The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nengsillver, 2021-08-21 09:49:10

PowerPoint Presentation

ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม




















































https://www.gotoknow.org/posts/677033

ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม















สารัตถะนิยม (Essentialism) มาจากภาษาละตินว่า Essentia หมายถึง สาระ หรือ เนื้อหาที่เป็นแก่นส าคัญ











1 จิตนิยม จิตเป็นส่วนส าคัญที่สุดในชีวิตของคน


มาจากปรัชญาพื้นฐาน 2 ฝ่าย


วัตถุนิยม วัตถุนิยมวัตถุในธรรมชาติที่เราเห็นและ


2
สัมผัส









ที่มา: สุนีย์ ภู่พันธ์.แนวคิดพื้นฐานการสร้างและพัฒนาหลักสูตร.เชียงใหม่,สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2564.จาก http://kroosomtara009.blogspot.com/p/essentialism.html

ความเป็นมาของปรัชญาสารัตถะนิยม








ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม เกิดจากปัญญาชน กลุ่มหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดและความเชื่อของ



กลุ่มปรัชญาประสบการณ์นิยม เริ่มกระท ากันตั้งแต่ปี ค.ศ.1920





เมื่อปี ค.ศ. 1938 ได้ตั้งชื่อกลุ่มว่า “คณะกรรมการสารัตถะนิยมเพื่อความก้าวหน้าของการศึกษาอเมริกัน”



นักการศึกษาคนส าคัญ



William C. Bagley และคณะ




Frederick S. Breed (1876 – 1952)

Herman H. Horne (1874 – 1946)








https://sites.google.com/site/philosopherskevin/

ที่มา: สุนีย์ ภู่พันธ์.แนวคิดพื้นฐานการสร้างและพัฒนาหลักสูตร.เชียงใหม่,สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2564.จาก http://kroosomtara009.blogspot.com/p/essentialism.html

ความเป็นมาของปรัชญาสารัตถะนิยม (ต่อ)
















ในระยะแรก แนวคิดได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก แต่มาระยะหลังไม่ค่อย


มีผู้คนให้ความสนใจ ในที่สุดก็ค่อยๆหายไป














ปรัชญาสารัตถนิยมกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่2














ที่มา: สุนีย์ ภู่พันธ์.แนวคิดพื้นฐานการสร้างและพัฒนาหลักสูตร.เชียงใหม่,สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2564.จาก http://kroosomtara009.blogspot.com/p/essentialism.html

หลักการส าคัญตามแนวคิดของปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม































http://53041041wisakha.blogspot.com/2012/12/blog-post.html


การเรียนรู้ เกิดขึ้นได้จากการท างานหนักและน าไปประยุกต์ใช้ได้ ความมีระเบียบวินัย เคร่งครัดเป็นสิ่งส าคัญ


การริเริ่มทางการศึกษา ควรเริ่มต้นที่ครู ครูเป็นผู้น าในการเรียน และสร้างพัฒนาการให้กับเด็ก


หัวใจส าคัญของการศึกษา คือ การเรียนรู้เนื้อหาวิชามาเชื่อมโยงกัน การศึกษาช่วยให้เอกัตบุคคล



โรงเรียน ควรรักษาวิธีการดั้งเดิมที่ใช้ระเบียบวินัยและการอบรมจิตใจเป็นสิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้






ที่มา: ศินีนาถ ศรีบุรัมย์. ปรัชญาสารัตถนิยม,สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2564.จากhttps://www.gotoknow.org/posts/677116

จุดมุ่งหมายทางการศึกษา
























http://technologythonburibusiness1.blogspot.com/2015/08/ https://sites.google.com/site/knkwrrnxupla






การศึกษาเน้นใน ศึกษาในเรื่องของ ศึกษาเพื่อธ ารง ศึกษาเพื่อพัฒนา


สิ่งที่เนื้อหาสาระ ความเชื่อทัศนคติ และรักษาอุดมคติ ผู้เรียนให้เป็นผู้มี


ที่ได้จากมรดก และค่านิยมของ อันดีงามของสังคม ระเบียบวินัย



ทางวัฒนธรรม สังคมในอดีต ในอดีต









ที่มา: ศินีนาถ ศรีบุรัมย์. ปรัชญาสารัตถนิยม,สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2564.จากhttps://www.gotoknow.org/posts/677116

การจัดการศึกษาตามแนว




ปรัชญาสารัตถะนิยม




หลักสูตร





 เป็นหลักสูตรที่เน้นเนื้อหา เป็นหลักส าคัญ โดยยึดประสบการณ์ของเชื้อชาติ หรือมรดกทางวัฒนธรรมเป็นหลัก




ได้รับการจัดไว้อย่างเป็นระบบต่อเนื่องตามขั้นตอนความยากง่าย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอน




กระบวนการจัดการเรียนการสอน






 การเรียนการสอนจะเน้นการบรรยายเป็นหลัก โดยมีศิลปะของการถ่ายทอดความรู้เป็นส าคัญ





 กระบวนการเรียนการสอนจะมี “ครู” เป็นผู้มีบทบาทส าคัญเป็นศูนย์กลาง




 การเรียนการสอนค านึงถึงความสามารถ ความสนใจ และจุดหมายของผู้เรียนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้








ที่มา: ศินีนาถ ศรีบุรัมย์. ปรัชญาสารัตถนิยม,สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2564.จากhttps://www.gotoknow.org/posts/677116

ครูผู้สอน






 ผู้สอนหรือครู ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ดี มีความประพฤติดี มีศีลธรรม


 ผู้สอนควรต้องเป็นผู้มีทักษะ เทคนิควิธี ที่จะโน้มน้าวให้นักเรียนเห็นคุณค่าของการเรียนรู้


 ผู้สอนต้องเสริมสร้างความสนใจและเป้าหมายในการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน








ผู้เรียน






 ผู้เรียนเป็นผู้รับ ผู้ฟัง และท าความเข้าใจในเนื้อหาต่าง ๆ



 ผู้เรียน เป็นผู้สืบทอดค่านิยม และมรดกทางวัฒนธรรมไว้และถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังต่อไป


 ผู้เรียนต้องเป็นผู้ที่มีความพยายาม อดทน และเป็นผู้มีระเบียบวินัย












ที่มา: ศินีนาถ ศรีบุรัมย์. ปรัชญาสารัตถนิยม,สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2564.จากhttps://www.gotoknow.org/posts/677116

โรงเรียน







 มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสงวน รักษา และประเมินคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม


 เป็นสถาบันเพื่อความมั่นคง ความเป็นระเบียบของสังคม



 ให้ผู้เรียนรู้กฎเกณฑ์ ระเบียบ ประเพณีและวัฒนธรรมของสังคม






ผู้บริหาร







 มีลักษณะแบบรวมอ านาจ



 มีลักษณะยึดกฎระเบียบ


 มีลักษณะยึดแบบอย่าง


 มีการบริหารจัดการเรื่องการเรียนรู้ไปในทางเดียวกัน คือระบบบริหารเป็นแบบสั่งงาน








ที่มา: ศินีนาถ ศรีบุรัมย์. ปรัชญาสารัตถนิยม,สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2564.จากhttps://www.gotoknow.org/posts/677116

ตัวอย่าง










หลักสูตรแนวปรัชญาสารัตถะนิยม




การน าปรัชญามาใช้กับสังคมไทยโดยตรงในการจัดการศึกษาของไทยในอดีต

เป็นไปตามแนวสารัตถนิยม



การจัดการศึกษาระหว่างปี พ.ศ.2411-2547




เช่น หลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2503











https://academic.obec.go.th/articledetail.php?id=82&action=view












ที่มา:วินัยธรจักรี ศรีจารเมธญาณ. ปรัชญาการศึกษาของไทยกับสังคมโลกไร้พรมแดน. วารสารวิชาการแพรวากาฬสินธ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธ์ .2559

ตัวอย่าง







โรงเรียนแนวปรัชญาสารัตถะนิยม























http://www.suphan.biz/natasilp.htm



วิทยาลัยนาฏศิลป







https://intrend.trueid.net/central/nonthaburi/

โรงเรียนเตรียมทหาร

ตัวอย่าง






ครู-นักเรียนแนวปรัชญาสารัตถะนิยม

























http://www.educationnews.in.th/28455.html














https://www.itmoamun.com/

สรุปปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม




จุดมุ่งหมาย หลักสูตร กระบวนการ บทบาทผู้สอน บทบาทผู้เรียน บทบาทผู้บริหาร


เรียนการสอน



อนุรักษ์ถ่ายทอด เนื้อหาวิชาการ บรรยายเป็นหลัก ครูเป็นศูนย์กลาง รับฟัง รวบอ านาจ ยึด



มรดกทาง ความรู้พื้นฐาน เรียนรู้จากครู ขยันหมั่นเพียร กฎระเบียบ


วัฒนธรรม มรดกทาง และต ารา (อาจ อดทน เชื่อฟังครู


ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ผลิตสื่อ และยึดมั่นใน


ความเชื่อ เจตคติ สนับสนุนการอ่าน ประกอบการ ระเบียบวินัย

ค่านิยม ออก เขียนได้ คิด บรรยาย ใช้การ



เน้นในสิ่งที่เป็น เลขเป็น สาธิต ใช้


เนื้อหาสาระ เน้นวิชา อุปกรณ์)


ครบถ้วนสมบูรณ์ วิทยาศาสตร์


แบบ





ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=NHbCd7Pcf44

ศึกษำและวิเครำะห์ปรัชญำ




ลัทธิปฏิบัตินิยมเชื่อมโยงกับ




ปรัชญำกำรศึกษำ




(พิพัฒนำกำรนิยม)

ศกษาและวิเคราะห์




ปรัชญาลัทธิปฏิบัตินยม ( Pragmatism )











เช่อมโยงกับปรัชญาการศกษา



1. ปรัชญาลัทธิปฏิบัตินยม





( Pragmatism )


ปรัชญาลัทธิปฏิบัตินยม(Pragmatism)







ความหมาย





ทัศนะทางปรัชญาทีให้ความส าคัญกับความร้และความเปนจริง สิงใดทีเรียกว่า












จริงได้ต้องเปนสิงทีชวยให้มนษย์บรรลุจุดมุงหมายของชีวิตและชวยพัฒนาชีวิตให้ดีขึน หรือ



เปนประโยชน์ตอชีวิต สิงนีเรียกว่า “ประสบการณ์” (Experience) และประสบการณ์นีถึงจะ






เปนจริงแตก็เปนสิงทีเปลียนแปลงได้ ไม่ตายตัว




ความร้และความจริงทีเปนประสบการณ์ มีการเปลี่ยนแปลง ไมตายตัว คือสิงที ่




เปนประโยชน์นามาปฏิบัติให้ผลทีเราพึงพอใจได้





ทีมา : https://www.baanjomyut.com/library_2/extension2/theory_of_the_nature_of_knowledge/03.html



ปรัชญาลัทธิปฏิบัตินยม(Pragmatism)







ความเปนมา







พัฒนามาจาก ปรัชญาสัจนิยมเชิงธรรมชาติ ซึงเกิดขึนในอังกฤษ










แตปฏิบัตินิยมจัดเปนปรัชญาของอเมริกา เพราะถือก าเนิดในอเมริกาปลายคริสต์ศตวรรษที 19











เปนปรัชญารวมสมัยเพราะพึงจะถือก าเนิดมาเมือไม่ถึง 100 ป ผ้ให้ก าเนิดปรัชญาปฏิบัตินิยม





คือ เพอร์ซ และผ้ทีท าให้ปรัชญานีเปนทีร้จักกันทั่วโลก คือ ดิวอี






ทีมาhttp://swd.iwebland.com/ltp.htm


นักปรัชญา



































ชาร์ลส์ แซนเดอรส์ เพิร์ซ วิลเลียมเจมส์ จอห์น ดิวอี้




ผ้ให้ก าเนิดปรัชญาปฏิบัตินิยม ยืนยันความคิดของเพิร์ซ ทดลองหาความคิดทีดีทีสุด


ว่าถูกต้องและน าไปใช้ได้ผลจริง เพือปรับใช้กับชีวิตประจ าวันได้

นักปรัชญา











ชาร์ลส์ แซนเดอรส์เพิร์ซ (Charles S. Pierce)






ผ้ให้ก าเนดปรัชญาปฏิบัตินยม














ผ้คิดสร้างทฤษฎีความสงสัยและความเชื่อ (The Doubt – Belief Theory)




ความสงสัยทีแท้จริงจะเกิดขึนเม่อมประสบการณบางอยางเกิดขัดแย้งกับความเชื่อเดิม




ของเรา และเมือเกิดความขัดแย้งกันขึน เราก็จะแสวงหาแนวทางตางๆ มาขจัดสภาวะ




แหงความขัดแย้งนั้นให้หมดไป






ทีมา: https://sites.google.com/site/pjureescience/genetics สืบค้นเมือ 6 กรกฎาคม 2564



นักปรัชญา












วิลเลียม เจมส์ (William James)





ยืนยันความคิดของเพิร์ซ ว่าถูกต้องและนาไปใช้ได้ผลจริง



















เปนนักปฏิบัตินิยมทีแท้จริง เจมส์ถือว่ามนษย์ควรยึดความคิดของตนเอง







ในแง่ทีเห็นว่าจะมีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติมากทีสด








ทีมา :https://sites.google.com/site/pjureescience/genetics สืบค้นเมือ 6 กรกฎาคม 2564



นักปรัชญา














จอห์น ดิวอี (John Dewey)






ผ้ทดลองหาความคิดทีดทีสุดเพื่อปรับใช้กับชวิตประจ าวันได้























เชื่อว่าความอยรอดของสรรพสัตว์นั้น ขึนอยกับการปรับตัวของสิงนั้นๆ ความเชื่อนีได้มา



จาก ชาร์ลส์ ดาวิน ผ้ทีเหมาะสมทีสดจะอยรอด (The Survival of the fittest)






ทีมา :https://sites.google.com/site/pjureescience/genetics สืบค้นเมือ 6 กรกฎาคม 2564




ปรัชญาลัทธิปฏิบัตินยม(Pragmatism) องค์ประกอบ





ญาณวิทยา (ความร้)





พิสจน์ความจริง คือ


อภิปรัชญา (ความจริง) การลงมือปฏิบัติ และ คุณวิทยา (คุณคา)






เปนสิงทีได้จาก ได้ผลลัพธ์ตาม - ด้านจริยศาสตร์ (ความดี)

การปฎิบัติ ทีคาดหวังบนพืนฐาน เปนสิงทีมนษย์สร้างและก าหนด







เปลี่ยนแปลงได้ การคิดวิเคราะห์ ขึนมาเองสามารถ เปลียนแปลงได้



ความเปนตัวตน การค้นหาความจริงเปน - ด้านสนทรียศาสตร์ (ความงาม)




ของมนษย์ ขึนอยกับ กระบวนการ เปนเรืองของความต้องการและ






การกระท าของมนษย์ ทีไมสิ้นสุด รสนิยมทีคนสวนใหญยอมรับ




ทีมา :https://www.kroobannok.com/19891


2. การนาแนวคิดปรัชญาการศกษา






ลัทธิปฏิบัตินยม







มาประยุกต์ใช้กับการศกษา





















( อ้างอิง : เมธี ปิลันธนานนท์ .2523. ปรัชญาการศึกษาส าหรับคร. กรุงเทพฯ :ไทยวัฒนาพานิช. )

( อ้างอิง : ปรัชญาลัทธิปฏิบัตินิยม ,สืบค้นเมือ 13 กรกฎาคม 2564.จาก.https://sites.google.com/site/pjureescience/pragmatism )




ชวยเสริมให้เด็กได้เรียนร้ประสบการณ์ตาง ๆ ได้เข้าใจและสามารถปรับตัว



ให้เข้ากับสถานการณ์และชีวิตทีเปลียนแปลงได้




แนวคิดด้านหลักสตร


















เนือหาเน้นว่าควรเปนเนือหาทีสามารถบรณาการทั้งเรองความร้ เรองของชวิต




สังคม และเรองประสบการณ์ที่เด็กจะได้รับผนวกกันไปด้วย สวนความร้นั้นจะเน้นความร้ ู


ทีอยรอบ ๆ ตัว เน้นความร้ทางกายภาพทีสามารถน ามาปรับใช้ในชวิตจรงได้











มากว่าความร้ทีเปนเนือหาสาระและเปนนามธรรม เมือเรียนแล้วก็น ามาใช้ประโยชน์ไม่ได้

แนวคิดด้านการเรียนการสอน









“ ยึดหลักการเรียนร้โดยให้เดกเปนศนย์กลาง ( Child Center ) ของการเรียนการสอน ”





ให้ความส าคัญกับตัวเด็กและเน้นความส าคัญของกิจกรรมที่จัดให้กับเด็กมากกว่าการเรียนจากต ารา










ลักษณะของการเรียนการสอนแบ่งออกเปน 3 แบบ



1. การเรียนการสอนโดยผ่านทางกิจกรรม



2. เรียนโดยการแก้ปัญหา




3. การเรียนการสอนโดยการอภิปรายถกเถียง

แนวคิดด้านโรงเรียน















จะต้องจัดห้องเรียนทีหลากหลาย ไม่ประจ าทีเดิม ๆ


















จะต้องสงเสริมให้เด็กท างานเปนห้องเรียนและมีการทดลอง









จะต้องจัดสิงแวดล้อมทีดี ๆ เพือให้เด็กเกิดความคุ้นเคยและได้รับประสบการณ์ทีดี







จะต้องมีการสงเด็กออกไปฝกงานตามสถานทีจริง เพือให้เด็กมีประสบการณ์ตรง




แนวคิดด้านผ้สอน












เปนเสมือนเพือนหรือหัวหน้ากลุ่มในการด าเนินกิจกรรมตาง ๆ พร้อมกับนักเรียน


ต้องให้เด็กเข้ามามีสวนรวมในการพิจารณาตัดสินใจเลือกวิธีที่จะเรียนอยางมีประสิทธิภาพ






แนวคิดด้านผ้เรียน







นักเรียนจะถูกมองในด้านดีเชื่อว่าเด็กทุกคนโดยธรรมชาติแล้วมีความคิดริเริมสร้างสรรค์ มี








ความอยากร้อยากเห็น อยากฟังเรืองราวตาง ๆ ทีตนสนใจใครร้อยแล้ว







เด็กจะดีหรือไม่ดีจึงขึนอยกับครผ้สอนเปนอยางมาก






3. ปรัชญาการศกษาพิพัฒนาการนยม




( Progessivism )







กับการศกษา

ความหมาย

















พิพัฒน หรือ Progessive หมายถึง ก้าวหน้า เปลียนแปลง ไปตามการเวลา





บุคคลสามารถแสวงหาความร้ได้จากประสบการณ์ ประสบการณ์จะน าไปสความร้ และ






ความร้เปนกระบวนการทีตอเนือง ปรัชญานีเน้นกระบวนการ โดยเฉพาะกระบวนการ





แก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์เมือน ามาใช้กับการศกษา จะน าไปสการค้นพบความร้ใหม่ ๆ อย ู ่


เสมอ ปรัชญานีอาจเรียกอีกอยางหนึงว่า ปรัชญาประสบการณ์นิยม



( Experimentalism )












ทีมา : บรรจง จันทรสา 2522 : 244


ความเปนมา






















ปรัชญานีเกิดขึนโดยนักคิดกลุ่มเสรีนิยม ( Free School ) เพื่อตอต้านแนวคด







ดั้งเดมเกี่ยวกับการศกษา ที่มักเน้นทองจ าเนอหาเพียงอยางเดยว ท าให้ผ้เรียนไม่มี


ความคิดสร้างสรรค์ ไม่มีความกล้า และความมั่นใจในตนเอง ไม่สามารถไปตอได้

กับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี





















ทีมา:http://www.eledu.ssru.ac.th/sucheera_ma/pluginfile.php/97/course/summary/DocEDP2102%281-2562%29.pdf

แนวคิดพื้นฐาน
















มีแนวคิดเชนเดียวกับปรัชญาปฏิบัตินิยม เชื่อว่าชีวิตเปนสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอตาม




กาลเวลาและสิงแวดล้อม



องค์ประกอบทีมีอิทธิพลสงสดในการก าหนดรปแบบของวัฒนธรรมและสังคม คือ




การค้นคว้า ทดลอง และประสบการณ์ของมนษย์ที่ได้เห็นประจักษ์


เชื่อว่ามนษย์เปนผ้ก าหนดอนาคตโชคชะตาของตนเอง มนษย์ควรจะเน้นความส าคัญ




และคุณคาของแตละบุคคลให้มาก













ทีมา:ศินีนาถ ศรีบุรัมย์ ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม (Progressivism) https://www.gotoknow.org/posts/677126

นักปรัชญา













ชาร์ล ดาวิน ( Charles Dawin )



















ผ้เขียนหนังสือ “ ก าเนิดของสปชีส์ ”




แนวคิด ความอยรอดของผ้ทีเหมาะสม







เชื่อว่าสิงมีชีวิตต้องตอส้เพือความอยรอด ผ้ทีไม่เหมาะสมนั้นจะตายไป เหลือเพียง






ผ้ทีเหมาะสมเทานั้นทีจะยังด ารงอย




ทีมา: http://phatrsa.blogspot.com/2010/03/jean-jacques-rousseau.html


นักปรัชญา














ฌอง ฌาค รสโซ (Jean Jacques Rousseau)


















“ เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว ” มนษย์มีเสรีภาพตามธรรมชาติโดยไม่จ ากัด แตเมือมา



รวมตัวกันเปนสังคม จึงมีการท า สัญญาประชาคม ( Socail Contract )




ความคิดของรสโซมีอิทธิพลตอการปฏิวัติฝรั่งเศสในป พ.ศ. 2332 และได้



พัฒนาเปนสังคมนิยม







ทีมา: http://phatrsa.blogspot.com/2010/03/jean-jacques-rousseau.html


นักปรัชญา













โจฮันน์ ไฮน์ริค เปสตาลอสซี





( Johann Heinrich Pestalozzi )
















การศกษาธรรมชาติถือเปนสวนหนึงของหลักสตรการเรียนการสอน
มุงเน้นความคิดของการจัดหลักสตรแบบบรณาการ (integrated curriculum)






ซึงสอดคล้องกับการพัฒนาเด็กอยางเปนองค์รวม

การจัดการศกษาให้แกเด็กควรรวมถึงการ พัฒนารางกาย สติปัญญา และจิตใจ







ทีมา: https://prezi.com/p/ycugnvb9vlnp/presentation/


นักปรัชญา













ฟรานซิส ดับเบิลย ปาร์คเกอร์





(Francis W. Parker)
















เสนอให้ปฏิรประบบการศกษาใหม่ เพราะการศกษาแบบเดิมเข้มงวดแตเรือง
ระเบียบวินัย




ปัจจุบันปรัชญาพิพัฒนาการนิยมแพรหลายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย




ในนามว่า การศกษาแผนใหม่






ทีมา:https://www.thwiki.press/wiki/Francis_W._Parker


นักปรัชญา













จอห์น ดิวอี (John Dewey)





















เปนผ้น าของแนวคิดการศกษาแบบก้าวหน้า (Prograssive Education)


เด็กเรียนร้ได้จากประสบการณ์ตรง



การเรียนร้เกิดขึนจากการกระท า (Learning by doing)



ค านึงถึงความสนใจและความสามารถของเด็ก







ทีมา:http://www.eledu.ssru.ac.th/sucheera_ma/pluginfile.php/



การศกษา











แนวความคิดทางการศกษา












การศกษาคือชีวิต มิใชเปนการเตรียมตัวเพือชีวิต หมายความว่า การที่จะให้ได้มาซึง




ความร้ก็โดยการลงมือกระท า จริง ๆ ทีจะกอให้เกิดประสบการณ์กับผ้เรียน กิจกรรม




การเรียนการสอนจึงมุงการพัฒนาทางด้านรางกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาไปพร้อม ๆ



กัน สามารถปรับตัวให้อยูในสังคมได้อยางเปนสุข
















ทีมา: http://sitawan112.blogspot.com/2012/03/progessivism.html/

การศกษา






จุดมุงหมายของการศกษา




มุงให้ผ้เรียนพัฒนาทางด้านรางกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาไปพร้อม ๆ กัน




มุงให้ผ้เรียนร้จักปรับตัวเองเข้ากับสังคมได้อย่างมีความสข



มุงให้ผ้เรียนได้เรียนตามความถนัด ความสนใจ และตามความสามารถของผ้เรียน



ส่งเสริมประชาธิปไตยทั้งในและนอกห้องเรียน







มุงให้ผ้เรียนร้จักศกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
มุงให้ผ้เรียนมีประสบการณ์ในการด ารงชีวิตเปนหมู่คณะ และร้จักปกครองตนเอง









พัฒนาผ้เรยนให้เปนมนษย์ทีมีความสมบรณ์ทั้งในด้านรางกาย อารมณ์ สังคมและสติปญญา




ไปพร้อมๆ กัน และอยในสังคมอยางมีความสข การศกษาควรมงตอบสนองตอความต้องการ





ู่








และความสนใจของผ้เรยน สร้างประสบการณ์ใหมเพมขนเรอยอยางไมสินสด





ทีมา: เฉลิมลาภ ทองอาจ.ปรัชญาการศึกษา จาก https://www.gotoknow.org/posts/419487


การศกษา











องค์ประกอบของการศกษา










หลักสตร





หลอมรวมเนือหาให้มีลักษณะเปนหลักสตรบรณาการ หรือหลักสตร










ที่เน้นผ้เรียนเปนส าคัญโดยจัดเปนหนวยการเรียนร้หัวเรืองตางๆ (thematic units)


ทีสัมพันธ์กับชวิตประจ าวันหรอปญหาอันเปนความจ าเปนในสังคม












ทีมา: เลิศชาย ปานมุข.ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม จาก http://www.lertchaimaster.com/forum/index.php?topic=66.0


การศกษา












องค์ประกอบของการศกษา



กระบวนการเรียนการสอน








เน้นผ้เรียนเปนส าคัญ (child-centered) โดยให้ผ้เรียนมีบทบาทมากทีสด
การเรียนร้จากการลงมือปฏิบัติ (learning by doing)




คือการเรียนร้ทามกลางการปฏิบัติ



การแก้ปัญหาแบบวิทยาศาสตร์ ( Problem solving)






คือ การสอนแบบแก้ปัญหา เปนการจัดกิจกรรมการเรียนร้ที่เน้นผ้เรียน




ให้เรียนร้ตามกระบวนการทางวิทยาศาต ์ (ทิศนา แขมมณ. (2547))



ทีมา: เลิศชาย ปานมุข.ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม จาก http://www.lertchaimaster.com/forum/index.php?topic=66.0


การศกษา











องค์ประกอบของการศกษา









ผ้สอน




แนะน าและให้ค าปรึกษาเปนหลัก




เปนผ้มีความร้ มีความสามารถในการวางแผนและมีเทคนควิธีการสอนทีหลากหลาย






เข้าใจความแตกตางระหว่างบุคคล มีความสามารถในการวิเคราะห์ผ้เรียน



เปนผ้กระตุ้น หนน หนี










ทีมา: เลิศชาย ปานมุข.ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม จาก http://www.lertchaimaster.com/forum/index.php?topic=66.0


การศกษา












องค์ประกอบของการศกษา







ผ้เรียน




ให้ความส าคัญแกผ้เรียนมาก ถือว่าผ้เรียนโดยธรรมชาติมีอินทรีย์ที่จะสืบเสาะ


แสวงหาประสบการณ์และพร้อมทีจะรับประสบการณ์ (เมธี ป ิลันธนานนท์ 2523 : 90)





ผ้เรียนจะได้ประสบการณ์ด้วยการลงมือกระท าด้วยตนเอง (Learning by doing)




ผ้เรียนจะต้องมีอิสระในการเลือกตัดสินใจและต้องท างานรวมกัน (Participation)




เพือให้การเรียนการสอนตรงกับความถนัดความสนใจและความสามารถของผ้เรียน







ทีมา: เลิศชาย ปานมุข.ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม จาก http://www.lertchaimaster.com/forum/index.php?topic=66.0

การศกษา











องค์ประกอบของการศกษา







ผ้บริหาร







ผ้บริหารจะเปนผ้ด าเนินงานไปตามข้อตกลงหรือมติของคณะกรรมการของ


สถาบันการศกษาสร้างบรรยากาศทีเปนประชาธิปไตยโดยให้ผ้เรียนได้มีการเรียนร้



สิงแปลกใหม่






ผ้บริหารจะต้องเปนนักประชาธิปไตยให้ผ้อืนมีสวนรวมแสดงความคิดเห็น



และรวมในการบริหารงาน







ทีมา: https://www.baanjomyut.com/library_2/educational_philosoph/05.html

การศกษา












องค์ประกอบของการศกษา









6. การวัดและการประเมินผล



ู่



ด้านความร้ = มุงวัดความเปนเลิศทางวิชาการทางสมองควบคไปกับทักษะ
การปฏิบัติ



ด้านความดี = เปนการสงเสริมพัฒนาการของเด็กในทุก ๆ ด้านให้ร้จักคิดเปน





ท าเปน แก้ปัญหาเปน










ทีมา: https://saowamonmas020.home.blog


การศกษา










องค์ประกอบของการศกษา








โรงเรียน




โรงเรียน ท าหน้าทีเปนแบบจ าลองสังคม โดยเฉพาะแบบจ าลองทีดีงามของชวิตและ




ประสบการณ์ในสังคม โดยการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับวุฒิภาวะของผ้เรียนในแตละกลุ่ม เริม






จากการเรียนร้พืนฐานของสังคม ลักษณะอืนๆของสังคม โรงเรียนจะต้องสร้างบรรยากาศ

ทีเปนประชาธิปไตยโดยให้ผ้เรียนได้มีการเรียนร้สิงแปลกๆ ใหม่ๆมีความพร้อมมีความร้จัก และเข้าใจ






สังคมอย่างดี พอทีจะออกไปปรับปรุงและพัฒนาสังคมได้ (ศักดา ปรางค์ประทานพร 2523 : 64 )






ทีมา: เลิศชาย ปานมุข.ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม จาก http://www.lertchaimaster.com/forum/index.php?topic=66.0



การศกษา



สรป




4. ตัวอยางการนาปรัชญาการศกษาพิพัฒนาการนยมไปใช้ในการศกษา








โรงเรียนวัดโพธิวงษ์



40 หมู่ 1 ต าบลบ้านแห

อ าเภอเมืองอ่างทอง

จังหวัดอ่างทอง 14000





























( อ้างอิง : หลักสตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดโพธิวงษ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒ )




การจัดการศกษา ด้านหลักสตร













“ โรงเรยนวัดโพธิวงษ์ ได้จัดการเรยนการสอนโดยเน้นให้ผ้เรยน เกิดความร้ มีคณธรรมและ






เสรมสร้างทักษะอาชพ โดยมีเปาหมายในการพัฒนาคณภาพผ้เรยน ให้มีกระบวนการน าหลักสูตร


ไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการก าหนดวิสัยทัศน์ จดหมาย สมรรถนะส าคัญของผ้เรยน คณลักษณะ






อันพงประสงค์ มาตรฐานการเรยนร้และตัวชวัด โครงสร้างเวลาเรยน ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผล





ให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยนร้ เปดโอกาสให้โรงเรยนสามารถก าหนดทิศทางในการจัดท า


หลักสูตรการเรยนการสอนในแตละระดับตามความพร้อมและจดเน้น โดยมีกรอบแกนกลางเปนแนวทาง






ทีชัดเจนเพอตอบสนอนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มีความพร้อมในการก้าวสู่สังคมคณภาพ มีความร้





อยางแท้จรงและมีทักษะในศตวรรษที 21 ”
“ บรณาการ ”




การจัดการศกษา ด้านหลักสตร


Click to View FlipBook Version