The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านตาวร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by agela2535, 2022-09-07 22:58:16

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านตาวร

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านตาวร

๒๕๑

ตารางกำหนดสาระการจัดกจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เวลาเรยี น 10 ช่ัวโมงต่อปี

ลำดับท่ี สาระกิจกรรม เวลา
1 1
วันไหว้ครู บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำ 1
2 ความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( พฤหสั บดีที่ 2 ของเดือนมิถนุ ายน ) 1

3 วันวิสาขบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรยี นและไปเวียนเทียนทวี่ ดั 1
4 1
5 วนั เข้าพรรษาและวนั ปลูกตน้ ไม้แห่งชาติ บำเพญ็ ประโยชน์โดยดูแล 1
6 รกั ษาไม้ดอกไมป้ ระดับ การทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( ขึ้น 15 1
7 คำ่ เดือน 8 ) 1
8 1
9 วันภาษาไทยแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาด 10
10 บริเวณโรงเรียน ( 29 กรกฎาคม )
วันแม่แหง่ ชาติ บำเพญ็ ประโยชน์โดยดแู ลรกั ษาไมด้ อกไมป้ ระดับ การ
ทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( 12 สงิ หาคม )

วันลอยกระทง บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ขนึ้ 15 ค่ำ เดอื น 12 )
วันพ่อแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( 5 ธันวาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความ
สะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 1 มกราคม )
วันเด็กแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( เสาร์ที่ 2 ของเดอื นมกราคม )

วันมาฆบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ขึน้ 15 ค่ำเดอื น 3 )

รวมเวลา

๒๕๒

ตารางกำหนดสาระการจัดกิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลาเรียน 15 ช่ัวโมงต่อปี

ลำดับท่ี สาระกจิ กรรม เวลา
1 2
วันไหว้ครู บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำ 1
2 ความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( พฤหัสบดที ี่ 2 ของเดอื นมิถุนายน ) 2

3 วันวิสาขบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรียนและไปเวียนเทียนที่วัด 2
4 1
5 วนั เขา้ พรรษาและวันปลูกตน้ ไม้แห่งชาติ บำเพญ็ ประโยชน์โดยดูแล 2
6 รกั ษาไมด้ อกไมป้ ระดับ การทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( ข้ึน 15 1
7 คำ่ เดอื น 8 ) 2
8 1
9 วันภาษาไทยแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาด 10
10 บริเวณโรงเรยี น ( 29 กรกฎาคม )
วันแม่แหง่ ชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดแู ลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การ
ทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( 12 สงิ หาคม )

วันลอยกระทง บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ข้ึน 15 ค่ำ เดอื น 12 )
วันพ่อแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 5 ธนั วาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความ
สะอาดบริเวณโรงเรยี น ( 1 มกราคม )
วันเด็กแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( เสารท์ ่ี 2 ของเดือนมกราคม )

วันมาฆบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ข้ึน 15 ค่ำเดือน 3 )

รวมเวลา

๒๕๓

ตารางกำหนดสาระการจดั กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2 เวลาเรียน 15 ชั่วโมงต่อปี

ลำดับท่ี สาระกิจกรรม เวลา
1 2
วันไหว้ครู บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำ 1
2 ความสะอาดบรเิ วณโรงเรียน ( พฤหสั บดที ี่ 2 ของเดือนมถิ ุนายน ) 2

3 วันวิสาขบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรียนและไปเวียนเทยี นทว่ี ัด 2
4 1
5 วนั เขา้ พรรษาและวนั ปลูกตน้ ไม้แห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแล 2
6 รกั ษาไม้ดอกไมป้ ระดับ การทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( ขึน้ 15 1
7 คำ่ เดือน 8 ) 2
8 1
9 วันภาษาไทยแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาด 10
10 บริเวณโรงเรยี น ( 29 กรกฎาคม )
วันแมแ่ หง่ ชาติ บำเพญ็ ประโยชนโ์ ดยดแู ลรกั ษาไมด้ อกไม้ประดับ การ
ทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( 12 สงิ หาคม )

วันลอยกระทง บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ขน้ึ 15 ค่ำ เดอื น 12 )
วันพ่อแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทำความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น ( 5 ธนั วาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความ
สะอาดบริเวณโรงเรียน ( 1 มกราคม )
วันเด็กแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( เสาร์ที่ 2 ของเดอื นมกราคม )

วันมาฆบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ข้นึ 15 คำ่ เดือน 3 )

รวมเวลา

๒๕๔

ตารางกำหนดสาระการจดั กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 เวลาเรยี น 15 ชั่วโมงต่อปี

ลำดับท่ี สาระกิจกรรม เวลา
1 2
วันไหว้ครู บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การทำ 1
2 ความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( พฤหสั บดที ี่ 2 ของเดือนมถิ ุนายน ) 2

3 วันวิสาขบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ 1
โรงเรยี นและไปเวียนเทยี นท่ีวดั 2
4 1
5 วันเขา้ พรรษาและวนั ปลูกตน้ ไม้แห่งชาติ บำเพญ็ ประโยชน์โดยดูแล 2
6 รกั ษาไมด้ อกไม้ประดับ การทำความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( ขน้ึ 15 1
7 ค่ำ เดือน 8 ) 2
8 1
9 วันภาษาไทยแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาด 10
10 บริเวณโรงเรยี น ( 29 กรกฎาคม )
วันแม่แห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดแู ลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ การ
ทำความสะอาดบริเวณโรงเรยี น ( 12 สิงหาคม )

วันลอยกระทง บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรยี น ( ขึน้ 15 คำ่ เดือน 12 )
วันพ่อแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยดูแลรักษาไม้ดอกไม้ประดับ
การทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ( 5 ธันวาคม )

วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความ
สะอาดบริเวณโรงเรียน ( 1 มกราคม )
วันเด็กแห่งชาติ บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( เสารท์ ่ี 2 ของเดอื นมกราคม )

วันมาฆบูชา บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดบริเวณ
โรงเรียน ( ขนึ้ 15 คำ่ เดือน 3 )

รวมเวลา

หมายเหตุ โรงเรยี นจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ตามหลักของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง (กลุ่มสาระสงั คมศกึ ษา
ศาสนา และวฒั นธรรม ส 3.1 ) และบรู ณาการสาระการเรยี นรู้กับทุกกลุม่ สาระการเรยี นรู้

๒๕๕

หลักการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรูต้ ามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551

การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 เป็นกระบวนการการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของ
ผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัดของหลักสูตร นำผลไปปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้และใช้เป็น
ข้อมูลสำหรับการตดั สนิ ผลการเรยี น สถานศกึ ษาต้องมกี ระบวนการจัดการทเี่ ป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินการ
วัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ผลการประเมินตรงตามสภาพความรู้
ความสามารถทแ่ี ทจ้ รงิ ของผ้เู รียน ถูกตอ้ งตามหลักการวดั และประเมินผลการเรยี นรูร้ วมท้ังสามารถรองรับการ
ประเมนิ ภายในและการประเมินภายนอก ตามระบบประกันคุณภาพการศึกษาได้ สถานศกึ ษาจึงควรกำหนด
หลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการ
เรียนร้ขู องสถานศึกษา ดงั น้ี

๑. สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายท่ี
เก่ียวขอ้ งมีสว่ นร่วม

๒. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดตาม
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตรและจัดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตลอดจนกิจกรรมการพัฒนาผูเ้ รยี น

3. การประเมนิ ผเู้ รียนพิจารณาจากการพัฒนาการของผเู้ รียน ความประพฤติ การสังเกตพฤตกิ รรม
การเรยี นรู้ การร่วมกจิ กรรมและการทดสอบควบคไู่ ปในกระบวนการเรยี นการสอน ตามความเหมาะสมของ
แตล่ ะระดับและรูปแบบการศึกษา

4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้อง
ดำเนินการด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผูเ้ รียนได้อย่างรอบด้าน ทั้งด้าน
ความรู้ ความคิด กระบวนการ พฤติกรรมและเจตคติ เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติวิชาและ
ระดบั ชน้ั ของผเู้ รียน โดยต้ังอยู่บนพื้นฐานความเท่ียงตรง ยตุ ธิ รรมและเช่ือถือได้

5. การประเมินผลการเรยี นรู้ มจี ุดมงุ่ หมายเพ่อื ปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการจัดการเรียนรู้และ

ตัดสนิ ผลการเรียน

6. เปดิ โอกาสให้ผู้เรียนและผมู้ สี ว่ นเก่ียวข้อง ตรวจสอบผลการประเมินผลการเรียนรู้

7. ใหม้ กี ารเทยี บโอนผลการเรยี นระหวา่ งสถานศึกษาและรูปแบบการศกึ ษาตา่ ง ๆ

8. ให้สถานศึกษาจัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนรู้

รายงานผลการเรียน แสดงวฒุ กิ ารศกึ ษาและรองรับผลการเรยี นของผเู้ รยี น

๒๕๖

องคป์ ระกอบของวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 ของโรงเรยี นบ้านตาวร

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดจุดหมาย สมรรถนะสำคัญ
ของผู้เรียนและมาตรฐานการเรียนรูเ้ ป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาผูเ้ รียนให้เป็นคนดี มีปัญญา
มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก กำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัดที่กำหนดในกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ มีความสามารถด้านการอ่าน
คิดวิเคราะห์และเขียน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและการวัดและ
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้

1. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามรายกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ 8 กลุม่ สาระ มีเกณฑ์ดังนี้

1.1 ผู้เรียนต้องมีเวลาเรยี นไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นทั้งหมด

1.2 ผู้เรยี นตอ้ งได้รับการประเมนิ ทุกตัวชว้ี ัดและผ่านตามเกณฑ์ คือ ร้อยละ 60 ของตัวชี้วดั

1.3 ผเู้ รียนต้องไดร้ บั การตัดสินผลการเรียนทกุ รายวชิ า คอื ตอ้ งไดร้ ะดับผลการเรียนตงั้ แต่ 1 ขนึ้ ไป

ระดับผลการเรยี น ระดบั ผลการเรียน ความหมายของผลการประเมิน
คะแนนร้อยละ 4 ดีเยี่ยม
80 - 100 3.5 ดีมาก
75 - 79 3 ดี
70 - 74 2.5 ค่อนข้างดี
65 - 69 2 ปานกลาง
60 - 64 1.5 พอใช้
55 - 59 1
50 - 54 0 ผา่ นเกณฑ์ขัน้ ตำ่
ตำ่ กว่าเกณฑ์
0 - 49

๒๕๗

1.4 แผนการประเมนิ ผลการเรยี นรตู้ ามกลุ่มสาระการเรยี นรู้ทั้ง 8 กลมุ่ สาระ เปน็ การ

ประเมินผลการเรียนรู้ตามตวั ชี้วัดในหลักสูตร ดังน้ี

สาระ สาระ สาระ สาระ สาระ สาระ สาระ
ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมฯ สขุ ศกึ ษาฯ สาระศลิ ปะ การงานฯ ภาษาอังกฤษ

ชัน้

ระ ปลาย ระ ปลาย ระ ปลาย ระ ปลาย ระ ปลาย ระ ปลาย ระ ปลาย ระ ปลาย
หวา่ ง ภาค หวา่ ง ภาค หว่าง ภาค หวา่ ง ภาค หวา่ ง ภาค หวา่ ง ภาค หวา่ ง ภาค หว่าง ภาค
เรยี น เรียน เรียน เรียน เรียน เรียน เรียน เรยี น

ป.1 70 30 70 30 70 30 70 30 80 20 80 20 80 20 70 30

ป.2 70 30 70 30 70 30 70 30 80 20 80 20 80 20 70 30

ป.3 70 30 70 30 70 30 70 30 80 20 80 20 80 20 70 30

ป.4 70 30 70 30 70 30 70 30 80 20 80 20 80 20 70 30

ป.5 70 30 70 30 70 30 70 30 80 20 80 20 80 20 70 30

ป.6 70 30 70 30 70 30 70 30 80 20 80 20 80 20 70 30

ม.1 70 30 70 30 70 30 70 30 80 20 80 20 80 20 70 30

ม.2 70 30 70 30 70 30 70 30 80 20 80 20 80 20 70 30

ม.3 70 30 70 30 70 30 70 30 80 20 80 20 80 20 70 30

๑. การประเมินการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่าน
การฟงั การดแู ละการรบั รู้ จากหนงั สอื เอกสารและสอื่ ต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง แลว้ นำมาคดิ วิเคราะหเ์ นอ้ื หา
สาระที่นำไปสู่การแสดงความคิดเห็น การสังเคราะห์สร้างสรรค์ในเรื่องต่าง ๆ และถ่ายทอดความคิดนั้นดว้ ย
การเขียนซึ่งสะท้อนถึงสติปัญญา ความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาและ
สร้างสรรค์จนิ ตนาการอย่างเหมาะสมและมีคุณค่าแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ พรอ้ มด้วยประสบการณ์
และทักษะในการเขียนทมี่ ีสำนวนภาษาถูกต้อง มเี หตผุ ลและลำดับข้ันตอนในการนำเสนอ สามารถสร้างความ
เข้าใจแก่ผู้อ่านได้อย่างชัดเจนตามระดับความสามารถในแต่ละระดับชั้น การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์
และเขยี น สรปุ ผลเปน็ รายป/ี รายภาค เพอ่ื วินิจฉัยและใชเ้ ปน็ ข้อมูลเพ่ือประเมินการเลื่อนชน้ั เรียนและการจบ
การศึกษาระดับตา่ ง ๆ

การประเมนิ การอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขียน มีเกณฑด์ งั นี้

คะแนนร้อยละ ระดบั คุณภาพ ความหมายของผลการประเมิน

80 - 100 ดเี ยย่ี ม ดเี ยีย่ ม หมายถงึ สามารถจบั ใจความสำคญั ไดค้ รบถว้ น เขยี นวพิ ากษ์วิจารณ์

เขยี นสรา้ งสรรค์ แสดงความคิดเหน็ ประกอบอย่างมเี หตผุ ลไดถ้ ูกตอ้ งและ

สมบูรณ์ ใช้ภาษาสภุ าพและเรยี บเรยี งได้สละสลวย

65 - 79 ดี ดี หมายถึง สามารถจบั ใจความสำคญั ได้ เขียนวพิ ากษว์ จิ ารณ์ และเขียน

สรา้ งสรรคไ์ ดโ้ ดยใช้ภาษาสภุ าพ

50 - 64 ผา่ น ผา่ น หมายถงึ สามารถจบั ใจความสำคญั และเขียนวพิ ากษว์ จิ ารณ์ ได้บา้ ง

0 - 49 ไมผ่ า่ น ไมผ่ า่ น หมายถงึ ไมม่ ีความสามารถจับใจความสำคญั และเขียนวิพากษว์ จิ ารณ์

๒๕๘

3. การประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช
2551 และตามที่สถานศึกษากำหนดเพิ่มเติม เป็นการประเมินรายคุณลักษณะแล้วรวบรวมผลการประเมนิ
จากผู้ประเมินทุกฝ่ายนำมาพิจารณา สรุปผลเป็นรายปี/รายภาค เพื่อใช้เป็นข้อมูลเพื่อประเมินการเลื่อนชั้น
เรียนและการจบการศกึ ษาระดบั ต่าง ๆ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หมายถึง ลักษณะท่ีต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนอันเปน็ คุณลักษณะท่ีสังคม
ต้องการ ในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข
ทั้งในฐานะพลเมืองไทยและพลโลกตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดซึ่งมีอยู่
๘ คุณลักษณะ ได้แก่
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
3. มีวนิ ยั
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง
6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

การประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ มเี กณฑ์ดังนี้

คะแนนร้อยละ ระดับคุณภาพ ความหมายของผลการประเมนิ
80 - 100 ดเี ย่ียม
ดเี ยย่ี ม หมายถงึ ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัตจิ นเป็นนิสัยและ
65 - 79 ดี นำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันเพ่ือประโยชน์สขุ ของตนเองและสังคม

50 - 64 ผา่ น ดี หมายถงึ ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามเกณฑ์ เพ่ือใหเ้ ปน็
ทยี่ อมรับของสงั คม
0 - 49 ไม่ผ่าน
ผา่ น หมายถึง ผู้เรียนรบั รแู้ ละปฏิบัติตามเกณฑ์และเง่อื นไขท่ี
สถานศึกษากำหนด

ไมผ่ า่ น หมายถึง ผเู้ รยี นไม่รับรแู้ ละไม่ปฏบิ ตั ติ ามเกณฑ์และเง่ือนไข
ทีส่ ถานศึกษากำหนด

4. การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกระดับชั้น เพื่อส่งเสริมพัฒนา
ความสามารถของตนตามความถนัด ความสนใจ ให้เต็มศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์รวมของความ
เป็นมนุษย์ท้ังด้านร่างกาย สตปิ ัญญา อารมณแ์ ละสังคม สรา้ งเยาวชนของชาติให้เป็นผ้มู ีศลี ธรรม จริยธรรม
มีระเบียบวินัยปลูกฝังและสร้างจติ สำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคมและสามารถบริหารหารจัดการตนเอง
ได้ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน แบ่งเปน็ 3 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่

๒๕๙

1. กจิ กรรมแนะแนว

2. กจิ กรรมนักเรียน ได้แก่ กจิ กรรมลกู เสอื - ยุวกาชาด และกิจกรรมชุมนมุ

3. กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์

การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น มีหลักเกณฑ์ ดังน้ี
1. เวลาการเข้ารว่ มกิจกรรมของผ้เู รยี น คอื ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 80

2. ผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมและผลงานของผ้เู รียน โดยจดั ให้ผู้เรยี นแสดงผลงาน

แฟ้มสะสมงานหรอื จัดนทิ รรศการ

3. ผู้เรยี นทกุ คนต้องมีผลการประเมนิ ระดบั ผา่ น ท้ังเวลาการเข้าร่วมกจิ กรรม

การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมและผลงานของผู้เรยี นจงึ จะได้ผลการประเมนิ เปน็ ผ่าน (ผ) เพอ่ื บนั ทึกในระเบียนแสดงผล

การเรียน

4. กรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านกิจกรรม (มผ) ให้เป็นหน้าที่ของครูจะต้องซ่อมเสริม โดยให้ผู้เรียนทำ
กิจกรรมจนครบตามเวลาท่ีขาดหรือปฏิบัติกจิ กรรมให้บรรลตุ ามวัตถุประสงค์ของกจิ กรรมน้ัน แล้วจึงประเมิน
ใหผ้ า่ นกิจกรรม เพอื่ บนั ทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรียน

เกณฑก์ ารวัดและประเมินผลการเรยี น

1. การตัดสิน การให้ระดบั และการรายงานผลการเรียน
1.1 การตัดสนิ ผลการเรยี น
ในการตัดสนิ ผลการเรียนของกล่มุ สาระการเรยี นรู้ การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขยี น

คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมการพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคำนึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคน
เป็นหลกั และต้องเกบ็ ข้อมูลของผู้เรยี นทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรียน รวมท้ังสอนซ่อม
เสรมิ ผูเ้ รยี นให้พัฒนาจนเต็มตามศกั ยภาพ

ระดับประถมศึกษา
(1) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทงั้ หมด

(2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดคือ

ตอ้ งไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 60 ของแต่ละรายวิชา

(3) ผเู้ รยี นต้องได้รับการตดั สนิ ผลการเรียนทกุ รายวชิ า คือ ต้องได้ระดับผลการเรียนตง้ั แต่
1 ขน้ึ ไป

(4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กำหนดในการอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน คุณลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน

1.2 การใหร้ ะดับผลการเรียน
ระดับประถมศึกษา
การตัดสนิ ผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ สถานศึกษาสามารถให้ระดับผลการ

เรยี น 8 ระดับ คือ 4 , 3.5 , 3 , 2.5 , 2 , 1.5 , 1 , 0
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคน์ ั้น ให้ระดับผล

การประเมนิ เปน็ ดีเยยี่ ม ดี ผา่ นและไมผ่ า่ น
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมการปฏิบัติ

กิจกรรมและผลงานของผู้เรยี น และใหผ้ ลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็น ผา่ นและไมผ่ ่าน

๒๖๐

1.3 การเลื่อนช้นั

สถานศึกษาสามารถกำหนดเกณฑ์การเลื่อนชั้น โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับเกณฑ์การตัดสิน
ผลการเรียน ตลอดจนกำหนดเกณฑ์เกี่ยวกับการผ่านตัวชี้วัดให้ชัดเจนและประกาศให้ทราบทั่วกัน
สถานศึกษาสามารถกำหนดเกณฑ์การเลื่อนช้นั ไดด้ งั น้ี

(1) ผูเ้ รียนตอ้ งมเี วลาเรียนไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นทั้งหมด

(2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดคือ

ต้องไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ 60 ของแต่ละรายวชิ า

(3) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา คือ ต้องได้ระดับผลการเรียน
ต้ังแต่ 1 ขน้ึ ไป

(4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กำหนดในการอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์และกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น

1.4 การเรียนซ้ำช้นั

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดว่า หากผู้เรียนไม่
ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจต้ัง
คณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็น
สำคัญ

ผเู้ รยี นไม่มีคณุ สมบตั ิตามเกณฑก์ ารอนุมตั ิเล่ือนชัน้ เรียน สถานศึกษาจะตอ้ งจัดให้เรียนซ้ำชนั้
ในกรณีที่ผู้เรียนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง สถานศึกษาอาจใช้ดุลพินิจให้เลื่อนชั้นได้หาก
พิจารณาเหน็ ว่า
1) ผู้เรยี นมีเวลาเรยี นไมถ่ งึ ร้อยละ 80 อันเนอื่ งจากสาเหตุจำเปน็ หรือเหตุสุดวิสยั

แตม่ คี ณุ สมบตั ติ ามขอ้ อนื่ ๆ ครบถ้วน

2) ผเู้ รยี นผ่านมาตรฐานและตวั ชี้วัดไม่ถงึ เกณฑ์ตามที่สถานศึกษากำหนดในแต่ละรายวิชา

และเห็นว่าสามารถสอนซอ่ มเสรมิ ได้ในปีการศกึ ษาถดั ไปและมคี ุณสมบตั ขิ ้ออืน่ ๆ ครบถ้วน
3) ผเู้ รยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 – 3 มีผลการประเมนิ กลุ่มสาระการเรยี นรู้

ภาษาไทยและคณิตศาสตร์อยู่ในเกณฑ์พอใช้และผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 มีผลการประเมินกลุ่ม

สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมอยใู่ นเกณฑผ์ ่าน

1.5 การสอนซอ่ มเสรมิ

การสอนซอ่ มเสรมิ เป็นสว่ นหนึ่งของกระบวนการจัดการเรยี นรู้และเป็นการให้
โอกาสแก่ผเู้ รียนได้มีเวลาเรยี นรู้ส่งิ ตา่ ง ๆ เพ่มิ ข้ึน จนสามารถบรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ช้ีวัดท่กี ำหนด
ไว้ การสอนซ่อมเสริมเป็นการสอนกรณีพิเศษนอกเหนือไปจากการสอนตามแผนจัดการเรียนรู้ปกติเพื่อแก้ไข
ข้อบกพร่องที่พบในผู้เรียน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ท่ีหลากหลายและคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
ของผเู้ รยี น

1.6 การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรยี น เปน็ การส่อื สารให้ผปู้ กครองและผเู้ รยี นทราบ
ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้
ผปู้ กครองรบั ทราบเป็นระยะ ๆ หรืออยา่ งน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง

๒๖๑

การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อน
มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้

๒. เกณฑ์การจบการศึกษา
ระดับประถมศกึ ษา
1. ผู้เรยี นเรยี นรายวิชาพ้นื ฐานและรายวิชา/กิจกรรมเพ่มิ เตมิ ตามโครงสรา้ งเวลาเรียนที่

หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐานกำหนด
2. ผูเ้ รยี นตอ้ งมีผลการประเมนิ รายวชิ าพ้ืนฐานผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามท่ี

สถานศกึ ษากำหนด
3. ผเู้ รยี นมผี ลการประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น ในระดับผา่ นเกณฑก์ าร

ประเมินตามท่ีสถานศกึ ษากำหนด
4. ผเู้ รยี นมผี ลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ในระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมิน

ตามท่ีสถานศึกษากำหนด
5. ผเู้ รียนเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมนิ

ตามทีส่ ถานศึกษากำหนด

เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา
เอกสารหลกั ฐานการศึกษาเป็นเอกสารสำคัญทบ่ี นั ทึกผลการเรียนขอ้ มูลและสารสนเทศที่เกย่ี วข้องกับ

พฒั นาการของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี
เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของ
ผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของสถานศึกษาและผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออก
เอกสารนี้ให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมื่อผู้เรียนจบการศึกษาระดับประถมศึกษา(ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6) จบ
การศึกษาภาคบังคบั

1.2 ประกาศนียบัตร เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษา เพื่อรับรองศักดิ์และสิทธิ์ของผู้จบ
การศกึ ษาทีส่ ถานศึกษาให้ไว้แก่ผจู้ บการศึกษาภาคบังคับและผ้จู บการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน

1.3 แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบนั ทึกรายชื่อและ
ข้อมลู ของผูจ้ บการศกึ ษาระดับประถมศกึ ษา (ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6)

เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาที่สถานศกึ ษากำหนด
เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการผลการเ รียนรู้และข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ

ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนกั เรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวชิ า ระเบียนสะสม ใบรับรอง
ผลการเรยี นและเอกสารอนื่ ๆ ตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการนำเอกสารไปใช้

๒๖๒

การเทยี บโอนผลการเรยี น
สถานศึกษาสามารถเทยี บโอนผลการเรียนของผ้เู รียนในกรณีต่าง ๆ ไดแ้ ก่ การยา้ ยสถานศึกษา การ

เปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสตู ร การออกกลางคันและขอกลบั เขา้ รับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก
ต่างประเทศและขอเขา้ ศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ียงั สามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณจ์ าก
แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษา
โดยครอบครัว

การเทียบโอนผลการเรียน ควรดำเนินการในช่วงก่อนเปดิ ภาคเรียน หรือต้นภาคเรียนที่สถานศกึ ษา
รบั ผู้ขอเทยี บโอนเปน็ ผู้เรยี น ท้งั น้ี ผเู้ รยี นที่ไดร้ บั การเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาตอ่ เน่ืองในสถานศึกษาท่ี
รับเทยี บโอนอยา่ งน้อย 1 ภาคเรยี น โดยสถานศกึ ษาทร่ี ับผเู้ รยี นจากการเทียบโอนควรกำหนดรายวิชา/จำนวน
หน่วยกิตท่จี ะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม

การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดำเนินการได้ ดังน้ี
1. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษาและเอกสารอื่น ๆ ที่ให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของ
ผูเ้ รยี น
2. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งภาคความรู้
และภาคปฏิบตั ิ
3. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ัตใิ นสภาพจรงิ
การเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามประกาศหรือแนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับ
การเทียบโอนเข้าสู่การศึกษาในระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการ
เทียบโอนผลการเรยี นเข้าสูก่ ารศึกษาในระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน

๒๖๓

ภาคผนวก


Click to View FlipBook Version