The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวังโมกข์พิทยาคม 2566 ม.ปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Puangthep Suksomboonwong, 2023-07-24 03:04:20

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวังโมกข์พิทยาคม 2566 ม.ปลาย

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวังโมกข์พิทยาคม 2566 ม.ปลาย

การเรียนรู้กิจกรรม - การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า - ท่าตรง - ท่าพัก - ท่าหันอยู่กับที่ - ท่าก้าวทางข้าง - ท่าก้าวถอยหลัง - ท่าเดิน - ท่าหยุดจากการเดิน - ท่าเปลี่ยนเท้าในเวลาเดิน - ท่าซอยเท้า - ท่าหันในเวลาเดิน - ท่าเคารพ - ท่าวิ่ง - ท่าหยุดจากการวิ่ง - ท่าเปลี่ยนเท้าในเวลาวิ่ง - ท่าเปลี่ยนจากการวิ่งเป็นการเดิน - ท่าเปลี่ยนจากการเดินเป็นการวิ่ง - ท่าหันในเวลาวิ่ง - ท่าถอดหมวกและสวมหมวก - ท่าหมอบและลุก - การฝึกแถวชิด - แถวหน้ากระดาน - แถวตอน - การตรวจแถว - การเปลี่ยนทิศทางขณะเคลื่อนที่ของรูปแถวตอน 297


กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม ชมรม เป็นกิจกรรมนักเรียนที่สถานศึกษาสนับสนุนให้ผู้เรียนรวมกลุ่มกัน จัดขึ้นตามความสนใจ ความถนัด ความสามารถของผู้เรียน เพื่อเติมเต็มศักยภาพของผู้เรียนตาม เจตนารมณ์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ชุมนุม หมายถึง การรวมกลุ่มของผู้เรียนที่มีความสนใจ ความถนัดในเรื่องเดียวกัน และ ร่วมปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ของตนเองให้เต็มตาม ศักยภาพ ตลอดจนปลูกฝังจิตส านึกในการท าประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ชมรม หมายถึง การรวมกันของกลุ่มผู้เรียนที่มีความมุ่งหมายอย่างใดอย่างหนึ่งร่วมกัน การจัดตั้งมีการก าหนดวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ สมาชิก โครงสร้างของชมรม และบทบาทของผู้ที่ เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามข้อก าหนดของสถานศึกษา โรงเรียนวังโมกข์พิทยาคม เพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ส าหรับผู้เรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนต้น ( ม. 1- ม. 3 ) และมัธยมศึกษาตอนปลาย ( ม. 4 – ม. 6 ) ได้ท าประโยชน์ต่อ สังคมตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร อันเป็นการสร้างให้ผู้เรียนเป็นทั้งคนเก่ง คนดี พร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม คิดเป็น ท าเป็น มีความริเริ่มสร้างสรรค์ และสนับสนุนให้มีการน า ผลแห่งการอุทิศตน เพื่อประโยชน์ต่อสังคม ทั้งนี้กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ต้องสามารถตรวจสอบผลการปฏิบัติอย่างเป็นระบบเชื่อถือได้ อย่างไรก็ตามกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีลักษณะ การด าเนินงาน และเป้าหมายที่สอดคล้องกับกิจกรรมสร้างสรรค์ โรงเรียนจึงควรที่จะเชื่อมโยง กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกับกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมและสาธารณประโยชน์ เพื่อประโยชน์ของผู้เรียนใน การปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม มีแนวทางดังต่อไปนี้ หลักการกิจกรรมชุมนุม ชมรม กิจกรรมชุมนุม ชมรม มีหลักการที่ส าคัญ ดังนี้ 1. เป็นกิจกรรมที่เกิดจากการสร้างสรรค์และออกแบบกิจกรรมของผู้เรียนตามความสมัครใจ 2. เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนร่วมกันท างานเป็นทีม ช่วยกันคิดช่วยกันท า และช่วยกันแก้ปัญหา 3. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน 4. เป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะของผู้เรียน รวมทั้งบริบทของสถานศึกษาและ ท้องถิ่น 298


วัตถุประสงค์กิจกรรมชุมนุม ชมรม 1. เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน 2. เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิด ประสบการณ์ทั้งทางวิชาการและวิชาชีพตามศักยภาพ 3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม 4. เพื่อให้ผู้เรียนท างานร่วมกับผู้อื่นได้ตามวิถีประชาธิปไตย ขอบข่ายกิจกรรมชุมนุม ชมรม กิจกรรมชุมนุม ชมรม มีขอบข่ายดังนี้ 1. เป็นกิจกรรมที่เกื้อกูล ส่งเสริมการเรียนรู้ 8 กลุ่มสารการเรียนรู้ ให้กว้างขวางลึกซึ้งยิ่งขึ้น 2. เป็นกิจกรรมจัดตามความสนใจของผู้เรียน 3. เป็นกิจกรรมที่สามารถจัดได้ทั้งในและนอกสถานศึกษา และทั้งในและนอกเวลาเรียน การจัดกิจกรรมชุมนุม ชมรม วัตถุประสงค์ของกิจกรรมชุมนุม ชมรม กิจกรรม ชุมนุม ชมรม กิจกรรมที่จัดตาม ความสนใจของ ผู้เรียน กิจกรรมที่จัดเสริม หลักสูตร สถานศึกษาในด้าน ความรู้และทักษะ ปฏิบัติของผู้เรียน กิจกรรมที่จัดได้ทั้ง ในและนอก สถานศึกษา กิจกรรมที่จัดได้ทั้ง ในและนอกเวลา เรียน 299


แนวการจัดกิจกรรมชุมนุม ชมรม การจัดกิจกรรมชุมนุม ชมรม ของโรงเรียนวังโมกข์พิทยาคม ดังนี้ 1. โรงเรียนวังโมกข์พิทยาคมบริหารจัดการให้ผู้เรียนด าเนินกิจกรรมได้หมากหลาย ทั้ง รูปแบบภายในหรือภายนอกห้องเรียน และระยะเวลาจัดกิจกรรม โดยก าหนดให้มีคาบกิจกรรมชุมนุม ชมรม ระยะเวลา 1 ภาคเรียน และจัดระยะเวลาท ากิจกรรม 1 คาบเรียน/สัปดาห์ 2. โรงเรียนจัดให้มีการส ารวจความสนใจของผู้เรียนในการเลือกเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม ชมรมทุกภาคเรียน โดยสามารถเพิ่ม/ลดกิจกรรมชุมนุม ชมรมได้ตามความเหมาะสม 3. ครูที่ปรึกษาประจ าชุมนุม ชมรม กระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้เรียนมีการถอดประสบการณ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่กิจกรรม เงื่อนไขกิจกรรมชุมนุม ชมรม 1. การจัดกิจกรรมชุมนุม ชมรมในแต่ละระดับชั้น สถานศึกษาจัดให้เป็นไปตามโครงสร้าง หลักสูตรของสถานศึกษา 2. สมาชิกกิจกรรมชุมนุม ชมรม ต้องเข้าร่วมกิจกรรมและปฏิบัติตามระเบียบของชุมนุม ชมรม และมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามที่ก าหนดไว้ของแต่ละกิจกรรม 3. โรงเรียนวังโมกข์พิทยาคมมีระบบการก ากับติดตาม และประเมินผลการด าเนินงานของ กิจกรรมชุมนุม ชมรมอย่างต่อเนื่อง การประเมินกิจกรรม การประเมินกิจกรรมชุมนุม ชมรม เป็นการตรวจสอบความสามารถและพัฒนาการด้าน ต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ที่ก าหนด ด้วยวิธีที่หลากหลายและประเมินตามสภาพจริง โดยก าหนดผลการ ประเมินเป็น “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบัติกิจกรรมและ ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่ก าหนด ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่านการปฏิบัติ กิจกรรม หรือมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ ก าหนด 300


ประเภทของกิจกรรมชุมนุม ชมรม 1. ประเภทของกิจกรรมชุมนุมแบ่งเป็น 5 ประเภท มีดังนี้ 1.1 กิจกรรมชุมนุมเชิงวิชาการ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ใน 8 กลุ่ม สาระการเรียนรุ้ เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้น ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ ด้านวิชาการใน รายวิชาต่างๆ ทั้งในห้องเรียน และเสริมบทเรียน เพื่อให้เกิดประโยชน์และคุณค่าใน ชีวิตประจ าวัน เช่น ชุมนุมอักษรไขว้หรรษา, ชุมนุม A-Math เป็นต้น 1.2 กิจกรรมชุมนุมเพื่อพัฒนาสังคมและจิตใจ เป็นกิจกรรมที่มุ่งสร้างเสริมนิสัยการท า ประโยชน์เพื่อสังคมเพื่อช่วยให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง ปลูกฝังคุณลักษณะนิสัยที่ เอื้อต่อการท าประโยชน์เพื่อสังคม เห็นแนวทางที่จะท าประโยชน์ให้กับสังคม และ สามารถน าไปปฏิบัติในชีวิตประจ าวันได้ เช่น ชุมนุมบ าเพ็ญประโยชน์, ชุมนุมลูกเสือ, ชุมนุมแนะแนว, ชุมนุมจิตรกรรม เป็นต้น 1.3 กิจกรรมชุมนุมเพื่อการส่งเสริมการประกอบอาชีพ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมประสบการณ์ การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น และเข้าใจกระบวนการประกอบ อาชีพ ในระหว่างเรียนเพื่อน าไปเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม เช่น ชุมนุมตุ๊กตา น่ารัก, ชุมนุม 101 ไอเดีย เป็นต้น 1.4 กิจกรรมชุมนุมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงการ รักษา ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นักเรียนรู้จัก แลกเปลี่ยน เผยแพร่ และเสริมสร้าง ความรู้ความคิด ประสบการณ์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการช่วยเหลือใน การให้ความร่วมมือในกิจกรรมขององค์กรภายในและภายนอกโรงเรียนทางด้าน สิ่งแวดล้อม เช่น ชุมนุมห้องเรียนสีเขียว, ชุมนุมคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น 1.5 กิจกรรมชุมนุมเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความ ภูมิใจในความเป็นไทยอันมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตระหนักถึงความส าคัญและ ความเป็นมาของชาติไทย และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของ ชาติ เช่น ชุมนุมการละเล่นเด็กไทย, ชุมนุมมนต์รักเสียงเพลง เป็นต้น 301


กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบ าเพ็ญตนให้เป็น ประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อช่วยขัดเกลาจิตใจ ของผู้เรียนให้มีความเมตตากรุณา มีความเสียสละ และมีจิตสาธารณะ เพื่อช่วยสร้างสรรค์สังคมให้อยู่ ร่วมกันอย่างมีความสุข หลักการกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เป็นกิจกรรมที่ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนา ตนเองตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ โดยค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทาง สมอง เน้นให้ความส าคัญทั้งความรู้และคุณธรรมจริยธรรม จัดกิจกรรมโดยให้ผู้เรียนคิดสร้างสรรค์ ออกแบบกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์หลากหลายรูปแบบ เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมใน ลักษณะจิตอาสา วัตถุประสงค์กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 1. เพื่อปลูกฝังและสร้างจิตส านึกให้แก่ผู้เรียนในการบ าเพ็ญตนให้เป็นประโย ชน์ต่อ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ 2 . เพื่อให้ผู้เ รียนมีคว ามคิด ริเ ริ่มส ร้ างส ร รค์ในก า รจัดกิจก ร รมเพื่อสังคมแล ะ สาธารณประโยชน์ตามความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ คุณธรรมจริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4. เพื่อให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ขอบข่ายกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เป็นกระบวนการจัดกิจกรรมในลักษณะกิจกรรม บ าเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมอาสาพัฒนา หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ โดยผู้เรียนด าเนินการด้วยตนเองใน ลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม และมีจิต สาธารณะ 302


แนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เน้นให้ผู้เรียนร่วมกันส ารวจและวิเคราะห์ ปัญหา ร่วมกันออกแบบการจัดกิจกรรม วางแผนการจัดกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมตามแผน ร่วมสรุป และประเมินผลการจัดกิจกรรม ร่วมรายงานผล พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลการจัด กิจกรรม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ผู้เรียนสามารเลือกจัดกิจกรรมหรือเข้าร่วม ได้ ดังนี้ 1. จัดกิจกรรมในโรงเรียน (กิจกรรมในวิถีชีวิตโรงเรียนเพื่อปลูกฝังจิตอาสา) เป็นกิจกรรมที่ ผู้เรียนและครูที่ปรึกษากิจกรรมร่วมกันวางแผนปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสาในวิถีชีวิตของชั้นเรียนและ โรงเรียนจนเกิดเป็นนิสัยในการสมัครใจท างานต่างๆ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ซึ่งงานเหล่านี้จะขยาย ขอบเขตจากใกล้ตัวไปสู่สังคมที่อยู่ภายนอกได้ 2. จัดกิจกรรมภายนอกโรงเรียน (กิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสังคม) เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้รับ การสนับสนุนตามแผนการจัดกิจกรรม โดยให้ท ากิจกรรมด้วยความสมัครใจที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชน และสังคมโดยรอบ แนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ มีแนวการจัดดังนี้ 1. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งกิจกรรมอื่น โดย ผู้เรียนสามารถจัดกิจกรรมตามองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามความ เหมาะสม 2. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ/โครงงาน/กิจกรรม หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียนน าเสนอการ จัดกิจกรรมต่อโรงเรียนเพื่อขอความเห็นชอบในการจัดท าโครงการหรือโครงงาน หรือกิจกรรมซึ่งมี ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ชัดเจน 3. จัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรอื่น หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียนอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกับ หน่วยงานหรือองค์กรอื่นๆ ที่จัดกิจกรรมในลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยผู้เรียน สามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมได้ ดังนี้ 3.1 ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เข้ามาจัดกิจกรรมในโรงเรียน 3.2 ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่จัดกิจกรรมนอกโรงเรียน เงื่อนไขกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 1. เวลาเข้าร่วมกิจกรรม ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่าง ต่อเนื่องทุกภาคเรียน/ปี โดยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ก าหนดให้เข้าร่วมกิจกรรม 20 ชั่วโมง/ปี 2. เน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้จัดกิจกรรมด้วยตนเองทุกขั้นตอนและต่อเนื่อง โดยมีครูเป็นที่ปรึกษา กิจกรรม 303


3. ผู้เรียนจะจัดกิจกรรมหรือแสดงพฤติกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในเวลา สถานที่ หรือรูปแบบของกิจกรรมใดก็ได้ โดยค านึงถึงความเหมาะสมตามบริบทของแต่ละสถานศึกษา และขึ้นอยู่กับการจัดการของสถานศึกษา การประเมินกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมให้ครบตามกรอบเวลา ในโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา โดยระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.4-6) มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม 60 ชั่วโมง การประเมินในแต่ละกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ มีผลการประเมินเป็น “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” ดังนี้ ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบัติกิจกรรมและ ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่ก าหนด ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่านการปฏิบัติ กิจกรรม หรือมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ ก าหนด ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่าน ครูที่ปรึกษาต้องให้ผู้เรียนซ่อมเสริมการท ากิจกรรมให้ครบตามเกณฑ์ ที่ก าหนด ตัวอย่างกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ช่วงชั้นที่ 3 และ ช่วงชั้นที่ 4 สังคม / ประเทศชาติ สถานศึกษา ชุมชน ครอบครัว 1) กิจกรรมจิตอาสา 2) การด ารงรักษาสืบสาน ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม 3) กิจกรรมคุ้มครอง ผู้บริโภค 4) กิจกรรม TO BE NUMBER ONE 5) 1 โรงเรียน 1 ผลิตภัณฑ์ 6) กิจกรรมฟื้นฟูศีลธรรม สืบ-ทอดพระพุทธศาสนา 7) ต้นแบบเด็กดีด้าน ศีลธรรม 1) การจัดภูมิทัศน์ 2) การพัฒนา สิ่งแวดล้อม 3) การจัดบรรยากาศใน ห้องเรียน 4) การรณรงค์ต่อต้านสิ่ง เสพติด 5) กิจกรรม 1 กลุ่ม 1 ผลงาน 6) กิจกรรมอาสาพัฒนา และบริการ 1) มัคคุเทศก์ 2) การสืบสาน วัฒนธรรมท้องถิ่น 3) จิตอาสา สาธารณะ 4) กิจกรรมบริการ สงเคราะห์ 5) กิจกรรมพี่ช่วย น้อง 6) กิจกรรมป้องกัน และบรรเทาสา ธารณ-ภัย 1) กิจกรรมด้วย รัก และผูกพัน สร้างสรรค์ ปัญญา 2) ครอบครัว อบอุ่นด้วยพระธรรม 3) กิจกรรมออม วันละ 1 บาท 4) ล้อมรักด้วย ครอบครัว ล้อม รั้วด้วยใจ 304


สังคม / ประเทศชาติ สถานศึกษา ชุมชน ครอบครัว 8) กิจกรรมคนดีศรีสังคม 7) กิจกรรมเสียงตามสาย 8) กิจกรรมพี่สอนน้อง 9) ไหว้พระ 9 วัด 10) กิจกรรมเพื่อนใจ วัยรุ่น 11) กิจกรรมห้องสมุดที่ รัก 12) กิจกรรมธนาคาร ขยะ 13) กิจกรรมขับขี่ ปลอดภัย มีวินัย จราจร 7) กิจกรรมน า ความรู้สู่ชุมชน เสียงตามสาย วิทยุ ชุมชน ....... 8) กิจกรรมวัยรุ่น คุณธรรม 5) กิจกรรมพา ลูกเข้าวัด 6) กิจกรรม วัยรุ่นยุคใหม่ เข้าใจชีวิต หมายเหตุ กิจกรรมอาจจัดเพิ่มตามความต้องการของผู้เรียน 305


เกณฑ์การจบหลักสูตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชา เพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด (2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วย กิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต และได้รับการตัดสินผลการเรียนระดับ "1" ขึ้นไป (3) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับ "ผ่าน" ขึ้นไป (4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ "ผ่าน" ขึ้นไป (5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมิน "ผ่าน" ทุกกิจกรรม 306


คณะผู้จัดทำ 1. นางนพคุณ ครุฑหลวง ผู้อำนวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ 2. นางจันทิรา วงศ์วินิจศร รองผู้อำนวยการโรงเรียน รองประธานกรรมการ 3. นางอารีย์ อภัยภักดิ์ ครูชำนาญการพิเศษ กรรมการ 4. นายอิสริยะ สติใหม่ ครูชำนาญการพิเศษ กรรมการ 5. นางสาวณัฐธิดา คงมี ครูชำนาญการพิเศษ กรรมการ 6. นางสาวสุดารัตน์จันทร์ศรี ครูชำนาญการ กรรมการ 7. นางวราพรรณ วันทัศน์ ครูชำนาญการ กรรมการ 8. นางสาวศิริพร สกุลไทย ครู กรรมการ 9. นายอานันทิราช ลี้สกุล ครู กรรมการ 10. นางสาวทาริกา เมินดี ครู กรรมการ 11. นางสาวอริยมาส อรุณศรี ครู กรรมการ 12. นายปวงเทพ สุขสมบูรณ์วงศ์ ครู กรรมการและเลขานุการ และคณะครูโรงเรียนวังโมกข์พิทยาคมทุกท่าน 307


Click to View FlipBook Version