกี่ยวกับปาก
เช่น “พูดไปสองไพเบีย้ น่ิงเสียตาลงึ ทอง” เมือ่ ลกู คบหากับใคร ทางานทีไ่ หนก็ตาม
ส่ิงที่ต้องระวังให้มากคือปาก ท่านกล่าวว่า “จงเก็บปากไว้ท่ีใจ อย่าเก็บใจไว้ท่ีปาก”
คืออยากพดู อะไรก็เก็บไว้ในใจ อย่าพูดทุกอย่างตามที่ใจคิด พูดมากโอกาสพลาดก็มีมาก
พูดน้อยก็พลาดน้อย เม่ือจาเป็นต้องพูดก็ควรพูดอย่างมีสติ พูดพอประมาณ พูดอย่าง
สร้างสรรค์ ถูกต้องและมีประโยชน์ ท่านบอกไว้ว่า “คาพูดท่ีดังเกินไป คาพูดที่แรง
เกินไป คาพูดทีเ่ กนิ ความจริง ล้วนฆ่าคนพูดผู้โง่เขลาไดท้ ัง้ ส้ิน”
คนสมัยน้ีพูดเก่งและพูดได้มาก แต่มีสักก่ีคนท่ีพูดแบบสร้างสรรค์ ทาให้เกิด
ความสามคั คี ทาให้ทกุ ฝ่ายเกดิ ความสบายใจ แตเ่ ราจะไปห้ามเขาไม่ให้พูดก็ไม่ได้ เขาจะ
พูดดี ไม่ดีอย่างไร พูดก้าวร้าวเสียดสีใครเป็นสิทธิส่วนตัวของเขา เขาพูดเขาก็ต้อง
รับผิดชอบเอง สาคัญลูกอย่าไปพูดอย่างเขาก็แล้วกัน คิดให้ดีก่อนพูดเสมอ ยิ่งพูดถึง
บคุ คลอ่นื ดว้ ยแลว้ ยิ่งตอ้ งระวัง เพราะเราไม่รู้จักเขาดีพอ ไม่รู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเขา
ดีเท่ากับตัวเขาหรอก เราจะไปคาดเอาเองว่าเขาเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้แล้วไปพูดทาให้
เขาเสยี หาย ดูจะไมย่ ตุ ธิ รรมนกั ดที ่สี ดุ คือไมพ่ ดู ถึงคนอื่นโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงดีพอ แม้จะรู้
จริงก็ไม่ควรพูด ถ้าจาเป็นต้องพูดก็ควรพูดอย่างมีสติ พูดด้วยความระมัดระวัง เพราะ
การพูดถึงคนอ่ืนนั้นเสี่ยงต่อการเป็นศัตรูกัน และจะเป็นบาปกรรมด้วย ระวังไว้เป็นดี
ท่ีสดุ
คาพ่อคาแม่ : พระธรรมกิตติวงศ์ ราชบัณฑติ
ย่อคาสอนเรือ่ ง คดิ ก่อนพดู ของพระธรรมกติ ตวิ งศ์ ราชบัณฑติ จากหนังสอื
คาพ่อคาแม่ หน้า ๙๔ – ๙๕ ความวา่
ลูกรกั ปากคนน้ันนาทกุ ข์ นาสขุ มาให้ไดม้ คี าเตือนที่เก่ยี วกับปาก เรอื่ งการพดู มาก
พดู น้อยกท็ าให้เสยี โอกาส ควรพูดเมอ่ื จาเปน็ และพูดอยา่ งมีสติ สร้างสรรค์ ถกู ต้องและ
มปี ระโยชน์ คาพูดท่ดี งั เกนิ ไปเกินจริงล้วนทาร้ายคนพูดไดท้ ง้ั สน้ิ คนสมยั นพ้ี ดู เกง่ และ
พูดได้มากแต่ควรพดู ดว้ ยความระมดั ระวัง เพราะการพดู ถงึ คนอื่นน้ันเส่ยี งตอ่ การเป็น
ศัตรูกนั และจะเปน็ บาปกรรมดว้ ย ระวงั ไว้เปน็ ดที ีส่ ุด
๒๖๘ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนกั เรยี น) กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 268 7/17/18 10:32 AM
๒๖๖
ท ๘/ผ.๔-๐๗
ท๘/ผ.๔-๐๗
ใบงานที่ ๐๗ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
การเขยี นย่อความ
คาชแ้ี จง อ่านนิทานเรอ่ื ง “แกงล้ิน” แล้วเขียนยอ่ ความ
แกงล้ิน
ชายคนหนง่ึ เข้าไปหาหลวงพ่อที่ตนเคารพนับถือ แจง้ ความประสงค์ขอคาถาที่จะ
บันดาลให้เกดิ โชคลาภสักบทหน่งึ “หลวงพ่อครับ ผมยากจนเหลือเกิน ทาอะไรกไ็ มด่ ขี น้ึ
อยากได้คาถาไปภาวนา ใหโ้ ชคลาภสกั บทหนง่ึ ขอหลวงพอ่ ได้โปรดอนุเคราะหด์ ว้ ย”
หลวงพอ่ มองเขาแล้วนัง่ นึกอยพู่ ักหน่งึ แลว้ ตอบเขาไปว่า “คณุ เอ๋ย คาถา
อย่างนน้ั นะ่ ดีอยู่หรอกนะ แตถ่ ้าจะใหด้ ตี ้องทาตามด้วยช่วยคาถา จะทาไดไ้ หมล่ะ”
“ไดซ้ ิครับหลวงพอ่ บอกมาเถดิ ครบั ว่าจะให้ทาอย่างไร” เขารบี ตอบรับ
เมื่อหลวงพ่อบอกคาถา เขารบั ปากวา่ จะทาตามให้ได้ แลว้ กราบลาหลวงพอ่ กลบั บา้ น
ก่อนนอนคืนนั้น เขาเรม่ิ ภาวนาคาถาหลายเท่ียว ตอนเชา้ กภ็ าวนาอกี เสร็จแลว้ กไ็ ป
ทางาน เขาเร่มิ ทาตามข้อปฏบิ ตั ิทคี่ าถาบอกต้ังแตว่ ันนั้น โดยเริ่มเกบ็ หอมรอบรบิ
เงินทองไว้ ตอ่ มาไม่นานก็สามารถต้ังตวั ได้ในทีส่ ดุ เมือ่ มเี งนิ ทุนมากแล้วก็ไปคา้ ขาย
ในต่างถน่ิ ขยายสาขา ขยายกิจการ ธรรมดาคนรวยนั้นยอ่ มจะมคี นมาห้อมลอ้ ม
แสดงตนว่าเป็นญาติเปน็ มิตร โดยหวังจะอาศยั ทรพั ย์ของเขา เศรษฐใี หมน่ ้ันก็เชน่ กัน
เพอ่ื นฝงู ญาติมิตรท่ตี จี ากสมัย ยากจนเร่ิมแวะเวยี นไปมา เม่ือมาถึงต่างกส็ รรเสรญิ
เยนิ ยอเศรษฐมี ากมาย แล้วก็ขออยอู่ าศัยบา้ ง ขอกู้ยืมเงินไปใช้หนี้บ้าง ไปเปน็ ทุนบ้าง
ไปรักษาโรคภยั ไข้เจบ็ บ้าง สดุ แตจ่ ะอ้างกัน เศรษฐกี ็ใจดีใหไ้ ปทุกราย ยิ่งเขามาสรรเสริญ
เยินยอว่า เป็นคนใจดีใจบุญ เศรษฐีก็ยิ่งปลื้มใจใหก้ ู้ให้ยืมเงินทองอยา่ งไมค่ ิดหนา้ คิดหลงั
จนเงนิ ทองเร่ิมร่อยหรอลง ฐานะเรม่ิ ยา่ แยล่ ง แต่เศรษฐมี ีคนใช้เก่าแก่อยูค่ นหนึ่งซ่ึงเปน็
คนซื่อสตั ย์ ทางานกับเศรษฐีมานานจึงรู้เรอื่ งของเศรษฐีไดด้ ี แตไ่ ม่กลา้ เตอื นเศรษฐี
เรอื่ งใชจ้ ่ายฟุ่มเฟือยหมดเปลอื ง ไปกบั คาสรรเสรญิ ป้อยอ ไดแ้ ต่รอโอกาสอยู่
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๒๖๙
6102149L01e-�6 (��.).indd 269 7/17/18 10:32 AM
๒๖๗
ทท๘/๘ผ/.๔ผ-.๐๔๗-๐๗
คราวหน่งึ เศรษฐนี ัดญาตมิ ิตรเพอื่ นฝงู จานวนมากมากนิ เลย้ี งกนั ท่บี ้านเป็นเวลา
๒ วัน แลว้ กส็ ่ังใหค้ นใชค้ นนัน้ จดั การเรื่องอาหารสาหรับเลยี้ งแขกโดยกาชับวา่ ใหจ้ ดั
อาหารทดี่ ีทสี่ ุด คนใช้เห็นเป็นโอกาสทจ่ี ะเตือนเศรษฐีจึงจดั เตรยี มอาหารพเิ ศษสาหรบั
เลี้ยงแขก
กอ่ นเวลาเล้ียง เขาส่งั ใหค้ นลาเลยี งอาหารมาตง้ั ไวบ้ นโตะ๊ แล้วใช้ฝาชปี ดิ ไว้
เมือ่ ถงึ เวลาแขกเหรอ่ื ก็พากนั มาจานวนมาก พรอ้ มกันดแี ลว้ เศรษฐีกเ็ ร่ิมเชิญให้ทกุ คน
เรมิ่ รับประทานอาหารกนั พอแขกเปดิ ฝาชเี ห็นอาหารเข้าเทา่ นัน้ ก็พากันฮาครืน
เพราะปรากฏวา่ อาหารทุกอยา่ งปรุงมาจากลิ้นทง้ั ส้ิน ไมว่ ่า แกง ซุป ตม้ ผดั ป้งิ
ล้วนเป็นล้นิ วัว ลิ้นแพะ ลิ้นแกะ และล้ินสัตวอ์ ื่นท่พี อหาไดใ้ นท้องตลาดเศรษฐีถึงกบั
สะดงุ้ อายก็อาย แต่ก็ลุกไปต่อวา่ คนใชข้ ณะน้นั ไมไ่ ด้ จาใจตอ้ งเชญิ แขกรบั ประทานไป
พอส่งแขกกลับไปหมดแลว้ เศรษฐกี ็เรยี กคนใช้ตัวแสบเขา้ มาพบ แลว้ ถามว่า “บอกมาซิ
พ่อตวั ดี ฉนั สงั่ ให้ทาอาหารที่ดที ่สี ดุ มาเลยี้ งแขก ทาไมมันมแี ตล่ ้ินทั้งนน้ั ” “ลิ้นนแ่ี หละ
ครบั ท่ีดที ส่ี ุด” คนใช้ตอบหนา้ ตาย
“ดียงั ไงวะ วา่ มาซิ” เศรษฐชี ักฉนุ “ทา่ นเป็นเศรษฐีขน้ึ มาได้ก็เพราะลน้ิ
หลวงพอ่ ใช่ไหมครับ ถ้าหลวงพอ่ ไมพ่ ดู สอนทา่ น ทา่ นจะได้เป็นเศรษฐีหรือ แสดงว่าล้นิ น่ี
ดีท่ีสดุ ใช่ไหมครบั ” เศรษฐีต้องจานนด้วยเหตุผลของเขา แตเ่ พอ่ื เป็นการแกม้ อื เศรษฐี
จึงสั่งเขาอกี “พรงุ่ นีจ้ ะมีเล้ยี งอีกวนั คราวนขี้ อใหจ้ ัดอาหารท่ีเลวท่ีสดุ มาเลย้ี งแขก”
เขารับคาแล้วกไ็ ปจัดเตรียมอาหารตามทเ่ี ศรษฐีสัง่ พอถงึ เวลาแขกก็พากนั มาเหมอื น
เม่ือวาน และพอเปดิ ฝาชีดูกพ็ บอาหารแบบเดิม คือ มีแต่ล้ินล้วน ๆทาเอาฮาครืนกันอกี
เศรษฐอี ายกอ็ าย ฉนุ คนใช้ก็ฉนุ แตก่ ็อดทนรอจนส่งแขกกลบั หมดแลว้ ก็รบี ไปไลเ่ บยี้
คนใช้ “พ่อตวั ดี ทาฉนั ขายหน้าอกี จนได้ ไหนแกบอกวา่ ล้นิ เปน็ สงิ่ ที่ดที ่ีสดุ แต่วันนฉ้ี นั ส่ัง
อาหารท่ีเลวท่สี ดุ มาเล้ยี งแขก ทาไมแกจึงปรุงลน้ิ มาเล้ียงแขกอีก” “ทา่ นครับ ล้นิ นี่
แหละเปน็ สิ่งทดี่ ที สี่ ดุ และเปน็ สง่ิ ทเี่ ลวทสี่ ดุ ละครบั ” คนใช้ตอบอยา่ งฉะฉาน เพราะ
เปน็ โอกาสไดเ้ ตอื นเศรษฐีแลว้ “ไหนวา่ มาซิ ลน้ิ ดีที่สุดอยา่ งไร เลวที่สดุ อย่างไร”
“ท่านครบั ท่านได้ดเี พราะลนิ้ ของหลวงพ่อ แตว่ ันน้ีทา่ นกาลงั วิบัติล่มจม เพราะล้ิน
ของญาติมติ รเพ่ือนฝูงซึง่ ต่างก็มาเยนิ ยอท่าน ทา่ นเองกห็ ลงล้นิ ประจบของคนเหล่านัน้
๒๗๐ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 270 7/17/18 10:32 AM
๒๖๘ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
ท๘ท/ผ๘.๔/ผ-๐.๔๗-๐๗
จึงหวา่ นเงินทองให้พวกเขาอยา่ งไม่เสียดาย ลน้ิ ของพวกเขากาลงั ทาใหท้ ่านหมดตัว
ท่านเหน็ ว่าลนิ้ ไม่เลวทสี่ ดุ อยา่ งที่ผมวา่ หรอื ครบั ” คนใชร้ ่ายยาวแลว้ ยอ้ นถาม เศรษฐี
ยืนฟงั นง่ิ จนเขาพดู จบ ตัวแขง็ ทื่อได้สติ หตู าสว่างขึ้นมาถงึ กบั ทรดุ ตวั ลงไปกอดคนใช้
แลว้ รอ้ งไหโ้ ฮออกมาอยา่ งไมอ่ าย เศรษฐรี อดตวั พ้นจากความลม่ จมหมดเน้อื หมดตัว
ไปได้ด้วยลิ้นของคนใชช้ ้นั สูงทเี ดยี ว
เร่อื งนสี้ ่อื ความได้วา่ ....ยามมั่งมีเงนิ ทอง คนท่ีแสดงตวั วา่ เป็นพวกพ้องเป็น
เพื่อนยอ่ มมมี าก ในยามจนคนเหลา่ น้นั กจ็ ะตีจากไมย่ อมรบั ความเป็นพวกเป็นเพอ่ื น
นีเ่ ป็นธรรมดาของโลก
ผู้มง่ั มีจงึ ต้องระวงั ตัวไว้ ต้ังสติใหด้ ี คาประจบ คาเยินยอ คาสรรเสรญิ สว่ นใหญ่
มักเคลอื บดว้ ยยาพิษทั้งส้นิ ตอ้ งหนักแนน่ ฟงั หไู วห้ ู ดูใหแ้ นใ่ จ ใคร่ครวญจนแนใ่ จวา่
ผู้พูดนั้นเปน็ มติ รแท้ เป็นผู้ไมเ่ คยทอดทิง้ ตนมาในยามจนและในยามมงั่ มี จึงค่อยคบหา
สนทิ สนมไว้วางใจ นอกน้นั ควรคบหาแคผ่ ิวเผิน แตไ่ ม่ควรตดั ไมตรีเสยี ทเี ดียว พูดจา
พาทีดว้ ยช่วยเหลือกนั ตามอัตภาพ
ล้ินคนน้ัน เชื่อไดบ้ ้าง ไมไ่ ดบ้ า้ ง คนทีเ่ ช่ือลนิ้ ของคนอื่นโดยงา่ ยนัน้ เสียใจ
เสยี ตวั หมดตัว และหมดพวก มาเสยี มากตอ่ มากแลว้
หนังสือธรรมะเพอ่ื ชวี ิต
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรียน) กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๒๗๑
6102149L01e-�6 (��.).indd 271 7/17/18 10:32 AM
๒๖๙
ทท๘๘/ผ/ผ.๔.-๔๐-๗๐๗
ใบงานท่ี ๐๗
การเขยี นย่อความ
คาชี้แจง เขยี นย่อความจากเร่ือง “แกงลน้ิ ”
ยอ่ นิทานเร่อื ง …………………………… ของ …………………………………….….
จาก ................................................................ความว่า
……………………………………………..…………………………………………………………
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
๒๗๒ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู (สําหรับนกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 272 7/17/18 10:33 AM
๒๗๐ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
ท ๘/ผ.๔-๐๘
ท๘/ผ.๔-๐๘
ใบงานที่ ๐๘
การเขียนย่อความ
คาช้ีแจง อา่ นสนุ ทรพจน์เรอื่ ง “เศรษฐกิจพอเพียง” แล้วเขยี นย่อความ
“เศรษฐกิจพอเพยี ง”
เศรษฐกิจพอเพียงเพียงพออยู่ เพียงพอรพู้ ออุม้ ชตู วั เองไหว
ดุจดารัสเอกบดนิ ทรป์ ิ่นชาตไิ ทย ธ ตรัสไว้เปน็ แนวทางสรา้ งสุขตน
รูป้ ระมาณ ร้จู กั ออม ร้จู กั อด และละลดสงิ่ ฟุ่มเฟือยไมเ่ กิดผล
กนิ ของไทยใชข้ องไทยไทยทกุ คน ความยากจนจะหา่ งไกลไทยยง่ั ยืน
ตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั ทรงครองสิรริ าชสมบตั เิ ป็นเวลานาน
กว่า ๖๐ ปี พระองคท์ รงทมุ่ เทพระวรกาย พระสตปิ ญั ญา ปฏิบัติพระราชกรณยี กิจนอ้ ยใหญ่
นานปั การ และทรงรเิ รมิ่ โครงการใหม่ๆ นบั พันๆ โครงการ เพื่อมงุ่ ช่วยเหลือแกไ้ ขปญั หาทรี่ าษฎร
ประสบอยู่ โดยใหป้ ระชาชนมีความแขง็ แรง สามารถพงึ่ ตนเองได้ ซึ่งโครงการต่างๆ ล้วนประสบ
ความสาเรจ็ อยา่ งงดงามเปน็ รปู ธรรม และในวนั นจี้ ะขอยกตวั อย่างเฉพาะพระปรชี าสามารถของ
พระองค์ในด้านเศรษฐกิจพอเพยี งเทา่ นน้ั
“เศรษฐกิจพอเพียง” เปน็ ปรชั ญาที่พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงพระราชทานแกพ่ สกนกิ ร
ชาวไทย ตงั้ แต่กอ่ นเกดิ วกิ ฤติการณ์ทางเศรษฐกจิ และเมอ่ื ภายหลงั ได้ทรงเน้นยา้ แนวทางการแกไ้ ข
เพือ่ ให้รอดพ้นและสามารถดารงอยูไ่ ดอ้ ย่างมัน่ คง ย่งั ยนื ภายใต้กระแสโลกาภวิ ตั น์ และความ
เปล่ียนแปลง การทพี่ ระองคไ์ ด้ทรงคดิ และตระหนกั มาชา้ นานวา่ หากเราไมไ่ ปพงึ่ พายดึ ตดิ อยู่กับกระแส
จากภายนอกมากเกินไป จนได้ครอบงาความคดิ ในลกั ษณะดั้งเดมิ แบบไทย ๆ ไปหมด มีแตค่ วาม
ทะเยอทะยานบนรากฐานทไี่ มม่ นั่ คงเหมอื นลกั ษณะฟองสบู่ วิกฤตเศรษฐกิจเชน่ นีอ้ าจไมเ่ กดิ ขึ้น หรอื ไม่
หนักหนาสาหัสจนเกดิ ความเดือดรอ้ นกนั ถว้ นท่ัวเช่นนี้ ดังนนั้ “เศรษฐกิจพอเพียง” จึงไดส้ อ่ื ความหมาย
ความสาคญั ในฐานะเปน็ หลกั การสงั คมทพี่ ึงยดึ ถือ โดยมแี นวคดิ ที่แบ่งทด่ี นิ ออกเปน็ สว่ น ๆ เพื่อทา
กิจการต่าง ๆ คือ สระน้า ๓๐% นาข้าว ๓๐% พืชสวน พชื ไร่ ๓๐% และทอี่ ยอู่ าศัยอีก ๑๐% แนวคิดน้ี
มุง่ หวงั ใหร้ าษฎรสามารถพงึ่ พาตนเองได้ ฉะนน้ั ความพอมี พอกินจะสามารถอุ้มชตู ัวได้ ทาใหเ้ กดิ ความ
เขม้ แขง็ และความพอเพยี งนนั้ ไม่ได้หมายความวา่ ทกุ ครอบครัวตอ้ งผลติ อาหารของตวั เอง จะต้อง
ทอผ้าใส่เอง แตม่ กี ารแลกเปล่ยี นกันระหวา่ งหมบู่ า้ น เมือง และแมก้ ระทง่ั ระหว่างประเทศ ท่ีสาคัญคือ
การบรโิ ภคนัน้ จะทาให้เกิดความรทู้ ีจ่ ะอยูร่ ว่ มกับระบบรกั ธรรมชาติ ครอบครวั อบอนุ่ ชุมชนเขม้ แข็ง
เพราะไมต่ ้องทง้ิ ถน่ิ ไปหางานทา เพ่อื หารายไดม้ าเพอ่ื การบรโิ ภคที่ไมพ่ อเพียง
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นกั เรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ๒๗๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 273 7/17/18 10:33 AM
๒๗๑
ท ๘ท/๘ผ/ผ.๔.๔-๐-๐๘๘
ส่วนคานิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบดว้ ย ๓ คณุ ลกั ษณะพร้อม ๆ กนั ดงั น้ี
๑. ความพอประมาณ หมายถงึ ความพอดที ไี่ มน่ อ้ ยเกินไปและไม่มากเกนิ ไป โดยไม่
เบียดเบียนตนเองและผอู้ น่ื เช่น การผลติ และการบริโภคทอี่ ยู่ในระดับพอประมาณ
๒. ความมีเหตุผล หมายถงึ การตดั สนิ ใจเกีย่ วกบั ระดับของความพอเพยี งนั้นจะตอ้ งเป็นไป
อย่างมเี หตุผล โดยพจิ ารณาจากเหตปุ ัจจยั ทเี่ กีย่ วข้องตลอดจนคานงึ ถงึ ผลทคี่ าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ จาก
การกระทานัน้ ๆ อยา่ งรอบคอบ
๓. การมภี มู คิ ุม้ กนั ทด่ี ใี นตวั หมายถึง การเตรยี มตวั ให้พร้อมรบั ผลกระทบ และการ
เปลย่ี นแปลงด้านตา่ ง ๆ ท่ีจะเกดิ ขนึ้ โดยคานงึ ถงึ ความเป็นไปไดข้ องสถานการณต์ า่ ง ๆ ท่คี าดวา่ จะ
เกิดข้นึ ในอนาคตทง้ั ใกลแ้ ละไกล
เงอื่ นไข การตดั สินใจและการดาเนินกจิ กรรมต่าง ๆ ให้อยูใ่ นระดบั พอเพียงนนั้ ตอ้ งอาศัย
ท้ังความรู้ และคุณธรรมเปน็ พื้นฐาน กลา่ วคอื
๑. เงื่อนไขความรู้ ประกอบดว้ ย ความรอบรเู้ กย่ี วกบั วชิ าการตา่ ง ๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ งอยา่ งรอบดา้ น
ความรอบคอบทจ่ี ะนาความรเู้ หลา่ นั้นมาพจิ ารณาให้เชอ่ื มโยงกนั เพอ่ื ประกอบการวางแผนและ
ความระมัดระวงั ในขนั้ ปฏบิ ตั ิ
๒. เงอ่ื นไขคณุ ธรรม ท่ีจะตอ้ งเสรมิ สรา้ งประกอบดว้ ย มีความตระหนกั ในคุณธรรมมคี วาม
ชอ่ื สตั ยส์ ุจรติ และมคี วามอดทน มคี วามพากเพียร ใชส้ ติปัญญาในการดาเนินชวี ติ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง จงึ เปน็ แนวคดิ และแนวปฏบิ ตั ทิ มี่ ีความลุม่ ลกึ และมีความเปน็ องค์รวม
รอบดา้ นทกุ มติ ิ ตลอดจนมคี วามเป็นสากลสามารถนาไปประยกุ ต์ใชไ้ ด้จรงิ ในสังคมทกุ ระดบั ทุกภาค
สว่ น และเกดิ ประโยชน์สุขอยา่ งแท้จรงิ
เศรษฐกิจพอเพยี งเสยี งจากพอ่ อยา่ รรี อขอให้จาทาให้เห็น
กนิ พอดมี ีพออยรู่ ู้ประเด็น หายลาเคญ็ เปน็ เศรษฐมี สี ขุ พลัน
อยพู่ อเพยี งเลยี้ งตวั ไดไ้ มอ่ ายอด เพราะตอ้ งจดจ่ายและรบั ดบั กระสนั
รับเท่าใดไม่จา่ ยหมดทดไวก้ นั รวยนริ ันดร์มน่ั สายกลางทางสมดุล
หนังสือพ่อหลวงของปวงราษฎร์
๒๗๔ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนกั เรยี น) กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 274 7/17/18 10:33 AM
๒๗๒ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
ท๘ท/ผ๘.๔/ผ-๐.๔๘-๐๘
ใบงานที่ ๐๘
การเขยี นยอ่ ความ
คาชีแ้ จง เขยี นยอ่ ความจากสุนทรพจน์เรื่อง “เศรษฐกจิ พอเพียง”
ย่อสุนทรพจน์เรอื่ ง …………………………… ของ …………………………………….….
จาก ................................................................ความว่า
……………………………………………..…………………………………………………………
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๒๗๕
6102149L01e-�6 (��.).indd 275 7/17/18 10:33 AM
๒๗๓
ใบความรู้ ท๘ท/ผ๘.๕/ผ.๕
คาสรรพน าม
ท๘ /ผ.๑
คาสรรพนาม คือ คาที่ใช้แทนนามทผี่ ูพ้ ูดหรอื ผู้เขียนไดก้ ล่าวแล้ว หรอื เป็นทีเ่ ขา้ ใจกนั
ระหว่างผูพ้ ดู กับผฟู้ งั เพอื่ ไมต่ ้องกล่าวคานามซ้า คาสรรพนามทน่ี ักเรียนควรรูจ้ ัก คอื คาสรรพนาม
ใช้แทนบคุ คล
สรรพนามใชแ้ ทนบคุ คล แบ่งเป็น ๓ ชนดิ (เรียกวา่ บุรษุ สรรพนาม) ได้แก่
๑. สรรพนามบุรษุ ที่ ๑ หมายถึง คาที่ใช้แทนผพู้ ูด เชน่ ฉนั ดฉิ นั ผม กระผม ข้า
ขา้ พเจา้ เรา เกล้ากระผม เกล้ากระหม่อม เปน็ ตน้
ตวั อย่างประโยค
- ฉนั อา่ นหนงั สือทกุ วัน
- ผมไปทาบญุ ทว่ี ัด
- เรารกั ในหลวง
๒. สรรพนามบรุ ษุ ที่ ๒ หมายถงึ คาท่ีใชแ้ ทนผ้ฟู งั เช่น คณุ เธอ ท่าน เจ้า เอง็ แก ใต้เท้า
ฝา่ พระบาท พระคณุ เจ้า เป็นต้น
ตวั อยา่ งประโยค
- คุณชอบเรยี นวชิ าอะไร
- เธอเป็นเพือ่ นท่ีน่ารกั มาก
- ท่านสบายดใี ช่ไหมคะ
๓. สรรพนามบุรษุ ท่ี ๓ หมายถงึ คาท่ีใชแ้ ทนผทู้ ีถ่ กู กล่าวถึง เชน่ เขา ท่าน แก มนั เป็นตน้
ตัวอยา่ งประโยค
- คณุ ครูภมู ิใจมากที่ลูกศิษยข์ องทา่ นไดร้ ับรางวลั เด็กดศี รีสังคม
- แยมสอบไดท้ ่ี ๑ เพราะเขาขยนั อา่ นหนังสอื
- เจ้าตูบเดินไม่ไดเ้ พราะขามนั เจ็บ
๒๗๖ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบบั ปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 276 7/17/18 10:33 AM
๒๗๔ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
ท๘/ผท.๘๕/-ผ๐.๕๙
ท๘ /ผ.๑
ใบงานท่ี ๐๙
การใช้คาสรรพนาม
คาชีแ้ จง ขีดเส้นใตค้ าสรรพนาม จากนิทานเรอื่ ง “หนเู มอื งกบั หนนู า” แลว้ นาคาเหล่านน้ั
แตง่ ประโยคตามจนิ ตนาการ (คาท่ีซ้ากันใชเ้ พียง ๑ คาเทา่ นั้น)
หนเู มอื งกบั หนนู า
กาลครั้งหนงึ่ หนูเมืองไดไ้ ปเยีย่ มลกู พี่ลกู นอ้ งท่ีชนบท ลูกพล่ี ูกน้องของมนั เปน็
หนทู ่เี ป็นกนั เองและมันรักมติ รเชน่ หนเู มืองมาก ดงั นั้นมนั จงึ ให้การตอ้ นรบั อย่างอบอ่นุ
“เชญิ ท่านกนิ ทง้ั ถั่ว เนยแขง็ และขนมปงั อยา่ งไม่อนั้ จ้ะ” หนเู มืองประหลาดใจกบั
อาหารพวกน้ี จึงพดู ว่า “ญาติทร่ี ัก ข้าไมเ่ ขา้ ใจเลย เจ้าทนกินอาหารกระจอก ๆ อยา่ งน้ี
ไดอ้ ยา่ งไร เอาเถอะขา้ คิดว่านัน่ เป็นเพราะเจา้ คงไมอ่ าจหวังอะไรที่ดีกวา่ นไ้ี ด้ มากับขา้ สิ
แลว้ ข้าจะแสดงให้เหน็ วิธีการใชช้ วี ิต ถา้ เจ้าได้อยู่ในเมืองสกั อาทติ ย์ เจ้าจะแปลกใจวา่
ฉันเคยทนกบั สภาพชีวิตในชนบทไดอ้ ยา่ งไร” ไม่นานนักหนูสองตวั ก็เดินทางเขา้ เมอื ง
และสุดท้าย ทัง้ คมู่ าถงึ บ้านพกั ของหนเู มอื งในตอนดกึ “เจ้าคงอยากไดเ้ ครอื่ งดืม่ ชว่ ยให้
สดช่ืนกระปรกี้ ระเปร่าหลังจากทเี่ ดนิ ทางมาแสนไกล” เจา้ หนเู มืองพดู อยา่ งสุภาพ และ
พาเพ่อื นหนูไปยังห้องอาหารท่ีใหญ่โต ทน่ี น่ั พวกมนั ไดพ้ บเศษอาหารทเี่ หลืออยู่จาก
งานเลย้ี งชัน้ เลิศ เจ้าหนูสองตวั ไมร่ อชา้ รบี กินเค้กเยลล่ี รวมถงึ ของอร่อยอืน่ ๆ อกี มากมาย
ทันใดน้ันเอง ทั้งสองกไ็ ด้ยนิ เสยี งเห่าหอน “อะไรน่ะ” หนูนาถาม “กแ็ คพ่ วกหมา
เทา่ น้นั ” หนเู มอื งตอบ “เทา่ น้นั หรอื !” หนูนารอ้ ง “ข้าไม่ชอบเสียงดนตรแี บบนใี้ น
ระหวา่ งอาหารเย็นเลย” แลว้ ประตูก็เปดิ ออก สนุ ขั ตวั ใหญ่สองตัวว่งิ เข้ามา เจา้ หนู
สองตวั จึงตอ้ งรบี กระโดดลงมา แลว้ วง่ิ หนี ไป “ลากอ่ นญาติทร่ี ัก” เจา้ หนนู าเอ่ย “เฮย้
ทาไมรีบกลบั นักล่ะ” “อืมม์” เจา้ หนูนาตอบ “ขา้ ยอมกนิ ถ่วั ในความสงบ ดีกวา่ กิน
เคก้ ในความหวาดกลวั ”
นทิ านเรอ่ื งนีส้ อนใหร้ ้วู า่ “คับท่อี ยไู่ ด้ คับใจอยยู่ าก”
bkkseek.com
๒๗๗
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรบั นกั เรียน) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 277 7/17/18 10:33 AM
๒๗๕
ทท๘๘//ผผ.๕.๕-๐๙
ท๘ /ผ.๑
๑. คาสรรพนามจากนทิ านเร่ือง “หนูเมืองกับหนูนา” คือ ……………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
๒. นาคาสรรพนามจากข้อ ๑ ทุกคามาแต่งประโยคตามจนิ ตนาการ (โดยเขียนเปน็ ขอ้ ๆ)
ประโยคท่ี ๑ ..........................................................................................
ประโยคที่ ๒ ..........................................................................................
ประโยคที่ ๓ ..........................................................................................
ประโยคท่ี ๔ ..........................................................................................
ประโยคที่ ๕ ..........................................................................................
๒๗๘ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 278 7/17/18 10:33 AM
๒๗๖ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
ท๘ /ผ.๑ท ๘ท/๘ผ/.ผ๕.๕-๑๐
ใบงานท่ี ๑๐
การใช้คาสรรพนาม
คาชแี้ จง นาคาสรรพนามที่ชอบจานวน ๗ คา มาแต่งเปน็ นทิ านตามจนิ ตนาการ
โดยตัง้ ชอ่ื เรอ่ื ง พรอ้ มทั้งวาดภาพประกอบ และตกแตง่ ชิน้ งานใหส้ วยงาม
คาสรรพนามท่ชี อบ
๑. ……………… ๒. …………….. ๓. ………………… ๔. …………………. ๕. ………………….
๖. …………………. ๗. ..........................
เรอื่ ง ......................................
.....................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๒๗๙
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 279 7/17/18 10:33 AM
๒๗๗
ท ๘ท/๘ผ/.ผ๕.๕
ท๘ /ผ.๑
แบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๘ อ่านจบั ใจความ ยอ่ ตามคดิ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖
.....................................................................................................................................................
คาช้แี จง เขียนเครื่องหมาย × ทบั ตัวอกั ษรหน้าคาตอบทถ่ี กู ต้องท่ีสุด
๑. วธิ จี บั ผดิ โฆษณาทโ่ี อ้อวดสรรพคณุ เกินจรงิ คอื ถ้าเป็นส่อื สงิ่ พมิ พ์ เชน่
หนังสอื พิมพ์ แผ่นพับ ใบปลิว ฯลฯ จะตอ้ งมีเลขทอ่ี นุญาตโฆษณา ถ้าเป็นส่อื
ทางโทรทศั น์ วิทยุ หรือเคร่ืองกระจายเสียงทีโ่ อ้อวดว่าสามารถรักษาโรคมะเร็ง
เบาหวาน อัมพาต วณั โรค โรคทางสมอง หัวใจ ตับ มา้ ม ไต หรอื ระบุว่าช่วยเสรมิ
สขุ ภาพของร่างกาย ตลอดจนมกี ารลด แลก แจก แถม จูงใจให้ซอ้ื หรอื รับรอง
สรรพคณุ ในรูปแบบของบทสมั ภาษณ์ผมู้ ีประสบการณก์ ารใช้ยา ก็สันนษิ ฐาน
ไดเ้ ลยว่าไมจ่ ริง ต้องระวังอย่าไปหลงเชอื่
ข้อใดสรปุ ใจความสาคัญได้ดที ีส่ ุด
ก. โรคหายไดข้ อง ต้องอ่านสรรพคุณ
ข. เชอ่ื โฆษณาทางทีวี โรคไม่มีแนน่ อน
ค. สัมภาษณ์ผใู้ ช้ยา ปรารถนาพ้นโรคภัย
ง. สรรพคุณยามากมาย อันตรายอย่างมหันต์
๒. ความร้ดู ูยง่ิ ลา้ สนิ ทรพั ย์
คิดค่าควรเมอื งนบั ยิง่ ไซร้
เพราะเหตจุ กั อยู่กบั กายอาต – มานา
โจรจกั เบียนบไ่ ด้ เร่งรู้เรียนเอา
บทรอ้ ยกรองน้ี ใจความสาคัญตรงกบั ข้อใดมากท่ีสดุ
ก. ความรู้คอื ทรัพยส์ ิน รูใ้ ชก้ นิ พน้ ภัยพาล
ข. วิชานามาใช้ ผลทีไ่ ด้คอื เงนิ ตรา
ค. หนังสือคือสมบัติ หมน่ั ฝึกหดั จะสขุ ใจ
ง. ความคดิ ผลิตเงนิ ใช้ใหเ้ พลนิ ไมม่ ภี ยั
๒๘๐
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สําหรับนักเรยี น) กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๖ (ฉบับปรับปรุง)
6102149L01e-�6 (��.).indd 280 7/17/18 10:33 AM
๒๗๘
๓. คาศัพท์ในข้อใด ควรมากอ่ นคาศัพท์อืน่ ท ๘ท๘/ผ/ผ..๕๕ หนว ยการเรียนรูท่ี ๘ อานจบั ใจความ ยอ ตามคดิ
ก. คลนิ ิก
ค. ครสิ ตม์ าส ท๘ /ผ.๑
ข. ครองแครง
ง. คละคลงุ้
๔. ข้อใดเรียงลาดับคาศัพทไ์ ดถ้ ูกต้องตามพจนานุกรม นา้ เงีย้ ว
ก. ตะกร้า ถวัลย์ ทโมน นมิ นต์
ข. ภกิ ษุ ประเคน ถวาย ทอดกฐิน
ค. เมขลา เนรมติ ราชบัลลงั ก์ ขะมักเขมน้
ง. ยิมนาสตกิ จนิ ตนาการ ชมดชม้อย
๕. ข้อตกลงในการอยรู่ ว่ มกัน คือ
๑. การตรงต่อเวลา
๒. การมีสัมมาคารวะ
๓. การรกั ษาความสะอาด
๔. การแต่งกายท่ถี กู ต้องและเรยี บร้อย
จากข้อตกลง ปฏิบัติตามขอ้ ใดแสดงความเปน็ ไทยได้ชดั เจนท่ีสดุ
ก. การตรงต่อเวลา
ข. การมีสมั มาคารวะ
ค. การรกั ษาความสะอาด
ง. การแต่งกายทถ่ี ูกตอ้ งและเรียบร้อย
๖. การขาดคณุ ธรรมข้อใด ท่จี ะทาให้สงั คมไม่สงบสขุ ข. ความรับผดิ ชอบ
ก. ความประหยดั ง. ความสะอาด
ค. ความมีวินัย
๗. การเขยี นรปู แบบคานายอ่ ความมีประโยชน์อย่างไร
ก. ทาใหท้ ราบที่มาของเรอื่ ง
ข. ทาให้ทราบรายละเอียดของเร่ือง
ค. ทาให้ทราบจุดประสงค์ของผเู้ ขยี น
ง. ทาให้เขยี นย่อความได้สะดวกย่ิงขน้ึ
๒๘๑
ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรับนักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 281 7/17/18 10:33 AM
๒๗๙
ท ๘ท/๘ผ/ผ.๕.๕
ท๘ /ผ.๑
๘. หลายคนเช่อื ว่ายาชดุ เป็นยาท่ีแรง ดี และราคาถูก ซึ่งความจรงิ แลว้ อันตรายมาก
เพราะมกั มตี ัวยาซ้าซอ้ นกัน เชน่ ยาชุดแกป้ วดเมอื่ ย กจ็ ะมยี าแก้ปวดอยู่ ๒ – ๓ เม็ด
ซง่ึ หนง่ึ ในนน้ั อาจผสมสารสเตยี รอยด์ท่ีเปน็ อันตรายอยู่ก็ได้ ทาให้บางคนถึงกับกระเพาะ
ทะลุ อกี ทงั้ บางชุดอาจมีตวั ยาเกนิ ความจาเป็น เชน่ ยาชุดลดไขอ้ าจจะมยี าแก้ไอรวม
อยู่ดว้ ย ทาให้ผู้ป่วยท่ีไม่ไดไ้ อกต็ ้องรับยาแกไ้ อไปดว้ ย หรือในบางชุดอาจมียาปฏิชวี นะ
ทาให้เส่ยี งต่อการด้อื ยาของเชอื้ โรค เนอ่ื งจากได้รบั ยาไม่ครบขนาด หรือไดร้ บั ยา
ทไี่ ม่ตรงกับเชื้อโรคที่เปน็ สาเหตขุ องอาการป่วย รวมถงึ อาจมยี าเสอ่ื มคุณภาพ หรอื
ยาปลอมปะปนอยู่ กนิ แล้วอาจมีอนั ตรายถงึ ชีวติ ได้
จากบทความ ข้อใดย่อความได้ตรงประเด็น และกระชับทสี่ ุด
ก. ไม่ควรรับประทานยาชุดเพราะไม่มคี ณุ ภาพ
ข. ไมค่ วรรับประทานยาชุดเพราะไมม่ คี วามจาเป็น
ค. ไม่ควรรับประทานยาชุดเพราะเป็นอนั ตรายตอ่ ร่างกาย
ง. ไม่ควรรบั ประทานยาชุดเพราะมีตัวยามากเกนิ ความจาเป็น
๙. “วนั นแ้ี ม่ทาแกงอะไรมาใส่บาตรให้ผม” พระลกู ชายถามผเู้ ปน็ แม่
ขอ้ ใด ใชค้ าสรรพนามแทนคาทขี่ ดี เส้นใตไ้ ด้ถกู ตอ้ ง
ก. คุณ................ฉัน
ข. โยม..............อาตมา
ค. คณุ แม่...........กระผม
ง. ท่าน .............ข้าพเจา้
๑๐. “ขอพระองคท์ รงพระเจริญ” คาท่ขี ดี เส้นใต้ ทาหนา้ ทีต่ ามขอ้ ใด
ก. สรรพนามบุรษุ ท่ี ๑ ข. สรรพนามบุรุษท่ี ๑ และ ๒
ค. สรรพนามบุรษุ ท่ี ๒ ง. สรรพนามบุรษุ ที่ ๓
๒๘๒ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๖ (ฉบับปรบั ปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 282 7/17/18 10:33 AM
คณะผูจ้ ัดทาํ
ที่ปรกึ ษามลู นิธกิ ารศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม ในพระบรมราชปู ถมั ภ์
พลเอกดาวพ์ งษ์ รตั นสุวรรณ ประธานกรรมการบรหิ ารมลู นิธิการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม
รศ.นราพร จนั ทรโ์ อชา ในพระบรมราชูปถัมภ์
นายอนุสรณ์ ฟเู จรญิ รองประธานกรรมการบริหารมลู นิธกิ ารศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม
ในพระบรมราชปู ถัมภ์
ผูช้ ว่ ยเลขาธิการมลู นิธิการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม
ในพระบรมราชปู ถัมภ์
ทป่ี รึกษาสํานกั งานโครงการสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ
นายสมเกยี รติ ชอบผล ทปี่ รกึ ษาสาํ นักงานโครงการสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ
นายสชุ าติ วงศ์สุวรรณ ขา้ ราชการบาํ นาญ อดตี ผู้ตรวจราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ที่ปรกึ ษาสาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน
นายบญุ รกั ษ์ ยอดเพชร เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
นายณรงค์ แผว้ พลสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน
นางสาวอษุ ณีย์ ธโนศวรรย์ รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
นางสกุ ัญญา งามบรรจง รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน
นายอมั พร พนิ ะสา ผชู้ ว่ ยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน
นายสนทิ แยม้ เกษร ผูช้ ่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน
ท่ีปรกึ ษากล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
นางปราณี ปราบริปู ขา้ ราชการบํานาญ
นางสาวละเอียด สดคมขํา ข้าราชการบํานาญ
นางภารดี พรขจรกิจกลุ ข้าราชการบํานาญ
นายสมบูรณ์ ศรวี ิชาสร้อย ผ้อู าํ นวยการสาํ นักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษา
นครสวรรค์ เขต ๑
นายพิเชษฐ์ นนทพ์ ละ ผ้อู ํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษานครนายก
นายมโน ชุนดี ผู้อาํ นวยการสาํ นกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาอ่างทอง
ผ้รู ับผิดชอบโครงการ
นางนริ มล ตู้จนิ ดา ผู้เชีย่ วชาญดา้ นพฒั นาหลกั สตู รและการเรียนรู้
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรยี น) กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรุง) ๒๘๓
6102149L01e-�6 (��.).indd 283 7/17/18 10:33 AM
-๒-
คณะทาํ งาน ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นพฒั นาหลกั สตู รและการเรยี นรู้ ประธาน
๑. นางนิรมล ตู้จินดา ขา้ ราชการบาํ นาญ สพป.นครสวรรค์
๒. นางสรุ รี ตั น์ ฤกษห์ รา่ ย
๓. นางมาลนิ พนั ธเุ ทพ ข้าราชการบํานาญ สพป.นครสวรรค์
๔. นางสมพร ขดั ขจร
๕. นางสาวญาณศิ า เบ้าเงนิ ครูโรงเรยี นวัดนิเทศวุฒาราม สพป.นครสวรรค์
๖. นางรงุ่ ทวิ า เรอื นไทย
๗. นายสมพร เรือนไทย ครูโรงเรยี นวัดบา้ นมะเกลือ สพป.นครสวรรค์
๘. นายเชต บญุ มี
๙. นางวนั เพญ็ จนั ทรท์ อง ครโู รงเรียนวดั บางมะฝอ่ สพป.นครสวรรค์
๑๐. นางชะเอม ปรากฏผล
๑๑. นางนติ ยา จนั ทร ครูโรงเรยี นบ้านเนินเวยี ง สพป.นครสวรรค์
๑๒. นางสมจติ ร์ เพชรสุวรรณ
๑๓. นางสาวสภุ าวดี รอตเสียงลํ้า ข้าราชการบาํ นาญ สพป.อา่ งทอง
๑๔. นางศรนี วล ศรอี าํ่
๑๕. นางวชิราภรณ์ ธรรมลี ข้าราชการบํานาญ สพป.อา่ งทอง
๑๖. นายบญั ชา รัตนมาลี
๑๗. นางธณั ตยิ า พรหมประเสรฐิ ครูโรงเรยี นวดั หลักแก้ว สพป.อา่ งทอง
๑๘. นางสาวศวิ ริ ตั น์ หน่ายมี
๑๙. นางมณั ฑนา บาํ รงุ จติ ต์ ครูโรงเรียนอนบุ าลแสวงหา สพป.อ่างทอง
๒๐. นางอรญั ญา สธุ าสโิ นบล
๒๑. นางวลาวลั ย์ อดุ มศลิ ป์ ครโู รงเรียนวัดห้วยคนั แหลน สพป.อ่างทอง
๒๒. นางเปรมจติ ต์ วงศ์วชั รานนท์
๒๓. นางสาวปุณญิสา แสงอทุ ยั ครูโรงเรียนบ้านดอนตาวง สพป.อ่างทอง
๒๔. นางเบญจา คุรุธรรมานนท์
๒๕. นางประจวบ กลํ่าชัย ครโู รงเรยี นอนบุ าลวดั นางใน สพป.อ่างทอง
๒๖. นางปรีดา สุขเสวี
๒๗. นางสาวธัญญพทั ธ์ ศรีประพรรณ์ ครูโรงเรยี นอนบุ าลวดั นางใน สพป.อา่ งทอง
๒๘. นางสาวธิดา ทองแฉลม้
๒๙. นางจรรยา เรืองมาลัย ศกึ ษานิเทศก์ สพป.นครนายก
๓๐. นางจารุณี ปานแดง
๓๑. นางวาสริ ินทร์ รัตนมาลี ขา้ ราชการบํานาญ สพป.นครนายก
ครู โรงเรียนวดั วังปลาจดื สพป.นครนายก
ครโู รงเรยี นอนุบาลนครนายก สพป.นครนายก
ครโู รงเรยี นวดั สันตยาราม สพป.นครนายก
ครโู รงเรียนชมุ ชนวัดเชี่ยวโอสถ สพป.นครนายก
นักวชิ าการเงนิ และบัญชชี าํ นาญการพิเศษ สพป.นครสวรรค์
นกั วชิ าการพัสดุชํานาญการพิเศษ สพป.นครสวรรค์
นกั วชิ าการศึกษาชาํ นาญการ สพป.นครสวรรค์
นกั วชิ าการเงินและบัญชีชาํ นาญการ สพป.นครสวรรค์
เจ้าพนักงานพัสดชุ าํ นาญงาน สพป.นครสวรรค์
ขา้ ราชการบํานาญ สพป.นครสวรรค์
เจา้ หน้าที่ธรุ การ สพป.นครสวรรค์
ข้าราชการบํานาญ สพป.นครสวรรค์ เขต ๑ เลขานุการ
ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป.อา่ งทอง ผชู้ ่วยเลขานกุ าร
ศกึ ษานิเทศก์ สพป.นครนายก ผู้ชว่ ยเลขานุการ
๒๘๔ ชุดกิจกรรมการเรียนรู (สาํ หรบั นักเรียน) กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ (ฉบับปรับปรงุ )
6102149L01e-�6 (��.).indd 284 7/17/18 10:33 AM
บนั ทึก
6102149L01e-�6 (��.).indd 285 7/17/18 10:33 AM
บนั ทึก
6102149L01e-�6 (��.).indd 286 7/17/18 10:33 AM