The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบรายวิชา ทช341 เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการผลิตสัตว์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เป็ดน้อย คอยฮัก, 2023-09-14 04:59:13

ทช341 เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการผลิตสัตว์

เอกสารประกอบรายวิชา ทช341 เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการผลิตสัตว์

ตามลำดับ เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ยับยั้งอนุมูลอิสระ พบว่าสามารถยับยั้งอนุมูล DPPH และสาร ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ได้ แต่ไม่สามารถยับยั้งอนุมูลซุปเปอร์ออกไซด์แอนอิออน และไฮดรอกไซด์ได้ ภาพที่ 10.36 : แสดงลักษณะของพรอพอลิสจากผึ้ง ที่มา : พรอพอลิสจากผึ้ง (2558 : ออนไลน์) 10.5 เทคโนโลยีชีวภาพกับสารชีวภัณฑ์ที่สกัดจากเปลือกสัตว์ ในปัจจุบันสารสกัดจากเปลือกของสัตว์น้ำ เช่นเปลือกปู เปลือกกุ้ง แกนหรือกระดองหมึก นิยม นำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง สารชีวภัณฑ์ที่สกัดจากเปลือกสัตว์ ได้แก่ ไคติน–ไคโซซาน แคลเซียม และแคโรทีนอยด์ 10.5.1 ไคติน–ไคโซซาน ไคโตซานเป็นอนุพันธ์ของไคตินที่เป็นองค์ประกอบหลัก ของเปลือกสัตว์น้ำจำพวกข้อ ปล้อง เช่น ปู กุ้ง และกระดองหมึก นำเข้าสู่กระบวนการผลิตออกมา มีลักษณะคล้ายผงแป้ง ส่วนคุณสมบัติ ทางเคมีเป็นสารประกอบน้ำตาลโมเลกุลยาว สามารถละลายได้ในกรดอินทรีย์ เช่น กรดน้ำส้ม และ กรดแลคติก เป็นต้น ดังภาพที่ 10.37 ปัจจุบันนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เป็นยารักษาโรค มีการ พัฒนาเข้ากับส่วนประกอบของเครื่องสำอางหลายรูปแบบ เริ่มนำเข้ามาใช้กับภาคการเกษตรจะนำมา เคลือบผิวผลผลิตทางการเกษตรเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา และป้องกันแมลงกัดกิน


ไคติน-ไคโซซาน เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ผลิตจากเปลือกกุ้งบริสุทธิ์แท้ 100เปอร์เซ็นต์ เป็นสารชีวภัณฑ์ที่ได้จากเปลือกสัตว์ของสารไบโอโพลิเมอร์สารจากธรรมชาติ ไม่มีสารพิษตกค้าง ปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ไคติน จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเครตประเภทโครงสร้างที่เป็นเส้นใยคล้ายคลึงกับเซลลูโลสกับพืช ไคตินพบได้ในเปลือกของสัตว์ เช่น กุ้ง ปู แกนหมึก หอยมุก และผนังเซลล์ของพวกยีสต์และจุลินทรีย์ อีกหลายชนิด ไคตินในธรรมชาติมีโครงสร้างของผลึกที่แข็งแรง 3 ลักษณะได้แก่ แอลฟา-ไคติน เกิด จากเปลือกกุ้ง และเปลือกปู เบต้า-ไคติน เกิดในแกนหรือกระดองหมึก ไคโตซาน คือ สารโพลิเมอร์ธรรมชาติที่สกัดจากไคติน ซึ่งเป็นโครงสร้างของเปลือกกุ้ง กระดองปู แกนหมึก และผนังเซลล์ของเห็ด ราบางชนิด ไคติน–ไคโตซาน จัดเป็นโคโพลิเมอร์(Copolymer) ที่อยู่ร่วมกัน ในธรรมชาติมีปริมาณของไคติน มากเป็นอันดับสองรองจากเซลลูโลส ไคติน–ไคโตซาน มีสมบัติพื้นฐานที่เข้ากับธรรมชาติได้ดี ย่อยสลายง่าย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างไคติน ไคโตซาน มีหมู่อะมิโนที่ แสดงสมบัติพิเศษหลายประการที่ต่างจากเซลลูโลส เช่น การละลายได้ในกรดอินทรีย์เจือจาง การจับ กับอิออนของโลหะได้ดี และการมีฤทธิ์ทางชีวภาพปัจจุบันมีการนำสารไคติน และไคโตซาน มา ประยุกต์ใช้จริงทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ทางการแพทย์ และเภสัชกรรม เช่น สาร ตกตะกอนในการบำบัดน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเส้นใยสิ่งทอเพื่อป้องกันแบคทีเรีย และ เชื้อรา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อคุณภาพในการลดไขมัน และคอเลสเตอรอล เรื่องความงามที่เป็นที่ สนใจของสุภาพสตรี สารเร่งการเจริญเติบโตในพืช และสัตว์แลกเนื้อต่าง ๆ เช่น สุกร กุ้ง เป็ด และไก่ สารเคลือบผลไม้เพื่อยืดอายุการเก็บการรักษา สารถนอมอาหาร และแผ่นฟิล์มปิดแผล ช่วยให้แผล หายเร็วขึ้น (ณัฐพร, 2553) รุ่งโรจน์(2548) กล่าวว่า กระบวนการผลิตไคตินจากเปลือกของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง มี ขั้นตอนพื้นฐานอยู่ 3 ขั้นตอน ดังนี้ การแยกโปรตีน การแยกแร่ธาตุ และการแยกเม็ดสี อย่างไรก็ตาม กระบวนการผลิตไคตินที่สกัดได้กลับมาใช้ประโยชน์ จำเป็นจะต้องเริ่มจากขั้นตอนการแยกโปรตีนออก จากเปลือกของสัตว์เหล่านี้ก่อนขั้นตอนการแยกแร่ธาตุ เนื่องจากโปรตีนที่ได้จะมีปริมาณ และคุณภาพ ที่ดีกว่า ปิยะบุตร (2555) ได้ศึกษาการแปรรูปทางชีวภาพกากไคตินให้เป็นไคโตโอลิโกแซคคาไรด์โดย นำเปลือกกุ้งไปแปรรูปเป็นไคโตซาน วิธีการโดยทั่วไปในการแปรไคตินเป็นไคโตซานนั้นต้องใช้ปฏิกิริยา เคมีที่รุนแรง ทำให้คุณสมบัติทางชีววิทยาแปรปรวน และไม่แน่นอน ดังนั้นหากเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี เอนไซม์ในการแปรรูปเปลือกกุ้ง ซึ่งสามารถทำได้ในสภาวะที่ไม่รุนแรงจะเป็นการช่วยรักษา สภาพแวดล้อม และลดอันตรายต่อมนุษย์ รวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ ที่สำคัญยังสามารถ ควบคุมปฏิกิริยาให้ได้ ผลผลิตที่มีโครงสร้างที่คงที่ และมีคุณสมบัติทางชีววิทยาที่แน่นอนกว่า ไคติน หรือไคโตซาน ที่ถูกย่อยสลายโดยเอนไซม์ไคติเนส หรือไคโตซาเนส ได้เป็นโมโนเมอร์ N-acetyl


glucosamine หรือ ไคโตโอลิโกแซคคาไรด์นั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางด้านการแพทย์ด้าน เภสัชกรรม การเกษตร และในอุตสาหกรรมอาหาร ภาพที่ 10.37 : แสดงลักษณะของโครงสร้างของ ไคติน-ไคโตซาน ที่มา : โครงสร้างของไคติน-ไคโตซาน (2558 : ออนไลน์) นราธิป (2548) ได้การศึกษาการผลิตไคโตซานจากสัตว์เปลือกแข็ง ประเภทกุ้ง และปู โดยคัด ขนาดของเปลือกกุ้งและปู พบว่าสารที่ผลิตได้เป็นอนุพันธ์ของไคโตซาน ซึ่งขนาดของเปลือกกุ้งและปู มี ความสัมพันธ์กับเวลาที่ใช้ในการสกัด คือ ขนาด 300 µm–1.18 mm ใช้ระยะเวลาในการสกัด 4 ชั่วโมง ขนาด 1.18-2.36 mm ใช้ระยะเวลาในการสกัด 6 ชั่วโมง และขนาด 2.36–4.75 mm ใช้ระยะเวลาใน การสกัด 8 ชั่วโมง ตามลำดับ 10.5.2 แคลเซียม แคลเซียม (Calcuim) ดังภาพที่ 10.38 หมายถึง แร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก และฟัน พบในเลือด เนื้อเยื่อ และของเหลวต่าง ๆ ในร่างกาย หน้าที่สำคัญของแคลเซียมมีทั้งเสริมสร้าง กระดูก และฟันให้แข็งแรง ควบคุมการหดตัว และคลายตัวของกล้ามเนื้อ รวมถึงการเต้นของหัวใจอีก ไคติน ไคโตซาน


ทั้งกระตุ้นการทำงานของน้ำย่อยในร่างกายซึ่งเป็นสารสื่อประสาท (ณัฐพร,2553) อาหารที่เป็นแหล่ง แคลเซียมได้แก่ เนยแข็งโยเกิร์ต นมเปรี้ยว เนื้อสัตว์อาหารทะเล และถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วเหลือง และ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ได้แก่ เต้าหู้แข็ง และน้ำเต้าหู้ (แคลเซียม, 2558 : ออนไลน์) ภาพที่ 10.38 : แสดงลักษณะของแคลเซียม ที่มา : แคลเซียม (2558 : ออนไลน์) พูนศักดิ์(2552) กล่าวว่าแคลเซียมเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มนุษย์จำเป็นต้องได้รับ เพื่อเสริมสร้าง ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น กระดูก และฟัน แหล่งที่สำคัญของแคลเซียมมีด้วยกันหลายแหล่ง เช่น นม กระดูกสัตว์ต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้น คือ กระดูก การผลิตแคลเซียมจากกระดูกปลาซึ่งได้จากเศษเหลือ ของโรงงานผลิตซูริมิ เพื่อนำไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยในกระบวนการผลิตแคลเซียม สามารถทำได้โดย นำกระดูกปลามาล้างทำความสะอาด หลังจากนั้นนำมาแช่ในสารละลายกรดอ่อน และด่างอ่อน ล้างด้วยน้ำไหล นำไปต้มที่อุณหภูมิ 50-60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 6-7 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงนำกระดูกที่ผ่านการอบแห้งแล้ว มาทำการบดให้ละเอียด เป็นผงแคลเซียม และเก็บใน ภาชนะบรรจุที่แห้ง และปิดสนิท ในกระบวนการผลิตผงแคลเซียมจากระดูกปลา ต้องมีการตรวจสอบ คุณภาพทั้งด้านกายภาพ เคมี และจุลินทรีย์ เช่น สี ปริมาณแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแบคทีเรียที่ ก่อให้เกิดโรค เป็นต้น เอกราช และคณะ (2557) ได้ศึกษากรรมวิธีการสกัดผงแคลเซียมจากกระดูกไก่ โดยนำเอา กระดูกที่เหลือจากอุตสาหกรรมแปรรูปไก่มาผ่านกระบวนการสกัดแคลเซียมจนได้แคลเซียมชนิดผง


เข้มข้นสูง และพบว่าแคลเซียมจากกระดูกไก่สามารถดูดซึมได้ดีกว่าอุตสาหกรรมหินปูน และดูดซึมได้ดี พอ ๆ หรือมากกว่าแคลเซียมจากนม ซึ่งหากพัฒนาให้เกิดการสกัดได้ในระดับอุตสาหกรรม จะเพิ่ม มูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ และทำให้ประชากรไทยได้รับแคลเซียมเพียงพออีกทั้งต้นทุนผลิตแคลเซียม กระดูกไก่ในระดับอุตสาหกรรมต่ำกว่าการนำเข้าแคลเซียมคาร์บอเนตด้วย กระดูกไก่เป็นแหล่ง แคลเซียมอย่างหนึ่ง เมื่อผ่านการสกัดทำให้มีองค์ประกอบเคมีที่เล็กลงแต่คุณประโยชน์คงเดิมได้ แคลเซียมที่มีประโยชน์เทียบเท่ากับแคลเซียมคาร์บอเนตในรูปแบบอื่น ประภัสสร และปวีณา (2550) ได้ศึกษาการผลิตน้ำหมักแคลเซียมจากเปลือกไข่ผสมใยอาหาร จากข้าวกล้องเพื่อการบริโภค จากการศึกษาพบว่าน้ำหมักแคลเซียมจากเปลือกไข่ผสมใยอาหารจาก ข้าวกล้องที่ประกอบด้วย ข้าวกล้อง 3 ส่วน น้ำตาลอ้อย 1 ส่วน น้ำ 10 ส่วน และเชื้อเริ่มต้น 3 ส่วน เหมาะสมต่อผู้บริโภคมากที่สุด เนื่องจากมีปริมาณใยอาหารสูงที่สุด (2.78 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งส่งผลดีต่อ ระบบทางเดินอาหาร ระยะเวลาในการหมักที่เหมาะสม คือ วันที่ 30 ของการหมัก เนื่องจากวันที่ 30 ให้ปริมาณแบคทีเรียแลคติกที่มีคุณสมบัติเป็นสารเสริมชีวนะมากที่สุด (0.00670 CFU/มิลลิลิตร) ด้าน การทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าน้ำหมักแคลเซียมจากเปลือกไข่ผสมใยอาหารจากข้าวกล้องที่ ประกอบด้วย ข้าวกล้อง 3 ส่วน น้ำตาลอ้อย 1 ส่วน น้ำ 10 ส่วน และเชื้อเริ่มต้น 3 ส่วน ผู้ทดสอบมี ความชอบโดยรวมมากที่สุด (5.530) ลักษณะกลิ่น และความหวาน เป็นที่ยอมรับได้ของผู้บริโภค ส่วน การวิเคราะห์ทางด้านชีวภาพ ไม่พบแบคทีเรียก่อโรค 10.5.3 แคโรทีนอยด์ ในเปลือกหรือกระดองของสัตว์พวก Decapod เช่น ปู และกุ้ง จะมีโปรตีนชื่อ Crustacyanin ตามปกติ Crustacyanin จะมีรงควัตถุสีแดงเรียกว่า Astaxanthin ดังภาพที่ 10.39 อยู่ภายในโมเลกุล ทำให้ค่าการดูดกลืนแสงอยู่ในช่วงสีน้ำเงินเขียว เมื่อถูกความร้อนหรือกรดจะทำให้โปรตีนเกิดเสียสภาพ ทางธรรมชาติ (Denature) ซึ่งโปรตีนนี้จะเสียลักษณะโครงสร้างเดิม และ Astaxanthin ออกจากโมเลกุล ของโปนตีน ทำให้เห็นเปลือกกุ้งที่ถูกความร้อน และมีสีส้ม (ณัฐพร, 2553) Astaxanthin จัดเป็น Carotenoid ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีโครงสร้างโมเลกุลแตกต่างจาก Beta-carotenoid เพียง เล็กน้อย แต่ทว่าทำให้มีคุณสมบัติทางเคมีต่างกันมากมาย กล่าวคือ Astaxanthin เป็นสารต้าน อนุมูลอิสระที่ดีถึงขั้น Super anti-oxidannt แต่เรามักไม่ค่อยรู้จักกันมาก เนื่องจากในธรรมชาติจะมีอยู่ ในรูปที่ค่อนข้างซับซ้อน มักจะอยู่ร่วมกับโปรตีนในเปลือกปู เปลือกกุ้ง เนื้อปลาแซลมอน สาหร่ายทะเล หรือแม้แต่ขนนกฟลามิกโกที่มีสีชมพู แน่นอนว่าการที่สิ่งต่าง ๆ ที่มีสีส้มหรือสีชมพู เนื่องจากผลของ Astaxanthin ซึ่งเป็นสีแดงตามธรรมชาติ ซึ่งจะแสดงสีออกมาเมื่อโครงสร้างของโปรตีนเปลี่ยนไป (Denature) ดังจะเห็นได้จากเปลือกปู เปลือกกุ้ง เปลี่ยนเป็นสีส้มเมื่อถูกต้มสุก เป็นต้น Astaxanthin นี้ เป็นสีที่ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยา ว่าเป็นสีธรรมชาติที่ได้ในอาหารได้ และแหล่งของ Astaxanthin ตามธรรมชาติที่นิยมนำมาใช้คือ สาหร่ายที่ชื่อว่า Haematococus pluvialis ซึ่งให้


Astaxanthin ในปรมาณสูงคือ 40 กรัม จากน้ำหนักแห้งสาหร่าย 1 กิโลกรัม แหล่งที่มาจากธรรมชาติ มักจะอยู่ในรูป Trans-isomer ซึ่งมี Bioavalabitity ดีกว่าแหล่งสังเคราะห์ที่มักจะอยู่ในรูปของ Cis-isomer (ณัฐพร, 2553) ภาพที่ 10.39 : แสดงลักษณะโครงสร้างของ Astaxanthin ที่มา : แคโรทีนอยด์ (2558 : ออนไลน์) ไพริน (2513) พบว่าสาเหตุหลักของการลดลงของแคโรทีนอยด์ในอาหาร คือการเกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชั่น (Oxidation) ที่มีสาเหตุมาจากการสัมผัสกับก๊าซออกซิเจน แสง และความร้อน การมีสาร การเกิดปฏิกิริยา และการมีสารยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน และจากแนวโน้มการขยายตัวของ อุตสาหกรรมการแปรรูปกุ้งที่เพิ่มขึ้นก่อให้เกิดเศษเหลือ ได้แก่ เปลือกกุ้งจำนวนมาก โดยเศษเหลือ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายทางด้วยกัน เช่น ใช้เป็นอาหารสัตว์ และการเปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น เช่น ไคติน ไคโตซาน และสารแอสตาแซนธิน ซึ่งเป็นแคโรทีนอยด์ที่มีสีแดง สีชมพู และสีส้ม มีคุณสมบัติที่น่าสนใจคือเป็นสารกันหืน (Antioxidant) ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัด อนุมูลอิสระได้ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับแคโรทีนอยด์ชนิดอื่น ๆ พันธุ์ทิพย์และคณะ (2556) ได้นำเปลือกปูที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ที่จับได้จากอวนจมปู11 ชนิด ไ ด้ แ ก่ Dorippe quadridens, Calappa philargius, Calappa cypeata, Charybdis affinis, Charybdis


lucifera, Charybdis natator, Podophthalmus vigil, Portunus gladiator, Portunus pelagicus, Menippe rumphii และ Lophozozymus pictor ไปหาผลผลิตแคโรทีนอยด์ด้วยการสกัดด้วยอะซีโตน พบว่า แคโรทีนอยด์ในเปลือกปูแต่ละชนิดมีค่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยมีค่าอยู่ ระหว่าง 1.17±0.05-7.30±0.36 ไมโครกรัม/กรัม ซึ่งเปลือกปูกะตอยสัน (Charybdis natator) และ ปู ก ะ ต อ ย เขี ย ว (Charybdis affinis) ให้ ผ ล ผ ลิ ต แ ค โร ที น อ ย ด์ ที่ สู ง คื อ 7.30±0.36 แ ล ะ 6.96±0.22 ไมโครกรัม/ กรัม นอกจากนั้นยังพบว่าเปลือกปูในวงศ์Portunidae มีปริมาณแคโรทีนอยด์ สูงกว่าเปลือกปูในวงศ์อื่น ๆ โดยมีค่าอยู่ระหว่าง 2.79±0.11-7.30±0.36 ไมโครกรัม/กรัม การศึกษานี้ เป็นการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของปูที่ได้จากอวนจมปูโดยการ พัฒนาเปลือกปูที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มในรูปของแคโรทีนอยด์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ในทางยา เวชภัณฑ์อาหาร และอุตสาหกรรม และยังเป็นการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทาง ชีวภาพของปูจากอวนจมปูให้ได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าด้วย 10.6 บทสรุป สัตว์บก สัตว์ปีก และสัตว์น้ำ เป็นแหล่งของสารอาหารที่เป็นโปรตีน องค์ประกอบที่สำคัญของ เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ชี้ให้เห็นว่าอาหารในกลุ่มนี้มีปริมาณน้ำอยู่มาก และยังมีสารอาหาร ชนิดต่าง ๆ ค่อนข้างครบถ้วน ดังนั้นสามารถนำความรู้ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สูงสุดในการที่จะพัฒนาอาหารที่ได้จากเนื้อสัตว์ ได้แก่ แหนม ปลาส้ม น้ำปลา ปลาร้า หนางหมู ไส้กรอก และหมูแฮม เป็นต้น โดยใช้ส่วนของเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา และหัวหมูซึ่งจะทำให้ได้ ผลิตภัณฑ์เนื้อที่ปลอดภัยสำหรับรับประทาน และลดโอกาสการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการ เน่าเสีย ยืดอายุการเก็บรักษา และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ สารชีวภัณฑ์ที่สกัดจากเนื้อเยื่อสัตว์ องค์ประกอบพื้นฐานของเนื้อเยื่อสัตว์ คือสารในกลุ่ม โปรตีนรวมทั้งเอนไซม์ที่อยู่ในเนื้อเยื่อสัตว์ที่สามารถใช้เทคนิคทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพในการสกัด เพื่อให้ได้สารชีวภัณฑ์ดังกล่าวออกมา และให้ประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นต่อไปได้ สารชีวภัณฑ์ที่สกัด จากเนื้อเยื่อสัตว์ได้แก่ เอนไซม์ Pancreatin, เอนไซม์ Proteinase, ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง, วิตามินบี 3, วิตามินบี 5, วิตามินบี 6, วิตามิน H, วิตามิน Q, Meat extract, คอลลาเจนจากปลา, คอลลาเจนจากหอยเชอรี่ และไข่ตายโคม เป็นต้น ที่สกัดได้จาก ตับอ่อน ม้าม ต่อมใต้สมอง เนื้อ ไต และเครื่องในของสัตว์ สารชีวภัณฑ์ที่ได้จากสารคัดหลั่งจากสัตว์ สารคัดหลั่งที่สิ่งมีชีวิตหลั่งออกมาภายนอกร่างกาย ที่มนุษย์นำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ให้ได้มากที่สุด โดยในปัจจุบันมีการพัฒนา และวิจัยใน ด้านนี้เป็นอย่างมากเนื่องจากว่าสารคัดหลั่งที่ได้จากสัตว์ ได้มีความสำคัญอย่างมากต่อมนุษย์ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากนม เช่น โยเกิร์ต เนยแข็ง หรือชีส และปุ๋ยนมสดชีวภาพ เป็นต้น สารชีวภัณฑ์ที่ได้ จากการสกัดเลือดสัตว์ เช่น เลือดจระเข้ และเลือดแมงดาทะเล สารชีวภัณฑ์ในกลุ่มเซรุ่ม สารชีวภัณฑ์


ในกลุ่มฟีโรโมน สารชีวภัณฑ์ที่ได้จากน้ำลายสัตว์ เช่น เอนไซม์อะไมเลส สารชีวภัณฑ์ในกลุ่มวัคซีน และ สารชีวภัณฑ์ในกลุ่มพรอพอลิสจากผึ้ง เป็นต้น สารชีวภัณฑ์ที่สกัดจากเปลือกสัตว์ได้แก่ ไคติน-ไคโตซาน แคลเซียม และแคโรทีนอยด์ เป็นต้น ซึ่งไคโตซานเป็นอนุพันธ์ของไคตินที่เป็นองค์ประกอบหลักของเปลือกสัตว์น้ำจำพวกข้อ ปล้อง เช่น กุ้ง ปู และกระดองหมึก นำสู่กระบวนการผลิตออกมา มีลักษณะคล้ายผงแป้ง ส่วนคุณสมบัติทาง เคมีเป็นสารประกอบน้ำตาลโมเลกุลยาว สามารถละลายได้ในกรดอินทรีย์ เช่น กรดน้ำส้ม กรดแลคติก เป็นต้น ปัจจุบันนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เป็นยารักษาโรค มีการพัฒนาเข้ากับส่วนประกอบของ เครื่องสำอางหลายรูปแบบ เริ่มนำเข้ามาใช้กับภาคการเกษตรได้อย่างเป็นประโยชน์และในเปลือกหรือ กระดองของสัตว์พวก Decapod เช่น ปูและกุ้ง จะมีโปรตีนชื่อ Crustacyanin ตามปกติ Crustacyanin จะ มีรงควัตถุสีแดงเรียกว่า Astaxanthin จัดอยู่ในกลุ่มของแคโรทีนอยด์ อยู่ภายในโมเลกุลทำให้ค่าการ ดูดกลืนแสงอยู่ในช่วงสีน้ำเงินเขียว เมื่อถูกความร้อนหรือกรด จะทำให้โปรตีนเกิดเสียสภาพ ทางธรรมชาติ ซึ่งโปรตีนนี้จะเสียลักษณะโครงสร้างเดิม และ Astaxanthin ออกจากโมเลกุลของโปนตีน ทำให้เห็นเปลือกกุ้งที่ถูกความร้อน และมีสีส้ม ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มนุษย์สามารถที่จะนำความรู้ทางด้าน เทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ที่มีประโยชน์และเป็นที่ ต้องการของมนุษย์ และยังมีการพัฒนาอุตสาหกรรมกับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ต่อไปในอนาคต


10.7 แบบทดสอบท้ายบท 1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์มีกี่ประเภท ? อะไรบ้าง ? และแต่ละประเภทมีประโยชน์อย่างไรต่อ ชีวิตประจำวันของมนุษย์? จงอธิบายมาพอสังเขป ? ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2. จงยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเนื้อสัตว์มา 3 ชนิด ? และนำความรู้ทางเทคโนโลยีชีวภาพ มาใช้กับผลิตภัณฑ์นั้นอย่างไร ? อธิบายมาพอสังเขป ? ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. จงยกตัวอย่างสารชีวภัณฑ์ที่ได้จากเนื้อเยื่อสัตว์มา 5 ชนิด ? และแต่ละชนิดสกัดได้จากสัตว์ อะไร ? ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4.จงอธิบายกระบวนการผลิตโยเกิร์ตโดยใช้องค์ความรู้ทางเทคโนโลยีชีวภาพมาโดยละเอียด ? ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. จงยกตัวอย่าง ? และอธิบายสารชีวภัณฑ์ที่สกัดได้จากเปลือกสัตว์มา 1 ชนิด ? ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


10.8 เอกสารอ้างอิง การผลิตเซรุ่มแก้พิษงู. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://www.saovabha.com/th/product_serum. วันที่สืบค้น 17 กรกฎาคม 2558 กฤษณา ประภัสสรวัฒนา, สาวิตรี วทัญญูไพศาล และจันทรพร ผลากรกุล. (2552). การใช้แบคทีเรีย กรดแลคติกที่สร้างสารแบคเทอริโอซินเป็นหัวเชื้อในการทำไส้กรอกเปรี้ยว. สาขาวิชา อุตสาหกรรมเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ไข่ตายโคม. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://board.palungjit.org. วันที่สืบค้น 18 กรกฎาคม 2558. ไข่เหลวพาสเจอร์ไรส์. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://www.kcf.co.th/liquid_egg.php. วันที่สืบค้น 23 กรกฎาคม 2558. แคลเซียม. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://gotensum.blogspot.com/2015/03/calcium.html. วันที่สืบค้น 23 กรกฎาคม 2558. คอลลาเจน จาก ปลา. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://abbydabby-korea.com/?p=372. วันที่สืบค้น 15 กรกฎาคม 2558. คอลลาเจนไตรเปปไตด์. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://mahosot.com-collagen-tripeptide.html. วันที่สืบค้น 15 กรกฎาคม 2558. งานวิจัยเกี่ยวกับฟีโรโมนเรื่อง “แมลงสาบ” ปรึกษากันเพื่อเลือกแหล่งอาหาร. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก www.bloggang.com/viewblog.php?id=iamzeon&date. วันที่สืบค้น 15 กรกฎาคม 2558. จรัส นับเนืองทรัพย์. (2550). การเตรียม และการศึกษาเอกลักษณ์ของรีคอมบิแนนท์โปรตีน Plp B จากเชื้อPasteurellamultocida A:1. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา http://202.28.199.3/tdc/browsepep. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 กุมภาพันธ์ 2557). เจริญ อุดมการณ์ และสมบัติ สิงสี. (2547). ผลของฮอร์โมนและต่อมใต้สมองต่อการตกไข่ของปลาโมง. เอกสารวิชาการฉบับที่ 24/2547. สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดนครพนม สำนักวิจัยและพัฒนา ประมงน้ำจืด กรมประมง. 14 หน้า. ชนาพร สีสอน และวาสนา คงนภา. (2550). การผลิตซินไบโอติกจากลูกสำรองเพื่อการบริโภค. สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ. ชูศักดิ์ ภูผาอนุรักษ์ และศรัญญา อบเชย. (2548). การผลิตโยเกิร์ตจากน้ำนมถั่วเหลือง. สาขาวิชา เทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ. ณัฐพร จันทร์ฉาย. (2553). เทคโนโลยีชีวภาพทางสัตว์. สาขาวิชาเทคโนโลชีวภาพ มหาวิทยาลัย แม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ. 400 หน้า.


ณัฐพร จันทร์ฉาย, ทวิภา ประเสริฐ และสิริรัตน์ หมวดเมืองกลาง. (2550). การผลิตน้ำหมักชีวภาพ จากไข่ตายโคม เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์. สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ. ณัฐพร จันทร์ฉาย และปาริชาติ วังโฉม. (2552). ผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพจากไข่ตายโคมในการเลี้ยง ไก่กระทง. สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ. นราธิป เดชาไชยกุล. (2548). การผลิตไคโตซานจากสัตว์เปลือกแข็ง . สาขาวิชา วิศวกรรมเคมี และ วัสดุ มหาวิทยาลัยรังสิต. น้ำปลา. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http ; //www.foodnetworksolution.com/wiki/word/0232. วันที่สืบค้น 4 พฤษภาคม 2558. น้ำเพชร ประกอบศิลป์. (2551). คอลลาเจนจากเศษปลาจีน (Siver carp, Hypophthalmichthys molitrix). วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัย แม่โจ้. บุญญวัตน์ สนิทวงศ์. (2553). ปุ๋ยนมสด. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://info.matichon.co.th/techno /techno.php. วันที่สืบค้น 15 กรกฎาคม 2558. ประจักร์ เหมะรัตน์. (2556). การผลิตผงจระเข้น้ำจืดโดยวิธีการอบแห้งแบบแช่แข็งสุญญากาศ. ปริญญาวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. ประภัสสร เวียงนนท์ และปวีณา วิไธสง. (2550). การผลิตน้ำหมักแคลเซียมจากเปลือกไข่ผสม ใยอาหารจากข้าวกล้องเพื่อการบริโภค. สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ. ปราณี อ่านเปรื่อง. (2543). เอนไซม์ทางอาหาร. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย , กรุงเทพมหานคร. ปลาร้า. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://th.wikipedia.org/wiki. วันที่สืบค้น 9 กรกฎาคม 2558. ปลาส้ม. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/0232. วันที่สืบค้น 4 พฤษภาคม 2558. ปิยะบุตร วิสาท. (2555). การแปรรูปทางชีวภาพกากไคตินให้เป็นไคโตโอลิโกแซคคาไรด์. . สาขาวิชา วิศวกรรมเคมี และวัสดุ มหาวิทยาลัยรังสิต. ปุ๋ยนมสด. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://info.matichon.co.th/techno/techno.php. วันที่สืบค้น 15 กรกฎาคม 2558. ปองศักดิ์ สารพันธ์. (2540). โยเกิร์ต [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http ; //www. goodhealth.co.th. วันที่สืบค้น 19 พฤษภาคม 2558.


พันธุ์ทิพย์วิเศษพงษ์พันธ์,ภัทรรัตน์เอี่ยมสอาด, ดวงเดือน วารีวะนิชและกนกวรรณ ขาวด่อน. (2556). แคโรทีนอยด์จากเปลือกปูที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ที่จับได้จากอวนจมปู. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ ทางทะเล คณะประมง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. พิกุลทิพย์ นาคะวิโรจน์. (2557). สภาวะที่เหมาะสมต่อการสกัดโปรตีนคอลลาเจนจากหอยเชอรี่. สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ. พิชญ์สินี จีนคร้าม. (2557). การพัฒนาวิธี FC-ELISA เพื่อตรวจสอบการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่อวัคซีน อหิวาต์เป็ด-ไก่ ในเป็ดพันธุ์กากิคัมเบล. สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ. พูนศักดิ์ คงไทย. (2552). แคลเซียมเสริมอาหารจากกระดูกปลา. คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. ไพ ริน สุ ก ด า. (2513). แ ค โรที น อ ย ด์. [อ อ น ไล น์]. เข้ าถึ งจ าก www.tistr-foodprocess.net /food_world/food_world_th11. วันที่สืบค้น 4 พฤษภาคม 2558. ฟีโรโมน. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก www.hidepheromone.com. วันที่สืบค้น 10 กรกฎาคม 2558. ภัทราพร ผูกคล้าย และธัญญรัตน์เชื้อสะอาด. (2553). การศึกษาคุณสมบัติของสารต้านอนุมูลอิสระ ในพรอพอลิส. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ. ยุวพิน ด่านดุสิตาพันธ์. (2546). เอนไซม์โปรติเนสกับอุตสาหกรรมการผลิตที่อาจจะเกิดขึ้นในเมืองไทย. เทคโนโลยีชีวภาพปริทรรศน์. 1(6):23-26. โยเกิร์ต. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http : //www.foodnetworksolution.com/wiki/word/0232. วันที่สืบค้น 4 พฤษภาคม 2558 ระบบทางเดินอาหาร การย่อยอาหาร และการดูดซึมของสัตว์. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก seekun.net/Nut-14-2.doc. วันที่สืบค้น 26 กรกฎาคม 2558. รุ่งโรจน์พุ่มทอง. (2548). การผลิตไคติน. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http;//www.thailabonline.com. วันที่สืบค้น 19 พฤษภาคม 2558. เลือดจระเข้แห้ง. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://crocodileblood.wordpress.com. วันที่สืบค้น 10 กรกฎาคม 2558. เลือดสีน้ ำเงิน ของแมงดาท ะเล . (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://www.liekr.com/post 133474.html. วันที่สืบค้น 17 กรกฎาคม 2558. วิจิตรา แดงปรก และปิยวรรณ ศุภวิทิตพัฒนา. (2550). โยเกิร์ตน้ำนมข้าวโพดเสริมแคลเซียมจาก เปลือกไข่. มหาวิทยาลัยแม่โจ้. วิชัย หฤทัยธนาสันติ์. (2540). การผลิตปลาส้ม. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http;//www.kaweeciub.com. วันที่สืบค้น 19 พฤษภาคม 2558.


วิต า มิ น บี 3. (2558). [อ อ น ไล น์]. เข้า ถึ งจ า ก http://www.siamhealth.net/public_html/Health. วันที่สืบค้น 17 มิถุนายน 2558. ศรันธร วัล ยะเสวี . (2548). ก ารผลิ ต แห นม ที่ มี คุณ ภาพ . [ออ น ไล น์]. เข้าถึ งจาก http:// mis.rmutt.ac.th/sme/Details/200FreeCareers/SectO1/SubSO2. วันที่สืบค้น 19 พฤษภาคม 2558. สรรพสิทธิ์กล่อมเกล้า. (2549). การทำบริสุทธิ์และการจำแนกคุณลักษณะของเอนไซม์โปรตีเนสจาก เครื่องในปลาทูน่าและปลาบลูฟิชและการประยุกต์ใช้ . สาขาวิชา เทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยบูรพา. สุธิดา อัครชนียากร, สุธาสินี ปริญญาณัฏฐ์ และฉัตรชนก กิจทวี. (2557). การผลิตแฮมสุกจากปลาดุก อุยเทศ. สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ ประยุกต์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. สมชาย เชื้อวัชรินทร์. (มปป). กระบวนการผลิตวัคซีนเชื้อตาย. สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. สมสมร แก้วบริสุทธิ์. (2553). ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากปลาร้า. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การอาหาร คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์. ไส้ก รอก . (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://www.foodnetworksolution.com/. วันที่สืบ ค้น 9 กรกฎาคม 2558. หนางหมู.(2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://www.gotoknow.org/posts/258156. วันที่สืบค้น 9 กรกฎาคม 2558. หมูแฮม. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://coursewares.mju.ac.th:81/elearning. วันที่สืบค้น 17 กรกฎาคม 2558. แห นม . (2558). [ออ นไล น์]. เข้าถึ งจาก http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/0232. วันที่สืบค้น 4 พฤษภาคม 2558. อังคณา ชมพูมิ่ง, ตะวัน ฉัตรสูงเนิน และธวัชชัย ชัยธวัชวิถี. (2553). การปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ปลาส้ม ด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีชีวภาพ. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้. อารี วิบูลย์พงศ์. (2538). การหมักแหนม. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http;//www.bloggang.com. วันที่ สืบค้น 19 พฤษภาคม 2558. เอกชัย อารยะรัตน์. (2542). การผลิตน้ำปลา. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://www.foodnetwork solution.com/. วันที่สืบค้น 9 กรกฎาคม 2558.


เอกราช เกตวัลห์, วิสิฐ จะวะสิต, ประไพศรี ศิริจักรวาล และพงศธร สังข์เผือก. (2557). การสกัด แคลเซียมจากกระดูกไก่ และการทดลองใช้เสริมในอาหาร. วารสารสำนักงานคณะกรรมการ วิจัยแห่งชาติ. 180 หน้า. เอนไซม์อะไมเลส. (2558). [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http : //www.foodnetworksolution.com/wiki/word/ 0232. วันที่สืบค้น 18 กรกฎาคม 2558. Vaadimir Khavinson. (2534). เอนไซม์. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก www.genufood.in.th. วันที่สืบค้น 15 มิถุนายน 2558


วิธีสอน และกิจกรรม - บรรยายประกอบเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะด้วยโปรแกรม Power point - ซักถามให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น - สรุปบทเรียน - เฉลยการบ้านคำถามท้ายบทเรียน สื่อการสอน หนังสืออ้างอิง ตามเอกสารท้ายบทเรียน เอกสาร ประกอบ ตำรา รายวิชา ชว421 เทคโนโลยีชีวภาพทางสัตว์ เรียบเรียงโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัฐพร จันทร์ฉาย วัสดุโสตทัศน์ CD E-learning วิชา ชว421 เทคโนโลยีชีวภาพทางสัตว์ งานที่มอบหมาย - ศึกษาเนื้อหาบทเรียนด้วยตนเอง และค้นคว้าเพิ่มเติม - อ่านหนังสือเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ - ตอบคำถามท้ายบทเรียน - ค้นคว้ารายงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ การวัดผล - ตั้งคำถามขณะบรรยาย - สังเกตความสนใจ - พิจารณาจากงานที่มอบหมาย - ทดสอบรวมในห้องเรียน และทำการสอบในการสอบปลายภาค หมายเหตุ : ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version