ส่วนท่ี 3
แนวคิดการจัดการศกึ ษา School Concept
โมเดลของหลกั สูตร
หลกั สตู รสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พุทธศกั ราช 2564 31
ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ (Desired Outcomes of Education : DOE)
โรงเรียนได้ระบผุ ลผลลพั ธ์ท่ีพึงประสงค์ของผูเ้ รยี นและคำอธิบายไว้ ดงั น้ี
“ กองลมรักษ์ถ่นิ ฐาน ร่วมสรรสร้างนครนวัตกรรม ”
DOE คำอธิบาย
กองลมรักษ์ถนิ่ ฐาน เป็นผู้ที่รักษ์ ภาคภูมิใจในถ่ินฐานของตนเองและประยุกต์ใช้
รว่ มสรรสรา้ งนครนวตั กรรม ภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น นำหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็น
แนวทางการดำเนินชีวิต มีทักษะชีวิตและทักษะการเรียนรู้
ตลอดชีวิต และมีสมรรถนะท่ีเกิดจากการเรียนรู้โดยใช้ชุมชน
เป็นฐาน เพื่อสร้างงานหรือสัมมาอาชีพ ความมั่นคง เพื่อ
คุณภาพชีวิตทีด่ ีตอ่ ตนเองและสังคม
เปน็ ผ้มู ีทกั ษะพ้ืนฐานและทกั ษะสำคญั แหง่ ศตวรรษท่ี ๒๑ ความ
ฉลาดทางดิจิทัล ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ทักษะข้ามวัฒนธรรม
มีสมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์เพ่ือร่วมสร้างสรรค์และ
พัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี เพิม่ โอกาสและมูลคา่ ใหต้ นเองและ
สงั คม
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
หลักสูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พุทธศักราช ๒๕๖๔ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิด
สมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ ดงั นี้
๑. สมรรถนะการจัดการตนเอง มุ่งเน้นให้ผู้เรียนรู้จัก รัก เห็นคุณค่า ให้เกียรติ เคารพสิทธิตนเองและ
ผู้อ่ืน รู้จุดเด่น ข้อจำกัด ความสนใจ ความสามารถ ความถนัด มีความรับผิดชอบ มีวินัยในตนเอง ตั้งเป้าหมายใน
ชีวิต รู้จักการจัดการอารมณ์และความเครียด รวมถึงการจัดการปัญหาและภาวะวิกฤต สามารถฟ้ืนคืนสู่สภาวะ
สมดุล (resilience) เพ่ือนำไปสู่ความสำเร็จของเป้าหมายในชีวิต มีสุขภาวะท่ีดี มีความภาคภูมิใจและมั่นใจใน
ตนเอง มีสัมพนั ธภาพกบั ผูอ้ ืน่ ไดด้ ี สมรรถนะการจดั การตนเอง ประกอบดว้ ยลกั ษณะสำคัญ 4 ประการ ดงั น้ี
1. การเห็นคุณค่าในตนเอง หมายถึง การรู้จัก รัก เห็นคุณค่าในตนเอง รู้จุดเด่น ข้อจำกัด ความ
สนใจ ความสามารถ ความถนัด และภาคภูมิใจในตนเอง ม่ันใจในตนเอง เห็นอกเห็นใจ ให้เกียรติและเคารพสิทธิ
ตนเองและผู้อ่ืน มคี วามรับผดิ ชอบในตนเอง
2. การมีเป้าหมายในชีวิต หมายถึง การต้ังเป้าหมายในชีวิต มีวินัยในตนเอง สามารถบริหาร
จัดการเวลาทรัพยากร สามารถพ่ึงพาและกำกับตนเองให้ไปสู่เป้าหมายในชีวิต และมีสุขภาวะท่ีดี
หลักสูตรสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 32
3. การจัดการอารมณ์และความเครียด หมายถึง การรับรู้ เข้าใจ รู้เท่าทัน อารมณ์ ความรู้สึก
ความคดิ และความเครียดทเ่ี กิดขึ้นในชีวติ ประจำวนั ของตนเอง เขา้ ใจสาเหตุและสามารถจัดการอารมณ์ ความรูส้ ึก
และความคิดของตนเอง
4. การจดั การปญั หาและภาวะวกิ ฤต หมายถึง การรู้เท่าทนั การเปลย่ี นแปลงท่เี กิดจากปัญหาและ
ภาวะวิกฤต สามารถฟ้ืนคืนสู่สภาวะสมดุลได้ สามารถเตรียมการ ป้องกัน และแก้ไข เพื่อให้เกิดความปลอดภัยใน
ชีวิต และทรพั ยส์ ิน
๒. สมรรถนะการสื่อสาร มุ่งเน้นให้ผู้เรียนรับและส่งสารบนความเข้าใจ เคารพในความคิดเห็นและ
วฒั นธรรมที่แตกต่าง รวมท้ังสามารถตัดสินใจเลือกใช้สื่อ สร้างส่ือและกลวิธกี ารส่ือสารท่ีมีรูปแบบวจั นภาษา หรือ
อวัจนภาษา ให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยสามารถใช้ภาษาไทยได้ดี มี
ทักษะส่ือสารภาษาอังกฤษ ภาษาที่ ๓ ส่ือดิจิทัลและสื่อประสมได้เป็นอย่างดี สมรรถนะการสื่อสาร ประกอบด้วย
ลักษณะสำคัญ 3 ประการ ดังนี้
1. การรบั สารอย่างมีสติและถอดรหสั เพอื่ ใหเ้ กดิ ความเข้าใจ หมายถึง การรบั สารดว้ ยความ ตง้ั ใจ
ใส่ใจโดยใช้ประสาทสัมผัสทุกอย่างในการรับสารท่ีได้ถูกถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และ
ทัศนะของผู้ส่งสารจากส่ือต่าง ๆ โดยสามารถรับข้อมูลสารสนเทศ องค์ความรู้จากสาร และประสบการณ์ ท่ีถูก
ถ่ายทอดมา การรับสารควรจะให้เกดิ ประโยชนต์ ่อการพัฒนาตนเองและสงั คม
2. การรับและส่งสารด้วยความเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมที่แตกต่าง หมายถึง
การสื่อสารท่ีมีความเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมการใช้ส่ือต่าง ๆ ท่หี ลากหลาย ท้ังสอ่ื บุคคล สื่อธรรมชาติ
ส่ือสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และส่ือระคน โดยได้มีการถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และ
ทัศนะ ที่ส่ือสารมาเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูล สารสนเทศ องค์ความรู้และประสบการณ์ รวมถึง การเจรจาต่อรองเพื่อ
ขจัดและลดปญั หาความขัดแย้งตา่ ง ๆ ในการรบั และส่งสารน้ันๆ จะมีการเลือกรับหรือไม่รบั ข้อมูลสารสนเทศ ด้วย
หลักเหตุผล การเข้าอกเข้าใจผู้อื่นและเข้าใจบริบทสังคม ท่ีมีวัฒนธรรม ท่ีแตกต่างทั้งในระดับชุมชน ชาติ และ
สากล
3. การผลิตสื่อและกลวิธีการสื่อสารให้บรรลุเป้าหมายและคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม
หมายถึง การสร้างส่ือตา่ ง ๆ โดยพิจารณาทำสื่อและกลวธิ ีการส่อื สารใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับบุคคล ชุมชน กาลเทศะ
ท่ีเกิดประโยชน์ต่อตนเองและสร้างสรรค์สังคมที่มีการพัฒนาท่ีย่ังยืน ทั้งน้ีการออกแบบ การผลิตสื่อและกลวิธี
จะต้องให้สามารถสื่อสารได้บรรลุเป้าหมายท่ีกำหนดไว้ โดยมีความรับผิดชอบต่อสารที่ส่ือออกมา ต่อบุคคลที่
สอ่ื สาร และตอ่ ผลกระทบท่จี ะเกดิ ข้ึนในสังคมและสากล
๓. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม มุ่งเน้นให้ผู้เรียนรู้จักการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ
ตามเป้าหมาย โดยการเป็นสมาชิกทีมท่ีดีและมีภาวะผู้นำ ใช้กระบวนการทำงานแบบร่วมมือรวมพลังอย่างเป็น
ระบบ ด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ มีการประสานความคิดเห็นที่แตกต่างสู่การตัดสินใจเป็นทีมอย่างรบั ผิดชอบ
ร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและจัดการความขัดแย้งภายใต้สถานการณ์ปกติ และสถานการณ์ท่ีมีความซับซ้อน
สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทมี ประกอบด้วยลกั ษณะสำคญั 3 ประการ คือ
1. เป็นสมาชิกทีมที่ดีและมีภาวะผู้นำ เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดี มีทักษะการทำงานเป็นทีม
รับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตนและของทีม มีความยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่แตกต่าง นำจุดเด่น
ของตนและสมาชิกมาใช้ในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย สะทอ้ นการทำงานของตนเองและทีม ส่งเสริมและพัฒนา
ศักยภาพของทีม สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง ให้เป็นที่ยอมรับและไว้วางใจ ประสานความร่วมมือ
ภายในทีมและระหว่างทีม สรา้ งคา่ นิยมใหม่ในการทำงานรว่ มกนั และการพฒั นาทีมทเี่ ข้มแขง็ สามารถเป็นต้นแบบ
ผสู้ ร้างการเปล่ยี นแปลง
2. กระบวนการทำงานแบบร่วมมือรวมพลังอย่างเป็นระบบ ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย และ
กระบวนการทำงานเป็นทีม เห็นภาพความสำเร็จของทีม คำนึงถึงประโยชน์ของทีมก่อนประโยชน์ส่วนตน แบ่ง
หลกั สูตรสถานศกึ ษาองิ สมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 33
บทบาทหน้าที่อย่างเสมอภาคและเหมาะสมกับศักยภาพของสมาชิก รับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ ด้วย
ความใส่ใจ มีความพยายามและสนับสนุนช่วยเหลือกันให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน เคารพ รบั ฟัง แลกเปลี่ยน
และประสานความคิดเห็นที่แตกต่าง ประยุกต์ใช้ทักษะการคิดข้ันสูงในการตัดสินใจเป็นทีมท่ีมีประสิทธิภาพ
ประเมินและปรับปรุงกระบวนการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ร่วมรับผิด
และรับชอบตอ่ ผลการตัดสินใจของทมี เหน็ คุณค่าของการทำงานแบบรว่ มมือรวมพลงั
3. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการจัดการความขัดแย้ง มีทัศนคติเชิงบวกในการทำงานร่วมกับ
ผู้อืน่ เหน็ คณุ ค่าของสัมพันธภาพที่ดี สร้างและรกั ษาความสมั พันธอ์ ันดีในทมี ใหค้ วามไวว้ างใจซ่งึ กันและกัน ปฏิบัติ
ต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ เห็นอกเห็นใจในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน เคารพและเห็นประโยชน์ของความแตกต่าง
หลากหลาย มีทักษะและใช้วธิ ีการปอ้ งกันและจดั การความขดั แย้งได้อยา่ งเปน็ ระบบ
4. สมรรถนะการคิดขั้นสูง มุ่งเน้นให้ผู้เรียนรู้จักการแก้ปัญหา พัฒนาช้ินงาน รวมไปถึงวิธีการหรือ
นวัตกรรม โดยใช้ความคิดที่แปลกใหม่หรือพัฒนาต่อยอดจากของเดิมให้เหมาะสมต่อการใช้งานจริง เปรียบเทียบ
แหลง่ ข้อมูลและขอ้ เท็จจริงได้ ประเมินผลกระทบของปญั หาโดยใช้วธิ ีการทีเ่ หมาะสม พิจารณาโครงสร้างเชิงระบบ
ให้ครอบคลุมเพียงพอท่ีจะแก้ปัญหา สามารถสะท้อนความคิดเกี่ยวกับเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้ที่ได้จาก
การแก้ปัญหาของตนเองได้ สมรรถนะการคิดข้ันสงู ประกอบดว้ ยลักษณะสำคัญ 4 ประการ คอื
1. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ หมายถึง การคิดพิจารณา ไตรต่ รองอย่างมีเหตุผลท่ีมีจุดประสงค์
เพ่ือตัดสินวา่ ส่ิงใดควรเชอ่ื หรือควรกระทำ โดยอาศัยการใชท้ กั ษะ ทางพุทธปิ ัญญาหรือกลยุทธต์ า่ ง ๆ เพือ่ เพ่ิมความ
เป็นไปได้ของผลลัพธ์จากการตัดสินใจท่ีดี เช่น ทักษะการตีความ ประเมิน วิเคราะห์ สรุปความ และอธิบาย ตาม
หลักฐาน แนวคิด วิธีการ กฎเกณฑ์ หรือบริบทต่าง ๆ ท่ีเก่ียวกับข้อมูลท่ีรวบรวมหรือข้อมูลจากการสังเกต
ประสบการณ์ การใช้เหตุผล การสะท้อนคดิ การส่ือสาร และการโต้แย้ง
2. การคิดเชิงระบบ หมายถึง การคิดท่ีแสดงให้เห็นโครงสร้างท้ังหมด เช่ือมโยงสัมพันธ์กันเป็น
หนึ่งเดียวกันภายใต้บริบท/ปัจจัยของสิ่งแวดล้อมท่ีเกิดปัญหานั้น ๆ โดยมองปัญหาให้ลึกลงไปกว่าเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้น ให้เห็นถึงแบบแผนหรือรูปแบบพฤติกรรมท่ีเกิดขึ้น ให้เห็นรากเหง้าของสถานการณ์และปัจจัยต่าง ๆ ท่ี
เก่ียวข้องกับสถานการณ์นั้น ๆ จนเกิดความเข้าใจในสถานการณ์ของระบบน้ันอย่างลึกซึ้ง นำไปสู่การแก้ปัญหาที่
รากเหงา้ ของปญั หาอยา่ งแทจ้ รงิ
3. การคิดสร้างสรรค์ หมายถึง การคิดทห่ี ลากหลาย ริเริ่ม ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาต่อยอด
ความคิด เพื่อการแก้ปัญหาหรือสร้างทางเลือกท่ีมีประสิทธิภาพ การสร้างความก้าวหน้าในความรู้หรือ
การแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ โดยอาศัยจินตนาการและทักษะพ้ืนฐาน ด้านการคิดริเร่ิม คิดคล่อง คิดยืดหยุ่น
คิดละเอียดลออ คิดหลากหลาย คิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อให้ได้ส่ิงใหม่ที่ดีกว่า แตกต่างไปจากเดิม
มปี ระโยชน์ และมคี ุณค่าตอ่ ตนเอง ผูอ้ ืน่ และสังคมมากกว่าเดิม
4. การคิดแก้ปัญหา หมายถึง การคิดของบุคคลในการระบุปัญหา นิยามปัญหา รวบรวมข้อมูล
เพื่อแก้ปัญหา ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา เลือกทางเลือกในการแก้ปัญหาและดำเนินการแก้ปัญหาได้อย่าง
มปี ระสทิ ธิภาพ โดยมีเกณฑท์ ่ชี ัดเจนและครอบคลุมทกุ มิติ
5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง มุ่งเน้นให้ผู้เรียนรู้จักการปฏิบัติตนอย่างรับผิดชอบในฐานะ
พลเมืองไทยและพลโลก รู้เคารพสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อ่ืน เคารพในกฎกติกาและกฎหมาย มีส่วนร่วมทาง
สังคมอย่างมีวิจารณญาณ อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนท่ามกลางความหลากหลาย เห็นคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มี
บทบาทในการตัดสินใจและสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยยึดมั่นในความเท่าเทียมเป็นธรรม ค่านิยม
ประชาธปิ ไตย และสนั ติวธิ ี สมรรถนะการเป็นพลเมืองทีเ่ ข้มแข็งประกอบดว้ ยลกั ษณะสำคัญ 4 ประการ คอื
1. พลเมืองรู้เคารพสทิ ธิ หมายถึง การเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อ่ืน ตระหนักในสิทธิเสรีภาพของ
ตนเอง ช่วยเหลือ ให้เกียรติ และเข้าอกเข้าใจผู้อื่นบนพ้ืนฐานของการพึ่งพาอาศัยกัน โดยปราศจากอคติ ไม่เลือก
ปฏิบตั ิ เพื่อการอยรู่ ่วมกนั อย่างสนั ติ
หลักสูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบ้านกองลม พทุ ธศักราช 2564 34
2. พลเมืองรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าท่ี หมายถึง การปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ข้อตกลง
กฎหมาย อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม รบั ผดิ ชอบบทบาทหน้าทต่ี นเองในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก
3. พลเมืองมีส่วนร่วมอย่างมีวิจารณญาณ หมายถึง การติดตามสถานการณ์และประเด็นปัญหา
ของสงั คมอย่างมีวจิ ารณญาณ มีสว่ นร่วมทางสงั คมดว้ ยจิตสาธารณะและสำนกึ สากล
4. พลเมืองผู้สร้างการเปล่ียนแปลง หมายถึง การมีความกระตือรือร้นในการสร้าง
การเปลย่ี นแปลงเชงิ บวกทางสงั คมบนพื้นฐานของความเทา่ เทียมเปน็ ธรรม ค่านยิ มประชาธปิ ไตย และสนั ตวิ ิธี
คุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์
หลักสูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่
รว่ มกับผอู้ ื่นในสังคมได้อย่างมคี วามสุข เป็นคนดี มีจติ สำนึกในความเป็นพลเมืองของท้องถนิ่ พลเมอื งของไทย และ
พลเมอื งโลก ดงั นี้
๑. รักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หมายถึง คุณลักษณะท่ีแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ ธำรงไว้ซ่ึง
ความเปน็ ชาตไิ ทย ศรทั ธา ยึดมัน่ ในศาสนา และเคารพเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ ์
๒. ซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดม่ันในความถูกต้องประพฤติตรงตาม
ความเปน็ จรงิ ต่อตนเองและผอู้ ่ืน ทงั้ ทางกาย วาจา ใจ
๓. มวี ินยั หมายถงึ คุณลักษณะทีแ่ สดงออกถึงการยึดมน่ั ในข้อตกลง กฎเกณฑ์ และระเบียบขอ้ บงั คับของ
ครอบครัว โรงเรยี น และสงั คม
๔. ใฝ่เรียนรู้ หมายถึง คุณลักษณะท่ีแสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนแสวงหาความรู้
จากแหลง่ เรยี นร้ทู ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน
๕. อยู่อย่างพอเพียง หมายถึง คุณลักษณะท่ีแสดงออกถึงการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล
รอบคอบ มคี ณุ ธรรม มีภูมคิ มุ้ กนั ในตัวท่ีดี และปรบั ตัวเพอื่ อยู่ในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความต้ังใจและรับผิดชอบในการทําหน้าท่ี
การงาน ดว้ ยความเพยี รพยายาม อดทน เพ่อื ใหง้ านสำเร็จตามเปา้ หมาย
๗. รักความเป็นไทย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ร่วมอนุรักษ์
สืบทอดภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรม ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร
ได้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
๘. มีจิตเป็นสาธารณะ หมายถึง คุณลักษณะท่ีแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่
ก่อให้เกิดประโยชน์แกผ่ อู้ นื่ ชุมชน และสังคม ด้วยความเตม็ ใจ กระตอื รอื ร้น
หลักสตู รสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 35
กลุ่มสาระการเรียนรู้
โรงเรียนบา้ นกองลม ไดจ้ ัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 8 กล่มุ สาระ ดงั นี้
1. กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
2. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
3. กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
5. กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
6. กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา
7. กลุม่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
8. กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ขอบข่ายการเรียนรู้
โรงเรียนบ้านกองลม ไดร้ องรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5 ขอบข่ายการเรียนรู้ ดงั นี้
1. ขอบข่ายการเรียนรู้สุขภาวะกายและจิต การศึกษาเก่ียวกับการรู้จักตนเองและผู้อ่ืน การสร้างภาวะ
ความสมดุล ตามธรรมชาติระหว่างสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกตัวบุคคล การสร้างความสุขท่ีได้รับจากการมี
สภาวะท่ีสมบูรณ์ทางด้าน ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ตลอดจนการนำตนเองในการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง
และชีวิตใหค้ วามสุขและความก้าวหนา้
2. ขอบข่ายการเรียนรู้ภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม การศึกษาเก่ียวกับการใช้ภาษา และการสร้างสรรค์
งานศิลปะในฐานะที่เป็น เคร่ืองมือในการสื่อสาร การแสวงหาความรู้ การศึกษาต่อ การปร ะกอบอาชีพ
การดำรงชีวิตและการแลกเปล่ียนเรียนรู้กับสังคมโลก ความเข้าใจเก่ียวกับธรรมชาติของภาษา ความสัมพันธ์
ระหว่างภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม มจี ินตนาการและสุนทรยี ภาพทางภาษาและศิลปะ
3. ขอบข่ายการเรียนรู้โลกของงานและการประกอบอาชีพ การศึกษาเกี่ยวกับการจัดการงานบ้านเพ่ือ
พัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดี การสำรวจด้านอาชีพในบริบทท่ีเปลี่ยนแปลงไปตามเศรษฐกิจฐานสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล
เพื่อกำหนดเป้าหมายการศึกษาของตนเองใหเ้ ข้ากบั อนาคตท่ีเป็นไปได้ เสริมสร้างทักษะและคุณลกั ษณะการทำงาน
อย่างเป็นระบบ สร้างสรรค์การพัฒนาตนเองบนเส้นทางสู่การได้งานท่ีมีประโยชน์ และการศึกษาเก่ียวกับการ
ประกอบการท่รี ับผดิ ชอบ
4. ขอบข่ายการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศกึ ษาธรรมชาติและพฤติกรรมของ
สงิ่ ต่างๆ ในธรรมชาติ และการศกึ ษาเชิงนามธรรม เพื่อกำหนดรูปแบบการทำนาย แกป้ ัญหาและทดสอบความจริง
โดยการพิสูจน์เชิงประจักษ์ เป็นท้ังองค์ความรู้และกระบวนการ ที่ช่วยให้เช่ือมโยงข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกันและ
ครอบคลุมโลกธรรมชาติ ตลอดจนการศึกษาการใช้องค์ความรู้และกระบวนการมาประยุกต์ในระบบงาน เพ่ือให้
เกดิ ประสทิ ธิภาพ การสร้างสรรคแ์ ละแขง่ ขันทางดิจทิ ลั และพฒั นาคุณภาพชวี ติ
หลกั สูตรสถานศกึ ษาองิ สมรรถนะโรงเรยี นบ้านกองลม พทุ ธศักราช 2564 36
5. ขอบข่ายการเรียนรู้สังคมและความเป็นมนุษย์ การศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคน และความ
เก่ียวข้องเช่ือมโยงกับสังคมในทุกระดับ โดยบูรณาการความรู้ทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ในการอธิบาย
ปรากฏการณ์ทางสังคม เข้าใจความต่อเน่ืองและการเปล่ียนแปลงของการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและ
ศิลปวัฒนธรรม และปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับส่ิงแวดล้อม สนับสนุนและพัฒนาวิถีชีวิตและส่ิงแวดล้อมบน
คุณค่าของประชาธปิ ไตย คุณธรรมจริยธรรม มีสำนึกท่ีดีต่อชาติและภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีส่วนรว่ มในฐานะ
สมาชิกของประชาคมโลก ตลอดจนเปน็ พลเมืองดิจิทัล
ความเชื่อมโยงระหวา่ งกลุ่มสาระการเรียนรแู้ ละขอบขา่ ยการเรยี นรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พุทธศักราช 2564 37
นวัตกรรม คณุ เพยี งขวัญ เทียพรติ รภี รณ์
ระดบั ช้นั ปฐมวัย
กิจกรรมการเรียนรู้ “หนูน้อยร้อยคุณธรรม” ระดับปฐมวัย เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับระเบียบวินัยคุณธรรม
จริยธรรม และวัฒนธรรม ประเพณีท้องถนิ่ โดยใชร้ ูปแบบการจัดการเรียนรแู้ บบ Active learning การเรยี นร้จู าก
การต้งั คำถาม ซง่ึ ประกอบไปด้วย 4 หน่วยการเรยี นรู้ ดงั น้ี
1. เมลด็ คุณธรรม เด็กเรียนรเู้ กย่ี วกับมารยาทและการมีระเบยี บวินัย
2. ตน้ กลา้ คุณธรรม เด็กเรยี นรู้เกีย่ วกบั การมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
3. ตน้ ไม้คณุ ธรรม เดก็ ได้เรยี นรู้วัฒนธรรมประเพณจี ากแหล่งเรยี นรูใ้ นท้องถ่นิ
4. ดอกผลคุณธรรม เด็กนำความรู้ท่ีได้จากการทำกิจกรรมต่างๆ นำมาสร้างสรรคเ์ ปน็ ผลงาน
เพื่อนำผลงานไปจัดนิทรรศการระดบั ปฐมวัย
หลกั สตู รสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พุทธศักราช 2564 38
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
กิจกรรมการเรียนรู้ “พอเพียงอย่างเพียงพอ” ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นการจัดการเรียนรู้ โดยเน้น
การปลูกฝังให้ผู้เรยี นรู้จักใช้ชีวิตที่พอเพียง นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต
อย่างพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีและปรับตัวเพ่ืออยู่ในสังคมได้อย่างมี
ความสุข ซง่ึ ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามสมรรถนะของหลักสูตร โดยใชช้ ุมชนเปน็ ฐาน เรยี นรูจ้ ากแหล่งเรยี นรใู้ นท้องถิ่น
เช่น ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนผักฟาร์มดี ร้านค้า ตลาด ฯลฯ ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติและสามารถ
สร้างผลิตภัณฑ์ รายได้จากสมุนไพรใกล้ตัวและพืชผักเศรษฐกิจอย่างง่าย ตลอดจนดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียง
ในสถานการณป์ ัจจุบัน โดยผ่านกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning การเรียนรู้จากการต้ัง
คำถาม การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การแลกเปล่ียนความคิด การใช้เกม Coding และทฤษฎีการเรียนรู้แบบ
BBL Brain Gym
หลักสตู รสถานศกึ ษาองิ สมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พุทธศักราช 2564 39
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2
กจิ กรรมการเรียนรู้ “ของขวญั จากข้าว” ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 ประกอบดว้ ย หน่วยการเรียนรู้ จำนวน ๖
หน่วยการเรยี นรู้ และหนว่ ยการเรยี นรู้ย่อย ดงั น้ี ประวตั ิศาสตรข์ ้าว ทำความรูจ้ ักขา้ ว ทำนาปลูกข้าว วิถีความเชื่อ
เร่ืองข้าว คุณประโยชน์ของขา้ ว และอาหารจากข้าว โดยการใชช้ ุมชนเป็นฐาน (Community - Based Learning)
ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านการเล่น และการทำกิจกรรมจากประสบการณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่เก่ียวข้องกับการดำเนิน
ชีวิตมาเชื่อมโยงกับความรู้ในห้องเรียน ผ่านกระบวนการ Active learning โดยใช้รูปแบบบูรณาการ BBL,
Learning by doing ฝึกการสังเกต การต้ังคำถาม การสืบเสาะหาความรู้ การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ใน
ชุมชน การสร้างองค์ความรู้ ฝึกการเขียน mind mapping นำเสนอความรู้ การสื่อสารและการส่ือความหมาย
เพ่ือให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตามหลักสูตร นำความรู้ท่ีได้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมใน
การอนรุ กั ษแ์ ละภูมิใจในภูมปิ ัญญา วัฒนธรรม ประเพณที ้องถ่นิ
หลกั สูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พทุ ธศักราช 2564 40
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3
กิจกรรมการเรียนรู้ “Like เทียมทาน” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ชุมชนเป็น
ฐาน มุ่งเนน้ ใหผ้ ู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ ภูมศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ โดยผ่านกระบวนการ
เรี ย น รู้ Question Based Learning, Game Based Learning, Think Pair Share แ ล ะ Project Based
Learning เพ่ือให้ผู้เรียนสำนึกรักบ้านเกิด มีคุณธรรม จรยิ ธรรม สามารถนำเป็นแนวทางในการดำรงชวี ิตได้อย่างมี
ความสุข
หลักสตู รสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พทุ ธศักราช 2564 41
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4
กิจกรรมการเรียนรู้ “เล็กพริกข้ีหนู” ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 เป็นการศึกษาเรียนรู้ในชุมชนและท้องถ่ิน
ตำบลเมอื งแหง อำเภอเวยี งแหง จังหวัดเชยี งใหม่ เรียนรพู้ ืชเศรษฐกิจในทอ้ งถ่ิน ในด้านอาหารมีการใช้วัตถดุ บิ ทห่ี า
ได้จากท้องถ่ิน สู่การศึกษาและทดลองทำผลิตภัณฑ์ของตนเอง มีการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ การตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การแก้ปัญหา
และการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจำวันโดยใช้กระบวนการ Project based learning การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับ
ผลประโยชนส์ ว่ นรวม มีจติ พอเพยี ง ต่อต้านการทจุ ริต รู้หนา้ ท่ีพลเมือง รบั ผิดชอบต่อสังคมและท้องถิ่น
หลักสตู รสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พทุ ธศักราช 2564 42
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
กิจกรรมการเรียนรู้ “ดนตรีชาติพันธ์ุและศิลปการแสดงกลุ่มชาติพันธุ์ในท้องถิ่น” ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5
ผู้เรียนจะได้ศึกษาประวัติความเป็นมา ความหมาย และขอบเขตของการศึกษาของแต่ละกลุ่มชาติพันธ์ุทาง
วัฒนธรรม โดยผา่ นกระบวนการ Active learning และ Community based learning
หลักสูตรสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พุทธศกั ราช 2564 43
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
กจิ กรรมการเรยี นรู้ “ไตรพัสตราภรณ์” ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 เปน็ การจัดการเรียนรู้ โดยเน้นการปลกู ฝัง
ให้ผเู้ รียนรู้จัก เห็นคุณค่า ความเป็นมาของชดุ แต่งกายแต่ละชาติพันธ์ุ ตามแหล่งเรียนรใู้ นท้องถ่ินของตนเอง ซ่งึ ถือ
เป็นสื่อสัญลักษณ์ของคนในแต่ละท้องถ่ินท่ีแสดงถึงความเป็นเชื้อชาติ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่ง
เป็นปัจจัยพ้ืนฐานในการดำรงชีวิตของมนุษย์มีบทบาทสำคัญทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยผ่าน
กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ เช่น การเรียนรู้เชิงรุก ( Active learning) การเรียนรู้แบบ
สืบเสาะ (Inquiry method) การเรียนรู้โดยใช้ประสบการณ์เป็นฐาน (Experience based learning) และการ
เรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project based learning) ผู้เรียนจะได้ลงพ้ืนที่ในการสำรวจจากแหล่งเรียนรู้ใกล้
ตัว เช่น การลงพื้นท่ีศูนย์การเรียนรู้ทอผ้าปกากะญอบ้านแม่หาด ร้านจำหน่ายผ้าไทใหญ่และลีซู นำสู่
การออกแบบและผลติ เป็นผลงานของตนเองท่ีแฝงไปด้วยความเป็นเอกลกั ษณ์ประจำชาติพนั ธ์ขุ องตนผ่านกิจกรรม
Triple culture fabrics show เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนเกิดสมรรถนะทัง้ 5 ดา้ น
หลกั สูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 44
ส่วนท่ี 4
โครงสร้างหลกั สูตร
นยิ ามศัพท์เฉพาะ
โครงสร้างหลักสูตร หมายถึง โครงสร้างเวลาเรียนท่ีปรับตามแนวทางหลักสูตรสถานศึกษาอิง
สมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พุทธศักราช ๒๕๖4 ได้นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ และฉบบั ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามพระราชบญั ญัติพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 มาตรา
25 วรรคหนึ่ง หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานที่ได้รับการปรับเพ่ือนำไปใช้ ตามมาตรา ๒๐ (๔) ต้อง
ครอบคลุมสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และมาตรฐานการเรยี นรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานตามกฎหมายว่าดว้ ยการศึกษาแห่งชาติ โดยต้องจัดสาระการเรยี นรู้รายวชิ าให้หลากหลายและ
สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดหรือความสนใจของผู้เรียน และสภาพภูมิสังคม รวมทั้งมีกระบวนการ
เรียนรูเ้ ชิงรกุ (Active Learning)
วิชาบูรณาการ หมายถึง รายวิชาพ้ืนฐานที่นำสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ เวลาเรียน
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 ในส่วน
ของสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพ
มาจัดเป็นรายวิชาบรู ณาการ โดยมหี นว่ ยการเรยี นรู้ตามระดับชัน้
รหัสวิชา “บ” หมายถึง รายวิชาบูรณาการ เปน็ รายวิชาพ้ืนฐานท่ีโรงเรียนบ้านกองลม ได้กำหนด
เป็นรหัสวชิ าของหนว่ ยบูรณาการ ในแตร่ ะดบั ช้ัน
หลักสูตรสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พุทธศักราช 2564 45
โครงสรา้ งหลกั สูตรระดับปฐมวัย
หลักสูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม ระดับปฐมวัย เป็นแนวทางการจัดการศึกษาเพ่ือ
พัฒนาเด็กอายุ 4 - 6 ปี โดยการจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัยในด้านคุณธรรม จริยธรรม อย่างเต็ม
ศกั ยภาพ ภายใตบ้ ริบทของทอ้ งถิน่ โดยมีโครงสร้างหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย ดงั น้ี
โครงสร้างหลักสตู รอิงสมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม ระดับปฐมวัย
ชว่ งอายุ อายุ ๔ - 6 ปี
สมรรถนะ ประสบการณ์สำคญั สาระทคี่ วรเรียนรู้
1.สมรรถนะ ด้านการจดั การตนเอง ๑. เมลด็ คุณธรรม
2.สมรรถนะ ด้านการสื่อสาร 2. ต้นกล้าคุณธรรม
3.สมรรถนะ ด้านการรวมพลังทำงานเปน็ ทีม ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม 3. ต้นไมค้ ุณธรรม
4.สมรรถนะ ด้านการคดิ ข้ันสูง 4. ดอกผลคุณธรรม
5.สมรรถนะ ด้านการเป็นพลเมอื งท่ีเข้มแข็ง
เวลาเรียน ๑๐๐ ชวั่ โมง/ปีการศกึ ษา
ตารางกจิ กรรมประจำวนั โรงเรียนบา้ นกองลม ระดบั ปฐมวัย
เวลา กจิ กรรม จำนวนเวลา
07.00 – 07.45 น. รบั เดก็ ตรวจสุขภาพ 45 นาที
07.45 – 08.00 น. ทำเวรเขตบริการ 15 นาที
08.00 – 08.20 น. เตรยี มเข้าแถว เคารพธงชาติ สวดมนตก์ จิ กรรมยามเชา้ 20 นาที
08.20 – 08.30 น. โฮมรมู สนทนา ขา่ วและเหตุการณ์ 10 นาที
08.30 – 09.00 น. **กจิ กรรมหนนู ้อยร้อยคุณธรรม (กิจกรรมบูรณาการ) 30 นาที
09.00 - 09.20 น. กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจงั หวะ 20 นาที
09.20 - 09.50 น. กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 30 นาที
09.50 - 10.20 น. กิจกรรมสรา้ งสรรค์ 30 นาที
10.20 - 10.40 น. กิจกรรมเสรี / เลน่ ตามมุม 20 นาที
10.40 - 11.10 น. กิจกรรมกลางแจ้ง 30 นาที
11.10 – 12.00 น. พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั / พกั เท่ียง 50 นาที
12.00 – 14.00 น. แปรงฟนั เขา้ ห้องน้ำ สวดมนต์ไหว้พระ นอนพักผอ่ น 120 นาที
กลางวัน
14.00 - 14.20 น. ตืน่ นอน เก็บทนี่ อน เข้าห้องน้ำ ล้างหนา้ ดม่ื นม 20 นาที
14.20 -14.50 น. กจิ กรรมเกมการศึกษา 30 นาที
14.50 – 15.30 น. สรุป ทบทวนบทเรียน เตรียมตวั กลบั บา้ น 40 นาที
15.30 – 17.30 น. PLC /ชวั่ โมงสนบั สนุนการจัดการเรียนรู้ 2 ช่วั โมง
หลักสูตรสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบ้านกองลม พุทธศกั ราช 2564 46
คำอธิบายกจิ กรรม
เรียนรเู้ ร่ืองระเบียบวินัย วิธีการไหว้การกล่าวทักทาย การแตง่ กายที่ถูกต้อง การใช้สิ่งของเครอ่ื งใช้ส่วนตัว
การเข้าแถวอย่างเป็นระเบยี บ วิธีการรบั ประทานอาหาร วธิ ีการใช้หอ้ งน้ำท่ถี ูกสุขลกั ษณะ การดูแลรักษาห้องเรียน
การเก็บของเล่น การฝึกเป็นผู้นำและผู้ตามท่ีดี เรียนรู้ธรรมะ วิธีการกราบพระ การไหว้พระ การสวดมนต์สน้ั การ
แผ่เมตตา บทสวดสรภัญญะ การมีน้ำใจเอื้อเฟ้ือเผื่อแผ่ ซื่อสัตย์สุจริต การนั่งสมาธิ พูดจาสุภาพอ่อนหวาน เรียนรู้
การมีจิตอาสา ฝึกสังเกตสิ่งทอ่ี ยรู่ อบตัว เรียนรู้ปัญหาสิ่งแวดลอ้ ม ประโยชน์และโทษของขยะ วธิ กี ารแก้ปญั หาขยะ
การเก็บ-แยกขยะ งานบ้าน รักษาส่ิงแวดลอ้ ม การเป็นจิตอาสา เรยี นรู้เรอื่ งการสบื สานประเพณีท้องถ่ิน สืบสาน
ประเพณีชนเผ่า รู้จักประวัติของชนพ้ืนเมือง ประเพณีตานก๋วยสลาก รู้จักชนเผ่าปกากะญอ ประเพณีก่ีจึ๊
(มดั มือชาวปกากะญอ) ชนชาติไทยใหญ่ ประเพณีปอยส่างลอง ชนเผ่าลซี ู การเต้นจะคึ (ปใี หมล่ ซี ู)
โดยเรียนรู้ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning มุ่งสร้างประสบการณ์ตรงที่เน้นให้เด็ก
ไดล้ งมอื ทำ ฝึกทักษะการคิด การลองผดิ ลองถูก นำไปสู่การคิดแกป้ ัญหาต่อสิง่ ที่มีความหมายต่อตัวเด็ก และเดก็ ได้
มีส่วนร่วมในการแสดงความคดิ เห็น โดยมคี รเู ปน็ ผู้สนบั สนุนการเรียนรู้
เพื่อให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจในทักษะการคิด การแก้ปัญหา การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
ผ่านการลงมือทำ เคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง มีน้ำใจ มีระเบียบวินัย มีคุณธรรมจริยธรรม เกิดความรักและ
ภาคภูมิใจในท้องถนิ่ ของตน
มาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค/์ ตัวบ่งชี้
มฐ.1 ตบช.1.1/1.2/1.3
มฐ.2 ตบช.2.1/2.2
มฐ.3 ตบช.3.1/3.2
มฐ.4 ตบช.4.1
มฐ.5 ตบช.5.1/5.2/5.3/5.4
มฐ.6 ตบช.6.1/6.2/6.3
มฐ.7 ตบช.7.1/7.2
มฐ.8 ตบช.8.1/8.2/8.3
มฐ.9 ตบช.9.1/9.2
มฐ.10 ตบช.10.1/10.2/10.3
มฐ.11 ตบช.11.1/11.2
มฐ.12 ตบช.12.1/12.2
สมรรถนะ
1.สมรรถนะการจดั การตนเอง
2.สมรรถนะการสือ่ สาร
3.สมรรถนะการรวมพลังทำงานเปน็ ทีม
4.สมรรถนะการคิดขนั้ สูง
5.สมรรถนะการเปน็ พลเมืองทเี่ ขม้ แข็ง
หลกั สูตรสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 47
โครงสร้างหลกั สูตรชั้นปี ระดับประถมศกึ ษา
โครงสร้างเวลาเรยี น โรงเรียนบา้ นกองลม
ระดับประถมศกึ ษา
กลมุ่ สาระการเรียนรู้/กจิ กรรม ป.๑ ป.๒ เวลาเรยี น ป.๕ ป.๖
๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๙๒๐ ๙๒๐
รายวชิ าพื้นฐาน ๒๐๐ ๒๐๐ ระดบั ประถมศึกษา ๑๖๐ ๑๖๐
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ป.๓ ป.๔ ๑๖๐ ๑๖๐
คณติ ศาสตร์ ๑,๐๐๐ ๙๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
ภาษาอังกฤษ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๓๒๐ ๓๒๐
บรู ณาการ ๓๒๐ ๓๒๐ ๘๐ ๑๒๐ ๒๐๐ ๒๐๐
รายวชิ าเพิ่มเติม ๔๐ ๔๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐
คอมพิวเตอร์ ๔๐ ๔๐ ๓๒๐ ๓๒๐ ๔๐ ๔๐
สรา้ งเสรมิ ประสบการณช์ ีวติ ๔๐ ๒๐๐ ๔๐ ๔๐
สร้างลักษณะนสิ ัย - - ๔๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐
สนุ ทรียภาพในชีวติ - - - ๔๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน - - - ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมแนะแนว ๑๒๐ ๑๒๐ - ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมชุมนมุ ๔๐ ๔๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๓๐ ๓๐
กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๑๐ ๑๐
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ ๓๐ ๓๐ ๔๐ ๔๐
สาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๓๐ ๓๐ ๑,๒๔๐
๑๐ ๑๐
รวมเวลาเรยี นท้งั หมด
๑,๑๖๐ ๑,๑๖๐ ๑,๑๖๐ ๑,๒๔๐ ๑,๒๔๐
หลักสตู รสถานศกึ ษาองิ สมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พุทธศกั ราช 2564 48
โครงสรา้ งเวลาเรียน ช่วงชน้ั ที่ 1
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 1-3
รายวิชา จำนวนชวั่ โมง รายวิชาท่ีหักไปเปน็ จำนวนชวั่ โมง
คาบบรู ณาการ 80
ภาษาไทย 200 40
คณิตศาสตร์ 200 สงั คมศึกษา 80
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 80 ประวัติศาสตร์
- วทิ ยาศาสตร์ ๔๐ ช่ัวโมง พลศึกษาและสุขศึกษา 80
- วิทยาการคำนวณ ๔๐ ช่วั โมง 200 40
ภาษาอังกฤษ 680 ศิลปะ
รวมวชิ าพนื้ ฐาน 40 การงานอาชีพ
คอมพวิ เตอร์ 40
รวมวชิ าเพ่มิ เติม 720 รวมคาบบรู ณาการ
รวมวิชาเรยี น 40 320 ช่วั โมง
แนะแนว 40
ชุมนุม 30
ลกู เสอื 10
กิจกรรมเพ่อื สังคม
สาธารณประโยชน์ 120
รวมกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน 840
รวมทั้งหมด (วชิ า)
รวมจำนวนวิชาท่ไี ด้เรยี นทั้งหมดของ ป.1-3 1,160/ปี (720+120+320)
หลกั สูตรสถานศกึ ษาองิ สมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พุทธศักราช 2564 49
โครงสรา้ งหลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นกองลม
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑
รหสั รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรียน (ชม./ปี)
รายวิชาพน้ื ฐาน ๑,๐๐๐
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐
ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ ๒๐๐
ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑ ๘๐
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๒๐๐
บ ๑๑๑๐๑ บรู ณาการ “พอเพยี งอย่างเพียงพอ” ๓๒๐
รายวิชาเพ่มิ เติม ๔๐
ว ๑๑๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๑ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๑๒๐
๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๔๐
กิจกรรมชุมนมุ ๓๐
กจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี ๑๐
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ ๑,๑๖๐
รวมเวลาเรียนทั้งสิน้
หลักสูตรสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พุทธศักราช 2564 50
โครงสร้างหลักสูตรโรงเรียนบา้ นกองลม เวลาเรียน (ชม./ป)ี
ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ ๑,๐๐๐
๒๐๐
รหัส รายวชิ า / กจิ กรรม ๒๐๐
รายวิชาพนื้ ฐาน ๘๐
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๒๐๐
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ ๓๒๐
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๒ ๔๐
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ ๔๐
บ ๑๒๑๐๑ บูรณาการ “ของขวัญจากขา้ ว” ๑๒๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๔๐
ว ๑๒๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๒ ๔๐
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ๓๐
๑๐
กิจกรรมแนะแนว ๑,๑๖๐
กิจกรรมชมุ นุม
กจิ กรรมลูกเสือ-เนตรนารี
กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรยี นทง้ั ส้ิน
หลกั สูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พุทธศักราช 2564 51
โครงสรา้ งหลักสูตรโรงเรียนบา้ นกองลม
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
รหัส รายวิชา / กิจกรรม เวลาเรยี น (ชม./ปี)
รายวิชาพ้นื ฐาน ๑,๐๐๐
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๒๐๐
ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ๒๐๐
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๓ ๘๐
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ ๒๐๐
บ ๑๓๑๐๑ บูรณาการ “Like เทยี มทาน” ๓๒๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๔๐
ว ๑๓๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ ๓ ๔๐
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น ๑๒๐
๔๐
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
กจิ กรรมชมุ นมุ ๓๐
กิจกรรมลกู เสือ-เนตรนารี ๑๐
กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑,๑๖๐
รวมเวลาเรยี นท้ังสนิ้
หลักสตู รสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พุทธศักราช 2564 52
โครงสรา้ งเวลาเรยี น ช่วงชัน้ ท่ี 2
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4-6
รายวชิ า จำนวนชว่ั โมง รายวชิ าที่หักไปเปน็ จำนวนชัว่ โมง
คาบบูรณาการ 80
ภาษาไทย 160 40
คณติ ศาสตร์ 160 สงั คมศึกษา 80
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 120 ประวตั ิศาสตร์
- วทิ ยาศาสตร์ ๘๐ ชว่ั โมง พลศกึ ษาและสุขศึกษา 80
- วทิ ยาการคำนวณ ๔๐ ชั่วโมง 160 40
ภาษาองั กฤษ 600 ศลิ ปะ
รวมวิชาพื้นฐาน 80 การงานอาชพี
คอมพิวเตอร์ 40
สร้างเสริมประสบการณช์ ีวติ 40 รวมคาบบรู ณาการ
สรา้ งเสริมลักษณะนิสยั 40 320 ช่วั โมง
สุนทรยี ภาพในชีวิต 200
รวมวิชาเพม่ิ เติม 800
รวมวิชาเรยี น 40
แนะแนว 40
ชุมนุม 30
ลูกเสอื 10
กิจกรรมเพ่อื สังคมและ
สาธารณประโยชน์ 120
รวมกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น 920
รวมทั้งหมด (วิชา)
รวมจำนวนวิชาท่ีได้เรียนทัง้ หมดของ ป.4-6 1240/ปี (800+120+320)
หลกั สตู รสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 53
โครงสร้างหลักสตู รโรงเรียนบา้ นกองลม
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
รหัส รายวชิ า / กิจกรรม เวลาเรียน (ชม./ปี)
รายวชิ าพ้ืนฐาน ๙๒๐
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๑๖๐
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ ๑๖๐
ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ๑๒๐
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔ ๑๖๐
บ ๑๔๑๐๑ บูรณาการ “เล็กพริกข้ีหนู” ๓๒๐
รายวิชาเพ่ิมเติม ๒๐๐
ว ๑๔๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ ๔ ๘๐
ส ๑๔๒๐๑ สรา้ งเสริมประสบการณช์ ีวิต ๔๐
พ ๑๔๒๐๑ สรา้ งเสรมิ ลักษณะนสิ ยั ๔๐
ศ ๑๔๒๐๑ สุนทรียภาพในชีวติ ๔๐
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ๑๒๐
๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๔๐
กจิ กรรมชุมนุม ๓๐
กจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี ๑๐
กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑,๒๔๐
รวมเวลาเรียนท้งั ส้นิ ตามโครงสรา้ งหลกั สตู ร
หลกั สตู รสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พุทธศักราช 2564 54
โครงสร้างหลกั สตู รโรงเรียนบ้านกองลม
ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
รหัส รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรียน (ชม./ปี)
รายวิชาพน้ื ฐาน ๙๒๐
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๑๖๐
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ๑๖๐
ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๕ ๑๒๐
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ ๑๖๐
บ ๑๕๑๐๑ บรู ณาการ “ดนตรแี ละศิลปะการแสดงในท้องถนิ่ /ชาตพิ ันธ์ุ” ๓๒๐
รายวิชาเพ่ิมเติม ๒๐๐
ว ๑๕๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ ๕ ๘๐
ส ๑๕๒๐๑ สรา้ งเสริมประสบการณช์ ีวิต ๔๐
พ ๑๕๒๐๑ สร้างเสรมิ ลักษณะนิสัย ๔๐
ศ ๑๕๒๐๑ สนุ ทรียภาพในชีวติ ๔๐
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน ๑๒๐
๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๔๐
กจิ กรรมชุมนุม ๓๐
กิจกรรมลกู เสือ-เนตรนารี ๑๐
กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑,๒๔๐
รวมเวลาเรียนทัง้ สน้ิ
หลกั สตู รสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พุทธศักราช 2564 55
โครงสรา้ งหลักสูตรโรงเรียนบ้านกองลม
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
รหสั รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรยี น (ชม./ปี)
รายวิชาพน้ื ฐาน ๙๒๐
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๑๖๐
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ ๑๖๐
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ๑๒๐
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ ๑๖๐
บ ๑๖๑๐๑ บูรณาการ “ไตรพสั ตราภรณ์” ๓๒๐
รายวชิ าเพ่มิ เติม ๒๐๐
ว ๑๖๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๖ ๘๐
๔๐
ส ๑๖๒๐๑ สร้างเสรมิ ประสบการณ์ชวี ิต
พ ๑๖๒๐๑ สร้างเสรมิ ลักษณะนสิ ยั ๔๐
ศ ๑๖๒๐๑ สนุ ทรียภาพในชีวิต
๔๐
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
กจิ กรรมแนะแนว ๑๒๐
กจิ กรรมชุมนุม ๔๐
กิจกรรมลกู เสือ-เนตรนารี ๔๐
กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๓๐
รวมเวลาเรยี นทั้งส้ิน ๑๐
๑,๒๔๐
หลกั สตู รสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบ้านกองลม พุทธศักราช 2564 56
คำอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
หลกั สตู รสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 57
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย๑ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
.......................................................................................................................................................................
ฝึกอ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความส้ัน ๆ บอกความหมายของคำและข้อความ ตอบคำถาม
เล่าเร่ืองย่อ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ นำเสนอเรื่องท่ี อ่าน
บอกความหมายของเคร่ืองหมายหรือสัญลักษณ์สำคัญที่มักพบเห็นในชีวิตประจำวัน มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัด
ลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนส่ือสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะในการ
ฟงั ฟังคำแนะนำ คำส่ังง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ตอบคำถาม เล่าเรื่อง พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเร่ือง
ท่ีฟังและดู พูดสื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์ เน้นมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ
สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ต่อคำ
คล้องจองง่าย ๆ บอกข้อคิดท่ีได้จากการอา่ นหรอื การฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและรอ้ ยกรองสำหรับเด็ก ฝึกท่องจำ
บทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอ้ ยกรองตามความสนใจ
โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวน
การคิด การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดง
ความคิดเหน็ กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ช้ีวัด
สมรรถนะ
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 4. สมรรถนะการคิดขั้นสูง
2. สมรรถนะการสอ่ื สาร 5. สมรรถนะการเป็นพลเมอื งทเี่ ขม้ แข็ง
3. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๕. อยู่อยา่ งพอเพียง
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๖. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
๒. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต ๗. รักความเปน็ ไทย
๓. มีวินัย ๘. มจี ติ สาธารณะ
๔. ใฝเ่ รียนรู้
หลกั สตู รสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พทุ ธศักราช 2564 58
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
.......................................................................................................................................................................
ฝึกอ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อธิบายความหมายของคำและ
ข้อความท่ีอ่าน ต้ังคำถาม ตอบคำถาม ระบุใจความสำคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเน
เหตกุ ารณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอยา่ งสม่ำเสมอและนำเสนอเรอ่ื งที่อา่ น อา่ นขอ้ เขียนเชิงอธบิ าย และ
ปฏิบัติตามคำส่ังหรือข้อแนะนำ มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องสั้น ๆ
เก่ียวกับประสบการณ์ เขียนเร่ืองส้ัน ๆ ตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง ฟังคำแนะนำ
คำส่ังที่ซับซ้อนและปฏิบัติตาม เล่าเร่ือง บอกสาระสำคัญของเรื่อง ตั้งคำถาม ตอบคำถาม พูดแสดงความคิดเห็น
ความรู้สึก พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกทักษะการเขียน
พยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ เรยี บเรยี งคำเปน็ ประโยคได้
ตรงตามเจตนาของการสื่อสาร บอกลักษณะคำคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสม
กับกาลเทศะ ฝึกจับใจความสำคัญจากเรื่อง ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสำหรับเด็ก
เพ่ือนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ร้องบทร้องเล่นสำหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบท
รอ้ ยกรองทม่ี คี ุณคา่ ตามความสนใจ
โดยใช้กระบวนการอา่ น กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการ
คิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคำถาม
ตอบคำถาม ใชท้ ักษะการฟัง การดแู ละการพดู พดู แสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของ
การอนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตัวช้วี ัด
สมรรถนะ
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 4. สมรรถนะการคดิ ข้นั สูง
2. สมรรถนะการสอื่ สาร 5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองทเี่ ขม้ แขง็
3. สมรรถนะการรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๕. อย่อู ย่างพอเพยี ง
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๖. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
๒. ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ ๗. รักความเป็นไทย
๓. มีวินัย ๘. มีจิตสาธารณะ
๔. ใฝ่เรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พุทธศักราช 2564 59
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
.........................................................................................................................................................................
ฝึกอ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อธิบายความหมายของคำและ
ข้อความท่ีอา่ น ตงั้ คำถาม ตอบคำถามเชงิ เหตุผล ลำดบั เหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรปุ ความรู้ ข้อคดิ จาก
เร่ืองที่อ่าน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อ่าน
อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อแนะนำ อธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่
และแผนภูมิ มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจำวัน
เขียนเร่ืองตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด เล่ารายละเอียด
บอกสาระสำคัญ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดส่ือสารได้ชัดเจนตรงตาม
วัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคำและบอก
ความหมายของคำ ระบุชนิด หน้าท่ีของคำ ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำ แต่งประโยคง่าย ๆ แต่ง
คำคล้องจองและคำขวัญ เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ระบุข้อคิดท่ีได้จาก
การอ่านวรรณกรรม เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก เพ่ือปลูกฝังความชื่นชม
วัฒนธรรมท้องถ่ิน แสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั วรรณคดีท่ีอ่าน ทอ่ งจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทร้อยกรอง
ท่มี คี ณุ คา่ ตามความสนใจ
โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการ
คิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคำถาม
ตอบคำถาม ใชท้ กั ษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคดิ เห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของ
การอนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชว้ี ดั
สมรรถนะ
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 4. สมรรถนะการคดิ ขั้นสูง
2. สมรรถนะการส่อื สาร 5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองทเ่ี ขม้ แข็ง
3. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเปน็ ทีม
5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองทีเ่ ขม้ แขง็
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ๕.อย่อู ยา่ งพอเพียง
๑.รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๖.มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
๒.ซื่อสตั ย์ สจุ รติ ๗.รักความเป็นไทย
๓.มีวินยั ๘.มจี ติ สาธารณะ
๔.ใฝ่เรยี นรู้
หลกั สตู รสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พุทธศกั ราช 2564 60
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย๔ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
........................................................................................................................................................................
ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและสำนวนจากเรื่องที่อ่าน
อ่านเร่ืองสั้น ๆ ตามเวลาที่กำหนดและตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน
คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองท่ีอ่าน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดจากเร่ืองท่ีอ่าน เพื่อนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวัน เลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกั บเรื่องท่ีอ่าน
มีมารยาทในการอ่าน ฝกึ คดั ลายมือด้วยตวั บรรจงเตม็ บรรทดั และครง่ึ บรรทดั เขียนส่ือสารโดยใช้คำได้ถกู ตอ้ ง ชดั เจนและ
เหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนย่อความจากเร่ืองส้ัน ๆ เขียน
จดหมายถึงเพ่ือนและมารดา เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า เขียนเรื่องตามจินตนาการ มมี ารยาท
ในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพดู จำแนกข้อเท็จจริงและขอ้ คดิ เหน็ เรอ่ื งทฟี่ ังและดู พดู สรุปจากการฟงั และ
ดู พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกเกย่ี วกับเรื่องที่ฟังและดู ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตผุ ลจากเรื่องที่
ฟังและดู พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา มีมารยาทในการฟัง การดูและ
การพูด ฝึกเขียนตามหลกั การเขียน เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำในบรบิ ทต่าง ๆ ระบชุ นิดและหนา้ ที่ของคำ
ในประโยค ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำ แต่งประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา แต่งบทร้อยกรองและคำขวัญ
บอกความหมายของสำนวน เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้ ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทาน
คติธรรม อธิบายข้อคิดจากการอ่านเพ่ือนำไปใช้ในชีวิตจริง ร้องเพลงพ้ืนบ้าน ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและ
บทร้อยกรองท่ีมคี ณุ คา่ ตามความสนใจ
โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด
วิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึก
ปฏิบัติ อธบิ าย บันทกึ การต้ังคำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็นกระบวนการ
สรา้ งความคดิ รวบยอด
เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรยี นภาษาไทย เห็นคณุ ค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
นำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตวั ชีว้ ัด
สมรรถนะ
1. สมรรถนะการจัดการตนเอง 4. สมรรถนะการคิดข้นั สงู
2. สมรรถนะการสอื่ สาร 5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองทเ่ี ข้มแขง็
3. สมรรถนะการรวมพลงั ทำงานเป็นทีม
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ๕. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
๒. ซื่อสัตย์ สุจรติ ๖. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
๓. มวี นิ ัย ๗. รักความเปน็ ไทย
๔. ใฝเ่ รยี นรู้ ๘. มจี ิตสาธารณะ
หลักสูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบ้านกองลม พุทธศกั ราช 2564 61
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
.........................................................................................................................................................................
ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความที่เป็น
การบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ แสดงความ
คดิ เหน็ อา่ นงานเขียนเชงิ อธิบาย คำส่ัง ข้อแนะนำ และปฏิบตั ิตาม เลือกอา่ นหนังสือที่มคี ุณค่าตามความสนใจ
มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสาร เขียนแผนภาพ
โครงเร่ือง แผนภาพความคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและ
ความคิดเห็น กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเร่ืองตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง
การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึก ตั้งคำถาม ตอบคำถาม วิเคราะห์ข้อความ
พูดรายงาน มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ระบุชนิดและหน้าท่ีของคำในประโยค จำแนกส่วนประกอบ
ของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน ใช้คำราชาศัพท์ บอกคำภาษาต่างประเทศใน
ภาษาไทย แต่งบทร้อยกรอง ใช้สำนวนได้ถูกต้อง สรุปเร่ืองจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้
ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและ
วรรณกรรม ท่องจำบทอาขยานตามทกี่ ำหนดและบทร้อยกรองท่มี ีคุณคา่ ตามความสนใจ
โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการ
คิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา
การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความ
คดิ เห็น กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของ
การอนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดย ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวชีว้ ัด
สมรรถนะ
1. สมรรถนะการจัดการตนเอง 4. สมรรถนะการคดิ ขน้ั สูง
2. สมรรถนะการสื่อสาร 5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองท่เี ขม้ แขง็
3. สมรรถนะการรวมพลงั ทำงานเปน็ ทมี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๕.อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ๖. มุ่งม่ันในการทำงาน
๒. ซอ่ื สัตย์ สุจริต ๗. รกั ความเปน็ ไทย
๓. มีวนิ ยั ๘. มจี ติ สาธารณะ
๔. ใฝเ่ รียนรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษาองิ สมรรถนะโรงเรยี นบ้านกองลม พทุ ธศักราช 2564 62
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
.........................................................................................................................................................................
ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความที่เป็นโวหาร
อ่านเร่ืองสน้ั ๆอย่างหลากหลาย แยกข้อเท็จจริงและขอ้ คิดเห็นจากเรอ่ื งท่อี ่าน วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ
เรอ่ื งที่อา่ นเพ่ือนำไปใช้ในการดำเนินชวี ติ อ่านงานเขียน เชิงอธิบาย คำสั่ง ขอ้ แนะนำ และปฏิบัติตาม อธิบายความหมาย
ของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนท่ี แผนภูมิและกราฟ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจและอธิบายคุณค่าที่ได้รับ
มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนส่ือสารโดยใช้คำได้ถูกต้อง ชัดเจน
และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ เขียนย่อความ
จากเรื่องอ่าน เขียนจดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเร่ืองตามจินตนาการและสร้างสรรค์ มมี ารยาทใน
การเขียน ฝกึ ทักษะการฟัง การดแู ละการพดู พดู แสดงความรู้ ความเข้าใจจดุ ประสงค์ของเรื่องท่ฟี ังและดู ตง้ั คำถามและ
ตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากเร่ืองที่ฟังและดูสื่อโฆษณาอย่างมีเหตุผล
พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา พูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ
มมี ารยาทในการฟัง การดแู ละการพูด ฝึกวเิ คราะหช์ นิดและหน้าที่ของคำในประโยค ใชค้ ำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและ
บุคคล รวบรวมและบอกความหมายของคำภาษาต่างประเทศท่ีใช้ในภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แต่งบท
รอ้ ยกรอง วิเคราะห์เปรียบเทียบสำนวนท่ีเป็นคำพังเพยและสุภาษิต ฝึกแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรม
ท่ีอ่าน เล่านิทานพ้ืนบ้านท้องถ่ินตนเองและนิทานพ้ืนบ้านของท้องถิ่นอื่น อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม
ที่อา่ นและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวติ จริง ท่องจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทรอ้ ยกรองไดอ้ ย่างมคี ุณค่าตามความสนใจ
โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด
วิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ กระบวนการส่อื ความ กระบวนการแก้ปญั หา กระบวนการ
สงั เกต กระบวนการแยกข้อเท็จจรงิ กระบวนการค้นควา้ กระบวนการใช้เทคโนโลยีในการส่ือสาร กระบวนการใช้ทักษะ
ทางภาษา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดง
ความคดิ เหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความร้ไู ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนโ์ ดยใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
นำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตวั ช้ีวดั
สมรรถนะ 4. สมรรถนะการคิดข้ันสงู
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 5. สมรรถนะการเป็นพลเมอื งทเ่ี ขม้ แข็ง
2. สมรรถนะการส่อื สาร
3. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๖. มุ่งม่ันในการทำงาน
๒. ซอื่ สัตย์ สจุ รติ ๗. รักความเปน็ ไทย
๓. มวี นิ ยั ๘. มีจิตสาธารณะ
๔. ใฝ่เรียนรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พทุ ธศักราช 2564 63
คำอธบิ ายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
หลักสูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบ้านกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 64
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ค 11101 คณติ ศาสตร์ ๑ กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1 เวลา 200 ช่ัวโมง
.........................................................................................................................................................................
ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณและการแก้ปัญหาในสาระต่อไปนี้ การใช้จำนวนบอกปริมาณท่ีได้จาก
การนับ การอ่าน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย แสดงจำนวนการนับเพิ่มทีละ 1 และทีละ 2
การนับลดทีละ 1 หลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย
การเปรียบเทียบจำนวนและการใช้เคร่ืองหมาย = ≠ > < การเรียงลำดับจำนวนไมเกินห้าจำนวน การบวก
ทไี่ ม่มีการทด การลบที่ไมม่ ีการกระจาย การบวก ลบระคน โจทย์ปัญหา การเปรยี บเทียบและการวัดความยาว
การชั่ง การตวงโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน ช่วงเวลา ในแต่ละวัน (กลางวัน กลางคืน เช้า สาย เที่ยง บ่าย
เย็น) จำนวนวันและช่ือวันในสัปดาห์ การจำแนกรูปสามเหล่ียม รูปสี่เหล่ียม รูปวงกลม รูปวงรี แบบรูปของ
จำนวนท่ีเพิ่มขึ้นทีละ 1 และทีละ 2 แบบรูปของจำนวนที่ลดลงทีละ 1 แบบรูปของรูป ที่มีรูปร่าง ขนาด หรือสี
ทสี่ มั พันธก์ นั อย่างใดอย่างหนง่ึ
การจดั ประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณ์ท่ีอยู่ใกล้ตวั ให้กับผู้เรียนได้ศึกษาค้นควา้ โดยปฏิบัติจริง ทดลอง
สรุป รายงาน เพอื่ พฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านองค์ความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการท่ีได้ไปใช้ในการเรียนรู้
สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและเจตคติท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ สามารถ
ทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ ระเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ และเชื่อมนั่ ในตนเอง
เพื่อให้ผู้เรียนมองหาวิธีท่ีหลากหลายและแลกเปล่ียนความเข้าใจ ใช้ทักษะการให้เหตุผล ทักษะทาง
คณิตศาสตร์เพื่อแกป้ ัญหาโดยเช่ือมโยงทุกสาระทางคณิตศาสตร์ เห็นคุณค่าของคณิตศาสตร์ซ่ึงมีบทบาทสำคญั ต่อ
การพัฒนาความคิด ความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผนคิดวิเคราะห์คาดการณ์ วางแผน
ตัดสินใจแก้ปญั หา เป็นเครื่องมือในการศึกษาทางดา้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อน่ื ๆ พัฒนาความรูแ้ ละ
กระบวนการคิด ก้าวทันการเปล่ียนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนา
อาชพี ท่ีดี
มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
ค 1.1 ป.1/1, ป.1/2
ค 1.2 ป.1/1, ป.1/2
ค 2.1 ป.1/1, ป.1/2
ค 3.1 ป.1/1
รวม ๔ มาตรฐาน ๗ ตวั ชว้ี ดั
สมรรถนะ 4. สมรรถนะการคิดข้ันสงู
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 5. สมรรถนะการเปน็ พลเมืองทเ่ี ขม้ แข็ง
2. สมรรถนะการส่ือสาร
3. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเปน็ ทีม
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๕. อยูอ่ ย่างพอเพียง
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ๖. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
๒. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ ๗. รักความเปน็ ไทย
๓. มีวนิ ยั ๘. มจี ติ สาธารณะ
๔. ใฝ่เรียนรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษาองิ สมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พทุ ธศักราช 2564 65
คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ค 12101 คณติ ศาสตร์ ๒ กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 2 เวลา 200 ช่วั โมง
.........................................................................................................................................................................
ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณและการแก้ปัญหาในสาระต่อไปนี้ การใช้จำนวนบอกปริมาณที่ได้จาก การนับ
การอ่าน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย แสดงจำนวนการนับเพิ่มทีละ 5 และทีละ 10 และทีละ 100
การนับลดทีละ 2 ทีละ 10 และทีละ 100 หลัก และค่าของเลขโดดในแต่ละหลักและการใช้ 0 เพื่อยึดตำแหน่ง
ของหลัก การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบจำนวนและการใช้เครื่องหมาย = ≠ > <
การเรยี งลำดับจำนวนไม่เกินห้าจำนวน การบวก การลบ การคูณจำนวนหนึ่งหลักกับจำนวนไม่เกนิ สองหลัก การหารท่ี
ตัวหารและผลหารมีหน่ึงหลัก การบวก ลบ คูณ หารระคน โจทย์ปัญหา การวัดความยาว (เมตร เซนติเมตร) การช่ัง
น้ำหนัก (กิโลกรัม ขีด) การตวง (ลิตร) การเปรียบเทียบ ความยาว น้ำหนัก ปริมาตรและความจุ (หนวยเดียวกัน) ชนิด
และค่าของเงินเหรียญและธนบัตร การเปรียบเทียบค่าของเงินเหรียญและธนบัตร การบอกจำนวนเงินทั้งหมด
(บาท สตางค์) การบอกเวลาเป็นนาฬิกากบั นาที (ช่วง 5 นาที) การอ่านปฏิทิน เดอื นและอันดับท่ีของเดือน โจทย์ปัญหา
บวก ลบ เกีย่ วกับการวัดความยาว การช่งั เงิน โจทย์ปัญหา บวก ลบ คูณ หารเก่ยี วกบั การตวง รูปสามเหลี่ยม รปู ส่ีเหล่ยี ม
รปู วงกลม รูปวงรี ทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก การจำแนกรูปเรขาคณิตสองมิติกับรูปเรขาคณิตสามมิติ
การเขียนรปู สามเหลย่ี ม รูปสีเ่ หล่ยี ม รูปวงกลม และรปู วงรี โดยใช้รูปแบบของจำนวนที่เพ่ิมขน้ึ ทลี ะ 5 ทีละ 10 และทีละ
100 แบบรูปของจำนวนที่ลดลง ทีละ 2 ทีละ 10 และทีละ 100 แบบรูปของรูปท่ีมีรูปร่าง ขนาด หรือสีท่ีสัมพันธ์กัน
อย่างใดอยา่ งหนึ่ง
การจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ท่ีอยู่ใกล้ตัวให้กับผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป
รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือความหมายทาง
คณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านองค์ความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้ สิ่งต่าง ๆ
และใช้ในชีวติ ประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคณุ ค่าและเจตคติที่ดีตอ่ คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบ
ระเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มวี ิจารณญาณ และเชื่อมนั่ ในตนเอง
เพ่ือให้ผู้เรียนมองหาวิธีท่ีหลากหลายและแลกเปลี่ยนความเข้าใจ ใช้ทักษะการให้เหตุผล ทักษะทางคณิตศาสตร์
เพอื่ แก้ปัญหาโดยเช่อื มโยงทุกสาระทางคณิตศาสตร์ เห็นคุณค่าของคณติ ศาสตร์ซงึ่ มบี ทบาทสำคญั ตอ่ การพัฒนาความคิด
ความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผนคิดวิเคราะห์ คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจแก้ปัญหา เป็น
เครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อ่ืน ๆ พัฒนาความรู้และกระบวนการ คิด ก้าวทัน
การเปลย่ี นแปลงทางสงั คมและเทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใชเ้ ปน็ พ้ืนฐานในการพฒั นาอาชพี ทด่ี ี
มาตรฐาน / ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/๓, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/๗, ป.2/๘
ค 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6
ค 2.2 ป.2/1
ค 3.1 ป.2/1
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๖ ตัวช้วี ัดสมรรถนะ
1. สมรรถนะการจัดการตนเอง 4. สมรรถนะการคดิ ข้ันสูง
2. สมรรถนะการส่ือสาร 5. สมรรถนะการเปน็ พลเมอื งทเ่ี ข้มแขง็
3. สมรรถนะการรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๖. มงุ่ มั่นในการทำงาน
๒. ซือ่ สัตย์ สจุ รติ ๗. รกั ความเปน็ ไทย
๓. มีวนิ ัย ๘. มีจติ สาธารณะ
๔. ใฝ่เรียนรู้
หลักสตู รสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 66
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
.........................................................................................................................................................................
อ่านและเขียน ตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐
เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ จากสถานการณ์ต่าง ๆ บอก อ่านและเขียน
เศษส่วนท่ีแสดงปริมาณสิ่งต่าง ๆ และแสดงส่ิงต่าง ๆ ตามเศษส่วนท่ีกำหนด เปรียบเทียบเศษส่วนที่ตัวเศษเท่ากัน
โดยท่ีตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบ
ของจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน
๑ หลักกับจำนวนไม่เกิน ๔ หลักและจำนวน ๒ หลักกับจำนวน ๒ หลัก หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในป ระโยค
สัญลักษณ์แสดงการหารท่ีตัวต้ังไม่เกิน ๔ หลัก ตัวหาร ๑ หลัก และหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนและ
แสดงวิธีการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขั้นตอนของจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาผลบวกและแสดง
วิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวกของเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันและผลบวกไม่เกิน ๑ และหาผลลบพร้อมท้ัง
แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการลบของเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน ระบุจำนวนที่หายไปในแบบรูปของ
จำนวนท่ีเพ่ิมข้ึนหรือลดลงทีละเท่า ๆ กัน แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับเงิน เวลาและระยะเวลา
เลอื กใช้เคร่ืองมือความยาวทเ่ี หมาะสม วัดและบอกความยาวของสง่ิ ต่าง ๆ เปน็ เซนติเมตรและมลิ ลเิ มตร เมตรและ
เซนติเมตร คาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเป็นเซนติเมตร เปรียบเทียบความยาวและแสดงวิธีหาคำตอบของ
โจทย์ปัญหาเกยี่ วกับระหว่างเซนติเมตรกบั มิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร จากสถานการณ์ต่าง ๆ
เลือกใช้เครื่องชั่งท่ีเหมาะสม วัดและบอกน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและขีด กิโลกรัมและกรัม คาดคะเนน้ำหนักเป็น
กิโลกรัมและเป็นขีด เปรียบเทียบน้ำหนักและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับน้ำหนักท่ีมีหน่วยเป็น
กิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันกับกิโลกรัม จากสถานการณ์ต่างๆ เลือกใช้เคร่ืองตวงท่ีเหมาะสม วัดและเปรียบเทียบ
ปริมาตร ความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร คาดคะเนและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรและ
ความจุเป็นลิตรและมิลลิเมตร ระบุรูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตรและจำนวนแกนสมมาตร เขียนแผนภูมิ
รูปภาพและใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา เขียนตารางทางเดียวจากข้อมูลท่ีเป็น
จำนวนนับและใชข้ อ้ มูลจากตารางทางเดียวในการหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา
โดยการเรียนรู้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ผ่านประสบการณ์ตรง ฝึกสังเกตสถานการณ์ ปรากฏการณ์
จนเกิดความสงสัยอันนำไปสู่การตั้งคำถาม การคาดคะเนคำตอบ การรวบรวมข้อมูลสารสนเทศจากแหล่งเรียนรู้
คิดวเิ คราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากข้อมลู ออกแบบการส่ือความหมายของข้อมูลดว้ ยผงั กราฟฟิก แปลผล
สรุปผล สร้างคำอธิบายเป็น การสร้างองค์ความรู้ใหม่ นำเสนอความรู้ใหม่สู่สาธารณะด้วยภาษาและสัญลักษณ์
ท่ีหลากหลาย นำความรู้ใหม่ไปใช้ประโยชน์เพ่ือส่วนรวมด้วยการทำงานเป็นกลุ่ม ร่วมสร้างผลงาน ส่ิงประดิษฐ์
นวัตกรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมอย่างสร้างสรรค์ แสดงถึงความรับผิดชอบ การเก้ือกูล และแบ่งปัน
ให้สงั คมมีสันติอย่างยงั่ ยนื
เพ่ือให้ผู้เรียนมองหาวิธีที่หลากหลายและแลกเปล่ียนความเข้าใจ ใช้ทักษะการให้เหตุ ทักษะทาง
คณิตศาสตร์เพ่ือแก้ปัญหาโดยเชื่อมโยงทุกสาระทางคณิตศาสตร์เห็นคุณค่าของคณิตศาสตร์ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อ
การพัฒนาความคิด ความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผนคิดวิเคราะห์ คาดการณ์ วางแผน
ตดั สินใจแก้ปัญหา เป็นเครื่องมอื ในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละศาสตร์อ่นื
หลักสูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบ้านกองลม พุทธศักราช 2564 67
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐ , ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐, ป.๓/๑๑,
ป.๓/๑๒, ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวม ๕ ตัวชี้วัด ๒๘ ตวั ชว้ี ัด
สมรรถนะ 4. สมรรถนะการคิดขน้ั สงู
1. สมรรถนะการจัดการตนเอง 5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองทเ่ี ข้มแข็ง
2. สมรรถนะการส่ือสาร
3. สมรรถนะการรวมพลงั ทำงานเปน็ ทมี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ๖. ม่งุ มั่นในการทำงาน
๒. ซ่อื สตั ย์ สุจรติ ๗. รักความเปน็ ไทย
๓. มวี ินยั ๘. มีจิตสาธารณะ
๔. ใฝเ่ รยี นรู้
หลักสูตรสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรยี นบ้านกองลม พุทธศกั ราช 2564 68
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
.........................................................................................................................................................................
ศึกษา ฝึกทักษะการอ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับ
ท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ พร้อมทั้งเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณ์
ต่าง ๆ บอก อ่านและเขียนเศษส่วน จำนวนคละแสดงปริมาณสิ่งต่าง ๆ และแสดงส่ิงต่าง ๆ ตามเศษส่วน
จำนวนคละท่ีกำหนด เปรียบเทียบ เรียงลำดับเศษส่วนและจำนวนคละที่ตัวส่วนตัวหน่ึงเป็นพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง
อ่านและเขียนทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง แสดงปริมาณของส่ิงต่าง ๆ ตามทศนิยมที่กำหนด เปรียบเทียบและ
เรยี งลำดบั ทศนยิ มไม่เกนิ ๓ ตำแหน่ง และประมาณผลลัพธข์ องการบวก การลบ การคณู การหาร จากสถานการณ์
ต่าง ๆ อย่างสมเหตุสมผล หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก การลบของจำนวนนับท่ี
มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ แสดงการคูณของจำนวนหลายหลัก ๒ จำนวน ท่ีมีผลคูณไม่เกิน ๖ หลัก และแสดง
การหารท่ีตวั ตั้งไมเ่ กนิ ๖ หลกั ตัวหารไม่เกิน ๒ หลัก หาผลลัพธก์ ารบวก ลบ คณู หารระคนของจำนวนนับ และ ๐
แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ข้ันตอนของจำนวนนับท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ สร้างโจทย์ปัญหา
๒ ข้ันตอนของจำนวนนับ และ ๐ พร้อมท้ังหาคำตอบ หาคำตอบและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก
การลบของเศษส่วนและจำนวนคละท่ีตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณของอีกตัวหน่ึง หาผลบวก ผลลบของทศนิยม
ไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ ๒ ขั้นตอนของทศนิยมไม่เกิน
๓ ตำแหน่ง แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา วัดและสร้างมุมโดยใช้โปรแทรกเตอร์ แสดงวิธีหา
คำตอบของโจทย์ปญั หาเก่ียวกับความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของรูปส่เี หลย่ี มมุมฉาก จำแนกชนิดของมุม บอกช่ือมุม
ส่วนประกอบของมุมและเขียนสัญลักษณ์แสดงมุม สร้างรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉากเมื่อกำหนดความยาวของด้านและ
ใช้ข้อมูลจากแผนภูมแิ ทง่ ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา
โดยการเรียนรู้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ผ่านประสบการณ์ตรง ฝึกสังเกตสถานการณ์ ปรากฏการณ์
จนเกิดความสงสัยอันนำไปสู่การต้ังคำถาม การคาดคะเนคำตอบ การรวบรวมข้อมูลสารสนเทศจากแหล่งเรียนรู้
คิดวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากข้อมูล ออกแบบการส่ือความหมายของข้อมูลด้วยผังกราฟิก แปลผล
สรุปผล สร้างคำอธิบายเป็น การสร้างองค์ความรู้ใหม่ นำเสนอความรู้ใหม่สู่สาธารณะด้วยภาษาและสัญลักษณ์
ที่หลากหลาย นำความรู้ใหม่ไปใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวมด้วยการทำงานเป็นกลุ่ม ร่วมสร้างผลงาน ส่ิงประดิษฐ์
นวัตกรรม ท่ีเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมอย่างสร้างสรรค์ แสดงถึงความรับผิดชอบ การเกื้อกูลและแบ่งปัน
ให้สงั คมมีสนั ตอิ ยา่ งยั่งยืน
เพื่อให้ผู้เรียนมองหาวิธีท่ีหลากหลายและแลกเปล่ียนความเข้าใจ ใช้ทักษะการให้เหตุผล ทักษะทาง
คณิตศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาโดยเชื่อมโยงทุกสาระทางคณิตศาสตร์ เห็นคุณค่าของคณิตศาสตร์ซ่ึงมีบทบาทสำคัญต่อ
การพัฒนาความคิด ความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผลเป็นระบบ มีแบบแผนคิดวิเคราะห์ คาดการณ์ วางแผน
ตัดสนิ ใจแก้ปัญหา เป็นเคร่ืองมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อ่ืน ๆ พัฒนาความรแู้ ละ
กระบวนการคิด ก้าวทันการเปล่ียนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนา
อาชีพท่ีดี
หลกั สูตรสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พทุ ธศักราช 2564 69
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐, ป.๔/๑๑,
ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวม ๔ มาตรฐาน ๒๒ ตัวชว้ี ัด
สมรรถนะ 4. สมรรถนะการคดิ ข้นั สูง
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 5. สมรรถนะการเปน็ พลเมอื งท่เี ข้มแขง็
2. สมรรถนะการสอื่ สาร
3. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๕. อย่อู ย่างพอเพียง
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ๖. มุ่งม่ันในการทำงาน
๒. ซื่อสัตย์ สจุ รติ ๗. รกั ความเปน็ ไทย
๓. มวี ินยั ๘. มจี ติ สาธารณะ
๔. ใฝเ่ รยี นรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบ้านกองลม พุทธศกั ราช 2564 70
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
.....................................................................................................................................................................................
เขยี นเศษส่วนทมี่ ตี วั ส่วนเปน็ ตัวประกอบของ ๑๐ หรือ ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ในรูปทศนิยม แสดงวธิ ีหาคำตอบของ
โจทย์ปัญหาโดยใช้บญั ญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคณู ผลหารของเศษส่วนและจำนวนคละ แสดงวธิ หี าคำตอบของ
โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ๒ ข้ันตอน หาผลคูณของทศนิยมท่ีผลคูณเป็นทศนิยมไม่เกิน
๓ ตำแหนง่ หาผลหารทต่ี ัวตงั้ เปน็ จำนวนนบั หรือทศนยิ มไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง และตวั หารเปน็ จำนวนนบั ผลหารเป็นทศนยิ ม
ไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๒ ขั้นตอน และแสดงวธิ ี
หาคำตอบของโจทย์ปัญหาร้อยละไม่เกิน ๒ ขั้นตอน แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก
ทีม่ ีการเปล่ียนหน่วยและเขียนในรูปทศนยิ ม แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรของทรงสเ่ี หลี่ยมมุมฉาก
และความจุของภาชนะทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหล่ียมและพ้ืนท่ีของรูปส่ีเหลี่ยมด้านขนานและ
รูปสเ่ี หลี่ยมขนมเปียกปนู สรา้ งเสน้ ตรงหรือสว่ นของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรอื ส่วนของเส้นตรงทก่ี ำหนดให้ จำแนก
รูปสี่เหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูปสี่เหล่ียมชนิดต่าง ๆ เม่ือกำหนดความยาวของด้านและขนาดของมุม
หรือเม่ือกำหนดความยาวของเส้นทแยงมุมและบอกลักษณะของปริซึม ใช้ข้อมูลจากกราฟเส้นในการหาคำตอบของ
โจทย์ปญั หาและเขยี นแผนภูมิแท่งจากข้อมูลที่เปน็ จำนวนนบั
โดยการเรียนรู้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ผ่านประสบการณ์ตรง ฝึกสังเกตสถานการณ์ ปรากฏการณ์ จนเกิด
ความสงสัยอันนำไปส่กู ารต้งั คำถาม การคาดคะเนคำตอบ การรวบรวมขอ้ มลู สารสนเทศจากแหล่งเรียนรู้ คิดวเิ คราะห์เชิง
ปริมาณและเชิงคุณภาพจากข้อมูล ออกแบบการส่อื ความหมายของข้อมูลด้วยผังกราฟิก แปลผล สรปุ ผล สร้างคำอธิบาย
เปน็ การสร้างองค์ความรู้ใหม่ นำเสนอความรใู้ หม่สู่สาธารณะด้วยภาษาและ สัญลักษณ์ท่ีหลากหลาย นำความรใู้ หม่ไปใช้
ประโยชน์เพ่ือสว่ นรวมดว้ ยการทำงานเปน็ กล่มุ ร่วมสรา้ งผลงาน สิง่ ประดษิ ฐ์ นวัตกรรม ทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ ่อสังคมส่วนรวม
อยา่ งสรา้ งสรรค์ แสดงถงึ ความรับผิดชอบ การเกอื้ กลู และแบง่ ปันใหส้ งั คมมสี นั ตอิ ย่างยั่งยนื
เพอ่ื ให้ผู้เรยี นมองหาวิธีท่หี ลากหลายและแลกเปล่ียนความเข้าใจ ใช้ทกั ษะการใหเ้ หตุผล ทักษะทาง คณิตศาสตร์
เพื่อแก้ปัญหาโดยเช่ือมโยงทุกสาระทางคณิตศาสตร์เห็นคุณค่าของคณติ ศาสตรซ์ ึ่งมีบทบาทสำคญั ต่อการพฒั นาความคิด
ความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผลเป็นระบบ มีแบบแผนคิดวิเคราะห์ คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจแก้ปัญหา เป็น
เครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อ่ืนๆ พัฒนาความรู้และกระบวนการคิด ก้าวทันการ
เปลยี่ นแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาอาชพี ทีด่ ี
มาตรฐาน/ตัวช้วี ัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ , ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๙ ตวั ชี้วดั
สมรรถนะ
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 4. สมรรถนะการคิดขั้นสูง
2. สมรรถนะการสื่อสาร 5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองท่ีเขม้ แข็ง
3. สมรรถนะการรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
4. สมรรถนะการคดิ ขั้นสงู
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๕. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
๒. ซ่ือสัตย์ สุจรติ ๖. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
๓. มวี ินยั ๗. รักความเป็นไทย
๔. ใฝเ่ รียนรู้ ๘. มจี ติ สาธารณะ
หลกั สูตรสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พทุ ธศักราช 2564 71
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖ กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
.....................................................................................................................................................................................
เปรียบเทียบ เรียงลำดับ เศษส่วนและจำนวนคละจากสถานการณ์ต่างๆ เขียนอัตราส่วนแสดงการเปรียบเทียบ
ปริมาณ ๒ ปริมาณจากข้อความหรือสถานการณ์ โดยท่ีปริมาณแต่ละปริมาณเป็นจำนวนนับ หาอัตราส่วนที่เท่ากับ
อัตราส่วนท่ีกำหนดให้ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจำนวนนับไม่เกิน ๓ จำนวน แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช้
ความรู้เกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ แสดงวิธี
หาคำตอบของโจทย์ปัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ ๒ – ๓ ข้ันตอน หาผลหารของทศนิยมท่ีตัวหารและผลหารเป็น
ทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓ ข้ันตอน
แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาอัตราสว่ น ปัญหาร้อยละ ๒ – ๓ ข้นั ตอน แสดงวิธคี ิดและหาคำตอบของปัญหาเก่ยี วกับ
แบบรูป แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบด้วยทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก
และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาเกี่ยวกบั ความยาวรอบรูปและพนื้ ท่ีของรปู หลายเหลี่ยม ความยาวรอบรปู และพืน้ ที่
ของวงกลม จำแนกรูปสามเหล่ียมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูปสามเหลี่ยมเม่ือกำหนดความยาวของด้านและ
ขนาดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดต่าง ๆ ระบุรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบจากรูปคล่ีและระบุ
รปู คลีข่ องรปู เรขาคณิตสามมิติ ใชข้ ้อมลู จากแผนภมู ิรูปวงกลมในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หา
โดยการเรียนรู้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ผ่านประสบการณ์ตรง ฝึกสังเกตสถานการณ์ ปรากฏการณ์ จนเกิด
ความสงสัยอันนำไปสู่การตั้งคำถาม การคาดคะเนคำตอบ การรวบรวมข้อมูลสารสนเทศจากแหล่งเรียนรู้ คิดวิเคราะห์
เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากข้อมูล ออกแบบการสื่อความหมายของข้อมูลด้วยผัง กราฟิก แปลผล สรุปผล
สร้างคำอธิบายเป็น การสร้างองค์ความรู้ใหม่ นำเสนอความรู้ใหม่สู่สาธารณะด้วยภาษาและสัญลักษณ์ท่ีหลากหลาย
นำความรู้ใหม่ไปใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวมด้วยการทำงานเป็นกลุ่ม ร่วมสร้างผลงาน สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม ที่เป็น
ประโยชน์ตอ่ สังคมส่วนรวมอยา่ งสรา้ งสรรค์ แสดงถงึ ความรบั ผิดชอบ การเกื้อกลู และแบง่ ปันใหส้ งั คมมสี นั ติอย่างยัง่ ยืน
เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นมองหาวิธีที่หลากหลายและแลกเปลี่ยนความเข้าใจ ใช้ทักษะการใหเ้ หตุผล ทักษะทาง คณิตศาสตร์
เพื่อแก้ปัญหาโดยเชื่อมโยงทุกสาระทางคณิตศาสตร์เห็นคุณค่าของคณิตศาสตรซ์ ่ึงมีบทบาทสำคญั ต่อการพฒั นาความคิด
ความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผลเป็นระบบ มีแบบแผนคิดวิเคราะห์ คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจแก้ปัญหา
เป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อ่ืน ๆ พัฒนาความรู้และกระบวนการคิด ก้าวทัน
การเปลีย่ นแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้เปน็ พืน้ ฐานในการพัฒนาอาชพี ทดี่ ี
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑,
ป.๖/๑๒
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๑ ตัวชี้วดั
สมรรถนะ 4. สมรรถนะการคดิ ข้นั สูง
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 5. สมรรถนะการเปน็ พลเมอื งท่เี ขม้ แขง็
2. สมรรถนะการสอ่ื สาร
3. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเปน็ ทีม
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๕. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๖. มุ่งม่นั ในการทำงาน
๒. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ ๗. รักความเปน็ ไทย
๓. มีวนิ ัย ๘. มจี ิตสาธารณะ
๔. ใฝเ่ รยี นรู้
หลกั สตู รสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรียนบ้านกองลม พุทธศักราช 2564 72
คำอธบิ ายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
หลักสูตรสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พุทธศกั ราช 2564 73
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ว๑1๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1 เวลา ๘๐ ช่วั โมง
.........................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์เกี่ยวกับชื่อพืชและสัตว์ท่ีอาศัยอยู่บริเวณต่าง ๆ สภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมกับ
การดำรงชีวิตของสัตว์ ลักษณะและหน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ สัตว์ และพืชรวมท้ังการทำหน้าท่ี
ร่วมกันของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ ความสำคัญของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตนเองโดยการดูแลส่วนต่าง ๆ
อย่างถูกต้อง ให้ปลอดภัยและรักษาความสะอาดอยู่เสมอ สมบัติของวัสดุท่ีใช้ทำวัตถุซง่ึ ทำจากวสั ดุ ชนิดเดียวหรือ
หลายชนิดประกอบกัน ชนิดของวัสดุและวัสดุตามสมบัติท่ีสังเกต การเกิดเสียงและทิศทางการ เคลื่อนที่ของเสียง
ดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้าในเวลากลางวัน และกลางคืน สาเหตุท่ีมองไม่เห็นดาวส่วนใหญ่ ใน เวลากลางวันลักษณะ
ภายนอกของหินจากลักษณะเฉพาะตัวท่ีสังเกต ฝึกทักษะ แก้ปัญหา การทำงาน โดยการ แสดง หรือเขียน
โปรแกรม สร้าง ใช้ จัดเก็บข้อมูล โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ดูแลรักษา อุปกรณ์เบื้องต้นได้
อย่างเหมาะสม
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ มุ่งหวังให้ผเู้ รียนไดเ้ รยี นรู้ วิทยาศาสตร์
ท่ีสามารถนำไปใช้อธิบาย บรรยาย สังเกต ระบุ การจัดกลุ่ม แก้ปัญหา การลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ
แสดงลำดับข้ันตอนการทำงาน เขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์หรือส่ือใช้สร้างและจัดเก็บเทคโนโลยี
อย่างปลอดภยั ปฏิบัติตามขอ้ ตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกันดูแลรกั ษาอุปกรณเ์ บ้ืองตน้ ได้อย่างได้เหมาะสม
เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้ เกิดความรู้ความเข้าใจ เขียนโปรแกรม มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย
สามารถลำดับข้ันตอนการทำงาน มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริม
ให้ผู้เรียนมีเกิดจิตวิทยาศาสตร์และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีการปลูกฝังให้ เกิดคุณลักษณะ
อนั พึงประสงค์
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวม ๗ มาตรฐาน ๑๕ ตัวชวี้ ัด
สมรรถนะ 4. สมรรถนะการคดิ ขั้นสงู
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 5. สมรรถนะการเปน็ พลเมืองทเ่ี ขม้ แข็ง
2. สมรรถนะการสื่อสาร
3. สมรรถนะการรวมพลงั ทำงานเปน็ ทีม
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ๖. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
๒. ซื่อสตั ย์ สุจริต ๗. รกั ความเป็นไทย
๓. มีวนิ ยั ๘. มจี ิตสาธารณะ
๔. ใฝเ่ รยี นรู้
หลักสูตรสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พุทธศักราช 2564 74
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง
.........................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์เกี่ยวกับแสงและน้ำ เพื่อการเจริญเติบโต ความจำเป็นที่พืชต้องได้รับน้ำและแสง วัฏจักร
ชวี ติ ของพืชดอก ลักษณะของส่ิงมีชีวิตและสิง่ ไม่มชี ีวติ สมบัตกิ ารดูดซับนำ้ ของวัสดุท่ีเกิดจากการนำวสั ดุมาผสมกัน
สมบัติของวัสดุ การนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ ประโยชน์ของการนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ ใหม่
แนวการเคล่ือนท่ีของแสงจากแหล่งกำเนิดแสงและการมองเห็นวัตถุ ความรู้ของการมองเห็น อันตรายจากการมอง
วัตถุที่อยู่ในบริเวณที่มีแสงสว่าง ส่วนประกอบของดินและชนิดของดิน การใช้ประโยชน์จากดิน ฝึกทักษะให้
มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์หรือสื่อเพื่อจัดหมวดหมู่ ค้นหา จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูล
ตามวัตถุประสงค์ การใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความแสดงลำดับข้ันตอนการทำงานและการแก้ปัญหา เข้าใจ
ข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกัน การดูแลรักษาอุปกรณ์เบ้ืองต้น การเขียนและการตรวจหาข้อผิดพลาดของ
โปรแกรมและวิธีการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั และเหมาะสม
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ระบุ การดูแล การสร้าง
แบบจำลอง การบรรยาย การเปรยี บเทยี บ การจำแนก การประยกุ ต์ใช้ การอธิบาย การสังเกต การเสนอแนะ และ
แนวทางการป้องกัน ทักษะในการแก้ปัญหา การสร้าง จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูล การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย การใช้
เทคโนโลยี การดแู ลรกั ษา การปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง
เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน เกิดความรู้ ความเข้าใจอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมให้
ผู้เรียนมีจิตวิทยาศาสตร์และเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีคุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์
มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ว ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๖ ตัวช้ีวัด
สมรรถนะ 4. สมรรถนะการคดิ ข้นั สูง
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 5. สมรรถนะการเปน็ พลังเมืองทีเ่ ขม้ แข็ง
2. สมรรถนะการสอ่ื สาร
3. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเปน็ ทมี
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ๖. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
๒. ซ่ือสัตย์ สจุ รติ
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๓. มีวินัย ๘. มีจติ สาธารณะ
๔. ใฝเ่ รียนรู้
หลักสตู รสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 75
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
.........................................................................................................................................................................
ศึกษา วเิ คราะห์ส่ิงที่จำเป็นตอ่ การดำรงชีวติ การเจริญเติบโตของมนุษย์และสตั ว์ ประโยชน์ของอาหาร น้ำ
และอากาศ วัฏจักรชีวิตของสัตว์ วัฏจักรชีวิตของสัตว์บางชนิด วัฏจักรชีวิตของสัตว์ องค์ประกอบของวัตถุ วัสดุ
เม่ือทำให้ร้อนข้ึนหรือทำให้เย็นลง แรงท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลง การเคล่ือนที่ของวัตถุ แรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัส
วัตถุโดยใช้การดึงดูดกับแม่เหล็ก ขั้วแม่เหล็ก ผลที่เกิดข้ึนระหว่างขั้วแม่เหล็ก การเปล่ียนพลังงานหน่ึงไปเป็นอีก
พลังงานหนึ่ง การทำงานของเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้าและแหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า ประโยชน์และโทษของไฟฟ้า
วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย เส้นทางการขึ้นและตกของพระอาทิตย์ สาเหตุการเกิดปรากฏการณ์
การขึ้นและตกของพระอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืนและการกำหนดทิศ ความสำคัญของดวงอาทิตย์
โดยประโยชน์ของดวงอาทิตย์ต่อส่ิงมีชีวิต ส่วนประกอบของอากาศ ความสำคัญของอากาศและผลกระทบของ
มลพิษทางอากาศต่อสิง่ มีชวี ิต แนวทางการปฏิบัตติ นในการลดการเกดิ มลพิษทางอากาศ การเกดิ ลม ประโยชน์และ
โทษของลม แสดงอัลกอริทึมที่มีในการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพสัญลักษณ์หรือข้อความ
เขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อและตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหา
ความรู้ รวบรวม ประมวลผล นำเสนอข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์ตามวัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
อยา่ งปลอดภัย ปฏบิ ัติตามข้อตกลงในการใชอ้ ินเทอรเ์ นต็
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา
มคี วามสามารถในการสำรวจ ตรวจสอบ สบื ค้นขอ้ มูล
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ใน
การดำรงชีวิตและดูแลส่ิงแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมท่ีเหมาะสมเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
สงั คมและส่ิงแวดล้อม ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดจติ วิทยาศาสตร์ มเี จตคติท่ีดตี ่อการเรียนวิทยาศาสตร์ มีคุณลักษณะ
อันพงึ ประสงค์
มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
รวม ๗ มาตรฐาน ๒๕ ตัวช้ีวัด
สมรรถนะ
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 4. สมรรถนะการคิดขัน้ สงู
2. สมรรถนะการสื่อสาร 5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองทเ่ี ขม้ แขง็
3. สมรรถนะการรวมพลงั ทำงานเป็นทมี
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ๕. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
๒. ซื่อสัตย์ สุจรติ ๖. มงุ่ มั่นในการทำงาน
๓. มวี นิ ัย ๗. รกั ความเปน็ ไทย
๔. ใฝ่เรยี นรู้ ๘. มีจิตสาธารณะ
หลักสตู รสถานศกึ ษาอิงสมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พุทธศักราช 2564 76
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๔ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
....................................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์เกี่ยวกับหน้าท่ีของราก ลำต้น ใบและดอกของพืชดอก ลักษณะของสิ่งมีชีวิต พืชดอก
พืชไม่มีดอก สัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา
กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก กลุ่มสัตว์เล้ือยคลาน กลุ่มสัตว์บกและกลุ่มสัตว์เล้ียงลูกด้วยน้ำนม สมบัติทางกายภาพ
ด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุ สมบัติทางกายภาพของวัสดุ สมบัติของสาร
ท้ัง ๓ สถานะ เคร่ืองมือวัดมวลและปริมาตรแรงโน้มถ่วงท่ีมีต่อวัตถุ เคร่ืองช่ังสปริง มวลของวัตถุต่อการเปล่ียนแปลง
การเคลื่อนท่ีของวัตถุ วัตถุเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง แบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของ
ดวงจันทร์ แบบจำลองการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์ รูปร่างของดวงจันทร์ องค์ประกอบของระบบสุริยะและการโคจร
ของดาวเคราะห์ ฝึกทักษะเก่ียวกับการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงานหรือการคาดการณ์
ผลลพั ธ์จากปญั หาอยา่ งง่าย การออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย ตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม คน้ หาข้อมูลใน
อินเทอร์เน็ตและการใช้คำค้น การประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล การรวบรวมข้อมูล การประมวลผลอย่างง่าย
วเิ คราะหแ์ ละสรา้ งทางเลือก นำเสนอขอ้ มลู สอ่ื สารข้อมูลอย่างมมี ารยาทและรกู้ าลเทศะ ปกปอ้ งข้อมลู สว่ นตัว
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ วิธกี ารบรรยาย การรวบรวมขอ้ มลู การจำแนก
ยกตัวอย่าง การเปรียบเทียบ การทดลอง ระบุ การออกแบบ การแลกเปลี่ยนความคิด การ อธิบาย การอภิปราย
การสังเกต การใช้เครื่องมือ การวัดน้ำหนักของวัตถุ การสร้างแบบจำลอง และการพยากรณ์ การออกแบบการเขียน
โปรแกรมอย่างง่าย การค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตหรือการใช้คำค้น และการรวบรวมข้อมูล การนำเสนอข้อมูลและ
การสอ่ื สารได้อยา่ งถูกต้อง
เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้ มสี ่วนร่วมในการเรียนรู้ มีวินยั ในการศึกษาค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เนต็ การนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์ในการสอื่ สารขอ้ มูลอย่างถกู ต้อง มุ่งม่ันในการทำงานรวมท้ังส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดจติ วิทยาศาสตรแ์ ละนำความรู้
ไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั มีเจตคติทด่ี ตี ่อการเรยี นวิทยาศาสตร์ มคี ณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
รวม ๗ มาตรฐาน ๒๑ ตัวช้ีวดั
สมรรถนะ
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 4. สมรรถนะการคดิ ขัน้ สงู
2. สมรรถนะการส่ือสาร 5. สมรรถนะการเปน็ พลเมืองทเ่ี ข้มแข็ง
3. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทมี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๕. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๖. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
๒. ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ ๗. รกั ความเป็นไทย
๓. มวี นิ ัย ๘. มีจติ สาธารณะ
๔. ใฝเ่ รียนรู้
หลักสตู รสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พุทธศกั ราช 2564 77
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ว๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง
.........................................................................................................................................................................
ศกึ ษา วิเคราะห์โครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชวี ิตท่ีเหมาะสมกับการดำรงชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต
กับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับส่ิงไม่มีชีวิต โซ่อาหาร หน้าที่ของส่ิงมีชีวิต การดำรงชีวิตของส่ิงมีชีวิต
สง่ิ แวดลอ้ ม ลกั ษณะทางพันธุกรรมของพืช สตั วแ์ ละมนุษย์ ลักษณะทีค่ ลา้ ยคลงึ กันของตนเองกับพ่อแม่ การเปลยี่ นสถานะ
ของสสาร การละลายของสารในน้ำ การเปลี่ยนแปลงของสารทางเคมี การเปลยี่ นแปลงท่ีผันกลับได้และการเปล่ียนแปลง
ที่ผันกลับไม่ได้ การหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ แผนภาพแสดงแรงท่ีกระทำต่อวัตถุ
เครื่องช่ังสปริงในการวัดแรงท่ีกระทำต่อวัตถุ ผลของแรงเสียดทานในการเคล่ือนที่ของวัตถุ แผนภาพแสดงแรงเสียดทาน
และแรงลัพธ์ การได้ยินเสียงผ่านตัวกลาง การเกิดเสียงสูงเสียงต่ำ การเกิดเสียงดัง เสียงค่อย เครื่องมือวัดระดับเสียง
คุณค่าของความรู้เร่ืองระดับเสียง แนวทางในการหลีกเลี่ยงและลดมลพิษทางเสียง ความแตกต่างของดาวเคราะห์และ
ดาวฤกษ์ จากแบบจำลอง แผนที่ดาว รูปเส้นทางการข้ึนและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า ปริมาณน้ำในแต่ละแหล่ง
ท่ีมนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ คุณค่าของน้ำและการอนุรักษ์น้ำ วัฏจักรน้ำ กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง
และน้ำค้างแข็ง จากแบบจำลอง กระบวนการเกิดฝน หิมะและลูกเห็บ มีความสามารถในการใช้เหตุผลเชิงตรรกะใน
การแก้ปัญหา ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้เหตุผล ใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
อยา่ งปลอดภัย
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การบรรยาย อธิบาย การเขียน บทบาทหนา้ ท่ี
การมีส่วนร่วม การตั้งคำถาม วิเคราะห์ ระบุ การออกแบบการทดลอง นำเสนอแนวทางและ ข้อเสนอแนะ การดูแล
การใช้ การสร้างแบบจำลอง ฝึกทักษะการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ ตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข ประเมิน
ความน่าเชอ่ื ถือเพ่อื แก้ปัญหาในชวี ติ ประจำวนั
เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้ ผู้เรียนตระหนักในคุณค่า ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ รวมทั้ง
สง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รียนเกิดจติ วิทยาศาสตร์ นำความรูไ้ ปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั และมีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๒ ตัวช้ีวัด
สมรรถนะ
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 4. สมรรถนะการคิดขน้ั สูง
2. สมรรถนะการสือ่ สาร 5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองทีเ่ ขม้ แขง็
3. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ๕. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
๒. ซื่อสตั ย์ สุจรติ ๖. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
๓. มวี ินัย ๗. รักความเปน็ ไทย
๔. ใฝ่เรยี นรู้ ๘. มจี ติ สาธารณะ
หลักสูตรสถานศกึ ษาองิ สมรรถนะโรงเรยี นบา้ นกองลม พุทธศกั ราช 2564 78
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ว๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๖ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๘๐ ชั่วโมง
.........................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์เกี่ยวกับสารอาหาร ประโยชน์ของสารอาหาร การเลือกรับประทานอาหาร สัดส่วนที่เหมาะสม
กบั เพศและวยั ความปลอดภัยตอ่ สุขภาพ ระบบย่อยอาหาร หน้าที่ของระบบย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหาร การรักษา
อวัยวะในระบบย่อยอาหาร การแยกสารผสม การแยกสารที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แรงไฟฟ้า หน้าที่และส่วนประกอบของ
วงจรไฟฟ้า การต่อเซลล์ไฟฟ้าและหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ประโยชน์ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
และแบบขนาน ประโยชน์ ข้อจำกัดและการประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน การเกิดเงามวั รังสีของแสง แสดงการเกิดเงามืด
เงามัว ปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาใช้
ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน การเกิดหินอัคนี หินตะกอนและหนิ แปร วฏั จกั รหนิ ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวติ ประจำวัน
การเกิดจากซากดึกดำบรรพ์ คาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกดำบรรพ์ การเกิดลมบก ลมทะเลและมรสุม
ท่ีมีผลมีต่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดล้อม ผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย ลักษณะและผลกระทบของน้ำท่วม
การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว ผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย การเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้
ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย การเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อกิจกรรม
ทกี่ ่อให้เกดิ ภาวะเรือนกระจก มคี วามสามารถในการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ใช้อินเทอร์เน็ต ค้นหาข้อมูล ออกแบบและเขียน
โปรแกรม ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพ่อื นำมาใชใ้ นการแกไ้ ขปัญหาในชีวติ ประจำวัน
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ ระบุ บอก ตระหนัก เขียนแผนภาพ ออกแบบ
การทดลอง สร้างแบบจำลอง อธิบาย บรรยาย เปรียบเทียบ เพ่ือแก้ปัญหาต่างๆ พร้อมยกตัวอย่างและมีความ
กลา้ แสดงออกในการนำเสนองาน ออกแบบการใชโ้ ปรแกรม และวธิ กี ารแกป้ ัญหา ในการใช้อินเทอรเ์ น็ตรว่ มกนั เข้าใจสิทธิ
และหน้าทีข่ องตนในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงานและเข้าใจในวิทยาศาสตร์จนสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาใน
ชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมท่ีเหมาะสม ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกัน ส่งเสริมให้เกิดจิตวิทยาศาสตร์
และนำความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั มเี จตคติทม่ี ตี อ่ การเรยี นวทิ ยาศาสตร์ และมคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั
ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวม ๗ มาตรฐาน ๓๐ ตวั ชวี้ ดั
สมรรถนะ
1. สมรรถนะการจดั การตนเอง 4. สมรรถนะการคิดขั้นสงู
2. สมรรถนะการส่อื สาร 5. สมรรถนะการเปน็ พลเมืองทเ่ี ขม้ แข็ง
3. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทมี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๕. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ๖. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
๒. ซือ่ สัตย์ สุจรติ ๗. รกั ความเป็นไทย
๓. มวี ินยั ๘. มจี ิตสาธารณะ
๔. ใฝ่เรียนรู้
หลักสตู รสถานศึกษาองิ สมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 79
คำอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
หลกั สตู รสถานศึกษาอิงสมรรถนะโรงเรียนบา้ นกองลม พทุ ธศกั ราช 2564 80