248 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Suggested answer key: Dear Sally, Hi! How are you? I’m writing to tell you about a problem that I’ve had recently. About three weeks ago, I decided to go horse riding with my friend Tina. At first, it was great. We were riding through the forest near my house and were really enjoying the experience. Suddenly, there was a loud noise in the distance and my horse started galloping through the trees. I couldn’t control him. Then, I hit my head against a low branch and fell to the ground. My left leg was very painful, and I couldn’t move it. Tina went for help. After some time, my father came and got me, and took me to hospital. It turned out that my leg was broken. The doctor put it in a cast. I’m not in pain, but I haven’t been able to walk properly. I had to learn how to use crutches. At first, it was difficult, but now I’m getting quite good. The doctor says that my cast will come off in another three weeks, but it will be a long time before I go horse riding again! Anyway, that’s my news. Please write back and tell me what you have been up to since I last heard from you. Lots of love, Emma แบบฝึกหัด หน้า 20-21 Exs. 1-5, 7 (ดูเฉลยภาคผนวก C)
249 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Unit 5c Grammar in use 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ต 1.1: เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด 1.ปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือการใช้งานต่างๆ คำชี้แจง คำอธิบาย และคำบรรยายที่ฟัง และอ่าน 3. อธิบายและเขียนประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ที่อ่าน รวมทั้งระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ให้สัมพันธ์ กับประโยค และข้อความที่ฟังหรืออ่าน มาตรฐาน ต 1.3: นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด และการเขียน ตัวชี้วัด 3. พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ ทั้งในท้องถิ่น สังคม และโลก พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ มาตรฐาน ต 2.1: เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด 3. เข้าร่วม แนะนำ และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม มาตรฐาน ต 2.2: เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตัวชี้วัด 1. อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สำนวน คำพังเพย สุภาษิตและบทกลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย มาตรฐาน ต 4.2: ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ตัวชี้วัด 1. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ และสรุปความรู้/ ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. สาระการเรียนรู้ 2.1 ทักษะเฉพาะวิชา • Language features and functions Grammar: obligation, prohibition, suggestion, necessity, permission, request, ability, possibility, past and perfect modals, making deductions, question tags, prepositions Vocabulary: phrasal verbs (give, go) • Language skills Writing: เขียนกฎเกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนต้องทำขณะอยู่ที่โรงเรียน
250 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา 3. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 3.1 ความสามารถในการสื่อสาร 3.2 ความสามารถในการคิด 3.2.1 ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 3.2.2 ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 3.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3.4 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.1 มีวินัย 4.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 5. กิจกรรมการเรียนรู้ Obligation, prohibition, suggestion, necessity 1. ครูบอกจุดประสงค์การเรียนรู้ของ Unit 5c ว่า นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ modals เพื่อแสดง ภาระหน้าที่/สิ่งที่ต้องทำ (obligation) การห้าม (prohibition) การแนะนำและความจำเป็น (suggestion and necessity) การขออนุญาต (permission) การขอร้อง (request) ความสามารถ และความเป็นไปได้(ability and possibility) การใช้ past and perfect modals การอนุมาน (making deductions) การใช้ question tags, prepositions และ phrasal verbs (give, go) 2. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 48 Ex.1 แล้วอ่านประโยคที่ให้มาและอธิบายคำศัพท์ ที่นักเรียนไม่รู้ ครูอาจให้นักเรียนศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ modal verbs จาก Grammar reference ในหนังสือเรียน หน้า 128-129 เพิ่มเติม แล้วจึงให้นักเรียนทำงานคู่ จับคู่คำกริยาหรือ กริยาช่วยที่พิมพ์ตัวหนาในประโยค 1-8 กับความหมาย a-h เสร็จแล้วตรวจคำตอบร่วมกัน ครูให้นักเรียนแต่งประโยค โดยใช้คำกริยา/กริยาช่วย (modal verbs) จาก Ex.1 1. f 2. a 3. h 4. d 5. c 6. e 7. g 8. b Obligation: must (1), have to Prohibition: mustn’t Suggestion: ought to, shouldn’t Necessity: need to, must (3) Lack of necessity: don’t have to กิจกรรมเพิ่มเติม
251 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา 3. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 48 Ex.2a แล้วอ่านข้อมูลที่ให้มาในกรอบและอธิบายคำศัพท์ที่ นักเรียนไม่รู้ จากนั้นให้นักเรียนทำงานคู่ แต่งประโยค 3 ประโยคเกี่ยวกับหมอและพยาบาล โดยใช้ข้อมูลที่ กำหนดให้ เสร็จแล้วครูตรวจคำตอบด้วยการให้นักเรียนแต่ละคนนำเสนอประโยค ที่ตนเองแต่งที่หน้าชั้น Suggested answer key: - Doctors must study medicine at university. - Nurses have to do shift work. - Doctors don’t have to visit their patients at home. - Nurses ought not to be impatient. - Doctors ought to be kind to patients. - Nurses need to enjoy working with people. - Doctors have to work long hours. - Doctors ought to explain treatments to their patients. 4. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 48 Ex.2b แล้วกระตุ้นให้นักเรียนช่วยกันบอกประเด็นเกี่ยวกับ คนไข้ ครูเขียนคำตอบของนักเรียนบนกระดาน จากนั้นให้เวลานักเรียนแต่งประโยค 3 ประโยคเกี่ยวกับคนไข้ โดยใช้คำว่า listen, tell และ visit เสร็จแล้วครูตรวจคำตอบ ด้วยการ ให้นักเรียนอ่านประโยคที่ตนเองแต่ง Suggested answer key: Patients have to listen carefully to their doctor’s advice. Patients should tell their doctor what medicines they are taking. Patients don’t have to visit their doctor’s surgery. Patients mustn’t take any medication without a doctor’s prescription. ครูให้นักเรียนแต่งประโยคเกี่ยวกับคนไข้เพิ่มเติม โดยใช้คำกริยาอื่นๆ 5. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 48 Ex.3 แล้วอ่านป้ายประกาศและประโยคตัวอย่างที่ให้มา จากนั้นให้นักเรียนจับคู่กัน เปลี่ยนข้อมูลที่อยู่ในป้ายประกาศให้เป็นประโยคเต็มหลายๆ รูปแบบ ให้ได้มากที่สุด เสร็จแล้วครูตรวจคำตอบของนักเรียน Suggested answer key: • You must not enter. You are not allowed to enter. You might find this sign on a door for staff only. • You must not eat. Eating is forbidden. Eating is not allowed here. กิจกรรมเพิ่มเติม
252 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา You might find this sign in a library. • You must not talk. Talking is forbidden. You are not allowed to talk. You might find this sign in an examination hall. • You must not feed the animals. Feeding the animals is forbidden. You are not allowed to feed the animals. You might find this sign at a zoo. 6. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 48 Ex.4 แล้วอ่านข้อมูลในกรอบและอธิบายคำศัพท์ ที่นักเรียนไม่รู้ จากนั้นให้นักเรียนจับคู่ช่วยกันเชื่อมประโยคด้านซ้ายสุดและขวาสุดในตาราง โดยใช้คำเชื่อม ได้แก่ in case, otherwise, because และ or else เสร็จแล้วตรวจคำตอบร่วมกัน Athletes have to exercise regularly because they must keep fit. Everyone should have a first aid kit at home in case of an emergency. Patients with a heart condition must avoid stress or else they will have a heart attack. ต่อมาครูให้นักเรียนคิดประโยคจบของแต่ละประโยคใหม่ Suggested answer key: Students have to study very hard or else they will fail. Athletes have to exercise regularly in case they have to compete. Everyone should have a first aid kit at home because you never know when they will need it. Patients with a heart condition must avoid stress because it is harmful to their health. 7. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 48 หัวข้อ Writing Project แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอก สิ่งที่นักเรียนต้องทำหรือห้ามทำขณะอยู่ที่โรงเรียน จากนั้นครูให้เวลานักเรียนเขียนกฎของโรงเรียนหรือ มอบหมายให้นักเรียนเขียนเป็นการบ้าน Suggested answer key: Students must arrive at their lessons on time. Students must not smoke. Students must do all their homework. Students must not eat in the classroom. Students must always be prepared for class.
253 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา ให้นักเรียนรวบรวมกฎ เพื่อทำเป็นกฎของโรงเรียน แล้วนำมาทำเป็นแผ่นพับเพื่อแจกให้กับนักเรียนในชั้น เรียนอื่นๆ โดยก่อนทำครูเขียนคำว่า discipline (ระเบียบวินัย) และ self-discipline (การมีวินัยต่อตนเอง หรือการควบคุมตนเอง) บนกระดาน ครูอธิบายความหมายของคำทั้ง 2 นี้ และพูด ให้นักเรียนเห็นถึงความสำคัญของการมีวินัยต่อตนเอง จากนั้นครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างพฤติกรรมที่ แสดงถึงการมีวินัยต่อตนเองในห้องเรียน เช่น - Complete their assignments. - Stay on task. - Wait to be called on. - Work toward personal and community goals. - Try again and again. - Ignore peer pressure. (= แรงกดดันจากเพื่อน) - Choose productive rather than destructive activities. - Control their tempers ครูเข้าไปศึกษากิจกรรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง self-discipline ได้ที่เว็บไซต์ต่อไปนี้ http://www.clevelandcountyschools.org/sites/ccsweb/images/stories/character_educ ation/pdfs/Selfdiscipline/Selfdisciplinelesson.pdf กิจกรรมเพิ่มเติม Active Learning สู่สมรรถนะ Active Learning 1. การเรียนรู้ผ่านการคิดข้นัสูง (Thinking Based Learning) 2. การเรียนรู้ผ่านการลงมือท า (Learning by doing) 3. การเรียนรู้จากการท างานร่วมกัน (Cooperative Learning) 5. การสื่อสาร น าเสนอ (Communication and Presentation) 4. การเรียนรู้จากการส ารวจและค้นหา (Inquiry-Based Learning)
254 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา การมีวินัยต่อตนเอง หรือ self-discipline หมายถึงการฝึกและควบคุมตนเองให้มีความประพฤติ การปฏิบัติที่ดี และมีการปรับปรุงตัวเองอย่างต่อเนื่อง สามารถปฏิบัติภารกิจ ได้ โดยไม่หวั่นภาวะทางอารมณ์ ทำให้ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่อยากทำ ตำราทางจิตวิทยากล่าวไว้ว่า บุคคลที่มีวินัยในตัวเองนั้น มักจะประสบความสำเร็จในชีวิต นั่นคือ แม้ วันนี้จะไม่มีอารมณ์อยากจะทำ แต่ก็ต้องบังคับ ฝืนตัวเองบ้าง ฝึกฝนตัวเอง ให้ทำงานได้ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ไม่พึงใจบ้าง ไม่ใช่ตามใจตัวเอง เลือกทางสบายดีกว่า อุปมา เหมือนกับเด็กขี้เกียจเรียนหนังสือ ถ้าตามใจตัวเองด้วยการไม่ไปเรียน ก็คงไม่มีวิชาความรู้ไว้เลี้ยงตัวได้ในอนาคต ที่มา: https://kmlite.wordpress.com/2009/12/21/v3i1-07/ Permission, request, ability, possibility 1. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 48 Ex.5 จากนั้นครูอ่านและอธิบายประโยค 1-5 ให้นักเรียนฟัง แล้วจึงให้นักเรียนทำงานคู่ จับคู่กริยาช่วย (modals) ที่พิมพ์ตัวหนาในประโยค 1-5 กับหน้าที่ ของคำ (functions) ที่กำหนดให้ เสร็จแล้วตรวจคำตอบร่วมกัน 1. request 2. lack of permission 3. permission 4. ability 5. possibility 6. lack of ability ให้นักเรียนแต่งประโยคเพิ่มเติม สำหรับแต่ละ function 2. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 48 Ex.6 แล้วอ่านประโยคที่ให้มา จากนั้นให้นักเรียน ขีดเส้น ใต้กริยาช่วยที่เหมาะสมกับประโยค พร้อมทั้งอธิบายหน้าที่ของกริยาช่วยในแต่ละข้อ เสร็จแล้วตรวจ คำตอบร่วมกัน 1. Would (request) 2. can’t (lack of ability) 3. may not (lack of permission) 4. might (possibility) 5. may (permission) ครูถามนักเรียนว่า ประโยคขอร้องในภาษาไทยมีลักษณะเช่นใด จากนั้นครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่าง ประโยค แล้วเปรียบเทียบกับประโยคขอร้องในภาษาอังกฤษ กิจกรรมเพิ่มเติม กิจกรรมเพิ่มเติม
255 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา ประโยคขอร้องในภาษาไทย ประโยคขอร้อง คือ ประโยคที่ผู้พูดมีเจตนาขอให้ผู้ฟังช่วยสงเคราะห์ทำสิ่งใด สิ่งหนึ่ง อาจมีคำกริยานำ ช่วย กรุณา วาน โปรด หรืออาจมีคำวิเศษณ์ ด้วย ที หน่อย หรือ คำลงท้าย เถอะ นะ เช่น ช่วยไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดให้ทีนะ กรุณาถอดรองเท้าด้วยค่ะ โปรดอย่าเปิดโทรศัพท์มือถือในห้องประชุม วานไปซื้อของที่ร้านปากซอยให้ทีนะ เธอดูแลเด็กแทนฉันหน่อยเถอะ ประโยคขอร้องอาจเป็นประโยคคำถามก็ได้ เช่น จะลำบากไหมถ้าจะฝากซื้อของสัก 2 อย่าง ที่มา: วิจินตน์ ภาณะพงศ์ และคณะ (2552) หนังสืออุเทศภาษาไทย ชุด บรรทัดฐานภาษาไทย เล่ม 3: ชนิดของคำ วลี ประโยคและสัมพันธสาร. กรุงเทพฯ: สถาบันภาษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 115 Past & perfect modals 1. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 49 Ex.7 แล้วอ่านประโยคและอธิบายคำศัพท์ที่นักเรียน ไม่รู้ ครูอาจให้นักเรียนศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม จาก Grammar reference ในหนังสือเรียน หน้า 129 จากนั้นให้นักเรียนทำงานคู่ จับคู่กริยาช่วยที่พิมพ์ตัวหนา (1-6) กับความหมาย (a-f) เสร็จแล้วตรวจคำตอบ ร่วมกัน 1. d 2. f 3. b 4. a 5. c 6. e นักเรียนแต่งประโยคเพิ่มเติมสำหรับแต่ละความหมาย 2. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 49 Ex.8 แล้วให้นักเรียนทำงานคู่ นำกริยาช่วยที่กำหนด ให้เติมลงในประโยคให้ถูกต้อง เสร็จแล้วตรวจคำตอบร่วมกัน 1. didn’t need to 2. should have/ought to have 3. shouldn’t have/ought not to have 4. couldn’t have 5. needn’t have 6. should have/ought to have 7. needn’t have 8. shouldn’t have/ought not to have 9. ought to have/should have 10. didn’t need to Making deductions กิจกรรมเพิ่มเติม
256 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา 1. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 49 Ex.9 แล้วอ่านประโยคที่ให้มา จากนั้นนำเสนอการใช้ modal verb + present/perfect infinitive แล้วจึงให้นักเรียนพิจารณาว่าประโยคใดที่แสดงความแน่ใจ (certainty) และประโยคใดแสดงความไม่แน่ใจ (uncertainty) เสร็จแล้วตรวจคำตอบร่วมกัน Present Past He must be tired. He might be tired. He can’t be tired. He must have been at work. He might have been at work. He can’t have been at work. = (certainty) = (uncertainty) = (certainty) 2. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 49 Ex.10 แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้างใน แต่ละรูป จากนั้นให้นักเรียนจับคู่ช่วยกันแต่งประโยค โดยใช้ must, could, shouldn’t, ought, can’t เหมือนดังตัวอย่าง เสร็จแล้วครูตรวจคำตอบด้วยการให้นักเรียนแต่ละคนนำเสนอประโยคของตนเองที่หน้า ชั้นเรียน Suggested answer key: 2. She must be tired. She shouldn’t stay up so late at night. She must have been studying until late last night. She ought to go to bed earlier. She could be bored. 3. He must be frustrated. He must be at school. He could be bored. He can’t have finished his homework. He ought to study harder.
257 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา ครูให้นักเรียนบอกอาชีพที่นักเรียนอยากจะเป็นในอนาคต จากนั้นครูให้นักเรียนค้นหาข้อมูลและเขียน ประโยคที่เกี่ยวกับสิ่งที่บุคคลในอาชีพดังกล่าวต้องทำ/ห้ามทำ ควรทำ/ไม่ควรทำ จำเป็นต้องทำ/ไม่จำเป็นต้อง ทำ หรืออาจจะต้องทำเหมือนอย่างในหนังสือเรียน หน้า 48 Ex. 2a และหนังสือเรียน หน้า 49 Ex. 10 ครู อาจยกตัวอย่างประโยคเช่น Civil engineers need a bachelor’s degree in civil engineering. They have to study algebra, geometry, physics and chemistry. They may work at construction sites as well as in offices. They must be able to make good decisions based on best practices, their own technical knowledge and their own experience. They should be creative, curious, analytical and detail oriented. They should be able to work as part of a team and be able to communicate well, both orally and in writing. ครูอาจช่วยแนะนำเว็บไซต์ในการค้นหาข้อมูลให้กับนักเรียน เช่น http://www.bls.gov/ooh/ https://kids.usa.gov/teens/jobs/index.shtml https://www.careerkids.com/careers 3. ให้นักเรียนเล่นเกมในหนังสือเรียน หน้า 49 หัวข้อ Game โดยแบ่งนักเรียนเป็นทีม แล้วให้แต่ละทีมแต่ง ประโยคครั้งละ 3 ประโยค ตามสถานการณ์ที่กำหนดให้ โดยใช้กริยาช่วยให้เหมาะสม ทีมใดที่แต่งประโยค ถูกทั้ง 3 ประโยค จะได้ 1 คะแนน เมื่อเล่นเกมเสร็จ ทีมใดได้คะแนนมากที่สุดจะได้ 1 คะแนน กิจกรรมเพิ่มเติม Active Learning สู่สมรรถนะ Active Learning 1. การเรียนรู้ผ่านการคิดข้นัสูง (Thinking Based Learning) 2. การเรียนรู้ผ่านการลงมือท า (Learning by doing) 3. การเรียนรู้จากการท างานร่วมกัน (Cooperative Learning) 5. การสื่อสาร น าเสนอ (Communication and Presentation) 4. การเรียนรู้จากการส ารวจและค้นหา (Inquiry-Based Learning)
258 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา ครูแนะนำคลิปวิดีโอซึ่งเป็นการ์ตูน animation โดยบทสนทนาจะเกี่ยวข้องกับ making deductions นอกจากนี้เมื่อดูเสร็จแล้วจะมีคำอธิบายไวยากรณ์ และแบบฝึกให้ฝึกทำด้วย เสร็จแล้วครูเขียนเว็บไซต์ให้ นักเรียนดูบนกระดาน ดังนี้ http://learnenglishteens.britishcouncil.org/grammar-vocabulary/grammar-videos/modalsdeduction Question tags 1. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 49 Ex.11a แล้วครูอ่านและอธิบายข้อมูลที่ให้มาในกรอบ ครู อาจให้นักเรียนศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจาก Grammar reference ในหนังสือเรียน หน้า 129 จากนั้นให้ นักเรียนขีดเส้นใต้ question tags และระบุว่าคำถามใดที่เป็นการถามเพื่อยืนยันข้อมูล และคำถามใดเป็นการถามเพื่อขอข้อมูล เสร็จแล้วให้นักเรียนบอกโครงสร้างประโยคของ question tags หรือครูอาจให้นักเรียนทั้งชั้นทำกิจกรรมนี้ร่วมกัน ด้วยการอ่านคำถาม แล้วกระตุ้นคำตอบ จากนักเรียน ‘is he’ and ‘didn’t she’ are question tags. The first question asks for confirmation. The second sentence asks for information. We form question tags with the auxiliary or modal verb from the main sentence and the appropriate subject pronoun. 2. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 49 Ex.11b แล้วให้นักเรียนเติมช่องว่างในประโยค 1-10 ด้วย question tags ที่ถูกต้อง จากนั้นครูถามนักเรียนว่าคำถามข้อใดที่เป็นการถามเพื่อยืนยันข้อมูล และ คำถามข้อใดเป็นการถามเพื่อขอข้อมูล เสร็จแล้วครูตรวจคำตอบด้วยการสุ่มเรียกนักเรียน ที ละคน ให้อ่านประโยค 1-10 พร้อมทั้งตรวจสอบว่านักเรียนออกเสียงสูง-ต่ำในประโยค question tags ถูกต้องตามความหมายของประโยคหรือไม่ 1. didn’t they - confirmation (falling intonation) 2. has he - information (rising intonation) 3. doesn’t she - confirmation (falling intonation) 4. will you/won’t you - confirmation (falling intonation) 5. shall we - information (rising intonation) 6. won’t he - confirmation (falling intonation) 7. didn’t you - information (rising intonation) กิจกรรมเพิ่มเติม
259 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา 8. aren’t we - confirmation (falling intonation) 9. won’t he - confirmation (falling intonation) 10. will she - confirmation (falling intonation) ครูแนะนำคลิปวิดีโอซึ่งเป็นการ์ตูน animation โดยบทสนทนาจะเน้นการใช้ question tags นอกจากนี้เมื่อดู เสร็จแล้วจะมีคำอธิบายไวยากรณ์ และแบบฝึกให้ฝึกทำด้วย เสร็จแล้วครูเขียนเว็บไซต์ให้นักเรียนดูบนกระดาน ดังนี้ http://learnenglishteens.britishcouncil.org/grammar-vocabulary/grammar-videos/questiontags Prepositions 1. ให้นักเรียนศึกษา Appendix 1 ในหนังสือเรียน หน้า 139 ตัวอักษร I, J และ K จากนั้นครูอธิบายภาระงาน ในหนังสือเรียน หน้า 50 Ex.12a แล้วให้นักเรียนขีดเส้นใต้คำบุพบทที่ถูกต้อง เสร็จแล้วครูตรวจคำตอบและให้นักเรียนอธิบายความหมายของวลีในแต่ละข้อ 1. to (exactly the same as something) 2. of (feel envious because you do not have something) 3. on (say very firmly that something must be done) 4. on (interested in/like) 5. to (behave in a friendly/helpful way towards something) 6. on (have a strong impact on somebody) 7. in (participate) 8. in (the number, level or amount of something becomes greater) 2. ครูอธิบายว่าวลีในหนังสือเรียน หน้า 50 Ex.12b มาจากบทอ่านในหนังสือเรียน หน้า 45 ครูและนักเรียน ศึกษาตัวอย่างคำตอบในข้อ 1 และทำข้อ 2 ร่วมกัน เสร็จแล้วให้นักเรียนจับคู่ช่วยกันทำ ข้อที่เหลือ เมื่อ ตรวจคำตอบแล้วให้นักเรียนเลือกวลี 5 วลี มาแต่งประโยค หรือครูอาจให้นักเรียนแต่งประโยคเป็นการบ้าน ครูแนะนำให้นักเรียนจดจำวลีเหล่านี้ 1. at 2. in 3. in 4. of 5. of 6. to 7. for 8. in, with 9. in 10. in (Students’ own answers) กิจกรรมเพิ่มเติม
260 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Phrasal verbs ครูอธิบายว่าให้นักเรียนศึกษา Appendix 2 ในหนังสือเรียน หน้า 142 เพื่อประกอบการทำกิจกรรม ใน หนังสือเรียน หน้า 50 Ex.13 จากนั้นให้นักเรียนปิดหนังสือเรียนและนึกกริยาวลี (phrasal verbs) ที่มาจาก คำว่า give และ go ครูเขียนคำตอบของนักเรียนบนกระดาน และให้นักเรียนบอกความหมายของวลีเหล่านี้ ด้วยการให้นักเรียนยกตัวอย่างประโยค ต่อมาครูและนักเรียนศึกษาตัวอย่างคำตอบในข้อ 1 และทำข้อ 2 ร่วมกัน เสร็จแล้วจึงให้นักเรียนจับคู่ช่วยกัน ทำข้อที่เหลือ ครูตรวจคำตอบและแนะนำให้นักเรียนจดจำกริยาวลีเหล่านี้ 1. away 2. off 3. out 4. up 5. back on 6. down with 7. after 8. for 9. (a)round Multiple-choice cloze ให้นักเรียนทำกิจกรรมในหนังสือเรียน หน้า 50 Ex.14 ขั้นก่อนอ่านด้วยการอ่านชื่อเรื่อง แล้วตอบคำถามครู ว่า What is an early bird? (a person who gets up early in the morning and goes to bed early at night.); What is a night owl? (a person who gets up late in the morning and goes to bed late at night.) จากนั้นครูสำรวจนักเรียนในชั้นว่า ใครเป็นพวกที่ตื่นเช้าและนอนเร็ว (an early bird) และ ใครเป็นพวกที่นอนดึกและตื่นสาย (a night owl) ครูถามนักเรียนว่า an early bird คล้ายคลึงกับสำนวนไทยสำนวนไทย เช่น ตื่นแต่ไก่โห่ ต่อมาครูและนักเรียนศึกษา Tip ที่ให้มาร่วมกันและให้นักเรียนทำตามคำแนะนำใน Tip ในการทำ Ex.14 โดยครูให้นักเรียนอ่านบทอ่านแบบ skimming อย่างรวดเร็ว เพื่อจับใจความสำคัญ ครูอ่านตัวอย่าง แล้วทำ ข้อ 1 ร่วมกับนักเรียน โดยให้นักเรียนดูคำที่อยู่ก่อนหน้าและหลังช่องว่าง แล้วคิดคำที่เหมาะที่จะนำมาเติม จากนั้นให้นักเรียนพิจารณาดูตัวเลือก A-D และตัดสินเลือกตัวเลือก ที่เหมาะสมที่สุด เสร็จแล้วให้นักเรียนทำข้อที่เหลือให้เสร็จ แล้วครูตรวจคำตอบด้วยการให้นักเรียนอ่านบท อ่านที่เติมคำสมบูรณ์แล้ว พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลประกอบว่าทำไมในแต่ละข้อ จึงตอบเช่นนั้น 1. a - sounds like (fixed phrase) 2. d - ‘who’ refers to the word population 3. b - ‘same’ is usually followed by ‘as’ 4. d - behaviour is something that is studied 5. a - ‘why’ suggests reason/explanation 6. b - ‘have to’ expresses necessity 7. d - ‘say’ is usually followed by ‘that’ 8. b - dependence on (fixed phrase)
261 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา 9. a - the truth is (phrase) 10. d - ‘during’ is always followed by a noun phrase 11. b - Even if (phrase) 12. a - slow down: phrasal verb นักเรียนทำกิจกรรมขั้นหลังอ่าน โดยให้นักเรียนจับคู่ ผลัดกันสัมภาษณ์เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของแต่ละคน โดยให้คนหนึ่งเป็น interviewer (ผู้สัมภาษณ์) และอีกคนหนึ่งเป็น interviewee (ผู้ถูกสัมภาษณ์) ผู้สัมภาษณ์จะต้องจดบันทึก แล้วรายงานข้อมูลให้เพื่อนในชั้นที่เหลือฟัง ครูถามนักเรียนว่า What type of writing is it? (an article); Where could it be found? (in a newspaper or magazine) แบบฝึกหัด หน้า 21 Ex.6 และหน้า 66-72 Exs 1-14 (ดูเฉลยภาคผนวก C) Grammar reference: • Present/Past participles เราใช้ present participles เพื่อบรรยายบางสิ่งบางอย่าง ตัวอย่างเช่น It was boring lecture. (How was the lecture? Boring.) เราใช้ past participles เพื่อกล่าวว่าบางคนรู้สึกเช่นไร ตัวอย่างเช่น We were bored. (How did we feel? Bored.) • Logical assumptions/Deductions Must: ใช้เมื่อแน่ใจหรือมั่นใจว่าบางสิ่งนั้นถูกต้อง Must จะใช้ในประโยคบอกเล่าและแสดงความเชื่อที่มีเหตุผลในเชิงบวก ตัวอย่างเช่น You’ve been travelling all day, you must be exhausted! Can’t/couldn’t: ใช้เมื่อแน่ใจว่าบางสิ่งนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่จริง Can’t และ couldn’t จะใช้ในประโยคปฏิเสธ และแสดงสมมติฐานตามหลักเหตุผลในแง่ลบ ตัวอย่างเช่น That can’t be Jason, he’s on holiday in Spain at the moment. • Possibility Can + กริยาช่องที่1: ความเป็นไปได้ทั่วๆ ไป บางสิ่งนั้นเป็นไปได้ในทางทฤษฎี จะไม่ใช้ในสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น You can choose anything you like from the buffet. For the main course you can have pasta or pizza. กิจกรรมเพิ่มเติม
262 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Could/May/Might +กริยาช่องที่1: เป็นไปได้ บางที ใช้เพื่อแสดงว่าบางสิ่งนั้นเป็นไปได้ในสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น You may find what you want at the supermarket. You should keep that picture; it may be valuable one day. หมายเหตุ: เราสามารถใช้can/could/might ในประโยคคำถาม แต่ห้ามใช้may ตัวอย่างเช่น Do you think that you can/could/might fix it? Could/Might/Would + have + กริยาช่องที่3: ใช้กล่าวอ้างถึงอดีต บางสิ่งซึ่งเป็นไปได้แต่ไม่ได้เกิดขึ้น จริงๆ ตัวอย่างเช่น She might have passed the exam if she had studied harder. • Obligation/Duty/Necessity - must ใช้เพื่อแสดงหน้าที่ การบังคับให้ทำบางสิ่ง หรือว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยปกติแล้วเราจะใช้must เมื่อผู้พูดเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น ตัวอย่างเช่น I must pay the electricity bill today. - have to ใช้เพื่อแสดงความจำเป็นหรือการบังคับ โดยปกติแล้วเราจะใช้have to เมื่อผู้พูดไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจเองว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น ตัวอย่างเช่น The teacher said we have to hand our homework in tomorrow. หมายเหตุ: must และ have to มีความหมายแตกต่างกัน ในประโยคคำถาม ตัวอย่างเช่น Do I have to wash the car now? (Is it necessary for me ...?) Must I wash the car now? (Do you insist that I ... ?) - Should/Ought to ใช้แสดงหน้าที่ เสนอแนะ แสดงถึงการบังคับ/หน้าที่ที่ไม่จริงจัง เท่ากับ must/have to ตัวอย่างเช่น We should redecorate the living room soon. - Need ใช้แสดงความจำเป็น ตัวอย่างเช่น Need I apply for the job in writing? หมายเหตุ: Need สามารถใช้เป็นกริยาช่วย หรือกริยาแท้ก็ได้ โดยที่ความหมาย ไม่เปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น Need I finish the report today? (กริยาช่วย) Do I need to finish the report today? (กริยาแท้) • Absence of necessity Needn’t/Don’t have to/Don’t need to + กริยาช่องที่1 ใช้เพื่อแสดงว่าไม่มีความจำเป็นต้องทำ บางสิ่ง (ในปัจจุบันหรืออนาคต) ตัวอย่างเช่น You don’t need to take the dog for a walk, I will do it.
263 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Didn’t need to/Didn’t have to: ไม่จำเป็นที่ต้องทำบางสิ่ง เราไม่รู้ว่าการกระทำนั้นได้ถูกกระทำ ไปแล้วหรือไม่. ตัวอย่างเช่น She didn’t need to/have to pay the whole amount today. (We don’t know if she paid it or not.) Needn’t/Don’t have to/Don’t need to + กริยาช่องที่ 1: ไม่จำเป็นต้องทำบางสิ่ง (ในปัจจุบัน /อนาคต) ตัวอย่างเช่น You needn’t have typed the whole thing again – it was saved on the computer. (You did type it all.) • Prohibition Mustn’t/Can’t ใช้ในการห้ามทำบางสิ่ง ห้ามทำเพราะผิดกฎหมาย ผิดกฎ คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ บางสิ่ง ตัวอย่างเช่น You mustn’t/can’t touch anything in the museum. You mustn’t/can’t drive if you haven’t got a licence. • Criticism Could/Should/Might/Ought to/ + have + กริยาช่องที่ 3: ใช้วิพากษ์วิจารณ์การกระทำ ของคนบางคนหรือการขาดการกระทำ (ในอดีต) ตัวอย่างเช่น They could have thanked me for everything I’ve done for them. • Question tags - Question tags มีโครงสร้าง ดังนี้กริยาช่วย + คำสรรพนาม โดยกริยาช่วยใน tags จะเป็นตัว เดียวกันกับประโยคส่วนหน้า หรือถ้าไม่มีกริยาช่วยในประโยคส่วนหน้า จะใช้do/does (present simple) หรือ did (past simple) เข้ามาช่วยแทน - เมื่อประโยคส่วนหน้าเป็นบอกเล่า เราใช้คำถามข้างหลังเป็นปฏิเสธ แต่ถ้าประโยคส่วนหน้าเป็น ปฏิเสธ คำถามข้างหลังจะเป็นบอกเล่า He works in the bank, doesn’t he? She couldn’t remember his phone number, could she? หมายเหตุ: ประโยคส่วนหน้ามีคำว่า Let’s ส่วนของ tag จะเป็น shall we? ตัวอย่างเช่น Let’s put some music on, shall we? ประโยคส่วนหน้ามีคำว่า Let me/him ส่วนของ tag จะเป็น will you/won’t you? ตัวอย่างเช่น You’ll let me borrow this shirt, won’t you? ประโยคส่วนหน้ามีคำว่า I have (เป็นเจ้าของ) ส่วนของ tag จะเป็น haven’t I? ตัวอย่างเช่น He has a blue car, hasn’t he? ยกเว้น I have (ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ ใช้เป็นสำนวน) ส่วนของ tag จะเป็น don’t I?
264 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา ตัวอย่างเช่น He had a nice time, didn’t he? Last week he had a cold, didn’t he? ประโยคส่วนหน้ามีคำว่า This/That is ส่วนของ tag จะเป็น isn’t it? ตัวอย่างเช่น This is a good book, isn’t it? This restaurant is very cheap, isn’t it? ประโยคส่วนหน้ามีคำว่า I am ส่วนของ tag จะเป็น aren’t I? ตัวอย่างเช่น I am right, aren’t I? I am late, aren’t I? ประโยคคำสั่งในรูปปฏิเสธ ส่วนของ tag จะเป็น will you? ตัวอย่างเช่น Don’t leave the door unlocked, will you? Don’t tell anyone, will you?
265 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Unit 5d Listening & Speaking skills 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ต 1.1: เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด 2. อ่านออกเสียง ข้อความ ข่าว ประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และบทละครสั้น (skit) ถูกต้องตามหลักการอ่าน 3. อธิบายและเขียนประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ที่อ่าน รวมทั้งระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และข้อความที่ ฟังหรืออ่าน มาตรฐาน ต 1.2: มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความ คิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด 1. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ข่าว/เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคม และสื่อสารอย่างต่อเนื่อง และเหมาะสม มาตรฐาน ต 2.1: เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด 1. เลือกใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานที่ ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 3. เข้าร่วม แนะนำ และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม มาตรฐาน ต 4.1: ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด 1. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม 2. สาระการเรียนรู้ 2.1 ทักษะเฉพาะวิชา • Language features and functions Pronunciation: คำที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกและละติน (words with Greek and Latin roots) • Language skills Listening: อนุมานข้อมูลจากการฟัง Speaking: พูดนัดหมาย, พูดบรรยายอาการเจ็บป่วย
266 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา 3. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 3.1 ความสามารถในการสื่อสาร 3.2 ความสามารถในการคิด 3.2.1 ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 3.2.2 ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.1 มุ่งมั่นในการทำงาน 5. กิจกรรมการเรียนรู้ Listening 1. ครูบอกจุดประสงค์การเรียนรู้ของ Unit 5d ว่า นักเรียนจะได้ฝึกอนุมานข้อมูลจากการฟัง พูดนัดหมาย และพูดบรรยายอาการเจ็บป่วย 2. ครูและนักเรียนศึกษาข้อความในหนังสือเรียน หน้า 51 หัวข้อ Tip ร่วมกัน และเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า นักเรียนอาจจะไม่ได้ยินคำที่เหมือนกับในตัวเลือก A, B หรือ C จาก CD ดังนั้นนักเรียนจะต้องอนุมาน (deduce) ข้อมูลจากการฟัง เพื่อตัดสินใจเลือกคำตอบที่ถูกต้อง จากนั้นครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 51 Ex.1 และชี้ให้นักเรียนเห็นว่านักเรียนจะได้ฟังบท สนทนาที่ไม่เกี่ยวข้องกัน 8 บท และจะมีคำถามที่เกี่ยวข้องกับแต่ละบทสนทนาให้นักเรียนตอบ แล้วครูเปิด CD2/track 9 ให้นักเรียนฟัง 2 ครั้ง เพื่อให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้อง ครูเฉลยคำตอบด้วยการเปิด Audio อีกครั้ง โดยหยุด Audio หลังจบข้อมูลในแต่ละข้อ 1. c 2. a 3. c 4. b 5. a 6. b 7. a 8. c ให้นักเรียนระบุคำ/วลีที่ได้ยินจาก Audio ที่ช่วยในการอนุมานข้อมูลหรือเลือกคำตอบ Pronunciation ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 51 Ex.2 และอ่านคำที่ให้มา จากนั้นเปิด CD2/track 10 ให้นักเรียนฟัง โดยหยุด Audio หลังจบคำศัพท์แต่ละคำ เพื่อให้นักเรียนออกเสียงคำศัพท์ตาม ครูตรวจสอบว่านักเรียนออกเสียงถูกต้องหรือไม่ กิจกรรมเพิ่มเติม
267 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา ครูอธิบายว่าคำศัพท์ใน Ex.2 เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก (Greek) หรือละติน (Latin) จากนั้นให้ นักเรียนระบุว่าคำใดที่มาจากภาษากรีก (Greek) ภาษาละติน (Latin) หรือมาจากทั้ง 2 ภาษา โดยใช้ พจนานุกรมหรือค้นคว้าข้อมูลจากห้องสมุด/Internet เสร็จแล้วให้นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้คำเหล่านี้ stethoscope (G), pneumonia (G), thermometer (B), asthma (B), diarrhoea (B), physical (G), patient (L), temperature (L), medicine (L), muscle (L) Suggested answer key: Doctors use a stethoscope to listen to your heartbeat. Pneumonia is a very serious illness. We can use a thermometer to take our temperature. Asthma attacks can be caused by an allergy to animal fur or dust. You should drink lots of fluids when you have diarrhoea. Physical activity helps us to stay healthy. There are many patients waiting for the doctor. I had a high temperature when I had the flu. Don’t forget to take your medicine. Regular exercise will help to keep your muscles strong. Making an appointment 1. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 51 Ex.3a แล้วเปิด CD2/track 11 ให้นักเรียนฟัง และเติมคำถาม ในบทสนทนาให้สมบูรณ์ ครูตรวจคำตอบของนักเรียน จากนั้นถามนักเรียนว่าในบทสนทนาที่ได้ฟังนั้น Tina พูดอยู่กับใคร 1. Can I help you? 2. Would you like to see Dr Jones instead? 3. Does that suit you? 4. Can I take your name, please? 5. What seems to be the problem? Tina is speaking to the receptionist at Meadows Surgery. กิจกรรมเพิ่มเติม
268 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา 2. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 51 Ex.3b แล้วอ่านข้อมูลที่ให้มา จากนั้นให้นักเรียนจับคู่แสดงบท สนทนาเหมือนอย่าง Ex.3a โดยใช้ข้อมูลเหล่านี้ ครูสังเกตการทำงานของนักเรียน เสร็จแล้วตรวจคำตอบของ นักเรียน ด้วยการขออาสาสมัคร 2-3 คู่ ออกมานำเสนอบทสนทนาที่หน้าชั้น Suggested answer key: A: Good afternoon. Meadows Surgery. Can I help you? B: Oh yes, I’d like to make an appointment with Doctor Michaels, please. A: I’m afraid Dr Michaels is on holiday at the moment. Would you like an appointment to see Dr Jones instead? B: Em… yes, alright. That would be fine. A: Right. The first available appointment is on Friday at 2:30 p.m. Does that suit you? B: Yes, that should be okay. A: Good. Can I take your name, please? B: Carol, Carol Ormerod. A: What seems to be the problem? B: I’ve got a bad cough. A: Right then, we’ll see you on Friday at 2:30. B: Thank you. Goodbye, etc. ครูแนะนำเว็บไซต์สำหรับให้นักเรียนไปฝึกฟังและพูดเกี่ยวกับการนัดหมายเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ต่อไปนี้ http://www.eslgold.com/business/making_appointments.html Describing symptoms 1 ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 51 Ex.4a แล้วเปิด CD2/track 12 ให้นักเรียนฟัง และเติม บทสนทนาให้สมบูรณ์โดยใช้คำที่กำหนดให้ เสร็จแล้วครูตรวจคำตอบ ด้วยการขออาสาสมัคร 2-3 คู่ ออกมา แสดงบทสนทนาที่หน้าชั้น สุดท้ายครูถามนักเรียนว่าเกิดอะไรขึ้นกับ Betty 1. pale 2. aches 3. the flu Betty probably has the flu. กิจกรรมเพิ่มเติม
269 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา 2. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 51 Ex.4b แล้วให้นักเรียนจับคู่แสดงบทสนทนาตามสถานการณ์ที่ ให้มา โดยใช้บทสนทนาใน Ex.4a เป็นต้นแบบ เสร็จแล้วครูตรวจคำตอบด้วยการ ขออาสาสมัคร 2-3 คู่ ออกมาแสดงบทสนทนาที่หน้าชั้น Suggested answer key: • A: Are you okay, Betty? You look a bit pale. B: Actually, I feel terrible. A: Oh, what’s wrong? B: I’ve got a burning feeling in my chest. A: Sounds to me like heartburn. If I were you, I would take an antacid tablet. • A: Are you okay, Betty? You look a bit pale. B: Actually, I feel terrible. A: Oh, what’s wrong? B: I can’t stop yawning. A: Sounds to me like you’re overtired. If I were you, I would get an early night. แบบฝึกหัด หน้า 21 Ex.8 (ดูเฉลยภาคผนวก C) Unit 5e Writing 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ต 1.1: เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด 4. จับใจความสำคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจาก การฟังและ อ่านเรื่องที่เป็นสารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ มาตรฐาน ต 1.3: นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด และการเขียน
270 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา ตัวชี้วัด 2. พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ/แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์และสถานการณ์ตามความสนใจ 3. พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ ทั้งในท้องถิ่น สังคม และโลก พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ มาตรฐาน ต 2.1: เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด 2. อธิบาย/อภิปรายวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และที่มาของขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจ้าของภาษา มาตรฐาน ต 2.2: เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตัวชี้วัด 1. อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สำนวน คำพังเพย สุภาษิตและบทกลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. สาระการเรียนรู้ 2.1 ทักษะเฉพาะวิชา • Language skills Writing: เขียนบทความเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของอาหารจานด่วน (fast food) 3. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 3.1 ความสามารถในการสื่อสาร 3.2 ความสามารถในการคิด 3.2.1 ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 3.2.2 ทักษะการวิเคราะห์ 3.2.3 ทักษะการตีความ 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.1 มุ่งมั่นในการทำงาน 5. กิจกรรมการเรียนรู้
271 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Analysing the rubric 1. ครูบอกจุดประสงค์การเรียนรู้ Unit 5e ว่า นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีการเขียนบทความเกี่ยวกับข้อดี และข้อเสีย 2. ครูและนักเรียนศึกษาข้อความในหนังสือเรียน หน้า 52 หัวข้อ Tip ร่วมกัน โดยปกติแล้วเราจะเขียนความเรียงเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียในรูปแบบที่เป็นทางการ ในการเขียน เราจำเป็นต้องอภิปรายโต้แย้งให้เหตุผลทั้งสองด้าน เพื่อให้ได้มุมมองที่สมดุล บทนำ ในบทนำ เราต้องนำเสนอหัวข้อ แต่ยังไม่ต้องแสดงความคิดเห็น เนื้อเรื่อง ในย่อหน้าที่ 2 เราแสดงเหตุผลที่สนับสนุนหัวข้อที่นำเสนอ พร้อมทั้งให้เหตุผล และยกตัวอย่างประกอบ ในย่อหน้าที่ 3 เราแสดงเหตุผลที่คัดค้านหัวข้อที่นำเสนอ โดยในแต่ละย่อหน้าจะเริ่มต้นด้วยประโยคใจความสำคัญที่เหมาะสม บทสรุป ในย่อหน้าสุดท้าย เราเขียนความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่เอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือสรุปประเด็นหลักใน การโต้แย้งทั้งในด้านที่สนับสนุนและคัดค้าน โดยเราจำเป็นต้องใช้คำเชื่อม (linkers) ที่เหมาะสมเพื่อเชื่อมโยงความคิดที่ใกล้เคียงกัน และเกริ่นนำความคิดที่ขัดแย้งกัน ต่อมาครูอ่านคำสั่งในการทำงาน (rubric) ในหนังสือเรียน หน้า 52 Ex.1 แล้วช่วยนักเรียนทบทวนและขีด เส้นใต้คำสำคัญ จากนั้นครูกระตุ้นให้นักเรียนตอบคำถาม 1-4 ที่ให้มา Your school writing club has asked you to write an article discussing the pros and cons of exercising to reduce stress. 1. an article 2. other students and teachers at your school 3. No, because we usually write a for and against essay in a formal style. 4. Positive: - your body will become strong and healthy - you can get rid of frustration and anger Negative: - exercise can be quite painful - exercise may cause more stress
272 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Analysing a model text 1. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 52 Ex.2a แล้วให้นักเรียนจับคู่ช่วยกันขีดเส้นใต้คำเชื่อม (linkers) ในบทอ่านที่เป็นรายการข้อมูลหรือเพิ่มประเด็น (list/add points) การแนะนำเหตุผลหรือตัวอย่าง (introduce reasons/examples) การแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง (show contrast) หรือการแนะนำ บทสรุป (introduce a conclusion) เสร็จแล้วตรวจคำตอบร่วมกัน 1. First of all (list/add points) 2. Therefore (introduce reasons/examples) 3. such as (introduce reasons/examples) 4. Furthermore (list/add points) 5. On the other hand (show contrast) 6. Furthermore (list/add points) 7. since (introduce reasons/examples) 8. In conclusion (introduce a conclusion) ให้นักเรียนหาคำเชื่อมอื่นๆ สำหรับแต่ละประเภท 2. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 52 Ex.2b โดยให้นักเรียนทำงานคู่ช่วยกันระบุว่า ในแต่ละย่อหน้าของบทอ่านนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับเรื่องอะไร เสร็จแล้วตรวจคำตอบร่วมกัน Paragraph 1: presents the topic. Paragraph 2: gives the arguments for the topic, together with justifications and examples. Paragraph 3: gives the arguments against the topic, together with justifications and examples. Paragraph 4: summarises the arguments for and against and gives a balanced opinion. 3. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 52 Ex.3a แล้วให้นักเรียนจับคู่ อ่านบทอ่านอีกครั้ง แล้วจดประเด็น ที่ผู้เขียนแสดงให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสียเกี่ยวกับหัวข้อที่นำเสนอ พร้อมทั้งหาเหตุผลและตัวอย่างที่ผู้เขียนให้ ในแต่ละประเด็น เสร็จแล้วตรวจคำตอบร่วมกัน กิจกรรมเพิ่มเติม
273 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Points Justifications For your body will stay fit and healthy you are less likely to get sick or suffer from stress related health problems exercise is a good way to get rid of frustration and anger after exercise, the brain produces hormones called endorphins which make us feel good Against exercise can be painful you may pull a muscle or injure yourself exercise may cause even more stress it will add to your already busy schedule 4. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 52 Ex.3b แล้วให้นักเรียนจับคู่ช่วยกันระบุประโยคใจความสำคัญ (topic sentences) ที่ผู้เขียนใช้ในเนื้อเรื่อง (main body) ของบทความ เสร็จแล้วครูตรวจคำตอบของ นักเรียน และให้นักเรียนแนะนำประโยคใจความสำคัญใหม่แทนประโยคเดิม Paragraph 2: The benefits of physical exercise are obvious. Paragraph 3: On the other hand, if you are out of shape, exercise can be quite painful. Alternative Paragraph 2: Although exercise may take a lot of time and effort, it will be worth it in the long run. Alternative Paragraph 3: However, exercising to reduce stress does have its disadvantages. 5. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 52 Ex.3c แล้วให้นักเรียนจับคู่ช่วยกันระบุเทคนิคที่ผู้เขียนใช้ใน การเริ่มต้นและลงท้ายบทความ จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันเสนอแนะวิธีการอื่นในการเริ่มต้นและลงท้าย บทความใหม่ The writer has started the article with a rhetorical question. The writer has ended the article with a quotation. Alternative beginning: If you take time out of your busy schedule to exercise regularly, it will be of benefit to both your physical and mental well-being. Alternative ending: After all, isn’t it true that anything is good for you, as long as it’s in moderation?
274 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Topic sentences 1. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 52 Ex.4a แล้วอ่าน topic sentences (1-4) และย่อหน้า ที่ให้มาในกรอบ จากนั้นครูอธิบายคำศัพท์ที่นักเรียนไม่รู้ แล้วให้นักเรียนเลือกว่าประโยค 1-4 ที่ให้มาประโยคใดเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นประโยคใจความสำคัญของย่อหน้าในกรอบ พร้อมทั้ง ให้นักเรียนอธิบายเหตุผลประกอบด้วย (2) Women are getting the message that they are judged by their weight. The paragraph contains the reference words: thin woman, lose weight, become thin. 2. ให้นักเรียนอ่านย่อหน้าที่ให้มาในกรอบในหนังสือเรียน หน้า 53 Ex.4b แล้วกระตุ้นให้นักเรียนช่วยกัน เสนอแนะประโยคใจความสำคัญ (topic sentence) ของย่อหน้าดังกล่าว Being overweight can seriously affect your physical health. Supporting sentences & liners ครูอ่านประโยคใจความสำคัญ (topic sentences) และข้อมูลที่ให้มาในหนังสือเรียน หน้า 53 Ex.5 แล้ว อธิบายคำศัพท์ที่นักเรียนไม่รู้ จากนั้นให้นักเรียนขยายข้อมูลที่ให้มาให้เป็นประโยคเต็ม เพื่อใช้เป็นประโยค สนับสนุน (supporting sentences) โดยให้ใช้ linkers ที่เหมาะสมในการเชื่อมประโยค Suggested answer key: 1. First of all, although diet pills may help in the short term, you will put on weight again as soon as you stop taking them. Furthermore, taking diet pills means that there will not be enough vitamins and minerals in your diet for good health. In addition, taking diet pills may have side effects which will ultimately endanger your health. 2. The main advantage of cosmetic surgery is that surgeons can repair people’s faces if they are injured in an accident. Moreover, people can have scars or blemishes removed and restore their self-image. In addition, people can change parts of their bodies which make them feel unhappy or depressed.
275 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Discuss & write 1. ให้นักเรียนอ่าน rubric ในหนังสือเรียน หน้า 53 Ex.6 แล้วให้นักเรียนทำงานคู่ ช่วยกันขีดเส้นใต้ คำสำคัญใน rubric และตอบคำถามที่ให้มา เสร็จแล้วตรวจคำตอบร่วมกัน Suggested answer key: A health magazine has asked its readers to write an essay discussing the advantages and disadvantages of fast food. 1. a for and against essay 2. Paragraph 1: present the topic, ‘the advantages and disadvantages of fast food’ Paragraph 2: give the arguments for fast food. Paragraph 3: give the arguments against fast food. Paragraph 4: summarise the main points for and against fast food. 3. Pros: - our bodies need a variety of different food - it is convenient. Cons: - it is not healthy. - it contains large amounts of additives. 4. We can write our opinion in the conclusion. 5. We can use a rhetorical question or a quotation or we can address the reader directly. Beginning: What is happening to our eating habits? Ending: As the song says, “A little bit of what you fancy does you good.” 2. ครูอ่านประเด็น 1-4 และคำอธิบายเหตุผล a-d ในหนังสือเรียน หน้า 53 Ex.7a แล้วอธิบายคำศัพท์ที่ นักเรียนไม่รู้ จากนั้นให้นักเรียนจับคู่ประเด็น 1-4 กับคำอธิบายเหตุผล a-d รวมทั้งระบุด้วยว่าข้อมูลใดเป็น ข้อมูลในเชิงบวก (positive) และข้อมูลในเชิงลบ (negative) เสร็จแล้วตรวจคำตอบร่วมกัน 1. b (positive) 2. d (negative) 3. c (positive) 4. a (negative) 2. ให้นักเรียนจับคู่ทำกิจกรรมในหนังสือเรียน หน้า 53 Ex.7b โดยนำข้อมูลที่จับคู่แล้วใน Ex.7a มาเชื่อมให้เป็นประโยคเต็ม
276 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา 1. Our body needs a balanced diet; which means that we need some fats, sugars and salt in our diet. 2. Fast food is not healthy because it doesn’t provide you with enough vitamins and minerals. 3. Fast food is convenient since it is available whenever you want it. 4. Fast food contains large amounts of additives, as it is full of saturated fats and other chemicals. 4. ครูนำเสนอเค้าโครงการเขียนใน Plan ในหนังสือเรียน หน้า 53 Ex.8a จากนั้นครูอธิบายภาระงาน แล้วกระตุ้นให้นักเรียนตอบคำถามที่อยู่ในเค้าโครง เสร็จแล้วตรวจคำตอบของนักเรียน ด้วยการถามคำถาม เช่น T: How can you present the topic? S1: By using a rhetorical question or talking about the popularity of fast food. Suggested answer key: Main body (Para 2) our bodies need a balanced diet – we need fats, sugars and salt in our diet; convenient – it’s available whenever you want it. (Para 3) not healthy - doesn’t provide you with enough vitamins and minerals; large amounts of additives - full of saturated fats and other chemicals Conclusion Fast food will not harm you provided it is eaten in moderation. 5. ครูและนักเรียนศึกษาคำถามในหนังสือเรียน หน้า 53 Exs.8b-8e ร่วมกัน จากนั้นให้นักเรียนจับคู่ช่วยกัน ตอบคำถามเหล่านี้ เสร็จแล้วตรวจคำตอบร่วมกัน Suggested answer key: b. add/list points: In the first place, To start/begin with, First of all, Firstly, Secondly, Finally, In addition, etc. introduce pros/cons: The main/first/most important advantage/ disadvantage is, An additional/One/Another advantage/ disadvantage is, etc. introduce examples: for example/instance, such as, like, in particular, for this reason, therefore, because, etc.
277 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา to show contrast: On the other hand, However, still, but, Nonetheless, Nevertheless, Although, etc. introduce a conclusion: In conclusion, To conclude/sum up, All in all, Finally, Lastly, etc. c. I will write a balanced personal opinion in the conclusion. d. I will use formal style because we usually use this style in a for and against essay. e. Fast food has a great deal to offer us. On the other hand, fast food does have its disadvantages. 6. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในหนังสือเรียน หน้า 53 Ex.9 โดยให้ใช้คำตอบจาก Exs. 8a-8e มาเขียนบทความ เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของอาหารจานด่วน (fast food) โดยมอบหมายให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน แล้วให้ นักเรียนแต่ละคนออกมานำเสนอบทความของตนเองที่หน้าชั้นในคาบเรียนถัดไป Suggested answer key: What is happening to our eating habits? In today’s fast-paced society, more and more people substitute fast food for home cooked meals. They simply don’t have the time to prepare balanced meals for themselves or their families. However, is this trend really as unhealthy as the experts tell us? Fast food has a great deal to offer us. Firstly, fast food is convenient because it is available whenever you want to eat. After all, in today’s society, people need to be able to eat twenty-four hours a day. Furthermore, our body needs a balanced diet, which means that we need some fats, sugars, and salt in our diet. We need to eat small amounts from all of the food groups in order to maintain good health. On the other hand, fast food does have its disadvantages. To begin with, fast food is not healthy because it doesn’t provide you with enough vitamins and minerals. In addition, fast food contains large amounts of additives, as it is full of saturated fats and other chemicals. Eating too many foods containing additives will damage our health in the long run. All things considered, the best way to maintain good health is to eat whatever you want, but in moderation. As the song says, “A little bit of what you fancy does you good.”
278 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา Famous words 1. ให้นักเรียนอ่านคำกล่าวในหนังสือเรียน หน้า 53 Ex.10 ทีละประโยค แล้วครูช่วยนักเรียนตีความความหมาย ของคำกล่าวเหล่านี้ และกระตุ้นให้นักเรียนระบุว่าคำกล่าวเหล่านี้เกี่ยวข้องประเด็นหลัก (theme) ของ Unit นี้อย่างไร (The quotations are about the importance of good health.) Suggested answer key: • Good health is the most important thing in life, so must be guarded carefully. • Sleeping well is an important part of good health. • Health is more important than wealth. ครูถามนักเรียนว่าในภาษาไทยมีคำกล่าวหรือสำนวนสุภาษิตที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพบ้างหรือไม่ จากนั้น รวบรวมคำตอบจากนักเรียน เช่น ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ 3. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบ Progress test 5 (ดูเฉลยภาคผนวก C) เพื่อประเมินความก้าวหน้า ในการเรียนรู้
279 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา บันทึกหลังสอนแผนการสอนที่ ............ 1. ผลการสอนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก .......................................................................... 2. ผลที่เกิดกับผู้เรียน 1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่านักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็นร้อยละ ................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ............................. ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………........................................................................................... 2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็น ร้อยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ................ ได้แก่ ....................................................................................................................................................................... 3.) การประเมินด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม.................... พบว่านักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็นร้อยละ..…....……. ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ.................. ได้แก่ ........................................................................................................................................................................ 3. ปัญหาและอุปสรรค กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา มีนักเรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา มีนักเรียนที่ไม่สนใจเรียน อื่น ๆ ............................................................................................................................................. 4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ควรนำแผนไปปรับปรุง เรื่อง ...................................................................................................... ....................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมิน .................................................................................. ....................................................................................................................................................... ไม่มีข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ผู้สอน ( นายพีระ เหมือดนอก ) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… ลงชื่อ....................................................... ( นางอังคณา แก้วเมือง ) ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... ( นางสาวณัฐิญา คาโส )
280 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ33101 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา